สุภาษิต
คำนำ
หนังสือสุภาษิตเขียนขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนเรามีสติปัญญา เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จ หนังสือเล่มนี้เน้นให้คนเรารู้ว่า การยำเกรงและเชื่อฟังพระยาห์เวห์นั้น เป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่ปัญญา
คำคมในหนังสือเล่มนี้พูดถึงชีวิตในทุกด้าน เช่น ครอบครัว เพื่อนบ้าน สังคมรอบข้าง การศึกษา การงาน การทำมาค้าขาย และรัฐบาล คำคมเหล่านี้เน้นให้นับถือพ่อแม่ ให้ถ่อมตัวยอมรับการตักเตือนสั่งสอน ให้ระวังเรื่องการผิดประเวณี ให้ขยันขันแข็ง ให้ทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา ให้ช่วยเหลือคนยากจน และให้ระวังคำพูด
คำคมในเล่มนี้ส่วนใหญ่เขียนขึ้นโดยกษัตริย์ซาโลมอน ลูกชายของกษัตริย์ดาวิด พระองค์ปกครองประเทศอิสราเอลประมาณหนึ่งพันปีก่อนพระเยซูมาเกิด
หนังสือเล่มนี้ยังมีคำคมที่เขียนขึ้นโดยนักปราชญ์คนอื่นๆด้วย (22:17-24:22 และ 24:23-34) รวมทั้งคำคมของอากูร์ (30:1-33) และคำคมของกษัตริย์เรมูเอลที่ไม่ใช่คนอิสราเอล (31:1-31) ในสมัยของกษัตริย์เฮเซคียาห์ ประมาณเจ็ดร้อยปีก่อนพระเยซูมาเกิด ก็ได้มีการคัดลอกและรวบรวมคำคมทั้งหลายเหล่านี้มาไว้ในเล่มเดียวกัน
1บทเริ่มต้น
1 สุภาษิตเหล่านี้มาจากซาโลมอน ผู้เป็นบุตรชายของดาวิดและเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล
2 สุภาษิตเหล่านี้มีไว้เพื่อให้คนได้เรียนรู้เกี่ยวกับปัญญาและคำสั่งสอน
เพื่อทำให้คนเข้าใจถึงคำพูดที่นำความเข้าใจลึกซึ้งมาให้
3 สุภาษิตเหล่านี้มีไว้เพื่อสั่งสอนให้คนใช้ชีวิตอย่างฉลาดรอบคอบ
คือทำในสิ่งที่ถูกต้อง ยุติธรรม และเป็นธรรม
4 สุภาษิตเหล่านี้มีไว้เพื่อให้คนที่อ่อนต่อโลก กลายเป็นคนฉลาดหลักแหลม
เพื่อให้คนหนุ่มมีความรู้และมีความคิดรอบคอบ
5 ขอให้คนที่ฉลาดอยู่แล้ว ฟังเรื่องนี้ด้วย จะได้ไปเสริมคำสั่งสอนของเขา
คนที่รู้จักแยกแยะว่าอะไรเป็นอะไรอยู่แล้ว จะได้มีความสามารถในการชี้แนะทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
6 สุภาษิตเหล่านี้มีไว้เพื่อให้คนเข้าใจสุภาษิตและคำพูดที่เข้าใจยาก
รวมทั้งคำคมทั้งหลายของคนที่ฉลาดล้ำและพวกคำพูดที่เป็นปริศนาซ่อนเงื่อนของพวกเขา
7 การยำเกรงพระยาห์เวห์คือจุดเริ่มต้นของความรู้
แต่คนโง่เกลียดชังปัญญาและคำสั่งสอน
เชื่อฟังพ่อแม่และหลีกเพื่อนชั่ว
8 ลูกเอ๋ย ให้เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อเจ้า
และอย่าได้ละทิ้งคำสอนของแม่เจ้าด้วย
9 เพราะคำสั่งสอนของท่านทั้งสองนั้น มีเสน่ห์ดึงดูด มันจะเป็นมงกุฎดอกไม้สำหรับหัวเจ้า
และเป็นสร้อยสำหรับคอเจ้า
10 ลูกเอ๋ย ถ้าพวกคนบาปพยายามล่อลวงเจ้าให้ไปกับพวกมัน
ก็อย่าได้ไปเลย
11 ถ้าพวกมันพูดว่า “มากับพวกเราสิ
ให้เราไปดักซุ่มฆ่าคนกันเถอะ
ไปดักซุ่มฆ่าคนบริสุทธิ์เล่นๆกันเถอะ
12 ให้พวกเราไปกลืนกินคนพวกนั้นทั้งเป็นเหมือนแดนคนตายกลืนกินคนเป็น
ถึงเขาจะแข็งแรงดี เราก็จะกลืนกินเขาเหมือนคนที่กำลังใกล้ตาย
13 พวกเราจะได้ของมีค่ามากมายหลายอย่าง
บ้านของพวกเราจะเต็มไปด้วยข้าวของที่ปล้นมาได้
14 มาร่วมกับเราสิ
เราจะแบ่งของที่ปล้นมาได้ให้เท่าๆกัน”
15 ลูกเอ๋ย อย่าได้ไปเดินตามทางของพวกมัน
ยั้งเท้าของเจ้าจากทางเหล่านั้นของพวกมัน
16 เพราะเท้าของพวกมันวิ่งไปทำชั่ว
พวกมันรีบเร่งไปทำให้เกิดการนองเลือด
17 มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะขึงตาข่าย
ในขณะที่นกกำลังจ้องมองอยู่
18 แต่คนชั่วพวกนี้ไม่รู้ตัวว่ากำลังวางกับดักตัวเอง
พวกมันดักรอปลิดชีวิตตัวเอง
19 นี่แหละคือชะตากรรมของคนที่หาทรัพย์สมบัติมาได้จากการทารุณโหดร้าย
ทรัพย์สมบัตินั้นก็จะคร่าชีวิตของพวกมันไป
สติปัญญาร้องเตือนผู้คน
20 สติปัญญาร้องเสียงดังอยู่บนถนน
เธอแผดเสียงร้องที่ลานเมือง
21 เธอส่งเสียงร้องตามหัวมุมถนนที่พลุกพล่าน
เธอเปล่งเสียงพูดออกมาตรงทางเข้าประตูเมืองว่า
22 “เจ้าคนอ่อนต่อโลกทั้งหลาย เจ้าจะรักที่จะอ่อนต่อโลกอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน
เจ้าคนชอบเยาะเย้ย เจ้าจะยินดีอยู่กับการเยาะเย้ยไปอีกนานแค่ไหน
เจ้าคนโง่ เจ้าจะเกลียดความรู้ไปอีกนานแค่ไหน
23 ถ้าพวกเจ้าจะหันมาสนใจคำตักเตือนของเรา
เมื่อนั้นเราก็จะบอกให้เจ้ารู้ถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเรา
และจะแสดงความคิดต่างๆของเราให้กับเจ้า
24 เพราะเราได้ร้องเรียก แต่เจ้าไม่ยอมฟัง
เราได้กวักมือเรียก แต่ไม่มีใครสนใจ
25 พวกเจ้าเพิกเฉยต่อคำแนะนำของเรา
และไม่ยอมรับฟังคำตักเตือนของเรา
26 ดังนั้นเมื่อเจ้าเจอกับความหายนะ เราเองจะหัวเราะเยาะเจ้า
เมื่อสิ่งที่เจ้าหวาดกลัวเกิดขึ้นกับเจ้า เราจะเยาะเย้ยซ้ำเติมเจ้า
27 เมื่อสิ่งที่เจ้าหวาดกลัวถาโถมใส่เจ้าเหมือนกับพายุ
และความหายนะจู่โจมใส่เจ้าเหมือนกับลมมรสุม
เมื่อความทุกข์ยากและความเจ็บปวดรวดร้าวเกิดขึ้นกับเจ้า
28 เมื่อนั้นแหละ พวกเขาจะร้องเรียกหาเรา แต่เราจะไม่ตอบ
พวกเขาจะมองหาเรา แต่จะไม่พบ
29 เพราะพวกเขาเกลียดความรู้
และไม่ยอมเลือกที่จะยำเกรงพระยาห์เวห์
30 เพราะพวกเขาไม่ยอมฟังคำแนะนำของเรา
และพวกเขาทิ้งคำตักเตือนของเรา
31 พวกเขาจะต้องกินผลที่เกิดจากวิถีชีวิตของเขา
และจะจุกแน่นไปด้วยแผนการร้ายต่างๆของพวกเขาเอง
32 คนอ่อนต่อโลกจะตาย เพราะเขาหันไปจากสติปัญญา
คนโง่จะถูกทำลาย เพราะเขาพอใจกับความโง่นั้น
33 แต่ใครก็ตามที่ฟังเรา จะได้อยู่อย่างปลอดภัย
และสุขสบายโดยไม่ต้องหวาดกลัวอันตรายใดๆ”
2แสวงหาสติปัญญา
1 ลูกเอ๋ย ถ้าเจ้ายอมรับคำพูดต่างๆของเรา
และเก็บรักษาคำสั่งต่างๆของเราไว้กับตัว
2 ด้วยการเงี่ยหูฟังสติปัญญา
และตั้งจิตตั้งใจใฝ่หาความเข้าใจ
3 นั่นล่ะ เมื่อเจ้าร่ำร้องหาความหยั่งรู้อันลึกซึ้ง
และร่ำร้องหาความรู้และความเข้าใจ
4 เมื่อเจ้าแสวงหาความเข้าใจเหมือนกับแสวงหาเงิน
และเสาะหามันเหมือนหาขุมทรัพย์ที่ซุกซ่อนอยู่
5 เมื่อนั้นเจ้าก็จะเข้าใจว่าความยำเกรงพระยาห์เวห์เป็นอย่างไร
และเจ้าจะได้มีความรู้ที่มาจากพระเจ้า
6 เพราะพระยาห์เวห์ให้สติปัญญา
ความรู้และความเข้าใจออกมาจากปากของพระองค์
7 พระองค์จะสะสมวิธีแก้ปัญหาไว้ให้กับผู้ซื่อสัตย์
พระองค์เป็นโล่กำบังให้กับผู้ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในทางที่ดีพร้อม
8 พระองค์เฝ้าระวังทางของคนที่ยุติธรรม
และเฝ้าปกป้องทางของคนที่จงรักภักดีต่อพระองค์
9 แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าสิ่งไหนถูกต้อง ยุติธรรม และเป็นธรรม
คือหนทางอันดีงามทั้งสิ้น
10 เพราะปัญญาจะซึมซับเข้าไปในใจของเจ้า
ความรู้จะให้ความสุขกับจิตวิญญาณของเจ้า
11 ความสุขุมรอบคอบจะปกป้องตัวเจ้า
ความคิดรอบคอบจะเฝ้าดูแลตัวเจ้าไว้
12 เพื่อช่วยเจ้าให้พ้นจากทางของคนชั่ว
และให้พ้นจากคนพูดร้าย
13 เจ้าจะได้พ้นจากคนที่ละทิ้งทางตรงทั้งหลาย
เพื่อไปเดินในทางมืดมิดเหล่านั้น
14 เจ้าจะได้พ้นจากคนที่ชอบทำชั่ว
ที่สนุกสนานกับทางชั่วที่วิปริตผิดเพี้ยนไปนั้น
15 เจ้าจะได้พ้นจากคนที่มีหนทางคดเคี้ยว
และคนที่เจ้าเล่ห์ในทางทั้งหลายของเขา
16 เจ้าจะได้พ้นจากภรรยาของผู้อื่น+ 2:16 ภรรยาของผู้อื่น … หญิงเล่นชู้ หรือ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า หญิงต่างประเทศ … หญิงต่างด้าว
จากหญิงเล่นชู้ที่พูดหวานหู
17 ผู้ที่ทอดทิ้งสามีที่นางแต่งด้วยตอนเป็นสาว
และลืมข้อตกลงที่เธอทำไว้กับสามีต่อหน้าพระเจ้าของเธอ
18 ทางที่ไปหาเธอนั้น ลาดไปสู่แดนคนตายอย่างแน่นอน
และรอยเท้าทั้งหลายของเธอนั้นนำไปสู่เมืองผี
19 ทุกคนที่ไปหานาง ไม่เคยได้กลับมาอีก
ไม่มีใครในพวกนั้นพบเห็นหนทางแห่งชีวิตอีกเลย
20 ดังนั้นให้เดินบนหนทางของคนดี
และยึดมั่นในหนทางของคนเหล่านั้นที่ทำตามใจพระเจ้า
21 เพราะคนสัตย์ซื่อจะได้อาศัยอยู่บนแผ่นดิน
และคนบริสุทธิ์ก็จะยังคงอยู่ที่นั่น
22 แต่คนชั่วจะถูกตัดออกจากแผ่นดิน
และคนไม่สัตย์ซื่อก็จะถูกถอนรากถอนโคน
3ชีวิตที่พระเจ้าพอใจจะยืนยาว
1 ลูกเอ๋ย อย่าลืมคำสั่งสอนของเรา
ให้ใจของเจ้าเก็บรักษาคำสั่งต่างๆของเราไว้
2 เพราะสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มพูนจำนวนวันและปีของชีวิตเจ้า
แถมจะทำให้เจ้าอยู่เย็นเป็นสุขด้วย
3 อย่าให้ความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ละทิ้งเจ้าไป
ผูกมันไว้รอบคอของเจ้าเหมือนกับสร้อยคอ
เขียนมันลงไปบนแผ่นใจของเจ้า
4 แล้วเจ้าจะเป็นที่ยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง
ในสายตาของพระเจ้าและผู้คนทั่วไป
5 ให้ไว้วางใจในพระยาห์เวห์ด้วยสุดใจของเจ้า
และอย่าได้พึ่งความเข้าใจของตัวเจ้าเอง
6 ให้เชื่อฟังพระองค์ในทุกหนทางของเจ้า
แล้วพระองค์จะทำให้เส้นทางของเจ้าราบรื่น
7 อย่าได้คิดว่าตัวเองฉลาด
แต่ให้ยำเกรงพระยาห์เวห์และหันไปจากสิ่งชั่วร้าย
8 เมื่อเจ้าทำอย่างนี้ มันจะช่วยเยียวยารักษาสุขภาพของเจ้า
และทำให้กระดูกของเจ้าสดชื่น
9 ให้ถวายเกียรติกับพระยาห์เวห์ด้วยทรัพย์สมบัติของเจ้า
และด้วยผลผลิตแรกจากพืชผลทุกชนิดที่เจ้าปลูกไว้
10 แล้วยุ้งฉางของเจ้าจะเต็มเปี่ยมไปด้วยเมล็ดข้าว
และถังเหล้าองุ่นของเจ้าก็จะเต็มล้นไปด้วยเหล้าองุ่นใหม่
11 ลูกเอ๋ย อย่าดูหมิ่นการตีสอนของพระยาห์เวห์
และอย่าได้ขุ่นเคืองเมื่อพระองค์ตักเตือน
12 เพราะพระยาห์เวห์จะตักเตือนคนที่พระองค์รัก
เหมือนกับพ่อที่เตือนลูกที่เขาภาคภูมิใจ
คุณค่าของสติปัญญา
13 คนที่ค้นพบสติปัญญา มีเกียรติจริงๆ
คนที่มีความเข้าใจก็มีเกียรติจริงๆ
14 กำไรที่เกิดจากสติปัญญานั้น มีค่ายิ่งกว่าเงิน
รายได้ที่เกิดจากเธอ มีค่ายิ่งกว่าทองคำ
15 สติปัญญานั้นมีค่ายิ่งกว่าทับทิม
สิ่งทั้งหลายที่เจ้าอยากได้ไม่อาจจะเทียบได้กับสติปัญญา
16 ชีวิตที่ยืนยาวก็อยู่ในมือขวาของเธอ
ความมั่งคั่งและเกียรติยศก็อยู่ในมือซ้ายของเธอ
17 ทางเดินของสติปัญญานั้นนำความสุขมาให้
และหนทางทั้งหมดของเธอคือสันติสุข
18 สติปัญญาคือต้นไม้แห่งชีวิตแก่ผู้ที่สวมกอดเธอไว้
ผู้ที่ยึดเธอไว้ ถือว่ามีเกียรติจริงๆ
19 พระยาห์เวห์ใช้สติปัญญาในการวางรากฐานของโลกนี้
พระองค์ใช้ความเข้าใจในการจัดวางฟ้าสวรรค์ในที่ของมัน
20 ด้วยความรู้ของพระองค์ ก็มีน้ำพุ่งขึ้นจากใต้ดิน
และหมู่เมฆก็โปรยปรายฝนลงมา
สติปัญญาจะสอนให้ยุติธรรม
21 ลูกเอ๋ย เฝ้าระวังวิธีการแก้ปัญหาและความสุขุมรอบคอบของเจ้าไว้
อย่าปล่อยให้สองสิ่งนี้ หลุดรอดสายตาของเจ้าไปได้
22 แล้วสองสิ่งนี้จะให้ชีวิตกับเจ้า
และเป็นเครื่องประดับอยู่บนคอของเจ้า
23 เจ้าจะเดินตามทางของเจ้าอย่างปลอดภัย
เท้าของเจ้าจะไม่มีวันสะดุดล้ม
24 ถ้าเจ้านอนลง เจ้าก็จะไม่ต้องหวาดกลัว
เมื่อเจ้าล้มตัวลงนอน เจ้าจะหลับอย่างมีความสุข
25 อย่าไปกลัวความหายนะที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน
หรือกลัวเมื่อลมพายุโถมกระหน่ำเข้าใส่คนชั่ว
26 เพราะพระยาห์เวห์จะเป็นความเชื่อมั่นของเจ้า
และจะดูแลรักษาเท้าของเจ้าให้พ้นจากกับดัก
27 อย่าได้หวงของดีๆจากคนที่มีสิทธิ์จะได้มัน
เมื่อเจ้าสามารถที่จะให้กับเขา
28 อย่าได้บอกกับเพื่อนบ้านว่า
“ไปก่อน ค่อยมาใหม่ พรุ่งนี้ถึงจะให้”
เมื่อเจ้ามีจะให้อยู่แล้ว
29 อย่าได้วางแผนทำร้ายเพื่อนบ้าน
ที่อยู่ใกล้ๆและไว้วางใจในตัวเจ้า
30 อย่าได้ดำเนินคดีกับใครโดยไม่มีสาเหตุ
เมื่อคนๆนั้นไม่ได้ทำร้ายอะไรเจ้าเลย
31 อย่าอิจฉาคนที่ชอบความรุนแรง
อย่าไปเลือกทำตามอย่างเขา
32 เพราะพระยาห์เวห์ขยะแขยงคนคดโกงเหล่านั้น
แต่พระองค์จะเป็นเพื่อนกับคนสัตย์ซื่อ
33 คำสาปแช่งของพระยาห์เวห์จะตกอยู่ในเรือนคนชั่ว
แต่พระองค์จะอวยพรบ้านของคนที่ทำตามใจพระเจ้า
34 พระองค์เยาะเย้ยคนที่ชอบเยาะเย้ย
แต่พระองค์เมตตาปรานีกับคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน
35 คนฉลาดจะได้รับเกียรติ
แต่คนโง่ดื้อรั้นจะอับอายขายหน้า
4คำแนะนำของพ่อเกี่ยวกับสติปัญญา
1 ลูกๆเอ๋ย ฟังคำสั่งสอนของพ่อเจ้าเถิด
และเอาใจใส่ให้ดี เพื่อเจ้าจะได้รับความรู้ความเข้าใจ
2 เพราะเราได้ให้คำแนะนำที่ดีกับเจ้า
ดังนั้นอย่าได้ลืมคำสอนของเรา
3 สมัยที่เรายังเป็นเด็กอยู่ในบ้านของพ่อ
เป็นลูกเพียงคนเดียวของแม่ ที่แม่ทะนุถนอม
4 พ่อเริ่มสอนเราและพูดกับเราว่า
“ขอให้ใจของเจ้ายึดมั่นในคำพูดต่างๆของพ่อ
ให้รักษาคำสั่งต่างๆของพ่อไว้ แล้วชีวิตเจ้าจะยั่งยืน
5 ให้เอาสติปัญญาและความรู้ความเข้าใจเถิด
อย่าได้ลืมคำพูดเหล่านี้ที่ออกจากปากของพ่อและอย่าหันหนีไปจากมันเลย
6 อย่าได้หันหลังให้กับสติปัญญา แล้วเธอจะเฝ้ารักษาเจ้า
รักเธอ แล้วเธอจะปกป้องเจ้า
7 ก้าวแรกที่จะเป็นคนฉลาด ก็คือ การรับเอาคำสอนที่เฉลียวฉลาด
