เยเรมียาห์
คำนำ
เยเรมียาห์พูดแทนพระเจ้าให้กับชาวยูดาห์ตั้งแต่หนุ่มจนแก่เป็นเวลาประมาณห้าสิบปี แต่มีน้อยคนมากที่กลับใจ
เขาต้องเจอกับปัญหามากมาย เช่น ถูกทุบตี ถูกใส่ขื่อ ถูกขังคุก หิวโหย ถูกทิ้งในบ่อโคลน ถูกศัตรูใส่ร้าย ถูกผู้พูดแทนพระเจ้าจอมปลอมต่อต้าน คำพูดแทนพระเจ้าของเขาโดนกษัตริย์เผา ถูกขู่อยู่เรื่อยๆ สุดท้ายก็ถูกคนยูดาห์ลากไปอียิปต์ ทั้งๆที่เขาเตือนแล้วว่าอย่าไป และในที่สุดเขาคงตายที่นั่น
หนังสือเยเรมียาห์ไม่ได้เรียงตามเวลาที่เหตุการณ์หรือคำเทศนาเหล่านี้เกิดขึ้น แต่แบ่งตามเนื้อเรื่อง เช่น บทที่ 26-45 เป็นเรื่องที่บารุคเลขาของเยเรมียาห์บันทึกเรื่องของเยเรมียาห์ หรือบทที่ 46-51 เป็นคำเทศนาเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ เป็นต้น รูปแบบการเขียนของหนังสือเยเรมียาห์ มีทั้งบทกวี บทสนทนา จดหมาย และบางส่วนก็เป็นเรื่องเล่า
หนังสือเยเรมียาห์ มีข้อความสำคัญสองอย่างถึงยูดาห์ คือ หนึ่ง เตือนว่ายูดาห์จะแพ้สงครามและเมืองเยรูซาเล็มของพวกเขาจะถูกทำลาย และสอง หลังจากที่พวกเขาถูกลงโทษแล้ว พระเจ้าจะทำข้อตกลงใหม่กับพวกเขาเพราะพระองค์รักพวกเขามาก เหมือนในบทที่ 31:33 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในอนาคต ข้อตกลงที่เราจะทำกับครอบครัวของอิสราเอลก็จะเป็นแบบนี้ คือ เราจะใส่กฎของเราเข้าไปในตัวพวกเขา และเราจะเขียนลงบนใจของพวกเขา เราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา และพวกเขาก็จะเป็นคนของเรา”
11 นี่คือคำพูดของเยเรมียาห์ ลูกชายของฮิลคียาห์ เยเรมียาห์เป็นหนึ่งในนักบวชที่อาศัยอยู่ในเมืองอานาโธท เมืองนี้ตั้งอยู่ในดินแดนที่เป็นของเผ่าเบนยามิน 2 ถ้อยคำที่เยเรมียาห์เอามาบอกนี้ เป็นข่าวสารที่พระยาห์เวห์ได้เปิดเผยให้เยเรมียาห์รู้ ปีนั้นตรงกับปีที่สิบสามที่กษัตริย์โยสิยาห์ปกครองยูดาห์ โยสิยาห์เป็นลูกของอาโมน 3 พระยาห์เวห์ได้เปิดเผยข่าวสารนี้ให้กับเยเรมียาห์อีก ในช่วงสมัยของกษัตริย์เยโฮยาคิมปกครองยูดาห์ เยโฮยาคิมเป็นลูกของกษัตริย์โยสิยาห์ และพระยาห์เวห์ยังเปิดเผยให้เยเรมียาห์รู้ต่อไปเรื่อยๆจนถึงปีที่สิบเอ็ด ที่กษัตริย์เศเดคิยาห์ปกครองยูดาห์ เศเดคิยาห์เป็นลูกของกษัตริย์โยสิยาห์ และในเดือนที่ห้าของปีที่สิบเอ็ดที่กษัตริย์เศเดคียาห์ปกครองนั้น ชาวเยรูซาเล็มก็ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย
พระเจ้าเรียกเยเรมียาห์
4 นี่คือข่าวสารที่พระยาห์เวห์เปิดเผยให้ผมรู้ คือ
5 “เรารู้จักเจ้า ก่อนที่เราจะก่อร่างเจ้าขึ้นมาในครรภ์เสียอีก
เราได้แยกเจ้าออกมาสำหรับเรา
ก่อนที่เจ้าจะคลอดจากท้องแม่เสียอีก
เราได้แต่งตั้งเจ้าให้เป็นผู้พูดแทนพระเจ้า
ให้กับชนชาติทั้งหลาย”
6 แต่ผมพูดว่า “แต่พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เพราะข้าพเจ้าเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น”
7 แต่พระยาห์เวห์พูดกับผมว่า
“อย่าพูดว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น’
เพราะเจ้าจะต้องไปหาทุกคนที่เราส่งให้เจ้าไป
และเจ้าจะต้องพูดทุกอย่างตามที่เราสั่งเจ้า
8 ไม่ต้องกลัวคนพวกนั้น
เพราะเราจะอยู่กับเจ้า
และปกป้องเจ้า”
พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
9 แล้วพระยาห์เวห์ก็ยื่นมือออกมาแตะปากของผม และพระองค์พูดกับผมว่า
“เราได้ใส่คำพูดของเราเข้าไปในปากของเจ้าแล้ว
10 ดูสิ ในวันนี้ เราได้แต่งตั้งเจ้าให้มีอำนาจเหนือชนชาติและอาณาจักรทั้งหลาย
เจ้าจะถอน และจะรื้อพวกมันทิ้ง
เจ้าจะทำลาย และจะคว่ำพวกมัน
เจ้าจะสร้าง และจะปลูกพวกมันขึ้นมาใหม่”
นิมิตสองอย่าง
11 พระยาห์เวห์ ได้เปิดเผยข่าวสารนี้กับผม
พระองค์ถามว่า “เยเรมียาห์ เจ้าเห็นอะไร”
ผมตอบว่า “ผมเห็นกิ่งไม้กิ่งหนึ่งจากต้นอัลมอนด์ครับ”
12 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า “เจ้ามองเห็นได้ชัดเจนดีมาก เพราะเรากำลังให้ความสนใจกับสิ่งที่เราพูด เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะเกิดขึ้นตามนั้น”
13 พระคำของพระยาห์เวห์ได้มาถึงผมอีกเป็นครั้งที่สองว่า “เจ้าเห็นอะไร” ผมตอบว่า “ผมเห็นหม้อที่กำลังเดือดอยู่หม้อหนึ่งหันหน้าไปจากทิศเหนือ”
14 แล้วพระยาห์เวห์ก็บอกผมว่า “ความหายนะจากทางเหนือจะถูกปลดปล่อยออกมาเหนือทุกชีวิตบนแผ่นดินยูดาห์
15 เรากำลังนำตระกูลต่างๆในอาณาจักรภาคเหนือมา” พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
“พวกนั้นจะมาที่นี่ แต่ละคนจะตั้งบัลลังก์ของตัวเองไว้ที่ปากประตูทางเข้าของเมืองเยรูซาเล็ม พวกนั้นจะโจมตีกำแพงที่ล้อมรอบเมืองนั้น และโจมตีเมืองทุกเมืองของยูดาห์
16 และเราจะตัดสินลงโทษพวกมัน สำหรับความชั่วทั้งหมดที่พวกมันทำ คือที่ทอดทิ้งเราไป และไปเผาเครื่องหอมให้กับพระอื่นๆและไปก้มหัวกราบสิ่งที่พวกมันสร้างขึ้นมากับมือ
17 ส่วนเจ้า เยเรมียาห์ เตรียมตัวให้พร้อม ลุกขึ้น ไปบอกพวกมันทุกอย่างตามที่เราสั่งเจ้า ไม่ต้องกลัวพวกมัน ไม่อย่างนั้น เราจะหาสาเหตุทำให้เจ้าต้องกลัวพวกมันจริงๆเวลาที่อยู่ต่อหน้าพวกมัน
18 ส่วนเรา วันนี้เราจะทำให้เจ้าเป็นเหมือนป้อมปราการเมือง เป็นเหมือนเสาเหล็ก เป็นเหมือนกำแพงทองสัมฤทธิ์ ที่สามารถยืนหยัดสู้กับแผ่นดินทั้งสิ้น สู้กับพวกกษัตริย์แห่งยูดาห์ พวกเจ้าเมือง พวกนักบวช รวมทั้งสู้กับประชาชน
19 คนพวกนั้นจะต่อสู้กับเจ้า แต่พวกมันจะไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้ เพราะเราจะอยู่ปกป้องเจ้า” พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
2ยูดาห์ไม่สัตย์ซื่อ
1 พระคำของพระยาห์เวห์ได้มาถึงผมว่า 2 “เยเรมียาห์ ไปพูดให้กับคนเยรูซาเล็มได้ยินว่า พระยาห์เวห์พูดว่า
เรายังจำได้ถึงความรักอันมั่นคงที่เจ้ามีให้กับเราเมื่อเจ้ายังเป็นเด็กอยู่
เรายังจำได้ถึงความรักที่เจ้ามีให้กับเราในฐานะเจ้าสาว
และเรายังจำได้ว่าเจ้าได้ติดตามเราไปในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
และในดินแดนที่ยังไม่เคยเพาะปลูกมาก่อน
3 อิสราเอลนั้นถูกแยกออกมาสำหรับพระยาห์เวห์ เป็นผลแรกที่ดีเยี่ยมของสิ่งที่พระองค์ปลูก
ใครที่คิดจะกินส่วนนั้น ก็จะต้องถูกลงโทษ
และคนพวกนั้นจะต้องได้รับความหายนะ”
พระยาห์เวห์พูดไว้อย่างนี้
4 พวกเจ้าที่เป็นลูกหลานของยาโคบ
ที่เป็นตระกูลต่างๆที่สืบเชื้อสายมาจากอิสราเอล ฟังคำของพระยาห์เวห์ไว้ให้ดี
5 พระยาห์เวห์พูดไว้อย่างนี้
“บรรพบุรุษของเจ้าไม่พอใจเราตรงไหนหรือ พวกเขาถึงอยากจะไปให้ไกลจากเรา
พวกเขาหันไปติดตามสิ่งที่ไร้ค่า ก็เลยทำให้พวกเขาไร้ค่าไปด้วย
6 บรรพบุรุษของเจ้าไม่ได้พูดว่า ‘พระยาห์เวห์อยู่ที่ไหนแล้ว
พระองค์ผู้ที่ได้นำเราออกมาจากแผ่นดินอียิปต์
ผู้ที่นำเราในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
ในดินแดนที่รกร้างและหุบเขาลึก
ในดินแดนที่แห้งแล้งและอันตราย
ในดินแดนที่ไม่มีใครเคยผ่านเข้าไปมาก่อน
เป็นดินแดนที่ไม่เคยมีคนอยู่มาก่อน’
พระยาห์เวห์พูดว่า
7 แต่เราได้นำเจ้าไปยังแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์
เพื่อให้เจ้าได้กินผลไม้และผลผลิตต่างๆของมัน
แล้วเมื่อเจ้าเข้ามาอยู่ เจ้าก็ได้ทำให้แผ่นดินของเราไม่บริสุทธิ์
และเจ้าได้ทำให้มรดกของเรากลายเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง
8 พวกนักบวชไม่ได้ถามว่า ‘พระยาห์เวห์อยู่ที่ไหน’
และคนพวกนั้นที่เชี่ยวชาญกฎโมเสส ก็ไม่รู้จักเรา
เหล่าผู้เลี้ยงแกะ ก็ได้ทรยศต่อเรา
ส่วนพวกผู้พูดแทนพระเจ้าก็พูดแทนพระบาอัล
ผู้คนก็ไปติดตามสิ่งต่างๆที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครเลย”
9 พระยาห์เวห์พูดว่า “เพราะฉะนั้นเราจะยังโต้แย้งกับเจ้าต่อไป
และโต้แย้งกับลูกของเจ้าและหลานของเจ้าด้วย
10 ข้ามไปที่เกาะไซปรัสสิ ไปดูว่าคนที่นั่นทำอะไรกัน
หรือไม่ก็ส่งคนไปที่เคดาร์ ไปสำรวจให้ละเอียด
ไปดูสิว่ามีใครเคยทำอะไรอย่างนี้เหมือนกับที่ยูดาห์บ้างไหม
11 มีชนชาติไหนบ้างที่เอาพระเจ้าของพวกเขาไปแลกกับพระอื่นๆ ไม่มีหรอก
นี่ขนาดพระของคนพวกนั้นไม่ใช่พระเจ้าเที่ยงแท้สักหน่อย
แต่คนของเราสิ กลับเอาศักดิ์ศรีของเราไปแลกกับของที่ไม่ให้ประโยชน์อะไรเลย
12 ฟ้าสวรรค์ทั้งหลาย ให้ตกตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้
ให้สะดุ้งกลัว และหมดเรี่ยวแรงไป”
พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้แหละ
13 “ที่เราพูดอย่างนี้ เพราะคนของเราได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายต่อเราสองอย่าง คือ
พวกเขาได้ละทิ้งเราซึ่งเป็นน้ำพุที่ไหลริน
เพื่อจะได้ขุดแอ่งเก็บน้ำสำหรับตัวเอง
แต่แอ่งน้ำพวกนั้นเป็นแอ่งน้ำแตกที่กักเก็บน้ำไม่ได้
14 อิสราเอลเป็นทาสหรือยังไง เขาเป็นลูกของคนใช้หรือยังไง ไม่ใช่เลย
แล้วทำไมเขาถึงได้กลายเป็นเชลยสงครามไป
15 พวกสิงโตได้ขู่คำรามใส่อิสราเอล
พวกสิงโตได้ส่งเสียงคำรามดังขึ้น
พวกสิงโตได้ทำให้แผ่นดินของพวกเขาว่างเปล่า
จนไม่เหลือใครเลยในเมืองต่างๆเหล่านั้น
16 แม้แต่ลูกๆของชาวเมมฟิสและชาวทาปานเหส
ก็ยังทำให้หัวของเจ้าบาดเจ็บ
17 ที่มันเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นกับเจ้า ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าได้ทอดทิ้งพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าไปหรอกหรือ
ตอนที่พระองค์นำเจ้าเดินไปตามทางที่ถูกต้อง
18 แล้วตอนนี้ทำไมเจ้าถึงอยากจะเดินกลับไปอียิปต์
เพื่อไปดื่มน้ำจากแม่น้ำไนล์เล่า
และทำไมเจ้าถึงอยากจะไปอัสซีเรีย
เพื่อไปดื่มน้ำจากแม่น้ำยูเฟรติสเล่า
19 สิ่งชั่วร้ายต่างๆที่เจ้าได้ทำไปจะตีสอนเจ้า
และการหันเหไปจากเราก็จะทำให้เจ้าได้รับบทเรียน
เพื่อเจ้าจะได้รู้ว่ามันชั่วร้ายและขมขื่นแค่ไหนที่เจ้าได้ทอดทิ้งพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าไป
และเจ้าก็ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อเราเลย”
พระยาห์เวห์ เจ้านายของผม ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดไว้ว่าอย่างนี้
20 “ที่เราพูดเรื่องนี้ก็เพราะเมื่อก่อนโน้นเจ้าหักแอกของเจ้า เจ้ากระชากเชือกทั้งหลายของเจ้าออก
เจ้าพูดว่า ‘ฉันจะไม่รับใช้พระยาห์เวห์’
แน่ล่ะ ก็เจ้าเล่นนอนเอกเขนกอย่างกับโสเภณีอยู่บนเนินเขาสูงทุกลูก
และใต้ต้นไม้เขียวชอุ่มทุกต้น
21 แต่เราปลูกเจ้าขึ้นมาเหมือนเถาองุ่นอย่างดีจากเมล็ดที่ดีที่สุดที่มีอยู่
แล้วนี่เจ้ากลายพันธุ์ไปเป็นองุ่นป่าได้ยังไงกัน
22 ถึงเจ้าจะเอากรดหรือสบู่สารพัดมาล้างตัว เจ้าก็ยังดูเลอะเปรอะเปื้อน ในสายตาเราอยู่ดี
เพราะการกระทำที่ชั่วช้าของเจ้านั่นแหละ”
พระยาห์เวห์เจ้านายของผม พูดไว้ว่าอย่างนั้น
23 “เจ้าพูดได้ยังไงว่า ‘ฉันไม่ได้ด่างพร้อย
ฉันไม่ได้ติดตามพวกพระบาอัลสักหน่อย’
ดูการใช้ชีวิตของเจ้าในหุบเขาสิ
ให้รับรู้เสียบ้างว่าเจ้าได้ทำอะไรลงไป
เจ้าทำตัวเหมือนอูฐสาวที่อยู่ไม่สุขในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของมัน
24 เจ้าเป็นเหมือนลาป่าที่เคยชินกับที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งนั้น
หมกมุ่นอยู่กับความอยากของตัวเอง
แล้วก็ดมกลิ่นลม เมื่อถึงเวลาติดสัตว์ของนาง
ใครจะไปเหนี่ยวรั้งนางได้ สัตว์ที่ตามหานางเพื่อผสมพันธุ์ ไม่มีสักตัวที่ต้องตามหานางจนหมดแรง
เพราะพวกเขาต่างหานางได้ง่ายๆในฤดูผสมพันธุ์นั้น
25 ทำไมเจ้าจะต้องวิ่งเท้าเปล่าและหิวน้ำตามพระเหล่านั้น
แต่เจ้ากลับพูดว่า ‘ฉันก็เป็นอย่างนี้แหละ ฉันรักพระของคนต่างชาติ
และฉันจะไปติดตามพวกพระเหล่านั้น’
26 ก็เหมือนกับที่หัวขโมยต้องอับอายขายหน้าเมื่อถูกจับ
ชาติอิสราเอลก็จะต้องอับอายขายหน้าอย่างนั้นเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็น ตัวพวกมันเอง หรือพวกกษัตริย์ พวกเจ้าหน้าที่ พวกนักบวช หรือพวกผู้พูดแทนพระเจ้าของพวกมัน
27 เรากำลังพูดถึงคนพวกนั้นที่พูดกับต้นไม้ว่า ‘ท่านเป็นพ่อของฉัน’
และคนพวกนั้นที่พูดกับก้อนหินว่า ‘ท่านให้กำเนิดฉันมา’
พวกมันหันหลังให้เรา
ไม่ได้หันหน้าให้เรา
แต่พอพวกมันมีปัญหาก็พูดว่า
‘พระยาห์เวห์เจ้าข้า ลุกขึ้นมาช่วยพวกเราด้วยเถิด’
28 แล้วไหนละ ยูดาห์ พวกพระที่เจ้าทำขึ้นมาให้กับตัวเอง
ให้พวกมันลุกขึ้นมาช่วยพวกเจ้าตอนที่เจ้ามีปัญหาสิ
เพราะเจ้ามีพระตั้งมากมายเท่ากับจำนวนเมืองของเจ้า
29 ทำไมเจ้าถึงเถียงเรา
พวกเจ้าทุกคนทรยศต่อเรา”
พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้แหละ
30 “เราได้ตีลูกๆของพวกเจ้า แต่การตีนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
พวกเขาไม่ได้รับบทเรียนจากการถูกตีสอนนั้น
เจ้าได้ฆ่าผู้พูดแทนพระเจ้าทุกคนที่เราส่งมาเตือนเจ้า เหมือนสิงโตที่หิวจัด
31 พวกเจ้าที่เป็นคนในรุ่นนี้ ให้สนใจสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดกับเจ้า
‘เราเป็นเหมือนทะเลทรายให้กับอิสราเอลหรือยังไง เราเป็นเหมือนแผ่นดินที่มืดมิดให้กับพวกเขาหรือยังไง’
ทำไมคนของเราถึงได้พูดว่า ‘พวกเราเป็นอิสระไปไหนก็ได้ พวกเราจะไม่มาหาพระองค์อีกแล้ว’
32 มีเจ้าสาวที่ไหนลืมเครื่องประดับของเธอบ้าง
มีเจ้าสาวที่ไหนลืมชุดแต่งงานของตัวเองบ้าง
แต่คนของเรากลับลืมเรานานซะจนนับไม่ถ้วนแล้ว
33 เจ้านี่เก่งจริงๆเลย ที่แสวงหาคนรักอื่นๆ
และเจ้ายังได้สอนคนอื่นๆให้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายต่างๆแบบเดียวกัน
34 เจ้ามีเลือดติตอยู่ที่ฝ่ามือของเจ้า
เป็นเลือดของคนบริสุทธิ์และคนยากจน
เจ้าไม่ได้พบว่าพวกเขาปล้นบ้านของเจ้าสักหน่อย
แต่เมื่อพูดถึงเรื่องพวกนี้ทั้งหมด
35 เจ้าพูดว่า ‘ฉันบริสุทธิ์แน่นอน พระยาห์เวห์จะไม่มีวันโกรธฉันแน่’
ดูสิ เรากำลังนำตัวเจ้าไปศาล เพราะเจ้าพูดว่า ‘ฉันไม่ได้ทำบาป’
36 ทำไมเจ้าเปลี่ยนใจง่ายจัง
อียิปต์ก็จะทำให้เจ้าผิดหวัง เหมือนกับที่อัสซีเรียทำให้เจ้าผิดหวังมาแล้วก่อนหน้านี้
37 เจ้าจะต้องออกจากอียิปต์ด้วยมือกุมหัว
เพราะพระยาห์เวห์ได้ปฏิเสธชนชาติเหล่านั้นที่เจ้าไว้วางใจ
พวกเขาจะไม่ทำให้เจ้าประสบความสำเร็จหรอก”
31 “ถ้าผู้ชายหย่ากับภรรยาของเขา แล้วเธอก็ไปจากเขาและไปแต่งงานกับผู้ชายคนใหม่
หญิงคนนั้นจะกลับมาหาสามีคนแรกของเธอได้อีกหรือ
การทำแบบนั้นจะไม่ทำให้แผ่นดินแปดเปื้อนไปหมดหรือ+ 3:1 การทำแบบ … หมดหรือ การกระทำในข้อหนึ่งนี้ ขัดกับกฎของโมเสส ดูได้จากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ 24:1-4
แต่ยูดาห์ เจ้าได้สำส่อนกับคู่นอนคนนั้นคนนี้เต็มไปหมด แล้วยังจะมีหน้ากลับมาหาเราอีกหรือ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
2 “เบิกตาดูเนินเขาโล่งเตียนพวกนั้นสิ
แล้วลองหาดูสิว่ามีที่ไหนบ้างที่เจ้าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์
เจ้านั่งรอพวกนั้นอยู่ข้างทาง
เหมือนพวกอาหรับในทะเลทราย
เจ้าทำให้แผ่นดินแปดเปื้อนไปด้วยการสำส่อนทางเพศและความชั่วช้าของเจ้า
3 ดังนั้นฝนที่ตกชุกก็เลยถูกยับยั้งไป
และไม่มีฝนในฤดูใบไม้ผลิ
เจ้ามีหน้าผากของผู้หญิงที่สำส่อน
เจ้ามันไม่มียางอาย
4 เมื่อตะกี้นี้ เจ้าเพิ่งจะร้องหาเราว่า ‘พระบิดาของฉัน
พระองค์เป็นเพื่อนกับฉันมาตั้งแต่สาวๆ’
5 เจ้าพูดว่า ‘พระองค์จะไม่โกรธฉันตลอดไปหรอก
พระองค์จะไม่โกรธไปตลอดกาลหรอก’
เจ้าพูดอย่างนี้
แต่เจ้าก็ทำชั่วมากเท่าที่จะมากได้”
อิสราเอลกับยูดาห์ พี่น้องที่ชั่วช้า
6 ต่อมา พระยาห์เวห์พูดกับผม ในสมัยที่โยสิยาห์เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ พระองค์พูดว่า “เจ้าเห็นสิ่งที่อิสราเอลผู้ไม่สัตย์ซื่อทำไหม นางจะขึ้นไปบนเนินเขาสูงทุกลูกและใต้ต้นไม้เขียวขจีทุกต้น แล้วนางก็จะสำส่อนที่ตรงนั้น 7 เราก็ได้พูดกับตัวเองว่า ‘หลังจากที่นางได้ทำเรื่องพวกนี้เสร็จแล้ว นางก็จะกลับมาหาเราเอง’ แต่นางก็ไม่ได้กลับมา แล้วยูดาห์น้องสาวจอมทรยศของนางก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ 8 นางเห็นเรื่องสำส่อนทุกเรื่องที่อิสราเอลผู้ไม่สัตย์ซื่อได้ทำไป และเห็นว่าเราได้ขับไล่อิสราเอลไป และเราได้หย่ากับนาง แต่ยูดาห์น้องสาวจอมโกงของนางก็ไม่กลัว และนางก็ไปสำส่อนเหมือนกัน 9 อันที่จริง นางเห็นว่าเรื่องสำส่อนของตัวเองนั้นเป็นเรื่องเล็กๆ ดังนั้นนางจึงทำให้แผ่นดินทั้งหมดต้องแปดเปื้อนไป โดยไปล่วงประเวณีกับก้อนหินและต้นไม้+ 3:9 กับก้อนหินและต้นไม้ รูปเคารพส่วนใหญ่ก็ทำมาจากก้อนหินและไม้ เยเรมียาห์กำลังต่อว่าคนที่ไปกราบไหว้พวกพระเจ้าของคนต่างชาติ10 และถึงแม้จะเกิดเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นมา ยูดาห์น้องสาวจอมทรยศของนาง ก็ไม่ได้กลับมาหาเรา ด้วยสิ้นสุดใจของนาง แต่แกล้งทำเท่านั้น” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
11 แล้วพระยาห์เวห์ก็บอกกับผมว่า “อิสราเอลผู้ไม่สัตย์ซื่อก็ยังดีกว่ายูดาห์จอมทรยศ 12 เยเรมียาห์ ให้ไปประกาศคำพูดของเราทางเหนือ พูดว่า
‘อิสราเอลผู้ไม่สัตย์ซื่อ กลับมาเถิด’
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
‘เราไม่หน้านิ่วคิ้วขมวดใส่พวกเจ้าอีกแล้ว
เพราะเรามีเมตตา
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
เราไม่สามารถโกรธเจ้าได้ตลอดไปหรอก
13 ขอแค่เจ้ายอมรับว่าเจ้าทำบาป
และยอมรับว่าเจ้าทรยศต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
และยอมรับว่าเจ้าได้ทุ่มตัวให้กับพระต่างชาติมากมายใต้ต้นไม้เขียวขจี
และเจ้าไม่ได้ฟังเสียงของเรา’”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
14 “กลับมาเถอะ ลูกที่ทรยศต่อเรา”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“เพราะเราเป็นนายของเจ้า
เราจะเอาพวกเจ้ามาเมืองละคน ตระกูลละสองคน
แล้วเราจะนำเจ้าไปที่ศิโยน
15 เราจะให้ผู้เลี้ยงกับเจ้า ที่เราจะเลือกมา และพวกเขาจะเลี้ยงดูเจ้าด้วยความรู้และความเข้าใจ 16 เจ้าจะมีจำนวนมากมาย และเจ้าจะเกิดลูกหลานมากมายบนแผ่นดินในวันนั้น” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้ “เมื่อถึงตอนนั้นคนก็จะไม่พูดถึงหีบข้อตกลงของพระยาห์เวห์อีกต่อไป พวกเขาจะไม่คิดถึงมันหรือจดจำมันอีกต่อไป พวกเขาจะไม่คิดถึงมันและจะไม่ทำมันขึ้นมาใหม่อีก 17 ในเวลานั้น ผู้คนจะเรียกเยรูซาเล็มว่า ‘บัลลังก์ของพระยาห์เวห์’ ทุกๆชนชาติจะมารวมตัวกันในวิหารของพระยาห์เวห์ในเมืองเยรูซาเล็ม แล้วพวกเขาก็จะไม่ไปทำตามจิตใจที่ชั่วร้ายดื้อดึงของพวกเขาอีกต่อไป 18 ในวันนั้น ครอบครัวยูดาห์และครอบครัวอิสราเอลจะออกมาจากดินแดนทางเหนือพร้อมๆกัน และไปยังดินแดนที่เราได้มอบให้กับบรรพบุรุษของเจ้าเป็นมรดก
19 และเราได้พูดไว้ว่า
‘เราอยากจะทำกับเจ้าเหมือนกับลูกๆของเราเอง
เราจะให้ดินแดนที่น่าชื่นชมยินดีกับเจ้า
ซึ่งเป็นมรดกที่มีค่าที่สุดในบรรดาชาติทั้งหลายทั้งปวง’
และเราได้พูดกับตัวเองว่าเจ้าจะเรียกเราว่า
‘พระบิดาของข้าพระองค์’
และเจ้าจะไม่หันหลังไปจากเรา
20 แต่ชุมชนอิสราเอล เจ้าได้ทรยศต่อเรา
เหมือนกับภรรยาทรยศต่อคนรักของนาง”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
21 ฟังสิ เสียงมาจากบนเนินเขาโล่งเตียนเหล่านั้น
มันเป็นเสียงของลูกๆของอิสราเอลที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญและอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
เพราะพวกเขาได้ทำทางของตัวเองให้คดไป
พวกเขาได้ลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา
22 พระยาห์เวห์พูดว่า “กลับมาเถอะลูกๆที่ทรยศต่อเรา
เราจะเยียวยารักษาการทรยศของเจ้าเอง”
ผู้คนก็พูดว่า “เราจะมาหาพระองค์
เพราะพระองค์เป็นพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเรา
23 พวกเนินเขาต่างๆช่วยอะไรไม่ได้แน่นอน
เสียงร้องอึกทึกบนภูเขาก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ความรอดของอิสราเอลอยู่ที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราอย่างแน่นอน
24 สิ่งที่น่าอับอายนั้นได้กลืนกินสิ่งที่บรรพบุรุษของเราหามาได้ด้วยการทุ่มเททำงานอย่างหนัก
ตั้งแต่เรายังเป็นหนุ่มสาว
สิ่งเหล่านั้นก็คือฝูงแกะ ฝูงวัว และลูกชายลูกสาวของพวกเขา
25 ขอให้เรานอนลงในความอับอายของตัวเอง
และปล่อยให้ความอับอายขายหน้าคลุมตัวเราไว้
เพราะว่าเราได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา
ทั้งเราและบรรพบุรุษของเรา
ตั้งแต่เรายังเป็นหนุ่มสาวจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
เราไม่ได้เชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราเลย”
41 พระยาห์เวห์พูดว่า
“อิสราเอล ถ้าเจ้าจะกลับมาหาเราจริงๆ
ถ้าเจ้าจะเอาพวกรูปเคารพของเจ้าไปให้พ้นหน้าเรา
ถ้าเจ้าจะไม่โลเล
2 ถ้าเจ้าจะซื่อสัตย์ ยุติธรรมและจริงใจ
ตอนที่เจ้าสาบานต่อพระยาห์เวห์
แล้วเมื่อนั้นชนชาติต่างๆก็จะได้รับพระพรจากพระองค์
แล้วพวกเขาก็จะร้องสรรเสริญพระองค์”
3 เพราะพระยาห์เวห์บอกกับคนยูดาห์และเยรูซาเล็มว่า
“ทุ่งนาที่ยังไม่ได้ไถ ก็ให้ไถซะ
และอย่าหว่านเมล็ดพืชลงไปในพงหนาม
4 คนยูดาห์และพลเมืองของเยรูซาเล็ม
ให้ขลิบตัวเจ้าเองให้กับพระยาห์เวห์
และขลิบหนังหุ้มใจของเจ้าออกด้วย
ถ้าเจ้าไม่ทำตามสิ่งเหล่านี้
ความโกรธของเราก็จะเผาเจ้าเหมือนไฟ
มันจะเผาผลาญ
และไม่มีใครสักคนที่ดับมันได้
เพราะการกระทำต่างๆของเจ้านั้นชั่วร้ายเหลือเกิน”
ความหายนะจากทางเหนือ
5 “ให้เอาเรื่องนี้ไปบอกกับคนยูดาห์และทำให้คนในเยรูซาเล็มฟังเรื่องนี้ ให้บอกพวกเขาว่า
เป่าแตรเข้าไป
และร้องเรียกให้สุดเสียงและบอกว่า
‘รวบรวมกันเข้ามา
และให้พวกเราหนีไปที่ป้อมปราการกันเถอะ’
6 ยกธงขึ้นเตือนศิโยนว่า
วิ่งหาที่หลบภัย อย่าได้รอช้า
เพราะเราจะนำการทำลายล้าง
และความหายนะครั้งยิ่งใหญ่มาจากทางเหนือ”
7 สิงโตโผล่ออกมาจากถ้ำแล้ว
และผู้ที่จะทำลายชนชาติต่างๆเริ่มเดินทัพแล้ว
สิงโตได้ออกจากบ้านเมืองของมัน
เพื่อมาทำลายแผ่นดินของเจ้า
เมืองต่างๆของเจ้าจะพังพินาศและจะไม่มีใครหลงเหลืออยู่ในเมืองเหล่านั้นเลย
8 เพราะอย่างนี้ ให้สวมผ้ากระสอบร้องไห้คร่ำครวญ
เพราะความโกรธอันร้อนแรงของพระยาห์เวห์ยังไม่ได้หันไปจากเรา
9 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในเวลานั้น
กษัตริย์และพวกแม่ทัพของเขาจะเสียขวัญ
พวกนักบวชจะหวาดผวา
และพวกผู้พูดแทนพระเจ้าจะตกตะลึง”
10 แล้วผมก็พูดว่า “ตายแน่ น่าสยดสยองเหลือเกิน พระยาห์เวห์เจ้านายของข้าพเจ้า พระองค์ได้หลอกคนพวกนี้ และเยรูซาเล็ม พระองค์บอกพวกเขาว่า ‘พวกเจ้าจะปลอดภัย’ ในขณะที่ดาบกำลังจ่อคอหอยพวกเขาอยู่”
11 ในเวลานั้น คนพวกนี้และเยรูซาเล็มจะได้ยินว่า “ลมพายุร้อนจากเนินเขาโล่งเตียนจากถิ่นแห้งแล้งในทะเลทรายจะพัดถล่มใส่คนที่น่าสงสารของเรา มันไม่ได้เป็นลมชนิดที่พัดให้แกลบกระจัดกระจายไปหรือเพื่อพัดให้สะอาด 12 แต่เป็นลมที่แรงเกินกว่าที่จะมาทำเรื่องเหล่านั้น เราเป็นผู้ที่ส่งลมนั้นมา ตอนนี้ เราจะประกาศตัดสินลงโทษพวกเขา”
13 พระองค์ลุกขึ้นมาเหมือนเมฆ
พวกรถม้าของพระองค์แล่นเหมือนพายุ
และพวกม้าของพระองค์ว่องไวกว่าพวกนกอินทรี
ผู้คนพูดว่า “ความหายนะเกิดกับพวกเราแล้ว พวกเรากำลังถูกทำลาย”
14 เยรูซาเล็ม ล้างความชั่วร้ายออกจากใจของเจ้าซะ
เพื่อว่า เจ้าจะได้ปลอดภัย
เจ้าจะปล่อยให้แผนชั่วของเจ้าอยู่ในเจ้าไปนานแค่ไหนกัน
15 แน่นอนที่เราพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าที่เมืองดานมีคนกำลังพูดกัน
และในแถบเนินเขาเอฟราอิมก็มีคนกำลังพูดกันถึงความหายนะนี้
16 ให้บอกชนชาติต่างๆ
อันที่จริง บอกให้พวกเขารู้เรื่องเยรูซาเล็ม
ข้าศึกกำลังมาจากแดนไกล
และพวกมันก็คุยโวกันว่าพวกมันจะทำอะไรกับเมืองต่างๆของยูดาห์บ้าง
17 พวกมันได้ล้อมเมืองไว้เหมือนทหารยามเฝ้าระวังท้องทุ่ง
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเมืองเยรูซาเล็มได้ทรยศต่อเรา
พระยาห์เวห์ได้พูดว่าอย่างนั้น
18 สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับเจ้าเพราะผลจากการทำชั่วของเจ้าเอง
นี่แหละคือโทษของเจ้า มันขมขื่นจริงๆ
มันจี้ใจดำเจ้าจริงๆ
เยเรมียาห์ร้องไห้
19 ผมรู้สึกป่วยมาก ผมชักดิ้นชักงอด้วยความเจ็บปวด
ใจผมแตกร้าว ใจผมเต้นระรัว
แล้วผมก็ทำให้มันสงบลงไม่ได้
เพราะผมได้ยินเสียงแตรออกศึกที่เตือนว่ากำลังจะเกิดสงคราม
20 หายนะหนึ่งผ่านไป อีกหายนะหนึ่งตามมา
แผ่นดินทั้งหมดได้ถูกทำลายราบคาบ
ทันใดนั้น พวกเต็นท์ของผมก็ถูกทำลาย
ภายในพริบตา พวกม่านของเต็นท์ก็ถูกทำลายไปด้วย
21 ผมจะต้องทนดูธงรบอีกนานแค่ไหน
ผมจะต้องฟังเสียงแตรเรียกรบไปอีกนานแค่ไหนกัน
22 พระยาห์เวห์พูดว่า “คนของเราโง่เขลา
พวกเขาไม่รู้จักเรา
พวกเขาเป็นลูกที่โง่เขลา
และไม่มีสักคนที่เข้าใจ
พวกเขาเก่งแต่เรื่องชั่วๆ
แต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำดียังไง”
ความหายนะกำลังมา
23 ผมมองไปที่แผ่นดินมันก็ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
แล้วผมก็มองขึ้นไปบนฟ้าสวรรค์ก็ไม่เห็นมีแสงสว่าง
24 ผมมองไปที่ภูเขาต่างๆพวกมันกำลังสั่นไหว
และเนินเขาต่างๆกำลังสั่นสะเทือน
25 ผมมองดู และเห็นว่าไม่มีคนเลย
และนกบนฟ้าก็บินหนีไปหมด
26 ผมมองดู และเห็นว่าแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์กลายเป็นที่แห้งแล้ง
และเมืองต่างๆของมันก็ถูกรื้อทำลาย นั่นก็เพราะพระยาห์เวห์ เพราะความโกรธเกรี้ยวของพระองค์
27 เพราะพระยาห์เวห์พูดว่า
“แผ่นดินทั้งหมดจะต้องถูกทำลาย
แต่เราจะไม่ทำลายมันจนหมดเกลี้ยงหรอก
28 เพราะอย่างนี้ แผ่นดินก็เลยร้องไห้คร่ำครวญ
และฟ้าสวรรค์เบื้องบนก็มืดครึ้มไป
เพราะเราได้พูดไปแล้ว เราคิดแผนออกแผนหนึ่ง
เราจะไม่มีวันเปลี่ยนใจหรือยกเลิกแผนของเรา”
29 เมื่อได้ยินเสียงม้าและพวกพลธนู ชาวเมืองทุกเมืองก็หนีไป
พวกเขาหนีเข้าไปแอบอยู่ในพงไม้
และปีนขึ้นไปแอบอยู่ตามซอกหิน+ 4:29 ปีนขึ้นไปแอบอยู่ตามซอกหิน คำนี้อยู่ในฉบับแปลกรีกโบราณ ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กันไม่มีคำนี้
เมืองทุกเมืองถูกปล่อยทิ้งร้าง
ไม่มีใครอาศัยอยู่ในเมืองเลยสักคน
30 เจ้าถูกทำลายจนยับเยินแล้ว
แต่ทำไมเจ้ายังสวมใส่เสื้อผ้าสีแดงสดอย่างนั้น
เพราะเจ้ายังประดับประดาด้วยทองคำ
และยังใช้สีดำทาตาให้สวยงาม
เจ้าทำตัวเองสวยงาม โดยไม่มีประโยชน์อะไรเลย
คนรักของพวกเจ้าก็ปฏิเสธเจ้าแล้ว
และตอนนี้พวกเขาก็หมายจะเอาชีวิตเจ้า
31 เราพูดอย่างนี้ เพราะเราได้ยินเสียงเหมือนเสียงร้องของผู้หญิง
ที่ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดจากการคลอดลูกคนแรก
เราได้ยินเสียงร้องของลูกสาวศิโยนเธอไขว่คว้าหาอากาศ
เธอยืดแขนออกไปขอความช่วยเหลือ
เธอร้องว่า “ความหายนะเกิดกับฉันแล้วเพราะฉันเหนื่อยจนหนีฆาตกรไม่ไหวแล้ว”
5ความชั่วช้าของคนยูดาห์
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “วิ่งไปวิ่งมาตามท้องถนนของเยรูซาเล็มสิ แล้วไปดูให้รู้ว่าเป็นอย่างไร ไปค้นหาดูตามลานเมืองต่างๆ
ถ้าเจ้าสามารถหาเจอแค่คนเดียว ใครก็ได้ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้องยุติธรรม และเป็นคนที่เชื่อถือได้ แล้วเราจะยกโทษให้กับเยรูซาเล็ม
2 คนพวกนี้เมื่อเขาสาบาน พวกเขาชอบพูดว่า ‘ฉันขอสาบานโดยพระยาห์เวห์’ พวกนี้ก็โกหก สาบานส่งๆไปอย่างนั้นเอง”
3 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ต้องการให้คนสัตย์ซื่อต่อพระองค์ ใช่ไหม
พระองค์เฆี่ยนตีพวกเขา
แต่พวกเขาก็ไม่รู้สึกเจ็บ
พระองค์เกือบจะทำลายพวกเขา
แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมรับการตีสอนของพระองค์
พวกเขาดื้อด้านเหมือนหิน
พวกเขาไม่ยอมกลับใจ
4 แล้วผมพูดว่า “พวกนี้เป็นแค่คนยากจน
พวกเขาโง่เกินกว่าจะได้รับการสอนอะไร
เพราะพวกเขาไม่รู้จักทางของพระยาห์เวห์
และไม่รู้จักกฎต่างๆของพระเจ้าของเขา
5 ผมจะไปหาคนใหญ่คนโต และพูดกับพวกเขา
เพราะพวกเขารู้จักทางของพระยาห์เวห์
และรู้จักกฎต่างๆของพระเจ้าของเขา”
แต่พวกเขาร่วมกันหักแอก แล้วดึงเชือกวัวจนขาด
6 ดังนั้นสิงโตจากป่าออกมาจู่โจมพวกเขา
หมาป่าจากทะเลทรายออกมาทำร้ายพวกเขา
เสือดาวก็กำลังเฝ้าคอยจับจ้องเมืองต่างๆของพวกเขา
คนที่ออกมาจากเมืองเหล่านั้นก็จะถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆ
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะพวกเขาได้ทรยศต่อพระเจ้าหลายครั้ง
และพวกเขามักจะออกนอกลู่นอกทางของพระเจ้า
7 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะยกโทษให้กับเจ้าได้อย่างไรกัน
ลูกของเจ้าได้ทอดทิ้งเราไป
แถมพวกเขายังไปสาบานกับพวกพระที่ไม่มีตัวตน
เราได้ให้ทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ
แต่พวกเขากลับสำส่อนและมั่วสุมกันตามบ้านโสเภณี
8 พวกเขาเหมือนม้าผู้อ้วนพีที่กลัดมัน
แต่ละคนส่งเสียงเรียกเมียเพื่อนบ้าน
9 เราไม่ควรจะทำโทษพวกเขาเพราะเรื่องพวกนี้หรอกหรือ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“และเราไม่ควรจะแก้แค้นชนชาติที่เป็นอย่างนี้หรอกหรือ
10 ให้บุกเข้าไปในสวนองุ่นและทำลายพวกมัน
แต่อย่าทำลายจนราบคาบ
ให้ริดกิ่งก้านของเถาองุ่นเหล่านั้น
เพราะพวกมันไม่ได้เป็นของพระยาห์เวห์
11 เพราะว่าคนอิสราเอลและคนยูดาห์ไม่จริงใจกับเราครั้งแล้วครั้งเล่า”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
12 พวกเขาพูดโกหกเกี่ยวกับพระยาห์เวห์
พวกเขาพูดว่า “พระองค์จะไม่ทำอะไรพวกเราหรอก
เรื่องร้ายๆจะไม่เกิดขึ้นกับเราหรอก
และเราก็จะไม่เจอกับสงครามและความอดอยาก”
13 พวกผู้พูดแทนพระเจ้าจอมปลอมไม่มีอะไรเลย เป็นแต่ลมๆแล้งๆ
และพระคำของพระเจ้าจะไม่อยู่ในพวกเขา
นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา
14 ดังนั้นนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด
“เพราะพวกเขาพูดสิ่งต่างๆเหล่านี้
เราจะทำให้คำที่เราใส่ไว้ในปากเจ้าเป็นเหมือนไฟและคนพวกนี้จะเป็นเหมือนต้นไม้
และพระคำต่างๆของพระเจ้าก็จะเผาผลาญพวกเขา
15 ชาวอิสราเอลทั้งหลาย เรากำลังนำชนชาติหนึ่งจากแดนไกลมาสู้รบกับพวกเจ้า
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
มันเป็นชนชาติที่เข้มแข็งที่อยู่มาช้านานแล้ว
และมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน
มันเป็นชนชาติที่มีภาษาที่เจ้าไม่รู้จัก
และเจ้าก็ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่พวกมันพูดได้
16 แล่งธนูของพวกเขาเป็นเหมือนหลุมศพที่เปิดอ้า
ผู้ชายของเขาทุกคนต่างก็เป็นนักรบ
17 พวกเขาจะเขมือบพืชผลและอาหารของเจ้าจนหมด
พวกเขาจะเขมือบลูกชายลูกสาวของเจ้า
พวกเขาจะกินฝูงแกะและฝูงวัวของเจ้า
พวกเขาจะกินเถาองุ่นและต้นมะเดื่อของเจ้า
พวกเขาจะทลายเมืองที่มีป้อมปราการต่างๆของเจ้า
ป้อมปราการที่เจ้าไว้ใจหนักหนา”
18 พระยาห์เวห์พูดว่า “แต่แม้แต่ในวันนั้น เราก็จะไม่ทำลายเจ้าอย่างสิ้นเชิง 19 และถ้าคนของเจ้าพูดว่า ‘ทำไมพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราถึงทำสิ่งต่างๆเหล่านี้กับเรา’ ก็ให้เจ้าบอกไปว่า ‘ก็เพราะพวกเจ้าทอดทิ้งเราไปบูชาพระต่างชาติในแผ่นดินของเจ้า ดังนั้น เจ้าจะต้องรับใช้พวกต่างชาติในแผ่นดินที่ไม่ใช่ของพวกเจ้าเอง’
20 ให้ประกาศเรื่องนี้ท่ามกลางลูกหลานของยาโคบ
และทำให้ได้ยินไปถึงยูดาห์ด้วย
21 ฟังเรื่องนี้ให้ดี เจ้าพวกคนโง่ที่ขาดสติ
เจ้าที่มีตาแต่ดันมองไม่เห็น
เจ้าที่มีหูแต่ดันไม่ได้ยิน
22 เจ้าไม่ยำเกรงเราเลยหรือ”
พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
“เจ้าไม่ตัวสั่นงันงกต่อหน้าเราเลยหรือไง
เราเป็นผู้ตั้งทรายขึ้นเป็นขอบเขตน้ำทะเล
ซึ่งเป็นคำสั่งถาวรไม่ให้น้ำทะเลล้นข้ามมันได้
คลื่นซัดไปซัดมาแต่มันก็ไม่เคยพ้นทรายขึ้นมาได้
และคลื่นร้องสนั่นหวั่นไหว แต่ก็ข้ามมันมาไม่ได้อยู่ดี
23 คนพวกนี้ดื้อดึงและมีใจกบฏ
พวกเขาหันหลังไปจากเรา
24 พวกเขาไม่ได้พูดในใจว่า
‘พวกเราน่าจะยำเกรงพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา
ผู้ที่ให้ฝนกับเรา ตรงตามฤดูกาลของมัน
ไม่ว่าจะเป็นฝนตอนฤดูใบไม้ร่วงกับฝนตอนฤดูใบไม้ผลิ
ผู้ที่ทำให้เราได้เก็บเกี่ยวในเวลาที่เหมาะสม’
25 ความผิดบาปของพวกเจ้าได้กีดกันเจ้าไม่ให้ได้รับสิ่งเหล่านี้
และบาปต่างๆของเจ้าก็กีดกันเจ้าไม่ให้ได้รับผลผลิต
26 เพราะมีคนชั่วอยู่ในหมู่คนของเรา
พวกมันล่าเหยื่อของมันอย่างเงียบเชียบเหมือนนายพราน
พวกมันวางกับดักและจับมนุษย์
27 บ้านของพวกมันเต็มไปด้วยคนขี้โกง
เหมือนกับตะกร้าที่เต็มไปด้วยนก
เพราะอย่างนี้ พวกมันจึงยิ่งใหญ่และร่ำรวย
28 พวกมันทั้งอ้วนทั้งฉุ
มันทำชั่วยิ่งกว่าคนชั่ว
พวกมันไม่ตัดสินคดีความ
มันไม่สอบสวนคดีของลูกที่ไม่มีพ่อ
และไม่ให้ความยุติธรรมกับคดีของคนยากจน
29 เราไม่ควรจะลงโทษคนพวกนี้สำหรับเรื่องเหล่านี้หรอกหรือ”
นั่นคือสิ่งที่พระยาห์เวห์ถาม
“เราไม่ควรจะแก้แค้นชนชาติอย่างนี้หรอกหรือ”
30 เรื่องน่าขนลุกขนพองและน่าขยะแขยงเกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้แล้ว
31 พวกผู้พูดแทนพระเจ้าได้ทำนายเรื่องโกหก
ส่วนพวกนักบวชก็ทำในสิ่งที่พวกผู้พูดแทนพระเจ้าบอก
คนของเราชอบให้มันเป็นอย่างนี้
แต่เจ้าจะทำอย่างไรเมื่อจุดจบมาถึง
6ศัตรูรายล้อมเยรูซาเล็ม
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “คนเบนยามินทั้งหลาย
ไปยังที่ปลอดภัยนอกเมืองเยรูซาเล็ม
ให้เป่าแตรในเทโคอา
และส่งสัญญาณเตือนเหนือดินแดนเบธฮัคเคเรม
เพราะว่าหายนะ
และการทำลายล้างครั้งใหญ่หลวงกำลังมาจากทางทิศเหนือ
2 เรากำลังทำลายนางสาวศิโยน
ผู้งดงามและบอบบาง
3 พวกคนเลี้ยงแกะและฝูงแกะของพวกเขากำลังจะมาโจมตีเธอ
พวกเขาตั้งเต็นท์ล้อมรอบเธอ
พวกเขาแต่ละคนก็เลี้ยงดูสัตว์ในเขตของตัวเอง”
4 พวกศัตรูพูดกันว่า “เตรียมสู้ศึกกับเธอ
ลุกขึ้น เราจะบุกตอนเที่ยงวัน”
“เอ้า เซ็ง ใกล้จะหมดวันแล้ว
เงาของตอนเย็นเริ่มทอดยาวขึ้นแล้ว”
5 “ลุกขึ้น เราจะบุกตอนกลางคืน
แล้วเราจะทำลายป้อมปราการ”
6 เพราะนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด
“ตัดต้นไม้พวกนั้นของเธอซะ
และให้ก่อเนินดินล้อมเมืองเยรูซาเล็ม
นี่เป็นเมืองที่ต้องถูกลงโทษ
เพราะมันเต็มไปด้วยการกดขี่ข่มเหง
7 เยรูซาเล็มดึงดูดความชั่วช้า
เหมือนกับบ่อน้ำที่ดึงดูดน้ำ
ในเมืองเยรูซาเล็มมีแต่ข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงและการทำลายล้างทั้งสิ้น
เราเห็นบาดแผลและการเจ็บป่วยของเธอตลอดเวลา
8 เยรูซาเล็ม ฟังคำเตือนนี้ให้ดี
ไม่อย่างนั้น เราจะหันไปจากเจ้าด้วยความขยะแขยง
ไม่อย่างนั้น เราจะทำลายแผ่นดินของเจ้าให้รกร้างและไม่มีคนอยู่”
9 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดคือ
“พวกข้าศึกจะค่อยๆเก็บรวบรวมคนที่ยังหลงเหลืออยู่ในอิสราเอล
เหมือนกับคนที่เก็บรวบรวมองุ่นจากเถาองุ่นจะตรวจดูแต่ละกิ่งอีกครั้ง”
10 เราควรจะพูดหรือเตือนใครดี ใครหรือที่จะฟังเรา
พวกเขาไม่ยอมฟังและไม่สามารถตั้งใจฟังได้
พวกเขาหัวเราะเยาะข่าวสารของพระยาห์เวห์
พวกเขาไม่อยากฟัง
11 ผมเต็มไปด้วยความโกรธของพระยาห์เวห์
ผมหมดแรงจากการพยายามจะเก็บมันไว้
พระยาห์เวห์พูดว่า “ระบายความโกรธของเจ้าใส่เด็กๆตามถนน
และกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่กำลังคุยกันอยู่
ทั้งสามีและภรรยาก็จะถูกจับไปด้วยกัน
และคนแก่เฒ่าก็จะถูกจับในวัยชราเหมือนกัน
12 บ้านของพวกเขาจะถูกยกไปให้กับคนอื่น
พร้อมกับไร่นาและภรรยาของพวกเขา
เพราะว่าเราจะยื่นแขนออกมาต่อสู้กับคนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินนี้”
พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
13 “เพราะพวกเขาทุกคนตั้งแต่คนต่ำต้อยที่สุดไปจนถึงคนใหญ่คนโตที่สุด
ล้วนแต่แสวงหาประโยชน์ด้วยการใช้กำลัง
และตั้งแต่ผู้พูดแทนพระเจ้าไปจนถึงนักบวช
ล้วนแล้วแต่หลอกลวงกัน
14 พวกเขารักษาบาดแผลคนที่น่าสงสารของเราอย่างชุ่ยๆ
พวกเขาพูดว่า ‘สันติสุข สันติสุข’
ทั้งๆที่ไม่มีสันติสุข
15 พวกเขาควรจะละอายเพราะพวกเขาทำในสิ่งที่น่าขยะแขยง
แต่พวกเขากลับไม่ละอายสักนิด
แถมยังไม่รู้จักวิธีถ่อมตัวเสียอีก
ดังนั้น พวกเขาจะล้มหายตายจากไปเหมือนกับคนอื่นๆ
ในเวลาที่เราลงโทษพวกเขา พวกเขาก็จะสะดุดล้มลง”
พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนั้น
16 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด คือ
“ยืนอยู่ริมถนน ให้มองดูแล้วถามหาทางเก่าแก่
ถามดูว่า ‘ถนนที่ดีสายนั้นอยู่ที่ไหน’
จากนั้นให้เดินไปบนถนนสายนั้น
และจะพบกับความสงบสุขให้ตัวเอง
แต่พวกเขากลับพูดว่า ‘พวกเราจะไม่ไปบนถนนสายนั้น’
17 พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เราจะตั้งยามไว้ให้กับเจ้า
เพื่อให้เขาเตือนว่า “ให้ตั้งใจฟังเสียงแตรให้ดี”
แต่พวกเขากลับบอกว่า “พวกเราจะไม่ฟังหรอก”’
18 พระยาห์เวห์พูดว่า ‘ดังนั้น ชนชาติต่างๆฟังไว้ให้ดี
และรับรู้ถึงคำให้การที่ต่อต้านคนอิสราเอล
19 แผ่นดิน ฟังเรื่องนี้ไว้ เรากำลังจะนำความทุกข์ทรมานมาให้กับคนพวกนี้
พวกเขาสมควรจะได้รับมันสำหรับความคิดที่ชั่วร้ายต่างๆอย่างนี้
เพราะพวกเขาไม่สนใจฟังถ้อยคำต่างๆของเรา
ส่วนกฎของเรา พวกเขาก็ปฏิเสธมัน
20 กำยานจากเชบา
และแท่งไม้หอมจากแดนไกล
มันจะไปมีความหมายอะไรสำหรับเรา
เราไม่ยอมรับของถวายพวกนี้ของเจ้าและเราก็ไม่พอใจเครื่องเซ่นไหว้ของเจ้า’”
21 ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงพูดอย่างนี้ว่า
“เรากำลังจะให้สิ่งต่างๆที่จะทำให้คนพวกนี้สะดุดล้ม
ทั้งพ่อทั้งลูก
ทั้งเพื่อนบ้านและเพื่อนพวกเขาต้องตายเรียบ”
22 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด คือ
“คนกำลังมาจากดินแดนทางตอนเหนือ
ชนชาติใหญ่ กำลังลุกขึ้นมาจากแดนไกล
23 พวกนั้นถือคันธนูและแหลนหลาว
พวกเขาโหดเหี้ยมไร้ความปรานี
เสียงของพวกเขาดังกึกก้องเหมือนทะเล
พวกเขาขี่ม้า
พวกเขาเข้าสู่สงครามอย่างเป็นกระบวน
เพื่อมาโจมตีเจ้า นางสาวศิโยน”
24 พวกเราได้ยินเกี่ยวกับข่าวนี้
มือไม้อ่อนปวกเปียกไป
ความเจ็บปวดครอบงำเรา
เหมือนผู้หญิงที่กำลังจะคลอดลูก
25 อย่าออกไปในทุ่ง
และอย่าเดินบนถนน
เพราะศัตรูมีดาบ
หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องน่าสยดสยอง
