เลวีนิติ
คำนำ
หนังสือเลวีนิติ เป็นหนังสือกฎบัญญัติเล่มที่สามจากหนังสือกฎบัญญัติทั้งหมดห้าเล่ม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องหน้าที่ของชนเผ่าเลวี ที่พระเจ้าได้มอบหน้าที่ให้รับผิดชอบเรื่องพิธีต่างๆทางศาสนาของชนชาติอิสราเอลทั้งสิบสองเผ่า ชาวเลวีบางคนก็เป็นนักบวชด้วย
ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงหน้าที่ของนักบวช เรื่องการถวายเครื่องบูชาต่างๆ เรื่องเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่อยู่ในเต็นท์นั้น
1พิธีบูชาและเครื่องบูชา
1 แล้วพระยาห์เวห์เรียกโมเสสมาและพูดกับเขาจากเต็นท์นัดพบว่า 2 “ให้บอกกับประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘เมื่อใครก็ตามในหมู่พวกเจ้านำสัตว์มาถวายเป็นเครื่องบูชาให้กับพระยาห์เวห์ สัตว์ที่จะเอามาถวายนั้นจะต้องเอามาจากฝูงวัวหรือฝูงแพะแกะ
3 ถ้าเครื่องบูชานั้นเป็นเครื่องเผาบูชา ที่เอามาจากฝูงวัว เขาจะต้องเลือกวัวตัวผู้ที่ไม่มีตำหนิ แล้วให้เอามันไปที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ เพื่อมันจะได้เป็นที่ยอมรับ
4 เขาต้องวางมือลงบนหัวของสัตว์ตัวนั้นที่เอามาถวาย เพื่อให้พระยาห์เวห์ยอมรับมันจากคนนั้น เพื่อกำจัดบาปให้กับคนนั้น
5 เขาจะต้องฆ่าวัวตัวนั้นเองต่อหน้าพระยาห์เวห์ แล้วลูกชายของอาโรนที่เป็นนักบวชจะเป็นคนเอาเลือดของวัวนั้นมาให้พระยาห์เวห์ พวกเขาต้องสาดเลือดนั้นไปทุกๆด้านของแท่นบูชาที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้าของเต็นท์นัดพบ 6 หลังจากนั้น เจ้าของจะต้องถลกหนังวัวตัวนั้นและตัดเนื้อของมันออกเป็นชิ้นๆ 7 แล้วพวกนักบวช ที่เป็นลูกชายของอาโรน ก็จะก่อไฟขึ้นที่แท่นบูชาและนำไม้ฟืนมาวางเรียงกันบนกองไฟ 8 พวกเขาต้องเอาส่วนที่เป็นเนื้อ ส่วนหัวและไขมันของวัวตัวนั้นมาวางเรียงกันบนฟืนที่สุมไฟอยู่บนแท่นบูชา 9 ส่วนเครื่องในและขาของมันให้เจ้าของนำไปล้างน้ำ แล้วนักบวชจะนำไปเผาจนหมดบนแท่นบูชา เป็นของขวัญอันมีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์
10 ถ้าเขาเอาวัวหรือแกะหรือแพะ มาถวายเป็นเครื่องเผาบูชา เขาต้องถวายสัตว์ตัวผู้ที่ไม่มีตำหนิ 11 เขาต้องเอามันไปฆ่าต่อหน้าพระยาห์เวห์ ทางทิศเหนือของแท่นบูชา และพวกนักบวชที่เป็นลูกชายของอาโรน จะเอาเลือดของมันไปสาดทุกๆด้านของแท่นบูชา 12 เจ้าของจะต้องหั่นสัตว์ตัวนั้นออกเป็นชิ้นๆและนักบวชจะเอาส่วนที่เป็นเนื้อ ส่วนหัวและไขมันของมัน ไปวางเรียงกันบนฟืนที่สุมไฟอยู่บนแท่นบูชา 13 ส่วนเครื่องในและขาของมันให้เจ้าของเอาไปล้างน้ำ แล้วนักบวชจะเอาไปเผาจนหมดบนแท่นบูชา มันเป็นของขวัญอันมีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์
14 ถ้าเขาเอานกมาถวายเป็นเครื่องเผาบูชาให้กับพระยาห์เวห์ เขาต้องใช้นกเขาหรือนกพิราบที่ยังหนุ่มๆ 15 นักบวชต้องเป็นคนเอานกนั้นไปที่แท่นบูชา และบิดหัวมัน นำไปเผาบนแท่นบูชา เลือดของมันจะไหลลงทางด้านข้างของแท่นบูชา 16 เจ้าของต้องดึงกระเพาะข้าว+ 1:16 กระเพาะข้าว มีลักษณะเป็นถุงขนาดเล็กอยู่ในคอของนก เมื่อนกกินอาหาร มันจะไปรวมอยู่ในถุงเพื่อถูกทำให้นุ่มก่อน และถอนขนนกออก แล้วโยนทิ้งไปทางด้านตะวันออกของแท่นบูชาซึ่งเป็นที่ทิ้งขี้เถ้า 17 นักบวชต้องจับปีกทั้งสองแล้วฉีกนกออกแต่ต้องไม่ขาดจากกัน นักบวชจะนำมันไปเผาบนแท่นบูชาที่มีไม้ฟืนสุมอยู่บนกองไฟ เป็นของขวัญอันมีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์
2เครื่องบูชาจากเมล็ดพืช
1 เมื่อมีคนถวายเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชให้กับพระยาห์เวห์ ขอให้เครื่องบูชาของเขานั้นเป็นแป้งอย่างดีที่สุด และเขาต้องเทน้ำมันลงไปและใส่กำยาน+ 2:1 กำยาน ต้นไม้ชนิดพิเศษตากแห้ง เมื่อเผาแล้วจะให้ควันที่มีกลิ่นหอมหวาน ใช้เป็นของขวัญให้กับพระเจ้า ลงไปด้วย 2 จากนั้น เขาต้องเอาเครื่องบูชานี้ไปให้พวกนักบวช ที่เป็นลูกชายของอาโรน แล้วนักบวชจะต้องหยิบแป้งอย่างดี ที่มีน้ำมันกับกำยานนั้นขึ้นมาหนึ่งกำมือ แล้วก็เอาไปเผาบนแท่นบูชา เป็นส่วนที่แทนเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชทั้งหมด เป็นของขวัญอันมีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์ 3 เครื่องบูชาจากเมล็ดพืชส่วนที่เหลือ จะเป็นของอาโรนและพวกลูกชายของเขา เพราะมันเป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์
เครื่องบูชาจากเมล็ดพืชอบ
4 เมื่อเจ้าถวายเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชที่อบจากเตา คือ ขนมปังไม่ใส่เชื้อฟู ผสมน้ำมัน หรือขนมปังแผ่นบางๆไม่ใส่เชื้อฟู ทาด้วยน้ำมัน เจ้าต้องใช้แป้งอย่างดีที่สุดมาทำ 5 ถ้าเจ้าถวายเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช ที่ปิ้งบนแผ่นเหล็กกลม เจ้าก็ต้องทำจากแป้งอย่างดี ที่ผสมน้ำมันและไม่ใส่เชื้อฟู 6 เจ้าต้องทำให้มันแตกเป็นชิ้นเล็กๆแล้วเทน้ำมันลงบนมัน มันคือเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช 7 ถ้าเจ้าถวายเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช ที่ทอดในกระทะ เจ้าต้องทำจากแป้งอย่างดี ในน้ำมัน
8 เมื่อเจ้าเอาเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช มาถวายให้กับพระยาห์เวห์ ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีไหนก็ตามที่บอกมาแล้ว เจ้าต้องเอามันไปให้กับนักบวช แล้วนักบวชก็จะเอาไปที่แท่นบูชา 9 หลังจากนั้น นักบวชจะหยิบออกมาบางส่วน เป็นส่วนที่แทนเครื่องบูชาทั้งหมด แล้วนำไปเผาบนแท่นบูชา เป็นของขวัญ อันมีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์ 10 เครื่องบูชาจากเมล็ดพืชส่วนที่เหลือ จะเป็นของอาโรนและพวกลูกชายของเขา เพราะมันเป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์
11 เครื่องบูชาจากเมล็ดพืช ที่เจ้าเอามาถวายให้พระยาห์เวห์นั้น ต้องไม่ใส่เชื้อฟู เพราะเจ้าไม่สามารถเผาเชื้อฟูหรือน้ำเชื่อมจากผลไม้ เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ได้ 12 แต่เจ้าใช้เชื้อฟูกับน้ำหวานจากผลไม้ ถวายพระยาห์เวห์ได้ ถ้ามันเป็นผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยวครั้งแรกของปี แต่จะต้องไม่เอาไปเผาบนแท่นบูชาเพื่อเป็นกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์ 13 เจ้าจะต้องปรุงเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชทุกอย่างด้วยเกลือ+ 2:13 เกลือ ในสมัยนั้นการกินเกลือด้วยกัน เป็นการทำสัญญาว่าจะจงรักภักดีต่อกันและกันตลอดไป ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือ เอสราห์ 4:14; 2 พงศาวดาร 13:5; กันดารวิถี 18:19 เจ้าจะต้องไม่ลืมใส่เกลือที่เป็นเครื่องเตือนใจถึงสัญญาที่เจ้ากับพระเจ้าของเจ้ามีต่อกัน ลงในเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชด้วย และเจ้าจะต้องถวายเกลือพร้อมๆกับเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชทั้งหมดของเจ้าด้วย
เครื่องบูชาจากเมล็ดพืชรุ่นแรก
14 ถ้าเจ้าเอาเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช ที่เก็บเกี่ยวเป็นรุ่นแรก มาถวายให้กับพระยาห์เวห์ เจ้าต้องถวายรวงใหม่ๆที่บดเมล็ดจนละเอียดและย่างไฟมาแล้ว เป็นเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช ที่เก็บเกี่ยวเป็นรุ่นแรก 15 เจ้าต้องใส่น้ำมันลงไปในเมล็ดพืชที่บดแล้วนั้น พร้อมกับกำยานบนมันด้วย มันเป็นเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช 16 นักบวชต้องเอากำยานทั้งหมดกับส่วนหนึ่งของเมล็ดพืชที่บดนี้และน้ำมัน มาเป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ เป็นส่วนที่แทนเครื่องบูชาทั้งหมด
3เครื่องสังสรรค์บูชา
1 ถ้าเครื่องบูชาของเขาเป็นเครื่องสังสรรค์บูชา และถ้าเขาใช้วัว เขาสามารถใช้วัวตัวผู้หรือตัวเมียถวายให้กับพระยาห์เวห์ก็ได้ แต่ต้องเป็นวัวที่ไม่มีตำหนิ 2 เขาต้องวางมือลงบนหัวของมัน และเอามันไปฆ่าที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ และพวกนักบวชที่เป็นลูกชายของอาโรน จะต้องเอาเลือดของมันไปสาดทุกๆด้านของแท่นบูชา 3 เครื่องสังสรรค์บูชา เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ เขาจะต้องถวายส่วนที่เป็นไขมันที่ติดอยู่ในเครื่องใน และไขมันทั้งหมดที่อยู่รอบๆเครื่องใน 4 ไตทั้งสองข้าง ไขมันที่ติดอยู่รอบๆไต คือส่วนที่ติดกับกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง และพังผืดของตับ เขาจะต้องเอามันออกพร้อมกับไต 5 ลูกชายของอาโรนต้องเอามันไปเผาบนแท่นบูชาพร้อมกับเครื่องเผาบูชา ที่อยู่บนกองฟืนที่สุมไฟอยู่ เป็นของขวัญอันมีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์
6 ถ้าคนเอาแกะหรือแพะมาถวายเป็นเครื่องสังสรรค์บูชาให้กับพระยาห์เวห์ สัตว์นั้นจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมียก็ได้ แต่ต้องไม่มีตำหนิ 7 ถ้าเขาถวายแกะเป็นเครื่องบูชา เขาต้องนำมันไปไว้ต่อหน้าพระยาห์เวห์ 8 แล้ววางมือของเขาลงบนหัวของแกะตัวนั้น แล้วเขาต้องฆ่าแกะตัวนั้นที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ และพวกนักบวชที่เป็นลูกชายของอาโรน ก็จะเอาเลือดของมันไปสาดทุกๆด้านของแท่นบูชา 9 แล้วเขาต้องเอาส่วนหนึ่งของเครื่องสังสรรค์บูชา มาเป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ เขาจะต้องถวายส่วนที่เป็นไขมันทั้งหมด ตั้งแต่หางไปถึงปลายสุดของกระดูกสันหลัง ไขมันที่อยู่ใกล้กับส่วนเครื่องใน และที่ติดอยู่รอบๆเครื่องใน 10 ไตทั้งสองข้าง กับไขมันของมันที่ติดอยู่กับกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง และพังผืดของตับ เขาต้องเอามันออกไปพร้อมๆกับไตทั้งสองข้าง 11 แล้วนักบวชจะเอามันไปเผาบนแท่นบูชา เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์
12 ถ้าเขาใช้แพะเป็นเครื่องสังสรรค์บูชา เขาต้องนำมันมาต่อหน้าพระยาห์เวห์ 13 แล้ววางมือของเขาลงบนหัวของมัน และฆ่ามันที่หน้าเต็นท์นัดพบ พวกนักบวชที่เป็นลูกชายของอาโรน ต้องเอาเลือดของมันไปสาดทุกๆด้านของแท่นบูชา 14 เขาต้องนำส่วนหนึ่งของเครื่องสังสรรค์บูชานี้มาเป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ คือ ส่วนไขมันที่ติดอยู่กับเครื่องใน และที่ติดอยู่รอบๆเครื่องใน 15 ส่วนไตทั้งสองข้าง กับไขมันของมันที่อยู่ส่วนล่างของกล้ามเนื้อหลัง และพังผืดของตับ เขาต้องเอามันออกมาพร้อมๆกับไตทั้งสองข้าง 16 แล้วนักบวชจะเป็นคนเอามันไปเผาบนแท่นบูชา เป็นของขวัญ อันมีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์ ส่วนของไขมันทั้งหมดจะต้องเป็นของพระยาห์เวห์ 17 นี่จะเป็นกฎที่เจ้าต้องทำตามตลอดชั่วลูกชั่วหลานไม่ว่าเจ้าจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม คือ เจ้าจะต้องไม่กินส่วนที่เป็นไขมันและเลือดของสัตว์’”
4เครื่องบูชาสำหรับบาปที่ไม่ได้ตั้งใจ
(ลนต. 6:24-30)
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้บอกกับประชาชนชาวอิสราเอลว่า เมื่อมีใครทำบาปโดยไม่ได้ตั้งใจ และเกิดไปทำอะไรก็ตามที่พระยาห์เวห์สั่งไว้ว่าอย่าทำ
3 ถ้าคนที่ทำผิดบาปนั้นเป็นนักบวชที่ได้รับการเจิมมาแล้ว+ 4:3 นักบวชที่ได้รับการเจิมมาแล้ว เห็นได้อย่างเด่นชัดว่าคำนี้คือชื่ออีกชื่อหนึ่งหรือตำแหน่งสำหรับนักบวชระดับสูง เพราะว่าน้ำมันที่เทลงบนหัวของเขานั้นเป็นเครื่องหมายสำคัญว่าพระเจ้าได้เลือกเขาให้เป็นผู้รับใช้พระองค์ เขาก็จะทำให้ประชาชนพลอยมีความผิดไปด้วย เขาจะต้องเอาวัวตัวผู้จากฝูงมาถวายให้กับพระยาห์เวห์ เป็นเครื่องบูชาชำระล้าง สำหรับบาปที่เขาได้ทำลงไป และวัวตัวนั้นต้องไม่มีตำหนิ 4 เขาต้องเอาวัวตัวนั้นไปที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบต่อหน้าพระยาห์เวห์ และวางมือของเขาลงบนหัวของมัน แล้วฆ่ามันต่อหน้าพระยาห์เวห์ 5 นักบวชที่ได้รับการเจิมนั้น จะต้องเอาเลือดส่วนหนึ่งของวัวตัวผู้นั้นไปที่เต็นท์นัดพบ 6 แล้วจุ่มนิ้วมือของเขาลงในเลือดและพรมเลือดเจ็ดครั้งที่หน้าผ้าม่านของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดต่อหน้าพระยาห์เวห์ 7 นักบวชคนนั้นต้องเอาเลือดป้ายตรงปลายเชิงงอนของแท่นบูชาที่เผาเครื่องหอม แท่นบูชานี้อยู่ในเต็นท์นัดพบ ต่อหน้าพระยาห์เวห์ 8 และเขาต้องเอาส่วนที่เป็นไขมันของวัวตัวผู้ที่เป็นเครื่องบูชาชำระล้างตัวนั้น รวมทั้งไขมันที่อยู่ในเครื่องในและรอบๆเครื่องในนั้น 9 เขาต้องเอาไตทั้งสองข้างกับไขมันที่ติดอยู่กับไตนั้น ที่อยู่ส่วนล่างของกล้ามเนื้อหลัง และเขาต้องเอาพังผืดของตับ เขาต้องเอามันออกไปพร้อมๆกับไตทั้งสองข้าง 10 เขาต้องเอาส่วนไขมันทั้งหมดออกจากเครื่องบูชาชำระล้าง เหมือนกับที่เขาเอาไขมันออกจากวัวที่ใช้เป็นเครื่องสังสรรค์บูชา แล้วนักบวชต้องเอาไขมันพวกนั้นมาถวายบนแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชา 11 แต่นักบวชจะต้องเอาส่วนที่เหลือทั้งหมดของวัว คือส่วนหนัง ส่วนเนื้อทั้งหมด ส่วนหัว ส่วนขา ส่วนเครื่องในและขี้ของมันออกไปนอกค่าย ไปยังที่ที่บริสุทธิ์ คือที่ทิ้งขี้เถ้า แล้วเผามันบนกองฟืนที่สุมไฟอยู่ ตรงที่ทิ้งขี้เถ้านั้น
13 ถ้าชนชาติอิสราเอลทั้งหมดทำผิดบาปโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่มีใครรู้ตัวว่าได้ทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์สั่งห้ามไม่ให้ทำ พวกเขาก็จะมีความผิด 14 เมื่อพวกเขารู้ถึงความบาปที่ได้ทำนั้น คนในที่ประชุมต้องนำวัวตัวผู้มาตัวหนึ่งจากฝูง มาเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง พวกเขาต้องเอามันมาที่หน้าเต็นท์นัดพบ 15 แล้วพวกผู้นำของชุมชนนั้นต้องวางมือลงบนหัวของมันต่อหน้าพระยาห์เวห์ และต้องฆ่าวัวตัวนั้นต่อหน้าพระยาห์เวห์ 16 แล้วนักบวชที่ได้รับการเจิมมาแล้ว ต้องนำเลือดบางส่วนของวัวตัวผู้นั้นไปที่เต็นท์นัดพบ 17 แล้วนักบวชนั้นต้องจุ่มนิ้วของเขาลงในเลือด แล้วพรมลงไปที่หน้าผ้าม่านเจ็ดครั้งต่อหน้าพระยาห์เวห์ 18 แล้วเอาเลือดส่วนหนึ่งทาที่เชิงงอนของแท่นบูชาที่ตั้งอยู่หน้าพระยาห์เวห์ในเต็นท์นัดพบ ส่วนเลือดที่เหลือทั้งหมด ให้เทลงไปที่ฐานแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชา ที่ตั้งอยู่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ 19 เขาต้องเอาส่วนที่เป็นไขมันทั้งหมดออกมาและนำไปเผาบนแท่นบูชา 20 เขาต้องทำกับวัวตัวผู้นี้เหมือนกับที่ทำกับวัวที่เป็นเครื่องบูชาชำระล้างให้กับนักบวช และด้วยวิธีนี้นักบวชจะชำระล้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แทนประชาชนชาวอิสราเอลและพวกเขาจะได้รับการอภัย 21 หลังจากนั้น ให้แบกวัวตัวนั้นออกไปนอกค่ายและเผามันเหมือนกับที่เผาวัวตัวแรกนั้น มันเป็นเครื่องบูชาชำระล้างสำหรับชุมชน
22 เมื่อผู้นำทำผิดบาปและได้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาสั่งห้ามไว้ โดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเขาก็จะมีความผิด 23 เมื่อเขาเกิดรู้ตัวขึ้นมาว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นบาป เขาต้องเอาแพะตัวผู้มาตัวหนึ่งจากฝูง สำหรับเป็นเครื่องบูชา แพะตัวนี้ต้องไม่มีตำหนิ 24 แล้วเขาต้องวางมือลงบนหัวของมัน และนำมันไปฆ่าในที่สำหรับฆ่าเครื่องเผาบูชาต่อหน้าพระยาห์เวห์ มันเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง 25 นักบวชจะต้องเอานิ้วป้ายเลือดของเครื่องบูชาชำระล้างนี้ และไปทาที่เชิงงอนของแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชา ส่วนเลือดที่เหลือทั้งหมด เขาจะนำไปเทที่ฐานแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชา 26 นักบวชต้องเอาส่วนที่เป็นไขมันทั้งหมดของแพะมาเผาบนแท่นบูชา เขาต้องเผามันให้เหมือนที่เขาเผาส่วนไขมันจากเครื่องสังสรรค์บูชา ด้วยวิธีนี้นักบวชจะชำระล้างแท่นบูชาแทนผู้นำคนนั้นเพราะบาปที่เขาทำให้แท่นบูชาแปดเปื้อน แล้วเขาจะได้รับการอภัย
27 ถ้าคนหนึ่งคนใดในชุมชนทำผิดบาปโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์สั่งห้ามไว้ไม่ให้ทำ เขาก็จะมีความผิด 28 เมื่อเขารู้ตัวขึ้นมาว่าทำผิด เขาต้องนำแพะตัวเมียจากฝูงมาตัวหนึ่ง เป็นเครื่องบูชาสำหรับบาปที่เขาทำ แต่แพะตัวนั้นจะต้องไม่มีตำหนิ 29 เขาต้องวางมือลงบนหัวของสัตว์ที่จะใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้าง และนำมันไปฆ่าในที่สำหรับฆ่าเครื่องเผาบูชา 30 แล้วนักบวชต้องเอานิ้วป้ายเลือดบางส่วนของแพะ เอาไปทาที่เชิงงอนของแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชา และเทเลือดแพะส่วนที่เหลือลงที่ฐานของแท่นบูชานั้น 31 เขาต้องเลาะส่วนที่เป็นไขมันทั้งหมดของแพะตัวนั้นออกเหมือนกับที่เขาเอาไขมันออกจากเครื่องสังสรรค์บูชา และนักบวชต้องเอาไขมันเหล่านี้ไปเผาบนแท่นบูชา เป็นกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์ โดยวิธีนี้ นักบวชจะชำระล้างแท่นบูชาแทนคนๆนั้นและเขาจะได้รับการอภัย
32 ถ้าเขาใช้แกะเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง เขาต้องเอาแกะตัวเมียที่ไม่มีตำหนิ 33 แล้วเขาต้องวางมือลงบนหัวเครื่องบูชาชำระล้างนั้น และเอามันไปฆ่าในที่สำหรับฆ่าเครื่องเผาบูชา 34 นักบวชต้องเอานิ้วป้ายเลือดบางส่วนของมัน ไปทาที่เชิงงอนของแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชา และเทเลือดแกะส่วนที่เหลือทั้งหมดลงที่ฐานของแท่นบูชานั้น 35 แล้วนักบวชต้องเอาส่วนไขมันทั้งหมดของแกะออก เหมือนกับที่เอาไขมันออกจากแกะที่ใช้เป็นเครื่องสังสรรค์บูชา และนักบวชก็เอาไขมันทั้งหมดไปเผาบนแท่นบูชา พร้อมกับเครื่องบูชาอื่นๆเป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ โดยวิธีนี้ นักบวชจะชำระล้างแท่นบูชาแทนคนๆนั้นเพราะบาปที่เขาทำให้แท่นบูชาแปดเปื้อนและเขาจะได้รับการอภัย
5บาปอย่างอื่นที่ทำโดยไม่ได้ตั้งใจ
1 ถ้าคนทำบาปในกรณีดังต่อไปนี้ คือ ถ้าคนไหนไปเห็นหรือได้ยินอะไรมา แต่ไม่ยอมพูด ทั้งๆที่รู้เห็นเป็นพยาน เขาจะต้องรับโทษจากบาปนี้
2 หรือมีใครไปจับต้องถูกสิ่งที่ไม่สะอาด+ 5:2 สิ่งที่ไม่สะอาด ไม่บริสุทธิ์หรือไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นเครื่องบูชาพระเจ้า อาจจะเป็นซากของสัตว์ป่า หรือซากของสัตว์ที่ไม่สะอาด หรือซากสัตว์เลื้อยคลานที่ไม่สะอาด โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ เขาก็ยังคงไม่สะอาดและมีความผิดอยู่ดี
3 หรือเมื่อมีใครไปแตะต้องถูกสิ่งที่ไม่สะอาดของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่สะอาดแบบไหนก็ตามโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้เขาไม่สะอาด แล้วสุดท้ายเขาก็รู้เข้า เขาก็มีความผิด
4 หรือมีใครสาบานแบบชุ่ยๆไม่ได้คิดเสียก่อน ไม่ว่าสาบานที่จะทำเรื่องร้ายหรือเรื่องดีก็ตาม ไม่ว่าเขาจะสาบานชุ่ยๆอะไรไป แล้วเกิดลืมขึ้นมา สุดท้ายถึงนึกขึ้นได้ เขาก็มีความผิด 5 ถ้าใครที่ทำผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่บอกมานี้ ก็ให้คนๆนั้นสารภาพบาปที่เขาทำ 6 เขาต้องเอาค่าปรับมาถวายพระยาห์เวห์ สำหรับบาปที่เขาทำไป เขาต้องเอาแกะตัวเมีย หรือแพะตัวเมียมาจากฝูง เพื่อเป็นของถวายชดใช้ ด้วยวิธีนี้นักบวชจะชำระล้างแท่นบูชาแทนคนๆนั้นเพราะบาปที่เขาทำให้แท่นบูชาแปดเปื้อน
7 ถ้าคนๆนั้นไม่สามารถซื้อแกะ เขาอาจใช้นกเขาสองตัวหรือนกพิราบสองตัว มาเป็นค่าปรับสำหรับบาปที่เขาทำไป นกตัวหนึ่งใช้เป็นของถวายชดใช้ อีกตัวหนึ่งใช้เป็นเครื่องเผาบูชา 8 เขาต้องเอานกทั้งสองตัวไปให้กับนักบวช แล้วนักบวชก็จะถวายตัวที่ใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้างก่อน นักบวชต้องบิดคอมัน แต่ไม่ให้ส่วนหัวหลุดจากตัว 9 แล้วเขาต้องพรมเลือดบางส่วนของเครื่องบูชาชำระล้างนี้ไปที่ด้านข้างของแท่นบูชา เลือดส่วนที่เหลือให้เทลงที่ฐานของแท่นบูชา มันเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง 10 นกตัวที่สอง ให้เอาไปเป็นเครื่องเผาบูชาตามกฎที่ให้ไว้ ด้วยวิธีนี้นักบวชจะชำระล้างแท่นบูชาแทนคนๆนั้น เพราะบาปที่เขาทำไปทำให้แท่นบูชาแปดเปื้อน แล้วเขาจะได้รับการอภัย
11 ถ้าคนๆนั้นไม่สามารถซื้อนกเขาสองตัวหรือนกพิราบสองตัว ก็ให้เขาใช้แป้งอย่างดีแปดถ้วย+ 5:11 แปดถ้วย หรือ 0.1 เอฟาห์ มาเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง แต่ต้องไม่เทน้ำมันและกำยานลงในแป้งนั้น เพราะมันเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง 12 เขาต้องนำแป้งนั้นไปให้นักบวช แล้วนักบวชจะหยิบแป้งขึ้นมาหนึ่งกำมือ เป็นส่วนที่แทนเครื่องบูชาทั้งหมด และนำไปเผาบนแท่นบูชา เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ มันเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง 13 ด้วยวิธีนี้นักบวชจะชำระล้างแท่นบูชาแทนคนๆนั้น เพราะบาปหนึ่งบาปใดในบาปเหล่านี้ที่คนนั้นทำไป ทำให้แท่นบูชาแปดเปื้อน แล้วเขาจะได้รับการอภัย ส่วนแป้งที่เหลือจะเป็นของนักบวช เหมือนกับเป็นเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช”