แม้ว่าจะต้องเสียทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีอยู่ก็ตาม ก็ให้รับเอาความเข้าใจเถิด
8 ให้เห็นคุณค่าของสติปัญญาเถิด แล้วเธอจะยกย่องเจ้า
เธอจะให้เกียรติกับเจ้า เมื่อเจ้าสวมกอดเธอไว้
9 สติปัญญาจะสวมมงกุฎดอกไม้อันงดงามไว้บนหัวของเจ้า
เธอจะมอบมงกุฎอันแสนวิเศษแก่เจ้า”
เลือกหนทางแห่งสติปัญญา
10 ฟังเถิด ลูกเอ๋ย ให้ยอมรับคำพูดทั้งหลายของเรา
แล้วเดือนปีแห่งชีวิตของเจ้าจะยืนยาว
11 เราสอนเจ้าในทางแห่งสติปัญญา
เรานำเจ้าสู่หนทางที่ถูกต้องทั้งปวง
12 เมื่อเจ้าเดิน ย่างก้าวของเจ้าจะไม่ถูกกีดขวาง
ถ้าเจ้าวิ่ง เจ้าก็จะไม่สะดุดล้ม
13 ให้ยึดคำสั่งสอนไว้ อย่าปล่อยให้หลุดไป
เฝ้าดูแลรักษาสติปัญญาไว้ เพราะเธอคือชีวิตของเจ้า
14 อย่าเข้าไปในทางของคนชั่ว
อย่าเดินตามทางของพวกคนชั่วช้า
15 หลีกเลี่ยงมันเสีย อย่าตามมันไปเลย
หันไปจากมันและเดินไปทางอื่น
16 เพราะถ้าคนชั่วพวกนั้นไม่ได้ทำชั่ว พวกมันก็จะนอนไม่หลับ
ถ้าพวกมันยังไม่ได้ทำให้คนหนึ่งคนใดสะดุดล้มลง เวลานอนของพวกมันก็จะถูกขโมยไป
17 พวกมันกินขนมปังแห่งความชั่วร้าย
และดื่มเหล้าองุ่นแห่งความรุนแรง
18 แต่ทางเดินของคนที่ทำตามใจพระเจ้าก็เปรียบเหมือนแสงอรุณรุ่ง
ที่ส่องสว่างมากขึ้นเรื่อยๆจนสว่างเต็มที่ของวันนั้น
19 หนทางของคนชั่วเปรียบเหมือนความมืดมิด
พวกมันไม่รู้ว่าตัวเองสะดุดอะไรล้ม
ให้เดินในทางที่ถูก
20 ลูกเอ๋ย ตั้งใจฟังคำพูดทั้งหลายของเราเถิด
เอียงหูมาฟังสิ่งที่เราพูดให้ดี
21 อย่าปล่อยให้คำพูดเหล่านี้เล็ดรอดไปจากสายตาเจ้า
เก็บรักษาพวกมันไว้ในใจ
22 เพราะคำสอนเหล่านี้ นำชีวิตมาให้กับคนที่ค้นพบพวกมัน
มันจะเยียวยารักษาทั้งกายและใจของคนที่พบพวกมัน
23 ยิ่งกว่าสิ่งใด ให้เฝ้าระวังใจ
เพราะใจเป็นแหล่งชีวิต
24 ให้เอาคำพูดที่คดโกงห่างจากปากของเจ้าเถอะ
ให้เอาคำพูดที่หลอกลวงห่างไปจากริมฝีปากเจ้า
25 ขอให้ตาของเจ้ามองตรงไปข้างหน้า
ให้ดูหนทางที่กำลังก้าวไป
26 ให้สนใจทางที่เจ้าจะก้าวไป
แล้วเจ้าจะปลอดภัยในทุกหนทางที่เจ้าไป
27 อย่าได้ออกนอกลู่นอกทางไปทางขวาหรือทางซ้าย
ให้ยั้งเท้าของเจ้าไว้จากความชั่ว
5สติปัญญาจะพาให้พ้นการผิดประเวณี
1 ลูกเอ๋ย ให้สนใจสติปัญญาของเรา
เงี่ยหูฟังความรู้ความเข้าใจของเราให้ดี
2 แล้วเจ้าจะได้คิดรอบคอบ
และริมฝีปากของเจ้าจะพูดด้วยความรู้แท้จริง
3 เพราะริมฝีปากของเมียคนอื่นนั้น+ 5:3 เมียคนอื่นนั้น หรือ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “หญิงแปลกหน้า” หรือ “หญิงต่างถิ่น” หยาดเยิ้มด้วยน้ำผึ้ง
และคำพูดของเธอก็ลื่นยิ่งกว่าน้ำมันมะกอก
4 แต่สุดท้ายแล้วเธอจะขมเหมือนกับบอระเพ็ด
และเจ็บปวดเหมือนดาบสองคม
5 เท้าของเธอนั้นเดินไปสู่ความตาย
ทุกย่างก้าวของเธอตรงดิ่งไปยังแดนคนตาย
6 เธอไม่ยอมเดินตรงไปยังหนทางที่นำไปสู่ชีวิต
หนทางของเธอนั้นคดเคี้ยว แต่เธอก็ไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
7 ดังนั้น ลูกๆเอ๋ย ฟังเราให้ดี
และอย่าได้หันเหไปจากคำพูดทั้งหลายของเรา
8 อยู่ให้ห่างไกลจากผู้หญิงอย่างนั้น
และอย่าเข้าไปใกล้ประตูบ้านของเธอ
9 ไม่อย่างนั้น ชื่อเสียงเกียรติยศของเจ้าก็จะตกไปเป็นของคนอื่น
และเจ้าจะสูญเสียเดือนปีของเจ้าให้กับคนที่โหดร้าย
10 พวกคนแปลกหน้าจะฮุบทรัพย์สมบัติของเจ้าจนอิ่มหนำ
ทรัพย์สมบัติที่เจ้าหามาได้ด้วยความยากลำบากก็จะตกไปอยู่ในบ้านของคนอื่น
11 ในที่สุดเจ้าจะร้องครวญคราง
เมื่อเนื้อหนังและร่างกายของเจ้าถูกทำลาย
12 แล้วเจ้าจะพูดว่า “ข้าเคยเกลียดชังคำสั่งสอน
และใจข้าก็เหยียดหยามการว่ากล่าวตักเตือน
13 ข้าไม่เชื่อฟังพวกครูข้า
และไม่ยอมเงี่ยหูฟังครูผู้แนะนำข้า
14 ข้าก็เลยเจอกับปัญหาร้อยแปดอย่างรวดเร็ว
แล้วต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าที่ชุมนุมชน”
15 ดังนั้นให้ดื่มน้ำ+ 5:15 น้ำ ในที่นี้กำลังเปรียบเทียบถึงเมียจากบ่อเก็บน้ำของเจ้าเอง
เป็นน้ำใสบริสุทธิ์จากบ่อของเจ้าเอง
16 ไม่อย่างนั้น ตาน้ำของเจ้าอาจจะไหลนองไปตามท้องถนน
และสายน้ำของเจ้าอาจจะไหลนองไปในที่ลานเมือง
17 ให้สายน้ำนั้นเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
อย่าแบ่งปันกับคนอื่น
18 ขอให้ตาน้ำของเจ้าได้รับพร
ขอให้เสพสุขกับภรรยาที่เจ้าแต่งตอนเป็นหนุ่ม
19 เธอเป็นเหมือนกวางเพศเมียที่เย้ายวนใจ หรือเลียงผาที่สง่างาม
ขอให้เต้าของเธอนั้นดับกระหายเจ้าเสมอ
ขอให้เมามันกับการร่วมรักกับนางอยู่สม่ำเสมอ
20 ลูกพ่อ ทำไมจะต้องไปเมามันกับหญิงอื่น
และโอบกอดสองเต้าของหญิงชู้เล่า
21 เพราะวิถีทางของแต่ละคน หนีไม่พ้นสายตาของพระยาห์เวห์หรอก
พระองค์ตรวจสอบทุกย่างก้าวของเขา
22 ความชั่วที่เขาทำเป็นกับดักสำหรับตัวเขาเอง
เขาติดอยู่กับตาข่ายแห่งความบาปของตัวเขาเอง
23 เขาตายไปเพราะขาดการควบคุมตนเอง
และหลงทางไปเพราะความงี่เง่าของตนเอง
6อย่าค้ำประกันหนี้ให้คนอื่น
1 ลูกเอ๋ย หากเจ้าไปค้ำประกันหนี้ให้กับเพื่อนบ้านของเจ้า
คือไปจับมือรับปากประกันหนี้ให้กับคนอื่น
2 เจ้าได้ตกหลุมพรางแล้วที่ไปรับปากเขาอย่างนั้น
คำพูดของเจ้าทำให้เจ้าติดกับดักแล้ว
3 ลูกเอ๋ย ให้เจ้าทำอย่างนี้ เพื่อเจ้าจะได้รอดตัวไปจากเรื่องนี้
ให้ไปหาเพื่อนบ้านคนนั้นอย่างถ่อมสุภาพ
และขอร้องเพื่อนบ้านคนนั้นของเจ้า
เพราะเจ้าตกอยู่ในกำมือของเขาแล้ว
4 อย่าได้นอนตาหลับ
หรือปล่อยให้หนังตาปรือ
5 เอาตัวรอดไว้ก่อน เหมือนกับกวางที่หนีจากนายพราน
หรือเหมือนกับนกที่หนีจากเงื้อมมือของนายพรานล่านก
ระวังอย่าเกียจคร้าน
6 เจ้าคนขี้เกียจ ไปดูมดไป
ไปดูชีวิตของมันซะ จะได้ฉลาดขึ้น
7 มดไม่มีผู้สั่งการ
ไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือผู้ปกครอง
8 แต่มันหาอาหารในช่วงฤดูร้อน
และเก็บสะสมในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
9 เจ้าคนขี้เกียจ เจ้าจะนอนอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน
เมื่อไหร่เจ้าถึงจะลุกขึ้นจากที่นอน
10 คนเกียจคร้านพูดว่า “ขอนอนอีกสักงีบ ขอพักอีกสักหน่อย
ขอนอนกอดอกอีกสักนิด”
11 แล้วเมื่อนั้น ความยากจนก็จะจู่โจมเข้าใส่เจ้าเหมือนกับโจรบุกปล้น
และความอดอยากก็จะจู่โจมเข้ามาเหมือนนักรบ
ระวังคนที่ชอบก่อเรื่อง
12 คนชอบก่อเรื่อง
คือคนชั่วร้ายที่ชอบพูดโกหกไปทั่ว
13 พร้อมทั้งขยิบหูหยิบตา
ส่งสัญญาณด้วยมือและเท้า
14 เขาก่อการทะเลาะวิวาทอยู่เสมอ
ด้วยจิตใจคดโกงที่วางแผนการชั่วร้าย
15 ดังนั้น ความหายนะจะเกิดขึ้นกับเขาทันทีทันใด
และเขาจะถูกทำลายอย่างย่อยยับภายในพริบตา เกินกว่าที่จะเยียวยารักษาได้
สิ่งที่พระยาห์เวห์เกลียดชัง
16 มีหกสิ่งที่พระยาห์เวห์เกลียดชัง
อันที่จริงมีเจ็ดสิ่งที่พระองค์สะอิดสะเอียน
17 คือดวงตาที่หยิ่งยโส
ลิ้นที่พูดโกหก
มือที่ฆ่าคนบริสุทธิ์
18 จิตใจที่คิดแผนการชั่วร้าย
เท้าที่รีบวิ่งไปทำความชั่ว
19 อีกทั้งพยานเท็จที่พูดโกหก
และคนที่ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันในหมู่พี่น้อง
ระวังเรื่องการเล่นชู้
20 ลูกเอ๋ย ให้รักษาคำสั่งของพ่อเจ้าไว้
และอย่าละทิ้งคำสั่งสอนของแม่เจ้า
21 ให้เอามันคล้องคอของเจ้าไว้
ให้มันห้อยอยู่ใกล้ใจของเจ้าตลอดเวลา
22 ไม่ว่าเจ้าจะเดินไปที่ไหน คำสั่งสอนนั้นจะนำทางเจ้า
จะคอยดูแลเจ้าเมื่อเจ้านอนลง
และจะคอยพูดคุยกับเจ้าเมื่อเจ้าตื่นขึ้น
23 เพราะคำสั่งนั้นเป็นตะเกียง
คำสั่งสอนนั้นเป็นแสงสว่าง
และการตักเตือนตีสอนนั้นเป็นทางที่นำไปสู่ชีวิต
24 คำสอนของพ่อแม่จะช่วยรักษาเจ้าให้รอดพ้นจากหญิงชั่ว
และรอดพ้นจากคำพูดยั่วยวนของหญิงที่เล่นชู้+ 6:24 หญิงที่เล่นชู้ หรืออาจแปลได้อีกว่า “หญิงแปลกหน้า” หรือ “หญิงต่างถิ่น”
25 อย่าปล่อยให้ใจของเจ้ากระสันในความงามของเธอ
และอย่าปล่อยให้เธอสะกดเจ้าด้วยหางตาของเธอ
26 เพราะไปเที่ยวโสเภณี จ่ายค่าตัวเท่าขนมปังแค่ก้อนเดียว
แต่ถ้าไปยุ่งกับเมียคนอื่น เจ้าจะต้องเสียทั้งชีวิตไป
27 ใครบ้างที่ใส่ไฟเข้าไปในกระเป๋าหน้าอกเสื้อ
แล้วเสื้อไม่ไหม้
28 ใครบ้างที่เดินบนถ่านไฟ
แล้วเท้าไม่พอง
29 คนที่ไปร่วมหลับนอนกับเมียของเพื่อนบ้านก็เหมือนกัน
ไม่มีใครที่ไปแตะต้องตัวเธอ แล้วพ้นโทษไปได้
30 คนจะไม่เหยียดหยามหัวขโมยหรอก
ถ้าเขาขโมยไปเพื่อดับความหิวโหย
31 แต่ถ้าหากเขาถูกจับได้ เขาจะต้องจ่ายคืนถึงเจ็ดเท่า
เขาอาจจะต้องชดใช้ด้วยทุกสิ่งที่เขามีอยู่
32 ส่วนคนที่เป็นชู้กับเมียคนอื่น เป็นคนไม่มีสมองคิด
คนที่ทำอย่างนี้ทำลายตัวเอง+ 6:32 คนที่ทำอย่างนี้ทำลายตัวเอง หรือ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ใครก็ตามที่อยากจะทำลายชีวิตตัวเอง ก็ปล่อยให้เขาไปมีชู้อย่างนั้น”
33 เขาจะถูกโบยตี และเสื่อมเสียเกียรติ
ความอับอายของเขาไม่อาจถูกลบล้างไปได้
34 เพราะความหึงหวงจะกระตุ้นให้สามีของหญิงนั้นโกรธแค้น
และในวันที่เขาแก้แค้นนั้น เขาจะไม่ปรานีเลย
35 เขาจะไม่ยอมรับเงินชดใช้ใดๆ
และไม่ยอมรับค่าทำขวัญด้วย ไม่ว่าเจ้าจะพยายามให้เขามากแค่ไหนก็ตาม
7คำเตือนอีกครั้งเรื่องการเล่นชู้
1 ลูกพ่อ จดจำคำพูดของเราไว้ให้ดี
ให้เก็บสะสมคำสั่งของเราไว้กับตัวเจ้า
2 ให้รักษาคำสั่งต่างๆของเรา แล้วเจ้าจะมีชีวิตที่ยั่งยืน
ให้รักษาคำสั่งสอนของเรา เหมือนกับแก้วตาของเจ้า
3 ให้ผูกคำสั่งต่างๆของเราไว้ที่นิ้วมือของเจ้า
และให้เขียนพวกมันลงไปบนแผ่นใจของเจ้า
4 ให้พูดกับสติปัญญาว่า “เจ้าคือพี่สาวของข้า”
ให้เรียกความรู้ความเข้าใจว่า “เจ้าเป็นเพื่อนซี้ของข้า”
5 แล้วพวกมันจะช่วยป้องกันเจ้าจากเมียของคนอื่น
และช่วยให้เจ้ารอดพ้นจากหญิงเล่นชู้+ 7:5 หญิงเล่นชู้ หรืออาจแปลได้อีกว่า “หญิงแปลกหน้า” หรือ “หญิงต่างถิ่น” ที่พูดยั่วยวนเจ้า
6 เรามองผ่านช่องไม้ระแนงลงมาด้านล่าง
จากหน้าต่างบ้านชั้นบนของเรา
7 เรามองเห็นพวกคนหนุ่มบางคนที่อ่อนต่อโลก
ในกลุ่มนี้เราสังเกตเห็นคนหนึ่ง
ที่ไม่มีสมองคิด
8 เขากำลังเดินไปตามถนน และมาใกล้มุมถนนที่อยู่ใกล้กับบ้านของหญิงคนหนึ่ง
เขาเลี้ยวไปตามถนนที่ผ่านบ้านของหญิงคนนั้น
9 ในช่วงเวลาพลบค่ำในยามค่ำคืน
ความมืดมิดย่างกรายเข้ามา
10 ทันใดนั้น หญิงคนนั้นก็เดินเข้ามาหาเขา
แต่งตัวอย่างกับโสเภณี ในใจเธอเต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบาย
11 เธอจัดจ้าน ดื้อด้าน
เท้าของเธออยู่ไม่ติดบ้าน
12 เดี๋ยวก็อยู่ตามถนน เดี๋ยวก็อยู่ตามลานเมือง
เธอดักซุ่มอยู่ทุกซอกทุกมุม
13 เธอคว้าตัวเขาเข้ามาจูบ
แล้วพูดกับเขาอย่างหน้าด้านๆว่า
14 “วันนี้ฉันได้ถวายเครื่องสังสรรค์บูชาเพื่อแก้บนไปแล้ว
ฉันจึงมีเนื้ออย่างเหลือเฟืออยู่ที่บ้าน
15 ฉันก็เลยออกมามองหาท่าน
และฉันก็พบท่านจนได้
16 นี่แน่ะ ฉันปูผ้าคลุมเตียงเอาไว้
ด้วยผ้าลินินย้อมสีของอียิปต์
17 ฉันมีกำยานหอม น้ำหอมจากตะวันออก และอบเชย
ฉันได้พรมพวกมันลงบนที่นอน
18 มาเถิด ให้เรามาดื่มด่ำกับความรักของเราจนรุ่งเช้า
ให้เราไปสนุกสนานกับความรักของเรากันเถิด
19 เพราะผัวของฉันไม่อยู่บ้าน
เขาเดินทางไปไกลแสนไกล
20 เขาเอาถุงเงินติดตัวไปด้วย
เขาจะไม่กลับบ้านจนกว่าจะถึงวันพระจันทร์เต็มดวง”
21 เธอยั่วยวนเขาและหว่านเสน่ห์ใส่เขา
และเกลี้ยกล่อมเขาด้วยคำพูดที่รื่นหู
22 แล้วเขาก็ตามเธอไปทันที
เหมือนกับวัวตัวผู้ที่เดินไปให้เขาฆ่า
เหมือนกับกวางหนุ่มที่เดินไปติดกับดัก
23 แล้วลูกธนูแทงทะลุเข้าไปในตับของมัน
เขาเปรียบเหมือนนกที่รี่เข้าสู่ตาข่าย
เขาไม่รู้ตัวว่าเขาจะต้องชดใช้ความผิดนี้ด้วยชีวิต
24 ดังนั้น ลูกๆเอ๋ย ฟังเราให้ดี
ให้ตั้งใจฟังคำพูดจากปากของเราให้ดี
25 อย่าปล่อยใจของเจ้าหันไปในทางของเธอ
อย่าได้พลัดหลงเข้าไปในทางของเธอ
26 เพราะเธอได้ทำให้ผู้คนล้มตายมามากแล้ว
มีคนอีกมากมายที่ตกเป็นเหยื่อของเธอ
27 บ้านของเธอนั้นเป็นหนทางไปสู่หลุมฝังศพ
ห้องนอนของเธอนำไปสู่แดนคนตาย
8สติปัญญาเล่าเรื่องของเธอให้ฟัง
1 สติปัญญากำลังส่งเสียงร้องเรียกอยู่
ความรู้ความเข้าใจเปล่งเสียงของเธอ
2 เธอยืนอยู่ทั้งบนยอดเขา
ตามถนนหนทางและตามทางแยกถนน
3 เธอส่งเสียงร้องอยู่ที่ข้างประตู
และที่ทางเข้าเมือง
4 สติปัญญาร้องว่า “ท่านทั้งหลาย ข้าส่งเสียงเรียกพวกท่าน
เสียงของข้าพูดกับมนุษย์ทุกคน”
5 คนทั้งหลายที่ขาดความเข้าใจ ให้เรียนรู้ที่จะเป็นคนฉลาดหลักแหลมเถิด
คนโง่ทั้งหลาย หัดใช้สมองเสียบ้าง
6 ฟังให้ดี เพราะเรามีเรื่องสำคัญบางอย่างจะบอก
เราจะสอนเจ้าในสิ่งที่ถูกต้อง
7 ด้วยว่าปากของเรานั้นพูดความจริง
ริมฝีปากของเรานั้นเกลียดชังความชั่ว
8 คำพูดทุกคำที่ออกจากปากของเรานั้นล้วนสัตย์ซื่อ
ไม่มีคำพูดใดที่บิดเบือนหรือทำให้หลงผิดเลย
9 ถ้อยคำทุกคำล้วนแต่ชัดแจ้งอยู่แล้วสำหรับคนที่มีความเข้าใจ
และตรงไปตรงมาสำหรับคนที่มีความรู้
10 ให้ยอมรับการตักเตือนของเรา มันดีกว่าเงินเสียอีก
