ลูกา

คำนำ

ผู้​เขียน​หนังสือ​ลูกา​คือ​ตัว​ลูกา​เอง เขา​เป็น​คน​กรีก​เพียง​คน​เดียว​ที่​เขียน​หนังสือ​พระคัมภีร์​ใหม่ เขา​มี​อาชีพ​เป็น​หมอ ลูกา​ไม่​ได้​เป็น​ศิษย์เอก​คน​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน​ของ​พระเยซู แต่​เขา​เป็น​เพื่อน​สนิท และ​เป็น​เพื่อน​ร่วม​เดิน​ทาง​ของ​เปาโล หนังสือ​ลูกา​เล่มนี้​เขียน​ให้​กับ​ท่าน​เธโอฟีลัส

ลูกา​เขียน​หนังสือ​ทั้งหมด​สอง​เล่ม​คือ​หนังสือลูกา และ​หนังสือกิจการ ใน​หนังสือลูกา ดู​เหมือน​ว่า​เขา​จะ​ได้รับ​อิทธิพล​จาก​หนังสือ​มาระโก​และ​บาง​ส่วน​ของ​หนังสือ​มัทธิว แต่​เขา​เลือก​เอา​มา​แต่​เฉพาะ​เรื่อง​ที่​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​จะ​เข้าใจ​ได้​ง่าย เขา​ได้​เขียน​หนังสือ​เล่มนี้​ใน​ฐานะนัก​ประวัติศาสตร์ และ​พยายาม​บันทึก​เหตุการณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ชีวิต​ของ​พระเยซู​ตาม​ลำดับ​ก่อน​หลัง แต่​ลูกา​ไม่​ได้​เน้น​แค่​การบันนทึก​เหตุการณ์​ที่​เกิดขึ้น ลูกา​ยัง​เน้น​อีก​ว่า​พระองค์​รัก​คน​ที่​สังคม​มัก​จะ​ดูถูก เน้น​เรื่อง​การ​อธิษฐาน บทบาท​ของ​พระวิญญาณ การ​ใช้​เงิน การ​กลับใจ​จาก​บาป และ​การ​ที่​คำ​พยากรณ์​ใน​พระคัมภีร์​เดิม​มา​สำเร็จ​ผ่าน​ทาง​พระเยซู

1

ลูกา​เขียน​เรื่อง​เกี่ยวกับ​พระเยซู

1 ท่าน​เธโอฟีลัส​ที่​เคารพ​อย่าง​สูง มี​หลาย​คน​พยายาม​รวบรวม​เรื่องราว​ต่างๆ​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​หมู่​พวก​เรา 2 คือ​เหตุการณ์​ต่างๆ​ที่​เรา​ได้ยิน​มา​จาก​คน​พวก​นั้น​ที่​ได้​เห็น​ด้วย​ตา​ของ​พวก​เขา​เอง​ตั้งแต่​ตอน​เริ่มต้น และ​เป็น​พวก​ที่​รับใช้​พระเจ้า​ใน​การ​บอก​ถ้อยคำ​ของ​พระองค์​แก่​ผู้​อื่น 3 ผม​ติด​ตาม​เรื่องนี้​อย่าง​ละเอียด​ตั้งแต่​แรก ผม​ถึง​ตัดสิน​ใจ​เขียน​ลำดับ​เหตุการณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​ทั้งหมดนี้​ลง​ใน​หนังสือ​ให้​กับ​ท่าน 4 เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​รู้​ว่า​สิ่ง​ที่​ท่าน​ได้รับ​การอบรม​สั่งสอน​มา​นั้น มัน​เชื่อ​ถือ​ได้​ขนาด​ไหน

ทูตสวรรค์​ประกาศ​ว่า​ยอห์นคนทำ​พิธีจุ่มน้ำ​จะ​มา​เกิด

5 ใน​สมัย​ที่​เฮโรด+ 1:5 เฮโรด เฮโรด​ที่ 1 (มหาราช) ผู้ปก​ครอง​แคว้น​ยูเดีย อยู่​ใน​ช่วง 40-4 ปี​ก่อน​พระเยซู​เกิด ความ​จริง​แล้ว​พระเยซู​เกิด​ก่อน​เฮโรด​มหาราช​ตาย คือ​ใน​ปี​ก่อน​เริ่ม ค.ศ. 4 ปี เป็น​กษัตริย์​ของ​แคว้น​ยูเดีย​นั้น มี​นักบวช​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เศคาริยาห์ เขา​อยู่​ใน​กลุ่ม​เวร​ของ​นักบวช​อาบียาห์+ 1:5 กลุ่ม​เวร​ของ​นักบวช​อาบียาห์ คือ​นักบวช​ของ​ชาว​ยิว​แบ่ง​ออก​เป็น 24 กลุ่ม กลุ่ม​ละ​ประมาณ 1,000 คน กลุ่ม​ของ​อาบียาห์​เป็น​หนึ่ง​ใน​บรรดา​กลุ่ม​เหล่า​นั้น ให้​ดู 1 พงศาวดาร 24:3-19 เมีย​ของ​เขา​ชื่อ​เอลีซาเบธ สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อาโรน 6 ใน​สายตา​ของ​พระเจ้า​องค์​เจ้า​ชีวิต​นั้น​ทั้ง​สอง​คนนี้​เป็น​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระองค์ และ​ทำ​ตาม​คำสั่ง​และ​กฎ​ต่างๆ​ของ​พระองค์​อย่าง​ไม่​มี​ที่​ติ 7 แต่​เขา​ทั้ง​สอง​ไม่​มี​ลูก เพราะ​เอลีซาเบธ​เป็น​หมัน​และ​ทั้ง​คู่​ก็​แก่​มาก​แล้ว

8 เมื่อ​ถึง​เวร​ที่​กลุ่ม​ของ​นักบวช​เศคาริยาห์​จะ​ต้อง​เข้า​ไป​รับใช้​อยู่​ต่อหน้า​พระเจ้า 9 พวก​เขา​ก็​จับ​สลาก​กัน​ตาม​ประเพณี​ของ​นักบวช เพื่อ​เลือก​คน​ที่​จะ​เข้า​ไป​เผา​เครื่อง​หอมบูชา+ 1:9 เครื่อง​หอมบูชา คือ​ไม้​ตาก​แห้ง​ชนิด​พิเศษ​ที่​ใช้​เป็น​เครื่อง​บูชา เมื่อ​ถูก​เผา​แล้ว​จะ​มี​ควัน​ที่​มี​กลิ่น​หอม​หวาน ใน​วิหาร​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต เศคาริยาห์​ถูก​เลือก​ใน​วัน​นั้น 10 ใน​ระหว่าง​ที่​เผา​เครื่อง​หอม​อยู่​นั้น ฝูงชน​จำนวน​มาก​ต่าง​พา​กัน​อธิษฐาน​อยู่​ข้าง​นอก 11 ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต มา​ยืน​อยู่​ทาง​ขวา​ของ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม 12 เมื่อ​เศคาริยาห์​เห็น​ก็​ตกใจ​กลัว​มาก 13 แต่​ทูตสวรรค์​นั้น​บอก​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว เศคาริยาห์ พระเจ้า​ได้ยิน​คำ​ร้องขอ​ของ​เจ้า​แล้ว เอลีซาเบธ​เมีย​ของ​เจ้า​จะ​มี​ลูกชาย ให้​ตั้งชื่อ​เขา​ว่า​ยอห์น 14 เขา​จะ​นำ​ความ​สุข​ความ​ยินดี​มา​ให้​เจ้า และ​คน​มากมาย​จะ​ดีใจ​เมื่อ​เขา​เกิด​มา 15 เพราะ​เขา​จะ​เป็น​คน​สำคัญ​ใน​สายตา​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต เขา​จะ​ต้อง​ไม่​ดื่ม​เหล้าองุ่น​หรือ​ของ​มึนเมา​เลย และ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​จะ​อยู่​กับ​เด็ก​คนนี้​ตั้งแต่​เขา​ยัง​อยู่​ใน​ท้อง​แม่ 16 เขา​จะ​ทำ​ให้​คน​อิสราเอล​จำนวน​มาก​หัน​กลับ​มา​หา​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​พวก​เขา 17 เขา​จะ​นำ​หน้า​องค์​เจ้า​ชีวิต เขา​จะ​มี​พระวิญญาณ และ​ฤทธิ์​อำนาจ​เหมือน​กับ​เอลียาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า เขา​จะ​ทำ​ให้​จิตใจ​ของ​พ่อ​หัน​กลับ​มา​หา​ลูกๆ และ​ทำ​ให้​คน​ที่​ดื้อรั้น​หัน​กลับ​มา​เชื่อฟัง​อย่าง​ที่​ควร​จะ​เป็น เพื่อ​เตรียม​ประชาชน​ให้​พร้อม​สำหรับ​พระองค์”

18 แล้ว​เศคาริยาห์​ก็​พูด​กับ​ทูตสวรรค์​ว่า “ผม​จะ​รู้​ได้​ยังไง​ว่า​สิ่ง​ที่​ท่าน​พูด​มา​นี้​จะ​เป็น​จริง เพราะ​ผม​กับ​เมีย​ก็​แก่​แล้ว”

19 ทูตสวรรค์​จึง​ตอบ​ว่า “เรา​คือ​กาเบรียล​ที่​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระเจ้า พระองค์​ส่ง​เรา​มา บอก​ข่าว​ดีนี้​กับ​เจ้า 20 แต่​เพราะ​เจ้า​ไม่​เชื่อ​คำ​พูด​ของ​เรา เจ้า​จะ​กลาย​เป็น​ใบ้​จน​กว่า​ลูก​ของ​เจ้า​จะ​เกิด เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​เหมาะสม ทุก​อย่าง​จะ​เป็น​ไป​ตาม​ที่​เรา​บอก​อย่าง​แน่นอน”

21 คน​ที่​กำลัง​คอย​เศคาริยาห์​อยู่​ข้าง​นอก​ก็​สงสัย​ว่า ทำไม​เขา​ถึง​อยู่​ใน​วิหาร​นาน​นัก 22 เมื่อ​เขา​เดิน​ออก​มา​ก็​พูด​ไม่​ได้ คน​เหล่านี้​จึง​รู้​ว่า​เขา​ได้​เห็น​นิมิต​ภายใน​วิหาร​นั้น เขา​ได้​ทำไม้​ทำมือ​บอก​กับ​ประชาชน แต่​ยัง​พูด​ไม่​ได้ 23 เมื่อ​เขา​หมด​หน้าที่​แล้ว​ก็​กลับ​บ้าน

24 หลังจาก​นั้น​ไม่​นาน เอลีซาเบธ​เมีย​ของ​เขา​ก็​ตั้งท้อง และ​เก็บ​ตัว​เงียบ​อยู่​ใน​บ้าน​นาน​ถึง​ห้า​เดือน นาง​พูด​ว่า 25 “ดูสิ องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​ช่วย​ฉัน​อย่างนี้ ทำ​ให้​ฉัน​ไม่​ต้อง​อับอาย​ขายหน้า+ 1:25 ไม่​ต้อง​อับอาย​ขายหน้า หมายถึง ชาว​ยิว​คิด​ว่า​การ​ที่​ผู้หญิง​ไม่​มี​ลูก​เป็น​เรื่อง​ที่​น่า​อับอาย​ขายหน้า​มากชาว​บ้าน​อีก​ต่อ​ไป​แล้ว”

ทูตสวรรค์​ประกาศ​ว่า​พระเยซู​จะ​มา​เกิด

26 เมื่อ​เอลีซาเบธ​ตั้ง​ท้อง​ได้​ห้า​เดือน​ย่าง​เข้า​เดือน​ที่​หก พระเจ้า​ได้​ส่ง​ทูตสวรรค์​กาเบรียล​ไป​ที่​เมือง​นาซาเร็ธ​ใน​แคว้น​กาลิลี 27 เพื่อ​มา​หา​หญิง​พรหมจรรย์​ชื่อ​มารีย์ เธอ​เป็น​คู่หมั้น​ของ​โยเซฟ​คน​ที่​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​กษัตริย์​ดาวิด 28 ทูตสวรรค์​มาหา​นาง และ​พูด​ว่า “สวัสดี หญิง​เอ๋ย พระเจ้า​ได้​อวยพร​เจ้า​จริงๆ​และ​องค์​เจ้า​ชีวิต​อยู่​กับ​เจ้า​เป็น​พิเศษ”

29 นาง​ก็​งง​มาก สงสัย​ว่า​ที่​ทูตสวรรค์​พูด​หมายถึง​อะไร

30 ทูตสวรรค์​จึง​บอก​นาง​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว​มารีย์ เพราะ​พระเจ้า​ชื่นชอบ​ใน​ตัว​เจ้า​มาก 31 ฟัง​นะ เจ้า​จะ​ตั้ง​ท้อง​และ​คลอด​ลูกชาย ให้​ตั้งชื่อ​เขา​ว่า​เยซู 32 เขา​จะ​ยิ่งใหญ่ และ​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า​ผู้สูงสุด พระเจ้า​องค์​เจ้า​ชีวิต​จะ​ทำ​ให้​เขา​เป็น​กษัตริย์​เหมือน​กับ​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของ​เขา 33 เขา​จะ​ปกครอง​บรรดา​ลูกหลาน​ของ​ยาโคบ​ตลอดไป และ​อาณาจักร​ของ​เขา​จะ​ไม่​มี​วัน​เสื่อมสลาย”

34 แล้ว​มารีย์​พูด​กับ​ทูตสวรรค์​ว่า “จะ​เป็น​ไป​ได้​ยังไง ดิฉัน​เป็น​หญิง​พรหมจารี​นะ​คะ” 35 ทูตสวรรค์​ตอบ​ว่า “พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​จะ​ลง​มา​ที่​เจ้า และ​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระเจ้า​ผู้สูงสุด​จะ​ปกคลุม​เจ้า​ไว้ ดัง​นั้น​เด็ก​ที่​เกิด​มา​จาก​เจ้า​จะ​เป็น​ของ​พระเจ้า​โดย​เฉพาะ และ​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า 36 ฟัง​นะ ตอนนี้​เอลีซาเบธ​ญาติ​ของ​เจ้า​ก็​ตั้ง​ท้อง​ได้​หก​เดือน​แล้ว นาง​จะ​มี​ลูกชาย​ถึง​แม้​จะ​มี​อายุ​มาก​แล้ว​และ​คน​ก็​ยัง​เคย​ว่า​นาง​เป็น​หมัน​ด้วย 37 เพราะ​สำหรับ​พระเจ้า​แล้ว​ไม่​มี​อะไร​ที่​พระองค์​ทำ​ไม่​ได้” 38 มารีย์ พูด​ว่า “ดิฉัน​เป็น​ทาส​รับใช้​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​ท่าน​พูด​เถิด” แล้ว​ทูตสวรรค์​ก็​จาก​ไป

มารีย์​เยี่ยม​เอลีซาเบธ

39 ใน​เวลา​นั้น​มารีย์​เตรียม​ตัว​และ​รีบ​เดินทาง​ไป​เมือง​หนึ่ง​ที่​ตั้ง​อยู่​ใน​แถบ​ภูเขา​ยูเดีย 40 นาง​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​เศคาริยาห์ และ​ทักทาย​เอลีซาเบธ 41 เมื่อ​เอลีซาเบธ​ได้ยิน​เสียง​ทักทาย​ของ​มารีย์ เด็ก​ใน​ท้อง​ของ​เอลีซาเบธ​ก็​ดิ้น​และ​ตัว​นาง​ก็​เต็ม​เปี่ยม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ 42 เอลีซาเบธ​พูด​เสียง​ดัง​ว่า “ใน​จำนวน​ผู้หญิง​ทั้งหมด พระเจ้า​อวยพร​หลาน​มาก​ที่สุด และ​พระเจ้า​อวยพร​เด็ก​ที่​หลาน​จะ​คลอด​ออก​มา​ด้วย 43 ป้า​รู้สึก​เป็น​เกียรติ​จริงๆ​ที่​แม่​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ป้า​มา​เยี่ยม 44 พอ​ป้า​ได้ยิน​เสียง​ทักทาย​ของ​หลาน เด็ก​ใน​ท้อง​ป้า​ก็​ดิ้น​เพราะ​ดีใจ 45 หลาน​มี​เกียรติ​จริงๆ​เพราะ​หลาน​เชื่อ​ว่า​มัน​จะ​เกิด​ขึ้น​จริง​ตาม​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​บอก”

มารีย์​สรรเสริญ​พระเจ้า

46 แล้ว​มารีย์​พูด​ว่า “ดิฉัน​โอ้อวด​ใน​ความยิ่งใหญ่​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​สุด​หัวใจ

47 ดิฉัน​ปลาบปลื้มยินดี​ใน​พระเจ้า​ผู้ช่วย​ให้​รอด​ของ​ดิฉัน

48 เพราะ​พระองค์ แสดง​ความห่วงใย​ดิฉัน ทาส​ที่​ต่ำต้อย​ของ​พระองค์

ดูสิ ต่อ​จาก​นี้​ไป คน​ทุก​ยุค​ทุก​สมัย​ก็​จะ​ให้​เกียรติ​กับ​ดิฉัน

49 เพราะ​พระเจ้า​ผู้​มี​อำนาจ​ทั้งสิ้น​ทำ​สิ่ง​ที่​ยิ่งใหญ่​มหาศาล​ให้​กับ​ดิฉัน

ชื่อ​ของ​พระองค์​นั้น​ศักดิ์สิทธิ์

50 พระองค์​มี​เมตตากรุณา​กับ​คน​ทุกยุค​ทุกสมัย​ที่​ยำเกรง​พระองค์

51 พระองค์​ใช้​แขน​ที่​เข้มแข็ง​ทำ​สิ่ง​ยิ่งใหญ่​จริงๆ

พระองค์​ทำ​ให้​พวก​คน​หยิ่งผยอง​แตกกระเจิง​ไป

52 พระองค์​ปลด​พวก​ผู้ปกครอง​ที่​เข้มแข็ง​จาก​บัลลังก์

และ​ชู​ผู้​ต่ำต้อย​ขึ้น

53 พระองค์​มอบ​สิ่ง​ดีๆ​ให้​กับ​คน​ที่​หิวโหย

และ​ทำ​ให้​คน​ร่ำรวย​ไป​ตัว​เปล่า

54 พระองค์​มา​เพื่อ​ช่วย​อิสราเอล ผู้รับใช้​ของ​พระองค์

พระองค์​ไม่​เคย​ลืม​ที่​จะ​เมตตา​คน​ของ​พระองค์

55 พระองค์​ทำ​ตาม​ที่​สัญญา​ไว้​กับ​อับราฮัม​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​และ​ลูกหลาน​ของ​เขา​ตลอด​ไป”

56 มารีย์​อยู่​กับ​เอลีซาเบธ​เป็น​เวลา​สาม​เดือน แล้ว​จึง​กลับ​บ้าน​ไป

ยอห์น​เกิด

57 เมื่อ​ครบ​กำหนด​คลอด เอลีซาเบธ​คลอด​ลูกชาย​คน​หนึ่ง 58 เมื่อ​เพื่อน​บ้าน​และ​ญาติ​พี่น้อง​รู้​ข่าว​ว่า​องค์​เจ้า​ชีวิต​เมตตากรุณา​กับ​นาง​อย่าง​ใหญ่หลวง พวก​เขา​ต่าง​ก็​พา​กัน​ดีใจ​กับ​นาง​ด้วย

59 เมื่อ​เด็ก​เกิด​มา​ได้​แปด​วัน พวก​เขา​ก็​ทำ​พิธีขลิบ​ให้ แต่​ระหว่าง​ที่​กำลัง​จะ​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า เศคาริยาห์​ตาม​ชื่อ​พ่อ​ของ​เด็ก​นั้น 60 แม่​ของ​เด็ก​ก็​ค้าน​ว่า “ไม่​ได้ เขา​จะ​ต้อง​ชื่อ​ยอห์น”

61 พวก​เขา​จึง​พูด​กับ​นาง​ว่า “เธอ​ไม่​มี​ญาติ​สัก​คน​ที่​ชื่อนี้​เลย​นะ” 62 แล้ว​พวก​เขา​ก็​หัน​ไป​ทำ​ท่า​กับ​พ่อ​เด็ก เพื่อ​ถาม​ว่า​จะ​ให้​ลูก​ชื่อ​อะไร​ดี

63 เศคาริยาห์​จึง​ขอ​กระดาน​มา​เขียน​ว่า “เขา​ชื่อ​ยอห์น” ทุก​คน​ก็​แปลกใจ​กัน 64 จู่ๆ​เศคาริยาห์​ก็​พูด​ได้​อีก​ครั้ง แล้ว​เขา​ก็​ขอบคุณ​สรรเสริญ​พระเจ้า 65 เพื่อน​บ้าน​ทั้งหมด​ต่าง​พา​กัน​เกรง​กลัว และ​ชาวบ้าน​ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​เทือก​เขา​ของ​ยูเดีย​ก็​พูด​กัน​ถึง​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​นี้ 66 ทุก​คน​ที่​ได้ยิน​เรื่องนี้​ต่าง​สงสัย​ว่า “เด็ก​คนนี้​เมื่อ​โต​ขึ้น​จะ​เป็น​ยังไง” เพราะ​พวก​เขา​รู้​ว่า​องค์​เจ้า​ชีวิต​อยู่​กับ​เด็ก​คนนี้​เป็น​พิเศษ

เศคาริยาห์​สรรเสริญ​พระเจ้า

67 แล้ว​เศคาริยาห์​พ่อ​ของ​เด็ก ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​และ​พูด​แทน​พระเจ้า​ว่า

68 “สรรเสริญ​องค์​เจ้า​ชีวิต พระเจ้า​ของ​พวก​อิสราเอล

เพราะ​พระองค์​มา​เยี่ยมเยียน​คน​ของ​พระองค์​และ​ได้​ปลดปล่อย​ให้​พวก​เขา​เป็น​อิสระ

69 พระองค์​ได้​ส่ง​พระผู้ช่วย​ให้​รอด​ที่​มี​พลัง​อัน​แข็งแกร่ง​มา​ให้​เรา

โดย​ให้​เกิด​ใน​ตระกูล​ดาวิด​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์

70 ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้ ผ่าน​ทาง​พวก​ที่​พระเจ้า​แต่งตั้ง​เป็นพิเศษ​ให้พูดแทนพระองค์​ใน​สมัย​โบราณ

71 พระองค์​สัญญา​ว่า​จะ​ช่วย​ให้​พวก​เรา​ปลอดภัย​จาก​ศัตรู

และ​จาก​คน​ทั้งหมด​ที่​เกลียดชัง​พวก​เรา

72 พระองค์​สัญญา​ว่า​จะ​เมตตา​ต่อ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเรา

และ​รักษา​คำ​สัญญา​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์

73 พระองค์​เลย​สาบาน​ไว้​กับ​อับราฮัม บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา

74 ว่า​พระองค์​จะ​ช่วยเหลือ​ให้​พวก​เรา​พ้น​จาก​ศัตรู​ของ​พวก​เรา

และ​พวก​เรา​จะ​ได้​รับใช้​พระองค์​อย่าง​ไม่​ต้อง​หวาดกลัว

75 จะ​ได้​รับใช้​ด้วย​ความบริสุทธิ์ และ​ด้วย​ชีวิต​ที่​พระองค์​ชอบใจ​ต่อหน้า​พระองค์​จน​ตลอด​ชีวิต

76 ลูกน้อย​เอ๋ย เจ้า​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​สูงสุด

เพราะ​เจ้า​จะ​นำ​หน้า​องค์​เจ้า​ชีวิต เพื่อ​เตรียม​ทาง​ให้​กับ​พระองค์

77 เพื่อ​จะ​บอก​คน​ของ​พระเจ้า​ว่า​พวก​เขา​จะ​รอด

ทาง​ที่​จะ​รอด​นั้น​ก็​คือ​พระเจ้า​ยกโทษ​บาป​ของ​พวก​เขา

78 เพราะ​ความ​เมตตา​สงสาร​ของ​พระเจ้า

แสง​จาก​สวรรค์​ใกล้​จะ​ส่อง​ลง​มา​ถึง​พวก​เรา​แล้ว เหมือน​แสง​ของ​วันใหม่

79 ส่อง​ลง​มา​ถึง​คน​ที่​อยู่​ใน​ความมืด​และ​อยู่​ใน​เงา​ของ​ความตาย

เพื่อ​นำ​พวก​เรา​ไป​บน​หนทาง​ของ​ความสงบสุข”

80 ฝ่าย​ทารก​นั้น​ก็​ได้​เติบโต​ขึ้น และ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ได้​ให้​พลัง​อัน​ยิ่งใหญ่​กับ​เขา+ 1:80 ฝ่าย​ทารก … ยิ่งใหญ่​กับ​เขา หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​ว่า “ฝ่าย​ทารก​นั้น​ก็​ได้​เจริญ​เติบโต​ขึ้น​ทั้ง​ฝ่าย​ร่างกาย​และ​จิตใจ” เขา​อาศัย​อยู่​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง จน​ถึง​เวลา​ที่​เขา​ออก​ไป​ประกาศ​กับ​ชนชาติ​อิสราเอล

2

พระเยซู​เกิด

(มธ. 1:18-25)

1 ใน​เวลา​นั้น​จักรพรรดิ+ 2:1 จักรพรรดิ หรือ​ซีซาร์ คือ​ตำแหน่ง​ที่​ใช้​เรียก​ผู้ปกครอง​อาณาจักร​โรมัน​ออกัสตัส+ 2:1 จักรพรรดิ​ออกัสตัส ปกครอง​ใน​ปี ก่อน​ค.ศ. 31-ค.ศ. 14 หรือ ปี พ.ศ. 512-557 ออก​คำสั่ง​ให้​ประชาชน​ทุก​คน​ทั่ว​ทั้ง​อาณาจักร​โรมัน​กลับ​ไป​บ้าน​เกิด​ของ​ตน​เพื่อ​จด​ทะเบียน​สำมะโน​ครัว+ 2:1 จด​ทะเบียน​สำมะโน​ครัว หมายถึง​การ​นับ​ประชาชน​ทั้งหมด​และ​สิ่งของ​ที่​พวก​เขา​เป็น​เจ้าของ2 ครั้งนี้​เป็น​การจด​ทะเบียน​สำมะโน​ครัว​ครั้งแรก เกิด​ขึ้น​ใน​สมัย​คีรินิอัส​เป็น​เจ้าเมือง​ซีเรีย 3 ทุก​คน​จึง​กลับ​ไป​ที่​บ้านเกิด​ของ​ตน

4 โยเซฟ​ซึ่ง​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​กษัตริย์​ดาวิด จึง​ต้อง​ออก​เดิน​ทาง​จาก​เมือง​นาซาเร็ธ ใน​แคว้น​กาลิลี ไป​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​แคว้น​ยูเดีย ซึ่ง​เป็น​บ้านเกิด​ของ​กษัตริย์​ดาวิด 5 เขา​พา​มารีย์​คู่หมั้น​ของ​เขา​ซึ่ง​ตั้ง​ท้อง​อยู่​ไป​ด้วย เพื่อ​ไป​จด​ทะเบียน​สำมะโน​ครัว​ด้วย​กัน 6 ใน​ระหว่าง​ที่​พวก​เขา​อยู่​ที่​นั่น​ก็​ถึง​กำหนด​ที่​มารีย์​จะ​คลอด​ลูก 7 มารีย์​คลอด​ลูก​เป็น​ผู้ชาย นาง​จึง​เอา​ผ้าอ้อม​พัน​เด็ก​ทารก​นั้น​วาง​ไว้​บน​รางหญ้า เพราะ​ไม่​มี​ที่​ไหน​ว่าง​ให้​พวก​เขา​พัก​เลย

คน​เลี้ยง​แกะ​ได้ยิน​ข่าว​เรื่อง​พระเยซู

8 ที่​ทุ่ง​หญ้า​นอก​หมู่บ้าน​มี​คน​เลี้ยง​แกะ​ที่​กำลัง​ดูแล​ฝูง​แกะ​อยู่​ใน​ตอน​กลาง​คืน 9 ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​มา​ปรากฏ​ตัว​ให้​พวก​เขา​เห็น และ​รัศมี​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ส่อง​สว่าง​ล้อมรอบ​พวก​เขา พวก​เขา​ตกใจ​กลัว​มาก 10 แต่​ทูตสวรรค์​พูด​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว เรา​มี​ข่าวดี​มา​บอก เป็น​ข่าว​ที่​จะ​ทำ​ให้​ทุก​คน​ยินดีร่าเริง 11 เพราะ​วันนี้​พระผู้ช่วย​ให้​รอด​มา​เกิด​แล้ว​ที่​เมือง​ของ​ดาวิด พระองค์​คือ​พระคริสต์​องค์​เจ้า​ชีวิต 12 สิ่ง​ที่​จะ​บอก​ให้​เจ้า​รู้​ว่า​เป็น​พระองค์​คือ เจ้า​จะ​พบ​เด็ก​ทารก​ที่​นอน​อยู่​ใน​ราง​หญ้า​และ​มี​ผ้า​อ้อม​ห่อ​ตัว​ไว้”

13 ใน​ทันใด​นั้น​ก็​มี​ทูตสวรรค์​หมู่​ใหญ่​ลง​มา​จาก​สวรรค์ มา​รวม​กับ​ทูตสวรรค์​องค์​แรก​นั้น และ​พา​กัน​ร้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า​ว่า

14 “สรรเสริญ​พระเจ้า​บน​สวรรค์​สูงสุด

และ​ขอ​ให้​คน​ที่​พระเจ้า​ภูมิใจ​ได้รับ​สันติสุข​ใน​โลกนี้”

15 เมื่อ​ทูตสวรรค์​กลับ​สู่​สวรรค์​แล้ว คน​เลี้ยง​แกะ​ก็​พูด​กัน​ว่า “ไป​เมือง​เบธเลเฮม​กัน​เถอะ จะ​ได้​ไป​ดู​สิ่ง​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​บอก​กับ​พวก​เรา”

16 พวก​เขา​รีบ​ไป และ​ได้​พบ​มารีย์​กับ​โยเซฟ​พร้อม​กับ​เด็ก​ทารก​นอน​อยู่​ใน​รางหญ้า 17 เมื่อ​เห็น​เด็ก​ทารก​แล้ว พวก​เขา​ก็​เล่า​ให้​คน​ที่​อยู่​ที่​นั่นฟัง​ว่า​ทูตสวรรค์​พูด​อะไร​เกี่ยวกับ​เด็ก​คนนี้ 18 เมื่อ​พวก​เขา​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​ประหลาดใจ​มาก 19 แต่​มารีย์​ก็​เก็บ​เรื่องนี้​ไว้​ใน​ใจ​และ​นึก​ถึง​เรื่องนี้​อยู่​เสมอๆ 20 เมื่อ​คน​เลี้ยง​แกะ​กลับ​ไป​แล้ว พวก​เขา​ก็​ยกย่อง​สรรเสริญ​พระเจ้า​สำหรับ​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ได้ยิน​และ​ได้​เห็น​มา ซึ่ง​เกิด​ขึ้น​จริง​ตาม​ที่​ทูตสวรรค์​ได้​บอก​ไว้

21 เมื่อ​เด็ก​เกิด​มา​ครบ​แปด​วัน​ก็​ได้​เข้า​พิธีขลิบ และ​ได้​ชื่อ​ว่า “เยซู” ซึ่ง​เป็น​ชื่อ​ที่​ทูตสวรรค์​บอก​มารีย์​ไว้​ก่อน​ที่​จะ​ตั้ง​ท้อง

ถวาย​เด็ก​น้อย​เยซู​ใน​วิหาร

22 ตาม​กฎ​ของ​โมเสส​คน​ที่​เพิ่ง​คลอด​ลูก​จะ​มี​เวลา​สี่สิบ​วัน​สำหรับ​ชำระ​ตัว​ให้​สะอาด​ตาม​หลัก​ศาสนา+ 2:22 สะอาด​ตาม​หลัก​ศาสนา กฎ​ของ​โมเสส​บอก​ให้​ผู้หญิง​ชาว​ยิว​ทุก​คน​ที่​คลอด​ลูก​ได้​สี่สิบ​วัน​แล้ว จะ​ต้อง​ทำ​พิธี​ชำระ​ตัว​ให้​บริสุทธิ์​ที่​วิหาร อ้าง​จาก​หนังสือ​เลวีนิติ 12:28 เมื่อ​ครบ​กำหนดนี้​แล้ว พวก​เขา​ก็​ได้​พา​พระเยซู​ไป​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม เพื่อ​ถวาย​พระเยซู​ให้​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต+ 2:22 ข้อนี้​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​มารีย์​และ​โยเซฟ​จะ​ต้อง​ทำ​ตาม​กฎ​ของ​โมเสส​เกี่ยวกับ​การชำระ​ตัว​ของ​แม่​ที่​เพิ่ง​คลอด​ลูก”23 เพราะ​กฎ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​บอก​ว่า “ถ้า​ลูก​คน​แรก​เป็น​ผู้ชาย จะ​ต้อง​ยก​เด็ก​คน​นั้น​ให้​องค์​เจ้า​ชีวิต”+ 2:23 ถ้า​ลูก​คน​แรก … องค์​เจ้า​ชีวิต อ้าง​จาก​หนังสือ อพยพ 13:224 แล้ว​พวก​เขา​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ตาม​กฎ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​คือ นกเขา​สอง​ตัว​หรือ​นกพิราบ​หนุ่ม​สอง​ตัว+ 2:24 อ้าง​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 12:8

สิเมโอน​เห็น​พระเยซู

25 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​สิเมโอน​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม เขา​เป็น​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​และ​เคร่ง​ศาสนา เขา​เฝ้า​รอ​คอย​ว่า​เมื่อ​ไร​พระเจ้า​จะ​มา​ช่วยเหลือ​ชาว​อิสราเอล พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ก็​อยู่​กับ​เขา 26 พระองค์​บอก​เขา​ว่า เขา​จะ​ได้​เห็น​พระคริสต์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ก่อน​ที่​เขา​จะ​ตาย 27 พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​พา​เขา​มา​ที่​วิหาร​ใน​วัน​เดียว​กับ​ที่​มารีย์​และ​โยเซฟ​พา​ลูก​น้อย​เยซู​มา​ทำ​พิธี​ต่างๆ​ตาม​กฏ​ที่​โมเสส​สั่ง​ให้​ทำ​กับ​เด็ก​แรก​เกิด 28 สิเมโอน​ก็​อุ้ม​ทารก​น้อย​ไว้​ใน​อ้อม​แขน แล้ว​สรรเสริญ​พระเจ้า​ว่า

29 “ข้า​แต่​องค์​เจ้า​ชีวิต ตอนนี้​ขอ​ให้​ปลดปล่อย​ทาส​คนนี้​ให้​ไป​เป็น​สุข​ได้​แล้ว ตาม​ที่​พระองค์​ได้​บอก​ไว้

30 เพราะ​ดวง​ตา​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​ความรอด+ 2:30 ความรอด เป็น​ชื่อ​ของ​พระเยซู แปล​ว่า “พระยาห์เวห์​ช่วย​ให้​รอด”

31 ที่​พระองค์​เตรียม​ไว้​แล้ว​ให้​ชนชาติ​ทั้งหลาย​ได้​เห็น

32 พระองค์​เป็น​แสงสว่าง​ที่​ส่อง​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​เห็น​ทาง​ของ​พระองค์

และ​นำ​เกียรติ​อัน​ยิ่งใหญ่​มา​ให้​กับ​คน​ของ​พระองค์”

33 โยเซฟ​กับ​มารีย์​งุนงง​มาก​ที่​สิเมโอน​พูด​อย่าง​นั้น​เกี่ยว​กับ​ทารก​น้อย 34 แล้ว​สิเมโอน​อวยพร​พวก​เขา และ​พูด​กับ​นาง​มารีย์​แม่​ของ​ทารก​น้อย​ว่า “พระเจ้า​กำหนด​ไว้​แล้ว​ว่า​เด็ก​คนนี้​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​คน​อิสราเอล​มากมาย​ต้อง​ล้มลง​หรือ​ลุกขึ้น เด็ก​คนนี้​จะ​เป็น​สัญญาณ​เตือน​จาก​พระเจ้า​ให้​รู้​ถึง​ความต้องการ​ของ​พระองค์ แต่​คน​จำนวน​มาก​จะ​ต่อต้าน​เขา 35 สิ่งนี้​เลย​เปิดโปง​ความคิด​ใน​ใจ​ของ​คน​พวกนี้ เรื่องนี้​จะ​ทำ​ให้​คุณ​ทุกข์ใจ​มาก​เหมือน​มี​ดาบ​ทิ่ม​เข้า​ไป​ใน​ใจ​ของ​คุณ”

อันนา​เห็น​พระเยซู

36 อันนา​ซึ่ง​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​หนึ่ง เป็น​ลูกสาว​ของ​ฟานูเอล​จาก​เผ่า​อาเชอร์ นาง​แก่​มาก​แล้ว หลัง​จาก​อยู่​กิน​กับ​สามี​ได้​เพียง​เจ็ด​ปี 37 สามี​ก็​ตาย และ​นาง​ก็​อยู่​เป็น​ม่าย​มา​จน​ถึง​อายุ​แปดสิบสี่​ปี นาง​ไม่​เคย​ออก​ไป​จาก​วิหาร​เลย นาง​นมัสการ​พระเจ้า​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน​ด้วย​การอธิษฐาน​และ​ถือ​ศีล​อด​อาหาร 38 นาง​ได้​เข้า​มา​หา​พวก​เขา เริ่ม​สรรเสริญ​พระเจ้า และ​เล่า​เรื่อง​เด็ก​ทารก​คนนี้​ให้​กับ​ทุก​คน​ที่​รอ​คอย​เวลา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​จะ​ได้รับ​การ​ปลด​ปล่อย​ให้​เป็น​อิสระ

โยเซฟ​และ​มารีย์​กลับ​บ้าน

39 เมื่อ​พวก​เขา​ทำ​ทุก​อย่าง​ตาม​กฎ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​แล้ว พวก​เขา​ก็​เดิน​ทาง​กลับ​ไป​เมือง​นาซาเร็ธ​ใน​แคว้น​กาลิลี 40 แล้ว​เด็ก​น้อย​ก็​ได้​เติบโต มี​ร่างกาย​สมบูรณ์​แข็งแรง มี​ความเฉลียว​ฉลาด​มาก​ขึ้น​เรื่อยๆ​และ​พระเจ้า​อวยพร​เขา

ตอน​พระเยซู​เป็น​เด็ก

41 ทุกๆ​ปี พ่อ​แม่​ของ​พระเยซู​จะ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​ร่วม​ฉลอง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย 42 เมื่อ​พระเยซู​อายุ​สิบสอง​ปี พวก​เขา​ได้​ไป​ร่วม​ฉลอง​เทศกาล​เหมือน​ทุก​ปี 43 เมื่อ​หมด​เทศกาล​แล้ว พวก​เขา​ก็​เดิน​ทาง​กลับ​บ้าน แต่​เด็ก​น้อย​เยซู​ยัง​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม โดย​ที่​พ่อ​กับ​แม่​ไม่​รู้ 44 เพราะ​คิด​ว่า​พระองค์​อยู่​กับ​กลุ่ม​คน​ที่​เดิน​ทาง​มา​ด้วย​กัน เมื่อ​ผ่าน​ไป​หนึ่ง​วัน​แล้ว พวก​เขา​เริ่ม​หา​เด็ก​น้อย​เยซู​ใน​กลุ่ม​ญาติ​พี่น้อง​และ​เพื่อน​ฝูง 45 แต่​ก็​หา​ไม่​พบ จึง​กลับ​ไป​ตาม​หา​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม 46 สาม​วัน​ต่อมา​พวกเขา​ก็​มา​พบ​พระเยซู​กำลัง​นั่ง​อยู่​กับ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ใน​วิหาร พระองค์​กำลัง​ตั้ง​คำถาม​กับ​พวก​เขา​อยู่ 47 คน​ที่​ได้ยิน​พระองค์​พูด ก็​ทึ่ง​ใน​ความเข้าใจ​และ​คำตอบ​ของ​พระองค์ 48 เมื่อ​พ่อ​แม่​เห็น​พระองค์​ก็​แปลกใจ แม่​ของ​พระองค์​ก็​พูด​ว่า “ลูก ทำไม​ทำ​กับ​พ่อ​แม่​อย่างนี้ พ่อ​แม่​เป็น​ห่วง​แทบ​แย่ เที่ยว​ตาม​หา​ลูก​ไป​จน​ทั่ว​ทุก​ที่” 49 พระเยซู​ก็​ตอบ​ว่า “ตาม​หา​ลูก​ทำไม​ครับ แม่​ไม่​รู้​หรือ​ครับ​ว่า​ลูก​จะ​ต้อง​อยู่​ใน​บ้าน​พ่อ” 50 แต่​พวก​เขา​ก็​ไม่​เข้าใจ​ว่า​พระองค์​พูด​เรื่อง​อะไร

51 พระเยซู​กลับ​ไป​เมือง​นาซาเร็ธ และ​อยู่​ใน​โอวาท​ของ​พ่อ​แม่ แม่​ของ​พระองค์​ก็​เก็บ​เรื่อง​ทั้งหมดนี้​ไว้​ใน​ใจ 52 พระเยซู​เจริญ​เติบโต​ขึ้น​ทาง​ด้าน​สติปัญญา​และ​ร่างกาย ทั้ง​ยัง​เป็น​ที่​ชื่นชอบ​ของ​พระเจ้า​และ​ต่อ​คน​ทั่ว​ไป​มาก​ขึ้น

3

คำสอน​ของ​ยอห์น

(มธ. 3:1-12; มก. 1:1-8; ยน. 1:19-28)

1 จักรพรรดิ​ทิเบริอัส+ 3:1 จักรพรรดิ​ทิเบริอัส ปก​ครอง​อาณาจักร​โรมัน​ใน​ปี ค.ศ. 14-37 หรือ พ.ศ. 557-580 ปกครอง​บ้าน​เมือง​มา​เป็น​เวลา​สิบ​ห้า​ปี​แล้ว ขณะ​นั้น​ปอนทัส ปีลาต+ 3:1 ปอนทัส ปีลาต เป็น​ผู้ว่า​แคว้น​ยูเดีย​ใน​ปี ค.ศ. 26-36 หรือ พ.ศ. 569-579 เป็น​ผู้ว่า​แคว้น​ยูเดีย เฮโรด+ 3:1 เฮโรด คือ​เฮโรด แอนติปาส เป็น​ลูก​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​มหาราช เขา​ปกครอง​กาลิลี​และ​เปเรีย​ใน​ช่วง 4 ปี​ก่อน​พระเยซู​เกิด​จน​ค.ศ 39 หรือ พ.ศ. 539-582 ปกครอง​แคว้น​กาลิลี ส่วน​ฟีลิป+ 3:1 ฟีลิป เป็น​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​มหาราช ปกครอง​ใน​ปี ก่อน ค.ศ. 4-ค.ศ. 34 หรือ พ.ศ. 539-577 น้อง​ชาย​ของ​เฮโรด ปกครอง​แคว้น​อิทูเรีย​กับ​แคว้น​ตราโคนิติส และ​ลีซาเนียส​ปก​ครอง​แคว้น​อาบีเลน 2 ใน​ช่วง​ที่​อันนาส​กับ​คายาฟาส+ 3:2 คายาฟาส โยเซฟ คายาฟาส เป็น​นักบวช​สูงสุด​ใน​ปี ค.ศ. 18-36 หรือ พ.ศ. 561-579​เป็น​นักบวช​สูงสุด พระเจ้า​ให้​ถ้อยคำ​กับ​ยอห์น ลูกชาย​ของ​เศคาริยาห์ ที่​อาศัย​อยู่​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง

3 ยอห์น​จึง​ออก​ไป​ประกาศ​ทั่ว​บริเวณ​ลุ่ม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ว่า “กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่ และ​เข้า​พิธีจุ่มน้ำ แล้ว​พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ความผิดบาป​ของ​พวก​คุณ” 4 เรื่องนี้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​ได้​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​ของ​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า ที่​ว่า

“มี​คน​หนึ่ง​ร้องตะโกน​อยู่​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​ว่า

เตรียม​ทาง​ให้​เรียบร้อย​สำหรับ​องค์​เจ้า​ชีวิต

ทำ​ทาง​ให้​ตรง​สำหรับ​พระองค์

5 หุบเขา​ทุก​แห่ง​ต้อง​ถม​ให้​เต็ม

ภูเขา​และ​เนิน​เขา​ทุก​ลูก​ต้อง​ดัน​ให้ราบ

ทาง​ที่​คด​เคี้ยว​ต้อง​ทำ​ให้​ตรง

ทาง​ที่​ขรุขระ​ต้อง​ปรับ​ให้​เรียบ

6 แล้ว​คน​ทั้งหลาย​จะ​ได้​เห็น​ความรอด​จาก​พระเจ้า”+ 3:4-6 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 40:3-5

7 ฝูงชน​มากมาย​หลั่งไหล​กัน​มา​ให้​ยอห์น​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้ ยอห์น​ต่อว่า​พวก​เขา​ว่า “พวก​ชาติ​อสรพิษ มี​ใคร​เตือน​เจ้า​ให้​หลบหนี​จาก​การลงโทษ​ที่​พระเจ้า​กำลัง​จะ​ส่ง​มา 8 ทำ​ตัว​ให้​สม​กับ​ที่​ได้​กลับตัว​กลับใจ​ด้วย อย่า​แม้แต่​จะ​คิด​เลย​ว่า ‘เรา​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​อับราฮัม’ เพราะ​พระเจ้า​สามารถ​ที่​จะ​เสก​ก้อน​หิน​เหล่านี้​ให้​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​อับราฮัม​ก็​ได้ 9 พระองค์​ได้​เตรียม​ขวาน​ไว้​พร้อม​แล้ว และ​ต้นไม้​ทุก​ต้น​ที่​ไม่​เกิด​ผลดี จะ​ถูก​โค่น​และ​โยน​ทิ้ง​ลง​ใน​ไฟ”

10 คน​จึง​ถาม​ว่า “แล้ว​พวก​เรา​จะ​ต้อง​ทำ​ยังไง”

11 เขา​ตอบ​ว่า “คน​ที่​มี​เสื้อ​สอง​ตัว​ก็​แบ่ง​ตัว​หนึ่ง​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​มี​เสื้อ​ใส่ และ​คน​ที่​มี​อาหาร​ก็​ให้​ทำ​แบบ​เดียว​กัน”

12 เมื่อ​พวก​คน​เก็บ​ภาษี​มา​เข้า​พิธีจุ่มน้ำ พวก​เขา​ถาม​ยอห์น​ว่า “อาจารย์ พวก​เรา​จะ​ต้อง​ทำ​ยังไง”

13 ยอห์น​ตอบ​ว่า “อย่า​เก็บ​ภาษี​เกิน​อัตรา”

14 พวก​ทหาร​บางคน​ถาม​ยอห์น​ว่า “แล้ว​พวก​เรา​ล่ะ​จะ​ต้อง​ทำ​ยังไง” ยอห์น​ตอบ​ว่า “อย่า​รีดไถ หรือ​ใส่ร้าย​ใคร และ​ให้​พอใจ​กับ​ค่าจ้าง​ของ​ตัวเอง”

