อิสยาห์
คำนำ
อิสยาห์ แปลว่า “พระยาห์เวห์ช่วยกู้”
อิสยาห์เป็นผู้พูดแทนพระเจ้า เขาอาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็มในยูดาห์ (อาณาจักรฝ่ายใต้) เขาพูดแทนพระเจ้าเป็นเวลาหลายสิบปี ตั้งแต่ประมาณปี 738-701 ก่อน ค.ศ. หรืออาจจะหลังจากนั้น
หนังสืออิสยาห์มีทั้งคำกลอนที่ไพเราะมากและคำพูดที่ให้ความหวัง
บทที่ 1-39 เป็นเรื่องที่พระยาห์เวห์พูดกับชาวยูดาห์หลายปีก่อนที่พวกเขาจะถูกจับไปเป็นเชลยที่บาบิโลน ชาวยูดาห์ทำบาปด้วยการไปนมัสการพวกพระต่างชาติและพวกรูปเคารพที่ทำจากไม้และหิน พวกผู้นำของเขาก็ไปทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับพวกต่างชาติ พวกเขาไม่ไว้วางใจในพระเจ้าที่ช่วยกู้พวกเขาออกมาจากการเป็นทาสในอียิปต์ และยังทอดทิ้งกฎของโมเสสที่พระเจ้าให้กับบรรพบุรุษของพวกเขา พระเจ้าก็เลยลงโทษพวกเขาด้วยการส่งพวกศัตรูมาบุกและทำลายเมืองทั้งหลายของยูดาห์ และบทเหล่านี้จะเน้นเรื่องที่ว่า พระยาห์เวห์เป็นองค์ที่ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอล และเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ เมืองศิโยนหรือเมืองเยรูซาเล็มเป็นที่ตั้งของวิหารของพระยาห์เวห์ แต่พระองค์จะลงโทษเมืองเยรูซาเล็มเพื่อทำให้มันบริสุทธิ์จากบาปก่อนที่พระองค์จะช่วยกู้มันในที่สุด พระยาห์เวห์คาดหวังให้เชื้อพระวงศ์จากกษัตริย์ดาวิดไว้วางใจในพระองค์ไม่ใช่ไว้ใจในพวกพันธมิตรต่างชาติ และอิสยาห์ยังได้พูดถึงกษัตริย์ที่ดีพร้อมที่สืบเชื้อสายมาจากดาวิดที่จะมาปกครองในอนาคต
บทที่ 40-55 เป็นข่าวดีสำหรับคนของพระองค์ที่เป็นเชลยอยู่ในบาบิโลนว่า บาบิโลนจะถูกทำลายและพระเจ้าจะใช้กษัตริย์ไซรัสปล่อยคนของพระองค์กลับไปเมืองเยรูซาเล็ม (อสย. 44:28) เมืองเยรูซาเล็มและวิหารของพระเจ้าจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ และพระเจ้าจะสถิตอยู่บนภูเขาที่เมืองเยรูซาเล็มตั้งอยู่ เมื่อคำทำนายของพระยาห์เวห์เกี่ยวกับเมืองบาบิโลนและกษัตริย์ไซรัสเกิดขึ้นจริง จะทำให้เห็นว่าพระองค์อยู่เบื้องหลังสิ่งที่เกิดขึ้นกับชนชาติทั้งหลาย และพระองค์นั้นยิ่งใหญ่กว่าพระจอมปลอมที่ไร้น้ำยาทั้งหลายของชนชาติต่างๆ