14 แล้วพระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 15 “เมื่อมีใครทำผิดโดยไม่รู้ตัวต่อสิ่งที่ได้สงวนไว้ให้กับพระยาห์เวห์+ 5:15 สิ่งที่ … พระยาห์เวห์ คงหมายถึง ของขวัญพิเศษที่คนนั้นสัญญาว่าจะถวาย แต่ลืมไม่ได้ถวาย เขาจะต้องชดใช้ให้กับพระยาห์เวห์ เป็นแกะตัวผู้อย่างดีที่ไม่มีตำหนิจากฝูง หรือเป็นจำนวนเงินที่เท่าเทียมกัน โดยใช้น้ำหนักมาตรฐานของวิหาร มันเป็นของถวายชดใช้ 16 คนๆนั้นต้องชดใช้สำหรับความผิดที่เขาได้ทำต่อสิ่งที่ได้สงวนไว้ให้กับพระยาห์เวห์ และจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งในห้า แล้วเอาไปให้กับนักบวช และโดยวิธีนี้นักบวชจะกำจัดบาปเพื่อเขา โดยใช้แกะตัวผู้เป็นของถวายชดใช้ และเขาจะได้รับการอภัย
17 เมื่อคนๆหนึ่งทำบาปและทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์สั่งห้ามไว้ว่าอย่าทำ โดยไม่รู้ตัว เขาก็มีความผิดและต้องรับโทษจากบาปนั้นอยู่ดี 18 เขาต้องนำแกะตัวผู้ที่ไม่มีตำหนิจากฝูงมาให้นักบวช ให้มีมูลค่าเท่ากับที่กำหนดไว้สำหรับเป็นของถวายชดใช้ โดยวิธีนี้นักบวชจะกำจัดบาปเพื่อเขาเพราะเขาทำผิดโดยไม่รู้ตัว แล้วเขาจะได้รับการอภัย 19 มันเป็นของถวายชดใช้สำหรับความผิดที่เขาได้ทำต่อพระยาห์เวห์”
6ของชดใช้สำหรับสิ่งที่โกงเขา
(กดว. 5:5-10)
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “เมื่อมีคนๆหนึ่งทำผิดและล่วงเกินพระยาห์เวห์ ด้วยการทำบาปต่อไปนี้ คือโกหกเพื่อนบ้านเกี่ยวกับของที่เพื่อนบ้านฝากให้เขาดูแล หรือเกี่ยวกับของที่เอามาวางมัดจำ+ 6:2 วางมัดจำ คือค่าประกันหรือของประกัน เป็นเงินที่จ่ายล่วงหน้าบางส่วน เพื่อพิสูจน์ว่าเขาจะกลับมาจัดการกับส่วนที่เหลือแน่ที่เขาได้รับ หรือเกี่ยวกับสิ่งที่กู้ยืมมา หรือของที่ไปปล้นหรือโกงเพื่อนบ้านมา 3 หรือเจอของหายแต่โกหกว่าไม่เจอ หรือสาบานว่าไม่ได้ทำในสิ่งที่ได้ทำลงไปซึ่งเป็นบาป 4 เมื่อคนๆนั้นได้ทำบาป เขามีความผิด เขาต้องคืนสิ่งที่เขาได้ปล้นมา หรือโกงมา หรือของที่คนอื่นฝากให้เขาดูแล หรือของที่เขาเจอ 5 หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เขาได้สาบานเท็จไว้ เขาต้องชดใช้เต็มมูลค่าของนั้น และต้องเพิ่มไปอีกหนึ่งในห้าของมูลค่าของนั้น เขาต้องชดใช้ให้กับเจ้าของ ในวันที่พิสูจน์ได้ว่าเขาทำผิดจริง
6 และเขาต้องเอาของถวายชดใช้มาให้กับพระยาห์เวห์ เป็นแกะตัวผู้ที่ไม่มีตำหนิจากฝูง ตามมูลค่าที่ถูกต้องสำหรับเป็นของถวายชดใช้ แล้วเอามาให้กับนักบวช 7 และโดยวิธีนี้นักบวชจะกำจัดบาปเพื่อเขาต่อหน้าพระยาห์เวห์ และเขาจะได้รับการอภัยสำหรับอะไรก็ตามที่เขาทำไปซึ่งทำให้เขามีความผิด”
เครื่องเผาบูชา
(อพย. 29:38-43; กดว. 28:1-8)
8 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 9 “ให้สั่งอาโรนและพวกลูกๆของเขาว่า ‘นี่คือกฎระเบียบสำหรับเครื่องเผาบูชา เครื่องเผาบูชาจะต้องอยู่บนไฟบนแท่นบูชาตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า และไฟบนแท่นบูชาจะต้องเผาอยู่ตลอดเวลา 10 นักบวชต้องสวมเสื้อคลุมที่เป็นผ้าลินิน และสวมชุดชั้นในที่เป็นผ้าลินินด้วย เครื่องเผาบูชาที่ถูกไฟเผาบนแท่นบูชา จนกลายเป็นขี้เถ้านั้น นักบวชจะต้องโกยเอาขี้เถ้านั้นมาวางไว้ข้างๆแท่นบูชา 11 จากนั้นนักบวชก็ถอดเสื้อผ้าออก แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวอื่นแทน แล้วเอาขี้เถ้านั้นออกไปนอกค่าย ไปไว้ในสถานที่ที่บริสุทธิ์ 12 แต่ไฟบนแท่นบูชาจะต้องเผาต่อไปเรื่อยๆ ระวังให้ดี อย่าให้ไฟนั้นดับ นักบวชจะต้องคอยเติมฟืนลงไปทุกๆเช้า และคอยจัดการเรื่องเครื่องเผาบูชาบนแท่นนี้ และเผาส่วนไขมันของเครื่องสังสรรค์บูชาบนแท่นบูชานี้ 13 ไฟบนแท่นบูชาต้องเผาอยู่ตลอดเวลา อย่าปล่อยให้มันดับ
เครื่องบูชาจากเมล็ดพืช
14 นี่คือกฎระเบียบสำหรับเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช พวกลูกชายของอาโรนต้องถวายเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชต่อหน้าพระยาห์เวห์บนแท่นบูชา 15 นักบวชต้องหยิบแป้งอย่างดี กับน้ำมัน จากเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชมาหนึ่งกำมือ พร้อมกับกำยาน+ 6:15 กำยาน ต้นไม้ชนิดพิเศษตากแห้ง เมื่อเผาแล้วจะให้ควันที่มีกลิ่นหอมหวาน ใช้เป็นของขวัญให้พระเจ้า ทั้งหมด แล้วก็เอาส่วนนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่แทนเครื่องบูชาทั้งหมด ไปเผาบนแท่นบูชา เป็นกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์
16 อาโรนกับพวกลูกชายของเขากินส่วนที่เหลือได้ ต้องกินมันโดยไม่มีเชื้อฟู และต้องกินในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาต้องกินมันในลานของเต็นท์นัดพบ 17 ต้องเอามันไปอบโดยไม่ใส่เชื้อฟู เราให้ส่วนนี้กับพวกเขาเป็นส่วนแบ่งจากพวกของขวัญ มันเป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เหมือนกับเครื่องบูชาชำระล้างและเป็นของถวายชดใช้ 18 ชายทุกคนที่เป็นลูกหลานของอาโรนก็กินมันได้ มันเป็นส่วนแบ่งจากพวกของขวัญที่นำมาถวายพระยาห์เวห์ ที่ให้กับลูกหลานของเขาตลอดไป ใครก็ตามที่แตะต้องเครื่องบูชาเหล่านี้ก็จะถูกอุทิศไว้ให้กับพระยาห์เวห์’”
เครื่องบูชาจากเมล็ดพืชของนักบวช
19 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 20 “นี่คือเครื่องบูชาที่อาโรนและพวกลูกชายของเขา ต้องเอามาถวายให้กับพระยาห์เวห์ ในวันที่อาโรนได้รับการเจิม ให้เป็นนักบวชสูงสุด คือแป้งอย่างดีประมาณสองลิตรเป็นเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชประจำวัน ถวายครึ่งหนึ่งในตอนเช้าและอีกครึ่งหนึ่งในตอนเย็น 21 ให้เอาแป้งผสมกับน้ำมันให้เข้ากัน แล้วเอาไปเตรียมบนกระทะเหล็ก และถวายเป็นเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช ที่เป็นชิ้นๆเป็นกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์
22 ลูกหลานของอาโรนรุ่นต่อไป ที่ได้รับการเจิมให้มาเป็นนักบวชสูงสุดแทนอาโรน จะต้องเป็นคนเตรียมเครื่องบูชานี้ มันคือส่วนแบ่งของพระยาห์เวห์ตลอดไป มันจะต้องเผาจนหมดเกลี้ยง 23 และเครื่องบูชาทั้งหมดที่นักบวชทำขึ้นมา จะต้องเอาไปเผาให้หมดเกลี้ยง ห้ามเอามากิน”
กฎของเครื่องบูชาชำระล้าง
(ลนต. 4:1, 2)
24 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 25 “ให้บอกอาโรนกับลูกๆของเขาว่า ‘นี่เป็นกฎระเบียบสำหรับเครื่องบูชาชำระล้าง คือให้ฆ่าเครื่องบูชาชำระล้างตรงที่เดียวกับที่ฆ่าเครื่องเผาบูชา ต่อหน้าพระยาห์เวห์ มันเป็นที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 26 นักบวชที่ถวายเครื่องบูชาชำระล้าง ก็จะต้องกินมัน แต่ต้องกินในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในลานของเต็นท์นัดพบ 27 ใครก็ตามที่แตะต้องเนื้อของเครื่องบูชานี้ จะต้องถูกอุทิศไว้ให้กับพระยาห์เวห์ ถ้าเลือดมันกระเด็นไปถูกเสื้อผ้าของใครเข้า คนๆนั้นจะต้องล้างมันในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 28 และต้องทุบทิ้งหม้อดินทุกใบที่ใช้ต้มเนื้อของเครื่องบูชาชำระล้างนั้น แต่ถ้าใช้หม้อทองสัมฤทธิ์ต้ม ต้องขัดหม้อนั้นและล้างด้วยน้ำ
29 ผู้ชายทุกคนที่เป็นนักบวชจะกินเนื้อของเครื่องบูชาชำระล้างนี้ได้ มันคือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 30 แต่ถ้าพวกนักบวชนำเลือดเข้าไปในเต็นท์นัดพบเพื่อชำระล้างพวกของศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามกินเครื่องบูชานั้น แต่ให้เอาไปเผาไฟเสีย
7เป็นของถวายชดใช้
(ลนต. 5:14-19)
1 นี่คือกฎระเบียบสำหรับของถวายชดใช้ มันศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 2 ให้ฆ่าเป็นของถวายชดใช้ตรงที่เดียวกับที่ฆ่าเครื่องเผาบูชาด้วย แล้วให้นักบวชสาดเลือดของมันไปทุกๆด้านของแท่นบูชา
3 นักบวชต้องถวายไขมันทั้งหมดของมัน ไขมันที่ส่วนหาง และที่ติดกับเครื่องใน 4 ไตทั้งสองข้างกับไขมันที่อยู่รอบๆไต ตรงส่วนล่างของกล้ามเนื้อหลัง และพังพืดที่ตับ เขาต้องเอามันออกไปพร้อมๆกับไตทั้งสองข้าง 5 นักบวชต้องเผามันบนแท่นบูชา เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ มันเป็นของถวายชดใช้
6 ผู้ชายทุกคนที่เป็นนักบวชกินของถวายชดใช้นี้ได้ เขาต้องกินมันในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 7 ของถวายชดใช้จะเหมือนกับเครื่องบูชาชำระล้าง ทั้งสองจะใช้กฎระเบียบเดียวกัน เครื่องบูชานั้นจะตกเป็นของนักบวชที่ถวายมัน 8 เมื่อนักบวชถวายเครื่องเผาบูชาของคนๆหนึ่ง เขาก็จะได้ส่วนที่เป็นหนังของเครื่องเผาบูชาที่เขาถวายนั้น 9 เครื่องบูชาจากเมล็ดพืชทุกชนิดจะเป็นของนักบวชที่ถวายมัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบูชาที่อบในเตา หรือที่เตรียมในกระทะเหล็กหรือในกระทะ 10 แต่เครื่องบูชาอื่นๆที่ทำจากเมล็ดพืช ไม่ว่าจะผสมน้ำมันหรือจะแห้งก็ตาม จะเป็นของพวกนักบวชในครอบครัวของอาโรน โดยจะแบ่งให้เท่าๆกันหมด
เครื่องสังสรรค์บูชา
11 นี่คือกฎระเบียบสำหรับเครื่องสังสรรค์บูชา ที่คนเอามาถวายให้กับพระยาห์เวห์ 12 ถ้าคนๆหนึ่งเอาเครื่องสังสรรค์บูชามาถวาย เพื่อเป็นการขอบพระคุณ เขาก็ควรเอาของพวกนี้มาด้วย พร้อมกับเครื่องบูชาขอบพระคุณนั้น คือขนมปังที่ไม่ใส่เชื้อฟู ที่ผสมกับน้ำมัน และขนมปังแผ่นบางๆที่ไม่ใส่เชื้อฟู ที่มีน้ำมันลาดอยู่ด้านบน และขนมปังที่ทำจากแป้งอย่างดี ที่ผสมด้วยน้ำมันคลุกเคล้าเข้ากัน 13 เขาควรจะถวายขนมปังไม่ใส่เชื้อฟู กับขนมปังที่ใส่เชื้อฟู พร้อมกันกับเครื่องสังสรรค์บูชาเพื่อเป็นการขอบพระคุณนั้น 14 ให้เขาถวายเครื่องบูชาเหล่านี้อย่างละชิ้น เพื่อเป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ และเอามันไปให้กับนักบวชที่พรมเลือดของเครื่องสังสรรค์บูชา 15 และเนื้อของสัตว์จากเครื่องสังสรรค์บูชาที่เอามาถวาย เพื่อเป็นการขอบพระคุณนี้ จะต้องกินภายในวันที่เอามันมา อย่าให้เหลือถึงวันรุ่งขึ้น
16 ถ้าของถวายที่เอามานั้น เป็นเครื่องบูชาแก้บน หรือเป็นเครื่องบูชาที่สมัครใจ เขาต้องกินมันภายในวันที่เขาเอามา และถ้ายังเหลือ ก็ให้กินในวันถัดไปได้ 17 แต่ถ้ายังเหลือจนถึงวันที่สาม ให้เผามันทิ้งให้หมด 18 ถ้าในวันที่สาม เขาเอาเนื้อที่เหลือจากเครื่องสังสรรค์บูชามากิน มันจะไม่เป็นที่ยอมรับ และคนที่เอามันมาถวายก็จะไม่เป็นที่ยอมรับด้วย เพราะมันไม่สะอาด+ 7:18 ไม่สะอาด ไม่บริสุทธิ์ หรือพระเจ้าไม่ยอมรับไว้เป็นเครื่องบูชา คนที่กินเข้าไปจะต้องถูกลงโทษสำหรับบาปของเขา
19 อย่ากินเนื้อที่ไปถูกของไม่สะอาดมา ให้เอาไปเผาไฟทิ้ง ส่วนเนื้ออื่นๆนั้น คนที่สะอาด+ 7:19 สะอาด ผู้บริสุทธิ์หรือผู้ที่พระเจ้ายอมรับการบูชาของเขา ก็กินมันได้ 20 ส่วนคนที่กินเนื้อจากเครื่องสังสรรค์บูชาที่เอามาถวายให้กับพระยาห์เวห์ ในขณะที่ตัวเขายังไม่สะอาด คนๆนั้นจะต้องถูกตัดออกจากประชาชนของเขา
21 เมื่อคนๆหนึ่งไปแตะต้องสิ่งที่ไม่สะอาดมา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไม่สะอาด หรือสัตว์สี่เท้าหรือสัตว์เลื้อยคลานชนิดใดก็ตามที่ไม่สะอาด แล้วมากินเนื้อจากเครื่องสังสรรค์บูชาที่เอามาถวายให้กับพระยาห์เวห์ คนๆนั้นจะต้องถูกตัดออกจากประชาชนของเขา’”
22 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 23 “ให้บอกประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘พวกเจ้าต้องไม่กินไขมันของวัวตัวผู้ ของแกะหรือแพะ 24 หรือไขมันของสัตว์ที่ตายแล้ว หรือสัตว์ที่ถูกสัตว์ป่าอื่นฉีกทึ้งจนตาย พวกเจ้าเอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้ แต่ต้องไม่เอามากิน 25 ถ้าใครกินไขมันของสัตว์ที่เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ คนๆนั้นจะต้องถูกตัดออกจากประชาชนของเขา
26 ไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ต้องไม่กินเลือดของนกหรือสัตว์ใดๆ
27 ใครที่กินเลือดจะถูกตัดออกจากประชาชนของเขา’”
เครื่องบูชายื่นถวาย
28 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 29 “ให้บอกกับประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘คนที่จะถวายเครื่องสังสรรค์บูชาให้กับพระยาห์เวห์ ให้คนนั้นเอาเครื่องบูชามาถวายให้กับพระยาห์เวห์จากเครื่องสังสรรค์บูชาของเขาเอง 30 ให้เขานำของขวัญมาให้กับพระยาห์เวห์ด้วยตนเอง ให้เขานำไขมันพร้อมกับเนื้อส่วนหน้าอกของสัตว์ไปให้กับนักบวช และเนื้อส่วนหน้าอกนี้จะต้องถูกยื่นถวายต่อหน้าพระยาห์เวห์ เพื่อเป็นเครื่องบูชายื่นถวาย 31 นักบวชจะต้องเผาไขมันบนแท่นบูชา แต่เนื้อส่วนหน้าอกนั้นจะเป็นของอาโรนและพวกลูกชายของเขา 32 เนื้อส่วนต้นขาด้านขวา จากเครื่องสังสรรค์บูชาที่พวกเจ้าเอามาถวายนั้น จะต้องให้กับนักบวชเป็นของขวัญ 33 เนื้อต้นขาข้างขวานี้จะเป็นส่วนแบ่งของนักบวช ที่ถวายเลือดและไขมันของเครื่องสังสรรค์บูชานั้น 34 เพราะเราได้เอาเนื้อส่วนอกของเครื่องบูชายื่นถวาย และเนื้อส่วนต้นขาของเครื่องสังสรรค์บูชา ของประชาชนชาวอิสราเอลแล้ว และเราก็ได้ให้พวกมันกับนักบวชอาโรน และลูกๆของเขา เป็นส่วนแบ่งของพวกเขาจากชาวอิสราเอลตลอดไป
35 นี่คือส่วนแบ่งของอาโรนและส่วนแบ่งของลูกๆเขา จากพวกของขวัญที่นำมาถวายให้กับพระยาห์เวห์ ในวันที่พวกเขาได้รับการเจิมให้เป็นนักบวชเพื่อรับใช้พระยาห์เวห์ 36 พระยาห์เวห์สั่งให้เอาเครื่องบูชาส่วนนี้ แบ่งให้กับพวกเขา ในวันที่พวกเขาได้รับการเจิม และพวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งนี้จากประชาชนชาวอิสราเอลตลอดไป ชั่วลูกชั่วหลาน’”
37 นี่คือกฎระเบียบสำหรับเครื่องเผาบูชา เครื่องบูชาจากเมล็ดพืช เครื่องบูชาชำระล้าง เป็นของถวายชดใช้ เครื่องบูชาบวช และเครื่องสังสรรค์บูชา 38 พระยาห์เวห์ได้มอบคำสั่งพวกนี้ให้กับโมเสสบนภูเขาซีนาย ในวันที่พระองค์สั่งให้ประชาชนชาวอิสราเอลถวายเครื่องบูชาของพวกเขาให้กับพระยาห์เวห์ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งซีนาย
8การแต่งตั้งนักบวช
(อพย. 29:1-37)
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้พาอาโรนและพวกลูกชายของเขาไปพร้อมกับเขา และให้เอาเสื้อผ้าพิเศษสำหรับนักบวช น้ำมันสำหรับเจิม วัวตัวผู้สำหรับเครื่องบูชาชำระล้าง แกะตัวผู้สองตัว และขนมปังไม่ใส่เชื้อฟูหนึ่งตะกร้า 3 แล้วให้เรียกชุมชนทั้งหมดให้มาประชุมกันที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ”
4 แล้วโมเสสก็ทำตามที่พระยาห์เวห์สั่ง ผู้คนต่างก็มาชุมนุมกันที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ 5 แล้วโมเสสพูดกับประชาชนพวกนั้นว่า “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์สั่งให้ทำ”
6 แล้วโมเสสก็พาอาโรนและพวกลูกชายของเขามาข้างหน้า และชำระล้างพวกเขาด้วยน้ำ 7 แล้วโมเสสก็สวมเสื้อชั้นในให้อาโรน และผูกผ้าคาดเอวรอบตัวเขา แล้วโมเสสก็สวมเสื้อชุดยาวให้อาโรน หลังจากนั้นก็ใส่เอโฟดให้เขา แล้วเอาผ้าคาดเอวที่ตกแต่งอย่างสวยงามมาผูกรอบตัวอาโรน ผ้าคาดเอวก็เลยมัดเอโฟดเข้ากับตัวอาโรนอีกชั้นหนึ่ง 8 จากนั้นโมเสสเอาถุงผ้าทับอกมาใส่ให้เขา แล้วเอาอูริมและทูมมิม ใส่ลงในกระเป๋าของถุงผ้าทับอกนั้น 9 แล้วเขาก็พันผ้าโพกหัวให้อาโรน ตรงด้านหน้าของผ้าโพกหัว โมเสสใส่แผ่นทองคำ ซึ่งเป็นมงกุฎศักดิ์สิทธิ์ โมเสสทำทุกอย่างตามที่พระยาห์เวห์สั่งเขาไว้
10 แล้วโมเสสก็เอาน้ำมันสำหรับเจิมมา และเจิมเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ และทุกอย่างในเต็นท์นั้น ด้วยวิธีนี้ โมเสสก็ทำให้สิ่งเหล่านี้ศักดิ์สิทธิ์+ 8:10 ศักดิ์สิทธิ์ หมายถึง ทำ หรือเลือกไว้ สำหรับจุดประสงค์พิเศษของพระเจ้า11 แล้วโมเสสก็พรมน้ำมันนี้บนแท่นบูชาเจ็ดครั้ง และเจิมแท่นบูชา เครื่องใช้ไม้สอยของมัน ทั้งขันอันใหญ่พร้อมพานรองของมัน เพื่อทำให้มันศักดิ์สิทธิ์ 12 แล้วโมเสสก็เทน้ำมันสำหรับเจิมนี้ลงบนหัวของอาโรน และเจิมเขาเพื่อทำให้เขาศักดิ์สิทธิ์ 13 หลังจากนั้น โมเสสก็เอาตัวพวกลูกชายของอาโรนมาข้างหน้า และสวมเสื้อชั้นในให้พวกเขา ผูกผ้าคาดเอวและพันผ้าโพกหัวให้พวกเขา โมเสสทำตามที่พระยาห์เวห์สั่งเขาไว้
14 แล้วโมเสสเอาวัวตัวผู้ที่ใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้างมาข้างหน้า อาโรนกับพวกลูกชายของเขาวางมือลงบนหัววัวตัวนั้น 15 แล้วหลังจากวัวตัวนั้นถูกฆ่า โมเสสก็เอาเลือดของมันมา แล้วเอานิ้วจุ่มเลือดมาป้ายที่เชิงงอนทั้งสี่ด้านของแท่นบูชา เขาทำอย่างนี้เพื่อทำให้แท่นบูชาบริสุทธิ์ และเขายังเทเลือดที่เหลือลงตรงฐานของแท่นบูชา ด้วยวิธีทั้งหมดนี้เขาทำให้แท่นบูชานั้นศักดิ์สิทธิ์ พร้อมที่จะรับเครื่องบูชาที่กำจัดบาปและความไม่บริสุทธิ์ 16 แล้วโมเสสก็เอาไขมันของเครื่องใน พังผืดของตับและไตทั้งสองข้างกับไขมันของมันออกมา แล้วโมเสสก็เอาพวกมันไปเผาบนแท่นบูชา 17 ส่วนที่เหลือของวัวตัวผู้นั้น คือ ส่วนหนัง ส่วนเนื้อและขี้วัว ถูกนำออกไปเผานอกค่าย ตามที่พระยาห์เวห์สั่งโมเสสไว้
18 แล้วโมเสสก็เอาแกะตัวผู้ที่จะใช้เป็นเครื่องเผาบูชามาข้างหน้า อาโรนกับพวกลูกชายของเขาวางมือลงบนหัวของแกะตัวนั้น 19 แล้วโมเสสก็ฆ่าแกะตัวนั้น แล้วเอาเลือดของมันสาดไปที่แท่นบูชาทุกๆด้าน 20 แล้วโมเสสก็หั่นแกะออกเป็นชิ้นๆเอาเครื่องในและขาไปล้างน้ำ แล้วโมเสสก็เผาแกะตัวผู้นั้นทั้งตัวบนแท่นบูชา เขาเผาทั้งหัว ชิ้นส่วนต่างๆและไขมัน เป็นเครื่องเผาบูชาอันมีกลิ่นหอม เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ ตามที่พระยาห์เวห์ได้สั่งโมเสสไว้
22 แล้วโมเสสก็เอาแกะตัวผู้ตัวที่สองที่ใช้สำหรับแต่งตั้งนักบวช มาที่ด้านหน้า อาโรนกับพวกลูกชายของเขาวางมือลงบนหัวแกะตัวนั้น 23 โมเสสก็ฆ่าแกะตัวนั้น แล้วเอาเลือดของมันไปป้ายที่ติ่งหูข้างขวากับหัวแม่มือข้างขวาและหัวแม่เท้าข้างขวาของอาโรน 24 เขานำตัวพวกลูกชายอาโรนมาที่ด้านหน้า และโมเสสก็ป้ายเลือดแกะที่ติ่งหูข้างขวากับหัวแม่มือข้างขวาและหัวแม่เท้าข้างขวาของพวกเขา แล้วโมเสสก็สาดเลือดแกะลงที่แท่นบูชาทุกๆด้าน 25 โมเสสเอาไขมันส่วนหาง ไขมันในเครื่องใน พังผืดของตับ ไตสองข้างกับไขมันของมัน และสะโพกข้างขวา 26 โมเสสหยิบขนมปังไม่ใส่เชื้อฟูมาหนึ่งก้อน ขนมปังผสมน้ำมันหนึ่งก้อน และขนมปังแผ่นบางๆหนึ่งชิ้น จากตะกร้าที่ใส่ขนมปังไม่ใส่เชื้อฟูที่วางอยู่ตรงหน้าพระยาห์เวห์ แล้วเขาก็เอาพวกมันไปวางบนไขมัน และบนต้นขาข้างขวาของแกะตัวผู้นั้น 27 จากนั้นโมเสสก็เอาของเหล่านี้ไปวางบนฝ่ามือของอาโรนและฝ่ามือของพวกลูกชายอาโรน แล้วโมเสสก็ให้อาโรนและพวกลูกชายยื่นถวายอาหารเหล่านั้นขึ้น ให้เป็นเครื่องบูชายื่นถวายต่อหน้าพระยาห์เวห์ 28 โมเสสหยิบอาหารส่วนหนึ่งมาจากมือพวกเขา แล้วเอาไปเผาบนแท่นบูชาพร้อมกับเครื่องเผาบูชา นี่คือเครื่องบูชาบวช เป็นของขวัญอันมีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์ 29 แล้วโมเสสก็เอาส่วนอกของแกะมา และยื่นถวายมันขึ้นเป็นเครื่องบูชายื่นถวายต่อหน้าพระยาห์เวห์ ส่วนอกนี้ เป็นส่วนแบ่งของโมเสส จากแกะที่ใช้ในการแต่งตั้งนักบวช ตามที่พระยาห์เวห์สั่งเขาไว้
30 โมเสสเอาน้ำมันสำหรับเจิม และเลือดบางส่วนจากแท่นบูชา แล้วพรมลงบนตัวอาโรนและเสื้อผ้าของเขา และพรมลงบนตัวพวกลูกชายของอาโรนกับเสื้อผ้าของพวกเขา ด้วยวิธีนี้ โมเสสได้อุทิศอาโรน เสื้อผ้าของอาโรน พวกลูกชายอาโรนพร้อมกับเสื้อผ้าของพวกเขาให้กับพระยาห์เวห์
31 โมเสสพูดกับอาโรนและพวกลูกชายของเขาว่า “ให้เอาเนื้อไปต้มที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบและกินมันที่นั่น พร้อมกับขนมปังที่อยู่ในตะกร้า ขนมปังที่ใช้แต่งตั้งนักบวช เหมือนกับที่เราได้รับคำสั่งมาว่า+ 8:31 เราได้รับคำสั่งมาว่า หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เราได้สั่งว่า” ‘อาโรนกับพวกลูกชายของเขาต้องกินมัน’ 32 เนื้อกับขนมปังที่เหลือ พวกท่านต้องเอาไปเผาไฟให้หมด 33 ห้ามพวกท่านออกไปจากทางเข้าเต็นท์นัดพบ เป็นเวลาเจ็ดวัน จนกว่ามันจะครบกำหนดเวลาของการแต่งตั้งนักบวช เพราะพิธีบวชนี้จะกินเวลาเจ็ดวัน 34 ทุกสิ่งที่พวกเราทำลงไปในวันนี้ เป็นไปตามที่พระยาห์เวห์สั่งเราไว้ เพื่อกำจัดบาปและความไม่บริสุทธิ์ทั้งหลายของพวกท่านให้กับพวกท่าน 35 พวกท่านต้องอยู่แต่ที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาเจ็ดวัน และพวกท่านต้องเชื่อฟังคำสั่งของพระยาห์เวห์ เพื่อพวกท่านจะได้ไม่ตาย เพราะพระยาห์เวห์ได้สั่งเราไว้อย่างนี้”
36 อาโรนกับพวกลูกชายของเขาจึงได้ทำทุกอย่างตามที่พระยาห์เวห์ได้สั่งผ่านมาทางโมเสส
9พระเจ้ายอมรับพวกนักบวช