26 ประชาชนที่น่าสงสารของผม ให้ใส่เสื้อกระสอบ
และเอาขี้เถ้ามาใส่หัวซะ
ร้องไห้และคร่ำครวญ
เหมือนกับว่าลูกชายคนเดียวของเจ้าตาย
ร้องไห้อย่างขมขื่นเพราะความหายนะจะเกิดขึ้นกับพวกเราในทันทีทันใด
27 “เยเรมียาห์ เราได้ตั้งเจ้าให้เป็นนักวิเคราะห์โลหะ
ในหมู่คนของเรา
เพื่อว่าเจ้าจะรู้และวิเคราะห์หนทางของพวกเขาได้
28 คนพวกนี้ทั้งหมดปลุกปั่นการกบฏ
เดินไปทั่วเพื่อคอยยุยงให้เกิดความไม่พอใจขึ้น
พวกเขาเป็นเหมือนทองแดงและเหล็ก
พวกมันเป็นนักทำลาย
29 พัดลมทั้งหลายเป่าให้ไฟร้อนแรงขึ้น
ตะกั่วจะหลอมละลายไป
แต่การที่จะหลอมคนเหล่านี้ให้บริสุทธิ์นั้นก็ไร้ประโยชน์
เพราะคนชั่วร้ายยังไม่ถูกแยกออกไปจากพวกเขา
30 คนเยรูซาเล็มได้ฉายาว่า ‘แร่เงินที่ถูกปฏิเสธ’
เพราะพระยาห์เวห์ได้ปฏิเสธพวกเขา”
7เยเรมียาห์สั่งสอนในวิหาร
(ยรม. 26:1-6)
1 นี่คือถ้อยคำที่เยเรมียาห์ได้รับจากพระยาห์เวห์ คือ
2 “เยเรมียาห์ ให้ไปยืนอยู่ในประตูวิหารของพระยาห์เวห์ และประกาศข้อความนี้ออกไป
‘พวกเจ้าชาวยูดาห์ทั้งหลายที่กำลังเดินผ่านประตูนี้เข้ามาเพื่อนมัสการพระยาห์เวห์ ฟังสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดให้ดี 3 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าแห่งอิสราเอลพูด “ถ้าเจ้าทำตัวดี เราก็จะอาศัยอยู่ที่นี่กับเจ้า 4 อย่าไปหลงเชื่อคำพูดที่หลอกลวงเหล่านั้น ที่ว่า ‘นี่เป็นวิหารของพระยาห์เวห์ วิหารของพระยาห์เวห์ วิหารของพระยาห์เวห์’+ 7:4 นี่เป็นวิหาร … พระยาห์เวห์ คงเป็นการโฆษณาชวนเชื่อว่าปลอดภัยแน่ๆเนื่องจากก่อนหน้านี้พระยาห์เวห์ได้ปกป้องวิหารในเมืองเยรูซาเล็มไว้ จากการถูกโจมตีของอัสซีเรีย ดูได้จากหนังสือ 2 พงศ์กษัตริย์ 18-195 แต่ถ้าเจ้าทำให้วิถีทางและการกระทำต่างๆของเจ้าดีจริงๆ และให้ความเป็นธรรมต่อกันและกัน 6 ถ้าเจ้าไม่กดขี่คนต่างถิ่น เด็กกำพร้า และแม่หม้าย ถ้าเจ้าไม่ทำให้เลือดของผู้บริสุทธิ์ต้องหลั่งไหลในที่แห่งนี้ และถ้าเจ้าไม่นมัสการพระอื่นๆเพราะมันมีแต่จะทำให้เจ้าเจ็บตัวเปล่าๆ 7 เราก็จะยอมให้เจ้าอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ ในดินแดนที่เราได้มอบให้กับบรรพบุรุษของเจ้าไว้ตลอดไป”’”
8 “เจ้ากำลังไว้วางใจในคำพูดที่หลอกลวงที่ไร้ค่าเหล่านั้น 9 เจ้าไปขโมย ไปฆ่า ไปมีชู้ ไปสัญญาที่เจ้าไม่คิดจะรักษา ไปเผาเครื่องหอมให้พระบาอัล และไปบูชาพระอื่นๆที่เจ้าไม่รู้จัก 10 แล้วกลับมายืนอยู่ต่อหน้าวิหารนี้ ที่มีชื่อของเราอยู่ แล้วพวกเจ้าก็พูดว่า ‘พวกเราได้รับความรอดแล้ว’ อย่างนั้นหรือ ที่เจ้าทำอย่างนี้ ก็เพื่อเจ้าจะได้กลับไปทำเรื่องชั่วช้าพวกนั้นอีกใช่ไหม 11 เจ้าเห็นวิหารนี้ ที่มีชื่อเราตั้งอยู่ กลายเป็นซ่องโจรไปแล้วใช่ไหม แม้แต่เราเองก็ยังเห็นมันเป็นอย่างนั้นเลย” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
12 “พวกเจ้าคนยูดาห์ ไปสิ ไปยังสถานที่ของเรา ที่อยู่ในชิโลห์+ 7:12 ชิโลห์ เป็นบ้านเกิดของซามูเอลและเอลี หีบแห่งคำสัญญาเคยเก็บไว้ที่นี่ก่อนหน้าที่จะมีกษัตริย์ ดูได้จากหนังสือ 1 ซามูเอล 1-4 เราได้ตั้งที่นั่นเป็นที่แรกสำหรับให้ชื่อของเราสถิตอยู่ ไปดูสิว่าเราได้ทำอะไรกับมันบ้าง เพราะความชั่วช้าของอิสราเอลคนของเรา 13 แล้วตอนนี้ พวกเจ้าคนอิสราเอลก็ได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายพวกนี้” พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น “และถึงแม้เราได้เตือนเจ้าตั้งแต่เนิ่นๆแล้ว แต่เจ้ากลับไม่ฟังเรา แถมเมื่อเราเรียกเจ้า เจ้าก็ไม่ตอบเสียอีก 14 ดังนั้น เราจะทำกับวิหารที่มีชื่อของเราตั้งอยู่ ที่เจ้าไว้วางใจนักหนา และเราจะทำกับสถานที่ที่เราได้มอบให้กับบรรพบุรุษของเจ้า อย่างเดียวกับที่เราทำกับชิโลห์ 15 เราจะเหวี่ยงเจ้าออกไปให้พ้นหน้าเรา เหมือนกับที่เราเคยเหวี่ยงพวกพี่น้องของเจ้าทั้งหมด พวกที่สืบเชื้อสายมาจากเอฟราอิม”
16 “ส่วนเจ้าเยเรมียาห์ ไม่ต้องอธิษฐานเผื่อคนกลุ่มนี้ และไม่ต้องร้องไห้ให้พวกเขาด้วย เจ้าไม่ต้องอธิษฐานต่อเราให้กับพวกเขา เพราะคำอธิษฐานจะมาไม่ถึงเรา เราจะไม่ฟังเจ้า 17 เจ้าไม่เห็นหรือยังไง ว่าพวกมันกำลังทำอะไรในเมืองยูดาห์และตามท้องถนนของเมืองเยรูซาเล็ม 18 พวกลูกๆกำลังเก็บฟืน ส่วนพวกพ่อกำลังจุดไฟ พวกผู้หญิงกำลังนวดแป้งทำขนมปังสำหรับเจ้าแม่แห่งสวรรค์ และกำลังเทเครื่องดื่มบูชาถวายพระอื่นๆเพื่อยั่วโมโหเรา” 19 พระยาห์เวห์พูดว่า “พวกเขาคิดว่ากำลังยั่วโมโหเราหรือ ไม่เลย อันที่จริง พวกเขากำลังทำกับตัวเองต่างหาก พวกเขาถึงต้องอับอายขายหน้า”
20 ดังนั้นนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ เจ้านายของผมพูดคือ “ความโกรธและความแค้นของเรากำลังจะเทออกมายังวิหารนี้ เทใส่ทั้งคน สัตว์ ต้นไม้ตามท้องทุ่ง และผลผลิตจากพื้นดิน ความโกรธของเราจะเผาไหม้อยู่ และจะไม่มีวันดับ”
พระยาห์เวห์อยากให้เชื่อฟังมากกว่าให้เครื่องบูชา
21 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าแห่งอิสราเอล พูด “เพิ่มเครื่องเผาบูชาเข้าไปในเครื่องเซ่นไหว้ของเจ้าด้วย กินเนื้อซะด้วย 22 ตอนที่เราพาบรรพบุรุษของพวกเจ้าออกมาจากอียิปต์นั้น เราไม่ได้สั่งอะไรพวกเขาเลยเกี่ยวกับเรื่องเครื่องเผาบูชาและเครื่องเซ่นไหว้ เราไม่ได้บอกบรรพบุรุษของพวกเจ้าให้ทำอย่างนั้น 23 แต่สิ่งที่เราสั่งให้พวกเขาทำ คือ ‘ให้ฟังเสียงของเรา แล้วเราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า และเจ้าจะเป็นคนของเรา ให้เจ้าเดินในทางที่เราสั่งเจ้า นั่นจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเจ้า’”
24 “แต่พวกเขาไม่ยอมฟัง และทำเป็นหูทวนลม กลับไปทำตามความต้องการชั่วๆของตัวเอง พวกเขากลับเดินถอยหลังแทนที่จะเดินไปข้างหน้า 25 ตั้งแต่วันนั้นที่บรรพบุรุษของเจ้าออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ จนถึงวันนี้ เราได้ส่งพวกผู้รับใช้ของเรา พวกผู้พูดแทนพระเจ้า ไปหาพวกเจ้าทุกวัน 26 แต่พวกเขาไม่ยอมฟังเรา และไม่ยอมเงี่ยหูฟัง พวกเขาดื้อดึงหัวแข็ง พวกเขาชั่วร้ายยิ่งกว่าบรรพบุรุษของพวกเขาเสียอีก”
27 “เยเรมียาห์ เจ้าจะเอาคำพูดทั้งหมดนี้ไปบอกกับพวกเขา แต่พวกเขาจะไม่ฟังเจ้า เจ้าจะเรียกพวกเขา แต่พวกเขาจะไม่ตอบเจ้า 28 เจ้าจะต้องบอกกับพวกเขาว่า ‘นี่คือชนชาติที่ไม่ยอมฟังเสียงของพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเขา และไม่ยอมรับการตีสอนจากพระองค์ ความจริงได้ตายไปเสียแล้ว และมันก็หายไปจากปากของพวกเขา’”
หุบเขาแห่งการฆ่า
29 “เยเรมียาห์ ตัดผมของเจ้าทิ้งไป แล้วขึ้นไปร้องไห้คร่ำครวญบนเนินเขาโล้นเตียนซะ เพราะพระยาห์เวห์ได้ปฏิเสธและทอดทิ้งคนรุ่นนี้ที่ยั่วโมโหพระองค์ไปแล้ว 30 เพราะพวกคนยูดาห์ ได้ทำในสิ่งที่ชั่วร้ายในสายตาเรา” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น “พวกเขาได้เอาสิ่งที่น่าขยะแขยงมาไว้ในวิหารที่มีชื่อของเราสถิตอยู่ เพื่อทำให้วิหารนั้นเป็นมลทินไป 31 พวกเขาสร้างที่สูงของโทเฟท ที่อยู่ในหุบเขาของบุตรชายของฮินโนมเพื่อเผาลูกชายลูกสาวตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยสั่งหรือไม่เคยแม้แต่จะคิด 32 ดังนั้น วันนั้นจึงกำลังจะมาถึง” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น “วันที่จะไม่มีใครพูดถึงโทเฟทและหุบเขาของบุตรชายของฮินโนมอีกเลย แต่ผู้คนจะเรียกมันว่า หุบเขาแห่งการฆ่า และพวกเขาจะฝังศพไว้ที่โทเฟท จนกระทั่งไม่เหลือที่ให้ฝังศพอีกต่อไป 33 ส่วนศพของชนชาตินี้ก็จะกลายเป็นอาหารของนกในอากาศ และของพวกสัตว์ป่าบนพื้นดิน และจะไม่มีใครไล่พวกมันไป 34 เราจะทำให้เสียงสนุกสนาน เสียงงานรื่นเริง และเสียงของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวหยุดลงในบ้านเมืองยูดาห์และตามท้องถนนของเมืองเยรูซาเล็ม เพราะดินแดนนี้จะถูกปล่อยทิ้งร้าง”
81 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในเวลานั้น พวกเขาจะขุดกระดูกของบรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์ ของพวกแม่ทัพ ของพวกนักบวช ของพวกผู้พูดแทนพระเจ้า และของชาวเมืองเยรูซาเล็มออกมาจากหลุมฝังศพของพวกเขา 2 แล้วพวกเขาจะเกลี่ยกระดูกของคนพวกนี้ออก ภายใต้ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวต่างๆบนท้องฟ้า สิ่งเหล่านี้ที่คนเยรูซาเล็มรักและรับใช้ ที่พวกเขาติดตามและแสวงหา และที่พวกเขากราบไหว้บูชา กระดูกของพวกเขาจะไม่ถูกรวบรวมไว้ด้วยกัน และจะไม่เอาไปฝัง พวกมันจะเป็นเหมือนมูลสัตว์ที่อยู่หน้าดิน
3 ส่วนคนเหล่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ก็อยากตายมากกว่ามีชีวิตอยู่ คนพวกนี้คือคนที่หลงเหลืออยู่จากตระกูลชั่วช้านี้ คนพวกนี้จะไปอยู่ในที่อื่นๆที่เหลือ ซึ่งเราได้ขับไล่พวกเขาไป” พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่าอย่างนี้
ความบาปและการลงโทษ
4 “เยเรมียาห์ เจ้าต้องบอกสิ่งนี้กับคนยูดาห์ว่า
‘พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้คือ
เมื่อคนล้มลง
เขาจะไม่ลุกขึ้นมาอีกแล้วหรือ
ถ้าคนหลงไปจากทาง
เขาจะไม่วกกลับมาอีกแล้วหรือ
5 แล้วทำไมคนพวกนี้ถึงได้หันหนีไปจากเรา
ทำไมเยรูซาเล็มถึงหันหนีไปจากเราอยู่เรื่อย
พวกเขายึดอยู่กับการหลอกลวง
ไม่ยอมหันกลับมาหาเรา
6 เราได้ฟังพวกเขาอย่างตั้งใจ
แต่พวกเขาพูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
ไม่มีใครกลับใจจากความชั่วเลย
หรือพูดว่า “ฉันทำอะไรลงไปนี่”
พวกเขาทั้งหมดหันไปตามทางของตัวเอง
เหมือนม้าที่วิ่งห้อเข้าสู่สนามรบ
7 แม้แต่นกกระสาบนฟ้าก็ยังรู้เวลาที่ถูกกำหนดให้กับมัน
นกเขา นกนางแอ่น และนกกระเรียนนั้นเฝ้าคอยเวลาที่จะอพยพไป
แต่คนของเรากลับไม่รู้ว่าพระยาห์เวห์คาดหวังอะไรจากเขา’”
8 “พวกเจ้าจะพูดได้อย่างไรว่า ‘พวกเราฉลาด’
และ ‘พวกเรามีกฎของพระยาห์เวห์’
อันที่จริง พวกคัดลอกกฎได้ใช้ปากกาของเขาโกหก
จึงทำให้กฎของพระยาห์เวห์โกหกไปด้วย
9 คนฉลาดถูกลบหลู่
พวกเขาถูกทำให้ขวัญหนีดีฝ่อ และพวกเขาก็ถูกจับ
พวกเขาไม่ยอมรับพระคำของพระยาห์เวห์
แล้วพวกเขาจะอ้างว่าตัวเองฉลาดได้ยังไง
10 ดังนั้นเราจะยกเมียของพวกเขาไปให้กับคนอื่น
แล้วก็ยกไร่นาของพวกเขาไปให้กับพวกเจ้าของใหม่
เพราะจากคนที่ยากจนที่สุดไปจนถึงคนรวยที่สุดก็ล้วนแต่มีแนวโน้มที่จะหาผลประโยชน์จากความรุนแรง
และจากพวกผู้พูดแทนพระเจ้าไปจนถึงพวกนักบวช ต่างก็พูดโกหก
11 พวกเขารักษาบาดแผลของคนที่น่าสงสารของเราอย่างชุ่ยๆ
แล้วก็พูดว่า ‘สันติสุข สันติสุข ทั้งๆที่ไม่มีสันติสุข’
12 พวกเขาควรจะละอายใจ ที่ทำในสิ่งที่น่าขยะแขยง
แต่พวกเขากลับไม่ละอายใจเลย
แถมพวกเขายังไม่รู้จักถ่อมตัวด้วย
ดังนั้น พวกเขาจะต้องล้มลงด้วยกันกับคนอื่นที่ล้มลง
ในเวลาที่เราลงโทษพวกเขา พวกเขาจะต้องล้มลง” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
13 “เราจะเก็บรวบรวมผลผลิตของพวกเขาไป” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“จะไม่มีองุ่นเหลืออยู่บนเถาอีกต่อไป
จะไม่มีลูกมะเดื่ออยู่บนต้นอีก
และใบของมันก็จะเหี่ยวแห้งไป
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราให้กับพวกเขาก็จะสูญเสียไป
14 คนพูดกันว่า ‘พวกเรามามัวนั่งทำอะไรกันอยู่ที่นี่
รวบรวมกันและยกพวกกันเข้าไปในเมืองที่มีป้อมปราการ ถ้าจะถูกทำลายก็ให้ไปถูกทำลายที่นั่นเถอะ
เพราะพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเราได้กำหนดไว้แล้วว่า พวกเราจะต้องพินาศ
และพระองค์ทำให้เราดื่มยาพิษ
เพราะว่าเราทำบาปต่อพระองค์’
15 พวกเขารอคอยความสงบสุข แต่กลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย
พวกเขารอคอยเวลาแห่งการเยียวยา แต่ดูสิ กลับมีแต่ความน่ากลัว”
16 พระยาห์เวห์พูดว่า “มีเสียงทัพม้าคำรามมาจากเมืองดาน
แผ่นดินทั้งสิ้นสั่นสะเทือนไปด้วยเสียงร้องของม้าฉกรรจ์
พวกมันจะมากลืนกินแผ่นดินและทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในแผ่นดินนั้น
พวกมันจะกลืนกินเมืองและคนที่อาศัยอยู่ในนั้น
17 เรากำลังส่งงูมาท่ามกลางพวกเจ้า
เป็นพวกงูพิษที่ไม่มีวันร่ายมนต์สะกดได้
พวกมันจะกัดพวกเจ้า”
พระยาห์เวห์บอกว่าอย่างนั้น
18 ผมรู้สึกเศร้าจับใจ
ใจของผมเหนื่อยอ่อน
19 ผมได้ยินเสียงร้องของคนที่ผมรักจากแดนไกลว่า
“พระยาห์เวห์ไม่ได้อยู่ในศิโยนหรือ
กษัตริย์ของศิโยนไม่ได้อยู่ในเมืองหรือ”
พระยาห์เวห์พูดว่า “แล้วทำไมพวกเขาถึงยั่วโมโหเรา
ด้วยรูปเคารพจากต่างชาติที่ไม่เที่ยงแท้เล่า”
20 ผู้คนพูดว่า “ฤดูเก็บเกี่ยว ก็ผ่านไปแล้ว หมดหน้าร้อนแล้ว
แต่เราก็ยังไม่ได้รับการช่วยชีวิตเลย”
21 คนที่ผมรักบาดเจ็บ ผมก็เลยบาดเจ็บไปด้วย
ผมรู้สึกหมดหวัง และใจผมเต็มไปด้วยความท้อแท้
22 พระยาห์เวห์พูดว่า “ไม่มียาในกิเลอาดเลยหรือ
ไม่มีหมออยู่ที่นั่นเลยหรือ ทำไมถึงไม่มีใครรักษาคนที่เรารักเลย”
91 ผมอยากจะให้หัวของผมเต็มไปด้วยน้ำ
และดวงตาของผมเป็นน้ำพุแห่งน้ำตา
ผมจะได้ร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน
ผมจะได้ร้องไห้ให้กับคนที่ผมรักที่ถูกฆ่า
2 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราหวังเหลือเกินว่าเราจะมีที่หยุดพัก
สำหรับคนเดินทางในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
เพื่อว่าเราจะได้ทิ้งคนของเรา
และไปให้พ้นๆพวกเขา
เพราะพวกเขาทุกคนเป็นคนเล่นชู้
และเป็นกลุ่มของคนขี้โกง
3 พวกเขาโก่งลิ้นของพวกเขาเหมือนคันธนู
และพวกเขาประสบความสำเร็จในแผ่นดินนี้ ด้วยการหลอกลวง ไม่ใช่ด้วยความสัตย์ซื่อ
เพราะพวกเขาทำชั่วซ้ำแล้วซ้ำอีก
และพวกเขาก็ไม่รู้จักเราด้วย”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
4 “พวกเขาปกป้องตัวเองจากเพื่อนบ้าน
และแม้แต่พี่น้องของพวกเจ้าเองก็ยังไว้ใจไม่ได้
เพราะพี่น้องทุกคนขี้โกง
และเพื่อนบ้านทุกคนก็ชอบนินทา
5 ผู้คนโกงเพื่อนบ้านของเขาเอง
และไม่พูดความจริง
พวกเขาสอนลิ้นตัวเองให้พูดโกหก
พวกเขาทำให้ตัวเองเหนื่อยอ่อนด้วยการทำผิด
6 เยเรมียาห์ บ้านของเจ้าตั้งอยู่ท่ามกลางคนขี้โกง
พวกเขาปฏิเสธที่จะรู้จักเรา”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
7 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด คือ
“เรากำลังจะหลอมพวกเขาให้บริสุทธิ์ด้วยไฟ
และทดสอบพวกเขาด้วยไฟ
ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้แล้ว
เราจะทำอะไรให้กับคนที่น่าสงสารของเราได้อีกหรือ
8 ลิ้นของพวกเขาแหลมคมเหมือนธนู
เขาพูดโกหกด้วยปากของเขา
พวกเขาแต่ละคนพูดกับเพื่อนบ้านอย่างเป็นมิตร
แต่ในใจกลับคิดหาทางเอาเปรียบเพื่อนบ้านอยู่
9 เพราะเรื่องพวกนี้ สมควรที่เราจะลงโทษพวกเขาอีกครั้ง ไม่ใช่หรือ” พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
“สมควรที่เราจะแก้แค้นชนชาติที่ทำตัวอย่างนี้ ไม่ใช่หรือ”
10 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะร้องไห้คร่ำครวญให้ภูเขา
และเราจะร้องเพลงงานศพให้ทุ่งหญ้าในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
เพราะพวกมันถูกทิ้งร้างว่างเปล่า เพื่อจะได้ไม่มีใครเดินผ่านมา
และพวกมันก็ไม่ได้ยินเสียงวัวในแผ่นดินนั้น
แม้แต่นกบนท้องฟ้าไปจนถึงสัตว์ป่าก็หนีไปกันหมดแล้ว
พวกมันไปกันหมดแล้ว
11 เราจะทำให้เยรูซาเล็มกลายเป็นกองหิน
เป็นที่อยู่ของหมาไน
และเราจะทำให้บ้านเมืองในยูดาห์กลายเป็นซากปรักหักพัง
ที่ไม่มีใครเหลือสักคน”
12 มีใครที่เฉลียวฉลาดพอที่จะเข้าใจเรื่องนี้บ้าง และขอให้คนที่พระยาห์เวห์พูดด้วย อธิบายเรื่องนี้ให้หน่อยว่าทำไมแผ่นดินถึงถูกทำลาย ทำไมต้องถูกเผาและทิ้งร้างเหมือนทะเลทรายที่ไม่มีใครเดินผ่าน 13 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดว่า “ที่เป็นอย่างนี้เพราะพวกเขาทอดทิ้งกฎของเรา ที่เราได้ให้ไว้ต่อหน้าพวกเขา พวกเขาไม่ฟังเสียงของเรา และพวกเขาก็ไม่เดินตามกฎนั้น 14 แต่พวกเขายืนกรานที่จะทำตามจิตใจที่ดื้อดึงของตัวเอง พวกเขาหันไปติดตามพระบาอัลเหมือนกับที่บรรพบุรุษของพวกเขาสอนให้พวกเขาทำ” 15 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าแห่งอิสราเอลพูด คือ “เราจะทำให้คนพวกนี้ต้องกลืนกินความขมขื่น และเราจะทำให้พวกเขาดื่มยาพิษ 16 เราจะทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปตามชนชาติต่างๆที่พวกเขาและบรรพบุรุษของพวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน เราจะส่งดาบตามล่าพวกเขาไป จนกว่าเราจะทำลายพวกเขาจนสิ้นซาก”
17 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด
“ให้ไตร่ตรองดูถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
แล้วไปเรียกพวกผู้หญิงที่รับจ้างร้องไห้ในงานศพมา
ให้ไปเชิญพวกผู้หญิงที่ชำนาญในเรื่องนี้มา”
18 ผู้คนพูดว่า
“ให้พวกนางมาเร็วๆแล้วมาร้องไห้ให้พวกเรา
น้ำตาจะได้ไหลออกมาจากตาของพวกเรา
และเปลือกตาของพวกเราจะได้มีน้ำตาไหลนอง”
19 เพราะได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญจากศิโยนว่า
“เราถูกทำลายถึงขนาดนี้ได้ยังไง
พวกเราอับอายเหลือเกิน
เพราะพวกเราถูกบีบบังคับให้ทิ้งแผ่นดินนี้
เมื่อพวกศัตรูพังทลายบ้านของพวกเรา”
20 ไปเรียกพวกผู้หญิง และบอกพวกเขาว่า “พวกผู้หญิง ให้ฟังพระคำของพระยาห์เวห์
และฟังว่าพระองค์พูดอะไร
ให้สอนลูกสาวของพวกเจ้าถึงวิธีร้องไห้ไว้ทุกข์
และให้ผู้หญิงไปสอนเพื่อนบ้านของเธอให้ร้องเพลงไว้ทุกข์นี้ด้วย ที่ว่า
21 โธ่ ความตายเข้ามาทางหน้าต่างแล้ว
มันเข้ามาในป้อมปราการของเราแล้ว
มันมาเพื่อกำจัดเด็กๆให้หมดไปจากถนน
และกำจัดคนหนุ่มออกจากสี่แยกต่างๆ”
22 เยเรมียาห์ ให้พูดเรื่องพวกนี้
นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด “ศพคนจะกองกันอยู่บนพื้นเหมือนมูลสัตว์
เหมือนฟ่อนข้าวที่ถูกทิ้งไว้หลังเก็บเกี่ยว
และไม่มีใครไปเก็บรวบรวมมัน”
23 พระยาห์เวห์พูดว่า
“อย่าให้คนฉลาด
โอ้อวดสติปัญญาของตัวเอง
อย่าให้คนแข็งแรง
โอ้อวดความแข็งแกร่งของตัวเอง
และอย่าให้คนรวย
โอ้อวดความร่ำรวยของตัวเอง
24 แต่ให้คนที่โอ้อวด โอ้อวดเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ
ให้เขาโอ้อวดว่าเขามีความเข้าใจและรู้จักเรา
เขารู้ว่าเราคือยาห์เวห์
ผู้ที่มีความรักมั่นคง มีความยุติธรรม
และมีความชอบธรรมในแผ่นดินนี้
และเขาก็รู้ว่าเราชอบใจในเรื่องพวกนี้”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
25 พระยาห์เวห์พูดว่า “วันเหล่านั้นกำลังจะมาถึงแล้ว วันที่เราจะจัดการลงโทษทุกคนที่ทำพิธีขลิบแต่เปลือกนอก 26 เราจะลงโทษอียิปต์ ยูดาห์ เอโดม อัมโมน และโมอับ และเราจะลงโทษคนพวกนั้นทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งและเข้าพิธีโกนผมจอน+ 9:26 เข้าพิธีโกนผมจอน เป็นพิธีทางศาสนาของคนที่ไม่ใช่ยิว พระเจ้าห้ามไม่ให้ทำ ดูเพิ่มเติมได้จาก หนังสือเลวีนิติ 19:27 เพราะพลเมืองของชนชาติอื่นๆทั้งหมด ยังไม่ได้ทำพิธีขลิบ แต่คนอิสราเอลทั้งหมดยังไม่ได้ทำพิธีขลิบที่ใจ”
10พระยาห์เวห์กับรูปเคารพ
1 คนอิสราเอล ให้ฟังสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดกับเจ้า 2 พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้คือ
“อย่าไปเรียนรู้วิถีทางของชนชาติต่างๆ
และอย่ากลัวปรากฏการณ์ต่างๆบนท้องฟ้า
ใช่ ชนชาติต่างๆพากันเกรงกลัวสิ่งเหล่านั้น
3 ประเพณีต่างๆของคนต่างชาตินั้นไม่มีประโยชน์
คนหนึ่งในพวกนั้นจะตัดต้นไม้จากป่า
มันเป็นผลงานที่ช่างแกะสลักทำขึ้นมากับมือและกับเครื่องมือของเขา
4 เขาตกแต่งมันด้วยเงินและทอง
เขาเอาค้อนตอกตะปูยึดมันไม่ให้โคลงเคลง
5 พวกมันเป็นเหมือนหุ่นไล่กาในไร่แตงกวา
พวกมันพูดไม่ได้
ต้องให้คนอุ้มไปเพราะเดินเองก็ไม่ได้
อย่าไปกลัวพวกมัน
เพราะมันทำร้ายเจ้าไม่ได้หรอก
และมันก็ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้เหมือนกัน”
6 พระยาห์เวห์ ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าพระองค์อีกแล้ว
ชื่อของพระองค์ยิ่งใหญ่และทรงพลัง
7 จะมีใครกันที่ไม่ยำเกรงพระองค์ พระองค์เป็นกษัตริย์ของชนชาติต่างๆ
พระองค์สมควรจะได้รับความยำเกรง
เพราะไม่มีใครเหมือนกับพระองค์แม้แต่คนฉลาดของทุกชนชาติ
และคนฉลาดของอาณาจักรทั้งหลาย
8 พวกนั้นทั้งโง่ทั้งทึ่ม
พวกเขาร่ำเรียนในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์
และครูผู้สอนของเขาก็คือต้นไม้นั่นเอง
9 เงินที่ถูกทุบเป็นแผ่นนั้นก็เอามาจากทารชิช
ส่วนทองก็เอามาจากอุฟาส
รูปเคารพต่างๆที่ชนชาติทั้งหลายกราบไหว้บูชานั้นก็เป็นผลงานของช่างแกะสลักและเป็นฝีมือของช่างทอง
เสื้อผ้าของรูปเคารพนั้นทำจากผ้าสีม่วง
พวกมันทั้งหมดเป็นผลงานของช่างผู้ชำนาญ
10 แต่พระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้
พระองค์เป็นพระเจ้าที่มีชีวิตจริงๆและเป็นกษัตริย์ตลอดกาล
แผ่นดินสั่นสะเทือนเมื่อพระองค์โกรธ
และชนชาติต่างๆย่อมไม่สามารถต้านทานความโกรธของพระองค์ได้
11 พระยาห์เวห์พูดว่า “นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าจะต้องบอกกับพวกเขา ในเมื่อพระพวกนั้นไม่ได้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกขึ้นมา พวกมันก็จะต้องพินาศไปจากแผ่นดินโลกและฟ้าสวรรค์”
12 แต่พระยาห์เวห์เป็นผู้สร้างแผ่นดินโลกด้วยพละกำลังของพระองค์
พระองค์เป็นผู้ก่อตั้งโลกนี้ขึ้นมาด้วยสติปัญญาของพระองค์
และเป็นผู้กางฟ้าสวรรค์ออกด้วยความรู้ของพระองค์เอง
13 เมื่อพระองค์พูดมันเหมือนกับเสียงน้ำบนฟ้าสวรรค์
แล้วเมฆหมอกก็ลอยขึ้นมาจากสุดขอบโลก
พระองค์สร้างสายฟ้าแลบขึ้นสำหรับฝน
ส่วนสายลมก็พัดออกมาจากคลังของพระองค์
14 มนุษย์ทุกคนโง่เขลาเบาปัญญา
พระองค์ทำให้ช่างทองทุกคนต้องละอายใจที่ทำรูปเคารพขึ้นมา
เพราะรูปเคารพเหล่านั้นของเขาเป็นสิ่งหลอกลวง
พวกมันไม่หายใจเสียด้วยซ้ำ
15 พวกมันไม่มีความหมาย เป็นผลงานที่น่าหัวเราะเยาะ
เมื่อเราลงโทษพวกมัน พวกมันก็จะพินาศไป
16 ส่วนพระเจ้าของยาโคบนั้น ไม่เหมือนรูปเคารพพวกนี้
เพราะพระองค์เป็นผู้สร้างทุกสิ่ง
และอิสราเอลก็เป็นเผ่าที่เป็นสมบัติส่วนตัวของพระองค์
พระนามของพระองค์คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
การทำลายล้างกำลังมา
17 ชาวเมืองทั้งหลายที่อยู่ในป้อมปราการ
เก็บกระเป๋าของเจ้าขึ้นจากพื้น
18 เพราะพระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
“เรากำลังเหวี่ยงคนบนโลกตอนนี้
และเราจะทำให้พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมาน
แบบที่พวกเขาจะต้องรู้สึกจริงๆ”
19 สงสารผมด้วย เพราะผมได้รับบาดเจ็บ
แผลของผมนั้นเจ็บปวดยิ่งนัก
แล้วผมก็พูดว่า แน่ล่ะ นี่คือความเจ็บปวดของผม
และผมก็ต้องอดทนกับมัน
20 เต็นท์ของผมถูกทำลาย
เชือกเต็นท์ของผมก็ขาดหมด
พวกลูกๆทิ้งผมไป
ไม่มีลูกเหลือสักคน
ไม่เหลือใครไว้คอยขึงเต็นท์ของผมเลย
คนยกม่านเต็นท์ขึ้นก็ไม่มี
21 เพราะคนเลี้ยงแกะนั้นโง่เขลา
พวกเขาไม่แสวงหาพระยาห์เวห์
นั่นเป็นเหตุที่พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จ
และฝูงแกะของพวกเขาก็กระจัดกระจายไปหมด
22 มีเสียงรายงานดังมา มันกำลังมาทางนี้
เสียงกระหึ่มจากทางแผ่นดินทางเหนือ
มันจะเปลี่ยนบ้านเมืองของยูดาห์ให้เป็นซาก
และให้กลายเป็นโพรงหมาไน
23 พระยาห์เวห์เจ้าข้า ผมรู้ว่าคนเราไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้
คนเราไม่สามารถบอกได้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้างและไม่สามารถบอกได้ว่าเขาจะทำอะไรได้บ้างในอนาคต
24 ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดตีสอนผมเถิดแต่ขอให้ทำอย่างยุติธรรม
อย่าได้ทำด้วยความโกรธเลย ไม่อย่างนั้นพระองค์จะทำให้ผมถึงจุดจบ
25 ขอให้ระบายความโกรธเกรี้ยวของพระองค์กับชนชาติต่างๆที่ไม่รู้จักพระองค์
และกับตระกูลต่างๆที่ไม่ได้อธิษฐานต่อพระองค์
เพราะชนชาติพวกนั้นได้กลืนกินยาโคบ
พวกเขาได้กำจัดเขา
แถมยังพังบ้านของเขาด้วย
11ฝ่าฝืนพันธสัญญา
1 นี่คือถ้อยคำที่เยเรมียาห์ได้รับจากพระยาห์เวห์ พระองค์พูดว่า 2 “ฟังถ้อยคำเหล่านี้ที่เกี่ยวกับพันธสัญญาไว้ให้ดี แล้วเอาไปบอกชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็ม 3 ให้บอกพวกเขาว่า นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอลพูดไว้คือ ‘คนที่ไม่ยอมฟังถ้อยคำที่เกี่ยวกับพันธสัญญานี้ จะต้องถูกสาปแช่ง’ 4 เป็นถ้อยคำที่เราได้สั่งกับบรรพบุรุษของเจ้าไว้ ตอนที่เราพาพวกเขาออกมาจากอียิปต์ ออกจากเตาไฟเหล็ก เราได้บอกกับพวกเขาว่า ‘ให้เชื่อฟังเรา และให้ทำตามสิ่งต่างๆเหล่านี้ที่เราได้สั่งให้เจ้าทำ แล้วเจ้าจะเป็นคนของเรา และเราก็จะเป็นพระเจ้าของเจ้า’”
5 ที่เราทำอย่างนี้ก็เพื่อทำให้คำสัญญาที่เราได้สาบานไว้กับบรรพบุรุษของเจ้าเป็นจริง คำสัญญานั้นคือ “เราจะให้แผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำเชื่อมผลไม้อุดมสมบูรณ์เหมือนกับที่มันเป็นอยู่ตอนนี้” แล้วผมก็ตอบว่า “อาเมน ขอให้เป็นตามนั้นเถิดพระยาห์เวห์”
6 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า “ให้ประกาศถ้อยคำเหล่านี้ตามเมืองต่างๆของยูดาห์และตามถนนหนทางของเยรูซาเล็มว่า ‘ฟังถ้อยคำแห่งคำสัญญานี้ และให้ทำตามถ้อยคำเหล่านั้น’
7 ที่เราพูดอย่างนี้ก็เพราะเราเตือนบรรพบุรุษของเจ้า นับตั้งแต่วันที่เรานำพวกเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์จนถึงทุกวันนี้ เราเตือนพวกเขาอย่างไม่หยุดหย่อนว่าให้ฟังเสียงของเรา
8 แต่พวกเขาไม่ยอมฟัง หรือเอียงหูมาฟัง แต่ละคนก็หันไปตามจิตใจที่ดื้อดึงชั่วร้ายของเขา ดังนั้นเราจะนำการลงโทษทั้งสิ้นที่เกี่ยวข้องกับคำสัญญานี้ ให้มาตกลงบนพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ยอมทำตามสิ่งที่เราสั่งให้พวกเขาทำในคำสัญญานี้”
9 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า “เราพบแผนชั่วของคนยูดาห์และชาวเยรูซาเล็ม 10 พวกเขาได้หันไปทำสิ่งชั่วร้ายที่พวกบรรพบุรุษของพวกเขาทำ พวกบรรพบุรุษนี้เป็นพวกแรกที่ไม่ยอมฟังถ้อยคำต่างๆของเรา พวกเขาไปติดตามรับใช้พระอื่นๆ พวกคนอิสราเอลและคนยูดาห์ได้ละเมิดคำสัญญาที่เราได้ทำไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา”
11 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด คือ “เรากำลังจะนำความหายนะมาสู่พวกเขา และพวกเขาจะไม่มีทางหลบหนีไปได้ พวกเขาจะร้องขอความช่วยเหลือจากเรา แต่เราจะไม่ฟังพวกเขา 12 หลังจากนั้นชาวเมืองต่างๆของยูดาห์และชาวเมืองเยรูซาเล็มก็จะไปร้องไห้คร่ำครวญเอากับพระต่างๆที่พวกเขาเผาเครื่องหอมถวาย แต่พระปลอมพวกนั้นจะไม่ช่วยพวกเขา ในเวลาที่พวกเขากำลังเดือดร้อน
13 ยูดาห์ ที่เราพูดอย่างนี้ ก็เพราะตามเมืองต่างๆของเจ้า มีแต่พระต่างๆมากมาย และตามท้องถนนในเมืองเยรูซาเล็ม เจ้าก็ตั้งแท่นบูชาให้กับรูปเคารพที่น่าอับอายไปทั่วทุกหนแห่ง พวกมันใช้สำหรับเผาเครื่องหอมให้พระบาอัล
14 ส่วนเจ้า เยเรมียาห์ อย่าได้อธิษฐานให้กับคนพวกนี้ และอย่าได้คร่ำครวญหรือวิงวอนให้กับพวกเขาด้วย เพราะเราจะไม่ฟังในเวลาที่พวกเขาร้องหาเราตอนที่เดือดร้อน
15 ยูดาห์ ที่รักของเรา มาทำอะไรในวิหารของเรา
เห็นๆอยู่ว่านางได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายมากมาย
เครื่องเซ่นไหว้ของเจ้าจะถูกเอาไปจากเจ้า
เพราะเจ้าสนุกสนานกับความชั่วช้าของเจ้า”
16 ครั้งหนึ่งพระยาห์เวห์เคยเรียกเจ้าว่า
“ต้นมะกอกเขียวสวยสดพร้อมผลที่เอร็ดอร่อย”
แต่เดี๋ยวนี้ ด้วยเสียงที่เหมือนกับพายุใหญ่ พระองค์จะจุดไฟเพื่อเผาเจ้า
และกิ่งก้านของเจ้าก็จะหักลง
17 และพระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้ที่ปลูกเจ้า
ได้สั่งให้ความหายนะนี้เกิดขึ้นกับเจ้า
ที่พระองค์ทำอย่างนี้ก็เพราะ
ความชั่วร้ายที่ชาวอิสราเอลและยูดาห์ทำ
พวกเขายั่วโมโหพระองค์
ด้วยการเผาเครื่องหอมให้กับพระบาอัล
แผนชั่วร้ายต่อเยเรมียาห์
18 พระยาห์เวห์ได้เปิดเผยแผนการของพวกเขาให้กับผม เพื่อผมจะได้รู้
19 ผมเป็นเหมือนแกะว่าง่ายที่กำลังถูกลากไปเชือด ผมไม่รู้ว่าพวกเขาได้วางแผนชั่วร้ายต่อผม พวกเขาพูดว่า “ให้พวกเราทำลายต้นไม้กับผลของมันและให้เราตัดเยเรมียาห์ออกจากแผ่นดินของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ และอย่าให้ใครจดจำชื่อของเขาอีกต่อไป”
20 แต่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้พิพากษาที่เที่ยงธรรม ผู้ที่ทดสอบความคิดและจิตใจของมนุษย์
ขอให้ผมได้เห็นพระองค์แก้แค้นพวกเขาด้วยเถิด เพราะผมได้ร้องเรียนต่อพระองค์แล้ว
21 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับคนอานาโธท คนที่กำลังพยายามจะฆ่าเยเรมียาห์ คนที่พูดว่า “ถ้าแกหยุดพูดแทนพระยาห์เวห์ พวกเราก็จะไว้ชีวิตแก”
22 ดังนั้นนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด “เรากำลังจะลงโทษพวกเขา คนหนุ่มของพวกเขาจะถูกฆ่าตายในสงคราม พวกลูกชายลูกสาวของพวกเขาจะตายเพราะความหิวโหย
23 จะไม่มีใครรอดชีวิตสักคน เพราะเราจะนำความหายนะมาให้กับชาวอานาโธท ตอนที่เราลงโทษพวกเขา”
12เยเรมียาห์บ่นให้พระเจ้าฟัง
1 พระยาห์เวห์ เมื่อข้าพเจ้าโต้แย้งกับพระองค์ในศาล
พระองค์ได้รับการตัดสินว่าถูกเสมอ
แต่ข้าพเจ้าอยากจะพูดถึงความยุติธรรมกับพระองค์
ทำไมคนหลอกลวงถึงได้เจริญเอาเจริญเอา
ทำไมพวกวางแผนชั่วถึงประสบความสำเร็จ
2 พระองค์ปลูกพวกเขาแล้วพวกเขาก็หยั่งรากลงไป
และเจริญงอกงามแถมยังออกลูกด้วย
พวกเขาพูดถึงพระองค์บ่อยๆ
แต่พวกเขาไม่จริงใจต่อพระองค์เลย
3 แต่พระยาห์เวห์ พระองค์รู้จักข้าพเจ้า
พระองค์เคยเห็นข้าพเจ้าและพระองค์เองก็เคยทดสอบจิตใจของข้าพเจ้าแล้ว
ขอให้พระองค์ลากพวกนั้นไปเหมือนลากแกะไปเชือดเถิด
คัดพวกมันไว้รอวันเชือดเถิด
4 แผ่นดินจะแห้งแล้งไปอีกนานแค่ไหน
และหญ้าในท้องทุ่งทุกที่จะเหี่ยวแห้งไปถึงเมื่อไหร่
เพราะความชั่วช้าของคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น
พวกสัตว์และนกถึงถูกกวาดไปเรียบ
สิ่งนี้ก็จะเกิดขึ้นด้วย เพราะพวกเขาพูดว่า “พระองค์ไม่เห็นหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา”
พระเจ้าตอบเยเรมียาห์
5 พระยาห์เวห์พูดว่า
“ถ้าเจ้าวิ่งแข่งกับมนุษย์ที่มีเท้าเหมือนกับเจ้าและพวกเขาทำให้เจ้าหมดแรง
เจ้าจะไปวิ่งแข่งกับม้าได้ยังไง
ถ้าเจ้ายังสะดุดล้มลงในแผ่นดินที่มีความปลอดภัย
แล้วเจ้าจะทำยังไงในป่าทึบริมแม่น้ำจอร์แดน
6 ที่เราพูดอย่างนี้ก็เพราะแม้แต่พี่น้องและญาติสนิทของเจ้า
ยังวางแผนทรยศเจ้าเลย
ถึงพวกเขาจะร้องเรียกหาเจ้าสุดเสียง
ก็อย่าได้ไปหลงเชื่อพวกเขา
ถึงแม้พวกเขาจะพูดหวานกับเจ้า
พระยาห์เวห์ได้ทอดทิ้งยูดาห์คนของพระองค์
7 พระยาห์เวห์พูดว่า
เราได้ทอดทิ้งวิหารของเราไป
เราได้ละทิ้งมรดกของเราไป
เราได้ทิ้งยูดาห์คนที่เรารักไว้ในเงื้อมมือศัตรูของนาง
8 คนที่เราเรียกว่าคนของเราได้กลายเป็นเหมือนสิงโตป่าต่อเรา
นางได้ส่งเสียงคำรามใส่เรา
ดังนั้น เราจึงเกลียดนาง
9 คนของเรากลายเป็นเหมือนนกล่อเหยื่อสำหรับเราหรือยังไง
หรือมีนกล่อเหยื่อรายล้อมนางอยู่หรือ
รวบรวมสัตว์ป่าทั้งหมดเข้ามา
เพื่อว่าพวกมันจะได้กินนาง
10 คนเลี้ยงแกะหลายคนทำลายไร่องุ่นของเรา
พวกเขาได้เหยียบย่ำส่วนแบ่งของเราจนราบเรียบ
พวกเขาได้ทำให้ส่วนแบ่งที่เรารักกลายเป็นทะเลทรายร้าง
11 พวกเขาได้ทำให้มันกลายเป็นที่ดินเปล่าประโยชน์
ดังนั้นที่ดินที่เปล่าประโยชน์นั้นจึงร้องทุกข์ต่อเรา
ที่ดินทั้งหมดถูกปล่อยร้างว่างเปล่า
แต่ก็ไม่มีใครสนใจใยดี
12 ดังนั้นนักทำลายจึงเดินทางมาจากที่แห้งแล้งในทะเลทราย
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะดาบของพระยาห์เวห์กำลังกลืนกินจากสุดปลายโลกด้านหนึ่งไปสุดปลายอีกด้านหนึ่ง
ไม่มีสันติสุขสำหรับสิ่งมีชีวิตหน้าไหนทั้งสิ้น
13 พวกเขาปลูกข้าวสาลี
แต่กลับเก็บเกี่ยวหนาม
พวกเขาทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย
แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ
แล้วพวกเขาจะต้องอับอายกับผลผลิตของตัวเอง
เพราะพระยาห์เวห์จะระบายความโกรธใส่พวกเขา”
คำสัญญาที่พระยาห์เวห์ให้กับเพื่อนบ้านของอิสราเอล
14 พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้ คือ “เกี่ยวกับพวกคนชั่วช้าที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่อยู่ใกล้กับมรดก ที่เราได้ให้กับคนอิสราเอลนั้น เราจะถอนรากพวกเขาจากแผ่นดินของตัวเอง และถอนรากครอบครัวของยูดาห์ออกไปจากพวกเขาด้วย
15 หลังจากถอนรากพวกเขาแล้ว เราก็จะแสดงความเมตตากับพวกเขาอีกครั้ง เราจะพาพวกเขากลับมา ให้แต่ละคนกลับไปยังมรดกของตัวเอง และแต่ละคนก็จะได้กลับไปยังที่ดินของตัวเอง
16 ในอดีตพวกเขาเคยสอนคนของเราให้สาบานกับพระบาอัล แต่ตอนนี้ถ้าพวกเขาเรียนรู้วิถีทางของคนของเราจริงๆโดยสาบานในนามของเรา ด้วยการพูดว่า ‘พระยาห์เวห์มีชีวิตอยู่แน่ฉันใด …’ ถ้าทำอย่างนี้ พวกเขาก็จะเจริญขึ้นท่ามกลางคนของเรา
17 แต่ถ้าพวกเขาไม่ยอมฟัง เราก็จะถอนรากชนชาตินี้ และทำลายมันทิ้งอย่างแน่นอน” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
13ผ้าคาดเอวของเยเรมียาห์
1 พระยาห์เวห์พูดกับผมอย่างนี้ว่า “ไปซื้อผ้าคาดเอวที่ทำจากผ้าลินินมาผืนหนึ่ง แล้วเอามาคาดเอวเจ้าไว้ แต่อย่าเอามันไปแช่น้ำ”
2 ผมก็เลยไปซื้อผ้าตามที่พระยาห์เวห์สั่ง แล้วเอามันมาคาดเอวผมไว้
3 หลังจากนั้นพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมเป็นครั้งที่สองว่า
4 “ให้เอาผ้าที่เจ้าซื้อมา ที่คาดเอวเจ้าอยู่ ไปที่แม่น้ำยูเฟรติส แล้วเอามันไปซ่อนไว้ในซอกหิน”
5 ผมจึงไป และเอามันไปซ่อนไว้แถวแม่น้ำยูเฟรติสตามที่พระยาห์เวห์สั่งผมไว้
6 หลังจากผ่านไปหลายวัน พระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า “ลุกขึ้นแล้วให้ไปที่แม่น้ำยูเฟรติส ไปเอาผ้าที่เราสั่งให้เจ้าเอาไปซ่อนไว้ที่นั่น”
7 ดังนั้น ผมจึงไปที่แม่น้ำยูเฟรติส แล้วไปหาผ้าผืนนั้น และเอามันออกมาจากที่ซ่อน แต่ผ้านั้นเปื่อยหมดแล้ว จะเอาไปใช้ทำอะไรก็ไม่ได้
8 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า
9 “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด ‘เราจะทำลายความเย่อหยิ่งของยูดาห์และเยรูซาเล็มเหมือนผ้าชิ้นนี้แหละ
10 คนชั่วช้าพวกนี้ ที่ไม่ยอมฟังเสียงเรา ที่ไปเดินตามจิตใจที่ดื้อดึงของพวกเขา และที่ไปติดตามรับใช้พระอื่น และไปก้มกราบอยู่ต่อหน้าพวกพระนั้น คนพวกนี้ก็จะเป็นเหมือนผ้าผืนนี้ ที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
11 ผ้านี้ติดอยู่ที่เอวของคนใส่ยังไง เราก็ทำให้คนอิสราเอลและคนยูดาห์ทุกคนติดอยู่กับเราอย่างนั้นเหมือนกัน’” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“เราอยากให้พวกเขาเป็นคนของเรา และนำชื่อเสียง คำสรรเสริญ และสง่าราศีมาให้กับเรา แต่พวกเขากลับไม่ยอมฟัง”
คำเตือนต่อยูดาห์
12 “ดังนั้นให้เอาข่าวนี้ไปบอกกับพวกเขา พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดไว้ว่าอย่างนี้ ‘ไหทุกใบควรจะมีเหล้าองุ่นอยู่เต็ม’ แล้วพวกนั้นก็จะพูดกับเจ้าว่า ‘พวกเราไม่รู้หรือยังไงว่าไหทุกใบควรจะมีเหล้าองุ่นอยู่เต็ม’
13 เจ้าก็จะต้องบอกพวกนั้นว่า พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้ ‘เรากำลังจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้เมามายกันหมด ทั้งกษัตริย์ทุกคนที่นั่งบนบัลลังก์ของดาวิด พวกนักบวช พวกผู้พูดแทนพระเจ้า และคนทั้งหมดในเยรูซาเล็ม
14 และเราจะบดขยี้ผู้คนเข้าใส่กัน และบดขยี้แม้แต่พ่อแม่เข้าใส่ลูกๆของเขา’” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“เราจะไม่ละเว้น สงสาร หรือเมตตาปรานีต่อพวกเขา เพื่อพวกเขาจะได้พินาศไป”
15 เอียงหูเข้ามา อย่าได้หยิ่งผยอง
เพราะพระยาห์เวห์ได้เตือนไว้แล้ว
16 ถวายเกียรติให้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านก่อนที่จะค่ำมืด
และก่อนที่เท้าท่านจะสะดุดล้มบนเนินเขาตอนพลบค่ำ
ในช่วงที่พวกท่านรอคอยแสงอรุณนั้น
พระองค์จะทำให้มันกลับกลายเป็นความมืดมิดและมืดมัว
17 ถ้าพวกท่านไม่ยอมฟังสิ่งนี้
ผมก็จะร้องไห้ให้กับความหยิ่งผยองของท่าน
ผมจะหลั่งน้ำตาอย่างขมขื่นและน้ำตาก็จะไหลพรากจากตาของผม
เพราะฝูงแกะของพระยาห์เวห์ถูกจับเอาไปเป็นเชลยแล้ว
18 ให้บอกกษัตริย์และแม่ของกษัตริย์ว่า
“ให้ลงมานั่งในที่นั่งที่ต่ำต้อย
เพราะมงกุฎอันแสนสวยของพวกเจ้าได้หล่นจากหัวของพวกเจ้าแล้ว
19 พวกเมืองต่างๆของเนเกบก็ถูกปิดไปหมดแล้ว
และก็ไม่มีใครไปเปิดมัน
ยูดาห์ถูกไล่ออกไปแล้วหมดทุกคน
ถูกไล่ออกไปจนหมดเกลี้ยง”
20 พระยาห์เวห์พูดว่า “เงยหน้าดูพวกที่กำลังมาจากทางทิศเหนือสิ
ฝูงแกะที่เจ้าได้มา ไปอยู่ที่ไหนหมดแล้ว
แกะที่สวยงามของเจ้าอยู่ที่ไหน
21 เจ้าจะว่ายังไงเมื่อคนที่เจ้าเคยฝึกอบรมเพื่อจะได้มาเป็นมิตรกับเจ้า
แต่พวกเขากลับแต่งตั้งคนเหล่านั้นให้มาเป็นหัวหน้าเจ้า
เจ้าจะไม่เจ็บเหมือนผู้หญิงที่กำลังจะคลอดลูกหรือ
22 และถ้าเจ้าสงสัยในใจว่า
‘ทำไมเรื่องพวกนี้ถึงได้เกิดขึ้นกับฉัน’
มันเป็นเพราะความผิดอันใหญ่หลวงของเจ้าเอง
ที่กระโปรงของเจ้าถูกถลกขึ้นมา
และเจ้าก็ถูกข่มขืน
23 ชาวเอธิโอเปียเปลี่ยนสีผิวตัวเองได้หรือ
เสือดาวเปลี่ยนลายจุดของมันได้หรือ
ถ้าได้ พวกเจ้าที่ได้รับการเรียนรู้ให้ทำในสิ่งที่ชั่วช้า
ก็เปลี่ยนมาทำดีได้เหมือนกัน
24 ดังนั้นเราจะทำให้พวกเขากระจัดกระจายไป
เหมือนแกลบที่ถูกลมของทะเลทรายพัดปลิวไป
25 นี่คือส่วนแบ่งของเจ้า
ที่เราได้ชั่งออกมาให้กับเจ้า”
พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
“ส่วนแบ่งที่เราได้ชั่งให้กับเจ้า
เราทำอย่างนี้ก็เพราะเจ้าได้ลืมเรา
แล้วหันไปไว้วางใจในสิ่งที่ไม่จริง
26 เราเองจะยกกระโปรงขึ้นคลุมหัวเจ้า
เพื่อคนจะได้เห็นความอัปยศอดสูของเจ้า
27 เราได้เห็นการสำส่อนของเจ้า
การให้ท่าของเจ้า
อุบายแยบยลที่เจ้าใช้สำส่อนบนเนินเขาต่างๆ
เราได้เห็นพิธีกรรมที่น่าขยะแขยงที่เจ้าได้ทำในท้องทุ่งนั้น
แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ เยรูซาเล็มเอ๋ย
เจ้าจะไม่บริสุทธิ์ไปอีกนานเท่าไหร่”
14ภัยแล้งและผู้พูดแทนพระเจ้าจอมปลอม
