โรม

คำนำ

จดหมาย​ฉบับนี้ เปาโล​ได้​เขียน​ถึง​ผู้เชื่อ​ที่​อยู่​ใน​กรุง​โรม เป็น​ฉบับ​ที่​สมบูรณ์​ที่สุด​และ​ยาว​ที่สุด​ของ​เขา ส่วน​มาก​เขา​จะ​เขียน​ถึง​กลุ่ม​ของ​คริสเตียน​ตาม​เมือง​ต่างๆ​ที่​เขา​ไป​สอน โดย​ให้​แนว​ทาง​สำหรับ​ชีวิต​และ​ความ​เชื่อ​แบบ​คริสเตียน แต่​ตอน​ที่​เปาโล​เขียน​จดหมาย​ฉบับนี้​ถึง​คริสเตียน​ที่​กรุง​โรม​นั้น ตัว​เขา​เอง​ยัง​ไม่​เคย​ไป​กรุง​โรม ตอน​นั้น​คือ​ประมาณ​ปี ค.ศ. 57 (พ.ศ. 600) เขา​ยัง​อยู่​ที่​ประเทศ​กรีก วางแผน​ที่​จะ​ไป​เยี่ยม​ชาว​โรมัน​หลังจาก​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม ใน​จดหมาย​เขา​ได้​อธิบาย​ให้​ชาว​โรมัน​เข้าใจ​ถึง​ข่าวดี​ที่​มี​สำหรับ​ชน​ทุกชาติ เขา​อยาก​ให้​พวก​ศิษย์​ของ​พระคริสต์​ที่​เป็น​คน​ยิว​และ​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ยอมรับ​ซึ่งกัน​และกัน เขา​ก็เลย​เขียน​ให้​พวกเขา​เห็น​ว่า​ทั้ง​สอง​กลุ่มนี้​เป็น​คน​บาป​เหมือนกัน และ​การที่​พระเจ้า​ยอมรับ​ทั้งสอง​กลุ่ม​เป็น​เพราะ​ทั้งสอง​กลุ่ม​มี​ความไว้วางใจ​ใน​พระเยซู​คริสต์

1

คำ​ทักทาย​จาก​เปาโล

1 จาก​เปาโล​ทาส​ของ​พระเยซูคริสต์ พระเจ้า​เรียก​ผม​ให้​มา​เป็น​ศิษย์เอก และ​แต่งตั้ง​ผม​ให้​มา​ประกาศ​ข่าวดี​ที่​มา​จาก​พระเจ้า 2 พวก​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​ได้​ประกาศ​ข่าวดีนี้​ไว้​ก่อน​หน้า​นี้​แล้ว​ใน​พระคัมภีร์​อัน​ศักดิ์สิทธิ์ 3 ข่าวดีนี้​เป็น​เรื่องราว​เกี่ยวกับ​พระบุตร​ของ​พระเจ้า ผู้​ที่​ได้​เกิด​มา​เป็น​มนุษย์​ผ่าน​ทาง​เชื้อสาย​ของ​กษัตริย์​ดาวิด 4 เมื่อ​พระองค์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย พระเจ้า​ได้​แต่งตั้ง​พระองค์​ผ่าน​ทาง​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ให้​เป็น​พระบุตร​ผู้​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ คือ​พระเยซู​ผู้​เป็น​พระคริสต์​และ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​พวกเรา 5 พวก​เรา​ได้รับ​สิทธิ​พิเศษ​ผ่าน​ทาง​พระเยซู​ให้​มา​เป็น​ศิษย์เอก เรา​ได้รับ​สิทธิ​พิเศษนี้​เพื่อ​พวก​เรา​จะ​ได้​นำ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ให้​มา​ไว้วางใจ​และ​เชื่อฟัง​พระเจ้า พวก​เรา​ทำงานนี้​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​พระเยซู 6 พวก​คุณ​ก็​รวม​อยู่​ใน​กลุ่ม​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​นี้​ด้วย และ​พระเจ้า​ก็​เรียก​คุณ​ให้​มา​เป็น​คน​ของ​พระเยซู​คริสต์

7 ผม​เขียน​จดหมาย​ฉบับนี้​ถึง​พวก​คุณ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​โรม เป็น​พวก​ที่​พระเจ้า​รัก​และ​เรียก​ให้​มา​เป็น​คน​ของ​พระองค์

ขอ​ให้​พระเจ้า​พระบิดา​ของ​เรา​และ​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ให้​ความ​เมตตา​กรุณา​และ​สันติสุข​กับ​คุณ​ทุกคน​ด้วย​เถิด

เปาโล​อธิษฐาน​ขอบคุณ​พระเจ้า

8 ก่อน​อื่น​ผม​ขอบคุณ​พระเจ้า​ของ​ผม​ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​สำหรับ​คุณ​ทุกคน เพราะ​คน​ทั่ว​โลก​ต่าง​ก็​พา​กัน​พูด​ถึง​ความ​เชื่อ​ของ​คุณ 9 ผม​รับใช้​พระเจ้า​สุด​หัวใจ​ใน​การ​ประกาศ​ข่าวดี​เกี่ยวกับ​พระบุตร​ของ​พระองค์ พระเจ้า​ผู้นี้​เป็น​พยาน​ให้​กับ​ผม​ได้​ว่า ผม​อธิษฐาน​ให้​คุณ​ตลอด​เวลา 10 ผม​อธิษฐาน​ขอ​ตลอด​เวลา​ให้​พระเจ้า​จะ​เปิด​โอกาส​ให้​กับ​ผม​ไม่​ทาง​ใด​ก็​ทาง​หนึ่ง แล้ว​ใน​ที่​สุด​ผม​ก็​จะ​ได้​มา​เยี่ยม​คุณ​ตาม​ที่​ตั้งใจ​เอา​ไว้ 11 เพราะ​ผม​อยาก​เจอ​พวก​คุณ​มาก ผม​จะ​ได้​มา​แบ่ง​ปัน​พระพร​ที่​มา​จาก​พระวิญญาณ​กับ​พวก​คุณ เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​มี​กำลังใจ​มาก​ขึ้น 12 อันที่​จริง​ต้อง​พูด​ว่า เรา​จะ​ได้​ให้​กำลังใจ​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ผ่าน​ทาง​ความเชื่อ​ของ​เรา​ทั้ง​สอง​ฝ่าย 13 พี่น้อง​ครับ ผม​อยาก​ให้​รู้​ว่า ผม​ตั้งใจ​จะ​มา​เยี่ยม​คุณ​หลาย​ครั้ง​แล้ว เพื่อ​เวลา​ที่​ผม​อยู่​กับ​คุณ ผม​จะ​ได้​ช่วย​คุณ​ให้​เจริญ​ขึ้น​ฝ่ายจิต​วิญญาณ เหมือน​กับ​ที่​ผม​ได้​ช่วย​ชนชาติ​อื่นๆ​มา​แล้ว แต่​ก็​มี​เรื่อง​ขัดขวาง​มา​ตลอด​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้

14 ผม​มี​ภาระ​น่าที่​ที่​ติดค้าง​อยู่​กับ​ทุก​คน ทั้ง​คน​กรีก​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​กรีก ทั้ง​คน​ฉลาด​และ​คน​โง่ 15 นั่น​เป็น​เหตุ​ที่​ผม​พร้อม​ที่​จะ​ประกาศ​ข่าวดี​ให้​กับ​พวก​คุณ​ที่​อยู่​ใน​เมือง​โรม

16 ผม​ไม่​ละอาย​เกี่ยวกับ​ข่าวดีนี้​หรอก เพราะ​ข่าวดีนี้​เป็น​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเจ้า​ที่​จะ​ช่วย​ชีวิต​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​ให้​รอด ช่วย​พวกยิว​ก่อน แล้ว​ต่อมา​ก็​ช่วย​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย 17 เพราะ​ใน​ข่าวดี​นั้น พระเจ้า​กำลัง​เปิดเผย​ให้​เห็น​ว่า พระองค์​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ เพราะ​พระเจ้า​แสดง​ความซื่อสัตย์​ของ​พระองค์​ให้​เห็น​ก่อน คน​จึง​ไว้วางใจ​ใน​พระองค์ เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​ได้​เขียน​ไว้​ว่า “คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​จะ​ใช้​ชีวิต​ด้วย​ความ​ไว้วางใจ”+ 1:17 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ฮาบากุก 2:4

มนุษย์​ทุกคน​เป็น​คน​บาป

18 เพราะ​พระเจ้า​กำลัง​แสดง​ความ​โกรธ​ของ​พระองค์​ให้​เห็น​จาก​สวรรค์ ต่อ​ความ​ชั่วช้า​ทุก​อย่าง​และ​ความผิด​ที่​คน​ทำ​ขึ้น สิ่ง​เหล่านี้​ไป​ปิดบัง​ความ​จริง​ไม่ให้​คน​รู้ 19 ที่​พระเจ้า​โกรธ​ก็​เพราะ เรื่อง​ที่​คน​จะ​รู้​เกี่ยวกับ​พระเจ้า​ได้​นั้น คน​ก็​เห็น​อย่าง​ชัดเจน​แล้ว เพราะ​พระเจ้า​ได้​เปิดเผย​ให้​มัน​เห็น​ชัดเจน​อยู่​แล้ว 20 นับ​ตั้งแต่​วัน​แรก​ที่​สร้าง​โลกนี้​มา คุณสมบัติ​ต่างๆ​ของ​พระเจ้า​ที่​ไม่​สามารถ​มอง​เห็น เช่น​ฤทธิ์​อำนาจ​ที่​ไม่​มี​วัน​เสื่อมสลาย หรือ​ความ​เป็น​พระเจ้า​ของ​พระองค์ มนุษย์​เห็น​ได้​ชัดเจน​เพราะ​เขา​สามารถ​เข้าใจ​เรื่องนี้​ได้​จาก​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา นี่​เป็น​เหตุผล​ที่​มนุษย์​จึง​ไม่​มี​ข้อ​แก้ตัว​เลย 21 เพราะ​เขา​รู้​เรื่อง​พระเจ้า แต่​ไม่​ได้​ยกย่อง​พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ของ​เขา และ​ไม่​ขอบคุณ​พระองค์​ด้วย แต่​พวก​เขา​กลับ​สนใจ​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​ไร้ค่า และ​จิตใจ​ของ​เขา​ที่​ขาด​ความ​เข้าใจ​ก็​มืดมน​ไป 22 ถึง​แม้​พวก​เขา​อ้าง​ว่า​เป็น​คน​ฉลาด แต่​กลับ​กลาย​เป็น​คน​โง่ไป 23 เพราะ​เขา​ได้​เอา​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า​ที่​ไม่มี​วัน​ตาย​นี้ ไป​แลก​กับ​รูปปั้น​ที่​ทำ​ขึ้น​มา​เป็น​รูป​ของ​มนุษย์​ที่​ต้อง​ตาย หรือ​รูป​นก​ต่างๆ หรือ​สัตว์​สี่​เท้า หรือ​สัตว์​เลื้อย​คลาน

24 พระเจ้า​จึง​ปล่อย​ให้​มนุษย์​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ช้า​ลามก ตาม​กิเลสตัณหา​ที่​อยู่​ใน​ใจ​ของ​พวก​เขา เขา​จึง​ทำ​ผิด​ทาง​เพศ ใช้​ร่างกาย​ของ​กัน​และ​กัน​อย่าง​น่า​ละอาย 25 พวก​เขา​เอา​ความจริง​ของ​พระเจ้า​มา​แลก​กับ​ความเท็จ พวก​เขา​บูชา​และ​รับใช้​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา แทน​ที่​จะ​บูชา​และ​รับใช้​พระเจ้า​ผู้สร้าง​สิ่ง​เหล่า​นั้น พระองค์​สมควร​ได้รับ​การ​สรรเสริญ​ตลอดไป อาเมน

26 ดังนั้น​พระเจ้า​จึง​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​ตก​อยู่​ภายใต้​กิเลสตัณหา​อัน​น่า​ละอาย พวก​ผู้หญิง​แทน​ที่​จะ​มี​เพศ​สัมพันธ์​ตาม​ธรรมชาติ​แต่​กลับ​ทำ​ให้​มัน​ผิด​ธรรมชาติ​ไป 27 ส่วน​พวก​ผู้ชาย​ก็​เหมือน​กัน แทน​ที่​จะ​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​ผู้หญิง​ตาม​ธรรมชาติ กลับ​ไป​เผาผลาญ​ไฟ​ราคะ​ด้วย​กัน​เอง ผู้ชาย​กับ​ผู้ชาย​ทำ​สิ่ง​ที่​น่า​รังเกียจ​ต่อ​กัน นี่แหละ​เป็น​ผล​กรรม​ที่​พวก​เขา​ได้รับ​เพราะ​ทิ้ง​ความจริง​ไป

28 พวก​เขา​เห็น​ว่า​การ​รู้จัก​พระเจ้า​นั้น​ไร้​ค่า พระเจ้า​ก็​เลย​ปล่อย​ให้​เขา​มี​ความคิด​ที่​ไร้ค่า และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ไม่​ควร​ทำ 29 มนุษย์​จึง​เต็ม​ไป​ด้วย​ความผิด​ทุก​อย่าง ความ​ชั่วร้าย ความโลภ การ​ปอง​ร้าย ความ​อิจฉา​ริษยา การ​ฆ่าฟัน การ​ทะเลาะ​วิวาท การ​หลอก​ลวง การ​เกลียดชัง การ​ซุบซิบ​นินทา 30 การ​พูด​ส่อเสียด การ​เกลียดชัง​พระเจ้า ความ​หยาบคาย ความ​เย่อหยิ่ง​จองหอง การ​อวดตัว การ​คิด​ค้น​วิธี​ทำ​ชั่ว​แบบ​ใหม่ๆ การ​ไม่​เชื่อฟัง​พ่อแม่ 31 การ​เป็น​คน​โง่ ไม่​รักษา​คำพูด ไม่​มี​ความรัก และ​ขาด​ความ​เมตตา 32 ทั้งๆที่​รู้​กฎเกณฑ์​ของ​พระเจ้า​ว่า​คน​ที่​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​สมควร​ตาย พวก​เขา​ไม่​ใช่​แค่​ทำ​เอง​เท่านั้น แต่​ยัง​ไป​เห็นดี​เห็น​ชอบ​กับ​คน​อื่น​ที่​ทำ​อย่าง​นั้น​ด้วย

2

พระเจ้า​ลงโทษ​อย่าง​ยุติธรรม

1 คุณ​ครับ คุณ​ไม่​มี​ข้อ​แก้​ตัว​หรอก เพราะ​เวลา​ที่​คุณ​ตัดสิน​คน​อื่น​นั้น ก็​เท่ากับ​ว่า​คุณ​ตัดสิน​ตัว​คุณ​เอง​ด้วย เพราะ​คุณ​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน 2 ตอนนี้​เรา​รู้​แล้ว​ว่า​พระเจ้า​นั้น​ยุติธรรม​ที่​ตัดสิน​โทษ​คน​ที่​ทำ​อย่าง​นั้น 3 คุณ​ครับ คุณ​ไป​ตัดสิน​โทษ​คน​อื่น​ที่​ทำ​อย่าง​นั้น แต่​ตัว​คุณ​กลับ​มา​ทำ​เสีย​เอง คุณ​คิด​ว่า​จะ​หนีพ้น​การ​ลงโทษ​จาก​พระเจ้า​หรือ 4 คุณ​ดู​หมิ่น​ความ​กรุณา​อัน​ยิ่งใหญ่ และ​ความ​อดทน​อดกลั้น​ของ​พระองค์ และ​ไม่​สนใจ​ว่า​ความ​กรุณา​ของ​พระองค์​นั้น มี​ไว้​สำหรับ​นำ​คุณ​ให้​กลับตัว​กลับใจ+ 2:4 กลับตัว​กลับใจ คือ​การ​ที่​เรา​เสียใจ​กับ​การ​กระทำ​บาป และ​ตั้งใจ​ว่า​จะ​ไม่​ทำ​อีก5 แต่​เพราะ​คุณ​ดื้อดึง​ไม่​ยอม​กลับตัว​กลับใจ คุณ​จึง​สะสม​โทษ​ไว้​ให้​กับ​ตัวเอง เพื่อ​จะ​ได้รับ​โทษ​นั้น​ใน​วัน​พิพากษา และ​ใน​วัน​นั้น​คุณ​ก็​จะ​ได้​เห็น​ว่า​พระเจ้า​ตัดสิน​อย่าง​ยุติธรรม 6 พระเจ้า​จะ​ตอบแทน​แต่​ละ​คน​ตาม​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป 7 ส่วน​คน​ที่​ทำ​ความดี​อย่าง​ไม่​ย่อท้อ​เพื่อ​แสวงหา​ศักดิ์ศรี เกียรติยศ และ​ชีวิต​ที่​ไม่​มี​วัน​ตาย พระเจ้า​จะ​ให้​เขา​มี​ชีวิต​กับ​พระองค์​ตลอด​ไป 8 ส่วน​คน​ที่​เห็นแก่​ตัว และ​ไม่​ยอม​ทำ​ตาม​ความจริง​แต่​กลับ​ทำ​ชั่ว พระเจ้า​ก็​จะ​ตอบแทน​ด้วย​ความ​โกรธ​แค้น และ​จะ​ลงโทษ​เขา 9 มนุษย์​ที่​ทำ​ชั่ว​จะ​ได้รับ​ความ​ทุกข์ยาก​และ​ความ​เจ็บปวด​รวดร้าว โดย​พวก​ชาว​ยิว​จะ​ได้รับ​ก่อน จาก​นั้น​ก็​เป็น​พวก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว 10 แต่​สำหรับ​ทุก​คน​ที่​ทำ​ความดี​จะ​ได้รับ​ศักดิ์ศรี เกียรติยศ และ​สันติสุข โดย​พวก​ชาว​ยิว​จะ​ได้รับ​ก่อน ต่อ​ไป​ก็​พวก​ที่​ไม่​ใช่​ยิว 11 เพราะ​พระเจ้า​ไม่​ลำเอียง

12 สำหรับ​คน​ที่​อยู่​นอก​กฎ เมื่อ​เขา​ทำ​บาป​ก็​จะ​ถูก​ทำลาย​โดย​ไม่​ต้อง​อ้าง​กฎ ส่วน​คน​ที่​อยู่​ใต้​กฎ เมื่อ​ทำ​บาป​ก็​จะ​ถูก​ลงโทษ​ตาม​กฎ​นั้น 13 ไม่​ใช่​แค่​ได้ยิน​กฎ พระเจ้า​ก็​ยอมรับ​แล้ว แต่​ต้อง​ทำ​ตาม​กฎ​ด้วย พระเจ้า​ถึง​จะ​ยอมรับ 14 พวก​คน​ที่​ไม่​มี​กฎ​ของ​โมเสส​เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้​เกิด​มา​เป็น​คนยิว แต่​ได้​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​กฎ​นั้น​บอก​เอา​ไว้ ก็​แสดง​ว่า​พวก​เขา​มี​กฎ​นั้น​อยู่​ใน​ตัวเอง 15 คน​พวกนี้​พิสูจน์​ให้​เห็น​ว่า​สิ่ง​ที่​กฎ​บอก​ให้​ทำ​นั้น มี​เขียน​ไว้​ใน​ใจ​ของ​พวก​เขา ดู​ได้​จาก​ใจ​ที่​ฟ้อง​ถูก​ผิด​ของ​เขา และ​ความคิด​ที่​ต่อสู้​กัน​อยู่​ใน​ใจ​ระหว่าง​โทษ​ตัวเอง​กับ​การ​แก้​ตัว 16 ทั้ง​ใจ​ที่​ฟ้อง​ถูก​ผิด และ​ความคิด​ที่​ต่อสู้​กัน​อยู่​ใน​ใจนี้ จะ​เป็น​พยาน​ถึง​เรื่องนี้ ใน​วัน​ที่​พระเจ้า​ตัดสิน​ความลับ​ต่างๆ​ของ​มนุษย์ ผ่าน​ทาง​พระเยซูคริสต์ ข่าว​ดี​ที่​ผม​ได้​ประกาศ​นั้น​บอก​ไว้​อย่างนี้

