มาระโก

คำนำ

ผู้​เขียน​หนังสือ​มาระโก​คือ​ยอห์น มาระโก​ซึ่ง​ไม่​ได้​เป็น​ศิษย์เอก​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน​ของ​พระเยซู แต่​เขา​เป็น​เพื่อนร่วมงาน​กับ​ศิษย์เอก​ของ​พระเยซู​บางคน หนังสือ​มาระโก​เขียน​ให้​กับ​พวก​โรมัน​ที่​ไม่​ใช่​คน​ยิว​อ่าน

หนังสือ​มาระโกนี้ มาระโก​มี​วิธี​เขียน​ที่​กระชับ​และ​เน้น​การ​กระทำ เมื่อ​เทียบ​กับ​มัทธิว​หรือ ลูกา​แล้ว จะ​เห็น​ว่า​มาระโก​ไม่​บันทึก​คำสอน​ของ​พระเยซู​มาก​เท่าไร เขา​เน้น​ถึง​สิ่ง​ที่​พระเยซู​ทำ​ที่​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พระองค์​เป็น​พระบุตร​ของ​พระเจ้า​และ​ให้​เห็น​ว่า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ใกล้​จะ​มา​ถึง​แล้ว มาระโก​ตั้งใจ​อยาก​ให้​ประชาชน​เข้าใจ​ว่า​พระเยซู​ได้​ทำ​หน้าที่​ที่​พระเจ้า​ให้​มา คือ​การ​ช่วยเหลือ​มนุษย์​ให้​รอด​นั้น​สำเร็จ​ลง​ตอน​พระองค์​ตาย​บน​ไม้กางเขน และ​การ​ตาย​ของ​พระองค์​ได้​ทำ​ให้​ประชาชน​เข้าใจ​อย่าง​แท้จริง​ว่า​พระองค์​เป็น​ใคร และ​การ​ติดตาม​พระองค์​นั้น​เป็น​อย่างไร

1

คำ​เทศนา​ของ​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ

(มธ. 3:1-12; ลก. 3:1-9, 15-17; ยน. 1:19-28)

1 นี่​คือ​จุด​เริ่มต้น​ของ​ข่าวดี​เกี่ยว​กับ​พระเยซู​กษัตริย์​ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า 2 เรื่องนี้ เป็น​ไป​ตาม​ที่​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​เขียน​ไว้​ว่า

“ดูสิ เรา​จะ​ส่ง​ผู้​ส่งข่าว​ของ​เรา​นำ​หน้า​ท่าน​ไป​ก่อน

เขา​จะ​ไป​เตรียม​หนทาง​ให้​กับ​ท่าน”+ 1:2 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ มาลาคี 3:1

3 “มี​เสียง​ร้อง​ตะโกน​ของ​คน​หนึ่ง​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​ว่า

ให้​เตรียม​ทาง​สำหรับ​องค์​เจ้า​ชีวิต

และ​ทำ​ทาง​เดิน​นั้น​ให้​ตรง​สำหรับ​พระองค์”+ 1:3 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 40:3

4 แล้ว​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ มา​ปรากฏ​ตัว​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง และ​สั่งสอน​ว่า “ให้​กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่​และ​รับ​พิธีจุ่มน้ำ แล้ว​พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ความผิดบาป​ของ​พวก​คุณ” 5 คน​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​และ​คน​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​ได้​มาหา​ยอห์น​และ​สารภาพ​ความบาป​ทั้งหลาย​ของ​พวก​เขา ยอห์น​จึง​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้​กับ​พวก​เขา​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน 6 ยอห์น​ใส่​เสื้อผ้า​ที่​ทำ​จาก​ขน​อูฐ ใช้​หนัง​สัตว์​คาด​เอว กิน​ตั๊กแตน​และ​น้ำผึ้งป่า​เป็น​อาหาร 7 ยอห์น​ประกาศ​ว่า “จะ​มี​คน​หนึ่ง​มา​ที​หลัง​ผม เขา​จะ​ยิ่งใหญ่​กว่า​ผม​มาก แม้แต่​เชือก​รองเท้า​ของ​เขา ผม​ยัง​ไม่​มี​ค่า​พอ​ที่​จะ​ก้มลง​ไป​แก้​ให้ 8 ผม​ทำ​พิธีจุ่ม​ให้​พวก​คุณ​ด้วย​น้ำ แต่​เขา​คน​นั้น​จะ​จุ่ม​พวก​คุณ​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์”

พระเยซู​เข้า​พิธีจุ่มน้ำ

(มธ. 3:13-17; ลก. 3:21-22)

9 ใน​เวลา​นั้น พระเยซู​เดิน​ทาง​จาก​เมือง​นาซาเร็ธ​ใน​แคว้น​กาลิลี​ไป​ให้​ยอห์น​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน 10 ทันที​ที่​พระองค์​โผล่​พ้น​น้ำ​ขึ้น​มา ก็​เห็น​ท้องฟ้า​แหวก​ออก และ​เห็น​พระวิญญาณ​ที่​เหมือน​นก​พิราบ​ลง​มา​สถิต​อยู่​กับ​พระองค์ 11 มี​เสียง​จาก​สวรรค์​ว่า “ลูก​เป็น​ลูก​ที่รัก​ของ​พ่อ พ่อ​ภูมิใจ​ใน​ตัว​ลูก​มาก”

พระเยซู​ถูก​มาร​ทดลอง

(มธ. 4:1-11; ลก. 4:1-13)

12 เมื่อ​เสียง​นั้น​เงียบ​ลง พระวิญญาณ​ส่ง​พระเยซู​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง 13 ถึง​สี่สิบ​วัน พระองค์​อยู่​ที่​นั่น​กับ​สัตว์ป่า ซาตาน​มา​ลองใจ​พระองค์ หลังจาก​นั้น​พวก​ทูตสวรรค์​ได้​มา​ดูแล​พระองค์

พระเยซู​เริ่ม​งาน​ของ​พระองค์

(มธ. 4:12-17; ลก. 4:14-15)

14 หลังจาก​ที่​ยอห์น​ถูก​จับ​ขัง​คุก พระเยซู​ไป​ที่​แคว้น​กาลิลี​และ​เริ่ม​ประกาศ​ข่าวดี​ของ​พระเจ้า 15 พระองค์​ประกาศ​ว่า “ถึง​เวลา​แล้ว อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว+ 1:15 อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว หรือ อีก​ความ​หมาย​หนึ่ง​คือ อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ได้​มา​ถึง​แล้ว กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่​และ​เชื่อ​ใน​ข่าวดีนี้​สิ”

พระเยซู​เลือก​ลูกศิษย์

(มธ. 4:18-22; ลก. 5:1-11)

16 ขณะ​ที่​พระเยซู​เดิน​อยู่​ริม​ฝั่ง​ทะเลสาบ​กาลิลี พระองค์​เห็น​เปโตร+ 1:16 เปโตร หรือ ซีโมน กับ​อันดรูว์​น้องชาย​ของ​เขา​กำลัง​เหวี่ยง​แห​จับ​ปลา​กัน​อยู่ เพราะ​พวก​เขา​เป็น​ชาว​ประมง 17 พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ตาม​เรา​มา​เถอะ แล้ว​เรา​จะ​สอน​ให้​จับ​คน​แทน​จับ​ปลา” 18 พวก​เขา​จึง​ทิ้ง​แห​และ​ตาม​พระเยซู​ไป​ทันที

19 พระองค์​เดิน​ต่อ​ไป​อีก​นิด​หนึ่ง ก็​เห็น​ยากอบ​ลูกชาย​ของ​เศเบดี​กับ​ยอห์น​น้องชาย​ของ​เขา​กำลัง​ซ่อมแซม​แห​อยู่ 20 ทันใดนั้น​พระองค์​เรียก​พวก​เขา ทั้ง​สอง​ได้​ปล่อย​ให้​พ่อ​ของ​เขา​อยู่​ใน​เรือ​กับ​พวก​ลูกจ้าง แล้ว​ตาม​พระองค์​ไป

พระเยซู​ไล่​ผี​ชั่ว

(ลก. 4:31-37)

21 พระเยซู​กับ​พวก​ศิษย์​เข้า​ไป​ใน​เมือง​คาเปอรนาอุม เมื่อ​ถึง​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว และ​เริ่ม​สั่งสอน 22 ผู้คน​ทึ่ง​ใน​คำสอน​ของ​พระองค์​มาก เพราะ​พระองค์​สอน​อย่าง​คน​ที่​มี​สิทธิอำนาจ ซึ่ง​ไม่​เหมือน​กับ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​คน​อื่นๆ 23 แล้ว​จู่ๆ​ก็​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​ที่ประชุม​ที่​มี​ผีชั่ว​สิง​อยู่​ร้อง​ตะโกน​ขึ้น​มา​ว่า 24 “เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ มา​ยุ่ง​กับ​พวก​เรา​ทำไม จะ​มา​ทำลาย​พวก​เรา​เหรอ เรา​รู้​นะ​ว่า​ท่าน​เป็น​ใคร ท่าน​เป็น​องค์​พระ​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระเจ้า”

25 พระเยซู​ด่า​มัน​ว่า “หุบ​ปาก แล้ว​ออก​มา​ซะ” 26 เจ้า​ผีชั่ว​จึง​ทำ​ให้​ชาย​ที่​มัน​สิง​อยู่ ชักดิ้น​ชักงอ​และ​กรีด​ร้อง​เสียง​ดัง แล้ว​ก็​ออก​จาก​ร่าง​เขา​ไป

27 ทุก​คน​ประหลาด​ใจ​มาก​ถาม​กัน​อื้ออึง​ไป​หมด​ว่า “เกิด​อะไร​ขึ้น นี่​ต้อง​เป็น​คำสอน​ใหม่​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์เดช​แน่ๆ ขนาด​พวก​ผีชั่ว​ยัง​เชื่อฟัง​เขา​เลย” 28 แล้ว​ชื่อเสียง​ของ​พระองค์​ก็​ดัง​กระฉ่อน​ไป​ทั่ว​แคว้น​กาลิลี

พระเยซู​รักษา​คน​มากมาย

(มธ. 8:14-17; ลก. 4:38-41)

29 ทันที​ที่​พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​ออก​จาก​ที่ประชุม​มา​แล้ว พวก​เขา​ก็​ตรง​ดิ่ง​ไป​ที่​บ้าน​ของ​เปโตร​กับ​อันดรูว์ ยากอบ​กับ​ยอห์น​ก็​ไป​ด้วย 30 แม่ยาย​ของ​เปโตร​นอน​เป็น​ไข้​อยู่ พวก​เขา​รีบ​เล่า​อาการ​ของ​เธอ​ให้​พระองค์​ฟัง 31 พระองค์​เดิน​ไป​จับ​มือ​เธอ​พยุง​ขึ้น​มา เธอ​หาย​ไข้​ทันที แล้ว​ก็​มา​รับใช้​พระเยซู​กับ​พวก​ศิษย์

32 เย็น​นั้น​เมื่อ​ตะวันตก​ดิน​แล้ว ผู้คน​ต่าง​พา​คน​เจ็บไข้ได้ป่วย และ​คน​ที่​ถูก​ผีสิง​มาหา​พระองค์ 33 คน​ทั้ง​เมือง​ได้​มา​ออ​กัน​อยู่​ที่​หน้า​ประตู 34 พระองค์​ได้​รักษา​โรค​ต่างๆ​ให้​กับ​คน​มากมาย และ​ขับไล่​พวก​ผีชั่ว​ออก​ไป​หลาย​ตน​ด้วย แต่​พระองค์​ไม่​ยอม​ให้​พวก​ผีชั่ว​เหล่านี้​พูด เพราะ​พวก​มัน​รู้​ว่า​พระองค์​เป็น​ใคร

พระเยซู​เตรียม​บอก​เรื่อง​ข่าว​ดี

(ลก. 4:42-44)

35 วันรุ่งขึ้น พระเยซู​ตื่น​ออก​จาก​บ้าน​ไป​แต่​เช้ามืด เพื่อ​ไป​อธิษฐาน​ใน​ที่​เงียบสงบ 36 พอ​สาย​หน่อย เปโตร​และ​เพื่อนๆ​ก็​ออก​ตาม​หา​พระองค์​กัน 37 เมื่อ​เจอ​แล้ว​พวก​เขา​ก็​พูด​ว่า “ทุก​คน​กำลัง​ตาม​หา​อาจารย์​กัน​อยู่”

38 แต่​พระองค์​กลับ​ตอบ​ว่า “ให้​พวก​เรา​ไป​เมือง​อื่น​แถวๆ​นี้​กัน​เถอะ เรา​จะ​ได้​สั่งสอน​ที่​นั่น​ด้วย ที่​เรา​มา​ก็​เพื่อ​สั่งสอน​นี่​แหละ” 39 พระองค์​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​แคว้น​กาลิลี ประกาศ​สั่งสอน​ตาม​ที่​ประชุม​ชาวยิว และ​ขับผี​ชั่ว​หลาย​ตน​ออก​ไป

พระเยซู​รักษา​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง

(มธ. 8:1-4; ลก. 5:12-16)

40 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง เขา​มา​คุก​เข่า​อ้อนวอน​ต่อ​พระเยซู​ว่า “นายท่าน​ถ้า​ท่าน​อยาก​ช่วย ท่าน​ก็​ทำ​ให้​ผม​หาย​ได้”

41 พระองค์​รู้สึก​สงสาร พระองค์​จึง​ยื่น​มือ​ออก​ไป​แตะ​ตัว​เขา​แล้ว​พูด​ว่า “เรา​อยาก​ช่วย หาย​จาก​โรค​เถิด” 42 เขา​ก็​หาย ร่างกาย​สะอาด​เกลี้ยง​เกลา​ทันที

43 ก่อน​ที่​พระเยซู​จะ​ให้​เขา​ไป พระองค์​สั่ง​กำชับ​ว่า 44 “อย่า​ไป​เล่า​เรื่องนี้​ให้​ใคร​ฟัง แต่​ไป​ให้​นักบวช​ตรวจ​ดู และ​ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ตาม​ที่​โมเสส+ 1:44 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 14:1-32 สั่ง​ด้วย เพื่อ​คน​อื่น​จะ​ได้​รู้​ว่า​คุณ​หาย​แล้ว” 45 แต่​เมื่อ​ชาย​คนนี้​ออก​ไป เขา​ก็​ไป​เล่า​ให้​ใคร​ต่อ​ใคร​ฟัง​จน​รู้​กัน​ไป​ทั่ว ทำ​ให้​พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​เมือง​อย่าง​เปิดเผย​ไม่​ได้​อีก​ต่อ​ไป พระองค์​จึง​ต้อง​อยู่​นอก​เมือง แต่​ก็​ยัง​มี​คน​มากมาย​จาก​ทุกหน​ทุกแห่ง​หลั่งไหล​มาหา​พระองค์

2

พระเยซู​รักษา​คน​อัมพาต

(มธ. 9:1-8; ลก. 5:17-26)

1 ไม่​กี่​วัน​ต่อมา พระเยซู​ก็​เข้า​ไป​ใน​เมือง​คาเปอรนาอุม​อีก พอ​ชาวบ้าน​รู้​ข่าว​ว่า​พระองค์​กลับ​มา​อยู่​บ้าน​แล้ว 2 ก็​พา​กัน​มา​เต็ม​บ้าน​จน​ล้น​ออก​มา​แออัด​ยัดเยียด​กัน​อยู่​หน้า​ประตู และ​พระเยซู​ก็​สั่งสอน​พระคำ​ของ​พระเจ้า​ให้​กับ​พวก​เขา 3 มี​ชาย​สี่​คน​หาม​คน​เป็น​อัมพาต​มา​บน​เปล 4 แต่​เข้า​ไป​ไม่​ถึง​พระเยซู​เพราะ​คน​แน่น​มาก พวก​เขา​จึง​รื้อ​หลังคา​ตรง​กับ​ที่​พระองค์​นั่ง​อยู่​ออก แล้ว​หย่อน​เปล​ที่​คน​เป็น​อัมพาต​นั้น​นอน​อยู่​ลง​ไป 5 เมื่อ​พระองค์​เห็น​ความเชื่อ​ของ​พวก​เขา ก็​พูด​กับ​คน​เป็น​อัมพาต​ว่า “ลูก​รัก บาป​ของ​ลูก​ได้รับ​การอภัย​แล้ว”

6 มี​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​นั่ง​อยู่​ที่​นั่น​หลาย​คน พวก​เขา​คิด​ใน​ใจ​ว่า 7 “เอ๊ะ มัน​พูด​อย่างนี้​ได้​ไง แบบนี้​ดูหมิ่น​พระเจ้า​ชัดๆ​เพราะ​มี​แต่​พระเจ้า​เท่านั้น​ที่​ให้อภัย​บาป​ได้” 8 พระเยซู​รู้​ทันที​ว่า​พวก​เขา​กำลัง​คิด​อะไร​อยู่​จึง​พูด​ว่า “ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​คิด​อย่างนี้ 9 จะ​ให้​เรา​พูด​กับ​คน​เป็น​อัมพาต​คนนี้​ว่า ‘บาป​ของ​คุณ​ได้รับ​การอภัย​แล้ว’ หรือ​พูด​ว่า ‘ลุก​ขึ้น​พับ​เปล​แล้ว​เดิน​เถิด’ อัน​ไหน​จะ​ง่าย​กว่า​กัน 10 แต่​เพื่อ​ให้​พวก​คุณ​รู้​ว่า​บุตร​มนุษย์​มี​สิทธิอำนาจ​ใน​โลก​ที่​จะ​ให้อภัย​บาป​ได้” พระองค์​จึง​พูด​กับ​คน​เป็น​อัมพาต​ว่า 11 “เรา​สั่ง​ให้​คุณ​ลุก​ขึ้น เก็บ​เปล​แล้ว​กลับ​บ้าน​ได้​แล้ว” 12 เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ทันที เก็บ​เปล แล้ว​เดิน​ออก​ไป​ต่อหน้า​ต่อตา​ทุก​คน​ที่​มอง​อยู่​ด้วย​ความ​งุนงง พวก​เขา​จึง​ร้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า​และ​พูด​กัน​ว่า “พวก​เรา​ไม่​เคย​เห็น​อะไร​แบบนี้​มา​ก่อน​เลย”

พระเยซู​เลือก​เลวี

(มธ. 9:9-13; ลก. 5:27-32)

13 พระเยซู​ไป​ที่​ทะเลสาบ​อีก มี​คน​มาหา​พระองค์​เยอะ​มาก พระองค์​ก็​สั่งสอน​พวก​เขา 14 ขณะ​ที่​พระองค์​เดิน​มา​ตาม​ทาง​นั้น​ก็​เห็น​เลวี​ลูก​ของ​อัลเฟอัส​นั่ง​อยู่​ที่​ด่าน​เก็บ​ภาษี พระองค์​พูด​กับ​เขา​ว่า “ตาม​เรา​มา” เลวี​ก็​ลุก​ขึ้น​ตาม​พระองค์​ไป​ทันที

15 เย็น​นั้น​เมื่อ​พระองค์​กิน​อาหาร​อยู่​ที่​บ้าน​เลวี ก็​มี​พวก​คน​เก็บ​ภาษี และ​คน​บาป​จำนวน​มาก มา​กิน​อาหาร​ร่วม​กับ​พระองค์​และ​พวก​ศิษย์ มี​คน​พวกนี้​ที่​มา​ติด​ตาม​พระองค์​เยอะ​มาก 16 เมื่อ​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​บางคน​ที่​เป็น​พวก​ฟาริสี​เห็น​เข้า ก็​ถาม​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ว่า “ทำไม​เขา​ถึง​กิน​อาหาร​กับ​พวก​คน​เก็บ​ภาษี​และ​พวก​คน​บาป”

17 เมื่อ​พระองค์​ได้ยิน​ก็​ตอบ​ว่า “คน​สบาย​ดี​ไม่​ต้องการ​หมอ​หรอก แต่​คน​ป่วย​ต้องการ​หมอ เรา​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​เรียก​คนดี แต่​มา​เพื่อ​เรียก​คนบาป”

พระเยซู​แตกต่าง​จาก​ผู้นำ​ศาสนา

(มธ. 9:14-17; ลก. 5:33-39)

18 เวลา​นั้น​ศิษย์​ของ​ยอห์น​และ​ของ​พวก​ฟาริสี​กำลัง​อด​อาหาร​กัน​อยู่ มี​บาง​คน​มา​ถาม​พระเยซู​ว่า “ทำไม​ศิษย์​ของ​ยอห์น​และ​ของ​พวก​ฟาริสี​อด​อาหาร​กัน แต่​ทำไม​ศิษย์​ของ​ท่าน​ถึง​ไม่​ทำ​บ้าง​ล่ะ”

19 พระองค์​ตอบ​ว่า “เมื่อ​เจ้าบ่าว​ยัง​อยู่ เพื่อนๆ​ของ​เขา​จะ​อด​อาหาร​ได้​อย่าง​ไร เขา​จะ​ไม่​อด​อาหาร​ตอน​ที่​เจ้าบ่าว​ยัง​อยู่​หรอก 20 แต่​เมื่อ​ถึง​วัน​นั้น ที่​เจ้าบ่าว​ถูก​พราก​ไป​จาก​พวก​เขา แล้ว​พวก​เขา​ถึง​จะ​อด​อาหาร

21 ไม่​มี​ใคร​เอา​ผ้า​ที่​ยัง​ไม่​หด​มา​ปะ​เข้า​กับ​ผ้า​เก่า​หรอก เพราะ​เมื่อ​ชิ้น​ผ้า​ใหม่​หด ก็​จะ​ดึง​ผ้า​เก่า​ให้​ขาด​มาก​กว่า​เดิม 22 ไม่​มี​ใคร​เอา​เหล้า​องุ่น​ใหม่​เท​ใส่​ถุง​หนัง​เก่า​กัน เพราะ​เหล้า​องุ่น​ใหม่​จะ​ทำ​ให้​ถุง​หนัง​เก่า​แตก เสีย​ทั้ง​เหล้า​องุ่น​และ​ถุง​หนัง​เก่า เขา​ถึง​ได้​เอา​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ใส่​ใน​ถุง​หนัง​ใหม่​กัน”

ชาวยิว​บางคน​วิจารณ์​พระเยซู

(มธ. 12:1-8; ลก. 6:1-5)

23 มี​ครั้ง​หนึ่ง​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา พระเยซู​เดิน​ผ่าน​ทุ่ง​ข้าวสาลี ระหว่าง​นั้น​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ก็​เด็ด​ยอด​รวงข้าว​มา​ขยี้​เปลือก​ออก​แล้ว​กิน​กัน 24 เมื่อ​พวก​ฟาริสี​เห็น จึง​ถาม​พระเยซู​ว่า “ดู​นั่น​สิ พวก​ศิษย์​ของ​คุณ​กำลัง​ทำ​ผิด​กฎ​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา”

25 พระองค์​ก็​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​หรือ​ว่า​กษัตริย์​ดาวิด​ทำ​อะไร​ตอน​ที่​เขา​และ​ลูกน้อง​อดอยาก​หิวโหย 26 เขา​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​พระเจ้า​ซึ่ง​อาบีอาธาร์​เป็น​นักบวช​สูงสุด​อยู่​ใน​ตอน​นั้น และ​กิน​ขนมปัง​ศักดิ์สิทธิ์​ซึ่ง​ตาม​กฎ​แล้ว​มี​แต่​พวก​นักบวช​เท่านั้น​ที่​กิน​ได้ แล้ว​ยัง​แบ่ง​ให้​ลูกน้อง​กิน​อีก​ด้วย” 27 พระเยซู​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “พระเจ้า​ตั้ง​วัน​หยุด​ไว้​เพื่อ​ช่วย​มนุษย์ ไม่​ใช่​ให้​มนุษย์​ต้อง​มา​ลำบาก เพราะ​วัน​หยุด​นั้น 28 ยิ่งกว่า​นั้น บุตร​มนุษย์​ก็​เป็น​นาย​เหนือ​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​ด้วย”

3

พระเยซู​รักษา​คน​มือ​ลีบ

(มธ. 12:9-14; ลก. 6:6-11)

1 พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว​อีก มี​ชาย​มือ​ลีบ​คน​หนึ่ง​อยู่​ที่​นั่น 2 มี​บางคน​คอย​จ้อง​จับผิด​พระองค์​อยู่ เขา​กำลัง​ดู​ว่า​พระองค์​จะ​รักษา​ชาย​มือ​ลีบ​คน​นั้น​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​หรือ​ไม่ 3 พระองค์​พูด​กับ​คน​มือ​ลีบ​ว่า “มา​ข้าง​หน้า​นี้​หน่อย”

4 แล้ว​พระองค์​ก็​ถาม​พวก​เขา​ว่า “ตาม​กฎ​ของ​วัน​หยุด เรา​ควร​จะ​ทำ​ดี​หรือ​ทำ​ชั่ว ควร​ช่วย​ชีวิต​หรือ​ทำลาย​ชีวิต​ดี” แต่​พวก​เขา​เงียบ

5 พระเยซู​ทั้ง​โกรธ​และ​เสียใจ​มาก​ที่​พวก​เขา​มี​จิตใจ​ดื้อด้าน พระองค์​มอง​ไป​รอบๆ​แล้ว​พูด​กับ​คน​มือ​ลีบ​ว่า “ยืด​มือ​ออก​มา” ชาย​คน​นั้น​ยืด​มือ​ออก แล้ว​มือ​ของ​เขา​ก็​หาย​เป็น​ปกติ 6 เมื่อ​พวก​ฟาริสี​เห็น​อย่าง​นั้น​ก็​รีบ​ออก​ไป​ข้าง​นอก​เพื่อ​วางแผน​กับ​พรรคพวก​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​หา​ทาง​ฆ่า​พระเยซู

คน​ติดตาม​พระเยซู​เยอะ​มาก

7 พระเยซู​ไป​ที่​ทะเลสาบ​กาลิลี​กับ​พวก​ศิษย์ และ​มี​คน​มากมาย​ติดตาม​พระเยซู​มา ทั้ง​จาก​แคว้น​กาลิลี แคว้น​ยูเดีย 8 เมือง​เยรูซาเล็ม เมือง​เอโดม แคว้น​ต่างๆ​ที่​อยู่​ฝั่ง​ตรง​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​จาก​บริเวณ​รอบๆ​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซดอน เพราะ​ได้ยิน​ถึง​เรื่อง​ต่างๆ​ที่​พระองค์​ทำ 9 เนื่อง​จาก​คน​เยอะ​มาก พระองค์​จึง​สั่ง​พวก​ศิษย์​ให้​เตรียม​เรือ​ให้​พระองค์​ลำ​หนึ่ง​เพื่อ​กัน​ฝูงชน​ไม่​ให้​มา​เบียดเสียด​พระองค์ 10 คน​ที่​เป็น​โรค​ต่างๆ​เบียดเสียด​กัน​เข้า​มา​เพื่อ​จับต้อง​พระองค์ เพราะ​พระองค์​ได้​รักษา​คน​เป็น​จำนวน​มาก 11 เมื่อไร​ก็​ตาม​ที่​พวก​ผี​ชั่ว​เห็น​พระองค์ พวก​มัน​ก็​จะ​ก้ม​ลง​กราบ และ​ตะโกน​ว่า “ท่าน​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า” 12 แต่​พระองค์​สั่ง​ห้าม​พวก​ผี​ชั่ว​อย่าง​เด็ดขาด​ห้าม​บอก​คน​อื่น​ว่า​พระองค์​เป็น​ใคร

