เศคาริยาห์
คำนำ
เศคาริยาห์ แปลว่า “พระยาห์เวห์ระลึกถึง”
บทที่ 1-8 เศคาริยาห์เล่าถึงนิมิตแปดอย่าง และเขาได้ถามทูตสวรรค์ถึงความหมายของนิมิตเหล่านั้น แล้วทูตสวรรค์ก็ตอบเขาเกี่ยวกับนิมิตแต่ละอย่าง
เศคาริยาห์ปลอบใจชาวเยรูซาเล็มว่า ในอนาคตกษัตริย์ที่พระยาห์เวห์ได้เลือกไว้จะมาปกครองเมืองเยรูซาเล็ม และชนชาติทั้งหลายจะหันกลับมาหาพระยาห์เวห์และกลายเป็นคนของพระองค์
แต่ในช่วงนี้พระยาห์เวห์ได้เลือกเศรุบบาเบลมาเป็นเจ้าเมือง และโยชูวามาเป็นนักบวชสูงสุด และเขาทั้งสองจะดูแลคนของพระองค์ไปก่อน
บทที่ 9-11 พระยาห์เวห์สัญญาว่าจะลงโทษชนชาติต่างๆรอบข้างยูดาห์ รวมถึงพวกผู้นำของยูดาห์ที่ไม่สัตย์ซื่อต่อพระองค์
บทที่ 12-14 พระยาห์เวห์ให้ถ้อยคำกับเศคาริยาห์ว่าในอนาคตชนชาติต่างๆจะมาโจมตีเมืองเยรูซาเล็มและยูดาห์
คนยูดาห์จะถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก แต่พระยาห์เวห์จะมาช่วยกู้คนของพระองค์ พวกเขาจะหันกลับมาหาพระองค์ พระองค์ก็จะอภัยให้กับพวกเขา พระยาห์เวห์ให้ภาพเปรียบเทียบว่าภูเขารอบๆเมืองเยรูซาเล็มจะถูกทำให้ราบเรียบ แต่เยรูซาเล็มจะยังคงตั้งตระหง่านอยู่เหนือยอดเขาสูง ลำธารแห่งชีวิตจะไหลออกมาจากเมืองเยรูซาเล็ม และคนทั่วโลกจะนมัสการพระยาห์เวห์
1พระยาห์เวห์ต้องการให้คนของพระองค์กลับมาหาพระองค์
1 ในเดือนที่แปดของปีที่สอง+ 1:1 เดือนที่แปดของปีที่สอง ปลายเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน ปี 520 ก่อนพระเยซูมาเกิด ที่ดาริอัส+ 1:1 ดาริอัส ครองราชย์ในปี 522-486 ก่อนพระเยซูมาเกิด เป็นกษัตริย์ของเปอร์เซีย ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มาถึงเศคาริยาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า ที่เป็นลูกของเบเรคิยาห์ที่เป็นลูกของอิดโด ข้อความนั้นพูดว่า
2 เรายาห์เวห์โกรธพวกบรรพบุรุษของพวกเจ้ามาก 3 ดังนั้น เจ้าควรจะบอกคนของเจ้าว่า “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด ‘กลับมาหาเราซะ แล้วเราจะกลับมาหาเจ้า’
4 อย่าเป็นเหมือนกับพวกบรรพบุรุษของพวกเจ้า ที่พวกผู้พูดแทนพระเจ้ารุ่นก่อนหน้านี้ได้พูดกับพวกเขาว่า ‘นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด “หันกลับจากทางชั่วและการทำชั่วพวกนั้นของเจ้าซะ” แต่พวกเขาก็ไม่ยอมฟัง และไม่สนใจเราด้วย’” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
5 “ส่วนพวกบรรพบุรุษของเจ้า ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหนแล้ว แล้วพวกผู้พูดแทนพระเจ้าละ พวกเขาอยู่ค้ำฟ้าหรือยังไง 6 แต่พวกคำเตือนและกฎต่างๆของเรา ที่เราได้สั่งผ่านมาทางพวกผู้พูดแทนพระเจ้า ซึ่งเป็นพวกผู้รับใช้ของเรานั้น ก็ไล่ทันพวกบรรพบุรุษของพวกเจ้าไม่ใช่หรือ พวกเขาถึงได้กลับใจเสียใหม่ และพูดว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น วางแผนไว้ว่าจะทำอย่างไรกับพวกเรา เพื่อให้สาสมกับวิถีทางและการกระทำต่างๆของพวกเรา และพระองค์ก็ได้ทำอย่างนั้นกับพวกเราแล้ว’”
นิมิตที่หนึ่ง: ม้าสี่ตัว
7 ในวันที่ยี่สิบสี่ของเดือนที่สิบเอ็ด ซึ่งเป็นเดือนเชบัท+ 1:7 เชบัท ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ปี 519 ก่อนพระเยซูมาเกิด ในปีที่สองที่กษัตริย์ดาริอัสครองราชย์+ 1:7 ในปีที่สอง … ดาริอัสครองราชย์ ประมาณ 520 ปีก่อนพระเยซูมาเกิด ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มาถึงเศคาริยาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า ที่เป็นลูกของเบเรคิยาห์ที่เป็นลูกของอิดโด ข้อความนั้นพูดว่า
8 ในช่วงกลางคืน ผมเห็นนิมิต ผมเห็นชายคนหนึ่งขี่ม้าสีดำแดง ยืนอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ดอกในหุบเขาลึก และข้างหลังเขาก็มีม้าสีดำแดง ม้าสีน้ำตาลแดง และม้าสีขาว 9 ผมถามว่า “ท่านครับ ม้าพวกนี้เอาไว้ทำอะไรหรือครับ”
ทูตสวรรค์พูดกับผมว่า “เราจะให้เจ้าเห็นว่าม้าพวกนี้มีไว้ทำอะไร”
10 ชายคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้นั้นตอบว่า “พวกม้านี้คือพวกที่พระยาห์เวห์ส่งมาเพื่อท่องตรวจตราไปในโลกนี้”
11 พวกคนขี่ม้าเหล่านั้นได้รายงานให้กับทูตของพระยาห์เวห์ที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้นั้นว่า “พวกเราได้ท่องตรวจตราไปในโลกนี้ และโลกทั้งโลกก็อยู่ในความสงบเรียบร้อยดี”
12 ทูตของพระยาห์เวห์พูดว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น อีกนานแค่ไหนที่พระองค์จะยับยั้งความเมตตาสงสารไปจากเยรูซาเล็มและพวกเมืองต่างๆของยูดาห์ ที่พระองค์โกรธมาเป็นเวลาถึงเจ็ดสิบปีแล้ว+ 1:12 เป็นเวลาถึงเจ็ดสิบปีแล้ว เยเรมียาห์เคยบอกว่า พระเจ้าจะลงโทษพวกเขาเป็นเวลาเจ็ดสิบปี เรื่องนี้เกิดขึ้นราวๆปี 586-516 ก่อนพระเยซูมาเกิด”
13 พระยาห์เวห์ตอบกับทูตสวรรค์ที่พูดกับผม พระยาห์เวห์ใช้คำพูดที่เต็มไปด้วยความเมตตาและการปลอบโยน 14 ทูตสวรรค์ที่พูดกับผม บอกให้ผมไปประกาศเรื่องนี้ คือ
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
“เราหึงหวงเยรูซาเล็มและภูเขาศิโยนมาก
15 เราโกรธชนชาติที่เย่อหยิ่งจองหองเหล่านั้นมาก คือชนชาติเหล่านั้นที่คิดว่าตัวเองมั่นคงปลอดภัย
ตอนนั้นเราโกรธคนอิสราเอลไม่มาก
เราจึงใช้คนพวกนี้ไปลงโทษคนของเรา
แต่พวกเขาก็ทำเกินไป”
16 ดังนั้น พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ว่า
“เราจะกลับมาเยรูซาเล็มด้วยความสงสาร
วิหารของเราจะถูกสร้างขึ้นใหม่ในเมืองนั้น
จะมีการขึงเชือกวัดไปทั่วทั้งเมืองเยรูซาเล็มเพื่อสร้างเมืองขึ้นมาใหม่”
17 ทูตสวรรค์ยังบอกผมให้ประกาศเรื่องนี้ด้วย
“พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
‘เมืองต่างๆของเราจะเต็มล้นไปด้วยความมั่งคั่งอีก
เราจะปลอบโยนศิโยนอีกครั้ง
และเราจะเลือกเมืองเยรูซาเล็มเป็นเมืองพิเศษของเราอีกครั้งหนึ่ง’”
นิมิตที่สอง: เขาสัตว์สี่อันกับช่างสี่คน
18 ผมเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาสัตว์สี่อัน 19 ผมถามทูตสวรรค์ที่พูดอยู่กับผมว่า “เขาสัตว์พวกนี้หมายถึงอะไรครับ”
ท่านตอบว่า “เขาสัตว์พวกนี้คือชนชาติต่างๆที่ทำให้ยูดาห์ อิสราเอล และเยรูซาเล็มต้องกระจัดกระจายไป”