บทที่ 56-66 เป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดกับชาวยูดาห์ หลังจากที่พวกเขาได้กลับมาสร้างเมืองเยรูซาเล็มและวิหารขึ้นมาใหม่ มีการเตือนคนเหล่านั้นในยูดาห์ที่เอาเปรียบคนยากจน หรือการเอาพิธีกรรมของศาสนาอื่นมาผสมผสานเข้ากับการนมัสการพระยาห์เวห์ แต่ก็มีคำสัญญาแห่งความหวังให้กับคนเหล่านั้นที่เป็นทาสที่สัตย์ซื่อของพระยาห์เวห์ รวมถึงคนต่างชาติที่มานมัสการพระองค์ด้วย เยรูซาเล็มจะได้มีความสุขกับความมั่งคั่งยิ่งใหญ่และเกียรติยศ พระองค์จะสร้าง “สวรรค์ใหม่และโลกใหม่” เพื่อคนของพระองค์จะได้อยู่กันอย่างมีความสุข
11 นี่คือนิมิตของอิสยาห์ลูกชายของอามอส ที่เขาเห็นเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็ม เขาเห็นนิมิตนี้ในช่วงสมัยที่อุสซียาห์+ 1:1 อุสซียาห์ เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ ในปี 767 ถึงประมาณปี 740 ก่อนพระเยซูมาเกิด โยธาม อาหัส+ 1:1 อาหัส เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ ในปี 735-727 ก่อนพระเยซูมาเกิด และเฮเซคียาห์+ 1:1 เฮเซคียาห์ เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ในปี 715-687 ก่อนพระเยซูมาเกิด เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์
พระเจ้าต่อต้านคนของพระองค์
2 ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก ฟังให้ดี
เพราะพระยาห์เวห์พูดว่า
“เราได้เลี้ยงดูลูกๆของเราและช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้น
แต่พวกเขากลับกบฏต่อเรา
3 วัวยังรู้จักเจ้าของมัน
ลาก็ยังรู้จักที่ที่เจ้าของมันเลี้ยงอาหารมัน
แต่คนอิสราเอลไม่รู้จักเรา
คนของเราไม่เข้าใจสิ่งที่เราทำให้กับเขา”
4 ไง ไอ้ชนชาติที่บาปหนา
ไอ้พวกคนที่หนักอึ้งไปด้วยความเลวร้าย
ไอ้พวกลูกหลานที่ชอบทำชั่ว
ไอ้พวกลูกๆที่ชอบคดโกง
ไอ้พวกที่ทิ้งพระยาห์เวห์ไป
ไอ้พวกที่ดูถูกองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอล
ไอ้พวกที่หันหลังให้กับพระองค์
5 ทำไมพวกเจ้าถึงหาเรื่องที่จะถูกเฆี่ยนตีอีก
ทำไมพวกเจ้าถึงยังคงกบฏต่อไป
ทั้งหัวก็ฟกช้ำไปหมด
ทั้งใจก็อ่อนเปลี้ยไปหมดแล้ว
6 ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีอะไรดีเลย
ฟกช้ำดำเขียว และมีแผลสดๆเต็มไปหมด
พวกเขายังไม่ได้บีบหนองทำความสะอาด
หรือเอาผ้าพันแผลไว้
หรือใส่น้ำมันให้มันทุเลาลง
7 แผ่นดินของพวกเจ้าถูกทำลาย
เมืองต่างๆถูกไฟเผา
คนต่างชาติได้กลืนกินแผ่นดินของพวกเจ้าไปต่อหน้าต่อตา
และมันก็ถูกทำลายไปเหมือนกับเมืองที่ถูกโค่นล้มลงโดยพวกคนต่างชาติ+ 1:7 ถูกโค่นล้มลงโดยพวกคนต่างชาติ ในที่นี้คงพูดถึงกองทัพอัสซีเรีย ที่บุกยูดาห์ ในปี 701 ก่อนพระเยซูมาเกิด