พระเยซู​เลือก​ศิษย์เอก​สิบสอง​คน

(มธ. 10:1-4; ลก. 6:12-16)

13 พระเยซู​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​แห่ง​หนึ่ง และ​เรียก​คน​ที่​พระองค์​ต้องการ​ให้​มา​ติด​ตาม​พระองค์ แล้ว​พวก​เขา​ก็​มา 14 ทั้งหมด​มี​สิบสอง​คน พระองค์​แต่งตั้ง​ทั้ง​สิบสอง​คนนี้​ให้​เป็น​ศิษย์​เอก​เพื่อ​จะ​ได้​มา​อยู่​กับ​พระองค์ และ​พระองค์​ต้องการ​ที่​จะ​ส่ง​พวก​เขา​ออก​ไป​สั่งสอน​ด้วย 15 พระองค์​ให้​พวก​เขา​มี​อำนาจ​ที่​จะ​ขับไล่​ผี​ชั่ว​ด้วย 16 ศิษย์​ทั้ง​สิบสอง​คนนี้​มี​ชื่อ​ว่า

ซีโมน คน​ที่​พระองค์​ตั้ง​ชื่อ​ใหม่​ให้​ว่า​เปโตร

17 ยากอบ​ลูก​ของ​เศเบดี​และ​ยอห์น​น้อง​ของ​ยากอบ ทั้ง​สอง​คนนี้​พระองค์​ได้​ให้​ชื่อ​ใหม่​ว่า โบอาเนอเย “ลูก​ฟ้าร้อง”

18 อันดรูว์

ฟีลิป

บารโธโลมิว

มัทธิว

โธมัส

ยากอบ ลูก​ของ​อัลเฟอัส

ธัดเดอัส

ซีโมน ผู้​มี​ใจ​จดจ่อ​กับ​พระเจ้า

19 และ​ยูดาส​อิสคาริโอท ซึ่ง​คือ​คน​ที่​ตอนหลัง​ได้​หักหลัง​พระเยซู

พระเยซู​กับ​เบเอลเซบูล

(มธ. 12:22-32; ลก. 11:14-23; 12:10)

20 จาก​นั้น​พระองค์​กลับ​บ้าน และ​ฝูงชน​มา​ยืน​ออ​กัน​อยู่​ที่​นั่น​อีก จน​ทำ​ให้​พระเยซู​และ​ศิษย์เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​ไม่​มี​เวลา​แม้​แต่​จะ​กิน​ข้าว 21 เมื่อ​ครอบครัว​ของ​พระเยซู​ได้ยิน​ข่าวนี้ ก็​พา​กัน​มา​เพื่อ​จับ​ตัว​พระองค์​กลับ​บ้าน เพราะ​คิด​ว่า​พระองค์​เป็น​บ้า​ไป​แล้ว

22 มี​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ที่​มา​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​พูด​กัน​ว่า “เขา​ถูก​เบเอลเซบูล หัวหน้า​ผี​เข้าสิง ก็​เลย​มี​ฤทธิ์​ขับไล่​ผี​อื่นๆ​ไป”

23 พระเยซู​จึง​เรียก​พวก​เขา​มา​ใกล้ๆ​แล้ว​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​ฟัง​ว่า “ซาตาน​จะ​ขับ​ไล่​ตัว​มัน​เอง​ได้​เหรอ 24 ถ้า​อาณาจักร​ไหน​แตกแยก​กัน​เอง อาณาจักร​นั้น​ก็​จะ​ตั้ง​อยู่​ต่อ​ไป​ไม่​ได้ 25 หรือ​ถ้า​ครัวเรือน​ไหน​แตกแยก​กัน​เอง ครัวเรือน​นั้น​ก็​จะ​ตั้ง​อยู่​ไม่​ได้ 26 เช่น​เดียว​กัน ถ้า​ซาตาน​ต่อสู้​กับ​ตัว​มัน​เอง มัน​ก็​ตั้ง​อยู่​ไม่​ได้ แต่​ถึง​จุด​จบ​แล้ว 27 จริงๆ​แล้ว ไม่​มี​ใคร​บุก​เข้า​ไป​ปล้น​บ้าน​ของ​คน​ที่​แข็งแรง​ได้ นอก​จาก​จะ​มัด​เจ้า​ของ​บ้าน​ที่​แข็งแรง​นั้น​ไว้​ก่อน​จึง​จะ​ปล้น​ข้าวของ​ใน​บ้าน​ได้ 28 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ให้​กับ​ความบาป​ทุก​ชนิด​และ​คำหมิ่นประมาท​ทุก​อย่าง 29 แต่​พระเจ้า​จะ​ไม่​มี​วัน​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​ที่​พูด​หมิ่น​ประมาท​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ คน​ที่​ทำ​อย่าง​นั้น​จะ​ไม่​ได้รับ​การอภัย​ตลอด​ไป”

30 ที่​พระองค์​พูด​อย่างนี้​ก็​เพราะ​มี​บาง​คน​กล่าว​หา​ว่า​พระองค์​มี​ผี​ชั่ว​สิง​อยู่

ครอบครัว​ที่​แท้​จริง​ของ​พระเยซู

(มธ. 12:46-50; ลก. 8:19-21)

31 เวลา​นั้น​แม่​และ​น้องๆ​ของ​พระองค์​ก็​มา​ถึง​และ​ยืน​คอย​อยู่​ข้าง​นอก เขา​ส่ง​คน​เข้า​ไป​ตาม​พระเยซู​ออก​มา 32 ตอน​นั้น​มี​คน​นั่ง​ล้อมรอบ​พระองค์​อยู่​เต็ม​ไป​หมด มี​คน​มา​บอก​พระองค์​ว่า “แม่​กับ​พวก​น้องชาย​และ​น้องสาว​ของ​อาจารย์​ถาม​หา​อาจารย์​อยู่​ด้านนอก​ครับ”

33 พระองค์​ก็​ตอบ​ว่า “ใคร​เป็น​แม่​และ​พี่น้อง​ของ​เรา” 34 แล้ว​พระองค์​ก็​มอง​ไป​ยัง​คน​ที่​นั่ง​ล้อม​รอบ​พระองค์​อยู่​และ​พูด​ว่า “พวก​คุณ​นี่​ไง ที่​เป็น​แม่​และ​พี่น้อง​ของ​เรา 35 คน​ที่​ทำ​ตาม​ใจ​พระเจ้า​คน​นั้น​แหละ​คือ​พี่น้อง​ชาย​หญิง​และ​แม่​ของ​เรา”

4

เรื่อง​ชาวนา​หว่าน​พืช

(มธ. 13:1-9; ลก. 8:4-8)

1 พระองค์​สั่งสอน​อยู่​ริม​ทะเลสาบ​อีก มี​คน​เป็น​จำนวน​มาก​มา​ห้อมล้อม​พระองค์ พระองค์​จึง​ลง​ไป​นั่ง​อยู่​ใน​เรือ​แล้ว​ลอย​อยู่​ข้างๆ​ฝั่ง ส่วน​ประชาชน​ยืน​ฟัง​อยู่​ริม​ฝั่ง 2 พระเยซู​ใช้​เรื่อง​เปรียบเทียบ​สอน​พวก​เขา​หลาย​อย่าง พระองค์​เล่า​ให้​ฟัง​ว่า 3 “ฟัง​ให้​ดีๆ​มี​ชาว​นา​คน​หนึ่ง​ออก​ไป​หว่าน​เมล็ด​พืช 4 ขณะ​ที่​หว่าน​อยู่​นั้น บาง​เมล็ด​ก็​ตก​บน​ทาง​เดิน นก​ก็​มา​จิก​กิน​หมด 5 บาง​เมล็ด​ก็​ตก​บน​ดิน​ที่​ชั้น​ล่าง​เป็น​หิน มี​ดิน​ไม่​มาก เมล็ด​นั้น​ก็​งอก​ขึ้น​อย่าง​รวดเร็ว​แต่​เนื่อง​จาก​มี​ดิน​ไม่​ลึก 6 เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น​พืช​นั้น​ถูก​แดด​แผดเผา​และ​เนื่อง​จาก​มี​ราก​ตื้นๆ​พืช​นั้น​ก็​เหี่ยวแห้ง​ตาย​ไป 7 บาง​เมล็ด​ตก​ใน​พง​หนาม หนาม​ก็​งอก​ขึ้น​มา​ปกคลุม​พืช​นั้น​ไว้​จึง​ไม่​ออก​ดอก​ออก​ผล 8 และ​บาง​เมล็ด​ตก​ลง​ใน​ดิน​ดี​ก็​เจริญ​งอก​งาม​ขึ้น​มา​เกิด​ดอก​ออก​ผล​สามสิบ​เท่า​บ้าง หกสิบ​เท่า​บ้าง และ​หนึ่งร้อย​เท่า​บ้าง”

9 แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​ว่า “ใคร​มี​หู​ก็​ฟัง​ไว้​ให้​ดี”

สาเหตุ​ที่​พระเยซู​ใช้​เรื่อง​เปรียบเทียบ

(มธ. 13:10-17; ลก. 8:9-10)

10 ต่อมา​เมื่อ​พระเยซู​อยู่​คน​เดียว ศิษย์​ทั้ง​สิบสอง​คน​พร้อม​กับ​คน​ที่​ติดตาม​ก็​มา​ถาม​ถึง​ความหมาย​ของ​เรื่อง​เปรียบเทียบ​พวก​นั้น

11 พระองค์​บอก​ว่า “มี​แต่​พวก​คุณ​เท่า​นั้น​ที่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้เรื่อง​ความลับ​ของ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​นี้ ส่วน​พวก​คน​นอก​นั้น​เรา​จะ​ใช้​แต่​เรื่อง​เปรียบเทียบ​สอน 12 เพื่อ​ว่า

‘พวก​เขา​จะ​ดู​แล้ว​ดู​อีก แต่​ก็​จะ​ไม่​เห็น

ฟัง​แล้ว​ฟัง​อีก แต่​ก็​จะ​ไม่​เข้าใจ เพราะ​ถ้า​เขา​เห็น​และ​เข้าใจ

เขา​จะ​กลับ​มา​หา​พระเจ้า​และ​ได้รับ​การยกโทษ’”+ 4:12 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 6:9-10

พระเยซู​อธิบาย​เรื่อง​ชาวนา​หว่าน​พืช

(มธ. 13:18-23; ลก. 8:11-15)

13 แล้ว​พระองค์​ถาม​พวก​เขา​ว่า “คุณ​ยัง​ไม่​เข้าใจ​เรื่อง​เปรียบเทียบ​เรื่องนี้​อีก​หรือ แล้ว​คุณ​จะ​ไป​เข้าใจ​เรื่อง​เปรียบเทียบ​อื่นๆ​ได้​ยังไง 14 ชาวนา​คนนี้​หว่าน​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า 15 เมล็ด​ที่​ตกลง​บน​ถนน​หนทาง​ก็​เหมือน​กับ​คน​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า แต่​ซาตาน​มา​แย่ง​เอา​ถ้อยคำ​ที่​ได้​หว่าน​ไว้​ใน​พวก​เขา​นั้น​ไป​ทันที 16 ส่วน​เมล็ด​ที่​ตก​ลง​บน​ดิน​ตื้นๆ​ที่​มี​หิน​อยู่​ข้างล่าง ก็​เหมือน​กับ​คน​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ​นั้น แล้ว​รีบ​รับ​ไว้​ด้วย​ความ​ยินดี 17 แต่​ราก​ไม่​ลึก​จึง​ไม่​ทนทาน เมื่อ​เจอ​กับ​ความทุกข์​เดือด​ร้อน​หรือ​ถูก​ข่มเหง​เพราะ​เชื่อ​ใน​ถ้อยคำ​นั้น เขา​ก็​เลิก​เชื่อ​ทันที 18 เมล็ด​ที่​ตกลง​ใน​พง​หนาม​ก็​เหมือน​กับ​คน​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ​แล้ว 19 แต่​ยัง​เป็น​ห่วง​กังวล​เกี่ยวกับ​ชีวิต​ใน​โลกนี้ หลง​ไหล​อยู่​กับ​ทรัพย์​สมบัติ​และ​ความโลภ​ที่​ไม่​สิ้นสุด สิ่ง​เหล่านี้​มา​คลุม​ถ้อยคำ​ไว้​เลย​ไม่​เกิด​ผล 20 เมล็ด​ที่​ตกใน​ดิน​ดี ก็​เหมือน​กับ​คน​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ​แล้ว​รับ​ไว้ และ​ออกดอก​ออกผล สามสิบ​เท่า​บ้าง หกสิบ​เท่า​บ้าง และ​หนึ่งร้อย​เท่า​บ้าง”

ให้​ใช้​สิ่ง​ที่​มี​อยู่

(ลก. 8:16-18)

21 แล้ว​พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “มี​ใคร​บ้าง​ที่​จุด​ตะเกียง​แล้ว​เอา​ไป​ไว้​ใต้​ถัง​หรือ​ใต้​เตียง เขา​จุด​ตะเกียง​เอา​ไว้​บน​เชิง​ตะเกียง​ไม่​ใช่​หรือ 22 สิง​ใด​ที่​แอบ​ซ่อน​อยู่​จะ​ถูก​เปิดโปง และ​ความลับ​ทุก​อย่าง​จะ​ถูก​เปิดเผย​หมด 23 ใคร​มี​หู​ก็​ฟัง​ไว้​ดีๆ”

24 พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​อีก​ว่า “คิด​ให้​ดีๆ​ใน​สิ่ง​ที่​คุณ​ได้​ฟัง ยิ่ง​ทำ​อย่างนี้​มาก​เท่าไร ก็​จะ​ยิ่ง​เข้าใจ​มาก​ขึ้น​เท่านั้น และ​จะ​ได้​มาก​กว่า​นั้น​เสีย​ด้วย​ซ้ำ 25 คน​ที่​เข้าใจ​อยู่​แล้ว​ก็​จะ​เข้าใจ​มาก​ยิ่ง​ขึ้น ส่วน​คน​ที่​ไม่​เข้าใจ​แล้ว​ยัง​ไม่​สนใจ​ฟัง​อีก แม้​สิ่ง​ที่​เขาเข้า​ใจ​ก็​จะ​หาย​ไป​ด้วย”

เรื่อง​เปรียบเทียบ​การงอก​ของ​เมล็ด​พืช

26 พระองค์​พูด​ต่อว่า “อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เปรียบ​เหมือน​กับ​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​หว่าน​เมล็ด​พืช​ลง​ใน​ดิน 27 ไม่ว่า​ชาย​คน​นั้น​จะ​หลับ​หรือ​ตื่น พืช​นั้น​ก็​แตก​หน่อ​และ​เจริญ​งอก​งาม​ขึ้น​เรื่อยๆ​ทุก​วัน​ทุก​คืน โดย​ที่​ชาย​คนนี้​ไม่​รู้​ว่า​มัน​งอก​ขึ้น​มา​ได้​ยังไง 28 เพราะ​ดิน​เป็น​ตัว​ที่​ทำ​ให้​เมล็ด​พืช​นั้น​งอก​ขึ้น​เป็น​ลำต้น เริ่ม​จาก​ต้น​อ่อน​ก่อน​แล้ว​ต่อมา​ก็​เป็น​รวง และ​มี​เมล็ด​เต็ม​รวง 29 เมื่อ​เมล็ด​สุก​เหลือง​อร่าม​ชาวนา​ก็​รีบ​เอา​เคียว​มา​เกี่ยว​พืช​ทันที เพราะ​ถึง​ฤดู​เก็บเกี่ยว​แล้ว”

เมล็ด​มัสตาร์ด

(มธ. 13:31-32, 34-35; ลก. 13:18-19)

30 แล้ว​พระองค์​ก็​ถาม​ว่า “จะ​เปรียบเทียบ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​อะไร​ดี เปรียบเทียบ​กับ​เรื่อง​อะไร​ให้​ฟัง​ดี 31 เปรียบ​กับ​เมล็ด​มัสตาร์ด​ก็​แล้ว​กัน เมล็ด​ชนิดนี้​ตอน​ที่​ปลูก​ลง​ใน​ดิน​นั้น​มัน​เล็ก​มาก 32 แต่​พอ​โต​ขึ้น​มา​กลาย​เป็น​ต้น​ที่​ใหญ่​ที่สุด​ใน​พวก​พืช​สวนครัว​ทั้งหมด และ​ได้​แผ่​กิ่งก้าน​สาขา​จน​นก​มา​ทำ​รัง​ใต้​ร่ม​ไม้​ได้” 33 พระองค์​ใช้​เรื่อง​แบบนี้​อีก​หลาย​เรื่อง​สั่งสอน​ฝูงชน เกี่ยว​กับ​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า​เท่า​ที่​พวก​เขา​จะ​รับ​ไหว 34 พระองค์​เล่า​ทุก​เรื่อง​โดย​ใช้​เรื่อง​เปรียบเทียบ​หมด และ​เมื่อ​อยู่​กัน​ตาม​ลำพัง​กับ​ศิษย์​พระองค์​ก็​จะ​อธิบาย​ให้​พวก​เขา​เข้าใจ​ทุก​อย่าง

พระเยซู​ห้าม​พายุ

(มธ. 8:23-27; ลก. 8:22-25)

35 ใน​เย็น​วัน​นั้น​พระองค์​บอก​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “ข้าม​ไป​ฝั่ง​โน้น​กัน​เถอะ” 36 พวก​เขา​ก็​ทิ้ง​ฝูงชน​มา​ขึ้น​เรือ​ที่​พระเยซู​นั่ง​อยู่​ก่อน​แล้ว มี​เรือ​ลำ​อื่นๆ​ตาม​ไป​ด้วย 37 มี​พายุ​ใหญ่​เกิด​ขึ้น ทำ​ให้​คลื่น​ซัด​น้ำ​เข้า​มา​จน​เกือบ​เต็ม​ลำ​เรือ 38 แต่​พระเยซู​ยัง​นอน​หนุน​หมอน​หลับ​อยู่​ท้าย​เรือ พวก​ศิษย์​จึง​มา​ปลุก​พระองค์​และ​บอก​ว่า “อาจารย์ ไม่​ห่วง​กัน​บ้าง​เลย​หรือ พวก​เรา​กำลัง​จะ​จมน้ำ​ตาย​กัน​อยู่​แล้ว”

39 พระองค์​จึง​ลุก​ขึ้น​สั่ง​ห้าม​ลม​และ​คลื่น​ว่า “เงียบ​สงบ​ซะ” และ​ทันใดนั้น​เอง ลม​ก็​หยุด​พัด​และ​คลื่น​ก็​สงบ​ลง

40 แล้ว​พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “กลัว​อะไร​กัน ยัง​ไม่​ไว้​วางใจ​เรา​อีก​หรือ” 41 แต่​พวก​เขา​กลับ​กลัว​มาก​และ​พูด​กัน​ว่า “คนนี้​เป็น​ใคร​กัน​นะ ขนาด​ลม​และ​คลื่น​ยัง​ฟัง​เขา​เลย”

5

พระเยซู​รักษา​ชาย​ที่​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง

(มธ. 8:28-34; ลก. 8:26-39)

1 พวก​เขา​มา​ถึง​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​ทะเลสาบ ซึ่ง​เป็น​ที่​อยู่​ของ​ชาว​เมือง​เกราซา+ 5:1 เกราซา มัทธิว 8:28 เขียน​ว่า กาดารา2 เมื่อ​พระเยซู​ลง​จาก​เรือ​ก็​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​อยู่​วิ่ง​จาก​อุโมงค์ฝังศพ​ตรง​เข้า​มาหา​พระองค์​ทันที 3 ชาย​คนนี้​อาศัย​อยู่​ตาม​อุโมงค์ฝังศพ ไม่​มี​ใคร​จับ​เขา​ไว้​ได้ แม้แต่​โซ่​ก็​ล่าม​ไม่​อยู่ 4 เพราะ​เขา​ถูก​ล่าม​โซ่​ที่​มือ​และ​เท้า​อยู่​บ่อยๆ​แต่​เขา​ก็​กระชาก​มัน​ขาด​ทุก​ครั้ง จน​ไม่​มี​ใคร​ควบคุม​เขา​ได้​อีก​แล้ว 5 เขา​จะ​เดิน​ไป​เดิน​มา​ตาม​อุโมงค์ฝังศพ​และ​ตาม​ภูเขา​ต่างๆ​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน ร้อง​ตะโกน​อย่าง​บ้าคลั่ง​และ​เอา​หิน​กรีด​ตาม​เนื้อตัว

6 เมื่อ​เขา​เห็น​พระเยซู​แต่​ไกล​ก็​วิ่ง​เข้า​มา​ก้มกราบ​พระองค์ 7 แล้ว​ร้อง​ตะโกน​สุด​เสียง​ว่า “เยซู บุตร​ของ​พระเจ้า​สูงสุด มา​ยุ่ง​กับ​ข้า​ทำไม ช่วย​สัญญา​ต่อ​พระเจ้า​หน่อย​ว่า​จะ​ไม่​ทรมาน​ข้า” 8 ผี​พูด​อย่างนี้​เพราะ​พระเยซู​บอก​มัน​ว่า “ไอ้​ผี​ชั่ว ออก​จาก​คน​นั้น​ซะ”

9 พระเยซู​ถาม​มัน​ว่า “เอ็ง​ชื่อ​อะไร” มัน​ตอบ​ว่า “ชื่อ​กอง+ 5:9 กอง หนึ่ง​กอง​ของ​ทหาร​โรมัน​ใน​สมัย​โบราณ​มี​ทหาร​ประมาณ​สามพัน​ถึง​หกพัน​คน เพราะ​เรา​มี​กัน​หลาย​ตน​อยู่​ใน​ร่างนี้” 10 มัน​ได้​อ้อนวอน​พระองค์​ครั้งแล้ว​ครั้งเล่า ไม่​ให้​พระองค์​ไล่​มัน​ไป​จาก​บริเวณ​นั้น

11 มี​หมู​ฝูง​ใหญ่​ถูก​ปล่อย​ให้​หา​กิน​อยู่​ตาม​ไหล่​เขา​แถวๆ​นั้น 12 พวก​ผี​ชั่ว​ขอร้อง​พระเยซู​ว่า “ช่วย​ส่ง​เรา​เข้า​ไป​ใน​หมู​ฝูง​นั้น​เถอะ ขอ​ให้​เรา​ไป​สิง​พวก​มัน​แทน” 13 พระองค์​ก็​ยอม​ให้​พวก​มัน​ทำ​อย่าง​นั้น พวก​ผี​ชั่ว​จึง​ออก​จาก​ร่าง​ชาย​คนนี้​ไป​เข้า​สิง​ฝูง​หมู​แทน หมู​ทั้ง​ฝูง​ซึ่ง​มี​ประมาณ​สองพัน​ตัว​ก็​วิ่ง​กรู​กัน​จาก​ไหล่​เขา​สูงชัน​ลง​สู่​ทะเลสาบ​และ​จมน้ำ​ตาย​หมด

14 พวก​คน​เลี้ยง​หมู​วิ่ง​เข้า​ไป​เล่า​เรื่องนี้​ให้​คน​ใน​เมือง​และ​ใน​ชนบท​ฟัง พวก​เขา​ออก​มา​ดู​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น 15 เขา​พา​กัน​มา​หา​พระเยซู และ​เห็น​ชาย​คน​ที่​เคย​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​นั่ง​อยู่​ที่​นั่น ใส่​เสื้อผ้า​เรียบร้อย​และ​สงบ​สติ​ดี พวก​เขา​ก็​กลัว​มาก 16 คน​ที่​เห็น​เหตุการณ์​ได้​เล่า​ให้​พวก​นั้น​ฟัง​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​คน​ที่​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​และ​กับ​ฝูง​หมู 17 พวก​นั้น​จึง​ขอร้อง​ให้​พระองค์​ไป​จาก​เขต​เมือง​ของ​เขา

18 ใน​ขณะ​ที่​พระองค์​ลง​เรือ ชาย​คน​ที่​เคย​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​ก็​ขอ​ตาม​พระองค์​ไป​ด้วย

19 พระองค์​ไม่​ยอม​ให้​เขา​ไป​ด้วย แต่​บอก​เขา​ว่า “กลับ​บ้าน​ไปหา​ครอบครัว​สิ แล้ว​เล่า​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ว่า​องค์​เจ้า​ชีวิต​ทำ​อะไร​ให้​คุณ​บ้าง และ​พระองค์​ดี​กับ​คุณ​ขนาด​ไหน” 20 ชาย​คน​นั้น​จาก​ไป และ​เริ่ม​เล่า​ให้​ใคร​ต่อ​ใคร​ใน​แคว้น​เดคาโปลิศ+ 5:20 แคว้น​เดคาโปลิศ หรือ​แคว้น​ทศบุรี เป็น​ชื่อ​ใน​ภาษา​กรีก แปล​ว่า “สิบ​เมือง” ตั้ง​อยู่​ทาง​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​ทะเลสาบ​กาลิลี ฟัง​ว่า พระเยซู​ได้​ทำ​อะไร​ให้​กับ​เขา​บ้าง และ​คน​เหล่า​นั้น​ก็​ประหลาดใจ​อย่าง​มาก

เด็ก​หญิง​ที่​ตาย​แล้ว​กับ​ผู้หญิง​ที่​ป่วย

(มธ. 9:18-26; ลก. 8:40-56)

21 พระเยซู​ลง​เรือ​ข้าม​กลับ​ไป​อีก​ฝั่ง​ของ​ทะเลสาบ ฝูงชน​จำนวน​มาก​มา​ห้อมล้อม​พระองค์​ที่​ริม​ฝั่ง​ทะเลสาบ​นั้น 22 มี​หัวหน้า​ของ​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว​คน​หนึ่ง​ชื่อ ไยรัส เข้า​มา​กราบ​ที่​เท้า​ของ​พระเยซู 23 อ้อนวอน​พระองค์​อย่าง​หนัก​ว่า “ลูกสาว​เล็กๆ​ของ​ผม​กำลัง​จะ​ตาย ช่วย​ไป​วางมือ​บน​เธอ​ด้วย​เถิด เธอ​จะ​ได้​หาย​และ​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​ไป”

24 พระองค์​จึง​ตาม​ไยรัส​ไป แล้ว​ผู้คน​ก็​เดิน​เบียดเสียด​ตาม​พระเยซู

25 ใน​ฝูงชน​นั้น​มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​ทนทุกข์​เพราะ​ตก​เลือด​มา​สิบสอง​ปี​แล้ว 26 เธอ​ทน​ทุกข์ทรมาน​มาก​จาก​การไปรักษา​กับ​หมอ​หลาย​คน และ​จ่าย​ค่า​รักษา​จน​หมดตัว แต่​ก็​ยัง​ไม่​ดี​ขึ้น ซ้ำ​ร้าย​กลับ​แย่​ลง​ไป​อีก 27 เมื่อ​เธอ​ได้ยิน​เรื่อง​ของ​พระเยซู เธอ​ก็​เบียด​คน​เข้า​มา​อยู่​หลัง​พระองค์ และ​แตะ​เสื้อคลุม​ของ​พระองค์ 28 เพราะ​เธอ​คิด​ใน​ใจ​ว่า “ถ้า​ฉัน​แค่​แตะ​เสื้อผ้า​ของ​เขา​เท่านั้น ฉัน​ก็​จะ​หาย​จาก​โรค” 29 เลือด​ที่​ไหล​อยู่​ก็​หยุด​ทันที และ​เธอ​ก็​รู้ตัว​ว่า​หาย​แล้ว 30 พระเยซู​รู้​ทันที​ว่า​ฤทธิ์​ใน​ตัว​ของ​พระองค์​ได้​แผ่ซ่าน​ออก​ไป จึง​หัน​ไป​ถาม​ฝูงชน​ว่า “ใคร​แตะ​เสื้อ​เรา”