20 พระยาห์เวห์ให้ผมเห็นช่างสี่คน 21 ผมถามว่า “ช่างพวกนี้จะมาทำอะไรหรือครับ”
พระองค์ตอบว่า “เขาสัตว์เหล่านั้นคือชนชาติต่างๆที่ทำให้ยูดาห์ต้องกระจัดกระจายไป ทำให้ไม่มีใครโงหัวขึ้นมาได้ และช่างพวกนี้+ 1:21 ช่างพวกนี้ หมายถึงชาวเปอร์เซีย กษัตริย์ไซรัสนำพวกเขาชนะบาบิลอนในปี 539 ก่อนพระเยซูมาเกิด ก็มาเพื่อทำให้เขาสัตว์ทั้งสี่นั้นกลัว พวกเขามาตัดและโยนเขาสัตว์นั้นทิ้งไป ซึ่งก็คือชนชาติเหล่านั้น ชนชาติที่ได้ยกเขาขึ้น+ 1:21 ยกเขาขึ้น หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “พวกเขาได้เข้าโจมตีแผ่นดินยูดาห์ และไล่ต้อนพวกเขาอย่างกับวัว” ต่อต้านแผ่นดินยูดาห์ และทำให้พวกเขาต้องกระจัดกระจายไป”
2นิมิตที่สาม: เอาเชือกวัดเยรูซาเล็ม
1 ผมเงยหน้าขึ้นมองเห็นชายคนหนึ่งถือสายวัดอยู่ในมือ 2 ผมถามเขาว่า “จะไปไหนหรือครับ”
เขาตอบผมว่า “เรากำลังจะไปวัดเมืองเยรูซาเล็ม เพื่อดูว่ามันมีขนาดกว้างยาวเท่าไหร่”
3 แล้วทูตสวรรค์ที่พูดอยู่กับผมก็เดินออกไปต้อนรับทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาหาเขา 4 ทูตสวรรค์องค์แรกบอกกับทูตสวรรค์องค์ที่สองว่า “ให้วิ่งไปบอกกับชายหนุ่มคนนั้นที่ถือสายวัดว่า
‘เยรูซาเล็มจะเป็นเหมือนกับหมู่บ้านต่างๆในชนบทที่ไม่มีกำแพง
เพราะเยรูซาเล็มจะมีคนกับสัตว์อาศัยอยู่อย่างล้นเหลือ’
5 พระยาห์เวห์พูดว่า
‘แต่เราจะเป็นกำแพงเพลิงที่ล้อมรอบปกป้องเมืองนั้นไว้
และเราก็จะเป็นสง่าราศีให้กับเมืองนั้น’”
พระเจ้าเรียกคนของพระองค์กลับมา
6 พระยาห์เวห์พูดว่า
“นี่ พวกเจ้า รีบหนีออกจากแผ่นดินที่อยู่ทางเหนือได้แล้ว
เพราะเราทำให้เจ้ากระจัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ
7 นี่ พวกเจ้าคนศิโยน ที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในเมืองบาบิโลน
ให้รีบหนีไปจากเมืองนั้นซะ”
8 หลังจากที่สง่าราศีของพระองค์ได้ปรากฏให้ผมเห็นแล้ว
แล้วพระองค์ส่งผมไป
นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดเกี่ยวกับชนชาติต่างๆพวกนั้นที่ปล้นพวกเจ้า
“ใครทำร้ายเจ้าก็คือทำร้ายแก้วตาดวงใจของเรานั่นเอง
9 เพราะเราจะยกมือขึ้นเตรียมฟาดขับไล่ชนชาติเหล่านั้นไป
ชนชาติเหล่านั้นจะกลายเป็นของที่โดนปล้น
สำหรับคนเหล่านั้นที่เคยเป็นทาสของพวกมัน
แล้วพวกเจ้าจะได้รู้ว่าพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นเป็นผู้ที่ส่งผมมา”
10 พระยาห์เวห์พูดว่า
“นางสาวศิโยนเอ๋ย ร้องเพลงและเฉลิมฉลองกันเถอะ
เพราะเรากำลังมาอาศัยอยู่ในเจ้า
11 ในวันนั้น ชนชาติเป็นจำนวนมากจะมาร่วมกับเรา
พวกเขาจะกลายเป็นคนของเรา แล้วศิโยน เราจะอาศัยอยู่กับเจ้า”
แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้ส่งผมมาหาพวกเจ้าชาวศิโยน
12 พระยาห์เวห์จะรับยูดาห์เป็นส่วนแบ่งของพระองค์ในแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์
และพระองค์จะเลือกเยรูซาเล็มเป็นเมืองพิเศษของพระองค์อีกครั้ง
13 มนุษย์ทุกคน ให้เงียบๆไว้ต่อหน้าพระยาห์เวห์
เพราะพระองค์กำลังลุกขึ้นมาจากที่พักอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
3นิมิตที่สี่: เรื่องนักบวชสูงสุด
1 ทูตสวรรค์ทำให้ผมเห็นโยชูวานักบวชสูงสุดยืนอยู่ต่อหน้าทูตของพระยาห์เวห์ และซาตาน+ 3:1 ซาตาน ในข้อนี้ใช้คำว่า “ผู้กล่าวหา” หรือ “คู่ต่อสู้” ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือโยบบทที่ 1-2 และหนังสือวิวรณ์ 12:10 เราจะเห็นว่า งานของซาตาน คือพยายามหาข้อผิดพลาดของมนุษย์ แล้วมากล่าวหามนุษย์คนนั้นต่อหน้าพระเจ้า เพื่อพระเจ้าจะได้จัดการกับมนุษย์คนนั้น ก็ยืนอยู่ทางขวามือของโยชูวา กำลังกล่าวหาท่านอยู่ 2 ทูตของพระยาห์เวห์บอกกับซาตานว่า “ขอให้พระยาห์เวห์ประณามเจ้า ไอ้ซาตาน ขอให้พระยาห์เวห์ ผู้ที่เลือกเมืองเยรูซาเล็มมาเป็นสถานที่พิเศษสำหรับพระองค์ ประณามเจ้า โยชูวาคนนี้เป็นเหมือนท่อนฟืนที่ถูกดึงออกมาจากกองไฟ ไม่ใช่หรือ”
3 โยชูวาใส่เสื้อผ้าสกปรกเลอะเทอะยืนอยู่ต่อหน้าทูตสวรรค์ 4 ทูตสวรรค์องค์นั้นบอกกับพวกทูตสวรรค์เหล่านั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้าว่า “ถอดเสื้อผ้าที่สกปรกเลอะเทอะพวกนั้นให้เขา” ทูตสวรรค์องค์นั้นพูดกับโยชูวาว่า “เห็นไหม เราทำให้ความผิดบาปของเจ้าหมดไปจากเจ้าแล้ว และเราก็จะสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามของนักบวชให้กับเจ้า”
5 ผมพูดว่า “ให้พวกเขาเอาผ้าโพกหัวที่สะอาดมาโพกหัวให้กับเขาด้วยสิ” พวกเขาจึงเอาผ้าที่สะอาดมาโพกหัวของโยชูวา และเอาเสื้อผ้าใหม่นั้นมาสวมใส่ให้กับโยชูวาด้วย และทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ก็ยืนอยู่ที่นั่น 6 ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์กำชับโยชูวาว่า
7 “พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
ถ้าเจ้าจะเดินในทางต่างๆของเราและเชื่อฟังข้อเรียกร้องต่างๆของเรา
เจ้าก็จะได้เป็นคนจัดการอยู่ในวิหารของเรา
เจ้าจะได้ดูแลบริเวณลานวิหาร
และเราจะให้เจ้าเข้ามาหาเราอย่างอิสระ
เหมือนทูตสวรรค์ที่ยืนอยู่ที่นี่
8 ฟังให้ดี โยชูวา นักบวชสูงสุด เจ้าและเพื่อนนักบวชที่นั่งอยู่ตรงหน้าเจ้า
พวกเจ้าเป็นลางบอกเหตุล่วงหน้า
เพราะเรากำลังจะนำผู้รับใช้ของเรามา
เขามีชื่อว่า ‘กิ่ง’
9 ดูหินที่เราวางไว้ตรงหน้าโยชูวาสิ
บนหินก้อนเดียวนี้มีเจ็ดด้าน+ 3:9 ด้าน หรือ อาจจะแปลตรงๆได้ว่า “เจ็ดตา”
ดูสิ เรากำลังจะสลักข้อความลงบนมัน
และเราจะกำจัดความผิดของแผ่นดินนี้ให้หมดสิ้นไปในวันเดียว”
10 พระยาห์เวห์พูดว่า
“ในวันนั้นพวกเจ้าจะเชื้อเชิญเพื่อนบ้านของตน
มานั่งกันอยู่ใต้ต้นองุ่นและใต้ต้นมะเดื่อของเจ้า”
4นิมิตที่ห้า: ขาตั้งตะเกียงและต้นมะกอกสองต้น
1 ทูตสวรรค์ที่เคยพูดกับผมกลับมา และมาเขย่าตัวผมเหมือนกับปลุกคนให้ตื่น 2 ท่านพูดกับผมว่า “เจ้าเห็นอะไร”
ผมตอบว่า “ผมเห็นตะเกียงไฟยืนที่ทำจากทองคำล้วนๆ ที่มีชามใส่น้ำมันอยู่บนยอดของมัน และยังมีตะเกียงไฟเจ็ดดวงอยู่บนมัน และตะเกียงแต่ละดวงก็มีปากที่ยื่นออกมาไว้วางไส้ตะเกียง 3 และผมเห็นต้นมะกอกสองต้นอยู่ข้างๆถ้วยใส่น้ำมัน ทางขวาต้นหนึ่งและทางซ้ายต้นหนึ่ง” 4 จากนั้นผมพูดกับทูตสวรรค์ที่พูดอยู่กับผมว่า “ท่านครับ พวกนี้มันอะไรกันครับ”
