โยชูวา

คำนำ

หนังสือ​โยชูวา หนังสือ​ผู้วินิจฉัย หนังสือ 1 และ 2 ซามูเอล และ​หนังสือ 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์ หนังสือ​ทั้ง​หกเล่ม​นี้​เป็น​หนังสือ​ประวัติ​ชนชาติ​อิสราเอล​ที่​มี​เนื้อหา​ต่อเนื่อง​กัน​มา ทั้ง​หกเล่ม​นี้​ได้รับ​การ​รวบรวม​ปรับปรุง​แก้ไข​ใน​ช่วง​สุดท้าย​ของ​พวก​กษัตริย์​ยูดาห์ และ​ใน​ช่วง​ที่​พวก​ชาว​ยูดาห์​เป็น​เชลย​อยู่​ที่​บาบิโลน

หนังสือ​โยชูวา เป็น​เรื่อง​ที่​พระเจ้า​ใช้​โยชูวา​นำ​ชาว​อิสราเอล​บุก ยึด​และ​แบ่ง​แยก​แผ่นดิน​คานาอัน

บทที่ 1-12 การ​บุก​แผ่นดิน​คานาอัน

บทที่ 13-22 ส่วนใหญ่​เป็น​เรื่อง​การ​แบ่ง​ที่ดิน​ให้​แต่ละ​เผ่า

ส่วน​บทที่ 23-24 คำ​กำชับ​ครั้ง​สุดท้าย​ใน​ชีวิต​ของ​โยชูวา เพื่อ​ให้​ชาว​อิสราเอล​จงรัก​ภักดี​ต่อ​พระเจ้า

โยชูวา​ได้​แบ่ง​ที่ดิน​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน​ทั้งหมด​ให้​กับ​เผ่า​ต่างๆ​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล แต่​ใน​ช่วง​ชีวิต​ของ​โยชูวา​พวกเขา​ไม่ได้​เข้า​ไป​ยึด​ที่ดิน​เหล่านั้น​ไว้​ทั้งหมด หลาย​ปี​ต่อมา​ใน​สมัย​ของ​กษัตริย์​ดาวิด พวกเขา​ถึง​ได้​ยึดครอง​แผ่นดิน​ทั้งหมด สาเหตุ​ที่​พวกเขา​ไม่ได้​ครอบ​ครอง​แผ่นดิน​ทั้งหมด​ตาม​ที่​พระเจ้า​เคย​สัญญา​ว่า​จะ​ยกให้​นั้น ไม่ใช่​เพราะ​พระเจ้า​ผิด​สัญญา แต่​เป็น​เพราะ​บาง​เผ่า​ไม่ยอม​เชื่อฟัง​ที่​พระองค์​สั่ง​ให้​พวกเขา​ไป​สู้รบ​กับ​ศัตรู ศัตรู​เหล่านั้น​ก็​เลย​ยัง​อยู่​ท่ามกลาง​พวกเขา และ​ได้​กลาย​เป็น​กับดัก​ที่​ชักชวน​ให้​ชาว​อิสราเอล​ไม่​ซื่อสัตย์​ต่อ​พระยาห์เวห์

1

พระยาห์เวห์​เลือก​โยชูวา

1 หลังจาก​ที่​โมเสส ผู้​รับใช้​ของ​พระเจ้า​ตาย​ไป พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​โยชูวา+ 1:1 โยชูวา แปล​ว่า “พระยาห์เวห์​ช่วย​ให้​รอด” ผู้​เป็น​ลูกชาย​ของ​นูน และ​เป็น​ผู้ช่วย​ของ​โมเสส​ว่า 2 “โมเสส​ผู้​รับใช้​ของเรา​ได้​ตาย​ไปแล้ว ตอนนี้ ให้​เจ้า​และ​คน​พวกนี้​ทั้งหมด​ลุกขึ้น และ​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​เข้าไป​ยัง​แผ่นดิน​ที่​เรา​กำลัง​ยก​ให้​กับ​พวกเขา คือ​ชาว​อิสราเอล 3 ทุกๆ​ที่​ที่​พวกเจ้า​ย่าง​ก้าว​เข้าไป เรา​ได้​ยก​ให้​กับ​พวกเจ้า​แล้ว ตาม​ที่​เรา​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​โมเสส 4 ดินแดน​ทั้งหมด​นี้​จะ​เป็น​ของ​พวกเจ้า คือ​ตั้งแต่​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​และ​เลบานอน​นี้ ไกล​ไป​จนถึง​แม่น้ำ​สาย​ใหญ่ คือ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส รวมถึง​ดินแดน​ทั้งหมด​ของ​ชาว​ฮิตไทต์ และ​ต่อไป​จนถึง​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน​ทาง​ทิศ​ตะวันตก 5 ตลอด​ชีวิต​ของเจ้า​จะ​ไม่มี​ใคร​สามารถ​ขัดขวาง​เจ้า​ได้ เรา​จะ​อยู่​กับเจ้า​เหมือน​กับ​ที่​เรา​อยู่​กับ​โมเสส เรา​จะ​ไม่​ละทิ้ง​เจ้า​หรือ​จาก​เจ้า​ไป

6 โยชูวา​ให้​เข้มแข็ง​และ​กล้า​หาญ​ไว้ เพราะ​เจ้า​จะ​เป็น​ผู้นำ​คน​พวก​นี้​ให้​เข้า​ไป​ครอบ​ครอง​แผ่นดิน​นั้น ที่​เรา​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา ว่า​จะ​ยก​ให้​กับ​พวกเขา 7 ขอ​เพียง​แต่​ให้​เจ้า​เข้มแข็ง​และ​กล้าหาญ​ไว้ และ​ให้​ทำ​ตาม​คำ​สั่งสอน​ทั้งหมด​อย่าง​เคร่งครัด คือ​คำสั่ง​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​ของเรา​ได้​สั่ง​เจ้า​ไว้ เจ้า​ต้อง​ไม่​หัน​ซ้าย​หัน​ขวา​ไป​จาก​คำสอน​นั้น เพื่อ​เจ้า​จะได้​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ใน​ทุกสิ่ง​ที่​เจ้าทำ 8 เจ้า​ต้อง​ไม่หยุด​พูด​ถึง​กฎ​ใน​หนังสือ​เล่มนี้ และ​เจ้า​ต้อง​ไตร่ตรอง​มัน​ทั้งวัน​ทั้งคืน เพื่อ​เจ้า​จะได้​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​ได้​เขียน​ไว้​ใน​กฎ​นั้น​อย่าง​เคร่งครัด แล้ว​เจ้า​จะได้​เจริญ​รุ่งเรือง​และ​ประสบ​ความ​สำเร็จ 9 อย่าลืม​ว่า​เรา​ได้​สั่ง​เจ้า​ให้​เข้มแข็ง​และ​กล้าหาญ​ไว้ อย่า​ได้​หวาดกลัว​หรือ​ท้อถอย เพราะ​เรา ยาห์เวห์ พระเจ้า​ของเจ้า จะ​อยู่​กับเจ้า​ใน​ทุกที่​ที่​เจ้าไป”

โยชูวา​สั่งการ

10 แล้ว​โยชูวา​ได้​สั่ง​พวก​ผู้นำ​ของ​ประชาชน​ว่า 11 “ให้​เข้าไป​ใน​ค่าย​และ​สั่ง​กับ​ประชาชน​ว่า ‘เตรียม​เสบียง​อาหาร​สำหรับ​ตัวเอง เพราะ​ใน​อีก​สามวัน พวกเรา​จะ​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน เพื่อ​เข้า​ไป​ยึดครอง​แผ่นดิน​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเรา​กำลัง​ยกให้​กับเรา’”

12 แล้ว​โยชูวา​พูด​กับ​คน​เผ่า​รูเบน คน​เผ่ากาด และ​คน​เผ่า​มนัสเสห์​ครึ่ง​หนึ่ง​ว่า 13 “อย่าลืม​สิ่ง​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​พระยาห์เวห์ ได้​พูด​ไว้​กับ​พวกท่าน ที่​ว่า ‘พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน จะ​ยก​แผ่นดิน​นี้​ให้​เป็น​ที่อยู่​อัน​สงบ​ปลอดภัย​สำหรับ​พวกท่าน’ 14 พวก​เมียๆ​และ​ลูกๆ​ของท่าน​รวมทั้ง​สัตว์เลี้ยง​ต่างๆ​จะ​อยู่​ใน​ดินแดน​ฝั่งนี้​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ที่​โมเสส​ได้​ยกให้​กับท่าน แต่​พวก​นักรบ​ทั้งหมด​ของท่าน​จะ​ถือ​อาวุธ​พร้อมมือ เป็น​ทัพหน้า นำ​พี่น้อง​ข้าม​ไป​ฝั่งโน้น พวกท่าน​ต้อง​ช่วย​พี่น้อง​ของท่าน 15 จนกว่า​พระยาห์เวห์​จะ​ให้​ที่อยู่​อัน​สงบ​ปลอดภัย​กับ​พวกเขา เหมือน​กับ​ที่​พระองค์​ให้​กับ​ท่าน และ​จนกว่า​พวกเขา​จะ​ได้​ครอบ​ครอง​ดินแดน​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​กำลัง​ยก​ให้​กับ​พวกเขา เมื่อนั้น​ท่าน​ถึง​จะ​กลับ​ไป​ยัง​ดินแดน​ที่​ท่าน​ได้​ครอบ​ครอง​ไว้​แล้ว คือ​ดินแดน​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​ยก​ให้​กับท่าน เป็น​ดินแดน​ที่​อยู่​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ทาง​ทิศ​ตะวันออก”

16 พวกเขา​ตอบ​โยชูวา​ว่า “พวกเรา​จะ​ทำ​ตาม​คำสั่ง​ของ​ท่าน​ทุกอย่าง และ​ไม่ว่า​ท่าน​จะ​ให้​เรา​ไป​ที่ไหน เรา​ก็​จะ​ไป​ที่นั่น 17 พวกเรา​เคย​เชื่อฟัง​โมเสส​ยังไง ก็​จะ​เชื่อฟัง​ท่าน​อย่างนั้น​ด้วย ขอ​เพียง​แต่​ให้​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​อยู่​กับท่าน​เหมือน​กับ​ที่​พระองค์​อยู่​กับ​โมเสส 18 ใคร​ก็ตาม​ที่​ขัดขืน​คำสั่ง​ท่าน และ​ไม่ยอม​เชื่อฟัง​ทุกสิ่ง​ที่​ท่าน​สั่ง คนๆนั้น​จะ​ต้อง​ถูก​ฆ่าตาย ขอ​เพียง​แต่​ให้​ท่าน​เข้มแข็ง​และ​กล้าหาญ​ไว้”

2

การสอดแนม​เมือง​เยริโค

1 ต่อมา​โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน จึง​แอบ​ส่ง​ชาย​สองคน ที่​เป็น​ชาว​เมือง​ชิทธิม+ 2:1 ชิทธิม หรือ “อาคาเซีย” เป็น​เมือง​ทาง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน เข้า​ไป​สอดแนม พร้อม​กำชับ​ว่า “เข้าไป​สำรวจ​แผ่นดิน​นั้น​ให้​ทั่ว โดยเฉพาะ​เมือง​เยริโค”

แล้ว​สอง​คนนั้น​ก็​ไป และ​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​หญิง​โสเภณี​ชื่อ​ราหับ และ​ค้างคืน​ที่นั่น

2 มี​คน​ไป​แจ้ง​กับ​กษัตริย์​เมือง​เยริโค​ว่า “มี​ชาย​อิสราเอล​บางคน​ได้​เข้ามา​ใน​เมือง​คืนนี้ เพื่อ​สอดแนม​แผ่นดิน​นี้”

3 กษัตริย์​เมือง​เยริโค​ได้​ส่ง​ข้อความ​นี้​ไป​ถึง​ราหับ​ว่า “ให้​ส่ง​ชาย​พวกนั้น​ที่​มาหา​เจ้า​ที่อยู่​บ้าน​เจ้า​ออกมา เพราะ​พวกมัน​มา​สอดแนม​แผ่นดิน​นี้”

4 แต่​ราหับ​ได้​พา​ชาย​สอง​คนนั้น​เข้าไป​ข้างใน และ​ซ่อน​พวกเขา​ไว้ นาง​พูด​ว่า “ใช่แล้ว​ค่ะ ชาย​พวกนั้น​ได้​มาหา​ฉัน​จริง แต่​ฉัน​ไม่รู้​ว่า​พวกเขา​มา​จาก​ไหน 5 และ​ใน​ตอน​กลางคืน​เมื่อ​ถึง​เวลา​ปิด​ประตู​เมือง พวกเขา​ก็​ออกไป ฉัน​ไม่รู้​ว่า​ชาย​พวกนั้น​ไป​ไหนกัน รีบๆ​ตาม​พวกเขา​ไปเถอะ อาจจะ​ไป​ทัน​จับ​พวกเขา​ก็ได้” 6 (นาง​ได้​พา​ชาย​ทั้งสอง​ขึ้นไป​บน​ดาดฟ้า และ​ให้​ซ่อน​อยู่​ใต้​ต้นป่าน+ 2:6 ป่าน พืช​ชนิด​หนึ่ง ใช้​ทำ​เป็น​เส้นใย​ลินิน​เพื่อ​ผลิต​เป็น​เสื้อผ้า หรือ​เชือก ที่​นาง​ได้​ตัด​เอา​มา​ตาก​เรียง​กัน​ไว้​บน​ดาดฟ้า​นั้น)

7 ดังนั้น พวก​คน​ของ​กษัตริย์​แห่ง​เยริโค​ก็​ได้​ไป​ไล่ตาม​คน​สอดแนม​ชาว​อิสราเอล​สอง​คนนั้น​ตาม​ถนน จน​ไป​ถึง​บริเวณ​ที่​ตื้นเขิน​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ที่​สามารถ​ลุย​ข้าม​ไป​อีก​ฝั่งหนึ่ง​ได้ เมื่อ​พวก​คน​ที่​ไล่ล่า​ออกไป ประตู​เมือง​ก็​ปิด​ลง​ทันที

8 ก่อน​ที่​ชาย​ชาว​อิสราเอล​สอง​คนนั้น​จะ​นอน นาง​ราหับ​ได้​ขึ้น​ไป​หา​พวกเขา​ที่​บน​ดาดฟ้า 9 นาง​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ฉัน​รู้​ว่า​พระยาห์เวห์​ได้​ยก​แผ่นดิน​นี้​ให้​กับ​พวกท่าน พวกเรา​ต่าง​ก็​พากัน​หวาดกลัว​ท่าน และ​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ต่าง​ก็​อ่อน​ปวกเปียก​ไป​เพราะ​พวกท่าน 10 เพราะ​พวกเรา​เคย​ได้ยิน​มา​ว่า ตอน​ที่​พวกท่าน​ออก​มา​จาก​ประเทศ​อียิปต์​นั้น พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​น้ำ​ใน​ทะเล​แดง​เหือด​แห้ง​ไป​ต่อหน้า​พวกท่าน+ 2:10 ตอน​ที่​พวกท่าน … ต่อหน้า​พวกท่าน เรื่องนี้​อ่าน​เพิ่มเติม​ได้​จาก หนังสือ​อพยพ บทที่ 14 และ​ได้ยิน​เรื่อง​ที่​พวกท่าน​ได้​ทำ​ต่อ​กษัตริย์​สององค์​ของ​ชาว​อาโมไรต์​คือ กษัตริย์​สิโหน​และ​กษัตริย์​โอก+ 2:10 เรื่อง​ของ​กษัตริย์​สององค์​นี้​อ่าน​เพิ่มเติม​ได้​จาก​หนังสือ​กันดารวิถี 21:21-35 ที่​พวกท่าน​ได้​ทำลาย​จน​ราบคาบ ที่​ฟาก​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​โน้น 11 เมื่อ​พวกเรา​ได้ยิน​ข่าว​พวกนี้ พวกเรา​ต่าง​ก็​ขวัญหนี​ดีฝ่อ ไม่มี​ความกล้า​หลงเหลือ​อยู่​ใน​พวกเรา​เลย​สักคน เพราะ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​องค์นี้​นี่แหละ​ที่​เป็น​พระเจ้า​ใน​สวรรค์​เบื้องบน​และ​บน​แผ่นดิน​โลก​เบื้องล่าง 12 ดังนั้น​ตอนนี้​ให้​สาบาน​กับ​ฉัน​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์​ว่า พวกท่าน​จะ​มี​น้ำใจ​ต่อ​ครอบครัว​ของฉัน​อย่าง​ที่​ฉัน​มี​น้ำใจ​ต่อ​พวกท่าน ขอให้​ปฏิญาณ​กับ​ฉัน​ว่า 13 พวกท่าน​จะ​ไว้​ชีวิต พ่อแม่ พี่น้อง​ทั้งหลาย​ของฉัน รวมทั้ง​ทุกคน​ที่​เป็น​ของ​พวกเขา และ​ช่วย​พวกเรา​ให้​รอดพ้น​จาก​ความตาย​ด้วย”

14 ชาย​ทั้งสอง​นั้น​ได้​ตอบ​นาง​ว่า “ขอให้​พระเจ้า​ฆ่า​พวกเรา ถ้า​มี​คนหนึ่ง​ใน​พวกท่าน​เป็น​อะไร​ไป ถ้า​ท่าน​ไม่บอก​เรื่องนี้​ให้​ใครรู้ เรา​จะ​เมตตา​และ​ซื่อสัตย์​กับ​ท่าน​ตอน​ที่​พระเจ้า​มอบ​แผ่นดิน​นี้​ให้​กับ​พวกเรา”

15 ดังนั้น นาง​จึง​หย่อน​ทั้งสอง​ลง​ทาง​หน้าต่าง เพราะ​บ้าน​ของนาง​ชิด​กับ​กำแพง​เมือง​และ​ตัวนาง​ก็​อาศัย​อยู่​ที่​ตรง​กำแพง​เมือง​นั้น 16 นาง​ได้​บอก​กับ​พวกเขา​ว่า “ไป​หลบ​อยู่​ที่​แถบ​เนินเขา​ก่อน เพื่อ​คน​ที่​กษัตริย์​ส่ง​มา​ค้นหา​พวกท่าน​จะได้​หา​ไม่เจอ ให้​ซ่อน​อยู่​ที่นั่น​สามวัน จนกว่า​พวก​ที่​ไล่ล่า​กลับ​เข้ามา​ใน​เมือง หลัง​จากนั้น พวกท่าน​ถึง​ค่อย​เดินทาง​ต่อ”

17 ชาย​ทั้งสอง​นั้น​ได้​พูด​กับ​นาง​ว่า “เรา​จะ​ไม่​รับผิดชอบ​ต่อ​คำ​สาบาน​ที่​ท่าน​ให้​เรา​ทำนี้ หาก​ท่าน​ไม่​ทำ​ตามนี้ คือ 18 เมื่อ​พวกเรา​ยก​เข้ามา​ใน​เมือง ให้​ท่าน​เอา​เชือก​แดง​นี้​ผูก​ไว้​ที่​หน้าต่าง​ที่​ท่าน​หย่อน​เรา​ลงมา และ​ให้​ท่าน​รวบรวม พ่อแม่ พี่น้อง และ​ครอบครัว​ทั้งหมด​ของท่าน​มา​ไว้​ใน​บ้าน​ท่าน 19 คน​ที่​ออก​จาก​ประตู​บ้าน​ท่าน​ไป​อยู่​ตาม​ท้อง​ถนน เขา​ต้อง​รับผิดชอบ​ต่อ​การตาย​ของ​เขาเอง พวกเรา​จะ​ไม่มี​ความผิด​ด้วย แต่​ถ้า​ใคร​ถูก​ทำร้าย​ใน​บ้าน​หลังนี้ พวกเรา​จะ​เป็น​ผู้​รับผิดชอบ​ต่อ​ความตาย​ของ​คนๆนั้น​เอง 20 แต่​ถ้า​ท่าน​ไป​บอก​เรื่อง​ของเรา​ให้​คนอื่น​รู้ เรา​ก็​ไม่ต้อง​รับผิดชอบ​ต่อ​คำ​สาบาน​ที่​ท่าน​ให้​เรา​ทำ​นี้”

21 นาง​ราหับ​พูด​ตอบ​ว่า “ตกลง​ตาม​ที่​ท่าน​พูด” แล้ว​นาง​ก็​ส่ง​พวกเขา​จากไป และ​เอา​เชือก​แดง​ผูก​ไว้​ที่​หน้าต่าง

22 ส่วน​ชาย​ทั้งสอง​นั้น เมื่อ​ออก​จาก​บ้าน​ของ​นาง​ราหับ​แล้ว ก็​ตรง​ไป​ยัง​แถบ​เนินเขา พวกเขา​ได้​หลบซ่อน​อยู่​ที่นั่น​สาม​วัน ขณะที่​พวก​ไล่ล่า​ของ​กษัตริย์​ค้นหา​พวกเขา​ตาม​ถนน​หนทาง แต่​ก็​ไม่พบ จน​ต้อง​กลับ​เข้า​เมือง​ไป 23 ชาย​สองคน​นั้น​จึง​กลับ​ลงมา​จาก​เนินเขา และ​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​กลับ​ไป​หา​โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน และ​ได้​เล่า​เหตุการณ์​ทั้งหมด​ที่​เกิดขึ้น​กับ​พวกเขา​ให้​โยชูวา​ฟัง 24 พวกเขา​ได้​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “พระยาห์เวห์​ได้​ยก​แผ่นดิน​ทั้งหมด​นั้น​ให้​กับ​พวกเรา​แน่ ยิ่ง​กว่า​นั้น​ผู้คน​ที่​อาศัย​อยู่​บน​แผ่นดิน​นี้​ล้วน​หวาดกลัว​พวกเรา​เป็น​อย่าง​มาก”

3

สิ่งมหัศจรรย์​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน

1 เช้าตรู่​วัน​ต่อมา โยชูวา กับ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ลุกขึ้น และ​เคลื่อน​ย้าย​ออก​จาก​เมือง​ชิทธิม+ 3:1 ชิทธิม หรือ “อาคาเซีย” เป็น​เมือง​ทาง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน มา​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน พวกเขา​ได้​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่นั่น​ก่อน​ที่​จะ​ข้าม​ไป​อีกฝั่ง​ของ​แม่น้ำ 2 หลังจาก​ผ่าน​ไป​สาม​วัน พวก​ผู้นำ​ก็​ไป​ทั่ว​ค่าย 3 และ​สั่ง​ประชาชน​ทั้งหมด​ว่า “เมื่อ​พวกท่าน​เห็น​พวก​นักบวช​ชาว​เลวี แบก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน ก็​ให้​พวกท่าน​เคลื่อน​ย้าย​ออก​จาก​ที่นี่​และ​ติดตาม​ไป 4 โดย​ให้​ทิ้ง​ระยะ​ห่าง​ของ​ท่าน​กับ​หีบ​ประมาณ​สองพัน​ศอก อย่า​เข้า​ใกล้​หีบ​ของ​พระเจ้า​มาก​ไป​กว่านี้ แต่​ให้​คอย​ติดตาม​ไป​เพื่อ​จะได้​รู้​ว่า​จะ​ไป​ทาง​ไหน เพราะ​พวกท่าน​ไม่เคย​ใช้​เส้นทาง​นี้​มาก่อน”

5 โยชูวา​พูด​กับ​ประชาชน​ทั้งหลาย​ว่า “ชำระ​ตัว​ของ​พวกท่าน​ให้​บริสุทธิ์ เพราะ​พรุ่งนี้​พระยาห์เวห์​จะ​ทำ​สิ่ง​มหัศจรรย์​ต่างๆ​ท่ามกลาง​พวกท่าน”

6 โยชูวา​สั่ง​พวก​นักบวช​ว่า “ให้​ยก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง และ​เดิน​นำ​ประชาชน​ข้าม​แม่น้ำ​ไป” พวก​นักบวช​จึง​ได้​ยก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​นั้น และ​เดิน​นำ​หน้า​ประชาชน​ไป

7 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “วันนี้ เรา​จะ​เริ่ม​ยกย่อง​เจ้า​ต่อหน้า​สายตา​ของ​ชาว​อิสราเอล เพื่อ​พวกเขา​จะได้​รู้​ว่า เรา​อยู่​กับเจ้า​เหมือน​กับ​ที่​เรา​อยู่​กับ​โมเสส 8 ให้​เจ้า​สั่ง​พวก​นักบวช​ที่​แบก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​นั้น​ว่า ‘เมื่อ​พวกท่าน​มา​ถึง​ริมฝั่ง​แม่น้ำ​จอร์แดน ให้​หยุด​ยืน​อยู่​ใน​น้ำ​ที่​ริมฝั่ง​นั้น’”

9 โยชูวา​พูด​กับ​พวก​ชาว​อิสราเอล​ว่า “ท่าน​ทั้งหลาย เข้ามา​ฟัง​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน” 10 แล้ว​โยชูวา​พูด​ต่อไป​อีก​ว่า “เรื่องนี้​จะ​ทำ​ให้​ท่าน​ทั้งหลาย​รู้​ว่า พระเจ้า​ที่​มีชีวิต​ได้​อยู่​ท่ามกลาง​พวกท่าน และ​พระองค์​จะ​ขับไล่​ชาว​คานาอัน ชาว​ฮิตไทต์ ชาว​ฮีไวต์ ชาว​เปริสซี ชาว​เกอร์กาชี ชาว​อาโมไรต์ และ​ชาว​เยบุส ออก​ไป​อย่าง​แน่นอน 11 บัดนี้ หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​แห่ง​สากล​โลก จะ​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป​ข้างหน้า​พวกท่าน 12 ตอนนี้ ให้​คัดเลือก​ชาว​อิสราเอล​มา​สิบสอง​คน​จาก​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล เผ่าละ​หนึ่ง​คน 13 เมื่อ​พวก​นักบวช ผู้​ทำหน้าที่​แบก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์​ผู้​เป็น​เจ้าของ​โลก​ทั้งหมด ก้าว​เท้า​ลงไป​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน น้ำ​ใน​แม่น้ำ​ที่​กำลัง​ไหล​ลงมา​นั้น​จะ​ถูก​ตัดขาด​เหมือน​กับ​มี​เขื่อน​กั้น​น้ำ​ไว้”

14 เมื่อ​ประชาชน​เคลื่อน​ย้าย​ออก​จาก​ค่าย​เพื่อ​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน พวก​นักบวช​ที่​เป็น​ผู้​แบก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ก็​เดิน​นำหน้า​พวกเขา​ไป 15 (น้ำ​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน​ล้น​ตลิ่ง​เสมอ​ใน​ฤดู​เก็บเกี่ยว) แต่​ทันที​ที่​พวก​นักบวช​ผู้​ทำหน้าที่​แบก​หีบ​นั้น​มาถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน พวกเขา​ได้​ก้าว​ลงไป​ใน​น้ำ 16 น้ำ​ที่​ไหล​ลงมา​จาก​ข้างบน​ก็​หยุด​ไหล​และ​กอง​สูง​ขึ้น​ราว​กับ​น้ำ​ที่​อยู่​หลัง​เขื่อน​ตรง​เมือง​อาดัม​ที่​ตั้ง​อยู่​ข้างๆ​เมือง​ศาเรธาน ส่วน​น้ำ​ที่​ไหล​ลง​สู่​ทะเล​อาราบาห์ (ทะเล​ตาย) นั้น​ก็​ถูก​ตัดขาด​จน​เกลี้ยง แล้ว​ประชาชน​ก็​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ที่​อยู่​ตรงข้าม​กับ​เมือง​เยริโค​ไป 17 พวก​นักบวช​ที่​ถือ​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์ ต่าง​ก็​ยืน​อยู่​บน​พื้นแห้ง​กลาง​แม่น้ำ​จอร์แดน จน​ชาว​อิสราเอล​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป​จน​หมดสิ้น

4

หิน​ที่ระลึก​จาก​แม่น้ำ​จอร์แดน

1 เมื่อ​ประชาชน​ทั้งหมด​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​เรียบร้อย​แล้ว พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า 2 “ให้​เลือก​ผู้ชาย​มา​สิบสอง​คน เผ่า​ละ​คน 3 สั่ง​พวกเขา​ว่า ‘ให้​พวกเจ้า​ไป​แบก​ก้อนหิน​มา​คนละ​ก้อน​จาก​กลาง​แม่น้ำ​จอร์แดน ที่​พวก​นักบวช​ยืน​อยู่นั้น ให้​เอา​ขึ้น​มา​วาง​ไว้​ใน​ที่​ที่​พวกเจ้า​จะ​ตั้ง​ค่าย​พัก​คืนนี้’”

4 โยชูวา​จึง​เรียก​ชาย​สิบสอง​คน ที่​เขา​ได้​เลือก​มา​จาก​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย เผ่า​ละ​คน 5 โยชูวา​สั่ง​พวกเขา​ว่า “ให้​พวกท่าน​ไป​ที่​ด้านหน้า​ของ​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน ที่​อยู่​กลาง​แม่น้ำ​จอร์แดน​นั้น และ​ให้​แต่ละคน​แบก​หิน​มา​คนละ​ก้อน ตาม​จำนวน​เผ่า​ของ​อิสราเอล 6 เพื่อ​สิ่งนี้​จะได้​เป็น​เครื่อง​เตือนใจ​ใน​หมู่​พวกท่าน ใน​อนาคต​เมื่อ​ลูกๆ​ของ​พวกท่าน​ถาม​ว่า ‘ก้อนหิน​เหล่านี้ มี​ความหมาย​ว่า​อะไร’ 7 พวกท่าน​จะได้​ตอบ​ว่า ‘น้ำ​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน​ถูก​ตัดขาด​ไป​ต่อหน้า​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์ เมื่อ​หีบ​ใบนี้​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน น้ำ​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน​ก็​หยุด​ไหล ดังนั้น​ก้อนหิน​เหล่านี้​จึง​เป็น​เครื่อง​ย้ำเตือน​ถึง​เหตุการณ์​นี้​สำหรับ​ชาว​อิสราเอล​ตลอดไป’”

8 คน​เหล่านั้น​ก็​ทำ​ตาม​ที่​โยชูวา​สั่ง พวกเขา​ได้​ไป​แบก​ก้อนหิน​จาก​กลาง​แม่น้ำ​จอร์แดน​มา​จำนวน​สิบสอง​ก้อน เท่ากับ​จำนวน​เผ่า​ของ​อิสราเอล ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​โยชูวา พวกเขา​แบก​หิน​เหล่านั้น​ข้าม​แม่น้ำ​มา​กับ​พวกเขา​ไป​ถึง​ที่​ตั้ง​ค่าย​และ​ได้​วาง​พวกมัน​ไว้​ที่นั่น 9 (โยชูวา​ยัง​ได้​ตั้ง​ก้อนหิน​สิบสอง​ก้อน​ไว้​ที่​กลาง​แม่น้ำ​จอร์แดน ตรง​ที่​พวก​นักบวช​ผู้​แบก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ยืน​อยู่​อีกด้วย ก้อนหิน​ทั้งหมด​นั้น​ยัง​อยู่​ที่นั่น​จนถึง​ทุกวันนี้)