1 ในวันที่แปด โมเสสเรียกอาโรนและพวกลูกชายของเขากับพวกผู้อาวุโสชาวอิสราเอลมา 2 โมเสสพูดกับอาโรนว่า “ให้เอาลูกวัวตัวหนึ่งจากฝูง มาเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง และเอาแกะตัวผู้ที่ไม่มีตำหนิตัวหนึ่งมาเป็นเครื่องเผาบูชา และถวายพวกมันต่อหน้าพระยาห์เวห์ 3 และให้บอกกับประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘ให้เอาแพะตัวผู้ตัวหนึ่งมาเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง และให้เอาลูกวัวตัวหนึ่งกับลูกแกะตัวหนึ่ง อายุหนึ่งปีที่ไม่มีตำหนิ มาเป็นเครื่องเผาบูชา 4 ให้เอาวัวตัวผู้และแกะตัวผู้ มาถวายเป็นเครื่องสังสรรค์บูชาต่อหน้าพระยาห์เวห์ พร้อมกับเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชผสมน้ำมัน เพราะในวันนี้พระยาห์เวห์จะมาปรากฏกับพวกท่าน’”
5 อาโรนกับประชาชนจึงนำของที่โมเสสสั่ง มาไว้ที่หน้าเต็นท์นัดพบ ประชาชนทั้งหมดต่างก็ออกมายืนกันอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์ 6 แล้วโมเสสก็พูดว่า “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์สั่งให้พวกท่านทำ เพื่อรัศมีของพระยาห์เวห์ จะได้ปรากฏกับพวกท่าน”
7 แล้วโมเสสก็พูดกับอาโรนว่า “ก้าวมาที่แท่นบูชา และถวายเครื่องบูชาชำระล้าง และเครื่องเผาบูชาของท่าน และให้กำจัดความไม่บริสุทธิ์และบาปทั้งหลายให้กับตัวท่านและประชาชน และให้ถวายเครื่องบูชาของประชาชน และให้กำจัดความไม่บริสุทธิ์และบาปทั้งหลายให้กับพวกเขา ตามที่พระยาห์เวห์ได้สั่งไว้”
8 อาโรนจึงไปที่แท่นบูชา และฆ่าลูกวัวที่ใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้างให้กับตัวเอง 9 แล้วลูกชายของอาโรนก็เอาเลือดมาให้อาโรน แล้วอาโรนก็จุ่มนิ้วลงในเลือดแล้วนำไปป้ายที่เชิงงอนของแท่นบูชา อาโรนเทเลือดส่วนที่เหลือลงที่ฐานแท่นบูชา 10 แล้วเขาก็เอาไขมัน ไตสองข้างและพังผืดรอบตับ จากเครื่องบูชาชำระล้างนั้น ไปเผาบนแท่นบูชา ตามที่พระยาห์เวห์ได้สั่งโมเสสไว้ 11 ส่วนที่เป็นเนื้อกับหนังถูกนำไปเผาที่นอกค่าย
12 แล้วอาโรนก็ฆ่าแกะตัวผู้ตัวที่ใช้เป็นเครื่องเผาบูชา พวกลูกชายของอาโรนเอาเลือดของมันมาให้เขา เขานำมันไปสาดใส่ทุกๆด้านของแท่นบูชา 13 พวกเขาเอาเครื่องเผาบูชาที่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆกับส่วนหัวมาให้อาโรน ให้เขาเอาไปเผาบนแท่นบูชา 14 แล้วนำเครื่องในกับขาไปล้างน้ำและนำไปเผารวมกับเครื่องเผาบูชาบนแท่นบูชา
15 จากนั้น อาโรนก็นำเครื่องบูชาของประชาชนมาที่ด้านหน้า รวมทั้งแพะตัวผู้ ที่ประชาชนใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้าง เขาฆ่าแพะตัวนั้น และใช้มันเป็นเครื่องบูชาชำระล้างเหมือนกับตัวแรก 16 เขานำเครื่องเผาบูชามาที่ด้านหน้าเพื่อทำพิธีบูชาตามกฎระเบียบ 17 แล้วตามด้วยเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช เขาหยิบมันขึ้นมากำหนึ่ง นำไปเผาบนแท่นบูชากับเครื่องเผาบูชาของตอนเช้า
18 อาโรนฆ่าวัวตัวผู้ และแกะตัวผู้ ที่ประชาชนเอามาถวายเป็นเครื่องสังสรรค์บูชา พวกลูกชายอาโรนนำเลือดของพวกมันมาให้อาโรน ให้เขาเอาไปสาดใส่ทุกๆด้านของแท่นบูชา 19 ลูกชายของอาโรนเอาไขมันของวัวตัวผู้และแกะตัวผู้ทั้งส่วนหาง ไขมันที่ติดอยู่กับเครื่องใน ไตทั้งสองข้าง และพังผืดรอบตับ 20 พวกเขาวางส่วนไขมันไว้บนเนื้อส่วนอก อาโรนได้เผาไขมันบนแท่นบูชา 21 อาโรนยื่นถวายเนื้อส่วนอกและสะโพกข้างขวาขึ้นให้พระยาห์เวห์ เป็นเครื่องบูชายื่นถวาย ตามที่พระยาห์เวห์ได้สั่งโมเสสไว้
22 แล้วอาโรนก็ชูมือทั้งสองขึ้น ไปยังประชาชนและอวยพรให้กับพวกเขา เมื่อเผาเครื่องบูชาชำระล้าง เครื่องเผาบูชา และเครื่องสังสรรค์บูชา เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ลงจากแท่นบูชา
23 โมเสสและอาโรนเข้าไปในเต็นท์นัดพบ เมื่อพวกเขาออกมาก็อวยพรให้ประชาชนเหล่านั้น แล้วรัศมีของพระยาห์เวห์ก็ปรากฏกับประชาชนทั้งหมด 24 มีไฟออกมาจากที่พระยาห์เวห์อยู่นั้น และมาเผาเครื่องเผาบูชาและไขมันที่อยู่บนแท่นบูชา เมื่อประชาชนทุกคนเห็นอย่างนั้น ต่างก็ร้องด้วยความชื่นชมยินดีและซบหน้าลงกับพื้น
10พระยาห์เวห์ทำลายนาดับกับอาบีฮู
1 ในตอนนั้น นาดับและอาบีฮู ลูกชายสองคนของอาโรน ต่างก็เอากระถางไฟของเขามาเพื่อเผาเครื่องหอม พวกเขาเอาไฟใส่ในกระถางนั้น และใส่เครื่องหอมลงในไฟนั้น แล้วเอามาถวายต่อหน้าพระยาห์เวห์ พวกเขาใช้ไฟที่ผิดไปจากที่โมเสสสั่งให้พวกเขาใช้ 2 พระยาห์เวห์จึงส่งไฟลงมาเผานาดับกับอาบีฮู และเขาก็ตายต่อหน้าพระยาห์เวห์
3 โมเสสพูดกับอาโรนว่า “นี่แหละคือสิ่งที่พระยาห์เวห์หมายถึง เมื่อพระองค์พูดว่า ‘นักบวชที่เข้ามาใกล้เรา จะต้องให้ความเคารพเราในฐานะผู้ศักดิ์สิทธิ์ และประชาชนทั้งหมดจะต้องให้เกียรติกับเรา’” อาโรนก็นิ่งเงียบ
4 อุสซีเอล เป็นลุงของอาโรน เขามีลูกชายสองคนชื่อมิชาเอลและเอลซาฟาน โมเสสเรียกเขาทั้งสองว่า “มานี่สิ มาแบกร่างสองคนนี้ ที่เป็นญาติของพวกท่าน ออกไปนอกค่าย ไปให้พ้นจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้”
5 พวกเขาเข้ามา ช่วยกันลากร่างของคนตายด้วยเสื้อที่ติดอยู่กับร่างนั้น ออกไปนอกค่ายตามที่โมเสสสั่ง
6 แล้วโมเสสก็พูดกับอาโรนและลูกชายคนอื่นๆของเขา คือเอเลอาซาร์กับอิธามาร์ ว่า “พวกท่านต้องไม่ปล่อยผมรุงรังหรือฉีกเสื้อผ้า+ 10:6 ปล่อยผมรุงรังหรือฉีกเสื้อผ้า เป็นการแสดงความเศร้าโศกให้กับคนตาย ของพวกท่าน ท่านจะได้ไม่ตาย และพระยาห์เวห์จะได้ไม่โกรธชาวอิสราเอลทั้งหมดด้วย แต่ญาติของท่านคือชาวอิสราเอลทั้งหมดไว้ทุกข์ได้ ในเรื่องที่พระยาห์เวห์เผานาดับและอาบีฮู 7 พวกท่านต้องไม่ออกไปจากทางเข้าเต็นท์นัดพบ ไม่อย่างนั้น พวกท่านจะต้องตาย เพราะพวกท่านได้รับการเจิมด้วยน้ำมันเจิม+ 10:7 น้ำมันเจิม น้ำมันมะกอกอย่างดี ใช้เทให้กับคนหรือสิ่งของเพื่อแสดงว่าพวกเขาได้รับเลือกสำหรับงานหรือจุดประสงค์พิเศษ ของพระยาห์เวห์แล้ว” แล้วอาโรน เอเลอาซาร์และอิธามาร์ก็ทำตามที่โมเสสบอก
8 แล้วพระยาห์เวห์พูดกับอาโรนว่า 9 “เจ้าและลูกชายของเจ้าต้องไม่ดื่มเหล้าองุ่น หรือเบียร์เมื่อเข้าไปในเต็นท์นัดพบ เพื่อเจ้าจะได้ไม่ตาย นี่เป็นกฎที่จะใช้ไปตลอดชั่วลูกชั่วหลานของเจ้า 10 เพราะเจ้าจะต้องแยกให้เห็นชัดเจนระหว่างสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์กับสิ่งที่ธรรมดา ระหว่างสิ่งที่บริสุทธิ์กับสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ 11 และเจ้าจะต้องสอนกฎทั้งหมดให้กับชาวอิสราเอล เป็นกฎที่พระยาห์เวห์พูดกับพวกเขาผ่านมาทางโมเสส”
12 โมเสสพูดกับอาโรน และลูกทั้งสองที่เหลืออยู่ของอาโรน คือเอเลอาซาร์และอิธามาร์ ว่า “ให้เอาเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช ที่เหลือจากพวกของขวัญที่ถวายให้กับพระยาห์เวห์ แล้วกินเครื่องบูชานั้นที่ไม่ได้ใส่เชื้อฟูข้างแท่นบูชา เพราะมันศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 13 และท่านต้องกินมันภายในบริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะมันเป็นส่วนแบ่งของท่านและลูกๆของท่านจากพวกของขวัญที่ถวายให้กับพระยาห์เวห์ เพราะเราได้รับคำสั่งมาอย่างนั้น
14 แต่เนื้อส่วนอกของเครื่องบูชายื่นถวาย และเนื้อสะโพกของของขวัญบูชา ท่านเอาไปกินที่อื่นได้ แต่ต้องเป็นสถานที่ที่สะอาด ท่าน ลูกชายและลูกสาวของท่านก็กินได้ เพราะมันเป็นส่วนแบ่งของท่านและลูกหลานของท่าน เป็นส่วนแบ่งจากเครื่องสังสรรค์บูชา ที่ชาวอิสราเอลเอามาถวาย 15 พวกเขาจะต้องเอาส่วนที่เป็นสะโพกของของขวัญบูชาและส่วนที่เป็นอกของเครื่องบูชายื่นถวาย มายื่นถวายต่อหน้าพระยาห์เวห์ รวมกับพวกของขวัญที่เป็นไขมัน ส่วนเหล่านี้ก็จะเป็นส่วนแบ่งของท่านและลูกหลานท่านตลอดไป ตามที่พระยาห์เวห์ได้สั่งไว้”
16 แล้วโมเสสก็ถามถึงแพะที่ใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้าง แต่มันถูกเผาไปแล้ว โมเสสจึงโกรธเอเลอาซาร์กับอิธามาร์ลูกชายที่เหลือของอาโรน โมเสสพูดว่า 17 “ทำไมพวกท่านถึงไม่กินเครื่องบูชาชำระล้างในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เล่า เนื้อนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก และพระเจ้าได้ให้มันกับพวกท่านเป็นค่าแรงที่ไปกำจัดความผิดของชุมชนโดยชำระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แทนพวกเขาต่อหน้าพระยาห์เวห์ 18 ในเมื่อไม่ได้เอาเลือดของแพะตัวนั้นเข้ามาภายในเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ พวกท่านก็น่าจะกินเนื้อมันในที่ที่ศักดิ์สิทธิ์นอกเต็นท์ ตามที่เราได้สั่งไว้”
19 อาโรนจึงพูดกับโมเสสว่า “ดูเอาเถอะ วันนี้พวกเขาได้เอาเครื่องบูชาชำระล้างและเครื่องเผาบูชามาไว้ต่อหน้าพระยาห์เวห์ และก็เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นกับพี่ ถ้าพี่กินเครื่องบูชาชำระล้างในวันนี้ พระยาห์เวห์จะเห็นดีด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้” 20 เมื่อโมเสสได้ยินดังนั้น ก็เห็นด้วย
11กฎเกี่ยวกับการกินเนื้อสัตว์
(ฉธบ. 14:3-8)
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสและอาโรนว่า 2 “ให้บอกกับประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘ต่อไปนี้คือสัตว์ที่พวกเจ้ากินได้ จากท่ามกลางสัตว์ใหญ่ทั้งหมดในโลกนี้ 3 สัตว์อะไรก็ตามที่มีเท้าเป็นกีบ แยกจากกันและเคี้ยวเอื้อง+ 11:3 เคี้ยวเอื้อง การกินอาหารของสัตว์บางประเภท เช่น วัว ที่สามารถคายอาหารจากกระเพาะขึ้นมาเคี้ยวใหม่ได้ เจ้าก็กินสัตว์นั้นได้
4 แต่สัตว์ที่มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง คือเคี้ยวเอื้องหรือมีเท้าเป็นกีบ เจ้าต้องไม่กินสัตว์นั้น เช่น อูฐ มันเคี้ยวเอื้องแต่เท้าไม่เป็นกีบแยกออก มันไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้า 5 ตัวชับฟาน+ 11:5 ตัวชับฟาน เป็นสัตว์ตัวเล็กๆเลี้ยงลูกด้วยนม ลักษณะคล้ายกระต่ายตัวโตๆอาศัยอยู่ตามซอกหิน เท้าไม่เป็นกีบแยกออก ถึงแม้จะเคี้ยวเอื้อง มันจึงไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้า 6 กระต่ายก็เหมือนกัน เคี้ยวเอื้องแต่เท้าไม่เป็นกีบแยกออก จึงไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้า 7 ส่วนหมู ถึงแม้เท้าจะเป็นกีบ แต่ไม่เคี้ยวเอื้อง มันจึงไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้า 8 เจ้าต้องไม่กินเนื้อของพวกมันและต้องไม่แตะต้องซากของพวกมันด้วย เพราะมันไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้า
กฎเกี่ยวกับอาหารทะเล
(ฉธบ. 14:9, 10)
9 จากสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในน้ำ เจ้ากินสิ่งต่อไปนี้ได้ คือสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในน้ำที่มีทั้งครีบและเกล็ด ไม่ว่าจะมีอยู่ในทะเลหรือแม่น้ำก็ตาม 10 แต่ถ้าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นที่อยู่ในทะเลและในแม่น้ำ ไม่มีครีบและเกล็ด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เลื้อยคลานในน้ำ หรือสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นที่อาศัยอยู่ในน้ำ ถือเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับพวกเจ้า 11 และเจ้าต้องเห็นพวกมันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ เจ้าต้องไม่กินเนื้อของพวกมัน และต้องไม่แตะต้องซากของพวกมัน 12 สิ่งมีชีวิตทุกอย่างในน้ำที่ไม่มีครีบและเกล็ด เจ้าต้องเห็นมันเป็นสิ่งน่ารังเกียจ
นกที่ไม่ควรกิน
(ฉธบ. 14:11-18)
13 พวกนกต่อไปนี้ เจ้าจะต้องถือว่ามันน่ารังเกียจ และต้องไม่กินพวกมัน มันเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน คือ นกอินทรี นกแร้ง นกเหยี่ยว 14 นกเหยี่ยวหางยาว เหยี่ยวทุกชนิด 15 นกที่มีขนสีดำทุกประเภท 16 นกกระจอกเทศ นกเค้าโมง นกนางนวล เหยี่ยวนกเขาทุกชนิด 17 นกฮูก นกกาน้ำ นกแสก 18 นกอีโก้ง นกกระทุง นกแร้ง 19 นกกระสาดำ นกกระสาทุกชนิด นกกะรางหัวขวานและค้างคาว
กฎของการกินแมลง
(ฉธบ. 14:19-20)
20 พวกแมลงมีปีกที่คลาน+ 11:20 คลาน แปลตรงๆได้ว่า “เดินด้วยสี่ขา” เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับเจ้า 21 ยกเว้นแมลงมีปีกที่คลานต่อไปนี้ เจ้ากินได้ คือ พวกที่มีข้อต่ออยู่เหนือขาของพวกมันเพื่อใช้กระโดดบนพื้นดิน 22 เจ้าสามารถกินตั๊กแตนทุกชนิด ตั๊กแตนที่มีปีกทุกชนิด จิ้งหรีดทุกชนิด และเรไรทุกชนิด
23 แต่แมลงที่คลานนอกเหนือไปจากนี้ เจ้าต้องไม่กิน 24 เพราะพวกมันจะทำให้เจ้าไม่บริสุทธิ์ ใครที่ไปแตะต้องซากของสัตว์ต่อไปนี้ก็จะเป็นผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงเย็น 25 และคนที่ไปจับส่วนใดส่วนหนึ่งของซากพวกมัน จะต้องเอาเสื้อไปซัก และตัวเขาก็จะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงเย็น
26 คือซากของสัตว์ทุกชนิดที่มีเท้าเป็นกีบแต่กีบไม่แยกออกเป็นสองส่วนหรือไม่เคี้ยวเอื้องเป็นของไม่บริสุทธิ์สำหรับเจ้า ทุกคนที่แตะต้องพวกมันจะไม่บริสุทธิ์ 27 รวมทั้งซากของสัตว์ที่เดินด้วยอุ้งตีน+ 11:27 อุ้งตีน ตีนที่มีลักษณะนุ่มและมีกรงเล็บของสัตว์บางชนิด ที่แบนราบทั้งสี่ข้าง เป็นสัตว์ที่ไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้า ทุกคนไปแตะต้องพวกมันจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงเย็น 28 และทุกคนที่ถือซากของพวกมัน ต้องเอาเสื้อไปซักและตัวเขาก็จะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงเย็น เพราะพวกมันเป็นสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้า
กฎเกี่ยวกับสัตว์ที่คลาน
29 สัตว์ที่คลานไปบนพื้น ที่ไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้าคือ ตัวตุ่น หนู สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ 30 ตุ๊กแก จระเข้ จิ้งจก จิ้งเหลน กิ้งก่า 31 สัตว์ที่คลานเหล่านี้ไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้า ทุกคนที่ไปแตะต้องซากของพวกมัน คนๆนั้นจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงเย็น
กฎเกี่ยวกับสัตว์ที่ไม่บริสุทธิ์
32 ถ้าสัตว์ที่ไม่บริสุทธิ์เหล่านี้ตาย และตกไปบนอะไรก็ตาม ของนั้นก็จะไม่บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นของที่ทำด้วยไม้ ผ้า หนัง ขนแพะ หรือภาชนะใดก็แล้วแต่ จะต้องเอาของนั้นไปแช่น้ำ และมันจะคงไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงเย็น หลังจากนั้นมันก็จะบริสุทธิ์เหมือนเดิม 33 และถ้าสัตว์เหล่านั้นตกไปบนภาชนะที่ทำจากดิน ของทุกอย่างที่อยู่ในภาชนะนั้นจะไม่บริสุทธิ์ และเจ้าต้องทำลายภาชนะใบนั้นทิ้งเสีย 34 ถ้าเจ้าเทน้ำที่อยู่ในภาชนะที่ไม่บริสุทธิ์นั้น ลงไปในของที่กินได้ ของนั้นก็จะไม่บริสุทธิ์ตามไปด้วย+ 11:34 ถ้าเจ้าเท … ตามไปด้วย ถ้าใช้น้ำที่มาจากภาชนะที่มีซากสัตว์นั้นอยู่ไปทำอาหาร อาหารนั้นก็จะไม่บริสุทธิ์ตามไปด้วย สิ่งที่ดื่มได้ถ้าอยู่ในภาชนะที่ไม่บริสุทธิ์ มันก็จะไม่บริสุทธิ์เหมือนกัน+ 11:34 สิ่งที่ดื่มได้ … เหมือนกัน สิ่งที่ดื่มได้ถ้าอยู่ในภาชนะที่มีซากสัตว์นั้นอยู่ก็จะไม่บริสุทธิ์ไปด้วย35 ถ้าส่วนหนึ่งส่วนใดของซากสัตว์นั้นตกลงบนอะไรก็ตาม ของนั้นก็จะไม่บริสุทธิ์ไปด้วย ถ้าไปตกบนเตาอบหรือเตา ก็ให้ทำลายของพวกนั้นเสีย เพราะมันจะกลายเป็นของไม่บริสุทธิ์และจะไม่บริสุทธิ์ตลอดไป
36 แต่ถ้าเป็นตาน้ำหรือบ่อเก็บน้ำ มันจะยังคงบริสุทธิ์อยู่ แต่คนที่ไปแตะต้องซากสัตว์ที่อยู่ในนั้นจะเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ 37 และถ้าซากสัตว์เหล่านี้ตกลงไปในเมล็ดพืชที่กำลังจะนำไปปลูก เมล็ดพืชเหล่านั้นจะยังบริสุทธิ์อยู่ 38 แต่ถ้าเจ้าเทน้ำลงบนเมล็ดพืชแล้วเกิดมีซากสัตว์เหล่านี้ตกลงไป เมล็ดพืชเหล่านั้นจะไม่บริสุทธิ์สำหรับเจ้าอีก
39 ถ้าสัตว์ที่เจ้าใช้เป็นอาหารตายเองตามธรรมชาติ คนที่ไปจับต้องซากของมันจะกลายเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์จนถึงเย็น 40 ใครที่ไปกินซากของมัน ต้องเอาเสื้อไปซักและจะกลายเป็นคนไม่บริสุทธิ์จนถึงเย็น และใครที่ไปเก็บส่วนใดส่วนหนึ่งของซากนั้นมา เขาต้องเอาเสื้อไปซักและจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงเย็น
41 สัตว์เลื้อยคลานทุกประเภท เจ้าต้องรังเกียจและไม่กินมัน 42 สัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด ที่เลื้อยไปมาบนพื้นดิน หรือที่คลานสี่ขา หรือที่มีหลายขา เจ้าก็ต้องไม่กินพวกมัน เพราะพวกมันน่ารังเกียจ 43 อย่าทำตัวเจ้าให้เป็นที่น่ารังเกียจเพราะพวกมัน อย่าทำให้ตัวเจ้าต้องไม่บริสุทธิ์เพราะพวกมัน เพราะเจ้าจะต้องกลายเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ 44 เพราะเราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเจ้า ให้รักษาตัวเองให้แตกต่างจากคนอื่น เพราะเราเองก็แตกต่าง ดังนั้น พวกเจ้าจึงต้องไม่ทำตัวเองให้ไม่บริสุทธิ์ ด้วยสัตว์ที่เลื้อยคลานเหล่านั้น 45 เพราะเราคือยาห์เวห์ ที่ได้นำพวกเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อเราจะได้เป็นพระเจ้าของพวกเจ้า พวกเจ้าจึงต้องทำตัวให้แตกต่างจากคนอื่น เพราะเราเองก็แตกต่างจากผู้อื่น’”
46 นี่คือกฎต่างๆเกี่ยวกับสัตว์ นก สิ่งมีชีวิตในน้ำ และสิ่งมีชีวิตที่เลื้อยคลานบนพื้นดิน 47 กฎต่างๆเหล่านี้ช่วยให้คนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างสัตว์ที่สะอาดและไม่สะอาด และสัตว์ที่กินได้กับสัตว์ที่กินไม่ได้
12กฎสำหรับแม่คนใหม่
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้บอกกับประชาชนชาวอิสราเอลว่า ผู้หญิงที่ตั้งท้องและคลอดลูกมาเป็นเด็กผู้ชาย นางจะไม่บริสุทธิ์เป็นเวลาเจ็ดวันเหมือนกับตอนที่นางมีประจำเดือน 3 ในวันที่แปด เด็กชายจะต้องถูกขลิบ 4 เพราะเลือดที่เกิดจากการคลอดบุตร นางจะต้องคอยอีกสามสิบสามวัน และต้องไม่แตะต้องของศักดิ์สิทธิ์ใดๆหรือเข้าไปในพื้นที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ จนกว่าช่วงเวลานี้จะสิ้นสุดลง 5 ถ้านางคลอดลูกสาว นางจะไม่บริสุทธิ์เป็นเวลาสิบสี่วัน เหมือนกับตอนที่นางมีประจำเดือน และเพราะเลือดที่เกิดจากการคลอดบุตร นางจะต้องคอยอีกหกสิบหกวัน จนกว่านางจะบริสุทธิ์อีกครั้ง
6 เมื่อช่วงเวลานั้นหมดลง ไม่ว่านางจะได้ลูกชายหรือลูกสาว นางต้องนำลูกแกะอายุหนึ่งปีมาตัวหนึ่ง เพื่อเป็นเครื่องเผาบูชา และนกพิราบหนุ่มหรือนกเขาตัวหนึ่งมาเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง แล้วเอาไปให้นักบวชที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ 7 แล้วนักบวชจะนำของเหล่านี้ไปถวายต่อหน้าพระยาห์เวห์ และชำระแท่นบูชาแทนนาง และนางจะบริสุทธิ์จากเลือดที่เกิดจากการคลอดบุตร นี่คือกฎสำหรับผู้หญิงที่คลอดลูกไม่ว่าจะได้ลูกชายหรือลูกสาว 8 ถ้านางไม่มีเงินที่จะซื้อแกะตัวผู้ นางก็ต้องใช้นกเขาสองตัวหรือนกพิราบสองตัว ตัวหนึ่งใช้เป็นเครื่องเผาบูชา อีกตัวใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้าง และนักบวชจะชำระล้างแท่นบูชาแทนนาง แล้วนางก็จะบริสุทธิ์”
13กฎเกี่ยวกับโรคผิวหนัง
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสและอาโรนว่า 2 “ถ้าคนๆหนึ่งเกิดมีแผล ตกสะเก็ดหรือตุ่มน้ำใสๆขึ้นบนผิวหนัง และลุกลามกลายเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง เขาต้องถูกนำตัวมาพบอาโรนหรือลูกชายอาโรนที่เป็นนักบวชคนใดคนหนึ่ง 3 นักบวชจะตรวจดูแผลที่ผิวหนังตามร่างกายของเขา ถ้าขนที่แผลเปลี่ยนเป็นสีขาว และแผลก็กินลึกเข้าไปในเนื้อชั้นในแล้ว นั่นหมายถึงเขาเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง เมื่อนักบวชตรวจดูเสร็จแล้ว เขาต้องประกาศออกมาว่าคนๆนั้นไม่บริสุทธิ์
4 แต่ถ้าผิวหนังตามร่างกายของคนๆนั้นเป็นจุดขาวๆแต่ไม่มีแผลที่กินลึกเข้าไปในเนื้อ และขนก็ไม่เปลี่ยนเป็นสีขาว นักบวชจะต้องแยกคนๆนั้นออกจากประชาชนเป็นเวลาเจ็ดวัน 5 ในวันที่เจ็ดนักบวชต้องกลับมาตรวจดูคนๆนั้นอีกครั้ง ถ้ารอยแผลนั้นไม่เปลี่ยนแปลงและไม่ลุกลามไปบนผิวหนัง นักบวชต้องแยกคนๆนั้นออกจากประชาชนอีกเจ็ดวัน 6 ในวันที่เจ็ดกลับมาตรวจดูอีกครั้ง ถ้ารอยแผลจางลงและแผลไม่กระจายลุกลามบนผิวหนัง นักบวชต้องประกาศให้คนๆนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ รอยแผลนั้นเป็นเพียงสะเก็ดแผล คนๆนั้นต้องซักล้างเสื้อผ้าของเขา หลังจากนั้นเขาก็จะเป็นผู้บริสุทธิ์