8 มีแต่เยรูซาเล็ม+ 1:8 เยรูซาเล็ม หรือแปลอีกอย่างหนึ่งได้ว่า “นางสาวศิโยน” เท่านั้นที่เหลืออยู่
เหมือนกับเพิงที่โดดเดี่ยวอยู่ในสวนองุ่น
เหมือนที่พักที่โดดเดี่ยวอยู่ในไร่แตงกวา
เธอเป็นเมืองที่ถูกศัตรูโอบล้อม
9 ถ้าพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
ไม่เหลือผู้รอดชีวิตไว้บ้าง
พวกเราก็คงถูกทำลายจนหมดเกลี้ยงไปแล้ว
เหมือนกับเมืองโสโดมและโกโมราห์+ 1:9 เมืองโสโดมและโกโมราห์ เป็นสองเมืองที่พระเจ้าทำลายเพราะคนชั่วร้ายมาก ดูเพิ่มเติมได้จาก หนังสือปฐมกาล 19
10 ไอ้พวกผู้นำของโสโดม ให้ฟังถ้อยคำของพระยาห์เวห์ไว้
ไอ้ชาวเมืองโกโมราห์ ให้ฟังคำสอนของพระเจ้าของเราให้ดี
11 พระยาห์เวห์พูดว่า “ทำไมพวกเจ้าถึงยังเอาเครื่องบูชามากมายพวกนี้มาถวายให้กับเรา
เราได้รับอย่างเหลือเฟือแล้ว
ทั้งพวกแกะตัวผู้ที่เผาบูชาทั้งตัว และไขมันของสัตว์ที่ขุนไว้จนอ้วนพี
เราไม่ชื่นชอบกับเลือดของพวกวัวผู้ ลูกแกะหรือแพะผู้
12 เมื่อพวกเจ้าเข้ามาอยู่ต่อหน้าเรา
ใครเรียกให้พวกเจ้าเอาสัตว์มากมายพวกนี้มาเหยียบย่ำลานวิหารของเรา
13 หยุดเอาเครื่องถวายที่ไร้สาระพวกนี้มาอีก
เราสะอิดสะเอียนเครื่องหอมที่เจ้าเผาให้กับเรา
เราทนไม่ไหวแล้วต่อเทศกาลข้างขึ้น+ 1:13 เทศกาลข้างขึ้น เป็นวันแรกของเดือนใหม่ของคนยิว เป็นวันสำคัญทางศาสนา วันหยุดทางศาสนา และการเรียกประชุมต่างๆของพวกเจ้า
การประชุมทางศาสนาพวกนี้ผสมไปด้วยความบาป
14 ใจของเราเกลียดเทศกาลข้างขึ้นและเทศกาลอื่นๆของพวกเจ้า
พวกมันได้กลายเป็นภาระหนักให้กับเรา เราแบกมันไว้จนเหนื่อยแล้ว
15 เมื่อเจ้ากางมือออกอธิษฐาน เราจะปิดตาของเรา
ถึงแม้เจ้าจะอธิษฐานมากมายขนาดไหน เราก็จะไม่ฟัง เพราะมือของเจ้าเปื้อนเลือด
16 ล้างตัวเองและทำตัวเองให้สะอาดซะ
เอาสิ่งชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำนั้นไปให้พ้น เอามันไปให้ไกลจากสายตาเรา หยุดทำชั่วซะ
17 ฝึกทำดี
ให้ความยุติธรรมกับคนอื่น
ช่วยกู้พวกที่ถูกกดขี่ข่มเหง
ปกป้องสิทธิให้กับเด็กกำพร้า
สู้คดีให้กับแม่ม่าย
18 พระยาห์เวห์พูดว่า มาสู้ความกันเถอะ
ถึงแม้พวกบาปของเจ้าจะแดงสด พวกมันก็อาจจะขาวเหมือนหิมะได้
ถึงแม้บาปพวกนั้นของเจ้าจะแดงเข้ม พวกมันก็อาจจะขาวเหมือนขนแกะได้
19 ถ้าพวกเจ้าจะยินยอมและเชื่อฟัง
เจ้าก็จะได้กินสิ่งดีๆจากแผ่นดินนี้