10 พวก​นักบวช​ผู้​แบก​หีบ​นั้น​ยังคง​ยืน​อยู่​ที่​กลาง​แม่น้ำ​จอร์แดน จนกระทั่ง​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​เสร็จ​สิ้น​ลง​ตาม​คำสั่ง​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​โยชูวา​ให้​บอก​กับ​ประชาชน เหมือน​กับ​ที่​โมเสส​เคย​สั่ง​โยชูวา​ไว้ ประชาชน​ข้าม​แม่น้ำ​กัน​อย่าง​เร่งรีบ 11 เมื่อ​ประชาชน​ข้าม​แม่น้ำ​กัน​หมด​แล้ว หีบ​ของ​พระยาห์เวห์​และ​พวก​นักบวช​ก็​ข้าม​มา และ​มา​นำ​อยู่​ด้านหน้า​ของ​ประชาชน

12 ชน​เผ่า​รูเบน ชน​เผ่า​กาด และ​ชน​เผ่า​มนัสเสห์​ครึ่ง​หนึ่ง​ถือ​อาวุธ​พร้อมมือ นำ​หน้า​ชาว​อิสราเอล​คน​อื่นๆ​ข้าม​ไป​ตาม​ที่​โมเสส​ได้​สั่ง​ไว้ 13 มี​ประมาณ​สี่หมื่น​คน​ที่​มี​อาวุธ​พร้อมมือ​ได้​ข้าม​ไป​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ ไป​สู่​ที่ราบ​ทั้งหลาย​ของ​เมือง​เยริโค

14 ใน​วันนั้น​พระยาห์เวห์​ได้​ยกย่อง​โยชูวา​ต่อหน้า​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย พวกเขา​ยำเกรง​โยชูวา​ไป​จน​ชั่วชีวิต​ของท่าน เหมือน​กับ​ที่​พวกเขา​เคย​ยำเกรง​โมเสส

15 พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า 16 “ให้​สั่ง​พวก​นักบวช​ผู้​แบก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​นั้น ขึ้นมา​จาก​แม่น้ำ​จอร์แดน​ได้แล้ว”

17 โยชูวา​จึง​สั่ง​พวก​นักบวช​ทั้งหลาย​ว่า “พวกท่าน​ทั้งหลาย ขึ้น​จาก​แม่น้ำ​จอร์แดน​ได้แล้ว”

18 และ​เมื่อ​พวก​นักบวช​ผู้​แบก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์ ขึ้น​มา​จาก​กลาง​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​ก้าว​ขึ้นมา​บน​ฝั่ง น้ำ​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน​ก็​ไหล​กลับมา​ท่วม​ตลิ่ง​เหมือน​เดิม

19 ประชาชน​ได้​ขึ้นมา​จาก​แม่น้ำ​จอร์แดน​ใน​วัน​ที่​สิบ​ของ​เดือน​ที่หนึ่ง และ​ได้​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​เมือง​กิลกาล​ทาง​ชายแดน​ด้าน​ตะวันออก​ของ​เมือง​เยริโค 20 และ​โยชูวา​ได้​ตั้ง​ก้อนหิน​ทั้ง​สิบสอง​ก้อน​ที่​พวกเขา​ได้​นำ​มา​จาก​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไว้​ที่​กิลกาล 21 โยชูวา​พูด​กับ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ว่า “ใน​อนาคต​เมื่อ​ลูกหลาน​ของ​พวกท่าน​ถาม​พวก​พ่อ​ของ​พวกเขา​ว่า ‘หิน​พวกนี้​หมายถึง​อะไร’ 22 ให้​ท่าน​ตอบ​กับ​ลูกหลาน​ของ​ท่าน​ว่า ‘ชาว​อิสราเอล​ได้​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​บน​พื้นแห้ง’ 23 เพราะ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​ได้​ทำ​ให้​แม่น้ำ​จอร์แดน​แห้ง​ลง​ต่อหน้า​พวกท่าน จน​พวกท่าน​ข้ามไป​ได้​เหมือน​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​เคย​ทำ​กับ​ทะเล​แดง พระองค์​ทำ​ให้​ทะเล​แดง​นั้น​แห้ง​ลง​ต่อหน้า​พวกเรา จน​พวกเรา​ข้าม​ไป​ได้ 24 เพื่อ​ประชาชน​ทั้งหมด​บน​แผ่นดิน​จะ​ได้​รู้​ว่า​มือ​ของ​พระยาห์เวห์​นั้น​ทรงพลัง และ​เพื่อ​พวกท่าน​จะ​ได้​ยำเกรง​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​ตลอดไป”

5

1 เมื่อ​พวก​กษัตริย์​แห่ง​อาโมไรต์​ทาง​ทิศ​ตะวันตก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​กษัตริย์​ทั้งหลาย​ของ​ชาว​คานาอัน​ที่​อยู่​แถบ​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน ได้ยิน​ว่า​พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​น้ำ​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน​แห้ง​ลง​ต่อหน้า​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล จน​พวกเขา​ได้​ข้ามฟาก​ไป​จน​หมด เพราะ​อิสราเอล​นี้​ทำ​ให้​ใจ​ของ​กษัตริย์​เหล่านั้น​ฝ่อ​ไป​และ​หมด​กำลังใจ

ชาว​อิสราเอล​ทำ​พิธีขลิบ

2 เวลานั้น​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “ให้​เอา​หิน​เหล็ก​ไฟ​มา​ทำ​พวก​มีด​และ​ทำ​พิธี​ขลิบ​ให้​กับ​ชาว​อิสราเอล​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง+ 5:2 ครั้ง​ที่​สอง สำหรับ​คนๆ​เดียวกัน​ไม่​จำเป็น​ต้อง​ถูก​ขลิบ​อีกครั้ง แต่​นี่​จะ​เป็น​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ที่​บรรดา​ผู้ชาย​ชาว​อิสราเอล​จะ​ถูก​ขลิบ​เหมือน​กับ​ที่​คน​รุ่นก่อน​ของ​พวกเขา​เคย​ถูก​ขลิบ​มา

3 ดังนั้น​โยชูวา​จึง​ทำ​มีด​ขึ้น​หลาย​เล่ม​จาก​หิน​เหล็ก​ไฟ และ​ทำ​พิธี​ขลิบ​ให้​ชาว​อิสราเอล​ที่​กิเบอัธหะอาราโลท+ 5:3 กิเบอัธหะอาราโลท ชื่อ​นี้​แปล​ว่า “เนินเขา​แห่ง​หนัง​หุ้ม​ปลาย​อวัยวะ​เพศ​ชาย”

4 เหตุผล​ที่​โยชูวา​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​ให้​กับ​พวกเขา เป็น​เพราะ​พวก​ผู้ชาย​ทั้งหมด​ใน​หมู่​ประชาชน​ที่​ออก​มา​จาก​ประเทศ​อียิปต์ คือ​ทุกคน​ที่​เป็น​ทหาร​ได้​นั้น ได้​ตาย​ไป​หมด​แล้ว​ใน​ช่วง​ที่​พวกเขา​เดินทาง​อยู่​ใน​ทะเลทราย หลังจาก​ที่​ออก​มา​จาก​ประเทศ​อียิปต์ 5 ถึง​แม้​ว่า​ผู้ชาย​ทั้งหมด​ที่​ออก​มา​จาก​ประเทศ​อียิปต์​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​กัน​หมด​แล้ว แต่​คน​ที่​เกิด​ใน​ทะเลทราย​ใน​ระหว่าง​การ​เดินทาง หลัง​จาก​ออก​มา​จาก​อียิปต์​แล้ว​นั้น ยัง​ไม่ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​กัน​เลย 6 ชาว​อิสราเอล​ได้​เดินทาง​ไป​ใน​ทะเลทราย​เป็น​เวลา​สี่สิบ​ปี จน​ชนชาติ​ทั้งหมด คือ​พวก​ทหาร​ที่​ได้​ออก​มา​จาก​อียิปต์​เสีย​ชีวิต​กัน​ไปหมด เพราะ​พวกเขา​ไม่ยอม​เชื่อฟัง​พระยาห์เวห์ พระองค์​ได้​สาบาน​กับ​พวกเขา​ว่า พระองค์​จะ​ไม่ยอม​ให้​พวกเขา​ได้​เห็น​แผ่นดิน​ที่​พระองค์​เคย​สาบาน​กับ​บรรพบุรุษ+ 5:6 บรรพบุรุษ ตาม​ตัวอักษร​แล้ว​คือ “พ่อ” ของ​พวกเขา​ว่า​จะ​ยก​ให้​กับ​พวกเรา ซึ่ง​เป็น​แผ่นดิน​ที่​อุดม​สมบูรณ์​มาก+ 5:6 แผ่นดิน​ที่​อุดม​สมบูรณ์​มาก แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “แผ่นดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำเชื่อม​ผลไม้​ไหล​อยู่”7 ดังนั้น พระองค์​จึง​ได้​ยก​พวก​ลูกชาย​ของ​พวกเขา​ขึ้น​มา​แทนที่ และ​คน​พวกนี้​นี่แหละ​ที่​โยชูวา​ทำ​พิธี​ขลิบ​ให้ เพราะ​พวกเขา​ยัง​ไม่เคย​เข้า​พิธี​ขลิบ​มา​ก่อน​ใน​ระหว่าง​การ​เดินทาง 8 เมื่อ​พวกเขา​ทั้งหมด​ได้รับ​การ​ขลิบ​เรียบร้อย​แล้ว ก็​กลับ​ไป​ที่พัก​ของ​ตน​ใน​ค่าย​จนกว่า​จะ​หาย​ดี

เทศกาล​ปลดปล่อย​ครั้งแรก

9 พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กลับ​โยชูวา​ว่า “วันนี้​เรา​ได้​กลิ้ง​ความ​อดสู​ที่​เกิด​ใน​อียิปต์​พ้น​ไป​จาก​พวกเจ้า​แล้ว” ดังนั้น สถานที่​นี้​จึง​มี​ชื่อ​ว่า กิลกาล+ 5:9 กิลกาล เป็น​ภาษา​ฮีบรู แปล​ว่า “กลิ้ง” มา​จน​ถึง​ทุกวันนี้

10 ขณะที่​ชาว​อิสราเอล​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​กิลกาล พวกเขา​ได้​ฉลอง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย ใน​เย็น​วันที่​สิบสี่​ของ​เดือน ตรง​ที่ราบ​ของ​เมือง​เยริโค 11 วัน​รุ่งขึ้น​หลัง​จาก​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย พวกเขา​ได้​กิน​ผลผลิต​ที่​เกิด​จาก​แผ่นดิน คือ ขนมปัง​ไร้เชื้อ​และ​ข้าวคั่ว 12 ใน​วันนั้น​ที่​พวกเขา​ได้​กิน​ผลผลิต​จาก​แผ่นดิน มานา​ก็​หยุด​ตก ต่อ​จากนั้น​มา​ชาว​อิสราเอล​ก็​ไม่ได้​กิน​มานา​อีกเลย ใน​ปีนั้น​พวกเขา​ได้​กิน​พืชผล​ที่​เก็บเกี่ยว​จาก​แผ่นดิน​คานาอัน

บุรุษ​ผู้​ถือดาบ​ใน​นิมิต​ของ​โยชูวา

13 มี​อยู่​ครั้ง​หนึ่ง เมื่อ​โยชูวา​อยู่​แถว​ชาน​เมือง​เยริโค เขา​ได้​เงย​หน้า​ขึ้น​เห็น​ชาย​คนหนึ่ง​ที่​มี​ดาบ​ที่​ชัก​ออก​มา​แล้ว​อยู่​ใน​มือ ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ท่าน โยชูวา​เข้า​ไป​หา​ชาย​คนนั้น​และ​ถาม​ว่า “ท่าน​อยู่​ฝ่าย​เรา​หรือ​ฝ่าย​ศัตรู”

14 ชาย​คนนั้น​ตอบ​ว่า “ไม่ใช่​ทั้งนั้น แต่​เรา​มา​ที่นี่​ใน​ฐานะ​แม่ทัพ​ของ​กองทัพ​แห่ง​พระยาห์เวห์” ดังนั้น โยชูวา​จึง​ก้มหน้า​กับ​พื้น​กราบไหว้​ชาย​คนนั้น และ​พูด​ว่า “เจ้านาย+ 5:14 เจ้านาย หรือ “องค์​เจ้า​ชีวิต”​ของ​ข้าพเจ้า ท่าน​จะ​สั่ง​ให้​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​ทำ​อะไร​ครับ”

15 แม่ทัพ​ของ​กองทัพ​แห่ง​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “ถอด​รองเท้า​ของเจ้า​ออก เพราะ​ที่​ที่​เจ้า​ยืน​อยู่​นี้​เป็น​ที่​ศักดิ์สิทธิ์” โยชูวา​ก็​ทำ​ตามนั้น

6

การยึด​เมือง​เยริโค

1 เป็น​เพราะ​ชาว​อิสราเอล ประตู​เมือง​เยริโค​จึง​ถูก​ปิดลง​และ​มี​การ​ป้องกัน​อย่าง​แน่นหนา ไม่มี​ใคร​เข้า​หรือ​ออก​จาก​เมือง​เลย

2 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “ดูเถิด เรา​ได้​ยก​เมือง​เยริโค​ให้​กับเจ้า​แล้ว ทั้ง​กษัตริย์​และ​เหล่า​ทหาร​กล้า​ของมัน​ด้วย 3 พวกเจ้า คือ​กองทหาร​ทั้งหมด​ต้อง​เดิน​ขบวน​ไป​รอบๆ​เมือง​หนึ่ง​รอบ เจ้า​ต้อง​ทำ​อย่างนี้​หกวัน 4 ให้​นักบวช​เจ็ดคน​ถือ​แตร​เขาแกะ​คนละ​อัน เดิน​นำ​หน้า​หีบ​ศักดิ์สิทธิ์ ใน​วัน​ที่เจ็ด​ให้​พวกเจ้า​เดิน​รอบ​เมือง​เจ็ด​รอบ และ​ให้​พวก​นักบวช​เป่า​แตร​เขาแกะ​ไปด้วย 5 เมื่อ​เขา​เป่า​แตร​เสียง​ยาว เมื่อ​พวกเจ้า​ทั้งหลาย​ได้ยิน​เสียง​แตร​นั้น ก็​ให้​ประชาชน​ทั้งหมด​โห่ร้อง​เสียงดัง และ​กำแพง​ก็​จะ​พัง​ราบ​ลงมา แล้ว​ทุกคน​ก็​จะ​บุก​เข้าไป​ตรง​หน้า”

6 โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน​จึง​ได้​เรียก​พวก​นักบวช​มา​สั่ง​ว่า “ให้​ยก​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ขึ้น และ​ให้​นักบวช​เจ็ด​คน​ถือ​แตร​เขาแกะ​คนละ​อัน นำ​หน้า​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์​ไป”

7 โยชูวา​ได้​สั่ง​กับ​ประชาชน​ว่า “ให้​เคลื่อน​ขบวน​ไป​ข้างหน้า​และ​เดินแถว​ไป​รอบๆ​เมือง ให้​ทหาร​ที่​ติด​อาวุธ​เดิน​นำ​หน้า​หีบ​แห่ง​พระยาห์เวห์”

8 ทุกอย่าง​เป็น​ไป​ตาม​ที่​โยชูวา​ได้​สั่ง​กับ​ประชาชน​คือ นักบวช​เจ็ด​คน​ที่​ถือ​แตร​เขาแกะ​คนละ​อัน เดิน​นำ​หน้า​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์ และ​เป่า​แตร​ไป และ​หีบ​ที่​เก็บ​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​เคลื่อน​ตาม​พวกเขา​ไป 9 พวก​ทหาร​เดิน​นำ​หน้า​พวก​นักบวช​ที่​กำลัง​เป่า​แตร​อยู่ และ​มี​กอง​ระวัง​หลัง​เดิน​รั้งท้าย​หีบ​นั้น และ​เขาแกะ​ก็​เป่า​ต่อไป​เรื่อยๆ 10 โยชูวา​ได้​สั่ง​ประชาชน​ว่า “อย่า​ได้​โห่ร้อง หรือ​ให้​ใคร​ได้ยิน​เสียง​ของท่าน และ​อย่า​ให้​คำพูด​หลุด​ออก​มา​จาก​ปาก​ท่าน จนกว่า​จะ​ถึง​วัน​ที่​เรา​จะ​บอก​ให้​พวกท่าน​โห่ร้อง เมื่อนั้น​พวกท่าน​ถึง​ค่อย​โห่ร้อง​ออก​มา”

11 ดังนั้น โยชูวา​ให้​นำ​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์​ออก​ไป​วน​รอบ​เมือง​หนึ่ง​รอบ แล้ว​พวกเขา​ก็​กลับ​เข้ามา​ใน​ค่าย และ​ค้างคืน​อยู่​ใน​ค่ายนั้น

12 โยชูวา​ตื่น​ขึ้น​แต่​เช้าตรู่ และ​พวก​นักบวช​ก็​ยก​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์​ขึ้น​แบก 13 นักบวช​เจ็ด​คน​ที่​ถือ​แตร​เขาแกะ​คนละ​อัน เดิน​นำ​หน้า​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์​ไป และ​เป่า​แตร​ไป​เรื่อยๆ​มี​ทหาร​เดิน​อยู่​ข้างหน้า​พวกเขา และ​มี​กอง​ระวัง​หลัง​เดิน​รั้งท้าย​อยู่​หลัง​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์ เขาแกะ​ก็​ถูก​เป่า​ไป​เรื่อยๆ 14 ใน​วันที่​สอง​นั้น พวกเขา​เดิน​รอบ​เมือง​หนึ่ง​รอบ แล้ว​ก็​กลับ​เข้า​ค่าย พวกเขา​ทำ​อย่างนี้​จน​ครบ​หก​วัน

15 ใน​วัน​ที่เจ็ด พวกเขา​ลุกขึ้น​เมื่อ​ท้องฟ้า​เริ่ม​ทอแสง และ​ได้​เดิน​ขบวน​ไป​รอบๆ​เมือง​อย่าง​เคย แต่​วันนี้​เดิน​เจ็ด​รอบ เฉพาะ​วันนี้​วันเดียว​พวกเขา​เดิน​ไป​รอบ​เมือง​เจ็ด​รอบ 16 เมื่อ​ถึง​รอบ​ที่​เจ็ด พวก​นักบวช​ก็​เป่า​แตร​เขาแกะ​ขึ้น โยชูวา​ได้​พูด​กับ​ประชาชน​ว่า “โห่ร้อง​เถิด เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​ยก​เมืองนี้​ให้​กับ​พวกท่าน​แล้ว 17 เมือง​ทั้ง​เมือง​และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ภายใน​เมืองนี้​จะ​ต้อง​ถูก​ทำลาย​ให้​หมดสิ้น​เพื่อ​เป็น​ของถวาย​แด่​พระยาห์เวห์ เว้น​แต่​โสเภณี​ที่​ชื่อ​ราหับ​และ​คน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​นาง​ใน​บ้าน​ของนาง​เท่านั้น​ที่​จะ​รอด​ชีวิต เพราะ​นาง​ได้​ให้​ที่​หลบซ่อน​แก่​พวก​ผู้​สอดแนม​ที่​เรา​ได้​ส่ง​ไป 18 อย่า​ไป​แตะต้อง​สิ่ง​ที่​จะ​ต้อง​ทำลาย​เพื่อ​ถวาย​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​นั้น เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​ไม่​เกิด​ความ​โลภ แล้ว​เก็บ​ส่วนหนึ่ง​ของ​สิ่ง​ที่​จะ​ต้อง​ทำลาย​ให้​หมดสิ้น​นั้น​กลับ​มา ซึ่ง​จะ​ทำ​ให้​ค่าย​ของ​ชาว​อิสราเอล​ต้อง​ถูก​ทำลาย​ไป และ​พวกท่าน​ก็​จะ​เป็น​ต้นเหตุ​ของ​ความ​ทุกข์ยาก​นั้น 19 แต่​บรรดา​เงิน ทอง และ​สิ่งของ​ที่​ทำ​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์​และ​เหล็ก เป็น​ของ​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระยาห์เวห์ ให้​นำ​พวกมัน​ไป​เก็บ​ไว้​ใน​คลัง​สมบัติ​ของ​พระยาห์เวห์”

20 ดังนั้น​ประชาชน​จึง​โห่ร้อง และ​พวก​นักบวช​ก็​ได้​เป่า​แตร​ขึ้น ทันที​ที่​ประชาชน​ได้ยิน​เสียง​แตร พวกเขา​ก็​โห่ร้อง​เสียง​ดัง กำแพง​ก็​พัง​ทลาย​ลง ทหาร​ก็​บุก​ตรง​เข้าไป​ใน​เมือง​และ​ยึด​เมือง​ไว้ได้ 21 พวกเขา​ทำลาย​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ใน​เมือง​ด้วย​คม​ดาบ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ชาย​หรือ​หญิง เด็ก​หรือ​แก่ รวมทั้ง​วัว แกะ​และ​ลา

22 โยชูวา​ได้​สั่ง​ชาย​สองคน​ที่​เขา​เคย​ส่ง​เข้า​มา​สอดแนม​ว่า “ให้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​หญิง​โสเภณี​คนนั้น และ​นำ​ตัว​นาง​รวมทั้ง​คนอื่นๆ​ที่​อยู่​กับ​นาง​ออก​มา ดัง​ที่​พวก​ท่าน​ได้​เคย​สัญญา​ไว้​กับ​นาง”

23 ดังนั้น ชาย​หนุ่ม​ทั้งสอง​ที่​เคย​เป็น​ผู้​สอดแนม​จึง​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​ราหับ และ​ได้​นำ​ตัว​ราหับ พ่อแม่ พี่น้อง และ​ทุกคน​ที่​อยู่​ที่นั่น​กับ​นาง​ออก​มา พวกเขา​ได้​พา​ญาติๆ​ทั้งหมด​ของ​นาง​ไป​ไว้​ที่​นอก​ค่าย​ของ​อิสราเอล

24 พวกเขา​จึง​ได้​จุดไฟ​เผา​เมือง และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ใน​เมืองนั้น ส่วน​เงิน ทอง เครื่องใช้​ที่​ทำ​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์​และ​เหล็ก พวกเขา​ได้​นำ​มา​ไว้​ใน​คลัง​สมบัติ​ใน​บ้าน​ของ​พระยาห์เวห์ 25 แต่​โยชูวา​ได้​ไว้​ชีวิต​ราหับ​ที่​เป็น​โสเภณี​และ​ครอบครัว​ทั้งหมด​ของ​นาง รวมทั้ง​ทุกคน​ที่​อยู่​กับ​นาง และ​พวก​ลูกหลาน​ของ​นาง+ 6:25 พวก​ลูกหลาน​ของ​นาง หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “นาง” ก็​ได้​อาศัย​อยู่​ท่ามกลาง​ชาว​อิสราเอล​มา​จนถึง​ทุกวันนี้+ 6:25 จนถึง​ทุกวันนี้ หมายถึง เวลา​ที่​เขียน​หนังสือ​นี้ เพราะ​นาง​ได้​ซ่อนตัว​พวก​คน​ส่งข่าว​ที่​โยชูวา​ได้​ส่ง​เข้า​ไป​สอดแนม​ใน​เมือง​เยริโค

26 แล้ว​โยชูวา​ได้​สาบาน​ไว้​ว่า

“ขอให้​ใคร​ก็ตาม​ที่​พยายาม​สร้าง​เมือง​เยริโค​นี้​ขึ้น​มา​ใหม่

ถูก​สาปแช่ง​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์

ถ้า​เขา​วาง​รากฐาน​ของ​เมืองนี้

ก็​ขอให้​ลูกชาย​คนแรก​ของเขา​ตาย

ถ้า​เขา​ตั้ง​ประตูเมือง​ขึ้น

ก็​ขอให้​ลูกชาย​คนเล็ก​ของเขา​ตาย”+ 6:26 คำ​สาปแช่ง​นี้​เกิดขึ้น​จริง ดู​เพิ่มเติม​ได้​จาก 1 พงศ์กษัตริย์ 16:34

27 ดังนั้น​พระยาห์เวห์​ได้​อยู่​กับ​โยชูวา และ​ชื่อเสียง​ของท่าน​ก็​ได้​เลื่องลือ​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน

7

บาป​ของ​อาคาน

1 แต่​ชาว​อิสราเอล​ไม่​เชื่อฟัง​คำสั่ง​ใน​เรื่อง​สิ่งของ​ที่​ต้อง​ถูก​ทำลาย อาคาน​ลูกชาย​ของ​คารมี​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​ศับดี​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​เศราห์​จาก​เผ่า​ยูดาห์ ได้​แอบ​เอา​ของ​บางส่วน​มา​จาก​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​ต้อง​ถูก​ทำลาย ดังนั้น​ความ​โกรธ​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​พลุ่ง​ขึ้น​ต่อ​คน​อิสราเอล

2 ฝ่าย​โยชูวา​ได้​ส่ง​คน​กลุ่ม​หนึ่ง​ออก​จาก​เมือง​เยริโค​ไป​ยัง​เมือง​อัย+ 7:2 อัย ชื่อ​นี้​มี​ความ​หมาย​ว่า “ซาก​ปรัก​หักพัง” ซึ่ง​อยู่​ใกล้ๆ​กับ​เมือง​เบธาเวน ทาง​ด้าน​ตะวันออก​ของ​เมือง​เบธเอล โยชูวา​บอก​พวกเขา​ว่า “ขึ้น​ไป​สอดแนม​แผ่นดิน​นั้น​มา” ดังนั้น​พวกเขา​จึง​ขึ้น​ไป​สอดแนม​เมือง​อัย

3 แล้ว​พวกเขา​ได้​กลับ​มา​รายงาน​โยชูวา​ว่า “ไม่​จำเป็น​ต้อง​ให้​ประชาชน​ทั้งหมด​ขึ้น​ไป​ต่อสู้​กับ​เมือง​อัย ให้​ใช้​คน​แค่​สองสาม​พันคน​ขึ้นไป​ตี​เมือง​อัย​ก็พอ อย่า​ให้​ประชาชน​ทั้งหมด​ต้อง​เสียแรง​ขึ้น​ไป​ถึง​ที่นั่น​เลย เพราะ​เมือง​อัย​มี​ประชาชน​น้อย”

4 ประชาชน​ประมาณ​สามพัน​คน​จึง​ได้​เดินทาง​ขึ้น​ไป​ที่​เมือง​อัย แต่​พวกเขา​ก็​ต้อง​ถูก​ชาว​เมือง​อัย​ตี​จน​แตก​หนี​กลับ​มา 5 และ​ถูก​ฆ่าตาย​ประมาณ​สามสิบหก​คน และ​ชาว​เมือง​อัย​ยัง​ไล่ล่า​ชาว​อิสราเอล​ตั้งแต่​ที่​หน้า​ประตู​เมือง​ไป​จนถึง​เหมือง​หิน+ 7:5 เหมือง​หิน หมายถึง สถานที่​ที่​ประชาชน​ตัด​หิน​จาก​ก้อนหิน​ขนาด​ใหญ่ และ​ฆ่า​พวกเขา​ที่​ทาง​ลาด​แห่งนั้น

ดังนั้น ชาว​อิสราเอล​จึง​กลัว​จน​จิตใจ​หลอม​ละลาย​ไป​อย่าง​น้ำ 6 โยชูวา​ได้​ฉีก​เสื้อผ้า​ของเขา​และ​ซบหน้า​ลง​บน​พื้นดิน​ต่อหน้า​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์​จนถึง​เวลา​เย็น พร้อมๆ​กับ​พวก​ผู้​อาวุโส​ของ​ชาว​อิสราเอล พวกเขา​ต่าง​ก็​เอา​ฝุ่น​โปรย​ลง​บน​หัว​ตัวเอง

7 โยชูวา​พูด​ว่า “ข้าแต่​พระยาห์เวห์ องค์​เจ้า​ชีวิต พระองค์​นำ​ประชาชน​ทั้งหมด​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​มา​ทำไม​กัน เพื่อ​ให้​ชาว​อาโมไรต์​ทำลาย​ล้าง​พวกเรา​อย่างนั้น​หรือ เสียดาย​จริงๆ​พวกเรา​น่า​จะ​พอใจ​ที่​จะ​อยู่​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​มากกว่า 8 พระองค์​เจ้าข้า ข้าพเจ้า​ไม่รู้​จะ​พูด​อะไร​แล้ว ใน​เมื่อ​ชาว​อิสราเอล​ได้​หันหลัง​หนี​จาก​ศัตรู​เสียแล้ว 9 ชาว​คานาอัน และ​บรรดา​ประชาชน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นี้ จะ​ได้ยิน​เรื่องนี้​และ​จะ​พากัน​มา​ปิด​ล้อม​และ​ลบล้าง​พวกเรา​ไป​จาก​แผ่นดิน​โลก เมื่อ​ถึง​ขั้นนั้น พระองค์​จะ​ทำ​อะไร​เพื่อ​กู้​ชื่อเสียง​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์”

10 ดังนั้น​พระยาห์เวห์​จึง​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “ลุกขึ้น เจ้า​จะ​ซบหน้า​อยู่​อย่างนี้​ทำไม 11 ชาว​อิสราเอล​ได้​ทำบาป พวกเขา​ได้​ละเมิด​ข้อตกลง​ที่​เรา​ได้​สั่ง​พวกเขา​ไว้ พวกเขา​ได้​เอา​ของ​บางส่วน​ที่​เรา​สั่ง​ให้​ทำลาย พวกเขา​ได้​ขโมย​พวกมัน​ไป​และ​โกหก พวกเขา​ได้​เอา​สิ่ง​เหล่านั้น​ไป​รวม​ไว้​กับ​ของ​ของ​พวกเขา 12 ชาว​อิสราเอล​ก็​เลย​ไม่​สามารถ​ยืนหยัด​ต่อสู้​ศัตรู​ได้ พวกเขา​วิ่งหนี​จาก​ศัตรู เพราะ​พวกเขา​เอง​ได้​กลาย​เป็น​สิ่ง​ที่​จะ​ต้อง​ถูก​ทำลาย​ให้​กับเรา เรา​จะ​ไม่อยู่​กับ​พวกเจ้า​อีก​ต่อไป นอกจาก​ว่า​พวกเจ้า​จะ​เอา​ของ​เหล่านั้น​ที่​ต้อง​ทำลาย ออก​ไป​เสีย​จาก​พวกเจ้า

