ผู้วินิจฉัย

คำนำ

ผู้วินิจฉัย หมายถึง “ผู้นำ​ที่​นำ​ความ​ยุติธรรม​มา​สู่​สังคม​ผ่าน​ทางการ​เมือง​หรือ​การสู้รบ และ​บางครั้ง​ก็​ทำ​หน้าที่​ตัดสิน​คดี​ด้วย” ใน​หนังสือ​เล่มนี้​เรา​จะ​ใช้​คำ​ว่า “ผู้นำ” แทน​คำ​ว่า “ผู้วินิจฉัย”

ต่อ​จาก​สมัย​ของ​โยชูวา​มา​จน​ถึง​สมัย​ที่​อิสราเอล​มี​กษัตริย์ พระเจ้า​ใช้​พวก​ผู้วินิจฉัย (หรือ​อาจ​จะ​เรียก​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า​พวก​ผู้นำ​กู้ชาติ) มา​ช่วยกู้​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล​ให้​พ้น​จาก​ศัตรู และ​มา​เป็น​ผู้นำ​ของ​พวกเขา​ด้วย

ใน​บทที่ 1-3:6 จะ​เห็น​ว่า​บาง​เผ่า​ได้​เข้า​ไป​ยึด​แผ่นดิน​ที่​พระเจ้า​สัญญา​ว่า​จะ​ยก​ให้​กับ​พวกเขา แต่​ก็​มี​อีก​หลาย​เผ่า​ที่​ไม่ได้​เข้า​ไป​ยึด​แผ่นดิน​ที่​พระเจ้า​ยก​ให้​พวกเขา​จาก​ชนชาติ​อื่นๆ ชนชาติ​เหล่านั้น​จึง​ยัง​คง​อยู่​ใน​แผ่นดิน​แห่ง​คำ​สัญญา​นั้น ก็​เลย​ทำให้​พวก​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล​ไม่​เป็น​ปึก​แผ่น ซ้ำ​ร้าย​ยัง​หลง​ไป​บูชา​พวก​พระ​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​เหล่า​นั้น​ด้วย

ใน​บทที่ 3:7-16:31 เป็น​เรื่องราว​ของ​ผู้นำ 12 คน​ที่​พระเจ้า​ใช้​พวกเขา​ช่วยกู้​ชาว​อิสราเอล​จาก​พวก​ศัตรู เรา​จะ​เห็น​วัฏจักร​แห่ง​การ​เนรคุณ​เกิด​ขึ้น​ซ้ำ​แล้ว​ซ้ำ​อีก คือ 1) ประชาชน​จะ​ทิ้ง​พระยาห์เวห์​และ​กฎ​บัญญัติ​ของ​พระองค์​และ​หัน​ไป​บูชา​พระ​อื่นๆ 2) พระยาห์เวห์​จะ​ปล่อย​ให้​พวก​ศัตรู​ชนะ​ชาว​อิสราเอล​และ​กด​ขี่​ข่มเหง​พวก​เขา 3) ชาว​อิสราเอล​ก็​จะ​หวน​กลับ​มา​อ้อน​วอน​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระยาห์เวห์ 4) พระองค์​จะ​ส่ง​ผู้นำ​มา​กู้​พวก​เขา​ให้​พ้น​จาก​ศัตรู 5) เมื่อ​ผู้นำ​คน​นั้น​ตาย​ไป ประชาชน​ก็​จะ​ทิ้ง​พระยาห์เวห์​และ​กฎ​บัญญัติ​ของ​พระองค์​และ​หัน​ไป​บูชา​พระ​อื่นๆ​อีก แล้ว​มัน​ก็​เวียน​กลับ​ไป​ใน​วัฏจักร​เดิม

ใน​บท​ที่ 17-21 ห้า​บท​หลัง​นี้​จะ​พูด​ถึง​เรื่อง​ปัญหา​ภาย​ใน​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล​มาก​กว่า​ปัญหา​จาก​ศัตรู​ภาย​นอก ส่วน​หนึ่ง​ของ​ปัญหา​เป็น​เพราะ​ว่า “ใน​เวลา​นั้น​อิสราเอล​ยัง​ไม่​มี​กษัตริย์ ทุก​คน​ก็​เลย​ทำ​ตาม​อำเภอ​ใจ​ของ​ตน” (17:6, 18:1, 19:1 และ 21:25)

1

เผ่า​ยูดาห์​สู้​กับ​คน​คานาอัน

1 หลังจาก​โยชูวา​ตาย ชาว​อิสราเอล​ได้​ถาม​พระยาห์เวห์​ว่า “ใน​พวก​เรา​เผ่า​ไหน​จะ​เป็น​เผ่า​แรก​ที่​ขึ้น​ไป​สู้รบ​กับ​ชาว​คานาอัน​หรือ” 2 พระยาห์เวห์​ตอบ​ว่า “ให้​ยูดาห์​ขึ้น​ไป​เป็น​เผ่า​แรก ดู​สิ เรา​ได้​มอบ​แผ่นดิน​นั้น​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวก​เขา​แล้ว”

3 ชาว​เผ่า​ยูดาห์​จึง​ไป​พูด​กับ​ชาว​เผ่า​สิเมโอน พี่​น้อง​ของ​เขา​ว่า “ไป​ช่วย​พวก​เรา​รบ​กับ​ชาว​คานาอัน ใน​แผ่นดิน​ที่​ได้​จัดสรร​ให้​กับ​พวก​เรา​ด้วย​เถิด แล้ว​พวก​เรา​ก็​จะ​ขึ้น​ไป​ช่วย​พวก​เจ้า​รบ​ใน​แผ่นดิน​ที่​ได้​จัดสรร​ให้​กับ​พวก​เจ้า​เหมือน​กัน” แล้ว​ชาว​สิเมโอน​ก็​ไป​กับ​พวก​เขา

4 แล้ว​ยูดาห์​ได้​บุก​ขึ้น​ไป และ​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​ชาว​คานาอัน​และ​ชาว​เปริสซี ไว้​ใน​มือ​ของ​คน​ยูดาห์ พวก​เขา​ได้​ฆ่า​พวก​ผู้ชาย​ไป​หนึ่ง​หมื่น​คน​ที่​เมือง​เบเซก 5 แล้ว​ที่​นั่น​พวก​เขา​ได้​เจอ​กับ​อาโดนีเบเซก+ 1:5 อาโดนีเบเซก หมายถึง เจ้าเมือง​ของ​เมือง​เบเซก หรือ​อาจ​จะ​เป็น​ชื่อ​คน ผู้​เป็น​เจ้า​เมือง​เบเซก และ​ได้​สู้​รบ​กับ​เขา และ​ได้​ฆ่า​คน​คานาอัน​และ​คน​เปริสซี

6 อาโดนีเบเซก​หนี​ไป แต่​พวก​เขา​ได้​ไล่​ล่า​ตาม​ไป จน​จับ​ตัว​เขา​ไว้​ได้ และ​ตัด​นิ้ว​หัวแม่มือ และ​นิ้ว​หัวแม่เท้า​ของ​เขา​ทิ้ง 7 อาโดนีเบเซก พูด​ว่า “มี​กษัตริย์​เจ็ด​สิบ​องค์​ที่​ถูก​ตัด​นิ้ว​หัว​แม่มือ​และ​นิ้ว​หัว​แม่เท้า เก็บ​กิน​เศษ​อาหาร​อยู่​ใต้โต๊ะ​ของ​ข้า ข้า​ได้​ทำ​กับ​พวก​เขา​ยังไง พระเจ้า​ก็​ได้​ทำ​กับ​ข้า​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน” พวก​เขา​ได้​คุม​ตัว​อาโดนีเบเซก​ไป​ที่​เยรูซาเล็ม​และ​เขา​ก็​ตาย​ที่​นั่น

8 ชน​เผ่า​ยูดาห์​เข้า​โจมตี​และ​ยึด​เมือง​เยรูซาเล็ม​ไว้​ได้ พวก​เขา​ใช้​ดาบ​ไล่​ฆ่า​ฟัน​ชาว​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​เผา​เมือง​ทิ้ง 9 ต่อมา​ชน​เผ่า​ยูดาห์​ได้​ลง​ไป​สู้รบ​กับ​คน​คานาอัน ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แถบ​เทือก​เขา​เนเกบ และ​แถบ​ที่​ลุ่ม​เชิงเขา​ฝั่ง​ตะวันตก+ 1:9 ที่​ลุ่ม​เชิงเขา​ฝั่ง​ตะวันตก หรือ​เชเฟลาห์10 ชน​เผ่า​ยูดาห์​ได้​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​คานาอัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เฮโบรน (เมือง​เฮโบรน​เดิม​ชื่อ คิริยาทอารบา) และ​พวก​เขา​ได้​รบ​ชนะ​ตระกูล​เชชัย อาหิมาน และ​ทัลมัย

คาเลบ​และ​ลูกสาว​ของ​เขา

11 จาก​ที่​นั่น ชาว​ยูดาห์​ได้​บุก​ไป​สู้รบ​กับ​ชาว​เมือง​เดบีร์ (เมือง​เดบีร์​เดิม​ชื่อ​ว่า เมือง​คิริยาทเสเฟอร์) 12 คาเลบ​พูด​ว่า “ใคร​ที่​โจมตี​เมือง​คิริยาทเสเฟอร์​และ​ยึด​มัน​ไว้​ได้ เรา​จะ​ยก​อัคสาห์​ลูกสาว​ของ​เรา​ให้​เป็น​เมีย​ผู้​นั้น”

13 โอทนีเอล ลูกชาย​เคนัส ตี​เมือง​นั้น​ได้ เคนัส​เป็น​น้อง​ชาย​ของ​คาเลบ คาเลบ​จึง​ยก​อัคสาห์​ลูกสาว​ของ​เขา​ให้​เป็น​เมีย​ของ​โอทนีเอล 14 เมื่อ​นาง​อัคสาห์​มา​หา​โอทนีเอล โอทนีเอล​ได้​บอก​ให้​นาง​ขอ​ที่​นา​กับ​พ่อ​ของ​นาง 15 เมื่อ​นาง​ลง​จาก​หลัง​ลา คาเลบ​จึง​ถาม​นาง​ว่า “ลูก​มี​อะไร​ให้​พ่อ​ช่วย​หรือ”

นาง​จึง​ตอบ​ว่า “ขอ​ของ​ขวัญ​ให้​กับ​ลูก​สัก​อย่าง​เถิด ไหนๆ​พ่อ​ก็​ให้​ดินแดน​แห้ง​แล้ง​แถบ​เนเกบ​กับ​ลูก​แล้ว ขอ​พวก​ตาน้ำ​ให้​กับ​ลูก​ด้วย​เถิด” คาเลบ​จึง​ยก​ตาน้ำ​ที่​อยู่​ตอน​บน​กับ​ตาน้ำ​ที่​อยู่​ตอน​ล่าง​ให้​กับ​นาง

16 ลูก​หลาน​ของ​คน​เคไนต์ (คน​เคไนต์​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​พ่อตา​ของ​โมเสส) ได้​ขึ้น​ไป​จาก​เมือง​ต้น​ปาล์ม​อินทผลัม+ 1:16 เมือง​ต้น​ปาล์ม​อินทผลัม คือ​เมือง​เยริโค พร้อม​กับ​ชน​เผ่า​ยูดาห์ พวก​เขา​เข้า​ไป​ถึง​ถิ่น​ทุรกันดาร​ยูดาห์​ที่​อยู่​ใน​เนเกบ ใกล้​กับ​อาราด แล้ว​พวก​เขา​ก็​ได้​เข้า​ไป​ตั้ง​ถิ่นฐาน​อยู่​กับ​คน​อามีลีไค​ที่​นั่น 17 ชน​เผ่า​ยูดาห์​ได้​ไป​ร่วม​รบ​กับ​ชน​เผ่า​สิเมโอน​พี่​น้อง​ของ​เขา และ​พวก​เขา​ก็​ได้​ฆ่า​คน​คานาอัน ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เศฟัท และ​ทำลาย​เมือง​นั้น​อย่าง​ราบคาบ เขา​จึง​เรียก​ชื่อ​เมือง​นั้น​ว่า “โฮรมาห์”+ 1:17 โฮรมาห์ แปล​ว่า​เมือง​ที่​ถูก​ทำลาย​ลง​อย่าง​สิ้น​ซาก

18 ชน​เผ่า​ยูดาห์​ได้​ยึด​เมือง​กาซา เมือง​อัชเคโลน​และ​เมือง​เอโครน พร้อม​กับ​อาณาเขต​ของ​สาม​เมือง​นั้น 19 พระยาห์เวห์​อยู่​ด้วย​กับ​ชน​เผ่า​ยูดาห์ และ​พวก​เขา​ได้​ยึดครอง​พื้นที่​แถบ​เทือก​เขา​ไว้​ได้ แต่​ไม่​สามารถ​ขับ​ไล่​ชาว​เมือง​ที่​อยู่​ใน​หุบเขา​ออก​ไป เพราะ​พวก​นั้น​มี​รถรบ​เหล็ก

20 คาเลบ​ได้รับ​เมือง​เฮโบรน ตาม​ที่​โมเสส​ได้​สัญญา​ไว้ และ​เขา​ได้​ขับไล่​สาม​ตระกูล​ที่​สืบ​เชื้อ​สาย​มา​จาก​อานาค+ 1:20 สาม​ตระกูล … จาก​อานาค อานาค​เป็น​คน​ตัว​ใหญ่​อย่าง​กับ​ยักษ์ สาม​เผ่า​นี้​หมายถึง​สาม​เผ่า​ใน​ข้อ 10​ออก​ไป

เผ่า​เบนยามิน​ใน​เยรูซาเล็ม

21 แต่​ชน​เผ่า​เบนยามิน​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​ชาว​เยบุส​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม​ออก​ไป ดังนั้น​คน​เยบุส​จึง​อยู่​ร่วม​กับ​คน​เบนยามิน​ใน​เยรูซาเล็ม​จน​ถึง​ทุก​วันนี้

ลูกหลาน​โยเซฟ​ยึด​เบธเอล

22 ลูกหลาน​ของ​โยเซฟ​ได้​ขึ้น​ไป​ต่อสู้​กับ​เมือง​เบธเอล​ด้วย​เหมือน​กัน และ​พระยาห์เวห์​ได้​อยู่​กับ​พวก​เขา 23 คน​ของ​โยเซฟ​ได้​ส่ง​คน​สอดแนม​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เบธเอล (เมือง​นี้​เดิม​ชื่อ​ว่า​ลูส)

24 เมื่อ​พวก​คน​สอดแนม​เห็น​ชาย​คน​หนึ่ง​ออก​มา​จาก​เมือง พวก​เขา​พูด​กับ​ชาย​คน​นั้น​ว่า “บอก​ทาง​เข้า​เมือง​ให้​กับ​เรา​หน่อย และ​เรา​จะ​ปรานี​เจ้า” 25 ชาย​คน​นั้น​ก็​บอก​ทาง​เข้า​เมือง​ให้ พวก​คน​สอดแนม​ก็​เอา​ดาบ​ฆ่า​ฟัน​คน​ใน​เมือง แต่​เขา​ปล่อย​ชาย​คน​ที่​บอก​ทาง​คน​นั้น​กับ​ครอบครัว​ของ​เขา​ไป 26 ชาย​คน​นั้น​เข้า​ไป​ใน​ดินแดน​ของ​ชาว​ฮิตไทต์ และ​สร้าง​เมือง​ขึ้น เรียกว่า เมือง​ลูส และ​เมือง​นั้น​ก็​ยัง​มี​ชื่อ​ว่า​ลูส​มา​จน​ถึง​ทุก​วันนี้

คน​ตระกูล​อื่นๆ​สู้รบ​กับ​คน​คานาอัน

27 เผ่า​มนัสเสห์​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เบธชาน เมือง​ทาอานาค เมือง​โดร์ เมือง​อิบเลอัม เมือง​เมกิดโด และ​ชนบท​รอบๆ​เมือง​เหล่า​นั้น เพราะ​คน​คานาอัน​ไม่​ยอม​ออก​ไป​จาก​แผ่นดิน​นั้น 28 เมื่อ​ชาว​อิสราเอล​มี​กำลัง​เข้มแข็ง​ขึ้น พวก​เขา​ก็​ได้​บังคับ​ให้​คน​คานาอัน​ทำ​งาน​อย่าง​ทาส แต่​ชาว​อิสราเอล​ไม่​ได้​ไล่​คน​คานาอัน​ออก​ไป​ให้​หมด

29 ชน​เผ่า​เอฟราอิม​ก็​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​คน​คานาอัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เกเซอร์​ออก​ไป แต่​คน​คานาอัน​และ​ชน​เผ่า​เอฟราอิม​ต่าง​ก็​อยู่​ร่วม​กัน​ใน​เมือง​เกเซอร์ 30 ชน​เผ่า​เศบูลุน​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​ชาว​คานาอัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​คิทโรน​กับ​เมือง​นาหะโลล​ออก​ไป แต่​คน​คานาอัน​กับ​คน​เศบูลุน​ก็​ยัง​อยู่​ร่วม​กัน แต่​คน​คานาอัน​ก็​ได้​ถูก​บังคับ​ให้​ทำ​งาน​อย่าง​ทาส

31 ชน​เผ่า​อาเชอร์​ก็​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​อัคโค เมือง​ไซดอน เมือง​อัคลาบ เมือง​อัคซีบ เมือง​เฮลบาห์ เมือง​อาฟิก และ​เมือง​เรโหบ 32 คน​เผ่า​อาเชอร์​ก็​อยู่​ร่วม​กับ​คน​คานาอัน​ใน​แผ่นดิน​นั้น เพราะ​คน​อาเชอร์​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​คน​คานาอัน​ออก​ไป

33 ชน​เผ่า​นัฟทาลี​ก็​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เบธเชเมช หรือ​ใน​เมือง​เบธอานาท​ออก​ไป แต่​คน​เผ่า​นัฟทาลี​ก็​อยู่​ร่วม​กัน​กับ​คน​คานาอัน​ใน​แผ่นดิน​นั้น แต่​ชาว​เมือง​เบธเชเมช​และ​เมือง​เบธอานาท​ได้​ถูก​บังคับ​ให้​ทำ​งาน​อย่าง​ทาส​ให้​กับ​ชน​เผ่า​นัฟทาลี 34 คน​อาโมไรต์​ขับ​ไล่​คน​เผ่า​ดาน​ให้​กลับ​ไป​ที่​แถบ​เทือก​เขา​และ​ไม่​ยอม​ให้​พวก​เขา​ลง​มา​ที่​หุบเขา

35 คน​อาโมไรต์​ยัง​คง​อาศัย​อยู่​ที่​ภูเขา​เฮเรส ใน​เมือง​อัยยาโลน และ​ใน​เมือง​ชาอัลบิม แต่​ลูกหลาน​ของ​โยเซฟ​เข้มแข็ง​กว่า และ​พวก​เขา​ได้​บังคับ​ให้​คน​อาโมไรต์​ทำ​งาน​อย่าง​ทาส 36 อาณาเขต​ของ​คน​อาโมไรต์ เริ่ม​ตั้ง​แต่​ทาง​ข้าม​แมงป่อง​ไป​ถึง​เมือง​เส-ลา และ​เรื่อย​ขึ้น​ไป

2

ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​โบคิม

1 ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​ขึ้น​ไป​จาก​เมือง​กิลกาล​ถึง​เมือง​โบคิม และ​พระองค์​พูด​ว่า “เรา​ได้​นำ​พวก​เจ้า​ขึ้น​มา​จาก​อียิปต์ และ​เรา​ได้​นำ​เจ้า​เข้า​มา​สู่​แผ่นดิน ที่​เรา​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​พวก​บรรพบุรุษ​ของ​เจ้า เรา​ได้​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​ไม่​มี​วัน​ล้มเลิก​ข้อตกลง​ที่​เรา​ได้​ให้​ไว้​กับ​เจ้า 2 แต่​เจ้า​จะ​ต้อง​ไม่​ทำ​ข้อตกลง​กับ​คน​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นี้ ให้​รื้อ​พวก​แท่น​บูชา​ของ​พวก​เขา​ทิ้ง​ไป’ แต่​เจ้า​ก็​ไม่​ได้​ฟัง​เสียง​ของ​เรา ดู​เอา​เอง​สิ​ว่า​เจ้า​ได้​ทำ​อะไร​ลง​ไป

3 ดังนั้น ตอนนี้​เรา​ขอ​บอก​ให้​รู้​ว่า เรา​จะ​ไม่​ขับไล่​พวก​เขา​ออก​ไป​ต่อหน้า​เจ้า​อีก​แล้ว พวก​เขา​จะ​เป็น​ตัว​ปัญหา+ 2:3 ตัว​ปัญหา หรือ อาจ​จะ​เป็น ตาข่าย ให้​กับ​เจ้า และ​พวก​พระ​ของ​พวก​เขา​ก็​จะ​เป็น​กับดัก​จับ​เจ้า” 4 เมื่อ​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​คำ​เหล่านี้​ให้​กับ​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ฟัง พวก​เขา​ก็​ร้องไห้​เสียงดัง 5 เขา​จึง​ตั้ง​ชื่อ​ที่​นั่น​ว่า โบคิม+ 2:5 โบคิม มี​ความ​หมาย​ว่า ประชาชน​ร้องไห้ และ​พวก​เขา​ก็​ได้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​ที่​นั่น

การ​ไม่​เชื่อฟัง​และ​ความ​พ่ายแพ้

6 เมื่อ​โยชูวา​ปล่อย​ให้​ประชาชน​กลับ​ไป ชาวอิสราเอล​ต่างคน​ต่าง​ก็​กลับ​ไป​ใน​ที่ดิน​ที่​ตน​เอง​เป็น​เจ้า​ของ 7 พวก​เขา​ได้​รับใช้​พระยาห์เวห์​ตลอด​ชีวิต​ของ​โยชูวา และ​ตลอด​ชีวิต​ของ​ผู้​อาวุโส​ที่​มี​อายุ​ยืนยาว​กว่า​โยชูวา ผู้​อาวุโส​พวก​นี้​คือ​พวก​ที่​ได้​เห็น​งาน​อัน​ยิ่งใหญ่​ทั้งหมด​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​กับ​คน​อิสราเอล 8 โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน ผู้รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์ ได้​ตาย​ไป​เมื่อ​เขา​มี​อายุ​หนึ่ง​ร้อย​สิบ​ปี

9 พวก​เขา​ได้​ฝัง​โยชูวา​ไว้​ใน​เขต​ที่ดิน​ที่​เป็น​มรดก​ของ​เขา ใน​เมือง​ทิมนาท-เฮเรส ใน​แถบ​เทือก​เขา​เอฟราอิม ทาง​ตอน​เหนือ​ของ​ภูเขา​กาอัช 10 ในที่สุด คน​รุ่นนั้น​ทั้งหมด​ก็​ถูก​รวบ​รวม​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา และ​มี​คน​รุ่นใหม่​ขึ้น​มา​แทน​พวก​เขา คน​รุ่นใหม่​นี้​ไม่​มี​ประสบการณ์​กับ​พระยาห์เวห์ หรือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​กับ​คน​อิสราเอล 11 คน​อิสราเอล​ได้​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ไป​รับใช้​พวก​พระ​บาอัล 12 พวก​เขา​ได้​ละทิ้ง​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา พระเจ้า​ที่​นำ​พวก​เขา​ออก​มา​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์ พวก​เขา​ไป​ติดตาม​พระ​อื่นๆ​ที่​เป็น​พวก​พระ​ของ​ชนชาติ​ที่​อยู่​รอบ​ข้าง​พวก​เขา และ​กราบ​ไหว้​พระ​เหล่า​นั้น ทำให้​พระยาห์เวห์​โกรธ

13 พวก​เขา​ได้​ละทิ้ง​พระยาห์เวห์ และ​ไป​รับใช้​พระ​บาอัล​และ​พวก​พระ​อัชทาโรท 14 ดังนั้น​พระยาห์เวห์​จึง​โกรธ​คน​อิสราเอล พระองค์​จึง​ยก​พวก​อิสราเอล​ให้​ตก​ไป​อยู่​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​โจร โจร​ได้​มา​ปล้น​ทรัพย์สิน​ของ​พวก​เขา และ​ขาย​พวก​เขา​ให้​ไป​อยู่​ใน​มือ​ของ​พวก​ศัตรู​ที่​อยู่​รอบ​ด้าน​พวก​เขา และ​พวก​เขา​ก็​ไม่​สามารถ​ยืน​หยัด​ต่อ​สู้​พวก​ศัตรู​ของ​พวก​เขา​ได้ 15 ทุก​ครั้ง​ที่​พวก​อิสราเอล​ออก​รบ มือ​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ต่อต้าน​พวก​เขา ทำ​ให้​พวก​เขา​พ่ายแพ้ อย่าง​ที่​พระองค์​ได้​สาบาน​ไว้​แล้ว​ว่า​จะ​ทำ​กับ​พวก​เขา และ​พวก​เขา​เดือด​ร้อน​มาก

16 แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​ได้​เลือก​พวก​ผู้นำ​ขึ้น​มา และ​คน​พวก​นี้​ได้​มา​ช่วยกู้​คน​อิสราเอล​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​ที่​ปล้น​พวก​เขา​นั้น 17 แต่​ชาว​อิสราเอล​ก็​ไม่​เชื่อฟัง​แม้​แต่​พวก​ผู้นำ​ของ​พวก​เขา เพราะ​คน​อิสราเอล​ได้​ขายตัว​ให้​กับ​พวก​พระ​ต่างๆ​และ​ไป​กราบ​ไหว้​พวก​พระ​เหล่า​นั้น คน​อิสราเอล​ได้​หัน​ไป​จาก​ทาง​ที่​พวก​พ่อ​ของ​เขา​เคย​เดิน​มา​นั้น​อย่าง​รวดเร็ว พวก​พ่อ​ของ​เขา​เชื่อฟัง​คำสั่ง​ของ​พระยาห์เวห์ แต่​คน​รุ่นใหม่​นี้​ไม่​ได้​ทำตาม

18 เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ตั้ง​ผู้นำ​คน​หนึ่ง​ขึ้น​มา​ให้​กับ​พวก​เขา พระยาห์เวห์​ก็​จะ​อยู่​กับ​ผู้นำ​คน​นั้น และ​พระองค์​ก็​ได้​ช่วย​พวก​อิสราเอล​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​ศัตรู ตลอด​ชั่ว​ชีวิต​ของ​ผู้นำ​คน​นั้น เพราะ​พระยาห์เวห์​สงสาร เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​ร้อง​คร่ำครวญ​ของ​พวก​อิสราเอล เพราะ​ถูก​กดขี่​ข่มเหง

19 แต่​เมื่อ​ผู้นำ​คน​นั้น​ตาย​ไป พวก​อิสราเอล​ก็​หัน​กลับ​ไป​ทำ​ชั่ว​ยิ่งกว่า​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา​เสียอีก พวก​เขา​ไป​ติดตาม​รับใช้​และ​กราบไหว้​พวก​พระ​อื่นๆ พวก​อิสราเอล​ไม่​ยอม​ทิ้ง​สิ่ง​ชั่วร้าย​ที่​พวก​เขา​ทำ​กัน​อยู่​หรือ​การ​กระทำ​ที่​ดื้อดึง​ของ​พวก​เขา

20 ดังนั้น​พระยาห์เวห์​จึง​โกรธ​พวก​อิสราเอล​มาก และ​พระองค์​พูด​ว่า “เพราะ​ชนชาติ​นี้​ได้​ฝ่าฝืน​ข้อตกลง​ของ​เรา ที่​เรา​ได้​สั่ง​ให้​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​รักษา และ​พวก​เขา​ก็​ไม่​ยอม​ฟัง​เสียง​ของ​เรา​ด้วย 21 อย่าง​นั้น เรา​จะ​ไม่​ขับไล่​ชนชาติ​ต่างๆ​ออก​ไป​ต่อหน้า​พวก​เขา​อีก​แล้ว คือ​พวก​ชนชาติ​ต่างๆ​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่​ตอน​ที่​โยชูวา​ตาย 22 เรา​จะ​ใช้​ชนชาติ​พวก​นี้​ลองใจ​ชาว​อิสราเอล จะ​ดู​สิ​ว่า พวก​เขา​จะ​เดิน​ใน​เส้นทาง​ของ​พระยาห์เวห์​อย่าง​ระมัด​ระวัง​เหมือน​กับ​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​ทำ​หรือ​เปล่า” 23 ดังนั้น​พระยาห์เวห์​จึง​ปล่อย​ให้​พวก​ชนชาติ​เหล่า​นั้น อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ต่อ​ไป พระองค์​ไม่​ได้​ขับไล่​พวก​เขา​ออก​ไป​ทันที พระองค์​ไม่​ได้​มอบ​พวก​ชนชาติ​เหล่า​นั้น​ไว้​ใน​มือ​ของ​โยชูวา

3

1 ต่อไปนี้​คือ​ชนชาติ​ต่างๆ​ที่​พระยาห์เวห์​ยัง​ปล่อย​ให้​หลงเหลือ​อยู่​ใน​แผ่นดิน​เพื่อ​ลองใจ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ที่​ไม่​ได้​เข้า​ร่วม​รบ​ตอน​ยึด​แผ่นดิน​คานาอัน​นั้น 2 พระยาห์เวห์​ทำ​อย่าง​นี้​เพื่อ​ให้​คน​อิสราเอล​รุ่น​หลัง​นี้​ที่​ไม่​เคย​มี​ประสบการณ์​ใน​การ​รบ​มา​ก่อน จะ​ได้​เรียนรู้​เกี่ยวกับ​สงคราม

3 ชนชาติ​ต่างๆ​ที่​ยัง​เหลือ​อยู่ คือ​ผู้​ครอบครอง​ทั้ง​ห้า​คน​ของ​ฟีลิสเตีย คน​คานาอัน​ทั้งหมด คน​ไซดอน และ​คน​ฮีไวต์​ที่​อาศัย​อยู่​แถบ​เนินเขา​เลบานอน ตั้งแต่​ภูเขา​บาอัล-เฮอร์โมน ไป​จน​ถึง​เมือง​เลโบ-ฮามัท

4 ชนชาติ​เหล่า​นี้ มี​ไว้​สำหรับ​ลองใจ​ชาว​อิสราเอล เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า พวก​เขา​จะ​เชื่อฟัง​คำสั่ง​ต่างๆ​ของ​พระยาห์เวห์​หรือ​ไม่ คือ​คำสั่ง​ต่างๆ​ที่​พระองค์​ได้​สั่ง​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​ผ่าน​มา​ทาง​โมเสส 5 ดังนั้น​ชาว​อิสราเอล​จึง​ได้​อาศัย​อยู่​ร่วม​กับ คน​คานาอัน คน​ฮิตไทต์ คน​อาโมไรต์ คน​เปริสซี คน​ฮีไวต์​และ​คน​เยบุส

6 คน​อิสราเอล​ได้​เอา​ลูกสาว​ของ​คน​พวก​นั้น​มา​เป็น​เมีย และ​ยอม​ยก​ลูกสาว​ของ​ตน​ให้​กับ​ลูกชาย​ของ​คน​พวก​นั้น แถม​ไป​รับใช้​พระ​ต่างๆ​ของ​คน​พวก​นั้น​ด้วย

โอทนีเอล​ผู้นำ​คน​แรก

7 ชาว​อิสราเอล​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ได้​ลืม​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เขา และ​ไป​รับใช้​รูป​เคารพ​ของ​พวก​พระ​บาอัล และ​พวก​พระ​อัชทาโรท 8 พระยาห์เวห์​จึง​โกรธ​ชาว​อิสราเอล พระองค์​ขาย​พวก​เขา​ให้​ตก​ไป​อยู่​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​กษัตริย์​คูชัน-ริชาธาอิม​แห่ง​อาราม นาชาราอิม+ 3:8 อาราม นาชาราอิม พื้นที่​ทาง​เหนือ​ของ​ซีเรีย​ระหว่าง​แม่น้ำ​ไทกริส​และ​ยูเฟรติส ชาว​อิสราเอล​จึง​ต้อง​รับใช้​กษัตริย์​คูชัน-ริชาธาอิม​อยู่​แปด​ปี

9 แต่​เมื่อ​ชาว​อิสราเอล​ร้องขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระยาห์เวห์ พระองค์​ได้​ส่ง​ผู้ช่วย​มา​ให้​กับ​คน​อิสราเอล เพื่อ​ช่วยเหลือ​พวก​เขา คน​นั้น​คือ โอทนีเอล​ลูกชาย​ของ​เคนัส เคนัส​เป็น​น้อง​ชาย​ของ​คาเลบ 10 พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​ลง​มา​อยู่​กับ​โอทนีเอล และ​เขา​ได้​กลาย​เป็น​ผู้นำ​ของ​อิสราเอล เขา​ออก​ไป​ทำ​สงคราม และ​พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​กษัตริย์​คูชัน-ริชาธาอิม​ตก​อยู่​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​เขา และ​เขา​มี​ชัย​เหนือ​กษัตริย์​คูชัน 11 จาก​นั้น​แผ่นดิน​ก็​สงบสุข​เป็น​เวลา​สี่สิบ​ปี จน​โอทนีเอล​ลูกชาย​เคนัส​ตาย​ไป

