บทเพลงร้องทุกข์
คำนำ
หนังสือบทเพลงร้องทุกข์นี้ เป็นการรวบรวมบทกวีห้าบทเข้าด้วยกัน บทที่ 1, 2 และ 4 แต่ละบทมียี่สิบสองข้อ แต่ละข้อเรียงตามพยัญชนะยี่สิบสองตัวในภาษาฮีบรู (เหมือนกับ ก,ข,ฃ … ฮ) ในบทที่ 3 มีหกสิบหกข้อ คือใช้พยัญชนะหนึ่งตัวซ้ำสามครั้ง บทที่ 5 ถึงแม้จะมียี่สิบสองข้อ แต่ก็ไม่ได้เรียงตามพยัญชนะยี่สิบสองตัวในภาษาฮีบรูเหมือนสี่บทแรก
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เศร้าที่สุดในพระคัมภีร์ พูดถึงเมืองเยรูซาเล็มและวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าถูกศัตรูของอิสราเอลปล้นและทำลาย แต่ในความเลวร้ายที่เกิดขึ้น หนังสือเล่มนี้ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความรักของพระเจ้าที่ไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา เหมือนในบทที่ 3:22-23 ที่ว่า “แน่นอน ความรักของพระยาห์เวห์ไม่มีวันสิ้นสุด แน่นอน ความเมตตาของพระองค์ไม่มีวันหมดสิ้น ความรักและความเมตตาของพระองค์เริ่มต้นใหม่ในทุกๆเช้า ความซื่อสัตย์ของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่”
1เยรูซาเล็มเศร้าโศกที่ถูกทำลาย
1 แย่แล้ว แย่แล้ว
เยรูซาเล็ม ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน
แต่ตอนนี้ถูกทอดทิ้งให้เดียวดาย
ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางชนชาติต่างๆ
แต่ตอนนี้ เธอเป็นเหมือนแม่ม่าย
เธอเคยเป็นเจ้าหญิงที่สูงศักดิ์ท่ามกลางจังหวัดทั้งหลาย
แต่ตอนนี้ เธอกลับกลายเป็นทาส
2 เธอร้องไห้คร่ำครวญอย่างขมขื่นในยามค่ำคืน
และน้ำตาอาบแก้ม
ไม่มีใครปลอบโยนเธอเลย
ในท่ามกลางคนเหล่านั้นที่รักเธอ
เพื่อนๆของเธอต่างก็พากันทรยศเธอ
พวกเขาได้กลายเป็นศัตรูของเธอ
3 ยูดาห์ทนทุกข์เวทนาและถูกกดขี่ข่มเหงอย่างหนัก
และถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย
เธออาศัยอยู่ท่ามกลางชนชาติต่างๆ
แต่ก็ไม่มีความสงบสุขหรือความมั่นคงเลย
คนพวกนั้นที่ไล่ล่าเธอก็ตามเธอทัน
พวกเขาตามเธอมาทันตรงทางแคบ
4 ถนนต่างๆที่มุ่งหน้าไปศิโยน ต่างร้องไห้คร่ำครวญ
เพราะไม่มีใครเดินทางมาร่วมงานเทศกาล
ประตูทั้งหมดของศิโยน ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า
พวกนักบวชของเธอครวญคราง
นางสาวทั้งหลายของศิโยนต่างก็เศร้าโศกเสียใจ
ตัวศิโยนเองรู้สึกขมขื่นยิ่งนักกับเรื่องทั้งหมดนี้
5 พวกศัตรูของเยรูซาเล็มได้กลายเป็นพวกเจ้านายของเธอ
ศัตรูของเธอก็ได้พักผ่อนอย่างสบายใจ
ที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะ พระยาห์เวห์ได้ทำให้เยรูซาเล็มต้องทนทุกข์ทรมาน
เพราะเธอฝ่าฝืนกฎอย่างมากมาย
ลูกเล็กทั้งหลายของเธอได้จากไป
ศัตรูของเธอได้จับพวกเขาไป
6 สง่าราศีทั้งหมดของนางสาวศิโยนหมดไปแล้ว
พวกผู้สูงศักดิ์ของเธอก็เป็นเหมือนกวางที่หาทุ่งหญ้าไม่เจอ
ดังนั้นพวกเขาต้องเดินต่อไปอย่างหมดเรี่ยวแรงต่อหน้านักล่าสัตว์
7 ในช่วงเวลาที่เยรูซาเล็มตกทุกข์ได้ยาก
เธอได้ระลึกถึงของมีค่าทั้งหลายที่เธอเคยมีในอดีต
เมื่อคนของเธอตกไปอยู่ในกำมือศัตรู
และไม่มีใครช่วยเธอ
พวกศัตรูของเธอก็มองเธอ
และหัวเราะเยาะที่เธอล่มสลาย
8 เยรูซาเล็ม ได้ทำบาปอันยิ่งใหญ่
ดังนั้นเธอจึงกลายเป็นของที่น่ารังเกียจ
คนเหล่านั้นที่เคยให้เกียรติกับเธอ
เดี๋ยวนี้กลับดูหมิ่นเธอเพราะพวกเขาได้เห็นเธอเปลือยเปล่า