พวก​ยิว​และ​กฎ

17 ถ้า​คุณ​เรียก​ตัวเอง​ว่า​เป็น​ยิว ตัวเอง​พึ่ง​ใน​กฎ​ของ​พระเจ้า โอ้อวด​เรื่อง​พระเจ้า 18 รู้​ว่า​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​คุณ​เป็น​คน​อย่างไร พระเจ้า​ต้อง​การ​อะไร สามารถ​แยกแยะ​ออก​ว่า​เรื่อง​ไหน​สำคัญ​ที่สุด เพราะ​คุณ​ได้​เรียนรู้​มา​แล้ว​จาก​กฎ​นั้น 19 ถ้า​มั่นใจ​ว่า​ตัวเอง​เป็น​คน​นำทาง​ให้​คน​ตาบอด เป็น​แสงสว่าง​ให้​คน​ที่​อยู่​ใน​ความมืด 20 เป็น​คน​ชี้แนะ​คน​โง่ และ​เป็น​ครู​สอน​คน​ที่​ไม่​รู้​เรื่อง​อะไร​เลย ที่​คุณ​มั่นใจ​อย่างนี้​เพราะ​ใน​กฎ​นั้น​มี​ความรู้​และ​ความจริง​ใน​รูปแบบ​ที่​เข้าใจ​ง่าย 21 ถ้า​อย่าง​นั้น ทำไม​ถึง​ไม่​สอน​ตัวเอง​บ้าง ดี​แต่​สอน​คน​อื่น คุณ​สอน​คน​อื่น​ว่า​อย่า​ขโมย แล้ว​ทำไม​คุณ​จึง​ขโมย​เสีย​เอง 22 คุณ​สอน​ว่า​อย่า​มี​ชู้ แล้ว​ทำไม​คุณ​มี​ชู้​เสีย​เอง คุณ​เกลียดชัง​รูปเคารพ แล้ว​ทำไม​คุณ​ไป​ปล้น​วัด​เสีย​เอง 23 คุณ​อวด​ว่า​กฎ​ของ​พระเจ้า​ดี แต่​คุณ​ฉีก​หน้า​พระเจ้า​เพราะ​ไม่​ทำ​ตาม​กฎ​นั้น 24 เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ต่าง​ก็​พา​กัน​ดูหมิ่น​พระเจ้า​ก็​เพราะ​พวก​คุณ”+ 2:24 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 52:5 ดู​เพิ่มเติม​ได้​จาก​เอเสเคียล 36:20

25 ถ้า​คุณ​ทำ​ตาม​กฎ​จริงๆ ที่​คุณ​ทำ​พิธี​ขลิบ​ก็​มี​ค่า แต่​ถ้า​คุณ​ไม่​ทำ​ตาม​กฎ ถึง​คุณ​จะ​ขลิบ​ไป​แล้ว​ก็​เหมือน​กับ​ไม่​ได้​ขลิบ​นั่น​แหละ 26 แต่​ถ้า​คน​ไหน​ที่​ไม่​ได้​ขลิบ แต่​ว่า​ทำ​ตาม​กฎ พระเจ้า​ก็​ถือ​ว่า​เขา​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​แล้ว 27 ดังนั้น​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ไม่​ได้​เกิด​มา​เป็น​คนยิว​และ​ไม่​ได้​ทำ​พิธีขลิบ แต่​ทำ​ตาม​กฎ​จะ​ทำ​ให้​เห็น​ว่า​พวก​คุณ​นั้น​มี​ความผิด เพราะ​พวก​คุณ​มี​กฎ​ที่​เขียน​ไว้​และ​ทำ​พิธี​ขลิบ แต่​กลับ​ไม่​ทำ​ตาม​กฎ​เสียเอง

28 เพราะ​คน​ที่​เป็น​ยิว​แต่​เปลือก​นอก​นั้น ไม่​ถือ​ว่า​เป็น​ยิว​แท้ๆ เหมือน​กับ​คน​ที่​ทำ​พิธี​ขลิบ​แต่​เปลือก​นอก​ก็​ไม่​ถือ​ว่า​เป็น​พิธี​ขลิบ​ที่​แท้จริง 29 แต่​คน​ยิว​แท้ๆ​คือ​คน​ที่​เป็น​ยิว​จาก​ภายใน มนุษย์​ได้รับ​พิธี​ขลิบ​ที่​แท้จริง​ใน​จิตใจ​จาก​พระวิญญาณ มัน​ไม่​ใช่​การ​ผ่าตัด​ที่​มนุษย์​ทำ​กัน​เพื่อ​ทำ​ตาม​ราย​ละเอียด​ที่​เขียน​ไว้​ใน​กฎ คน​อย่างนี้​ได้รับ​เกียรติ​จาก​พระเจ้า ไม่​ใช่​จาก​มนุษย์

3

1 ถ้า​อย่างนั้น การ​เป็น​ยิว​นั้น​ได้​เปรียบ​ตรงไหน​หรือ ทำ​พิธี​ขลิบ​นั้น​ดี​ตรงไหน​หรือ 2 ดี​แน่นอน มัน​มี​ประโยชน์​มาก​ใน​ทุก​เรื่อง เรื่อง​แรก​คือ พระเจ้า​มอบ​ถ้อยคำ​ของ​พระองค์​ให้​กับ​พวก​ยิว 3 ถ้า​คนยิว​บางคน​ไม่​ซื่อสัตย์​กับ​พระองค์ พระเจ้า​จะ​ไม่​ซื่อสัตย์​ไป​ด้วย​หรือ 4 ไม่​มี​ทาง ถึง​แม้​มนุษย์​จะ​โกหก​กันหมด พระองค์​ก็​ยัง​ซื่อสัตย์​ตลอดไป เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์ ได้​เขียน​ไว้​ว่า

“เมื่อ​พระองค์​พูด ปรากฏ​ว่า​พระองค์​ถูก

และ​เมื่อ​ศาล​ตัดสิน​คดี​ของ​พระองค์ พระองค์​ก็​จะ​ชนะ”+ 3:4 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 51:4

5 เรา​จะ​พูด​อย่างไร​ดี ถ้า​การ​ที่​เรา​ทำ​ผิด​ทำให้​เห็น​ความดี​ของ​พระเจ้า​เด่นชัด​ขึ้น จะ​ว่า​พระเจ้า​ไม่​ยุติธรรม​ที่​ลงโทษ​พวก​เรา​หรือ (ผม​พูด​แบบ​คน​ทั่วๆ​ไป​นะ) 6 ไม่​มี​ทาง เพราะ​ถ้า​พระเจ้า​ไม่​ยุติธรรม แล้ว​พระองค์​จะ​มา​ตัดสิน​คน​ทั้งโลก​ได้​อย่างไร 7 แต่​คุณ​อาจ​จะ​เถียง​ว่า “ถ้า​การ​ที่​ผม​ไม่​ซื่อสัตย์​นั้น​ทำ​ให้​เห็น​ความซื่อสัตย์​ของ​พระองค์​เด่นชัด​ขึ้น และ​ทำ​ให้​พระองค์​ได้รับ​เกียรติ​ด้วย แล้ว​ยัง​จะ​มา​ลงโทษ​ผม​อีก​ทำไม” 8 ทำไม​คุณ​ไม่​พูด​อย่างนี้​เสีย​เลย​ว่า “มา​ทำ​ชั่ว​กัน​เถอะ ความ​ดี​จะ​ได้​เกิด​ขึ้น” (เหมือน​กับ​ที่​มี​บาง​คน​ใส่ร้าย​เรา หา​ว่า​เรา​พูด​อย่าง​นั้น) สมควร​แล้ว​ที่​คน​พวก​นั้น​จะ​ถูก​ลงโทษ

มนุษย์​ทุกคน​เป็น​คน​บาป

9 ถ้า​อย่าง​นั้น​จะ​ว่า​อย่างไร พวก​เรา​คนยิว​ได้​เปรียบ​กว่า​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​อย่าง​นั้น​หรือ ไม่​เลย เพราะ​เรา​บอก​ไป​แล้ว​ว่า ทั้ง​คนยิว​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ก็​อยู่​ใต้​อำนาจ​ของ​บาป​กัน​ทั้งนั้น 10 เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

“ไม่​มี​ใคร​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​เลย ไม่​มี​เลย​สัก​คน​เดียว

11 ไม่​มี​ใคร​เลย​ที่​เข้าใจ

ไม่​มี​ใคร​เลย​ที่​แสวงหา​พระเจ้า

12 ทุก​คน​หัน​หน้า​หนี​ไป​จาก​พระองค์

ทุก​คน​กลาย​เป็น​คน​ไร้ค่า

ไม่​มี​ใคร​มี​น้ำใจ ไม่​มี​เลย​สัก​คน​เดียว”+ 3:10-12 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 14:1-3

13 “ลำคอ​ของ​พวก​เขา​เหมือน​หลุมศพ​ที่​เปิด​อยู่

ลิ้น​ของ​พวก​เขา​ชอบ​หลอกลวง”+ 3:13 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 5:9

“ริมฝีปาก​ของ​พวก​เขา​อาบ​ด้วย​พิษ​งู​ร้าย”+ 3:13 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 140:3

14 “ปาก​ของ​พวก​เขา​เต็ม​ไป​ด้วย​คำ​แช่งด่า​และ​คำ​พูด​ที่​ขมขื่น”+ 3:14 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 10:7

15 “เท้า​ของ​พวก​เขา​รีบ​วิ่ง​ไป​ฆ่า​คน

16 เขา​ไป​ไหน ก็​ทำลาย​ทุก​อย่าง​จน​หมด และ​สร้าง​ความ​ทุกขเวทนา​ที่นั่น

17 พวก​เขา​ไม่​รู้จัก​ทาง​แห่ง​สันติสุข”+ 3:15-17 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 59:7-8

18 “เขา​ไม่​เคย​คิด​ที่​จะ​เกรง​กลัว​พระเจ้า​เลย”+ 3:18 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 36:1

19 เรา​รู้​แล้ว​ว่า ทุก​อย่าง​ที่​กฎ​บอก ก็​เพื่อ​บอก​กับ​คน​ที่​อยู่​ภาย​ใต้​กฎนั้น เพื่อ​ปิด​ปาก​ทุก​คน​ไม่​ให้​มี​ข้อ​แก้ตัว และ​เพื่อ​ทุก​คน​ใน​โลก​จะ​ต้อง​อยู่​ภายใต้​การ​ตัดสิน​ของ​พระเจ้า 20 ไม่​มี​ใคร​หรอก​ที่​พระเจ้า​จะ​ยอมรับ​เนื่อง​จาก​ทำ​สิ่ง​ที่​กฎ​บอก​ให้​ทำ เพราะ​กฎ​นั้น​มี​ไว้​ชี้​ให้​เรา​เห็น​ถึง​ความบาป​ของ​ตัวเอง

พระเจ้า​ซื่อสัตย์​และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง

21 แต่​ตอนนี้ พระเจ้า​ได้​เปิดเผย​ให้​เห็น​ว่า​พระองค์​นั้น​ซื่อสัตย์​และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ โดย​ไม่​เกี่ยวข้อง​กับ​กฎ​เลย แต่​ว่า​ทั้ง​กฎ​และ​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ได้​เป็น​พยาน​ถึง​ความ​ซื่อสัตย์​ของ​พระองค์ 22 พระเจ้า​ทำ​ให้​เรา​เห็น​ว่า​พระองค์​นั้น​ซื่อสัตย์ และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ พระองค์​ทำ​อย่างนี้​ผ่าน​ทาง​ความ​ซื่อสัตย์​ของ​พระเยซู​คริสต์+ 3:22 ความ​ซื่อสัตย์​ของ​พระเยซู​คริสต์ หรือ​อาจ​จะ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า ความ​ไว้​วาง​ใจ​ใน​พระเยซู​คริสต์ เพื่อ​เป็น​ประโยชน์​สำหรับ​ทุกๆ​คน​ที่​ไว้วางใจ ไม่​มี​ใคร​แตกต่าง​กัน​เลย 23 เพราะ​ทุก​คน​ทำ​บาป​เหมือน​กัน​หมด และ​เสื่อม​จาก​พระบารมี​ของ​พระเจ้า+ 3:23 เสื่อม​จาก​พระบารมี​ของ​พระเจ้า หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ล้มเหลว​ใน​การ​เป็น​เหมือน​กับ​พระเจ้า”24 พระเจ้า​มี​ความ​เมตตา​กรุณา​และ​พระองค์​ยอมรับ​ทุก​คนมา​เป็น​คน​ของ​พระองค์​โดย​ไม่​คิด​มูลค่า และ​เพราะ​สิ่ง​ที่​พระเยซู​คริสต์​ได้​ทำ พระเจ้า​ได้​ปลดปล่อย​พวก​เขา​ให้​เป็น​อิสระ​จาก​การ​เป็น​ทาส​ของ​บาป 25 พระเจ้า​ให้​พระเยซู​คริสต์​เป็น​เครื่อง​บูชา​เพื่อ​จัดการ​กับ​บาป ที่​พระเจ้า​ทำ​อย่างนี้​ได้​ก็​เพราะ​พระเยซู​นั้น​ซื่อสัตย์ และ​ยอม​ที่​จะ​หลั่ง​เลือด​และ​ตาย พระเจ้า​ให้​พระเยซู​เป็น​เครื่อง​บูชา เพื่อ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พระองค์​นั้น​ซื่อสัตย์​และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ เพราะ​พระองค์​อดทน และ​ไม่​ได้​ลงโทษ​คน​ที่​ทำ​บาป​ใน​อดีต 26 นอกจากนี้​พระเจ้า​ยัง​ต้องการ​แสดง​ให้​เห็น​ใน​ปัจจุบันนี้​ว่า​พระองค์​นั้น​ซื่อ​สัตย์​และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​เสมอ และ​พระองค์​ยอมรับ​คน​ที่​มี​ส่วนรวม​ใน​ความ​ไว้วางใจ​ของ​พระเยซู

27 ทีนี้​จะ​เหลือ​อะไร​ให้​อวด​อีก ไม่​เหลือ​อะไร​แล้ว ทำไม​ล่ะ เป็น​เพราะ​กฎ​ข้อ​ไหน​หรือ เป็น​เรื่อง​ให้​ทำ​ตาม​กฎ​หรือเปล่า ไม่ใช่เลย แต่​เป็น​เรื่อง​ของ​ความ​ไว้วางใจ​ต่างหาก 28 เพราะ​เรา​รู้​ว่า​การ​ที่​พระเจ้า​จะ​ยอมรับ​ใคร​นั้น​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ว่า​เขา​ทำ​ตาม​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​กฎ​บอก​ให้​ทำ​หรือเปล่า แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​ไว้วางใจ​ของ​เขา

29 พระเจ้า​เป็น​ของ​คนยิว​เท่านั้น​หรือ พระองค์​เป็น​ของ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย​ไม่​ใช่​หรือ ใช่แล้ว พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย 30 เนื่องจาก​มี​พระเจ้า​องค์​เดียว​เท่านั้น ถ้า​พระเจ้า​ยอมรับ​คน​ที่​ทำ​พิธี​ขลิบ เพราะ​เขา​ไว้วางใจ​พระองค์ พระเจ้า​ก็​จะ​ยอมรับ​คน​ที่​ไม่​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​เพราะ​เขา​ไว้วางใจ​พระองค์​ด้วย​เหมือน​กัน 31 ถ้า​งั้น​เรา​กำลัง​จะ​เอา​เรื่อง​ความ​ไว้วางใจ​นี้​มา​ยกเลิก​กฎ​อย่าง​นั้น​หรือ ไม่​มี​ทาง แต่​เรา​กำลัง​สนับสนุน​กฎ​ต่างหาก

4

ตัวอย่าง​จาก​ชีวิต​อับราฮัม

1 แล้ว​เรา​ได้​รับรู้​อะไร​เกี่ยวกับ​อับราฮัม​บรรพบุรุษ​ของ​ชนชาติ​ยิว​เรา 2 เพราะ​ถ้า​พระเจ้า​ยอมรับ​อับราฮัม​เพราะ​การ​กระทำ​ทั้งหลาย​ของ​ท่าน ท่าน​ก็​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​โอ้อวด​ได้ แต่​จริงๆ​แล้ว​ใน​สายตา​ของ​พระเจ้า ท่าน​ไม่​มี​อะไร​ที่​จะ​โอ้อวด​ได้ 3 พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า​อย่างไร “อับราฮัม​ไว้วางใจ​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​เลย​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​ท่าน​นั้น​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​พระองค์​จะ​ยอมรับ​ท่าน”+ 4:3 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 15:6

4 ดู​อย่าง​คน​ที่​ทำงาน​สิ ค่าแรง​ของ​เขา​ไม่​ได้​นับ​ว่า​เป็น​ของขวัญ​จาก​นาย​จ้าง แต่​เป็น​สิ่ง​ที่​เขา​สมควร​จะ​ได้รับ​อยู่​แล้ว 5 ส่วน​คน​ที่​ไม่​ทำงาน แต่​กลับ​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​ยอมรับ​เขา​ถึง​แม้​เขา​ทำ​บาป พระองค์​ก็​นับ​ความ​ไว้วางใจ​นี้​เป็น​เหตุ​เพียงพอ​ที่​จะ​ยอมรับ​เขา 6 คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​โดย​ไม่​ได้​นับ​ว่า​การ​งาน​ที่​เขา​ทำ​ไป​นั้น กษัตริย์​ดาวิด​ได้​พูด​ถึง​เกียรติ​ของ​คน​แบบนี้​ว่า

7 “เมื่อ​พระเจ้า​ยกโทษ​ให้​กับ​ความผิด​ที่​คน​ทำ

และ​กลบ​เกลื่อน​ความบาป​ของ​เขา

ถือ​ว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ

8 เมื่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ไม่​ได้​นับ​ความผิด​ของ​เขา

นั่น​นับว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ”+ 4:7-8 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 32:1-2

9 เกียรตินี้​มี​ไว้​สำหรับ​คน​ที่​ทำ​พิธี​ขลิบ​เท่านั้น​หรือ มัน​มี​ไว้​สำหรับ​คน​ที่​ไม่​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​ด้วย​ไม่ใช่หรือ ที่​ผม​ถาม​ก็​เพราะ​เรา​พูด​ว่า “อับราฮัม​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​เลย​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​ท่าน​นั้น​ว่า​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​พระองค์​จะ​ยอมรับ​ท่าน” 10 พระเจ้า​ยอมรับ​ท่าน​ตอน​ไหน ก่อน​หรือ​หลังจาก​ที่​ท่าน​ทำ​พิธี​ขลิบ จริงๆ​แล้ว​พระเจ้า​ยอมรับ​ท่าน​ก่อน​ที่​ท่าน​จะ​ทำ​พิธี​ขลิบ​เสียอีก 11 แล้ว​ตอนหลัง​ท่าน​ถึง​ทำ​พิธี​ขลิบ เพื่อ​ทำให้​เห็น​ว่า​พระเจ้า​ยอมรับ​ท่าน​แล้ว​เพราะ​ท่าน​มี​ความ​ไว้วางใจ​ก่อน​ที่​ท่าน​จะ​ทำ​พิธี​ขลิบ​เสียอีก ดังนั้น​อับราฮัม​จึง​กลาย​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​แต่​ไม่​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ และ​พระเจ้า​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​พวกเขา​นี้​ว่า​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​จะ​ยอมรับ​พวกเขา 12 นอกจาก​นั้น​อับราฮัม​ก็​ยัง​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​คน​ที่​ทำ​พิธี​ขลิบ​ด้วย ถ้า​พวก​เขา​ไม่​ได้​แค่​ทำ​พิธี​ขลิบ​เท่านั้น แต่​ยัง​ดำเนิน​รอย​ตาม​อับราฮัม​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​คือ​มี​ความ​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า​เหมือน​กับ​ที่​อับราฮัม​มี​ก่อน​ที่​ท่าน​จะ​ทำ​พิธี​ขลิบ

ต้อง​ไว้วางใจ​พระเจ้าจึง​จะ​ได้​ตาม​สัญญา

13 พระเจ้า​สัญญา​กับ​อับราฮัม​และ​ลูก​หลาน​ของ​ท่าน​ว่า พวก​เขา​จะ​ได้รับ​โลกนี้​เป็น​มรดก แต่​ที่​พระเจ้า​สัญญา​กับ​ท่าน​อย่างนั้น ไม่​ใช่​เพราะ​ท่าน​ทำ​ตาม​กฎ แต่​เพราะ​ท่าน​ไว้วางใจ​พระเจ้า​ต่าง​หาก พระเจ้า​ถึง​ยอมรับ​ท่าน 14 ถ้า​คน​เรา​ได้รับ​โลกนี้​เป็น​มรดก​เพราะ​การ​ทำ​ตาม​กฎ การ​ไว้วางใจ​พระเจ้า​ก็​ไม่​มี​ความหมาย​อะไร​เลย และ​สัญญา​ของ​พระองค์​ก็​ต้อง​ถูก​ยกเลิก​ไป​ด้วย 15 เพราะ​กฎ​นำ​ไป​สู่​การ​ลง​โทษ​จาก​พระเจ้า เพราะ​คน​ทำ​ผิด​กฎ​เสมอ แต่​ถ้า​ที่​ไหน​ไม่​มี​กฎ ที่​นั่น​ก็​ไม่​มี​การ​ทำ​ผิด​กฎ