ผู้นำ​เอฮูด

12 ต่อมา​ชาว​อิสราเอล​ได้​ทำ​สิ่ง​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​อีก พระองค์​ก็เลย​ทำ​ให้​กษัตริย์​เอกโลน​ของ​เมือง​โมอับ​มี​กำลัง​เข้มแข็ง และ​มา​โจม​ตี​ชาว​อิสราเอล เพราะ​คน​อิสราเอล​ได้​ทำ​สิ่ง​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ 13 กษัตริย์​เอกโลน​ได้​ชวน​คน​อัมโมน​และ​อามาเลค มา​เข้า​พวก​กับ​เขา และ​ไป​โจม​ตี​อิสราเอล และ​พวก​เขา​ได้​ยึดครอง​เมือง​ดง​อินทผลัม​ไว้​ได้

14 ดังนั้น​ชาว​อิสราเอล​จึง​ต้อง​รับใช้​กษัตริย์​เอกโลน ของ​เมือง​โมอับ​อยู่​สิบแปด​ปี 15 ชาว​อิสราเอล​ได้​ร้องขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​จาก​พระยาห์เวห์ แล้ว​พระองค์​ก็​ได้​ส่ง​ผู้ช่วย​คน​หนึ่ง​มา​ให้​กับ​พวก​เขา คือ​เอฮูด​ลูกชาย​ของ​เกรา​จาก​เผ่า​เบนยามิน เขา​ถูก​ฝึก​ให้​สู้​รบ​ด้วย​มือ​ซ้าย ชาว​อิสราเอล​ให้​เขา​เอา​ส่วย​ไป​ส่ง​ให้​กับ​กษัตริย์​เอกโลน​ของ​เมือง​โมอับ

16 เอฮูด​ได้​ทำ​ดาบ​สองคม​เล่ม​หนึ่ง​ยาว​ศอก​หนึ่ง เขา​มัด​มัน​ไว้​ที่​ต้น​ขา​ขวา​ใต้​ชุด​ที่​ใส่ 17 แล้ว​เขา​ได้​นำ​ส่วย​ไป​มอบ​ให้​กับ​กษัตริย์​เอกโลน​ของ​เมือง​โมอับ (กษัตริย์​เอกโลน​เป็น​คน​ที่​อ้วน​มาก) 18 เมื่อ​เอฮูด​มอบ​ส่วย​เสร็จ​แล้ว เขา​ก็​ไป​ส่ง​คน​ที่​แบก​ส่วย​มา 19 เมื่อ​เอฮูด​ไป​ถึง​พวก​รูป​หิน​แกะ​สลัก​ที่​กิลกาล เขา​ก็​ย้อน​กลับ​ไป​หา​กษัตริย์​เอกโลน​และ​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “ข้า​แต่​กษัตริย์ ข้าพเจ้า​มี​ความลับ​จะ​แจ้ง​กับ​ท่าน”

กษัตริย์​จึง​บอก​ให้​เอฮูด​เงียบ​ก่อน แล้ว​เขา​ก็​สั่ง​ให้​พวก​ผู้รับใช้​ของ​เขา​ออก​ไป​นอก​ห้อง

20 แล้ว​เอฮูด​ได้​เข้า​ไป​หา​กษัตริย์​เอกโลน ใน​ขณะ​ที่​เขา​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ที่​ตั้ง​อยู่​บน​ฐาน​ที่​ยก​สูง ซึ่ง​เป็น​ของ​เขา​โดย​เฉพาะ เอฮูด​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​มี​ข่าว​จาก​พระเจ้า​มา​แจ้ง​กับ​ท่าน” ใน​ขณะ​ที่​กษัตริย์​เอกโลน​ลุก​ขึ้น​จาก​ที่​นั่ง 21 เอฮูด​ก็​ยื่น​มือ​ซ้าย​ไป​ชัก​ดาบ​จาก​ต้น​ขา​ขวา​ของ​เขา แล้ว​แทง​เข้า​ไป​ที่​ท้อง​ของ​กษัตริย์​เอกโลน 22 จม​มิด​ด้าม ไขมัน​ก็​ปิด​คม​ดาบ​ไว้ และ​เอฮูด​ก็​ไม่​ได้​ดึง​ดาบ​ออก​จาก​ท้อง​ของ​กษัตริย์ และ​กษัตริย์​เอกโลน​ก็​อุจจาระ​ลาด​ออก​มา

23 แล้ว​เอฮูด​ก็​ได้​ปิด​ประตู​ห้อง​บัลลังก์​และ​ลง​กลอน​ข้าง​ใน จาก​นั้น​เขา​ก็​หย่อน​ตัว​ลง​ทาง​ช่อง​ส้วม​ไป​ยัง​ห้อง​ด้าน​ล่าง 24 แล้ว​เอฮูด​ก็​ออก​ไป​ทาง​ห้องโถง​ใหญ่ และ​พวก​ผู้รับใช้​ของ​กษัตริย์​เอกโลน​ก็​เข้า​มา เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​ว่า​ประตู​ห้อง​บน​ชั้น​สอง​นั้น​ปิด​อยู่ พวก​เขา​ก็​คิด​ว่า​กษัตริย์​เอกโลน​กำลัง​ถ่าย​ทุกข์​อยู่​ข้าง​ใน 25 พวก​เขา​คอย​อยู่​จน​รู้สึก​เป็น​ห่วง จึง​เอา​กุญแจ​มา​ไข​เข้า​ไป​ดู และ​พบ​กษัตริย์​เอกโลน​นอน​ตาย​อยู่​บน​พื้น

26 เอฮูด​หนี​ออก​มา ใน​ขณะ​ที่​พวก​คน​รับใช้​กำลัง​คอย​อยู่ เขา​เดิน​ผ่าน​พวก​รูปเคารพ​ที่​สลัก​จาก​หิน และ​หนี​ไป​จน​ถึง​เสอีราห์ 27 เมื่อ​เขา​ไป​ถึง​ที่​นั่น เขา​ได้​เป่า​แตร​เขา​สัตว์​ที่​เทือก​เขา​เอฟราอิม แล้ว​ชาว​อิสราเอล​ก็​ยก​พล​ลง​จาก​เขา​ไป​พร้อม​กับ​เอฮูด ที่​นำ​หน้า​พวก​เขา​ไป

28 เอฮูด​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “ตาม​เรา​มา เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​พวก​ศัตรู​ของ​พวก​ท่าน คือ​ชาว​โมอับ​ไว้​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​ท่าน​แล้ว” ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย​จึง​ตาม​เขา​ไป และ​พวก​เขา​ได้​ยึด​บริเวณ​น้ำ​ตื้น​ที่​ลุย​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป​เมือง​โมอับ​ได้ และ​ไม่​ให้​ใคร​ข้าม​ทั้ง​นั้น 29 ใน​ครั้ง​นั้น​พวก​เขา​ได้​ฆ่า​ชาย​โมอับ​ที่​เข้มแข็ง​และ​กล้าหาญ​ไป​ประมาณ​หนึ่ง​หมื่น​คน ไม่​มี​ใคร​หนี​รอด​ไป​ได้

30 ใน​วัน​นั้น​ชาว​โมอับ​ตก​อยู่​ภาย​ใต้​เงื้อม​มือ​ของ​คน​อิสราเอล หลังจาก​นั้น​แผ่นดิน​ก็​สงบสุข​เป็น​เวลา​แปดสิบ​ปี

ผู้นำ​ชัมการ์

31 หลังจาก​เอฮูด​แล้ว ก็​มี​ชัมการ์​ลูกชาย​อานาท เขา​ใช้​ประตัก​วัว​ฆ่า​ชาว​ฟีลีสเตีย​ไป​หก​ร้อย​คน เขา​ก็​เป็น​ผู้ช่วย​ชาว​อิสราเอล​คน​หนึ่ง​ด้วย​เหมือน​กัน

4

เดโบราห์​ผู้นำ​หญิง

1 เมื่อ​เอฮูด​ตาย ชาว​อิสราเอล​ได้​ทำ​สิ่งชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​อีก 2 พระยาห์เวห์​ก็เลย​ขาย​พวก​เขา​ให้​ตก​ไป​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​ยาบิน​กษัตริย์​ของ​คานาอัน ผู้​ครอบ​ครอง​เมือง​ฮาโซร์ แม่ทัพ​ของ​เขา​คือ​สิเสรา ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ฮาโรเชท-ฮาโกยิม 3 ชาว​อิสราเอล​ก็​ร้องขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระยาห์เวห์​อีก เพราะ​สิเสรา​มี​รถรบ​เหล็ก​ถึง​เก้า​ร้อย​คัน และ​เขา​ได้​กดขี่​ข่มเหง​ชาว​อิสราเอล​อย่าง​โหด​ร้าย​ทารุณ​ถึง​ยี่สิบ​ปี

4 เดโบราห์​เป็น​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​ที่​กำลัง​ทำ​หน้าที่​เป็น​ผู้นำ​ของ​อิสราเอล​อยู่​ใน​เวลา​นั้น นาง​เป็น​เมีย​ของ​ลับปิโดท 5 เดโบราห์​เคย​นั่ง​ตัดสิน​คดี​อยู่​ใต้​ต้น​อินทผลัม​ของ​นาง ที่​อยู่​ระหว่าง​รามาห์​กับ​เบธเอล​ใน​เขต​เทือก​เขา​เอฟราอิม และ​ชาว​อิสราเอล​ก็​มา​หา​นาง​เพื่อ​ให้​นาง​ตัดสิน​คดี​ให้

6 นาง​ส่ง​คน​ไป​เรียก​บาราค​ลูก​ชาย​ของ​อาบีโนอัม ให้​มา​จาก​เมือง​คาเดช​ใน​เขตแดน​ของ​นัฟทาลี นาง​พูด​กับ​เขา​ว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ไม่​ได้​สั่ง​ท่าน​หรือ​ว่า ให้​ยก​พล​ไป​ตั้ง​อยู่​ที่​ภูเขา​ทาโบร์ และ​เกณฑ์​คน​หนึ่ง​หมื่น​คน​จาก​เผ่า​นัฟทาลี​และ​จาก​เผ่า​เศบูลุน 7 เรา​จะ​ล่อ​สิเสรา แม่ทัพ​ของ​กองทัพ​ยาบิน พร้อม​กับ​รถรบ และ​กอง​ทหาร​ของ​เขา ให้​ออก​มา​พบ​กับ​เจ้า​ที่​แม่น้ำ​คีโชน และ​เรา​จะ​ยก​พวก​เขา​ให้​ตก​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​เจ้า”

8 บาราค​จึง​ตอบ​เดโบราห์​ว่า “ถ้า​ท่าน​ไป​กับ​ข้า ข้า​ก็​จะ​ไป แต่​ถ้า​ท่าน​ไม่​ไป​กับ​ข้า ข้า​ก็​ไม่​ไป”

9 เดโบราห์​พูด​ว่า “ข้า​จะ​ไป​กับ​ท่าน​แน่ แต่​บอก​ให้​ท่าน​รู้​ไว้​ว่า ท่าน​จะ​ไม่​ได้รับ​เกียรติ​ใน​ทาง​ที่​ท่าน​จะ​ไป​นี้ เพราะ​พระยาห์เวห์​จะ​ทำ​ให้​สิเสรา​ตก​อยู่​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​ผู้หญิง” แล้ว​เดโบราห์​จึง​ลุก​ขึ้น​ไป​กับ​บาราค​ถึง​เมือง​เคเดช 10 บาราค​ได้​รวบรวม​พล​จาก​เผ่า​เศบูลุน​และ​เผ่า​นัฟทาลี​มา​ที่​เคเดช เขา​รวบรวม​ได้​ทั้งหมด​หนึ่ง​หมื่น​คน​ที่​มา​ติดตาม​เขา และ​เดโบราห์​ก็​ไป​กับ​เขา​ด้วย

11 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เฮเบอร์ ชาว​เคไนต์ เขา​ได้​แยก​ตัว​ออก​มา​จาก​คน​เคไนต์ แล้ว​มา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ต้น​โอ๊ก​ใน​ศานันนิม ซึ่ง​อยู่​ใกล้​เมือง​เคเดช เคไนต์​เป็น​ลูกหลาน​ของ​โฮบับ และ​โฮบับ​เป็น​พ่อตา​ของ​โมเสส 12 มี​คน​บอก​สิเสรา​ว่า บาราค​ลูกชาย​ของ​อาบีโนอัม ได้​ขึ้น​ไป​ที่​ภูเขา​ทาโบร์ 13 สิเสรา​จึง​รวบรวม​รถรบ​เหล็ก​ทั้ง​เก้า​ร้อย​คัน​ของ​เขา​และ​ทหาร​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา เคลื่อน​พล​จาก​เมือง​ฮาโรเชท-ฮาโกยิม ไป​ที่​แม่น้ำ​คีโชน

14 แล้ว​เดโบราห์​พูด​กับ​บาราค​ว่า “ลุก​ขึ้น เพราะ​วันนี้​เป็น​วัน​ที่​พระยาห์เวห์​จะ​ทำ​ให้​สิเสรา​ตก​อยู่​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​ท่าน พระยาห์เวห์​นำ​หน้า​ท่าน​อย่าง​แน่นอน” ดังนั้น​บาราค​จึง​ลง​มา​จาก​ภูเขา​ทาโบร์​และ​มี​ทหาร​ทั้ง​หมื่น​คน​ติดตาม​เขา​ไป

15 ใน​ขณะ​ที่​บาราค​เข้า​โจม​ตี​นั้น พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​ฝ่าย​ของ​สิเสรา​รวมทั้ง​รถรบ​และ​กองทัพ​ของเขา​สับสน​วุ่นวาย​ใต้​คม​ดาบ​ของ​บาราค สิเสรา​ก็​ลง​จาก​รถรบ​วิ่ง​หนี​ไป 16 บาราค​ไล่​ตาม​รถรบ​และ​กองทัพ​ทั้งหลาย​ของ​สิเสรา ไป​จน​ถึง​ฮาโรเชท-ฮาโกยิม กองทัพ​ทั้งหมด​ของ​สิเสรา​ถูก​ฆ่า​ตาย​ด้วย​ดาบ ไม่​เหลือ​แม้แต่​คน​เดียว

17 ส่วน​สิเสรา​ได้​วิ่ง​หนี​ไป​ที่​เต็นท์​ของ​ยาเอล เมีย​ของ​เฮเบอร์​คน​เคไนต์ เพราะ​กษัตริย์​ยาบิน​เมือง​ฮาโซร์​เป็น​พันธมิตร​กับ​ครอบครัว​เฮเบอร์​คน​เคไนต์ 18 ยาเอล​ออก​มา​พบ​กับ​สิเสรา นาง​พูด​กับ​เขา​ว่า “เชิญ​ทาง​นี้​เจ้านาย เชิญ​มา​หา​ดิฉัน​ทาง​นี้ ไม่​ต้อง​กลัว” เขา​จึง​ตรง​เข้า​ไป​หา​นาง เข้า​ไป​ที่​เต็นท์​ของ​นาง และ​นาง​ก็​เอา​ผ้า​ห่ม​คลุม​ตัว​เขา​ไว้

19 จาก​นั้น​สิเสรา​ก็​พูด​กับ​ยาเอล​ว่า “ขอ​น้ำ​ให้​ข้า​กิน​หน่อย ข้า​หิว​น้ำ” ดังนั้น​นาง​จึง​เปิด​ถุง​น้ำนม​และ​ให้​เขา​ดื่ม และ​เอา​ผ้า​คลุม​เขา​ไว้ 20 เขา​พูด​กับ​นาง​ว่า “ช่วย​ยืน​เฝ้า​ที่​ประตู​เต็นท์​หน่อย และ​ถ้า​มี​ใคร​ถาม​ว่า ‘มี​ใคร​อยู่​ใน​นี้​หรือ​เปล่า’ ให้​บอก​ว่า ‘ไม่​มี’”

21 แต่​ยาเอล​เมีย​ของ​เฮเบอร์​หยิบ​หมุด​ขึง​เต็นท์​กับ​ค้อน แล้ว​ค่อยๆ​ย่อง​เข้า​ไปหา​เขา และ​นาง​ก็​ตอก​หมุด​ไป​ตรง​ขมับ​ของ​เขา ทะลุ​ติด​ดิน ใน​ขณะ​ที่​เขา​กำลัง​หลับ​สนิท เพราะ​เหน็ด​เหนื่อย​มาก เขา​จึง​ตาย 22 ทันใดนั้น บาราค​ที่​กำลัง​ไล่​ล่า​สิเสรา​ก็​มา​ถึง ยาเอล​ออก​มา​พบ​เขา​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “เข้า​มา​สิ แล้ว​ฉัน​จะ​ให้​ท่าน​ดู​ชาย​ที่​ท่าน​กำลัง​ตาม​หา​อยู่” เขา​จึง​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​กับ​นาง และ​เห็น​สิเสรา​นอน​ตาย​อยู่​ที่​นั่น มี​หมุด​ปัก​เต็นท์​ตอก​อยู่​ที่​ขมับ

23 ดังนั้น ใน​วัน​นั้น พระเจ้า​ก็​ได้​พิชิต​กษัตริย์​ยาบิน​ของ​คานาอัน​ให้​กับ​ชาว​อิสราเอล 24 ชาว​อิสราเอล​ก็​มี​กำลัง​เข้มแข็ง​ขึ้น​เรื่อยๆ​เหนือ​กษัตริย์​ยาบิน​ของ​คานาอัน จน​ใน​ที่​สุด​พวก​เขา​ก็​ได้​ทำลาย​กษัตริย์​ยาบิน​ของ​คานาอัน​ไป

5

บทเพลง​ของ​เดโบราห์

1 ใน​วัน​นั้น เดโบราห์​และ​บาราค​ลูก​ชาย​อาบีโนอัม​ได้​ร้องเพลง​นี้

2 สรรเสริญ​พระยาห์เวห์​เถิด

เพราะ​ชาว​อิสราเอล​เป็น​จำนวน​มาก​ได้​อุทิศ​ตัวอย่าง​เต็มที่

กองทัพ​ได้​อาสาสมัคร​เข้า​ร่วม​รบ

3 ฟัง​ให้​ดี กษัตริย์​ทั้งหลาย

สนใจ​หน่อย ผู้​ครอบ​ครอง​ทั้งหลาย

ข้า​จะ​ร้องเพลง

ตัว​ข้า​เอง​จะ​ร้องเพลง​ให้​กับ​พระยาห์เวห์

ข้า​จะ​ร้องเพลง​ไป​กับ​เครื่อง​ดนตรี

ให้​กับ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล

4 ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ เมื่อ​พระองค์​ออก​มา​จาก​เทือก​เขา​เสอีร์

เมื่อ​พระองค์​ย่างก้าว​มา​ที่​นี่​จาก​แผ่นดิน​ของ​เอโดม

แผ่นดิน​ก็​สั่น​สะท้าน

ท้องฟ้า​ก็​เท​ฝน​ลง​มา

หมู่​เมฆ​ก็​เท​น้ำ​ลง​มา

5 ภูเขา​ต่างๆ​ก็​สั่น​สะเทือน

ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ พระผู้นั้น​ของ​ซีนาย

ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล

6 ใน​สมัย​ของ​ชัมการ์​บุตร​อานาท

และ​ใน​สมัย​ของ​ยาเอล พวก​ขบวน​คาราวาน​ก็​หยุด​เดิน

พวก​คน​เดิน​ทาง​ก็​อ้อม​ไป​ใช้​เส้น​หลัง

7 คน​ชนบท​ก็​หวาดกลัว​ที่​จะ​ออก​ไป​ทำ​สวน​ทำ​ไร่

ใน​อิสราเอล พวก​เขา​ก็​หลบ​อยู่​แต่​ใน​บ้าน​กัน

จน​กระทั่ง​ท่าน​มา เดโบราห์

จน​กระทั่ง​ท่าน​มา​เป็น​เหมือน​แม่​ของ​อิสราเอล

8 เมื่อ​พระเจ้า​เลือก​พวก​ผู้นำ​คน​ใหม่​ขึ้น​มา+ 5:8 เมื่อ​พระเจ้า … ใหม่​ขึ้น​มา หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “พวก​เขา​เลือก​พวก​พระ​ใหม่​ขึ้น​มา”

สงคราม​ก็​มา​ถึง​ประตู​เมือง

ไม่​มี​โล่​หรือ​หอก​สัก​อัน​เดียว

ใน​หมู่​ทหาร​อิสราเอล​สี่​หมื่น​คน

9 ข้า​รู้สึก​สำนึก​ใน​บุญคุณ​ของ​พวก​ผู้นำ​อิสราเอล

และ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​อาสา​ไป​ออก​รบ

สรรเสริญ​พระยาห์เวห์​เถิด

10 พวก​เจ้า​ชาว​คะนาอัน​ที่​ขี่​อยู่​บน​ลา​ตัวเมีย​สี​เหลือง​อม​แดง​ที่​หายาก

พวก​เจ้า​คน​ร่ำรวย​ที่​นั่ง​อยู่​บน​อาน​ทำ​จาก​พรม​อัน​มี​ค่า+ 5:10 นั่ง​อยู่ … มี​ค่า หรือ “นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ผู้​พิพากษา” หรือ “นั่ง​ปกครอง​อยู่​เหนือ​มีเดียน”

พวก​เจ้า​พ่อค้า​ที่​เดิน​ทาง​อยู่​ตาม​ถนน​หลวง

ให้​ทบ​ทวน​และ​เล่า​เกี่ยวกับ​เรื่อง​นี้

11 ให้​ฟัง​คำพูด​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​แจก​น้ำ​อยู่​แถว​บริเวณ​ที่​ตัก​น้ำ

ที่นั่น​พวก​เขา​บอกเล่า​ถึง​ชัยชนะ​ทั้งหลาย​ของ​พระยาห์เวห์

คือ​ชัยชนะ​ของ​ชาว​ชนบท​ของ​พระองค์​ใน​อิสราเอล

แล้ว​กองทัพ​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ลง​ไป​โจม​ตี​ประตู​เมือง​ของ​ศัตรู

12 เดโบราห์ ลุย ลุย

ลุย ลุย ร้องเพลง​ปลุกใจ​เถิด

ลุก​ขึ้น บาราค​ลูก​ของ​อาบีโนอัม

ไป​จับ​ตัว​พวก​ศัตรู​ของ​ท่าน​เถิด

13 ดังนั้น​คน​ที่​หลงเหลือ​อยู่​ก็​ลง​ไป​สู้รบ​กับ​ทหาร​ที่​เก่งกาจ

กองทัพ​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ลง​ไป​สู้รบ​กับ​พวก​นักรบ​ให้​กับ​ข้า

14 คน​อิสราเอล​จาก​เผ่า​เอฟราอิม​ที่​อาศัย​อยู่​ท่าม​กลาง​คน​อามาเลค+ 5:14 จาก​เผ่า​เอฟราอิม … คน​อามาเลค หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “พวก​ที่​มา​จาก​เอฟราอิม มี​ราก​มา​จาก​อามาเลค” คือ​เป็น​เชื้อสาย​ของ​คน​อามาเลค คน​ตัว​ใหญ่​เหมือน​ยักษ์ ก็​มา​ด้วย

เบนยามิน​เอ๋ย พวก​เขา​เดิน​ตาม​หลัง​ท่าน​และ​ทหาร​ของ​ท่าน​มา

จาก​ตระกูล​มาคีร์​ก็​มี​พวก​ผู้​บังคับ​บัญชา+ 5:14 พวก​ผู้​บังคับ​บัญชา หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “พวก​ผู้​ออก​กฎ” ลงมา​ช่วย​รบ​ด้วย

จาก​เผ่า​เศบูลุน​ก็​มี​พวก​เจ้าหน้าที่​มา​ด้วย

15 พวก​หัวหน้า​ของ​เผ่า​อิสสาคาร์​ก็​มา​อยู่​กับ​เดโบราห์

กองทัพ​จาก​อิสสาคาร์​สนับสนุน​บาราค

พวก​เขา​ถูก​ส่ง​ลง​ไป​ใน​หุบเขา ภาย​ใต้​คำสั่ง​ของ​บาราค

พวก​ตระกูล​แห่ง​เผ่า​รูเบน

ตัดสิน​ใจ​อย่าง​เด็ดขาด​ว่า​จะ​ไม่​ออก​ไป​ช่วย​รบ

16 ทำไม​ท่าน​ถึง​ได้​นั่ง​อยู่​ที่​คอก​แกะ

และ​ฟัง​เสียง​ปี่​ที่​เขา​เป่า​ให้​ฝูง​แกะ​ฟัง

พวก​ตระกูล​ของ​เผ่า​รูเบน

ต่อสู้​ใน​ใจ​ว่า​น่า​จะ​ออก​ไป​ช่วย​รบ​แต่​ไม่​ไป

17 กิเลอาด​ก็​พัก​อยู่​ที่​บ้าน​อีก​ฝั่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน

ส่วน​ดาน ทำไม​เจ้า​ถึง​ได้​รับจ้าง​ทำงาน​อยู่​บน​เรือ​ทั้งหลาย

ส่วน​อาเชอร์ พวก​เขา​ยัง​คง​อยู่​ที่​ฝั่ง​ทะเล

พัก​อยู่​ที่​บ้าน​ตาม​ท่าเรือ​ของ​เขา

18 แต่​คน​ของ​เศบูลุน​และ​นัฟทาลี

ได้​เสี่ยงชีวิต​สู้รบ​อยู่​บน​ที่ราบ​ที่​ลดหลั่น​ลง​มา

19 พวก​กษัตริย์​ก็​มา​สู้รบ

คือ​พวก​กษัตริย์​ของ​คานาอัน

สู้รบ​ที่​ทาอานาค ข้าง​ลำธาร​เมกิดโด

แต่​พวก​เขา​ไม่​ได้​ปล้น​เอา​เงิน​ไป

20 ดวง​ดาว​ต่อสู้​จาก​ฟาก​ฟ้า

จาก​เส้นทาง​ของ​พวก​มัน พวก​มัน​ได้​ต่อสู้​กับ​สิเสรา

21 แม่น้ำ​คีโชน แม่น้ำ​คีโชน​อัน​เก่าแก่​นั้น+ 5:21 แม่น้ำ​คีโชน​อัน​เก่าแก่​นั้น แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “แม่น้ำ​นั้น​ได้​ท่วม​ท้น​พวก​เขา​ไป”

ได้​กวาด​พวก​สิเสรา​ไป​เสีย

จิตใจ​ข้า​เอ๋ย มุ่ง​ไป​อย่าง​ฮึกเหิม+ 5:21 จิตใจ … ฮึกเหิม หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ขอ​ให้​ท่าน​เหยียบ​ย่ำ​คอ​หอย​ของ​พวก​ที่​แข็งแกร่ง​นั้น” เถิด

22 แล้ว​กีบ​ม้า​ก็​ตะเกียก​ตะกาย​อยู่​ใน​น้ำ​นั้น

ม้า​อัน​ทรง​พลัง​ของ​สิเสรา​ก็​ยก​สอง​เท้า​หน้า​ขึ้น​ตะกาย​ฟ้า​ใน​สนาม​รบ

23 ทูต+ 5:23 ทูต อาจ​จะ​หมายถึง “ทูตสวรรค์” หรือ “ตัว​เดโบราห์​เอง” ของ​พระยาห์เวห์​พูด​ว่า “ให้​สาป​แช่ง​เมือง​เมโรส

ให้​สาป​แช่ง​อย่าง​ขมขื่น​ต่อ​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น

เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้​มา​ช่วย​พระยาห์เวห์

ไม่​ได้​มา​ช่วย​พระยาห์เวห์​สู้รบ​กับ​พวก​นักรบ

24 หญิง​ที่​สมควร​ได้รับ​รางวัล​มาก​ที่สุด​คือ​ยาเอล

นาง​เป็น​เมีย​ของ​เฮเบอร์​ชาว​เคไนต์

ใน​พวก​ผู้หญิง​ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​เต็นท์​นั้น

นาง​สมควร​ได้รับ​รางวัล​ที่สุด

25 สิเสรา​ขอ​น้ำ​ดื่ม นาง​ก็​ให้​นม​กับ​เขา

นาง​เอา​โยเกิร์ต​ใส่​ชาม​ที่​เหมาะ​สม​กับ​พวก​ผู้นำ​ให้​กับ​เขา

26 นาง​เอื้อม​มือ​ซ้าย​ไป​หยิบ​หมุด​ปัก​เต็นท์

และ​มือ​ขวา​ไป​หยิบ​ค้อน

นาง​ตอก​มัน​เข้า​ไป​ที่​หัว​ของ​สิเสรา

บี้​หัว​ของ​เขา​แตก​เป็น​ชิ้นๆ

นาง​ตี​ทะลุ​ขมับ​ของ​เขา​ไป

27 เขา​ล้มลง​ที่​เท้า​ของ​ยาเอล

เขา​นอน​แผ่หลา​อยู่

เขา​ล้มลง​แทบเท้า​ของ​นาง

เขา​ล้มลง​ตาย​ที่​นั่น

28 แม่​ของ​สิเสรา มอง​ลอด​หน้าต่าง​ออก​ไป

นาง​มอง​ผ่าน​ช่อง​หน้าต่าง​แล้ว​ร้อง​ว่า

‘ทำไม​รถรบ​ของ​สิเสรา​ถึง​ได้​มา​ช้า​นัก

ทำไม​เสียง​พวก​รถ​ม้า​ของ​เขา​ถึง​ได้​ล่าช้า​นัก’

29 เพื่อน​ชั้น​สูง​ที่​ฉลาด​ที่สุด​ของ​นาง​ก็​ตอบ​ไป

และ​แม่​ของ​สิเสรา​ก็​ตอบ​คำถาม​ตัวเอง​ไปว่า

30 ‘แน่นอน พวก​เขา​กำลัง​ค้นหา​และ​แบ่งปัน​ของ​ที่​ยึด​ได้​กัน​อยู่

นักรบ​แต่​ละ​คน​กำลัง​จับ​หญิง​คน​สอง​คน​มา​ข่มขืน

พวก​ของ​ที่​ยึด​ได้​นั้น มี​ทั้ง​ผ้า​ย้อม​สี​เป็น​ของ​สิเสรา

และ​ผ้า​ที่​ปัก​ลวดลาย​ทั้ง​สอง​หน้า’

31 ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ ขอ​ให้​ศัตรู​ของ​พระองค์​ถูก​ทำลาย​อย่าง​นี้​ทุก​คน

แต่​ขอ​ให้​พวก​เพื่อนๆ​ของ​พระองค์ เป็น​เหมือน​ดวง​อาทิตย์​ตอน​ที่​มัน​โผล่​ขึ้น​อย่าง​เต็ม​พลัง​ของ​มัน”

และ​แผ่นดิน​ก็​สงบ​สุข​เป็น​เวลา​สี่สิบ​ปี

6

ชาว​มีเดียน​ต่อสู้​กับ​ชาว​อิสราเอล

1 ชาว​อิสราเอล​ได้​ทำ​สิ่ง​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​อีก และ​พระยาห์เวห์​ก็​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​ตก​ไป​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน​อยู่​เจ็ด​ปี 2 ชาว​มีเดียน​มี​กำลัง​มาก​กว่า​ชาว​อิสราเอล ชาว​มีเดียน​ทำให้​ชาว​อิสราเอล​ต้อง​ไป​หา​ที่​หลบซ่อน​อยู่​ตาม​ซอก​เขา ตาม​ภูเขา ตาม​พวก​ถ้ำ และ​ตาม​ที่​เร้นลับ 3 เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​ชาว​อิสราเอล​ปลูก​พืชผล ชาว​มีเดียน ชาว​อามาเลค หรือ​แม้​แต่​คน​ทาง​ตะวันออก​ก็​จะ​มา​โจมตี​คน​อิสราเอล

4 พวก​เขา​จะ​มา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​บน​แผ่นดิน​ของ​ชาว​อิสราเอล และ​พวก​เขา​ก็​จะ​ทำลาย​พืชผล​ตลอด​ทาง​ไป​จน​ถึง​เมือง​กาซา พวก​เขา​จะ​ไม่​เหลือ​อาหาร​ไว้​เลย ไม่ว่า​จะ​เป็น​แกะ วัว หรือ​ลา 5 เพราะ​พวก​เขา​จะ​บุก​มา​พร้อม​กับ​สัตว์​เลี้ยง และ​ครอบครัว​ของ​เขา พวก​เขา​จะ​มา​กัน​มาก​มาย​มหาศาล​เหมือน​ฝูง​ตั๊กแตน นับ​ไม่​ถ้วน​ไม่ว่า​จะ​เป็น​คน​หรือ​อูฐ พวก​เขา​จะ​บุก​เข้า​มา​ใน​แผ่นดิน​และ​ทำลาย​มัน​จน​หมดสิ้น

6 ชาว​อิสราเอล​จึง​ยากจน​ข้นแค้น​เพราะ​ชาว​มีเดียน ดังนั้น​ชาว​อิสราเอล​จึง​ร้องขอ​ความ​ช่วยเหลือ​ต่อ​พระยาห์เวห์ 7+ 6:7 ข้อ 7-10 นี้ ไม่​ได้​อยู่​ใน​สำเนา​ภาษา​ฮีบรู​ที่​เก่าแก่​ที่สุด มี​อยู่​ครั้ง​หนึ่ง ชาว​อิสราเอล​ได้​ร้องขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​ต่อ​พระยาห์เวห์ เพราะ​คน​มีเดียน 8 พระยาห์เวห์​ได้​ส่ง​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​มา​ให้​กับ​คน​อิสราเอล และ​เขา​พูด​กับ​คน​อิสราเอล​ว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ได้​พูด​ไว้​อย่าง​นี้​ว่า ‘เรา​เอง​ได้​พา​เจ้า​ออก​มา​จาก​อียิปต์ และ​นำ​เจ้า​ออก​มา​จาก​การ​เป็น​ทาส 9 เรา​ได้​ช่วย​ให้​เจ้า​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาว​อียิปต์ และ​พ้น​จาก​พวก​ที่​กดขี่​ข่มเหง​เจ้า​ที่​อยู่​ที่​นี่ และ​เรา​ก็​ได้​ขับไล่​พวก​เขา​ไป​ต่อหน้า​เจ้า และ​ยก​แผ่นดิน​ของ​พวก​เขา​ให้​กับ​เจ้า’ 10 เรา​ได้​บอก​กับ​เจ้า​ว่า ‘เรา​คือ​ยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​เจ้า เจ้า​ต้อง​ไม่​ยำเกรง​พวก​พระ​ต่างๆ​ของ​คน​อาโมไรต์ เจ้า​ของ​แผ่นดิน​ที่​เจ้า​อาศัย​อยู่​นี้ แต่​เจ้า​ก็​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​เรา’”

ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​มา​หา​กิเดโอน

11 ใน​เวลา​นั้น ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ได้​มา และ​มา​นั่ง​อยู่​ใต้​ต้น​โอ๊ก​ที่​โอฟราห์ ซึ่ง​เป็น​ของ​โยอาช ที่​มา​จาก​ตระกูล​อาบีเยเซอร์ ขณะ​นั้น​ลูกชาย​ของ​โยอาช คือ​กิเดโอน กำลัง​นวด​ข้าว​สาลี​อยู่​ใน​บ่อย่ำ​องุ่น เพื่อ​ไม่​ให้​มัน​ตก​เป็น​ของ​ชาว​มีเดียน 12 ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​ปรากฏ​ตัว​ต่อ​กิเดโอน และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “นักรบ​ผู้​กล้าหาญ พระยาห์เวห์​สถิต​อยู่​กับ​ท่าน”

13 กิเดโอน​ตอบ​เขา​ว่า “ขอโทษ​ที​เจ้า​นาย ถ้า​พระยาห์เวห์​อยู่​กับ​พวก​เรา ทำไม​ถึง​ได้​เกิด​เรื่อง​พวก​นี้​กับ​พวก​เรา​ด้วย แล้ว​สิ่ง​มหัศจรรย์​ทั้งหลาย​ที่​พระองค์​เคย​ทำ ที่​บรรพบุรุษ​ได้​เล่า​ให้​พวก​เรา​ฟัง หาย​ไป​ไหน​หมด​แล้ว ไม่​ใช่​พระยาห์เวห์​หรอก​หรือ ที่​นำ​พวก​เรา​ออก​มา​จาก​อียิปต์ แต่​ตอน​นี้​พระองค์​ได้​ทอดทิ้ง​พวก​เรา​เสีย​แล้ว และ​ให้​พวก​เรา​ตก​ไป​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน”

14 แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​หัน​มา​พูด​กับ​เขา​ว่า “ไป​สิ ไป​ช่วย​ชาว​อิสราเอล​ด้วย​กำลัง​ที่​เจ้า​มี​อยู่ ไป​ช่วย​พวก​เขา​ให้​พ้น​จาก​กำ​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน เรา​กำลัง​ส่ง​เจ้า​ไป”

15 แล้ว​กิเดโอน​ก็​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ขอโทษ​ที​เถิด​ท่าน แล้ว​ข้าพเจ้า​จะ​ไป​ช่วย​คน​อิสราเอล​ได้​ยังไง ดู​สิ ตระกูล​ของ​ข้าพเจ้า​ก็​อ่อนแอ​ที่สุด​ใน​เผ่า​มนัสเสห์ และ​ข้าพเจ้า​ก็​เป็น​คน​ที่​กระจอก​ที่สุด​ใน​ครอบครัว​ของ​ข้าพเจ้า”

16 แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “แต่​เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า และ​เจ้า​จะ​รบ​ชนะ​ชาว​มีเดียน​ทั้งหมด เหมือน​รบ​กับ​คนๆ​เดียว”

17 แล้ว​กิเดโอน​ก็​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ถ้า​พระองค์​พอใจ​ใน​ตัว​ข้าพเจ้า​แล้ว​ละ​ก็ ช่วย​ทำ​อะไร​สัก​อย่าง เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​รู้​ว่า​เป็น​พระองค์​จริงๆ​ที่​พูด​กับ​ข้าพเจ้า 18 อย่า​เพิ่ง​ไป​ไหน​นะ จน​กว่า​ข้าพเจ้า​จะ​กลับ​มา ข้าพเจ้า​จะ​ไป​เอา​เครื่อง​ถวาย​มา​ตั้ง​ต่อหน้า​พระองค์”

พระองค์​พูด​ว่า “เรา​จะ​อยู่​ที่​นี่ จน​กว่า​เจ้า​จะ​กลับ​มา”

19 ดังนั้น​กิเดโอน​จึง​กลับ​บ้าน และ​ไป​เตรียม​ลูก​แพะ​ตัว​หนึ่ง และ​ทำ​ขนมปัง​ไร้เชื้อ​จาก​แป้ง​สาลี​ยี่สิบ​สอง​ลิตร เขา​เอา​เนื้อ​ใส่​ตะกร้า เอา​น้ำ​ซุป​ใส่​หม้อ และ​เขา​ก็​เอา​ของ​พวก​นี้​ไป​ให้​กับ​พระองค์​ที่​ใต้​ต้น​โอ๊ก 20 จาก​นั้น​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “เอา​เนื้อ​และ​ขนมปัง​ไร้เชื้อ​วาง​ไว้​บน​ก้อน​หิน​นี้ แล้ว​เท​น้ำ​ซุป​ลง​ไป​บน​ของ​พวก​นั้น” กิเดโอน​ก็​ทำ​ตาม

21 ทูต​ของ​พระยาห์เวห์ ก็​ยื่น​ปลาย​ไม้เท้า​ที่​ถือ​อยู่​ใน​มือ ไป​แตะ​ต้อง​เนื้อ​และ​ขนมปัง​นั้น ไฟ​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​จาก​ก้อน​หิน เผา​เนื้อ​และ​ขนมปัง​จน​หมด จาก​นั้น​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​หาย​วับ​ไป 22 กิเดโอน​ถึง​ได้​รู้​ว่า​เขา​เป็น​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์ กิเดโอน​จึง​ร้อง​ออก​มา​ว่า “แย่​แล้ว พระยาห์เวห์ องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ต่อหน้า​ต่อตา”

23 แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​พูด​ว่า “สงบ​สติ​เถิด ไม่​ต้อง​กลัว เจ้า​จะ​ไม่​ตาย​หรอก”

24 กิเดโอน​จึง​สร้าง​แท่น​บูชา​ขึ้น​มา​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​ที่​นั่น และ​ตั้งชื่อ​ว่า “พระยาห์เวห์​คือ​ความ​สงบ” จน​ถึง​วันนี้​แท่น​นั้น​ก็​ยัง​อยู่​ที่​โอฟราห์ ซึ่ง​เป็น​ของ​ตระกูล​อาบีเยเซอร์

กิเดโอน​ทำลาย​แท่น​ของ​พระ​บาอัล

25 ใน​คืน​นั้น​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “ไป​เอา​วัว​ตัวผู้​ของ​พ่อ​เจ้า​คือ​ตัว​ที่​สอง​ที่​มี​อายุ​เจ็ด​ปี​นั้น แล้ว​เอา​ไป​รื้อ​แท่น​พระ​บาอัล​ที่​เป็น​ของ​พ่อ​เจ้า​และ​ให้​โค่น​เสา​พระ​อาเชราห์+ 6:25 เสา​พระ​อาเชราห์ เป็น​พระ​ผู้หญิง​ของ​คน​คานาอัน เป็น​คู่​ของ​พระ​บาอัล ที่​อยู่​ข้างๆ​แท่น​นั้น​ด้วย 26 จาก​นั้น​ให้​สร้าง​แท่น​บูชา​สำหรับ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​เจ้า ไว้​บน​ที่​สูง​นี้ และ​เอา​วัว​ตัว​ที่​สอง​นั้น ถวาย​เป็น​เครื่อง​เผา​บูชา ให้​เอา​ไม้​อาเชราห์​ที่​เจ้า​จะ​โค่น​ลง​มา​นั้น​เป็น​ฟืน” 27 กิเดโอน​ก็​เอา​คน​ใช้​ชาย​ของ​เขา​มา​สิบ​คน และ​ทำ​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​บอก​เขา​ไว้ แต่​เพราะ​เขา​กลัว​คน​ใน​ครอบครัว​ของ​เขา​และ​ชาว​เมือง เขา​เลย​ไม่​กล้า​ทำ​ใน​ตอน​กลาง​วัน จึง​แอบ​ทำ​ใน​ตอน​กลาง​คืน

28 วันรุ่งขึ้น เมื่อ​ชาว​เมือง​ตื่น​ขึ้น​มา พวก​เขา​ก็​เห็น​แท่น​พระ​บาอัล​ถูก​รื้อ และ​เสา​ไม้​อาเชราห์​ที่​อยู่​ข้างๆ​ก็​ถูก​โค่น และ​มี​วัว​ตัวผู้​ตัว​ที่​สอง​นั้น​ถูก​เผา​อยู่​บน​แท่น​บูชา​ที่​เพิ่ง​สร้าง​ขึ้น​มา​ใหม่ 29 พวก​เขา​จึง​พูด​กัน​ว่า “ใคร​เป็น​คน​ทำ​อย่าง​นี้” หลังจาก​การ​ค้นหา​และ​สอบ​ถาม มี​คน​บอก​พวก​เขา​ว่า “กิเดโอน​ลูกชาย​ของ​โยอาช​เป็น​คน​ทำ”

30 ชาว​เมือง​จึง​พูด​กับ​โยอาช​ว่า “เอา​ตัว​ลูกชาย​เจ้า​ออก​มา มัน​จะ​ต้อง​ตาย เพราะ​มัน​ไป​รื้อ​แท่น​บูชา​พระ​บาอัล และ​โค่น​เสา​ไม้​อาเชราห์​ที่​อยู่​ข้างๆ​นั้น”

31 แล้ว​โยอาช​พูด​กับ​คน​ทั้งหมด​ที่​ยืน​ล้อมรอบ​เขา​ว่า “พวก​ท่าน​จะ​ฟ้องร้อง​แทน​พระ​บาอัล​หรือ พวก​ท่าน​จะ​ช่วย​ชีวิต​พระ​บาอัล​หรือ ใคร​ก็​ตาม​ที่​ฟ้องร้อง​ให้​กับ​พระ​บาอัล จะ​ถูก​ฆ่า​ก่อน​เช้า​วัน​พรุ่งนี้ ถ้า​พระ​บาอัล​เป็น​พระเจ้า​จริง ก็​ให้​พระ​บาอัล​ฟ้องร้อง​เอา​เอง​เถอะ เพราะ​มี​คน​ไป​รื้อ​แท่น​บูชา​ของ​เขา”

32 วัน​นั้น​โยอาช​จึง​ตั้งชื่อ​ใหม่​ให้​กิเดโอน​ว่า “เยรุบบาอัล”+ 6:32 เยรุบบาอัล ชื่อ​นี้​หมายถึง “ให้​พระ​บาอัล​ฟ้องร้อง​เอา​เอง” เพราะ​เขา​พูด​ว่า “ให้​พระ​บาอัล​ฟ้องร้อง​เพราะ​กิเดโอน​ได้​รื้อ​แท่น​บูชา​ของ​เขา​ลง”

กิเดโอน​รบ​ชนะ​ชาว​มีเดียน

33 เมื่อ​ชาว​มีเดียน ชาว​อามาเลค และ​ชาว​ตะวันออก​รวม​ตัว​กัน ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​มา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​หุบเขา​ยิสเรเอล 34 พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​สวมทับ​กิเดโอน และ​เขา​ได้​เป่า​แตร​เพื่อ​เรียก​คน​ใน​ตระกูล​อาบีเยเซอร์​ให้​มา​ติดตาม​เขา 35 เขา​ได้​ส่ง​พวก​ผู้​ส่งข่าว​ไป​ทั่ว​เผ่า​มนัสเสห์ เรียก​ให้​คน​ใน​เผ่า​นี้​มา​ติดตาม​เขา และ​เขา​ก็​ยัง​ส่ง​พวก​ผู้​ส่งข่าว​ไป​ยัง​เผ่า​อาเชอร์ เศบูลุน และ​นัฟทาลี และ​พวก​นี้​ก็​ได้​ขึ้น​มา​หา​กิเดโอน​และ​คน​ของ​เขา

36 กิเดโอน​พูด​กับ​พระเจ้า​ว่า “ถ้า​มัน​เป็น​จริง ที่​ว่า​พระองค์​จะ​ช่วยกู้​คน​อิสราเอล ผ่าน​ทาง​มือ​ของ​ข้าพเจ้า​ตาม​ที่​พระองค์​บอก​แล้ว​ละก็ 37 ดู​สิ ข้าพเจ้า​ได้​วาง​ขน​แกะ​ไว้​บน​ลาน​นวด​ข้าว ถ้า​มี​น้ำค้าง​เปียก​ชุ่ม​แค่​บน​ขน​แกะ​เท่านั้น และ​พื้นดิน​ส่วน​อื่นๆ​แห้ง​หมด ข้าพเจ้า​จะ​ได้​รู้​ว่า​พระองค์​จะ​ช่วย​เหลือ​คน​อิสราเอล ผ่าน​ทาง​มือ​ข้าพเจ้า ตาม​ที่​พระองค์​ได้​พูด​ไว้”

38 และ​มัน​ก็​เกิด​ขึ้น​ตาม​นั้น​ทุก​อย่าง วัน​ต่อมา​เมื่อ​กิเดโอน​ตื่น​ขึ้น​แต่​เช้ามืด เขา​บีบ​ขน​แกะ ก็​ได้​น้ำค้าง​มา​เต็ม​ชาม 39 จาก​นั้น​กิเดโอน​พูด​กับ​พระเจ้า​ว่า “อย่า​โกรธ​ข้าพเจ้า​เลย ข้าพเจ้า​ขอ​พูด​อีก​ครั้ง ขอ​ให้​ข้าพเจ้า​ได้​ลอง​กับ​ขน​แกะ​อีก​สัก​ครั้ง คราว​นี้​ขอ​ให้​ขน​แกะ​แห้ง พื้นดิน​ส่วน​อื่นๆ​เปียก​ชุ่ม​ไป​ด้วย​น้ำค้าง” 40 ใน​คืน​นั้น​พระเจ้า​ก็​ทำ​ตาม​นั้น คือ​ให้​ขน​แกะ​แห้ง​และ​พื้นดิน​เปียก​ไป​ด้วย​น้ำค้าง

7

1 เยรุบบาอัล (ซึ่ง​ก็​คือ​กิเดโอน) พร้อม​กับ​ทหาร​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา ก็​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้าตรู่ และ​ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ใกล้ๆ​กับ​ตาน้ำ​ฮาโรด ส่วน​ค่าย​ของ​ชาว​มีเดียน​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​เขา อยู่​ใน​หุบ​ตรง​ตีน​เขา​โมเรห์ 2 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “ทหาร​ที่​อยู่​กับ​เจ้า​มี​มาก​เกิน​กว่า​ที่​เรา​จะ​มอบ​ชาว​มีเดียน​ให้​อยู่​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​เขา ไม่​อย่าง​นั้น คน​อิสราเอล​จะ​ยก​ตัว​ขึ้น​ต่อหน้า​เรา และ​พูด​ว่า ‘เป็น​มือ​ข้า​เอง ที่​ช่วยกู้​ข้า​ไว้’

3 ดังนั้น​ให้​ประกาศ​อย่าง​นี้​กับ​กองทัพ​ว่า ‘ใคร​ก็​ตาม​ที่​กลัว​จน​ตัว​สั่น ก็​ให้​ไป​จาก​ภูเขา​กิเลอาด กลับ​บ้าน​ไป​ใน​เช้ามืด​วัน​พรุ่งนี้’” แล้ว​ก็​มี​ทหาร​สอง​หมื่น​สอง​พัน​คน​กลับ​บ้าน​ไป เหลือ​อยู่​หนึ่ง​หมื่น​คน

4 แล้ว​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “ยัง​มี​ทหาร​มาก​เกิน​ไป ให้​นำ​พวก​เขา​ลง​ไป​ที่​น้ำ และ​เรา​จะ​แยก​พวก​เขา​ให้​กับ​เจ้า​ที่​นั่น เมื่อ​เรา​บอก​ว่า ‘คน​นี้​จะ​ไป​กับ​เจ้า’ เขา​ก็​จะ​ไป​กับ​เจ้า แต่​ถ้า​คน​ไหน​ที่​เรา​บอก​ว่า ‘คน​นี้​จะ​ไม่​ไป​กับ​เจ้า’ เขา​ก็​จะ​ไม่​ไป”

5 จาก​นั้น​กิเดโอน​ก็​นำ​พวก​เขา​ลง​ไป​ที่​น้ำ พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เขา​ว่า “คน​ที่​ใช้​ลิ้น​เลีย​น้ำ​เหมือน​หมา ก็​ให้​เจ้า​แยก​ออก​มา​ไว้​พวก​หนึ่ง และ​คน​ที่​คุก​เข่า​ลง​ดื่ม​น้ำ​ก็​แยก​ไว้​พวก​หนึ่ง”

6 จำนวน​คน​ที่​ใช้​มือ​วัก​น้ำ​ขึ้น​มา​เลีย​มี​ทั้งหมด​สาม​ร้อย​คน ส่วน​คน​ที่​เหลือ​ทั้งหมด​คุก​เข่า​ลง​ดื่ม​น้ำ 7 พระยาห์เวห์​จึง​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “เรา​จะ​ช่วย​เหลือ​พวก​เจ้า​โดย​ใช้​คน​สาม​ร้อย​คน​นี้​ที่​เลีย​น้ำ และ​เรา​จะ​มอบ​คน​มีเดียน​ไว้​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​เจ้า ส่วน​คน​ที่​เหลือ​ทั้งหมด​ให้​กลับ​บ้าน​ไป”

8 ดังนั้น​ทหาร​สาม​ร้อย​คน​นี้​ก็​ได้​หิ้ว​เสบียง​อาหาร​และ​ถือ​แตร​ไว้​ใน​มือ กิเดโอน​สั่ง​ชาว​อิสราเอล​คน​อื่น​ที่​เหลือ​ให้​กลับ​ไป​เต็นท์​ของ​พวก​เขา แต่​เขา​เก็บ​สาม​ร้อย​คน​นี้​ไว้​กับ​เขา ค่าย​ของ​ชาว​มีเดียน​อยู่​ต่ำ​ลงไป​ใน​หุบเขา 9 ใน​คืน​นั้น​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เขา​ว่า “ลุก​ขึ้น ลง​ไป​โจมตี​ค่าย​เดี๋ยว​นี้ เพราะ​เรา​ได้​มอบ​มัน​ไว้​ใน​มือ​ของ​เจ้า​แล้ว 10 แต่​ถ้า​เจ้า​กลัว ก็​อย่า​เพิ่ง​ลง​ไป​โจมตี​ก็​ได้ แต่​ให้​พา​ปูราห์​คน​รับใช้​ของ​เจ้า​ลง​ไป 11 เจ้า​จะ​ได้ยิน​ว่า​พวก​เขา​พูด​อะไร​กัน หลังจาก​นั้น​เจ้า​จะ​ได้​เกิด​ความ​กล้า​มาก​ขึ้น แล้ว​ค่อย​ลง​ไป​ตี​ค่าย​นั้น” ดังนั้น​กิเดโอน​และ​ปูราห์​คน​รับใช้​ของ​เขา ก็​ลง​ไป​ที่​ค่าย​ที่​อยู่​ด้าน​นอก​สุด​ของ​ทหาร​ที่​ติด​อาวุธ​พวก​นั้น

12 ชาว​มีเดียน ชาว​อามาเลค และ​คน​ตะวันออก​นอน​อยู่​ตาม​หุบเขา มาก​มาย​เหมือน​ตั๊กแตน และ​อูฐ​ของ​พวก​เขา​ก็​มี​มาก​จน​นับ​ไม่​ถ้วน​เหมือน​เม็ด​ทราย​ที่​ชาย​ฝั่ง 13 เมื่อ​กิเดโอน​มา​ถึง​ค่าย ก็​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​กำลัง​เล่า​ความ​ฝัน​ของ​เขา​ให้​เพื่อน​ฟัง เขา​เล่า​ว่า “ข้า​ฝัน​ไป​ว่า​มี​ขนมปัง​บาร์เลย์​ก้อน​ใหญ่ กลิ้ง​เข้า​มา​ใน​ค่าย​ของ​มีเดียน และ​มัน​ก็​ชน​เต็นท์​จน​ล้ม​ลง​คว่ำ​พัง​ทะลาย​ไป”

14 เพื่อน​ของ​เขา​ก็​ตอบ​ว่า “เรื่อง​นี้​เป็น​อย่าง​อื่น​ไป​ไม่​ได้​เลย นอก​จาก​จะ​เป็น​ดาบ​ของ​กิเดโอน​ลูกชาย​โยอาช​ชาว​อิสราเอล พระเจ้า​ได้​มอบ​ชาว​มีเดียน​และ​ทั้ง​กองทัพ​ให้​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​เขา​แล้ว”

15 เมื่อ​กิเดโอน​ได้ยิน​พวก​เขา​เล่า​ความ​ฝัน​และ​ตีความหมาย​ของ​มัน​แล้ว เขา​ก็​กราบ​ลง​ต่อ​พระเจ้า จาก​นั้น​เขา​ก็​กลับ​ไป​ที่​ค่าย​ของ​อิสราเอล และ​พูด​ว่า “ลุก​ขึ้น เพราะ​พระเจ้า​ได้​มอบ​กองทัพ​ของ​มีเดียน​ไว้​ใน​กำ​มือ​ของ​พวก​ท่าน​แล้ว”

16 เขา​แบ่ง​คน​สาม​ร้อย​คน ออก​เป็น​สาม​กลุ่ม และ​ให้​ทุก​คน​ถือ​แตร​และ​หม้อ​เปล่า แล้ว​เอา​คบ​เพลิง​ไว้​ด้าน​ใน 17 เขา​พูด​กับ​พวก​ทหาร​ว่า “ให้​มอง​ผม​และ​ทำ​ตาม เมื่อ​ผม​เข้า​ไป​ถึง​ค่าย​ด้าน​นอก​สุด ผม​ทำ​อะไร​ก็​ให้​ทำ​ตาม​นั้น 18 เมื่อ​ผม​และ​คน​ทั้ง​หมด​ที่​อยู่​กับ​ผม​เป่า​แตร​ขึ้น ก็​ให้​พวก​ท่าน​เป่า​แตร​รับ​ล้อม​รอบ​ค่าย และ​ร้อง​ว่า สำหรับ​พระยาห์เวห์​และ​กิเดโอน”

19 ดังนั้น​กิเดโอน​กับ​ทหาร​หนึ่ง​ร้อย​คน​ที่​อยู่​กับ​เขา ก็​ไป​ถึง​ด้าน​นอก​สุด​ของ​ค่าย เพิ่ง​เลย​เที่ยงคืน​ไป เพิ่ง​เปลี่ยน​เวร​ยาม 20 กิเดโอน​และ​คน​ที่​อยู่​กับ​เขา​ก็​เป่า​แตร และ​ทุบ​หม้อ​ที่​อยู่​ใน​มือ​พวก​เขา​จน​แตก และ​ทั้ง​สาม​กลุ่ม​ก็​เป่า​แตร และ​ทุบ​หม้อ​จน​แตก พวก​เขา​ถือ​คบ​เพลิง​ใน​มือ​ซ้าย​และ​ถือ​แตร​ที่​เป่า​ใน​มือ​ขวา และ​ต่าง​ก็​ตะโกน​ว่า “ดาบ​สำหรับ​พระยาห์เวห์​และ​กิเดโอน”

21 แต่​ละ​คน​ต่าง​ยืน​ประจำ​ที่​ของ​ตน​รอบ​ค่าย และ​พวก​ทหาร​ใน​ค่าย​ทั้งหมด​ต่าง​ก็​กระ​โดด​ขึ้น​มา แล้ว​ร้อง​ตะโกน​วิ่ง​หนี​ไป 22 เมื่อ​คน​ของ​กิเดโอน​เป่า​แตร​พร้อมๆ​กัน​ทั้ง​สาม​ร้อย​อัน พระยาห์เวห์​ก็​ทำ​ให้​กองทัพ​ของ​มีเดียน​ทั้งหมด​เอา​ดาบ​ฆ่า​ฟัน​กัน​เอง พวก​ทหาร​ได้​หนี​ไป​ไกล​ถึง​เบธ-ชิทธาห์ ทาง​ไป​เมือง​เศเรราห์ พวก​เขา​หนี​ไป​ไกล​จน​ถึง​พรมแดน​ของ​เมือง​อาเบล-เมโฮลาห์ ที่​อยู่​ใกล้​กับ​เมือง​ทับบาท

23 คน​อิสราเอล​จาก​เผ่า​นัฟทาลี เผ่า​อาเชอร์ และ​เผ่า​มนัสเสห์ ถูก​เรียก​ให้​ไล่​ตาม​ชาว​มีเดียน​ไป 24 กิเดโอน​ส่ง​พวก​ผู้​ส่งข่าว​ไป​ทั่ว​หุบเขา​เอฟราอิม ไป​แจ้ง​ว่า “ลง​มา​โจมตี​พวก​มีเดียน และ​ให้​ยึด​แหล่ง​น้ำ​จาก​พวกเขา​ไป​ไกล​ถึง​เบธ-บาราห์​และ​แม่น้ำ​จอร์แดน” ดังนั้น​ทหาร​ของ​เอฟราอิม​ทั้งหมด​ถูก​เรียก​มา และ​พวก​เขา​ก็​ได้​ยึด​แหล่ง​น้ำ​ต่างๆ​ไป​ไกล​ถึง​เบธ-บาราห์​และ​แม่น้ำ​จอร์แดน

25 พวก​เขา​จับ​แม่ทัพ​ของ​มีเดียน​ได้​สอง​คน คือ​โอเรบ​และ​เศเอบ พวก​เขา​ฆ่า​โอเรบ​ที่​หิน​แห่ง​โอเรบ และ​ฆ่า​เศเอบ​ที่​บ่อย่ำ​องุ่น​แห่ง​เศเอบ พวก​เขา​ยัง​คง​ไล่​ตาม​พวก​มีเดียน​ต่อ​ไป และ​ได้​นำ​หัว​ของ​โอเรบ​และ​เศเอบ​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​มา​ให้​กิเดโอน

8

1 คน​เอฟราอิม​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “ทำไม​ท่าน​ถึง​ทำ​กับ​เรา​อย่าง​นี้ ตอน​ที่​ท่าน​ไป​รบ​กับ​ชาว​มีเดียน ทำไม​ท่าน​ถึง​ไม่​เรียก​เรา​ไป​ด้วย” พวก​เขา​โต้เถียง​กับ​กิเดโอน​อย่าง​รุนแรง

2 กิเดโอน​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “แม้แต่​สิ่ง​เล็กน้อย​ที่​เผ่า​ท่าน​ทำ​นั้น​ก็​ยัง​ยิ่งใหญ่​กว่า​สิ่ง​ทั้งหมด​ที่​ตระกูล​อาบีเยเซอร์​ของ​ผม​ได้​ทำ​เสีย​อีก+ 8:2 แม้แต่​สิ่ง​เล็ก … เสีย​อีก หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “เศษ​องุ่น​ที่​เหลือ​ใน​สวน​ของ​เอฟราอิม ก็​ยัง​ดี​กว่า​สวนองุ่น​ทั้ง​สวน​ของ​อาบีเยเซอร์​ไม่ใช่​หรือ” สิ่ง​ที่​ผม​ทำ​ตอน​นี้ เปรียบเทียบ​กัน​ไม่​ได้​เลย​กับ​สิ่ง​ที่​พวก​ท่าน​ทำ​ไม่ใช่​หรือ 3 พระเจ้า​มอบ​โอเรบ​และ​เศเอบ แม่ทัพ​ของ​มีเดียน​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวก​ท่าน ไม่​มี​อะไร​เลย​ที่​ผม​ทำ​แล้ว​สามารถ​เอา​ไป​เปรียบเทียบ​กับ​ท่าน​ได้” เมื่อ​กิเดโอน​พูด​อย่าง​นี้ พวก​เขา​ก็​หาย​โกรธ​กิเดโอน

กิเดโอน​จับ​กษัตริย์​ทั้ง​สอง​ของ​มีเดียน

4 เมื่อ​กิเดโอน​มา​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน เขา​และ​พวก​อีก​สาม​ร้อย​คน​ได้​ข้าม​แม่น้ำ​ไป พวก​เขา​เหนื่อย​ล้า แต่​ก็​ยัง​ไล่​ติดตาม​ศัตรู​ไป 5 กิเดโอน​พูด​กับ​ชาว​สุคคท​ว่า “ขอ​ขนมปัง​ให้​กับ​ทหาร​ที่​ติดตาม​ข้า​มา​กิน​หน่อย​เถอะ เพราะ​พวก​เขา​หิว​จน​หมด​เรี่ยวแรง​แล้ว ข้า​กำลัง​ไล่​ตาม​เศบาห์​และ​ศัลมุนนา กษัตริย์​ของ​มีเดียน​อยู่”

6 แต่​พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​สุคคท​พูด​กับ​เขา​ว่า “เศบาห์​และ​ศัลมุนนา​อยู่​ใน​กำ​มือ​เจ้า​แล้ว​หรือ​ยังไง เรา​ถึง​จะ​ต้อง​ให้​ขนมปัง​กับ​ทหาร​ของ​เจ้า”

7 กิเดโอน​พูด​ว่า “ฝาก​ไว้​ก่อน​เถอะ เมื่อ​ไหร่​ที่​พระยาห์เวห์​มอบ​เศบาห์​และ​ศัลมุนนา​ไว้​ใน​มือ​ของ​ข้า​แล้ว​ละ​ก็ ข้า​จะ​กลับ​มา​เฆี่ยน​พวก​เจ้า​ด้วย​หนาม​จาก​ทะเลทราย​และ​พวก​ต้น​หนาม​ต่างๆ”

8 จาก​ที่​นั่น กิเดโอน​ได้​ขึ้น​ไป​ที่​เปนูเอล และ​เขา​ได้​ขอ​พวก​นั้น​อย่าง​เดียว​กัน และ​ชาว​เปนูเอล​ก็​ตอบ​เขา​เหมือน​กับ​ที่​ชาว​สุคคท​ตอบ 9 ดังนั้น​กิเดโอน​จึง​พูด​กับ​ชาว​เปนูเอล​ด้วย​ว่า “เมื่อ​ข้า​ได้​ชัยชนะ​กลับ​มา ข้า​จะ​รื้อ​หอคอย​นี้​ลง”

10 ฝ่าย​เศบาห์​และ​ศัลมุนนา​ได้​หนี​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​คารโกร​กับ​กองทัพ​ของ​เขา เป็น​กองทัพ​ของ​ชาว​ตะวันออก​ที่​เหลือ​อยู่​ประมาณ​หนึ่ง​หมื่น​ห้า​พัน​คน หลังจาก​ที่​ทหาร​หนึ่ง​แสน​สอง​หมื่น​คน​ที่​ถือ​ดาบ​พร้อม​มือ​ถูก​ฆ่า​ตาย​ไป​หมด​แล้ว 11 กิเดโอน​จึง​ใช้​เส้นทาง​ที่​มี​ชื่อ​ว่า​เต็นท์​ของ​พวก​ผู้​อาศัย ที่​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​ของ​โนบาห์​และ​โยกเบฮาห์ และ​เข้า​จู่โจม​ทันที ใน​ขณะ​ที่​กองทัพ​นั้น​ยัง​ไม่​ทัน​ตั้งตัว

12 เศบาห์​และ​ศัลมุนนา​ก็​หนี กิเดโอน​ก็​ไล่​ตาม​พวก​เขา​ไป และ​จับ​เศบาห์​และ​ศัลมุนนา กษัตริย์​ทั้ง​สอง​ของ​มีเดียน​ได้ เขา​ทำ​ให้​ทั้ง​กองทัพ​ขวัญ​กระเจิง​ไป 13 จาก​นั้น​กิเดโอน​ลูกชาย​โยอาช ก็​กลับ​จาก​การ​สู้รบ โดย​ใช้​เส้น​ทาง​ที่​ชื่อ​ว่า ทาง​ผ่าน​ของ​เฮเรส 14 เขา​จับ​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​มา ซึ่ง​เป็น​ชาว​เมือง​สุคคท และ​สอบ​ถาม​เขา ชาย​คน​นั้น​จึง​จด​ราย​ชื่อ​ของ​เจ้าหน้าที่​และ​ผู้​อาวุโส​ของ​เมือง​สุคคท​ทั้ง​เจ็ด​สิบ​เจ็ด​คน​ให้​กับ​กิเดโอน

15 แล้ว​กิเดโอน​ก็​มาหา​ชาว​เมือง​สุคคท และ​พูด​ว่า “นี่​ไง เศบาห์​และ​ศัลมุนนา คน​ที่​พวก​เจ้า​ได้​พูดจา​เยาะเย้ย​ถากถาง​ข้า​ว่า ‘เศบาห์​และ​ศัลมุนนา​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​เจ้า​แล้ว​หรือ​ยังไง เรา​ถึง​จะ​ต้อง​ให้​ขนมปัง​กับ​ทหาร​ที่​เหน็ด​เหนื่อย​ของ​เจ้า’” 16 กิเดโอน​จึง​จับ​ผู้​อาวุโส​ของ​เมือง และ​เอา​หนาม​ใน​ทะเลทราย​และ​ต้น​หนาม​ต่างๆ​มา​เฆี่ยน​พวก​เขา​ที่​เป็น​ชาว​เมือง​สุคคท 17 และ​เขา​ก็​ได้​รื้อ​หอคอย​เมือง​เปนูเอล​ทิ้ง และ​ฆ่า​พวก​ผู้ชาย​ของ​เมือง​นั้น