31 พวก​ศิษย์​ก็​ตอบ​ว่า “อาจารย์ ดู​สิ มี​คน​มาก​ขนาด​ไหน​ที่​เบียดเสียด​อาจารย์​อยู่ แล้ว​อาจารย์​ยัง​จะ​มา​ถาม​อีก​ว่า ‘ใคร​แตะ​ตัว​เรา’”

32 แต่​พระองค์​ยัง​คง​มอง​ไป​รอบๆ​เพื่อ​จะ​หา​คน​ทำ 33 ฝ่าย​หญิง​นั้น​ก็​กลัว​จน​ตัว​สั่น เพราะ​เธอ​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​เธอ เธอ​จึง​ออก​มา​ก้มลง​กราบ​พระองค์​และ​เล่า​ความ​จริง​ที่​เกิด​ขึ้น​ทั้งหมด​ให้​พระองค์​ฟัง 34 พระเยซู​จึง​พูด​กับ​เธอ​ว่า “ลูก​เอ๋ย ความ​เชื่อ​ของ​เจ้า​ทำ​ให้​เจ้า​หาย​แล้ว ไป​เป็น​สุข​เถิด ไม่​ต้อง​ทรมาน​อีก​ต่อ​ไป”

35 ขณะ​ที่​พระองค์​ยัง​พูด​อยู่​นั้น​มี​คน​จาก​บ้าน​ของ​ไยรัส​มา​บอก​เขา​ว่า “ลูกสาว​ของ​ท่าน​ตาย​แล้ว ไม่ต้อง​รบกวน​อาจารย์​อีก​ต่อ​ไป​แล้ว”

36 พระเยซู​ได้ยิน​ที่​พวก​เขา​คุย​กัน​จึง​บอก​ไยรัส​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว​หรอก ขอ​ให้​เชื่อ​เท่านั้น”

37 พระองค์​ไม่​ให้​คน​ตาม​พระองค์​ไป​นอกจาก​เปโตร ยากอบ และ​ยอห์น​น้อง​ชาย​ของ​ยากอบ 38 เมื่อ​พวก​เขา​มา​ถึง​บ้าน​ของ​ไยรัส พระองค์​ก็​เห็น​ความ​ชุลมุน​วุ่นวาย​และ​ผู้คน​ร้องไห้​คร่ำครวญ​ดังลั่น​ไป​หมด 39 พระองค์​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​และ​บอก​กับ​พวก​เขา​ว่า “ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ร้องห่ม​ร้องไห้​เสียงดัง​วุ่นวาย​กัน​ไป​หมด เด็ก​คน​นั้น​ยัง​ไม่​ตาย​แต่​กำลัง​นอนหลับ​อยู่” 40 แต่​พวก​เขา​กลับ​หัวเราะ​เยาะ​พระองค์ พระองค์​จึง​สั่ง​ให้​ทุก​คน​ออก​ไป แล้ว​พา​พ่อแม่​ของ​เด็ก​กับ​ศิษย์​ตาม​พระองค์​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​ที่​เด็ก​คน​นั้น​อยู่ 41 พระองค์​จับ​มือ​ของ​เด็ก​แล้ว​พูด​ว่า “ทาลิธา คูม” (แปล​ว่า “หนู​จ๋า เรา​บอก​ให้​หนู​ลุก​ขึ้น”) 42 เด็ก​หญิง​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​ทันที และ​เดิน​ไป​รอบๆ​ห้อง (เด็ก​หญิง​คนนี้​อายุ​สิบสอง​ปี) ทุก​คน​ต่าง​ตกตะลึง 43 พระเยซู​สั่ง​พวก​เขา​ไม่​ให้​เล่า​เรื่องนี้​ให้​ใคร​ฟัง และ​บอก​ให้​หา​อะไร​มา​ให้​เด็ก​กิน​ด้วย

6

พระเยซู​กลับ​บ้าน

(มธ. 13:53-58; ลก. 4:16-30)

1 พระเยซู​ไป​จาก​ที่​นั่น​และ​กลับ​ไป​บ้าน​เดิม พวก​ศิษย์​ก็​ติดตาม​ไป​ด้วย 2 เมื่อ​ถึง​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา พระองค์​ก็​สั่งสอน​อยู่​ใน​ที่ประชุม​ของ​ชาวยิว มี​คน​มากมาย​ที่​ทึ่ง​ใน​คำสอน​ของ​พระองค์ และ​พูด​กัน​ว่า “เขา​ไป​เอา​ความรู้​แบบนี้​มา​จาก​ไหน แล้ว​ทำ​การอัศจรรย์​เหล่านี้​ได้​ยังไง 3 เขา​เป็น​แค่​ช่างไม้ ลูก​ของ​มารีย์ พี่ชาย​ของ​ยากอบ โยเสส ยูดาส และ​ซีโมน และ​พวก​น้อง​สาว​ของ​เขา​ก็​อยู่​ใน​เมืองนี้​กับ​พวก​เรา​อีก​ด้วย” พวก​เขา​จึง​ขุ่นเคือง​พระองค์

4 พระเยซู​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้รับ​เกียรติ​ใน​ทุก​ที่ ยกเว้น​ใน​บ้าน​เมือง ใน​หมู่​ญาติ​พี่น้อง และ​ใน​ครอบครัว​ของ​ตัวเอง” 5 เมื่อ​อยู่​ที่​นั่น พระเยซู​จึง​ไม่​สามารถ​ทำ​การ​อัศจรรย์​ได้​นอก​จาก​วางมือ​รักษา​คน​ป่วย​ไม่​กี่​คน 6 พระองค์​แปลกใจ​ที่​พวก​เขา​ไม่​มี​ความเชื่อ​ใน​พระองค์ พระองค์​จึง​ไป​สอน​ที่​หมู่บ้าน​ใกล้เคียง​แถว​นั้น​แทน

พระเยซู​ส่ง​ศิษย์​เอก​สิบสอง​คน​ออก​ไป

(มธ. 10:1, 5-15; ลก. 9:1-6)

7 พระองค์​เรียก​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​มา แล้ว​ส่ง​พวก​เขา​ออก​ไป​เป็น​คู่ๆ​พระองค์​ทำ​ให้​พวก​เขา​มี​สิทธิอำนาจ​เหนือ​วิญญาณ​ชั่ว​ทั้งหลาย 8 และ​สั่ง​ว่า “อย่า​เอา​อะไร​ติดตัว​ไป​เลย​นอก​จาก​ไม้เท้า ไม่​ต้อง​เอา​อาหาร ถุง​ย่าม​หรือ​เงิน​ติดตัว​ไป 9 ให้​ใส่​รองเท้า​ได้​แต่​ไม่​ต้อง​เอา​เสื้อผ้า​สำรอง​ไป” 10 พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “บ้าน​ไหน​ที่​ต้อนรับ​คุณ ก็​ให้​อยู่​ที่​บ้าน​นั้น​ตลอด​จน​กว่า​จะ​จาก​เมือง​นั้น​ไป 11 แต่​ถ้า​ที่​ไหน​ไม่​ต้อนรับ​หรือ​ไม่​ฟัง​พวก​คุณ ก็​ให้​ออก​ไป​จาก​ที่​นั่น และ​ให้​สะบัด​ฝุ่น​ออก​จาก​เท้า+ 6:11 สะบัด​ฝุ่น​ออก​จาก​เท้า หมายถึง พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​จะ​ไม่​คบค้า​สมาคม​กับ​คน​พวกนี้ เพราะ​ไม่​ยอมรับ​คำสอน​ของ​พระเจ้า คน​พวกนี้​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ และ​พวก​ศิษย์​ก็​ไม่​ต้อง​รับผิดชอบ​เพราะ​ได้​เตือน​พวกนี้​แล้ว ด้วย เพื่อ​เป็น​การเตือน​พวก​เขา”

12 พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ก็​ออก​ไป​สั่งสอน ให้​ผู้คน​กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่ 13 พวก​เขา​ขับ​ผี​ชั่ว​ออก​ไป​หลาย​ตน ทา​น้ำมัน​มะกอก​ให้​กับ​คน​เจ็บป่วย​เป็น​จำนวน​มาก และ​รักษา​พวก​เขา​จน​หาย

เฮโรด​สั่ง​ตัด​หัว​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ

(มธ. 14:1-12; ลก. 9:7-9)

14 กษัตริย์​เฮโรด+ 6:14 กษัตริย์​เฮโรด คือ​เฮโรด แอนติปาส ปกครอง​กาลิลี​และ​เปเรีย​ใน​ช่วง 4 ปี​ก่อน​พระเยซู​เกิด​จน​ค.ศ 39 เป็น​ลูก​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​มหาราช ได้ยิน​ชื่อ​เสียง​ของ​พระเยซู​เพราะ​คน​พูด​กัน​ไป​ทั่ว บางคน​พูด​ว่า “เขา​ต้อง​เป็น​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ที่​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​แน่ๆ​ถึง​ทำ​การอัศจรรย์​พวกนี้​ได้”

15 บางคน​พูด​ว่า “เขา​คือ​เอลียาห์” และ​บางคน​พูด​ว่า “เขา​คือ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เหมือน​กับ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​อื่นๆ​ใน​สมัย​โบราณ​นั้น”

16 เมื่อ​เฮโรด​ได้ยิน​เรื่อง​พวกนี้ พระองค์​พูด​ว่า “ต้อง​เป็น​ยอห์น คน​ที่​เรา​สั่ง​ให้​ตัดหัว​ฟื้นขึ้น​จาก​ตาย​แน่ๆ” 17 เพราะ​เฮโรด​เอง​ที่​เป็น​คน​สั่ง​ให้​จับ​ยอห์น​ล่าม​โซ่​และ​ขัง​คุก​ไว้ เพราะ​เห็น​แก่​นาง​เฮโรเดียส​ภรรยา​ของ​ฟีลิป​น้อง​ชาย​ของ​เฮโรด 18 เพราะ​ยอห์น​ได้​เตือน​กษัตริย์​เฮโรด​บ่อยๆ​ว่า “พระองค์​ทำ​ไม่​ถูก ที่​เอา​ภรรยา​น้อง​ชาย​มา​เป็น​ภรรยา​ตัวเอง” 19 ทำ​ให้​เฮโรเดียส​แค้นใจ​อยาก​จะ​ฆ่า​ยอห์น แต่​ก็​ทำ​ไม่​ได้ 20 เพราะ​กษัตริย์​เฮโรด​กลัว​ยอห์น พระองค์​รู้​ว่า​ยอห์น​เป็น​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า และ​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า​จริงๆ จึง​ปกป้อง​ยอห์น​ไว้ ทุก​ครั้ง​ที่​เฮโรด​ฟัง​ยอห์น​สอน​ก็​ลำบากใจ แต่​ก็​ยัง​ชอบ​ฟัง

21 แล้ว​โอกาส​ของ​นาง​เฮโรเดียส​ก็​มา​ถึง เมื่อ​เฮโรด​จัด​งาน​วันเกิด​ของ​พระองค์​ขึ้น พระองค์​เชิญ​พวก​ข้าราชการ​ชั้นสูง นายทหาร​ชั้น​ผู้ใหญ่ และ​คน​สำคัญๆ​ของ​แคว้น​กาลิลี​มา​ใน​งาน 22 ลูกสาว​ของ​นาง​เฮโรเดียส​เข้า​มา​เต้นรำ ทำ​ให้​เฮโรด​และ​บรรดา​แขกเหรื่อ​ถูกอก​ถูกใจ​มาก แล้ว​กษัตริย์​เฮโรด​จึง​บอก​กับ​หญิงสาว​นี้​ว่า “อยาก​ได้​รางวัล​อะไร​ก็​ขอ​มา​เลย เรา​จะ​ให้” 23 พระองค์​ยัง​สัญญา​อีก​ว่า “เรา​จะ​ให้​ทุก​อย่าง​ที่​เจ้า​ขอ แม้​กระทั่ง​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​อาณาจักร​นี้”

24 เธอ​ก็​ออก​ไป​ถาม​แม่​ว่า “แม่ หนู​ขอ​อะไร​ดี​คะ” แม่​ตอบ​ว่า “ขอ​หัว​ของ​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​สิ”

25 แล้ว​เธอ​ก็​รีบ​วิ่ง​เข้า​ไป​บอก​กษัตริย์​ว่า “ดิฉัน​ขอ​หัว​ของ​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ใส่​ถาด​มา​ให้​ที่​นี่​ค่ะ”

26 กษัตริย์​เฮโรด​เสียใจ​มาก แต่​เพราะ​เขา​ได้​สาบาน​ไว้​แล้ว​ต่อหน้า​แขก​เป็น​จำนวน​มาก เฮโรด​จึง​ไม่​กล้า​ที่​จะ​ผิด​คำพูด​กับ​เธอ 27 เฮโรด​จึง​สั่ง​ให้​เพชฌฆาต​ไป​ตัดหัว​ของ​ยอห์น​ใน​คุก​ทันที 28 และ​เอา​ใส่​ถาด​มา​ให้​กับ​เธอ แล้ว​เธอ​ก็​เอา​ไป​ให้​แม่​ของ​เธอ 29 เมื่อ​ศิษย์​ของ​ยอห์น​รู้​เข้า​ก็​พา​กัน​มา​รับ​ร่าง​ของ​ยอห์น​ไป​ฝัง​ไว้​ใน​อุโมงค์

พระเยซู​เลี้ยง​คน​ห้าพัน​คน

(มธ. 14:13-21; ลก. 9:10-17; ยน. 6:1-14)

30 พวก​ศิษย์​ที่​พระเยซู​ส่ง​ออก​ไป ได้​กลับ​มา​หา​พระองค์ และ​เล่า​เรื่อง​ทุก​อย่าง​ที่​ได้​ทำ​และ​สอน​ให้​พระองค์​ฟัง แล้ว​พระเยซู​บอก​พวก​เขา​ว่า 31 “พวก​เรา​ไป​หา​ที่​เงียบๆ​พักผ่อน​กัน​เถอะ” เพราะ​มี​ผู้คน​เป็น​จำนวน​มาก​มา​หา​พระองค์ จน​ไม่​มี​เวลา​แม้​แต่​จะ​กิน​อาหาร​กัน

32 พวก​เขา​จึง​ลง​เรือ​ไป​ยัง​ที่​เปลี่ยว​เพื่อ​อยู่​กัน​เฉพาะ​พวก​เขา 33 แต่​ก็​มี​คน​จำนวน​มาก​เห็น​พวก​เขา​จาก​ไป​และ​จำ​เขา​ได้ จึง​มี​คน​มากมาย​จาก​หมู่บ้าน​ต่างๆ​รีบ​เดิน​ตาม​ไป​ที่​นั่น และ​ไป​ถึง​ก่อน​พวก​เขา 34 เมื่อ​พระองค์​มา​ถึง​ฝั่ง​ก็​เห็น​ฝูงชน​เป็น​จำนวน​มาก​รอ​อยู่​ก่อน​แล้ว พระองค์​รู้สึก​สงสาร เพราะ​พวก​เขา​เหมือน​ฝูงแกะ​ที่​ไม่​มี​ผู้เลี้ยง พระองค์​จึง​เริ่ม​สั่งสอน​พวก​เขา​หลาย​เรื่อง

35 เมื่อ​มัน​เริ่ม​เย็น​มาก พวก​ศิษย์​มา​บอก​พระองค์​ว่า “ที่​นี่​เปลี่ยว​มาก และ​นี่​ก็​เย็น​มาก​แล้ว 36 ส่ง​พวกนี้​กลับ​ไป​เถอะ พวก​เขา​จะ​ได้​เข้า​ไป​ตาม​ชนบท ตาม​หมู่บ้าน​แถวๆ​นี้ และ​ไป​หา​ซื้อ​อะไร​กิน​กัน”

37 แต่​พระองค์​กลับ​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​หา​อะไร​ให้​พวก​เขา​กิน​สิ” พวก​เขา​ก็​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​ต้อง​ใช้​ถึง​สองร้อย​เหรียญ​เงิน​ที​เดียว​นะ​ครับ ถึง​จะ​พอ​ซื้อ​อาหาร​มา​เลี้ยง​คน​พวกนี้”

38 พระเยซู​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ไป​ดู​สิ​ว่า​คุณ​มี​ขนมปัง​อยู่​กี่​ก้อน” เมื่อ​พวก​เขา​รู้​ก็​กลับ​มา​บอก​ว่า “มี​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​ครับ”

39 พระองค์​จึง​สั่ง​ให้​พวก​เขา​ไป​จัดการ​ให้​ชาวบ้าน​นั่ง​กัน​เป็น​กลุ่มๆ​บน​พื้นที่​มี​หญ้า​ขึ้น​เขียว​ชอุ่ม​แถว​นั้น 40 พวก​ชาว​บ้าน​นั่ง​กัน​เป็น​กลุ่มๆ กลุ่ม​ละ​หนึ่งร้อย​บ้าง ห้าสิบ​บ้าง 41 แล้ว​พระองค์​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​และ​ปลา​สอง​ตัว​ขึ้น​มา มอง​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์​ขอบคุณ​พระเจ้า แล้ว​หัก​ขนมปัง​ส่ง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์​ไป​แจก​ชาว​บ้าน และ​พระองค์​แบ่ง​ปลา​สอง​ตัว​นั้น​แจก​พวก​เขา​ทุก​คน​ด้วย 42 ทุก​คน​กิน​กัน​จน​อิ่ม 43 แล้ว​พวก​ศิษย์​เก็บ​เศษ​ขนมปัง​และ​ปลา​ที่​เหลือ​ได้​สิบสอง​เข่ง​เต็มๆ 44 นับ​เฉพาะ​ผู้ชาย​ที่​มา​กิน​ได้​ถึง​ห้า​พัน​คน

พระเยซู​เดิน​บน​ทะเล

(มธ. 14:22-33; ยน. 6:16-21)

45 ทันที​หลัง​จาก​ที่​กิน​เสร็จ พระองค์​ให้​พวก​ศิษย์​ลง​เรือ​ข้าม​ฟาก​ไป​ก่อน​ล่วงหน้า ไป​ยัง​เมือง​เบธไซดา ส่วน​พระองค์​ยัง​รอ​ส่ง​ชาว​บ้าน​อยู่ 46 หลัง​จาก​ชาว​บ้าน​กลับ​หมด​แล้ว​พระองค์​ขึ้น​ไป​อธิษฐาน​ที่​บน​ภูเขา

47 ใน​คืน​นั้น​เรือ​ของ​พวก​ศิษย์​ยัง​ลอย​อยู่​กลาง​ทะเลสาบ ส่วน​พระองค์​อยู่​บน​ฝั่ง​เพียง​คน​เดียว 48 พระองค์​เห็น​พวก​ศิษย์​กำลัง​พาย​เรือ​อยู่​ด้วย​ความยาก​ลำบาก​เพราะ​มี​ลม​แรง​มาก​ต้าน​เรือ​ไว้ ระหว่าง​ตี​สาม​ถึง​หก​โมง​เช้า​นั้น​พระองค์​เดิน​บน​น้ำ​มา​หา​พวก​เขา และ​ทำ​ท่า​เหมือน​จะ​เดิน​ผ่าน​ไป 49 เมื่อ​พวก​ศิษย์​เห็น​พระองค์​เดิน​อยู่​บน​น้ำ ก็​คิด​ว่า​เป็น​ผี เลย​ร้อง​ตะโกน​กัน​ลั่น 50 เพราะ​ตกใจ​กลัว​มาก แต่​ใน​ทันใดนั้น พระองค์​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ไม่​ต้อง​ตกใจ เรา​เอง ไม่​ต้อง​กลัว” 51 จาก​นั้น​พระองค์​ก็​ขึ้น​ไป​อยู่​บน​เรือ​กับ​พวก​เขา แล้ว​ลม​ก็​สงบลง พวก​เขา​ประหลาดใจ​มาก 52 เพราะ​พวก​เขา​ยัง​มี​ใจ​ที่​แข็งกระด้าง​อยู่ จึง​ยัง​ไม่​เข้าใจ​ถึง​การอัศจรรย์​ที่​พระองค์​เพิ่ง​ทำ​ไป​กับ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​นั้น

พระเยซู​รักษา​คน​ไม่​สบาย

(มธ. 14:34-36)

53 เมื่อ​ข้าม​ฟาก​มา​ก็​มา​ถึง​ฝั่ง​เมือง​เยนเนซาเรท พวก​ศิษย์​ก็​ผูก​เรือ​ไว้ 54 พอ​ลง​จาก​เรือ ชาว​บ้าน​ก็​จำ​พระองค์​ได้ 55 พวก​เขา​วิ่ง​ไป​บอก​คน​อื่นๆ​ทั่ว​บริเวณ​นั้น และ​หาม​คน​ป่วย​ใส่​แคร่​มา​หา​พระองค์ ไม่​ว่า​พระองค์​จะ​อยู่​ที่​ไหน​ก็​ตาม 56 ไม่ว่า​พระองค์​จะ​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน หรือ​ใน​เมือง หรือ​ใน​ชนบท ชาว​บ้าน​ก็​จะ​นำ​คน​ป่วย​มา​วาง​ไว้​ที่​ตลาด และ​พวก​คน​ป่วย​ต่าง​อ้อนวอน​ขอ​แค่​แตะ​พู่​ที่​ชาย​เสื้อคลุม​ของ​พระองค์ และ​ทุก​คน​ที่​ได้​แตะ​ก็​หาย​กัน​หมด

7

คำสอน​ของ​บรรพบุรุษ

(มธ. 15:1-20)

1 พวก​ฟาริสี กับ​พวก​ครู​ผู้สอน​กฎปฏิบัติ​บาง​คน​ที่​มา​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม พา​กัน​มา​หา​พระเยซู 2 พวก​เขา​เห็น​ศิษย์​บาง​คน​ของ​พระเยซู กิน​อาหาร​โดย​ไม่​ได้​ล้าง​มือ 3 (พวก​ฟาริสี และ​คนยิว​ทุก​คน​จะ​ไม่​กิน​อาหาร​จน​กว่า​จะ​ได้​ล้าง​มือ​ตาม​ประเพณี​ที่​บรรพบุรุษ​ทำ​มา 4 เมื่อ​กลับ​มา​จาก​ตลาด​พวก​เขา​ก็​ต้อง​ทำ​พิธีจุ่ม​ตัวเอง​ก่อน​ที่​จะ​กิน​ข้าว นอก​จากนี้ ยัง​รักษา​ประเพณี​อื่นๆ​อีก​มาก​มาย​เช่น การ​ล้าง​ถ้วย เหยือก หม้อ​ทอง​สัมฤทธิ์ และ​เก้าอี้​เอน​สำหรับ​กิน​ข้าว)+ 7:4 และ​เก้าอี้​เอน​สำหรับ​กิน​ข้าว ฉบับ​ภาษา​เดิม​บาง​ฉบับ​ไม่​มี​คำนี้

5 ดังนั้น​พวก​ฟาริสี​และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​พวกนี้​ถาม​พระเยซู​ว่า “ทำไม​ศิษย์​ของ​คุณ​ถึง​ไม่​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​สืบทอด​กัน​มา​จาก​บรรพบุรุษ ทำไม​พวก​เขา​ถึง​ไม่​ล้าง​มือ​ก่อน​กิน​อาหาร”

6 พระองค์​จึง​ตอบ​ว่า “อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า พูด​ไว้​ถูกต้อง​เลย​เกี่ยวกับ​พวก​หน้าซื่อใจคด​อย่าง​พวก​คุณ​ที่​ว่า

‘คน​พวกนี้​นับถือ​เรา​แต่​ปาก​เท่า​นั้น

แต่​ใจ​ของ​พวก​เขา​ห่าง​ไกล​จาก​เรา​มาก

7 จึง​ไม่​มี​ประโยชน์​ที่​เขา​จะ​บูชา​เรา

เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​สอน​กัน​นั้น​เป็น​แค่​กฎ​ที่​มนุษย์​ตั้ง​ขึ้น’+ 7:6-7 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 29:13

8 พวก​คุณ​ละเลย​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า เพื่อ​จะ​ได้​ไป​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​มนุษย์​สอน​ต่อๆ​กัน​มา”

9 แล้ว​พระเยซู​พูด​อีก​ว่า “พวก​คุณ​นี่​เหลี่ยม​จัด​นะ เข้าใจ​หลีก​เลี่ยง​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า เพื่อ​จะ​ได้​ไป​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​สืบทอด​กัน​มา 10 อย่าง​เช่น โมเสส​สอน​ว่า ‘ให้​เคารพ​นับถือ​พ่อ​แม่​ของ​ตน’+ 7:10 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 20:12 และ หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 5:16 และ ‘คน​ที่​สาป​แช่ง​พ่อ​แม่​ต้อง​ตาย’+ 7:10 อ้าง​จาก​หนังสือ อพยพ 21:17 และ เลวีนิติ 20:911 แต่​พวก​คุณ​กลับ​สอน​ว่า​ไม่​ผิด​ที่​จะ​บอก​พ่อ​แม่​ว่า ‘สิ่ง​ที่​ลูก​จะ​เอา​มา​ช่วย​พ่อ​แม่​ได้​นั้น ลูก​ได้​ยก​ให้​กับ​พระเจ้า​ไป​หมด​แล้ว’ 12 ทำ​อย่างนี้​เท่า​กับ​ว่า​พวก​คุณ​สอน​เขา​ไม่​ให้​ช่วยเหลือ​อะไร​พ่อ​แม่​เลย 13 แบบนี้​พวก​คุณ​ก็​เลย​ยกเลิก​พระคำ​ของ​พระเจ้า แต่​ไป​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​สืบทอด​กัน​มา และ​พวก​คุณ​ยัง​ทำ​อย่างนี้​กับ​อีก​หลายๆ​เรื่อง​ด้วย”

สิ่ง​ที่​ทำ​ให้​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า

14 พระองค์​เรียก​ฝูงชน​เข้า​มา และ​พูด​ว่า “ฟัง​ให้​ดีๆ​และ​เข้า​ใจ​ซะ​ด้วย​ว่า 15 ไม่​มี​อะไร​เลย​ที่​คน​กิน​เข้า​ไป​แล้ว ทำ​ให้​เขา​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า มี​แต่​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ข้าง​ใน​ตัว​เขา​เท่า​นั้น ที่​จะ​ทำ​ให้​เขา​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า” 16+ 7:16 ข้อนี้ บาง​ฉบับ​มี​ข้อความ​ว่า a “ใคร​มี​หู ก็​ฟัง​ไว้​ดีๆ”

17 หลังจาก​ที่​พระเยซู​แยก​กับ​ชาว​บ้าน​แล้ว พระองค์​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน พวก​ศิษย์​ก็​เข้า​มา​ถาม​เกี่ยวกับ​เรื่อง​เปรียบเทียบ​นี้ 18 พระองค์​บอก​ว่า “พวก​คุณ​ยัง​ไม่​เข้าใจ​อีก​เหรอ ไม่​มี​อะไร​หรอก​ที่​คน​กิน​เข้า​ไป​แล้ว​จะ​ทำ​ให้​เขา​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า 19 เพราะ​มัน​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​จิตใจ แต่​มัน​ตก​ลง​ไป​ใน​ท้อง แล้ว​ก็​ถ่าย​ออก​มา” (ที่​พระองค์​พูด​อย่างนี้ ก็​แสดง​ว่า​อาหาร​ทุก​ชนิด​สะอาด​กิน​ได้​หมด)