ยอมรับความรู้ของเรา มันดีกว่าทองคำบริสุทธิ์
11 เพราะสติปัญญานั้นดีกว่าทับทิม
สิ่งทั้งหลายที่เจ้าอยากได้ไม่อาจจะเทียบได้กับสติปัญญา
12 “เราเป็นสติปัญญา เราอยู่ร่วมชายคาเดียวกับความเฉลียวฉลาด
และเรารู้ว่าจะหาความรู้และความคิดรอบคอบได้ที่ไหน
13 ความยำเกรงพระยาห์เวห์นั้น คือการเกลียดชังความชั่ว
และเราก็เกลียดชังความหยิ่งจองหอง
การกระทำชั่วร้ายและคำพูดหลอกลวง
14 เรามีคำแนะนำดีๆและวิธีการแก้ปัญหา
เราเป็นความเข้าใจ และเรามีพลัง
15 เราช่วยพวกกษัตริย์ในการปกครอง
และเราช่วยพวกผู้นำให้ออกกฎหมายที่ยุติธรรม
16 พวกเจ้าชายก็อาศัยเราในการปกครองบ้านเมือง
พวกคนใหญ่คนโต และผู้พิพากษาที่ยุติธรรม ก็อาศัยเราด้วยเหมือนกัน
17 เรารักคนเหล่านั้นที่รักเรา
คนเหล่านั้นที่แสวงหาเราจะพบเรา
18 ความร่ำรวยและเกียรติยศนั้นก็อยู่กับเรา
อีกทั้งความมั่งคั่งอันถาวรที่ได้มาอย่างยุติธรรมก็อยู่กับเรา
19 ผลของเรานั้นดียิ่งกว่าทองคำหรือแม้แต่ทองคำบริสุทธิ์
ผลผลิตของเรานั้นดีกว่าเงินบริสุทธิ์
20 เราเดินในทางที่ทำให้พระเจ้าชอบใจ
เราอยู่ในทางที่ยุติธรรม
21 เรามอบความมั่งคั่งให้เป็นมรดกกับคนที่รักเรา
เราทำให้คลังสมบัติของเขาเต็ม
22 พระยาห์เวห์สร้างเราขึ้นมาเมื่อพระองค์เริ่มต้นงานของพระองค์
พระองค์สร้างเรานานมาแล้วก่อนอะไรทั้งหมด
23 เราถูกก่อร่างขึ้นเมื่อครั้งอดีตกาล
ตอนแรกเริ่มก่อนที่จะมีแผ่นดินโลกเสียอีก
24 เราเกิดมาก่อนที่จะมีมหาสมุทร
เมื่อครั้งที่ยังไม่มีตาน้ำไหลออกมามากมาย
25 เราเกิดมาก่อนที่ภูเขาจะถูกจัดวางในที่ของมัน
ก่อนที่จะมีเนินเขาเสียอีก
26 เราเกิดมาก่อนที่พระองค์จะสร้างแผ่นดินโลก
ท้องทุ่งและฝุ่นบนผืนโลก
27 เราอยู่กับพระองค์ตอนที่พระองค์จัดวางฟ้าสวรรค์ไว้ในที่ของมัน
และตีเส้นขอบฟ้าไว้บนผิวน้ำของทะเลลึก
28 เราอยู่กับพระองค์ตอนที่พระองค์จัดวางฟ้ากับเมฆไว้เบื้องบนอย่างมั่นคง
และเมื่อตาน้ำพุ่งขึ้นมาจากใต้ทะเลลึก
29 เราอยู่กับพระองค์ตอนที่พระองค์วางเส้นเขตแดนของทะเล
เพื่อน้ำจะไม่ละเมิดคำสั่งของพระองค์
เราอยู่กับพระองค์ตอนที่พระองค์วางรากฐานของแผ่นดินโลก
30 เมื่อนั้น เราได้อยู่กับพระองค์ ในฐานะช่างผู้ชำนาญงาน+ 8:30 ช่างผู้ชำนาญงาน หรืออาจแปลได้ว่า “ในฐานะเพื่อนที่ได้รับความไว้วางใจ” หรือ “ในฐานะลูกรัก”
เราทำให้พระองค์มีความสุขเพลิดเพลินในทุกๆวัน
เราเต้นรำอยู่ต่อหน้าพระองค์อยู่เสมอ
31 เราเต้นรำไปทั่วพื้นโลกของพระองค์
และมนุษย์ทำให้เรามีความสุขเพลิดเพลิน
32 ดังนั้น ลูกๆเอ๋ย ฟังเราให้ดี
คนพวกนั้นที่ยึดมั่นอยู่ในทางของเรามีเกียรติจริงๆ
33 ให้ฟังคำสั่งสอนของเรา จะได้เป็นคนฉลาด
อย่าได้เมินเฉยกับมัน
34 คนที่ฟังเรา มีเกียรติจริงๆ
ในทุกๆวัน พวกเขาเฝ้ารออยู่ที่ประตูของเราคอยเราออกมา
35 เพราะว่าคนที่พบเราก็พบชีวิต
และได้รับพระพรจากพระยาห์เวห์
36 แต่คนที่ไม่พบเรา ก็ทำร้ายตัวเอง
ทุกคนที่เกลียดชังเรา ก็รักความตาย”
9คำเชิญของสติปัญญา
1 สติปัญญาได้สร้างบ้านของเธอขึ้น
เธอได้สร้างบ้านที่มีเสาถึงเจ็ดต้น+ 9:1 เจ็ดต้น บ้านของคนอิสราเอลในสมัยก่อน มีลานบ้านอยู่ข้างใน และมีทางเดินที่คลุมด้วยหลังคา ค้ำด้วยเสาสี่ต้น แต่ถ้ามีเจ็ดต้นก็แสดงว่าเป็นบ้านที่ใหญ่โต และเลขเจ็ดในสมัยนั้นมีความหมายว่าสมบูรณ์ครบถ้วน
2 สติปัญญาได้ฆ่าสัตว์ของเธอ และผสมเหล้าองุ่นไว้
และเธอได้จัดโต๊ะอาหารไว้พร้อม
3 สติปัญญาได้ส่งพวกสาวใช้ของเธอออกไป
เธอร้องเชิญจากที่สูงสุดของเมืองว่า
4 “ใครก็ตามที่อ่อนต่อโลก เข้ามาหาฉันนี่”
สติปัญญาพูดกับพวกที่ไม่มีสมองคิดว่า
5 “มาสิ มากินอาหารของฉัน
และดื่มเหล้าองุ่นที่ฉันได้ผสมไว้แล้ว
6 ให้ทิ้งเพื่อนๆที่อ่อนต่อโลกพวกนั้น เพื่อเจ้าจะได้มีชีวิตยืนยาว
ให้เดินไปในทางแห่งความเข้าใจ”
7 ใครก็ตามที่สั่งสอนคนยโสโอหัง เขาคนนั้นก็จะถูกดูหมิ่น
ใครก็ตามที่ต่อว่าคนชั่ว เขาจะได้รับบาดเจ็บ
8 อย่าติเตียนคนหยิ่งยโส เพราะเขาจะเกลียดเจ้า
ให้ต่อว่าคนฉลาด แล้วเขาจะรักเจ้า
9 ให้สั่งสอนคนฉลาด แล้วเขาจะยิ่งฉลาดขึ้น
ให้สั่งสอนคนที่ทำตามใจพระเจ้า แล้วเขาจะยิ่งเรียนรู้มากขึ้น
10 จุดเริ่มต้นของสติปัญญา คือ ความยำเกรงพระยาห์เวห์
ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ คือ การรู้จักพระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์
11 สติปัญญาบอกว่า “ฉันจะทำให้วันคืนของเจ้าเพิ่มมากขึ้น
และจะเพิ่มจำนวนปีเข้าไปในชีวิตของเจ้า
12 ถ้าหากเจ้ากลายเป็นคนฉลาด มันก็เป็นประโยชน์สำหรับตัวเจ้าเอง
แต่ถ้าเจ้ากลายเป็นคนหยิ่งยโส เจ้าเองนั่นแหละที่จะต้องทนทุกข์ทรมาน”
คำเชิญของความโง่เขลา
13 ความโง่เขลาส่งเสียงเอะอะ เธออ่อนต่อโลก
และไม่รู้อะไรเลย
14 เธอนั่งอยู่ที่ตรงประตูบ้านของเธอ
บนที่นั่งที่ตั้งอยู่บนจุดที่สูงสุดของเมือง
15 เธอส่งเสียงร้องเรียกผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ผู้ที่เร่งรีบเดินไปตามทางของเขาว่า
16 “ใครก็ตามที่อ่อนต่อโลก ให้มาหาฉันทางนี้”
และเธอก็พูดกับคนที่ไม่มีสมองคิดว่า
17 “น้ำที่ขโมยมานั้นรสชาติก็หวานกว่า
ขนมปังที่ได้มาอย่างลับๆนั้นก็อร่อยกว่า”
18 แต่คนที่อ่อนต่อโลกพวกนั้นไม่รู้ว่ามีผีอยู่กับเธอที่นั่น
พวกแขกของเธอก็อยู่ในที่ลึกของแดนคนตาย
10สุภาษิตของซาโลมอน
1 นี่คือสุภาษิตของซาโลมอน
ลูกชายที่ฉลาดนั้นทำให้พ่อยินดี
แต่ลูกชายที่โง่เขลาทำให้แม่โศกเศร้า
2 ทรัพย์สมบัติที่หามาได้จากความชั่วนั้น ไม่ก่อให้เกิดกำไรอะไร
แต่การใช้ชีวิตในทางที่ถูกต้องนั้น จะช่วยให้รอดพ้นจากความตาย
3 พระยาห์เวห์จะไม่ปล่อยให้คนที่ทำตามใจพระเจ้าอดอยาก
แต่พระองค์ขัดขวางไม่ให้คนชั่วได้ในสิ่งที่พวกมันกระหายหา
4 มือที่เกียจคร้านทำให้ยากจน
แต่มือที่ขยันทำให้ร่ำรวย
5 คนที่เก็บรวบรวมพืชผลในฤดูร้อน เป็นลูกที่รู้จักคิด
แต่คนที่เอาแต่นอนในฤดูเก็บเกี่ยวนั้น เป็นลูกที่น่าอับอาย
6 พระพรต่างๆจะอยู่บนหัวของคนยุติธรรม
แต่ความทารุณจะซ่อนอยู่ในปากของคนชั่ว
7 คนยกชื่อของคนดีในอดีตมาอวยพรคนอื่น
แต่ชื่อเสียงของคนชั่วที่เน่าเปื่อยจะถูกหลงลืมไปอย่างรวดเร็ว
8 คนฉลาดทำตามคำสั่งต่างๆ
แต่คนโง่ที่พูดพล่อยๆก็จะถูกทำลาย
9 คนที่ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ไม่ต้องห่วงอะไร
แต่คนที่อยู่ในทางไม่ซื่อสัตย์ก็จะถูกจับได้
10 คนที่หลิ่วตาเจ้าเล่ห์จะทำให้เกิดความทุกข์ยาก
คนโง่ที่พูดพล่อยๆก็จะถูกทำลาย
11 ปากของคนที่ทำตามใจพระเจ้าเป็นน้ำพุแห่งชีวิต
แต่ความทารุณจะซ่อนอยู่ในปากของคนชั่ว+ 10:11 แต่ความทารุณ … คนชั่ว หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ความรุนแรงเติมเต็มอยู่ในปากของคนชั่ว”
12 ความเกลียดชังย่อมเร่งเร้าให้เกิดการทะเลาะวิวาท
แต่ความรักปกปิดความผิดทั้งปวง
13 บนริมฝีปากของคนหัวไวจะเจอสติปัญญา
แต่หลังของคนโง่จะเจอไม้เรียว
14 คนฉลาดจะสะสมความรู้ไว้
แต่ปากของคนโง่เขลาจะนำความหายนะมาสู่ตัวเอง
15 ทรัพย์สมบัติของคนร่ำรวยเป็นป้อมปราการคุ้มกันเขา
แต่ความขัดสนของคนจนคือความหายนะของเขา
16 รางวัลของคนที่ทำตามใจพระเจ้าคือชีวิต
ผลตอบแทนของคนชั่วคือการลงโทษ
17 คนที่ยอมฟังคำแนะนำ จะเป็นหนทางที่นำไปสู่ชีวิต
แต่คนที่ไม่ยอมฟังคำตักเตือน จะทำให้คนอื่นหลงทางไป
18 พูดโกหก เพื่อปิดบังความเกลียดชังก็แย่อยู่แล้ว
แต่พูดใส่ร้ายก็ยิ่งโง่กว่านั้นอีก
19 คนพูดมากย่อมพลั้งปากอยู่เรื่อย
แต่คนที่ยั้งริมฝีปากไว้เป็นคนรู้จักคิด
20 ลิ้นของคนที่ทำตามใจพระเจ้า ก็เปรียบเหมือนเงินบริสุทธิ์
แต่จิตใจของคนชั่วนั้นมีค่าเพียงน้อยนิด
21 ริมฝีปากของคนที่ทำตามใจพระเจ้าหล่อเลี้ยงคนมากมาย
แต่คนโง่ตายเพราะขาดความเข้าใจ
22 เป็นพระยาห์เวห์ที่อวยพรให้คุณมั่งคั่ง
งานหนักของคุณเองไม่ทำให้คุณมั่งคั่งกว่านั้นหรอก+ 10:22 เป็นพระยาห์เวห์ … มั่งคั่งกว่านั้นหรอก ข้อนี้แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เป็นพระยาห์เวห์ที่อวยพรให้คุณมั่งคั่ง และพระองค์ไม่แถมความทุกข์ใดๆให้เลย”
23 คนโง่เขลาสนุกสนานกับการทำผิด
แต่คนฉลาดมีความสุขกับสติปัญญา
24 สิ่งที่คนชั่วหวาดกลัวนั้นจะเกิดขึ้นกับเขา
แต่คนที่ทำตามใจพระเจ้าจะได้รับสิ่งที่เขาต้องการ
25 เมื่อพายุพัดมา ก็จะกวาดคนชั่วไป
แต่คนที่ทำตามใจพระเจ้า จะยืนหยัดมั่นคงตลอดไป
26 น้ำส้มสายชูทำให้เข็ดฟัน ควันทำให้แสบตา
คนขี้เกียจก็ทำให้เจ้านายของเขารู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน
27 การยำเกรงพระยาห์เวห์ จะต่อชีวิตให้ยืนยาวออกไป
แต่เดือนปีของคนชั่วจะถูกตัดให้สั้นลง
28 ความหวังของคนที่ทำตามใจพระเจ้าจะจบลงอย่างมีความสุข
แต่ความคาดหวังของคนชั่วจะไม่เป็นจริงตามนั้น
29 พระยาห์เวห์จะเป็นที่หลบภัยสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอย่างไม่มีที่ติ
แต่พระองค์นำความหายนะมาสู่พวกที่ทำชั่ว
30 คนที่ทำตามใจพระเจ้าจะไม่ถูกสั่นคลอน
แต่คนชั่วจะไม่คงอยู่ในแผ่นดิน
31 ปากของคนที่ทำตามใจพระเจ้าก่อให้เกิดปัญญา
แต่ลิ้นของคนคดโกงจะถูกตัดขาดไป
32 ริมฝีปากของคนที่ทำตามใจพระเจ้ารู้ว่าอะไรสมควรพูด
แต่ปากของคนชั่วจะพูดแต่สิ่งที่คดโกง
111 พระยาห์เวห์เกลียดตาชั่งที่คดโกง
แต่พระองค์ชอบใจลูกตุ้มที่เที่ยงตรง
2 ความหยิ่งมาเมื่อไหร่ ความอับอายก็ตามมา
แต่สติปัญญาจะมากับคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน
3 ความสัตย์ซื่อจะนำทางคนซื่อตรง
แต่ความปลิ้นปล้อนของคนทรยศจะทำลายตัวเขาเอง
4 ความมั่งคั่งก็ช่วยอะไรไม่ได้ในวันที่พระองค์เกรี้ยวโกรธ
แต่ความดีช่วยให้รอดพ้นจากความตาย
5 ความดีของคนสัตย์ซื่อทำให้หนทางของเขาราบรื่น
แต่คนชั่วจะล้มลงเพราะความชั่วของเขาเอง
6 ความดีของคนที่ซื่อตรงช่วยเขาให้รอด
แต่คนทรยศจะติดกับดักในกิเลสตัณหาของตัวเอง
7 เมื่อคนชั่วตาย ความหวังของเขาก็สูญสิ้นไป
และความหวังที่จะได้ร่ำรวยก็จบสิ้นไปด้วย
8 คนที่ทำตามใจพระเจ้าจะได้รับการช่วยเหลือให้พ้นออกมาจากความทุกข์ยาก
แต่คนชั่วจะได้รับความทุกข์ยากนั้นแทน
9 คนหลอกลวงจะใช้คำพูดทำลายเพื่อนบ้าน
แต่พวกที่ทำตามใจพระเจ้าจะรอดพ้นไปได้ด้วยความรู้ที่พวกเขามี
10 เมื่อคนที่ทำตามใจพระเจ้ารุ่งเรือง ทั้งเมืองก็ชื่นชมยินดี
และเมื่อคนชั่วพินาศ เสียงโห่ร้องยินดีก็ดังขึ้น
11 คำอวยพรของคนสัตย์ซื่อทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง
แต่ปากของคนชั่วทำลายบ้านเมืองเสีย
12 คนที่พูดเหยียดหยามเพื่อนบ้านเป็นคนที่ไม่มีสมองคิด
แต่คนที่มีความเข้าใจจะนิ่งเงียบ
13 คนที่ชอบนินทา เก็บความลับไม่อยู่
แต่คนที่ไว้วางใจได้ รักษาความลับได้
14 ถ้ากองทัพขาดผู้นำที่ฉลาด มันก็จะพ่ายแพ้
แต่ถ้ามีที่ปรึกษามากมายก็จะชนะ
15 คนที่ค้ำประกันให้กับคนแปลกหน้า จะต้องเดือดร้อนแน่ๆ
แต่คนที่หลีกเลี่ยงการค้ำประกันได้ ย่อมปลอดภัย
16 หญิงสวยได้รับการเชิดชู
ชายทารุณได้ความร่ำรวย+ 11:16 สุภาษิตข้อนี้พูดถึงความเป็นจริงในสังคมที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ
17 คนที่ใจดีย่อมส่งผลดีให้กับตัวเอง
แต่คนที่โหดร้ายย่อมทำให้ตัวเองเดือดร้อน
18 คนชั่วช้านั้นจะได้กำไรที่ลวงตา
แต่คนที่หว่านเมล็ดแห่งความดี ย่อมเก็บเกี่ยวรางวัลที่แน่นอน
19 คนที่ตั้งมั่นอยู่ในทางที่พระเจ้าชอบใจจะมีชีวิตยืนยาว
แต่คนที่เดินตามทางชั่วร้ายจะอายุสั้น
20 พระยาห์เวห์สะอิดสะเอียนคนที่มีจิตใจคดโกง
แต่พระองค์จะยอมรับคนที่ใช้ชีวิตอย่างไร้ที่ติ
21 ขอให้มั่นใจได้ว่า คนชั่วจะไม่มีวันหนีพ้นจากการถูกลงโทษไปได้
แต่คนที่ทำตามใจพระเจ้าพร้อมทั้งลูกหลานของเขาจะรอดพ้นโทษ
22 ผู้หญิงสวยที่ไม่ฉลาด
ก็เปรียบเหมือนแหวนทองคำที่สวมอยู่ที่จมูกหมู
23 สิ่งที่คนที่ทำตามใจพระเจ้าอยากได้นั้นจะจบลงด้วยดีอย่างแน่นอน
แต่ความหวังของคนชั่วจะลงเอยด้วยการถูกลงโทษ
24 คนหนึ่งให้อย่างใจกว้าง เขาก็ยิ่งรวยขึ้น
อีกคนหนึ่งไม่ยอมให้ สุดท้ายเขาก็ยากจน
25 คนที่มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะเจริญรุ่งเรือง
และคนที่ช่วยเหลือคนอื่น เขาเองก็จะได้รับความช่วยเหลือ
26 คนที่กักตุนข้าว จะถูกคนสาปแช่ง
แต่คนที่ขายข้าวย่อมได้รับคำอวยพร
27 คนที่เสาะหาสิ่งที่ดี ก็จะเป็นที่ชื่นชอบ
แต่คนที่ไล่ตามสิ่งไม่ดี สิ่งไม่ดีก็จะเกิดขึ้นกับเขา
28 คนที่ไว้วางใจในความร่ำรวยของตนจะล้มลง
แต่คนที่ทำตามใจพระเจ้า จะเจริญงอกงามเหมือนใบไม้เขียวสด
29 คนที่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน จะได้ลมเป็นมรดก
คนโง่จะตกเป็นทาสของคนฉลาด
30 การกระทำของคนที่ทำตามใจพระเจ้าเป็นเหมือนต้นไม้ที่ให้ชีวิต
แต่คนที่โหดร้าย+ 11:30 คนที่โหดร้าย สำเนาฉบับแปลที่เป็นภาษากรีกและภาษาซีเรีย สนับสนุนให้แปลคำนี้ว่า “คนที่โหดร้าย” แต่ สำเนาภาษาฮีบรู มีคำว่า “คนฉลาด” ซึ่งสะกดคล้ายกับคำว่า “คนโหดร้าย” มีแต่จะเอาชีวิตไป