18 เขา​พูด​กับ​เศบาห์​และ​ศัลมุนนา​ว่า “พวก​คน​ที่​เจ้า​ฆ่า​ที่​ภูเขา​ทาโบร์​นั้น​มี​รูปร่าง​หน้าตา​ยังไง” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “แต่​ละ​คน​ดู​เหมือน​กับ​เจ้า​ทุก​อย่าง พวก​เขา​ดู​ยัง​กับ​เป็น​พวก​ลูกๆ​ของ​กษัตริย์” 19 กิเดโอน​พูด​ว่า “พวก​เขา​เป็น​พี่​น้อง​ท้อง​เดียว​กับ​ข้า พระเจ้า​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด ถ้า​พวก​เจ้า​ได้​ไว้​ชีวิต​พวก​เขา ข้า​ก็​คง​ไม่​ฆ่า​พวก​เจ้า​เหมือน​กัน”

20 แล้ว​กิเดโอน​ก็​บอก​กับ​เยเธอร์ ลูกชาย​คนโต​ของ​เขา​ว่า “ลุก​ขึ้น​มา ฆ่า​พวก​มัน​ซะ” แต่​เยเธอร์​กลัว​จึง​ไม่​ยอม​ชัก​ดาบ​ออก​มา เพราะ​เขา​ยัง​เป็น​เด็ก

21 แล้ว​เศบาห์​และ​ศัลมุนนา​ก็​พูด​ว่า “เจ้า​ลุก​ขึ้น​มา​ฆ่า​พวก​เรา​เอง​ดี​กว่า เป็น​ลูกผู้ชาย​แค่​ไหน​ก็​ดู​ที่​กำลัง​นี่​แหละ” กิเดโอน​จึง​ลุก​ขึ้น​มา​ฆ่า​เศบาห์​และ​ศัลมุนนา และ​เขา​ก็​เก็บ​เครื่อง​ประดับ​รูป​จันทร์​เสี้ยว​ที่​อยู่​บน​คอของ​พวก​อูฐ​ของ​พวก​เขา​ไว้

กิเดโอน​สร้าง​เอโฟด

22 จาก​นั้น​ชาว​อิสราเอล​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “ปกครอง​พวก​เรา​เถิด ทั้ง​ท่าน​และ​ลูกหลาน​ของ​ท่าน เพราะ​ท่าน​ช่วย​พวก​เรา​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน”

23 กิเดโอน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผม​จะ​ไม่​ปกครอง​อยู่​เหนือ​พวก​ท่าน​หรอก และ​ลูก​ของ​ผม​ก็​จะ​ไม่​ปกครอง​เหนือ​ท่าน​ด้วย พระยาห์เวห์​จะ​ปกครอง​เหนือ​พวก​ท่าน​เอง” 24 แล้ว​กิเดโอน​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผม​อยาก​จะ​ขอ​พวก​ท่าน​อย่าง​หนึ่ง ผม​อยาก​จะ​ได้​ตุ้มหู​ที่​พวก​ท่าน​แต่​ละ​คน​ยึด​มา​ได้” (เพราะ​พวก​ศัตรู​ใส่​ตุ้มหู​ทองคำ เพราะ​พวก​เขา​เป็น​ชาว​อิชมาเอล)

25 พวก​เขา​พูด​ว่า “ได้​เลย เรา​จะ​ให้​สิ่ง​นั้น​กับ​ท่าน” แล้ว​พวก​เขา​ก็​ปู​ผ้า​ลง​และ​ต่าง​ก็​โยน​ตุ้มหู​ที่​ยึด​มา​ได้​ลง​ไป 26 ตุ้มหู​ทองคำ​ทั้งหมด​ที่​เขา​ขอ​มา​ได้ มี​น้ำหนัก​ประมาณ​สิบเก้า​กิโลกรัม นอกจาก​นี้​ยัง​มี​เครื่อง​ประดับ​รูป​จันทร์​เสี้ยว จี้​เพชร​รูป​หยด​น้ำ เสื้อคลุม​สีม่วง​ที่​กษัตริย์​มีเดียน​สวม​ใส่ และ​สร้อย​คอ​ที่​ห้อย​อยู่​บน​พวก​คอ​อูฐ​ของ​พวก​เขา

27 กิเดโอน​เอา​ทองคำ​เหล่า​นั้น​มา​ทำ​เป็น​เอโฟด+ 8:27 เอโฟด ไม่​ทราบ​แน่นอน​ว่า​มัน​คือ​อะไร อาจ​จะ​เป็น​เสื้อ​กั๊ก​หรือ​เสื้อคลุม เหมือน​ที่​นักบวช​สูงสุด​ของ​อิสราเอล​สวม​ใส่ (ดู​หนังสือ​อพยพ บท​ที่ 28) หรือ​อาจ​จะ​เป็น​รูป​เคารพ​ซึ่ง​อาจ​จะ​สวม​ชุด​พิเศษ และ​เก็บ​ไว้​ที่​เมือง​ของ​เขา คือ​ใน​เมือง​โอฟราห์ และ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ไม่​ซื่อสัตย์​ต่อ​พระเจ้า กลับ​ไป​นมัสการ​เอโฟด​ที่​นั่น และ​เอโฟด​นั้น​ก็​กลาย​เป็น​กับดัก​ต่อ​กิเดโอน​และ​ครอบครัว​ของ​เขา

การ​ตาย​ของ​กิเดโอน

28 ชาว​มีเดียน​จึง​อยู่​ภาย​ใต้​การ​ปกครอง​ของ​ชาว​อิสราเอล และ​พวก​มีเดียน​ก็​ไม่​ได้​เงย​หัว​ขึ้น​มา​ก่อ​ปัญหา​อีก​เลย แผ่นดิน​จึง​เกิด​ความ​สงบสุข​เป็น​เวลา​สี่สิบ​ปี​ตลอด​ชีวิต​ของ​กิเดโอน 29 เยรุบบาอัล (กิเดโอน) ลูกชาย​ของ​โยอาช​ก็​กลับ​ไป​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​เขา 30 และ​เขา​มี​ลูกชาย​ทั้ง​หมด​เจ็ด​สิบ​คน เพราะ​เขา​มี​เมีย​หลาย​คน 31 เมียน้อย​ของ​กิเดโอน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เชเคม​เกิด​ลูกชาย​ให้​กับ​เขา​คน​หนึ่ง เขา​ตั้งชื่อ​เด็ก​นั้น​ว่า อาบีเมเลค

32 แล้ว​กิเดโอน​ลูกชาย​โยอาช​ก็​ตาย​ไป​เมื่อ​ถึง​วัย​อัน​สมควร เขา​ถูก​ฝัง​ใน​สุสาน​ของ​โยอาช​พ่อ​ของ​เขา ที่​โอฟราห์​ของ​ตระกูล​อาบีเยเซอร์ 33 ทันที​ที่​กิเดโอน​ตาย ชาว​อิสราเอล​ก็​หัน​ไป​นมัสการ​พวก​พระ​บาอัล​อีก และ​นับถือ​พระ​บาอัล-เบรีท+ 8:33 บาอัล-เบรีท เป็น​ชื่อ​ของ​พระ​แห่ง​คำ​มั่น​สัญญา (เหมือน 9:4) เป็น​พระเจ้า​ของ​พวก​เขา 34 ดังนั้น​ชาว​อิสราเอล​ลืม​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​พวก​เขา ผู้ที่​ช่วย​พวก​เขา​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​ศัตรู​ใน​ทุก​ด้าน 35 และ​พวก​เขา​ก็​ไม่​ได้​แสดง​ความ​จงรัก​ภักดี​ต่อ​ครอบครัว​ของ​เยรุบบาอัล (กิเดโอน) เป็น​การ​ตอบ​แทน สำหรับ​สิ่ง​ดีๆ​ทั้งหมด​ที่​กิเดโอน​ได้​ทำ​ให้​กับ​พวก​ชาว​อิสราเอล

9

อาบีเมเลค​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์

1 อาบีเมเลค​ลูกชาย​ของ​เยรุบบาอัล+ 9:1 เยรุบบาอัล คือ กิเดโอน ขึ้น​ไป​เมือง​เชเคม เขา​ไป​หา​พี่น้อง​ของ​แม่​เขา และ​พูด​กับ​พวก​เขา​และ​คน​ทั้ง​ตระกูล​ของ​แม่​เขา​ว่า 2 “ช่วย​ไป​ถาม​พวก​ผู้นำ​ทั้งหมด​ของ​เชเคม​ให้​หน่อย​ว่า ‘แบบ​ไหน​จะ​ดี​กว่า​สำหรับ​พวก​ท่าน ระหว่าง​มี​ลูกชาย​ทั้ง​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เยรุบบาอัล​ปกครอง​เหนือ​พวก​ท่าน หรือ​มี​แค่​คน​คน​เดียว​ปกครอง​พวก​ท่าน’ พวก​ท่าน​อย่า​ลืม​นะ​ว่า ผม​เป็น​เลือด​เนื้อ​เชื้อไข​ของ​พวก​ท่าน​เอง”

3 แล้ว​พวก​พี่น้อง​ฝ่าย​แม่​ของ​เขา​ก็​ไป​พูด​เรื่อง​พวก​นี้​ทั้งหมด​ต่อ​พวก​ผู้นำ​เมือง​เชเคม​แทน​เขา แล้ว​พวก​ผู้นำ​เมือง​เชเคม​ก็​ได้​ตัดสิน​ใจ​ติดตาม​อาบีเมเลค เพราะ​พวก​เขา​พูด​ว่า “เขา​เป็น​ญาติ​ของ​พวก​เรา”

4 พวก​เขา​จึง​เอา​เงิน​เจ็ด​สิบ​แผ่น​จาก​วิหาร​ของ​พระ​บาอัล-เบรีท แล้ว​เอา​มา​ให้​อาบีเมเลค แล้ว​อาบีเมเลค​ก็​เอา​เงิน​พวกนี้​ไป​จ้าง​พวก​นักเลง​ให้​ติดตาม​เขา​ไป 5 เขา​ไป​บ้าน​พ่อ​เขา​ที่​โอฟราห์ และ​ฆ่า​พี่น้อง​ของ​เขา​ซึ่ง​เป็น​ลูกชาย​ของ​เยรุบบาอัล​ทั้ง​เจ็ดสิบ​คน​บน​หิน​ก้อน​เดียว แต่​โยธาม​ลูกชาย​คน​สุด​ท้อง​ของ​เยรุบบาอัล​รอด​ชีวิต​ไป​ได้ เพราะ​เขา​ไป​แอบ​อยู่ 6 ดังนั้น​พวก​ผู้นำ​ทั้งหมด​ของ​เชเคม​และ​ของ​เบธ-มิลโล​ต่าง​ก็​มา​รวม​ตัว​กัน และ​ไป​หา​อาบีเมเลค และ​แต่งตั้ง​ให้​เขา​เป็น​กษัตริย์ ที่​ต้น​โอ๊ก​ข้าง​เสา​หิน​ใน​เชเคม

เรื่อง​ของ​โยธาม

7 เมื่อ​มี​คน​ไป​บอก​โยธาม เขา​ก็​ขึ้น​ไป​ยืน​บน​ภูเขา​เกริซิม+ 9:7 ภูเขา​เกริซิม เป็น​ภูเขา​ที่​อยู่​ทาง​ขวา​ของ​เมือง​เชเคม และ​ร้อง​ตะโกน​เรียก​พวก​เขา​และ​พูด​ว่า

“ท่าน​ผู้นำ​ของ​เมือง​เชเคม​ทั้งหลาย ฟัง​ผม​หน่อย แล้ว​พระเจ้า​จะ​ฟัง​เสียง​ของ​พวก​ท่าน 8 วัน​หนึ่ง พวก​ต้น​ไม้​ต่างๆ​ตัดสิน​ใจ​ที่​จะ​เลือก​พระราชา​มา​ปกครอง​เหนือ​พวก​เขา ดังนั้น​พวก​ต้นไม้​เหล่า​นั้น จึง​ไป​เชิญ​ต้น​มะกอกเทศ​ว่า ‘เชิญ​ท่าน​มา​เป็น​พระราชา​ปกครอง​พวก​เรา​หน่อย’ 9 แล้ว​ต้น​มะกอกเทศ ก็​ตอบ​ต้นไม้​พวก​นั้น​ไป​ว่า ‘จะ​ให้​ข้า​หยุด​ผลิต​น้ำมัน​ที่​มี​ค่า ที่​พระ​ต่างๆ​และ​มนุษย์​ต่าง​พา​กัน​ยกย่อง​สรรเสริญ เพื่อ​ไป​กวัด​แกว่ง​อยู่​เหนือ​ต้นไม้​อื่นๆ​หรือ’

10 ดังนั้น​ต้นไม้​เหล่า​นั้น​จึง​ไป​เชิญ​ต้น​มะเดื่อ​ว่า ‘เชิญ​ท่าน​มา​เป็น​พระราชา​ปกครอง​พวก​เรา​หน่อย’ 11 แต่​ต้น​มะเดื่อ​ตอบ​ต้นไม้​เหล่า​นั้น​ว่า ‘จะ​ให้​ข้า​หยุด​ผลิตผล​ที่​มี​รส​หวาน​และ​แสนดี​ของ​ข้า เพื่อ​ไป​กวัด​แกว่ง​อยู่​เหนือ​ต้นไม้​อื่นๆ​หรือ’

12 ต้นไม้​เหล่า​นั้น​จึง​ไป​เชิญ​เถา​องุ่น​ว่า ‘เชิญ​ท่าน​มา​เป็น​พระราชา​ปกครอง​พวก​เรา​หน่อย​เถิด’ 13 แต่​เถา​องุ่น​ตอบ​ไป​ว่า ‘จะ​ให้​ข้า​หยุด​ผลิต​เหล้า​องุ่น​ของ​ข้า ที่​ทั้ง​พระ​ต่างๆ​และ​มนุษย์​ต่าง​ก็​ชื่นชอบ เพื่อ​ไป​กวัด​แกว่ง​อยู่​เหนือ​ต้นไม้​อื่นๆ​หรือ’

14 ต้นไม้​เหล่า​นั้น​จึง​ไป​เชิญ​ต้น​หนาม​ว่า ‘เชิญ​ท่าน​มา​เป็น​พระราชา​ปกครอง​พวก​เรา​ด้วย​เถิด’ 15 ต้น​ไม้​หนาม​ตอบ​ต้นไม้​ต่างๆ​ว่า ‘ถ้า​พวก​ท่าน​ต้องการ​จะ​แต่งตั้ง​ข้า​ให้​เป็น​พระราชา​ปกครอง​เหนือ​พวก​ท่าน​จริงๆ​ก็​ให้​พวก​ท่าน​เข้า​มาหาที่​กำบัง​ใต้​ร่มเงา​ของ​ข้า​เถิด แต่​ถ้า​พวก​ท่าน​ไม่​ทำ​อย่าง​นั้น ก็​ขอ​ให้​ไฟ​ออก​มา​จาก​พง​หนาม เผาผลาญ​แม้แต่​ต้นสน​ซีดาร์​จาก​เลบานอน’

16 ตอน​ที่​พวก​ท่าน​ตั้ง​อาบีเมเลค​เป็น​กษัตริย์​นั้น ท่าน​ได้​ทำ​ไป​ด้วย​ความ​จริงใจ​และ​ซื่อสัตย์​หรือ สิ่ง​ที่​พวก​ท่าน​ทำ​นั้น​มัน​ยุติธรรม​กับ​เยรุบบาอัล​และ​ครอบครัว​ของ​เขา​หรือ และ​พวก​ท่าน​ได้​ทำ​กับ​เขา​สม​กับ​ความดี​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไว้​หรือ 17 (เพราะ​พ่อ​ของ​ข้า​ได้​สู้รบ​เพื่อ​พวก​ท่าน และ​เสี่ยงชีวิต​เพื่อ​ช่วย​พวก​ท่าน​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน 18 แต่​ใน​วันนี้​พวก​ท่าน​ได้​ลุก​ขึ้น​มา​ทำลาย​ครอบครัว​ของ​พ่อ​ข้า และ​ได้​ฆ่า​ลูกชาย​ทั้ง​เจ็ดสิบ​คน​ของ​เขา​บน​หิน​ก้อน​เดียว และ​ตั้ง​อาบีเมเลค​ลูกชาย​ของ​ทาส​หญิง​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​เหนือ​พวก​ผู้นำ​ชาว​เชเคม เพราะ​เขา​เป็น​ญาติ​ของ​พวก​ท่าน)

19 ถ้า​ท่าน​ได้​ทำ​ไป​ด้วย​ความ​จริงใจ​และ​ซื่อสัตย์​ต่อ​เยรุบบาอัล​และ​ครอบครัว​ของ​เขา​ใน​วันนี้ ก็​ขอ​ให้​มี​ความ​สุข​กับ​อาบีเมเลค และ​ขอ​ให้​เขา​มี​ความ​สุข​กับ​พวก​ท่าน​ด้วย 20 แต่​ถ้า​ไม่​เป็น​อย่าง​นั้น ขอ​ให้​ไฟ​ออก​มา​จาก​อาบีเมเลค และ​เผาผลาญ​พวก​ผู้นำ​เมือง​เชเคม​และ​เบธ-มิลโล และ​ขอ​ให้​ไฟ​ออก​มา​จาก​ผู้นำ​เชเคม​และ​เบธ-มิลโล​เผาผลาญ​อาบีเมเลค”

21 แล้ว​โยธาม​ก็​วิ่ง​หนี​ไป เขา​ได้​ไป​ที่​เมือง​เบเออร์​และ​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น เพราะ​เขา​กลัว​อาบีเมเลค​พี่ชาย​ของ​เขา

อาบีเมเลค​สู้​กับ​ชาว​เชเคม

22 อาบีเมเลค​ปกครอง​ชาว​อิสราเอล​อยู่​สาม​ปี 23 แต่​พระเจ้า​ได้​ส่ง​วิญญาณ​ชั่ว​มา​ทำ​ให้​อาบีเมเลค​กับ​พวก​ผู้นำ​ชาว​เชเคม​เกลียด​กัน และ​พวก​ผู้นำ​เชเคม​ก็​ก่อ​การ​กบฏ​ต่อ​เขา 24 ที่​เป็น​อย่าง​นี้​ก็​เพราะ​พระเจ้า​ต้อง​การ​ให้​เกิด​ความ​รุนแรง​ขึ้น​กับ​พวก​เขา เหมือน​ที่​เขา​ทำ​กับ​ลูก​ของ​เยรุบบาอัล​ทั้ง​เจ็ดสิบ​คน​นั้น และ​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​เลือด​ของ​ทั้ง​เจ็ดสิบ​คน​นั้น​ตกลง​บน​อาบีเมเลค​พี่น้อง​ของ​พวก​เขา เพราะ​อาบีเมเลค​เป็น​คน​ฆ่า​พี่น้อง​พวก​นั้น​ของ​เขา และ​พระเจ้า​ต้องการ​ให้​เลือด​นั้น​ตก​กับ​พวก​ผู้นำ​ของ​เชเคม​ด้วย เพราะ​มี​ส่วน​สนับสนุน​ให้​อาบีเมเลค​ฆ่า​พวก​พี่น้อง​ของ​ตัวเอง

25 ดังนั้น​พวก​ผู้นำ​ของ​เชเคม จึง​ได้​วาง​คน​ไว้​ซุ่ม​โจมตี​อาบีเมเลค​บน​พวก​ยอด​เขา และ​พวก​เขา​ก็​ปล้น​ทุก​คน​ที่​ผ่าน​มา​ทาง​นั้น และ​มี​คน​ไป​แจ้ง​เรื่อง​นี้​ให้​อาบีเมเลค​รู้ 26 เมื่อ​กาอัล​ลูกชาย​ของ​เอเบค​กับ​ญาติๆ​ของ​เขา​ย้าย​เข้า​มา​อยู่​ใน​เมือง​เชเคม พวก​ผู้นำ​ของ​เชเคม​ก็​ไว้ใจ​เขา 27 วัน​หนึ่ง​ชาว​เชเคม​ก็​ออก​ไป​ใน​ทุ่งนา แล้ว​ไป​เก็บ​ผล​องุ่น​จาก​สวนองุ่น​ของ​พวกเขา​และ​ย่ำ​องุ่น​เพื่อ​ทำ​เหล้า​องุ่น และ​พวกเขา​ก็​เฉลิม​ฉลอง​กัน พวกเขา​เข้า​ไป​ใน​วิหาร​ของ​พระ​ของ​พวกเขา​และ​ดื่ม​กิน​กัน และ​สาป​แช่ง​อาบีเมเลค

28 กาอัล​ลูกชาย​เอเบค​พูด​ว่า “อาบีเมเลค​เป็น​ใคร​กัน เรา​ชาว​เชเคม​ถึง​ต้อง​ไป​รับใช้​มัน มัน​เป็น​ลูก​ของ​เยรุบบาอัล​ไม่​ใช่​หรือ และ​เศบุล​ก็​เป็น​เจ้าหน้าที่​ของ​มัน มา​รับใช้​คน​ของ​ฮาโมร์+ 9:28 ฮาโมร์ เป็น​การ​อ้าง​อิง​ถึง​การ​กำเนิด​พลเมือง​ของ​เชเคม ฮาโมร์​เป็น​พ่อ​ของ​เชเคม​ใน​หนังสือ​ปฐมกาล บท​ที่ 34 เมือง​เชเคม ตั้ง​ตาม​ชื่อ​ของ​ลูกชาย​ของ​ฮาโมร์ พ่อ​ของ​เชเคม​กัน​ดี​กว่า ทำไม​เรา​ต้อง​ไป​รับใช้​อาบีเมเลค​ด้วย 29 ถ้า​คน​เมือง​นี้​อยู่​ใต้​การ​ปกครอง​ของ​ข้า ข้า​จะ​ถอด​อาบีเมเลค” แล้ว​เขา​ก็​ท้า​อาบีเมเลค​ว่า “เตรียม​กองทัพ​ของ​เจ้า แล้ว​ออก​มา​สู้​กับ​ข้า”

30 เศบุล เจ้า​เมือง​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​กาอัล​ลูกชาย​เอเบค​พูด​ก็​โกรธ 31 เขา​จึง​ส่ง​พวก​ผู้​ส่งข่าว​ไป​หา​อาบีเมเลค​ที่​เมือง​อารูมาห์+ 9:31 อารูมาห์ หรือ​แปล​ได้​ว่า “อย่าง​ลับๆ” หรือ “ใน​เมือง​โธมาร์” เป็น​เมือง​ที่​อาบีเมเลค​ปกครอง​อยู่ ห่าง​จาก​เชเคม​ประมาณ​สิบ​สี่​กิโลเมตร พวก​เขา​บอก​ว่า

“ดู​สิ กาอัล​ลูกชาย​เอเบค​และ​พวก​ญาติๆ​ของ​เขา​ได้​มา​เมือง​เชเคม และ​ฟัง​ให้​ดี​นะ พวกเขา​ได้​ยุแหย่​ให้​ชาว​เมือง​ต่อต้าน​ท่าน 32 ดังนั้น ตอนนี้ ให้​ท่าน​และ​กองทัพ​ที่​อยู่​กับ​ท่าน ลุก​ขึ้น​ใน​ตอน​กลาง​คืน และ​ให้​มา​นอน​คอย​ดัก​ซุ่ม​อยู่​ใน​ท้องทุ่ง 33 พอ​ถึง​ตอน​เช้า ทันที​ที่​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น ก็​ให้​ท่าน​จัดแจง​รีบ​บุก​เข้า​ไป​ใน​เมือง และ​เมื่อ​กาอัล​กับ​กองทัพ​ที่​อยู่​กับ​เขา ออก​มา​ต่อสู้​กับ​ท่าน ก็​จัดการ​กับ​เขา​ได้​ตาม​ใจ​ชอบ​เลย”

34 ดังนั้น​อาบีเมเลค​และ​กองทัพ​ของ​เขา​จึง​ลุก​ขึ้น​ใน​ตอน​กลาง​คืน และ​แบ่ง​ออก​เป็น​สี่​กอง ไป​คอย​ดักซุ่ม​ชาว​เชเคม​อยู่ 35 เมื่อ​กาอัล​ลูกชาย​เอเบค​ออก​มา​ยืน​ที่​ประตู​ทาง​เข้า​เมือง อาบีเมเลค​และ​กองทัพ​ของ​เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​จาก​ที่​ซ่อน

36 เมื่อ​กาอัล​เห็น​กองทัพ เขา​พูด​กับ​เศบุล​ว่า “ดู​สิ มี​คน​กำลัง​วิ่ง​ลง​มา​จาก​ยอด​เขา”

เศบุล​ตอบ​เขา​ว่า “ท่าน​เห็น​เงา​ของ​ภูเขา​เป็น​คน”

37 กาอัล​พูด​อีก​ว่า “ดู​สิ มี​คน​กำลัง​วิ่ง​ลง​มา​จาก​สะดือ​แผ่นดิน+ 9:37 สะดือ​แผ่นดิน เป็น​สถานที่​ใน​หุบเขา​ใกล้​เมือง​เชเคม และ​อีก​กลุ่ม​หนึ่ง​กำลัง​วิ่ง​มา​จาก​ต้น​โอ๊ก​ของ​พวก​หมอดู”

38 เศบุล​พูด​กับ​เขา​ว่า “ปาก​ที่​ขี้​คุย​ของ​ท่าน​หาย​ไป​ไหน​แล้ว ท่าน​พูด​ว่า​อาบีเมเลค​เป็น​ใคร เรา​ถึง​จะ​ต้อง​ไป​รับใช้​มัน คน​พวก​นี้​ไม่​ใช่​หรือ ที่​ท่าน​เยาะเย้ย ออก​ไป​สู้​กับ​พวก​เขา​สิ”

39 ดังนั้น​กาอัล​จึง​นำ​หน้า​พวก​ผู้นำ​ของ​เชเคม ออก​ไป​ต่อสู้​กับ​อาบีเมเลค 40 อาบีเมเลค​ไล่​ตาม​กาอัล และ​กาอัล​ก็​หนี​ไป​ต่อหน้า​เขา มี​คน​ล้ม​ตาย​เป็น​จำนวน​มาก ตลอด​ไป​จน​ถึง​ประตู​ทาง​เข้า​เมือง 41 ดังนั้น​อาบีเมเลค​จึง​นั่ง​ปกครอง​อยู่​ที่​เมือง​อารูมาห์ และ​เศบุล​ก็​ขับ​ไล่​กาอัล​กับ​พวก​ญาติๆ​ของ​เขา​ออก​ไป​จาก​เชเคม

42 วัน​ต่อมา​ชาว​เมือง​ได้​ออก​ไป​ที่​ท้องทุ่ง และ​มี​คน​เอา​เรื่อง​นี้​มา​บอก​อาบีเมเลค 43 เขา​จึง​แบ่ง​กองทัพ​ของ​เขา​ออก​เป็น​สาม​กลุ่ม ไป​คอย​แอบซุ่ม​อยู่​ใน​ท้องทุ่ง เมื่อ​เขา​มอง​เห็น​ชาว​เมือง​ออก​มา​จาก​เมือง เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​โจมตี​พวก​เขา 44 อาบีเมเลค​กับ​ทหาร​อีก​กลุ่ม​หนึ่ง​ที่​อยู่​กับ​เขา​ก็​รีบ​บุก​เข้า​ไป และ​ยืน​อยู่​ที่​ประตู​ทาง​เข้า​เมือง ส่วน​ทหาร​อีก​สอง​กลุ่ม​ก็​รุก​เข้า​โจมตี​คน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ใน​ท้องทุ่ง

45 อาบีเมเลค​ได้​ต่อสู้​กับ​เมือง​เชเคม​ตลอด​ทั้ง​วัน ใน​ที่​สุด​เขา​ก็​ยึด​เมือง​ได้ และ​ฆ่า​คน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​นั้น พร้อม​กับ​ทำลาย​เมือง​ทิ้ง​ไป และ​โปรย​เกลือ​ลง​ไป 46 เมื่อ​ผู้นำ​ที่​อยู่​ใน​หอ​คอย​เชเคม​ได้ยิน​เรื่อง​นี้ พวก​เขา​ก็​หนี​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ส่วน​ที่​แข็งแรง​กว่า​ใน​วิหาร​ของ​เอลเบรีท+ 9:46 เอลเบรีท ชื่อ​นี้​หมายถึง​พระ​แห่ง​คำ​มั่น​สัญญา47 มี​คน​มา​บอก​อาบีเมเลค​ว่า​พวก​ผู้นำ​ของ​หอคอย​เชเคม​รวม​ตัว​กัน​อยู่

48 ดังนั้น​อาบีเมเลค​พร้อม​กับ​ทหาร​ที่​อยู่​กับ​เขา จึง​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​ศัลโมน เขา​เอา​พวก​ขวาน​ไป​ด้วย และ​เขา​ก็​ตัด​ไม้​มา​กอง​หนึ่ง แล้ว​แบก​ไว้​บน​บ่า​กลับ​มา เขา​บอก​กับ​ทหาร​ที่​อยู่​กับ​เขา​ว่า “รีบๆ​ทำ​ตาม​อย่าง​ข้า” 49 แล้ว​ทหาร​ทุก​คน​ก็​ตัด​ไม้​มา​คนละ​กอง และ​ตาม​อาบีเมเลค​ไป แล้ว​พวก​เขา​ก็​เอา​ไม้​ไป​วาง​พิง​ไว้​ตรง​ห้อง​ที่​แข็งแรง​ที่สุด​ของ​วิหาร​ของ​เอลเบรีท แล้ว​จุด​ไฟ​เผา ทำ​ให้​คน​เชเคม​ที่​อยู่​ใน​ห้อง​ที่​แข็งแรง​นั้น​ตาย​กัน​หมด ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​ประมาณ​หนึ่ง​พัน​คน

50 จาก​นั้น​อาบีเมเลค​ก็​ไป​เมือง​เธเบศ และ​ล้อม​เมือง​และ​ยึด​เมือง​เอา​ไว้​ได้ 51 แต่​ใน​เมือง​มี​ป้อม​ที่​แข็งแรง​อยู่ ชาว​เมือง​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​รวม​ทั้ง​ผู้นำ​ของ​เมือง​นั้น​ก็​หนี​กัน​ไป​อยู่​ที่​นั่น และ​ปิด​ประตู​ขัง​ตัวเอง​อยู่​ข้าง​ใน และ​พวก​เขา​ก็​ขึ้น​ไป​อยู่​บน​ดาด​ฟ้า​ของ​ป้อม 52 อาบีเมเลค​มา​ถึง​ป้อม​และ​ต่อ​สู้​กัน และ​เข้า​ปะชิด​ทางเข้า​ของ​ป้อม​เพื่อ​เอา​ไฟ​เผา​มัน 53 แต่​มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​โยน​โม่​หิน​ลง​มา​บน​หัว​ของ​อาบีเมเลค​และ​ทำ​ให้​กะโหลก​ของ​เขา​แตก

54 อาบีเมเลค​รีบ​เรียก​ชาย​หนุ่ม​ที่​ถือ​อาวุธ​ของ​เขา​เข้า​มา​และ​บอก​กับ​ชาย​หนุ่ม​นั้น​ว่า “ชัก​ดาบ​ของ​เจ้า​ออก​มา​ฆ่า​เรา​ซะ เพื่อ​คน​จะ​ได้​ไม่​พูด​ถึง​เรา​ว่า ‘เขา​ถูก​ผู้หญิง​ฆ่า​ตาย’” ดังนั้น​คน​รับใช้​หนุ่ม​คน​นั้น​ของ​เขา​ก็​แทง​เขา​และ​เขา​ก็​ตาย

55 เมื่อ​ชาว​อิสราเอล​เห็น​ว่า​อาบีเมเลค​ตาย​แล้ว พวก​เขา​ต่าง​ก็​พา​กัน​แยก​ย้าย​กลับ​ไป​ที่​อยู่​ของ​ตน 56 ดังนั้น​พระเจ้า​ได้​ตอบ​แทน​ความ​ชั่วร้าย​ของ​อาบีเมเลค​ที่​เขา​ทำ​ต่อ​พ่อ​ของ​เขา ตอน​ที่​ฆ่า​พี่น้อง​ทั้ง​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เขา​เอง 57 และ​พระเจ้า​ได้​ตอบแทน​ความ​ชั่วร้าย​ทั้งหมด​ของ​ชาว​เชเคม คำ​สาปแช่ง​ของ​โยธาม​บุตร​เยรุบบาอัล​ก็​เกิด​ขึ้น​จริง

10

โทลา​ผู้นำ

1 หลังจาก​อาบีเมเลค​ตาย​แล้ว โทลา​ก็​ขึ้น​มา​ช่วย​กู้​คน​อิสราเอล โทลา​เป็น​ลูกชาย​ของ​ปูอาห์ ปูอาห์​เป็น​ลูก​ของ​โดโด โทลา​มา​จาก​เผ่า​อิสสาคาร์ เขา​อาศัย​อยู่​ที่​ชามีร์ ใน​แถบ​เทือก​เขา​เอฟราอิม 2 เขา​เป็น​ผู้นำ​ของ​อิสราเอล​เป็น​เวลา​ยี่สิบ​สาม​ปี แล้ว​ก็​ตาย​ไป และ​ศพ​ของ​เขา​ถูก​ฝัง​อยู่​ที่​ชามีร์

