มัทธิว

คำนำ

ผู้​เขียน​หนังสือ​มัทธิว คือ​ตัว​มัทธิว​เอง เขา​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​เลวี มัทธิว​เป็น​ศิษย์เอก​คน​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน​ของ​พระเยซู เขา​เป็น​คน​ยิว แต่​เดิม​เขา​มี​อาชีพ​เป็น​คนเก็บภาษี​มา​ก่อน หนังสือ​มัทธิวนี้​เน้น​ให้​ชาวยิว​อ่าน​โดยเฉพาะ

มัทธิว​พยายาม​เน้น​ให้​คนยิว​เห็น​ว่า พระเยซู​นี่​แหละ​คือ​พระเมสสิยาห์ (หมายถึง พระคริสต์​ผู้ที่​พระเจ้า​ได้​เจิม​ไว้​ให้​เป็น​กษัตริย์​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​ชาวยิว) ที่​หนังสือ​พระคัมภีร์​เดิม​ทำนาย​เอา​ไว้​ว่า​จะ​มา มัทธิว​ถึง​ได้​ยก​ข้อ​ต่างๆ​ใน​พระคัมภีร์​เดิม​มา​อ้าง​บ่อยๆ แต่​อย่างไร​ก็​ตาม​หนังสือ​เล่มนี้​มี​ใจ​ความ​สำคัญ​อยู่​ที่​คำ​สั่งสอน​ของ​พระเยซู ซึ่ง​เป็น​ประโยชน์​กับ​ทุกๆ​คน รวม​ถึง​คน​ใน​สมัยนี้​ด้วย

1

ประวัติ​บรรพบุรุษ​ของ​พระเยซู

(ลก. 3:23-38)

1 นี่​คือ​รายชื่อ​บรรพบุรุษ​ของ​พระเยซู​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่ พระองค์​เป็น​ลูกหลาน​ของ​ดาวิด และ อับราฮัม

2 อับราฮัม มี​ลูก​ชื่อ อิสอัค อิสอัค​มี​ลูก​ชื่อ ยาโคบ ยาโคบ​มี​ลูก​ชื่อ​ยูดาห์ และ​พี่น้อง​คน​อื่นๆ​ของ​ยูดาห์

3 ยูดาห์​มี​ลูก​กับ​นาง​ทามาร์​ชื่อ เปเรศ และ​เศราห์ เปเรศ​มี​ลูก​ชื่อ​เฮสโรน และ​เฮสโรน​มี​ลูก​ชื่อ​ราม

4 ราม​มี​ลูก​ชื่อ อัมมีนาดับ อัมมีนาดับ​มี​ลูก​ชื่อ​นาโชน และ​นาโชน​มี​ลูก​ชื่อ​สัลโมน

5 สัลโมน มี​ลูก​กับ​นาง​ราหับ​ชื่อ​โบอาส โบอาส​มี​ลูก​กับ​นาง​รูธ​ชื่อ​โอเบด และ​โอเบด มี​ลูก​ชื่อ เจสซี

6 เจสซี​มี​ลูก​เป็น​กษัตริย์​ดาวิด ดาวิด​มี​ลูก​ชื่อ​ซาโลมอน แม่​ของ​ซาโลมอน​เคย​เป็น​ภรรยา​ของ​อุรียาห์​มา​ก่อน

7 ซาโลมอน​มี​ลูก​ชื่อ​เรโหโบอัม เรโหโบอัม​มี​ลูก​ชื่อ​อาบียาห์ และ​อาบียาห์​มี​ลูก​ชื่อ​อาสา

8 อาสา​มี​ลูก​ชื่อ​เยโฮชาฟัท เยโฮชาฟัท​มี​ลูก​ชื่อ​โยรัม โยรัม​มี​ลูก​ชื่อ​อุสซียาห์

9 อุสซียาห์​มี​ลูก​ชื่อ​โยธาม โยธาม​มี​ลูก​ชื่อ​อาหัส และ​อาหัส​มี​ลูก​ชื่อ​เฮเซคียาห์

10 เฮเซคียาห์​มี​ลูก​ชื่อ​มนัสเสห์ มนัสเสห์​มี​ลูก​ชื่อ​อาโมน​และ​อาโมน​มี​ลูก​ชื่อ​โยสิยาห์

11 โยสิยาห์​มี​ลูก​คือ​เยโคนิยาห์​และ​พี่น้อง​คน​อื่นๆ​ของ​เขา ใน​เวลา​นั้น​พวก​ชาวยิว​ก็​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​เป็น​เชลย​ที่​เมือง​บาบิโลน

12 หลัง​จาก​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​ที่​เมือง​บาบิโลน​แล้ว เยโคนิยาห์​มี​ลูก​ชื่อ​เชอัลทิเอล และ​เชอัลทิเอล​ก็​มี​ลูก​ชื่อ​เศรุบบาเบล

13 เศรุบบาเบล​มี​ลูก​ชื่อ​อาบียุด อาบียุด​มี​ลูก​ชื่อ​เอลียาคิม และ​เอลียาคิม​มี​ลูก​ชื่อ​อาซอร์

14 อาซอร์​มี​ลูก​ชื่อ​ศาโดก ศาโดก​มี​ลูก​ชื่อ​อาคิม และ​อาคิม​มี​ลูก​ชื่อ​เอลีอูด

15 เอลีอูด​มี​ลูก​ชื่อ​เอเลอาซาร์ เอเลอาซาร์​มี​ลูก​ชื่อ​มัทธาน และ​มัทธาน​มี​ลูก​ชื่อ​ยาโคบ

16 ยาโคบ​มี​ลูก​ชื่อ​โยเซฟ​ซึ่ง​เป็น​สามี​ของ​นาง​มารีย์ และ​นาง​มารีย์​ก็​เป็น​แม่​ของ​พระเยซู​หรือ​ที่​เรียก​กัน​ว่า​พระคริสต์

17 ดังนั้น​นับ​ตั้ง​แต่​อับราฮัม​ลง​มา​จน​ถึง​ดาวิด​มี​สิบสี่​รุ่น นับ​จาก​ดาวิด​ลง​มา​จน​ถึง​เมื่อ​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​เป็น​เชลย​ที่​เมือง​บาบิโลน​ก็​มี​สิบสี่​รุ่น และ​นับ​ตั้งแต่​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​เป็น​เชลย​จน​ถึง​พระคริสต์​ก็​มี​สิบสี่​รุ่น

พระเยซูคริสต์​มา​เกิด

(ลก. 2:1-7)

18 เรื่องราว​ที่​พระเยซู​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่​มา​เกิด​นั้น​มี​อยู่​ว่า มารีย์ ซึ่ง​เป็น​แม่​ของ​พระเยซู ได้​หมั้น​กับ​โยเซฟ แต่​ก่อน​ที่​เขา​จะ​แต่งงาน​กัน มารีย์​ก็​ตั้ง​ท้อง​ขึ้น​มา​โดย​ฤทธิ์เดช​ของ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ 19 โยเซฟ​คู่หมั้น​ของ​มารีย์​นั้น​เป็น​คนดี ไม่​อยาก​ให้​นาง​ต้อง​อับอาย​ขายหน้า จึง​ได้​ตัดสินใจ​ที่​จะ​ถอน​หมั้น​กับ​นาง​อย่าง​เงียบๆ 20 ใน​ขณะ​ที่​โยเซฟ​กำลัง​คิด​เรื่องนี้​อยู่ ทูต​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​มา​เข้า​ฝัน​โยเซฟ และ​บอก​ว่า “โยเซฟ ลูกหลาน​ของ​ดาวิด+ 1:20 ลูกหลาน​ของ​ดาวิด หมายถึง ผู้ที่​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​ครอบครัว​ของ​ดาวิด กษัตริย์​องค์​ที่ 2 ของ​อิสราเอล เมื่อ​ประมาณ 1,000 ปี​ก่อน​พระเยซูคริสต์​มา ไม่​ต้อง​กลัว​ที่​จะ​รับ​มารีย์​มา​เป็น​ภรรยา​หรอก เพราะ​เด็ก​ใน​ท้อง​ของ​นาง​นั้น เกิด​จาก​ฤทธิ์เดช​ของ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ 21 มารีย์​จะ​คลอด​ลูกชาย ให้​ตั้งชื่อ​เด็ก​นั้น​ว่า ‘เยซู’+ 1:21 เยซู มา​จาก​ชื่อ​โยชูวา เป็น​ชื่อ​ที่​นิยม​ใช้​กัน​ใน​สมัย​นั้น แปล​ว่า พระยาห์เวห์​ช่วย​ให้​รอด เพราะ​เขา​จะ​ช่วย​คน​ของ​เขา​ให้​พ้น​จาก​บาป​ทั้งหลาย​ของ​พวก​เขา”

22 เรื่อง​ทั้งหมดนี้​เกิดขึ้น​เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​เคย​พูด​ผ่าน​มา​ทาง​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า ที่​ว่า

23 “จะ​มี​หญิง​พรหมจารี​ตั้ง​ท้อง และ​คลอด​ลูกชาย

ซึ่ง​คน​จะ​เรียก​เขา​ว่า ‘อิมมานูเอล’+ 1:23 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 7:14

ที่​แปล​ว่า ‘พระเจ้า​อยู่​กับ​เรา’”

24 เมื่อ​โยเซฟ​ตื่น​ขึ้น​มา เขา​ก็​ทำ​ตาม​คำสั่ง​ของ​ทูต​องค์​นั้น และ​รับ​มารีย์​มา​เป็น​ภรรยา 25 แต่​โยเซฟ​ไม่ได้​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​เธอ จน​กระทั่ง​มารีย์​คลอด​ลูกชาย​แล้ว โยเซฟ​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า “เยซู”

2

พวก​โหราจารย์​เข้าเฝ้า​พระเยซู

1 พระเยซู เกิด​ที่​หมู่บ้าน​เบธเลเฮม​ใน​แคว้น​ยูเดีย ใน​สมัย​ของ​กษัตริย์​เฮโรด+ 2:1 เฮโรด เฮโรด เฮโรด​ที่ 1 (มหาราช) ผู้ปกครอง​แคว้น​ยูเดีย อยู่​ใน​ช่วง 40-4 ปี​ก่อน​พระเยซู​เกิด ความจริง​แล้ว​พระเยซู​เกิด​ก่อน​เฮโรด​มหาราช​ตาย คือ​ใน​ปี​ก่อน​เริ่ม ค.ศ. 4 ปี ต่อมา​มี​พวก​โหราจารย์​เดินทาง​มา​จาก​ทิศ​ตะวันออก​เข้า​มา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม 2 มา​ถาม​ว่า “รู้​หรือ​เปล่า​ว่า​เด็ก​คน​นั้น​ที่​เกิด​มา​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​อยู่​ที่​ไหน พวกเรา​เห็น​ดวงดาว​ของ​พระองค์​ขึ้น​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวันออก จึง​เดินทาง​มา​เพื่อ​กราบ​ไหว้​บูชา​พระองค์” 3 เมื่อ​กษัตริย์​เฮโรด​ได้ยิน​ก็​วุ่นวาย​ใจ​มาก รวม​ถึง​ชาว​เมือง​เยรูซาเล็ม​ทุกคน​ด้วย 4 กษัตริย์​เฮโรด​จึง​เรียก​ให้​พวก​หัวหน้า​นักบวช และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ทุกคน​มา​ประชุม​กัน และ​ถาม​ว่า “พระคริสต์ ควร​จะ​เกิด​ที่​ไหน” 5 พวกเขา​ตอบ​ว่า “ที่​เบธเลเฮม ใน​แคว้น​ยูเดีย​ครับ​ท่าน เพราะ​ผู้พูดแทนพระเจ้า เขียน​ไว้​ว่า

6 ‘หมู่บ้าน​เบธเลเฮม​ใน​แผ่นดิน​ยูดาห์

พวกเจ้า​ไม่ใช่​แค่​หมู่บ้าน​กระจอกๆ​หมู่บ้าน​หนึ่ง​ใน​แผ่นดิน​ยูดาห์

เพราะ​จะ​มี​ผู้นำ​คน​หนึ่ง​ออก​มา​จาก​พวก​เจ้า

เป็น​ผู้ที่​จะ​มา​เลี้ยงดู​อิสราเอล ประชาชน​ของ​เรา’”+ 2:6 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ มีคาห์ 5:2

7 กษัตริย์​เฮโรด จึง​เชิญ​พวก​โหราจารย์​มา​พบ​อย่าง​ลับๆ​และ​ถาม​พวก​เขา​ว่า​ได้​เห็น​ดาว​ดวง​นั้น​ครั้ง​แรก​เมื่อไหร่ 8 แล้ว​กษัตริย์​เฮโรด​ส่ง​พวก​โหราจารย์​ไป​ที่​หมู่บ้าน​เบธเลเฮม และ​สั่ง​ว่า “ไป​ตาม​หา​เด็ก​คน​นั้น เจอ​เมื่อไหร่​ให้​รีบ​กลับ​มา​บอก เรา​จะ​ได้​ไป​นมัสการ​เด็ก​คน​นั้น​ด้วย”

9 เมื่อ​กษัตริย์​เฮโรด​สั่ง​เสร็จ​แล้ว พวก​โหราจารย์​ก็​ตาม​ดาว​ดวง​นั้น​ที่​พวก​เขา​เห็น​ขึ้น​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​ไป ดาว​ดวง​นั้น​นำ​พวก​เขา​ไป​หยุด​อยู่​เหนือ​ที่​ที่​เด็ก​ชาย​คน​นั้น​อยู่ 10 เมื่อ​พวก​โหราจารย์​เห็น​อย่าง​นั้น​ก็​ดีใจ​มาก 11 จึง​พา​กัน​เข้า​ไป​ใน​บ้าน และ​พบ​เด็ก​ชาย​กับ​มารีย์​แม่​ของ​เด็ก พวก​เขา​จึง​กราบ​ไหว้​บูชา​เด็ก​นั้น พร้อม​กับ​เอา​ทองคำ กำยาน และ​มดยอบ+ 2:11 กำยาน และ​มดยอบ คือ เครื่อง​หอม​ที่​มี​ราคา​แพง ออก​มา​ให้​เป็น​ของขวัญ​กับ​เด็ก​ชาย 12 พระเจ้า​ได้​มา​เตือน​พวก​โหราจารย์​ใน​ความฝัน ไม่​ให้​กลับ​ไป​หา​กษัตริย์​เฮโรด พวก​เขา​จึง​ใช้​เส้นทาง​อื่น​กลับ​ไป​บ้าน​เมือง​ของ​ตน

โยเซฟ​กับ​มารีย์​พา​พระเยซู​หนี​ไป​อียิปต์

13 เมื่อ​พวก​โหราจารย์​กลับ​ไป​แล้ว ทูต​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​มา​เข้า​ฝัน​โยเซฟ​และ​บอก​ว่า “ลุก​ขึ้น พา​เด็ก​กับ​แม่​ของ​เด็ก​หนี​ไป​อยู่​ที่​อียิปต์ แล้ว​ให้​อยู่​ที่​นั่น​จนกว่า​จะ​บอก​ให้​กลับ​มา เพราะ​กษัตริย์​เฮโรด กำลัง​จะ​ส่ง​คน​มา​ตาม​ฆ่า​เด็ก​คนนี้”

14 โยเซฟ​จึง​ลุก​ขึ้น และ​พา​เด็ก​พร้อม​กับ​แม่​ของ​เด็ก​ออก​เดิน​ทาง​ไป​อียิปต์​ใน​คืน​นั้น​เลย 15 พวก​เขา​อยู่​ที่​นั่น​จน​กษัตริย์​เฮโรด​ตาย ซึ่ง​ก็​เป็น​ไป​ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​เคย​พูด​ผ่าน​มา​ทาง​ผู้พูดแทนพระเจ้า ว่า “เรา​ได้​เรียก​ลูก​ของ​เรา​ออก​มา​จาก​อียิปต์”+ 2:15 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ โฮเชยา 11:1

เฮโรด​ฆ่า​พวก​เด็ก​ชายใน​หมู่บ้าน​เบธเลเฮม

16 เมื่อ​กษัตริย์​เฮโรด รู้​ว่า​โดน​พวก​โหราจารย์​หลอก ก็​โกรธ​มาก จึง​สั่ง​ให้​คน​ไป​ฆ่า​เด็ก​ผู้ชาย​ทุก​คน​ที่​มี​อายุ​ตั้งแต่​สอง​ขวบ​ลง​มา​ที่​อยู่​ใน​หมู่บ้าน​เบธเลเฮม และ​บริเวณ​ใกล้​เคียง​แถว​นั้น เพราะ​พวก​โหราจารย์​บอก​กับ​กษัตริย์​ว่า พวก​เขา​เห็น​ดวง​ดาว​ปรากฏ​ขึ้น​ครั้ง​แรก​เมื่อ​สอง​ปี​มา​แล้ว 17 ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​เคย​พูด​ผ่าน​เยเรมียาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า​ว่า

18 “ฟัง​เสียง​ใน​หมู่บ้าน​รามาห์

เป็น​เสียง​ร้องไห้​ด้วย​ความ​เสียใจ​ยิ่ง

คือ​เสียง​ร้องไห้​ของ​ราเชล​เรื่อง​ลูกๆ​ของ​เธอ

เธอ​ก็​ไม่​ยอม​ให้​ใคร​ปลอบโยน เพราะ​ลูกๆ​ของ​เธอ​ตาย​แล้ว”+ 2:18 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เยเรมียาห์ 31:15

โยเซฟ​และ​มารีย์​กลับ​จาก​อียิปต์

19 หลัง​จาก​กษัตริย์​เฮโรด​ตาย​แล้ว ทูต​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​เข้า​ฝัน​โยเซฟ​ซึ่ง​อยู่​ที่​อียิปต์​ว่า 20 “ลุก​ขึ้น ให้​พา​ทั้ง​เด็ก​และ​แม่​ของ​เด็ก​กลับ​ไป​ที่​แผ่นดิน​อิสราเอล เพราะ​คน​ที่​ต้อง​การ​จะ​ฆ่า​เด็ก​คนนี้ ตาย​ไป​หมด​แล้ว”

21 โยเซฟ​จึง​ลุก​ขึ้น​แล้ว​พา​เด็ก​และ​แม่​ของ​เด็ก​กลับ​ไป​ที่​อิสราเอล 22 แต่​เมื่อ​โยเซฟ​รู้​ว่า​อารเคลาอัส+ 2:22 อารเคลาอัส เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​แคว้น​ยูเดีย ตั้ง​แต่​เฮโรด​มหาราช​ผู้​เป็น​พ่อ​ตาย​ใน​ปี​ก่อน ค.ศ. 4 ไป​จน​กระทั่ง​พวก​โรมัน​เนรเทศ​พระองค์​ไป​อยู่​ที่​ประเทศ​กอล ใน​ปี ค.ศ. 6 ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​แคว้น​ยูเดีย​แทน​กษัตริย์​เฮโรด​ผู้​เป็น​พ่อ เขา​ก็​กลัว​ไม่​กล้า​กลับ​ไป​แคว้น​ยูเดีย โยเซฟ​ได้รับ​คำเตือน​ใน​ความฝัน​ให้​เดิน​ทาง​ไป​ที่​แคว้น​กาลิลี 23 เขา​ไป​อยู่​ที่​เมือง​นาซาเร็ธ เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​เคย​พูด​ไว้​เกี่ยว​กับ​พระคริสต์ ผ่าน​มา​ทาง​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า ที่​ว่า “คน​จะ​เรียก​เขา​ว่า ชาว​นาซาเร็ธ”

3

งาน​ของ​ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ

(มก. 1:1-8; ลก. 3:1-9, 15-17; ยน. 1:19-28)

1 ใน​เวลา​นั้น ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ เริ่ม​ประกาศ​สั่งสอน​อยู่​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​ใน​แคว้น​ยูเดีย 2 เขา​ประกาศ​ว่า “กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​เสียใหม่ เพราะ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์+ 3:2 อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ มี​ความ​หมาย​เดียว​กับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า ใน​หนังสือ​มาระโก กับ​หนังสือ​ลูกา มัทธิว​เขียน​ให้​กับ​คน​ยิว คน​ยิว​จะ​ใช้​คำว่า​สวรรค์​แทน​พระเจ้า ใกล้​มา​ถึง​แล้ว” 3 อิสยาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​พูด​ถึง​ยอห์น​คนนี้​ว่า

“มี​เสียง​คน​ร้อง​ตะโกน​อยู่​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​ว่า

‘เตรียม​ทาง​ให้​องค์​เจ้า​ชีวิต

และ​ทำ​ทาง​สำหรับ​พระองค์​ให้​ตรง’”+ 3:3 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 40:3

4 เสื้อผ้า​ของ​ยอห์น​ทำ​จาก​ขน​อูฐ และ​เขา​ใช้​หนัง​สัตว์​คาด​เอว เขา​กิน​ตั๊กแตน+ 3:4 ตั๊กแตน ตาม​กฎ​ของ​โมเสส​อนุญาต​ให้​กิน​เป็น​อาหาร​ได้ ดู​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 11:21-22 และ​น้ำผึ้ง​ป่า​เป็น​อาหาร 5 ใน​เวลา​นั้น มี​คน​จำนวน​มาก​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย และ​แถวๆ​บริเวณ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ทั้งหมด ต่าง​ก็​ออก​มา​ฟัง​ยอห์น​สั่งสอน 6 พวก​เขา​สารภาพ​ความ​ผิด​บาป​ทั้ง​หลาย​ของ​ตน และ​ยอห์น​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้​กับ​พวก​เขา​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน

7 เมื่อ​ยอห์น​เห็น​พวก​ฟาริสี และ​พวก​สะดูสี เป็น​จำนวน​มาก​พา​กัน​มา จะ​ให้​เขา​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้ ยอห์น​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ไอ้​ชาติ​อสรพิษ ใคร​เตือน​ให้​พวก​แก​หลบ​หนี​จาก​การ​ลงโทษ​ของ​พระเจ้า​ที่​กำลัง​จะ​มา​ถึง 8 พิสูจน์​ให้​ดู​สิ​ว่า​แก​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​แล้ว​จริงๆ 9 อย่า​นึก​เอา​เอง​ว่า ‘พวก​เรา​ไม่​ถูก​ลงโทษ​หรอก เพราะ​พวก​เรา​เป็น​ลูกหลาน​ของ​อับราฮัม’ โธ่เอ๋ย ผม​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พระเจ้า​สามารถ​เสก​ก้อน​หิน​พวกนี้​ให้​กลาย​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​อับราฮัม​ก็​ได้ 10 ขวาน​ได้​เตรียม​ไว้​พร้อม​แล้ว​เพื่อ​จะ​โค่น​ต้นไม้​ทุก​ต้น+ 3:10 ต้นไม้​ทุก​ต้น หมายถึง คน​ทั่วไป ต้นไม้​ที่​ไม่​เกิด​ผล คือ​คน​ที่​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​พระเยซู​จะ​ต้อง​ถูก​โค่น​ลง​เหมือน​กับ​ต้นไม้ ที่​ไม่​เกิด​ผลดี แล้ว​เอา​ไป​โยน​ทิ้ง​ใน​กอง​ไฟ

11 ผม​ทำ​พิธี​จุ่ม​ให้​ด้วย​น้ำ เพื่อ​ให้​รู้​ว่า​พวก​คุณ​ได้​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​แล้ว แต่​จะ​มี​ผู้​หนึ่ง​ที่​มา​ที​หลัง​ผม ยิ่งใหญ่​กว่า​ผม​มาก ขนาด​รองเท้า​สาน​ของ​เขา ผม​ยัง​ไม่​ดี​พอ​ที่​จะ​ถอด​ให้​เลย เขา​จะ​ทำ​พิธี​จุ่ม​ให้​กับ​พวก​คุณ​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ และ​ด้วย​ไฟ 12 มือ​ของ​เขา​ถือ​พลั่ว​พร้อม​แล้ว​ที่​จะ​สะสาง​ลาน​ข้าว​จน​ทั่ว​และ​จะ​แยก​แกลบ​ออก​จาก​ข้าว+ 3:12 จะ​แยก​แกลบ​ออก​จาก​ข้าว หรือ​การ​ฝัด​ข้าว ยอห์น หมายถึง พระเยซู​จะ​แยก​คน​ดี​ออก​จาก​คน​ชั่ว จะ​เก็บ​ข้าว​ไว้​ใน​ยุ้งฉาง​ของ​เขา ส่วน​แกลบ​ก็​เอา​ไป​เผา​กับ​ไฟ​ที่​ไม่​มี​วัน​ดับ”

ยอห์น​ทำ​พิธี​จุ่ม​น้ำ​ให้​พระเยซู

(มก. 1:9-11; ลก. 3:21-22)

13 ใน​เวลา​นั้น พระเยซู​เดิน​ทาง​จาก​แคว้น​กาลิลี มา​หา​ยอห์น​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน เพื่อ​ให้​ยอห์น​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้ 14 แต่​ยอห์น​ไม่​ยอม​ทำ​ให้ เขา​บอก​ว่า “อาจารย์​ต้อง​เป็น​คน​ทำ​ให้​ผม ไม่​ใช่​ผม​ทำ​ให้​อาจารย์”

15 แต่​พระเยซู​ตอบ​ว่า “ตอนนี้ ให้​เป็น​อย่างนี้​ไป​ก่อน เพราะ​พวก​เรา​ควร​ทำ​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​พระเจ้า​ต้อง​การ” ยอห์น​ถึง​ยอม​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ ให้​พระองค์ 16 ทันที​ที่​พระองค์​โผล่​ขึ้น​มา​จาก​น้ำ ท้องฟ้า​ก็​เปิด​ออก และ​พระองค์​ก็​เห็น​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​เหมือน​นก​พิราบ​ลง​มา​อยู่​เหนือ​พระองค์ 17 มี​เสียง​พูด​จาก​สวรรค์​ว่า “ท่าน​ผู้นี้​คือ​ลูก​รัก​ของ​เรา เรา​ภูมิใจ​ใน​ตัว​ท่าน​มาก”

4

มาร​มา​ลองใจ​พระเยซู

(มก. 1:12-13; ลก. 4:1-13)

1 แล้ว​พระวิญญาณ ก็​พา​พระเยซู​ไป​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง เพื่อ​ให้​มาร​มา​ลองใจ​พระองค์ 2 หลัง​จาก​พระเยซู​อด​อาหาร​มา​เป็น​เวลา​สี่สิบ​วัน​สี่สิบ​คืน พระองค์​ก็​หิว​จัด 3 มาร​จึง​มา​ยั่วยุ​พระองค์​ว่า “ถ้า​เป็น​ลูก​พระเจ้า​จริง ก็​สั่ง​หิน​พวกนี้​ให้​กลาย​เป็น​ขนมปัง​สิ”

4 พระเยซู​ตอบ​ว่า “พระคัมภีร์ เขียน​ไว้​ว่า

‘ชีวิต​ที่​เที่ยงแท้​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ขนมปัง​เพียง​อย่าง​เดียว

แต่​อยู่​ได้​ด้วย​คำพูด​ทุก​คำ​ที่​มา​จาก​พระเจ้า’”+ 4:4 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 8:3

5 จาก​นั้น​มาร​ก็​นำ​พระองค์​ไป​ยัง​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​ไป​ยืน​กัน​อยู่​บน​จุด​สูงสุด​ของ​วิหาร 6 แล้ว​มาร​ก็​ท้า​พระเยซู​ว่า “ถ้า​เป็น​ลูก​พระเจ้า​จริง ก็​กระโดด​ลง​ไป​เลย เพราะ​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

‘พระเจ้า​จะ​สั่ง​ให้​ทูต​ของ​พระองค์​คุ้มครอง​ท่าน

และ​เหล่า​ทูตสวรรค์​ก็​จะ​รับ​ท่าน​ไว้

เพื่อ​ไม่​ให้​เท้า​ของ​ท่าน​กระแทก​หิน’”+ 4:6 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 91:11-12

7 พระเยซู​ตอบ​มาร​ว่า “แต่​พระคัมภีร์​ก็​เขียน​ไว้​เหมือน​กัน​ว่า ‘อย่า​ได้​ลองดี​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต พระเจ้า​ของ​เจ้า’”+ 4:7 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 6:16

8 อีก​ครั้ง​หนึ่ง มาร​นำ​พระเยซู​ไป​ที่​ภูเขา​ที่​สูง​ที่​สุด เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​เห็น​อาณาจักร​ใน​โลก​ทั้งหมด​และ​ความ​เจริญ​รุ่งเรือง​ของ​พวก​มัน 9 แล้ว​มาร​ก็​ท้า​พระเยซู​ว่า “ถ้า​กราบไหว้บูชา​เรา เรา​ก็​จะ​ยก​ทั้งหมด​ที่​เห็น​นี้​ให้”

10 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ไป​ให้​พ้น ไอ้​ซาตาน เพราะ​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

‘เจ้า​จะ​ต้อง​กราบไหว้บูชา​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​เจ้า

และ​รับใช้​พระองค์​แต่​เพียง​ผู้​เดียว’”+ 4:10 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 6:13

11 มาร​จึง​ไป​จาก​พระองค์ และ​เหล่า​ทูตสวรรค์​ก็​มา​รับใช้​พระองค์

พระเยซู​เริ่ม​งาน​ใน​แคว้น​กาลิลี

(มก. 1:14-15; ลก. 4:14-15)

12 เมื่อ​พระเยซู​ได้​ข่าว​ว่า​ยอห์น​ถูก​จับ​ขัง​คุก พระองค์​กลับ​ไป​ที่​แคว้น​กาลิลี 13 แล้ว​ย้าย​จาก​เมือง​นาซาเร็ธ ไป​อยู่​ที่​เมือง​คาเปอรนาอุม ที่​อยู่​ริม​ฝั่ง​ทะเลสาบ​กาลิลี​ใน​เขตแดน​เศบูลุน​และ นัฟทาลี 14 เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​อิสยาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้​พูด​ว่า

15 “ดินแดน​เศบูลุน และ​ดินแดน​นัฟทาลี

ที่​ตั้ง​อยู่​ริม​ฝั่ง​ทะเลสาบ​กาลิลี ทาง​ทิศ​ตะวันตก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน

คือ​แคว้น​กาลิลี​ซึ่ง​เป็น​ที่​อยู่​ของ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว

16 คน​ที่​นั่ง​อยู่​ใน​ความมืด​ได้​เห็น​แสงสว่าง​ที่​ยิ่งใหญ่

แสงสว่าง​ก็​ได้​ส่อง​มา​ถึง​คน​ที่​อยู่​ใน​ดินแดน​ใต้​เงา​แห่ง​ความตาย​นั้น​แล้ว”+ 4:15-16 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 9:1-2

พระเยซู​เลือก​ศิษย์​บาง​คน

(มก. 1:16-20; ลก. 5:1-11)

17 ตั้งแต่​นั้น​มา พระเยซู​ได้​เริ่ม​ประกาศ​ว่า “กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​เสียใหม่​เพราะ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว”

18 วัน​หนึ่ง ขณะ​ที่​พระเยซู​กำลัง​เดิน​อยู่​ริม​ฝั่ง​ทะเลสาบ​กาลิลี พระองค์​มองเห็น​พี่น้อง​สอง​คน​คือ ซีโมน​ที่​คน​เรียกว่า เปโตร และ​อันดรูว์​น้องชาย​ของ​เขา กำลัง​เหวี่ยง​แห​จับ​ปลา​กัน​อยู่ เพราะ​พวก​เขา​เป็น​ชาว​ประมง 19 พระองค์​พูด​กับ​เขา​ว่า “ตาม​เรา​มา​เถอะ เรา​จะ​สอน​ให้​จับ​คน​แทน​จับ​ปลา” 20 ทั้ง​สอง​คน​ก็​ทิ้ง​แห​และ​ติดตาม​พระองค์​ไป​ทันที

21 เมื่อ​พระองค์​เดิน​ต่อ​ไป​อีก​หน่อย​หนึ่ง ก็​เห็น​พี่น้อง​อีก​สอง​คน​คือ ยากอบ ลูกชาย​ของ​เศเบดี กับ​ยอห์น​น้องชาย​ของ​เขา กำลัง​ซ่อมแซม​แห​กับ​พ่อ​ของ​พวก​เขา​อยู่​ใน​เรือ แล้ว​พระองค์​เรียก​พี่น้อง​สอง​คนนี้​มา 22 ทั้ง​ยากอบ​และ​ยอห์น​ก็​เลย​ลา​พ่อ​และ​ทิ้ง​เรือ แล้ว​พวก​เขา​ตาม​พระองค์​ไป​ทันที

พระเยซู​สอน​และ​รักษา​ประชาชน

(ลก. 6:17-19)

23 พระเยซู​เดินทาง​ไป​ทั่ว​แคว้น​กาลิลี เพื่อ​สั่งสอน​คน​ตาม​ที่​ประชุม​ชาวยิว และ​ประกาศ​ข่าวดี​เกี่ยวกับ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​ให้​ทุก​คน​รู้ นอก​จาก​นี้​ยัง​ได้​รักษา​โรคภัย​ไข้เจ็บ​ต่างๆ​ให้​กับ​คน​ใน​เมือง​จน​หาย​ด้วย 24 ทำ​ให้​ชื่อเสียง​ของ​พระองค์​เลื่องลือ​ไป​ทั่ว​ประเทศ​ซีเรีย ผู้คน​แห่​กัน​มา​หา​พระเยซู เขา​พา​คน​ที่​เจ็บป่วย​ทนทุกข์​ทรมาน​ด้วย​โรค​ต่างๆ คน​ถูก​ผีสิง คน​เป็น​ลม​บ้าหมู และ​คน​เป็น​อัมพาต​มา​ด้วย แล้ว​พระองค์​ได้​รักษา​พวก​เขา​จน​หาย​หมด​ทุก​คน 25 คน​จำนวน​มาก​พา​กัน​ติด​ตาม​พระองค์ มี​ทั้ง​คน​จาก​แคว้น​กาลิลี แคว้น​เดคาโปลิศ+ 4:25 เดคาโปลิศ เป็น​ภาษา​กรีก หมายถึง เมือง 10 เมือง​เป็น​ชื่อ​ของ​แคว้น​หนึ่ง​ที่​ประกอบ​ด้วย​เมือง 10 เมือง ตั้ง​อยู่​บริเวณ​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​ทะเลสาบ​กาลิลี เมือง​เยรูซาเล็ม แคว้น​ยูเดีย และ​ดินแดน​ทาง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน

5

เกียรติ​ที่​มา​จาก​พระเจ้า

(ลก. 6:20-23)

1 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ผู้คน​ตาม​มา​เป็น​จำนวน​มาก พระองค์​ได้​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​และ​นั่ง​อยู่​ที่​นั่น พวก​ศิษย์​เข้า​มา​หา​พระองค์ 2 พระองค์​จึง​เริ่ม​สอน​พวก​เขา​ว่า

3 “คน​ที่​รู้ตัว​ว่า​ต้อง​การ​พระเจ้า มี​เกียรติ​จริงๆ

เพราะ​เขา​ได้​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์

4 คน​ที่​โศกเศร้า มี​เกียรติ​จริงๆ

เพราะ​พระเจ้า​จะ​ปลอบโยน​เขา

5 คน​ที่​มี​จิตใจ​อ่อนโยน มี​เกียรติ​จริงๆ

เพราะ​พระเจ้า​จะ​ให้​โลกนี้​กับ​เขา

6 คน​ที่​หิว​กระหาย​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ใจ​พระเจ้า

มี​เกียรติ​จริงๆ​เพราะ​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​เขา​อิ่ม​ใจ

7 คน​ที่​มี​จิตใจ​เมตตา มี​เกียรติ​จริงๆ

เพราะ​พระเจ้า​จะ​เมตตา​เขา

8 คน​ที่​มี​จิตใจ​บริสุทธิ์ มี​เกียรติ​จริงๆ

เพราะ​เขา​จะ​ได้​เห็น​พระเจ้า

9 คน​ที่​สร้าง​สันติ มี​เกียรติ​จริงๆ

เพราะ​พระเจ้า​จะ​เรียก​เขา​ว่า​เป็น​ลูก

10 คน​ที่​โดน​ข่มเหง​รังแก​เพราะ​ทำ​ตาม​ความต้องการ​ของ​พระเจ้า

มี​เกียรติ​จริงๆ​เพราะ​เขา​ได้​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์

11 คน​ที่​โดน​ดูถูก โดน​ข่มเหง​รังแก และ​โดน​ใส่ร้าย​ป้ายสี

เพราะ​ติดตาม​เรา มี​เกียรติ​จริงๆ

12 ให้​ดีใจ​และ​มี​ความสุข​เถอะ เพราะ​พระเจ้า​ได้​เก็บ​รางวัล​อัน​ยิ่งใหญ่​ไว้​ให้​กับ​คุณ​แล้ว​ที่​บน​สวรรค์ เพราะ​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ใน​สมัย​ก่อน​ก็​โดน​ข่มเหง​อย่าง​เดียว​กับ​คุณ​นี่​แหละ

เกลือ​และ​แสงสว่าง

(มก. 9:50; 4:21; ลก. 14:34-35; 8:16)

13 พวก​คุณ​เป็น​เกลือ+ 5:13 เกลือ ใน​สมัย​พระเยซู คน​ใช้​เกลือ​หมัก​เนื้อ​ไม่​ให้​เน่า​ของ​โลกนี้ ถ้า​เกลือ​หมด​รส​เค็ม​แล้ว จะ​ทำ​ให้​เค็ม​อีก​ได้​อย่างไร มัน​ไม่​มี​ประโยชน์​อะไร​อีก​แล้ว นอก​จาก​เอา​ไป​ทิ้ง​ให้​คน​เหยียบ​ย่ำ 14 พวก​คุณ​เป็น​แสงสว่าง​ของ​โลก เมือง​ที่​สร้าง​อยู่​บน​ภูเขา​จะ​เอา​ไป​ซ่อน​ไว้​ไม่​ให้​คน​เห็น​ก็​ไม่​ได้ 15 เหมือน​กับ​เมื่อ​จุด​ตะเกียง ก็​ไม่​มี​ใคร​เอา​ไป​ไว้​ใต้​ถัง แต่​จะ​เอา​ไป​ตั้ง​ไว้​บน​เชิง​ตะเกียง เพื่อ​จะ​ได้​ส่อง​สว่าง​ให้​กับ​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​บ้าน 16 พวก​คุณ​ก็​เหมือน​กัน ให้​ส่อง​สว่าง​ออก​ไป​เพื่อ​คน​จะ​ได้​เห็น​ความ​ดี​ที่​คุณ​ทำ และ​จะ​ได้​สรรเสริญ​พระบิดา​ของ​คุณ​ที่​อยู่​บน​สวรรค์

พระเยซู​สั่งสอน​เกี่ยวกับ​กฎ​ปฏิบัติ

17 อย่า​คิด​ว่า​เรา​มา​ยกเลิก​กฎปฏิบัติ​ของ​โมเสส หรือ​มา​ยกเลิก​ข้อ​ความ​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เขียน​ไว้ เรา​ไม่​ได้​มา​ยกเลิก​แต่​มา​ทำ​ให้​มัน​สำเร็จ+ 5:17 แต่​มา​ทำ​ให้​มัน​สำเร็จ ใน​ภาษา​เดิม ประโยคนี้​อาจ​จะ​แปล​ได้​หลาย​อย่าง เช่น “เกิดขึ้น​จริง​ตาม​นั้น” หรือ “ทำ​ให้​เห็น​ถึง​ความหมาย​ที่​แท้​จริง​ของ​มัน” หรือ “ทำ​ให้​บรรลุ​ถึง​เป้าหมาย”18 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ตราบใด​ที่​ฟ้า​และ​ดิน​ยัง​อยู่ จะ​ไม่​มี​วัน​ที่​ตัว​หนังสือ​ตัว​เล็กๆ​หรือ​จุด​เล็กๆ​สัก​จุด​เดียว​จะ​หาย​ไป​จาก​กฎ​ปฏิบัติ จนกว่า​ทุก​อย่าง​จะ​เกิดขึ้น​จริง​ตาม​นั้น 19 คน​ที่​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​ข้อ​เล็กๆ​ข้อ​หนึ่ง​ใน​กฎปฏิบัติ แล้ว​ยัง​สอน​ให้​คน​อื่น​ไม่​เชื่อฟัง​ด้วย คน​นั้น​ก็​จะ​เป็น​คน​ที่​เล็กน้อย​ที่สุด​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ แต่​คน​ที่​เชื่อฟัง​กฎปฏิบัติ​และ​สอน​ให้​คน​อื่น​เชื่อฟัง​ด้วย คนๆ​นั้น​ก็​จะ​เป็น​คน​ที่​ยิ่งใหญ่​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ 20 เพราะ​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​ได้​เชื่อฟัง​พระเจ้า​มาก​ไป​กว่า​ที่​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​เชื่อฟัง​พระองค์ คุณ​ก็​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์

เรื่อง​ความ​โกรธ

21 พวก​คุณ​คง​เคย​ได้ยิน​ที่​เขา​พูด​กับ​คน​สมัย​ก่อน​ว่า ‘อย่า​ฆ่า​คน’+ 5:21 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 20:13 และ เฉลยธรรมบัญญัติ 5:17 แต่​ถ้า​ใคร​ทำ คน​นั้น​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ 22 แต่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า แค่​คน​ที่​โกรธ​พี่น้อง​ของ​ตัวเอง​ก็​ถูก​ตัดสิน​ว่า​ผิด​แล้ว และ​คน​ที่​ว่า​พี่น้อง​ของ​ตัวเอง​ว่า ‘ไอ้​ปัญญา​อ่อน’ เขา​จะ​ต้อง​ถูก​สอบสวน​ใน​ศาลสูง และ​ใคร​ก็​ตาม​ที่​ว่า​คน​อื่น ‘ไอ้​โง่’ เขา​ก็​เสี่ยง​ต่อ​บึง​ไฟ​นรก​แล้ว

23 ดังนั้น​ถ้า​คุณ​นำ​เครื่อง​บูชา​มา​ถึง​แท่น​บูชา และ​นึก​ขึ้น​ได้​ว่า พี่น้อง​มี​ปัญหา​กับ​คุณ​ใน​สิ่ง​ที่​คุณ​ทำ​ไป 24 ให้​วาง​เครื่อง​บูชา​นั้น​ไว้ และ​กลับ​ไป​คืนดี​กับ​พี่น้อง​คน​นั้น​ก่อน แล้ว​ค่อย​กลับ​มา​ถวาย​เครื่อง​บูชา

25 ถ้า​มี​ใคร​ฟ้องร้อง​คุณ ก็​ให้​รีบ​ปรับ​ความเข้าใจ​กับ​เขา​ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​กำลัง​ไป​ศาล ไม่​อย่าง​นั้น​เขา​จะ​ส่ง​ตัว​คุณ​ให้​ผู้พิพากษา แล้ว​ผู้พิพากษา​จะ​ส่ง​คุณ​ไป​ให้​ผู้คุม​เอา​ไป​ขัง​คุก 26 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คุณ​จะ​ถูก​ขัง​จนกว่า​จะ​ใช้​หนี้​ครบ​ทุก​บาท​ทุก​สตางค์

เรื่อง​การ​มี​ชู้

27 พวก​คุณ​คง​เคย​ได้ยิน​คำ​พูด​ที่​ว่า ‘อย่า​เป็น​ชู้​กับ​สามี​ภรรยา​เขา’+ 5:27 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 20:14 และ เฉลยธรรมบัญญัติ 5:1828 แต่​เรา​จะ​บอก​คุณ​ว่า แค่​มอง​ผู้หญิง​แล้ว​เกิด​ความ​ใคร่ ก็​ถือ​ว่า​คุณ​เป็น​ชู้​ทาง​ใจ​กับ​ผู้หญิง​คน​นั้น​แล้ว 29 ดังนั้น ถ้า​ตา​ขวา​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป ก็​ให้​ควัก​ทิ้ง​ไป​เลย เพราะ​เสีย​อวัยวะ​ไป​ส่วน​หนึ่ง ก็​ยัง​ดี​กว่า​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​นรก​ทั้ง​ตัว 30 ถ้า​มือ​ขวา​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป ก็​ให้​ตัด​ทิ้ง​ไป​เลย เพราะ​เสีย​อวัยวะ​ไป​ส่วน​หนึ่ง​ก็​ยัง​ดี​กว่า​จะ​ต้อง​ตก​นรก​ทั้ง​ตัว

เรื่อง​การ​หย่าร้าง

(มธ. 19:9; มก. 10:11-12; ลก. 16:18)