16 ดังนั้น​คำ​สัญญา​ของ​พระเจ้า​จึง​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​ไว้วางใจ เพื่อ​คำ​สัญญา​นั้น​จะ​ได้​เป็น​ของขวัญ​ที่​ให้​กับ​เรา​เปล่าๆ และ​ลูกหลาน​ของ​อับราฮัม​ทุก​คน​จะ​ได้รับ​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สัญญา​ไว้​อย่าง​แน่นอน ไม่​ใช่​แต่​เฉพาะ​คน​ที่​อยู่​ใต้​กฎ​เท่านั้น​ที่​จะ​ได้รับ แต่​รวม​ถึง​คน​ที่​มี​ส่วนร่วม​ใน​ไว้วางใจ​ของ​อับราฮัม​ด้วย เพราะ​ท่าน​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ทุก​คน 17 เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​ได้​เขียน​ไว้​ว่า “เรา​ได้​ทำให้​เจ้า​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​คน​หลาย​ชนชาติ”+ 4:17 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 17:5 อับราฮัม​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ต่อหน้า​พระเจ้า​ที่​ท่าน​ไว้วางใจ เป็น​พระเจ้า​ที่​ทำ​ให้​คน​ตาย​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่ และ​ทำให้​สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่​เคย​มี​มา​ก่อน​เกิด​ขึ้น

18 เมื่อ​พระเจ้า​สัญญา​กับ​อับราฮัม​ว่า​เขา​จะ​ได้​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​คน​หลาย​ชนชาติ ท่าน​ก็​ไว้วางใจ​และ​มี​ความหวัง​อย่าง​เต็มที่ ทั้งๆ​ที่​คำ​สัญญา​นั้น​เหลือเชื่อ แต่​ใน​ที่​สุด​ท่าน​ก็​ได้​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​คน​หลาย​ชนชาติ​จริง​ตาม​ที่​พระเจ้า​บอก​กับ​ท่าน​ว่า “ลูกหลาน​ของ​เจ้า​จะ​มี​มากมาย​เหมือน​กับ​ดวงดาว​บน​ท้องฟ้า”+ 4:18 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 15:519 ความ​ไว้​วาง​ใจ​ของ​อับราฮัม​ก็​ไม่​ได้​ลด​น้อย​ลง​เลย ทั้งๆ​ที่​อับราฮัม​รู้​ว่า​ร่างกาย​ของ​ท่าน​หมด​สภาพ​เหมือน​ตาย​แล้ว (เพราะ​ท่าน​มี​อายุ​ประมาณ​หนึ่งร้อย​ปี) และ​ท่าน​ยัง​รู้​อีก​ด้วย​ว่า​ครรภ์​ของ​นาง​ซาราห์​เมีย​ของ​ท่าน​เป็น​หมัน​เหมือน​กับ​ตาย​ไป​แล้ว 20 แต่​อับราฮัม​ไม่​เคย​สงสัย​ใน​คำ​สัญญา​ของ​พระเจ้า​เลย กลับ​มี​ความ​ไว้วางใจ​มาก​ขึ้น ซึ่ง​เป็น​การ​ให้​เกียรติ​กับ​พระเจ้า 21 อับราฮัม​เชื่อ​อย่าง​แน่ว​แน่​ว่า พระเจ้า​สามารถ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้ 22 “พระเจ้า​จึง​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​ท่าน​นั้น​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​จะ​ยอมรับ​ท่าน”+ 4:22 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 15:623 อย่าง​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​นั้น คำพูด​เหล่านี้​ไม่​ได้​เกี่ยวกับ​เรื่อง​ของ​อับราฮัม​เท่านั้น 24 แต่​เกี่ยวกับ​พวก​เรา​ด้วย พระเจ้า​จะ​นับ​ว่า​ความ​ไว้วางใจ​ของ​เรา​นั้น​เป็น​สาเหตุ​เพียงพอ​ที่​จะ​ยอมรับ​เรา​ด้วย คือ​พวก​เรา​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า ผู้​ทำ​ให้​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย 25 เป็น​เพราะ​ความ​ผิด​บาป​ของ​เรา พระเจ้า​ถึง​ได้​มอบ​พระเยซู​ให้​คน​เอา​ไป​ฆ่า และ​พระเจ้า​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย เพื่อ​เรา​จะ​ได้​เป็น​คน​ที่​พระองค์​ยอมรับ

5

สันติสุข​และ​ความ​ชื่นชม​ยินดี

1 พระเจ้า​นับว่า​เรา​เป็น​คน​ที่​พระองค์​ยอมรับ​เพราะ​เรา​ไว้วางใจ จึง​เกิด​ความ​สงบสุข​ระหว่าง​เรา​กับ​พระเจ้า+ 5:1 จึง​เกิด​ความ​สงบสุข​ระหว่าง​เรา​กับ​พระเจ้า ฉบับ​ภาษา​เดิม​บาง​ฉบับ​เขียน​ว่า “ขอ​ให้​เรา​อยู่​อย่าง​สงบสุข​กับ​พระเจ้า”​ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา 2 พระเยซู​นำ​เรา​เข้า​สู่​ความ​เมตตา​กรุณา​ที่​เรา​มี​อยู่นี้ แล้ว​เรา​ก็​ยัง​โอ้อวด​อย่าง​ชื่นชม​ยินดี​ใน​ความหวัง​ที่​เรา​จะ​ได้รับ​เกียรติ​จาก​พระเจ้า+ 5:2 ความหวัง … จาก​พระเจ้า หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ความหวัง​ที่​เรา​จะ​ได้​เป็น​เหมือน​พระเจ้า”3 นอกจาก​นั้น เรา​ยัง​ชื่นชม​ยินดี​กับ​ความ​ทุกข์ยาก​ต่างๆ​ที่​เรา​ได้รับ​ด้วย เพราะ​เรา​รู้​ว่า​ความ​ทุกข์ยาก​ต่างๆ​จะ​ทำ​ให้​เรา​เรียนรู้​ที่​จะ​อดทน 4 ความ​อดทนนี้​จะ​ทำ​ให้​เรา​เกิด​ความ​ไว้วางใจ ที่​ได้รับ​การ​พิสูจน์​มา​แล้ว​ว่า​เป็น​ของ​แท้ ซึ่ง​จะ​ทำ​ให้​เรา​เกิด​ความหวัง 5 ความหวัง​นั้น​ไม่​เคย​ทำ​ให้​เรา​ผิดหวัง​เลย เพราะ​พระเจ้า​ได้​เท​ความรัก​ของ​พระองค์​เข้า​มา​ใน​จิตใจ​ของ​เรา ผ่าน​ทาง​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ที่​พระองค์​ได้​ให้​กับ​เรา​ไว้ 6 เพราะ​ใน​เวลา​ที่​เรา​ยัง​ช่วยเหลือ​ตัวเอง​ไม่​ได้​นั้น​เอง พระเยซู​ก็​ได้​มา​ตาย​เพื่อ​เป็น​ประโยชน์​กับ​คน​ชั่ว​อย่าง​เรา 7 คน​ที่​ยอม​ตาย​เพื่อ​คน​ซื่อสัตย์​นั้น​หา​ยาก​มาก แต่​อาจ​จะ​มี​บาง​คน​กล้า​ตาย​เพื่อ​คน​ที่​ดีๆ 8 แต่​พระเจ้า​ได้​แสดง​ความรัก​ต่อ​เรา โดย​ยอม​ส่ง​พระคริสต์​มา​ตาย​เพื่อ​เรา ทั้งๆ​ที่​เรา​ยัง​เป็น​คน​บาป​อยู่

9 ตอนนี้​พระเจ้า​ยอมรับ​เรา​แล้ว​เพราะ​เลือด​ของ​พระคริสต์ ยิ่งกว่า​นั้น​เรา​จะ​รอด​พ้น​จาก​ความ​โกรธ​ของ​พระเจ้า​เพราะ​พระคริสต์​อย่าง​แน่นอน 10 ขนาด​ตอน​ที่​เรา​เป็น​ศัตรู​กับ​พระเจ้า ความตาย​ของ​พระบุตร​ยัง​ทำ​ให้​เรา​กลับ​มา​คืน​ดี​กับ​พระเจ้า​ได้​เลย แล้ว​ตอนนี้​เรา​ได้​กลับ​มา​คืน​ดี​กับ​พระเจ้า​แล้ว ดังนั้น​ชีวิต​ของ​พระบุตร​จะ​ต้อง​ทำ​ให้​เรา​ได้รับ​ความรอด​อย่าง​แน่นอน 11 ยิ่งกว่า​นั้น เรา​ยัง​ได้​โอ้​อวด​พระเจ้า​ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา​ด้วย เพราะ​พระองค์​ได้​ทำ​ให้​เรา​กลับ​มา​คืนดี​กับ​พระเจ้า​แล้ว

อาดัม​และ​พระเยซู

12 คน​คน​เดียว​คือ​อาดัม​ทำ​บาป บาป​จึง​เข้า​มา​ใน​โลก บาปนี้​นำ​ความตาย​มา​ด้วย มนุษย์​ทุก​คน​จึง​ต้อง​ตาย​เพราะ​มนุษย์​ทุก​คน​ทำ​บาป 13 บาป​เกิด​ขึ้น​ใน​โลกนี้​ก่อน​ที่​จะ​มี​กฎ​ของ​โมเสส​เสีย​อีก ตอน​นั้น​พระเจ้า​จึง​ยัง​ไม่​ได้​จด​บัญชี​บาป​ที่​มนุษย์​ทำ​กัน เพราะ​ยัง​ไม่​มี​กฎ​อะไร​ใช้​เลย 14 แต่​ความตาย​นั้น​มี​อำนาจ​อยู่​แล้ว ตั้งแต่​สมัย​ของ​อาดัม​มา​จน​ถึง​สมัย​ของ​โมเสส มนุษย์​ทุก​คน​จึง​ยัง​ต้อง​ตาย​ถึง​แม้​เขา​จะ​ไม่​ได้​ขัด​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า​โดย​ตรง​อย่าง​ที่​อาดัม​ทำ อาดัม​กับ​พระคริสต์​ที่​มา​ตอนหลังนี้​มี​บาง​อย่าง​ที่​เหมือน​กัน 15 แต่​ของขวัญ​ที่​พระเจ้า​ให้​เปล่าๆ​นั้น มัน​แตกต่าง​กัน​เพราะ​ใน​ทาง​หนึ่ง​ขณะ​ที่​ความผิด​ของ​คนๆ​หนึ่ง คือ​อาดัม ทำ​ให้​คน​จำนวน​มาก​ต้อง​ตาย แต่​ใน​อีก​ทาง​หนึ่ง ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเจ้า​และ​ของขวัญ​ที่​ผ่าน​มา​ทาง​ความ​เมตตา​ของ​คน​คน​เดียว​คือ​พระเยซู​คริสต์นั้น ก็​เป็น​ประโยชน์​กับ​คน​มากมาย

16 แน่นอน​ผล​จาก​ของขวัญ​นั้น แตกต่าง​อย่าง​มาก​จาก​ผล​ของ​ความผิด​ที่​อาดัม​ได้​ทำ เพราะ​การ​ทำ​ผิด​เพียง​ครั้ง​เดียว​ทำ​ให้​ทุก​คน​ต้อง​ถูก​ตัดสิน​ว่า​ผิด แต่​ของขวัญ​นั้น​ทำให้​คน​เรา​ได้รับ​การ​ตัดสิน​ว่า​ไม่​ผิด ทั้งๆ​ที่​ทำ​ผิด​ตั้ง​หลาย​ครั้ง 17 ถ้า​ความตาย​ปกครอง​คน​เรา​เพราะ​ความบาป​ของ​มนุษย์​คน​หนึ่ง ยิ่ง​กว่า​นั้น​คน​มากมาย​จะ​ปกครอง​ชีวิต​ผ่าน​ทาง​มนุษย์​อีก​คน​หนึ่ง​คือ​พระเยซู​คริสต์​อย่าง​แน่นอน คือ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้รับ​ความ​เมตตา​กรุณา​อย่าง​เหลือล้น และ​ได้รับ​ของขวัญ​เป็น​ที่​ยอมรับ​ของ​พระเจ้า 18 คน​คน​เดียว​ทำ​ผิด ก็​ทำ​ให้​มนุษย์​ทุก​คน​ต้อง​ถูก​ตัดสิน​ว่า​ผิด เช่น​เดียว​กัน​คน​คน​เดียว​ทำ​ถูกต้อง ก็​ทำ​ให้​พระเจ้า​ยอมรับ​และ​ให้​ชีวิต​กับ​มนุษย์​ทุก​คน 19 คน​คน​เดียว​ไม่​เชื่อฟัง ก็​ทำให้​คน​มากมาย​กลาย​เป็น​คน​บาป เช่น​เดียว​กัน​คน​คน​เดียว​เชื่อฟัง​ก็​ทำให้​คน​มากมาย​กลาย​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ 20 เมื่อ​กฎ​ของ​โมเสส​เข้า​มา ทำ​ให้​คน​ผิด​กฎ​กัน​มาก​ขึ้น แต่​เมื่อ​บาป​เพิ่ม​ขึ้น ความ​เมตตา​กรุณา​ก็​ยิ่ง​เพิ่ม​มาก​กว่า​นั้น​อีก 21 บาป​เคย​เป็น​กษัตริย์​และ​ใช้​ความตาย​ปกครอง เช่น​เดียว​กัน​ความ​เมตตา​กรุณา​เป็น​กษัตริย์​และ​ใช้​การ​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​เรา​ปกครอง ทำให้​คน​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา

6

ตาย​จาก​บาป แล้ว​มี​ชีวิต​ใน​พระคริสต์

1 แล้ว​ที​นี้​จะ​ว่า​ยังไง จะ​ทำ​บาป​ต่อ​ไป​เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ได้​เมตตา​มาก​ขึ้น​อย่าง​นั้น​หรือ 2 ไม่​มี​ทาง ใน​เมื่อ​เรา​ตาย​จาก​บาป​แล้ว ยัง​จะ​ใช้​ชีวิต​อยู่​ใน​ความบาป​อีก​ได้​อย่างไร 3 หรือ​พวก​คุณ​ไม่​รู้​ว่า​การ​ที่​เรา​รับ​พิธี​จุ่มน้ำ​เข้า​ใน​พระเยซู​คริสต์​นั้น คือ​การ​จุ่ม​เข้า​ไป​ใน​ความตาย​ของ​พระองค์​นั่นเอง 4 ดังนั้น​เมื่อ​เรา​จุ่ม​เข้า​ใน​ความตาย​ของ​พระเยซู ก็​หมาย​ถึง​ว่า​เรา​ถูก​ฝัง​ร่วม​กับ​พระองค์​แล้ว เพื่อ​เรา​จะ​มี​วิถี​ชีวิต​ใหม่​เหมือน​กับ​ที่​พระคริสต์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย โดย​ฤทธิ์​อำนาจ​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระบิดา 5 เพราะ​ถ้า​เรา​ได้​เข้า​ร่วม​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กับ​พระองค์​ใน​ความตาย​นั้น เรา​ก็​จะ​ได้​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กับ​พระองค์​ใน​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​ด้วย 6 เรา​รู้​ว่า​คน​เก่า​ของ​เรา​ได้​ถูก​ตรึง​ร่วม​กัน​กับ​พระคริสต์​แล้ว เพื่อ​ตัว​ตน​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​บาป​จะ​ได้​หมด​ฤทธิ์​ไป แล้ว​เรา​จะ​ได้​ไม่​เป็น​ทาส​ของ​ความบาป​อีก​ต่อ​ไป 7 เพราะ​คน​ที่​ตาย​แล้ว​ก็​หลุดพ้น​จาก​อำนาจ​ของ​บาป

8 เมื่อ​เรา​ตาย​ร่วม​กับ​พระคริสต์​แล้ว เรา​เชื่อ​ว่า​เรา​จะ​มี​ชีวิต​ร่วม​กับ​พระองค์​ด้วย 9 เรา​รู้​ว่า​พระคริสต์ ผู้​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​นั้น จะ​ไม่​มี​วัน​ตาย​อีก​ต่อ​ไป ความ​ตาย​ก็​ไม่​ได้​เป็น​นาย​เหนือ​พระองค์​อีก​ต่อ​ไป 10 พระองค์​ตาย​เพียง​ครั้ง​เดียว​ก็​พอ​ตลอด​ไป​เพื่อ​ชนะ​อำนาจ​ของ​บาป ชีวิต​ที่​พระองค์​มี​อยู่นี้ พระองค์​อยู่​เพื่อ​พระเจ้า 11 พวก​คุณ​ก็​เหมือน​กัน ให้​ถือ​ว่า​ตัว​คุณ​เอง​ตาย​จาก​บาป​แล้ว และ​มี​ชีวิต​อยู่​เพื่อ​พระเจ้า​ใน​พระเยซู​คริสต์นั้น

12 ดังนั้น​อย่า​ปล่อย​ให้​บาป​มา​เป็น​เจ้า​ครอบ​ครอง​ร่างกาย​ที่​ต้อง​ตาย​ของ​คุณ​อีกเลย คือ​ให้​ความบาป​ทำ​ให้​คุณ​ต้อง​เชื่อฟัง​และ​ทำ​ตาม​กิเลส​ตัณหา​ของ​มัน 13 คุณ​ไม่​ควร​ยอม​ให้​บาป​มา​ใช้​อวัยวะ​ส่วน​ไหน​ก็​ตาม​ของ​คุณ​เป็น​เครื่องมือ​ใน​การ​ทำ​ชั่ว แต่​ให้​มอบ​ชีวิต​ของ​คุณ​เอง​กับ​พระเจ้า ให้​สม​กับ​เป็น​คน​ที่​ตาย​ไป​และ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่​แล้ว ดังนั้น​ขอ​ให้​คุณ​ยอม​ให้​พระเจ้า​ใช้​อวัยวะ​ทุก​ส่วน​ของ​ร่างกาย​คุณ​ให้​เป็น​เครื่องมือ​ใน​การ​ทำ​ความดี 14 ความบาป​ก็​ไม่​มี​อำนาจ​เหนือ​พวก​คุณ​อีก​ต่อ​ไป​แล้ว เพราะ​พวก​คุณ​ไม่​ได้​อยู่​ใต้​อำนาจ​ของ​กฎ แต่​อยู่​ใต้​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเจ้า

ทาส​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า

15 แล้ว​ที​นี้​เรา​จะ​ว่า​อย่างไร​ดี ทำ​บาป​ต่อ​ไป​ดี​ไหม ไม่​มี​ทาง เพราะ​ตอนนี้​เรา​ไม่​ได้​อยู่​ใต้​กฎ​แล้ว แต่​อยู่​ใต้​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเจ้า 16 พวก​คุณ​ไม่​รู้​หรือ​ว่า เมื่อ​คุณ​ยอม​มอบ​ตัว​เป็น​ทาส​เชื่อฟัง​ใคร​ก็​ตาม คุณ​ก็​เป็น​ทาส​ของ​คนๆ​นั้น​แล้ว ไม่ว่า​จะ​เป็น​ทาส​ของ​ความบาป​ที่​ทำ​ให้​ต้อง​ตาย หรือ​เป็น​ทาส​ที่​เชื่อฟัง​พระเจ้า​ซึ่ง​จะ​นำ​ไป​ถึง​ชีวิต​ที่​พระเจ้า​ชอบใจ 17 แต่​ขอบคุณ​พระเจ้า​ที่​ถึง​แม้​คุณ​จะ​เคย​เป็น​ทาส​ของ​ความบาป​มา​ก่อน แต่​เดี๋ยวนี้​คุณ​ได้​เชื่อฟัง​แบบ​อย่าง​คำสอน​ที่​พระเจ้า​ให้​ครอบ​ครอง​คุณ​นั้น​อย่าง​สุด​หัวใจ 18 คุณ​จึง​ไม่​เป็น​ทาส​ของ​ความบาป​อีก​ต่อ​ไป แต่​เป็น​ทาส​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า 19 (ที่​ผม​ใช้​ตัวอย่าง​เรื่อง​ทาส​มา​อธิบาย​ให้​ฟัง ก็​เพราะ​กลัว​ว่า​คุณ​จะ​ไม่​เข้าใจ) ใน​อดีต​คุณ​เคย​มอบ​อวัยวะ​ของ​คุณ​ให้​เป็น​ทาส​ของ​ความ​สกปรก​โสโครก​และ​การ​แหก​กฎ ซึ่ง​ทำให้​คุณ​แหก​กฎ​มาก​ขึ้น​เรื่อยๆ แต่​เดี๋ยวนี้​ขอ​ให้​ยอม​มอบ​อวัยวะ​ของ​คุณ​ให้​เป็น​ทาส​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​ซึ่ง​นำ​ไป​สู่​ความ​บริสุทธิ์