เธอร้องครวญคราง
และหันจากไปด้วยความอับอายขายหน้า
9 ความไม่บริสุทธิ์ของเธอติดอยู่ที่ชุดของเธอ
เธอไม่ได้คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
ความล่มสลายของเธอเกิดขึ้นอย่างน่าใจหาย
และไม่มีใครปลอบโยนเธอ
เธอร้องออกมาว่า “พระยาห์เวห์ ดูความทุกข์ของฉันสิ
ดูสิ ว่าศัตรูของฉันคุยทับฉันขนาดไหน”
10 ศัตรูของเธอได้ยื่นมือออกมาคว้าสิ่งที่มีค่าทั้งหมดของเธอไป
ใช่แล้ว เธอได้เห็นชนชาติอื่นๆบุกเข้าไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเธอ
ชนชาติเหล่านี้ เป็นชนชาติที่พระองค์ได้สั่งไว้ว่า
“ห้ามไม่ให้คนพวกนี้เข้าไปในที่ประชุมของเจ้า”
11 คนเยรูซาเล็มทั้งหมดร้องครวญครางหาอาหารกัน
พวกเขาได้เอาสิ่งมีค่าของพวกเขามาแลกกับอาหาร
เพื่อประทังชีวิตของพวกเขา เธอพูดว่า “พระยาห์เวห์เจ้าข้า ดูสิว่า
ฉันได้กลายเป็นขอทานไปแล้ว”
12 เฮ้ พวกเจ้า พวกเจ้าที่เดินผ่านมา
มองไปทั่วๆสิ ดูสิว่า มีความเจ็บปวดไหนบ้างเหมือนกับความเจ็บปวดที่ได้เกิดขึ้นกับฉัน
เป็นความเจ็บปวดที่พระยาห์เวห์ทำให้เกิดขึ้นกับฉันตอนที่พระองค์โกรธฉันอย่างแรง
13 พระองค์ส่งไฟลงมาจากเบื้องบน
และทำให้มันลึกเข้าไปในกระดูกของฉัน
พระองค์ได้กางตาข่ายออกเพื่อดักเท้าฉัน
และนำฉันกลับมา
พระองค์ทำให้ฉันกลายเป็นดินแดนที่ว่างเปล่า
และทำให้ฉันป่วยตลอดวัน
14 พวกความบาปนั้นของฉันถูกผูกมัดเข้ากับแอก
พระองค์ใช้มือของพระองค์ทอความบาปเหล่านั้นเข้าด้วยกัน
ความบาปเหล่านั้นได้วางอยู่บนคอของฉัน
มันดูดเอากำลังของฉันไป
พระองค์ทำให้ฉันตกไปอยู่ในกำมือของคนเหล่านั้นที่ฉันต่อต้านไม่ไหว
15 องค์เจ้าชีวิตได้ทอดทิ้งนักรบทุกคนของฉันที่เคยอยู่ข้างในกำแพงของฉัน
พระองค์ได้เรียกระดมพลมาต่อต้านฉันเพื่อทำลายทหารหนุ่มของฉัน
องค์เจ้าชีวิตได้เหยียบย่ำองุ่นอยู่ในบ่อองุ่นซึ่งเป็นของนางสาวยูดาห์
16 ฉันร้องคร่ำครวญเพราะเรื่องเหล่านี้
ดวงตาของฉันนองไปด้วยน้ำตา
ฉันรู้สึกอย่างนี้ เพราะไม่มีผู้ปลอบใจอยู่ใกล้ฉัน
ไม่มีใครทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น
ลูกๆของฉันเป็นเหมือนกับดินแดนที่รกร้าง
เพราะศัตรูของพวกเขามีชัยเหนือพวกเขา
17 ศิโยนได้ยื่นมือออกมาทั้งสองข้าง
แต่ไม่มีใครจะปลอบโยนเธอ
พระยาห์เวห์ได้สั่งให้ชนชาติรอบๆยาโคบให้กลายเป็นศัตรูของเขา
เยรูซาเล็มได้กลายเป็นเหมือนสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ท่ามกลางพวกเขา
18 เยรูซาเล็มพูดว่า “พระยาห์เวห์นั้นทำถูกต้องแล้วที่ลงโทษฉัน
เพราะฉันไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์
ชนชาติทั้งหลายในโลกนี้ ฟังให้ดี
ดูความเจ็บปวดของฉันสิ
ทั้งคนหนุ่มสาวของฉันถูกจับไปเป็นเชลยหมดแล้ว
19 ฉันได้เรียกคนเหล่านั้นที่รักฉันให้มาช่วย
แต่พวกเขาทำให้ฉันผิดหวัง
พวกนักบวชและพวกผู้อาวุโสของฉันได้ตายไปในเมือง
ตอนที่พวกเขาออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิต
20 พระยาห์เวห์เจ้าข้า ดูสิ ฉันกำลังตกทุกข์ได้ยาก
ท้องของฉันกำลังปั่นป่วน
ใจของฉันแตกสลายอยู่ภายใน
เพราะฉันได้กบฏอย่างมาก
เด็กๆถูกฆ่าฟันด้วยดาบอยู่บนท้องถนนด้านนอก
ส่วนในบ้าน ความตายก็รออยู่
21 ผู้คนได้ยินว่า ฉันกำลังร้องไห้คร่ำครวญ
แต่ไม่มีใครปลอบใจฉัน
ศัตรูของฉันทุกคนได้ยินถึงความเจ็บปวดของฉัน