1 นี่คือคำพูดของพระยาห์เวห์ที่มาถึงเยเรมียาห์เกี่ยวกับภัยแล้งว่า
2 “ยูดาห์ร้องไห้เศร้าโศก
ประตูเมืองต่างๆของเธอก็ทรุดโทรม
ความมืดปกคลุมแผ่นดิน
และเสียงร้องไห้ขมขื่นของเยรูซาเล็มก็ดังขึ้น
3 พวกคนชั้นสูงส่งคนใช้ออกไปหาน้ำ
พวกเขาไปที่แอ่งเก็บน้ำแต่ก็หาน้ำไม่ได้
ก็เลยกลับมาพร้อมกับเหยือกเปล่าๆ
พวกเขาอับอายขายหน้าก็เลยคลุมหัวไว้
4 เพราะพื้นดินก็แตกระแหง
เพราะไม่มีฝนตกลงมาบนแผ่นดิน
คนไถนาก็อับอาย
จนต้องคลุมหัวไว้
5 แม้แต่แม่กวางในทุ่งโล่งออกลูกแล้วทิ้งลูกไป
เพราะไม่มีหญ้าให้กิน
6 พวกลาป่ายืนอยู่บนยอดเนินเขาโล้นเตียน
พวกมันหอบเหมือนพวกหมาไน
ดวงตาของพวกมันปิดลง
เพราะไม่มีผักหญ้าจะให้กิน
7 พระยาห์เวห์เจ้าข้า
ถ้าความผิดของพวกเราย้อนกลับมาสนองเราเอง
โปรดทำอะไรสักอย่างเพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์เอง
เพราะเราเคยหันหลังให้พระองค์หลายต่อหลายครั้ง
เราได้ทำบาปต่อพระองค์
8 พระยาห์เวห์เจ้าข้า พระองค์คือผู้ที่อิสราเอลกำลังรอคอย พระองค์คือความหวังของอิสราเอล
และเป็นพระผู้ช่วยของเขาในยามยาก
แต่ทำไมพระองค์ถึงทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้า
หรือนักท่องเที่ยวที่ค้างแรมแค่คืนเดียว
9 ทำไมพระองค์ถึงทำเหมือนคนที่ประหลาดใจ
ทำเหมือนนักรบที่ไม่สามารถช่วยคนที่เขามาช่วย
พระยาห์เวห์เจ้าข้า พระองค์อยู่ท่ามกลางพวกเราที่นี่
คนเขาเรียกพวกเราด้วยชื่อของพระองค์ ขออย่าได้ทอดทิ้งพวกเรา”
10 พระยาห์เวห์พูดถึงคนพวกนี้ว่า
“มันเป็นเรื่องจริงที่ว่า
เท้าของพวกเขาชอบเดินไปเรื่อยและพวกเขาก็ไม่ควบคุมมันไว้
ดังนั้นตอนนี้พระยาห์เวห์จะไม่ยอมรับพวกเขา
พระองค์จะจดจำความผิดที่พวกเขาได้ทำไป
และพระองค์จะลงโทษพวกเขาสำหรับบาปต่างๆของพวกเขา”
11 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า “อย่าได้อธิษฐานเพื่อความสุขสบายของคนพวกนี้ 12 ถึงพวกเขาจะอดอาหาร เราก็จะไม่ฟังคำร้องขอให้ช่วยของพวกเขา ถึงพวกเขาจะถวายเครื่องเผาบูชา และเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช เราก็จะไม่พอใจในพวกเขาอยู่ดี เพราะเราได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว ที่จะกำจัดพวกเขาด้วยดาบ ด้วยความหิวโหยและด้วยโรคภัยไข้เจ็บ”
13 แล้วผมก็พูดว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ เจ้านายของข้าพเจ้า พวกผู้พูดแทนพระเจ้าจอมปลอมบอกกับคนพวกนั้นว่า ‘ไม่ต้องกลัวดาบและความอดอยาก มันจะไม่เกิดขึ้นกับพวกเจ้าหรอก เราพูดเพราะพระยาห์เวห์จะให้สันติสุขกับเจ้าอย่างแน่นอน’” 14 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า “พวกผู้พูดแทนพระเจ้านั้นอ้างว่าพูดแทนเรา แต่พวกมันโกหก เราไม่ได้ส่งพวกมันมา เราก็ไม่ได้สั่งพวกมันและเราก็ไม่ได้พูดกับพวกมันด้วย แต่พวกมันยังคงพูดแทนเราให้กับพวกเจ้า เป็นนิมิตโกหกและคำทำนายไร้สาระที่มาจากจิตใจที่หลอกลวงของพวกมัน 15 ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงพูดว่า ผู้พูดแทนพระเจ้าพวกนี้ที่พูดในนามของเรา ทั้งๆที่เราไม่ได้ส่งพวกมันมา ที่พูดว่า ‘ดาบและความหิวโหยจะไม่เข้ามาในแผ่นดินนี้ พวกผู้พูดแทนพระเจ้านี้จะต้องตายด้วยดาบและความหิวโหย 16 ส่วนคนที่ฟังพวกมันก็จะต้องถูกโยนลงไปบนถนนของเยรูซาเล็มด้วยความอดอยากหิวโหยและตายด้วยดาบและจะไม่มีใครฝังศพให้พวกเขา เราจะลงโทษพวกผู้พูดแทนพระเจ้านี้ รวมทั้งเมีย ลูกชาย และลูกสาวของพวกมัน’
17 เยเรมียาห์ เอาคำพูดนี้ไปบอกกับยูดาห์ว่า
‘เราหลั่งน้ำตาทุกคืนวันไม่เคยหยุดหย่อน
เพราะการทำลายล้างอันใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นกับคนที่เรารัก
เพราะเขามีแผลอันเจ็บปวดแสนสาหัส
18 ถ้าเราออกไปในทุ่ง
เราก็จะเห็นคนบาดเจ็บเพราะดาบ
และถ้าเราเข้าไปในเมือง
เราก็เห็นโรคร้ายต่างๆที่เกิดจากความอดอยาก
สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเกิดขึ้น ก็เพราะว่า
ทั้งพวกผู้พูดแทนพระเจ้าและนักบวชทำการค้าไปทั่วแผ่นดินแต่ขาดความรู้’”
19 ประชาชนพูดว่า “พระองค์ทอดทิ้งยูดาห์อย่างสิ้นเชิงแล้วหรือ
พระองค์รังเกียจศิโยนมากขนาดนั้นเชียวหรือ
ทำไมพระองค์ถึงได้ทำร้ายเรา
ในเวลาที่ไม่มีหมอจะรักษาพวกเรา
พวกเราเฝ้ารอสันติสุข
แต่ไม่มีอะไรดีให้เห็นเลย
พวกเราเฝ้ารอเวลาที่พวกเราจะได้รับการรักษา
กลับมีแต่เรื่องสยดสยองเกิดขึ้น
20 พระยาห์เวห์เจ้าข้า พวกเรารู้ว่าเราทำบาปอะไรบ้าง
และรู้ว่าบรรพบุรุษของเราทำบาปอะไรเอาไว้
พวกเรารู้ว่าพวกเราทำผิดบาปต่อพระองค์
21 ขออย่าได้ปฏิเสธพวกเราเลยเพื่อว่าชื่อเสียงของพระองค์จะได้แผ่ไพศาลขึ้น
และอย่าทำให้บัลลังก์ของพระองค์เองต้องได้รับความอับอาย
ได้โปรดระลึกถึงคำมั่นสัญญาที่พระองค์ได้ทำไว้กับเราและขออย่าได้ผิดคำสัญญาเลย
22 พวกเทพเจ้าจอมปลอมของชนชาติต่างๆทำให้ฝนตกได้หรือ
ตัวท้องฟ้าเองจะทำให้ฝนตกได้หรือ
ไม่ใช่พระองค์หรอกหรือที่เป็นพระยาห์เวห์ของพวกเรา
พวกเราพึ่งในพระองค์
เพราะพระองค์เป็นผู้ทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด”
151 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า
“ถึงแม้โมเสสกับซามูเอลจะมายืนอ้อนวอนต่อหน้าเรา เราก็จะไม่ยกโทษให้กับคนพวกนี้ ไล่พวกมันไป ให้พวกมันออกไปให้พ้น
2 และถ้าพวกนั้นถามเจ้าว่า ‘แล้วจะให้พวกเราไปไหนหรือ’ ก็ให้เจ้าตอบพวกมันว่า พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
‘ถ้าเราได้กำหนดให้เจ้าตาย เจ้าก็จะต้องตาย
ถ้าเรากำหนดให้เจ้าถูกดาบฆ่าฟัน
เจ้าก็จะต้องตายด้วยดาบ
ถ้าเรากำหนดให้เจ้าอดอยาก เจ้าก็จะต้องอดอยาก
และถ้าเรากำหนดให้เจ้าถูกจับไปเป็นเชลย เจ้าก็จะต้องเป็นเชลย
3 เราจะลงโทษพวกเขาสี่อย่าง คือ
ด้วยดาบ ที่จะฆ่าฟันพวกเขา
ด้วยพวกสุนัข ที่จะลากพวกเขา
ด้วยนกในอากาศ
และด้วยสัตว์ร้ายที่อยู่บนดิน
ซึ่งจะกัดกินและทำลายพวกเขา
4 และเราจะทำให้พวกเขาเป็นที่น่าสยดสยองให้กับอาณาจักรทั่วโลก
เราจะทำอย่างนี้ ก็เพราะ
สิ่งต่างๆที่มนัสเสห์+ 15:4 มนัสเสห์ เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ ในปี 687-642 ก่อนพระเยซูมาเกิด เขาสนับสนุนให้มีการนมัสการเทพเจ้าของคนต่างชาติ ดูได้จาก 2 พงศ์กษัตริย์ 21:10-15 กษัตริย์แห่งยูดาห์ ลูกชายของเฮเซคียาห์
ได้ทำไปในเมืองเยรูซาเล็ม’”
5 “เยรูซาเล็มที่รัก ใครเล่าจะมาเห็นอกเห็นใจเจ้า
ใครเล่าจะมาเสียใจกับเจ้า
ใครเล่าจะมาสนใจถามทุกข์สุขของเจ้า
6 เจ้าได้ทอดทิ้งเราไป” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“เจ้าหันหลังให้เรา
ดังนั้นเราจะโจมตีเจ้าและทำลายเจ้าซะ
เราเบื่อที่จะให้โอกาสกับเจ้าแก้ตัวครั้งแล้วครั้งเล่า
7 เราจะเอาส้อมโกยฟางซัดพวกเขา
ให้กระจัดกระจายไปที่ตรงประตูเมือง
เราจะทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าไม่มีลูก เราจะทำให้คนของเราพินาศ
เพราะวิถีทางต่างๆของพวกเขา พวกเขาไม่ยอมหันกลับมาหาเรา
8 พวกเขาจะมีแม่ม่ายมากกว่าจำนวนเม็ดทรายที่ทะเลเสียอีก
ในตอนกลางวัน เราจะทำลายล้างแม่ทุกคนของคนหนุ่ม
เราจะนำความหวาดกลัวและสิ่งที่น่าสยดสยองให้เกิดขึ้นกับเขาในทันที
9 ผู้หญิงที่เลี้ยงดูลูกเจ็ดคนจะอ่อนแอลง
แล้วพวกนางก็จะตาย
ดวงอาทิตย์จะไม่ส่องแสงมาหานางอีก
นางจะอับอายและขายหน้า
ใครก็ตามที่ยังคงเหลืออยู่
ก็จะถูกฆ่าฟันด้วยดาบของศัตรูของพวกเขา”
พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนั้น
เยเรมียาห์บ่นอีก
10 แม่ครับ ความหายนะเกิดขึ้นกับผม
ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะแม่คลอดผมมา
ผมกลายเป็นคนที่ชอบโต้เถียง
เป็นคนที่ชอบทะเลาะวิวาทกับคนไปทั่วทั้งแผ่นดิน
ผมไม่เคยให้ใครยืมอะไรและผมก็ไม่เคยขอยืมอะไรใคร
แต่ทุกคนกลับพากันสาปแช่งผม
11 พระยาห์เวห์พูดกับผมว่า
“แน่นอน เราได้สวมเสื้อเกราะให้เจ้าอย่างดี
แน่นอน เราได้เข้ามาช่วยเจ้าตอนทุกข์ทรมาน
และตอนยากลำบาก คือตอนที่เจอกับศัตรู”
พระเจ้าตอบเยเรมียาห์
12 “มีใครสามารถหักเหล็กได้บ้าง คือ เหล็กจากทางเหนือ
หรือทองสัมฤทธิ์
13 เราจะทำกับทรัพย์สินเงินทองของเจ้าเหมือนของที่ยึดมาได้จากสงคราม
เราจะแจกจ่ายมันไปให้หมดแทนที่จะขายมัน
เราจะทำอย่างนี้ไปทั่วแผ่นดินของเจ้า
เพราะความบาปทั้งหลายของเจ้า
14 เราจะให้เจ้าไปเป็นทาสรับใช้ศัตรูในแผ่นดินที่เจ้าไม่รู้จักเพราะความโกรธของเราเริ่มคุเป็นไฟแล้ว
และมันจะเผาผลาญเจ้าทุกคน”
15 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
โปรดระลึกถึงข้าพเจ้าและดูแลข้าพเจ้าด้วย
และแก้แค้นให้กับข้าพเจ้าด้วย
แก้แค้นคนพวกนั้นที่ไล่ล่าข้าพเจ้า
ขออย่าได้รอนานเกินไปที่จะลงมือ ไม่อย่างนั้นข้าพเจ้าจะตายเสียก่อน
พระองค์รู้ว่าพวกเขาดูถูกข้าพเจ้าก็เพราะพระองค์
16 ข้าพเจ้าค้นพบถ้อยคำต่างๆของพระองค์
แล้วข้าพเจ้าก็กลืนกินพระคำเหล่านั้น
และถ้อยคำของพระองค์ก็ทำให้ข้าพเจ้าเป็นสุขและเบิกบานใจ
เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระองค์ได้อ้างว่าข้าพเจ้าเป็นของพระองค์
17 ข้าพเจ้าไม่เคยนั่งกับพวกที่ชอบจัดงานเลี้ยง
และข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้เฉลิมฉลองด้วย
เพราะพระองค์เป็นเจ้านายของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็เลยนั่งอยู่คนเดียว
เพราะพระองค์ทำให้ข้าพเจ้าโกรธคนพวกนั้นมาก
18 ทำไมความเจ็บปวดของข้าพเจ้าถึงไม่เคยหยุด
ทำไมบาดแผลของข้าพเจ้าถึงกลัดหนองและรักษาไม่หายสักที
สำหรับข้าพเจ้าแล้ว
พระองค์เป็นเหมือนตาน้ำที่ไม่ให้น้ำ
หรือลำธารที่เหือดแห้งในหน้าร้อน
19 ดังนั้น พระยาห์เวห์ก็เลยพูดว่า “เยเรมียาห์ ถ้าเจ้ากลับมาหาเรา
เราก็จะยอมรับเจ้ากลับมา
แล้วเจ้าก็จะมายืนอยู่ต่อหน้าเรา
ถ้าเจ้าพูดในสิ่งที่มีสาระและไม่พูดไร้สาระ
เจ้าก็จะเป็นปากให้เราได้
คนพวกนี้จะหันมาหาเจ้า ไม่ใช่เจ้าหันไปหาพวกเขา
20 เราจะทำให้เจ้าเป็นเหมือนกำแพงป้อมปราการทองสัมฤทธิ์
ซึ่งจะทนต่อการถูกโจมตีของคนพวกนี้ได้
พวกเขาจะสู้กับเจ้าแต่ก็จะเอาชนะเจ้าไม่ได้
เจ้ามั่นใจเรื่องนี้ได้เลยเพราะเราอยู่กับเจ้า เราจะช่วยให้เจ้ารอดพ้น”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
21 “เราจะช่วยให้เจ้ารอดพ้นจากเงื้อมมือของคนชั่วร้าย
และเราจะไถ่เจ้าออกจากเงื้อมมือของพวกอำมหิต”
16วันแห่งความหายนะ
1 แล้วพระยาห์เวห์พูดกับผมว่า
2 “เยเรมียาห์ เจ้าจะต้องไม่หาเมีย และต้องไม่มีลูกชายลูกสาวในที่แห่งนี้” 3 เพราะนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดถึงลูกชายลูกสาวที่จะเกิดมาในที่แห่งนี้ และพูดถึงแม่ๆของพวกเขาที่จะคลอดพวกเขามา และพูดถึงพ่อๆของพวกเขาที่ทำให้พวกเขาเกิดมาในแผ่นดินนี้ว่า
4 “พวกเขาจะตายด้วยเชื้อโรค จะไม่มีใครไว้ทุกข์ให้กับพวกเขา และจะไม่มีใครฝังศพให้กับพวกเขา พวกเขาจะเป็นเหมือนมูลสัตว์ที่กองอยู่บนพื้นดิน พวกเขาจะถูกกำจัดไปด้วยดาบและด้วยความอดอยากหิวโหย ศพของพวกเขาจะกลายเป็นอาหารของนกในอากาศและของสัตว์บนพื้นดิน”
5 เพราะพระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้ คือ “อย่าเข้าใกล้บ้านที่มีงานศพ และอย่าเข้าไปในบ้านที่มีการไว้ทุกข์ อย่าไปเศร้าโศกเสียใจให้กับพวกเขา เพราะเราได้รวบรวมเอาสันติสุข ความรักและความเมตตาของเราไปจากคนพวกนี้แล้ว” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
6 ทั้งคนใหญ่โตและคนต่ำต้อยในแผ่นดินนี้ก็จะต้องตาย จะไม่มีใครฝังพวกเขา และจะไม่มีใครไว้ทุกข์ให้กับพวกเขาด้วย จะไม่มีใครเชือดเฉือนเนื้อตัวเองหรือโกนหัวเพื่อพวกเขา
7 จะไม่มีใครแบ่งอาหารให้กับพวกเขา ในช่วงที่พวกเขาเศร้าโศกเสียใจ เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจพวกเขาต่อคนที่ตายไป และจะไม่มีใครเอาน้ำมาให้พวกเขาดื่มเพื่อปลอบโยนพวกเขาที่พ่อแม่ตายไป
8 อย่าเข้าไปในโรงเหล้า และนั่งลงกินดื่มกับคนพวกนี้
9 เพราะพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าของอิสราเอล พูดไว้อย่างนี้ว่า “ในชั่วชีวิตของเจ้านี้ เสียงเพลงที่มีความสุข เสียงร้องเฉลิมฉลองกัน และเสียงของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เจ้าจะเห็นเรากำจัดเสียงร้องพวกนี้ให้หมดไปจากสถานที่แห่งนี้
10 และเมื่อเจ้าประกาศถ้อยคำเหล่านี้ให้กับคนพวกนี้ฟัง พวกเขาก็จะบอกกับเจ้าว่า ‘ทำไมพระยาห์เวห์ถึงได้บอกว่าเราจะต้องพบกับสิ่งชั่วร้ายอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยล่ะ พวกเราทำอะไรผิดหรือ พวกเราทำบาปอะไรหรือที่ทำให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราไม่พอใจ’
11 เจ้าจะต้องบอกพวกนั้นว่า พระยาห์เวห์บอกว่า ‘ก็เพราะพวกบรรพบุรุษของเจ้าทอดทิ้งเราไปและหันไปติดตามพระอื่นๆ ไปรับใช้ และกราบไหว้พวกมัน พวกเขาทอดทิ้งเรา และไม่ได้รักษากฎของเรา
12 แต่พวกเจ้ากลับทำชั่วร้ายยิ่งกว่าพวกบรรพบุรุษของเจ้าเสียอีก แถมพวกเจ้าแต่ละคนยังไปทำตามใจชั่วๆของเจ้าเองแทนที่จะฟังเรา
13 ดังนั้นเราจะเหวี่ยงเจ้าออกไปจากแผ่นดินนี้ ไปอยู่ในดินแดนที่เจ้าและบรรพบุรุษของเจ้าไม่รู้จัก และเจ้าจะต้องรับใช้พระอื่นๆที่นั่นทั้งวันทั้งคืน และเราก็จะไม่ช่วยอะไรเจ้าเลยที่นั่น’”
14 พระยาห์เวห์พูดว่า “ดังนั้น วันนั้นกำลังจะมาถึงแล้ว เมื่อคนจะเลิกพูดว่า ‘เราขอสาบานโดยอ้างพระยาห์เวห์ ผู้ที่นำลูกหลานของอิสราเอลออกมาจากแผ่นดินอียิปต์’
15 แต่พวกเขาจะพูดอย่างนี้แทน คือ ‘เราขอสาบานโดยอ้างพระยาห์เวห์ผู้ที่นำลูกหลานของอิสราเอลออกมาจากแผ่นดินทางตอนเหนือ และนำออกมาจากทุกที่ที่พระองค์เคยไล่พวกเขาไป’ แล้วเราจะนำพวกเขากลับมายังแผ่นดินของพวกเขาเอง แผ่นดินที่เราได้ให้ไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา”
16 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะส่งชาวประมงออกไปจำนวนมาก และพวกเขาจะไปจับคนยูดาห์ แล้วหลังจากนั้นเราจะส่งนายพรานออกไปเป็นจำนวนมาก พวกนายพรานจะไปล่าพวกยูดาห์ ตามภูเขาและเนินเขาทุกลูก และตามซอกหิน
17 เพราะเรากำลังดูว่าพวกเขาทำอะไร พวกเขาไม่มีทางหลบรอดสายตาเราไปได้ ความบาปของพวกเขาไม่อาจปิดบังไปจากเราได้หรอก
18 เราจะตอบแทนพวกเขาเป็นสองเท่า สำหรับความผิดและความบาปของพวกเขา เพราะพวกเขาทำให้แผ่นดินของเราแปดเปื้อนด้วยซากทั้งหลายของรูปเคารพที่น่าขยะแขยง และได้ทำให้แผ่นดินของเราเต็มไปด้วยสิ่งที่น่ารังเกียจทั้งหลาย”
19 พระยาห์เวห์เจ้าข้า พระองค์เป็นพละกำลังของข้าพเจ้า เป็นที่กำบังอันมั่นคงของข้าพเจ้า
และเป็นที่ลี้ภัยของข้าพเจ้าในเวลาทุกข์ยากลำบาก
ชนชาติทั้งหลายจะมาหาพระองค์จากทั่วทุกมุมโลก
และพูดว่า
“บรรพบุรุษของพวกเราได้รับแต่ของที่ไม่ได้เรื่อง ไร้สาระ และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย
20 ควรแล้วหรือที่มนุษย์จะสร้างพระเจ้าให้กับตนเอง
สิ่งที่พวกเขาสร้างนั้นไม่ได้เป็นพระเจ้าอะไรเลย”
21 “ดังนั้น ตอนนี้เราจะสอนพวกเขา ครั้งนี้เราจะสอนพวกเขาเกี่ยวกับฤทธิ์อำนาจและความแข็งแกร่งของเรา แล้วพวกเขาจะได้รู้ว่าชื่อของเราคือยาห์เวห์”
171 “ความผิดบาปของยูดาห์ถูกบันทึกไว้ด้วยปากกาเหล็ก
มันถูกบันทึกไว้ด้วยเหล็กแหลมบนแผ่นใจของพวกเขา
และบนเชิงงอนต่างๆของแท่นบูชาของพวกเขา
2 เพื่อให้เป็นอนุสรณ์ต่อต้านพวกเขา
แท่นบูชาต่างๆและพวกเสาของพระอาเชราห์+ 17:2 พวกเสาของพระอาเชราห์ เป็นพระผู้หญิงของคนคานาอัน เป็นคู่ของพระบาอัล ของพวกเขาอยู่ใกล้ๆต้นไม้ใบหนาตามเนินเขาสูงๆ
3 ภูเขาที่อยู่ในท้องทุ่ง
รวมทั้งความร่ำรวยและทรัพย์สินเงินทองของเจ้า
และศาลเจ้าต่างๆของเจ้าที่อยู่บนยอดเนินเขา
เราจะยกทั้งหมดนี้ให้กับคนอื่น
เป็นเหมือนของที่ยึดมาได้จากเชลย
เพราะบาปที่มีอยู่ทั่วเขตแดนของเจ้า
4 เพราะการกระทำต่างๆของเจ้าเอง เจ้าจะต้องสูญเสียมรดกของเจ้าไป มรดกที่เราได้ยกให้กับเจ้า
เราจะทำให้เจ้าต้องรับใช้พวกศัตรูของเจ้าในแผ่นดินที่เจ้าไม่รู้จัก
เพราะเจ้าจุดไฟแห่งความเกรี้ยวโกรธของเราขึ้น
และมันจะเผาไหม้ตลอดไป”
จะหวังพึ่งในมนุษย์หรือพระเจ้า
5 พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
“สิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้นกับคนที่ไว้วางใจในมนุษย์ด้วยกัน คนที่หวังพึ่งในกำลังของมนุษย์
คนที่ไม่ได้คิดถึงพระยาห์เวห์
6 เขาจะเป็นเหมือนพุ่มไม้ในทะเลทราย
ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเมื่อมีสิ่งที่ดีๆเกิดขึ้น
เขาอาศัยอยู่ในที่แห้งแล้งในทะเลทราย
ในแผ่นดินเค็มที่ไม่มีผู้อื่นอาศัยอยู่
7 สิ่งที่ดีๆจะเกิดขึ้นกับคนที่ไว้วางใจในพระยาห์เวห์
พระยาห์เวห์เป็นความเชื่อมั่นของเขา
8 เขาจะเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ
และมันก็แผ่รากของมันออกไปถึงริมน้ำ
มันไม่กลัวความร้อนเมื่อหน้าแล้งมา
ต้นของมันมีใบเขียวชอุ่มปกคลุมเอาไว้
ในปีที่แล้งจัดมันก็ไม่กลัว
และมันก็ออกผลอย่างสม่ำเสมอไม่ขาด”
9 “ใจนั้นเจ้าเล่ห์กว่าทุกสิ่ง
และมันก็ไม่มีทางเยียวยารักษาได้
ใครจะเข้าใจมันได้ล่ะ
10 เรา ยาห์เวห์
เป็นผู้นั้นที่ทดสอบใจและสำรวจสิ่งที่อยู่ในคน
เพื่อตอบแทนแก่คนตามวิถีทางของเขา
และตามผลของการกระทำต่างๆของเขา
11 คนที่ร่ำรวยขึ้นมาเพราะการคดโกง
ก็เหมือนกับนกกระทาที่ฟักไข่ที่ไม่ใช่เป็นของตัวเอง
เมื่อถึงวัยกลางคนเขาก็จะสูญเสียความร่ำรวยของเขา
เมื่อถึงจุดจบของชีวิตเขาก็จะกลายเป็นคนโง่”
12 ตั้งแต่เริ่มแรก วิหารของเราก็เป็นบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยสง่าราศีสำหรับพระเจ้า
มันเป็นสถานที่สำคัญมาก
13 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์คือความหวังของอิสราเอล
ใครที่ทอดทิ้งพระองค์ไปจะต้องละอายใจ
คนที่หันหลังให้พระองค์ได้ลงชื่อจองที่ในแดนผู้ตาย
เพราะพวกเขาทอดทิ้งพระยาห์เวห์ผู้เป็นเหมือนตาน้ำที่ไหลริน
เยเรมียาห์บ่นเป็นครั้งที่สาม
14 ข้าแต่พระยาห์เวห์ รักษาเยียวยาข้าพเจ้าด้วยเถิด แล้วข้าพเจ้าจะได้หาย
ช่วยชีวิตข้าพเจ้าด้วยเถิด แล้วข้าพเจ้าจะได้รอดชีวิต
เพราะพระองค์เป็นผู้เดียวที่ทำให้ข้าพเจ้าอยากร้องเพลงสรรเสริญ
15 คนพวกนี้พูดกันว่า
“ไหนล่ะถ้อยคำของพระยาห์เวห์ ให้มันเกิดขึ้นตามนั้นเลย”
16 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้ายังไม่ได้เลิกเป็นคนเลี้ยงแกะของพระองค์
และข้าพเจ้าก็ไม่เคยอยากให้มีวันหายนะเกิดขึ้น
พระองค์รู้ทุกอย่างที่ข้าพเจ้าพูด
มันชัดเจนมากสำหรับพระองค์
17 อย่าทำให้ข้าพเจ้ากลัวเลย
พระองค์เป็นที่กำบังของข้าพเจ้าตอนที่ความหายนะมา
18 ขอให้คนที่ไล่ล่าข้าพเจ้าต้องอับอาย
แต่ขออย่าให้ข้าพเจ้าต้องอับอาย
ขอให้คนพวกนั้นหวาดกลัว
แต่ขออย่าให้ข้าพเจ้าหวาดกลัว
ขอนำความทุกข์ทรมานมาให้พวกนั้น
และทำลายพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
ให้รักษาวันหยุดทางศาสนา
19 พระยาห์เวห์พูดกับผมว่า “ให้ไปยืนอยู่ที่ประตูประชาชน
ซึ่งเป็นประตูที่กษัตริย์ยูดาห์ใช้เดินเข้าออก แล้วก็ไปยืนอยู่หน้าประตูทุกบานในเมืองเยรูซาเล็ม”
20 ให้เจ้าบอกพวกนั้นว่า “กษัตริย์ทั้งหลายแห่งยูดาห์ ทุกคนในยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มทั้งหลาย รวมทั้งคนที่เดินผ่านประตูเหล่านี้เข้ามาด้วย ให้ฟังสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด
21 พระยาห์เวห์พูดว่า ‘ให้ระวังรักษาชีวิตของเจ้าไว้ให้ดี อย่าได้แบกของในวันหยุดทางศาสนา และอย่าแบกของผ่านเข้ามาในประตูเมืองเยรูซาเล็ม
22 ในวันหยุดทางศาสนา อย่าได้แบกอะไรเลยออกจากบ้านของพวกเจ้า และอย่าทำงานอะไรทั้งนั้น ให้รักษาวันหยุดทางศาสนาเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ เหมือนที่เราสั่งบรรพบุรุษของเจ้าไว้
23 แต่บรรพบุรุษของเจ้าไม่ได้เงี่ยหูฟังเรา แต่พวกเขากลับทำหัวแข็งและเมินเรา ไม่ยอมฟังและไม่ยอมรับการตีสอนจากเรา’”
24 พระยาห์เวห์พูดว่า “แต่ถ้าเจ้าตั้งใจฟังเราจริงๆละก็ ถ้าเจ้าไม่เอาของเข้าประตูเมืองมาในวันหยุดทางศาสนา และถ้าเจ้ารักษาวันหยุดทางศาสนาเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยการไม่ทำงานในวันนั้น
25 แล้วพวกกษัตริย์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของดาวิด รวมทั้งพวกเจ้านายทั้งหลายก็จะขี่รถม้าและขี่ม้าผ่านประตูเมืองพวกนี้เข้ามา พวกเขาเหล่านี้จะมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ชาวยูดาห์ และชาวเมืองเยรูซาเล็ม แล้วเมืองนี้ก็จะมีคนอาศัยอยู่ตลอดไป
26 ผู้คนจะมาจากบ้านเมืองต่างๆของยูดาห์ และรอบๆเมืองเยรูซาเล็ม และมาจากดินแดนของเบนยามิน ที่ลุ่มเชิงเขาด้านตะวันตก+ 17:26 ที่ลุ่มเชิงเขาด้านตะวันตก หรือเชเฟลาห์ และจากเนินเขา และจากแคว้นเนเกบ พวกเขาจะนำเครื่องเผาบูชา เอาสัตว์ เครื่องหอม และของขวัญต่างๆมาถวายยังวิหารของพระยาห์เวห์ เพื่อแสดงความขอบคุณต่อพระเจ้า
27 แต่ถ้าเจ้าไม่ยอมฟังเรา ที่บอกให้เจ้ารักษาวันหยุดทางศาสนาให้ศักดิ์สิทธิ์ และยังคงแบกข้าวของผ่านเข้ามาในประตูเมืองเยรูซาเล็มในวันหยุดทางศาสนาแล้วละก็ เราก็จะจุดไฟในประตูเมืองเยรูซาเล็ม แล้วมันก็จะเผาป้อมปราการของเยรูซาเล็มจนวอดวาย และมันก็จะไม่มีวันดับ”
18ดินเหนียวและคนปั้นถ้วยชาม
1 นี่คือข่าวสารที่เยเรมียาห์ได้รับมาจากพระยาห์เวห์ พระองค์บอกว่า
2 “ลุกขึ้นมาและให้ลงไปที่บ้านของช่างปั้นถ้วยชาม เมื่อเจ้าไปถึงที่นั่น เราจะบอกเจ้าอีกครั้งว่าจะให้พูดอะไร” 3 ดังนั้นผมจึงไปที่บ้านช่างปั้นถ้วยชามนั้น และผมก็มองดู ในขณะที่เขากำลังปั้นบางอย่างอยู่บนแท่นหมุนของเขา
4 แล้วภาชนะที่เขากำลังทำอยู่นั้นก็พังอยู่ในมือของเขานั่นเอง เขาก็เลยปั้นภาชนะอันใหม่ และก็เสร็จออกมาตามที่เขาต้องการ
5 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า 6 “ชาวอิสราเอล เราจะทำกับพวกเจ้าเหมือนกับที่ช่างปั้นคนนี้ทำกับดินเหนียวของเขาไม่ได้หรือ ชาวอิสราเอล พวกเจ้าน่ะอยู่ในมือของเรา เหมือนกับที่ดินเหนียวอยู่ในมือของช่างปั้น 7 อาจจะมีเวลาหนึ่งที่เราพูดว่า เราจะถอนรากถอนโคน จะพังและทำลายชนชาติหนึ่งหรืออาณาจักรหนึ่ง 8 แต่ถ้าชนชาติที่เราพูดต่อว่านี้ หันจากสิ่งเลวที่กำลังทำอยู่ เราก็จะเปลี่ยนใจเกี่ยวกับเรื่องเลวร้ายที่เราวางแผนจะให้เกิดขึ้นกับชนชาตินั้น 9 แต่ในขณะเดียวกัน เราอาจจะพูดว่าเราจะทำให้ชนชาติหนึ่งหรืออาณาจักรหนึ่งเจริญรุ่งเรือง 10 แต่ถ้าตอนนั้นเราเห็นว่าชนชาตินั้นทำสิ่งที่เลวร้าย และไม่เชื่อฟังเรา เราก็จะเปลี่ยนใจเกี่ยวกับเรื่องดีๆที่เราบอกว่าเราจะทำให้กับชนชาตินั้น
11 ตอนนี้ให้บอกกับคนยูดาห์และคนที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็มว่า ‘นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด เรากำลังเตรียมเรื่องเลวร้ายให้เกิดขึ้นกับเจ้า และกำลังวางแผนต่อต้านเจ้า หันกลับจากวิถีชีวิตเลวๆของพวกเจ้าเสีย ทำวิถีชีวิตและการกระทำต่างๆของเจ้าให้ดี’ 12 แต่พวกเขาจะพูดว่า ‘ทำอย่างนั้นไม่มีประโยชน์หรอก เราจะทำตามแผนของเรา และเราแต่ละคนก็จะทำตามจิตใจที่ดื้อดึงและชั่วช้าของตัวเอง’”
13 ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงพูดว่า
“ไปถามชนชาติอื่นๆดูว่า
มีใครเคยได้ยินเกี่ยวกับคนแบบนี้บ้างไหม
อิสราเอลหญิงสาวที่บริสุทธิ์นั้น
ได้ทำในสิ่งที่น่าขยะแขยงมาก
14 หิมะที่เลบานอนเคยหายไปจากยอดเขาไหม
ลำธารอันหนาวเย็นของคนต่างชาติเคยเหือดแห้งไปบ้างไหม
15 แต่คนของเรากลับลืมเราเสียได้
พวกเขาไปเผาเครื่องหอมให้กับสิ่งที่ไร้สาระ
ซึ่งทำให้พวกเขาสะดุดและหลงไปจากหนทางเก่าแก่
และไปเดินตามทางเล็กๆแทนที่จะเป็นทางหลวง
16 แผ่นดินของพวกเขาจะกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า
กลายเป็นสิ่งที่น่าหัวเราะเยาะตลอดไป
ใครที่เดินผ่านไปก็จะต้องตกใจกลัว
และส่ายหัวด้วยความสลดหดหู่
17 เราจะเป็นเหมือนลมจากตะวันออก
ที่จะพัดให้พวกมันกระจัดกระจายไปต่อหน้าศัตรู
เราจะทำให้พวกเขาเห็นแต่หลังเราแทนหน้าเรา
ในวันที่พวกเขาเจอกับความทุกข์ยากลำบาก”
เยเรมียาห์บ่นเป็นครั้งที่สี่
18 แล้วพวกเขาพูดว่า “มานี่ พวกเรามาวางแผนทำร้ายเยเรมียาห์กันเถอะ เพราะยังไงซะ พวกนักบวชก็จะยังสอนกฎของพระเจ้าอยู่ดี และคนฉลาดก็ยังให้คำแนะนำอยู่ และผู้พูดแทนพระเจ้าก็ยังพูดแทนพระยาห์เวห์อยู่ มาเถอะ มาใส่ร้ายไอ้หมอนั่นกัน อย่าไปสนใจเรื่องที่มันพูดเลย”
19 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ได้โปรดฟังข้าพเจ้าด้วยเถิด
โปรดฟังคดีของข้าพเจ้าด้วย
20 คนเราควรจะได้รับผลตอบแทนเลวร้ายแทนการดีที่เขาทำไปหรือ
แต่พวกฝ่ายตรงข้ามของข้าพเจ้าได้ขุดหลุมพรางไว้ดักข้าพเจ้า
ขออย่าลืมว่า ข้าพเจ้าได้ยืนอยู่ต่อหน้าพระองค์
เพื่อยกเรื่องดีๆของพวกเขาให้พระองค์ฟัง
เพื่อให้พระองค์หันความโกรธแค้นของพระองค์ไปจากพวกเขา
21 บัดนี้ ช่วยทำให้ลูกๆของพวกเขาพบกับความอดอยาก
และขอให้พวกเขาตกอยู่ในคมดาบ
ขอให้เมียพวกเขาไม่มีลูกและเป็นหม้าย
ขอให้พวกผู้ชายของพวกเขาถูกฆ่าตาย
ขอให้พวกคนหนุ่มของเขาถูกฆ่าฟันด้วยดาบในสงคราม
22 ขอให้มีเสียงร้องโหยหวนจากบ้านของพวกเขา
เมื่อพระองค์นำกองทัพบุกมาโจมตีพวกเขาในทันทีทันใด
เพราะพวกมันขุดหลุมพรางดักข้าพเจ้า
และทำบ่วงแร้วดักเท้าของข้าพเจ้า
23 แต่พระยาห์เวห์เจ้าข้า พระองค์รู้แผนการของพวกเขาที่จะฆ่าข้าพเจ้า
อย่ายกโทษให้กับความผิดบาปของพวกเขา
แล้วอย่าลบบาปของพวกเขาไปจากสายตาพระองค์
ทำให้พวกเขาสะดุดล้มต่อหน้าพระองค์
ขอให้พระองค์ทำอย่างนี้กับพวกเขาเมื่อพระองค์โกรธ
19เหยือกที่แตก
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “ไปซื้อหม้อดินเผาจากช่างปั้นมาหนึ่งใบ แล้วให้พาพวกผู้อาวุโสบางคนและพวกนักบวชอาวุโสจำนวนหนึ่งไปกับเจ้าด้วย
2 ให้เจ้าไปที่หุบเขาแห่งลูกชายฮินโนมซึ่งด้านนอกของประตูเศษหม้อดิน แล้วให้เจ้าประกาศข้อความที่เราจะบอกกับเจ้าที่นั่น
3 เจ้าจะพูดว่า ‘พวกกษัตริย์ของยูดาห์ และคนที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม ให้ฟังถ้อยคำนี้ของพระยาห์เวห์ นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าแห่งอิสราเอลได้พูดไว้ คือ เรากำลังจะทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับสถานที่นี้ แบบที่ว่าใครที่ได้ยินมันก็จะต้องตกใจ
4 เพราะพวกเขาได้ทอดทิ้งเรา และพวกเขาได้ทำให้สถานที่นี้กลายเป็นที่ต่างแดน พวกเขาได้เผาเครื่องหอมให้กับพระอื่นที่นี่ แม้ว่าจะเป็นตัวพวกเขาเอง บรรพบุรุษของพวกเขาหรือพวกกษัตริย์แห่งยูดาห์ ก็ไม่เคยรู้จักพระเหล่านั้นมาก่อน และพวกเขาทำให้เลือดของคนบริสุทธิ์ต้องไหลนองที่นี่
5 พวกเขาสร้างสถานสูงเพื่อเป็นเกียรติให้พระบาอัล แล้วก็เผาลูกตัวเองที่นั่น เป็นเครื่องเผาบูชาให้กับพระบาอัล ทั้งๆที่เราไม่เคยสั่งหรือพูดถึง หรือแม้แต่จะคิดว่าพวกเขาควรทำอย่างนั้น’”
6 พระยาห์เวห์พูดว่า “ดังนั้น วันเหล่านั้นใกล้มาถึงแล้ว เมื่อจะไม่มีใครเรียกสถานที่นี้ว่าโทเฟทและหุบเขาแห่งลูกชายฮินโนมอีกต่อไป แต่มันจะถูกเรียกว่าหุบเขาแห่งการฆ่าแทน
7 ในสถานที่แห่งนี้ เราจะทำให้แผนงานต่างๆที่พวกมันวางแผนกันในยูดาห์และในเยรูซาเล็มล้มเหลวไป เราจะทำให้พวกมันล้มตายด้วยดาบต่อหน้าศัตรูของพวกมัน และตกเข้าไปอยู่ในเงื้อมมือของคนพวกนั้นที่ตามล่าชีวิตพวกมัน เราจะทิ้งศพพวกมันให้เป็นอาหารนกในอากาศ และสิงสาราสัตว์บนพื้นดิน
8 เราจะทำให้เมืองนี้เป็นเมืองที่น่าหวาดผวาและเมืองที่ชวนให้ส่งเสียงเยาะเย้ย ทุกคนที่ผ่านมาจะตกอกตกใจและส่งเสียงเยาะเย้ยที่มันพังยับเยินอย่างนี้
9 เราจะทำให้พวกมันต้องกินเนื้อลูกชายและลูกสาวของตัวเอง พวกมันจะกินเนื้อกันเอง ในช่วงที่ถูกล้อมเมืองและในช่วงที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากพวกศัตรูและพวกที่พยายามจะฆ่าพวกมัน
10 แล้วให้เจ้าทุบหม้อนั้นให้แตกต่อหน้าต่อตาพวกคนที่เดินมากับเจ้า
11 แล้วให้เจ้าบอกกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า ‘เราจะทุบคนพวกนี้และเมืองนี้ให้แตกเป็นชิ้นๆเหมือนกับหม้อจนไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกแล้ว และพวกเขาก็จะฝังศพในโทเฟทจนไม่เหลือที่จะให้ฝังอีก 12 นี่แหละคือสิ่งที่เราจะทำกับที่แห่งนี้และพลเมืองของมัน’” พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้ “เราจะทำกับเมืองนี้เหมือนเมืองโทเฟท 13 และบ้านเมืองในเยรูซาเล็มและวังต่างๆของพวกกษัตริย์ยูดาห์จะเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ไปเหมือนบริเวณโทเฟท เพราะบ้านทุกหลังเผาเครื่องหอมกราบไหว้ดวงดาวบนท้องฟ้า และเทเครื่องดื่มบูชาให้กับพระอื่นๆ”
14 แล้วเยเรมียาห์ก็ไปจากโทเฟท ที่พระยาห์เวห์ส่งให้เขาไปพูดแทนพระองค์ จากนั้นเขาก็มายืนที่ลานในวิหารของพระยาห์เวห์ และพูดกับทุกคนในนั้นว่า 15 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า “ฟังให้ดี เรากำลังจะนำความทุกข์ทรมานอย่างที่เราเคยพูดไว้ มาที่เมืองเยรูซาเล็มนี้และเมืองที่อยู่รอบๆมันทั้งหมด เพราะพวกมันยังหัวแข็งดื้อดึงต่อเราและไม่ฟังคำพูดต่างๆของเรา”
20เยเรมียาห์และปาชเฮอร์
1 แล้วปาชเฮอร์ ที่เป็นนักบวช ลูกชายของอิมเมอร์ ปาชเฮอร์เป็นหัวหน้าคนดูแลวิหารของพระยาห์เวห์ เมื่อเขาได้ยินเยเรมียาห์พูดแทนพระเจ้าถึงเรื่องต่างๆเหล่านี้ 2 ปาชเฮอร์จึงตีเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า แล้วจับเขาไปใส่ขื่อ ประจานที่ประตูเบนยามินด้านบนในเขตวิหารของพระยาห์เวห์นั้นเอง
3 วันต่อมาปาชเฮอร์ก็ปลดขื่อให้เยเรมียาห์ ปล่อยเขาไป แล้วเยเรมียาห์ก็พูดกับเขาว่า พระยาห์เวห์ไม่เรียกชื่อเจ้าว่าปาชเฮอร์อีกต่อไปแล้ว แต่พระองค์เรียกเจ้าว่า “ความหายนะทุกด้าน”
4 เพราะพระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะทำให้เจ้าเองได้รับความหายนะ รวมทั้งทุกคนที่เจ้ารัก และพวกเขาก็จะถูกศัตรูฆ่าฟัน และเจ้าจะเห็นมันกับตา เราจะให้ทุกคนในยูดาห์ตกอยู่ในเงื้อมมือของกษัตริย์บาบิโลน และเขาจะกวาดต้อนพวกเขาไปบาบิโลน และเอาดาบฆ่าฟันพวกเขา
5 และเราก็จะเอาทรัพย์สินทั้งหมดของเมืองนี้ ผลผลิตทั้งหมดที่เก็บเกี่ยวได้ ของมีค่าทั้งหลาย รวมทั้งทรัพย์สมบัติที่พวกกษัตริย์แห่งยูดาห์สะสมไว้ เราจะให้ของเหล่านี้ทั้งหมดไปกับพวกศัตรูของพวกเขา พวกบาบิโลนจะปล้นพวกเขา และจะกวาดต้อนพวกเขาไปบาบิโลน
6 ส่วนเจ้า ปาชเฮอร์และทุกคนที่อาศัยอยู่ในบ้านของเจ้า จะต้องตกไปเป็นเชลย เจ้าจะต้องไปอยู่บาบิโลน เจ้าจะต้องตายที่นั่นและถูกฝังที่นั่น ทั้งเจ้า ทั้งคนที่เจ้ารัก รวมทั้งคนที่เจ้าได้ไปหลอกว่าเจ้าพูดแทนเรา”
เยเรมียาห์บ่นเป็นครั้งที่ห้า
7 พระยาห์เวห์เจ้าข้า พระองค์หลอกข้าพเจ้า
และข้าพเจ้าก็ยอมให้ถูกหลอก
พระองค์แสดงความแข็งแกร่งให้ข้าพเจ้าเห็น
และพระองค์ก็โค่นข้าพเจ้าลง
ข้าพเจ้ากลายเป็นเป้าแห่งการเยาะเย้ย
ให้คนหัวเราะเยาะทั้งวัน
8 เพราะเมื่อไหร่ที่ข้าพเจ้าพูด ข้าพเจ้าต้องร้องออกมา
ประกาศว่าความรุนแรงและการถูกทำลายกำลังมา
พระคำของพระองค์กลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนดูถูก
และหัวเราะเยาะข้าพเจ้าทั้งวัน
9 แล้วข้าพเจ้าก็พูดว่า “ข้าพเจ้าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว
ข้าพเจ้าจะไม่พูดแทนพระเจ้าอีกต่อไป”
แต่มันกลับเป็นเหมือนไฟเผาไหม้อยู่ในใจของข้าพเจ้า
เป็นเหมือนสิ่งที่อัดอั้นไว้ในกระดูกของข้าพเจ้า
และข้าพเจ้าก็เหนื่อยล้าที่จะหยุดยั้งมันไว้
และในที่สุดข้าพเจ้าก็ยั้งมันไม่อยู่
10 เพราะข้าพเจ้าได้ยินคนจำนวนมากนินทาข้าพเจ้า
พวกเขาประกาศว่า “มีแต่ความหายนะทุกด้าน”
ประกาศไปเลย ใช่แล้ว ให้พวกเราประกาศไปเลย
เพื่อนข้าพเจ้าแต่ละคนคอยจ้องดูข้าพเจ้า ว่าเมื่อไหร่ข้าพเจ้าจะสะดุดล้มพลาดไป
พวกเขาพูดว่า “บางทีไอ้หมอนั่นอาจจะถูกหลอกก็ได้
แล้วเราก็จะได้เอาชนะมันและระบายความแค้นกับมัน”
11 พระยาห์เวห์อยู่กับข้าพเจ้าเหมือนนักรบที่น่าเกรงขาม
ดังนั้น คนที่ไล่ล่าข้าพเจ้าจะสะดุดล้ม
และไม่สามารถเอาชนะข้าพเจ้าได้
พวกเขาจะอับอายขายหน้าเพราะไม่เข้าใจ
พวกเขาจะต้องแบกความอับอายนั้นไว้ตลอดกาลจะไม่มีใครลืมความอับอายนั้น
12 ข้าแต่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้พิจารณาว่าอะไรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
และผู้รู้ถึงความคิดและความอยากของมนุษย์
ขอให้ข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์แก้แค้นคนพวกนั้นด้วยเถิด
เพราะข้าพเจ้าได้ร้องเรียนต่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียว
13 ร้องเพลงแด่พระยาห์เวห์
สรรเสริญพระยาห์เวห์สิ
เพราะพระองค์ได้ช่วยชีวิตคนยากจน
ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของคนที่ทำชั่วร้าย
เยเรมียาห์บ่นเป็นครั้งที่หก
14 ขอให้ถือว่าวันที่ผมเกิดมานั้นเป็นวันที่ถูกสาปแช่ง
ขอให้ถือว่าวันที่แม่ผมคลอดผมมานั้นเป็นวันที่ถูกสาปแช่ง
ขออย่าได้ถือว่ามันเป็นวันแห่งความสุขเลย
15 ชายคนที่ไปบอกข่าวกับพ่อของผมว่า
“ลูกท่านเกิดมาเป็นผู้ชาย”
แล้วก็ทำให้พ่อดีอกดีใจยกใหญ่
ขอให้ชายคนนั้นถูกสาปแช่ง
16 ขอให้ชายคนนั้นเป็นเหมือนเมืองต่างๆที่พระยาห์เวห์ทำลาย
วอดวายอย่างไร้ปรานี
ขอให้เขาได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญในตอนเช้า
และเสียงแตรเตือนว่ามีอันตรายเข้ามาใกล้ในตอนเที่ยง
17 ขอให้สิ่งเหล่านี้เกิดกับคนที่ไม่ได้ฆ่าผมตั้งแต่อยู่ในท้อง
เพราะถ้าเขาได้ทำอย่างนั้น แม่ของผมก็จะเป็นสุสานของผม
และแม่ก็จะท้องอยู่อย่างนั้นตลอดไป
18 ทำไมผมจะต้องเกิดออกมาจากท้องแม่
เพื่อมาเจอกับปัญหาทุกข์ยากพวกนี้
และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความอัปยศอดสู
21พระเจ้าปฏิเสธคำขอของกษัตริย์เศเดคียาห์
1 นี่คือคำพูดของพระยาห์เวห์ ที่มีมาถึงเยเรมียาห์ เมื่อกษัตริย์เศเดคียาห์ส่งปาชเฮอร์ลูกชายของมัลคียาห์ กับเศฟันยาห์นักบวชลูกชายของมาอาเสอาห์มาหาเยเรมียาห์ พวกเขาพูดว่า 2 “ช่วยอธิษฐานถึงพระยาห์เวห์ให้กับพวกเราหน่อย เพราะเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์บาบิโลนกำลังสู้รบกับพวกเราอยู่ บางทีพระยาห์เวห์อาจจะทำสิ่งที่วิเศษให้กับพวกเรา เหมือนที่พระองค์เคยทำในอดีต และกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์จะได้ไปจากเรา”
3 แล้วเยเรมียาห์ก็พูดกับพวกเขาว่า “ขอให้พวกท่านไปบอกกับกษัตริย์เศเดคียาห์ว่า 4 พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลพูดว่า ‘เราจะหันอาวุธในมือเจ้ากลับมาทำร้ายเจ้าเอง อาวุธที่เจ้าใช้ต่อสู้กับกษัตริย์บาบิโลนและพวกเคลเดียที่ต่อสู้กับเจ้าอยู่นอกกำแพงเมืองนั้น และเราจะนำศัตรูพวกนั้นมาให้ถึงใจกลางเมืองของเจ้าเลยทีเดียว 5 เราจะต่อสู้กับเจ้าด้วยมือที่เหยียดออกและแขนที่เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจ ด้วยความโกรธ ความแค้น และความเดือดดาลอย่างยิ่ง 6 เราจะโจมตีสิ่งมีชีวิตในเมืองนี้ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ พวกมันจะตายด้วยโรคระบาด’” 7 พระยาห์เวห์พูดว่า “ต่อจากนั้น เราจะยกเศเดคียาห์กษัตริย์ยูดาห์พร้อมกับทาสรับใช้ พร้อมกับผู้คน และคนพวกนั้นที่ยังรอดชีวิตจากโรคระบาด สงคราม และความอดอยากให้ไปตกอยู่ในเงื้อมมือของเนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์บาบิโลน และให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของพวกศัตรู และคนที่จ้องจะเอาชีวิตพวกเขาอยู่ เนบูคัดเนสซาร์จะเอาดาบแทงพวกเขา กษัตริย์จะไม่เมตตาพวกเขา จะไม่สงสาร จะไม่เห็นอกเห็นใจ”
8 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดว่า “เยเรมียาห์ เจ้าจะต้องพูดกับคนพวกนี้ว่า ‘พระยาห์เวห์พูดว่า “เรามีทางเลือกสองทางให้กับเจ้าคือทางแห่งชีวิตและทางแห่งความตาย 9 ใครที่อยู่ในเมืองนี้ จะต้องตายจากดาบ หรืออดตาย หรือเป็นโรคตาย ส่วนคนที่หนีออกนอกเมือง ก็จะตกไปอยู่ในเงื้อมมือของพวกเคลเดียที่กำลังต่อสู้กับพวกเจ้าอยู่ แต่เขาจะรอด พวกเขาจะได้ชีวิตตนเองเหมือนกับของที่ยึดมาได้จากสงคราม 10 เพราะเราตัดสินใจแล้วที่จะลงโทษเมืองนี้ ไม่ใช่ให้รางวัลมัน”’” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้ “เมืองนี้จะต้องตกไปอยู่ในมือของกษัตริย์แห่งบาบิโลน แล้วเขาจะเอาไฟเผามัน”
11 ไปบอกคนที่อยู่ในวังของกษัตริย์แห่งยูดาห์ว่า
“ฟังถ้อยคำของพระยาห์เวห์ให้ดี
12 ครอบครัวของดาวิด พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ว่า
ให้พิพากษาด้วยความยุติธรรมทุกๆเช้า
แล้วช่วยคนที่ถูกปล้นให้พ้นจากเงื้อมมือของคนที่กดขี่เขา
ความโกรธของเราจะได้ไม่ลุกลามไป
เหมือนไฟที่เผาผลาญจนดับไม่ได้
เพราะความชั่วช้าที่พวกเจ้าทำไว้
13 พระยาห์เวห์พูดว่า
ไอ้เจ้าที่นั่งอยู่บนที่ราบ
ไอ้ก้อนหินบนที่ราบ
ดูสิ เราต่อต้านเจ้าอยู่”
พวกเจ้าพูดว่า
“ใครจะมาทำให้เรากลัวได้
ใครจะมาโจมตีบ้านเมืองเราได้”
14 พระยาห์เวห์พูดว่า
“เราจะลงโทษพวกเจ้าให้สาสมกับการกระทำของเจ้า
เราจะจุดไฟเผาป่าของเจ้า
แล้วมันก็จะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆเจ้า”
22การพิพากษาต่อกษัตริย์ที่ชั่วร้าย
1 พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ว่า “เยเรมียาห์ ให้ไปที่วังของกษัตริย์แห่งยูดาห์ และให้เจ้าบอกกับเขาเรื่องนี้ 2 เจ้าจะต้องพูดว่า ‘กษัตริย์แห่งยูดาห์ ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของดาวิด ฟังถ้อยคำของพระยาห์เวห์ให้ดี ตัวท่าน ข้ารับใช้ของท่าน และประชาชนที่ผ่านประตูเหล่านี้เข้ามา 3 พระยาห์เวห์พูดว่า “ให้ทำในสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้อง และให้ช่วยเหลือคนที่ถูกปล้นให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนที่กดขี่เขา อย่าข่มเหงหรือทำร้ายผู้ผ่านทาง คนไม่มีพ่อ และหญิงหม้าย และอย่าทำให้เลือดคนบริสุทธิ์ต้องหลั่งไหลที่นี่ 4 ถ้าพวกเจ้าทำตามถ้อยคำนี้อย่างเอาเป็นเอาตายแล้วละก็ พวกกษัตริย์ที่นั่งบนบัลลังก์ของดาวิดและขี่รถรบหรือนั่งอยู่บนหลังม้า ทั้งพวกเขาและข้ารับใช้ของเขา และประชาชนของพวกเขา จะได้เข้ามาทางประตูวังแห่งนี้ 5 แต่ถ้าพวกเจ้าไม่ใส่ใจฟังถ้อยคำเหล่านี้ พระยาห์เวห์ก็พูดว่า เรารับรองว่า วังนี้จะต้องถูกทำลายจนย่อยยับ”’”