7 แต่ถ้าสะเก็ดแผลนั้นเกิดลุกลามไปบนผิวหนัง หลังจากที่นักบวชป่าวประกาศให้คนๆนั้นบริสุทธิ์แล้ว เขาต้องกลับไปพบนักบวชอีกครั้ง 8 ถ้านักบวชตรวจดูแล้วพบว่าแผลลุกลามจริง นักบวชต้องประกาศใหม่ว่าคนๆนั้นเป็นคนไม่บริสุทธิ์ เพราะมันคือโรคผิวหนังเรื้อรัง 9 เมื่อคนๆหนึ่งเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง คนๆนั้นจะถูกนำตัวมาพบนักบวช 10 ถ้านักบวชตรวจดูและพบแผลพุพองสีขาวบนผิวหนัง ขนบางส่วนรอบๆกลายเป็นสีขาวและมีแผ่นเนื้อสดอยู่ในแผลพุพองนั้น 11 มันคือโรคผิวหนังชนิดเรื้อรัง นักบวชจะต้องประกาศว่าคนๆนั้นไม่บริสุทธิ์ โดยไม่ต้องแยกออกมาคอยดูอาการ เพราะเขาเป็นคนที่ไม่บริสุทธิ์อยู่แล้ว
12 ถ้าโรคผิวหนังเรื้อรังนั้น เกิดลุกลามไปบนผิวหนังส่วนอื่น จนเกิดเป็นโรคติดเชื้อไปทั่วผิวหนังของคนๆนั้น ตั้งแต่หัวจรดเท้า นักบวชต้องตรวจดูทุกส่วนของร่างกาย 13 นักบวชต้องดู ถ้าหากโรคมันลุกลามจนทั่วร่างกายของคนผู้นั้น จนตัวเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งหมด นักบวชต้องประกาศให้คนที่ติดเชื้อนั้น เป็นผู้บริสุทธิ์เพราะตัวเขาบริสุทธิ์แล้ว เพราะผิวหนังได้เปลี่ยนเป็นสีขาวหมดแล้ว 14 แต่ทันทีที่มีแผลสดเกิดขึ้น เขาจะกลายเป็นคนไม่บริสุทธิ์ทันที 15 นักบวชต้องตรวจดูแผลสด และประกาศว่าคนๆนั้นเป็นคนไม่บริสุทธิ์ เพราะแผลสดเป็นสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ มันคือโรคผิวหนังเรื้อรัง
16 ถ้าแผลสดนั้นหายดีแล้วเหลือแต่จุดขาว คนๆนั้นต้องไปพบนักบวช 17 ถ้านักบวชตรวจดูและพบว่าแผลนั้นได้เปลี่ยนเป็นสีขาวแล้ว นักบวชต้องประกาศให้คนที่ติดเชื้อนั้นเป็นคนบริสุทธิ์และคนๆนั้นก็จะบริสุทธิ์
18 เมื่อมีฝีเกิดขึ้นบนผิวหนังตามร่างกายของคนๆหนึ่ง และมันก็ได้รับการรักษาจนหาย 19 และมีรอยแผลพุพองหรือจุดขาวออกสีแดงเรื่อๆเกิดขึ้นในที่ที่เคยเป็นฝี คนๆนั้นต้องไปพบนักบวช 20 นักบวชจะตรวจดู ถ้าแผลนั้นกินลึกเข้าในผิวหนัง และขนบริเวณรอบๆเปลี่ยนเป็นสีขาว นักบวชต้องประกาศว่าคนๆนั้นเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ มันคือโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกิดจากฝี 21 แต่ถ้านักบวชตรวจดูแผลแล้ว ไม่พบขนสีขาว แผลก็ไม่กินลึกลงไปและยังเริ่มจางลง นักบวชต้องแยกคนๆนั้นออกเป็นเวลาเจ็ดวัน 22 ถ้าแผลยังลุกลามไปตามผิวหนัง นักบวชต้องประกาศว่าคนๆนั้นไม่บริสุทธิ์ เพราะมันคือแผลติดเชื้อ 23 แต่ถ้าจุดใสๆนั้นยังมีอยู่ที่เดิมและไม่กระจายลุกลาม มันเป็นเพียงสะเก็ดแผลจากฝี นักบวชต้องประกาศว่าคนๆนั้นบริสุทธิ์
24 หรือเมื่อคนใดคนหนึ่งมีแผลไฟไหม้บนผิวหนัง และเกิดแผลรอยไหม้เป็นจุดสีขาวหรือสีออกแดงเรื่อๆ 25 นักบวชต้องตรวจแผลดู ถ้าขนที่บริเวณแผลเปลี่ยนเป็นสีขาวและมันเกิดเป็นแผลลึกเข้าไปในเนื้อ มันคือโรคผิวหนังอันตราย ที่เกิดจากแผลไฟไหม้ นักบวชต้องประกาศว่าคนๆนั้นไม่บริสุทธิ์ เพราะมันคือโรคผิวหนังอันตราย 26 แต่ถ้านักบวชตรวจดูแล้ว ไม่มีขนสีขาวบริเวณแผลและแผลก็ไม่กินลึกลงในเนื้อ ทั้งยังค่อยๆจางลง นักบวชต้องแยกคนๆนั้นออกมาเป็นเวลาเจ็ดวัน 27 ในวันที่เจ็ดถ้านักบวชไปตรวจดูคนๆนั้นอีก แล้วถ้าเห็นว่าแผลลุกลามไปบนผิวหนัง นักบวชต้องประกาศว่าคนๆนั้นไม่บริสุทธิ์ เพราะมันคือโรคผิวหนังเรื้อรัง 28 แต่ถ้าแผลนั้นยังอยู่แบบเดิมไม่ลุกลามออกไป และเริ่มจางลง มันเป็นเพียงแผลพุพองจากไฟไหม้ นักบวชต้องประกาศว่าคนๆนั้นบริสุทธิ์ เพราะนั่นคือสะเก็ดแผลที่เกิดจากแผลไฟไหม้
29 ถ้าผู้ชายหรือผู้หญิงมีแผลติดเชื้อบนหนังหัวหรือที่คาง 30 แล้วนักบวชดูที่แผลติดเชื้อนั้น แล้วพบว่ามันกินลึกลงไปถึงเนื้อ และผมเริ่มบางลงและกลายเป็นสีเหลือง นักบวชต้องประกาศว่าคนๆนั้นเป็นคนไม่บริสุทธิ์ เพราะมันคือโรคหิด เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังต่อหนังหัวและคาง 31 ถ้านักบวชตรวจดูแผลหิดนั้น แล้วพบว่ามันไม่ถึงกับเป็นแผลลึกเข้าไปในหนัง และไม่มีผมสีดำในแผล นักบวชต้องแยกคนติดเชื้อคนนั้นออกจากประชาชนเป็นเวลาเจ็ดวัน 32 ในวันที่เจ็ดนักบวชจะมาตรวจดูแผลอีกครั้ง ถ้าเห็นแผลไม่ลุกลาม ไม่มีผมสีเหลืองๆในแผล อีกทั้งเชื้อหิดไม่ได้กินลึกเข้าไปในเนื้อ 33 คนๆนั้นต้องโกนผมหรือหนวดทิ้ง แต่อย่าให้ถูกแผล แล้วนักบวชต้องแยกคนๆนั้นออกมาเป็นเวลาอีกเจ็ดวัน 34 ในวันที่เจ็ดนักบวชจะตรวจดูแผลหิดอีก ถ้าเห็นเชื้อไม่ลุกลามไปบนผิวหนังและไม่มีแผลกินลึกไปในเนื้อ นักบวชจะต้องประกาศว่าคนๆนั้นบริสุทธิ์ เขาต้องเอาเสื้อผ้าไปซักล้าง แล้วเขาจะกลายเป็นคนบริสุทธิ์ 35 แต่ถ้าเชื้อหิดนั้นเกิดลุกลามหลังจากที่นักบวชได้ประกาศว่าเขาเป็นคนบริสุทธิ์แล้ว 36 นักบวชจะต้องตรวจสอบคนๆนั้น และถ้าพบว่าเชื้อหิดนั้นลุกลามกระจายไปบนผิวหนังจริง นักบวชไม่จำเป็นต้องตรวจหาผมสีเหลืองอีกต่อไป คนๆนั้นจะกลายเป็นคนไม่บริสุทธิ์ 37 แต่ถ้าเชื้อหิดไม่มีการเปลี่ยนแปลงและมีผมสีดำเกิดขึ้นในนั้น แสดงว่าเชื้อนั้นกำลังจะหาย คนๆนั้นจะเป็นผู้บริสุทธิ์และนักบวชจะต้องประกาศว่าคนๆนั้นบริสุทธิ์
38 ถ้าผู้ชายหรือผู้หญิงเกิดมีจุดขาวๆขึ้นเต็มตัว 39 นักบวชต้องตรวจสอบดู ถ้าพบว่าจุดขาวเหล่านั้นเป็นเพียงสีขาวหม่นๆแสดงว่าเป็นผื่นคันธรรมดาที่ไม่เป็นอันตรายบนผิวหนัง และคนๆนั้นก็ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์
40 ถ้าผู้ชายผมร่วงจนหัวล้าน เขาจะยังคงบริสุทธิ์อยู่ 41 ถ้าผมเขาร่วงจากด้านหน้าไปจนหัวเขาเถิก เขาจะยังคงบริสุทธิ์อยู่ 42 แต่ถ้าเกิดมีแผลออกสีแดงเรื่อๆเกิดขึ้นบนหัวหรือบริเวณที่ผมร่วงบนหน้าผาก มันคือโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกิดบนหัวและหน้าผาก 43 นักบวชต้องตรวจดูแผลเหล่านั้น ถ้าพบว่ามีแผลสดเกิดขึ้นบนหัวหรือบนหน้าผาก ที่กลายเป็นสีแดงเรื่อๆและมีลักษณะเหมือนแผลของโรคผิวหนังชนิดอันตรายที่เกิดบนร่างกายแล้ว 44 แสดงว่าชายผู้นั้นเป็นโรคผิวหนังอันตราย เขาคือคนที่ไม่บริสุทธิ์ นักบวชต้องประกาศว่าเขาคือคนไม่บริสุทธิ์ เพราะเขาติดเชื้อที่หัว
45 ถ้าคนๆหนึ่งเป็นโรคผิวหนังชนิดอันตราย เขาต้องฉีกเสื้อผ้าตัวเองให้ขาดและต้องไว้ผมยาว และปล่อยให้หนวดยาวรุงรัง+ 13:45 ต้องฉีกเสื้อผ้า … รุงรัง สิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงว่าคนผู้นั้นกำลังเศร้าโศกกับบางสิ่งบางอย่าง และคอยตะโกนว่า ‘ไม่สะอาด ไม่สะอาด’ 46 คนๆนั้นจะไม่บริสุทธิ์ตลอดเวลาที่เขายังมีแผลติดเชื้อ เขาจะเป็นคนไม่บริสุทธิ์ และต้องไปอยู่คนเดียวที่นอกค่าย
47 หากเกิดเชื้อรา+ 13:47 เชื้อรา เชื้อประเภทหนึ่งที่เกิดบนผ้า หนังหรือไม้ที่อยู่ในที่ร้อนชื้น ในภาษาฮีบรูยังหมายถึงโรคผิวหนังด้วย ขึ้นบนเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อขนสัตว์หรือลินิน+ 13:47 ลินิน ผ้าที่ทอมาจากใยของพืชประเภทต้นปอ48 ของใดก็ตามที่ถักหรือทอจากขนสัตว์หรือลินิน หรือแม้กระทั่งบนหนังสัตว์และของที่ทำจากหนังสัตว์ 49 ถ้าจุดที่เป็นราบนเสื้อผ้า หรือบนหนัง หรือของที่ถักหรือทอ หรืออะไรก็ตามที่ทำจากหนังสัตว์นั้น เป็นสีเขียวหรือสีแดง มันเป็นเชื้อที่กำลังลุกลามกระจายไปทั่ว ต้องนำของนั้นไปให้นักบวชดู 50 นักบวชจะตรวจสอบจุดที่เป็นเชื้อราเหล่านั้น และแยกของสิ่งนั้นออกมาไว้ต่างหากเป็นเวลาเจ็ดวัน 51 ในวันที่เจ็ด นักบวชจะไปตรวจสอบดูจุดเหล่านั้นอีกครั้ง ถ้ามันยังกระจายไปบนเสื้อผ้า บนของถักหรือทอ หรือบนหนังสัตว์ หรือสิ่งที่ทำจากหนังสัตว์ก็ตาม โดยลุกลามเป็นเชื้อรา มันจะเป็นของที่ไม่บริสุทธิ์ 52 นักบวชต้องเอาเสื้อผ้า ของถักหรือทอจากลินินหรือขนสัตว์หรือของที่ทำจากหนังสัตว์ที่เกิดเป็นเชื้อรานั้นไปเผาทิ้ง เพราะมันเป็นเชื้อราลุกลาม มันต้องถูกไฟเผา
53 ถ้านักบวชตรวจดูพบว่าเชื้อราเหล่านั้นไม่ได้กระจายไปบนเสื้อผ้า บนของถักหรือทอ หรือบนของที่ทำจากหนังสัตว์นั้นแต่อย่างใด 54 นักบวชต้องสั่งให้คนนำผ้านั้นไปซักล้างจุดเหล่านั้นออก และนักบวชต้องแยกของนั้นออกมาไว้ต่างหากเป็นเวลาเจ็ดวัน 55 หลังจากนั้น นักบวชจะกลับมาตรวจดูอีกครั้ง ถ้าพบว่าเชื้อราเหล่านั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะไม่กระจายออก มันจะเป็นของไม่บริสุทธิ์ ท่านต้องเอาไปเผาไฟ ไม่ว่าจุดนั้นจะอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังบนของนั้นก็ตาม
56 แต่ถ้านักบวชตรวจดูแล้ว พบว่าเชื้อราเหล่านั้นเริ่มจางลงหลังจากถูกซักล้าง ให้เขาตัดส่วนที่เป็นเชื้อราออกจากหนังสัตว์ ผ้า หรือสิ่งทอเหล่านั้น 57 และถ้ามันยังปรากฏอีกบนผ้าหรือเครื่องหนังเหล่านั้น และลุกลามไป ท่านต้องเอาของเหล่านั้นไปเผาไฟทิ้ง 58 แต่ถ้าจุดนั้นหายไปจากผ้า สิ่งทอ หรือเครื่องหนังที่ท่านได้นำไปล้าง ท่านต้องเอามันไปล้างซ้ำอีกครั้ง แล้วมันจะบริสุทธิ์”
59 นี่คือกฎเกี่ยวกับเชื้อราบนเสื้อผ้า ทั้งที่ทำจากขนสัตว์หรือลินิน ทั้งที่ทำโดยการถัก หรือทอ หรือบนเครื่องหนัง เพื่อตัดสินว่าของเหล่านี้บริสุทธิ์หรือไม่
14กฎสำหรับคนที่หายจากโรคผิวหนัง
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ต่อไปนี้จะเป็นกฎสำหรับคนที่เคยเป็นโรคผิวหนังร้ายแรงแต่หายดีแล้ว เขาต้องถูกนำตัวมาหานักบวช 3 นักบวชต้องออกไปพบคนๆนั้นที่นอกค่าย และถ้าเขาตรวจดูคนๆนั้นแล้วพบว่า โรคผิวหนังของคนๆนั้นหายดีแล้ว 4 นักบวชต้องสั่งให้เขานำนกป่าบริสุทธิ์มาสองตัว ไม้สนซีดาร์หนึ่งชิ้น เชือกสีแดงหนึ่งเส้น กิ่งหุสบ+ 14:4 หุสบ เป็นพืชที่มีกิ่งก้านและใบเล็กๆมากมาย ใช้สำหรับปะพรมเลือดหรือน้ำ ในพิธีชำระให้บริสุทธิ์ หนึ่งกิ่ง สำหรับใช้ในพิธีชำระล้างให้เขาบริสุทธิ์ 5 นักบวชต้องสั่งให้เอานกตัวหนึ่งมาฆ่าและให้เลือดของมันไหลลงไปในชามดินเผาที่อยู่เหนือน้ำที่ไหลอยู่ 6 แล้วสั่งให้เอานกอีกตัวที่เหลือ มาพร้อมกับ ไม้สน เชือกแดง และกิ่งหุสบ แล้วเอานกตัวนั้นจุ่มลงในเลือดของนกตัวที่ถูกฆ่า ที่อยู่เหนือน้ำที่กำลังไหลนั้น 7 ให้พรมเลือดลงไปเจ็ดครั้งบนตัวคนที่เข้าพิธีชำระจากโรคผิวหนังนั้น แล้วประกาศว่าคนๆนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วนักบวชจะปล่อยนกตัวที่เหลืออยู่นั้นเป็นอิสระกลางท้องทุ่ง
8 แล้วคนที่ได้รับการประกาศให้เป็นคนบริสุทธิ์แล้ว ต้องเอาเสื้อของเขาไปซักล้าง โกนผมให้เกลี้ยงและอาบน้ำ แล้วเขาจะกลายเป็นคนบริสุทธิ์ หลังจากนั้นเขาจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในค่ายได้ แต่ต้องอยู่นอกเต็นท์เป็นเวลาเจ็ดวัน 9 ในวันที่เจ็ดเขาต้องโกนผม โกนหนวดและขนคิ้วออกให้หมด และต้องซักเสื้อผ้าใหม่ และอาบน้ำชำระร่างกาย แล้วเขาจะเป็นคนบริสุทธิ์
10 ในวันที่แปด คนๆนั้นต้องเอาลูกแกะตัวผู้สองตัวที่ไม่มีตำหนิ และลูกแกะตัวเมียอายุหนึ่งปีที่ไม่มีตำหนิมาตัวหนึ่ง แป้งสาลีอย่างดีประมาณหกลิตรครึ่งผสมกับน้ำมันสำหรับเป็นเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชและน้ำมันมะกอกประมาณหนึ่งในสามลิตร 11 นักบวชที่จะทำพิธีชำระล้าง ต้องนำคนที่จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ พร้อมกับเครื่องบูชาเหล่านี้ มาอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์ ตรงทางเข้าเต็นท์นัดพบ 12 แล้วนักบวชต้องเอาลูกแกะตัวผู้มาตัวหนึ่ง ถวายเป็นของถวายชดใช้ และนำน้ำมันมะกอกประมาณหนึ่งในสามลิตร มายกขึ้นให้เป็นเครื่องยื่นบูชาต่อหน้าพระยาห์เวห์ 13 เขาต้องฆ่าลูกแกะตัวนั้นในบริเวณพื้นที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้สำหรับฆ่าเครื่องบูชาชำระล้างและเครื่องเผาบูชา เพราะของถวายชดใช้นี้เป็นเหมือนเครื่องบูชาชำระล้าง มันจะเป็นของนักบวช เป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
14 นักบวชจะเอาเลือดส่วนหนึ่งจากของถวายชดใช้ มาแต้มที่ติ่งหูข้างขวา พร้อมกับหัวแม่มือกับหัวแม่เท้าข้างขวาของคนที่จะรับการชำระล้าง 15 นักบวชจะแบ่งน้ำมันมะกอกที่มีอยู่ประมาณหนึ่งในสามลิตรนั้น แล้วเทใส่ฝ่ามือซ้ายของตัวเขาเอง 16 แล้วนักบวชจะเอานิ้วข้างขวาของเขาจุ่มลงในน้ำมันที่อยู่บนฝ่ามือซ้ายของเขา แล้วเอาไปพรมต่อหน้าพระยาห์เวห์เจ็ดครั้ง 17 น้ำมันที่เหลือบนฝ่ามือนักบวช เขาก็จะเอาไปแต้มที่ติ่งหูด้านขวา นิ้วหัวแม่มือด้านขวา และนิ้วหัวแม่เท้าข้างขวาของคนที่จะรับการชำระล้าง โดยแต้มทับรอยเลือดจากของถวายชดใช้ที่แต้มไว้ก่อนหน้านี้แล้ว 18 น้ำมันที่เหลือทั้งหมดบนฝ่ามือของนักบวช เขาก็จะเอาไปลูบบนหัวของคนที่จะรับการชำระล้าง ด้วยวิธีนี้ต่อหน้าพระยาห์เวห์ นักบวชจะกำจัดบาปหนึ่งบาปใดแทนคนๆนั้นที่เขาได้ทำไปต่อพวกของศักดิ์สิทธิ์
19 แล้วนักบวชจะถวายเครื่องบูชาชำระล้าง เพื่อชำระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แทนคนๆนั้นที่กำลังได้รับการชำระจากความไม่บริสุทธิ์ของเขา หลังจากนั้น นักบวชก็จะฆ่าเครื่องเผาบูชา 20 แล้วนักบวชก็จะถวายเครื่องเผาบูชา และเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชบนแท่นบูชา และด้วยวิธีนี้นักบวชจะทำให้เกิดการคืนดีขึ้นสำหรับคนนั้น และคนนั้นก็จะบริสุทธิ์
21 แต่ถ้าคนที่จะรับการชำระล้างนั้นยากจน ไม่สามารถหาของถวายพวกนั้นมาได้ ก็ให้เขาเอาลูกแกะมาตัวหนึ่ง เป็นของถวายชดใช้ มันจะเป็นเครื่องยื่นบูชาสำหรับเขา เพื่อกำจัดบาปหนึ่งบาปใดที่เขาทำต่อพวกของศักดิ์สิทธิ์ เขาต้องเอาแป้งอย่างดีมาประมาณสองลิตร ผสมน้ำมัน เป็นเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช พร้อมกับน้ำมันมะกอกประมาณหนึ่งในสามลิตร 22 และเอานกเขาสองตัวหรือนกพิราบสองตัว อย่างใดอย่างหนึ่งที่เขาสามารถให้ได้ ตัวหนึ่งใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้าง อีกตัวใช้เป็นเครื่องเผาบูชา
23 คนที่จะรับการชำระล้าง ต้องนำเครื่องบูชาเหล่านี้มาให้นักบวชในวันที่แปด เพื่อนักบวชจะทำพิธีชำระล้างให้กับเขา ตรงทางเข้าเต็นท์นัดพบต่อหน้าพระยาห์เวห์ 24 แล้วนักบวชจะเอาลูกแกะมาเป็นของถวายชดใช้ พร้อมกับน้ำมันมะกอกประมาณหนึ่งในสามลิตร และนักบวชจะถวายพวกมันเป็นเครื่องยื่นบูชาต่อหน้าพระยาห์เวห์ 25 แล้วนักบวชก็จะฆ่าลูกแกะที่เป็นของถวายชดใช้ตัวนั้น นักบวชจะเอาเลือดส่วนหนึ่งของมัน มาแต้มที่ติ่งหูข้างขวา หัวแม่มือข้างขวา และหัวแม่เท้าข้างขวาของคนที่จะรับการชำระล้าง 26 จากนั้นนักบวชจะเทน้ำมันส่วนหนึ่งใส่ฝ่ามือซ้ายของตนเอง 27 แล้วใช้นิ้วมือข้างขวาจุ่มน้ำมันที่อยู่ในฝ่ามือซ้ายของเขา แล้วเอาไปพรมต่อหน้าพระยาห์เวห์เจ็ดครั้ง 28 แล้วนักบวชจะเอาน้ำมันส่วนหนึ่งจากฝ่ามือ ไปแต้มที่ติ่งหูข้างขวา หัวแม่มือข้างขวาและหัวแม่เท้าข้างขวาของคนที่จะรับการชำระล้าง โดยแต้มทับไปบนรอยเลือดที่มาจากของถวายชดใช้ ที่แต้มอยู่ก่อนแล้ว 29 น้ำมันที่เหลือบนฝ่ามือของนักบวช เขาจะเอาไปลูบบนหัวของคนที่จะรับการชำระล้าง เพื่อกำจัดบาปหนึ่งบาปใดที่เขาทำต่อพวกของศักดิ์สิทธิ์แทนเขาต่อหน้าพระยาห์เวห์
30 จากนั้นนักบวชจะถวายนกเขาสองตัวหรือนกพิราบสองตัว อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่คนนั้นสามารถให้ได้ 31 ตัวหนึ่งใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้าง อีกตัวหนึ่งใช้เป็นเครื่องเผาบูชา พร้อมๆกับเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช ด้วยวิธีนี้ ต่อหน้าพระยาห์เวห์ นักบวชจะทำให้เกิดการคืนดีกันขึ้นเพื่อเขาคนนั้นที่กำลังได้รับการชำระล้าง
32 นั่นคือกฎสำหรับคนที่เป็นโรคผิวหนังร้ายแรง ที่ไม่สามารถหาเครื่องบูชาที่ใช้กันตามปกติสำหรับพิธีการชำระล้างของเขา”
กฎสำหรับเชื้อราในบ้าน
33 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสและอาโรนว่า 34 “เมื่อพวกเจ้าเข้าสู่แผ่นดินคานาอันที่เรากำลังให้เป็นสมบัติของเจ้า และเราได้ทำให้เกิดเชื้อรา+ 14:34 เชื้อรา เชื้อประเภทหนึ่งที่เกิดบนผ้า หนังหรือไม้ที่อยู่ในที่ร้อนชื้น ในภาษาฮีบรูยังหมายถึงโรคผิวหนังด้วย ในบ้านเรือน บนแผ่นดินที่เจ้าเป็นเจ้าของนั้น 35 เจ้าของบ้านหลังนั้นต้องไปบอกนักบวชว่า ‘ผมพบสิ่งที่ดูเหมือนเชื้อราในบ้านของผม’
36 นักบวชต้องสั่งพวกเขาให้ขนของออกจากบ้านให้หมด ก่อนที่นักบวชจะไปตรวจดูเชื้อรานั้น ไม่อย่างนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหลังนั้นจะไม่บริสุทธิ์ แล้วนักบวชจะมาตรวจดูบ้านหลังนั้น 37 เขาจะตรวจสอบดูเชื้อรานั้น ถ้าเชื้อราบนกำแพงบ้านเป็นจุดสีแดงหรือสีเขียวและดูเหมือนมันฝังลึกลงในกำแพง 38 นักบวชต้องออกมายืนที่ทางเข้าบ้านหลังนั้นและปิดบ้านหลังนั้นไว้เป็นเวลาเจ็ดวัน
39 ในวันที่เจ็ด นักบวชต้องกลับไปตรวจดูบ้านหลังนั้นใหม่ ถ้าเชื้อราบนกำแพงกระจายออกไป 40 นักบวชต้องออกคำสั่งให้คนกะเทาะหินส่วนที่เป็นเชื้อรานั้นออกมาและขว้างทิ้งไปที่นอกเมืองในสถานที่ไม่บริสุทธิ์ 41 แล้วนักบวชต้องสั่งให้พวกเขาขัดถูภายในบ้านให้ทั่วและนำผงปูน+ 14:41 ผงปูน มาจากโคลนหรือปูนที่ประชาชนใช้ฉาบกำแพงเพื่อทำให้เรียบ ที่เขาขัดออกมานั้น ไปเททิ้งนอกเมืองในสถานที่ไม่บริสุทธิ์ 42 แล้วหาหินก้อนใหม่มาวางแทนหินก้อนเดิม และฉาบปูนทับหินก้อนใหม่และทั้งบ้าน
43 ถ้าเชื้อรากลับมาอีกและกระจายไปทั่วบ้านหลังจากหินที่เป็นเชื้อราถูกกะเทาะออกและบ้านก็ถูกขัดถูและฉาบปูนใหม่แล้ว 44 นักบวชต้องมาตรวจสอบดูอีก ถ้ารากระจายในบ้าน มันจะทำลายข้าวของในบ้าน บ้านก็จะไม่บริสุทธิ์ 45 บ้านหลังนั้นต้องถูกรื้อทิ้งทั้งส่วนที่เป็นหิน ไม้และปูนที่ฉาบทั้งหมด และนำไปทิ้งนอกเมืองในสถานที่ไม่บริสุทธิ์ 46 ใครที่เข้าไปในบ้านในช่วงที่ถูกปิดอยู่ จะกลายเป็นคนไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงเย็น 47 ใครที่เข้าไปนอนหรือไปกินในบ้านหลังนั้นต้องเอาเสื้อที่ใส่ไปซัก
48 แต่ถ้านักบวชมาตรวจสอบบ้านหลังนั้น และเห็นว่าราไม่ได้แพร่กระจายไปในบ้าน หลังจากที่ได้ฉาบปูนบ้านหลังนั้นแล้ว นักบวชจะประกาศว่าบ้านหลังนั้นบริสุทธิ์ เพราะเชื้อราหายไปแล้ว
49 การทำพิธีชำระล้างให้บ้าน นักบวชต้องใช้นกสองตัว ไม้สน เชือกสีแดงและกิ่งหุสบ 50 เขาต้องฆ่านกตัวหนึ่งในชามดินเผาที่อยู่เหนือน้ำที่ไหลอยู่ 51 เขาต้องนำไม้สน กิ่งหุสบ เชือกแดงและนกตัวที่ยังมีชีวิต เอาทั้งหมดนี้จุ่มลงในเลือดของนกตัวที่ถูกฆ่า และในน้ำที่ไหลนั้น แล้วเอาไปพรมบ้านนั้นเจ็ดครั้ง 52 ด้วยวิธีนี้ นักบวชจะทำให้บ้านนั้นบริสุทธิ์ด้วยเลือดนก ด้วยน้ำที่ไหล และด้วยนกเป็นๆตัวนั้น ไม้สน กิ่งหุสบ และเชือกแดง 53 แล้วนักบวชก็จะปล่อยนกเป็นๆตัวนั้น นอกเมืองในท้องทุ่ง ด้วยวิธีนี้ นักบวชจะชำระล้างบ้านนั้น แล้วมันก็จะบริสุทธิ์
54 นี่จะเป็นกฎสำหรับโรคผิวหนังร้ายแรงทุกชนิด สำหรับขี้กราก 55 สำหรับเชื้อราบนผ้าหรือในบ้าน 56 สำหรับแผลบวมอักเสบ แผลตกสะเก็ด หรือตุ่มน้ำใสบนผิวหนัง 57 กฎเหล่านี้ สอนให้รู้ว่า อะไรบริสุทธิ์และอะไรไม่บริสุทธิ์ กฎพวกนี้เกี่ยวกับโรคผิวหนังและเชื้อรา”
15กฎสำหรับของที่ไหลออกจากร่างกาย
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสและอาโรนว่า 2 “ไปพูดกับประชาชนชาวอิสราเอล บอกพวกเขาว่า ‘เมื่อผู้ชายคนใดก็ตามมีหนอง+ 15:2 หนอง สิ่งที่ไหลออกจากร่างกาย รวมถึงน้ำหนองที่ไหลออกจากแผล น้ำกามของผู้ชายและประจำเดือนของผู้หญิง แต่ในบทที่ 15:2-15 นี้จะหมายถึงสิ่งที่ไหลออกจากอวัยวะเพศชายเนื่องจากการติดเชื้อ ไหลออกมาจากอวัยวะเพศ เขาจะเป็นคนไม่บริสุทธิ์ 3 เมื่อเขามีหนองไหลออกมา สิ่งนี้จะทำให้เขาไม่บริสุทธิ์ ไม่ว่าหนองนี้จะไหลออกมาหรือจะคั่งอยู่ในอวัยวะเพศก็ตาม มันเป็นสิ่งไม่บริสุทธิ์ของเขา
4 คนที่มีหนองไหลออกมานี้ไปนอนที่เตียงไหน เตียงนั้นก็จะไม่บริสุทธิ์ ชายคนนี้ไปนั่งบนอะไรก็ตาม สิ่งนั้นก็จะไม่บริสุทธิ์ 5 ใครก็ตาม ที่ไปถูกเตียงของชายคนนี้ จะต้องถอดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ไปซัก และต้องอาบน้ำ และจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น 6 ใครที่ไปนั่งบนอะไรก็ตามที่ชายคนที่มีหนองไหลนี้ไปนั่งมา จะต้องเอาเสื้อผ้าที่ใส่ไปซัก และต้องอาบน้ำและจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น 7 ใครที่ไปถูกต้องร่างของชายคนที่มีหนองไหลนี้ จะต้องถอดเสื้อไปซักและอาบน้ำ และจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น
8 ถ้าชายคนที่มีหนองไหลนี้ ถ่มน้ำลายถูกคนบริสุทธิ์ คนที่ถูกถ่มน้ำลายใส่ จะต้องถอดเสื้อผ้ามาซัก อาบน้ำ และจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น 9 ถ้าชายคนที่มีหนองไหลนี้ไปนั่งบนหลังอาน+ 15:9 อาน หรือที่นั่งในรถรบมา อานนั้นก็จะกลายเป็นของไม่บริสุทธิ์ 10 ใครที่ไปแตะต้องอะไรก็ตามที่เคยอยู่ใต้ชายคนที่มีหนองไหลนี้ จะกลายเป็นคนไม่บริสุทธิ์จนถึงตอนเย็น คนที่ไปถือของที่เคยอยู่ใต้เขานั้น ต้องถอดเสื้อผ้าออกซัก ไปอาบน้ำ และจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น
11 ถ้าชายคนที่มีหนองไหลนี้ ไม่ได้เอาน้ำล้างมือ แล้วไปแตะต้องตัวคนอื่นเข้า คนที่ถูกแตะต้องตัวจะต้องถอดเสื้อผ้าออกซัก อาบน้ำ และจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น
12 ภาชนะดินเผาที่ชายคนที่มีหนองไหลนี้ ไปแตะต้อง จะต้องทุบทิ้ง ส่วนภาชนะที่ทำจากไม้ต้องเอาไปล้างน้ำ