13 ให้​ไป​ชำระ​ประชาชน​ให้​บริสุทธิ์​และ​พูด​ว่า ‘ให้​ชำระ​ตัว​ของ​พวกท่าน​ไว้​สำหรับ​วัน​พรุ่งนี้ เพราะ​นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล​ได้​พูด “ชาว​อิสราเอล ท่ามกลาง​พวกเจ้า​ยัง​มี​สิ่งของ​ที่​เรา​ได้​สั่ง​ให้​ทำลาย​เก็บ​ไว้​อยู่ เจ้า​จะ​ไม่​สามารถ​ยืนหยัด​ต่อสู้​ศัตรู​ได้ จนกว่า​พวกเจ้า​จะ​เอา​สิ่ง​เหล่านั้น​ที่​เรา​ได้​สั่ง​ให้​ทำลาย​ออก​ไป​เสีย​จาก​พวกเจ้า”

14 ใน​ตอนเช้า ให้​พวกเจ้า​เข้า​มา​ทีละ​เผ่า และ​เผ่า​ที่​พระยาห์เวห์​เลือก ก็​ให้​เข้า​มา​ทีละ​ตระกูล ตระกูล​ที่​พระยาห์เวห์​เลือก ก็​ให้​เข้า​มา​ทีละ​ครอบครัว ครอบครัว​ที่​พระยาห์เวห์​เลือก ก็​ให้​เข้า​มา​ทีละ​คน 15 คนใด​ที่​ถูก​จับ​ได้​ว่า​มี​สิ่ง​เหล่านั้น​ที่​ต้อง​ถูก​ทำลาย จะ​ต้อง​ถูก​เผา​ไป​พร้อมๆ​กับ​ทุกสิ่ง​ที่​เป็น​ของเขา เพราะ​เขา​ได้​ละเมิด​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​น่า​ละอาย​ใน​อิสราเอล’”

16 ดังนั้น โยชูวา​จึง​ตื่น​ขึ้น​แต่​เช้าตรู่ และ​ได้​นำ​ชาว​อิสราเอล​เข้า​มา​ทีละ​เผ่า และ​พระยาห์เวห์​ได้​เลือก​เผ่า​ยูดาห์ 17 เขา​ให้​ตระกูล​ต่างๆ​ใน​เผ่า​ยูดาห์​เข้า​มา และ​ตระกูล​ของ​เศราห์​ถูก​เลือก​ออก​มา เขา​ให้​แต่ละ​ครอบครัว​ใน​ตระกูล​เศราห์​มา ครอบครัว​ของ​ศับดี​ถูก​เลือก​ออก​มา 18 โยชูวา​ได้​ให้​คน​ใน​ครอบครัว​ศับดี​เข้า​มา​ทีละ​คน และ​คน​ที่​ถูก​เลือก​คือ​อาคาน​ลูกชาย​ของ​คารมี​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​ศับดี​จาก​เผ่า​ยูดาห์

19 แล้ว​โยชูวา​ก็​พูด​กับ​อาคาน​ว่า “ลูกเอ๋ย ให้​เกียรติ​กับ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​และ​สารภาพ​กับ​พระองค์​เถิด ให้​บอก​เรา​มา​สิ​ว่า เจ้า​ได้​ทำ​อะไร​ลงไป อย่า​ได้​ปิดบัง​อะไร​จาก​เรา​เลย”

20 อาคาน​ได้​ตอบ​โยชูวา​ว่า “ถูกแล้ว ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ประชาชน​อิสราเอล นี่​คือ​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​ทำไป 21 คือ​ใน​พวก​สิ่งของ​ทั้งหมด​ที่​พวกเรา​ยึด​มา​ได้​นั้น ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​เสื้อคลุม​ตัวงาม​จาก​บาบิโลน เงิน​กว่า​สอง​กิโลกรัม และ​ทองคำ​แท่ง​หนึ่ง​หนัก​ประมาณ​หกร้อย​กรัม ข้าพเจ้า​อยาก​ได้​ของ​เหล่านั้น​มาก จึง​ได้​เอา​มัน​มา​และ​ซ่อน​ไว้​ใน​พื้นดิน​ใต้​เต็นท์​ของ​ข้าพเจ้า โดย​วาง​เงิน​อยู่​ด้านล่าง”

22 โยชูวา​จึง​ได้​ส่ง​คน​ไป พวกเขา​วิ่ง​ไป​ที่​เต็นท์​หลังนั้น และ​ได้​พบ​ของ​ที่​ถูก​ซ่อน​ไว้​ใน​เต็นท์​นั้น โดย​มี​เงิน​วาง​อยู่​ด้าน​ล่าง 23 พวกเขา​นำ​ของ​เหล่านั้น​ออก​มา​จาก​เต็นท์ และ​นำ​ไป​ที่​โยชูวา​และ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​อยู่ แล้ว​วาง​ของ​เหล่านั้น​ไว้​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์

24 แล้ว​โยชูวา​และ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ได้​พา​อาคาน​ลูกชาย​ของ​เศราห์ พร้อม​กับ​เงิน เสื้อคลุม ทอง​แท่ง พวก​ลูกชาย​ลูกสาว​ของเขา พวก​วัว ลา​และ​แกะ​ทั้งหลาย รวมทั้ง​เต็นท์​ของเขา และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เป็น​ของเขา ขึ้น​ไป​ที่​หุบเขา​อาโคร์ 25 โยชูวา​พูด​ว่า “ทำไม​เจ้า​ถึง​ได้​นำ​ความ​เดือด​ร้อน​นี้​มา​ให้​กับ​พวกเรา วันนี้ พระยาห์เวห์​จะ​นำ​ความ​เดือด​ร้อน​มา​ให้​กับเจ้า” จากนั้น​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ก็​พา​กัน​เอา​หิน​ขว้าง​ใส่​อาคาน​กับ​ครอบครัว​ของเขา​ให้​ตาย เผา​ครอบครัว​ของ​อาคาน​และ​ทรัพย์สิน​ทั้งหมด​ของเขา และ​ขว้าง​ก้อนหิน​ใส่​พวกเขา 26 แล้ว​ชาว​อิสราเอล​ก็​เอา​ก้อนหิน​มา​กอง​ทับ​ร่าง​ของเขา​ไว้​และ​มัน​ก็​ยัง​อยู่​จนถึง​ทุกวันนี้+ 7:26 จนถึง​ทุกวันนี้ หมายถึง เวลา​ที่​เขียน​หนังสือ​นี้ นั่น​เป็น​เหตุ​ที่​เขา​เรียก​สถานที่​แห่งนั้น​ว่า​หุบเขา​อาโคร์+ 7:26 อาโคร์ คำนี้​ใน​ภาษา​ฮีบรู หมายถึง “ความ​เดือด​ร้อน”

หลัง​จากนั้น​พระยาห์เวห์​ก็​หาย​จาก​ความ​โกรธ​ที่​แผดเผา​นั้น

8

การทำลาย​เมือง​อัย

1 จากนั้น​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “อย่า​ได้​กลัว​หรือ​ท้อถอย ให้​นำ​เหล่า​นักรบ​ทั้งหมด​ไป​กับเจ้า และ​ขึ้น​ไป​ยัง​เมือง​อัย+ 8:1 อัย ดู​ใน โยชูวา 7:2 ชื่อ​ของ​เมือง​นี้​มี​ความ​หมาย​ว่า “ซาก​ปรัก​หักพัง” (เหมือน ข้อ 28) ดูเถิด เรา​ได้​มอบ​กษัตริย์​เมือง​อัย ประชาชน​ของ​เขา รวมทั้ง​เมือง​และ​แผ่นดิน​ของเขา​ไว้​ใน​มือ​ของเจ้า​แล้ว 2 เจ้า​จะ​ทำ​กับ​เมือง​อัย​และ​กษัตริย์​ของ​เมืองนี้ อย่าง​กับ​ที่​เจ้า​ได้​ทำ​กับ​เมือง​เยริโค​และ​กษัตริย์​ของเขา​มา​แล้ว แต่​ครั้งนี้ เจ้า​จะ​ได้รับ​อนุญาต​ให้​เก็บ​ทรัพย์​สมบัติ​ใน​เมือง​และ​สัตว์เลี้ยง​ไว้​เป็น​ของ​พวกเจ้า​ได้ ให้​จัด​ทหาร​ไว้​ซุ่ม​โจมตี​จาก​ทาง​ด้านหลัง​ของ​เมือง”

3 ดังนั้น​โยชูวา​จึง​ได้​นำ​ทหาร​ทั้งหมด​ขึ้น​ไป​เมือง​อัย โยชูวา​ได้​คัด​ทหาร​ชั้นเยี่ยม​ออก​มา​สามหมื่น​คน และ​ส่ง​พวกเขา​ออกไป​ใน​ตอน​กลางคืน 4 เขา​ได้​สั่ง​พวก​ทหาร​กลุ่มนี้​ว่า “ฟัง​ให้ดี ให้​พวกเจ้า​คอย​ดักซุ่ม​อยู่​ทาง​ด้าน​หลัง​ของ​เมือง อย่า​ไป​ไกล​จาก​เมือง​นัก ให้​พวกเจ้า​ทั้งหมด​ตื่นตัว​อยู่​ตลอด 5 เรา​และ​ประชาชน​ของเรา​จะ​เข้า​ประชิด​ตัวเมือง เมื่อ​พวกเขา​ออก​มา​ต่อสู้​กับ​พวกเรา พวกเรา​ก็​จะ​แกล้ง​ถอยหนี​พวกเขา​เหมือน​ครั้ง​ก่อน 6 พวกเขา​จะได้​ตาม​เรา​ออกมา จนกว่า​เรา​ได้​ล่อ​ให้​พวกเขา​ออก​ห่าง​จาก​ตัวเมือง เพราะ​พวกเขา​จะ​พูดว่า ‘พวกนั้น​กำลัง​หนี​พวกเรา​เหมือน​ครั้ง​ก่อน’ ดังนั้น พอ​พวกเรา​หนี​พวกเขา​ออก​ไป​นั้น 7 ถึง​ตอนนั้น ก็​ให้​พวกเจ้า​ลุกขึ้น​จาก​ที่ซ่อน และ​เข้า​ยึด​เมือง​ไว้ พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเจ้า​ก็​จะ​มอบ​เมือง​นี้​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวกเจ้า

8 เมื่อ​พวกเจ้า​ยึด​เมือง​ได้ ให้​จุดไฟ​เผา​เมือง​ซะ พวกเจ้า​ต้อง​ทำ​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ไว้ นี่​คือ​คำสั่ง​ทั้งหลาย​สำหรับ​พวกเจ้า ไป​ลงมือ​ได้​เลย”

9 แล้ว​โยชูวา​ก็​ได้​ส่ง​พวกเขา​ออกไป พวกเขา​ได้​ไป​ยัง​ที่​ซ่อนตัว​ของ​พวกเขา พวกเขา​ได้​แอบ​ซุ่ม​อยู่​ระหว่าง​เมือง​เบธเอล​กับ​เมือง​อัย ทาง​ทิศ​ตะวันตก​ของ​เมือง​อัย แต่​ใน​คืนนั้น​โยชูวา​ยัง​อยู่​ใน​ค่าย​กับ​ประชาชน

10 วัน​ต่อมา โยชูวา​ตื่น​แต่​เช้าตรู่ และ​ได้​เรียก​ประชาชน​ให้​มา​รวม​ตัว​กัน แล้ว​เขา​กับ​พวก​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​ก็​ได้​นำ​ทัพ​ประชาชน​ขึ้น​ไป​ที่​เมือง​อัย 11 พวก​ทหาร​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา​ก็​ได้​เดินทัพ​ขึ้น​ไป และ​เข้า​ใกล้​เมือง​อัย จน​กระทั่ง​พวกเขา​ได้​มา​ถึง​ด้าน​หน้า​ของ​เมือง จึง​ได้​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ทาง​ทิศ​เหนือ​ของ​เมือง​อัย มี​หุบเขา​คั่น​ระหว่าง​พวกเขา​กับ​เมือง​อัย

12 โยชูวา ได้​จัด​กำลัง​คน​ประมาณ​ห้าพัน​ให้​แอบ​ซุ่ม​อยู่​ระหว่าง​เมือง​เบธเอล​กับ​เมือง​อัย ทาง​ทิศ​ตะวันตก​ของ​เมือง 13 พวกเขา​ได้​วาง​กอง​กำลัง​ไว้​ตาม​ที่​ของมัน ค่าย​หลัก​อยู่​ทาง​ทิศ​เหนือ​ของ​เมือง และ​พวก​ที่​ดักซุ่ม​ก็​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวันตก​ของ​เมือง ใน​คืนนั้น​โยชูวา​ได้​เข้า​ไป​ใน​หุบเขา

14 เมื่อ​กษัตริย์​เมือง​อัย​เห็น​อย่าง​นั้น เขา​และ​ประชาชน​ใน​เมือง​ก็​รีบ​ออก​มา​แต่​เช้าตรู่ เพื่อ​ต่อสู้​กับ​ชาว​อิสราเอล ปะทะ​กัน​ที่​ด้าน​หน้า​ของ​หุบเขา​จอร์แดน แต่​กษัตริย์​เมือง​อัย​ไม่รู้​ว่า​ยัง​มี​กอง​ทหาร​อีก​หนึ่ง​กอง​แอบ​ซุ่ม​อยู่​ทาง​ด้าน​หลัง​ของ​เมือง

15 โยชูวา​และ​พวก​ทหาร​แกล้ง​ทำ​เป็น​พ่ายแพ้​และ​วิ่ง​หนี​ไป​ทาง​ทะเลทราย 16 ชาว​เมือง​อัย​ทุกคน​ถูก​สั่ง​ให้​ไล่ตาม​พวกนั้น​ไป เมื่อ​พวกเขา​ไล่​ตาม​โยชูวา​ไป พวกเขา​ก็​ถูก​ล่อ​ให้​ออก​ห่าง​จาก​เมือง 17 ไม่มี​ผู้ชาย​เหลือ​เลย​สัก​คนเดียว​ใน​เมือง​อัย​หรือ​เมือง​เบธเอล เพราะ​ผู้ชาย​ทุกคน​ได้​ออก​ไป​ไล่ตาม​ชาว​อิสราเอล​จนหมด พวกเขา​ทิ้ง​ประตู​เมือง​ให้​เปิด​อยู่​และ​ไป​ไล่ตาม​ชาว​อิสราเอล

18 แล้ว​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “ให้​ยื่น​หอก​ที่​อยู่​ใน​มือ​ของเจ้า​ไป​ที่​เมือง​อัย เพราะ​เรา​จะ​มอบ​เมือง​อัย​ให้​อยู่​ใน​กำมือ​ของเจ้า” โยชูวา​จึง​ยื่น​หอก​ที่​อยู่​ใน​มือ​ไป​ที่​เมือง​อัย 19 ทันใดนั้น ทหาร​ที่​แอบ​ซุ่ม​อยู่​ก็​ออก​มา​จาก​ที่ซ่อน​ของ​พวกเขา​อย่าง​รวดเร็ว และ​รีบ​บุก​ไป​ข้างหน้า​ทันที​ที่​โยชูวา​ยื่น​มือ​ของเขา​ออกไป พวกเขา​ได้​เข้าไป​ใน​เมือง​และ​ยึด​เมือง​ไว้ และ​รีบ​จุดไฟ​เผา​เมือง

20 เมื่อ​ชาว​เมือง​อัย​เหลียว​หลัง​มา​ดู ก็​เห็น​กลุ่ม​ควัน​ลอย​ออก​มา​จาก​เมือง​พลุ่ง​ขึ้น​สู่​ท้องฟ้า แต่​พวกเขา​ก็​หมด​ทาง​หนี เพราะ​ชาว​อิสราเอล​ที่​ก่อน​หน้านี้​ได้​หนี​ไป​ทาง​ทะเลทราย ได้​หัน​กลับ​มา​ต่อสู้​กับ​คน​ที่​ไล่ล่า​พวกเขา 21 คือ เมื่อ​โยชูวา​กับ​พวก​ชาว​อิสราเอล​เห็น​ว่า​ทหาร​ที่​แอบ​ซุ่ม​อยู่ ได้​เข้า​ยึด​เมือง​และ​ได้​เห็น​ควัน​จาก​ใน​เมือง​กำลัง​พลุ่ง​ขึ้น พวกเขา​ก็​ได้​หัน​กลับ​มา​โจมตี​ชาว​เมือง​อัย 22 พวก​ทหาร​อิสราเอล​ที่​เคย​แอบซุ่ม​อยู่​ก็​วิ่ง​ออก​มา​จาก​เมือง​เพื่อ​ต่อสู้​กับ​ชาว​เมือง​อัย ดังนั้น ชาว​เมือง​อัย​จึง​ถูก​ล้อม​อยู่​ใน​ทุกๆ​ด้าน ท่ามกลาง​ชาวอิสราเอล และ​ชาว​อิสราเอล​ได้​โจมตี​พวกเขา​จน​ไม่มี​ใคร​รอด​ชีวิต​หรือ​หลบหนี​ไปได้ 23 แต่​พวกเขา​ได้​จับ​ตัว​กษัตริย์​ของ​เมือง​อัย​ไว้​และ​ได้​นำตัว​มา​ให้​กับ​โยชูวา

การตรวจผล​การสู้รบ

24 เมื่อ​ชาว​เมือง​อิสราเอล​ได้​ไล่​ฆ่า​ชาว​เมือง​อัย​ที่​วิ่ง​หนี​ไป​ใน​ท้องทุ่ง และ​ใน​ทะเลทราย​จน​หมด​เกลี้ยง​ทุกคน​แล้ว กองทัพ​ชาว​อิสราเอล​ก็​กลับ​เข้า​สู่​เมือง​อัย​และ​โจมตี​คน​ใน​เมือง​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่ 25 ใน​วันนั้น พวกเขา​ฆ่า​ชาว​เมือง​อัย​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง ตาย​ไป​ทั้งหมด​หนึ่งหมื่น​สองพัน​คน 26 โยชูวา​ไม่ได้​หด​มือ​ที่​ถือ​หอก​ของเขา​กลับ​เข้ามา จน​กระทั่ง​ประชาชน​ของ​เมือง​อัย​ถูก​ทำลาย​ล้าง​จน​หมดสิ้น 27 แต่​คน​อิสราเอล​ได้​ริบ​เอา​สัตว์เลี้ยง​และ​ของ​มีค่า​ของ​เมือง​ไป ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​โยชูวา​ไว้

28 แล้ว​โยชูวา​ได้​เผา​เมือง​อัย และ​ทำ​ให้​มัน​กลาย​เป็น​ซาก​ปรัก​หักพัง​จนถึง​ทุกวันนี้ 29 และ​ได้​เสียบ​ศพ​ของ​กษัตริย์​เมือง​อัย​บน​ต้นไม้​จน​กระทั่ง​ถึง​ตอนเย็น และ​เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ลับ​ขอบฟ้า โยชูวา​จึง​สั่ง​ให้​ปลด​ศพ​ของ​กษัตริย์​ลง​มา​จาก​ต้นไม้​และ​นำ​ไป​ทิ้ง​ไว้​ที่​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง แล้ว​พวกเขา​ได้​ยก​เอา​ก้อนหิน​มา​ทับ​ไว้​จน​เป็น​กอง​ใหญ่​และ​มัน​ก็​ยัง​อยู่​จนถึง​ทุกวันนี้

การอ่าน​คำอวยพร​และ​คำสาปแช่ง

30 แล้ว​โยชูวา​ได้​สร้าง​แท่นบูชา​ให้​แก่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล บน​ภูเขา​เอบาล 31 ดัง​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ชาว​อิสราเอล​ไว้ โยชูวา​สร้าง​มัน​ขึ้น​มา​ตาม​ที่​มี​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​กฎ​ของ​โมเสส ที่​ว่า “แท่นบูชา​จะ​ต้อง​ทำ​จาก​พวก​หิน​ที่​ไม่มี​การ​ตัดแต่ง ไม่มี​การ​ใช้​เครื่องมือ​เหล็ก​ใดๆ​บน​แท่นบูชา​นี้” พวกเขา​ได้​เผา​เครื่อง​เผา​บูชา​ให้​แก่​พระยาห์เวห์​บน​แท่นบูชา​นี้ และ​ได้​ถวาย​เครื่อง​สังสรรค์​บูชา​ด้วย

32 ตรงนั้น โยชูวา​ได้​คัดลอก​กฎ​ของ​โมเสส​ลง​บน​หิน​ต่อหน้า​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย 33 ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด ชาว​ต่างชาติ​รวมทั้ง​คน​ที่​เกิด​ใน​อิสราเอล พวก​ผู้นำ​อาวุโส พวก​เจ้าหน้าที่ และ​พวก​ผู้​พิพากษา​ทั้งหลาย ต่าง​ยืน​อยู่​สองข้าง​ของ​หีบ​เก็บ​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์ หัน​หน้า​ไป​ทาง​พวก​นักบวช​ชาว​เลวี​ที่​แบก​หีบ​นั้น​อยู่ ประชาชน​ครึ่ง​หนึ่ง​ก็​ยืน​อยู่​ด้าน​หน้า​ภูเขา​เกริซิม และ​ประชาชน​อีก​ครึ่ง​หนึ่ง​ก็​ยืน​อยู่​ด้าน​หน้า​ภูเขา​เอบาล ดัง​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์​เคย​สั่ง​เอา​ไว้​ก่อน​หน้า​นี้ ตอน​ที่​ท่าน​ให้​คำสั่ง​เกี่ยวกับ​การ​อวยพร​ชาว​อิสราเอล+ 8:33 เรื่องนี้​อ่าน​เพิ่ม​เติม​ได้​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 27

34 หลัง​จากนั้น โยชูวา​จึง​อ่าน​ถ้อยคำ​ทั้งหมด​จาก​กฎ​ข้อ​ปฏิบัติ​นั้น รวมทั้ง​คำ​อวยพร​และ​คำ​สาปแช่ง ตาม​ที่​ได้​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​กฎ​ปฏิบัติ​นั้น 35 โยชูวา​ได้​อ่าน​ทุกๆ​คำ​ที่​โมเสส​ได้​สั่ง​ไว้ ต่อหน้า​ที่​ชุมนุม​ของ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด รวมทั้ง​ผู้หญิง เด็กๆ​และ​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​อาศัย​อยู่​ท่ามกลาง​พวกเขา

9

ชาว​กิเบโอน​หลอก​โยชูวา

1 เมื่อ​กษัตริย์​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​ฝั่ง​ตะวันตก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน ได้ยิน​เรื่อง​นี้ พวก​นี้​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาว​ฮิตไทต์ ชาว​อาโมไรต์ ชาว​คานาอัน ชาว​เปริสซี ชาว​ฮีไวต์ และ ชาว​เยบุส ซึ่ง​เป็น​เผ่า​ต่างๆ​ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​แถบ​เทือกเขา และ​ที่ลุ่ม​เชิงเขา​ด้าน​ตะวันตก+ 9:1 ที่ลุ่ม​เชิงเขา​ด้าน​ตะวันตก หรือ​เชเฟลาห์ ตาม​ชายฝั่ง​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน ขึ้นไป​จนถึง​เทือกเขา​เลบานอน 2 พวกเขา​จึง​ได้​รวมตัว​กัน​ขึ้น​และ​วางแผน​ที่​จะ​ต่อสู้​กับ​โยชูวา​และ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล

3 แต่​เมื่อ​ชาว​กิเบโอน​ได้ยิน​เรื่อง​ที่​โยชูวา​ได้​ทำ​กับ​เมือง​เยริโค​และ​เมือง​อัย​แล้ว 4 พวกเขา​ก็​ได้​ออก​กลอุบาย​ขึ้นมา ส่ง​กลุ่ม​ทูต​ออกไป ที่​มี​ลา​แบก​กระสอบ​ขาดๆ​และ​ถุงหนัง​เหล้าองุ่น​ที่​เก่า​และ​ปะ​ไว้ 5 พวกเขา​สวม​รองเท้า​เก่า​มี​รอยปะ และ​ใส่​เสื้อผ้า​เก่าๆ​ขาดๆ​ส่วน​ขนมปัง​ที่​เตรียม​ไว้​ก็​แห้ง​และ​มี​รา​ขึ้น

6 พวกเขา​เดินทาง​ไป​หา​โยชูวา​ที่​ค่าย​ใน​เมือง​กิลกาล และ​พูด​กับ​โยชูวา​และ​ชาว​อิสราเอล​ว่า “พวกเรา​มา​จาก​แผ่นดิน​ที่​อยู่​ห่างไกล ขอ​ทำ​สัญญา​เป็น​พันธมิตร​กับ​พวกเรา​ด้วยเถิด”

7 แต่​ชาว​อิสราเอล​พูด​กับ​ชาว​ฮีไวต์​เหล่านั้น​ว่า “ไม่แน่​พวกเจ้า​อาจจะ​อาศัย​อยู่​แถวๆ​นี้​ก็ได้ แล้ว​พวกเรา​จะ​ทำ​สัญญา​เป็น​พันธมิตร​กับ​พวกเจ้า​ได้​ยังไง”

8 ชาว​ฮีไวต์​จึง​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “พวกเรา​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน” โยชูวา​จึง​ถาม​ว่า “พวกเจ้า​เป็น​ใคร และ​มา​จาก​ไหน”

9 พวกเขา​ตอบ​ว่า “ชื่อเสียง​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน ทำให้​พวกเรา​ผู้รับใช้​ของท่าน เดินทาง​มา​จาก​ดินแดน​อัน​ไกล​โพ้น พวกเรา​ได้ยิน​เรื่องราว​เกี่ยวกับ​พระองค์​และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​พระองค์​ได้​ทำ​ใน​ประเทศ​อียิปต์ 10 และ​ได้ยิน​ถึง​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​พระองค์​ได้​ทำ​ต่อ​กษัตริย์​สององค์​ของ​ชาว​อาโมไรต์ ที่​อยู่​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน คือ​กษัตริย์​สิโหน​แห่ง​เมือง​เฮชโบน และ​กษัตริย์​โอก​แห่ง​แคว้น​บาชาน​ที่​ปกครอง​อยู่​ที่​เมือง​อัชทาโรท 11 ดังนั้น พวก​ผู้นำ​อาวุโส​กับ​ชาวเมือง​ทั้งหลาย​ของ​ประเทศ​ของเรา ได้​พูด​กับ​พวกเรา​ว่า ‘ให้​นำ​เสบียง​อาหาร​ติดตัว​ไป และ​เดินทาง​ไป​หา​พวกเขา’ และ​ให้​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า ‘พวกเรา​คือ​คน​รับใช้​ของท่าน ขอ​ช่วย​ทำ​ข้อตกลง​เป็น​พันธมิตร​กับ​พวกเรา​ด้วยเถิด’

12 ขนมปัง​ของ​พวกเรา​นี้ พวกเรา​ห่อ​มัน​ตอน​ที่​มัน​ยัง​อุ่นๆ​ใน​วันที่​พวกเรา​ออก​จาก​บ้าน​เดินทาง​มาหา​ท่าน และ​ตอนนี้ ดูสิ มัน​แห้ง​และ​ขึ้นรา​แล้ว 13 นี่​คือ​ถุงหนัง​ใหม่ๆ​ของ​พวกเรา ที่​พวกเรา​ได้​เติม​เหล้าองุ่น​ใหม่​ลงไป และ​ดูสิ พวก​มัน​ขาด​เสีย​แล้ว และ​เสื้อผ้า​เหล่านี้​กับ​รองเท้า​ของ​พวกเรา​ก็​เก่า​ลง​จาก​การ​เดินทาง​อัน​ยาวนาน​ของ​พวกเรา”

14 ชาว​อิสราเอล​จึง​ชิม​เสบียง​อาหาร​ของ​พวกเขา​ดู แต่​ไม่มี​ใคร​ขอ​คำแนะนำ​จาก​พระยาห์เวห์ 15 และ​โยชูวา​ก็​ได้​ทำ​ข้อตกลง​เป็น​พันธมิตร​กับ​พวกเขา​ว่า​จะ​ไม่​ฆ่า​พวกเขา และ​พวก​ผู้นำ​ของ​ประชาชน​ได้รับ​รอง​ข้อตกลง​นั้น​ด้วย​คำ​สาบาน

16 หลังจาก​ได้​ทำ​ข้อตกลง​กับ​ชาว​กิเบโอน​แล้ว​สาม​วัน ชาว​อิสราเอล​ได้ยิน​ว่า พวกนั้น​เป็น​เพื่อน​บ้าน​ที่​อาศัย​อยู่​ใกล้ๆ​พวกเขา 17 ดังนั้น ชาว​อิสราเอล​จึง​ออก​เดินทาง​และ​ใน​วัน​ที่​สาม​ก็​ได้​มา​ถึง​เมือง​ต่างๆ​ของ​คน​พวกนั้น คือ เมือง​กิเบโอน เมือง​เคฟีราห์ เบเอโรท และ​คิริยาทเยอาริม 18 แต่​ชาว​อิสราเอล​ไม่ได้​โจมตี​พวกนั้น เพราะ​พวก​ผู้นำ​ของ​ประชาชน​ได้​สาบาน​กับ​พวกนั้น​ไว้​แล้ว​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล

แต่​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ต่าง​บ่น​ต่อว่า​พวก​ผู้นำ 19 พวก​ผู้นำ​ทั้งหลาย​จึง​พูด​กับ​ประชาชน​ทั้งหมด​ว่า “เรา​ได้​สาบาน​กับ​พวกเขา​โดย​อ้าง​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล​ไปแล้ว ดังนั้น ตอนนี้​พวกเรา​จึง​ไม่​สามารถ​แตะต้อง​พวกเขา​ได้ 20 พวกเรา​จะ​ปล่อย​ให้​พวกเขา​มี​ชีวิต​ต่อไป ไม่​อย่างนั้น​ความ​โกรธ​ของ​พระเจ้า​จะ​ตกลง​บน​พวกเรา ที่​ได้​ผิด​คำ​สาบาน​ที่​พวกเรา​ได้​ให้​กับ​พวกเขา 21 ปล่อย​ให้​พวกเขา​มี​ชีวิต​ต่อไป แต่​ให้​มา​เป็น​คน​ตัดฟืน​และ​คน​ตักน้ำ​ให้​กับ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล” ดังนั้น​พวก​ผู้นำ​ก็​ได้​ทำ​ตาม​ที่​ได้​สาบาน​ไว้