20 พระองค์​ก็​พูด​ต่อว่า “สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ตัว​คน​นั่น​แหละ​ที่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า 21 เพราะ​ที่​ออก​มา​จาก​ตัว​ก็​ออก​มา​จาก​จิตใจ และ​ใจ​นี่​เอง​เป็น​ที่​มา​ของ​ความคิด​ชั่วร้าย ความผิดบาป​ทางเพศ การลักขโมย การฆ่ากัน 22 การมีชู้ ความโลภ ความชั่ว​ต่างๆ การหลอกลวง ราคะตัณหา การอิจฉา​ริษยา การนินทาว่าร้าย ความเย่อหยิ่งจองหอง และ ความโง่เขลา 23 สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ทั้งหมดนี้​ออก​มา​จาก​ข้าง​ใน​และ​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า”

พระเยซู​ช่วย​ผู้หญิง​กรีก

(มธ. 15:21-28)

24 พระเยซู​จาก​ที่​นั่น​เข้า​ไป​ยัง​เขตแดน​เมือง​ไทระ แล้ว​พระองค์​เข้า​ไป​อยู่​ใน​บ้าน​หลัง​หนึ่ง ไม่​ต้องการ​ให้​คน​รู้ แต่​ก็​ไม่​สามารถ​ซ่อน​ตัว​ได้

25 พอ​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​มี​ลูกสาว​ที่​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​อยู่​รู้​ว่า​พระองค์​มา เธอ​จึง​มา​กราบ​แทบ​เท้า​ของ​พระเยซู 26 หญิง​คนนี้​เป็น​คน​กรีก+ 7:26 คน​กรีก คือ​ไม่​ใช่​คน​ยิว มัก​จะ​เรียกว่า​เป็น​คน​ต่าง​ชาติ เกิด​ที่​แคว้น​ฟีนีเซีย​ใน​ประเทศ​ซีเรีย เธอ​มา​ขอร้อง​ให้​พระเยซู​ช่วย​ขับไล่​ผี​ชั่ว​ที่​สิง​ลูกสาว​ของ​เธอ​อยู่

27 แล้ว​พระองค์​พูด​ว่า “มัน​ไม่​ถูกต้อง​ที่​จะ​เอา​อาหาร​ของ​ลูกๆ​ไป​โยน​ให้​หมา​กิน ต้อง​ให้​ลูกๆ​กิน​อิ่ม​เสีย​ก่อน”

28 แต่​เธอ​ตอบ​ว่า “ใช่​ค่ะ​ท่าน แต่​หมา​ก็​ยัง​ได้​กิน​เศษ​อาหาร​ของ​เด็กๆ​ที่​ตก​อยู่​ใต้​โต๊ะ​เลย”

29 พระองค์​พูด​ว่า “ตอบ​ได้​ดี​มาก กลับ​ไป​บ้าน​เถอะ เพราะ​ผี​ชั่ว​ได้​ออก​จาก​ลูกสาว​คุณ​แล้ว”

30 เมื่อ​เธอ​กลับ​ถึง​บ้าน ก็​เห็น​ลูกสาว​นอน​อยู่​บน​เตียง และ​ผี​ชั่ว​ได้​ออก​ไป​แล้ว

พระเยซู​รักษา​คน​ที่​หูหนวก​และ​เป็น​ใบ้

31 พระองค์​ออก​จาก​เขตแดน​ของ​เมือง​ไทระ และ​เดิน​ผ่าน​เมือง​ไซดอน เพื่อ​จะ​ไป​ที่​ทะเลสาบ​กาลิลี โดย​ผ่าน​ทาง​แคว้น​เดคาโปลิศ+ 7:31 แคว้น​เดคาโปลิศ หรือ​แคว้น​ทศบุรี เป็น​ชื่อ​ใน​ภาษา​กรีก แปล​ว่า “สิบ​เมือง” ตั้ง​อยู่​ทาง​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​ทะเลสาบ​กาลิลี32 มี​คน​พา​ชาย​หูหนวก​คน​หนึ่ง​ที่​พูด​ไม่​ค่อย​ได้​มาหา​พระเยซู พวก​เขา​ขอร้อง​ให้​พระองค์​วางมือ​บน​ชาย​คนนี้

33 พระองค์​พา​ชาย​คนนี้​หลีก​ห่าง​ไป​จาก​ผู้คน พระองค์​เอา​นิ้ว​แยง​เข้า​ไป​ใน​หู​ของ​เขา แล้ว​เอา​น้ำลาย​ที่​พระองค์​บ้วน​ออก​มา​ไป​แตะ​ที่​ลิ้น​ของ​เขา 34 แล้ว​พระองค์​เงย​หน้า​มอง​ท้องฟ้า จาก​นั้น​ถอนใจ​ยาว แล้ว​พูด​กับ​ชาย​คน​นั้น​ว่า “เอฟฟาธา” แปล​ว่า “เปิด​สิ” 35 หู​ของ​เขา​ก็​ได้ยิน​ทันที และ​ลิ้น​ของ​เขา​ก็​ไม่​ขัด​และ​พูด​ได้​คล่อง​ชัดเจน

36 พระองค์​สั่ง​พวก​เขา​ไม่​ให้​เล่า​เรื่อง​พวกนี้​ให้​ใคร​ฟัง แต่​ยิ่ง​พระองค์​สั่ง​ห้าม​มาก​เท่าไร พวก​เขา​ก็​ยิ่ง​ร่ำลือ​กัน​มาก​ขึ้น​เท่านั้น 37 คน​ที่​ได้ยิน​ก็​ประหลาดใจ​มาก​และ​พูด​ว่า “ทุก​อย่าง​ที่​เขา​ทำ​นั้น​ยอดเยี่ยม​จริงๆ​ขนาด​คน​หูหนวก​ยัง​ทำ​ให้​ได้ยิน และ​คน​ใบ้​ยัง​ทำ​ให้​พูด​ได้”

8

พระเยซู​เลี้ยง​คน​สี่พัน​คน

(มธ. 15:32-39)

1 มี​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ที่​ชาวบ้าน​มากมาย​มา​อยู่​กับ​พระเยซู พวก​เขา​ไม่​มี​อาหาร​กิน พระเยซู​จึง​เรียก​พวก​ศิษย์​มา​บอก​ว่า 2 “สงสาร​คน​พวกนี้​จริงๆ​เพราะ​เขา​อยู่​ที่​นี่​กับ​เรา​มา​สาม​วัน​แล้ว และ​ไม่​มี​อะไร​กิน​ด้วย 3 ถ้า​เรา​ส่ง​พวก​เขา​กลับ​บ้าน​ไป​ทั้งๆ​ที่​ยัง​หิว​อยู่ พวก​เขา​จะ​ต้อง​เป็น​ลม​กลางทาง​แน่ๆ​และ​บางคน​ก็​มา​ไกล​มาก​ด้วย”

4 พวก​ศิษย์​บอก​ว่า “ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​อย่างนี้ จะ​ไป​หา​อาหาร​ที่​ไหน​มา​เลี้ยง​คน​ตั้ง​เยอะแยะ​ขนาดนี้​ล่ะ​ครับ”

5 พระองค์​เลย​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​มี​ขนมปัง​กี่​ก้อน” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “เจ็ด​ก้อน​ครับ”

6 พระองค์​จึง​สั่ง​ให้​ฝูงชน​นั่ง​ลง​กับ​พื้น แล้ว​พระองค์​เอา​ขนมปัง​เจ็ด​ก้อน​มา ขอบคุณ​พระเจ้า แล้ว​หัก​ขนมปัง​ส่ง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์​เอา​ไป​แบ่ง​ให้​กับ​ฝูงชน​กิน​กัน 7 พวก​เขา​มี​ปลา​ตัว​เล็กๆ​อยู่​ไม่​กี่​ตัว พระองค์​ก็​ขอบคุณ​พระเจ้า​สำหรับ​ปลา​เหล่า​นั้น และ​บอก​ให้​พวก​ศิษย์​เอา​ไป​แจก 8 พวก​เขา​กิน​กัน​จน​อิ่ม และ​พวก​ศิษย์​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ได้​ถึง​เจ็ด​เข่ง​เต็มๆ 9 มี​ประมาณ​สี่พัน​คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น หลังจาก​กิน​เสร็จ พระองค์​ส่ง​พวก​เขา​กลับ​บ้าน 10 แล้ว​พระองค์​กับ​พวก​ศิษย์​พา​กัน​ลง​เรือ​ไป​แคว้น​ดาลมานูธา

พวก​ฟาริสี​มา​ทดลอง​พระองค์

(มธ. 16:1-4)

11 พวก​ฟาริสี​ได้​มา​โต้เถียง​พระองค์​และ​ท้า​ให้​พระองค์​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​ให้​ดู​เพื่อ​พิสูจน์​ว่า​พระองค์​มา​จาก​พระเจ้า​จริง 12 พระเยซู​ถอนใจ​ยาว​และ​พูด​ว่า “ทำไม​คน​สมัยนี้​ชอบ​เรียก​ให้​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​กัน​นัก เรา​ขอ​บอก​ให้​รู้​ว่า​จะ​ไม่​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​อะไร​ให้​ดู​ทั้งนั้น” 13 แล้ว​พระองค์​ก็​ลง​เรือ​ข้าม​ทะเลสาบ​ไป​อีก​ฝั่ง

เชื้อฟู​ของ​พวกฟาริสี​และ​พวกเฮโรด

(มธ. 16:5-12)

14 พวก​ศิษย์​ลืม​เอา​ขนมปัง​มา​ด้วย เลย​มี​ขนมปัง​อยู่​แค่​ก้อน​เดียว​ใน​เรือ 15 พระเยซู​เตือน​พวก​เขา​ว่า “ระวัง​เชื้อ+ 8:15 เชื้อ เป็น​สัญลักษณ์​ของ​สิ่ง​ที่​ไม่​ดี ที่​มี​อิทธิพล​มาก​ใน​การชักจูง​ให้​เรา​ทำตาม เหมือน​กับ​เชื้อฟู​นิด​เดียว​ก็​มี​อิทธิพล​กับ​แป้งดิบ​ก้อน​ใหญ่ ของ​พวก​ฟาริสี​และ​ของ​เฮโรด​ไว้​ให้​ดี”

16 พวก​เขา​พูด​กัน​ว่า “ที่​อาจารย์​พูด​อย่างนี้​ก็​เพราะ​พวก​เรา​ไม่​มี​ขนมปัง​ไง”

17 พระองค์​รู้​ว่า​พวก​เขา​กำลัง​พูด​เรื่อง​อะไร​กัน จึง​พูด​ว่า “ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​พูด​กัน​แต่​เรื่อง​ไม่​มี​ขนมปัง ยัง​ไม่​เห็น​หรือ​เข้าใจ​กัน​อีก​เหรอ ใจ​แข็งกระด้าง​มาก​ขนาดนั้น​เชียว​หรือ 18 มี​ตา​ก็​มอง​ไม่​เห็น มี​หู​ก็​ไม่​ได้ยิน จำ​ไม่​ได้​แล้ว​หรือ 19 ตอน​ที่​เรา​เลี้ยง​คน​ห้าพัน​คน​ด้วย​ขนมปัง​ห้า​ก้อน พวก​คุณ​เก็บ​เศษ​ที่​เหลือ​ได้​กี่​เข่ง” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “สิบสอง​เข่ง​ครับ”

20 “แล้ว​ตอน​ที่​เรา​เลี้ยง​คน​สี่พัน​คน​ด้วย​ขนมปัง​เจ็ด​ก้อน​ล่ะ พวก​คุณ​เก็บ​เศษ​ที่​เหลือ​ได้​กี่​เข่ง” พวก​เขา​ก็​ตอบ​ว่า “เจ็ด​เข่ง​ครับ”

21 แล้ว​พระองค์​จึง​พูด​ว่า “ขนาด​ทำ​ให้​ดู​อย่างนี้​แล้ว​ยัง​ไม่​เข้าใจ​อีก​หรือ”

พระเยซู​รักษา​คน​ตาบอด​ที่​เบธไซดา

22 เมื่อ​พวก​เขา​มา​ถึง​เมือง​เบธไซดา มี​คน​พา​คน​ตาบอด​มาหา​พระองค์ อ้อนวอน​ให้​พระองค์​แตะต้อง​เขา 23 พระองค์​ก็​จูง​มือ​คน​ตาบอด​ออก​มา​นอก​หมู่บ้าน พระองค์​ถ่ม​น้ำลาย​ใส่​ตา​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​คน​ตาบอด​นั้น และ​วางมือ​บน​ตัว​เขา​แล้ว​ถาม​ว่า “มอง​เห็น​หรือ​ยัง”

24 คน​ตาบอด​เงย​หน้า​ขึ้น​มา​ดู​และ​บอก​ว่า “เห็น​คน​ครับ แต่​เหมือน​ต้นไม้​เดิน​ไป​เดิน​มา”

25 พระองค์​ก็​เลย​วางมือ​บน​ตา​ของ​เขา​อีก​ครั้ง​หนึ่ง คน​ตาบอด​ก็​ได้​เพ่งดู ตา​ของ​เขา​ก็​หายสนิท มองเห็น​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ชัดเจน 26 พระองค์​บอก​ให้​เขา​กลับ​บ้าน​โดย​บอก​ว่า “อย่า​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน​นั้น”

เปโตร​พูด​ว่า​พระเยซู​เป็นกษัตริย์​ผู้ยิ่งใหญ่

(มธ. 16:13-20; ลก. 9:18-21)

27 พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​เดิน​ทาง​ไป​ที่​หมู่บ้าน​ใกล้ๆ​เมือง​ซีซารียา​แคว้น​ฟีลิปปี ใน​ระหว่าง​ทาง​นั้น​พระองค์​ถาม​พวก​ศิษย์​ว่า “คน​อื่นๆ​เขา​ว่า​เรา​เป็น​ใคร​กัน”

28 พวก​เขา​ก็​ตอบ​ว่า บางคน​ว่า “เป็น​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ บางคน​ว่า เป็น​เอลียาห์ และ​มี​บางคน​ว่า เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​หนึ่ง”

29 แล้ว​พระองค์​ถาม​ว่า “แล้ว​พวก​คุณ​ล่ะ คิด​ว่า​เรา​เป็น​ใคร” เปโตร​ตอบ​ว่า “เป็น​กษัตริย์​ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น”

30 พระองค์​จึง​เตือน​พวก​ศิษย์​ไม่​ให้​บอก​คน​อื่น​ว่า​พระองค์​เป็น​ใคร

พระเยซู​ทำนาย​ถึงความตายของ​พระองค์

(มธ. 16:21-28; ลก. 9:22-27)

31 แล้ว​พระเยซู​เริ่ม​สอน​ให้​พวก​เขา​รู้​ว่า “บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ทนทุกข์ทรมาน​หลาย​อย่าง พวก​ผู้นำ​ชาว​ยิว พวก​หัวหน้า​นักบวช และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​จะ​ไม่​ยอมรับ​เขา และ​เขา​จะ​ต้อง​ถูกฆ่า แต่​เขา​จะ​ฟื้นขึ้น​มา​อีก​ใน​วันที่​สาม” 32 พระองค์​เล่า​เรื่องนี้​ให้​พวก​เขา​ฟัง​อย่าง​ชัดเจน เปโตร​จึง​ดึง​พระองค์​ไป​ข้างๆ​แล้ว​ต่อว่า​พระองค์​ที่​พูด​อย่าง​นั้น 33 พระองค์​ก็​หัน​ไป​ดู​พวก​ศิษย์​แล้ว​ดุ​เปโตร​ว่า “ไป​ให้​พ้น ไอ้​ซาตาน เปโตร เพราะ​แก​ไม่​ได้​คิด​แบบ​พระเจ้า แต่​คิด​แบบ​มนุษย์”

34 พระองค์​เรียก​ชาวบ้าน​กับ​ศิษย์​เข้า​มา​แล้ว​พูด​ว่า “ถ้า​ใคร​อยาก​จะ​ติดตาม​เรา คน​นั้น​ต้อง​เลิก​ตามใจ​ตัวเอง และ​แบก​ไม้กางเขน​ของ​ตน​ตาม​เรา​มา 35 คน​ที่​อยาก​จะ​เอา​ตัว​รอด​จะ​ไม่​รอด แต่​คน​ที่​ยอม​สละ​ตัวเอง​เพื่อ​เรา​และ​ข่าวดี​นั้น​จะ​รอด 36 มัน​จะ​ได้​กำไร​ตรง​ไหน ถ้า​ได้​โลก​ทั้งใบ แต่​ตังเอง​ถูก​ทำลาย​ไป 37 เขา​จะ​เอา​อะไร​ไป​แลก​เพื่อ​จะ​ได้​ตัวเอง​กลับ​คืน​มา​หรือ 38 ใน​ยุค​ชั่วร้ายนี้ ถ้า​คน​ไหน​อับอาย​ที่​จะ​ยอมรับ​เรา​และ​ถ้อยคำ​ของ​เรา บุตร​มนุษย์ ก็​จะ​อับอาย​ที่​จะ​ยอมรับ​คน​นั้น​ด้วย​เหมือน​กัน​ใน​วัน​ที่​บุตร​มนุษย์​เสด็จ​กลับ​มา​พร้อม​กับ​สง่าราศี​ของ​พระบิดา​และ​พร้อม​กับ​เหล่า​ทูตสวรรค์​ที่​ศักดิ์สิทธิ์”

9

1 แล้ว​พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า มี​บางคน​ใน​ที่​นี้​จะ​ยัง​ไม่​ตาย จน​กว่า​จะ​ได้​เห็น​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​มา​พร้อม​กับ​ฤทธิ์เดช​เสีย​ก่อน”

พระเยซู​อยู่​กับ​โมเสส และ​เอลียาห์

(มธ. 17:1-13; ลก. 9:28-36)

2 หก​วัน​ต่อมา​พระเยซู​ได้​พา​เปโตร ยากอบ และ​ยอห์น ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​สูง​กัน แล้ว​ลักษณะ​ของ​พระเยซู​ก็​เปลี่ยน​ไป​ต่อ​หน้า​พวก​เขา 3 เสื้อผ้า​ของ​พระองค์​กลาย​เป็น​สีขาว​เปล่ง​ประกาย​แวววับ ขาว​กว่า​ที่​คน​ฟอก​ผ้า​ใน​โลกนี้​จะ​ฟอก​ให้​ขาว​ขนาดนี้​ได้ 4 แล้ว​พวก​เขา​ก็​เห็น​เอลียาห์​กับ​โมเสส+ 9:4 เอลียาห์​กับ​โมเสส เป็น​สอง​ผู้นำ​ชาว​อิสราเอล​ที่​สำคัญ​มาก​ใน​สมัย​พระคัมภีร์​เดิม กำลัง​คุย​อยู่​กับ​พระเยซู

5 เปโตร​บอก​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ครับ ดี​มาก​เลย​ที่​พวก​เรา​อยู่​ที่​นี่ พวก​เรา​จะ​ได้​สร้าง​เพิง ขึ้น​มา​สาม​หลัง ให้​อาจารย์​หลัง​หนึ่ง ให้​โมเสส​หลัง​หนึ่ง และ​ให้​เอลียาห์​อีก​หลัง​หนึ่ง” 6 (เปโตร​ไม่​รู้​ว่า​จะ​พูด​อะไร​ดี เพราะ​พวก​เขา​กำลัง​ตกใจ​กลัว​มาก)

7 จาก​นั้น​ก็​มี​เมฆ​ลอย​มา​ปกคลุม​พวก​เขา​ไว้ และ​มี​เสียง​พูด​ก้อง​ออก​มา​จาก​เมฆ​ว่า “ท่าน​ผู้นี้​คือ​ลูก​รัก​ของ​เรา ให้​เชื่อฟัง​ท่าน”

8 พวก​เขา​ก็​หัน​ไป​ดู​รอบๆ​แต่​ไม่​เห็น​ใคร​เลย​นอก​จาก​พระเยซู

9 ขณะ​ที่​เดิน​ลง​มา​จาก​ภูเขา พระเยซู​สั่ง​ห้าม​พวก​เขา​ไม่​ให้​เล่า​เรื่อง​ที่​เห็น​นี้​ให้​ใคร​ฟัง จน​กว่า​บุตร​มนุษย์​จะ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย

10 พวก​เขา​ก็​ทำ​ตาม​ที่​พระเยซู​สั่ง แต่​ก็​ถาม​กัน​เอง​ว่า​ที่​พระองค์​พูด​ว่า “ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย” หมายถึง​อะไร

11 พวก​เขา​ถาม​พระองค์​ว่า “ทำไม​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ถึง​บอก​ว่า เอลียาห์​ต้อง​มา​ก่อน+ 9:11 เอลียาห์​ต้อง​มา​ก่อน อ้าง​มา​จาก​หนังสือ มาลาคี 4:5-6

12 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ถูก​แล้ว เอลียาห์​ต้อง​มา​ก่อน เพื่อ​มา​เตรียม​ทุก​อย่าง​ให้​เรียบร้อย แต่​ทำไม​ถึง​ได้​มี​คำ​เขียน​ว่า บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน​อย่าง​แสนสาหัส​และ​ถูก​ทำ​ให้​อับอาย​ขายหน้า 13 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เอลียาห์​ก็​ได้​มา​แล้ว และ​พวก​เขา​ก็​ทำ​กับ​เอลียาห์​ตาม​ใจ​ชอบ​ของ​พวก​เขา เหมือน​กับ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระคัมภีร์”

พระเยซู​รักษา​เด็ก​ที่​มี​ผี​ชั่ว​สิง​อยู่

(มธ. 17:14-20; ลก. 9:37-43)

14 เมื่อ​พวก​เขา​ลง​มา​ถึง​ที่ๆ​พวก​ศิษย์​คน​อื่นๆ​อยู่ ก็​เห็น​ฝูงชน​จำนวน​มาก​รุม​ล้อม​พวก​ศิษย์​เหล่า​นั้น พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​กำลัง​เถียง​กับ​ศิษย์​พวก​นั้น​อยู่ 15 เมื่อ​ฝูงชน​เห็น​พระเยซู ก็​รู้สึก​แปลกใจ​มาก แล้ว​พา​กัน​วิ่ง​มา​ต้อนรับ​พระองค์

16 พระเยซู​ถาม​ว่า “กำลัง​เถียง​กัน​เรื่อง​อะไร”

17 ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​ฝูงชน​ตอบ​ว่า “อาจารย์​ครับ ผม​พา​ลูกชาย​มาหา​ท่าน เขา​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​ทำ​ให้​พูด​ไม่​ได้ 18 ทุก​ครั้ง​ที่​มัน​แผลงฤทธิ์​ออก​มา เด็ก​จะ​ล้มลง น้ำลาย​ฟูม​ปาก กัด​ฟัน​แน่น ตัว​แข็ง​ทื่อ​ไป​หมด ผม​ขอ​ให้​พวก​ศิษย์​ของ​ท่าน​ขับ​ผี​ชั่ว​ออก​ให้ แต่​พวก​เขา​ก็​ทำ​ไม่​ได้”

19 แล้ว​พระเยซู​พูด​ว่า “พวก​ขาด​ความ​เชื่อ เรา​จะ​ต้อง​อยู่​กับ​พวก​คุณ​ไป​อีก​นาน​แค่​ไหน เรา​จะ​ต้อง​อดทน​กับ​พวก​คุณ​ไป​ถึง​ไหน พา​เด็ก​นั้น​มา​นี่​ซิ”

20 พวก​เขา​ก็​พา​เด็ก​มา เมื่อ​ผี​ชั่ว​ใน​เด็ก​เห็น​พระเยซู มัน​ก็​ทำ​ให้​เด็ก​ชัก​กระตุก​อย่าง​แรง ล้มลง​กลิ้งไป​กลิ้งมา​บน​พื้น น้ำลาย​ฟูม​ปาก

21 พระเยซู​ก็​ถาม​พ่อ​ของ​เด็ก​ว่า “เป็น​อย่างนี้​มา​นาน​แล้ว​หรือ​ยัง” พ่อ​เด็ก​ตอบ​ว่า “เป็น​ตั้งแต่​เล็กๆ​เลย​ครับ 22 ไอ้​ผี​ชั่ว​จะ​ฆ่า​เขา​หลาย​ครั้ง​แล้ว ทำ​ให้​ตก​ลง​ไป​ใน​ไฟ​บ้าง หรือ​ตก​น้ำ​บ้าง ถ้า​อาจารย์​ช่วย​ได้​ก็​โปรด​สงสาร​ช่วย​พวก​เรา​ด้วย​เถิด”

23 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ทำไม​ถึง​พูด​ว่า ‘ถ้า​อาจารย์​ช่วย​ได้’ ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ได้​สำหรับ​คน​ที่​เชื่อ”

24 พ่อ​ของ​เด็ก​จึง​รีบ​ร้อง​บอก​ทันที​ว่า “ผม​เชื่อ​ครับ ช่วย​ทำ​ให้​ผม​เชื่อ​มาก​ขึ้น​ด้วย​ครับ”

25 เมื่อ​พระองค์​เห็น​ว่า​คน​เริ่ม​มา​มุง​ดู​มาก​ขึ้น พระองค์​ตวาด​ผี​ชั่ว​ว่า “ไอ้​ผี​ชั่ว​ที่​ทำ​ให้​คน​หูหนวก​และ​เป็น​ใบ้ เรา​สั่ง​ให้​แก​ออก​มา​จาก​เด็ก​คน​นั้น และ​อย่า​ได้​เข้า​สิง​เขา​อีก​เป็น​อันขาด”

26 ผี​ชั่ว​ก็​กรีดร้อง​เสียง​ดัง มัน​ทำ​ให้​เด็ก​ชัก​กระตุก​อย่าง​แรง แล้ว​ออก​จาก​ร่าง​เด็ก​ไป เด็ก​นั้น​ก็​แน่นิ่ง​เหมือน​ตาย​แล้ว มี​เสียง​บ่น​กัน​พึมพำ​ว่า “เขา​ตาย​แล้ว” 27 แต่​พระเยซู​จับ​มือ​ของ​เด็ก​และ​พยุง​เขา​ขึ้น​มา เด็ก​ก็​ลุก​ขึ้น​ยืน

28 เมื่อ​พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​บ้าน พวก​ศิษย์​มา​ถาม​พระองค์​ส่วน​ตัว​ว่า “อาจารย์ ทำไม​พวก​เรา​ถึง​ไล่​ผี​ชั่ว​ตัว​นั้น​ไม่​ได้​ล่ะ​ครับ”

29 พระองค์​บอก​ว่า “มี​ทาง​เดียว​ที่​จะ​ไล่​ผี​ชั่ว​ชนิดนี้​ออก​ได้ คือ​ต้อง​อธิษฐาน”+ 9:29 มี​ทาง​เดียว … คือ​ต้อง​อธิษฐาน สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​เพิ่ม​คำ​ว่า “คือ​ต้อง​อธิษฐาน​และ​อดอาหาร”

พระเยซู​พูด​ถึง​เรื่องความตาย​ของ​พระองค์​อีก

(มธ. 17:22-23; ลก. 9:43-45)