13 ถ้าชายคนที่มีหนองไหลนี้หายจากอาการหนองไหลแล้ว เขาต้องคอยอยู่เจ็ดวัน ก่อนที่จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ เขาต้องซักเสื้อผ้าของเขา ชำระร่างกายในน้ำที่ไหลอยู่ แล้วเขาจะบริสุทธิ์ 14 ในวันที่แปด เขาต้องเอานกเขาหรือนกพิราบมาสองตัว มาอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์ ที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ และเอาพวกมันให้กับนักบวช 15 นักบวชจะใช้ตัวหนึ่งถวายเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง อีกตัวหนึ่งเป็นเครื่องเผาบูชา ด้วยวิธีนี้ ต่อหน้าพระยาห์เวห์ นักบวชจะชำระแท่นบูชาแทนคนนั้น เพราะหนองของเขาไปทำให้แท่นบูชาแปดเปื้อน
กฎสำหรับผู้ชาย
16 ถ้าผู้ชายหลั่งน้ำกามออกมา เขาต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้ทั่ว และจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น 17 ถ้าเสื้อผ้าหรือเครื่องหนังใดๆไปโดนน้ำกามเข้า ต้องนำไปล้างในน้ำและจะกลายเป็นของไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น 18 ถ้าผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงและหลั่งน้ำกามออกมา พวกเขาต้องอาบน้ำชำระร่างกายและจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น
กฎสำหรับผู้หญิง
19 เมื่อผู้หญิงมีประจำเดือน นางจะเป็นคนไม่บริสุทธิ์ไปเป็นเวลาเจ็ดวัน ใครที่ไปถูกตัวนางจะกลายเป็นคนไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น 20 ในระหว่างที่มีประจำเดือน ไม่ว่านางไปนอนบนอะไร หรือนั่งบนอะไร สิ่งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นของที่ไม่บริสุทธิ์ 21 ใครที่ไปแตะต้องเตียงของนาง ต้องถอดเสื้อผ้าไปซัก อาบน้ำชำระร่างกายและจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น 22 ใครที่ไปถูกต้องอะไรก็ตามที่นางไปนั่งมา ต้องถอดเสื้อผ้าออกซัก ไปอาบน้ำและจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น 23 ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่อยู่บนเตียงหรือบนเก้าอี้ที่นางกำลังนั่งอยู่ ถ้าใครไปแตะต้องถูกสิ่งนั้น เขาก็จะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น
24 และถ้าผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงในระหว่างที่นางมีประจำเดือน ชายคนนั้นจะไม่บริสุทธิ์ไปเป็นเวลาเจ็ดวัน เตียงที่ชายคนนี้นอนก็จะไม่บริสุทธิ์ไปด้วย
25 เมื่อผู้หญิงมีเลือดไหล+ 15:25 เลือดไหล สิ่งที่ไหลออกจากร่างกาย รวมถึงน้ำหนองที่ไหลออกจากแผล น้ำกามของผู้ชายและประจำเดือนของผู้หญิง ออกมาหลายวัน ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือน หรือมีเลือดไหลออกมาหลังจากมีประจำเดือนแล้ว ตลอดเวลาที่นางยังมีเลือดไหลอยู่นั้น นางจะไม่บริสุทธิ์ เหมือนกับตอนที่นางมีประจำเดือน 26 เตียงทุกเตียงที่นางนอนในช่วงที่เลือดยังไหลอยู่นั้นก็จะไม่บริสุทธิ์เหมือนเตียงที่นางนอนตอนมีประจำเดือน ทุกสิ่งที่นางนั่งก็จะไม่บริสุทธิ์เหมือนในช่วงเวลาที่นางมีประจำเดือน 27 ใครที่ไปถูกของเหล่านี้จะไม่บริสุทธิ์ เขาต้องถอดเสื้อผ้าไปซัก ไปอาบน้ำและจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น 28 เมื่อนางหายจากเลือดไหลแล้ว นางต้องคอยอยู่อีกเจ็ดวันจึงจะบริสุทธิ์เหมือนเดิม 29 ในวันที่แปด นางต้องนำนกเขาสองตัวหรือนกพิราบสองตัว มาให้นักบวชที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ 30 นักบวชจะเอานกตัวหนึ่งมาถวายเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง อีกตัวหนึ่งถวายเป็นเครื่องเผาบูชา ด้วยวิธีนี้ ต่อหน้าพระยาห์เวห์ นักบวชจะชำระแท่นบูชาแทนนางเพราะของเหลวของนางไปทำให้แท่นบูชาแปดเปื้อน
31 เจ้าต้องแยกชาวอิสราเอลออกจากความไม่บริสุทธิ์ของพวกเขานั้น เพื่อพวกเขาจะได้ไม่ต้องตายเพราะความไม่บริสุทธิ์ของพวกเขา เนื่องจากไปทำให้เต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ท่ามกลางพวกเขาไม่บริสุทธิ์
32 นั่นคือพวกกฎสำหรับคนที่มีหนองไหล หรือคนที่หลั่งน้ำกามออกมา ซึ่งทำให้พวกเขาไม่บริสุทธิ์ 33 และสำหรับผู้หญิงในช่วงที่มีประจำเดือน สำหรับคนที่มีของเหลวไหลอย่างผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง และสำหรับผู้ชายที่ไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงในช่วงที่นางไม่บริสุทธิ์’”
16วันแห่งการชำระล้างให้บริสุทธิ์
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสส หลังจากที่ลูกชายสองคน+ 16:1 ลูกชาย … สองคน ดูที่ เลวีนิติ 10:1-2ของอาโรนตายไป พวกเขาตายเมื่อเข้าใกล้พระยาห์เวห์ 2 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า “ให้บอกกับอาโรนพี่ชายของเจ้าว่า หลังม่านนั้น ไม่ใช่อยากจะเข้าไปเวลาไหนก็เข้าไปได้ เพราะถ้าทำอย่างนั้นเขาก็จะตาย เพราะมันเป็นห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด+ 16:2 ห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ห้องหนึ่งในเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เก็บหีบแห่งคำสัญญา มีหีบข้อตกลงพร้อมกับฝาหีบที่ความไม่บริสุทธิ์จากบาปจะถูกชำระวางอยู่ และเราจะมาปรากฏตัวในเมฆเหนือฝานั้น
3 อาโรนจะเข้าไปในห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดได้ หลังจากที่เขาถวายวัวตัวผู้จากฝูงเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง และแกะตัวผู้เป็นเครื่องเผาบูชาแล้ว 4 เขาต้องสวมเสื้อลินินศักดิ์สิทธิ์ไว้ด้านนอก และสวมเสื้อลินินไว้ชั้นในแนบกับตัวอีกชั้นหนึ่ง เขาต้องเอาผ้าลินินมาผูกเอว และพันผ้าโพกหัว เนื่องจากชุดพวกนี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ เขาต้องอาบน้ำก่อน แล้วถึงค่อยสวมพวกมัน
5 อาโรนจะรับเอาแพะตัวผู้สองตัวมาจากชุมชนชาวอิสราเอล สำหรับเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง และแกะตัวผู้หนึ่งตัวเป็นเครื่องเผาบูชา 6 อาโรนต้องถวายวัวตัวผู้เพื่อเป็นเครื่องบูชาชำระล้างให้กับตัวเอง และเขาจะชำระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อตัวเขาและครอบครัวของเขา
7 แล้วเขาต้องเอาแพะตัวผู้สองตัวมาถวายต่อหน้าพระยาห์เวห์ที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ 8 อาโรนจะต้องโยนสลาก เพื่อเลือกว่าแพะสองตัวนั้น ตัวไหนเป็นของพระยาห์เวห์ ตัวไหนเป็นของอาซาเซล+ 16:8 อาซาเซล หรือ “แพะรับบาป” นี่อาจเป็นชื่อของปีศาจตนหนึ่ง แต่ความหมายสำหรับคำนี้ยังไม่แน่นอน แต่ใจความหลักดูเหมือนจะมีความหมายว่า แพะที่ช่วยพาบาปของคนออกไปสู่ที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งไปหาอาซาเซล
9 แพะตัวที่สลากบอกว่าเป็นของพระยาห์เวห์ อาโรนก็จะเอามาถวายเป็นเครื่องบูชาชำระล้าง 10 ส่วนแพะตัวที่สลากบอกว่าเป็นของอาซาเซล ต้องเอามันมาอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์ เพื่อกำจัดบาปทั้งหลายโดยให้แพะรับไป แล้วส่งมันไปในทะเลทรายให้กับอาซาเซล
11 แล้วอาโรนจะถวายวัวตัวผู้เป็นเครื่องบูชาชำระล้างให้กับตนเอง และเขาจะชำระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อตัวเขาและครอบครัวของเขา เขาจะฆ่าวัวตัวนั้นเป็นเครื่องบูชาชำระล้างให้กับตัวเอง 12 จากนั้น อาโรนต้องเอาถาดที่เต็มไปด้วยถ่านไฟลุกแดงที่เอามาจากแท่นบูชาซึ่งอยู่ตรงหน้าพระยาห์เวห์ พร้อมกับเครื่องหอมที่บดละเอียดมาสองกำมือ แล้วเอาเข้าไปหลังม่าน 13 แล้วอาโรนก็เอาเครื่องหอมใส่ลงในไฟที่อยู่ตรงหน้าพระยาห์เวห์ เพื่อให้ควันจากเครื่องหอมลอยไปปกคลุมฝาหีบที่ความไม่บริสุทธิ์จากบาปจะถูกชำระ เพื่อเขาจะได้ไม่ต้องตาย 14 แล้วอาโรนต้องเอาเลือดวัวตัวนั้นมาส่วนหนึ่ง ใช้นิ้วของเขาพรมเลือดนั้นไปทางด้านตะวันออกของฝาหีบที่ความไม่บริสุทธิ์จากบาปจะถูกชำระนั้น และใช้นิ้วของเขาพรมเลือดไปที่ด้านหน้าของฝานั้นอีกเจ็ดครั้ง
15 หลังจากนั้นอาโรนต้องฆ่าแพะที่ใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้างให้กับประชาชน และเอาเลือดของมันเข้าไปที่หลังม่านนั้น และทำกับเลือดแพะ อย่างเดียวกับที่ทำกับเลือดวัว เสร็จแล้วเอาเลือดแพะไปพรมบนฝาหีบที่ความไม่บริสุทธิ์จากบาปจะถูกชำระ และที่ด้านหน้าของฝานั้น 16 ด้วยวิธีนี้ เขาจะชำระห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดจากความไม่บริสุทธิ์ของประชาชนชาวอิสราเอล รวมทั้งการกบฏต่างๆและบาปทั้งหลายของพวกเขา อาโรนต้องทำอย่างนี้กับเต็นท์นัดพบด้วย เพราะมันตั้งอยู่ท่ามกลางประชาชนที่ไม่บริสุทธิ์ 17 ห้ามไม่ให้ใครเข้าไปในเต็นท์นัดพบ ตั้งแต่ตอนที่อาโรนเข้าไปในห้องที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อชำระมันจนกว่าเขาจะออกมา เขาจะชำระห้องที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นเพื่อตัวเขาเองรวมทั้งครอบครัวของเขา และชุมชนอิสราเอลทั้งหมด 18 หลังจากนั้นอาโรนจะออกมาที่แท่นบูชาที่อยู่ตรงหน้าพระยาห์เวห์ และเขาจะชำระแท่นบูชานั้น เขาจะเอาเลือดวัวตัวผู้ส่วนหนึ่ง และเลือดแพะส่วนหนึ่ง มาป้ายที่เชิงงอนทั้งสี่ด้านของแท่นบูชา 19 แล้วอาโรนจะเอานิ้วพรมเลือดไปที่แท่นบูชาเจ็ดครั้ง ทำให้มันสะอาดจากความไม่บริสุทธิ์ของประชาชนชาวอิสราเอล และเตรียมมันสำหรับการงานอันศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง
20 เมื่ออาโรนชำระห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เต็นท์นัดพบ และแท่นบูชาเสร็จแล้ว เขาก็จะนำแพะเป็นๆมา เขาต้องวางมือลงบนหัวของแพะตัวนั้น และสารภาพความชั่วทั้งหมดของชุมชนอิสราเอล รวมทั้งการกบฏทั้งหลาย และบาปทั้งหมดของพวกเขา 21 อย่างนี้อาโรนจะได้วางบาปทั้งหมดลงบนหัวแพะตัวนั้น หลังจากนั้นเขาจะส่งแพะตัวนั้นออกไปในทะเลทราย เขาจะมอบหมายให้ชายคนหนึ่งจูงมันไป 22 ดังนั้นแพะตัวนั้นก็จะแบกบาปทั้งหมดของพวกเขาไปยังดินแดนที่โดดเดี่ยว แล้วชายคนนั้นก็จะปล่อยแพะตัวนั้นไว้ในทะเลทราย
23 หลังจากนั้นอาโรนจะเข้าไปในเต็นท์นัดพบ และถอดชุดลินินที่เขาใส่ตอนที่เข้าไปในห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และวางชุดนั้นไว้ในเต็นท์นั้น 24 จากนั้นเขาก็จะอาบน้ำชำระร่างกายในสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ และสวมเสื้อตัวอื่นของเขา แล้วจึงออกไปถวายเครื่องเผาบูชาของเขาเอง และเครื่องเผาบูชาของประชาชน โดยวิธีนี้ เขาจะกำจัดบาปทั้งหลายให้กับตัวเขาเองและประชาชน 25 แล้วเขาจะเผาไขมันของเครื่องบูชาชำระล้างบนแท่นบูชา
26 ชายคนที่ปล่อยแพะให้เป็นอิสระ ที่ส่งไปให้กับอาซาเซลนั้น จะต้องถอดเสื้อผ้าซัก แล้วอาบน้ำชำระร่างกาย หลังจากนั้นเขาถึงจะกลับเข้ามาในค่ายได้
27 ทั้งวัวตัวผู้และแพะตัวที่ใช้เป็นเครื่องบูชาชำระล้าง ที่อาโรนเอาเลือดของพวกมันเข้าไปชำระห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด จะต้องถูกนำออกไปนอกค่าย ส่วนหนัง เนื้อและขี้ของพวกมันต้องเอาไปเผาให้หมดนอกค่าย 28 คนที่เผาพวกมันจะต้องถอดเสื้อผ้าออกซักและอาบน้ำชำระร่างกาย หลังจากนั้นถึงจะกลับเข้ามาในค่ายได้
29 กฎนี้จะใช้กับพวกเจ้าตลอดไป ในวันที่สิบของเดือนเจ็ด พวกเจ้าต้องอดอาหารและไม่ทำงาน ทั้งคนอิสราเอลและคนต่างชาติที่อาศัยอยู่กับเจ้า 30 ในวันนั้น นักบวชจะชำระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดแทนพวกเจ้า เพื่อชำระพวกเจ้าให้บริสุทธิ์จากบาปทั้งหมดของพวกเจ้า และเจ้าก็จะสะอาดต่อหน้าพระยาห์เวห์ 31 วันนั้นจะเป็นวันหยุดที่สำคัญมากสำหรับพวกเจ้า พวกเจ้าจะต้องอดอาหาร นี่จะเป็นกฎสำหรับพวกเจ้าตลอดไป
32 นักบวชที่ได้รับเลือกให้เป็นนักบวชสูงสุด และได้รับการเจิมแต่งตั้งให้รับใช้ในฐานะนักบวชแทนที่พ่อของเขา เขาจะต้องทำพิธีชำระสิ่งต่างๆ เขาต้องสวมชุดลินินศักดิ์สิทธิ์ 33 เขาต้องชำระห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เต็นท์นัดพบและแท่นบูชา เขาต้องชำระสิ่งเหล่านี้เพื่อนักบวชคนอื่นๆและผู้คนทั้งหมดในชุมชนนั้น 34 นี่จะเป็นกฎสำหรับพวกเจ้าตลอดไป เพื่อชำระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดแทนชาวอิสราเอลสำหรับบาปทั้งหมดของพวกเขาปีละครั้ง” อาโรนก็ได้ทำตามสิ่งที่พระยาห์เวห์สั่งโมเสสไว้
17กฎเกี่ยวกับการฆ่าและการกินเนื้อสัตว์
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ไปพูดกับอาโรน พวกลูกชายของเขาและประชาชนชาวอิสราเอล บอกพวกเขาว่า ‘นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์สั่งไว้ 3 ถ้าใครก็ตามที่มาจากครอบครัวของชาวอิสราเอล ฆ่าวัว แกะหรือแพะ สำหรับเป็นเครื่องบูชาในค่าย หรือฆ่าสัตว์พวกนี้อย่างใดอย่างหนึ่งที่นอกค่าย 4 แล้วไม่เอามันมาที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ เพื่อถวายเป็นเครื่องบูชาให้กับพระยาห์เวห์ ตรงหน้าเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ของพระยาห์เวห์ เขาต้องรับผิดชอบต่อเลือดที่กระเด็นออกมาจากการฆ่าของเขานั้น คนๆนั้นจะต้องถูกตัดออกจากประชาชนของเขา 5 กฎนี้มีขึ้นเพื่อชาวอิสราเอลจะได้เอาเครื่องบูชาต่างๆที่แต่ก่อนเขาเคยฆ่าตามท้องทุ่งกัน มาให้พระยาห์เวห์ที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ โดยเอามาให้กับนักบวช นักบวชจะเป็นคนทำหน้าที่ฆ่าสัตว์พวกนั้นให้กับพระยาห์เวห์ เป็นเครื่องสังสรรค์บูชา 6 แล้วนักบวชจะสาดเลือดนั้นใส่แท่นบูชาของพระยาห์เวห์ ที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ และเผาไขมันเป็นกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์ 7 พวกเขาจะต้องไม่เอาเครื่องเซ่นไหว้ มาเซ่นพวกปีศาจแพะอีกต่อไป พวกเขาไปไล่ตามปีศาจพวกนี้เหมือนโสเภณี นี่จะเป็นกฎของพวกเขาตลอดไปชั่วลูกหลาน
8 และเจ้าต้องบอกพวกเขาว่า ใครก็ตามจากครอบครัวชาวอิสราเอล หรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า ที่ได้ถวายเครื่องเผาบูชาหรือเครื่องสัตวบูชา 9 โดยไม่ได้เอาเครื่องบูชาพวกนั้นมาถวายให้กับพระยาห์เวห์ที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ คนๆนั้นจะถูกตัดออกจากประชาชนของเขา
10 ถ้าใครก็ตามจากครอบครัวชาวอิสราเอล หรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่กับเจ้า กินเลือด เราจะไม่ยอมรับคนที่กินเลือดนั้น และจะตัดเขาออกจากประชาชนของเขา 11 เพราะชีวิตของร่างกายอยู่ในเลือด และเราได้ให้เลือดนั้นกับเจ้า เพื่อเจ้าจะได้เอาไปใช้บนแท่นบูชา เพื่อชำระความไม่บริสุทธิ์และบาป เพื่อตัวพวกเจ้าเอง มันเป็นเลือดนี้เองที่ชำระล้างความไม่บริสุทธิ์และบาป โดยชีวิตที่อยู่ในมัน 12 เพราะอย่างนี้ เราจึงต้องบอกชาวอิสราเอลไม่ให้กินเลือดและห้ามชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่กับเจ้ากินเลือดด้วย
13 ถ้าชาวอิสราเอลคนใดหรือชาวต่างชาติคนใดที่อาศัยอยู่ร่วมกับเจ้า ไปล่าสัตว์ป่าหรือนกที่กินได้มา จะต้องเทเลือดของมันทิ้ง และเอาดินกลบเลือดนั้น 14 เพราะชีวิตของทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในเลือดของมัน ดังนั้นเราจึงบอกชาวอิสราเอลทุกคนไม่ให้กินเลือดของสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง เพราะชีวิตของสิ่งมีชีวิตอยู่ในเลือดของมัน ใครที่กินเลือดจะถูกตัดออกจากคนของเขา
15 และทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาวอิสราเอลหรือชาวต่างชาติ ที่กินสัตว์ที่ตายเองตามธรรมชาติ หรือถูกสัตว์อื่นฆ่า คนๆนั้นต้องถอดเสื้อออกซัก และอาบน้ำ คนๆนั้นจะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงตอนเย็น หลังจากนั้นถึงจะบริสุทธิ์เหมือนเดิม 16 ถ้าเขาไม่ถอดเสื้อผ้าซักและไม่อาบน้ำ เขาจะต้องได้รับโทษสำหรับบาปของเขานั้น’”
18กฎเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้บอกกับชาวอิสราเอลว่า ‘เราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า 3 เจ้าจะต้องไม่ทำตามสิ่งต่างๆที่คนเขาทำกันในแผ่นดินอียิปต์ที่เจ้าเคยอยู่นั้น เจ้าต้องไม่ทำตามสิ่งต่างๆที่ชาวคานาอันทำกันอยู่ในแผ่นดินของเขาที่เรากำลังพาเจ้าเข้าไปอยู่นี้ และเจ้าต้องไม่ใช้ชีวิตตามธรรมเนียมต่างๆของพวกเขา 4 เจ้าต้องทำตามระเบียบต่างๆของเรา และรักษากฎต่างๆของเรา เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้ชีวิตตามกฎเหล่านั้น เราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า 5 เจ้าต้องทำตามกฎและระเบียบของเรา ใครที่เชื่อฟังกฎเหล่านี้จะมีชีวิตอยู่ได้ เพราะกฎเหล่านั้น เราคือยาห์เวห์
6 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับญาติสนิทของเจ้า เราคือยาห์เวห์
7 เจ้าต้องไม่ทำให้พ่อของเจ้าต้องอับอายขายหน้า เพราะเจ้าไปมีเพศสัมพันธ์กับแม่ของเจ้าเอง เพราะนางคือแม่ของเจ้า เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับนาง 8 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับเมียคนอื่นๆของพ่อ+ 18:8 เมียคนอื่นๆของพ่อ หรือแม่เลี้ยงเจ้า เพราะมันจะทำให้พ่อของเจ้าต้องอับอายขายหน้า
9 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับพี่สาวหรือน้องสาวของเจ้า ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวของพ่อเจ้าหรือของแม่เจ้า ไม่ว่าเธอจะเกิดในบ้านเดียวกับเจ้าหรือที่อื่นก็ตาม+ 18:9 ลูกสาว … ก็ตาม ถ้าผู้ชายมีเมียหลายคน เมียแต่ละคนกับลูกๆของนางจะมีกระโจมของตนเองหรือมีบ้านส่วนของตนเอง พวกเขาจะเป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆ ดังนั้น ข้อความนี้อาจจะหมายถึงผู้ชายไม่ควรมีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวคนใดๆก็ตามของพ่อตัวเอง
10 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับหลานสาว ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวของลูกชายเจ้า หรือลูกสาวของลูกสาวเจ้า เพราะมันจะทำให้เจ้าต้องอับอายขายหน้า
11 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวที่เกิดจากเมียคนอื่นๆของพ่อเจ้า เพราะนางเป็นน้องสาวของเจ้า
12 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับพี่น้องของพ่อเจ้า เพราะนางคือญาติสนิทของพ่อเจ้า 13 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับพี่น้องของแม่เจ้า เพราะนางคือญาติสนิทของแม่เจ้า 14 เจ้าต้องไม่ทำให้พี่ชายหรือน้องชายของพ่อเจ้าต้องอับอายขายหน้า โดยไปมีเพศสัมพันธ์กับเมียของเขา เพราะนางคือป้าสะใภ้และอาสะใภ้ของเจ้า
15 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับลูกสะใภ้ของเจ้า เพราะนางคือเมียของลูกชายเจ้า เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับนาง
16 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับเมียของพี่ชายหรือน้องชายเจ้า เพราะจะทำให้พี่ชายหรือน้องชายของเจ้าต้องอับอายขายหน้า
17 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วยังมีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวของนางด้วย เจ้าต้องไม่แต่งงานและมีเพศสัมพันธ์กับหลานสาวของนางด้วย ไม่ว่าหลานคนนั้นจะเป็นลูกของลูกชายหรือลูกของลูกสาวนางก็ตาม เพราะพวกนั้นเป็นญาติสนิทกับนาง มันเป็นสิ่งชั่วช้าลามก
18 เจ้าต้องไม่แต่งงานกับพี่สาวหรือน้องสาวของเมียเจ้า และต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับนางตราบใดที่เมียของเจ้ายังมีชีวิตอยู่
19 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงในระหว่างที่นางมีประจำเดือนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นางไม่บริสุทธิ์
20 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับเมียของเพื่อนบ้าน ซึ่งจะทำให้เจ้าเองไม่บริสุทธิ์กับนาง
21 เจ้าต้องไม่ให้ลูกของเจ้าถูกเผาไฟสังเวยให้พระโมเลค+ 18:21 พระโมเลค พระจอมปลอม ชื่อนี้เหมือนคำในภาษาฮีบรูหมายถึง “กษัตริย์” เจ้าต้องไม่ดูหมิ่นชื่อของพระเจ้าของเจ้า โดยการทำอย่างนี้ เราคือยาห์เวห์
22 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน เหมือนกับที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิง เพราะเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน
23 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ และทำตัวไม่บริสุทธิ์กับมัน ผู้หญิงก็ต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ด้วยเหมือนกัน เพราะมันวิปริต
24 เจ้าจะต้องไม่ทำตัวเองให้ไม่บริสุทธิ์ด้วยการทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ เพราะชนชาติพวกนี้ที่เรากำลังขับไล่ออกไปจากแผ่นดินต่อหน้าพวกเจ้า เคยทำตัวไม่บริสุทธิ์อย่างนั้น 25 แผ่นดินถึงได้ไม่บริสุทธิ์ ดังนั้นเราจึงลงโทษมันสำหรับบาปที่อยู่ในมัน แผ่นดินก็เลยอ้วกคนพวกนั้นที่อาศัยอยู่ที่นั่นออกมา