15 ทุก​คน​กำลัง​รอ​คอย​ให้​พระคริสต์​มา พวก​เขา​จึง​สงสัย​ว่า ยอห์น​อาจ​จะ​เป็น​พระคริสต์​ก็​ได้ 16 ยอห์น​จึง​ตอบ​ทุก​คน​ว่า “ผม​ทำ​พิธีจุ่ม​ให้​กับ​พวกคุณ​ด้วย​น้ำ แต่​จะ​มี​คนๆ​หนึ่ง​ที่​กำลัง​จะ​มา เขา​ยิ่งใหญ่​กว่า​ผม​อีก ตัว​ผม​เอง​ก็​ยัง​ไม่​ดี​พอ​แม้แต่​จะ​แก้​เชือก​รองเท้า​ให้​กับ​เขา​เลย เขา​จะ​มา​ทำ​พิธีจุ่ม​ให้​กับ​พวก​คุณ​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​และ​ด้วย​ไฟ 17 เขา​ถือ​พลั่ว​พร้อม​แล้ว​ที่​จะ​แยก​แกลบ​ออก​จาก​ข้าว แล้ว​ทำ​ความสะอาด​ลานข้าว​ด้วย​การเก็บรวบรวม​เมล็ด​ข้าวสาลี​ไว้​ใน​ยุ้งฉาง​ของ​เขา ส่วน​แกลบ​ก็​เอา​ไป​เผา​ด้วย​ไฟ​ที่​ไม่​มี​วัน​ดับ” 18 ใน​ขณะ​ที่​ประกาศ​ข่าว​ดีนี้ ยอห์น​พูด​อีก​หลาย​อย่าง เพื่อ​ชักชวน​ให้​คน​พวกนี้​กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่

สาเหตุ​ที่​งาน​ของ​ยอห์นสิ้นสุด​ลง​ใน​ภายหลัง

19 ยอห์น​ต่อว่า​เฮโรด​ผู้​ครอง​แคว้น เพราะ​เขา​ไป​เอา​นาง​เฮโรเดียส​เมีย​ของ​น้อง​ชาย​มา​เป็น​เมีย​ตัวเอง และ​เพราะ​เขา​ทำ​เรื่อง​ชั่วร้าย​อื่นๆ 20 เฮโรด​ก็​เลย​ทำ​ชั่ว​เพิ่ม​ขึ้น​อีก​หนึ่ง​เรื่อง​คือ​จับ​ยอห์น​ขัง​คุก

ยอห์น​ทำ​พิธีจุ่ม​ให้​พระเยซู

(มธ. 3:13-17; มก. 1:9-11)

21 ใน​ช่วง​ที่​ทุก​คน​มา​เข้า​พิธีจุ่มน้ำ​นั้น พระเยซู​ก็​เข้า​พิธีจุ่มน้ำ​ด้วย เมื่อ​พระองค์​กำลัง​อธิษฐาน​อยู่​นั้น ท้องฟ้า​ก็​เปิด​ออก 22 พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ซึ่ง​มี​รูปร่าง​เหมือน​นกพิราบ​ได้​ลง​มา​อยู่​กับ​พระองค์ จาก​นั้น​มี​เสียง​หนึ่ง​ดัง​มา​จาก​สวรรค์​ว่า “ลูก​เป็น​ลูก​ที่รัก​ของ​พ่อ พ่อ​ภูมิใจ​ใน​ตัว​ลูก​มาก”

บรรพบุรุษ​ของ​พระเยซู

(มธ. 1:1-17)

23 พระเยซู​เริ่ม​งาน​ของ​พระองค์​เมื่อ​อายุ​ได้​ประมาณ​สามสิบ​ปี คน​ทั่ว​ไป​คิด​ว่า​พระองค์​เป็น​ลูก​ของ​โยเซฟ

โยเซฟ​เป็น​ลูกชาย​ของ​เฮลี

24 เฮลี​เป็น​ลูกชาย​ของ​มัทธัต

มัทธัต​เป็น​ลูกชาย​ของ​เลวี

เลวี​เป็น​ลูกชาย​ของ​เมลคี

เมลคี​เป็น​ลูกชาย​ของ​ยันนาย

ยันนาย​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยเซฟ

25 โยเซฟ​เป็น​ลูกชาย​ของ​มัทธาธีอัส

มัทธาธีอัส​เป็น​ลูกชาย​ของ​อาโมส

อาโมส​เป็น​ลูกชาย​ของ​นาฮูม

นาฮูม​เป็น​ลูกชาย​ของ​เอสลี

เอสลี​เป็น​ลูกชาย​ของ​นักกาย

26 นักกาย​เป็น​ลูกชาย​ของ​มาอาท

มาอาท​เป็น​ลูกชาย​ของ​มัทธาธีอัส

มัทธาธิอัส​เป็น​ลูกชาย​ของ​เสเมอิน

เสเมอิน​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยเสค

โยเสค​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยดา

27 โยดา​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยอานัน

โยอานัน​เป็น​ลูกชาย​ของ​เรซา

เรซา​เป็น​ลูกชาย​ของ​เศรุบบาเบล

เศรุบบาเบล​เป็น​ลูกชาย​ของ​เชอัลทิเอล

เชอัลทิเอล​เป็น​ลูกชาย​ของ​เนรี

28 เนรี​เป็น​ลูกชาย​ของ​เมลคี

เมลคี​เป็น​ลูกชาย​ของ​อัดดี

อัดดี​เป็น​ลูกชาย​ของ​โคสัม

โคสัม​เป็น​ลูกชาย​ของ​เอลมาดัม

เอลมาดัม​เป็น​ลูกชาย​ของ​เอร์

29 เอร์​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยชูวา

โยชูวา​เป็น​ลูกชาย​ของ​เอลีเยเซอร์

เอลีเยเซอร์​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยริม

โยริม​เป็น​ลูกชาย​ของ​มัทธัต

มัทธัต​เป็น​ลูกชาย​ของ​เลวี

30 เลวี​เป็น​ลูกชาย​ของ​สิเมโอน

สิเมโอน​เป็น​ลูกชาย​ของ​ยูดาห์

ยูดาห์​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยเซฟ

โยเซฟ​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยนาม

โยนาม​เป็น​ลูกชาย​ของ​เอลียาคิม

31 เอลียาคิม​เป็น​ลูกชาย​ของ​เมเลอา

เมเลอา​เป็น​ลูกชาย​ของ​เมนนา

เมนนา​เป็น​ลูกชาย​ของ​มัทตะธา

มัทตะธา​เป็น​ลูกชาย​ของ​นาธัน

นาธัน​เป็น​ลูกชาย​ของ​ดาวิด

32 ดาวิด​เป็น​ลูกชาย​ของ​เจสซี

เจสซี​เป็น​ลูกชาย​ของ​โอเบด

โอเบด​เป็น​ลูกชาย​ของ​โบอาส

โบอาส​เป็น​ลูกชาย​ของ​สัลโมน

สัลโมน​เป็น​ลูกชาย​ของ​นาโชน

33 นาโชน​เป็น​ลูกชาย​ของ​อัมมีนาดับ

อัมมีนาดับ​เป็น​ลูกชาย​ของ​อัดมิน

อัดมิน​เป็น​ลูกชาย​ของ​อารนี

อารนี​เป็น​ลูกชาย​ของ​เฮสโรน

เฮสโรน​เป็น​ลูกชาย​ของ​เปเรศ

เปเรศ​เป็น​ลูกชาย​ของ​ยูดาห์

34 ยูดาห์​เป็น​ลูกชาย​ของ​ยาโคบ

ยาโคบ​เป็น​ลูกชาย​ของ​อิสอัค

อิสอัค​เป็น​ลูกชาย​ของ​อับราฮัม

อับราฮัม​เป็น​ลูกชาย​ของ​เทราห์

เทราห์​เป็น​ลูกชาย​ของ​นาโฮร์

35 นาโฮร์​เป็น​ลูกชาย​ของ​เสรุก

เสรุก​เป็น​ลูกชาย​ของ​เรอู

เรอู​เป็น​ลูกชาย​ของ​เปเลก

เปเลก​เป็น​ลูกชาย​ของ​เอเบอร์

เอเบอร์​เป็น​ลูกชาย​ของ​เชลาห์

36 เชลาห์​เป็น​ลูกชาย​ของ​ไคนาน

ไคนาน​เป็น​ลูกชาย​ของ​อารฟาซัด

อารฟาซัด​เป็น​ลูกชาย​ของ​เชม

เชม​เป็น​ลูกชาย​ของ​โนอาห์

โนอาห์​เป็น​ลูกชาย​ของ​ลาเมค

37 ลาเมค​เป็น​ลูกชาย​ของ​เมธูเสลาห์

เมธูเสลาห์​เป็น​ลูกชาย​ของ​เอโนค

เอโนค​เป็น​ลูกชาย​ของ​ยาเรด

ยาเรด​เป็น​ลูกชาย​ของ​มาหะลาเลล

มาหะลาเลล​เป็น​ลูกชาย​ของ​ไคนาน

38 ไคนาน​เป็น​ลูกชาย​ของ​เอโนช

เอโนช​เป็น​ลูกชาย​ของ​เสท

เสท​เป็น​ลูกชาย​ของ​อาดัม

และ​อาดัม​เป็น​ลูกชาย​ของ​พระเจ้า

4

มาร​มา​ลองใจ​พระเยซู

(มธ. 4:1-11; มก. 1:12-13)

1 พระเยซู​เต็ม​เปี่ยม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ พระองค์​กลับ​จาก​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​พระวิญญาณ​นำ​พระองค์​ไป​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง 2 มารร้าย​มา​ลองใจ​พระองค์​ถึง​สี่สิบ​วัน ใน​ช่วง​นั้น​พระองค์​ไม่​ได้​กิน​อะไร​เลย เมื่อ​ครบ​สี่สิบ​วัน​แล้ว พระเยซู​ก็​หิว​จัด

3 มารร้าย​ท้าทาย​กับ​พระองค์​ว่า “ถ้า​เป็น​ลูก​พระเจ้า ก็​เสก​หิน​ก้อนนี้​ให้​กลาย​เป็น​ขนมปัง​สิ”

4 แต่​พระเยซู​ตอบ​ว่า “พระคัมภีร์ เขียน​ไว้​ว่า

‘ชีวิต​ที่​เที่ยงแท้​ไม่​ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​ขนมปัง​เพียง​อย่าง​เดียว’”+ 4:4 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 8:3

5 แล้ว​มารร้าย​ก็​นำ​พระเยซู​ขึ้น​ไป​บน​ที่​สูง แล้ว​แสดง​อาณาจักร​ทั้งหมด​ใน​โลก​ให้​พระองค์​เห็น​ใน​ชั่ว​พริบตา​เดียว 6 มัน​พูด​ว่า “เรา​จะ​ยก​อำนาจ​และ​ความรุ่งเรือง​ทั้งหมดนี้​ให้ เพราะ​มัน​ถูก​มอบ​ให้​กับ​เรา​แล้ว และ​เรา​อยาก​จะ​ให้​กับ​ใคร​ก็​ให้​ได้ 7 ถ้า​ท่าน​กราบไหว้บูชา​เรา แผ่นดิน​ทั้งหมดนี้​ก็​จะ​เป็น​ของ​ท่าน”

8 พระเยซู​ตอบ​ว่า “พระคัมภีร์​ได้​เขียน​ไว้​ว่า

‘ให้​กราบไหว้บูชา​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​เจ้า

และ​ให้​รับใช้​พระองค์​แต่​เพียง​ผู้​เดียว’”+ 4:8 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 6:13

9 แล้ว​มารร้าย​ก็​นำ​พระเยซู​ไป​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม ให้​พระองค์​ไป​ยืน​บน​จุด​ที่​สูง​ที่สุด​ของ​วิหาร มัน​พูด​ว่า “ถ้า​ท่าน​เป็น​ลูก​พระเจ้า​จริง​ก็​กระโดด​ลง​ไป​เลย 10 เพราะ​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

‘พระเจ้า​จะ​สั่ง​เหล่า​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์

มา​ปกป้อง​คุ้มครอง​ท่าน

11 เหล่า​ทูตสวรรค์​ก็​จะ​รับ​ท่าน​ไว้

เพื่อ​ไม่​ให้​เท้า​ของ​ท่าน​กระแทก​หิน’”+ 4:10-11 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 91:11-12

12 แต่​พระเยซู​ตอบ​ว่า “พระคัมภีร์​ยัง​บอก​อีก​ว่า ‘อย่า​ได้​ลองดี​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​เจ้า’”+ 4:12 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 6:16

13 เมื่อ​มารร้าย​ได้​ลองใจ​พระองค์​ครบ​ทุก​อย่าง​แล้ว มัน​ก็​จาก​ไป​เพื่อ​คอย​หา​โอกาส​เหมาะ​อีก

พระเยซู​สอน​ฝูงชน

(มธ. 4:12-17; มก. 1:14-15)

14 พระเยซู​กลับ​ไป​แคว้น​กาลิลี พระองค์​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์เดช​ของ​พระวิญญาณ ชื่อเสียง​ของ​พระองค์​แพร่กระจาย​ไป​ทั่ว​แถบ​นั้น 15 พระองค์​สอน​อยู่​ตาม​ที่ประชุม​ต่างๆ และ​ทุก​คน​ต่าง​ยกย่อง​พระองค์

พระเยซู​กลับ​บ้าน

(มธ. 13:53-58; มก. 6:1-6)

16 แล้ว​พระเยซู​ก็​ไป​เมือง​นาซาเร็ธ ซึ่ง​เป็น​เมือง​ที่​พระองค์​เติบโต​มา เมื่อ​ถึง​วันหยุดทางศาสนา พระองค์​ก็​ไป​ที่ประชุม​เหมือน​ที่​ทำ​เป็น​ประจำ พระองค์​ยืน​ขึ้น​เพื่อ​อ่าน​ข้อความ​จาก​พระคัมภีร์ 17 พระองค์​ได้รับ​ม้วน​หนังสือ​มา เป็น​หนังสือ​อิสยาห์​ซึ่ง​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​หนึ่ง แล้ว​คลี่​ม้วน​หนังสือ​นั้น​ออก​เพื่อ​หา​ข้อความ​ที่​เขียน​ไว้​ว่า

18 “พระวิญญาณ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​อยู่​กับ​เรา

เพราะ​พระองค์​แต่งตั้ง​ให้​เรา​ประกาศ​ข่าว​ดี​กับ​คน​จน

พระองค์​ส่ง​เรา​มา​บอก​นักโทษ​ว่า​จะ​ได้​เป็น​อิสระ

บอก​คน​ตาบอด​ว่า​จะ​มอง​เห็น บอก​คน​ที่​ถูก​กดขี่​ข่มเหง​ว่า​จะ​ได้​เป็น​อิสระ

19 และ​บอก​ว่า​ถึง​เวลา​แล้ว​ที่​พระเจ้า​จะ​มา​ช่วย​คน​ของ​พระองค์”+ 4:18-19 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 61:1-2; 58:6

20 จาก​นั้น​พระองค์​ม้วน​หนังสือ​ส่ง​คืน​ให้​กับ​เจ้าหน้าที่​ผู้ดูแล แล้ว​นั่ง​ลง แล้ว​ทุก​สายตา​ใน​ที่​นั้น​ก็​จ้อง​เขม็ง​มา​ที่​พระองค์ 21 พระองค์​เริ่ม​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ใน​วันนี้​เรื่อง​ใน​พระคัมภีร์​ที่​คุณ​เพิ่ง​ได้ยิน​เรา​อ่าน​ไป​นั้น​ได้​เป็น​จริง​แล้ว”

22 ทุก​คน​ก็​ได้​พูด​เยินยอ​พระองค์ และ​แปลกใจ​ใน​คำพูด​น่าทึ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ปาก​พระองค์ พวก​เขา​ถาม​กัน​ว่า “นี่​ลูก​โยเซฟ​ไม่​ใช่​หรือ”

23 แล้ว​พระองค์​พูด​ว่า “พวก​คุณ​จะ​ต้อง​ยก​คำ​สุภาษิตนี้​มา​อ้าง​กับ​เรา​แน่ ที่​ว่า ‘หมอ​เอ๋ย รักษา​ตัวเอง​เสีย​ก่อน​เถอะ’ แล้ว​พวก​คุณ​คง​อยาก​จะ​พูด​ว่า ‘ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​ที่​นี่​ใน​บ้าน​เมือง​ของ​เจ้าสิ อย่าง​ที่​เรา​ได้ยิน​ว่า​เจ้า​ทำ​ที่​เมือง​คาเปอรนาอุม’ 24 แต่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​นะ​ว่า ไม่​มี​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​ไหน​ที่​ได้รับ​การยอมรับ​ใน​บ้านเมือง​ของ​ตัวเอง​หรอก 25 ดู​อย่าง​สมัย​ของ​เอลียาห์​สิ เมื่อ​เกิด​ฝน​แล้ง​เป็น​เวลา​ถึง​สาม​ปี​ครึ่ง จน​เกิด​ความ​อด​อยาก​ไป​ทั่ว มี​แม่ม่าย​มาก​มาย​ใน​หมู่​ชาว​อิสราเอล 26 แต่​พระเจ้า​ก็​ไม่​ได้​ส่ง​เอลียาห์​ไป​หา​แม่ม่าย​ชาว​อิสราเอล​พวก​นั้น แต่​กลับ​ส่ง​ไป​หา​แม่ม่าย​คน​หนึ่ง​ที่​ไม่​ใช่​คน​ยิว​ที่​เมือง​ศาเรฟัท​ใน​เขต​แดน​ไซดอน 27 ก็​เหมือน​กับ​ใน​สมัย​ของ​เอลีชา+ 4:27 เอลีชา เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​หนึ่ง​ที่​มา​แทน​เอลียาห์ ที่​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า มี​คน​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​มากมาย​ใน​อิสราเอล แต่​ไม่​มี​ใคร​ได้รับ​การชำระ​ให้​สะอาด​เลย ยกเว้น​แต่​คน​ที่​ชื่อ​นาอามาน​เพียง​คน​เดียว และ​เขา​เป็น​คน​ซีเรีย​ไม่​ใช่​คน​ยิว”

28 เมื่อ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​โกรธ​แค้น​มาก 29 เขา​ลุกฮือ​กัน​ขึ้น บังคับ​ให้​พระเยซู​ออก​ไป​นอก​เมือง ไป​ที่​หน้าผา​บน​เขา​ที่​เมือง​นั้น​ตั้ง​อยู่ หวัง​จะ​ผลัก​พระองค์​ลง​ไป 30 แต่​พระองค์​ก็​ฝ่า​วง​ล้อม​ของ​พวก​เขา​ไป​ได้

พระเยซู​รักษา​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​ถูก​ผี​สิง

(มก. 1:21-28)

31 พระเยซู​ไป​เมือง​คาเปอรนาอุม​ใน​แคว้น​กาลิลี และ​พระองค์​สั่งสอน​ประชาชน​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา 32 พวก​เขา​ต่าง​ก็​ทึ่ง​ใน​คำสอน​ของ​พระองค์ เพราะ​พระองค์​สอน​อย่าง​คน​ที่​มี​สิทธิอำนาจ 33 ใน​ที่ประชุม​นั้น​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ถูก​ผีชั่ว​สิง​อยู่​ร้อง​ตะโกน​ว่า 34 “อย่า​มา​ยุ่ง​กับ​เรา​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ มา​ยุ่ง​กับ​พวก​เรา​ทำไม จะ​มา​ทำลาย​พวก​เรา​หรือ เรา​รู้​นะ​ว่า​ท่าน​เป็น​ใคร ท่าน​เป็น​พระ​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระเจ้า” 35 พระเยซู​จึง​ด่า​มัน​ว่า “หุบ​ปาก ออก​มา​ซะ​เดี๋ยวนี้” แล้ว​ผีชั่ว​ก็​ทำ​ให้​ชาย​คน​นั้น​ล้ม​ลง​ต่อหน้า​คน​ทั้งปวง และ​มัน​ก็​ออก​จาก​ร่าง​ไป ไม่​ได้​ทำ​อันตราย​อะไร​เขา​เลย

36 ทุก​คน​ประหลาด​ใจ​มาก พูด​กัน​ว่า “นี่​เป็น​คำสอน​แบบ​ไหน​กัน เขา​สั่ง​ผี​ชั่ว​ด้วย​ฤทธิ์เดช แล้ว​มัน​ก็​ออก​ไป” 37 แล้ว​ข่าว​เกี่ยว​กับ​พระเยซู​ก็​แพร่​กระจาย​ออก​ไป​จน​ทั่ว​แถบ​นั้น

พระเยซู​รักษา​แม่ยาย​ซีโมน

(มธ. 8:14-17; มก. 1:29-34)

38 พระเยซู​ออก​จาก​ที่​ประชุม​ชาวยิว​และ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​ซีโมน+ 4:38 ซีโมน เป็น​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ของ​เปโตร แม่ยาย​ของ​ซีโมน​กำลัง​ป่วย​มี​ไข้​สูง​มาก พวก​เขา​ขอ​ร้อง​ให้​พระเยซู​ช่วย​รักษา​นาง 39 พระเยซู​จึง​มา​ยืน​อยู่​ข้าง​นาง​และ​สั่ง​ให้​ไข้​ออก​จาก​ตัว​นาง นาง​ก็​หาย​ไข้​ทัน​ที แล้ว​ลุก​ขึ้น​มา​ดูแล​รับใช้​พระเยซู​กับ​ศิษย์​ของ​พระองค์

พระเยซู​รักษา​คน​อื่นๆ​มากมาย

40 เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ใกล้​จะ​ตก​ดิน มี​ชาว​บ้าน​จำนวน​มาก​นำ​คน​ที่​เจ็บไข้ได้ป่วย​ด้วย​โรค​ต่างๆ​มาหา​พระเยซู พระองค์​วางมือ​รักษา​พวก​เขา​จน​หาย​หมด 41 พวก​ผีชั่ว​ก็​ออก​จาก​คน​เหล่า​นั้น และ​ร้อง​ว่า “ท่าน​เป็น​พระบุตร​ของ​พระเจ้า” แต่​พระองค์​ก็​ห้าม​พวก​มัน​ไม่​ให้​พูด เพราะ​พวก​มัน​รู้​ว่า​พระองค์​เป็น​พระคริสต์

พระเยซู​ไป​เมือง​อื่น

(มก. 1:35-39)

42 ตอน​รุ่งเช้า​พระองค์​ไป​ใน​ที่​ที่​เงียบ​สงบ แต่​พวก​ชาวบ้าน​ก็​ออก​ตาม​หา​พระองค์​จน​พบ และ​ไม่​ยอม​ให้​พระองค์​ไป​จาก​พวก​เขา 43 แต่​พระองค์​พูด​ว่า “เรา​จะ​ต้อง​ไป​ประกาศ​ข่าว​ดี​เกี่ยวกับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ให้​กับ​เมือง​อื่นๆ​ด้วย เพราะ​เรา​ถูก​ส่ง​มา​ให้​ทำ​งานนี้”

44 แล้ว​พระองค์​ก็​ประกาศ​สั่งสอน​ใน​ที่ประชุม​หลาย​แห่ง​ใน​แคว้น​ยูเดีย

5

พระเยซู​เลือก​ลูกศิษย์

(มธ. 4:18-22; มก. 1:16-20)

1 วัน​หนึ่ง​เมื่อ​พระเยซู​ยืน​อยู่​ที่​ริม​ฝั่ง​ทะเลสาบ​เยนเนซาเรท มี​คน​เป็น​จำนวน​มาก​เบียดเสียด​พระองค์ เพื่อ​ฟัง​คำสอน​ของ​พระเจ้า 2 พระองค์​เห็น​เรือ​สอง​ลำ​ที่​ชาวประมง​จอด​ทิ้ง​ไว้​บน​ฝั่ง​เพื่อ​ล้าง​อวน 3 พระเยซู​จึง​ขึ้น​ไป​บน​เรือ​ลำ​หนึ่ง​ที่​เป็น​ของ​ซีโมน และ​ขอ​ให้​เขา​เอา​เรือ​ออก​ห่าง​จาก​ฝั่ง​เล็กน้อย แล้ว​พระองค์​ก็​นั่ง​ลง​สอน​คน​จาก​เรือ​ลำ​นั้น

4 เมื่อ​พระองค์​สอน​เสร็จ​แล้ว​ก็​พูด​กับ​ซีโมน​ว่า “ออก​ไป​ที่​น้ำ​ลึก​หน่อย จะ​ได้​หย่อน​อวน​ลง​จับ​ปลา”

5 แต่​ซีโมน​ตอบ​ว่า “อาจารย์​ครับ พวก​เรา​ตรากตรำ​ลาก​อวน​กัน​มา​ทั้ง​คืน​แล้ว ก็​ยัง​จับ​ไม่​ได้​อะไร​เลย แต่​ถ้า​อาจารย์​บอก​ให้​ทำ ผม​ก็​จะ​ลอง​ใหม่” 6 เมื่อ​พวก​เขา​ทำ​ตาม​ที่​พระเยซู​บอก ก็​จับ​ปลา​ได้​เยอะ​มาก​จน​อวน​เกือบ​ขาด 7 พวก​เขา​ก็​เลย​ต้อง​ส่ง​สัญญาณ​เรียก​เพื่อน​ร่วม​งาน​ใน​เรือ​อีก​ลำ​หนึ่ง​ให้​มา​ช่วย ปรากฏ​ว่า​พวก​เขา​ได้​ปลา​มา​เต็ม​สอง​ลำ​เรือ​จน​เรือ​เกือบ​จะ​จม

8 เมื่อ​ซีโมน​เห็น​อย่าง​นั้น​จึง​ก้ม​ลง​กราบ​ที่​เข่า​ของ​พระเยซู​และ​พูด​ว่า “อาจารย์ ไป​ให้​ห่าง​จาก​ผม​เถิด เพราะ​ผม​มัน​คน​บาป” 9 ที่​พูด​อย่าง​นั้น​เพราะ​ตัว​เขา​และ​เพื่อนๆ​รู้สึก​ตกตะลึง​ที่​จับ​ปลา​ได้​มาก​ขนาด​นั้น 10 ยากอบ​และ​ยอห์น ลูกชาย​ของ​เศเบดี​ที่​เป็น​เพื่อนร่วมงาน​กับ​ซีโมน​เอง​ก็​ตกตะลึง​เหมือน​กัน แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​ซีโมน​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว ต่อ​ไป​นี้​คุณ​จะ​จับ​คน​แทน​ปลา”

11 เมื่อ​พวก​เขา​ลาก​เรือ​มา​ถึง​ฝั่ง พวก​เขา​ก็​ละทิ้ง​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​แล้ว​ติดตาม​พระเยซู​ไป

พระเยซู​รักษา​คน​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง

(มธ. 8:1-4; มก. 1:40-45)

12 เมื่อ​พระเยซู​อยู่​ใน​เมืองๆ​หนึ่ง มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​ทั่ว​ทั้ง​ตัว เมื่อ​เขา​เห็น​พระเยซู ก็​มา​ก้มกราบ​อ้อนวอน​ว่า “นาย​ท่าน ถ้า​ท่าน​อยาก​ช่วย ท่าน​ก็​ทำ​ให้​ผม​หาย​ได้”

13 พระเยซู​จึง​ยื่น​มือ​ออก​ไป​แตะ​ตัว​เขา​แล้ว​พูด​ว่า “เรา​อยาก​ช่วย หาย​จาก​โรค​เถิด” เขา​ก็​หาย​จาก​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​ทันที 14 แล้ว​พระเยซู​สั่ง​ว่า “อย่า​ไป​เล่า​ให้​ใคร​ฟัง แต่​ไป​ให้​นักบวช​ตรวจ​ดู และ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ตาม​ที่​โมเสส​สั่ง​ไว้​ให้​คน​ที่​หาย​จาก​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​ต้อง​ทำ​เพื่อ​คน​อื่น​จะ​ได้​รู้​ว่า​คุณ​หาย​แล้ว”

15 ถึง​แม้ว่า​พระองค์​จะ​สั่ง​ห้าม​ไม่​ให้​เขา​พูด แต่​ข่าว​เกี่ยว​กับ​พระองค์​ก็​ยิ่ง​แพร่กระจาย​ออก​ไป​มาก​ขึ้น ดังนั้น​ชาวบ้าน​มากมาย​จึง​พา​กัน​มา​ฟัง​พระองค์​สั่งสอน และ​มา​รับ​การรักษา​ให้​หาย​จาก​โรค​ต่างๆ 16 แต่​บ่อย​ครั้ง​ที่​พระเยซู​หลบ​ไป​ที่​สงบเงียบ​เพื่อ​อธิษฐาน

พระเยซู​รักษา​คน​ง่อย

(มธ. 9:1-8; มก. 2:1-12)

17 อยู่​มา​วัน​หนึ่ง​ใน​ขณะ​ที่​พระเยซู​กำลัง​สอน​อยู่ มี​พวก​ฟาริสี​และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ที่​เดินทาง​มา​จาก​ทุก​หมู่บ้าน​ใน​แคว้น​กาลิลี แคว้น​ยูเดีย และ​เมือง​เยรูซาเล็ม​นั่ง​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย และ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ให้​ฤทธิ์​อำนาจ​กับ​พระเยซู​เพื่อ​จะ​รักษา​โรค​ได้ 18 มี​บางคน​หาม​คน​เป็น​อัมพาต​ที่​นอน​อยู่​บน​เปล​มา และ​พยายาม​ที่​จะ​พา​เขา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​เพื่อ​วาง​ไว้​ต่อหน้า​พระเยซู 19 แต่​ก็​ไม่​สำเร็จ​เพราะ​คน​แน่น​มาก พวก​เขา​จึง​พา​กัน​ขึ้น​ไป​บน​หลังคา​บ้าน รื้อ​หลังคา​ออก​เป็น​ช่อง แล้ว​หย่อน​ชาย​ที่​นอน​บน​เปล​นั้น​ลง​ไป​กลาง​ฝูงชน​ตรงหน้า​พระเยซู

20 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ความเชื่อ​ของ​พวก​เขา พระองค์​ก็​พูด​ว่า “เพื่อน​เอ่ย บาป​ของ​คุณ​ได้รับ​การอภัย​แล้ว”

21 พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​ก็​คิด​ใน​ใจ​ว่า “คนนี้​เป็น​ใคร​กัน บังอาจ​พูดจา​ดูหมิ่น​พระเจ้า มี​แต่​พระเจ้า​เท่า​นั้น​ที่​ให้​อภัย​บาป​ได้”

22 แต่​พระเยซู​รู้​ถึง​ความคิด​เหล่า​นั้น ก็​เลย​ตอบ​พวก​เขา​ไป​ว่า “ทำไม​คุณ​ถึง​คิด​อย่าง​นั้น 23 ระหว่าง​พูด​ว่า ‘บาป​ของ​คุณ​ได้รับ​การอภัย​แล้ว’ หรือ​พูด​ว่า ‘ลุก​ขึ้น​เดิน’ อย่าง​ไหน​จะ​ง่าย​กว่า​กัน 24 แต่​เพื่อ​จะ​ให้​พวก​คุณ​รู้​ว่า ใน​โลกนี้​บุตร​มนุษย์​มี​สิทธิอำนาจ​ที่​จะ​ให้​อภัย​บาป​ได้” แล้ว​พระองค์​จึง​พูด​กับ​ชาย​ที่​เป็น​อัมพาต​ว่า “เรา​ขอ​สั่ง​คุณ​ให้​ลุก​ขึ้น เก็บ​เปล​แล้ว​กลับ​บ้าน​ไป​เถอะ”

25 ชาย​คน​นั้น​ก็​ลุก​ขึ้น​ทันที​ต่อหน้า​คน​ทั้งหมด เขา​ยก​เปล​ที่​เขา​เคย​นอน​กลับ​ไป​บ้าน​และ​สรรเสริญ​พระเจ้า 26 คน​ทั้งหลาย​ต่าง​ประหลาดใจ​และ​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า พวก​เขา​รู้สึก​เกรง​กลัว​และ​พา​กัน​พูด​ว่า “วันนี้​พวก​เรา​ได้​เห็น​สิ่ง​มหัศจรรย์​จริงๆ”

พระเยซู​เรียก​เลวี

(มธ. 9:9-13; มก. 2:13-17)

27 หลังจาก​นั้น​พระเยซู​ก็​เดิน​ออก​ไป และ​พบ​คน​เก็บ​ภาษี ชื่อ​เลวี นั่ง​อยู่​ที่​ด่าน​เก็บ​ภาษี พระเยซู​พูด​กับ​เขา​ว่า “ตาม​เรา​มา” 28 เลวี​จึง​ทิ้ง​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง และ​ตาม​พระองค์​ไป

29 แล้ว​เลวี​ก็​จัด​งานเลี้ยง​ใหญ่​ให้​กับ​พระเยซู​ที่​บ้าน​ของ​เขา มี​พวก​คน​เก็บ​ภาษี​เป็น​จำนวน​มาก และ​คน​อื่นๆ​มา​ร่วม​งาน​ด้วย 30 พวก​ฟาริสี​และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​บ่น​กับ​ลูกศิษย์​ของ​พระองค์​ว่า “ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​กิน​และ​ดื่ม​กับ​พวก​คน​เก็บ​ภาษี และ​พวก​คน​บาป​แบบนี้”

31 พระเยซู​ก็​ตอบ​กลับ​ไป​ว่า “คน​ที่​สบาย​ดี​ไม่​ต้องการ​หมอ แต่​คน​เจ็บ​ป่วย​ต้องการ​หมอ 32 เรา​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​เรียก​คน​ดี แต่​มา​เพื่อ​เรียก​คน​บาป​ให้​กลับตัว​กลับใจ”

พระเยซู​ตอบ​คำถามเกี่ยวกับ​การอดอาหาร

(มธ. 9:14-17; มก. 2:18-22)

33 พวก​เขา​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ลูกศิษย์​ของ​ยอห์น​ถือ​ศีล​อดอาหาร​และ​อธิษฐาน​บ่อยๆ ลูกศิษย์​ของ​พวก​ฟาริสี​ก็​เหมือน​กัน แต่​ทำไม​ลูกศิษย์​ของ​อาจารย์​ถึง​ทั้ง​กิน​ทั้ง​ดื่ม​อยู่​เรื่อย”

34 พระเยซู​พูด​กับ​เขา​เหล่า​นั้น​ว่า “เพื่อน​เจ้าบ่าว​จะ​อดอาหาร​ตอน​ที่​เลี้ยง​ฉลอง​อยู่​กับ​เจ้าบ่าว​ได้​หรือ 35 แต่​เมื่อ​ถึง​วัน​นั้น​ที่​เจ้าบ่าว​ถูก​พราก​ไป​จาก​พวก​เขา ใน​วันนั้น​แหละ​พวก​เขา​จะ​อดอาหาร”

36 พระองค์​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบนี้​ให้​ฟัง “คง​ไม่​มี​ใคร​ฉีก​ผ้า​จาก​เสื้อ​ใหม่​ไป​ปะ​รู​เสื้อ​เก่า​หรอก เพราะ​ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น เสื้อ​ใหม่​ก็​จะ​ฉีก​ขาด​และ​ชิ้น​ผ้า​ใหม่​ก็​ไม่​เข้า​กับ​เสื้อ​เก่า 37 แล้ว​คง​ไม่​มี​ใคร​เอา​เหล้าองุ่น​ใหม่​ไป​ใส่​ไว้​ใน​ถุง​หนัง​เก่า​หรอก ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น​เหล้าองุ่น​ใหม่​จะ​ทำ​ให้​ถุง​หนัง​นั้น​แตก เหล้า​ก็​จะ​ไหล​ออก​มา​หมด และ​ถุง​หนัง​ก็​จะ​พัง​ไป​ด้วย 38 แต่​เหล้าองุ่น​ใหม่​ต้อง​ใส่​ใน​ถุง​หนัง​ใหม่ 39 ไม่​มี​ใคร​ที่​ดื่ม​เหล้าองุ่น​เก่า​แล้ว​ยัง​อยาก​ดื่ม​เหล้าองุ่น​ใหม่​อีก เพราะ​เขา​จะ​บอก​ว่า ‘เหล้าองุ่น​เก่า​ดี​กว่า’”

6

ความคิด​ขัดแย้ง​เรื่องวัน​หยุดทางศาสนา

(มธ. 12:1-8; มก. 2:23-28)

1 ใน​วันหยุดทางศาสนา​วัน​หนึ่ง ขณะ​ที่​พระเยซู​กำลัง​เดิน​ผ่าน​ทุ่ง​ข้าวสาลี ลูกศิษย์​ของ​พระองค์​ได้​เด็ด​ยอด​รวงข้าว​สาลี​มา​ขยี้​เปลือก​ออก​แล้ว​กิน​กัน 2 พวก​ฟาริสี​บางคน​จึง​พูด​ว่า “ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ทำ​ผิด​กฎ​ของ​วันหยุดทางศาสนา”

3 พระเยซู​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​ไม่​เคย​อ่าน​หรือ​ว่า​ดาวิด​ทำ​อะไร​ตอน​ที่​เขา​กับ​ลูกน้อง​ของ​เขา​หิวโหย 4 เขา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​พระเจ้า หยิบ​ขนมปัง​ศักดิ์สิทธ์​มา​กิน​ซึ่ง​ตาม​กฎ​แล้ว​มี​แต่​พวก​นักบวช​เท่า​นั้น​ที่​กิน​ได้ และ​ยัง​ส่ง​ให้​กับ​ลูกน้อง​กิน​ด้วย” 5 พระเยซู​บอก​พวก​ฟาริสี​ว่า “บุตร​มนุษย์​เป็น​นาย​เหนือ​วันหยุดทางศาสนา”

พระเยซู​รักษา​ชาย​มือ​ลีบใน​วันหยุดทางศาสนา

(มธ. 12:9-14; มก. 3:1-6)

6 ครั้ง​หนึ่ง​ใน​วันหยุดทางศาสนา พระเยซู​สั่งสอน​อยู่​ใน​ที่ประชุม​ชาวยิว มี​ชาย​คน​หนึ่ง​อยู่​ที่​นั่น มือ​ขวา​ของ​เขา​ลีบ 7 พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี​จับตา​ดู​ว่า พระเยซู​จะ​รักษา​ใคร​หรือ​เปล่า จะ​ได้​มี​เรื่อง​กล่าว​หา​พระองค์ 8 แต่​พระเยซู​รู้​ว่า​พวก​เขา​คิด​อะไร​อยู่ จึง​พูดกับ​ชาย​มือ​ลีบ​ว่า “มา​ยืน​ข้าง​หน้า​นี้​สิ” เขา​ลุก​ขึ้น​ทำ​ตาม 9 พระเยซู​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ขอ​ถาม​หน่อย ตาม​กฎ​แล้ว​ใน​วันหยุดทางศาสนา​ควร​จะ​ทำ​ดี​หรือ​ทำ​ชั่ว ควร​จะ​ช่วย​ชีวิต​หรือ​ทำลาย​ชีวิต” 10 พระเยซู​มอง​ไป​รอบๆ​พวก​เขา แล้ว​พูด​กับ​ชาย​มือ​ลีบ​ว่า “ยืด​มือ​ออก​สิ” เขา​ก็​ทำ​ตาม แล้ว​มือ​ของ​เขา​ก็​หาย​เป็น​ปกติ 11 พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​กับ​พวก​ฟาริสี​โกรธ​แค้น​มาก ก็​เลย​ปรึกษา​กัน​ว่า​จะ​จัดการ​กับ​พระเยซู​อย่าง​ไร​ดี

พระเยซู​เลือก​ศิษย์เอก​สิบสอง​คน

(มธ. 10:1-4; มก. 3:13-19)

12 หลังจาก​นั้น​ไม่​นาน พระเยซู​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​เพื่อ​อธิษฐาน และ​พระองค์​อธิษฐาน​ถึง​พระเจ้า​ตลอด​ทั้ง​คืน 13 พอ​ถึง​ตอน​เช้า​พระองค์​เรียก​พวก​ศิษย์​เข้า​มาหา และ​เลือก​สิบ​สอง​คน​ออก​มา​เพื่อ​ตั้ง​ให้​เป็น​ศิษย์​เอก

14 มี​ซีโมน ที่​พระองค์​เรียกว่า เปโตร

อันดรูว์​น้อง​ชาย​เปโตร

ยากอบ

ยอห์น

ฟีลิป

บารโธโลมิว

15 มัทธิว

โธมัส

ยากอบ​ลูกชาย​ของ​อัลเฟอัส

ซีโมน​ผู้​มี​ใจ​จดจ่อ​กับ​พระเจ้า

16 ยูดาส​ลูก​ของ​ยากอบ

และ​ยูดาส​อิสคาริโอท ซึ่ง​เป็น​คน​ที่​ต่อมา​ภายหลัง​ได้​หักหลัง​พระเยซู

พระเยซู​สั่งสอน​และ​รักษา​โรค

(มธ. 4:23-25; 5:1-12)

17 พระเยซู​ลง​มา​จาก​ภูเขา​กับ​พวก​ศิษย์​เอก​เหล่า​นั้น เมื่อ​มา​ถึง​ที่ราบ​แห่ง​หนึ่ง ก็​ได้​พบ​กับ​ลูกศิษย์​อีก​มากมาย​ที่​มา​จาก​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย เมือง​เยรูซาเล็ม และ​จาก​ชาย​ฝั่ง​ทะเล​ใน​เขต​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซดอน 18 พวก​เขา​เดินทาง​มา​เพื่อ​ฟัง​พระองค์​สอน​และ​เพื่อ​ให้​พระองค์​รักษา​โรค​ให้ คน​ที่​ทนทุกข์​เพราะ​ถูก​ผีชั่ว​เข้าสิง​ก็​ได้รับ​การรักษา​ด้วย 19 ทุก​คน​พยายาม​จะ​แตะต้อง​ตัว​พระองค์ เพราะ​ฤทธิ์​ที่​แผ่​ออก​มา​จาก​พระองค์​นั้น​รักษา​พวก​เขา​ให้​หาย​ทุก​คน

เกียรติ​และ​ความอับอาย

(มธ. 5:1-12)

20 พระเยซู​มองดู​พวก​ลูกศิษย์​แล้ว​ก็​พูด​ว่า

“พวก​คุณ​คน​จน​นี่ ถือ​ว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ

เพราะ​ว่า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เป็น​ของ​คุณ

21 พวก​คุณ​ที่​อดอยาก​หิวโหย​ตอนนี้ ถือ​ว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ

เพราะ​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​คุณ​อิ่ม​หนำ​สำราญ

พวก​คุณ​ที่​ร้องไห้​เสียใจ ถือ​ว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ

เพราะ​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​คุณ​หัวเราะ​อย่าง​มี​ความ​สุข

22 ให้​ถือ​ว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ​เมื่อ​คน​เกลียด​คุณ ขับ​ไล่​คุณ ดูถูก​คุณ​และ​กล่าวหา​ว่า​คุณ​เป็น​คน​เลว เพราะ​คุณ​ติดตาม​บุตร​มนุษย์

23 ใน​วัน​นั้น​ขอ​ให้​ดีใจ​และ​กระโดด​โลดเต้น​ด้วย​ความสุข เพราะ​พระเจ้า​เก็บ​รางวัล​อัน​ยิ่งใหญ่​ไว้​ให้​กับ​พวก​คุณ​แล้ว​ที่​สวรรค์ อย่า​ลืม​ว่า แต่​ก่อน​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​ก็​ทำ​แบบนี้​กับ​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​เหมือน​กัน

24 น่า​อับอาย​จริงๆ​พวก​คุณ​ที่​ร่ำรวย

เพราะ​พวก​คุณ​ได้รับ​ความสะดวกสบาย​จน​ครบ​แล้ว

25 น่า​อับอาย​จริงๆ​พวก​คุณ​ที่​อิ่มหนำสำราญ​ตอนนี้

เพราะ​คุณ​จะ​อด​อยาก

น่า​อับอาย​จริงๆ​พวก​คุณ​ที่​กำลัง​หัวเราะ​ใน​ตอนนี้

เพราะ​คุณ​จะ​ต้อง​เป็น​ทุกข์​และ​ร้องไห้

26 น่า​อับอาย​จริงๆ​พวก​คุณ​ที่​ทุก​คน​ยกย่อง​เยินยอ

เพราะ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​ก็​เคย​ยกย่อง​เยินยอ​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​จอม​ปลอม+ 6:26 พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​จอม​ปลอม คือ​คน​ที่​บอก​ว่า​เขา​พูด​เพื่อ​พระเจ้า แต่​จริงๆ​แล้ว​ไม่​ได้​พูด​ความจริง​ของ​พระเจ้า อย่าง​นั้น​มา​แล้ว​เหมือน​กัน

รัก​ศัตรู​ของ​คุณ

(มธ. 5:38-48; 7:12)

27 แต่​เรา​จะ​บอก​พวก​คุณ​ที่​กำลัง​ฟัง​อยู่​ว่า ให้​รัก​ศัตรู​และ​ทำ​ดี​กับ​คน​ที่​เกลียด​คุณ 28 อวยพร​ให้​กับ​คน​ที่​สาปแช่ง​คุณ อธิษฐาน​ให้​กับ​คน​ที่​โหด​ร้าย​กับ​คุณ 29 ถ้า​มี​ใคร​ตบ​แก้ม​คุณ​ข้าง​หนึ่ง ก็​หัน​อีก​ข้าง​หนึ่ง​ให้​เขา​ตบ​ด้วย ถ้า​มี​ใคร​แย่ง​เสื้อคลุม​ของ​คุณ​ไป ก็​ให้​แถม​เสื้อ​ตัว​ข้าง​ใน​กับ​เขา​ไป​ด้วย 30 ถ้า​มี​ใคร​มา​ขอ​อะไร​จาก​คุณ​ก็​ให้​เขา​ไป และ​ถ้า​มี​ใคร​เอา​ของๆ​คุณ​ไป ก็​อย่า​ทวง​คืน 31 ให้​ทำ​กับ​คน​อื่น​เหมือน​กับ​ที่​คุณ​อยาก​ให้​คน​อื่น​ทำ​กับ​คุณ 32 ถ้า​คุณ​รัก​แต่​เฉพาะ​คน​ที่​รัก​คุณ มี​อะไร​พิเศษ​ตรง​ไหน เพราะ​คน​บาป​ก็​ยัง​รู้จัก​รัก​คน​ที่​รัก​พวก​เขา​เหมือน​กัน 33 ถ้า​คุณ​ดี​กับ​เฉพาะ​คน​ที่​ดี​กับ​คุณ​เท่า​นั้น มี​อะไร​พิเศษ​ตรง​ไหน เพราะ​แม้แต่​คน​บาป​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน 34 หาก​คุณ​ให้​ยืม​เฉพาะ​คน​ที่​คุณ​หวัง​จะ​ได้รับ​คืน​จาก​เขา​เท่านั้น มี​อะไร​พิเศษ​ตรง​ไหน​หรือ เพราะ​แม้แต่​คน​บาป​ก็​ยัง​ให้​คน​บาป​ยืม​โดย​หวัง​ว่า​จะ​ได้​คืน​ทั้งหมด​เหมือน​กัน 35 พวก​คุณ​ต้อง​รัก​ศัตรู​ของ​คุณ ทำ​ดี​กับ​พวก​เขา​ด้วย และ​ให้​พวก​เขา​ยืม​โดย​ไม่​ต้อง​หวัง​ว่า​จะ​ได้​คืน แล้ว​คุณ​จะ​ได้รับ​รางวัล​มากมาย และ​เป็น​ลูก​ที่​แท้​จริง​ของ​พระเจ้า​สูงสุด เพราะ​พระเจ้า​ดี​กับ​คน​เนรคุณ​และ​คน​ชั่ว 36 ขอ​ให้​คุณ​แสดง​ความ​เมตตา​เหมือน​กับ​ที่​พระบิดา​แสดง​ความเมตตา