22 โยชูวา​ได้​เรียก​พวก​ชาว​กิเบโอน​เหล่านั้น​มา​และ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ทำไม​พวกเจ้า​ถึง​ได้​มา​หลอก​เรา โดย​พูด​ว่า ‘พวกเรา​มา​จาก​ที่​ห่างไกล​จาก​ท่าน​มาก’ ใน​เมื่อ​ความจริง​แล้ว พวกเจ้า​อาศัย​อยู่​ใกล้ๆ​พวกเรา​นี่เอง 23 ดังนั้น ตอนนี้ พวกเจ้า​จะ​ต้อง​ถูก​สาปแช่ง พวกเจ้า​จะ​ต้อง​เป็น​ทาส เป็น​คน​ตัดฟืน และ​เป็น​คน​ตักน้ำ​ให้​กับ​บ้าน​ของ​พระเจ้า+ 9:23 บ้าน​ของ​พระเจ้า คำนี้​อาจ​หมายถึง “ครอบครัว​ของ​พระเจ้า” (ชาว​อิสราเอล) หรือ​อาจจะ​หมายถึง​เต็นท์​ศักดิ์สิทธิ์​หรือ​วิหาร ของข้า​ตลอดไป”

24 พวกเขา​ตอบ​โยชูวา​ว่า “มี​คน​บอก​พวกเรา ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​ว่า ‘พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน ได้​สั่ง​โมเสส​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ให้​มอบ​แผ่นดิน​ทั้งหมด​นี้​ให้​กับ​ท่าน และ​ให้​กวาดล้าง​ประชาชน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดินนี้​ออก​ไป​ต่อหน้า​ท่าน’ พวกเรา​กลัว​ว่า​ท่าน​จะ​ฆ่า​พวกเรา พวก​เรา​ก็​เลย​ทำ​อย่าง​นี้ 25 ตอนนี้ พวกเรา​ก็​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​ท่าน​แล้ว ทำ​กับ​พวกเรา​ตาม​ที่​ท่าน​เห็น​ว่า​ดี​และ​ถูกต้อง​เถิด”

26 โยชูวา​ได้​ทำ​อย่างนี้​กับ​พวกเขา​คือ ช่วย​ชีวิต​ชาว​กิเบโอน​ไว้​จาก​ชาว​อิสราเอล และ​พวก​ชาว​อิสราเอล​ก็​ไม่ได้​ฆ่า​คน​เหล่านั้น 27 แต่​ใน​วันนั้น โยชูวา​ได้​ทำ​ให้​พวกเขา​เป็น​คน​ตัดฟืน​และ​คน​ตักน้ำ​สำหรับ​ชาว​อิสราเอล และ​สำหรับ​แท่นบูชา​ของ​พระยาห์เวห์​ใน​สถานที่​นั้น​ที่​พระยาห์เวห์​จะ​เลือก และ​พวกเขา​ก็​ยัง​เป็น​ทาส​อยู่​จนถึง​ทุกวันนี้

10

วัน​ที่​ดวง​อาทิตย์​หยุดนิ่ง

1 เมื่อ​กษัตริย์​อาโดนีเซเดก​แห่ง​เมือง​เยรูซาเล็ม​ได้​ข่าว​ว่า โยชูวา​ได้​ยึด​เมือง​อัย​และ​ได้​ทำลาย​ถวาย​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ และ​โยชูวา​ทำ​กับ​เมือง​อัย​และ​กษัตริย์​ของ​เมือง​อัย​อย่าง​เดียว​กับ​ที่​ได้​ทำ​กับ​เมือง​เยริโค​และ​กษัตริย์​ของ​มัน และ​เขา​ยัง​รู้​อีก​ว่า​ชาว​เมือง​กิเบโอน ได้​ทำ​ข้อตกลง​เป็น​พันธมิตร​กับ​ชาว​อิสราเอล และ​ได้​อาศัย​อยู่​ใกล้ๆ​กับ​ชาว​อิสราเอล 2 กษัตริย์​อาโดนีเซเดก​และ​ประชาชน​ของ​ท่าน​ก็​หวาดกลัว​มาก เพราะ​กิเบโอน​เป็น​เมือง​ใหญ่​เมือง​หนึ่ง​เหมือน​กับ​เมือง​หลวง+ 10:2 เมือง​หลวง บรรดา​เมือง​ที่​ได้รับ​การ​ป้องกัน​อย่าง​เข้มแข็ง​และ​เป็น​เมือง​ที่​คอย​ควบคุม​เมือง​ใน​บริเวณ​ใกล้เคียง​ที่​มี​ขนาด​เล็ก​กว่า ทั้งหลาย มี​ขนาด​ใหญ่​กว่า​เมือง​อัย และ​ผู้ชาย​ของ​เมือง​นั้น​ก็​เป็น​นักรบ​ที่ดี 3 ดังนั้น​กษัตริย์​อาโดนีเซเดก​แห่ง​เมือง​เยรูซาเล็ม จึง​ได้​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​ไป​ยัง​กษัตริย์​โฮฮัม​แห่ง​เมือง​เฮโบรน กษัตริย์​ปิราม​แห่ง​เมือง​ยารมูท กษัตริย์​ยาเฟีย​แห่ง​เมือง​ลาคีช และ​กษัตริย์​เดบีร์​แห่ง​เมือง​เอกโลน​ว่า 4 “ขึ้นมา​ช่วย​ข้าพเจ้า​ตี​เมือง​กิเบโอน​ด้วย เพราะ​เมือง​นั้น​ได้​เข้า​เป็น​พันธมิตร​กับ​โยชูวา​และ​ชาว​อิสราเอล​แล้ว”

5 ดังนั้น กษัตริย์​ของ​อาโมไรต์​ทั้ง​ห้าองค์​คือ กษัตริย์​เมือง​เยรูซาเล็ม เมือง​เฮโบรน เมือง​ยารมูท เมือง​ลาคีช และ​เมือง​เอกโลน จึง​ได้​รวบรวม​กำลัง​พล​และ​ยก​ขึ้น​ไป และ​ได้​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ตรงข้าม​กับ​เมือง​กิเบโอน​และ​โจมตี​เมือง​นั้น

6 ประชาชน​เมือง​กิเบโอน​จึง​ส่งข่าว​ไป​ถึง​โยชูวา​ที่​ค่าย​ใน​กิลกาล​ว่า “อย่า​ได้​ทอดทิ้ง​พวกเรา​เหล่า​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน รีบ​ขึ้น​มา​กู้​พวกเรา ช่วย​พวกเรา​ด้วย เพราะ​พวก​กษัตริย์​ชาว​อาโมไรต์ ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​เทือกเขา ได้​รวบรวม​พล​มา​ต่อสู้​กับ​พวกเรา”

7 ดังนั้น โยชูวา​จึง​เดินทัพ​จาก​เมือง​กิลกาล ด้วย​กองทัพ​ทั้งหมด​ของเขา นักรบ​ชั้นเยี่ยม​ทุกคน​ก็​อยู่​กับเขา 8 พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​โยชูวา​ว่า “อย่า​กลัว​พวกมัน เพราะ​เรา​ได้​มอบ​พวกมัน​ไว้​ใน​กำมือ​ของ​เจ้า​แล้ว จะ​ไม่มี​ใคร​สักคน​ใน​พวกมัน​ที่​จะ​ต่อต้าน​เจ้า​ได้”

9 หลัง​จาก​เดินทาง​ตลอด​ทั้งคืน​จาก​เมือง​กิลกาล โยชูวา​ก็​ได้​เข้า​โจมตี​ทันที​ไม่ให้​พวกนั้น​รู้ตัว

10 พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​พวกนั้น​แตกตื่น​ตกใจ ต่อหน้า​ชาว​อิสราเอล ทำให้​ชาว​อิสราเอล​ได้รับ​ชัยชนะ​ครั้ง​ยิ่งใหญ่​ที่​เมือง​กิเบโอน และ​พวก​อิสราเอล​ได้​ไล่ล่า​พวกนั้น​ไป​ตาม​ถนน​ที่​ขึ้น​ไป​เบธโฮโรน และ​ฆ่าฟัน​พวกเขา​ไป​ตลอด​ทาง​จนถึง​เมือง​อาเซคาห์​และ​มักเคดาห์ 11 ขณะที่​พวกเขา​หนี​อยู่​ข้างหน้า​ของ​ชาว​อิสราเอล​ไป​ตาม​เส้นทาง​สู่​เมือง​เบธโฮโรน​นั้น พระเจ้า​ได้​โยน​ลูกเห็บ​ขนาด​ยักษ์​ลง​มา​จาก​ฟ้า ตลอด​ไป​จนถึง​เมือง​อาเซคาห์ พวกเขา​ก็​ตาย คน​ที่​ตาย​ด้วย​ลูกเห็บ​ยัง​มี​มาก​กว่า​คน​ที่​ถูก​ชาว​อิสราเอล​ฆ่า​ด้วย​ดาบ​เสียอีก

12 ใน​วันนั้น​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​ชาว​อาโมไรต์​ให้​กับ​ชาว​อิสราเอล โยชูวา​ได้​พูด​กับ​พระยาห์เวห์​ต่อหน้า​ชาว​อิสราเอล​ว่า

“ดวง​อาทิตย์​เอ๋ย หยุดนิ่ง​ที่​เมือง​กิเบโอน

และ​ดวงจันทร์​เอ๋ย หยุด​อยู่​ตรง​หุบเขา​อัยยาโลน​เถิด”

13 และ​ดวง​อาทิตย์​ก็​หยุด​อยู่​กับที่ และ​ดวงจันทร์​ก็​ไม่​เคลื่อนไหว จน​ประชาชน​อิสราเอล​ได้​ชัยชนะ​เหนือ​ศัตรู​ทั้งหลาย​ของ​พวกเขา เรื่องนี้​ได้​บันทึก​ไว้​ใน​หนังสือ​ของ​ยาชาร์ ดวง​อาทิตย์​หยุดนิ่ง​กลาง​ท้องฟ้า และ​ไม่ได้​ตก​ไป​เกือบ​หนึ่งวัน 14 ไม่เคย​มี​วันไหน​เหมือน​กับ​วันนั้น ไม่ว่า​จะ​ก่อน​หน้า​นั้น​หรือ​หลัง​จากนี้ เป็น​วันที่​พระยาห์เวห์​ได้​ฟัง​เสียง​ของ​มนุษย์​คนหนึ่ง พระยาห์เวห์​ได้​ต่อสู้​เพื่อ​ชาว​อิสราเอล​แน่

15 แล้ว​โยชูวา​กับ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​กลับ​ไป​ค่าย​ที่​เมือง​กิลกาล 16 กษัตริย์​ทั้ง​ห้าคน​ได้​หลบหนี​ไป​ซ่อนตัว​อยู่​ใน​ถ้ำ​ที่​มักเคดาห์ 17 มี​คน​มา​บอก​โยชูวา​ว่า “พวกเรา​ได้​พบ​กษัตริย์​ทั้ง​ห้า​หลบซ่อน​อยู่​ใน​ถ้ำ​ที่ มักเคดาห์” 18 โยชูวา​ได้​พูด​ว่า “กลิ้ง​พวก​หิน​ใหญ่ๆ​ไป​ปิด​ปาก​ถ้ำ​นั้น​ไว้ และ​จัด​คน​ให้​คอย​เฝ้า​พวกเขา​ไว้ 19 แต่​พวกท่าน​ไม่ต้อง​อยู่​คอย​ที่นั่น ให้​ไล่ตาม​ศัตรู​ของ​พวกท่าน​ไป ให้​โจมตี​พวกเขา​จาก​ข้าง​หลัง อย่า​ยอม​ให้​พวกเขา​กลับ​เข้า​เมือง​ทั้งหลาย​ของ​พวกเขา​ได้อีก เพราะ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​ได้​มอบ​พวกเขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวกท่าน​แล้ว”

20 โยชูวา​และ​ชาว​อิสราเอล​ได้​ฆ่า​ทำลาย​พวกนั้น​จน​เกือบ​หมด​เกลี้ยง มี​ไม่​กี่​คน​ที่​หนี​เข้าไป​ใน​เมือง​ของ​พวกเขา​ที่​มี​ป้อม​ปราการ 21 ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ได้​กลับ​มาหา​โยชูวา​ที่​ค่าย​พัก​มักเคดาห์​อย่าง​ปลอดภัย และ​ไม่มี​ใคร​กล้า​กระดิก​ลิ้น​ต่อว่า​ชาว​อิสราเอล​อีกเลย

22 แล้ว​โยชูวา​ได้​พูด​ว่า “เปิด​ปาก​ถ้ำ และ​นำ​ตัว​กษัตริย์​ทั้ง​ห้า​ออก​มา​พบ​เรา” 23 พวกเขา​จึง​นำ​กษัตริย์​ทั้ง​ห้า​ออก​มา​จาก​ถ้ำ คือ​กษัตริย์​แห่ง​เยรูซาเล็ม แห่ง​เฮโบรน แห่ง​ยารมูท แห่ง​ลาคีช และ​แห่ง​เอกโลน 24 เมื่อ​พวกเขา​นำ​ตัว​กษัตริย์​เหล่านั้น​ออก​มา​ยัง​โยชูวา โยชูวา​จึง​เรียก​ประชุม​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด และ​เขา​ได้​พูด​กับ​พวก​แม่ทัพ​ที่​ได้​ร่วม​ออกรบ​กับ​เขา​ว่า “มา​นี่​สิ และ​เอา​เท้า​ของ​พวกท่าน​เหยียบ​คอ​กษัตริย์​เหล่านี้​ไว้” พวกเขา​จึง​เข้า​มา​และ​เอา​เท้า​วาง​ไว้​บน​คอ​ของ​กษัตริย์​ทั้ง​ห้า​คน​นั้น

25 โยชูวา​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “อย่า​กลัว​หรือ​ท้อแท้ ให้​เข้มแข็ง​และ​กล้าหาญ​ไว้ เพราะ​พระยาห์เวห์​จะ​ทำ​อย่างนี้​กับ​ศัตรู​ทั้งหลาย​ที่​ท่าน​กำลัง​จะ​สู้รบ​ด้วย”

26 หลัง​จากนั้น โยชูวา​ได้​ฆ่า​กษัตริย์​พวกนั้น​และ​เสียบ​พวกเขา​ไว้​บน​เสาไม้​ห้า​ต้น พวกเขา​ถูก​เสียบ​อยู่​อย่างนั้น​จน​ถึง​เย็น 27 เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ตก​ดิน โยชูวา​ได้​สั่ง​ให้​เอา​ศพ​ทั้ง​ห้า​ลง​มา และ​นำ​ไป​โยน​ไว้​ใน​ถ้ำ​ที่​พวกเขา​เคย​หลบ​ซ่อนตัว แล้ว​เอา​หิน​ใหญ่ๆ​ปิด​ปาก​ถ้ำ​ไว้ หิน​พวกนั้น​ยัง​อยู่​จนถึง​ทุกวันนี้

28 ใน​วันนั้น โยชูวา​ได้​ยึด​เมือง​มักเคดาห์ และ​เขา​ได้​ฆ่า​ประชาชน​และ​กษัตริย์​ของ​เมือง​นั้น เขา​ได้​ทำลาย​เมือง​นั้น​อย่าง​ราบคาบ ไม่มี​ใคร​เหลือ​รอด​ชีวิต​เลย เขา​ได้​ทำ​กับ​กษัตริย์​เมือง​มักเคดาห์​อย่าง​กับ​ที่​เขา​เคย​ทำ​กับ​กษัตริย์​เมือง​เยริโค

การยึด​เมือง​ทางใต้

29 โยชูวา​และ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ได้​ยกทัพ​ออก​จาก​เมือง​มักเคดาห์​ไป​ถึง​เมือง​ลิบนาห์ และ​ได้​สู้รบ​กับ​เมือง​ลิบนาห์ 30 พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​เมือง​และ​กษัตริย์​ของ​เมืองนี้​ไว้​ใน​กำมือ​ของ​ชาว​อิสราเอล โยชูวา​ได้​ฆ่า​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​เมือง ไม่มี​ใคร​รอด​ชีวิต​ใน​เมือง​นั้น​เลย และ​เขา​ได้​จัดการ​กษัตริย์​ของ​เมืองนี้​อย่าง​กับ​ที่​เขา​เคย​ทำ​กับ​กษัตริย์​เมือง​เยริโค

31 แล้ว​โยชูวา​และ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ได้​เคลื่อน​ทัพ​ต่อ​จาก​เมือง​ลิบนาห์​ไป​ยัง​เมือง​ลาคีช แล้ว​ตั้ง​ค่าย​ล้อม​เมือง​ไว้​และ​เข้า​โจมตี​เมือง​นั้น 32 พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​เมือง​ลาคีช​ไว้​ใน​กำมือ​ของ​ชาว​อิสราเอล แล้ว​โยชูวา​ยึด​เมือง​ไว้​ได้​ใน​วันที่​สอง เขา​ได้​ฆ่า​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​อย่าง​กับ​ที่​เขา​เคย​ทำ​กับ​เมือง​ลิบนาห์ 33 กษัตริย์​โฮราม​แห่ง​เมือง​เกเซอร์​ได้​ขึ้น​มา​ช่วย​เมือง​ลาคีช แต่​โยชูวา​ก็​ได้​เอา​ชนะ​เขา​กับ​กองทัพ​ของเขา จน​ไม่มี​ใคร​เหลือ​รอด​ชีวิต

34 จากนั้น โยชูวา​กับ​ชาว​อิสราเอล​ก็​ยกทัพ​ต่อ​จาก​เมือง​ลาคีช​ไป​ยัง​เมือง​เอกโลน พวกเขา​ได้​ตั้ง​ค่าย​ล้อม​เมือง​ไว้​และ​โจมตี​เมือง​นั้น 35 พวกเขา​ยึด​เมือง​นั้น​ได้ ใน​วันนั้น​พวกเขา​ได้​ใช้​ดาบ​ฆ่าฟัน​ทุกคน​ใน​เมือง โยชูวา​ได้​ฆ่า​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​นั้น อย่าง​กับ​ที่​เขา​เคย​ทำ​กับ​เมือง​ลาคีช

36 แล้ว​โยชูวา​กับ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ยกทัพ​ออก​จาก​เมือง​เอกโลน​ขึ้น​ไป​ยัง​เมือง​เฮโบรน และ​โจมตี​เมือง​นั้น 37 พวกเขา​ยึด​เมือง​นั้น​ไว้​ได้ และ​ได้​ฆ่า​กษัตริย์​และ​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​นั้น รวมทั้ง​ผู้คน​ที่​อยู่​ใน​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ของมัน โยชูวา​ไม่​ปล่อย​ให้​ใคร​รอด​ชีวิต​ไป​ได้ อย่าง​เดียว​กับ​ที่​เขา​เคย​ทำ​กับ​เมือง​เอกโลน เขา​ได้​ทำลาย​เมือง​และ​ทุกคน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​นั้น​ลง​อย่าง​ราบคาบ

38 แล้ว​โยชูวา​กับ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​หัน​กลับ​ไป​ทาง​เมือง​เดบีร์ และ​เข้า​โจมตี​เมือง​นั้น 39 โยชูวา​ได้​เข้า​ยึด​เมือง และ​จับ​ตัว​กษัตริย์​ของ​เมือง​นั้น​ไว้ รวมทั้ง​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ของมัน พร้อม​กับ​ฆ่า​ทุกคน​ที่​อาศัย​อยู่​ที่นั่น ไม่​ปล่อย​ให้​ใคร​รอด​ชีวิต​ไป​ได้​เลย เขา​จัดการ​กับ​ชาว​เมือง​เดบีร์​และ​กษัตริย์​ของ​เมือง​นี้ อย่าง​กับ​ที่​เขา​เคย​ทำ​กับ​เมือง​เฮโบรน และ​ทำ​กับ​เมือง​ลิบนาห์​กับ​กษัตริย์​ของ​เมือง​นั้น

40 โยชูวา​ได้​เอา​ชนะ​ดินแดน​ทั้งหมด ได้แก่ แถบ​เนินเขา บริเวณ​เทือกเขา​เนเกบ ที่ลุ่ม​เชิงเขา​ด้าน​ตะวันตก และ​ที่​ลาด​เขา รวมทั้ง​กษัตริย์​ทั้งหมด​ของ​เมือง​เหล่านั้น เขา​ไม่​ปล่อย​ให้​มี​ใคร​รอด​ชีวิต​เลย เขา​ได้​ทำลาย​ทุกสิ่ง​ที่​มี​ลม​หายใจ ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล​ได้​สั่ง​ไว้

41 โยชูวา​มีชัย​เหนือ​พวกเขา​ตั้งแต่​เมือง​คาเดชบารเนีย​ไป​จนถึง​เมือง​กาซา และ​ตั้งแต่​แผ่นดิน​ทั้งหมด​ของ​เมือง​โกเชน​ไป​จนถึง​เมือง​กิเบโอน 42 โยชูวา​ได้​ปราบ​กษัตริย์​ทั้งหมด​ของ​พวกเขา​และ​ยึด​แผ่นดิน​ของ​พวกเขา​ทั้งหมด​ไว้​ใน​คราว​เดียว​กัน เพราะ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล ได้​ต่อสู้​เพื่อ​ชาว​อิสราเอล 43 แล้ว​โยชูวา​กับ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ยกทัพ​กลับ​มา​ยัง​ค่าย​ที่​กิลกาล

11

พวก​กษัตริย์​ทาง​เหนือ​พ่ายแพ้

1 เมื่อ​กษัตริย์​ยาบิน​แห่ง​เมือง​ฮาโซร์​ได้ยิน​ข่าวนี้ ก็​ได้​ส่ง​ข่าว​ไป​ถึง​กษัตริย์​โยบับ​แห่ง​เมือง​มาโดน กษัตริย์​เมือง​ชิมโรน และ​กษัตริย์​เมือง​อัคชาฟ 2 และ​ยัง​ส่ง​ข่าว​ไป​ถึง​พวก​กษัตริย์​ที่​อยู่​ใน​แถบ​เนินเขา​ทาง​ตอน​เหนือ ใน​หุบเขา​จอร์แดน​ทาง​ตอน​ใต้​ของ​เมือง​คินเนเรท+ 11:2 คินเนเรท พื้นที่​ที่​อยู่​ใกล้​ทะเล​สาบ​กาลิลี ใน​แถบ​ที่ลุ่ม​เชิงเขา​ด้าน​ตะวันตก และ​ใน​ที่ราบสูง​โดร์​ทาง​ทิศ​ตะวันตก 3 และ​ส่งข่าว​ไป​ถึง​ชาว​คานาอัน​ที่​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​และ​ตะวันตก ชาว​อาโมไรต์ ชาว​ฮิตไทต์ ชาว​เปริสซี และ​ชาว​เยบุส​ใน​แถบ​เนินเขา และ​ชาว​ฮีไวต์​ที่​อาศัย​อยู่​ที่​เชิงเขา​เฮอร์โมน​ใน​แคว้น​มิสปาห์ 4 พวก​กษัตริย์​เหล่านี้​ได้​ยกทัพ​ออก​มา เป็น​กองทัพ​ขนาด​มหึมา เหมือน​เม็ดทราย​ที่​ชายฝั่ง​ทะเล พร้อม​กับ​ม้า​และ​รถรบ​จำนวน​มหาศาล

5 กษัตริย์​ทั้งหมด​มา​รวมทัพ​กัน และ​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ลำธาร​เมโรม เพื่อ​จะ​สู้รบ​กับ​ชาว​อิสราเอล

6 พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “ไม่ต้อง​กลัว​พวกเขา เพราะ​พรุ่งนี้​ใน​เวลา​เดียว​กัน​นี้ เรา​จะ​มอบ​พวกเขา​ทั้งหมด​ให้​ชาว​อิสราเอล​ฆ่า เจ้า​จะต้อง​ตัด​เอ็น​ที่​ขาม้า​ของ​พวกเขา และ​เผา​พวก​รถรบ​ของ​พวกเขา”

7 ดังนั้น โยชูวา​กับ​ทหาร​อิสราเอล​ก็​ยกทัพ​ขึ้นมา และ​โจมตี​พวกเขา​ที่​ลำธาร​เมโรม โดย​ไม่ให้​พวกนั้น​ได้​ทัน​ตั้งตัว 8 พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​พวกนั้น​ไว้​ใน​กำมือ​ของ​ชาว​อิสราเอล พวก​อิสราเอล​ได้​โจมตี​และ​ไล่ล่า​พวกนั้น​ไป​ไกล​ถึง​มหา​ไซดอน​และ​มิสเรโฟทมาอิม และ​ไป​ทาง​ตะวันออก​เลย​ไป​ถึง​หุบเขา​มิสปาห์ จน​ไม่เหลือ​ศัตรู​สักคน​รอด​ชีวิต 9 โยชูวา​ได้​ทำ​กับ​พวกเขา​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง คือ ตัด​เส้นเอ็น​ขา​ของ​ม้า​ของ​พวกเขา และ​เผา​พวก​รถรบ​ของ​พวกเขา​ทิ้ง

10 ใน​เวลา​นั้น โยชูวา​ได้​กลับ​มา​ยึด​เมือง​ฮาโซร์ และ​ได้​ฆ่า​กษัตริย์​ของ​เมือง​นั้น​ด้วย​ดาบ เพราะ​แต่​ก่อน​นั้น ฮาโซร์​เคย​เป็น​หัวหน้า​ของ​อาณาจักร​เหล่านี้​ทั้งหมด​ที่​ต่อต้าน​ชาว​อิสราเอล 11 พวกเขา​ได้​ฆ่า​ทุกคน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ฮาโซร์ และ​ทำลาย​พวกเขา​ลง​อย่าง​ย่อยยับ ทุกสิ่ง​ที่​มี​ลม​หายใจ​ไม่​เหลือ​รอด​ชีวิต​เลย และ​โยชูวา​ได้​เผา​เมือง​ฮาโซร์​ทิ้ง

12 โยชูวา​ได้​ยึด​เมือง​ของ​กษัตริย์​เหล่า​นั้น​ทั้งหมด และ​ได้​จับตัว​กษัตริย์​ของ​เมือง​ต่างๆ​มา​ฆ่า เขา​ได้​ทำลาย​พวกนั้น​ลง​อย่าง​ราบคาบ​ถวาย​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ ตาม​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ไว้ 13 แต่​พวก​ทหาร​ไม่ได้​เผา​พวก​เมือง​ต่างๆ​ที่​อยู่​บน​เนิน ยกเว้น​เมือง​ฮาโซร์ ที่​ถูก​โยชูวา​เผา​ไป 14 ส่วน​สิ่งของ​ทั้งหมด​ใน​เมือง​เหล่านี้​และ​พวก​สัตว์เลี้ยง ชาว​อิสราเอล​ได้​ยึด​ไว้​เป็น​ของ​พวกเขา แต่​ประชาชน​ใน​เมือง​ถูก​ฆ่า​หมด​ไม่เหลือ​ใคร​รอด​ชีวิต​แม้แต่​คนเดียว 15 พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​โมเสส​ผู้รับใช้​พระองค์​ยังไง โมเสส​ก็​สั่ง​โยชูวา​อย่าง​นั้น และ​โยชูวา​ก็​ได้​ทำตาม ไม่มี​สักอย่าง​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​โมเสส​ไว้ แล้ว​โยชูวา​ไม่ได้​ทำตาม

16 โยชูวา​ยึด​ดินแดน​ทั้งหมด​นี้​ไว้ คือ ดินแดน​แถบ​เนินเขา เนเกบ​ทั้งหมด แผ่นดิน​โกเชน​ทั้งหมด ที่ลุ่ม​เชิงเขา​ด้าน​ตะวันตก หุบเขา​จอร์แดน และ​ดินแดน​แถบ​เนินเขา​ของ​อิสราเอล รวมทั้ง​เชิงเขา​ของ​อิสราเอล 17 ตั้งแต่​ภูเขา​ฮาลัก​ขึ้นไป​จนถึง​เสอีร์​ไกล​ไป​จนถึง​บาอัลกาด​ใน​หุบเขา​เลบานอน ตอน​ล่าง​ของ​เทือกเขา​เฮอร์โมน และ​โยชูวา​ได้​จับ​กษัตริย์​ของ​เมือง​เหล่า​นั้น​ทั้งหมด​มา​ฆ่า 18 โยชูวา​ได้​ทำ​สงคราม​กับ​กษัตริย์​เหล่า​นั้น​เป็น​เวลา​นาน 19 ชาว​อิสราเอล​รบ​ชนะ​พวกนั้น​ทั้งหมด ไม่มี​สัก​เมือง​ได้​ทำ​ข้อตกลง​เป็น​พันธมิตร​กับ​ชาว​อิสราเอล ยกเว้น​ชาว​ฮีไวต์​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​กิเบโอน 20 เป็น​เพราะ​พระยาห์เวห์​เอง ที่​ทำ​ให้​คน​เหล่านั้น​อยาก​จะ​สู้รบ​กับ​ชาว​อิสราเอล เพื่อ​พวกเขา​จะ​ได้​ถูก​ทำลาย​ลง​อย่าง​สิ้นซาก ไม่​ได้รับ​ความ​เมตตา และ​ถูก​กวาดล้าง​จน​หมดสิ้น ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​โมเสส​ไว้

21 เวลา​นั้น โยชูวา​ไป​ทำลาย​ล้าง​ชาว​อานาค+ 11:21 ชาว​อานาค ลูกหลาน​ของ​อานาค พวกเขา​เป็น​ครอบครัว​ที่​มี​ชื่อเสียง​ครอบครัว​หนึ่ง​ใน​เรื่อง​ของ​ความ​เป็น​นักสู้​ที่​มีพลัง​และ​รูปร่าง​สูงใหญ่ ดู​ใน กันดารวิถี 13:33 ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​ดินแดน​แถบ​เนินเขา ที่​เฮโบรน ที่​เดบีร์ ที่​อานาบ พื้นที่​ทั้งหมด​แถบ​เนินเขา​ของ​ยูดาห์ และ​พื้นที่​ทั้งหมด​แถบ​เนินเขา​ของ​อิสราเอล โยชูวา​ได้​ทำลาย​ชาว​อานาค​และ​เมือง​ต่างๆ​ของ​พวกเขา​ทิ้งไป 22 ไม่มี​ชาว​อานาค​หลงเหลือ​อยู่​ใน​แผ่นดิน​อิสราเอล มี​เพียง​บางส่วน​ที่​หลงเหลือ​อยู่​ใน​กาซา กัท และ​อัชโดด 23 ดังนั้น โยชูวา​จึง​ได้​ยึด​เอา​ดินแดน​ทั้งหมด​ไว้​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ไว้​กับ​โมเสส​ทุกอย่าง และ​โยชูวา​ก็​ได้​มอบ​ดินแดน​แห่งนั้น​ให้​เป็น​มรดก​กับ​ชาว​อิสราเอล ตาม​สัดส่วน​ของ​เผ่า​ต่างๆ แล้ว​แผ่นดิน​ก็​ได้​หยุด​พัก​จาก​สงคราม