26 พวกเจ้าทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่กับเจ้า ต้องเชื่อฟังกฎและระเบียบของเรา และต้องไม่ทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนพวกนี้ 27 เพราะคนที่อาศัยบนแผ่นดินนั้นก่อนหน้าเจ้า ได้ทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนพวกนี้ แผ่นดินถึงได้ไม่บริสุทธิ์ 28 แต่ถ้าเจ้าทำตามกฎของพระยาห์เวห์ แผ่นดินนั้นจะได้ไม่อ้วกเจ้าออกมา เพราะไปทำให้มันไม่บริสุทธิ์ เหมือนกับที่มันอ้วกชนชาติที่อาศัยอยู่ก่อนหน้าเจ้าออกมา 29 เพราะใครก็ตามที่ทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนพวกนี้ คนเหล่านั้นจะถูกตัดออกจากประชาชนของพวกเขา 30 ดังนั้น พวกเจ้าต้องรักษาคำสั่งของเรา ไม่ไปทำตามธรรมเนียมที่น่าสะอิดสะเอียนพวกนี้ ที่คนอื่นเขาทำกันอยู่ก่อนแล้ว และเจ้าต้องไม่ทำให้ตัวเจ้าเองไม่บริสุทธิ์ เพราะไปทำสิ่งพวกนี้ เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า’”
19ชาวอิสราเอลเป็นของพระเจ้า
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้พูดกับชุมชนชาวอิสราเอลทั้งหมด บอกกับพวกเขาว่า ‘เจ้าต้องทำตัวให้แตกต่างจากคนอื่น เพราะเรา ยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า แตกต่างจากผู้อื่น
3 ทุกคนต้องเคารพพ่อแม่ของตน และต้องรักษาวันหยุดต่างๆของเราไว้ เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
4 อย่าทิ้งเราและหันไปกราบไหว้พวกรูปเคารพและอย่าเอาเหล็กมาหล่อเป็นพวกพระต่างๆสำหรับพวกเจ้าเอง เราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า
5 เมื่อเจ้าเอาเครื่องสังสรรค์บูชามาถวายให้กับพระยาห์เวห์ เจ้าควรถวายตามวิธีที่ถูกต้อง มันจะได้เป็นที่ยอมรับเพื่อเจ้า 6 เนื้อที่เจ้าเอามาถวายนั้น จะต้องกินในวันนั้นที่เจ้าฆ่ามัน หรือไม่ก็วันถัดไป แต่ถ้าเหลือถึงวันที่สาม ก็ให้เอาไปเผาไฟทิ้งให้หมด 7 ถ้ายังขืนเอามากินอีกในวันที่สาม มันก็ไม่สะอาดแล้ว+ 19:7 ไม่สะอาดแล้ว ไม่บริสุทธิ์ หรือพระเจ้าไม่ยอมรับไว้เป็นเครื่องบูชา และไม่เป็นที่ยอมรับด้วย 8 คนที่กินมัน ต้องรับผิดชอบต่อความบาปของเขาเอง เพราะว่าเขาดูหมิ่นพวกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่เป็นของพระยาห์เวห์ และคนๆนั้นต้องถูกตัดออกจากประชาชนของเขา
9 เมื่อเจ้าเก็บเกี่ยวพืชผลจากที่ดินของเจ้า อย่าเก็บไปจนสุดขอบของทุ่งและอย่ากลับไปเก็บพวกที่หล่นตามพื้น 10 อย่าเก็บองุ่นจนหมดทั้งไร่ของเจ้า และต้องไม่เก็บองุ่นที่หล่นตามพื้นในไร่ด้วย เจ้าต้องเหลือทิ้งไว้ให้คนยากจนหรือคนเดินทาง เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
11 เจ้าต้องไม่ขโมย ไม่โกงหรือโกหกซึ่งกันและกัน 12 เจ้าต้องไม่เอาชื่อของเราไปสาบานอย่างไม่จริงใจ นั่นเป็นการลบหลู่ชื่อของพระเจ้าของเจ้า เราคือยาห์เวห์
13 เจ้าต้องไม่โกงเพื่อนบ้านเจ้า และเจ้าต้องไม่ไปปล้นเขา เจ้าต้องไม่หน่วงเหนี่ยวค่าแรงของคนงานไว้จนถึงวันรุ่งขึ้น+ 19:13 หน่วงเหนี่ยว … จนถึงวันรุ่งขึ้น คนงานจะได้รับค่าแรงสำหรับงานที่พวกเขาทำในวันนั้น เมื่อสิ้นสุดแต่ละวัน
14 เจ้าต้องไม่แช่งคนหูหนวก เจ้าต้องไม่แกล้งคนตาบอด โดยเอาของมาขวางทางเขา ทำให้เขาสะดุดล้ม เจ้าต้องยำเกรงพระเจ้าของเจ้า เราคือยาห์เวห์
15 เจ้าต้องตัดสินอย่างยุติธรรม ไม่ลำเอียงเข้าข้างใคร ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนสำคัญ เจ้าต้องตัดสินเพื่อนบ้านของเจ้าอย่างยุติธรรม 16 เจ้าต้องไม่เที่ยวใส่ร้ายคนอื่น และเจ้าต้องไม่ทำสิ่งที่เสี่ยงต่อชีวิตของเพื่อนบ้าน+ 19:16 เจ้าต้องไม่ … เพื่อนบ้าน หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เจ้าต้องไม่กินอยู่บนความทุกข์ของเพื่อนบ้าน” เราคือยาห์เวห์
17 เจ้าต้องไม่เกลียดชังเพื่อนบ้านของเจ้าอยู่ในใจ ต้องช่วยตักเตือนเขาเมื่อเขาทำผิด เพื่อเจ้าจะได้ไม่มีส่วนในความผิดบาปของเขา 18 ลืมสิ่งไม่ดีที่คนอื่นทำกับเจ้า และอย่าแก้แค้น ให้รักเพื่อนบ้านของเจ้าเหมือนรักตัวเอง เราคือยาห์เวห์
19 เจ้าต้องเชื่อฟังกฎทั้งหลายของเรา ต้องไม่ผสมพันธุ์สัตว์ต่างชนิดกัน ไม่หว่านเมล็ดพืชต่างชนิดในทุ่งนาเดียวกัน เจ้าต้องไม่สวมเสื้อที่ทำจากวัสดุสองชนิดผสมกัน
20 ถ้าผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เป็นทาส ที่ถูกหมั้นหมายไว้แล้วกับชายอื่น แต่ยังไม่ได้รับการไถ่ตัว หรือปล่อยให้เป็นอิสระ พวกเขาสองคนจะต้องถูกลงโทษ แต่โทษไม่ถึงตาย เพราะนางยังไม่เป็นอิสระ 21 แต่ชายคนนั้นต้องนำแกะตัวผู้มาเป็นของถวายชดใช้ ถวายให้กับพระยาห์เวห์ที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ 22 ต่อหน้าพระยาห์เวห์ นักบวชจะกำจัดบาปให้กับเขา โดยใช้แกะตัวผู้ที่เป็นของถวายชดใช้สำหรับบาปที่เขาได้ทำ แล้วเขาจะได้รับการอภัยจากบาปที่ได้ทำไป
23 เมื่อเจ้าเข้าไปในแผ่นดินนั้นแล้ว และได้ปลูกต้นผลไม้เป็นอาหาร เจ้าต้องถือว่าผลของมันไม่บริสุทธิ์+ 19:23 ผลของมันไม่บริสุทธิ์ หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ให้ตัดผลของมันทิ้งไปเหมือนตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย” ในสามปีแรกนั้น มันเป็นของต้องห้ามสำหรับเจ้า ห้ามกินมัน 24 แต่ในปีที่สี่ ผลทั้งหมดของมันจะเป็นของถวายอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสรรเสริญพระยาห์เวห์ 25 ในปีที่ห้าเจ้าถึงกินผลมันได้ ด้วยวิธีนี้ การเก็บเกี่ยวของเจ้าก็จะเพิ่มมากขึ้น เราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า
26 เจ้าต้องไม่กินเนื้อสัตว์ที่ยังมีเลือดของมันติดอยู่
เจ้าต้องไม่พยายามทำนายจากลางบอกเหตุหรือจากเวทมนตร์
27 เจ้าต้องไม่โกนจอนและไม่โกนเครา 28 เจ้าต้องไม่เฉือนเนื้อตัวเองในพิธีบูชาคนตาย และต้องไม่สักเครื่องหมายใดๆลงบนตัว เราคือยาห์เวห์
29 เจ้าต้องไม่ทำลายศักดิ์ศรีของลูกสาวเจ้า โดยให้นางเป็นโสเภณี เพื่อประชาชนในแผ่นดินนี้จะได้ไม่นอกใจเราอย่างกับโสเภณี และทำให้แผ่นดินเต็มไปด้วยความชั่วช้าลามก
30 เจ้าต้องรักษาพวกวันหยุดของเรา และต้องเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา เราคือยาห์เวห์
31 อย่าไปหาคนทรง+ 19:31 คนทรง คนที่พยายามติดต่อกับวิญญาณคนตายหรือผี และพ่อมด+ 19:31 พ่อมด คนที่พยายามใช้วิญญาณชั่วในการสร้างเวทมนตร์หรือวิญญาณที่คุ้นเคยที่เป็นวิญญาณของญาติหรือเพื่อนของคนที่ตายไปแล้ว (เหมือน 20:6) เพื่อขอคำแนะนำ และทำให้เจ้าเองไม่บริสุทธิ์เพราะพวกมัน เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
32 เจ้าต้องยืนขึ้นทำความเคารพคนแก่ และต้องให้เกียรติกับพวกเขา เจ้าต้องยำเกรงพระเจ้าของเจ้า เราคือยาห์เวห์
33 เมื่อชาวต่างชาติมาอาศัยอยู่ในแผ่นดินของเจ้า เจ้าจะต้องไม่เอาเปรียบเขา 34 ชาวต่างชาติที่อยู่กับเจ้าต้องเป็นเหมือนประชาชนคนหนึ่งของเจ้า และเจ้าต้องรักเขาเหมือนรักตัวเอง เพราะเจ้าก็เคยเป็นชาวต่างชาติในอียิปต์มาแล้วเหมือนกัน เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
35 เจ้าต้องซื่อสัตย์ในการตัดสินความ เมื่อเจ้าวัดความยาว ชั่งน้ำหนักหรือวัดความจุ 36 เจ้าจะต้องใช้พวกตราชั่ง พวกตุ้มน้ำหนัก พวกที่ตวงเมล็ดข้าวกับของเหลว อันเที่ยงตรง เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ที่นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์
37 เจ้าต้องเชื่อฟังกฎระเบียบทั้งหมดของเรา และทำตามพวกมัน เราคือยาห์เวห์’”
20คำเตือนเรื่องการบูชารูปเคารพ
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้บอกประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘ใครก็ตามในหมู่ชาวอิสราเอลหรือในหมู่ชาวต่างชาติที่มาอาศัยในอิสราเอล ที่เอาลูกตัวเองสังเวยให้กับพระโมเลค+ 20:2 พระโมเลค พระจอมปลอม ชื่อนี้เหมือนคำในภาษาฮีบรูหมายถึง “กษัตริย์” จะต้องถูกฆ่า ประชาชนต้องเอาหินขว้างเขาจนตาย 3 เราจะต่อต้านคนๆนั้น และจะตัดเขาออกจากประชาชนของเขา เพราะเขาเอาลูกตัวเองสังเวยให้กับพระโมเลค เขาได้ทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราแปดเปื้อน และเขาก็ได้ลบหลู่ชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของเรา 4 แต่ถ้าประชาชนทั้งแผ่นดินหลับหูหลับตา ต่อคนที่เอาลูกตัวเองไปสังเวยให้กับพระโมเลค และไม่ยอมประหารชีวิตเขา 5 เราก็จะต่อต้านคนๆนั้นและครอบครัวของเขา เราจะตัดเขาและทุกคนที่หลงตามเขาไปขายตัวให้กับพระโมเลค ออกจากประชาชนของพวกเขา
6 ถ้ามีใครไปหาคนทรงและพ่อมด เพื่อขอคำแนะนำ และนอกใจเราเหมือนกับโสเภณี เราจะต่อต้านคนๆนั้นและจะตัดเขาออกจากประชาชนของเขา
7 เจ้าต้องทำตัวให้แตกต่างจากคนอื่น และรักษาความแตกต่างนั้นไว้ เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า 8 เจ้าต้องเชื่อฟังกฎของเราและทำตามนั้น เราคือยาห์เวห์ผู้ที่ทำให้เจ้าแตกต่างและเป็นของเรา
9 ถ้าใครสาปแช่งพ่อแม่ คนนั้นจะต้องถูกฆ่า คนที่สาปแช่งพ่อแม่ เป็นคนที่แส่หาเรื่องตายเอง
การลงโทษสำหรับบาปทางเพศ
10 ถ้าชายคนหนึ่งมีชู้กับเมียคนอื่น ถ้าเป็นเมียของเพื่อนบ้าน ทั้งหญิงและชายที่เป็นชู้กันต้องถูกฆ่า 11 ถ้าผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับเมียพ่อ เขาทำให้พ่อต้องอับอายขายหน้า ทั้งเขาและเมียพ่อที่เป็นชู้กันต้องถูกฆ่า พวกเขาแส่หาเรื่องตายเอง
12 ถ้าผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับลูกสะใภ้ของตัวเอง ทั้งคู่จะต้องถูกฆ่า พวกเขาได้ทำเรื่องวิปริต พวกเขาแส่หาเรื่องตายเอง
13 ถ้าผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน อย่างกับมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิง เขาทั้งสองได้ทำเรื่องน่าสะอิดสะเอียน พวกเขาจะต้องถูกฆ่า พวกเขาแส่หาเรื่องตายเอง
14 ถ้าชายคนหนึ่งได้กับผู้หญิงคนหนึ่ง และยังได้กับแม่ของนางด้วย นั่นเป็นสิ่งที่ชั่วช้าลามก ประชาชนจะต้องเอาไฟเผาเขาและหญิงทั้งสองนั้นให้ตายด้วย เพื่อความชั่วช้าลามกนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีกในหมู่พวกเจ้า
15 ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ จะต้องถูกฆ่า และเจ้าจะต้องฆ่าสัตว์ตัวนั้น 16 ถ้าผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ เจ้าต้องฆ่าทั้งผู้หญิงและสัตว์ด้วย พวกเขาสมควรถูกฆ่า พวกเขาแส่หาเรื่องตายเอง
17 ถ้าผู้ชายแต่งงานกับพี่สาวหรือน้องสาวของเขา ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวของพ่อหรือลูกสาวของแม่ และพวกเขามีเพศสัมพันธ์กัน ถือเป็นเรื่องน่าอัปยศอดสู พวกเขาต้องถูกตัดออกจากประชาชนของเขาต่อหน้าฝูงชน เพราะเขามีเพศสัมพันธ์กับพี่สาวหรือน้องสาวของเขาเอง เขาต้องถูกทำโทษสำหรับบาปของเขา
18 ถ้าผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงระหว่างที่นางมีประจำเดือน เขาเปิดเผยที่มาของเลือดของนาง และนางก็เปิดเผยที่มาของเลือดนาง พวกเขาทั้งคู่ต้องถูกตัดออกจากคนของพวกเขา
19 เจ้าต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับพี่สาวหรือน้องสาวของแม่หรือของพ่อเจ้า เพราะถือว่าเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับญาติสนิท พวกที่ทำอย่างนี้จะต้องถูกทำโทษสำหรับบาปของพวกเขา
20 ถ้าผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับเมียของลุงหรืออา เขาทำให้ลุงหรืออาต้องอับอายขายหน้า ทั้งชายคนนั้นและเมียของลุงหรืออา จะต้องถูกทำโทษสำหรับบาปของพวกเขา พวกเขาจะตายโดยไม่มีลูกหลาน
21 ถ้าผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับเมียของพี่ชายหรือน้องชาย ถือเป็นการไม่บริสุทธิ์ เขาทำให้พี่ชายหรือน้องชายต้องอับอายขายหน้า ทั้งหญิงและชายคู่นั้นจะไม่มีลูกหลาน
22 พวกเจ้าต้องเชื่อฟังกฎและระเบียบของเรา และทำตาม เพื่อแผ่นดินที่เรากำลังจะนำพวกเจ้าไปอาศัยจะได้ไม่อ้วกพวกเจ้าออกมา 23 พวกเจ้าต้องไม่ทำตามธรรมเนียมของชนชาติพวกนั้น ที่เรากำลังไล่ออกจากแผ่นดินนั้นต่อหน้าพวกเจ้า เพราะพวกมันได้ทำบาปทั้งหลายนี้ เราก็เลยเกลียดพวกมัน
24 แต่เราเคยพูดกับเจ้าแล้วว่า เจ้าจะได้เป็นเจ้าของแผ่นดินของพวกเขา และเราจะยกมันให้เป็นของเจ้า มันคือดินแดนที่อุดมสมบูรณ์+ 20:24 ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ หรือแปลตรงๆได้ว่า “ดินแดนที่เต็มไปด้วยน้ำนมและน้ำเชื่อมผลไม้ไหลอยู่”
เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เราได้แยกเจ้าออกมาจากชนชาติอื่นๆ 25 ดังนั้น พวกเจ้าต้องแยกแยะระหว่างสัตว์ที่บริสุทธิ์กับไม่บริสุทธิ์ และนกที่บริสุทธิ์กับนกที่ไม่บริสุทธิ์ เจ้าต้องไม่ทำตัวเองให้แปดเปื้อนโดยกินสัตว์ นกหรือสัตว์เลื้อยคลานบนพื้นดิน ที่เราได้แยกไว้ว่าไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกเจ้า 26 พวกเจ้าต้องทำตัวให้แตกต่างเพื่อเรา เพราะเราคือยาห์เวห์ผู้แตกต่างจากผู้อื่น และเราได้แยกพวกเจ้าออกจากชนชาติอื่นๆเพื่อเป็นของเรา
27 ชายหรือหญิงที่เป็นร่างทรง หรือเป็นพ่อมด ต้องถูกฆ่า ประชาชนต้องเอาหินขว้างพวกเขาให้ตาย พวกเขาแส่หาเรื่องตายเอง’”
21กฎสำหรับนักบวช
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า “ให้บอกกับพวกนักบวช ที่เป็นลูกหลานของอาโรนว่า ‘นักบวชต้องไม่ทำตัวให้ไม่บริสุทธิ์+ 21:1 ไม่บริสุทธิ์ พระเจ้าไม่ยอมรับการบูชาจากเขา ด้วยการแตะต้องศพที่เป็นญาติของเขา 2 ยกเว้นแต่ผู้ตายเป็นญาติสนิท คือ แม่ หรือ พ่อ ลูกชาย ลูกสาว พี่ชายหรือน้องชาย 3 พี่สาวหรือน้องสาวที่ยังไม่แต่งงาน+ 21:3 พี่สาว … ไม่แต่งงาน หรือยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับใคร นางยังสนิทกับเขา เพราะนางยังไม่ได้แต่งเป็นของชายอื่น นักบวชอาจจะทำให้ตัวเองไม่บริสุทธิ์เพื่อนางได้ 4 แต่นักบวชจะต้องไม่ทำตัวเองให้ไม่บริสุทธิ์ ถ้าคนตายเป็นเพียงญาติฝ่ายเมีย การแตะต้องร่างคนตายจะทำให้นักบวชไม่บริสุทธิ์
5 นักบวชต้องไม่โกนผมจนหัวล้าน ต้องไม่กันเคราและไม่เชือดเนื้อของตัวเอง 6 พวกนักบวชต้องรักษาตัวให้พร้อมที่จะทำการงานอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อพระเจ้าของพวกเขา พวกเขาจะต้องไม่ทำให้ชื่อของพระเจ้าของพวกเขาเสื่อมเสีย เพราะพวกเขาจะต้องถวายพวกของขวัญ ที่เป็นอาหารของพระเจ้าของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจะต้องรักษาตัวให้พร้อมที่จะทำการงานอันศักดิ์สิทธิ์
7 พวกนักบวชต้องไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่เสื่อมเสียเพราะเคยขายตัวมาก่อน หรือผู้หญิงที่หย่ากับสามี เพราะนักบวชเป็นผู้ที่ถูกอุทิศไว้ให้กับพระเจ้าของเขา 8 เจ้าต้องทำกับนักบวชแตกต่างจากคนอื่นๆเพราะเขาเป็นคนถวายอาหารให้พระเจ้าของเจ้า นักบวชจะต้องแตกต่างในสายตาเจ้า เพราะเรา คือยาห์เวห์ ผู้ที่แตกต่างจากผู้อื่น และเราทำให้เจ้าแตกต่างจากผู้อื่น
9 ถ้าลูกสาวของนักบวชทำตัวไม่บริสุทธิ์ ด้วยการไปขายตัว เขาทำให้พ่อของตัวเองไม่บริสุทธิ์ไปด้วย นางจะต้องถูกเผาตาย
10 นักบวชคนที่เป็นใหญ่กว่าพี่น้องคนอื่นๆคนที่ได้รับการเจิมน้ำมันบนหัว และคนที่ได้รับการแต่งตั้งให้สวมชุดพิเศษของนักบวชชั้นสูง เขาต้องไม่ปล่อยผมรุงรัง และต้องไม่ฉีกเสื้อผ้าแสดงความเศร้าโศก 11 เขาจะต้องไม่เข้าใกล้ศพ ถึงจะเป็นศพพ่อหรือแม่ของเขาก็ตาม เขาจะต้องไม่ทำตัวเองให้ไม่บริสุทธิ์ 12 เขาต้องไม่ไปจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเขาต้องไม่ทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าไม่บริสุทธิ์ เพราะเขาได้ถูกแยกไว้ด้วยน้ำมันเจิมของพระเจ้าของเขา เราคือยาห์เวห์
13 นักบวชสูงสุดต้องแต่งงานกับผู้หญิงพรหมจรรย์ 14 นักบวชสูงสุดต้องไม่แต่งงานกับผู้หญิงต่อไปนี้คือ แม่หม้าย หญิงที่หย่ากับสามี หรือโสเภณีที่ไม่บริสุทธิ์ เขาจะแต่งงานได้แต่เฉพาะกับหญิงพรหมจรรย์จากคนของเขาเท่านั้น 15 เพื่อเขาจะได้ไม่ทำให้ลูกของเขาไม่บริสุทธิ์ท่ามกลางคนของเขาเอง เพราะเรา ยาห์เวห์ ได้อุทิศนักบวชสูงสุดนั้นไว้สำหรับการงานอันศักดิ์สิทธิ์’”
16 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 17 “ให้บอกอาโรนว่า ถ้าลูกหลานคนไหนของเจ้า ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม มีร่างกายพิการ เขาจะต้องไม่เข้ามาใกล้แท่นบูชา เพื่อถวายอาหารให้กับพระเจ้าของเขา 18 เพราะคนไหนมีร่างกายไม่สมบูรณ์ เขาจะต้องไม่เข้ามาใกล้แท่นบูชา ไม่ว่าจะเป็นคนตาบอด คนเป็นง่อย คนที่มีใบหน้าผิดรูปไป+ 21:18 ใบหน้าผิดรูปไป หรือ อาจจะแปลได้ว่า มีแขนขาสั้นผิดปกติ คนที่มีร่างผิดเพี้ยนไป+ 21:18 มีร่างผิดเพี้ยนไป หรือ อาจจะแปลได้ว่า มีแขนขาที่ยาวผิดปกติ19 คนเท้าหัก คนมือหัก 20 คนหลังค่อม คนเตี้ยแคระ คนตาเสีย คนที่มีผื่นขึ้นตามตัว คนเป็นโรคผิวหนัง คนที่ลูกอัณฑะบี้
21 ลูกหลานทุกคนของนักบวชอาโรน ที่มีร่างกายพิการ ห้ามไม่ให้เข้าใกล้แท่นบูชา เพื่อถวายพวกของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ เพราะเขาพิการ เขาจึงไม่สามารถถวายอาหารให้กับพระเจ้าของเขาได้ 22 แต่เขาสามารถกินอาหารของพระเจ้าของเขาได้ ทั้งอาหารที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดและอาหารที่ศักดิ์สิทธิ์ 23 แต่เขาต้องไม่เข้ามาใกล้ม่าน และต้องไม่เข้าใกล้แท่นบูชา เพราะเขาพิการทางร่างกาย เขาต้องไม่ทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราไม่บริสุทธิ์ เพราะเราคือยาห์เวห์ ผู้ที่ทำให้สถานที่เหล่านี้ศักดิ์สิทธิ์”
24 ดังนั้นโมเสสจึงเล่าเรื่องพวกนี้ให้อาโรน พวกลูกชายของอาโรน และประชาชนชาวอิสราเอลทั้งหมดฟัง
221 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้บอกอาโรนกับพวกลูกชายของเขาว่า ‘พวกเขาจะต้องไม่ทำให้ของขวัญอันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอิสราเอลเอามาอุทิศให้กับเรานั้น หมดความศักดิ์สิทธิ์ไป เพื่อพวกเขาจะได้ไม่ลบหลู่ชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของเรา เราคือยาห์เวห์ 3 ให้บอกกับพวกเขาว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถ้าลูกหลานคนใดของเจ้าในขณะที่ตัวเขาไม่บริสุทธิ์ ได้ไปแตะต้องของขวัญอันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอิสราเอลอุทิศให้กับพระยาห์เวห์ คนนั้นจะไม่ได้รับใช้เราในฐานะนักบวชอีกต่อไป เราคือยาห์เวห์
4 ถ้าลูกหลานคนไหนของอาโรน เป็นโรคผิวหนังร้ายแรง หรือมีหนองไหล+ 22:4 หนองไหล ของเหลวทุกอย่างที่ไหลออกจากร่างกายรวมถึงน้ำหนองจากแผล น้ำกามของผู้ชายและประจำเดือนของผู้หญิง ออกจากร่างกาย เขาต้องไม่กินอาหารที่ศักดิ์สิทธิ์พวกนี้จนกว่าตัวเขาจะบริสุทธิ์ ถ้ามีใครไปแตะต้องถูกสิ่งที่ศพของคนตายได้ทำให้ไม่บริสุทธิ์ไว้ หรือถ้ามีใครที่หลั่งน้ำกามออกมา 5 หรือถ้ามีใครไปแตะต้องถูกสัตว์เลื้อยคลานที่ไม่บริสุทธิ์ หรือไปแตะต้องถูกคนที่จะทำให้เขาไม่บริสุทธิ์ ไม่ว่าเขาจะไม่บริสุทธิ์ในเรื่องอะไรก็ตาม 6 คนที่ไปแตะต้องถูกอะไรก็ตามในของที่ไม่บริสุทธิ์พวกนี้ คนๆนั้นก็จะไม่บริสุทธิ์ไปจนถึงเย็น และเขาจะต้องไม่กินอาหารที่ศักดิ์สิทธิ์ใดๆนอกเสียจากว่าเขาจะไปอาบน้ำก่อน 7 เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน เขาก็จะกลับเป็นคนบริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็กินอาหารที่ศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นได้ เพราะนั่นเป็นอาหารของเขา
8 นักบวชต้องไม่กินสัตว์ที่ตายตามธรรมชาติ หรือถูกสัตว์ป่าฉีกเนื้อกิน มันจะทำให้เขาไม่บริสุทธิ์ เราคือยาห์เวห์
9 พวกเขาต้องรักษากฎของเรา พวกเขาจะได้ไม่มีความผิดเพราะมัน และต้องตายเพราะไม่นับถือกฎพวกนี้ของเรา เราคือยาห์เวห์ผู้ทำให้พวกเขาแตกต่างจากคนอื่นๆ 10 คนนอกต้องไม่กินอาหารที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ คนที่อาศัยอยู่กับนักบวชและคนงานที่นักบวชจ้างมา ต้องไม่กินอาหารที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ 11 แต่ถ้าทาสคนไหนที่นักบวชซื้อมาด้วยเงินของเขาเอง ทาสคนนั้นก็กินอาหารที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ รวมทั้งทาสที่เกิดในบ้านของนักบวช ก็กินอาหารของนักบวชนี้ได้ 12 ถ้าลูกสาวของนักบวชไปแต่งงานกับคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวของนักบวช นางก็กินของถวายอันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ไม่ได้อีกแล้ว 13 แต่ถ้าลูกสาวของนักบวชกลายเป็นแม่หม้ายหรือหย่าร้าง โดยที่นางไม่มีลูก และนางกลับมาอยู่บ้านพ่อเหมือนตอนที่เป็นเด็ก นางก็กินอาหารของพ่อนางได้ แต่คนนอกที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวนักบวชห้ามกินมัน
14 แต่ถ้าเกิดมีคนนอกมากินอาหารศักดิ์สิทธิ์นี้โดยไม่ได้ตั้งใจ เขาจะต้องชดใช้ค่าอาหารนี้ให้นักบวช และต้องชดใช้เพิ่มอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของอาหารนั้น