ยาอีร์​ผู้นำ

3 หลังจาก​โทลา​ตาย ยาอีร์​ก็​ขึ้น​มา​แทน เขา​เป็น​ชาว​กิเลอาด และ​เป็น​ผู้​ตัดสิน​คดี​ให้​กับ​อิสราเอล​เป็น​เวลา​ยี่สิบ​สอง​ปี 4 เขา​มี​ลูกชาย​สาม​สิบ​คน ลูก​ทั้ง​สาม​สิบ​คน​นี้​ขี่​ลา​สาม​สิบ​ตัว และ​ดูแล​เมือง​สาม​สิบ​เมือง ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​กิเลอาด (เมือง​พวก​นี้​มี​ชื่อ​เรียก​ว่า พวก​หมู่บ้าน​ของ​ยาอีร์+ 10:4 พวก​หมู่บ้าน​ของ​ยาอีร์ หรือ​ชื่อ​ว่า “ฮาวโวทยาอีร์” มา​จน​ถึง​ทุก​วันนี้) 5 ยาอีร์​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ที่​เมือง​คาโมน

ชาว​อัมโมน​ต่อสู้​กับ​ชาว​อิสราเอล

6 ชาว​อิสราเอล​ได้​ทำ​สิ่ง​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​พระยาห์เวห์​อีก พวก​เขา​ไป​รับใช้​พระ​บาอัล และ​พระ​อัชทาโรท รวมทั้ง​ไป​รับใช้​พระ​ต่างๆ​ของ​ชาว​อาราม ชาว​ไซดอน ชาว​โมอับ ชาว​อัมโมน และ​ชาว​ฟีลิสเตีย พวก​เขา​ได้​ละทิ้ง​พระยาห์เวห์ และ​ไม่​รับใช้​พระองค์ 7 พระยาห์เวห์​ก็​เลย​โกรธ​พวก​ชาว​อิสราเอล พระองค์​จึง​ขาย​ชาว​อิสราเอล​ให้​ไป​ตก​อยู่​ใน​มือ​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​และ​ชาว​อัมโมน 8 พวกนี้​จึง​ข่มเหง​และ​บีบบังคับ​ชาว​อิสราเอล ตั้งแต่​ปี​นั้น​เป็น​ต้น​มา พวก​นี้​ได้​ข่มเหง​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ฝั่ง​ตรง​ข้าม​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน ใน​แผ่นดิน​ของ​คน​อาโมไรต์ ที่​อยู่​ใน​กิเลอาด เป็น​เวลา​ถึง​สิบ​แปด​ปี

9 และ​ชาว​อัมโมน​ก็​ได้​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป​สู้​กับ​ชาว​ยูดาห์​ด้วย และ​ยัง​ไป​สู้​กับ​ชาว​เบนยามิน และ​ชาว​เมือง​ของ​เอฟราอิม​ด้วย​เหมือน​กัน ดังนั้น​ชาว​อิสราเอล​จึง​ทุกข์​ร้อน​อย่าง​หนัก 10 ชาว​อิสราเอล​จึง​ร้อง​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า “พวก​เรา​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระองค์​แล้ว ที่​พวก​เรา​ได้​ละทิ้ง​พระเจ้า​ของ​เรา​และ​ไป​รับใช้​พระ​บาอัล”

11 แล้ว​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​ชาว​อิสราเอล​ว่า “ไม่​ใช่​เรา​หรอก​หรือ ที่​ได้​ช่วยกู้​พวก​เจ้า​จาก​ชาว​อียิปต์ ชาว​อาโมไรต์ ชาว​อัมโมน และ​ชาว​ฟีลิสเตีย 12 แล้ว​ตอน​ที่​พวก​ชาว​ไซดอน ชาว​อามาเลค และ​ชาว​มาโอน ได้​ข่มเหง​เจ้า พวก​เจ้า​ก็​ได้​ร้องขอ​ให้​เรา​ช่วย และ​เรา​ก็​ได้​ช่วย​เจ้า​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​มัน 13 แต่​พวก​เจ้า​ได้​ละทิ้ง​เรา​ไป และ​ไป​รับใช้​พระ​อื่นๆ อย่าง​นั้น​เรา​จะ​ไม่​ช่วย​เจ้า​อีก​แล้ว 14 ไป​ร้องขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​จาก​พระ​พวก​นั้น​ที่​เจ้า​ได้​เลือก​สิ ให้​พวก​มัน​มา​ช่วย​พวก​เจ้า ตอน​ที่​พวก​เจ้า​ทุกข์​ร้อน​อยู่​นี้” 15 ชาว​อิสราเอล​พูด​กับ​พระยาห์เวห์​ว่า “พวก​เรา​ทำ​บาป​ไป​แล้ว พระองค์​จะ​ทำ​อะไร​กับ​เรา​ก็​ได้ ที่​พระองค์​เห็น​ว่า​สมควร แต่​ตอน​นี้ ได้​โปรด​ช่วย​เหลือ​พวก​เรา​ด้วย​เถิด” 16 พวก​เขา​ก็​เลย​เอา​พระ​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​พวก​นั้น​ไป​โยน​ทิ้ง และ​หัน​กลับ​มา​รับใช้​พระยาห์เวห์ แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​ใจ​อ่อน ทน​ไม่​ไหว​ที่​จะ​เห็น​พวก​อิสราเอล​ต้อง​ทน​ทุกข์​อีก​ต่อ​ไป

เยฟธาห์​ผู้นำ​กู้ชาติ

17 พวก​ชาว​อัมโมน​ถูก​เรียก​ให้​มา​รวม​ตัว​กัน​เพื่อ​ทำ​สงคราม และ​พวก​เขา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​กิเลอาด ส่วน​ชาว​อิสราเอล​ก็​รวม​ตัว​กัน และ​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​มิสปาห์ 18 พวก​ผู้นำ​ของ​กองทัพ​ของ​กิเลอาด​พูด​กัน​ว่า “ใคร​ก็​ตาม​ที่​นำ​หน้า​พวก​เรา​เข้า​สู้​รบ​กับ​ชาว​อัมโมน เขา​ก็​จะ​ได้​เป็น​หัวหน้า​ของ​ชาว​กิเลอาด​ทั้งหมด”

11

1 เยฟธาห์​เป็น​ชาว​กิเลอาด เขา​เป็น​นักรบ​ที่​เก่งกล้า แต่​เขา​เป็น​ลูก​ของ​โสเภณี กิเลอาด​เป็น​พ่อ​ของ​เขา

2 เมีย​ของ​กิเลอาด​ก็​เกิด​ลูกชาย​หลาย​คน​ให้​กับ​เขา เมื่อ​ลูกชาย​พวก​นั้น​ของ​นาง​โต​ขึ้น พวก​เขา​ก็​ไล่​เยฟธาห์​ออก​ไป พวก​เขา​พูด​ว่า “เจ้า​ไม่​มี​ส่วน​ใน​มรดก​ของ​บ้าน​พ่อ​เรา เพราะ​เจ้า​เป็น​ลูก​ของ​หญิง​อื่น” 3 ดังนั้น​เยฟธาห์​จึง​หนี​ไป​จาก​พี่น้อง​ของ​เขา และ​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ของ​โทบ พวก​นักเลง​หัว​ไม้​มั่ว​สุม​อยู่​กับ​เยฟธาห์​และ​ติดตาม​เขา

4 ต่อมา​ภายหลัง ชาว​อัมโมน​ไป​ทำ​สงคราม​กับ​ชาว​อิสราเอล 5 เมื่อ​ชาว​อัมโมน​ไป​ทำ​สงคราม​กับ​ชาว​อิสราเอล พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​กิเลอาด​ก็​มา​พา​เยฟธาห์​ไป​จาก​แผ่นดิน​โทบ 6 พวก​เขา​พูด​กับ​เยฟธาห์​ว่า “มา​เป็น​แม่ทัพ​ให้​กับ​พวก​เรา​หน่อย เพื่อ​เรา​จะ​ไป​ต่อสู้​กับ​ชาว​อัมโมน”

7 เยฟธาห์​พูด​กับ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​กิเลอาด​ว่า “พวก​ท่าน​ไม่​ได้​รังเกียจ​ข้า​และ​ขับ​ไล่​ข้า​ออก​จาก​บ้าน​ของ​พ่อ​ข้า​หรอก​หรือ แล้ว​ท่าน​จะ​มา​หา​ข้า​ทำไม​เวลา​ที่​ท่าน​มี​ปัญหา”

8 พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​กิเลอาด​พูด​กับ​เยฟธาห์​ว่า “สาเหตุ​ที่​พวก​เรา​กลับ​มาหา​ท่าน​ใน​ขณะ​นี้ ก็​เพื่อ​ให้​ท่าน​ไป​กับ​พวก​เรา​และ​ไป​สู้รบ​กับ​ชาว​อัมโมน และ​กลาย​เป็น​หัวหน้า​พวก​เรา​ปกครอง​ชาว​กิเลอาด​ทั้งหมด”

9 เยฟธาห์​พูด​กับ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​กิเลอาด​ว่า “ถ้า​ข้า​กลับ​ไป​เพื่อ​สู้รบ​กับ​ชาว​อัมโมน และ​ถ้า​พระยาห์เวห์​ยอม​มอบ​พวก​มัน​ให้​กับ​ข้า พวก​ท่าน​จะ​ให้​ข้า​เป็น​หัวหน้า​พวก​ท่าน​จริง​หรือ”

10 พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​กิเลอาด​พูด​กับ​เยฟธาห์​ว่า “พระยาห์เวห์​เป็น​พยาน เรา​จะ​ทำ​ตาม​ที่​ท่าน​พูด​แน่นอน” 11 ดังนั้น​เยฟธาห์​จึง​ไป​กับ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​กิเลอาด และ​ประชาชน​ก็​ตั้ง​เขา​เป็น​หัวหน้า​และ​เป็น​แม่ทัพ​ของ​พวก​เขา แล้ว​เยฟธาห์​ก็​พูด​ซ้ำ​คำ​พูด​ของ​เขา​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์​ที่​มิสปาห์

12 เยฟธาห์​ใช้​คน​ส่งข่าว​ไป​ถึง​กษัตริย์​ของ​ชาว​อัมโมน​ว่า “ท่าน​มี​เรื่อง​อะไร​กับ​ข้า​หรือ ถึง​ได้​ยก​มา​ต่อสู้​กับ​แผ่นดิน​ของ​ข้า”

13 กษัตริย์​ของ​ชาว​อัมโมน​ตอบ​คน​ส่งข่าว​ของ​เยฟธาห์​ว่า “เพราะ​ชาว​อิสราเอล​ได้​ยึดครอง​แผ่นดิน​ของ​ข้า​ทั้งหมด​จาก​แม่น้ำ​อารโนน ถึง​แม่น้ำ​ยับบอก ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน เมื่อ​พวก​เขา​ออก​มา​จาก​อียิปต์ บัดนี้​ขอ​ท่าน​คืน​เมือง​เหล่า​นั้น​ให้​กับ​ข้า​ซะ​ดีๆ” 14 (ดัง​นั้น​ผู้​ส่งข่าว​กลับ​มาหา​เยฟธาห์+ 11:14 ดัง​นั้น​ผู้​ส่งข่าว​กลับ​มาหา​เยฟธาห์ ประโยค​นี้​แปล​มา​จาก​สำเนา​กรีก​โบราณ แต่​สำเนา​ฮีบรู​ไม่​มี​ประโยค​นี้) เยฟธาห์​จึง​ส่ง​คน​ส่งข่าว​กลับ​ไป​หา​กษัตริย์​ของ​ชาว​อัมโมน​ใหม่

15 เยฟธาห์​แจ้ง​กับ​เขา​ว่า

“นี่​คือ​สิ่ง​ที่​เยฟธาห์​พูด ‘อิสราเอล​ไม่​ได้​ยึด​แผ่นดิน​โมอับ​หรือ​แผ่นดิน​ของ​ชาว​อัมโมน 16 เมื่อ​พวก​อิสราเอล​ออก​จาก​อียิปต์ พวก​เขา​ได้​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ถึง​ทะเล​แดง​และ​มา​ถึง​คาเดช 17 แล้ว​ชาว​อิสราเอล​จึง​ใช้​คน​ส่งข่าว​ไป​ยัง​กษัตริย์​เอโดม​ว่า “โปรด​อนุญาต​ให้​เรา​ผ่าน​แผ่นดิน​ของ​ท่าน​ด้วย​เถิด” แต่​กษัตริย์​เอโดม​ไม่​ยอม​และ​ชาว​อิสราเอล​ก็​ได้​ใช้​คน​ส่งข่าว​ไป​ถึง​กษัตริย์​โมอับ​ด้วย แต่​เขา​ก็​ไม่​ยอม​เหมือน​กัน อิสราเอล​ก็​เลย​ต้อง​อาศัย​อยู่​ที่​คาเดช

18 จากนั้น​ชาว​อิสราเอล​ได้​เดินทาง​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​และ​อ้อม​แผ่นดิน​เอโดม และ​แผ่นดิน​โมอับ พวก​เขา​มา​ทาง​ตะวันออก​ของ​แผ่นดิน​โมอับ และ​ตั้ง​ค่าย​บน​ฝั่ง​แม่น้ำ​อารโนน พวก​เขา​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​เขตแดน​ของ​โมอับ เพราะ​มี​แม่น้ำ​อารโนน​เป็น​พรมแดน​ของ​โมอับ

19 ชาว​อิสราเอล​จึง​ใช้​คน​ส่ง​ข่าว​ไป​ถึง​กษัตริย์​สิโหน​ของ​คน​อาโมไรต์ ผู้​ครอง​เมือง​เฮชโบน​และ​แจ้ง​กับ​เขา​ว่า “โปรด​อนุญาต​ให้​เรา​ผ่าน​แผ่นดิน​ของ​ท่าน​ด้วย​เถิด” 20 แต่​สิโหน​ไม่​ไว้ใจ​ที่​จะให้​อิสราเอล​ผ่าน​เข้าไป​ใน​เขตแดน​ของเขา ดังนั้น​เขา​จึง​รวบรวม​ประชาชน​ตั้ง​ค่าย​ที่​ยาฮาส​สู้รบ​กับ​อิสราเอล

21 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ได้​มอบ​สิโหน​และ​ทหาร​ทั้งหมด​ไว้​ใน​มือ​ของ​อิสราเอล แล้ว​พวก​เขา​ก็​พ่ายแพ้ ดังนั้น​อิสราเอล​จึง​ยึดครอง​แผ่นดิน​ทั้งหมด​ที่​ชาว​อาโมไรต์​อาศัย​อยู่​นั้น 22 พวก​เขา​ยึด​เขตแดน​ทั้งหมด​ของ​อาโมไรต์ ตั้ง​แต่​แม่น้ำ​อารโนน​ไป​จน​ถึง​แม่น้ำ​ยับบอก และ​ตั้งแต่​ถิ่น​ทุรกันดาร​ไป​จน​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน

23 ใน​เมื่อ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ชาว​อิสราเอล​ได้​ขับไล่​ชาว​อาโมไรต์​ออก​ไป​ต่อหน้า​ชาว​อิสราเอล​คน​ของ​พระองค์ แล้ว​ท่าน​จะ​มา​ขับไล่​ชาว​อิสราเอล​เพื่อ​ยึดครอง​แทน​หรือ 24 แน่นอน​ว่า​ท่าน​จะ​ต้อง​ครอบ​ครอง​ดินแดน​ที่​พระเคโมช​พระเจ้า​ของ​ท่าน​มอบ​ให้​กับ​ท่าน​แน่ อย่าง​นั้น​พวก​เรา​ก็​จะ​ครอบ​ครอง​ดินแดน​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เรา​ได้​ยึด​มา​ให้​กับ​พวก​เรา​เหมือน​กัน

25 ตัว​ท่าน​จะ​ดี​กว่า​กษัตริย์​บาลาค​ลูก​ชาย​ศิปโปร์+ 11:25 กษัตริย์​บาลาค​ลูก​ชาย​ศิปโปร์ ดู​เรื่อง​นี้​เพิ่ม​เติม​ได้​จาก​หนังสือ​กันดารวิถี บท​ที่ 22-24​แห่ง​เมือง​โมอับ​หรือ กษัตริย์​องค์​นั้น​เคย​โต้แย้ง​หรือ​เคย​สู้รบ​กับ​ชาว​อิสราเอล​อย่าง​นั้น​หรือ 26 เมื่อ​อิสราเอล​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เฮชโบน​และ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้น รวมทั้ง​เมือง​อาโรเออร์​และ​ชนบท​ของ​เมือง​นั้น และ​เมือง​ต่างๆ​ที่​อยู่​บน​ฝั่ง​แม่น้ำ​อารโนน​ถึง​สาม​ร้อย​ปี ทำไม​ท่าน​ไม่​ยึด​คืน​เสีย​ใน​เวลา​นั้น

27 ข้า​ไม่​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​ท่าน แต่​ท่าน​ได้​ทำ​ผิด​กับ​ข้า โดย​การ​ทำ​สงคราม​กับ​ข้า ขอ​ให้​พระยาห์เวห์ พระผู้​พิพากษา​ได้​ตัดสิน​วันนี้ เรื่อง​ระหว่าง​ชาว​อิสราเอล​กับ​ชาว​อัมโมน​ด้วย​เถิด’”

28 แต่​กษัตริย์​ของ​ชาว​อัมโมน​ไม่​ฟัง​คำ​พูด​ของ​เยฟธาห์​ที่​เขา​ส่ง​ไป​ให้

คำ​บนบาน​ของ​เยฟธาห์

29 ดังนั้น​พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​มา​อยู่​กับ​เยฟธาห์ เขา​จึง​ยกพล​ผ่าน​กิเลอาด​และ​มนัสเสห์ ผ่าน​มิสปาห์​ใน​กิเลอาด และ​บุก​ไป​ถึง​แผ่นดิน​ของ​อัมโมน

30 เยฟธาห์​สาบาน​ต่อ​พระเจ้า​ว่า “ถ้า​พระองค์​ยอม​ให้​ชาว​อัมโมน​ตก​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​ข้าพเจ้า 31 เมื่อ​ข้าพเจ้า​กลับ​มา​อย่าง​มี​ชัย​จาก​อัมโมน​นั้น ข้าพเจ้า​จะ​ยก​สิ่ง​แรก​ที่​ออก​มา​จาก​ประตู​บ้าน​ข้าพเจ้า​เพื่อ​มา​พบ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​จะ​ถวาย​สิ่ง​นั้น​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​เป็น​เครื่อง​เผา​บูชา”

32 แล้ว​เยฟธาห์​ก็​ยก​ไป​สู้​กับ​ชาว​อัมโมน และ​พระยาห์เวห์​ก็​มอบ​พวก​อัมโมน​ไว้​ใน​กำ​มือ​ของ​เขา 33 เขา​ได้​โจมตี​พวก​อัมโมน ตั้ง​แต่​อาโรเออร์ ตลอด​ไป​จน​ถึง​เมือง​มินนิท รวม​ยี่สิบ​เมือง และ​ไกล​ไป​จน​ถึง​อาเบล-ครามิม ทำ​ให้​มี​คน​ตาย​จำ​นวน​มาก คน​อัมโมน​จึง​อยู่​ใต้​การ​ปกครอง​ของ​อิสราเอล

34 เมื่อ​เยฟธาห์​กลับ​มา​ที่​บ้าน​ใน​มิสปาห์ ลูกสาว​เขา​ก็​ออก​มา​ต้อนรับ​ด้วย​การ​เล่น​กลองรำมะนา​และ​เต้นรำ นาง​เป็น​ลูก​เพียง​คน​เดียว​ของ​เขา เขา​ไม่​มี​ลูกชาย​หรือ​ลูกสาว​อื่น​อีก 35 เมื่อ​เขา​เห็น​ลูก เขา​ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ตัวเอง​และ​พูด​ว่า “ลูก​พ่อ ลูก​ทำ​ให้​พ่อ​หมด​แรง และ​ลูก​เป็น​สาเหตุ​ให้​พ่อ​เดือด​ร้อน พ่อ​ได้​ให้​คำ​มั่น​สัญญา​ต่อ​พระยาห์เวห์​และ​จะ​คืน​คำ​ไม่​ได้”

36 เธอ​จึง​พูด​กับ​พ่อ​ว่า “เมื่อ​พ่อ​สัญญา​ต่อ​พระยาห์เวห์ พ่อ​ก็​ทำ​กับ​ลูก​ตาม​ที่​ได้​สัญญา​ไว้​เถอะ เพราะ​พระยาห์เวห์​ช่วย​กู้​พ่อ​ให้​พ้น​จาก​ชาว​อัมโมน​พวก​ศัตรู​ของ​พ่อ”

37 เธอ​ยัง​พูด​ต่อ​ไป​อีก​ว่า “แต่​ขอ​อย่าง​หนึ่ง ขอ​ไว้​ชีวิต​ลูก​สัก​สอง​เดือน ปล่อย​ให้​ลูก​ท่อง​ไป​บน​ภูเขา​และ​ร้องไห้​กับ​พวก​เพื่อน​หญิง​ของ​ลูก เพราะ​ลูก​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​แต่งงาน”+ 11:37 เพราะ​ลูก​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​แต่งงาน หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “เพราะ​ความ​เป็น​พรหมจารี​ของ​ลูก”

38 เขา​จึง​ตอบ​ว่า “ไป​เถอะ” แล้ว​เขา​ก็​ปล่อย​ให้​นาง​ไป​สอง​เดือน เธอ​และ​เพื่อนๆ​ก็​ร้องไห้​คร่ำ​ครวญ​อยู่​บน​ภูเขา​เพราะ​เธอ​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​แต่งงาน

39 เมื่อ​ครบ​สอง​เดือน​เธอ​ก็​กลับ​มาหา​พ่อ และ​เขา​ก็​ทำ​กับ​ลูกสาว​ตาม​ที่​เขา​ได้​สาบาน​ไว้ ขณะ​นั้น​ลูกสาว​เขา​ยัง​ไม่​เคย​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​ผู้ชาย​คน​ไหน​เลย และ​มัน​ได้​กลาย​เป็น​ธรรมเนียม​ใน​อิสราเอล 40 ที่​พวก​สาวๆ​ใน​อิสราเอล​จะ​ออก​ไป​ระลึก​ถึง​เรื่อง​ราว​ของ​ลูกสาว​เยฟธาห์​ชาว​กิเลอาด​ปี​ละ​สี่​วัน

12

เยฟธาห์​และ​ชาว​เอฟราอิม

1 ชาว​เอฟราอิม​ได้​รวม​พล แล้ว​ข้าม​ไป​ถึง​ศาโฟน พวก​เขา​พูด​กับ​เยฟธาห์​ว่า “ทำไม​ท่าน​ไป​สู้รบ​กับ​คน​อัมโมน แต่​ไม่​เรียก​พวก​เรา​ไป​ด้วย เรา​จะ​เผา​บ้าน​ท่าน​เสีย”

2 เยฟธาห์​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “คน​อัมโมน​สร้าง​ปัญหา​ให้​กับ​ข้า​และ​คน​ของ​ข้า​มาก ข้า​ได้​เรียก​พวก​ท่าน แต่​พวก​ท่าน​ไม่​ยอม​มา​ช่วยกู้​ข้า​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​เขา 3 เมื่อ​ข้า​เห็น​พวก​ท่าน​ไม่​ช่วย​ข้า ข้า​ก็​เสี่ยง​ชีวิต​ตัวเอง​ไป​สู้รบ​กับ​ชาว​อัมโมน และ​พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​พวก​นั้น​ไว้​ใน​มือ​ข้า แล้ว​วันนี้​พวก​ท่าน​จะ​มา​สู้รบ​กับ​ข้า​ทำไม​กัน​เล่า”

4 เยฟธาห์​ก็​ได้​รวบ​รวม​ผู้ชาย​ทั้งหมด​ของ​กิเลอาด มา​สู้รบ​กับ​เอฟราอิม เพราะ​ชาว​เอฟราอิม​เหยียด​หยาม​พวก​เขา​ว่า “พวก​แก​ชาว​กิเลอาด​ก็​เป็น​แค่​ผู้​อพยพ​ใน​เอฟราอิม ที่​มา​เกาะ​กิน​อยู่​ใน​เขตแดน​ของ​เอฟราอิม​และ​มนัสเสห์” แล้ว​คน​ของ​กิเลอาด​ก็​มี​ชัย​เหนือ​ชาว​เอฟราอิม

5 ชาว​กิเลอาด​ก็​เข้า​ยึด​ตรง​บริเวณ​น้ำ​ตื้น​ที่​ลุย​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไป​ได้ แล้ว​ไม่​ให้​ชาว​เอฟราอิม​ข้าม​กลับ​ไป เมื่อ​ชาว​เอฟราอิม​ที่​รอด​ชีวิต​พูด​ว่า “ขอ​ข้า​ข้าม​ไป​เถอะ” ชาว​กิเลอาด​ก็​จะ​ถาม​ว่า “ท่าน​เป็น​ชาว​เอฟราอิม​หรือ​เปล่า” พวก​เขา​ก็​บอก​ว่า “ไม่​ใช่” 6 แต่​ชาว​กิเลอาด​ก็​จะ​บอก​เขา​ว่า ให้​พูด​คำ​ว่า “ชิบโบเลท” พวก​เขา​ก็​พูด​ว่า “สิบโบเลท” คน​เอฟราอิม​จะ​ออก​เสียง​คำ​นี้​ไม่​ชัดเจน ดังนั้น​พวก​เขา​จึง​ถูก​จับ​ฆ่า​ทิ้ง​เสีย​ที่​บริเวณ​น้ำ​ตื้น​นั้น ใน​ครั้ง​นี้​มี​ชาว​เอฟราอิม​ถูก​ฆ่า​ตาย​ทั้งหมด​สี่​หมื่น​สอง​พัน​คน

7 เยฟธาห์​เป็น​ผู้นำ​อยู่​หก​ปี จาก​นั้น​เขา​ก็​ตาย​และ​ศพ​ถูก​ฝัง​อยู่​ใน​เมือง​กิเลอาด

อิบซาน​ผู้นำ

8 หลังจาก​เยฟธาห์ อิบซาน​จาก​เบธเลเฮม​ได้​นำ​อิสราเอล 9 เขา​มี​ลูกชาย​สาม​สิบ​คน และ​ลูกสาว​สาม​สิบ​คน เขา​ให้​ลูก​ทั้งหมด​ทั้ง​ลูกชาย​และ​ลูกสาว​แต่งงาน​กับ​คน​นอก​ตระกูล เขา​เป็น​ผู้นำ​อิสราเอล​อยู่​เจ็ด​ปี 10 เมื่อ​เขา​ตาย ศพ​ก็​ถูก​ฝัง​อยู่​ที่​เบธเลเฮม

เอโลน​ผู้นำ

11 หลังจาก​อิบซาน เอโลน​ชาว​เศบูลุน​ได้​นำ​อิสราเอล​อยู่​สิบ​ปี 12 จาก​นั้น​เอโลน​ก็​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ที่​อัยยาโลน ใน​แผ่นดิน​ของ​เศบูลุน

อับโดน​ผู้นำ

13 หลังจาก​เอโลน อับโดน​ลูกชาย​ของ​ฮิลเลล​ชาว​ปิราโธน​ได้​นำ​อิสราเอล 14 เขา​มี​ลูกชาย​สี่สิบ​คน และ​หลาน​ชาย​สาม​สิบ​คน พวก​เขา​ขี่​ลา+ 12:14 ขี่​ลา แสดง​ถึง​เป็น​ผู้นำ​คน​สำคัญ เช่น เจ้าเมือง​เป็น​ต้น​เจ็ด​สิบ​ตัว อับโดน​เป็น​ผู้นำ​อิสราเอล​อยู่​แปด​ปี 15 จาก​นั้น​อับโดน​ลูกชาย​ฮิลเลล​ชาว​ปิราโธน​ก็​ตาย และ​ศพ​ของ​เขา​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​ปิราโธน​ใน​แผ่นดิน​เอฟราอิม​ใน​แถบ​เทือก​เขา​ของ​ชาว​อามาเลค

13

ประวัติ​แซมสัน​ผู้นำ​กู้​ชาติ

1 ชาว​อิสราเอล​ได้​ทำ​ชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​อีก พระองค์​ก็​เลย​มอบ​พวก​เขา​ให้​ตก​ไป​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​สี่สิบ​ปี

2 มี​ชาย​เผ่า​ดาน​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มาโนอาห์ มา​จาก​เมือง​โศราห์ เมีย​ของ​เขา​มี​ลูก​ไม่​ได้​เพราะ​เป็น​หมัน

3 ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​ปรากฏ​ตัว​ต่อหน้า​นาง​และ​พูด​ว่า “ถึง​เจ้า​จะ​เป็น​หมัน​ไม่​มี​ลูก แต่​เจ้า​ก็​จะ​ตั้ง​ท้อง​และ​เกิด​ลูกชาย 4 ต่อ​จาก​นี้​ไป เจ้า​ต้อง​ระวัง อย่า​ดื่ม​เหล้า​องุ่น เบียร์ รวมทั้ง​ไม่​กิน​ของ​ที่​ทำ​ให้​เป็น​มลทิน

5 จริงๆ​แล้ว​เจ้า​ตั้ง​ท้อง​อยู่​และ​จะ​คลอด​ลูกชาย อย่า​ให้​มีด​โกน​โดน​หัว​ของ​เขา เพราะ​เด็ก​คน​นี้​จะ​เป็น​พวก​นาศีร์+ 13:5 นาศีร์ คน​ที่​ทำ​สัญญา​พิเศษ​กับ​พระเจ้า เรื่อง​เกี่ยวกับ​นาศีร์​ดู​เพิ่ม​เติม​ได้​จาก หนังสือ​กันดาร​วิถี บท​ที่ 6:1-21 อุทิศ​ให้​พระเจ้า​ตั้งแต่​ยัง​ไม่​เกิด เขา​จะ​เป็น​คน​หนึ่ง​ที่​ช่วยกู้​ชาว​อิสราเอล​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย”

6 จาก​นั้น​นาง​ได้​ไป​เล่า​ให้​สามี​ฟัง​ว่า “มี​คน​ของ​พระเจ้า​มา​หา​ฉัน หน้าตา​ท่าทาง​เขา​เหมือน​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า น่ากลัว​มาก แต่​ฉัน​ไม่​ได้​ถาม​ว่า​เขา​มา​จาก​ไหน เขา​เอง​ก็​ไม่​ได้​บอก​ชื่อ​ของ​เขา​ด้วย 7 แต่​เขา​พูด​กับ​ฉัน​ว่า ‘เจ้า​ตั้ง​ท้อง​อยู่​และ​จะ​คลอด​ลูกชาย จาก​นี้​ไป​เจ้า​ต้อง​ไม่​ดื่ม​เหล้า​องุ่น เบียร์ หรือ​กิน​ของ​ที่​เป็น​มลทิน เพราะ​ว่า​เด็ก​ชาย​คน​นี้​จะ​มา​เป็น​นาศีร์ อุทิศ​ให้​กับ​พระเจ้า​ตั้งแต่​อยู่​ใน​ท้อง​แม่​จน​วัน​ตาย’”

8 แล้ว​มาโนอาห์​ได้​อธิษฐาน​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ ขอโทษ​ที​พระองค์ ขอ​รบกวน​พระองค์​ช่วย​ส่ง​ชาย​คน​นั้น​มา​หา​พวก​เรา​อีก​ครั้ง​เถิด แล้ว​ให้​เขา​สอน​พวก​เรา​ว่า​จะ​ต้อง​ทำ​อะไร​ให้​กับ​เด็ก​ชาย​ที่​กำลัง​จะ​เกิด​มา”

9 พระเจ้า​ก็​ทำ​ตาม​ที่​มาโนอาห์​ขอ และ​ทูต​ของ​พระเจ้า​ก็​ได้​มาหา​ภรรยา​ของ​เขา​อีก​ครั้ง ตอน​ที่​เธอ​กำลัง​นั่ง​อยู่​ใน​ท้องทุ่ง แต่​ว่า​มาโนอาห์​สามี​ของ​นาง​ไม่​ได้​อยู่​กับ​นาง 10 เธอ​จึง​รีบ​วิ่ง​ไป​บอก​สามี นาง​บอก​เขา​ว่า “ดู​สิ ชาย​คน​ที่​มา​หา​ฉัน​วัน​ก่อน ได้​มา​ปรากฏ​ตัว​ให้​ฉัน​เห็น”

11 มาโนอาห์​เลย​ลุก​ตาม​ภรรยา​ไป​พบ​ทูต​ของ​พระเจ้า​และ​พูด​ว่า “ท่าน​คือ​คน​ที่​เคย​พูด​กับ​หญิง​คน​นี้​ใช่​ไหม”

ทูต​ของ​พระเจ้า​ตอบ​ว่า “ใช่ เรา​เอง”

12 มาโนอาห์​ถาม​ว่า “เมื่อ​เรื่อง​ที่​ท่าน​พูด​นั้น​เกิด​ขึ้น​จริง จะ​มี​กฎเกณฑ์​อะไร​ให้​กับ​เด็ก​คน​นี้​บ้าง และ​งาน​ของ​เขา​คือ​อะไร”