5 ทูตสวรรค์ที่พูดอยู่กับผม ตอบผมว่า “เจ้าไม่รู้หรือว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร”
ผมตอบว่า “ไม่รู้ครับท่าน”
6 ท่านตอบว่า “นี่คือข่าวสารของพระยาห์เวห์ที่มีมาถึงเศรุบบาเบลว่า ‘ความสำเร็จ+ 4:6 ความสำเร็จ ในที่นี้ คงหมายถึง ความสำเร็จในการสร้างวิหาร ไม่ได้มาจากพละกำลังและฤทธิ์อำนาจของมนุษย์ แต่มาจากพระวิญญาณของเรา’ พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่าอย่างนั้น 7 เจ้าภูเขาที่ยิ่งใหญ่ เจ้าคืออะไร ต่อหน้าเศรุบบาเบล เจ้าจะกลายเป็นพื้นราบ ท่านจะวางหินบนยอดสูงสุดของวิหาร และผู้คนจะร้องว่า ‘สวยมาก วิหารนี้ ช่างสวยจริงๆ’”
8 ผมได้รับข่าวสารของพระยาห์เวห์ว่า 9 “เศรุบบาเบลได้วางรากฐานของวิหารนี้แล้ว และเขาจะสร้างมันจนเสร็จด้วย” เจ้าจะได้รู้ว่าพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นเป็นผู้ที่ส่งผมมาหาพวกเจ้า 10 คนที่เห็นว่าตอนเริ่มต้นนั้นกระจอกงอกง่อย จะได้เฉลิมฉลอง เมื่อพวกเขาเห็นแผ่นดีบุกคำจารึกอยู่ในมือของเศรุบบาเบล ทูตสวรรค์พูดกับผมว่า “ตะเกียงทั้งเจ็ดอันนี้ เป็นดวงตาของพระยาห์เวห์ ที่มองสาดส่ายไปมาทั่วโลก”
11 เมื่อผมถามท่านว่า “แล้วต้นมะกอกสองต้นที่อยู่ทางซ้ายขวาของขาตั้งตะเกียงนั้นล่ะ หมายถึงอะไรครับ” 12 ผมถามเขาอีกเป็นครั้งที่สองว่า “แล้วกิ่งของต้นมะกอกสองกิ่ง ที่เทน้ำมันสีทองผ่านทางท่อทองคำสองท่อนั้น มันหมายถึงอะไรครับ”
13 ท่านตอบผมว่า “เจ้าไม่รู้หรือว่าของพวกนี้หมายถึงอะไร”
ผมตอบว่า “ไม่รู้ครับท่าน”
14 ท่านก็บอกว่า “ของพวกนี้หมายถึงผู้นำสองคน+ 4:14 ผู้นำสองคน ในที่นี้หมายถึง “โยชูวา นักบวชสูงสุด และเศรุบบาเบล” ที่ได้รับการเจิมด้วยน้ำมัน ทั้งสองยืนอยู่ข้างๆพระยาห์เวห์ผู้เป็นเจ้านายของโลกทั้งใบ”
5นิมิตที่หก: แผ่นม้วนหนังที่ลอยในอากาศ
1 ผมเงยหน้าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และมองเห็นแผ่นม้วนหนังม้วนหนึ่งลอยอยู่ในอากาศ 2 ทูตสวรรค์ถามผมว่า “เจ้าเห็นอะไร”
ผมตอบว่า “ผมเห็นแผ่นม้วนหนังม้วนหนึ่งลอยอยู่ในอากาศ แผ่นม้วนหนังนี้ยาวยี่สิบศอก และกว้างสิบศอก”
3 ทูตสวรรค์พูดกับผมว่า “มีคำสาปแช่งเขียนอยู่บนแผ่นม้วนหนังนั้น เป็นคำสาปแช่งที่แพร่กระจายไปทั่วแผ่นดินนี้ เพราะที่ผ่านมา ทุกคนที่ขโมย ไม่ได้ถูกลงโทษ และทุกคนที่สาบานว่าจะพูดความจริงแต่กลับเป็นพยานเท็จ ก็ไม่ได้ถูกลงโทษ” 4 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า “เราจะส่งคำสาปแช่งนั้นเข้าไปในบ้านของพวกขโมย และเข้าไปในบ้านของคนที่สาบานว่าจะพูดความจริงแต่กลับเป็นพยานเท็จ คำสาปแช่งนั้นจะอยู่ในบ้านของพวกเขา และมันจะทำลายบ้านของพวกเขา รวมทั้งพวกท่อนไม้และก้อนหินของมัน”
นิมิตที่เจ็ด: ผู้หญิงในถังตวง
5 ทูตสวรรค์ที่เคยพูดอยู่กับผมก็ออกมา และพูดกับผมว่า “เงยหน้าดูสิ่งที่กำลังมาทางนี้”
6 ผมพูดว่า “นั่นอะไรครับ”
ท่านบอกว่า “สิ่งที่กำลังมานั้น คือถังตวง”
ท่านบอกว่า “ถังตวงนี้หมายถึงความผิดบาปของคนทั้งแผ่นดิน”
7 ฝาตะกั่วของถังนั้นถูกยกขึ้น และมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในถังนั้น 8 ทูตสวรรค์บอกว่า “ผู้หญิงคนนี้หมายถึงความชั่วร้าย” ทูตสวรรค์ผลักเธอกลับเข้าไปในถังนั้น แล้วเลื่อนฝาตะกั่วมาปิดปากถังไว้ 9 ผมเงยหน้าขึ้นมา เห็นผู้หญิงสองคนบินตรงมาหาเรา พวกนางมีปีกเหมือนปีกนกกระสา และปีกของพวกนางก็กางออกรับลม พวกนางมายกถังตวงนั้นแล้วบินไป 10 ผมพูดกับทูตสวรรค์ที่พูดอยู่กับผมว่า “พวกนางจะเอาถังนั้นไปไหนหรือครับ”
11 ทูตสวรรค์บอกผมว่า “พวกนางกำลังจะไปสร้างบ้านให้กับถังนั้น ในแผ่นดินชินาร์+ 5:11 ชินาร์ เป็นเขตแดนที่อยู่รอบๆบาบิโลน ดูได้จากหนังสือปฐมกาล 11:2 และหลังจากที่พวกนางสร้างบ้านนั้นแล้ว พวกนางก็จะวางถังนั้นไว้ที่นั่น”
6นิมิตที่แปด: รถม้าสี่คัน
1 ผมเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้งหนึ่ง ผมเห็นรถรบสี่คันออกมาจากระหว่างภูเขาทองสัมฤทธิ์สองลูก 2 รถรบคันแรกมีพวกม้าสีแดงลาก รถรบคันที่สองมีพวกม้าสีดำลาก 3 รถรบคันที่สามมีพวกม้าสีขาวลาก และรถรบคันที่สี่มีพวกม้าที่เป็นจุดด่างๆลาก ม้าทุกตัวเป็นม้าที่แข็งแรง
4 จากนั้นผมถามทูตสวรรค์ที่พูดอยู่กับผมว่า “พวกนี้หมายถึงอะไรกันครับท่าน”
5 ทูตสวรรค์ตอบว่า “พวกนี้คือลมสี่ทิศจากฟ้าสวรรค์ที่กำลังออกไป หลังจากยืนประจำการอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์เจ้าของโลกนี้ 6 พวกม้าสีดำกำลังออกไปทางทิศเหนือ พวกม้าสีขาวกำลังออกไปทางทิศตะวันตก และพวกม้าจุดด่างกำลังออกไปทางทิศใต้”+ 6:6 ข้อหกนี้ในภาษาฮีบรูไม่ได้พูดถึงพวกม้าสีแดง และไม่ได้บอกด้วยว่าพวกม้าสีไหนกำลังเดินทางไปทางตะวันออก เป็นไปได้ว่าประโยคนี้อาจจะตกหล่นไปโดยไม่ได้ตั้งใจตอนคัดลอก
7 พวกม้าที่แข็งแรงพวกนี้ออกมา พวกมันอยากจะท่องตรวจตราไปในโลกนี้ พระยาห์เวห์จึงพูดว่า “ไปเลย ไปท่องตรวจตราโลก” พวกมันจึงท่องตรวจตราไปในโลกนี้
8 พระองค์เรียกผมเข้าไปหาและพูดกับผมว่า “ดูม้าพวกนั้นที่เดินทางไปทางเหนือสิ พวกมันได้ทำให้ความโกรธของเราสงบลงที่นั่น”
โยชูวานักบวชสูงสุดได้รับมงกุฎ
9 พระคำของพระยาห์เวห์ที่มาถึงผมพูดว่า 10 “เฮลดัย โทบียาห์ และเยดายาห์ เพิ่งกลับมาจากการถูกเนรเทศไปบาบิโลน ไปเอาเงินและทองจากพวกเขาสิ และในวันเดียวกันนั้นให้เจ้าไปบ้านของโยสิยาห์ลูกชายของเศฟันยาห์ 11 ให้เอาเงินและทองนั้นมาทำเป็นมงกุฎสองอัน และให้เอามงกุฎอันหนึ่งไปสวมหัวของโยชูวานักบวชสูงสุด ลูกชายของเยโฮซาดัก 12 และให้บอกกับโยชูวาว่า
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
‘ดูสิ นี่คือชายชื่อ “กิ่ง”
เขาจะแผ่กิ่งของเขาออกมาในที่ที่เขาอยู่
และเขาจะสร้างวิหารของพระยาห์เวห์
13 คนนี้แหละจะเป็นคนสร้างวิหารของพระยาห์เวห์
คนนี้แหละจะเป็นคนได้รับเกียรติ
เขาจะนั่งและปกครองอยู่บนบัลลังก์ของเขา
และจะมีนักบวชคนหนึ่งอยู่ข้างๆบัลลังก์ของเขา
ชายทั้งสองคนนี้จะทำงานร่วมกันอย่างกลมเกลียว’