12

รายชื่อ​พวก​กษัตริย์​ที่​พ่ายแพ้

1 ต่อไปนี้​คือ​พวก​กษัตริย์​ของ​แผ่นดิน​ที่​ชาว​อิสราเอล​ได้​เอาชนะ และ​ชาว​อิสราเอล​ได้​ยึดครอง​แผ่นดิน​ของ​กษัตริย์​เหล่า​นั้น​ที่​อยู่​ทาง​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน จาก​หุบเขา​ลึก​อารโนน​ไป​ถึง​ภูเขา​เฮอร์โมน รวม​ทั้ง​แผ่นดิน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​ของ​หุบเขา​จอร์แดน​ด้วย

2 คือ​กษัตริย์​สิโหน​ของ​ชาว​อาโมไรต์ ที่​ปกครอง​อยู่​เมือง​เฮชโบน เขา​ปกครอง​ตั้งแต่​อาโรเออร์​ซึ่ง​อยู่​ริม​หุบเขา​ลึก​อารโนน เริ่ม​จาก​ตรง​กลาง​ของ​หุบเขา​และ​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​กิเลอาด ไป​จน​ถึง​แม่น้ำ​ยับบอก​ซึ่ง​เป็น​เขตแดน​ของ​ชาว​อัมโมน 3 และ​เขา​ปกครอง​ด้าน​ตะวันออก​ของ​หุบเขา​จอร์แดน จาก​ทะเล​สาบ​กาลิลี​ไป​ถึง​ทะเล​ตาย (ทะเล​เกลือ) ถึง​เบธเยชิโมท​และ​ไป​ถึง​ทาง​ใต้​จน​ถึง​ด้าน​ล่าง​ของ​ที่​ลาด​เขา​ปิสกาห์

4 ชาว​อิสราเอล​ได้​ยึด​ครอง​เขต​แดน​ของ​กษัตริย์​โอก​แห่ง​แคว้น​บาชาน ที่​เป็น​คน​เผ่า​เรฟาอิม​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่​ไม่​กี่​คน เขา​อาศัย​อยู่​แถบ​เมือง​อัชทาโรท และ​เอเดรอี 5 เขา​ปกครอง​พื้นที่​ภูเขา​เฮอร์โมน สาเลคาห์ และ​ทั่ว​ทั้ง​บาชาน​จนถึง​เขตแดน​เมือง​เกชูร์ และ​เมือง​มาอาคาห์ และ​มาก​กว่า​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​กิเลอาด​ไป​จนถึง​เขตแดน​ของ​กษัตริย์​สิโหน​ของ​เมือง​เฮชโบน

6 โมเสส​ผู้รับใช้​พระยาห์เวห์​พร้อม​ด้วย​ชาว​อิสราเอล ได้​เอา​ชนะ​พวกเขา โมเสส​ผู้รับใช้​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​แผ่นดิน​ของ​กษัตริย์​สิโหน และ​ของ​กษัตริย์​โอก​ให้​เป็น​สมบัติ​ของ​ชน​เผ่า​รูเบน ชน​เผ่ากาด และ​ชน​เผ่า​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า

7 ต่อไปนี้​คือ​กษัตริย์​ของ​เมือง​ต่างๆ​ที่​โยชูวา​และ​ชาว​อิสราเอล​ได้​เอา​ชนะ บน​ฝั่ง​ตะวันตก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน ตั้งแต่​บาอัลกาด​ใน​หุบเขา​เลบานอน​ไป​จน​ถึง​ภูเขา​ฮาลัก​ที่​ขึ้น​ไป​ถึง​เสอีร์ (และ​โยชูวา​ได้​ให้​แผ่นดิน​ส่วนนี้​แก่​ชาว​อิสราเอล​เป็น​มรดก​ตาม​สัดส่วน​ของ​เผ่า​ต่างๆ 8 คือ​ดินแดน​แถบ​เนินเขา ที่ลุ่ม​เชิงเขา​ด้าน​ตะวันตก ใน​หุบเขา​จอร์แดน ใน​ที่​ลาด​เขา​ทาง​ตะวันออก ใน​ถิ่น​ทะเลทราย ใน​เนเกบ แผ่นดิน​ของ​ชาว​ฮิตไทต์ ชาว​อาโมไรต์ ชาว​คานาอัน ชาว​เปริสซี ชาว​ฮีไวต์ และ​ชาว​เยบุส)

9 กษัตริย์​เมือง​เยริโค

กษัตริย์​เมือง​อัย​ซึ่ง​อยู่​ใกล้​เมือง​เบธเอล

10 กษัตริย์​เมือง​เยรูซาเล็ม

กษัตริย์​เมือง​เฮโบรน

11 กษัตริย์​เมือง​ยารมูท

กษัตริย์​เมือง​ลาคีช

12 กษัตริย์​เมือง​เอกโลน

กษัตริย์​เมือง​เกเซอร์

13 กษัตริย์​เมือง​เดบีร์

กษัตริย์​เมือง​เกเดอร์

14 กษัตริย์​เมือง​โฮรมาห์

กษัตริย์​เมือง​อาราด

15 กษัตริย์​เมือง​ลิบนาห์

กษัตริย์​เมือง​อดุลลัม

16 กษัตริย์​เมือง​มักเคดาห์

กษัตริย์​เมือง​เบธเอล

17 กษัตริย์​เมือง​ทัปปูวาห์

กษัตริย์​เมือง​เฮเฟอร์

18 กษัตริย์​เมือง​อาเฟก

กษัตริย์​เมือง​ลาชาโรน

19 กษัตริย์​เมือง​มาโดน

กษัตริย์​เมือง​ฮาโซร์

20 กษัตริย์​เมือง​ชิมโรนเมโรน

กษัตริย์​เมือง​อัคชาฟ

21 กษัตริย์​เมือง​ทาอานาค

กษัตริย์​เมือง​เมกิดโด

22 กษัตริย์​เมือง​เคเดช

กษัตริย์​เมือง​โยกเนอัม​ใน​คารเมล

23 กษัตริย์​เมือง​โดร์​ใน​ที่ราบสูง​ของ​โดร์

กษัตริย์​เมือง​โกยิม​ใน​กิลกาล

24 กษัตริย์​เมือง​ทีรซาห์

รวม​จำนวน​กษัตริย์​ทั้งหมด​สามสิบเอ็ด​องค์​ด้วยกัน

13

แผ่นดิน​ที่​ยัง​ไม่ได้​ยึดครอง

1 เมื่อ​โยชูวา​แก่​มาก​แล้ว พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​แก่​มาก​แล้ว​และ​ยัง​เหลือ​แผ่นดิน​อีก​มาก​ที่​ยัง​ไม่ได้​ยึดครอง 2 แผ่นดิน​ที่​ยัง​ไม่​ถูก​ยึดครอง​คือ แคว้น​ฟีลิสเตีย​ทั้งหมด และ​เขต​แดน​ทั้งหมด​ของ​เกชูร์ 3 ตั้งแต่​แม่น้ำ​ชิโหร์​ที่​อยู่​ทาง​ตะวันออก​ของ​ประเทศ​อียิปต์ เหนือ​ขึ้น​ไป​จน​ถึง​เขตแดน​ของ​เอโครน (ถือ​เป็น​เขตแดน​ของ​ชาว​คานาอัน) เขตแดน​ของ​ผู้​ปกครอง​ชาว​ฟีลิสเตีย​ทั้ง​ห้า​คน​ใน​เมือง​กาซาม เมือง​อัชโดด เมือง​อัชเคโลน เมือง​กัท​และ​เมือง​เอโครน รวมทั้ง​เขตแดน​ของ​อัฟวิม 4 ส่วน​ทาง​ใต้ เจ้า​ยัง​ต้อง​ยึด​แผ่นดิน​ทั้งหมด​ของ​ชาว​คานาอัน จาก​เมอาราห์​ซึ่ง​เป็น​ของ​ชาว​ไซดอน ไป​ถึง​เมือง​อาเฟก​ตรง​เขตแดน​ของ​ชาว​อาโมไรต์ 5 และ​แผ่นดิน​ของ​ชาว​เกบาล และ​เลบานอน​ทั้งหมด ไป​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​จาก​บาอัลกาด ที่​อยู่​เชิงเขา​เฮอร์โมน​ถึง​ชายแดน​ของ​ฮามัท

6 ส่วน​พวก​ชาว​ไซดอน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แถบ​เนินเขา​จาก​เลบานอน​ไป​จน​ถึง​มิสเรโฟทมาอิม​นั้น เรา​เอง​จะ​ขับไล่​พวกเขา​ออก​ไป​ต่อหน้า​ชาว​อิสราเอล อย่าลืม​ที่​จะ​แบ่ง​ที่ดิน​เหล่านี้​ให้​เป็น​มรดก​ของ​ชาว​อิสราเอล ตาม​ที่​เรา​ได้​สั่ง​เจ้า​ไว้ 7 และ​ตอนนี้​ให้​แบ่ง​แผ่นดิน​นั้น​ออก​ให้​กับ​คน​เก้า​เผ่า​และ​ชาว​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า​ด้วย”

แผ่นดิน​ฝั่ง​ตะวันออกของ​แม่น้ำ​จอร์แดน

8 ส่วน​มนัสเสห์​อีก​ครึ่ง​เผ่า ชน​เผ่า​รูเบน​และ​ชน​เผ่ากาด ได้รับ​ส่วน​แบ่ง​ของ​พวกเขา ซึ่ง​โมเสส​ได้​มอบ​ให้​ทาง​ฟาก​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน ส่วน​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​ให้​พวกเขา​คือ 9 ตั้งแต่​อาโรเออร์​ที่​อยู่​ริม​หุบเขา​ลึก​อารโนน และ​เมือง​ที่​อยู่​กลาง​หุบเขา​ลึก​นั้น และ​ที่ราบสูง​เมเดบา​ทั้งหมด​ไป​จน​ถึง​ดีโบน 10 และ​เมือง​ต่างๆ​ของ​กษัตริย์​สิโหน​ชาว​อาโมไรต์​ผู้​เคย​ปกครอง​อยู่​ใน​เมือง​เฮชโบน ไกล​ออก​ไป​จน​ถึง​เขตแดน​ของ​ชาว​อัมโมน 11 และ​กิเลอาด​กับ​พื้นที่​ของ​ชาว​เกชูร์​กับ​ชาว​มาอาคาห์ พื้น​ที่​ทั้งหมด​ของ​ภูเขา​เฮอร์โมน และ​ทั้งหมด​ของ​บาชาน​ถึง​เมือง​สาเลคาห์ 12 แผ่นดิน​ทั้งหมด​ของ​กษัตริย์​โอก​ใน​บาชาน​ผู้​เคย​ปกครอง​อยู่​ใน​เมือง​อัชทาโรท​และ​ใน​เอเดรอี (เขา​เป็น​คน​เผ่า​เรฟาอิม​ที่​หลงเหลือ​อยู่​ไม่​กี่​คน) โมเสส​รบ​ชนะ​เมือง​เหล่านี้ และ​ขับไล่​พวกเขา​ออกไป 13 แต่​ชาว​อิสราเอล​ไม่ได้​ขับไล่​ชาว​เกชูร์​และ​ชาว​มาอาคาห์ ทั้ง​สอง​เผ่า​ยัง​อาศัย​อยู่​กับ​ชาว​อิสราเอล​ถึง​ทุกวันนี้

14 แต่​ส่วน​เผ่า​เลวี โมเสส​ไม่ได้​แบ่ง​มรดก​ให้ พวก​ของขวัญ​ที่​ถวาย​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล​ก็​เป็น​มรดก​ของ​พวกเขา อย่าง​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​พวกเขา​แล้ว

15 โมเสส​ได้​มอบ​ที่ดิน​นี้​ให้​เป็น​มรดก​กับ​เผ่า​รูเบน แบ่ง​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา 16 เขตแดน​ของ​พวกเขา​เริ่ม​จาก​อาโรเออร์​ที่​อยู่​ริม​หุบเขา​ลึก​อารโนน และ​เมือง​ที่​อยู่​กลาง​หุบเขา​ลึก​นั้น และ​ที่ราบสูง​เมเดบา​ทั้งหมด 17 เมือง​เฮชโบน​กับ​เมือง​ต่างๆ​ของมัน​บน​ที่ราบสูง ดีโบน บาโมทบาอัล เบธบาอัลเมโอน 18 ยาฮาส เคเดโมท เมฟาอาท 19 คิริยาธาอิม สิบมาห์ เศเรทชาหาร์ ที่​อยู่​บน​เนินเขา​กลาง​หุบเขา​ลึก​นั้น 20 เบธเปโอร์ เชิงเขา​ปิสกาห์ และ​เมือง​เบธเยชิโมท 21 นั่น​คือ​เมือง​ทั้งหมด​บน​ที่ราบสูง และ​อาณาจักร​ทั้งหมด​ของ​กษัตริย์​สิโหน ของ​ชาว​อาโมไรต์ ผู้​เคย​ปกครอง​อยู่​ใน​เมือง​เฮชโบน โมเสส​ได้​เอา​ชนะ​เขา​กับ​พวก​ผู้นำ​ของ​มีเดียน ที่​มี​ชื่อ​ว่า เอวี เรเคม ศูร์ เฮอร์ และ​เรบา พวกเขา​เป็น​เจ้าชาย​ที่​เป็น​พันธมิตร​กับ​กษัตริย์​สิโหน​และ​เคย​อาศัย​อยู่​แผ่นดิน​นั้น​มาก่อน 22 นอกจาก​คน​ทั้งหลาย​ที่​ถูก​ชาว​อิสราเอล​ฆ่า​ตาย ยัง​มี​ผู้​ทำนาย​อนาคต​ที่​ชื่อ​บาลาอัม​ลูกชาย​เบโอร์​รวม​อยู่​ด้วย 23 เส้น​เขตแดน​ของ​ชน​เผ่า​รูเบน​คือ​แม่น้ำ​จอร์แดน​และ​ชายฝั่ง​ของมัน เมือง​เหล่านี้​และ​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ของมัน​เป็น​มรดก​ของ​ชน​เผ่า​รูเบน​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของเขา

24 โมเสส​ยัง​ได้​มอบ​ที่ดิน​นี้​ให้​เป็น​มรดก​กับ​ชน​เผ่ากาด แบ่ง​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา

25 อาณาเขต​ของ​เขา​คือ ยาเซอร์​และ​เมือง​ต่างๆ​ทั้งหมด​ของ​กิเลอาด​และ​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​แผ่นดิน​ของ​ชาว​อัมโมน​ไป​จน​ถึง​อาโรเออร์ ซึ่ง​อยู่​ใกล้​กับ​รับบาห์ 26 และ​ตั้งแต่​เมือง​เฮชโบน ถึง​รามัทมิสเปห์ และ​เบโทนิม และ​จาก​มาหะนาอิม​ถึง​เขตแดน​เดบีร์ 27 และ​ใน​หุบเขา​เบธฮารัม เบธนิมราห์ สุคคท และ​ศาโฟน อาณาจักร​ส่วน​ที่​เหลือ​ของ​กษัตริย์​สิโหน​แห่ง​เมือง​เฮชโบน แม่น้ำ​จอร์แดน และ​ชายฝั่ง​ของมัน ไป​จน​สุด​ทะเล​สาบ​กาลิลี​ทาง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน 28 เมือง​เหล่านี้​และ​หมู่บ้าน​ของมัน​เป็น​มรดก​ของ​ชน​เผ่ากาด​ตาม​ตระกูล​ของ​พวกเขา

29 โมเสส​ได้​มอบ​ที่ดิน​นี้​ให้​เป็น​มรดก​กับ​ชน​เผ่า​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า แบ่ง​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา

30 เขตแดน​ของ​พวกเขา​เริ่ม​จาก​มาหะนาอิม ไป​ตลอด​ทั่ว​ทั้ง​บาชาน อาณาจักร​ทั้งหมด​ของ​กษัตริย์​โอก​แห่ง​เมือง​บาชาน และ​ชุมชน​ยาอีร์​ทั้งหมด​หกสิบ​เมือง​ที่​อยู่​ใน​บาชาน 31 และ​ครึ่งหนึ่ง​ของ​แคว้น​กิเลอาด เมือง​อัชทาโรท และ​เมือง​เอเดรอี ซึ่ง​สอง​เมือง​นี้​เป็น​เมือง​หลวง​ของ​กษัตริย์​โอก​แห่ง​บาชาน นั่น​คือ​ส่วนแบ่ง​สำหรับ​ลูกหลาน​ของ​มาคีร์​ลูกชาย​ของ​มนัสเสห์ คือ​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​พวก​ลูกหลาน​ของ​มาคีร์ ซึ่ง​แบ่ง​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา

32 ทั้งหมด​นั้น​คือ​เขต​แดน​ต่างๆ​ที่​โมเสส​ได้​แบ่ง​ออก​ไป อยู่​ใน​ที่ราบ​โมอับ ซึ่ง​อยู่​อีก​ฟาก​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน ทาง​ทิศ​ตะวันออก​ของ​เมือง​เยริโค 33 แต่​โมเสส​ไม่ได้​มอบ​มรดก​ให้​กับ​ชน​เผ่า​เลวี พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล​ก็​คือ​มรดก​ของ​พวกเขา อย่าง​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​พวกเขา

14

1 ต่อไปนี้ เป็น​แผ่นดิน​ใน​คานาอัน ที่​นักบวช​เอเลอาซาร์​กับ​โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน และ​พวก​หัวหน้า​ตระกูล​ของ​ชน​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล ได้​แจกจ่าย​ให้​กับ​ชาว​อิสราเอล​เป็น​มรดก 2 พวกเขา​ได้​จับ​สลาก​แจกจ่าย​ที่ดิน​ให้​กับ​ชนเผ่า​ทั้ง​เก้า​เผ่า​และ​ครึ่ง​เผ่า​ของ​มนัสเสห์ ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ไว้​ผ่าน​ทาง​โมเสส 3 เพราะ​โมเสส​ได้​ให้​มรดก​แก่​เผ่า​รูเบน​และ​เผ่ากาด รวมทั้ง​เผ่า​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า​ไป​แล้ว​บน​อีก​ฟาก​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน แต่​เขา​ไม่ได้​แบ่ง​มรดก​ให้​กับ​ชน​เผ่า​เลวี​เหมือน​ที่​ให้​กับ​เผ่า​อื่นๆ 4 ลูกหลาน​ของ​โยเซฟ​ได้​แบ่ง​ออก​เป็น​สอง​เผ่า คือ​เผ่า​มนัสเสห์ และ​เผ่า​เอฟราอิม เผ่า​เลวี​ไม่มี​ส่วนแบ่ง​ใน​แผ่นดิน​นี้ นอกจาก​เมือง​ต่างๆ​ที่​ใช้​อาศัย​อยู่ กับ​ทุ่งหญ้า​สำหรับ​เลี้ยง​ฝูง​แกะ​และ​วัว​ของ​พวกเขา 5 อย่างนี้ ชาว​อิสราเอล​ได้​แบ่ง​ที่ดิน​กัน​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​โมเสส​ไว้

คาเลบ​ได้รับ​เฮโบรน

6 ชน​เผ่า​ยูดาห์ ได้​มา​หา​โยชูวา​ที่​กิลกาล คาเลบ​ลูกชาย​เยฟุนเนห์​จาก​ตระกูล​เคนัส​ได้​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “ท่าน​ก็​รู้​ว่า​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​อะไร​กับ​โมเสส​คน​ของ​พระเจ้า+ 14:6 คน​ของ​พระเจ้า ตาม​ตัวอักษร​คือ “ผู้รับใช้​ของ​พระองค์” เกี่ยวกับ​ตัวท่าน​และ​ตัว​ข้าพเจ้า ที่​คาเดชบารเนีย 7 ข้าพเจ้า​มี​อายุ​สี่สิบ​ปี ตอน​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​ส่ง​ข้าพเจ้า​จาก​คาเดชบารเนีย​มา​สอดแนม​แผ่นดิน​นี้ และ​ข้าพเจ้า​ก็​ได้​กลับ​มา​รายงาน​ท่าน​ตาม​ความ​คิดเห็น​ของ​ข้าพเจ้า 8 แต่​พี่น้อง​คนอื่น ซึ่ง​ไป​ด้วยกัน​กับ​ข้าพเจ้า​นั้น ได้​ทำ​ให้​ใจ​ของ​ประชาชน​อ่อน​ปวกเปียก​ไป​ด้วย​ความกลัว แต่​ข้าพเจ้า​ยัง​คง​ติดตาม​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า​อย่าง​สุดใจ 9 แล้ว​ใน​วันนั้น โมเสส​ได้​สาบาน​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘แผ่นดิน​ที่​ท่าน​ได้​เข้า​ไป​เหยียบ​มา​นั้น​จะ​เป็น​มรดก​ของ​ท่าน​และ​ลูกหลาน​ของ​ท่าน​ตลอดไป​อย่าง​แน่นอน เพราะ​ท่าน​ได้​ติดตาม​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของข้า​อย่าง​สุดใจ’

10 เดี๋ยวนี้ ดูสิ มัน​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สัญญา​ไว้ พระองค์​ได้​ให้​ข้าพเจ้า​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​มา​อีก​สี่สิบห้า​ปี ตั้งแต่​เวลา​นั้น​ที่​พระองค์​ได้​พูด​เรื่องนี้​กับ​โมเสส​ตอน​ที่​อิสราเอล​เดินทาง​อยู่​ใน​ทะเลทราย เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้า​ก็​มี​อายุ​แปดสิบห้า​ปี​แล้ว 11 ข้าพเจ้า​ยัง​คง​แข็งแรง​เหมือน​วัน​ที่​โมเสส​ได้​ส่ง​ข้าพเจ้า​ออก​ไป ตอนนี้ ข้าพเจ้า​ก็​ยัง​แข็งแรง​พอ​ที่​จะ​ออก​ไป​สู้รบ​ได้ และ​ยัง​ไป​ทำโน่น​ทำนี่​ได้​เหมือน​เมื่อก่อน 12 ดังนั้น ตอนนี้ ให้​มอบ​พื้นที่​แถบ​เนินเขา​นี้ ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​ข้าพเจ้า​ใน​วันนั้น เพราะ​ใน​วันนั้น ตัว​ท่าน​เอง​ก็​ได้ยิน​แล้ว​ว่า มี​คน​อานาค+ 14:12 คน​อานาค ลูกหลาน​ของ​อานาค พวกเขา​เป็น​ครอบครัว​ที่​มี​ชื่อเสียง​ครอบครัว​หนึ่ง​ใน​เรื่อง​ของ​ความ​เป็น​นักสู้​ที่​มีพลัง​และ​รูปร่าง​สูง ดู​ใน กันดารวิถี 13:33 อยู่​ที่นั่น และ​เมือง​ทั้งหลาย​ของ​พวกมัน​นั้น​ทั้ง​ใหญ่​และ​มี​การ​ป้องกัน​อย่าง​แน่นหนา แต่​พระยาห์เวห์​อยู่​กับ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​จะ​ขับไล่​พวกมัน​ออกไป อย่าง​ที่​พระองค์​ได้​พูด​ไว้”

13 ดังนั้น โยชูวา​จึง​อวยพร​คาเลบ​ลูกชาย​เยฟุนเนห์ และ​ยก​เมือง​เฮโบรน​ให้​เป็น​มรดก​ของเขา 14 ดังนั้น เฮโบรน​จึง​กลาย​เป็น​มรดก​ของ​คาเลบ​ลูกชาย​ของ​เยฟุนเนห์​ชาว​เคนัส​กับ​ลูกหลาน​ของเขา​มา​จน​ถึง​ทุกวันนี้ เพราะ​เขา​ได้​ติดตาม​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล​อย่าง​สิ้นสุดใจ 15 (ก่อน​หน้า​นั้น เมือง​เฮโบรน​มี​ชื่อ​ว่า คิริยาทอารบา อารบา​คนนี้​เป็น​คน​ที่​ยิ่งใหญ่​ที่สุด​ใน​คน​อานาค)

แล้ว​แผ่นดิน​ก็​หยุด​พัก​จาก​สงคราม

15

ที่ดิน​สำหรับ​ชน​เผ่า​ยูดาห์

1 ที่ดิน​ที่​มอบ​ให้​เผ่า​ยูดาห์ แบ่ง​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ ด้าน​ใต้​ติด​กับ​เขต​แดน​ของ​เอโดม คือ​ไป​ถึง​ทะเลทราย​ศิน​เป็น​ที่​สุดเขต​ด้าน​ใต้ 2 พรมแดน​ทาง​ทิศ​ใต้​นั้น​เริ่ม​จาก​ตรง​ปลาย​ของ​ทะเล​เกลือ จาก​อ่าว​ที่​หัน​หน้า​ออก​ไป​ทาง​ใต้+ 15:2 จาก​อ่าว … ทาง​ใต้ หรือ “ทาง​ใต้​ของ​คาบสมุทร”3 ยื่น​ลง​ไป​ทาง​ด้าน​ใต้​ของ​เส้น​ผ่าน​ทาง​แมงป่อง และ​ผ่าน​เรื่อย​ไป​ถึง​ศิน แล้ว​ขึ้น​ไป​ทาง​ด้าน​ใต้​ของ​เมือง​คาเดชบารเนีย และ​ผ่าน​ไป​เมือง​เฮสโรน​ขึ้น​ไป​ถึง​เมือง​อัดดาร์ และ​เลี้ยว​ไป​ถึง​คารคา 4 พรมแดน​ผ่าน​เรื่อย​ไป​ถึง​อัสโมน และ​ไล่​ไป​ตาม​ลำธาร​อียิปต์ จน​มา​สิ้นสุด​ที่​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน นี่​จะ​เป็น​พรมแดน​ทาง​ใต้​ของ​พวก​ยูดาห์

5 พรมแดน​ด้าน​ตะวันออก คือ​ติด​กับ​ทะเล​เกลือ ขึ้น​ไป​เรื่อย​จน​ถึง​ปาก​แม่น้ำ​จอร์แดน พรมแดน​ทาง​เหนือ เริ่ม​จาก​อ่าว​บริเวณ​ปาก​แม่น้ำ​จอร์แดน 6 และ​พรมแดน​นั้น​ขึ้น​ไป​ถึง​เมือง​เบธฮกลาห์ เรื่อย​ขึ้น​ไป​ทาง​เหนือ​ของ​เบธอาราบาห์ ขึ้น​ไป​ถึง​ก้อนหิน​โบฮัน (โบฮัน​เป็น​ลูกชาย​รูเบน) 7 แล้ว​เขต​แดน​ทาง​เหนือ ผ่าน​หุบเขา​อาโคร์​ไป​จน​ถึง​เมือง​เดบีร์ แล้ว​เลี้ยว​ขึ้น​ทาง​ทิศ​เหนือ​ไป​ถึง​กิลกาล ซึ่ง​อยู่​ตรงข้าม​เส้น​ผ่าน​ทาง​อดุมมิม​ซึ่ง​อยู่​ทาง​ใต้​ของ​หุบเขา แล้ว​เส้น​เขต​แดน​ก็​อ้อม​ไป​รอบ​พวก​ตาน้ำ​ของ​เอนเชเมช และ​ไป​สิ้นสุด​ที่​เอนโรเกล 8 แล้ว​เขต​แดน​ก็​ผ่าน​หุบเขา​ลูกชาย​ฮินโนม ถึง​ไหล่เขา​ด้าน​ใต้​ของ​เมือง​ชาว​เยบุส (คือ​เมือง​เยรูซาเล็ม) จาก​นั้น เส้น​พรมแดน​ก็​ขึ้น​ไป​ถึง​ยอด​เนินเขา​ซึ่ง​อยู่​ทาง​ตะวันตก​ของ​หุบเขา​ฮินโนม ซึ่ง​อยู่​ทาง​เหนือ​สุด​ของ​หุบเขา​เรฟาอิม 9 เส้น​เขต​แดน​ก็​เลี้ยว​จาก​จุด​สูงสุด​ของ​เนินเขา​นั้น​ไป​ทาง​ลำห้วย​แห่ง​เนฟโทอาห์ จากนั้น มัน​ก็​เลาะ​ไป​ตาม​หุบเขา​จน​ไป​ถึง​เมือง​ต่างๆ​ของ​ภูเขา​เอโฟรน แล้ว​เขต​แดน​ก็​หัน​ไป​ยัง​เมือง​บาอาลาห์ (หรือ​เมือง​คิริยาทเยอาริม​นั่นเอง) 10 เขต​แดน​ได้​อ้อม​ไป​ทาง​ตะวันตก​ของ​บาอาลาห์​ไป​ถึง​ภูเขา​เสอีร์ แล้ว​อ้อม​ไป​ทาง​ลาด​เขา​ทาง​ทิศ​เหนือ​ของ​ภูเขา​ยาอาริม (ซึ่ง​ก็​คือ​เคสะโลน) และ​มัน​ก็​ลง​ไป​ทาง​เมือง​เบธเชเมช​แล้ว​อ้อม​ไป​ถึง​เมือง​ทิมนาห์ 11 พรมแดน​ได้​ทอด​ยาว​ไป​ตาม​หุบเขา​ไป​ถึง​เมือง​เอโครน แล้ว​หัน​ไป​ยัง​เมือง​ชิกเคโรน ผ่าน​ไป​ถึง​ภูเขา​บาอาลาห์ และ​ต่อ​ไป​ถึง​เมือง​ยับเนเอล และ​ไป​สิ้นสุด​ลง​ที่​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน 12 พรมแดน​ด้าน​ตะวันตก​คือ​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน นี่​เป็น​พรมแดน​ล้อม​รอบ​คน​ยูดาห์​ตาม​ตระกูล​ของเขา

13 พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ให้​โยชูวา​แบ่ง​ที่ดิน​ให้​กับ​คาเลบ​ลูกชาย​ของ​เยฟุนเนห์ ซึ่ง​เป็น​ที่ดิน​ส่วน​หนึ่ง​ใน​เขต​ของ​คน​ยูดาห์ คือ คิริยาทอารบา​หรือ​เมือง​เฮโบรน (อารบา เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​อานาค) 14 และ​คาเลบ​ได้​ขับไล่​ลูกชาย​ทั้ง​สาม​คน​ของ​อานาค​ออก​ไป คือ เชชัย อาหิมาน และ​ทัลมัย​ผู้​เป็น​ลูกหลาน​ของ​อานาค 15 จาก​ที่นั่น คาเลบ​ได้​ขึ้น​ไป​ต่อสู้​กับ​ประชาชน​ชาว​เดบีร์ (เมือง​เดบีร์ เดิม​ชื่อ​ว่า คิริยาทเสเฟอร์) 16 คาเลบ​พูด​ว่า “ใคร​ตี​เมือง​คิริยาทเสเฟอร์​และ​ยึด​มัน​ไว้​ได้ เรา​จะ​ยก​อัคสาห์​ลูกสาว​ของเรา​ให้​เป็น​เมีย​คนนั้น”