31 มี​คำ​พูด​ว่า ‘ถ้า​ใคร​จะ​หย่า​กับ​ภรรยา ก็​ให้​ทำ​หนังสือ​หย่า+ 5:31 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 24:1 ให้​กับ​ภรรยา’ 32 แต่​เรา​จะ​บอก​คุณ​ว่า ใคร​ก็​ตาม​ที่​หย่า​กับ​ภรรยา ยกเว้น​หย่า​เพราะ​เรื่อง​การ​ทำ​บาป​ทาง​เพศ ก็​ทำ​ให้​ภรรยา​มี​ชู้​เมื่อ​เธอ​ไป​แต่งงาน​ใหม่ และ​ผู้ชาย​ที่​มา​แต่งงาน​กับ​เธอ​ก็​ถือ​ว่า​มี​ชู้​ด้วย

เรื่อง​การ​สาบาน

33 พวก​คุณ​คง​เคย​ได้ยิน​ที่​เขา​พูด​กับ​คน​สมัย​ก่อน​ว่า ‘อย่า​ผิด​คำ​สาบาน ต้อง​ทำ​ตาม​คำ​สาบาน​ที่​ให้​ไว้​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต+ 5:33 ต้อง​ทำ​ตาม … องค์​เจ้า​ชีวิต ดู​ที่ เลวีนิติ 19:12 กันดาร​วิถี 30:2 และ เฉลยธรรมบัญญัติ 23:2134 แต่​เรา​ขอ​บอก​ว่า​อย่า​สาบาน​เลย ไม่​ต้อง​อ้าง​ถึง​สวรรค์ เพราะ​สวรรค์​นั้น​เป็น​ที่​นั่ง​ของ​พระเจ้า 35 ไม่​ต้อง​อ้าง​ถึง​โลกนี้ เพราะ​โลกนี้​เป็น​ที่​วาง​เท้า​ของ​พระเจ้า+ 5:35 ใน​หนังสือ​อิสยาห์ 66:1 พระเจ้า​บอก​ว่า​สวรรค์​เป็น​ที่​นั่ง​ของ​พระองค์ และ​โลก​เป็น​ที่​วาง​เท้า​ของ​พระองค์ ถ้า​สาบาน​โดย​อ้าง​ถึง​สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้​ก็​เท่า​กับ​ว่า​อ้าง​ถึง​พระเจ้า​ด้วย ซึ่ง​คน​ยิว​ใน​สมัย​พระเยซู​ถือ​ว่า​ไม่​ให้​เกียรติ​กับ​ชื่อ​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระเจ้า ดู​ได้​จาก​หนังสือ​มัทธิว 23:22 ไม่​ต้อง​อ้าง​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม เพราะ​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เมือง​ของ​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่ 36 ไม่​ต้อง​อ้าง​โดย​เอา​หัว​เป็น​ประกัน เพราะ​เส้น​ผม​สัก​เส้น​คุณ​ก็​ยัง​ไม่​มี​ปัญญา​ทำ​ให้​มัน​ขาว​หรือ​ดำ​ได้​เลย 37 ถ้า ‘ใช่’ ก็​บอก​ว่า ‘ใช่’ ถ้า ‘ไม่’ ก็​บอก​ว่า ‘ไม่’ พูด​แค่นี้​พอ​แล้ว พูด​มาก​กว่า​นี้​ก็​มา​จาก​มาร

เรื่อง​การแก้แค้น

(ลก. 6:29-30)

38 พวก​คุณ​คง​เคย​ได้ยิน​คำ​พูด​ที่​ว่า ‘ตา​ต่อ​ตา ฟัน​ต่อ​ฟัน’+ 5:38 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ กันดาร​วิถี 21:24 และ เฉลยธรรมบัญญัติ 24:2039 แต่​เรา​ขอ​บอก​ว่า อย่า​คิด​แก้แค้น​คน​ที่​ทำ​ผิด​ต่อ​คุณ ถ้า​ใคร​ตบ​แก้ม​ขวา​ของ​คุณ ก็​หัน​แก้ม​ซ้าย​ให้​เขา​ตบ​ด้วย 40 ถ้า​ใคร​ฟ้องร้อง​เอา​เสื้อ​ของ​คุณ ก็​แถม​เสื้อคลุม​ให้​เขา​ไป​ด้วย 41 ถ้า​ใคร​บังคับ​ให้​คุณ​แบก​ของ​ไป​กับ​เขา​หนึ่ง​กิโลเมตร ก็​แบก​ไป​สอง​กิโลเมตร​เลย 42 ถ้า​ใคร​มา​ขอ​อะไร​จาก​คุณ​ก็​ให้​เขา​ไป อย่า​หัน​หน้า​หนี​ไป​จาก​คน​ที่​มา​ขอ​ยืม​คุณ​เลย

ให้​รัก​ศัตรู

(ลก. 6:27-28, 32-36)

43 พวก​คุณ​คง​เคย​ได้ยิน​คำ​พูด​ที่​ว่า ‘รัก​เพื่อน​บ้าน+ 5:43 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 19:18 และ​เกลียดชัง​ศัตรู’ 44 แต่​เรา​ขอ​บอก​คุณ​ว่า ให้​รัก​ศัตรู​ของ​คุณ และ​อธิษฐาน​เผื่อ​คน​ที่​ข่มเหง​คุณ 45 เพราะ​ถ้า​ทำ​อย่างนี้ คุณ​ก็​จะ​เป็น​ลูก​ที่​แท้จริง​ของ​พระบิดา​ใน​สวรรค์ พระองค์​ทำ​ให้​ดวง​อาทิตย์​ส่อง​สว่าง​ให้​ทั้ง​คน​ดี​และ​คน​ชั่ว ให้​ฝน​ตก​กับ​ทั้ง​คน​ที่​ทำ​ถูก​และ​คน​ที่​ทำ​ผิด​เหมือน​กัน 46 ถ้า​คุณ​รัก​แต่​คน​ที่​รัก​คุณ แล้ว​มัน​มี​อะไร​พิเศษ​ตรง​ไหน แม้​แต่​คน​เก็บ​ภาษี ก็​ยัง​รัก​คน​ที่​รัก​เขา​เหมือน​กัน 47 ถ้า​ทักทาย​แต่​เพื่อน คุณ​ได้​ทำ​อะไร​พิเศษ​ไป​กว่า​คน​อื่นๆ​หรือ เพราะ​คน​ที่​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า+ 5:47 คน​ที่​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า ใน​ภาษา​เดิม​ใช้​คำ​ว่า คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน 48 ดังนั้น​พระบิดา​ของ​พวก​คุณ​บน​สวรรค์​ดี​พร้อม​ขนาด​ไหน ก็​ให้​พวก​คุณ​ดีพร้อม​ขนาด​นั้น​ด้วย

6

เรื่อง​การให้

1 ระวัง​ให้​ดี อย่า​ทำ​ความดี​เพื่อ​อวด​คน​อื่น เพราะ​คุณ​จะ​ไม่​ได้รับ​รางวัล​จาก​พระบิดา​ของ​คุณ​ที่​อยู่​บน​สวรรค์ 2 เวลา​ที่​คุณ​ช่วยเหลือ​คน​จน ก็​อย่า​ไป​ทำ​เหมือน​กับ​พวก​หน้าซื่อ​ใจคด+ 6:2 พวก​หน้าซื่อ​ใจคด คำนี้​แปล​ตรงๆ​จาก​ภาษา​กรีก​ว่า “พวก​นักแสดง” ที่​ชอบ​เป่า​แตร​ใน​ที่ประชุม หรือ​ตาม​ท้อง​ถนน​เพื่อ​ให้​คน​มา​ดู​และ​ชมเชย​เขา เพราะ​จริงๆ​แล้ว เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พวก​เขา​ก็​ได้รับ​คำ​ชม​นั้น​เป็น​รางวัล​ไป​เรียบร้อย​แล้ว 3 แต่​เมื่อ​ช่วยเหลือ​คน​จน ก็​อย่า​ให้​มือ​ซ้าย​รู้​ว่า​มือ​ขวา​ทำ​อะไร 4 ดังนั้น​เมื่อ​คุณ​ช่วยเหลือ​คน​จน ก็​ให้​ทำ​เป็น​ความลับ และ​พระบิดา​ของ​คุณ​ผู้​เห็น​สิ่ง​ที่​คุณ​ทำ​เป็น​ความลับนี้ ก็​จะ​ให้​รางวัล​กับ​คุณ

เรื่อง​การ​อธิษฐาน

(ลก. 11:2-4)

5 เวลา​ที่​คุณ​อธิษฐาน ก็​อย่า​ทำ​เหมือน​พวก​หน้าซื่อใจคด​พวก​นั้น ที่​ชอบ​ยืน​อธิษฐาน​ใน​ที่ประชุม หรือ​ตาม​ท้อง​ถนน​เพื่อ​อวด​ให้​คน​อื่น​เห็น เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พวก​เขา​ได้รับ​รางวัล​ไป​เรียบ​ร้อย​แล้ว 6 ส่วน​คุณ เมื่อ​อธิษฐาน​ก็​ให้​เข้า​ไป​ใน​ห้อง ปิด​ประตู​และ​อธิษฐาน​ต่อ​พระบิดา​ที่​มอง​ไม่​เห็น​ด้วย​ตา และ​พระองค์​จะ​มอง​เห็น​สิ่ง​ที่​คุณ​ทำ​เป็น​ความลับนี้ และ​ให้​รางวัล​กับ​คุณ

7 เมื่อ​คุณ​อธิษฐาน ก็​อย่า​พูด​ซ้ำซาก​ไร้สาระ​เหมือน​คน​ที่​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า​ทำ​กัน เพราะ​พวก​เขา​คิด​ว่า ถ้า​เขา​พูด​ซ้ำ​แล้ว​ซ้ำ​อีก พวก​เขา​จะ​ได้รับ​คำตอบ​จาก​การ​อธิษฐาน​นั้น 8 อย่า​ทำ​เหมือน​คน​พวก​นั้น เพราะ​พระบิดา​รู้​ว่า​คุณ​ขาด​อะไร​ก่อน​ที่​คุณ​จะ​ขอ​เสีย​อีก 9 คุณ​ควร​จะ​อธิษฐาน​อย่างนี้​ว่า

‘พระบิดา​ของ​เรา​ที่​อยู่​บน​สวรรค์

ขอ​ให้​ชื่อ​ของ​พระองค์​เป็น​ที่​เคารพ​นับถือ​อยู่​เสมอ

10 ขอ​ให้​อาณาจักร​ของ​พระองค์​มา​ตั้ง​อยู่​ใน​โลกนี้

ขอ​ให้​คน​ใน​โลกนี้​ทำ​ตามใจ​พระองค์ เหมือน​อย่าง​ที่​เป็น​ใน​สวรรค์

11 โปรด​ให้​พวก​เรา​มี​อาหาร​กิน​ใน​ทุกๆ​วัน

12 และ​โปรด​ยกโทษ​ให้​กับ​ความบาป​ของ​พวก​เรา

เหมือน​กับ​ที่​พวก​เรา​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​อื่น​ที่​ทำ​บาป​ต่อ​เรา

13 อย่า​ปล่อย​ให้​เรา​แพ้​ต่อ​การยั่วยวน

แต่​ขอ​ช่วยเหลือ​พวก​เรา​ให้​พ้น​จาก​สิ่ง​ชั่วร้าย+ 6:13 สิ่ง​ชั่วร้าย หรือ แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ผู้​ชั่วร้าย” คือ ซาตาน หัวหน้า​มาร และ​ศัตรู​ของ​พระเจ้า+ 6:13 อย่า​ปล่อย​ให้​เรา … จาก​สิ่ง​ชั่วร้าย ข้อนี้ สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​มี​ข้อความ​เพิ่มเติม​ว่า “เพราะ​อาณาจักร ฤทธิ์​อำนาจ​และ​เกียรติยศ​เป็น​ของ​พระองค์​ตลอด​ไป อาเมน”

14 ถ้า​คุณ​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​ที่​ทำ​บาป​ต่อ​คุณ พระบิดา​ของ​คุณ​ที่​อยู่​บน​สวรรค์ ก็​จะ​ยกโทษ​ให้​คุณ​ด้วย 15 แต่​ถ้า​คุณ​ไม่​ยอม​ยกโทษ​ให้​คน​อื่น พระบิดา​ของ​คุณ​ก็​จะ​ไม่​ยกโทษ​ให้​กับ​บาป​ของ​คุณ​เหมือน​กัน

เรื่อง​การ​อด​อาหาร

16 เมื่อ​คุณ​อด​อาหาร​ก็​ไม่​ต้อง​ทำ​หน้า​เศร้า​เหมือน​ไอ้​พวก​หน้าซื่อใจคด​ทำ​กัน เพื่อ​ให้​คน​เห็น​ว่า​เขา​อด​อาหาร​อยู่ เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พวก​เขา​ได้รับ​รางวัล​ของ​พวก​เขา​อย่าง​ครบถ้วน​แล้ว 17 แต่​เมื่อ​คุณ​อด​อาหาร ขอ​ให้​ล้าง​หน้า​ล้าง​ตา​ให้​แจ่มใส และ​ใส่​น้ำมัน​ผม 18 จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​รู้​ว่า​คุณ​กำลัง​อด​อาหาร​อยู่ แต่​พระบิดา​ของ​คุณ​ที่​มนุษย์​มอง​ไม่​เห็น จะ​เห็น​คุณ​โดย​ที่​คุณ​ไม่​รู้​และ​ให้​รางวัล​กับ​คุณ

พระเจ้า​สำคัญ​กว่า​ทรัพย์สิน​เงิน​ทอง

(ลก. 12:33-34; 11:34-36; 16:13)

19 อย่า​เก็บ​สะสม​ของ​มี​ค่า​ไว้​ใน​โลกนี้ ซึ่ง​สนิม​หรือ​แมลง​ทำลาย​ได้ หรือ​ที่​ขโมย​ลัก​ไป​ได้ 20 แต่​ให้​เก็บ​สะสม​ทรัพย์​สมบัติ​ไว้​บน​สวรรค์ ที่​สนิม​และ​แมลง​ไม่​มี​วัน​ทำลาย​ได้ หรือ​ขโมย​ก็​ลัก​เอา​ไป​ไม่​ได้ 21 เพราะ​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​คุณ​อยู่​ที่​ไหน ใจ​ของ​คุณ​ก็​จะ​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย

22 ดวงตา​เป็น​ตะเกียง​ของ​ร่างกาย ถ้า​ดวงตา​ของ​คุณ​ดี ร่างกาย​ของ​คุณ​ก็​จะ​เต็ม​ไป​ด้วย​แสงสว่าง 23 แต่​ถ้า​ดวงตา​ของ​คุณ​ไม่​ดี+ 6:23 ดวงตา​ของ​คุณ​ไม่​ดี หรือ​อาจ​จะ​แปล​ได้​ว่า “ดวงตา​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ความโลภ” หรือ “อิจฉา​ตาร้อน” หรือ “ขี้เหนียว” หรือ “เป็น​โรค” ร่างกาย​ของ​คุณ​ก็​จะ​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​มืด และ​ถ้า​แสงสว่าง​ใน​ร่างกาย​ของ​คุณ​กลาย​มา​เป็น​ความมืด ความมืด​นั้น​จะ​น่ากลัว​ขนาด​ไหน

24 ไม่​มี​ใคร​รับใช้​นาย​สอง​นาย​ได้ เพราะ​เขา​จะ​เกลียด​นาย​คน​หนึ่ง และ​รัก​อีก​คน​หนึ่ง หรือ​ไม่​ก็​จะ​ทุ่มเท​ให้​กับ​นาย​คน​หนึ่ง และ​จะ​ดูถูก​นาย​อีก​คน​หนึ่ง คุณ​จะ​รับใช้​พระเจ้า​และ​เงินทอง​พร้อมๆ​กัน​ไม่​ได้​หรอก

อย่า​กังวล

(ลก. 12:22-34)

25 ดังนั้น​เรา​ขอ​บอก​คุณ​ว่า ไม่​ต้อง​กังวล​เกี่ยวกับ​ชีวิตนี้​ว่า​จะ​มี​อะไร​กิน​อะไร​ดื่ม​ไหม หรือ​เป็น​ห่วง​ร่างกาย​ว่า​จะ​มี​อะไร​สวมใส่​ไหม เพราะ​ชีวิต​นั้น​สำคัญ​ยิ่งกว่า​อาหาร​และ​ร่างกาย​สำคัญ​ยิ่งกว่า​เสื้อผ้า 26 ดู​นก​ที่​บิน​อยู่​ใน​อากาศ​สิ มัน​ไม่​ต้อง​หว่าน​หรือ​เก็บเกี่ยว หรือ​สะสม​เมล็ดพืช​ไว้​ใน​ยุ้งฉาง แต่​พระบิดา​ของ​คุณ​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​ยัง​เลี้ยงดู​พวก​มัน​เลย แล้ว​พวก​คุณ​มี​ค่า​มาก​กว่า​นก​พวก​นั้น​ไม่​ใช่​หรือ 27 กังวล​ไป​ทำไม กังวล​แล้ว​ทำ​ให้​ชีวิต​คุณ​ยืด​ออก​ไป​ได้​อีก​สัก​ชั่วโมง​หรือ​เปล่า​ล่ะ 28 ถ้า​อย่าง​นั้น​จะ​ไป​กังวล​เรื่อง​เสื้อผ้า​ทำไม ดู​อย่าง​ดอกไม้ป่า​สิ​ว่า​มัน​โต​ได้​ยังไง มัน​ไม่​ได้​ทำงาน​และ​ไม่​ได้​ปั่น​ด้าย​เอง​แต่​ก็​ยัง​สวย​กว่า​กษัตริย์​ซาโลมอน​ใน​ชุด​เต็ม​ยศ​เสีย​อีก 29 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า แม้​แต่​กษัตริย์​ซาโลมอน​ที่​ร่ำรวย​ที่สุด ก็​ยัง​แต่งตัว​งดงาม​ไม่​เท่า​ดอกไม้​พวกนี้​สัก​ดอก 30 ดู​อย่าง​หญ้า​ใน​ทุ่ง​สิ มัน​อยู่​แค่​วันนี้ พรุ่งนี้​ก็​ถูก​เผา​ไฟ​แล้ว แต่​พระเจ้า​ยัง​ตกแต่ง​ให้​สวย​ถึง​ขนาดนี้ แล้ว​นับ​ประสา​อะไร​กับ​พวก​คุณ​เล่า พระองค์​จะ​ไม่​ยิ่ง​ตกแต่ง​ให้​มาก​กว่า​ทุ่งหญ้า​หรือ พวก​คุณ​นี่​ช่าง​มี​ความเชื่อ​น้อย​เสีย​จริงๆ 31 ดังนั้น​ไม่​ต้อง​กังวล​ว่า ‘จะ​มี​อะไร​กิน​ไหม’ หรือ ‘จะ​มี​อะไร​ดื่ม​ไหม’ หรือ ‘จะ​มี​อะไร​ใส่​ไหม’ 32 พวก​ที่​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า​ก็​ดิ้นรน​หา​สิ่ง​เหล่านี้​กัน แต่​พระบิดา​ของ​คุณ​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​สิ่ง​เหล่านี้​จำเป็น​สำหรับ​คุณ 33 แต่​ให้​ดิ้นรน​หา​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​และ​ชีวิต​ที่​ทำ​ตามใจ​พระองค์​ก่อน แล้ว​พระองค์​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​จำเป็น​ทั้งหมดนี้​กับ​พวก​คุณ​เอง 34 ดังนั้น​ไม่​ต้อง​กังวล​ถึง​วัน​พรุ่งนี้ เพราะ​พรุ่งนี้​ก็​มี​เรื่อง​กังวล​ของ​มัน​อยู่​แล้ว แต่​ละ​วัน​ก็​มี​ปัญหา​มาก​พอ​อยู่​แล้ว​สำหรับ​วัน​นั้น

7

เรื่อง​การตัดสิน​คน​อื่น

(ลก. 6:37-38, 41-42)

1 อย่า​ตัดสิน​คน​อื่น​แล้ว​พระเจ้า​จะ​ไม่​ตัดสิน​คุณ 2 เพราะ​คุณ​ตัดสิน​คน​อื่น​อย่าง​ไร พระเจ้า​ก็​จะ​ตัดสิน​คุณ​อย่าง​นั้น คุณ​ใช้​วิธี​อะไร​ตัดสิน​คน​อื่น พระเจ้า​ก็​จะ​ใช้​วิธี​นั้น​ตัดสิน​คุณ

3 ทำไม​คุณ​ถึง​เห็น​ขี้ผง​ใน​ตา​ของ​พี่น้อง​คุณ แต่​กลับ​มอง​ไม่​เห็น​ไม้ซุง​ทั้ง​ท่อน​ใน​ตา​ของ​ตัวเอง 4 คุณ​พูด​กับ​พี่น้อง​ออก​มา​ได้​ยังไง​ว่า ‘เดี๋ยว​ผม​จะ​เขี่ย​ขี้ผง​ออก​จาก​ตา​ให้’ ทั้งๆ​ที่​ยัง​มี​ไม้ซุง​ทั้ง​ท่อน​อยู่​ใน​ตา​ของ​คุณ​เอง 5 ไอ้หน้าซื่อใจคด เอา​ไม้ซุง​ออก​จาก​ตา​ของ​ตัวเอง​ก่อน จะ​ได้​มอง​เห็น​ชัดๆ​ตอน​เขี่ย​ขี้ผง​ออก​จาก​ตา​ของ​พี่น้อง

6 อย่า​เอา​ของ​วิเศษ​ให้​กับ​หมา อย่า​โยน​ไข่มุก​ให้​กับ​หมู เพราะ​มัน​จะ​เหยียบ​ย่ำ​ของ​เหล่า​นั้น และ​หัน​กลับ​มา​กัด​คุณ​ด้วย

ขอ​พระเจ้า​ใน​สิ่ง​ที่​คุณ​ขัดสน

(ลก. 11:9-13)

7 ขอ​สิ​แล้ว​จะ​ได้ หา​สิ​แล้ว​จะ​พบ เคาะ​สิ​แล้ว​ประตู​จะ​เปิด​ให้ 8 เพราะ​ทุก​คน​ที่​ขอ​ก็​จะ​ได้ ทุก​คน​ที่​หา​ก็​จะ​พบ และ​ทุก​คน​ที่​เคาะ​ประตู​ก็​จะ​เปิด​ให้

9 มี​ใคร​บ้าง​ใน​พวก​คุณ ถ้า​ลูก​ขอ​ขนมปัง จะ​เอา​ก้อน​หิน​ให้ 10 หรือ​ถ้า​ลูก​ขอ​ปลา จะ​เอา​งู​พิษ​ให้ 11 ถ้า​คน​ชั่ว​อย่าง​พวก​คุณ​ยัง​รู้จัก​ให้​ของดีๆ​กับ​ลูก แล้ว​พระบิดา​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​จะ​ไม่​ยิ่ง​พร้อม​ที่​จะ​ให้​ของดีๆ​กับ​คน​ที่​ขอ​พระองค์​หรือ

กฎ​ที่​สำคัญ​ที่สุด

12 ดังนั้น​ให้​ทำ​กับ​คน​อื่น​เหมือน​กับ​ที่​คุณ​อยาก​ให้​คน​อื่น​ทำ​กับ​คุณ​ใน​ทุก​เรื่อง เพราะ​กฎปฏิบัติ​ของ​โมเสส และ​คำสอน​ของ​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า ก็​สรุป​ได้​อย่างนี้​แหละ

ประตู​แคบ​และ​ประตู​กว้าง

(ลก. 13:24)

13 เข้า​ไป​ทาง​ประตู​ที่​แคบ เพราะ​ประตู​กว้าง​และ​ถนน​หนทาง​ที่​เดิน​สบาย​จะ​นำ​ไป​ถึง​ความพินาศ และ​มี​คน​มากมาย​ที่​ผ่าน​เข้า​ไป​ทาง​ประตู​นั้น 14 ส่วน​ประตู​ที่​แคบ และ​ถนน​ที่​เดิน​ลำบาก​จะ​นำ​ไป​ถึง​ชีวิต​ที่​แท้จริง และ​มี​คน​น้อย​มาก​ที่​หา​ทางนี้​เจอ

คน​รู้จัก​คุณ​ได้​จาก​การ​กระทำ

(ลก. 6:43-44; 13:25-27)

15 ให้​ระวัง​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ตัว​ปลอม+ 7:15 ผู้พูดแทนพระเจ้า​ตัว​ปลอม คือ ผู้ที่​อ้าง​ว่า​พวก​เขา​พูด​แทน​พระเจ้า แต่​ไม่​ได้​พูด​ความจริง​ของ​พระเจ้า ที่​มา​หา​คุณ​ใน​คราบ​ลูกแกะ​เชื่องๆ​แต่​ใจ​นั้น​ร้าย​เหมือน​หมาป่า 16 ผล​ของ​การกระทำ​ของ​เขา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​เขา​เป็น​คน​อย่างไร ไม่​มี​ใคร​เก็บ​องุ่น​จาก​ต้น​หนาม หรือ​เก็บ​ลูก​มะเดื่อ​จาก​พืช​ที่​มี​หนาม​หรอก 17 เหมือน​กับ​ที่​ต้นไม้​ดี​ย่อม​ออก​ผล​ดี และ​ต้นไม้​เลว​ก็​ย่อม​ออก​ผล​เลว 18 ต้นไม้​ดี​จะ​ออก​ผล​เลว​ไม่​ได้ และ​ต้นไม้​เลว​จะ​ออก​ผล​ดี​ไม่​ได้ 19 ต้นไม้​ทุก​ต้น​ที่​ไม่​ออก​ผล​ดี จะ​ถูก​ตัด​ทิ้ง​และ​โยน​เผา​ไฟ 20 ดังนั้น​จะ​รู้​ว่า​ผู้พูดแทนพระเจ้า​นั้น​เป็น​ตัว​ปลอม​หรือ​เปล่า ก็​ดู​จาก​ผล​ของ​การกระทำ​ของ​เขา

21 ไม่​ใช่​ทุก​คน​ที่​เรียก​เรา​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต องค์​เจ้า​ชีวิต’ แล้ว​จะ​ได้​เข้า​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ แต่​คน​ที่​ทำ​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระบิดา​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​เท่า​นั้น ถึง​จะ​เข้า​ไป​ได้ 22 เมื่อ​ถึง​วัน​พิพากษา​ก็​จะ​มี​คน​เป็น​จำนวน​มาก​บอก​กับ​เรา​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต องค์​เจ้า​ชีวิต พวกเรา​ได้​อ้าง​ชื่อ​ของ​พระองค์​เมื่อ​พูด​แทน​พระเจ้า เมื่อ​ขับ​ไล่​ผี​และ​เมื่อ​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​มากมาย’ 23 แต่​เรา​จะ​บอก​พวก​เขา​ว่า ‘เรา​ไม่​รู้จัก​พวก​แก​เลย ไป​ให้​พ้น​ไอ้​พวก​ทำ​ชั่ว’

คน​ฉลาด​และ​คน​โง่

(ลก. 6:47-49)

24 คน​ที่​ได้ยิน​และ​ทำ​ตาม​คำสอนนี้​ของ​เรา ก็​เหมือน​กับ​คน​ฉลาด​ที่​สร้าง​บ้าน​อยู่​บน​ฐาน​ที่​เป็น​หิน 25 ถึง​แม้​ฝน​จะ​ตก​หนัก น้ำ​จะ​ไหล​เชี่ยว และ​มี​ลม​พายุ​แรง​พัด​ปะทะ​ตัว​บ้าน แต่​บ้าน​ก็​ไม่​พัง เพราะ​มี​รากฐาน​อยู่​บน​หิน​ที่​มั่นคง 26 แต่​คน​ที่​ได้​ฟัง​คำสอน​เหล่านี้​ของ​เรา แล้ว​ไม่​ทำ​ตาม เขา​ก็​เหมือน​กับ​คน​โง่​ที่​สร้าง​บ้าน​อยู่​บน​ทราย 27 เมื่อ​ฝน​ตก​หนัก น้ำ​ไหล​เชี่ยว และ​มี​ลม​พายุ​แรง​พัด​มา​ปะทะ​ตัว​บ้าน บ้าน​นั้น​ก็​พังทลาย​ลง​อย่าง​ราบคาบ”

28 เมื่อ​พระเยซู​พูด​จบ ชาว​บ้าน​ก็​ทึ่ง​ใน​คำสอน​ของ​พระองค์ 29 เพราะ​พระองค์​สอน​เด็ดขาด​อย่าง​ผู้​มี​สิทธิ​อำนาจ​ไม่​เหมือน​กับ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​คน​อื่นๆ

8

พระเยซู​รักษา​คนป่วย

(มก. 1:40-45; ลก. 5:12-16)

1 เมื่อ​พระเยซู​ลง​มา​จาก​ภูเขา​แล้ว ก็​มี​คน​กลุ่ม​ใหญ่​ติดตาม​พระองค์​ไป 2 มี​คน​หนึ่ง​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง ได้​มา​คุก​เข่า​ลง​ต่อหน้า​พระองค์​และ​พูด​ว่า “นาย​ท่าน ถ้า​ท่าน​อยาก​ช่วย ท่าน​ก็​ทำ​ให้​ผม​หาย​ได้”

3 พระองค์​ยื่น​มือ​ออก​ไป​แตะ​ตัว​เขา และ​พูด​ว่า “เรา​อยาก​ช่วย หาย​เถิด” แล้ว​เขา​ก็​หาย​ทันที 4 พระเยซู​จึง​บอก​เขา​ว่า “อย่า​ไป​เล่า​เรื่องนี้​ให้​ใคร​ฟัง แต่​ไป​ให้​นักบวช​ตรวจ​ดู​และ​ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ตาม​ที่​โมเสส​สั่ง​ไว้ คน​อื่น​จะ​ได้​รู้​ว่า​เจ้า​หาย​แล้ว”

พระเยซู​รักษา​คนใช้​ของ​นายร้อย

(ลก. 7:1-10; ยน. 4:43-54)

5 เมื่อ​พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​เมือง​คาเปอรนาอุม มี​นายร้อย​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​หา เพื่อ​ขอ​ให้​พระองค์​ช่วย 6 เขา​พูด​ว่า “นาย​ท่าน คนใช้​ของ​ผม​นอน​เป็น​อัมพาต​อยู่​ที่​บ้าน ต้อง​ทน​ทุกข์​ทรมาน​มาก”

7 พระเยซู​บอก​นายร้อย​ว่า “เรา​จะ​ไป​รักษา​ให้”

8 นายร้อย​จึง​บอก​พระองค์​ว่า “นาย​ท่าน ผม​ไม่​ดี​พอ​ที่​จะ​ให้​ท่าน​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​ผม ท่าน​แค่​สั่ง​เท่า​นั้น คนใช้​ของ​ผม​ก็​จะ​หาย 9 ที่​ผม​รู้​ก็​เพราะ​ผม​เป็น​ทหาร มี​ทั้ง​หัวหน้า​ที่​สั่ง​ผม และ​มี​ลูกน้อง​ที่​ต้อง​เชื่อฟัง​คำสั่ง​ผม เมื่อ​ผม​สั่ง​ให้ ‘ไป’ เขา​ก็​ไป สั่ง​ให้ ‘มา’ เขา​ก็​มา และ​ถ้า​สั่ง​ให้​ทาส​ของ​ผม ‘ทำ​สิ่ง​นั้น​สิ่งนี้’ เขา​ก็​ทำ”

10 เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​แปลกใจ​มาก และ​พูด​กับ​คน​ที่​ติดตาม​มา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ยัง​ไม่เคย​พบ​ใคร​ใน​อิสราเอล ที่​มี​ความเชื่อ​ยิ่งใหญ่​ขนาดนี้​มา​ก่อน​เลย 11 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า จะ​มี​คน​จำนวน​มาก​มา​จาก​ตะวันออก​และ​ตะวันตก เพื่อ​มา​ร่วม​ใน​งาน​เลี้ยง​เฉลิม​ฉลอง​กับ​อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ 12 แต่​คน​ที่​น่า​จะ​ได้​อยู่​ใน​อาณาจักร​ของ​พระองค์​นั้น กลับ​จะ​ต้อง​ถูก​โยน​ออก​ไป​อยู่​ใน​ที่​มืด ที่​มี​แต่​เสียง​ร้องไห้​โหยหวน​อย่าง​เจ็บปวด”

13 แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​นายร้อย​ว่า “กลับ​ไป​บ้าน​เถอะ มัน​จะ​เป็น​ไป​ตาม​ที่​คุณ​เชื่อ” และ​คนใช้​ของ​เขา​ก็​หาย​ทันที​ใน​เวลา​นั้น

พระเยซู​รักษา​คนป่วย​มากมาย

(มก. 1:29-34; ลก. 4:38-41)

14 เมื่อ​พระเยซู​มา​ถึง​บ้าน​ของ​เปโตร ก็​เห็น​แม่ยาย​ของ​เปโตร​นอน​ป่วย​เป็น​ไข้​อยู่​บน​เตียง 15 พอ​พระองค์​แตะ​มือ​เธอ เธอ​ก็​หาย​จาก​ไข้​ทันที และ​ลุก​ขึ้น​มา​รับใช้​พระองค์

16 ใน​เย็น​นั้น มี​คน​พา​พวก​ที่​ถูก​ผี​สิง​มาหา​พระเยซู​เป็น​จำนวน​มาก พระองค์​ได้​สั่ง​ให้​ผี​เหล่า​นั้น​ออก​จาก​ร่าง​พวก​นั้น​ไป และ​ยัง​ได้​รักษา​คน​ป่วย​ทุก​คน​ด้วย 17 สิ่งนี้​เกิดขึ้น​เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​พูด​ไว้​ว่า

“พระองค์​เอา​ความ​เจ็บป่วย​ของ​พวก​เรา​ไป​เสีย

และ​แบก​รับ​เอา​โรคภัย​ของ​เรา​ไว้”+ 8:17 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 53:4

การ​ติดตาม​พระเยซู

(ลก. 9:57-62)

18 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ฝูงชน​ที่​อยู่​ล้อมรอบ​พระองค์ พระองค์​จึง​สั่ง​ให้​พวก​ศิษย์​ข้าม​ไป​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​ทะเลสาบ 19 ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​บอก​พระองค์​ว่า “อาจารย์ ไม่​ว่า​อาจารย์​จะ​ไป​ที่​ไหน ผม​จะ​ติดตาม​ไป​ด้วย”

20 พระเยซู​บอก​เขา​ว่า “หมา​จิ้งจอก​ยัง​มี​โพรง นก​ยัง​มี​รัง แต่​บุตร​มนุษย์​ไม่​มี​แม้​แต่​ที่​จะ​ซุก​หัวนอน”

21 ลูกศิษย์​คน​หนึ่ง​ของ​พระองค์​ได้​ขอ​พระองค์​ว่า “อาจารย์ ขอ​อนุญาต​ไป​ฝัง​ศพ​พ่อ​ก่อน​นะ​ครับ”

22 พระเยซู​ตอบ​เขา​ว่า “ตาม​เรา​มา ปล่อย​ให้​คน​ตาย​ฝัง​คน​ตาย​กัน​เอง​เถอะ”

พระเยซู​ห้าม​พายุ

(มก. 4:35-41; ลก. 8:22-25)

23 เมื่อ​พระองค์​ลง​เรือ พวก​ศิษย์​ก็​ตาม​พระองค์​ไป​ด้วย 24 ทันใด​นั้น​มี​พายุ​ใหญ่​เกิดขึ้น​ใน​ทะเลสาบ คลื่น​ซัด​จน​น้ำ​เข้า​เต็ม​เรือ แต่​พระเยซู​ยัง​นอน​หลับ​อยู่ 25 พวก​ศิษย์​มา​ปลุก​พระองค์​และ​บอก​ว่า “อาจารย์​ช่วย​ด้วย เรา​กำลัง​จะ​จม​น้ำ​ตาย​กัน​อยู่​แล้ว”

26 พระเยซู​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ทำไม​ขี้ขลาด​อย่างนี้ ช่าง​ไม่​มี​ความเชื่อ​เอา​เสีย​เลย” แล้ว​พระองค์​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​ห้าม​ลม​และ​คลื่น มัน​ก็​สงบ​ลง​อย่าง​ราบคาบ

27 พวก​เขา​ก็​ประหลาดใจ พูด​กัน​ว่า “เขา​เป็น​ใคร​กัน แม้​แต่​ลม​และ​คลื่น​ยัง​เชื่อฟัง​เขา​เลย”

พระเยซู​ขับไล่​ผี​ออก​จาก​ชาย​สอง​คน

(มก. 5:1-20; ลก. 8:26-39)

28 เมื่อ​พระเยซู​ข้าม​ฟาก​มา​ถึง​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​ทะเลสาบ​ใน​เขตแดน​ของ​ชาว​กาดารา+ 8:28 กาดารา คือ​พื้นที่​ทาง​ด้าน​ตะวันออก​เฉียงใต้​ของ​ทะเล​สาบ​กาลิลี ก็​มี​ชาย​สอง​คน​ที่​ถูก​ผี​สิง เดิน​ออก​มา​จาก​หลุม​ฝังศพ​ตรง​เข้า​มา​หา​พระองค์ สอง​คนนี้​ดุร้าย​มาก​จน​ไม่​มี​ใคร​กล้า​เดิน​ผ่าน​ไป​แถว​นั้น 29 สอง​คน​นั้น​ตะโกน​ว่า “บุตร​ของ​พระเจ้า มา​ยุ่ง​กับ​พวก​เรา​ทำไม จะ​มา​ทรมาน​พวก​เรา​ก่อน​เวลา​ที่​พระเจ้า​ได้​กำหนด​ไว้​หรือ”

30 ห่าง​จาก​ที่​นั่น​ไป​ไม่​ไกล มี​หมู​ฝูง​ใหญ่​ถูก​ปล่อย​ทิ้ง​ไว้​ให้​หา​กิน​กัน​อยู่ 31 ผี​พวก​นั้น​ขอ​ร้อง​พระองค์​ว่า “ถ้า​จะ​ไล่​พวก​เรา​ออก​ไป ก็​ช่วย​ส่ง​พวก​เรา​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ฝูง​หมู​พวก​นั้น​ด้วย​เถอะ”

32 พระเยซู​พูด​กับ​ผี​พวก​นั้น​ว่า “ออก​ไป” แล้ว​พวก​ผี​ก็​ออก​จาก​ชาย​สอง​คน​นั้น​ไป​เข้า​สิง​ใน​ฝูง​หมู​แทน และ​หมู​ทั้ง​ฝูง​ก็​วิ่ง​กรู​กัน​จาก​ไหล่​เขา​ที่​สูง​ชัน ลง​สู่​ทะเลสาบ แล้ว​จม​น้ำ​ตาย​หมด 33 ส่วน​คน​เลี้ยง​หมู​ก็​วิ่ง​เข้า​ไป​ใน​เมือง และ​เล่า​เรื่อง​ที่​เกิดขึ้น​ทั้งหมด​ให้​คน​ใน​เมือง​ฟัง โดย​เฉพาะ​เรื่อง​ที่​เกิดขึ้น​กับ​ชาย​สอง​คน​นั้น​ที่​ถูก​ผี​สิง 34 คน​ทั้ง​เมือง​ก็​เลย​แห่​กัน​ออก​มา​หา​พระเยซู เมื่อ​เจอ​พระองค์ ต่าง​ก็​ขอร้อง​ให้​พระองค์​ไป​จาก​เขตแดน​ของ​เขา

9

พระเยซู​รักษา​คน​อัมพาต

(มก. 2:1-12; ลก. 5:17-26)

1 แล้ว​พระเยซู​ได้​ลง​เรือ​ข้าม​ฟาก​กลับ​ไป​เมือง​ของ​พระองค์ 2 มี​คน​หาม​คน​เป็น​อัมพาต​นอน​อยู่​บน​เปล​มา​หา​พระองค์ เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​เขา ก็​พูด​กับ​คน​ที่​เป็น​อัมพาต​ว่า “ลูกเอ๋ย สบายใจ​ได้​แล้ว เพราะ​บาป​ของ​ลูก​ได้รับ​การ​อภัย​แล้ว”

3 ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​บางคน​ก็​คิด​ใน​ใจ​ว่า “ไอ้​หมอ​นี่ พูดจา​ดู​หมิ่น​พระเจ้า​ชัดๆ”

4 พระเยซู​รู้​ว่า​พวก​เขา​คิด​อะไร​อยู่ จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​คิด​ชั่วร้าย​อย่างนี้​ใน​ใจ 5 จะ​ให้​เรา​พูด​ว่า ‘ความบาป​ของ​คุณ​ได้รับ​การ​อภัย​แล้ว’ หรือ ‘ลุก​ขึ้น​เดิน​ซะ’ อัน​ไหน​จะ​ง่าย​กว่า​กัน 6 เดี๋ยว​เรา​จะ​พิสูจน์​ให้​เห็น​ว่า บุตรมนุษย์​มี​สิทธิอำนาจ​ใน​โลกนี้​ที่​จะ​อภัย​บาป​ได้” แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​คน​ง่อย​ว่า “ลุก​ขึ้น เก็บ​ที่​นอน แล้ว​กลับ​ไป​บ้าน​ได้​แล้ว” 7 ชาย​คน​นั้น​ก็​ลุก​ขึ้น​เดิน​กลับ​บ้าน 8 เมื่อ​เห็น​อย่าง​นั้น ทุก​คน​ก็​ตกตะลึง และ​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​ที่​ให้​มนุษย์​มี​สิทธิอำนาจ​ทำ​อย่าง​นั้น​ได้

พระเยซู​เลือก​มัทธิว

(มก. 2:13-17; ลก. 5:27-32)

9 เมื่อ​พระเยซู​ออก​มา​จาก​ที่​นั่น ก็​เห็น​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มัทธิว นั่ง​อยู่​ที่​ด่าน​เก็บ​ภาษี พระองค์​บอก​เขา​ว่า “ตาม​เรา​มา” มัทธิว​ก็​ลุก​ขึ้น​ตาม​พระองค์​ไป

10 เมื่อ​พระเยซู​กิน​อาหาร​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​มัทธิว มี​คน​เก็บ​ภาษี และ​คน​บาป​หลาย​คน​มา​กิน​อาหาร​ร่วม​กับ​พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์ 11 เมื่อ​พวก​ฟาริสี​เห็น​อย่าง​นั้น ก็​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ว่า “ทำไม​อาจารย์​ของ​คุณ​ถึง​กิน​อาหาร​กับ​พวก​คน​เก็บ​ภาษี​และ​พวก​คน​บาป”

12 เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน จึง​ตอบ​ว่า “คน​ที่​สบาย​ดี​ไม่​ต้องการ​หมอ แต่​คน​เจ็บ​ป่วย​ต่าง​หาก​ที่​ต้องการ 13 พวก​คุณ​ไป​ศึกษา​ดู​สิ​ว่า พระคัมภีร์​ข้อนี้​หมาย​ถึง​อะไร​ที่​ว่า ‘เรา​อยาก​จะ​เห็น​ความ​เมตตา ไม่​ใช่​เครื่อง​บูชา’+ 9:13 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ โฮเชยา 6:6 เพราะ​เรา​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​เรียก​คนดี แต่​มา​เพื่อ​เรียก​คน​บาป”

คน​ถาม​ถึง​เรื่อง​การอดอาหาร

(มก. 2:18-22; ลก. 5:33-39)

14 ลูกศิษย์​ของ​ยอห์น​ที่​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ เข้า​มา​ถาม​พระองค์​ว่า “พวก​เรา​และ​พวก​ฟาริสี​อด​อาหาร กัน​เป็น​ประจำ แต่​ทำไม​ลูกศิษย์​ของ​ท่าน​ถึง​ไม่​ทำ​บ้าง​ล่ะ”

15 พระเยซู​ตอบ​ว่า “จะ​ให้​เพื่อน​เจ้าบ่าว​โศกเศร้า​ได้​อย่าง​ไร ใน​เมื่อ​เจ้าบ่าว​ยัง​อยู่ แต่​เมื่อ​ถึง​วัน​นั้น​ที่​เจ้าบ่าว​ถูก​พราก​ไป​จาก​พวก​เขา แล้ว​เมื่อ​นั้น​พวก​เขา​จะ​อด​อาหาร”