6 เพราะนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับวังของกษัตริย์แห่งยูดาห์ว่า
“เจ้าเป็นเหมือนกิเลอาดสำหรับเรา
เป็นเหมือนยอดเขาเลบานอน
แต่เราจะทำให้เจ้ากลายเป็นทะเลทราย
และทำให้เจ้าเป็นเมืองร้าง
7 เราจะอุทิศพวกผู้ทำลายไว้สำหรับเจ้า
แต่ละคนมีอาวุธของตัวเอง
พวกเขาจะโค่นต้นสนซีดาร์ราคาแพงของเจ้าและโยนมันทิ้งในไฟ”
8 “หลายๆชนชาติจะเดินผ่านมาเห็นเมืองนี้ และพูดกับเพื่อนบ้านว่า ‘ทำไมพระยาห์เวห์ถึงได้ทำอย่างนี้กับเมืองที่ยิ่งใหญ่นี้’ 9 แล้วพวกเขาก็จะพูดว่า ‘ก็เพราะพวกเขาละทิ้งพันธสัญญาของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา ไปก้มกราบและรับใช้พระอื่นๆ’”
การพิพากษาต่อกษัตริย์ชัลลูม
10 ไม่ต้องไปร้องไห้ให้กับกษัตริย์ที่ตายไปแล้ว+ 22:10 กษัตริย์ที่ตายไปแล้ว หมายถึงกษัตริย์ โยสิยาห์ ที่เพิ่งถูกฆ่าในการทำสงครามกับอียิปต์ในปี 609 ก่อนพระเยซูมาเกิด (ดูได้จากหนังสือ 2 พงศ์กษัตริย์ 23:29-30)
แล้วก็ไม่ต้องไปเสียอกเสียใจให้กับเขาด้วย
แต่ให้ร้องไห้อย่างขมขื่นให้กับกษัตริย์+ 22:10 กษัตริย์ หมายถึง กษัตริย์เยโฮอาร์ฮาด (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ชัลลูม) เป็นกษัตริย์ต่อจากกษัตริย์โยสิยาห์ แต่เขาครองราชย์ได้แค่สามเดือน พระองค์ถูกพวกอียิปต์จับขังคุกและตายที่นั่น ที่ต้องหนีออกไปจากเมืองนี้เถอะ
เพราะเขาจะไม่มีวันได้กลับมาเห็นบ้านเกิดของเขาอีก
11 เพราะนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดไว้เกี่ยวกับกษัตริย์ชัลลูม แห่งยูดาห์ลูกของกษัตริย์โยสิยาห์ ผู้ที่มาปกครองแทนโยสิยาห์พ่อของเขาว่า “ชัลลูมต้องไปจากสถานที่แห่งนี้และจะไม่กลับมาอีก 12 เขาจะต้องตายในที่ที่เขาถูกเนรเทศไป และเขาจะไม่ได้เห็นแผ่นดินนี้อีกเลย”
การพิพากษาต่อกษัตริย์เยโฮยาคิม
13 พระยาห์เวห์พูดว่า “นี่ เจ้า ที่สร้างบ้านของเจ้าด้วยการเอาเปรียบลูกจ้าง
แล้วต่อชั้นบนของบ้านขึ้นไปด้วยการโกงคนงาน
เจ้าที่ใช้เพื่อนตัวเองฟรีๆโดยไม่ยอมจ่ายค่าจ้างให้กับพวกเขา
14 เยโฮยาคิม เจ้าพูดว่า
‘เราจะสร้างบ้านหลังใหญ่ๆให้กับตัวเองและห้องชั้นบนกว้างๆ
แล้วขยายหน้าต่างให้ใหญ่ขึ้น
แล้วบุบ้านด้วยไม้สนซีดาร์และทามันด้วยสีแดง’
15 เยโฮยาคิม เจ้าปกครองบ้านเมืองเพื่อจะได้ใช้ไม้สนซีดาร์ให้มากๆหรือไง
โยสิยาห์ พ่อของเจ้ามีกินมีดื่มอย่างเหลือเฟือไม่ใช่หรือ
พ่อเจ้าทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้อง
ดังนั้น เขาก็เจอแต่เรื่องดีๆ
16 เขาใช้เวลาตัดสินคดีของคนที่สิ้นหวังและยากจน
เขาจึงเจอแต่เรื่องดีๆ
นั่นแหละคือความหมายของการที่ได้รู้จักเรา”
พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
17 แต่ตาและใจของเจ้าไม่ได้เป็นอย่างนั้น
เจ้าคิดแต่เรื่องการทำกำไร
และทำให้คนบริสุทธิ์ต้องเลือดตก
และกดขี่ข่มเหงและย่ำยีพวกเขา
18 ดังนั้น พระยาห์เวห์ก็เลยพูดถึงเยโฮยาคิม
ลูกของกษัตริย์โยสิยาห์แห่งยูดาห์ว่า
“คนยูดาห์จะไม่ร้องไห้ให้กับเยโฮยาคิม
พวกเขาจะไม่พูดว่า ‘พี่ชาย นี่เป็นเรื่องเศร้า
น้องสาว มันเศร้าจริงๆ’
คนยูดาห์จะไม่ร้องไห้ให้กับเยโฮยาคิม
พวกเขาจะไม่พูดว่า ‘เจ้านายของผม น่าเศร้าเหลือเกิน
ข้าแต่กษัตริย์ เรื่องนี้น่าเศร้าเหลือเกิน’
19 เยโฮยาคิมจะถูกฝังเหมือนที่ลาถูกฝัง
เยโฮยาคิมจะถูกลากออกไปโยนที่นอกประตูเมืองเยรูซาเล็ม”
20 พระยาห์เวห์พูดว่า “ให้ขึ้นไปบนภูเขาที่เลบานอนแล้วร้องไห้อย่างสิ้นหวัง
ตะโกนด้วยความเศร้าโศกในเมืองบาชานสิ
ร้องไห้อย่างสิ้นหวังจากเทือกเขาอาบาริมสิ
เพราะคนที่รักเจ้าถูกทำลายไปหมดแล้ว
21 ยูดาห์ เราพูดกับเจ้าตอนที่เจ้ารู้สึกมั่นคงและปลอดภัย
เจ้าพูดว่า ‘ฉันจะไม่ฟังหรอก’
นิสัยเจ้าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว
เพราะว่าเจ้าไม่เคยเชื่อฟังเราเลย
22 ลมจะพัดเอาคนเลี้ยงแกะของเจ้าไปหมด
และคนที่รักเจ้าจะต้องถูกจับไปเป็นเชลย
เพราะในเวลานั้นเจ้าจะอับอาย
และได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากความชั่วช้าทั้งสิ้นของเจ้า
23 เจ้าที่อาศัยอยู่ในเลบานอนท่ามกลางต้นสนซีดาร์ทั้งหลาย+ 22:23 เจ้าที่อาศัยอยู่ … ซีดาร์ทั้งหลาย ประโยคกำลังพูดถึงกษัตริย์แห่งยูดาห์ ที่อาศัยอยู่ในวังที่กษัตริย์ซาโลมอนและกษัตริย์องค์อื่นๆได้สร้างไว้ด้วยต้นสนซีดาร์มากมายจากเลบานอน
เจ้าจะร้องไห้ครวญครางแน่
เมื่อความเจ็บปวดมาถึงเจ้า
เหมือนความเจ็บปวดของหญิงที่กำลังจะคลอดลูก”
การพิพากษาต่อกษัตริย์โคนิยาห์
24 พระยาห์เวห์พูดว่า “เรามีชีวิตอยู่แน่ขนาดไหน ก็ให้แน่ใจขนาดนั้นเลยว่า ถึงแม้เจ้า โคนิยาห์+ 22:24 โคนิยาห์ บางครั้งเรียกว่า “เยโคนิยาห์” แต่ส่วนใหญ่จะเรียกว่า “เยโฮยาคีน” ลูกชายของกษัตริย์เยโฮยาคิมแห่งยูดาห์จะเป็นแหวนประทับตราที่สวมอยู่บนมือขวาของเรา เราก็จะดึงเจ้าออกจากมือเราแน่
25 แล้วเราจะส่งให้เจ้าไปอยู่ในกำมือของคนที่อยากจะฆ่าเจ้า เราจะส่งเจ้าให้ไปอยู่ในมือของคนที่เจ้าหวาดผวา คือไปอยู่ในมือของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนและไปอยู่ในมือของพวกเคลเดีย
26 เราจะโยนเจ้ากับแม่ที่ให้กำเนิดเจ้ามา ไปอยู่ที่แผ่นดินอื่น ที่เจ้าไม่ได้เกิดมา แต่เจ้าจะต้องตายที่นั่น 27 พวกเขาจะไม่ได้กลับมายังแผ่นดินที่พวกเขาหวังว่าจะได้กลับมานั้น”
28 โคนิยาห์คนนี้เป็นที่น่ารังเกียจ
เหมือนหม้อที่แตกหรือ
เขาเป็นหม้อที่ไม่มีใครอยากได้หรือยังไง
แล้วทำไมเขาถึงถูกโยนทิ้งล่ะ
และทำไมลูกๆเขาถึงต้องกระเด็นไปอยู่ในแผ่นดินที่พวกเขาไม่รู้จัก
29 แผ่นดิน แผ่นดิน แผ่นดินเอ๋ย
ให้ฟังถ้อยคำของพระยาห์เวห์
30 พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
“ให้เขียนลงไปเกี่ยวกับโคนิยาห์คนนี้ว่า
เขาเป็นคนที่ไม่มีลูกสืบสกุล
เขาจะเป็นคนที่จะล้มเหลวตลอดชีวิต
จะไม่มีลูกหลานของเขาสักคนที่ร่ำรวย
จะไม่มีลูกหลานของเขาสักคนที่จะได้นั่งบนบัลลังก์ของดาวิดและปกครองยูดาห์”
231 พระยาห์เวห์พูดว่า “ความหายนะจะเกิดขึ้นกับพวกคนเลี้ยงแกะที่กำลังทำลายแกะในทุ่งหญ้าของเราและทำให้มันกระจัดกระจายไป”
2 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล พูดเกี่ยวกับพวกคนเลี้ยงแกะที่กำลังดูแลคนของเราอยู่
“พวกเจ้าทำให้แกะของเรากระจัดกระจายไป เจ้าได้ขับไล่พวกแกะออกไปและไม่ได้จัดการอะไรให้กับแกะเลย ดังนั้น เราจะจัดการกับเจ้า สำหรับสิ่งเลวร้ายที่เจ้าทำ” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
3 “เราจะรวบรวมแกะที่เหลือของเราจากดินแดนต่างๆที่เราได้ขับไล่พวกมันไป แล้วเราจะนำพวกมันกลับมาที่ทุ่งหญ้าของพวกมัน พวกมันจะเจริญเติบโตและออกลูกมากมาย
4 เราจะหาคนเลี้ยงแกะพวกใหม่มาดูแลพวกมัน คนเลี้ยงแกะพวกใหม่นี้จะดูแลพวกมัน แกะเหล่านั้นจะไม่หวาดกลัวอีกต่อไป และจะไม่มีสักตัวที่หลงหายไป” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
กิ่งก้านที่ชอบธรรม
5 พระยาห์เวห์พูดว่า
“วันเวลานั้นใกล้จะมาถึงแล้ว
ที่เราจะยกชูกิ่งก้านที่ชอบธรรมสำหรับดาวิด
กษัตริย์องค์นั้นจะปกครองและแสดงความเฉลียวฉลาด
เขาจะรักษาความยุติธรรมและความชอบธรรม
6 ในช่วงเวลาที่เขาปกครองนั้นยูดาห์จะปลอดภัย
และอิสราเอลจะอยู่อย่างปลอดภัย
และผู้คนจะเรียกกษัตริย์องค์นั้นว่า
‘พระยาห์เวห์คือความชอบธรรมของเรา’”
7 พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ว่า “วันเวลานั้นใกล้จะมาถึงแล้วที่ผู้คนจะไม่พูดกันอีกแล้วว่า ‘ฉันขอสาบานโดยอ้างชื่อของพระยาห์เวห์ ผู้ที่นำลูกหลานของอิสราเอลออกมาจากแผ่นดินอียิปต์’ 8 แต่พวกเขาจะพูดกันว่า ‘ฉันขอสาบานโดยอ้างชื่อของพระยาห์เวห์ผู้ที่นำลูกหลานของครอบครัวอิสราเอลจากดินแดนทางเหนือ จากดินแดนทั้งหลายที่พระองค์ได้ขับไล่พวกเขาไป แล้วพวกเขาก็จะได้กลับมาอยู่ในแผ่นดินของพวกเขาเอง’”
การพิพากษาต่อผู้พูดแทนพระเจ้าจอมปลอม
9 ส่วนเรื่องพวกผู้พูดแทนพระเจ้า
หัวใจผมแตกสลายอยู่ในอก
กระดูกผมก็อ่อนปวกเปียกไปหมด
ผมเป็นเหมือนคนเมา
เป็นเหมือนคนที่ถูกมอมด้วยเหล้าองุ่น
ที่ผมรู้สึกอย่างนี้ก็เพราะพระยาห์เวห์และถ้อยคำต่างๆอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์นั่นเอง
10 พระยาห์เวห์พูดว่า “แผ่นดินนี้เต็มไปด้วยคนเล่นชู้
แผ่นดินแห้งแล้งเพราะถูกสาปแช่ง
ทุ่งหญ้าในที่เปล่าเปลี่ยวเหี่ยวแห้งไป
วิถีทางของพวกผู้พูดแทนพระเจ้าก็ชั่วร้าย
และพวกมันก็ใช้อำนาจอย่างผิดๆ
11 อันที่จริงแล้ว ทั้งผู้พูดแทนพระเจ้าและนักบวชต่างก็ทำให้แผ่นดินเสื่อมไป
แม้แต่ในวิหารของเรา เราก็ยังพบเห็นความชั่วช้าของพวกมัน”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
12 “ดังนั้น เส้นทางของพวกมันก็จะลื่นมาก
พวกมันจะถูกไล่ออกไปในความมืดมิด
และในความมืดนั้น พวกมันจะล้มลง
เพราะเราจะนำความทุกข์ทรมานมาให้พวกมันในปีที่เรามาเยี่ยมหา”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
13 “เราได้เห็นสิ่งที่น่าขยะแขยงท่ามกลางพวกผู้พูดแทนพระเจ้าของสะมาเรีย พวกมันทำนายโดยพระบาอัล
แล้วพวกมันได้ทำให้คนอิสราเอลของเราต้องหลงหายไป
14 และเราได้เห็นสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นอีกในท่ามกลางพวกผู้พูดแทนพระเจ้าของเมืองเยรูซาเล็ม
ผู้คนเล่นชู้กันและฉ้อโกงกัน
แล้วพวกผู้พูดแทนพระเจ้านี้ก็สนับสนุนคนเลวพวกนี้
ไม่มีใครกลับใจจากความชั่วร้ายเลยสักคน
ในสายตาของเรา พวกผู้พูดแทนพระเจ้าเหล่านี้ทั้งหมดเป็นเหมือนเมืองโสโดม
และพลเมืองของเยรูซาเล็มก็เหมือนกับเมืองโกโมราห์”
15 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดเกี่ยวกับพวกผู้พูดแทนพระเจ้าพวกนี้ว่า
“เราจะทำให้มันต้องกินอาหารที่มีรสขมและทำให้พวกมันต้องดื่มน้ำที่มียาพิษ
เพราะสิ่งที่เสื่อมทรามได้ออกมาจากพวกผู้พูดแทนพระเจ้าของเมืองเยรูซาเล็มและกระจายไปทั่วแผ่นดิน”
16 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
“อย่าไปฟังคำทำนายของพวกผู้พูดแทนพระเจ้าพวกนี้ที่พูดกับเจ้า
พวกมันกำลังหลอกเจ้า
นิมิตที่พวกมันพูดออกมานั้น
ไม่ได้มาจากปากของพระยาห์เวห์หรอก
17 พวกมันพร่ำพูดอยู่กับพวกที่เกลียดชังเราว่า
พระยาห์เวห์พูดว่า ‘พวกเจ้าจะมีสันติสุข’
และพูดกับพวกที่มีจิตใจดื้อด้านว่า
‘เรื่องร้ายๆจะไม่เกิดขึ้นกับเจ้าหรอก’
18 ใครล่ะที่ยืนอยู่ในห้องประชุมสภาของพระยาห์เวห์
ที่จะได้เห็นหรือได้ยินถ้อยคำของพระยาห์เวห์
ใครเคยสนใจคำพูดของพระองค์และเชื่อฟังคำพูดของพระองค์
19 นี่ไง พายุจากพระยาห์เวห์
ความเกรี้ยวโกรธของพระองค์พลุ่งออกมา
มันเป็นเหมือนกับพายุหมุน
ที่หมุนตัวอยู่เหนือหัวของคนชั่วพวกนั้น
20 ความโกรธของพระยาห์เวห์จะไม่หวนกลับไปหรอก จนกว่าจะทำหน้าที่ของมันจนเสร็จสิ้น
และจนกว่ามันจะทำให้แผนการของพระองค์สำเร็จ
หลังจากวันพวกนี้ผ่านไปแล้ว
พวกเจ้าก็จะเข้าใจว่าทำไมถึงต้องเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้น
21 เราไม่ได้ส่งผู้พูดแทนพระเจ้าพวกนี้มา
แต่พวกมันกลับวิ่งไปพูดกับพวกเจ้าเอง
เราไม่ได้พูดกับพวกมัน
แต่พวกมันกลับไปพูดแทนเรา
22 ถ้าพวกมันได้มายืนอยู่ในห้องประชุมสภาของเรา
และได้ยินถ้อยคำต่างๆของเราที่มีไว้สำหรับคนของเรา
พวกมันก็คงจะทำให้คนเหล่านั้นหันจากวิถีทางชั่วของพวกเขา
และหันจากการทำชั่วของพวกเขาแล้ว”
23 พระยาห์เวห์ถามว่า
“เราเป็นพระเจ้าที่อยู่ใกล้ๆเท่านั้นหรือ
เราไม่ได้เป็นพระเจ้าในที่ห่างไกลด้วยหรือ
24 ถ้าใครซ่อนตัวอยู่ เราจะมองไม่เห็นหรือ”
“เราไม่ได้อยู่ทั่วฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกหรือ”
พระยาห์เวห์ถามอย่างนั้น
พระยาห์เวห์พูดว่า 25 “เราได้ยินสิ่งที่ไอ้พวกผู้พูดแทนพระเจ้าพวกนั้นพูด ไอ้พวกนั้นที่ทำนายโกหก โดยเอาชื่อเราไปอ้าง พวกมันพูดว่า ‘ฉันฝันเห็นแล้ว ฉันฝันเห็นแล้ว’
26 ใจของพวกมันจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานไหม พวกมันทำนายโกหกและหลอกลวงในสิ่งที่พวกมันกุขึ้นมาเองในใจ
27 พวกมันวางแผนที่จะทำให้คนของเราลืมชื่อของเรา ด้วยความฝันต่างๆที่พวกมันยกขึ้นมาเล่าให้กับเพื่อนบ้านฟัง พวกมันหวังว่าคนจะลืมเรา เหมือนกับที่บรรพบุรุษของพวกมันลืมชื่อของเรา และหันไปบูชาพระบาอัล
28 ให้ผู้พูดแทนพระเจ้าที่มีความฝันจะเล่า เล่ามันออกมา แต่ขอให้คนที่มีถ้อยคำของเรา พูดถ้อยคำของเราอย่างซื่อสัตย์ ฟางกับเมล็ดข้าวสาลีมันจะไปด้วยกันได้อย่างไร” พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
29 พระยาห์เวห์ถามว่า “ถ้อยคำของเราเป็นเหมือนไฟไม่ใช่หรือ
มันเป็นเหมือนค้อนที่ทุบหินที่แข็งให้แตกกระจุยไม่ใช่หรือ
30 ดังนั้น เราต่อต้านไอ้พวกผู้พูดแทนพระเจ้า ที่ขโมยถ้อยคำต่างๆของเราจากเพื่อนบ้านของเขา
31 เราต่อต้านไอ้พวกผู้พูดแทนพระเจ้า ที่ใช้ลิ้นตัวเองประกาศเรื่องบางเรื่องว่าเป็นคำทำนายของพระยาห์เวห์” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
32 “เราจะต่อต้านไอ้พวกผู้พูดแทนพระเจ้า ที่ทำนายฝันหลอกๆ” พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น “พวกมันเล่าความฝันเหล่านั้น และทำให้คนของเราหลงไป ด้วยคำหลอกลวงและเรื่องต่างๆที่พวกมันกุขึ้นมาเอง เราไม่ได้ส่งพวกมันมา และเราก็ไม่ได้สั่งให้พวกมันพูดด้วย และที่แน่นอนก็คือพวกมันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรให้กับคนพวกนี้เลย” พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
33 “และถ้าคนพวกนี้ หรือผู้พูดแทนพระเจ้า หรือนักบวชถามเจ้าว่า ‘พระยาห์เวห์ฝากภาระอะไรให้เจ้าแบกมา’ เจ้าก็บอกพวกมันไปว่า ‘พระยาห์เวห์พูดว่า “ก็พวกแกนี่แหละคือภาระ และเราจะโยนพวกแกทิ้ง”’”
34 “ผู้พูดแทนพระเจ้า หรือนักบวช หรือคนที่พูดว่า ‘นี่แหละคือภาระที่พระยาห์เวห์ฝากมา’ พวกที่พูดว่าอย่างนั้น เราจะลงโทษพวกที่พูดอย่างนั้นรวมทั้งคนในบ้านเรือนของพวกเขาด้วย”
35 “แต่นี่ต่างหากที่พวกเจ้าควรจะถามกับเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องของเจ้า คือ ‘พระยาห์เวห์ตอบว่าอะไร หรือพระยาห์เวห์พูดว่าอะไร’ 36 และเจ้าจะต้องไม่พูดอย่างนี้อีกต่อไปว่า ‘นี่คือภาระที่พระยาห์เวห์ให้แบกมา’ เพราะภาระนั้นเป็นแค่คำพูดของแต่ละคน และโดยวิธีนี้ เจ้าก็ได้บิดเบือนคำพูดของพระเจ้าผู้มีชีวิตอยู่ พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพระเจ้าของพวกเรา
37 ดังนั้นเจ้าควรจะถามผู้พูดแทนพระเจ้าอย่างนี้ว่า
‘พระยาห์เวห์ตอบว่าอะไร พระยาห์เวห์พูดว่าอะไร’
38 แต่ถ้าพวกเจ้าพูดประโยคนี้ว่า ‘นี่คือภาระที่พระยาห์เวห์ให้แบกมา’ ซึ่งพระยาห์เวห์ได้บอกไว้แล้วว่า อย่าพูดประโยคนี้ที่ว่า ‘นี่คือภาระที่พระยาห์เวห์ให้แบกมา’ และพวกเจ้าก็ยังพูดอย่างนั้น
39 ดังนั้น ดูไว้ให้ดี เราจะยกเจ้าเหวี่ยงออกไปจากหน้าเราแน่ๆ ทั้งเจ้าและเมืองที่เราเคยมอบให้กับเจ้าและบรรพบุรุษของเจ้า 40 เราจะทำให้เจ้าได้รับความอัปยศตลอดไป และทำให้เจ้าอับอายอย่างที่ไม่มีวันลืมเลือนได้”
24ลูกมะเดื่อดีกับลูกมะเดื่อเสีย
1 พระยาห์เวห์ให้ผมดูตะกร้ามะเดื่อสองใบที่วางอยู่ตรงหน้าวิหารของพระองค์ หลังจากที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนได้เนรเทศเยโคนิยาห์ลูกของกษัตริย์เยโฮยาคิมแห่งยูดาห์ออกไปจากเยรูซาเล็มไปอยู่ที่บาบิโลนแล้ว พร้อมกับพวกเจ้านายของยูดาห์และช่างฝีมือและช่างเหล็กจากเยรูซาเล็ม
2 ตะกร้าหนึ่งใส่มะเดื่อที่ดีที่สุดเอาไว้ เหมือนมะเดื่อที่เก็บครั้งแรก อีกตะกร้าหนึ่งใส่มะเดื่อที่เสีย จนคนไม่กล้ากิน เพราะมันเสียมาก
3 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า “เยเรมียาห์ เจ้าเห็นอะไรบ้าง”
ผมก็ตอบว่า “มะเดื่อครับ มะเดื่อดีก็ดีเยี่ยมเลยครับ แต่มะเดื่อเสียก็เสียเอามากๆกินไม่ได้เลยเพราะพวกมันเสียมาก”
4 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า 5 “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูด ‘เราถือว่ามะเดื่อที่ดีพวกนี้เป็นเหมือนคนยูดาห์ในส่วนที่ถูกขับไล่ไป คนพวกนี้คือพวกที่เราส่งออกจากแผ่นดินนี้ไปที่ดินแดนของพวกเคลเดีย 6 เราจะเฝ้าดูพวกเขาเป็นอย่างดี และเราจะนำพวกเขากลับมาที่แผ่นดินนี้ เราจะสร้างพวกเขาขึ้นมาใหม่ และจะไม่ทำลายพวกเขา เราจะปลูกพวกเขาและไม่ถอนพวกเขาขึ้นมา 7 เราจะให้พวกเขามีใจที่รู้จักเรา เพื่อจะได้รู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ พวกเขาจะเป็นคนของเรา และเราก็จะเป็นพระเจ้าของพวกเขา เพราะพวกเขาจะกลับมาหาเราด้วยสิ้นสุดใจของพวกเขา’”
8 พระยาห์เวห์พูดว่า “ส่วนกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์ พร้อมกับเจ้านายทั้งหลายของเขา และคนที่เหลือในเยรูซาเล็ม รวมทั้งคนที่เหลืออยู่ในดินแดนนี้ และคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ด้วย เราจะทำกับเขาเหมือนลูกมะเดื่อที่เสียจนกินไม่ได้เหล่านั้น เพราะมันเสียมากเหลือเกิน
9 เราจะทำให้พวกเขากลัวจนตัวสั่นและเจอกับสิ่งที่เลวร้ายไปทั่วอาณาจักรของโลกนี้ เราจะทำให้พวกเขาถูกต่อว่า ถูกกระทบกระเทียบ ถูกเยาะเย้ย และถูกแช่งด่าในดินแดนที่เราจะเนรเทศพวกเขาไป
10 เราจะนำสงคราม ความอดอยาก และโรคร้าย มาทำลายพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะถูกกำจัดไปจนหมดสิ้นจากแผ่นดินนี้ ที่เราได้ยกให้กับพวกเขาและบรรพบุรุษของพวกเขาไว้”
25บทสรุปคำเทศนาของเยเรมียาห์
1 นี่คือถ้อยคำของพระยาห์เวห์ที่ส่งมาถึงเยเรมียาห์เกี่ยวกับชาวยูดาห์ทั้งหมด ในปีที่สี่ของการปกครองของกษัตริย์เยโฮยาคิมลูกชายกษัตริย์โยสิยาห์แห่งยูดาห์ ซึ่งตรงกับปีแรกที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ครอบครองบาบิโลน 2 นี่คือพระคำที่เยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า พูดกับคนยูดาห์และคนที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็มว่า
3 “ตั้งแต่ปีที่สิบสามที่โยสิยาห์ลูกของกษัตริย์อาโมนแห่งยูดาห์ปกครองประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เป็นเวลายี่สิบสามปีแล้ว ผมได้รับพระคำของพระยาห์เวห์มา แล้วผมก็ได้พูดพระคำของพระองค์ให้กับพวกคุณฟัง ผมพูดแล้วพูดอีก แต่พวกคุณก็ไม่เคยฟัง 4 พระยาห์เวห์ได้ส่งพวกผู้พูดแทนพระเจ้าซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระองค์มาหาพวกคุณ พระองค์ส่งพวกเขามาแล้วมาอีก แต่คุณก็ไม่ยอมฟัง คุณไม่ได้เงี่ยหูฟังเลย
5 พระองค์พูดอยู่เสมอว่า ‘กลับมา พวกเจ้าแต่ละคน ให้หันกลับมาจากวิถีชีวิตที่ชั่วร้าย และหันกลับมาจากการกระทำต่างๆที่ชั่วช้าของเจ้า และให้มาอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์ยกให้กับเจ้าและบรรพบุรุษของเจ้าตลอดไป 6 อย่าได้ไปติดตามและรับใช้พระอื่นๆ อย่าได้ไปกราบไหว้พระอื่นเลย และอย่าได้ยั่วโมโหเราด้วยสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นมากับมือของเจ้าเองเลย แล้วเราจะไม่ทำอันตรายเจ้า 7 แต่เจ้าก็ไม่ยอมฟังเรา’” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น “เจ้าก็เลยยั่วเราด้วยสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นมากับมือเจ้าเอง ทำให้เราต้องทำร้ายเจ้า”
8 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พูด “เนื่องจากเจ้าไม่ยอมฟังคำของเรา 9 เรากำลังจะส่งสารไป และเรียกเผ่าทางเหนือทั้งหมดมา” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น “และเราจะส่งสารไปบอกกับกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน ที่เป็นผู้รับใช้ของเรา และเราจะพาพวกเขาทั้งหมดมาบุกแผ่นดินนี้ และต่อสู้กับพลเมืองของที่นี่ และต่อสู้กับชนชาติต่างๆทั้งหมดนี้ที่อยู่ล้อมรอบมัน เราจะทำลายพวกมันอย่างราบคาบ เราจะทำให้พวกมันเป็นเป้าของความสยดสยอง และให้เป็นที่หัวเราะเยาะและดุด่าว่ากล่าวตลอดไป
10 เราจะทำลายเสียงรื่นเริงสนุกสนานและเสียงเลี้ยงฉลอง เสียงของเจ้าบ่าวเจ้าสาวในวันแต่งงาน เสียงของหินโม่แป้งทำอาหาร และแสงตะเกียงให้หมดไป
11 ทั่วแผ่นดินนี้จะกลายเป็นที่แห้งแล้งรกร้าง และชนชาตินี้จะต้องเป็นขี้ข้ากษัตริย์บาบิโลนไปอีกเจ็ดสิบปี
12 พอครบเจ็ดสิบปีแล้ว เราจะจัดการกับกษัตริย์บาบิโลนและชนชาตินั้นทั้งหมด สำหรับความผิดบาปที่พวกมันทำ” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“และเราจะจัดการกับดินแดนของพวกเคลเดีย เราจะทำให้มันรกร้างตลอดไป 13 ทุกๆคำพูดที่เราได้พูดต่อต้านแผ่นดินนั้น เราจะทำให้มันเกิดขึ้นจริงตามนั้น ทุกอย่างที่เขียนอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เยเรมียาห์ได้พูดต่อต้านชนชาติต่างๆไว้ จะเกิดขึ้นจริงตามนั้น
14 ที่เราพูดอย่างนี้ ก็เพราะชนชาติต่างๆมากมายและกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่หลายองค์ จะต้องไปเป็นขี้ข้ารับใช้บาบิโลน แล้วเราจะตอบแทนพวกมันตามสิ่งที่พวกมันทำและสิ่งที่มือของพวกมันสร้างขึ้นมา”
การพิพากษาต่อชนชาติต่างๆในโลกนี้
15 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล พูดกับผมว่า
“ให้เอาถ้วยนี้ไปจากมือเรา เป็นถ้วยที่ใส่เหล้าองุ่นแห่งความโกรธของเรา แล้วเราจะส่งเจ้าไปตามชนชาติต่างๆและเราจะทำให้ชนชาติเหล่านั้นดื่มมัน
16 พวกมันจะดื่มจนเมาโซเซ และทำตัวเหมือนคนบ้า ก็เพราะดาบที่เราส่งไปท่ามกลางพวกมัน”
17 ดังนั้นผมจึงหยิบถ้วยจากมือของพระยาห์เวห์ และไปตามชนชาติต่างๆที่พระองค์ส่งผมไป และทำให้ชนชาติเหล่านั้นดื่มมัน
18 ชนชาติเหล่านั้นได้แก่เยรูซาเล็ม และเมืองต่างๆของยูดาห์ และบรรดากษัตริย์และเจ้านายข้าราชการทั้งหลาย ผมทำให้พวกเขาดื่มจากถ้วยนี้ เพื่อทำให้แผ่นดินของพวกเขารกร้างว่างเปล่า ไร้ประโยชน์ เป็นเป้าให้คนหัวเราะเยาะและได้รับการดูถูกเหยียดหยาม อย่างที่มันเป็นอยู่ตอนนี้
19 คนเหล่านี้ทั้งหมดจะต้องดื่มจากถ้วยนี้ คือฟาโรห์กษัตริย์อียิปต์ พร้อมกับข้ารับใช้ ข้าราชการ รวมทั้งประชาชนของพระองค์ทุกคน
20 พวกชาวบ้านตามชายแดน และกษัตริย์ทุกองค์ของอูส พวกกษัตริย์ทุกองค์ของฟีลิสเตีย ซึ่งก็มี กษัตริย์ต่างๆของเมืองอัชเคโลน กาซา เอโครน และที่เหลือของเมืองอัชโดด
21 คนในเมืองเอโดม โมอับ และอัมโมน
22 กษัตริย์ทุกองค์ของไทระ ไซดอน และกษัตริย์ที่อยู่ตามชายฝั่งทะเลอีกฟากหนึ่ง 23 คนที่เดดาน เทมา และบูส รวมทั้งคนพวกนั้นที่เข้าพิธีโกนผมจอน+ 25:23 เข้าพิธีโกนผมจอน เป็นพิธีทางศาสนาของคนที่ไม่ใช่ยิว พระเจ้าห้ามไม่ให้ทำ ดูเพิ่มเติมได้จาก หนังสือเลวีนิติ 19:2724 กษัตริย์ทุกองค์ของอาระเบีย และกษัตริย์ทุกองค์ตามแนวชายแดนซึ่งอยู่ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง 25 กษัตริย์ทุกองค์ในศิมรี เอลาม และมีเดีย 26 กษัตริย์ทุกองค์จากทางเหนือ ที่อยู่ใกล้และไกล คนแล้วคนเล่า ผมทำให้อาณาจักรทุกแห่งที่อยู่บนโลกดื่มจากถ้วยนี้ แล้วกษัตริย์แห่งเชชัก+ 25:26 เชชัก เขียนเป็นรหัสลับ หมายถึง บาบิโลน ก็จะดื่มหลังจากพวกเขาเหล่านั้น
27 พระยาห์เวห์พูดกับผมว่า “แล้วให้เจ้าบอกกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดอย่างนี้ว่า ‘ดื่มซะให้เมาไปเลย ให้อ้วกแตก แล้วก็ล้มลง และอย่าลุกขึ้นมาต่อหน้าดาบที่เรากำลังส่งไปท่ามกลางเจ้า’
28 แต่ถ้าพวกมันไม่ยอมรับถ้วยในมือเจ้าไปดื่ม ก็ให้เจ้าบอกกับพวกมันว่า พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดอย่างนี้ว่า ‘พวกเจ้าจะต้องดื่ม 29 เพราะดูสิ เรากำลังจะนำความเจ็บปวด ทนทุกข์ทรมานมายังเมืองที่ถูกเรียกตามชื่อของเรา แล้วเจ้าจะได้รับการยกเว้นหรือไง เราจะไม่ละเว้นเจ้าหรอก เพราะเรากำลังจะทำให้ดาบมาตกอยู่บนพลเมืองทุกคนของแผ่นดินนี้’” พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดอย่างนี้
30 “เยเรมียาห์ ให้เจ้าบอกทุกๆถ้อยคำนี้ที่เราพูดให้พวกมันฟัง เจ้าจะต้องบอกกับพวกมันว่า
พระยาห์เวห์คำรามมาจากที่สูง
และพระองค์ส่งเสียงเรียกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
พระองค์คำรามลั่นใส่ฝูงแกะของพระองค์
มีเสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วทุกคนในโลกนี้เหมือนเสียงโห่ร้องของคนย่ำองุ่น
31 เสียงนั้นดังกึกก้องไปถึงสุดขอบโลก
เพราะพระยาห์เวห์มีคดีกับชนชาติต่างๆ
พระองค์กำลังจะพิพากษาโลกทั้งโลก
และทำให้คนชั่วตายด้วยดาบ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
32 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
“ความชั่วช้ากำลังแพร่กระจายจากชนชาติหนึ่งไปยังอีกชนชาติหนึ่ง
พายุร้ายกำลังพัดมาจากขอบโลก”
33 ในเวลานั้นจะมีคนตั้งแต่ขอบโลกด้านหนึ่งไปถึงขอบโลกอีกด้านหนึ่งถูกพระยาห์เวห์ฆ่า จะไม่มีใครร้องไห้ให้พวกมัน และจะไม่มีใครเก็บศพพวกมันมาฝัง พวกมันจะเป็นเหมือนมูลสัตว์บนดิน
34 พวกผู้เลี้ยงแกะของอิสราเอล ร้องไห้โหยหวนเถอะ
พวกผู้นำฝูงแกะ กลิ้งตัวคลุกฝุ่นด้วยความโศกเศร้าเถอะ
เพราะถึงเวลาแล้วที่พวกแกจะต้องโดนฆ่า
พวกแกจะล้มลงแตกเหมือนหม้อไหราคาแพง
35 ผู้เลี้ยงแกะพวกนี้ไม่พบที่ลี้ภัย
ส่วนผู้นำฝูงแกะก็จะหนีไม่รอด
36 ผมได้ยินเสียงร้องของพวกคนเลี้ยงแกะ
และเสียงสะอึกสะอื้นของผู้นำฝูงแกะ
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะพระยาห์เวห์กำลังทำลายทุ่งหญ้าของพวกเขา
37 ทุ่งหญ้าที่เงียบสงบจะย่อยยับไป
เพราะความเดือดดาลของพระยาห์เวห์
38 พระองค์ทิ้งถ้ำของพระองค์เองไปเหมือนสิงโต
แผ่นดินของพวกเขาถูกทำลายแน่
เรื่องนี้เกิดจากดาบ+ 25:38 ดาบ คำนี้พบในฉบับแปลกรีกโบราณและฉบับฮีบรูบางฉบับ แต่ฉบับฮีบรูส่วนใหญ่เขียนว่า “ความเดือดดาล”ของผู้ข่มเหง
และความเดือดดาลของพระเจ้า
26บทเรียนของเยเรมียาห์ที่วิหาร
(ยรม. 7:1-15)
1 ในช่วงต้นรัชกาลของกษัตริย์เยโฮยาคิมลูกชายกษัตริย์โยสิยาห์แห่งยูดาห์ มีข้อความนี้มาจากพระยาห์เวห์
2 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด “เยเรมียาห์ ให้เจ้าไปยืนอยู่ในลานของวิหารของพระยาห์เวห์ แล้วพูดต่อว่าประชาชนจากเมืองทั้งหลายของยูดาห์ที่กำลังมานมัสการที่วิหารของพระยาห์เวห์ แล้วพูดกับพวกเขาตามที่เราสั่ง ให้เจ้าพูดกับพวกเขาทุกคำห้ามตกแม้แต่คำเดียว
3 บางทีพวกเขาอาจจะฟัง แล้วแต่ละคนก็หันหลังให้กับวิถีชีวิตบาปๆของพวกเขาก็ได้ ถ้าพวกเขาทำอย่างนั้น เราก็จะเปลี่ยนใจจากเรื่องความหายนะที่เราได้วางแผนจะให้เกิดขึ้นกับพวกเขา เพราะการกระทำที่ชั่วช้าต่างๆของพวกเขา
4 แล้วเจ้าก็ควรพูดกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ว่า ‘ถ้าพวกเจ้าไม่ยอมฟังเรา และไม่ยอมเดินตามกฎของเราที่เราได้ให้ไว้ต่อหน้าเจ้า
5 และไม่ยอมฟังถ้อยคำต่างๆของผู้พูดแทนพระเจ้าผู้รับใช้ของเรา ที่เราได้ส่งมาให้เจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พวกเจ้าไม่ยอมฟังเขา
6 เราก็จะทำให้วิหารนี้เป็นเหมือนชิโลห์ และให้ชนชาติต่างๆทั่วโลกใช้ชื่อของเมืองนี้เป็นคำสาปแช่ง’”
7 พวกนักบวชและพวกผู้พูดแทนพระเจ้า และประชาชนทั้งหลายก็ได้ยินเยเรมียาห์พูดถ้อยคำต่างๆเหล่านี้ ในวิหารของพระยาห์เวห์
8 เมื่อเยเรมียาห์พูดทุกอย่างที่พระยาห์เวห์สั่งให้เขาพูดกับประชาชนเสร็จแล้ว พวกนักบวช พวกผู้พูดแทนพระเจ้า และประชาชนทุกคนก็รุมกันเข้ามาจับตัวเขาพร้อมกับพูดว่า “แกตายแน่ๆ 9 ทำไมแกถึงอ้างชื่อพระยาห์เวห์มาพูดว่า วิหารนี้จะต้องเป็นเหมือนชิโลห์ และคนที่อยู่ในเมืองนี้จะต้องถูกทำลาย”
แล้วทุกคนก็เข้าไปรุมล้อมเยเรมียาห์ในวิหารของพระยาห์เวห์
10 พวกเจ้านายแห่งยูดาห์ได้ยินถ้อยคำนี้เหมือนกัน พวกเขาก็เลยออกจากวังมาที่วิหารของพระยาห์เวห์ แล้วก็ไปนั่งอยู่ตรงทางเข้าประตูบานใหม่ที่วิหารของพระองค์
11 แล้วพวกนักบวชและพวกผู้พูดแทนพระเจ้าก็พูดกับพวกเจ้านายและทุกคนที่อยู่ที่นั่นว่า “ไอ้หมอนี่น่าจะถูกตัดสินประหารชีวิต เพราะมันได้พูดให้ร้ายบ้านเมืองนี้เหมือนที่เราเคยได้ยินมาแล้ว”
12 แล้วเยเรมียาห์ก็พูดกับเจ้านายและชาวบ้านทุกคนว่า “พระยาห์เวห์ส่งให้ผมมาพูดสิ่งทั้งหมดนี้ที่เกี่ยวกับบ้านนี้และเมืองนี้ตามที่พวกคุณได้ยิน
13 ตอนนี้ขอให้พวกคุณแก้ไขวิถีทางและการกระทำต่างๆของพวกคุณ และให้เชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกคุณ บางทีพระองค์อาจจะเปลี่ยนใจไม่ทำร้ายพวกคุณตามที่พระองค์ได้วางแผนไว้
14 แต่ตอนนี้ผมอยู่ในเงื้อมมือคุณแล้ว จะทำยังไงกับผมก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร
15 แต่ให้รู้ไว้ว่า ถ้าพวกคุณคิดจะฆ่าผม พวกคุณกำลังทำให้เลือดของผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งตกอยู่บนตัวคุณเอง บ้านเมืองนี้ และประชาชนของเมืองนี้ด้วย เพราะพระยาห์เวห์ส่งผมมาจริงๆ เพื่อพูดคำเหล่านี้ทุกคำให้พวกคุณฟัง”
16 แล้วพวกเจ้านายและชาวบ้านทั้งหลายก็บอกกับพวกนักบวชและพวกผู้พูดแทนพระเจ้าว่า “อย่าตัดสินประหารคนคนนี้เลย เพราะว่าเขาพูดกับเราในนามของพระยาห์เวห์”
17 ผู้ชายบางคนและผู้อาวุโสบางคนของแผ่นดิน ก็ลุกขึ้นยืนและพูดกับคนทั้งกลุ่มที่ออกันอยู่ว่า
18 “มีคาห์แห่งโมเรเชทเคยพูดแทนพระเจ้าในสมัยของกษัตริย์เฮเซคียาห์แห่งยูดาห์ ท่านได้พูดกับคนทุกคนในยูดาห์ว่า
‘พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดอย่างนี้ว่า
เมืองศิโยนจะถูกไถเหมือนไถนา
และเมืองเยรูซาเล็มจะกลายเป็นซากปรักหักพัง
ภูเขาที่เป็นที่ตั้งของวิหารก็จะถูกถอนรากถอนโคน’+ 26:18 มีคาห์พูดอย่างนี้ประมาณเจ็ดร้อยปีก่อนพระเยซูมาเกิด ดูเพิ่มเติมได้จาก หนังสือมีคาห์ 3:12
19 แล้วกษัตริย์เฮเซคียาห์และชาวเมืองยูดาห์ทั้งหมดได้ฆ่าท่านหรือเปล่า ก็เปล่า แต่กษัตริย์กลับเกรงกลัวพระยาห์เวห์แล้วอ้อนวอนพระองค์ให้เมตตา แล้วพระยาห์เวห์ก็เปลี่ยนใจไม่นำภัยพิบัติมาถึงพวกเขาทั้งๆที่พระองค์เคยพูดไว้ว่าจะลงโทษพวกเขา แต่ตอนนี้เรากำลังจะนำความหายนะอันใหญ่หลวงมาสู่ตัวเอง”
20 (ยังมีชายอีกคนหนึ่งชื่ออุรียาห์ลูกชายของเชไมอาห์จากคิริยาทเยอาริม มาพูดแทนพระยาห์เวห์ เขาพูดให้ร้ายเมืองนี้และแผ่นดินนี้เหมือนที่เยเรมียาห์พูดนั่นแหละ 21 แล้วกษัตริย์เยโฮยาคิม พวกเจ้านาย และทหารทุกคนของพระองค์ได้ยินคำพูดของเขา กษัตริย์ก็เลยคิดฆ่าเขา แต่อุรียาห์ได้ยินเสียก่อน ก็เลยกลัวและหนีไปอียิปต์ 22 กษัตริย์เยโฮยาคิมก็ส่งเอลนาธันลูกชายของอัคโบร์ และคนอีกจำนวนหนึ่งไปอียิปต์ 23 แล้วพวกเขาก็นำอุรียาห์กลับมาจากอียิปต์ พวกนั้นนำเขาไปให้กษัตริย์เยโฮยาคิม พระองค์ก็ฆ่าเขาแล้วโยนศพเขาทิ้งในสุสานของสามัญชน
24 แต่อาหิคัมลูกชายของชาฟานป้องกันไม่ให้เยเรมียาห์ถูกชาวบ้านฆ่าตาย)
27พระยาห์เวห์แต่งตั้งเนบูคัดเนสซาร์
1 ในช่วงต้นรัชกาลของเศเดคียาห์+ 27:1 เศเดคียาห์ คำนี้อยู่ในฉบับแปลภาษาซีเรียโบราณ และในฉบับฮีบรูบางฉบับ มันตรงกับบทที่ 28 ข้อ 1 ที่บอกว่า เศเดคียาห์เป็นกษัตรยิ์ในปีนั้น คือ 594-593 ก่อนพระเยซูมาเกิด ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กันเขียนว่า เยโฮยาคิมลูกชายของกษัตริย์โยสิยาห์แห่งยูดาห์ ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ได้มาถึงเยเรมียาห์ว่า 2 พระยาห์เวห์พูดกับผมว่า “ให้ทำสายรัดและแอก แล้วก็เอามาแขวนคอเจ้าไว้ 3 แล้วให้ส่งข้อความไปให้กับกษัตริย์แห่งเอโดม โมอับ อัมโมน ไทระ และไซดอน โดยฝากไปกับพวกผู้ส่งข่าวที่มาที่เมืองเยรูซาเล็ม เพื่อมาหากษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์ 4 ให้เจ้าสั่งคำสั่งนี้ไปให้กับพวกเจ้านายของพวกเขาว่า พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าแห่งอิสราเอล พูดว่า ‘เจ้าไปบอกกับพวกเจ้านายของเจ้าว่า 5 เราสร้างโลก มนุษย์ และสัตว์ทั้งหลายไว้บนแผ่นดินโลก ด้วยฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่ของเราและแขนของเราที่เหยียดออกมา เราอยากจะให้มันกับใครก็เป็นเรื่องของเรา 6 แล้วตอนนี้ เราก็ได้ให้แผ่นดินเหล่านี้ทั้งหมดให้ตกอยู่ในมือของผู้รับใช้เราคือกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน สัตว์ต่างๆเราก็ได้ยกให้กับเขาไว้คอยรับใช้เขาด้วย 7 และชนชาติทั้งหมดจะต้องรับใช้เขา ลูกชายและหลานชายของเขา ไปจนกว่าจะถึงเวลาที่แผ่นดินของเขาเองก็จะต้องพ่ายแพ้ และจะมีหลายๆชนชาติและกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่หลายๆองค์ทำให้บาบิโลนตกไปเป็นผู้รับใช้ของพวกเขา’”
8 “แต่ถ้าชนชาติไหนหรืออาณาจักรไหนไม่ยอมรับใช้กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน หรือถ้าชนชาติไหนไม่ยอมจำนนต่อกษัตริย์แห่งบาบิโลนคนนี้ เราจะทำโทษชนชาตินั้นด้วยสงคราม ความอดอยากและโรคร้าย จนกว่าเราจะใช้กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ทำลายมันไปอย่างสิ้นซาก” พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น 9 “แต่พวกเจ้าจะต้องไม่ฟังพวกผู้พูดแทนพระเจ้า โหรของพวกเจ้า คนที่ได้เห็นอนาคตในความฝัน พวกนักทำนาย และพ่อมดของพวกเจ้าที่พูดว่า ‘อย่าไปรับใช้กษัตริย์บาบิโลนนั่นเลย’ 10 ที่เราพูดเรื่องนี้ก็เพราะพวกเขากำลังโกหกเจ้าอยู่ ซึ่งจะทำให้เจ้าถูกกำจัดไปจากแผ่นดินของเจ้าเอง เราจะขับไล่เจ้า และเจ้าจะพินาศ”
11 “แต่ถ้าชนชาติไหนยอมจำนนต่อกษัตริย์บาบิโลนและรับใช้เขา เราจะยอมให้ชนชาตินั้นอยู่ต่อไปในแผ่นดินของตนและเพาะปลูกในแผ่นดินนั้น” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
12 “สำหรับกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์ เราขอพูดอย่างนี้ว่า ‘ให้ยอมกษัตริย์บาบิโลนซะ รับใช้เขาและประชาชนของเขา แล้วเจ้าจะรอดชีวิต’ 13 ทำไมเจ้าและประชาชนของเจ้าจะต้องมาตายด้วยคมดาบ ความอดอยาก และโรคระบาด ตามที่พระยาห์เวห์เตือนไว้แล้วสำหรับชนชาติที่ไม่ยอมกษัตริย์บาบิโลนด้วยล่ะ 14 อย่าไปฟังสิ่งที่พวกผู้พูดแทนพระเจ้าบอกเจ้า ที่ว่า ‘ไม่ต้องไปเป็นขี้ข้ากษัตริย์บาบิโลนหรอก’ เพราะว่าผู้พูดแทนพระเจ้าพวกนั้นกำลังหลอกเจ้า” 15 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราไม่ได้ส่งพวกผู้พูดแทนพระเจ้าพวกนั้นมา พวกนั้นอ้างว่าพวกเขาพูดในนามของเรา แต่พวกเขากำลังโกหก ดังนั้นเราจะขับไล่พวกเจ้าไปและทำลายพวกเจ้า ทั้งพวกเจ้าและพวกผู้พูดแทนพระเจ้าจอมปลอมที่พูดกับเจ้านั้น”
16 แล้วผมก็พูดกับพวกนักบวชและประชาชนทั้งหลายว่า พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ว่า “อย่าไปฟังสิ่งที่พวกผู้พูดแทนพระเจ้าของพวกเจ้าพูด ที่ว่า ‘พวกภาชนะที่ใช้ในวิหารของพระยาห์เวห์กำลังจะกลับมาจากบาบิโลนเร็วๆนี้’ เพราะพวกมันโกหกเจ้า 17 อย่าไปฟังพวกมัน ให้รับใช้กษัตริย์บาบิโลน แล้วเจ้าจะรอดชีวิต ทำไมจะต้องปล่อยให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองร้างด้วยล่ะ 18 แต่ถ้าพวกผู้พูดแทนพระเจ้าพวกนั้นเป็นตัวจริง และพวกมันมีถ้อยคำของพระยาห์เวห์จริง ก็ให้พวกมันมาอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น เพื่อว่าภาชนะที่เหลืออยู่ในวิหารของพระยาห์เวห์และอยู่ในวังของกษัตริย์ยูดาห์และอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม จะได้ไม่ตกไปอยู่ที่บาบิโลน”
19 เพราะว่าพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้พูดไว้อย่างนี้ “เกี่ยวกับเรื่องเสาต่างๆ ขันทะเลสัมฤทธิ์ แท่นรองของมัน และพวกภาชนะที่เหลืออยู่ในเมืองนี้ 20 ของที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนไม่ได้เอาไปตอนที่เขาต้อนเยโคนิยาห์+ 27:20 เยโคนิยาห์ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า เยโฮยาคีน ลูกชายของกษัตริย์เยโฮยาคิมแห่งยูดาห์และเจ้านายทั้งหลายของทั้งยูดาห์และเยรูซาเล็มไปบาบิโลน 21 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พูดเกี่ยวกับเรื่องภาชนะที่ยังเหลืออยู่ในวิหารของพระองค์ ในวังของกษัตริย์ และในเมืองเยรูซาเล็มว่า 22 ‘ของพวกนั้นจะถูกย้ายไปบาบิโลน แล้วจะอยู่ที่นั่นจนถึงเวลาที่เราจะระลึกถึงพวกมัน’” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น “แล้วเราจะพาของพวกมันกลับมาที่นี่เอง”
28ฮานันยาห์ ผู้พูดแทนพระเจ้าปลอม
1 ในปีเดียวกันนั้น ซึ่งเป็นช่วงต้นรัชกาลเศเดคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ ตรงกับเดือนที่ห้า ปีที่สี่ ฮานันยาห์ลูกชายของอัสซูร์ ผู้พูดแทนพระเจ้าจากกิเบโอน เขาได้พูดกับผมต่อหน้าพวกนักบวชและทุกคนในวิหารของพระยาห์เวห์ว่า 2 “พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของอิสราเอลพูดว่า ‘เราได้หักแอกของกษัตริย์แห่งบาบิโลนแล้ว 3 ภายในสองปีนี้ เราจะนำพวกภาชนะที่ใช้ในวิหารของพระยาห์เวห์ทั้งหมดกลับมาไว้ที่นี่ เป็นภาชนะที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้เอาไปจากที่นี่ และเอาไปไว้ที่บาบิโลน 4 และเราจะนำเยโคนิยาห์+ 28:4 เยโคนิยาห์ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า เยโฮยาคีน กษัตริย์ของยูดาห์ลูกชายของเยโฮยาคิม กลับมาที่นี่ พร้อมกับชาวยูดาห์ทั้งหมดที่ตกไปเป็นเชลยอยู่ในบาบิโลนด้วย เพราะเราจะทำลายแอกของกษัตริย์บาบิโลน พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น’”
5 หลังจากนั้นเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าก็พูดกับฮานันยาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า ต่อหน้าพวกนักบวช และทุกคนที่ยืนอยู่ในวิหารของพระยาห์เวห์ 6 เยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าพูดว่า “อาเมน ขอให้เป็นอย่างนั้น ขอให้พระยาห์เวห์ทำเหมือนกับที่ท่านพูดเถอะ ขอให้พระยาห์เวห์ทำให้คำทำนายของท่านเป็นจริง ขอให้พระองค์นำภาชนะที่ใช้ในวิหารของพระองค์ รวมทั้งคนเหล่านั้นทั้งหมดที่ถูกกวาดต้อนไปบาบิโลนกลับมาที่นี่ด้วยเถิด
7 แต่ให้ฟังสิ่งที่ผมกำลังจะพูดกับท่านและกับทุกๆคน 8 เท่าที่ใครต่อใครจำได้ พวกผู้พูดแทนพระเจ้าที่มีชีวิตอยู่ก่อนหน้าผมและท่าน ล้วนแต่พยากรณ์ต่อต้านแผ่นดินทั้งหลายและอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ต่างๆว่า จะเกิดสงคราม ความอดอยากและโรคภัยไข้เจ็บกันทั้งนั้น 9 แต่สำหรับผู้พูดแทนพระเจ้าที่พยากรณ์ว่าจะเกิดความสงบสุขขึ้นนั้น จะต้องคอยให้เรื่องนั้นมันเกิดขึ้นจริงตามที่เขาพูดเสียก่อน คนถึงจะได้รู้ว่าพระยาห์เวห์เป็นผู้ที่ส่งผู้พูดแทนพระเจ้าคนนั้นมาจริงๆ”