14 และมงกุฎอีกอันหนึ่งจะเป็นเครื่องเตือนใจในวิหารของพระยาห์เวห์ให้กับ เฮลดัย โทบียาห์ เยดายาห์ และโยสิยาห์ลูกของเศฟันยาห์
15 คนที่อยู่ไกลๆจะได้มาช่วยกันสร้างวิหารของพระยาห์เวห์ แล้วพวกเจ้าจะได้รู้ว่าพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้ส่งผมมาหาเจ้า และสิ่งนี้จะเกิดขึ้น ถ้าพวกเจ้าจะเชื่อฟังเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าอย่างเต็มที่”
7พระยาห์เวห์อยากให้คนของพระองค์มีความเมตตาปรานี
1 ในปีที่สี่ที่ดาริอัสเป็นกษัตริย์ของเปอร์เซีย ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มาถึงเศคาริยาห์ ในวันที่สี่ของเดือนเก้า ซึ่งเป็นเดือนคิสเลฟ+ 7:1 คิสเลฟ ตรงกับวันที่ 7 ธันวาคม ปี 518 ก่อนพระเยซูมาเกิด2 เมืองเบธเอลส่งชาเรเซอร์ และเรเกมเมเลค มาขอให้พระยาห์เวห์อวยพรพวกเขา 3 พวกเขาพูดกับพวกนักบวชที่วิหารของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นและพูดกับพวกผู้พูดแทนพระเจ้าว่า “ในช่วงเดือนที่ห้าของทุกปี+ 7:3 เดือนที่ห้าของทุกปี พระวิหารถูกทำลายในเดือนที่ห้าปี 586 ก่อนพระเยซูมาเกิด ดูเพิ่มเติมได้จาก 2 พงศ์กษัตริย์ 25:8 พวกเราร้องไห้และอดอาหาร ไว้ทุกข์ให้กับวิหารที่ถูกทำลายไป เราทำอย่างนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว จะให้เราทำต่อไปอีกหรือเปล่า”
4 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นมาถึงผมว่า 5 “ให้บอกกับทุกคนในแผ่นดินนี้และให้บอกกับพวกนักบวชด้วยว่า ‘ที่พวกเจ้าอดอาหารและไว้ทุกข์ในเดือนที่ห้าและในเดือนที่เจ็ดเป็นเวลาถึงเจ็ดสิบปีแล้วนั้น พวกเจ้าแน่ใจหรือว่าได้อดอาหารให้กับเราจริงๆ 6 แล้วเวลาที่เจ้ากินและดื่มนั้น พวกเจ้าไม่ใช่กินและดื่มเพื่อประโยชน์สุขของตัวเองหรอกหรือ 7 คำพูดอย่างนี้ พระยาห์เวห์ก็เคยพูดไปแล้วไม่ใช่หรือผ่านทางพวกผู้พูดแทนพระเจ้าในสมัยก่อน เรื่องนี้พระองค์เคยพูดไปแล้วไม่ใช่หรือ ตอนที่เยรูซาเล็มและหมู่บ้านรอบข้างมั่นคงปลอดภัยและมีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย และเรื่องนี้พระองค์เคยพูดไปแล้วไม่ใช่หรือตอนที่ดินแดนเนเกบและเชเฟลาห์+ 7:7 เนเกบและเชเฟลาห์ เป็นดินแดนทางตอนใต้และทางตะวันตกของเมืองเยรูซาเล็มยังมีผู้คนอาศัยอยู่’”
8 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มาถึงเศคาริยาห์ พูดอย่างนี้ว่า
9 “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด
‘ให้ตัดสินอย่างยุติธรรม
ให้มีน้ำใจต่อกันและเห็นอกเห็นใจกัน
10 อย่ากดขี่ข่มเหงแม่หม้าย เด็กกำพร้า คนต่างชาติ หรือคนจน
อย่าวางแผนชั่วในใจต่อกัน’
11 แต่คนพวกนั้นก็ไม่ยอมฟัง
พวกเขาทำเป็นเมิน ดื้อดึง
และยังอุดหูไม่ยอมฟัง
12 เขาทำให้ใจตัวเองแข็งเหมือนเพชรเพื่อจะไม่ได้ยินกฎและคำสั่งต่างๆ
ที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นส่งผ่านมาทางพระวิญญาณของพระองค์
โดยพวกผู้พูดแทนพระเจ้าในสมัยก่อน
พระยาห์เวห์จึงโกรธแค้นมาก
13 ดังนั้นพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
‘ตอนที่เราเรียกพวกเขา พวกเขาก็ไม่ยอมฟังเรา
ดังนั้น ตอนนี้พวกเขาขอความช่วยเหลือจากเรา
เราก็จะไม่ยอมฟังพวกเขาเหมือนกัน
14 แล้วเราได้พัดพวกเขาให้กระจัดกระจายไปอยู่ท่ามกลางชนชาติที่พวกเขาไม่รู้จัก
จนแผ่นดินรกร้างว่างเปล่าจนไม่มีใครเดินผ่านไปมา
เมื่อชนชาติต่างๆเหล่านั้นบุกเข้ามา
และแผ่นดินที่น่าอยู่ก็ถูกทำลายไป’”
8พระเจ้าสัญญาว่าจะอวยพรเยรูซาเล็ม
1 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นที่มาถึงผมพูดว่า 2 “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด ‘เราหึงหวงศิโยน ด้วยความหึงหวงมาก เราหึงหวงเธออย่างแรงกล้า’ 3 พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ คือ ‘เราได้กลับมายังศิโยน และเราจะอาศัยอยู่ท่ามกลางเยรูซาเล็ม ดังนั้นเยรูซาเล็มจะมีชื่อเรียกว่า “เมืองแห่งความสัตย์ซื่อ” และภูเขาของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น จะมีชื่อเรียกว่า “ภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์”’”
4 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดคือ “คนแก่ทั้งชายและหญิงจะได้มานั่งพักผ่อนกันตามลานเมืองทั้งหลายของเยรูซาเล็มอีก ผู้ชายแต่ละคนจะถือไม้เท้าอยู่ในมือเพราะแก่แล้ว 5 ตามลานเมืองทั้งหลายจะเต็มไปด้วยเด็กๆทั้งชายและหญิงวิ่งเล่นกัน” 6 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นถามคือ “ถึงแม้มันจะดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ในสายตาของคนที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบันนี้ นั่นหมายความว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ในสายตาของเราด้วยหรือ” พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นถาม
7 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด คือ “เรากำลังจะช่วยกู้คนของเราจากแผ่นดินทางทิศตะวันออก และทางทิศตะวันตก 8 เราจะนำพวกเขามาอาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็มนี้ พวกเขาจะเป็นคนของเรา และเราก็จะเป็นพระเจ้าของพวกเขา ที่สัตย์ซื่อและชอบธรรม”
9 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดคือ “กล้าหาญไว้ พวกเจ้าที่เพิ่งได้ยินคำเหล่านี้จากปากของพวกผู้พูดแทนพระเจ้า ตอนวางรากฐานสร้างวิหารของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นขึ้นมาใหม่ 10 ก่อนหน้าที่จะสร้างวิหารนั้น ไม่มีเงินพอที่จะจ้างคนงานแม้แต่คนเดียว ไม่มีเงินพอที่จะเช่าสัตว์สักตัวมาใช้งาน คนที่เดินทางก็ไม่มีความปลอดภัยจากศัตรู และเราก็ได้ทำให้แต่ละคนเป็นศัตรูกัน 11 แต่ตอนนี้ จะไม่เหมือนตอนนั้นอีกแล้ว เราจะเป็นพระเจ้าของคนที่ยังเหลืออยู่พวกนี้” พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่าอย่างนั้น
12 “พวกเขาจะหว่านเมล็ดพืชในเวลาที่สงบศึก ต้นองุ่นจะออกผลของมัน ผืนดินจะให้ผลผลิต ท้องฟ้าจะให้ฝน และเราจะยกสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดให้เป็นสมบัติของคนของเราที่ยังเหลืออยู่ 13 คนยูดาห์และคนอิสราเอลเอ๋ย ชนชาติทั้งหลายเคยพูดว่า พวกเจ้าเป็นตัวอย่างของคนที่ถูกสาปแช่ง แต่อีกไม่ช้า เราจะช่วยกู้พวกเจ้า และคนก็จะพูดถึงพวกเจ้าว่า เป็นตัวอย่างของคนที่ได้รับพระพร ไม่ต้องกลัว กล้าหาญไว้”