30 พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​ก็​เดิน​ทาง​ต่อ​โดย​ผ่าน​แคว้น​กาลิลี พระเยซู​ไม่​อยาก​ให้​ใคร​รู้​ว่า​พระองค์​อยู่​ที่​ไหน เพราะ​กำลัง​สอน​พวก​ศิษย์​อยู่ พระองค์​บอก​เขา​ว่า 31 “บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​จับ​ส่ง​ไป​อยู่​ใน​มือ​ของ​มนุษย์ และ​เขา​จะ​ถูก​ฆ่า และ​หลังจาก​นั้น​สาม​วัน​เขา​จะ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย” 32 พวก​ศิษย์​ไม่​เข้าใจ​ว่า​พระองค์​กำลัง​พูด​ถึง​เรื่อง​อะไร แต่​ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม

ใคร​เป็น​ใหญ่

(มธ. 18:1-5; ลก. 9:46-48)

33 เมื่อ​พวก​เขา​มา​ถึง​เมือง​คาเปอรนาอุม ขณะ​ที่​อยู่​ใน​บ้าน พระองค์​ถาม​พวก​ศิษย์​ว่า “ใน​ระหว่าง​ทาง​พวก​คุณ​เถียงกัน​เรื่อง​อะไร” 34 ทุก​คน​เงียบ​หมด เพราะ​ใน​ระหว่าง​ทาง​นั้น​พวก​เขา​เถียง​กัน​เรื่อง​ที่​ว่า​ใคร​ใหญ่​ที่สุด

35 พระองค์​จึง​นั่ง​ลง​เรียก​ศิษย์​ทั้ง​สิบสอง​คน​เข้า​มา แล้ว​พูด​ว่า “ถ้า​ใคร​อยาก​จะ​เป็น​ใหญ่ เขา​จะ​ต้อง​เป็น​คน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด​และ​ยอม​รับใช้​ทุก​คน”

36 พระองค์​เอา​เด็ก​เล็กๆ​คน​หนึ่ง​มา​ยืน​อยู่​ข้างหน้า​พวก​เขา พระองค์​โอบ​เด็ก​นั้น​ไว้ แล้ว​สอน​ว่า 37 “คน​ที่​ต้อนรับ​เด็ก​เล็กๆ​อย่างนี้​เพราะ​เห็นแก่​เรา ก็​เท่ากับ​คน​นั้น​ได้​ต้อนรับ​เรา​ด้วย และ​คน​ที่​ต้อนรับ​เรา​ก็​ไม่​ได้​ต้อนรับ​แต่​เรา​เท่านั้น แต่​ยัง​ได้​ต้อนรับ​ผู้ที่​ส่ง​เรา​มา​ด้วย”

คน​ที่​ไม่​ได้​ต่อต้าน​พระเยซูก็​เป็น​พวก​พระองค์

(ลก. 9:49-50)

38 ยอห์น​เล่า​ให้​พระเยซู​ฟัง​ว่า “อาจารย์​ครับ พวก​เรา​เห็น​ชาย​คน​หนึ่ง​ขับ​ผี​ชั่ว​ออก โดย​อ้าง​ชื่อ​ของ​อาจารย์ พวก​เรา​ก็​เลย​พยายาม​ห้าม​เขา เพราะ​เขา​ไม่​ใช่​พวก​เดียว​กับ​เรา”

39 แต่​พระเยซู​บอก​ว่า “อย่า​ไป​ห้าม​เขา​เลย เพราะ​ไม่​มี​ใคร​ที่​อ้าง​ชื่อ​เรา​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์ แล้ว​อีก​ประเดี๋ยว​หนึ่ง​ก็​มา​ใส่ร้าย​เรา 40 คน​ที่​ไม่​ได้​ต่อต้าน​เรา​ก็​เป็น​พวก​เรา 41 ใคร​ก็​ตาม​ที่​ให้​น้ำ​พวก​คุณ​ดื่ม​เพราะ​พวก​คุณ​เป็น​คน​ของ​พระคริสต์ เรา​รับรอง​ว่า เขา​จะ​ได้รับ​รางวัล​ตอบแทน​อย่าง​แน่นอน

โทษ​สำหรับ​ผู้ที่​ทำ​ให้​คน​อื่น​ทำ​บาป

(มธ. 18:6-9; ลก. 17:1-2)

42 ระหว่าง​การทำให้​คน​ที่​ต่ำต้อย​คน​หนึ่ง​ใน​พวกนี้​ที่​ไว้วางใจ​ใน​เรา​หลง​ไป​ทำ​บาป กับ​การ​ถูก​ถ่วง​น้ำ​โดย​มี​หิน​โม่​แป้ง+ 9:42 หิน​โม่​แป้ง นี่​เป็น​หิน​โม่​แป้ง​ขนาด​ใหญ่​ที่​ต้อง​ใช้​ลา​เดิน​รอบๆ แขวน​คอ​ไว้ อย่าง​หลัง​นี้​ก็​ยัง​จะ​ดี​กว่า 43 ถ้า​มือ​ข้าง​หนึ่ง​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป ตัด​มัน​ทิ้ง​ซะ เพราะ​มือ​ด้วน​ข้าง​หนึ่ง​แล้ว​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​พระเจ้า ก็ดี​กว่า​มี​มือ​ครบ​ทั้ง​สอง​ข้าง แต่​ต้อง​ตก​นรก​ใน​ไฟ​ที่​ไม่​มี​วัน​ดับ 44+ 9:44 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​ฉบับ​หลังๆ​นี้​บาง​ฉบับ มี​ข้อ 44 ที่​มี​ข้อ​ความ​เหมือน​กับ ข้อ 4845 ถ้า​เท้า​ข้าง​หนึ่ง​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป ก็​ตัด​มัน​ทิ้ง​ซะ เพราะ​เท้า​ข้าง​หนึ่ง​ด้วน​แล้ว​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​พระเจ้า ก็​ยัง​ดี​กว่า​มี​เท้า​ครบ​ทั้ง​สอง​ข้าง​แต่​ต้อง​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​นรก 46+ 9:46 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​ฉบับ​หลังๆ​นี้​บาง​ฉบับ มี​ข้อ 46 ที่​มี​ข้อความ​เหมือน​กับ ข้อ 4847 ถ้า​ตา​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป​ก็​ควัก​ทิ้ง​ซะ เพราะ​เหลือ​ตา​ข้าง​เดียว​แล้ว​ได้​เข้า​ไป​อยู่​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า ก็​ยัง​ดี​กว่า​มี​ตา​สอง​ข้าง​แล้ว​ถูก​โยน​ลงไป​ใน​นรก 48 ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ตัว​หนอน​ที่​ไม่​มี​วัน​ตาย​และ​ไฟ​ที่​ไม่​มี​วัน​ดับ

49 ทุก​คน​จะ​ต้อง​ถูก​ชำระ​ล้าง+ 9:49 ถูก​ชำระ​ล้าง คำนี้​แปล​ตรงๆ ว่า หมัก​ด้วย​เกลือ​ด้วย​ไฟ​แห่ง​ความ​ทุกข์”

50 “เกลือ​นั้น​ดี แต่​ถ้า​เกลือ​หมด​รส​เค็ม​แล้ว​พวก​คุณ​จะ​ทำ​ให้​มัน​กลับ​มา​เค็ม​อีก​ได้​อย่าง​ไร ขอ​ให้​พวก​คุณ​มี​เกลือ+ 9:50 เกลือ ใน​ที่​นี้​อาจ​จะ​หมายถึง​คน​ที่​เป็น​เพื่อน น่า​คบค้า​สมาคม​ด้วย อัธยาศัย​ดี แต่​ไม่​มี​ใคร​รู้​ความหมาย​ชัดเจน อยู่​ใน​ตัว คือ​อยู่​ด้วย​กัน​อย่าง​สงบสุข”

10

การหย่าร้าง

(มธ. 19:1-12)

1 แล้ว​พระเยซู​ก็​ไป​จาก​ที่​นั่น พระองค์​เข้า​ไป​ที่​แคว้น​ยูเดีย ที่​อยู่​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน มี​ชาวบ้าน​มากมาย​มา​หา​พระองค์ พระองค์​ก็​สั่งสอน​เขา​เหมือน​เคย

2 มี​ฟาริสี​บางคน​มา​ทดสอบ​พระองค์ โดย​ถาม​ว่า “มัน​ถูก​กฎ​หรือ​เปล่า​ที่​ผู้ชาย​จะ​หย่า​กับ​ภรรยา”

3 พระองค์​ย้อน​ถาม​ว่า “แล้ว​โมเสส​สั่ง​ว่า​อย่าง​ไร​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้”

4 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “โมเสส​ยอม​ให้​ผู้ชาย​เขียน​ใบ​หย่า​ให้​กับ​ภรรยา แล้ว​ก็​หย่า​ได้”

5 พระองค์​จึง​พูด​ว่า “ที่​โมเสส​เขียน​อย่าง​นั้น​ให้ ก็​เพราะ​จิตใจ​ของ​พวก​คุณ​มัน​ดื้อ​ด้าน 6 แต่​อันที่จริง ตั้ง​แต่​เริ่ม​สร้าง​โลก​มา​แล้ว ‘พระเจ้า​สร้าง​มนุษย์​ให้​เป็น​ชาย​และ​หญิง’+ 10:6 อ้าง​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 1:27; 5:27 ผู้ชาย​ถึง​ได้​แยก​จาก​พ่อ​แม่​ไป​อยู่​ร่วม​กัน​กับ​ภรรยา​ของ​เขา 8 แล้ว​ทั้ง​สอง​ก็​กลาย​เป็น​คนๆ​เดียว​กัน+ 10:7-8 อ้าง​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 2:24 พวก​เขา​ไม่​ใช่​สอง​คน​อีก​ต่อ​ไป​แต่​เป็น​คนๆ​เดียว​กัน 9 ดังนั้น​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ได้​ผูกพัน​เข้า​ด้วย​กัน​แล้ว​ก็​อย่า​ให้​ใคร​มา​แยก​ออก​จาก​กัน​เลย”

10 เมื่อ​พวก​เขา​อยู่​กัน​ตาม​ลำพัง​ใน​บ้าน พวก​ศิษย์​ก็​ถาม​พระเยซู​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้ 11 พระองค์​ตอบ​ว่า “ใคร​ก็​ตาม​ที่​หย่า​กับ​ภรรยา​แล้ว​ไป​แต่งงาน​ใหม่ ก็​ถือ​ว่า​มี​ชู้ 12 และ​ถ้า​หญิง​ที่​หย่า​กับ​สามี​แล้ว​ไป​แต่งงาน​ใหม่ ก็​ถือ​ว่า​นาง​มี​ชู้​เหมือน​กัน”

พระเยซู​ทรง​อวยพร​เด็ก​เล็กๆ

(มธ. 19:13-15; ลก. 18:15-17)

13 ผู้คน​ต่าง​พา​เด็ก​เล็กๆ​มา​ให้​พระองค์​แตะต้อง​ตัว แต่​พวก​ศิษย์​ได้​ต่อว่า​พวก​เขา​ไป 14 เมื่อ​พระองค์​เห็น​ก็​ไม่​พอใจ จึง​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “ปล่อย​ให้​พวก​เด็ก​เล็กๆ​เข้า​มา​หา​เรา อย่า​ห้าม​พวก​เขา เพราะ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เป็น​ของ​คน​ที่​เป็น​เหมือน​กับ​เด็ก​เล็กๆ​พวกนี้ 15 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​คน​ไหน​ไม่​ยอมรับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​ที่​เด็ก​เล็กๆ​พวกนี้​ยอมรับ คน​นั้น​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แน่ๆ” 16 แล้ว​พระองค์​ก็​โอบ​เด็กๆ​ไว้​ใน​อ้อมแขน​และ​วางมือ​อวยพร​ให้​กับ​พวก​เขา

เศรษฐี​หนุ่ม

(มธ. 19:16-30; ลก. 18:18-30)

17 ใน​ขณะ​ที่​พระองค์​เริ่ม​ออก​เดิน​ทาง​นั้น​ก็​มี​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​วิ่ง​เข้า​มา​คุกเข่า​ลง​ต่อหน้า​พระองค์ แล้ว​ถาม​ว่า “อาจารย์​ผู้​ประเสริฐ ผม​จะ​ต้อง​ทำ​ยังไง​ถึง​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป​ครับ”

18 พระเยซู​ตอบ​ว่า “คุณ​เรียก​เรา​ว่า​ผู้​ประเสริฐ​ทำไม ไม่​มี​ใคร​ประเสริฐ​หรอก นอก​จาก​พระเจ้า​เท่า​นั้น 19 คุณ​ก็​รู้​กฎปฏิบัติ​ดี​อยู่​แล้ว​นี่ ที่​ว่า​อย่า​ฆ่า​คน อย่า​มี​ชู้ อย่า​ขโมย อย่า​เป็น​พยาน​เท็จ อย่า​โกง และ​ให้​เคารพ​นับถือ​พ่อ​แม่”+ 10:19 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 20:12-16 และ​เฉลยธรรมบัญญัติ 5:16-20

20 คน​หนุ่ม​คน​นั้น​ก็​ว่า “อาจารย์​ครับ ผม​รักษา​กฎ​ทุก​ข้อนี้​มา​ตั้ง​แต่​เด็ก​แล้ว​ครับ”

21 พระเยซู​มอง​เขา​ด้วย​ความรัก​และ​พูด​ว่า “แต่​คุณ​ยัง​ขาด​อยู่​อีก​อย่าง​หนึ่ง คือ​ให้​ไป​ขาย​ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่าง​ที่​คุณ​มี แล้ว​เอา​เงิน​ไป​แจก​จ่าย​ให้​กับ​คน​ยากจน คุณ​ก็​จะ​มี​ทรัพย์​สมบัติ​อยู่​ใน​สวรรค์ แล้ว​มา​ติดตาม​เรา”

22 เมื่อ​ได้ยิน​พระเยซู​พูด​อย่างนี้ เขา​ก็​เดิน​จาก​ไป​ด้วย​ความเศร้า เพราะ​เขา​ร่ำรวย​มาก

23 พระเยซู​มอง​ไป​รอบๆ​และ​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “มัน​ยาก​มาก​ที่​คน​รวย​จะ​ได้​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”

24 พวก​ศิษย์​ต่าง​ก็​งง​ที่​ได้ยิน​พระองค์​พูด​อย่าง​นั้น แต่​พระเยซู​พูด​ต่อว่า “ลูกๆ​เอ๋ย​รู้​ไหม​ว่า อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​นี่​เข้า​ยาก​จริงๆ 25 จะ​ให้​อูฐ​ลอด​รูเข็ม ก็​ยัง​จะ​ง่าย​กว่า​ที่​จะ​ให้​คน​รวย​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”

26 พวก​ศิษย์​ก็​ยิ่ง​งง​กัน​ไป​ใหญ่​และ​พูด​กัน​เอง​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ใคร​จะ​ไป​รอด​ได้”

27 พระเยซู​มอง​ดู​พวก​เขา​แล้ว​พูด​ว่า “สำหรับ​มนุษย์​ก็​เป็น​ไป​ไม่​ได้​เลย แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ก็​เป็น​ไป​ได้ เพราะ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ได้​สำหรับ​พระเจ้า”

28 เปโตร​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ดู​สิ​ครับ พวก​เรา​ได้​สละ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​เพื่อ​มา​ติดตาม​อาจารย์”

29 พระเยซู​พูด​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ที่​ได้​สละ​บ้าน​เรือน พี่น้อง​ชาย​หญิง พ่อ​แม่ ลูกๆ​หรือ​ไร่นา​เพื่อ​มา​ติด​ตาม​เรา​และ​ข่าวดี​ของ​เรา 30 คนๆ​นั้น​จะ​ได้รับ​ผล​ตอบแทน​คืน​เป็น​ร้อย​เท่า​ของ​สิ่ง​ที่​เขา​มี​ใน​โลกนี้ ทั้ง​บ้าน​เรือน พี่น้อง​ชาย​หญิง พ่อ​แม่ ลูกๆ​และ​ไร่นา รวม​ถึง​ว่า​พวก​เขา​จะ​ต้อง​ถูกกดขี่​ข่มเหง​ด้วย แต่​พวก​เขา​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป​ใน​โลก​หน้าที่​จะ​มา​ถึง 31 คน​ที่​เป็น​ใหญ่​เป็น​โต​ที่สุด​ใน​ตอนนี้​จะ​กลาย​เป็น​คน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด ส่วน​คน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด​ใน​ตอนนี้​จะ​ได้​กลาย​เป็น​ใหญ่​เป็น​โต​ที่สุด”

พระเยซู​พูด​ถึง​ความ​ตายของ​พระองค์​อีก​ครั้ง​หนึ่ง

(มธ. 20:17-19; ลก. 18:31-34)

32 พวก​เขา​มุ่ง​หน้า​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม พระเยซู​เดิน​นำ​หน้า พวก​ศิษย์​ต่าง​ก็​แปลกใจ ส่วน​พวก​ที่​ติดตาม​มา​ก็​หวาดกลัว พระองค์​พา​ศิษย์​ทั้ง​สิบสอง​คน​ปลีกตัว​ออก​มา​ข้างๆ​และ​เริ่ม​เล่า​เรื่อง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​พระองค์​ให้​พวก​เขา​ฟัง​อีก​ครั้ง 33 พระองค์​บอก​ว่า “ฟัง​นะ พวก​เรา​กำลัง​จะ​ขึ้น​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​บุตร​มนุษย์​จะ​ถูก​จับ​ส่ง​ตัว​ไป​ให้​พวก​ผู้นำ​นักบวช และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ พวก​เขา​จะ​ตัดสิน​ประหาร​ชีวิต​เขา และ​พวก​นั้น​จะ​จับ​เขา​ส่ง​ไป​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ชาวยิว 34 แล้ว​พวก​นั้น​ก็​จะ​หัวเราะ​เยาะ ถ่ม​น้ำลาย​ใส่ เฆี่ยน​ตี และ​ใน​ที่​สุด​ก็​จะ​ฆ่า​เขา แต่​เขา​ก็​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​ใน​วันที่​สาม”

คำขอ​ของ​ยากอบ​กับ​ยอห์น

(มธ. 20:20-28)

35 ยากอบ​และ​ยอห์น ลูก​ของ​เศเบดี​เข้า​มา​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ครับ ช่วย​พวก​เรา​สัก​เรื่อง​ได้​ไหม​ครับ”

36 พระเยซู​ถาม​ว่า “จะ​ให้​ทำ​อะไร​ล่ะ”

37 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “พอ​อาจารย์​ได้รับ​เกียรติยศ​อัน​สูงส่ง​อย่าง​กษัตริย์​แล้ว ขอ​ให้​เรา​ได้​นั่ง​ข้าง​ขวา​อาจารย์​คน​หนึ่ง​และ​ข้าง​ซ้าย​อีก​คน​หนึ่ง​นะ​ครับ”

38 พระเยซู​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​ไม่​รู้​หรอก​ว่า​กำลัง​ขอ​อะไร​อยู่ พวก​คุณ​จะ​ดื่ม​จาก​จอก+ 10:38 ดื่ม​จาก​จอก คือ​จอก​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ทุกข์​ที่​เรา​ต้อง​ดื่ม​นี้​ได้​หรือ ความทรมาน​นี้+ 10:38 ความทรมาน​นี้ ใน​ภาษา​เดิม ใช้​คำ​ว่า​การจุ่ม ใน​ที่​นี้​พระเยซู​หมาย​ถึง​การ​ถูก​จุ่ม​ลง​ไป​ใน​ความ​ทุกข์ยาก​ที่​เรา​ต้อง​รับ คุณ​จะ​รับ​ได้​หรือ”

39 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ได้​ครับ” พระเยซู​จึง​พูด​ว่า “จริงอยู่​ที่​คุณ​จะ​ดื่ม​จาก​จอก​ที่​เรา​จะ​ต้อง​ดื่ม และ​คุณ​จะ​ทน​ทุกข์ทรมาน​แบบ​เดียว​กับ​ที่​เรา​จะ​ต้อง​ทน 40 แต่​จะ​ให้​ใคร​นั่ง​ทาง​ขวา​หรือ​ทาง​ซ้าย​ของ​เรา​นั้น เรา​ไม่​ได้​เป็น​คน​เลือก พระเจ้า​จะ​เป็น​ผู้​เลือก​เอง”

41 เมื่อ​ศิษย์​อีก​สิบ​คน​รู้​เรื่องนี้ ก็​โกรธ​ยากอบ​และ​ยอห์น 42 พระเยซู​เลย​เรียก​พวก​เขา​เข้า​มาหา​และ​พูด​ว่า “พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า​กษัตริย์​ของ​พวก​คน​ต่าง​ชาติ​ทำตัว​เป็นเจ้า​เป็นนาย​เหนือ​ประชาชน และ​พวก​ข้าราชการ​ระดับ​สูง​ก็​ชอบ​ใช้​อำนาจ​ต่อ​ประชาชน 43 แต่​ใน​พวก​คุณ​มัน​จะ​ไม่​เป็น​อย่าง​นั้น คน​ไหน​ที่​อยาก​จะ​เป็น​ใหญ่ ก็​ให้​เขา​เป็น​ผู้​รับใช้​พวก​คุณ 44 และ​คน​ไหน​อยาก​เป็น​คน​สำคัญ​ที่สุด ก็​ให้​เขา​เป็น​ทาส​รับใช้​ทุก​คน 45 เพราะ​แม้แต่​บุตร​มนุษย์ ก็​ยัง​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​จะ​ให้​คน​อื่น​รับใช้ แต่​มา​เพื่อ​จะ​รับใช้​คน​อื่น และ​ยอม​สละ​ชีวิต​เพื่อ​ปลดปล่อย​ให้​คน​มากมาย​เป็น​อิสระ”

พระเยซู​รักษา​บารทิเมอัส

(มธ. 20:29-34; ลก. 18:35-43)

46 พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​เดินทาง​มา​ถึง​เมือง​เยริโค และ​ใน​ระหว่าง​ที่​พระองค์​และ​พวก​ศิษย์​กำลัง​เดินทาง​ออก​จาก​เมือง​เยริโค​พร้อม​กับ​ชาว​บ้าน​นั้น ก็​มี​คน​ตา​บอด​คน​หนึ่ง​ชื่อ​บารทิเมอัส​ซึ่ง​เป็น​ลูกชาย​ของ​ทิเมอัส นั่ง​ขอ​ทาน​อยู่​ริม​ถนน 47 เมื่อ​เขา​รู้​ว่า​เป็น​พระเยซู​ชาว​นาซาเร็ธ เขา​ก็​ร้อง​ตะโกน​ว่า “เยซู บุตร​ดาวิด สงสาร​ผม​ด้วย​ครับ”

48 หลาย​คน​ตวาด​ให้​เขา​เงียบ แต่​เขา​ยิ่ง​ตะโกน​ดัง​ขึ้น “เยซู​บุตร​ดาวิด​สงสาร​ผม​ด้วย​ครับ”

49 พระเยซู​จึง​หยุด และ​พูด​ว่า “เรียก​เขา​มา​สิ” พวก​เขา​ก็​เลย​เรียก​คน​ตาบอด​นั้น และ​บอก​เขา​ว่า “ดีใจ​ได้​แล้ว ลุก​ขึ้น​สิ อาจารย์​เรียก​แก​ไป​หา​แล้ว” 50 คน​ตาบอด​นั้น​ก็​โยน​เสื้อคลุม​ทิ้ง​ไป​ข้างๆ​แล้ว​กระโดด​ลุกขึ้น​มา​หา​พระเยซู

51 พระองค์​ถาม​เขา​ว่า “อยาก​ให้​เรา​ช่วย​อะไร” คน​ตาบอด​ตอบ​ว่า “ผม​อยาก​มอง​เห็น​ครับ​อาจารย์”

52 พระเยซู​จึง​พูด​ว่า “ไป​เถอะ ความเชื่อ​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​หาย​แล้ว” เขา​ก็​มองเห็น​ทันที และ​ติดตาม​พระองค์​ไป

11

พระเยซู​เข้า​เมือง​เยรูซาเล็มอย่าง​กษัตริย์

(มธ. 21:1-11; ลก. 19:28-40; ยน. 12:12-19)

1 เมื่อ​พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​ใกล้​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม ก็​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน​เบธฟายี และ​หมู่บ้าน​เบธานี ที่​อยู่​ตรง​เชิงเขา​มะกอกเทศ พระองค์​ส่ง​ศิษย์​สอง​คน​ไป​ก่อน​ล่วงหน้า 2 พร้อม​กับ​สั่ง​ว่า “ให้​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน​ข้าง​หน้า​นั้น ทันที​ที่​คุณ​ไป​ถึง​คุณ​จะ​เห็น​ลูก​ลา​ตัว​หนึ่ง​ผูก​อยู่ ยัง​ไม่​เคย​มี​ใคร​ขี่​มัน​มา​ก่อน ให้​แก้​มัด​มัน​แล้ว​จูง​มา​ให้​เรา​ที่​นี่ 3 ถ้า​มี​ใคร​ถาม​ว่า ‘แก้​มัด​มัน​ทำไม’ ให้​ตอบ​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต​ต้องการ​ใช้​มัน แล้ว​จะ​รีบ​เอา​มา​คืน​ให้’”

4 ศิษย์​ทั้ง​สอง​ก็​ไป และ​พบ​ลูก​ลา​ตัว​หนึ่ง​ผูก​อยู่​หน้า​ประตู​ข้าง​ถนน พวก​เขา​แก้​เชือก​ออก 5 มี​บางคน​ที่​ยืน​อยู่​แถว​นั้น​ถาม​ว่า “แก้​เชือก​มัน​ทำไม” 6 ศิษย์​ทั้ง​สอง​ก็​ตอบ​ตาม​ที่​พระเยซู​สั่ง​มา พวก​เขา​จึง​ยอม​ให้​เอา​ลูก​ลา​ไป 7 เมื่อ​ศิษย์​ทั้งสอง​จูง​ลูก​ลา​มา​ให้​พระเยซู พวก​เขา​ก็​เอา​เสื้อคลุม​ของ​ตัวเอง​ปู​บน​หลัง​ลา​ให้​พระองค์​ขี่​ไป 8 ชาวบ้าน​มากมาย​เอา​เสื้อคลุม​มา​ปู​ตาม​ทาง บางคน​เอา​กิ่งไม้​ที่​ตัด​จาก​ทุ่ง​มา​ปู​ให้​ด้วย 9 ทั้ง​พวก​ที่​เดิน​นำ​หน้า​และ​พวก​ที่​เดิน​ตาม​หลัง ก็​ส่งเสียง​ร้อง​ตะโกน​ว่า

“ไชโย+ 11:9 ไชโย หรือ โฮซันนา​ใน​ภาษา​อารเมค หมายถึง การ​อธิษฐาน​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระเจ้า ใน​ที่​นี้​ใช้​สำหรับ​การโห่ร้อง​ตะโกน​ต้อนรับ​พระองค์​ด้วย​ความ​ยินดี พระเจ้า​ยิ่งใหญ่

ขอ​พระเจ้า​อวยพร​คน​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต”+ 11:9 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 118:25-26

10 “ขอ​พระเจ้า​อวยพร​อาณาจักร​ของ​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของ​เรา

คือ​อาณาจักร​ที่​กำลัง​จะ​มา

ไชโย แด่​พระเจ้า​ผู้ยิ่งใหญ่​สูงสุด​ใน​สวรรค์”

11 แล้ว​พระเยซู​ก็​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม พระองค์​ไป​ที่​วิหาร เดิน​ดู​รอบๆ​จน​ทั่ว แต่​เพราะ​เป็น​เวลา​เย็น​มาก​แล้ว พระองค์​ก็เลย​กลับ​ไป​ที่​หมู่บ้าน​เบธานี​กับ​พวก​ศิษย์​ทั้ง​สิบสอง​คน