มอง​ดู​ตัวเอง

(มธ. 7:1-5)

37 อย่า​ตัดสิน​คน​อื่น แล้ว​พระเจ้า​จะ​ไม่​ตัดสิน​คุณ อย่า​ประณาม​คน​อื่น แล้ว​พระเจ้า​จะ​ไม่​ประณาม​คุณ ยกโทษ​ให้​คน​อื่น แล้ว​พระเจ้า​จะ​ยก​โทษ​ให้​คุณ 38 ถ้า​คุณ​ให้​คน​อื่น พระเจ้า​ก็​จะ​ให้​กับ​คุณ พระองค์​จะ​ใช้​ถ้วยตวง​ที่​อัด​แน่น​จน​ล้น​ออก​มา​เท​ลง​บน​ตัก​ของ​คุณ สรุป​แล้ว​คุณ​ทำ​กับ​คน​อื่น​แบบ​ไหน คุณ​ก็​จะ​ได้รับ​ผล​แบบ​นั้น”

39 พระองค์​ยัง​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​ฟัง​อีก​ว่า “คน​ตาบอด​จะ​จูง​คน​ตาบอด​ได้​หรือ ทั้ง​สอง​คน​จะ​ไม่​ตก​คู​หรือ 40 ลูกศิษย์​จะ​เหนือ​ครู​หรือ แต่​เมื่อ​เขา​ได้รับ​การอบรม​ครบ​ถ้วน​แล้ว เขา​ก็​จะ​เป็น​เหมือน​กับ​ครู

41 ทำไม​คุณ​ถึง​เห็น​ขี้ผง​ใน​ตา​ของ​พี่น้องคุณ แต่​กลับ​มอง​ไม่​เห็น​ไม้​ซุง​ทั้ง​ท่อน​ใน​ตา​ของ​ตัว​คุณ​เอง 42 แล้ว​คุณ​พูด​กับ​พี่น้อง​ออก​มา​ได้​ยังไง​ว่า ‘เดี๋ยว​ผม​จะ​เขี่ย​ขี้ผง​ใน​ตา​ให้​นะ’ ทั้งๆที่​ซุง​ทั้ง​ท่อน​ใน​ตา​ตัวเอง​ก็​ยัง​มอง​ไม่​เห็น ไอ้​หน้าซื่อใจคด เอา​ท่อน​ซุง​ออก​จาก​ตา​ของ​ตัวเอง​ก่อน แล้ว​จะ​ได้​มอง​เห็น​ชัดๆ​ตอน​เขี่ย​ขี้ผง​ออก​จาก​ตา​ของ​พี่น้อง

ผลไม้​สอง​ชนิด

(มธ. 7:17-20; 12:34-35)

43 ต้น​ไม้​ดี​จะ​ออก​ผล​เลวๆ​ไม่​ได้ และ​ต้น​ไม้​เลว​ก็​จะ​ออก​ผล​ดีๆ​ไม่​ได้​เหมือน​กัน 44 อยาก​รู้​ว่า​ต้น​อะไร​ก็​ให้​ดู​ที่​ผล​ของ​มัน คุณ​คงจะ​ไม่​ไป​หา​ลูก​มะเดื่อ​จาก​พุ่มไม้​หนาม หรือ​ลูก​องุ่น​จาก​กอ​หนาม​แน่ 45 คนดี​ก็​จะ​ทำ​ดี​เพราะ​จิตใจ​เต็ม​ไป​ด้วย​สิ่ง​ที่​ดีๆ คน​ชั่ว​ก็​จะ​ทำ​ชั่ว​เพราะ​จิตใจ​เต็ม​ไป​ด้วย​สิ่ง​ชั่วๆ ใจ​เต็ม​ไป​ด้วย​อะไร​ปาก​ก็​จะ​พูด​สิ่ง​นั้น

คน​สอง​ประเภท

(มธ. 7:24-27)

46 ใน​เมื่อ​คุณ​ไม่​ทำ​ตาม​ที่​เรา​บอก จะ​มา​เรียก​เรา​ว่า องค์​เจ้า​ชีวิต องค์​เจ้า​ชีวิต ทำไม 47 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​คน​ที่​มา​หา​เรา​และ​ทำ​ตาม​คำสอน​ของ​เรา​นั้น 48 ก็​เปรียบ​เหมือน​คน​สร้าง​บ้าน ที่​ขุด​ดิน​ลง​ไป​ลึก และ​วาง​รากฐาน​ไว้​บน​หิน เมื่อ​น้ำท่วม กระแส​น้ำ​ไหล​เชี่ยว​มา​พัด​บ้าน บ้าน​ก็​ไม่​สั่นคลอน เพราะ​สร้าง​ไว้​อย่าง​มั่นคง 49 แต่​คน​ที่​ได้​ฟัง แล้ว​ไม่​ทำ​ตาม ก็​เปรียบ​เหมือน​กับ​คน​ที่​สร้าง​บ้าน​ไว้​บน​ดิน ไม่​มี​รากฐาน เมื่อ​กระแส​น้ำ​ไหล​เชี่ยว​มา​พัด​บ้าน บ้าน​ก็​พัง​ราบคาบ เสียหาย​ยับเยิน​ทันที”

7

พระเยซู​รักษา​ทาสคน​หนึ่ง

(มธ. 8:5-13; ยน. 4:43-54)

1 พอ​พระเยซู​สอน​ชาวบ้าน​ที่​มา​ฟัง​เสร็จ​แล้ว พระองค์​ก็​เข้า​ไป​ยัง​เมือง​คาเปอรนาอุม 2 มี​ทาส​ของ​นายร้อย​ทหาร​โรมัน​คน​หนึ่ง​ป่วย​หนัก​ใกล้​จะ​ตาย นายร้อย​คนนี้​รัก​ทาส​ของ​เขา​มาก 3 เมื่อ​เขา​ได้ยิน​เรื่อง​ของ​พระเยซู เขา​ก็​ส่ง​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ชาวยิว​ไป​ขอร้อง​พระองค์ ให้​มา​ช่วย​รักษา​ทาส​ของ​เขา 4 เมื่อ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​มา​พบ​พระเยซู​แล้ว ก็​ขอร้อง​อ้อนวอน​พระองค์​ว่า “อาจารย์ ช่วย​นายร้อย​คนนี้​ด้วย​เถิด เขา​เป็น​คนดี​มาก 5 เขา​รัก​คน​ของ​เรา​และ​สร้าง​ที่ประชุม​ให้​กับ​พวก​เรา​ด้วย”

6 พระเยซู​จึง​ไป​กับ​พวก​เขา และ​เมื่อ​ใกล้​จะ​ถึง​บ้าน​เขา นายร้อย​ก็​ส่ง​พวก​เพื่อน​ให้​มา​บอก​กับ​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ครับ อย่า​ต้อง​ลำบาก​เลย​ครับ เพราะ​ผม​ไม่​ดี​พอ​ที่​จะ​ให้​ท่าน​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​ผม 7 ตัว​ผม​เอง​จึง​ไม่​กล้า​ที่​จะ​มา​พบ​อาจารย์ ขอ​แค่​อาจารย์​สั่ง​เท่านั้น ทาส​ของ​ผม​ก็​จะ​หาย​ดี 8 ที่​ผม​รู้​ก็​เพราะ​ผม​เป็น​ทหาร มี​ทั้ง​หัวหน้า​ที่​สั่ง​ผม และ​มี​ลูกน้อง​ที่​ต้อง​เชื่อฟัง​คำสั่ง​ผม​ด้วย เมื่อ​ผม​สั่ง​ให้ ‘ไป’ เขา​ก็​ไป สั่ง​ให้ ‘มา’ เขา​ก็​มา แล้ว​ถ้า​สั่ง​ให้​ทาส​ของ​ผม ‘ทำ​สิ่ง​นั้น​สิ่งนี้’ เขา​ก็​ทำ”

9 เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน​แบบ​นั้น พระองค์​ก็​แปลกใจ​มาก จึง​หัน​ไป​พูด​กับ​ชาว​บ้าน​ที่​ติดตาม​พระองค์​มา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ยัง​ไม่​เคย​พบ​ใคร​ที่​มี​ความ​เชื่อ​ยิ่งใหญ่​ขนาดนี้​มา​ก่อน​แม้​แต่​ใน​อิสราเอล​เอง​ก็​ตาม”

10 เมื่อ​พวก​เพื่อน​ของ​นายร้อย​กลับ​ไป​ถึง​บ้าน ก็​พบ​ว่า​ทาส​คน​นั้น​หาย​ดี​แล้ว

พระเยซู​ทำให้​ชายหนุ่ม​คืน​ชีพ

11 ต่อมา​พระเยซู​กับ​พวก​ศิษย์​ไป​เมือง​นาอิน และ​มี​ชาวบ้าน​มากมาย​ติดตาม​ไป 12 เมื่อ​พระองค์​เดิน​มา​ใกล้​ประตู​เมือง ก็​สวน​กับ​ขบวน​แห่​ศพ​ของ​คนๆ​หนึ่ง เขา​เป็น​ลูกชาย​เพียง​คน​เดียว​ของ​หญิงม่าย​คน​หนึ่ง มี​ชาวบ้าน​เป็น​จำนวน​มาก​เดิน​มา​กับ​ขบวน​พร้อม​กับ​หญิงม่าย​คน​นั้น 13 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​นาง ก็​รู้สึก​สงสาร และ​พูด​ว่า “อย่า​ร้องไห้​เลย” 14 แล้ว​พระองค์​เดิน​เข้า​ไป​แตะ​โลง​ศพ พวก​คน​ที่​หาม​โลง​ก็​หยุด แล้ว​พระองค์​พูด​ว่า “พ่อ​หนุ่ม เรา​สั่ง​ให้​ลุก​ขึ้น​มา” 15 คน​ตาย​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​นั่ง​และ​เริ่ม​พูด พระเยซู​จึง​มอบ​ชาย​คน​นั้น​ให้​กับ​แม่​ของ​เขา

16 ชาวบ้าน​ต่าง​เกิด​ความเกรง​กลัว​และ​สรรเสริญ​พระเจ้า​ว่า “ผู้พูดแทนพระเจ้า​ผู้ยิ่งใหญ่​ได้​เกิด​ใน​หมู่​พวก​เรา​แล้ว” และ​พูด​ว่า “พระเจ้า​มา​ช่วยเหลือ​คน​ของ​พระองค์​แล้ว”

17 แล้ว​ชื่อเสียง​ของ​พระเยซู ก็​ร่ำลือ​ไป​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​และ​บริเวณ​รอบๆ​นั้น

ยอห์น​เกิด​สงสัย

(มธ. 11:2-19)

18 มี​ศิษย์​คน​หนึ่ง​ของ​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​เล่า​เรื่องนี้​ให้​ยอห์น​ฟัง ยอห์น​จึง​สั่ง​ศิษย์​สอง​คน​ของ​เขา 19 ให้​ไป​ถาม​องค์​เจ้า​ชีวิต​ว่า “ท่าน​คือ​คนๆ​นั้น​ที่​จะ​มา หรือ​พวก​เรา​จะ​ต้อง​รอ​อีก​คน​หนึ่ง”

20 ศิษย์​สอง​คน​นั้น​ไป​พบ​พระเยซู และ​พูด​ว่า “ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ส่ง​พวก​เรา​มา​ถาม​ท่าน​ว่า ‘ท่าน​คือ​คนๆ​นั้น​ที่​จะ​มา หรือ​พวก​เรา​ยัง​ต้อง​รอ​อีก​คน​หนึ่ง’”

21 ใน​เวลา​นั้น​พระเยซู​ได้​รักษา​คน​ที่​เจ็บป่วย​ด้วย​โรค​ต่างๆ​ให้​หาย ขับไล่​ผีชั่ว และ​ช่วย​ให้​คน​ตาบอด​หลาย​คน​มองเห็น 22 พระเยซู​บอก​กับ​สอง​คน​นั้น​ว่า “ไป​บอก​ยอห์น​ถึง​สิ่ง​ที่​คุณ​ได้​เห็น​และ​ได้ยิน ว่า​คน​ตาบอด​มอง​เห็น คน​ง่อย​เดิน​ได้ คน​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​ก็​หาย คน​หูหนวก​ก็​ได้ยิน คน​ตาย​กลับ​ฟื้นคืนชีพ และ​คน​จน​ก็​ได้ยิน​เรื่อง​ข่าว​ดี 23 คน​ที่​ไม่​ทิ้ง​เรา เพราะ​สิ่ง​ที่​เรา​ทำ ก็​เป็น​คน​ที่​มี​เกียรติ​จริงๆ”

24 พอ​ศิษย์​ทั้ง​สอง​ของ​ยอห์น​กลับ​ไป​แล้ว พระเยซู​ก็​พูด​ถึง​ยอห์น​ให้​ชาวบ้าน​ฟัง​ว่า “พวก​คุณ​ออก​ไป​ดู​อะไร​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง ไป​ดู​ต้นอ้อ+ 7:24 ต้นอ้อ พระเยซู​หมาย​ความ​ว่า​ยอห์น​ไม่​ได้​อ่อนแอ​เหมือน​กับ​ต้นอ้อ​ที่​ไหว​เอน​ไป​ตาม​ลม ลู่​ตาม​ลม​หรือ 25 ไม่​ใช่​แน่ แล้ว​คุณ​ออก​ไป​ดู​อะไร​ล่ะ ไป​ดู​คน​ใส่​เสื้อผ้า​สวย​หรู​ราคา​แพง​หรือ ไม่​ใช่​หรอก เพราะ​คน​ที่​ใส่​เสื้อผ้า​สวย​หรู​ราคา​แพง​นั้น​อยู่​ใน​วัง 26 ถ้า​อย่าง​นั้น​แล้ว​คุณ​ออก​ไป​ดู​อะไร​ล่ะ ออก​ไป​ดู​ผู้พูดแทนพระเจ้า​หรือ ใช่​แล้ว เรา​ขอ​บอก​ให้​รู้​ว่า​เขา​เป็น​ยิ่ง​กว่า​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เสีย​อีก 27 เพราะ​เขา​เป็น​คน​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ถึง​ว่า

‘ดูสิ เรา​จะ​ส่ง​ผู้​ส่งข่าว​ของ​เรา​นำ​หน้า​ท่าน​ไป​ก่อน

เขา​จะ​ไป​เตรียม​หนทาง​ให้​กับ​ท่าน’+ 7:27 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ มาลาคี 3:1

28 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ยอห์น​นั้น​ยิ่งใหญ่​กว่า​ทุกๆ​คน​ที่​เกิด​มา​จาก​ผู้หญิง แต่​คน​ที่​สำคัญ​น้อย​ที่สุด​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า ก็​ยัง​ยิ่งใหญ่​กว่า​ยอห์น​อีก”

29 ทุก​คน​ที่​ได้ยิน​พระเยซู​พูด รวมทั้ง​คน​เก็บ​ภาษี​ก็​เชื่อ​ว่า​ทาง​ของ​พระเจ้า​นั้น​ถูกต้อง เพราะ​พวก​เขา​เคย​ให้​ยอห์น​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้ 30 แต่​พวก​ฟาริสี​และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ไม่​ยอมรับ​ทาง​ที่​พระเจ้า​มี​สำหรับ​พวก​เขา เพราะ​พวกนี้​ไม่​ได้​ให้​ยอห์น​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​ให้

31 พระเยซู​พูด​ต่อ ว่า “เรา​จะ​เปรียบเทียบ​คน​ใน​สมัยนี้​กับ​อะไร​ดี 32 พวก​เขา​เป็น​เหมือน​เด็กๆ​ที่​นั่ง​อยู่​ที่​ตลาด​ร้อง​ตะโกน​ใส่​กัน​ว่า

‘พวก​เรา​เป่า​ปี่​ให้​ฟัง

แต่​พวก​เธอ​ก็​ไม่​ยอม​เต้น​ตาม

พวก​เรา​ร้องเพลง​เศร้า

แต่​พวก​เธอ​ก็​ไม่​ยอม​ร้องไห้’

33 เมื่อ​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​มา เขา​ไม่​ได้​กิน​ขนมปัง​หรือ​ดื่ม​เหล้า​องุ่น พวก​คุณ​ก็​ว่า ‘เขา​มี​ผี​ชั่ว​สิง​อยู่’ 34 แต่​พอ​บุตร​มนุษย์​มา ทั้ง​กิน​และ​ดื่ม พวก​คุณ​ก็​หา​ว่า ‘ดู​ไอ้​หมอ​นั่น​สิ ทั้ง​ตะกละ​และ​ขี้เมา แถม​ยัง​เป็น​เพื่อน​กับ​คน​เก็บ​ภาษี​และ​คน​บาป​อีก​ด้วย’ 35 แต่​อย่างไรก็ตาม​สติปัญญา​นั้น​ถูก​หรือ​ผิด ก็​ดู​ได้​จาก​ผล​ทั้งหลาย​ของ​มัน”

ฟาริสี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ซีโมน

36 มี​ฟาริสี​คน​หนึ่ง​เชิญ​พระเยซู​มา​กิน​อาหาร​กับ​เขา พระองค์​ก็​เลย​มา​ที่​บ้าน​ของ​เขา​และ​นั่ง​เอน​กาย​อยู่​ที่​โต๊ะ​อาหาร 37 มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​เป็น​ที่​รู้​กัน​ไป​ทั่ว​ใน​เมือง​นั้น​ว่า​เป็น​คน​บาป นาง​ได้ยิน​ว่า​พระเยซู​กำลัง​กิน​อาหาร​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​ฟาริสี​คน​นั้น นาง​ก็​ถือ​น้ำหอม​ใน​ขวด​สวยหรู​มา​ด้วย 38 นาง​เข้า​ไป​ยืน​อยู่​ข้างหลัง​ใกล้​เท้า​ของ​พระเยซู แล้ว​ร้องไห้​จน​เท้า​ของ​พระองค์​เปียก​ชุ่ม​ไป​ด้วย​น้ำตา แล้ว​เอา​ผม​ของ​นาง​เช็ด และ​ก้ม​ลง​จูบ​เท้า​ของ​พระองค์ พร้อม​ทั้ง​เท​น้ำหอม​ลง​บน​เท้า​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​พระองค์ 39 เมื่อ​ฟาริสี​คน​ที่​เชิญ​พระเยซู​เห็น​ก็​คิด​ใน​ใจ​ว่า “ถ้า​ชาย​คนนี้​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​จริง เขา​จะ​ต้อง​รู้​ว่า หญิง​ที่​แตะ​ต้อง​ตัว​เขา​นี้​เป็น​ใคร และ​เป็น​หญิง​ประเภท​ไหน เขา​จะ​ต้อง​รู้​ว่า​นาง​เป็น​คน​บาป”

40 พระเยซู​พูด​ว่า “ซีโมน เรา​จะ​บอก​อะไร​ให้​นะ”

และ​ซีโมน​ก็​ตอบ​ว่า “ว่า​มา​เลย​ครับ อาจารย์”

41 พระเยซู​พูด​ว่า “มี​คน​ปล่อย​เงิน​กู้​คน​หนึ่ง มี​ลูกหนี้​อยู่​สอง​คน คน​หนึ่ง​เป็น​หนี้​อยู่​ห้าร้อย​เหรียญ​เงิน+ 7:41 เหรียญ​เงิน อาจ​เป็น​เงิน​เหรียญ​ของ​กรีก หนึ่ง​เหรียญ​สามารถ​เป็น​ค่า​แรงงาน​คน​งาน​ต่อ​หนึ่ง​วัน และ​อีก​คน​หนึ่ง​เป็น​หนี้​อยู่​ห้าสิบ​เหรียญ​เงิน 42 แต่​ทั้ง​สอง​ไม่​มี​เงิน​ใช้​หนี้ เจ้าหนี้​ก็​เลย​ยก​หนี้​ให้​ทั้ง​สอง​คน คุณ​คิด​ว่า​คน​ไหน​จะ​รัก​เจ้าหนี้​คนนี้​มาก​กว่า​กัน”

43 ซีโมน​ตอบ​ว่า “คน​แรก​ที่​มี​หนี้​มาก​กว่า​ครับ”

พระองค์​ก็​ตอบ​ว่า “ถูกต้อง”

44 แล้ว​พระเยซู​หัน​ไป​มอง​หญิง​คน​นั้น และ​พูด​กับ​ซีโมน​ว่า “เห็น​หญิง​คนนี้​ไหม เรา​มา​บ้าน​คุณ คุณ​ก็​ไม่​ได้​เอา​น้ำ​มา​ล้าง​เท้า​เรา แต่​เธอ​กลับ​ใช้​น้ำตา​ล้าง​เท้า​เรา และ​เอา​ผม​ของ​เธอ​เช็ด​จน​แห้ง 45 คุณ​ไม่​ได้​จูบ​ต้อนรับ​เรา แต่​เธอ​ไม่​ได้​หยุด​จูบ​เท้า​เรา​เลย​ตั้งแต่​เข้า​มา 46 คุณ​ไม่​ได้​เอา​น้ำมัน​ใส่​หัว​ของ​เรา แต่​เธอ​เอา​น้ำหอม​เท​ใส่​เท้า​ของ​เรา 47 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ที่​เธอ​แสดง​ความ​รัก​มาก​ขนาดนี้ ก็​เพราะ​เธอ​ได้รับ​การ​ยกโทษ​จาก​บาป​มากมาย​นั่น​เอง ส่วน​คน​อื่น​ที่​ได้รับ​การยกโทษ​น้อย ก็​มี​ความรัก​น้อย”

48 พระเยซู​พูด​กับ​นาง​ว่า “บาป​ของ​คุณ​ได้รับ​การยกโทษ​แล้ว” คน​ที่​นั่ง​ดื่ม​กิน​กับ​พระองค์​ก็​พูด​กัน​ว่า

49 “คนนี้​คิด​ว่า​เขา​เป็น​ใคร​กัน ถึง​ได้​เที่ยว​ยกโทษ​บาป​ให้​ใคร​ต่อ​ใคร”

50 พระเยซู​พูด​กับ​หญิง​คนนี้​ว่า “ความเชื่อ​ของ​คุณ​ทำ​ให้​คุณ​รอด​แล้ว ไป​เป็น​สุข​เถิด”

8

กลุ่ม​ที่​ไป​กับ​พระเยซู

1 ต่อมา​พระเยซู​เดินทาง​ไป​ตาม​เมือง​และ​หมู่บ้าน​ต่างๆ เพื่อ​ประกาศ​ข่าวดี​เกี่ยวกับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า พวก​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​ก็​อยู่​กับ​พระองค์​ด้วย 2 แล้ว​ยัง​มี​พวก​ผู้หญิง​บางคน​ติดตาม​มา​ด้วย ที่​พระองค์​เคย​ขับ​ผี​ชั่ว​และ​รักษา​โรค​ต่างๆ​ให้ คือ มารีย์​ชาว​มักดาลา​ที่​พระเยซู​เคย​ขับ​ผี​ชั่ว​ทั้ง​เจ็ด​ออก​ให้ 3 นาง​โยอันนา​เมีย​ของ​คูซา​ผู้จัดการ​ทรัพย์สิน​ส่วนตัว​ของ​กษัตริย์​เฮโรด และ​นาง​สูสันนา​กับ​ผู้หญิง​คน​อื่นๆ​ที่​ใช้​ทรัพย์สิน​ส่วนตัว​ของ​พวก​นาง​เอง​คอย​ช่วยเหลือ​พระเยซู​กับ​พวก​ศิษย์​เอก​ของ​พระองค์​นั้น

เรื่อง​ชาวนา​หว่าน​เมล็ด​พืช

(มธ. 13:1-17; มก. 4:1-12)

4 มี​ชาว​บ้าน​มากมาย​จาก​เมือง​ต่างๆ​มาหา​พระเยซู พระองค์​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ว่า

5 “มี​ชาวนา​คน​หนึ่ง​ออก​ไป​หว่าน​เมล็ดพืช ขณะ​ที่​หว่าน​อยู่​นั้น พืช​บาง​เมล็ด​ตก​ตาม​ถนนหนทาง ถูก​เหยียบย่ำ และ​ถูก​นก​มา​จิก​กิน 6 บาง​เมล็ด​ก็​ตกลง​ใน​ดิน​ที่​ชั้น​ล่าง​เป็น​หิน หลัง​จาก​ที่​งอก​แล้ว​ก็​เหี่ยว​แห้ง​ไป เพราะ​ราก​ตื้น​จึง​ขาด​ความชุ่มชื้น 7 บาง​เมล็ด​ก็​ตก​อยู่​ใน​พง​หนาม เมื่อ​งอก​ขึ้น​มา​ก็​ถูก​พง​หนาม​ปกคลุม​จน​ทำ​ให้​ไม่​เจริญเติบโต 8 บาง​เมล็ด​ตกใน​ที่ดิน​ดี เมื่อ​งอก​ขึ้น​มา​ก็​เกิด​ผล​เป็น​ร้อย​เท่า​ของ​ที่​หว่าน​ไว้” เมื่อ​พระองค์​เล่า​เสร็จ​แล้ว ก็​พูด​ว่า “ใคร​มี​หู ก็​ฟัง​ไว้​ให้​ดี”

9 พวก​ศิษย์​ถาม​พระองค์​ว่า “เรื่อง​ที่​เล่า​ให้​ฟัง​นี้ หมายถึง​อะไร​ครับ”

10 พระองค์​ตอบ​ว่า “มี​แต่​พวก​คุณ​เท่า​นั้น​ที่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ถึง​เรื่อง​ความลับ​ของ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า แต่​สำหรับ​คน​อื่น เรา​จะ​พูด​เป็น​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​ฟัง เพื่อ​ว่า

‘แม้​พวก​เขา​มองดู

ก็​จะ​ไม่​เห็น

แม้​พวก​เขา​ได้ยิน

ก็​จะ​ไม่​เข้าใจ’”+ 8:10 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 6:9

พระเยซู​อธิบาย​เรื่อง​เมล็ดพืช

(มธ. 13:18-23; มก. 4:13-20)

11 นี่​คือ​ความหมาย​ของ​เรื่อง​เปรียบเทียบ​นั้น “เมล็ด​พืช​ก็​คือ​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า 12 เมล็ดพืช​ที่​ตก​ตาม​ถนนหนทาง​ก็​คือ คน​ที่​ได้ยิน​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า แต่​ถูก​มารร้าย​มา​แย่ง​เอา​ถ้อยคำ​นั้น​ไป​จาก​ใจ​ของ​เขา ทำ​ให้​เขา​ไม่​เชื่อ ก็​เลย​ไม่​รอด 13 เมล็ดพืช​ที่​ตกใน​ดิน​ที่​ชั้นล่าง​เป็น​หิน​ก็​คือ คน​ที่​ได้ยิน​ถ้อย​คำ และ​รับ​ไว้​ทันที​ด้วย​ความ​ดีใจ​แต่​มี​ราก​ที่​ไม่​ลึก จึง​เหมือน​คน​ที่​เชื่อ​ประเดี๋ยวเดียว เมื่อ​เกิด​ความ​ทุกข์ยาก​ใน​ชีวิต​ก็​เลิก​เชื่อ 14 เมล็ดพืช​ที่​ตก​อยู่​กลาง​พงหนาม ก็​คือ​คน​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า​และ​รับ​ไว้ แต่​เพราะ​ความ​กังวลใจ หรือ​การ​เห็น​แก่​ความ​ร่ำรวย หรือ​ความสนุก​สนาน​ใน​ชีวิต ทำ​ให้​ไม่​เกิด​ผล+ 8:14 ไม่​เกิด​ผล หมายถึง​ไม่​ได้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​คน​ของ​พระองค์​ทำ15 เมล็ดพืช​ที่​ตกใน​ดิน​ดี ก็​คือ​คน​ที่​มี​จิตใจ​ดี​และ​ซื่อสัตย์ เมื่อ​ได้ยิน​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า ก็​เก็บ​รักษา​ไว้ และ​เกิด​ผล​มาก​ด้วย​ความมานะ​อดทน”

จุด​ตะเกียง​ซ่อน​ไว้​ใต้​ถัง

(มก. 4:21-25)

16 “คง​ไม่​มี​ใคร​จุด​ตะเกียง​แล้ว​เอา​ถัง​มา​ครอบ​ไว้​หรือ​วาง​ไว้​ใต้​เตียง​หรอก แต่​เขา​จะ​วาง​ไว้​บน​เชิงตะเกียง จะ​ได้​ส่อง​สว่าง​ให้​กับ​คน​ที่​เข้า​มา​ใน​บ้าน 17 ทุก​อย่าง​ที่​ซ่อน​ไว้​เดี๋ยวนี้ ก็​จะ​ถูก​ค้น​พบ ทุก​อย่าง​ที่​เป็น​ความลับ​เดี๋ยวนี้ ก็​จะ​ถูก​เปิดเผย 18 ถ้า​อย่าง​นั้น ระวัง​ให้​ดี​ว่า​คุณ​จะ​เป็น​ผู้​ฟัง​แบบ​ไหน คน​ที่​เข้าใจ​ดี​อยู่​แล้ว ก็​จะ​เข้าใจ​มาก​ยิ่ง​ขึ้น ส่วน​คน​ที่​ไม่​เข้าใจ​แล้ว​ยัง​ไม่​สนใจ​ฟัง​อีก แม้แต่​เรื่อง​ที่​เขา​คิด​ว่า​เข้าใจ​ก็​จะ​หาย​ไป​ด้วย”

ครอบครัว​ที่​แท้จริง​ของพระเยซูคือ​คน​ที่​ติดตาม​พระองค์

(มธ. 12:46-50; มก. 3:31-35)

19 เมื่อ​แม่​กับ​น้องๆ​ของ​พระเยซู​มาหา ก็​เข้า​ไป​ไม่​ถึง​พระองค์​เพราะ​คน​แน่น​มาก 20 มี​คน​มา​บอก​พระเยซู​ว่า “อาจารย์ แม่​กับ​พวก​น้องๆ​ของ​อาจารย์ มา​ยืน​รอ​พบ​อาจารย์​อยู่​ด้าน​นอก​ครับ”

21 พระองค์​ตอบ​ไป​ว่า “แม่​และ​น้องๆ​ของ​เรา​ก็​คือ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า แล้ว​ทำ​ตาม”

พระเยซู​ห้าม​ลม​และ​คลื่น

(มธ. 8:23-27; มก. 4:35-41)

22 วัน​หนึ่ง​ที่​ทะเลสาบ​พระเยซู​ลง​เรือ​พร้อม​กับ​พวก​ศิษย์ พระองค์​ออก​ปาก​ชวน​ว่า “พวก​เรา​ข้าม​ไป​ฝั่ง​โน้น​กัน​เถอะ” พวก​เขา​จึง​ออก​เรือ 23 ขณะ​ที่​เรือ​แล่น​ไป​พระเยซู​ก็​นอนหลับ เกิด​พายุ​ใหญ่​ขึ้น​กลาง​ทะเลสาบ น้ำ​ซัด​เข้า​เรือ​จน​เกือบ​จะ​จม​อยู่​แล้ว ทุก​คน​ตก​อยู่​ใน​อันตราย 24 พวก​เขา​จึง​พา​กัน​ไป​ปลุก​พระเยซู ตะโกน​ว่า “อาจารย์ อาจารย์ พวก​เรา​กำลัง​จะ​จม​อยู่​แล้ว” พระองค์​ก็​ตื่น​ขึ้น​มา และ​สั่ง​ลม​และ​คลื่น​ให้​สงบ พายุ​ก็​หยุด ทุก​อย่าง​สงบ​นิ่ง 25 แล้ว​พระเยซู​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ความเชื่อ​ของ​พวก​คุณ​หาย​ไป​ไหน​หมด”

พวก​เขา​ก็​เกรง​กลัว​และ​ประหลาดใจ เขา​พูด​กัน​ว่า “คนนี้​เป็น​ใคร​กัน แม้แต่​ลม​และ​คลื่น​ก็​ยัง​สั่ง​ได้ และ​พวกมัน​ก็​เชื่อฟัง​ด้วย”

ชาย​ที่​ถูก​ผีชั่ว​สิง

(มธ. 8:28-34; มก. 5:1-20)

26 พวก​เขา​แล่น​เรือ​ข้าม​มา​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​ทะเลสาบ​กาลิลี​ถึง​เขตแดน​ของ​ชาว​เกราซา+ 8:26 เกราซา มัทธิว 8:28 เขียน​ว่า กาดารา27 เมื่อ​พระเยซู​ขึ้น​มา​บน​ฝั่ง ก็​เจอ​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​มา​จาก​เมือง​นั้น เขา​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​อยู่ เขา​แก้​ผ้า​และ​ไม่​ได้​อยู่​บ้าน​มา​นาน​แล้ว แต่​อยู่​ตาม​อุโมงค์​ฝัง​ศพ 28 เมื่อ​เขา​เห็น​พระเยซู ก็​ล้มลง​ต่อหน้า​พระองค์​และ​ร้องตะโกน​สุด​เสียง​ว่า “เยซู บุตร​ของ​พระเจ้า​สูงสุด มา​ยุ่ง​กับ​ข้า​ทำไม ขอ​ร้องละ​อย่า​ได้​ทรมาน​ข้า​เลย” 29 ที่​มัน​พูด​อย่างนี้ ก็​เพราะ​พระเยซู​สั่ง​ให้​มัน​ออก​จาก​ร่าง​ของ​ชาย​คน​นั้น มัน​ชอบ​เข้าสิง​ชาย​คนนี้​อยู่​เรื่อย ขนาด​เอา​โซ่​ล่าม​มือ​และ​เท้า​ทั้ง​สอง​ข้าง​และ​คุมขัง​เอา​ไว้ เขา​ก็​ยัง​ทำลาย​โซ่​ตรวน​เหล่า​นั้น​ได้ และ​ผีชั่ว​ก็​บังคับ​ให้​ชาย​คนนี้​เข้า​ไป​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง

30 พระเยซู​ถาม​มัน​ว่า “เอ็ง​ชื่อ​อะไร” มัน​ตอบ​ว่า “ชื่อ​กอง”+ 8:30 กอง หนึ่ง​กอง​ของ​ทหาร​โรมัน​ใน​สมัย​โบราณ​มี​ทหาร​ประมาณ​สามพัน​ถึง​หกพัน​คน ที่​มัน​ตอบ​อย่างนี้ ก็​เพราะ​มี​พวก​มัน​หลาย​ตน​สิง​อยู่​ใน​ชาย​คนนี้

31 พวก​มัน​ต่าง​ก็​อ้อนวอน​พระเยซู​ไม่​ให้​ส่ง​พวก​มัน​ไป​ลง​นรก​อเวจี+ 8:31 นรก​อเวจี เป็น​เหว​หรือ​หลุม​ที่​ลึก​ไม่​มี​จุด​สิ้นสุด เป็น​ที่​ขัง​วิญญาณ​ชั่ว32 มี​หมู​ฝูง​ใหญ่​ถูก​ปล่อย​ให้​หา​กิน​อยู่​ตาม​ไหล่​เขา​แถวๆ​นั้น พวก​ผี​ชั่ว​จึง​ขอ​ร้อง​พระเยซู ให้​พวก​มัน​เข้า​ไป​สิง​อยู่​ใน​หมู​ฝูง​นั้น​แทน พระเยซู​ก็​ยอม 33 พวก​มัน​จึง​พา​กัน​ออก​จาก​ร่าง​ชาย​คนนี้ และ​เข้า​ไป​สิง​หมู​ฝูง​นั้น​แทน หมู​ทั้ง​ฝูง​ก็​พา​กัน​วิ่ง​กรู​กัน​จาก​ไหล่​เขา​สูง​ชัน​ลง​สู่​ทะเลสาบ จม​น้ำ​ตาย​หมด

34 เมื่อ​คน​เลี้ยง​หมู​เห็น​อย่าง​นั้น ก็​พา​กัน​วิ่ง​ไป​และ​เล่า​เรื่องนี้​ไป​ทั่ว​ทั้ง​ใน​เมือง​และ​ใน​ชนบท 35 ชาวบ้าน​ก็​แห่​กัน​ออก​มา​ดู​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น พวก​เขา​มา​หา​พระเยซู และ​ได้​พบ​กับ​ชาย​คน​ที่​ผี​ชั่ว​ออก​ไป​จาก​เขา​แล้ว นั่ง​อยู่​ที่​เท้า​ของ​พระเยซู สวม​เสื้อผ้า​เรียบร้อย​และ​สงบสติ​ดี พวก​เขา​ก็​กลัว​มาก 36 ส่วน​คน​ที่​เห็น​เหตุการณ์​ก็​เล่า​ว่า​ชาย​ที่​ถูก​ผีสิง​คนนี้​หาย​ได้​ยังไง 37 ทุก​คน​ที่​อยู่​แถวๆ​นั้น​ขอ​ร้อง​ให้​พระเยซู​ไป​จาก​เขตแดน​ของ​พวก​เขา เพราะ​พวก​เขา​กลัว​กัน​มาก พระเยซู​ก็​เลย​ลง​เรือ​จาก​ไป 38 ชาย​คน​ที่​เคย​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​ขอ​ตาม​พระองค์​ไป​ด้วย แต่​พระองค์​ส่ง​เขา​กลับ​บอก​ว่า 39 “กลับ​บ้าน​ไป​เถอะ แล้ว​ไป​เล่า​ให้​ทุก​คน​ฟัง​ว่า​พระเจ้า​ได้​ทำ​อะไร​ให้​กับ​คุณ​บ้าง” ชาย​คน​นั้น​ก็​กลับ​ไป และ​เล่า​เรื่อง​ทุก​อย่าง​ที่​พระเยซู​ทำ​ให้​กับ​เขา​ไป​ทั่ว​ทั้ง​เมือง

พระเยซู​ทำให้​เด็ก​ผู้หญิง​ฟื้นและ​รักษา​ผู้หญิง​ที่​ตก​เลือด

(มธ. 9:18-26; มก. 5:21-43)

40 เมื่อ​พระเยซู​กลับ​มา​ถึง​กาลิลี มี​ชาวบ้าน​มา​คอย​ต้อนรับ​พระองค์​อยู่​ที่​นั่น 41 ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ไยรัส เป็น​หัวหน้า​ของ​ที่​ประชุม​ชาวยิว เขา​ได้​มา​ก้มกราบ​แทบ​เท้า​พระเยซู อ้อนวอน​พระองค์​ให้​ไป​บ้าน​ของ​เขา 42 เพราะ​ลูกสาว​คน​เดียว​ของ​เขา ที่​มี​อายุ​เพียง​สิบสอง​ปี​กำลัง​จะ​ตาย ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​พระเยซู​ไป​นั้น ก็​มี​ชาวบ้าน​เบียดเสียด​พระองค์​รอบ​ด้าน 43 ใน​กลุ่ม​คนนี้​มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​ทน​ทุกข์ทรมาน​มาก​เพราะ​ตก​เลือด​มา​สิบสอง​ปี​แล้ว นาง​เสีย​เงิน​เสีย​ทอง​ไป​กับ​การรักษา​จน​หมดเนื้อ​หมดตัว แต่​ก็​ยัง​ไม่​หาย 44 นาง​จึง​เข้า​มา​ทาง​ข้างหลัง​พระองค์ และ​แตะ​พู่​ที่​ชาย​เสื้อ​คลุม​พระองค์ เลือด​ที่​ไหล​อยู่​ก็​หยุด​ทันที 45 พระเยซู​ถาม​ขึ้น​ว่า “ใคร​แตะ​ตัว​เรา” พวก​เขา​ต่าง​ปฏิเสธ เปโตร​พูด​ว่า “อาจารย์​ครับ มี​คน​เบียดเสียด​พระองค์​แน่น​ไป​หมด”

46 แต่​พระองค์​ก็​พูด​ว่า “มี​คน​แตะ​ตัว​เรา​แน่ เพราะ​เรา​รู้สึก​ว่า​มี​พลัง​แผ่ซ่าน​ออก​จาก​ตัว” 47 เมื่อ​หญิง​คน​นั้น​เห็น​ว่า นาง​หลบ​ไม่​พ้น​แล้ว ก็​ออก​มา​ก้มกราบ​ลง​ต่อหน้า​พระเยซู ด้วย​ความกลัว​จน​ตัว​สั่น​ต่อหน้า​คน​ทั้งหลาย นาง​อธิบาย​ว่า ทำไม​นาง​ถึง​ไป​แตะ​ต้อง​ตัว​พระองค์ ซึ่ง​ทำ​ให้​นาง​หาย​จาก​โรค​ทันที 48 แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​หญิง​คน​นั้น​ว่า “ลูก​เอ๋ย ความเชื่อ​ของ​คุณ ได้​ทำ​ให้​คุณ​หาย​แล้ว ไป​เป็น​สุข​เถิด”

49 ขณะ​ที่​พระองค์​ยัง​พูด​อยู่​นั้น​มี​คน​จาก​บ้าน​ของ​ไยรัส​มา​บอก​เขา​ว่า “ลูกสาว​ของ​ท่าน​ตาย​แล้ว ไม่​ต้อง​รบกวน​อาจารย์​อีก​ต่อ​ไป​แล้ว”

50 แต่​พระเยซู​ได้ยิน​เรื่องนี้ ก็​เลย​พูด​กับ​ไยรัส​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว ขอ​ให้​เชื่อ​เท่านั้น แล้ว​ลูกสาว​ของ​คุณ​จะ​หาย”

51 เมื่อ​พระเยซู​ไป​ถึง​บ้าน​ไยรัส พระองค์​ไม่​อนุญาต​ให้​ใคร​เข้า​ไป​กับ​พระองค์​เลย นอก​จาก​เปโตร ยอห์น ยากอบ และ​พ่อแม่​ของ​เด็ก​เท่านั้น 52 คน​ทั้งหลาย​ต่าง​พา​กัน​ร้องไห้​คร่ำครวญ​ให้​กับ​เด็ก​สาว พระเยซู​พูด​ว่า “หยุด​ร้องไห้​ได้​แล้ว เด็ก​คนนี้​ยัง​ไม่​ตาย แค่​นอน​หลับ​เท่านั้น”

53 พวก​เขา​หัวเราะ​เยาะ​พระองค์ เพราะ​รู้​ว่า​เด็ก​คน​นั้น​ตาย​แล้ว​จริงๆ 54 ฝ่าย​พระเยซู​ก็​จับ​มือ​เด็ก​และ​เรียก​เธอ​ว่า “หนู​น้อย​จ๋า ลุก​ขึ้น​เถิด” 55 แล้ว​วิญญาณ​ของ​เธอ​ก็​กลับ​เข้า​สู่​ร่าง​อีก​ครั้ง และ​เธอ​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​ทันที พระเยซู​จึง​บอก​พวก​เขา​ให้​เอา​อาหาร​มา​ให้​เธอ​กิน 56 พ่อแม่​ของ​เธอ​ต่าง​ก็​ประหลาดใจ​มาก แต่​พระองค์​สั่ง​ห้าม​ไม่​ให้​เล่า​เรื่องนี้​ให้​ใคร​ฟัง

9

พระเยซู​ส่ง​ศิษย์​เอก​สิบสอง​คน​ออก​ไป

(มธ. 10:5-15; มก. 6:7-13)

1 พระเยซู​เรียก​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​มา แล้ว​พระองค์​ก็​ให้​พวก​เขา​มี​ฤทธิ์​และสิทธิอำนาจ​เหนือ​ผี​ชั่ว​ทั้งหมด และ​รักษา​โรค​ภัย​ไข้​เจ็บ​ได้ 2 แล้ว​พระองค์​ก็​ส่ง​พวก​เขา​ออก​ไป​ประกาศ​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า และ​ให้​รักษา​คน​เจ็บป่วย 3 พระองค์​สั่ง​ว่า “ไม่​ต้อง​เอา​อะไร​ติดตัว​ไป​เลย ไม่ว่า​จะ​เป็น​ไม้เท้า ถุงย่าม อาหาร เงิน​หรือ​เสื้อผ้า​สำรอง 4 เมื่อ​เข้า​ไป​อยู่​ใน​บ้าน​หลัง​ไหน​แล้ว ก็​ให้​อยู่​ที่​นั่น​ตลอด​จน​กว่า​จะ​ออก​จาก​เมือง​นั้น​ไป 5 ถ้า​เมือง​ไหน​ไม่​ต้อนรับ ก็​ให้​ออก​จาก​เมือง​นั้น​ไป แล้ว​สะบัด​ฝุ่น​ออก​จาก​เท้า+ 9:5 สะบัด​ฝุ่น​ออก​จาก​เท้า หมายถึง​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​จะ​ไม่​คบค้า​สมาคม​กับ​คน​พวกนี้ เพราะ​ไม่​ยอมรับ​คำสอน​ของ​พระเจ้า คน​พวกนี้​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ และ​พวก​ศิษย์​ก็​ไม่​ต้อง​รับผิดชอบ​เพราะ​ได้​เตือน​พวกนี้​แล้ว ด้วย เพื่อ​เป็น​การเตือน​พวก​เขา”

6 พวก​เขา​ก็​ได้​ไป​ประกาศข่าว​ดีนี้ ทั่ว​ทุก​หมู่บ้าน​และ​รักษา​คน​เจ็บป่วย​ด้วย

เฮโรด​สับสน​เรื่อง​พระเยซู

(มธ. 14:1-12; มก. 6:14-29)

7 เมื่อ​เฮโรด ผู้ปกครอง​แคว้น​กาลิลี ได้ยิน​เรื่อง​ต่างๆ​ที่​เกิด​ขึ้น​นี้ ก็​มึนงง​สงสัย เพราะ​มี​คน​บอก​เขา​ว่า​พระเยซู “เป็น​ยอห์น​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย” 8 บางคน​ก็​บอก​ว่า “เป็น​เอลียาห์​ที่​มา​ปรากฏ​ให้​เห็น” แล้ว​บางคน​ก็​บอก​ว่า​เป็น “ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คน​หนึ่ง​จาก​สมัย​ก่อน​ที่​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่” 9 แต่​เฮโรด​พูด​ว่า “เรา​ตัด​หัว​ยอห์น​ไป​แล้ว แล้ว​คนนี้​ที่​เรา​ได้ยิน​คน​พูด​ถึง เป็น​ใคร​กัน​แน่” พระองค์​ก็​เลย​อยาก​จะ​เจอ​พระเยซู

พระเยซู​เลี้ยง​คน​ห้า​พัน​คน

(มธ. 14:13-21; มก. 6:30-44; ยน. 6:1-14)

10 เมื่อ​พวก​ศิษย์​เอก​กลับ​มา ก็​เล่า​เรื่อง​ทุก​อย่าง​ที่​พวก​เขา​ได้​ทำ​และ​สอน ให้​กับ​พระเยซู​ฟัง แล้ว​พระองค์​จึง​พา​พวก​เขา​ปลีก​ตัว​ออก​ไป​ที่​เมือง​เบธไซดา 11 เมื่อ​พวก​ชาวบ้าน​รู้​เข้า ก็​ตาม​พระองค์​ไป พระองค์​ก็​ต้อนรับ​พวก​เขา พร้อม​กับ​เล่า​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ให้​ฟัง และ​ยัง​ได้​รักษา​คน​ที่​เจ็บไข้ได้ป่วย​ด้วย