10 แล้วฮานันยาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า ก็เอาแอกไม้จากคอของเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้ามาหัก 11 และเขาก็พูดต่อหน้าทุกคนที่นั่นว่า พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะหักแอกของเนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์แห่งบาบิโลน ที่วางไว้บนคอของชนชาติต่างๆให้หมดไปภายในสองปีนี้ เหมือนที่เราได้หักแอกอันนี้” แล้วเยเรมียาห์ก็ไปตามทางของท่าน
12 หลังจากที่ฮานันยาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้หักแอกจากคอของเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าแล้ว พระคำของพระยาห์เวห์ก็มีมาถึงเยเรมียาห์ว่า 13 “ไปบอกกับฮานันยาห์ว่า พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เจ้าหักแอกไม้นั้นแล้วก็จริง แต่เจ้าได้สร้างแอกเหล็กขึ้นมาแทน’” 14 ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า “เราได้ใส่แอกเหล็กไว้บนคอของชนชาติเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อทำให้พวกมันรับใช้กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน และพวกมันก็จะเป็นทาสรับใช้เขา นอกจากนั้นแล้ว เรายังได้มอบพวกสัตว์ป่าให้กับเขาด้วย”
15 แล้วเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าก็พูดกับฮานันยาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าว่า “ฟังนะ ฮานันยาห์ พระยาห์เวห์ไม่ได้ส่งเจ้ามา แถมเจ้ายังทำให้คนพวกนี้หลงเชื่อในสิ่งที่ผิดๆเสียอีก 16 ดังนั้น พระยาห์เวห์จึงพูดว่าอย่างนี้ ‘เราจะขับไล่เจ้าออกไปจากแผ่นดินนี้ เจ้าจะต้องตายในปีนี้ เพราะเจ้าได้พูดขัดกับพระยาห์เวห์’”
17 แล้วฮานันยาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าก็ตายในเดือนที่เจ็ดของปีนั้น
29จดหมายจากเยเรมียาห์ถึงพวกเชลย
1 เยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้ส่งหนังสือม้วนจากเยรูซาเล็มไปให้กับพวกผู้อาวุโสที่ยังเหลือรอดชีวิตท่ามกลางเชลยศึกทั้งหลายในบาบิโลน รวมทั้ง พวกนักบวช พวกผู้พูดแทนพระเจ้า และคนอื่นๆด้วย ที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้กวาดต้อนจากเยรูซาเล็มไปไว้ที่บาบิโลน 2 เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กษัตริย์เยโคนิยาห์+ 29:2 เยโคนิยาห์ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า เยโฮยาคีน พร้อมกับแม่ของพระองค์ และพวกข้าราชสำนัก พวกเจ้านายของยูดาห์ และของเยรูซาเล็ม รวมทั้งพวกช่างฝีมือและช่างเหล็ก ได้ถูกกวาดต้อนออกไปจากเยรูซาเล็มแล้ว 3 เศเดคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ ได้ส่งเอลาสาห์และเกมาริยาห์ไปหากษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ที่บาบิโลน เอลาสาห์เป็นลูกชายของชาฟาน ส่วนเกมาริยาห์เป็นลูกชายของฮิลคียาห์ เยเรมียาห์ได้ฝากหนังสือม้วนนี้ไปบาบิโลนกับเอลาสาห์ และเกมาริยาห์ ข้อความในหนังสือม้วนนั้นพูดว่า
4 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าของอิสราเอล พูดไว้ว่าอย่างนี้ “ถึงทุกคนที่เราได้ส่งไปจากเยรูซาเล็มให้ไปเป็นเชลยที่บาบิโลน 5 ให้พวกเจ้าสร้างบ้านเรือนขึ้นมาอยู่อาศัย ให้ปลูกสวน และกินผลผลิตของพวกมันที่ออกมา 6 ให้แต่งงานและเกิดลูกชายลูกสาว ให้หาเมียให้กับพวกลูกชายของเจ้า และยกลูกสาวเจ้าให้ไปเป็นเมียคนอื่น และให้พวกเขาเกิดลูกชายลูกสาว ให้เกิดลูกเต็มบ้านเต็มเมือง อย่าได้กลายเป็นกลุ่มเล็กๆ 7 ให้ส่งเสริมบ้านเมืองที่เราได้ขับไล่ให้เจ้าไปอยู่กันนั้นเจริญรุ่งเรืองด้วย อธิษฐานต่อพระยาห์เวห์สำหรับเมืองนั้นด้วย เพราะถ้าเมืองนั้นเจริญรุ่งเรือง เจ้าก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองด้วย” 8 เพราะพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า “อย่าให้พวกผู้พูดแทนพระเจ้าที่อยู่ท่ามกลางเจ้า และหมอดูหลอกเจ้าได้ แล้วอย่าไปหลงฟังความฝันต่างๆที่พวกมันได้ฝันด้วย 9 เพราะพวกนั้นกำลังอ้างชื่อเราไปทำนายอย่างผิดๆ เราไม่ได้ส่งพวกมันมา” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
10 เพราะพระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้ “เมื่อเจ็ดสิบปีของบาบิโลนครบถ้วนแล้ว เราก็จะไปหาเจ้า และทำดีกับเจ้าตามที่เราได้สัญญาไว้ คือเราจะนำเจ้ากลับมาที่เยรูซาเล็มนี้” 11 พระยาห์เวห์พูดว่า “เพราะเรารู้แผนงานต่างๆที่เราวางไว้ให้กับเจ้า เป็นแผนงานสำหรับความเจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่สำหรับความหายนะ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังกับเจ้า 12 เจ้าจะเรียกหาเรา เจ้าจะมาอธิษฐานต่อเรา และเราจะฟังเจ้า 13 เจ้าจะแสวงหาเรา แล้วเจ้าก็จะพบเรา เมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า 14 แล้วเจ้าก็จะหาเราเจอ” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น “เราจะคืนสิ่งที่เจ้าถูกยึดไป และเราจะเก็บรวบรวมเจ้ากลับมาจากทุกชนชาติและทุกที่ที่เราได้เนรเทศเจ้าไป และเราจะนำเจ้ากลับไปยังที่ที่เราได้เนรเทศเจ้าออกไป” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
15 แต่เจ้าอาจจะพูดว่า “พระยาห์เวห์ได้ให้พวกพูดแทนพระเจ้ากับเราในบาบิโลน” 16 แต่พระยาห์เวห์ได้พูดเกี่ยวกับกษัตริย์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของดาวิดและทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม และพวกพี่น้องของเจ้า ที่ไม่ได้ถูกเนรเทศไปกับเจ้านั้น 17 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดอย่างนี้ว่า “เราจะส่งคมดาบ ความอดอยากและโรคภัยไข้เจ็บมาทำลายพวกเขา และเราจะทำให้พวกเขาเป็นเหมือนลูกมะเดื่อที่เสียจนกินไม่ลง 18 เราจะไล่ตามพวกเขาไปด้วยคมดาบ ความอดอยาก และโรคภัยไข้เจ็บ และเราจะทำให้พวกเขาดูน่าสยดสยอง ในสายตาของอาณาจักรทั้งหมดในโลกนี้ เราจะทำให้ชื่อของพวกเขากลายเป็นคำที่คนใช้ในการแช่งสาป เขาจะเป็นหายนะอย่างน่าตกใจ เป็นที่น่ารังเกียจ ถูกเยาะเย้ยจากทุกๆชนชาติที่เราได้เนรเทศพวกเขาไป 19 ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะพวกมันไม่ยอมฟังถ้อยคำต่างๆของเรา” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น “นี่คือถ้อยคำต่างๆที่เราพูดแล้วพูดอีกกับพวกเขาผ่านทางผู้รับใช้และผู้พูดแทนเรา แต่พวกเขาไม่ยอมฟัง” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น 20 “พวกเจ้าทั้งหลายที่ถูกกวาดต้อนจากเยรูซาเล็มไปบาบิโลน ให้ฟังถ้อยคำของพระยาห์เวห์”
21 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพระเจ้าของอิสราเอลพูดเกี่ยวกับอาหับ ลูกชายของโคลายาห์ และเศเดคียาห์ลูกชายของมาอาเสอาห์ พระองค์พูดว่า “พวกผู้พูดแทนพระเจ้าสองคนนี้ได้พูดกับพวกเจ้าในนามของเรา แต่พวกมันโกหก เราจะส่งพวกมันให้ไปอยู่ในเงื้อมมือของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ แห่งบาบิโลน แล้วเขาก็จะฆ่าพวกมันให้เจ้าเห็นกับตา 22 พวกเชลยศึกชาวยูดาห์ทุกคนที่ยังอยู่ในบาบิโลน จะใช้ชื่อพวกมันสำหรับสาปแช่งกันว่า ‘ขอให้พระยาห์เวห์ทำให้เจ้าเป็นเหมือนเศเดคียาห์ และเหมือนอาหับ ที่กษัตริย์บาบิโลนเผาตายด้วยเถอะ’ 23 ผู้พูดแทนพระเจ้าสองคนนั้นได้ทำสิ่งที่น่ารังเกียจในอิสราเอล พวกเขาได้มีชู้กับเมียของเพื่อนบ้าน และอ้างชื่อเราไปพูดทั้งที่เราไม่ได้สั่ง เรารู้เรื่องนี้ และเราเป็นพยานเอง” พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
พระเจ้าส่งข่าวสารไปให้กับเชไมอาห์
24 และให้เจ้าไปพูดกับเชไมอาห์ชาวเนเฮลามว่า 25 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า “เพราะเจ้าใช้อำนาจของตัวเองส่งพวกจดหมายไปถึงทุกคนในเยรูซาเล็ม และส่งไปให้กับนักบวชเศฟันยาห์ลูกชายของมาอาเสอาห์ รวมทั้งนักบวชคนอื่นๆด้วยว่า 26 ‘พระยาห์เวห์ได้แต่งตั้งให้เจ้าเป็นนักบวชแทนนักบวชเยโฮยาดา จะได้มีคนดูแลวิหารของพระยาห์เวห์ ถ้าคนบ้าคนไหนไปทำตัวเป็นผู้พูดแทนพระเจ้า ก็ให้จับใส่ขื่อไว้ให้แน่นหนา’ 27 แต่ตอนนี้ทำไมเจ้าถึงไม่ต่อว่าเยเรมียาห์จากอานาโธท ที่ทำนายให้กับพวกเจ้า 28 เยเรมียาห์ได้ส่งข่าวสารนี้ถึงพวกเราที่อยู่ในบาบิโลนว่า ‘เจ้าจะอยู่ที่นั่นไปอีกนาน ให้สร้างบ้านอยู่ซะ ทำสวนและกินผลผลิตที่ได้จากพวกมัน’”
29 จากนั้นนักบวชเศฟันยาห์ ก็อ่านจดหมายนั้นให้เยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าฟัง 30 แล้วถ้อยคำของพระยาห์เวห์ ก็มาถึงเยเรมียาห์ว่า 31 “เยเรมียาห์ ให้ส่งจดหมายไปบอกกับทุกคนที่ถูกกวาดต้อนไปบาบิโลนว่า ‘พระยาห์เวห์พูดถึงเชไมอาห์ชาวเนเฮลามว่า เพราะเชไมอาห์ทำนายให้กับพวกเจ้า โดยที่เราไม่ได้ส่งเขาไป แล้วเขาทำให้เจ้าเชื่อเรื่องโกหกนั้น’
32 ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงพูดว่า ‘เราจะทำโทษเชไมอาห์ชาวเนเฮลามและลูกหลานของเขา เขาจะไม่เหลือลูกหลานรอดชีวิตท่ามกลางคนเหล่านี้สักคนเดียว และเขาจะไม่ได้เห็นสิ่งดีๆที่เรากำลังจะทำให้กับคนของเรา เพราะเขาได้พูดส่งเสริมให้กบฏต่อพระยาห์เวห์’” พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
30พระยาห์เวห์สัญญาว่าจะนำพวกเชลยกลับมา
1 นี่คือถ้อยคำของพระยาห์เวห์ที่มีมาถึงเยเรมียาห์ 2 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอลพูด คือ “ให้เขียนข้อความทั้งหมดนี้ที่เราได้พูดกับเจ้าลงในหนังสือม้วนให้กับตัวเจ้าเอง” 3 พระยาห์เวห์พูดว่า “วันนั้นกำลังจะมาถึง คือวันที่เราจะพลิกสถานการณ์ให้กับคนของเราคือคนอิสราเอลและยูดาห์” พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะนำพวกเขากลับมายังแผ่นดินนี้ที่เราได้ให้กับบรรพบุรุษของเขา เพื่อพวกเขาจะได้ครอบครองมัน”
4 นี่คือข่าวสารที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับอิสราเอลและยูดาห์ 5 พระองค์พูดว่าอย่างนี้
“พวกเราได้ยินเสียงของความอลหม่าน
ความหวาดกลัว และความไม่สงบสุข
6 ไปถามสิ และดูสิว่า
ผู้ชายที่ไหนออกลูกได้บ้าง
แล้วทำไมเราถึงเห็นนักรบที่เก่งกาจทุกคนเอามือกุมท้องเหมือนผู้หญิงกำลังจะคลอด
และทำไมพวกเขาถึงหน้าซีดเผือดอย่างนั้น
7 เลวร้ายเหลือเกิน
เพราะว่าวันนั้นเป็นโศกนาฎกรรมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
มันจะเป็นเวลาของความทุกข์ระทมของยาโคบ
แต่เขาก็จะรอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้”
8 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า “ในวันนั้น เราจะปลดแอกของบาบิโลนออกจากคอของเจ้า เราจะดึงเชือกที่มัดเจ้าอยู่ให้ขาดกระจุยไป แล้วพวกคนต่างชาติก็จะไม่ทำให้ยูดาห์รับใช้พวกเขาอีกต่อไป 9 แล้วพวกเขาก็จะรับใช้พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา และรับใช้ดาวิดกษัตริย์ของพวกเขา ที่เราจะแต่งตั้งให้ปกครองเหนือพวกเขา
10 ส่วนเจ้า ยาโคบผู้รับใช้ของเรา เจ้าไม่ต้องกลัว”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“อิสราเอล ไม่ต้องท้อแท้
เพราะเราจะช่วยชีวิตเจ้าให้รอดจากดินแดนที่ห่างไกลนั้น
และเราจะช่วยชีวิตลูกหลานของเจ้าให้พ้นจากดินแดนที่พวกเขาเป็นเชลยอยู่นั้น
ยาโคบจะกลับมาและจะอยู่อย่างสงบและปลอดภัย
ไม่มีใครจะมาทำให้พวกเขากลัวจนตัวสั่นได้”
11 พระยาห์เวห์พูดว่า “เพราะเราอยู่กับเจ้า เพื่อช่วยชีวิตเจ้า
เพราะเราจะทำให้ชนชาติต่างๆที่เราใช้ให้เจ้ากระจัดกระจายไปอยู่นั้นพบกับจุดจบ
แต่เราจะไม่ทำให้เจ้าต้องพบจุดจบหรอก
เราจะอบรมสั่งสอนเจ้าอย่างเป็นธรรม
และเราจะไม่ปล่อยให้เจ้าลอยนวลเมื่อเจ้าทำผิด”
12 เพราะพระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
“อาการบาดเจ็บของเจ้ารักษาไม่หายหรอก
บาดแผลของเจ้าก็สาหัสมาก
13 ไม่มีทนายแก้ต่างให้กับเจ้าในศาล
เจ้าไม่มียาที่จะรักษาบาดแผลที่เปิดอยู่ของเจ้า
14 ชู้รักทั้งหมดของเจ้าลืมเจ้าไปหมดแล้ว
พวกเขาไม่ห่วงเจ้าเลย
เราทุบตีเจ้าเหมือนที่ศัตรูจะทุบตีเจ้า
เราลงโทษเจ้าอย่างโหดร้าย
สำหรับความผิดบาปอันใหญ่หลวงของเจ้า
บาปของเจ้านั้น มันมากมายเหลือเกิน
15 ทำไมเจ้าถึงร้องเจ็บแผล
ความเจ็บปวดของเจ้ารักษาไม่ได้
เพราะเจ้าทำผิดบาปอย่างมาก
ความบาปของเจ้ามันมากมายยิ่งนัก
เราถึงได้ทำสิ่งต่างๆเหล่านี้กับเจ้า
16 คนพวกนั้นที่ทำลายเจ้า ก็จะถูกทำลายแน่
ศัตรูทั้งหมดของเจ้าจะถูกจับไปเป็นเชลย
คนที่ปล้นเจ้าจะโดนปล้นเสียเอง
เราจะทำให้คนพวกนั้นที่ปล้นสะดมเจ้าถูกปล้นเสียเอง
17 เรื่องนี้เจ้ามั่นใจได้เลยเพราะเราจะทำให้เจ้ากลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
และจะรักษาบาดแผลของเจ้าให้เอง”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
“คนเขาเรียกเจ้าว่าเศษเดนสังคม
คนเขาพูดกันว่า นางนั่นก็คือศิโยนที่ไม่มีใครอยากได้ไงล่ะ”
18 พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
“เราจะพลิกสถานการณ์ให้กับพวกครอบครัวของยาโคบ
เราจะแสดงความเมตตาให้กับที่อยู่อาศัยทั้งหลายของยาโคบ
เมืองจะถูกสร้างขึ้นใหม่บนซากเดิม
และป้อมปราการก็จะตั้งอยู่ในที่ที่ถูกต้อง
19 จะมีเสียงร้องเพลงขอบคุณจากพวกเขา
จะมีเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
เราจะเพิ่มจำนวนพวกเขา พวกเขาจะได้ไม่มีกันน้อยๆ
เราจะทำให้เขาสำคัญ พวกเขาจะได้ไม่กระจอกงอกง่อย
20 ลูกหลานของยาโคบจะเป็นเหมือนแต่ก่อน
และเขาจะเป็นชุมชนที่มั่นคงต่อหน้าเรา
และเราจะลงโทษคนที่กดขี่ข่มเหงเขาด้วย
21 ผู้นำของยาโคบจะมาจากคนของเขาเอง
และผู้ปกครองเขาจะมาจากคนในของเขาเอง
เรายาห์เวห์จะทำให้เขาเข้ามาใกล้ๆเรา แล้วเขาก็จะเข้ามาหาเรา
เพราะว่าใครล่ะจะกล้าเข้ามาหาเรา ถ้าเราไม่ได้เรียก”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
22 “พวกเจ้าจะเป็นคนของเรา
และเราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า”
23 “ดูสิ นั่นพายุของพระยาห์เวห์
ความโกรธของพระองค์กำลังพัดออกมา
มันเป็นพายุหมุน
นั่นเป็นพายุที่หมุนอยู่เหนือหัวคนเลว
24 ความโกรธเดือดดาลของพระยาห์เวห์จะไม่หยุด
จนกว่าพระองค์จะทำให้มันสำเร็จ
จนกว่าพระองค์จะได้ทำสิ่งที่อยู่ในใจของพระองค์เสียก่อน
ในอนาคต เจ้าก็จะเข้าใจเรื่องนี้เอง”
31อิสราเอลใหม่
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในเวลานั้น เราจะเป็นพระเจ้าของอิสราเอลทุกตระกูล และพวกเขาก็จะเป็นคนของเรา”
2 พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
“คนที่รอดชีวิตจากคมดาบจะได้รับเกียรติในทะเลทราย
อิสราเอลแสวงหาที่หยุดพัก”
3 พระยาห์เวห์ปรากฏให้เขาเห็นจากที่ไกลๆ
พระองค์พูดว่า “เรารักเจ้าแล้วด้วยความรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
ดังนั้น เราถึงยังแสดงความรักความเมตตากับเจ้าอยู่
4 เราจะสร้างเจ้าขึ้นใหม่ เจ้าจะได้ถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง
อิสราเอล หญิงสาวบริสุทธิ์เอ๋ย
เจ้าจะยกกลองรำมะนาขึ้นอีกครั้ง
แล้วเจ้าก็จะออกไปเต้นรำกับคนที่เฉลิมฉลองกัน
5 เจ้าจะปลูกพวกสวนองุ่นบนภูเขาสะมาเรียอีกครั้ง
และคนที่ปลูกก็จะมีความสุขจากผลของมัน
6 เพราะจะมีวันหนึ่งที่คนเฝ้ายามร้องตะโกนก้องจากภูเขาเอฟราอิมว่า
‘ลุกขึ้นเร็ว ขึ้นไปหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราที่ศิโยนกันเถอะ’”
7 ใช่แล้ว พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
“มาร้องเพลงเฉลิมฉลองให้ยาโคบกัน
และมาชื่นชมยินดีกับผู้นำของชนชาติต่างๆ
ตะโกนก้อง สรรเสริญ และร้องว่า
พระยาห์เวห์ได้ช่วยกู้คนของพระองค์แล้ว
คือคนอิสราเอลที่หลงเหลืออยู่
8 เราจะนำพวกเขามาจากแผ่นดินทางเหนือ
และจะรวบรวมพวกเขามาจากสุดปลายโลก
ในพวกของเขาจะมีคนเหล่านี้รวมอยู่ด้วยคือ คนตาบอด คนง่อย
ผู้หญิงท้อง และผู้หญิงที่กำลังจะคลอดลูก
พวกเขาจะกลับมาเป็นชนกลุ่มใหญ่
9 ขณะที่พวกเขากลับมา พวกเขาก็ร้องไห้กัน
และเราจะปลอบประโลมพวกเขาตอนที่นำพวกเขากลับมา
ในขณะที่พวกเขากำลังอธิษฐานขอให้เราเมตตาปรานี
เราจะทำให้เขาเดินอยู่ริมๆแม่น้ำบนถนนตรง
ที่พวกเขาจะไม่สะดุดล้ม
เพราะเราจะเป็นพ่อของคนอิสราเอล
และเอฟราอิมจะเป็นลูกชายหัวปีของเรา
10 ชนชาติทั้งหลาย ให้ฟังถ้อยคำของพระยาห์เวห์
และให้ประกาศไปถึงดินแดนชายฝั่งที่ห่างไกล
ให้ประกาศว่า ‘พระองค์ผู้ที่ทำให้อิสราเอลกระจัดกระจายไปจะรวบรวมพวกเขา
และดูแลพวกเขาเหมือนผู้เลี้ยงแกะที่เฝ้าระวังฝูงแกะของตัวเอง’
11 เพราะพระยาห์เวห์ได้จ่ายหนี้แทนยาโคบแล้ว
และได้ช่วยไถ่เขาให้พ้นเงื้อมมือคนที่แข็งแกร่งกว่าเขา
12 พวกอิสราเอลจะกลับมาร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานบนที่สูงศิโยน
และพวกเขาจะส่องสว่างไสว
เพราะความใจดีของพระยาห์เวห์ ส่องสว่างเหนือข้าว เหล้าองุ่นใหม่ และน้ำมันมะกอก
และส่องสว่างเหนือพวกลูกแกะและฝูงวัวด้วย
ชีวิตของพวกเขาจะเป็นเหมือนสวนที่มีน้ำผันเข้ามารด
และพวกเขาจะไม่เป็นลมอีก
13 ในเวลานั้นพวกหญิงสาวจะเต้นรำฉลอง
กับคนหนุ่มและคนแก่
เราจะเปลี่ยนเสียงร้องไห้ของเขาเป็นเสียงร้องเพลง
เราจะปลอบโยนพวกเขาให้สุขสบาย
และเราจะทำให้พวกเขาเฉลิมฉลองกันแทนที่จะร้องไห้กัน
14 เราจะให้พวกนักบวชดื่มจนเหลือเฟือ
และคนของเราจะพอใจกับข้าวของที่เราให้”
พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
15 พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
“มีเสียงดังมาจากรามาห์
เป็นเสียงร้องไห้และคร่ำครวญอย่างขมขื่น
ราเชลกำลังร้องไห้ให้พวกลูกชายของเธอ
เธอไม่ยอมให้ใครมาปลอบโยนเรื่องลูกของเธอเลย
เพราะว่าลูกของเธอหายไปหมดแล้ว”
16 พระยาห์เวห์พูดว่า
“หยุดร้องไห้เถิด
และหยุดเสียน้ำตาได้แล้ว
เพราะเจ้าจะได้รับรางวัลชดเชยให้กับความพยายามของเจ้า”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“และพวกลูกเจ้าจะกลับมาจากแผ่นดินของศัตรู
17 แล้วเจ้าก็จะมีความหวังให้กับอนาคตของเจ้า”
พระยาห์เวห์พูดอย่างนั้น
“และลูกๆก็จะกลับเข้ามาในเขตแดนของพวกเขาเอง
18 เราได้ยินเสียงร้องไห้ของเอฟราอิมจริงๆ
เขาพูดว่า ‘พระองค์ตีสอนข้าพเจ้า
และข้าพเจ้าก็ถูกตีสอนเหมือนลูกวัวที่ยังไม่เชื่อง
นำข้าพเจ้ากลับมาเถิดเพื่อข้าพเจ้าจะได้กลับมา
เพราะพระองค์ พระยาห์เวห์ คือพระเจ้าของข้าพเจ้า
19 เพราะหลังจากที่ข้าพเจ้าหันไปจากพระองค์ ข้าพเจ้าก็สำนึกผิด
และเมื่อข้าพเจ้าได้รับการสอน ข้าพเจ้าก็ตบต้นขาตัวเองด้วยความละอาย
ข้าพเจ้าละอายและอัปยศอดสู
เพราะข้าพเจ้าได้แบกสิ่งที่ผิดๆที่น่าละอายที่ข้าพเจ้าได้ทำไปตอนเป็นเด็ก’”
20 พระเจ้าพูดว่า
“เอฟราอิมไม่ใช่ลูกที่รักของเราหรือ
เขาไม่ใช่ลูกชายคนโปรดของเราหรือ
ถึงเราจะด่าว่าเขาไว้มาก
แต่เราก็ยังคิดถึงเขาได้เสมอ
ส่วนลึกในเรานั้นมีแต่ความอบอุ่นให้เขา
เราเมตตาเอ็นดูเขามากจริงๆ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
21 “สร้างเสาป้ายบอกทางให้กับตัวเจ้าเอง
สร้างป้ายบอกทางให้กับตัวเจ้าเอง
เอาใจจดจ่ออยู่กับทางหลวง
จดจ่ออยู่กับทางที่เจ้าเดิน
อิสราเอลที่รัก กลับมาเถิด
กลับมายังเมืองพวกนี้ของเจ้าเถอะ
22 เจ้าเป็นผู้หญิงที่นอกใจสามี
เราจะต้องรออีกนานแค่ไหน กว่าเจ้าจะกลับมา
แต่เรา ยาห์เวห์ จะทำให้เรื่องแปลกใหม่เกิดขึ้น
คือผู้หญิงจะเริ่มจีบผู้ชายก่อน”+ 31:22 ผู้หญิงจะเริ่มจีบผู้ชายก่อน ประโยคนี้อาจจะหมายความว่าอิสราเอลจะเปลี่ยนจากนิสัยที่ชอบปฎิเสธความรักของพระเจ้า แล้วจะอยากอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์
ยูดาห์จะกลับมารุ่งเรืองอีก
23 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าของอิสราเอลพูดว่า “เมื่อเราพลิกสถานการณ์ให้กับเมืองต่างๆของยูดาห์ พวกเขาจะพูดกันในแผ่นดินและบ้านเมืองของยูดาห์อีกครั้งว่า ‘ขอให้พระยาห์เวห์อวยพรพวกคุณเถิด ทุ่งหญ้าอันชอบธรรม และภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์’”
24 “ผู้คนจะอยู่อาศัยกันที่ยูดาห์และทุกเมืองของมัน จะมีชาวนา และพวกที่เร่ร่อนไปกับฝูงสัตว์อาศัยอยู่ 25 เพราะเราจะทำให้จิตใจที่อ่อนล้ากระปรี้กระเปร่า และเราจะทำให้จิตใจที่อ่อนแอทั้งหลายเข้มแข็ง”
26 ขณะนั้นเองผมก็ตื่นขึ้น และมองไปรอบๆ ผมนอนหลับสบายเหลือเกิน
27 พระยาห์เวห์พูดว่า “วันนั้นใกล้จะมาถึงแล้ว เมื่อเราจะปลูกคนและสัตว์ในเมืองอิสราเอลและยูดาห์ขึ้นใหม่” 28 พระยาห์เวห์พูดว่า “แต่ก่อน เราได้เฝ้าดูอิสราเอลและยูดาห์ เพื่อที่จะถอนรากถอนโคนพวกเขา ดึงพวกเขาลง คว่ำพวกเขาลง และทำลายพวกเขา รวมทั้งทำให้พวกเขาได้รับความทุกข์ทรมาน แต่ตอนนี้ เราจะเฝ้าดูพวกเขาเพื่อที่จะสร้างพวกเขา และปลูกพวกเขาขึ้นใหม่”
29 “ในวันเหล่านั้น ผู้คนจะไม่พูดอย่างนี้อีกแล้ว ที่ว่า
‘พวกพ่อกินองุ่นเปรี้ยว
แต่กลับเป็นพวกลูกที่เข็ดฟัน’+ 31:29 พวกพ่อกิน … พวกลูกที่เข็ดฟัน หมายถึง พวกลูกๆต้องมารับกรรมที่พวกพ่อๆก่อไว้
30 แต่ต่อไปนี้ ต่างคนต่างต้องตายเพราะความผิดบาปของตัวเอง คนไหนกินองุ่นเปรี้ยว คนนั้นก็ต้องเข็ดฟันเอง”
ข้อตกลงใหม่
31 พระยาห์เวห์พูดว่า “วันนั้นจวนจะมาถึงแล้ว เมื่อเราจะทำข้อตกลงใหม่กับครอบครัวของอิสราเอลและครอบครัวของยูดาห์
32 ข้อตกลงนี้จะไม่เหมือนกับข้อตกลงที่เราเคยทำไว้กับบรรพบุรุษของเจ้าในวันที่เราจูงมือพวกเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ มันจะไม่เหมือนกับข้อตกลงของเราที่พวกเขาไม่ได้รักษา ทั้งๆที่เราเป็นสามีของพวกเขา” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
33 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในอนาคต ข้อตกลงที่เราจะทำกับครอบครัวของอิสราเอลก็จะเป็นแบบนี้ คือเราจะใส่กฎของเราเข้าไปในตัวพวกเขา และเราจะเขียนไว้ในใจของพวกเขา เราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา และพวกเขาก็จะเป็นคนของเรา 34 พวกเพื่อนๆและญาติพี่น้องก็จะไม่ต้องสอนกันอีกแล้ว ว่าให้รู้จักพระยาห์เวห์ เพราะพวกเขาทุกคนตั้งแต่คนเล็กที่สุดไปถึงคนใหญ่ที่สุดก็จะรู้จักเรา เราจะยกโทษให้กับความผิดบาปของพวกเขาและจะไม่จดจำบาปของพวกเขาอีกต่อไป” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
พระยาห์เวห์จะไม่มีวันทอดทิ้งอิสราเอล
35 พระยาห์เวห์พูดว่า
“ผู้ที่สั่งดวงอาทิตย์ให้ส่องสว่างในเวลากลางวัน
ผู้ที่สั่งดวงจันทร์และดวงดาวให้ส่องสว่างในเวลากลางคืน
ผู้ที่ทำให้ทะเลปั่นป่วนจนเกิดคลื่นเสียงดัง
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นคือชื่อของพระองค์ผู้นั้น”
36 พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ว่า
“ถึงแม้คำสั่งต่างๆเหล่านี้จะหายไปจากสายตาเรา
เชื้อสายของอิสราเอลก็ยังจะเป็นชนชาติหนึ่งต่อหน้าเราตลอดไป”
37 พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
“ถ้ามีใครสามารถวัดท้องฟ้าเบื้องบนได้
และสามารถสำรวจรากฐานใต้โลกได้
เมื่อนั้นเราก็จะปฏิเสธเชื้อสายของอิสราเอลสำหรับทุกอย่างที่เขาได้ทำลงไป”
เยรูซาเล็มใหม่
38 พระยาห์เวห์พูดว่า “วันเหล่านั้นใกล้มาถึงแล้ว คือวันที่เมืองทั้งเมืองตั้งแต่หอคอยฮานันเอลไปจนถึงประตูมุม จะถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อพระยาห์เวห์
39 และเส้นวัดเขตแดนก็จะขยายออกไปไกลถึงภูเขากาเรบและเลี้ยวไปจนถึงโกอาห์อีกครั้งหนึ่ง 40 และหุบเขาทั้งหุบเขา ที่ตอนนี้มีแต่ซากศพและเถ้ากระดูก และท้องทุ่งที่เป็นขั้นบันไดลดหลั่นลงไปไกลถึงลำธารแห้งขิดโรน และไกลไปถึงมุมประตูม้าทางตะวันออก ดินแดนทั้งหมดนี้จะถูกแยกไว้สำหรับพระยาห์เวห์โดยเฉพาะ มันจะไม่มีวันถูกถอนรากถอนโคน และไม่มีวันถูกรื้อถอน”
32เยเรมียาห์ซื้อท้องทุ่งที่อานาโธท
1 นี่คือข่าวสารจากพระยาห์เวห์ที่มาถึงเยเรมียาห์ ในปีที่สิบ+ 32:1 ปีที่สิบ ตรงกับปี 587 ก่อนพระเยซูมาเกิด ที่เศเดคียาห์เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ และตรงกับปีที่สิบแปดของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์
2 ในเวลานั้น กองทัพของกษัตริย์บาบิโลนกำลังล้อมเมืองเยรูซาเล็มอยู่ และเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้ากำลังถูกคุมขังอยู่ในลานของคุกที่อยู่ในวังของกษัตริย์แห่งยูดาห์ 3 กษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์เป็นผู้สั่งให้จับเยเรมียาห์ขังไว้ในคุกที่นั่นเอง พระองค์ถามเยเรมียาห์ว่า “ทำไมเจ้าถึงได้ทำนายอย่างนี้ เจ้าพูดว่า พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เราจะยกเมืองนี้ให้ตกไปอยู่ในกำมือของกษัตริย์บาบิโลน พระองค์จะได้ยึดครองมัน 4 และกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์ ก็จะไม่มีทางหนีรอดจากเงื้อมมือของพวกบาบิโลน เพราะเขาจะต้องถูกส่งตัวไปอยู่ในกำมือของกษัตริย์บาบิโลนอย่างแน่นอน และกษัตริย์เศเดคียาห์จะได้พูดกับกษัตริย์บาบิโลนตรงหน้า และเจอกันซึ่งๆหน้า 5 กษัตริย์ของบาบิโลนจะบังคับให้เศเดคียาห์ไปบาบิโลน และเขาจะต้องอยู่ที่นั่น จนกว่าเราจะมาลงโทษเขา พวกเจ้าจะต่อสู้กับพวกบาบิโลน แต่จะไม่ชนะ’” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
6 แล้วเยเรมียาห์ก็ตอบว่า “ข่าวสารของพระยาห์เวห์มาถึงผม พระองค์พูดว่า 7 ‘เยเรมียาห์ ฮานาเมลลูกชายของชัลลูมลุงของเจ้าจะมาหาเจ้า และเขาจะบอกกับเจ้าว่า “ให้ซื้อท้องทุ่งของผมที่อยู่ในอานาโธทไปหน่อย เพราะท่านสามารถซื้อมันได้ตามสิทธิ์”’
8 แล้วฮานาเมลลูกชายของลุงผม ก็ได้มาหาผมในลานคุกแห่งนี้ ตามที่พระยาห์เวห์ได้บอกไว้ และเขาก็พูดกับผมว่า ‘ให้ซื้อท้องทุ่งของผมไปหน่อย ท้องทุ่งที่อยู่ในอานาโธท ที่อยู่ในแผ่นดินของเบนยามิน เพราะท่านมีสิทธิ์ที่จะครอบครอง และมีสิทธิ์ที่จะซื้อมันได้ ให้ท่านซื้อเก็บไว้เอง’”
ดังนั้นผมจึงรู้ว่านี่คือถ้อยคำของพระยาห์เวห์ 9 แล้วผมก็ซื้อท้องทุ่งนั้นจากฮานาเมลลูกชายของลุงผม เป็นท้องทุ่งที่อยู่ในอานาโธท แล้วผมก็จ่ายไปเป็นเงินหนักสิบเจ็ดเชเขล+ 32:9 เงินหนักสิบเจ็ดเชเขล หรือ เงินหนักประมาณสองร้อยกรัม10 ผมได้เขียนเป็นสัญญาซื้อขายขึ้นมา เอาเชือกมัดแล้วหยดครั่งลงบนเชือก และให้พยานเซ็นชื่อรับรอง แล้วผมก็ชั่งเงินจ่ายเขาไป
11 จากนั้นผมก็เอาหนังสือซื้อขายมา ซึ่งก็รวมถึงสำเนาของสัญญาที่มีครั่งหยดปิดอยู่ คำสั่งและเงื่อนไข รวมทั้งสำเนาที่ยังไม่ได้ลงครั่งด้วย 12 แล้วผมก็ให้หนังสือซื้อขายกับบารุคลูกชายของเนริยาห์ ซึ่งเป็นลูกชายของมาอาเสอาห์ ต่อหน้าฮานาเมล กับลุงของผม และต่อหน้าพวกพยานที่ลงชื่อไว้ในสัญญาซื้อขาย รวมทั้งพวกชาวยูดาห์ทุกคนที่นั่งอยู่ที่ลานคุกนั้น
13 แล้วผมก็สั่งบารุคต่อหน้าพวกเขาว่า 14 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าของอิสราเอล พูดไว้อย่างนี้ว่า “ให้เอาหนังสือพวกนี้ คือหนังสือซื้อขายนี้ ทั้งที่มีครั่งปิด และไม่มีครั่งปิด ไปใส่ไว้ในหม้อดิน เพื่อพวกมันจะอยู่ได้นานๆ” 15 เพราะพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าของอิสราเอลพูดไว้ว่า “ในอนาคต คนของเราก็จะซื้อบ้านเรือน ท้องทุ่ง และ พวกสวนองุ่นในแผ่นดินนี้อีกครั้งหนึ่ง”
16 หลังจากที่ผมได้ให้หนังสือซื้อขายกับบารุคลูกชายของเนริยาห์ไปแล้ว ผมก็ได้อธิษฐานถึงพระยาห์เวห์ว่า
17 “ข้าแต่พระยาห์เวห์ เจ้านายของข้าพเจ้า พระองค์สร้างฟ้าและแผ่นดินโลกด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ และแขนที่ยื่นออกมาของพระองค์ ไม่มีอะไรที่ยากเกินไปสำหรับพระองค์ 18 พระองค์คือผู้ที่แสดงความเมตตาแก่คนเป็นพันๆและเป็นผู้ที่ตอบแทนความผิดบาปของพ่อแม่ให้กับลูกๆของพวกเขา พระองค์คือพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ พระเจ้าที่ทรงพลังที่มีชื่อว่าพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
19 แผนการของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่ และการกระทำของพระองค์ก็ยอดเยี่ยม พระองค์เป็นผู้ที่มีดวงตาคอยสอดส่องการกระทำทั้งหมดของมนุษย์ เพื่อตอบแทนให้กับแต่ละคนตามวิถีทางต่างๆของเขา และการกระทำต่างๆของเขา ตามที่เขาสมควรจะได้รับ
20 พระองค์คือผู้ที่ได้ทำหมายสำคัญ และสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆในแผ่นดินอียิปต์ ซึ่งไม่มีอะไรที่จะเหนือกว่านั้นอีกแล้ว มาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะในอิสราเอลหรือในชนกลุ่มไหนก็ตาม พระองค์สร้างชื่อเสียงให้กับพระองค์เอง ชื่อเสียงพระองค์เป็นที่เคารพยำเกรงมาจนถึงทุกวันนี้ 21 พระองค์ได้นำอิสราเอลที่เป็นคนของพระองค์ออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ ด้วยหมายสำคัญและสิ่งมหัศจรรย์มากมายด้วยมืออันทรงพลังและแขนที่เหยียดออกและด้วยความน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
22 พระองค์ได้ให้แผ่นดินนี้กับคนอิสราเอล แผ่นดินที่พระองค์ได้สาบานไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขาว่า พระองค์จะให้กับพวกเขา เป็นแผ่นดินที่อุดมไปด้วยน้ำนมและน้ำเชื่อมผลไม้ 23 พวกอิสราเอลก็ได้เข้ามาในแผ่นดินนี้ และก็ได้ครอบครองมัน แต่พวกเขาไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์ และไม่เดินตามกฎต่างๆของพระองค์ พวกเขาไม่ทำสิ่งต่างๆที่พระองค์สั่งให้พวกเขาทำ แล้วพระองค์ก็ทำให้พวกเขาต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายทั้งหมดเหล่านี้
24 พวกชาวบาบิโลน ได้สร้างเนินดินติดกำแพงเมืองเพื่อที่จะบุกยึดเมือง เนื่องจากคมดาบ ความอดอยาก และโรคภัยไข้เจ็บ เมืองก็เลยตกไปอยู่ในเงื้อมมือของชาวบาบิโลนที่กำลังต่อสู้กับมัน สิ่งที่พระองค์บอกว่าจะเกิดขึ้นก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และพระองค์ก็เห็น
25 ข้าแต่พระยาห์เวห์ เจ้านายของข้าพเจ้า พระองค์ได้บอกกับข้าพเจ้าว่า ‘ให้เอาเงินไปซื้อท้องทุ่งนั้นเอาไว้เอง และให้มีพยานรับรองด้วย’ แต่เมืองนี้กำลังจะตกไปอยู่ในเงื้อมมือพวกบาบิโลนอยู่แล้ว”
26 และข่าวสารของพระยาห์เวห์ก็มีมาถึงเยเรมียาห์ พระองค์พูดว่า 27 “เยเรมียาห์ เราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง มีอะไรยากเกินไปสำหรับเราหรือ”+ 32:27 มีอะไรยากเกินไปสำหรับเราหรือ หรือ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “มีอะไรที่วิเศษมากยิ่งไปกว่าเราหรือ”28 ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงพูดว่าอย่างนี้ “เราจะยกเมืองนี้ให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของชาวบาบิโลน และตกไปอยู่ในเงื้อมมือของเนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์ของบาบิโลน และเขาจะยึดครองมัน 29 ชาวบาบิโลนที่กำลังสู้รบอยู่กับเมืองนี้จะบุกเข้ามาในเมือง และจุดไฟเผาเมือง พวกเขาจะเผาบ้านเรือนต่างๆที่เผาเครื่องหอมให้กับพระบาอัลบนดาดฟ้า และถวายเครื่องดื่มบูชาให้กับเทพเจ้าอื่นๆซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้เราโกรธ 30 เพราะชาวอิสราเอลและยูดาห์ทำสิ่งที่เราถือว่าชั่วร้ายจริงๆมาตั้งแต่เด็กๆเพราะชาวอิสราเอลได้สร้างรูปเคารพขึ้นมากับมือ ซึ่งทำให้เราโกรธ” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น 31 “ที่เราพูดอย่างนี้ก็เพราะเราโกรธเมืองนี้ตั้งแต่วันที่พวกเขาสร้างมันขึ้นมาแล้ว โกรธมาจนถึงทุกวันนี้ เราโกรธถึงขนาดที่จะกำจัดมันให้พ้นไปจากหน้าเรา 32 เราโกรธเพราะชาวอิสราเอลและยูดาห์ทำในสิ่งที่ชั่วร้าย ซึ่งเป็นการยั่วโมโหเรา พวกมันต่างพากันทำสิ่งที่ชั่วร้ายกันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นพวกกษัตริย์ พวกเจ้าหน้าที่บ้านเมือง พวกนักบวช พวกผู้พูดแทนพระเจ้า พวกคนยูดาห์ หรือพวกคนที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม
33 พวกมันหันหลังให้เรา ไม่ได้หันหน้าให้เรา ถึงแม้เราจะสอนพวกมัน ลุกขึ้นแต่เช้ามาสอนพวกมัน แต่พวกมันก็ไม่ยอมรับการตักเตือน 34 พวกมันเอาสิ่งที่น่ารังเกียจขยะแขยงมาตั้งไว้ในบ้านที่ถูกเรียกว่าเป็นของเรา ทำให้บ้านนั้นเสื่อมไป
35 พวกมันก็ได้สร้างสถานนมัสการต่างๆสำหรับพระบาอัล ในหุบเขาแห่งเบน-ฮินโนม เพื่อเอาไว้เป็นที่สำหรับเซ่นไหว้พวกลูกชายและลูกสาวของพวกมันให้กับพระโมเลค ทั้งๆที่เราไม่ได้สั่ง หรือแม้แต่คิดจะสั่งเรื่องน่าขยะแขยงอย่างนี้ ดังนั้นมันจึงทำให้ชาวยูดาห์บาป
36 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล ได้พูดเกี่ยวกับเมืองนี้ คือ ‘ที่พวกเจ้าพูดกันว่า กษัตริย์บาบิโลนจะยึดเยรูซาเล็ม ด้วยคมดาบ ความอดอยาก และโรคร้าย’ แต่เราจะบอกว่า 37 ‘เรากำลังจะรวบรวมพวกเขามาจากทุกหนทุกแห่ง ที่เราได้ขับไล่พวกเขาไปด้วยความโกรธแค้น เดือดดาลอย่างใหญ่หลวง เราจะพาพวกเขากลับมาที่นี่ และจะทำให้พวกเขาอยู่กันอย่างปลอดภัย 38 พวกเขาจะเป็นคนของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา 39 เราจะให้หัวใจกับพวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน และให้ทำอย่างเดียวกัน พวกเขาจะได้ยำเกรงเราตลอดไป เพื่อเป็นผลดีสำหรับพวกเขาและสำหรับลูกหลานของพวกเขา
40 เราได้ทำข้อตกลงกับพวกเขาชั่วนิรันดร์ ว่าเราจะไม่มีวันหันหลังไปจากพวกเขา คือเราจะทำสิ่งที่ดีๆให้กับพวกเขา และเราจะทำให้จิตใจของพวกเขายำเกรงเรา เพื่อว่าพวกเขาจะได้ไม่หันหลังไปจากเรา 41 เราจะมีความสุขที่ทำสิ่งดีๆให้กับพวกเขา และด้วยชีวิตจิตใจทั้งหมดของเรา เราจะปลูกพวกเขาไว้ในแผ่นดินนี้อย่างสัตย์ซื่อ’”
42 พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้ “เราเคยนำความเลวร้ายทั้งหมดนี้มาให้คนพวกนี้อย่างไร เราก็จะนำสิ่งดีๆมาให้กับพวกเขาอย่างนั้น สิ่งดีๆที่เราได้สัญญาว่าจะทำเพื่อพวกเขา 43 แล้วท้องทุ่งในแผ่นดินนี้ก็จะมีคนมาซื้อกัน แผ่นดินที่พวกเจ้าพูดว่า ‘มันเป็นแผ่นดินที่พินาศย่อยยับ ไม่มีคนหรือสัตว์อาศัยอยู่ และตกไปอยู่ในเงื้อมมือของชาวบาบิโลน’ 44 คนจะเอาเงินมาซื้อท้องทุ่งกัน และจะมีการเขียนสัญญา ติดครั่งบนสัญญานั้น และมีพยานรับรอง พวกเขาจะซื้อท้องทุ่งในแผ่นดินของเบนยามิน และบริเวณรอบๆเยรูซาเล็ม รวมทั้งเมืองต่างๆในยูดาห์ ในแถบเนินเขา ในแถบที่ลุ่มเชิงเขาด้านตะวันตก และในแถบเนเกบด้วย เพราะเราจะพลิกสถานการณ์ให้กับพวกเขา” พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนั้น
33คำสัญญาของพระเจ้า
1 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มีมาถึงเยเรมียาห์เป็นครั้งที่สอง ในขณะที่เขายังถูกคุมขังอยู่ในลานคุก 2 พระยาห์เวห์ คือผู้ที่สร้างโลกนี้ และเป็นผู้ที่ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เพื่อที่จะวางรากฐานของมัน พระยาห์เวห์คือชื่อของพระองค์ พระองค์พูดว่า 3 “ยูดาห์ เรียกเราสิ แล้วเราจะตอบเจ้า เราจะบอกเจ้าถึงสิ่งอัศจรรย์ต่างๆและเรื่องลึกลับที่เจ้ายังไม่รู้ 4 เพราะนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล ได้พูดไว้เกี่ยวกับพวกบ้านเรือนในเมืองนี้ และวังของบรรดากษัตริย์แห่งยูดาห์ ที่จะถูกศัตรูรื้อทำลายไป ศัตรูจะสร้างเนินดินบุกขึ้นบนกำแพงและจะใช้ดาบฆ่าฟันคนในเมือง
5 พวกบาบิโลนกำลังจะมาสู้รบกับเมืองนี้ และจะทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยซากศพของผู้คนที่ถูกเราฆ่าเพราะความโกรธแค้นของเรา และเราก็ได้ซ่อนหน้า+ 33:5 ซ่อนหน้า หมายถึง พระองค์ไม่เฝ้าดูแล หรือปกป้องพวกเขาอีกแล้ว ของเราไปจากเมืองนี้ เพราะความชั่วช้าทั้งหลายที่ชาวเมืองนี้ทำ
6 แต่เรากำลังจะมาเยียวยารักษาให้ เราจะรักษาพวกเขา และจะให้พวกเขามีความสงบสุขและความปลอดภัยอย่างล้นเหลือ 7 เราจะพลิกสถานการณ์ให้กับยูดาห์และอิสราเอล และเราจะสร้างพวกเขาขึ้นมาใหม่ให้เป็นเหมือนในตอนแรกที่พวกเขาเป็น 8 เราจะทำให้พวกเขาสะอาดบริสุทธิ์จากความผิดบาปที่พวกเขาเคยทำไว้กับเรา และเราจะยกโทษให้กับพวกการอธรรมและการละเมิดต่างๆทั้งหมดที่พวกเขาเคยทำกับเรา
9 แล้วหลังจากนั้นเมืองนี้ก็จะเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเมืองที่นำความสุข คำสรรเสริญ และความภูมิใจมาให้กับเรา ต่อหน้าชนชาติทั้งหลายในโลกนี้ ชนชาติต่างๆเหล่านั้น จะได้ยินสิ่งดีๆทั้งหมดที่เรากำลังทำให้กับชาวยูดาห์ที่กลับมานั้น ชนชาติทั้งหลายจะเกรงกลัวจนตัวสั่น เพราะสิ่งดีๆทั้งหลายและความสงบสุขที่เรากำลังมอบให้กับผู้ที่อยู่อาศัยในเยรูซาเล็ม”
10 พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้ “พวกเจ้าพูดว่า ‘บ้านเมืองของเราถูกทิ้งรกร้าง ไม่มีแม้แต่ผู้คนและสัตว์อาศัยอยู่’ แต่ในอนาคต ในเมืองต่างๆของยูดาห์และตามท้องถนนของอิสราเอลที่เงียบสงัด เพราะถูกทำลายไปจนไม่มีผู้คนและพลเมืองอาศัยอยู่ ไม่มีแม้แต่สัตว์นั้น พวกเจ้าจะได้ยิน 11 เสียงร้องเพลง เสียงเฉลิมฉลอง และเสียงของเจ้าบ่าวเจ้าสาวอีกครั้งหนึ่ง จะได้ยินเสียงของผู้คนร้องว่า ‘สรรเสริญพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น เพราะว่าพระองค์แสนดี เพราะความรักของพระองค์นั้นอยู่ชั่วนิจนิรันดร์’ และจะได้ยินเสียงคนนำเครื่องถวายมาถวายเพื่อแสดงความขอบคุณในวิหารของพระยาห์เวห์อีกครั้งหนึ่ง เพราะเราจะพลิกสถานการณ์ของแผ่นดินนี้” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
12 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่าอย่างนี้ “ในสถานที่ที่ถูกทิ้งร้างและไม่มีคนหรือสัตว์อาศัยอยู่นี้ รวมทั้งเมืองต่างๆของมันด้วย จะกลับมามีทุ่งหญ้าให้กับคนเลี้ยงแกะที่กำลังเลี้ยงแกะอีกครั้ง 13 คนเลี้ยงแกะจะได้นับแกะของพวกเขาอีกครั้ง แกะพวกนี้จะเดินผ่านมือของผู้นับไป ผู้คนจะนับแกะของเขากันไปทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นเมืองต่างๆในแถบเนินเขา ในแถบที่ลุ่มเชิงเขาด้านตะวันตก ในแถบเนเกบ ในยูดาห์ ในแผ่นดินของเบนยามิน และในพื้นที่บริเวณรอบๆเมืองเยรูซาเล็ม” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
กิ่งก้านที่ดี