31 ถ้าคนที่ทำตามใจพระเจ้า ยังต้องได้รับผลกรรมในโลกนี้
แล้วคนชั่วและคนบาปจะได้รับผลกรรมมากกว่านั้นขนาดไหน
121 คนที่รักความรู้ ก็ชอบให้คนอื่นแก้ไข
แต่คนที่เกลียดชังการตักเตือนก็เป็นคนโง่เขลา
2 พระยาห์เวห์ชื่นชมคนดี
แต่พระองค์จะประณามคนที่วางแผนชั่วร้าย
3 ไม่มีใครจะตั้งมั่นคงด้วยความชั่วร้ายได้
แต่คนที่ทำตามใจพระเจ้าจะไม่ถูกถอนรากถอนโคน
4 ภรรยาที่ดีเปรียบเหมือนมงกุฎของสามี
แต่ภรรยาที่นำความอับอายมาให้ ก็เปรียบเหมือนมะเร็งในกระดูกของเขา
5 แรงจูงใจของคนที่ทำตามใจพระเจ้าล้วนแต่ถูกต้อง
แต่คำแนะนำของคนชั่วนั้นก็หลอกลวง
6 คำพูดของคนชั่วเป็นเหมือนกับการหมอบซุ่มฆ่าคน
แต่คำพูดของคนสัตย์ซื่อช่วยคนให้รอดพ้น
7 คนชั่วถูกโค่นล้มแล้วหมดสิ้นไป
แต่ครัวเรือนของคนที่ทำตามใจพระเจ้า จะตั้งมั่นคง
8 คนที่รู้จักคิดจะได้รับการยกย่อง
แต่คนที่มีจิตใจสับสนวุ่นวายก็ย่อมเป็นที่ดูถูก
9 เป็นชาวบ้านธรรมดาๆแต่มีทาสรับใช้หนึ่งคน
ก็ดีกว่าเสแสร้งเป็นคนมีหน้ามีตาแต่ไม่มีข้าวกิน
10 คนที่ทำตามใจพระเจ้า เข้าใจความต้องการของสัตว์ที่เขาเลี้ยง
แต่ความเมตตาของคนชั่ว ก็ยังเป็นความโหดเหี้ยม
11 คนที่ทำงานในไร่นาของตน จะมีอาหารอย่างเหลือเฟือ
แต่คนที่ไล่ตามสิ่งที่ไร้สาระ เป็นคนที่ไม่มีสมองคิด
12 คนชั่วร้าย โลภอยากได้สิ่งที่คนเลวอีกคนหนึ่งหามาได้
แต่รากของคนที่ทำตามใจพระเจ้านั้นจะออกดอกออกผล
13 คนชั่วติดกับดักในคำพูดที่ผิดบาปของตนเอง
แต่คนที่ทำตามใจพระเจ้าจะรอดพ้นจากปัญหา
14 เขาอิ่มไปด้วยสิ่งที่ดีๆที่เกิดมาจากคำพูดของเขาเอง
และเขาจะได้รับผลตอบแทนจากการกระทำของเขา
15 หนทางของคนโง่นั้นก็ดูเหมือนว่าถูกต้องในสายตาของเขาเอง
แต่คนที่ฟังคำแนะนำเป็นคนฉลาด
16 คนโง่มักโพล่งความโกรธของเขาออกมาทันที
แต่คนฉลาดหลักแหลมกลับซ่อนความรู้สึกอับอายไว้
17 พยานที่เชื่อถือได้พูดความจริงในศาล
แต่พยานเท็จพูดโกหก
18 การนินทาเชือดเฉือนเหมือนคมดาบ
แต่คำพูดของคนฉลาดช่วยรักษาเยียวยา
19 ปากที่พูดความจริงจะคงอยู่ตลอดไป
แต่ลิ้นที่พูดโกหกจะอยู่เพียงชั่วครู่เท่านั้น
20 ความหลอกลวงอยู่ในจิตใจของคนที่วางแผนทำชั่ว
แต่ความชื่นชมยินดีย่อมอยู่ในจิตใจของคนที่วางแผนทำดี
21 ไม่มีอันตรายใดๆจะเกิดกับคนที่ทำตามใจพระเจ้าได้เลย
แต่ชีวิตของคนชั่วจะมีปัญหาเต็มไปหมด
22 พระยาห์เวห์เกลียดคำพูดโกหก
แต่พระองค์ชื่นชอบคนสัตย์ซื่อ
23 คนฉลาดไม่อวดในสิ่งที่เขารู้
แต่จิตใจของคนโง่ป่าวประกาศความโง่ของตนออกมา
24 มือของคนขยันจะได้ปกครอง
แต่คนขี้เกียจจะต้องทำงานอย่างทาส
25 ความวิตกกังวลทำให้ใจหดหู่
แต่คำพูดที่ให้กำลังใจย่อมทำให้เขามีความสุข
26 คนที่ทำตามใจพระเจ้าย่อมให้คำแนะนำที่ดีแก่คนอื่น
แต่หนทางของคนชั่วจะทำให้คนอื่นหลงผิดไป
27 คนขี้เกียจไม่เคยทำอะไรสำเร็จสักอย่าง+ 12:27 ข้อนี้ แปลได้อีกอย่างว่า “คนขี้เกียจ ขี้เกียจเกินกว่าที่จะย่างเหยื่อที่จับมาได้”
แต่คนขยันจะได้รับความมั่งคั่ง
28 หนทางที่พระเจ้าชอบใจนั้น นำไปสู่ชีวิต
แต่อีกทางหนึ่งนำไปสู่ความตาย+ 12:28 แต่อีกทางหนึ่งนำไปสู่ความตาย หรือ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ไม่มีความตายบนเส้นทางนั้น”
131 ลูกชายที่ฉลาดย่อมฟังคำสั่งสอนของพ่อ
แต่คนหยิ่งจองหองไม่ยอมฟังคำตักเตือน
2 คนดีจะได้กินผลดีที่เกิดจากคำพูดของเขา
แต่คนหลอกลวงนั้นหิวกระหายความโหดร้าย
3 คนที่ระวังปาก รักษาชีวิตตน
แต่คนพูดมาก ทำลายตัวเอง
4 คนขี้เกียจจะหิว แต่ไม่มีอะไรจะกิน
แต่คนขยันจะมีกินอย่างอิ่มหนำ
5 คนที่ทำตามใจพระเจ้าเกลียดการโกหก
แต่คนชั่วทำสิ่งที่น่าอับอายและน่าอัปยศอดสู
6 การทำสิ่งที่พระเจ้าชอบใจ จะปกป้องคนที่เดินในทางบริสุทธิ์
แต่ความชั่วจะโค่นล้มคนบาป
7 คนหนึ่งแสร้งทำเป็นรวย แต่ไม่มีอะไรเลย
อีกคนหนึ่งแสร้งทำเป็นจน แต่กลับมีสมบัติมากมาย
8 ความร่ำรวยของคนๆหนึ่ง สามารถใช้เป็นค่าไถ่ชีวิตเขาได้
แต่คนยากจนไม่ถูกเรียกค่าไถ่
9 แสงสว่างของคนที่ทำตามใจพระเจ้าส่องแสงเจิดจ้า
แต่ตะเกียงของคนชั่วดับมอดไป
10 ความหยิ่งยโสทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท
แต่คนที่ยอมรับคำแนะนำ จะมีสติปัญญา
11 ความมั่งคั่งที่ได้มาจากการฉ้อโกง จะร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ
แต่คนที่สะสมความมั่งคั่งจากการทำงานหนัก จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
12 ความหวังที่คอยแล้วคอยเล่าทำให้ท้อใจ
แต่ความหวังที่เป็นจริงขึ้นมา เป็นเหมือนต้นไม้แห่งชีวิต
13 คนที่ดูถูกคำแนะนำ นำความหายนะมาสู่ตน
แต่คนที่เคารพคำสั่งสอนจะได้รับรางวัล
14 คำสอนของคนฉลาดเป็นแหล่งน้ำแห่งชีวิต
เพื่อคนจะได้หลีกเลี่ยงจากกับดักแห่งความตาย
15 คนรู้จักคิดย่อมเป็นที่นิยมชมชอบ
แต่หนทางของคนไม่ซื่อ เป็นความหายนะของเขาเอง
16 คนฉลาดหลักแหลมทำทุกอย่างด้วยความรู้
แต่คนโง่อวดโง่
17 ผู้ส่งข่าวที่พึ่งไม่ได้จะนำความเดือดร้อนมาให้
แต่ผู้ส่งข่าวที่เชื่อถือได้จะนำการเยียวยามาให้
18 คนที่ไม่สนใจคำตักเตือน จะยากจนและเสียหน้า
แต่คนที่ยอมรับคำตักเตือน จะเป็นที่นับถือ
19 ความหวังที่เป็นจริง จะหวานชื่นใจ
แต่การทิ้งความชั่ว เป็นรสชาติที่จืดชืดไม่เอาไหนสำหรับคนโง่
20 คบคนฉลาดก็จะกลายเป็นคนฉลาดไปด้วย
คบคนโง่ ก็จะเจอกับอันตราย
21 ปัญหาไล่ตามคนบาป
แต่ความรุ่งเรืองเป็นรางวัลของคนดี
22 คนดีจะทิ้งมรดกให้แก่ลูกหลาน
แต่ทรัพย์สมบัติของคนบาป จะตกเป็นของคนที่ทำตามใจพระเจ้า
23 ผืนดินที่ไม่ได้เพาะปลูกของคนยากจน อาจจะให้ผลผลิตมากมายก็ได้
แต่บางครั้งมันก็ถูกทำลายไปเพราะความไม่ยุติธรรม
24 คนที่ยั้งไม้เรียวไว้ ก็เกลียดชังลูก
แต่คนที่รักลูกจะไม่เพิกเฉยต่อการตีสอนลูก
25 คนที่ทำตามใจพระเจ้าจะได้กินอย่างอิ่มหนำ
แต่ท้องของคนชั่วจะหิวโหยต่อไป
141 หญิงฉลาดสร้างบ้านเรือนของเธอขึ้นมา
แต่หญิงโง่พังทลายบ้านเรือนของเธอด้วยมือของเธอเอง+ 14:1 หญิงฉลาด … ด้วยมือของเธอเอง ข้อนี้แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ปัญญาสร้างบ้านเรือนของเธอขึ้นมา แต่ความโง่ พังทลายบ้านเรือนของเธอ ด้วยมือของเธอเอง”
2 คนที่ดำเนินชีวิตในทางสัตย์ซื่อนั้นย่อมยำเกรงพระยาห์เวห์
แต่คนที่เดินอยู่ในทางคดโกงดูหมิ่นพระองค์
3 คำพูดของคนโง่นำไม้เรียวมาสู่หลัง
แต่ปากของคนฉลาดจะปกป้องตัวเขาเอง
4 คอกวัวที่ไม่มีวัวดูสะอาดสะอ้าน
แต่พืชผลอันอุดมสมบูรณ์เกิดจากแรงวัว
5 พยานที่เชื่อถือได้จะไม่พูดโกหก
แต่พยานเท็จนั้นจะหายใจออกมาเป็นคำโกหก
6 คนหยิ่งยโสเสาะหาปัญญาแต่หาไม่พบ
แต่ความรู้นั้นก็ง่ายต่อคนที่หัวไว
7 ให้หลีกหนีให้ห่างจากคนโง่
เพราะเจ้าจะไม่เจอคำพูดที่ฉลาดจากเขา
8 คนฉลาดรู้ว่าตัวเองจะไปไหน
แต่คนโง่คิดว่าตัวเองรู้
9 คนโง่คิดว่าการชดใช้ความผิดเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะเยาะ
แต่คนซื่อตรงหาทางคืนดีกัน
10 ไม่ว่าใจของคุณจะขมขื่นหรือชื่นบาน
ไม่มีใครเข้าถึงความรู้สึกนั้นกับคุณได้หรอก
11 บ้านของคนชั่วจะถูกทำลายไป
แต่เรือนของคนซื่อสัตย์จะเจริญรุ่งเรือง
12 มีทางหนึ่งซึ่งดูเหมือนถูกต้อง
แต่สุดท้ายกลับนำไปสู่ความตาย
13 ถึงจะหัวเราะ จิตใจก็อาจจะปวดร้าว
เมื่อความสนุกสนานจบลง ความโศกเศร้าก็ยังคงอยู่
14 คนกบฏจะได้รับกรรมชั่วที่เขาทำอย่างสาสม
ส่วนคนดีจะได้รับกรรมดีที่เขาทำเหมือนกัน
15 คนที่อ่อนต่อโลกจะเชื่อในทุกอย่างที่เขาได้ยินมา
แต่คนฉลาดหลักแหลมจะไตร่ตรองแต่ละย่างก้าวของเขา
16 คนฉลาดจะระมัดระวังตัวและหลีกเลี่ยงปัญหา
แต่คนโง่จะประมาทและมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง
17 คนขี้โมโหทำสิ่งโง่ๆ
คนวางแผนชั่วเป็นที่เกลียดชัง
18 คนที่อ่อนต่อโลกได้รับความโง่เป็นมรดก
แต่คนฉลาดได้รับมงกุฎแห่งความรู้
19 พวกคนชั่วกราบลงต่อหน้าพวกคนดี
พวกคนเลวกราบลงที่ประตูบ้านของคนที่ทำตามใจพระเจ้า
20 คนยากจนนั้น แม้แต่เพื่อนบ้านก็ยังรังเกียจ
แต่คนมั่งมีกลับมีคนรักมากมาย
21 คนที่เหยียดหยามเพื่อนบ้านก็เป็นคนบาป
แต่คนที่เอื้อเฟื้อคนยากจนก็มีเกียรติจริงๆ
22 คนที่คิดทำชั่วย่อมหลงผิดไป
แต่คนที่คิดทำดีจะมีเพื่อนแท้
23 งานหนักทุกอย่างล้วนให้ผลกำไร
แต่คนที่ดีแต่พูดจะยากจน
24 ความมั่งคั่งของคนฉลาดคือมงกุฎของเขา
คนโง่จะได้แต่ความเขลามากขึ้น
25 พยานที่พูดความจริงจะช่วยชีวิต
แต่พยานที่พูดโกหกคือคนหลอกลวง
26 คนที่ยำเกรงพระยาห์เวห์จะปลอดภัย
ความยำเกรงนั้นจะเป็นที่ลี้ภัยสำหรับลูกหลานของเขา
27 ความยำเกรงพระยาห์เวห์คือแหล่งน้ำแห่งชีวิต
เพื่อคนจะได้หลีกเลี่ยงจากกับดักแห่งความตาย
28 ศักดิ์ศรีของกษัตริย์อยู่ที่จำนวนของประชาชน
หากไม่มีประชาชน เขาก็ไม่ได้เป็นกษัตริย์
29 คนที่โกรธช้านั้นมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
แต่คนขี้โมโหนั้นอวดโง่
30 ใจที่สงบ ส่งผลดีต่อสุขภาพ
แต่ความอิจฉาริษยานั้นคือมะเร็งในกระดูก
31 คนที่กดขี่ข่มเหงคนยากจนกำลังดูหมิ่นพระผู้สร้างคนจนนั้น
แต่คนที่เอื้อเฟื้อต่อคนยากไร้กำลังให้เกียรติกับพระองค์
32 คนชั่วถูกทำลายไปเพราะความชั่วของเขา
แต่ความซื่อสัตย์ของคนที่ทำตามใจพระเจ้าเป็นที่ลี้ภัยของเขา+ 14:32 คนชั่ว … ที่ลี้ภัยของเขา ข้อนี้แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “คนชั่วถูกทำลายไปเพราะความโชคร้ายของตน แต่คนที่ทำตามใจพระเจ้าได้ลี้ภัยในพระเจ้า แม้ตอนที่เขาเผชิญความตาย”
33 สติปัญญาอาศัยอยู่ในใจของคนฉลาด
แต่เป็นคนแปลกหน้าสำหรับคนโง่+ 14:33 ข้อนี้ แปลจากสำเนากรีกและสำเนาภาษาซีเรีย แต่ถ้าจะแปลจากสำเนาฮีบรู จะแปลได้ว่า “ปัญญาเป็นที่รู้จักแม้ในหมู่คนโง่”
34 การทำตามใจพระเจ้าทำให้ชนชาติเจริญรุ่งเรือง
แต่ความบาปนำความอัปยศอดสูมาสู่ประชาชน
35 กษัตริย์ชอบใจข้าราชการที่รู้จักคิด
แต่ความโกรธของพระองค์จะตกอยู่กับข้าราชการที่ทำตัวน่าอับอาย
151 คำตอบที่สุภาพระงับความโกรธ
แต่คำพูดที่รุนแรงกวนโมโห
2 ลิ้นคนฉลาดทำให้ความรู้น่าฟัง
ปากคนโง่นั้นก็พรั่งพรูความเขลาออกมา
3 ดวงตาของพระยาห์เวห์นั้นอยู่ทุกหนทุกแห่ง
คอยจับตาดูทั้งคนดีและคนชั่ว
4 ลิ้นที่เยียวยาเป็นต้นไม้แห่งชีวิต
แต่ลิ้นที่ปลิ้นปล้อนทำให้ใจแตกสลาย
5 คนโง่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อ
แต่คนที่ยอมรับคำตักเตือนจะเป็นคนฉลาดหลักแหลม
6 บ้านของคนที่ทำตามใจพระเจ้ามีทรัพย์สมบัติมากมาย
แต่สิ่งที่คนชั่วหามาได้นั้นจะนำความทุกข์มาให้
7 ริมฝีปากของคนฉลาดแพร่กระจายความรู้ออกไป
แต่ความคิดของคนโง่นั้นเชื่อถือไม่ได้
8 พระยาห์เวห์นั้นขยะแขยงเครื่องบูชาของคนชั่ว
แต่พระองค์ชื่นชอบคำอธิษฐานของคนซื่อตรง
9 พระยาห์เวห์ขยะแขยงทางของคนชั่ว
แต่พระองค์รักคนที่ติดตามสิ่งที่ถูกต้อง
10 คนที่ทิ้งทางที่ถูกต้องไปจะถูกตีสอนอย่างหนัก
คนที่เกลียดชังการตักเตือนจะตาย
11 แม้แต่แดนคนตาย พระยาห์เวห์ก็ยังรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
แล้วจิตใจของมนุษย์ล่ะ พระองค์จะไม่รู้เชียวหรือ
12 คนยโสโอหังไม่ชอบให้คนตักเตือน
เขาจะไม่คบค้ากับคนฉลาด
13 ใจที่เป็นสุขย่อมทำให้ใบหน้าเบิกบาน
แต่ใจที่เป็นทุกข์ก็ทำให้จิตสลาย
14 จิตใจของคนหัวไวย่อมแสวงหาความรู้
แต่ปากของคนโง่กินแต่ความโง่เข้าไป
15 ทุกๆวันของคนยากจนนั้นลำบาก
แต่ถ้าใจเขาเบิกบานก็เป็นเหมือนงานเลี้ยงที่ไม่มีวันเลิกลา
16 มีทรัพย์น้อยนิด แต่ยำเกรงพระยาห์เวห์
ย่อมดีกว่ามีทรัพย์มากมาย แต่วุ่นวายใจเพราะมัน
17 มีแต่ผักกิน ในที่ที่มีความรัก
ย่อมดีกว่ากินเนื้อวัวขุน แต่ปรุงด้วยความเกลียดชัง
18 คนโมโหร้ายย่อมก่อเหตุทะเลาะวิวาท
แต่คนใจเย็นย่อมระงับการโต้เถียงกัน
19 หนทางของคนเกียจคร้านมีแต่ขวากหนาม
แต่หนทางของคนสัตย์ซื่อเป็นทางหลวงราบเรียบ
20 ลูกชายที่ฉลาดนั้นทำให้พ่อยินดี
แต่คนโง่ดูถูกแม่ของตน
21 ความโง่นั้นเป็นเรื่องสนุกสำหรับคนที่ไม่มีสมองคิด
แต่คนที่มีความเข้าใจย่อมมุ่งตรงไปในทางที่ถูกต้อง
22 แผนการล้มเหลวเพราะขาดการปรึกษา
แต่ถ้ามีคนปรึกษามากมาย แผนการย่อมสำเร็จ
23 คนอาจจะพอใจกับคำตอบที่ให้ไป
แต่จะดีกว่านั้นสักแค่ไหน ถ้ารู้จักพูดให้ถูกกาลเทศะ
24 ทางของผู้มีปัญญานำขึ้นไปสู่ชีวิต
เพื่อเขาจะได้หันไปจากทางที่นำลงไปสู่ดินแดนคนตาย
25 พระยาห์เวห์ทำลายบ้านเรือนของคนหยิ่งยโส
แต่พระองค์รักษาเขตแดนของหญิงม่าย
26 พระยาห์เวห์ขยะแขยงความคิดที่ชั่วร้าย
แต่คำพูดที่เมตตาปรานีนั้นบริสุทธิ์ในสายตาของพระองค์
27 คนโลภที่หวังรวยทางลัด นำความเดือดร้อนมาให้กับครัวเรือน
แต่คนที่เกลียดชังสินบนจะมีชีวิตยืนยาว
28 จิตใจของคนที่ทำตามใจพระเจ้า ย่อมคิดให้ดีๆก่อนตอบ