12 พอ​ตก​เย็น ศิษย์เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​พา​กัน​มา​หา​พระเยซู พูด​ว่า “ส่ง​ชาวบ้าน​พวกนี้​กลับ​ไป​เถอะ พวก​เขา​จะ​ได้​ไปหา​อาหาร​กิน​และ​หา​ที่​พัก​ตาม​หมู่บ้าน​หรือ​ไร่นา​ใกล้ๆนี้​ใน​คืนนี้ เพราะ​ที่​นี่​เปลี่ยว​มาก”

13 แต่​พระเยซู​กลับ​บอก​ว่า “พวก​คุณ​หา​อะไร​มา​เลี้ยง​พวก​เขา​สิ”

พวก​ศิษย์​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​มี​แค่​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​เท่า​นั้น ถ้า​จะ​ให้​มี​อาหาร​พอ​ก็​ต้อง​ไป​ซื้อ​มา​เลี้ยง​พวก​เขา​ทุก​คน” 14 ขณะ​นั้น​มี​ผู้ชาย​อยู่​ประมาณ​ห้าพัน​คน แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “ถ้า​งั้น​ไป​บอก​ให้​พวก​เขา​นั่ง​กัน​เป็น​กลุ่มๆ กลุ่ม​ละ​ประมาณ​ห้าสิบ​คน”

15 พวก​เขา​ก็​ไป​ทำ​ตาม ทุก​คน​นั่ง​ลง​เป็น​กลุ่มๆ 16 พระเยซู​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน และ​ปลา​สอง​ตัว​ขึ้น​มา พร้อม​แหงน​หน้า​ขึ้น​มอง​ท้องฟ้า ขอบคุณ​พระเจ้า​สำหรับ​อาหาร แล้ว​หัก​ขนมปัง​ส่ง​ให้​กับ​พวก​ศิษย์ เพื่อ​เอา​ไป​แบ่ง​ให้​กับ​ทุก​คน 17 พวก​ชาวบ้าน​ต่าง​กิน​กัน​จน​อิ่ม และ​พวก​ศิษย์​ก็​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​กิน​ได้​อีก​สิบสอง​เข่ง​เต็มๆ

พระเยซู​คือ​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่

(มธ. 16:13-19; มก. 8:27-29)

18 เมื่อ​พระเยซู​อธิษฐาน​อยู่​คน​เดียว พวก​ศิษย์​ก็​พา​กัน​มา​หา​พระองค์ พระองค์​จึง​ถาม​ว่า “ชาวบ้าน​พูด​ว่า​เรา​เป็น​ใคร”

19 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “บางคน​ว่า​เป็น​ยอห์น​คน​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ บางคน​ก็​ว่า​เป็น​เอลียาห์ แต่​บางคน​ว่า​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คน​หนึ่ง​ใน​สมัย​ก่อน​ที่​ฟื้นขึ้น​มา​ใหม่”

20 พระองค์​จึง​ถาม​พวก​เขา​ว่า “แล้ว​พวก​คุณ​ล่ะ​ว่า​เรา​เป็น​ใคร”

เปโตร​ตอบ​ว่า “เป็น​กษัตริย์​ผู้ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า”

21 พระเยซู​เตือน​พวก​เขา​ว่า​อย่า​บอก​ให้​ใคร​รู้

พระเยซู​บอก​ว่า​พระองค์​จะ​ต้อง​ตาย

(มธ. 16:21-28; มก. 8:31-9:1)

22 พระองค์​พูด​ว่า “บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน​หลาย​อย่าง พวก​ผู้นำ​ชาวยิว พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ก็​จะ​ไม่​ยอมรับ​พระองค์ และ​พระองค์​จะ​ต้อง​ถูก​ฆ่า แต่​พระองค์​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่​ใน​วันที่​สาม”

23 แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​กับ​ทุก​คน​ว่า “ถ้า​ใคร​อยาก​จะ​ติดตาม​เรา ต้อง​เลิก​ตามใจ​ตัวเอง แล้ว​แบก​ไม้กางเขน​ของ​ตัวเอง​ตาม​เรา​ทุกๆ​วัน 24 คน​ที่​อยาก​จะ​เอา​ตัว​รอด​จะ​ไม่​รอด แต่​คน​ที่​ยอม​สละ​ตน​เพื่อ​เรา​จะ​รอด 25 มัน​จะ​ได้​กำไร​ตรง​ไหน ถ้า​ได้​โลก​ทั้งใบ แต่​เสีย​ตน​ไป​หรือ​ถูก​ทำลาย​ไป 26 คน​ไหน​ที่​อับอาย​ที่​จะ​ยอมรับ​เรา​และ​ถ้อย​คำ​ของ​เรา บุตร​มนุษย์​ก็​จะ​อับอาย​ที่​จะรับ​คน​นั้น​ด้วย​เหมือน​กัน​ใน​วัน​ที่​บุตร​มนุษย์​เสด็จ​มา​พร้อม​กับ​สง่าราศี​ของ​พระองค์ สง่าราศี​ของ​พระบิดา และ​ของ​พวก​ทูตสวรรค์​ที่​ศักดิ์สิทธิ์ 27 แต่​เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า มี​บางคน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นี่​จะ​ยัง​ไม่​ตาย​จน​กว่า​จะ​ได้​เห็น​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เสีย​ก่อน”

โมเสส เอลียาห์​และ​พระเยซู

(มธ. 17:1-8; มก. 9:2-8)

28 หลัง​จาก​นั้น​ประมาณ​แปด​วัน​พระองค์​พา​เปโตร ยอห์น และ​ยากอบ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​เพื่อ​อธิษฐาน 29 ใน​ขณะ​ที่​อธิษฐาน ใบหน้า​ของ​พระองค์​ก็​เปลี่ยน​ไป เสื้อผ้า​พระองค์​เปลี่ยน​เป็น​สีขาว​เปล่งประกาย​แวววาว 30 อยู่ๆ​ก็​มี​ชาย​สอง​คน คือ​โมเสส​กับ​เอลียาห์+ 9:30 โมเสส​กับ​เอลียาห์ คือ​ผู้นำ​สอง​คน​ที่​สำคัญ​มาก​ของ​ชาวยิว​ใน​สมัย​พระคัมภีร์​เดิม มา​พูด​คุย​อยู่​กับ​พระองค์​ที่​นั่น 31 ทั้ง​สอง​เปล่ง​รัศมี​เจิดจ้า พวก​เขา​กำลัง​พูด​ถึง​การตาย​ของ​พระเยซู​ที่​กำลัง​จะ​เกิด​ขึ้น​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม 32 ส่วน​เปโตร​กับ​เพื่อน​อีก​สอง​คน​นั้น​ง่วง​มาก แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ตื่น​เต็มที่ ก็​เห็น​รัศมี​อัน​เจิดจ้า​ของ​พระเยซู และ​เห็น​ชาย​สอง​คน​ยืน​อยู่​กับ​พระองค์ 33 เมื่อ​ชาย​สอง​คน​นั้น​กำลัง​จะ​ไป เปโตร​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ครับ ดี​จัง​เลย​ที่​พวก​เรา​อยู่​ที่​นี่ เรา​จะ​ได้​สร้าง​เพิง​ขึ้น​สาม​หลัง สำหรับ​พระองค์​หนึ่ง​หลัง โมเสส​หนึ่ง​หลัง และ​เอลียาห์​อีก​หนึ่ง​หลัง” แต่​เปโตร​ไม่​รู้​หรอก​ว่า​ตัวเอง​กำลัง​พูด​อะไร​ออก​ไป

34 ขณะ​ที่​เปโตร​กำลัง​พูด​อยู่​นั้น ก็​มี​เมฆ​ลอย​มา​ปกคลุม​พวก​เขา​ไว้ พวก​เขา​กลัว​มาก 35 มี​เสียง​หนึ่ง​ดัง​ออก​มา​จาก​เมฆ​ว่า “ท่าน​ผู้นี้​คือ​ลูก​ของ​เรา​ที่​เรา​เลือก​ไว้ ให้​เชื่อฟัง​ท่าน”

36 เมื่อ​เสียง​นั้น​เงียบ​ลง พวก​เขา​ก็​เห็น​แต่​พระเยซู​เท่านั้น แล้ว​พวก​ศิษย์​ก็​เก็บ​เรื่อง​ที่​ได้​เห็น​นี้​ไว้​ใน​ใจ ไม่​ได้​เล่า​ให้​ใคร​ฟัง​เลย​ใน​ตอน​นั้น

พระเยซู​รักษา​เด็ก​ผู้ชาย​ที่​มี​ผีชั่ว​สิง​อยู่

(มธ. 17:14-18; มก. 9:14-27)

37 วัน​ต่อมา เมื่อ​พวก​เขา​เดิน​ลง​มา​จาก​ภูเขา ชาวบ้าน​กลุ่ม​ใหญ่​มา​หา​พระเยซู 38 ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​ฝูงชน​นั้น​ร้อง​ขึ้น​ว่า “อาจารย์​ครับ ช่วย​ลูก​ผม​ด้วย ผม​มี​ลูกชาย​เพียง​คน​เดียว​เท่านั้น 39 ผี​ชั่ว​ชอบ​เข้า​สิง​เขา เขา​ก็​จะ​กรีดร้อง​ทันที บาง​ครั้ง​มัน​ก็​ทำ​ให้​เด็ก​ล้ม​ชักดิ้น​ชักงอ น้ำลาย​ฟูม​ปาก มัน​แทบ​จะ​ไม่​เคย​ออก​จาก​ตัว​เขา​เลย และ​ชอบ​ทำร้าย​เขา​อยู่​เรื่อย 40 ผม​ได้​ขอร้อง​ให้​พวก​ศิษย์​ของ​ท่าน​ขับ​มัน​ออก​ไป แต่​พวก​เขา​ก็​ทำ​ไม่​ได้”

41 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “พวก​ขาด​ความเชื่อ​และ​หัวดื้อ เรา​จะ​ต้อง​อยู่​กับ​พวก​คุณ​ไป​อีก​นาน​แค่​ไหน เรา​จะ​ต้อง​อดทน​กับ​พวก​คุณ​ไป​ถึง​ไหน พา​ลูก​คุณ​มา​นี่​ซิ”

42 เมื่อ​เด็ก​นั้น​กำลัง​เดิน​เข้า​มา ผีชั่ว​ก็​ทำ​ให้​เขา​ล้มลง​ชักดิ้น​ชักงอ​กับ​พื้น พระเยซู​ได้​ตวาด​ไล่​ผีชั่ว​นั้น​ออก​ไป และ​รักษา​เด็ก​คน​นั้น แล้ว​ส่ง​คืน​ให้​กับ​พ่อ​ของ​เขา 43 ทุก​คน​ต่าง​พา​กัน​ประหลาดใจ​มาก​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า

พระเยซู​พูด​ถึง​การตาย​ของ​พระองค์

(มธ. 17:22-23; มก. 9:30-32)

ใน​ขณะ​ที่​ทุก​คน​กำลัง​ประหลาดใจ​กับ​สิ่ง​ที่​พระเยซู​ทำ​นั้น พระองค์​ก็​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า 44 “ตั้งใจ​ฟัง​ให้​ดี​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​จะ​บอก บุตร​มนุษย์ จะ​ต้อง​ถูก​จับ​ส่ง​ไป​อยู่​ใน​มือ​ของ​มนุษย์” 45 แต่​พวก​ศิษย์​ไม่​เข้าใจ​ว่า​พระองค์​พูด​ถึง​เรื่อง​อะไร เพราะ​ความหมาย​ถูกซ่อน​ไป​จาก​ใจ​ของ​พวก​เขา ก็​เลย​ไม่​เข้าใจ แต่​ก็​ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม

คน​ที่​สำคัญ​ที่สุด

(มธ. 18:1-5; มก. 9:33-37)

46 พวก​เขา​เริ่ม​เถียง​กัน​ว่า ใน​กลุ่ม​พวก​เขา​ใคร​จะ​ได้​เป็น​ใหญ่​ที่สุด 47 พระเยซู​รู้​ว่า​พวก​เขา​คิด​อะไร​อยู่​ใน​ใจ พระองค์​จึง​พา​เด็ก​คน​หนึ่ง​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ​พระองค์ 48 แล้ว​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “คน​ที่​ต้อนรับ​เด็ก​เล็ก​อย่างนี้​เพราะ​เห็นแก่​เรา คน​นั้น​ก็​ต้อนรับ​เรา และ​คน​ที่​ต้อนรับ​เรา​ก็​ต้อนรับ​พระองค์​ผู้​ส่ง​เรา​มา​ด้วย คน​ที่​ต่ำต้อย​ที่สุด​ใน​หมู่​พวก​คุณ​นั่น​ล่ะ​คือ​คน​ที่​สำคัญ​ที่สุด”

คน​ที่​ไม่​ได้​ต่อต้าน​คุณ​ก็​อยู่​ฝ่าย​คุณ

(มก. 9:38-40)

49 ยอห์น​พูด​ว่า “อาจารย์​ครับ พวก​เรา​เห็น​ชาย​คน​หนึ่ง​ขับ​ผีชั่ว​ออก​โดย​อ้าง​ชื่อ​ของ​อาจารย์ พวก​เรา​ก็​เลย​พยายาม​ห้าม​เขา เพราะ​เขา​ไม่​ใช่​พวก​เรา”

50 พระเยซู​พูด​กับ​ยอห์น​ว่า “อย่า​ไป​ห้าม​เขา​เลย เพราะ​คน​ที่​ไม่​ได้​ต่อต้าน​คุณ​ก็​เป็น​พวก​คุณ​อยู่​แล้ว”

หมู่บ้าน​ของ​ชาวสะมาเรีย

51 เมื่อ​ใกล้​ถึง​เวลา​ที่​พระเยซู​จะ​ถูก​รับขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ พระองค์​ตัดสินใจ​แน่วแน่​ที่​จะ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม 52 พระองค์​จึง​ส่ง​ศิษย์​บาง​คน​ล่วงหน้า​ไป​ก่อน พวก​เขา​เข้า​ไป​ที่​หมู่บ้าน​ของ​ชาวสะมาเรีย เพื่อ​จัดเตรียม​สิ่ง​ต่างๆ​ให้​พร้อม​สำหรับ​พระองค์ 53 แต่​คน​ที่​นั่น​ไม่​ต้อนรับ​พระองค์ เพราะ​พวก​เขา​เห็น​ว่า​พระองค์​ตั้งใจ​จะ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม 54 เมื่อ​ยากอบ​และ​ยอห์น ศิษย์​ของ​พระองค์​เห็น​อย่าง​นั้น ก็​พูด​ขึ้น​ว่า “อาจารย์ จะ​ให้​เรา​สั่ง​ไฟ​จาก​สวรรค์​ลง​มา​เผาผลาญ​คน​พวกนี้​ให้​สิ้น​ซาก​ไป​เลย​ดี​ไหม​ครับ”+ 9:54 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​เพิ่มเติม​ว่า “เหมือน​กับ​ที่​เอลียาห์​เคย​ทำ​มา”

55 แต่​พระเยซู​หัน​มา​ต่อว่า​พวก​เขา+ 9:55 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​จะ​เพิ่มเติม​ว่า “พระเยซู​พูด​ว่า ‘คุณ​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​จิต​วิญญาณ​แบบ​ไหน​ที่​เป็น​เจ้าของ​พวก​คุณ ข้อ 56 บุตร​มนุษย์​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​ทำลาย​จิต​วิญญาณ​มนุษย์ แต่​มา​เพื่อ​ช่วยเหลือ​พวก​เขา’”56 แล้ว​ออก​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​ยัง​หมู่บ้าน​อื่น

จะ​ติดตาม​พระเยซู​ต้อง​ทำ​อย่างไร

(มธ. 8:19-22)

57 ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​เดิน​ไป​ตาม​ถนน มี​ชาย​คน​หนึ่ง​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “ไม่ว่า​อาจารย์​จะ​ไป​ที่​ไหน ผม​จะ​ติด​ตาม​ไป​ด้วย”

58 พระเยซู​จึง​ตอบ​ไป​ว่า “หมา​จิ้งจอก​ยัง​มี​โพรง นก​ยัง​มี​รัง แต่​บุตร​มนุษย์​ไม่​มี​แม้แต่​ที่​จะ​ซุก​หัว​นอน”

59 พระองค์​พูด​กับ​อีก​คน​หนึ่ง​ว่า “ตาม​เรา​มา” แต่​ชาย​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “ขอ​อนุญาต​ไป​ฝังศพ​พ่อ​ก่อน​นะ​ครับ”

60 พระเยซู​จึง​บอก​ว่า “ปล่อย​ให้​คน​ตาย​ฝัง​คน​ตาย​กัน​เอง​เถอะ ส่วน​คุณ​ให้​ไป​ประกาศ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เถอะ”

61 ชาย​อีก​คน​หนึ่ง​พูด​ว่า “ผม​จะ​ตาม​พระองค์​ไป​แน่ แต่​ขอ​กลับ​ไป​ร่ำลา​คน​ที่​บ้าน​ก่อน​นะ​ครับ”

62 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ถ้า​คน​ที่​จับ​คันไถ​แล้ว​ยัง​ห่วง​หน้า​พะวง​หลัง​อยู่ คน​นั้น​ก็​ไม่​เหมาะสม​กับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”

10

พระเยซู​ส่ง​ศิษย์​เจ็ดสิบสอง​คน​ออก​ไป

1 ต่อมา​พระเยซู​เลือก​ศิษย์​อีก​เจ็ดสิบสอง​คน+ 10:1 เจ็ดสิบสอง​คน แต่​สำเนา​เก่า​บาง​ฉบับ​บอก​ว่า เจ็ดสิบ​คน แล้ว​ส่ง​พวก​เขา​ออก​ไป​เป็น​คู่ๆ​ล่วงหน้า​พระองค์​ไป​ตาม​เมือง​และ​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ที่​พระองค์​กำลัง​จะ​ไป 2 พระองค์​บอก​พวก​เขา​ว่า “พืชผล​ที่​จะ​ให้​เก็บเกี่ยว​นั้น​มี​มากมาย​แต่​คน​งาน​มี​น้อย ดังนั้น​ให้​อ้อนวอน​ขอ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ผู้​เป็น​เจ้าของ​พืชผล ให้​ส่ง​คนงาน​มา​ช่วย​เก็บเกี่ยว​พืชผล​ของ​พระองค์​ด้วย 3 ไป​เถอะ แต่​อย่า​ลืม​นะ​ว่า​เรา​กำลัง​ส่ง​พวก​คุณ​ออก​ไป​เหมือน​พวก​ลูกแกะ​ไป​อยู่​ท่ามกลาง​ฝูง​หมาป่า 4 ไม่​ต้อง​เอา​ถุง​เงิน ถุง​ย่าม หรือ​รองเท้า​ติดตัว​ไป และ​ไม่​ต้อง​หยุด​ทักทาย​ใคร​ใน​ระหว่าง​ทาง 5 เมื่อ​เข้า​บ้าน​ไหน​ก็​ให้​อวยพร​ก่อน​ว่า ‘ขอ​ให้​บ้านนี้​อยู่​เย็น​เป็น​สุข’ 6 ถ้า​บ้าน​นั้น​มี​คน​ที่รัก​ความสงบสุข​อยู่ พร​นั้น​ก็​จะ​ตก​เป็น​ของ​เขา แต่​ถ้า​ไม่​มี พร​นั้น​ก็​จะ​กลับ​มา​อยู่​กับ​คุณ​อีก 7 เมื่อ​อยู่​บ้าน​ไหน​ก็​ให้​อยู่​บ้าน​นั้น​ตลอด อย่า​ย้าย​ไป​ย้าย​มา เมื่อ​เขา​เอา​อะไร​มา​ให้​กิน​และ​ดื่ม ก็​กิน​เลย เพราะ​คน​งาน​ก็​สมควร​จะ​ได้รับ​ค่าจ้าง 8 เมื่อ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ไหน เขา​เลี้ยง​อะไร​ก็​ให้​กิน​สิ่ง​นั้น 9 รักษา​คน​ที่​ไม่​สบาย​ใน​เมือง​นั้น และ​บอก​เขา​ว่า ‘อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว’ 10 แต่​ถ้า​เมือง​ไหน​ไม่​ต้อนรับ​คุณ ก็​ให้​ไป​ยืน​อยู่​ที่​ถนน​แล้ว​พูด​ว่า 11 ‘แม้แต่​ฝุ่น​ใน​เมืองนี้​ที่​ติด​เท้า​เรา เรา​ก็​จะ​ปัด​ออก​ให้​หมด’+ 10:11 ปัด​ออก​ให้​หมด หมายถึง​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​จะ​ไม่​คบค้า​สมาคม​กับ​คน​พวกนี้ เพราะ​ไม่​ยอมรับ​คำสอน​ของ​พระเจ้า คน​พวกนี้​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ และ​พวก​ศิษย์​ก็​ไม่​ต้อง​รับผิดชอบ​เพราะ​ได้​เตือน​พวกนี้​แล้ว เพื่อ​เป็น​การ​เตือน​พวก​คุณ แต่​ให้​รู้​เอา​ไว้​ว่า ‘อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว’ 12 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใน​วัน​พิพากษา โทษ​ของ​เมือง​นั้น​จะ​รุนแรง​กว่า​โทษ​ของ​เมือง​โสโดม​เสีย​อีก”

พระเยซู​เตือน​ประชาชน​ที่​ไม่​เชื่อ

(มธ. 11:20-24)

13 “น่า​ละอาย​จริงๆ​เมือง​โคราซิน​และ​เมือง​เบธไซดา+ 10:13 เมือง​โคราซิน​และ​เมือง​เบธไซดา คือ เมือง​ที่​อยู่​ติด​กับ​ทะเลสาบ​กาลิลี เป็น​เมือง​ที่​พระเยซู​ประกาศ​สั่งสอน​ประชาชน เพราะ​ถ้า​เรื่อง​อัศจรรย์​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​เมือง​ของ​เจ้า​นี้​ไป​เกิด​ที่​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซดอน+ 10:13 เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซดอน เป็น​เมือง​ที่​อยู่​ใน​เลบานอน​ซึ่ง​มี​ประชาชน​ชั่วร้าย​มาก​อาศัย​อยู่ แล้ว​ละ​ก็ คน​ที่​นั่น​ก็​คง​กลับตัว​กลับใจ ใส่​ผ้า​กระสอบ​และ​เอา​ขี้เถ้า​โรย​หัว​ไป​นาน​แล้ว 14 ใน​วัน​พิพากษา​นั้น โทษ​ของ​เมืองนี้​จะ​รุนแรง​กว่า​โทษ​ของ​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซดอน​เสีย​อีก 15 ส่วน​เจ้า เมือง​คาเปอรนาอุม เจ้า​คิด​ว่า เจ้า​จะ​ถูก​ยก​ขึ้น​สูง​เทียมฟ้า​หรือ ไม่​มี​ทาง เจ้า​จะ​ต้อง​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​แดน​คน​ตาย​ต่าง​หาก”

16 แล้ว​พระองค์​ก็​บอก​กับ​ศิษย์​ว่า “คน​ที่​ยอมรับ​ถ้อยคำ​ของ​พวก​คุณ ก็​เท่า​กับ​ยอมรับ​เรา​ด้วย และ​คน​ที่​ไม่​ยอมรับ​พวกคุณ ก็​เท่า​กับ​ไม่​ยอมรับ​เรา​ด้วย แล้ว​คน​ที่​ไม่​ยอมรับ​เรา ก็​เท่า​กับ​ไม่​ยอมรับ​พระเจ้า​ผู้ที่​ส่ง​เรา​มา​ด้วย”

ศิษย์​เจ็ดสิบสอง​คน​กลับ​มา

17 ศิษย์​ทั้ง​เจ็ดสิบสอง​คน​กลับ​มา​รายงาน​พระเยซู​ด้วย​ความดีใจ​ว่า “อาจารย์​ครับ ตอน​ที่​เรา​อ้าง​ชื่อ​ของ​อาจารย์ แม้แต่​พวก​ผี​ชั่ว+ 10:17 ผี​ชั่ว หมายถึง วิญญาณ​ชั่ว​จาก​ปีศาจ ยัง​เชื่อฟัง​เรา​เลย” 18 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​เห็น​ซาตาน​ตกลง​มา​จาก​ฟ้า​เหมือน​ฟ้าแลบ 19 เรา​ให้​อำนาจ​พวก​คุณ ที่​จะ​เหยียบย่ำ​งู​ร้าย​และ​แมงป่อง และ​เรา​ให้​อำนาจ​เหนือ​ศัตรู​ทั้งหมด ไม่​มี​อะไร​ทำร้าย​พวก​คุณ​ได้ 20 แต่​ทั้งนี้ทั้งนั้น​อย่า​ดีใจ​เพราะ​พวก​ผี​ชั่ว​เชื่อฟัง​คุณ แต่​ให้​ดีใจ​เพราะ​มี​ชื่อ​ของ​พวก​คุณ​จด​ไว้​บน​สวรรค์​แล้ว”

พระเยซู​ขอบคุณ​พระบิดา

(มธ. 11:25-27; 13:16-17)

21 ใน​เวลา​นั้น​พระเยซู​เต็ม​ไป​ด้วย​ความสุข​ใน​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ พระองค์​พูด​ว่า

“ลูก​ขอ​ขอบคุณ​พระองค์​ผู้​เป็น​เจ้าของ​ฟ้าสวรรค์​และ​แผ่นดินโลก เพราะ​พระองค์​ได้​ปิดบัง​เรื่อง​เหล่านี้​จาก​พวก​ที่​มี​การศึกษา​และ​พวก​เฉลียว​ฉลาด แต่​เปิดเผย​ให้​กับ​คน​ที่​ไร้เดียงสา​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ​ได้​รู้ ใช่​แล้ว พระบิดา เพราะ​นั้นแหละ​เป็น​ไป​ตาม​ความพอใจ​ของ​พระองค์”

22 “พระบิดา​ได้​ให้​เรา​มี​สิทธิอำนาจ​เหนือ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง ไม่​มี​ใคร​รู้จัก​พระบุตร นอก​จาก​พระบิดา และ​ไม่​มี​ใคร​รู้จัก​พระบิดา นอก​จาก​พระบุตร และ​คน​ที่​พระบุตร​เลือก​ที่​จะ​บอก​ให้​รู้​เกี่ยวกับ​พระบิดา”

23 พระเยซู​หัน​มา​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​เป็น​การส่วนตัว​ว่า “เป็น​เกียรติ​จริงๆ​สำหรับ​พวก​คุณ​ที่​ได้​เห็น​สิ่ง​เหล่านี้ 24 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า มี​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า และ​พวก​กษัตริย์​อยาก​เห็น​อยาก​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​พวก​คุณ​เห็น​และ​ได้ยิน​นี้ แต่​พวก​เขา​ก็​ไม่​ได้​เห็น​และ​ก็​ไม่​ได้ยิน​ด้วย”

ชาว​สะมาเรีย​ใจดี

25 มี​คน​ที่​เก่ง​กฎ​ของ​โมเสส​คน​หนึ่ง ลุก​ขึ้น​ทดสอบ​พระเยซู เขา​ถาม​ว่า “อาจารย์​ครับ ผม​จะ​ต้อง​ทำ​ยังไง​ถึง​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป”

26 พระเยซู​ตอบ​ว่า “กฎ​เขียน​ไว้​ว่า​อะไร แล้ว​คุณ​ตีความ​ว่า​ยังไง”

27 เขา​ก็​ตอบ​ว่า “ให้​รัก​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​คุณ ด้วย​สุดใจ สุดจิต สุด​กำลัง และ​สุดความคิด+ 10:27 อ้าง​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 6:5 และ​ให้​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตนเอง”+ 10:27 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 19:18

28 พระเยซู​พูด​ว่า “ถูกต้อง​แล้ว ไป​ทำ​ตาม​นั้น​เถอะ แล้ว​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป”

29 แต่​เขา​อยาก​จะ​อวด​ว่า เขา​ทำ​ถูก​แล้ว​ที่​ถาม​คำถาม​อย่างนี้+ 10:29 เขา​ทำ … อย่างนี้ หรือ อาจ​จะ​แปล​ได้​อีก​ว่า “เขา​อยาก​จะ​แสดง​ให้​คน​เห็น​ว่า เขา​ใช้​ชีวิต​อย่าง​ถูกต้อง​ตาม​ทาง​ของ​พระเจ้า​แล้ว” เขา​จึง​ถาม​ต่อว่า “แล้ว​ใคร​เป็น​เพื่อน​บ้าน​ของ​ผม​ล่ะ​ครับ”

30 พระเยซู​ตอบ​ว่า “มี​ชาย​คน​หนึ่ง​เดินทาง​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​ไป​เมือง​เยริโค ใน​ระหว่าง​ทาง​เขา​ถูก​โจร​ปล้น​และ​ทำร้าย พวก​โจร​ถอด​เอา​เสื้อผ้า​เขา​ไป ทุบตี​เขา​แล้ว​หนี​ไป ทิ้ง​เขา​ให้​นอน​บาดเจ็บ​ปาง​ตาย​อยู่​ที่​นั่น 31 บังเอิญ​มี​นักบวช​คน​หนึ่ง​เดิน​ผ่าน​มา​ทาง​นั้น​พอดี แต่​พอ​เขา​เห็น​ชาย​คน​นั้น​เขา​ก็​หลีก​ข้าม​ไป​เดิน​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง 32 ผู้ช่วย​ใน​วิหาร​คน​หนึ่ง​ก็​เหมือน​กัน เมื่อ​เดิน​มา​พบ​ชาย​คน​นั้น เขา​ก็​หลีก​เดิน​ข้าม​ไป​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​ถนน 33 แต่​มี​ชาว​สะมาเรีย​คน​หนึ่ง​เดิน​ผ่าน​มา เมื่อ​เห็น​ชาย​คน​นั้น เขา​ก็​สงสาร 34 รีบ​เข้า​ไป​ช่วย เอา​เหล้า​องุ่น​และ​น้ำมัน​มะกอก+ 10:34 เหล้า​องุ่น​และ​น้ำมัน​มะกอก ของ​สอง​อย่างนี้​ใช้​เป็น​ยา​เพื่อ​ทำ​ให้​บาดแผล​นุ่ม​และ​สะอาด เทลง​บน​บาดแผล และ​พัน​ผ้า​ไว้ แล้ว​ก็​ยก​ขึ้น​หลัง​ลา​ของ​เขา พา​ไป​ที่​โรงแรม ดูแล​พยาบาล​เขา 35 วัน​ต่อมา​ชาว​สะมาเรีย​คนนี้​ก็​ให้​เงิน​สอง​เหรียญ​กับ​เจ้าของ​โรงแรม​และ​บอก​ว่า ‘ช่วย​ดูแล​เขา​ให้​ดี​ด้วย​นะ​ส่วน​ที่​เกิน​จาก​นี้ ผม​จะ​จ่าย​คืน​ให้​ตอน​ขา​กลับ’”

36 “คุณ​คิด​ว่า ใน​สาม​คนนี้ ใคร​ทำ​ตัว​เป็น​เพื่อน​บ้าน​ของ​ชาย​ที่​ถูก​โจร​ปล้น​นี้”

37 คน​ที่​เก่ง​กฎ​ของ​โมเสส​คนนี้​ก็​ตอบ​ว่า “คน​ที่​แสดง​ความเมตตา​กับ​เขา​นะ​สิ​ครับ”

พระเยซู​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “คุณ​ก็​ทำ​อย่าง​เขา​บ้าง​สิ”

มารีย์​กับ​มารธา

38 ใน​ระหว่าง​ทาง​นั้น พระเยซู​และ​พวก​ศิษย์​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน​แห่ง​หนึ่ง ที่​นั่น​มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มารธา นาง​เชิญ​พระองค์​พัก​ที่​บ้าน​ของ​นาง 39 มารีย์​ซึ่ง​เป็น​น้องสาว​ของ​มารธา มา​นั่ง​อยู่​ที่​เท้า​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​ฟัง​พระองค์​พูด​อย่าง​ตั้งใจ 40 ส่วน​มารธา​นั้น​กำลัง​ยุ่ง​อยู่​กับ​การจัดเตรียม​ต่างๆ นาง​ก็​มา​ตัดพ้อ​กับ​พระเยซู​ว่า “อาจารย์ ไม่​สนใจ​เลย​หรือ​ที่​น้องสาว​ปล่อย​ให้​ดิฉัน​ทำงาน​อยู่​คน​เดียว สั่ง​ให้​เธอ​มา​ช่วย​หน่อย​ได้​ไหม”

41 แต่​องค์​เจ้า​ชีวิต​ตอบ​นาง​ไป​ว่า “มารธา มารธา​เอ๋ย เธอ​กำลัง​กังวล​และ​วุ่นวาย​กับ​หลาย​เรื่อง​นัก 42 แต่​มี​สิ่ง​เดียว​เท่านั้น​ที่​จำเป็น และ​มารีย์​ก็​เลือก​เอา​สิ่ง​นั้น​ที่​ดี​กว่า​ไว้​แล้ว และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​แย่ง​สิ่ง​นั้น​ไป​จาก​เธอ”

11

พระเยซู​สอน​เรื่อง​การอธิษฐาน

(มธ. 6:9-15)

1 มี​ครั้ง​หนึ่ง​ที่​พระเยซู​อธิษฐาน​อยู่​ใน​ที่​แห่ง​หนึ่ง เมื่อ​อธิษฐาน​เสร็จ​แล้ว​ลูกศิษย์​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​บอก​ว่า “อาจารย์​ช่วย​สอน​พวก​เรา​อธิษฐาน​หน่อย​ครับ เหมือน​กับ​ที่​ยอห์น​สอน​ศิษย์​ของ​เขา” 2 พระเยซู​บอก​ว่า “เมื่อ​พวก​คุณ​อธิษฐาน ให้​พูด​อย่างนี้​ว่า

‘พระบิดา ขอ​ให้​ชื่อ​ของ​พระองค์​เป็น​ที่​เคารพ​นับถือ​เสมอ

ขอ​ให้​อาณาจักร​ของ​พระองค์​มา​ตั้ง​อยู่​ใน​โลกนี้

3 ขอ​ช่วย​ให้​เรา​มี​อาหาร​กิน​ใน​ทุกๆ​วัน

4 ขอ​ช่วย​ยกโทษ​ให้​กับ​ความบาป​ของ​พวก​เรา

เหมือน​กับ​ที่​เรา​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​อื่น​ที่​ทำ​บาป​ต่อ​เรา

แล้ว​ขอ​อย่า​ปล่อย​ให้​เรา​แพ้​ต่อ​การ​ยั่วยวน’”

ต้อง​ขอ​ต่อ​ไป​เรื่อยๆ

(มธ. 7:7-11)

5 แล้ว​พระเยซู​พูด​ต่อ​ไป​ว่า “สมมุติ​ว่า​มี​เพื่อน​มา​เยี่ยม​คุณ​ตอน​เที่ยงคืน แต่​บ้าน​คุณ​ไม่​มี​อะไร​จะ​ให้​เขา​กิน​สัก​อย่าง คุณ​ก็​เลย​ไปหา​เพื่อน​อีก​คน​หนึ่ง และ​ร้อง​เรียกว่า ‘นี่ เพื่อน​ขอ​ยืม​ขนมปัง​สัก​สาม​ก้อน​สิ 6 พอดี​มี​เพื่อน​มา​เยี่ยม แต่​ที่​บ้าน​ไม่​มี​อะไร​จะ​ให้​เขา​กิน​เลย’ 7 เพื่อน​คน​นั้น​ที่​อยู่​ใน​บ้าน​ร้อง​ตอบ​ว่า ‘อย่า​ยุ่ง​น่า ประตู​ก็​ลง​กลอน​แล้ว ฉัน​กับ​ลูกๆ​ก็​นอน​กัน​อยู่​บน​เตียงนี้​หมด​แล้ว จะ​ลุก​ไป​หยิบ​อะไร​ให้​ไม่​ได้​แล้ว’ 8 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถึง​แม้​เขา​จะ​ไม่​ลุก​ขึ้น​มา​หยิบ​ให้​เพราะ​ความเป็นเพื่อน​กัน แต่​เขา​จะลุก​ขึ้น​มา​หยิบ​ให้​เท่า​ที่​คุณ​อยาก​ได้ เพราะ​ทน​การตื๊อ​แบบ​หน้าด้านๆ​ของ​คุณ​ไม่​ไหว 9 เรา​ขอ​บอก​ให้​รู้​ว่า ขอ​สิ​แล้ว​จะ​ได้ หา​สิ​แล้ว​จะ​พบ เคาะ​สิ​แล้ว​ประตู​จะ​เปิด​ให้ 10 เพราะ​ทุก​คน​ที่​ขอ​ก็​จะ​ได้ ทุก​คน​ที่​หา​ก็​จะ​พบ และ​ทุก​คน​ที่​เคาะ ประตู​ก็​จะ​เปิด​ให้ 11 มี​ใคร​บ้าง​ใน​พวก​คุณ ถ้า​ลูก​ขอ​ปลา แล้ว​จะ​ให้​งู​พิษ​แทน 12 หรือ​เมื่อ​ลูก​ขอ​ไข่​แล้ว​จะ​ส่ง​แมงป่อง​ให้​แทน 13 แม้แต่​พวก​คุณ​ที่​เป็น​คน​ชั่ว ยัง​รู้จัก​ให้​ของดีๆ​กับ​ลูก​ของ​คุณ​เลย แล้ว​พระบิดา​บน​สวรรค์​ล่ะ จะ​ไม่​ยิ่ง​พร้อม​ที่​จะ​ให้​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ กับ​คน​ที่​ขอ​จาก​พระองค์​หรือ”

อำนาจ​ของ​พระเยซู​มา​จาก​พระเจ้า

(มธ. 12:22-30; มก. 3:20-27)

14 วัน​หนึ่ง​พระเยซู​ไล่​ผี​ชั่ว​ออก​จาก​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​เป็น​ใบ้ เมื่อ​ผี​ออก​ไป​แล้ว ชาย​คน​นั้น​ก็​พูด​ได้ ทำ​ให้​ชาวบ้าน​ประหลาดใจ​มาก 15 แต่​บางคน​พูด​ว่า “เขา​ใช้​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ เบเอลเซบูล​หัวหน้า​ผี ขับ​ไล่​ผี​ชั่ว​พวก​นั้น​ออก​ไป”

16 บางคน​ก็​เรียก​ให้​พระองค์​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​ให้​ดู เพื่อ​พิสูจน์​ว่า​พระองค์​มา​จาก​พระเจ้า​จริง 17 พระเยซู​รู้​ถึง​ความคิด​นั้น จึง​ตอบ​ไป​ว่า “อาณาจักร​ที่​แตกแยก​กัน​จะ​ถูก​ทำลาย และ​บ้าน​ไหน​ที่​ทะเลาะ​กัน​เอง​ก็​จะ​พัง​พินาศ 18 ถ้า​ซาตาน​ต่อสู้​กับ​ตัว​มัน​เอง แล้ว​อาณาจักร​ของ​มัน​จะ​ตั้ง​อยู่​ได้​อย่างไร คุณ​หา​ว่า​เรา​ใช้​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​เบเอลเซบูล ขับไล่​พวก​ผี​ชั่วนั้น 19 และ​ถ้า​เรา​ใช้​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​เบเอลเซบูล​ขับ​ไล่​พวก​ผีชั่ว​นั้น แล้ว​พวก​ของ​คุณ​ใช้​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​ใคร​ขับไล่​พวก​ผีชั่วนั้น​ล่ะ ดังนั้น พวก​ศิษย์​ของ​คุณ​เอง​จะ​พิสูจน์​ว่า​สิ่ง​ที่​คุณ​พูด​เกี่ยวกับ​เรา​นั้น​ผิด 20 แต่​ถ้า​เรา​ใช้​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระเจ้า​ขับ​ผี​ชั่ว ก็​แสดง​ว่า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​มา​ถึง​พวก​คุณ​แล้ว

21 เมื่อ​มี​เจ้าของ​บ้าน​ที่​แข็งแรง​และ​มี​อาวุธ​ครบ​มือ​เฝ้า​บ้าน​อยู่ ทรัพย์สิน​ของ​เขา​ก็​ปลอดภัย 22 แต่​ถ้า​มี​คน​ที่​แข็งแรง​กว่า​บุก​เข้า​มา​เอา​ชนะ​เขา และ​ยึด​เอา​อาวุธ​ที่​เขา​ใช้​ป้องกัน​ตัว​ไป เมื่อ​ถึง​ตอน​นั้น ก็​ปล้น​เอา​ทรัพย์สิน​ของ​เขา​ไป​แบ่งปัน​กัน​ได้

23 คน​ที่​ไม่​ได้​อยู่​ฝ่าย​เรา ก็​ต่อต้าน​เรา และ​คน​ที่​ไม่​ช่วย​เรา​รวบรวม​ฝูง​แกะ ก็​เป็น​คน​ที่​ทำ​ให้​ฝูง​แกะ​กระจัด​กระจาย​ไป

คน​ที่​ว่างเปล่า

(มธ. 12:43-45)

24 เมื่อ​ผี​ชั่ว​ออก​มา​จาก​ร่าง​ของ​คน​หนึ่ง​แล้ว มัน​ก็​ร่อนเร่​ไป​ตาม​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง เพื่อ​หา​ที่​หยุดพัก แต่​ก็​หา​ไม่​พบ มัน​จึง​พูด​ว่า ‘กลับ​ไป​บ้าน​เก่า​ที่​ออก​มา​ดี​กว่า’ 25 แล้ว​มัน​ก็​กลับ​ไป พบ​ว่า​บ้าน​หลัง​นั้น​ถูก​เก็บ​กวาด​สะอาด​เรียบร้อย 26 มัน​จึง​ไป​ชวน​ผี​ที่​ชั่วร้าย​กว่า​มัน​มา​อีก​เจ็ด​ตัว เข้า​มา​รวม​กัน​อยู่​ที่​บ้าน​หลัง​นั้น สุด​ท้าย​สภาพ​ของ​คนๆ​นั้น​ก็​เลวร้าย​ยิ่ง​กว่า​ใน​ตอนแรก​เสีย​อีก”

ผู้ที่​มี​เกียรติ​จริงๆ

27 เมื่อ​พระเยซู​เล่า​เรื่องนี้​อยู่ ก็​มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ใน​ฝูงชน​ร้อง​ขึ้น​มา​ว่า “คน​ที่​คลอด​ท่าน​มา​และ​ให้​ท่าน​ดูด​นม ถือ​ว่า​มี​เกียรติ​จริงๆ”

28 แต่​พระองค์​พูด​ว่า “ใช่ แต่​คน​ที่​ฟัง​และ​ทำตาม​ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า ก็​มี​เกียรติ​ยิ่งกว่า”

พิสูจน์​ให้​พวก​เรา​ดู​สิ

(มธ. 12:38-42; มก. 8:12)

29 เมื่อ​มี​ชาวบ้าน​มา​มาก​ขึ้น พระเยซู​ก็​พูด​ว่า “คน​สมัยนี้​ชั่วร้าย​เรียกร้อง​ให้​ทำ​การอัศจรรย์​ให้​ดู แต่​เรา​จะ​ไม่​ทำ​ให้​ดู นอก​จาก​การอัศจรรย์​ของ​โยนาห์+ 11:29 โยนาห์ คือ ผู้พูดแทนพระเจ้า​ใน​พระคัมภีร์​เดิม หลัง​จาก​อยู่​ใน​ท้อง​ปลา 3 วัน​ก็​ออก​มา​มี​ชีวิต​ต่อ30 สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​โยนาห์​เป็น​เรื่อง​อัศจรรย์​ที่​พิสูจน์​ให้​ชาว​นีนะเวห์​รู้​ว่า พระเจ้า​ส่ง​โยนาห์​มา และ​สิ่ง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​เรา ก็​จะ​เป็น​เรื่อง​อัศจรรย์​ที่​พิสูจน์​ให้​คน​ใน​สมัยนี้​รู้​ว่า พระเจ้า​ส่ง​บุตร​มนุษย์​มา 31 ราชินี​แห่ง​ทิศใต้+ 11:31 ราชินี​แห่ง​ทิศใต้ คือ​ราชินี​เชบา อุตส่าห์​เดินทาง​เป็น​พัน​กิโลเมตร เพื่อ​จะ​มา​เรียนรู้​สติปัญญา​ของ​พระเจ้า​จาก​กษัตริย์​ซาโลมอน​ดู​ใน 1 พงศ์​กษัตริย์ 10:1-3​ก็​เหมือน​กัน ใน​วัน​ตัดสิน​โทษ​พระนาง​จะ​ลุก​ขึ้น​มา​พร้อม​กับ​พวกคุณ​ที่​อยู่​ใน​สมัยนี้​และ​ประณาม​พวกคุณ เพราะ​นาง​อุตส่าห์​เดิน​ทาง​มา​จาก​สุดปลาย​โลก เพื่อ​มา​ฟัง​คำสอน​ที่​ฉลาด​ปราดเปรื่อง​ของ​กษัตริย์​ซาโลมอน แต่​ตอนนี้ สิ่ง​ที่​ยิ่งใหญ่​กว่า​กษัตริย์​ซาโลมอน​ก็​อยู่​ที่​นี่​แล้ว 32 ใน​วัน​ตัดสิน​โทษ ชาว​เมือง​นีนะเวห์​ก็​จะ​มา​ทำ​ให้​เห็น​ว่า​คน​สมัยนี้​ผิด​เหมือน​กัน เพราะ​ชาว​เมือง​นีนะเวห์​นั้น​ได้​กลับตัว​กลับใจ​เมื่อ​ฟัง​คำ​สั่งสอน​ของ​โยนาห์ และ​ตอนนี้ สิ่ง​ที่​ยิ่งใหญ่​กว่า​โยนาห์​ก็​อยู่​ที่​นี่​แล้ว

ให้​เป็น​แสงสว่าง​ของ​โลก

(มธ. 5:15; 6:22-23)

33 ไม่​มี​ใคร​หรอก​ที่​จุด​ตะเกียง​แล้ว​จะ​เอา​ไป​ซ่อน​ไว้ หรือ​เอา​ถัง​ครอบ​ไว้ มี​แต่​จะ​เอา​ไป​ตั้ง​ไว้​บน​เชิง​ตะเกียง เพื่อ​จะ​ได้​ส่อง​สว่าง​ให้​กับ​คน​ที่​เข้า​มา​ใน​ห้อง 34 ดวงตา​ของ​คุณ​ก็​คือ​ตะเกียง​ของ​ร่างกาย​คุณ ถ้า​ดวงตา​ดี ทั้ง​ร่าง​ก็​จะ​เต็ม​ไป​ด้วย​แสงสว่าง แต่​ถ้า​ดวงตา​ไม่​ดี+ 11:34 ดวงตา​ไม่​ดี หรือ​อาจ​จะ​แปล​ได้​ว่า “ดวงตา​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​โลภ” หรือ “อิจฉา​ตา​ร้อน” หรือ “ขี้​เหนียว” หรือ “เป็น​โรค” ทั้ง​ร่าง​กาย​ก็​จะ​มืดมน​ไป 35 ระวัง​ตัว​ไว้​ให้​ดี อย่า​ให้​แสงสว่าง​ใน​ตัว​คุณ​กลับ​มืด​ไป 36 ถ้า​ทั้ง​ร่าง​ของ​คุณ​มี​ความสว่าง​เต็ม​ไป​หมด ก็​จะ​ไม่​มี​ส่วน​ไหน​มืด​เลย คุณ​ก็​จะ​สว่าง​จ้า​ไป​ทั้ง​ตัว เหมือน​กับ​มี​แสง​ตะเกียง​ส่อง​มา​ที่​คุณ”