พวกเขาดีใจที่พระองค์ทำอย่างนี้กับฉัน
ขอให้พระองค์โปรดนำวันแห่งการลงโทษนั้นเป็นวันที่พระองค์ได้ประกาศไว้ให้มาตกลงบนพวกเขาด้วย
ให้พวกเขาเป็นเหมือนกับฉันด้วยเถิด
22 ขอให้ความชั่วทั้งหมดที่พวกเขาทำปรากฏอยู่ต่อหน้าพระองค์ด้วยเถิด
และขอให้พระองค์ทำกับพวกเขาอย่างร้ายแรง
เหมือนกับที่พระองค์ทำกับฉันอย่างร้ายแรงเพราะสิ่งชั่วช้าทั้งหมดที่ฉันได้ทำไป
ที่ฉันพูดอย่างนี้ ก็เพราะฉันครวญครางอย่างหนักและจิตใจฉันก็เจ็บป่วย”
2พระยาห์เวห์ทำลายเยรูซาเล็ม
1 แย่แล้ว แย่แล้ว ด้วยความโกรธของพระยาห์เวห์ พระองค์ได้ทำให้นางสาวศิโยน น่าขยะแขยง
พระองค์ได้โยนศักดิ์ศรีของอิสราเอลจากท้องฟ้าลงสู่ดิน
พระองค์ไม่สนใจที่จะปกป้องเกียรติของที่วางเท้าของพระองค์+ 2:1 ที่วางเท้าของพระองค์ อาจจะหมายถึง เยรูซาเล็ม วิหาร หรือหีบแห่งคำมั่นสัญญาของพระองค์ก็ได้ ตอนที่พระองค์โกรธ
2 พระยาห์เวห์ได้ทำลายที่พักอาศัยทั้งหมดของยาโคบ
พระองค์ไม่มีเมตตากับเขาเลย
ตอนที่พระองค์โกรธ พระองค์ได้ทำลายพวกป้อมปราการของนางสาวยูดาห์
พระองค์ดึงเธอลงมาบนดิน
พระองค์ทำให้อาณาจักรของยูดาห์และผู้นำทั้งหลายเสื่อมเกียรติไป
3 ตอนที่พระองค์โกรธ พระองค์ได้ตัดเขาสัตว์ของอิสราเอล+ 2:3 เขาสัตว์ของอิสราเอล หมายถึง พละกำลังทางทหารของอิสราเอล หรือกษัตริย์ของเขา
พระองค์เลิกปกป้องอิสราเอล+ 2:3 พระองค์เลิกปกป้องอิสราเอล แปลตรงๆได้ว่า “พระองค์ได้ดึงมือขวาของพระองค์จากอิสราเอล”
ในขณะที่ข้าศึกกำลังบุกเข้ามาใกล้
และพระองค์ก็เผายาโคบ
เหมือนเปลวเพลิงที่เผาผลาญทุกอย่างรอบๆมัน
4 พระองค์โก่งคันธนูราวกับว่าเป็นศัตรู
มือขวาของพระองค์เล็งอย่างไม่สั่นไหวราวกับเป็นปรปักษ์
พระองค์ฆ่าชายที่หล่อเหลาของยูดาห์จนหมด
พระองค์เทความโกรธแค้นของพระองค์เหมือนไฟเข้าไปในเต็นท์ของนางสาวศิโยน
5 องค์เจ้าชีวิตเป็นเหมือนศัตรู
พระองค์กลืนกินอิสราเอล
พระองค์กลืนกินป้อมปราการทั้งหมดของเธอ
พระองค์กลืนกินเมืองทั้งหลายของเธอที่มีกำแพงกั้น
พระองค์ทวีความเศร้าโศกและการคร่ำครวญให้กับนางสาวยูดาห์
6 พระองค์ถอนวิหารของพระองค์เหมือนกับถอนเพิงในสวน
พระองค์ทำลายเต็นท์นัดพบของพระองค์
พระองค์ทำให้เทศกาลและวันหยุดทางศาสนาทั้งหลายจบสิ้นไปในเมืองศิโยน
พระองค์ดูถูกเหยียดหยามทั้งกษัตริย์และนักบวชตอนที่พระองค์โกรธจัด
7 พระยาห์เวห์ทอดทิ้งแท่นบูชาของพระองค์
พระองค์บอกปัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
พระองค์มอบกำแพงป้อมปราการของเยรูซาเล็มให้ตกอยู่ในกำมือศัตรู
พวกศัตรูต่างโห่ร้องกันในวิหารของพระยาห์เวห์
เหมือนกับมีงานเทศกาล
8 พระยาห์เวห์ได้ตัดสินใจทำลายกำแพงเมืองของนางสาวศิโยน
พระองค์ได้วัดดูแล้วว่าจะทำลายถึงแค่ไหน
พระองค์ไม่ได้หดมือกลับจากการทำลายมัน
พระองค์ทำให้ป้อมปราการและกำแพงร้องคร่ำครวญ
พวกมันทรุดโทรมไปด้วยกัน
9 ประตูเมืองต่างๆของเยรูซาเล็มทรุดลงในดิน
พระองค์ทำลายเหล็กดาลประตูทั้งหลาย จนแตกละเอียด
กษัตริย์และผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย
ไม่เหลือใครเลยที่จะอยู่ให้คำสั่งสอน
แม้แต่พวกผู้พูดแทนพระเจ้าของเธอก็ไม่ได้รับนิมิตจากพระยาห์เวห์
10 พวกผู้อาวุโสของนางสาวศิโยน
ต่างพากันนั่งเงียบอยู่กับพื้น
พวกเขาต่างก็โยนฝุ่นลงบนหัวของตน
พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้ากระสอบ