แต่ปากของคนชั่วนั้นพรั่งพรูสิ่งชั่วร้ายออกมา
29 พระยาห์เวห์ไม่รับฟังคนชั่ว
แต่พระองค์ตอบคำอธิษฐานของคนที่ทำตามใจพระองค์
30 เห็นประกายตาที่สดใส นำความสุขมาสู่จิตใจ
ได้ยินข่าวดี ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย
31 คนที่ฟังคำตักเตือนที่มีประโยชน์ต่อชีวิต
จะอยู่ในหมู่คนฉลาด
32 คนที่เพิกเฉยต่อคำสั่งสอน เกลียดชังตัวเอง
แต่คนที่ฟังคำตักเตือนจะได้รับความเข้าใจ
33 ความยำเกรงพระยาห์เวห์ สั่งสอนให้ฉลาด
ความนอบน้อมถ่อมตน ต้องมาก่อนเกียรติยศ
161 มนุษย์วางแผนว่าจะพูดอะไร
แต่เป็นพระยาห์เวห์ที่ให้คำพูดที่ถูกต้องกับพวกเขา
2 มนุษย์เห็นว่าทุกอย่างที่เขาทำนั้นถูกต้อง
แต่พระยาห์เวห์ตัดสินที่แรงจูงใจ
3 ให้มอบการงานของเจ้าให้กับพระยาห์เวห์
แล้วแผนการของเจ้าจะสำเร็จ
4 พระยาห์เวห์สร้างทุกสิ่งขึ้นมาอย่างมีจุดมุ่งหมาย
แม้แต่คนชั่ว พระองค์ก็สร้างขึ้นมาเพื่อวันแห่งความพินาศ
5 พระยาห์เวห์ขยะแขยงคนหยิ่งจองหองทุกคน
ให้แน่ใจได้เลยว่าเขาจะไม่มีทางพ้นโทษไปได้
6 ความผิดบาปลบได้ด้วยความจงรักภักดีและความสัตย์ซื่อ
เคราะห์ร้ายหลีกเลี่ยงได้ด้วยการยำเกรงพระยาห์เวห์
7 เมื่อพระยาห์เวห์พึงพอใจการกระทำของใครสักคน
แม้แต่ศัตรูของคนนั้น พระองค์ก็จะทำให้กลายเป็นเพื่อนกับเขา
8 มีรายได้น้อยจากทางที่ถูกต้อง
ก็ยังดีกว่ามีรายได้มากจากการฉ้อโกง
9 มนุษย์วางแผนในใจสำหรับเส้นทางของตน
แต่พระยาห์เวห์เป็นผู้กำหนดทุกย่างก้าวของเขา
10 คำตัดสินของพระเจ้าอยู่ที่ริมฝีปากของกษัตริย์
ดังนั้นเมื่อกษัตริย์ตัดสิน ปากของพระองค์ไม่เคยพูดผิด
11 พระยาห์เวห์สนใจว่า ตราชูและตาชั่งนั้นว่าเที่ยงตรงหรือเปล่า
น้ำหนักของลูกตุ้มแต่ละลูกที่อยู่ในถุง เป็นธุระของพระองค์
12 พวกกษัตริย์ขยะแขยงการทำผิด
เพราะบัลลังก์ของพระองค์จะเข้มแข็งได้ด้วยการกระทำที่ถูกต้องเท่านั้น
13 พวกกษัตริย์ชอบใจกับคำพูดที่ซื่อตรง
พระองค์รักคนที่พูดความจริง
14 กษัตริย์ที่โกรธเกรี้ยวอาจจะส่งคนออกไปฆ่าคุณได้
แต่คนฉลาดระงับความโกรธของพระองค์ได้
15 ใบหน้าที่เปล่งปลั่งของกษัตริย์ให้ชีวิต
และความโปรดปรานของพระองค์ ก็เปรียบเหมือนเมฆฝนในฤดูใบไม้ผลิ
16 ได้สติปัญญา ดีกว่าได้ทองคำ
ได้ความเข้าใจ ดีกว่าได้เงิน
17 ทางของคนเที่ยงตรงนั้นหลีกเลี่ยงอันตราย
คนที่ระวังหนทางของตน ย่อมรักษาชีวิตของตนไว้
18 ความเย่อหยิ่งนำไปสู่ความหายนะ
ความจองหองนำไปสู่การล้มลง
19 เป็นคนถ่อมตัวและอยู่ในหมู่คนจน
ก็ยังดีกว่าแบ่งของที่ปล้นมาได้กับคนเย่อหยิ่ง
20 คนที่สนใจฟังคำแนะนำย่อมพบกับความรุ่งเรือง
คนที่วางใจในพระยาห์เวห์ มีเกียรติจริงๆ
21 คนฉลาดได้ชื่อว่าเป็นคนหัวไว
คำพูดที่น่าฟังทำให้คนเรียนรู้มากขึ้น
22 การรู้จักคิดเป็นแหล่งน้ำแห่งชีวิตแก่เจ้าของมัน
แต่โทษของคนโง่คือการเป็นคนโง่นั่นเอง
23 คนฉลาดคิดก่อนพูด
และการพูดของเขาทำให้คนเรียนรู้มากขึ้น
24 คำพูดที่ไพเราะเป็นเหมือนรวงผึ้ง
ที่หอมหวานแก่ลิ้นและเยียวยาแก่ร่างกาย
25 มีทางหนึ่งซึ่งดูเหมือนถูกต้อง
แต่สุดท้ายกลับนำไปสู่ความตาย
26 ความหิวของคนงานช่วยเขา
คือกระตุ้นให้เขาทำงาน
27 คนไร้ค่าวางแผนชั่ว
คำพูดของเขาเป็นไฟที่เผาผลาญ
28 คนที่มีเจตนาร้ายทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท
คนที่ซุบซิบนินทาทำให้เพื่อนสนิทแตกแยกกัน
29 คนโหดร้ายล่อลวงเพื่อนบ้านของตน
และชักนำพวกเขาไปในทางที่ไม่ดี
30 คนที่ขยิบตานั้นก็กำลังวางแผนหลอกลวง
ส่วนคนที่เม้มปากแสดงว่าทำชั่วเสร็จแล้ว
31 ผมหงอกบนหัวเป็นมงกุฎแห่งศักดิ์ศรี
ซึ่งคนนั้นได้มาตอนเดินอยู่ในหนทางที่พระเจ้าชอบใจ
32 ความอดทนดีกว่าพละกำลัง
ควบคุมตัวเองได้ ดีกว่ายึดเมืองได้
33 คนจับสลากเพื่อหาคำตอบ
แต่พระยาห์เวห์เป็นผู้กำหนดว่าสลากจะออกมายังไง
171 มีแค่เปลือกขนมปังแห้งเป็นอาหารในที่เงียบสงบ
ยังดีกว่าอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยงานเลี้ยงพร้อมกับการทะเลาะวิวาท
2 ทาสที่รู้จักคิดจะปกครองอยู่เหนือลูกของเจ้านายที่ทำตัวไร้ค่า
เขาจะได้รับส่วนแบ่งในมรดกร่วมกับลูกของเจ้านาย
3 เบ้าหลอมมีไว้สำหรับทดสอบเงิน เตาหลอมมีไว้สำหรับทดสอบทองคำ
แต่ผู้ทดสอบจิตใจคือพระยาห์เวห์
4 คนที่สนใจฟังคำพูดชั่วร้ายก็เป็นคนชั่วเหมือนกัน
คนที่ฟังคำพูดใส่ร้ายก็เลวพอๆกับคนโกหก
5 คนเยาะเย้ยคนจน ก็ดูถูกพระผู้สร้างของเขา
คนที่ดีใจเมื่อเห็นคนอื่นโชคร้าย ย่อมหนีการลงโทษไปไม่พ้น
6 พวกหลานๆเป็นมงกุฎของคนแก่เฒ่า
พ่อแม่เป็นความภาคภูมิใจของลูกๆ
7 การพูดดีเลิศไม่ใช่นิสัยของคนโง่
การพูดโกหกยิ่งไม่ใช่นิสัยของคนชั้นผู้นำ
8 คนที่ให้สินบนคิดว่าสินบนคือหินนำโชค
เพราะไม่ว่าเขาหันไปทางไหน ก็ประสบความสำเร็จ
9 คนที่ปกปิดความผิดของคนอื่นไว้รักษามิตรภาพ
ส่วนคนที่เล่าความผิดของเพื่อนให้คนอื่นฟังก็ทำลายมิตรภาพ
10 ต่อว่าคนหัวไวแค่ครั้งเดียว
ก็ยังได้ผลมากกว่าตีคนโง่ร้อยครั้ง
11 คนชั่วนั้นก็คิดแต่การกบฏ+ 17:11 กบฏ ในที่นี้หมายถึงการทำผิดบาปโดยเจตนาต่อพระเจ้า มากกว่าจะหมายความถึงกบฏทางการเมือง
แต่พระเจ้าจะส่งคนโหดเหี้ยมไปลงโทษเขา
12 พบกับแม่หมีที่ลูกของมันถูกขโมยไป
ยังดีกว่าพบกับคนโง่ที่กำลังทำสิ่งโง่ๆอยู่
13 ใครก็ตามที่ตอบแทนความดีด้วยความชั่ว
ครัวเรือนของเขาจะเจอแต่เรื่องชั่วร้ายเสมอ
14 การเริ่มต้นทะเลาะวิวาทเป็นเหมือนเจาะรูที่เขื่อน
ดังนั้น หยุดเสียก่อนที่มันจะปะทุออกมา
15 พระยาห์เวห์ขยะแขยง คนที่ตัดสินให้คนชั่วพ้นผิด
และคนที่ตัดสินให้คนบริสุทธิ์รับโทษ
16 เงินในมือคนโง่จะมีประโยชน์อะไร
เขาจะซื้อปัญญาได้หรือ ในเมื่อเขาไม่มีสมองคิด
17 เพื่อนแท้ก็รักกันอยู่เสมอ
ส่วนพี่น้องนั้นก็เกิดมาเพื่อช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก
18 มีแต่คนไม่มีสมองคิดเท่านั้นที่ไปจับมือ
ค้ำประกันให้กับเพื่อนบ้าน
19 คนที่ชอบหาเรื่อง ก็ชอบการทะเลาะวิวาท
คนที่ชอบยกตัวเอง+ 17:19 ยกตัวเอง ในภาษาเดิมใช้คำว่า “ยกประตูขึ้นสูง” ก็รนหาความพินาศ
20 คนคดโกงไม่รุ่งเรือง
คนหลอกลวงย่อมเคราะห์ร้าย
21 พ่อที่ให้กำเนิดคนโง่ย่อมเศร้าโศกเสียใจ
พ่อของคนโฉดเขลาย่อมไม่ดีใจ
22 ใจที่เป็นสุขนั้นเป็นยาอย่างดี
แต่ใจที่แตกสลายทำให้หมดเรี่ยวแรงไป
23 คนชั่วให้สินบนจากกระเป๋าเสื้อของเขา
เพื่อให้บิดเบือนคดี
24 คนหัวไวจดจ่ออยู่กับสติปัญญา
แต่คนโง่วอกแวกไปมา
25 ลูกชายโง่ กวนโมโหพ่อ
และทำให้แม่ผู้ให้กำเนิดขมขื่นใจ
26 การปรับโทษคนบริสุทธิ์ไม่ถูกต้องแน่
การโบยตีผู้สูงส่งที่ซื่อสัตย์ก็เป็นสิ่งเลวร้าย
27 คนรู้มากมักพูดน้อย
คนที่มีความเข้าใจมักใจเย็น
28 ถึงจะโง่ แต่ถ้าเงียบเสีย ก็ได้ชื่อว่าเป็นคนฉลาด
ถ้าเขาปิดปาก ก็ดูเหมือนคนหัวไว
181 คนแยกตัวโดดเดี่ยว เอาแต่ใจตัวเอง
จะโกรธใส่คนที่ให้คำแนะนำเขา
2 คนโง่ไม่ยินดีในความเข้าใจ
แต่อยากแสดงความคิดเห็นของตนท่าเดียว
3 ทำชั่วก็โดนดูถูก
ทำเรื่องน่าอับอายก็โดนดูหมิ่น
4 คำพูดจากปาก เป็นน้ำลึกที่เกินกว่าจะเข้าใจได้
แต่แหล่งน้ำแห่งปัญญาทำให้สดชื่นเสมอ เหมือนกับลำธารที่ไหลเชี่ยว
5 การเข้าข้างคนทำผิด และไม่ให้ความยุติธรรมกับคนบริสุทธิ์
เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
6 คำพูดของคนโง่นำสู่การทะเลาะวิวาท
ปากของเขาชวนให้ถูกตี
7 ปากของคนโง่ทำให้ตัวเองต้องพินาศ
ริมฝีปากของเขาเป็นกับดักตัวเอง
8 คำซุบซิบนินทาเป็นเหมือนอาหารอร่อย
ที่ตกลงไปในร่างกายส่วนที่ลึกที่สุดของผู้ฟัง
9 คนขี้เกียจหลังยาวที่ไม่ยอมทำงานของตน
เป็นพี่น้องกับคนที่ชอบทำลาย
10 พระนามของพระยาห์เวห์เป็นป้อมอันแข็งแกร่ง
คนที่ทำตามใจพระเจ้าวิ่งเข้าไปในป้อมแล้วปลอดภัย
11 ทรัพย์สมบัติของคนร่ำรวยเป็นป้อมปราการคุ้มกันเขา
เขาคิดว่าเป็นเหมือนกำแพงสูง
12 จิตใจที่เย่อหยิ่งจะมาก่อนความพินาศ
ความนอบน้อมถ่อมตนจะมาก่อนเกียรติยศ
13 คนที่รีบตอบทั้งๆที่ยังฟังไม่จบ
เป็นคนโง่และต้องอับอายขายหน้า
14 จิตใจที่ร่าเริงช่วยได้ในยามเจ็บป่วย
แต่จิตใจที่แตกสลาย ใครจะทนได้
15 ใจของคนหัวไวได้ความรู้
หูของคนฉลาดหาความรู้ไว้
16 ของขวัญย่อมเปิดทางให้กับผู้ให้
และนำเขาไปถึงคนใหญ่คนโต
17 คนที่ให้การก่อน ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายถูก
จนกว่าคู่กรณีจะมาสอบสวนเขา
18 การจับสลากทำให้การทะเลาะวิวาทยุติลง
และแยกคู่ต่อสู้ที่มีอำนาจออกจากกัน
19 จะได้ใจพี่น้องที่เราทำผิดต่อเขาคืนมายากยิ่งกว่าตีเมืองที่เข้มแข็ง
การทะเลาะวิวาทขวางกั้นคนออกจากกันเหมือนกับประตูเมืองที่ปิดด้วยสลักอันแข็งแกร่ง
20 ผลจากคำพูด เลี้ยงท้องของคนพูดให้อิ่มหนำ
ผลจากริมฝีปาก ทำให้เขาอิ่มเอม
21 จะตายหรือจะรอดก็อยู่ที่อำนาจลิ้น
คนที่ชอบพูด ต้องพร้อมที่จะรับผลที่เกิดขึ้น
22 คนที่พบภรรยาก็พบของดี
แสดงว่าพระยาห์เวห์ชอบคนนั้น
23 คนจนพูดอ้อนวอน
แต่คนรวยตอบห้วนๆ
24 เพื่อนเที่ยวก็มี
แต่เพื่อนตายที่สนิทยิ่งกว่าพี่น้องก็มี
191 เป็นคนยากจนที่ซื่อสัตย์
ยังดีกว่าเป็นคนหลอกลวงที่โง่
2 อยากทำโน่นทำนี่โดยขาดความรู้ ย่อมนำไปสู่ความหายนะ
คนที่ทำอะไรอย่างเร่งรีบย่อมผิดพลาด
3 ความโง่ของคนย่อมทำลายชีวิตของเขาเอง
แต่ใจของเขากลับมาโกรธพระยาห์เวห์
4 ความมั่งคั่งทำให้มีเพื่อนฝูงมากมาย
แต่ถ้าจนเมื่อไหร่เพื่อนก็ปลีกตัวออกห่าง
5 พยานเท็จจะต้องถูกลงโทษแน่
พยานที่พูดโกหกก็หนีไม่พ้นโทษหรอก
6 คนชอบเอาใจคนที่ให้อย่างใจกว้าง
ทุกคนอยากเป็นมิตรกับคนที่ให้ของขวัญ
7 ส่วนคนยากจน ขนาดพี่น้องของเขาเองก็ยังรังเกียจเลย
แล้วเพื่อนๆของเขา จะไม่ยิ่งตีตัวออกห่างหรือ
เมื่อเขาจะขอความช่วยเหลือ
ทุกคนก็หลบหน้ากันไปหมด
8 คนที่แสวงหาความเข้าใจ ก็รักตนเอง
คนที่รักษาความรู้ ก็พบกับความสำเร็จ
9 พยานเท็จจะต้องถูกลงโทษแน่
พยานที่พูดโกหกจะพินาศ
10 มันไม่เข้าท่าเลย ที่คนโง่จะอยู่อย่างหรูหรา
ยิ่งไม่เข้าท่าใหญ่ ที่ทาสจะขึ้นมาปกครองพวกเจ้านาย
11 คนฉลาดโกรธช้า
และถ้าเขามองข้ามความผิดที่คนอื่นทำต่อเขา มันก็จะทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้น
12 ความโกรธของกษัตริย์เปรียบเหมือนสิงโตคำราม
ส่วนความโปรดปรานของเขา เปรียบเหมือนน้ำค้างบนใบหญ้า
13 ลูกชายที่โง่เขลาก็นำความหายนะมาสู่พ่อ
ส่วนภรรยาที่ชอบชวนทะเลาะวิวาท ก็เปรียบเหมือนหลังคาที่รั่วไม่หยุด
14 บ้านและทรัพย์สมบัติเป็นมรดกที่ได้จากพ่อ
แต่ภรรยาที่รู้จักคิดนั้นมาจากพระยาห์เวห์
15 คนขี้เกียจนอนได้ทั้งวัน
คนเกียจคร้านจะหิวโหย
16 คนที่เชื่อฟังคำสั่งสอน ก็รักษาชีวิตของตน
ส่วนคนที่ประมาทในทางของตนก็จะตายไป
17 การเอื้อเฟื้อต่อคนจน คือการให้พระยาห์เวห์ยืม
และพระองค์จะตอบแทนความดีที่เขาทำ
18 ตีสอนลูกชายของเจ้าในขณะที่ยังไม่สายเกินไป
เมื่อเจ้าไม่ยอมตีสอนเขา ก็เท่ากับฆ่าลูกตัวเอง
19 คนขี้โมโหจะต้องได้รับโทษ
ถึงเจ้าจะช่วยชีวิตเขา เจ้าก็ต้องช่วยอยู่เรื่อยไป
20 ฟังคำแนะนำ และยอมรับคำตักเตือน
เพื่อว่าเจ้าจะได้ฉลาดในที่สุด
21 มนุษย์มีแผนมากมายในใจ
แต่แผนที่สำเร็จคือแผนของพระยาห์เวห์
22 ความโลภเป็นเรื่องน่าอับอาย+ 19:22 ความโลภเป็นเรื่องน่าอับอาย หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “คนอยากได้เพื่อนที่เขาไว้วางใจได้”
เป็นคนจนดีกว่าเป็นคนโกหก
23 ความยำเกรงพระยาห์เวห์นำไปสู่ชีวิต
ทำให้ผู้นั้นได้พักผ่อนอย่างเป็นสุข ไม่มีภัยอันตรายมากล้ำกรายได้
24 คนขี้เกียจซุกมือไว้ในชาม
และไม่ยอมแม้แต่จะยกอาหารเข้าปาก
25 ถ้าตีสอนคนหยิ่งจองหอง คนอ่อนต่อโลกจะได้เห็นแล้วรู้จักคิด
ว่ากล่าวคนหัวไวแล้วเขาจะฉลาดขึ้น
26 คนที่ปล้นพ่อ และทำให้แม่ไร้ที่อยู่
ก็นำความอับอายและความอัปยศมาสู่ตนเอง+ 19:26 นำความอับอายและความอัปยศมาสู่ตนเอง หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เป็นลูกที่นำความอับอายและความอัปยศมาสู่พ่อแม่”
27 ลูกเอ๋ย ถ้าอยากจะทิ้งทางแห่งปัญญาไป
ก็หยุดฟังคำตักเตือนสิ
28 พยานที่ไร้ค่าก็เยาะเย้ยความยุติธรรม
ปากของคนชั่วก็เอร็ดอร่อยกับความชั่ว
29 การลงโทษก็เตรียมไว้สำหรับคนหยิ่งจองหอง
การโบยตีก็เตรียมไว้สำหรับหลังของคนโง่
201 เหล้าองุ่นทำให้คนกินชอบหาเรื่อง เบียร์ทำให้คนชกต่อยกัน
คนที่โซเซเพราะมันก็ไม่ฉลาด
2 ความเกรี้ยวโกรธของกษัตริย์เหมือนเสียงคำรามของสิงโต
ใครไปทำให้พระองค์โกรธจะต้องตาย
3 คนที่หลีกเลี่ยงการทะเลาะกันนั้นน่านับถือ
แต่คนโง่ชอบโต้เถียงกัน
4 ในฤดูทำนา คนขี้เกียจไม่ไถพรวนดิน
เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว เขาก็หาผลผลิตแต่ไม่เจอ
5 ความนึกคิดในใจคนก็เปรียบเหมือนน้ำลึก
แต่คนที่มีความเข้าใจก็สามารถดึงมันออกมาได้
6 คนมากมายชอบอวดอ้างว่าเขาเป็นคนจงรักภักดี
แต่ใครบ้างจะพบคนที่เชื่อถือได้