17 โอทนีเอล ลูกชาย​เคนัส​น้องชาย​ของ​คาเลบ​ยึด​เมือง​นั้น​ได้ ดังนั้น คาเลบ​จึง​ยก​อัคสาห์​ลูกสาว​ของเขา​ให้​เป็น​เมีย​ของ​โอทนีเอล 18 เมื่อ​อัคสาห์​มา​พบ​โอทนีเอล นาง​ได้​รบเร้า​ให้​เขา+ 15:18 นาง​ได้​รบเร้า​ให้​เขา หรือ “เขา​ได้​รบเร้า​ให้​นาง” ไป​ขอ​ที่นา​แห่ง​หนึ่ง​จาก​พ่อ​ของนาง นาง​ได้​ลง​มา​จาก​หลัง​ลา และ​คาเลบ​ได้​ถาม​นาง​ว่า “ลูก​จะ​เอา​อะไร​หรือ”

19 นาง​พูด​ว่า “ขอ​ของขวัญ​ให้​กับ​ลูก​หน่อย เพราะ​พ่อ​ได้​ให้​แผ่นดิน​ที่​แห้งแล้ง​ใน​เนเกบ​กับ​ลูก ดังนั้น ขอ​ที่​มัน​มี​พวก​ตาน้ำ​กับ​ลูก​ด้วย” ดังนั้น คาเลบ​จึง​ยก​พวก​ตาน้ำ​ด้าน​บน​และ​ด้าน​ล่าง​ให้​กับ​นาง

20 ต่อไปนี้​เป็น​มรดก​ของ​ชน​เผ่า​ยูดาห์ ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา 21 เมือง​ต่างๆ​ทั้งหมด​นี้​เป็น​ของ​คน​เผ่า​ยูดาห์ คือ​ใกล้​บริเวณ​ใต้สุด​ที่​ติด​กับ​พรมแดน​ของ​เอโดม คือ​เมือง​ขับเซเอล เอเดอร์ ยากูร 22 คีนาห์ ดีโมนาห์ อาดาดาห์ 23 เคเดช ฮาโซร์​อิทนาน 24 ศีฟ เทเลม เบอาโลท 25 ฮาโซรฮาดัททาห์ เคริโอทเฮสโรน (คือ​เมือง​ฮาโซร์) 26 อามัม เชมา โมลาดาห์ 27 ฮาซารกัดดาห์ เฮชโมน เบธเปเลต 28 ฮาซารชูอาล เบเออร์เชบา บิซิโอธิยาห์ 29 บาอาลาห์ อิยิม เอเซม 30 เอลโทลัด เคสิล โฮรมาห์ 31 ศิกลาก มัดมันนาห์ สันสันนาห์ 32 เลบาโอท ชิลฮิม อายิน และ​ริมโมน ทั้งหมด​ยี่สิบเก้า​เมือง กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ​ด้วย

33 ชน​เผ่า​ยูดาห์​ได้​เมือง​ต่างๆ​ตาม​แถบ​ที่ลุ่ม​เชิงเขา​ด้าน​ตะวันตก ด้วย คือ​เมือง​เอชทาโอล โศราห์ อัชนาห์ 34 ศาโนอาห์ เอนกันนิม ทัปปูวาห์ เอนาม 35 ยารมูท อดุลลัม โสโคห์ อาเซคาห์ 36 ชาอาราอิม อดีธาอิม เกเดราห์ (หรือ​เกเดโรธาอิม) รวม​เป็น​สิบสี่​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ

37 ชน​เผ่า​ยูดาห์​ยัง​ได้รับ​เมือง​เหล่านี้​ด้วย คือ เศนัน ฮาดัสสาห์ มิกดัลกาด 38 ดิเลอัน มิสปาห์ โยกเธเอล 39 ลาคีช โบสคาท เอกโลน 40 คับโบน ลามัม คิทลิช 41 เกเดโรท เบธดาโกน นาอามาห์ และ​มักเคดาห์ รวม​ทั้งหมด​สิบหก​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ

42 ลิบนาห์ เอเธอร์ อาชัน 43 อิฟทาห์ อัชนาห์ เนซีบ 44 เคอีลาห์ อัคซีบ มาเรชาห์ รวม​เป็น​เก้า​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ

45 เอโครน​และ​เมือง​ต่างๆ​กับ​ชนบท​ของมัน 46 ทาง​ตะวันตก​ของ​เอโครน และ​เมือง​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ใกล้​กับ​เมือง​อัชโดด​และ​ชนบท​ของมัน 47 อัชโดด​กับ​บรรดา​เมือง​โดย​รอบ​และ​ชนบท​ของ​มัน กาซา​กับ​เมือง​ต่างๆ​โดย​รอบ และ​ชนบท​ของ​มัน ไป​จน​ถึง​ลำธาร​อียิปต์​และ​แนว​ฝั่ง​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน

48 ชน​เผ่า​ยูดาห์​ได้รับ​เมือง​ต่างๆ​ใน​แถบ​เนินเขา คือ ชามีร์ ยาททีร์ โสโคห์ 49 ดานนาห์ คิริ​ยาทสันนาห์ (คือ​เมือง​เดบีร์) 50 อานาบ เอชเทโมห์ อานิม 51 โกเชน โฮโลน และ​กิโลห์ รวม​เป็น​สิบเอ็ด​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ

52 อาหรับ ดูมาห์ เอชาน 53 ยานิม เบธทัปปูวาห์ อาเฟคาห์ 54 ฮุมทาห์ คิริยาทอารบา (คือ​เมือง​เฮโบรน) และ​เมือง​ศิโยร์ รวม​เป็น​เก้า​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ

55 มาโอน คารเมล ศีฟ ยุทธาห์ 56 ยิสเรเอล โยก​เดอัม ศาโนอาห์ 57 คาอิน กิเบอาห์ และ​ทิมนาห์ รวม​เป็น​สิบ​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ

58 ฮัลฮูล เบธซูร์ เกโดร์ 59 มาอาราธ เบธอาโนท และ​เอลเทโคน รวม​เป็น​หก​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ

60 คิริยาทบาอัล (คือ​เมือง​คิริยาทเยอาริม) และ​รับบาห์ รวม​เป็น​สอง​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ

61 เมือง​ใน​ทะเลทราย​คือ เบธอาราบาห์ มิดดีน เสคะคาห์ 62 นิบชาน เมือง​เกลือ และ​เอนเกดี รวม​เป็น​หก​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ

63 แต่​ประชาชน​ชาว​ยูดาห์​ไม่​สามารถ​ขับไล่​ชาว​เยบุส​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เยรูเซาเล็ม​ออก​ไป​ได้ ดังนั้น ชาว​เยบุส​จึง​ได้​อาศัย​อยู่​ร่วม​กับ​ประชาชน​ชาว​ยูดาห์​ใน​เยรูซาเล็ม​มา​จนถึง​ทุกวันนี้

16

ดินแดน​ของ​เอฟราอิม และ​มนัสเสห์

1 ที่ดิน​ที่​ได้​จับ​สลาก​แบ่ง​ให้​กับ​ลูกหลาน​ของ​โยเซฟ เริ่ม​จาก​แม่น้ำ​จอร์แดน​ใกล้​เมือง​เยริโค ทาง​ทิศ​ตะวันออก​ของ​ตาน้ำ​เยริโค เข้า​ไป​ใน​ทะเลทราย แล้ว​จาก​เมือง​เยริโค​ขึ้น​ไป​ถึง​แถบ​เนินเขา​เบธเอล 2 จาก​เมือง​เบธเอล​ไป​ถึง​ลูส และ​ข้าม​ไป​ถึง​เมือง​อาทาโรท​ตรง​เขต​แดน​ของ​ชาว​อารคี 3 จากนั้น ก็​ลง​ไป​ทาง​ตะวันตก จน​ถึง​เขต​แดน​ของ​ชาว​ยาเฟล็ท ไกล​ออก​ไป​ถึง​พรมแดน​ของ​เมือง​เบธโฮโรน​ล่าง​และ​ถึง​เมือง​เกเซอร์ และ​ไป​สิ้นสุด​ที่​ทะเล

4 ลูกหลาน​ของ​โยเซฟ​คือ ชน​เผ่า​มนัสเสห์ และ​ชน​เผ่า​เอฟราอิม ได้รับ​มรดก​ที่ดิน​ของ​พวกเขา

5 เขต​แดน​ของ​ที่ดิน​ที่​เป็น​มรดก​ของ​ชน​เผ่า​เอฟราอิม​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของเขา เขต​แดน​มรดก​ด้าน​ตะวันออก​เริ่ม​จาก​เมือง​อาทาโรทอัดดาร์​ไกล​ไป​ถึง​ส่วน​บน​ของ​เบธโฮโรน 6 ส่วน​เขต​แดน​ด้าน​ตะวันตก​เริ่ม​จาก​เมือง​มิคเมธัท​ที่​อยู่​ทาง​เหนือ​เลี้ยว​ไป​ทาง​เมือง​ทาอานัทชิโลห์ แล้ว​อ้อม​ผ่าน​ไป​ทาง​ตะวันออก​ของ​เมือง​ยาโนอาห์ 7 มัน​ลง​จาก​ยาโนอาห์​ไป​ถึง​เมือง​อาทาโรท​และ​เมือง​นาอาราห์​ไป​จน​ติด​เมือง​เยริโค และ​สิ้นสุด​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน 8 จาก​ทัปปูวาห์ เส้น​เขต​แดน​ไป​ทาง​ตะวันตก​ถึง​ลำธาร​คานาห์ และ​มา​สิ้นสุด​ที่​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน นี่​คือ​มรดก​ชน​เผ่า​เอฟราอิม ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา 9 รวมทั้ง​เมือง​ต่างๆ​ซึ่ง​ได้​แบ่งแยก​ไว้​ให้​คน​เอฟราอิม​ใน​ดินแดน​ที่​เป็น​มรดก​ของ​คน​มนัสเสห์ คือ​ทั้ง​เมือง​และ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้นๆ 10 แต่​พวกเขา​ไม่ได้​ขับไล่​ชาว​คานาอัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เกเซอร์​ออก​ไป ดังนั้น​ชาว​คานาอัน​จึง​ได้​อาศัย​อยู่​กับ​ชน​เผ่า​เอฟราอิม​มา​จน​ถึง​ทุกวันนี้ แต่​พวกเขา​ก็​ถูก​บังคับ​ให้​ทำงาน​อย่าง​ทาส

17

1 แล้ว​ก็​มี​การ​แบ่ง​ที่ดิน​ให้​แก่​ชน​เผ่า​มนัสเสห์ เพราะ​เขา​เป็น​ลูกชาย​คนแรก​ของ​โยเซฟ เมือง​กิเลอาด​และ​เมือง​บาชาน​เป็น​ของ​ชาว​มาคีร์​อยู่​แล้ว มาคีร์​เป็น​ลูกชาย​คนแรก​ของ​มนัสเสห์ และ​เป็น​พ่อ​ของ​กิเลอาด ชาว​กิเลอาด​เป็น​นักรบ​ผู้​ยิ่งใหญ่ 2 ดังนั้น ที่ดิน​ได้​ถูก​แบ่ง​ให้​กับ​ชาว​มนัสเสห์​ที่​เหลือ ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา ลูกหลาน​ของ​อาบีเยเซอร์ เฮเลค อัสรีเอล เชเคม เฮเฟอร์ และ​เชมิดา คน​เหล่านี้​เป็น​ลูกหลาน​ผู้ชาย​ของ​มนัสเสห์ ลูกชาย​ของ​โยเซฟ​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของเขา

3 เศโลเฟหัด​ลูกชาย​ของ​เฮเฟอร์ ผู้​เป็น​ลูกชาย​ของ​กิเลอาด ซึ่ง​เป็น​ลูกชาย​ของ​มาคีร์ ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​มนัสเสห์​นั้น​ไม่มี​ลูกชาย​มี​แต่​ลูกสาว และ​นี่​คือ​ชื่อ​ลูกสาว​ของ​เขา คือ​มาลาห์ โนอาห์ โฮกลาห์ มิลคาห์ และ​ทีรซาห์ 4 พวกเขา​เข้า​มาหา​นักบวช​เอเลอาซาร์ โยชูวา​ลูกชาย​นูน และ​บรรดา​ผู้นำ​แล้ว​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​โมเสส​ให้​มอบ​มรดก​ที่ดิน​ให้​กับ​พวกเรา พร้อมๆ​กับ​ญาติๆ​ผู้ชาย​ของ​พวกเรา” ดังนั้น โยชูวา​จึง​ยก​ที่ดิน​ให้​กับ​พวกนาง​พร้อมๆ​กับ​พี่น้อง​ของ​พ่อ​พวกนาง​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ไว้

5 ชน​เผ่า​มนัสเสห์​จึง​ได้รับ​ส่วน​แบ่ง​ที่ดิน​สิบ​ส่วน นอกเหนือ​จาก​ดินแดน​กิเลอาด และ​บาชาน บน​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน 6 เพราะ​ลูกหลาน​ที่​เป็น​ผู้หญิง​ของ​มนัสเสห์​ได้รับ​ที่ดิน​ด้วย แต่​แผ่นดิน​กิเลอาด​เป็น​ของ​ลูกหลาน​กลุ่ม​อื่น​ของ​เผ่า​มนัสเสห์

7 เขต​แดน​ของ​มนัสเสห์​ขยาย​จาก​อาเชอร์​ไป​ถึง​มิคเมธัท​ซึ่ง​อยู่​ด้าน​ตรงข้าม​กับ​เมือง​เชเคม แล้ว​เส้น​เขต​แดน​ก็​ลง​ไป​ทาง​ทิศ​ใต้​ถึง​ที่​อยู่​อาศัย​ของ​ชาว​เอนทัปปูวาห์ 8 แผ่นดิน​ของ​ทัปปูวาห์​เป็น​ของ​มนัสเสห์ แต่​ตัวเมือง​ทัปปูวาห์​ตรง​พรมแดน​มนัสเสห์​เป็น​ของ​ชาว​เอฟราอิม 9 แล้ว​เส้น​เขต​แดน​ก็​ลง​ไป​ถึง​หุบเขา​ลึก​คานาห์ เมือง​ต่างๆ​เหล่านี้​ที่​อยู่​ทาง​ตอน​ใต้​ของ​หุบเขา​ลึก ท่ามกลาง​เมือง​ต่างๆ​ของ​เผ่า​มนัสเสห์ เป็น​ของ​เผ่า​เอฟราอิม แต่​พรมแดน​ของ​มนัสเสห์​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​หุบเขา​ลึก และ​ไป​สิ้นสุด​ที่​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน 10 แผ่นดิน​ทาง​ใต้​เป็น​ของ​เอฟราอิม ทาง​เหนือ​เป็น​ของ​มนัสเสห์ และ​มี​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน​เป็น​พรมแดน​ทาง​ทิศ​ตะวันตก​ของ​มนัสเสห์ ทาง​เหนือ​ไป​ติด​อาเชอร์ และ​ทาง​ตะวันออก​ติด​อิสสาคาร์

11 มนัสเสห์​ยัง​มี​เมือง​ต่างๆ​อยู่​ใน​เขต​แดน​ของ​อิสสาคาร์​และ​อาเชอร์ คือ​เมือง​เบธชาน เมือง​อิบเลอัม เมือง​โดร์ เมือง​เอนโดร์ เมือง​ทาอานาค เมือง​เมกิดโด และ​เมือง​เล็กๆ​ที่​อยู่​ล้อมรอบ​พวกมัน เมือง​ที่สาม​นั้น​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า นาโฟท (โดร์) 12 แต่​ชน​เผ่า​มนัสเสห์​ไม่​สามารถ​ยึดครอง​เมือง​เหล่านี้​ได้ เพราะ​ชาว​คานาอัน​ยัง​ขืน​ที่​จะ​อาศัย​อยู่​ใน​เขต​แดน​นั้น​ต่อไป 13 เมื่อ​ชาว​อิสราเอล​เข้มแข็ง​ขึ้น พวกเขา​ได้​บังคับ​ชาว​คานาอัน​ให้​ทำงาน​ให้​กับ​พวกเขา แต่​ไม่ได้​ขับไล่​พวก​คานาอัน​ออก​ไป​จนหมด

14 คน​เผ่า​โยเซฟ​ได้​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “ทำไม​ท่าน​ถึง​ให้​ส่วนแบ่ง​พวกเรา​แค่​ส่วน​เดียว​เป็น​มรดก ทั้งๆที่​เรา​มี​คน​เป็น​จำนวน​มาก เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​อวยพร​ให้​กับ​พวกเรา​ตลอด​มา​นี้”

15 โยชูวา​ตอบ​ว่า “ถ้า​พวกเจ้า​มี​คน​จำนวน​มาก ก็​ให้​ขึ้น​ไป​ที่​ป่า​ไป​แผ้วถาง​ป่า​เอาเอง​ใน​ที่ดิน​ของ​คน​เปริสซี และ​คน​เรฟาอิม เพราะ​ที่​แถบ​เนินเขา​ของ​คน​เอฟราอิม​คับแคบ​เกินไป​สำหรับ​พวกเจ้า”

16 คน​เผ่า​โยเซฟ​พูด​ว่า “แถบ​เนินเขา​ไม่​เพียงพอ​สำหรับ​พวกเรา แต่​ใน​หุบเขา​นั้น ก็​มี​ชาว​คานาอัน​อาศัย​อยู่ และ​พวกเขา​ก็​มี​รถรบ ที่​ทำ​จาก​เหล็ก ทั้ง​ใน​เบธชาน​กับ​หมู่บ้าน​ของ​มัน และ​ตาม​หมู่บ้าน​ที่​คน​เหล่า​นั้น​อาศัย​อยู่​ใน​หุบเขา​ยิสเรเอล”

17 ดังนั้น โยชูวา​จึง​พูด​กับ​ครอบครัว​ของ​โยเซฟ​ซึ่ง​ก็​คือ​เผ่า​เอฟราอิม​และ​เผ่า​มนัสเสห์​ว่า “พวกท่าน​มี​ผู้คน​เป็น​จำนวน​มาก และ​มี​กำลัง​เข้มแข็ง พวกท่าน​จะ​ไม่ได้​ส่วนแบ่ง​แค่​ส่วน​เดียว 18 แต่​ที่​แถบ​เนินเขา​จะ​เป็น​ของ​พวกท่าน​ด้วย ถึงแม้​มัน​จะ​เป็น​ป่า พวกท่าน​แผ้วถาง​มัน​และ​ยึด​ครอง​มัน​ไป​จน​สุดเขต​เถิด พวกท่าน​จะ​ขับไล่​ชาว​คานาอัน​ออก​ไป แม้ว่า​พวกเขา​จะ​มี​รถรบ​ทำ​ด้วย​เหล็ก​และ​พวกเขา​จะ​เข้มแข็ง​ก็ตาม”

18

การแบ่ง​แผ่นดิน​ที่เหลือ

1 ชุมชน​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​มา​ประชุม​กัน​ที่​ชิโลห์​และ​ตั้ง​เต็นท์นัดพบ​กัน​ที่นั่น ใน​ตอนนั้น แผ่นดิน​ได้​ตก​อยู่​ใน​ครอบ​ครอง​ของ​พวกเขา​แล้ว 2 แต่​ยังคง​มี​ชาว​อิสราเอล​อีก​เจ็ด​เผ่า ที่​ยัง​ไม่​ได้รับ​มรดก​เป็น​ส่วนแบ่ง​ของ​พวกเขา

3 ดังนั้น​โยชูวา​จึง​พูด​กับ​ชาว​อิสราเอล​ว่า “พวกเรา​จะ​รอ​ไป​อีก​นาน​แค่ไหน กว่า​จะ​เข้า​ไป​ยึดครอง​แผ่นดิน​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ท่าน​ได้​มอบ​ให้​แก่​พวกท่าน 4 ให้​เลือก​คน​มา​เผ่าละ​สาม​คน ข้าพเจ้า​จะ​ส่ง​พวกเขา​ให้​เดินทาง​ไป​สำรวจ​ทั่ว​แผ่นดิน​นั้น และ​จด​ราย​ละเอียด​ของ​แผ่นดิน​นั้น​มา ตาม​มรดก​ที่​แต่ละ​เผ่า​ได้รับ และ​นำ​กลับ​มา​ให้​ข้าพเจ้า 5 พวกเขา​จะ​แบ่ง​มัน​ออก​เป็น​เจ็ด​ส่วน ชน​เผ่า​ยูดาห์​จะ​ยัง​คง​อยู่​ใน​เขต​แดน​ของเขา​ทาง​ตอน​ใต้ และ​ครอบครัว​ของ​โยเซฟ​จะ​คง​อยู่​ใน​เขต​แดน​ทาง​เหนือ 6 ให้​พวก​ท่าน​เขียน​ราย​ละเอียด​ของ​ที่ดิน​ทั้ง​เจ็ด​ส่วน และ​นำ​มัน​กลับ​มา​ให้​ข้าพเจ้า​ที่นี่ และ​ข้าพเจ้า​จะ​จับ​สลาก​แบ่ง​ให้​ท่าน​ที่นี่​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเรา 7 แต่​ชาว​เลวี​จะ​ไม่​ได้รับ​ส่วนแบ่ง​ใน​หมู่​พวกท่าน​ทั้งหลาย เพราะ​ฐานะ​นักบวช​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​คือ​มรดก​ของ​พวกเขา​อยู่​แล้ว ส่วน​ชน​เผ่ากาด รูเบน และ​เผ่า​มนัสเสห์​ครั้ง​หนึ่ง​ก็​ได้รับ​มรดก​ของ​พวกเขา​ที่​อยู่​ทาง​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​แล้ว ซึ่ง​โมเสส​ผู้รับใช้​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​ให้​พวกเขา​ไว้”

8 ดังนั้น คน​เหล่านั้น​จึง​ออก​เดินทาง โยชูวา​กำชับ​พวกเขา​ให้​จด​ราย​ละเอียด​เกี่ยวกับ​ที่ดิน​ว่า “ให้​เดินทาง​ไป​ให้​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​และ​จด​ราย​ละเอียด​ของมัน​และ​กลับ​มาหา​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​จะ​จับ​สลาก​ให้​กับ​พวกท่าน​ที่นี่ ต่อหน้า​พระยาห์เวห์​ที่​ชิโลห์”

9 จากนั้น คน​เหล่านี้​ก็​ออก​เดินทาง​ไป​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​นั้น และ​ได้​จด​บันทึก​ราย​ละเอียด​ของ​แผ่นดิน​ลง​ใน​หนังสือ​เกี่ยวกับ​เมือง​ต่างๆ​ใน​เจ็ด​ส่วน​นั้น แล้ว​พวกเขา​จึง​กลับ​มาหา​โยชูวา​ที่​ค่าย​ชิโลห์ 10 และ​โยชูวา​ก็​ได้​จับ​สลาก​ให้​กับ​พวกเขา​ที่​ชิโลห์​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ โยชูวา​ได้​แบ่ง​ที่ดิน​ให้​กับ​ชาว​อิสราเอล​ตาม​ส่วนแบ่ง​ของ​แต่ละ​เผ่า

ที่ดิน​สำหรับ​ชน​เผ่า​เบนยามิน

11 สลาก​อัน​แรก​ตก​เป็น​ของ​เผ่า​เบนยามิน ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่านั้น พวกเขา​ได้​ที่ดิน​ที่​อยู่​ระหว่าง​ชน​เผ่า​ยูดาห์​และ​โยเซฟ 12 พรมแดน​ทาง​เหนือ​เริ่มต้น​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​ขึ้น​ไป​ถึง​สันเขา​ทาง​ตอน​เหนือ​ของ​เมือง​เยริโค และ​มัน​ก็​ขึ้น​ไป​ถึง​แถบ​เนินเขา​ทาง​ตะวันตก และ​ไป​สิ้นสุด​ที่​ทะเลทราย​เบธาเวน 13 จาก​ที่นั่น​พรมแดน​ก็​อ้อม​ไป​ถึง​เมือง​ลูส ไป​ถึง​สันเขา​เมือง​ลูส (เรียก​อีก​อย่าง​ว่า​เบธเอล) แล้ว​เส้น​พรมแดน​ก็​ลง​ไป​จน​ถึง​อาทาโรทอัดดาร์ บน​ภูเขา​ซึ่ง​อยู่​ทาง​ใต้​ของ​เมือง​เบธโฮโรน​ล่าง 14 พรมแดน​ก็​หักโค้ง​ไป​ทาง​ตะวันตก อ้อม​ลง​ไป​ทาง​ใต้​จาก​ภูเขา​ที่​อยู่​ทาง​ใต้​ของ​เบธโฮโรน และ​ไป​สิ้นสุด​ที่​คิริยาทบาอัล (คือ​คิริยาทเยอาริม) เมือง​นี้​เป็น​ของ​ชน​เผ่า​ยูดาห์ นี่​คือ​พรมแดน​ทาง​ตะวันตก

15 ทาง​ด้าน​ใต้ เริ่ม​ที่​ชาน​เมือง​คิริยาทเยอาริม​ไป​ตาม​ลำธาร​จน​ถึง​ตาน้ำ​ของ​เนฟโทอาห์ 16 ลง​ไป​ถึง​เชิงเขา​ที่​อยู่​ตรง​ข้าม​หุบเขา​ลูกชาย​ฮินโนม ซึ่ง​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​หุบเขา​เรฟาอิม และ​มัน​ก็​ลง​ไป​ที่​หุบเขา​ฮินโนม ใต้​สันเขา​ของ​ชาว​เยบุส​แล้ว​จึง​ลง​ไป​ที่​เมือง​เอนโรเกล 17 จาก​นั้น มัน​ก็​หักโค้ง​ขึ้น​เหนือ​ไป​ตาม​ลำธาร​จน​ถึง​เมือง​เอนเชเมช และ​ก็​ไป​ตาม​ลำธาร​จน​ไป​ออก​ที่​เกลีโลท ซึ่ง​อยู่​ตรงข้าม​กับ​ทางข้าม​เขา​ชื่อ​อดุมมิม แล้ว​ลง​ไป​ถึง​ก้อนหิน​ของ​โบฮัน​ซึ่ง​เป็น​ลูกชาย​ของ​รูเบน 18 แล้ว​เส้น​เขต​แดน​ก็​อ้อม​ขึ้น​ไป​ทาง​เหนือ​ถึง​สันเขา​ที่​หัน​หน้า​เข้าหา​หุบเขา​จอร์แดน แล้ว​ก็​ลง​ไป​ที่​หุบเขา​จอร์แดน 19 พรมแดน​ได้​อ้อม​ขึ้น​ไป​ที่​สันเขา​ทาง​ด้าน​เหนือ​ของ​เบธฮกลาห์ และ​มา​สิ้นสุด​ที่​อ่าว​ด้าน​เหนือ​ของ​ทะเล​เกลือ​ที่​ตอน​ใต้สุด​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน นี่​คือ​เขต​แดน​ทาง​ด้าน​ใต้

20 แม่น้ำ​จอร์แดน​เป็น​พรมแดน​ทาง​ตะวันออก นี่​คือ​เขต​แดน​ที่​เป็น​มรดก​ของ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่า​เบนยามิน​ใน​ทุก​ด้าน 21 เมือง​ต่างๆ​ที่​เป็น​ของ​ชน​เผ่า​เบนยามิน​ที่​แบ่ง​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา คือ เยริโค เบธฮกลาห์ เอเมคเคซีส 22 เบธอาราบาห์ เศมาราอิม เบธเอล 23 อัฟวิม ปาราห์ โอฟราห์ 24 เคฟาอัมโมนี โอฟนี เกบา รวม​เป็น​สิบสอง​เมือง พร้อม​กับ​ชนบท​รอบๆ​เมือง​เหล่านั้น

25 กิเบโอน รามาห์ เบเอโรท 26 มิสปาห์ เคฟีราห์ โมซาห์ 27 เรเคม อิรเปเอล ทาระลาห์

28 เศลา หะเอเลฟ เยบุส (เยรูซาเล็ม) กิเบอาห์ และ​คิริยาท รวม​เป็น​สิบสี่​เมือง​และ​ชนบท​รอบๆ​เมือง​เหล่านั้น นี่​คือ​มรดก​ของ​ชน​เผ่า​เบนยามิน​ที่​แบ่ง​ตาม​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา

19

ที่ดิน​สำหรับ​เผ่า​สิเมโอน

1 สลาก​อันที่​สอง​ตก​เป็น​ของ​เผ่า​สิเมโอน สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่านั้น มรดก​ของ​พวกเขา​อยู่​ใน​ที่ดิน​ของ​ชน​เผ่า​ยูดาห์ 2 มี​เมือง​เหล่านี้​เป็น​มรดก คือ เบเออร์เชบา (หรือ​เชบา) โมลาดาห์ 3 ฮาซารชูอาล บาลาห์ เอเซม 4 เอลโทลัด เบธูล โฮรมาห์ 5 ศิกลาก เบธมารคาโบท ฮาซารสูสาห์ 6 เบธเลบาโอท และ​เมือง​ชารุเฮน รวม​เป็น​สิบสาม​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่า​นั้น

7 อายิน ริมโมน เอเธอร์ และ​อาชัน รวม​เป็น​สี่​เมือง​และ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่า​นั้น 8 และ​ยัง​มี​หมู่บ้าน​ต่างๆ​ที่​อยู่​รอบๆ​เมือง​เหล่านี้​ไป​จน​ถึง​บาอาลัทเบเออร์ เมือง​รามาห์​ที่​เนเกบ นี่​คือ​มรดก​ที่​ยก​ให้​กับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่า​สิเมโอน 9 มรดก​ของ​คน​เผ่า​สิเมโอน​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของ​ที่ดิน​ของ​คน​เผ่า​ยูดาห์ เพราะ​ส่วนแบ่ง​ของ​คน​เผ่า​ยูดาห์​ใหญ่​เกินไป​สำหรับ​พวกเขา ดังนั้น คน​เผ่า​สิเมโอน​จึง​ได้รับ​มรดก​อยู่​ท่ามกลาง​มรดก​ของ​คน​เผ่า​ยูดาห์

ที่ดิน​สำหรับ​ชน​เผ่า​เศบูลุน

10 สลาก​อันที่​สาม​ตก​เป็น​ของ​เผ่า​เศบูลุน​สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่านั้น พรมแดน​ของ​ที่ดิน​ที่​เป็น​มรดก​ของ​พวก​เขา​ไปไกล​ถึง​สาริด 11 พรมแดน​ขึ้น​ไป​ทาง​ตะวันตก​เรื่อย​ไป​จน​ถึง​มาเรอัล มา​จด​เมือง​ดับเบเชท จน​ถึง​ลำธาร​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​ของ​โยกเนอัม 12 จาก​สาริด พรมแดน​ยื่น​ไป​ใน​ฝั่ง​ตรง​ข้าม​คือ​ฝั่ง​ที่​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น ไป​ถึง​พรมแดน​เมือง​คิสโลททาโบร์ แล้ว​ตาม​ลำธาร​ไป​ถึง​เมือง​ดาเบรัท แล้ว​ขึ้น​ไป​ถึง​เมือง​ยาเฟีย 13 จาก​ที่​นั่น​พรมแดน​อ้อม​ไป​ทาง​ทิศ​ที่​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น ไป​จน​ถึง​เมือง​กัทเฮเฟอร์ และ​เมือง​เอทคาซิน เรื่อย​ไป​ตาม​ลำธาร​แห้ง​ไป​จน​ถึง​ริม​โมน และ​หัก​โค้ง​เข้า​หา​เมือง​เนอาห์ 14 พรมแดน​ทาง​ทิศ​เหนือ​โค้ง​เข้า​หา​เมือง​ฮันนาโธน และ​สิ้นสุด​ที่​หุบเขา​อิฟทาห์เอล 15 ได้​รวม​เมือง​ขัทตาท นาหะลาล ชิมโรน อิดาลาห์ และ​เบธเลเฮม รวม​ทั้งหมด​สิบสอง​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่านั้น