พวกหญิงสาวบริสุทธิ์ของเยรูซาเล็มต่างก้มหัวลงถึงพื้นด้วยความเสียใจ
11 ตาของผมมีน้ำตาคลอเบ้า
ท้องไส้ผมปั่นป่วนไปหมดแล้ว
ตับผมทะลักลงสู่ดินแล้ว
เพราะคนของผมถูกทำลาย
ลูกเล็กเด็กแดงก็เป็นลมล้มพับไปบนถนนในเมือง
12 พวกเด็กๆพูดกับแม่ของพวกเขาว่า
“แม่จ๋า อาหารและเครื่องดื่มอยู่ที่ไหน”
พวกเขาเป็นลมล้มพับไปที่ลานเมือง
เหมือนคนบาดเจ็บและตายไปในอ้อมอกของแม่
13 นางสาวเยรูซาเล็ม จะให้ผมเปรียบเจ้าเหมือนกับอะไรดี
จะให้เปรียบเจ้ากับอะไรดี
นางสาวศิโยน จะให้ผมเอาเจ้าไปเปรียบกับอะไรดี
จะให้ผมปลอบโยนเจ้ายังไงดี
ความหายนะของเจ้านั้นยิ่งใหญ่เหมือนทะเล ใครจะเยียวยารักษาเจ้าได้
14 พวกผู้พูดแทนพระเจ้าของเจ้าได้บอกเจ้าเกี่ยวกับนิมิตที่พวกเขาเห็น
แต่นิมิตพวกนั้นมันไร้สาระและเชื่อไม่ได้
พวกเขาไม่ได้เปิดเผยความผิดบาปของเจ้า
เพื่อเจ้าจะได้คืนสู่สภาพดีเหมือนเดิม
แต่พวกเขากลับพูดนิมิตจอมปลอมเกี่ยวกับเจ้า
เพื่อนำให้เจ้าหลงไป
15 ทุกคนที่เดินผ่านมาทางนั้นต่างตบมือเยาะเจ้า
พวกเขาผิวปากและส่ายหัวต่อเจ้า นางสาวเยรูซาเล็ม
พวกเขาพูดเยาะว่า “นี่นะหรือเมืองที่ผู้คนต่างพูดกันว่า
เป็นเมืองที่สวยอย่างไม่มีที่ติ
ซึ่งเคยให้ความสุขกับคนทั้งโลก”
16 พวกศัตรูทั้งหมดของเจ้าจะเปิดปากกว้างหัวเราะเยาะเจ้า
พวกเขาจะผิวปากและกัดฟันและพูดว่า
“เราได้กลืนกินพวกเขาไปจนหมด
นี่แหละเป็นวันที่พวกเรารอคอย วันนั้นได้มาถึงแล้ว
และเราก็ได้เห็นมันกับตาของพวกเราเอง”
17 พระยาห์เวห์ได้ทำในสิ่งที่พระองค์วางแผนไว้
พระองค์ได้ทำตามคำขู่ของพระองค์
พระองค์ได้ทำตามที่พระองค์ได้สัญญาไว้นานมาแล้ว
พระองค์ได้ทำลายมันลงโดยไม่สงสาร
พระองค์ทำให้ศัตรูของเจ้าเฉลิมฉลองกัน
พระองค์ได้ทำให้ศัตรูของเจ้าเข้มแข็งขึ้น
18 กำแพงเมืองของนางสาวศิโยน
ร้องเรียกองค์เจ้าชีวิตจากใจของเจ้า
ให้น้ำตาของเจ้าไหลพรั่งพรูออกมาเหมือนลำธาร ทั้งวันทั้งคืน
อย่าได้หยุดร้องเลย
อย่าให้ดวงตาของเจ้าได้หยุดพักจากการร้องไห้
19 ลุกขึ้นมาร้องตะโกนในยามค่ำคืน
ลุกขึ้นมาร้องตะโกนในทุกช่วงต้นยาม
เทใจของเจ้าออกมาเหมือนน้ำต่อหน้าองค์เจ้าชีวิต
ชูมือของเจ้าขึ้นต่อพระองค์เพื่อขอชีวิตของลูกๆเจ้าที่เป็นลมล้มพับไปเพราะความหิวตามหัวถนนต่างๆ
20 มองดูสิ พระยาห์เวห์ สังเกตดูสิว่า
พระองค์ได้ทำอย่างนี้กับใคร
สมควรแล้วหรือที่ผู้หญิงจะกินลูกของตัวเอง ลูกๆที่พวกเขาดูแล
สมควรแล้วหรือที่พวกนักบวชและพวกผู้พูดแทนพระเจ้าจะถูกฆ่าในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าชีวิต
21 ทั้งคนหนุ่มและคนแก่นอนคว่ำอยู่บนพื้นกลางถนน
คนสาวๆและหนุ่มๆของผมถูกดาบฆ่าฟันล้มลง
พระองค์ฆ่าพวกเขาในวันที่พระองค์โกรธ
พระองค์สังหารพวกเขาอย่างไร้ความเมตตา
22 พระองค์เรียกศัตรูจากรอบข้างให้มาข่มขวัญฉันราวกับว่าพระองค์เชิญพวกเขามางานเลี้ยง
ในวันที่พระยาห์เวห์โกรธนั้น ไม่มีใครหนีพ้นหรือรอดชีวิตอยู่
ศัตรูของฉันได้ทำลายลูกๆที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมเลี้ยงดูมาจนหมดสิ้น
3ความหมายของความทุกข์ยากลำบาก
1 ผมเป็นคนที่เห็นความทุกข์ยากลำบากมามากแล้ว
พระเจ้าตีผมด้วยไม้เท้าของพระองค์
ตอนที่พระองค์โกรธ
2 พระองค์นำผมและทำให้ผมเดินในความมืด ไม่ใช่ความสว่าง
3 พระองค์ตีผมคนเดียว
ครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดวัน
4 พระองค์ทำให้เนื้อและหนังของผมเหี่ยวแห้งไป
พระองค์หักกระดูกของผม
5 พระองค์สร้างพวกหอเคลื่อนที่สำหรับโจมตีผม
และโอบล้อมผมด้วยความยากจน และความทุกข์ยาก
6 พระองค์ทำให้ผมนั่งอยู่ในความมืดมิด
เหมือนกับคนที่ตายไปนานแล้ว
7 พระองค์สร้างกำแพงล้อมผมไว้ ผมหนีไม่ได้
และพระองค์เอาโซ่ทองสัมฤทธิ์อันหนักอึ้งล่ามผมไว้
8 ถึงแม้ผมได้ร้องให้ช่วย
พระองค์ก็เพิกเฉยต่อคำอธิษฐานของผม
9 พระองค์กั้นถนนของผมด้วยกำแพงที่สร้างจากหินสกัด
พระองค์ทำให้ผมเดินทางต่อไปไม่ได้
10 พระองค์เป็นเหมือนหมีที่คอยตะครุบผม
เหมือนสิงโตที่คอยซุ่มโจมตีผม
11 พระองค์ไล่ล่าผมจนออกนอกทางของผม และฉีกผมเป็นชิ้นๆ
พระองค์ปล่อยให้ผมถูกทิ้งอย่างสิ้นหวัง
12 พระองค์โก่งคันธนูของพระองค์
และเอาผมเป็นเป้าลูกธนูนั้น
13 พระองค์ยิงผมที่ไต
ด้วยลูกธนูที่เอามาจากแล่งของพระองค์
14 คนของผมหัวเราะเยาะผม
พวกเขาร้องเพลงล้อเลียนผมทั้งวัน
15 พระองค์ทำให้ผมเต็มไปด้วยความขมขื่น
พระองค์ทำให้ผมอิ่มด้วยน้ำบอระเพ็ดอันขม
16 พระองค์ทำให้ฟันผมพังละเอียดด้วยก้อนกรวด
พระองค์กระทืบผมจมดิน
17 จิตใจผมไม่มีความสงบสุขเลย
ผมลืมไปแล้วว่า สิ่งที่ดีๆเป็นอย่างไร
18 ผมบอกกับตัวเองว่า “อนาคตและความหวังของผมจากพระยาห์เวห์
ได้สูญสิ้นไปหมดแล้ว”
19 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอได้โปรดจดจำถึงความทุกข์ยากลำบากของข้าพเจ้า
การเร่ร่อนไปมาของข้าพเจ้าและน้ำบอระเพ็ดอันขมและยาพิษที่ข้าพเจ้าต้องดื่มนั้น
20 ผมจำได้ดีถึงความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นกับผม
และผมก็หดหู่ใจ
21 แต่ผมระลึกได้ถึงสิ่งหนึ่ง
ทำให้ผมเกิดความหวังขึ้น
22 แน่นอน ความรักของพระยาห์เวห์ไม่มีวันสิ้นสุด
แน่นอน ความเมตตาของพระองค์ไม่มีวันหมดสิ้น
23 ความรักและความเมตตาของพระองค์เริ่มต้นใหม่ในทุกๆเช้า
ความซื่อสัตย์ของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่
24 จิตใจของผมพูดว่า “พระยาห์เวห์เป็นทุกสิ่งที่ผมต้องการ
ดังนั้นผมจึงมีความหวังในพระองค์”
25 พระยาห์เวห์ดีกับคนที่รอคอยพระองค์
พระยาห์เวห์ดีกับคนที่แสวงหาพระองค์
26 มันเป็นสิ่งที่ดีที่คนจะมีความหวังและสงบใจ
รอคอยการช่วยกู้จากพระยาห์เวห์
27 มันเป็นสิ่งที่ดีที่คนจะเรียนรู้
ที่จะแบกภาระในวัยหนุ่มสาว
28 เขาควรจะนั่งคนเดียวและอยู่เงียบๆ
เมื่อพระยาห์เวห์วางภาระหนักบนเขา
29 ให้เขาเอาหน้าซบดิน
ไม่แน่อาจจะมีหวัง
30 ให้เขายื่นแก้มให้กับคนที่ตบเขา
ให้เขายอมรับความอับอายขายหน้าอย่างเต็มที่
31 พระยาห์เวห์จะไม่ทอดทิ้งคนตลอดไป
32 ถ้าพระองค์เป็นผู้ที่ทำให้เกิดความทุกข์ยากขึ้น พระองค์ก็จะแสดงความเมตตาเหมือนกัน
ตามความรักมั่นคงอันเหลือเฟือของพระองค์
33 พระองค์ไม่ชอบทำร้ายใคร
หรือทำให้ใครต้องทุกข์ยากลำบาก
34 เมื่อนักโทษทุกคนในโลกนี้
ถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้า
35 เมื่อมนุษย์ถูกละเมิดสิทธิ
ต่อหน้าพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด
36 เมื่อคดีของคนหนึ่งถูกขัดขวางไม่ได้รับความยุติธรรม
คิดว่าพระยาห์เวห์ไม่เห็นสิ่งเหล่านี้หรือ
37 ไม่มีใครหรอกที่สามารถพูดแล้วให้มันเป็นไปตามที่เขาพูด
นอกจากพระยาห์เวห์จะสั่งให้มันเกิดขึ้น