7 คนที่ทำตามใจพระเจ้าดำเนินชีวิตอย่างสัตย์ซื่อ
ลูกที่เกิดตามมา จะได้หน้า
8 กษัตริย์นั่งอยู่บนบัลลังก์ตัดสิน
พระองค์ใช้สายตากรองความชั่วออกไปหมด
9 ใครเล่าจะพูดได้ว่า “ฉันทำให้จิตใจของฉันบริสุทธิ์แล้ว
ฉันถูกชำระให้พ้นจากความผิดบาปแล้ว”
10 พระยาห์เวห์ขยะแขยง
ลูกตุ้มที่ขี้โกงและเครื่องตวงที่ผิดมาตรฐาน
11 แม้แต่เด็กๆ เราก็สามารถดูนิสัยใจคอของเขาได้จากการกระทำ
เราจะรู้ได้ว่าสิ่งนั้นบริสุทธิ์และถูกต้องหรือไม่
12 ทั้งหูที่ได้ยิน และตาที่มองเห็นนั้น
ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์สร้างขึ้น
13 อย่ารักการนอน ไม่อย่างนั้นเจ้าจะสูญเสียทรัพย์สมบัติ
ให้ตื่นอยู่ แล้วเจ้าจะมีกินอย่างเหลือเฟือ
14 ตอนซื้อ เขาว่า “แพงไป แพงไป”
พอซื้อเสร็จ เขาอวดว่า “ถูกจริงๆ”
15 แม้มีทองคำและทับทิมมากมายเพียงใด
แต่ริมฝีปากที่เผยความรู้ออกมาย่อมเป็นเครื่องประดับที่ล้ำค่ากว่า
16 หากเขามาค้ำประกันให้กับคนแปลกหน้า
ให้ยึดเสื้อผ้าของเขาเป็นเครื่องมัดจำ
หากเขาค้ำประกันให้กับคนต่างด้าว
ก็ให้ยึดเครื่องประกันของเขาไว้
17 ขนมปังที่ฉ้อโกงมา ก็รสหวาน
แต่ในที่สุดปากจะเต็มไปด้วยกรวดทราย
18 แผนการสำเร็จได้เพราะคำปรึกษา
ดังนั้น ให้ใช้กลยุทธ์ที่ฉลาดทำสงคราม
19 คนชอบนินทา ก็จะเปิดเผยความลับ
ดังนั้นอย่าคบค้ากับคนปากบอน
20 คนที่สาปแช่งพ่อแม่ของตน
ตะเกียงของเขาจะดับมืดไป
21 ทรัพย์สมบัติที่ได้มาก่อนเวลาอันควร
ในที่สุดจะไม่เป็นผลดีต่อผู้นั้น
22 อย่าพูดว่า “ฉันจะตอบแทนความชั่วด้วยความชั่ว”
ให้รอคอยพระยาห์เวห์เถิด พระองค์จะช่วยเจ้า
23 พระยาห์เวห์ขยะแขยงลูกตุ้มที่ไม่ซื่อตรง
ตาชั่งที่คดโกงนั้นก็ไม่ดี
24 มนุษย์จะเข้าใจทางชีวิตของตนได้อย่างไร
ในเมื่อพระยาห์เวห์เป็นผู้กำหนดทุกย่างก้าวของเขา
25 อย่าวางกับดักให้กับตัวเอง โดยสาบานอย่างพล่อยๆ
แล้วมาคิดได้ทีหลังเมื่อสาบานไปแล้ว
26 กษัตริย์ที่ฉลาดฝัดร่อนคนชั่วออก
หลังจากเอาล้อบดคนชั่วเหมือนบดเมล็ดข้าวจากรวง
27 จิตวิญญาณของมนุษย์คือตะเกียงของพระยาห์เวห์
พระองค์สามารถมองทะลุเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของเรา
28 ความจงรักภักดี และความซื่อสัตย์ จะปกป้องกษัตริย์ไว้
บัลลังก์ของพระองค์จะตั้งอยู่บนความจงรักภักดีนั้น
29 พละกำลังเป็นความภาคภูมิใจของคนหนุ่ม
ผมหงอกเป็นศักดิ์ศรีของคนแก่
30 การเฆี่ยนตีที่ทำให้เกิดแผล ก็ชำระล้างความชั่วออกจากตัวเขา
การโบยตีชำระล้างส่วนลึกที่สุด
211 จิตใจของกษัตริย์ที่อยู่ในมือของพระยาห์เวห์เป็นเหมือนร่องน้ำ
พระองค์จะหันมันไปทางไหนก็ได้ แล้วแต่พระองค์
2 มนุษย์เห็นว่าทุกอย่างที่เขาทำนั้นถูกต้อง
แต่พระยาห์เวห์ตัดสินที่จิตใจ
3 พระยาห์เวห์อยากให้คนทำในสิ่งที่ถูกต้องและยุติธรรม
มากกว่าอยากได้เครื่องบูชา
4 ตาที่หยิ่งยโสและจิตใจที่หยิ่งผยองเป็นบาป
มันเป็นเหมือนตะเกียงส่องให้เห็นว่าคนนั้นชั่ว
5 แผนการต่างๆของคนขยันขันแข็ง นำไปถึงความอุดมสมบูรณ์
แต่คนที่ทำอะไรแบบไม่ยั้งคิดจะยากจน
6 ความร่ำรวยที่ได้จากลิ้นที่ปลิ้นปล้อน
จะจางไปอย่างรวดเร็วเหมือนหมอก เป็นกับดักแห่งความตาย
7 ความรุนแรงของคนชั่วจะลากพวกคนชั่วไป
เพราะพวกเขาไม่ยอมทำสิ่งที่ยุติธรรม
8 ทางของคนที่ทำผิดนั้นคดเคี้ยว
ส่วนคนบริสุทธิ์การกระทำของเขานั้นตรงไปตรงมา
9 อาศัยอยู่ที่ซอกมุมบนดาดฟ้า
ก็ยังดีกว่าร่วมชายคากับเมียที่ชอบหาเรื่อง
10 คนชั่วอยากทำชั่ว
เขาไม่ได้มองเพื่อนบ้านด้วยสายตาที่เมตตา
11 เมื่อคนที่เย่อหยิ่งถูกลงโทษ
คนที่อ่อนต่อโลกก็จะฉลาดขึ้น
เมื่อคนฉลาดได้รับคำแนะนำสั่งสอน
ตัวเขาเองก็ได้รับความรู้เพิ่มขึ้น
12 พระเจ้าผู้ยุติธรรมสังเกตดูบ้านของคนชั่วร้าย
พระองค์เหวี่ยงคนชั่วลงสู่ความพินาศ
13 คนที่ปิดหูไม่ฟังคนจนที่ร้องขอความช่วยเหลือ
ตัวคนนั้นเองจะร้องและจะไม่มีใครฟัง
14 ของกำนัลที่ให้ในที่ลับ ทำให้ความโกรธสงบลง
และสินบนในกระเป๋าก็ทำให้ความเดือดดาลหายไป
15 การตัดสินที่ยุติธรรม ทำให้คนดีมีความสุข
แต่เป็นความหายนะสำหรับพวกที่ทำชั่ว
16 คนที่หลงไปจากทางแห่งความเข้าใจ
จะมาพักอยู่ในที่ชุมชนของพวกผี
17 คนรักความสนุกสนานจะยากจน
คนที่รักเหล้าองุ่นและอาหารแพงๆจะไม่รวย
18 คนดีจะรอดพ้นจากอันตราย แต่คนชั่วจะต้องมารับอันตรายแทน
คนทรยศก็รับอันตรายแทนคนเที่ยงตรง+ 21:18 ข้อนี้ อาจแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “คนชั่วร้ายก็เป็นค่าไถ่ให้กับคนยุติธรรม และคนที่ทรยศก็เป็นค่าไถ่ให้กับคนเที่ยงตรง”
19 อาศัยอยู่ในทะเลทราย
ก็ยังดีกว่าอยู่กับเมียที่ชอบหาเรื่องและขี้โมโห
20 สมบัติอันล้ำค่าและน้ำมันจะมีอยู่ในบ้านของคนฉลาดเสมอ
แต่คนโง่จะเขมือบทุกอย่างที่ตัวเองมี
21 คนที่ไล่ตามสิ่งที่ถูกต้องและความจงรักภักดี
ก็จะพบกับชีวิตที่ยืนยาว ความเจริญรุ่งเรืองและเกียรติยศ
22 คนฉลาดสามารถโจมตีเมืองของพวกนักรบได้
และสามารถทำลายป้อมปราการที่พวกนั้นไว้วางใจ
23 คนที่รักษาปากและลิ้นของเขา
เป็นคนที่รักษาชีวิตไม่ให้มีปัญหา
24 คนหยิ่ง คนอวดดี ได้ชื่อว่า “ไอ้คนชอบเยาะเย้ย”
เป็นคนเย่อหยิ่งจองหอง
25 คนขี้เกียจจะอดตาย+ 21:25 คนขี้เกียจจะอดตาย หรืออาจจะแปลได้อีกอย่างว่า “ความโลภที่อยากได้โน่นได้นี่จะฆ่าคนขี้เกียจ”
เพราะมือของเขาไม่ยอมทำงาน
26 คนโลภก็โลภอยู่วันยังค่ำ
แต่คนที่ทำตามใจพระเจ้าก็ให้อย่างไม่ยั้ง
27 พระยาห์เวห์ขยะแขยงเครื่องบูชาของคนชั่ว
เพราะเขาเอามันมาถวายด้วยเจตนาที่ชั่วร้าย
28 พยานเท็จจะพินาศ
แต่คำพูดของคนที่ฟังอย่างรอบคอบจะคงอยู่ตลอดไป
29 คนชั่วแสร้งทำตัวว่าข้าแน่
แต่คนซื่อสัตย์สำรวจทางของตัวเอง
30 ถึงจะมีสติปัญญา ความเข้าใจ และคำปรึกษาดีแค่ไหนก็ตาม
ก็ช่วยไม่ได้หรอก ถ้าพระยาห์เวห์ต่อต้านเจ้า
31 ม้าก็เตรียมไว้พร้อมแล้วสำหรับวันทำสงคราม
แต่พระยาห์เวห์เป็นผู้ให้ชัยชนะ
221 ชื่อเสียงดี ย่อมดีกว่าความร่ำรวย
เป็นที่นับถือย่อมดีกว่าเงินทอง
2 คนรวยและคนจนเหมือนกันตรงนี้
คือพระยาห์เวห์เป็นผู้สร้างพวกเขาทุกคน
3 คนที่ฉลาดหลักแหลมเห็นอันตราย ก็หลบเข้าที่กำบัง
แต่คนที่อ่อนต่อโลก ก็เดินเข้าไปและได้รับอันตราย
4 ความถ่อมสุภาพอันได้แก่ ความเกรงกลัวพระยาห์เวห์
จะนำมาซึ่ง ความมั่งคั่ง เกียรติยศ และชีวิตยืนยาว
5 ทางของคนคดโกงมีขวากหนามและบ่วงแร้ว
แต่คนที่ระมัดระวังการใช้ชีวิตก็จะอยู่ห่างไกลจากสิ่งเหล่านั้น
6 ช่วยเด็กหนุ่มให้เริ่มต้นในทางที่ถูกต้อง
แม้เมื่อเขาแก่ตัวลง เขาจะไม่ละทิ้งทางนั้นไป
7 คนรวยปกครองอยู่เหนือคนจน
และลูกหนี้ก็เป็นทาสของเจ้าหนี้
8 คนที่หว่านความชั่วช้าก็จะเก็บเกี่ยวความหายนะ
แล้วอำนาจในการทำชั่วของเขาก็จะสิ้นสุดลง
9 คนที่ใจดีจะได้รับพระพร
เพราะเขาแบ่งปันอาหารให้กับคนจน
10 ขับไล่พวกที่ชอบดูถูกคนอื่นออกไป แล้วเรื่องขัดแย้งก็จะออกไปด้วย
การฟ้องร้องและการพูดเหยียดหยามก็จะหยุดลง
11 คนที่จริงใจและพูดสุภาพอ่อนน้อม
ก็จะมีกษัตริย์เป็นเพื่อน
12 ดวงตาของพระยาห์เวห์เฝ้าดูแลความจริง
แต่พระองค์ทำลายคำพูดต่างๆของคนชั่ว
13 คนขี้เกียจร้องว่า “มีสิงโตอยู่ข้างนอก
ฉันอาจถูกฆ่าตายอยู่ที่กลางถนนนั้น”
14 คำพูดล่อลวงของหญิงเล่นชู้เป็นหลุมลึก
คนที่พระยาห์เวห์สาปแช่งจะตกลงในหลุมนั้น
15 ความโง่เขลาก็ผูกติดกับจิตใจของเด็กหนุ่ม
แต่ไม้เรียวที่ตีสอนก็จะขจัดมันให้ไกลจากเด็กหนุ่มนั้น
16 คนที่กดขี่คนจนเพื่อจะได้รวยขึ้น
และคนที่ให้ของขวัญกับคนรวย ทั้งคู่ก็จะจน
คำพูดของคนฉลาด
17 คำพูดของคนฉลาด
เงี่ยหูของเจ้ามาฟังคำพูดของคนฉลาด
แล้วใส่ใจในสิ่งที่เราสอน
18 ถ้ามันอยู่ที่ใจ และอยู่ที่ริมฝีปาก
เจ้าก็จะมีความสุข
19 เราสอนเรื่องเหล่านี้กับเจ้าในวันนี้
เพื่อเจ้าจะได้วางใจในพระยาห์เวห์
20 ก่อนหน้านี้+ 22:20 ก่อนหน้านี้ คำนี้มาจากภาษาฮีบรู แต่ถ้าเปลี่ยนตัวสระ ก็จะกลายเป็นคำว่า “สามสิบ” เราก็ได้เขียนคำแนะนำ
และสติปัญญาให้กับเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ
21 เพื่อสอนเจ้าให้รู้ถึงความจริงและคำสอนที่เชื่อถือได้
เพื่อเจ้าจะได้กลับไปรายงานคำสอนที่เชื่อถือได้นี้กับคนเหล่านั้นที่ส่งเจ้ามา
22 อย่าได้ขโมยจากคนจนเพราะมันง่าย
และอย่าได้เอาเปรียบคนเดือดร้อนที่ศาลตรงลานเมือง
23 เพราะพระยาห์เวห์ จะว่าความแทนพวกเขา
และปล้นชีวิตของคนที่ปล้นพวกเขา
24 อย่าได้เป็นเพื่อนกับคนที่ขี้โมโห
หรือคบค้ากับคนฉุนเฉียว
25 เพื่อว่าเจ้าจะได้ไม่เลียนแบบนิสัยของเขา
และสุดท้ายก็ติดเข้าไปในกับดัก
26 อย่าไปจับมือทำสัญญา
ว่าจะค้ำประกันหนี้ให้กับคนอื่น
27 ทำไมจะต้องเสี่ยงให้คนอื่นมายึดเตียงที่เจ้านอน
เมื่อเจ้าไม่มีปัญญาจ่ายหนี้นั้น
28 อย่าย้ายหลักเขตที่มีมาช้านาน
ที่บรรพบุรุษของเจ้าปักไว้
29 เจ้าเห็นคนที่ชำนาญงานนั้นไหม
เขาจะได้ยืนรับใช้พวกกษัตริย์
ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา
231 เมื่อเจ้านั่งกินอยู่กับผู้มีอำนาจคนหนึ่งของบ้านเมือง
ให้จำไว้ว่าเจ้ากำลังนั่งกินอยู่กับใคร
2 ถ้าเจ้าเป็นคนกินจุ
ก็ให้ยับยั้งใจไว้บ้าง+ 23:2 ถ้าเจ้า … ใจไว้บ้าง ข้อนี้แปลตรงๆได้ว่า “ถ้าเจ้าเป็นคนตะกละตะกราม ก็ให้เอามีดจ่อคอหอยไว้”
3 อย่าได้ตะกละตะกรามนักต่ออาหารที่เลิศหรูนั้น
เพราะมันอาจจะดูดีแค่เปลือกนอก
4 อย่าได้ทำงานหนักจนหมดแรง เพราะหวังจะร่ำรวย
ให้ฉลาดและอย่าทำอย่างนั้น
5 ในพริบตาเดียว เงินก็จะหายไป
ราวกับมีปีกโผล่ออกมา
แล้วบินหนีไปในท้องฟ้าเหมือนนกอินทรี
6 อย่าได้กินอาหารของคนขี้เหนียว
อย่าได้ตะกละตะกรามนักต่ออาหารที่เลิศหรูนั้น
7 เพราะเขาเป็นเหมือนเส้นผมในลำคอ+ 23:7 เพราะเขา … ลำคอ หรือ แปลได้อีกว่า “เขาคิดต้นทุนอยู่ในใจ”
เขาบอกเจ้าว่า “กินและดื่มสิ”
แต่ใจของเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น
8 เจ้าจะอาเจียนอาหารอันน้อยนิดที่เจ้ากินเข้าไปออกมา
และเสียดายคำพูดที่เจ้าชมเชยเขาไป
9 อย่าได้แนะนำอะไรให้เข้าหูของคนโง่เลย
เพราะเขาจะดูหมิ่นถ้อยคำอันชาญฉลาดของเจ้านั้น
10 อย่าได้โยกย้ายหลักเขตที่มีมาช้านานแล้ว
และอย่าได้บุกรุกไร่นาของเด็กกำพร้า
11 เพราะพระเจ้าผู้ที่ช่วยพวกเขานั้นมีกำลังมหาศาล
พระองค์จะสู้คดีของพวกเขากับเจ้า
12 ให้เปิดใจของเจ้ารับคำแนะนำสั่งสอน
ให้เปิดหูของเจ้าฟังถ้อยคำแห่งความรู้
13 อย่าได้ยั้งมือจากการตีสอนเด็กหนุ่ม
ถ้าเจ้าตีเขาด้วยไม้เรียว เขาจะไม่ตายหรอก
14 อันที่จริงถ้าเจ้าตีเขาด้วยไม้เรียว
เจ้าก็จะช่วยชีวิตของเขาให้พ้นจากแดนคนตาย
15 ลูกเอ๋ย ถ้าใจของเจ้าฉลาดขึ้นมา
จิตใจของเราก็จะมีความสุข
16 เมื่อริมฝีปากของเจ้าพูดสิ่งที่ถูกต้อง
จิตใจของเราก็จะชื่นบาน
17 อย่าให้ใจของเจ้าอิจฉาพวกคนบาป
แต่ให้ยำเกรงพระยาห์เวห์เสมอ
18 เมื่อนั้นแหละเจ้าจะมีอนาคตที่ดี
และเจ้าจะไม่ผิดหวัง
19 ลูกเอ๋ย ฟังให้ดี และให้ฉลาดไว้
ให้นำจิตใจของเจ้าไปในทางที่ถูก
20 อย่าได้ไปคลุกคลีกับพวกที่ดื่มเหล้าองุ่นจัด
หรือพวกนั้นที่กินเนื้ออย่างตะกละตะกลาม
21 เพราะคนขี้เมาและคนกินเติบจะยากจน
สะลึมสะลือตลอดเวลาจนเหลือแต่ผ้าขี้ริ้วห่อตัว
22 ให้ฟังพ่อของเจ้า ผู้ที่ให้เจ้าเกิดมา
และอย่าได้ดูหมิ่นแม่ของเจ้าเมื่อนางแก่ตัวลง
23 ให้ซื้อความจริงและอย่ายอมขายมันไป
ให้ซื้อความฉลาด การสั่งสอน และความเข้าใจ
24 ลูกดี ทำให้พ่อชื่นใจ
ลูกฉลาด ทำให้พ่อภูมิใจ
25 ทำให้พ่อแม่ของเจ้ามีความสุข
ทำให้แม่ที่ให้กำเนิดเจ้ามานั้นดีใจเถอะ
26 ลูกเอ๋ย มอบจิตใจของเจ้าให้กับเรา
ให้ดวงตาของเจ้าเฝ้าสังเกตทางต่างๆของเรา
27 เพราะหญิงโสเภณีนั้นคือหลุมลึก
และหญิงที่เล่นชู้คือบ่อที่คับแคบ
28 เธอหมอบซุ่มอยู่เหมือนโจร
และทำให้จำนวนคนไม่ซื่อสัตย์เพิ่มขึ้น
29 ใครล่ะที่ร้องครวญคราง ใครล่ะที่คร่ำครวญ
ใครล่ะที่ทะเลาะวิวาท ใครล่ะที่กลุ้มใจ
ใครล่ะที่มีบาดแผลฟกช้ำโดยไม่จำเป็น
ใครล่ะที่มีดวงตาแดงก่ำ
30 ก็คนเหล่านั้นไงที่ดื่มเหล้าองุ่นจนดึกดื่น
คนเหล่านั้นไงที่ไปทดลองดื่มเหล้าผสม
31 อย่าไปหลงใหลเหล้าองุ่น ตอนมันสีแดงสดเหมือนเลือด
ตอนที่มันเป็นประกายระยิบระยับในถ้วยเหล้า
มันไหลลื่นลงคอ
32 แต่ท้ายที่สุดมันก็ฉกเหมือนงู
และมันก็พ่นพิษออกมาดุจงูพิษร้าย+ 23:32 แต่ท้ายที่สุด … ดุจงูพิษร้าย พูดถึง “คนที่เมาค้าง”
33 สายตาของเจ้าจะเห็นภาพหลอน
แล้วเจ้าจะพูดสับสนเพราะความคิดเลอะเลือน
34 เจ้าจะเป็นเหมือนคนนอนอยู่บนเรือกลางทะเล
เหมือนนอนบนแท่นตรงยอดเสากระโดงเรือ
35 เจ้าจะพูดว่า “พวกเขาตีข้า แต่ข้าไม่รู้สึกเจ็บ
พวกเขาทุบข้า แต่ข้าไม่รู้สึกอะไร
เมื่อไหร่ข้าจะตื่นซักที
เพื่อข้าจะได้ไปดื่มต่อ”
241 อย่าอิจฉาคนชั่ว
อย่าคิดจะไปร่วมกับพวกเขา
2 เพราะใจของพวกเขาคบคิดกันวางแผนร้าย
และริมฝีปากพวกเขาก็มีแต่ก่อความเดือดร้อน
3 บ้านเรือนต้องใช้สติปัญญาสร้าง