20 แต่​ก่อน เมื่อ​คุณ​เป็น​ทาส​ของ​ความบาป​นั้น คุณ​ก็​เป็น​อิสระ ไม่​ได้​อยู่​ใต้​การ​ควบคุม​ของ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง 21 แต่​คุณ​ได้​อะไร​บ้าง​จาก​การ​ใช้​ชีวิต​แบบ​นั้น สิ่ง​ที่​คุณ​ได้​คือ​สิ่ง​ที่​คุณ​ละอาย​กับ​มัน​ตอนนี้ เพราะ​สิ่ง​เหล่า​นั้น​นำ​ไป​ถึง​ความตาย 22 แต่​ตอนนี้​คุณ​ได้​เป็น​อิสระ​จาก​บาป​และ​มา​เป็น​ทาส​ของ​พระเจ้า​แล้ว ผล​ที่​คุณ​จะ​ได้รับ​คือ​ความ​บริสุทธิ์​ที่​นำ​ไป​ถึง​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป 23 เพราะ​ค่าจ้าง​ที่​ความบาป​จ่าย​ให้​กับ​เรา​คือ​ความตาย แต่​ของขวัญ​ที่​พระเจ้า​ให้​กับ​เรา​นั้น​คือ​ชีวิต​ที่​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป ใน​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา

7

ตัวอย่าง​จาก​การ​แต่งงาน

1 พี่น้อง​ครับ พวก​คุณ​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​กฎ​นั้น​มี​อำนาจ​เหนือ​มนุษย์​เฉพาะ​ตอน​มี​ชีวิต​อยู่​เท่านั้น (คุณ​ก็​คุ้นเคย​กับ​กฎ​ดี​อยู่​แล้ว) 2 ยก​ตัวอย่าง​เช่น ผู้หญิง​ที่​แต่งงาน​แล้ว​จะ​ต้อง​ผูกมัด​อยู่​กับ​สามี​ตาม​กฎ​เมื่อ​สามี​ของ​เธอ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ แต่​ถ้า​สามี​ของ​เธอ​ตาย​ไป เธอ​ก็​หลุดพ้น​จาก​กฎ​การ​แต่งงาน​นั้น 3 แต่​ถ้า​สามี​เธอ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ แล้ว​เธอ​ไป​เป็น​เมีย​ชาย​อื่น ก็​ถือ​ว่า​เธอ​คบ​ชู้ แต่​ถ้า​สามี​เธอ​ตาย​แล้ว เธอ​ก็​เป็น​อิสระ​จาก​กฎ​การ​แต่ง​งาน​นั้น และ​ถ้า​เธอ​ไป​เป็น​เมีย​ชาย​อื่น ก็​ไม่​ถือ​ว่า​เธอ​คบ​ชู้

4 พี่น้อง​ก็​เหมือน​กัน เป็น​เพราะ​ความตาย​ของ​พระคริสต์ คุณ​เอง​ถึง​ตาย​ไป​แล้ว​ด้วย​และ​เป็น​อิสระ​จาก​กฎ​นั้น​แล้ว เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​เป็น​ของ​พระคริสต์​ผู้​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย และ​เพื่อ​ที่​เรา​จะ​ได้​เกิด​ผล​สำหรับ​พระเจ้า 5 แต่​ก่อน​ตอน​ที่​เรา​ใช้​ชีวิต​ตาม​สันดาน​นั้น กฎ​ก็​กระตุ้น​ให้​เกิด​กิเลสตัณหา​ขึ้น​มา แล้ว​กิเลสตัณหานี้​ก็​มา​ควบคุม​อวัยวะ​ใน​ตัว​เรา เรา​จึง​ไป​ทำ​สิ่ง​ที่​นำ​ไป​สู่​ความตาย 6 แต่​เดี๋ยวนี้​เรา​ตาย​แล้ว​และ​หลุดพ้น​จาก​กฎ​ที่​เคย​ขัง​เรา​ไว้ ตอนนี้​เรา​ได้​มา​รับใช้​พระเจ้า​ผู้​เป็น​เจ้านาย​ของ​เรา ด้วย​ชีวิต​ใหม่​ที่​พระวิญญาณ​นำ ไม่​ใช่​ชีวิต​เก่า​ที่​นำ​โดย​กฎ​ที่​เขียน​ขึ้น

สิ่ง​ที่​กฎ​ทำ​ไม่ได้

7 แล้ว​จะ​ว่า​ยังไง​ดี กฎ​นั้น​บาป​หรือ ไม่​มี​ทาง อันที่​จริง​ถ้า​ไม่​มี​กฎ ผม​ก็​ไม่​รู้​หรอก​ว่า​บาป​คือ​อะไร เพราะ​ถ้า​ไม่​มี​กฎ​เขียน​ไว้​ว่า “อย่า​โลภ”+ 7:7 อ้าง​จาก​หนังสือ อพยพ 20:17 และ เฉลยธรรมบัญญัติ 5:21 ผม​ไม่​มี​ทาง​รู้​ว่า​ความโลภ​เป็น​อย่างไร 8 แต่​บาป​ได้​ฉวย​โอกาส​เอา​กฎ​นั้น​มา​ทำให้​ผม​เกิด​ความโลภ​ทุก​ชนิด ถ้า​ไม่​มี​กฎ บาป​ก็​หมด​ฤทธิ์เดช​ไป​แล้ว 9 ครั้งหนึ่ง​ผม​เคย​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​ไม่​มี​กฎ แต่​พอ​มี​กฎ​ขึ้น​มา​บาป​ก็​ฟื้น​คืน​ชีพ 10 แต่​ผม​กลับ​ต้อง​ตาย ปรากฏ​ว่า​กฎ​อันนี้​เอง​ที่​เคย​มี​ไว้​เพื่อ​นำ​ชีวิต​มา​ให้ กลับ​มา​ทำ​ให้​ผม​ต้อง​ตาย 11 เพราะ​บาป​ได้​ฉวย​โอกาส​ใช้​กฎ​นั้น​มา​ล่อลวง​ผม​และ​ฆ่า​ผม 12 ดังนั้น​สรุป​ได้​ว่า​กฎ​นั้น​ศักดิ์สิทธิ์ และ​บัญญัติ​นั้น​ก็​ศักดิ์สิทธิ์ ยุติธรรม​และ​ดี​ด้วย 13 เอ้า แสดง​ว่า​สิ่ง​ที่​ดีๆ​นำ​ความตาย​มา​ให้​ผม​อย่าง​นั้น​หรือ ไม่​มี​ทาง แต่​เป็น​บาป​ต่างหาก บาป​ได้​ใช้​สิ่ง​ที่​ดีๆนี้​มา​ฆ่า​ผม ผม​จะ​ได้​รู้​ธาตุ​แท้​ของ​บาป​ว่า​เป็น​อย่างไร และ​บัญญัติ​จะ​ทำ​ให้​เรา​รู้​ว่า​บาป​นั้น​มัน​ชั่วร้าย​ขนาด​ไหน

14 เรา​รู้​ว่า​กฎ​นั้น​มา​จาก​พระวิญญาณ แต่​ผม​เป็น​แค่​มนุษย์​ธรรมดา​ๆที่​ถูก​ขาย​ไป​เป็น​ทาส​อยู่​ใต้​อำนาจ​ของ​บาป 15 ผม​ไม่​เข้าใจ​หรอก​ว่า​ทำไม​ผม​ถึง​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ผม​ทำ เพราะ​สิ่ง​ที่​ผม​อยาก​ทำ​ผม​ก็​ไม่​ได้​ทำ แต่​ผม​กลับ​ไป​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ผม​เกลียด 16 ถ้า​ผม​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ผม​ไม่​อยาก​ทำ นั่น​แสดง​ว่า​ผม​เห็น​ด้วย​กับ​กฎ​และ​ยอมรับ​ว่า​กฎ​นั้น​ดี 17 ความจริง​แล้ว ไม่​ใช่​ตัว​ผม​หรอก​ที่​ทำ​สิ่งนี้ แต่​บาป​ที่​อยู่​ใน​ตัว​ผม​ต่างหาก​ที่​ทำ 18 ใช่ ผม​รู้​ว่า​สิ่ง​ที่​ดี​นั้น​ไม่​ได้​อยู่​ใน​ตัว​ผม​หรอก (คือ​ใน​สันดาน​ของ​ผม​ที่​เป็น​มนุษย์​ฝ่าย​เนื้อ​หนังนี้) ผม​อยาก​จะ​ทำ​ดี​แต่​ก็​ทำ​ไม่​ได้ 19 สิ่ง​ดีๆ​ที่​ผม​อยาก​ทำ​นั้น ผม​ไม่​ได้​ทำ แต่​กลับ​ไป​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ชั่วร้าย​ที่​ผม​ไม่​อยาก​ทำ 20 เพราะ​ฉะนั้น​ถ้า​ผม​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ผม​ไม่​อยาก​ทำ ก็​แสดง​ว่า​ไม่​ใช่​ผม​ที่​เป็น​คน​ทำ แต่​เป็น​บาป​ที่​อยู่​ใน​ผม​ต่าง​หาก​ที่​ทำ

21 ผม​เลย​ค้น​พบ​กฎ​ข้อ​หนึ่ง​ว่า เมื่อไร​ก็​ตาม​ที่​ผม​อยาก​จะ​ทำ​ดี ความชั่ว​จะ​อยู่​ที่​นั่น​กับ​ผม​เสมอ 22 ใน​ใจ​ผม​เห็น​ด้วย​กับ​กฎ​ของ​พระเจ้า 23 แต่​ผม​ก็​เห็น​อีก​กฎ​หนึ่ง​ที่​ทำงาน​อยู่​ใน​ตัว​ผม มัน​ต่อสู้​กับ​กฎ​ของ​พระเจ้า​ที่​จิตใจ​ของ​ผม​ยอมรับ​อยู่ แล้ว​มัน​ก็​ทำให้​ผม​เป็น​นักโทษ​ของ​กฎ​แห่ง​บาป​ที่​ทำ​งาน​อยู่​ใน​ตัว​ผมนี้ 24 ผม​นี่​น่า​สมเพช​จริงๆ​ใคร​จะ​ช่วย​ชีวิต​ผม​ให้​พ้น​จาก​ร่างกายนี้​ที่​นำ​ความตาย​มา​ให้​กับ​ผม​ได้​บ้าง 25 ขอบคุณ​พระเจ้า ผ่าน​ทาง​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา ใจ​ของ​ผม​นั้น​เป็น​ทาส​ของ​กฎ​ของ​พระเจ้า แต่​สันดาน​ของ​ผม​นั้น​เป็น​ทาส​ของ​กฎ​แห่ง​บาป

8

ชีวิต​ที่​นำ​โดย​พระวิญญาณ

1 แล้ว​เดี๋ยวนี้​คน​ทั้งหลาย​ที่​มี​ส่วน​ใน​พระเยซู​คริสต์​จะ​ไม่​ต้อง​ถูก​ลงโทษ 2 เพราะ​ใน​พระเยซู​คริสต์ กฎ​ที่​มา​จาก​พระวิญญาณ​ที่​ให้​ชีวิต​นั้น ได้​ปลดปล่อย​ให้​คุณ+ 8:2 คุณ ฉบับ​ภาษา​เดิม​บาง​ฉบับ​เขียน​ว่า ผม​เป็น​อิสระ​จาก​กฎ​แห่ง​บาป​ที่​นำ​ไป​สู่​ความตาย​แล้ว 3 สิ่ง​ที่​กฎ​ของ​โมเสส​ช่วย​ไม่​ได้ เพราะ​สันดาน​ของ​เรา​ทำ​ให้​กฎ​อ่อนแอ​ไป พระเจ้า​ก็​ได้​ทำ​แล้ว พระองค์​ได้​ส่ง​พระบุตร​ของ​พระองค์​มา​เป็น​มนุษย์​เหมือน​กับ​เรา​ที่​เป็น​คน​บาป และ​ส่ง​มา​เพื่อ​จัดการ​กับ​บาป พระเจ้า​ได้​ตัดสิน​ลงโทษ​บาป​โดย​ใช้​ร่าง​ที่​เป็น​มนุษย์​ของ​พระเยซู 4 เพื่อ​สิ่ง​ที่​กฎ​สั่ง​ไว้​จะ​ได้​สำเร็จ​ใน​ชีวิต​ของ​เรา​ผู้​ที่​ไม่​ได้​ใช้​ชีวิต​ตาม​สันดาน แต่​ตาม​พระวิญญาณ

5 เพราะ​คน​ที่​ใช้​ชีวิต​ตาม​สันดาน​ก็​มัว​แต่​คิด​ถึง​ความ​ต้องการ​ของ​กิเลส แต่​คน​ที่​ใช้​ชีวิต​ตาม​พระวิญญาณ​ก็​จะ​คิดถึง​แต่​เรื่อง​ที่​พระวิญญาณ​ต้องการ 6 จิตใจ​ที่​สันดาน​ควบคุม​อยู่​นั้น​นำ​ไป​สู่​ความตาย แต่​จิตใจ​ที่​พระวิญญาณ​ควบคุม​นำ​ไป​สู่​ชีวิต​และ​สันติสุข 7 จิตใจ​ที่​สันดาน​ควบคุม​นั้น​เป็น​ศัตรู​กับ​พระเจ้า เพราะ​จิตใจ​นั้น​ไม่​ยอม​ทำ​ตาม​กฎ​ของ​พระเจ้า และ​ความจริง​แล้ว​มัน​ก็​ไม่​สามารถ​ที่​จะ​ทำ​ตาม​กฎ​นั้น​ได้​ด้วย 8 คน​ที่​มี​ชีวิต​ตาม​สันดาน​จึง​ไม่​สามารถ​ทำ​ให้​พระเจ้า​พอใจ​ได้

9 แต่​ถ้า​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​อยู่​ใน​พวก​คุณ คุณ​ก็​ไม่​ได้​ใช้​ชีวิต​ตาม​สันดาน แต่​ใช้​ชีวิต​ตาม​พระวิญญาณ แต่​ถ้า​คน​ไหน​ไม่​มี​พระวิญญาณ​ของ​พระคริสต์ แสดง​ว่า​คน​นั้น​ไม่​ได้​เป็น​ของ​พระคริสต์ 10 แต่​ถ้า​พระคริสต์​อยู่​ใน​ตัว​พวก​คุณ ถึง​แม้​ร่าง​ของ​คุณ​ต้อง​ตาย​ไป​เพราะ​บาป แต่​พระวิญญาณ​ก็​ยัง​จะ​นำ​ชีวิต​ใหม่​ให้​กับ​คุณ เพราะ​พระเจ้า​ยอมรับ​คุณ​แล้ว 11 ถ้า​คุณ​มี​พระวิญญาณ​ที่​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​อยู่​ใน​พวก​คุณ พระเจ้า​ผู้​ทำ​ให้​พระคริสต์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย ก็​จะ​ใช้​พระวิญญาณ​ของ​พระองค์​ที่​อยู่​ใน​พวก​คุณ​นั้น ให้​ชีวิต​กับ​ร่าง​ที่​ต้อง​ตายนี้​ของ​คุณ

12 ดังนั้น​พี่น้อง​ครับ เรา​ไม่​ได้​เป็น​หนี้​อะไร​กับ​สันดาน​เลย​ถึง​จะ​ต้อง​ทำ​ตาม​ที่​มัน​สั่ง 13 ถ้า​คุณ​ยัง​ใช้​ชีวิต​ตาม​สันดาน​อยู่ คุณ​จะ​ต้อง​ตาย แต่​ถ้า​คุณ​ยอม​ให้​พระวิญญาณ​ฆ่า​การ​กระทำ​บาป​ของ​ร่างกาย คุณ​ก็​จะ​มี​ชีวิต

14 เพราะ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​นำ​ใคร คน​นั้น​ก็​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า 15 เพราะ​พระวิญญาณ​ที่​คุณ​ได้รับ​นั้น​ไม่​ได้​ทำ​ให้​คุณ​เป็น​ทาส​ที่​ต้อง​กลัว​อีก แต่​ทำ​ให้​คุณ​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า และ​พระวิญญาณนี้​ทำ​ให้​เรา​ร้อง​ดังๆ​ว่า “อับบา+ 8:15 อับบา เป็น​คำ​ใน​ภาษา​อารเมค​ที่​แปล​ว่า “พ่อ” พ่อ” 16 พระวิญญาณ​นั้น​ทำ​ให้​เรา​มั่นใจ​ว่า​เรา​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า 17 ถ้า​เรา​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า​แล้ว เรา​ก็​เป็น​ทายาท คือ​ทายาท​ของ​พระเจ้า และ​เป็น​ทายาท​ร่วม​กับ​พระคริสต์ แต่​เรา​จะ​ต้อง​ร่วม​ทุกข์​กับ​พระคริสต์​ก่อน เพื่อ​ที่​เรา​จะ​ได้รับ​ศักดิ์ศรี​ร่วม​กับ​พระองค์​ด้วย

เรา​จะ​ได้รับ​เกียรติ​ใน​อนาคต

18 ผม​ถือ​ว่า​ความ​ทุกข์​ยาก​ใน​ชีวิตนี้ ไม่​หนักหนา​อะไร​เลย เมื่อ​เปรียบเทียบ​กับ​ศักดิ์ศรี​ที่​พระองค์​จะ​เปิดเผย​ให้​กับ​เรา​ใน​อนาคต 19 เพราะ​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา​ใน​โลกนี้ กำลัง​ตั้งตา​คอย​วัน​ที่​พระเจ้า​จะ​เปิดเผย​ให้​เห็น​ว่า​ใคร​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระองค์​บ้าง 20 ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​ขึ้น​มา​ใน​โลกนี้ พระเจ้า​ทำ​ให้​มัน​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​ผิดเพี้ยน​ไป ไม่​ใช่​ว่า​ตัว​มัน​เอง​อยาก​เป็น​อย่าง​นั้น แต่​พระเจ้า​เป็น​ผู้​กำหนด​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น เพราะ​มี​ความหวัง​ว่า 21 ทุก​สิ่ง​ที่​พระองค์​สร้าง​มานี้ จะ​ได้​หลุดพ้น​จาก​การ​เป็น​ทาส​ของ​ความ​เสื่อมโทรม แล้ว​จะ​ได้​เป็น​อิสระ​และ​มี​ศักดิ์ศรี​ร่วม​กับ​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า 22 เพราะ​เรา​รู้​ว่า​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สร้าง​มา​ใน​โลกนี้​ยัง​ร้อง​คร่ำครวญ ด้วย​ความ​เจ็บปวด​รวดร้าว​มา​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ (เหมือน​กับ​ผู้หญิง​ที่​กำลัง​จะ​คลอด​ลูก) 23 ไม่​ใช่​แต่​เฉพาะ​พวก​นั้น​ที่​ร้อง​คร่ำครวญ แม้แต่​เรา​เอง​ก็​ยัง​ร้อง​คร่ำครวญ​อยู่​ในใจ​ด้วย ทั้งๆ​ที่​เรา​ได้รับ​พระวิญญาณ​ซึ่ง​เป็น​พระพร​ส่วน​แรก​จาก​พระเจ้า​แล้ว เรา​ยัง​ตั้ง​ตา​รอคอย​วัน​ที่​พระองค์​จะ​ทำให้​เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระองค์​อย่าง​สมบูรณ์ เมื่อนั้น​ร่างกาย​ของ​เรา​จะ​ได้​หลุดพ้น​เป็น​อิสระ 24 พระเจ้า​ได้​ช่วย​ชีวิต​เรา​แล้ว เรา​จึง​มี​ความ​หวังนี้​อยู่​ใน​ใจ ความหวัง​ที่​เรา​เห็น​ได้​นั้น​ไม่​เรียกว่า​ความหวัง​หรอก เพราะ​ใคร​จะ​ไป​หวัง​กับ​สิ่ง​ที่​เขา​เห็น​แล้ว 25 แต่​เรา​หวัง​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ยัง​มอง​ไม่​เห็น และ​เรา​ก็​ตั้ง​ตา​รอคอย​มัน​ด้วย​ความอดทน