16 “ไม่​มี​ใคร​เอา​ผ้า​ที่​ยัง​ไม่​หด​ไป​ปะ​เข้า​กับ​เสื้อผ้า​เก่า​หรอก เพราะ​เมื่อ​ผ้า​นั้น​หด​ก็​จะ​ดึง​เสื้อผ้า​เก่า​ให้​ขาด​มาก​ขึ้น 17 คง​ไม่​มี​ใคร​เอา​เหล้า​องุ่น​ใหม่​เท​ใส่​ใน​ถุง​หนัง+ 9:17 ถุง​หนัง คือ ถุง​ที่​ทำ​จาก​หนัง​สัตว์​สำหรับ​ใส่​เหล้า​องุ่น​เก่า​หรอก เพราะ​ถุง​หนัง​เก่า​จะ​แตก เหล้า​องุ่น​ก็​จะ​รั่ว​ไหล​ออก​มา​หมด และ​ถุง​หนัง​เก่า​ก็​จะ​เสีย​ด้วย แต่​ควร​จะ​เท​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ลง​ใน​ถุง​หนัง​ใหม่ เพื่อ​จะ​ได้​รักษา​ทั้ง​เหล้า​องุ่น และ​ถุง​หนัง​นั้น​ไว้”

พระเยซู​ชุบ​ชีวิต​เด็ก​หญิงและ​รักษา​หญิง​ตกเลือด

(มก. 5:21-43; ลก. 8:40-56)

18 เมื่อ​พระเยซู​กำลัง​พูด​เรื่องนี้​อยู่ ก็​มี​หัวหน้า​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​คุก​เข่า​ต่อ​หน้า​พระองค์​และ​พูด​ว่า “ลูกสาว​ของ​ผม​เพิ่ง​ตาย แต่​ถ้า​อาจารย์​ช่วย​ไป​วางมือ​บน​ตัว​เธอ เธอ​ก็​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา”

19 พระเยซู​ลุก​ขึ้น​ตาม​เขา​ไป ศิษย์​ของ​พระองค์​ก็​ตาม​ไป​ด้วย

20 ขณะ​นั้น​มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​ทน​ทุกข์ทรมาน​มาก​เพราะ​ตกเลือด​มา​สิบสอง​ปี​แล้ว เธอ​เบียด​คน​เข้า​มา​อยู่​ข้าง​หลัง​พระองค์​และ​แตะ​พู่​ที่​ชาย​เสื้อคลุม​พระองค์ 21 เธอ​คิด​ใน​ใจ​ว่า “ขอ​แค่​ได้​แตะ​เสื้อคลุม​ของ​เขา ฉัน​ก็​จะ​หาย”

22 พระเยซู​หัน​มา​เห็น​เธอ แล้ว​พูด​ว่า “ลูก​เอ๋ย สบายใจ​ได้​แล้ว ความ​เชื่อ​ของ​เจ้า​ทำ​ให้​เจ้า​หาย​แล้ว” แล้ว​เธอ​ก็​หาย​ทันที

23 เมื่อ​พระเยซู​มา​ถึง​บ้าน​ของ​หัวหน้า​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว ก็​เห็น​คน​เป่า​ปี่​และ​คน​มาก​มาย​กำลัง​ร้องไห้​กัน​อยู่ 24 พระองค์​บอก​ว่า “ออก​ไป​ให้​หมด เด็ก​คนนี้​ยัง​ไม่​ตาย​แต่​กำลัง​หลับ​อยู่” พวก​นั้น​ต่าง​พา​กัน​หัวเราะ​เยาะ​พระองค์ 25 เมื่อ​คน​พวก​นั้น​ถูก​ไล่​ออก​ไป​หมด​แล้ว พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​ของ​เด็ก จับ​มือ​เธอ แล้ว​เธอ​ก็​ลุก​ขึ้น​มา 26 เรื่องนี้​ได้​เลื่องลือ​กัน​ไป​ทั่ว​แคว้น​นั้น

พระเยซู​รักษา​อีก​สาม​คน

27 เมื่อ​พระเยซู​ออก​มา​จาก​ที่​นั่น มี​ชาย​ตาบอด​สอง​คน​เดิน​ตาม​มา​และ​ร้อง​ตะโกน​ว่า “บุตร​ดาวิด โปรด​สงสาร​พวก​เรา​ด้วย​เถิด”

28 เมื่อ​พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​บ้าน ชาย​ตาบอด​ก็​เข้า​ไป​หา​พระองค์ พระเยซู​ถาม​พวก​เขา​ว่า “เชื่อ​ไหม​ว่า เรา​ทำ​ให้​คุณ​มอง​เห็น​ได้” ชาย​ตาบอด​ตอบ​ว่า “เชื่อ​ครับ​ท่าน”

29 พระเยซู​แตะ​ที่​ตา​ของ​พวก​เขา และ​พูด​ว่า “คุณ​เชื่อ​ยังไง ก็​ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​นั้น” 30 แล้ว​พวก​เขา​ก็​มอง​เห็น พระเยซู​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “อย่า​บอก​เรื่องนี้​ให้​ใคร​รู้​เป็น​อัน​ขาด” 31 แต่​พอ​พวก​เขา​ออก​มา ก็​ได้​กระจาย​ข่าว​ของ​พระเยซู​ไป​จน​ทั่ว​แคว้น​นั้น

32 เมื่อ​ชาย​สอง​คนนี้​ไป​แล้ว มี​คน​พา​ชาย​ที่​ถูก​ผี​สิง​จน​ทำ​ให้​พูด​ไม่​ได้ เข้า​มา​หา​พระเยซู 33 เมื่อ​พระเยซู​ไล่​ผี​ออก​ไป​แล้ว ชาย​คน​นั้น​ก็​พูด​ได้ ทำ​ให้​ชาว​บ้าน​แปลกใจ​มาก​และ​พูด​ว่า “ไม่​เคย​เห็น​เรื่อง​อะไร​อย่างนี้​ใน​อิสราเอล​มา​ก่อน​เลย”

34 แต่​พวก​ฟาริสี​กลับ​พูด​ว่า “เขา​ใช้​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​หัวหน้า​ผี​ขับ​ไล่​ผี​ออก​ไป”

พระเยซู​สงสาร​ประชาชน

35 พระเยซู​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทุก​เมือง​และ​ทุก​หมู่บ้าน ไป​สั่งสอน​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว และ​ประกาศ​ข่าว​ดี​เกี่ยว​กับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า พร้อม​กับ​รักษา​โรคภัย​ไข้เจ็บ​ต่างๆ​ด้วย 36 เมื่อ​พระองค์​เห็น​คน​มาก​มาย พระองค์​ก็​รู้สึก​สงสาร เพราะ​พวก​เขา​มี​ปัญหา​และ​ไม่​มี​ที่​พึ่ง เหมือน​ฝูง​แกะ​ที่​ไม่​มี​คน​เลี้ยง 37 พระองค์​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “พืชผล​ที่​จะ​ให้​เก็บเกี่ยว​นั้น​มี​มาก​มาย แต่​คน​งาน​มี​น้อย 38 ดังนั้น​ให้​อ้อนวอน​ขอ​พระเจ้า​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​พืชผล ให้​ส่ง​คน​งาน​มา​ช่วย​เก็บเกี่ยว​พืชผล​ของ​พระองค์​ด้วย”

10

พระเยซู​ส่ง​ศิษย์​ทั้ง​สิบสอง​คน​ออก​ไป

(มก. 3:13-19; 6:7-13; ลก. 6:12-16; 9:1-6)

1 พระเยซู​เรียก​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​มา และ​ให้​สิทธิอำนาจ​กับ​พวก​เขา​เหนือ​วิญญาณ​ชั่ว เพื่อ​จะ​ขับ​พวก​มัน​และ​รักษา​โรคภัย​ไข้เจ็บ​ทุก​ชนิด​ได้

2 นี่​คือ​รายชื่อ​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​คือ

ซีโมน หรือ​เรียก​กัน​ว่า เปโตร

อันดรูว์​น้อง​ชาย​ของ​เขา

ยากอบ​ลูก​ของ​เศเบดี

ยอห์น​น้อง​ชาย​ของ​เขา

3 ฟีลิป

บารโธโลมิว

โธมัส

มัทธิว​คน​เก็บ​ภาษี

ยากอบ​ลูก​ของ​อัลเฟอัส

ธัดเดอัส

4 ซีโมน ผู้​มี​ใจ​จดจ่อ​กับ​พระเจ้า+ 10:4 ผู้​มี​ใจ​จดจ่อ​กับ​พระเจ้า คือ ผู้ที่​กระตือรือร้น​ใน​การ​เชื่อฟัง​พระเจ้า​และ​รักษา​กฎปฏิบัติ ชื่อนี้​ใน​ภายหลัง ได้​ถูก​ใช้​กับ​กลุ่ม​ของ​คนยิว​ที่​ต่อต้าน​พวก​โรม

และ​ยูดาส อิสคาริโอท คน​ที่​ต่อ​มา​ได้​หักหลัง​พระองค์

5 พระเยซู​ส่ง​สิบสอง​คนนี้​ออก​ไป พร้อม​กับ​สั่ง​ว่า “อย่า​ไป​หา​พวก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ชาว​ยิว อย่า​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ของ​พวก​ชาว​สะมาเรีย 6 แต่​ให้​ไป​หา​คน​อิสราเอล แกะ​ของ​พระเจ้า​ที่​หลง​หาย 7 ไป​ประกาศ​ว่า ‘อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​ใกล้​มา​ถึง​แล้ว’ 8 และ​รักษา​คนป่วย​ให้​หาย ทำ​ให้​คน​ตาย​ฟื้น รักษา​คน​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​ให้​หาย​สะอาด และ​ไล่​ผี​ออก​จาก​คน คุณ​ได้รับ​ฤทธิ์​อำนาจนี้​มา​เปล่าๆ​ก็​ให้​ช่วย​คน​อื่น​เปล่าๆ​ด้วย 9 เวลา​เดิน​ทาง ไม่​ต้อง​เอา​เงิน​ทอง​ติด​ตัว​ไป ไม่​ต้อง​เอา​กระเป๋า หรือ​เสื้อผ้า​สำรอง หรือ​รองเท้า​สาน หรือ​ไม้เท้า​ไป​ด้วย 10 เพราะ​คน​ทำงาน​ก็​สมควร​จะ​ได้รับ​การเลี้ยงดู​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​จำเป็น

11 เมื่อ​คุณ​เข้า​ไป​บ้าน​ไหน​เมือง​ไหน​ก็​ตาม ให้​หา​คน​ที่​เต็มใจ​ต้อนรับ​คุณ และ​พัก​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​คน​นั้น​ตลอด​จนกว่า​จะ​จาก​เมือง​นั้น​ไป 12 เมื่อ​คุณ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน ก็​ขอ​พระเจ้า​อวยพร​ให้​เขา​อยู่​เย็น​เป็น​สุข 13 ถ้า​คน​ใน​บ้าน​นั้น​ยินดี​ต้อนรับ​คุณ พร​นั้น​ก็​จะ​ตก​อยู่​กับ​บ้าน​นั้น แต่​ถ้า​เขา​ไม่​ต้อนรับ​คุณ พร​นั้น​ก็​จะ​กลับ​คืน​มา​หา​คุณ 14 และ​ถ้า​บ้าน​ไหน​เมือง​ไหน​ไม่​ต้อนรับ​คุณ และ​ไม่​ฟัง​สิ่ง​ที่​คุณ​พูด ก็​ออก​จาก​ที่​นั่น​เสีย และ​สะบัด​ฝุ่น​จาก​เท้า+ 10:14 สะบัด​ฝุ่น​จาก​เท้า หมายถึง พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​จะ​ไม่​คบค้า​สมาคม​กับ​คน​พวกนี้​เพราะ​ไม่​ยอมรับ​คำสอน​ของ​พระเจ้า คน​พวกนี้​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ และ​พวก​ศิษย์​ก็​ไม่​ต้อง​รับผิดชอบ​เพราะ​ได้​เตือน​พวก​นี้​แล้ว​ออก​เสีย​ด้วย 15 เรา​ขอ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใน​วัน​พิพากษา ชาว​เมือง​นั้น​จะ​ได้รับ​โทษ​หนัก​กว่า​ชาว​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโมราห์+ 10:15 เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโมราห์ คือ ชื่อ​ของ​เมือง​สอง​เมือง​ที่​พระเจ้า​ได้​ทำลาย​เพื่อ​ลงโทษ​ประชาชน​ชั่วร้าย​ใน​เมือง​นั้น อยู่​ใน​หนังสือ​ปฐมกาล 19:24-28 เสีย​อีก

พระเยซู​เตือน​ว่า​จะ​เกิด​เรื่อง​เดือดร้อน

(มก. 13:9-13; ลก. 21:12-17)

16 ฟัง​ให้​ดี​นะ เรา​ส่ง​พวก​คุณ​ออก​ไป​เหมือน​ส่ง​แกะ​ไป​อยู่​ท่าม​กลาง​ฝูง​หมา​ป่า ดัง​นั้น​พวก​คุณ​ต้อง​ฉลาด​เหมือน​งู และ​ซื่อ​บริสุทธิ์​เหมือน​นก​พิราบ 17 ระวัง​ให้​ดี​เพราะ​คน​พวก​นั้น​จะ​จับ​พวก​คุณ​ไป​ขึ้น​ศาล และ​เฆี่ยน​คุณ​ใน​ที่ประชุม 18 พวก​คุณ​จะ​ถูก​นำ​ตัว​ไป​ยืน​ต่อ​หน้า​เจ้าเมือง​และ​กษัตริย์ เพราะ​คุณ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา พวก​คุณ​จะ​ต้อง​เป็น​พยาน​เล่า​เรื่อง​ของ​เรา​ให้​กษัตริย์ เจ้าเมือง และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ชาว​ยิว​ฟัง 19 เมื่อ​โดน​จับ ไม่​ต้อง​เป็น​ห่วง​ว่า​จะ​พูด​อะไร หรือ​จะ​พูด​อย่าง​ไร เพราะ​เมื่อ​ถึง​เวลา พระเจ้า​จะ​บอก​เอง​ว่า​จะ​ให้​คุณ​พูด​อะไร 20 จริงๆ​แล้ว คน​ที่​พูด​จะ​ไม่​ใช่​ตัว​พวก​คุณ แต่​เป็น​พระวิญญาณ​ของ​พระบิดา​พูด​ผ่าน​ทาง​คุณ

21 พี่น้อง​จะ​หักหลัง​กัน​เอง​ให้​ไป​ถูก​ฆ่า พ่อ​จะ​หักหลัง​ลูก​ให้​ไป​ถูก​ฆ่า ลูกๆ​จะ​ต่อต้าน​พ่อ​แม่ และ​ส่ง​พ่อ​แม่​ไป​ให้​ถูก​ฆ่า 22 ทุก​คน​จะ​เกลียด​พวก​คุณ เพราะ​พวก​คุณ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา แต่​ใคร​ที่​ทน​ได้​จน​ถึง​ที่​สุด​ก็​จะ​ได้รับ​ความรอด 23 เมื่อ​เขา​ข่มเหง​คุณ​ใน​เมือง​หนึ่ง ก็​ให้​หนี​ไป​เมือง​อื่น เรา​ขอ​บอก​ให้​รู้​ว่า บุตร​มนุษย์​จะ​มา​ถึง​ก่อน​ที่​พวก​คุณ​จะ​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทุก​เมือง​ของ​อิสราเอล​เสีย​อีก

24 ศิษย์​ไม่​เหนือ​กว่า​ครู และ​ทาส​ก็​ไม่​เหนือ​กว่า​เจ้านาย 25 ศิษย์​น่า​จะ​พอใจ​แล้ว ที่​เป็น​ได้​เหมือน​ครู และ​ทาส​ก็​น่า​จะ​พอใจ​แล้ว ที่​เป็น​ได้​เหมือน​เจ้านาย ถ้า​ขนาด​เจ้า​ของ​บ้าน​ยัง​ถูก​เรียก​ว่า​ซาตาน+ 10:25 ซาตาน หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “เบเอลเซบูล” เป็น​หัวหน้า​ของ​ผี หรือ นาย​ผี แล้ว​ลูกบ้าน​จะ​ไม่​ถูก​เรียก​ด้วย​ชื่อ​ที่​เลว​ร้าย​กว่า​นั้น​อีก​หรือ

กลัว​พระเจ้า ไม่​ต้อง​กลัว​มนุษย์

(ลก. 12:2-7)

26 ดังนั้น ไม่​ต้อง​กลัว​คน​พวก​นั้น เพราะ​ทุก​อย่าง​ที่​ปิดบัง​ไว้​ก็​จะ​ถูก​เปิดโปง​ออก​มา และ​ทุก​อย่าง​ที่​เป็น​ความลับ​ก็​จะ​ถูก​เปิดเผย 27 สิ่ง​ที่​เรา​ได้​บอก​คุณ​ใน​ที่​มืด ก็​ขอ​ให้​ไป​พูด​ใน​ที่​สว่าง สิ่ง​ที่​เรา​กระซิบ​บอก​คุณ ก็​ให้​ไป​ประกาศ​จาก​บน​ดาดฟ้า 28 อย่า​กลัว​คน​พวก​นี้​ที่​ฆ่า​ได้​แต่​ร่างกาย แต่​ไม่​สามารถ​ฆ่า​วิญญาณ​ของ​คุณ​ได้ แต่​ให้​เกรง​กลัว​พระองค์​ผู้​ที่​สามารถ​ทำลาย​ได้​ทั้ง​ร่างกาย​และ​วิญญาณ​ของ​คุณ​ใน​นรก 29 ถ้า​พระบิดา​ของ​คุณ​ไม่​ยอม แม้​แต่​นก​กระจอก​ตัว​เล็กๆ​สอง​ตัว​ที่​มี​ค่า​แค่​บาท​เดียว​จะ​ตก​ลง​มา​บน​พื้น​ไม่​ได้​เลย 30 แม้​แต่​เส้นผม​ทุก​เส้น​บน​หัว​คุณ พระองค์​ก็​นับ​ไว้​หมด​แล้ว 31 อย่า​กลัว​เลย เพราะ​พวก​คุณ​มี​ค่า​มาก​กว่า​นก​กระจอก​ทั้ง​ฝูง​มาก​นัก

บอก​คน​ถึง​ความเชื่อ​ของ​คุณ

(ลก. 12:8-9)

32 ถ้า​ใคร​ยอมรับ​เรา​ต่อ​หน้า​คน​ใน​โลกนี้ เรา​ก็​จะ​ยอมรับ​เขา​ต่อ​หน้า​พระบิดา​ของ​เรา​บน​สวรรค์​ด้วย 33 แต่​ถ้า​ใคร​ไม่​ยอมรับ​เรา​ต่อ​หน้า​คน​ใน​โลกนี้ เรา​ก็​จะ​ไม่​ยอมรับ​เขา​ต่อหน้า​พระบิดา​ของ​เรา​บน​สวรรค์​เหมือน​กัน

การติดตาม​พระเยซู​อาจจะทำให้​คุณ​เดือด​ร้อน

(ลก. 12:51-53; 14:26-27)

34 อย่า​คิด​ว่า​เรา​มา​เพื่อ​นำ​ความ​สงบสุข​มา​ให้​กับ​โลกนี้ เรา​ไม่​ได้​นำ​ความ​สงบสุข​มา แต่​เรา​นำ​ดาบ​มา​ให้ 35 เพราะ​เรา​มา​เพื่อ​ทำ​ให้

‘ลูกชาย​ต่อต้าน​พ่อ ลูกสาว​ต่อ​ต้าน​แม่

ลูกสะใภ้​ต่อต้าน​แม่​ผัว

ศัตรู​ของ​เขา​ก็​คือ​คน​ใน​ครอบครัว​ของ​เขา​นั่น​เอง’+ 10:35-36 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ มีคาห์ 7:6

37 คน​ที่รัก​พ่อ​หรือ​แม่​ของ​ตัวเอง​มาก​กว่า​เรา ก็​ไม่​เหมาะ​ที่​จะ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา คน​ที่รัก​ลูกชาย​หรือ​ลูกสาว​ของ​ตัวเอง​มาก​กว่า​เรา ก็​ไม่​เหมาะ​ที่​จะ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา 38 คน​ที่​ไม่​ยอม​แบก​ไม้​กางเขน​ของ​ตัวเอง แล้ว​ตาม​เรา​มา ก็​ไม่​เหมาะ​ที่​จะ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา 39 คน​ที่​พยายาม​เอา​ตัว​รอด จะ​ไม่​รอด แต่​คน​ที่​สละ​ตัวเอง​เพื่อ​เรา​จะ​ค้นพบ​ตัวเอง

พระเจ้า​จะ​อวยพรคน​ที่​ต้อนรับ​คุณ

(มก. 9:41)

40 คน​ที่​ต้อนรับ​คุณ ก็​ต้อนรับ​เรา​ด้วย และ​คน​ที่​ต้อนรับ​เรา ก็​ได้​ต้อนรับ​ผู้ที่​ส่ง​เรา​มา​ด้วย 41 คน​ที่​ต้อนรับ​ผู้พูดแทนพระเจ้า เพราะ​เขา​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า ก็​จะ​ได้รับ​รางวัล​แบบ​เดียว​กับ​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​นั้น​ได้รับ และ​คน​ที่​ต้อนรับ​คน​ที่​เชื่อฟัง​พระเจ้า​เพราะ​เขา​เชื่อฟัง​พระเจ้า ก็​จะ​ได้รับ​รางวัล​แบบ​เดียว​กับ​คน​ที่​เชื่อฟัง​พระเจ้า​นั้น​ได้รับ 42 แม้​แต่​คน​ที่​ให้​แค่​น้ำเย็น​แก้ว​เดียว​กับ​ศิษย์​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด​คน​หนึ่ง​ของ​เรา เรา​ขอ​บอก​ให้​รู้​ว่า คนๆ​นั้น​จะ​ได้รับ​รางวัล​ตอบแทน​อย่าง​แน่นอน”

11

พระเยซู​และ​ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ

(ลก. 7:18-35)

1 เมื่อ​พระเยซู​สั่ง​พวก​ศิษย์​ทั้ง​สิบ​สอง​คน​เสร็จ​แล้ว พระองค์​ก็​จาก​ที่​นั่น​ไป​ประกาศ​สั่งสอน​ตาม​เมือง​ต่างๆ​ใน​แคว้น​กาลิลี

2 ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ซึ่ง​อยู่​ใน​คุก ได้ยิน​ข่าว​เกี่ยว​กับ​สิ่ง​ที่​พระคริสต์​ทำ จึง​ให้​ลูกศิษย์​ของ​เขา​ไป 3 ถาม​พระเยซู​ว่า “ท่าน​คือ​คนๆ​นั้น​ที่​กำลัง​จะ​มา หรือ​เรา​จะ​ต้อง​รอ​อีก​คน​หนึ่ง​ครับ”

4 พระเยซู​ตอบ​ว่า “กลับ​ไป​บอก​ยอห์น​ถึง​สิ่ง​ที่​คุณ​ได้ยิน​และ​ได้​เห็น คือ 5 คน​ตาบอด​มองเห็น คนง่อย​เดิน​ได้ คน​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​ก็​หาย คน​หูหนวก​ได้ยิน คน​ตาย​กลับ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่ และ​คนจน​ก็​ได้ยิน​ข่าวดี 6 คน​ที่​ไม่​ทิ้ง​เรา​เพราะ​สิ่ง​ที่​เรา​ทำ​เป็น​คน​ที่​มี​เกียรติ​จริงๆ”

7 เมื่อ​ศิษย์​ของ​ยอห์น​กลับ​ไป​แล้ว พระเยซู​เริ่ม​พูด​ถึง​ยอห์น​กับ​ฝูงชน​ว่า “พวก​คุณ​ออก​ไป​ดู​อะไร​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​หรือ 8 ไป​ดู​ต้นอ้อ+ 11:8 ต้นอ้อ พระเยซู​หมาย​ความ​ว่า​ยอห์น​ไม่​ได้​อ่อนแอ​เหมือน​กับ​ต้นอ้อ​ที่​ไหว​เอน​ไป​ตาม​ลม ลู่​ตาม​ลม​หรือ​อย่าง​ไร ถ้า​ไม่​ใช่ แล้ว​ออก​ไป​ดู​อะไร​กัน ไป​ดู​คน​แต่งตัว​หรูหรา​หรือ ไม่​ใช่​แน่ เพราะ​คน​ที่​แต่งตัว​หรูหรา​นั้น​อยู่​กัน​ใน​วัง 9 ถ้า​อย่าง​นั้น พวก​คุณ​ออก​ไป​ดู​อะไร​กัน ไป​ดู​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ใช่​ไหม ใช่​แล้ว และ​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ยอห์น​นั้น​เป็น​ยิ่ง​กว่า​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เสีย​อีก 10 เขา​เป็น​คน​ที่​พระคัมภีร์ ได้​เขียน​ไว้​ว่า

‘ดูสิ เรา​จะ​ส่ง​ผู้​ส่งข่าว​ของ​เรา​มา​ก่อน​หน้า​ท่าน

เขา​จะ​ไป​เตรียม​หนทาง​ให้​กับ​ท่าน’+ 11:10 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ มาลาคี 3:1

11 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​นั้น​ยิ่งใหญ่​กว่า​ทุกๆ​คน​ที่​เกิด​มา​จาก​ผู้หญิง แต่​คน​ที่​สำคัญ​น้อย​ที่​สุด​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ ก็​ยัง​ยิ่งใหญ่​กว่า​ยอห์น​อีก 12 นับ​ตั้งแต่​ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​มา​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​ได้รับ​การ​ข่มเหง​อย่าง​หนัก​และ​พวก​ป่าเถื่อน​ก็​พยายาม​ที่​จะ​ปล้น​เอา​ไป 13 พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​รวม​ทั้ง​กฎ​ของ​โมเสส​จน​มา​ถึง​สมัย​ยอห์น ได้​บอก​ให้​รู้​ว่า​จะ​มี​อะไร​เกิดขึ้น​บ้าง 14 ถ้า​คุณ​เชื่อ​พวก​เขา คุณ​จะ​ต้อง​เชื่อ​ว่า ยอห์น​ก็​คือ​เอลียาห์ คน​ที่​พวก​เขา​บอก​ว่า​จะ​มา 15 ใคร​ที่​มี​หู​ก็​ฟัง​เอา​ไว้​ให้​ดี

16 เรา​จะ​เปรียบ​คน​สมัยนี้​เหมือน​กับ​อะไร​ดี พวก​เขา​เป็น​เหมือน​เด็กๆ​ที่​นั่ง​อยู่​ที่​ตลาด และ​ร้อง​ตะโกน​ใส่​กัน​ว่า

17 ‘เรา​เป่า​ปี่​ให้​ฟัง แต่​เธอ​ก็​ไม่​เต้น​ตาม

เรา​ร้องเพลง​งานศพ​ให้ แต่​เธอ​ก็​ไม่​ทำ​ตัว​เศร้าโศก’

18 เมื่อ​ยอห์น​มา เขา​ไม่​ได้​กิน​และ​ดื่ม​เหล้าองุ่น​เหมือน​คน​อื่นๆ คน​ก็​ว่า​เขา ‘มี​ผี​สิง’ 19 เมื่อ​บุตรมนุษย์​มา ทั้ง​กิน​และ​ดื่ม คน​ก็​พูด​ว่า ‘ดู​ไอ้​หมอ​นั่น​สิ ทั้ง​ตะกละ​และ​ขี้เมา แถม​ยัง​เป็น​เพื่อน​กับ​คน​เก็บ​ภาษี และ​คน​บาป​อีก​ด้วย’ แต่​สติปัญญา​นั้น​ถูก​หรือ​ผิด ก็​ดู​ได้​จาก​ผล​ทั้งหลาย​ของ​มัน”

พระเยซู​เตือนพวก​คน​ที่​ไม่​ยอม​เชื่อ

(ลก. 10:13-15)

20 แล้ว​พระเยซู​ก็​เริ่ม​ประณาม​เมือง​ต่างๆ​ที่​พระองค์​ได้​ทำ​การอัศจรรย์​ไว้​เป็น​ส่วน​ใหญ่ เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ยอม​กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่ 21 พระเยซู​พูด​ว่า “น่า​ละอาย​จริงๆ​เมือง​โคราซิน​และ​เมือง​เบธไซดา+ 11:21 เบธไซดา เป็น​เมือง​ที่​อยู่​ริม​ฝั่ง​ทะเลสาบ​กาลิลี พระเยซู​ได้​ไป​สั่งสอน​และ​ทำการอัศจรรย์​มาก​มาย​ที่​เมืองนี้ เพราะ​ถ้า​เรื่อง​อัศจรรย์​ที่​เกิดขึ้น​ใน​เมือง​ของ​เจ้านี้ ไป​เกิด​ที่​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซดอน+ 11:21 เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซดอน เป็น​เมือง​ที่​อยู่​ใน​เลบานอน​ซึ่ง​มี​ประชาชน​ชั่วร้าย​มาก​อาศัย​อยู่ คน​ที่​นั่น​ก็​คง​กลับตัว​กลับใจ​ใส่​ผ้า​กระสอบ​และ​เอา​ขี้เถ้า​โรย​หัว​ไป​นาน​แล้ว 22 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใน​วัน​พิพากษา​นั้น โทษ​ของ​พวกเจ้า​ที่​อยู่​ใน​สอง​เมืองนี้​จะ​รุนแรง​กว่า​โทษ​ของ​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซดอน​เสีย​อีก 23 ส่วน​เจ้า เมือง​คาเปอรนาอุม เจ้า​คิด​ว่า​เจ้า​จะ​ถูก​ยก​ขึ้น​สูง​เทียม​ฟ้า​หรือ ไม่​มี​ทาง เจ้า​จะ​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​แดน​คนตาย​ต่าง​หาก เพราะ​ถ้า​การ​อัศจรรย์​ที่​เรา​ได้​ทำ​ให้​เจ้า​เห็น​นี้ ไป​ทำ​ที่​เมือง​โสโดม เมือง​นั้น​ก็​คง​ยัง​อยู่​จน​ถึง​ทุก​วันนี้ 24 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใน​วัน​ตัดสิน​โทษ​นั้น โทษ​ของ​เมือง​โสโดม​ก็​จะ​เบา​กว่า​โทษ​ของ​เจ้า​เสีย​อีก”

พระเยซู​ให้​คน​ของ​พระองค์หาย​เหนื่อย​ใจ

(ลก. 10:21-22)

25 แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​ว่า “พระบิดา ลูก​ขอ​ขอบคุณ​พระองค์ ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ฟ้าสวรรค์​และ​แผ่นดินโลก เพราะ​พระองค์​ได้​ปิดบัง​เรื่อง​เหล่านี้​จาก​พวก​ที่​มี​การศึกษา​และ​พวก​เฉลียว​ฉลาด แต่​ได้​เปิดเผย​ให้​กับ​พวก​ที่​ไร้เดียงสา​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ 26 ใช่​แล้ว พระบิดา เพราะ​นั่นแหละ​เป็น​ไป​ตาม​ความพอใจ​ของ​พระองค์

27 พระบิดา​ได้​ให้​เรา​มี​สิทธิ​อำนาจ​เหนือ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง ไม่​มี​ใคร​รู้จัก​พระบุตร​นอกจาก​พระบิดา และ​ไม่​มี​ใคร​รู้จัก​พระบิดา​นอกจาก​พระบุตร และ​คน​ที่​พระบุตร​เลือก​ที่​จะ​บอก​ให้​รู้​เกี่ยวกับ​พระบิดา

28 เชิญ​มา​สิ ทุก​คน​ที่​รู้สึก​เหนื่อย​ใจ​และ​แบก​ภาระ​หนัก แล้ว​เรา​จะ​ให้​พวก​คุณ​หาย​เหนื่อย​ใจ 29 รับ​เรา​เป็น​ผู้นำ​ชีวิต+ 11:29 รับ​เรา​เป็น​ผู้นำ​ชีวิต ใน​ภาษา​เดิม​ใช้​คำ​ว่า “ยอมรับ​แอก​ของ​เรา” “แอก” ใน​ที่นี้​หมายถึง​การ​ยอมรับ การ​เชื่อฟัง หรือ​ยอม​จำนน​ตัว และ​เรียนรู้​จาก​เรา เพราะ​เรา​อ่อนน้อม และ​ถ่อม​สุภาพ แล้ว​พวก​คุณ​จะ​ได้​หาย​เหนื่อย​ใจ 30 ชีวิต​ที่​มี​เรา​เป็น​ผู้นำ​นั้น​สบายๆ​และ​ภาระ​ที่​เรา​ให้​นี้​ก็​เบา”

12

ชาวยิว​บาง​คน​กล่าวหา​พระเยซู

(มก. 2:23-28; ลก. 6:1-5)

1 พระเยซู​เดิน​ผ่าน​ทุ่ง​ข้าว​สาลี ซึ่ง​เป็น​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​พอดี พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​หิวจัด ก็​เลย​เด็ด​ยอด​รวงข้าว​สาลี​มา​ขยี้​เปลือก​ออก​แล้ว​กิน​กัน 2 เมื่อ​พวก​ฟาริสี เห็น​ก็​บอก​พระเยซู​ว่า “ดู​นั่น​สิ พวก​ศิษย์​ของ​คุณ​กำลัง​ทำ​ผิด​กฎ​วัน​หยุด”

3 พระองค์​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​หรือ​ว่า​ดาวิด​ทำ​อะไร ตอน​ที่​เขา​และ​ลูกน้อง​ของ​เขา​หิวโหย 4 ดาวิด​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​พระเจ้า แล้ว​ไป​เอา​ขนมปัง​ศักดิ์สิทธิ์​มา​กิน​กัน​กับ​ลูกน้อง ซึ่ง​ตาม​กฎ​แล้ว​มี​แต่​พวก​นักบวช​เท่า​นั้น​ที่​กิน​ได้ 5 แล้ว​พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​กฎ​ของ​โมเสส​หรือ​ว่า พวก​นักบวช​ที่​ทำงาน​อยู่​ใน​วิหาร บาง​ครั้ง​ก็​ทำงาน​ตรง​กับ​วันหยุด​ทาง​ศาสนา ซึ่ง​ถือ​ว่า​ผิด​กฎ แต่​พวก​เขา​ก็​ไม่​มี​ความผิด 6 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า มี​คน​หนึ่ง+ 12:6 คน​หนึ่ง หรือ สำเนา​บาง​ฉบับ​ใช้​คำ​ว่า “สิ่ง​หนึ่ง” ที่​อยู่​ที่​นี่ ยิ่งใหญ่​กว่า​วิหาร​เสีย​อีก 7 ถ้า​คุณ​เข้าใจ​ความหมาย​ของ​ข้อ​พระคัมภีร์​ที่​ว่า เรา​อยาก​เห็น​ความเมตตา ไม่​ใช่​เครื่อง​บูชา+ 12:7 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ​โฮเชยา 6:6 คุณ​คงจะ​ไม่​ประณาม​คน​เหล่านี้​ที่​ไม่​มี​ความผิด​แน่

8 เพราะ ‘บุตรมนุษย์​เป็น​นาย​เหนือ​วันหยุด​ทาง​ศาสนา’”

พระเยซู​รักษา​ชาย​ที่​มือลีบ

(มก. 3:1-6; ลก. 6:6-11)

9 พระเยซู​ออก​มา​จาก​ที่​นั่น และ​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว 10 มี​ชาย​มือ​ลีบ​คน​หนึ่ง​อยู่​ที่​นั่น พวก​ยิว​บาง​คน​พยายาม​ที่​จะ​หา​เรื่อง​ใส่ร้าย​พระองค์ จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “มัน​ผิด​กฎ​หรือ​เปล่า ถ้า​จะ​รักษา​คน​ใน​วันหยุด​ทาง​ศาสนา”

11 พระองค์​ตอบ​ว่า “ถ้า​พวก​คุณ​มี​แกะ​อยู่​ตัว​หนึ่ง แล้ว​มัน​ตก​ลง​ไป​ใน​บ่อ​ใน​วันหยุด​ทาง​ศาสนา คุณ​จะ​ไม่​ช่วย​ดึง​มัน​ขึ้น​มา​จาก​บ่อ​หรือ 12 มนุษย์​นั้น​มี​ค่า​มาก​กว่า​แกะ​เสีย​อีก ดังนั้น​การ​ทำ​ดี​ใน​วันหยุด​ทาง​ศาสนา​จึง​ไม่​ผิด​กฎ”

13 แล้ว​พระเยซู​สั่ง​กับ​คน​มือ​ลีบ​ว่า “ยืด​มือ​ออก​มา” เขา​ก็​ทำ​ตาม แล้ว​มือ​ของ​เขา​ก็​หาย​เป็น​ปกติ​เหมือน​กับ​มือ​อีก​ข้าง​หนึ่ง 14 พวก​ฟาริสี​จึง​ออก​ไป​วางแผน​ฆ่า​พระเยซู

พระเยซู​คือ​ผู้รับใช้​ที่​พระเจ้า​เลือก

15 แต่​พระเยซู​รู้ตัว​เสีย​ก่อน​จึง​ไป​จาก​ที่​นั่น มี​คน​เป็น​จำนวน​มาก​ตาม​พระองค์​ไป และ​พระองค์​รักษา​พวก​เขา​ให้​หาย​ป่วย​ทุก​คน 16 พระองค์​สั่ง​พวก​นั้น​ว่า ห้าม​บอก​คน​อื่น​ว่า​พระองค์​เป็น​ใคร 17 เรื่อง​เหล่านี้​เกิดขึ้น​เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​อิสยาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้​พูด​ว่า

18 “นี่​คือ​ผู้​รับใช้​ที่​เรา​ได้​เลือก​ไว้ เรา​รัก​เขา​และ​ภูมิใจ​เขา​มาก

เรา​จะ​ให้​วิญญาณ​ของ​เรา​กับ​เขา

เขา​จะ​ประกาศ​ความ​ยุติธรรม​ต่อ​ชน​ทุก​ชาติ

19 เขา​จะ​ไม่​ทะเลาะ​วิวาท และ​ไม่​มี​ปาก​มี​เสียง

ไม่​มี​ใคร​จะ​ได้ยิน​เสียง​ของ​เขา​ตาม​ท้องถนน

20 ต้นอ้อ​ที่​ช้ำ​แล้ว เขา​ก็​จะ​ไม่​หัก​ทิ้ง

ไส้​ตะเกียง​ที่​ใกล้​มอด เขา​ก็​จะ​ไม่​ดับ

จนกว่า​เขา​จะ​นำ​ความ​ยุติธรรม​มา​และ​ทำ​ให้​มัน​เกิดขึ้น​จริง

21 เขา​จะ​เป็น​ความหวัง​ของ​คน​ทุก​ชาติ”+ 12:21 คน​ทุก​ชาติ สำเนา​ต้น​ฉบับ​ใช้​คำ​ว่า “คน​ที่​ไม่​ใช่​ชาว​ยิว”+ 12:18-21 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 42:1-4

อำนาจ​ของ​พระเยซู​มา​จาก​พระเจ้า

(มก. 3:20-30; ลก. 11:14-23; 12:10)

22 มี​คน​พา​ชาย​ที่​ถูก​ผีสิง​ที่​ตาบอด​และ​พูด​ไม่​ได้​มา​หา​พระเยซู พระองค์​รักษา​เขา​จน​มอง​เห็น​และ​พูด​ได้ 23 ทำ​ให้​คน​ทั้งหมด​ประหลาดใจ​มาก และ​ถาม​กัน​ว่า “เป็น​ไป​ได้​ไหม ที่​เขา​จะ​เป็น​บุตร​ของ​ดาวิด”

24 เมื่อ​พวก​ฟาริสี​ได้ยิน​ก็​พูด​ว่า “ที่​คนนี้​ไล่​ผี​ออก​ได้ ก็​เพราะ​ใช้​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​เบเอลเซบูล หัวหน้า​ผี”

25 พระเยซู​รู้​ถึง​ความ​คิด​นั้น จึง​ตอบ​ไป​ว่า “อาณาจักร​ที่​แตกแยก​จะ​ถูก​ทำลาย เมือง​ไหน​หรือ​ครัว​เรือน​ไหน​ที่​แตก​แยก ก็​คง​จะ​ไป​ไม่​รอด 26 ดังนั้น​ถ้า​ซาตาน ขับไล่​ซาตาน มัน​ก็​ต่อสู้​กับ​ตัว​มัน​เอง แล้ว​อาณาจักร​ของ​มัน​จะ​ตั้ง​อยู่​ได้​อย่าง​ไร 27 และ​ถ้า​เรา​ใช้​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​เบเอลเซบูล​ขับไล่​พวก​ผีชั่ว​นั้น แล้ว​พวก​ของ​คุณ​ใช้​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​ใคร​ขับไล่​พวก​ผีชั่ว​นั้น​ล่ะ ดังนั้น พวก​ศิษย์​ของ​คุณ​เอง​จะ​พิสูจน์​ว่า สิ่ง​ที่​คุณ​พูด​เกี่ยว​กับ​เรา​นั้น​ผิด 28 แต่​ถ้า​เรา​ขับไล่​ผีชั่ว​ออก​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า ก็​แสดง​ว่า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​มา​ถึง​พวก​คุณ​แล้ว

29 จริงๆ​แล้ว ใคร​จะ​บุก​เข้า​ไป​ปล้น​บ้าน​ของ​คน​ที่​แข็งแรง​ได้ นอก​จาก​จะ​มัด​เจ้า​ของ​บ้าน​ที่​แข็งแรง​นั้น​ไว้​ก่อน จึง​จะ​ปล้น​ข้าวของ​ใน​บ้าน​ได้ 30 ถ้า​ใคร​ไม่​ได้​อยู่​ฝ่าย​เรา ก็​เป็น​ศัตรู​กับ​เรา ใคร​ไม่​ได้​ช่วย​เรา​รวบรวม ก็​ทำ​ให้​คน​เหล่า​นั้น​กระจัด​กระจาย​ไป 31 ดังนั้น​เรา​จะ​บอก​คุณ​ว่า พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ให้​กับ​ความบาป​ทุก​ชนิด และ​คำ​หมิ่นประมาท​ทุก​อย่าง แต่​พระเจ้า​จะ​ไม่​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​ที่​หมิ่นประมาท​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ 32 พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​ที่​ใส่ร้าย​บุตรมนุษย์ แต่​พระเจ้า​จะ​ไม่​ยกโทษ​ให้​คน​ที่​ใส่ร้าย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ ทั้ง​เดี๋ยวนี้​และ​ตลอด​ไป”+ 12:32 พระเจ้า … ตลอด​ไป ที่​พระเยซู​พูด​อย่างนี้​เพราะ​พวก​เขา​บอก​ว่า​พระองค์​กำลัง​ไล่​วิญญาณ​ชั่ว​โดย​อำนาจ​ของ​มาร​ไม่​ใช่​อำนาจ​ของ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ และ​คน​ที่​เข้าใจ​ผิด​ว่า​อย่าง​นั้น​ก็​จะ​ไม่​มี​ทาง​เลื่อมใส​ใน​พระองค์​และ​ได้รับการอภัย

เป็น​คน​อย่างไร​ก็​ให้​ดู​จาก​คำพูด

(ลก. 6:43-45)

33 “ถ้า​อยาก​รู้​ชนิด​ของ​ต้นไม้ ก็​ให้​ดู​ที่​ผล​ของ​มัน ถ้า​ต้น​ดี​ผล​ก็​จะ​ออก​มา​ดี ถ้า​ต้น​เลว​ผล​ก็​จะ​ออก​มา​เลว 34 ไอ้​ชาติ​อสรพิษ คำพูด​ดีๆ​และ​ถูกต้อง​จะ​มา​จาก​ปาก​คน​ชั่วๆ​อย่าง​พวก​เจ้า​ได้​อย่าง​ไร​กัน ใน​เมื่อ​ใจ​เต็ม​ไป​ด้วย​อะไร ปาก​ก็​จะ​พูด​สิ่ง​นั้น 35 คนดี​ก็​จะ​พูด​แต่​สิ่ง​ดีๆ​ที่​อยู่​ใน​ใจ​ของ​เขา แต่​คน​ชั่ว​ก็​จะ​พูด​แต่​สิ่ง​ชั่วๆ​ที่​อยู่​ใน​ใจ​ของ​เขา​เหมือน​กัน 36 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใน​วัน​ตัดสิน​โทษ​นั้น เจ้า​จะ​ต้อง​รับผิดชอบ​ใน​คำพูด​ที่​ไร้สาระ​ทุก​คำ​ที่​ได้​พูด​ออก​มา 37 คำพูด​ของ​เจ้า​นี่แหละ ที่​จะ​ชี้​ว่า​เจ้า​ถูก​หรือ​ผิด”