14 พระยาห์เวห์พูดว่า “วันนั้นใกล้จะมาถึงแล้ว เมื่อเราจะทำให้สัญญาที่เราได้ทำไว้กับครอบครัวของอิสราเอลและครอบครัวของยูดาห์เป็นจริง 15 ในวันนั้นและในเวลานั้น เราจะทำให้กิ่งอันชอบธรรมงอกออกมาสำหรับราชวงศ์ของดาวิด เขาจะรักษาความยุติธรรมและความชอบธรรมบนแผ่นดินนี้ 16 ในวันนั้นยูดาห์จะได้รับการช่วยกู้ และเยรูซาเล็มจะอยู่อย่างปลอดภัย และผู้คนจะเรียกเมืองนี้ว่า ‘พระยาห์เวห์คือความชอบธรรมของพวกเรา’”
17 เพราะพระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้ “ดาวิดจะไม่ขาดทายาทที่จะมานั่งอยู่บนบัลลังก์ของชนชาติอิสราเอล
18 และพวกนักบวชชาวเลวีจะไม่ขาดทายาทที่จะมาถวายเครื่องเผาบูชา เครื่องบูชาจากเมล็ดพืช เครื่องสังสรรค์บูชา ให้กับเราตลอดไป”
19 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มาถึงเยเรมียาห์ว่า 20 “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด ‘ถ้าเมื่อไหร่ที่เจ้าสามารถหักข้อตกลงที่เราได้ทำไว้กับวันและคืน คือทำให้วันและคืนไม่เกิดขึ้นตามเวลาของมัน 21 เมื่อนั้นแหละ เจ้าถึงจะสามารถหักข้อตกลงที่เราได้ทำไว้กับดาวิดผู้รับใช้ของเรา และกับพวกนักบวชชาวเลวีที่เป็นผู้รับใช้ของเราด้วย
22 เราจะทำให้ลูกหลานของดาวิดผู้รับใช้เรา และชาวเลวีที่รับใช้เรา มีลูกหลานเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้าที่ไม่สามารถนับได้ และเหมือนกับเม็ดทรายที่ทะเลที่นับไม่ถ้วน’”
23 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ มีมาถึงเยเรมียาห์ว่า 24 “เยเรมียาห์ เจ้าไม่เห็นหรือว่าคนพวกนี้พูดอะไรออกไป พวกเขาพูดว่า ‘ตอนนี้พระยาห์เวห์ได้ปฏิเสธครอบครัวของอิสราเอลและครอบครัวของยูดาห์ สองครอบครัวที่พระเจ้าเคยเลือกไว้ แต่ตอนนี้พระองค์ได้ปฏิเสธพวกเขาไปแล้ว’ และชนชาติอื่นๆก็ดูถูกดูหมิ่นคนของเรา และชนชาติเหล่านั้นก็ไม่ได้นับพวกเขาว่าเป็นชนชาติหนึ่งอีกต่อไป”
25 พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้ “ถ้าเราไม่ได้รักษาข้อตกลงกับวันและคืน และไม่ได้ออกกฎควบคุมฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกแล้วละก็ 26 เมื่อนั้นแหละ เราก็จะปฏิเสธลูกหลานของยาโคบและลูกหลานของดาวิดผู้รับใช้ของเรา เราก็คงไม่ให้ลูกหลานของดาวิดปกครองอยู่เหนือลูกหลานของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ที่เราพูดอย่างนี้ก็เพราะเราจะพลิกสถานการณ์ให้กับพวกเขา และเราจะแสดงความเมตตากับพวกเขา”
34คำเตือนต่อเศเดคิยาห์กษัตริย์ยูดาห์
1 นี่คือข่าวสารของพระยาห์เวห์ที่มาถึงเยเรมียาห์ ในช่วงที่เนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์ของบาบิโลนกำลังต่อสู้กับเยรูซาเล็มและเมืองต่างๆที่อยู่บริเวณนั้น กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้ยกกองทัพทั้งหมดของเขามา รวมทั้งกองทัพทั้งหมดของอาณาจักรต่างๆและชนชาติต่างๆที่อยู่ภายใต้การปกครองของเขา
2 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูด คือ “ให้ไปพูดกับกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์ ให้บอกกับเขาว่า พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้ ‘เรากำลังจะยกเมืองนี้ให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของกษัตริย์บาบิโลน แล้วเขาจะเอาไฟเผาเมืองนี้ 3 เศเดคียาห์ ตัวเจ้าเองก็จะหนีไม่พ้นจากเงื้อมมือเขา เพราะเจ้าจะถูกจับและถูกส่งไปอยู่ในกำมือของเขาอย่างแน่นอน เจ้าจะได้เจอกับกษัตริย์บาบิโลนซึ่งๆหน้า และเขาจะพูดกับเจ้าตรงหน้า หลังจากนั้นเจ้าก็จะต้องไปที่บาบิโลน’”
4 แต่เศเดคียาห์กษัตริย์ของยูดาห์ ให้ฟังคำพูดของพระยาห์เวห์ให้ดี พระยาห์เวห์พูดถึงท่านไว้ว่า “เจ้าจะไม่ตายด้วยคมดาบหรอก 5 แต่จะตายอย่างสงบ และจะมีผู้คนเผาเครื่องหอมเพื่อเป็นเกียรติให้กับเจ้า เหมือนกับที่พวกเขาเผาเครื่องหอมให้กับกษัตริย์องค์ก่อนๆที่เป็นบรรพบุรุษของเจ้า พวกเขาจะไว้ทุกข์ให้กับเจ้า โดยพูดว่า ‘นายท่าน พวกเราเสียใจเหลือเกิน’ เจ้ามั่นใจได้เพราะเราได้พูดไว้แล้ว” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
6 แล้วเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าก็พูดสิ่งที่พระยาห์เวห์บอกทั้งหมดนี้ให้กษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์ฟังในเมืองเยรูซาเล็ม 7 ในเวลานั้นกองทัพของกษัตริย์บาบิโลนก็กำลังตีเมืองเยรูซาเล็มและเมืองต่างๆของยูดาห์ที่ยังเหลืออยู่ คือเมืองลาคีชและอาเซคาห์ เพราะในยูดาห์ มีแต่สองเมืองนี้เท่านั้นที่มีป้อมปราการเหลืออยู่
8 หลังจากที่กษัตริย์เศเดคียาห์ได้ทำข้อตกลงกับทุกคนในเมืองเยรูซาเล็มว่าจะประกาศอิสรภาพให้กับพวกเขา ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ก็มีมาถึงเยเรมียาห์ 9 ชาวเมืองแต่ละคนจะต้องปล่อยทาสฮีบรูทั้งชายและหญิงของตนให้เป็นอิสระ พลเมืองยูดาห์จะได้ไม่ต้องเป็นทาสรับใช้พลเมืองยูดาห์ด้วยกันเอง
10 ส่วนพวกเจ้านายและคนทุกคน ที่ร่วมในข้อตกลงปลดปล่อยทาสชายหญิงเหล่านี้ เพื่อทาสพวกเขาจะได้ไม่ต้องรับใช้พวกเขาอีกต่อไป คนเหล่านั้นต่างก็ยอมทำตามข้อตกลงนี้ และได้ปลดปล่อยทาสของพวกเขาไป 11 แต่ต่อมา ชาวเมืองก็ไม่ทำตามข้อตกลง ไปบังคับพวกผู้ชายและผู้หญิงที่พวกเขาได้ปลดปล่อยไปแล้วกลับมาเป็นทาสอีก 12 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ก็มีมาถึงเยเรมียาห์อีกครั้ง พระองค์พูดว่า 13 พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล พูดไว้ว่าอย่างนี้ “เราได้ทำข้อตกลงไว้กับบรรพบุรุษของพวกเจ้า ตอนที่เราพาพวกเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์จากการเป็นทาสนั้น เราได้บอกกับพวกเขาว่า 14 เมื่อสิ้นปีที่เจ็ด พวกเจ้าแต่ละคนต้องปล่อยชาวฮีบรูที่เป็นพี่น้องของเจ้าให้เป็นอิสระ เขาได้ขายตัวเขาเองให้กับเจ้า เขาจะรับใช้เจ้าอยู่หกปี แล้วหลังจากนั้น เจ้าก็จะต้องปล่อยเขาให้เป็นอิสระ แต่บรรพบุรุษของเจ้าไม่ยอมเชื่อฟังเรา และไม่ได้เงี่ยหูฟัง 15 แต่วันนี้ พวกเจ้าได้กลับใจ แล้วเจ้าก็ได้ทำในสิ่งที่เราเห็นว่าถูกต้อง คือเรียกร้องอิสรภาพให้กันและกัน แถมเจ้ายังทำข้อตกลงกันต่อหน้าเราในวิหารที่มีชื่อของเราอีกด้วย 16 แต่แล้วเจ้าก็กลับคำ และทำให้เราเสียชื่อ พวกเจ้าแต่ละคนไปเอาทาสและสาวใช้ที่ปล่อยให้เป็นอิสระไปแล้วกลับมาอีก ทั้งๆที่พวกเขาอยากจะไปจากเจ้า แล้วเจ้าก็บังคับให้พวกเขากลับมาเป็นทาสและสาวใช้ของเจ้าเหมือนเดิม”
17 ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงพูดว่า “เจ้าไม่ได้เชื่อฟังเราเรื่องให้อิสระกับพี่น้องและเพื่อนบ้านของเจ้า” ดังนั้น พระยาห์เวห์พูดว่า “เราก็จะให้การปลดปล่อยกับเจ้าบ้าง เราจะปลดปล่อยคมดาบ โรคร้าย และความอดอยาก และเราจะทำให้เจ้ากลายเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงให้กับอาณาจักรทั้งหลายบนโลกนี้ 18 เราจะทำให้ชายที่ทำผิดข้อตกลงของเรา คือคนที่ไม่ทำตามข้อตกลงที่พวกเขาทำต่อหน้าเรา เหมือนกับวัวสาวที่พวกเขาแบ่งเป็นสองท่อนแล้วเดินผ่านไปท่ามกลางอวัยวะของมัน+ 34:18 เดินผ่านไปท่ามกลางอวัยวะของมัน ในสมัยก่อนเวลาทำข้อตกลงกัน พวกเขาจะผ่าสัตว์ออกเป็นสองซีก แล้วเดินผ่านไประหว่างสองซีกนั้น แล้วพูดว่า “ถ้าข้าไม่รักษาข้อตกลงนี้ ก็ขอให้เป็นเหมือนสัตว์ตัวนี้”19 คนพวกนี้คือผู้ที่ได้เดินผ่านท่ามกลางอวัยวะต่างๆนั้น คือพวกเจ้านายของยูดาห์และของเยรูซาเล็ม พวกขันที พวกนักบวช และชาวบ้านทุกคน 20 เราจะยกพวกเขาให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู และคนที่อยากจะฆ่าพวกเขา ศพของพวกเขาจะกลายเป็นอาหารนกกาในอากาศ และสิงสาราสัตว์บนพื้นดิน 21 เราจะยกกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์และพวกเจ้าขุนมูลนายของเขาให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูและคนที่อยากฆ่าพวกเขา และยิ่งกว่านั้นจะให้พวกเขาตกไปอยู่ในเงื้อมมือของกองทัพของกษัตริย์บาบิโลนที่กำลังเข้ามาโจมตีพวกเขาด้วย” 22 พระยาห์เวห์พูดว่า “เรากำลังจะออกคำสั่งให้นำกองทัพของบาบิโลนกลับมาที่เยรูซาเล็ม พวกเขาจะโจมตีและยึดเยรูซาเล็ม และเอาไฟเผาเมืองเยรูซาเล็ม และเราจะทำให้เมืองต่างๆของยูดาห์ กลายเป็นที่รกร้าง ที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย”
35ตัวอย่างที่ดีของครอบครัวเรคาบ
1 ในสมัยที่เยโฮยาคิมเป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์+ 35:1 เยโฮยาคิมเป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ ในระหว่างปี 609-597 ก่อนพระเยซูมาเกิด เยโฮยาคิมเป็นลูกชายของกษัตริย์โยสิยาห์ ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มีมาถึงเยเรมียาห์ว่า 2 “ให้ไปหาครอบครัวเรคาบ และพูดคุยกับพวกเขา แล้วนำพวกเขามาที่วิหารของพระยาห์เวห์ และให้พาพวกเขาเข้าไปในห้องหนึ่งของวิหารนั้น แล้วให้พวกเขาดื่มเหล้าองุ่น”
3 ดังนั้นผมจึงได้พายาอาซันยาห์ลูกชายของเยเรมียาห์ ที่เป็นลูกชายของฮาบาซินยาห์ และพี่ชายน้องชายของเขา และลูกๆทุกคนของเขา รวมทั้งทุกคนในครอบครัวเรคาบ 4 ไปที่วิหารของพระยาห์เวห์ และเข้าไปที่ห้องของพวกลูกชายฮานัน ฮานันเป็นลูกชายของอิกดาลิยาห์ ฮานันเป็นคนของพระเจ้า ห้องนี้อยู่ใกล้กับห้องของพวกเจ้านายทั้งหลาย และอยู่เหนือห้องของมาอาเสอาห์ลูกชายของชัลลูม มาอาเสอาห์เป็นคนเฝ้าประตูวิหาร 5 แล้วผมก็เอาเหยือกที่เต็มไปด้วยเหล้าองุ่นมาหลายเหยือกพร้อมกับพวกถ้วยมาวางไว้ต่อหน้าสมาชิกในครอบครัวของเรคาบ แล้วผมก็บอกพวกเขาว่า “ดื่มเหล้าองุ่นสิ”
6 แต่พวกเขาตอบว่า “พวกเราไม่ดื่มเหล้าองุ่นครับ เพราะโยนาดับลูกชายของเรคาบ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของเราสั่งพวกเราไว้ว่า ‘พวกเจ้าและลูกหลานของเจ้าจะต้องไม่ดื่มเหล้าองุ่นตลอดไป 7 เจ้าจะต้องไม่สร้างบ้านอยู่ ต้องไม่หว่านพืชเพาะปลูก และต้องไม่ทำไร่องุ่น เจ้าต้องไม่ทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ แต่เจ้าจะต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์ตลอดชีวิต เพื่อที่เจ้าจะได้อยู่นานๆในเขตแดนที่เจ้าอาศัยอยู่อย่างคนต่างถิ่น’ 8 และพวกเราก็ได้เชื่อฟังคำสั่งของโยนาดับบรรพบุรุษของเรา ที่เป็นลูกชายของเรคาบ พวกเราไม่เคยดื่มเหล้าองุ่นเลยตลอดชีวิต รวมทั้งเมียของพวกเรา และลูกชายลูกสาวของพวกเราก็ไม่เคยดื่มด้วย 9 พวกเราไม่เคยสร้างบ้านอยู่ และไม่เคยมีไร่องุ่น ไม่มีท้องทุ่ง และเมล็ดพืช 10 พวกเราอยู่เต็นท์มาตลอด และพวกเราก็ได้เชื่อฟังและทำตามสิ่งที่โยนาดับบรรพบุรุษของเราได้สั่งให้พวกเราทำ 11 แต่พอกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนบุกแผ่นดินยูดาห์ เราก็พูดกันว่า ‘ไปเยรูซาเล็มกันเถอะ เพราะเรากลัวพวกทหารของบาบิโลนและซีเรีย’ ดังนั้นพวกเราจึงมาอยู่ที่เยรูซาเล็ม”
12 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ มีมาถึงเยเรมียาห์ว่า 13 “พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าของอิสราเอล พูดไว้ว่าอย่างนี้ ‘ให้ไปบอกกับคนยูดาห์และทุกคนที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็มว่า “พวกเจ้าจะไม่ยอมรับคำตักเตือนหรือ พวกเจ้าจะไม่ยอมฟังเราหรือ”’” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น 14 “ขนาดคำพูดของโยนาดับ ลูกชายของเรคาบ ที่ได้สั่งพวกลูกชายของเขาไม่ให้ดื่มเหล้าองุ่น พวกลูกๆของเขาก็ยังทำตามเลย จนถึงทุกวันนี้ พวกเขาก็ไม่ดื่มเหล้าองุ่น เพราะเชื่อฟังคำสั่งของพ่อพวกเขา แต่พอเราสั่งพวกเจ้าอย่างไม่หยุดหย่อน พวกเจ้าก็ไม่เห็นเชื่อฟังเราเลย 15 เราส่งพวกผู้พูดแทนพระเจ้า ที่เป็นพวกผู้รับใช้เราไปหาเจ้าอย่างไม่หยุดหย่อน ให้พวกเขาบอกกับเจ้าว่า ‘พวกเจ้าแต่ละคน ให้หันกลับจากทางชั่วๆของเจ้าและทำตัวให้ดีๆได้แล้ว ถ้าพวกเจ้าไม่ไปติดตามรับใช้พระอื่นๆ พวกเจ้าจะได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เราได้ให้กับเจ้าและบรรพบุรุษของเจ้าไว้’ แต่เจ้าก็ทำหูทวนลม ไม่ยอมฟังเรา 16 พวกลูกหลานของโยนาดับที่เป็นลูกชายของเรคาบได้ทำตามคำสั่งที่บรรพบุรุษของพวกเขาสั่งพวกเขาไว้ แต่คนพวกนี้ไม่ยอมเชื่อฟังเรา”
17 ดังนั้น พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าของอิสราเอลได้พูดว่า “เราจะทำให้สิ่งชั่วร้ายทั้งหมดที่เราได้พูดไว้ เกิดขึ้นกับคนยูดาห์ และผู้ที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็มทุกคน เพราะเราได้พูดกับพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาไม่ยอมฟัง เราได้เรียกพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาไม่ยอมตอบ”
18 แต่สำหรับครอบครัวของเรคาบ เยเรมียาห์พูดว่า “พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าของอิสราเอล พูดว่า ‘เพราะพวกเจ้าเชื่อฟังคำสั่งของโยนาดับบรรพบุรุษของเจ้า และรักษาคำสั่งของเขาทุกข้อ และได้ทำทุกอย่างที่เขาสั่งให้พวกเจ้าทำ’ 19 ดังนั้น พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นพระเจ้าของอิสราเอล จึงพูดว่า ‘จะมีคนจากครอบครัวของโยนาดับลูกชายของเรคาบ มายืนอยู่ต่อหน้าเราเสมอ’”
36กษัตริย์เยโฮยาคิมเผาหนังสือม้วนของเยเรมียาห์
1 ในปีที่สี่+ 36:1 ในปีที่สี่ ตรงกับปี 605 ก่อนพระเยซูมาเกิด ที่เยโฮยาคิม เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ เยโฮยาคิมเป็นลูกชายของกษัตริย์โยสิยาห์ ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ได้มาถึงเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า พระองค์พูดว่า 2 “เยเรมียาห์ ให้เอาหนังสือม้วนมา แล้วเขียนถ้อยคำทั้งหมดที่เราได้พูดกับเจ้าต่อว่าอิสราเอล ยูดาห์ และชนชาติทั้งหมด ตั้งแต่วันแรกที่เราพูดกับเจ้าคือตั้งแต่ช่วงที่โยสิยาห์เป็นกษัตริย์ มาจนถึงวันนี้ 3 บางทีเมื่อชาวยูดาห์ได้ยินเรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่เราวางแผนจะทำให้เกิดขึ้นกับพวกเขา พวกเขาแต่ละคนอาจจะได้เลิกทำชั่ว แล้วเราจะได้อภัยให้กับความผิดบาปของพวกเขา”
4 เยเรมียาห์จึงไปเรียกบารุคลูกชายของเนริยาห์ แล้วบารุคก็เขียนตามที่เยเรมียาห์บอกลงในหนังสือม้วน เยเรมียาห์บอกเขาทุกๆถ้อยคำที่พระยาห์เวห์ได้บอกกับเยเรมียาห์ไว้ 5 เยเรมียาห์สั่งบารุคว่า “ข้าถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในวิหารของพระยาห์เวห์ 6 เจ้าจะต้องไปอ่านหนังสือม้วนนี้ที่เจ้าได้เขียนถ้อยคำของพระยาห์เวห์ลงไป ตามที่ข้าได้บอกเจ้านั้น เจ้าจะต้องไปอ่านหนังสือนี้ให้กับทุกคนในวิหารฟังในวันอดอาหาร และเจ้าจะต้องอ่านถ้อยคำเหล่านี้ให้ชาวยูดาห์ทุกคนที่มาจากเมืองต่างๆของเขา ฟังด้วย 7 บางทีคำร้องขอความเมตตาของพวกเขาอาจจะไปถึงพระยาห์เวห์ก็ได้ แล้วแต่ละคนก็จะหันกลับจากการทำชั่วของเขา เพราะความโกรธแค้นเดือดดาลที่พระยาห์เวห์มีต่อคนพวกนี้รุนแรงมาก” 8 แล้วบารุคลูกชายของเนริยาห์ก็ทำตามที่เยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าสั่งทุกอย่าง เขาอ่านหนังสือที่มีถ้อยคำของพระยาห์เวห์ในวิหารของพระยาห์เวห์
9 ในเดือนเก้าของปีที่ห้าที่เยโฮยาคิมเป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ เยโฮยาคิมเป็นลูกชายของกษัตริย์โยสิยาห์ ทุกคนในเมืองเยรูซาเล็มและทุกคนที่เดินทางมาเยรูซาเล็มจากเมืองต่างๆของยูดาห์ ต่างพากันอดอาหารอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์ 10 ในเวลานั้น บารุคได้อ่านหนังสือม้วนที่เขียนขึ้นตามคำพูดของเยเรมียาห์ในวิหารของพระยาห์เวห์ให้กับคนทั้งหมดฟัง เขาอ่านอยู่ในห้องของเกมาริยาห์ผู้เป็นเลขานุการ ที่อยู่บนโถงชั้นบนตรงทางเข้าประตูใหม่ของวิหาร เกมาริยาห์เป็นลูกชายของชาฟาน
11 มีคายาห์ได้ยินถ้อยคำทั้งหมดของพระยาห์เวห์ในหนังสือม้วน มีคายาห์เป็นลูกชายของเกมาริยาห์ และเกมาริยาห์เป็นลูกชายของชาฟาน
12 เขาก็เลยลงไปที่ห้องของเลขานุการที่ในวังของกษัตริย์ พวกเจ้านายทั้งหมดก็นั่งอยู่ที่นั่น มีทั้งเอลีชามาเลขานุการ และเดไลยาห์ลูกชายของเชไมอาห์ เอลนาธันลูกชายของอัคโบร์ เกมาริยาห์ลูกชายของชาฟาน เศเดคียาห์ลูกชายของฮานันยาห์ และพวกเจ้านายทั้งหมด 13 แล้วมีคายาห์ก็เล่าสิ่งที่เขาได้ยินมาทั้งหมด ตอนบารุคอ่านจากหนังสือม้วนให้ประชาชนฟัง
14 และพวกเจ้านายทั้งหมด ก็ได้ส่งเยฮูดีลูกชายของเนธานิยาห์ ซึ่งเป็นลูกของเชเลมิยาห์ เชเลมิยาห์เป็นลูกชายของคูชิ พวกเขาส่งเยฮูดีไปหามีคายาห์ พร้อมกับสั่งให้บอกบารุคว่า “ให้เอาหนังสือม้วนที่เจ้าอ่านให้ประชาชนฟัง แล้วให้มาที่นี่”
ดังนั้นบารุคลูกชายของเนริยาห์ ได้เอาหนังสือม้วนไปหาพวกเขา
15 แล้วคนพวกนั้นก็พูดกับบารุคว่า “นั่งลงสิ แล้วอ่านมันให้พวกเราฟังหน่อย”
บารุคจึงอ่านมันให้พวกเขาฟัง
16 เมื่อพวกเขาได้ยินถ้อยคำทั้งหมด พวกเขาก็มองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว แล้วพวกเขาก็พูดกับบารุคว่า “เราจะเอาถ้อยคำทั้งหมดนี้ไปบอกกับกษัตริย์อย่างแน่นอน” 17 แล้วพวกเขาก็ถามบารุคว่า “บอกพวกเราหน่อยสิว่า เจ้าเขียนข้อความนี้ขึ้นมาได้อย่างไร เจ้าเขียนตามที่เขาบอกหรือ”
18 บารุคตอบว่า “ใช่แล้วครับ ผมเขียนตามที่เขาบอก พอเขาพูดคำเหล่านี้ให้ผมฟัง ผมก็เขียนลงในหนังสือม้วนตามที่เขาต้องการ”
19 แล้วพวกเจ้านายก็บอกบารุคว่า “รีบหนีไปซะ เจ้ากับเยเรมียาห์ รีบไปหาที่ซ่อน และอย่าให้ใครรู้ว่าพวกเจ้าอยู่ที่ไหน”
20 แล้วพวกเจ้านายก็ได้วางหนังสือม้วนไว้ในห้องของเอลีชามาผู้เป็นเลขานุการ แล้วพวกเขาก็พากันไปหากษัตริย์ที่ลานของวัง แล้วพวกเขาก็ได้บอกกษัตริย์เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น
21 แล้วกษัตริย์ก็ส่งเยฮูดี ไปเอาหนังสือม้วนนั้น แล้วเขาก็ไปเอามันมาจากห้องของเอลีชามาครูสอนศาสนานั้น แล้วเยฮูดีก็อ่านมันให้กับกษัตริย์ และพวกเจ้านายทุกคนที่ยืนอยู่ต่อหน้ากษัตริย์ฟัง 22 เวลานั้นตรงกับเดือนเก้าของปี กษัตริย์นั่งอยู่ในวังฤดูหนาวของพระองค์ กระถางไฟที่อยู่ตรงหน้าพระองค์จุดอยู่ 23 เมื่อเยฮูดีอ่านหนังสือม้วนไปได้สามสี่แถบ พระองค์ก็เอามีดกรีดหนังสือเป็นชิ้นๆแล้วโยนลงไปในกระถางไฟ พระองค์ตัดหนังสือไปเรื่อยๆจนพระองค์ได้เผาหนังสือม้วนทั้งเล่มในกระถางไฟนั้น 24 ทั้งกษัตริย์และพวกผู้รับใช้ของพระองค์ที่ได้ฟังถ้อยคำทั้งหมดนี้ของพระยาห์เวห์ ไม่ได้แสดงความเกรงกลัวหรือสำนึกผิดด้วยการฉีกเสื้อผ้าของตัวเองเลย
25 ถึงแม้เอลนาธัน เดไลยาห์และเกมาริยาห์จะขอร้องไม่ให้พระองค์เผาหนังสือม้วน แต่พระองค์ก็ไม่ฟังพวกเขา 26 กษัตริย์สั่งเยราเมเอล ลูกชายของพระองค์ และเสไรอาห์ลูกชายของอัสรีเอล และเชลามิยาห์ลูกชายของอับเดเอลให้ไปจับตัวบารุคที่เป็นเสมียน และเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า แต่พระยาห์เวห์ซ่อนพวกเขาไว้
27 หลังจากที่กษัตริย์ได้เผาหนังสือม้วน ที่มีถ้อยคำที่บารุคได้เขียนไว้ตามคำพูดของเยเรมียาห์ ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ก็มีมาถึงเยเรมียาห์ว่า
28 “เยเรมียาห์ไปเอาหนังสือม้วนมาอีกเล่มหนึ่ง แล้วให้เขียนข้อความทุกอย่างลงไป เหมือนกับที่เจ้าเคยเขียนไว้ก่อนแล้วในหนังสือม้วนเล่มแรก ที่เยโฮยาคิมกษัตริย์แห่งยูดาห์เผาไป 29 และให้เจ้าต่อว่ากษัตริย์เยโฮยาคิมแห่งยูดาห์ว่าพระยาห์เวห์พูดว่า ‘เจ้าได้เผาหนังสือม้วนเล่มนี้ และพูดว่า “ทำไมเจ้าถึงได้เขียนบนม้วนหนังนี้ว่ากษัตริย์แห่งบาบิโลนจะมาแน่ๆและเขาจะมาทำลายแผ่นดินนี้ และจะต้อนคนและสัตว์ไปเป็นเชลย”’” 30 ดังนั้น พระยาห์เวห์จึงพูดเกี่ยวกับเยโฮยาคิมกษัตริย์แห่งยูดาห์ว่า “จะไม่มีลูกหลานของเขาได้นั่งบนบัลลังก์ของดาวิด ศพของเขาจะถูกทิ้งไว้อยู่กลางแดดที่ร้อนจัดในตอนกลางวันและหนาวเหน็บในตอนกลางคืน 31 เราจะทำโทษเขา ลูกหลานของเขา และพวกทาสรับใช้ของเขา สำหรับความผิดบาปที่พวกเขาทำ และเราจะทำให้สิ่งเลวร้ายทั้งหมดเกิดขึ้นกับพวกเขาและผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็มรวมทั้งคนยูดาห์ เป็นสิ่งเลวร้ายที่เราได้ประกาศว่าจะเกิดขึ้นกับพวกเขา แต่พวกเขาไม่สนใจฟัง”
32 เยเรมียาห์จึงเอาหนังสือม้วนมาอีกเล่ม และเอาไปให้กับบารุคที่เป็นเสมียน ที่เป็นลูกชายของเนริยาห์ แล้วบารุคก็เขียนถ้อยคำทั้งหมดตามที่เยเรมียาห์บอก ซึ่งเหมือนกับถ้อยคำที่อยู่ในหนังสือม้วนเล่มที่เยโฮยาคิมกษัตริย์แห่งยูดาห์เอาไปเผาไฟ แถมเพิ่มข้อความอีกมากมายทำนองนั้นลงไปอีกด้วย
37เยเรมียาห์ถูกขัง
1 เนบูคัดเนสซาร์เป็นกษัตริย์ของบาบิโลน พระองค์ได้แต่งตั้งให้เศเดคียาห์ ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองแผ่นดินยูดาห์ แทนกษัตริย์โคนิยาห์+ 37:1 โคนิยาห์ บางครั้งเรียกว่า “เยโคนิยาห์” แต่ส่วนใหญ่จะเรียกว่า “เยโฮยาคีน” ลูกชายของเยโฮยาคิม เศเดคียาห์เป็นลูกชายของกษัตริย์โยสิยาห์ 2 แต่กษัตริย์เศเดคียาห์ และผู้รับใช้ของพระองค์ รวมทั้งผู้คนในยูดาห์ ก็ไม่ยอมฟังถ้อยคำต่างๆของพระยาห์เวห์ ที่พระองค์ได้พูดผ่านมาทางเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า
3 กษัตริย์เศเดคียาห์ส่งเยฮูคัลลูกชายของเชเลมิยาห์ พร้อมกับนักบวชเศฟันยาห์ ลูกชายของมาอาเสอาห์ ไปหาเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า และบอกว่า “เยเรมียาห์ อธิษฐานต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา แทนพวกเราด้วย”
4 ในเวลานั้นเยเรมียาห์ยังไปไหนมาไหนท่ามกลางผู้คนได้อย่างอิสระ พวกเขายังไม่ได้จับเยเรมียาห์ขังคุก 5 และตอนนี้กองทัพของฟาโรห์ก็ได้เคลื่อนทัพออกจากอียิปต์มาแล้ว และชาวบาบิโลนที่กำลังปิดล้อมเมืองเยรูซาเล็มอยู่รู้ข่าว ก็เลยถอนฐานที่มั่นออกไปจากเมืองเยรูซาเล็ม
6 แล้วถ้อยคำของพระยาห์เวห์ก็มาถึงเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า 7 พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า “เยฮูคัลและเศฟันยาห์ เรารู้ว่าเศเดคียาห์กษัตริย์ของยูดาห์ ได้ส่งให้พวกเจ้ามาร้องขอต่อเรา ให้ไปบอกกับเขาว่า กองทัพของฟาโรห์ที่กำลังออกจากอียิปต์เพื่อมาช่วยเจ้านั้น กำลังจะหันกลับไปอียิปต์แผ่นดินของพวกเขา 8 และชาวบาบิโลนก็จะกลับมาโจมตีเมืองเยรูซาเล็มอีก และพวกนั้นก็จะยึดเมืองเยรูซาเล็มและเผาเมืองทิ้ง” 9 พระยาห์เวห์พูดว่า “อย่าหลอกตัวเอง โดยพูดว่า ‘พวกบาบิโลนจะถอนไปแน่ๆ’ เพราะพวกเขาจะไม่ไปไหน 10 ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะทำให้กองทัพบาบิโลนทั้งกองที่กำลังต่อสู้กับเจ้าอยู่ ได้รับบาดเจ็บ และเหลือแต่พวกที่บาดเจ็บไว้ในเต็นท์ของพวกเขา พวกเขาก็จะลุกฮือขึ้นเผาเมืองนี้อยู่ดี”
11 เมื่อกองทัพบาบิโลนถอยทัพจากเมืองเยรูซาเล็มเพราะกองทัพของฟาโรห์บุกเข้ามา 12 เยเรมียาห์ก็ออกจากเมืองเยรูซาเล็มไปยังแผ่นดินเบนยามิน เพื่อไปรับส่วนแบ่งในมรดกที่ดินร่วมกับคนอื่นที่เหลืออยู่ที่นั่น 13 เมื่อเขามาถึงประตูเมืองเบนยามิน หัวหน้ายามรักษาประตูอยู่ที่นั่น เขามีชื่อว่าอิรียาห์ลูกชายของเชเลมิยาห์ ซึ่งเป็นลูกของ ฮานานิยาห์ อิรียาห์จับกุมตัวเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า พร้อมกับบอกว่า “เจ้ากำลังจะไปหาพวกบาบิโลนนี่นา” 14 เยเรมียาห์ตอบว่า “ไม่จริง ผมไม่ได้ไปหาพวกบาบิโลน” แต่อิรียาห์ก็ไม่ฟังเยเรมียาห์ และจับตัวเยเรมียาห์ไปให้พวกเจ้านาย 15 พวกเจ้านายโกรธเยเรมียาห์ พวกเขาก็เลยทุบตีเขา จากนั้นก็จับเขาไปขังไว้ในคุกที่บ้านของโยนาธานผู้เป็นเลขานุการ เพราะพวกเขาทำบ้านหลังนั้นเป็นคุกไว้แล้ว
กษัตริย์เศเดคียาห์ปรึกษากับเยเรมียาห์
16 เยเรมียาห์ถูกจับขังไว้ในบ่อเก็บน้ำที่แห้ง แล้วก็อยู่ที่นั่นหลายวัน 17 หลังจากนั้นกษัตริย์เศเดคียาห์ก็ส่งคนมาเอาตัวไปพบกษัตริย์ แล้วกษัตริย์ก็ถามเขาในวังเป็นการลับๆว่า “มีข่าวสารอะไรจากพระยาห์เวห์บ้างไหม” เยเรมียาห์ก็ตอบว่า “มีครับ” และเขาก็พูดต่อไปว่า “ท่านจะถูกส่งให้ไปอยู่ในเงื้อมมือของกษัตริย์บาบิโลน” 18 จากนั้นเยเรมียาห์ก็พูดกับกษัตริย์เศเดคียาห์อีกว่า “ข้าพเจ้าทำผิดอะไรต่อพระองค์ หรือต่อผู้รับใช้ของพระองค์ หรือต่อคนพวกนี้หรือ พระองค์ถึงได้จับข้าพเจ้าขังคุก 19 แล้วพวกผู้พูดแทนพระเจ้าของพวกท่านหายไปไหนกันหมดแล้ว พวกที่ทำนายให้กับพระองค์ว่า ‘กษัตริย์แห่งบาบิโลนจะไม่มาโจมตีพวกท่านและแผ่นดินนี้’ 20 ข้าแต่กษัตริย์ ขอได้โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วยเถิด อย่าได้ส่งข้าพเจ้ากลับไปที่บ้านของโยนาธานเลขานุการนั้นเลย เพราะข้าพเจ้าจะต้องตายที่นั่นแน่ๆ”
21 ดังนั้นกษัตริย์เศเดคียาห์จึงออกคำสั่ง และพวกเขาก็ส่งเยเรมียาห์ไปอยู่ภายใต้การดูแลของทหารยามที่ลาน พวกเขาให้ขนมปังกับเยเรมียาห์ทุกวัน ขนมปังนี้มาจากถนนของพวกทำขนมปัง จนไม่มีขนมหลงเหลืออยู่ในเมืองอีกแล้ว และเยเรมียาห์ก็ได้อาศัยอยู่ในลานของทหารยามนั้น
38เยเรมียาห์ถูกขังไว้
1 เชฟาทิยาห์ลูกชายของมัทธาน เกดาลิยาห์ลูกชายของปาชเฮอร์ ยูคาลลูกชายของเชเลมิยาห์ และปาชเฮอร์ลูกชายของมัลคียาห์ ได้ยินสิ่งต่างๆที่เยเรมียาห์พูดกับทุกๆคนว่า 2 “พระยาห์เวห์พูดว่า ‘คนที่อยู่ในเมืองนี้ จะต้องตายจากคมดาบ ความอดอยาก หรือไม่ก็โรคร้าย แต่คนที่ออกไปมอบตัวกับพวกบาบิโลนจะรอดชีวิต จะได้ชีวิตตัวเองเหมือนของที่ยึดมาได้จากสงคราม’
3 พระยาห์เวห์บอกว่า ‘เมืองนี้จะต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือกองทัพของกษัตริย์บาบิโลนและจะต้องถูกยึดอย่างแน่นอน’”
4 พวกเจ้านายก็เลยบอกกับกษัตริย์ว่า “น่าจะฆ่าชายคนนี้เสีย เพราะเมื่อเขาพูดสิ่งเหล่านี้ เขาก็ได้ทำลายขวัญและกำลังใจของทหารและประชาชนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเมืองนี้ อันที่จริง ชายคนนี้ไม่ได้กะจะให้สิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นกับคนเหล่านี้หรอก แต่เขากะจะให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น”
5 แล้วกษัตริย์เศเดคียาห์ก็พูดว่า “เขาอยู่ในกำมือของเจ้าแล้ว เพราะเราก็ห้ามอะไรพวกเจ้าไม่ได้”
6 พวกเขาก็เลยไปเอาตัวเยเรมียาห์ แล้วโยนเขาลงไปในบ่อเก็บน้ำแห้งของมัลคียาห์ ที่อยู่ในลานของทหารยาม พวกเขาใช้เชือกหย่อนตัวเยเรมียาห์ลงไป ในบ่อที่ไม่มีน้ำนั้น มีแต่โคลน เยเรมียาห์ก็จมลงในโคลน 7 แล้วเอเบดเมเลคชาวเอธิโอเปีย ที่เป็นขันทีที่ทำงานอยู่ในวัง ได้ยินว่าเยเรมียาห์ถูกหย่อนลงไปในบ่อที่ไม่มีน้ำ และเขารู้ว่ากษัตริย์นั่งอยู่ที่ประตูเบนยามิน 8 เอเบดเมเลคจึงออกไปจากวังไปพูดกับกษัตริย์ว่า 9 “ข้าแต่กษัตริย์ของข้าพเจ้า คนพวกนี้ทำผิดต่อเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าในทุกเรื่อง พวกเขาผิดที่โยนท่านลงไปในบ่อเก็บน้ำแห้งนั้น ท่านจะหิวตายอยู่ใต้นั้นแน่เพราะมันไม่มีขนมปังหลงเหลืออยู่ในเมืองอีกแล้ว”
10 กษัตริย์จึงสั่งเอเบดเมเลคชาวเอธิโอเปียว่า “ให้เอาลูกน้องของเจ้าสามคน+ 38:10 สามคน คำนี้พบในฉบับฮีบรูฉบับเดียว ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กันเขียนว่า สามสิบคน ไปดึงเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าขึ้นมาจากบ่อเก็บน้ำนั้นก่อนที่เขาจะตาย”
11 เอเบดเมเลคจึงนำลูกน้องไป เขาเข้าไปในวังใต้ห้องเก็บของ เขาเอาผ้าขี้ริ้วและเสื้อเก่าๆจากที่นั่น เอาเชือกมัดพวกมันหย่อนลงไปให้เยเรมียาห์
12 แล้วเอเบดเมเลคชาวเอธิโอเปียก็บอกกับเยเรมียาห์ว่า “คล้องผ้าขี้ริ้วขาดๆและเศษเสื้อผ้าพวกนี้ไว้ใต้รักแร้ของท่าน ตรงที่อยู่ระหว่างเชือกกับตัวท่านเถิด” เยเรมียาห์ก็ทำตามที่เขาบอก
13 พวกเขาจึงดึงเยเรมียาห์ขึ้นมาด้วยเชือก และนำเขาขึ้นมาจากบ่อเก็บน้ำแห้งได้ แล้วเยเรมียาห์ก็อยู่ในลานของทหารยามต่อไป
เศเดคียาห์ขอคำปรึกษาจากเยเรมียาห์
14 กษัตริย์เศเดคียาห์ ส่งคนไปนำตัวเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้ามาพบพระองค์ ที่ตรงประตูที่สามซึ่งอยู่ในวิหารของพระยาห์เวห์ แล้วพระองค์ก็พูดกับเยเรมียาห์ว่า “เราจะถามเจ้าบางอย่าง อย่าได้ปิดบังอะไรจากเราละ”
15 เยเรมียาห์จึงบอกกับกษัตริย์เศเดคียาห์ว่า “ถ้าข้าพเจ้าบอกพระองค์ พระองค์จะไม่ฆ่าข้าพเจ้าหรือ และถ้าข้าพเจ้าให้คำแนะนำกับพระองค์ พระองค์ก็จะไม่ฟังข้าพเจ้าหรอก” 16 ดังนั้นกษัตริย์เศเดคียาห์จึงสาบานกับเยเรมียาห์อย่างลับๆว่า “เราขอสาบานต่อพระยาห์เวห์ผู้สร้างพวกเราและประทานชีวิตให้พวกเราว่า เราจะไม่ฆ่าเจ้า และจะไม่มอบตัวเจ้าให้กับคนพวกนี้ที่อยากจะฆ่าเจ้า”
17 เยเรมียาห์จึงบอกกับเศเดคียาห์ว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า ‘ถ้าเจ้ายอมออกไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ของกษัตริย์แห่งบาบิโลนจริงๆเจ้าก็จะรอดชีวิต และเมืองนี้ก็จะไม่ถูกไฟเผา เจ้าและครอบครัวของเจ้าก็จะรอดชีวิต 18 แต่ถ้าเจ้าไม่ออกไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ของกษัตริย์แห่งบาบิโลน เมืองนี้ก็จะตกไปอยู่ในเงื้อมมือของชาวบาบิโลน แล้วพวกเขาก็จะจุดไฟเผาเมือง แล้วเจ้าก็จะไม่รอดพ้นเงื้อมมือพวกเขา’”
19 แล้วกษัตริย์เศเดคียาห์ก็พูดกับเยเรมียาห์ว่า “เรากลัวพวกยิวที่ทิ้งเมืองไปหาพวกบาบิโลน กลัวว่าเราจะถูกส่งไปให้พวกมันทำร้ายเอา”
20 เยเรมียาห์จึงพูดว่า “พวกเขาจะไม่ส่งพระองค์ไปอยู่ในเงื้อมมือของคนพวกนั้นหรอก โปรดฟังเสียงของพระยาห์เวห์ผู้ที่ข้าพเจ้ากำลังพูดแทนอยู่เถิด และทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยดีสำหรับพระองค์ และพระองค์ก็จะรอดชีวิต
21 แต่พระยาห์เวห์ได้แสดงให้ข้าพเจ้าเห็นว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้จะเกิดขึ้น ถ้าพระองค์ไม่ยอมออกไปมอบตัว 22 คือผู้หญิงทุกคนที่เหลืออยู่ในบ้านของกษัตริย์แห่งยูดาห์จะถูกจับไปให้กับพวกเจ้าหน้าที่ของกษัตริย์แห่งบาบิโลน แล้วพวกเขาก็จะพูดว่า ‘พันธมิตรของแกหักหลังแกแล้ว พวกเขาชนะแก เท้าของแกจมโคลนแล้ว และพวกเขาก็ทอดทิ้งแกไป’
23 พวกเมียและลูกทุกคนของพระองค์จะต้องไปหาชาวบาบิโลน และพระองค์ก็จะหนีไม่พ้นเงื้อมมือของพวกเขาไปได้ เพราะกษัตริย์แห่งบาบิโลนจะจับกุมพระองค์และเอาไฟเผาเมืองนี้”
24 แล้วกษัตริย์เศเดคียาห์ก็พูดกับเยเรมียาห์ว่า “ถ้าเจ้าไม่บอกให้ใครรู้ ถึงเรื่องที่เราได้พูดคุยกันในวันนี้ เจ้าก็จะไม่ตาย 25 ถ้าพวกเจ้านายรู้ว่าเราพูดกับเจ้า แล้วพวกเขามาถามเจ้าว่า ‘ช่วยบอกพวกเราหน่อยว่า เจ้าได้พูดอะไรกับกษัตริย์ และกษัตริย์ได้พูดอะไรกับเจ้าบ้าง ถ้าเจ้าบอกเราทุกอย่าง เราจะไม่ฆ่าเจ้า’
26 เจ้าก็ต้องบอกพวกเขาว่า ‘ผมได้ขอร้องพระองค์ ว่าอย่าได้ส่งผมกลับไปตายที่บ้านของโยนาธานเลย’”
27 แล้วพวกเจ้านายทั้งหมดก็ตรงเข้ามาถามเยเรมียาห์ เขาก็ตอบไปตามที่กษัตริย์สั่ง ดังนั้นพวกเขาจึงเลิกถามเพราะพวกเขาเองก็ไม่ได้ยินการพูดคุย
28 แล้วเยเรมียาห์ก็อยู่ในลานของทหารยาม จนถึงวันที่บาบิโลนยึดเมืองเยรูซาเล็มได้
39เมืองเยรูซาเล็มแตก
(2 พกษ. 25:1-12; ยรม. 52:4-16)
1 ในเดือนที่สิบของปีที่เก้าที่เศเดคียาห์ เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนได้ยกกองทัพทั้งหมดของพระองค์มาล้อมเมืองเยรูซาเล็มไว้ 2 ในวันที่เก้าเดือนสี่ ของปีที่สิบเอ็ดที่เศเดคียาห์ เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ แนวป้องกันเมืองเยรูซาเล็มก็ถูกทะลวงเข้ามา 3 พวกเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมดของกษัตริย์บาบิโลน ก็ได้เข้ามานั่งอยู่ที่กลางประตูเมือง เนอร์กัลชาเรเซอร์ สัมการ์เนโบ สารเสคิม ที่มียศรับสารีส+ 39:3 ยศรับสารีส ยศรับสารีสกับยศรับมักเป็นชื่อตำแหน่งในกองทัพของบาบิโลน เนอร์กัลชาเรเซอร์+ 39:3 เนอร์กัลชาเรเซอร์ ในข้อสามนี้ มีสองคนที่มีชื่อเหมือนกัน ที่มียศรับมัก และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆทั้งหมดของกษัตริย์บาบิโลนก็อยู่ที่นั่นด้วย
4 เมื่อกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์และทหารทุกคนเห็นพวกนี้ พวกเขาก็พากันหนีออกไปนอกเมืองในตอนกลางคืน ผ่านทางสวนของกษัตริย์ ออกทางประตูที่อยู่ระหว่างกำแพงสองชั้น พวกเขาออกนอกเมืองทางถนนที่ตรงไปยังทะเลทรายอารบา 5 ทหารบาบิโลนก็ไล่ตามพวกเขาไป และไปทันกษัตริย์เศเดคียาห์ ที่ทะเลทรายอารบาใกล้ๆเมืองเยริโค แล้วพวกเขาก็จับกษัตริย์เศเดคียาห์ และพาพระองค์ไปหาเนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์ของบาบิโลน ที่ริบลาห์ในแผ่นดินฮามัท แล้วกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ก็ได้ตัดสินลงโทษกษัตริย์เศเดคียาห์ 6 กษัตริย์บาบิโลนได้ฆ่าพวกลูกชายของกษัตริย์เศเดคียาห์ที่ริบลาห์ต่อหน้าต่อตาพระองค์ แล้วก็ฆ่าเจ้านายทั้งหมดของยูดาห์ด้วย 7 จากนั้นพระองค์ก็ควักดวงตาของกษัตริย์เศเดคียาห์ แล้วเอาโซ่ล่ามพระองค์ พาไปบาบิโลน
8 จากนั้นพวกบาบิโลนก็เผาวังของกษัตริย์และบ้านเรือนของประชาชน พร้อมกับทำลายกำแพงเมืองเยรูซาเล็มลง 9 เนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ ก็ได้ทำการกวาดต้อนประชาชนที่เหลือในเมือง และคนเหล่านั้นที่ได้ทิ้งเมืองออกไปมอบตัวกับเขาก่อนหน้านี้ รวมทั้งช่างฝีมือที่เหลือ เขาได้กวาดต้อนไปบาบิโลน 10 ส่วนคนที่ยากจนที่ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไร เนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ ก็ปล่อยทิ้งไว้ในยูดาห์ และในวันนั้นเขาก็ได้ยกพวกไร่องุ่นกับท้องทุ่งทั้งหลายให้กับพวกเขา
เนบูคัดเนสซาร์ดูแลเยเรมียาห์
11 แล้วเนบูคัดเนสซาร์ก็ออกคำสั่งผ่านเนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ เกี่ยวกับเยเรมียาห์ พระองค์สั่งว่า 12 “ไปเอาตัวเยเรมียาห์มา และดูแลเขาให้ดี อย่าได้ทำอันตรายเขา แต่ให้ทำทุกอย่างตามที่เขาขอ”
13 แล้วเนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ เนบูชัสบาน เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เนอร์กัลชาเรเซอร์ ที่มียศรับมัก และนายพลทุกคนของกษัตริย์บาบิโลน ก็เรียกเยเรมียาห์มาพบ 14 พวกเขาไปนำตัวเยเรมียาห์มาจากลานของทหารยาม แล้วก็ส่งตัวเขาไปให้กับ เกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัม อาหิคัมเป็นลูกชายของชาฟาน เกดาลิยาห์จะเป็นคนพาเยเรมียาห์กลับไปบ้านของเยเรมียาห์เอง และเยเรมียาห์ก็ได้อยู่ท่ามกลางคนของเขา
พระเจ้าสัญญาว่าจะช่วยเอเบดเมเลค
15 และถ้อยคำของพระยาห์เวห์ก็มีมาถึงเยเรมียาห์ ตอนที่เขาถูกคุมตัวอยู่ในลานของทหารยาม พระยาห์เวห์พูดว่า 16 “เยเรมียาห์ ไปบอกกับเอเบดเมเลคชาวเอธิโอเปียว่า พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของอิสราเอล พูดว่า ‘เราจะนำความพินาศมาสู่เมืองนี้ ไม่ใช่ความรุ่งเรือง เราจะทำกับเมืองนี้เหมือนกับที่เราได้เตือนไว้แล้ว และเจ้าจะเห็นเหตุการณ์ที่เราได้เตือนไว้แล้วเกิดขึ้น’” 17 พระยาห์เวห์พูดว่า “แต่เราจะปกป้องเจ้าไว้ในวันนั้น เพื่อเจ้าจะได้ไม่ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคนเหล่านั้นที่เจ้ากลัว 18 เจ้ามั่นใจได้เลย เพราะเราจะช่วยชีวิตเจ้าอย่างแน่นอน แล้วเจ้าก็จะไม่ถูกดาบฆ่าฟัน เจ้าจะได้รับชีวิตตัวเองเหมือนของที่ยึดได้จากสงคราม เพราะเจ้าไว้วางใจในเรา” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
40เยเรมียาห์และพวกที่เหลืออยู่กับเกดาลิยาห์
1 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ก็มีมาถึงเยเรมียาห์ หลังจากที่เนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ ได้ปล่อยเขาให้เป็นอิสระที่เมืองรามาห์ ตอนที่เนบูซาระดานเจอตัวเยเรมียาห์นั้น เขาถูกมัดอยู่กับกลุ่มคนที่ถูกกวาดต้อนมาจากเยรูซาเล็มและยูดาห์ เพื่อไปที่บาบิโลน 2 หัวหน้าองครักษ์เอาตัวเยเรมียาห์มา และพูดกับเขาว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ได้ขู่ว่าจะนำความหายนะมาสู่สถานที่แห่งนี้ 3 และพระยาห์เวห์ก็ได้ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นเหมือนกับที่พระองค์บอก เพราะพวกเจ้าได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์ และไม่เชื่อฟังพระองค์ เลยทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเจ้า 4 ตอนนี้เราได้ปลดโซ่ออกจากมือของเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าอยากไปบาบิโลนกับเรา ก็มาเถอะ เราจะดูแลเจ้าเอง แต่ถ้าเจ้าไม่อยากไป ก็ไม่ต้องไป มองดูแผ่นดินทั้งหมดนี้ที่อยู่ตรงหน้าเจ้าสิ อยากไปไหนก็ไปเถอะ” 5 ก่อนที่เยเรมียาห์จะเดินจากไป เนบูซาระดานก็พูดขึ้นว่า “หรือเจ้าจะกลับไปหาเกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมลูกชายของชาฟาน กษัตริย์บาบิโลนได้แต่งตั้งให้เกดาลิยาห์ปกครองเมืองต่างๆในยูดาห์ เจ้าก็ไปอยู่กับเขาร่วมกับประชาชน หรือเจ้าอยากจะไปที่ไหนที่เจ้าคิดว่าดี ก็ไปเถอะ” แล้วหัวหน้าองครักษ์ก็ให้เสบียงอาหาร จากนั้นก็ปล่อยเขาไป 6 เยเรมียาห์ก็เลยไปหาเกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมที่มิสปาห์ แล้วก็อยู่กับเขาที่นั่น ท่ามกลางประชาชนที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในแผ่นดินนั้น
การปกครองสั้นๆของเกดาลิยาห์
7 แล้วพวกแม่ทัพนายกองที่อยู่ในพื้นที่กับลูกน้องของพวกเขาก็ได้ยินว่ากษัตริย์บาบิโลนได้แต่งตั้งเกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมให้เป็นผู้ดูแลแผ่นดินนี้ และยังได้มอบหมายให้เขาดูแลพวกผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก รวมทั้งให้เขาดูแลคนยากคนจนในแผ่นดินนี้ที่ไม่ถูกกวาดต้อนไปบาบิโลน
8 คนเหล่านี้ได้มาหาเกดาลิยาห์ที่มิสปาห์ คืออิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์ โยฮานันและโยนาธาน ลูกชายของคาเรอาห์ เสไรอาห์ลูกชายของทันหุเมท พวกลูกชายของเอฟายชาวเนโทฟาห์ และเยซันยาห์ลูกชายชาวมาอาคาห์ คนเหล่านี้ รวมทั้งคนของพวกเขาก็ได้มาหาเกดาลิยาห์ที่มิสปาห์
9 เกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมลูกชายของชาฟานได้สาบานกับพวกเขาและคนของพวกเขาว่า “ไม่ต้องกลัวที่จะต้องรับใช้ชาวบาบิโลนหรอก ให้อาศัยอยู่ในดินแดนของพวกท่าน และรับใช้กษัตริย์บาบิโลนเถอะ แล้วทุกอย่างก็จะดีเองสำหรับท่าน 10 แต่สำหรับเรา เราจะอยู่ที่มิสปาห์เพื่อเป็นตัวแทนของท่านต่อพวกบาบิโลนที่มาโจมตีพวกเรา ส่วนพวกท่านก็ให้เก็บเหล้าองุ่น ผลไม้ และน้ำมันมะกอกไว้ในหม้อไห แล้วก็อยู่ในเมืองต่างๆของท่าน ที่พวกท่านยึดมาได้”