26 ใน​ทำนอง​เดียว​กัน​พระวิญญาณ​ก็​มา​ช่วย​เรา​ใน​ความ​อ่อนแอ​ของ​เรา​ด้วย เรา​ไม่​รู้​ว่า​เรา​ควร​จะ​ขอ​อะไร​เวลา​ที่​เรา​อธิษฐาน แต่​พระวิญญาณ​เอง​ได้​ขอ​ต่อ​พระเจ้า​แทน​เรา​ด้วย​เสียง​ร้อง​คร่ำครวญ​ที่​ไม่​เป็น​คำ 27 แต่​พระเจ้า​ผู้​หยั่งรู้​จิตใจ​รู้​ว่า​อะไร​อยู่​ใน​จิตใจ​ของ​พระวิญญาณ เพราะ​พระวิญญาณ​ได้​ร้องขอ​ให้​กับ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า ตาม​ที่​พระเจ้า​ชอบใจ

28 เรา​รู้​ว่า​พระเจ้า​ทำ​ให้​ทุก​อย่าง​เกิด​ผลดี​สำหรับ​คน​ที่รัก​พระองค์ พวก​เขา​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​เรียก​ตาม​แผนงาน​ของ​พระองค์ 29 พระเจ้า​ได้​เลือก​และ​แยก​คน​พวกนี้​ไว้​ก่อน​ล่วงหน้า​แล้ว ให้​เป็น​เหมือน​กับ​พระบุตร​ของ​พระองค์ เพื่อ​ว่า​พระบุตร​นั้น​จะ​ได้​เป็น​บุตร​คน​แรก​ใน​หมู่​พี่น้อง​มากมาย 30 ดังนั้น​คน​พวกนี้​ที่​พระองค์​ได้​แยก​ไว้​แล้ว พระองค์​ก็​ได้​เรียก​มา และ​เมื่อ​เรียก​มา​แล้ว พระองค์​ก็​ยอมรับ​เขา และ​เมื่อ​ยอมรับ​แล้ว พระองค์​ก็​ให้​พวก​เขา​มี​ศักดิ์ศรี​ด้วย

ความรัก​ของ​พระเจ้า​ใน​พระเยซู​คริสต์

31 เรา​จะ​ว่า​อย่างไร​ดี​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้ ถ้า​พระเจ้า​อยู่​ฝ่าย​เรา ใคร​จะ​ต่อต้าน​เรา​ได้ 32 พระองค์​ไม่​หวง​แม้แต่​พระบุตร​ของ​พระองค์​เอง แต่​กลับ​มอบ​พระบุตร​นั้น​ให้​มา​ตาย​เพื่อ​เรา​ทุก​คน ถ้า​อย่าง​นั้น​พระองค์​จะ​ไม่​ยิ่ง​ให้​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​กับ​เรา​พร้อม​กับ​พระบุตร​ด้วย​หรือ 33 ใคร​จะ​ฟ้อง​คน​พวกนี้​ที่​พระเจ้า​เลือก​มา พระเจ้า​เอง​หรือ เป็น​ไป​ไม่​ได้ เพราะ​พระองค์​เอง​เป็น​ผู้​ที่​ยอมรับ​พวกนี้ 34 ใคร​จะ​กล่าว​โทษ​เขา พระเยซู​หรือ เป็น​ไป​ไม่​ได้ เพราะ​พระเยซู​คริสต์​เป็น​ผู้​ที่​ตาย​และ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่ และ​ตอนนี้​พระองค์​ก็​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​มือ​ของ​พระเจ้า​วิงวอน​พระเจ้า​แทน​เรา 35 ใคร​จะ​แยก​เรา​ออก​จาก​ความรัก​ที่​พระคริสต์​มี​ต่อ​เรา​ได้ ไม่​มี​เลย แม้แต่​ความ​ทุกข์ยาก​หรือ​ความ​ลำบาก หรือ​การ​ถูก​กดขี่​ข่มเหง หรือ​ความ​อดอยาก​หิวโหย หรือ​การ​เปลือยกาย หรือ​อันตราย​ต่างๆ หรือ​แม้แต่​การ​ถูก​ฆ่า​ฟัน ก็​ไม่​มี​ทาง​แยก​เรา​ออก​จาก​ความรัก​ที่​พระคริสต์​มี​ต่อ​เรา​ได้ 36 เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

“เพื่อ​พระองค์ เรา​เสี่ยง​กับ​การ​ถูก​ฆ่า​วันยังค่ำ

คน​ทำ​กับ​เรา​เหมือน​แกะ​ที่​จะ​เอา​ไป​ฆ่า”+ 8:36 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 44:22

37 แต่​ใน​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่างนี้ เรา​ก็​ได้รับ​ชัยชนะ​อัน​ยิ่งใหญ่​ผ่าน​ทาง​พระองค์​ผู้​ได้​แสดง​ความรัก​กับ​เรา 38 เพราะ​ผม​มั่นใจ​ว่า ไม่ว่า​จะ​เป็น​ความตาย​หรือ​ชีวิต ทูตสวรรค์​หรือ​เทพเจ้า สิ่ง​ที่​เป็น​อยู่​ใน​ปัจจุบัน​หรือ​สิ่ง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​ใน​อนาคต พวก​วิญญาณ​ที่​มี​ฤทธิ์​อำนาจ 39 สิ่ง​ที่​อยู่​เหนือ​เรา หรือ​สิ่ง​ที่​อยู่​ต่ำ​กว่า​เรา หรือ​อะไรก็​ตาม​ที่​ถูก​สร้าง​ขึ้น​มา พวก​มัน​ก็​ไม่​มี​ทาง​แยก​เรา​ออก​จาก​ความรัก​ของ​พระเจ้า​ที่​เรา​เห็น​ใน​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา

9

พระเจ้า​และ​ชนชาติ​อิสราเอล

1 ผม​กำลัง​พูด​ความจริง​ใน​พระคริสต์ ไม่​ได้​พูด​โกหก และ​ใจ​ของ​ผม​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​นำ​อยู่​ยืนยัน​ใน​สิ่ง​ที่​ผม​กำลัง​จะ​พูดนี้ 2 ผม​เป็น​ทุกข์​มาก​และ​ปวด​ร้าว​ใจ​อยู่​ตลอด​เวลา 3 ถ้า​มัน​จะ​ทำให้​พี่น้อง​ยิว​ที่​เป็น​เพื่อน​ร่วม​ชาติ​ของ​ผม​รอด ผม​ก็​จะ​ขอ​ให้​ตัวเอง​ถูก​สาปแช่ง​และ​ถูก​ตัดขาด​จาก​พระคริสต์ 4 พวก​เขา​เป็น​คน​อิสราเอล ที่​ได้รับ​สิทธิ​พิเศษ​หลาย​อย่าง คือ​พระเจ้า​รับ​พวก​เขา​มา​เป็น​ลูก​ของ​พระองค์ ให้​เขา​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ พระองค์​ได้​ทำ​ข้อตกลง​ต่างๆ​กับ​เขา ให้​กฎ​ของ​พระองค์​กับ​เขา ให้​เขา​รู้​ถึง​วิธี​นมัสการ​พระองค์​ใน​วิหาร และ​ยัง​ให้​คำ​สัญญา​ต่างๆ​อีก 5 รวมทั้ง​ให้​เขา​มี​บรรพบุรุษ​ที่​ยิ่งใหญ่​ด้วย และ​พระคริสต์​ตอน​ที่​มา​เกิด​เป็น​มนุษย์​ก็​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​พวก​เขา ขอ​ให้​พระเจ้า​ผู้​อยู่​เหนือ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ได้รับ​การ​สรรเสริญ​ตลอด​ไป อาเมน+ 9:5 ขอ​ให้​พระเจ้า … สรรเสริญ​ตลอด​ไป อาเมน หรือ “ขอ​ให้​พระคริสต์ ผู้​เป็น​เจ้า​เหนือ​ทุก​สิ่ง ได้รับ​การ​สรรเสริญ​ตลอด​ไป อาเมน”

6 คน​เรา​จะ​พูด​ว่า​พระเจ้า​ผิด​สัญญา​ไม่​ได้​หรอก เพราะ​ไม่​ใช่​ทุก​คน​ที่​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อิสราเอล จะ​เป็น​ชาว​อิสราเอล​ที่​แท้จริง 7 และ​ไม่​ใช่​ลูก​ของ​อับราฮัม​ทุก​คน​จะ​ถูก​นับว่า​เป็น​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​เขา เพราะ​พระเจ้า​บอก​กับ​อับราฮัม​ว่า “คน​ที่​จะ​นับว่า​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​เจ้า​จะ​ต้อง​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อิสอัค​เท่านั้น”+ 9:7 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 21:128 แสดง​ว่า​ไม่​ใช่​ลูก​ทุก​คน​ของ​อับราฮัม​ที่​เกิด​ตาม​ธรรมชาติ​จะ​นับว่า​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า แต่​ต้อง​เป็น​ลูก​ที่​เกิด​จาก​คำ​สัญญา​ของ​พระเจ้า​เท่านั้น​ถึง​จะ​นับว่า​เป็น​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​จริง 9 คำ​สัญญา​นั้น​ว่า​ไว้​อย่างนี้​คือ “ปี​หน้า​เวลานี้ เรา​จะ​กลับ​มา และ​ซาราห์​จะ​คลอด​ลูกชาย”+ 9:9 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 18:10, 14

10 หรือ​อีก​ตัวอย่าง​หนึ่ง​ที่​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้​คือ​ตอน​ที่​เรเบคาห์​ตั้ง​ท้อง​ลูกชาย​ฝาแฝด​กับ​อิสอัค​บรรพบุรุษ​ของ​เรา 11 ก่อน​ที่​เด็ก​จะ​คลอด​ออก​มา​ทำ​ดี​หรือ​ชั่ว พระเจ้า​บอก​เรเบคาห์​ว่า “คน​พี่​จะ​รับใช้​คน​น้อง”+ 9:11-12 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 25:23 เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​แผน​ที่​พระองค์​เลือก ทำ​ให้​เรา​เห็น​ว่า​การ​เลือก​ของ​พระเจ้า​นั้น​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​กระทำ​ของ​คน แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​พระเจ้า​ผู้​เรียก​เอง 13 ซึ่ง​เหมือน​กับ​ที่​ได้​เขียน​ไว้​แล้ว​ว่า “เรา​รัก​ยาโคบ แต่​เรา​เกลียด​เอซาว”+ 9:13 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ มาลาคี 1:2-3+ 9:13 เรา​รัก​ยาโคบ แต่​เรา​เกลียด​เอซาว หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “เรา​เลือก​ยาโคบ​แต่​เรา​ปฏิเสธ​เอซาว”14 แล้ว​ที​นี้​จะ​ว่า​ยังไง​ดี พระเจ้า​ไม่​ยุติธรรม​หรือ ไม่​มี​ทาง 15 เพราะ​พระองค์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​อยาก​จะ​เมตตา​ใคร เรา​ก็​จะ​เมตตา​คน​นั้น เรา​อยาก​จะ​สงสาร​ใคร เรา​ก็​จะ​สงสาร​คน​นั้น”+ 9:15 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 33:19

16 ดังนั้น​สิ่งนี้​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​อยาก​ได้​หรือ​ความ​พยายาม​ของ​มนุษย์​หรอก แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​เมตตา​ของ​พระเจ้า​ต่างหาก 17 เพราะ​ใน​พระคัมภีร์​พระเจ้า​บอก​ฟาโรห์​ว่า “ที่​เรา​ได้​ยก​เจ้า​เป็น​กษัตริย์​นั้น ก็​เพื่อ​ว่า​คน​จะ​ได้​เห็น​ฤทธิ์เดช​ของ​เรา​ใน​วิธี​ที่​เรา​ใช้​จัดการ​กับ​เจ้า และ​ชื่อเสียง​ของ​เรา​จะ​ได้​โด่ง​ดัง​ไป​ทั่ว​โลก”+ 9:17 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 9:1618 ดังนั้น​พระเจ้า​เลือก​ที่​จะ​เมตตา​คน​ไหน พระองค์​ก็​จะ​เมตตา​คน​นั้น พระเจ้า​เลือก​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​ไหน​ดื้อด้าน พระองค์​ก็​จะ​ทำ​ให้​คน​นั้น​ดื้อด้าน

19 เมื่อ​เป็น​อย่างนี้ คุณ​คง​จะ​พูด​กับ​ผม​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น พระองค์​ยัง​จะ​มา​โทษ​เรา​อีก​ทำไม เพราะ​ใคร​จะ​ไป​ขัดขืน​ความ​ต้องการ​ของ​พระองค์​ได้” 20 โธ่​มนุษย์​เอ๋ย คุณ​คิด​ว่า​คุณ​เป็น​ใคร สิ่ง​ที่​ถูก​ปั้น​จะ​ย้อน​ถาม​คน​ปั้น​ได้​หรือ​ว่า “ทำไม​ถึง​ปั้น​เรา​แบบนี้” 21 ช่าง​ปั้น​หม้อ​ไม่​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​เอา​ดิน​เหนียว​ก้อน​เดียว​กัน​มา​ปั้น​เป็น​ภาชนะ​หรูหรา​อัน​หนึ่ง​และ​ภาชนะ​ธรรมดา​อีก​อัน​หนึ่ง​หรือ​อย่างไร

22 แล้ว​เรื่องนี้​จะ​ว่า​ไง พระเจ้า​ตั้งใจ​จะ​ลงโทษ​และ​แสดง​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระองค์ พระองค์​ต้อง​อดทน​อด​กลั้น​อย่าง​มาก​กับ​คน​พวก​นั้น​ที่​สมควร​ถูก​ลงโทษ​และ​ถูก​ทำลาย 23 ที่​พระองค์​ทำ​อย่างนี้ ก็​เพื่อ​แสดง​ให้​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​มหาศาล​ต่อ​คน​พวก​นั้น​ที่​พระองค์​เมตตา​และ​ที่​พระองค์​ได้​เตรียม​ไว้​รับ​สง่าราศี 24 คน​พวก​นั้น​ที่​พระองค์​เรียก​มา​ก็​คือ​พวก​เรา​นี่​เอง พระองค์​ไม่​ได้​เรียก​เรา​จาก​พวก​ยิว​เท่านั้น แต่​จาก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย 25 พระองค์​ได้​พูด​ถึง​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิวนี้​ใน​หนังสือ​โฮเชยา​ว่า

“คน​พวก​นั้น​ที่​แต่​ก่อน​ไม่​ใช่​คน​ของ​เรา

เรา​ก็​จะ​เรียกว่า​เป็น​คน​ของ​เรา

และ​หญิง​คน​นั้น​ที่​แต่​ก่อน​เรา​ไม่​ได้​รัก

เรา​ก็​จะ​เรียก​ว่า​เป็น​ที่รัก​ของ​เรา”+ 9:25 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ โฮเชยาห์ 2:23

26 “ถึง​แม้ว่า​ครั้ง​หนึ่ง​พระองค์​เคย​พูด​ว่า เจ้า​ไม่​ใช่​คน​ของ​เรา

แต่​เดี๋ยวนี้ เขา​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ลูกๆ​ของ​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่”+ 9:26 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ โฮเชยาห์ 1:10

27 แต่​อิสยาห์​ได้​ร้อง​เกี่ยว​กับ​คน​อิสราเอล​ออก​มา​ว่า

“ถึง​แม้​ลูกๆ​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล

จะ​มี​จำนวน​มาก​เหมือน​กับ​เม็ด​ทราย​ใน​ทะเล

แต่​จะ​มี​ไม่​กี่​คน​เท่านั้น​ที่​จะ​รอด

28 องค์​เจ้า​ชีวิต​จะ​ทำ​ให้​สิ่ง​ที่​พระองค์​พูด​สำเร็จ​ครบถ้วน​อย่าง​รวดเร็ว​ใน​โลกนี้”+ 9:27-28 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 10:22-23

29 และ​ตาม​ที่​อิสยาห์​ได้​ทำนาย​ไว้​ว่า

“ถ้า​องค์​เจ้า​ชีวิต​ผู้​ทรง​ฤทธิ์ ไม่​เหลือ​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​ให้​กับ​เรา

เรา​ก็​คง​จะ​ถูก​ทำลาย​จน​สิ้น​ซาก​ไป​แล้ว

เหมือน​กับ​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโมราห์”+ 9:29 เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโมราห์ คือ เมือง​ที่​คน​ชั่ว​อาศัย​อยู่ พระเจ้า​ลงโทษ​พวก​เขา​โดย​การ​ทำลาย​เมือง​ทั้ง​สอง หนังสือ​ปฐมกาล 19+ 9:29 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 1:9

30 ถ้า​อย่างนั้น จะ​ว่า​ยังไง​ดี คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ไม่​ได้​สนใจ​ว่า​พระองค์​จะ​ยอมรับ​เขา​หรือ​ไม่ แต่​พระเจ้า​กลับ​ยอมรับ​เขา และ​ที่​พระองค์​ยอมรับ​เขา​ก็​เพราะ​เขา​ไว้วางใจ 31 แต่​คน​อิสราเอล​แสวงหา​กฎ​ที่​กำหนด​ว่า​พระเจ้า​ต้องการ​อะไร​จาก​คน​ของ​พระองค์ แต่​สุดท้าย​ก็​ไม่​ได้​บรรลุ​ถึง​กฎ​นั้น 32 ทำไม​ถึง​เป็น​อย่างนั้น​ล่ะ เพราะ​เขา​แสวงหา​กฎ​นั้น​เหมือน​กับ​มัน​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​กระทำ แทน​ที่​จะ​พึ่ง​ความ​ไว้วางใจ เขา​ก็​เลย​สะดุด​หิน​ล้ม 33 เหมือน​กับ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระคัมภีร์​ว่า

“ดูสิ เรา​ได้​วาง​ก้อน​หิน​ก้อน​หนึ่ง​ไว้​ที่​ศิโยน​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​สะดุด

เป็น​ศิลา​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​ล้ม​ลง

แต่​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​หิน​ก้อน​นั้น+ 9:33 ใน​หิน​ก้อน​นั้น หรือ ใน​พระองค์ จะ​ไม่​มี​วัน​อับอาย”+ 9:33 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 8:14; 28:16

10

1 พี่น้อง​ครับ สิ่ง​ที่​ผม​ต้องการ​มาก และ​สิ่ง​ที่​ผม​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​สำหรับ​คนยิว​ก็​คือ ขอ​ให้​พวก​เขา​ได้รับ​ความรอด 2 ผม​เป็น​พยาน​ว่า​พวก​เขา​มี​ใจ​ให้​พระเจ้า​แต่​เขา​ขาด​ความรู้ 3 พวก​เขา​ไม่​รู้จัก​ความ​ซื่อสัตย์​สุจริต​ของ​พระเจ้า เขา​พยายาม​ที่​จะ​ยึด​ฐานะ​ที่​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า​ไว้ เขา​จึง​ไม่​ยอมรับ​แผนงาน​อัน​ซื่อสัตย์​สุจริต​ของ​พระองค์ 4 พระคริสต์​เป็น​เป้าหมาย​ของ​กฎ เพื่อ​ที่​พระเจ้า​จะ​ได้​ยอมรับ​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​พระคริสต์

5 โมเสส​ได้​เขียน​ถึง​คน​ที่​คิด​ว่า​พระเจ้า​จะ​ยอมรับ​เขา​เพราะ​เขา​ทำ​ตาม​กฎ​ที่​จะ​ทำ​ให้​คน​สะดุดว่า “คน​ที่​ทำ​อย่างนี้ จะ​ต้อง​ใช้​ชีวิต​ตาม​กฎ​นั้น​ทุก​อย่าง”+ 10:5 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 18:56 ส่วน​คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​เพราะ​เขา​ไว้วางใจ​พระเจ้า โมเสส​พูด​ว่า “ไม่​ต้อง​คิด​ใน​ใจ​ว่า แล้ว​ใคร​จะ​เป็น​คน​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์” (หมายถึง​ขึ้น​ไป​เชิญ​พระคริสต์​ลง​มา​บน​โลก​เพื่อ​ช่วย​เรา) 7 “หรือ​ใคร​จะ​เป็น​คน​ลง​ไป​ใน​หลุม​ที่​ลึก​มาก” (หมายถึง​ลง​ไป​เชิญ​พระคริสต์​ขึ้น​มา​จาก​ความตาย) 8 เพราะ​พระคัมภีร์​พูด​ไว้​ว่า “ถ้อยคำ​นั้น​อยู่​ใกล้​กับ​คุณ​แล้ว มัน​อยู่​ใน​ปาก​และ​อยู่​ใน​ใจ​ของ​คุณ”+ 10:8 ข้อ 6-8 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 30:12-14 นี่แหละ​คือ​เรื่อง​ที่​เรา​ประกาศ 9 ถ้า​คุณ​ยอมรับ​ด้วย​ปาก​ว่า “พระเยซู​เป็น​องค์เจ้าชีวิต” และ​เชื่อ​ใน​ใจ​ว่า​พระเจ้า​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย คุณ​ก็​จะ​รอด 10 เพราะ​พระเจ้า​ยอมรับ​คน​ที่​ไว้วางใจ และ​คน​ที่​ยอมรับ​ด้วย​ปาก​ว่า​เชื่อ​ก็​จะ​รอด 11 เพราะ​พระคัมภีร์​บอก​ว่า “ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​พระองค์​จะ​ไม่​มี​วัน​อับอาย”+ 10:11 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 28:1612 ที่​พระคัมภีร์​บอก​ว่า​ทุก​คน แสดง​ว่า​คนยิว​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ไม่​มี​อะไร​แตกต่าง​กัน​เลย เพราะ​องค์​เจ้า​ชีวิต​องค์​เดียว​กัน​นี้​เป็น​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ทุกคน และ​พระองค์​ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​เมตตา​กับ​ทุก​คน​ที่​ร้อง​เรียก​ให้​พระองค์​ช่วย 13 เพราะ “ทุก​คน​ที่​ร้อง​เรียก​ให้​องค์​เจ้า​ชีวิต​ช่วย ก็​จะ​รอด”+ 10:13 อ้าง​จาก​หนังสือ โยเอล 2:32