พระเยซู​สาป​ต้นมะเดื่อ

(มธ. 21:18-19)

12 วันรุ่งขึ้น​ขณะ​ที่​ออก​มา​จาก​หมู่บ้าน​เบธานี พระเยซู​รู้สึก​หิว 13 พระองค์​มอง​เห็น​ต้น​มะเดื่อ​อยู่​แต่​ไกล มี​ใบ​อยู่​เต็ม​ต้น พระองค์​ก็​เดิน​เข้า​ไป​ใกล้ๆ​เพื่อ​มอง​หา​ลูก​ของ​มัน แต่​เมื่อ​มา​ถึง​กลับ​พบ​ว่า​ไม่​มี​ลูก​เลย​สัก​ลูก มี​แต่​ใบ​เต็ม​ไป​หมด​เพราะ​ยัง​ไม่​ถึง​ฤดู​ออก​ลูก 14 พระองค์​จึง​พูด​กับ​ต้น​มะเดื่อ​นั้น​ว่า “อย่า​ให้​ใคร​ได้​กิน​ลูก​จาก​เจ้า​อีก​เลย” และ​พวก​ศิษย์​ได้ยิน​คำ​พูดนี้​ด้วย

พระเยซู​ใน​วิหาร

(มธ. 21:12-17; ลก. 19:45-48; ยน. 2:13-22)

15 เมื่อ​มา​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม พระเยซู​ได้​เข้า​ไป​ใน​เขต​วิหาร และ​ขับไล่​พวก​ที่​มา​ซื้อ​มา​ขาย​ข้าวของ​กัน​อยู่​ใน​วิหาร​นั้น พระองค์​คว่ำ​โต๊ะ​คนรับแลกเงิน และ​ม้านั่ง​ของ​พวก​ที่​ขาย​นกพิราบ 16 พระองค์​ห้าม​ไม่​ให้​คน​แบก​ของ​ผ่าน​ไป​มา​ใน​เขต​วิหาร 17 แล้ว​สั่งสอน​พวก​เขา​ว่า “พระคัมภีร์​ไม่​ได้​เขียน​ไว้​หรือ​ว่า ‘บ้าน​ของ​เรา​มี​ชื่อ​ว่า บ้าน​อธิษฐาน​สำหรับ​ชน​ทุก​ชาติ+ 11:17 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ​อิสรยาห์ 56:7 แต่​พวก​เจ้า​กลับ​ทำ​ให้​มัน​เป็น​รัง​โจร’”+ 11:17 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เยเรมียาห์ 7:11

18 เมื่อ​พวก​ผู้นำ​นักบวช​และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​รู้​เรื่องนี้ ก็​หา​ทาง​ที่​จะ​ฆ่า​พระองค์ แต่​พวก​เขา​กลัว​พระองค์​เพราะ​มี​ชาวบ้าน​มาก​มาย​ที่​ตื่นเต้น​กับ​คำสอน​ของ​พระองค์ 19 เย็น​วัน​นั้น​พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​ก็​ออก​นอก​เมือง​ไป

บทเรียน​จาก​ต้นมะเดื่อ

(มธ. 21:20-22)

20 วันรุ่งขึ้น​เมื่อ​พระเยซู และ​พวก​ศิษย์​เดิน​ผ่าน​ต้นมะเดื่อ​ต้น​เดิม พวก​ศิษย์​เห็น​ต้นมะเดื่อ​เหี่ยวแห้ง​ตาย​ตั้งแต่​ยอด​ถึง​โคน 21 เปโตร​ก็​นึกขึ้น​ได้​ว่า​เมื่อวาน​พระเยซู​สาป​มัน​ไว้ เขา​จึง​บอก​พระเยซู​ว่า “อาจารย์ ดู​นั่น​สิ​ครับ ต้นมะเดื่อ​ที่​อาจารย์​สาปแช่ง​ไว้​แห้ง​ตาย​แล้ว”

22 พระเยซู​บอก​พวก​ศิษย์​ว่า “เชื่อ​ใน​พระเจ้า​สิ 23 เรา​รับรอง​ว่า ถ้า​คุณ​เชื่อ​โดย​ไม่​สงสัย​เลย แม้​คุณ​สั่ง​ให้​ภูเขานี้​ลอย​ลงไป​ใน​ทะเล มัน​ก็​จะ​เป็น​ไป​ตาม​นั้น 24 ถ้า​คุณ​เชื่อ คุณ​จะ​ได้​ทุก​อย่าง​ที่​คุณ​อธิษฐาน​ขอ​นั้น 25 ตอน​ที่​คุณ​อธิษฐาน ถ้า​โกรธ​ใคร​อยู่​ก็​ต้อง​ยกโทษ​ให้​กับ​เขา​ก่อน แล้ว​พระบิดา​ของ​คุณ​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ยกโทษ​ให้​กับ​ความบาป​ของ​คุณ​เหมือน​กัน” 26+ 11:26 สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ เพิ่ม​ข้อนี้​ว่า a “แต่​ถ้า​คุณ​ไม่​ยอม​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​อื่น พระบิดา​ที่​อยู่​ใน​สวรรค์​ก็​จะ​ไม่​ยกโทษ​บาป​ของ​คุณ​เหมือน​กัน”

ผู้นำ​ชาวยิว​สงสัย​ในสิทธิอำนาจ​ของ​พระเยซู

(มธ. 21:23-27; ลก. 20:1-8)

27 พวก​เขา​ก็​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​อีก​ครั้ง​หนึ่ง ใน​ขณะ​ที่​พระเยซู​กำลัง​เดิน​อยู่​ใน​วิหาร​นั้น พวก​หัวหน้า​นักบวช พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ และ​พวก​ผู้อาวุโส​เดิน​เข้า​มา​ถาม​พระองค์​ว่า 28 “แก​มี​สิทธิ์​อะไร​ไป​ไล่​พ่อค้า​พวก​นั้น ใคร​ให้​สิทธิ์นี้​กับ​แก​ที่​จะ​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นั้น”

29 พระเยซู​พูด​ว่า “เรา​ขอ​ถาม​ท่าน​เรื่อง​หนึ่ง ตอบ​เรา​มา แล้ว​เรา​จะ​บอก​ว่า​เรา​ใช้​สิทธิ์​ของ​ใคร​ทำ​อย่างนี้ 30 ช่วย​ตอบ​หน่อย​ว่า​พิธีจุ่มน้ำ​ของ​ยอห์น​มา​จาก​สวรรค์​หรือ​มา​จาก​มนุษย์”

31 พวก​เขา​ก็​ปรึกษา​กัน​ว่า “ถ้า​เรา​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​สวรรค์’ มัน​ก็​จะ​ย้อน​ถาม​เรา​ว่า ‘แล้ว​ทำไม​ไม่​เชื่อ​ยอห์น​ล่ะ’ 32 แต่​ถ้า​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’ ก็​กลัว​ฝูงชน เพราะ​พวก​นั้น​เชื่อ​ว่า ยอห์น​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​อย่างแน่​นอน”

33 พวก​เขา​จึง​ตอบ​พระเยซู​ว่า “ไม่​รู้​สิ” พระเยซู​ก็​เลย​บอก​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น เรา​ก็​จะ​ไม่​บอก​เหมือน​กัน​ว่า​เรา​ใช้​สิทธิ์​ของ​ใคร​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้”

12

พระเจ้า​ส่ง​พระบุตร​มา

(มธ. 21:33-46; ลก. 20:9-19)

1 พระเยซู​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​ฟัง​ว่า “มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ทำ​สวนองุ่น​ไว้ เขา​ล้อม​รั้ว​ไว้​รอบ ขุด​บ่อย่ำ​องุ่น และ​สร้าง​หอคอย เขา​ให้​ชาวสวน​มา​เช่า​สวนองุ่น​นั้น ส่วน​ตัว​เขา​เดิน​ทาง​ไป​ต่างประเทศ 2 เมื่อ​ถึง​เวลา​เก็บเกี่ยว​ผล​องุ่น​เขา​ก็​ส่ง​ทาส​คน​หนึ่ง​มา​รับ​ส่วนแบ่ง​จาก​ผล​องุ่น​นั้น 3 แต่​พวก​คน​เช่า​กลับ​จับ​ทาส​คน​นั้น​ทุบตี​และ​ไล่​กลับ​ไป​มือ​เปล่า 4 เจ้าของ​สวน​ส่ง​ทาส​คน​ใหม่​มา​อีก แต่​คราวนี้​พวก​คน​เช่า​ก็​ได้​รุม​กัน​ทุบหัว​เขา​และ​แกล้ง​เขา​จน​อับอาย 5 เจ้าของ​สวน​ส่ง​อีก​คน​หนึ่ง​มา​แต่​ก็​ถูก​ฆ่า แล้ว​เขา​ก็​ยัง​ส่ง​คน​มา​อีก​เรื่อยๆ คน​ที่​เขา​ส่ง​มา​ก็​ถูก​ตี​บ้าง ถูก​ฆ่า​บ้าง

6 สุดท้าย​เจ้าของ​สวน​เหลือ​คน​เพียง​คน​เดียว คือ​ลูกชาย​สุด​ที่รัก​ของ​เขา เขา​จึง​ส่ง​ลูกชาย​มา เขา​คิด​ว่า ‘พวก​นั้น​จะ​ต้อง​เคารพ​ยำเกรง​ลูกชาย​ของ​เรา​แน่ๆ’

7 แต่​พวก​คน​เช่า​กลับ​พูด​กัน​ว่า ‘นี่​ไง ผู้​รับ​มรดก มา​เร็ว​เข้า ฆ่า​มัน​เลย สวนนี้​จะ​ได้​ตก​เป็น​ของ​เรา’ 8 พวก​คน​เช่า​จึง​จับ​เขา​ไป​ฆ่า แล้ว​โยน​ศพ​ทิ้ง​ออก​ไป​นอก​สวนองุ่น

9 พวก​คุณ​คิด​ว่า​เจ้าของ​สวน​จะ​ทำ​ยังไง เขา​จะ​มา​ฆ่า​พวก​ชาว​สวน​นั้น แล้ว​เอา​สวนองุ่น​นั้น​ไป​ให้​ชาว​สวน​คน​อื่น​เช่า​ต่อ 10 พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​พระคัมภีร์​ข้อนี้​หรือ ที่​ว่า

‘หิน​ก้อนนี้​ที่​ช่าง​ก่อสร้าง​ทิ้ง​แล้ว กลับ​กลาย​เป็น​หิน​ก้อน​ที่​สำคัญ​ที่สุด

11 องค์​เจ้า​ชีวิต​ทำ​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น

สำหรับ​เรา​แล้ว​นี่​เป็น​เรื่อง​เหลือเชื่อ​จริงๆ’”+ 12:10-11 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 118:22-23

12 เมื่อ​พวก​ผู้นำ​ชาว​ยิว​รู้ตัว​ว่า​พระองค์​กำลัง​เปรียบ​พวก​เขา​ว่า​เป็น​คน​เช่าสวน​พวก​นั้น พวก​เขา​จึง​หา​ทาง​ที่​จะ​จับ​พระองค์ แต่​ก็​ไม่​กล้า​เพราะ​กลัว​ฝูงชน พวก​เขา​จึง​พา​กัน​จาก​ไป

คน​มา​ถาม​เรื่อง​การเสียภาษี

(มธ. 22:15-22; ลก. 20:20-26)

13 พวก​ผู้นำ​ยิว​ส่ง​พวก​ฟาริสี และ​พวกที่​สนับสนุน​กษัตริย์​เฮโรด+ 12:13 พวกที่​สนับสนุน​กษัตริย์​เฮโรด เป็น​กลุ่ม​นัก​การเมือง​กลุ่ม​หนึ่ง​ที่​สนับสนุน​กษัตริย์​เฮโรด มา​เพื่อ​จับผิด​คำพูด​พระเยซู 14 พวก​เขา​ถาม​พระองค์​ว่า “อาจารย์​ครับ เรา​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ซื่อสัตย์ ไม่​กลัว​ว่า​คน​อื่น​จะ​คิด​อย่างไร ไม่​เห็นแก่​หน้าใคร และ​สอน​ความจริง​ใน​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​มนุษย์​ทำ ช่วย​บอก​หน่อย​สิ​ครับ​ว่า​มัน​ถูกต้อง​ตามกฎ​หรือ​เปล่า​ที่​จะ​เสีย​ภาษี​ให้​กับ​ซีซาร์”

15 พระองค์​รู้​ว่า​พวก​เขา​มา​หลอก​ถาม​ก็​เลย​พูด​ว่า “พวก​คุณ​มา​หลอก​จับผิด​เรา​ทำไม ส่ง​เหรียญ​เงิน​มา​อัน​หนึ่ง​สิ” 16 พวก​เขา​จึง​ส่ง​เหรียญ​ให้​พระองค์ แล้ว​พระองค์​ถาม​พวก​เขา​ว่า “นี่​เป็น​รูป​และ​ชื่อ​ใคร” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ซีซาร์”

17 พระเยซู​เลย​ตอบ​ว่า “ของๆ​ซีซาร์​ก็​ให้​กับ​ซีซาร์ และ​ของๆ​พระเจ้า​ก็​ให้​กับ​พระเจ้า” พวก​เขา​ก็​ทึ่ง​ใน​คำตอบ​ของ​พระองค์

พวกสะดูสี​มาถาม​เรื่องการฟื้นขึ้น​จาก​ตาย

(มธ. 22:23-33; ลก. 20:27-40)

18 พวก​สะดูสี​มา​หา​พระองค์ (พวกนี้​ไม่​เชื่อ​เรื่อง​การ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย) พวก​เขา​ถาม​ว่า 19 “อาจารย์​ครับ โมเสส​ได้​เขียน​สั่ง​พวก​เรา​ว่า ถ้า​ชาย​คน​ไหน​ตาย​และ​ทิ้ง​ภรรยา​ไว้​โดย​ยัง​ไม่​มี​ลูก ก็​ให้​น้องชาย​ของ​คน​ตาย​นั้น​แต่งงาน​กับ​หญิงม่าย​คนนี้ จะ​ได้​มี​ลูก​ไว้​สืบสกุล​ของ​พี่ชาย​ของ​เขา 20 ครั้งหนึ่ง​มี​พี่น้อง​อยู่​เจ็ด​คน พี่ชาย​คน​โต​แต่งงาน​แล้ว​ตาย​ไป​แต่​ยัง​ไม่​มี​ลูก 21 น้อง​คน​ที่​สอง​ก็​มา​แต่งงาน​กับ​แม่ม่าย​ของ​พี่ชาย และ​เขา​ก็​ตาย​ไป​โดย​ยัง​ไม่​มี​ลูก น้อง​คน​ที่​สาม​ก็​มา​ทำ​เหมือน​กัน 22 ทำ​อย่างนี้​จน​ครบ​ทั้ง​เจ็ด​คน​โดย​ไม่​มี​ใคร​มี​ลูก​เลย แล้ว​สุดท้าย​หญิง​คนนี้​ก็​ตาย 23 ใน​วัน​ที่​ทุก​คน​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​นั้น ผู้หญิง​คนนี้​จะ​เป็น​ภรรยา​ของ​ใคร ใน​เมื่อ​ทั้ง​เจ็ด​คน​นั้น​ก็​เคย​เป็น​สามี​ของ​เธอ”

24 พระเยซู​ว่า “พวก​คุณ​เข้าใจ​ผิด​แล้ว นี่​เพราะ​พวก​คุณ​ไม่​เข้าใจ​พระคัมภีร์ และ​ไม่​รู้จัก​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเจ้า 25 เมื่อ​คน​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​นั้น จะ​ไม่​มี​การแต่งงาน​หรือ​ยก​ให้​เป็น​ผัว​เมีย​กัน​อีก​แล้ว แต่​พวก​เขา​จะ​เป็น​เหมือน​ทูตสวรรค์ 26 พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​ใน​หนังสือ​ของ​โมเสส​หรือ ใน​ตอน​ที่​พุ่มไม้​ติด​ไฟ​แต่​ไม่​ไหม้+ 12:26 พุ่มไม้​ติด​ไฟ​แต่​ไม่​ไหม้ อ่าน​เพิ่มเติม​ได้​ใน​หนังสือ อพยพ 3:1-12 พระเจ้า​พูด​กับ​โมเสส​ว่า ‘เรา​เป็น​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม พระเจ้า​ของ​อิสอัค และ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ’+ 12:26 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ​อพยพ 3:6 สาม​คนนี้​เป็น​บรรพบุรุษ​ที่​สำคัญ​มาก​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล​ใน​สมัย​พระคัมภีร์​เดิม ตอน​ที่​พระเจ้า​พูด​กับ​โมเสสนี้ สาม​คนนี้​ตาย​ไป​ตั้ง​นาน​แล้ว แสดง​ว่า​มี​การ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย27 พระเจ้า​ไม่​ได้​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​ตาย แต่​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​มี​ชีวิต พวก​คุณ​เข้าใจ​เรื่องนี้​ผิด​หมด​เลย”

กฎ​ข้อ​สำคัญ​ที่สุด

(มธ. 22:34-40; ลก. 10:25-28)

28 มี​ครู​สอน​กฎ​ปฏิบัติ​คน​หนึ่ง​ที่​ยืน​ฟัง​พวก​เขา​ถาม​ตอบ​กัน​อยู่​ที่​นั่น เขา​เห็น​ว่า​พระเยซู​ตอบ​ได้​ดี​มาก​ที​เดียว จึง​เข้า​ไป​ถาม​พระองค์​ว่า “กฎ​ทั้งหมด ข้อ​ไหน​สำคัญ​ที่สุด”

29 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ข้อ​ที่​สำคัญ​ที่สุด​คือ ‘พวก​อิสราเอล​ฟัง​ไว้​ให้​ดี องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​เรา​เป็น​องค์​เจ้า​ชีวิต​แต่​เพียง​ผู้​เดียว 30 ให้​รัก​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​เจ้า​อย่าง​สุดใจ สุดจิต สุดความคิด และ​สุด​กำลัง​ของ​เจ้า’+ 12:30 อ้าง​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 6:4-531 ข้อ​ที่​สำคัญ​รอง​ลง​มา​คือ ‘ให้​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตัวเอง’+ 12:31 อ้าง​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 19:18 ไม่​มี​กฎ​ข้อ​ไหน​ที่​ยิ่งใหญ่​ไป​กว่า​สอง​ข้อนี้​อีก​แล้ว”

32 ครู​สอน​กฎ​ปฏิบัติ​คนนี้​ก็​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​พูด​ถูกต้อง​เลย​ที่​ว่า​มี​พระเจ้า​เพียง​องค์​เดียว ไม่​มี​พระ​อะไร​อีก​แล้ว​นอก​จาก​พระองค์​เท่านั้น 33 และ​การรัก​พระองค์​สุดใจ สุด​ความคิด สุด​กำลัง และ​การ​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตัวเอง สำคัญ​ยิ่ง​กว่า​การ​นำ​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่องเซ่นไหว้​ต่างๆ​มา​ถวาย​ตาม​กฎ​เสีย​อีก”

34 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​เขา​ตอบ​ได้​อย่าง​เฉลียว​ฉลาด พระองค์​ก็​พูด​ว่า “คุณ​อยู่​ไม่​ไกล​จาก​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แล้ว” หลังจาก​นั้น​ก็​ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม​พระองค์​อีก​เลย

พระเยซู​ถาม​เรื่อง​พระคริสต์

(มธ. 22:41-46; ลก. 20:41-44)

35 ระหว่าง​ที่​พระเยซู​กำลัง​สอน​อยู่​ใน​วิหาร​นั้น พระองค์​ได้​ถาม​ว่า “เป็น​ไป​ได้​อย่าง​ไร ที่​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​บอก​ว่า​พระคริสต์​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​ดาวิด 36 ใน​เมื่อ​ดาวิด​เอง​ได้​พูด​ตาม​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ดลใจ​ว่า

‘พระเจ้า​พูด​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ผม​ผู้เป็น​พระคริสต์​ว่า

นั่ง​ลง​ทาง​ขวามือ​ของ​เรา

จน​กว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​ศัตรู​ของ​ท่าน​ถูก​เหยียบ​อยู่​ใต้​เท้า​ของ​ท่าน’+ 12:36 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 110:1

37 แม้แต่​ดาวิด​เอง​ยัง​เรียก​พระคริสต์​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต’ เลย แล้ว​พระคริสต์​จะ​เป็น​ลูก​ของ​ดาวิด​ได้​อย่าง​ไร” มี​คน​มากมาย​ตั้งอก​ตั้งใจ​ฟัง​พระองค์​สอน

พระเยซู​เตือน​ให้​ระวังผู้นำ​ศาสนา​ที่​ไม่​ดี

(มธ. 23:1-36; ลก. 11:37-52; 20:45-47)

38 พระองค์​สอน​ว่า “ระวัง​พวก​ครู​สอน​กฎ​ปฏิบัติ​ให้​ดี พวกนี้​ชอบ​ใส่​เสื้อคลุม​ยาวๆ​เดิน​ไป​มา​ให้​คน​คำนับ​ตาม​ท้องตลาด 39 พวกนี้​ชอบ​นั่ง​ใน​ที่​สำคัญ​ที่สุด​ใน​ที่ประชุม และ​ชอบ​นั่ง​หัว​โต๊ะ​ใน​งาน​เลี้ยง​ต่างๆ 40 พวกนี้​โกง​เอา​บ้าน​ของ​พวก​แม่ม่าย​ไป และ​แกล้ง​ทำ​เป็น​อธิษฐาน​เสีย​ยืดยาว​เพื่อ​อวด​คน คน​พวกนี้​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ​หนัก​กว่า​คน​อื่น​ที่​ไม่​ได้​ทำ​อย่าง​นั้น”

เงิน​ถวาย​ของ​หญิงม่าย

(ลก. 21:1-4)

41 เมื่อ​พระเยซู​นั่ง​อยู่​หน้า​กล่อง​รับ​เงิน​ใน​วิหาร​นั้น พระองค์​นั่ง​ดู​คน​ใส่​เงิน​ใน​กล่อง​กัน คน​รวยๆ​ก็​ใส่​เงิน​เข้า​ไป​มาก 42 มี​หญิงม่าย​ยากจน​คน​หนึ่ง ได้​ใส่​เหรียญ​ทองแดง​เล็กๆ​สอง​เหรียญ+ 12:42 เหรียญ​ทองแดง​เล็กๆ​สอง​เหรียญ ใน​ภาษา​กรีก ใช้​คำ​ว่า “เล็บตรอน” หนึ่ง​เล็บตรอน​มี​ค่า​ประมาณ 0.01 เดนาริอัน หนึ่ง​เดนาริอัน​มี​ค่า​เท่า​กับ​ค่า​แรง​คน​งาน​หนึ่ง​วัน ลง​ไป

43 พระเยซู​จึง​เรียก​พวก​ศิษย์​เข้า​มา​และ​บอก​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​หญิงม่าย​จนๆ​คนนี้​ได้​ใส่​เงิน​เข้า​ไป​ใน​กล่อง​รับ​เงิน​นั้น​มาก​กว่า​ทุกๆ​คน​ที่​เอา​เงิน​มา​ใส่ 44 เพราะ​คน​อื่นๆ​เอา​เงิน​ที่​เหลือกิน​เหลือใช้​มา​ให้ แต่​หญิงม่าย​จนๆคนนี้​เอา​เงิน​เลี้ยงชีพ​ทั้งหมด​ของ​เธอ​มา​ให้”

13

พระเยซู​ทำนาย​ว่า​วิหาร​จะ​ถูก​ทำลาย

(มธ. 24:1-25; ลก. 21:5-24)

1 เมื่อ​พระเยซู​กำลัง​เดิน​ออก​จาก​วิหาร ศิษย์​คน​หนึ่ง​พูด​ขึ้น​ว่า “อาจารย์ ดู​ตึก​พวกนี้​สิ​ครับ สวย​จริงๆ​สร้าง​จาก​หิน​ก้อน​ใหญ่ๆ​ทั้ง​นั้น”

2 พระเยซู​ตอบ​เขา​ว่า “เห็น​ตึก​ใหญ่โต​พวกนี้​กัน​แล้ว​ใช่​ไหม มัน​จะ​ถูก​ทำลาย​จน​หมด​สิ้น ไม่​เหลือ​แม้แต่​ซาก​หิน​เรียง​ซ้อน​ทับ​กัน​อีก​เลย”

3 เมื่อ​พระเยซู​นั่ง​อยู่​บน​ภูเขา​มะกอกเทศ ที่​อยู่​ตรง​ข้าม​กับ​วิหาร​นั้น เปโตร ยากอบ ยอห์น และ​อันดรูว์ มา​ถาม​พระองค์​เป็น​การส่วนตัว​ว่า 4 “สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อไหร่​ครับ แล้ว​จะ​มี​อะไร​บอก​เหตุ​ให้​รู้​ก่อน​ไหม​ครับ​ว่า​มัน​จะ​เกิด​ขึ้น​แล้ว”

5 พระองค์​ก็​ตอบ​ว่า “ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้​ใคร​หลอก​เอา​ล่ะ 6 เพราะ​จะ​มี​หลาย​คน​มา​แอบอ้าง​ชื่อ​ของ​เรา​ว่า​พวก​เขา​เป็น​พระคริสต์ และ​จะ​มี​หลาย​คน​หลงเชื่อ 7 เมื่อ​คุณ​ได้ยิน​เสียง​สงคราม หรือ​ได้ยิน​ข่าวลือ​ว่า​เกิด​สงคราม​ก็​ไม่​ต้อง​ตกใจ เพราะ​มัน​ต้อง​เกิด​ขึ้น​อย่าง​แน่นอน แต่​นั่น​ยัง​ไม่​ใช่​วัน​สุด​ท้าย 8 ชนชาติ​หนึ่ง​จะ​ลุกฮือ​ขึ้น​ต่อสู้​กับ​อีก​ชนชาติ​หนึ่ง อาณาจักร​นี้​จะ​ลุกฮือ​ขึ้น​ต่อสู้​กับ​อาณาจักร​โน้น จะ​เกิด​แผ่นดิน​ไหว​ไป​ทั่ว และ​จะ​เกิด​กันดาร​อาหาร นี่​เป็น​แค่​จุด​เริ่มต้น​เอง เหมือน​เจ็บ​ท้อง​เตือน​ก่อน​คลอด​ลูก

9 ระวัง​ตัว​ให้​ดี พวก​คุณ​จะ​ถูก​จับ​ไป​ขึ้นศาล จะ​ถูก​เฆี่ยน​ใน​ที่ประชุม​ของ​ชาวยิว และ​พวก​คุณ​จะ​ต้อง​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​เจ้าเมือง​และ​กษัตริย์​เพราะ​คุณ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา คุณ​จะ​ต้อง​เป็น​พยาน​เล่า​เรื่อง​ของ​เรา​ให้​พวก​เขา​ฟัง 10 แต่​ก่อน​ที่​วัน​สุดท้าย​จะ​มา​ถึง ข่าวดี​จะ​ต้อง​ได้​ประกาศ​ออก​ไป​ทั่ว​ทุก​ชนชาติ​เสีย​ก่อน 11 ตอน​ที่​พวก​คุณ​ถูก​นำตัว​ไป​ขึ้นศาล ไม่​ต้อง​ห่วง​ว่า​จะ​พูด​แก้ตัว​อย่างไร ให้​พูด​ไป​ตาม​ที่​พระเจ้า​บอก​ใน​เวลา​นั้น เพราะ​คน​ที่​พูด​นั้น​ไม่​ใช่​ตัว​คุณ​เอง แต่​เป็น​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์