16 นี่​คือ​มรดก​ของ​เผ่า​เศบูลุน​สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา คือ​เมือง​ต่างๆ​เหล่านี้ และ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่า​นี้

ที่ดิน​สำหรับ​ชน​เผ่า​อิสสาคาร์

17 สลาก​อัน​ที่​สี่​ตก​เป็น​ของ​เผ่า​อิสสาคาร์ สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่านั้น 18 ดินแดน​ของ​พวกเขา​รวม​เมือง ยิสเรเอล เคสุลโลท ชูเนม 19 ฮาฟาราอิม ชิโยน อานาหะราท 20 รับบีท คีชิโอน เอเบส 21 เรเมท เอนกันนิม เอนหัดดาห์ และ​เบธปัสเซส

22 พรมแดน​ยัง​ไป​ติด​กับ​เมือง​ทาโบร์ ชาหะซุมาห์ เบธเชเมช และ​ไป​สิ้นสุด​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน รวม​ทั้งหมด​สิบหก​เมือง​กับ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่า​นั้น 23 นี่​คือ​มรดก​ที่ดิน​ที่​ให้​กับ​เผ่า​ของ​อิสสาคาร์​สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา คือ​เมือง​ต่างๆ​และ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่า​นั้น

ที่ดิน​สำหรับ​ชน​เผ่า​อาเชอร์

24 สลาก​อัน​ที่​ห้า​ตก​เป็น​ของ​เผ่า​อาเชอร์​สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่านั้น 25 เขต​แดน​ของ​พวกเขา​รวม​ถึง​เมือง​เฮลขัท ฮาลี เบเทน อัคชาฟ 26 อาลัมเมเลค อามาด มิชอาล

ทาง​ตะวันตก​ไป​จด​ภูเขา​คารเมล​และ​เมือง​ชิโห ลิบนาท 27 แล้ว​เลี้ยว​ไป​ทาง​ตะวันออก​จน​ถึง​เมือง​เบธดาโกน ไป​จด​เขต​เศบูลุน​และ​หุบเขา​อิฟทาห์เอล​ไป​ทาง​เหนือ ถึง​เมือง​เบธเอเมค​และ​เนอีเอล และ​เรื่อย​ไป​ทาง​เหนือ​ถึง​เมือง​คาบูล 28 เอโบรน+ 19:28 เอโบรน หรือ “อับโดน” เรโหบ ฮัมโมน และ​คานาห์​ไป​ไกล​ถึง​มหา​ไซดอน 29 พรมแดน​เลี้ยว​ไป​ถึง​รามาห์ ไป​ไกล​ถึง​เมือง​ไทระ​ที่​มี​กำแพง​ล้อมรอบ แล้ว​เส้น​พรมแดน​ก็​เลี้ยว​ไป​โฮสาห์​และ​ไป​สิ้นสุด​ที่​ทะเล ซึ่ง​รวม​เมือง มาฮารับ อัคซีบ 30 อุมมาห์ อาเฟก และ​เรโหบ​ไว้​ด้วย

รวม​แล้ว​มี​ยี่สิบสอง​เมือง กับ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่า​นั้น 31 นี่​คือ​มรดก​ของ​เผ่า​อาเชอร์ สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา คือ เมือง​ต่างๆ​เหล่านี้​และ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่านี้

ที่ดิน​สำหรับ​ชน​เผ่า​นัฟทาลี

32 สลาก​อัน​ที่​หก​ตก​เป็น​ของ​เผ่า​นัฟทาลี​สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่านั้น 33 พรมแดน​ของเขา​เริ่ม​มา​จาก​เฮเลฟ จาก​ต้นก่อ​ใน​ศานันนิม และ​อาดามีเนเขบ ยับเนเอล จน​ถึง​เมือง​ลัคคูม และ​สิ้นสุด​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน 34 พรมแดน​ก็​เลี้ยว​ไป​ทาง​ตะวันตก​ไป​ที่​เมือง​อัสโนททาโบร์ และ​มัน​ก็​ออก​จาก​ที่นั่น​ไป​ที่​เมือง​หุกกอก ไป​จด​กับ​เขต​เศบูลุน​ทาง​ทิศ​ใต้​และ​เขต​อาเชอร์​ทาง​ตะวันตก และ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ทาง​ทิศ​ตะวันออก 35 บรรดา​เมือง​ที่​มี​ป้อม​ปราการ คือ ศิดดิม เศอร์ ฮัมมัท รัคคัท คินเนเรท 36 อาดามาห์ รามาห์ ฮาโซร์ 37 เคเดช เอเดรอี เอนฮาโซร์ 38 ยิโรน มิกดัลเอล โฮเรม เบธอานาท และ​เบธเชเมช รวม​เป็น​สิบเก้า​เมือง กับ​ชนบท​ที่​อยู่​รอบ​เมือง​ต่างๆ​เหล่า​นั้น

39 นี่​คือ​มรดก​ของ​เผ่า​นัฟทาลี​สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา คือ​เมือง​ต่างๆ​และ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่า​นั้น

ที่ดิน​สำหรับ​ชน​เผ่า​ดาน

40 สลาก​อัน​ที่​เจ็ด​ตก​เป็น​ของ​เผ่า​ดาน สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่านั้น 41 เขต​แดน​ที่​เป็น​มรดก​ของ​พวกเขา รวม​เมือง​โศราห์ เอชทาโอล อิรเชเมช 42 ชาอาลับบิน อัยยาโลน ยิทลาห์ 43 เอโลน ทิมนาห์ เอโครน 44 เอลเทเคห์ กิบเบโธน บาอาลัท 45 เยฮุด เบเนเบราค กัทริมโมน 46 เมยารโคน รัคโคน และ​บริเวณ​ที่​อยู่​ใกล้​เมือง​ยัฟฟา

47 เมื่อ​ชน​เผ่า​ดาน​สูญเสีย​ดินแดน​ของ​พวกเขา​ไป พวกเขา​ได้​ลุกขึ้น​สู้รบ​กับ​เมือง​เลเชม+ 19:47 เลเชม หรือ “ลาอีช” และ​พวกเขา​ก็​ยึด​มัน​ได้​และ​ได้​ฆ่า​ชาว​เมือง​นั้น แล้ว​ยึดครอง​เมือง และ​ตั้ง​ถิ่นฐาน​ที่นั่น พวกเขา​ได้​เปลี่ยน​ชื่อ​เมือง​เป็น​เมือง​ดาน​ตาม​ชื่อ​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา 48 นี่​คือ​มรดก​ของ​เผ่า​ดาน สำหรับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​พวกเขา คือ​เมือง​เหล่านี้​และ​ชนบท​ของ​เมือง​ต่างๆ​เหล่านี้

ที่ดิน​สำหรับ​โยชูวา

49 เมื่อ​ได้​แบ่ง​ดินแดน​ส่วน​ต่างๆ​ของ​แผ่นดิน​นั้น​เป็น​มรดก​ตาม​เขต​แดน​ของมัน​แล้ว ชาว​อิสราเอล​ได้​มอบ​มรดก​ท่ามกลาง​พวกเขา​ให้​กับ​โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน 50 ตาม​คำสั่ง​ของ​พระยาห์เวห์ พวกเขา​ได้​ให้​เมือง​กับ​โยชูวา​ตาม​ที่​เขา​ได้​ขอ​ไว้ คือ เมือง​ทิมนาทเสราห์+ 19:50 ทิมนาทเสราห์ หรือ ทิมนาท เฮเรส ใน​เขต​เทือกเขา​เอฟราอิม โยชูวา​ได้​สร้าง​เมือง​ขึ้น​ใหม่​และ​ตั้ง​ถิ่นฐาน​อยู่​ที่นั่น

51 นั่น​คือ​ดินแดน​ที่​นักบวช​เอเลอาซาร์ โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน และ​บรรดา​ผู้นำ​ของ​แต่ละ​ตระกูล​ของ​ชน​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล ได้​แจกจ่าย โดย​การ​จับ​สลาก​ที่​เมือง​ชิโลห์ ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ ที่​ทางเข้า​เต็นท์​นัดพบ ดังนั้น​เขา​ทั้งหลาย​ก็​แบ่งปัน​แผ่นดิน​จน​เสร็จ​เรียบร้อย

20

เมือง​ลี้ภัย

(กดว. 35:9-15; ฉธบ. 19:1-13)

1 จากนั้น​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า 2 “ให้​บอก​ชาว​อิสราเอล​ว่า ‘ให้​ตั้ง​เมือง​ลี้ภัย​ขึ้น สำหรับ​พวกเจ้า​ทั้งหลาย ซึ่ง​เรา​ได้​บอก​กับ​พวกเจ้า​ผ่าน​ทาง​โมเสส 3 เมื่อ​ใคร​ก็ตาม​ได้​ฆ่า​คนตาย​โดย​อุบัติเหตุ​หรือ​ไม่ได้​ตั้งใจ จะได้​หนี​ไป​อยู่​ที่นั่น เมือง​เหล่านั้น​จะได้​เป็น​ที่​ลี้ภัย​ของ​พวกเจ้า เพื่อ​ให้​พ้น​จาก​ญาติ​ของ​คนตาย​ที่​มี​หน้าที่​ลงโทษ​คนฆ่า

4 เมื่อ​คน​ที่​ได้​ฆ่า​คนตาย​นั้น​หนี​ไป​ยัง​เมือง​เหล่านี้ เขา​ต้อง​ยืน​อยู่​ที่​ทางเข้า​ประตู​เมือง​นั้น​และ​อธิบาย​เรื่อง​ของตน​ให้​กับ​พวก​ผู้ใหญ่​ของ​เมือง​นั้น​ฟัง แล้ว​พวกเขา​ก็​จะ​รับ​คน​ผู้นั้น​เข้าไป​และ​ให้​พัก​อาศัย​ร่วม​กับ​พวกเขา 5 แล้ว​ถ้า​มี​ญาติ​คนตาย​ที่​จะ​แก้แค้น​เขา​ไล่​ติดตาม​เขา​มา พวก​ผู้​อาวุโส​ของ​เมือง​ต้อง​ไม่​มอบ​ตัวเขา​ออก​ไป เพราะ​เขา​ผู้นั้น​ได้​ฆ่า​เพื่อน​บ้าน​ตาย​โดย​ไม่ได้​ตั้งใจ​และ​ไม่ได้​บาดหมาง​กัน​มา​ก่อน 6 คน​ที่​ฆ่า​คนอื่น​นั้น​จะ​อาศัย​อยู่​ที่​เมือง​นั้น​จนกว่า​เขา​จะมา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ชุมชน​เพื่อ​รับ​การ​ตัดสิน และ​ถ้า​ตัดสิน​ว่า​ไม่​ตั้งใจ​ฆ่า เขา​ก็​จะ​อยู่​ที่นั่น​ต่อไป จนกว่า​คน​ที่​เป็น​นักบวช​ชั้น​สูงสุด​ใน​เวลา​นั้น​ได้​ตาย​ไป จากนั้น คน​ที่​ฆ่า​คนอื่น​นั้น​จะ​ได้รับ​อนุญาต​ให้​กลับ​บ้าน ไป​ยัง​เมือง​ที่​เขา​ได้​หลบหนี​มา’”

7 ดังนั้น​พวกเขา​จึง​ได้​กำหนด​เมือง​สำหรับ​ลี้ภัย​ไว้​ดังนี้ คือ เมือง​เคเดช ใน​กาลิลี ใน​แถบ​เนินเขา​นัฟทาลี เมือง​เชเคม​ใน​แถบ​เนินเขา​ของ​เอฟราอิม และ​คิริยาทอารบา (หรือ​เฮโบรน) ใน​แถบ​เนินเขา​ยูดาห์ 8 และ​อีก​ฟาก​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ซึ่ง​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​ของ​เมือง​เยริโค พวกเขา​ได้​เลือก​เมือง​เบเซอร์​ที่​อยู่​ใน​ทะเลทราย​บน​ที่ราบสูง​ของ​ชน​เผ่า​รูเบน กับ​เมือง​ราโมท​ใน​กิเลอาด​ของ​ชน​เผ่ากาด และ​เมือง​โกลาน​ใน​บาชาน ของ​ชน​เผ่า​มนัสเสห์

9 เมือง​เหล่านั้น​เป็น​เมือง​ที่​ได้​กำหนด​ไว้​สำหรับ​ชาว​อิสราเอล​ทุกคน และ​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​หมู่​พวกเขา เพื่อ​ว่า​หาก​มี​ใคร​ฆ่า​คน​โดย​ไม่ได้​ตั้งใจ จะได้​หนี​ไป​อยู่​ที่นั่น และ​ไม่ต้อง​ถูก​ฆ่าตาย​ด้วย​มือ​ของ​ญาติ​ผู้ตาย​ที่​มี​หน้าที่​ลงโทษ​คน​ฆ่า จนกว่า​เขา​จะ​ได้​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ชุมชน​เพื่อ​การ​ตัดสิน​คดี

21

เมือง​ของ​ชน​เผ่า​เลวี

1 จากนั้น​หัวหน้า​ตระกูล​ต่างๆ​ใน​เผ่า​เลวี ได้​มา​พบ​นักบวช​เอเลอาซาร์ โยชูวา​ลูก​ของ​นูน​และ​หัวหน้า​ของ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​แต่ละ​เผ่า​ของ​อิสราเอล 2 คน​เผ่า​เลวี​ได้​พูด​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​เมือง​ชิโลห์​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน​ว่า “พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ผ่าน​โมเสส​ไว้​ว่า พวกเรา​จะ​ได้รับ​เมือง​หลาย​เมือง​เพื่อ​อยู่​อาศัย​พร้อมๆ​กับ​ทุ่งหญ้า​สำหรับ​สัตว์​เลี้ยง​ของ​พวกเรา​ด้วย” 3 เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​คำสั่ง​ของ​พระยาห์เวห์ ชาว​อิสราเอล​จึง​ได้​ยก​เมือง​ต่างๆ​เหล่านี้​และ​ทุ่งหญ้า​ของ​เมือง​เหล่า​นั้น จาก​มรดก​ของ​พวกเขา​ให้​กับ​ชาว​เลวี คือ

4 เมื่อ​สลาก​ออก​มา เพื่อ​ชี้​ว่า​ใคร​ควร​จะ​ได้รับ​เมือง​ไหน สลาก​อัน​แรก​เป็น​ของ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​โคฮาท ดังนั้น ชาว​เลวี​ใน​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​โคฮาท​ซึ่ง​เป็น​ลูกหลาน​ของ​นักบวช​อาโรน​ได้รับ​เมือง​สิบสาม​เมือง​จาก​ชน​เผ่า​ยูดาห์ สิเมโอน และ​เบนยามิน ตาม​สลาก​ที่​จับ​ได้

5 ส่วน​คน​โคฮาท​ที่เหลือ จับ​สลาก​ได้​เมือง​สิบ​เมือง​จาก​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่า​เอฟราอิม จาก​เผ่า​ดาน​และ​จาก​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​เผ่า​มนัสเสห์

6 คน​เกอร์โชน​ได้รับ​เมือง​สิบสาม​เมือง จาก​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เผ่า​อิสสาคาร์ จาก​เผ่า​อาเชอร์ จาก​เผ่า​นัฟทาลี และ​จาก​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​เผ่า​มนัสเสห์​ใน​บาชาน

7 พวก​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​คน​เมรารี ได้รับ​เมือง​สิบสอง​เมือง​จาก​เผ่า​รูเบน จาก​เผ่ากาด และ​จาก​เผ่า​เศบูลุน

8 ชาว​อิสราเอล​ได้​จับ​สลาก ให้​เมือง​ต่างๆ​เหล่านี้​และ​ทุ่งหญ้า​ของ​เมือง​เหล่านี้ กับ​ชาว​เลวี​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ไว้​ผ่าน​ทาง​โมเสส

9 นี่​คือ​รายชื่อ​ของ​เมือง​ต่างๆ​จาก​เผ่า​ยูดาห์ และ​เผ่า​สิเมโอน 10 ที่​ได้​ยก​ให้​กับ​พวก​ลูกหลาน​ของ​อาโรน คือ​ตระกูล​หนึ่ง​ของ​ชาว​โคฮาท ซึ่ง​เป็น​ชาว​เลวี เพราะ​ว่า​สลาก​ใบ​แรก​ตก​เป็น​ของ​ตระกูล​นี้ 11 ชาว​อิสราเอล​ให้​เมือง​คิริยาทอารบา (อารบา เป็น​พ่อ​ของ​อานาค) คือ​เมือง​เฮโบรน ใน​แถบ​เนินเขา​ของ​ยูดาห์​พร้อม​กับ​ทุ่งหญ้า​เลี้ยงสัตว์​รอบๆ​เมือง​นั้น 12 แต่​ทุ่งนา​และ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้น​ได้​ยก​ให้​เป็น​มรดก​ของ​คาเลบ​ลูกชาย​ของ​เยฟุนเนห์ 13 สำหรับ​ลูกหลาน​ของ​นักบวช​อาโรน พวกเขา​ได้​ให้​เมือง​เฮโบรน (ซึ่ง​เป็น​เมือง​ลี้ภัย​สำหรับ​ผู้ที่​ได้รับ​การ​กล่าวหา​ว่า​ฆ่า​คนตาย) พร้อม​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง​นั้น และ​เมือง​ลิบนาห์​พร้อม​ทุ่งหญ้า 14 เมือง​ยาททีร์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​เอชเทโมอา​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 15 เมือง​โฮโลน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​เดบีร์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 16 เมือง​อายิน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​ยุทธาห์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​เบธเชเมช​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​เก้า​เมือง​จาก​เผ่า​สอง​เผ่า​นี้

17 ชน​เผ่า​เบนยามิน​ได้​ให้​เมือง​กิเบโอน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​เกบา​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 18 เมือง​อานาโธท​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​อัลโมน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​สี่​เมือง 19 รวม​เมือง​ทั้งหมด​ที่​เป็น​ของ​พวก​นักบวช​ที่​เป็น​ลูกหลาน​ของ​อาโรน มี​สิบสาม​เมือง​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง​เหล่า​นั้น

20 ส่วน​ชาว​โคฮาท​ที่เหลือ​ของ​พวก​ตระกูล​โคฮาท​ใน​เผ่า​เลวี ได้​เมือง​ต่างๆ​จาก​เผ่า​เอฟราอิม โดย​การ​จับ​สลาก 21 พวกเขา​ได้รับ​เมือง​เชเคม (เป็น​เมือง​หนึ่ง​ใน​เมือง​ลี้ภัย​สำหรับ​ผู้ที่​ได้รับ​การ​กล่าวหา​ว่า​ฆ่า​คนตาย) กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง​ใน​แถบ​เนินเขา​เอฟราอิม และ​เมือง​เกเซอร์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 22 เมือง​ขิบซาอิม​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​เบธโฮโรน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​สี่​เมือง

23 ชาว​โคฮาท​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้​จาก​เผ่า​ดาน คือ เมือง​เอลเทเคห์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​กิบเบโธน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 24 เมือง​อัยยาโลน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​กัทริมโมน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​สี่​เมือง

25 ชาว​โคฮาท​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้​จาก​เผ่า​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า คือ เมือง​ทาอานาค​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​กัทริมโมน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง​รวม​เป็น​สอง​เมือง

26 เมือง​ทั้งหมด​รวม​เป็น​สิบ​เมือง กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง​เหล่า​นั้น ซึ่ง​มอบ​ให้​กับ​ตระกูล​อื่นๆ​ที่เหลือ​ของ​โคฮาท

27 ใน​พวก​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​ชาว​เลวี คน​เกอร์โชน​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้ คือ

คน​เกอร์โชน​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้​จาก​เผ่า​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า คือ​เมือง​โกลาน​ใน​บาชาน (เป็น​เมือง​ลี้ภัย​เมือง​หนึ่ง​สำหรับ​ผู้ที่​ได้รับ​การ​กล่าวหา​ว่า​ฆ่า​คนตาย) และ​เมือง​เบเอชเท-ราห์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​สอง​เมือง

28 คน​เกอร์โชน​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้​จาก​เผ่า​อิสสาคาร์ เมือง​คีชิโอน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​ดาเบรัท​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 29 เมือง​ยารมูท​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​เอนกันนิม​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง​รวม​เป็น​สี่​เมือง

30 คน​เกอร์โชน​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้​จาก​เผ่า​อาเชอร์ คือ เมือง​มิชอาล​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​อับโดน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 31 เมือง​เฮลขัท​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​เรโหบ​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​สี่​เมือง

32 คน​เกอร์โชน​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้​จาก​เผ่า​นัฟทาลี เมือง​เคเดช​ใน​กาลิลี​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง (หนึ่ง​ใน​เมือง​ลี้ภัย​สำหรับ​ผู้ที่​ถูก​กล่าวหา​ว่า​ฆ่า​คนตาย) เมือง​ฮัมโมทโดร์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​คารทาน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​สาม​เมือง

33 พวก​ตระกูล​เกอร์โชน​ได้รับ​สิบสาม​เมือง​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง

34 พวก​ตระกูล​เมรารี (คน​เผ่า​เลวี​ที่เหลือ) ได้​เมือง​ต่อไปนี้ คือ

พวก​ตระกูล​เมรารี​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้​จาก​เผ่า​เศบูลุน คือ เมือง​โยกเนอัม​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​คารทาห์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 35 เมือง​ดิมนาห์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​นาหะลาล​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​สี่​เมือง

36 พวก​ตระกูล​เมรารี​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้​จาก​เผ่า​รูเบน คือ เมือง​เบเซอร์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​ยาฮาส​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 37 เมือง​เคเดโมท​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง และ​เมือง​เมฟาอัท​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​สี่​เมือง

38 พวก​ตระกูล​เมรารี​ได้รับ​เมือง​ต่อไปนี้​จาก​เผ่ากาด คือ เมือง​ราโมท​ใน​กิเลอาด (หนึ่ง​ใน​เมือง​ลี้ภัย​สำหรับ​ผู้ที่​ถูก​กล่าวหา​ว่า​ฆ่า​คนตาย) กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​มาหะนาอิม​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง 39 เมือง​เฮชโบน​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง เมือง​ยาเซอร์​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบ​เมือง รวม​เป็น​สี่​เมือง

40 เมือง​ทั้ง​สิบสอง​เมือง​นี้​ได้​มอบ​ให้​กับ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​คน​เมรารี​โดย​การ​จับ​สลาก พวกนี้​เป็น​พวก​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​คน​เผ่า​เลวี​ที่เหลือ

41 เมือง​ต่างๆ​ของ​เผ่า​เลวี​ที่​อยู่​ใน​อาณาเขต​ของ​ชาว​อิสราเอล​มี​ทั้งหมด สี่สิบแปด​เมือง​กับ​ทุ่งหญ้า​รอบๆ​เมือง​เหล่า​นั้น 42 แต่ละ​เมือง​มี​ทุ่งหญ้า​ล้อมรอบ ทุก​เมือง​ก็​เป็น​อย่างนี้

43 อย่างนี้ พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​แผ่นดิน​ทั้งหมด​แก่​ชาว​อิสราเอล ซึ่ง​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา​ว่า​จะ​ยก​ให้​กับ​พวกเขา และ​พวกเขา​ก็​เข้า​ไป​ยึดครอง และ​ตั้ง​รกราก​กัน​ที่นั่น 44 พระยาห์เวห์​ได้​ให้​ความ​สงบสุข​กับ​พวกเขา​ใน​ทุก​ด้าน ตาม​ที่​พระองค์​ให้​สัญญา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา ไม่มี​ศัตรู​คนใด​ของ​พวกเขา​ที่​สามารถ​ยืนหยัด​ต่อสู้​พวกเขา​ได้ เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​ศัตรู​ทั้งสิ้น​ของ​พวกเขา​ไว้​ใน​กำมือ​ของ​พวกเขา​แล้ว 45 ใน​พวก​คำ​สัญญา​ที่​ดีๆ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ให้​กับ​ครอบครัว​อิสราเอล ไม่มี​สัก​เรื่อง​ที่​ล้มเหลว ทุกเรื่อง​สำเร็จ​หมด

22

เผ่า​ที่​อยู่​ฝั่ง​ตะวันออก​กลับบ้าน

1 จากนั้น​โยชูวา​ก็​ได้​เรียก​เผ่า​รูเบน กาด และ​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า​มา​ประชุม 2 และ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “พวก​ท่าน​ทั้งหลาย​ได้​ทำ​ตาม​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​พวกท่าน​ไว้ และ​พวกท่าน​ก็​เชื่อฟัง​ข้าพเจ้า​ใน​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​สั่ง​พวกท่าน 3 พวกท่าน​ไม่ได้​ทอดทิ้ง​ญาติ​พี่น้อง​ของ​พวกท่าน​ตลอดมา​จน​ถึง​วันนี้ แต่​ท่าน​ได้​รักษา​คำ​กำชับ​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​อย่าง​เคร่งครัด 4 บัดนี้​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของท่าน​ได้​ให้​พี่น้อง​ของ​ท่าน​อยู่​อย่าง​สงบสุข​แล้ว อย่าง​ที่​พระองค์​ได้​ให้​สัญญา​ไว้​กับ​พวกเขา​นั้น ดังนั้น ตอนนี้ พวกท่าน​กลับ​ไป​บ้าน​ได้​แล้ว ไป​สู่​แผ่นดิน​ที่​พวกท่าน​เป็น​เจ้าของ​ซึ่ง​โมเสส​ผู้รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​ให้​แก่​พวกท่าน​ที่​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​นั้น 5 แต่​ขอให้​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​คำสั่ง​และ​กฎ​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​ให้​แก่​พวกท่าน​ไว้ คือ ให้​รัก​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน ให้​เดิน​ตาม​แนวทาง​ทั้งหลาย​ของ​พระองค์ ให้​เชื่อฟัง​พวก​คำสั่ง​ของ​พระองค์ ให้​ใกล้ชิด​กับ​พระองค์ และ​ให้​รับใช้​พระองค์​ด้วย​สุดจิต​สุดใจ​ของท่าน”

6 โยชูวา​อวยพร​ให้​กับ​พวกเขา​และ​ส่ง​พวกเขา​กลับ​บ้าน 7 (โมเสส​ได้​มอบ​แผ่นดิน​ใน​เมือง​บาชาน​ให้​กับ​คน​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า ส่วน​อีก​ครึ่ง​เผ่า​รวมทั้ง​ญาติ​พี่น้อง​ชาว​อิสราเอล​ของเขา โยชูวา​ได้​มอบ​ที่ดิน​บน​ฝั่ง​ตะวันตก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ให้) เมื่อ​โยชูวา​ส่ง​พวกเขา​กลับ​บ้าน ก็​ได้​อวยพร​ให้​กับ​พวกเขา​ด้วย 8 โยชูวา​พูด​ว่า “ให้​กลับ​ไป​ที่บ้าน​ของ​พวกท่าน​พร้อม​ความ​มั่งคั่ง มี​สัตว์เลี้ยง​มากมาย มี​เงิน ทอง ทอง​สัมฤทธิ์ เหล็ก และ​มี​เสื้อผ้า​เป็น​จำนวน​มาก ให้​ไป​แบ่ง​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​ยึด​มา​ได้​จาก​ศัตรู​ของ​พวกท่าน​ใน​สงคราม​ให้​กับ​พี่น้อง​ของ​พวกท่าน​ด้วย”

9 ดังนั้น​คน​รูเบน กาด และ​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า จึง​แยก​จาก​ชาว​อิสราเอล​ที่​เมือง​ชิโลห์ ใน​แผ่นดิน​คานาอัน เพื่อ​กลับ​ไป​ยัง​แผ่นดิน​กิเลอาด ซึ่ง​เป็น​แผ่นดิน​ที่​พวกเขา​ยึด​มา​ได้ ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ผ่าน​ทาง​โมเสส

10 เมื่อ​พวกเขา​มา​ถึง​กิเลโลต ซึ่ง​อยู่​ใกล้​กับ​แม่น้ำ​จอร์แดน ใน​แผ่นดิน​คานาอัน ชาว​รูเบน กาด และ​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า ได้​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​แท่น​หนึ่ง​ใกล้​กับ​แม่น้ำ​จอร์แดน ซึ่ง​เป็น​แท่นบูชา​ขนาด​ใหญ่​มาก 11 ชาว​อิสราเอล​ที่เหลือ​ได้ยิน​ว่า​คน​รูเบน กาด และ​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า ได้​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​ที่​พรมแดน​ของ​แผ่นดิน​คานาอัน ที่​กิเลโลต ใกล้​กับ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ฝั่ง​ที่​เป็น​ของ​ชาว​อิสราเอล 12 ชุมชน​ทั้งหมด​ของ​อิสราเอล​จึง​ยก​กันมา​ที่​ชิโลห์ เพื่อ​ที่​จะ​ขึ้น​ไป​สู้รบ​กับ​พวกนั้น

13 ชาว​อิสราเอล​ส่ง​นักบวช​ฟีเนหัส​ลูกชาย​ของ​เอเลอาซาร์​ไป​พบ​คน​รูเบน กาด และ​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า ใน​แผ่นดิน​กิเลอาด 14 พร้อม​กับ​ส่ง​ผู้นำ​อีก​สิบ​คน จาก​แต่ละ​เผ่า คน​เหล่านี้​เป็น​หัวหน้า​ของ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล​ด้วย

15 เมื่อ​พวกเขา​พบ​คน​รูเบน กาด และ​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า​ใน​แผ่นดิน​กิเลอาด พวกเขา​พูด​ว่า 16 “ชุมชน​ทั้งหมด​ของ​พระยาห์เวห์ พูด​อย่างนี้​ว่า ‘พวกท่าน​ไม่​สัตย์ซื่อ​ต่อ​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​อย่างนี้​ได้​ยังไง วันนี้ พวกท่าน​หันเห​จาก​พระยาห์เวห์​แล้ว​ไป​สร้าง​แท่นบูชา​เพื่อ​กบฏ​ต่อ​พระองค์​อย่างนี้​ได้​ยังไง