ชาว​ยิว​เรียก​ให้​พระเยซู​ทำ​อัศจรรย์

(มก. 8:11-12; ลก. 11:29-32)

38 พวก​ฟาริสี​และ​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​บางคน​บอก​พระเยซู​ว่า “อาจารย์ ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​ให้​ดู​หน่อย พวก​เรา​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระเจ้า​อยู่​กับ​อาจารย์”

39 พระองค์​ตอบ​ว่า “มี​แต่​คน​ที่​ชั่ว​และ​ไม่​สัตย์ซื่อ​ต่อ​พระเจ้า ที่​เรียกร้อง​ให้​ทำ​การอัศจรรย์​ให้​ดู แต่​เรา​จะ​ไม่​ทำ​ให้​ดู นอก​จาก​การอัศจรรย์​ของ​โยนาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า 40 โยนาห์​อยู่​ใน​ท้อง​ปลา​ตัว​ใหญ่​ถึง​สาม​วัน​สาม​คืน บุตร​มนุษย์​ก็​จะ​อยู่​ใน​ใจ​กลาง​โลก​เป็น​เวลา​สาม​วัน​สาม​คืน​เหมือน​กัน 41 ใน​วัน​พิพากษา​นั้น ชาว​เมือง​นีนะเวห์+ 12:41 นีนะเวห์ คือ เมือง​ที่​โยนาห์​ไป​เผยแพร่​คำสอน​ของ​พระเจ้า อ้าง​มา​จาก​หนังสือ​โยนาห์ 3:5 จะ​ลุก​ขึ้น​มา​พร้อม​กับ​พวก​คุณ​ที่​อยู่​ใน​สมัยนี้ และ​จะ​ประณาม​พวก​คุณ เพราะ​ชาว​นีนะเวห์​ได้​กลับตัว​กลับใจ​เมื่อ​ได้ยิน​คำสอน​ของ​โยนาห์ แต่​พวก​คุณ​ไม่​ยอม ทั้งๆ​ที่​ตอนนี้​คน​ที่​ยิ่งใหญ่​กว่า​โยนาห์​ก็​อยู่​ที่​นี่​แล้ว 42 ใน​วัน​พิพากษา​นั้น ราชินี​แห่ง​ทิศ​ใต้+ 12:42 ราชินี​แห่ง​ทิศ​ใต้ คือ ราชินี​ของ​แคว้น​ชีบา ซึ่ง​เดิน​ทาง​มา​เป็น​ระยะ​ทาง​ไกล​มาก เพื่อ​เรียนรู้​คำสอน​ของ​พระเจ้า​จาก​กษัตริย์​ซาโลมอน อ่าน​เพิ่มเติม​ได้​ใน​หนังสือ 1 พงศ์กษัตริย์ 10:1-13 ก็​เหมือน​กัน จะ​ลุก​ขึ้น​มา​พร้อม​กับ​พวก​คุณ​ที่​อยู่​ใน​สมัยนี้ และ​จะ​ประณาม​พวก​คุณ เพราะ​ท่าน​อุตส่าห์​เดิน​ทาง​มา​จาก​สุด​ปลาย​โลก เพื่อ​จะ​มา​ฟัง​คำสอน​ที่​ฉลาด​ปราดเปรื่อง​ของ​ซาโลมอน และ​ตอนนี้​คน​ที่​ยิ่งใหญ่​กว่า​ซาโลมอน​ก็​อยู่​ที่​นี่​แล้ว แต่​พวก​คุณ​กลับ​ไม่​ยอม​ฟัง​เขา

คน​ทุก​วันนี้​เต็ม​ไป​ด้วย​ความชั่วร้าย

(ลก. 11:24-26)

43 ผี​ชั่ว​ตน​หนึ่ง เมื่อ​มัน​ออก​จาก​ร่าง​ของ​คน​หนึ่ง​ไป มัน​ได้​ร่อนเร่​ไป​ตาม​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​เพื่อ​หา​ที่​หยุดพัก แต่​ก็​หา​ไม่​พบ 44 มัน​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า ‘กลับ​ไป​บ้าน​เก่า+ 12:44 บ้าน​เก่า หรือ ร่างกาย​ของ​คน​ที่​ถูก​ผี​สิง ใน​ที่นี้ “ร่าง” กับ “บ้าน” ใช้​สลับ​กัน​ไป เพื่อ​เปรียบเทียบ​ให้​เห็น​ภาพ​ชัดเจน และ​เข้าใจ​มาก​ยิ่ง​ขึ้น ที่​ออก​มา​ดี​กว่า’ เมื่อ​กลับ​มา​ถึง มัน​ก็​พบ​ว่า​บ้าน​เก่า​นั้น​ว่างเปล่า​อยู่ เก็บ​กวาด​สะอาด​เป็น​ระเบียบ​เรียบร้อย 45 มัน​จึง​ไป​ชวน​ผี​ที่​ชั่วร้าย​กว่า​มัน​มา​อีก​เจ็ด​ตน เข้า​มา​รวม​กัน​อยู่​ที่​บ้าน​หลัง​นั้น สุดท้าย​สภาพ​ของ​คนๆ​นั้น ก็​เลว​ร้าย​ยิ่งกว่า​ใน​ตอน​แรก​เสีย​อีก คนชั่ว​ใน​สมัยนี้​ก็​จะ​มี​สภาพ​เหมือน​อย่าง​นั้น”

ศิษย์​พระเยซูคือ​ครอบครัว​ของ​พระองค์

(มก. 3:31-35; ลก. 8:19-21)

46 เมื่อ​พระเยซู​กำลัง​พูด​กับ​ฝูงชน​อยู่​นั้น แม่​และ​น้องๆ​ของ​พระองค์​ได้​มา​รอ​อยู่​ข้าง​นอก อยาก​ที่​จะ​พูด​กับ​พระองค์ 47 มี​คน​มา​บอก​พระองค์​ว่า “แม่​และ​น้องๆ​ของ​อาจารย์​มา​ยืน​รอ​อยู่​ด้าน​นอก อยาก​จะ​พูด​คุย​กับ​อาจารย์​ครับ”

48 พระเยซู​ถาม​เขา​ว่า “รู้​ไหม​ว่า ใคร​คือ​แม่​ของ​เรา​และ​ใคร​คือ​พี่น้อง​ของ​เรา” 49 แล้ว​พระองค์ ก็​ชี้​ไป​ที่​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์ และ​พูด​ว่า “พวก​คุณ​นี่​ไง ที่​เป็น​แม่​และ​พี่น้อง​ของ​เรา 50 คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระบิดา​ของ​เรา​ที่​อยู่​บน​สวรรค์ คน​นั้น​แหละ​คือ​พี่น้อง​ชาย​หญิง​และ​แม่​ของ​เรา”

13

พระเยซู​เล่า​เรื่อง​การหว่านเมล็ดพืช

(มก. 4:1-9; ลก. 8:4-8)

1 ใน​วัน​เดียว​กัน​นั้น​เอง พระเยซู​ออก​จาก​บ้าน​มา​นั่ง​อยู่​ที่​ริม​ทะเลสาบ 2 คน​จำนวน​มาก​มา​ห้อมล้อม​พระองค์ พระองค์​จึง​ลง​ไป​นั่ง​อยู่​ใน​เรือ​โดย​มี​คน​พวก​นั้น​ยืน​อยู่​ริม​ฝั่ง 3 แล้ว​พระองค์​ใช้​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ต่างๆ​สอน​พวก​เขา​หลาย​อย่าง พระองค์​เล่า​ว่า “มี​ชาวนา​คน​หนึ่ง​ออก​ไป​หว่าน​เมล็ดพืช 4 ใน​ขณะ​ที่​กำลัง​หว่าน​อยู่​นั้น พืช​บาง​เมล็ด​ตก​บน​ทางเดิน นก​ก็​มา​จิก​กิน​หมด 5 บาง​เมล็ด​ตก​ลง​บน​ดิน​ที่​ชั้นล่าง​เป็น​หิน มี​ดิน​ไม่​มาก​นัก เมล็ด​พวก​นั้น​ก็​งอก​ขึ้น​อย่าง​รวดเร็ว แต่​เนื่อง​จาก​ดิน​ไม่​ลึก 6 เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น พืช​พวก​นั้น​ก็​ถูก​แดด​แผดเผา พวก​มัน​มี​ราก​ตื้นๆ​ก็​เลย​เหี่ยวแห้ง​ตาย​ไป 7 บาง​เมล็ด​ตก​ลง​กลาง​พงหนาม หนาม​ก็​งอก​ขึ้น​มา​ปกคลุม​พืช​นั้น​หมด 8 บาง​เมล็ด​ตก​ลง​บน​ดิน​ดี จึง​งอกงาม​เกิด​ดอก​ออก​ผล​มากมาย ร้อย​เท่า​บ้าง หกสิบ​เท่า​บ้าง และ​สามสิบ​เท่า​บ้าง 9 ใคร​มี​หู ก็​ฟัง​ไว้​ให้​ดี”

สาเหตุ​ที่​พระเยซู​ใช้​เรื่อง​เปรียบเทียบ

(มก. 4:10-12; ลก. 8:9-10)

10 พวก​ศิษย์​ต่าง​ถาม​พระเยซู​ว่า “ทำไม​อาจารย์​ถึง​ใช้​แต่​เรื่อง​เปรียบเทียบ​เล่า​ให้​คน​ฟัง”

11 พระเยซู​ตอบ​ว่า “มี​แต่​พวก​คุณ​เท่า​นั้น​ที่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ถึง​เรื่อง​ความลับ​ของ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ แต่​คน​อื่นๆ​เรา​จะ​ไม่​บอก 12 คน​ที่​เข้าใจ​อยู่​แล้ว​ก็​จะ​เข้าใจ​มาก​ยิ่งขึ้น​จน​เหลือเฟือ ส่วน​คน​ที่​ไม่​เข้าใจ แล้ว​ยัง​ไม่​สนใจ​ฟัง​อีก แม้​สิ่ง​ที่​เขา​เข้าใจ​ก็​จะ​หาย​ไป​ด้วย+ 13:12 คน​ที่​เข้าใจ … หาย​ไป​ด้วย ข้อนี้​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “คน​ที่​มี​อยู่​แล้ว ก็​จะ​ได้รับ​มาก​ยิ่ง​ขึ้น​จน​เหลือ​เฟือ ส่วน​คน​ที่​ไม่​มี สิ่ง​ที่​เขา​มี​ก็​จะ​ต้อง​ถูก​ริบ​ไป​ด้วย”13 นี่​เป็น​เหตุ​ที่​เรา​ใช้​เรื่อง​เปรียบเทียบ​เล่า​ให้​พวก​เขา​ฟัง เพราะ​ถึง​เขา​จะ​เห็น ก็​เหมือน​กับ​ไม่​เห็น ถึง​จะ​ได้ยิน ก็​เหมือน​กับ​ไม่​ได้ยิน และ​ไม่​เข้าใจ​ด้วย 14 ซึ่ง​ก็​เป็น​จริง​ตาม​ที่​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​บอก​ไว้​ว่า

‘คุณ​จะ​ฟัง​แล้ว​ฟัง​อีก แต่​จะ​ไม่​เข้าใจ

คุณ​จะ​ดู​แล้ว​ดู​อีก แต่​จะ​ไม่​เห็น

15 เพราะ​จิตใจ​ของ​คน​พวกนี้​ดื้อด้าน​ไป​เสีย​แล้ว

พวก​เขา​ปิด​หู​ปิด​ตา จึง​ทำ​ให้​ตา​มอง​ไม่​เห็น

หู​ก็​ไม่​ได้ยิน และ​จิตใจ​ก็​ไม่​เข้า​ใจ

พวก​เขา​จึง​ไม่​ได้​หัน​กลับ​มา​หา​เรา​เพื่อ​ให้​เรา​รักษา’+ 13:14-15 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 6:9-10

16 พวก​คุณ​ที่​มี​ตา​มอง​เห็น​และ​มี​หู​ได้ยิน​นั้น ได้รับ​เกียรติ​จริงๆ 17 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า มี​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​พวก​คน​ทั้งหลาย​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า ใฝ่ฝัน​อยาก​เห็น อยาก​ได้ยิน​สิ่งที่​พวก​คุณ​เห็น​และ​ได้ยิน​นี้ แต่​พวก​เขา​ก็​ไม่​ได้​เห็น​และ​ก็​ไม่​ได้ยิน​ด้วย

พระเยซู​อธิบาย​เรื่อง​เมล็ดพืช

(มก. 4:13-20; ลก. 8:11-15)

18 ฟัง​ให้​ดี นี่​คือ​ความหมาย​ของ​เรื่อง​ชาวนา​ที่​หว่าน​เมล็ดพืช 19 เมล็ดพืช​ที่​ตก​ตาม​ถนน​หนทาง คือ​คน​ที่​ฟัง​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แต่​ไม่​เข้าใจ มารร้าย​ก็​มา​ฉกฉวย​เอา​พืช​ที่​หว่าน​อยู่​ใน​ใจ​ของ​เขา​ไป 20 เมล็ดพืช​ที่​ตก​บน​ดิน​ตื้นๆ​ที่​มี​หิน​อยู่​ข้าง​ล่าง คือ​คน​ที่​เมื่อ​ได้ยิน​ถ้อยคำ​แล้ว ก็​รีบ​รับ​ไว้​ทันที​และ​มี​ความสุข​ทีเดียว 21 แต่​ถ้อยคำ​ไม่​ได้​ฝัง​ลึก​เข้า​ไป​ใน​จิตใจ จึง​อยู่​ได้​ไม่​นาน เมื่อ​เกิด​เรื่อง​ทุกข์ร้อน​หรือ​ถูก​ข่มเหง​รังแก​เพราะ​ถ้อยคำ​นั้น ก็​รีบ​ทิ้ง​ถ้อยคำ​นั้น​ทันที 22 เมล็ดพืช​ที่​ตกลง​ใน​พงหนาม​นั้น คือ​คน​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ แต่​ยัง​เป็น​ห่วง​กังวล​เกี่ยว​กับ​ชีวิต​ใน​โลกนี้ และ​หลงไหล​ใน​ทรัพย์​สมบัติ สิ่ง​เหล่านี้​มา​คลุม​ถ้อยคำ​ไว้ เลย​ไม่​เกิด​ผล 23 ส่วน​เมล็ดพืช​ที่​ตกลง​ใน​ดิน​ดี​นั้น คือ​คน​ที่​ได้​ฟัง​ถ้อยคำ​แล้ว​เข้าใจ จึง​เกิด​ผล​ร้อย​เท่า​บ้าง หกสิบ​เท่า​บ้าง สามสิบ​เท่า​บ้าง”

เรื่อง​ข้าว​สาลี​และ​ต้น​วัชพืช

24 พระเยซู​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​ฟัง​ว่า “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ เปรียบ​เหมือน​กับ​คน​ที่​หว่าน​เมล็ด​พันธุ์​ดี​ใน​นา​ของ​เขา 25 แต่​ใน​คืน​นั้น เมื่อ​ทุก​คน​หลับ​หมด ศัตรู​ของ​เขา​ได้​เข้า​มา​หว่าน​เมล็ด​วัชพืช​ลง​ไป​ใน​นา​ข้าว​สาลี แล้ว​ก็​ไป 26 เมื่อ​ต้น​ข้าว​สาลี​ออก​รวง ต้น​วัชพืช​ก็​งอก​งาม​ขึ้น​มา​ด้วย 27 พวก​คนใช้​มา​ถาม​เขา​ว่า ‘นาย​ครับ นาย​หว่าน​เมล็ด​พันธุ์​ดี​ลง​ไป​ใน​นา​นี่​ครับ แล้ว​ต้น​วัชพืช​โผล่​มา​ได้​อย่างไร​ครับ’

28 เขา​ตอบ​ไป​ว่า ‘เป็น​ฝีมือ​ของ​ศัตรู’ คนใช้​ถาม​ต่อว่า ‘นาย​จะ​ให้​พวก​เรา​ไป​ถอน​ต้น​วัชพืช​ทิ้ง​ไหม​ครับ’

29 เขา​ตอบ​ว่า ‘ไม่​ต้อง​หรอก เพราะ​กลัว​ว่า​จะ​ถอน​ข้าว​สาลี​ติด​ไป​กับ​ต้น​วัชพืช​ด้วย 30 ปล่อย​ให้​มัน​เติบโต​ไป​ด้วย​กัน​จน​ถึง​ฤดู​เก็บเกี่ยว แล้ว​ข้า​จะ​สั่ง​ให้​คน​งาน​เก็บ​ต้น​วัชพืช​ก่อน แล้ว​มัด​เข้า​ด้วย​กัน เอา​ไป​เผา​ไฟ แล้ว​จึง​ค่อย​มา​เก็บ​ข้าว​สาลี​ไป​ไว้​ใน​ยุ้งฉาง​ของ​ข้า’”

เรื่อง​เปรียบเทียบ​เกี่ยวกับเมล็ดพืช​และ​เชื้อฟู

(มก. 4:30-34; ลก. 13:18-21)

31 พระเยซู​ยัง​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​ฟัง​ว่า “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​เมล็ด​มัสตาร์ด​เมล็ด​หนึ่ง ที่​ชาวนา​เอา​ไป​ปลูก​ไว้​ใน​ไร่​ของ​เขา 32 มัน​เป็น​เมล็ด​ที่​เล็ก​ที่​สุด​ใน​จำนวน​เมล็ด​ทั้งหมด แต่​เมื่อ​มัน​โต​ขึ้น​มา มัน​กลับ​สูง​ใหญ่​กว่า​พืช​สวนครัว​ทั้งหมด​และ​กลาย​เป็น​ต้น​ที่​นก​มา​ทำ​รัง​ตาม​กิ่ง​ก้าน​ของ​มัน​ได้”

33 แล้ว​พระเยซู​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​ฟัง​ว่า “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​กับ​เชื้อฟู ที่​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ผสม​ลง​ไป​ใน​แป้ง​สามถัง แล้ว​มัน​ก็​ทำ​ให้​แป้ง​ทั้ง​ก้อน​ฟู​ขึ้น​มา”

34 พระเยซู​เล่า​เรื่อง​พวกนี้​ให้​ฟัง และ​ใช้​เรื่อง​เปรียบ​เทียบ​ทั้งหมด ไม่​มี​สัก​เรื่อง​เลย ที่​ไม่​ได้​ใช้​เรื่อง​เปรียบเทียบ​เล่า 35 ซึ่ง​ก็​เป็น​จริง​ตาม​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​พูด​ไว้​ว่า

“เรา​จะ​พูด​ออก​มา​เป็น​เรื่อง​เปรียบเทียบ

เรา​จะ​พูด​ถึง​ความลับ​ที่​ถูก​ปกปิด​ไว้​ตั้งแต่​สร้าง​โลก​มา”+ 13:35 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 78:2

ความหมาย​ของ​เรื่องข้าวสาลี​และ​ต้นวัชพืช

36 พระเยซู​จาก​ฝูงชน​มา แล้ว​เข้า​ไป​ใน​บ้าน พวก​ศิษย์​เข้า​มา​บอก​พระองค์​ว่า “ช่วย​อธิบาย​เรื่อง​ต้น​วัชพืช​ใน​นา​นั้น​ให้​หน่อย​ครับ” 37 พระองค์​ตอบ​ว่า “คน​ที่​หว่าน​เมล็ด​พืชพันธุ์​ดี​คือ บุตรมนุษย์ 38 ไร่นา​คือ​โลกนี้ เมล็ด​พืชพันธุ์​ดี​คือ​คน​ของ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า ต้น​วัชพืช​คือ​คน​ของ​มารร้าย 39 ศัตรู​ที่​เข้า​มา​หว่าน​วัชพืช​คือ​มารร้าย ฤดู​เก็บเกี่ยว​คือ​วัน​สิ้น​ยุค และ​พวก​คน​งาน​ที่​เก็บเกี่ยว​ก็​คือ​พวก​ทูตสวรรค์

40 ต้น​วัชพืช​ถูก​ถอน​ไป​เผา​ไฟ​อย่างไร เมื่อ​วัน​สิ้น​ยุค​มา​ถึง​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น 41 บุตรมนุษย์​จะ​ส่ง​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​ออก​ไป​รวบรวม​ทุก​อย่าง​ที่​ทำ​ให้​คน​ทำ​บาป​และ​คน​ที่​ทำ​ชั่ว ให้​ออก​ไป​จาก​อาณาจักร​ของ​พระองค์ 42 ทูตสวรรค์​จะ​เอา​คน​พวกนี้ ไป​โยน​ลง​ใน​เตาไฟ​ที่​ร้อนแรง ที่​มี​แต่​เสียง​ร้องไห้​โหยหวน​อย่าง​เจ็บปวด 43 แล้ว​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​ก็​จะ​ส่อง​สว่าง​เหมือน​กับ​ดวง​อาทิตย์​ใน​อาณาจักร​ของ​พระบิดา​ของ​พวก​เขา ใคร​มี​หู ก็​ฟัง​ไว้​ให้​ดี”

เรื่อง​ทรัพย์​สมบัติ​และ​ไข่มุก

44 “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เหมือน​กับ​ทรัพย์​สมบัติ​ที่​ซ่อน​ไว้​ใน​ทุ่งนา เมื่อ​มี​คน​มา​พบ​เข้า​ก็​เอา​ไป​ซ่อน​ไว้​เหมือน​เดิม และ​ด้วย​ความ​ดีใจ​จึง​ไป​ขาย​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​เขา​มี แล้ว​ไป​ซื้อ​ที่​นา​นั้น”

45 “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เหมือน​พ่อค้า​ที่​ไป​หา​ไข่มุก​เม็ด​งาม 46 เมื่อ​ได้​พบ​ไข่มุก​ที่​มี​ค่า​มหาศาล​เม็ด​หนึ่ง จึง​ไป​ขาย​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​เขา​มี และ​ไป​ซื้อ​ไข่มุก​เม็ด​นั้น”

เรื่อง​อวน​จับ​ปลา

47 “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เหมือน​อวน​ที่​ทอด​อยู่​ใน​ทะเลสาบ​และ​จับ​ปลา​ได้​หลาย​ชนิด 48 เมื่อ​อวน​เต็ม ก็​ลาก​อวน​ขึ้น​ฝั่ง นั่ง​เลือก​แต่​ปลา​ที่​ดีๆ​ใส่​เข่ง และ​โยน​ปลา​ที่​ไม่​ดี​ทิ้ง​ไป 49 ใน​วัน​สิ้น​ยุค​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น เหล่า​ทูตสวรรค์​จะ​ออก​มา​แยก​พวก​คนชั่ว​ออก​จาก​พวก​คนดี 50 แล้ว​จะ​โยน​พวก​คนชั่ว​ลง​ใน​เตาไฟ​ที่​ร้อนแรง​ที่​มี​แต่​เสียง​ร้องไห้​โหยหวน​อย่าง​เจ็บปวด”

51 “ทั้งหมด​ที่​เรา​พูด​มา​นี้ พวก​คุณ​เข้าใจ​แล้ว​หรือ​ยัง” พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “เข้าใจ​แล้ว​ครับ”

52 พระเยซู​จึง​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ทุก​คน ที่​ได้​เรียนรู้​ถึง​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​แล้ว ก็​เหมือน​เจ้าของ​บ้าน​คน​หนึ่ง ที่​ได้​เอา​สมบัติ​ทั้ง​เก่า​และ​ใหม่​ออก​มา​จาก​ห้อง​เก็บ​ของ”

พระเยซู​กลับ​บ้าน

(มก. 6:1-6; ลก. 4:16-30)

53 เมื่อ​พระเยซู​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​พวกนี้​เสร็จ​แล้ว พระองค์​ได้​ไป​จาก​ที่​นั่น 54 กลับ​ไป​ที่​บ้าน​เมือง​ของ​พระองค์ แล้ว​เริ่ม​สอน​คน​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว พวก​เขา​ก็​ทึ่ง​และ​ถาม​กัน​ว่า “ไอ้​หมอ​นี่​ไป​ได้​สติปัญญา​และ​ฤทธิ์​อำนาจ​ใน​การ​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์นี้​มา​จาก​ไหน​กัน 55 นี่​มัน​ลูก​ช่างไม้​ไม่​ใช่​หรือ มี​แม่​ชื่อ​มารีย์ มี​น้องชาย​ชื่อ​ยากอบ โยเซฟ ซีโมน และ​ยูดาส ไม่​ใช่​หรือ 56 น้องสาว​ทุก​คน​ของ​มัน​ก็​อยู่​เมือง​เดียว​กับ​พวก​เรา​ด้วย​ไม่​ใช่​หรือ แล้ว​มัน​ไป​ได้​สติปัญญา​และ​ฤทธิ์​อำนาจ​อย่างนี้​มา​จาก​ที่​ไหน” 57 พวก​เขา​จึง​ขุ่นเคือง​พระองค์​มาก แต่​พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้รับ​เกียรติ​ใน​ทุก​ที่ ยกเว้น​ใน​บ้านเมือง และ​ใน​ครอบครัว​ของ​ตนเอง​เท่า​นั้น” 58 พระเยซู​จึง​ไม่​ได้​ทำ​การอัศจรรย์​ที่​นั่น​มาก​นัก เพราะ​พวก​นั้น​ไม่​ความ​เชื่อ​ใน​พระองค์

14

เฮโรด​ได้ยิน​เรื่อง​ของ​พระเยซู

(มก. 6:14-29; ลก. 9:7-9)

1 เมื่อ​กษัตริย์​เฮโรด+ 14:1 กษัตริย์​เฮโรด คือ เฮโรด แอนติปาส ปกครอง​กาลิลี​และ​เปเรีย​ใน​ช่วง 4 ปี​ก่อน​พระเยซู​เกิด​จน​ค.ศ. 39 เป็น​ลูก​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​มหาราช ผู้​ปกครอง​แคว้น​กาลิลี​ได้ยิน​เรื่องราว​เกี่ยว​กับ​พระเยซู 2 ก็​พูด​กับ​ที่​ปรึกษา​ของ​เขา​ว่า “ต้อง​เป็น​ยอห์น​คน​ที่​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย​แน่ๆ เขา​ถึง​ทำ​การอัศจรรย์​พวกนี้​ได้”

ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ตาย​อย่างไร

3 ก่อน​หน้า​นี้ เฮโรด​ได้​จับ​ยอห์น​ล่าม​โซ่​และ​ขัง​คุก​ไว้ เพราะ​เห็น​แก่​นาง​เฮโรเดียส​ภรรยา​ของ​ฟีลิป​น้องชาย​ของ​เฮโรด​เอง 4 เพราะ​ยอห์น​บอก​เขา​เสมอ​ว่า “มัน​ผิด​ที่​ท่าน​เอา​เฮโรเดียส​มา​เป็น​ภรรยา” 5 เฮโรด​จึง​อยาก​จะ​ฆ่า​ยอห์น แต่​เขา​ก็​กลัว​ประชาชน เพราะ​ประชาชน​ถือ​ว่า​ยอห์น​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า

6 ใน​งาน​วันเกิด​ของ​เฮโรด ลูกสาว​ของ​เฮโรเดียส​ได้​ออก​มา​เต้นรำ​ให้​เฮโรด​และ​แขก​ของ​เขา​ดู เธอ​ทำ​ให้​เฮโรด​ถูกอก​ถูกใจ​มาก 7 เฮโรด​สาบาน​ที่​จะ​ให้​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เธอ​ขอ 8 เธอ​ขอ​เฮโรด​ตาม​ที่​แม่​ของ​เธอ​บอก​ให้​ขอ คือ “ดิฉัน​ขอ​หัว​ของ​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ใส่​ถาด​มา​ให้​ที่​นี่​ค่ะ” 9 กษัตริย์​เฮโรด​เสียใจ​มาก แต่​เพราะ​เขา​ได้​สาบาน​ไว้​แล้ว​ต่อ​หน้า​แขก​ของ​เขา เฮโรด​จึง​สั่ง​ให้​ทำ​ตาม​ที่​เธอ​ต้องการ 10 เฮโรด​ใช้​ให้​คน​ไป​ตัด​หัว​ยอห์น​ใน​คุก 11 แล้ว​เอา​ใส่​ถาด​มา​ให้​เธอ แล้ว​เธอ​ก็​เอา​ไป​ให้​แม่​ของ​เธอ 12 พวก​ศิษย์​ของ​ยอห์น​มา​เอา​ร่าง​ของ​ยอห์น​ไป​ฝัง และ​ไป​เล่า​เรื่องนี้​ให้​พระเยซู​ฟัง

พระเยซู​เลี้ยง​คน​มาก​กว่า​ห้าพัน​คน

(มก. 6:30-44; ลก. 9:10-17; ยน. 6:1-14)

13 เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน​เรื่อง​ที่​เกิดขึ้น​กับ​ยอห์น พระองค์​ได้​ลง​เรือ​ไป​ยัง​ที่​เปลี่ยว​เพียง​คน​เดียว เมื่อ​ผู้คน​จาก​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ได้ยิน​เรื่องนี้ พวก​เขา​ก็​เดิน​เท้า​ติดตาม​พระองค์ 14 เมื่อ​พระองค์​มา​ถึง​ฝั่ง​ก็​เห็น​ฝูงชน​เป็น​จำนวน​มาก​รอ​อยู่​ก่อน​แล้ว พระองค์​รู้สึก​สงสาร​และ​ได้​รักษา​โรค​ให้​กับ​คนป่วย

15 เมื่อ​ถึง​ตอนเย็น พวก​ศิษย์​มา​บอก​พระเยซู​ว่า “ที่​นี่​ก็​เปลี่ยว​มาก​และ​นี่​ก็​เย็น​มาก​แล้ว ส่ง​ฝูงชน​พวกนี้​กลับ​ไป​เถอะ พวก​เขา​จะ​ได้​เข้า​ไป​ตาม​หมู่บ้าน​ต่างๆ​หา​ซื้อ​อาหาร​กิน​กัน”

16 แต่​พระเยซู​ตอบ​ว่า “พวก​เขา​ไม่​ต้อง​ไป​ไหน​หรอก อยู่​นี่​แหละ พวก​คุณ​ไป​หา​อาหาร​มา​เลี้ยง​พวก​เขา​สิ”

17 พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​ไม่​มี​อะไร​เลย​นอก​จาก​ขนมปัง​ห้า​ก้อน กับ​ปลา​สอง​ตัว​เท่านั้น”

18 พระเยซู​บอก​ว่า “เอา​มา​นี่​สิ” 19 พระเยซู​สั่ง​ให้​ฝูงชน​นั่ง​ลง​บน​หญ้า แล้ว​พระองค์​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​มา พระเยซู​มอง​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ ขอบคุณ​พระเจ้า​แล้ว​พระองค์​แบ่ง​ขนมปัง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์ แล้ว​พวก​ศิษย์​ก็​แจก​ขนมปัง​ให้​ประชาชน 20 ทุก​คน​กิน​กัน​จน​อิ่ม และ​พวก​ศิษย์​ยัง​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ได้​จน​เต็ม​สิบสอง​เข่ง 21 คน​ที่​กิน​อาหาร​อยู่​ที่​นั่น​มี​ผู้ชาย​ประมาณ​ห้า​พัน​คน ไม่​นับ​ผู้หญิง​และ​เด็ก

พระเยซู​เดิน​บน​น้ำ

(มก. 6:45-52; ยน. 6:16-21)

22 ทันที​ที่​กิน​กัน​เสร็จ​แล้ว พระเยซู​ให้​พวก​ศิษย์​ลง​เรือ​ข้าม​ฟาก​ไป​ก่อน​ล่วงหน้า ส่วน​พระองค์​รอ​ส่ง​ประชาชน​อยู่​ที่​นั่น 23 เมื่อ​พระองค์​ส่ง​ประชาชน​เสร็จ​แล้ว พระองค์​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​ตาม​ลำพัง​เพื่อ​อธิษฐาน เมื่อ​ถึง​ตอน​ค่ำ พระองค์​ก็​ยัง​อยู่​ที่​นั่น​คน​เดียว 24 ส่วน​เรือ​ได้​ออก​ไป​ไกล​จาก​ฝั่ง​มาก​แล้ว และ​ถูก​คลื่น​ซัด​เพราะ​แล่น​ทวน​ลม​อยู่

25 ช่วง​ตี​สาม​ถึง​หก​โมง​เช้า พระเยซู​เดิน​บน​น้ำ​ไป​หา​พวก​เขา 26 เมื่อ​พวก​ศิษย์​เห็น​พระองค์​เดิน​อยู่​บน​น้ำ ก็​ตกใจกลัว ร้อง​กัน​เสียง​หลง​ว่า “ผี”

27 พระองค์​ก็​รีบ​บอก​กับ​พวก​เขา​ว่า “อย่า​ตกใจ เรา​เอง ไม่​ต้อง​กลัว”

28 เปโตร​ก็​เลย​พูด​ว่า “อาจารย์ ถ้า​เป็น​อาจารย์​จริงๆ​เรียก​ให้​ผม​เดิน​บน​น้ำ​ไปหา​หน่อย​สิ​ครับ”

29 พระเยซู​จึง​พูด​ว่า “มา​สิ” เปโตร​ก็​ออก​มา​จาก​เรือ เดิน​บน​น้ำ​ไป​หา​พระองค์ 30 แต่​เมื่อ​เปโตร​เห็น​คลื่น​ลม​พัด​แรง​ก็​กลัว และ​เริ่ม​จม​ลง​ไป​ใน​น้ำ เขา​ร้อง​ตะโกน​ว่า “อาจารย์ ช่วยด้วย”

31 พระเยซู​ยื่น​มือ​จับ​ตัว​เขา​ไว้​ทันที แล้ว​พูด​ว่า “ความ​เชื่อ​น้อย​จริงๆ จะ​ไป​สงสัย​ทำไม”

32 เมื่อ​เปโตร​และ​พระเยซู​ขึ้น​มา​อยู่​บน​เรือ​แล้ว ลม​ก็​สงบ​ลง 33 พวก​ศิษย์​ที่​อยู่​ใน​เรือ​ต่าง​มา​กราบไหว้​พระองค์ และ​พูด​ว่า “อาจารย์​เป็น​พระบุตร​ของ​พระเจ้า​จริงๆ”

พระเยซู​รักษา​คนป่วย​เป็น​จำนวน​มาก

(มก. 6:53-56)

34 เมื่อ​ข้าม​ฟาก​มา​ถึง​ฝั่ง​เยนเนซาเรท 35 ประชาชน​ที่​นั่น​จำ​พระเยซู​ได้ ก็​เลย​ส่ง​ข่าว​กัน​ไป​ทั่ว​บริเวณ​ที่​อยู่​ใกล้ๆ​นั้น​ว่า​พระเยซู​มา พวก​เขา​พา​พวก​คนป่วย​ทั้งหมด​มา​หา​พระองค์ 36 พวก​คน​ป่วย​ต่าง​อ้อนวอน​ขอ​แค่​แตะ​พู่​ที่​ชาย​เสื้อคลุม​ของ​พระองค์ และ​ทุก​คน​ที่​ได้​แตะ​ก็​หาย​ป่วย​กัน​หมด

15

กฎ​ที่​มนุษย์​ตั้ง​ขึ้นแล้ว​อ้าง​ว่า​เป็น​ของ​พระเจ้า

(มก. 7:1-23)

1 พวก​ฟาริสี​และ​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ได้​เดิน​ทาง​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​มา​หา​พระองค์ และ​ถาม​พระองค์​ว่า 2 “ทำไม​ศิษย์​ของ​คุณ​ถึง​ไม่​ทำ​ตาม​ประเพณี​ที่​สืบทอด​กัน​มา​จาก​บรรพบุรุษ ทำไม​พวก​เขา​ถึง​ไม่​ล้าง​มือ​ก่อน​กิน​อาหาร”

3 พระเยซู​ตอบ​ว่า “แล้ว​ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ขัด​คำสั่ง​พระเจ้า​เพราะ​เห็นแก่​ประเพณี​ของ​พวก​คุณ​ล่ะ 4 พระเจ้า​บอก​ว่า ‘ให้​เคารพ​นับถือ​พ่อ​และ​แม่’+ 15:4 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 20:12 และ เฉลยธรรมบัญญัติ 5:16 และ ‘ใคร​สาปแช่ง​พ่อแม่​จะ​มี​โทษ​ถึง​ตาย’+ 15:4 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 21:175 แต่​พวก​คุณ​กลับ​สอน​ว่า​ไม่​ผิด​ที่​จะ​บอก​พ่อแม่​ว่า ‘สิ่ง​ที่​ลูก​จะ​เอา​มา​ช่วย​พ่อแม่​ได้​นั้น ลูก​ได้​ยก​ให้​กับ​พระเจ้า​ไป​หมด​แล้ว’ 6 ด้วย​วิธีนี้ เขา​ก็​เลย​ไม่​ต้อง​เคารพ​พ่อ​ของ​เขา เพราะ​เห็นแก่​ประเพณี​ของ​คุณ คุณ​ยกเลิก​พระคำ​ของ​พระเจ้า 7 ไอ้​พวก​หน้าซื่อใจคด อิสยาห์​ได้​พูด​แทน​พระเจ้า​เกี่ยว​กับ​พวก​คุณ​ไว้​ถูกต้อง​เลย​ที่​ว่า

8 ‘คน​พวกนี้​นับถือ​เรา​แต่​ปาก​เท่า​นั้น

แต่​ใจ​ของ​เขา​ห่างไกล​จาก​เรา​มาก

9 จึง​ไม่​มี​ประโยชน์​ที่​เขา​จะ​บูชา​เรา

เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​สอน​กัน​นั้น เป็น​แค่​กฎ​ที่​มนุษย์​ตั้ง​ขึ้น’”+ 15:8-9 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 29:13

10 พระเยซู​เรียก​ฝูงชน​เข้า​มา​และ​พูด​ว่า “ฟัง​ให้​เข้าใจ​นะ 11 สิ่ง​ที่​เข้า​ไป​ใน​ปาก​ไม่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า​หรอก แต่​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ปาก​นั่น​แหละ ที่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า”

12 พวก​ศิษย์​เข้า​มา​บอก​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​รู้​หรือ​เปล่า ที่​อาจารย์​พูด​ไป​นั้น ทำ​ให้​พวก​ฟาริสี​โกรธ​แค้น​มาก”

13 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ต้นไม้​ทุก​ต้น​ที่​พระบิดา​ของ​เรา​บน​สวรรค์​ไม่​ได้​ปลูก ก็​จะ​ถูก​ถอนราก​ถอนโคน​จน​หมด 14 ไม่​ต้อง​ไป​สนใจ​หรอก พวก​เขา​เป็น​คน​นำ​ทาง​ตาบอด ถ้า​คน​ตาบอด​นำทาง​คน​ตาบอด ทั้ง​สอง​คน​ก็​จะ​ตก​ลง​ไป​ใน​คู”

15 เปโตร​บอก​พระเยซู​ว่า “ช่วย​อธิบาย​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ที่​เพิ่ง​พูด​ไป​นั้น​ให้​ฟัง​หน่อย​ครับ”

16 พระเยซู​พูด​ว่า “อะไร​กัน ยัง​ไม่​เข้าใจ​อีก​หรือ 17 ไม่​เห็น​หรือ​ว่า ทุก​อย่าง​ที่​คน​กิน​เข้า​ไป​ใน​ปาก​จะ​ตก​ลง​ไป​ใน​ท้อง แล้ว​ถ่าย​ออก​มา 18 แต่​สิ่ง​ที่​พูด​ออก​มา​จาก​ปาก​นั้น มัน​มา​จาก​ใจ และ​สิ่งนี้​เอง​ที่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า 19 เพราะ​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ใจ คือ​ความคิด​ชั่วร้าย การเข่นฆ่ากัน การมีชู้ ความผิดบาป​ทางเพศ​อื่นๆ การลักขโมย การโกหก การใส่ร้ายป้ายสีกัน 20 สิ่ง​เหล่านี้​แหละ​เป็น​สิ่ง​ที่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า แต่​การ​ที่​ไม่​ได้​ล้าง​มือ​ก่อน​กิน​อาหาร ไม่​ทำ​ให้​คน​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า​หรอก”

พระเยซู​ช่วย​ผู้หญิง​ที่​ไม่​ใช่​ชาว​ยิว

(มก. 7:24-30)

21 พระเยซู​ออก​จาก​ที่​นั่น และ​เข้า​ไป​ยัง​เขตแดน​เมือง​ไทระ และ​เมือง​ไซดอน 22 หญิง​ชาว​คานาอัน​คน​หนึ่ง​ที่​อยู่​แถว​นั้น ได้​เข้า​มา​ร้อง​บอก​พระองค์​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต บุตร​ของ​ดาวิด+ 15:22 บุตร​ของ​ดาวิด เป็น​ชื่อ​เรียก​พระคริสต์ (พระเมสสิยาห์) ซึ่ง​เป็น​เชื้อสาย​ของ​ดาวิด​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล เมื่อ​ประมาณ​หนึ่ง​พัน​ปี​ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด สงสาร​ฉัน​ด้วย​เถอะ ลูกสาว​ของ​ฉัน​ถูก​ผี​สิง เธอ​ทน​ทุกข์ทรมาน​มาก”

23 พระเยซู​ไม่​ได้​ตอบ​เธอ​เลย​สัก​คำ พวก​ศิษย์​เข้า​มา​ยุ​พระองค์​ว่า “ไล่​เธอ​ไป​เถอะ​ครับ น่า​รำคาญ ร้อง​ตะโกน​ตาม​ตื๊อ​อยู่​ได้”

24 พระเยซู​ตอบ​ผู้หญิง​คน​นั้น​ว่า “พระเจ้า​ส่ง​เรา​มา​ช่วย​เฉพาะ​คน​อิสราเอล​ที่​เป็น​เหมือน​แกะ​ที่​หลง​ทาง​ของ​พระองค์”

25 เธอ​จึง​เข้า​มา​คุกเข่า​ลง​ต่อหน้า​พระเยซู และ​พูด​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต ช่วย​ฉัน​ด้วย​เถิด”

26 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “มัน​ไม่​ถูกต้อง​หรอก​นะ ที่​จะ​เอา​อาหาร​ของ​ลูกๆ​ไป​โยน​ให้​หมา​กิน”

27 หญิง​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “ใช่​ค่ะ แต่​หมา​ก็​ยัง​ได้​กิน​เศษ​อาหาร​ที่​หล่น​จาก​โต๊ะ​ของ​นาย​มัน​นะ​คะ”

28 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เธอ​นี่​มี​ความเชื่อ​มาก​จริงๆ เธอ​ขอ​อะไร​ก็​ให้​เป็น​ไป​ตาม​นั้น” แล้ว​ลูกสาว​ของ​นาง​ก็​หาย​เป็น​ปกติ​ทันที

พระเยซู​รักษา​คนป่วย​จำนวน​มาก

29 พระเยซู​ออก​จาก​ที่​นั่น เดิน​ไป​ตาม​ชาย​ฝั่ง​ทะเลสาบ​กาลิลี​และ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา แล้ว​นั่ง​พัก​อยู่​บน​นั้น 30 มี​ฝูงชน​จำนวน​มาก​มา​หา​พระเยซู พวก​เขา​พา​คน​ง่อย คน​ตาบอด คน​พิการ คน​ใบ้ และ​คน​ที่​เป็น​โรค​อื่นๆ​อีก​มากมาย​มา​ด้วย และ​เอา​มา​วาง​นอน​อยู่​ที่​เท้า​ของ​พระองค์ แล้ว​พระองค์​ได้​รักษา​ทุก​คน​จน​หาย​หมด 31 ผู้คน​ต่าง​ก็​พา​กัน​ประหลาดใจ เมื่อ​เห็น​คน​ใบ้​พูด​ได้ คน​พิการ​ก็​หาย คน​ขา​เป๋​เดิน​ได้ และ​คน​ตาบอด​ก็​มอง​เห็น ทุก​คน​ต่าง​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล

พระเยซู​เลี้ยง​อาหาร​คน​กว่า​สี่​พัน​คน

(มก. 8:1-10)

32 พระเยซู​เรียก​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​มา แล้ว​พูด​ว่า “สงสาร​คน​พวกนี้​จริงๆ​เพราะ​เขา​อยู่​ที่​นี่​กับ​เรา​มา​สาม​วัน​แล้ว และ​ไม่​มี​อะไร​กิน​ด้วย ไม่​อยาก​จะ​ส่ง​พวก​เขา​กลับ​ไป​ทั้งๆ​ที่​ยัง​หิว​อยู่ อาจ​จะ​ไป​เป็น​ลม​กลาง​ทาง​ได้”