พระเยซู​วิจารณ์​พวก​ผู้นำ​ศาสนา

(มธ. 23:1-36; มก. 12:38-40; ลก. 20:45-47)

37 เมื่อ​พระเยซู​พูด​จบ​แล้ว ฟาริสี​คน​หนึ่ง ก็​ชวน​พระองค์​ไป​กิน​อาหาร​ที่​บ้าน​ของ​เขา เมื่อ​ไป​ถึง พระองค์​ก็​ไป​นั่ง​ที่​โต๊ะ​อาหาร​ทันที 38 ส่วน​ฟาริสี​คน​นั้น​ก็​แปลกใจ​ที่​พระเยซู​ไม่​ได้​ล้าง​มือ+ 11:38 ล้าง​มือ เป็น​ประเพณี​การล้างมือ​ทางศาสนา​ของ​ชาวยิว พวก​ฟาริสี​คิด​ว่า​เป็น​การ​กระทำ​ที่​สำคัญ​มาก ตาม​พิธี​ก่อน​กิน​อาหาร 39 พระองค์​ก็​บอก​ว่า “พวก​คุณ​ฟาริสี ล้าง​ถ้วยชาม​แต่​เพียง​ภายนอก​เท่านั้น แต่​ภายใน​นั้น​มี​แต่​ความโลภ และ​ความชั่วร้าย​เต็มไปหมด 40 ช่าง​โง่​เสีย​จริง พระเจ้า​สร้าง​ด้านนอก​และ​ด้านใน​ด้วย​ไม่​ใช่​หรือ 41 ถ้า​งั้น​ก็​ให้​กับ​คน​จน​ด้วย​ใจ แล้ว​ทุก​อย่าง​ก็​จะ​สะอาด​บริสุทธิ์​สำหรับ​คุณ

42 น่า​ละอาย​จริงๆ​พวก​คุณ​ที่​เป็น​ฟาริสี คุณ​เคร่งครัด​มาก​ใน​เรื่อง​การถวาย​หนึ่ง​ใน​สิบ+ 11:42 ถวาย​หนึ่ง​ใน​สิบ แปล​ว่า “ถ้า​มี​รายได้ 10 บาท​ก็​ให้​พระเจ้า 1 บาท”​ให้​กับ​พระเจ้า แม้แต่​ใบ​สะระแหน่ ต้น​รู+ 11:42 ต้น​รู ไม้พุ่ม​ชนิด​หนึ่ง​มี​ใบ​เขียว​ตลอด​ปี ดอก​ของ​มัน​มี​สี​เหลือง​และ​มี​กลิ่น​แรง ใบ​ของ​มัน​มี​รส​ขม ใน​สมัย​ก่อน​ใช้​เป็น​ยา​แก้​ปวด และ​ยา​กระตุ้น และ​สมุนไพร ก็​ให้​จน​ครบ​ถ้วน แต่​พวก​คุณ​กลับ​ไม่​มี​ความยุติธรรม และ​ไม่​มี​ความรัก​ให้​กับ​พระเจ้า คุณ​ควร​จะ​ทำ​สิ่งนี้​ไป​พร้อมๆ​กับ​การถวาย​ด้วย

43 น่า​ละอาย​จริงๆ​พวก​คุณ​ที่​เป็น​ฟาริสี คุณ​ชอบ​นั่ง​ใน​ที่​อัน​มี​เกียรติ​ใน​ที่ประชุม และ​ชอบ​ให้​คน​ยก​มือ​ไหว้​ที่​ตลาด

44 น่า​ละอาย​จริงๆ​พวก​คุณ​เป็น​เหมือน​หลุมศพ​ที่​ไม่​ได้​ทำ​เครื่อง​หมาย​ไว้ ที่​คน​เดิน​เหยียบย่ำ​ไป​มา​โดย​ไม่​รู้ตัว”+ 11:44 น่า​ละอาย … โดย​ไม่​รู้ตัว ตาม​กฎ​ของ​โมเสส คน​ที่​แตะต้อง​หลุม​ฝังศพ​จะ​ไม่​สามารถ​มี​ส่วนร่วม​ใน​พิธี​นมัสการ​พระเจ้า ใน​ข้อนี้​พระเยซู​บอก​ว่า​พวก​ฟาริสี​ทำ​ให้​คน​ไม่​สามารถ​เข้า​มาหา​พระเจ้า​เหมือน​กัน ดู​เพิ่ม​เติม​ได้​จาก กันดาร​วิถี 19:16; มัทธิว 23:15

45 คน​ที่​เก่ง​กฎ​ปฏิบัติ​คน​หนึ่ง​พูด​ว่า “อาจารย์​พูด​อย่างนี้ ก็​เท่า​กับ​ดูถูก​พวก​เรา​ด้วย”

46 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ใช่​แล้ว พวก​คุณ​ที่​เก่ง​กฎปฏิบัติ ก็​น่า​ละอาย​จริงๆ​เพราะ​พวก​คุณ​ออก​กฎ​ที่​เป็น​ภาระ​หนัก​อึ้ง​ให้​คน​อื่น​แบก​ไว้ แต่​ตัวเอง​ไม่​คิด​ที่​จะ​ช่วย​แบก​แม้แต่​นิ้ว​เดียว

47 น่า​ละอาย​จริงๆ​เพราะ​คุณ​สร้าง​อนุสาวรีย์​สำหรับ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​คุณ​เป็น​คน​ฆ่า 48 แสดง​ว่า​พวก​คุณ​เห็นดี​ด้วย​กับ​สิ่ง​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​คุณ​ได้​ทำ​ไป พวก​เขา​ฆ่า พวก​คุณ​ก็​สร้าง​อนุสาวรีย์​ให้ 49 เพราะ​อย่างนี้ จึง​มี​สติปัญญา​ของ​พระเจ้า​บอก​ไว้​ว่า ‘เรา​จะ​ส่ง​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า และ​พวก​ทูต​พิเศษ ไป​ให้​พวก​เขา ซึ่ง​บางคน​ก็​จะ​ถูก​พวก​เขา​ฆ่า และ​บางคน​ก็​จะ​ถูก​ข่มเหง’ 50 คน​สมัยนี้​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ​สำหรับ​เลือด​ของ​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​ทุก​คน ที่​ถูก​ฆ่า​ตั้งแต่​เริ่ม​สร้าง​โลก​มา 51 นับ​จาก​เลือด​ของ​อาเบล จน​ถึง​เลือด​ของ​เศคาริยาห์+ 11:51 เลือด​ของ​อาเบล … เศคาริยาห์ พระคัมภีร์​ของ​ชาว​อิสราเอล บอก​ว่า​อาเบล​เป็น​คน​แรก​ที่​ถูก​ฆ่า และ​เศคาริยาห์​เป็น​คน​สุดท้าย​ที่​ถูก​ฆ่า ที่​ถูก​ฆ่า​ตาย​ระหว่าง​แท่น​บูชา​กับ​วิหาร​ของ​พระเจ้า ใช่​แล้ว เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ใน​สมัยนี้​นี่​แหละ​ที่​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ​สำหรับ​เลือด​ของ​คน​พวก​นั้น​ทุก​คน

52 น่า​ละอาย​จริงๆ​พวก​คุณ​ที่​เก่ง​กฎปฏิบัติ เพราะ​คุณ​เอา​กุญแจ​ที่​จะ​ไข​ความรู้​ไป แต่​ตัวเอง​ไม่​ยอม​เข้า​ไป แล้ว​ยัง​ขัดขวาง​คน​อื่น​ที่​กำลัง​จะ​เข้า​ไป​อีก​ด้วย”

53 เมื่อ​พระเยซู​ออก​ไป​แล้ว พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​และ​พวก​ฟาริสี ก็​เริ่ม​ต่อต้าน​พระองค์​อย่าง​หนัก และ​ซักถาม​หลายๆ​เรื่อง​อย่าง​ไม่​หวัง​ดี 54 เพื่อ​คอย​จับผิด​คำพูด​ของ​พระองค์

12

อย่า​เป็น​คน​หน้าซื่อใจคด

1 มี​ชาว​บ้าน​หลาย​พัน​คน​ได้​มา​ยืน​เบียดเสียด​กัน​อยู่ พระเยซู​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ก่อน​ว่า “ระวัง​เชื้อ​ของ​พวก​ฟาริสี​ไว้​ให้​ดี นั่น​คือ​ความ​หน้าซื่อใจคด+ 12:1 หน้าซื่อใจคด หรือ​หน้าไหว้หลังหลอก คำนี้​แปล​ตรงๆ​จาก​ภาษา​กรีก​ว่า การแสดง​หรือ​การเล่นละคร​ของ​พวก​เขา 2 ทุก​อย่าง​ที่​ปิดบัง​ไว้​ก็จะ​ถูก​เปิดโปง​ออก​มา และ​ทุก​อย่าง​ที่​เป็น​ความลับ​ก็​จะ​ถูก​เปิดเผย 3 สิ่ง​ที่​พวก​คุณ​แอบ​พูด​กัน​ใน​ที่​มืด​จะ​ได้ยิน​ใน​ที่​แจ้ง และ​สิ่ง​ที่​คุณ​กระซิบ​ข้าง​หู​ใน​ห้อง​ส่วน​ตัว ก็​จะ​ถูก​ประกาศ​จาก​บน​ดาดฟ้า”

ควร​กลัว​ใคร

(มธ. 10:28-31)

4 “เพื่อน​รัก อย่า​กลัว​มนุษย์​เลย เพราะ​เขา​ฆ่า​ได้​แต่​เพียง​ร่างกาย​เท่านั้น หลังจาก​นั้น​เขา​ก็​ทำ​อะไร​คุณ​ไม่​ได้​อีก​แล้ว 5 แต่​ให้​เกรง​กลัว​พระองค์ ผู้​ที่​มี​อำนาจ​ที่​นอกจาก​จะ​ฆ่า​แล้ว​ยัง​โยน​ลง​ไปใน​นรก​ได้​อีก​ด้วย ใช่​แล้ว เรา​บอก​ให้​เกรง​กลัว​ผู้นี้​แหละ

6 ขนาด​นก​กระจอก​ห้า​ตัว ขาย​แค่​สอง​บาท พระเจ้า​ก็​ยัง​ไม่​เคย​ลืม​พวก​มัน​สัก​ตัว 7 ขนาด​ผม​ทุก​เส้น​บน​หัว​คุณ พระองค์​ก็​นับ​ไว้​หมด​แล้ว อย่า​กลัว​เลย เพราะ​คุณ​มี​ค่า​มาก​กว่า​นก​กระจอก​ทั้ง​ฝูง​มาก​นัก”

การยอมรับ​พระเยซู​ต่อหน้า​มนุษย์

(มธ. 10:32-33; 12:32; 10:19-20)

8 “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ที่​ยอมรับ​เรา​ต่อหน้า​มนุษย์ บุตร​มนุษย์​ก็​จะ​ยอมรับ​เขา​ต่อหน้า​ทูตของ​พระเจ้า​เหมือน​กัน 9 แต่​คน​ที่​ไม่​ยอมรับ​เรา​ต่อหน้า​มนุษย์ เรา​ก็​จะ​ไม่​ยอมรับ​เขา​ต่อหน้า​พวกทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กัน

10 พระเจ้า​จะ​ยกโทษ​ให้​กับ​คน​ที่​ใส่ร้าย​บุตร​มนุษย์ แต่​พระเจ้า​จะ​ไม่​ยกโทษ​ให้​คน​ที่​พูด​หมิ่นประมาท​ต่อ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์

11 เมื่อ​คุณ​ถูก​นำ​ตัว​ไป​สอบสวน​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว และ​ต้อง​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พวก​ผู้ปกครองบ้านเมือง​และ​ผู้มีอำนาจ ไม่​ต้อง​เป็น​ห่วง​ว่า​จะ​พูด​แก้​ตัว​ยังไง​ดี 12 เพราะ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​จะ​สอน​คุณ​ว่า​จะ​ต้อง​พูด​อะไร​ใน​เวลา​นั้น”

พระเยซู​เตือน​เรื่อง​ความโลภ

13 มี​ชาว​บ้าน​คน​หนึ่ง​พูด​ว่า “อาจารย์​ครับ ช่วย​บอก​ให้​พี่ชาย​ผม​แบ่ง​มรดก​ให้​ผม​ด้วย​ครับ”

14 แต่​พระเยซู​ตอบ​ว่า “พ่อ​หนุ่ม ใคร​เป็น​คน​ตั้ง​ให้​เรา​เป็น​ผู้แบ่งมรดก​ระหว่าง​คุณ​สอง​คน” 15 พระเยซู​พูด​อีก​ว่า “ระวัง​ความโลภ​ทุก​ชนิด เพราะ​ชีวิต​ที่​แท้​จริง​นั้น​ไม่​ได้​อยู่​ที่​การมี​ทรัพย์​สมบัติ​มากมาย”

16 แล้ว​พระองค์​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​นี้​ให้​ฟัง​ว่า “มี​ชาย​ที่​ร่ำรวย​คน​หนึ่ง ไร่นา​ของ​เขา​ให้​พืชผล​ดี​มาก 17 เขา​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘ข้า​จะ​ทำ​ยังไง​ดี ไม่​มี​ที่​จะ​เก็บ​พืชผล​พวกนี้​ของ​ข้า​แล้ว’ 18 เขา​จึง​คิด​ว่า ‘อ๋อ รู้​แล้ว ข้า​จะ​รื้อ​ยุ้งฉาง​พวกนี้​ของ​ข้า​ทิ้ง​แล้ว​สร้าง​ขึ้น​ใหม่​ให้​ใหญ่​กว่า​เดิม เพื่อ​จะ​ได้​เก็บ​พืชผล​และ​สิ่งของ​ทั้งหมด​ของ​ข้า​ไว้​ที่​นั่น’ 19 แล้ว​จะ​บอก​กับ​ตัวเอง​ว่า ‘ข้า​ได้​เก็บ​สะสม​ของดีๆ​ไว้​ตั้ง​มากมาย​แล้ว มี​พอ​สำหรับ​หลาย​ปี ไป​กิน ดื่ม​และ​ใช้​ชีวิต​อย่าง​สนุก​สนาน​ดี​กว่า’ 20 แต่​พระเจ้า​บอก​กับ​เขา​ว่า ‘ไอ้​โง่ คืนนี้​เจ้า​ก็​จะ​ตาย​แล้ว แล้ว​ของ​ที่​เจ้า​สะสม​ไว้​จะ​ตก​ไป​เป็น​ของ​ใคร​กัน’

21 มัน​ก็​จะ​เป็น​อย่างนี้​แหละ สำหรับ​คน​ที่​ชอบ​สะสม​ความ​ร่ำรวย​ให้​กับ​ตัวเอง แต่​ไม่​ร่ำรวย​ใน​สายตา​พระเจ้า”

แสวงหา​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ก่อน

(มธ. 6:25-34, 19-21)

22 แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “เพราะ​อย่างนี้ เรา​ถึง​ขอ​บอก​พวก​คุณ​ว่า ไม่​ต้อง​กังวล​เกี่ยวกับ​ชีวิตนี้ ว่า​จะ​มี​อะไร​กิน หรือ​เป็น​ห่วง​ร่างกาย​ว่า​จะ​มี​อะไร​สวมใส่​ไหม 23 เพราะ​ชีวิต​นั้น​สำคัญ​ยิ่ง​กว่า​อาหาร และ​ร่างกาย​สำคัญ​ยิ่งกว่า​เสื้อผ้า 24 ดู​อย่าง​อีกา​สิ มัน​ไม่​ต้อง​หว่าน​หรือ​เก็บเกี่ยว ไม่​มี​ห้องเก็บของ​หรือ​ยุ้งฉาง แต่​พระเจ้า​ก็​เลี้ยงดู​พวก​มัน พวก​คุณ​มี​ค่า​มาก​กว่า​นก​หลาย​เท่า​นัก 25 กังวล​ไป​ทำไม กังวล​แล้ว​ทำ​ให้​ชีวิต​คุณ​ยืด​ออก​ไป​ได้​อีก​สัก​ชั่วโมง​หรือ​เปล่า​ล่ะ 26 ถ้า​แม้​แต่​เรื่อง​เล็ก​แค่นี้ ยัง​ทำ​ไม่​ได้​เลย แล้ว​ยัง​จะ​ไป​กังวล​เกี่ยวกับ​เรื่อง​นั้น​เรื่องนี้​อีก​ทำไม 27 ดู​อย่าง​ดอกไม้ป่า​สิ​ว่า​มัน​โต​ได้​ยังไง มัน​ไม่​ได้​ทำงาน และ​ไม่​ได้​ปั่น​ด้าย​เอง แต่​ก็​ยัง​สวย​กว่า​กษัตริย์​ซาโลมอน​ใน​ชุด​เต็ม​ยศ​เสีย​อีก 28 ขนาด​หญ้า​ใน​ทุ่ง​ซึ่ง​อยู่​แค่​วันนี้ แล้ว​พรุ่งนี้​ถูก​เผา พระเจ้า​ยัง​รู้จัก​ที่​จะ​ตกแต่ง​ให้​สวย​แบบนี้ แล้ว​นับประสา​อะไร​กับ​พวก​คุณ​เล่า พระองค์​จะ​ไม่​ยิ่ง​ตกแต่ง​ให้​มาก​กว่า​ทุ่งหญ้า​หรือ พวก​คุณ​นี่​ช่าง​มี​ความ​เชื่อ​น้อย​เสีย​จริงๆ 29 เลิก​กังวล​เกี่ยวกับ​อาหาร​ได้​แล้ว ว่า​จะ​มี​อะไร​กิน​หรือ​ดื่ม 30 ชนชาติ​ทั้งหลาย​ใน​โลกนี้​ที่​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า​ก็​ดิ้นรน​หา​สิ่ง​เหล่านี้​กัน แต่​พระบิดา​ของ​คุณ​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​สิ่ง​เหล่านี้​จำเป็น​สำหรับ​คุณ 31 แต่​ให้​ดิ้นรน​หา​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แทน แล้ว​พระองค์​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​จำเป็น​ทั้งหมดนี้​กับ​คุณ”

อย่า​ไว้วางใจ​เงิน

32 “ฝูง​แกะ​เล็กๆ​เอ๋ย ไม่​ต้อง​กลัว​นะ เพราะ​พระบิดา​ของ​คุณ​ยินดี​ที่​จะ​มอบ​อาณาจักร​ให้​กับ​คุณ 33 ให้​ไป​ขาย​ทรัพย์​สมบัติ​ที่​มี​อยู่ เอา​เงิน​ไป​แจก​ให้​กับ​คน​จน แล้ว​จัดหา​ถุงเงิน​ที่​ไม่​มี​วัน​เก่า​หรือ​ขาด​ให้​กับ​ตัวเอง คือ​ทรัพย์​สมบัติ​บน​สวรรค์​ที่​ไม่​มี​วัน​หมด ขโมย​ก็​ลัก​เอา​ไป​ไม่​ได้ และ​ตัว​มอด​ก็​กัดกิน​ไม่​ได้​ด้วย 34 เพราะ​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​คุณ​อยู่​ที่​ไหน ใจ​ของ​คุณ​ก็​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย”

เตรียม​ตัว​ให้​พร้อม​เสมอ

(มธ. 24:45-51)

35 “แต่งตัว​เตรียม​พร้อม​ที่​จะ​รับใช้​อยู่​เสมอ และ​จุด​ตะเกียง​ให้​ส่อง​สว่าง​อยู่​เสมอ 36 เหมือน​กับ​คน​ที่​กำลัง​คอย​เจ้านาย​ของ​ตน​กลับ​มา​จาก​งานแต่งงาน เมื่อ​เขา​มา​เคาะ​ประตู​เรียก ก็​จะ​ได้​เปิด​ให้​ทันที 37 พวก​คนใช้​ที่​เจ้านาย​กลับ​มา​พบ​ว่า​ยัง​คง​ตื่น​คอย​เขา​อยู่ ก็​ถือ​ว่า​มี​เกียรติ​จริงๆ เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า นาย​คน​นั้น​จะ​พา​พวก​คนใช้​ไป​นั่ง​ที่​โต๊ะ และ​เขา​ก็​จะ​ใส่​ผ้า​กัน​เปื้อน มา​คอย​ให้​บริการ​พวก​คนใช้​ที่​นั่ง​กิน​อยู่ 38 ถ้า​นาย​กลับ​มา​ตอน​เที่ยงคืน​หรือ​ดึก​กว่า​นั้น แล้ว​พบ​ว่า​คนใช้​ยัง​อยู่​เตรียม​พร้อม​อย่าง​นั้น พวก​เขา​ก็​มี​เกียรติ​จริงๆ 39 แต่​ให้​รู้​นะ​ว่า ถ้า​เจ้าของ​บ้าน​รู้ตัว​ว่า ขโมย​จะ​มา​เวลา​ไหน เขา​คง​ไม่​ปล่อย​ให้​ขโมย​งัด​เข้า​มา​ใน​บ้าน​แน่ 40 พวก​คุณ​ก็​เหมือน​กัน ให้​เตรียม​พร้อม​อยู่​เสมอ เพราะ​บุตร​มนุษย์​จะ​มา​ตอน​ที่​คุณ​คาด​ไม่​ถึง”

ใคร​คือ​ผู้รับใช้​ที่​ไว้ใจ​ได้

(มธ. 24:45-51)

41 เปโตร​ได้​ถาม​ว่า “อาจารย์​ครับ เรื่อง​เปรียบเทียบ​นี้ อาจารย์​เล่า​ให้​แต่​พวก​เรา​ฟัง​เท่า​นั้น หรือ​เล่า​ให้​กับ​ทุก​คน​ฟัง”

42 องค์​เจ้า​ชีวิต​จึง​ตอบ​ว่า “ใคร​คือ​พ่อบ้าน​ที่​ซื่อสัตย์​และ​ฉลาด ที่​เจ้านาย​มอบ​หมาย​ให้​ดูแล​และ​จัดหา​อาหาร​ให้​กับ​ทาส​อื่นๆ​ตาม​เวลา 43 เมื่อ​นาย​กลับ​มา​เห็น​ทาส​คน​นั้น​ทำงาน​อย่าง​ดี ทาส​คน​นั้น​ก็​จะ​ได้รับ​เกียรติ​จริงๆ 44 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เจ้านาย​จะ​แต่งตั้ง​ทาส​คน​นั้น​ให้​ดูแล​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ของ​เขา 45 แต่​ถ้า​ทาส​คน​นั้น​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘นาย​ของ​ข้า​ยัง​ไม่​กลับ​มา​หรอก’ ก็​เลย​เริ่ม​ทุบตี​พวก​ทาส​ชาย​หญิง​คน​อื่นๆ​และ​กิน​ดื่ม​จน​เมามาย 46 เจ้านาย​จะ​กลับ​มา​ใน​วัน​และ​เวลา​ที่​เขา​ไม่​คาดคิด แล้ว​เขา​ก็​จะ​ถูก​ตัด​เป็น​ชิ้นๆ​พร้อม​กับ​ทาส​คน​อื่นๆ​ที่​ไม่​เชื่อฟัง

47 ทาส​ที่​ไม่​ยอม​เตรียม​ตัว หรือ​ไม่​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​เจ้านาย​สั่ง​ให้​ทำ จะ​ถูก​เฆี่ยน​อย่าง​หนัก 48 แต่​ถ้า​ทาส​ไม่​รู้​ว่า​เจ้านาย​สั่ง​ให้​ทำ​อะไร ก็​จะ​ถูก​เฆี่ยน​น้อย​หน่อย​เมื่อ​ทำ​ผิด พระเจ้า​ให้​พระพร​กับ​ใคร​มาก คน​นั้น​ก็​ต้อง​คืน​มาก พระเจ้า​ฝาก​ความรับผิดชอบ​ให้​กับ​ใคร​มาก พระองค์​ก็​จะ​คาด​หวัง​มาก​จาก​คนนั้น”

ความ​แตกแยก​กัน​เรื่อง​พระเยซู

(มธ. 10:34-36)

49 “เรา​มา​เพื่อ​ทำ​ให้​โลกนี้​ลุก​เป็น​ไฟ เรา​อยาก​ให้​มัน​ลุก​เป็น​ไฟ​เดี๋ยวนี้​เลย 50 แต่​เรา​ต้อง​ได้รับ​การจุ่ม​ลง​ไป​ใน​ความทุกข์​เสีย​ก่อน เรา​เอง​ก็​รู้สึก​ทุกข์ใจ​มาก​จน​กว่า​มัน​จะ​สำเร็จ 51 อย่า​คิด​ว่า​เรา​มา​เพื่อ​นำ​ความ​สงบสุข​มา​ให้​กับ​โลกนี้ แต่​เรา​มา​เพื่อ​ทำ​ให้​เกิด​การแตกแยก​ต่าง​หาก 52 ต่อไปนี้​ครอบครัว​ที่​มี​ห้า​คน​จะ​แตกแยก​กัน​เป็น​สอง​ฝ่าย สาม​ต่อ​สอง หรือ​สอง​ต่อ​สาม 53 จะ​เกิด​การ​แตกแยก​กัน​ระหว่าง​พ่อ​กับ​ลูกชาย แม่​กับ​ลูกสาว และ​แม่ผัว​กับ​ลูกสะใภ้”

ให้​เข้าใจ​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​เดี๋ยวนี้

(มธ. 16:2-3)

54 แล้ว​พระเยซู​หัน​ไป​พูด​กับ​ชาวบ้าน​ว่า “เมื่อ​คุณ​เห็น​ก้อน​เมฆ​มืด​ครึ้ม​ลอย​มา​จาก​ทิศ​ตะวันตก คุณ​ก็​พูด​ว่า ‘ฝน​จะ​ตก​แล้ว’ แล้ว​มัน​ก็​ตก​จริงๆ 55 เมื่อ​คุณ​เห็น​ลม​พัด​มา​จาก​ทิศ​ใต้ คุณ​ก็​บอก​ว่า ‘อากาศ​จะ​ร้อน​แน่ๆ’ และ​มัน​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น 56 ไอ้​พวก​หน้าซื่อใจคด พวก​คุณ​รู้จัก​ที่​จะ​ตีความหมาย​ของ​ดิน​ฟ้า​อากาศ แต่​กลับ​ไม่​รู้จัก​ความหมาย​ของ​สิ่ง​ที่​กำลัง​เกิด​ขึ้น​ใน​ขณะนี้

ไกล่เกลี่ย​กับ​คู่​กรณี

(มธ. 5:25-26)

57 คุณ​ตัดสินใจ​เอา​เอง​ไม่​ได้​หรือ ว่า​คุณ​ควร​จะ​ทำ​ยังไง 58 เมื่อ​คุณ​กำลัง​ไป​ศาล​กับ​คน​ที่​ฟ้องร้อง​คุณ พยายาม​ไกล่​เกลี่ย​กับ​เขา​ซะ​ใน​ระหว่าง​ทาง ไม่​อย่าง​นั้น​เขา​จะ​ลาก​ตัว​คุณ​ไป​พบ​ผู้พิพากษา และ​ผู้พิพากษา​ก็​จะ​ส่ง​ตัว​คุณ​ให้​กับ​ผู้คุม​เพื่อ​จับ​เข้า​คุก 59 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​คุณ​จะ​ถูก​ขัง​จน​กว่า​จะ​ใช้​หนี้​ครบ​ทุก​บาท​ทุก​สตางค์”

13

กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่

1 ตอน​นั้น​มี​บางคน​มา​เล่า​ให้​พระเยซู​ฟัง​ว่า มี​ชาว​กาลิลี​ซึ่ง​ถูก​ปีลาต​ฆ่า​ตาย ใน​ขณะ​ที่​กำลัง​ถวาย​เครื่อง​บูชา​พระเจ้า​อยู่ 2 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​คิด​ว่า​สิ่งนี้​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​เขา เพราะ​พวก​เขา​บาป​หนา​กว่า​ชาว​กาลิลี​คน​อื่นๆ​หรือ 3 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​ไม่​ใช่​เลย แต่​ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​ยอม​กลับตัว​กลับใจ พวก​คุณ​ก็​จะ​ถูก​ทำลาย​เหมือน​กัน 4 หรือ​อย่าง​คน​สิบแปด​คน​ที่​ถูก​หอคอย​สิโลอัม​พัง​ลง​มา​ทับ​ตาย​นั้น คุณ​คิด​ว่า พวก​เขา​เป็น​คน​บาป​หนา​กว่า​คน​ทั้ง​หมด​ที่​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​หรือ 5 ไม่​ใช่​เลย เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​คุณ​ไม่​กลับตัว​กลับใจ พวก​คุณ​ทั้งหมด​ก็​จะ​ถูก​ทำลาย​เหมือน​กับ​พวก​เขา​ด้วย”

ต้น​มะเดื่อ​ที่​ไม่​มี​ลูก

6 พระเยซู​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​ฟัง​ว่า “มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ปลูก​ต้น​มะเดื่อ​ไว้​ที่​สวน​ของ​ตน เขา​มา​เฝ้า​ดู​ลูก​ของ​มัน แต่​ก็​ไม่​เคย​เจอ​เลย 7 ชาย​คน​นั้น​จึง​พูด​กับ​คน​สวน​ว่า ‘ผม​มา​หา​ลูก​มะเดื่อ​เป็น​เวลา​สาม​ปี​แล้ว แต่​ก็​ไม่​เคย​เจอ​เลย โค่น​ทิ้ง​เถอะ​ปลูก​ไว้​ก็​เปลือง​เนื้อ​ที่​เปล่าๆ’ 8 คน​เฝ้า​สวน​ตอบ​ว่า ‘นาย​ครับ ขอ​เวลา​อีก​ปี​เถอะ แล้ว​ผม​จะ​พรวน​ดิน​ใส่​ปุ๋ย​ให้​มัน 9 แล้ว​ถ้า​ปี​หน้า​มัน​ออก​ลูก​ก็​ดี​ไป แต่​ถ้า​ยัง​ไม่​ออก​ลูก​อีก ก็​ค่อย​โค่น​มัน​ทิ้ง’”

พระเยซู​ขับไล่​ผี​ให้​ผู้หญิงใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา

10 ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา พระเยซู​กำลัง​สั่งสอน​อยู่​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว​แห่ง​หนึ่ง 11 ใน​ที่​นั้น มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​ถูก​ผี​ชั่ว​เข้า​สิง​จน​พิการ​มา​เป็น​เวลา​สิบแปด​ปี​แล้ว นาง​หลังค่อม​และ​ยืด​ตัว​ตรง​ไม่​ได้​เลย 12 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​นาง ก็​เรียก​นาง​เข้า​มา​พบ​และ​พูด​ว่า “หญิง​เอ๋ย เธอ​ได้รับ​การ​ปลด​ปล่อย​จาก​โรค​แล้ว” 13 พระองค์​ก็​วางมือ​ลง​บน​ตัว​นาง หญิง​คน​นั้น​ก็​ยืด​ตัว​ตรง​ขึ้น​ทันที และ​สรรเสริญ​พระเจ้า

14 แต่​ผู้นำ​ที่​ประชุม​ชาวยิว​โกรธ​มาก ที่​พระเยซู​รักษา​โรค​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา เขา​จึง​บอก​กับ​ประชาชน​ว่า “ใน​แต่​ละ​อาทิตย์ มี​เวลา​ทำงาน​ตั้ง​หก​วัน ให้​ไป​รักษา​กัน​ใน​วัน​เหล่า​นั้น อย่า​มา​รักษา​ใน​วัน​หยุด”

15 องค์​เจ้า​ชีวิต​จึง​ตอบ​เขา​ไป​ว่า “ไอ้​พวก​หน้าซื่อใจคด+ 13:15 ไอ้​พวก​หน้าซื่อใจคด หรือ​พวก​หน้าไหว้าหลังหลอก​คำนี้​แปล​ตรงๆ​จาก​ภาษา​กรีก ว่า “นักแสดง” หรือ “คนเล่นละคร” จริงๆ​แล้ว​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา พวก​คุณ​แต่​ละ​คน​ก็​ได้​แก้​เชือก​วัว​หรือ​ลา เพื่อ​จูง​ออก​ไป​กิน​น้ำ​ไม่​ใช่​หรือ 16 แล้ว​หญิง​คนนี้​ที่​เป็น​ลูกหลาน​ของ​อับราฮัม ถูก​ซาตาน​ผูก​มัด​มา​เป็น​เวลา​สิบแปด​ปี​แล้ว มัน​ไม่​ถูกต้อง​หรือ​ที่​จะ​ปลดปล่อย​ให้​เธอ​เป็น​อิสระ​ใน​วันหยุดทางศาสนา” 17 เมื่อ​พระองค์​พูด​อย่างนี้ ก็​ทำ​ให้​คน​ที่​ต่อต้าน​พระองค์​อับอายขายหน้า แต่​คน​อื่นๆ​ก็​ชื่นชม​ยินดี​ใน​สิ่ง​ยอดเยี่ยม​ต่างๆ​ที่​พระองค์​ทำ

อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหมือน​อะไร

(มธ. 13:31-33; มก. 4:30-32)

18 พระเยซู​พูด​ว่า “อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​อะไร จะ​เปรียบเทียบ​กับ​อะไร​ดี 19 มัน​เปรียบ​เหมือน​กับ​เมล็ด​มัสตาร์ด​ที่​มี​คน​นำ​ไป​ปลูก​ไว้​ใน​สวน เมื่อ​เมล็ด​นั้น​เติบโต​ขึ้น​ก็​กลาย​เป็น​ต้นไม้​ใหญ่ ที่​มี​นก​มา​ทำ​รัง​ตาม​กิ่งก้าน​ของ​มัน​ได้”

20 แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​อีก​ว่า “จะ​เปรียบ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​กับ​อะไร​ดี 21 มัน​ก็​เหมือน เชื้อฟู​ที่​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ผสม​ลง​ไป​ใน​แป้ง​สาม​ถัง แล้ว​มัน​ทำ​ให้​แป้ง​ทั้ง​ก้อน​ฟู​ขึ้น​มา”

ประตู​แคบ

(มธ. 7:13-14, 21-23)

22 พระองค์​ก็​สั่งสอน​ไป​เรื่อยๆ​ตาม​เมือง​และ​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ที่​พระองค์​ผ่าน​ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม 23 มี​คน​หนึ่ง​ถาม​ว่า “อาจารย์ คน​ที่​จะ​รอด​นั้น​มี​อยู่​นิด​เดียว​หรือ” พระองค์​จึง​ตอบ​ว่า 24 “คุณ​ต้อง​พยายาม​สุดความสามารถ​ที่​จะ​ผ่าน​ประตู​ที่​แคบ​นั้น​เข้า​ไป​ให้​ได้ เพราะ​จะ​มี​หลาย​คน​ที่​พยายาม แต่​ก็​เข้า​ไป​ไม่​ได้ 25 เมื่อ​เจ้าของ​บ้าน​ลุก​ขึ้น​มา​ปิด​ประตู พวก​คุณ​ก็​จะ​ยืน​อยู่​ข้างนอก​เคาะ​ประตู และ​อ้อนวอน​ว่า ‘ท่าน ช่วย​เปิด​ประตู​ให้​พวก​เรา​หน่อย​ครับ’ แต่​เจ้า​ของ​บ้าน​จะ​ตอบ​ว่า ‘เรา​ไม่​รู้​ว่า​พวก​เจ้า​เป็น​ใคร หรือ​มา​จาก​ไหน’ 26 คุณ​จะ​ตอบ​ว่า ‘พวก​เรา​เคย​กิน​และ​ดื่ม​ด้วย​กัน​กับ​ท่าน​ไง และ​ท่าน​ยัง​เคย​สั่งสอน​พวก​เรา​ตาม​ท้องถนน​ใน​เมือง’ 27 เจ้า​ของ​บ้าน​จะ​ตอบ​ว่า ‘เรา​ไม่​รู้​ว่า​เจ้า​เป็น​ใคร หรือ​มา​จาก​ไหน ไป​ให้​พ้น ไอ้​พวก​ทำ​ชั่ว’ 28 พวก​คุณ​จะ​ยืน​ร้องไห้​ขบเขี้ยว​เคี้ยวฟัน​อย่าง​เจ็บปวด​อยู่​ที่​นั่น เมื่อ​เห็น​อับราฮัม อิสอัค ยาโคบ และ​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​ทั้งหมด​อยู่​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า แต่​พวก​คุณ​กลับ​ถูก​โยน​ออก​มา​ข้างนอก 29 จะ​มี​คน​มา​จาก​ตะวันออก ตะวันตก จาก​เหนือ​และ​ใต้​มา​ร่วม​ใน​งานเลี้ยง​ที่​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า 30 แล้ว​คุณ​จะ​เห็น​ว่า​พวก​ที่​เคย​อยู่​ท้ายๆ​จะ​กลาย​มา​เป็น​พวก​แรกๆ​และ​พวก​ที่​เคย​อยู่​แรกๆ​จะ​กลาย​มา​เป็น​พวก​ท้ายๆ”

พระเยซู​เศร้าโศกให้​กับ​เมือง​เยรูซาเล็ม

(มธ. 23:37-39)

31 ใน​เวลา​นั้น​มี​พวก​ฟาริสี​มา​บอก​พระเยซู​ว่า “ไป​จาก​ที่​นี่​เร็ว​เพราะ​เฮโรด​อยาก​จะ​ฆ่า​อาจารย์”

32 แล้ว​พระเยซู​ก็​ตอบ​ว่า “ไป​บอก ไอ้​หมา​จิ้งจอก+ 13:32 หมา​จิ้งจอก พระเยซู​เปรียบเทียบ​เฮโรด​ว่า​เป็น​คน​ฉลาด​และ​เจ้าเล่ห์​เหมือน​หมา​จิ้งจอก นั้น​ด้วย​ว่า เรา​จะ​ขับ​ผี​ชั่ว และ​รักษา​โรค​ต่อ​ไป​ใน​วันนี้ พรุ่งนี้ แล้ว​ใน​วันที่​สาม​เรา​ก็​จะ​ทำงาน​จน​เสร็จ​หมด 33 แต่​เรา​จะ​ต้อง​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป ใน​วันนี้ พรุ่งนี้ และ​มะรืนนี้ เพราะ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​จะ​โดน​ฆ่า​ตาย​นอก​เมือง​เยรูซาเล็ม​ก็​ไม่​ได้

34 เยรูซาเล็ม เยรูซาเล็ม เจ้า​ได้​ฆ่า​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​และ​เอา​หิน​ขว้าง​คน​ที่​พระเจ้า​ส่ง​มา​หา​เจ้า​จน​ตาย มี​หลาย​ครั้ง​ที่​เรา​อยาก​จะ​โอบ​ลูกๆ​ของ​เจ้า​เข้า​มา เหมือน​แม่​ไก่​กก​ลูก​อยู่​ใต้​ปีก​ของ​มัน แต่​เจ้า​ก็​ไม่​ยอม 35 ตอนนี้​บ้าน​ของ​พวก​เจ้า​จะ​ถูก​ทอดทิ้ง​ให้​รกร้าง เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า​พวก​เจ้า​จะ​ไม่​ได้​เห็น​เรา​อีก จน​กว่า​จะ​ถึง​เวลา​ที่​พวก​เจ้า​พูด​ว่า ‘ขอ​ให้​พระเจ้า​อวยพร​คน​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต’”+ 13:35 อ้าง​จาก​หนังสือ สดุดี 118:26

14

ผิด​หรือ​ไม่​ที่​รักษาใน​วันหยุด​ทาง​ศาสนา

1 ครั้งหนึ่ง​ใน​วันหยุดทางศาสนา พระเยซู​ไป​กิน​อาหาร​ที่​บ้าน​ของ​ผู้นำ​ฟาริสี​คน​หนึ่ง พวก​ฟาริสี​ก็​จับตา​มอง​พระองค์​อย่าง​ใกล้ชิด 2 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​แขน​ขา​บวม​มาก​มา​ยืน​อยู่​ตรง​หน้า​พระองค์ 3 พระเยซู​จึง​ถาม​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ และ​พวก​ฟาริสี​ว่า “ผิด​กฎปฏิบัติ​หรือ​เปล่า​ที่​จะ​รักษา​โรค​ใน​วัน​หยุด” 4 แต่​พวก​เขา​ไม่​ตอบ พระเยซู​จึง​จับ​ต้อง​ตัว​ชาย​คน​นั้น และ​รักษา​เขา​แล้ว​ส่ง​เขา​กลับ​ไป 5 พระองค์​หัน​มา​ถาม​พวก​นั้น​ว่า “ถ้า​ลูก​ของ​คุณ​หรือ​วัว​ของ​คุณ​ตก​บ่อ​ใน​วันหยุด พวก​คุณ​จะ​ไม่​รีบ​ช่วย​ดึง​ขึ้น​มา​หรือ” 6 พวก​เขา​ก็​เงียบ ไม่​รู้​จะ​ตอบ​อย่างไร

อย่า​คิด​ว่า​ตัวเอง​สำคัญ​กว่า​คน​อื่น

7 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ว่า​แขก​ที่​มา​ใน​งาน​ชอบ​เลือก​นั่ง​ใน​ที่​ที่​มี​เกียรติ พระองค์​ก็​เลย​ใช้​เรื่อง​เปรียบเทียบ​สอน​ว่า 8 “เมื่อ​มี​คน​เชิญ​คุณ​ไป​งาน​แต่งงาน อย่า​ไป​เลือก​นั่ง​ใน​ที่​ที่​มี​เกียรติ เพราะ​เจ้าภาพ​อาจ​จะ​เชิญ​แขก​ที่​สำคัญ​กว่า​คุณ​มา 9 แล้ว​เจ้าภาพ​จะ​มา​บอก​กับ​คุณ​ว่า ‘ช่วย​ลุก​ให้​แขก​คนนี้​นั่ง​หน่อย’ คุณ​ก็​จะ​เสียหน้า และ​ต้อง​เลื่อน​ไป​นั่ง​ที่​ที่​ไม่​มี​เกียรติ 10 ทำ​อย่างนี้​สิ เวลา​ไป​งานเลี้ยง​ให้​ไป​นั่ง​ใน​ที่​ที่​ไม่​มี​เกียรติ ซึ่ง​เมื่อ​เจ้าภาพ​เห็น​ก็​จะ​มา​บอก​กับ​คุณ​ว่า ‘เพื่อน​รัก ย้าย​ขึ้น​มา​นั่ง​ใน​ที่​ที่​มี​เกียรติ​นี้​เถิด’ คุณ​ก็​จะ​ได้หน้า​ต่อ​หน้า​แขก​คน​อื่นๆ 11 เพราะ​คน​ที่​ยก​ตัวเอง​จะ​ต้อง​ถูก​กด​ลง และ​คน​ที่​ถ่อมตัว​จะ​ถูก​ยก​ขึ้น”

คุณ​จะ​ได้รับ​รางวัล

12 แล้ว​พระเยซู​ก็​หัน​มา​พูด​กับ​เจ้าของ​บ้าน​ว่า “เมื่อ​คุณ​จัด​งานเลี้ยง​มื้อ​กลาง​วัน หรือ​มื้อ​เย็น​ก็​ตาม อย่า​เชิญ​เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง​หรือ​เพื่อน​บ้าน​ที่​มี​อัน​จะ​กิน​มา เพราะ​คน​พวกนี้​จะ​เลี้ยง​ตอบแทน 13 แต่​เมื่อ​คุณ​จัด​งานเลี้ยง ให้​เชิญ​คนยากจน คนพิการ คนขาเป๋ คนตาบอด 14 เพราะ​คน​พวกนี้​ไม่​สามารถ​จ่าย​คืน​ได้ แต่​พระเจ้า​จะ​ให้​เกียรติ และ​ให้​รางวัล​กับ​คุณ ใน​วัน​ที่​คน​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า​จะ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย”

เรื่องราว​เกี่ยวกับ​งานเลี้ยง​ครั้งใหญ่

(มธ. 22:1-10)

15 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​กิน​อยู่​ที่​นั่น เมื่อ​ได้ยิน​เรื่องนี้​ก็​พูด​กับ​พระเยซู​ว่า “ถือ​ว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ​สำหรับ​คน​ที่​ได้​กิน​อาหาร​ที่​งานเลี้ยง​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”

16 พระเยซู​ก็​ตอบ​เป็น​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ว่า “มี​ชาย​คน​หนึ่ง​จัด​งานเลี้ยง​ใหญ่โต และ​เชิญ​แขก​มา​มากมาย 17 เมื่อ​เตรียม​ทุก​อย่าง​เรียบร้อย​แล้ว เขา​ก็​ส่ง​คนใช้​ออก​ไป​บอก​กับ​แขก​ทั้งหลาย​ว่า ‘มา​ได้​แล้ว​ครับ ทุก​อย่าง​พร้อม​แล้ว’ 18 แต่​แขก​แต่​ละ​คน​ก็​แก้​ตัว​กัน​ต่างๆ​นานา คน​แรก​บอก​ว่า ‘ขอโทษ​ที ไป​ไม่​ได้ ต้อง​ไป​ดูแล​นา​ที่​เพิ่ง​ซื้อ​มา​ใหม่’ 19 อีก​คน​หนึ่ง​ก็​บอก​ว่า ‘ขอโทษ​ที​ไป​ไม่​ได้ เพิ่ง​ซื้อ​วัว​มา​ห้า​คู่ ต้อง​ไป​ทด​สอบ​มัน​ดู​หน่อย’ 20 อีก​คน​หนึ่ง​ก็​บอก​ว่า ‘เพิ่ง​แต่งงาน ไป​ไม่​ได้​หรอก’

21 เมื่อ​คนใช้​กลับ​มา​เล่า​เรื่อง​ทั้งหมด​ให้​เจ้านาย​ฟัง เจ้านาย​ก็​โกรธ​มาก จึง​สั่ง​คนใช้​ว่า ‘รีบ​ไป​ที่​ถนน​ตาม​ตรอก​ซอกซอย​ใน​เมืองนี้ และ​พา​คนยากจน คนพิการ คนขาเป๋​และ​คนตาบอด​มา​ที่​นี่’ 22 ต่อมา​คนใช้​นั้น​มา​รายงาน​เจ้านาย​ว่า ‘ผม​ทำ​ตาม​ที่​ท่าน​สั่ง​แล้ว แต่​ก็​ยัง​มี​ที่​ว่าง​เหลือ​อยู่​อีก’ 23 เจ้านาย​จึง​สั่ง​ว่า ‘ถ้า​งั้น ให้​ออก​ไป​ถนน​นอก​เมือง​และ​ตาม​ถนน​ใน​ชนบท ไป​เร่งเร้า​พวก​เขา​มา ให้​บ้าน​ของ​เรา​เต็ม​ให้​ได้ 24 เรา​ขอ​บอก​ให้​รู้​ว่า พวก​นั้น​ที่​เรา​ได้​เชิญ​ใน​ตอน​แรก​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​ชิม​อาหาร​ใน​งานเลี้ยง​ของ​เรา​เลย’”

คุ้มไหม​ที่​จะ​ติดตาม​พระเยซู

(มธ. 10:37-38)