15 นักบวชต้องไม่ทำให้พวกของขวัญอันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอิสราเอลนำมาถวายให้กับพระยาห์เวห์ หมดความศักดิ์สิทธิ์ไป 16 พวกนักบวชจะต้องไม่เป็นเหตุทำให้ชาวอิสราเอลทำผิด เพราะไปกินของขวัญอันศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาเอามา จนเป็นเหตุทำให้ต้องนำเครื่องบูชาชดใช้มาถวาย เราคือยาห์เวห์ผู้ทำให้เครื่องบูชาพวกนั้นศักดิ์สิทธิ์’”
17 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 18 “ให้บอกอาโรน และพวกลูกๆของเขา และชาวอิสราเอลทั้งหมดว่า ‘เมื่อมีใครในครอบครัวชาวอิสราเอล หรือชาวต่างชาติในอิสราเอล ถวายเครื่องเผาบูชา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบูชาแก้บน หรือเครื่องบูชาที่เขาสมัครใจถวายให้กับพระยาห์เวห์ 19 ถ้าจะให้เป็นที่ยอมรับเพื่อเจ้า มันจะต้องเป็นสัตว์ตัวผู้ ที่ไม่มีตำหนิอะไรเลย จากฝูงวัว ฝูงแกะหรือฝูงแพะ 20 เจ้าต้องไม่เอาสัตว์ที่พิการมาถวาย เพราะมันจะไม่เป็นที่ยอมรับเพื่อเจ้า
21 เมื่อมีใครเอาวัวหรือแกะหรือแพะจากฝูง มาถวายเป็นเครื่องสังสรรค์บูชา ให้กับพระยาห์เวห์ เพื่อแก้บน หรือของถวายด้วยความสมัครใจ สัตว์ที่เอามานั้นต้องไม่มีตำหนิอะไรเลย เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ มันจะต้องไม่พิการทางร่างกาย 22 เจ้าต้องไม่ถวายสัตว์ที่ตาบอด ขาหัก หรือสัตว์พิการ หรือมีแผลเปื่อย เป็นหิดหรือโรคเรื้อน หรือมีโรคผิวหนังร้ายแรง เจ้าต้องไม่เอาสัตว์พวกนี้มาวางไว้บนแท่นบูชา เป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์
23 แต่เจ้าสามารถใช้วัวหรือลูกแกะที่มีขนาดเล็กกว่าปกติหรือผิดรูปร่างไปบ้าง มาถวายเป็นเครื่องบูชาที่ให้ด้วยความสมัครใจได้ แต่จะใช้มันแก้บนไม่ได้ มันจะไม่เป็นที่ยอมรับ
24 เจ้าต้องไม่เอาสัตว์ที่มีลูกอัณฑะถลอก บี้ ฉีกขาดหรือถูกตัด มาถวายให้กับพระยาห์เวห์ เจ้าต้องไม่ทำอย่างนี้ในแผ่นดินของเจ้า
25 เจ้าต้องไม่เอาสัตว์อย่างนั้นจากชาวต่างชาติมาถวายเป็นของขวัญให้กับพระเจ้าของเจ้า เพราะมันเป็นสัตว์ที่มีตำหนิและพิการทางร่างกาย มันจะไม่เป็นที่ยอมรับเพื่อเจ้า’”
26 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 27 “เมื่อมีวัว แกะหรือแพะเกิดใหม่ ต้องให้มันอยู่กับแม่ของมันเป็นเวลาเจ็ดวัน ในวันที่แปดหรือต่อจากนั้น ถึงจะเอามาเป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ ที่พระองค์จะยอมรับได้ 28 เจ้าต้องไม่ฆ่าวัวหรือแกะ พร้อมกับลูกของมันในวันเดียวกัน
29 เมื่อเจ้าเอาเครื่องบูชามาถวาย เพื่อเป็นการขอบคุณพระยาห์เวห์ เจ้าต้องบูชามันอย่างที่จะเป็นที่ยอมรับเพื่อเจ้า 30 คือเจ้าต้องกินมันภายในวันนั้น และต้องไม่ให้เหลือถึงวันรุ่งขึ้น เราคือยาห์เวห์
31 เจ้าต้องเชื่อฟังพวกคำสั่งของเราและทำตาม เราคือยาห์เวห์ 32 เจ้าต้องไม่ลบหลู่ดูหมิ่นชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของเรา ประชาชนชาวอิสราเอลต้องจำไว้ว่า เราแตกต่างจากผู้อื่น เราคือยาห์เวห์ ผู้ที่ทำให้พวกเจ้าแตกต่างจากคนอื่นๆ 33 เราคือผู้ที่นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อเราจะได้เป็นพระเจ้าของเจ้า เราคือยาห์เวห์”
23เทศกาลทั้งหลาย
(กดว. 28:16-29:40)
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้บอกกับประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘นี่คือเทศกาลต่างๆที่เราได้กำหนดไว้ เป็นเทศกาลของพระยาห์เวห์ ซึ่งพวกเจ้าจะต้องประกาศให้มีการประชุมอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้น
วันหยุดทางศาสนา
3 เจ้าจะทำงานเป็นเวลาหกวัน แต่วันที่เจ็ดจะเป็นวันสำหรับการหยุดพักผ่อน คือวันหยุดทางศาสนา เป็นการประชุมที่ศักดิ์สิทธิ์ พวกเจ้าต้องไม่ทำงานในวันนั้น ไม่ว่าเจ้าจะอาศัยอยู่ที่ไหนก็ตาม เจ้าต้องรักษาวันหยุดนี้ให้กับพระยาห์เวห์
เทศกาลวันปลดปล่อย
4 ต่อไปนี้เป็นเทศกาลต่างๆของพระยาห์เวห์ เป็นการประชุมที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่เจ้าควรจะประกาศ ตามวันเวลาของพวกมัน 5 เทศกาลวันปลดปล่อยของพระยาห์เวห์ ตรงกับวันที่สิบสี่ของเดือนแรก+ 23:5 เดือนแรก เดือนนีสาน เป็นเดือนแรกของปฏิทินชาวยิว ตรงกับช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน จะเริ่มหลังจากดวงอาทิตย์ตกดินแล้วของวันนั้น
เทศกาลขนมปังไม่ใส่เชื้อฟู
6 เทศกาลขนมปังไม่ใส่เชื้อฟู ของพระยาห์เวห์ จะเริ่มในวันที่สิบห้าของเดือนแรกเหมือนกัน พวกเจ้าจะกินขนมปังไม่ใส่เชื้อฟูเป็นเวลาเจ็ดวัน 7 ในวันแรกของเทศกาลนี้ พวกเจ้าจะมีการประชุมศักดิ์สิทธิ์ และเจ้าต้องไม่ทำงานในวันนั้น 8 พวกเจ้าจะถวายพวกของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ เป็นเวลาเจ็ดวัน ในวันที่เจ็ด ก็จะมีการประชุมศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง พวกเจ้าต้องไม่ทำงานในวันนั้น’”
เทศกาลเก็บเกี่ยวครั้งแรก
9 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 10 “ให้บอกประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘เมื่อเจ้าเข้าไปในแผ่นดินที่เรากำลังยกให้กับเจ้านี้ และเมื่อเจ้าเก็บเกี่ยวพืชผล เจ้าต้องเอาฟ่อนข้าวฟ่อนแรก จากการเก็บเกี่ยวนั้นไปให้กับนักบวช 11 นักบวชจะยกฟ่อนข้าวขึ้นต่อหน้าพระยาห์เวห์ ให้มันเป็นที่ยอมรับเพื่อเจ้า นักบวชจะถวายฟ่อนข้าวในวันรุ่งขึ้น หลังจากวันหยุดทางศาสนา
12 ในวันที่เจ้ายกฟ่อนข้าวขึ้น เจ้าต้องถวายลูกแกะตัวผู้อายุหนึ่งปีตัวหนึ่ง ที่ไม่มีตำหนิ เพื่อมาเป็นเครื่องเผาบูชาให้กับพระยาห์เวห์ 13 เจ้าต้องถวายเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชพร้อมๆกันด้วย เป็นแป้งอย่างดีประมาณสี่ลิตรครึ่งที่คลุกด้วยน้ำมัน เป็นของขวัญที่มีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์ เจ้าต้องถวายเครื่องดื่มบูชาด้วย เป็นเหล้าองุ่นประมาณเกือบหนึ่งลิตร 14 เจ้าต้องไม่กินเมล็ดข้าวใหม่นี้ เมล็ดข้าวที่ย่างไฟ หรือขนมปังที่ทำจากเมล็ดข้าวใหม่นี้ จนกว่าจะถึงวันที่เจ้าเอาเครื่องถวายนั้นมาถวายให้กับพระเจ้าของเจ้า กฎนี้จะใช้ตลอดไปชั่วลูกชั่วหลานของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะอาศัยอยู่ที่ไหนก็ตาม
เทศกาลวันที่ห้าสิบ
15 วันต่อมาหลังจากวันหยุดทางศาสนา คือวันที่พวกเจ้านำฟ่อนข้าวมาเป็นเครื่องยื่นบูชาให้กับพระยาห์เวห์ นับจากวันนี้ไปอีกเจ็ดอาทิตย์เต็มๆ 16 เจ้าก็จะนับเวลาไปห้าสิบวัน วันนี้จะเลยวันหยุดทางศาสนาครั้งที่เจ็ดมาหนึ่งวัน ให้พวกเจ้าเอาเครื่องบูชาจากข้าวใหม่มาถวายให้พระยาห์เวห์ 17 ให้พวกเจ้าเอาขนมปังสองก้อนมาจากบ้าน เอามาเป็นเครื่องยื่นบูชา ขนมปังพวกนี้ทำมาจากแป้งอย่างดีประมาณสี่ลิตรครึ่งผสมเชื้อฟูแล้วอบ นั่นจะเป็นของขวัญจากการเก็บเกี่ยวครั้งแรก ที่ถวายให้กับพระยาห์เวห์
18 เจ้าต้องถวายขนมปังนี้ พร้อมกับลูกแกะตัวผู้ อายุหนึ่งปี เจ็ดตัว วัวตัวผู้หนึ่งตัวจากฝูง แกะตัวผู้สองตัว สัตว์ทั้งหมดนี้ต้องไม่มีตำหนิ พวกมันจะเป็นเครื่องเผาบูชาให้กับพระยาห์เวห์ ที่ถวายพร้อมกับเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชและเครื่องดื่มบูชา พวกมันจะเป็นของขวัญอันมีกลิ่นหอมให้กับพระยาห์เวห์ 19 เจ้าต้องถวายแพะตัวผู้หนึ่งตัว เป็นเครื่องบูชาชำระล้าง และลูกแกะอายุหนึ่งปี สองตัว มาถวายเป็นเครื่องสังสรรค์บูชา
20 นักบวชจะถวายลูกแกะสองตัวนี้ พร้อมกับขนมปังจากการเก็บเกี่ยวครั้งแรกให้เป็นเครื่องยื่นบูชาให้กับพระยาห์เวห์ พวกมันจะเป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ เป็นของที่อุทิศให้กับพระยาห์เวห์ และมันก็จะเป็นของนักบวช 21 ในวันเดียวกัน เจ้าก็จะเรียกประชุม มันจะเป็นการประชุมที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับเจ้า เจ้าต้องไม่ทำงานในวันนั้น กฎนี้จะใช้ตลอดไปชั่วลูกชั่วหลานของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะอาศัยอยู่ที่ไหนก็ตาม
22 เมื่อเจ้าเก็บเกี่ยวผลผลิตจากแผ่นดินของพวกเจ้า เจ้าต้องไม่เก็บเกี่ยวจนสุดปลายที่นาของเจ้า และเจ้าต้องไม่ย้อนกลับไปเก็บเมล็ดข้าวที่ตกตามพื้นในทุ่งนาของเจ้า เจ้าต้องเหลือไว้สำหรับคนจนและคนต่างชาติ เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า’”
เทศกาลแตร
23 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 24 “ให้บอกประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘ในวันแรกของเดือนที่เจ็ด เจ้าจะมีวันหยุดพิเศษ เจ้าจะเป่าแตรเพื่อระลึกถึงว่า นี่เป็นการประชุมศักดิ์สิทธิ์ 25 เจ้าต้องไม่ทำงานในวันนั้น และเจ้าต้องถวายของขวัญให้กับพระยาห์เวห์’”
วันชำระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และประชาชน
26 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 27 “วันชำระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และประชาชน+ 23:27 วันชำระ … ประชาชน หรือที่เรียกว่า “ยม คิบเปอร์” เป็นวันหยุดที่สำคัญมากของคนอิสราเอล ในวันนี้นักบวชสูงสุดจะเข้าในห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และจะทำพิธีชำระให้กับตัวเองและประชาชนบริสุทธิ์ ดูเพิ่มเติมจากเลวีนิติ 16:1-34; 23:26-32 ให้บริสุทธิ์ จะตรงกับวันที่สิบของเดือนที่เจ็ด เจ้าจะมีการประชุมศักดิ์สิทธิ์ เจ้าต้องอดอาหารและต้องถวายของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ 28 เจ้าต้องไม่ทำงานในวันนั้น เพราะมันเป็นวันสำหรับการชำระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และประชาชน เพื่อทำการชำระล้างแทนพวกเจ้าทั้งหลายต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
29 ถ้ามีใครที่ไม่อดอาหารในวันนั้น เขาจะถูกตัดออกจากประชาชนของเขา 30 ถ้ามีใครทำงานในวันนั้น เราจะทำลายคนๆนั้นไปจากประชาชนของเขา 31 เจ้าต้องไม่ทำงานในวันนั้น กฎนี้จะใช้ตลอดไปจนชั่วลูกชั่วหลานของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะอาศัยอยู่ที่ไหนก็ตาม 32 มันจะเป็นวันหยุดพิเศษสำหรับเจ้า เจ้าต้องอดอาหาร เจ้าต้องรักษาวันหยุดพิเศษของเจ้า มันเริ่มในตอนเย็นของวันที่เก้า แล้วไปสิ้นสุดในตอนเย็นของอีกวันหนึ่งของเดือนนั้น+ 23:32 เริ่มใน … เดือนนั้น ตามเวลาของชาวยิว วันใหม่จะเริ่มเมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน”
เทศกาลอยู่เพิง
33 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 34 “ให้บอกประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘เทศกาลอยู่เพิงจะเริ่มในวันที่สิบห้าของเดือนที่เจ็ด เทศกาลเพื่อให้เกียรติกับพระยาห์เวห์นี้ จะเป็นเวลาเจ็ดวัน 35 ในวันที่หนึ่งจะมีการประชุมศักดิ์สิทธิ์ เจ้าต้องไม่ทำงานในวันนั้น 36 ตลอดเจ็ดวันนั้น ให้เจ้าถวายพวกของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ ในวันที่แปดเจ้าจะมีการประชุมศักดิ์สิทธิ์ และเจ้าก็จะถวายพวกของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ มันคือการประชุมศักดิ์สิทธิ์ เจ้าต้องไม่ทำงานในวันนั้น
37 ทั้งหมดนี้เป็นเทศกาลที่พระยาห์เวห์ได้กำหนดไว้ ที่เจ้าต้องประกาศให้เป็นการประชุมที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อจะได้ถวายพวกของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ ที่มีทั้งเครื่องเผาบูชา เครื่องบูชาจากเมล็ดพืช เครื่องบูชาจากสัตว์ และเครื่องดื่มบูชา ให้ถวายแต่ละชนิดตามวันที่ได้กำหนดไว้ 38 นี่เป็นเทศกาลต่างๆที่มีขึ้น นอกเหนือจากวันหยุดประจำอาทิตย์ของพระยาห์เวห์ และเครื่องบูชาพวกนี้ก็จะแยกต่างหากจากเครื่องบูชาที่เจ้าเอามาแก้บน หรือที่เจ้าสมัครใจให้กับพระยาห์เวห์
39 ดังนั้นในวันที่สิบห้าของเดือนที่เจ็ด หลังจากที่เจ้าได้เก็บเกี่ยวผลผลิตจากที่ดินของเจ้าแล้ว เจ้าจะฉลองเทศกาลของพระยาห์เวห์เป็นเวลาเจ็ดวัน ในวันแรกและวันที่แปดจะเป็นวันหยุดพิเศษ 40 ในวันแรก เจ้าจะเก็บผลจากต้นผลไม้ แล้วจะเก็บกิ่งจากต้นปาล์ม จากต้นไม้ที่มีใบเป็นพุ่ม และจากต้นหลิวที่ขึ้นตามลำธาร และเจ้าก็จะเฉลิมฉลองต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าเป็นเวลาเจ็ดวัน 41 เฉลิมฉลองเทศกาลนี้ให้เป็นเทศกาลของผู้อพยพ+ 23:41 เทศกาลของผู้อพยพ เป็นเทศกาลที่คนเดินทางมาเพื่อฉลองกันในที่เดียวกัน เป็นเวลาเจ็ดวัน ของทุกๆปี กฎนี้จะใช้ตลอดไปชั่วลูกชั่วหลานของเจ้า เจ้าจะเฉลิมฉลองมันในเดือนที่เจ็ด 42 เจ้าจะอาศัยอยู่ในเพิงเป็นเวลาเจ็ดวัน ประชาชนชาวอิสราเอลทุกคนจะอาศัยอยู่ในเพิง 43 เพื่อลูกหลานของเจ้าจะได้รู้ว่า เราให้ประชาชนชาวอิสราเอลอาศัยอยู่ในเพิง เมื่อเรานำพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า’”
44 โมเสสจึงบอกประชาชนชาวอิสราเอลเกี่ยวกับเทศกาลต่างๆเหล่านี้ของพระยาห์เวห์
24ตะเกียงที่มีขาตั้งกับขนมปังศักดิ์สิทธิ์
(อพย. 27:20-21)
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้สั่งประชาชนชาวอิสราเอลให้เอาน้ำมันบริสุทธิ์ที่คั้นจากมะกอก มาใส่พวกตะเกียงเพื่อจุดไฟให้สว่างอยู่เสมอ 3 อาโรนต้องตั้งตะเกียงนั้นไว้ด้านนอกม่านที่กั้นอยู่ตรงหน้าหีบข้อตกลงที่อยู่ในเต็นท์นัดพบ เพื่อให้มันจุดสว่างตั้งแต่เย็นจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นประจำต่อหน้าพระยาห์เวห์ กฎนี้จะใช้ไปตลอดชั่วลูกชั่วหลานของเจ้า 4 อาโรนต้องตั้งตะเกียงบนขาตั้งที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ต่อหน้าพระยาห์เวห์ เพื่อให้มันจุดสว่างอย่างสม่ำเสมอ
5 ให้เอาแป้งอย่างดีมาอบเป็นขนมปังสิบสองก้อน โดยใช้แป้งประมาณสี่ลิตรครึ่งต่อขนมปังหนึ่งก้อน 6 ให้วางขนมปังนั้นเป็นสองแถว แถวละหกก้อน บนโต๊ะที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ ต่อหน้าพระยาห์เวห์ 7 ให้วางกำยาน+ 24:7 กำยาน ต้นไม้ชนิดพิเศษตากแห้ง เมื่อเผาแล้วจะให้ควันที่มีกลิ่นหอมหวาน ใช้เป็นของขวัญให้พระเจ้า บริสุทธิ์ไว้ในแต่ละแถว เป็นส่วนที่ใช้เผาแทนขนมปัง กำยานนั้นเป็นของขวัญให้กับพระยาห์เวห์ 8 จะต้องจัดวางขนมปังพวกนี้ไว้ต่อหน้าพระยาห์เวห์เป็นประจำทุกๆวันหยุดทางศาสนา ชาวอิสราเอลจะจัดหาสิ่งเหล่านี้มาให้ เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่พวกเขามีต่อเราตลอดไป 9 ขนมปังนี้จะเป็นของอาโรนและพวกลูกชายของเขา พวกเขาจะกินมันในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะขนมปังนี้เป็นของเขา เป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด จากพวกของขวัญที่นำมาถวายให้กับพระยาห์เวห์ ขนมปังนี้เป็นส่วนแบ่งของอาโรนตลอดไป”
คนที่สาปแช่งพระเจ้า
10 ชายคนหนึ่งมีแม่เป็นชาวอิสราเอล มีพ่อเป็นชาวอียิปต์ วันหนึ่งเขาได้ออกไปท่ามกลางคนอิสราเอล แล้วเกิดมีการต่อสู้กันขึ้นระหว่างลูกของหญิงชาวอิสราเอลคนนี้ กับชาวอิสราเอลอีกคนหนึ่งในค่ายนั้น 11 ลูกของหญิงอิสราเอลได้พูดสาปแช่งชื่อของพระยาห์เวห์ ดังนั้น ประชาชนจึงนำตัวเขาไปหาโมเสส แม่ของชายคนนี้ชื่อเชโลมิท นางเป็นลูกสาวของดิบรี มาจากเผ่าดาน 12 ชายคนนี้ถูกควบคุมตัวไว้ จนกว่าพวกเขาจะรู้ว่าพระยาห์เวห์ต้องการให้ทำยังไงกับเขา
13 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 14 “นำตัวชายคนที่พูดสาปแช่งเรา ออกไปนอกค่าย ให้คนที่ได้ยินเขาพูดวางมือลงบนหัว+ 24:14 วางมือลงบนหัว เป็นการแสดงว่าคนเหล่านั้นได้มีส่วนร่วมในการทำโทษชายคนนั้นของชายคนนั้น แล้วให้คนในชุมชนเอาหินขว้างเขาให้ตาย 15 แล้วให้บอกประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘ถ้าใครสาปแช่งพระเจ้าของเขา เขาต้องถูกทำโทษสำหรับบาปที่เขาทำนั้น 16 และถ้าใครพูดดูหมิ่นเหยียดหยามชื่อของพระยาห์เวห์ คนๆนั้นจะต้องถูกฆ่า คนทั้งชุมชนทั้งหมดจะต้องเอาหินขว้างเขาให้ตาย ไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติหรือคนอิสราเอล จะต้องถูกฆ่าเหมือนกันหมด ถ้าเขาพูดดูหมิ่นเหยียดหยามชื่อของพระยาห์เวห์
17 ถ้าใครฆ่าคนตาย เขาต้องถูกฆ่าด้วย 18 ใครที่ฆ่าสัตว์ของคนอื่น เขาต้องชดใช้มัน ชีวิตต่อชีวิต 19 และเมื่อใครทำให้เพื่อนบ้านบาดเจ็บไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ก็ให้ทำกับเขาอย่างนั้นด้วย 20 กระดูกหักต่อกระดูกหัก ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ใครที่ทำคนอื่นบาดเจ็บ ต้องบาดเจ็บในแบบเดียวกันด้วย 21 ใครที่ฆ่าสัตว์ต้องชดใช้มันคืน และใครที่ฆ่าคน ต้องถูกฆ่าเหมือนกัน
22 จะใช้กฎเดียวกันหมด สำหรับพวกเจ้า ไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติหรือประชาชนของเจ้า เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า’”
23 โมเสสจึงพูดกับประชาชนชาวอิสราเอล พวกเขาจึงนำตัวชายคนที่สาปแช่งคนนั้นออกไปนอกค่าย และเอาหินขว้างเขาจนตาย ชาวอิสราเอลได้ทำตามที่พระยาห์เวห์สั่งโมเสสไว้
25แผ่นดินหยุดพักจากการเพาะปลูก
(ฉธบ. 15:1-11)
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสบนภูเขาซีนายว่า 2 “ให้บอกประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘เมื่อเจ้าเข้าไปในแผ่นดินที่เรากำลังยกให้เจ้านี้ เจ้าต้องปล่อยให้ผืนดินได้พักผ่อนเจ็ดปีครั้ง เพื่อเป็นเกียรติกับพระยาห์เวห์ 3 ในเวลาหกปีเจ้าจะปลูกพืชในทุ่งนาได้ หกปีนี้เจ้าอาจตัดแต่งต้นองุ่นของเจ้า และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 4 แต่ในปีที่เจ็ด จะเป็นเวลาพิเศษ สำหรับให้แผ่นดินหยุดพักอย่างเต็มที่ เป็นการหยุดพักเพื่อให้เกียรติกับพระยาห์เวห์ เจ้าต้องไม่หว่านพืชในทุ่ง เจ้าต้องไม่ตัดแต่งต้นองุ่นของเจ้า 5 เจ้าต้องไม่เก็บเกี่ยวพืชผลที่เกิดขึ้นมาเอง และเจ้าต้องไม่เก็บองุ่นจากต้นองุ่นที่ไม่ได้ตัดแต่ง มันจะเป็นปีที่แผ่นดินจะได้หยุดพักอย่างเต็มที่
6 แต่ในปีแห่งการหยุดพักนี้ ถ้าผืนดินนั้นให้ผลผลิตอะไรออกมาก็ตาม สิ่งนั้นก็จะเป็นของพวกเจ้าเอาไว้กิน สำหรับตัวเจ้าเอง คนรับใช้ชายหญิงของเจ้า คนงานที่เจ้าจ้างมา และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่กับเจ้า 7 รวมทั้งวัวของเจ้าและสัตว์ป่าที่อยู่บนที่ดินของเจ้า ทุกอย่างที่เป็นผลผลิตของแผ่นดินนั้น ก็เอามาเป็นอาหารได้
ปีแห่งการปลดปล่อย
8 ให้นับไปเจ็ดปีคือปีแห่งการหยุดพัก แล้วให้นับปีแห่งการหยุดพักไปเจ็ดครั้ง คือเจ็ดคูณเจ็ด รวมเป็นเวลาสี่สิบเก้าปี 9 แล้วเจ้าต้องเป่าแตรที่ทำจากเขาแกะให้ดังในวันที่สิบของเดือนเจ็ด ซึ่งเป็นวันชำระประชาชนให้บริสุทธิ์ เจ้าต้องเป่าแตรที่ทำจากเขาแกะให้ดังไปทั่วทั้งแผ่นดิน 10 เจ้าต้องอุทิศปีที่ห้าสิบให้กับพระเจ้า และเจ้าต้องประกาศอิสรภาพในแผ่นดินให้กับทุกคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น เจ้าต้องเรียกปีนี้ว่า ปีแห่งการปลดปล่อย ทุกคนจะกลับสู่ที่ดินของตน+ 25:10 ที่ดินของตน ในอิสราเอล ที่ดินจะเป็นของครอบครัวหรือตระกูล คนนั้นอาจขายที่ดินของเขาได้ แต่เมื่อถึงปีแห่งการปลดปล่อย ที่ดินผืนนั้นจะกลับเป็นของครอบครัวและตระกูลที่เคยเป็นเจ้าของดั้งเดิม และทุกคนจะกลับไปยังตระกูลของตน 11 ในปีที่ห้าสิบจะเป็นปีแห่งการปลดปล่อยสำหรับเจ้า เจ้าต้องไม่เพาะปลูกและไม่เก็บเกี่ยวสิ่งที่เติบโตเองตามธรรมชาติ และเจ้าต้องไม่เก็บองุ่นจากต้นองุ่นที่ยังไม่ได้ตัดแต่ง 12 เพราะมันเป็นปีแห่งการปลดปล่อย เป็นปีที่อุทิศให้กับพวกเจ้า เจ้าจะกินได้แต่ผลผลิตที่เกิดขึ้นมาเองจากทุ่งนานั้น 13 ในปีแห่งการปลดปล่อย ทุกคนจะกลับไปยังที่ดินของตน
14 ดังนั้นเมื่อเจ้าขายที่ดินให้เพื่อนบ้าน หรือซื้อที่ดินจากเพื่อนบ้านมา ก็อย่าโกงกัน 15 ถ้าเจ้าต้องการซื้อที่ดินจากเพื่อนบ้าน ก็ให้นับดูว่าผ่านปีแห่งการปลดปล่อยครั้งหลังสุดนี้มากี่ปีแล้ว และเพื่อนบ้านก็ต้องดูว่าจะเพาะปลูกได้อีกกี่ปี ก่อนจะถึงปีแห่งการปลดปล่อยครั้งต่อไป แล้วก็ซื้อขายกันตามจำนวนปีที่เหลือนั้น 16 ยิ่งเหลือเวลาอีกหลายปี ราคาของที่ดินก็จะยิ่งสูงขึ้น ยิ่งเหลือเวลาน้อย ราคาก็จะยิ่งถูกลง เพราะเขากำลังขายจำนวนปีที่จะใช้ปลูกพืชผลได้ 17 อย่าได้โกงกัน แต่ให้ยำเกรงพระเจ้าของเจ้า เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
18 เจ้าต้องเชื่อฟังกฎเหล่านั้นของเรา และรักษาระเบียบต่างๆของเรา และทำตามพวกมัน เพื่อพวกเจ้าจะได้อาศัยอยู่อย่างปลอดภัยในแผ่นดินนี้ 19 แล้วแผ่นดินจะให้ผลผลิตของมัน และเจ้าจะมีกินอย่างเหลือเฟือ และจะอยู่กันอย่างปลอดภัยในแผ่นดินนั้น