33 พวก​ศิษย์​จึง​พูด​ว่า “ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​อย่างนี้ จะ​ไป​เอา​อาหาร​ที่​ไหน​มา​เลี้ยง​คน​ตั้ง​มากมาย​ขนาดนี้​ได้​ล่ะ​ครับ”

34 พระเยซู​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​มี​ขนมปัง​อยู่​กี่​ก้อน” พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “เจ็ด​ก้อน​กับ​ปลา​ตัว​เล็กๆ​อีก​ไม่​กี่​ตัว”

35 พระเยซู​บอก​ให้​ฝูงชน​นั่ง​ลง​กับ​พื้น 36 พระองค์​เอา​ขนมปัง​ทั้ง​เจ็ด​ก้อน​และ​ปลา​มา ขอบคุณ​พระเจ้า แล้ว​หัก​ขนมปัง​และ​ปลา​ส่ง​ให้​พวก​ศิษย์ พวก​ศิษย์​ก็​เอา​ไป​แจก​ให้​กับ​ฝูงชน​กิน​กัน 37 เมื่อ​ทุก​คน​กิน​อิ่ม​แล้ว พวก​ศิษย์​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ได้​เจ็ด​เข่ง​เต็มๆ 38 นับ​ผู้ชาย​ที่​กิน​อยู่​ที่​นั่น​ได้​สี่​พัน​คน ไม่​รวม​ผู้หญิง​และ​เด็ก 39 หลัง​จาก​ที่​พระเยซู​ส่ง​ทุก​คน​กลับ​บ้าน​หมด​แล้ว พระองค์​ก็​ลง​เรือ​ไป​แคว้น​มากาดาน

16

ผู้นำ​ชาวยิว​ทดสอบ​พระเยซู

(มก. 8:11-13; ลก. 12:54-56)

1 พวก​ฟาริสี​และ​พวก​สะดูสี​เรียก​ให้​พระเยซู​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​ให้​ดู เพื่อ​ทดสอบ​ว่า​พระองค์​มา​จาก​พระเจ้า​จริง​หรือ​ไม่

2 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เมื่อ​ท้องฟ้า​สี​แดง​ใน​ตอน​เย็น คุณ​บอก​ว่า​พรุ่งนี้​อากาศ​จะ​ดี 3 เมื่อ​ท้องฟ้า​สี​แดง​และ​มืด​ครึ้ม​ใน​ตอน​เช้า คุณ​บอก​ว่า​วันนี้​ฝน​จะ​ตก คุณ​รู้จัก​ที่​จะ​ตี​ความหมาย​ของ​ดิน​ฟ้า​อากาศ แต่​กลับ​ไม่​รู้จัก​ความหมาย​ของ​สิ่ง​เหล่านี้​ที่​เรา​ทำ 4 มี​แต่​คน​ที่​ชั่ว​และ​ไม่​สัตย์ซื่อ​ต่อ​พระเจ้า ที่​เรียกร้อง​ให้​ทำ​การ​อัศจรรย์​ให้​ดู แต่​เรา​จะ​ไม่​ทำ​อะไร​ให้​ดู​นอก​จาก​การ​อัศจรรย์​ของ​โยนาห์”+ 16:4 การ​อัศจรรย์​ของ​โยนาห์ เป็น​เรื่องราว​ของ​โยนาห์​ที่​อยู่​ใน​ท้อง​ปลา​ใหญ่​ถึง​สาม​วัน เหมือน​กับ​พระเยซู​ที่​อยู่​ใน​หลุม​ฝังศพ​สาม​วัน​เช่น​กัน อ่าน​จาก​หนังสือ​ของ​โยนาห์​ใน​พระคัมภีร์​เดิม แล้ว​พระเยซู​ก็​ไป​จาก​พวก​เขา

เชื้อ​ของ​พวก​ฟาริสี​และ​สะดูสี

(มก. 8:14-21)

5 ขณะ​ที่​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​กำลัง​ข้าม​ทะเลสาบ​ไป​อีก​ฟาก​หนึ่ง​นั้น ก็​ลืม​เอา​ขนมปัง​มา​ด้วย 6 พระเยซู​ได้​เตือน​พวก​เขา​ว่า “ระวัง​เชื้อ​ของ​พวก​ฟาริสี​และ​พวก​สะดูสี​ให้​ดี​นะ”

7 พวก​ศิษย์​จึง​พูด​กัน​ว่า “ที่​อาจารย์​พูด​อย่างนี้ ต้อง​เป็น​เพราะ​พวก​เรา​ลืม​เอา​ขนมปัง​มา​แน่ๆ”

8 พระเยซู​รู้​ว่า​พวก​เขา​กำลัง​พูด​เรื่อง​อะไร จึง​พูด​ว่า “พวก​คุณ​นี่​ช่าง​มี​ความเชื่อ​น้อย​จริงๆ ไป​พูด​กัน​ถึง​เรื่อง​ไม่​มี​ขนมปัง​ทำไม 9 นี่​พวก​คุณ​ยัง​ไม่​เข้าใจ​อีก​หรือ จำ​ไม่​ได้​แล้ว​หรือ ตอน​ที่​เรา​แบ่ง​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​เลี้ยง​คน​ห้าพัน​คน พวก​คุณ​เก็บ​เศษ​ที่​เหลือ​ได้​กี่​เข่ง 10 หรือ​ตอน​ที่​เรา​แบ่ง​ขนมปัง​เจ็ด​ก้อน​เลี้ยง​คน​สี่​พัน​คน พวก​คุณ​เก็บ​เศษ​ที่​เหลือ​ได้​กี่​เข่ง 11 ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ไม่​เข้าใจ​นะ​ว่า เรา​ไม่​ได้​พูด​ถึง​เรื่อง​ขนมปัง แต่​เรา​เตือน​ให้​พวก​คุณ​ระวัง​เชื้อ​ของ​พวก​ฟาริสี​และ​พวก​สะดูสี”

12 ใน​ที่​สุด​พวก​ศิษย์​ก็​เข้าใจ​แล้ว​ว่า พระองค์​ไม่​ได้​พูด​ถึง​เชื้อ​ที่​ใส่​ใน​ขนมปัง แต่​เตือน​ให้​ระวัง​เรื่อง​คำสอน​ของ​พวก​ฟาริสี​และ​สะดูสี

เปโตร​พูด​ว่า​พระเยซู​คือกษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่

(มก. 8:27-30; ลก. 9:18-21)

13 เมื่อ​พระเยซู​มา​ถึง​แคว้น​ซีซารียา​ฟีลิปปี พระองค์​ถาม​พวก​ศิษย์​ว่า “คน​เขา​พูด​กัน​ว่า​บุตร​มนุษย์​เป็น​ใคร​กัน”

14 พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “บาง​คน​ว่า​เป็น​ยอห์น​คน​ที่​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ บาง​คน​ก็​ว่า​เป็น​เอลียาห์ บาง​คน​ก็​ว่า​เป็น​เยเรมียาห์​หรือ​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า”

15 พระเยซู​ถาม​พวก​ศิษย์​ว่า “แล้ว​พวก​คุณ​ล่ะ ว่า​เรา​เป็น​ใคร”

16 ซีโมน เปโตร ตอบ​ว่า “พระองค์​เป็น​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่ พระบุตร​ของ​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่”

17 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ซีโมน​ลูก​ของ​โยนาห์ คุณ​นี่​ได้รับ​เกียรติ​จริงๆ ใน​เรื่องนี้ พระบิดา​ของ​เรา​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​เป็น​ผู้​เปิดเผย​ให้​คุณ​รู้​นะ ไม่​ใช่​มนุษย์​หรอก 18 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คุณ​คือ​เปโตร+ 16:18 เปโตร เป็น ชื่อ​ใน​ภาษา​กรีก​หมายถึง​ก้อน​หิน และ​บน​หิน​ก้อนนี้ เรา​จะ​สร้าง​หมู่​ประชุม​ของ​เรา​ขึ้น​มา และ​อำนาจ​ทั้งหมด​ของ​ความ​ตาย+ 16:18 อำนาจ​ทั้งหมด​ของ​ความ​ตาย หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า ประตู​ของ​เฮเดส (เฮเดส หมายถึง​สถานที่​ที่​คน​ตาย​ไป​อยู่) จะ​ไม่​สามารถ​เอา​ชนะ​หมู่​ประชุม​ของ​เรา​ได้ 19 เรา​จะ​ให้​กุญแจ​ของ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​กับ​คุณ อะไร​ก็​ตาม​ที่​คุณ​ห้าม​ไม่​ให้​ทำ​บน​โลกนี้ พระเจ้า​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ห้าม​ไม่​ให้​ทำ​ด้วย ส่วน​อะไร​ก็​ตาม​ที่​คุณ​ให้​ทำ​บน​โลกนี้ พระเจ้า​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ให้​ทำ​ด้วย” 20 แล้ว​พระเยซู​ได้​สั่ง​พวก​ศิษย์ ห้าม​ไม่​ให้​บอก​ใคร​ว่า​พระองค์​เป็น​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่

พระเยซู​ทำนาย​ว่า​พระองค์​ต้อง​ตาย

(มก. 8:31-9:1; ลก. 9:22-27)

21 ตั้งแต่​นั้น​เป็น​ต้น​มา พระเยซู​เริ่ม​อธิบาย​ให้​พวก​ศิษย์​ฟัง​ว่า พระองค์​จะ​ต้อง​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน​หลาย​อย่าง​จาก​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​ชาว​ยิว พวก​หัวหน้า​นักบวช และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ พระองค์​จะ​ถูก​ฆ่า แต่​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่​ใน​วัน​ที่​สาม

22 เปโตร​ดึง​พระองค์​มา​ข้างๆ​และ​ต่อว่า​พระองค์​ว่า “ไม่​มี​ทาง​หรอก​อาจารย์ มัน​จะ​ไม่​มี​วัน​เกิด​ขึ้น​อย่าง​นั้น​แน่”

23 พระองค์​หัน​มา​พูด​กับ​เปโตร​ว่า “ไป​ให้​พ้น ไอ้​ซาตาน แก​กำลัง​ขัดขวาง​เรา เพราะ​แก​ไม่​ได้​คิด​แบบ​พระเจ้า แต่​คิด​แบบ​มนุษย์”

24 แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “ถ้า​ใคร​อยาก​จะ​ติด​ตาม​เรา คน​นั้น​ต้อง​เลิก​ตาม​ใจ​ตัวเอง และ​แบก​กางเขน​ของ​ตัวเอง​ตาม​เรา​มา 25 คน​ที่​อยาก​จะ​เอา​ตัว​รอด​จะ​ไม่​รอด แต่​คน​ที่​ยอม​สละ​ตังเอง​เพื่อ​เรา​จะ​ค้นพบ​ตัวเอง 26 มัน​จะ​ได้​กำไร​ตรง​ไหน ถ้า​ได้​โลก​ทั้งใบ แต่​ตังเอง​ถูก​ทำลาย​ไป จะ​เอา​อะไร​ไป​แลก​เพื่อ​จะ​ได้​ตัวเอง​กลับ​คืน​มา​ได้​หรือ 27 เพราะ​บุตร​มนุษย์​จะ​กลับ​มา​ด้วย​ความ​สง่างาม​ของ​พระบิดา​ของ​พระองค์ และ​มา​พร้อม​กับ​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์ แล้ว​บุตร​มนุษย์​จะ​มา​ตัดสิน​มนุษย์​ทุก​คน​ตาม​การกระทำ​ของ​เขา 28 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า มี​บางคน​ใน​พวก​คุณ​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นี่​จะ​ยัง​ไม่​ตาย จน​กว่า​จะ​ได้​เห็น​บุตร​มนุษย์​มา​ใน​อาณาจักร​ของ​พระองค์”

17

พระเยซู​กับ​โมเสส​และ​เอลียาห์

(มก. 9:2-13; ลก. 9:28-36)

1 หก​วัน​ต่อมา​พระเยซู​พา​เปโตร ยากอบ และ​ยอห์น​น้อง​ของ​ยากอบ ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​สูง​กัน​ตาม​ลำพัง 2 แล้ว​ลักษณะ​ของ​พระองค์​ก็​เปลี่ยน​ไป​ต่อ​หน้า​พวก​เขา ใบหน้า​ของ​พระองค์​ส่อง​สว่าง​จ้า​เหมือน​ดวง​อาทิตย์ เสื้อผ้า​ของ​พระองค์​กลาย​เป็น​สีขาว​เปล่ง​ประกาย​แวววับ 3 แล้ว​พวก​เขา​ก็​เห็น​โมเสส​กับ​เอลียาห์+ 17:3 โมเสส​กับ​เอลียาห์ คือ ผู้นำ​สอง​คน​ที่​สำคัญ​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล ใน​สมัย​พระคัมภีร์​เดิม กำลัง​พูดคุย​อยู่​กับ​พระเยซู

4 เปโตร​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต ดี​มาก​เลย​ที่​พวก​เรา​ได้​มา​อยู่​ที่​นี่ ถ้า​ท่าน​ต้องการ ผม​จะ​สร้าง​เพิง​ขึ้น​มา​สาม​หลัง ให้​ท่าน​หลัง​หนึ่ง โมเสส​หลัง​หนึ่ง และ​เอลียาห์​หลัง​หนึ่ง”

5 ขณะ​ที่​เปโตร​ยัง​พูด​อยู่​นั้น ก็​มี​เมฆ​สว่างไสว​มา​ปกคลุม​พวก​เขา​ไว้ และ​มี​เสียง​พูด​ออก​มา​จาก​เมฆ​ว่า “ท่าน​ผู้นี้​คือ​ลูก​รัก​ของ​เรา เรา​ภูมิใจ​ใน​ตัว​ท่าน​มาก ให้​เชื่อฟัง​ท่าน”

6 เมื่อ​พวก​ศิษย์​ได้ยิน ก็​ก้ม​หน้า​กราบ​ลง​กับ​พื้น​ด้วย​ความ​ตกใจ​กลัว​ยิ่ง​นัก 7 แต่​พระเยซู​เดิน​มา​แตะ​ตัว​พวก​เขา​และ​พูด​ว่า “ลุก​ขึ้น ไม่​ต้อง​กลัว” 8 เมื่อ​พวก​เขา​เงย​หน้า​ขึ้น​มา ก็​ไม่​เห็น​ใคร​อีก​นอก​จาก​พระเยซู​เท่า​นั้น

9 ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​เดิน​ลง​มา​จาก​ภูเขา พระองค์​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “อย่า​บอก​ใคร​ว่า​พวก​คุณ​ได้​เห็น​อะไร จน​กว่า​บุตร​มนุษย์​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​จาก​ความ​ตาย”

10 พวก​ศิษย์​ถาม​พระเยซู​ว่า “ทำไม​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ถึง​พูด​ว่า เอลียาห์​จะ​ต้อง​มา​ก่อน​พระคริสต์​ล่ะ​ครับ”

11 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เอลียาห์​จะ​ต้อง​มา​ก่อน​เพื่อ​มา​เตรียม​ทุก​อย่าง​ให้​เรียบร้อย 12 แต่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เอลียาห์​ได้​มา​แล้ว แต่​พวก​เขา​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​เอลียาห์ จึง​ทำ​กับ​เขา​ตาม​ใจ​ชอบ และ​พวก​เขา​ก็​จะ​ทรมาน​บุตร​มนุษย์​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน” 13 พวก​ศิษย์​ถึง​รู้​ว่า พระเยซู​กำลัง​พูด​ถึง​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ

พระเยซู​รักษา​เด็ก​ชาย​ที่​ป่วย

(มก. 9:14-29; ลก. 9:37-43)

14 เมื่อ​พระเยซู​กับ​พวก​ศิษย์​ลง​มา​ถึง​ที่ๆ​ฝูงชน​อยู่​กัน มี​ชาย​คน​หนึ่ง​มา​คุก​เข่า​ต่อหน้า​พระองค์ 15 และ​พูด​ว่า “อาจารย์ ได้​โปรด​สงสาร​ลูกชาย​ของ​ผม​ด้วย​เถิด เขา​เป็น​โรค​ลม​บ้าหมู ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน​มาก ตก​ลง​ใน​ไฟ​หรือ​ตก​น้ำ​อยู่​บ่อยๆ 16 ผม​พา​เขา​มา​หา​พวก​ศิษย์​ของ​อาจารย์ แต่​พวก​เขา​ก็​รักษา​ไม่​ได้”

17 พระเยซู​ตอบ​เขา​ว่า “พวก​ขาด​ความเชื่อ หัวดื้อ เรา​จะ​ต้อง​อยู่​กับ​พวก​คุณ​ไป​อีก​นาน​แค่​ไหน เรา​จะ​ต้อง​อดทน​กับ​พวก​คุณ​ไป​ถึง​ไหน พา​เด็ก​คนนั้น​มา​หา​เรา​ซิ” 18 แล้ว​พระเยซู​ตวาด​ไล่​มาร​ร้าย​ตน​นั้น​ให้​ออก​ไป มัน​ก็​ออก​ไป​จาก​เด็ก​คนนั้น​ทันที แล้ว​เด็ก​คนนั้น​ก็​หาย​เป็น​ปลิด​ทิ้ง

19 พวก​ศิษย์​เข้า​มา​หา​พระองค์​ตาม​ลำพัง และ​ถาม​ว่า “ทำไม​พวก​เรา​ถึง​ไล่​ผี​ชั่ว​ตน​นั้น​ไม่​ได้​ล่ะ​ครับ” 20 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เพราะ​พวก​คุณ​มี​ความ​เชื่อ​น้อย​เกิน​ไป เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​นะ​ว่า แค่​คุณ​มี​ความ​เชื่อ​เท่า​เมล็ด​มัสตาร์ด คุณ​สั่ง​ภูเขา​ลูกนี้​ให้​เคลื่อน​จาก​ที่​นี่​ไป​ที่​โน่น มัน​ก็​เคลื่อน​ไป​แล้ว จะ​ไม่​มี​อะไร​ที่​คุณ​ทำ​ไม่​ได้​เลย” 21+ 17:21 สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​ได้​เพิ่ม​เติม​ข้อ​ที่ 21 ว่า a “ผี​ชนิดนี้​จะ​ถูก​ขับ​ไล่​ออก​ไป​ไม่​ได้ นอก​จาก​จะ​อธิษฐาน​และ​อด​อาหาร​เท่านั้น”

พระเยซู​พูด​ถึง​ความตาย​ของ​พระองค์

(มก. 9:30-32; ลก. 9:43-45)

22 เมื่อ​พวก​เขา​มา​ชุมนุม​กัน​ที่​แคว้น​กาลิลี พระเยซู​บอก​กับ​พวก​เขา​ว่า “บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​จับ​ส่ง​ไป​อยู่​ใน​มือ​ของ​มนุษย์ 23 และ​เขา​จะ​ถูก​ฆ่า แต่​เขา​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​ใน​วันที่​สาม” พวก​ศิษย์​จึง​เศร้าเสียใจ​มาก

พระเยซู​สอน​เรื่อง​การจ่ายภาษี

24 เมื่อ​พระเยซู​กับ​พวก​ศิษย์​มา​ถึง​เมือง​คาเปอรนาอุม คน​เก็บ​ภาษี​วิหาร+ 17:24 ภาษี​วิหาร หมายถึง​ภาษี​ที่​ผู้ชาย​ชาว​ยิว​ทุก​คน​จะ​ต้อง​จ่าย​ปี​ละ​ครั้ง เพื่อ​บำรุง​วิหาร​โดย​เสีย​คน​ละ 2 เหรียญ​ดราชมา ดราช​มา​เป็น​เหรียญ​เงิน​ของ​กรีก มา​ถาม​เปโตร​ว่า “อาจารย์​ของ​คุณ​ไม่​เสีย​ภาษี​วิหาร​หรือ​อย่าง​ไร”

25 เปโตร​ตอบ​ว่า “เสีย​สิ” เมื่อ​เปโตร​เข้า​ไปหา​พระเยซู​ใน​บ้าน พระเยซู​ก็​พูด​ขึ้น​ก่อน​ว่า “ซีโมน คุณ​คิด​อย่าง​ไร กษัตริย์​ใน​โลกนี้​เก็บ​ภาษี​จาก​ลูกๆ​ของ​พระองค์ หรือ​จาก​คน​อื่นๆ”

26 เปโตร​ตอบ​ว่า “เก็บ​จาก​คน​อื่นๆ​ครับ” พระเยซู​บอก​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ลูกๆ​ก็​ไม่​ต้อง​เสีย​ภาษี​นะ​สิ 27 แต่​เพื่อ​ไม่​ให้​คน​เก็บ​ภาษี​โกรธ คุณ​ไป​ตกเบ็ด​ที่​ทะเลสาบ เมื่อ​จับ​ได้​ปลา​ตัว​แรก ให้​ง้าง​ปาก​มัน แล้ว​คุณ​จะ​พบ​เหรียญ​หนึ่ง​เหรียญ+ 17:27 พบ​เหรียญ​หนึ่ง​เหรียญ ซึ่ง​มี​ค่า​เท่า​กับ 4 เหรียญ​ดราชมา ดราช​มา​เป็น​เหรียญ​เงิน​ของ​กรีก ให้​เอา​เงิน​นั้น​ไป​เสีย​ภาษี​ของ​เรา​สอง​คน”

18

ใคร​เป็น​ผู้​ยิ่งใหญ่​ที่สุด

(มก. 9:33-37; ลก. 9:46-48)

1 ใน​เวลา​นั้น​พวก​ศิษย์​ได้​มา​ถาม​พระเยซู​ว่า “ใคร​เป็น​ผู้​ยิ่งใหญ่​ที่สุด​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​ครับ”

2 พระเยซู​เรียก​เด็ก​เล็กๆ​คน​หนึ่ง​ให้​มา​ยืน​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​ศิษย์ 3 แล้ว​พระองค์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​ยอม​เปลี่ยน​ตัวเอง​ให้​เป็น​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ คุณ​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เลย 4 ดังนั้น​ใคร​ก็​ตาม​ที่​ทำ​ตัว​อ่อนน้อม​ถ่อมตน​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ​คนนี้ ก็​จะ​เป็น​ผู้ที่​ยิ่งใหญ่​ที่สุด​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์

5 ใคร​ก็​ตาม​ที่​ต้อนรับ​เด็ก​เล็กๆ​อย่างนี้​เพราะ​เห็น​แก่​เรา คน​นั้น​ก็​ได้​ต้อนรับ​เรา​ด้วย

พระเยซู​เตือน​เรื่อง​สิ่ง​ต่างๆที่​ยั่วยุ​ให้​คน​ทำ​บาป

(มก. 9:42-48; ลก. 17:1-2)

6 ระหว่าง​การ​ทำ​ให้​คน​ที่​ต่ำต้อย​คน​หนึ่ง​ใน​พวกนี้​ที่​ไว้วางใจ​ใน​เรา​หลง​ไป​ทำ​บาป กับ​การ​ถูก​ถ่วง​น้ำ​โดย​มี​หิน​โม่​แป้ง+ 18:6 หิน​โม่​แป้ง นี่​เป็น​หิน​โม่​แป้ง​ขนาด​ใหญ่​ที่​ต้อง​ใช้​ลา​ลาก​ตอน​โม่​แป้ง ผูก​คอ​ไว้ อย่าง​หลัง​นี้​ก็​ยัง​จะ​ดี​กว่า 7 โลกนี้​มัน​น่า​ละอาย​จริงๆ​เพราะ​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​มา​ยั่วยุ​ให้​คน​ทำ​บาป เรื่อง​อย่าง​นี้​หนี​ไม่​พ้น​หรอก ต้อง​เกิด​ขึ้น​แน่ แต่​คน​ที่​ก่อ​เรื่อง​แบบนี้​ขึ้น​มา​น่า​ละอาย​จริงๆ 8 ดังนั้น​ถ้า​มือ​หรือ​เท้า​ของ​คุณ​เอง​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป ตัด​มัน​ทิ้ง​เลย เพราะ​มือ​ด้วน​หรือ​เท้า​ด้วน แล้ว​มี​ชีวิต​แท้​ตลอด​ไป ยัง​ดี​กว่า​มี​มือ​หรือ​เท้า​ครบ​ทั้ง​สอง​ข้าง แต่​ถูก​โยน​ลง​ใน​ไฟ​ที่​ไม่​มี​วัน​ดับ 9 ถ้า​ตา​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​ทำ​บาป ควัก​มัน​ทิ้ง​เลย เพราะ​เหลือ​ตา​ข้าง​เดียว​แล้ว​มี​ชีวิต​แท้​ตลอด​ไป ก็​ยัง​ดี​กว่า​มี​ตา​ครบ​ทั้ง​สอง​ข้าง แต่​ต้อง​ถูก​โยน​ลง​ใน​ไฟ​นรก

เรื่อง​แกะ​ที่​หลงหาย

(ลก. 15:3-7)

10 ระวัง​ให้​ดี อย่า​ดูถูก​คน​ที่​ต่ำต้อย​พวกนี้​ของ​เรา​แม้​แต่​คน​เดียว เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ที่​บน​สวรรค์​นั้น ทูต​ประจำ​ตัว​ของ​พวก​เขา​เฝ้า​อยู่​ต่อ​หน้า​พระบิดา​ของ​เรา​เสมอ 11+ 18:11 สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​ได้​เพิ่ม​เติม​ข้อ​ที่ 11 a “เพราะ​ว่า​บุตร​มนุษย์​ได้​มา​ช่วย​ผู้​ที่​หลง​หาย​ให้​รอด”

12 พวก​คุณ​คิด​อย่างไร ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​มี​แกะ​อยู่​ร้อย​ตัว แล้ว​มี​ตัว​หนึ่ง​หาย​ไป เขา​จะ​ไม่​ทิ้ง​แกะ​ทั้ง​เก้าสิบเก้า​ตัว​ไว้​บน​ภูเขา และ​ออก​ตาม​หา​แกะ​ที่​หาย​ไป​หรือ 13 เมื่อ​เขา​พบ​แกะ​ตัว​นั้น​แล้ว เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เขา​จะ​ดีใจ​ที่​ได้​พบ​แกะ​ตัว​นั้น​มาก​กว่า​ที่​มี​แกะ​เก้าสิบเก้า​ตัว​ที่​ไม่​ได้​หาย​ไป​ไหน 14 พระบิดา​ของ​พวก​คุณ​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​เหมือน​กัน ไม่​อยาก​ให้​คน​ที่​ต่ำต้อย​พวกนี้​ของ​เรา​สัก​คน​หลง​หาย​ไป

เมื่อ​มี​คน​ทำ​ผิด​ต่อ​เรา

(ลก. 17:3)

15 ถ้า​พี่น้อง​ทำ​บาป​ต่อ​คุณ+ 18:15 ถ้า​พี่น้อง​ทำ​บาป​ต่อ​คุณ สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​ไม่​มีคำ​ว่า “ต่อ​คุณ” ก็​ให้​ไป​ชี้แจง​ความ​ผิด​ของ​เขา​ตัว​ต่อ​ตัว ถ้า​เขา​ฟัง คุณ​ก็​ได้​เขา​กลับ​มา​เป็น​พี่น้อง​อีก 16 แต่​ถ้า​เขา​ไม่​ยอมฟัง ก็​ให้​พา​อีก​คน​หรือ​สอง​คน​ไปหา​เขา​ด้วย​กัน เพื่อ​จะ​ได้​มี​พยาน​รู้เห็น​สอง​หรือ​สาม​คน 17 ถ้า​เขา​ยัง​ไม่​ยอม​ฟัง​อีก ก็​ให้​เอา​เรื่องนี้​ไป​บอก​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า และ​ถ้า​เขา​ยัง​ไม่​ฟัง​แม้​แต่​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า ก็​ให้​ทำ​กับ​เขา​เหมือน​กับ​เป็น​คน​นอก​ศาสนา​หรือ​คน​เก็บ​ภาษี

18 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า อะไร​ก็​ตาม​ที่​พวก​คุณ​ห้าม​ใน​โลกนี้ พระเจ้า​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ห้าม​ด้วย และ​อะไร​ก็​ตาม​ที่​พวก​คุณ​ยอม​ใน​โลกนี้ พระเจ้า​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ยอม​ด้วย

19 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​อีก​ว่า ถ้า​พวก​คุณ​ที่​อยู่​ใน​โลกนี้​สอง​คน​เห็น​ด้วย​กัน​ที่​จะ​ขอ​สิ่ง​ใด​สิ่ง​หนึ่ง พระบิดา​ของ​เรา​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​ก็​จะ​ทำ​ให้ 20 เพราะ​ที่​ไหน​ก็​ตาม ที่​มี​สอง​หรือ​สาม​คน​มา​อยู่​รวม​กัน​เพราะ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา เรา​ก็​จะ​อยู่​กับ​พวก​เขา​ที่​นั่น”

เรื่อง​การให้อภัย

21 เปโตร​ก็​เข้า​มา​ถาม​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ครับ เมื่อ​พี่น้อง​ทำ​บาป​ต่อ​ผม ผม​ควร​จะ​อภัย​ให้​กี่​ครั้ง​ดี​ครับ ตั้ง​เจ็ด​ครั้ง​เลย จะ​ดี​ไหม​ครับ”

22 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ใคร​บอก​ว่า​แค่​เจ็ด​ครั้ง ต้อง​เป็น​เจ็ด​สิบ​เจ็ด​ครั้ง”+ 18:22 เจ็ด​สิบ​เจ็ด​ครั้ง หรือ​เจ็ด​สิบ​ครั้ง​คูณ​เจ็ด

23 “ดังนั้น​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​ถึง​เปรียบ​เหมือน​กับ​กษัตริย์​องค์​หนึ่ง ที่​ต้องการ​จะ​สะสาง​หนี้​ที่​พวก​ทาส​ติดค้าง​อยู่ 24 เมื่อ​เริ่ม​คิด​บัญชี ทาส​คน​หนึ่ง​ที่​เป็น​หนี้​กษัตริย์​อยู่​ห้าสิบ​ล้าน​เหรียญ​เงิน+ 18:24 ห้าสิบ​ล้าน​เหรียญ​เงิน หรือ หนึ่ง​หมื่น​ตะลันต์ หนึ่ง​เหรียญ​เงิน เท่า​กับ​ค่า​แรง​ทำ​งาน​ของ​คน​ทั่ว​ไป​หนึ่ง​วัน ก็​ถูก​พา​ตัว​เข้า​มา 25 แต่​เขา​ไม่​มี​เงิน​พอที่​จะ​จ่าย​หนี้ กษัตริย์​จึง​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​ทาส​คนนี้ รวมทั้ง​ภรรยา​และ​ลูกๆ​ตลอด​จน​ข้าว​ของ​ทุก​อย่าง​ของ​เขา​ไป​ขาย เพื่อ​เอา​เงิน​มา​ใช้​หนี้

26 คนนั้น​จึง​คุก​เข่า​ลง​อ้อนวอน​กษัตริย์​ว่า ‘ขอ​เวลา​ผม​หน่อย​เถอะ​ครับ แล้ว​จะ​ใช้​หนี้​ให้​ทั้งหมด’ 27 กษัตริย์​เกิด​ความ​สงสาร​เขา ก็​เลย​ยก​หนี้​ให้​และ​ปล่อย​ตัว​ไป

28 เมื่อ​ทาส​คนนี้​ออก​ไป ก็​ไป​เจอ​เพื่อน​ทาส​ด้วย​กัน​ที่​เป็น​หนี้​เขา​อยู่​หนึ่งร้อย​เหรียญ​เงิน เขา​ก็​เข้า​ไป​บีบ​คอ​เพื่อน​ทาส​คน​นั้น​และ​สั่ง​ว่า ‘ใช้​หนี้​มา​เดี๋ยวนี้’

29 เพื่อน​ทาส​ที่​เป็น​ลูกหนี้​ได้​คุก​เข่า​ลง​อ้อนวอน​ว่า ‘ขอ​เวลา​ผม​อีก​สัก​หน่อย​เถอะ​ครับ แล้ว​จะ​ใช้​หนี้​ให้’

30 แต่​เขา​ไม่​ยอม กลับ​สั่ง​ให้​จับ​เพื่อน​ทาส​คน​นั้น​ไป​ขัง​คุก​จน​กว่า​จะ​ใช้​หนี้​ให้​ทั้งหมด 31 เมื่อ​ทาส​คน​อื่นๆ​เห็น​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น ก็​รู้สึก​สลดใจ จึง​ไป​เล่า​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ให้​กษัตริย์​ฟัง

32 กษัตริย์​เรียก​ทาส​คน​นั้น​มา​หา และ​พูด​ว่า ‘ไอ้​ทาส​ชาติชั่ว ข้า​ได้​ยก​หนี้​ให้​เอ็ง​ทั้งหมด​เพราะ​เอ็ง​อ้อนวอน​ข้า 33 เอ็ง​ก็​ควร​จะ​สงสาร​เพื่อน​ทาส​คน​อื่นๆ​ของ​เอ็ง เหมือน​อย่าง​ที่​ข้า​สงสาร​เอ็ง​ด้วย​ไม่​ใช่​หรือ’ 34 กษัตริย์​โกรธ​มาก ก็​เลย​ส่ง​ทาส​คนนี้​เข้า​คุก​และ​ให้​ลงโทษ​จน​กว่า​เขา​จะ​ใช้​หนี้​หมด 35 พระบิดา​ของ​เรา​ที่​อยู่​บน​สวรรค์​จะ​ทำ​อย่าง​นั้น​กับ​คุณ​เหมือน​กัน ถ้า​คุณ​ไม่​ยอม​ยกโทษ​ให้​กับ​พี่น้อง​ด้วย​ใจ​จริง”

19

เรื่อง​การหย่าร้าง

(มก. 10:1-12)

1 หลังจาก​ที่​พระเยซู​พูด​เรื่อง​พวกนี้​แล้ว พระองค์​ก็​ออก​จาก​แคว้น​กาลิลี​ไป​ที่​แคว้น​ยูเดีย ที่​อยู่​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน 2 มี​คน​ตาม​พระองค์​ไป​เป็น​จำนวน​มาก และ​พระองค์​รักษา​คนป่วย​ที่​นั่น

3 พวก​ฟาริสี​บางคน​มา​หา​พระองค์​และ​ทดสอบ​พระองค์​โดย​ถาม​ว่า “มัน​ถูก​กฎ​หรือ​เปล่า​ที่​ผู้ชาย​จะ​หย่า​กับ​ภรรยา​ไม่ว่า​ด้วย​เหตุผล​ใด​ก็​ตาม”

4 พระเยซู​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​หรือ​ว่า ‘เมื่อ​เริ่ม​แรก​พระผู้สร้าง​ได้​สร้าง​มนุษย์​เป็น​ชาย​และ​หญิง’+ 19:4 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 1:27; 5:25 พระองค์​พูด​ว่า ‘ผู้ชาย​จะ​แยก​จาก​พ่อ​แม่​ไป​อยู่​ร่วม​กัน​กับ​ภรรยา​ของ​เขา แล้ว​ทั้ง​สอง​จะ​กลาย​เป็น​คนๆ​เดียว​กัน’+ 19:5 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 2:246 พวก​เขา​จึง​ไม่​ใช่​สอง​คน​อีก​ต่อ​ไป แต่​เป็น​คนๆ​เดียว​กัน ดังนั้น​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ได้​ผูกพัน​เข้า​ด้วย​กัน​แล้ว ก็​อย่า​ให้​ใคร​มา​แยก​ออก​จาก​กัน​เลย”

7 พวก​ฟาริสี​จึง​ถาม​อีก​ว่า “แล้ว​ทำไม​โมเสส​ถึง​สั่ง​ให้​ผู้ชาย​แค่​เขียน​ใบหย่า​ให้​กับ​ภรรยา แล้ว​ก็​หย่า​ได้”

8 พระเยซู​ตอบ​ว่า “โมเสส​อนุญาต​ให้​พวก​คุณ​หย่า​กับ​ภรรยา​ได้ เพราะ​คุณ​ดื้อดึง​ไม่​เชื่อฟัง​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า แต่​พระเจ้า​ไม่​ได้​ตั้งใจ​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น​ตั้ง​แต่​แรก 9 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใคร​ก็​ตาม​ที่​หย่า​กับ​ภรรยา​แล้ว​ไป​แต่งงาน​ใหม่ ก็​ถือ​ว่า​มี​ชู้ นอก​จาก​เขา​จะ​หย่า​เพราะ​ภรรยา​ทำ​บาป​ทางเพศ​เท่านั้น”

10 พวก​ศิษย์​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “ถ้า​นั่น​เป็น​เหตุผล​เดียว​ที่​ผู้ชาย​จะ​หย่า​ภรรยา​ได้ ก็​อย่า​แต่งงาน​เสีย​เลย​จะ​ดี​กว่า”

11 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ไม่​ใช่​ผู้ชาย​ทุก​คน​จะ​รับ​คำสอนนี้​ได้ แต่​มี​บางคน​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​รับ​ได้ 12 มี​หลาย​เหตุผล​ที่​คน​ไม่​แต่งงาน บางคน​เกิด​มา​เป็น​ขันที บางคน​ถูก​จับ​ตอน+ 19:12 ถูก​จับ​ตอน คือ คน​ที่​ถูก​ตัดอัณฑะ และ​บาง​คน​ไม่​แต่งงาน​เพราะ​เห็นแก่​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ ถ้า​ใคร​สามารถ​อยู่​เป็น​โสด​ได้ ก็​ไม่​ควร​แต่ง”

พระเยซู​อวยพร​เด็กๆ

(มก. 10:13-16; ลก. 18:15-17)

13 มี​คน​พา​เด็ก​เล็กๆ​เข้า​มา เพื่อ​ให้​พระเยซู​วางมือ+ 19:13 วางมือ เป็น​ท่า​ที่​แสดง​ว่า​พระเยซู​ได้​ให้​พร​พิเศษ​แก่​เด็กๆ​เหล่านี้ และ​อธิษฐาน​ให้ แต่​พวก​ศิษย์​ได้​ต่อว่า​คน​พวก​นั้น​ที่​พา​เด็กๆ​มา 14 แต่​พระเยซู​บอก​ว่า “ปล่อย​ให้​พวก​เด็ก​เล็กๆ​เข้า​มา​หา​เรา อย่า​ห้าม​พวก​เขา เพราะ​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เป็น​ของ​คน​ที่​เป็น​เหมือน​กับ​เด็ก​เล็กๆ​พวกนี้” 15 หลัง​จาก​ที่​พระองค์​วางมือ​บน​ตัว​เด็กๆ​แล้ว พระองค์​ก็​ไป​จาก​ที่​นั่น

เศรษฐี​หนุ่ม​ไม่ยอม​ติดตาม​พระเยซู​ไป

(มก. 10:17-31; ลก. 18:18-30)

16 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​มา​หา​พระเยซู และ​ถาม​ว่า “อาจารย์​ครับ ผม​จะ​ต้อง​ทำ​ความดี​อะไร​ถึง​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป”

17 พระเยซู​ตอบ​ว่า “คุณ​ถาม​เรา​ทำไม​ว่า อะไร​ดี มี​แต่​พระเจ้า​เท่า​นั้น​ที่​ดี ถ้า​คุณ​อยาก​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป ก็​ต้อง​ทำ​ตาม​กฎปฏิบัติ”

18 ชาย​หนุ่ม​จึง​ถาม​ว่า “กฎ​ข้อ​ไหน​ครับ” พระเยซู​ตอบ​ว่า “ข้อ​ที่​ว่า ‘อย่า​ฆ่า​คน อย่า​มี​ชู้ อย่า​ขโมย อย่า​เป็น​พยาน​เท็จ 19 ให้​เคารพ​นับถือ​พ่อ​แม่+ 19:19 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 20:12-16 และ เฉลยธรรมบัญญัติ 5:16-20 และ​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตัวเอง’+ 19:19 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 19:18

20 ชาย​หนุ่ม​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “ผม​รักษา​กฎ​ทั้งหมด​นั้น​อยู่​แล้ว​ครับ ยัง​มี​อะไร​ที่​ผม​ต้อง​ทำ​อีก​ไหม​ครับ”

21 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ถ้า​จะ​ทำ​ให้​ครบ​ถ้วน ต้อง​ไป​ขาย​ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่าง​ที่​คุณ​มี​อยู่ แล้ว​เอา​เงิน​ไป​แจกจ่าย​ให้​กับ​คน​ยากจน และ​คุณ​ก็​จะ​มี​ทรัพย์​สมบัติ​อยู่​บน​สวรรค์ แล้ว​มา​ติดตาม​เรา”

22 เมื่อ​ชาย​หนุ่ม​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​จาก​ไป​ด้วย​ความ​เศร้า เพราะ​เขา​ร่ำรวย​มาก

23 พระเยซู​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คนรวย​จะ​เข้า​ใน​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​นั้น​ยาก​มาก 24 ขอ​ย้ำ​อีก​ครั้ง​ว่า จะ​ให้​อูฐ​ลอด​รู​เข็ม ก็​ยัง​จะ​ง่าย​กว่า​ให้​คนรวย​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”

25 เมื่อ​พวก​ศิษย์​ได้ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​งง​มาก และ​พูด​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ใคร​จะ​ไป​รอด​ได้”

26 พระเยซู​มอง​พวก​ศิษย์​และ​พูด​ว่า “สำหรับ​มนุษย์ เป็น​ไป​ไม่​ได้​อยู่​แล้ว แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ได้”

27 เปโตร​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “พวก​เรา​ได้​สละ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง เพื่อ​มา​ติดตาม​อาจารย์ แล้ว​พวก​เรา​จะ​ได้รับ​อะไร​ครับ”

28 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เมื่อ​พระเจ้า​สร้าง​โลก​ใหม่​แล้ว บุตร​มนุษย์​จะ​นั่ง​บน​บัลลังก์​อัน​สง่างาม และ​พวก​คุณ​ที่​ได้​ติดตาม​เรา ก็​จะ​ขึ้น​นั่ง​บน​บัลลังก์​สิบสอง​บัลลังก์ และ​ตัดสิน​คน​อิสราเอล​สิบสอง​เผ่า 29 ทุก​คน​ที่​สละ​บ้าน​เรือน หรือ​พี่น้อง​ชาย​หญิง หรือ​พ่อ หรือ​แม่ หรือ​ลูก หรือ​ไร่นา เพื่อ​มา​ติดตาม​เรา จะ​ได้รับ​มาก​กว่า​ที่​พวก​เขา​สละ​ไป​เป็น​ร้อย​เท่า และ​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป 30 แต่​คน​ที่​เป็น​ใหญ่​เป็น​โต​ที่สุด​ใน​ตอนนี้​จะ​กลาย​เป็น​คน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด ส่วนคน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด​ใน​ตอนนี้ จะ​กลาย​เป็น​คน​ใหญ่​คนโต​ที่​สุด

20

เรื่อง​คน​งาน​ใน​สวนองุ่น

1 อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​กับ​เจ้า​ของ​สวน​คน​หนึ่ง ที่​ออก​จาก​บ้าน​ไป​แต่​เช้าตรู่ เพื่อ​ไป​จ้าง​คน​งาน​มา​ทำงาน​ใน​สวนองุ่น​ของ​เขา 2 เขา​ตกลง​ที่​จะ​จ่าย​ค่าแรง​หนึ่ง​เหรียญ​เงิน+ 20:2 หนึ่ง​เหรียญ​เงิน หรือ หนึ่ง​เหรียญ​เดนาริอัน เป็น​หน่วย​เงิน​ของ​โรมัน หนึ่ง​เหรียญ​เป็น​ค่าจ้าง​ที่​จ่าย​กัน​สำหรับ​การ​ทำงาน 1 วัน ต่อ​วัน เขา​ก็​ส่ง​พวก​คน​งาน​เข้า​ไป​ทำงาน​ใน​สวนองุ่น

3 ประมาณ​เก้า​โมง​เช้า เจ้า​ของ​สวน​เข้า​ไป​ที่​ตลาด​อีก และ​เห็น​บางคน​ยืน​อยู่​เฉยๆ​ไม่​ได้​ทำ​อะไร 4 เขา​พูด​ว่า ‘ถ้า​พวก​เจ้า​ไป​ทำงาน​ใน​สวนองุ่น​ของ​ข้า ข้า​จะ​ให้​ค่าจ้าง​อย่าง​ยุติธรรม’ 5 คน​พวก​นั้น​ตกลง​ไป และ​เจ้า​ของ​สวน​ได้​ออก​ไป​อีก​ตอน​ประมาณ​เที่ยง​และ​บ่าย​สาม​โมง แล้ว​ทำ​เหมือน​เดิม 6 ประมาณ​ห้า​โมง​เย็น เจ้า​ของ​สวน​ออก​ไป​ตลาด​อีก​ครั้ง​หนึ่ง และ​เห็น​บางคน​ยืน​อยู่​เฉยๆ​ไม่​ได้​ทำ​อะไร เขา​เข้า​ไป​ถาม​ว่า ‘ทำไม​พวก​เจ้า​ถึง​ยืน​อยู่​เฉยๆ​ทั้ง​วัน​แบบนี้’