17 บาป​ที่​เมือง​เปโอร์​ยัง​ไม่​เพียงพอ​สำหรับ​พวกเรา​อีก​หรือ จน​ถึง​วันนี้ พวกเรา​ยัง​ไม่​สามารถ​ล้าง​บาป​นั้น​ให้​หมด​จาก​ตัว​พวกเรา​ได้ แม้ว่า​จะ​มี​โรคระบาด​ลง​มา​ใน​ที่​ชุมชน​ของ​พระยาห์เวห์​ก็ตาม 18 แล้ว​ตอนนี้ พวกท่าน​ยัง​จะ​หันเห​ไป​จาก​พระยาห์เวห์​อีก​หรือ​ยังไง ถ้า​พวก​ท่าน​กบฏ​ต่อ​พระยาห์เวห์​ใน​วันนี้ พรุ่งนี้​พระองค์​จะ​โกรธ​ชุมชน​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด

19 ถ้า​แผ่นดิน​ของ​พวกท่าน​เสื่อม​ไป ให้​ข้าม​มา​ยัง​แผ่นดิน​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​เต็นท์​ของ​พระยาห์เวห์​ตั้ง​อยู่ และ​มา​แบ่งปัน​แผ่นดิน​ไป​จาก​พวกเรา​เถิด อย่า​ได้​เป็น​กบฏ​ต่อ​พระยาห์เวห์ หรือ​ต่อ​พวกเรา โดย​การ​สร้าง​แท่นบูชา​อื่น​สำหรับ​พวก​ท่าน​เอง นอกเหนือ​ไป​จาก​แท่นบูชา​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเรา​เลย

20 ที่​ความ​โกรธ​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​ตก​อยู่​กับ​ชุมชน​อิสราเอล​ทั้งหมด เป็น​เพราะ​อาคาน​ลูกชาย​ของ​เศราห์​ไม่​สัตย์ซื่อ​ใน​เรื่อง​ของ​ที่​ต้อง​ทำลาย​เพื่อ​อุทิศ​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ ไม่ใช่​หรือ ไม่ใช่​เขา​คนเดียว​ที่​ต้อง​ตาย​เพราะ​บาป​ของเขา​นะ’”

21 ดังนั้น ชาว​รูเบน ชาว​กาด และ​ชาว​มนัสเสห์​ครึ่ง​เผ่า​ได้​ตอบ​ผู้นำ​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล​ว่า 22 “พระยาห์เวห์​เป็น​พระ​เหนือ​พระ​ทั้งปวง พระยาห์เวห์​เป็น​พระ​เหนือ​พระ​ทั้งปวง พระองค์​รู้​ว่า​ทำไม​เรา​ถึง​ทำ​อย่างนี้ และ​ขอให้​ชาว​อิสราเอล​เอง​ได้​รู้​ด้วย ถ้า​พวกเรา​เป็น​กบฏ​หรือ​ไม่​สัตย์ซื่อ​ต่อ​พระยาห์เวห์ ก็​อย่า​ปล่อย​พวกเรา​ไว้​เลย​ใน​วันนี้ 23 ถ้า​พวกเรา​สร้าง​แท่นบูชา​สำหรับ​พวกเรา​เอง​เพื่อ​ที่​จะ​เลิก​ติดตาม​พระองค์ หรือ​เพื่อ​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา หรือ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เมล็ดข้าว หรือ​ถวาย​เครื่อง​สังสรรค์​บูชา​บน​แท่น​นั้น ก็​ขอให้​พระยาห์เวห์​เอง​ลงโทษ​พวกเรา 24 อันที่จริง​ที่​พวกเรา​ได้​ทำ​สิ่งนี้​ไป ก็​เพราะ​เกรง​ว่า สัก​วันหนึ่ง​ใน​อนาคต ลูกหลาน​ของท่าน​จะ​ถาม​ลูกหลาน​ของเรา​ว่า ‘เจ้า​มา​เกี่ยว​อะไร​กับ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ด้วย 25 พระยาห์เวห์​ได้​สร้าง​แม่น้ำ​จอร์แดน​ให้​เป็น​พรมแดน​ระหว่าง​พวกเรา​กับ​พวกเจ้า ชาว​รูเบน และ​ชาว​กาด พวกเจ้า​ไม่มี​ส่วน​ใน​พระยาห์เวห์ แล้ว​ถ้า​อย่างนั้น​ลูกหลาน​ของ​พวกท่าน​อาจ​ทำ​ให้​ลูกหลาน​ของเรา​หยุด​ยำเกรง​พระยาห์เวห์’

26 พวกเรา​ก็​เลย​พูด​กัน​ว่า ให้​พวกเรา​สร้าง​แท่นบูชา​สำหรับ​พวกเรา​เอง​เถิด ไม่ใช่​เพื่อ​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​หรือ​ถวาย​เครื่อง​บูชา 27 แต่​เพื่อ​เป็น​พยาน​ระหว่าง​พวกท่าน​กับ​พวกเรา และ​ระหว่าง​คน​รุ่น​ต่อๆไป ว่า​เรา​จะ​นมัสการ​พระยาห์เวห์​ต่อหน้า​พระองค์ ด้วย​เครื่อง​เผา​บูชา เครื่อง​บูชา และ​เครื่อง​สังสรรค์​บูชา แล้ว​ใน​อนาคต ลูกหลาน​ของ​พวกท่าน​ก็​จะ​ไม่​พูด​กับ​ลูกหลาน​ของ​พวกเรา​ว่า ‘พวกท่าน​ไม่มี​ส่วน​เกี่ยวข้อง​ใน​พระยาห์เวห์’ 28 และ​พวกเรา​ก็​ได้​พูด​ว่า ถ้า​พวกเขา​พูด​อย่างนั้น​กับเรา​หรือ​ลูกหลาน​ของเรา​ใน​อนาคต​แล้ว พวกเรา​ก็​จะ​ตอบ​ไป​ว่า ‘ดู​แท่นบูชา​จำลอง​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเรา​ได้​สร้าง​ไว้​สิ ไม่ใช่​สร้าง​ไว้​สำหรับ​เครื่อง​เผา​บูชา​หรือ​ถวาย​เครื่อง​บูชา แต่​เพื่อ​เป็น​พยาน​ระหว่าง​พวกเรา​กับ​พวกท่าน’

29 พวกเรา​จะ​ไม่มี​วัน​กบฏ​ต่อ​พระยาห์เวห์​หรือ​หันเห​ไป​จาก​การ​ติดตาม​พระองค์ ด้วย​การ​สร้าง​แท่นบูชา​อื่น สำหรับ​เครื่อง​เผา​บูชา​หรือ​เครื่อง​บูชา​เมล็ดข้าว หรือ​เครื่อง​บูชา​อื่น นอกจาก​แท่นบูชา​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเรา​ที่​อยู่​หน้า​เต็นท์​ของ​พระองค์”

30 เมื่อ​นักบวช​ฟีเนหัส และ​พวก​ผู้นำ​ชุมชน คือ​พวก​หัวหน้า​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล ที่​อยู่​กับเขา ได้​ฟัง​คำพูด​ที่​ชาว​รูเบน ชาว​กาด และ​มนัสเสห์​พูด​แล้ว ก็​รู้สึก​พอใจ​มาก 31 นักบวช​ฟีเนหัส​ลูกชาย​ของ​เอเลอาซาร์​จึง​ได้​พูด​กับ​ชาว​รูเบน ชาว​กาด และ​ชาว​มนัสเสห์​ว่า “ตอนนี้​พวกเรา​ได้​รู้​ว่า​พระยาห์เวห์​ยัง​อยู่​ใน​ท่ามกลาง​พวกเรา เพราะ​ท่าน​ไม่ได้​กบฏ​ต่อ​พระยาห์เวห์​ใน​เรื่องนี้ ขณะนี้ พวกท่าน​ได้​ช่วยเหลือ​ชาว​อิสราเอล​ให้​พ้น​จาก​การ​ลงโทษ​ของ​พระยาห์เวห์”

32 แล้ว​นักบวช​ฟีเนหัส​ลูกชาย​เอเลอาซาร์ และ​พวก​ผู้นำ กลับ​ออก​มา​จาก​ชาว​รูเบน​และ​ชาว​กาด​ใน​แผ่นดิน​กิเลอาด กลับ​ไป​ยัง​แผ่นดิน​คานาอัน​ไป​หา​ชาว​อิสราเอล​และ​แจ้ง​เรื่อง​ต่างๆ​ให้​พวกเขา​รู้ 33 เรื่อง​นั้น​ทำ​ให้​ชาว​อิสราเอล​ดีใจ พวกเขา​ต่าง​สรรเสริญ​พระเจ้า และ​ไม่​พูด​เรื่อง​การ​ทำ​สงคราม​กับ​คน​สอง​เผ่า​นั้น เพื่อ​ที่​จะ​ทำลาย​ล้าง​แผ่นดิน​ที่​ชาว​รูเบน​และ​ชาว​กาด​อาศัย​อยู่

34 ชาว​รูเบน​และ​ชาว​กาด​ได้​เรียก​แท่นบูชา​นั้น​ว่า “แท่นนี้​เป็น​พยาน​ระหว่าง​เรา​ว่า พระยาห์เวห์​เป็น​พระเจ้า”

23

คำอำลา​ของ​โยชูวา​ต่อ​ประชาชน

1 เมื่อ​ผ่าน​ไป​หลาย​ปี และ​พระยาห์เวห์​ได้​ให้​ชาว​อิสราเอล​อยู่​อย่าง​สงบสุข ไม่มี​อันตราย​จาก​ศัตรู​รอบ​ด้าน และ​โยชูวา​ก็​แก่​มาก​แล้ว 2 โยชูวา​ได้​เรียก​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด พวก​ผู้ใหญ่ ผู้นำ ผู้​พิพากษา และ​เจ้าหน้าที่​ทั้งหลาย​ให้​มา​ชุมนุม​พร้อม​กัน เขา​ได้​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ข้าพเจ้า​ก็​แก่​มาก​แล้ว 3 และ​พวกท่าน​เอง​ก็​ได้​เห็น​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​ได้​ทำ​กับ​ชนชาติ​ทั้งหมด​เหล่านี้​เพื่อ​พวกท่าน​แล้ว เพราะ​เป็น​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​ที่​ได้​ต่อสู้​เพื่อ​พวกท่าน 4 อย่า​ลืม​ว่า ข้าพเจ้า​ได้​จับ​สลาก​แบ่ง​แผ่นดิน​ของ​ชนชาติ​ที่​เหลือ​อยู่นี้​ให้​เป็น​มรดก​กับ​เผ่า​ต่างๆ​ของ​พวกท่าน รวม​กับ​แผ่นดิน​ของ​ชนชาติ​ทั้งหลาย​ที่​ข้าพเจ้า​เอา​ชนะ​ไป​แล้ว ตั้งแต่​แม่น้ำ​จอร์แดน ไป​ทาง​ทิศ​ตะวันตก จน​ถึง​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน 5 พระยาห์เวห์​เอง​ที่​เป็น​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​จะ​ขับไล่​พวกเขา​ไป​จาก​หนทาง​ของท่าน และ​พระองค์​จะ​ผลักดัน​พวกเขา​ออก​ไป​ต่อหน้า​ท่าน และ​ท่าน​จะ​ได้​ยึดครอง​ดินแดน​ของเขา​เหล่านั้น​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของท่าน​ได้​สัญญา​ไว้

6 ให้​ตั้ง​มั่นคง​ใน​การ​เชื่อฟัง​ทุกสิ่ง​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​กฎ+ 23:6 กฎ หรือ “คำ​สอน” ของ​โมเสส​อย่าง​เคร่งครัด โดย​ไม่​หันซ้าย​หันขวา 7 เพื่อ​ว่า​ท่าน​จะ​ไม่​ไป​คบหา​กับ​ชนชาติ​เหล่านี้​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่​ใน​หมู่​พวกท่าน หรือ​ไป​ออก​ชื่อ​บรรดา​พระ​ของ​พวกเขา หรือ​สาบาน​ใน​นาม​ของ​พระ​ของ​พวกเขา หรือ​ไป​รับใช้​หรือ​กราบไหว้​พระ​เหล่านั้น 8 ท่าน​ต้อง​ผูกพัน​กับ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของท่าน​อย่าง​ที่​ทำ​มา​จน​ถึง​ทุกวันนี้

9 พระยาห์เวห์​ได้​ขับไล่​พวก​ชนชาติ​ที่​ยิ่งใหญ่​และ​มี​อำนาจ​ไป​ต่อหน้า​ท่าน และ​ไม่มี​ผู้ใด​สามารถ​ต่อต้าน​พวกท่าน​ได้​จน​ถึง​ทุกวันนี้ 10 คนเดียว​จาก​พวกท่าน​สามารถ​เอาชนะ​ศัตรู​เป็น​พันคน​ได้ เพราะ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​ต่อสู้​เพื่อ​ท่าน​ตามที่​พระองค์​ให้​สัญญา​ไว้ 11 ดังนั้น​ให้​ระวัง​ตัว​ให้ดี​ที่​จะ​รัก​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของท่าน

12 แต่​ถ้า​พวกท่าน​หันเห​ไป​และ​ไป​ผูกพัน​กับ​ผู้​รอด​ชีวิต​จาก​ชนชาติ​เหล่านั้น​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่​ท่ามกลาง​พวกท่าน และ​ถ้า​พวกท่าน​ไป​แต่งงาน​กับ​พวกเขา หรือ​ไป​คบหา​ติดต่อ​กัน 13 พวกท่าน​ควร​รู้​ว่า​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​จะ​ไม่​ขับไล่​คน​เหล่านั้น​ไป​จาก​หน้า​พวกท่าน​อีก​ต่อไป พวกเขา​จะ​เป็น​เหมือน​บ่วง​และ​กับดัก​จับ​พวกท่าน เป็น​หอก​ข้าง​แคร่+ 23:13 หอก​ข้าง​แคร่ แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “แส้​ที่​หวด​สีข้าง​ของเจ้า” และ​เป็น​หนาม​ยอก​ตา​ของ​พวกท่าน จนกว่า​พวกท่าน​พินาศ​ไป​จาก​แผ่นดิน​ที่​ดี​นี้ ซึ่ง​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน​ได้​มอบ​ไว้​ให้​กับ​พวกท่าน

14 ตอนนี้​ข้าพเจ้า​กำลัง​จะ​ตาย​แล้ว และ​พวกท่าน​ก็​รู้​อยู่​แก่ใจ​ว่า​ไม่มี​คำ​สัญญา​ดีๆ​อันไหน​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของท่าน​ได้​ให้​ไว้​กับ​ท่าน แล้ว​ต้อง​ล้มเหลว​ไป ทุกอย่าง​สำเร็จ​หมด ไม่มี​แม้แต่​สิ่งเดียว​ที่​ล้มเหลว 15 อย่าง​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน เคย​ทำ​ให้​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่ดี ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​กับท่าน เกิดขึ้น​จริง พระยาห์เวห์​ก็​สามารถ​นำ​เรื่อง​เลวร้าย​ทั้งหมด​ที่​พระองค์​ได้​เตือน​ท่าน​แล้ว ให้​เกิดขึ้น​ได้​ด้วย​เหมือน​กัน จนกว่า​พระองค์​จะ​ทำลาย​พวกท่าน​ไป​จาก​แผ่นดิน​ที่​ดี​นี้ ที่​พระองค์​ได้​มอบ​ให้​กับ​พวกท่าน 16 ถ้า​ท่าน​ไม่​รักษา​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของท่าน ที่​พระองค์​ได้​สั่ง​ท่าน​ไว้ และ​ไป​รับใช้​พระ​อื่นๆ​แล้ว​ไป​กราบไหว้​พระ​เหล่านั้น ความ​โกรธ​เกรี้ยว​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​จะ​เผาผลาญ​พวกท่าน และ​พวกท่าน​จะ​พินาศ​ไป​อย่าง​รวดเร็ว​จาก​แผ่นดิน​ที่ดี​ที่​พระองค์​ได้​ให้​ไว้​กับ​พวกท่าน”

24

1 แล้ว​โยชูวา​ก็​ได้​รวบรวม​ชาว​อิสราเอล​ทุกเผ่า​มา​ที่​เชเคม เขา​ได้​เรียก​พวก​ผู้​อาวุโส พวก​ผู้นำ พวก​ผู้​พิพากษา และ​เจ้าหน้าที่​ทั้งหลาย​ของ​อิสราเอล​มา ทั้งหมด​ได้​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระเจ้า

2 โยชูวา​ได้​พูด​กับ​ประชาชน​ทั้งหมด​ว่า “นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล​พูด ‘ใน​อดีต​นาน​มา​แล้ว บรรพบุรุษ​ของ​พวกเจ้า รวมทั้ง​เทราห์​พ่อ​ของ​อับราฮัม​และ​นาโฮร์ ได้​อาศัย​อยู่​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส​และ​ได้รับ​ใช้​พระ​อื่นๆ

3 แต่​เรา​ได้​นำ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเจ้า​คือ อับราฮัม มา​จาก​ฝั่งโน้น​ของ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส และ​เรา​ได้​นำ​เขา​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน​คานาอัน และ​ให้​เขา​มี​ลูกหลาน​มากมาย เรา​ให้​ลูกชาย​แก่​เขา​คือ​อิสอัค 4 และ​เรา​ได้​ให้​ยาโคบ และ​เอซาว​กับ​อิสอัค เรา​ให้​แถบ​เนินเขา​เสอีร์​กับ​เอซาว แต่​ยาโคบ​กับ​ลูกหลาน​ของเขา​ได้​ลง​ไป​ที่​ประเทศ​อียิปต์

5 ต่อ​จากนั้น เรา​จึง​ส่ง​โมเสส​กับ​อาโรน​มา และ​เรา​ได้​ทำ​ให้​เกิด​ความทุกข์​อย่าง​ใหญ่หลวง​กับ​ประชาชน​อียิปต์ ด้วย​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​ทำ​ลง​ไป​ใน​ประเทศ​นั้น และ​หลัง​จากนั้น​เรา​ได้​นำ​พวกเจ้า​ออกมา 6 เมื่อ​เรา​นำ​บรรพบุรุษ​ของเจ้า​ออก​จาก​ประเทศ​อียิปต์ พวกเจ้า​ก็​มา​ถึง​ทะเล และ​ชาว​อียิปต์​ได้​ไล่ล่า​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเจ้า​มา ด้วย​รถรบ และ​พลทหาร​ม้า จน​มา​ถึง​ทะเล​แดง 7 เมื่อ​บรรพบุรุษ​ของ​เจ้า​ได้​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระยาห์เวห์ เรา​จึง​เอา​ความมืด​ใส่​ไว้​ระหว่าง​พวกเจ้า​กับ​ชาว​อียิปต์ และ​ทำ​ให้​น้ำทะเล​ท่วม​พวก​อียิปต์​จน​มิด และ​สายตา​ของ​พวกเจ้า​ก็​ได้​เห็น​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​ทำ​ต่อ​ชาว​อียิปต์ แล้ว​พวกเจ้า​ก็​ได้​อาศัย​อยู่​ใน​ทะเลทราย​เป็น​เวลา​นาน 8 จากนั้น เรา​ได้​นำ​พวกเจ้า​มา​ถึง​แผ่นดิน​ของ​คน​อาโมไรต์​ซึ่ง​อยู่​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน คน​อาโมไรต์​ได้​ต่อสู้​กับ​พวกเจ้า แต่​เรา​ได้​มอบ​พวกเขา​ไว้​ใน​มือเจ้า เรา​ได้​ทำลาย​พวกเขา​ไป​ต่อหน้า​เจ้า และ​เจ้า​ก็​ได้​ยึดครอง​แผ่นดิน​ของ​พวกเขา

9 แล้ว​กษัตริย์​บาลาค​ลูกชาย​ของ​ศิปโปร์​แห่ง​เมือง​โมอับ​ได้​ตระเตรียม​ที่​จะ​สู้รบ​กับ​ชาว​อิสราเอล เขา​ใช้​บาลาอัม​ลูกชาย​ของ​เบโอร์​มา​สาปแช่ง​พวกเจ้า 10 แต่​เรา​ไม่​ฟัง​บาลาอัม ดังนั้น​เขา​จึง​ได้​อวยพร​พวกเจ้า​ครั้งแล้ว​ครั้งเล่า เรา​ได้​ช่วยเหลือ​พวกเจ้า​ให้​รอดพ้น​จาก​อำนาจ​ของเขา

11 เมื่อ​พวกเจ้า​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​และ​มา​ถึง​เมือง​เยริโค ชาว​เมือง​เยริโค​ได้​ต่อสู้​กับเจ้า เหมือน​กับ​คน​อาโมไรต์ คน​เปริสซี คน​คานาอัน คน​ฮิตไทต์ คน​เกอร์กาชี คน​ฮีไวต์ และ​คน​เยบุส และ​เรา​ได้​มอบ​พวกเขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวกเจ้า 12 เรา​ได้​ส่ง​ตัวแตน+ 24:12 ตัวแตน แมลง​ชนิด​หนึ่ง​ต่อย​ได้​เหมือน​กับ​ตัวต่อ​ขนาด​ใหญ่​หรือ​ผึ้ง ใน​ที่นี้​อาจ​หมายถึง​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​หรือ​พลัง​อำนาจ​ที่​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ นำ​หน้า​พวกเจ้า และ​พวกมัน​ได้​ขับไล่​กษัตริย์​ชาว​อาโมไรต์​สอง​คน​นั้น​ออก​ไป​ต่อหน้า​เจ้า ที่​เจ้า​ชนะ​นั้น​ไม่ใช่​เป็น​เพราะ​คมดาบ​หรือ​ธนู​ของเจ้า​หรอก

13 เรา​ได้​ยก​แผ่นดิน​ซึ่ง​เจ้า​ไม่ได้​แผ้วถาง​และ​ยก​เมือง​ต่างๆ​ซึ่ง​เจ้า​ไม่ได้​สร้าง​ให้​กับ​พวกเจ้า และ​ให้​พวกเจ้า​ได้​อยู่​อาศัย พวกเจ้า​กิน​ผลไม้​จาก​สวนองุ่น​และ​สวน​มะกอกเทศ ที่​พวกเจ้า​ไม่ได้​ปลูก’

14 อย่าง​นั้น ให้​ยำเกรง​พระยาห์เวห์ และ​รับใช้​พระองค์​อย่าง​จริงใจ​และ​สัตย์ซื่อ ให้​ทิ้ง​พระ​ทั้งหลาย​ที่​บรรพบุรุษ​ของเจ้า​เคย​รับใช้ ตอน​อยู่​อีก​ฝาก​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส​และ​ใน​ประเทศ​อียิปต์ แล้ว​ให้​หัน​มา​รับใช้​พระยาห์เวห์​แทน

15 ถ้า​พวกท่าน​ไม่​อยาก​รับใช้​พระยาห์เวห์ ก็​ให้​เลือก​เอา​ใน​วันนี้​ว่า พวกท่าน​จะ​รับใช้​ใคร จะ​เป็น​พวก​พระ​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​ท่าน​เคย​รับใช้​ตอน​ที่​อยู่​อีก​ฝาก​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส หรือ​จะ​เป็น​พวก​พระ​ของ​คน​อาโมไรต์​ที่​เคย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นี้​ที่​ท่าน​กำลัง​อาศัย​อยู่ แต่​ส่วน​ข้าพเจ้า​และ​ครอบครัว​ของ​ข้าพเจ้า จะ​รับใช้​พระยาห์เวห์”

16 แล้ว​ประชาชน​ได้​ตอบ​ไป​ว่า “พวกเรา​จะ​ไม่มี​วัน​ละทิ้ง​พระยาห์เวห์​เพื่อ​ไป​รับใช้​พระอื่น​อย่าง​เด็ดขาด 17 เพราะ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเรา​คือ ผู้ที่​ได้​นำ​พวกเรา​และ​บรรพบุรุษ​ของเรา​ขึ้น​มา​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์​ที่​เรา​เคย​เป็น​ทาส​นั้น และ​พระองค์​คือ ผู้ที่​ได้​ทำ​สิ่ง​มหัศจรรย์​ต่างๆ​อัน​ยิ่งใหญ่​ต่อ​สายตา​ของ​พวกเรา และ​คุ้มครอง​พวกเรา​ตลอด​ทาง​ที่​พวกเรา​ไป และ​ปกป้อง​พวกเรา​จาก​ชนชาติ​ต่างๆ​ที่​พวกเรา​เดิน​ผ่าน​ดินแดน​ของ​พวกเขา​นั้น 18 พระยาห์เวห์​ได้​ขับไล่​ชนชาติ​ทั้งหลาย​ให้​พ้น​ไป​ต่อหน้า​พวกเรา รวมทั้ง​ชาว​อาโมไรต์​ผู้​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นี้ อย่าง​นั้น พวกเรา​ก็​จะ​รับใช้​พระยาห์เวห์​เหมือน​กัน เพราะ​พระองค์​คือ​พระเจ้า​ของ​พวกเรา”

19 แล้ว​โยชูวา​ก็​พูด​กับ​ประชาชน​ว่า “พวกท่าน​ไม่​สามารถ​รับใช้​พระยาห์เวห์​ได้ เพราะ​พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์ เป็น​พระเจ้า​ที่​หึงหวง พระองค์​จะ​ไม่​อภัย​ต่อ​การกบฏ​ของ​พวกท่าน​และ​บาป​ทั้งหลาย​ของ​พวกท่าน 20 ถ้า​ท่าน​ทั้งหลาย​ละทิ้ง​พระยาห์เวห์​และ​ไป​รับใช้​พระ​อื่นๆ พระองค์​จะ​หัน​มา​และ​จะ​นำ​ความ​หายนะ​มา​สู่​พวกท่าน และ​จะ​ทำลาย​พวกท่าน แม้ว่า​พระองค์​เคย​ทำดี​กับ​พวกท่าน​มา​ก่อน​ก็ตาม”

21 ประชาชน​จึง​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “ไม่​หรอก เรา​จะ​รับใช้​พระยาห์เวห์”

22 โยชูวา​จึง​พูด​กับ​ประชาชน​ว่า “ให้​พวกท่าน​เป็น​พยาน​ต่อ​ตัวเอง​ว่า พวกท่าน​ได้​เลือก​ที่​จะ​รับใช้​พระยาห์เวห์”

พวกเขา​ก็​พูด​ว่า “เรา​เป็น​พยาน”

23 ดังนั้น โยชูวา​จึง​พูด​ว่า “ถ้า​อย่างนั้น ให้​โยน​พวก​พระ​อื่นๆ​ที่​ยัง​อยู่​ท่ามกลาง​พวกท่าน​ทิ้ง​ไป​เดี๋ยวนี้ และ​ให้​หัน​จิตใจ​ของ​พวกท่าน​เข้าหา​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล”

24 ประชาชน​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “เรา​จะ​รับใช้​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเรา และ​เชื่อฟัง​พระองค์”

25 โยชูวา​จึง​ได้​ทำ​ข้อตกลง​กับ​ประชาชน​ใน​วันนั้น เขา​ได้​วาง​กฎเกณฑ์​และ​กฎหมาย​ให้​กับ​พวกเขา​ที่​เมือง​เชเคม 26 โยชูวา​ได้​บันทึก​ข้อความ​เหล่านี้​ลง​ใน​หนังสือ​กฎ​ของ​พระเจ้า และ​ได้​เอา​ก้อนหิน​ขนาด​ใหญ่​ก้อน​หนึ่ง​มา​ตั้ง​ไว้​ใต้​ต้นก่อ ใน​สถานที่​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระยาห์เวห์

27 แล้ว​โยชูวา​ได้​พูด​กับ​ประชาชน​ทั้งหมด​ว่า “ดูเถิด ก้อนหิน​นี้​จะ​เป็น​พยาน​ฟ้อง​พวกเรา เพราะ​มัน​ได้ยิน​ทุกสิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​พวกเรา​นี้ ดังนั้น มัน​จะ​เป็น​พยาน​ฟ้อง​พวกท่าน ถ้า​พวกท่าน​กบฏ​ต่อ​พระเจ้า​ของ​พวกท่าน”

28 แล้ว​โยชูวา​ก็​ส่ง​ประชาชน​กลับ​ไป​ยัง​ดินแดน​ที่​เป็น​มรดก​ของ​พวกเขา​แต่ละ​คน

การตาย​ของ​โยชูวา

29 หลัง​จากนั้น โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน​ผู้รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ตาย เขา​มี​อายุ​หนึ่งร้อย​สิบ​ปี 30 พวกเขา​ได้​ฝัง​เขา​ไว้​ใน​ที่ดิน​ที่​เป็น​มรดก​ของเขา​ที่​เมือง​ทิมนาทเสราห์ ซึ่ง​อยู่​ใน​แถบ​เนินเขา​เอฟราอิม ทาง​ทิศ​เหนือ​ของ​ยอดเขา​กาอัช

31 ชาว​อิสราเอล​ได้​รับใช้​พระยาห์เวห์​ตลอด​ชีวิต​ของ​โยชูวา และ​ตลอด​สมัย​ของ​พวก​ผู้​อาวุโส​ที่​มี​อายุ​ยืนยาว​กว่า​โยชูวา พวก​ผู้​อาวุโส​เหล่านี้​ได้​รู้เห็น​ถึง​ผลงาน​ทุกอย่าง​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​กับ​คน​อิสราเอล​นั้น

โยเซฟ​กลับบ้าน

32 กระดูก​ของ​โยเซฟ​ที่​ชาว​อิสราเอล​นำ​กลับ​มา​จาก​อียิปต์​ถูก​ฝัง​อยู่​ที่​เมือง​เชเคม ใน​ที่ดิน​ที่​ยาโคบ​ได้​ซื้อ​มา​จาก​ลูกหลาน​ของ​ฮาโมร์​ผู้​เป็น​พ่อ​ของ​เชเคม ด้วย​แผ่น​เงิน​หนึ่งร้อย​ชิ้น+ 24:32 แผ่น​เงิน​หนึ่งร้อย​ชิ้น ใน​ภาษา​ฮีบรู เคสิทาห์​คือ​หน่วย​เงิน​ที่​แทน​จำนวน​ที่​ไม่รู้​ค่า​เรื่อง​น้ำหนัก​หรือ​ราคา ที่ดิน​แห่งนั้น​ได้​ตก​เป็น​มรดก​ของ​ลูกหลาน​โยเซฟ

33 เอเลอาซาร์​ลูกชาย​ของ​อาโรน​ก็​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​กิเบอาห์ ซึ่ง​เป็น​เมือง​ใน​แถบ​เนินเขา​เอฟราอิม เป็น​เมือง​ที่​ได้​มอบ​ไว้​ให้​แก่​ฟีเนหัส​ลูกชาย​ของเขา