12 พี่น้อง​จะ​หักหลัง​กัน​เอง​ให้​ไป​ถูก​ฆ่า พ่อ​จะ​หักหลัง​ลูก​ให้​ไป​ถูก​ฆ่า ลูกๆ​จะ​ต่อต้าน​พ่อแม่ และ​ส่ง​พ่อแม่​ให้​ไป​ถูก​ฆ่า 13 ทุก​คน​จะ​เกลียด​พวก​คุณ เพราะ​คุณ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา แต่​ใคร​ที่​ทน​ได้​จน​ถึง​ที่สุด​ก็​จะ​ได้รับ​ความรอด

ความ​น่า​สยดสยอง

14 เมื่อ​พวก​คุณ​เห็น​สิ่ง​ที่​น่า​ขยะแขยง+ 13:14 สิ่ง​ที่​น่า​ขยะแขยง อ่าน​เพิ่มเติม​ได้​ใน​หนังสือ ดาเนียล 9:27; 11:31; 12:11 ที่​เป็น​ต้นเหตุ​ของ​ความหายนะ อยู่​ใน​ที่​ที่​ไม่​ควร​จะ​อยู่ (ผู้​อ่าน​น่า​จะ​รู้​ว่า​หมายถึง​อะไร) ก็​ให้​คน​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย​หนี​ไป​ที่​ภูเขา 15 อย่า​ให้​คน​ที่​อยู่​บน​ดาดฟ้า​บ้าน​กลับ​เข้า​ไป​เก็บ​ของ​ใน​บ้าน 16 อย่า​ให้​คน​ที่​อยู่​ใน​ไร่นา​กลับ​ไป​เอา​เสื้อคลุม 17 ใน​วัน​นั้น​จะ​น่ากลัว​มาก​สำหรับ​ผู้หญิง​ท้อง​และ​แม่​ลูก​อ่อน​ที่​ให้​นม​ลูก 18 อธิษฐาน​ขอ​อย่า​ให้​เรื่อง​น่ากลัวนี้​เกิด​ขึ้น​ใน​หน้าหนาว​เลย 19 เพราะ​ใน​เวลา​นั้น​จะ​เกิด​ความ​ทุกข์ยาก​อย่าง​ใหญ่​หลวง​ชนิด​ที่​ไม่​เคย​เกิด​ขึ้น​มา​ก่อน​นับ​ตั้งแต่​พระเจ้า​สร้าง​โลก​มา​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ จะ​ไม่​มี​อะไร​ที่​แย่​ไป​กว่า​นี้​อีก​แล้ว​ใน​อนาคต 20 ถ้า​องค์​เจ้า​ชีวิต​ไม่​ทำ​ให้​วัน​นั้น​สั้น​ลง​ก็​จะ​ไม่​มี​ใคร​รอด​ชีวิต​เลย แต่​เพราะ​เห็นแก่​คน​ที่​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้ พระองค์​ก็​เลย​ทำ​ให้​วันเวลา​เหล่า​นั้น​สั้น​ลง 21 ถ้า​มี​ใคร​มา​บอก​ว่า ‘นี่ไง พระคริสต์’ หรือ ‘โน่น​ไง พระองค์’ ก็​อย่า​ไป​หลง​เชื่อ 22 เพราะ​จะ​มี​พวก​พระคริสต์​จอม​ปลอม​และ​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​จอม​ปลอม​เกิดขึ้น และ​พวกนี้​จะ​ทำ​อิทธิฤทธิ์​ปาฏิหาริย์ ถ้า​เป็น​ไป​ได้​พวกนี้​ก็​จะ​หลอก​แม้แต่​คน​ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก​ไว้​แล้ว 23 ระวัง​ตัว​ให้​ดี เพราะ​เรา​ได้​เตือน​คุณ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ไว้​ล่วงหน้า​เรื่องนี้

บุตร​มนุษย์​จะ​มา

(มธ. 24:29-51; ลก. 21:25-36)

24 ต่อ​จาก​ความ​ทุกข์ยาก​นั้น

‘ดวง​อาทิตย์​จะ​มืดมิด​ไป

ดวงจันทร์​จะ​ไม่​ส่อง​แสง

25 ดวงดาว​จะ​ร่วง​หล่น​จาก​ท้องฟ้า

และ​พวก​ผู้​มี​อำนาจ​บน​ฟ้าสวรรค์​จะ​ถูก​สั่นคลอน’+ 13:24-25 ดู​ที่ อิสยาห์ 13:10; 34:4

26 แล้ว​ผู้คน​ก็​จะ​ได้​เห็น​บุตร​มนุษย์​เสด็จ​มา​ใน​หมู่​เมฆ​พร้อม​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​อัน​ยิ่งใหญ่ และ​เต็ม​ไป​ด้วย​สง่าราศี 27 แล้ว​พระองค์​จะ​ส่ง​หมู่​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​มา​รวบรวม​ผู้ที่​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้​แล้ว​จาก​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​โลก จาก​ขอบ​โลก​ด้าน​หนึ่ง​ไป​ถึง​สุด​ขอบ​ฟ้า​อีก​ด้าน​หนึ่ง

บทเรียน​จาก​ต้นมะเดื่อ

28 ให้​เรียนรู้​จาก​ต้นมะเดื่อ​กัน​เถอะ เมื่อ​ต้นมะเดื่อ​เริ่ม​แตก​กิ่งก้าน​และ​ผลิ​ใบ​อ่อน พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า​ใกล้​ถึง​หน้าร้อน​แล้ว 29 เช่น​เดียว​กัน เมื่อ​พวก​คุณ​เห็น​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​เกิด​ขึ้น พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า​เวลา+ 13:29 เวลา เป็น​เวลา​ที่​พระเยซู​พูด​ถึง​สำหรับ​เหตุการณ์​สำคัญ​ที่​จะ​เกิดขึ้น ดู​หนังสือ​ลูกา 21:31 ที่​พระเยซู​พูด​ว่า​นี่​เป็น​เวลา​ที่​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​มา​ตั้ง​อยู่ นั้น​ใกล้​มา​ถึง​แล้ว เวลา​นั้น​อยู่​ที่​หน้า​ประตู​นี่​เอง 30 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​จะ​เกิดขึ้น​ก่อน​ที่​คน​ใน​รุ่นนี้​จะ​ตาย 31 สวรรค์​และ​โลก​จะ​สูญ​สิ้น​ไป แต่​ถ้อยคำ​ของ​เรา​จะ​ไม่​มี​วัน​สูญหาย​ไป

พระเจ้า​เท่านั้น​ที่​รู้​ว่าเมื่อไหร่​เวลา​นั้น​จะ​มา​ถึง

32 ไม่​มี​ใคร​รู้​วัน​เวลา​นั้น แม้แต่​หมู่​ทูตสวรรค์​หรือ​พระบุตร​เอง​ก็​ไม่​รู้ มี​แต่​พระบิดา​เท่านั้น​ที่​รู้ 33 พวก​คุณ​ไม่​รู้​ว่า​เวลา​นั้น​จะ​มา​ถึง​เมื่อไหร่ ดังนั้น​ให้​ระวัง​ตัว​อยู่​เสมอ อย่า​ประมาท 34 เหมือน​กับ​ที่​ชาย​คน​หนึ่ง​กำลัง​จะ​เดิน​ทาง​ไป​ที่​อื่น​พร้อม​กับ​สั่ง​งาน​ให้​ทาส​แต่​ละ​คน​ใน​บ้าน​ทำ และ​ได้​สั่ง​ยาม​ให้​เฝ้า​ประตู​บ้าน​ดีๆ 35 พวก​คุณ​ก็​ต้อง​พร้อม​อยู่​เสมอ เพราะ​ไม่​รู้​ว่า​เจ้าของ​บ้าน​จะ​กลับ​มา​เมื่อไหร่ อาจ​จะ​เป็น​ตอน​เย็น ตอน​เที่ยงคืน ตอน​ไก่​ขัน​เช้ามืด หรือ​ตอน​สายๆ 36 เพื่อ​ว่า​เมื่อ​เขา​กลับ​มา​อย่าง​กระทันหัน เขา​จะ​ได้​ไม่​พบ​ว่า​พวก​คุณ​กำลัง​นอนหลับ​อยู่ 37 สิ่ง​ที่​เรา​สั่ง​พวก​คุณ​ไว้​เรา​ก็​ได้​สั่ง​กับ​ทุกๆ​คน​ด้วย คือ ‘ให้​ระวัง​อยู่​เสมอ’”

14

พวก​หัวหน้า​วางแผน​ฆ่า​พระเยซู

(มธ. 26:1-5; ลก. 22:1-2; ยน. 11:45-53)

1 อีก​สอง​วัน​จะ​ถึง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย และ​เทศกาล​ขนมปังไร้​เชื้อ พวก​ผู้นำ​นักบวช และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ ก็​หา​ทาง​ที่​จะ​แอบ​จับ​พระเยซู​เพื่อ​เอา​ไป​ฆ่า 2 พวก​เขา​ตกลง​กัน​ว่า “อย่า​เพิ่ง​ทำ​ใน​ช่วง​เทศกาล เพราะ​ประชาชน​จะ​ก่อ​การจลาจล​ขึ้น”

หญิง​คน​หนึ่ง​ชโลม​น้ำหอม​ให้​พระเยซู

(มธ. 26:6-13; ยน. 12:1-8)

3 เมื่อ​พระเยซู​อยู่​ที่​หมู่บ้าน​เบธานี ขณะ​ที่​กำลัง​กิน​อาหาร​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ซีโมน​คน​ที่​เคย​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง ก็​มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ถือ​ขวด+ 14:3 ขวด เป็น​ขวด​ที่​ทำ​มา​จาก​หิน​ที่​มี​ความ​สวยงาม​มาก น้ำมัน​หอม​นาระดา+ 14:3 น้ำมัน​หอม​นาระดา เป็น​น้ำมัน​หอม​ราคา​แพง ที่​ได้​จาก​ราก​ของ​ต้น​นาระดา ซึ่ง​มี​ราคา​แพง​มาก​เข้า​มา นาง​ทุบ​ปาก​ขวด​ให้​แตก​และ​ชโลม​น้ำมัน​หอม​นั้น​ลง​บน​ศีรษะ​ของ​พระเยซู

4 ทำ​ให้​บางคน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​ไม่​พอใจ​และ​บ่น​กัน​ว่า “ทำไม​ถึง​ทำ​เสีย​ของ​อย่างนี้ 5 ถ้า​เอา​น้ำหอมนี้​ไป​ขาย​คง​ได้​เงิน​ถึง​สามร้อย​เหรียญ​เงิน จะ​ได้​เอา​ไป​แจกจ่าย​ให้​กับ​คน​จน” แล้ว​พวก​เขา​ก็​ต่อว่า​เธอ​เป็น​การใหญ่

6 แต่​พระเยซู​บอก​ว่า “อย่า​ยุ่ง​กับ​เธอ​เลย ไป​วุ่นวาย​กับ​เธอ​ทำไม เธอ​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ดีงาม​ให้​กับ​เรา 7 พวก​คุณ​จะ​มี​คน​จน​อยู่​ด้วย​เสมอ อยาก​ช่วย​เวลา​ไหน​ก็​ช่วย​ได้ แต่​เรา​จะ​ไม่​อยู่​กับ​พวก​คุณ​เสมอ​ไป 8 และ​นี่​เป็น​สิ่ง​เดียว​ที่​เธอ​จะ​ทำ​ให้​กับ​เรา​ได้ ก็​คือ​การ​เท​น้ำมัน​หอม​บน​ตัว​เรา​เพื่อ​เตรียม​ร่าง​ของ​เรา​ล่วงหน้า​ก่อน​การ​ฝัง 9 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ไม่ว่า​ข่าวดีนี้​จะ​ประกาศ​ไปที่​ไหนๆ​ใน​โลกนี้ ก็​จะ​มี​คน​พูด​ถึง​เรื่อง​ที่​เธอ​ทำ​ให้​กับ​เรา​นี้​เสมอ เพื่อ​เป็น​การระลึกถึง​เธอ”

ยูดาส​ตกลง​ที่​จะ​ช่วย​ศัตรู​ของ​พระเยซู

(มธ. 26:14-16; ลก. 22:3-6)

10 แล้ว​ยูดาส​อิสคาริโอท ศิษย์​คน​หนึ่ง​ใน​สิบ​สอง​คน​ของ​พระเยซู​ก็​ได้​ไป​หา​พวก​หัวหน้า​นักบวช เพื่อ​เสนอตัว​ที่​จะ​ช่วย​จับ​พระเยซู​ให้ 11 พวก​เขา​ดีใจ​มาก​ที่​ได้ยิน​อย่าง​นั้น และ​สัญญา​ว่า​จะ​จ่าย​เงิน​ให้​เป็น​ค่า​ตอบแทน ดังนั้น​ยูดาส​จึง​เริ่ม​หา​โอกาส​เหมาะ​ที่​จะ​ส่ง​มอบ​พระเยซู​ให้​กับ​พวก​หัวหน้า​นักบวช

มื้อสุดท้าย​ของ​พระเยซู​กับ​พวก​ศิษย์

(มธ. 26:17-25; ลก. 22:7-14, 21-23; ยน. 13:21-30)

12 ใน​วัน​แรก​ของ​เทศกาล​กิน​ขนมปัง​ไร้​เชื้อ ซึ่ง​เป็น​วัน​ที่​พวก​ยิว​จะ​ฆ่า​ลูกแกะ​ถวาย​พระเจ้า สำหรับ​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย+ 14:12 ฆ่า​ลูกแกะ … วัน​ปลด​ปล่อย เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​การ​เลี้ยง​ฉลอง​ใน​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย เป็น​การฆ่า​ลูกแกะ​เพื่อ​มา​บูชา​พระเจ้า ดู​จาก​หนังสือ อพยพ 12:3-9 ด้วย พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ได้​ถาม​พระองค์​ว่า “จะ​ให้​พวก​เรา​ไป​เตรียม​อาหาร​สำหรับ​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​ให้​กับ​อาจารย์​ที่​ไหน​ดี​ครับ”

13 พระเยซู​ส่ง​ศิษย์​สอง​คน​ไป พระองค์​สั่ง​ว่า “เข้า​ไป​ใน​เมือง​แล้ว​จะ​เจอ​ผู้ชาย​ที่​แบก​เหยือก​น้ำ ให้​ตาม​เขา​ไป 14 ให้​พูด​กับ​เจ้าของ​บ้าน​ที่​ชาย​คน​นั้น​เข้า​ไป​ว่า ‘อาจารย์​ให้​ถาม​ว่า​ห้อง​ที่​เรา​จะ​ใช้​กิน​อาหาร​ใน​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​กับ​พวก​ศิษย์​นั้น​อยู่​ที่​ไหน’ 15 แล้ว​เขา​จะ​พา​คุณ​ไป​ดู​ห้อง​ใหญ่​ชั้น​บน​ที่​เตรียม​ไว้​พร้อม​แล้ว ให้​จัด​อาหาร​ที่​นั่น”

16 แล้ว​ศิษย์​ทั้ง​สอง​ก็​เข้า​ไป​ใน​เมือง และ​มัน​ก็​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระเยซู​บอก​ทุก​อย่าง พวก​เขา​จึง​จัด​เตรียม​อาหาร​สำหรับ​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​ที่​นั่น

17 เมื่อ​ถึง​ตอนเย็น พระเยซู​มา​ถึง​บ้าน​หลัง​นั้น​พร้อม​กับ​พวก​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน 18 ใน​ขณะ​ที่​กำลัง​กิน​อยู่​นั้น พระเยซู​พูด​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​หนึ่ง​ใน​พวก​คุณ​จะ​หักหลัง​เรา และ​เขา​ก็​นั่ง​กิน​อยู่​กับ​เรา​ที่​นี่​ด้วย”

19 พวก​ศิษย์​รู้สึก​เป็น​ทุกข์​มาก ต่าง​คน​ต่าง​ก็​ถาม​พระองค์​ว่า “คง​ไม่​ใช่​ผมนะ​อาจารย์”

20 พระเยซู​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “คน​หนึ่ง​ใน​พวก​คุณ​สิบ​สอง​คน​นี่​แหละ คน​ที่​จุ่ม​ขนมปัง​ใน​ชาม​เดียว​กับ​เรา 21 บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ตาย​เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์ ได้​เขียน​ไว้​แล้ว แต่​คน​ที่​ได้​หักหลัง​บุตร​มนุษย์​นั้น​น่า​ละอาย​จริงๆ ถ้า​เขา​ไม่​ได้​เกิด​มา​ก็​คง​จะ​ดี​กว่า”

ขนมปัง​และ​เหล้าองุ่น

(มธ. 26:26-30; ลก. 22:15-20; 1 คร. 11:23-25)

22 ขณะ​ที่​กำลัง​กิน​อาหาร​อยู่​นั้น พระเยซู​ได้​หยิบ​ขนมปัง​ขึ้น​มา​ขอบคุณ​พระเจ้า จาก​นั้น​ก็​หัก​แบ่ง​ให้​พวก​ศิษย์​แล้ว​พูด​ว่า “รับ​ไป​กิน​สิ นี่​คือ​ร่างกาย​ของ​เรา”

23 แล้ว​พระองค์​หยิบ​ถ้วย​ขึ้น​มา​ขอบคุณ​พระเจ้า​และ​ยื่น​ให้​กับ​พวก​ศิษย์ พวก​เขา​ก็​ได้​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นั้น​ทุก​คน

24 แล้ว​พระองค์​พูด​ว่า “นี่​คือ​เลือด​ของ​เรา พระเจ้า​ทำ​สัญญา​ขึ้น​มา​ด้วย​เลือดนี้ มัน​ได้​หลั่งไหล​ออก​มา​เพื่อ​คน​เป็น​จำนวน​มาก 25 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​อีก​เลย​จน​กว่า​จะ​ถึง​วัน​นั้น​ที่​เรา​จะ​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”

26 เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ร้องเพลง​สรรเสริญ​พระเจ้า​แล้ว ก็​ออก​ไป​ที่​ภูเขา​มะกอกเทศ

พระเยซู​ทำนาย​ว่าพวกศิษย์​จะ​ทิ้ง​พระองค์

(มธ. 26:31-35; ลก. 22:31-34; ยน. 13:36-38)

27 พระเยซู​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “พวก​คุณ​จะ​ทิ้ง​เรา​ไป​กัน​หมด​ทุก​คน เพราะ​มี​คำ​เขียน​ไว้​แล้ว​ว่า

‘เรา​จะ​ฆ่า​คน​เลี้ยง​แกะ

และ​แกะ​นั้น​ก็​จะ​กระเจิด​กระเจิง​ไป’+ 14:27 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เศคาริยาห์ 13:7

28 แต่​เมื่อ​เรา​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย เรา​จะ​ล่วงหน้า​พวก​คุณ​ไป​ที่​แคว้น​กาลิลี​ก่อน”

29 แต่​เปโตร​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ถึง​คน​อื่น​จะ​ทิ้ง​อาจารย์​ไป​หมด ผม​ก็​จะ​ไม่​มี​วัน​ทิ้ง​อาจารย์​ไป​อย่าง​เด็ดขาด”

30 พระเยซู​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​ว่า คืนนี้​แหละ​ก่อน​ไก่​ขัน​ครั้ง​ที่​สอง คุณ​จะ​พูด​ว่า​ไม่​รู้จัก​เรา​สาม​ครั้ง”

31 แต่​เปโตร​ก็​ยัง​ยืนยัน​เสียงแข็ง​ว่า “ถึง​ผมจะ​ต้อง​ตาย​กับ​อาจารย์ ผม​ก็​ไม่​มี​วัน​พูด​ไม่​รู้จัก​อาจารย์” และ​พวก​ศิษย์​ทั้งหมด ก็​พูด​อย่าง​เดียว​กัน

พระเยซู​อธิษฐาน​อยู่​ตาม​ลำพัง

(มธ. 26:36-46; ลก. 22:39-46)

32 พวก​เขา​มา​ถึง​สถานที่​แห่ง​หนึ่ง​เรียกว่า เกทเสมนี พระเยซู​บอก​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “นั่ง​คอย​อยู่​ที่​นี่​นะ เรา​จะ​ไป​อธิษฐาน” 33 พระองค์​พา​เปโตร ยากอบ และ​ยอห์น​ไป​ด้วย แล้ว​พระองค์​ก็​เริ่ม​โศกเศร้า​เสียใจ​และ​เป็น​ทุกข์​ยิ่ง​นัก 34 จึง​บอก​พวก​เขา​ว่า “เรา​ทุกข์ใจ​มาก​จน​แทบ​จะ​ตาย​อยู่​แล้ว ให้​ตื่น​และ​เฝ้า​ระวัง​อยู่”

35 พระองค์​เดิน​ห่าง​ออก​ไป​อีก​หน่อย​หนึ่ง แล้ว​ซบ​หน้า​ลง​กับ​พื้นดิน อธิษฐาน​ว่า ถ้า​เป็น​ไป​ได้​ขอ​ให้​เวลา​แห่ง​ความ​ทุกข์ยาก​นี้​ผ่าน​พ้น​ไป​จาก​พระองค์ 36 พระองค์​พูด​ว่า “อับบา+ 14:36 อับบา เป็น​คำ​ใน​ภาษา​อารเมค​ที่​แปล​ว่า “พ่อ” พระบิดา ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ได้​สำหรับ​พระองค์ ขอ​ช่วย​เอา​ถ้วย+ 14:36 ถ้วย หมายถึง พระเยซู​กำลัง​พูด​ถึง​สิ่ง​เลว​ร้าย​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​พระองค์ ซึ่ง​เป็น​การ​ยาก​ที่​จะ​ยอมรับ​สิ่ง​เหล่านี้ เปรียบ​เหมือน​กับ​การ​ดื่ม​อะไร​สัก​อย่าง​ที่​มี​รสชาติ​ที่​แย่​มาก แห่ง​ความ​ทุกข์ยาก​นี้​พ้น​ไป​จาก​ลูก​ด้วย​เถิด แต่​ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ใจ​พระบิดา ไม่​ใช่​ตาม​ใจ​ลูก”

37 แล้ว​พระองค์​ก็​เดิน​กลับ​มา เห็น​พวก​ศิษย์​นอนหลับ​อยู่ พระองค์​จึง​พูด​กับ​เปโตร​ว่า “ซีโมน ยัง​จะ​หลับ​อยู่​อีก​หรือ คุณ​จะ​ตื่น​เป็น​เพื่อน​เรา​สัก​ชั่วโมง​ไม่​ได้​เลย​หรือ 38 พวก​คุณ​ต้อง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษฐาน จะ​ได้​ไม่​แพ้​ต่อ​การยั่วยวน ถึง​แม้​จิตใจ​อยาก​จะ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง แต่​ร่างกาย​ก็​ยัง​อ่อนแอ​อยู่”

39 พระองค์​เดิน​ไป​อธิษฐาน​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​และ​พูด​เหมือน​เดิม 40 พอ​เดิน​กลับ​มา ก็​เจอ​พวก​ศิษย์​ยัง​นอนหลับ​อยู่ เปลือกตา​เขา​หนัก​อึ้ง​ลืม​ไม่​ขึ้น เขา​ไม่​รู้​จะ​พูด​อะไร​กับ​พระองค์

41 ต่อมา​พระองค์​ก็​เดิน​กลับ​มา​ดู​พวก​เขา​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม และ​พูด​ว่า “ยัง​นอน​หลับ​พักผ่อน​กัน​อยู่​อีก​เหรอ นอน​พอ​แล้ว ชั่วโมง​ที่​บุตร​มนุษย์​จะ​ถูก​หักหลัง​ให้​ไป​อยู่​ใน​มือ​ของ​พวก​คน​บาปนั้น​มา​ถึง​แล้ว 42 ลุก​ขึ้น​ไป​กัน​เถอะ นั่นไง คน​ที่​หักหลัง​เรา​มา​ถึง​แล้ว”

พระเยซู​ถูก​จับ

(มธ. 26:47-56; ลก. 22:47-53; ยน. 18:3-12)

43 พระเยซู​พูด​ยัง​ไม่ทัน​ขาดคำ ยูดาส ศิษย์​คน​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน​ก็​มา​ถึง​พร้อม​กับ​คน​กลุ่ม​ใหญ่​ที่​ถือ​ดาบ​และ​ไม้กระบอง คน​พวกนี้​ถูก​ส่ง​มา​จาก​พวก​หัวหน้า​นักบวช พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ และ​พวก​ผู้​อาวุโส

44 ยูดาส​ได้​ตกลง​กับ​พวก​นั้น​ไว้​ก่อน​ล่วงหน้า​แล้ว​ว่า “คน​ที่​ผม​จูบ​คือ​คนๆ​นั้น เข้า​ไป​จับกุม​และ​ควบคุม​ตัว​ไป​เลย” 45 เมื่อ​ยูดาส​มา​ถึง​ก็​เดิน​เข้า​ไป​หา​พระเยซู​และ​พูด​ว่า “อาจารย์​ครับ” แล้ว​จูบ​พระองค์ 46 พวก​นั้น​ก็​เข้า​มา​จับ​ตัว​พระองค์​และ​คุมตัว​ไว้ 47 คน​หนึ่ง​ใน​พวก​พระเยซู​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ๆ​นั้น ได้​ชัก​ดาบ​ออก​มา แล้ว​ก็​ฟัน​ถูก​หู​ทาส​คน​หนึ่ง​ของ​นักบวช​สูงสุด​ขาด​ไป

48 พระเยซู​พูด​กับ​พวก​นั้น​ว่า “เห็น​เรา​เป็น​โจร​หรือ​ยังไง ถึง​ได้​ถือ​ดาบ​และ​ไม้​กระบอง​มา​จับ​เรา 49 เรา​อยู่​กับ​พวก​คุณ​ทุก​วัน สอน​อยู่​ใน​วิหาร แต่​พวก​คุณ​ก็​ไม่​จับ แต่​ทุก​อย่าง​ก็​ต้อง​เป็น​ไป​ตาม​ที่​ได้​เขียน​ไว้​แล้ว​ใน​พระคัมภีร์” 50 ส่วน​พวก​ศิษย์​วิ่งหนี​ทิ้ง​พระองค์​ไป​กัน​จน​หมด

51 มี​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ที่​ติดตาม​พระองค์​มา ไม่​ได้​สวม​ใส่​อะไร​เลย นอก​จาก​ห่ม​ผ้า​ป่าน​ผืน​หนึ่ง เมื่อ​พวก​นั้น​พยายาม​จะ​จับ​เขา 52 เขา​ก็​ได้​สลัด​ผ้า​ป่าน​ทิ้ง​แล้ว​เปลือยกาย​วิ่งหนี​ไป

พระเยซู​อยู่​ต่อหน้า​ผู้นำ​ชาวยิว

(มธ. 26:57-68; ลก. 22:54-55, 63-71; ยน. 18:13-14, 19-24)

53 พวก​เขา​นำ​ตัว​พระเยซู​ไป​พบ​นักบวช​สูงสุด พวก​หัวหน้า​นักบวช พวก​ผู้นำ​ชาวยิว และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ได้​อยู่​ชุมนุม​กัน​ที่​นั่น 54 เปโตร​ตาม​พระเยซู​มา​ห่างๆ​เข้า​ไป​ยัง​ลาน​บ้าน​ของ​นักบวช​สูงสุด​ด้วย เขา​ไป​นั่ง​ผิง​ไฟ​ให้​ตัว​อุ่น​อยู่​กับ​พวก​ผู้​คุม