11 และพลเมืองยูดาห์ทุกคนที่อยู่ในโมอับ ในอัมโมน ในเอโดม และอยู่ในที่ต่างๆก็ได้ยินว่ากษัตริย์บาบิโลนได้ทิ้งคนไว้นิดหน่อยในยูดาห์ และพระองค์ได้แต่งตั้งเกดาลิยาห์ลูกชายอาหิคัม ให้ปกครองพวกเขาเหล่านั้น อาหิคัม เป็นลูกชายของชาฟาน 12 ดังนั้นพวกยิวทุกคนต่างก็พากันเดินทางกลับมาจากสถานที่ต่างๆที่พวกเขาเคยถูกขับไล่ไปอยู่นั้น แล้วพวกเขาก็มาที่แผ่นดินยูดาห์ มาหาเกดาลิยาห์ที่มิสปาห์ แล้วพวกเขาก็ได้เก็บเกี่ยวองุ่นและผลไม้อื่นๆได้มากมาย
อิชมาเอลซ่องสุมคนหักหลังเกดาลิยาห์
13 แล้วโยฮานันลูกชายของคาเรอาห์กับแม่ทัพนายกอง ที่อยู่ในท้องทุ่ง ต่างก็พากันมาหาเกดาลิยาห์ที่มิสปาห์ 14 และพวกเขาบอกกับเกดาลิยาห์ว่า “ท่านรู้หรือเปล่าว่า กษัตริย์บาอาลิสแห่งอัมโมน ได้ส่งอิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์ มาฆ่าท่าน” แต่เกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมไม่เชื่อพวกเขา 15 แล้วโยฮานันลูกชายของคาเรอาห์ ก็เลยแอบพูดกับเกดาลิยาห์ที่มิสปาห์ว่า “ขอให้ผมไปฆ่าอิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์ จะได้ไม่มีใครรู้ จะปล่อยให้เขามาฆ่าท่านได้ยังไง ถ้าเขาทำอย่างนี้ มันจะทำให้คนยูดาห์ทุกคนที่รวมตัวกันมาอยู่กับท่าน ก็จะต้องกระจัดกระจายไป แล้วคนยูดาห์ที่เหลืออยู่ก็จะถูกกำจัดจนหมดสิ้นไป”
16 แต่เกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัม บอกกับโยฮานันลูกของคาเรอาห์ว่า “อย่าทำอย่างนั้น เพราะเรื่องที่เจ้าพูดเกี่ยวกับอิชมาเอลน่ะไม่ใช่เรื่องจริงหรอก”
411 ในเดือนที่เจ็ด อิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์ เนธานิยาห์เป็นลูกชายของเอลีชามา อิชมาเอลได้มาหาเกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัม ที่มิสปาห์ อิชมาเอลคนนี้เป็นเชื้อเจ้าคนหนึ่ง และเป็นนายพลที่เก่งกาจคนหนึ่งของกษัตริย์ เขามากับคนของเขาสิบคน และพวกเขาก็กินอาหารร่วมกับเกดาลิยาห์ที่มิสปาห์ 2 จากนั้นอิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์และชายสิบคนที่อยู่กับเขาก็ลุกขึ้นมา เอาดาบแทงเกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมลูกชายชาฟานจนตาย เกดาลิยาห์เป็นคนที่กษัตริย์บาบิโลนแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองแผ่นดินนี้
3 จากนั้นก็ฆ่าพลเมืองยูดาห์ทั้งหมดที่อยู่กับเขาในเมืองมิสปาห์ รวมทั้งทหารบาบิโลนที่อยู่ที่นั่นด้วย
4 วันที่สองหลังจากฆ่าเกดาลิยาห์ผ่านไปแล้ว ยังไม่มีใครรู้ 5 มีชายแปดสิบคนเดินทางมาจาก เชเคม ชิโลห์ และสะมาเรีย พวกเขาโกนหนวดเครา ฉีกทึ้งเสื้อผ้าตัวเอง และเชือดเฉือนเนื้อตัวเอง พวกเขาถือเครื่องบูชาเมล็ดพืชไว้ในมือ และเครื่องหอมมาถวายในวิหารของพระยาห์เวห์ 6 แล้วอิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์ก็ออกจากมิสปาห์มาหาพวกเขา อิชมาเอลเดินไปก็ร้องไห้ไป เมื่อเจอพวกนั้นแล้วก็บอกว่า ไปหาเกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมกันเถอะ
7 แต่พอพวกเขาเดินเข้าไปถึงใจกลางเมือง อิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์และคนที่มากับเขา ก็ฆ่าคนพวกนั้นแล้วเอาศพไปโยนทิ้งในบ่อเก็บน้ำ
8 แต่มีสิบคนจากแปดสิบคนนั้นบอกกับอิชมาเอลว่า “อย่าฆ่าพวกเราเลย เพราะเรามีข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ น้ำมันมะกอก และน้ำเชื่อมผลไม้ซ่อนอยู่ในทุ่งด้วย” อิชมาเอลก็เลยหยุด ไม่ได้ฆ่าพวกเขาให้ตายตามคนอื่นๆที่มาด้วยกัน
9 (บ่อเก็บน้ำที่อิชมาเอลโยนศพคนที่เขาฆ่าลงไป โดยแกล้งทำเป็นเพื่อนของเกดาลิยาห์นั้น เป็นบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่กษัตริย์อาสาสร้างไว้ตอนที่พระองค์ถูกกษัตริย์บาอาชาแห่งอิสราเอลโจมตี) อิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์ถมมันด้วยศพของคนที่เขาฆ่า
10 แล้วอิชมาเอลก็จับคนที่เหลือที่อยู่ในมิสปาห์ไป ซึ่งมีทั้งพวกลูกสาวของกษัตริย์ และคนที่ยังเหลืออยู่ คนพวกนี้เป็นคนที่เนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ได้แต่งตั้งให้เกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมเป็นผู้ดูแล แล้วอิชมาเอลก็หนีข้ามไปหาคนอัมโมน
11 จากนั้นโยฮานันลูกชายของคาเรอาห์และแม่ทัพนายกองทั้งหลายที่อยู่กับเขา ได้ยินเรื่องชั่วช้าที่อิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์ทำลงไป 12 พวกเขาจึงยกทหารทั้งหมดที่มีอยู่ไปสู้กับอิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์ พวกเขาไปเจออิชมาเอลที่บึงน้ำใหญ่ในกิเบโอน
13 เมื่อคนที่โดนจับตัวมาที่อยู่กับอิชมาเอลเห็นโยฮานันลูกชายของคาเรอาห์ พร้อมกับพวกแม่ทัพนายกองที่มากับเขา พวกเขาต่างก็พากันดีใจ
14 แล้วทุกคนที่อิชมาเอลจับมาจากมิสปาห์ก็หันกลับไปหาโยฮานันลูกชายของคาเรอาห์ 15 แต่อิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์กับทหารแปดคนก็หนีโยฮานันไปได้ แล้วเขาหนีไปหาชาวอัมโมน
16 แล้วโยฮานันลูกชายของคาเรอาห์กับแม่ทัพนายกองทั้งหมดที่มากับเขาก็รับเอาคนที่เหลือที่อิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์พามาจากมิสปาห์ หลังจากที่เขาได้ฆ่าเกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมแล้ว มีทั้งผู้ชาย ทหาร ผู้หญิง เด็ก และขันทีที่โยฮานันนำกลับมาจากกิเบโอน
โยฮานันหนีไปอียิปต์
17 พวกเขาได้ไปอยู่ที่เกรูธคิมฮามซึ่งอยู่ใกล้ๆเบธเลเฮม พยายามจะหนีไปให้ถึงอียิปต์ 18 เพราะอยากจะไปให้ไกลจากพวกบาบิโลน นั่นก็เพราะพวกเขากลัวชาวบาบิโลน เพราะอิชมาเอลลูกชายของเนธานิยาห์ ได้ฆ่าเกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัม ที่กษัตริย์บาบิโลนแต่งตั้งให้ดูแลแผ่นดินนี้
42ข่าวของเยเรมียาห์ไปถึงโยฮานัน
1 พวกแม่ทัพนายกองทุกคน ก็ได้เดินทางมากับโยฮานันลูกชายของคาเรอาห์ และอาซาริยาห์+ 42:1 อาซาริยาห์ ชื่อนี้เขียนตามคำแปลกรีกโบราณ ดูเยเรมียาห์ 43:2 แต่ข้อนี้ ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กัน เขียนว่า “เยซานิยาห์” ลูกชายของโฮชายาห์ และคนทั้งหมดจากคนที่กระจอกที่สุดไปถึงคนที่สำคัญที่สุด ต่างก็พากันมาหาเยเรมียาห์
2 แล้วพวกเขาก็พูดกับเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าว่า “ขอได้โปรดรับฟังคำอ้อนวอนของพวกเราด้วย ช่วยอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เผื่อพวกเราและชาวบ้านที่ยังเหลืออยู่นี้ด้วยเถอะ เพราะพวกเราเหลือกันแค่ไม่กี่คนอย่างที่ท่านเห็นนี้ จากที่เคยมีกันอยู่มากมาย 3 อธิษฐานให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน บอกพวกเราหน่อยว่า พวกเราควรจะไปทางไหน และควรจะทำอะไร”
4 แล้วเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าก็บอกพวกเขาว่า “ผมได้ยินที่พวกท่านพูดแล้ว ผมจะอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านตามที่ท่านขอ เมื่อพระยาห์เวห์ตอบอะไรกลับมาให้กับท่าน ผมจะบอกพวกท่านทุกอย่าง โดยไม่ปิดบังอะไรไว้เลย”
5 แล้วพวกเขาก็พูดกับเยเรมียาห์ว่า “ถ้าพวกเราไม่ทำทุกอย่างตามที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านบอกผ่านท่านให้พวกเราทำแล้วละก็ ขอให้พระยาห์เวห์เป็นพยานที่เชื่อถือได้ต่อต้านพวกเรา 6 ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดี พวกเราก็จะเชื่อฟังพระยาห์เวห์ ผู้ที่พวกเรากำลังส่งท่านไป เพื่อว่าทุกสิ่งจะได้เป็นไปด้วยดีสำหรับพวกเรา เมื่อเราเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเรา”
7 หลังจากนั้นสิบวัน ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ก็มีมาถึงเยเรมียาห์ 8 แล้วเขาก็เรียกโยฮานันลูกชายของคาเรอาห์ รวมทั้งแม่ทัพนายกองทุกคนที่อยู่กับเขา และประชาชนทุกคน ตั้งแต่กระจอกงอกง่อยไปจนถึงคนที่สำคัญที่สุด 9 แล้วเยเรมียาห์ก็พูดว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล พระองค์ผู้ที่พวกท่านส่งเราไปขอร้อง พระองค์พูดว่า 10 ‘ถ้าพวกเจ้าจะยังคงอยู่ในดินแดนนี้ต่อไปแน่ๆแล้วละก็ เราก็จะสร้างเจ้าขึ้นมาใหม่ และเราก็จะไม่ทำลายเจ้าลง เราจะปลูกเจ้าขึ้นมาใหม่ และเราจะไม่ถอนรากเจ้า เพราะเราเสียใจที่เราได้ทำสิ่งร้ายๆไว้กับเจ้า 11 ไม่ต้องกลัวเมื่อพวกเจ้ายืนอยู่ต่อหน้ากษัตริย์บาบิโลนที่เจ้ากลัวอยู่ในตอนนี้ ไม่ต้องกลัวเขา’ พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น ‘เพราะว่าเราอยู่กับเจ้าเพื่อช่วยและปกปักรักษาเจ้าจากเงื้อมมือของเขา 12 เราจะเมตตาปรานีพวกเจ้า เขาจะได้เมตตาปรานีเจ้าด้วย แล้วเขาก็จะคืนเขตแดนของเจ้าให้กับเจ้า’ 13 แต่ถ้าเจ้าพูดว่า ‘เราจะไม่อยู่ในแผ่นดินนี้หรอก’ แสดงว่าเจ้าจะไม่เชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าแล้ว 14 พวกเจ้ากลับพูดว่า ‘เราไม่อยู่ที่นี่หรอก เราจะไปอยู่ที่แผ่นดินอียิปต์ จะได้ไม่เจอกับสงคราม เราจะได้ไม่ได้ยินเสียงแตรศึก และจะได้ไม่ต้องอดข้าวตาย และเราจะอยู่ที่นั่น’ 15 ถ้านั่นเป็นความต้องการของเจ้าละก็ ชาวยูดาห์ที่ยังเหลืออยู่ ฟังการตัดสินใจของพระยาห์เวห์ให้ดี พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของอิสราเอลพูดว่า ‘ถ้าเจ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไปอียิปต์ แล้วพวกเจ้าก็ไปอาศัยอยู่ที่นั่นในฐานะคนต่างชาติ 16 สงครามที่เจ้ากลัวนักกลัวหนาก็จะเกิดขึ้นกับเจ้าที่แผ่นดินอียิปต์นั้น และความอดอยากที่เจ้าเป็นห่วงกังวล ก็จะตามเจ้ามาติดๆเข้าไปในอียิปต์นั้น แล้วเจ้าก็จะตายที่นั่น 17 ทุกคนที่ตัดสินใจจะไปอยู่ในอียิปต์อย่างคนต่างชาตินั้น ก็จะตายด้วยคมดาบ ความอดอยาก และโรคระบาด จะไม่มีใครรอดชีวิตหรือหนีรอดออกมาได้เลยจากเรื่องเลวร้ายที่เรากำลังจะทำให้เกิดขึ้นกับพวกเขานั้น’”
18 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า “เราจะเทความโกรธใส่เจ้าเมื่อเจ้าไปอียิปต์ เหมือนกับที่เราเคยเทความโกรธใส่คนที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็มมาแล้ว เจ้าจะกลายเป็นแบบอย่างของคำสาปแช่ง เป็นที่รกร้างว่างเปล่า เป็นของที่ไม่มีค่า และเป็นแบบอย่างของการหัวเราะเยาะ แล้วเจ้าจะไม่ได้เห็นแผ่นดินนี้อีกเลย”
19 พวกท่านคนยูดาห์ที่ยังหลงเหลืออยู่ พระยาห์เวห์บอกให้พวกท่านว่าอย่าไปอียิปต์เลย พวกท่านก็รู้แน่ชัดแล้วว่าวันนี้ผมได้เตือนท่านแล้ว 20 ว่าพวกท่านได้ทำให้ชีวิตของตัวเองหันเหออกไปจากทางที่ถูกที่ควร ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะพวกท่านส่งผมไปหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านเอง โดยขอว่า “ช่วยอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราเผื่อพวกเราด้วย และช่วยบอกพวกเราทุกอย่างที่พระยาห์เวห์พูด แล้วเราจะทำตาม”
21 และวันนี้ผมก็ได้บอกท่านแล้วว่าพระองค์พูดอะไรกับผม แต่พวกท่านก็ไม่ยอมเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และไม่ยอมฟังทุกสิ่งที่เราบอกท่านไปแล้ว 22 ถึงตอนนี้ท่านก็มั่นใจได้เลยว่า พวกท่านจะต้องตายจากคมดาบ จากความอดอยาก และจากโรคระบาด ในที่แห่งนั้นที่ท่านอยากจะไปอยู่อย่างคนต่างชาติ
43ย้ายถิ่นฐานไปอียิปต์
1 พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขาได้ส่งเยเรมียาห์มาบอกถ้อยคำของพระองค์กับประชาชนทุกคน เมื่อเยเรมียาห์ได้บอกทุกอย่างที่พระยาห์เวห์สั่งให้มาบอกกับพวกเขาเสร็จแล้ว 2 อาซาริยาห์ลูกชายของโฮชายาห์ และโยฮานันลูกชายของคาเรอาห์ และพวกประชาชนที่โอหังทุกคน พูดกับเยเรมียาห์ว่า “แกพูดโกหก พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราไม่ได้ส่งแกมาให้พูดกับเราว่า ‘อย่าไปอียิปต์เพื่อไปอยู่เหมือนคนต่างชาติที่นั่นเลย’ 3 ที่แกพูดอย่างนี้ก็เพราะบารุคลูกชายของเนริยาห์กำลังยุแหย่ให้แกต่อต้านพวกเรา เพื่อจะได้จับพวกเราส่งไปให้อยู่ในเงื้อมมือของพวกบาบิโลน เพื่อให้มันฆ่าพวกเราทิ้งและกวาดต้อนพวกเราไปที่บาบิโลน” 4 โยฮานันลูกชายของคาเรอาห์ และพวกแม่ทัพนายกองทั้งหมด และคนทั้งหมด ก็ไม่ยอมเชื่อฟังพระยาห์เวห์ ผู้ที่บอกให้พวกเขาอยู่ในแผ่นดินยูดาห์ 5 โยฮานันลูกชายของคาเรอาห์ และพวกแม่ทัพนายกองทั้งหมดก็พาคนยูดาห์ที่เหลือไปอาศัยอยู่ในอียิปต์ในฐานะคนต่างชาติ คนยูดาห์ที่เหลืออยู่นี้คือคนที่แต่ก่อนเคยถูกขับไล่ออกไป แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ในยูดาห์แล้ว 6 คนที่เดินทางไปอียิปต์ก็มีทั้งชายหญิง เด็กๆและพวกลูกสาวของกษัตริย์ อันที่จริงคนพวกนี้เป็นคนที่เนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ได้ให้เกดาลิยาห์ลูกชายของอาหิคัมเป็นผู้ดูแล อาหิคัมเป็นลูกชายของชาฟาน โยฮานันก็พาเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าและบารุคลูกชายของเนริยาห์ไปอียิปต์ด้วย 7 พวกเขาทั้งหมดก็เดินทางไปอียิปต์ เพราะพวกเขาไม่ยอมเชื่อฟังพระยาห์เวห์ แล้วพวกเขาก็เดินทางไปไกลถึงทาปานเหส
8 ที่เมืองทาปานเหสนี้เอง ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ก็มีมาถึงเยเรมียาห์ พระองค์พูดว่า 9 “เยเรมียาห์ ไปเก็บหินก้อนโตๆมาให้เต็มมือเจ้า และต่อหน้าพลเมืองยูดาห์ให้เจ้าฝังหินพวกนั้นไว้ใต้อิฐกับปูน ที่ปูอยู่บนทางเดินหน้าประตูวังฟาโรห์ที่เมืองทาปานเหส 10 แล้วให้เจ้าบอกกับคนยูดาห์ที่ดูอยู่ว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของอิสราเอลพูดว่า “เราจะเรียกเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์ของบาบิโลนผู้รับใช้ของเรามาที่นี่ เราจะวางบัลลังก์ของเขาไว้บนก้อนหินเหล่านี้ที่เราได้ฝังไว้ เขาจะกางเต็นท์อยู่เหนือหินเหล่านี้ 11 เขาจะมาโจมตีแผ่นดินอียิปต์ แล้วคนที่ถูกกำหนดให้ตายด้วยโรคระบาดก็จะต้องตายด้วยโรคระบาด คนที่ถูกกำหนดให้ถูกจับไปเป็นเชลย ก็จะต้องไปเป็นเชลย และคนที่ถูกกำหนดให้ถูกดาบฆ่าฟัน ก็จะต้องตายด้วยดาบ”’”
12 “กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ จะจุดไฟเผาวิหารของพวกเทพเจ้าอียิปต์ จะเผาและยึดพวกมันไป เขาจะเด็ดอียิปต์จนเกลี้ยงเกลาเหมือนคนเลี้ยงแกะกำจัดเหาออกจากเสื้อของตัวเอง แล้วก็จากไปอย่างปลอดภัย 13 เขาจะทำลายเสาศักดิ์สิทธิ์ในวิหารเทพพระอาทิตย์ในเมืองเบธเชมาชที่อยู่ในแผ่นดินอียิปต์ และจะเอาไฟเผาวิหารทั้งหมดของเทพเจ้าอียิปต์ให้สิ้น”
44ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ต่อคนยูดาห์ในอียิปต์
1 นี่คือถ้อยคำของพระยาห์เวห์ที่มีมาถึงเยเรมียาห์ เกี่ยวกับเรื่องของพลเมืองยูดาห์ที่อาศัยอยู่ในอียิปต์ พวกเขาอยู่ที่มิกดล ทาปานเหส เมมฟิส และทางใต้ของอียิปต์ พระองค์บอกพวกเขาว่า 2 “พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของอิสราเอลพูดว่า ‘พวกเจ้าได้เห็นเรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่เรานำไปสู่เยรูซาเล็มและเมืองทั้งหมดของยูดาห์แล้ว และตอนนี้พวกมันก็ถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่ ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย 3 นั่นเป็นเพราะความชั่วร้ายที่พวกเขาทำ พวกเขาทำให้เราโกรธด้วยการเผาเครื่องหอมบูชาให้กับเทพเจ้าอื่นๆที่บรรพบุรุษของเจ้าไม่รู้จัก 4 เราได้ส่งพวกผู้รับใช้ คือพวกผู้พูดแทนพระเจ้าของเรามาให้กับพวกเจ้า เราส่งพวกเขามาเรื่อยๆให้พวกเขามาบอกว่า “อย่าทำเรื่องน่าขยะแขยงที่เราเกลียดชังนี้” 5 แต่พวกเขาก็ไม่ฟัง และไม่สนใจที่จะหันจากเรื่องชั่วๆที่ทำกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาเผาเครื่องหอมให้กับเทพเจ้าอื่นๆ 6 เราโกรธแค้นมาก และความโกรธของเราก็ได้พลุ่งขึ้นต่อเมืองต่างๆของยูดาห์และตามท้องถนนของเมืองเยรูซาเล็ม และพวกมันได้กลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่ามาจนถึงทุกวันนี้’”
7 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของอิสราเอลพูดว่า “ทำไมเจ้าถึงทำร้ายตัวเองอย่างใหญ่หลวง ทำไมเจ้าถึงได้กำจัดพวกผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก และทารกทั้งหมดไปจากยูดาห์ไม่เหลือไว้ที่นั่นสักคน 8 ทำไมเจ้าถึงได้ยั่วโมโหเราด้วยรูปเคารพที่เจ้าทำขึ้นมากับมือ ทำไมเจ้าถึงเผาเครื่องหอมบูชาให้กับเทพเจ้าอื่นๆในแผ่นดินอียิปต์ ที่เจ้าได้มาอาศัยอยู่นี้ ในที่สุดเจ้าก็จะทำลายตัวเจ้าเอง และชื่อของเจ้าจะถูกใช้เวลาสาปแช่ง และเจ้าจะเป็นที่หัวเราะเยาะของชนชาติทั้งหลายในโลกนี้ 9 เจ้าลืมความชั่วร้ายของบรรพบุรุษเจ้า และความชั่วร้ายของกษัตริย์ต่างๆของยูดาห์แล้วหรือ เจ้าลืมความชั่วร้ายของเมียพวกเขา และความชั่วร้ายของเจ้าและของเมียเจ้าที่ทำเอาไว้ในแผ่นดินยูดาห์และตามท้องถนนของเยรูซาเล็มแล้วหรือ
10 จนถึงวันนี้พวกเขาก็ยังไม่ถ่อมตัว พวกเขาไม่เคารพยำเกรงเรา และพวกเขาก็ไม่ได้ทำตามกฎและระเบียบที่เรามอบไว้ให้กับเจ้าและบรรพบุรุษของเจ้า”
11 ดังนั้น พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของอิสราเอลจึงพูดว่า “เราตัดสินใจแล้วว่าจะลงโทษเจ้าและจะกำจัดยูดาห์ให้สิ้นซาก 12 เราจะจัดการกับคนยูดาห์ที่เหลือ ที่ตัดสินใจไปอียิปต์และไปอยู่อย่างคนต่างชาติที่นั่น พวกเขาทั้งหมดจะพบกับจุดจบที่แผ่นดินอียิปต์นั้น พวกเขาจะตายในสงคราม หรือไม่ก็อดตาย พวกเขาตั้งแต่คนที่กระจอกที่สุดไปจนถึงคนที่สำคัญที่สุดจะต้องพบกับจุดจบ พวกเขาจะต้องตายด้วยสงคราม หรือไม่ก็อดตาย แล้วผู้คนก็จะใช้ชื่อพวกเขาเวลาสาปแช่ง พวกเขาจะเป็นตัวอย่างของความพินาศย่อยยับ เป็นตัวตลก หรือเป็นเป้าให้คนเยาะเย้ย
13 เราจะลงโทษพวกนั้นที่อาศัยอยู่ในอียิปต์เหมือนกับที่เราลงโทษเยรูซาเล็ม คือด้วยคมดาบ ความอดอยาก และโรคระบาด
14 พวกยูดาห์ที่หลงเหลืออยู่ ที่กำลังจะไปอยู่ในอียิปต์อย่างคนต่างชาตินี้ จะไม่มีคนพวกนี้สักคน ที่จะหนีพ้นหรือรอดชีวิต จะไม่มีคนพวกนี้เหลือสักคนที่จะได้กลับไปยูดาห์ ถึงแม้พวกเขาอยากจะกลับไปอยู่ที่นั่นก็ตาม พวกนี้จะไม่ได้กลับไปยูดาห์หรอก จะไม่มีใครหนีรอดออกมาได้นอกจากคนไม่กี่คน”
15 แล้วพวกผู้ชายทุกคนที่รู้ว่าเมียของตัวเองเผาเครื่องหอมบูชาให้กับเทพเจ้าอื่นๆ และผู้หญิงทุกคนที่กำลังยืนอยู่ในที่ประชุมใหญ่ รวมทั้งทุกคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอียิปต์และทางใต้ของอียิปต์ พวกเขาก็ตอบโต้เยเรมียาห์ว่า
16 “สิ่งที่แกพูดต่อว่าเรา โดยอ้างว่ามาจากพระยาห์เวห์นั้น พวกเราไม่ฟังแกหรอก 17 แต่พวกเราจะทำทุกสิ่งที่เราได้บนบานไว้ เราจะเผาเครื่องบูชาถวายราชินีแห่งสวรรค์และรินเครื่องดื่มบูชาถวายให้กับนาง เราจะทำเหมือนกับที่พวกเรา ปู่ย่าตายายของเรา กษัตริย์ของพวกเรา และพวกเจ้านายของพวกเราเคยทำในเมืองต่างๆของยูดาห์และตามท้องถนนของเมืองเยรูซาเล็ม ตอนที่เราทำสิ่งต่างๆเหล่านั้น เรามีอาหารกินอย่างเหลือเฟือ มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเราไม่ใช่เรื่องเลวร้าย 18 ตั้งแต่พวกเราเลิกเผาเครื่องหอมบูชาให้กับราชินีแห่งสวรรค์และเลิกรินเครื่องดื่มให้นาง เราก็ขัดสนทุกอย่าง แถมเรายังพบกับจุดจบ ด้วยคมดาบและความอดอยากอีกด้วย”
19 ส่วนพวกผู้หญิงก็พูดว่า “ตอนที่พวกเราเผาเครื่องหอมบูชาให้กับราชินีแห่งสวรรค์และรินเครื่องดื่มถวายนางนั้น แกคิดว่าตอนที่พวกเราทำขนม หรือปั้นขนมรูปนาง หรือรินเครื่องดื่มให้นางนั้น พวกเราไปแอบทำไกลๆสามีหรือยังไง”
20 แล้วเยเรมียาห์ก็ตอบกับพวกผู้ชาย ผู้หญิง และทุกคนที่เถียงกับเขาว่า 21 “พระยาห์เวห์จดจำได้ที่พวกท่านนำเครื่องเผาบูชามาถวายพระอื่นๆในเมืองต่างๆของยูดาห์และตามท้องถนนของเมืองเยรูซาเล็ม พระองค์จำได้ที่พวกท่าน ปู่ย่าตายายของท่าน กษัตริย์และเจ้านายของท่าน รวมทั้งทุกคนในแผ่นดินนี้ ได้ทำอย่างนั้น และมันก็ยังอยู่ในใจของพระองค์
22 แต่พระยาห์เวห์ทนไม่ไหวแล้วกับการกระทำที่ชั่วช้าต่างๆของท่าน และสิ่งต่างๆที่น่าขยะแขยงที่พวกท่านได้ทำลงไป ดังนั้นแผ่นดินของพวกท่านถึงได้ถูกผู้คนหัวเราะเยาะ ถูกทำลาย และกลายเป็นร้าง อย่างที่มันเป็นอยู่ในทุกวันนี้ 23 ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะท่านได้เผาเครื่องหอมให้กับเทพเจ้าอื่นๆและได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์ และไม่เชื่อฟังพระองค์ ไม่ทำตามกฎ ระเบียบ และไม่ใช้ชีวิตตามพวกกฎเกณฑ์ของพระองค์ ดังนั้นท่านถึงได้พบกับความหายนะเหมือนในวันนี้”
24 แล้วเยเรมียาห์ก็พูดกับทุกคนและกับผู้หญิงทั้งหมดว่า “พวกท่านชาวยูดาห์ทุกคน ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ ฟังคำของพระยาห์เวห์ให้ดี 25 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของอิสราเอลพูดว่า ‘พวกเจ้าและเมียของเจ้า ได้ทำตามคำพูดของตัวเองที่ว่า “พวกเราจะทำตามคำสาบานที่พวกเราให้ไว้ว่า ‘พวกเราจะเผาเครื่องหอมถวายให้กับราชินีแห่งสวรรค์และรินเครื่องดื่มบูชาให้กับนาง’ พวกเราจะทำตามที่เราได้บนบานไว้อย่างแน่นอน”’”
พระยาห์เวห์พูดว่า “ทำไปเลย ทำตามที่เจ้าได้บนบานไว้”
26 เมื่อเจ้าเอาอย่างนี้ พวกเจ้าชาวยูดาห์ทุกคนที่อยู่ในแผ่นดินอียิปต์ ฟังคำพูดของพระยาห์เวห์ให้ดี พระองค์พูดว่า “เราได้สาบานกับชื่ออันยิ่งใหญ่ของเราว่า ‘ขออย่าให้มีชาวยูดาห์คนไหนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ อ้างชื่อของเราในคำสาบานของพวกเขาอีกเลย’ 27 เราจะคอยจับตาดูพวกเขา เพื่อเราจะได้ทำให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับพวกเขา ไม่ใช่ความสุขความเจริญ และคนยูดาห์ทุกคนที่อยู่ในแผ่นดินอียิปต์จะต้องตายด้วยคมดาบ หรือไม่ก็อดตาย จนกว่าพวกมันจะหมดสิ้นไป 28 จะมีแค่ไม่กี่คนในพวกเขาที่เล็ดรอดคมดาบออกมาได้ แล้วพวกนี้ก็จะไปจากแผ่นดินอียิปต์กลับไปยังแผ่นดินยูดาห์ แล้วคนยูดาห์ที่รอดชีวิต ที่ได้มาอยู่ในแผ่นดินอียิปต์อย่างคนต่างชาตินั้น ก็จะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่ถูกต้อง พวกเขาหรือยาห์เวห์” 29 พระยาห์เวห์พูดว่า “เมื่อเราลงโทษพวกเจ้าที่นี่ นั่นจะเป็นข้อพิสูจน์สำหรับพวกเจ้า พวกเจ้าจะได้รู้ว่าเมื่อเราบอกว่าเราจะให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับเจ้า มันจะเกิดแน่”
30 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะยกฟาโรห์โฮฟรา กษัตริย์ของอียิปต์ ให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูเขา และตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคนที่อยากฆ่าเขา เหมือนกับที่เรายกเศเดคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของเนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์ของบาบิโลน และตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคนที่อยากฆ่าเขา”
45สิ่งที่เยเรมียาห์บอกบารุค
1 ในปีที่สี่ที่เยโฮยาคิมลูกของกษัตริย์โยสิยาห์เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ เยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า ได้บอกถ้อยคำนี้กับบารุคลูกชายของเนริยาห์ บารุคก็ได้เขียนถ้อยคำเหล่านั้นลงบนหนังสือม้วนตามคำบอกของเยเรมียาห์ เยเรมียาห์บอกกับบารุคว่า 2 “บารุค พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล ได้พูดถึงท่านว่าอย่างนี้ 3 ‘บารุค เจ้าเคยพูดว่า “ผมเป็นทุกข์ เพราะพระยาห์เวห์เพิ่มความเศร้าโศกให้กับผม ทั้งๆที่ผมมีความเจ็บปวดอยู่แล้ว ผมเหน็ดเหนื่อยกับการร้องคร่ำครวญ และผมหาความสงบสุขไม่ได้เลย”’” 4 “เยเรมียาห์ เจ้าต้องบอกกับบารุคว่า ‘พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้ “สิ่งที่เราได้สร้างไว้ เราจะพังทลายลง และสิ่งที่เราได้ปลูกไว้ เราจะถอนมันขึ้นมา ซึ่งก็คือแผ่นดินทั้งหมด 5 เจ้ากะว่าตัวเองจะรุ่งเรืองหรือ ไม่ต้องไปคาดหวังเลย เพราะเราจะนำความหายนะมาสู่สิ่งมีชีวิตทั้งหมด ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ไหน เราจะไว้ชีวิตเจ้าเหมือนของที่ยึดมาได้จากสงคราม”’” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
46สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ
1 นี่คือถ้อยคำต่างๆที่พระยาห์เวห์พูดกับเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ
สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับอียิปต์
2 เกี่ยวกับอียิปต์ คือเรื่องกองทัพของฟาโรห์เนโคกษัตริย์ของอียิปต์ กองทัพนั้นเคยอยู่ตามฝั่งแม่น้ำยูเฟรติสในเมืองคารเคมิช กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน เอาชนะกองทัพนั้นในปีที่สี่ที่เยโฮยาคิมลูกของโยสิยาห์เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ พระองค์พูดว่า
3 “เตรียมเกราะป้องกันใหญ่น้อยของเจ้าไว้ให้พร้อม
เตรียมตัวรบ
4 รัดบังเหียนม้าไว้
แล้วให้คนขึ้นขี่เสีย
สวมหมวกเหล็กเข้าประจำการ
ขัดหอกให้เงา
และใส่ชุดเกราะเสียด้วย
5 ทำไมเราถึงเห็นสิ่งเหล่านี้
คนอกสั่นขวัญแขวน
พวกเขาหันหลังวิ่งหนี
นักรบผู้เก่งกล้าของพวกเขาถูกบดขยี้
พวกเขาก็เลยวิ่งอ้าว
พวกเขาไม่หันกลับมา
รอบๆมีแต่ความน่าหวาดผวา”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
6 คนที่ว่องไวจะไม่สามารถวิ่งหนีได้
และนักรบจะไม่สามารถหลบหนี
พวกเขาจะสะดุดและล้มลง
ที่ทางเหนือริมแม่น้ำยูเฟรติส
7 ใครกันนะที่ถาโถมขึ้นมาเหมือนแม่น้ำไนล์
และที่น้ำของเขาไหลเชี่ยวกรากเหมือนแม่น้ำ
8 อียิปต์นั่นเองที่ถาโถมมาเหมือนแม่น้ำไนล์
และน้ำของเขาไหลเชี่ยวกรากเหมือนแม่น้ำไนล์
อียิปต์พูดว่าเราจะบุกขึ้นไป เราจะครอบครองโลกนี้
เราจะทำลายเมืองต่างๆและชาวเมืองทั้งหลาย
9 ขึ้นม้าสิ
แล้วทำให้รถม้าศึกดังกระหึ่ม
ให้นักรบที่กล้าหาญออกไปสิ
ให้ชาวเอธิโอเปียและชาวพุทที่กวัดแกว่งโล่เก่งๆ
และชาวลูดที่เก่งธนูลุยเข้าไป
10 วันนั้นจะเป็นวันแก้แค้นของพระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิตผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
เป็นวันที่พระองค์เองจะแก้แค้นศัตรูของพระองค์
ดาบจะกินจนอิ่ม
และมันจะดับกระหายด้วยเลือดของพวกเขา
เพราะมีการเซ่นไหว้ให้กับพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นในแผ่นดินทางเหนือริมแม่น้ำยูเฟรติส
11 อียิปต์ลูกสาวเอ๋ย
ขึ้นไปเอายาทาที่กิเลอาด
ยามากมายที่เจ้าทำขึ้นมานั้นมันไม่มีประโยชน์
เพราะพวกมันไม่สามารถรักษาเจ้าได้
12 ชนชาติต่างๆได้ยินเรื่องอัปยศ เสื่อมเสียของเจ้า
และเสียงร้องด้วยความทุกข์ทรมานของเจ้าก็ดังไปทั่วโลก
เพราะนักรบคนหนึ่งไปสะดุดอีกคนหนึ่ง
แล้วล้มลงทั้งคู่
13 นี่คือถ้อยคำที่พระยาห์เวห์พูดกับเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า ขณะที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนกำลังบุกมาโจมตีอียิปต์ว่า
14 “ไปประกาศในอียิปต์ ไปป่าวร้องในมิกดล
และป่าวร้องในเมมฟิสกับทาปานเหสว่า
เข้าประจำการและเตรียมตัวให้พร้อม
เพราะว่าดาบกำลังเขมือบกินคนที่อยู่รอบๆเจ้า
15 ทำไมวัวที่เจ้าบูชา โดนเหวี่ยงทิ้งเสียล่ะ
มันยืนหยัดไม่ไหว
เพราะพระยาห์เวห์ได้ผลักมันล้มคว่ำไปนะสิ
16 มันทำให้คนมากมายสะดุด ล้มคะมำ พวกเขาล้มทับกันเองด้วย
พวกเขาพูดว่า ‘ลุกสิ
ให้พวกเรากลับไปหาคนของเราและกลับไปยังแผ่นดินเกิดของเรา
ไปให้ไกลจากดาบของผู้ที่โจมตีเรา
17 ให้เรียกชื่อฟาโรห์กษัตริย์ของอียิปต์ว่า
“ขี้โม้ ที่พลาดโอกาส”’”
18 กษัตริย์ผู้มีชื่อว่า พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
พูดว่า “เรามีชีวิตอยู่แน่ขนาดไหน
ผู้กดขี่ที่ยิ่งใหญ่ จะมาแน่ขนาดนั้น เขาจะเหมือนภูเขาทาโบร์ที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางภูเขาอื่นๆ
และเหมือนภูเขาคารเมลที่ยิ่งใหญ่อยู่ริมทะเล
19 อียิปต์ลูกสาวเอ๋ย เก็บข้าวของของเจ้าแล้วอพยพไปเสีย
เพราะเมมฟิสจะกลายเป็นเมืองร้าง
เป็นที่ปรักหักพัง
และไม่มีคนอาศัยอยู่
20 อียิปต์เป็นวัวสาวแสนสวย
ตัวเหลือบจากทางเหนือบินมากัดเธอ
21 แม้แต่พวกที่เธอจ้างไว้ให้ช่วยที่เป็นเหมือนวัวสาวตัวอ้วนพี
แต่พวกเขาก็วิ่งหนีไปเหมือนกัน
พวกเขาก็ไม่ได้ยืนหยัดอยู่ร่วมกัน
เพราะวันแห่งความหายนะได้มาถึงพวกเขาแล้ว
เวลาที่พวกเขาจะต้องถูกลงโทษได้มาถึงพวกเขาแล้ว
22 เธอทำเสียงเหมือนงูที่เลื้อยหนีไป
เพราะศัตรูของเธอบุกมาด้วยพละกำลัง
พวกเขาถือขวานมาหาเธอเหมือนคนตัดฟืน
23 พระยาห์เวห์พูดว่า ถึงป่าของเธอจะยิ่งใหญ่เกินกว่าจะวัดได้
แต่พวกนั้นจะโค่นมันลง
เพราะพวกเขามีมากยิ่งกว่าตั๊กแตน
จะนับก็นับไม่ถ้วน
24 อียิปต์ผู้เป็นลูกสาวจะต้องอับอายขายหน้า
เธอถูกยกให้กับคนทางเหนือ”
25 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า “เราจะลงโทษพระอาโมนแห่งเธเบส เราจะลงโทษฟาโรห์ อียิปต์ พวกเทพเจ้าของเธอ และพวกกษัตริย์ของเธอด้วย เราจะลงโทษทั้งฟาโรห์และคนที่พึ่งฟาโรห์
26 แล้วเราจะส่งพวกเขาให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคนที่อยากฆ่าพวกเขา และไปอยู่ในเงื้อมมือของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนและคนรับใช้ของเขา แต่หลังจากนั้น จะมีผู้คนมาอาศัยอยู่ในเธออีกเหมือนในอดีต” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับอิสราเอล
27 “อิสราเอลเอ๋ย อย่าท้อใจไปเลย
ยาโคบผู้รับใช้ของเรา ไม่ต้องกลัว
เพราะเราจะนำเจ้าออกมาจากประเทศที่ห่างไกล
และช่วยลูกหลานของเจ้าออกมาจากดินแดนที่พวกเขาถูกจับไป
ยาโคบจะกลับมาอยู่อย่างสงบสุข
ไม่มีใครรังควาน ไม่มีใครทำให้เขากลัวได้”
28 พระยาห์เวห์พูดว่า “ยาโคบผู้รับใช้ของเราเอ๋ย ไม่ต้องกลัว
เพราะว่าเราอยู่กับเจ้า
เราจะทำให้ทุกประเทศที่เราได้ไล่เจ้าไปอยู่ต้องพบกับจุดจบ
แต่เราจะไม่ทำให้เจ้าถึงจุดจบ
แต่เราจะลงโทษเจ้าตามที่เจ้าสมควรจะได้รับ
เราจะไม่ปล่อยให้เจ้าพ้นผิดไปได้”
47สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับคนฟีลิสเตีย
1 นี่คือถ้อยคำของพระยาห์เวห์ที่มีมาถึงเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า เกี่ยวกับชาวฟีลิสเตีย ก่อนที่ฟาโรห์จะโจมตีเมืองกาซา
2 พระยาห์เวห์พูดว่า
“น้ำกำลังหลากมาจากทางเหนือ
และมันจะกลายเป็นน้ำหลากในธารน้ำแห้งขอด
ซึ่งจะท่วมแผ่นดินและคนที่อาศัยอยู่
น้ำจะท่วมเมืองและคนที่อาศัยอยู่ในเมือง
ผู้คนจะร้องทุกข์
และทุกคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินจะร้องโหยหวน
3 เมื่อพวกพ่อได้ยินเสียงย่ำพื้นของม้าศึก
เสียงรถรบดังกระทบกัน
และล้อรถดังสนั่นหวั่นไหว
พวกเขาจะไม่หันกลับมาช่วยลูกๆ
เพราะพวกเขาสิ้นหวังเสียแล้ว
4 เรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อวันนั้นมาถึง วันที่ชาวฟีลิสเตียทั้งหมดจะถูกทำลาย
และพันธมิตรชุดสุดท้ายของไทระและไซดอนจะถูกกำจัดไป
เพราะพระยาห์เวห์จะทำลายชาวฟีลิสเตีย
ซึ่งเป็นชาวเกาะคัฟโทร์ที่เหลือ
5 ชาวกาซาโกนหัวแล้ว
ชาวอัชเคโลนก็ถูกทำลายแล้ว
ชาวอานาคที่เหลือเอ๋ย+ 47:5 ชาวอานาคที่เหลือเอ๋ย ประโยคนี้มาจากแปลกรีกโบราณ แต่ฮีบรูฉบับที่นิยมใช้กัน เขียนว่า “คนในหุบเขาที่หลงเหลืออยู่”
เจ้าจะเชือดเฉือนตัวเองไปอีกนานแค่ไหน
6 ดาบของพระยาห์เวห์เอ๋ย
เธอจะฟาดฟันไปอีกนานแค่ไหนก่อนที่เธอจะหยุดพัก
สอดตัวเจ้าเองลงในฝักเถอะ
หยุดพักอยู่เฉยๆบ้างเถอะ
7 แต่มันจะอยู่เฉยๆได้ยังไง
พระยาห์เวห์สั่งให้มันโจมตี
พระองค์กำหนดให้มันแทงอัชเคโลนและชายฝั่งทะเลเสีย”
48สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับโมอับ
1 เกี่ยวกับโมอับนั้น พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าแห่งอิสราเอล พูดว่า
“เราเสียใจกับเนโบ
เพราะเธอถูกทำลายย่อยยับ
คิริยาธาอิมต้องอับอายขายหน้าและถูกยึด
ป้อมปราการที่แข็งแกร่งก็ต้องอับอาย
2 ชื่อเสียงของโมอับสูญสิ้นแล้ว
ในเฮชโบน ประชาชนได้วางแผนทำร้ายมัน
โดยพูดว่า มาเถอะ มาทำลายชนชาตินี้กัน
เมืองมัดเมนเอ๋ย เจ้าจะต้องถูกทำให้เงียบ
สงครามไล่ตามเจ้ามา
3 มีเสียงร้องให้ช่วยดังมาจากโฮโรนาอิม
เกิดการทำลายล้างและความหายนะครั้งใหญ่ขึ้น
4 โมอับถูกตีแตกแล้ว
ลูกเล็กๆของเธอร้องไห้กันใหญ่
5 คนโมอับเดินร้องไห้สะอึกสะอื้น
ในระหว่างทางที่เดินขึ้นไปลูฮีท
ส่วนตอนที่เดินลงมาที่เมืองโฮโรนาอิม
คนโมอับก็ได้ยินเสียงร้องระทมทุกข์
6 หนีไปซะ เอาชีวิตเจ้าให้รอด
ถึงจะต้องอยู่โดดเดี่ยวเหมือนพุ่มไม้ในทะเลทราย
7 เพราะเจ้าไว้วางใจในผลงานและในทรัพย์สมบัติของเจ้า
ดังนั้นเจ้าก็จะโดนจับ
ส่วนเทพเจ้าเคโมชก็จะถูกเนรเทศไป
พร้อมกับพวกนักบวชและพวกเจ้าหน้าที่ของมัน
8 นักทำลายก็จะเข้ามาในทุกเมือง
และจะไม่มีเมืองไหนเหลือรอด
เขตแดนต่างๆตามหุบเขาจะพินาศ
และที่ราบจะถูกทำลาย
เหมือนกับที่พระยาห์เวห์ได้บอกไว้แล้ว
9 เอาเกลือโรยบนโมอับ
เพราะว่าโมอับจะถูกทำลายอย่างป่นปี้แน่ๆ
และเมืองต่างๆของมันจะกลายเป็นที่รกร้าง
ไม่มีใครอาศัยอยู่
10 ความหายนะจะเกิดกับคนที่ไม่เต็มใจทำงานที่พระยาห์เวห์สั่ง
ความหายนะจะเกิดกับคนที่ยั้งดาบไม่ยอมฆ่าคน
11 โมอับอยู่อย่างสบายๆมาตั้งแต่เด็ก
เหมือนเหล้าองุ่นเก่าที่ปล่อยให้ตกตะกอน
ไม่เคยเทจากขวดหนึ่งไปอีกขวดหนึ่ง
เขาไม่เคยถูกเนรเทศ
ดังนั้นรสชาติของเขายังคงเดิม
และกลิ่นของเขาก็ไม่เปลี่ยน”
12 พระยาห์เวห์พูดว่า “ดังนั้น วันนั้นใกล้มาถึงแล้วที่เราจะส่งคนมาเทขวดพวกนั้น
พวกเขาจะเทเจ้าและขวดของเจ้า
พวกเขาจะเทจนหมดขวด
และทุบขวดเหล่านั้นให้แตกละเอียด”
13 แล้วโมอับก็จะต้องอับอายขายหน้าเพราะเทพเจ้าเคโมช เหมือนกับที่คนอิสราเอลอับอายขายหน้าที่ได้ไว้วางใจเมืองเบธเอล+ 48:13 เมืองเบธเอล กษัตริย์เยโรโบอัมที่หนึ่งได้สร้างศาลสำหรับบูชาลูกวัวทองคำไว้ที่เมืองนี้
14 “เจ้าพูดได้อย่างไรว่า ‘พวกเราเป็นนักรบ
เป็นนักรบที่กล้าหาญ’
15 นักทำลายได้เข้าโจมตีโมอับและเมืองต่างๆของมันแล้ว
ชายฉกรรจ์ที่ดีที่สุดของมันก็ถูกฆ่าตาย”
กษัตริย์พูดว่าอย่างนั้น
และชื่อของพระองค์คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
16 “หายนะของโมอับกำลังจะมาถึงแล้ว
และความเลวร้าย ก็เข้ามาอย่างเร่งด่วน
17 ร้องไห้โศกเศร้าให้กับเขาสิ
พวกเจ้าที่อยู่รอบๆเขา
พวกเจ้าที่รู้จักชื่อของเขา พูดสิว่า
‘คทาที่แข็งแกร่งแตกละเอียดอย่างนี้ได้ยังไง
คทาที่มีเกียรติขนาดนี้แตกอย่างนี้ได้ยังไงกัน’
18 ชาวเมืองดีโบนเอ๋ย
ลงมาจากที่สูงอันทรงเกียรติของเจ้าเถอะ
แล้วก็มานั่งกับพวกคนหิวกระหายบนพื้นดินนี้
เพราะผู้ที่ทำลายโมอับบุกมาตีเจ้าแล้ว
ป้อมปราการอันแข็งแกร่งของเจ้าถูกทลายลงแล้ว
19 ชาวเมืองอาโรเออร์เอ๋ย
ให้ยืนอยู่ข้างถนนแล้วคอยดู
ให้ถามผู้ชายที่กำลังวิ่งหนี
และผู้หญิงที่กำลังหลบหนีว่าเกิดอะไรขึ้น
20 โมอับได้รับความอับอายขายหน้าเพราะว่ามันถูกทำลายแล้ว
ร้องไห้สะอึกสะอื้นสิ
ป่าวร้องไปตามแม่น้ำอารโนนสิว่า
โมอับถูกทำลายแล้ว
21 การพิพากษาได้มาถึงที่ราบโมอับ
โฮโลน ยาซาห์ และเมฟาอัทแล้ว
22 มันได้มาถึงดีโบน
เนโบ เบธดิบลาอิม
23 คิริยาธาอีม เบธกามุล เบธเมโอน
24 เคริโอท โบสราห์ และเมืองทั้งหมดในแผ่นดินโมอับ
ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล
25 เขาของโมอับถูกตัดเสียแล้ว
แขนของเขาก็หัก”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
26 มอมโมอับให้เมาสิ
เพราะเขาคุยโวใหญ่โตทับถมพระยาห์เวห์
โมอับจะเกลือกกลิ้งอยู่ในอ้วกของตัวเอง
และโมอับก็จะกลายเป็นที่น่าขัน
27 โมอับ เจ้าคิดว่าอิสราเอลน่าขันใช่ไหมล่ะ
ถึงแม้ว่าอิสราเอลไม่เคยร่วมกับพวกขโมย
แต่เจ้าก็ยังพูดต่อว่าพวกเขา
และส่ายหัวไปมา
28 ชาวเมืองโมอับ ทิ้งเมืองต่างๆไปซะ
ไปอยู่ตามซอกหินเถอะ
เป็นเหมือนนกเขาที่ทำรังอยู่ตามซอกเหวลึก
29 พวกเราได้ยินเรื่องความเย่อหยิ่ง
ถือตัวอย่างมากของโมอับแล้ว
จองหอง อวดดี
ทะนงตัวและยโสโอหัง
30 พระยาห์เวห์พูดว่า
“เรารู้ถึงความหยิ่งยโสของโมอับ
ถึงแม้เขาจะอวดอ้างไปวันๆ
แต่เราบอกได้เลยว่าเขาจะไม่มีวันทำได้อย่างที่อวดอ้าง”
31 ดังนั้น เราจะร้องคร่ำครวญให้กับโมอับ
เราจะร้องไห้อย่างทุกข์ทรมานให้โมอับ
เราจะร้องคร่ำครวญให้กับชาวเมืองคีร์เฮเรส
32 เพราะยาเซอร์ร้องไห้ เราจึงจะร้องไห้ให้กับเจ้า
เถาองุ่นแห่งสิมาห์
กิ่งก้านของเจ้างอกออกไปถึงทะเล
พวกมันไปไกลถึงทะเลยาเซอร์ทีเดียว
แต่ผู้ทำลายได้มาเอาผลไม้และผลองุ่นของเจ้าหมดแล้ว
33 ความยินดีถูกกวาดทิ้งไปหมดแล้วจากสวนผลไม้ในแผ่นดินโมอับ
เราทำให้เหล้าองุ่นหยุดไหลออกมาจากบ่อย่ำองุ่น
ไม่มีเสียงโห่ร้องของคนย่ำองุ่นอีกแล้ว
เสียงโห่ร้องไม่ใช่โห่ร้องด้วยความชื่นชมยินดีอีกแล้ว
34 ผู้คนร้องไห้ด้วยความทุกข์ทรมานตั้งแต่เมืองเฮชโบน เรื่อยไปจนถึงเมืองเอเลอาเลห์ ถึงเมืองยาฮาส เขาร้องจากโศอาร์ ถึงโฮโรนาอิม และเอกลัท-เชลีชิยาห์ เพราะแม้แต่แหล่งน้ำในนิมริมก็ยังถูกทำลาย 35 พระยาห์เวห์พูดว่า “แล้วเราจะนำจุดจบมาถึงโมอับที่มีการเผาเครื่องบูชาในที่สูง และเผาเครื่องหอมให้กับเทพเจ้าต่างๆของเขา 36 ดังนั้น ใจของเราร้องคร่ำครวญอย่างโศกเศร้าให้โมอับเหมือนกับเสียงขลุ่ยงานศพ ใจของเราร้องคร่ำครวญอย่างโศกเศร้าให้กับคนเมืองคีร์เฮเรสเหมือนกับเสียงขลุ่ยในงานศพ เพราะความมั่งคั่งของโมอับสูญสิ้นไปแล้ว 37 นั่นก็เพราะทุกหัวถูกโกน ทุกเคราถูกตัดออก ทุกๆแขนเต็มไปด้วยบาดแผล และทุกคนก็สวมผ้ากระสอบรอบเอว 38 บนดาดฟ้าของทุกบ้านในโมอับ และตามพวกลานเมือง มีแต่การร้องไห้ไว้ทุกข์ เพราะเราทำลายโมอับแล้ว เหมือนไหที่ไม่มีใครอยากได้” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น 39 “โมอับถูกทำลายอะไรอย่างนั้น ร้องไห้คร่ำครวญเถอะ โมอับหันหลังให้เราด้วยความอับอาย โมอับกลายเป็นเรื่องน่าตลกขบขัน และเรื่องที่น่าท้อใจสำหรับเมืองที่อยู่แถวๆนั้น”
40 พระยาห์เวห์พูดว่า
“ดูสิ ผู้ทำลายร่อนลงมาเหมือนนกอินทรี
มันกางปีกบินเหนือโมอับ
41 เมืองคีริโอทถูกยึดครองและป้อมปราการต่างๆของมันก็โดนยึด
และในวันนั้น หัวใจของนักรบชาวโมอับจะเหมือนหัวใจของหญิงที่กำลังคลอดลูก
42 ชาวโมอับจะถูกทำลายไม่เป็นชนชาติอีกต่อไป
เพราะเขาได้คุยโวเบ่งทับพระยาห์เวห์