14 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด คือ “เราเคยตั้งใจจะทำให้เกิดความหายนะขึ้นกับเจ้า ตอนที่บรรพบุรุษของเจ้าทำให้เราโกรธ และเราก็ไม่ได้เปลี่ยนใจ” พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่าอย่างนั้น 15 “แล้วในวันนี้ เราตั้งใจที่จะทำดีต่อคนเยรูซาเล็มและคนยูดาห์ ดังนั้นอย่าได้กลัวเลย 16 พวกเจ้าจะต้องทำสิ่งเหล่านี้ คือ ให้พูดแต่ความจริงเท่านั้นต่อเพื่อนบ้านของตน ให้ตัดสินอย่างยุติธรรมในศาลเพื่อก่อให้เกิดสันติภาพ 17 พวกเจ้าจะต้องไม่วางแผนชั่วร้ายในใจต่อเพื่อนบ้านของตน เจ้าต้องไม่เป็นพยานเท็จ เพราะทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราเกลียด” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
18 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ได้มาถึงผมว่า 19 “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด ‘วันอดอาหารในเดือนสี่ เดือนห้า เดือนเจ็ดและเดือนสิบ จะกลายเป็นเวลาชื่นชมยินดีและเฉลิมฉลองกัน เป็นเทศกาลแห่งความสุขสำหรับคนยูดาห์ แต่พวกเจ้าจะต้องรักความจริงและรักสันติภาพ’”
20 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด คือ
“ในอนาคตผู้คนและพลเมืองจากหลายๆเมืองจะมาที่เยรูซาเล็ม
21 คนของเมืองหนึ่งจะพูดกับคนของอีกเมืองหนึ่งว่า
‘พวกเราไปขอความช่วยเหลือจากพระยาห์เวห์กันเถอะ
ไปนมัสการพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นกันเถอะ ผมเองกำลังจะไป’”
22 คนเป็นจำนวนมาก และชนชาติต่างๆที่มีอำนาจ จะมานมัสการพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นในเยรูซาเล็ม และมาแสวงหาความช่วยเหลือจากพระยาห์เวห์ 23 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด คือ “ในวันเหล่านั้น ชาวยิวแต่ละคน จะโดนคนต่างชาติสิบคนที่พูดคนละภาษา เข้ามาจับ ใช่แล้วคือมาจับชายเสื้อคลุมของพวกเขา และพูดว่า ‘ขอพวกเราไปกับพวกท่านด้วยเถิด เพราะเราได้ยินว่าพระเจ้าสถิตกับพวกท่าน’”
9การตัดสินชนชาติอื่นๆ
1 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ ต่อต้านแผ่นดินหัดรากและเพ่งเล็งเมืองดามัสกัส เพราะพระยาห์เวห์เฝ้าดูว่าคนเขาทำอะไรกันในอารัม เหมือนกับที่พระองค์เฝ้าดูเผ่าต่างๆของอิสราเอล+ 9:1 เพราะพระยาห์เวห์ … ของอิสราเอล หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เพราะสายตาของมนุษย์ทุกคน รวมทั้งสายตาของคนอิสราเอล ต่างก็มองไปที่พระยาห์เวห์” หรืออาจจะแปลได้ว่า “พระยาห์เวห์เฝ้าดูมนุษย์ทุกคนเหมือนกับที่พระองค์ทำกับเผ่าต่างๆของอิสราเอล”2 ถ้อยคำนี้ได้ต่อต้านเมืองฮามัทซึ่งมีพรมแดนติดกับดามัสกัสและยังต่อต้านเมืองไทระกับเมืองไซดอนด้วย ทั้งๆที่พวกเขาเฉลียวฉลาดมาก 3 เมืองไทระสร้างป้อมปราการสำหรับตัวเอง มันสะสมเงินไว้เป็นกองพะเนินเหมือนฝุ่นและสะสมทองไว้เป็นกองพะเนินเหมือนผงดินที่อยู่ตามถนนต่างๆ 4 องค์เจ้าชีวิตจะขับไล่เธอออกไป พระองค์จะซัดป้อมปราการของเธอลงไปในทะเล+ 9:4 ซัดป้อมปราการ … ในทะเล ในปี 332 ปีก่อนพระเยซูมาเกิด อเล็กซานเดอร์มหาราชได้ทำลายเมืองไทระและเอาซากหินของมันไปถมทะเลเพื่อเป็นทางไปสู่ป้อมปราการที่อยู่บนเกาะ และไทระจะถูกไฟเผาเป็นเถ้าถ่านไป
5 เมืองอัชเคโลน+ 9:5 เมืองอัชเคโลน เมืองต่างๆที่พูดถึงในข้อ 5-7 นี้ เป็นเมืองสำคัญๆของคนฟีลิสเตีย ที่อาศัยอยู่แถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปทางทิศตะวันตกของยูดาห์ จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับไทระและจะกลัว เมืองกาซาก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เหมือนกัน และจะดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เมืองเอโครนก็จะดิ้นทุรนทุรายเหมือนกัน เพราะความคาดหวังของเธอเหือดแห้งไปเสียแล้ว จะไม่มีกษัตริย์ในกาซาอีกแล้ว และอัชเคโลนก็จะไม่มีผู้คนอาศัยอีกต่อไป 6 พวกลูกผสมจะมาอาศัยอยู่ในอัชโดด และเราจะทำลายความเย่อหยิ่งจองหองของคนฟีลิสเตียให้หมดไป 7 เราจะเอาเนื้อที่ยังมีเลือดติดอยู่ออกจากปากของเขา เราจะเอาของที่น่าขยะแขยงออกจากซี่ฟันของเขา และคนฟีลิสเตียที่ยังเหลืออยู่จะเป็นของพระเจ้าของเรา+ 9:7 คนฟีลิสเตีย … พระเจ้าของเรา เศคาริยาห์พยากรณ์ว่า ชาวฟีลิสเตียจะมาร่วมกับชาวยิว และทำตามกฎของโมเสส รวมทั้งข้อห้ามกินเนื้อของสัตว์บางชนิดและเลือด พวกเขาจะมีฐานะเหมือนกับตระกูลหนึ่งของยูดาห์และชาวเอโครนจะเป็นเหมือนคนเยบุส+ 9:7 คนเยบุส คนเยบุสเคยอาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม จนถึงสมัยของกษัตริย์ดาวิด กษัตริย์ดาวิดได้รบชนะคนเยบุส และยึดเอาเมืองเยรูซาเล็มมาเป็นเมืองหลวงของเขา (ดูได้จากหนังสือ 2 ซามูเอลบทที่ 5)8 เราจะตั้งค่ายที่วิหารของเราเหมือนเป็นเมืองหน้าด่าน เราจะคอยป้องกันไม่ให้คนบุกรุกเข้ามา และผู้กดขี่จะไม่มีวันได้เข้ามาข่มเหงพวกเขาอีกต่อไป เพราะตอนนี้เรากำลังเฝ้าดูอยู่ด้วยตาของเราเอง
กษัตริย์ในอนาคต
9 ศิโยน ลูกสาวเอ๋ย ให้ชื่นชมยินดีอย่างสุดใจเถิด
เยรูซาเล็ม ลูกสาวเอ๋ย โห่ร้องด้วยความยินดีเถิด
ดูสิ กษัตริย์ของเธอมาหาเธอแล้ว
พระองค์ให้ความเป็นธรรมและมีชัยชนะ
พระองค์นั้นถ่อมสุภาพและขี่อยู่บนหลังลา ขี่บนลาหนุ่ม ลูกของแม่ลา
10 เราจะกำจัดพวกรถรบไปจากเอฟราอิม
เราจะกำจัดพวกม้าศึกไปจากเยรูซาเล็ม
ธนูสงครามจะถูกกำจัดให้หมดไป
กษัตริย์องค์นั้นจะเจรจาสงบศึกระหว่างประชาชาติทั้งหลาย
ท่านจะปกครองจากทะเลฟากหนึ่งไปถึงทะเลอีกฟากหนึ่ง
และจากแม่น้ำยูเฟสติสไปถึงสุดปลายโลก
พระยาห์เวห์จะช่วยกู้คนของพระองค์
11 ส่วนเจ้า เยรูซาเล็ม เราได้ใช้เลือดเพื่อยืนยันข้อตกลงกับเจ้า+ 9:11 ใช้เลือด … กับเจ้า พระเจ้าใช้เลือดของสัตว์บูชา เพื่อยืนยันข้อตกลงกับอับราฮัม (ปฐมกาล 15:9-11) กับโมเสส (อพยพ 24:5-8) และผ่านทางเครื่องบูชาประจำวันในวิหาร (อพยพ 29:38-46) และผ่านทางพระเยซู (มาระโก 14:24)