13 ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ตอบ​มาโนอาห์​ว่า “เมีย​เจ้า​จะ​ต้อง​ทำ​ตาม​ทุก​อย่าง​ที่​เรา​ได้​บอก​เธอ​ไป​แล้ว​อย่าง​เคร่งครัด 14 เธอ​จะ​ต้อง​ไม่​กิน​อะไร​ก็​ตาม​ที่​เกิด​จาก​ต้น​องุ่น ไม่​ดื่ม​เหล้า​องุ่น เบียร์ หรือ​อะไร​ก็​ตาม​ที่​เป็น​มลทิน เธอ​ต้อง​ทำ​ตาม​ทุก​อย่าง​ที่​เรา​ได้​สั่ง​เธอ​ไว้​แล้ว​อย่าง​เคร่งครัด”

15 แล้ว​มาโนอาห์​ได้​พูด​กับ​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ว่า “รอ​เดี๋ยว​นะ เรา​จะ​ไป​เตรียม​อาหาร​จาก​ลูก​แพะ​ตัว​หนึ่ง​ให้​ท่าน​กิน”

16 แต่​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ตอบ​มาโนอาห์​ว่า “ถึง​เจ้า​เรียก​ให้​เรา​รอ เรา​ก็​จะ​ไม่​กิน​อาหาร​ของ​เจ้า​หรอก แต่​ถ้า​เจ้า​จะ​จัด​เครื่อง​เผา​บูชา ก็​ถวาย​มัน​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​เถิด” (เพราะ​มาโนอาห์​ไม่​รู้​ว่า​ชาย​คน​นี้​เป็น​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์)

17 แล้ว​มาโนอาห์​ได้​ถาม​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ว่า “ท่าน​ชื่อ​อะไร เพราะ​เมื่อ​เรื่อง​ที่​ท่าน​พูด​นี้​เกิด​ขึ้น​จริง เรา​จะ​ได้​ให้​เกียรติ​กับ​ท่าน”

18 ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ตอบ​เขา​ว่า “ท่าน​ถาม​ชื่อ​เรา​ทำไม ชื่อ​ของ​เรา​วิเศษ​เกิน​กว่า​ที่​ท่าน​จะ​เข้าใจ​ได้”

19 มาโนอาห์​ก็​เลย​เอา​แพะ​หนุ่ม​กับ​เครื่อง​บูชา​จาก​เมล็ด​พืช เผา​บน​หิน​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​ผู้​ทำ​เรื่อง​วิเศษ ใน​ขณะ​ที่​มาโนอาห์​กับ​ภรรยา​กำลัง​ดู​อยู่ 20 เปลว​ไฟ​ได้​ลุก​ขึ้น​จาก​แท่น​บูชา ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​ลอย​ตาม​เปลว​ไฟ​ที่​ลุก​จาก​แท่น​บูชา​นั้น เมื่อ​มาโนอาห์​และ​ภรรยา​เห็น​อย่าง​นั้น พวก​เขา​จึง​ได้​ก้มกราบ​ลง​กับ​พื้น 21 จาก​นั้น​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ไม่​เคย​ปรากฏ​ตัว​ให้​มาโนอาห์​และ​ภรรยา​ได้​เห็น​อีก​เลย มาโนอาห์​ถึง​ได้​รู้​ว่า​เขา​เป็น​ทูต​ของ​พระยาห์เวห์ 22 มาโนอาห์​พูด​กับ​ภรรยา​ว่า “เรา​ต้อง​ตาย​แน่ เพราะ​เรา​ได้​เห็น​พระเจ้า”

23 แต่​ภรรยา​ของ​เขา​ตอบ​ว่า “ถ้า​พระยาห์เวห์​ต้องการ​ฆ่า​เรา พระองค์​คงจะ​ไม่​รับ​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​บูชา​จาก​เมล็ด​พืช​จาก​เรา และ​จะ​ไม่​แสดง​ปาฏิหาริย์ รวมทั้ง​บอก​สิ่ง​ต่างๆ​กับ​เรา​เมื่อ​กี้​นี้”

24 นาง​ได้​คลอด​ลูกชาย นาง​ให้​เขา​ชื่อ​ว่า “แซมสัน” เด็ก​ก็​เจริญ​เติบโต​ขึ้น​เรื่อยๆ​และ​พระยาห์เวห์​ก็​อวยพร​เขา 25 พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​เริ่ม​ทำ​งาน​ใน​ตัว​เขา​ที่​ค่าย​ของ​คน​เผ่า​ดาน ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​ระหว่าง​เมือง​โศราห์ กับ​เมือง​เอช-ทาโอล

14

งาน​แต่ง​ของ​แซมสัน

1 แซมสัน​ลง​ไป​ที่​เมือง​ทิมนาห์ และ​ได้​เห็น​สาว​ชาว​ฟีลิสเตีย​คน​หนึ่ง​ใน​เมือง​นั้น 2 เขา​ก็​กลับ​มา​บอก​พ่อ​แม่​ของ​เขา​ว่า “ลูก​ไป​พบ​สาว​ชาว​ฟีลิสเตีย​ใน​เมือง​ทิมนาห์ ช่วย​ไป​ขอ​นาง​มา​เป็น​เมีย​ลูก​หน่อย”

3 พ่อ​แม่​ของ​เขา​พูด​ว่า “ไม่​มี​ผู้หญิง​ท่าม​กลาง​พวก​ลูกสาว​ของ​ญาติ​ลูก​แล้ว​หรือ หรือ​ท่าม​กลาง​ชน​เผ่า​ของ​เรา​แล้ว​หรือ ลูก​ถึง​ต้อง​ไปหา​เมีย​จาก​ชาว​ฟีลิสเตีย​ที่​ไม่​เคย​เข้า​พิธี​ขลิบ”

แซมสัน​พูด​กับ​พ่อ​ว่า “ไป​ขอ​เธอ​ให้​กับ​ลูก​เถอะ เพราะ​เธอ​เป็น​ที่​ถูก​ใจ​ลูก​มาก” 4 พ่อ​แม่​ของ​แซมสัน​ไม่​รู้​ว่า​พระยาห์เวห์​ทำ​ให้​เกิด​เรื่อง​นี้ เพราะ​พระองค์​หา​ช่อง​ที่​จะ​สู้รบ​กับ​ชาว​ฟีลิสเตีย ซึ่ง​มี​อำนาจ​เหนือ​ชาว​อิสราเอล​อยู่

5 ดังนั้น​แซมสัน​และ​พ่อ​แม่​ของ​เขา​จึง​เดิน​ทาง​ไป​ทิมนาห์ เมื่อ​มา​ถึง​ไร่​องุ่น ทัน​ใด​นั้น​มี​สิงโต​หนุ่ม​ตัว​หนึ่ง​คำราม​กระโจน​เข้า​ใส่​แซมสัน 6 พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​พุ่ง​เข้า​สิง​แซมสัน เขา​ฉีก​สิงโต​ออก​เหมือน​ฉีก​ลูก​แพะ​ด้วย​มือ​เปล่า แต่​เขา​ไม่​ได้​บอก​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​ให้​พ่อ​แม่​รู้

7 แซมสัน​ได้​ไป​พูด​กับ​หญิง​คน​นั้น เธอ​ทำ​ให้​เขา​ถูก​ใจ​มาก 8 หลังจาก​นั้น​ไม่​นาน แซมสัน​ได้​กลับ​มา​เพื่อ​แต่งงาน​กับ​เธอ เขา​ได้​แวะ​ไป​ดู​ซาก​สิงโต และ​ก็​แปลกใจ เมื่อ​มี​ฝูง​ผึ้ง​อยู่​ใน​ซาก​สิงโต​นั้น​และ​มี​น้ำผึ้ง​ด้วย 9 เขา​จึง​กวาด​น้ำผึ้ง​มา​ไว้​ใน​มือ​เดิน​กิน​มา​ตาม​ทาง จน​เจอ​พ่อ​แม่​ของ​เขา เขา​จึง​แบ่ง​ให้​พ่อ​แม่​กิน​ด้วย แต่​ไม่​ได้​เล่า​ว่า​เขา​ได้​น้ำผึ้ง​มา​จาก​ซาก​สิงโต

10 พ่อ​ของ​เขา​ได้​ลง​ไปหา​หญิง​นั้น และ​แซมสัน​ก็​ได้​จัด​งาน​เลี้ยง​ใหญ่โต​ที่นั่น เหมือน​กับ​ที่​ชาย​หนุ่ม​คน​อื่นๆ​เขา​ทำ​กัน 11 เมื่อ​ชาว​ฟีลิสเตีย​เห็น​แซมสัน​จัด​งาน​เลี้ยง พวก​เขา​ก็​ได้​ส่ง​ผู้ชาย​สาม​สิบ​คน​มา​อยู่​เป็น​เพื่อน​เขา

12 แซมสัน​พูด​กับ​ชาย​สาม​สิบ​คน​นั้น​ว่า “ให้​ข้า​เล่า​ปริศนา​ให้​พวก​เจ้าสัก​ข้อ​หนึ่ง ถ้า​พวก​เจ้า​ตอบ​ได้​ภาย​ใน​เจ็ด​วัน​ของ​งาน​เลี้ยง​ฉลอง ข้า​จะ​ให้​เสื้อผ้า​ลินิน​สาม​สิบ​ชุด และ​เสื้อผ้า​ใส่​เที่ยว​งาน​อีก​สาม​สิบ​ชุด 13 แต่​ถ้า​พวก​เจ้า​ไม่​สามารถ​อธิบาย​ให้​กับ​ข้า​ได้ ก็​ต้อง​ให้​เสื้อผ้า​ลินิน​สาม​สิบ​ชุด และ​เสื้อ​ใส่​เที่ยว​งาน​สาม​สิบ​ชุด​กับ​ข้า” ชาย​เหล่า​นั้น​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “เล่า​ปริศนา​ของ​เจ้า​ให้​พวก​เรา​ฟัง​สิ”

14 แซมสัน​ก็​เล่า​ว่า

“จาก​ตัว​ที่​กิน มี​ของ​กิน​ออก​มา

จาก​ตัว​ที่​แข็งแรง มี​ของ​หวาน​ออก​มา”

แต่​ผ่าน​ไป​สาม​วัน​แล้ว พวก​เขา​ก็​ยัง​แก้​ปริศนา​นี้​ไม่​ได้

15 ใน​วัน​ที่​สี่+ 14:15 ใน​วัน​ที่​สี่ แปล​มา​จาก​สำเนา​กรีก​โบราณ แต่​ใน​สำเนา​ฮีบรู​ที่​เรา​มี​อยู่​เขียน​ว่า “วัน​ที่​เจ็ด” ใน​ภาษา​ฮีบรู คำ​ว่า “ที่​เจ็ด” กับ “ที่​สี่” ต่าง​กัน​แค่​ตัว​อักษร​เดียว พวก​เขา​ได้​ไป​ขอ​ร้อง​เมีย​ของ​แซมสัน​ว่า “ไป​เกลี้ย​กล่อม​ผัว​ของ​เธอ​ให้​แก้​คำ​ปริศนา​นั้น​กับ​พวก​เรา​ซะ ไม่​อย่าง​นั้น​เรา​จะ​เผา​บ้าน​เธอ​และ​บ้าน​ของ​พ่อ​เธอ​ด้วย เธอ​เชิญ​พวก​เรา​มา​เพื่อ​ทำ​ให้​พวก​เรา​จน​ลง​หรือ​ยังไง”

16 เมีย​ของ​แซมสัน​จึง​ซบ​บน​แซมสัน​และ​ร้องไห้ ต่อว่า​เขา​ว่า “เธอ​เกลียด​ฉัน เธอ​ไม่​รัก​ฉัน เธอ​ถึง​ได้​ทาย​คำ​ปริศนา​ให้​กับ​ชาว​เมือง​ของ​ฉัน และ​เธอ​ก็​ไม่​เคย​แก้​คำ​ปริศนา​นั้น​ให้​ฉัน​ฟัง” แซมสัน​ตอบ​ภรรยา​ว่า “ดู​สิ ขนาด​พ่อ​แม่​ฉัน ฉัน​ยัง​ไม่​บอก แล้ว​จะ​บอก​เธอ​ได้​ยังไง”

17 นาง​ก็​เลย​ซบ​แซมสัน​ร้องไห้​ตลอด​เจ็ด​วัน​ที่​เขา​เลี้ยง​ฉลอง​กัน และ​ใน​วัน​ที่​เจ็ด​แซมสัน​ก็​แก้​ปริศนา​ให้​เธอ​ฟัง เพราะ​นาง​กวนใจ​เขา​เสีย​เหลือ​เกิน และ​นาง​ก็​ได้​อธิบาย​ปริศนา​นั้น​ให้​กับ​คน​ของ​นาง 18 พวก​ผู้ชาย​ของ​เมือง​นั้น ตอบ​กับ​แซมสัน ใน​วัน​ที่​เจ็ด​ก่อน​ที่​ดวง​อาทิตย์​จะ​ตก​ดิน​ว่า

“จะ​มี​อะไร​หวาน​กว่า​น้ำผึ้ง​หรือ

และ​มี​อะไร​แข็งแรง​กว่า​สิงโต​หรือ”

แซมสัน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า

“ถ้า​เจ้า​ไม่​ได้​เอา​แม่​โค​ของ​เรา​ไป​ไถนา

เจ้า​ก็​คง​แก้​ปริศนา​เรา​ไม่​ได้”

19 พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​พุ่ง​เข้า​สิง​แซมสัน เขา​ไป​ที่​อัชเคโลน และ​ฆ่า​ชาว​เมือง​ผู้ชาย​ที่​นั่น​สาม​สิบ​คน และ​ยึด​เครื่อง​เทียม​ม้า​และ​เอา​ชุด​เที่ยว​งาน​ไป​ให้​กับ​คน​ที่​แก้​ปริศนา​ของ​เขา เขา​จึง​กลับ​บ้าน​พ่อ​ของ​เขา​ด้วย​ความ​โกรธ​จัด 20 และ​เมีย​ของ​แซมสัน​ก็​ถูก​ยก​ไป​ให้​กับ​เพื่อน​เจ้าบ่าว​แทน

15

แซมสัน​แก้​แค้น​ชาว​ฟีลิสเตีย

1 หลังจาก​นั้น วัน​หนึ่ง​ใน​ฤดู​เก็บเกี่ยว​ข้าวสาลี แซมสัน​ไป​เยี่ยม​ภรรยา​ของ​เขา โดย​เอา​ลูก​แพะ​ตัว​หนึ่ง​มา​ฝาก​ด้วย เขา​พูด​ว่า “ฉัน​จะ​เข้า​ไปหา​เมีย​ของ​ฉัน​ใน​ห้อง” แต่​พ่อ​ของ​นาง​ไม่​ยอม​ให้​เข้า​ไป 2 และ​พูด​ว่า “เรา​เข้าใจ​จริงๆ​ว่า เจ้า​เกลียด​ลูกสาว​ของ​เรา เรา​เลย​ยก​นาง​ให้​เพื่อน​เจ้า​บ่าว​ของ​เจ้า​ไป​แล้ว น้อง​สาว​ของ​นาง​สวย​กว่า​นาง​อีก​นะ เอา​นาง​ไป​เป็น​เมีย​แทน​ก็​แล้ว​กัน”

3 แซมสัน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “คราว​นี้​ถ้า​เรา​จะ​ทำ​ร้าย​คน​ฟีลิสเตีย ก็​โทษ​เรา​ไม่​ได้​แล้ว”

4 แซมสัน​จับ​หมา​จิ้งจอก​สาม​ร้อย​ตัว​แล้ว​เอา​คบ​เพลิง​ไป​ด้วย เขา​ผูก​หาง​หมา​จิ้งจอก​เข้า​ด้วย​กัน​เป็น​คู่ๆ​และ​ผูก​คบ​เพลิง​ไว้​ระหว่าง​หาง​ของ​หมา​จิ้งจอก​ทุก​คู่ 5 แล้ว​เขา​ก็​จุด​ไฟ​ที่​คบ​เพลิง แล้ว​ปล่อย​หมา​จิ้งจอก​ทั้งหมด​ให้​วิ่ง​เข้า​ไป​ใน​ทุ่งนา​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย มัน​เผา​ทุก​อย่าง​จน​เกลี้ยง ไม่ว่า​จะ​เป็น​ข้าว​ที่​มัด​อยู่​เป็น​ฟ่อน ข้าว​ที่​อยู่​ใน​นา ไร่​องุ่น หรือ​สวน​มะกอก

6 ชาว​ฟีลิสเตีย​ถาม​ว่า “ใคร​เป็น​คน​ทำ​อย่าง​นี้”

คน​หนึ่ง​ตอบ​ว่า “แซมสัน​ลูกเขย​ทิมนาห์​ทำ เพราะ​พ่อตา​เขา​ได้​ยก​เมีย​ของ​เขา​ให้​กับ​เพื่อนเจ้า​บ่าว” ชาว​ฟีลิสเตีย​จึง​ไป​เผา​เมีย​และ​พ่อตา​ของ​แซมสัน

7 แซมสัน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เมื่อ​พวก​เจ้า​ทั้งหลาย​ทำ​อย่าง​นี้ เรา​สาบาน​ว่า เรา​จะ​ต้อง​แก้​แค้น​พวก​เจ้า​ก่อน เรา​ถึง​จะ​เลิก”

8 เขา​ก็​ฆ่า​ฟัน​ชาว​ฟีลิสเตีย​ตาย​เป็น​จำนวน​มาก แล้ว​เขา​ก็​ลง​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​ถ้ำ​หิน​ของ​เอตาม

9 ชาว​ฟีลิสเตีย​ก็​ขึ้น​ไป​ตั้ง​ค่าย​ใน​เขต​ยูดาห์ และ​โจมตี​เมือง​เลฮี+ 15:9 เลฮี หมายถึง “กระดูก​ขากรรไกร”10 ชาว​ยูดาห์​จึง​ถาม​ว่า “ทำไม​พวก​ท่าน​จึง​ขึ้น​มา​สู้รบ​กับ​พวก​เรา”

ชาว​ฟีลิสเตีย​ก็​ตอบ​ว่า “เรา​ขึ้น​มา​มัด​ตัว​แซมสัน เพื่อ​จัดการ​กับ​เขา​เหมือน​ที่​เขา​ทำ​กับ​พวก​เรา”

11 คน​ยูดาห์​สาม​พัน​คน​จึง​ไป​ตาม​แซมสัน​ที่​ถ้ำ​หิน​เอตาม และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​ชาว​ฟีลิสเตีย​ปกครอง​พวก​เรา​อยู่ เห็น​ไหม​ว่า​เจ้า​กำลัง​ก่อ​เรื่อง​ให้​กับ​พวก​เรา”

แซมสัน​ตอบ​ว่า “พวก​มัน​ทำ​กับ​ข้า​ยังไง ข้า​ก็​จะ​ทำ​กับ​มัน​อย่าง​นั้น”

12 ชาว​ยูดาห์​พูด​กับ​แซมสัน​ว่า “พวก​เรา​มา​เพื่อ​มัด​เจ้า​ส่ง​ให้​กับ​ชาว​ฟีลิสเตีย”

แซมสัน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ช่วย​สัญญา​กับ​ข้า​หน่อย​ว่า​พวก​ท่าน​เอง​จะ​ไม่​ทำ​อันตราย​ข้า”

13 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​จะ​แค่​มัด​เจ้า​แล้ว​ส่ง​ไป​ให้​กับ​พวก​ฟีลิสเตีย​เท่านั้น เรา​จะ​ไม่​ฆ่า​เจ้า​หรอก” จาก​นั้น​พวก​เขา​ก็​มัด​แซมสัน​ด้วย​เชือก​ใหม่ๆ​สอง​เส้น และ​นำ​เขา​ออก​จาก​ถ้ำ​หิน

14 เมื่อ​แซมสัน​มา​ถึง​เลฮี ชาว​ฟีลิสเตีย​ก็​เดิน​ตรง​มา​ที่​เขา และ​โห่ร้อง​ด้วย​ความ​ดีใจ ขณะ​นั้น​พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​พุ่ง​เข้า​สิง​แซมสัน พวก​เชือก​ที่​มัด​แขน​เขา​อยู่​กลาย​เป็น​เหมือน​ป่าน​ที่​ถูก​ไฟ​ไหม้ เครื่อง​จองจำ​นั้น​ก็​สลาย​ไป​จาก​มือ​ของ​เขา

15 เขา​เจอ​กระดูก​ขากรรไกร​ลา​ที่​ยัง​สดๆ​อยู่ เขา​เอื้อม​มือ​ไป​หยิบ​มัน​ขึ้น​มา และ​ใช้​มัน​ฆ่า​คน​เหล่า​นั้น​ไป​หนึ่ง​พัน​คน

16 แล้ว​แซมสัน​พูด​ว่า

“ด้วย​กระดูก​ขากรรไกร​ลา

ฉัน​ฆ่า​พวก​เขา​เป็น​กองๆ+ 15:16 เป็น​กองๆ เป็น​การ​เล่นคำ เพราะ​คำ​ว่า “ลา” และ​คำ​ว่า “กอง” สะกด​เหมือน​กัน​ใน​ภาษา​ฮีบรู

ด้วย​กระดูก​ขากรรไกร​ลา

ฉัน​ฆ่า​คน​ไป​หนึ่ง​พัน​คน”

17 เมื่อ​พูด​จบ​เขา​ก็​เหวี่ยง​กระดูก​ขากรรไกร​ลา​ทิ้ง​ไป​ที่​ตรง​นั้น ต่อมา​ที่​นั่น​ถูก​เรียกว่า รามาท-เลฮี+ 15:17 รามาท-เลฮี แปล​ว่า “เนิน​กระดูก​ขากรรไกร”

18 เขา​รู้สึก​หิว​น้ำ​จึง​ร้องขอ​กับ​พระยาห์เวห์​ว่า “พระองค์​ให้​ชัยชนะ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​กับ​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​คน​นี้ ตอน​นี้​พระองค์​จะ​ปล่อย​ให้​ข้าพเจ้า​หิว​น้ำ​ตาย และ​ตก​อยู่​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​ที่​ไม่​ได้​ทำ​พิธี​ขลิบ​หรือ”

19 พระเจ้า​จึง​เปิด​ช่อง​ที่​เลฮี ให้​น้ำ​ไหล​ออก​มา แซมสัน​ก็​ได้​กิน​น้ำ​จน​สดชื่น​และ​ตาน้ำ​นั้น​ได้​ชื่อ​ว่า เอนหักโคร์+ 15:19 เอนหักโคร์ แปล​ว่า “น้ำพุ​ของ​ผู้​ร้องขอ” และ​มัน​ก็​ยัง​คง​อยู่​ที่​เมือง​เลฮี​จน​ถึง​ทุก​วันนี้

20 แซมสัน​นำ​อิสราเอล​ใน​สมัย​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย เป็น​เวลา​ยี่สิบ​ปี

16

แซมสัน​ไป​เมือง​กาซา

1 วัน​หนึ่ง​แซมสัน​ไป​เมือง​กาซา ที่​นั่น​เขา​พบ​กับ​โสเภณี​คน​หนึ่ง​และ​ได้​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​เธอ 2 มี​คน​บอก​ชาว​เมือง​ว่า “แซมสัน​อยู่​ที่​นี่” พวก​เขา​เลย​มา​ล้อม​ที่​นั่น​ไว้ และ​ดัก​ซุ่ม​คอย​แซมสัน​ที่​ประตู​เมือง​ตลอด​ทั้ง​คืน พวก​เขา​ซุ่ม​เงียบ​อยู่​ทั้ง​คืน​และ​คิด​ว่า “ให้​รอ​ถึง​เช้า​ก่อน แล้ว​เรา​จะ​ได้​ฆ่า​มัน​ทิ้ง”

3 แซมสัน​นอน​จน​ถึง​เที่ยงคืน​แล้ว​ลุก​ขึ้น​มา ยก​ประตู​เมือง​และ​ถอน​เสา​ประตู​ทั้ง​สอง​ด้าน พร้อม​ทั้ง​กลอน​ประตู แล้ว​เอา​ทั้งหมด​ใส่​บ่า​แบก​ไป​ไว้​ที่​ยอด​เขา​ที่​อยู่​ด้าน​หน้า​ของ​เมือง​เฮโบรน

แซมสัน​และ​เดลิลาห์

4 หลังจาก​นั้น​แซมสัน​ก็​ตก​หลุม​รัก​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​หุบเขา​โสเรก เธอ​ชื่อ​ว่า​เดลิลาห์

5 พวก​ผู้​ครอบ​ครอง​ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​พบ​เธอ​และ​สั่ง​ว่า “เกลี้ย​กล่อม​เขา​และ​ค้นหา​ดู​สิ​ว่า​อะไร​ทำ​ให้​เขา​มี​พละ​กำลัง​มาก​มาย​ขนาด​นั้น ทำ​ยังไง​เรา​ถึง​จะ​เอา​ชนะ​เขา​ได้ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​มัด​ตัว​เขา​และ​ทำ​ให้​เขา​หมด​ฤทธิ์ แล้ว​เรา​แต่​ละ​คน​จะ​จ่าย​เงิน​หนึ่ง​พัน​หนึ่ง​ร้อย​ชิ้น​ให้​กับ​เธอ”

6 เดลิลาห์​จึง​ถาม​แซมสัน​ว่า “บอก​น้อง​หน่อย​สิคะ​ว่า​อะไร​ทำ​ให้​พี่​มี​พละ​กำลัง​มหาศาล​อย่าง​นี้ และ​ทำ​ยังไง​ถึง​จะ​มัด​พี่​ให้​หมด​ฤทธิ์​ได้”

7 แซมสัน​ตอบ​นาง​ว่า “ถ้า​เขา​มัด​พี่​ด้วย​สาย​ธนู​ใหม่ๆ​ที่​ยัง​ไม่​แห้ง​เจ็ด​สาย พี่​ก็​จะ​อ่อนแอ​เหมือน​กับ​ชาย​ทั่ว​ไป”

8 ดังนั้น​พวก​ผู้​ครอบครอง​ฟีลิสเตีย จึง​เอา​สาย​ธนู​ใหม่​เจ็ด​สาย​มา​ให้​เดลิลาห์​มัด​แซมสัน​ให้​พวก​เขา 9 เธอ​ให้​คน​แอบ​ซ่อน​ใน​ห้อง​ด้าน​ใน และ​บอก​ว่า “แซมสัน ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​จับ​พี่​แล้ว” แต่​เขา​ก็​ดึง​สาย​ธนู​ที่​มัด​ตัว​เขา​ขาด​กระจุย เหมือน​เชือก​ที่​แค่​ได้กลิ่น​ไฟ​ก็​ขาด​แล้ว และ​ความลับ​เรื่อง​พละ​กำลัง​มหาศาล​ของ​เขา​ก็​ยัง​คง​เป็น​ความลับ​ต่อ​ไป

10 เดลิลาห์​พูด​กับ​แซมสัน​ว่า “พี่​แกล้ง​น้อง พี่​โกหก​น้อง ตอน​นี้​บอก​น้อง​เถิด​ว่า ทำ​ยังไง​ถึง​จะ​มัด​พี่​ได้”

11 แซมสัน​บอก​ว่า “ถ้า​มัด​พี่​ด้วย​เชือก​ใหม่​ที่​ยัง​ไม่​เคย​ใช้ พี่​ก็​จะ​อ่อนแอ​เหมือน​ชาย​ทั่ว​ไป”

12 ดังนั้น​เดลิลาห์​จึง​หา​เชือก​ใหม่ๆ​มา​มัด​เขา ขณะ​ที่​มี​คน​แอบ​อยู่​ด้าน​ใน เธอ​บอก​เขา​ว่า “พี่​แซมสัน ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​จับ​พี่​แล้ว” แซมสัน​จึง​ทำ​เชือก​ที่​มัด​แขน​เขา​ขาด​กระจุย​เหมือน​เส้น​ด้าย

13 เดลิลาห์​จึง​พูด​กับ​แซมสัน​ว่า “พี่​จะ​แกล้ง​น้อง​และ​โกหก​น้อง​ไป​อีก​นาน​แค่​ไหน บอก​น้อง​เถอะ​ว่า ทำ​ยังไง​ถึง​จะ​มัด​พี่​ได้”

เขา​ตอบ​เธอ​ว่า “ถ้า​น้อง​เอา​ผม​เจ็ด​ปอย​ของ​พี่​ทอ​เข้า​กับ​หูก​ทอ​ผ้า​แล้ว​เอา​หมุด​ปัก​มัน​ไว้​ที่​ผนัง พี่​ก็​จะ​อ่อนแอ​เหมือน​ชาย​ทั่ว​ไป”

14 เมื่อ​เขา​หลับ เดลิลาห์​ก็​เอา​ผม​เจ็ด​ปอย​ของ​เขา​ทอ​เข้า​กับ​หูก​ทอ​ผ้า+ 16:13-14 แล้ว​เอา​หมุด … หูก​ทอ​ผ้า คำ​เหล่า​นี้​อยู่​ใน​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ แต่​ไม่​ได้​อยู่​ใน​ฉบับ​ฮีบรู​ที่​เรา​มี​อยู่ และ​ยึด​ให้​แน่น​ด้วย​หมุด แล้ว​เธอ​ก็​บอก​ว่า “พี่​แซมสัน ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​จับ​พี่​แล้ว” แต่​เมื่อ​เขา​รู้สึก​ตัว​ตื่น​ขึ้น​มา​ก็​ดึง​ทั้ง​หมุด เครื่อง​ทอ และ​ผ้า​ทอ ทิ้ง​ไป

15 เธอ​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “พี่​พูด​ได้​ยังไง​ว่า ‘พี่​รัก​น้อง’ ใน​เมื่อ​พี่​ไม่​ได้​ไว้ใจ​น้อง​เลย พี่​แกล้ง​น้อง​สาม​หน​แล้ว พี่​ยัง​ไม่​ได้​บอก​น้อง​เลย​ว่า​อะไร​ทำ​ให้​พี่​มี​พละ​กำลัง​มหาศาล” 16 เธอ​ตาม​เซ้า​ซี้​เขา​วันแล้ว​วันเล่า กวน​เขา​จน​เขา​เบื่อ​แทบ​ตาย 17 จน​เขา​บอก​ความลับ​ทั้งหมด​กับ​เธอ เขา​บอก​กับ​เธอ​ว่า “ไม่​มี​มีด​โกน​อัน​ไหน​เคย​ถูก​หัว​พี่ เพราะ​พี่​เป็น​นาศีร์​อุทิศ​แก่​พระเจ้า ตั้งแต่​อยู่​ใน​ท้อง​แม่ ถ้า​โกน​หัว​พี่ พละ​กำลัง​อัน​มหาศาล​จะ​หาย​ไป พี่​ก็​จะ​อ่อนแอ​เหมือน​ชาย​ทั่ว​ไป”

18 เดลิลาห์​เห็น​ว่า​เขา​บอก​ความลับ​ทั้ง​หมด​กับ​เธอ เธอ​ก็​ใช้​คน​ไป​บอก​พวก​ผู้​ครอบ​ครอง​ของ​ฟีลิสเตีย​ว่า “ให้​ขึ้น​มา​เดี๋ยว​นี้ เขา​ได้​บอก​ความลับ​ทั้งหมด​กับ​ฉัน​แล้ว” พวก​ผู้​ครอบ​ครอง​ฟีลิสเตีย​ก็​รีบ​ขึ้น​มา และ​เอา​เงิน​มา​ให้​กับ​เธอ​ด้วย

19 เธอ​ปล่อย​ให้​แซมสัน​นอนหลับ​อยู่​บน​ตัก​เธอ และ​เรียก​ชาย​คน​หนึ่ง​ออก​มา​โกน​ผม​เจ็ด​ปอย​บน​หัว​ของ​เขา เธอ​เริ่ม​แกล้ง​รบกวน​เขา​และ​กำลัง​ของ​เขา​ก็​หาย​ไป 20 เธอ​พูด​ว่า “พี่​แซมสัน ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​จับ​พี่​แล้ว” เขา​ตื่น​ขึ้น​และ​คิด​ว่า “ข้า​จะ​ออก​ไป​เหมือน​ครั้ง​ก่อน​และ​สลัด​ตัว​หลุด​ออก​มา” แต่​เขา​ไม่​รู้​ว่า​พระยาห์เวห์​ได้​ไป​จาก​เขา​แล้ว

21 พวก​ชาว​ฟีลิสเตีย​จับ​ตัว​เขา​และ​ควัก​ลูกตา​ของ​เขา​ออก แล้ว​พา​เขา​ลง​มา​ที่​กาซา พวก​เขา​ล่าม​แซมสัน​ด้วย​โซ่​สัมฤทธิ์ และ​ใช้​เขา​โม่​แป้ง​อยู่​ใน​คุก 22 แต่​ผม​ของ​แซมสัน​ก็​เริ่ม​งอก​ขึ้น​มา​ใหม่​หลังจาก​ถูก​โกน

23 พวก​ผู้​ครอบ​ครอง​ของ​ฟีลิสเตีย​มา​ประชุม​กัน เพื่อ​จัด​พิธี​บวงสรวง​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ให้​กับ​พระ​ดาโกน+ 16:23 พระ​ดาโกน ประชาชน​ชาว​คานาอัน​สักการะ​พระ​เทียม​เท็จ​นี้​เพราะ​หวัง​ว่า​จะ​ช่วย​ให้​พวก​เขา​เก็บเกี่ยว​พืชผล​ได้​ดี พระดาโกน​นี้​น่า​จะ​เป็น​พระ​ที่​สำคัญ​ที่​สุด​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย และ​เพื่อ​เฉลิม​ฉลอง​กัน พวกเขา​พูด​ว่า “พระ​ของ​เรา​ได้​ยก​แซมสัน​ศัตรู​ของ​เรา​ไว้​ใน​กำมือ​ของ​พวก​เรา​แล้ว” 24 เมื่อ​ประชาชน​เห็น​แซมสัน พวกเขา​ก็​เลย​สรรเสริญ​พระ​ของ​พวกเขา​ว่า