ความเข้าใจจะทำให้มันมั่นคง
4 ความรู้จะทำให้ห้องต่างๆเต็มไปด้วย
ทรัพย์สินที่มีค่าและสวยงาม
5 คนฉลาดนั้นมีพลังยิ่งกว่าคนแข็งแรง
คนที่มีความรู้นั้นมีพลังยิ่งกว่าคนมีกำลังมาก
6 เจ้าต้องมีกลยุทธ์ที่ดีในการทำสงคราม
ถ้ามีที่ปรึกษามากๆก็จะชนะ
7 สำหรับคนโง่ สติปัญญานั้นก็สูงเกินเอื้อม
ในที่ประชุมตรงประตูเมือง คนโง่ก็ปิดปากเงียบไม่มีอะไรจะพูด
8 บางคนก็วางแผนที่จะทำชั่วอยู่เสมอ
คนอย่างนี้ได้ชื่อว่า “คนเจ้าเล่ห์”
9 สิ่งที่คนโง่วางแผนจะทำนั้นคือความบาป
คนที่ชอบเยาะเย้ยเป็นที่น่าขยะแขยง
10 ถ้าเจ้าอ่อนแอในยามคับขัน
เจ้าก็เป็นคนอ่อนแอจริงๆ
11 ให้ช่วยเหลือคนเหล่านั้นที่กำลังถูกนำไปฆ่า
และอย่าได้ยั้งมือที่จะช่วยเหลือคนที่กำลังโซซัดโซเซไปให้เขาฆ่า
12 เพราะถ้าเจ้าพูดว่า “ดูสิ พวกเราไม่รู้เรื่องนี้เลย”
พระเจ้าผู้ทดสอบใจจะไม่รู้เรื่องเชียวหรือ
พระองค์ผู้เฝ้าสังเกตเจ้าจะไม่รู้หรือ
พระองค์จะไม่ตอบแทนแต่ละคนตามการกระทำของเขาหรือ
13 ลูกจ๋า กินน้ำผึ้งนะ เพราะว่ามันดี
และรวงผึ้งนั้นมีรสชาติหวานต่อลิ้นของเจ้า
14 และให้รู้ไว้ด้วยว่าสติปัญญานั้นก็หวานต่อจิตวิญญาณของเจ้า
ถ้าเจ้าหามันพบ เจ้าก็จะมีอนาคตที่ดี
และเจ้าจะสมหวัง
15 อย่าทำเหมือนคนร้ายที่หมอบซุ่มอยู่คอยปล้นบ้านคนดี
อย่าจู่โจมบ้านของคนดีนั้น
16 เพราะคนดีถึงจะล้มลงเจ็ดครั้ง ก็จะลุกขึ้นมาได้ทั้งเจ็ดครั้ง
แต่คนชั่วเมื่อถูกความหายนะเล่นงานแค่ครั้งเดียว ก็จบกัน
17 เมื่อศัตรูของเจ้าล้มลง ก็อย่าได้สะใจ
เมื่อเขาถูกโค่นลงก็อย่าได้ดีใจ
18 ไม่อย่างนั้นเมื่อพระยาห์เวห์เห็น พระองค์จะไม่พอใจ
และหันความโกรธไปจากศัตรูของเจ้า
19 อย่าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟต่อคนทำชั่ว
แล้วอย่าไปอิจฉาคนเลวเลย
20 เพราะคนชั่วนั้นไม่มีอนาคต
ตะเกียงของคนเลวจะถูกดับวูบไป
21 ลูกเอ๋ย ให้ยำเกรงพระยาห์เวห์และกษัตริย์
และอย่าได้กบฏต่อทั้งสองพระองค์นั้น
22 เพราะทั้งสองพระองค์สามารถส่งความหายนะมาสู่เจ้า อย่างไม่ทันตั้งตัว
แล้วใครจะรู้ว่าความล่มจมที่ทั้งสองจะนำมานั้นจะขนาดไหน
คำพูดอื่นๆของคนฉลาด
23 นี่ก็เป็นคำพูดของคนฉลาดด้วยคือ
การตัดสินที่ลำเอียงเป็นสิ่งที่ไม่ดี
24 ชนชาติต่างๆจะสาปแช่งและประณาม
พวกผู้พิพากษาที่ตัดสินคนชั่วว่า “เป็นผู้บริสุทธิ์”
25 ผู้คนจะอวยพรพวกผู้พิพากษาที่ตัดสินลงโทษคนผิด
พวกผู้พิพากษาเหล่านั้นจะได้ดี
26 คำตอบที่ซื่อตรง
ให้ความสุขเหมือนกับการจูบที่ริมฝีปาก
27 ก่อนอื่น เตรียมทุ่งนาให้พร้อม
แล้วหว่านพืชให้เสร็จ
แล้วค่อยปลูกบ้านของเจ้า
28 อย่าได้เป็นพยานปรักปรำเพื่อนบ้านในเมื่อเขาไม่ได้ทำอะไรผิด
และอย่าพูดหลอกลวง
29 อย่าพูดว่า “ข้าจะทำกับมัน อย่างที่มันทำกับข้า
ข้าจะแก้แค้นมันให้สาสมกับที่มันทำกับข้า”
30 เราผ่านไร่นาของคนขี้เกียจ
และผ่านไร่องุ่นของคนโง่
31 มีแต่หนามขึ้นเต็มไปหมด
หญ้าก็รกปิดหน้าดิน
ส่วนกำแพงหินก็พังทลายลง
32 เรามองดู และครุ่นคิดในใจ
เราสังเกต และได้บทเรียนนี้ว่า
33 นอนสักนิด งีบสักหน่อย
กอดอกพักสักครู่
34 แล้วความจนก็จะจู่โจมเข้ามาหาเจ้าอย่างโจร
ความอดอยากจะจู่โจมเข้ามาอย่างคนที่ติดอาวุธ
25สุภาษิตอื่นๆของกษัตริย์ซาโลมอน
1 ต่อไปนี้เป็นสุภาษิตของซาโลมอนเหมือนกันที่คนของกษัตริย์เฮเซคียาห์ของยูดาห์ ได้คัดลอกไว้
2 เราเคารพพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระองค์ปิดซ่อนไว้เป็นความลับ
แต่เราเคารพพวกกษัตริย์สำหรับสิ่งที่พวกเขาค้นพบ
3 จิตใจของพวกกษัตริย์ก็สุดที่จะหยั่งรู้ได้
เหมือนกับความสูงของสวรรค์และความลึกของโลกนี้
4 ให้ขจัดขี้เงินออกไปจากตัวเงิน+ 25:4 ขจัดขี้เงินออกไปจากตัวเงิน หมายถึงการหลอมเงินแล้วเขี่ยขี้เงินที่ลอยอยู่บนผิวหน้าทิ้งไป ขี้เงินนี้อาจจะเป็นแร่ตะกั่ว ทองแดง หรือโลหะอื่นๆ
และช่างเงินจะได้มีเงินบริสุทธิ์ไปทำภาชนะ
5 ให้ขจัดคนชั่วออกไปจากเบื้องหน้ากษัตริย์
แล้วความยุติธรรมจะทำให้บัลลังก์ของพระองค์มั่นคง
6 อย่าได้อวดอ้างตัวเองต่อหน้ากษัตริย์
หรือทำตัวเป็นคนสำคัญ
7 ให้กษัตริย์เชิญคุณว่า “ขึ้นมานั่งตรงนี้สิ”
ก็ยังดีกว่าต้องถูกฉีกหน้าต่อหน้าผู้สูงศักดิ์
8 อย่าได้รีบเอาเรื่องที่คุณเห็นกับตามาฟ้องศาล
เพราะถ้ามีอีกคนหนึ่งมาพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณผิด
คุณก็จะหน้าแตก
9 เมื่อคุณต้องฟ้องร้องกับเพื่อนบ้าน
อย่าเอาความลับของบุคคลที่สามมาอ้าง
10 ไม่อย่างนั้น ผู้พิพากษาจะทำให้คุณเสียหน้า
แล้วเรื่องที่คุณทำนี้จะทำให้คุณเสียชื่อไปตลอด
11 คำพูดที่ถูกกาลเทศะ+ 25:11 คำพูดที่ถูกกาลเทศะ อาจแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “คำตัดสินที่เข้ากับสถานการณ์”
ก็เหมือนกับผลไม้ทองคำในชามเงิน
12 คนฉลาดที่ให้คำตักเตือนกับหูที่รับฟัง
ก็เหมือนต่างหูทองและเครื่องประดับทองคำบริสุทธิ์
13 หิมะให้ความเย็นกับคนเก็บเกี่ยวอย่างไร
ผู้ส่งข่าวที่ไว้ใจได้
ก็จะทำให้จิตใจของเจ้านายที่ส่งเขาไปชุ่มชื่นอย่างนั้น
14 คนที่สัญญาว่าจะให้ของขวัญแล้วไม่เคยให้
ก็เหมือนกับเมฆและลมที่ไม่ให้ฝน
15 ความใจเย็นสามารถโน้มน้าวผู้นำได้
คำพูดที่สุภาพอ่อนหวานนั้น มีพลังหักกระดูกที่แข็งแกร่งได้
16 ถ้าเจ้าพบน้ำผึ้ง ก็ให้กินพอประมาณ
กลัวว่าเจ้าจะเต็มกลืนและอาเจียนออกมา
17 ให้เท้าของเจ้าห่างๆจากบ้านของเพื่อนบ้านบ้าง อย่าไปถี่นัก
กลัวว่าเขาจะเอือมระอากับเจ้าและเกลียดขี้หน้าเจ้า
18 คนที่เป็นพยานเท็จต่อเพื่อนบ้าน
ก็เหมือนนักรบที่เหวี่ยงดาบและยิงธนูที่แหลมคม
19 การหวังพึ่งคนที่ไม่จริงใจในยามคับขัน
ก็เหมือนกับฟันที่ผุและเท้าที่เคล็ด
20 การร้องเพลงสนุกสนานให้คนทุกข์ใจฟัง
ก็เหมือนถอดเสื้อคลุมในวันที่มีอากาศหนาว
และเหมือนเทน้ำส้มสายชูลงบนแผล
21 ถ้าศัตรูของเจ้าหิว ก็ให้อาหารเขา
ถ้าเขากระหาย ก็เอาน้ำให้เขาดื่ม
22 เพราะเจ้าจะทำให้เขาอับอาย เหมือนเอาถ่านแดงๆออกจากหัวเขา+ 25:22 เหมือนเอาถ่านแดงๆออกจากหัวเขา อาจหมายถึง ช่วยเขาดับความกระหายน้ำ ประโยคนี้อาจจะแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เอาถ่านแดงๆใส่ลงบนหัวเขา”
และพระยาห์เวห์ก็จะให้รางวัลกับเจ้า
23 การนินทาก็นำความโกรธมา
เหมือนลมเหนือนำฝนมาให้
24 อาศัยอยู่ที่ซอกมุมบนดาดฟ้า
ก็ยังดีกว่าร่วมชายคากับเมียที่ชอบหาเรื่อง
25 ข่าวดีจากทางไกล
ก็เหมือนกับน้ำเย็นสำหรับคอที่แห้งผาก
26 คนดีๆที่พ่ายแพ้ต่อคนชั่ว
ก็เหมือนกับตาน้ำที่เป็นโคลน และบ่อที่มีน้ำเสีย
27 กินน้ำผึ้งมากเกินก็ไม่ดี
ถ้าพยายามทำสิ่งที่ยากเกินไป ไม่นำเกียรติยศมาให้
28 คนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
ก็เหมือนเมืองที่ไม่มีกำแพงป้องกัน
261 เกียรติยศไม่เหมาะกับคนโง่
เหมือนที่หิมะไม่เหมาะกับหน้าร้อนหรือฝนไม่เหมาะกับฤดูเก็บเกี่ยว
2 ถ้าคนสาปแช่งเจ้าโดยที่เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด คำสาปแช่งนั้นจะไม่มาเกาะบนเจ้า
มันจะเหมือนกับนกที่โฉบไปมา หรือนกนางแอ่นที่โผบิน
3 ม้าคู่กับแส้ ลาคู่กับบังเหียน
หลังคนโง่คู่กับไม้เรียว
4 เมื่อคนโง่พูดอะไรโง่ๆอย่าไปตอบ
ไม่อย่างนั้นจะเป็นเหมือนเขา
5 เมื่อคนโง่พูดอะไรโง่ๆตอบเขาสิ
ไม่อย่างนั้นเขาจะคิดว่าเขาฉลาด
6 คนที่ส่งข่าวสารไปกับมือของคนโง่
กำลังตัดเท้าตัวเอง และกำลังจะดื่มความเดือดร้อน
7 คำคมที่ติดปากคนโง่
เป็นเหมือนกับขาของคนพิการที่ห้อยอยู่ ไม่มีประโยชน์
8 การให้เกียรติคนโง่
เป็นเรื่องโง่พอๆกับผูกหินไว้กับสลิงแล้วเหวี่ยงไม่ไป
9 คำคมที่ติดปากคนโง่
เป็นเหมือนหนามที่ติดมือคนเมา
10 คนที่จ้างคนโง่หรือคนเมาที่เดินผ่านมา
ก็เหมือนนักธนูที่ยิงไปเรื่อยไม่เลือกหน้า
11 คนโง่ที่กลับทำเรื่องโง่ๆซ้ำแล้วซ้ำอีก
เหมือนหมาที่กลับไปกินสิ่งที่มันอ้วกออกมา
12 คุณเคยเห็นคนที่คิดว่าตัวเองเป็นคนฉลาดไหม
ยังมีความหวังสำหรับคนโง่มากกว่าคนอย่างนั้นเสียอีก
13 คนขี้เกียจร้องว่า “มีสิงโตอยู่บนถนน
มีสิงโตอยู่ตามท้องถนน” เขาก็เลยไม่ออกไปจากบ้าน
14 คนขี้เกียจพลิกไปมาอยู่บนเตียง
เหมือนบานพับประตูที่พลิกไปมา
15 คนขี้เกียจซุกมือไว้ในชาม
ขี้เกียจแม้แต่จะยกอาหารเข้าปากตัวเอง
16 คนขี้เกียจคิดว่าเขานี้ฉลาดกว่า
คนเจ็ดคนที่ตอบอย่างมีเหตุมีผล
17 คนที่ชอบเข้าไปแส่เรื่องของคนอื่นที่กำลังทะเลาะกันอยู่
ก็เหมือนกับคนที่ดึงหูทั้งสองข้างของหมาจรจัดที่เดินผ่านมา
18 คนที่หลอกลวงเพื่อนบ้าน
แล้วแกล้งทำเป็นพูดว่า “แค่ล้อเล่น”
ก็เหมือนกับคนบ้าที่เที่ยวยิงธนูไฟมั่วๆออกไปฆ่าใครต่อใคร
20 ไม่มีฟืน ไฟก็ดับ
ไม่มีการซุบซิบนินทา การทะเลาะวิวาทก็หยุดลง
21 ถ่านหินก่อให้ไฟเผาไหม้ ฟืนก่อให้ไฟติด
คนชอบทะเลาะก็ก่อให้เกิดการขัดแย้งอยู่เรื่อยไป
22 คำซุบซิบนินทา
เป็นเหมือนอาหารอร่อย ที่ตกลงไปในท้องของผู้ฟัง
23 จูบที่แสนอบอุ่น แต่ซ่อนใจชั่วร้าย
เหมือนน้ำยาสีเงินที่เคลือบหม้อดินถูกๆ
24 ศัตรูก็แอบแฝงตัวเอง ภายใต้คำพูดที่อ่อนหวาน
แต่ภายในใจเขานั้น แอบซ่อนการหลอกลวงไว้
25 ถ้าเขาพูดสุภาพเรียบร้อย อย่าไปหลงเชื่อ
เพราะใจของเขามีแต่เรื่องชั่วช้าน่าขยะแขยงร้อยแปด
26 เขาปิดบังความเกลียดชังของเขาด้วยการหลอกลวง
แต่ความชั่วของเขาจะถูกเปิดโปงในที่สาธารณะ
27 คนที่ขุดหลุมพรางจะตกลงไปเอง
คนที่พยายามกลิ้งหินใส่คนอื่น มันจะกลิ้งกลับมาทับเขาเอง
28 ลิ้นที่โกหก เกลียดคนที่มันโกหก
แต่ปากที่ประจบประแจง
ก็ทำให้ตัวเองพินาศได้
271 ไม่ต้องคุยโวถึงวันพรุ่งนี้
เพราะเจ้าไม่รู้ว่า
แต่ละวันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
2 ให้คนอื่นเยินยอเจ้า ไม่ใช่จากปากของเจ้าเอง
ให้คนอื่นเยินยอ ไม่ใช่ออกมาจากริมฝีปากของเจ้าเอง
3 หินนั้นหนัก ทรายก็แบกยาก
แต่การยุแหย่ของคนโง่ ก็หนักยิ่งกว่าสองสิ่งนั้นอีก
4 ความโกรธนั้นโหดร้าย ทำลายได้เหมือนน้ำท่วม
แต่ใครจะทนต่อความอิจฉาริษยาได้
5 การต่อว่ากันต่อหน้า
ก็ยังดีกว่าความรักที่ไม่แสดงออก
6 บาดแผลที่เกิดจากเพื่อน
ก็มาจากความตั้งใจที่ดี
แต่รอยจูบมากมายของศัตรูนั้น ก็ไม่จริงใจ
7 คนที่อิ่มตื้อ รังเกียจแม้แต่น้ำผึ้ง
แต่คนที่หิวจัด ของขมก็ว่าหวาน
8 คนที่เร่ร่อนไปไกลบ้าน
ก็เหมือนกับนกบินร่อนไปห่างรัง
9 น้ำหอมและเครื่องหอมให้ความสุขกับเจ้า
แต่คำแนะนำอันอ่อนหวานของเพื่อน
ทำให้เจ้าสุขใจยิ่งกว่าความคิดตัวเอง
10 อย่าได้ทอดทิ้งเพื่อนของเจ้า
หรือเพื่อนของพ่อเจ้า
เจ้าจะได้ไม่ต้องไปหาพี่น้องของเจ้าตอนที่เจ้าเจอปัญหา
เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆก็ดีกว่าพี่น้องที่อยู่ห่างไกล
11 ลูกเอ๋ย ให้ฉลาดไว้ แล้วพ่อจะดีใจ
แล้วถ้ามีใครมาว่าพ่อ พ่อจะได้โต้ตอบไป
12 คนที่ฉลาดหลักแหลมเห็นอันตราย
ก็หลบเข้าที่กำบัง
แต่คนที่อ่อนต่อโลก
ก็เดินเข้าไปและได้รับอันตราย
13 หากเขามาค้ำประกันให้กับคนแปลกหน้า
ให้ยึดเสื้อผ้าของเขาเป็นเครื่องมัดจำ
หากเขาค้ำประกันให้กับคนต่างด้าว
ก็ให้ยึดเครื่องประกันของเขาไว้
14 คนที่มาอวยพรให้กับเพื่อนบ้านของเขา
ด้วยเสียงอันดังตอนเช้ามืด
เพื่อนบ้านคงถือว่าเป็นคำสาปแช่ง
15 ภรรยาที่ชอบชวนทะเลาะวิวาท
ก็เปรียบเหมือนหลังคาที่รั่วไม่หยุดในวันที่ฝนตก
16 จะหยุดยั้งเธอไว้ก็เหมือนพยายามหยุดยั้งลม
หรือพยายามกำน้ำมันด้วยมือ
17 เหล็กลับเหล็กให้คมได้
คนก็ลับเพื่อนของเขาได้
18 คนที่คอยดูแลต้นมะเดื่อ ก็ได้กินผลของมัน
คนที่คอยเอาใจใส่ดูแลเจ้านายของเขา
ก็จะได้รับรางวัล
19 จิตใจสะท้อนให้เห็นตัวตนที่แท้จริง
เหมือนกับน้ำที่สะท้อนให้เห็นใบหน้า
20 แดนคนตายและแดนพินาศไม่เคยอิ่ม
กิเลสของตาก็ไม่เคยอิ่มเหมือนกัน
21 เบ้าหลอมทำให้รู้ธาตุแท้ของเงิน
เตาหลอมทำให้รู้ธาตุแท้ของทอง
คำสรรเสริญทำให้รู้ธาตุแท้ของคน
22 ถึงจะเอาคนโง่ใส่ครก
แล้วตำด้วยสาก เหมือนตำเมล็ดข้าว
ความโง่ก็ยังไม่หลุดออกไปจากเขาอยู่ดี
23 ให้รู้จักสภาพฝูงแพะแกะของเจ้าให้ดี
ให้เอาใจใส่ดูแลฝูงสัตว์เหล่านั้น
24 เพราะความมั่งคั่งไม่อยู่ถาวรตลอดไป
และมงกุฎก็ไม่อยู่ตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน
25 ให้ตัดหญ้าเอามาเป็นฟาง
แล้วหญ้าใหม่ก็จะขึ้นมาแทน
และให้ขึ้นไปเก็บเกี่ยวหญ้าบนเนินเขา
26 แล้วเจ้าจะได้ตัดขนแกะมาทำเสื้อผ้า
เจ้าจะได้ขายแพะบางส่วนมาซื้อท้องทุ่ง
27 เจ้าจะมีนมแพะเหลือเฟือ
เป็นอาหารของเจ้าและของครัวเรือนเจ้า
และมีอาหารเลี้ยงดูพวกสาวใช้ของเจ้า
281 คนชั่วช้าวิ่งหนี ทั้งๆที่ไม่มีใครไล่ตาม
แต่คนดีนั้นกล้าหาญเหมือนสิงโต
2 ชนชาติที่มีแต่การกบฏก็เปลี่ยนผู้นำเป็นว่าเล่น
แต่ชนชาติที่มีผู้นำที่หัวไวและรอบรู้ จะมั่นคง
3 คนจนที่เอาเปรียบพวกคนจนด้วยกัน
ก็เหมือนกับน้ำฝนที่ไหลเชี่ยวไม่เหลือผลผลิตไว้เลย
4 คนที่ละทิ้งกฎของพระเจ้า
ก็สรรเสริญคนชั่วช้า