เราจะปลดปล่อยคนของเจ้าที่เป็นนักโทษนั้นออกจากบ่อที่ไม่มีน้ำ
12 พวกเจ้า นักโทษเอ๋ย กลับไปยังป้อมปราการของเจ้าซะ
ตอนนี้พวกเจ้ามีความหวังแล้ว
วันนี้ เราขอประกาศว่า
เราจะคืนให้กับเจ้าเป็นสองเท่าสำหรับสิ่งที่ถูกยึดไปนั้น
13 เพราะเราได้โก่งยูดาห์เหมือนคันธนู
เราได้ใส่เอฟราอิมเป็นลูกธนู
ศิโยนเอ๋ย เราจะแกว่งลูกๆของเจ้าไปรอบๆเหมือนดาบของนักรบผู้กล้าเพื่อต่อสู้กับพวกเจ้าชาวกรีซ
14 พระยาห์เวห์จะมาปรากฏเหนือพวกเขา
ลูกธนูของพระองค์จะพุ่งออกมาเหมือนฟ้าแลบ
พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิต จะเป่าแตรประจัญบาน
และพระองค์จะลุยไปข้างหน้าอย่างพายุทะเลทรายจากทิศใต้
15 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นจะปกป้องพวกเขา
แล้วคนของพระยาห์เวห์จะชนะพวกศัตรูอย่างราบคาบด้วยหินที่เหวี่ยงจากเชือกหนัง
พวกเขาจะดื่มและร้องตะโกนเหมือนพวกเมาเหล้าองุ่น
และเต็มอิ่มเหมือนชามเลือดจากการถวายสัตวบูชา
พวกเขาจะโชกไปด้วยเลือดเหมือนตามมุมของแท่นบูชา
16 ในวันนั้น พระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเขา จะช่วยกู้คนของพระองค์
เหมือนคนเลี้ยงแกะช่วยแกะของเขาให้รอดพ้น
พวกเขาเป็นเหมือนเพชรพลอยบนมงกุฎ
ส่องแสงระยิบระยับบนแผ่นดินของพระองค์
17 คนของพระยาห์เวห์นั้นช่างมีเสน่ห์และสวยงามเสียจริงๆ
คนหนุ่มและหญิงสาวจะแข็งแรงและมีสุขภาพดี
เพราะมีข้าวและเหล้าองุ่นใหม่อย่างเหลือเฟือ
10คำสัญญาของพระยาห์เวห์
1 ให้ขอฝนจากพระยาห์เวห์ในช่วงที่พืชผลต้องการฝน พระยาห์เวห์เป็นผู้ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง พระองค์ใช้พวกมันรดน้ำให้พืชผลในไร่นาเจริญเติบโต
2 พวกรูปเคารพ+ 10:2 รูปเคารพ ในข้อนี้ คือ “พวกเทราฟิม” เป็นรูปเคารพประจำบ้าน ที่บางครั้งคนนำไปทำนายอนาคต ดูเพิ่มเติมได้จากปฐมกาล 31:19 ผู้วินิจฉัย 17:5; 18:5ประจำบ้านให้คำทำนายที่ผิดๆไป และพวกเล่นเวทมนตร์ก็เห็นนิมิตที่ผิดๆ พวกทำนายฝันก็ทำนายไม่ได้เรื่อง ดังนั้นคนยูดาห์จึงเร่ร่อนไปเหมือนแกะ และพวกเขาก็ต้องลำบากเพราะไม่มีผู้เลี้ยง
3 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราโกรธพวกผู้เลี้ยงนี้มาก และเราจะลงโทษพวกผู้นำนี้” เพราะพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น เฝ้าดูแลฝูงสัตว์ของพระองค์ซึ่งก็คือคนยูดาห์ พระองค์จะเปลี่ยนคนยูดาห์ให้กลายเป็นม้าศึกที่สง่าผ่าเผยของพระองค์
4 จะมีผู้นำทุกประเภทออกมาจากยูดาห์ พวกเขาจะแข็งแรงอย่างกับหินมุมตึก จะมั่นคงอย่างกับหมุดปักเต็นท์ จะทรงอานุภาพอย่างกับธนูสงคราม 5 เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน พวกเขาจะเป็นเหมือนพวกนักรบในสงครามที่เหยียบย่ำศัตรูอย่างขี้โคลนบนถนน พวกเขาจะสู้รบในสงคราม เพราะพระยาห์เวห์สถิตอยู่กับพวกเขา และพวกเขาจะทำให้ทหารม้าพวกนั้นอับอาย 6 เราจะทำให้คนยูดาห์เข้มแข็งขึ้น เราจะช่วยกู้คนของโยเซฟ เราจะนำพวกเขากลับมา เพราะเราสงสารพวกเขา เราจะทำกับพวกเขาเหมือนกับว่าเราไม่เคยปฏิเสธพวกเขามาก่อน เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา และเราจะตอบคำอธิษฐานของพวกเขา 7 คนเอฟราอิมจะเป็นเหมือนพวกนักรบ และจิตใจของเขาจะมีความสุขเหมือนได้ดื่มเหล้าองุ่น คนของพวกเขาจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและชื่นบาน และจิตใจของเขาจะชื่นชมยินดีในพระยาห์เวห์
8 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะผิวปากเหมือนผู้เลี้ยงแกะเรียกพวกเขาเข้ามารวมกันเพราะเราไถ่พวกเขาแล้ว และพวกเขาจะมีจำนวนมากมายเหมือนกับแต่ก่อน 9 เราหว่านพวกเขาไปทั่วอย่างกับเมล็ดพืช แต่พวกเขาจะระลึกถึงเราในที่ห่างไกลเหล่านั้น พวกเขาและลูกๆจะมีชีวิตรอดกลับมา 10 เราจะนำพวกเขากลับมาจากแผ่นดินอียิปต์ เราจะรวบรวมพวกเขามาจากอัสซีเรีย เราจะนำพวกเขามายังแผ่นดินกิเลอาดและเลบานอน เพราะแผ่นดินอิสราเอลของพวกนั้นจะมีคนเต็มไปหมดจนไม่มีที่เพียงพอสำหรับพวกเขาแล้ว 11 พวกเขาจะเดินลอดทะเลแห่งความทุกข์ พวกเขาจะตีคลื่นในทะเลนั้น ส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำไนล์จะแห้งไป ความเย่อหยิ่งจองหองของอัสซีเรียจะตกต่ำลง และคทาแห่งอำนาจของอียิปต์จะถูกเอาไป 12 เราจะทำให้คนของเราเข้มแข็งขึ้นในพระยาห์เวห์ และพวกเขาจะเดินลุยออกไปในนามของเรา” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
11พระเจ้าจะลงโทษชนชาติอื่นๆ
1 เลบานอน เปิดพวกประตูของเจ้า
เพื่อไฟจะได้เผาผลาญพวกสนซีดาร์+ 11:1 สนซีดาร์ ต้นไม้นี้และต้นอื่นๆที่กล่าวถึงในข้อต่างๆนี้ เปรียบเทียบถึงพวกผู้นำทางการเมืองของประเทศเพื่อนบ้านของอิสราเอล ของเจ้า
2 ต้นสนจูนิเปอร์ ร้องโหยหวนซะ
เพราะต้นสนซีดาร์ได้ล้มลงแล้ว
เพราะพวกต้นไม้ที่โอ่อ่าสูงใหญ่ถูกทำลายลงแล้ว
พวกต้นโอ๊กของบาชานร้องโหยหวนซะเพราะป่าดงดิบถูกโค่นลงแล้ว
3 ฟังเสียงร้องไห้คร่ำครวญของพวกผู้เลี้ยงสิ
เพราะทุ่งหญ้าอันรุ่งโรจน์ทั้งหลายของพวกเขาถูกทำลายไปแล้ว
ฟังเสียงร้องคำรามของพวกสิงโตสิ
เพราะพุ่มไม้หนาของแม่น้ำจอร์แดนถูกทำลายไปแล้ว
ผู้เลี้ยงที่เลวกับผู้เลี้ยงที่ดี
4 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราพูด คือ “ให้เลี้ยงดูแกะที่จะเอาไปฆ่านั้นให้ดี 5 คนที่ซื้อพวกเขาไปก็ฆ่าพวกเขาโดยไม่รู้สึกเสียใจ ส่วนคนที่ขายพวกแกะก็พูดว่า ‘สรรเสริญพระยาห์เวห์ เพราะข้าพเจ้าร่ำรวยแล้ว’ และพวกคนที่เลี้ยงแกะนั้นก็ไม่รู้สึกสงสารแกะที่พวกเขาเลี้ยงมา+ 11:5 คนที่เลี้ยง … เขาเลี้ยงมา ส่วนนี้ที่พูดเกี่ยวกับผู้เลี้ยงแกะ เป็นการพูดเหน็บแนม พวกผู้นำของยูดาห์เปรียบเหมือนผู้เลี้ยงแกะ ส่วนพวกแกะก็คือประชาชนของเขา แต่ผู้เลี้ยงชุดนี้สนใจแต่จะขุนแกะให้อ้วนพี เพื่อเอาไปฆ่ากิน6 ดังนั้นเราจะไม่สงสารคนพวกนั้นที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินยูดาห์อีกต่อไป เราจะหันประชาชนทั้งหมดให้ต่อต้านกันเอง แล้วจะมอบพวกเขาไว้ใต้อำนาจของพวกผู้ครอบครองเขา พวกผู้ครอบครองนี้จะบดขยี้แผ่นดินนี้ และเราจะไม่ช่วยให้ใครรอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกนั้นเลย” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