38 ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดีเกิดขึ้นมา
ตามคำสั่งของพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด
39 ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่
ก็ไม่ควรบ่นเมื่อถูกลงโทษเพราะทำบาป
40 ให้เราทดสอบและสำรวจถึงการกระทำของเรา
แล้วหันกลับไปหาพระยาห์เวห์
41 ให้เรายกใจของเราพร้อมกับมือทั้งสองขึ้น
ต่อพระเจ้าในสวรรค์และพูดว่า
42 “ข้าแต่พระยาห์เวห์ พวกเราได้ทำบาปและกบฏต่อพระองค์
และพระองค์ไม่ได้ให้อภัยพวกเรา
43 พระองค์ได้ปกคลุมเราด้วยความโกรธและไล่ติดตามเรา
พระองค์ฆ่าเราอย่างไม่ปรานี
44 พระองค์เอาเมฆมาปกคลุมพระองค์ไว้
เพื่อป้องกันไม่ให้คำอธิษฐานผ่านไปถึงพระองค์
45 พระองค์ทำให้เราเป็นเหมือนกับเศษเดนและขยะ
ท่ามกลางชนชาติอื่นๆ
46 พวกศัตรูของเรา
พูดหัวเราะเยาะดูถูกพวกเรา
47 พวกเราตื่นตระหนกและตกอยู่ในหลุมพราง
อยู่ในความพินาศและถูกทำลาย”
48 น้ำตาไหลจากดวงตาของผมอย่างสายน้ำ
เพราะคนของผมล่มจม
49 น้ำตาของผมไหลอย่างไม่ขาดสาย
ผมจะร้องไห้ไม่หยุด
50 จนกว่าพระยาห์เวห์จะมองลงมาจากสวรรค์
และเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
51 จิตวิญญาณของผมเป็นทุกข์ยิ่งนัก
เพราะผมเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กสาวๆในเมืองผม
52 คนเหล่านั้นที่เป็นศัตรูกับผมโดยไม่มีสาเหตุ
ไล่ล่าผมเหมือนกับนกตัวหนึ่ง
53 พวกเขากะจะจบชีวิตผมด้วยการโยนผมลงไปในบ่อ
และเอาหินขว้างผม
54 น้ำได้ไหลท่วมหัวผม
ผมพูดว่า “ชีวิตของผมจบสิ้นแล้ว”
55 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าเรียกชื่อของพระองค์
จากหลุมที่ลึกที่สุด
56 ขอช่วยฟังเสียงร้องของข้าพเจ้าด้วย ขออย่าได้ปิดหูพระองค์
จากเสียงร้องละห้อยของข้าพเจ้า
จากเสียงร้องให้ช่วยของข้าพเจ้า
57 เมื่อข้าพเจ้าเรียกหาพระองค์ ขอให้พระองค์เข้ามาใกล้ด้วยเถิด
ขอพระองค์ปลอบว่า “อย่ากลัวเลย”
58 องค์เจ้าชีวิต ขอช่วยแก้ต่างให้กับข้าพเจ้าด้วย
ขอพระองค์ช่วยไถ่ชีวิตข้าพเจ้าคืนมาด้วยเถิด
59 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ดูเรื่องที่เขาทำผิดต่อข้าพเจ้าสิ
ช่วยตัดสินคดีของข้าพเจ้าอย่างยุติธรรมด้วย
60 พระองค์ ดูความอาฆาตที่พวกเขามีต่อข้าพเจ้าสิ
พระองค์ ดูแผนชั่วทั้งหลายที่พวกเขามีต่อข้าพเจ้าสิ
61 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ฟังสิ พวกเขากำลังเยาะเย้ยข้าพเจ้าอยู่
ฟังสิ พวกเขากำลังวางแผนชั่วร้ายต่อข้าพเจ้า
62 ฟังสิ พวกศัตรูของข้าพเจ้าซุบซิบนินทาข้าพเจ้าตลอดทั้งวัน
63 ดูสิ ไม่ว่าพวกเขาจะยืนหรือนั่ง
พวกเขาก็ร้องเพลงหัวเราะเยาะข้าพเจ้า
64 ข้าแต่พระยาห์เวห์ช่วยตอบแทนพวกเขา
ให้สาสมกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำลงไป
65 ขอให้พวกเขากลุ้มใจ
และสาปแช่งพวกเขาด้วย
66 ขอให้พระองค์ไล่ล่าพวกเขาด้วยความโกรธ
และทำลายพวกเขาให้หมดสิ้นไปจากภายใต้ฟ้าสวรรค์ของพระยาห์เวห์
4เยรูซาเล็มถูกโจมตีอย่างสยดสยอง
1 แย่แล้ว แย่แล้ว ดูสิ ทองคำสูญเสียประกายอันเจิดจ้าของมันขนาดไหน
ดูสิ ทองคำอย่างดีสูญเสียประกายระยิบระยับขนาดไหน
เพชรพลอยศักดิ์สิทธิ์ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดตามท้องถนน
2 แย่แล้ว แย่แล้ว พวกลูกๆของศิโยนมีค่ามาก
พวกเขามีค่ามากกว่าทองคำบริสุทธิ์
แต่ทำไมตอนนี้คนถึงคิดว่าพวกเขาเป็นแค่หม้อดินกระจอกๆ