7 คน​เหล่า​นั้น​ตอบ​ว่า ‘ไม่​มี​ใคร​จ้าง​พวก​เรา’ เจ้า​ของ​สวน​ก็​เลย​ชวน​ว่า ‘ไป​ทำงาน​ที่​สวนองุ่น​ของ​ข้า​สิ’

8 เย็น​วัน​นั้น​เจ้า​ของ​สวน​สั่ง​หัวหน้า​คน​งาน​ว่า ‘ไป​เรียก​คน​งาน​มา แล้ว​จ่าย​ค่าแรง​ให้​พวก​เขา จ่าย​คน​ที่​เพิ่ง​มา​ทำ​ทีหลัง​นี้​ก่อน แล้ว​ค่อยๆ​จ่าย​ไป​จน​ถึง​คน​แรก’

9 คน​งาน​ที่​เพิ่ง​จ้าง​มา​ตอน​ห้า​โมง​เย็น​ได้​ค่าแรง​ไป​คนละ​หนึ่ง​เหรียญ​เงิน 10 แล้ว​พวก​คน​งาน​ที่​จ้าง​มา​ก่อน​ก็​เข้า​มา​รับ​ค่าแรง เขา​คิด​ว่า​จะ​ได้​มาก​กว่า​คน​อื่นๆ​แต่​กลับ​ได้​แค่​คนละ​หนึ่ง​เหรียญ​เงิน​เท่า​กัน 11 เมื่อ​รับ​ค่าแรง​แล้ว พวก​เขา​ก็​ไป​ต่อว่า​เจ้า​ของ​สวน​ว่า 12 ‘พวก​นั้น​ทำงาน​แค่​ชั่วโมง​เดียว แต่​นาย​จ่าย​ค่าแรง​ให้​เท่า​กับ​พวก​เรา​ที่​ทำงาน​กลาง​แดด​ร้อนๆ​มา​ทั้ง​วัน’

13 เจ้า​ของ​ไร่​ตอบ​คน​หนึ่ง​ไป​ว่า ‘เพื่อน​เอ๋ย ข้า​ไม่​ได้​โกง​เจ้า​นะ เจ้า​ตกลง​ค่าแรง​ไว้​หนึ่ง​เหรียญ​เงิน​ไม่​ใช่​หรือ 14 รับ​ค่าแรง​ของ​เจ้า​แล้ว​ไป​ซะ ข้า​พอใจ​จะ​จ่าย​คน​ที่​ข้า​จ้าง​มา​หลัง​สุด​เท่า​กับ​ที่​ข้า​จ่าย​เจ้า 15 ข้า​ไม่​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​ใช้​เงิน​ของ​ข้า​ตามใจ​ตัวเอง​หรือ​ยังไง เจ้า​อิจฉา​เพราะ​ข้า​ใจดี​หรือ’

16 อย่าง​นี้​แหละ คน​สุดท้าย​จะ​กลับ​เป็น​คน​แรก และ​คน​แรก​จะ​กลับ​เป็น​คน​สุดท้าย”

พระเยซู​พูด​ถึง​การตาย​ของ​พระองค์

(มก. 10:32-34; ลก. 18:31-34)

17 ขณะ​ที่​พระเยซู​กำลัง​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม พระองค์​พา​ศิษย์​ทั้ง​สิบสอง​คน​ปลีก​ตัว​ออก​มา​อยู่​กัน​ตาม​ลำพัง และ​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า 18 “ฟัง​นะ พวก​เรา​กำลัง​จะ​ขึ้น​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​บุตร​มนุษย์​จะ​ถูก​จับ​ส่ง​ไป​ให้​กับ​พวก​หัวหน้า​นักบวช และ​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ แล้ว​พวก​นั้น​จะ​ตัดสิน​ประหาร​ชีวิต​เขา 19 จาก​นั้น​ก็​จะ​ส่ง​มอบ​เขา​ไป​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ชาว​ยิว เพื่อ​พวก​นั้น​จะ​ได้​หัวเราะ​เยาะ​เขา เฆี่ยน​ตี​เขา และ​ตรึง​เขา​ที่​กางเขน แต่​เขา​ก็​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย​ใน​วันที่​สาม”

แม่​ของ​ยากอบ​และ​ยอห์นขอ​ตำแหน่ง​ให้​ลูก

(มก. 10:35-45)

20 ภรรยา​ของ​เศเบดี พร้อม​กับ​ลูก​สอง​คน​มา​หา​พระเยซู นาง​กราบ​ลง​และ​ขอ​ให้​พระองค์​ทำ​สิ่ง​หนึ่ง​ให้​กับ​นาง

21 พระเยซู​ถาม​นาง​ว่า “มี​อะไร​หรือ” นาง​ตอบ​ว่า “เมื่อ​พระองค์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ ขอ​ให้​ลูกชาย​ทั้ง​สอง​คนนี้​ของ​ฉัน​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​ของ​พระองค์​คน​หนึ่ง และ​นั่ง​อยู่​ทาง​ซ้าย​อีก​คน​หนึ่ง​ด้วย​เถิด​ค่ะ”

22 พระเยซู​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “พวก​คุณ​ไม่​รู้​ว่า​กำลัง​ขอ​อะไร​อยู่ คุณ​จะ​ดื่ม​จาก​จอก​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ความทุกข์ทรมาน​ที่​เรา​กำลัง​จะ​ดื่ม​ได้​หรือ” ทั้ง​สอง​คน​ตอบ​ว่า “ได้​ครับ”

23 พระเยซู​พูด​กับ​ทั้ง​สอง​คน​ว่า “พวก​คุณ​จะ​ได้​ดื่ม​แน่ แต่​จะ​ให้​ใคร​นั่ง​ทาง​ขวา​หรือ​ทาง​ซ้าย​ของ​เรา​นั้น เรา​ไม่​ได้​เป็น​คน​เลือก พระบิดา​ของ​เรา​จะ​เป็น​ผู้​เลือก​เอง”

24 เมื่อ​ศิษย์​ที่​เหลือ​อีก​สิบ​คน​รู้​เรื่องนี้​เข้า ก็​โกรธ​สอง​คน​พี่น้อง​นั้น​มาก 25 พระเยซู​ก็​เลย​เรียก​พวก​เขา​ทั้งหมด​เข้า​มา​และ​พูด​ว่า “พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า ผู้ครอบ​ครอง​ของ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ชาว​ยิว​ชอบ​ทำ​ตัว​เป็น​เจ้า​เป็น​นาย​เหนือ​ประชาชน และ​พวก​ผู้นำ​ชอบ​วาง​อำนาจ​เหนือ​ประชาชน 26 แต่​สำหรับ​พวก​คุณ มัน​จะ​ไม่​เป็น​อย่าง​นั้น ใน​หมู่​พวก​คุณ​ถ้า​คน​ไหน​อยาก​จะ​เป็น​ใหญ่ ก็​ให้​เขา​เป็น​ผู้รับใช้​คุณ 27 และ​ถ้า​คน​ไหน​อยาก​เป็น​คน​สำคัญ​ที่สุด ก็​ให้​เขา​เป็น​ทาส​รับใช้​ใน​หมู่​พวก​คุณ 28 เหมือน​กับ​บุตร​มนุษย์ ที่​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​ให้​คน​อื่น​รับใช้ แต่​มา​เพื่อ​รับใช้​คน​อื่น และ​ยอม​สละ​ชีวิต​เพื่อ​ปลดปล่อย​ให้​คน​มาก​มาย​เป็น​อิสระ”

พระเยซู​รักษา​คน​ตาบอด​สอง​คน

(มก. 10:46-52; ลก. 18:35-43)

29 เมื่อ​พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​กำลัง​ออก​จาก​เมือง​เยริโค ก็​มี​ฝูงชน​เดิน​ตาม​เป็น​จำนวน​มาก 30 มี​ชาย​ตาบอด​สอง​คน​นั่ง​อยู่​ริม​ถนน เมื่อ​ได้ยิน​ว่า​พระเยซู​กำลัง​ผ่าน​มา ก็​เริ่ม​ร้อง​ตะโกน​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต บุตร​ของ​ดาวิด สงสาร​พวก​เรา​ด้วย​เถอะ”

31 ฝูงชน​ต่อว่า​พวก​เขา​ให้​เงียบ แต่​เขา​ทั้ง​สอง​ยิ่ง​ตะโกน​ดัง​ขึ้น​อีก​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต บุตร​ของ​ดาวิด สงสาร​พวก​เรา​ด้วย​เถอะ”

32 พระเยซู​จึง​หยุด​และ​เรียก​พวก​เขา​เข้า​มาถาม​ว่า “อยาก​ให้​เรา​ช่วย​อะไร”

33 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต พวก​เรา​อยาก​จะ​มอง​เห็น”

34 พระเยซู​รู้สึก​สงสาร​พวก​เขา จึง​แตะ​ดวงตา​พวก​เขา พวก​เขา​ก็​มอง​เห็น​ได้​ทันที แล้ว​ก็​ติดตาม​พระองค์​ไป

21

พระเยซู​เข้า​เมือง​เยรูซาเล็มอย่าง​กษัตริย์

(มก. 11:1-11; ลก. 19:28-38; ยน. 12:12-19)

1 เมื่อ​พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​ใกล้​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม พวก​เขา​มา​หยุด​อยู่​ที่​หมู่บ้าน​เบธฟายี​ที่​ภูเขา​มะกอกเทศ พระเยซู​ส่ง​ศิษย์​สอง​คน​ไป​ก่อน​ล่วง​หน้า 2 สั่ง​ว่า “เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน​ข้าง​หน้า​นั้น ทันที​ที่​คุณ​ไป​ถึง คุณ​จะ​เห็น​แม่​ลา​ผูก​อยู่​กับ​ลูก​ของ​มัน ให้​แก้​มัด​ลา​ทั้ง​สอง​ตัว​แล้ว​จูง​มา​ให้​เรา 3 ถ้า​มี​ใคร​ถาม​ว่า จะ​เอา​ลา​ไป​ไหน ให้​ตอบ​ว่า องค์​เจ้า​ชีวิต​ต้องการ​ใช้ เขา​ก็​จะ​ให้​คุณ​มา​ทันที”

4 สิ่งนี้​เกิดขึ้น เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​พูด​ไว้​ว่า

5 “บอก​ชาว​เมือง​ศิโยน​ว่า

ดู​นั่น​สิ กษัตริย์​ของ​พวก​คุณ​กำลัง​มาหา

พระองค์​สุภาพ​อ่อน​โยน​และ​นั่ง​อยู่​บน​หลัง​ลา

นั่ง​อยู่​บน​ลูก​ลา​น้อย​ตัวผู้​ตัว​หนึ่ง”+ 21:5 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เศคาริยาห์ 9:9

6 ศิษย์​สอง​คน​นั้น​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน และ​ทำ​ตาม​ที่​พระเยซู​สั่ง 7 พวก​เขา​จูง​แม่​ลา​และ​ลูก​ลา​มา​ให้​พระองค์ แล้ว​เอา​เสื้อคลุม​ของ​เขา​ปู​บน​หลัง​ลา​ให้​พระเยซู​นั่ง 8 ฝูงชน​เป็น​จำนวน​มาก​พา​กัน​เอา​เสื้อคลุม​ของ​ตน​ปู​บน​ถนน บางคน​ก็​ตัด​กิ่งไม้​มา​ปู​ตาม​ท้องถนน​ให้​พระองค์​ผ่าน 9 ฝูงชน​ที่​เดิน​นำ​หน้า​และ​ที่​เดิน​ตาม​หลัง​พระองค์ ต่าง​ก็​พา​กัน​โห่ร้อง​ว่า

“ไชโย+ 21:9 ไชโย หรือ ใน​ภาษา​อารเมค ใช้​คำ​ว่า โฮซันนา เป็น​คำ​ที่​ใช้​ใน​การ​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​เพื่อ​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ ใน​ช่วง​เวลา​ของ​พระเยซู​นี้​อาจ​จะ​เป็น​เสียง​ร้อง​ตะโกน​ด้วย​ความ​สนุก​สนาน​ใน​การสรรเสริญ​พระเจ้า​หรือ​พระเมสสิยาห์​ของ​พวก​เขา สำหรับ​บุตร​ของ​ดาวิด

ขอ​พระเจ้า​อวยพร​คน​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต+ 21:9 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 118:25-26

ไชโย แด่​พระเจ้า​ผู้​ใหญ่​ยิ่ง​สูงสุด​ใน​สวรรค์”

10 เมื่อ​พระองค์​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม คน​ทั้ง​เมือง​ต่าง​แตก​ตื่น​ถาม​กัน​ว่า “ใคร​กัน​นี่”

11 ฝูงชน​ก็​ตอบ​ว่า “เยซู​ไง ผู้พูดแทนพระเจ้า คน​นั้น​ที่​มา​จาก​หมู่บ้าน​นาซาเร็ธ แคว้น​กาลิลี”

พระเยซู​ไป​วิหาร

(มก. 11:15-19; ลก. 19:45-48; ยน. 2:13-22)

12 พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​เขต​วิหาร และ​ไล่​คน​ที่​กำลัง​ซื้อ​และ​ขาย​ข้าวของ​กัน​อยู่​ที่​นั่น​ออก​ไป​จน​หมด พระองค์​คว่ำ​โต๊ะ​ของ​คน​รับแลก​เงิน และ​ที่​นั่ง​ของ​คน​ขาย​นก​พิราบ 13 พระองค์​ร้อง​บอก​กับ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​ที่​นั่น​ว่า “พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า ‘บ้าน​ของ​เรา​มี​ชื่อ​ว่า​เป็น​บ้าน​สำหรับ​อธิษฐาน’+ 21:13 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 56:7 แต่​พวก​เจ้า​กลับ​ทำ​ให้​มัน​เป็น​รัง​โจร”+ 21:13 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เยเรมียาห์ 7:11

14 มี​คน​ตาบอด​และ​คน​ง่อย​เข้า​มาหา​พระองค์​ใน​วิหาร พระองค์​รักษา​พวก​เขา​จน​หาย 15 เมื่อ​พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ เห็น​สิ่ง​อัศจรรย์​ต่างๆ​ที่​พระเยซู​ทำ และ​ได้ยิน​เสียง​เด็กๆ​โห่ร้อง​กัน​ใน​วิหาร​ว่า “ไชโย สำหรับ​บุตร​ของ​ดาวิด” พวก​เขา​ก็​โกรธ​แค้น​พระเยซู​มาก

16 พวก​เขา​ถาม​พระองค์​ว่า “ได้ยิน​ที่​เด็กๆ​พวก​นั้น​โห่ร้อง​กัน​อยู่​หรือ​เปล่า” พระเยซู​ตอบ​ว่า “ได้ยิน​สิ พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​ใน​พระคัมภีร์​หรือ​ที่​ว่า ‘พระเจ้า​ได้​สอน​เด็กๆ​และ​ทารก​ให้​ร้องเพลง​สรรเสริญ​พระองค์’”+ 21:16 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 8:2 (ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ)

17 แล้ว​พระเยซู​ก็​ออก​จาก​เมือง​ไป​พัก​ค้าง​คืน​อยู่​ที่​หมู่บ้าน​เบธานี

พระเยซู​แสดง​พลัง​แห่ง​ความเชื่อ

(มก. 11:12-14, 20-24)

18 เช้าตรู่​วันรุ่งขึ้น ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​พระเยซู​กำลัง​เดิน​กลับ​เข้า​เมือง พระองค์​รู้สึก​หิว 19 พระองค์​มอง​เห็น​ต้น​มะเดื่อ​อยู่​ริม​ทาง จึง​เดิน​เข้า​ไป​ใกล้​แต่​ไม่​เห็น​มี​ลูก มี​แต่​ใบ​เท่านั้น พระองค์​พูด​กับ​ต้น​มะเดื่อ​ว่า “อย่า​ได้​ออก​ลูก​อีก​เลย” และ​ต้น​มะเดื่อ​นั้น​ก็​เหี่ยวแห้ง​ตาย​ทันที

20 เมื่อ​พวก​ศิษย์​เห็น​ก็​แปลกใจ จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “ทำไม​มัน​ถึง​เหี่ยวแห้ง​ตาย​เร็ว​จัง​ครับ”

21 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้ ถ้า​คุณ​เชื่อ​โดย​ไม่​สงสัย​เลย คุณ​ก็​จะ​ทำ​อย่าง​นั้น​ได้​เหมือน​กัน และ​จะ​ทำ​ได้​มาก​กว่า​นั้น​ด้วย แม้แต่​สั่ง​ให้​ภูเขา​ลูกนี้​ลอย​ลง​ไป​ใน​ทะเล มัน​ก็​จะ​เป็น​ไป​ตาม​นั้น 22 ถ้า​คุณ​เชื่อ คุณ​จะ​ได้​ทุก​อย่าง​ที่​คุณ​อธิษฐาน​ขอ”

ผู้นำ​ชาวยิว​สงสัย​เรื่องสิทธิอำนาจ​ของ​พระเยซู

(มก. 11:27-33; ลก. 20:1-8)

23 พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​วิหาร เมื่อ​พระองค์​กำลัง​สอน​อยู่​นั้น พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส เข้า​มา​ถาม​พระองค์​ว่า “แก​มี​สิทธิ์​อะไร​ไป​ไล่​พวก​พ่อค้า​นั้น ใคร​ให้​สิทธิ์นี้​กับ​แก”

24 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​ขอ​ถาม​คุณ​เรื่อง​หนึ่ง​เหมือน​กัน ถ้า​คุณ​ตอบ​เรา แล้ว​เรา​จะ​บอก​ว่า​เรา​ใช้​สิทธิ์​ของ​ใคร​ทำ​อย่างนี้ 25 ตอบ​หน่อย​สิ​ว่า พิธีจุ่มน้ำ​ของ​ยอห์น​มา​จาก​สวรรค์​หรือ​มา​จาก​มนุษย์” พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ต่าง​ก็​ปรึกษา​กัน​ว่า “ถ้า​เรา​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​สวรรค์’ มัน​ก็​จะ​ย้อน​ถาม​เรา​ว่า ‘แล้ว​ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ไม่​เชื่อ​ยอห์น​ละ’ 26 แต่​ถ้า​เรา​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’ เรา​ก็​กลัว​ฝูงชน​จะ​โกรธ เพราะ​พวก​นั้น​ต่าง​ก็​เชื่อ​ว่า ยอห์น​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า”

27 พวก​เขา​จึง​ตอบ​พระเยซู​ว่า “ไม่​รู้​สิ” พระเยซู​ก็​เลย​บอก​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น เรา​ก็​จะ​ไม่​บอก​เหมือน​กัน ว่า​เรา​ใช้​สิทธิ์​ของ​ใคร​ใน​การ​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้”

เรื่อง​ลูกชาย​สอง​คน

28 “บอก​หน่อย​ว่า คุณ​คิด​อย่าง​ไร​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้ ชาย​คน​หนึ่ง​มี​ลูก​สอง​คน เขา​บอก​ลูกชาย​คน​โต​ว่า ‘ลูก​พ่อ วันนี้​ไป​ทำงาน​ใน​ไร่​องุ่น​ของ​พ่อ​นะ’

29 เขา​ตอบ​ว่า ‘ไม่​ได้​ครับ’ แต่​ต่อมา​เขา​เปลี่ยน​ใจ แล้ว​ไป​ทำงาน​ใน​ไร่​องุ่น

30 จาก​นั้น​พ่อ​ไป​บอก​ลูกชาย​อีก​คน​ว่า ‘ลูก​พ่อ วันนี้​ไป​ทำงาน​ใน​ไร่​องุ่น​ของ​พ่อ​นะ’ เขา​ตอบ​ว่า ‘ครับ​พ่อ ผม​จะ​ไป’ แต่​เขา​ก็​ไม่​ได้​ไป”

31 “ลูก​สอง​คนนี้ คน​ไหน​ที่​เชื่อฟัง​พ่อ​ของ​เขา” พวก​หัวหน้า​ชาว​ยิว​ตอบ​ว่า “ลูก​คน​แรก” พระเยซู​จึง​บอก​พวก​เขา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​เก็บ​ภาษี​และ​โสเภณี​กำลัง​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ก่อน​พวก​คุณ​เสีย​อีก 32 ยอห์น​ได้​มา​ชี้​ให้​เห็น​ว่า จะ​ใช้​ชีวิต​ที่​ถูกต้อง​กับ​พระเจ้า​ได้​อย่างไร พวก​คุณ​ก็​ไม่​ยอม​เชื่อ​เขา แต่​คน​เก็บ​ภาษี​และ​โสเภณี​กลับ​เชื่อ​ยอห์น ถึง​แม้​คุณ​เห็น​พวก​เขา​ทำ​อย่าง​นี้​แล้ว แต่​ก็​ยัง​ไม่​ยอม​กลับตัว​กลับใจ​มา​เชื่อ​ยอห์น​เลย

เรื่อง​เปรียบเทียบ​เกี่ยวกับ​ชาวสวน​ชั่ว

(มก. 12:1-12; ลก. 20:9-19)

33 ฟัง​เรื่อง​เปรียบเทียบ​นี้​ให้​ดี เจ้าของ​ที่​แปลง​หนึ่ง​ได้​ทำ​สวนองุ่น​ไว้ ล้อม​รั้ว​ไว้​รอบ ขุด​บ่อย่ำ​องุ่น+ 21:33 บ่อย่ำ​องุ่น หมายถึง สถานที่​ที่​ขุด​ลง​ไป​ใน​หิน​เพื่อ​ใช้​สำหรับ​ย่ำ​องุ่น และ​เก็บ​น้ำ​องุ่น​ไป​ทำ​เหล้า​องุ่น และ​สร้าง​หอคอย แล้ว​ให้​ชาว​สวน​มา​เช่า​สวนองุ่น​นั้น ส่วน​ตัว​เขา​เดิน​ทาง​ไป​ต่าง​ประเทศ 34 เมื่อ​ถึง​ฤดู​เก็บ​องุ่น เจ้าของ​สวน​ส่ง​พวก​ทาส​ของ​เขา​มา​รับ​ส่วน​แบ่ง​องุ่น​จาก​พวก​คน​เช่า

35 แต่​พวก​คน​เช่า​จับ​ทาส​ของ​เขา​ไว้ ทุบตี​คน​หนึ่ง ฆ่า​อีก​คน​หนึ่ง แล้ว​เอา​หิน​ขว้าง​อีก​คน​หนึ่ง 36 เจ้าของ​สวน​จึง​ส่ง​พวก​ทาส​มา​มาก​กว่า​ครั้ง​แรก แต่​ก็​ถูก​พวก​คน​เช่า​สวน ทำ​เหมือน​เดิม 37 สุดท้าย เจ้าของ​สวน​จึง​ส่ง​ลูกชาย​ของ​เขา​มา​เอง เขา​ว่า ‘พวก​นั้น​จะ​ต้อง​เคารพ​ยำเกรง​ลูกชาย​ของ​เรา​แน่ๆ’

38 แต่​เมื่อ​พวก​คน​เช่า​เห็น​ลูกชาย​ของ​เขา​มา ก็​พูด​กัน​ว่า ‘นี่​ไง ผู้​รับ​มรดก เร็วเข้า​พวก​เรา ฆ่า​มัน​ซะ สวนนี้​จะ​ได้​ตก​เป็น​ของ​พวก​เรา’ 39 พวก​คน​เช่า​สวน​จึง​จับ​ตัว​ลูกชาย​เจ้าของ​สวน​โยน​ออก​ไป​นอก​สวน​แล้ว​ฆ่า​เขา 40 เมื่อ​เจ้าของ​สวน​มา เขา​จะ​ทำ​อย่างไร​กับ​คน​เช่า​พวกนี้”

41 พวก​หัวหน้า​นักบวช​และพวก​ผู้นำ​อาวุโส​ตอบ​ว่า “เขา​จะ​ต้อง​ฆ่า​คน​ชั่ว​พวก​นั้น​อย่าง​โหดเหี้ยม และ​ให้​ชาว​สวน​คนอื่น​ที่​ยอม​แบ่ง​องุ่น​ให้​กับ​เขา​เมื่อ​ถึง​ฤดู​เก็บเกี่ยว​มา​เช่า​ต่อ”

42 พระเยซู​บอก​พวก​เขา​ว่า “พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​พระคัมภีร์​ข้อนี้​หรือ​ที่​ว่า

‘หิน​ก้อนนี้​ที่​ช่าง​ก่อ​สร้าง​ทิ้ง​แล้ว กลับ​กลาย​มา​เป็น​หิน​ก้อน​ที่​สำคัญ​ที่สุด

องค์​เจ้า​ชีวิต​ทำ​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น สำหรับ​เรา​แล้ว​นี่​เป็น​เรื่อง​ที่​เหลือ​เชื่อ​จริงๆ’+ 21:42 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 118:22-23

43 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​ถูก​ริบ​เอา​ไป​จาก​คุณ และ​ยก​ไป​ให้​กับ​คน​ที่​ทำ​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระเจ้า 44 คน​ที่​ล้มทับ​หินนี้ ร่างกาย​ก็​จะ​หัก​เป็น​ชิ้นๆ แต่​ถ้า​ถูก​หินนี้​ล้มทับ คน​นั้น​ก็​จะ​แหลก​ละเอียด”+ 21:44 สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​ไม่​มี​ข้อนี้

45 เมื่อ​พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ฟาริสี​ได้ยิน​เรื่อง​เปรียบเทียบ​นี้ ก็​รู้​ทันที​ว่า​พระองค์​กำลัง​ว่า​พวก​เขา​เป็น​คน​เช่า​ชั่วร้าย​พวก​นั้น 46 พวก​เขา​จึง​หา​ทาง​ที่​จะ​จับ​พระเยซู แต่​ก็​กลัว​ฝูงชน เพราะ​พวก​นี้​เชื่อ​ว่า​พระองค์​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า

22

เรื่อง​คน​ที่​ได้​รับเชิญ​มา​งานเลี้ยง

(ลก. 14:15-24)

1 พระเยซู​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​พวก​เขา​ฟัง​อีก​ว่า 2 “อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​กับ​กษัตริย์ ที่​ได้​เตรียม​งาน​แต่งงาน​ให้​กับ​ลูกชาย 3 แล้ว​กษัตริย์​ได้​เชิญ​แขก​เหรื่อ​มากมาย เมื่อ​เตรียม​งาน​เสร็จ​แล้ว กษัตริย์​ส่ง​ทาส​ไป​บอก​แขก​เหล่า​นั้น​ว่า มา​ได้​แล้ว แต่​กลับ​ไม่​มี​ใคร​มา 4 กษัตริย์​จึง​ส่ง​ทาส​คน​อื่น​ไป​อีก​ให้​ไป​บอก​พวก​แขก​เหรื่อ​นั้น​ว่า ‘เรา​ได้​ฆ่า​วัว​และ​ลูก​วัว​อ้วน​พี​ไว้​แล้ว ทุก​อย่าง​พร้อม​แล้ว มา​งาน​เลี้ยง​ได้​แล้ว’

5 แต่​ไม่​มี​ใคร​สนใจ ต่าง​ก็​ไป​ทำ​ธุระ​ของ​ตัวเอง คน​หนึ่ง​ไป​ทำ​สวน อีก​คน​หนึ่ง​ไป​ทำการค้า 6 คน​ที่​เหลือ​ก็​จับ​พวก​ทาส​มา​ทุบตี​และ​ฆ่า​ทิ้ง 7 กษัตริย์​โกรธ​แค้น​มาก ก็​เลย​ส่ง​กองทัพ​มา​ทำลาย​คน​ที่​ฆ่า​พวก​ทาส​ของ​เขา และ​เผา​เมือง​ของ​พวก​นั้น​ทิ้ง​ไป

8 แล้ว​กษัตริย์​พูด​กับ​พวก​ทาส​ว่า ‘งาน​แต่งงาน​ก็​เตรียม​ไว้​พร้อม​แล้ว แต่​แขก​ที่​เรา​เชิญ​นั้น​ไม่​เหมาะสม​ที่​จะ​มา​งาน​นี้ 9 ออก​ไป​ตาม​หัวถนน​ต่างๆ​เจอ​ใคร​ก็​เชิญ​มา​ให้​หมด’ 10 พวก​ทาส​จึง​ออก​ไป​ตาม​ถนน​และ​เชิญ​ทุก​คน​ที่​พวก​เขา​เจอ​ทั้ง​ดี​และ​ชั่ว จน​มี​แขก​เต็ม​ห้องโถง

11 เมื่อ​กษัตริย์​เข้า​มา​ดู​แขกเหรื่อ ก็​เห็น​ชาย​คน​หนึ่ง​แต่งตัว​ไม่​เหมาะสม​กับ​งาน 12 พระองค์​จึง​พูด​ว่า ‘เพื่อน​เอ๋ย เข้า​มา​ได้​อย่างไร ชุด​ใส่​สำหรับ​งาน​แต่ง​ก็​ไม่​มี’ ชาย​คนนั้น​ก็​ไม่​มี​คำ​แก้​ตัว 13 พระองค์​จึง​สั่ง​พวก​ทาส​ว่า ‘มัด​มือ​มัด​เท้า​มัน แล้ว​โยน​ออก​ไป​ที่​มืด​ข้าง​นอก​ที่​มี​เสียง​คน​ร้องไห้​โหยหวน​อย่าง​เจ็บ​ปวด’

14 มี​หลาย​คน​ที่​ได้รับ​เชิญ​มา แต่​มี​น้อย​คน​ที่​ถูก​เลือก​ไว้”

คำถาม​เกี่ยวกับ​การเสียภาษี

(มก. 12:13-17; ลก. 20:20-26)

15 แล้ว​พวก​ฟาริสี​ก็​ออก​ไป​วางแผน​หา​ทาง​จับผิด​คำพูด​ของ​พระเยซู 16 พวก​เขา​จึง​ส่ง​ลูกศิษย์​ของ​ตัวเอง กับ​พวก​ที่​สนับสนุน​กษัตริย์​เฮโรด​ไป​ถาม​พระเยซู​ว่า “อาจารย์ เรา​รู้​ว่า​อาจารย์​เป็น​คน​ซื่อสัตย์​และ​สอน​ความจริง​ที่​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​คน​ทำตาม อาจารย์​ไม่​กลัว​ว่า​คน​อื่น​จะ​คิด​อย่างไร เพราะ​อาจารย์​ไม่​เห็นแก่หน้า​ใคร​อยู่​แล้ว 17 ถ้า​อย่าง​นั้น​ช่วย​บอก​หน่อย​ว่า มัน​ถูกต้อง​ตามกฎ​หรือ​เปล่า​ที่​จะ​ต้อง​จ่าย​ภาษี​ให้​กับ​ซีซาร์”

18 แต่​พระเยซู​รู้​ถึง​เจตนา​ที่​ชั่วร้าย​ของ​พวก​เขา พระองค์​ย้อน​ว่า “ไอ้​พวก​หน้าซื่อใจคด แก​พยายาม​หา​เรื่อง​จับผิด​เรา​ทำไม 19 เอา​เหรียญ​ที่​ใช้​เสีย​ภาษี​มา​ให้​ดู​หน่อย” พวก​เขา​ยื่น​เหรียญ​เงิน​ให้​พระองค์​เหรียญ​หนึ่ง 20 พระองค์​ถาม​ว่า “นี่​รูป​ใคร และ​มี​ชื่อ​ใคร​อยู่​บน​เหรียญนี้”

21 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ซีซาร์” พระองค์​บอก​พวก​เขา​ว่า “ของๆ​ซีซาร์​ก็​ให้​กับ​ซีซาร์ ของๆ​พระเจ้า​ก็​ให้​กับ​พระเจ้า”

22 เมื่อ​ได้ยิน​อย่าง​นั้น พวก​เขา​ก็​ตะลึง​อึ้ง​ไป​เลย แล้ว​พา​กัน​จาก​ไป

พวก​สะดูสี​จับผิด​พระเยซู

(มก. 12:18-27; ลก. 20:27-40)

23 ใน​วัน​เดียว​กัน​นั้น พวก​สะดูสี​ซึ่ง​เป็น​พวก​ที่​เชื่อ​ว่า​คน​ตาย​แล้ว​จะ​ไม่​ฟื้น ได้​มา​ถาม​พระเยซู​ว่า 24 “อาจารย์ โมเสส​บอก​พวก​เรา​ว่า ‘ถ้า​ชาย​คน​ไหน​ตาย​และ​ยัง​ไม่​มี​ลูก น้อง​ชาย​ของ​เขา​ต้อง​แต่ง​กับ​หญิงม่าย​คน​นั้น จะ​ได้​มี​ลูก​ไว้​สืบ​สกุล​ให้​กับ​พี่ชาย​ของ​เขา’ 25 ครั้ง​หนึ่ง มี​พี่น้อง​อยู่​เจ็ด​คน พี่ชาย​คน​โต​แต่งงาน​แล้ว​ตาย​ไป แต่​ยัง​ไม่​มี​ลูก เขา​ได้​ทิ้ง​ภรรยา​ของ​เขา​ไว้​ให้​กับ​น้อง​ชาย 26 แล้ว​น้อง​ชาย​คน​ที่​สอง​ก็​ตาย​และ​ไม่​มี​ลูก น้อง​ชายคน​ที่​สาม​ก็​เหมือน​กัน​ไป​จน​ถึง​คน​ที่​เจ็ด 27 ใน​ที่​สุด​หญิง​คน​นั้น​ก็​ตาย​ด้วย 28 ใน​วัน​ที่​ทุก​คน​ฟื้น​ขึ้น​มา​จาก​ความ​ตาย ที​นี้​เธอ​จะ​เป็น​ภรรยา​ของ​ใคร ใน​เมื่อ​ทั้ง​เจ็ด​คน​นั้น​ก็​เคย​เป็น​สามี​ของ​เธอ”

29 พระเยซู​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​นี่​ผิด​ถนัด​เลย นี่​เป็น​เพราะ​พวก​คุณ​ไม่​เข้าใจ​พระคัมภีร์ และ​ไม่​รู้จัก​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเจ้า 30 เมื่อ​คน​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย​นั้น ก็​จะ​ไม่​มี​การแต่งงาน หรือ​ยก​ให้​เป็น​ผัวเมีย​กัน​อีก​แล้ว แต่​พวก​เขา​จะ​เป็น​เหมือน​ทูตสวรรค์ 31 ใน​เรื่อง​การฟื้นขึ้น​จาก​ความ​ตาย​นั้น พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​เลย​หรือ ที่​พระเจ้า​พูด​ว่า 32 ‘เรา​เป็น​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม พระเจ้า​ของ​อิสอัค และ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ’+ 22:32 เรา​เป็น​พระเจ้า … ยาโคบ อับราฮัม อิสอัค ยาโคบ คือ บรรพบุรุษ​ที่​สำคัญ​มาก​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล​ใน​สมัย​พระคัมภีร์​เดิม อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 3:6 ตอน​ที่​พระเจ้า​พูด​กับ​โมเสส​นี้ สาม​คนนี้​ตาย​ไป​นาน​แล้ว แสดง​ว่า​มี​การ​ฟื้น​คืน​ชีวิต​หลัง​ความ​ตาย ดังนั้น​พระเจ้า​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​ที่​มี​ชีวิต ไม่​ใช่​ของ​คน​ตาย”

33 เมื่อ​ฝูงชน​ได้ยิน​อย่างนี้ ต่าง​ก็​ทึ่ง​ใน​คำสอน​ของ​พระองค์

กฎ​ข้อ​ไหน​สำคัญ​ที่สุด

(มก. 12:28-34; ลก. 10:25-28)

34 เมื่อ​พวก​ฟาริสี​ได้ยิน​ว่า​พระเยซู​ทำ​ให้​พวก​สะดูสี​ถึง​กับ​อึ้ง​ไป​เลย พวก​เขา​ก็​มา​ชุมนุม​กัน 35 คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เขา​ที่​คล่อง​กฎ​ของ​โมเสส​มาก ได้​มา​ทดสอบ​พระเยซู​ว่า 36 “อาจารย์ ใน​กฎ​ของ​โมเสส คำสั่ง​ข้อ​ไหน​สำคัญ​ที่สุด​ครับ”

37 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “‘รัก​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​คุณ​อย่าง​สุดใจ สุดจิต และ​สิ้นสุด​ความคิด’+ 22:37 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 6:538 นี่​คือ​คำสั่ง​ข้อ​แรก​และ​ข้อ​สำคัญ​ที่สุด 39 ส่วน​คำสั่ง​ข้อ​สอง​ที่​สำคัญ​รอง​ลง​มา​คือ ‘รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตัวเอง’+ 22:39 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 19:1840 กฎปฏิบัติ​ทั้งหมด​และ​สิ่ง​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า เขียน​ไว้ ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​คำสั่ง​สอง​ข้อนี้”

พระเยซู​ถาม​ว่า​พระคริสต์​เป็น​ใคร

(มก. 12:35-37; ลก. 20:41-44)

41 ขณะ​ที่​พวก​ฟาริสี​ยัง​ชุมนุม​กัน​อยู่​ที่​นั่น พระเยซู​ได้​ถาม​พวก​เขา​ว่า 42 “คิด​อย่างไร​เกี่ยวกับ​พระคริสต์ เขา​เป็น​ลูก​ของ​ใคร” พวก​ฟาริสี​ตอบ​ว่า “เป็น​ลูก​ของ​ดาวิด”

43 พระเยซู​จึง​ถาม​ต่อว่า “แล้ว​ทำไม​ดาวิด ซึ่ง​พูด​โดย​อำนาจ​ของ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ ถึง​เรียก​เขา​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต’ และ​พูด​ว่า

44 ‘พระเจ้า​พูด​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ผม​ผู้เป็น​พระคริสต์​ว่า

“นั่ง​ลง​ทาง​ขวา​มือ​ของ​เรา

จนกว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​ศัตรู​ของ​ท่าน​ถูก​เหยียบ​อยู่​ใต้​เท้า​ของ​ท่าน”’+ 22:44 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 110:1

45 ถ้า​ดาวิด​เรียก​พระคริสต์​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต’ แล้ว​เขา​จะ​เป็น​ลูก​ของ​ดาวิด​ได้​อย่างไร”

46 ไม่​มี​ใคร​ตอบ​พระเยซู​ได้​สัก​คน นับ​ตั้งแต่​วัน​นั้น​มา​ก็​ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม​อะไร​พระองค์​อีก​เลย

23

พระเยซู​เตือน​ให้​รู้​เกี่ยวกับ​ผู้นำ​ศาสนา

(มก. 12:38-40; ลก. 11:37-52; 20:45-47)

1 พระเยซู​พูด​กับ​ฝูงชน และ​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ว่า 2 “พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​มี​อำนาจ​ใน​การสอน​พวก​คุณ​เรื่อง​กฎ​ของ​โมเสส 3 ให้​เชื่อฟัง​และ​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​เขา​สอน​นั้น แต่​อย่า​ไป​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​เลย เพราะ​เขา​สอน​อย่าง​หนึ่ง​แต่​ทำ​อีก​อย่าง​หนึ่ง 4 เขา​สร้าง​กฎ​ที่​เป็น​ภาระ​หนักอึ้ง​ให้​คน​อื่น​แบก​ไว้ แต่​ตัว​เขา​เอง​ไม่​ช่วย​ยก​แม้แต่​นิ้ว​เดียว

5 เขา​ทำ​ทุก​อย่าง​เพื่อ​อวด​คน​เท่า​นั้น เขา​ทำ​กล่อง​ใส่​ข้อ​พระคัมภีร์+ 23:5 กล่อง​ใส่​ข้อ​พระคัมภีร์ คือ กล่อง​หนัง​ใบ​เล็กๆ​บรรจุ​ข้อ​พระคัมภีร์ 4 ชุด ดู​ได้​จาก​หนังสือ​อพยพ 13:1-10, 11-16 และ​หนังสือ​เฉลยธรรมบัญญัติ 6:4-9; 11:13-21 ชาว​ยิว​บาง​คน​มัด​กล่อง​พระคัมภีร์​ไว้​ที่​หน้าผาก​และ​แขน​ซ้าย​เพื่อ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​เขา​เคร่ง​ศาสนา อัน​ใหญ่​กว่า​ธรรมดา​มา​ผูก​ที่​หน้าผาก​และ​ข้อมือ และ​เอา​พวก​พู่​ห้อย​ที่​ยาว​กว่า​ธรรมดา​มา​แขวน​ที่​ชาย​เสื้อ​คลุม 6 เขา​ชอบ​นั่ง​อยู่​หัว​โต๊ะ​ใน​งานเลี้ยง และ​นั่ง​ใน​ที่​สำคัญ​ที่สุด​ใน​ที่ประชุม 7 พวก​เขา​ชอบ​ให้​คน​ทำ​ความ​เคารพ​เขา​ที่​กลาง​ตลาด และ​ชอบ​ให้​คน​เรียกว่า ‘อาจารย์’

8 อย่า​ยอม​ให้​ใคร​เรียก​คุณ​ว่า ‘อาจารย์’ เพราะ​คุณ​มี​อาจารย์​เพียง​คน​เดียว และ​พวก​คุณ​ก็​เป็น​พี่น้อง​กัน​หมด 9 อย่า​เรียก​ใคร​บน​โลกนี้​ว่า ‘บิดา’ เพราะ​คุณ​มี​พระบิดา​เพียง​องค์​เดียว​อยู่​บน​สวรรค์ 10 และ​อย่า​ให้​ใคร​มา​เรียก​คุณ​ว่า ‘ครู’ เพราะ​คุณ​มี​ครู​เพียง​คน​เดียว​คือ​พระคริสต์ 11 คน​ที่​ยิ่งใหญ่​ที่สุด​ใน​หมู่​พวก​คุณ​ต้อง​เป็น​ผู้รับใช้ 12 คน​ที่​ยก​ตัวเอง​ให้​ใหญ่​กว่า​คน​อื่น จะ​ถูก​กด​ให้​ต่ำต้อย​ลง คน​ที่​ถ่อมตัว​ลง จะ​ถูก​เชิดชู​ให้​ยิ่งใหญ่​ขึ้น

13 น่าละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​ครู​สอน​กฎ​ปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​หน้าซื่อใจคด+ 23:13 หน้าซื่อใจคด คำนี้​แปล​ตรงๆ​จาก​ภาษา​กรีก​ว่า นักแสดง เจ้า​ปิด​หนทาง​คน​อื่น​ไม่​ให้​ไป​ถึง​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์ ตัว​เจ้า​เอง​ไม่​ยอม​เข้า​ไป แล้ว​ยัง​ไป​ขัดขวาง​ไม่​ให้​คน​อื่น​ที่​เขา​พยายาม​เข้า​ไป​อีก​ด้วย 14+ 23:14 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ ได้​เติม​ข้อ​ที่ 14 ว่า a “น่าละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี ไอ้​พวก​หน้าซื่อใจคด พวก​เจ้า​ได้​ยึด​บ้าน​ของ​หญิงม่าย และ​แกล้ง​อธิษฐาน​เสีย​ยืดยาว​เพื่อ​ให้​คน​อื่นๆ​เห็น ดังนั้น​พวก​เจ้า​จะ​ได้รับ​โทษ​หนัก​ยิ่ง​ขึ้น” ดู​จาก​หนังสือ มาระโก 12:40 และ ลูกา 20:47

15 น่าละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​ครู​สอน​กฎ​ปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​หน้าซื่อใจคด พวก​เจ้า​อุตส่าห์​ข้าม​น้ำ​ข้าม​ทะเล เพื่อ​จะ​หา​คน​มา​นับถือ​ศาสนา​อย่าง​เจ้า แต่​พอ​เจ้า​ได้​เขา​มา​แล้ว เจ้า​กลับ​ทำ​ให้​เขา​สมควร​ที่​จะ​ตก​นรก​มาก​กว่า​เจ้า​เอง​ถึง​สอง​เท่า