25 ผู้คน​มากมาย​เดิน​ตาม​พระเยซู​ไป พระองค์​หัน​มา​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า 26 “ถ้า​พวก​คุณ​อยาก​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา คุณ​ต้อง​เกลียด+ 14:26 เกลียด ใน​ที่นี้​มี​ความ​หมาย​ว่า ให้​คุณค่า​น้อย​กว่า หรือ ให้​ความ​สำคัญ​น้อย​กว่า พ่อ​แม่ เมีย ลูกๆ​รวมทั้ง​พี่น้อง​และ​ชีวิต​ของ​ตัวเอง 27 คน​ที่​ไม่​ได้​แบก​ไม้กางเขน​ของ​ตัวเอง​ตาม​เรา​มา ก็​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา​ไม่​ได้ 28 สมมุติ​ว่า คุณ​ต้องการ​จะ​สร้าง​หอคอย สิ่ง​แรก​ที่​คุณ​ต้อง​ทำ​คือ ต้อง​คิด​ราคา​ค่า​ก่อสร้าง​ก่อน ดู​ว่า​มี​เงิน​พอ​หรือ​เปล่า 29 เพราะ​ไม่​อย่าง​นั้น เมื่อ​คุณ​ลง​ฐาน​แล้ว​เกิด​เงิน​หมด​ก็​ต้อง​หยุด​สร้าง คน​อื่น​เห็น​ก็​จะ​หัวเราะ​เยาะ​เอา​ได้ 30 ว่า ‘คนนี้​ลงมือ​สร้าง แต่​ไม่​มี​ปัญญา​สร้าง​ให้​เสร็จ’

31 หรือ​สมมุติ​ว่า​กษัตริย์​องค์​หนึ่ง​จะ​ออก​ไป​ทำ​สงคราม​กับ​กษัตริย์​อีก​องค์​หนึ่ง เขา​จะ​ไม่​นั่ง​ลง​วางแผน​ก่อน​หรือ ว่า​ทหาร​หนึ่ง​หมื่น​คน​ของ​เขา​จะ​ไป​สู้​ชนะ​ทหาร​สอง​หมื่น​คน​ที่​ยกทัพ​มา​ได้​หรือ​เปล่า 32 ถ้า​เขา​คิด​ว่า​สู้​ไม่​ได้ เขา​จะ​ต้อง​รีบ​ส่ง​คน​ไป​เจรจา​ขอ​สงบศึก ใน​ขณะ​ที่​กองทัพ​นั้น​ยัง​อยู่​อีก​ไกล 33 ก็​เหมือน​กัน ถ้า​คุณ​ไม่​ยอม​สละ​ทุก​สิ่ง​ที่​คุณ​มี​อยู่ คุณ​ก็​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา​ไม่​ได้”

เกลือ​ที่​หมด​ค่า

(มธ. 5:13; มก. 9:50)

34 “เกลือ​เป็น​สิ่ง​ดี แต่​ถ้า​เกลือ​นั้น​หมด​รส​เค็ม​แล้ว ก็​จะ​ทำ​ให้​มัน​เค็ม​อีก​ได้​อย่างไร 35 จะ​เอา​ไป​ใส่​ดิน​หรือ​ผสม​กับ​ปุ๋ย​ก็​ไม่​ได้ มี​แต่​ต้อง​โยน​ทิ้ง​ไป​เท่า​นั้น คน​ที่​มี​หู​ก็​ฟัง​เอา​ไว้​ให้​ดี”

15

ความ​ดีใจ​ใน​สวรรค์

(มธ. 18:12-14)

1 ใน​เวลา​นั้น​มี​พวก​เก็บภาษี+ 15:1 พวก​เก็บภาษี คือ พวก​คนยิว​ที่​รับจ้าง​ชาวโรมัน​เก็บ​ภาษี​จาก​คนยิว​ด้วย​กัน คน​พวกนี้​ชอบ​โกง และ​เป็น​ที่​เกลียด​ชัง​ของ​พวก​ยิว​ด้วย​กัน​มาก และ​พวก​คน​บาป​ทั้งหลาย ต่าง​ก็​รุม​ล้อม​กัน​เข้า​มา​ฟัง​พระเยซู​สั่งสอน 2 พวก​ฟาริสี​และ​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ก็​บ่น​กัน​ว่า “คนนี้​ยอม​ต้อนรับ​คน​บาป​และ​ยัง​กิน​อาหาร​กับ​พวก​เขา​ด้วย”

3 พระเยซู​จึง​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​นี้​ให้​ฟัง​ว่า 4 “สมมุติ​ว่า พวก​คุณ​คน​หนึ่ง​มี​แกะ​อยู่​หนึ่งร้อย​ตัว แล้ว​ตัว​หนึ่ง​หลงหาย​ไป เขา​จะ​ไม่​ทิ้ง​แกะ​เก้าสิบเก้า​ตัว​ไว้​ใน​ทุ่งหญ้า​แล้ว​ออก​ไป​ตาม​หา​แกะ​ตัว​ที่​หาย​ไป​จน​กว่า​จะ​พบ​หรือ 5 เมื่อ​พบ​แกะ​ตัว​นั้น​แล้ว​เขา​ก็ดี​ใจ​มาก แบก​มัน 6 กลับ​มา​บ้าน แล้ว​เรียก​เพื่อน​บ้าน​เพื่อนฝูง​มา​พร้อมหน้า​กัน​และ​บอก​ว่า ‘มา​ร่วม​ฉลอง​กัน​หน่อย เพราะ​ฉัน​พบ​แกะ​ที่​หลงหาย​ไป​แล้ว’ 7 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใน​สวรรค์​ก็​เหมือน​กัน เมื่อ​มี​คน​บาป​คน​หนึ่ง​กลับตัว​กลับใจ ก็​จะ​เป็น​เรื่อง​ที่​น่า​ยินดี​มาก​กว่า​มี​คนดี​เก้าสิบเก้า​คน​ที่​ไม่​ต้อง​กลับตัว​กลับใจ”

8 “สมมุติ​ว่า​หญิง​คน​หนึ่ง​มี​เหรียญ​เงิน+ 15:8 เหรียญ​เงิน หรือ​เหรียญ​เดนาริอัน คือ เงิน​ของ​พวก​โรมัน หนึ่ง​เหรียญ​เดนาริอัน​เท่ากับ​ค่าแรง​หนึ่ง​วัน อยู่​สิบ​เหรียญ แล้ว​ทำ​ตก​หาย​ไป​หนึ่ง​เหรียญ นาง​จะ​ไม่​จุด​ตะเกียง​และ​กวาด​บ้าน ค้นหา​ทุก​ซอก​ทุก​มุม​จน​กว่า​จะ​พบ​หรือ 9 เมื่อ​หา​เหรียญ​นั้น​เจอ​แล้ว นาง​ก็​เชิญ​เพื่อน​บ้าน​เพื่อน​ฝูง​มา​พร้อม​หน้า และ​พูด​ว่า ‘มา​ร่วม​ฉลอง​กัน​หน่อย เพราะ​ฉัน​พบ​เหรียญ​ที่​หล่น​หาย​ไป​แล้ว’ 10 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พระเจ้า​ก็​ชื่นชม​ยินดี​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน​ต่อหน้า​พวก​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์ เมื่อ​มี​คน​บาป​คน​หนึ่ง​กลับตัว​กลับใจ”

พ่อ​ที่​มี​ใจ​เมตตา

11 พระเยซู​พูด​ว่า “ชาย​คน​หนึ่ง​มี​ลูกชาย​สอง​คน 12 ลูก​คน​เล็ก​พูด​ว่า ‘พ่อ​ครับ ช่วย​แบ่ง​สมบัติ​ส่วน​ที่​เป็น​ของ​ลูก​ให้​ด้วย’ พ่อ​จึง​แบ่ง​สมบัติ​ให้​กับ​ลูกชาย​ทั้ง​สอง​ไป 13 หลัง​จาก​นั้น​ไม่​นาน ลูก​คน​เล็ก​ก็​รวบรวม​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ของ​เขา เดินทาง​ไป​เมือง​ไกล และ​เขา​ก็​ใช้​จ่าย​เงินทอง​อย่าง​สุรุ่ยสุร่าย 14 จน​หมด​เนื้อ​หมดตัว พอ​เกิด​กันดารอาหาร​อย่าง​รุนแรง​ทั่ว​แผ่นดิน​นั้น เขา​ก็​เริ่ม​ไม่​มี​อะไร​จะ​กิน 15 เขา​ก็​เลย​ไป​รับจ้าง​ทำงาน​กับ​ชาว​เมือง​นั้น​คน​หนึ่ง เขา​ถูก​ส่ง​ให้​ไป​เลี้ยง​หมู​ใน​ทุ่ง​นา 16 เขา​หิว​มาก อยาก​จะ​กิน​อาหาร​ที่​หมู​กิน แต่​ก็​ไม่​มี​ใคร​ให้​อะไร​เขา​กิน​เลย 17 ในที่สุด เขา​ก็​สำนึกตัว​ได้​และ​พูด​ว่า ‘ลูกจ้าง​ของ​พ่อ​เรา​มี​อาหาร​กิน​อย่าง​เหลือเฟือ แต่​ดู​เรา​สิ กำลัง​จะ​อด​ตาย​อยู่​แล้ว 18 เรา​จะ​กลับ​ไปหา​พ่อ​และ​พูด​กับ​พ่อ​ว่า “พ่อ​ครับ ลูก​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระเจ้า​และ​ต่อ​ตัว​พ่อ 19 ลูก​ไม่​สมควร​ที่​จะ​เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​อีก​ต่อ​ไป ให้​ลูก​เป็น​ลูกจ้าง​คน​หนึ่ง​ของ​พ่อ​เถอะ​ครับ”’

20 ดังนั้น​เขา​จึง​ลุก​ขึ้น​กลับ​ไป​หา​พ่อ​ของ​เขา ขณะ​ที่​เขา​ยัง​อยู่​แต่​ไกล พ่อ​ของ​เขา​ก็​มองเห็น​และ​เวทนาสงสาร วิ่ง​ออก​ไป​สวมกอด​และ​จูบ​เขา 21 ลูกชาย​จึง​พูด​ว่า ‘พ่อ​ครับ ลูก​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระเจ้า​และ​ต่อ​พ่อ ลูก​ไม่​สมควร​ที่​จะ​เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​อีก​ต่อ​ไป’ 22 แต่​พ่อ​หัน​ไป​สั่ง​คน​ใช้​ว่า ‘เร็วๆ​เข้า​ไป​เอา​เสื้อผ้า​ที่​ดี​ที่​สุด​มา​ใส่​ให้​เขา เอา​แหวน​มา​สวม​นิ้ว​เขา​และ​เอา​รองเท้า​มา​ใส่​ให้​เขา​ด้วย 23 แล้ว​ไป​ฆ่า​ลูก​วัว​ตัว​อ้วน​พี​มา​เลี้ยง​ฉลอง​กัน 24 เพราะ​ลูก​ข้า​คนนี้ ได้​ตาย​ไป​แล้ว​แต่​ฟื้นขึ้น​มา​ใหม่ เคย​หลงหาย​ไป​แต่​ตอนนี้​พบ​แล้ว’ แล้ว​พวก​เขา​ก็​เลี้ยงฉลอง​กัน

25 เมื่อ​ลูกชาย​คนโต​ที่​ทำงาน​อยู่​ใน​ทุ่ง​กลับ​มา​ใกล้​จะ​ถึง​บ้าน เขา​ได้ยิน​เสียง​ร้องรำ​ทำเพลง​กัน 26 จึง​เรียก​คนใช้​เข้า​ไป​ถาม​ว่า ‘เกิด​อะไร​ขึ้น’ 27 คนใช้​จึง​ตอบ​ว่า ‘น้องชาย​ของ​ท่าน​กลับ​มา​บ้าน​ด้วย​ความปลอดภัย พ่อ​ของ​ท่าน​ก็​เลย​ให้​ฆ่า​ลูก​วัว​ตัว​อ้วน​พี​เลี้ยง​ฉลอง​กัน’ 28 พี่ชาย​โกรธ​มาก​และ​ไม่​ยอม​เข้า​ไป​ใน​งานเลี้ยง พ่อ​เขา​จึง​ออก​มา​ขอร้อง​ให้​เข้า​ไป​ข้าง​ใน 29 แต่​เขา​ตอบ​พ่อ​ไป​ว่า ‘ดู​เอา​เถอะ ผม​รับใช้​พ่อ​มา​หลาย​ปี และ​ไม่​เคย​ขัด​คำสั่ง​พ่อ​เลย แต่​พ่อ​ยัง​ไม่​เคย​ให้​อะไร​ผม​เลย แม้แต่​แพะ​สัก​ตัว​เพื่อ​เลี้ยงฉลอง​กับ​เพื่อน​ฝูง​ก็​ไม่​มี 30 แต่​พอ​ไอ้ลูก​ของ​พ่อ​คนนี้​กลับ​มา หลัง​จาก​ที่​ผลาญ​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​พ่อ​ไป​กับ​หญิง​โสเภณี​จน​หมดเกลี้ยง พ่อ​ก็​ฆ่า​ลูกวัว​ตัว​อ้วนพี​ฉลอง​ให้​กับ​มัน’ 31 พ่อ​จึง​พูด​ว่า ‘ลูกรัก ลูก​อยู่​กับ​พ่อ​ตลอด​เวลา ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่าง​ของ​พ่อ​ก็​เป็น​ของ​ลูก​อยู่​แล้ว 32 แต่​พวก​เรา​ควร​จะ​ดีใจ​และ​เฉลิม​ฉลอง​กัน เพราะ​น้อง​ตาย​ไป​แล้ว​แต่​ฟื้นขึ้น​มา​ใหม่ หลงหาย​ไป​แล้ว​แต่​กลับ​พบ​กัน​อีก’”

16

ทรัพย์​สมบัติ​ที่​แท้​จริง

1 พระเยซู​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “เศรษฐี​คน​หนึ่ง​ได้​จ้าง​ผู้จัดการ​มา​ดูแล​กิจการ​ของ​เขา ต่อมา​มี​คน​มา​ฟ้อง​ว่า ผู้จัดการ​คนนี้​ใช้จ่าย​เงินทอง​ของ​เศรษฐี​อย่าง​สุรุ่ย​สุร่าย 2 เศรษฐี​จึง​เรียก​ผู้จัดการ​คน​นั้น​มา​ถาม​ว่า ‘เจ้า​จะ​แก้​ตัว​ว่า​ยังไง​ใน​เรื่อง​ที่​เรา​ได้ยิน​มา​นี้ ไป​เอา​บัญชี​ที่​เจ้า​จัดการ​อยู่​คืน​มา เรา​ไล่​เจ้า​ออก​แล้ว’ 3 ผู้จัดการ​คนนี้ จึง​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘ทำ​ยังไง​ดี นาย​กำลัง​จะ​ไล่​ออก จะ​ไป​ขุด​ดิน​ก็​ไม่​มี​แรง จะ​ไป​ขอ​ทาน​ก็​อาย​เขา 4 อ๋อ รู้​แล้ว​ว่า​จะ​ทำ​ยังไง​ดี จะ​ได้​มี​คน​ต้อนรับ​เข้า​บ้าน​เขา​ตอน​ที่​ตก​งาน’ 5 เขา​จึง​เรียก​ลูกหนี้​ของ​นาย​มา​ถาม​ที​ละ​คน เขา​ถาม​คน​แรก​ว่า ‘คุณ​เป็น​หนี้​นาย​ผม​อยู่​เท่าไหร่’ 6 เขา​ตอบ​ว่า ‘น้ำมัน​มะกอก​ร้อย​ถัง’ ผู้จัดการ​จึง​บอก​เขา​ว่า ‘นี่​ใบ​กู้​ยืม​ของ​คุณ รีบ​นั่ง​ลง​แก้​เป็น​ห้าสิบ​ถัง​เร็ว​เข้า’

7 แล้ว​เขา​ก็​ถาม​คน​ที่​สอง​ว่า ‘คุณ​เป็น​หนี้​อยู่​เท่าไหร่’ เขา​ก็​ตอบ​ว่า ‘ข้าว​สาลี​หนึ่ง​ร้อย​ถัง’ ผู้จัดการ​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘เอา​ใบ​กู้​ยืม​นี้​ไป​แก้​เป็น​แปดสิบ​ถัง’ 8 เศรษฐี​ก็​ชม​ผู้จัดการ​ขี้โกง​คนนี้​ว่า​เอา​ตัว​รอด​เก่ง ที่​เรา​พูด​อย่างนี้​ก็​เพราะ​คน​ของ​โลกนี้​เอา​ตัว​รอด​ใน​เรื่อง​แบบนี้​เก่ง​กว่า​คน​ของ​พระเจ้า

9 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ให้​ใช้​เงินทอง​ที่​มี​อยู่​ใน​โลกนี้​คบหา​เพื่อน​ไว้ เพราะ​เมื่อ​เงินทอง​หมด​ไป เพื่อนๆ​ก็​จะ​ได้​ต้อนรับ​คุณ​เข้า​อยู่​ใน​บ้าน​ที่​ถาวร​ตลอด​ไป

10 คน​ที่​ไว้ใจ​ได้​ใน​เรื่อง​เล็กๆ​ก็​จะ​ไว้ใจ​ได้​ใน​เรื่อง​ใหญ่ๆ​ด้วย แต่​คน​ที่​ไว้ใจ​ไม่​ได้​แม้แต่​ใน​เรื่อง​เล็กๆ​ก็​จะ​ไว้ใจ​ไม่​ได้​ใน​เรื่อง​ใหญ่ๆ​ด้วย 11 ถ้า​ขนาด​ทรัพย์​สมบัติ​ใน​โลกนี้ ยัง​ไว้ใจ​คุณ​ไม่​ได้​เลย แล้ว​จะ​ไว้ใจ​ให้​คุณ​ดูแล​ทรัพย์​สมบัติ​เที่ยงแท้​ได้​ยังไง 12 ถ้า​ของ​ของ​คน​อื่น ยัง​ไว้ใจ​คุณ​ไม่​ได้​เลย แล้ว​ใคร​จะ​กล้า​ให้​คุณ​เป็น​เจ้าของ​อะไร​เล่า 13 ไม่​มี​ทาส​คน​ไหน​รับใช้​นาย​สอง​นาย​ได้ เพราะ​เขา​จะ​เกลียด​นาย​คน​หนึ่ง และ​รัก​อีก​คน​หนึ่ง หรือ​ไม่​ก็​จะ​ทุ่มเท​ให้​กับ​คน​หนึ่ง และ​จะ​ดูถูก​อีก​คน​หนึ่ง พวก​คุณ​จะ​รับใช้​พระเจ้า และ​เงิน​ทอง​พร้อมๆ​กัน​ไม่​ได้​หรอก”

คำสอน​ข้อ​อื่นๆ

(มธ. 11:12-13)

14 ฝ่าย​พวก​ฟาริสี​ที่​เห็น​แก่​เงิน เมื่อ​ได้ยิน​เรื่อง​ทั้งหมดนี้​ก็​หัวเราะ​เยาะ​พระเยซู 15 พระองค์​จึง​พูด​ว่า “พวก​คุณ​พยายาม​จะ​ให้​คน​มอง​ว่า​คุณ​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า แต่​พระเจ้า​รู้​ว่า​จิตใจ​ของ​พวก​คุณ​ชั่วร้าย สิ่ง​ที่​มนุษย์​เห็น​ว่า​สุดยอด พระเจ้า​กลับ​เห็น​ว่า​น่าขยะแขยง

16 แต่​ก่อน​นั้น​พระเจ้า​ให้​กฎ​ต่างๆ​ผ่าน​มา​ทาง​โมเสส และ​ให้​คำพูด​ต่างๆ​ผ่าน​มา​ทาง​ผู้พูดแทนพระเจ้า จน​กระทั่ง​มา​ถึง​สมัย​ของ​ยอห์น​คน​ที่​ทำ​พิธีจุ่มน้ำ​นั้น นับ​ตั้งแต่​สมัย​ของ​ยอห์น​เป็น​ต้นมา ข่าวดี​เกี่ยวกับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ก็​ได้​ประกาศ​ออก​ไป ทำ​ให้​ทุกคน​ตอบ​สนอง​ต่อ​ข่าวดีนี้​อย่าง​เอา​เป็น​เอา​ตาย

17 ให้​ฟ้า​และ​ดิน​หาย​ไป ยัง​ง่าย​กว่า ที่​จะ​ให้​จุด​หนึ่ง​หรือ​ตัว​อักษร​หนึ่ง​ใน​กฎปฏิบัติ หมด​ผลบังคับ​ไป

18 ผู้ชาย​ที่​หย่า​กับ​ภรรยา​ของ​ตน​แล้ว​ไป​แต่งงาน​ใหม่ ก็​ถือ​ว่า​มี​ชู้ และ​ผู้ชาย​ที่​มา​แต่งงาน​กับ​หญิง​ที่​หย่าร้าง​นี้ ก็​ถือ​ว่า​มี​ชู้​ด้วย

เศรษฐี​กับ​ลาซารัส

19 ครั้ง​หนึ่ง​มี​เศรษฐี​คน​หนึ่ง เขา​แต่งกาย​ด้วย​ชุด​สีม่วง​ราคา​แพง และ​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี และ​ใช้​ชีวิต​อย่าง​หรูหรา​ทุก​วัน 20 มี​ขอทาน​คน​หนึ่ง​ชื่อ ลาซารัส มี​แผล​เต็มตัว​ไปหมด นอน​อยู่​หน้า​ประตู​บ้าน​เศรษฐี 21 เขา​อยาก​จะ​กิน​แค่​อาหาร​ที่​ตก​จาก​โต๊ะ​ของ​เศรษฐี หมา​ก็​มา​เลีย​แผล​ของ​เขา 22 ต่อมา​เมื่อ​ขอ​ทาน​นั้น​ตาย เหล่า​ทูตสวรรค์​ก็​มา​รับ​เขา​ไป​อยู่​กับ​อับราฮัม เศรษฐี​ก็​ตาย​เหมือน​กัน และ​ถูก​ฝัง​ไว้ 23 เศรษฐี​ไป​อยู่​ใน​แดน​คน​ตาย และ​ได้รับ​ความทุกข์ทรมาน​มาก เขา​มอง​เห็น​อับราฮัม​อยู่​แต่​ไกล และ​เห็น​ลาซารัส​อยู่​ข้างๆ​อับราฮัม 24 เศรษฐี​จึง​ร้อง​ตะโกน​ว่า ‘คุณ​พ่อ​อับราฮัม สงสาร​ผม​ด้วย​เถิด​ครับ ช่วย​ส่ง​ลาซารัส​มา​นี่​หน่อย เพื่อ​เอา​ปลาย​นิ้ว​จุ่ม​น้ำ​มา​แตะ​ลิ้น​ของ​ผม​ให้​เย็น​ลง เพราะ​ผม​เจ็บปวด​ทรมาน​เหลือ​เกิน​ใน​เปลว​ไฟนี้’ 25 แต่​อับราฮัม​พูด​ว่า ‘ลูก​เอ๋ย จำ​ได้​ไหม​ตอน​ที่​เจ้า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​นั้น เจ้า​ได้รับ​แต่​สิ่ง​ดีๆ​แต่​ลาซารัส​นั้น​ได้รับ​แต่​สิ่ง​ที่​ไม่​ดี ตอนนี้​เขา​มี​ความสุข​อยู่​ที่​นี่ ส่วน​เจ้า​ได้รับ​ความทุกข์ทรมาน 26 นอก​จาก​นั้น​ก็​มี​เหว​กว้าง​ใหญ่​ขวางกั้น​พวก​เรา​อยู่ เพื่อ​ไม่​ให้​ไป​มา​หา​สู่​กัน​ได้’ 27 เศรษฐี​จึง​พูด​ว่า ‘ถ้า​อย่าง​นั้น ขอ​ร้อง​คุณ​พ่อ​อับราฮัม​ให้​ช่วย​ส่ง​ลาซารัส​ไป​ที่​บ้าน​พ่อ​ผม​ด้วย 28 เพราะ​ผม​มี​พี่น้อง​อยู่​ห้า​คน ลาซารัส​จะ​ได้​ไป​เตือน​พวก​เขา เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​มา​ทน​ทุกข์ทรมาน​เหมือน​กับ​ผม​ใน​ที่นี้’

29 แต่​อับราฮัม​ตอบ​ไป​ว่า ‘พวก​เขา​มี​โมเสส และ​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คอย​เตือน​อยู่​แล้ว ให้​เขา​ฟัง​คน​เหล่า​นั้น​เถิด’ 30 ฝ่าย​เศรษฐี​จึง​พูด​ว่า ‘แต่​นั่น​ไม่​พอ​หรอก คุณ​พ่อ​อับราฮัม ถ้า​มี​คน​ที่​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​ไป​เตือน​พวก​เขา พวก​เขา​จะ​กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่’ 31 อับราฮัม​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘ถ้า​พวก​เขา​ไม่​ฟัง​โมเสส และ​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า ถึง​จะ​มี​คน​ที่​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย เขา​ก็​จะ​ไม่​ฟัง​อยู่​ดี’”

17

การยั่วยวน การอภัย ความเชื่อ

(มธ. 18:6-7, 21-22; มก. 9:42)

1 พระเยซู​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “จะ​มี​สิ่ง​ที่​มา​ยั่วยวน​ให้​คน​ทำ​บาป​เสมอ แต่​คน​ที่​มา​ยั่วยวน นั้น​ช่าง​น่า​อาย​จริงๆ 2 ระหว่าง​การชักชวน​คน​ที่​ต่ำต้อย​คน​หนึ่ง​ใน​พวกนี้​ให้​ทำ​บาป กับ​การถูกจับโยน​ลง​ไป​ใน​ทะเล​พร้อม​กับ​มี​หิน​โม่​แป้ง+ 17:2 หิน​โม่​แป้ง นี่​เป็น​หิน​โม่​แป้ง​ขนาด​ใหญ่​ที่​ต้อง​ใช้​ลา​เดิน​รอบๆ​ล่าม​คอ​อยู่ อย่างหลัง​นี้​ก็​ยัง​จะ​ดี​กว่า 3 ระวัง​ตัว​ไว้​ให้​ดี ให้​ตักเตือน​พี่น้อง​ที่​ทำ​บาป และ​อภัย​ให้​เขา​เมื่อ​เขา​กลับตัว​กลับใจ 4 ถึง​แม้​เขา​จะ​ทำ​ผิด​บาป​ต่อ​คุณ​ถึง​วัน​ละ​เจ็ด​ครั้ง​ก็​ตาม แต่​ถ้า​ทุก​ครั้ง​เขา​บอก​คุณ​ว่า ‘ผม​กลับตัว​กลับใจ​แล้ว​ครับ’ ก็​ให้​ยกโทษ​เขา” 5 ฝ่าย​พวก​ศิษย์​เอก ก็​พูด​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น ช่วย​เพิ่ม​ความเชื่อ​ให้​กับ​เรา​ด้วย​ครับ”

6 พระเยซู​ตอบ​ว่า “แค่​คุณ​มี​ความเชื่อ​เล็ก​เท่า​เมล็ด​มัสตาร์ดนี้ คุณ​ก็​สั่ง​ให้​ต้น​หม่อน​ทั้ง​ต้น​ถอนราก​ถอนโคน​ไป​ปลูก​อยู่​ใน​ทะเล​ได้​แล้ว”

ทาส​ที่​ดี

7 “สมมุติ​ว่า​คุณ​มี​ทาส​คน​หนึ่ง เมื่อ​เขา​กลับ​มา​จาก​ไถนา​หรือ​เลี้ยง​แกะ คุณ​จะ​พูด​กับ​เขา​ไหม​ว่า ‘รีบๆ​ไป​หา​อะ​ไร​กิน​เร็ว’ 8 หรือ​คุณ​จะ​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘ไป​เตรียม​อาหาร​มา​สิ แล้ว​คอย​รับใช้​อยู่​นี่​แหละ จน​กว่า​เรา​จะ​กิน​และ​ดื่ม​เสร็จ แล้ว​เจ้า​ถึง​ค่อย​ไป​กิน’ 9 นาย​ต้อง​ขอบใจ​ทาส​ที่​เขา​ทำ​ตาม​คำ​สั่ง​หรือ 10 พวก​คุณ​ก็​เหมือน​กัน เมื่อ​ทำงาน​ที่​นาย​สั่ง​มา​เสร็จ​แล้ว ก็​ควร​พูด​ว่า ‘พวก​เรา​เป็น​แค่​ทาส​ที่​ทำ​ตาม​หน้าที่​เท่านั้น ไม่​สมควร​ที่​เจ้านาย​จะ​ขอบใจ​หรอก’”

ให้​รู้จัก​ขอบคุณ

11 ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม พระเยซู​ผ่าน​ไป​ตาม​เขตแดน​ของ​แคว้น​กาลิลี​กับ​แคว้น​สะมาเรีย 12 ที่​หมู่บ้าน​แห่ง​หนึ่ง มี​ชาย​สิบ​คน​ที่​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง เข้า​มาหา​พระองค์ แต่​ยืน​อยู่​ห่างๆ 13 และ​ร้อง​ตะโกน​ว่า “เยซู นายท่าน สงสาร​พวก​เรา​ด้วย​เถิด”

14 พระองค์​ก็​มอง​พวก​เขา แล้ว​พูด​ว่า “ไป​แสดง​ตัว​ให้​พวก​นักบวช+ 17:14 ไป​แสดง​ตัว​ให้​พวก​นักบวช ตาม​กฎ​ของ​โมเสส​เมื่อ​คน​ยิว​ที่​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​หาย​ดี​แล้ว เขา​ต้อง​ไป​ให้​พวก​นักบวช​สำรวจ​ดู​ว่า​หาย​จริง​หรือ​เปล่า ดู​เพิ่มเติม​ได้​จาก​หนังสือ​เววีนิติ บทที่ 13-14 ดู​สิ” ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​ไป​นั้น พวก​เขา​ก็​หาย​จาก​โรค 15 คน​หนึ่ง​ใน​นั้น เมื่อ​เห็น​ว่า​หาย​แล้ว ก็​กลับ​มา​ร้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า​เสียง​ดัง 16 เขา​ก้ม​ลง​กราบ​ขอบคุณ​อยู่​ที่​เท้า​ของ​พระเยซู เขา​เป็น​ชาวสะมาเรีย 17 พระเยซู​ถาม​ว่า “มี​สิบ​คน​ที่​หาย​จาก​โรค​ไม่​ใช่​หรือ แล้ว​อีก​เก้า​คน​อยู่​ที่​ไหน 18 ทำไม​มี​แต่​คน​ต่าง​ชาติ​คนนี้​เท่านั้น​หรือ ที่​กลับ​มา​สรรเสริญ​พระเจ้า” 19 แล้ว​พระเยซู​ก็​บอก​เขา​ว่า “ลุก​ขึ้น​กลับ​ไป​ได้​แล้ว ความเชื่อ​ของ​คุณ​ทำ​ให้​หาย​จาก​โรค​แล้ว”

อาณาจักร​ของ​พระเจ้าอยู่​ใน​หมู่​พวก​คุณ

(มธ. 24:23-28, 37-41)

20 วัน​หนึ่ง​พวก​ฟาริสี​ถาม​พระเยซู​ว่า “อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​มา​ถึง​เมื่อไหร่” พระองค์​ก็​ตอบ​ว่า “เมื่อ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​กำลัง​มา จะ​ไม่​มี​อะไร​เป็น​ลางบอกเหตุ​ให้​คุณ​รู้​หรอก 21 จะ​ไม่​มี​ใคร​บอก​ได้​หรอก​ว่า ‘อยู่​นี่​ไง’ หรือ ‘อยู่​โน่น​ไง’ เพราะ​ดู​สิ อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​อยู่​ใน​หมู่​พวก​คุณ​แล้ว”

22 แต่​พระองค์​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า “วัน​นั้น​จะ​มา​ถึง เมื่อ​พวก​คุณ​อยาก​จะ​ได้​เห็น​วัน​เวลา​ของ​บุตร​มนุษย์​สัก​วัน​หนึ่ง แต่​คุณ​จะ​ไม่​มี​โอกาส​ได้​เห็น 23 เมื่อ​มี​คน​มา​บอก​ว่า ‘พระองค์​อยู่​โน่น​ไง หรือ อยู่​นี่​ไง’ ก็​ไม่​ต้อง​ออก​ไป​เที่ยว​ตามหา​หรอก” 24 “เพราะ​เมื่อ​บุตร​มนุษย์​มา​นั้น จะ​เห็น​ชัด​เหมือน​กับ​สายฟ้า​แลบ​จาก​ท้องฟ้า​ฟาก​หนึ่ง​ไป​ยัง​อีก​ฟาก​หนึ่ง 25 แต่​พระองค์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน​หลาย​อย่าง​เสีย​ก่อน และ​คน​ใน​ยุคนี้​จะ​ไม่​ยอมรับ​พระองค์

26 วัน​ที่​พระองค์​กลับ​มา​นั้น จะ​เหมือน​กับ​สมัย​ของ​โนอาห์ 27 ที่​คน​ดื่ม​กิน​กัน​อยู่​อย่าง​สนุก​สนาน แต่งงาน​กัน​และ​ยก​ลูก​ให้​แต่งงาน​กัน จน​กระทั่ง​วันที่​โนอาห์​เข้า​ไป​ใน​เรือ แล้ว​น้ำ​ก็​ท่วม​จน​พวก​เขา​จม​น้ำ​ตาย​กัน​หมด

28 ใน​สมัย​ของ​โลท​ก็​เหมือน​กัน คน​กิน​ดื่ม​กัน​อยู่ ซื้อ​ขาย​กัน เพาะ​ปลูก​กัน ก่อ​สร้าง​กัน 29 จน​กระทั่ง​ถึง​วัน​ที่​โลท​ออก​จาก​เมือง​โสโดม ก็​มี​ไฟ และ​กำมะถัน​ตกลง​มา​จาก​ท้องฟ้า เผาผลาญ​ทำลาย​ชีวิต​ผู้คน​ใน​เมือง​นั้น​จน​หมดสิ้น

30 ใน​วัน​ที่​บุตร​มนุษย์​กลับ​มา มัน​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน 31 ใน​วัน​นั้น คน​ที่​อยู่​บน​ดาดฟ้า​บ้าน​ก็​อย่า​เข้า​ไป​เก็บ​ข้าวของ​ใน​บ้าน​เลย หรือ​คน​ที่​อยู่​ใน​ทุ่งนา​ก็​อย่า​กลับ​ไป​บ้าน​เอา​อะไร​เลย 32 จำ​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​เมีย​ของ​โลท+ 17:32 เมีย​ของ​โลท เรื่อง​เกี่ยว​กับ​เมีย​ของ​โลท​อยู่​ใน ปฐมกาล 19:15-17, 26 ไว้​ให้​ดี 33 คน​ที่​อยาก​จะ​รักษา​ชีวิต​เก่า​ไว้​จะ​เสีย​ชีวิต แต่​คน​ที่​ยอม​สละ​ชีวิต​เก่า จะ​รักษา​ชีวิต​ไว้ 34 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ใน​คืน​นั้น​เอง สอง​คน​ที่​นอน​อยู่​บน​เตียง​เดียว​กัน คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​รับ​ไป และ​อีก​คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​ทิ้ง​ไว้ 35 หญิง​สอง​คน​ที่​กำลัง​โม่​แป้ง​อยู่​ด้วย​กัน จะ​ถูก​รับ​ไปคน​หนึ่ง และ​ถูก​ทิ้ง​ไว้​คน​หนึ่ง” 36+ 17:36 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​ได้​เพิ่ม​เติม​ข้อ​ความ ว่า a “ชาย​สอง​คน​ที่​อยู่​ใน​นา​เดียว​กัน คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​รับ​ไป และ​อีก​คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​ทิ้ง​ไว้”

37 พวก​ศิษย์​จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “อาจารย์ มัน​จะ​เกิด​ขึ้น​ที่​ไหน​ครับ”

พระองค์​จึง​ตอบ​ว่า “ซาก​ศพ​อยู่​ที่​ไหน ฝูง​แร้ง​ก็​จะ​อยู่​ที่​นั่น”

18

พระเจ้า​จะ​ตอบ​คำ​อธิษฐาน

1 พระเยซู​ได้​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​ศิษย์​ของ​พระองค์​ฟัง เพื่อ​สอน​ให้​พวก​เขา​อธิษฐาน​อยู่​เสมอ และ​ไม่​สิ้น​หวัง 2 พระองค์​เล่า​ว่า “ใน​เมือง​หนึ่ง มี​ผู้พิพากษา​คน​หนึ่ง​ที่​ไม่​เกรง​กลัว​พระเจ้า และ​ไม่​เคย​เคารพ​นับถือ​ใคร​เลย 3 ใน​เมืองนี้​มี​หญิงม่าย​คน​หนึ่ง ที่​เฝ้า​วนเวียน​มา​อ้อน​วอน​ผู้พิพากษา​คนนี้​ว่า ‘ช่วย​ตัดสิน​คดี​ของ​ฉัน​อย่าง​ยุติธรรม​ด้วย​เถิด’ 4 ตอน​แรก​ผู้พิพากษา​ไม่​ได้​สนใจ​นาง​เลย แต่​ใน​ที่​สุด​ผู้พิพากษา​ก็​พูด​กับ​ตัวเอง​ว่า ‘ถึง​แม้​เรา​จะ​ไม่​เกรง​กลัว​พระเจ้า และ​ไม่​กลัว​มนุษย์​หน้า​ไหน​ทั้ง​นั้น 5 แต่​เรา​คง​ต้อง​ให้​ความ​ยุติธรรม​กับ​เธอ เพราะ​เธอ​เซ้าซี้​กวน​ใจ​เหลือ​เกิน จะ​ได้​เลิก​มา​ยุ่ง​วุ่นวาย​กับ​เรา​เสีย​ที ไม่​งั้น​เรา​คง​จะ​บ้า​ตาย​แน่’”

6 แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​ต่อว่า “เห็น​หรือ​เปล่า​ว่า ผู้พิพากษา​ขี้​โกง​คนนี้​พูด​ว่า​อะไร 7 แล้ว​พระเจ้า​จะ​ไม่​ให้​ความ​ยุติธรรม​กับ​คน​ที่​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้​ที่​ร้องขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​ต่อ​พระองค์​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน​หรือ พระองค์​จะ​ผลัด​ไป​เรื่อยๆ​หรือ 8 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า พระองค์​จะ​รีบ​ให้​ความ​ยุติธรรม​กับ​เขา ว่า​แต่​เมื่อ​บุตร​มนุษย์​มา​ถึง พระองค์​จะ​เจอ​คน​ที่​มี​ความ​เชื่อ​หลง​เหลือ​อยู่​ใน​โลกนี้​หรือ​เปล่า”

ฟาริสี​กับ​คน​เก็บ​ภาษี

9 พระเยซู​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​นี้ เพื่อ​สอน​คน​ที่​เชื่อ​มั่น​ใน​ตัวเอง​เหลือเกิน​ว่า​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า และ​ชอบ​ดูถูก​คน​อื่น พระองค์​เล่า​ว่า 10 “มี​ชาย​สอง​คน​ขึ้น​ไป​อธิษฐาน​ที่​วิหาร คน​หนึ่ง​เป็น​พวก​ฟาริสี ส่วน​อีก​คน​หนึ่ง​เป็น​คนเก็บภาษี 11 ฟาริสี​คน​นั้น​ยืน​อยู่​ตาม​ลำพัง​และ​อธิษฐาน​ว่า ‘พระเจ้า ขอบคุณ​ที่​ข้าพเจ้า​ไม่​เป็น​เหมือน​มนุษย์​คน​อื่นๆ​เช่น​พวกขโมย พวกขี้โกง พวกมีชู้ หรือ​แม้แต่​คนเก็บภาษี​คนนี้ 12 ข้าพเจ้า​อดอาหาร​อาทิตย์​ละ​สอง​ครั้ง และ​ถวาย​หนึ่ง​ใน​สิบ+ 18:12 ถวาย​หนึ่ง​ใน​สิบ แปล​ว่า ถ้า​มี​รายได้ 10 บาท​ก็​ให้​พระเจ้า 1 บาท ของ​ของ​ทุก​อย่าง​ที่​ได้​มา’

13 แต่​คนเก็บภาษี​นั้น ยืน​อยู่​แต่​ไกล​ใน​ขณะ​ที่​อธิษฐาน ไม่​กล้า​แม้แต่​จะ​เงย​หน้า​ขึ้น​มอง​ท้องฟ้า ได้​แต่​ทุบ​อก​ตัวเอง​คร่ำครวญ​ว่า ‘ข้า​แต่​พระเจ้า ขอ​โปรด​เมตตา​ข้าพเจ้า​ที่​เป็น​คน​บาป’ 14 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เมื่อ​กลับ​บ้าน​ไป คน​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​คือ​คนเก็บภาษี ไม่​ใช่​ฟาริสี เพราะ​ทุก​คน​ที่​ยก​ตัวเอง​ขึ้น​จะ​ต้อง​ถูก​กด​ลง แต่​ทุก​คน​ที่​ถ่อมตัว​ลง​จะ​ถูก​ยก​ขึ้น”

คนที่​เข้า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้าต้องเป็น​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ

(มธ. 19:13-15; มก. 10:13-16)

15 มี​คน​อุ้ม​ลูก​เล็กๆ​มา​ให้​พระเยซู​จับ​ตัว​และ​อวยพร​ให้ เมื่อ​พวก​ศิษย์​เห็น ก็​ต่อว่า​พวก​เขา​ไม่​ให้​ทำ​อย่าง​นั้น 16 แต่​พระเยซู​กลับ​เรียก​เด็กๆ​พวก​นั้น​เข้า​มา​หา​แล้ว​พูด​ว่า “ปล่อย​ให้​พวก​เด็ก​เล็กๆ​เข้า​มา​หา​เรา อย่า​ห้าม​พวก​เขา เพราะ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เป็น​ของ​คน​ที่​เป็น​เหมือน​กับ​เด็ก​เล็กๆ​พวกนี้ 17 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถ้า​ใคร​ไม่​ยอมรับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหมือน​อย่าง​ที่​เด็ก​เล็กๆ​พวกนี้​ยอมรับ คน​นั้น​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แน่ๆ”

คนรวย​คน​หนึ่ง​ถาม​พระเยซู

(มธ. 19:16-30; มก. 10:17-31)

18 มี​ผู้นำ​ชาวยิว​คน​หนึ่ง​ถาม​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ผู้ประเสริฐ​ผม​จะ​ต้อง​ทำ​อย่าง​ไร​ถึง​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป” 19 พระเยซู​จึง​ถาม​ว่า “คุณ​เรียก​เรา​ว่า​ผู้ประเสริฐ​ทำไม ไม่​มี​ใคร​ประเสริฐ​หรอก​นอก​จาก​พระเจ้า​เท่านั้น 20 คุณ​ก็​รู้​กฎปฏิบัติ​แล้ว​นี่ ที่​ว่า ‘อย่า​มี​ชู้ อย่า​ฆ่า​คน อย่า​ขโมย อย่า​เป็น​พยาน​เท็จ และ​ให้​เคารพ​นับถือ​พ่อ​แม่’”+ 18:20 คัด​มา​จาก อพยพ 20:12-16 เฉลยธรรมบัญญัติ 5:16-20

21 ผู้นำ​คน​นั้น​ก็​พูด​ว่า “ผม​รักษา​กฎ​ทั้งหมด​นั้น​มา​ตั้งแต่​เด็ก​แล้ว​ครับ”

22 เมื่อ​พระองค์​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​พูด​ต่อ​ไป​ว่า “คุณ​ยัง​ขาด​อยู่​อีก​อย่าง​หนึ่ง คือ​ให้​ไป​ขาย​ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่าง​ที่​คุณ​มี แล้ว​เอา​เงิน​ไป​แจก​จ่าย​ให้​กับ​คน​ยากจน และ​คุณ​ก็​จะ​มี​ทรัพย์​สมบัติ​อยู่​ใน​สวรรค์ แล้ว​มา​ติด​ตาม​เรา” 23 เมื่อ​เขา​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​เสียใจ​อย่าง​หนัก​เพราะ​เขา​ร่ำรวย​มาก

24 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ว่า​เขา​เสียใจ​มาก จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “มัน​ยาก​มาก​ที่​คน​รวย​จะ​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า 25 ความจริง​แล้ว ให้​อูฐ​ลอด​รูเข็ม​ยัง​จะ​ง่าย​กว่า​ที่​จะ​ให้​คนรวย​เข้า​ไป​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”

26 คน​ที่​ได้ยิน​เรื่องนี้ ก็​พูด​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น ใคร​จะ​ไป​รอด​ได้”

27 พระเยซู​พูด​ว่า “สำหรับ​มนุษย์ เป็น​ไป​ไม่​ได้​หรอก แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ก็​เป็น​ไป​ได้”

28 แล้ว​เปโตร​ก็​พูด​ว่า “พวก​เรา​ได้​สละ​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​เรา เพื่อ​มา​ติดตาม​พระองค์”

29 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คน​ไหน​ที่​ได้​สละ​บ้าน​เรือน​หรือ​เมีย หรือ​พี่น้อง​หรือ​พ่อแม่ หรือ​ลูก เพราะ​เห็นแก่​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แล้ว​ละ​ก็ 30 เขา​จะ​ได้รับ​สิ่ง​ตอบแทน​หลาย​เท่า​ใน​ชีวิตนี้ และ​จะ​มี​ชีวิต​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป​ใน​โลก​หน้า​ด้วย”

พระเยซู​จะ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย

(มธ. 20:17-19; มก. 10:32-34)

31 พระเยซู​พา​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​ปลีกตัว​ออก​มา​ข้างๆ​และ​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ฟัง​ให้​ดี​นะ พวก​เรา​จะ​ขึ้น​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม ทุก​อย่าง​ที่​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​เขียน​ไว้​เกี่ยว​กับ​บุตร​มนุษย์​จะ​เกิด​ขึ้น​ที่​นั่น 32 เขา​จะ​ถูก​ส่ง​ตัว​ให้​กับ​พวก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว+ 18:32 คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว ความ​หมาย​ตาม​ตัว​อักษร​คือ “ชาติ​อื่นๆ” พวก​นั้น​จะ​หัวเราะ​เยาะ ดูถูก และ​ถ่ม​น้ำลาย​รด​เขา 33 คน​เหล่า​นั้น​จะ​เฆี่ยน​ตี​และ​ฆ่า​เขา แต่​ใน​วันที่​สาม เขา​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย” 34 แต่​พวก​ศิษย์​ไม่​เข้า​ใจ​สิ่ง​เหล่านี้​ที่​พระองค์​พูด เพราะ​ความหมาย​ของ​มัน​ถูก​แอบ​ซ่อน​ไป​จาก​พวก​เขา พวก​เขา​ก็​เลย​ไม่​รู้​ว่า​พระองค์​พูด​ถึง​เรื่อง​อะไร

พระเยซู​รักษา​คน​ตาบอด

(มธ. 20:29-34; มก. 10:46-52)

35 เมื่อ​พระเยซู​มา​ใกล้​ถึง​เมือง​เยริโค มี​ขอ​ทาน​ตาบอด​คน​หนึ่ง​นั่ง​ขอ​ทาน​อยู่​ข้าง​ถนน 36 เมื่อ​ได้ยิน​ฝูงชน​จำนวน​มาก​เดิน​ผ่าน​มา เขา​ก็​ถาม​ว่า “เกิด​อะไร​ขึ้น”

37 คน​เหล่า​นั้น​บอก​ว่า “เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​กำลัง​ผ่าน​มา​ทางนี้”

38 คน​ตาบอด​ก็​ตะโกน​ว่า “เยซู บุตร​ดาวิด สงสาร​ผม​ด้วย​ครับ” 39 คน​ที่​เดิน​นำ​หน้า ต่าง​ก็​สั่ง​กำชับ​ให้​เขา​เงียบ แต่​เขา​กลับ​ยิ่ง​ตะโกน​ดัง​ขึ้น​ว่า “บุตร​ดาวิด สงสาร​ผม​ด้วย​ครับ”