7 แกะที่จะเอาไปฆ่านั้น ผมได้เลี้ยงพวกเขาแทนพวกพ่อค้าแกะ ผมเอาไม้เท้ามาสองอัน เรียกอันหนึ่งว่า “ความเมตตาปรานี” และเรียกอีกอันว่า “ความเป็นหนึ่งเดียว” และผมได้เลี้ยงดูแกะเหล่านั้นด้วยไม้เท้าทั้งสองนี้ 8 ผมกำจัดผู้เลี้ยงไปสามคนในเดือนเดียว ผมเริ่มหมดความอดทนต่อแกะ และพวกเขาก็ดูหมิ่นผมด้วย 9 แล้วผมพูดว่า “เราจะไม่เลี้ยงดูพวกเจ้าอีกแล้ว ปล่อยให้แกะที่กำลังจะตาย ตายไปซะ และปล่อยตัวที่กำลังจะถูกทำลาย ถูกทำลายไปซะ และให้ตัวที่ยังเหลืออยู่นั้นกินเนื้อของกันและกัน” 10 แล้วผมก็เอาไม้เท้าอันที่มีชื่อว่า “ความเมตตาปรานี” และหักมันเป็นสองท่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรายกเลิกข้อตกลงที่เราได้ทำไว้กับประชาชนทั้งหมด 11 ดังนั้นข้อตกลงจึงถูกยกเลิกในวันนั้น และพวกพ่อค้าสัตว์ที่กำลังมองผมอยู่ ก็รู้ว่า นี่คือถ้อยคำของพระยาห์เวห์
12 ผมพูดกับพวกเขาว่า “ถ้าพวกเจ้าอยากจ่ายค่าแรงให้กับผม ก็จ่ายมา แต่ถ้าไม่อยากจ่ายก็ไม่ต้องจ่าย” แล้วพวกเขาก็จ่ายค่าแรงให้กับผมเป็นเงินสามสิบแผ่น 13 พระยาห์เวห์พูดกับผมว่า “โยนเงินนั้นลงไปในกล่องถวายซะ เพราะนั่นแหละเป็นค่าตัวที่เขาตีให้กับเรา มันแสนจะมากมายเสียเหลือเกิน”+ 11:13 มันแสนจะมากมายเสียเหลือเกิน พระยาห์เวห์กำลังพูดประชดพวกเขา ผมจึงเอาเงินสามสิบแผ่นนั้นไปโยนลงในกล่องถวายในวิหารของพระยาห์เวห์ 14 จากนั้นผมได้หักไม้เท้าอันที่สองที่มีชื่อว่า “ความเป็นหนึ่งเดียว” เพื่อให้เห็นว่าผมได้ทำลายความเป็นพี่น้องกันระหว่างชาวยูดาห์กับชาวอิสราเอลแล้ว
15 พระยาห์เวห์พูดกับผมว่า “ให้เอาเครื่องมือของผู้เลี้ยงที่โง่เขลามา 16 เพราะเรากำลังจะแต่งตั้งผู้เลี้ยงแกะคนใหม่ในแผ่นดินนี้ ผู้เลี้ยงคนใหม่นี้จะไม่สนใจพวกแกะที่กำลังจะตาย จะไม่ไปตามหาตัวที่หลงหาย จะไม่เยียวยารักษาตัวที่บาดเจ็บ จะไม่เลี้ยงดูตัวที่แข็งแรง แต่จะกินเนื้อของตัวที่อ้วนพีเหล่านั้น และฉีกกินแม้แต่กีบเท้าของแกะพวกนั้น”
17 เฮ้ย เจ้าผู้เลี้ยงแกะที่ไร้ค่า
ผู้ที่ทอดทิ้งฝูงแกะ
ขอให้ดาบตีแขนของเจ้า
แทงตาข้างขวาของเจ้า
ขอให้แขนของเจ้าลีบไปอย่างสิ้นเชิง
ขอให้ตาข้างขวาของเจ้าบอดสนิท
12ชาวเยรูซาเล็มจะเฉลิมฉลองกัน
1 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ที่เกี่ยวกับอิสราเอล พระยาห์เวห์ผู้ขึงแผ่นฟ้าและตั้งรกรากแผ่นดินโลก ผู้ที่สร้างวิญญาณที่อยู่ในมนุษย์ พระองค์พูดว่า 2 “เรากำลังจะทำให้เยรูซาเล็มกลายเป็นถ้วยเหล้าองุ่น ที่ทำให้ชนชาติต่างๆที่อยู่ล้อมรอบเมาโซเซ และความทุกข์ทรมานนี้จะตกกับยูดาห์ด้วย เมื่อเยรูซาเล็มถูกล้อมไว้ 3 ในวันนั้นเราจะทำให้เยรูซาเล็มกลายเป็นหินที่หนักอึ้งที่ไม่มีใครยกไหว ทุกคนที่พยายามจะยกมันจะบาดเจ็บสาหัส และทุกๆชนชาติในโลกนี้จะรวมตัวกันมาต่อต้านมัน”
4 พระยาห์เวห์พูดว่า “แต่ในวันนั้น เราจะทำให้ม้าทุกตัวตกใจกลัว เราจะทำให้ทหารที่ขี่ทุกคนบ้าคลั่ง แต่เราจะคอยเฝ้าดูคนยูดาห์ และเราจะทำให้ม้าทุกตัวของศัตรูตาบอดไป 5 พวกผู้นำตระกูลต่างๆของยูดาห์จะคิดในใจว่า ‘ที่พลเมืองของเยรูซาเล็มเข้มแข็ง ก็เพราะพวกเขามีพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น เป็นพระเจ้านั่นเอง’” 6 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในวันนั้นเราจะทำให้พวกผู้นำตระกูลต่างๆของยูดาห์เป็นเหมือนถาดใส่ถ่านร้อนแดง เป็นเหมือนคบเพลิงท่ามกลางมัดฟาง พวกผู้นำนั้นจะเผาผลาญชนชาติทั้งหลายที่อยู่รอบๆทั้งซ้ายขวา และคนเยรูซาเล็มจะอยู่อย่างปลอดภัยต่อไปในที่ของเขาคือในเมืองเยรูซาเล็ม”
7 พระยาห์เวห์จะให้ชัยชนะกับตระกูลของยูดาห์ก่อน เพื่อเกียรติยศของครอบครัวดาวิดและความรุ่งโรจน์ของชาวเยรูซาเล็ม จะไม่เกินหน้าเกินตาเผ่าของยูดาห์ไป 8 ในวันนั้น พระยาห์เวห์จะเป็นโล่ให้กับชาวเยรูซาเล็ม คนที่อ่อนแอที่สุดของพวกเขาก็จะเข้มแข็งเท่าดาวิด และครอบครัวของดาวิดก็จะเป็นเหมือนพระเจ้า เป็นเหมือนทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ที่นำหน้าพวกเขา
9 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในวันนั้นเราจะทำลายทุกชนชาติที่มาต่อต้านเยรูซาเล็ม
ชาวเยรูซาเล็มจะไว้ทุกข์ให้กับผู้ที่ถูกแทง
10 เราจะเทวิญญาณแห่งความเมตตาสงสารและการวิงวอนลงบนครอบครัวของดาวิดและลงบนชาวเยรูซาเล็ม พวกเขาจะแสวงหาการอภัยโทษจากเราผู้ที่พวกเขาแทง และพวกเขาจะร้องไห้เสียใจให้กับเรา เหมือนกับร้องไห้ให้กับลูกโทนที่ตายไป และพวกเขาจะร้องอย่างขมขื่นเหมือนกับร้องให้กับลูกหัวปีที่ตายไป 11 ในวันนั้นจะมีการไว้ทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ในเยรูซาเล็มเหมือนกับการไว้ทุกข์ให้กับฮาดัดริมโมน+ 12:11 ฮาดัดริมโมน อาจจะเป็นพระเจ้าแห่งพายุของคนคานาอัน พวกคานาอันจะทำพิธีไว้ทุกข์ในช่วงที่แห้งแล้งเหมือนกับพระองค์นี้ได้ตายไป หรือคำนี้อาจจะเป็นชื่อของหมู่บ้านหนึ่งในที่ราบเมกิดโดในที่ราบเมกิดโด 12 แต่ละตระกูลในแผ่นดินยูดาห์ ต่างคนต่างก็แยกกันไว้ทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลดาวิด ตระกูลนาธัน ตระกูลเลวี หรือตระกูลซีเมโอน รวมทั้งตระกูลอื่นๆที่เหลือทั้งหมด พวกผู้ชายและพวกเมียๆของเขา ต่างคนต่างแยกกันไว้ทุกข์ ไม่รวมกัน”
131 ในวันนั้นจะมีตาน้ำเกิดขึ้นมาให้กับครอบครัวของดาวิดและชาวเยรูซาเล็ม เป็นน้ำพุสำหรับชำระล้างความบาปและความไม่บริสุทธิ์
พวกรูปเคารพและผู้พูดแทนพระเจ้าจอมปลอมจะหมดไป
2 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า “ในวันนั้น เราจะลบชื่อต่างๆของพวกรูปเคารพทั้งหมดไปจากแผ่นดินนี้ และจะไม่มีใครระลึกถึงพวกมันอีกต่อไปแล้ว พวกผู้พูดแทนพระเจ้าจอมปลอมและวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ เราจะไล่ให้พ้นไปจากแผ่นดิน 3 ถ้ามีใครที่ยังไม่ยอมหยุดพูดแทนพระเจ้าแบบผิดๆ พ่อแม่ที่ให้เขาเกิดมาจะพูดว่า ‘เจ้าจะต้องตาย เพราะเจ้าพูดผิดๆในนามของพระยาห์เวห์’ แล้วพ่อแม่ที่ให้เขาเกิดมาจะแทงเขาหากเขายังขืนพูดแทนพระเจ้าอีก 4 ในวันนั้น ผู้พูดแทนพระเจ้าจอมปลอมแต่ละคนจะละอายที่จะบอกคนอื่นว่าเขาเห็นอะไรในนิมิต และพวกเขาจะไม่ใส่เสื้อคลุมของผู้พูดแทนพระเจ้าที่ทำจากขน เพื่อหลอกลวงคนอื่นอีก 5 ผู้พูดแทนพระเจ้าแต่ละคนจะพูดว่า ‘ผมไม่ใช่ผู้พูดแทนพระเจ้า ผมเป็นแค่ชาวนา เพราะที่ดินนี้เป็นของผมตั้งแต่หนุ่มแล้ว’ 6 และถ้ามีคนถามเขาว่า ‘แล้วแผลเป็นที่หน้าอก+ 13:6 แผลเป็นที่หน้าอก อาจจะเป็นแผลรอยถูกเฆี่ยนเพราะหลอกว่าเป็นผู้พูดแทนพระเจ้า หรือ อาจจะเป็นแผลที่เกิดจากการตีตัวเองตอนพูดแทนพระเจ้าทั้งหลายของคนต่างชาติ ดูเพิ่มเติมได้จาก 1 พงศ์กษัตริย์ 18:28พวกนี้เกิดจากอะไร’ เขาจะตอบว่า ‘ผมได้รับบาดเจ็บที่บ้านเพื่อน’”