ที่นักปั้นหม้อปั้นขึ้นมาเท่านั้น
3 ขนาดหมาไนยังเลี้ยงนมลูกของมัน
แม้แต่แม่หมายังให้ลูกของมันดูดนมจากเต้า
แต่ทำไมคนของเราถึงโหดร้าย
เหมือนนกกระจอกเทศที่ทิ้งลูกของมันในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
4 ลิ้นของเด็กที่ยังไม่หย่านมติดอยู่ที่เพดานปากเพราะกระหายจัด
พวกเด็กเล็กๆร้องขออาหาร
แต่ไม่มีใครให้อาหารกับพวกเขา
5 คนพวกนั้นที่เคยกินอย่างหรูหรา
ตอนนี้ยากจนข้นแค้นอยู่ตามท้องถนน
คนพวกนั้นที่เคยสวมใส่เสื้อผ้าราคาแพง
ตอนนี้เก็บของอยู่ตามกองขยะ
6 ดังนั้นความชั่วร้ายของคนของผมนั้น
ยิ่งใหญ่กว่าความบาปของเมืองโสโดมเสียอีก+ 4:6 ดังนั้นความ … โสโดมเสียอีก ประโยคนี้อาจแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ดังนั้นการลงโทษคนของผมนั้น ยิ่งใหญ่กว่าการลงโทษของเมืองโสโดมเสียอีก”
เมืองโสโดม ถูกทำลายไปชั่วพริบตา
ทั้งๆที่ไม่ได้ถูกโจมตี
7 พวกนาสีร์+ 4:7 นาสีร์ หมายถึงผู้ชายที่อุทิศตนเองให้กับพระเจ้า จะไม่ดื่มเหล้าองุ่น จะไม่ตัดผม ของเยรูซาเล็มนั้นเคยขาวกว่าหิมะ
พวกเขาเคยขาวกว่าน้ำนม
ร่างกายของพวกเขาเคยแดงเปล่งปลั่งเหมือนปะการัง
หนวดเคราของพวกเขาเคยเหมือนพลอยสีน้ำเงินเข้ม
8 แต่ตอนนี้พวกเขาดำยิ่งกว่าขี้เขม่า
ไม่มีใครจำพวกเขาได้ตามท้องถนน
มีหนังเหี่ยวหุ้มกระดูก
และเหี่ยวแห้งเหมือนไม้ฟืนแห้ง
9 คนที่ตายด้วยดาบในสงคราม
ก็ยังดีกว่าอดอยากตาย
คนที่ถูกดาบแทงตาย
ก็ยังดีกว่าคนเหล่านั้นที่มีไร่นาที่ไม่เกิดผล
10 พวกแม่ที่เต็มไปด้วยความรัก
เอาลูกของตัวเองมาต้มกิน
พวกลูกๆได้กลายเป็นอาหารสำหรับพวกเขา
ตอนที่คนของผมถูกทำลาย
11 พระยาห์เวห์แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างไม่อั้น
พระองค์เทความโกรธของพระองค์ออกมา
พระองค์จุดไฟในศิโยน
และมันเผาผลาญลงไปถึงราก
12 พวกกษัตริย์ของโลกนี้ไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น
รวมทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกนี้ด้วย
พวกเขาไม่เชื่อว่าคู่อริและศัตรูจะฝ่าเข้าไปในประตูเมืองเยรูซาเล็มได้
13 เป็นเพราะความบาปต่างๆของพวกผู้พูดแทนพระเจ้าและความชั่วช้าของพวกนักบวช
คนพวกนี้แหละที่เป็นต้นเหตุทำให้คนบริสุทธิ์ต้องมาสูญเสียเลือดเนื้อ
14 ทั้งพวกผู้พูดแทนพระเจ้าและพวกนักบวชเดินไปมาตามท้องถนนเหมือนคนตาบอด
เสื้อผ้าเปื้อนเลือดไม่มีใครกล้าแตะต้องเสื้อผ้าพวกเขา
15 คนได้ร้องตะโกนว่า “ไปให้พ้น พวกไม่บริสุทธิ์
ไปให้พ้น ไปให้พ้น อย่าเข้ามาใกล้เรา”
พวกนั้นได้หนีและเดินเร่ร่อนไป
คนที่อาศัยอยู่ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย พูดว่า
“พวกเขาจะอยู่ร่วมกับพวกเราไม่ได้อีกแล้ว”
16 พระยาห์เวห์เองเป็นผู้ทำให้พวกเขากระจัดกระจายไป
พระองค์ไม่ดูแลพวกเขาอีกต่อไป
ไม่มีใครให้เกียรติพวกนักบวช
และไม่มีใครไว้ชีวิตของพวกคนแก่
17 ดวงตาของพวกเราอ่อนล้าไปหมด
เพราะเฝ้ามองหาความช่วยเหลือแต่ก็เสียเวลาเปล่า
เราได้แต่มองแล้วมองอีกจากหอคอย หวังว่าจะมีชนชาติหนึ่งมาช่วย
แต่ก็ไม่มีชนชาติไหนมาช่วยกู้พวกเราเลย
18 พวกเขาสะกดรอยพวกเรามา
ดังนั้น พวกเราก็เลยไม่กล้าเดินตามถนนใหญ่
จุดจบของเราใกล้เข้ามาแล้ว หมดเวลาของเราแล้ว
จุดจบของเรามาถึงแล้ว
19 คนที่ไล่ล่าเรานั้นว่องไวยิ่งกว่าเหยี่ยวในท้องฟ้า