40 พระเยซู​ก็​เลย​หยุด สั่ง​ให้​คน​พา​เขา​เข้า​มา แล้ว​พระองค์​ถาม​เขา​ว่า 41 “อยาก​ให้​เรา​ช่วย​อะไร”

เขา​จึง​ตอบ​ว่า “ผม​อยาก​มองเห็น​ครับ​ท่าน”

42 พระเยซู​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “มอง​สิ​แล้ว​จะ​เห็น ความ​เชื่อ​ของ​คุณ​ช่วย​ให้​คุณ​หาย​แล้ว”

43 เขา​มอง​เห็น​ทันที จึง​ติดตาม​พระเยซู​ไป และ​สรรเสริญ​พระเจ้า เมื่อ​ชาวบ้าน​เห็น​อย่าง​นั้น ทุก​คน​ก็​พา​กัน​ยกย่อง​พระเจ้า

19

ศักเคียส​คน​เก็บ​ภาษี​อยาก​เห็น​พระเยซู

1 พระเยซู​เดิน​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เยริโค 2 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ศักเคียส เป็น​หัวหน้า​คนเก็บภาษี+ 19:2 หัวหน้า​คนเก็บภาษี คนยิว​ที่​เก็บภาษี​ให้​ชาวโรมัน​มัก​แอบ​โกงกิน​และ​คนยิว​เกลียดชัง​คน​พวกนี้​มาก ที่​ร่ำรวย​มาก 3 เขา​อยาก​จะ​ดู​ว่า​พระเยซู​เป็น​ใคร แต่​เขา​มอง​ไม่​เห็น เพราะ​ตัว​เตี้ย​และ​คน​แน่น​มาก 4 เขา​จึง​วิ่ง​ไป​ข้าง​หน้า​พระเยซู แล้ว​ปีน​ขึ้น​ไป​ดักคอย​พระองค์​อยู่​บน​ต้น​มะเดื่อ 5 เมื่อ​พระเยซู​เดิน​มา​ถึง พระองค์​ก็​เงย​ขึ้น​ไป​พูด​กับ​ศักเคียส​ว่า “ศักเคียส รีบ​ลง​มา​เร็ว เรา​ต้อง​ไป​พัก​ที่​บ้าน​คุณ​วันนี้”

6 เขา​รีบ​ลง​มา และ​พา​พระองค์​ไป​บ้าน​ของ​เขา​ด้วย​ความดีใจ 7 ทุก​คน​ที่​เห็น​อย่าง​นั้น ก็​บ่น​กัน​ว่า “เขา​ไป​เป็น​แขก​ใน​บ้าน​ของ​คน​บาป​ได้​ยังไง”

8 ใน​วัน​นั้น​ศักเคียส​ลุก​ขึ้น​บอก​องค์​เจ้า​ชีวิต​ว่า “อาจารย์ ผม​จะ​บริจาค​ทรัพย์​สมบัติ​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​ผม​ให้​กับ​คน​จน และ​ถ้า​ผม​ได้​โกง​ใคร​มา ผม​ยินดี​จะ​คืน​ให้​เขา​ถึงสี่​เท่า”

9 พระเยซู​จึง​พูด​ถึง​เขา​ว่า “วันนี้​ความรอด​มา​ถึง​ครอบครัวนี้​แล้ว เพราะ​เขา​ก็​เป็น​ลูกหลาน​ของ​อับราฮัม​ด้วย​เหมือน​กัน 10 บุตร​มนุษย์ มา​ก็​เพื่อ​เรื่องนี้​แหละ​คือ​เพื่อ​ค้นหา​และ​ช่วย​คน​ที่​หลงหาย​ให้​รอด”

กษัตริย์​กับ​ทาส​สิบ​คน

(มธ. 25:14-30)

11 ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​ฟัง​เรื่อง​ต่างๆ​นี้ พระเยซู​ก็​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​ฟัง เพราะ​เกือบ​จะ​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม​แล้ว​และ​พวก​ชาว​บ้าน​คิด​ว่า อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​ปรากฏ​ให้​เห็น​ใน​เร็วๆนี้ 12 พระองค์​เล่า​ว่า “มี​เชื้อ​พระวงศ์​องค์​หนึ่ง​กำลัง​จะ​เดินทาง​ไป​แดน​ไกล​เพื่อ​ไป​รับ​การแต่งตั้ง​ให้​เป็น​กษัตริย์ แล้ว​เขา​จะ​กลับ​มา 13 ก่อน​ไป เขา​ก็​เรียก​ทาส​มา​สิบ​คน มอบ​เงิน​ให้​สิบ​มินา+ 19:13 มินา เงิน​จำนวน 1 ถุง ซึ่ง​เรียกว่า มินา ตาม​ภาษา​กรีก เป็น​จำนวน​เงิน​ที่​เพียง​พอ​ที่​จะ​จ่าย​เป็น​ค่าแรง​ให้​กับ​คน​งาน​หนึ่ง​คน​เป็น​เวลา​สาม​เดือน และ​สั่ง​ว่า ‘เอา​ไป​ทำการค้า​จน​กว่า​เรา​จะ​กลับ​มา’ 14 แต่​คน​เมือง​นั้น​เกลียด​เขา จึง​ส่ง​ตัวแทน​ตาม​หลัง​เขา​ไป​เพื่อ​บอก​ว่า ‘เรา​ไม่​อยาก​ได้​คนนี้​มา​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​เรา’

15 แต่​สุดท้าย​เขา​ก็​ได้รับ​แต่งตั้ง​ให้​เป็น​กษัตริย์ และ​ได้​เดินทาง​กลับ​มา เขา​เรียก​พวก​ทาส​ที่​เขา​ฝาก​เงิน​มา​พบ เพราะ​อยาก​รู้​ว่า​พวก​เขา​ทำ​กำไร​ได้​เท่าไหร่ 16 คน​แรก​มา​ถึง​และ​บอก​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ เงิน​หนึ่ง​มินา​ของ​ท่าน ผม​เอา​ไป​ทำ​กำไร ได้​สิบ​มินา​ครับ’ 17 เจ้านาย​ชม​เขา​ว่า ‘เยี่ยม​มาก เจ้า​เป็น​ทาส​ที่​ดี ไว้ใจ​ได้​แม้​แต่​เรื่อง​เล็กๆ​เรา​จะ​ให้​เจ้า​ดูแล​เมือง​สิบ​เมือง’ 18 ทาส​คน​ที่​สอง​ก็​เข้า​มา​หา​และ​บอก​ว่า ‘เจ้านาย​ครับ เงิน​หนึ่ง​มินา​ของ​ท่าน ผม​เอา​ไป​ทำ​กำไร​ได้​ห้า​มินา’ 19 เขา​ก็​บอก​ทาส​คน​นั้น​ว่า ‘เรา​จะ​ให้​เจ้า​ดูแล​ห้า​เมือง’ 20 แล้ว​ทาส​อีก​คน​หนึ่ง​ก็​เข้า​มา​พบ​และ​บอก​ว่า ‘เจ้า​นาย​ครับ นี่​เงิน​หนึ่ง​มินา​ของ​ท่าน ผม​ได้​เอา​ผ้า​ห่อ​เก็บ​ไว้​ใน​ที่​ที่​ปลอดภัย 21 เพราะ​กลัว​ที่​ท่าน​เป็น​คน​ที่​โหดร้ายทารุณ ชอบ​ยึด​เอา​ของ​คน​อื่น​มา​เป็น​ของ​ตน​เอง และ​ชอบ​เอา​เปรียบ​คน​อื่น​โดย​เก็บ​เกี่ยว​ใน​สิ่ง​ที่​ตน​เอง​ไม่​ได้​หว่าน’ 22 นาย​ผู้​นั้น​จึง​ด่า​ว่า ‘ไอ้​ทาส​ชาติชั่ว เรา​จะ​ลงโทษ​เจ้า ตาม​คำ​พูด​ของ​เจ้า ถ้า​เจ้า​รู้​ว่า เรา​เป็น​คน​เข้มงวด ชอบ​ยึด​ของ​ของ​คน​อื่น​และ​ชอบ​เอา​เปรียบ 23 แล้ว​ทำไม​ถึง​ไม่​เอา​เงิน​ไป​ฝาก​ธนาคาร เมื่อ​เรา​กลับ​มา​จะ​ได้รับ​ทั้ง​เงิน​ต้น​พร้อม​ดอก​เบี้ย’ 24 แล้ว​เขา​ก็​สั่ง​พวก​ทาส​ที่​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น​ว่า ‘เอา​เงิน​ที่​เขา​มี ไป​ให้​คน​ที่​มี​สิบ​มินา​นั่น’ 25 พวก​เขา​จึง​พูด​ว่า ‘เจ้านาย เขา​มี​ตั้ง​สิบ​มินา​แล้ว​นะ’ 26 เจ้านาย​ตอบ​ว่า ‘เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า “คน​ที่​ทำ​ประโยชน์​จาก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่​ก็​จะ​ได้รับ​เพิ่ม​มาก​ขึ้น แต่​คน​ที่​ไม่​ได้​ทำ​ประโยชน์​จาก​สิ่งที่​เขา​มี​อยู่ ทุก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​ก็​จะ​ถูก​ริบ​ไป​จน​หมด​ด้วย” 27 แล้ว​ไป​จับ​พวก​ที่​เป็น​ศัตรู​ของ​เรา​ที่​ไม่​อยาก​ให้​เรา​เป็น​กษัตริย์​มา​ฆ่า​ต่อ​หน้า​เรา​ที่​นี่’”

พระเยซู​เข้า​เมือง​เยรูซาเล็มอย่าง​กษัตริย์

(มธ. 21:1-11; มก. 11:1-11; ยน. 12:12-19)

28 หลัง​จาก​ที่​เล่า​เรื่อง​เสร็จ​แล้ว พระองค์​เดิน​นำ​หน้า​พวก​เขา​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม 29 เมื่อ​พระองค์​เดินทาง​มา​ใกล้​หมู่บ้าน​เบธฟายี​และ​หมู่บ้าน​เบธานี​ใกล้​ภูเขา​มะกอกเทศ พระองค์​ก็​ได้​ส่ง​ศิษย์​สอง​คน​ไป​ก่อน​ล่วงหน้า 30 พระองค์​สั่ง​เขา​ว่า “ให้​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน​ข้างหน้า​นั้น เมื่อ​ไป​ถึง คุณ​จะ​เห็น​ลูก​ลา​ตัว​หนึ่ง​ผูก​อยู่ ยัง​ไม่​เคย​มี​ใคร​ขี่​มัน​มา​ก่อน ให้​แก้​มัด​มัน​แล้ว​จูง​มา​ที่​นี่ 31 ถ้า​มี​ใคร​ถาม​ว่า ‘แก้​มัด​มัน​ทำไม’ ให้​ตอบ​เขา​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต​ต้องการ​ใช้’”

32 พวก​เขา​ก็​ไป​และ​พบ​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​พระเยซู​บอก​ไว้ 33 ขณะ​ที่​แก้​มัด​ลูก​ลา​อยู่​นั้น เจ้า​ของ​ลา​ก็​ถาม​ว่า “แก้​มัด​มัน​ทำไม”

34 พวก​เขา​จึง​ตอบ​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต​ต้องการ​ใช้​มัน”

35 แล้ว​พวก​ศิษย์​ก็​จูง​ลา​มา​ให้​พระเยซู พวก​เขา​จัดแจง​เอา​เสื้อคลุม​ของ​ตน​ปู​บน​หลัง​ลา และ​ช่วย​พระเยซู​ขึ้น​ขี่​ลา​นั้น 36 ระหว่าง​ทาง​ที่​พระเยซู​ขี่​ลา​ผ่าน​ไป ชาว​บ้าน​มาก​มาย​เอา​เสื้อคลุม​มา​ปู​ตาม​ท้องถนน

37 เมื่อ​พระเยซู​มา​ถึง​สุด​ทาง​ที่​จะ​นำ​ลง​มา​จาก​ภูเขา​มะกอกเทศ พวก​ศิษย์​จำนวน​มาก​ต่าง​ก็​พา​กัน​โห่​ร้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า​ด้วย​ความยินดี​ใน​สิ่ง​มหัศจรรย์​ที่​พวก​เขา​ได้​เห็น​มา

38 พวก​เขา​โห่ร้อง​ว่า “‘ขอ​พระเจ้า​อวยพร​กษัตริย์​ผู้​มา​ใน​นาม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต’+ 19:38 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 118:26

สรรเสริญ​พระเจ้า​ใน​สวรรค์​ที่​ให้​สันติสุข​กับ​เรา”

39 ส่วน​พวก​ฟาริสี​บางคน​ใน​ฝูงชน​ก็​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “อาจารย์​ห้าม​ลูกศิษย์​ด้วย อย่า​ให้​เขา​พูด​อย่าง​นั้น”

40 พระองค์​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ถึง​แม้​พวก​เขา​จะ​หยุด​ร้อง หิน​พวกนี้​ก็​จะ​โห่ร้อง​ออก​มา​แทน”

พระเยซู​ร้องไห้​ให้​กับ​เมืองเยรูซาเล็ม

41 เมื่อ​พระเยซู​มา​ใกล้​และ​มองเห็น​เมือง​เยรูซาเล็ม พระองค์​ก็​ร้องไห้​ให้​กับ​เมือง​นั้น 42 แล้ว​พูด​ว่า “เรา​เคย​หวัง​เหลือเกิน​ว่า วันนี้​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​อะไร​จะ​นำ​สันติสุข​มา​ให้​กับ​เจ้า แต่​ตอนนี้​สิ่ง​นั้น​ถูก​ปิดซ่อน​ไป​จาก​เจ้า​แล้ว 43 อีก​ไม่​ช้า​ศัตรู​ของ​เจ้า​จะ​สร้าง​เนินดิน​บุก​ขึ้น​กำแพง​ของ​เจ้า เจ้า​จะ​ถูก​ล้อม​ไว้​ทุก​ด้าน 44 เจ้า​และ​คน​ของ​เจ้า​จะ​ถูก​บุก​ทำลาย​ลง​อย่าง​ราบคาบ ไม่​เหลือ​แม้แต่​ซากหิน​ซ้อน​ทับ​กัน​ให้​เห็น​อีก​เลย เพราะ​เจ้า​ยัง​ไม่​รู้ตัว​เลย​ว่า พระเจ้า​ได้​มา​ช่วย​เจ้า​แล้ว”

พระเยซู​เข้า​ไป​ที่​วิหาร

(มธ. 21:12-17; มก. 11:15-19; ยน. 2:13-22)

45 พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​บริเวณ​วิหาร และ​เริ่ม​ขับไล่​คน​ที่​ขาย​ของ​กัน​อยู่​ที่​นั่น 46 พระองค์​พูด​ว่า “พระคัมภีร์ เขียน​ไว้​ว่า ‘บ้าน​ของ​เรา​จะ​เป็น​บ้าน​สำหรับ​อธิษฐาน+ 19:46 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 56:7 แต่​พวก​เจ้า​เปลี่ยน​ให้​มัน​เป็น​รัง​โจร’”+ 19:46 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เยเรมียาห์ 7:11

47 พระเยซู​สั่งสอน​อยู่​ใน​บริเวณ​วิหาร​ทุก​วัน พวกหัวหน้านักบวช พวกครูสอนกฎปฏิบัติ กับ​พวกผู้นำ​ชาวยิว​พยายาม​หา​ทาง​ที่​จะ​ฆ่า​พระองค์ 48 แต่​ยัง​หา​โอกาส​ไม่​ได้ เพราะ​ประชาชน​ทุก​คน​ต่าง​ติดอก​ติดใจ​ใน​ถ้อยคำ​ของ​พระองค์​เป็น​อย่าง​มาก

20

พวกผู้นำ​ชาวยิว​ตั้ง​คำถาม​กับ​พระเยซู

(มธ. 21:23-27; มก. 11:27-33)

1 วัน​หนึ่ง​เมื่อ​พระเยซู​กำลัง​สั่งสอน​และ​ประกาศ​เรื่อง​ข่าวดี​อยู่​ใน​บริเวณ​วิหาร พวก​หัวหน้านักบวช พวกครูสอน​กฎปฏิบัติ และ​พวกผู้นำอาวุโส​มา​หา​พระองค์ 2 พวก​เขา​ถาม​ว่า “ช่วย​บอก​หน่อย​ว่า​แก​มี​สิทธิ์​อะไร​ไป​ขับไล่​พวก​คนขายของ​นั้น ใคร​ให้​สิทธิ์นี้​กับ​แก”

3 พระเยซู​ตอบ​ไป​ว่า “ตอบ​เรา​มา​ก่อน​ว่า 4 พิธีจุ่มน้ำ​ของ​ยอห์น มา​จาก​สวรรค์​หรือ​มา​จาก​มนุษย์”

5 พวก​เขา​ปรึกษา​กัน​ว่า “ถ้า​เรา​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​สวรรค์’ เขา​ก็​จะ​ถาม​ว่า ‘แล้ว​ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ไม่​เชื่อ​ยอห์น​ล่ะ’ 6 แต่​ถ้า​เรา​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’ คน​ก็​จะ​เอา​หิน​ขว้าง​เรา เพราะ​ชาว​บ้าน​พวกนี้​เชื่อ​ว่า ยอห์น​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า”

7 พวก​เขา​ก็​เลย​ตอบ​พระองค์​ว่า “เรา​ไม่​รู้​ว่า​มา​จาก​ไหน”

8 พระเยซู​ก็​เลย​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น เรา​ก็​จะ​ไม่​บอก​เหมือนกัน​ว่า​เรา​ใช้​สิทธิ์​ของ​ใคร​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้”

พระเจ้า​ส่ง​ลูกชาย​ของ​พระองค์​มา

(มธ. 21:33-46; มก. 12:1-12)

9 พระเยซู​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​คน​ฟัง​ว่า “มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ทำ​สวนองุ่น แล้ว​ให้​ชาวสวน​เช่า แล้ว​เขา​ก็​ไป​อยู่​ต่าง​ประเทศ​เป็น​เวลา​นาน 10 เมื่อ​ถึง​เวลา​เก็บเกี่ยว เขา​ส่ง​ทาส​คน​หนึ่ง​มา​รับ​ส่วนแบ่ง​จาก​ผลองุ่น แต่​พวก​คน​เช่า​กลับ​ทำร้าย​ทุบตี​ทาส​คน​นั้น และ​ไล่​กลับ​ไป​มือ​เปล่า 11 เจ้าของ​สวนองุ่น​ก็​เลย​ส่ง​ทาส​อีก​คน​หนึ่ง​ไป พวก​คน​เช่า​ก็​ทำร้าย​ทุบตี​เขา​และ​ทำ​ให้​เขา​อับอายขายหน้า แล้ว​ไล่​กลับ​ไป​มือ​เปล่า​อีก 12 เจ้าของ​สวน​ก็​ส่ง​คน​ที่​สามไป​อีก พวก​คน​เช่า​ก็​ทำ​เหมือน​เดิม ทำ​เขา​จน​บาดเจ็บ​สาหัส​แล้ว​โยน​ออก​ไป​นอก​สวน 13 เจ้าของ​สวนองุ่น​พูด​กับ​ตัวเอง​ว่า ‘จะ​ทำ​ยังไง​ดี รู้​แล้ว เรา​จะ​ส่ง​ลูกชาย​สุด​ที่รัก​ของ​เรา​ไป พวก​นั้น​จะ​ต้อง​เคารพ​ยำเกรง​ลูกชาย​เรา​แน่ๆ’ 14 แต่​พอ​พวก​คน​เช่า​เห็น​ลูกชาย​ของ​เขา ก็​ปรึกษา​กัน​ว่า ‘นี่ไง​ผู้รับมรดก ให้​พวก​เรา​ฆ่า​มัน​เลย สวนนี้​จะ​ได้​ตก​เป็น​ของ​พวก​เรา’ 15 พวก​เขา​ก็​เลย​จับ​ลูกชาย​เจ้าของ​สวน​โยน​ออก​ไป​นอก​สวน​และ​ฆ่า​เขา พวก​คุณ​คิด​ว่า เจ้าของ​สวน​จะ​ทำ​ยังไง​กับ​พวก​คน​เช่า​เหล่า​นั้น 16 เขา​จะ​กลับ​ไป​ฆ่า​พวก​คน​เช่า​สวน​เหล่า​นั้น และ​ยก​สวนองุ่น​ให้​กับ​คน​อื่นๆ” เมื่อ​ผู้คน​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​พูด​ขึ้น​ว่า “อย่า​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น​เลย”

17 แต่​พระเยซู​ก็​จ้องมอง​เขา​และ​พูด​ว่า “ถ้า​งั้น ข้อ​ความนี้​ใน​พระคัมภีร์​หมายถึง​อะไร

‘หิน​ก้อนนี้​ที่​ช่าง​ก่อ​สร้าง​ทิ้ง​แล้ว

กลับ​กลาย​มา​เป็น​หิน​ก้อน​ที่​สำคัญ​ที่สุด’+ 20:17 หิน​ก้อน​ที่​สำคัญ​ที่สุด หรือ หิน​หัว​มุม​ตึก คือ​หิน​ก้อน​แรก และ​สำคัญ​ที่สุด​ใน​การ​ก่อ​สร้าง ข้อนี้​มา​จาก​หนังสือ​สดุดี 118:22

18 คน​ที่​ล้ม​ทับ​หิน​ก้อน​นั้น ร่าง​กาย​ก็​จะ​หัก​เป็น​ท่อนๆ แต่​ถ้า​ถูก​หินนี้​ล้ม​ทับ คน​นั้น​ก็​จะ​แหลก​ละเอียด”

19 เมื่อ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ และ​พวกหัวหน้า​นักบวช​รู้ตัว​ว่า​พระเยซู​กำลัง​เปรียบ​พวก​เขา​ว่า​เป็น​คนเช่าสวน​พวก​นั้น พวก​เขา​ก็​เลย​หา​ทาง​ที่​จะ​จับ​พระเยซู​ตอน​นั้น​เลย แต่​ก็​ไม่​กล้า​เพราะ​กลัว​ประชาชน

พวก​ผู้นำ​ชาวยิว​พยายาม​ใช้กลอุบาย​ลวง​พระเยซู

(มธ. 22:15-22; มก. 12:13-17)

20 พวก​เขา​จึง​เฝ้า​ดู​พระเยซู​อย่าง​ใกล้​ชิด และ​ส่ง​พวก​สอดแนม​ที่​แกล้ง​ทำ​เป็น​คนดี​เพื่อ​ไป​จับผิด​คำพูด​ของ​พระองค์ เพื่อ​จะ​ได้​จับตัว​พระองค์​ส่ง​ไป​ให้​ผู้​พิพากษา​และ​เจ้าเมือง​โรม 21 พวก​สอดแนม​ถาม​พระเยซู​ว่า “อาจารย์​ครับ พวก​เรา​รู้​ว่า​คำพูด​และ​คำสอน​ของ​ท่าน​นั้น​ถูก​ต้อง​และ​ท่าน​ก็​ไม่​กลัว​ว่า​คน​อื่น​จะ​คิด​อย่างไร และ​สอน​ความ​จริง​ใน​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ต้อง​การ​ให้​ทำ 22 อาจารย์​ช่วย​บอก​หน่อย​ว่า มัน​ถูกต้อง​ตาม​กฎ​หรือ​เปล่า​ที่​จ่าย​ภาษี​ให้​กับ​ซีซาร์”

23 พระเยซู​รู้​ถึง​อุบาย​ของ​พวก​เขา จึง​บอก​พวก​เขา​ว่า 24 “ไหน ส่ง​เหรียญ​อัน​หนึ่ง​มา​ให้​ดู​สิ นี่​รูป​ใคร แล้ว​มี​ชื่อ​ใคร​สลัก​อยู่”

พวก​เขา​ก็​ตอบ​ว่า “ซีซาร์”

25 พระองค์​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ของๆ​ซีซาร์​ก็​ให้​ซีซาร์ ของๆ​พระเจ้า​ก็​ให้​พระเจ้า”

26 พวก​เขา​ไม่​สามารถ​จะ​จับผิด​คำพูด​ของ​พระองค์​ต่อหน้า​ผู้คน​ได้ ได้​แต่​ตะลึง​ใน​คำตอบ​จน​ถึง​กับ​พูด​ไม่​ออก

ชาวสะดูสี​พยายาม​จับผิด​พระเยซู

(มธ. 22:23-33; มก. 12:18-27)

27 มี​พวก​สะดูสี​บางคน​มา​หา​พระเยซู พวกนี้​ไม่​เชื่อ​ว่า​คน​ตาย​แล้ว​จะ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย เขา​ถาม​พระองค์​ว่า 28 “อาจารย์​ครับ โมเสส​เขียน​สั่ง​ไว้​ว่า ถ้า​ชายคน​ไหน​ตาย​และ​ทิ้ง​เมีย​ไว้​โดย​ยัง​ไม่​มี​ลูก ก็​ให้​น้องชาย​ของ​คน​ตาย​แต่ง​กับ​หญิงม่าย​คน​นั้น จะ​ได้​มี​ลูก​ไว้​สืบ​สกุล​ให้​กับ​พี่ชาย​ของ​เขา 29 ครั้งหนึ่ง​มี​พี่น้อง​อยู่​เจ็ด​คน พี่ชาย​คน​โต​แต่งงาน แล้ว​ตาย​ไป​แต่​ยัง​ไม่​มี​ลูก 30 น้อง​คน​ที่​สอง​ก็​ได้​แต่ง​กับ​หญิงม่าย​นั้น แต่​เขา​ก็​ตาย​ไป​และ​ยัง​ไม่​มี​ลูก​เหมือน​กัน 31 น้อง​คน​ที่​สาม​ก็​ทำ​แบบ​เดียว​กัน และ​ใน​ที่​สุด พี่น้อง​ทั้ง​เจ็ด​คนนี้​ก็​ได้​แต่งงาน​กับ​หญิง​นั้น แล้ว​พวก​เขา​ก็​ตาย​โดย​ไม่​มี​ลูก​สัก​คน 32 ต่อมา​หญิง​คน​นั้น​ก็​ตาย​ด้วย 33 ช่วย​บอก​หน่อย​สิ​ว่า ใน​วัน​ที่​ทุก​คน​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​นั้น ผู้หญิง​คนนี้​จะ​เป็น​ภรรยา​ของ​ใคร ใน​เมื่อ​ทั้ง​เจ็ด​คน​นั้น​ก็​เคย​เป็น​สามี​ของ​เธอ”

34 พระเยซู​จึง​ตอบ​ว่า “คน​ใน​โลกนี้​เท่านั้น​ที่​แต่งงาน​กัน และ​ยก​ให้​เป็น​ผัว​เมีย​กัน 35 ส่วน​ใน​โลก​หน้า คน​ที่​เหมาะ​สม​ที่​จะ​ได้​อยู่​ที่​นั่น​และ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​แล้ว จะ​ไม่​แต่งงาน​กัน หรือ​ยก​ให้​เป็น​ผัว​เมีย​กัน​อีก​ต่อ​ไป​แล้ว 36 เป็น​ไป​ไม่​ได้​ที่​พวก​เขา​จะ​ตาย​อีก​ครั้ง แต่​เขา​จะ​เป็น​เหมือน​ทูตสวรรค์​และ​จะ​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า เพราะ​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​เขา​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย

37 เรื่อง​การฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​นี้ ขนาด​โมเสส​ก็​ยัง​พูด​ถึง​เลย ตอน​ที่​เขา​เขียน​เรื่อง​พุ่มไม้​ที่​ลุก​เป็น​ไฟ+ 20:37 พุ่มไม้​ที่​ลุก​เป็น​ไฟ อ่าน​ได้​จาก​หนังสือ​อพยพ 3:1-12 เขา​ได้​เรียก​องค์​เจ้า​ชีวิต​ว่า ‘พระเจ้า​ของ​อับราฮัม พระเจ้า​ของ​อิสอัค และ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ’+ 20:37 พระเจ้า​ของ​อับราฮัม … ยาโคบ อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ คือ​บรรพบุรุษ​สาม​คน​ที่​สำคัญ​มาก​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล​ใน​สมัย​พระคัมภีร์​เดิม ตอน​ที่​พระเจ้า​พูด​กับ​โมเสส​นี้ สาม​คนนี้​ตาย​ไป​ตั้ง​นาน​แล้ว แสดง​ว่า​มี​การฟื้นขึ้น​หลัง​ความตาย38 พระเจ้า​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​มี​ชีวิต ไม่​ใช่​ของ​คนตาย เพราะ​สำหรับ​พระเจ้า​แล้ว​ทุก​คน​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่”

39 พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​บางคน​ชม​พระเยซู​ว่า “อาจารย์ พูด​ได้​เยี่ยม​มาก​เลย​ครับ” 40 แล้ว​ก็​ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม​อะไร​พระเยซู​อีก​เลย

พระคริสต์​เป็น​ลูก​ของ​ดาวิด​หรือ

(มธ. 22:41-46; มก. 12:35-37)

41 พระเยซู​ถาม​ว่า “คุณ​พูด​ได้​ยังไง​ว่า พระคริสต์​เป็น​ลูก​ของ​ดาวิด 42 ทั้งๆ​ที่​ตัว​ดาวิด​เอง​พูด​ใน​หนังสือ​สดุดี​ว่า

‘พระเจ้า​ได้​พูด​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ผม​ผู้เป็น​พระคริสต์​ว่า

นั่ง​ลง​ทาง​ขวา​มือ​ของ​เรา

43 จน​กว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​ศัตรู​ของ​ท่าน​เป็นที่​วาง​เท้า​ของ​ท่าน’+ 20:42-43 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 110:1

44 แม้แต่​ดาวิด​ยัง​เรียก​พระคริสต์​ว่า​เป็น​องค์​เจ้า​ชีวิต​เลย แล้ว​พระคริสต์​จะ​เป็น​ลูก​ของ​ดาวิด​ได้​ยังไง”

พระเยซู​ต่อว่า​พวกครูสอน​กฎปฏิบัติ

(มธ. 23:1-36; มก. 12:38-40; ลก. 11:37-54)

45 ขณะ​ที่​ฝูงชน​กำลัง​ฟัง​อยู่​นั้น พระเยซู​ก็​หัน​ไป​พูด​กับ​พวก​ศิษย์​ว่า 46 “ระวัง​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ให้​ดี พวกนี้​ชอบ​ใส่​เสื้อคลุม​ยาวๆ​เดิน​ไป​มา​ให้​คน​คำนับ​ตาม​ท้องตลาด และ​ชอบ​นั่ง​ใน​ที่​สำคัญๆ​ใน​ที่ประชุม และ​ชอบ​นั่ง​ที่​หัว​โต๊ะ​ใน​งาน​เลี้ยง​ต่างๆ 47 พวก​เขา​มัก​จะ​โกง​เอา​บ้าน​ของ​หญิงม่าย และ​แกล้ง​อธิษฐาน​ซะ​ยืดยาว​เพื่อ​อวด​คน คน​พวกนี้​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ​หนัก​กว่า​คน​ที่​ไม่​ได้​ทำ​อย่าง​นั้น”

21

การ​ให้​ที่​แท้​จริง

(มก. 12:41-44)

1 พระเยซู​เงย​หน้า​มอง เห็น​พวก​คน​รวย​เอา​เงิน​มา​ใส่​ใน​ตู้บริจาค​ของ​วิหาร 2 แล้ว​พระองค์​ได้​เห็น​หญิงม่าย​จนๆ​คน​หนึ่ง​เอา​เหรียญ​ทองแดง+ 21:2 เหรียญ​ทองแดง ใน​ภาษา​กรีก ใช้​คำ​ว่า “เล็บตรอน” หนึ่ง​เล็บตรอน​มี​ค่า​เท่า​กับ 0.01 เดนาริอัน หนึ่ง​เดนาริอัน เป็น​ค่า​แรง​ของ​คน​งาน​หนึ่ง​วัน เล็กๆ​สอง​เหรียญ​ใส่​ลง​ใน​กล่อง​ด้วย 3 พระองค์​จึง​พูด​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า หญิงม่าย​จนๆ​คนนี้​ได้​ใส่​เงิน​มาก​กว่า​ทุกๆ​คน 4 เพราะ​คน​อื่น​เอา​เงิน​ที่​เหลือกิน​เหลือใช้​มา​ให้ แต่​หญิงม่าย​จนๆ​คนนี้​เอา​เงิน​เลี้ยง​ชีพ​ทั้ง​หมด​ของ​เธอ​มา​ให้”

วิหาร​จะ​ถูก​ทำลาย

(มธ. 24:1-14; มก. 13:1-13)

5 ศิษย์​บางคน​ได้​พูด​ถึง​ความสวยงาม​ของ​วิหาร พูด​ถึง​หิน​แต่​ละ​ก้อน​และ​ของ​ถวาย​แต่​ละ​ชิ้น ว่า​ช่าง​สวยงาม​เหลือเกิน พระเยซู​จึง​พูด​ขึ้น​มา​ว่า

6 “ทั้งหมด​ที่​คุณ​เห็น​นี้ วัน​หนึ่ง​จะ​ถูก​ทำลาย​จน​หมด​สิ้น ไม่​เหลือ​แม้แต่​ซาก​หิน​วาง​ซ้อน​ทับ​กัน​เลย”

7 พวก​เขา​ก็​เลย​ถาม​ว่า “อาจารย์ เรื่อง​พวกนี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อไหร่ แล้ว​จะ​มี​อะไร​บอก​เหตุ​ไหม​ครับ​ว่า​มัน​จะ​เกิด​ขึ้น​แล้ว”

8 พระเยซู​ตอบ​ว่า “ระวัง​ตัว​ให้​ดี อย่า​ให้​ใคร​มา​หลอก​เอา​ได้ เพราะ​จะ​มี​หลาย​คน​มา​แอบ​อ้าง​ว่า​เป็น​เรา และ​ยัง​บอก​อีก​ว่า ‘เวลา​นั้น​มา​ถึง​แล้ว’ อย่า​ไป​หลง​เชื่อ​เขา 9 เมื่อ​พวก​คุณ​ได้ยิน​ว่า​เกิด​สงคราม และ​เกิด​จลาจล​วุ่นวาย ก็​ไม่​ต้อง​ตกใจ​กลัว เพราะ​เรื่อง​พวกนี้​จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​ก่อน แต่​วัน​สุดท้าย​นั้น​จะ​ยัง​ไม่​มา​ถึง​ทันที​หรอก”

10 แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​ว่า “ชนชาติ​ต่างๆ​และ​แผ่นดิน​ต่างๆ​จะ​ลุก​ขึ้น​มา​ต่อสู้​กัน 11 จะ​เกิด​แผ่นดิน​ไหว​อย่าง​รุนแรง​ใน​ที่​ต่างๆ เกิด​กันดารอาหาร เกิด​โรคระบาด​ร้ายแรง​ขึ้น จะ​มี​เรื่อง​ที่​น่ากลัว​และ​สิ่ง​แปลก​ประหลาด​มากมาย​จะ​เกิด​ขึ้น​บน​ท้องฟ้า

12 แต่​ก่อน​ที่​สิ่ง​เหล่านี้​จะ​เกิด​ขึ้น พวก​คุณ​จะ​ถูก​จับ​ไป​ทรมาน ถูก​นำ​ตัว​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว​และ​ถูก​จับ​ขัง​คุก และ​จะ​ถูก​สอบสวน​อยู่​ต่อหน้า​กษัตริย์​และ​เจ้าเมือง เพราะ​พวก​คุณ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา 13 นี่​จะ​เป็น​โอกาส​ดี​ของ​คุณ​ที่​จะ​ได้​พูด​เรื่อง​ของ​เรา​ให้​พวก​เขา​ฟัง 14 พวก​คุณ​ไม่​ต้อง​กังวล​ล่วงหน้า​ว่า​จะ​พูด​แก้ตัว​ยังไง 15 เพราะ​เรา​จะ​ให้​สติปัญญา​และ​คำพูด​ที่​เฉียบคม​กับ​คุณ เมื่อ​ศัตรู​ของ​คุณ​ฟัง​แล้ว จะ​ไม่​มี​ทาง​คัดค้าน​หรือ​โต้แย้ง​ได้​เลย 16 แม้แต่​คน​ที่​ใกล้ชิด​กับ​คุณ ทั้ง​พ่อ​แม่ พี่น้อง ญาติๆ​และ​เพื่อนฝูง ก็​จะ​หักหลัง​คุณ และ​พวก​คุณ​บางคน​ก็​จะ​ถูก​ฆ่า​ด้วย 17 ทุก​คน​จะ​เกลียด​พวก​คุณ เพราะ​พวก​คุณ​เป็น​ศิษย์​ของ​เรา 18 แต่​ไม่​ต้อง​กลัว เพราะ​แม้แต่​ผม​สัก​เส้น​บน​หัว​ของ​พวก​คุณ​ก็​จะ​ไม่​ถูก​ทำลาย 19 ให้​อดทน​ไว้​จน​ถึง​ที่สุด แล้ว​คุณ​จะ​ได้รับ​ความรอด”

เมือง​เยรูซาเล็ม​จะ​พินาศ

(มธ. 24:15-21; มก. 13:14-19)

20 “เมื่อ​พวก​คุณ​เห็น​กองทัพ​มา​ล้อม​เมือง​เยรูซาเล็ม ก็​ให้​รู้​ว่า​เมืองนี้​ใกล้​จะ​ถูก​ทำลาย​แล้ว 21 ถ้า​ตอน​นั้น​คุณ​อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย ก็​ให้​รีบ​หนี​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา ถ้า​คุณ​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม ก็​ให้​รีบ​หนี​ออก​ไป​นอก​เมือง คน​ที่​อยู่​นอก​เมือง ก็​อย่า​ได้​เข้า​มา​ใน​เมือง 22 เพราะ​วัน​นั้น​จะ​เป็น​วัน​ของ​การลงโทษ​เมือง​เยรูซาเล็ม เพื่อ​ทุก​อย่าง​จะ​ได้​เป็น​จริง​ตาม​ที่​ได้​เขียน​ไว้​แล้ว 23 ใน​วันนั้น​จะ​น่ากลัว​มาก​สำหรับ​คน​ท้อง​และ​แม่​ลูก​อ่อน​ที่​ให้​นม​ลูก เพราะ​จะ​เกิด​ภัยพิบัติ​ใน​แผ่นดิน​ยูเดีย และ​พระเจ้า​จะ​ลงโทษ​ชนชาติ​อิสราเอล​เหล่านี้ 24 พวก​เขา​จะ​ถูก​ฆ่า​ฟัน และ​จะ​ถูก​จับ​ไป​เป็น​เชลย​ของ​ชนชาติ​อื่นๆ คน​ต่าง​ชาติ​จะ​บุกรุก​ย่ำยี​เมือง​เยรูซาเล็ม ไป​จน​กว่า​จะ​ถึง​เวลา​ที่​พระเจ้า​กำหนด​ไว้”

อย่า​กลัว​เลย

(มธ. 24:29-31; มก. 13:24-27)

25 “จะ​มี​สิ่ง​แปลก​ประหลาด​เกิด​ขึ้น​กับ​ดวง​อาทิตย์ ดวงจันทร์ และ​ดวงดาว​ต่างๆ ส่วน​ใน​โลกนี้ ชนชาติ​ต่างๆ​ก็​จะ​หวาดกลัว และ​สับสน​วุ่นวาย​กับ​เสียง​ร้อง​กึกก้อง​ของ​คลื่น​ใน​ทะเล 26 คน​จะ​เป็น​ลมล้ม​พับ​ไป​เพราะ​กลัว​สิ่ง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​โลกนี้ พวก​ผู้​มี​อำนาจ​ใน​ฟ้า​สวรรค์​ก็​จะ​ถูก​สั่นคลอน 27 แล้ว​พวก​เขา​จะ​เห็น​บุตร​มนุษย์​เสด็จ​มา​ใน​หมู่​เมฆ เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​และ​สง่าราศี​อัน​ยิ่งใหญ่ 28 เมื่อ​สิ่ง​เหล่านี้​เริ่ม​เกิด​ขึ้น ขอ​ให้​ลุก​ขึ้น​ด้วย​ความมั่นใจ เพราะ​ใกล้​ถึง​เวลา​ที่​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​พวก​คุณ​เป็น​อิสระ​แล้ว”

ถ้อย​คำ​ของ​เรา​จะ​คง​อยู่​ตลอด​ไป

(มธ. 24:32-35; มก. 13:28-31)

29 แล้ว​พระองค์​ก็​เล่า​เรื่อง​เปรียบเทียบ​ให้​ฟัง​ว่า “เมื่อ​พวก​คุณ​เห็น​ต้น​มะเดื่อ​หรือ​ต้น​ไม้​อื่นๆ 30 แตก​ใบอ่อน​ออก​มา คุณ​ก็​รู้​ว่า​ใกล้​ถึง​ฤดู​ร้อน​แล้ว 31 ก็​เหมือน​กัน เมื่อ​คุณ​เห็น​สิ่ง​เหล่านี้​ที่​เรา​พูด​ไว้​เกิด​ขึ้น คุณ​บอก​ได้​เลย​ว่า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว

32 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​จะ​เกิด​ขึ้น​ก่อน​ที่​คน​รุ่นนี้​จะ​ตาย​ไป 33 สวรรค์​และ​โลก​จะ​สูญสิ้น​ไป แต่​ถ้อยคำ​ของ​เรา​จะ​ไม่​มี​วัน​สูญหาย​ไป

ควร​เตรียม​พร้อม​อยู่​เสมอ

34 ระวัง​ตัว​ให้​ดี อย่า​ให้​ใจ​หมกมุ่น​อยู่​แต่​เรื่อง​การดื่มกิน​กัน​หรือ​เมาเหล้า​กัน หรือ​มัว​แต่​ห่วงกังวล​เกี่ยวกับ​ชีวิตนี้ เพราะ​ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น วัน​นั้น​จะ​มา​ถึง​โดย​ไม่ทัน​ตั้งตัว​เหมือน​กับ​ดัก 35 เพราะ​วัน​นั้น​จะ​มา​ถึง​ทุก​คน​ที่​อยู่​บน​โลกนี้ 36 คุณ​ต้อง​ระวัง​ตัว​ทุก​เวลา และ​อธิษฐาน​ให้​ผ่านพ้น​ไป​อย่าง​ปลอดภัย​จาก​สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น และ​จะ​ได้​สามารถ​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​บุตร​มนุษย์”

37 พระเยซู สั่งสอน​อยู่​ใน​วิหาร​ทุก​วัน และ​กลับ​ไป​นอน​ที่​ภูเขา​มะกอกเทศ​ทุก​คืน 38 ทุก​คน​จะ​ตื่น​แต่​เช้า​มา​ฟัง​พระองค์​สอน​ที่​วิหาร

22

พวก​ผู้นำ​ชาว​ยิว​อยาก​จะ​ฆ่า​พระเยซู

(มธ. 26:1-5, 14-16; มก. 14:1-2, 10-11; ยน. 11:45-53)

1 เมื่อ​ใกล้​ถึง​เทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ​ที่​เรียกว่า​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย 2 พวก​ผู้นำ​นักบวช และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ​ต่าง​พยายาม​หา​ทาง​ที่​จะ​ฆ่า​พระเยซู แต่​พวก​เขา​ก็​กลัว​ชาว​บ้าน

ยูดาส​วางแผน​หักหลัง​พระเยซู

(มธ. 26:14-16; มก. 14:10-11)

3 ซาตาน​ได้​เข้า​สิง​ยูดาส อิสคาริโอท​ซึ่ง​เป็น​ศิษย์​เอก​คน​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน 4 ยูดาส​ไป​หา​พวก​ผู้นำ​นักบวช​และ​พวก​ทหาร​เฝ้า​วิหาร เพื่อ​เสนอ​ตัว​ที่​จะ​ช่วย​จับ​พระเยซู​ให้ 5 พวก​เขา​ดีใจ​มาก และ​สัญญา​ว่า​จะ​ให้​เงิน​กับ​ยูดาส 6 ยูดาส​ตกลง​และ​เริ่ม​หา​โอกาส​ที่​จะ​ส่ง​ตัว​พระเยซู​ไป​ให้​พวก​เขา​ตอน​ที่​ไม่​มี​ฝูงชน​อยู่​กับ​พระองค์

จัดเตรียม​อาหาร​สำหรับเทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย

(มธ. 26:17-25; มก. 14:12-21; ยน. 13:21-30)

7 เมื่อ​ถึง​เทศกาล​วัน​กิน​ขนมปัง​ไร้​เชื้อ ซึ่ง​เป็น​วัน​ที่​พวก​ยิว​จะ​ฆ่า​ลูกแกะ​ถวาย​พระเจ้า​สำหรับ​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​ด้วย 8 พระเยซู​บอก​เปโตร​กับ​ยอห์น​ว่า “ไป​เตรียม​อาหาร​สำหรับ​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​ให้​พวก​เรา​กิน​กัน”

9 พวก​เขา​จึง​ถาม​ว่า “จะ​ให้​ไป​เตรียม​ที่​ไหน​ดี​ครับ” 10 พระองค์​ตอบ​ว่า “ให้​เข้า​ไป​ใน​เมือง แล้ว​จะ​เจอ​ผู้ชาย​ที่​แบก​เหยือก​น้ำ ให้​ตาม​เขา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​หลัง​หนึ่ง 11 ให้​พูด​กับ​เจ้าของ​บ้าน​นั้น​ว่า ‘อาจารย์​ถาม​ว่า ห้อง​ที่​เรา​จะ​ใช้​กิน​อาหาร​ใน​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​กับ​พวก​ศิษย์​อยู่​ที่​ไหน’ 12 เขา​ก็​จะ​พา​คุณ​ขึ้น​ไป​ดู​ห้อง​ใหญ่​ชั้น​บน​ที่​เตรียม​ไว้​พร้อม​แล้ว ก็​ให้​จัดเตรียม​อาหาร​ที่​นั่น” 13 พวก​เขา​ก็​ไป​และ​มัน​ก็​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระเยซู​บอก​ทุก​อย่าง พวก​เขา​จึง​จัดเตรียม​อาหาร​สำหรับ​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​ที่​นั่น

อาหาร​มื้อ​เย็น​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต

(มธ. 26:26-30; มก. 14:22-26; 1 คร. 11:23-25)

14 เมื่อ​ถึง​เวลา​กิน​อาหาร​สำหรับ​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย พระเยซู​นั่ง​เอน​ตัว​อยู่​ที่​โต๊ะ​อาหาร​กับ​พวก​ศิษย์เอก 15 แล้ว​พูด​ว่า “เรา​อยาก​จะ​กิน​อาหาร​สำหรับ​เทศกาลวัน​ปลด​ปล่อย​มื้อนี้​กับ​พวก​คุณ​มาก ก่อน​ที่​เรา​จะ​ถูก​ทรมาน 16 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เรา​จะ​ไม่​กิน​อาหาร​สำหรับ​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​นี้​อีก จน​กว่า​ความหมาย​ที่​แท้​จริง​ของ​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​นี้​จะ​สำเร็จ​ครบถ้วน​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”

17 แล้ว​พระองค์​ก็​ยก​ถ้วย​ขึ้น​มา​และ​ขอบคุณ​พระเจ้า พร้อม​กับ​พูด​ว่า “รับ​ถ้วยนี้​ไป​แบ่ง​กัน​ดื่ม 18 เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​เหล้าองุ่น​อีก​จน​กว่า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​มา​ถึง”