14 แต่​พวก​เขา​จะ​ร้อง​เรียก​ให้​พระองค์​ช่วย​ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​พวก​เขา​ยัง​ไม่​ได้​ไว้วางใจ​พระองค์​เลย แล้ว​พวก​เขา​จะ​ไว้วางใจ​ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​ยัง​ไม่​เคย​ได้ยิน​เรื่อง​ของ​พระองค์​เลย แล้ว​พวก​เขา​จะ​เคย​ได้ยิน​ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​ยัง​ไม่​เคย​มี​ใคร​ไป​ประกาศ​ให้​พวก​เขา​ฟัง​เลย 15 แล้ว​จะ​มี​ใคร​ไป​ประกาศ​ได้​อย่างไร​ถ้า​ไม่​มี​คน​ส่ง​ไป เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “เป็น​เวลา​ที่​เหมาะ​จริงๆ​ที่​มี​คน​วิ่ง​มา​บอก​ข่าวดี​กับ​เรา”+ 10:15 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 52:716 แต่​ไม่​ใช่​ทุก​คน​ที่​ทำ​ตาม​ข่าวดี​นั้น อิสยาห์​ก็​พูด​ไว้​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต มี​ใคร​บ้าง​ที่​ไว้วางใจ​ใน​ถ้อยคำ​ของ​เรา”+ 10:16 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 53:117 ดังนั้น​ความ​ไว้วางใจ​จะ​เกิด​ขึ้น​ได้ ก็​ต่อ​เมื่อ​ได้ยิน​ข่าวดี​ก่อน และ​คน​จะ​ได้ยิน​ข่าวดี​ได้ ก็​ต่อ​เมื่อ​มี​คน​ออก​ไป​ประกาศ​เรื่อง​ของ​พระคริสต์ 18 แต่​ผม​ขอ​ถาม​หน่อย​ว่า พวก​ยิว​ไม่​ได้ยิน​ข่าว​ดี​ที่​เรา​ไป​ประกาศ​หรือ​อย่างไร ได้ยิน​แน่ เพราะ​พระคัมภีร์​พูด​ไว้​ว่า

“เสียง​ของ​พวก​เขา​ได้​กระจาย​ออก​ไป​ทั่ว​โลก

และ​ถ้อยคำ​ของ​พวก​เขา​ได้​แพร่​ออก​ไป​จน​สุด​ขอบ​ฟ้า”+ 10:18 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 19:4

19 แต่​ผม​ขอ​ถาม​ว่า คน​อิสราเอล รู้​เรื่อง​หรือ​เปล่า พวก​เขา​รู้​เรื่อง​แน่ ตอน​แรก​พระเจ้า​พูด​ผ่าน​โมเสส​ว่า

“เรา​จะ​ใช้​ชนชาติ​กระจอกๆ​ทำให้​พวก​เจ้า​อิจฉา

เรา​จะ​ใช้​ชนชาติ​ที่​โง่ๆ​ทำให้​พวก​เจ้า​โมโห”+ 10:19 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 32:21

20 ต่อมา​พระเจ้า​พูด​ผ่าน​ทาง​อิสยาห์ และ​อิสยาห์​กล้า​พูด​ว่า

“คน​ที่​ไม่​ได้​แสวงหา​เรา ได้​พบ​เรา

เรา​ได้​ปรากฏ​ตัว​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​สนใจ​เรา”+ 10:20 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 65:1

21 แต่​เรื่อง​ของ​คน​อิสราเอล​นั้น พระเจ้า​พูด​ว่า

“เรา​ยื่น​มือ​เรา​ออก​ไป​ทั้ง​วัน

ให้​กับ​พวก​ที่​ไม่​เชื่อฟัง​และ​ต่อต้าน​เรา”+ 10:21 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 65:2

11

พระเจ้า​ไม่​ได้​ลืม​คน​ของ​พระองค์

1 ผม​ขอ​ถาม​หน่อย​ว่า “พระเจ้า​ทอดทิ้ง​คน​ของ​พระองค์​แล้ว​หรือ​อย่างไร” ไม่​มี​ทาง ตัว​ผม​เอง​ก็​เป็น​คน​อิสราเอล สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อับราฮัม มา​จาก​เผ่า​เบนยามิน 2 พระเจ้า​ไม่​ได้​ทิ้ง​คน​ของ​พระองค์​ที่​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้​ก่อน​หน้า​นี้​แล้ว พวก​คุณ​ไม่​เคย​รู้​เรื่อง​ของ​เอลียาห์​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระคัมภีร์​เลย​หรือ ตอน​ที่​เขา​มา​ต่อว่า​คน​อิสราเอล​กับ​พระเจ้า​ว่า 3 “องค์​เจ้า​ชีวิต พวกนี้​ได้​ฆ่า​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระองค์ และ​ได้​รื้อ​พวก​แท่น​บูชา​ของ​พระองค์ ตอนนี้​เหลือ​แต่​ผม​คน​เดียว​เท่านั้น และ​พวก​เขา​กำลัง​ตาม​ล่า​ผม​อยู่”+ 11:3 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ 1 พงศ์​กษัตริย์ 19:10, 144 แต่​พระเจ้า​ตอบ​เขา​ว่า “ยัง​มี​คน​ของ​เรา​เหลือ​อยู่​อีก​เจ็ด​พัน​คน ที่​ไม่​ได้​กราบไหว้​พระบาอัล”+ 11:4 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ 1 พงศ์​กษัตริย์ 19:185 เวลานี้​ก็​เหมือน​กัน ยัง​มี​คน​กลุ่ม​เล็กๆ​เหลือ​อยู่ เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​เลือก​ไว้​ด้วย​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระองค์ 6 ถ้า​พระองค์​เลือก​เรา​มา​ด้วย​ความ​เมตตา​กรุณา แสดง​ว่า​มัน​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​กระทำ ไม่​อย่าง​นั้น​แล้ว​จะ​เรียกว่า​เป็น​ความ​เมตตา​ได้​อย่างไร

7 ถ้า​อย่าง​นั้น​จะ​ว่า​อย่าง​ไร​ดี คน​อิสราเอล​ไม่​ได้​เจอ​สิ่ง​ที่​เขา​หา แต่​กลุ่ม​คน​ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก​ไว้​กลับ​เป็น​ผู้​ที่​ได้​เจอ ส่วน​คน​อิสราเอล​ที่​เหลือ​ก็​มี​จิตใจ​ดื้อด้าน​ไป 8 เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​พูด​ไว้​ว่า

“พระเจ้า​ได้​มอบ​จิตใจ​ที่​เย็น​ชา​ให้​พวกนี้”+ 11:8 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 29:10

“พระองค์​ทำให้​ตา​ของ​เขา​มอง​อะไร​ก็​ไม่​เห็น

หู​ของ​เขา​ฟัง​อะไร​ก็​ไม่​ได้ยิน​จน​ถึง​ทุก​วันนี้”+ 11:8 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 29:4

9 กษัตริย์​ดาวิด​พูด​เรื่อง​เดียว​กัน​นี้​ว่า

“ขอให้​งานเลี้ยง​ต่างๆ​ของ​พวก​เขา​เป็น​หลุม​พราง​และ​กับดัก

ขอให้​พวก​เขา​ล้ม​ลง​และ​ได้รับ​กรรม​ที่​ทำ​ไว้

10 ขอให้​ตา​ของ​พวก​เขา​มืด​บอด​จน​มอง​ไม่​เห็น

และ​ขอให้​พระองค์​ทำให้​หลัง​ของ​พวก​เขา​งอ​จาก​การ​แบก​ปัญหา​ตลอดไป”+ 11:9-10 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 69:22-23

11 ผม​ขอ​ถาม​หน่อย​ว่า พวก​คนยิว​สะดุด​ล้มลง​จน​เยียวยา​ไม่​ได้​เลย​หรือ ไม่​ใช่​เลย แต่​ตรง​กันข้าม เพราะ​ความ​ผิดพลาด​ของ​คนยิว จึง​ทำให้​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ได้รับ​ความรอด ที่​เป็น​อย่างนี้​เพราะ​พระเจ้า​อยาก​จะ​ทำ​ให้​คนยิว​อิจฉา 12 แต่​ถ้า​การ​ที่​คนยิว​ทำ​ผิดพลาด​และ​ล้มเหลว ยัง​ทำให้​โลกนี้​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ได้รับ​พระพร​มาก​มาย​ขนาดนี้ ลอง​คิด​ดูสิ​ว่า ถ้า​คนยิว​กลับ​มา​ครบ​ถ้วน โลกนี้​จะ​ได้รับ​พระพร​ขนาด​ไหน

13 ผม​กำลัง​พูด​กับ​พวก​คุณ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว เพราะ​พระเจ้า​ได้​ตั้ง​ให้​ผม​เป็น​ศิษย์เอก​สำหรับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว ผม​ตั้งใจ​ที่​จะ​ให้​งาน​รับใช้​ของ​ผมนี้​โด่งดัง​ไป​ทั่ว 14 เพื่อ​ทำให้​พี่น้อง​ยิว​ของ​ผม​อิจฉา เผื่อ​จะ​ช่วย​ให้​พวก​เขา​บางคน​รอด​ได้ 15 เพราะ​ถ้า​โลกนี้​ได้​กลับ​มา​คืนดี​กับ​พระเจ้า เมื่อ​พระองค์​ทอดทิ้ง​พวก​ยิว แล้ว​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​ถ้า​พระเจ้า​ยอมรับ​พวก​ยิว ก็​จะ​เกิด​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​นะ​สิ 16 ถ้า​แป้ง​ส่วน​ที่​แบ่ง​ออก​มา​ถวาย​เป็น​ส่วน​แรก​นั้น​เป็น​ของ​พระองค์ ส่วน​ที่​เหลือ​ทั้ง​ก้อน​ก็​ต้อง​เป็น​ของ​พระองค์​ด้วย และ​ถ้า​ราก​ของ​ต้นไม้​เป็น​ของ​พระองค์ กิ่งก้าน​ของ​มัน​ก็​ต้อง​เป็น​ของ​พระองค์​ด้วย 17 แต่​ถ้า​กิ่ง​บาง​กิ่ง​ถูก​หัก​ทิ้ง​ไป แล้ว​เอา​คุณ​ที่​เป็น​กิ่ง​มะกอก​ป่า​มา​ต่อ​เข้า​ไป​แทน คุณ​ก็​จะ​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ต้น​มะกอก​ต้น​นั้น และ​ได้รับ​การ​หล่อเลี้ยง​จาก​ราก​ของ​มัน 18 คุณ​ไม่​ควร​จะ​คุย​โว​ข่ม​กิ่ง​ที่​ถูก​หัก​ทิ้ง​ไป แต่​ถ้า​คุณ​คุย​โว ก็​ให้​จำ​ไว้​ว่า คุณ​ไม่​ได้​เป็น​คน​หล่อเลี้ยง​ราก ราก​ต่างหาก​ที่​หล่อเลี้ยง​คุณ

19 คุณ​อาจ​จะ​พูด​ว่า “กิ่ง​พวก​นั้น​ถูก​หัก​ทิ้ง​ไป ก็​เพื่อ​จะ​ได้​เอา​ผม​ต่อ​เข้า​ไป​แทน” 20 ถูก​แล้ว ที่​พวก​เขา​ถูก​หัก​ทิ้ง​ไป​เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ไว้วางใจ แต่​คุณ​ยัง​อยู่​ได้​เพราะ​คุณ​ไว้วางใจ เพราะ​ฉะนั้น​อย่า​เหลิง แต่​ให้​ระวัง​ตัว​ให้​ดี 21 เพราะ​ถ้า​พระเจ้า​ไม่​ได้​เว้น​โทษ​กิ่ง​เดิม​ของ​ต้น พระองค์​ก็​จะ​ไม่​เว้น​โทษ​คุณ​เหมือน​กัน 22 ดูสิ พระเจ้า​นั้น​ทั้ง​เมตตา​และ​เด็ดขาด พระองค์​เด็ดขาด​กับ​คน​ที่​หลง​ผิด แต่​มี​เมตตา​กับ​คุณ ถ้า​คุณ​ยัง​คง​อยู่​ใน​ความ​เมตตา​ของ​พระองค์ ไม่​อย่างนั้น คุณ​ก็​จะ​ถูก​ตัด​ทิ้ง​ไป​จาก​ต้น​เหมือนกัน 23 แต่​ถ้า​พวก​นั้น​กลับ​มา​ไว้วางใจ​พระเจ้า​ใหม่ พวก​เขา​ก็​จะ​ถูก​ต่อ​เข้า​ไป​กับ​ต้น​เดิม​อีก​ครั้ง​หนึ่ง เพราะ​พระเจ้า​สามารถ​ต่อ​พวก​เขา​เข้า​ไป​ใหม่​ได้ 24 แม้แต่​คุณ​ที่​เป็น​กิ่ง​ของ​ต้น​มะกอก​ป่า ยัง​ตัด​เอา​มา​ต่อ​เข้า​กับ​ต้น​มะกอก​บ้าน​ได้​เลย ทั้งๆที่​ขัด​กับ​ธรรมชาติ ถ้า​จะ​เอา​กิ่ง​เดิม​ของ​มะกอก​บ้าน​ที่​ถูก​ตัด​ทิ้ง​ไป​นั้น​มา​ต่อ​เข้า​กับ​ต้น​เดิม​ของ​มัน จะ​ยิ่ง​ง่าย​กว่า​นั้น​มาก​ขนาด​ไหน

25 พี่น้อง​ครับ ผม​อยาก​ให้​พวก​คุณ​เข้าใจ​เรื่อง​ลึกลับนี้ เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​ไม่​หลง​ตัวเอง เรื่องลับนี้​คือ​มี​ชาว​อิสราเอล​ส่วน​หนึ่ง​ที่​มี​จิตใจ​ดื้อด้าน​จะ​ยัง​คง​ดื้อด้าน​ต่อไป จน​กว่า​จำนวน​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ทั้งหมด​ได้​เข้า​มา​ใน​ครอบครัว​ของ​พระเจ้า 26 ทาง​นี้แหละ​เป็น​ทาง​ที่​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​จะ​ได้รับ​ความรอด เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

“พระผู้ช่วย​ให้​รอด​จะ​มา​จาก​ศิโยน

พระองค์​จะ​กำจัด​สิ่ง​ชั่วร้าย​ทั้งหลาย

ให้​ออก​ไป​จาก​ครอบครัว​ของ​ยาโคบ

27 และ​เรา​ก็​จะ​ทำ​สัญญานี้​กับ​พวก​เขา

เมื่อ​เรา​เอา​บาป​ของ​พวก​เขา​ทิ้ง​ไป”+ 11:26-27 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 59:20-21; 27:9

28 พวก​ยิว​ได้​กลาย​เป็น​ศัตรู​ของ​พระเจ้า เพราะ​ไม่​ยอมรับ​ข่าวดีนี้ มัน​จึง​กลาย​เป็น​ผล​ดี​กับ​พวก​คุณ แต่​พวก​ยิว​ก็​ยัง​เป็น​พวก​ที่​พระเจ้า​เลือก​และ​พระองค์​ก็​ยัง​รัก​พวก​ยิว เนื่อง​จาก​คำ​สัญญา​ที่​พระเจ้า​ให้​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา 29 เพราะ​พระเจ้า​ไม่​เคย​เอา​พรสวรรค์​ที่​พระองค์​ให้​ไป​แล้ว​กลับ​คืน และ​ไม่​เคย​เรียก​ใคร แล้ว​เปลี่ยนใจ 30 ครั้งหนึ่ง​พวก​คุณ​เคย​ไม่​เชื่อฟัง​พระเจ้า​เหมือน​กัน แต่​เดี๋ยวนี้​พวก​คุณ​ก็​ได้รับ​ความ​เมตตา​กรุณา​จาก​พระเจ้า​แล้ว เพราะ​พวก​ยิว​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง 31 เหมือน​กับ​ตอนนี้​ที่​พวก​ยิว​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​พระเจ้า ก็​เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้รับ​ความ​เมตตา​จาก​พระเจ้า​เหมือน​กับ​ที่​พวก​คุณ​ได้รับ 32 ที่​ผม​พูด​อย่างนี้​ก็​เพราะ​พระเจ้า​ได้​ขัง​ทุก​คน​ทั้ง​คนยิว​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ไว้​ใน​ชีวิต​ที่​ไม่​เชื่อฟัง​พระองค์ เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​แสดง​ความ​เมตตา​กับ​พวก​เขา​ทุก​คน​เหมือนกันหมด

สรรเสริญ​พระเจ้า

33 โอ้โห ความ​มั่งคั่ง สติปัญญา และ​ความรู้​ของ​พระเจ้า​นั้น​ล้ำลึก​เหลือเกิน ใคร​เล่า​จะ​หยั่งรู้​การ​ตัดสินใจ​ของ​พระองค์​ได้ ใคร​จะ​เข้าใจ​การ​กระทำ​ของ​พระองค์​ได้ 34 เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​บอก​ไว้​ว่า

“ใคร​จะ​รู้​ว่า​องค์​เจ้า​ชีวิต​คิด​อะไร​อยู่

ใคร​จะ​เป็น​ที่ปรึกษา​ของ​พระองค์​ได้”+ 11:34 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 40:13

35 “ใคร​เคย​ให้​ของ​กับ​พระองค์​ก่อน

พระองค์​ถึง​ต้อง​ตอบแทน​เขา​กลับ”+ 11:35 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ โยบ 41:11

36 เพราะ​ทุกๆ​อย่าง​มา​จาก​พระองค์ มา​ทาง​พระองค์ และ​อยู่​เพื่อ​พระองค์ ขอ​ให้​พระเจ้า​ได้รับ​เกียรติ​ตลอดไป อาเมน

12

ชีวิต​ที่​ถูก​มอบ​ไว้​กับ​พระเจ้า

1 ดังนั้น​พี่น้อง​ครับ พระเจ้า​ได้​เมตตากรุณา​ต่อ​เรา ผม​ก็​เลย​ขอ​ร้อง​ให้​คุณ​มอบ​ร่างกาย​ของ​คุณ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ที่​มี​ชีวิต​อยู่ เป็น​เครื่อง​บูชา​ที่​บริสุทธิ์ และ​เป็น​ที่​พอใจ​ของ​พระเจ้า การ​ทำ​อย่างนี้​เป็น​การ​นมัสการ​สม​กับ​ที่​พระเจ้า​ได้​อวยพร​คุณ 2 อย่า​ทำ​ตาม​อย่าง​คน​ใน​โลกนี้ แต่​ขอ​ยอม​ให้​พระเจ้า​เปลี่ยน​แปลง​คุณ คือ​พระองค์​จะ​ให้​จิตใจ​ใหม่​กับ​คุณ​เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า​พระเจ้า​ต้อง​การ​อะไร สิ่ง​ไหน​ดี สิ่ง​ไหน​พระองค์​ชอบใจ และ​สิ่ง​ไหน​สมบูรณ์แบบ