พวกเขาไล่กวดเราตามภูเขาต่างๆ
พวกเขาซุ่มโจมตีเราในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
20 กษัตริย์ที่พระยาห์เวห์เป็นผู้แต่งตั้งที่เป็นเหมือนลมหายใจของเรา
ได้ตกลงไปในกับดักของพวกเขา
เราเคยพูดถึงกษัตริย์องค์นี้ว่า
“พวกเราจะอยู่ใต้ร่มเงาของพระองค์ท่ามกลางชนชาติต่างๆนี้”
21 นางสาวเอโดมที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอูส
ร้องเพลงและเฉลิมฉลองไปเลยในช่วงนี้
แต่ให้รู้ว่าถ้วยแห่งความทุกข์ยากจะเวียนมาถึงเจ้า
เจ้าจะเมาและจะเปลื้องผ้าตัวเองให้เปลือยเปล่า
22 นางสาวศิโยนเอ๋ย การลงโทษของเจ้าครบถ้วนแล้ว
พระยาห์เวห์จะไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นเชลยอีกต่อไป
นางสาวเอโดมเอ๋ย พระองค์จะลงโทษต่อความผิดของเจ้า
พระองค์จะเปิดโปงความบาปต่างๆของเจ้า
5คำอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์
1 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขออย่าได้ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเรา
ดูสิ พวกเราต้องอับอายขายหน้าขนาดไหน
2 แผ่นดินของเราก็ถูกยกไปให้กับคนแปลกหน้า
บ้านของเราถูกยกไปให้กับคนต่างชาติ
3 พวกเราได้กลายเป็นลูกกำพร้าพ่อ
แม่ของพวกเรากลายเป็นหม้าย
4 น้ำก็ต้องซื้อเขาดื่ม
ฟืนก็ต้องซื้อเขาใช้
5 เราถูกตามล่ามาติดติด
เราหมดแรงและไม่สามารถหยุดพักได้+ 5:5 เราถูกตามล่า … หยุดพักได้ มีสำเนาแปลกรีกฉบับหนึ่งเขียนว่า “เราถูกบังคับให้แบกแอกไว้บนคอ เราหมดแรงและพวกเขาไม่ให้เราพัก”
6 เราได้ทำสัญญากับอียิปต์
และกับอัสซีเรีย เพื่อจะได้มีอาหารเลี้ยงปากท้อง
7 บรรพบุรุษของเราทำบาปและหายไปแล้ว
แล้วพวกเราต้องมารับกรรมจากความผิดบาปนั้น
8 พวกทาสมีอำนาจเหนือเรา
ไม่มีใครช่วยเราให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกเขา
9 เราต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้อาหารมา
เพราะมีภัยอันตรายถึงตายในทะเลทราย
10 ผิวของเราร้อนเหมือนเตาอบ
เรามีไข้สูงเพราะขาดแคลนอาหาร
11 พวกทหารของศัตรูได้ข่มขืนพวกผู้หญิงของศิโยน
พวกเขาข่มขืนพวกสาวพรหมจรรย์ในเมืองต่างๆของยูดาห์
12 พวกเชื้อพระวงศ์ต่างๆก็ถูกแขวนด้วยฝีมือของศัตรู
พวกผู้นำอาวุโสไม่ได้รับความเคารพนับถือ
13 คนหนุ่มถูกบังคับให้โม่แป้ง
เด็กหนุ่มล้มลุกคลุกคลานเพราะต้องแบกฟืนอันหนักอึ้ง
14 พวกผู้นำอาวุโสก็ไม่อยู่ตามประตูเมืองอีกแล้ว
คนหนุ่มๆก็หยุดเล่นดนตรี
15 ความสุขของพวกเราสิ้นสุดลง
การเต้นรำของเราได้เปลี่ยนเป็นการไว้ทุกข์
16 มงกุฎได้หล่นลงจากหัวของเรา
มันช่างเลวร้ายจริงๆสำหรับเราเพราะพวกเราได้ทำบาป
17 จิตใจของเราก็ป่วยเพราะเรื่องทั้งหมดนี้
ดวงตาของเราก็มืดบอดไปเพราะเรื่องทั้งหมดนี้
18 เดี๋ยวนี้ ภูเขาศิโยนได้ถูกทิ้งร้างว่างเปล่า
และฝูงหมาจิ้งจอกมาเดินเพ่นพ่านอยู่บนนั้น
19 พระยาห์เวห์เจ้าข้า แต่พระองค์ครอบครองตลอดกาล
บัลลังก์ของพระองค์จะอยู่สืบไปชั่วลูกชั่วหลาน
20 ทำไมพระองค์ถึงได้ลืมเราอยู่อย่างนี้
ทำไมพระองค์ถึงได้ทอดทิ้งพวกเรานานขนาดนี้
21 พระยาห์เวห์เจ้าข้า โปรดนำเรากลับมาหาพระองค์ด้วย เพื่อว่าเราจะได้กลับมาหาพระองค์
โปรดทำให้ชีวิตของเรากลับไปเป็นเหมือนเดิมด้วยเถิด
22 หรือพระองค์หมดเยื่อใยกับพวกเราแล้ว
พระองค์โกรธพวกเราอย่างสุดขีดเลย อย่างนั้นหรือ