19 หลังจาก​นั้น​พระองค์​ก็​หยิบ​ขนมปัง​ขึ้น​มา ขอบคุณ​พระเจ้า พร้อม​หัก​ส่ง​ให้​พวก​เขา พระองค์​พูด​ว่า “นี่​คือ​ร่างกาย​ของ​เรา​ที่​ให้​กับ​พวก​คุณ ให้​ทำ​อย่างนี้​เพื่อ​เป็น​การระลึกถึง​เรา” 20 เมื่อ​พวก​เขา​กิน​อาหาร​เย็น​เสร็จ​แล้ว พระองค์​ก็​หยิบ​ถ้วย​ขึ้น​มา​ทำ​เหมือน​เดิม แล้ว​พูด​ว่า “นี่​เป็น​เลือด​ของ​เรา​ที่​ได้​หลั่งไหล​ออก​มา​เพื่อ​คุณ พระเจ้า​ได้​ทำ​สัญญา​ขึ้น​ใหม่​กับ​พวก​คุณ​ด้วย​เลือดนี้”+ 22:19-20 ฉบับ​ภาษา​เดิม​บาง​ฉบับ​ไม่​มี คำ​ว่า “ที่​ให้​กับ​พวก​คุณ ให้​ทำ​อย่างนี้​เพื่อ​เป็น​การระลึกถึง​เรา” และ​ไม่มี​ข้อ 20

คน​ที่​หักหลัง​พระเยซู​เป็น​ใคร

21 พระเยซู​พูด​ว่า “คน​ที่​จะ​หักหลัง​เรา ก็​นั่ง​อยู่​ที่​โต๊ะนี้​กับ​เรา​ด้วย 22 บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ตาย​ตาม​ที่​พระเจ้า​ได้​กำหนด​ไว้​แล้ว​ล่วงหน้า แต่​คน​ที่​หักหลัง​พระองค์​นี้​น่า​ละอาย​ที่สุด”

23 พวก​ศิษย์​เอก​เหล่า​นั้น​ถาม​กัน​ใหญ่​ว่า​ใคร​จะ​ทำ​อย่าง​นั้น

ให้​เป็น​เหมือน​คน​รับใช้

24 พวก​ศิษย์​เอก​ต่าง​เถียง​กัน​ว่า พวก​เขา​คน​ไหน​ใหญ่​ที่สุด 25 พระเยซู​บอก​ว่า “พวก​กษัตริย์​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​ชอบ​ออก​คำสั่ง​ประชาชน​ของ​เขา​ไป​ทั่ว ส่วน​พวก​นั้น​ที่​มี​อำนาจ ก็​ชอบ​ให้​คน​เรียกว่า ‘ผู้​ทำ​ประโยชน์​เพื่อ​สังคม’ 26 แต่​พวก​คุณ​ต้อง​ไม่​เป็น​อย่าง​นั้น ใน​พวก​คุณ คน​ที่​ยิ่งใหญ่​ที่สุด​ควร​จะ​เป็น​เหมือน​เด็ก​ที่สุด คน​ที่​เป็น​หัวหน้า​ควร​จะ​เป็น​เหมือน​คน​รับใช้ 27 ใคร​ใหญ่​กว่า​กัน คน​ที่​นั่ง​โต๊ะ​หรือ​คน​ที่​ยืน​รับใช้ คน​นั่ง​ไม่​ใช่​หรือ แต่​เรา​อยู่​ท่ามกลาง​พวก​คุณ​เหมือน​กับ​คนรับใช้

28 ตลอด​เวลา​ที่​ผ่าน​มา เมื่อ​เรา​ถูก​ข่มเหง พวก​คุณ​ยืน​เคียง​ข้าง​เรา​เสมอ 29 เรา​ก็​จะ​ให้​พวก​คุณ​ปกครอง​เป็น​กษัตริย์ เหมือน​กับ​ที่​พระบิดา​ของ​เรา​ให้​เรา​เป็น​กษัตริย์ 30 เพื่อ​พวก​คุณ​จะ​ได้​ดื่มกิน​กับ​เรา​ใน​อาณาจักร​ของ​เรา และ​พวก​คุณ​จะ​ได้​นั่ง​บน​บัลลังก์​ตัดสิน​ชนชาติ​อิสราเอล​สิบสอง​เผ่า”

อย่า​ทิ้ง​ความเชื่อ

(มธ. 26:31-35; มก. 14:27-31; ยน. 13:36-38)

31 “เปโตร​เอ๋ย เปโตร+ 22:31 เปโตร หรือ ซีโมน ฟัง​ให้​ดี ซาตาน​ได้​ขอ​นำ​พวก​คุณ​แต่​ละ​คน ไป​ฝัด​ร่อน​เหมือน​ข้าว​เปลือก 32 แต่ เปโตร เรา​ได้​อธิษฐาน​ให้​คุณ​มี​ความ​เชื่อ​ที่​มั่นคง และ​เมื่อ​คุณ​หันกลับ​มาหา​เรา​แล้ว ก็​ให้​ช่วยเหลือ​พี่น้อง​คน​อื่นๆ​ให้​ตั้ง​มั่นคง​อยู่​ใน​ความเชื่อ​ด้วย”

33 เปโตร​บอก​ว่า “ผม​พร้อม​ที่​จะ​ติด​คุก​และ​ตาย​พร้อม​กับ​อาจารย์​ครับ” 34 พระองค์​ตอบ​ว่า “เปโตร เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า คืนนี้​ก่อน​ไก่​ขัน คุณ​จะ​พูด​ว่า​ไม่​รู้จัก​เรา​ถึง​สาม​ครั้ง”

ให้​เตรียม​พร้อม​สำหรับ​ปัญหา​ยุ่งยาก

35 พระเยซู​ถาม​พวก​ศิษย์​เอก​ว่า “แล้ว​ตอน​ที่​เรา​ส่ง​พวก​คุณ​ออก​ไป โดย​ไม่​มี​กระเป๋าเงิน ถุงย่าม และ​รองเท้า พวก​คุณ​ขาดแคลน​อะไร​กัน​หรือ​เปล่า”

พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ไม่​ขาดแคลน​อะไร​เลย​ครับ”

36 พระองค์​พูด​ว่า “แต่​ตอนนี้ คน​ที่​มี​กระเป๋าเงิน​หรือ​ถุงย่าม ก็​ให้​เอา​ติดตัว​ไป​ด้วย และ​ถ้า​ใคร​ไม่​มี​ดาบ ก็​ให้​เอา​เสื้อผ้า​ไป​ขาย แล้ว​ไป​ซื้อ​ดาบ​ซะ 37 ที่​เรา​บอก​ให้​ทำ​อย่างนี้ ก็​เพราะ​ว่า มี​ข้อ​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า

‘เขา​ถูก​นับเป็น​อาชญากร​คน​หนึ่ง​ด้วย’ ซึ่ง​หมายถึง​ตัว​เรา​เอง

และ​มัน​ก็​จะ​เป็น​จริง​ตาม​นั้น”+ 22:37 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 53:12

38 พวก​เขา​จึง​บอก​ว่า “อาจารย์​ครับ นี่​ไง ดาบ​สอง​เล่ม” แต่​พระองค์​บอก​ว่า “เลิก​พูด​เรื่องนี้​ได้​แล้ว”

อธิษฐาน​บน​ภูเขา

(มธ. 26:36-46; มก. 14:32-42)

39 พระเยซู​ออก​ไป​ที่​ภูเขา​มะกอกเทศ​อีก​ตาม​เคย พวก​ศิษย์​ก็​ตาม​ไป​ด้วย 40 เมื่อ​ไป​ถึง พระองค์​พูด​ว่า “ให้​อธิษฐาน ขอ​อย่า​ให้​ตัวเอง​แพ้​ต่อ​การยั่วยวน”

41 พระองค์​ปลีก​ตัว​ออก​ไป​ใกล้ๆ​แค่​ระยะ​ขว้าง​หิน​ตก แล้ว​พระองค์​ก็​คุก​เข่า​ลง​อธิษฐาน​ว่า 42 “พระบิดา ถ้า​พระองค์​พอใจ ช่วย​เอา​ถ้วย+ 22:42 ถ้วย หมายถึง พระเยซู​กำลัง​พูด​ถึง​สิ่ง​เลวร้าย​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​พระองค์ ซึ่ง​เป็น​การยาก​ที่​จะ​ยอมรับ​สิ่ง​เหล่านี้ เปรียบ​เหมือน​กับ​การดื่ม​สิ่ง​ที่​มี​รสชาติ​ที่​แย่​มาก แห่ง​ความทุกข์​นี้​ไป​จาก​ลูก​ด้วย​เถิด แต่​ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตามใจ​ของ​พระบิดา ไม่​ใช่​ตามใจ​ตัว​ลูก​เอง” 43 แล้ว​ก็​มี​ทูตสวรรค์​ลง​มา​ให้​กำลัง​ใจ​พระองค์ 44 พระองค์​ต่อสู้​ดิ้นรน​อย่าง​หนัก​ใน​การอธิษฐาน จน​เหงื่อไหล​เหมือน​หยด​เลือด​ตก​บน​พื้นดิน+ 22:44 ข้อ 43-44 สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​ไม่​มี​ข้อ 43 และ 4445 เมื่อ​อธิษฐาน​แล้ว พระองค์​ลุก​ขึ้น​เดิน​กลับ​ไป แต่​เห็น​พวก​ศิษย์​นอน​หลับ​กัน​หมด เพราะ​เสียใจ​จน​หมด​แรง 46 พระองค์​จึง​พูด​ว่า “ทำไม​ยัง​นอน​กัน​อยู่​อีก ลุก​ขึ้น​มา​อธิษฐาน​สิ จะ​ได้​ไม่​แพ้​ต่อ​การยั่วยวน”

พระเยซู​ถูก​จับกุม​ตัว

(มธ. 26:47-56; มก. 14:43-50; ยน. 18:3-11)

47 พระเยซู​พูด​ยัง​ไม่​ทัน​ขาดคำ ยูดาส​ศิษย์​คน​หนึ่ง​ใน​สิบ​สอง​คน​ของ​พระองค์ ก็​นำ​คน​กลุ่ม​หนึ่ง​เข้า​มา ยูดาส​ทำ​ท่า​จะ​เข้า​มา​จูบ​ทักทาย​พระองค์

48 พระเยซู​ถาม​ยูดาส​ว่า “ยูดาส จะ​หักหลัง​บุตร​มนุษย์​ด้วย​การจูบ​หรือ” 49 เมื่อ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​เห็น​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “อาจารย์ เอา​ดาบ​ลุย​มัน​เลย​ดี​ไหม” 50 ศิษย์​คน​หนึ่ง​ของ​พระองค์​ได้​ชัก​ดาบ​ออก​มา แล้ว​ก็​ฟัน​ถูก​หู​ขวา​ของ​ทาส​คน​หนึ่ง​ของ​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​ขาด​ไป

51 พระเยซู​ห้าม​ว่า “พอ​แล้ว” แล้ว​พระองค์​ก็​จับ​หู​คน​นั้น​และ​รักษา​ให้​เหมือน​เดิม

52 แล้ว​พระเยซู​หัน​ไป​พูด​กับ​พวก​หัวหน้า​นักบวช พวก​นาย​ทหาร​รักษา​วิหาร และ​พวก​ผู้นำ​ที่​เป็น​ผู้ใหญ่​ทั้งหลาย​ที่​มา​จับ​พระองค์​ว่า “เห็น​เรา​เป็น​โจร​หรือ​ยังไง ถึง​ได้​ถือ​ดาบ​และ​ไม้​กระบอง​มา 53 เรา​อยู่​กับ​พวก​คุณ​ทุก​วัน​ใน​วิหาร ก็​ไม่​เห็น​คุณ​จับ​เรา​เลย แต่​ตอนนี้​เป็น​เวลา​ของ​คุณ​แล้ว เป็น​เวลา​ที่​ความมืด​ครอบ​ครอง”

เปโตร​กลัว​ที่​จะ​ยอมรับ​ว่า​รู้จัก​พระเยซู

(มธ. 26:57-58, 69-75; มก. 14:53-54, 66-72; ยน. 18:12-18, 25-37)

54 พวก​เขา​จับ​พระองค์ และ​นำ​ตัว​ไป​ที่​บ้าน​ของ​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด เปโตร​ได้​ตาม​ไป​ห่างๆ 55 เมื่อ​พวก​เขา​ก่อ​กองไฟ​ขึ้น​กลาง​ลาน​บ้าน และ​นั่ง​ล้อม​วง​กัน เปโตร​ก็​เข้า​ไป​นั่ง​อยู่​ด้วย 56 มี​สาวใช้​คน​หนึ่ง​เห็น​เปโตร​นั่ง​อยู่​ใกล้​แสง​ไฟ นาง​ก็​จ้อง​มอง​ดู​เขา​ใกล้ๆ​และ​พูด​ขึ้น​ว่า “ชาย​คนนี้​อยู่​กับ​เยซู​ด้วย”

57 แต่​เปโตร​ปฏิเสธ​ว่า “แม่​นาง ผม​ไม่​รู้จัก​เขา​เลย”

58 ต่อมา​ไม่​นาน​อีก​คน​หนึ่ง​ก็​เห็น​เปโตร​และ​พูด​ขึ้น​ว่า “แก​ก็​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​มัน​ด้วย​นี่”

แต่​เปโตร​ปฏิเสธ​ว่า “พ่อ​หนุ่ม ไม่​ใช่​ผม​นะ”

59 ประมาณ​หนึ่ง​ชั่วโมง​ต่อมา ก็​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ยืนยัน​ว่า

“ไอ้​คนนี้ ต้อง​อยู่​กับ​เยซู​แน่ๆ​เพราะ​มัน​เป็น​ชาว​กาลิลี​เหมือน​กัน”

60 แต่​เปโตร​พูด​ว่า “พ่อ​หนุ่ม ผม​ไม่​รู้​ว่า​คุณ​พูด​เรื่อง​อะไร”

และ​เมื่อ​เปโตร​พูด​ยัง​ไม่ทัน​ขาดคำ​ก็​มี​เสียง​ไก่​ขัน​ขึ้น​มา

61 พระเยซู​หัน​มา​มอง​เปโตร ทำ​ให้​เขา​นึก​ขึ้น​ได้​ถึง​คำพูด​ของ​พระองค์​ที่​บอก​ว่า

“คืนนี้​ก่อน​ไก่​ขัน คุณ​จะ​พูด​ว่า​ไม่​รู้จัก​เรา​ถึง​สาม​ครั้ง”

62 แล้ว​เปโตร​ก็​ออก​ไป​ร้องไห้​อย่าง​ขมขื่น

คน​หัวเราะ​เยาะ​พระเยซู

(มธ. 26:67-68; มก. 14:65)

63 พวก​ที่​ควบคุม​ตัว​พระเยซู​พา​กัน​เยาะเย้ย​และ​ทุบตี​พระองค์ 64 พวก​เขา​เอา​ผ้า​มา​ปิด​ตา​พระองค์ และ​ถาม​ว่า “ทาย​ดูซิ​ว่า​ใคร​เป็น​คน​ตี​แก” 65 แล้ว​พวก​เขา​ก็​พูด​ดูถูก เหยียด​หยาม​พระองค์​อีก​มากมาย

พระเยซู​อยู่​ต่อหน้า​พวก​ผู้นำ​ชาวยิว

(มธ. 26:59-66; มก. 14:55-64; ยน. 18:19-24)

66 เมื่อ​ถึง​ตอนเช้า พวก​ผู้นำ​อาวุโส พวก​หัวหน้า​นักบวช และ​พวก​ครู​สอน​กฎ​ปฏิบัติ พา​กัน​มา​ประชุม และ​เอา​ตัว​พระเยซู​เข้า​มา​ใน​ศาลสูง​ของ​พวก​เขา 67 พวก​เขา​พูด​ขึ้น​ว่า “บอก​พวก​เรา​มา​ซิ​ว่า แก​เป็น​พระคริสต์​หรือ​เปล่า”

พระเยซู​จึง​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “ถึง​เรา​บอก คุณ​ก็​ไม่​เชื่อ​อยู่​ดี 68 ถ้า​เรา​ถาม​อะไร​คุณ คุณ​ก็​ไม่​ตอบ​เหมือน​กัน 69 แต่​ว่า​นับ​จาก​นี้​ไป บุตร​มนุษย์​จะ​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​ของ​พระเจ้า​ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น”

70 พวก​เขา​ทั้งหมด​จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “ถ้า​งั้น แก​ก็​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า​สิ” พระองค์​จึง​ตอบ​ว่า “ใช่ อย่าง​ที่​ท่าน​ว่า”

71 แล้ว​พวก​เขา​ก็​พูด​ขึ้น​ว่า “เรา​ยัง​ต้อง​การ​พยาน​อีก​ทำไม ใน​เมื่อ​เรา​ก็​ได้ยิน​จาก​ปาก​ของ​มัน​เอง​แล้ว​นี่”

23

เจ้าเมือง​ปีลาต​ไต่สวน​พระเยซู

(มธ. 27:1-2, 11-14; มก. 15:1-5; ยน. 18:28-38)

1 ทุก​คน​ใน​ที่ประชุม​ลุก​ขึ้น พา​พระเยซู​ไป​หา​เจ้าเมือง​ปีลาต 2 พวก​เขา​เริ่ม​กล่าวหา​พระองค์ ว่า “เรา​ได้​พบ​ว่า ชาย​คนนี้​พยายาม​ปลุก​ปั่น​ประชาชน​ให้​กระด้างกระเดื่อง เขา​ยุยง​ให้​พวก​ประชาชน​เลิก​จ่าย​ภาษี​ให้​แก่​ซีซาร์ แถม​ยัง​อ้าง​ตัวเอง​เป็น​พระคริสต์ กษัตริย์​ของ​พวก​เรา​อีก​ด้วย”

3 ปีลาต​จึง​ถาม​พระเยซู​ว่า “แก​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​หรือ”

พระเยซู​จึง​ตอบ​เขา​ว่า “ใช่ อย่าง​ที่​ท่าน​ว่า”

4 ปีลาต​จึง​พูด​กับ​พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​ฝูงชน​ว่า “เรา​ไม่​เห็น​เขา​ผิด​อะไร” 5 แต่​พวก​เขา​ยืนกราน​เสียงแข็ง​ว่า “แต่​เขา​ก็​ได้​สอน​และ​ปลุกปั่น​ประชาชน​ไป​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย เริ่ม​จาก​แถว​กาลิลี​เรื่อย​มา​จน​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็มนี้”

ปีลาต​ส่ง​ตัว​พระเยซู​ไป​พบ​เฮโรด

6 เมื่อ​ปีลาต​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​สอบถาม​จน​รู้​ว่า​พระเยซู​เป็น​ชาวกาลิลี 7 ซึ่ง​อยู่​ใน​การปกครอง​ของ​กษัตริย์เฮโรด เขา​จึง​ส่ง​ตัว​พระเยซู​ไป​ให้​กับ​กษัตริย์​เฮโรด ซึ่ง​ตอน​นั้น​อยู่​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​พอดี 8 เมื่อ​กษัตริย์เฮโรด​พบ​พระเยซู​ก็ดีใจ​มาก เพราะ​อยาก​พบ​มา​นาน​แล้ว เขา​ได้ยิน​ชื่อเสียง​ของ​พระองค์ และ​เขา​หวัง​ว่า​พระเยซู​จะ​แสดง​อิทธิฤทธิ์​ให้​ดู​บ้าง 9 เฮโรด​ถาม​พระเยซู​หลาย​อย่าง แต่​พระองค์​ก็​ไม่​ได้​ตอบ​อะไร​เลย 10 พวกหัวหน้านักบวช และ​พวกครูสอน​กฎปฏิบัติ​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ก็​พา​กัน​กล่าวหา​พระองค์​อย่าง​ดุเดือด 11 เฮโรด​กับ​พวก​ทหาร​ของ​เขา​ต่าง​พา​กัน​หัวเราะ​เยาะ และ​ดูถูก​เหยียด​หยาม​พระองค์ พวก​เขา​ให้​พระองค์​แต่ง​ชุด​ของ​กษัตริย์ แล้ว​ส่ง​ตัว​กลับ​ไป​หา​ปีลาต 12 ใน​วัน​นั้น​เอง ทั้ง​เฮโรด​และ​ปีลาต​ได้​กลาย​มา​เป็น​เพื่อน​กัน ก่อน​หน้านี้ พวก​เขา​เป็น​ศัตรู​กัน

พระเยซู​ต้อง​ตาย

(มธ. 27:15-26; มก. 15:6-15; ยน. 18:39-19:16)

13 ปีลาต​เรียก​พวกหัวหน้านักบวช พวกผู้นำ​และ​ประชาชน​มา​ชุมนุม​กัน 14 แล้ว​ปีลาต​บอก​ว่า “พวก​คุณ​นำ​ชาย​คนนี้​มาหา​เรา และ​กล่าวหา​เขา​ว่า​ปลุกปั่น​ยุยง​ประชาชน​ให้​กระด้างกระเดื่อง​นั้น หลังจาก​ที่​เรา​ได้​สอบสวน​เขา​ต่อหน้า​พวก​คุณ​แล้ว ก็​ไม่​เห็น​ว่า​เขา​ทำ​ผิด​อะไร​ตาม​ที่​พวก​คุณ​กล่าว​หา 15 ส่วน​กษัตริย์​เฮโรด ก็​คิด​อย่างนี้​เหมือน​กัน พระองค์​ก็​เลย​ส่ง​ชาย​คนนี้​กลับ​มาหา​เรา เขา​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​อะไร​ที่​สมควร​ตาย 16 เรา​จะ​สั่ง​เฆี่ยน​เขา​แล้ว​ปล่อย​ตัว​ไป” 17+ 23:17 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​มี​เพิ่ม​ข้อ​ความ ว่า a “ใน​ทุกๆ​ปี​ใน​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย ปีลาต จะ​ปล่อย​นักโทษ​ให้​หนึ่ง​คน”

18 แต่​ฝูงชน​ร้อง​ตะโกน​เป็น​เสียงเดียวกัน​ว่า “ฆ่า​มัน​ซะ แล้ว​ปล่อย​บารับบัส​ให้​เรา”

19 บารับบัส​ถูก​ขัง​อยู่​ใน​คุก เพราะ​ได้​ก่อการจลาจล​ขึ้น​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​ฆ่า​คน​ตาย

20 ปีลาต​จึง​เกลี้ยกล่อม​พวก​เขา​อีก เพราะ​อยาก​ปล่อย​พระเยซู 21 แต่​พวก​เขา​กลับ​ตะโกน​ว่า “ตรึง​มัน​ที่​กางเขน ตรึง​มัน​ที่​กางเขน”

22 ปีลาต​ถาม​พวก​เขา​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม​ว่า “ทำไม เขา​ทำ​ผิด​อะไร เรา​ไม่​เห็น​เขา​ทำ​ผิด​อะไร​ที่​สมควร​ตาย เรา​จะ​สั่ง​ให้​เฆี่ยน​เขา แล้ว​ก็​ปล่อย​ตัว​ไป”

23 แต่​พวก​เขา​ก็​ร้อง​ตะโกน​ดัง​ขึ้นๆ​ให้​ตรึง​พระเยซู​ที่​กางเขน และ​ใน​ที่​สุด​เสียง​นั้น​ก็​ชนะ

24 ปีลาต​ตัดสิน​ใจ​ทำ​ตาม​ที่​พวก​นั้น​ขอ 25 คือ​ปล่อย​ตัว​บารับบาส​ที่​ติด​คุก​เพราะ​ก่อการจลาจล​และ​ฆ่า​คน และ​ให้​ทำ​กับ​พระเยซู​อย่าง​ที่​พวก​เขา​ต้องการ

พระเยซู​ตาย​บน​ไม้​กางเขน

(มธ. 27:32-44; มก. 15:21-32; ยน. 19:17-27)

26 ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​นำ​ตัว​พระเยซู​ไป​นั้น พวก​เขา​ก็​จับ​ตัว​ซีโมน​ชาวไซรีน ที่​เพิ่ง​มา​จาก​ชนบท บังคับ​ให้​เขา​แบก​ไม้กางเขน​เดิน​ตามหลัง​พระเยซู​ไป

27 ฝูงชน​จำนวน​มาก​เดิน​ตาม​ไป รวม​ทั้ง​ผู้หญิง​หลาย​คน​ที่​ร้องห่มร้องไห้ คร่ำครวญ​สงสาร​พระเยซู 28 พระเยซู​ก็​ได้​หัน​ไป​บอก​พวก​นาง​ว่า

“หญิง​ชาว​เยรูซาเล็ม​เอ๋ย อย่า​ร้องไห้​ให้​กับ​เรา​เลย แต่​ร้องไห้​ให้​กับ​ตัวเอง​และ​ลูกๆ​ของ​คุณ​เอง​ดี​กว่า 29 เวลา​นั้น​จะ​มา​ถึง ที่​คน​จะ​พูด​ว่า ‘หญิง​ที่​เป็น​หมัน ไม่​เคย​คลอด​ลูก และ​ไม่​เคย​เลี้ยง​นม​ลูก ก็​ได้​เปรียบ​จริงๆ’ 30 แล้ว​พวก​เขา​ก็​จะ​ขอ​ร้อง​กับ​ภูเขา​ว่า ‘ช่วย​พัง​ลง​มา​ทับ​เรา​ด้วย’ และ​อ้อนวอน​กับ​เนิน​เขา​ว่า ‘ช่วย​ฝัง​เรา​หน่อย’+ 23:30 อ้าง​มา​จาก โฮเชยา 10:831 เพราะ​ถ้า​พวก​เขา​ทำ​อย่างนี้​กับ​คน​ที่​บริสุทธิ์ แล้ว​มัน​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​คน​ที่​ทำ​ผิด”+ 23:31 ถ้า​แปล​ตรงๆ​จาก​สำเนา​กรีก คือ “ถ้า​พวก​เขา​ทำ​อย่างนี้​กับ​ต้นไม้​ที่​ยัง​เขียวสด​อยู่ แล้ว​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ต้นไม้​ที่​เหี่ยวแห้ง​ไป​แล้ว”

32 ยัง​มี​ผู้ร้าย​อีก​สอง​คน​ที่​ถูก​นำ​ตัว​มา​ฆ่า​พร้อมๆ​กับ​พระเยซู​ด้วย 33 เมื่อ​เขา​มา​ถึง​สถานที่​ที่​เรียกว่า “หัวกะโหลก” พวก​เขา​ก็​ตรึง​พระเยซู​บน​ไม้กางเขน​ระหว่าง​ผู้ร้าย​สอง​คน​นั้น ทาง​ขวา​คน​หนึ่ง​และ​ทาง​ซ้าย​คน​หนึ่ง 34 แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​ว่า “พระบิดา ช่วย​ยกโทษ​ให้​กับ​พวกเขา​ด้วย เพราะ​พวก​เขา​ไม่​รู้ตัว​หรอก​ว่า​กำลัง​ทำ​อะไร​ลง​ไป”+ 23:34 แล้ว​พระเยซู … ทำ​อะไร​ลง​ไป สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ ไม่​มี​คำ​พูด​เหล่านี้

แล้ว​พวก​เขา​เอา​เสื้อผ้า​ของ​พระองค์​มา​จับสลาก​แบ่ง​กัน 35 ประชาชน​ก็​ยืน​ดู​อยู่ ส่วน​พวก​ผู้นำ​ชาวยิว​ต่าง​พา​กัน​หัวเราะ​เยาะ​และ​พูด​ถากถาง​ว่า “ใน​เมื่อ​เขา​ช่วย​คน​อื่น​ได้ ก็​ให้​เขา​ช่วย​ตัวเอง​ด้วย​สิ ถ้า​เขา​เป็น​พระคริสต์​ผู้ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก​ไว้​จริง”

36 พวก​ทหาร​ก็​พา​กัน​มา​ล้อเลียน พวกเขา​เอา​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​ให้​พระองค์ 37 พวกเขา​พูด​ว่า “ถ้า​แก​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​จริง ก็​ช่วย​ตัวเอง​สิ”

38 เหนือ​ตัว​พระองค์​ขึ้น​ไป​มี​ป้าย​เขียน​ไว้​ว่า “นี่​คือ​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว”

39 ผู้ร้าย​คน​หนึ่ง​ที่​ถูก​ตรึง​อยู่​พูด​เสียดสี​ว่า

“แก​เป็น​พระคริสต์​ไม่​ใช่​หรือ ช่วย​ตัว​แก​เอง​และ​พวก​เรา​ด้วย​สิ”

40 แต่​ผู้ร้าย​อีก​คน​หนึ่ง​ห้าม​เขา และ​พูด​ขึ้น​ว่า “แก​ก็​มี​โทษ​ถึง​ตาย​เหมือน​กับ​เขา แก​ไม่​กลัว​พระเจ้า​หรือ​ยังไง 41 พวก​เรา​มัน​สมควร​ตาย​อยู่​แล้ว แต่​ชาย​คนนี้​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ผิด​เลย” 42 แล้ว​เขา​ก็​พูด​ว่า “เยซู อย่า​ลืม​ผม​นะ​ครับ เมื่อ​พระองค์​เข้า​สู่​อาณาจักร​ของ​พระองค์”

43 พระองค์​จึง​ตอบ​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า วันนี้​คุณ​จะ​ได้​อยู่​กับ​เรา​ใน​สวน​สวรรค์​อย่าง​แน่​นอน”

พระเยซู​ตาย

(มธ. 27:45-56; มก. 15:33-41; ยน. 19:28-30)

44 ประมาณ​เที่ยง มี​แต่​ความ​มืดมิด​ปกคลุม​ไป​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​จน​ถึง​บ่าย​สาม​โมง 45 เพราะ​ดวง​อาทิตย์​หยุด​ส่อง​แสง​และ​ม่าน​ใน​วิหาร+ 23:45 ม่าน​ใน​วิหาร เป็น​ม่าน​ที่​กั้น​อยู่​ระหว่าง​ห้อง​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด​กับ​ห้อง​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ใน​วิหาร ก็​ขาด​กลาง​ออก​เป็น​สอง​ท่อน 46 พระเยซู​ร้อง​ตะโกน​ว่า “พระบิดา ลูก​ขอ​มอบ​จิต​วิญญาณ​ของ​ลูก​ไว้​ใน​มือ​พระองค์”+ 23:46 อ้าง​จาก​หนังสือ สดุดี 31:5 เมื่อ​พูด​จบ​พระองค์​ก็​สิ้นใจ​ตาย

47 เมื่อ​นายร้อย​คน​หนึ่ง​เห็น​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น เขา​ก็​สรรเสริญ​พระเจ้า​และ​พูด​ว่า “เขา​เป็น​คน​บริสุทธิ์​แน่ๆ”

48 ส่วน​ฝูงชน​ที่​ได้​พา​กัน​มา​มุง​ดู​เหตุการณ์​ที่​น่า​ตื่นเต้น​นี้ เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น ต่าง​ก็​กลับ​บ้าน​และ​ทุบอก​ตัวเอง​ด้วย​ความเสียอก​เสียใจ 49 ส่วน​เพื่อน​สนิท​ทั้งหมด​ของ​พระเยซู และ​พวก​ผู้หญิง​ที่​ติดตาม​พระองค์​มา​จาก​แคว้น​กาลิลี​นั้น ยัง​คง​ยืน​ดู​อยู่​ห่างๆ

โยเซฟ​ชาวอาริมาเธีย

(มธ. 27:57-61; มก. 15:42-47; ยน. 19:38-42)

50 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ว่า โยเซฟ เป็น​สมาชิก​สภาสูง​ของ​ชาวยิว เขา​เป็น​คน​ซื่อสัตย์​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า 51 เขา​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​การตัดสินใจ​และ​การกระทำ​ของ​พวกผู้นำ​ชาวยิว​คน​อื่นๆ​เกี่ยวกับ​พระเยซู เขา​มา​จาก​เมือง​อาริมาเธีย​ใน​แคว้น​ยูเดีย และ​เฝ้าคอย​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​อยู่ 52 เขา​ไป​หา​ปีลาต​เพื่อ​ขอ​ศพ​พระเยซู 53 แล้ว​จึง​เอา​ศพ​ของ​พระองค์​ลง​มา​จาก​ไม้กางเขน และ​พัน​ด้วย​ผ้า​ลินิน แล้ว​นำ​ไป​ไว้​ใน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ ซึ่ง​เจาะ​ไว้​ใน​หิน และ​ยัง​ไม่​เคย​ใช้​วาง​ศพ​ใคร​มา​ก่อน 54 วัน​นั้น​เป็น​วัน​ศุกร์+ 23:54 วัน​ศุกร์ คือ​วัน​ก่อน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา ซึ่ง​เป็น​วันจัดเตรียม​และ​วันหยุดทางศาสนา ก็​ใกล้​จะ​เริ่มต้น​แล้ว 55 ส่วน​พวก​ผู้หญิง​ที่​ติดตาม​พระเยซู​มา​จาก​แคว้น​กาลิลี​ก็​ตาม​โยเซฟ​ไป​ที่​อุโมงค์ และ​เห็น​ว่า​เขา​วาง​ศพ​ไว้​ที่นั่น 56 หลังจากนั้น​พวก​เขา​ก็​กลับ​บ้าน​ไป​เตรียม​เครื่อง​หอม​กับ​น้ำมันหอม​ไว้​อาบ​ศพ​พระองค์ แล้ว​ใน​วันหยุดทางศาสนา​พวก​เขา​ก็​หยุด​พักผ่อน​ตาม​ที่​กฎ​ของ​โมเสส​สั่ง

24

ข่าว​พระเยซู​ฟื้นคืนชีพ

(มธ. 28:1-10; มก. 16:1-8; ยน. 20:1-10)

1 ตอน​เช้าตรู่​ของ​วันอาทิตย์ พวกผู้หญิง​ก็​พา​กัน​เอา​เครื่อง​หอม​ที่​ได้​เตรียม​ไว้​ไป​ที่​อุโมงค์ 2 แล้ว​พบ​ว่า​หิน​ที่​ปิด​ปาก​อุโมงค์​นั้น​ถูก​กลิ้ง​เปิด​ออก​แล้ว 3 พวกนาง​จึง​เข้า​ไป​ใน​อุโมงค์ แต่​ก็​ไม่​พบ​ศพ​องค์​เจ้า​ชีวิต 4 พวกนาง​ก็​งง​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น ทันใดนั้น​ก็​มี​ชาย​สอง​คน​ใส่​เสื้อผ้า​สีขาว​เป็น​ประกาย​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ 5 พวกนาง​ก็​ตกใจกลัว​ซบหน้า​ลง​กับ​พื้นดิน ชาย​ทั้ง​สอง​ก็​พูด​ว่า “พวก​เธอ​มาหา​คน​ที่​มี​ชีวิต​ใน​ที่​ของ​คน​ตาย​ทำไม 6 พระเยซู​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นี่​แล้ว พระองค์​ฟื้น​ขึ้น​มา​แล้ว จำ​ได้​หรือ​เปล่า​ตอน​ที่​อยู่​แคว้น​กาลิลี พระองค์​บอก​ว่า 7 บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​มอบ​ไป​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวก​คน​บาป และ​จะ​ถูก​ตรึง​ที่​ไม้​กางเขน แล้ว​พระองค์​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่​ใน​วัน​ที่​สาม” 8 พวกผู้หญิง​ก็​เลย​จำ​ได้​ว่า​พระองค์​เคย​พูด​ถึง​สิ่ง​เหล่านี้

9 พวก​นาง​รีบ​กลับ​ไป​เล่า​เรื่อง​ทั้งหมดนี้​ให้​พวก​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบ​เอ็ด​คน​และ​พวก​ศิษย์​คน​อื่นๆ​ของ​พระเยซู​ฟัง 10 พวก​ผู้หญิง​ที่​มา​เล่า​เรื่องนี้​ให้​ฟัง​ก็​มี มารีย์​ชาว​มักดาลา โยอันนา มารีย์​แม่​ของ​ยากอบ และ​รวม​ทั้ง​หญิง​คน​อื่นๆ 11 แต่​พวก​ศิษย์​เอก​ไม่​เชื่อ และ​หา​ว่า​เป็น​เรื่อง​เหลวไหล 12 แต่​เปโตร​วิ่ง​ไป​ดู​ที่​อุโมงค์ เมื่อ​เขา​ก้มลง​ไป​ดู​ก็​เห็น​แต่​ผ้าลินิน​ที่​ห่อ​ศพ​ของ​พระเยซู​วาง​อยู่ แล้ว​เขา​ก็​จาก​ไป​ด้วย​ความสงสัย​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น+ 24:12 แต่​เปโตร … เกิด​อะไร​ขึ้น สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ​และ​ละติน​บาง​ฉบับ ไม่​มี​ข้อ 12 นี้

บน​เส้นทาง​ไป​เมือง​เอมมาอูส

(มก. 16:12-13)

13 ใน​วัน​นั้น​ศิษย์​สอง​คน​ของ​พระเยซู​กำลัง​เดิน​ทาง​ไป​ที่​หมู่บ้าน​เอมมาอูส ซึ่ง​อยู่​ห่าง​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​ราวๆ​สิบเอ็ด​กิโลเมตร 14 พวก​เขา​พูด​คุย​กัน​ถึง​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกิด​ขึ้น 15 พระเยซู​ก็​เข้า​มา​ใกล้ และ​เดิน​ไป​กับ​พวกเขา 16 แต่​พระเจ้า​ทำ​ให้​พวกเขา จำ​พระองค์​ไม่​ได้ 17 พระเยซู​จึง​ถาม​ว่า “พวกคุณ​กำลัง​เดิน​คุย​กัน​เรื่อง​อะไร​หรือ” พวก​เขา​ก็​หยุด​เดิน ทำ​หน้าตา​เศร้า​หมอง 18 ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เคลโอปัส​ก็​ตอบ​ว่า “ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม สงสัย​จะ​มี​แต่​คุณ​เท่านั้น ที่​ไม่​รู้เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ที่​นั่น​เมื่อ​สอง​สาม​วัน​มา​นี้”

19 พระเยซู​ตอบ​ว่า “เกิด​อะไร​ขึ้น​หรือ”

พวกเขา​ตอบ​ว่า “ก็​เรื่อง​ที่​เกิด​กับ​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​ไง เขา​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า ใน​สายตา​ของ​พระเจ้า​และ​คน​ทั้งปวง​เห็น​ว่า​เยซู​เป็น​คน​ที่​มี​ฤทธิ์เดช​มาก ทั้ง​ใน​ด้าน​คำพูด​และ​การกระทำ 20 แต่​พวก​หัวหน้านักบวช​และ​พวกผู้นำของเรา ส่ง​เขา​ไป​ให้​ผู้​มี​อำนาจ​ของ​โรม​ตัดสิน​ประหารชีวิต แล้ว​เขา​ก็​ถูก​ตรึง​บน​ไม้​กางเขน 21 พวก​เรา​เคย​หวัง​ไว้​ว่า เขา​จะมา​ปลดปล่อย​ชนชาติ​อิสราเอล​ให้​เป็น​อิสระ เรื่องนี้​ก็​ได้​เกิด​ขึ้น​สาม​วัน​มา​แล้ว 22 แต่​เมื่อ​เช้าตรู่​วันนี้​เอง มี​ผู้หญิง​บางคน​ใน​พวก​เรา​ไป​ที่​อุโมงค์ แล้ว​มา​พูด​ให้​เรา​ประหลาดใจ​ว่า 23 พวกนาง​หา​เขา​ไม่​เจอ และ​ยัง​บอก​อีก​ว่า​ได้​เห็น​ทูตสวรรค์​สอง​องค์​ใน​นิมิต​มา​บอก​ว่า เยซู​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ 24 พวกเรา​บางคน​วิ่ง​ไป​ดู​ที่​อุโมงค์ ก็​ไม่​พบ​ศพ​จริงๆ​เหมือน​กับ​ที่​ผู้หญิง​กลุ่ม​นั้น​บอก”

25 แล้ว​พระเยซู​ก็​พูด​ว่า “ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ได้​โง่​อย่างนี้ ไม่​ยอม​เชื่อ​สิ่ง​ที่​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​บอก 26 ก่อน​ที่​พระคริสต์​จะ​ได้รับ​สง่าราศี​นั้น พระองค์​จะ​ต้อง​ทนทุกข์ทรมาน​ก่อน​ไม่​ใช่​หรือ” 27 แล้ว​พระเยซู​ก็​เริ่ม​อธิบาย​ข้อ​พระคัมภีร์​ต่างๆ​ที่​พูด​ถึง​พระองค์​จน​หมด​เกลี้ยง เริ่ม​ตั้งแต่​โมเสส​ตลอด​ไป​จน​ถึง​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ทุก​คน

28 เมื่อ​เกือบ​จะ​ถึง​หมู่บ้าน​เอมมาอูส พระเยซู​ทำ​ท่า​เหมือน​จะ​เดิน​เลย​ไป 29 พวกเขา​ก็​คะยั้นคะยอ​ให้​พระองค์​อยู่ และ​บอก​ว่า “นี่​ก็​เย็น​มาก​แล้ว ใกล้​มืด​แล้ว​ด้วย ไป​พัก​กับ​พวก​เรา​ก่อน​เถอะ” พระเยซู​จึง​เข้า​ไป​พัก​อยู่​กับ​พวกเขา

30 เมื่อ​พวกเขา​อยู่​ที่​โต๊ะ​อาหาร​นั้น พระองค์​หยิบ​ขนมปัง​ขึ้น​มา​ขอบคุณ​พระเจ้า แล้ว​ก็​หัก​ขนมปัง​แบ่ง​ให้​กับ​พวก​เขา 31 แล้ว​ตา​ของ​พวก​เขา​ก็​สว่าง​ขึ้น จำ​พระเยซู​ได้ แล้ว​พระองค์​ก็​หาย​วับ​ไป​กับ​ตา 32 พวก​เขา​จึง​พูด​กัน​ว่า “มิ​น่า​ล่ะ ใจ​ของ​เรา​ถึง​ได้​ร้อนรุ่ม​น่า​ดู​เลย ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​พระองค์​พูด​และ​อธิบาย​ข้อพระคัมภีร์​ให้​ฟัง”

33 ทั้ง​สอง​จึง​รีบ​ลุก​ขึ้น​กลับ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม​ทันที และ​พบ​กับ​พวกศิษย์เอก​ทั้ง​สิบเอ็ด​คน​ที่​ชุมนุม​กัน​อยู่​กับ​ศิษย์​คน​อื่นๆ 34 กลุ่ม​ที่​ชุมนุม​นั้น​ก็​บอก​กับ​สอง​คนนี้​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต ฟื้น​ขึ้น​มา​แล้ว​จริงๆ​พระองค์​มา​ปรากฏ​ตัว​ให้​ซีโมน​เห็น”

35 แล้ว​ทั้ง​สอง ก็​เล่า​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ระหว่าง​ทาง และ​เล่า​ให้​ฟัง​ว่า​พวก​เขา​จำ​พระเยซู​ได้​ตอน​ที่​พระองค์​หัก​ขนมปัง​ให้

พระเยซู​ปรากฏตัว​ต่อหน้า​ลูกศิษย์

(มธ. 28:16-20; มก. 16:14-18; ยน. 20:19-23; กจ. 1:6-8)

36 ขณะ​ที่​ทั้งสอง​ยัง​เล่า​เรื่องนี้​อยู่​นั้น พระเยซู​มา​ยืน​อยู่​กับ​พวก​เขา และ​พูด​ว่า “ขอ​ให้​อยู่​เย็น​เป็น​สุข”

37 พวก​เขา​ก็​สะดุ้ง​ตกใจกลัว คิด​ว่า​เจอ​ผี 38 พระเยซู​จึง​พูด​ว่า “ตกใจ​ทำไม ทำไม​ถึง​ขี้สงสัย​อย่างนี้ 39 ดู​มือ​และ​เท้า​ของ​เรา​สิ นี่​เป็น​ตัว​เรา​จริงๆ ไม่​เชื่อ​ลอง​จับ​ดู จะ​ได้​รู้​ว่า​ไม่​ใช่​ผี เพราะ​ผี​ไม่​มี​เนื้อ​ไม่​มี​กระดูก​อย่าง​ที่​คุณ​เห็น​เรา​มี​หรอก”

40 เมื่อ​พูด​เสร็จ พระองค์​ก็​ยื่น​มือ​และ​เท้า​ให้​พวก​เขา​ดู 41 พวกศิษย์​ดีใจ​และ​แปลกใจ​มาก ไม่​อยาก​เชื่อ​ว่า​เป็น​จริง แล้ว​พระเยซู​ก็​ถาม​ขึ้น​ว่า “มี​อะไร​กิน​บ้าง” 42 พวก​เขา​จึง​เอา​ปลา​ย่าง​ชิ้น​หนึ่ง​มา​ให้​พระองค์ 43 พระองค์​ก็​เอา​มา​กิน​ต่อ​หน้า​พวก​เขา

44 แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เมื่อ​ก่อน​ตอน​ที่​เรา​อยู่​กับ​พวก​คุณ เรา​ได้​บอก​แล้ว​ว่า ทุก​เรื่อง​ที่​ได้​เขียน​ไว้​เกี่ยวกับ​เรา​ใน​กฎปฏิบัติ​ของ​โมเสส ใน​หนังสือ​ของ​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า และ​ใน​หนังสือ​สดุดี จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​ตาม​นั้น”

45 แล้ว​พระองค์​เปิดใจ​พวก​เขา​ให้​เข้าใจ​พระคัมภีร์ 46 พระองค์​บอก​พวก​เขา​ว่า “พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า พระคริสต์​จะ​ต้อง​ทนทุกข์ทรมาน และ​จะ​ฟื้นขึ้นมา​จาก​ความตาย​ใน​วันที่​สาม 47 แล้ว​เรื่อง​การกลับตัว​กลับใจ​เพื่อ​จะ​ได้รับ​การอภัยโทษ​จาก​บาป​จะ​ต้อง​ถูกประกาศ​ไป​ใน​นาม​ของ​เรา​ให้​คน​ทุก​ชาติ​รู้ เริ่ม​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​ก่อน 48 พวก​คุณ​จะ​ต้อง​เป็น​พยาน​เล่า​เรื่อง​ทั้งหมดนี้​ที่​คุณ​เห็น 49 แล้ว​เรา​จะ​ส่ง​พระวิญญาณ​มา​ให้ เป็น​พระวิญญาณ​ที่​พระบิดา​ของ​เรา​ได้​สัญญา​ว่า​จะ​ให้​กับ​พวก​คุณ แต่​พวก​คุณ​ต้อง​คอย​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ก่อน จน​กว่า​จะ​ได้รับ​ฤทธิ์​อำนาจ​นั้น​จาก​สวรรค์”

พระเยซู​กลับ​สู่​สวรรค์

(มก. 16:19-20; กจ. 1:9-11)

50 จาก​นั้น​พระเยซู​ก็​นำ​พวกเขา​ไป​ที่​หมู่บ้าน​เบธานี และ​ยก​มือ​ขึ้น​อวยพร​พวกเขา 51 ขณะ​ที่​ยัง​อวยพร​อยู่​นั้น พระองค์​ก็​จาก​พวก​เขา​ไป โดย​ถูก​รับขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ 52 พวก​เขา​กราบไหว้​พระองค์ และ​กลับ​ไป​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ด้วย​ความปลาบปลื้มใจ 53 แล้ว​พวก​เขา​ก็​อยู่​ใน​วิหาร​เป็น​ประจำ​เพื่อ​สรรเสริญ​พระเจ้า