“พระ​ของ​เรา​ทำ​ให้​ศัตรู​ตก​อยู่​ใน​กำ​มือ​เรา

คือ​คน​ที่​ทำลาย​บ้าน​เมือง​ของ​เรา

และ​เคย​ฆ่า​พวก​เรา​ไป​หลาย​คน”

25 ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​สนุก​สนาน​กัน​อยู่ ก็​มี​คน​พูด​ว่า “เรียก​แซมสัน​ออก​มา​ทำ​อะไร​สนุกๆ​ให้​พวก​เรา​ดู​หน่อย” แซมสัน​จึง​ถูก​นำ​ออก​มา​จาก​คุก เพื่อ​มา​แสดง​ต่อหน้า​พวก​เขา เมื่อ​พวก​เขา​ปล่อย​ให้​แซมสัน​ยืน​อยู่​ระหว่าง​เสา 26 แซมสัน​พูด​กับ​เด็ก​รับใช้​ที่​เป็น​คน​จูง​มือ​เขา​ว่า “พา​เรา​ไป​ที่​เสา​ค้ำ​ตึก​หน่อย เรา​จะ​ได้​พิง​เสา​เหล่า​นั้น”

27 ตึก​นี้​มี​ทั้ง​ผู้หญิง​และ​ผู้ชาย​เต็ม​ไป​หมด และ​พวก​ผู้​ครอบ​ครอง​ชาว​ฟีลิสเตีย​ทุก​คน​ก็​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย มี​ชาย​หญิง​ประมาณ​สาม​พัน​คน​ที่​กำลัง​ดู​การ​แสดง​ของ​แซมสัน​อยู่​บน​ดาดฟ้า​ตึก 28 จาก​นั้น​แซมสัน​ได้​ร้อง​ขอ​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า โปรด​ระลึก​ถึง​ข้าพเจ้า ข้าแต่​พระเจ้า โปรด​ให้​พละ​กำลัง​มหาศาล​แก่​ข้าพเจ้า​อีก​ครั้ง​หนึ่ง เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​แก้แค้น​ชาว​ฟีลิสเตีย​ทดแทน​ตา​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​ข้าพเจ้า” 29 แซมสัน​เข้า​ไป​จับ​เสา​กลาง​สอง​ต้น​ที่​รองรับ​ตึก​นั้น​ไว้ และ​พิง​ที่​เสา​นั้น มือ​ขวา​ยัน​เสา​ต้น​หนึ่ง​และ​มือ​ซ้าย​ก็​ยัน​อีก​ต้น​หนึ่ง แล้ว​เขา​ก็​พูด​ว่า “ปล่อย​ให้​ข้า​ตาย​กับ​ชาว​ฟีลิสเตีย​เถิด” 30 แล้ว​เขา​ก็​ผลัก​เสา​ทั้ง​สอง​ต้น​ด้วย​กำลัง​มหาศาล ตัว​ตึก​ก็​พังทลาย​ลง​มา​บน​พวก​ผู้​ครอบ​ครอง​ชาว​ฟีลิสเตีย และ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​ตึก​นั้น ดังนั้น​คน​ที่​เขา​ฆ่า​ตอน​ที่​เขา​ตาย ก็​มี​มาก​กว่า​คน​ที่​เขา​ฆ่า​ตอน​ที่​เขา​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่

31 จาก​นั้น​พี่น้อง​และ​ครอบครัว​ของ​เขา​ก็​มา​รับ​ศพ​เขา​ไป​ฝัง​ที่​สุสาน​ของ​มาโนอาห์​พ่อ​ของ​เขา ที่​อยู่​ระหว่าง​โศราห์​และ​เอชทาโอล แซมสัน​นำ​อิสราเอล​อยู่​ทั้ง​หมด​ยี่สิบ​ปี

17

รูป​เคารพ​ของ​มีคาห์

1 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​มา​จาก​เทือก​เขา​เอฟราอิม ชื่อ​มีคาห์ 2 เขา​บอก​กับ​แม่​ของ​เขา​ว่า “เงิน​หนึ่ง​พัน​หนึ่ง​ร้อย​แผ่น​ของ​แม่​ที่​มี​คน​ขโมย​ไป และ​ผม​ได้ยิน​แม่​แช่ง​สาป​เขา​นั้น ดูสิ เงิน​ของ​แม่​อยู่​ที่​นี่​กับ​ผม ผม​เป็น​คน​เอา​ไป​เอง”

แม่​ของ​เขา​ก็​เลย​พูด​ว่า “ลูก​แม่ ขอ​พระยาห์เวห์​อวยพร​ลูก​เถิด”

3 จาก​นั้น​เขา​ก็​นำ​เงิน​หนึ่ง​พัน​หนึ่ง​ร้อย​แผ่น​มา​คืน​ให้​กับ​แม่​ของ​เขา แม่​ของ​เขา​พูด​ว่า “นี่​คือ​เงิน​ที่​แม่​ถวาย​พระยาห์เวห์ เพื่อ​ลูกชาย​ของ​แม่​จะ​ได้​เอา​ไป​หล่อ​เป็น​รูป​เคารพ ตอน​นี้​แม่​คืน​ให้​กับ​ลูก”

4 แต่​เขา​ได้​คืน​เงิน​ให้​กับ​แม่​ของ​เขา เธอ​จึง​นำ​เงิน​สอง​ร้อย​ชิ้น​ให้​ช่าง​เงิน เอา​ไป​หล่อ​เป็น​รูป​เคารพ แล้ว​นำ​เอา​ไป​ตั้ง​ไว้​ที่​บ้าน​ของ​มีคาห์+ 17:4 มีคาห์ ชื่อ​นี้​มี​ความ​หมาย​ว่า “ใคร​เป็น​เหมือน​ยาห์เวห์” มัน​ไม่​เหมาะ​อย่าง​ยิ่ง​ที่​จะ​มี​รูป​เคารพ​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​มีคาห์5 มีคาห์​มี​หอ​พระ​อยู่​ที่​บ้าน​และ​เขา​ได้​สร้าง​เอโฟด และ​รูป​เคารพ​ต่างๆ​แล้ว​ยัง​แต่งตั้ง​ลูกชาย​คน​หนึ่ง​ของ​เขา​ให้​เป็น​นักบวช 6 ใน​เวลา​นั้น​อิสราเอล​ยัง​ไม่​มี​กษัตริย์ ทุก​คน​ก็​เลย​ทำ​ตาม​อำเภอ​ใจ​ของ​ตน

7 มี​ชาย​ชาว​เลวี+ 17:7 เลวี คน​ที่​มา​จาก​เผ่า​เลวี​มัก​เป็น​ผู้ช่วย​นักบวช​ใน​วิหาร และ​ทำ​งาน​ให้​กับ​รัฐบาล คน​หนึ่ง​จาก​เผ่า​ยูดาห์ อาศัย​อยู่​ที่​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​ยูดาห์ 8 เขา​ได้​ออก​เดินทาง​จาก​เบธเลเฮม​ใน​ยูดาห์ เที่ยว​พัก​ค้าง​แรม​ตาม​ที่​ต่างๆ เขา​เดินทาง​มา​จน​ถึง​แถบ​เทือก​เขา​เอฟราอิม เรื่อย​มา​จน​ถึง​บ้าน​ของ​มีคาห์ มีคาห์​ก็​ถาม​เขา​ว่า “ท่าน​มา​จาก​ไหน”

9 เขา​ตอบ​ว่า “ผม​เป็น​คน​เลวี​มา​จาก​เบธเลเฮม​ใน​ยูดาห์ เดินทาง​มา​เรื่อยๆ​เพื่อ​หา​ที่​อยู่”

10 มีคาห์​พูด​กับ​เขา​ว่า “มา​อาศัย​อยู่​กับ​ข้า​ซิ มา​เป็น​เหมือน​พ่อ​หรือ​นักบวช​ของ​ข้า ข้า​จะ​ให้​เงิน​กับ​เจ้า​ปี​ละ​สิบ​ชิ้น รวมทั้ง​เสื้อผ้า​ที่​จำเป็น​และ​อาหาร​ของ​เจ้า​ด้วย” 11 ชาว​เลวี​จึง​ตกลง​ที่​จะ​อาศัย​อยู่​กับ​เขา ชาย​หนุ่ม​เลวี​คน​นี้​ก็​เป็น​เหมือน​ลูก​คน​หนึ่ง​ของ​มีคาห์ 12 มีคาห์​แต่งตั้ง​ชาย​หนุ่ม​เลวี​คน​นี้​เป็น​นักบวช​ของ​เขา และ​เขา​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​มีคาห์ 13 มีคาห์​พูด​ว่า “ตอน​นี้​ข้า​รู้​แล้ว​ว่า พระยาห์เวห์​จะ​ทำ​ให้​ข้า​อยู่​เย็น​เป็น​สุข เพราะ​ข้า​มี​ชาว​เลวี​คน​นี้​เป็น​นักบวช​ของ​ข้า”

18

คน​เผ่า​ดาน​ยึด​เมือง​ลาอิช

1 ใน​เวลา​นั้น​อิสราเอล​ยัง​ไม่​มี​กษัตริย์ และ​คน​เผ่า​ดาน​ก็​ยัง​เสาะ​หา​แผ่นดิน​เพื่อ​อยู่​อาศัย เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้รับ​ส่วนแบ่ง​ของ​แผ่นดิน​ท่ามกลาง​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล

2 ดังนั้น​คน​เผ่า​ดาน​จึง​ส่ง​ผู้ชาย​ที่​กล้าหาญ​ของ​เผ่า​ห้า​คน ซึ่ง​เป็น​ตัวแทน​ของ​เผ่า​ดาน​ทั้งหมด ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​โศราห์​และ​เอชทาโอล ให้​ไป​สอดแนม​และ​สำรวจ​แผ่นดิน พร้อม​กับ​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “ไป​สำรวจ​ดู​แผ่นดิน​นั้น”

ชาย​ทั้ง​ห้า​จึง​เดิน​ทาง​ไป​ที่​แถบ​เทือกเขา​เอฟราอิม มา​จน​ถึง​ระแวก​บ้าน​ของ​มีคาห์ พวก​เขา​ได้​พัก​ค้าง​คืน​อยู่​ที่​นั่น 3 ตอน​ที่​พวก​เขา​อยู่​แถว​บ้าน​ของ​มีคาห์​นั้น พวก​เขา​ได้ยิน​เสียง​ของ​ชาย​หนุ่ม​ชาว​เลวี​และ​จำ​เสียง​ของ​ชาย​หนุ่ม​ชาว​เลวี​นั้น​ได้ จึง​แวะ​เข้า​ไป​ถาม​เขา​ว่า “ใคร​พา​เจ้า​มา​ที่​นี่ เจ้า​มา​ทำ​อะไร เจ้า​มี​ธุระ​อะไร​แถว​นี้​หรือ”

4 ชาย​เลวี​ตอบ​ว่า “มีคาห์​ได้​ช่วย​ผม​หลาย​อย่าง เขา​ได้​จ้าง​ผม และ​ผม​ได้​กลาย​เป็น​นักบวช​ของ​เขา”

5 แล้ว​พวก​เขา​ได้​พูด​กับ​ชาย​หนุ่ม​ชาว​เลวี​ว่า “ถาม​พระเจ้า​ให้​หน่อย​ว่า​การ​เดินทาง​ของ​พวก​เรา​ใน​ครั้งนี้​จะ​ประสบ​ผลสำเร็จ​หรือ​เปล่า”

6 นักบวช​ชาว​เลวี​ก็​ตอบ​ว่า “สบายใจ​ได้​เลย การ​เดินทาง​ของ​พวก​ท่าน​ทั้งหลาย​จะ​อยู่​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์”

7 แล้ว​ชาย​ทั้ง​ห้า​ก็​จาก​ไป เมื่อ​พวก​เขา​มา​ถึง​เมือง​ลาอิช พวก​เขา​เห็น​ประชาชน​ใน​เมือง​นี้​อยู่​กัน​อย่าง​ปลอดภัย​ตาม​แบบ​คน​ไซดอน สงบ​สุข​และ​ไม่​หวาด​ระแวง​อะไร ไม่​มี​ใคร​มา​ทำ​ให้​ประชาชน​ใน​แผ่นดิน​นี้​ต้อง​อับอาย​ขายหน้า​ใน​เรื่อง​ใด​เรื่อง​หนึ่ง​และ​ไม่​มี​ผู้​ครอบ​ครอง​ที่​กดขี่​ข่มเหง+ 18:7 ไม่​มี​ใคร … กดขี่​ข่มเหง ใน​ภาษา​ฮีบรู​ประโยค​นี้​มี​ความหมาย​ที่​ไม่​ชัดเจน พวก​นี้​อยู่​ห่าง​จาก​ชาว​ไซดอน และ​ไม่​ได้​ทำ​สัญญา​เป็น​พันธมิตร​กับ​อาราม

8 เมื่อ​คน​ทั้ง​ห้า​กลับ​มาหา​ญาติ​ของ​พวก​เขา​ใน​โศราห์​และ​เอชทาโอล พวก​ญาติ​ก็​ถาม​ว่า “เป็น​ยังไง”

9 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​รีบ​ขึ้น​ไป​โจมตี​พวก​นั้น​กัน​เถอะ แผ่นดิน​ที่​เรา​ไป​เห็น​มา​นั้น​ดี​มาก พวก​ท่าน​จะ​อยู่​เฉยๆ​หรือ อย่า​ได้​ชัก​ช้า​ที่​จะ​ไป​บุก​และ​ยึด​เอา​แผ่นดิน​นั้น 10 เมื่อ​ท่าน​ไป​ถึง​จะ​พบ​กับ​ชาว​เมือง​ที่​ไม่​หวาด​ระแวง​อะไร​เลย แผ่นดิน​ที่​กว้าง​ใหญ่​นี้​คือ​แผ่นดิน​ที่​พระเจ้า​ได้​มอบ​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวก​ท่าน​แล้ว เป็น​แผ่นดิน​ที่​ไม่​ขาด​อะไร​เลย​ใน​โลก​นี้”

11 คน​เผ่า​ดาน​หกร้อย​คน​กับ​อาวุธ​พร้อม​มือ​ก็​ออก​เดินทาง​จาก​โศราห์​และ​เอชทาโอล 12 พวก​เขา​ขึ้น​ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​เมือง​คิริยาทเยอาริม​ใน​ยูดาห์ ที่​ตรง​นั้น​จึง​ถูก​เรียกว่า มะหะเนห์-ดาน+ 18:12 มะหะเนห์-ดาน แปล​ว่า “ค่าย​ของ​คน​ดาน” จน​ถึง​ทุก​วันนี้ มัน​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวันตก​ของ​เมือง​คิริยาท-เยอาริม 13 จาก​ที่​นั่น พวก​เขา​เดิน​ทาง​ถึง​แถบ​เทือกเขา​เอฟราอิม และ​มา​ถึง​บ้าน​ของ​มีคาห์

14 แล้ว​ชาย​ทั้ง​ห้า​คน​ที่​เคย​ไป​สอดแนม​เมือง​ลาอิช ก็​บอก​กับ​พรรคพวก​ว่า “ท่าน​รู้​ไหม​ใน​บ้าน​เหล่า​นี้​มี​เอโฟด และ​รูป​เคารพ​ประจำ​บ้าน และ​รูป​หล่อ พวก​ท่าน​ก็​คิด​เอา​เอง​ก็​แล้ว​กัน​ว่า​จะ​ทำ​ยังไง” 15 พวก​เขา​และ​ชาย​ทั้ง​ห้า​มุ่ง​หน้า​ไป​ทาง​นั้น​และ​มา​ถึง​บ้าน​ของ​หนุ่ม​ชาว​เลวี​ที่​อาศัย​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​มีคาห์ และ​ถาม​เขา​ว่า​สบาย​ดี​ไหม 16 คน​เผ่า​ดาน​หก​ร้อย​คน​พร้อม​อาวุธ​ครบ​มือ​ยืน​อยู่​ที่​ทาง​เข้า​ประตู 17 ส่วน​ชาย​ห้า​คน​ที่​เคย​ไป​สอดแนม​แผ่นดิน​ได้​เข้า​ไป​ข้าง​ใน แล้ว​ยึด​เอา​รูป​เคารพ เอโฟด พวก​พระ​ประจำ​บ้าน และ​รูป​หล่อ​นั้น ส่วน​นักบวช​ก็​ยืน​อยู่​ตรง​ทาง​เข้า​ประตู​กับ​คน​เผ่า​ดาน​ที่​มี​อาวุธ​พร้อม​มือ​ทั้ง​หกร้อย​คน​นั้น 18 เมื่อ​ห้า​คน​นั้น​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​มีคาห์​และ​ขน​เอา​รูป​เคารพ เอโฟด พวก​พระ​ประจำ​บ้าน และ​รูป​หล่อ​นั้น นักบวช​ก็​ถาม​พวกเขา​ว่า “ทำ​อะไร​กัน​นั่น”

19 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “เงียบ​ซะ เอา​มือ​ปิด​ปาก​ไว้ มา​กับ​พวก​เรา​สิ จะ​ได้​เป็น​พ่อ​และ​เป็น​นักบวช​ให้​กับ​พวก​เรา ท่าน​คิด​เอา​เอง​ว่า​เป็น​นักบวช​ให้​กับ​บ้าน​ของ​คน​หนึ่ง กับ​เป็น​นักบวช​ให้​กับ​เผ่า​และ​ตระกูล​หนึ่ง​ใน​อิสราเอล อย่าง​ไหน​จะ​ดี​กว่า​กัน” 20 นักบวช​นั้น​ก็ดีใจ เขา​จึง​ขน​เอา​เอโฟด พวก​พระ​ประจำ​บ้าน และ​รูป​เคารพ แล้ว​เดิน​ไป​ด้วย​กัน​กับ​คน​เหล่า​นั้น

21 พวก​เขา​กลับ​ออก​มา​จาก​บ้าน​ของ​มีคาห์​และ​เดินทาง​ต่อ​ไป มี​พวก​ที่​พึ่ง​พา​พวก​เขา พวก​ฝูง​สัตว์​เลี้ยง และ​ข้าว​ของ​ต่างๆ​เดิน​นำ​หน้า

22 เมื่อ​พวก​เขา​เดินทาง​ไป​ไกล​จาก​บ้าน​มีคาห์​แล้ว พวก​เพื่อน​บ้าน​ของ​มีคาห์​ก็​ได้​รวม​ตัว​กัน​ไล่​ติดตาม​มา​ทัน 23 และ​ตะโกน​เรียก​ไล่​หลัง​คน​ดาน พวก​ดาน​ก็​หัน​กลับ​มา​ถาม​มีคาห์​ว่า “เกิด​อะไร​ขึ้น​หรือ พวก​เจ้า​ถึง​ยก​กัน​มา​มากมาย​ขนาด​นี้”

24 มีคาห์​ตอบ​ว่า “พวก​เจ้า​ได้​เอา​พวก​พระ​ของ​ข้า​ที่​ข้า​ได้​สร้าง​ไว้​และ​เอา​นักบวช​ของ​ข้า​มา แล้ว​ข้า​ยัง​จะ​เหลือ​อะไร​อีก พวก​ท่าน​ยัง​มี​หน้า​มา​ถาม​อีก​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น”

25 คน​จาก​เผ่า​ดาน​จึง​พูด​กับ​มีคาห์​ว่า “อย่า​มา​ทำ​เสียง​ดัง​กับ​พวก​เรา ไม่​อย่าง​งั้น​พวก​ขี้​โมโห​ใน​กลุ่ม​ของ​เรา​อาจ​จะ​โจมตี​เจ้า เจ้า​และ​ครอบครัว​จะ​ตาย​ซะ​เปล่าๆ”

26 แล้ว​คน​ดาน​ก็​ออก​เดินทาง​ต่อ​ไป ส่วน​มีคาห์​เห็น​ว่า​พวก​เขา​แข็งแรง​กว่า​จึง​เดินทาง​กลับ​บ้าน​ตัวเอง

27 คน​ดาน​เอา​สิ่งของ​ที่​มีคาห์​ได้​สร้าง​ขึ้น​และ​นักบวช​ของ​เขา​มา​ที่​เมือง​ลาอิช ชาว​เมือง​อยู่​กัน​อย่าง​สงบสุข​และ​ไม่​ได้​หวาด​ระแวง​อะไร แล้ว​คน​ดาน​ก็​ฆ่า​ชาว​เมือง​ด้วย​ดาบ​และ​จุด​ไฟ​เผา​เมือง 28 ไม่​มี​ใคร​มา​ช่วย​เหลือ เพราะ​เมือง​ลาอิช​อยู่​ใน​หุบเขา​ที่​เป็น​ของ​เมือง​เบธ-เรโหบ ซึ่ง​อยู่​ไกล​จาก​เมือง​ไซดอน และ​ไม่​ได้​เป็น​พันธมิตร​กับ​อาราม คน​ดาน​ก็​สร้าง​เมือง​ขึ้น​มา​ใหม่​และ​ตั้ง​รกราก​ที่​นั่น 29 พวก​เขา​ตั้งชื่อ​เมือง​ว่า​ดาน ตาม​ชื่อ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​ที่​เกิด​มา​จาก​อิสราเอล แทน​ลาอิช​ชื่อ​เดิม​ของ​เมือง

30 คน​ดาน​ก็​ตั้ง​รูป​เคารพ​สำหรับ​พวก​เขา​เอง และ​ตั้ง​โยนาธาน​ลูกชาย​เกอร์โชม ซึ่ง​เป็น​ลูกชาย​ของ​โมเสส ตลอด​จน​พวก​ลูกๆ​ของ​โยนาธาน เป็น​นักบวช​สำหรับ​เผ่า​ดาน ไป​จน​กระทั่ง​คน​อิสราเอล​ถูก​จับ​ไป​เป็น​เชลย 31 พวก​เขา​ได้​กราบไหว้​รูป​เคารพ​นั้น​ที่​มีคาห์​ได้​สร้าง​ขึ้น ตลอด​ระยะ​เวลา​ที่​บ้าน​ของ​พระเจ้า​ยัง​คง​ตั้ง​อยู่​ที่​ชิโลห์

19

คน​เลวี​กับ​เมียน้อย

1 ใน​ตอน​นั้น อิสราเอล​ยัง​ไม่​มี​กษัตริย์ มี​ชาย​ชาว​เลวี​คน​หนึ่ง​เป็น​คน​ต่าง​ถิ่น​อาศัย​อยู่​ใน​พื้นที่​ห่างไกล​ของ​เทือกเขา​เอฟราอิม เขา​ได้​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​จาก​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​ยูดาห์​มา​เป็น​เมียน้อย 2 เมียน้อย​ของ​เขา​โกรธ​เขา​ขึ้น​มา จึง​หนี​กลับ​ไป​ที่​บ้าน​พ่อ​ของ​เธอ ที่​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​ยูดาห์ และ​พัก​อยู่​ที่​นั่น​สี่​เดือน 3 จาก​นั้น​สามี​เธอ​ก็​ตาม​ไป​เพื่อ​จะ​ง้อ​ให้​เธอ​กลับ​มา​อยู่​กับ​เขา​อีก เขา​พา​คน​ใช้​คน​หนึ่ง​และ​ลา​อีก​คู่​หนึ่ง​ไป​ด้วย เมื่อ​เขา​ไป​ถึง​บ้าน​พ่อ​ของ​หญิง​สาว​นั้น+ 19:3 เมื่อ​เขา​ไป​ถึง​บ้าน​พ่อ​ของ​หญิง​สาว​นั้น คำ​นี้​อยู่​ใน​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ ฉบับ​ฮีบรู​โบราณ​เขียน​ว่า เมื่อ​เธอ​นำ​เขา​ไป​ถึง​บ้าน​ของ​พ่อ​เธอ พ่อ​ของ​หญิง​สาว​เห็น​เขา​และ​ออก​มา​ต้อนรับ​ด้วย​ความ​ดีใจ 4 แล้ว​พ่อตา​ของ​เขา​ซึ่ง​เป็น​พ่อ​ของ​หญิง​สาว​นั้น ได้​ชวน​ให้​เขา​อยู่ และ​เขา​ก็​ได้​พัก​ค้าง​คืน​อยู่​ที่​นั่น​กับ​พ่อตา​เป็น​เวลา​สาม​วัน แล้ว​พวก​เขา​ได้​กิน​และ​ดื่ม​กัน​และ​พัก​ค้าง​คืน​ที่​นั่น

5 ใน​วัน​ที่​สี่ พวก​เขา​ตื่น​แต่​เช้า​และ​เตรียม​ตัว​ออก​เดิน​ทาง แต่​พ่อ​ของ​หญิง​สาว​นั้น​พูด​กับ​ลูกเขย​ว่า “พวก​เจ้า​กิน​อาหาร​ให้​มี​แรง​กัน​ก่อน​แล้ว​หลังจาก​นั้น​ค่อย​ไป” 6 พวก​เขา​จึง​นั่ง​ลง​และ​ทั้ง​สอง​คน​ก็​กิน​และ​ดื่ม​ด้วย​กัน แล้ว​พ่อ​ของ​หญิง​สาว​ก็​พูด​กับ​ชาย​นั้น​ว่า “ได้​โปรด​ค้าง​อีก​สัก​คืน​หนึ่ง​เถิด ทำใจ​ให้​สบาย” 7 เมื่อ​ชาย​นั้น​ลุก​ขึ้น​จะ​ไป พ่อตา​ของ​เขา​ก็​ชวน​ให้​ค้าง​ต่อ เขา​ก็​ตกลง​อยู่​และ​ค้าง​คืน​ที่​นั่น

8 เขา​ตื่น​แต่​เช้า​ใน​วัน​ที่​ห้า​เพื่อ​ออก​เดิน​ทาง พ่อ​ของ​หญิง​สาว​นั้น​ก็​พูด​ว่า “ท่าน​พัก​เอา​แรง​ก่อน” พวก​เขา​ก็​ได้​เอ้อ​ระเหย​อยู่​จน​บ่าย​แก่ๆ​ทั้ง​สอง​คน​ก็​ได้​กิน​และ​ดื่ม

9 เมื่อ​ชาย​คน​นั้น​ลุก​ขึ้น​พร้อม​กับ​เมียน้อย​และ​คน​ใช้​เพื่อ​ออก​เดินทาง พ่อตา​ของ​เขา​ซึ่ง​เป็น​พ่อ​ของ​หญิง​สาว​นั้น​ก็​พูด​กับ​ชาย​นั้น​ว่า “ดู​สิ นี่​ก็​ใกล้​จะ​มืด​ค่ำ​แล้ว ได้​โปรด​ค้าง​อีก​สัก​คืน​เถิด ทำใจ​ให้​สบาย พรุ่งนี้​พวก​เจ้า​ก็​ตื่น​แต่​เช้า​ได้ เพื่อ​ออก​เดิน​ทาง​กลับ​ไป​ยัง​บ้าน​ของ​เจ้า”

10 แต่​ชาย​นั้น​ไม่​ยอม​ค้าง​คืน​อีก เขา​จึง​ลุก​ขึ้น​และ​ออก​เดินทาง​มา​พร้อม​กับ​เมียน้อย​และ​ลา​เทียม​อาน​คู่​หนึ่ง จน​เข้า​ใกล้​เมือง​เยบุส (หรือ​เยรูซาเล็ม) ซึ่ง​ก็​เกือบ​จะ​หมด​วัน​แล้ว 11 คน​ใช้​จึง​พูด​กับ​เจ้านาย​ของ​เขา​ว่า “ให้​พวก​เรา​แวะ​เข้า​ไป​พัก​ค้าง​คืน​ใน​เมือง​เยบุส​กัน​เถอะ”

12 เจ้านาย​ของ​เขา​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​จะ​ไม่​แวะ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ของ​คน​ต่าง​ชาติ ที่​ไม่​ใช่​คน​อิสราเอล ให้​พวก​เรา​เลย​ไป​ยัง​เมือง​กิเบอาห์+ 19:12 กิเบอาห์ เป็น​เมือง​ที่​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​เยบุส ห่าง​จาก​เยบุส​ไม่​กี่​กิโลเมตร กัน​เถิด” 13 แล้ว​เขา​ก็​บอก​คน​ใช้​ว่า “ไป​กัน​เถอะ ให้​พวก​เรา​ไป​สัก​ที่​หนึ่ง ไม่​ค้าง​คืน​ที่​กิเบอาห์​ก็​ที่​รามาห์”

14 พวก​เขา​ก็​เลย​เดินทาง​ต่อ ดวง​อาทิตย์​ตก​ดิน​แล้ว​เมื่อ​ใกล้​เมือง​กิเบอาห์ ซึ่ง​เป็น​ของ​คน​เผ่า​เบนยามิน 15 พวก​เขา​แวะ​เข้า​ไป​ค้าง​คืน​ใน​เมือง​กิเบอาห์ และ​นั่ง​ลง​ที่​ลาน​เมือง+ 19:15 ลาน​เมือง สถานที่​สาธารณะ​ใกล้​ประตู​เมือง ชาว​เมือง​ใช้​เป็น​ที่​พบ​ปะ​กัน คน​เดินทาง​บ่อย​ครั้ง​ใช้​เป็น​ที่​พักแรม แต่​ไม่​มี​ใคร​ชวน​เขา​ไป​ค้าง​คืน​ที่​บ้าน

16 จน​ถึง​ตอน​เย็น มี​ชาย​แก่​คน​หนึ่ง​กลับ​จาก​ทำ​งาน​ใน​ท้องทุ่ง เขา​เป็น​คน​จาก​แถบ​เทือก​เขา​เอฟราอิม​และ​พัก​อยู่​ใน​กิเบอาห์ เป็น​คน​ต่าง​เผ่า (ชาว​เมือง​กิเบอาห์​มา​จาก​ครอบครัว​ของ​เบนยามิน) 17 เมื่อ​ชาย​แก่​เงย​หน้า​ขึ้น​มา​เห็น​คน​เดินทาง​อยู่​ที่​ลาน​เมือง ท่าน​ก็​ถาม​ว่า “พวก​ท่าน​มา​จาก​ไหน และ​จะ​ไป​ที่​ไหน​กัน”

18 ชาย​คน​นั้น​จึง​ตอบ​ว่า “ผม​มา​จาก​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​ยูดาห์ จะ​ไป​ใน​ดินแดน​ที่​ห่างไกล​แถบ​เทือกเขา​เอฟราอิม ผม​มา​จาก​ที่นั่น ผม​ได้​ไป​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​ยูดาห์​มา และ​กำลัง​จะ​กลับ​ไป​บ้าน​ของ​ผม+ 19:18 บ้าน​ของ​ผม มา​จาก​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ แต่​ฉบับ​ฮีบรู​ที่​เรา​มี​อยู่ เขียน​ว่า “บ้าน​ของ​พระยาห์เวห์” แต่​ไม่​มี​ใคร​เชิญ​ผม​ไป​ค้าง​บ้าน​ของ​เขา 19 ผม​มี​ฟาง​และ​อาหาร​สำหรับ​ลา มี​ขนมปัง​และ​เหล้า​องุ่น​สำหรับ​ตัว​ผม ผู้หญิง และ​เด็ก​รับใช้ พวก​เรา​ไม่​ขาด​อะไร​เลย”

20 ชาย​แก่​พูด​ว่า “ยินดี​ต้อนรับ ท่าน​ไป​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​ข้า ข้า​จะ​จัดการ​ดูแล​ทุก​อย่าง​ที่​ท่าน​ต้องการ ขอ​อย่าง​เดียว​อย่า​นอน​ค้าง​คืน​ที่​ลาน​เมือง​เลย” 21 ชาย​แก่​จึง​พา​เขา​ไป​ที่​บ้าน ให้​อาหาร​แก่​ลา และ​พวก​เขา​ต่าง​ก็​ล้าง​เท้า​ของ​ตน​เอง และ​ร่วม​กัน​กิน​และ​ดื่ม 22 ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​สนุก​สนาน​กัน​อยู่​นั้น กลุ่ม​อันธพาล​เมือง​ก็​มา​ล้อม​บ้าน​และ​ทุบ​ประตู พวก​มัน​พูด​กับ​ชาย​แก่​เจ้า​ของ​บ้าน​ว่า “ส่ง​ผู้ชาย​คน​นั้น​ที่​มา​พัก​ที่​บ้าน​เจ้า​ออก​มา เรา​จะ​ได้​ร่วมเพศ​กับ​มัน”

23 ชาย​แก่​เจ้า​ของ​บ้าน​ได้​ออก​ไป​หา​พวก​นั้น และ​พูด​ว่า “อย่า​เลย​พี่น้อง​ของ​ข้า ขอ​อย่า​ทำ​สิ่ง​ชั่วร้าย​อย่าง​นั้น​เลย เนื่อง​จาก​ชาย​คน​นี้​ได้​มา​อยู่​บ้าน​ของ​ข้า+ 19:23 มา​อยู่​บ้าน​ของ​ข้า ใน​สมัย​นั้น​เป็น​ประเพณี ถ้า​ชวน​คน​มา​อยู่​ที่​บ้าน เจ้า​ของ​บ้าน​ต้อง​มี​หน้า​ที่​ดูแล​ปกป้อง​แขก​ของ​เขา​นั้น ขอ​อย่า​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​น่า​อัปยศ​อดสู​อย่าง​นี้​เลย 24 ดู​นี่​ซิ นี่​คือ​ลูกสาว​ที่​ยัง​บริสุทธิ์​ของ​ข้า​กับ​เมียน้อย​ของ​ชาย​คน​นั้น ข้า​จะ​เอา​พวก​เธอ​ออก​มา​ให้​พวก​เจ้า​ทารุณ​และ​ทำ​กับ​พวก​เธอ​ตาม​ที่​พวก​เจ้า​ต้องการ แต่​อย่า​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​น่า​อัปยศ​อดสู​ต่อ​ชาย​คน​นี้​เลย”