16 น่าละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​คน​นำทาง​ตาบอด พวก​เจ้า​สอน​ว่า ‘ถ้า​ใคร​สาบาน​ต่อ​วิหาร ก็​ไม่​มี​ผล​อะไร​เลย แต่​ถ้า​ใคร​สาบาน​ต่อ​ทองคำ​ใน​วิหาร​นั้น เขา​จะ​ต้อง​ทำ​ตาม​คำ​สาบาน​นั้น’ 17 เจ้า​คนโง่​ตาบอด อัน​ไหน​สำคัญ​กว่า​กัน ระหว่าง​ทองคำ​กับ​วิหาร​ที่​ทำ​ให้​ทองคำ​นั้น​ศักดิ์สิทธิ์ 18 พวก​เจ้า​ยัง​พูด​อีก​ว่า ‘ถ้า​ใคร​สาบาน​ต่อ​แท่น​บูชา มัน​ไม่​มี​ผล​อะไร​เลย แต่​ถ้า​ใคร​สาบาน​ต่อ​เครื่อง​เซ่นไหว้​บน​แท่น​บูชา​นั้น เขา​ต้อง​ทำ​ตาม​คำ​สาบาน​นั้น’ 19 เจ้า​มัน​ตาบอด​จริงๆ อะไร​สำคัญ​กว่า​กัน ระหว่าง​ของ​เซ่นไหว้​กับ​แท่น​บูชา​ที่​ทำ​ให้​ของ​นั้น​ศักดิ์สิทธิ์ 20 ด้วย​เหตุนี้ คน​ที่​สาบาน​ต่อ​แท่น​บูชา ก็​สาบาน​ต่อ​แท่น​บูชา​รวม​ถึง​ทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​บน​แท่น​บูชา​นั้น​ด้วย 21 คน​ที่​สาบาน​ต่อ​วิหาร ก็​สาบาน​ต่อ​วิหาร​รวม​ถึง​พระองค์​ผู้ที่​อยู่​ใน​วิหาร​นั้น​ด้วย 22 คน​ที่​ได้​สาบาน​ต่อ​สวรรค์ ก็​สาบาน​ต่อ​บัลลังก์​ของ​พระเจ้า​รวม​ถึง​พระองค์​ที่​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​นั้น​ด้วย

23 น่าละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​หน้าซื่อใจคด พวก​เจ้า​ได้​ให้​หนึ่ง​ใน​สิบ​ส่วน​ของ​ทุก​อย่าง​ที่​เจ้า​มี​กับ​พระเจ้า แม้แต่​สะระแหน่ ลูก​ผักชี และ​ยี่หร่า เจ้า​ก็​ให้ แต่​พวก​เจ้า​กลับ​มอง​ข้าม​เรื่อง​ที่​สำคัญ​กว่า​ใน​กฎ​ปฏิบัติ​นั้น คือ​ความ​ยุติธรรม ความ​เมตตา และ​ความซื่อสัตย์ การ​ให้​หนึ่ง​ใน​สิบ​ส่วน​นั้น​ก็ดี​อยู่​แล้ว แต่​ก็​ไม่​ควร​ทิ้ง​คำ​สอน​ที่​สำคัญ​กว่า​นี้​ด้วย​เหมือน​กัน 24 เจ้า​คน​นำทาง​ตาบอด พวก​เจ้า​กรอง​แมลง​ออก​จาก​น้ำ​ดื่ม แต่​กลับ​กลืน​อูฐ​เข้า​ไป​ทั้ง​ตัว+ 23:24 กรอง​แมลง … ทั้ง​ตัว หมาย​ความ​ว่า “พวก​คุณ​กังวล​เรื่อง​ความ​ผิดเล็กๆ​น้อยๆ​แต่​กลับ​ทำ​บาป​ที่​ร้ายแรง​ที่สุด”

25 น่าละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​หน้าซื่อใจคด พวก​เจ้า​ได้​ล้าง​ถ้วย​ล้าง​จาน​แต่​เพียง​ภาย​นอก แต่​ภาย​ใน​มี​แต่​ความ​โลภ​และ​กิเลส​เต็ม​ไป​หมด 26 เจ้า​ฟาริสี​ตาบอด ทำความ​สะอาด​ภาย​ใน​ถ้วย​ชาม​เสีย​ก่อน แล้ว​ภาย​นอก​ก็​จะ​สะอาด​ไป​เอง

27 น่า​ละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​หน้าซื่อใจคด พวก​เจ้า​เหมือน​กับ​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ที่​ทา​สีขาว ข้าง​นอก​ดู​สวยงาม แต่​ข้าง​ใน​เต็ม​ไป​ด้วย​กระดูก​คน​ตาย​และ​สิ่ง​สกปรก​สารพัด 28 เหมือน​กับ​พวก​เจ้า ที่​ภาย​นอก​คน​เห็น​ว่า​เป็น​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า แต่​ภาย​ใน​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​หน้าซื่อใจคด​และ​ความ​ชั่วร้าย

29 น่าละอาย​จริงๆ​พวก​เจ้า​ที่​เป็น​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​หน้าซื่อใจคด พวก​เจ้า​ได้​สร้าง​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ให้​กับ​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​ตก​แต่ง​อนุสาวรีย์​ให้​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า 30 แล้ว​เจ้า​ก็​พูด​ว่า ‘ถ้า​เรา​อยู่​ใน​สมัย​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​นั้น เรา​จะ​ไม่​ยอม​ร่วม​มือ​กับ​เขา​ใน​การ​ฆ่า​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​พวกนี้​แน่’ 31 นี่​แสดง​ให้​เห็น​ว่า พวก​เจ้า​ยอมรับ​ว่า ตัวเอง​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​คน​พวก​นั้น​ที่​ฆ่า​ผู้พูดแทนพระเจ้า 32 ดังนั้น​ไป​ทำ​ความบาป​ที่​บรรพบุรุษ​เจ้า​ได้​เริ่ม​ไว้​ให้​เสร็จ​เสีย​สิ

33 เจ้า​พวก​งู​ร้าย พวก​อสรพิษ พวก​เจ้า​จะ​หนี​นรก​ไป​พ้น​ได้​อย่างไร 34 เรา​ส่ง​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า คน​ที่​มี​ปัญญา และ​ครู​มา​หา​เจ้า แล้ว​พวก​เจ้า​ก็​จับ​พวก​เขา​ไป​ฆ่า​บ้าง ไป​ตรึง​บน​ไม้​กางเขน​บ้าง ไป​เฆี่ยน​ใน​ที่ประชุม​บ้าง และ​ไล่​ล่า​พวก​เขา​หนี​จาก​เมือง​หนึ่ง​ไป​ยัง​อีก​เมือง​หนึ่ง​บ้าง 35 ดังนั้น​เลือด​ของ​คน​ที่​ทำ​ตาม​ใจ​พระเจ้า​ที่​หลั่งไหล​ลง​บน​โลกนี้​จะ​ตก​ลง​บน​พวก​เจ้า ตั้งแต่​เลือด​ของ​อาเบล​จน​ถึง​เลือด​ของ​เศคาริยาห์+ 23:35 เลือด … เศคาริยาห์ ใน​พระคัมภีร์​เดิม ปฐมกาล 4:8 และ 2 พงศาวดาร 24:21 อาเบล​และ​เศคาริยาห์​เป็น​คน​แรก​และ​คน​สุด​ท้าย​ที่​ถูก​ฆ่า ลูก​ของ​เบเรคิยาห์​ที่​โดน​พวก​เจ้า​ฆ่า​ตาย​ระหว่าง​วิหาร​กับ​แท่น​บูชา 36 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ผล​กรรม​เหล่า​นั้น​จะ​ตก​อยู่​กับ​คน​ใน​สมัยนี้​อย่าง​แน่​นอน

พระเยซู​เตือน​คน​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม

(ลก. 13:34-35)

37 เยรูซาเล็ม เยรูซาเล็ม​เอ๋ย เจ้า​ได้​ฆ่า​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​เอา​หิน​ขว้าง​คน​ที่​พระเจ้า​ส่ง​มา​หา​เจ้า​จน​ตาย มี​หลาย​ครั้ง​ที่​เรา​อยาก​จะ​โอบ​ลูกๆ​ของ​เจ้า​เข้า​มา​เหมือน​แม่​ไก่​กก​ลูก​อยู่​ใต้​ปีก​ของ​มัน แต่​เจ้า​ก็​ไม่​ยอม 38 ตอนนี้​บ้าน​ของ​พวก​เจ้า​จะ​ถูก​ทิ้ง​ให้​รกร้าง 39 จาก​นี้​ไป พวก​เจ้า​จะ​ไม่​ได้​เห็น​เรา​อีก​จน​กว่า​พวก​เจ้า​จะ​พูด​ว่า ‘ขอ​ให้​พระเจ้า​อวยพร​ผู้​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต’+ 23:39 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 118:26

24

การ​ทำลาย​วิหาร​และ​การ​กลับมา​ของ​บุตร​มนุษย์

(มก. 13:1-31; ลก. 17:24-37; 21:5-33)

1 เมื่อ​พระเยซู​กำลัง​เดิน​ออก​จาก​วิหาร พวก​ศิษย์​มา​ชี้​ให้​พระองค์​ดู​ตึก​ต่างๆ​ของ​วิหาร 2 พระองค์​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เห็น​ตึก​พวกนี้​ไหม เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ตึก​พวกนี้​จะ​ถูก​ทำลาย​จน​หมด​สิ้น ไม่​เหลือ​แม้แต่​ซาก​หิน​เรียง​ซ้อน​ทับ​กัน​อีก​เลย”

3 ใน​ขณะ​ที่​พระเยซู​กำลัง​นั่ง​อยู่​บน​ภูเขา​มะกอกเทศ พวก​ศิษย์​มา​หา​พระองค์​เป็น​การ​ส่วนตัว และ​พูด​ว่า “ช่วย​บอก​หน่อย​ครับ​ว่า สิ่ง​เหล่านี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อไหร่ แล้ววัน​ที่​อาจารย์​จะ​กลับ​มา​และ​วัน​สิ้นยุค​นั้น จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อ​ไหร่ แล้ว​จะ​มี​อะไร​บอก​เหตุ​ให้​รู้​ก่อน​ไหม​ครับ​ว่า​มัน​จะ​เกิด​ขึ้น​แล้ว”

4 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ระวัง​อย่า​ให้​ใคร​หลอก​ได้​ล่ะ 5 เพราะ​จะ​มี​หลาย​คน​มา​แอบ​อ้าง​ชื่อ​ของ​เรา เขา​จะ​บอก​ว่า​ตัวเขา​เป็น​พระคริสต์ และ​ทำ​ให้​หลาย​คน​หลง​เชื่อ 6 เมื่อ​คุณ​ได้ยิน​เสียง​สงคราม​เกิด​ขึ้น​ใกล้ๆ​และ​ได้​ข่าว​ว่า​มี​สงคราม​ที่​อื่น ไม่​ต้อง​ตกใจ เพราะ​มัน​จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​อย่าง​แน่นอน แต่​นั่น​ยัง​ไม่​ใช่​วัน​สุดท้าย​ของ​โลก 7 ชนชาติ​หนึ่ง​จะ​ลุกฮือ​ขึ้น​ต่อสู้​กับ​อีก​ชนชาติ​หนึ่ง อาณาจักรนี้​จะ​ลุกฮือ​ขึ้น​ต่อสู้​กับ​อาณาจักร​โน้น จะ​เกิด​การ​กันดารอาหาร และ​เกิด​แผ่นดิน​ไหว​หลาย​แห่ง 8 แต่​นี่​เป็น​แค่​จุด​เริ่มต้น​ของ​ปัญหา​เหมือน​เจ็บ​ท้อง​เตือน​ก่อน​คลอด​ลูก

9 พวก​คุณ​จะ​ถูก​จับ​ไป​ทรมาน​และ​ถูก​ฆ่า คน​ทุก​ประเทศ​จะ​เกลียด​คุณ เพราะ​พวก​คุณ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา 10 เมื่อ​ถึง​เวลา​นั้น จะ​มี​หลาย​คน​ทิ้ง​ความ​เชื่อ​ไป มี​การหักหลังกัน​และ​เกลียดชังกัน 11 จะ​มี​คน​มากมาย​มา​ปลอม​ตัว​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​มา​หลอกลวง​คน​จำนวน​มาก 12 ความชั่ว​ที่​แพร่​ไป จะ​ทำ​ให้​ความรัก​ของ​หลาย​คน​มอด​ไป 13 แต่​คน​ที่​ทน​ได้​จน​ถึง​ที่สุด​จะ​ได้รับ​ความรอด 14 ข่าวดี​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​ถูก​ป่าว​ประกาศ​ไป​ทั่วโลก เพื่อ​ทุก​ชาติ​จะ​ได้ยิน​เกี่ยวกับ​ข่าว​ดีนี้ แล้ว​ใน​ที่สุด​ก็​จะ​ถึง​วัน​สิ้น​ยุค

15 ‘สิ่ง​ที่​น่า​ขยะแขยง’+ 24:15 สิ่ง​ที่​น่า​ขยะแขยง อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ดาเนียล 9:27; 11:31; 12:11 ที่​ทำลาย​วิหาร​จน​ราบเรียบ​เป็น​หน้ากลอง ตาม​ที่​ดาเนียล​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​บอก​ไว้​นั้น คุณ​จะ​ได้​เห็น​ตั้ง​อยู่​ใน​สถานที่​ศักดิ์สิทธิ์” (คน​อ่าน​ต้อง​ทำ​ความ​เข้าใจ​กับ​สิ่งนี้​ให้​ดี) 16 “เมื่อ​ถึง​เวลา​นั้น ให้​คน​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย​วิ่ง​หนี​ไป​ที่​ภูเขา 17 อย่า​ให้​คน​ที่​อยู่​บน​ดาดฟ้า​กลับ​เข้า​ไป​เก็บ​ของ​ใน​บ้าน 18 อย่า​ให้​คน​ที่​อยู่​ใน​ไร่นา กลับ​ไป​เอา​เสื้อคลุม 19 ใน​วัน​นั้น​จะ​น่ากลัว​มาก​สำหรับ​ผู้หญิง​ท้อง​และ​แม่​ลูกอ่อน​ที่​ให้​นม​ลูก 20 อธิษฐาน​ขอ​ให้​เวลา​ที่​จะ​ต้อง​หนี​นั้น​ไม่​ใช่​หน้า​หนาว​หรือ​วันหยุด​ทาง​ศาสนา+ 24:20 อธิษฐาน​ขอ … วันหยุด​ทาง​ศาสนา อธิบาย​เพิ่ม​เติม​ว่า​ทำไม​เหตุการณ์​ถึง​เลวร้าย​ถ้า​เกิด​ขึ้น​ใน​วัน​หยุด เพราะ​กฎ​ของ​ชาว​ยิว​ห้าม​เดิน​ทาง​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​เกิน​หนึ่ง​กิโลเมตร และ​ห้าม​ขี่​ม้า หรือ​ขี่​ลา​ด้วย คน​อื่นๆ​อาจจะ​ห้าม​คน​ที่​พยายาม​จะ​หนี เพื่อ​ไม่​ให้​ทำ​ผิด​กฎ21 เพราะ​ใน​เวลา​นั้น​จะ​เกิด​ความ​ทุกข์ยาก​อย่าง​ใหญ่​หลวง​ชนิด​ที่​ไม่​เคย​เกิด​ขึ้น​มา​ก่อน​นับ​ตั้งแต่​โลก​ได้​เกิด​ขึ้น​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ และ​จะ​ไม่​มี​อะไร​ที่​แย่​ไป​กว่า​นี้​อีก​แล้ว​ใน​อนาคต 22 ยิ่ง​ไป​กว่า​นั้น ถ้า​พระเจ้า​ไม่​ทำ​ให้​วัน​เวลา​เหล่า​นั้น​สั้น​ลง ก็​จะ​ไม่​มี​ใคร​รอด​ชีวิต​เลย แต่​เพราะ​พระองค์​เห็นแก่​คน​ที่​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้ พระองค์​จึง​ทำ​ให้​วัน​เวลา​เหล่า​นั้น​สั้น​ลง 23 ใน​เวลา​นั้น​ถ้า​มี​ใคร​มา​บอก​ว่า ‘ดู​สิ นี่​ไง​พระคริสต์’ หรือ ‘โน่น​ไง​พระองค์’ ก็​อย่า​ไป​หลง​เชื่อ 24 เพราะ​จะ​มี​พวก​พระคริสต์​จอม​ปลอม​และ​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​จอม​ปลอม​เกิด​ขึ้น และ​พวก​เขา​ก็​จะ​ทำ​อิทธิฤทธิ์​ปาฏิหาริย์​กัน ถ้า​เป็น​ไป​ได้​พวก​เขา​ก็​จะ​หลอก​แม้​กระทั่ง​คน​ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก​ไว้​แล้ว 25 จำ​ไว้​นะ เรา​ได้​เตือน​พวก​คุณ​ไว้​ก่อน​ล่วงหน้า​แล้ว

26 ดังนั้น ถ้า​มี​ใคร​มา​บอก​ว่า ‘นั่น​ไง​พระคริสต์ อยู่​ใน​ที่​เปล่าเปลี่ยว’ ก็​อย่า​ออก​ไป หรือ​ถ้า​คน​บอก​ว่า ‘พระคริสต์​อยู่​นี่​ไง ใน​ห้อง​ข้าง​ใน​นั้น’ ก็​อย่า​ไป​หลง​เชื่อ 27 เพราะ​เมื่อ​บุตร​มนุษย์​เสด็จ​มา​ปรากฏ​ตัว จะ​เหมือน​กับ​ฟ้าแลบ​ทาง​ทิศ​ตะวันออก ที่​สามารถ​มอง​เห็น​ได้​ใน​ทาง​ทิศตะวันตก 28 และ​ก็​เหมือน​กับ​ที่​ซาก​ศพ​อยู่​ที่​ไหน ก็​จะ​เห็น​ฝูง​แร้ง​อยู่​ที่​นั่น

29 ‘ทันที​ที่​วัน​แห่ง​ความ​ทุกข์ยาก​นั้น​สิ้นสุด​ลง

ดวง​อาทิตย์​จะ​มืด​มิด ดวงจันทร์​จะ​ไม่​ส่อง​แสง

ดวงดาว​จะ​ร่วง​หล่น​จาก​ท้องฟ้า

พวก​ผู้​มี​อำนาจ​ใน​ฟ้า​สวรรค์​จะ​ถูก​สั่นคลอน’+ 24:29 ดู​ที่ อิสยาห์ 13:10; 34:4

30 ใน​เวลา​นั้น​จะ​มี​สัญญาณ​บน​ท้องฟ้า​บอก​ให้​รู้​ว่า​บุตร​มนุษย์​กำลัง​จะ​เสด็จ​มา ประชาชน​ทั้งหมด​บน​โลก​จะ​ร้องไห้​คร่ำครวญ และ​จะ​มองเห็น​บุตร​มนุษย์​มา​บน​เมฆ​ใน​ท้องฟ้า มี​ฤทธิ์​อำนาจ​ที่​ยิ่งใหญ่​และ​บารมี​อัน​เจิดจ้า 31 แล้ว​พระองค์​จะ​ส่ง​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​ออก​ไป​ด้วย​เสียง​แตร​อัน​ดัง พวก​ทูตสวรรค์​จะ​รวบรวม​คน​ที่​พระองค์​เลือก​ไว้​แล้ว จาก​ทั่ว​ทุก​ทิศ จาก​ขอบ​ฟ้า​ด้าน​หนึ่ง​ไป​สุด​ขอบ​ฟ้า​อีก​ด้าน​หนึ่ง

32 ให้​เรียนรู้​จาก​ต้น​มะเดื่อ​กัน​เถอะ เมื่อ​ต้น​มะเดื่อ​เริ่ม​แตก​กิ่งก้าน​และ​ใบ​อ่อน พวก​คุณ​ก็​ว่า​ใกล้​ถึง​หน้า​ร้อน​แล้ว 33 เช่น​เดียว​กัน​เมื่อ​พวก​คุณ​เห็น​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​เกิด​ขึ้น พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า​เวลา​นั้น​ใกล้​มา​ถึง​แล้ว อยู่​ที่​หน้า​ประตู​นี่​เอง 34 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​จะ​เกิด​ขึ้น​ก่อน​ที่​คน​ใน​รุ่นนี้​จะ​ตาย 35 สวรรค์​และ​โลก​จะ​สูญสิ้น​ไป แต่​ถ้อยคำ​ของ​เรา​จะ​ไม่​มี​วัน​สูญหาย

พระเจ้า​เท่านั้น​ที่​รู้​ว่าเวลานั้น​จะ​มา​ถึง​เมื่อไหร่

(มก. 13:32-37; ลก. 17:26-30, 34-36)

36 แต่​ไม่​มี​ใคร​รู้​วัน​เวลา​นั้น​เลย แม้แต่​ทูตสวรรค์​หรือ​พระบุตร​ก็​ไม่​รู้ มี​แต่​พระบิดา​เท่า​นั้น​ที่​รู้ 37 เมื่อ​บุตร​มนุษย์​จะ​มา ก็​จะ​เหมือน​กับ​ใน​สมัย​ของ​โนอาห์ 38 ใน​สมัย​นั้น​ก่อน​ที่​น้ำ​จะ​ท่วม ผู้คน​ได้​กิน​และ​ดื่ม​กัน แต่งงาน​กัน และ​ยก​ลูก​ให้​แต่งงาน​กัน จน​กระทั่ง​วัน​ที่​โนอาห์​เข้า​ไป​ใน​เรือ 39 คน​พวกนี้​ไม่​รู้ตัว​เลย​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น จน​กระทั่ง​น้ำท่วม​และ​พัด​พา​คน​พวกนี้​ไป​หมด เมื่อ​บุตร​มนุษย์​​เสด็จ​มา​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน 40 ใน​เวลา​นั้น เมื่อ​ชาย​สอง​คน​กำลัง​ทำ​ไร่​อยู่ คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​รับ​ไป อีก​คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​ทิ้ง​ไว้ 41 เมื่อ​ผู้หญิง​สอง​คน​กำลัง​โม่​แป้ง​อยู่ คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​รับ​ไป และ​อีก​คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​ทิ้ง​ไว้

42 พวก​คุณ ระวัง​ตัว​ไว้​ให้​ดี เพราะ​ไม่​รู้​ว่า​องค์​เจ้า​ชีวิต​จะ​มา​เมื่อ​ไหร่ 43 อย่า​ลืม​ว่า ถ้า​เจ้าของ​บ้าน​รู้ตัว​ว่า ขโมย​จะ​ขึ้น​บ้าน​ตอน​ไหน​ใน​เวลา​กลาง​คืน เขา​ก็​จะ​คอย​ระวัง ไม่​ปล่อย​ให้​ขโมย​งัด​เข้า​มา​ใน​บ้าน​แน่ 44 พวก​คุณ​ก็​ต้อง​เตรียม​ตัว​ให้​พร้อม​ด้วย เพราะ​บุตร​มนุษย์ จะ​มา​ใน​เวลา​ที่​พวก​คุณ​คาด​ไม่ถึง

ทาส​ซื่อสัตย์กับ​ทาส​ชั่วช้า

(ลก. 12:41-48)

45 ใคร​เป็น​ทาส​ที่​ซื่อสัตย์​และ​ฉลาด ที่​เจ้านาย​มอบ​หมาย​ให้​ดูแล​พวก​ทาส​คน​อื่นๆ​ใน​บ้าน​เรือน​ของ​เขา และ​ให้​จัดหา​อาหาร​ให้​ทาส​พวก​นั้น​กิน​ตาม​เวลา 46 เมื่อ​นาย​กลับ​มา​เห็น​ทาส​คน​นั้น​ทำงาน​อย่าง​ดี ทาส​คน​นั้น​ก็​จะ​ได้รับ​เกียรติ​จริงๆ 47 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เจ้านาย​จะ​แต่งตั้ง​ให้​เขา​ดูแล​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ของ​เขา 48 แต่​ถ้า​ทาส​คน​นั้น​ชั่วช้า และ​คิด​ว่า ‘นาย​ของ​ข้า​ยัง​ไม่​กลับ​มา​หรอก’ 49 แล้ว​เขา​เริ่ม​ทุบ​ตี​พวก​ทาส​คน​อื่นๆ​และ​กิน​ดื่ม​กับ​พวก​ขี้เมา 50 นาย​ของ​เขา​จะ​กลับ​มา​ใน​วัน​เวลา​ที่​เขา​ไม่​คาดคิด​และ​ไม่ทัน​รู้ตัว 51 นาย​ของ​เขา​จะ​ตัด​เขา​ออก​เป็น​ชิ้นๆ​และ​ไล่​ให้​ไป​อยู่​กับ​พวก​คน​หน้าซื่อใจคด ซึ่ง​ที่​นั่น​จะ​มี​แต่​เสียง​ร้องไห้​โหยหวน​อย่าง​เจ็บปวด

25

เรื่อง​เพื่อน​เจ้าสาว​สิบ​คน

1 ใน​เวลา​นั้น​อาณาจักร​แห่ง​สวรรค์​จะ​เปรียบ​เหมือน​กับ เพื่อน​เจ้าสาว​สิบ​คน​ที่​ถือ​ตะเกียง​ออก​มา​รอ​รับ​เจ้าบ่าว 2 ใน​พวก​เขา​มี​ห้า​คน​เป็น​หญิง​โง่ และ​อีก​ห้า​คน​เป็น​หญิง​ฉลาด 3 หญิง​โง่​ห้า​คน​นั้น​เอา​ตะเกียง​ไป แต่​ไม่​ได้​เอา​น้ำมัน​สำรอง​ไป​ด้วย 4 แต่​หญิง​ฉลาด​ห้า​คน​นั้น​เอา​น้ำมัน​สำรอง​ไป​พร้อม​กับ​ตะเกียง​ด้วย 5 เจ้าบ่าว​มา​ช้า หญิงสาว​ทั้งหมด​ก็​ง่วง​และ​หลับ​ไป

6 เมื่อ​ถึง​เที่ยงคืน ก็​มี​เสียง​ร้อง​เรียกว่า ‘เจ้าบ่าว​มา​แล้ว ออก​มา​ต้อนรับ​เร็ว​เข้า’

7 เพื่อน​เจ้าสาว​ทั้งหมด​ตื่น​ขึ้น และ​เตรียม​ตะเกียง​ของ​ตน​ให้​พร้อม 8 แล้ว​หญิง​โง่​ก็​พูด​กับ​หญิง​ฉลาด​ว่า ‘ขอ​แบ่ง​น้ำมัน​ของ​พวก​เธอ​ให้​กับ​พวก​เรา​บ้าง​สิ ตะเกียง​ของ​พวก​เรา​ใกล้​จะ​ดับ​อยู่​แล้ว’

9 หญิง​ฉลาด​ตอบ​ว่า ‘ไม่​ได้​หรอก เพราะ​น้ำมันนี้​มี​ไม่​พอ​สำหรับ​พวก​เรา​ทุก​คน พวก​เธอ​ไป​หา​ซื้อ​จาก​คน​ขาย​น้ำมัน​เอา​เอง​ก็​แล้ว​กัน’

10 ขณะ​ที่​หญิง​โง่​ออก​ไป​หา​ซื้อ​น้ำมัน เจ้าบ่าว​ก็​มา​ถึง เพื่อน​เจ้าสาว​ที่​พร้อม​อยู่​แล้ว​ก็​เข้า​ไป​ใน​งาน​แต่งงาน​กับ​เจ้าบ่าว แล้ว​ประตู​ก็​ถูก​ปิด​ลง

11 ต่อมา​เมื่อ​หญิง​โง่​ห้า​คน​นั้น​กลับ​มา ก็​ร้อง​เรียกว่า ‘คุณ​คะ คุณ​คะ ช่วย​เปิด​ประตู​ให้​พวก​เรา​หน่อย​ค่ะ’

12 แต่​เจ้าบ่าว​ตอบ​ว่า ‘จะ​บอก​ให้ ผม​ไม่​รู้จัก​คุณ​สัก​หน่อย’

13 ดังนั้น​ให้​พร้อม​อยู่​เสมอ เพราะ​พวก​คุณ​ไม่​รู้​ถึง​วัน​เวลา​ที่​เรา​จะ​กลับ​มา

เรื่อง​ทาส​สาม​คน

(ลก. 19:11-27)

14 หรือ​เรา​อาจ​จะ​เปรียบ​อาณาจักร​นั้น​เหมือน​กับ​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​กำลัง​จะ​เดินทาง​ไป​ต่าง​ประเทศ จึง​เรียก​พวก​ทาส​มา​และ​ฝาก​ทรัพย์สิน​ให้​พวก​เขา​ดูแล 15 เขา​ให้​เงิน​ห้า​ถุง​กับ​ทาส​คน​หนึ่ง ให้​เงิน​สอง​ถุง​กับ​ทาส​อีก​คน​หนึ่ง และ​ให้​เงิน​หนึ่ง​ถุง+ 25:15 เงิน​หนึ่ง​ถุง หมายถึง เงิน 1 ตะลันต์ ซึ่ง​เป็น​หน่วย​ชั่ง เท่า​กับ​ประมาณ 30 ถึง 40 กิโลกรัม ซึ่ง​อาจ​จะ​เป็น​ทอง เงิน หรือ​ทองแดง กับ​ทาส​คน​สุดท้าย โดย​ได้​แบ่ง​ให้​ตาม​ความ​สามารถ​ของ​แต่​ละ​คน แล้ว​เขา​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป 16 ทาส​ที่​ได้รับ​เงิน​ห้า​ถุง เอา​เงิน​ไป​ค้าขาย​ทันที และ​ได้​กำไร​มา​อีก​ห้า​ถุง 17 ทาส​ที่​ได้​เงิน​สอง​ถุง เอา​เงิน​ไป​ค้าขาย​เหมือนกัน และ​ได้​กำไร​มา​อีก​สอง​ถุง 18 แต่​ทาส​ที่​ได้​เงิน​หนึ่ง​ถุง​ได้​ขุด​หลุม​ซ่อน​เงิน​ของ​เจ้านาย​ไว้​ใน​พื้นดิน

19 หลัง​จาก​เวลา​ผ่าน​ไป​นาน เจ้า​นาย​กลับ​มา​และ​เรียก​พวก​เขา​มา​ถาม​ว่า​เอา​เงิน​ไป​ทำ​อะไร​กัน​บ้าง 20 ทาส​ที่​ได้​เงิน​ไป​ห้า​ถุง​ได้​นำ​เงิน​กำไร​อีก​ห้า​ถุง​มา​ให้​นาย และ​บอก​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ ท่าน​ให้​ผม​ดูแล​เงิน​ห้า​ถุง และ​นี่​ผม​ได้​กำไร​มา​อีก​ห้า​ถุง’

21 นาย​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘เยี่ยม​มาก เจ้า​เป็น​ทาส​ที่​ดี​และ​ซื่อสัตย์ เจ้า​ได้​ซื่อสัตย์​ใน​สิ่ง​เล็กๆ​น้อยๆ​เรา​จะ​ตั้ง​ให้​เจ้า​ดูแล​ของ​จำนวน​มาก มา​ร่วม​ฉลอง​กับ​เรา’

22 แล้ว​ทาส​ที่​ได้รับ​เงิน​สอง​ถุง​ก็​มา และ​พูด​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ ท่าน​ให้​ผม​ดูแล​เงิน​สอง​ถุง ดู​สิ​ครับ ผม​ได้​กำไร​มา​อีก​สอง​ถุง’

23 นาย​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘เจ้า​ทำ​ดี​มาก เจ้า​เป็น​ทาส​ที่​ดี​และ​ซื่อสัตย์ เจ้า​ซื่อสัตย์​ใน​สิ่ง​เล็กๆ​น้อยๆ เรา​จะ​ตั้ง​ให้​เจ้า​ดูแล​ของ​จำนวน​มาก มา​ร่วม​ฉลอง​กับ​เรา’

24 แล้ว​ทาส​ที่​ได้รับ​เงิน​ถุง​เดียว​ก็​มา และ​พูด​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ ผม​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ที่​โหดร้าย​ทารุณ ท่าน​เก็บเกี่ยว​ใน​ที่ดิน​ซึ่ง​ท่าน​ไม่​ได้​ปลูก และ​เก็บ​พืชผล​ที่​ท่าน​ไม่​ได้​หว่าน 25 ผม​กลัว​ท่าน ก็​เลย​เอา​ถุง​เงิน​ไป​ฝัง​ดิน​ซ่อน​ไว้ นี่​ไง​ถุง​เงิน​ของ​ท่าน’

26 นาย​จึง​ด่า​เขา​ว่า ‘ไอ้​ทาส​ชาติชั่ว​จอมขี้เกียจ ใน​เมื่อ​เจ้า​รู้​ว่า​ข้า​เก็บเกี่ยว​ใน​ที่ดิน​ซึ่ง​ข้า​ไม่​ได้​ปลูก และ​เก็บ​พืชผล​ที่​ข้า​ไม่​ได้​หว่าน 27 ถ้า​อย่าง​นั้น เจ้า​ก็​น่า​จะ​เอา​เงิน​ของ​ข้า​ไป​ฝาก​ธนาคาร​ไว้ เพื่อ​ว่า​เมื่อ​ข้า​กลับ​มา ข้า​ก็​จะ​ได้​เงิน​กลับ​มา​พร้อม​ทั้ง​ดอกเบี้ย​ด้วย’

28 แล้ว​เจ้านาย​ก็​บอก​ให้​เอา​ถุง​เงิน​จาก​เขา​ไป​ให้​คน​ที่​มี​ถุง​เงิน​สิบ​ถุง 29 เพราะ​คน​ที่​ทำ​ประโยชน์​จาก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่ ก็​จะ​ได้รับ​เพิ่ม​มาก​ขึ้น​จน​เหลือ​เฟือ แต่​คน​ที่​ไม่​ได้​ทำ​ประโยชน์​จาก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่ ทุก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​จะ​ถูก​ริบ​ไป​จน​หมด​ด้วย 30 จาก​นั้น​เขา​ก็​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​ทาส​ที่​ไร้​ประโยชน์นี้​โยน​ออก​ไป​ที่​มืด​ข้างนอก ที่​นั่น​จะ​มี​เสียง​ร้องไห้​โหยหวน​ด้วย​ความเจ็บปวด

บุตร​มนุษย์​จะ​พิพากษา​ทุก​คน

31 เมื่อ​บุตร​มนุษย์​เสด็จ​มา​อย่าง​สง่างาม​พร้อม​เหล่า​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์ พระองค์​จะ​นั่ง​บน​บัลลังก์​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ 32 คน​ทุก​เชื้อชาติ​จะ​มา​รวม​กัน​ต่อหน้า​บุตร​มนุษย์ พระองค์​จะ​แยก​พวก​เขา​ออก​จาก​กัน เหมือน​กับ​คน​เลี้ยง​แกะ​ที่​แยก​แกะ​ออก​จาก​แพะ 33 พระองค์​จะ​แยก​แกะ​ไว้​ทาง​ขวา​มือ และ​แยก​แพะ​ไว้​ทาง​ซ้าย​มือ

34 กษัตริย์​จะ​พูด​กับ​พวก​ที่​อยู่​ทาง​ขวา​มือ​ว่า ‘พวก​เจ้า​ที่​ได้รับ​พร​จาก​พระบิดา​ของ​เรา มา​รับ​อาณาจักร​ที่​ได้​เตรียม​ไว้​สำหรับ​พวก​เจ้า​ตั้งแต่​เริ่ม​สร้าง​โลก 35 เพราะ​เมื่อ​เรา​หิว พวก​เจ้า​ก็​เลี้ยง​เรา เรา​กระหาย​น้ำ เจ้า​ก็​ให้​น้ำ​เรา​ดื่ม เรา​เป็น​คน​แปลกหน้า เจ้า​ก็​ต้อนรับ​เรา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน 36 เรา​ไม่​มี​เสื้อผ้า​ใส่ เจ้า​ก็​หา​เสื้อผ้า​มา​ให้ เรา​ไม่​สบาย เจ้า​ก็​ดูแล เรา​ติด​คุก เจ้า​ก็​มา​เยี่ยม’

37 แล้ว​พวก​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​จะ​ตอบ​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต พวก​เรา​เคย​เห็น​ท่าน​หิว​และ​เลี้ยง​ท่าน​ตั้งแต่​เมื่อไหร่ หรือ​เห็น​ท่าน​กระหาย​น้ำ แล้ว​ให้​น้ำ​ท่าน​ดื่ม​ตั้งแต่​เมื่อไหร่ 38 แล้ว​พวก​เรา​เคย​เห็น​ท่าน​เป็น​คน​แปลกหน้า แล้ว​เชิญ​ท่าน​เข้า​มา​ใน​บ้าน หรือ​เห็น​ท่าน​ไม่​มี​เสื้อผ้า​ใส่ แล้ว​หา​เสื้อผ้า​มา​ให้​ใส่​ตั้งแต่​เมื่อไหร่ 39 แล้ว​พวก​เรา​เห็น​ท่าน​ป่วย หรือ​อยู่​ใน​คุก แล้ว​ไป​เยี่ยม​ตั้งแต่​เมื่อไหร่​หรือ​ครับ​ท่าน’

40 กษัตริย์​จะ​ตอบ​พวก​เขา​ว่า ‘เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เมื่อไหร่​ก็​ตาม​ที่​พวก​เจ้า​ทำ​อะไร​ให้​กับ​คน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด​คน​หนึ่ง​ใน​หมู่​พี่น้อง​ของ​เรา เจ้า​ก็​ได้​ทำ​ให้​กับ​เรา​ด้วย’

41 แล้ว​กษัตริย์​หัน​ไป​ตวาด​ใส่​พวก​ที่​อยู่​ทาง​ซ้าย​มือ​ว่า ‘ไป​ให้​พ้น พวก​ที่​ถูก​สาป​แช่ง ไป​ตกใน​กองไฟ​ที่​ไม่​มี​วัน​ดับ ซึ่ง​เตรียม​ไว้​สำหรับ​มาร​และ​พวก​ผู้ช่วย​ของ​มัน 42 เพราะ​เมื่อ​เรา​หิว เจ้า​ก็​ไม่​ได้​ให้​อะไร​เรา​กิน เรา​กระหาย​น้ำ เจ้า​ก็​ไม่​ได้​ให้​อะไร​เรา​ดื่ม 43 เรา​เป็น​คน​แปลกหน้า เจ้า​ก็​ไม่​ได้​เชิญ​เรา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน เรา​ไม่​มี​เสื้อผ้า​ใส่ เจ้า​ก็​ไม่​ได้​ให้​เสื้อผ้า​เรา​ใส่ เรา​ไม่​สบาย​และ​อยู่​ใน​คุก เจ้า​ก็​ไม่​เคย​มา​ดูแล​เรา’

44 แล้ว​พวก​เขา​ก็​จะ​ตอบ​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต ตอน​ไหน​กัน​ที่​พวก​เรา​เห็น​ท่าน​หิว​หรือ​กระหาย​น้ำ หรือ​เป็น​คน​แปลกหน้า หรือ​ไม่​มี​เสื้อผ้า​ใส่ หรือ​ไม่​สบาย หรือ​ติด​คุก แล้ว​พวก​เรา​ไม่​ได้​ช่วยเหลือ​ท่าน’ 45 กษัตริย์​จะ​ตอบ​ว่า ‘เรา​ขอ​บอก​ให้​รู้​ว่า​อะไร​ก็​ตาม​ที่​พวก​เจ้า​ไม่​ได้​ทำ​ให้​กับ​คน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด​คน​หนึ่ง​ใน​พวกนี้ เจ้า​ก็​ไม่​ได้​ทำ​กับ​เรา’

46 แล้ว​พวก​เขา​ก็​จะ​ต้อง​ไป​รับ​โทษ​ตลอด​ไป แต่​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​จะ​เข้า​สู่​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป”

26

ผู้นำ​ชาว​ยิว​วางแผน​ฆ่า​พระเยซู

(มก. 14:1-2; ลก. 22:1-2; ยน. 11:45-53)

1 เมื่อ​พระเยซู​พูด​เรื่อง​พวกนี้​เสร็จ​แล้ว พระองค์​บอก​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า 2 “พวก​คุณ​ก็​รู้​แล้ว​ว่า อีก​สอง​วัน​จะ​ถึง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย และ​บุตร​มนุษย์​จะ​ถูก​ส่ง​มอบ​ไป​ให้​ศัตรู​เพื่อ​เอา​ไป​ตรึง​ที่​กางเขน”

3 พวก​หัวหน้า​นักบวช​และพวก​ผู้นำ​อาวุโส​มา​ประชุม​กัน​ที่​บ้าน​ของ​คายาฟาส​นักบวช​สูงสุด 4 พวก​เขา​วางแผน​จับ​ตัว​พระเยซู​ไป​ฆ่า 5 แต่​พวก​เขา​ตกลง​กัน​ว่า “อย่า​เพิ่ง​ทำ​ใน​ช่วง​เทศกาล เพราะ​ประชาชน​จะ​ก่อ​การจลาจล​ขึ้น”

หญิง​คน​หนึ่ง​ชโลม​น้ำหอมบน​ศีรษะ​พระเยซู

(มก. 14:3-9; ยน. 12:1-8)

6 ใน​เมือง​เบธานี ขณะ​ที่​พระเยซู​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​ซีโมน​ที่​เคย​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง 7 มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ถือ​ขวด​ใส่​น้ำหอม​ราคา​แพง​มาก​มาหา​พระองค์ เธอ​ชโลม​น้ำหอม​ลง​บน​ศีรษะ​ของ​พระองค์ ขณะ​ที่​พระองค์​กำลัง​กิน​อาหาร​อยู่

8 เมื่อ​พวก​ศิษย์​เห็น​อย่าง​นั้น​ก็​โกรธ ต่าง​พูด​กัน​ว่า “ทำไม​ถึง​ทำ​ให้​เสีย​ของ​อย่างนี้ 9 มัน​คง​ขาย​ได้​เงิน​มาก​ที​เดียว แล้ว​ก็​เอา​เงิน​นั้น​ไป​แจก​จ่าย​ให้​กับ​คน​จน”

10 เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน จึง​ห้าม​พวก​ศิษย์​ว่า “ไป​วุ่นวาย​กับ​เธอ​ทำไม เธอ​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ดี​งาม​ให้​กับ​เรา 11 พวก​คุณ​จะ​มี​คน​จน​อยู่​ด้วย​เสมอ+ 26:11 คน​จน … เสมอ ดู​ได้​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 15:11 แต่​เรา​จะ​ไม่​อยู่​กับ​พวก​คุณ​เสมอ​ไป 12 ที่​เธอ​เท​น้ำหอม​ลง​บน​ตัว​เรา​นั้น ก็​เพื่อ​เตรียม​เรา​ไว้​สำหรับ​การฝังศพ 13 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ไม่ว่า​ข่าวดีนี้​จะ​ประกาศ​ออก​ไป​ที่​ไหนๆ​ใน​โลกนี้ ก็​จะ​มี​คน​พูด​ถึง​เรื่อง​ที่​เธอ​ทำ​ให้​กับ​เรา​นี้​เสมอ เพื่อ​เป็น​การ​ระลึก​ถึง​เธอ”

ยูดาส​กลาย​เป็น​ศัตรู​ของ​พระเยซู

(มก. 14:10-11; ลก. 22:3-6)

14 ยูดาส อิสคาริโอท ศิษย์​เอก​คน​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน​ของ​พระเยซู ได้​ไป​พบ​พวก​หัวหน้า​นักบวช 15 เขา​ถาม​ว่า “ถ้า​ผม​ส่ง​ตัว​พระเยซู​ให้ จะ​จ่าย​ให้​ผม​เท่าไหร่” แล้ว​พวก​เขา​ก็​ให้​เงิน​ยูดาส​สามสิบ​เหรียญ 16 ตั้งแต่นั้น​มา ยูดาส​ก็​คอย​จ้อง​หา​โอกาส​ที่​จะ​ส่ง​พระเยซู​ให้​กับ​พวก​เขา

พระเยซู​กิน​อาหาร​มื้อ​พิเศษในเทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย

(มก. 14:12-21; ลก. 22:7-14, 21-23; ยน. 13:21-30)

17 วัน​แรก​ของ​เทศกาล​กิน​ขนมปัง​ไร้​เชื้อ พวก​ศิษย์​ได้​เข้า​มา​ถาม​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​จะ​ให้​พวก​เรา​เตรียม​อาหาร​สำหรับ​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​ให้​อาจารย์​ที่​ไหน​ครับ”

18 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ให้​เข้า​ไป​ใน​เมือง​หา​ชาย​คน​หนึ่ง แล้ว​บอก​เขา​ว่า ‘อาจารย์​บอก​ว่า เวลา​ของ​เรา​ใกล้​มา​ถึง​แล้ว เรา​จะ​เลี้ยงฉลอง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​กับ​พวก​ศิษย์​ของ​เรา​ที่​บ้าน​ของ​คุณ’” 19 พวก​ศิษย์​ทำ​ตาม​ที่​พระเยซู​บอก และ​จัด​เตรียม​อาหาร​สำหรับ​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​ที่​นั่น