พระยาห์เวห์จะหลอมคนของพระองค์ให้บริสุทธิ์
7 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
“ดาบเอ๋ยลุกขึ้นมา ต่อสู้กับผู้เลี้ยงของเรา ต่อสู้กับเพื่อนรักของเรา
ตีผู้เลี้ยง เพื่อแกะจะได้กระจัดกระจายไป
และเราจะลงโทษแกะตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้”
8 พระยาห์เวห์พูดว่า “คนสองในสามของแผ่นดินนี้จะถูกกำจัดและตายไป
และจะเหลือหนึ่งในสามในแผ่นดิน
9 เราจะเอาที่เหลือหนึ่งในสามนั้นใส่เข้าไปในไฟ เราจะหลอมพวกเขาเหมือนกับหลอมเงิน
เราจะทดสอบพวกเขาเหมือนกับทดสอบทองคำเพื่อให้มันบริสุทธิ์”
แล้วพวกเขาจะร้องขอให้เราช่วย
และเราจะตอบพวกเขาว่า “พวกเจ้าเป็นคนของเรา”
พวกเขาจะพูดว่า “พระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าของเรา”
14พระยาห์เวห์จะเป็นกษัตริย์ของโลกนี้
1 ดูสิ วันเวลาของพระยาห์เวห์กำลังมา และของที่มีค่าของเจ้าที่ถูกปล้นไปจะถูกแบ่งตรงหน้าของเจ้า 2 เราจะรวบรวมชนชาติทั้งหมดมาต่อสู้กับเมืองเยรูซาเล็ม เมืองจะถูกยึด บ้านต่างๆจะถูกปล้น และผู้หญิงจะถูกข่มขืน ครึ่งหนึ่งของเมืองจะถูกจับไปเป็นเชลย แต่คนที่เหลือจะไม่ถูกกำจัดไปจากเมือง 3 แล้วพระยาห์เวห์ก็จะออกไปสู้รบกับชนชาติต่างๆเหล่านั้น เหมือนกับที่พระองค์ทำประจำในช่วงสงคราม 4 ในวันนั้น เท้าของพระองค์จะเหยียบอยู่บนภูเขามะกอกเทศ ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองเยรูซาเล็ม และภูเขามะกอกเทศจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก และจะมีหุบเขาที่กว้างมากเกิดขึ้นระหว่างกลาง ภูเขาซีกหนึ่งจะแยกไปทางเหนือ อีกซีกหนึ่งจะแยกไปทางใต้ 5 แล้วพวกเจ้าจะได้หนีไปในระหว่างหุบเขานี้ในภูเขาของพระยาห์เวห์ ซึ่งจะไปไกลถึงอาซาล+ 14:5 ไปไกลถึงอาซาล ความหมายในภาษาฮีบรูยังไม่แน่ชัด พวกเจ้าจะหนีเหมือนตอนที่หนีแผ่นดินไหวในช่วงที่อุสซียาห์เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าของผมจะมาพร้อมกับพวกทูตสวรรค์ที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
6 ในวันนั้นจะไม่ร้อนไม่หนาว ไม่มีน้ำค้างแข็งตัว แต่มันจะเป็นกลางวันตลอดเวลา (มีแต่พระยาห์เวห์เท่านั้นที่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่) จะไม่มีกลางวันหรือกลางคืน แต่จะมีแสงสว่างตลอดแม้แต่ในกลางคืน 8 ในวันนั้นน้ำจะไหลออกไปจากเมืองเยรูซาเล็ม น้ำครึ่งหนึ่งจะไหลไปลงทะเลตายทางทิศตะวันออก น้ำอีกครึ่งหนึ่งจะไหลไปลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศตะวันตก มันจะไหลทั้งหน้าร้อนและหน้าหนาวไม่หยุดหย่อน 9 พระยาห์เวห์จะเป็นกษัตริย์ของโลกนี้ และในวันนั้นพระยาห์เวห์จะเป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียวที่ผู้คนกราบไหว้ 10 แผ่นดินทั้งหมดรอบๆเมืองเยรูซาเล็ม จะกลายเป็นที่ราบจากเกบาถึงริมโมนทางตอนใต้ของเยรูซาเล็ม แต่เมืองเยรูซาเล็มยังจะสูงเด่นและตั้งอยู่ในที่เดิมของมัน คือจากประตูเบนยามินไปถึงประตูตรงหัวมุม ที่เคยมีประตูมาก่อน และจากหอคอยฮานันเอลไปจนถึงบ่อย่ำองุ่นทั้งหลายของกษัตริย์ 11 ประชาชนจะอาศัยอยู่ที่นั่น และมันจะไม่ถูกสาปแช่งให้โดนทำลายอีกต่อไป และเยรูซาเล็มก็จะอยู่อย่างปลอดภัย
12 ต่อไปนี้จะเป็นภัยพิบัติที่พระยาห์เวห์จะทำให้เกิดขึ้นกับทุกคนที่มาทำสงครามกับเยรูซาเล็ม คือ พระองค์จะทำให้ร่างของศัตรูเน่าคาขาที่ยังยืนอยู่ ดวงตาของศัตรูก็จะเน่าคาเบ้า ลิ้นก็จะเน่าคาปาก 13 ในวันนั้นพระยาห์เวห์จะทำให้พวกเขาสับสนวุ่นวาย พวกเขาจะสู้รบกันอย่างประชิดตัว 14 แม้แต่คนยูดาห์จะมาต่อสู้กับเมืองเยรูซาเล็ม และทรัพย์สมบัติของชนชาติทั้งหมดรอบข้างก็จะถูกรวบรวมมา มันจะมีจำนวนมหาศาล ทั้งทองคำ เงิน และเสื้อผ้า 15 ภัยพิบัติอย่างเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นกับม้า ล่อ อูฐและลา รวมทั้งสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในค่ายพวกนั้นก็จะเจอภัยพิบัติแบบเดียวกัน
16 ทุกคนจากทุกชนชาติที่เคยโจมตีเยรูซาเล็ม ที่รอดจากภัยพิบัติ จะขึ้นมาเยรูซาเล็มทุกๆปี เพื่อนมัสการกษัตริย์คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น และจะร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอยู่เพิง 17 ถ้ามีเผ่าไหนในโลกนี้ ไม่ยอมขึ้นมาเยรูซาเล็มเพื่อนมัสการกษัตริย์คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ก็จะไม่มีฝนตกลงมาให้กับพวกเขา 18 ถ้าประชาชนของอียิปต์ไม่ยอมขึ้นมาเมืองเยรูซาเล็ม พระยาห์เวห์ก็จะให้ภัยพิบัติที่เคยเกิดกับชนชาติอื่นๆที่ไม่ยอมขึ้นมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอยู่เพิง เกิดขึ้นกับคนอียิปต์พวกนั้นด้วย 19 นี่จะเป็นโทษของคนอียิปต์ และชนทุกชาติที่ไม่ยอมขึ้นมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอยู่เพิง
20 ในวันนั้น แม้แต่กระพรวนที่ติดม้า จะมีคำจารึกว่า “เป็นของศักดิ์สิทธิ์สำหรับพระยาห์เวห์” และพวกหม้อหุงต้มในวิหารของพระยาห์เวห์ จะต้องถือว่าศักดิ์สิทธิ์ เหมือนกับชามประพรมต่างๆที่ตั้งอยู่ต่อหน้าแท่นบูชา 21 หม้อหุงต้มทุกๆใบในเยรูซาเล็มและในยูดาห์จะต้องศักดิ์สิทธิ์ให้กับพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น คนทั้งหมดที่เอาสัตว์มาถวายเป็นเครื่องบูชา จะสามารถมาใช้หม้อหุงต้มเหล่านี้ไปต้มเนื้อจากเครื่องบูชาที่พวกเขานำมาถวาย ในวันนั้นจะไม่มีพวกพ่อค้ามาขายหม้อหุงต้มศักดิ์สิทธิ์ในวิหารของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นอีกต่อไป