3 ตาม​พรสวรรค์​ที่​ผม​ได้รับ​มา​ให้​เป็น​ศิษย์เอก ผม​อยาก​จะ​ขอ​เตือน​พวก​คุณ​ทุก​คน​ว่า อย่า​คิด​ว่า​ตนเอง​สำคัญ​กว่า​ที่​ควร คิด​ให้​สมเหตุ​สมผล​กับ​ขนาด​ของ​พรสวรรค์​ที่​พระเจ้า​ได้​มอบ​ให้​กับ​คุณ​แต่​ละ​คน 4 เหมือน​กับ​ที่​เรา​มี​ร่าง​เดียว​แต่​มี​อวัยวะ​หลาย​ส่วน และ​อวัยวะ​ทั้งหลาย​ก็​ไม่​ได้​ทำ​หน้าที่​อย่าง​เดียวกัน 5 เช่น​เดียวกัน​พวก​เรา​ที่​เป็น​เหมือน​อวัยวะ​ต่างๆ​ประกอบ​กัน​ขึ้น​มา​เป็น​ร่าง​เดียว​กัน​ใน​พระคริสต์ และ​เรา​ก็​เป็น​อวัยวะ​ของ​กัน​และ​กัน​ด้วย 6 พระเจ้า​มี​เมตตากรุณา​มอบ​พรสวรรค์​ให้​กับ​เรา​แต่​ละ​คน​แตกต่าง​กัน​ไป ถ้า​คน​ไหน​มี​พรสวรรค์​ใน​เรื่อง​ที่​จะ​พูด​แทน​พระเจ้า ก็​ให้​เขา​พูด​ตาม​รูปแบบ​ความเชื่อ​ที่​เขา​ได้รับ​มา 7 ถ้า​คน​ไหน​มี​พรสวรรค์​ใน​การ​รับใช้ ก็​ให้​เขา​อุทิศ​ตัว​ใน​การ​รับใช้ ถ้า​คน​ไหน​มี​พรสวรรค์​ใน​การ​สั่งสอน ก็​ให้​เขา​อุทิศ​ตัว​ใน​การ​สั่งสอน 8 ถ้า​คน​ไหน​มี​พรสวรรค์​ใน​การ​ให้​กำลังใจ ก็​ให้​เขา​อุทิศ​ตัว​ใน​การ​ให้​กำลังใจ คน​ที่​มี​พรสวรรค์​ใน​การ​ให้ ก็​ให้​เขา​ให้​อย่าง​เต็มใจ คน​ที่​มี​พรสวรรค์​ใน​เรื่อง​การ​ช่วยเหลือ+ 12:8 การ​ช่วยเหลือ อาจ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า การ​นำ ก็​ให้​ทำ​อย่าง​เอา​จริง​เอา​จัง คน​ที่​มี​พรสวรรค์​ใน​เรื่อง​การ​แสดง​ความ​เมตตา ก็​ให้​แสดง​ความ​เมตตา​ด้วย​ความ​ยินดี

9 ให้​รัก​คน​อื่น​ด้วย​ความ​จริงใจ เกลียด​สิ่ง​ชั่วร้าย ยึด​มั่น​สิ่ง​ที่​ดี 10 ให้​รัก​กัน​ฉัน​พี่น้อง ให้​เกียรติ​กับ​คน​อื่น​มาก​กว่า​ตัวเอง 11 ให้​มุ่งมั่น​อย่า​ขี้เกียจ เอา​จริง​เอา​จัง​กับ​พระวิญญาณ รับใช้​องค์​เจ้า​ชีวิต 12 ให้​ชื่นชม​ยินดี​ใน​ความหวัง​ที่​คุณ​มี ให้​อดทน​ต่อ​ความ​ยาก​ลำบาก ให้​ขะมักเขม้น​ใน​การ​อธิษฐาน​อยู่​เสมอ 13 ให้​แบ่งปัน​กับ​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​ขัดสน ให้​ต้อนรับ​แขก​แปลก​หน้า 14 ให้​อวยพร​กับ​คน​ที่​ข่มเหง​คุณ ให้​อวยพร​พวก​เขา​และ​อย่า​สาป​แช่ง​เขา 15 ให้​ยินดี​กับ​คน​ที่​มี​ความสุข ให้​โศกเศร้า​กับ​คน​ที่​กำลัง​เสียใจ 16 ให้​เป็น​น้ำหนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน อย่า​ได้​ถือตัว​แต่​ให้​คบค้า​กับ​คน​ที่​ต่ำต้อย และ​อย่า​คิด​ว่า​ตัวเอง​ฉลาด 17 อย่า​ตอบแทน​ความ​ชั่ว​ด้วย​ความชั่ว ให้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​คน​อื่น​เห็น​ว่า​ดี 18 ใน​ส่วน​ของ​คุณ ให้​อยู่​อย่าง​สงบสุข​กับ​ทุก​คน​เท่าที่​จะ​เป็น​ไป​ได้ 19 พี่น้อง​ครับ อย่า​แก้แค้น​เลย แต่​ปล่อย​ให้​พระเจ้า​ลงโทษ​เขา​เอง เพราะ​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

“เรา​จะ​เป็น​ผู้​แก้แค้น​เอง เรา​จะ​เป็น​ผู้​ตอบแทน​เอง

องค์​เจ้า​ชีวิต​บอก​ไว้​อย่าง​นั้น”+ 12:19 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 32:35

20 แต่

“ถ้า​ศัตรู​ของ​คุณ​หิว

ก็​หา​อาหาร​ให้​เขา​กิน

และ​ถ้า​เขา​กระหาย

ก็​หา​น้ำ​ให้​เขา​ดื่ม

เพราะ​เมื่อ​คุณ​ทำ​อย่างนี้

คุณ​ก็​ได้​สุม​ถ่าน​ที่​ลุกโพลง​ไว้​บน​หัว​ของเขา”+ 12:20 สุม​ถ่าน​ที่​ลุกโพลง​ไว้​บน​หัว​ของเขา หมายถึง​ทำ​ให้​เขา​ละอาย​ใจ ใน​พระคัมภีร์​เดิม​คน​จะ​นำ​เถ้า​ถ่าน​ไว้​บน​ศีรษะ​ของ​ตัวเอง​เพื่อ​แสดง​ว่า​พวก​เขา​เสียใจ​หรือ​โศกเศร้า+ 12:20 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สุภาษิต 25:21-22

21 อย่า​ให้​ความชั่ว​ชนะ​คุณ แต่​ให้​เอา​ชนะ​ความชั่ว​ด้วย​ความดี

13

1 ให้​ทุก​คน​ยอม​เชื่อฟัง​ผู้​มี​อำนาจ​ของ​รัฐบาล เพราะ​อำนาจ​ทุก​อย่าง​มา​จาก​พระเจ้า และ​พระเจ้า​เอง​เป็น​ผู้​ที่​แต่งตั้ง​ผู้​มี​อำนาจ​เหล่านั้น 2 ถ้า​อย่าง​นั้น คน​ที่​ขัดขืน​ต่อ​อำนาจ​นั้น ก็​เท่ากับ​ขัดขืน​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า และ​คน​ที่​ขัดขืน​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า ก็​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ 3 คน​ที่​ทำ​ดี​ไม่​กลัว​ผู้​มี​อำนาจ​พวก​นั้น​หรอก มี​แต่​คน​ที่​ทำ​ชั่ว​เท่านั้น​ที่​กลัว ถ้า​คุณ​ไม่​อยาก​กลัว​ผู้​มี​อำนาจ​พวก​นั้น​ก็​ให้​ทำ​ดี แล้ว​พวก​เขา​จะ​ได้​ชมเชย​พวก​คุณ 4 เพราะ​พวก​เขา​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​พระเจ้า​ที่​มา​ทำงาน​ช่วย​พวก​คุณ แต่​ถ้า​คุณ​ทำ​เรื่อง​ชั่วๆ​ก็​ให้​กลัว​ไว้ เพราะ​เขา​ไม่​ได้​ถือ​ดาบ​เอา​ไว้​ขู่​เฉยๆ เขา​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​พระเจ้า เป็น​ผู้​แก้แค้น​แทน​พระเจ้า เพื่อ​ลงโทษ​คน​ที่​ทำ​ชั่ว 5 ดังนั้น​จึง​จำเป็น​ที่​จะ​ต้อง​เชื่อฟัง​รัฐบาล ไม่​ใช่​เพราะ​กลัว​ถูก​ลงโทษ​เท่านั้น แต่​เพื่อ​ใจ​จะ​ไม่​ฟ้อง​ตัวเอง​ว่า​ผิด 6 นี่​เป็น​เหตุ​ที่​คุณ​ต้อง​เสีย​ภาษี เพราะ​ผู้​มี​อำนาจ​พวกนี้​เป็น​คน​รับใช้​ของ​พระเจ้า ที่​ดูแล​เรื่อง​เหล่านี้​เสมอ 7 คุณ​เป็น​หนี้​อะไร​กับ​ใคร ก็​ให้​จ่าย​คืน​เขา​ไป เป็น​หนี้​ส่วยสาอากร ก็​ให้​จ่าย​ส่วยสาอากร เป็น​หนี้​ภาษี ก็​ให้​จ่าย​ภาษี คุณ​ต้อง​ยำเกรง​ใคร ก็​ให้​ยำเกรง​คน​นั้น คุณ​ต้อง​ให้​เกียรติ​ใคร ก็​ให้​เกียรติ​คน​นั้น

หัวใจ​ของ​กฎ​คือ​การ​รัก​ผู้​อื่น

8 อย่า​เป็น​หนี้​อะไร​กับ​ใคร​เลย นอก​จาก​หนี้​รัก​ที่​มี​ต่อ​กัน​และ​กัน เพราะ​คน​ที่​รัก​คน​อื่น​ก็​ถือ​ว่า​ได้​ทำ​ตาม​กฎ​ครบ​ถ้วน​แล้ว 9 ใน​กฎ​บัญญัติ​มี​คำ​สั่ง​มากมาย​เช่น “อย่า​เป็น​ชู้” “อย่า​ฆ่า​คน” “อย่า​ขโมย” “อย่า​โลภ”+ 13:9 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 20:13-15, 17 และ​ยัง​มี​คำสั่ง​อื่นๆ​อีก แต่​ทั้งหมด​นั้น​ก็​สรุป​ได้​ว่า “ให้​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตนเอง”+ 13:9 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 19:1810 ความรัก​ไม่​ทำร้าย​เพื่อน​บ้าน เป็น​เหตุ​ที่​ว่า ถ้า​มี​ความรัก​ก็​ถือ​ว่า​ได้​ทำ​ตาม​กฎ​ครบถ้วน​แล้ว 11 ให้​ทำ​อย่าง​ที่​บอกนี้ เพราะ​ถึง​เวลา​ตื่น​ได้​แล้ว ความรอด​ของ​เรา​นั้น​ได้​เข้า​มา​ใกล้​มาก​ยิ่งกว่า​ตอน​ที่​เรา​เพิ่ง​ไว้วางใจ​ใหม่ๆ 12 กลาง​คืน+ 13:12 กลาง​คืน ใช้​เป็น​สัญลักษณ์​ของ​โลก​แห่ง​บาป ใกล้​จะ​ผ่าน​ไป ตอน​เช้า+ 13:12 ตอน​เช้า ใช้​เป็น​สัญลักษณ์​ของ​ช่วง​เวลา​แห่ง​ความดี​ที่​กำลัง​จะ​มา ใกล้​จะ​มา​แล้ว ดังนั้น​ขอ​ให้​เรา​เลิก​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​ความมืด และ​ให้​สวม​อาวุธ​ที่​เป็น​ของ​ความ​สว่าง 13 ทำ​ตัว​ให้​น่า​นับถือ​เหมือน​คน​ที่​ใช้​ชีวิต​อยู่​ใน​กลาง​วัน ไม่​เที่ยว​มั่วสุม ไม่​เสพ​สุรา​เมามาย ไม่​ทำ​ผิด​ทาง​เพศ ไม่​มักมาก​ใน​กาม ไม่​ทะเลาะ​วิวาท​และ​ไม่​อิจฉา​ริษยา 14 แต่​ให้​สวม​ใส่​พระเยซู​คริสต์เจ้า และ​อย่า​ให้​ความ​สนใจ​กับ​กิเลสตัณหา​ที่​มา​จาก​สันดาน​เลย

14

อย่า​ตัดสิน​คน​อื่น

1 ให้​ยอมรับ​คน​ที่​ยัง​มี​ความเชื่อ​อ่อนแอ​อยู่ และ​อย่า​ไป​โต้เถียง​กับ​เขา​ใน​เรื่อง​ความ​คิดเห็น​ที่​แตกต่าง​กัน 2 คน​หนึ่ง​เชื่อ​ว่า​เขา​กิน​ได้​ทุก​อย่าง แต่​คน​ที่​มี​ความเชื่อ​อ่อนแอ​อยู่​กิน​แต่​ผัก​เท่านั้น 3 คน​ที่​กิน​ได้​ทุก​อย่าง​ก็​อย่า​ไป​ดูถูก​คน​ที่​ไม่​ได้​กิน ส่วน​คน​ที่​ไม่​ได้​กิน​ก็​อย่า​ไป​กล่าว​โทษ​คน​ที่​กิน​ทุก​อย่าง เพราะ​พระเจ้า​ยอมรับ​เขา​ไว้​แล้ว 4 คุณ​คิด​ว่า​คุณ​เป็น​ใคร​กัน ถึง​ได้​เที่ยว​ไป​กล่าว​โทษ​คน​ใช้​ของ​คน​อื่น เขา​จะ​ยืนหยัด​หรือ​ล้ม​ลง​ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​เจ้านาย​ของ​เขา แต่​เขา​จะ​ยืนหยัด​ได้​แน่ เพราะ​องค์​เจ้า​ชีวิต​สามารถ​ช่วย​ให้​เขา​ยืนหยัด​อยู่​ได้ 5 คนหนึ่ง​คิด​ว่า​วัน​หนึ่ง​ดี​กว่า​อีก​วัน​หนึ่ง แต่​อีก​คน​หนึ่ง​คิด​ว่า​ทุกๆ​วัน​เหมือนกัน​หมด ใคร​เชื่อ​อย่างไร​ก็​ให้​มั่นใจ​อย่าง​เต็มที่​ใน​สิ่ง​ที่​เชื่อ​นั้น 6 คน​ที่​คิด​ว่า​วัน​หนึ่ง​พิเศษ​กว่า​อีก​วัน​หนึ่ง เขา​ก็​ได้​ทำ​อย่าง​นั้น​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​คน​ที่​กิน​ได้​ทุก​อย่าง ก็​ได้​กิน​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต เพราะ​เขา​ขอบคุณ​พระเจ้า​สำหรับ​อาหาร​นั้น​แล้ว และ​คน​ที่​ไม่​ได้​กิน​ทุก​อย่าง ก็​ได้​ทำ​เพื่อ​ให้​เกียรติ​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​เหมือน​กัน เพราะ​เขา​ก็​ขอบคุณ​พระเจ้า​แล้ว 7 เพราะ​ไม่​มี​ใคร​ใน​พวก​เรา​ที่​ใช้​ชีวิต​อยู่ หรือ​ตาย​ไป เพื่อ​ผล​ประโยชน์​ของ​ตน​เอง 8 เพราะ​ถ้า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่ เรา​ก็​อยู่​เพื่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​ถ้า​เรา​ตาย เรา​ก็​ตาย​เพื่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต ดัง​นั้น​ไม่ว่า​เรา​จะ​อยู่​หรือ​ตาย เรา​ก็​เป็น​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต 9 รู้​ไหม​ว่า​ทำไม​พระคริสต์​ถึง​ได้​ตาย​และ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่ ก็​เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​เป็น​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ทั้ง​คน​ตาย​และ​คน​เป็น​นั่นเอง 10 แล้ว​คุณ​ที่​กิน​แต่​ผัก จะ​ไป​กล่าว​โทษ​พี่น้อง​ของ​คุณ​ที่​กิน​ทุก​อย่าง​ทำไม และ​คุณ​ที่​กิน​ทุก​อย่าง จะ​ไป​ดูถูก​พี่น้อง​ของ​คุณ​ที่​กิน​แต่​ผัก​ทำไม เพราะ​เรา​ทุก​คน​ต่าง​ก็​ต้อง​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระเจ้า​เพื่อ​ให้​พระองค์​ตัดสิน​ด้วย​กัน​ทั้งนั้น 11 เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

“องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด​ว่า เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า

ทุก​หัวเข่า​จะ​ต้อง​กราบลง​ต่อหน้า​เรา

และ​ทุก​ลิ้น​จะ​ต้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า”+ 14:11 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 45:23

12 ดังนั้น​เรา​ทุก​คน​จะ​ต้อง​รายงาน​เรื่อง​ที่​เรา​ได้​ทำ​ไป​ต่อหน้า​พระเจ้า

อย่า​เป็น​เหตุ​ทำ​ให้​คน​อื่น​ทำ​บาป

13 ดังนั้น​หยุด​กล่าว​โทษ​กัน​ได้​แล้ว แต่​ให้​ตั้งใจ​ว่า​จะ​ไม่​เป็น​ต้นเหตุ​ทำ​ให้​พี่น้อง​สะดุด​ล้ม​ไป​ทำ​บาป 14 ใน​ฐานะ​คน​ของ​พระเยซู​เจ้า ผม​รู้​และ​เชื่อมั่น​ว่า อาหาร​ทุก​ชนิด​กิน​ได้​หมด แต่​ถ้า​คน​ไหน​คิด​ว่า​กิน​แล้ว​ผิด มัน​ก็​ผิด​สำหรับ​คน​นั้น 15 ถ้า​อาหาร​ที่​คุณ​กิน​นั้น ไป​ทำร้าย​จิตใจ​ของ​พี่น้อง​คุณ แสดง​ว่า​คุณ​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​ความรัก ดังนั้น​อย่า​ให้​การ​กิน​ของ​คุณ​ไป​ทำลาย​คน​ที่​พระคริสต์​ยอม​ตาย​ให้​เลย 16 ที่​คุณ​เชื่อ​ว่า​กิน​ได้​ทุก​อย่าง​นั้น​ก็ดี​แล้ว แต่​อย่า​ให้​ความเชื่อ​ของ​คุณนี้ ทำ​ให้​คน​อื่น​ดูถูก​เอา​ได้

17 เพราะ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า ไม่​ได้​เป็น​เรื่อง​ของ​อาหาร​และ​เครื่องดื่ม แต่​เป็น​เรื่อง​ของ​การ​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า+ 14:17 แต่​เป็น … ตามใจ​พระเจ้า หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​ว่า “แต่​เป็น​เรื่อง​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​คน” เรื่อง​สันติสุข และ​เรื่อง​ความ​ชื่นชม​ยินดี​ที่​มา​จาก​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ 18 คน​ที่​รับใช้​พระคริสต์​อย่างนี้ พระเจ้า​ก็​ชอบใจ​และ​มนุษย์​ก็​นับถือ​ด้วย

19 ดังนั้น​ขอให้​เรา​ตั้งใจ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ก่อ​ให้เกิด​สันติสุข​และ​สิ่ง​ที่​เสริมสร้าง​กัน 20 อย่า​ให้​อาหาร​ที่​คุณ​กิน​นั้น​เป็น​เหตุ​ที่​มา​ทำลาย​งาน​ของ​พระเจ้า​เลย อาหาร​ทุก​อย่าง​กิน​ได้​หมด แต่​มัน​ผิด​ถ้า​หาก​สิ่ง​ที่​คน​นั้น​กิน​เข้า​ไป เป็น​เหตุ​ทำ​ให้​พี่น้อง​สะดุด​ล้ม​ไป​ทำ​บาป 21 คุณ​ทำ​ดี​แล้ว ที่​ยอม​ไม่​กิน​เนื้อสัตว์​หรือ​ดื่ม​เหล้า​องุ่น หรือ​ทำ​อะไร​ก็​แล้ว​แต่ ที่​จะ​มา​เป็น​เหตุ​ทำ​ให้​พี่น้อง​ของ​คุณ​สะดุด​ล้ม​ไป​ทำ​บาป 22 คุณ​เชื่อ​อย่างไร​ใน​เรื่อง​พวกนี้ ก็​ให้​เก็บ​ไว้​ระหว่าง​คุณ​กับ​พระเจ้า คน​ที่​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​เห็น​ว่า​ดี แล้ว​ใจ​ของ​เขา​ไม่​ฟ้อง​ว่า​ผิด เป็น​คน​ที่​น่า​นับถือ​จริงๆ 23 แต่​คน​ที่​ยัง​กิน​ทั้งๆ​ที่​สงสัย​ว่า​ผิด พระเจ้า​จะ​ตัดสิน​ว่า​เขา​ผิด เพราะ​เขา​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​ที่​เขา​เชื่อ เพราะ​ทุก​อย่าง​ที่​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​ความเชื่อ​ก็​เป็น​บาป