20 เมื่อ​ถึง​ตอน​เย็น พระเยซู​เอน​ตัว​อยู่​ที่​โต๊ะ​อาหาร พร้อม​กับ​ศิษย์​ทั้ง​สิบสอง​คน 21 ขณะ​ที่​กำลัง​กิน​กัน​อยู่​นั้น พระเยซู​ได้​พูด​ขึ้น​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​หนึ่ง​ใน​พวก​คุณ​จะ​หักหลัง​เรา”

22 พวก​ศิษย์​ตระหนก​ตกใจ​มาก ต่าง​ถาม​พระองค์​ว่า “คง​ไม่​ใช่​ผม​นะ อาจารย์”

23 พระเยซู​ตอบ​ว่า “คน​ที่​เอา​มือ​จิ้ม​ลง​ใน​ชาม​เดียว​กับ​เรา​จะ​เป็น​คน​ที่​หักหลัง​เรา 24 บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ตาย เหมือน​กับ​ที่​พระคัมภีร์​ได้​เขียน​ไว้​แล้ว แต่​คน​ที่​หักหลัง​บุตร​มนุษย์​นี้​น่าละอาย​จริงๆ ถ้า​เขา​ไม่​ได้​เกิด​มา ก็​คง​จะ​ดี​กว่า”

25 พอ​ยูดาส​คน​ที่​จะ​หักหลัง​พระองค์​ถาม​ว่า “คง​ไม่​ใช่​ผม​นะ อาจารย์” พระองค์​จึง​ตอบ​ว่า “คุณ​นั่น​แหละ”

ขนมปัง​และ​เหล้าองุ่น

(มก. 14:22-26; ลก. 22:15-20; 1 คร. 11:23-25)

26 ขณะ​ที่​กำลัง​กิน​กัน​อยู่​นั้น พระเยซู​หยิบ​ขนมปัง​มา ขอบคุณ​พระเจ้า จาก​นั้น​หัก​ขนมปัง​ให้​พวก​ศิษย์​และ​พูด​ว่า “รับ​ไป​กิน​สิ นี่​คือ​ร่างกาย​ของ​เรา”

27 แล้ว​พระองค์​หยิบ​ถ้วย​ขึ้น​มา ขอบคุณ​พระเจ้า ส่ง​ไป​ให้​พวก​เขา​และ​พูด​ว่า “ให้​ทุก​คน​ดื่ม​จาก​ถ้วยนี้ 28 เพราะ​นี่​คือ​เลือด​ของ​เรา พระเจ้า​ได้​ทำ​สัญญา​ขึ้น​มา​ด้วย​เลือดนี้ มัน​ได้​หลั่งไหล​ออก​มา​เพื่อ​ยกโทษ​ให้​กับ​ความบาป​ของ​คน​ทั้งหลาย 29 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​เหล้า​องุ่นนี้​อีก จน​กว่า​จะ​ถึง​วัน​นั้น​ที่​เรา​จะ​ได้​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ด้วย​กัน​กับ​พวก​คุณ​ใน​อาณาจักร​ของ​พระบิดา​เรา”

30 เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ร้องเพลง​สรรเสริญ​พระเจ้า​แล้ว ก็​ออก​ไป​ที่​ภูเขา​มะกอกเทศ

พระเยซู​ทำนาย​ว่าพวกศิษย์​จะ​ทิ้ง​พระองค์

(มก. 14:27-31; ลก. 22:31-34; ยน. 13:36-38)

31 พระเยซู​บอก​พวก​ศิษย์​ว่า “คืนนี้​พวก​คุณ​จะ​ทิ้ง​เรา​ไป​กัน​หมด​ทุก​คน เหมือน​กับ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระคัมภีร์​ว่า

‘เรา​จะ​ฆ่า​คน​เลี้ยง​แกะ

และ​แกะ​ฝูง​นั้น​จะ​กระเจิด​กระเจิง​ไป’+ 26:31 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เศคาริยาห์ 13:7

32 แต่​เมื่อ​เรา​ฟื้น​ขึ้น​มา เรา​จะ​ล่วงหน้า​พวก​คุณ​ไป​ที่​แคว้น​กาลิลี​ก่อน”

33 เปโตร​ตอบ​ว่า “ถึง​แม้​คน​อื่นๆ​จะ​ทิ้ง​อาจารย์​ไป​หมด แต่​ผม​จะ​ไม่​มี​วัน​ทำ​อย่าง​นั้น”

34 พระเยซู​จึง​ตอบ​เปโตร​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คืนนี้​ก่อน​ไก่​ขัน คุณ​จะ​พูด​ว่า​ไม่​รู้จัก​เรา​ถึง​สาม​ครั้ง”

35 แต่​เปโตร​ยืนยัน​ว่า “ถึง​ผม​จะ​ต้อง​ตาย​กับ​อาจารย์ ผม​ก็​ไม่​มี​วัน​พูด​ว่า​ไม่​รู้จัก​อาจารย์” และ​พวก​ศิษย์​ทั้งหมด​ก็​พูด​อย่าง​เดียว​กัน

พระเยซู​อธิษฐาน​ตาม​ลำพัง

(มก. 14:32-42; ลก. 22:39-46)

36 จาก​นั้น​พระเยซู​ก็​พา​ศิษย์​ไป​ที่​สวน​แห่ง​หนึ่ง​เรียกว่า เกทเสมนี และ​บอก​พวก​ศิษย์​ว่า “นั่ง​คอย​อยู่​ที่​นี่​นะ เรา​จะ​ไป​อธิษฐาน​ทาง​โน้น” 37 พระองค์​พา​เปโตร​กับ​ลูก​ทั้ง​สอง​คน​ของ​เศเบดี​ไป​ด้วย พระองค์​รู้สึก​โศกเศร้า​และ​เป็น​ทุกข์​มาก 38 พระองค์​จึง​บอก​พวก​เขา​ว่า “เรา​ทุกข์ใจ​มาก​จน​แทบ​จะ​ตาย​อยู่​แล้ว ให้​ตื่น​และเฝ้า​ระวัง​อยู่​กับ​เรา​หน่อย”

39 พระองค์​เดิน​ห่าง​ออก​ไป​นิด​หนึ่ง ก้ม​หน้า​ซบลง​กับ​พื้นดิน แล้ว​อธิษฐาน​ว่า “พระบิดา ถ้า​เป็น​ไป​ได้ ขอ​ให้​ถ้วย+ 26:39 ถ้วย พระเยซู​กำลัง​พูด​ถึง​สิ่ง​เลวร้าย​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​พระองค์ ซึ่ง​เป็น​การ​ยาก​ที่​จะ​ยอมรับ​สิ่ง​เหล่านี้ เปรียบ​เหมือน​กับ​การ​ดื่ม​อะไร​สัก​อย่าง​ที่​มี​รสชาติ​ที่​แย่​มาก แห่ง​ความ​ทุกข์ยาก​นี้​ผ่าน​พ้น​ไป​จาก​ลูก​ด้วย​เถิด แต่​ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ความต้องการ​ของ​พระองค์​ไม่​ใช่​ของ​ลูก” 40 แล้ว​พระองค์​ก็​เดิน​กลับ​มา​เห็น​พวกศิษย์​หลับ​อยู่ พระองค์​จึง​พูด​กับ​เปโตร​ว่า “พวก​คุณ​ตื่น​อยู่​เป็น​เพื่อนก​เรา​สัก​ชั่วโมง​ไม่​ได้​เลย​หรือ 41 ให้​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษฐาน เพื่อ​จะ​ได้​ไม่​แพ้​ต่อ​การยั่วยวน ถึง​แม้​จิตใจ​อยาก​จะ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง แต่​ร่างกาย​ยัง​อ่อนแอ​อยู่”

42 พระองค์​เดิน​กลับ​ไป และ​อธิษฐาน​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง​ว่า “พระบิดา ถ้า​ถ้วย​แห่ง​ความ​ทุกข์ยาก​นี้​ผ่าน​พ้น​ลูก​ไป​ไม่​ได้ นอก​จาก​ลูก​จะ​ต้อง​ดื่ม​มัน ก็​ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ความต้องการ​ของ​พระองค์​เถิด” 43 จาก​นั้น​พระองค์​ก็​เดิน​กลับ​มา ก็​พบ​ว่า​พวก​ศิษย์​ยัง​หลับ​อยู่ เพราะ​เปลือก​ตา​เขา​หนัก​อึ้ง​จน​ลืม​ไม่​ขึ้น 44 พระองค์​จึง​เดิน​ไป​จาก​พวก​เขา และ​อธิษฐาน​เหมือน​เดิม​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม 45 พระองค์​เดิน​กลับ​มา​ที่​พวก​ศิษย์​อีก และ​พูด​ว่า “ยัง​นอน​หลับ​พักผ่อน​กัน​อยู่​อีก​หรือ ชั่วโมง​ที่​บุตร​มนุษย์​จะ​ถูก​หักหลัง​ให้​ไป​อยู่​ใน​มือ​ของ​พวก​คน​บาป​นั้น​มา​ถึง​แล้ว 46 ลุก​ขึ้น​ไป​กัน​เถอะ นั่น​ไง​คน​ที่​หักหลัง​เรา​มา​ถึง​แล้ว”

พระเยซู​ถูก​จับ

(มก. 14:43-50; ลก. 22:47-53; ยน. 18:3-12)

47 พระองค์​พูด​ยัง​ไม่ทัน​ขาดคำ ยูดาส​ศิษย์​คน​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน​ของ​พระองค์​ก็​มา​ถึง พร้อม​กับ​คน​กลุ่ม​ใหญ่​ที่​ถือ​ทั้ง​ดาบ​และ​ไม้กระบอง คน​พวกนี้​ถูก​ส่ง​มา​จาก​พวก​หัวหน้า​นักบวช​และพวก​ผู้นำ​อาวุโส 48 ยูดาส​ได้​ตกลง​กับ​พวก​นั้น​ไว้​ก่อน​ล่วงหน้า​แล้ว​ว่า “คน​ที่​ผม​จูบ​คือ​คนๆ​นั้น เข้า​ไป​จับ​กุม​ได้​เลย” 49 ยูดาส​ก็​ตรง​เข้า​ไป​หา​พระเยซู​ทันที พร้อม​กับ​พูด​ว่า “สวัสดี​ครับ อาจารย์” และ​จูบ​พระองค์

50 พระเยซู​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “เพื่อน​เอ๋ย มา​ทำ​อะไร​ก็​รีบ​ทำ​ไป​เลย” แล้ว​คน​เหล่า​นั้น ก็​เข้า​มา​จับ​ตัว​พระองค์​และ​คุมตัว​ไว้ 51 ศิษย์​คน​หนึ่ง​ที่​อยู่​กับ​พระเยซู​จึง​ชัก​ดาบ​ออก​มา​แล้ว​ก็​ฟัน​ถูก​หู​ทาส​คน​หนึ่ง​ของ​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​ขาด​ไป

52 พระเยซู​พูด​กับ​เขา​ว่า “เก็บ​ดาบ​ใส่​ฝัก​เสีย เพราะ​คน​ที่​ใช้​ดาบ​จะ​ตาย​เพราะ​ดาบ 53 คุณ​คิด​ว่า เรา​จะ​ขอ​ความช่วยเหลือ​จาก​พระบิดา​เรา​ไม่​ได้​หรือ พระองค์​จะ​ส่ง​ทูตสวรรค์​มา​ให้​กับ​เรา​มาก​กว่า​สิบสอง​กอง+ 26:53 สิบสอง​กอง มี​ทหาร​ประมาณ​หก​พัน​คน ได้​ทัน​ที 54 แต่​ถ้า​เรา​ทำ​อย่าง​นั้น มัน​ก็​จะ​ไม่​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้”

55 แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​คน​กลุ่ม​ใหญ่​นั้น​ว่า “เห็น​เรา​เป็น​โจร​หรือ​ยังไง ถึง​ได้​ถือ​ดาบ​และ​ไม้กระบอง​มา​จับ​เรา ตอน​ที่​เรา​นั่ง​สอน​อยู่​ใน​วิหาร​ทุก​วัน กลับ​ไม่​มา​จับ 56 แต่​ทั้งหมดนี้​เกิด​ขึ้น ก็​เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​เขียน​ไว้” แล้ว​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ได้​ทิ้ง​พระองค์​และ​หนี​ไป

พระเยซู​อยู่​ต่อหน้า​ผู้นำ​ชาวยิว

(มก. 14:53-65; ลก. 22:54-55, 63-71; ยน. 18:13-14, 19-24)

57 พวก​นั้น​จับ​พระเยซู​ไป​ที่​บ้าน​ของ​คายาฟาส​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด ที่​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และพวก​ผู้นำ​อาวุโส​ได้​ประชุม​กัน​อยู่ 58 เปโตร​ตาม​พระองค์​มา​ห่างๆ​จน​ถึง​ลาน​บ้าน​ของ​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด แล้ว​เขา​เข้า​ไป​นั่ง​อยู่​ใน​ลาน​บ้าน​กับ​พวก​ผู้คุม เพื่อ​ดู​ว่า​จะ​มี​อะไร​เกิด​ขึ้น

59 พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​สมาชิก​สภา​แซนฮีดริน​ทั้งหมด​พยายาม​หา​พยานเท็จ​มา​ปรักปรำ​พระเยซู เพื่อ​จะ​ได้​ฆ่า​พระองค์ 60 แต่​ก็​หา​ไม่​ได้​เลย ถึง​แม้ว่า​จะ​มี​พยาน​เท็จ​มา​ปรักปรำ​พระองค์​หลาย​คน พวก​เขา​ก็​ไม่​สามารถ​หา​หลักฐาน​ที่​ดี​พอที่​จะ​ตัดสิน​ฆ่า​พระองค์​ได้ 61 ใน​ที่​สุด​ก็​มี​สอง​คน​ให้​การ​ว่า “ชาย​คนนี้​เคย​พูด​ว่า ‘เรา​สามารถ​ทำลาย​วิหาร​ของ​พระเจ้า และ​สร้าง​ขึ้น​มา​ใหม่​ภาย​ใน​สาม​วัน’”

62 หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​จึง​ยืน​ขึ้น ถาม​พระเยซู​ว่า “แก​จะ​ไม่​แก้​ตัว​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​กล่าว​หา​แก​หรือ” 63 แต่​พระเยซู​ยัง​นิ่งเงียบ หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด จึง​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “เรา​ขอ​สั่ง​แก​ใน​นาม​ของ​พระเจ้า​ที่​มี​ชีวิต​อยู่ บอก​พวก​เรา​มา​สิ​ว่า แก​คือ​พระคริสต์ พระบุตร​ของ​พระเจ้า​หรือ​เปล่า”

64 พระองค์​จึง​ตอบ​เขา​ว่า “ท่าน​พูด​ถูก​แล้ว แต่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใน​อนาคต​ท่าน​จะ​ได้​เห็น​บุตร​มนุษย์​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​ของ​พระเจ้า​ผู้​ยิ่งใหญ่ และ​เสด็จ​มา​บน​เมฆ​ใน​ท้องฟ้า”

65 แล้ว​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด ก็​ฉีกทึ้ง​เสื้อผ้า​ของ​ตัวเอง​และ​พูด​ว่า “มัน​พูด​หมิ่นประมาท​พระเจ้า​ชัดๆ เรา​ยัง​ต้องการ​พยาน​อะไร​อีก เห็น​ไหม พวก​คุณ​ก็​ได้ยิน​คำหมิ่นประมาท​แล้ว 66 พวก​คุณ​คิด​ว่า​อย่างไร” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “มัน​มี​ความ​ผิด มัน​สมควร​ตาย”

67 พวก​เขา​ถ่ม​น้ำลาย​รด​หน้า​พระองค์ และ​ชกต่อย​พระองค์ บางคน​ก็​ตบ​หน้า​พระองค์ 68 และ​พูด​ว่า “ทาย​มา​สิ ไอ้​คริสต์ ใคร​ตบ​หน้า​แก”

เปโตร​ไม่​ยอมรับ​ว่า​รู้จัก​พระเยซู

(มก. 14:66-72; ลก. 22:56-62; ยน. 18:15-18, 25-27)

69 ใน​ขณะ​เดียว​กัน เปโตร​กำลัง​นั่ง​อยู่​ข้างนอก​ที่​ลาน​บ้าน และ​สาวใช้​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​ทัก​เขา​ว่า “แก​ก็​อยู่​กับ​เยซู​คน​กาลิลี​ด้วย​นี่​นา”

70 แต่​เปโตร​พูด​ต่อหน้า​ทุก​คน​ว่า “ผม​ไม่​รู้​ว่า​คุณ​พูด​เรื่อง​อะไร”

71 แล้ว​เขา​ก็​เดิน​ออก​ไป​ที่​ประตู​บ้าน สาวใช้​อีก​คน​ที่​เห็น​เขา​ก็​บอก​กับ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ตรง​นั้น​ว่า “คนนี้​อยู่​กับ​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​ด้วย”

72 เปโตร​ปฏิเสธ​ว่า “สาบาน​ได้​เลย ผม​ไม่​เคย​รู้จัก​ชาย​คน​นั้น”

73 อีก​สักครู่​หนึ่ง คน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ก็​เดิน​เข้า​มา​หา​เปโตร และ​พูด​ว่า “แก​เป็น​หนึ่ง​ใน​พวก​นั้น​แน่ๆ สำเนียง​ของ​แก​มัน​ฟ้อง​อยู่​ชัดๆ”

74 เปโตร​ขอ​ให้​ตัวเอง​ถูก​สาปแช่ง​ถ้า​โกหก แล้ว​เขา​สาบาน​ว่า “ผม​ไม่​รู้จัก​ชาย​คนนี้” ทันใด​นั้น​ไก่​ก็​ขัน 75 เปโตร​จึง​นึก​ขึ้น​ได้​ถึง​คำพูด​ที่​พระเยซู​เคย​บอก​กับ​เขา​ว่า “ก่อน​ไก่​ขัน คุณ​จะ​พูด​ว่า​ไม่​รู้จัก​เรา​สาม​ครั้ง” เปโตร​ออก​ไป​ข้างนอก แล้ว​ร้องไห้​อย่าง​ขมขื่น

27

พระเยซู​ถูก​นำ​ตัว​ไป​ให้​ปีลาต​เจ้าเมือง

(มก. 15:1; ลก. 23:1-2; ยน. 18:28-32)

1 ตอน​เช้ามืด พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​ผู้​อาวุโส​ทั้งหมด​ได้​ตัดสิน​กัน​ว่า พระเยซู​สมควร​ตาย 2 พวก​เขา​มัด​พระองค์ แล้ว​นำ​ตัว​ไป​มอบ​ให้​กับ​ปีลาต+ 27:2 ปีลาต ปอนทัส ปีลาต เป็น​ผู้ว่า​แคว้น​ยูเดีย ใน​ปี ค.ศ. 26-36 (พ.ศ. 569-579)​เจ้าเมือง

ยูดาส​ฆ่าตัวตาย

(กจ. 1:18-19)

3 เมื่อ​ยูดาส​คน​ที่​หักหลัง​พระเยซู​เห็น​ว่า​พระองค์​ถูก​ตัดสิน​ลงโทษ​ถึง​ตาย ก็​รู้สึก​เสียใจ​มาก เขา​จึง​คืน​เงิน​สามสิบ​เหรียญ​ให้​กับ​หัวหน้า​นักบวช​และพวก​ผู้นำ​อาวุโส 4 ยูดาส​คร่ำครวญ​ว่า “ผม​ทำ​บาป​ไป​แล้ว​ที่​หักหลัง​คน​ที่​บริสุทธิ์” พวก​หัวหน้า​นักบวช​และพวก​ผู้นำ​อาวุโส​ตอบ​ว่า “แล้ว​มัน​เกี่ยว​อะไร​กับ​เรา​ด้วย นั่น​มัน​เรื่อง​ของ​แก”

5 ยูดาส​โยน​เงิน​ทิ้ง​ไป​ใน​วิหาร และ​เดิน​ออก​ไป​ผูก​คอ​ตาย

6 พวก​หัวหน้า​นักบวช​เก็บ​เงิน​นั้น​ขึ้น​มา​และ​พูด​ว่า “มัน​ผิด​กฎ ที่​จะ​เอา​เงิน​แบบนี้​เก็บ​รวม​กับ​เงิน​ของ​วิหาร เพราะ​เป็น​เงิน​เปื้อน​เลือด” 7 พวก​เขา​ตัดสิน​ใจ​เอา​เงินนี้​ไป​ซื้อ​ที่​นา​ของ​ช่าง​ปั้น​หม้อ เพื่อ​เอา​ไว้​เป็น​ที่​ฝังศพ​คน​ต่าง​บ้าน​ต่าง​เมือง 8 ที่​ตรง​นั้น​ถูก​เรียกว่า “ทุ่ง​เลือด” มา​จน​ถึง​ทุก​วันนี้ 9 เรื่องนี้​ก็​เป็น​ไป​ตาม​ที่​เยเรมียาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้​พูด​ไว้​ว่า

“พวก​เขา​เอา​เงิน​สามสิบ​เหรียญ ซึ่ง​เป็น​ราคา​ค่าตัว​ของ​พระองค์​ที่​คน​อิสราเอล​ตั้ง​ขึ้น 10 ไป​ซื้อ​ที่นา​ของ​ช่างปั้นหม้อ ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​สั่ง​ผม​ไว้”+ 27:9-10 พวก​เขา​เอา​เงิน … ได้​สั่ง​ผม​ไว้ ดู​ที่ เศคาริยาห์ 11:12-13; เยเรมียาห์ 32:6-9

ปีลาต เจ้าเมือง​สอบสวน​พระเยซู

(มก. 15:2-5; ลก. 23:3-5; ยน. 18:33-38)

11 เขา​ได้​นำ​พระเยซู​ไป​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​เจ้าเมือง​ปีลาต เจ้าเมือง​ได้​ถาม​พระองค์​ว่า “แก​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​หรือ” พระเยซู​ตอบ​ว่า “ใช่ อย่าง​ที่​ท่าน​ว่า”

12 แต่​เมื่อ​พวก​หัวหน้า​นักบวช​และพวก​ผู้นำ​อาวุโส​กล่าวหา​พระองค์ พระองค์​ก็​ไม่​ได้​ตอบ​อะไร

13 แล้ว​ปีลาต​จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “เจ้า​ไม่​ได้ยิน​ข้อ​กล่าวหา​มากมาย​ที่​เขา​ว่า​เจ้า​หรือ”

14 แต่​พระองค์​ไม่​ตอบ​ปีลาต​สัก​คำ ทำ​ให้​ปีลาต​แปลกใจ​มาก

ปีลาต​พยายาม​จะ​ปล่อย​ตัว​พระเยซูแต่​ไม่​สำเร็จ

(มก. 15:6-15; ลก. 23:13-25; ยน. 18:39-19:16)

15 ใน​ช่วง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​เป็น​ประเพณี​ของ​เจ้าเมือง​ที่​จะ​ให้​ประชาชน​เลือก​ปล่อย​นักโทษ​หนึ่ง​คน 16 ตอน​นั้น​มี​นักโทษ​อื้อฉาว​คน​หนึ่ง​ชื่อ​บารับบัส 17 เมื่อ​ประชาชน​มา​ชุมนุม​กัน​แล้ว ปีลาต​ถาม​พวก​เขา​ว่า “อยาก​ให้​เรา​ปล่อย​ใคร บารับบัส​หรือ​เยซู​ที่​เรียก​กัน​ว่า​พระคริสต์” 18 ปีลาต​รู้​ดี​ว่า​ที่​พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​จับ​พระเยซู​ส่ง​มา​ให้​กับ​เขา​นั้น​มัน​เกิด​จาก​ความอิจฉา

19 ขณะ​ที่​ปีลาต​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ตัดสิน​คดี ภรรยา​ของ​เขา​ได้​ส่ง​ข้อความ​มา​ให้​เขา​ว่า “อย่า​ไป​ยุ่ง​กับ​ผู้ชาย​ที่​บริสุทธิ์​คนนี้​เลย เพราะ​เมื่อ​คืน​ฉัน​ฝัน​ร้าย​ถึง​เขา ทำ​ให้​ฉัน​กลุ้ม​ทั้ง​วัน”

20 แต่​พวก​หัวหน้า​นักบวช​และพวก​ผู้นำ​อาวุโส​ได้​ยุยง​ประชาชน​ให้​ขอ​ปีลาต​ปล่อย​บารับบัส และ​ให้​ฆ่า​พระเยซู

21 เจ้าเมือง​ถาม​ประชาชน​ว่า “จะ​ให้​ปล่อย​ใคร​ดี​ระหว่าง​สอง​คนนี้” ประชาชน​ตะโกน​ว่า “บารับบัส”

22 ปีลาต​ถาม​ว่า “แล้ว​จะ​ให้​ทำ​อะไร​กับ​เยซู​ที่​คน​เรียก​กัน​ว่า​พระคริสต์” พวก​เขา​ทุก​คน​ก็​ตะโกน​ว่า “ตรึง​มัน​ซะ”

23 ปีลาต​ถาม​ว่า “ทำไม เขา​ทำ​ผิด​อะไร​หรือ” แต่​ประชาชน​กลับ​ยิ่ง​ตะโกน​ดัง​ขึ้น​ว่า “ตรึง​มัน​ซะ”

24 เมื่อ​ปีลาต​เห็น​ว่า​เขา​ทำ​อะไร​ไม่​ได้​มาก​กว่า​นี้ และ​เริ่ม​เกิด​ความ​วุ่นวาย​ขึ้น​แล้ว เขา​จึง​เอา​น้ำ​มา​ล้าง​มือ​ต่อหน้า​ประชาชน และ​พูด​ว่า “เรา​ไม่​เกี่ยวกับ​การตาย​ของ​ชาย​คนนี้ พวก​คุณ​รับผิดชอบ​กัน​เอา​เอง​ก็​แล้ว​กัน”

25 ประชาชน​ทั้งหมด​บอก​ว่า “พวก​เรา​และ​ลูกๆ​ของ​เรา​จะ​รับผิดชอบ​ต่อ​การตาย​ของ​เขา​เอง”+ 27:25 พวก​เรา … ของ​เขา​เอง หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ให้​เลือด​ของ​เขา​ตก​อยู่​บน​เรา​และ​ลูกหลาน​ของ​เรา”

26 ปีลาต​ก็​เลย​ปล่อย​บารับบัส​ให้​พวก​เขา จาก​นั้น​เขา​สั่ง​ให้​เฆี่ยน​ตี​พระเยซู และ​ส่ง​ตัว​พระองค์​ไป​ให้​กับ​ทหาร​เพื่อ​เอา​ไป​ตรึง​ที่​ไม้กางเขน

ทหาร​ของ​ปีลาต​ล้อเลียน​พระเยซู

(มก. 15:16-20; ยน. 19:2-3)

27 ทหาร​ของ​ปีลาต​นำ​ตัว​พระเยซู​เข้า​ไป​ที่​ศูนย์​บัญชาการ​ใหญ่​ของ​พวก​เขา แล้ว​ให้​ทหาร​ทั้ง​กอง​เข้า​มา​รายล้อม​พระองค์​ไว้ 28 พวก​เขา​ถอด​เสื้อผ้า​ของ​พระองค์ แล้ว​เอา​ชุด​สีแดง​มา​ใส่​ให้​แทน 29 พวก​เขา​เอา​กิ่ง​หนาม​มา​สาน​เป็น​มงกุฎ​สวม​หัว​ของ​พระองค์ และ​ให้​ถือ​ไม้​อ้อ​ไว้​ใน​มือ​ขวา จาก​นั้น​พวก​เขา​ก็​แกล้ง​ทำ​เป็น​คุก​เข่า​ลง​ต่อ​หน้า​พระองค์ ล้อเลียน​พระองค์​ว่า “กษัตริย์​ของ​ชาวยิว จงเจริญ” 30 แล้ว​ก็​ถ่ม​น้ำลาย​รด​พระองค์ และ​เอา​ไม้​อ้อ​มา​ตี​หัว​พระองค์ 31 เมื่อ​ล้อเลียน​จน​พอใจ​แล้ว พวก​เขา​ก็​ถอด​ชุด​สีแดง ใส่​เสื้อผ้า​ชุด​เดิม​ให้ และ​นำ​ตัว​พระองค์​ไป​ตรึง​ที่​ไม้กางเขน

พระเยซู​ตาย​บน​ไม้​กางเขน

(มก. 15:21-32; ลก. 23:26-43; ยน. 19:17-27)

32 ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​เดิน​ออก​มา ก็​พบ​ชาย​คน​หนึ่ง​มา​จาก​ไซรีน​ชื่อ​ซีโมน พวก​เขา​จึง​ได้​บังคับ​ให้​ซีโมน​แบก​ไม้กางเขน​แทน​พระเยซู 33 เมื่อ​มา​ถึง​สถานที่​ที่​เรียกว่า “กลโกธา” ซึ่ง​หมายถึง “เนิน​หัว​กระโหลก” 34 พวก​เขา​เอา​เหล้า​องุ่น​ผสม​กับ​ของ​ขม​มา​ให้​พระองค์ แต่​เมื่อ​พระองค์​ชิม​แล้ว​ก็​ไม่​ยอม​ดื่ม 35 หลัง​จาก​พวก​เขา​จับ​พระองค์​ตรึง​บน​ไม้​กางเขน​แล้ว ก็​เอา​เสื้อผ้า​ของ​พระองค์​มา​จับ​สลาก​แบ่ง​กัน 36 แล้ว​พวก​เขา​ก็​นั่ง​เฝ้า​พระองค์​อยู่​ที่​นั่น 37 เขา​เขียน​คำกล่าวหา​ติด​ไว้​เหนือ​หัว​พระองค์​ว่า “นี่​คือ​เยซู กษัตริย์​ของ​ชาวยิว” 38 มี​โจร​สอง​คน​ถูก​ตรึง​กางเขน​พร้อม​กับ​พระเยซู ทาง​ขวา​คน​หนึ่ง​และ​ทาง​ซ้าย​คน​หนึ่ง 39 คน​ที่​เดิน​ผ่าน​ไป​มา​ต่าง​ส่าย​หัว และ​พูด​เยาะเย้ย​ว่า 40 “อ้าว​ไหน​บอก​ว่า​จะ​ทำลาย​วิหาร แล้ว​สร้าง​มัน​ขึ้น​มา​ใหม่​ภาย​ใน​สาม​วัน​ไง ถ้า​แก​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า​จริง​ก็​ให้​ช่วย​ชีวิต​ตัวเอง แล้ว​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน​สิ”

41 นอก​จากนี้​พวก​หัวหน้า​นักบวช ครู​สอน​กฎปฏิบัติ และพวก​ผู้นำ​อาวุโส ต่าง​ก็​พา​กัน​พูด​เยาะเย้ย​พระองค์​ว่า 42 “มัน​ช่วย​คน​อื่น​ให้​รอด​ได้ แต่​ช่วย​ตัวเอง​ไม่​ได้ ถ้า​มัน​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​จริง ให้​มัน​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน​เดี๋ยวนี้ แล้ว​เรา​จะ​เชื่อ 43 มัน​วางใจ​ใน​พระเจ้า ถ้า​พระเจ้า​ต้องการ​ตัว​มัน ก็​ขอ​ให้​พระเจ้า​ช่วย​ชีวิต​มัน​เดี๋ยวนี้ เพราะ​มัน​พูด​ว่า ‘เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า’” 44 โจร​สอง​คน​ที่​ถูก​ตรึง​ไม้กางเขน​กับ​พระองค์​ก็​พูดจา​ดูถูก​พระองค์​เหมือน​กัน

พระเยซู​ตาย

(มก. 15:33-41; ลก. 23:44-49; ยน. 19:28-30)

45 ตั้งแต่​เที่ยงวัน มี​แต่​ความ​มืดมิด​ปกคลุม​ไป​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​จน​ถึง​บ่าย​สาม​โมง 46 ประมาณ​บ่าย​สาม​โมง พระเยซู​ร้อง​ออก​มา​เสียง​ดัง​ว่า “เอลี เอลี ลามา สะบัก​ธานี” แปล​ว่า “พระเจ้า​ของ​ลูก พระเจ้า​ของ​ลูก ทำไม​ถึง​ทอดทิ้ง​ลูก​ไป”+ 27:46 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 22:1

47 เมื่อ​บางคน​ที่​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น​ได้ยิน พวก​เขา​ก็​พูด​กัน​ว่า “เขา​กำลัง​เรียก​เอลียาห์”

48 ทันใดนั้น คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เขา​วิ่ง​ไป​เอา​ฟองน้ำ​มา​ชุบ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​มา​เสียบ​ที่​ปลาย​ไม้อ้อ แล้ว​ยื่นขึ้น​ไป​ให้​พระองค์​ดื่ม 49 แต่​พวก​ที่​เหลือ​พูด​ว่า “ให้​คอย​ดูซิ​ว่า​เอลียาห์​จะ​มา​ช่วย​ชีวิต​เขา​หรือ​เปล่า”

50 พระเยซู​ร้อง​เสียง​ดัง​ออก​มา​อีก​ครั้ง แล้ว​ก็​สิ้นใจตาย

51 ใน​ขณะ​นั้น​เอง ม่าน​ภาย​ใน​วิหาร​ได้​ฉีก​ขาด​ออก​เป็น​สอง​ส่วน​จาก​บน​ลง​ล่าง เกิด​แผ่นดิน​ไหว และ​ก้อนหิน​แตก​เป็น​เสี่ยงๆ 52 พวก​อุโมงค์ฝังศพ​เปิด​ออก และ​ร่าง​ของ​ประชาชน​ของ​พระเจ้า​หลาย​คน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ก็​ฟื้นขึ้น​มา 53 หลังจาก​พระเยซู​ฟื้นขึ้น​มา พวก​เขา​ก็​ออก​มา​จาก​อุโมงค์​ฝัง​ศพ จาก​นั้น​พา​กัน​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​ปรากฏ​ตัว​ให้​ประชาชน​จำนวน​มาก​ได้​เห็น

54 เมื่อ​นายร้อย​และ​พวก​ทหาร​ที่​เฝ้า​พระเยซู​อยู่ เห็น​แผ่นดิน​ไหว​และ​เหตุการณ์​ทั้งหมด​ที่​เกิด​ขึ้น​ก็​กลัว​มาก ต่าง​ก็​พูด​ว่า “เขา​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า​แน่ๆ”

55 มี​ผู้หญิง​หลาย​คน​ที่​ยืน​ดู​อยู่​ห่างๆ พวก​เธอ​เคย​ติด​ตาม​รับใช้​พระเยซู​มา​ตั้งแต่​แคว้น​กาลิลี 56 ใน​พวก​นั้น​มี มารีย์​ชาว​มักดาลา มารีย์​แม่​ของ​ยากอบ​กับ​โยเซฟ และ​แม่​ของ​ยากอบ​กับ​ยอห์น​ที่​เป็น​ภรรยา​ของ​เศเบดี

ฝังศพ​พระเยซู

(มก. 15:42-47; ลก. 23:50-56; ยน. 19:38-42)

57 มี​เศรษฐี​คน​หนึ่ง​จาก​เมือง​อาริมาเธีย​ชื่อ​โยเซฟ เขา​เป็น​ศิษย์​ของ​พระเยซู ใน​ตอน​เย็น 58 โยเซฟ​ได้​ไป​หา​ปีลาต​เพื่อ​ขอ​ศพ​พระเยซู ปีลาต​จึง​สั่ง​ให้​ทหาร​มอบ​ศพ​พระเยซู​ให้​กับ​โยเซฟ 59 โยเซฟ​ได้​นำ​ศพ​พระเยซู​ไป และ​เอา​ผ้า​ลินิน​สะอาด​พัน​ศพ​ไว้ 60 เขา​นำ​ศพ​ไป​ไว้​ที่​อุโมงค์ฝังศพ​ใหม่​ของ​เขา​เอง ซึ่ง​เขา​ได้​ขุด​เข้า​ไป​ใน​หิน และ​ก่อน​จะ​จาก​ไป เขา​กลิ้ง​หิน​ก้อน​ใหญ่​มา​ปิด​ปาก​อุโมงค์​ไว้ 61 ตอน​นั้น มารีย์​ชาว​เมือง​มักดาลา และ​มารีย์​อีก​คน​หนึ่ง ได้​มา​นั่ง​มอง​อยู่​ตรง​ข้าม​อุโมงค์​ฝัง​ศพ

การ​จัด​ทหารยาม​เฝ้าอุโมงค์ฝังศพ​พระเยซู

62 วันรุ่งขึ้น​ซึ่ง​ตรง​กับ​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ฟาริสี มา​พบ​ปีลาต 63 และ​บอก​ว่า “พวก​เรา​จำ​ได้​ว่า เจ้าจอมหลอกลวง​คน​นั้น​เคย​พูด​ไว้​ตอน​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​ว่า ‘หลัง​จาก​สาม​วัน เรา​จะ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย’ 64 ช่วย​สั่ง​ให้​คน​ไป​เฝ้า​ที่​อุโมงค์ฝังศพ​ด้วย​เถอะ เพื่อ​เฝ้า​อย่าง​แน่นหนา​จน​ถึง​วันที่​สาม เพราะ​ไม่​แน่​พวก​ศิษย์​ของ​มัน​อาจ​จะ​มา​ขโมย​ศพ​ไป​ก็​ได้ แล้ว​ไป​บอก​กับ​ประชาชน​ทั้งหลาย​ว่า ‘เขา​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย’ การหลอกลวง​ครั้งนี้​จะ​เลวร้าย​ยิ่งกว่า​ครั้ง​แรก​เสีย​อีก” 65 ปีลาต​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เอา​ทหาร​ไป​เฝ้า​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ให้​แน่นหนา​เท่า​ที่​พวก​คุณ​จะ​ทำ​ได้” 66 ดังนั้น​พวก​เขา​ไป​ที่​อุโมงค์ฝังศพ จัดเวร​ยาม​ดูแล​อย่าง​แน่นหนา และ​ได้​ประทับตรา​ไว้​บน​หิน​ที่​ปิด​ปาก​ทาง​เข้า​อุโมงค์ฝังศพ

28

พระเยซู​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย

(มก. 16:1-8; ลก. 24:1-12; ยน. 20:1-10)

1 หลังจาก​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​ผ่าน​ไป ตอน​เช้าตรู่​วัน​อาทิตย์ มารีย์​ชาว​เมือง​มักดาลา และ​มารีย์​อีก​คน​หนึ่ง​ได้​มา​ที่​อุโมงค์ฝังศพ

2 ใน​ขณะ​นั้น​เอง เกิด​แผ่นดิน​ไหว​อย่าง​รุนแรง เพราะ​ทูต​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​องค์​หนึ่ง​ลง​มา​จาก​สวรรค์ ท่าน​ไป​ที่​อุโมงค์ฝังศพ​กลิ้ง​หิน​ที่​ปิด​ปาก​อุโมงค์​ออก​และ​นั่ง​บน​หิน​ก้อน​นั้น 3 ตัว​ของ​ทูตสวรรค์​สว่างจ้า​เหมือน​สายฟ้าแลบ เสื้อผ้า​ขาว​เหมือน​หิมะ 4 เมื่อ​พวก​ทหาร​ยาม​เห็น​ทูตสวรรค์ ก็​กลัว​จน​ตัว​สั่น​และ​ล้มลง​เหมือน​คน​ตาย

5 ทูตสวรรค์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด​กับ​หญิง​สอง​คน​นั้น​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว​หรอก ผม​รู้​ว่า​พวก​คุณ​มาหา​พระเยซู​ที่​ถูก​ตรึง​บน​ไม้กางเขน 6 พระองค์​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นี่ เพราะ​พระองค์​ฟื้นขึ้น​จาก​ความ​ตาย​แล้ว​เหมือน​กับ​ที่​พระองค์​ได้​พูด​ไว้ มา​ดู​ที่​ที่​เขา​เคย​วาง​ร่าง​ของ​พระองค์​สิ 7 รีบ​ไป​บอก​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ว่า ‘พระองค์​ฟื้นขึ้น​จาก​ความ​ตาย​แล้ว และ​พระองค์​ล่วงหน้า​ไป​ที่​แคว้น​กาลิลี​ก่อน​แล้ว พวก​คุณ​จะ​พบ​พระองค์​ที่​นั่น’ นี่​เป็น​เรื่อง​ที่​เรา​เอา​มา​บอก​พวก​คุณ”

8 ผู้หญิง​ทั้ง​สอง​คน​รีบ​ออก​ไป​จาก​อุโมงค์ พวก​เธอ​รู้สึก​ทั้ง​หวาดกลัว​และ​ดีใจ เขา​รีบ​วิ่ง​ไป​บอก​ศิษย์​ของ​พระองค์ 9 ทันใดนั้น​พระเยซู​ก็​มา​ยืน​อยู่​ข้างหน้า​หญิง​สอง​คนนี้ พระองค์​ทัก​ว่า “สวัสดี” ทั้ง​สอง​คน​จึง​เข้า​มา​กอด​เท้า​ของ​พระองค์​ไว้​และ​ก้มกราบ​พระองค์ 10 พระเยซู​พูด​กับ​หญิง​ทั้ง​สอง​คน​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว ไป​บอก​พวก​พี่น้อง​ของ​เรา​ให้​ไป​ที่​แคว้น​กาลิลี​เถอะ พวก​เขา​จะ​พบ​เรา​ที่​นั่น”

ทหารยาม​ราย​งาน​พวก​หัวหน้า​นักบวช

11 ขณะ​ที่​หญิง​ทั้ง​สอง​คน​กำลัง​เดิน​ทาง​ไป​นั้น ทหารยาม​บาง​ส่วน​เข้า​มา​ใน​เมือง และ​เล่า​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ทั้งหมด​ให้​พวก​หัวหน้า​นักบวช​ฟัง 12 พวก​หัวหน้า​นักบวช​ไป​พบ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​แล้ว​วางแผน​กัน พวก​เขา​ให้​เงิน​พวกทหาร​ยาม​จำนวน​มาก 13 เขา​สั่ง​ว่า “พวก​เจ้า​จะ​ต้อง​พูด​ว่า พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​แอบ​มา​ตอน​กลาง​คืน และ​ขโมย​ศพ​พระเยซู​ไป​ตอน​ที่​ทหารยาม​กำลัง​หลับ​อยู่ 14 ถ้า​เรื่องนี้​รู้​ไป​ถึง​หู​ของ​เจ้าเมือง พวก​ข้า​จะ​พูด​กับ​เขา​เอง เพื่อ​ไม่​ให้​พวก​เจ้า​เดือด​ร้อน” 15 พวก​ทหาร​รับ​เงิน​ไป และ​ทำ​ตาม​ที่​พวก​เขา​สั่ง ดังนั้น​จึง​มี​ข่าวลือ​เรื่องนี้​ใน​หมู่​ชาวยิว​จน​ถึง​ทุก​วันนี้

พระเยซู​พูด​กับ​ศิษย์​ของ​พระองค์

(มก. 16:14-18; ลก. 24:36-49; ยน. 20:19-23; กจ. 1:6-8)

16 พวก​ศิษย์​ทั้ง​สิบเอ็ด​คน​เดิน​ทาง​ไป​แคว้น​กาลิลี​เพื่อ​ไป​ยัง​ภูเขา​ที่​พระเยซู​บอก​ให้​ไป 17 เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​พระองค์​ก็​ก้ม​ลง​กราบ แต่​มี​บาง​คน​ที่​ยัง​สงสัย​อยู่ 18 พระเยซู​เข้า​มา​หา​พวก​เขา และ​พูด​ว่า “สิทธิอำนาจ​ทั้งหมด ทั้ง​ใน​สวรรค์​และ​บน​แผ่นดิน​โลก ได้​มอบ​ไว้​กับ​เรา​แล้ว 19 ดังนั้น​ให้​ออก​ไป​ทำ​ให้​คน​ทุก​ชาติ​มา​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา ให้​เขา​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ เพื่อ​จะ​ได้​กลาย​เป็น​ของ​พระบิดา พระบุตร และ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ 20 สอน​พวก​เขา​ให้​เชื่อฟัง​ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​สั่ง​ไว้ จำ​ไว้​ว่า เรา​จะ​อยู่​กับ​พวก​คุณ​เสมอ จนกว่า​จะ​สิ้นยุค”