แต่คนที่เชื่อฟังกฎของพระเจ้า
ก็ต่อต้านคนชั่ว
5 คนชั่วไม่เข้าใจความยุติธรรม
แต่คนเหล่านั้นที่แสวงหาพระยาห์เวห์ เข้าใจมันอย่างครบถ้วน
6 จนแต่ซื่อสัตย์
ดีกว่ารวยแต่ขี้โกง
7 ลูกที่ฉลาด ก็เชื่อฟังกฎของพระเจ้า
แต่ลูกที่คบกับคนเสเพล นำความอับอายมาสู่พ่อของเขา
8 คนที่ร่ำรวยจากการขูดรีดดอกเบี้ยสูงๆ
สุดท้ายเงินนั้นก็จะตกไปเป็นของคนที่เมตตาคนจน
9 ถ้าใครหันหูไปจากกฎของพระเจ้า
พระองค์ก็จะขยะแขยง
แม้แต่จะฟังคำอธิษฐานของเขา
10 คนที่ชักจูงให้คนดีหลงไปในทางชั่ว
คนนั้นก็จะตกลงไปในหลุมกับดักของตัวเอง
แต่คนที่บริสุทธิ์นั้น ก็จะได้รับสิ่งที่ดีๆเป็นมรดก
11 คนรวยมองว่าตัวเองฉลาด แต่คนยากจนที่หัวไว
ก็จะมองคนรวยเหล่านั้นออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
12 เมื่อคนดีประสบความสำเร็จ ทุกคนก็ดีใจ
แต่เมื่อคนชั่วมีอำนาจขึ้น ทุกคนพากันหลบซ่อน
13 คนที่ปกปิดความผิดบาปของตัวเอง จะไม่เจริญรุ่งเรือง
แต่คนที่สารภาพและละทิ้งบาปเหล่านั้น จะพบกับความเมตตา
14 คนที่กลัวบาปก็น่านับถือจริงๆ
แต่คนดื้อรั้นจะตกอยู่ในความทุกข์ยากลำบาก
15 ผู้นำที่ชั่วช้าที่ปกครองอยู่เหนือชนชาติที่ยากจน
เป็นเหมือนสิงโตที่คำรามหรือหมีที่จู่โจมเข้าใส่
16 ผู้นำที่ขาดความเข้าใจคือเผด็จการจอมโหด
แต่คนที่เกลียดชังเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ก็จะปกครองเป็นเวลายาวนาน
17 อย่าไปช่วยคนที่มีความผิด
เพราะฆ่าคนอื่น
ปล่อยให้เขาหลบหนีไปจนตาย
18 คนที่เดินในทางสัตย์ซื่อ จะปลอดภัย
แต่คนที่เดินในทางคดโกง จะล้มลงอย่างฉับพลัน
19 คนที่ทำงานในไร่นาของตน จะมีอาหารอย่างเหลือเฟือ
แต่คนที่วิ่งไล่ตามสิ่งที่ไร้สาระ จะมีความยากจนอย่างเหลือเฟือ
20 คนซื่อสัตย์จะได้รับพระพรอย่างเหลือล้น
แต่คนที่คิดจะรวยทางลัด จะหนีไม่พ้นการลงโทษ
21 การลำเอียงนั้นไม่ดี
แต่ก็ยังมีบางคนยอมรับสินบนที่มีค่า
แค่ขนมปังชิ้นเดียว
22 คนโลภก็อยากรวยเร็วๆ
แต่หารู้ไม่ว่า เขาจะยากจนในเร็วๆนี้
23 คนที่ว่ากล่าวตักเตือนคนอื่น ทีหลังก็จะเป็นที่ชื่นชอบ
มากกว่าคนที่แกล้งยกยอคนอื่น
24 คนที่ขโมยของของพ่อแม่
แล้วบอกว่าไม่ผิด
ก็ไม่ต่างจากพวกอันธพาล
25 คนโลภมีแต่จะกวนให้ทะเลาะกัน
แต่คนที่ไว้วางใจในพระยาห์เวห์จะสมบูรณ์พูนสุข
26 คนที่ไว้วางใจในความคิดของตน คือคนโง่
แต่คนที่เดินตามสติปัญญาของครู
จะปลอดภัย
27 คนที่หยิบยื่นให้กับคนจน จะไม่มีวันจน
แต่คนที่ปิดหูปิดตาจากคนจน
จะถูกสาปแช่งมากมาย
28 เมื่อคนชั่วช้ามีอำนาจขึ้น ผู้คนต่างก็พากันแอบซ่อน
แต่เมื่อพวกเขาหมดอำนาจ คนดีจะกลับมามีอำนาจแทน
291 คนที่ถูกตักเตือนบ่อยๆแต่ยังหัวดื้อ
เขาจะถูกทำลายในพริบตา
เกินกว่าที่จะรักษาได้
2 เมื่อคนดีมีอำนาจ ผู้คนก็ชื่นชมยินดี
แต่เมื่อคนชั่วปกครอง ผู้คนก็คร่ำครวญ
3 คนที่รักสติปัญญา จะทำให้พ่อดีใจ
แต่คนที่คบกับพวกหญิงโสเภณี
จะสิ้นเนื้อประดาตัว
4 กษัตริย์ที่ยุติธรรม ทำให้ประเทศมั่นคง
แต่กษัตริย์ที่รีดไถภาษี
จะทำลายประเทศนั้น
5 คนที่ป้อยอเพื่อนบ้านเพื่อหวังผลตอบแทน
กำลังกางตาข่ายไว้ดักขาตัวเอง+ 29:5 ขาตัวเอง หรือ อาจจะแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ขาของเพื่อนบ้านเขา”
6 คนชั่วช้าก็ติดกับในความบาปของตัวเอง
แต่คนที่ทำตามใจพระเจ้าก็ร้องเพลงและดีใจ
7 คนยุติธรรมต้องการปกป้องสิทธิ์ของคนจน
แต่คนชั่วช้าไม่สนใจ
8 คนเย่อหยิ่งจองหองก็ทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ
แต่คนฉลาดดับไฟโกรธลง
9 เมื่อคนฉลาดขึ้นศาลกับคนโง่
คนโง่ก็เกรี้ยวกราดและหัวเราะเยาะ
หาข้อยุติไม่ได้
10 พวกกระหายเลือดเกลียดคนซื่อสัตย์
คนชั่วช้าก็ตามล่าชีวิตของคนซื่อสัตย์นั้น
11 คนโง่ก็ระบายความโกรธออกมาหมด
แต่คนฉลาดก็ระงับความโกรธไว้
12 ผู้นำที่ฟังความเท็จ
ข้าราชการของเขาก็พลอยชั่วช้าไปด้วย
13 ทั้งคนจนและคนที่ข่มเหงเขาเหมือนกันตรงนี้ คือ
พระยาห์เวห์ให้เขาทั้งสองเกิดมาเห็นแสงสว่าง
14 ถ้ากษัตริย์ตัดสินคนจนอย่างยุติธรรม
บัลลังก์ของเขาก็จะยั่งยืนตลอดไป
15 ไม้เรียวและคำดุด่าก่อให้เกิดสติปัญญา
แต่เด็กหนุ่มที่ถูกปล่อยให้ทำตามใจตัวเอง ก็จะทำให้แม่เขาอับอาย
16 เมื่อคนชั่วมีอำนาจ ความบาปก็เพิ่มขึ้น
แต่ในที่สุดคนดีจะได้เห็นคนชั่วเหล่านั้นล้มลง
17 ตีสอนลูกชายของเจ้า แล้วเจ้าจะไม่ต้องเป็นห่วงกังวลเขา
เขาจะทำให้จิตใจของเจ้าชื่นบาน
18 ที่ไหนที่ไม่มีการทรงนำจากพระเจ้า
คนก็จะไม่มีการยับยั้งชั่งใจ
แต่คนที่เชื่อฟังกฎของพระเจ้ามีเกียรติจริงๆ
19 แค่คำพูดอย่างเดียวปรับปรุงแก้ไขคนใช้
ไม่ได้หรอก
ถึงเขาจะเข้าใจ เขาก็ไม่เชื่อฟัง
20 ยังมีความหวังสำหรับคนโง่
มากกว่าคนปากไว
21 ถ้านายเอาใจทาสของเขาตั้งแต่เด็ก
ทาสคนนั้นจะเป็นคนดื้อด้าน
22 คนโมโหร้ายทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท
คนขี้โมโหก็ทำบาปมากมาย
23 ความเย่อหยิ่งจะทำให้คนตกต่ำ
แต่คนที่ถ่อมตัวจะได้รับเกียรติ
24 คนที่สมรู้ร่วมคิดกับโจรก็เกลียดตัวเอง
เขาไม่ยอมพูดความจริงในศาล ทั้งๆที่เขาจะต้องตกอยู่ใต้คำสาปแช่ง
25 การกลัวคนนั้นคนนี้ อาจกลายเป็นกับดัก
แต่คนที่ไว้วางใจในพระยาห์เวห์จะปลอดภัย
26 หลายคนมาขอความช่วยเหลือจากผู้นำ
แต่พระยาห์เวห์เท่านั้น ที่ให้ความยุติธรรมกับแต่ละคน
27 คนดีขยะแขยงคนไม่ยุติธรรม
คนชั่วขยะแขยงคนยุติธรรม
30คำพูดของอากูร์
1 คำพูดของอากูร์ ลูกชายของยาเคห์ จากเมืองมัสสา
อากูร์พูดว่า “ข้าแต่พระเจ้า
ข้าพเจ้าเหนื่อยล้าเหลือเกิน
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าเหนื่อยล้าเหลือเกิน
ข้าพเจ้าก็หมดเรี่ยวแรงแล้ว”
2 ข้านี่โง่เกินกว่าที่จะเป็นมนุษย์
ข้าไม่มีความเฉลียวฉลาดของมนุษย์เลย
3 ข้าไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสติปัญญา
และข้าก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
4 มีใครบ้างหรือที่ได้ขึ้นไปบนสวรรค์แล้วลงมา
มีใครบ้างหรือที่ได้กำสายลมทั้งหมด
ไว้ในอุ้งมือของเขา
มีใครบ้างหรือที่ได้ห่อมหาสมุทร
ไว้ในเสื้อของเขา
มีใครบ้างหรือที่ได้ตั้งขอบเขตของโลกนี้
คนนั้นมีชื่อว่าอะไร และลูกชายของเขาชื่อว่าอะไร
บอกข้าหน่อย ถ้าเจ้ารู้
5 คำพูดของพระเจ้าทุกคำ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจริง
พระองค์เป็นโล่กำบังให้กับคนที่เข้ามาลี้ภัยในพระองค์
6 สิ่งที่พระองค์ไม่ได้พูด
อย่าไปอ้างว่าพระองค์พูด
ไม่อย่างนั้นพระองค์จะมาตักเตือนเจ้า
แล้วเจ้าจะถูกเปิดโปงว่าพูดโกหก
7 พระองค์เจ้าข้า ก่อนที่ข้าพเจ้าจะตายข้าพเจ้าขอสองสิ่งจากพระองค์
ขอพระองค์อย่าได้ปฏิเสธข้าพเจ้าเลย
8 คือขอให้คำพูดหลอกลวงหรือโกหกอยู่ห่างไกลจากปากของข้าพเจ้า
และขออย่าให้ข้าพเจ้าจนเกินไปหรือรวยเกินไป
ขอโปรดเลี้ยงข้าพเจ้าให้มีกินพอดิบพอดี
9 ไม่อย่างนั้น ข้าพเจ้าอาจมีมากเกินไป
แล้วปฏิเสธพระองค์โดยพูดว่า “พระยาห์เวห์เป็นใครกัน”
หรือข้าพเจ้าอาจจะมีน้อยเกินไป แล้วไปขโมยเขากิน ซึ่งจะทำให้ชื่อเสียงของพระเจ้าของข้าพเจ้าเสื่อมเสียไป
คำคมอื่นๆ
10 อย่าได้นินทาทาสให้นายของเขาฟัง
ไม่อย่างนั้น ทาสคนนั้นอาจจะสาปแช่งเจ้า และเจ้าก็จะต้องรับโทษ
11 บางคนสาปแช่งพ่อตัวเอง
และไม่อวยพรแม่ตัวเอง
12 บางคนคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์
แต่พวกเขายังไม่ได้รับการชำระล้างจากความชั่วช้าของเขา
13 บางคนก็โคตรหยิ่งเลย
เชิดหน้าใส่คนอื่น
14 บางคนมีฟันเป็นดาบ
มีคางเป็นมีด
กลืนกินคนจนจนหมดโลก
คนขัดสนสูญพันธุ์ไปจากมนุษย์ชาติ
15 ปลิงตัวหนึ่งมีลูกตัวเมียสองตัว
พวกลูกพูดว่า “ขออีก ขออีก”
มีอยู่สามอย่างที่ไม่เคยอิ่ม
มีอยู่สี่อย่างที่ไม่เคยพูดว่า “พอแล้ว”
16 นั่นคือ แดนคนตาย ครรภ์ที่เป็นหมัน
แผ่นดินที่ไม่เคยอิ่มน้ำ
และก็ไฟที่ไม่เคยพูดว่า “พอแล้ว”
17 สายตาที่เย้ยหยันพ่อ
และดูถูกแม่ที่ชราแล้ว
จะถูกกาป่าจิกออกมา
และถูกพวกแร้งรุมทึ้งกิน
18 มีอยู่สามสิ่งที่ข้าตะลึงงัน
มีสี่สิ่งที่เกินความเข้าใจข้า
19 คือการบินของนกอินทรีในท้องฟ้า
การเลื้อยของงูบนหิน
การแล่นของเรือในใจกลางทะเล
และการร่วมรักของชายหญิง
20 นี่คือหนทางของหญิงที่มีชู้
นางกิน+ 30:20 กิน ในที่นี้หมายถึงการร่วมเพศ แล้วก็เช็ดปาก
และพูดว่า “ฉันไม่ได้ทำผิดอะไร”
21 แผ่นดินจะสั่นภายใต้สามสิ่งนี้
มีสี่สิ่งที่มันทนไม่ไหว
22 คือ เมื่อทาสกลายเป็นกษัตริย์
เมื่อคนโง่ มีกินอย่างเหลือเฟือ
23 เมื่อหญิงที่ไม่มีใครรักเลยยังได้แต่งงาน
และเมื่อสาวใช้มาแทนที่นายหญิงของเธอ
24 ในโลกนี้ มีอยู่สี่อย่างที่ตัวเล็กเหลือเกิน
แต่ก็ฉลาดมาก
25 คือพวกมดที่ไม่ค่อยแข็งแรง
แต่รู้จักเก็บสะสมอาหารไว้ในหน้าร้อน
26 พวกตัวชับฟาน+ 30:26 ตัวชับฟาน เป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม มีขาสั้นสี่ขา หูสั้นและหางสั้น มีขนาดเท่ากับกระต่ายตัวใหญ่ ที่มีแรงน้อย
แต่สามารถหาที่อยู่ตามซอกหิน
27 พวกตั๊กแตนที่ไม่มีกษัตริย์
แต่ออกไปเป็นขบวน
28 แล้วพวกตุ๊กแกแคระ ที่จับได้ด้วยมือเปล่า
แต่เจออยู่ในวังของกษัตริย์
29 มีสามสิ่งที่เคลื่อนไหวอย่างสง่างาม
มีสี่สิ่งที่ย่างก้าวอย่างสง่าผ่าเผย
30 คือสิงโต สัตว์ที่มีกำลังมากที่สุด
และไม่เคยถอยให้กับอะไรเลย
31 พ่อไก่ที่เดินเชิดหน้า แพะตัวผู้
และกษัตริย์ที่เดินนำหน้าประชาชนของพระองค์
32 ถ้าเจ้าไปอวดตัวอย่างโง่ๆ
และถ้าเจ้าวางแผนชั่วในใจ
ก็ให้เอามือปิดปากตัวเองซะ
33 กวนนม จะได้เนย
บิดจมูก จะได้เลือด
กวนโมโห เดี๋ยวได้เรื่อง
31คำพูดที่ฉลาดของแม่กษัตริย์เลมูเอล
1 คำพูดต่างๆของเลมูเอลกษัตริย์ของมัสสาซึ่งเป็นสิ่งที่แม่ของพระองค์สอนพระองค์มา
2 ลูกแม่ ฟังแม่ให้ดี
ลูกที่เกิดมาจากท้องของแม่ ฟังแม่ให้ดี
ลูกที่แม่ได้อธิษฐานขอมา ฟังแม่ให้ดี
3 ลูกแม่ อย่าไปหมดเรี่ยวแรงกับพวกผู้หญิง
อย่าสูญเสียพละกำลังของลูกให้กับ
ผู้หญิงพวกนั้นที่ทำลายพวกกษัตริย์
4 เลมูเอลเอ๋ย มันไม่เหมาะสมที่พวกกษัตริย์จะดื่มเหล้าองุ่นหรอก
พวกผู้นำไม่ควรจะหวนหาเบียร์
5 กลัวว่าเมื่อเขาดื่มเข้าไปแล้ว จะทำให้เขาลืมข้อกฎหมาย
แล้วไปทำให้คนจนไม่ได้รับสิทธิ์ที่ควรจะได้
6 เอาเบียร์ไปให้กับคนที่กำลังจะพินาศสิ
และเอาเหล้าองุ่นไปให้กับคนที่สิ้นหวังสิ
7 ให้เขาดื่มเพื่อลืมความยากจนของเขา
แล้วเขาจะได้ลืมปัญหาของเขาจนหมดสิ้น
8 อ้าปากพูดแทนคนที่ไม่มีสิทธิไม่มีเสียง
เพื่อสิทธิของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
9 อ้าปากของลูก พิพากษาอย่างยุติธรรม
และปกป้องสิทธิให้กับคนยากจนและคนขัดสน
เมียที่ยอดเยี่ยม
10 เมียที่ดีๆนั้น หาได้ยากมาก
เธอมีค่ายิ่งกว่าทับทิมมากนัก
11 จิตใจของสามีเธอก็ไว้วางใจในตัวเธอ
และเขาไม่ขาดสิ่งดีอะไรเลย
12 ตลอดชีวิตของเธอ
เธอนำประโยชน์มาให้เขา
ไม่ใช่ความเสียหาย
13 เธอหาขนแกะและปอ เอามาทำเสื้อผ้า
และเธอก็ทำงานด้วยมืออย่างมีความสุข
14 เธอเป็นเหมือนพวกเรือสินค้า
เธอนำอาหารมาจากที่ห่างไกล
15 เธอลุกขึ้นแต่เช้ามืด
เธอจัดเตรียมอาหารให้กับครัวเรือนของเธอ
และแบ่งงานให้กับพวกสาวใช้ทำ
16 เธอสำรวจไร่นาอย่างถี่ถ้วน แล้วซื้อมันมา และเธอก็ปลูกสวนองุ่นไว้ที่นั่น
เธอทำทั้งหมดนี้ด้วยเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง
17 เธอเตรียมตัวทำงานอย่างขยันขันแข็ง
และทุ่มเททำงานด้วยพละกำลังของเธอ
18 เธอรู้ว่าการค้าของเธอมีกำไร
เธอทำงานทั้งวันทั้งคืน ตะเกียงไม่เคยดับ
19 เธอจับไม้พันด้าย
และเธอก็ปั่นด้ายทำเสื้อเอง
20 เธอหยิบยื่นให้กับคนยากจน
และเธอก็ยื่นมือเข้าช่วยคนขัดสน
21 เมื่อหิมะตก เธอก็ไม่กลัวว่า ครัวเรือนของเธอจะหนาว
เพราะเธอได้เตรียมเสื้อผ้าอย่างดี
ที่ทำจากขนแกะสีแดงเข้ม
ให้กับครัวเรือนของเธอแล้ว
22 เธอทำผ้าปูที่นอนเอง
เสื้อผ้าของเธอก็เป็นผ้าลินินสีม่วงอย่างดี
23 สามีของเธอเป็นที่นับถือที่ประตูเมือง
เขานั่งอยู่ท่ามกลางผู้อาวุโสของแผ่นดิน
24 เธอทำเสื้อผ้าลินินและขายพวกมัน
และเธอก็จัดหาผ้าคาดเอวมาขายส่งให้กับพ่อค้า
25 ทุกคนมองว่าเธอมีพละกำลังและศักดิ์ศรี
เธอหัวเราะให้กับอนาคตที่กำลังจะมาถึง
26 เธออ้าปากพูดด้วยสติปัญญา
และลิ้นของเธอสอนอย่างสุภาพอ่อนโยน
27 เธอคอยควบคุมดูแลการงานต่างๆในครัวเรือนของเธอ
เธอกินอาหารที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง
28 ลูกๆของเธอยืนขึ้นพูดให้เกียรติกับเธอ
สามีของเธอก็ทำอย่างนั้นด้วย
และเขาก็ชมเธอ
29 ว่า “มีผู้หญิงจำนวนมากที่พิสูจน์ว่าตัวเองมีค่า
แต่เธอมีค่ากว่าพวกเขาทั้งหมด”
30 เสน่ห์เป็นเรื่องหลอกลวง และความสวยงามก็ไม่ยั่งยืน
แต่ผู้หญิงที่เกรงกลัวพระยาห์เวห์
สมควรจะได้รับคำยกย่อง
31 ให้เธอได้รับรางวัลสำหรับสิ่งที่เธอทำ
และให้การงานต่างๆของเธอ
นำเกียรติมาให้กับเธอ ที่ประตูเมือง