43 ความกลัว หลุมและบ่วงแร้วอยู่ต่อหน้าชาวโมอับ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
44 “คนที่วิ่งหนีไปจากความกลัวจะต้องหล่นลงไปในหลุม
และคนที่ขึ้นจากหลุมก็จะถูกบ่วงแร้วครอบเอา
เพราะเราจะทำให้สิ่งนี้เกิดกับโมอับในปีที่พวกเขาถูกลงโทษ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
45 “ในเงาของเฮชโบน
ก็มีคนพวกนั้นที่ได้วิ่งหนีหมดเรี่ยวแรงมาอยู่
เพราะมีไฟพุ่งมาจากเฮชโบน
และเปลวไฟได้พุ่งออกมาจากวังของสิโหน
มันจะเผาผลาญหน้าผากของโมอับ
และหัวของคนเหล่านั้นที่กำลังอึกทึกครึกโครม
46 ความหายนะจะเกิดกับเจ้า โมอับ
คนของเทพเจ้าเคโมช กำลังพินาศ
เพราะพวกลูกชายของเจ้ากำลังถูกจับไป
และพวกลูกสาวของเจ้ากำลังถูกจับเป็นเชลย
47 แต่ต่อไปเราจะคืนสิ่งที่ถูกเอาไปจากโมอับ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
การพิพากษาโมอับก็ได้จบลง
49สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับอัมโมน
1 เกี่ยวกับคนอัมโมน พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
“คนอัมโมน เจ้าคิดว่าคนอิสราเอลไม่มีลูกชายหรือ
เจ้าคิดว่าเขาไม่มีผู้รับมรดกหรือ
ถ้าอย่างนั้นทำไมเทพเจ้าโมเลคถึงอ้างว่าเป็นเจ้าของกาด+ 49:1 กาด เป็นเผ่าหนึ่งในสิบสองเผ่าของอิสราเอล แผ่นดินของพวกเขาอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดนใกล้ประเทศอัมโมน ล่ะ
และทำไมคนของเขาถึงได้อาศัยอยู่ในเมืองต่างๆของมันล่ะ”
2 พระยาห์เวห์พูดว่า
“วันเหล่านั้นใกล้จะมาถึงแล้ว
คือวันที่เราจะทำให้เสียงแตรรบดังกึกก้อง
เพื่อทำศึกกับรับบาห์เมืองหลวงของอัมโมน
มันจะกลายเป็นกองซากปรักหักพัง
และหมู่บ้านรอบๆมันจะถูกเผา
จากนั้นอิสราเอลก็จะครอบครองเขตแดนนั้น”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
3 เฮชโบน ร้องไห้สิ เพราะเมืองอัยถูกทำลายแล้ว
ลูกสาวทั้งหลายของรับบาห์ ร้องขอความช่วยเหลือสิ
สวมใส่เสื้อผ้ากระสอบซะ
ร้องไห้ และเร่ร่อนไปอย่างไม่มีจุดหมายในคอกแกะนั้น
เพราะพระโมเลคจะถูกเนรเทศไป
พร้อมกับพวกนักบวชและพวกเจ้าหน้าที่ของมัน
4 ทำไมเธอถึงได้อวดถึงความแข็งแกร่ง
ความแข็งแกร่งของเธอกำลังเสื่อมถอยไป
ลูกสาวที่ทรยศเอ๋ย เจ้าไว้วางใจในความร่ำรวยของเจ้า
เจ้าพูดว่า “ใครจะมาโจมตีฉันล่ะ”
5 พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พูดว่า
“เรานี่แหละจะนำความหวาดกลัวมาให้เจ้าจากคนเหล่านั้นที่อยู่รอบๆเจ้า
พวกเจ้าทุกคนจะโดนขับไล่ออกไป
และจะไม่มีการรวบรวมคนที่ระหกระเหินเข้าด้วยกัน
6 แล้วหลังจากนั้น เราจะคืนสิ่งที่คนอัมโมนถูกยึดไปกลับมาให้พวกเขา” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับเอโดม
7 เกี่ยวกับเอโดม พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
“ไม่มีความเฉลียวฉลาดหลงเหลืออยู่ในเทมานแล้วหรือ
คนฉลาด ไม่มีปัญญาให้คำปรึกษาแล้วหรือ
พวกเขาสูญเสียสติปัญญาไปหมดแล้วหรือ
8 คนที่อยู่ในเดดาน หนีไปซะ
หันหลังกลับไปอยู่ให้ห่างไกล
เพราะเราจะนำหายนะมาสู่เอซาว
ตอนที่เราลงโทษเขา
9 ถ้าคนเก็บองุ่นมาหาเจ้า
พวกเขาจะไม่เหลือองุ่นไว้บ้างเลยหรือ
ถ้าขโมยมาตอนกลางคืน
พวกมันก็จะเอาเฉพาะสิ่งที่พวกมันอยากได้
10 เนื่องจากเราได้เปลื้องผ้าของเอซาว
และเปิดเผยที่ซ่อนของเขา
เขาก็เลยไม่สามารถซ่อนตัวได้อีกแล้ว
ลูกหลาน ครอบครัว และเพื่อนฝูงของเขาก็จะถูกทำลายไป
ส่วนเขาก็จะไม่มีตัวตนอีกต่อไป
11 ทอดทิ้งเด็กกำพร้าของเจ้าซะ
แล้วเราจะไว้ชีวิตพวกเขา
ทอดทิ้งพวกแม่ม่ายของเจ้าซะ
พวกเขาถึงจะได้ไว้วางใจในเรา”
12 เพราะพระยาห์เวห์พูดว่า “บางคนดื่มถ้วยแห่งความโกรธของพระเจ้า ทั้งๆที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าบาป แต่เอโดม เจ้าดูเหมือนไร้เดียงสาแต่เจ้าไม่ไร้เดียงสา อย่างนั้นเจ้าก็เลยจะต้องดื่มจากถ้วยนั้นอย่างแน่นอน” 13 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราได้สาบานไว้กับตัวเองว่า เจ้าจะพินาศย่อยยับ กลายเป็นสิ่งที่คนหัวเราะเยาะ เป็นแผ่นดินที่ไม่มีประโยชน์ เป็นคำสาปแช่ง โบสราห์และเมืองต่างๆของมันจะกลายเป็นดินแดนที่ไม่มีประโยชน์ตลอดไป”
14 ผมได้ยินข่าวจากพระยาห์เวห์
และผู้ส่งข่าวก็ถูกส่งไปตามชาติต่างๆ
พระองค์พูดว่า “ให้พวกเจ้ารวมตัวกันโจมตีเอโดม
และลุกขึ้นมาทำสงคราม
15 เอโดม เราจะทำให้เจ้าเป็นชนชาติเล็กๆในบรรดาชาติต่างๆ
ผู้คนจะดูถูกเจ้าไปทั่ว
16 เอโดม เจ้าทำให้คนอื่นเกรงกลัว
เจ้าเลยหลงตัวเองนึกว่าแน่ เจ้ามันหยิ่งทะนง
เจ้าอาศัยอยู่ตามซอกหินผา
เจ้าครอบครองเนินเขาสูง
ถึงเจ้าจะสร้างรังไว้สูงเหมือนนกอินทรี
เราก็จะเอาเจ้าลงมาจากที่นั่น”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
17 “เอโดมจะกลายเป็นที่รกร้างน่ากลัว
ทุกคนที่ผ่านมาจะตกตะลึง
และทุกคนก็จะเย้ยหยันบาดแผลฟกช้ำของมัน
18 เหมือนกับที่ชาวเมืองโสโดม โกโมราห์และเมืองแถวๆนั้นถูกตีแตก
ก็เลยไม่มีใครอยู่ที่นั่นและไม่มีมนุษย์ที่ไหนจะไปที่นั่น”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
19 เหมือนสิงโตที่ออกมาจากป่าของแม่น้ำจอร์แดน และเข้าไปที่ทุ่งหญ้าที่เขียวเสมอ อยู่ๆเราก็จะขับไล่ชาวเอโดมไปจากประเทศของมัน เราอยากแต่งตั้งใคร เราก็จะแต่งตั้งคนนั้นให้ครอบครองมัน เพราะจะมีใครเหมือนเราบ้าง ใครจะแต่งตั้งเราหรือ จะมีผู้เลี้ยงแกะ+ 49:19 ผู้เลี้ยงแกะ ในสมัยนั้นจะเปรียบเทียบกษัตริย์เหมือนผู้เลี้ยงแกะ คนไหนกล้ามายืนขวางหน้าเราหรือ
20 ดังนั้น ให้ฟังแผนการที่พระยาห์เวห์ได้วางไว้ต่อต้านเอโดม
และแผนต่างๆที่พระองค์วางไว้เพื่อทำลายคนที่อยู่ในเทมาน
แน่นอน พวกฝูงสัตว์หนุ่มสาวจะถูกลากออกไป
แน่นอน คอกแกะของพวกมันจะว่างเปล่า
21 เสียงล่มสลายของเอโดม ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน
เสียงร้องของพวกเขาจะได้ยินไปไกลถึงทะเลแดง
22 ดูสิ พระองค์จะบินขึ้น และโฉบลงมาอย่างนกอินทรี
และกางปีกเหนือโบสราห์
ในวันนั้นหัวใจของนักรบเอโดมจะเป็นเหมือนหัวใจของหญิงที่กำลังเจ็บท้องคลอดลูก
สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับดามัสกัส
23 เกี่ยวกับเมืองดามัสกัส
“เมืองฮามัทและเมืองอารปัดต้องอับอายขายหน้า
เพราะเมืองทั้งสองได้ยินข่าวร้าย
ทั้งสองกลัวจนตัวอ่อนปวกเปียก
เหมือนทะเลอันปั่นป่วนที่ไม่สามารถทำให้สงบได้
24 เมืองดามัสกัสนั้นอ่อนแอ
เธอหันหลังวิ่งหนีไปแล้ว
เธอกลัวจนตัวสั่น
ความทุกข์ระทมและความเจ็บปวด
ตกลงบนเธอเหมือนหญิงที่กำลังคลอดลูก
25 เมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังนี้
ถูกทอดทิ้งอย่างสิ้นเชิง
26 แน่นอน คนที่เก่งกาจของเธอจะล้มตายในลานกลางเมือง
และพวกทหารของเธอทุกคนจะพินาศ”
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดอย่างนั้น
27 “เราจะจุดไฟเผากำแพงเมืองดามัสกัส
และเราจะเผาผลาญวังของเบนฮาดัด”
สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับเผ่าเคดาร์และอาณาจักรฮาโซร์
28 เกี่ยวกับเผ่าเคดาร์และอาณาจักรฮาโซร์ ที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนโจมตี
พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ว่า
“ลุกขึ้นมา บุกไปทำลายเคดาร์ซะ
ทำลายพวกคนทางตะวันออก
29 ให้ยึดเต็นท์และฝูงสัตว์ของพวกมันมา
รวมทั้งผ้าเต็นท์และข้าวของเครื่องใช้ด้วย
จูงอูฐพวกเขาออกไป
และร้องบอกพวกเขาว่า ‘หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องน่าสยดสยอง’
30 หนีไปซะ หนีไปให้ไกลๆเลย
ชาวเมืองฮาโซร์ ไปหลบซ่อนตัวซะ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“เพราะกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน
ได้ร่างแผนการและวางแผนจะโจมตีเจ้าแล้ว
31 ลุกขึ้น ไปบุกชาติที่สงบสุขกัน
ชาติที่รู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“ชาติที่ไม่มีประตูหรือสลักกลอนประตู
และอยู่โดดเดี่ยวตามลำพัง
32 ศัตรูจะลักขโมยอูฐของพวกเขาไป
และยังปล้นฝูงสัตว์ที่ส่งเสียงดังของพวกเขาไปด้วย
เราจะกระจัดกระจายคนที่เข้าพิธีโกนจอน+ 49:32 เข้าพิธีโกนจอน เป็นพิธีทางศาสนาของคนที่ไม่ใช่ยิว พระเจ้าห้ามไม่ให้ทำ ดูเพิ่มเติมได้จาก หนังสือเลวีนิติ 19:27 ไปทั่วสารทิศ
และเราจะนำความหายนะมาสู่พวกเขาจากทุกด้าน”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
33 “และเมืองฮาโซร์จะกลายเป็นถ้ำของพวกหมาไน
กลายเป็นที่รกร้างตลอดไป
จะไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นั่น
และจะไม่มีใครย้ายไปอยู่ที่นั่นเลย”
สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับเมืองเอลาม
34 นี่คือถ้อยคำของพระยาห์เวห์ที่มีมาถึงเยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า เกี่ยวกับเมืองเอลาม ในช่วงแรกที่กษัตริย์เศเดคียาห์ปกครองยูดาห์
35 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
“เราจะทำลายธนูของเอลาม
36 เราจะนำลมสี่สายจากทั้งสี่ทิศของท้องฟ้ามาทำลายเอลาม
และจะทำให้คนเอลามกระจัดกระจายไปตามที่ลมสี่สายนี้พัดไป
และคนเอลามที่ถูกขับไล่ออกไปนี้จะไปอยู่ทั่วทุกชนชาติเลย
37 เราจะทำให้ชาวเอลามกระจุยกระจายไปต่อหน้าต่อตาศัตรูและคนที่อยากจะฆ่าพวกเขา
และเราจะนำความหายนะมาสู่พวกเขา
เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราโกรธพวกเขาแค่ไหน”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
“และเราจะส่งดาบมาไล่ล่าพวกเขา
จนกว่าเราจะกำจัดพวกเขาจนหมด
38 เราจะตั้งบัลลังก์ของเราในเอลาม
และจะถอดถอนกษัตริย์และพวกเจ้านายออกไปจากที่นั่น”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
39 “แต่หลังจากนั้น เราจะพลิกสถานการณ์ให้เอลามกลับมาดีเหมือนเดิม”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
50สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับบาบิโลน
1 นี่คือถ้อยคำของพระยาห์เวห์พูดต่อต้านบาบิโลนและต่อต้านแผ่นดินของชาวบาบิโลน พระองค์พูดผ่านมาทางเยเรมียาห์ว่า
2 “ให้ประกาศเรื่องนี้กับชนชาติต่างๆ
รายงานให้พวกเขาได้ยิน
ยกธงขึ้นมาและรายงานให้พวกเขาได้ยิน
อย่าซ่อนเรื่องนี้ไว้ บอกไปเลยว่าบาบิโลนถูกยึดแล้ว
พระเบลได้รับความอับอายขายหน้า
พระมาดุกก็หวาดกลัว
รูปเคารพต่างๆของบาบิโลนก็ได้รับความอับอายขายหน้า
พวกรูปปั้นต่างๆของบาบิโลนก็หวาดกลัว
3 เพราะชนชาติหนึ่งจากทางเหนือได้ยกทัพมาบุกบาบิโลนแล้ว
ชนชาตินั้นวางแผนจะทำให้แผ่นดินของเธอรกร้าง
และจะได้ไม่มีใครอาศัยอยู่ในบาบิโลน
ทั้งคนและสัตว์ก็หนีไปที่อื่นกันหมด”
4 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในวันนั้นและเวลานั้น ลูกหลานของอิสราเอลจะมาที่นี่
พวกเขาจะมาพร้อมกับลูกหลานของยูดาห์
พวกเขาจะมา และร้องไห้
แล้วพวกเขาก็จะแสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา
5 พวกเขาจะถามหาทางไปศิโยน
โดยหันหน้าตรงไปทางนั้น
แต่พวกเขาจะมาและผูกมัดตัวเองกับพระยาห์เวห์
ในข้อตกลงชั่วนิรันดร์ที่จะไม่มีวันถูกลืมเลย”
6 “คนของเรากลายเป็นแกะที่หลงทาง
พวกคนเลี้ยงพวกมันทำให้มันระหกระเหินไป พวกผู้เลี้ยงแกะทำให้พวกมันกระจัดกระจายไปตามภูเขา
พวกมันเดินจากภูเขาไปถึงเนินเขา
แล้วพวกมันก็ลืมทุ่งหญ้าอันเป็นที่พักพิงของพวกมัน
7 สัตว์อะไรที่เจอพวกมันเข้าก็กินพวกมัน
ศัตรูที่รังควานพวกมันก็พูดว่า
‘พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด’
อันที่จริงพวกเขาได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์
พระยาห์เวห์เป็นทุ่งหญ้าอันแท้จริงของพวกเขา
พระยาห์เวห์เป็นความหวังของบรรพบุรุษของพวกเขา
8 หนีไปจากใจกลางเมืองบาบิโลนซะ
หนีไปจากดินแดนของพวกบาบิโลน
ออกไปแล้วทำตัวเป็นเหมือนแพะตัวผู้ที่เดินนำหน้าฝูง
9 เพราะเราจะปลุกเร้ากองทัพอันยิ่งใหญ่ของชนชาติต่างๆทางเหนือมารบกับบาบิโลน
กองทัพเหล่านั้นจะยกขบวนมาบุกเธอ แล้วบาบิโลนจะถูกยึดที่นั่น
ลูกธนูของพวกเขาเป็นเหมือนนักรบที่เก่งกาจ
พวกมันจะไม่กลับมามือเปล่า
10 ดังนั้นชาวบาบิโลนจะมีไว้สำหรับให้ปล้นสะดม
ส่วนคนที่ปล้นเธอก็จะพออกพอใจ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
11 “บาบิโลน ถึงแม้พวกเจ้าจะเฉลิมฉลอง ถึงแม้เจ้าจะชื่นชมยินดี
เพราะปล้นมรดกของเราไป
ถึงพวกเจ้าจะเต้นระบำเหมือนวัวกระทืบ
และร้องเหมือนม้าหนุ่มที่แข็งแกร่ง
12 แม่ของเจ้าจะต้องอับอายอย่างมาก
คนที่คลอดเจ้าออกมาจะต้องอัปยศอดสู
แน่ล่ะ หลังจากชนชาติต่างๆถอนตัวออกไปแล้ว
ที่นี่ก็จะกลายเป็นป่ารกร้าง แผ่นดินแห้งแล้ง และเป็นทะเลทราย
13 พระยาห์เวห์โกรธ
ก็เลยไม่มีใครมาอาศัยอยู่ที่นั่น
แต่เธอจะถูกทำลายล้างอย่างสิ้นซาก
ทุกคนที่ผ่านมาทางบาบิโลนจะตกใจและจะผิวปากเย้ยหยันลอยฟกช้ำของเธอ
14 พวกเจ้าพลธนูเข้าประจำการล้อมรอบบาบิโลนไว้ทุกด้าน
ยิงไปเลยไม่ต้องประหยัดลูกธนูเอาไว้
เพราะเธอทำบาปต่อพระยาห์เวห์
15 ร้องตะโกนใส่เธอไปทุกด้าน
เธอร้องขอความเมตตา
พวกเสาอันมั่นคงของเธอได้หักลงมา
กำแพงของเธอถูกทำลายลงแล้ว
เพราะนี่เป็นการแก้แค้นของพระยาห์เวห์
แก้แค้นเอากับเธอ
ให้ทำกับเธอเหมือนที่เธอได้ทำไว้กับคนอื่น
16 กำจัดคนเพาะปลูกและคนใช้เคียวเกี่ยวในช่วงเก็บเกี่ยวออกไปจากบาบิโลน
ทุกคนจะหนีจากคมดาบของศัตรู
พวกเขาแต่ละคนจะหันหนีกลับไปหาคนของตัวเอง
และพวกเขาแต่ละคนจะหนีกลับไปยังแผ่นดินของตัวเอง
17 อิสราเอลเป็นฝูงสัตว์ที่กระจัดกระจายไป
พวกเขาถูกพวกสิงโตไล่กระเจิดกระเจิง
ตัวแรกที่กินอิสราเอลคือกษัตริย์อัสซีเรีย
และตัวหลังที่กินกระดูกของเขาคือเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์แห่งบาบิโลน
18 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูด
‘เรากำลังจะลงโทษกษัตริย์ของบาบิโลนและแผ่นดินของเขาเหมือนกับที่เราได้ลงโทษกษัตริย์ของอัสซีเรียไปแล้ว
19 เราจะนำอิสราเอลกลับมายังทุ่งหญ้าของเขา
แล้วเขาจะเล็มหญ้าบนภูเขาคารเมล และในบาชาน
พวกเขาจะมีหญ้ากินเหลือเฟือ
ตามแถบเนินเขาของเอฟราอิมและกิเลอาด’”
20 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในวันนั้นและเวลานั้น
ผู้คนจะค้นหาความผิดบาปของอิสราเอลแต่ก็จะหาไม่พบ
และจะหาความบาปของยูดาห์แต่ก็จะหาไม่พบ
เพราะเราจะยกโทษให้กับคนที่เราได้ไว้ชีวิต”
21 พระยาห์เวห์พูดว่า
“ให้บุกขึ้นไปทำลายแผ่นดินเมราธาอิมและชาวเมืองเปโขด
ฆ่าพวกมันให้สิ้นซากอย่าให้เหลือ
ให้ทำตามที่เราสั่งทุกอย่าง”
22 มีเสียงรบกึกก้อง
และการทำลายล้างครั้งใหญ่ในแผ่นดิน
23 ค้อนของทั้งโลก
ถูกตัดทิ้งและแตกหักไป
บาบิโลนกลายเป็นเมืองรกร้าง
ท่ามกลางชนชาติอื่นๆ
24 บาบิโลน เราได้วางกับดักเจ้าไว้แล้วและเจ้าก็ติดกับ
แถมเจ้ายังไม่รู้ตัวเสียอีก
เจ้าถูกค้นพบและถูกจับ
เพราะเจ้าสู้รบกับพระยาห์เวห์
25 พระยาห์เวห์ได้เปิดคลังอาวุธแล้ว
และพระองค์จะส่งอาวุธแห่งความเกรี้ยวกราดของพระองค์มา
เพราะนั่นคืองานขององค์เจ้าชีวิตพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
ในแผ่นดินของชาวบาบิโลน
26 เดินทางจากสุดแผ่นดินโลกไปที่บาบิโลนสิ
เปิดยุ้งฉางของเธอเลย
กองเธอไว้เหมือนกองข้าว
แล้วก็กำจัดเธอให้สิ้นซาก
อย่าให้มีส่วนไหนของเธอหลงเหลือเลย
27 ทำลายพวกวัวตัวผู้ของเธอให้หมด
นำมันลงมาเพื่อฆ่า
เป็นช่วงเศร้าสำหรับพวกเขาเพราะวันของพวกเขามาถึงแล้ว
เป็นเวลาที่พวกเขาจะต้องถูกลงโทษ
28 มีเสียงของคนวิ่งหนีไป เป็นเสียงของพวกบาบิโลนผู้รอดชีวิต
จะมีการประกาศในศิโยน
เรื่องการแก้แค้นของพระยาห์เวห์
เป็นการแก้แค้นของพระองค์สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับวิหารของพระองค์
29 “รวบรวมพลธนูไปบาบิโลน
รวบรวมทุกคนที่ยิงธนูเป็นตั้งค่ายล้อมเธอไว้
อย่าให้มีใครหนีรอดออกมาได้แม้แต่คนเดียว
ตอบแทนเธอให้สาสมกับการกระทำของเธอ
ทำกับเธอให้สาสมกับที่เธอทำกับคนอื่น
เพราะเธอได้กบฏต่อพระยาห์เวห์
กบฏต่อผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล
30 ดังนั้น คนที่เก่งกาจทั้งหมดของเธอจะต้องตายอยู่ที่ลานกลางเมืองของเธอนั่นเอง
และนักรบทุกคนของเธอก็จะถูกฆ่าในวันนั้น”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
31 “เราจะเป็นศัตรูกับเจ้า ไอ้พวกกบฏ”
องค์เจ้าชีวิตพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่าอย่างนั้น
“เพราะว่าวันของเจ้ามาถึงแล้ว
เวลาที่เราจะลงโทษเจ้ามาถึงแล้ว
32 ไอ้พวกกบฏจะสะดุดล้มลง
จะไม่มีใครยกมันขึ้นมาอีก
เราจะจุดไฟเผาเมืองต่างๆของมัน
แล้วไฟก็จะเผาผลาญพวกนั้นทั้งหมดที่อยู่รอบๆมันด้วย”
33 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
“ทั้งลูกหลานของอิสราเอลและลูกหลานของยูดาห์ถูกกดขี่
และพวกที่จับกุมพวกเขาทั้งหมดก็กักขังพวกเขาไว้ พวกมันไม่ยอมปล่อยพวกเขาไป
34 แต่พระผู้ไถ่ของเขานั้นแข็งแกร่งกว่า
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นคือชื่อของพระองค์
พระองค์จะสู้คดีให้พวกเขาอย่างแน่นอน
พระองค์จะทำให้แผ่นดินบาบิโลนสั่นสะเทือน
และทำให้ชาวบาบิโลนกลัวจนตัวสั่น”
35 พระยาห์เวห์พูดว่า
“มีดาบมาทำลายชาวบาบิโลน
มีดาบมาทำลายคนที่อาศัยอยู่ในบาบิโลน พวกเจ้านาย และพวกคนฉลาดของเธอ
36 มีดาบมาทำลายพวกหมอดู
พวกมันจะกลายเป็นไอ้โง่
มีดาบมาทำลายคนแข็งแกร่งของเธอ
แล้วพวกเขาจะท้อแท้หมดกำลังใจ
37 มีดาบมาทำลายม้าและรถม้าของเธอ
รวมทั้งกลุ่มต่างๆที่อาศัยอยู่ในบาบิโลน
แล้วพวกเขาก็จะขี้กลัวเหมือนพวกผู้หญิง
มีดาบมาทำลายคลังทรัพย์สมบัติของเธอ
แล้วพวกมันก็จะโดนปล้นไป
38 มีดาบมาทำลายแหล่งน้ำต่างๆของเธอ
แล้วพวกมันก็จะแห้งขอดไป
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพราะ
บาบิโลนเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยรูปเคารพ
ดังนั้นพวกมันจะถูกทำให้เป็นบ้าไปด้วยความน่าสยดสยอง
39 ดังนั้น สัตว์ร้ายต่างๆและพวกหมาไนจะมาอาศัยอยู่ที่นั่น
นกเค้าแมวก็จะมาอาศัยอยู่
บาบิโลนจะไม่มีคนมาอาศัยอยู่อีกแล้วตลอดไป
จะไม่มีคนอยู่ตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน”
40 พระยาห์เวห์พูดว่า
“บาบิโลนก็จะเหมือนกับเมืองโสโดมและโกโมราห์ตอนที่พระยาห์เวห์ทำลายพวกมันและประชาชนของมัน
และจะไม่มีมนุษย์คนไหนอพยพเข้าไปอยู่ด้วย
41 ดูสิ ชนกลุ่มหนึ่งกำลังบุกมาจากทางเหนือ
ชนชาติที่ยิ่งใหญ่ และกษัตริย์ทั้งหลายกำลังถูกปลุกระดมจากแดนไกลสุดขอบโลก
42 พวกเขาจะถือธนูและหอกมา
พวกเขาโหดเหี้ยมไร้ความเมตตาปรานี
เสียงพวกเขาดังกึกก้องเหมือนทะเล
เมื่อพวกเขาควบม้ามา
ลูกสาวของบาบิโลน
พวกเขาตั้งแถวเตรียมรบกับเจ้าแล้ว
43 กษัตริย์ของบาบิโลนได้ยินข่าวว่าพวกนั้นบุกใกล้เข้ามา
มือไม้ของเขาก็เลยอ่อนปวกเปียก
เขาเจ็บปวดเหมือนหญิงที่กำลังคลอดลูก
44 เราจะเขย่าขวัญเขาเหมือนสิงโตที่ออกมาจากป่าของแม่น้ำจอร์แดน และเข้าไปที่ทุ่งหญ้าที่เขียวเสมอ อยู่ๆเราก็จะขับไล่พวกเขาไปจากเธอ เราอยากแต่งตั้งใคร เราก็จะแต่งตั้งคนนั้นให้ครอบครองเธอ เพราะจะมีใครเหมือนเราบ้าง ใครจะแต่งตั้งเราหรือ จะมีผู้เลี้ยง+ 50:44 ผู้เลี้ยง ในสมัยนั้นจะเปรียบเทียบกษัตริย์เหมือนผู้เลี้ยงแกะ คนไหนกล้ามายืนขวางหน้าเราหรือ+ 50:44 ข้อนี้เหมือนกับข้อ 49:1945 ดังนั้น พวกเจ้า ให้ฟังแผนการของพระยาห์เวห์ที่ได้วางไว้เพื่อทำลายบาบิโลน และเป็นแผนที่พระองค์วางไว้ต่อต้านดินแดนของชาวบาบิโลน แน่นอน พวกศัตรูจะลากพวกแกะรวมทั้งพวกลูกแกะทั้งหลาย แน่นอน พระยาห์เวห์จะทำลายทุ่งหญ้าของพวกเขา 46 เมื่อมีรายงานว่าบาบิโลนโดนยึดแล้ว แผ่นดินก็สั่นสะท้าน และชนชาติต่างๆก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความขมขื่น”
51สิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับบาบิโลน
1 พระยาห์เวห์พูดว่า
“เรากำลังก่อลมแห่งการทำลายให้โหมกระหน่ำเข้าใส่บาบิโลนและคนที่อาศัยอยู่ในเลบคาเม+ 51:1 คนที่อาศัยอยู่ในเลบคาเม คำนี้เขียนเป็นรหัสลับ หมายถึง คนที่อาศัยอยู่ในบาบิโลน
2 เราจะส่งคนต่างชาติมาทำลายบาบิโลน
แล้วพวกเขาจะทำให้เธอกระจุยกระจายไปตามลม
และทำให้แผ่นดินของเธอว่างเปล่า
เพราะพวกเขาจะโจมตีเธอจากทุกทิศในวันแห่งความหายนะนั้น
3 อย่าให้พลธนูของบาบิโลนมีโอกาสได้ง้างคันธนู
และอย่าให้เขามีโอกาสได้ใส่ชุดเกราะ
ไม่ต้องเหลือชายฉกรรจ์ที่เธอเลือกเอาไว้
ทำลายกองทัพของเธอให้สิ้นซาก
4 พวกทหารที่บาดเจ็บจะล้มตายบนแผ่นดินบาบิโลน
และคนที่ถูกแทงด้วยหอกก็จะล้มตายอยู่ตามท้องถนนของเธอ
5 พระยาห์เวห์พระเจ้าผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ไม่ได้ทอดทิ้งอิสราเอลและยูดาห์
แต่แผ่นดินของพวกเขาเต็มไปด้วยความผิด ต่อหน้าองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล
6 หนีไปจากบาบิโลนซะ
พวกเจ้าแต่ละคนจะต้องหนีเอาชีวิตรอด
อย่าหุบปากเงียบเรื่องความชั่วร้ายของพวกเขา
เพราะถึงเวลาที่พระยาห์เวห์จะล้างแค้นแล้ว
พระองค์จะตอบแทนพวกเขาอย่างสาสม
7 บาบิโลนเป็นถ้วยทองในมือของพระยาห์เวห์
บาบิโลนกำลังมอมทั้งแผ่นดินโลกให้เมามาย
ชนชาติต่างๆได้ดื่มเหล้าองุ่นจากเธอ
ชนชาติเหล่านั้นก็เลยทำตัวเหมือนคนบ้า
8 บาบิโลนก็จะล้มลงในทันทีทันใดและเธอก็แตกสลาย
ร้องคร่ำครวญให้กับเธอสิ
เอายาไปทาแผลให้เธอสิ
เผื่อเธอจะหาย
9 พวกเราพยายามจะรักษาบาบิโลน
แต่เธอไม่สามารถเยียวยารักษาได้
ทิ้งเธอไปเถอะ ให้พวกเราแต่ละคนกลับไปประเทศของเรา
เพราะการลงโทษของเธอได้ขึ้นไปถึงฟ้าสวรรค์แล้ว และมันก็ถูกยกขึ้นสูงเทียมเมฆแล้ว
10 พระยาห์เวห์ได้พิสูจน์ให้คนเห็นว่าเราเป็นฝ่ายถูก
มาสิ ให้เราประกาศในศิโยนถึงสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราได้ทำ
11 ลับธนูของเจ้าให้คม
สั่งสมอาวุธซะ
พระยาห์เวห์ได้ปลุกระดมกษัตริย์ทั้งหลายของมีเดียแล้ว
เพราะพระองค์โกรธบาบิโลนและจะทำลายมัน
มันเป็นการแก้แค้นของพระยาห์เวห์
เป็นการแก้แค้นให้กับวิหารของพระองค์
12 แขวนป้ายเตือนไว้บนกำแพงเมืองบาบิโลน
เสริมกำลังทหารยาม
วางยามไว้ ตามจุดต่างๆ
ตั้งทหารไว้ซุ่มโจมตี
เพราะพระยาห์เวห์ ได้วางแผนของพระองค์ไว้แล้ว
และพระองค์จะทำสิ่งที่พระองค์บอกว่าจะทำกับชาวบาบิโลน
13 บาบิโลน เจ้าอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำ
กับสมบัติมากมาย จุดจบของเจ้ามาถึงแล้ว
เส้นชีวิตของเจ้าถูกตัดเสียแล้ว”
14 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้สาบานกับพระองค์เองว่า
“บาบิโลน เราจะทำให้เจ้าเต็มไปด้วยศัตรู ให้พวกมันมีมากมายเหมือนฝูงตั๊กแตน
แล้วพวกมันก็จะร้องเพลงแห่งชัยชนะที่มีต่อเจ้า
15 พระยาห์เวห์คือผู้ที่สร้างแผ่นดินโลกขึ้นมาด้วยพลังของพระองค์เอง
เป็นผู้ที่ก่อตั้งโลกขึ้นมาด้วยสติปัญญาของพระองค์เอง
และได้ขยายฟ้าสวรรค์ให้แผ่ไพศาลด้วยความเข้าใจของพระองค์
16 ด้วยคำสั่งของพระองค์ก็เกิดเสียงน้ำดังขึ้นบนฟ้า
แล้วเมฆหมอกก็ลอยขึ้นมาจากขอบโลก
พระองค์ได้สร้างสายฟ้าไว้ให้ฝน
และสายลมก็พัดออกมาจากคลังของพระองค์
17 มนุษย์ทุกคนนั้นโง่และขาดความเข้าใจ
ช่างแกะสลักทุกคนก็อับอายกับรูปเคารพที่สร้างขึ้นมา
เพราะรูปหล่อของพวกเขาเป็นของหลอกลวง
และพวกมันก็ไม่มีลมหายใจ
18 พวกมันเป็นสิ่งเหลวไหล เป็นผลงานที่น่าหัวเราะเยาะ
พวกมันจะถูกทำลายในเวลาพิพากษาลงโทษ
19 ส่วนแบ่งของยาโคบไม่ใช่แบบนี้
เพราะพระองค์คือผู้สร้างทุกสิ่ง
รวมทั้งเผ่าที่เป็นมรดกของพระองค์
ชื่อของพระองค์คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น”
20 พระยาห์เวห์พูดว่า
“บาบิโลน เจ้าเป็นกระบองของเรา เป็นอาวุธสงครามของเรา
เราใช้เจ้าทำลายชนชาติต่างๆกระจุยกระจาย
เราใช้เจ้าทำลายอาณาจักรต่างๆ
21 เราใช้เจ้าทำลายม้ากับคนขี่
และใช้เจ้าทำลายรถม้ากับคนขับ
22 เราใช้เจ้าทำลายผัวเมีย
และใช้เจ้าทำลายทั้งคนแก่และคนหนุ่ม
เราใช้เจ้าทำลายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
23 เราใช้เจ้าทำลายผู้เลี้ยงแกะและฝูงแกะของเขา
ใช้เจ้าทำลายชาวนาและวัวคู่เทียมแอกของเขา
และใช้เจ้าทำลายพวกผู้ปกครองและพวกเจ้าเมือง
24 แล้วเราจะล้างแค้นเมืองบาบิโลนและชาวบาบิโลน
สำหรับสิ่งชั่วช้าทั้งหลายที่เจ้าเห็นพวกมันทำไว้กับศิโยน”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
25 พระยาห์เวห์พูดว่า
“เราจะต่อต้านเจ้า ไอ้ภูเขาแห่งความหายนะ
เจ้าที่เป็นนักทำลายโลกทั้งใบ
เราจะยื่นมือออกไปทำลายเจ้า
เราจะกลิ้งเจ้าให้ตกลงมาจากหน้าผาสูง
และเราจะทำให้เจ้ากลายเป็นภูเขาที่โดนเผา
26 ไม่มีใครสามารถจะเอาหินหัวมุม
หรือหินฐานรากจากซากปรักหักพังของเจ้าได้อีกแล้ว
เพราะเจ้าจะถูกทำลายย่อยยับตลอดไป”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
27 “ให้ยกธงรบขึ้นในแผ่นดินนี้
เป่าแตรไปตามชนชาติต่างๆ
เตรียมชนชาติต่างๆเพื่อทำสงครามกับบาบิโลน
เรียกอาณาจักรต่างๆมาต่อสู้กับเธอ
เรียกอารารัต มินนี และอัชเคนัสมา
แต่งตั้งแม่ทัพเหนือเธอ
ส่งม้าไปเหมือนฝูงตั๊กแตนบุก
28 เตรียมชนชาติทั้งหลายไปสู้กับบาบิโลน
เตรียมกษัตริย์ทั้งหลายแห่งมีเดีย
พวกผู้ปกครองและพวกเจ้าเมืองของมีเดีย
รวมทั้งแผ่นดินทั้งหมดที่เขาปกครองให้มาต่อสู้กับบาบิโลน
29 แผ่นดินสั่นสะเทือนและชักดิ้นชักงอ
เพราะพระยาห์เวห์กำลังวางแผนทำลายบาบิโลน
เพื่อเปลี่ยนแผ่นดินบาบิโลน
ให้กลายเป็นที่รกร้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่
30 นักรบของบาบิโลนหยุดสู้รบแล้ว
พวกเขายังคงอยู่ในป้อมปราการ
พวกเขาหมดเรี่ยวแรง
เหมือนผู้หญิง
พวกตึกในบาบิโลนถูกเผา
กลอนประตูเมืองของเธอหักหมด
31 คนวิ่งร้องส่งข่าวคนแล้วคนเล่า
คนร้องประกาศข่าวคนแล้วคนเล่า
พวกเขาวิ่งไปส่งข่าวให้กษัตริย์บาบิโลนรู้ว่า เมืองของพระองค์ถูกยึดแล้ว
32 ทางข้ามแม่น้ำถูกยึดแล้ว
แหล่งน้ำต่างๆถูกไฟเผา
และทหารก็ขวัญหนีดีฝ่อ”
33 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดว่า
“ลูกสาวของบาบิโลนเป็นเหมือนลานนวดข้าวในช่วงที่คนเหยียบย่ำข้าวอยู่
อีกไม่นานก็จะถึงเวลาเก็บเกี่ยว”
34 เยรูซาเล็มพูดว่า “กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน
กลืนกินข้าและบดขยี้ข้า
เขาเทข้าออกหมดเหมือนเทหม้อ
เขากลืนกินข้าเหมือนมังกร
เขาเติมท้องตัวเองด้วยอาหารเลิศหรูของข้า
แล้วเขาก็ถุยข้าทิ้ง”
35 ให้ศิโยนพูดว่า “ขอให้ความโหดร้ายที่บาบิโลนทำกับข้า
และครอบครัวของข้าสนองมันเอง”
ให้เยรูซาเล็มพูดกันว่า “ขอให้ไอ้พวกบาบิโลนนั้นถูกลงโทษที่ทำให้ข้าเลือดสาด”
36 ดังนั้น พระยาห์เวห์จึงพูดว่า
“ยูดาห์ เราจะแก้คดีให้กับเจ้า
และจะแก้แค้นบาบิโลน
เราจะทำให้ทะเลของบาบิโลนเหือดแห้ง
และจะทำให้บ่อน้ำของมันแห้งขอด
37 แล้วบาบิโลนก็จะกลายเป็นซากหิน
เป็นที่อาศัยของหมาไน เป็นที่รกร้าง
และเป็นที่คนหัวเราะเยาะ
ไม่มีคนอาศัยอยู่
38 ชาวบาบิโลนพากันคำรามเหมือนสิงโต
พวกเขาคำรามเหมือนลูกสิงโต
39 เมื่อพวกเขาถูกยั่วให้โกรธ เราจะเตรียมงานเลี้ยงให้พวกเขา
และจะมอมพวกเขาให้เมา พวกเขาจะหัวเราะอย่างขาดสติ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะหลับ หลับไปตลอดกาล และจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
40 “เราจะนำบาบิโลนลงมาเหมือนลูกแกะที่นำไปฆ่า
เหมือนแกะตัวผู้และแพะที่เอาไปฆ่า
41 เชชัค+ 51:41 เชชัค คำนี้เขียนเป็นรหัสลับ หมายถึง บาบิโลน ถูกยึดแล้ว
เมืองที่คนทั้งโลกเคยสรรเสริญถูกยึดไปแล้ว
ไม่น่าเชื่อ บาบิโลนกลายเป็นสิ่งน่าสยดสยอง
ท่ามกลางชนชาติต่างๆไปแล้ว
42 ทะเลโถมเข้าท่วมบาบิโลน
คลื่นยักษ์ที่เสียงกึกก้องซัดท่วมเธอ
43 เมืองต่างๆของเธอกลายเป็นที่รกร้างแห้งแล้ง
ไม่มีใครอาศัยอยู่และไม่มีใครเดินผ่านไป
44 เราจะทำโทษพระเบลในบาบิโลน
และล้วงสิ่งที่เธอกลืนลงไปออกมาจากปากของเธอ
ชนชาติต่างๆจะไม่หลั่งไหลไปหามันอีกต่อไป
และกำแพงบาบิโลนจะพังทลาย
45 คนของเรา ออกมาจากเธอซะ
พวกเจ้าแต่ละคนจะต้องหนีเอาชีวิตรอด
จากไฟโกรธของพระยาห์เวห์
46 อย่าได้ท้อแท้
อย่ากลัวข่าวลือที่ได้ยินในแผ่นดินนี้
ปีนี้ก็ข่าวลือหนึ่ง
ปีหน้าก็อีกข่าวลือหนึ่ง
แล้วจะมีข่าวลือต่างๆเรื่องความรุนแรงในแผ่นดิน
และข่าวลือต่างๆเรื่องผู้ครอบครองสู้กันเอง
47 ให้แน่ใจได้เลยว่า วันนั้นกำลังมา
ที่เราจะลงโทษพวกรูปเคารพทั้งหลายของบาบิโลน
แผ่นดินทั้งหมดของเธอจะต้องอับอาย
คนของเธอที่ถูกแทงจะล้มตายทั่วเมืองเธอ
48 แล้วฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลก และทุกสิ่งที่มีชีวิตในมัน ก็จะตะโกนร้องเพลงด้วยความชื่นชมยินดีที่บาบิโลนพินาศ
เพราะพวกผู้ทำลายจากทางเหนือกำลังจะมาเพื่อทำลายเธอ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
49 พระยาห์เวห์พูดว่า
“บาบิโลนทำให้คนอิสราเอลล้มตาย บาบิโลนทำให้คนทั่วโลกล้มตาย
ดังนั้นบาบิโลนก็จะต้องล้มตายด้วย
50 พวกเจ้าที่หนีจากสงคราม
มานี่ อย่าได้ยืนอยู่เฉยๆ
ให้ระลึกถึงพระยาห์เวห์จากที่ไกล
และให้คิดถึงเยรูซาเล็มอย่างใจจดใจจ่อ”
51 พวกคนที่ถูกเนรเทศพูดว่า “เราอับอายเหลือเกิน
เพราะว่าเราโดนดูถูกเหยียดหยาม
อับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
เพราะคนต่างชาติบุกเข้าไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นวิหารของพระยาห์เวห์”
52 พระยาห์เวห์พูดว่า
“ดังนั้น วันนั้นใกล้มาถึงแล้ว
คือวันที่เราจะลงโทษพวกรูปเคารพของบาบิโลน
และคนบาดเจ็บทั่วแผ่นดินบาบิโลนจะร้องโหยหวน
53 ถึงแม้บาบิโลนจะสูงเทียมฟ้า
และสร้างป้อมปราการอันแข็งแกร่ง เราก็จะส่งผู้ทำลายไปหาเธอ”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
54 “เสียงร้องไห้ดังมาจากบาบิโลน
เสียงพังพินาศมาจากแผ่นดินชาวบาบิโลน
55 เพราะพระยาห์เวห์กำลังทำลายบาบิโลน
และพระองค์จะทำลายเสียงอันทรงพลังของเธอ
ศัตรูที่ไหลบ่าเข้ามาจะเสียงดังเหมือนกับเสียงน้ำหลาก
พวกเขาจะโห่ร้องตะโกนกัน
56 เพราะศัตรูกำลังมาสู้กับบาบิโลน
ผู้ทำลายกำลังมาต่อสู้กับเธอ
พวกนักรบของเธอจะถูกจับ
และธนูของพวกเขาจะถูกหัก
เพราะพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าที่จะตอบแทนให้อย่างสาสม
พระองค์จะแก้แค้นคืนแน่ๆ
57 เราจะมอมพวกเจ้านาย พวกผู้รู้
พวกเจ้าเมือง และพวกผู้ปกครองเมือง
และพวกนักรบของบาบิโลน ให้เมามาย
พวกเขาจะหลับตลอดไปและจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย”
องค์กษัตริย์พูดว่าอย่างนั้น
ชื่อของพระองค์คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
58 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า
“กำแพงต่างๆของเมืองบาบิโลนนั้นกว้างใหญ่
แต่ก็จะถูกทำลายอย่างราบคาบ
และประตูสูงๆของเธอก็จะถูกไฟเผา
ผู้คนทำงานหนักแต่ไม่ได้อะไรจากมัน
ทุกสิ่งที่พวกเขาได้มาจากงานของเขา จะถูกเผา”
เยเรมียาห์ส่งข่าวสารไปบาบิโลน
59 เมื่อกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์เดินทางไปบาบิโลน ซึ่งเป็นปีที่สี่ที่พระองค์ปกครองยูดาห์ เยเรมียาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าก็ได้สั่งบางอย่างกับเสไรอาห์ลูกชายของเนริยาห์ ลูกชายของมาอาเสอาห์ เสไรอาห์เป็นเจ้าหน้าที่ส่งส่วยให้กับบาบิโลน 60 เยเรมียาห์ได้เขียนเกี่ยวกับหายนะทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นกับบาบิโลนลงในหนังสือม้วนหนึ่ง เยเรมียาห์ได้เขียนถ้อยคำเหล่านี้ทั้งหมด ที่เป็นเรื่องต่อต้านบาบิโลน
61 แล้วเยเรมียาห์ก็พูดกับเสไรอาห์ว่า “เมื่อท่านไปถึงบาบิโลน ท่านก็จะเห็นเอง แล้วท่านจะต้องประกาศถ้อยคำเหล่านี้ทั้งหมดให้คนบาบิโลนฟัง 62 ท่านต้องพูดว่า ‘พระยาห์เวห์เจ้าข้า พระองค์ได้พูดไว้ว่า พระองค์จะทำลายสถานที่นี้ จะไม่มีใครอาศัยอยู่เลย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ เพราะมันจะถูกทำลายย่อยยับตลอดกาล’ 63 แล้วเมื่อท่านอ่านหนังสือม้วนนี้จบแล้ว ก็มัดมันไว้กับก้อนหิน แล้วก็ขว้างมันลงไปกลางแม่น้ำยูเฟรติส 64 จากนั้นให้ท่านพูดว่า ‘บาบิโลนก็จะจมลงไปเหมือนอย่างนี้แหละ และเธอจะไม่สามารถโงหัวขึ้นมาจากความทุกข์ทรมานที่เรากำลังจะนำไปให้เธอได้เลย แล้วพวกเขาก็จะหมดแรง’”
คำพูดของเยเรมียาห์ก็จบลงแค่นี้
52เยรูซาเล็มแตกและชาวเยรูซาเล็มถูกจับไปเป็นเชลย
(2 พกษ. 24:18-25:30; 2 พศด. 36:11-20; ยรม. 39:1-10)
1 เศเดคียาห์มีอายุยี่สิบเอ็ดปีตอนที่ขึ้นเป็นกษัตริย์ แล้วพระองค์ก็ครองบัลลังก์อยู่สิบเอ็ดปี แม่ของพระองค์ชื่อฮามุทาล เป็นลูกสาวของเยเรมียาห์ผู้มาจากลิบนาห์ 2 พระองค์ทำสิ่งที่พระยาห์เวห์เห็นว่าชั่วร้ายเหมือนกับที่เยโฮยาคิมเคยทำ 3 ดังนั้น พระยาห์เวห์โกรธเยรูซาเล็มและยูดาห์มากจนถึงกับไล่พวกเขาไปจากพระองค์ เศเดคียาห์กบฏต่อกษัตริย์บาบิโลน 4 ในวันที่สิบ เดือนสิบ ปีที่เก้าที่เศเดคียาห์เป็นกษัตริย์ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน และกองทัพทั้งหมดของพระองค์ก็ยกมาที่เยรูซาเล็มและตั้งค่ายรอบเมือง และสร้างอุปกรณ์โจมตีทั้งหลายไว้รอบกำแพงเมือง
5 พวกนั้นโจมตีป้อมปราการครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงปีที่สิบเอ็ดของกษัตริย์เศเดคียาห์ 6 ในวันที่เก้า เดือนสี่ ความอดอยากในเมืองนั้นก็แสนสาหัสนัก จนไม่มีอาหารให้ประชาชนกินกัน 7 แล้วศัตรูก็ทลายกำแพงเข้ามาในเมือง ทหารทั้งหมดก็วิ่งหนี พวกเขาหนีออกนอกเมืองตอนกลางคืนไปตามถนน ผ่านทางประตูที่อยู่ระหว่างกำแพงสองชั้น ใกล้ๆสวนของกษัตริย์ ในขณะที่พวกบาบิโลนล้อมเมืองไว้ และพวกเขาก็หนีไปตามถนนที่ไปยังทะเลทรายอารบา
8 ทหารบาบิโลนก็ไล่ตามกษัตริย์เศเดคียาห์ไป แล้วก็จับพระองค์ได้ในที่ราบของเยริโค แล้วทหารของเขาต่างพากันหนีกระเจิดกระเจิงไป 9 พวกเขาจึงจับกุมกษัตริย์ไว้ และนำตัวไปให้กษัตริย์บาบิโลนที่ริบลาห์ในเขตฮามัท แล้วกษัตริย์บาบิโลนก็ตัดสินโทษพระองค์ 10 กษัตริย์บาบิโลนฆ่าบรรดาลูกชายของเศเดคียาห์ต่อหน้าพระองค์ แล้วก็ฆ่าเจ้านายทั้งหมดของยูดาห์ที่ริบลาห์ด้วย 11 พระองค์ได้ควักดวงตาทั้งสองข้างของกษัตริย์เศเดคียาห์ และเอาโซ่ทองสัมฤทธิ์มาล่ามพระองค์ไว้ กษัตริย์บาบิโลนเอาเศเดคียาห์ไปบาบิโลน แล้วขังพระองค์ไว้ในคุกจนตาย
คนยูดาห์ตกเป็นเชลย
12 ในวันที่สิบเดือนที่ห้า ปีที่สิบเก้าที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ปกครองบาบิโลน เนบูซาระดานหัวหน้าทหารองครักษ์ เจ้าหน้าที่ของกษัตริย์ ได้เข้าไปที่เยรูซาเล็ม 13 เขาได้เผาวิหารของพระยาห์เวห์ วังของกษัตริย์ และบ้านเรือนทั้งหมดในเยรูซาเล็ม เขาเผาบ้านที่ใหญ่โตทุกหลัง
14 แล้วกองทัพบาบิโลนทั้งสิ้นที่มากับหัวหน้าองครักษ์ ก็ทลายกำแพงทั้งหมดที่อยู่ล้อมรอบเมืองเยรูซาเล็มลง 15 แล้วเนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ ได้กวาดต้อน คนจนบางคน คนที่ยังหลงเหลืออยู่ในเมือง และคนที่ก่อนหน้านี้ได้ไปมอบตัวกับชาวบาบิโลนแล้ว และพวกช่างฝีมือที่เหลือ ไปบาบิโลนจนหมด 16 แต่เนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ ได้ทิ้งคนจนบางคนไว้ในแผ่นดิน เพื่อดูแลไร่องุ่นและทุ่งนา
17 เสาทองสัมฤทธิ์ที่อยู่ในวิหารของพระยาห์เวห์ รวมทั้งแท่นบูชาเคลื่อนที่ และขันทะเลทองสัมฤทธิ์ที่อยู่ในวิหารของพระยาห์เวห์ พวกทหารบาบิโลนก็ทุบเป็นชิ้นๆแล้วขนเอาทองสัมฤทธิ์ทั้งหมดกลับไปที่บาบิโลน 18 แล้วพวกบาบิโลนก็ขนเอา พวกหม้อ พลั่ว กรรไกรตัดไส้ตะเกียง พวกชามประพรม ชามเครื่องหอม และเครื่องใช้ทองสัมฤทธิ์ที่ใช้ในวิหารไปด้วย
19 รวมทั้งชามเล็ก พวกกระถางใส่ขี้เถ้า และพวกชามสำหรับประพรม พวกหม้อ ที่ตั้งตะเกียง และชามสำหรับเครื่องหอม ขันเครื่องดื่มบูชา หัวหน้าองครักษ์เอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำจากทองและทำจากเงิน เพราะอยากได้ทองและเงินนั้น
20 ส่วนทองสัมฤทธิ์ที่ได้จากเสาสองต้น ขันทะเล วัวทองสัมฤทธิ์สิบสองตัวที่เป็นฐานรองอยู่ใต้ขันทะเล และพวกแท่นบูชาเคลื่อนที่ ที่กษัตริย์ซาโลมอนได้สร้างไว้สำหรับวิหารของพระยาห์เวห์นั้น หนักเกินกว่าที่จะชั่งได้
21 ส่วนพวกเสานั้น เสาต้นหนึ่งสูงสิบแปดศอก วัดโดยรอบได้สิบสองศอก หนาหนึ่งฝ่ามือ และตรงกลางกลวง 22 หัวของเสาทำจากทองสัมฤทธิ์ สูงห้าศอก มีลายตาข่าย มีผลทับทิมล้อมอยู่รอบหัวเสานั้น ทั้งหมดทำจากทองสัมฤทธิ์ เสาต้นที่สองและผลทับทิมก็สร้างแบบเดียวกัน 23 ในแต่ละด้านมีผลทับทิมฝังอยู่เก้าสิบหกลูก และมีผลทับทิมร้อยลูกล้อมรอบตาข่ายแต่ละอัน
24 จากวิหาร หัวหน้าองครักษ์ ได้จับตัวเสไรอาห์หัวหน้านักบวช เศฟันยาห์ รองหัวหน้านักบวช และผู้ดูแลประตูวิหารสามคนไป 25 จากเมือง หัวหน้าองครักษ์ได้จับแม่ทัพคนหนึ่งที่เคยดูแลทหาร พร้อมกับที่ปรึกษาเจ็ดคนของกษัตริย์ที่เขาเจอในเมือง และเลขาที่เป็นแม่ทัพที่เป็นคนเกณฑ์ทหาร และชาวบ้านหกสิบคนที่พบอยู่ที่กลางเมือง
26 เนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์ ได้ส่งคนพวกนี้ทั้งหมดไปให้กษัตริย์แห่งบาบิโลนที่ริบลาห์ 27 กษัตริย์แห่งบาบิโลนได้แทงพวกเขาตายในริบลาห์ในเขตฮามัท ชาวยูดาห์ก็เลยถูกกวาดต้อนไปจากแผ่นดินของตน
28 นี่คือจำนวนคนที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้กวาดต้อนไป ในปีที่เจ็ดของการปกครองของพระองค์ พระองค์ได้กวาดต้อนพลเมืองยูดาห์ไปสามพันยี่สิบสามคน 29 ในปีที่สิบแปด พระองค์ได้กวาดต้อนคนไปจากเยรูซาเล็มแปดร้อยสามสิบสองคน 30 ในปีที่ยี่สิบสามแห่งรัชกาลของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ เนบูซาระดานหัวหน้าองครักษ์กวาดต้อนพลเมืองยูดาห์ไปเจ็ดร้อยสี่สิบห้าคน รวมคนที่ถูกกวาดต้อนไปทั้งหมดได้สี่พันหกร้อยคน
เยโฮยาคีนได้รับเกียรติในบาบิโลน
(2 พกษ. 25:27-30)
31 ในวันที่ยี่สิบห้า เดือนสิบสอง ปีที่สามสิบเจ็ดที่กษัตริย์เยโฮยาคีนแห่งยูดาห์เป็นเชลยนั้น ในปีที่เอวิลเมโรดักเป็นกษัตริย์แห่งบาบิโลน พระองค์ได้ยกฐานะของกษัตริย์เยโฮยาคีนขึ้นมา แล้วกษัตริย์เอวิลเมโรดักได้นำตัวกษัตริย์เยโฮยาคีนออกมาจากคุก
32 กษัตริย์เอวิลเมโรดักพูดกับกษัตริย์เยโฮยาคีนอย่างสุภาพ และให้พระองค์นั่งในที่สำคัญกว่ากษัตริย์องค์อื่นๆที่อยู่กับพระองค์ในบาบิโลน
33 กษัตริย์เยโฮยาคีนได้ถอดชุดนักโทษของพระองค์ แล้วได้กินอาหารร่วมกับกษัตริย์เอวิลเมโรดักทุกวันตลอดชีวิต
34 กษัตริย์เยโฮยาคีนก็ได้รับส่วนแบ่งจากกษัตริย์บาบิโลนทุกๆวันตามความจำเป็น ตลอดชีวิตจนถึงวันตายของพระองค์