55 พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​สมาชิก​สภา​แซนฮีดริน​ทั้งหมด​พยายาม​หา​พยานเท็จ​มา​ปรักปรำ​พระเยซู เพื่อ​จะ​ได้​ฆ่า​พระองค์ แต่​ก็​หา​ไม่​ได้​เลย 56 ถึง​แม้​จะ​มี​พยาน​เท็จ​หลาย​คน แต่​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​พูด​ก็​ไม่​ตรง​กัน

57 ใน​ที่​สุด​มี​บางคน​ยืน​ขึ้น​เป็น​พยาน​เท็จ​กล่าว​หา​พระเยซู​ว่า 58 “พวก​เรา​ได้ยิน​เขา​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​ทำลาย​วิหารนี้ ที่​สร้าง​ขึ้น​มา​ด้วย​มือ​มนุษย์ และ​ภาย​ใน​สาม​วัน เรา​จะ​สร้าง​วิหาร​อีก​แห่ง​หนึ่ง​ขึ้น​มา​ใหม่​ที่​ไม่​ได้​สร้าง​ด้วย​มือ​มนุษย์’” 59 แต่​คำ​พยาน​ใน​เรื่องนี้​ก็​ไม่​ตรง​กัน​อีก

60 นักบวช​สูงสุด​จึง​ยืน​ขึ้น​ต่อหน้า​คน​ทั้งหลาย และ​ถาม​พระเยซู​ว่า “แก​จะ​ไม่​แก้​ตัว​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​กล่าว​หา​แก​หรือ” 61 แต่​พระเยซู​ก็​ยัง​คง​เงียบ​ไม่​ตอบ​อะไร แล้ว​นักบวช​สูงสุด​จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “แก​เป็น​พระคริสต์ บุตร​ของ​พระเจ้า​หรือ”+ 14:61 แก​เป็น​พระคริสต์ บุตร​ของ​พระเจ้า​หรือ หรือ แปล​ตรงๆ ได้​ว่า “แก​เป็น​พระคริสต์ บุตร​ของ​พระองค์​ผู้ที่​ได้รับ​การสรรเสริญ​หรือ”

62 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ใช่ เรา​เป็น และ​พวก​คุณ​จะ​ได้​เห็น​บุตร​มนุษย์​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​มือ​ของ​พระเจ้า​ผู้​ยิ่งใหญ่​และ​เสด็จ​มา​กับ​เมฆ​ใน​ท้องฟ้า”

63 นักบวช​สูงสุด​ก็​ฉีกทึ้ง​เสื้อผ้า​ของ​ตน และ​พูด​ว่า “เรา​ยัง​ต้องการ​พยาน​อะไร​อีก 64 พวก​คุณ​ก็​ได้ยิน​คำหมิ่นประมาท​ของ​มัน​แล้ว พวก​คุณ​คิด​ว่า​ยังไง” พวก​เขา​ทุก​คน​ตัดสิน​ว่า พระองค์​มี​ความ​ผิด​และ​สมควร​ตาย 65 บางคน​ถ่ม​น้ำลาย​ใส่​พระองค์ บางคน​ปิด​หน้า​พระองค์ ชก​หน้า​พระองค์ แล้ว​ถาม​พระองค์​ว่า “ผู้พูดแทนพระเจ้า ทาย​สิ​ว่า​ใคร​เป็น​คน​ทำ” และ​พวก​ผู้​คุม​ก็​พา​พระองค์​ไป​ทุบตี

เปโตร​พูด​ว่า​ไม่​รู้จัก​พระเยซู

(มธ. 26:69-75; ลก. 22:56-62; ยน. 18:15-18, 25-27)

66 เปโตร​ยัง​อยู่​ที่​ลาน​บ้าน​ข้าง​ล่าง​นั้น สาวใช้​คน​หนึ่ง​ใน​บ้าน​เดิน​ผ่าน​มา 67 เธอ​เห็น​เปโตร​ผิง​ไฟ​อยู่ แล้ว​ก็​เข้า​มา​ดู​ใกล้ๆ​และ​พูด​ว่า “แก​ก็​อยู่​กับ​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​นี่​นา”

68 แต่​เปโตร​ก็​ได้​ปฏิเสธ​ว่า “ผม​ไม่​รู้​ไม่​เข้า​ใจ​ว่า​คุณ​พูด​ถึง​เรื่อง​อะไร” แล้ว​เปโตร​ก็​เดิน​ไป​ทาง​ประตู​เข้า​บ้าน และ​ไก่​ก็​ขัน

69 เมื่อ​สาวใช้​เห็น​เปโตร​ที่​นั่น​อีก เธอ​บอก​กับ​คน​ที่​ยืน​อยู่​แถวๆ​นั้น​ว่า “เขา​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​นั้น” 70 เปโตร​ปฏิเสธ​อีก และ​อีก​สัก​พัก​หนึ่ง​หลังจาก​นั้น พวก​คน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ก็​ได้​พูด​กับ​เปโตร​ว่า “แก​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​นั้น​แน่ เพราะ​แก​ก็​เป็น​ชาว​กาลิลี​เหมือน​กัน”

71 แต่​เปโตร​ก็​เริ่ม​สบถ+ 14:71 สบถ คือ​การสาปแช่ง​ตัวเอง​ถ้า​หาก​เขา​พูด​โกหก โดย​พูด​ว่า “สาบาน​ได้​เลย ว่า​ผม​ไม่​เคย​รู้จัก​ชาย​คน​ที่​พวก​คุณ​พูด​ถึง”

72 ทันใดนั้น ไก่​ก็​ขัน​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง แล้ว​เปโตร​ก็​นึกถึง​คำพูด​ของ​พระเยซู​ได้​ว่า “ก่อน​ไก่​ขัน​ครั้ง​ที่​สอง คุณ​จะ​พูด​ว่า​ไม่​รู้จัก​เรา​สาม​ครั้ง” แล้ว​เขา​ก็​ร้องไห้​โฮ​ออก​มา

15

เจ้าเมือง​ปีลาต​ตั้ง​คำถาม​พระเยซู

(มธ. 27:1-2, 11-14; ลก. 23:1-5; ยน. 18:28-38)

1 พอ​รุ่งเช้า​พวก​หัวหน้า​นักบวช พวก​ผู้​อาวุโส​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​สมาชิก​สภา แซนฮีดริน ก็​วางแผน​กัน​ว่า​จะ​ทำ​อย่างไร​กับ​พระเยซู​ดี พวก​เขา​มัด​พระเยซู​แล้ว​นำ​ตัว​ไป​มอบ​ให้​กับ​ปีลาต

2 ปีลาต​ถาม​พระองค์​ว่า “แก​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​หรือ” พระเยซู​ก็​ตอบ​ว่า “ใช่​อย่าง​ที่​ท่าน​ว่า”

3 พวก​หัวหน้า​นักบวช​กล่าว​หา​พระองค์​ใน​หลายๆ​เรื่อง 4 ปีลาต​ถาม​พระองค์​อีก​ว่า “แก​จะ​ไม่​แก้ตัว​เลย​หรือ เห็น​หรือ​เปล่า​ว่า​พวก​เขา​กล่าวหา​แก​ตั้ง​หลาย​เรื่อง”

5 แต่​พระเยซู​ก็​ไม่​ตอบ ซึ่ง​ทำ​ให้​ปีลาต​แปลกใจ​มาก

พระเยซู​ถูก​ตัดสิน​ประหารชีวิต

(มธ. 27:15-31; ลก. 23:13-25; ยน. 18:39-19:16)

6 ตาม​ปกติ​ใน​ช่วง​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​เป็น​ประเพณี​ที่​ปีลาต​จะ​ยอม​ปล่อย​นักโทษ​คน​หนึ่ง​ตาม​ที่​พวก​เขา​ขอ 7 ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ บารับบัส ติด​คุก​อยู่​กับ​พวกก่อการจลาจล เพราะ​พวก​เขา​ได้​ก่อการจลาจล​และ​ฆ่า​คน​ใน​ครั้ง​นั้น​ด้วย 8 คน​ก็​มา​ทวง​ปีลาต​ให้​ปล่อย​นักโทษ​ตาม​ธรรมเนียม​ที่​เคย​ทำ​มา

9 ปีลาต​จึง​ถาม​พวก​เขา​ไป​ว่า “พวก​เจ้า​อยาก​ให้​เรา​ปล่อย​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​หรือ​เปล่า” 10 ที่​พูด​อย่างนี้​ก็​เพราะ​ปีลาต​รู้​ดี​ว่า ที่​พวก​หัวหน้า​นักบวช​จับ​พระเยซู​ส่ง​มา​ให้​กับ​เขา​นั้น​มัน​เกิด​จาก​ความอิจฉา 11 แต่​พวก​หัวหน้า​นักบวช​นั้น​ยุแหย่​ให้​พวก​ชาว​บ้าน​ขอ​ให้​ปีลาต​ปล่อย​บารับบัส​แทน​พระเยซู

12 ปีลาต​ก็​ถาม​พวก​เขา​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ว่า “แล้ว​พวก​เจ้า​จะ​ให้​เรา​ทำ​ยังไง​กับ​คน​ที่​พวก​เจ้า​เรียกว่า กษัตริย์​ของ​พวกยิว”

13 พวก​เขา​ตะโกน​กลับ​มา​ว่า “ตรึง​มัน”

14 แต่​ปีลาต​ถาม​ว่า “ทำไม​ล่ะ เขา​ทำ​ผิด​อะไร” แต่​พวก​เขา​ยิ่ง​ตะโกน​ดัง​ขึ้นๆ​ว่า “ตรึง​มัน”

15 ปีลาต​อยาก​จะ​เอา​ใจ​ชาวบ้าน จึง​ปล่อย​บารับบัส​ให้​กับ​พวก​เขา จาก​นั้น​เขา​สั่ง​ให้​เฆี่ยน​ตี​พระเยซู และ​ส่ง​ตัว​พระองค์​ไป​ให้​กับ​ทหาร​เพื่อ​เอา​ไป​ตรึง​ที่​ไม้กางเขน

พวก​ทหาร​ล้อเลียน​พระเยซู

16 พวก​ทหาร​พา​พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​ศูนย์​บัญชาการ​ใหญ่ (ที่​เรียกว่า ศาล​ปรีโทเรียม) และ​เรียก​ทหาร​ทั้ง​กอง​มา 17 พวก​เขา​เอา​เสื้อ​คลุม​สี​ม่วง+ 15:17 เสื้อ​คลุม​สี​ม่วง สีม่วง​เป็น​สี​ประจำตัว​กษัตริย์ มา​ใส่​ให้​พระองค์ และ​เอา​หนาม​มา​สาน​เป็น​มงกุฎ​สวม​ให้​กับ​พระองค์ 18 แล้ว​พวก​เขา​ก็​แกล้ง​ทำ​เป็น​คำนับ​เพื่อ​ล้อเลียน​พระองค์ และ​พูด​ว่า “กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​จง​เจริญ” 19 พวก​เขา​เอา​ไม้อ้อ​ตี​ศีรษะ​พระองค์ ถ่ม​น้ำลาย​ใส่ และ​แกล้ง​ทำ​เป็น​คุก​เข่า​ลง​กราบไหว้​พระองค์ 20 เมื่อ​ล้อเลียน​กัน​จน​พอใจ​แล้ว พวก​เขา​ก็​ถอด​เสื้อคลุม​สีม่วง​ออก​แล้ว​ใส่​เสื้อผ้า​ชุด​เดิม​ให้​กับ​พระองค์ แล้ว​นำ​พระองค์​ไป​ตรึง​ที่​ไม้กางเขน

พระเยซู​ตาย​บน​ไม้​กางเขน

(มธ. 27:32-44; ลก. 23:26-43; ยน. 19:17-27)

21 ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​แห่​พระเยซู​ไป​นั้น​พวก​เขา​ได้​บังคับ​ให้​ซีโมน​ชาว​ไซรีน​ที่​เพิ่ง​มา​จาก​ชนบท​แบก​ไม้กางเขน​แทน​พระเยซู ซีโมน​เป็น​พ่อ​ของ​อเล็กซานเดอร์​และ​รูฟัส 22 พวก​เขา​พา​พระเยซู​มา​ถึง​สถานที่​หนึ่ง​ชื่อ กลโกธา (แปล​ว่า “เนิน​หัว​กระโหลก”) 23 เขา​เอา​เหล้าองุ่น​ผสม​กับ​มดยอบ+ 15:23 มดยอบ มดยอบ​ผสม​กับ​เหล้า​องุ่น ก็​จะ​ใช้​เป็น​ยา​ให้​คน​รู้สึก​เจ็บ​น้อย​ลง มา​ให้​พระองค์​ดื่ม แต่​พระองค์​ไม่​ยอม​ดื่ม 24 พวก​เขา​ตรึง​พระองค์​ที่​ไม้​กางเขน ส่วน​พวก​ทหาร​ก็​เอา​เสื้อผ้า​ของ​พระองค์​มา​จับ​สลาก​แบ่ง​กัน

25 ตอน​ที่​พวก​เขา​ตรึง​พระเยซู​นั้น​เป็น​เวลา​เก้า​โมง​เช้า 26 มี​ป้าย​เขียน​คำ​กล่าว​หา​พระองค์​ว่า “กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว” 27 และ​เขา​ก็​ตรึง​โจร​สอง​คน​ไว้​ที่​ไม้กางเขน​ข้างๆ​พระองค์ ทาง​ขวา​คน​หนึ่ง​และ​ทาง​ซ้าย​คน​หนึ่ง 28+ 15:28 ใน​สำเนา​ภาษา​กรีก​บาง​ฉบับ ได้​เพิ่ม​ข้อ 28 ว่า a “และ​ก็​เกิด​ขึ้น​จริง​ตาม​ที่​พระคัมภีร์​ได้​เขียน​ไว้​ว่า ‘พวก​เขา​ได้​จับ​พระองค์​ไว้​ด้วย​กัน​กับ​โจร​พวก​นั้น’”29 คน​ที่​เดิน​ผ่าน​ไป​มา​พา​กัน​ส่ายหัว และ​พูด​เยาะ​ว่า “อ้าว ไหน​บอก​ว่า​จะ​ทำลาย​วิหาร​แล้ว​สร้าง​มัน​ขึ้น​มา​ใหม่​ใน​สาม​วัน​ไง 30 ตอนนี้​ช่วย​ตัวเอง​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน​สิ”

31 พวก​หัวหน้า​นักบวช และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ก็​พูด​เยาะเย้ย​พระเยซู เขา​พูด​กัน​ว่า “มัน​ช่วย​คน​อื่น​ให้​รอด​ได้ แต่​ช่วย​ตัวเอง​ไม่​ได้ 32 ให้​พระคริสต์ กษัตริย์​ของ​ชาว​อิสราเอล​คนนี้​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน​เสีย​ก่อน เรา​จะ​ได้​เห็น​และ​เชื่อ” และ​คน​ที่​ถูก​ตรึง​อยู่​ข้างๆ​พระเยซู​ก็​พูด​ดูถูก​พระองค์​ด้วย

พระเยซู​ตาย

(มธ. 27:45-56; ลก. 23:44-49; ยน. 19:28-30)

33 ใน​ตอน​เที่ยง มี​แต่​ความ​มืดมิด​ปกคลุม​ไป​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​จน​ถึง​บ่าย​สาม​โมง 34 เมื่อ​ถึง​บ่าย​สาม​โมง​แล้ว พระเยซู​ก็​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “เอโลอี เอโลอี ลามา สะบักธานี” ซึ่ง​แปล​ว่า “พระเจ้า​ของ​ลูก พระเจ้า​ของ​ลูก ทำไม​ถึง​ทอดทิ้ง​ลูก​ไป”+ 15:34 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ​สดุดี 22:1

35 เมื่อ​บางคน​ที่​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น​ได้ยิน พวก​เขา​ก็​พูด​ว่า “ฟัง​สิ​เขา​กำลัง​เรียก​เอลียาห์”

36 มี​คน​หนึ่ง​รีบ​วิ่ง​เอา​ฟองน้ำ​ไป​จุ่ม​เหล้าองุ่น​เปรี้ยว​มา​เสียบ​ที่​ปลาย​ไม้อ้อ​แล้ว​ยื่น​ขึ้น​ไป​ให้​พระองค์​ดื่ม ชาย​คน​นั้น​พูด​ว่า “ให้​คอย​ดูซิ​ว่า​เอลียาห์​จะ​มา​เอา​เขา​ลง​จาก​ไม้กางเขน​หรือ​เปล่า”

37 เมื่อ​พระเยซู​ร้อง​เสียง​ดัง​แล้ว พระองค์​ก็​สิ้นใจ​ตาย

38 ผ้าม่าน​ใน​วิหาร ก็​ขาด​ออก​เป็น​สอง​ส่วน​จาก​บน​ลง​ล่าง 39 เมื่อ​นายร้อย​คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ๆ​นั้น เห็น​การตาย​ของ​พระองค์​อย่างนี้ เขา​ก็​พูด​ว่า “คนนี้​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า​แน่ๆ”

40 มี​ผู้หญิง​บางคน​ยืน​ดู​อยู่​ห่างๆ ใน​กลุ่ม​นั้น​มี มารีย์​ชาว​มักดาลา มารีย์​แม่​ของ​ยากอบน้อย​กับ​โยเสส และ​สะโลเม 41 ผู้หญิง​พวกนี้​เป็น​คน​ที่​ได้​ติดตาม​ดูแล​พระเยซู​ตั้งแต่​พระองค์​อยู่​ที่​แคว้น​กาลิลี และ​ยัง​มี​ผู้หญิง​คน​อื่นๆ​อีก​หลาย​คน​ที่​ติดตาม​พระองค์​มา​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย

พระเยซู​ถูก​ฝัง

(มธ. 27:57-61; ลก. 23:50-56; ยน. 19:38-42)

42 เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น​ของ​วัน​จัดเตรียม (เป็น​วัน​ก่อน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​หนึ่ง​วัน) 43 โยเซฟ​จาก​เมือง​อาริมาเธีย​เป็น​สมาชิก​สภา​แซนฮีดริน​คน​หนึ่ง​ที่​คน​ให้​ความ​เคารพ​นับถือ เขา​กำลัง​คอย​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​อยู่ เขา​กล้า​ที่​จะ​เข้า​ไป​หา​ปีลาต​เพื่อ​ขอ​ศพ​ของ​พระเยซู 44 ปีลาต​ก็​รู้สึก​แปลกใจ​ที่​พระเยซู​ตาย​แล้ว จึง​เรียก​นายร้อย​เข้า​มา​ถาม​ว่า​พระเยซู​ตาย​นาน​แล้ว​หรือ​ยัง 45 เมื่อ​เขา​ฟัง​รายงาน​แล้ว เขา​ก็​อนุญาต​ให้​โยเซฟ​ไป​เอา​ศพ​ได้ 46 โยเซฟ​ซื้อ​ผ้า​ลินิน และ​เอา​ศพ​พระเยซู​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน พัน​พระองค์​ไว้​ด้วย​ผ้า​ลินิน​นั้น และ​ฝัง​พระองค์​ไว้​ใน​อุโมงค์​ที่​เจาะ​เข้า​ไป​ใน​หิน จาก​นั้น​ก็​กลิ้ง​หิน​ก้อน​ใหญ่​มา​ปิด​ปาก​อุโมงค์​ไว้ 47 มารีย์​ชาว​มักดาลา และ​มารีย์​แม่​ของ​โยเสส ก็​เห็น​ว่า​พระองค์​ถูก​นำ​ไป​ฝัง​ไว้​ที่​นั่น

16

พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย

(มธ. 28:1-8; ลก. 24:1-12; ยน. 20:1-10)

1 หลัง​จาก​วันหยุดทางศาสนา​ผ่าน​พ้น​ไป​แล้ว มารีย์​ชาว​มักดาลา สะโลเม และ​มารีย์​แม่​ของ​ยากอบ ก็​ซื้อ​เครื่อง​หอม​เพื่อ​จะ​เอา​ไป​อาบ​ศพ​พระเยซู 2 เช้าตรู่​วัน​อาทิตย์+ 16:2 วัน​อาทิตย์ หรือ “วัน​แรก​ของ​สัปดาห์” ชาว​ยิว​ถือ​ว่า​วันนี้​เริ่ม​ขึ้น​เมื่อ​พระอาทิตย์​ตก​ดิน​ใน​เย็น​วัน​เสาร์ ดวง​อาทิตย์​เพิ่ง​จะ​ขึ้น พวก​เขา​ก็​พา​กัน​ไป​ที่​อุโมงค์​ฝัง​ศพ 3 ใน​ระหว่าง​ทาง​พวก​เขา​คุย​กัน​ว่า “แล้ว​ใคร​จะ​กลิ้ง​หิน​ใหญ่​ที่​ปิด​ปาก​อุโมงค์​ออก​ให้​เรา​ล่ะ”

4 เมื่อ​มา​ถึง พวก​เขา​มอง​ไป​ที่​อุโมงค์ และ​เห็น​หิน​ก้อน​ใหญ่​มาก​นั้น​ถูก​กลิ้ง​ออก​ไป​แล้ว 5 พวก​เขา​เข้า​ไป​ใน​อุโมงค์​กัน​และ​เห็น​ชาย​หนุ่ม+ 16:5 ชาย​หนุ่ม คือ ทูตสวรรค์ คน​หนึ่ง​สวม​เสื้อคลุม​สีขาว​นั่ง​อยู่​ข้าง​ขวา พวก​เขา​ก็​สะดุ้ง​ตกใจ

6 ชาย​หนุ่ม​คน​นั้น​พูด​ว่า “ไม่​ต้อง​ตกใจ พวก​คุณ​มอง​หา​เยซู ชาว​นาซาเร็ธ​ที่​ถูก​ตรึง​บน​ไม้​กางเขน​หรือ พระองค์​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นี่ พระองค์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​แล้ว ตรงนี้​ไง​ที่​เขา​วาง​ศพ​ของ​พระองค์ 7 ไป​บอก​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​และ​เปโตร​ด้วย​ว่า ‘พระองค์​ล่วงหน้า​ไป​ที่​แคว้น​กาลิลี​ก่อน​แล้ว พวก​คุณ​จะ​พบ​พระองค์​ที่​นั่น​เหมือน​กับ​ที่​พระองค์​ได้​บอก​ไว้​แล้ว’”

8 พวก​เขา​จึง​รีบ​วิ่ง​ไป​จาก​อุโมงค์​นั้น​ด้วย​ความงุนงง​และ​สั่นเทิ้ม​ไป​ทั้ง​ตัว พวก​เขา​กลัว​มาก​จน​ไม่​กล้า​เล่า​ให้​ใคร​ฟัง+ 16:8 พวก​เขา​จึง … ใคร​ฟัง สำเนา​กรีก​ที่​เก่าแก่​ที่สุด​ที่​ยัง​หลง​เหลือ​อยู่ ได้​จบ​หนังสือ​มาระโก​ไว้​เพียง​เท่า​นี้​ตั้ง​แต่​ข้อ 9 ลง​ไป มา​จาก​สำเนา​ภายหลัง

พระเยซู​ปรากฏ​ให้นาง​มารีย์​ชาวมักดาลา​เห็น

(มธ. 28:9-10; ยน. 20:11-18)

9 เช้าตรู่​ของ​วัน​อาทิตย์​นั้น หลังจาก​ที่​พระเยซู​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย คน​แรก​ที่​พระองค์​ได้​ปรากฏ​ตัว​ให้​เห็น​คือ​มารีย์​ชาวมักดาลา คน​ที่​พระองค์​เคย​ขับ​ผี​ชั่ว​เจ็ด​ตน​ออก​ให้ 10 แล้ว​นาง​ไป​บอก​ให้​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ฟัง​ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​ร้องไห้​เศร้าโศก​เสียใจ​กัน​อยู่ 11 แต่​เมื่อ​นาง​บอก​ว่า​พระองค์​ฟื้นขึ้น​มา​แล้ว​และ​นาง​ได้​เห็น​พระองค์ พวก​เขา​กลับ​ไม่​เชื่อ​ที่​นาง​บอก

พระเยซู​ปรากฏ​ตัว​ให้​ศิษย์​สอง​คน​เห็น

(ลก. 24:13-35)

12 หลังจาก​นั้น​พระเยซู​ได้​มา​ปรากฏ​ตัว​ใน​อีก​รูปแบบ​หนึ่ง​ให้​ศิษย์​สอง​คน​เห็น ใน​ขณะ​ที่​พวก​เขา​เดิน​ทาง​ออก​ไป​ที่​ชาน​เมือง 13 แล้ว​พวก​เขา​ก็​รีบ​กลับ​มา​บอก​พวก​ที่​เหลือ แต่​พวก​นั้น​ไม่​ยอม​เชื่อ

พระเยซู​ปรากฏ​กับ​ศิษย์​สิบเอ็ด​คน

(มธ. 28:16-20; ลก. 24:36-49; ยน. 20:19-23; กจ. 1:6-8)

14 ใน​เวลา​ต่อมา​พระเยซู​ได้​มา​ปรากฏ​ตัว​ให้​ศิษย์​ทั้ง​สิบเอ็ด​คน​เห็น ใน​ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​กิน​อาหาร​กัน​อยู่ พระองค์​ต่อว่า​พวก​เขา​ว่า​เป็น​คน​ดื้อดึง​ที่​ไม่​ยอม​เชื่อ​คน​พวก​นั้น​ที่​ได้​เห็น​พระองค์​หลัง​จาก​ที่​ฟื้น​ขึ้น​มา​แล้ว

15 พระองค์​บอก​กับ​พวก​เขา​ว่า “ให้​ออก​ไป​ทั่ว​โลก​และ​ประกาศ​ข่าว​ดีนี้​ให้​กับ​ทุก​คน​ใน​ทุก​แห่ง 16 ทุก​คน​ที่​เชื่อ​และ​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​ก็​จะ​รอด แต่​ทุก​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​จะ​ถูก​ตัดสิน​ลงโทษ 17 คน​ที่​เชื่อ​จะ​มี​ฤทธิ์​ทำ​สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้​ได้ คือ​จะ​ไล่​ผี​ชั่ว​ออก​ได้​โดย​อ้าง​ชื่อ​ของ​เรา จะ​พูด​ภาษา​แปลกๆ​ได้ จะ​จับ​งู​ได้​ด้วย​มือ​เปล่า 18 หรือ​ถ้า​ดื่ม​ยา​พิษ​เข้า​ไป ก็​จะ​ไม่​เป็น​อันตราย​เลย และ​พวก​เขา​จะ​สามารถ​วางมือ​บน​คนป่วย​แล้ว​ทำ​ให้​พวก​คนป่วย​หาย​ได้”

พระเยซู​ถูก​รับขึ้น​ไป​บน​สวรรค์

(ลก. 24:50-53; กจ. 1:9-11)

19 หลังจาก​ที่​องค์​พระเยซู​เจ้า​พูด​กับ​พวก​เขา​เสร็จ​แล้ว พระองค์​ก็​ถูก​รับขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ และ​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​มือ​ของ​พระเจ้า 20 ตั้ง​แต่​นั้น​เป็น​ต้น​มา พวก​ศิษย์​ได้​ออก​ไป​ประกาศ​ทุก​หน​ทุก​แห่ง องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​ทำงาน​ร่วม​กับ​พวก​เขา​ด้วย และ​ให้​ฤทธิ์​อำนาจ​กับ​พวก​เขา​ที่​จะ​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​ต่างๆ​ได้ เพื่อ​รับรอง​ว่า​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​พูด​นั้น​เป็น​ความจริง