15

1 พวก​เรา​ที่​มี​ความเชื่อ​เข้มแข็ง มี​หน้า​ที่​ที่​จะ​ต้อง​อดทน​กับ​คน​ที่​มี​ความ​เชื่อ​อ่อนแอ และ ไม่​ควร​ทำ​ตามใจ​ตนเอง 2 ให้​เรา​ทุก​คน​เอา​ใจ​ใส่​เพื่อน​บ้าน เพื่อ​เป็น​ประโยชน์​และ​เสริมสร้าง​เขา​ด้วย 3 เพราะ​พระคริสต์​ไม่​ได้​ทำ​ตามใจ​ตัวเอง แต่​ตรง​กันข้าม อย่าง​ที่​พระคัมภีร์​ได้​เขียน​ไว้​ว่า “ข้า​แต่​องค์​เจ้า​ชีวิต คำ​ดูถูก​ของ​คน​พวก​นั้น​ที่​ดูถูก​พระองค์​ได้​ตก​อยู่​กับ​เรา​แล้ว”+ 15:3 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 69:9

4 ทุก​อย่าง​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระคัมภีร์​ใน​สมัย​ก่อน​นั้น ก็​เขียน​ไว้​เพื่อ​สั่งสอน​เรา เพื่อ​ว่า​ใน​ขณะ​ที่​เรา​อดทน​และ​ได้รับ​กำลังใจ​จาก​พระคัมภีร์ เรา​จะ​ได้​ยึดมั่น​ใน​ความหวัง​ที่​เรา​มี 5 ขอให้​พระเจ้า​ผู้​เป็น​แหล่ง​ของ​ความ​อดทน​และ​กำลังใจ ช่วย​ให้​พวก​คุณ​เป็น​น้ำหนึ่งใจ​เดียว​กัน​ตาม​แบบ​อย่าง​ของ​พระเยซู​คริสต์ 6 เพื่อ​พวก​คุณ​ทั้งหมด​จะ​ได้​สรรเสริญ​พระเจ้า ผู้​เป็น​พระบิดา​ของ​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ของ​เรา​เป็น​เสียง​เดียว​กัน

7 ดังนั้น​ให้​ยอมรับ​กัน​และ​กัน เหมือน​กับ​ที่​พระคริสต์​ยอมรับ​คุณ เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ได้รับ​เกียรติ 8 ผม​ขอ​บอก​พวก​คุณ​ว่า พระคริสต์​ได้​มา​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​คนยิว เพื่อ​ทำให้​เห็น​ถึง​ความ​ซื่อสัตย์​สุจริต​ของ​พระเจ้า เพื่อ​ยืนยัน​คำ​สัญญา​ที่​พระองค์​ได้​ให้​ไว้​กับ​พวก​บรรพบุรุษ 9 และ​เพื่อ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​จะ​ได้​สรรเสริญ​พระเจ้า​ที่​ได้​เมตตากรุณา​กับ​พวก​เขา เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

“เพราะ​เหตุนี้​ข้าพเจ้า​จะ​ให้​เกียรติ​พระองค์​ใน​หมู่​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว

และ​ข้าพเจ้า​จะ​ร้องเพลง​สรรเสริญ​ชื่อ​ของ​พระองค์”+ 15:9 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 18:49

10 พระคัมภีร์​พูด​ไว้​อีก​ว่า

“คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ทั้งหลาย​เอ๋ย

ให้​มา​ชื่นชม​ยินดี​พร้อม​กับ​คน​ของ​พระเจ้า”+ 15:10 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 32:43

11 และ​ยัง​พูด​อีก​ว่า

“คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ทั้งหลาย​เอ๋ย สรรเสริญ​องค์​เจ้า​ชีวิต​เถิด

และ​ขอให้​ชนชาติ​ทั้งหลาย​สรรเสริญ​พระองค์”+ 15:11 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 117:1

12 และ​อิสยาห์​ก็​พูด​ไว้​เหมือน​กัน​ว่า

“ลูก​หลาน​คน​หนึ่ง​ของ​เจสซี+ 15:12 ลูก​หลาน​คน​หนึ่ง​ของ​เจสซี เจสซี​คือ​พ่อ​ของ​ดาวิด​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล พระเยซู​เกิด​มา​จาก​ตระกูลนี้ จะ​มา

และ​ขึ้น​ปกครอง​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว

แล้ว​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​จะ​ฝาก​ความหวัง​กับ​พระองค์”+ 15:12 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 11:10

13 ขอ​ให้​พระเจ้า​ผู้​เป็น​แหล่ง​ของ​ความหวัง ช่วย​เติม​ให้​คุณ​เต็มเปี่ยม​บริบูรณ์​ไป​ด้วย​ความ​ชื่นชม​ยินดี​และ​สันติสุข ตาม​ความ​ไว้วางใจ​ที่​คุณ​มี​ใน​พระองค์ เพื่อ​คุณ​จะ​ได้​มี​ความหวัง​อย่าง​เหลือล้น ด้วย​อำนาจ​ของ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์

เปาโล​เล่า​เรื่อง​งาน​ของ​เขา

14 พี่น้อง​ครับ ผม​มี​ความ​เชื่อมั่น​ใน​ตัว​พวก​คุณ​ว่า พวก​คุณ​นั้น​เต็ม​ไป​ด้วย​ความดี และ​เพียบ​พร้อม​ไป​ด้วย​ความรู้​ทุก​อย่าง พวก​คุณ​สามารถ​ที่​จะ​ตักเตือน​กัน​และ​กัน​ได้ 15 แต่​ที่​ผม​กล้า​เขียน​บาง​เรื่อง​ถึง​คุณ เพื่อ​เตือน​ความจำ​ของ​คุณ ที่​ผม​ทำ​อย่างนี้​ก็​ทำ​ตาม​พรสวรรค์​ที่​พระเจ้า​มอบ​ให้ 16 คือ​ให้​ผม​เป็น​ผู้รับใช้​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​เพื่อ​พระเยซู​คริสต์เจ้า และ​ทำ​หน้าที่​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ใน​การ​ประกาศ​ข่าวดี​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​นักบวช เพื่อ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​นั้น​จะ​ได้​เป็น​เครื่อง​บูชา​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ และ​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ได้​ทำ​ให้​เป็น​ของ​พระองค์​โดย​เฉพาะ 17 ใน​ฐานะ​ที่​ผม​เป็น​คน​ของ​พระเยซู​คริสต์ ผม​ภูมิใจ​ใน​หน้าที่​ของ​ผม​ที่​มี​ต่อ​พระเจ้า 18 ผม​ไม่​กล้า​พูด​ถึง​เรื่อง​อื่น​หรอก นอกจาก​เรื่อง​ที่​พระคริสต์​ได้​ทำ​ผ่าน​ผม​ใน​การ​นำ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ให้​มา​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า ผ่าน​ทาง​คำ​พูด​และ​การ​กระทำ​ของ​ผม 19 โดย​ฤทธิ์​อำนาจ​แห่ง​ปาฏิหาริย์ และ​การ​อัศจรรย์​ที่​มา​จาก​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า ดังนั้น​ผม​ได้​ประกาศ​ข่าว​ดี​ของ​พระคริสต์​จน​ทั่ว​แล้ว ตั้ง​แต่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ไป​จน​ถึง​แคว้น​อิลลีริคุม 20 ผม​ตั้งเป้า​ไว้​เสมอ​ว่า จะ​ไป​ประกาศ​ข่าวดี​ใน​ที่​ที่​ยัง​ไม่​มี​ใคร​เคย​รู้จัก​พระคริสต์​มา​ก่อน ผม​จะ​ได้​ไม่​ไป​สร้าง​บน​รากฐาน​ที่​คน​อื่น​วาง​ไว้​แล้ว 21 แต่​มัน​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

“คน​ที่​ไม่​เคย​มี​ใคร​ไป​บอก ก็​จะ​ได้​เห็น

และ​คน​ที่​ไม่​เคย​ได้ยิน ก็​จะ​เข้าใจ”+ 15:21 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 52:15

เปาโล​วางแผน​จะ​ไป​กรุง​โรม

22 งาน​ที่​ผม​ทำ​อยู่​ใน​แคว้น​เหล่านี้ ขัดขวาง​ผม​หลาย​ครั้ง​ไม่​ให้​มา​หา​คุณ 23 แต่​ตอนนี้ ไม่​เหลือ​ที่​ไหน​ใน​แคว้น​เหล่านี้​ให้​ผม​ไป​ทำงาน​อีก​แล้ว และ​ผม​ก็​ตั้งใจ​จะ​มา​หา​คุณ​ตั้ง​หลาย​ปี​แล้ว​ด้วย 24 ผม​จึง​วางแผน​ที่​จะ​แวะ​มา​เยี่ยม​คุณ​เมื่อ​ผม​ไป​สเปน และ​อยู่​สังสรรค์​กับ​พวก​คุณ​สัก​พัก​หนึ่ง แล้ว​หวัง​ว่า​หลังจาก​นั้น คุณ​จะ​ช่วย​สนับสนุน​ให้​ผม​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​ที่​สเปน 25 แต่​ตอนนี้ ผม​กำลัง​จะ​เดินทาง​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​ช่วยเหลือ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​ที่​นั่น 26 เพราะ​บรรดา​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ใน​แคว้น​มาซิโดเนีย และ​แคว้น​อาคายา​ได้​ตัดสินใจ​เรี่ยไร​เงิน​เพื่อ​ช่วยเหลือ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​ที่​ยากจน​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม 27 ดี​แล้ว​ที่​พวก​เขา​ตัดสินใจ​ทำ​อย่าง​นั้น เพราะ​พวก​เขา​เป็น​หนี้​บุญคุณ​คน​พวก​นั้น​อยู่ เพราะ​พี่น้อง​ชาว​ยิว​ได้​แบ่ง​ปัน​พระพร​ฝ่าย​พระวิญญาณ​ของ​พวก​เขา​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว พี่น้อง​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ก็​ควร​จะ​แบ่งปัน​พระพร​ฝ่าย​วัตถุ​ให้​กับ​พี่น้อง​ชาว​ยิว​ด้วย 28 ทันที​ที่​ผม​ทำงานนี้​เสร็จ โดย​มอบ​เงิน​ที่​เรี่ยไร​มานี้​ให้​กับ​พวก​เขา​ดูแล​เรียบร้อย​แล้ว ผม​ก็​จะ​ไป​สเปน​และ​แวะ​เยี่ยม​คุณ​ใน​ระหว่าง​ทาง 29 ผม​รู้​ว่า​เมื่อ​ผม​มา​หา​คุณ ผม​จะ​มา​แบ่งปัน​พระพร​อัน​เต็ม​เปี่ยม​ของ​พระคริสต์​กับ​พวก​คุณ 30 พี่น้อง​ครับ เป็น​เพราะ​เห็นแก่​พระเยซู​คริสต์เจ้า และ​ความรัก​จาก​พระวิญญาณ ผม​ถึง​ขอร้อง​คุณ​ให้​มา​ร่วม​ต่อสู้​กับ​ผม คือ​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​เพื่อ​ผม 31 อธิษฐาน​ขอ​ให้​พระองค์​ช่วย​ผม​ให้​ปลอดภัย​จาก​พวก​ที่​ไม่​เชื่อ​ใน​แคว้น​ยูเดีย และ​อธิษฐาน​ให้​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​เต็มใจ​รับ​เงิน​เรี่ยไร​ที่​ผม​เอา​มา​ให้ 32 เพื่อ​ว่า​ถ้า​เป็น​ไป​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระเจ้า ผม​จะ​ได้​แวะ​มา​หา​คุณ​ด้วย​ความ​ยินดี และ​ผม​จะ​ได้​พักผ่อน​หย่อนใจ​ร่วม​กับ​คุณ

33 ขอให้​พระเจ้า​ผู้​เป็น​แหล่ง​ของ​สันติสุข อยู่​กับ​คุณ​ทุก​คน​เถิด อาเมน

16

เปาโล​มี​สิ่ง​สุดท้าย​ที่​จะ​บอก

1 ผม​ขอ​แนะนำ​เฟบี​น้องสาว​ของ​เรา​ให้​กับ​คุณ เธอ​เป็น​ผู้รับใช้​พิเศษ+ 16:1 ผู้รับใช้​พิเศษ คำนี้​ส่วนใหญ่​จะ​แปล​ว่า “ผู้รับใช้” แต่​ใน​ที่นี้ และ​ใน​หนังสือ ฟีลิปปี 1:1 และ 1 ทิโมธี 3:8-13 จะ​หมายถึง “ผู้ที่​ได้รับ​การ​เลือก​ให้​รับใช้​หมู่​ประชุม​ท้องถิ่น​ใน​เรื่อง​ใด​เรื่อง​หนึ่ง” ดู​เพิ่มเติม​ได้​จาก หนังสือ​กิจการ 6:1-6​ของ​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ใน​เมือง​เคนเครีย 2 ขอ​ให้​ต้อนรับ​เธอ​ให้​สมกับ​ที่​พวกคุณ​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า​ด้วย และ​ขอ​ให้​ช่วยเหลือ​เธอ​ใน​สิ่ง​ที่​เธอ​ต้องการ เพราะ​เธอ​ได้​ช่วยเหลือ​ดูแล​คน​จำนวน​มาก รวมทั้ง​ผม​ด้วย 3 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​ปริศคา​และ​อาควิลลา เพื่อน​ร่วมงาน​ของ​ผม​ใน​พระเยซู​คริสต์ 4 สอง​คนนี้​ได้​เสี่ยง​ชีวิต​เพื่อ​ปกป้อง​ชีวิต​ของ​ผม ไม่​ใช่​ผม​เท่านั้น​ที่​สำนึก​ใน​บุญคุณ​ของ​เขา​ทั้ง​สอง แต่​รวม​ถึง​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ทุก​แห่ง​ของ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย 5 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​กับ​หมู่ประชุม​ของ​พระเจ้า​ที่​ประชุม​กัน​ใน​บ้าน​ของ​พวก​เขา ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​เอเปเนทัส​เพื่อน​รัก​ของ​ผม​ด้วย เขา​เป็น​คน​แรก​ใน​แคว้น​เอเชีย​ที่​ได้​มา​ไว้วางใจ​ใน​พระคริสต์ 6 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​มารีย์​ผู้​ทำงาน​หนัก​เพื่อ​คุณ 7 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​อันโดรนิคัส​และ​ยูเนีย เพื่อน​ยิว​ที่​เคย​ติด​คุก​อยู่​กับ​ผม​และ​เป็น​ศิษย์เอก​ที่​มี​ชื่อเสียง​ดี และ​เป็น​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระคริสต์​ก่อน​ผม​ด้วย 8 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​อัมพลีอาทัส​เพื่อน​รัก​ของ​ผม​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต 9 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​อูรบานัส​เพื่อน​ร่วม​งาน​ของ​เรา​ใน​พระคริสต์ และ​สทาคิส​เพื่อน​รัก​ของ​ผม 10 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​อาเป็ลเลส ผู้​ที่​ผ่าน​การ​ทดสอบ​แล้ว​ว่า​เป็น​คน​ของ​พระคริสต์​อย่าง​แท้​จริง ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​บรรดา​คน​ใน​ครัวเรือน​ของ​อาริสโทบูลัส 11 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​เฮโรดิโอน เพื่อน​ยิว​ของ​ผม ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​พวก​คน​ใน​ครัวเรือน​ของ​นารซิสสัส ผู้​ที่​ไว้วางใจ​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต 12 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​ตรีเฟนา​และ​ตรีโฟสา ผู้​ทำ​งาน​หนัก​เพื่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​เปอร์ซิส​เพื่อน​รัก​ของ​ผม ผู้​ที่​ได้​ตรากตรำ​ทำ​งาน​หนัก​เพื่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต 13 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​รูฟัส ผู้ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​เลือก และ​ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​แม่​ของ​เขา ที่​เป็น​เหมือน​แม่​ของ​ผม​ด้วย 14 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​อาสินครีทัส ฟเลโกน เฮอร์เมส ปัทโรบัส เฮอร์มาส และ​พวก​พี่น้อง​ที่​อยู่​กับ​พวก​เขา 15 ฝาก​ความ​คิดถึง​ให้​ฟีโลโลกัส ยูเลีย เนเรอัส​และ​น้องสาว​ของ​เขา แล้ว​ก็​โอลิมปัส และ​พวก​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​อยู่​กับ​พวก​เขา 16 ให้​ทักทาย​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ด้วย​จูบ​อัน​บริสุทธิ์ หมู่​ประชุม​ของ​พระคริสต์​ทั้งหมด​ฝาก​ความ​คิดถึง​มา​ให้​กับ​พวก​คุณ​ทุก​คน

17 พี่น้อง​ครับ ผม​ขอ​ร้อง​ให้​คุณ​คอย​ระวัง​พวก​ที่​ชอบ​สร้าง​ความ​แตกแยก และ​ทำ​ให้​คน​สะดุด​ล้ม​ไป​ทำ​บาป พวก​เขา​ได้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ขัดแย้ง​กับ​หลักคำ​สอน​ที่​คุณ​ได้​เรียนรู้​มา หลีก​ไป​ให้​ห่าง​จาก​คน​พวกนี้ 18 เพราะ​คน​อย่างนี้​ไม่​ได้​รับใช้​พระคริสต์​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​เรา​หรอก แต่​ทำ​เพื่อ​ปาก​ท้อง​ของ​มัน​เอง และ​พวกนี้​ก็​พูด​คล่อง​และ​พูดจา​ประจบสอพลอ​เพื่อ​มา​ล่อลวง​จิตใจ​ของ​คน​ซื่อ 19 เรื่อง​ที่​พวก​คุณ​เชื่อฟัง​พระเจ้า​นั้น​ได้​เลื่องลือ​ไป​ถึง​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ ผม​ถึง​ดีใจ​มาก​เพราะ​คุณ แต่​ผม​อยาก​ให้​คุณ​เฉลียว​ฉลาด​ใน​เรื่อง​ที่​ดีๆ​และ​ไร้เดียงสา​ใน​เรื่อง​ที่​ชั่วร้าย 20 ใน​ไม่​ช้า พระเจ้า​ผู้​เป็น​แหล่ง​สันติสุข​จะ​บด​ขยี้​ซาตาน​ให้​อยู่​ใต้​เท้า​ของ​พวก​คุณ ขอ​ให้​พระเยซู​เจ้า​เมตตา​กับ​พวก​คุณ​ด้วย​เถิด 21 ทิโมธี​ผู้​เป็น​เพื่อน​ร่วม​งาน​ของ​ผม รวม​ทั้ง​ลูสิอัส ยาโสน และ​โสสิปาเทอร์ เพื่อน​คนยิว​ของ​ผม ฝาก​ความ​คิดถึง​มา​ให้​คุณ 22 ผม​เทอร์ชิอัส ผู้ที่​กำลัง​เขียน​จดหมาย​ฉบับนี้​ตาม​คำ​บอก​ของ​เปาโล ฝาก​ความ​คิดถึง​มา​ให้​คุณ​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต​ด้วย 23 กายอัส​เจ้า​ของ​บ้าน​ที่​ผม​อยู่​เดี๋ยวนี้​ผู้​ที่​เปิด​บ้าน​ให้​พี่น้อง​มา​ประชุม​กัน ฝาก​ความ​คิดถึง​มา​ให้​คุณ​ด้วย เอรัสทัส ผู้​ดูแล​ด้าน​การ​เงิน​ของ​เมืองนี้ และ​ควารทัส​พี่น้อง​ของ​เรา​ก็​ฝาก​ความ​คิดถึง​มา​ด้วย 24+ 16:24 ข้อนี้ ฉบับ​ภาษา​เดิม​บาง​ฉบับ​มี​ข้อ​ความ​ว่า “ขอ​พระเยซู​คริสต์เจ้า​ให้​ความ​เมตตา​กรุณา​พวกคุณ อาเมน”

25 สรรเสริญ​พระเจ้า พระองค์​สามารถ​ใช้​ข่าวดี​ที่​ผม​ประกาศ​นั้น​ทำ​ให้​พวก​คุณ​เข้มแข็ง ข่าวดีนี้​คือ​เรื่อง​ของ​พระเยซู​คริสต์ พระเจ้า​ได้​เก็บ​เรื่องนี้​ไว้​เป็น​ความลับ​ตั้งแต่​เริ่มแรก

26 แต่​ตอนนี้​พระองค์​ได้​เปิดเผย​เรื่องนี้​แล้ว พระเจ้า​ผู้​เป็น​อยู่​ตลอด​กาล ได้​สั่ง​พวก​ผู้พูดแทน​พระองค์​ให้​เขียน​ถึง​ข่าวดีนี้ เพื่อ​ว่า​ชน​ทุก​ชาติ​จะ​ได้​ไว้วางใจ​และ​เชื่อฟัง​พระองค์

27 มี​พระเจ้า​เที่ยงแท้​แต่​เพียง​ผู้เดียว สรรเสริญ​พระองค์​เถิด พระองค์​เต็ม​ไป​ด้วย​สติปัญญา ขอให้​พระองค์​ได้รับ​เกียรติ​ตลอดไป​เพราะ​พระเยซู​คริสต์ อาเมน