20 ถ้าเจ้าพูดว่า “แล้วเราจะเอาอะไรกินกันในปีที่เจ็ด ถ้าเราไม่เพาะปลูกและไม่เก็บเกี่ยวผลผลิตในที่ดินนั้น” 21 เราจะอวยพรเจ้าในปีที่หก แผ่นดินจะให้ผลผลิตกับเจ้าพอสำหรับสามปี 22 เมื่อเจ้าเริ่มเพาะปลูกในปีที่แปด เจ้าจะยังสามารถกินผลผลิตเก่าที่เก็บไว้ได้ จนกว่าจะถึงปีที่เก้าซึ่งผลผลิตใหม่จะเริ่มออกมา 23 เจ้าจะขายที่ดินกันอย่างถาวรไม่ได้ เพราะแผ่นดินนี้เป็นของเรา เจ้าเป็นเพียงคนต่างด้าวที่มาอาศัยอยู่ และเป็นคนเช่าที่อาศัยอยู่ร่วมกับเรา 24 ทั่วทั้งประเทศที่พวกเจ้าเป็นเจ้าของอยู่ พวกเจ้าต้องยินยอมให้คนที่ขายที่ดินนั้นให้กับเจ้า ไถ่ที่ดินนั้นกลับคืนไปได้ 25 ถ้าญาติของเจ้ายากจนและขายที่ดินบางส่วนไป ญาติสนิทของเขาต้องมาไถ่ที่ผืนนั้นของญาติเขากลับคืน 26 ถ้าเขาไม่มีญาติสนิทที่จะมาไถ่คืน แต่ตัวเขาเองหาเงินมาได้เพียงพอที่จะไถ่ที่ดินของเขาคืน 27 เขาต้องนับดูว่าเขาขายที่ดินไปกี่ปีแล้ว เขาก็จ่ายเงินคืนให้กับผู้ซื้อในส่วนที่ผู้ซื้อจ่ายเกินมา แล้วเขาก็จะได้ที่ดินกลับคืน 28 แต่ถ้าเขาไม่สามารถซื้อกลับคืนได้ ที่ดินผืนนั้นจะคงอยู่กับคนที่ซื้อมันไปจากเขา จนกระทั่งถึงปีแห่งการปลดปล่อย ในปีแห่งการปลดปล่อยนี้ ที่ดินก็จะได้รับการปลดปล่อย และเจ้าของที่ดินดั้งเดิมจะได้ที่ดินของเขากลับคืนไป 29 ถ้าคนหนึ่งขายบ้านที่เขาอยู่อาศัยภายในเขตกำแพงเมือง เขาสามารถไถ่คืนภายในเวลาหนึ่งปีหลังจากที่เขาขายมัน สิทธิในการไถ่นี้จะถูกจำกัดเพียงหนึ่งปีเท่านั้น 30 ถ้าเขายังไม่ไถ่คืนหลังจากหนึ่งปีเต็ม บ้านที่อยู่ในเขตกำแพงเมืองหลังนั้น จะตกเป็นของผู้ซื้อและลูกหลานของเขาอย่างถาวร และจะไม่ได้รับการปลดปล่อยในปีแห่งการปลดปล่อยด้วย 31 แต่บ้านในหมู่บ้านเล็กๆที่ไม่มีกำแพงล้อมรอบ จะใช้กฎเดียวกับที่ดิน คือคนขายสามารถไถ่คืนได้ และมันก็จะได้รับการปลดปล่อยในปีแห่งการปลดปล่อย
32 แต่ถ้าเป็นเมืองของชาวเลวี ชาวเลวีมีสิทธิไถ่บ้านของพวกเขาที่อยู่ในเมืองกลับคืนได้ตลอดเวลา 33 แต่ถ้าชาวเลวีไม่ได้ไถ่บ้านของเขาคืน บ้านที่เขาขายไปนั้นก็จะกลับมาเป็นของเขา ในปีแห่งการปลดปล่อย เพราะบ้านของพวกเลวีที่อยู่ในเมืองนั้น เป็นสมบัติถาวรของพวกเขาท่ามกลางคนอิสราเอล 34 แต่ทุ่งหญ้าที่อยู่รอบๆเมืองของชาวเลวีนั้น จะขายไม่ได้ เพราะมันจะเป็นสมบัติของพวกเขาตลอดไป
35 ถ้าพี่น้องของเจ้าเกิดยากจนขึ้นมา และเขาไม่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ ก็ให้ช่วยเหลือเขา เหมือนกับที่เจ้าช่วยเหลือชาวต่างชาติหรือคนผ่านทาง เพื่อเขาจะได้อยู่ต่อไปท่ามกลางเจ้า 36 เจ้าต้องไม่คิดดอกเบี้ยทบต้นจากเขา แต่ให้ยำเกรงพระเจ้าของเจ้า เพื่อพี่น้องของเจ้าจะได้อยู่กับเจ้าต่อไป 37 เจ้าต้องไม่คิดดอกเบี้ยจากเงินที่เจ้าให้เขากู้ยืม และไม่คิดดอกเบี้ยทบต้นจากอาหารที่เจ้าให้เขากิน 38 เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ที่นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อยกแผ่นดินคานาอันนี้ให้กับเจ้า และเพื่อจะได้เป็นพระเจ้าของเจ้า
39 ถ้าพี่น้องร่วมชาติของเจ้ายากจน และขายตัวเองให้กับเจ้า เจ้าต้องไม่ให้เขาทำงานของทาส 40 เขาจะเป็นเหมือนคนงานรับจ้างหรือคนงานผู้อยู่อาศัยกับเจ้า เขาจะรับใช้เจ้าจนถึงปีแห่งการปลดปล่อย 41 แล้วเขาและลูกๆของเขาจะไปจากเจ้า และกลับไปยังตระกูลของเขาและที่ดินของบรรพบุรุษเขา 42 เพราะพวกเขาคือทาสของเรา เราได้นำพวกเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ พวกเขาต้องไม่ถูกขายเป็นทาส 43 เจ้าต้องไม่ปกครองเขาอย่างโหดร้ายทารุณ แต่เจ้าต้องยำเกรงพระเจ้าของเจ้า
44 ทาสชายและทาสหญิงของเจ้า ต้องมาจากชนชาติที่อยู่รอบๆเจ้า เจ้าต้องซื้อทาสชายและทาสหญิงจากพวกเขา 45 เจ้าอาจซื้อทาสจากลูกๆของพวกชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่กับเจ้า หรือจากครอบครัวของเขาที่อยู่กับเจ้าและเกิดบนแผ่นดินของเจ้า พวกนี้จะกลายเป็นสมบัติของเจ้า 46 และเมื่อเจ้าตาย คนเหล่านี้ก็จะเป็นมรดกตกทอดไปสู่ลูกหลานของเจ้าตลอดไป คนพวกนั้นเจ้าสามารถเอามาเป็นทาสได้ แต่เจ้าต้องไม่ปกครองพี่น้องร่วมชาติของเจ้า ที่เป็นชาวอิสราเอลอย่างโหดร้ายทารุณ
47 ถ้าชาวต่างชาติหรือแขกผู้มาเยือนของเจ้าเป็นคนรวยและพี่น้องร่วมชาติของเจ้ายากจนและขายตัวเองให้กับชาวต่างชาติหรือแขกผู้มาเยือน หรือสมาชิกในครอบครัวของชาวต่างชาติ 48 หลังจากที่เขาขายตัวเองไปแล้ว ญาติคนใดคนหนึ่งก็มีสิทธิไถ่เขาคืนมาได้ 49 หรือลุงหรือลูกพี่ลูกน้อง หรือญาติสนิทจากครอบครัวเขา ก็มีสิทธิไถ่เขาคืนมาได้ หรือถ้าเขาหาเงินมาได้เพียงพอ เขาก็สามารถไถ่ตัวเองคืนได้เหมือนกัน
50 เขาและคนซื้อเขาไป ต้องนับจำนวนปีทั้งหมด ตั้งแต่ปีที่เขาขายตัวเองไปจนถึงปีแห่งการปลดปล่อย และราคาของตัวเขาก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนปีที่เหลือนั้น เวลาที่เขาอยู่กับคนที่ซื้อเขานั้นจะนับเหมือนเวลาของลูกจ้างคนหนึ่ง 51 เขาจะต้องจ่ายค่าไถ่ให้กับคนที่ซื้อเขามา จะจ่ายมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับจำนวนปีที่เหลือ ตั้งแต่วันที่ตกลงจะไถ่คืนจนถึงปีแห่งการปลดปล่อย ถ้ายังเหลืออีกหลายปี ก็ต้องจ่ายค่าไถ่มากหน่อย ถ้าเหลือไม่กี่ปี ก็จ่ายค่าไถ่น้อยหน่อย 53 คนที่ขายตัวเองจะอยู่กับชาวต่างชาติเหมือนกับคนงานรับจ้างรายปี ชาวต่างชาติจะต้องไม่ปกครองเขาอย่างโหดร้ายทารุณต่อหน้าเจ้า
54 แต่ถ้าเขาไม่ได้รับการไถ่ โดยวิธีใดวิธีหนึ่งที่บอกนี้ ตัวเขาและลูกๆเขาก็จะเป็นอิสระในปีแห่งการปลดปล่อย 55 เพราะประชาชนชาวอิสราเอลคือทาสของเรา พวกเขาเป็นทาสเรา เราได้นำพวกเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
26รางวัลสำหรับการเชื่อฟังพระเจ้า
(ฉธบ. 7:12-24; 28:1-14)
1 อย่าทำรูปเคารพสำหรับตัวพวกเจ้าเอง อย่าสร้างรูปปั้นหรือเสาที่ระลึก+ 26:1 เสาที่ระลึก อนุสาวรีย์ที่ช่วยให้ประชาชนระลึกถึงสิ่งพิเศษ ในยุคโบราณของอิสราเอล ประชาชนมักสร้างอนุสาวรีย์ เป็นที่นมัสการพวกพระจอมปลอม สำหรับตัวพวกเจ้าเอง และอย่าวางหินที่ตกแต่งแล้วในแผ่นดินของเจ้าเพื่อกราบไหว้บูชาต่อหน้ามัน เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
2 เจ้าต้องรักษาพวกวันหยุดทางศาสนาของเรา เจ้าต้องเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา เราคือยาห์เวห์
3 ถ้าเจ้าใช้ชีวิตตามกฎเหล่านั้นของเรา และรักษาคำสั่งของเรา และทำตามสิ่งเหล่านั้น 4 เราจะให้ฝนกับเจ้าตามฤดูกาล เพื่อแผ่นดินจะผลิตพืชผล และต้นไม้ก็จะออกผล 5 พวกเจ้าจะเก็บเกี่ยวพืชผลมากมาย จะมีเมล็ดข้าวให้นวด+ 26:5 นวด การตีข้าวให้หลุดจากเปลือก เนิ่นนานไปจนถึงเวลาเก็บผลองุ่น และจะมีผลองุ่นให้เก็บเนิ่นนานไปจนถึงฤดูเพาะปลูก แล้วเจ้าก็จะมีอาหารกินอย่างเหลือเฟือ และเจ้าจะอยู่อย่างปลอดภัยบนแผ่นดินของเจ้า 6 เราจะให้ประเทศเจ้ามีความสงบสุข เจ้าจะนอนลงด้วยความสงบสุข และไม่ต้องกลัวสิ่งใด เราจะกำจัดสัตว์ร้ายต่างๆให้หมดไปจากแผ่นดินของเจ้า และจะไม่มีกองทัพใดๆบุกมาโจมตีประเทศของเจ้า
7 เจ้าจะรุกไล่ศัตรูของเจ้า และเจ้าจะชนะศัตรูและฆ่าฟันพวกมันล้มลงต่อหน้า 8 พวกเจ้าห้าคนจะรุกไล่ศัตรูได้เป็นร้อย พวกเจ้าร้อยคนจะรุกไล่ศัตรูได้เป็นหมื่น เจ้าจะชนะศัตรูและฆ่าฟันพวกมันล้มลงต่อหน้า
9 แล้วเราจะเมตตาปรานีเจ้า และทำให้เจ้ามีลูกหลานเป็นทวีคูณ เราจะรักษาข้อตกลงที่เรามีกับเจ้า 10 เจ้าจะมีพืชผลเก็บไว้ในยุ้งฉาง กินไปนานแสนนาน จนถึงกับต้องเอาพืชผลเก่าทิ้ง เพื่อให้มีที่ว่างสำหรับพืชผลใหม่ 11 เราจะตั้งเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ของเราท่ามกลางพวกเจ้า เราจะไม่หันไปจากพวกเจ้า 12 เราจะเดินอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า เราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า และเจ้าจะเป็นประชาชนของเรา 13 เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เราได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อเจ้าจะได้ไม่ต้องเป็นทาสพวกเขาอีกต่อไป เราได้ทำลายคานของแอกบนตัวเจ้า และเราได้ทำให้เจ้าเดินเชิดหน้าได้อีก
ผลจากการไม่เชื่อฟังพระเจ้า
(ฉธบ. 28:15-68)
14 แต่ถ้าเจ้าไม่เชื่อฟังเราและไม่ทำตามคำสั่งเหล่านี้ทั้งหมด 15 ถ้าเจ้าทอดทิ้งกฎต่างๆของเรา และเจ้าเกลียดระเบียบต่างๆของเรา จนไม่ได้ทำตามคำสั่งต่างๆของเรา แต่ได้ทำลายข้อตกลงของเรา 16 เราก็จะทำอย่างนี้กับเจ้า คือ เราจะทำให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับเจ้า ทั้งโรคระบาดและเจ็บไข้ได้ป่วย มันจะทำลายดวงตาพวกเจ้าและทำลายชีวิตของเจ้าไป เจ้าจะลงแรงเพาะปลูกไปเปล่าๆเพราะศัตรูของเจ้าจะมากินพืชผลนั้น 17 เราจะต่อต้านเจ้า เจ้าจะพ่ายแพ้ศัตรูของเจ้า คนที่เกลียดเจ้าจะปกครองเหนือเจ้า เจ้าจะกลัวจนหนีแม้แต่ในเวลาที่ไม่มีใครไล่ล่าเจ้า
18 หลังจากนั้น ถ้าเจ้ายังไม่ยอมเชื่อฟังเรา เราจะตีสอนเจ้าให้หนักขึ้นไปอีกถึงเจ็ดเท่าสำหรับบาปทั้งหลายของเจ้า 19 เราจะทำลายความหยิ่งผยองที่เจ้ามีในอำนาจของเจ้า โดยทำลายแผ่นดินของเจ้า และเราจะทำให้ท้องฟ้าเจ้าเหมือนเหล็ก และแผ่นดินเจ้าเหมือนทองแดง+ 26:19 ท้องฟ้า … เหมือนทองแดง หมายถึงฝนก็จะไม่ตก แผ่นดินก็จะไม่ให้ผลผลิตออกมา20 เจ้าจะเหน็ดเหนื่อยเปล่าๆแผ่นดินของเจ้าจะไม่งอกพืชผลออกมา ต้นไม้บนแผ่นดินจะไม่ออกผลของมัน
21 ถ้าเจ้ายังใช้ชีวิตอย่างเป็นศัตรูกับเรา และไม่ยอมฟังเรา เราจะตีสอนเจ้าให้หนักยิ่งขึ้นถึงเจ็ดเท่าสำหรับบาปทั้งหลายของเจ้า 22 เราจะปล่อยสัตว์ที่ดุร้ายไปทำร้ายเจ้า พวกมันจะเอาลูกๆของเจ้าไป และจะทำลายฝูงสัตว์ของเจ้า มันจะฆ่าพวกเจ้าจนเหลืออยู่ไม่กี่คน จนถนนหนทางของพวกเจ้าจะรกร้างว่างเปล่า
23 และถ้าหลังจากเกิดสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว เจ้ายังไม่ยอมรับการตีสอนของเรา แต่ยังใช้ชีวิตอย่างศัตรูกับเรา 24 ถ้าอย่างนั้น เราก็จะอยู่กับเจ้าอย่างศัตรูด้วย และเราจะลงโทษเจ้าให้หนักขึ้นถึงเจ็ดเท่าสำหรับบาปทั้งหลายของเจ้า 25 เราจะให้กองทัพต่างๆมาฆ่าฟันเจ้า เพื่อแก้แค้นที่เจ้าไม่รักษาข้อตกลง ถ้าเจ้ารวมตัวกันหลบอยู่ในเมือง เราก็จะส่งโรคระบาดร้ายแรงมาท่ามกลางพวกเจ้า และเราก็จะส่งมอบเจ้าให้ไปอยู่ในกำมือของพวกศัตรูเจ้า เพื่อพวกเขาจะได้ปกครองเจ้า 26 เมื่อเราตัดเสบียงอาหารของเจ้า ขนมปังของหญิงสิบคนใช้แค่เตาอบเดียวก็พอ เพราะจะมีแป้งเหลือให้ทำขนมปังน้อยมาก เจ้าจะต้องปันส่วนขนมปังกัน และเมื่อกินแล้ว ก็จะยังหิวอยู่
27 แล้วถ้าหลังจากนี้ เจ้ายังไม่ยอมฟังเรา และยังใช้ชีวิตอย่างกับศัตรูกับเรา 28 เราก็จะอยู่กับเจ้าอย่างกับศัตรูที่โกรธแค้น และเราจะลงโทษเจ้าหนักขึ้นเป็นเจ็ดเท่าสำหรับบาปทั้งหลายของเจ้า 29 เจ้าจะหิวจนต้องกินเนื้อลูกชายลูกสาวของเจ้าเอง 30 เราจะทำลายสถานนมัสการทั้งหลายของเจ้า และจะโค่นพวกแท่นบูชาเครื่องหอมของเจ้า และจะเอาศพของเจ้าวางทับพวกรูปเคารพที่ไร้ชีวิตพวกนั้นของเจ้า และเราจะเกลียดชังเจ้า 31 เราจะทำให้เมืองต่างๆของเจ้าเป็นซากปรักหักพัง และจะทำลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายของเจ้า และเราจะรู้สึกเหม็นต่อเครื่องบูชาต่างๆของเจ้า 32 เราจะทำลายแผ่นดินนี้ จนศัตรูที่จะเข้ามาตั้งถิ่นฐานเห็นแล้วต้องตะลึงงันเพราะมัน 33 เราจะทำให้พวกเจ้ากระจัดกระจายไปในท่ามกลางชนชาติต่างๆและจะชักดาบของเราขึ้นต่อต้านเจ้า แผ่นดินของเจ้าจะรกร้างว่างเปล่า และเมืองต่างๆของเจ้าจะถูกทำลาย
34 ตลอดเวลาที่แผ่นดินว่างเปล่า ตอนที่เจ้าไปอยู่ในแผ่นดินของพวกศัตรูเจ้า แผ่นดินก็จะได้หยุดพัก ชดเชยปีเหล่านั้นที่เจ้าไม่ยอมให้มันหยุดพัก 35 ตลอดเวลาที่มันถูกทอดทิ้งนี้ มันจะได้หยุดพัก อย่างที่มันไม่เคยได้หยุดมาก่อนในปีแห่งการหยุดพัก ตอนที่เจ้าอยู่ในแผ่นดินนี้ 36 ส่วนคนที่รอดชีวิต เราจะทำให้พวกเขามีจิตใจที่ขี้ขลาดตาขาวในดินแดนของศัตรู แค่เสียงลมพัดใบไม้ พวกเขาก็จะวิ่งหนี ราวกับมีใครไล่ล่าด้วยดาบในสงคราม พวกเขาจะล้มลงแม้ไม่มีใครไล่ตามมา 37 พวกเขาจะวิ่งล้มลุกคลุกคลานสะดุดกันเองราวกับจะหลบดาบ แม้ไม่มีใครไล่ตามมาก็ตาม เจ้าจะไม่มีเรี่ยวแรงยืนสู้กับศัตรูของเจ้า 38 พวกเจ้าจะล้มหายตายจากไปในท่ามกลางชนชาติอื่นๆและแผ่นดินของศัตรูพวกเจ้าก็จะกลืนกินพวกเจ้า 39 ส่วนผู้ที่รอดตาย+ 26:39 ผู้ที่รอดตาย คนที่หนีรอดจากการทำลายล้าง ในที่นี้หมายถึงชาวยิวที่รอดจากการทำลายล้างยูดาห์และอิสราเอลโดยกองทัพศัตรูก็จะทรุดโทรมตาย ไปในดินแดนของศัตรู เพราะความบาปของพวกเขา และเพราะบาปของบรรพบุรุษของพวกเขาด้วย พวกเขาจะทรุดโทรมตายไป+ 26:39 จะทรุดโทรมตายไป หรือ เศร้าโศก เสียใจเหมือนกับบรรพบุรุษของพวกเขา
ยังคงมีความหวังเสมอ
40 แต่ถ้าหากว่า พวกเขายอมสารภาพบาปของพวกเขา และบาปของบรรพบุรุษของพวกเขา พวกเขายอมรับว่าพวกเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อเรา และได้ใช้ชีวิตอย่างกับเป็นศัตรูกับเรา 41 เราถึงได้อยู่กับพวกเขาอย่างศัตรู และนำพวกเขาไปสู่แผ่นดินของศัตรูพวกเขา และถ้าพวกเขาถ่อมตัวลง และยอมรับการลงโทษสำหรับบาปทั้งหลายของพวกเขา 42 เราก็จะระลึกถึงข้อตกลงที่เราได้ทำไว้กับยาโคบ ระลึกถึงข้อตกลงที่เราได้ทำไว้กับอิสอัค และข้อตกลงที่เราได้ทำไว้กับอับราฮัม แล้วเราก็จะระลึกถึงแผ่นดินนั้น
43 แผ่นดินนั้นจะถูกทอดทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าและในเวลาที่พวกนั้นไม่อยู่ มันจะได้พักชดใช้ให้กับปีแห่งการหยุดพัก และพวกที่รอดชีวิตของเจ้าก็จะยอมรับการลงโทษ สำหรับบาปต่างๆของพวกเขา คือที่พวกเขาได้ทอดทิ้งระเบียบต่างๆของเรา และพวกเขาได้เกลียดกฎต่างๆของเรา 44 แต่หลังจากเหตุการณ์นี้แล้ว ถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในดินแดนของศัตรู เราก็จะไม่ทอดทิ้งพวกเขา และจะไม่เกลียดพวกเขา จนถึงกับทำลายพวกเขาอย่างราบคาบและทำลายข้อตกลงระหว่างเรากับพวกเขา เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า 45 แต่เราจะระลึกถึงข้อตกลงของเราที่เรามีกับบรรพบุรุษของพวกเขา ที่เราได้นำออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ต่อหน้าสายตาของชนชาติอื่นๆเพื่อเราจะได้เป็นพระเจ้าของพวกเขา เราคือยาห์เวห์’”
46 สิ่งเหล่านี้คือกฎ ระเบียบและคำสอนต่างๆที่พระยาห์เวห์ทำขึ้นระหว่างพระองค์กับประชาชนชาวอิสราเอลผ่านทางโมเสส บนภูเขาซีนาย
27สิ่งที่บนไว้
1 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า 2 “ให้บอกประชาชนชาวอิสราเอลว่า ‘ถ้ามีใครบนไว้ว่าจะถวายสิ่งนั้นสิ่งนี้แทนคนๆหนึ่ง ให้กับพระยาห์เวห์ นักบวชจะต้องตีค่าของคนๆนั้น 3 คือ ผู้ชายอายุยี่สิบปีถึงหกสิบปี จะมีราคาเป็นเงินห้าสิบเชเขล+ 27:3 เชเขล หรือประมาณสิบหกกรัมครึ่ง ตามมาตรฐานสากล+ 27:3 มาตรฐานสากล คือ “เชเขลบริสุทธิ์” เป็นมาตรฐานการวัดที่ใช้ในเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์หรือในวิหาร (เหมือน ข้อ 25)4 ถ้าเป็นผู้หญิงอายุยี่สิบปีถึงหกสิบปี จะมีราคาเป็นเงินสามสิบเชเขล 5 ถ้าเป็นคนที่มีอายุห้าปีถึงยี่สิบปี ถ้าเป็นผู้ชายจะมีราคาเป็นเงินยี่สิบเชเขล ถ้าเป็นผู้หญิงจะมีราคาเป็นเงินสิบเชเขล 6 ถ้าเป็นเด็กอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนจนถึงห้าปี เด็กผู้ชายจะมีราคาเป็นเงินห้าเชเขล ส่วนเด็กผู้หญิงจะมีราคาเป็นเงินสามเชเขล 7 คนที่มีอายุมากกว่าหกสิบปีขึ้นไป ถ้าเป็นผู้ชายจะมีราคาเป็นเงินสิบห้าเชเขล ส่วนผู้หญิงมีราคาเป็นเงินสิบเชเขล 8 แต่ถ้าคนที่บนไว้เป็นคนยากจนมากไม่สามารถจ่ายให้ตามราคานั้น คนที่ได้บนไว้ ต้องพาคนที่ได้อุทิศให้กับพระยาห์เวห์แล้วนั้น ไปหานักบวช และนักบวชจะกำหนดราคาให้เขา ตามที่คนที่บนนั้นจะสามารถจ่ายได้
ของขวัญแด่พระยาห์เวห์
9 ถ้ามีใครบนไว้ว่าจะเอาสัตว์มาเป็นของถวายให้กับพระยาห์เวห์ สัตว์ทุกตัวที่เขาเอามาถวายให้พระยาห์เวห์นั้นจะกลายเป็นของพระองค์โดยเฉพาะ 10 เขาต้องไม่เอาสัตว์ตัวอื่นมาแทนสัตว์ตัวนั้น ไม่ว่าจะเอาตัวดีมาแทนตัวเลวหรือเอาตัวเลวมาแทนตัวดี และถ้าเขาเอาสัตว์มาแทน สัตว์ทั้งสองตัวจะกลายเป็นของพระองค์โดยเฉพาะ
11 สัตว์บางชนิดไม่สามารถเอามาถวายให้กับพระยาห์เวห์ได้ เพราะมันไม่บริสุทธิ์ คนๆนั้นก็ต้องเอาสัตว์ตัวนั้นไปหานักบวช 12 นักบวชจะตีราคาของมัน ไม่ว่ามันจะดีหรือเลว ราคาของมันก็จะเป็นไปตามที่นักบวชกำหนดขึ้นมา 13 ถ้าคนๆนั้นต้องการซื้อมันคืน+ 27:13 ซื้อมันคืน ดูใน อพยพ 13:1-16 เรื่องกฎของการให้ของพระเจ้าหรือการซื้อตัวลูกชายคนแรกหรือลูกตัวผู้ตัวแรกของสัตว์คืน เขาต้องเพิ่มเงินเข้าไปอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์จากราคาเดิม
มูลค่าของบ้าน
14 ถ้าคนหนึ่งอุทิศบ้านของเขาให้เป็นของพระยาห์เวห์ นักบวชต้องตั้งราคา ไม่ว่าบ้านนั้นจะดีหรือไม่ก็ตาม เมื่อนักบวชตั้งราคาแล้วมันจะมีราคาตามนั้น 15 และถ้าคนที่อุทิศบ้านให้เป็นของพระยาห์เวห์ อยากจะซื้อบ้านคืน เขาต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของราคาที่ตั้งไว้ และบ้านก็จะกลับเป็นของเขา
มูลค่าของที่ดิน
16 ถ้าใครที่อุทิศที่ดินส่วนหนึ่งของเขาให้เป็นของพระยาห์เวห์ ราคาของมันจะขึ้นอยู่กับจำนวนเมล็ดพืชที่จะต้องใช้หว่านในที่ดินแปลงนั้น โดยคิดเป็นเงินห้าสิบเชเขล ต่อเมล็ดข้าวบาร์เลย์สามร้อยเจ็ดสิบลิตร 17 ถ้าเขาอุทิศที่ดินนั้นให้กับพระยาห์เวห์ในปีแห่งการปลดปล่อย ราคาของมันจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักบวช 18 แต่ถ้าคนนั้นอุทิศที่ดินให้กับพระยาห์เวห์ หลังจากปีแห่งการปลดปล่อย นักบวชก็จะตั้งราคา ตามจำนวนปีที่เหลืออยู่ ก่อนจะถึงปีแห่งการปลดปล่อยครั้งต่อไป และราคาก็จะลดลงตามจำนวนปีที่เหลือ 19 ถ้าคนที่อุทิศที่ดินนั้นต้องการไถ่ที่ดินคืน เขาต้องเพิ่มเงินอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของราคาที่ตั้งไว้ แล้วที่ดินนั้นก็จะกลับเป็นของเขาอีก 20 ถ้าเขาไม่ไถ่ที่ดินคืน แล้วมีคนอื่นมาซื้อที่ดินนั้นไป เขาจะไถ่ที่ดินนั้นคืนมาอีกไม่ได้แล้ว 21 เมื่อถึงปีแห่งการปลดปล่อย ที่ดินนั้นก็จะเป็นอิสระ จะกลายเป็นของพระยาห์เวห์ และจะตกเป็นที่ดินของพระยาห์เวห์โดยสมบูรณ์ มันจะกลายเป็นสมบัติของนักบวชอย่างถาวร
22 ถ้ามีคนเอาที่ดินมาอุทิศให้กับพระยาห์เวห์ แต่ที่ดินนี้ไม่ได้เป็นทรัพย์สมบัติดั้งเดิม+ 27:22 ทรัพย์สมบัติดั้งเดิม อิสราเอลสมัยก่อน พระเจ้าจะมอบที่ดินให้กับครอบครัวหรือตระกูล ไว้เป็นเจ้าของ พวกเขาไม่สามารถขายที่ดินนี้ได้ นอกจากให้เช่า ในช่วงเวลาห้าสิบปีของครอบครัวเขา แต่เขาซื้อมา 23 นักบวชจะคำนวณราคาของมัน ตามจำนวนปีที่เหลือก่อนจะถึงปีแห่งการปลดปล่อย และชายคนนั้นต้องจ่ายเงินจำนวนนั้นในวันนั้นเลย เงินนั้นจะเป็นเงินที่อุทิศให้กับพระยาห์เวห์ 24 เมื่อถึงปีแห่งการปลดปล่อย ที่ดินนั้นจะกลับไปเป็นของเจ้าของเดิมที่ชายคนนั้นซื้อมา กลับไปยังครอบครัวที่ถือสิทธิในที่ดินนั้นตั้งแต่แรก
25 ราคาที่ตั้งทั้งหมดจะเป็นไปตามมาตรฐานสากล คือหนึ่งเชเขลจะมีน้ำหนักเท่ากับยี่สิบเกราห์+ 27:25 เกราห์ 1 เกราห์มีน้ำหนักเท่ากับ 0.6 กรัม
มูลค่าของสัตว์
26 ไม่มีใครที่จะเอาสัตว์หัวปีไม่ว่าจะเป็นวัวหรือแกะ มาอุทิศให้กับพระยาห์เวห์ได้ เพราะสัตว์หัวปีทั้งหมดเป็นของพระยาห์เวห์อยู่แล้ว 27 แต่ถ้าเป็นลูกหัวปีของสัตว์ที่ไม่บริสุทธิ์+ 27:27 ไม่บริสุทธิ์ หรือไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นเครื่องบูชาพระเจ้า เขาสามารถไถ่คืนได้ในราคามาตรฐานพร้อมกับเพิ่มเงินอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าเขาไม่ไถ่มันคืน มันจะถูกขายตามราคามาตรฐาน
ของขวัญพิเศษ
28 ของขวัญพิเศษ+ 27:28 ของขวัญพิเศษ ปกติแล้วหมายถึงของที่ยึดมาได้จากสงคราม ของเหล่านั้นจะต้องเป็นของพระยาห์เวห์เท่านั้น ใดๆก็ตามที่คนหนึ่งได้มอบไว้ เพื่อทำลายให้กับพระยาห์เวห์ จะเป็นอะไรก็ตามที่เขามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์หรือที่นาซึ่งเป็นสมบัติของครอบครัว จะเอาไปขายต่อไม่ได้อีกแล้ว จะไถ่คืนก็ไม่ได้ด้วย ของทุกอย่างที่ได้มอบไว้ เพื่อทำลายให้กับพระยาห์เวห์ ก็จะเป็นของพระยาห์เวห์เท่านั้นห้ามแตะต้อง
29 คนที่ถูกมอบไว้เพื่อทำลาย ให้กับพระยาห์เวห์ จะไม่สามารถไถ่คืนได้อีก เขาต้องถูกฆ่าตาย
30 สิบเปอร์เซ็นต์ของแผ่นดินเป็นของพระยาห์เวห์ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพืชจากผืนดิน หรือผลไม้จากต้น มันเป็นของพระยาห์เวห์โดยเฉพาะ 31 ถ้าใครอยากซื้อส่วนที่เป็นสิบเปอร์เซ็นต์นี้กลับไป เขาต้องจ่ายเพิ่มอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของมันเข้าไป
32 สัตว์หนึ่งตัวในทุกๆสิบตัวจากฝูงวัวหรือฝูงแกะ ที่ผ่านไม้เท้าของคนเลี้ยงสัตว์ ตอนที่เขานับนั้น จะเป็นของพระยาห์เวห์โดยเฉพาะ 33 เขาต้องไม่ตรวจดูว่ามันดีหรือเลว และต้องไม่เอาตัวอื่นมาแทน ถ้าเขาเอาตัวอื่นมาแทน สัตว์ทั้งสองตัวก็จะเป็นของพระองค์โดยเฉพาะ และไม่สามารถไถ่คืนได้’”
34 นี่คือคำสั่งต่างๆที่พระยาห์เวห์ได้ให้กับโมเสส บนภูเขาซีนาย สำหรับประชาชนชาวอิสราเอล