25 แต่​พวก​มัน​ไม่​ยอม​ฟัง​ชาย​แก่​คน​นั้น ชาย​คน​นั้น​จึง​จับ​เมียน้อย​ของ​ตัวเอง​และ​ผลัก​นาง​ออก​ไป​หา​พวก​มัน พวก​มัน​ก็​ข่มขืน​และ​ทรมาน​นาง​อย่าง​หนัก​ตลอด​คืน​จน​เช้า เมื่อ​ใกล้​สว่าง พวก​มัน​ก็​ปล่อย​เธอ​ไป 26 พอ​ใกล้​รุ่ง เธอ​ได้​มา​ล้ม​ลง​อยู่​ที่​ทาง​เข้า​บ้าน​ของ​ชาย​แก่​คน​นั้น​ที่​นาย​ของ​เธอ​พัก​อยู่​จน​กระทั่ง​ถึง​เช้า

27 ใน​ตอน​เช้า​นาย​ของ​เธอ​ตื่น​ขึ้น​มา เมื่อ​เขา​เปิด​ประตู​บ้าน​เพื่อ​ที่​จะ​ออก​เดินทาง​ต่อ ก็​เจอ​ผู้หญิง​ที่​เป็น​เมียน้อย​ของ​เขา​นอน​อยู่​ที่​ทาง​เข้า​ประตู มือ​พาด​ธรณี​ประตู​อยู่ 28 เขา​ก็​พูด​กับ​เธอ​ว่า “ลุก​ขึ้น​ไป​กัน​เถอะ” แต่​ไม่​มี​คำ​ตอบ

เขา​จึง​เอา​เธอ​ขึ้น​หลัง​ลา​และ​ออก​เดินทาง​กลับ​บ้าน 29 เมื่อ​มา​ถึง​บ้าน เขา​ก็​เอา​มีด​หั่น​ศพ​เมียน้อย​ออก​เป็น​ท่อนๆ​สิบ​สอง​ท่อน และ​เขา​ได้​ส่ง​ชิ้น​ส่วน​ของ​เธอ​ไป​ทั่ว​เขตแดน​ของ​อิสราเอล​ทั้งหมด 30 ทุก​คน​ที่​เห็น​เธอ​ต่าง​พูด​ว่า “ไม่​เคย​มี​เรื่อง​อย่าง​นี้​เกิด​ขึ้น​มา​ก่อน ไม่​เคย​พบ​เห็น​เรื่อง​อย่าง​นี้​เลย ตั้งแต่​ชาว​อิสราเอล​ออก​มา​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์​จน​ถึง​ทุก​วันนี้ (แล้ว​เขา​ก็​สั่ง​พวก​ผู้ชาย​ที่​เขา​ได้​ส่ง​ไป​นั้น​ว่า ‘เจ้า​จะ​ต้อง​พูด​อย่าง​นี้​กับ​ชาย​ทุก​คน​ใน​อิสราเอล​ว่า ตั้งแต่​วัน​ที่​ชาว​อิสราเอล​ออก​มา​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์​จน​ถึง​วันนี้ เคย​มี​เรื่อง​อย่าง​นี้​เกิด​ขึ้น​หรือ’)+ 19:30 แล้ว​เขา​ก็ … เกิด​ขึ้น​หรือ ประโยค​ใน​วงเล็บ​นี้​เจอ​ใน​ฉบับ​สำเนา​แปล​กรีก​โบราณ แต่​ไม่​มี​ใน​ฉบับ​ฮีบรู​ที่​เรา​ใช้​อยู่ ให้​คิด​เรื่อง​นาง​ดู ปรึกษา​กัน​ดู​แล้ว​ว่า​มา ว่า​จะ​เอา​ยังไง​กับ​เรื่อง​นี้”

20

อิสราเอล​กับ​เบนยามิน​สงคราม​กัน

1 ประชาชน​อิสราเอล​ทั้งหมด​จาก​เมือง​ดาน​ถึง​เมือง​เบเออร์-เชบา รวมทั้ง​แผ่นดิน​กิเลอาด ก็​มา​ประชุม​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กัน​ต่อ​หน้า​พระยาห์เวห์​ที่​เมือง​มิสปาห์ 2 ผู้นำ​ของ​คน​ทั้งหมด​จาก​ทุก​เผ่า​ของ​อิสราเอล​ได้​มา​นั่ง​ประจำ​ที่​ใน​ที่ประชุม​ประชาชน​ของ​พระเจ้า มี​ทหาร​เดิน​เท้า​ที่​ถือ​ดาบ​อยู่​สี่​แสน​คน 3 คน​เบนยามิน​ได้ยิน​ว่า​คน​อิสราเอล​ได้​ขึ้น​ไป​ที่​มิสปาห์ ชาว​อิสราเอล​พูด​ว่า “ให้​บอก​พวก​เรา​มา​ว่า​เรื่อง​ชั่วร้าย​นี้​เกิด​ขึ้น​ได้​ยังไง”

4 คน​เลวี​ซึ่ง​เป็น​สามี​ของ​หญิง​ที่​ถูก​ฆ่า​ตอบ​ว่า “ผม​มา​ถึง​เมือง​กิเบอาห์​ซึ่ง​เป็น​ของ​คน​เบนยามิน พร้อม​กับ​เมียน้อย​ของ​ผม​เพื่อ​พัก​ค้าง​คืน 5 ใน​คืน​นั้น พวก​ผู้นำ​ชาว​เมือง​กิเบอาห์​ได้​ลุก​ขึ้น​มา​ล้อม​บ้าน​ที่​ผม​พัก​อยู่ พวก​มัน​ตั้งใจ​จะ​มา​ฆ่า​ผม และ​พวก​มัน​ได้​ข่มขืน​ทารุณ​เมียน้อย​ของ​ผม​จน​เธอ​ตาย 6 จาก​นั้น​ผม​ได้​เอา​เมียน้อย​ของ​ผม​กลับ​มา ตัด​เป็น​ชิ้นๆ​ส่ง​ไป​ยัง​เขต​แดน​ทั้งหมด​ที่​เป็น​มรดก​ของ​คน​อิสราเอล เพราะ​พวก​มัน​ทำ​ให้​เกิด​เรื่อง​ชั่วร้าย​และ​น่า​อัปยศ​อดสู​ขึ้น​ใน​อิสราเอล 7 บัดนี้ พวก​ท่าน​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล ให้​ปรึกษา​กัน และ​สรุป​ว่า​จะ​เอา​ยังไง​ที่​นี่​แหละ”

8 คน​ทั้งหมด​ก็​ลุก​ขึ้น​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กัน​และ​พูด​ว่า “พวก​เรา​จะ​ไม่​กลับ​ไป​ที่​เต็นท์​ของ​เรา พวก​เรา​จะ​ไม่​กลับ​ไป​บ้าน​ของ​เรา 9 แต่​นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พวก​เรา​จะ​ทำ​ต่อ​กิเบอาห์ คือ​พวก​เรา​จะ​จับ​สลาก​กัน​เพื่อ​ขึ้น​ไป​ต่อสู้​กับ​มัน 10 เรา​จะ​เลือก​คน​จาก​ทุกๆ​เผ่า​ของ​อิสราเอล โดย​จะ​คัด​ออก​มา​สิบ​คน​จาก​ทุกๆ​หนึ่ง​ร้อย​คน และ​คัด​ออก​มา​หนึ่ง​ร้อย​คน​จาก​ทุกๆ​หนึ่ง​พัน​คน และ​คัด​ออก​มา​หนึ่ง​พัน​คน​จาก​ทุกๆ​หนึ่ง​หมื่น​คน เพื่อ​ให้​พวก​เขา​ไป​จัด​เตรียม​เสบียง​อาหาร​ให้​กับ​กองทัพ​ที่​จะ​ยก​ไป​เมือง​กิเบอาห์​ของ​คน​เบนยามิน เพื่อ​ที่​กองทัพ​นี้​จะ​ได้​ไป​ลงโทษ​คน​เหล่า​นั้น สำหรับ​สิ่ง​ที่​น่า​อัปยศ​อดสู​ทั้งสิ้น​ที่​พวก​เขา​ได้​ทำ​ไป​ใน​อิสราเอล”

11 ดังนั้น​ประชาชน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​พร้อม​ใจ​กัน​เป็น​หนึ่ง​เดียว​ไป​บุก​เมือง​นั้น 12 เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล​ก็​ได้​ส่ง​คน​ไป​ทั่ว​เผ่า​ของ​เบนยามิน​และ​ถาม​ว่า “ทำไม​จึง​มี​เรื่อง​ชั่วร้าย​อย่าง​นี้​เกิด​ขึ้น​ใน​ท่ามกลาง​พวก​เจ้า 13 ให้​ส่ง​ตัว​อันธพาล​พวก​นั้น​ที่​อยู่​ใน​เมือง​กิเบอาห์​ออก​มา​ให้​พวก​เรา​ประหาร​เดี๋ยวนี้ เพื่อ​กำจัด​สิ่ง​ชั่วร้าย​ออก​ไป​จาก​ประชาชน​อิสราเอล”

แต่​คน​เบนยามิน​ไม่​ยอม​ทำ​ตาม​ที่​พี่น้อง​อิสราเอล​ของ​เขา​ขอ 14 แล้ว​พวก​เบนยามิน​ได้​พา​กัน​ออก​มา​จาก​เมือง​ต่างๆ​ไป​รวม​ตัว​กัน​ที่​เมือง​กิเบอาห์ เพื่อ​สู้​รบ​กับ​ประชาชน​อิสราเอล 15 ใน​วัน​นั้น​พวก​คน​เบนยามิน​ได้​รวบรวม​ทหาร​ที่​ถือ​ดาบ​จาก​เมือง​ต่างๆ​ได้​สอง​หมื่น​หก​พัน​คน ยัง​ไม่​ได้​รวม​ชาว​เมือง​กิเบอาห์ ซึ่ง​รวบรวม​ได้​เจ็ด​ร้อย​คน​ที่​ได้รับ​การ​ฝึก​เป็น​พิเศษ 16 ใน​จำนวน​ทหาร​ทั้งหมด​นี้ มี​ทหาร​อยู่​เจ็ด​ร้อย​คน​ที่​ได้รับ​การ​คัด​เลือก​มา​เป็น​พิเศษ ซึ่ง​ได้รับ​การ​ฝึก​ให้​รบ​ด้วย​มือ​ซ้าย พวก​เขา​ทุก​คน​สามารถ​ใช้​สลิง​เหวี่ยง​ก้อน​หิน​ใส่​เส้น​ผม​ได้​โดย​ไม่​พลาด

17 ส่วน​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด ที่​ไม่​ได้​นับ​รวม​คน​เบนยามิน มี​ทั้งสิ้น​สี่​แสน​คน​ที่​เป็น​ทหาร​ถือ​ดาบ​และ​เชี่ยว​ชาญ​การ​รบ 18 พวก​อิสราเอล​ได้​เตรียม​พร้อม​และ​เดินทาง​ไป​ยัง​เมือง​เบธเอล​เพื่อ​ถาม​พระเจ้า​ว่า “ใคร​ใน​พวก​เรา​ควร​จะ​ขึ้น​ไป​รบ​กับ​พวก​เบนยามิน​ก่อน”

พระยาห์เวห์​ว่า “ให้​คน​ยูดาห์​ไป​ก่อน”

19 ดังนั้น​คน​อิสราเอล​จึง​ลุก​ขึ้น​ใน​ตอน​เช้า​และ​ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ใกล้​กับ​เมือง​กิเบอาห์ 20 คน​อิสราเอล​ก็​ออก​ไป​สู้​รบ​กับ​คน​เบนยามิน โดย​คน​อิสราเอล​ได้​วาง​กำลัง​คน​สู้​รบ​กับ​คน​เบนยามิน​ที่​เมือง​กิเบอาห์ 21 คน​เบนยามิน​ได้​ออก​มา​จาก​เมือง​กิเบอาห์ และ​ใน​วัน​นั้น​พวก​เขา​ได้​ฆ่า​ฟัน​คน​อิสราเอล​ล้ม​ตาย​ไป​สอง​หมื่น​สอง​พัน​คน

22 คน​อิสราเอล​ได้​ขึ้น​ไป​ร้องไห้​คร่ำครวญ​ต่อ​พระยาห์เวห์​จน​กระทั่ง​เย็น พวก​เขา​ถาม​พระยาห์เวห์​ว่า “พวก​เรา​ยัง​ควร​จะ​สู้​รบ​กับ​คน​เบนยามิน​พี่น้อง​ของ​เรา​อีก​หรือ​เปล่า”

พระยาห์เวห์​ตอบ​ว่า “ขึ้น​ไป​สู้​รบ​กับ​พวก​เขา​เถิด” คน​อิสราเอล​จึง​กลับ​มา​สู้​รบ​อีก​ครั้ง โดย​วาง​กำลัง​คน​เหมือน​กับ​ใน​วัน​แรก

24 คน​อิสราเอล​บุก​เข้า​ไป​สู้​รบ​กับ​คน​เบนยามิน​อีก​เป็น​วันที่​สอง 25 คน​เบนยามิน​ได้​ออก​จาก​เมือง​กิเบอาห์​มา​ปะทะ​กับ​พวก​เขา​ใน​วันที่​สอง และ​ได้​ฆ่า​คน​อิสราเอล​ล้ม​ตาย​ไป​อีก​หนึ่ง​หมื่น​แปด​พัน​คน ซึ่ง​เป็น​ทหาร​ที่​มี​ดาบ​ทั้งสิ้น

26 ดังนั้น​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​คือ​ทั้ง​กองทัพ​ก็​ได้​ขึ้น​ไป​ที่​เบธเอล และ​พวก​เขา​ได้​อด​อาหาร​นั่ง​ร้องไห้​กัน​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์​ตั้งแต่​เช้า​จน​เย็น พวก​เขา​ได้​ถวาย​พวก​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​บูชา​อื่นๆ​เพื่อ​คืนดี​กับ​พระยาห์เวห์ 27 แล้ว​พวก​อิสราเอล​ก็​ได้​ถาม​พระยาห์เวห์​ว่า (ใน​สมัย​นั้น​หีบ​แห่ง​ข้อตกลง​ของ​พระเจ้า​อยู่​ที่​นั่น 28 และ​ฟีเนหัส​ลูกชาย​ของ​เอเลอาซาร์ หลาน​ชาย​ของ​อาโรน ก็​เป็น​นักบวช​ยืน​รับใช้​อยู่​ต่อหน้า​หีบ​ใน​เวลา​นั้น) “พวก​เรา​ควร​จะ​ไป​สู้​รบ​กับ​คน​เบนยามิน​อีก​หรือ​เปล่า หรือ​ว่า​พวก​เรา​ควร​จะ​หยุด​ดี”

พระยาห์เวห์​ตอบ​ว่า “ยก​ไป​สู้​เถอะ พรุ่งนี้​เรา​จะ​ยก​พวก​เขา​ให้​ตก​อยู่​ใน​กำ​มือ​ของ​เจ้า”

29 คน​อิสราเอล​จึง​จัด​คน​แอบ​ซุ่ม​อยู่​รอบ​เมือง​กิเบอาห์ 30 คน​อิสราเอล​ก็​บุก​ไป​สู้​กับ​คน​เบนยามิน​เป็น​วันที่​สาม พวก​เขา​วาง​กำลัง​สู้​รบ​กับ​เมือง​กิเบโอน​เหมือน​วัน​ก่อน 31 เมื่อ​คน​เบนยามิน​ออก​มา​ปะทะ​กับ​กอง​กำลัง​อิสราเอล พวก​คน​เบนยามิน​ก็​ถูก​ดึง​ให้​ออก​ห่าง​จาก​เมือง พวก​เขา​ได้​โจม​ตี​และ​ฆ่า​ทหาร​อิสราเอล​บางคน​เหมือน​ครั้ง​ก่อนๆ​บน​ถนน​หลัก​ที่​จะ​ไป​สู่​เบธเอล และ​บน​ถนน​ที่​จะ​ไป​กิเบอาห์ รวมทั้ง​ใน​ที่​โล่ง คน​อิสราเอล​ถูก​ฆ่า​ตาย​ประมาณ​สาม​สิบ​คน 32 คน​เบนยามิน​คิด​ว่า “พวก​เรา​กำลัง​ชนะ​เหมือน​วัน​ก่อนๆ”

ส่วน​คน​อิสราเอล​พูด​ว่า “ให้​พวก​เรา​ถอย และ​ดึง​พวก​นั้น​ให้​ห่าง​ออก​มา​จาก​เมือง​ไป​ตาม​ถนน​ต่างๆ” 33 แล้ว​คน​อิสราเอล​ทุก​คน​ก็​ออก​จาก​ที่​ของ​ตน และ​ไป​วาง​กำลัง​รบ​ที่​บาอัล-ทามาร์ ส่วน​คน​อิสราเอล​ที่​แอบ​ซ่อน​อยู่​ก็​ออก​จาก​ที่​ซ่อน​ใกล้​เมือง​เกบา 34 ทหาร​อิสราเอล​ที่​ได้รับ​การ​คัด​เลือก​หนึ่ง​หมื่น​คน​ก็​เข้า​โจมตี​เมือง​กิเบอาห์ และ​การ​สู้​รบ​ก็​เป็น​ไป​อย่าง​ดุ​เดือด แต่​คน​เบนยามิน​ยัง​ไม่​รู้​ว่า​ความ​หายนะ​กำลัง​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​เขา

35 พระยาห์เวห์​ทำ​ให้​คน​เบนยามิน​พ่าย​แพ้​ต่อ​คน​อิสราเอล พวก​อิสราเอล​ได้​ฆ่า​คน​เบนยามิน​ตาย​สอง​หมื่น​ห้า​พัน​หนึ่ง​ร้อย​คน​ใน​วัน​นั้น ทุก​คน​เป็น​ทหาร​ที่​มี​ดาบ​ครบ​มือ 36 คน​เบนยามิน​จึง​รู้ตัว​ว่า​พวก​เขา​แพ้​แล้ว คน​อิสราเอล​แกล้ง​ถอย​ให้​คน​เบนยามิน เพราะ​พวก​เขา​หวัง​พึ่ง​กอง​ทหาร​ที่​ซุ่ม​อยู่​รอบ​เมือง​กิเบอาห์ 37 คน​ที่​ซุ่ม​อยู่​ก็​รีบ​บุก​เข้า​ไป​ใน​เมือง​กิเบอาห์​และ​ฆ่า​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​นั้น​ด้วย​ดาบ 38 พวก​อิสราเอล​ได้​ตกลง​กับ​พวก​ที่​ซุ่ม​โจมตี​ไว้​ว่า พวก​ซุ่ม​โจมตี​จะ​ส่ง​สัญญาณ​เป็น​ควัน​ไฟ​จาก​ใน​เมือง 39 แล้ว​คน​อิสราเอล​ก็​จะ​หัน​กลับ​มา​รบ เมื่อ​คน​เบนยามิน​เริ่ม​โจมตี​และ​ฆ่า​พวก​อิสราเอล​ตาย​ไป​ประมาณ​สาม​สิบ​คน คน​เบนยามิน​ก็​พูด​ว่า “แน่​นอน​ว่า พวก​เรา​จะ​ชนะ​พวก​เขา​อย่าง​ราบคาบ​เหมือน​กับ​การ​ต่อสู้​ครั้ง​แรก” 40 แต่​เมื่อ​สัญญาณ​ซึ่ง​เป็น​ควัน​พวยพุ่ง​ขึ้น​มา​จาก​ใน​เมือง คน​เบนยามิน​หัน​ไป​ดู​ข้างหลัง พวก​เขา​ก็​เห็น​ควัน​ไฟ​ลอย​อยู่​ใน​ท้องฟ้า​เหนือ​เมือง​ทั้ง​เมือง 41 แล้ว​คน​อิสราเอล​ก็​หัน​กลับ​มา​รบ คน​เบนยามิน​ก็​ตกใจ​กลัว เพราะ​พวก​เขา​รู้ตัว​ว่า ความ​หายนะ​ได้​ไล่​ตาม​พวก​เขา​ทัน​แล้ว 42 พวก​เขา​จึง​หันหลัง​หนี​คน​อิสราเอล​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร แต่​การ​รบ​ยัง​คง​ไล่​ตาม​พวก​เขา​ไป​อย่าง​ติดๆ แล้ว​คน​อิสราเอล​ที่​ออก​มา​จาก​ใน​เมือง​ก็​ได้​ฆ่า​พวก​เขา​ตาย​อยู่​ใน​ระหว่าง​กลาง​ทาง​นั้น 43 พวก​เขา​ก็​ได้​ล้อม​คน​เบนยามิน​ไว้ และ​ไล่​ตาม​พวก​เขา​จาก​เมือง​โนฮาห์+ 20:43 จาก​เมือง​โนฮาห์ หรือ แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “โดย​ไม่​ให้​หยุด​พัก” และ​บดขยี้​พวก​เขา​ไป​จน​ถึง​ทาง​ตะวันออก​ของ​เมือง​กิเบอาห์ 44 ทหาร​ชาว​เบนยามิน​ถูก​ฆ่า​ตาย​ไป​เป็น​จำนวน​หนึ่ง​หมื่น​แปด​พัน​คน ซึ่ง​ล้วนแต่​เป็น​นัก​รบ​ผู้​กล้า​หาญ​ทั้งสิ้น

45 เมื่อ​พวก​เบนยามิน​หัน​หนี​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​จน​ถึง​ก้อน​หิน​ของ​ริมโมน คน​อิสราเอล​ได้​ฆ่า​พวก​เขา​อีก​ห้า​พัน​คน​บน​ถนน​หลัก และ​ตาม​ไล่​ฆ่า​พวก​เขา​ไป​ถึง​กิโดม+ 20:45 ไป​ถึง​กิโดม หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “จน​พวก​เขา​โค่น​พวก​นั้น​ลง​จน​หมด”​ได้​อีก​สอง​พัน​คน

46 วัน​นั้น​ทหาร​เบนยามิน​ที่​มี​ดาบ​อยู่​ใน​มือ​สอง​หมื่น​ห้า​พัน​คน​ถูก​ฆ่า​ตาย ซึ่ง​เป็น​นัก​รบ​ผู้​กล้า​ทั้งสิ้น 47 แต่​มี​ผู้ชาย​หก​ร้อย​คน​ที่​หัน​หนี​ไป​ถึง​ถิ่น​ทุรกันดาร​จน​ถึง​ก้อน​หิน​ของ​ริมโมน และ​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น​ถึง​สี่​เดือน 48 คน​อิสราเอล​จึง​กลับ​ไป​สู้​รบ​กับ​คน​เบนยามิน​และ​ฆ่า​ชาว​เมือง ฝูง​สัตว์ และ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​พวก​เขา​เจอ แล้ว​เผา​เมือง​ทุก​เมือง​ที่​พวก​เขา​พบ​ทิ้ง​เสีย

21

หา​เมีย​ให้​กับ​คน​เบนยามิน

1 คน​อิสราเอล​ได้​สาบาน​กัน​ที่​มิสปาห์​ว่า “พวก​เรา​ทุก​คน​สาบาน​ว่า​จะ​ไม่​ยก​ลูกสาว​ให้​เป็น​เมีย​ของ​คน​เบนยามิน”

2 เมื่อ​ประชาชน​มา​ที่​เบธเอล พวก​เขา​ได้​นั่ง​ลง​ร้องไห้​เสียง​ดัง และ​ร้องไห้​ด้วย​ความ​ขมขื่น​ต่อหน้า​พระเจ้า​จน​ถึง​เย็น 3 พวก​เขา​พูด​ว่า “ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ทำไม​ถึง​ได้​เกิด​เรื่อง​อย่าง​นี้​ขึ้น​ใน​อิสราเอล จน​ทำ​ให้​วันนี้​คน​เผ่า​หนึ่ง​ต้อง​ถูก​ตัดขาด​ไป​จาก​อิสราเอล”

4 ใน​วัน​ต่อมา ประชาชน​ก็​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า และ​พวก​เขา​ได้​สร้าง​แท่น​บูชา​ขึ้น​ที่​นั่น แล้ว​พวก​เขา​ก็​ได้​ถวาย​พวก​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​บูชา​อื่นๆ​เพื่อ​คืนดี​กับ​พระเจ้า 5 คน​อิสราเอล​พูด​ว่า “มี​เผ่า​ไหน​บ้าง​ของ​อิสราเอล ที่​ไม่​ได้​ขึ้น​มา​ประชุม​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์” เพราะ​พวก​เขา​ได้​สาบาน​กัน​อย่าง​แข็ง​ขัน​ว่า​ใคร​ก็​ตาม​ที่​ไม่​ได้​ขึ้น​มา​อยู่​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์​ที่​มิสปาห์ คน​ผู้​นั้น​จะ​ต้อง​ถูก​ฆ่า

6 แต่​คน​อิสราเอล​ก็​สงสาร​คน​เบนยามิน​พี่น้อง​ของ​เขา พวก​เขา​จึง​พูด​ว่า “วันนี้​คน​เผ่า​หนึ่ง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​อิสราเอล​เสีย​แล้ว 7 เรา​จะ​ทำ​ยังไง​ดี​ที่​จะ​หา​เมีย​ให้​กับ​คน​เบนยามิน​ที่​เหลือ เพราะ​พวก​เรา​ได้​สาบาน​ไว้​กับ​พระยาห์เวห์​ว่า เรา​จะ​ไม่​ยก​ลูกสาว​ของ​พวก​เรา​ให้​เป็น​เมีย​ของ​พวก​เขา”

8 แล้ว​ชาว​อิสราเอล​ก็​ถาม​กัน​ว่า “มี​คน​ใน​เผ่า​ไหน​บ้าง​ของ​อิสราเอล ที่​ไม่​ได้​ขึ้น​มา​เฝ้า​พระยาห์เวห์​ที่​มิสปาห์” จริงๆ​แล้ว​ไม่​มี​คน​จาก​เมือง​ยาเบช-กิเลอาด​มา​ประชุม​ที่​ค่าย​เลย​สัก​คน​เดียว 9 เมื่อ​ประชาชน​ขาน​ชื่อ​กัน ไม่​มี​ชาว​เมือง​ยาเบช-กิเลอาด​อยู่​ที่​นั่น​เลย​สัก​คน​เดียว 10 ที่ชุมนุมชน​จึง​ได้​ส่ง​ทหาร​หนึ่ง​หมื่น​สอง​พัน​คน​ไป​ที่​นั่น และ​สั่ง​พวก​ทหาร​ว่า “ไป​ฆ่า​ชาว​เมือง​ยาเบช-กิเลอาด​ด้วย​ดาบ​ให้​หมด รวม​ทั้ง​ผู้หญิง​และ​เด็ก 11 ให้​พวก​เจ้า​ทำ​อย่าง​นี้ คือ พวก​เจ้า​จะ​ต้อง​ฆ่า​ผู้ชาย​ทุก​คน และ​ผู้หญิง​ทุก​คน​ที่​เคย​ร่วม​หลับนอน​กับ​ผู้ชาย​มา​แล้ว เหลือ​ไว้​แต่​หญิง​สาว​บริสุทธิ์​เท่านั้น” และ​พวก​เขา​ก็​ได้​ทำ​ตาม​นั้น+ 21:11 เหลือ​ไว้​แต่ … ทำ​ตาม​นั้น ประโยค​นี้​มี​อยู่​ใน​สำเนา​กรีก​เท่านั้น สำเนา​ฮีบรู​ไม่​มี​ประโยค​นี้12 พวก​เขา​ได้​พบ​หญิง​สาว​ชาว​เมือง​ยาเบช-กิเลอาด​สี่​ร้อย​คน​ที่​ยัง​บริสุทธิ์​ไม่​เคย​ร่วม​หลับนอน​กับ​ผู้ชาย​มา​ก่อน พวก​เขา​จึง​พา​พวก​เธอ​มา​ที่​ค่าย​ใน​ชิโลห์ ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน

13 แล้ว​ที่ชุมนุมชน​ทั้งหมด​ก็​ได้​ส่งข่าว​ไป​ให้​กับ​คน​เบนยามิน​ที่​อยู่​ที่​ก้อน​หิน​ริมโมน และ​ประกาศ​สงบศึก​กับ​พวก​เขา 14 แล้ว​คน​เบนยามิน​ก็​ได้​กลับ​มา ชาว​อิสราเอล​ก็​ได้​ยก​ผู้หญิง​ที่​พวก​เขา​ได้​ไว้​ชีวิต​จาก​พวก​ผู้หญิง​ที่​ยาเบช-กิเลอาด ให้​กับ​คน​เบนยาบิน แต่​ก็​มี​ผู้หญิง​ไม่​พอ

15 ประชาชน​สงสาร​คน​เบนยามิน เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​เผ่า​หนึ่ง​โหว่​หาย​ไป​ท่ามกลาง​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล 16 พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​ชุมนุมชน​ได้​พูด​ว่า “เรา​จะ​ทำ​ยังไง​ดี​เพื่อ​หา​เมีย​ให้​กับ​พวก​ผู้ชาย​ที่​เหลือ​อยู่ เพราะ​พวก​ผู้หญิง​ของ​เบนยามิน​ถูก​ฆ่า​ตาย​หมด​แล้ว” 17 พวก​เขา​ทั้งหลาย​พูด​ว่า “ขอ​ให้​ชาว​เบนยามิน​ที่​รอด​ตาย​พวก​นี้​ได้​สืบ​เชื้อ​สาย​ต่อ​ไป เพื่อ​เผ่า​นี้​จะ​ได้​ไม่​ถูก​ลบล้าง​ไป​จาก​อิสราเอล 18 แต่​เรา​ก็​ไม่​สามารถ​ยก​ลูกสาว​ให้​เป็น​เมีย​พวก​เขา​ได้” เพราะ​คน​อิสราเอล​ได้​สาบาน​ไว้​แล้ว​ว่า “ใคร​ก็​ตาม​ที่​ให้​ผู้หญิง​ไป​เป็น​เมีย​กับ​คน​เบนยามิน​จะ​ต้อง​ถูก​สาปแช่ง” 19 แล้ว​พวก​เขา​ก็​พูด​ว่า “ดู​สิ จะ​มี​เทศกาล​ประจำ​ปี เพื่อ​ถวาย​เกียรติ​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​ที่​ชิโลห์ ซึ่ง​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​เมือง​เบธเอล ไป​ทาง​ตะวันออก​ของ​ถนน​สาย​หลัก​จาก​เบธเอล​ถึง​เชเคม และ​อยู่​ทาง​ตอน​ใต้​ของ​เลโบนาห์”

20 เขา​จึง​แนะนำ​คน​เบนยามิน​ว่า “ให้​ไป​ซุ่ม​คอย​อยู่​ตาม​สวนองุ่น 21 เมื่อ​ลูกสาว​ชาว​ชิโลห์​ออก​มา​เต้นรำ​ใน​งาน​เต้นรำ พวก​เจ้า​ก็​ออก​มา​จาก​สวนองุ่น และ​เข้า​ไป​ฉุด​ลูกสาว​ของ​ชาว​ชิโลห์​ไป​เป็น​เมีย​ของ​พวก​เจ้า​แต่​ละ​คน แล้ว​ให้​กลับ​ไป​ที่​แผ่นดิน​เบนยามิน​ซะ” 22 เมื่อ​พ่อ​และ​พี่น้อง​ของ​พวก​เขา​มา​บ่น​ต่อ​พวก​เรา พวก​เรา​จะ​ตอบ​ว่า “สงสาร​คน​เบนยามิน​ด้วย​เถอะ คิด​ว่า​เห็นแก่​พวก​เรา​ก็​แล้ว​กัน ใน​ช่วง​สงคราม​นั้น พวก​เรา​ได้​ผู้หญิง​มา​ไม่​พอ​ให้​กับ​พวก​เขา และ​พวก​ท่าน​เอง​ก็​ไม่​ได้​ยก​ลูกสาว​ให้​กับ​พวก​เขา​ซะ​หน่อย เพราะ​ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น​พวก​ท่าน​ก็​จะ​มี​ความผิด”

23 แล้ว​คน​เบนยามิน​ก็​ทำ​ตาม​นั้น พวก​เขา​ก็​หา​เมีย​ของ​แต่​ละ​คน​จาก​พวก​นาง​เต้นรำ​ที่​พวก​เขา​ฉุด​มา แล้ว​พวก​เขา​ก็​จาก​ไป​และ​กลับ​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ที่​เป็น​มรดก​ของ​พวก​เขา และ​พวก​เขา​ก็​ได้​สร้าง​เมือง​ขึ้น​ใหม่​และ​ตั้ง​รกราก​อยู่​ที่​นั่น 24 หลังจาก​นั้น คน​อิสราเอล​ก็​ได้​แยก​ย้าย​กัน​จาก​ที่​นั่น​กลับ​ไป​ยัง​เผ่า​และ​ตระกูล​ของ​ตัวเอง ต่าง​ก็​จาก​ที่​นั่น​กลับ​ไป​ยัง​ที่ดิน​ที่​เป็น​มรดก​ของ​ตน

25 ใน​สมัย​นั้น คน​อิสราเอล​ยัง​ไม่มี​กษัตริย์ ทุกคน​ก็​เลย​ทำ​ตาม​อำเภอใจ​ของตน