20 แต่ถ้าเจ้าไม่ยอมและกบฏ
เจ้าก็จะถูกศัตรูฆ่าฟัน
เพราะพระยาห์เวห์ได้ลั่นวาจาไปแล้ว”
เยรูซาเล็มไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า
21 เมืองที่เคยสัตย์ซื่อได้กลายเป็นโสเภณีไปแล้ว
เมืองเยรูซาเล็ม เคยเต็มไปด้วยความยุติธรรม
ความดีเคยพักอยู่ที่นั่น
แต่เดี๋ยวนี้ กลับกลายเป็นที่พักของพวกฆาตกรไปแล้ว
22 เงินของเจ้าได้กลายเป็นขี้เงินไปแล้ว
เหล้าองุ่นของเจ้าก็ได้ผสมน้ำเจือจางไปแล้ว
23 พวกผู้นำของเจ้าเป็นพวกกบฏที่ไปคบหากับพวกหัวขโมย
พวกเขาทุกคนรักสินบนและวิ่งตามของกำนัล
พวกเขาไม่ได้ให้ความยุติธรรมกับพวกเด็กกำพร้าพ่อและไม่ยอมฟังคดีความของแม่ม่าย
24 ดังนั้น พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้ทรงอำนาจของอิสราเอล พูดว่า
“ทีนี้ล่ะ ศัตรูของเราจะไม่ก่อปัญหาให้กับเราอีกแล้ว เพราะเราจะลงโทษพวกมันให้หมด
25 เราจะโจมตีเจ้า เราจะหลอมละลายเจ้า
และเราจะขจัดสิ่งเจือปนออกไปจากเจ้าให้หมด
26 แล้วเราจะให้พวกผู้พิพากษาที่ซื่อสัตย์กับเจ้าอีกครั้งหนึ่งเหมือนกับที่เจ้าเคยมี
และให้ที่ปรึกษาที่ดีกับเจ้าเหมือนที่เจ้าเคยมีในตอนแรก
และหลังจากนั้น เจ้าจะถูกเรียกว่า ‘เมืองที่ทำตามใจพระเจ้า เมืองแห่งความซื่อสัตย์’”
27 ศิโยนจะได้รับการไถ่ให้เป็นอิสระด้วยความยุติธรรม
และคนเหล่านั้นที่หันกลับมาหาพระยาห์เวห์ก็จะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระด้วยการทำตามใจพระเจ้า
28 แต่พวกที่กบฏและพวกคนบาปก็จะถูกขยี้ไปพร้อมๆกัน
และคนพวกนั้นที่ได้ละทิ้งพระยาห์เวห์ก็จะตาย
29 เพราะพวกเจ้าจะได้รับความอับอายเรื่องต้นโอ๊กศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเจ้าอยากได้นักหนานั้น
และพวกเจ้าจะต้องอับอายขายหน้ากับพวกสวนพิเศษที่พวกเจ้าบูชานั้น
30 เพราะเจ้าจะเป็นเหมือนต้นโอ๊กที่มีใบเหี่ยวเฉา
และเป็นสวนที่ไม่มีน้ำ
31 คนที่เข้มแข็งก็จะกลายเป็นเศษไม้จุดไฟ และงานของเขาจะเป็นเหมือนประกายไฟ
ทั้งสองอย่างก็จะไหม้ไปด้วยกันและจะไม่มีใครดับไฟนั้นได้
2ทุกชนชาติมุ่งสู่เยรูซาเล็ม
1 นี่คือข้อความที่อิสยาห์ลูกของอามอสได้รับ ผ่านทางนิมิตเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็ม
2 ในอนาคตนั้น ภูเขาที่วิหารของพระยาห์เวห์ตั้งอยู่จะถูกยกขึ้นให้สูงกว่าภูเขาทุกลูกและสูงกว่าเนินเขาทั้งหลาย
คนทุกชนชาติก็จะหลั่งไหลมาที่นั่น
3 จะมีชนชาติต่างๆมากมายพากันมาที่นั่น และพูดว่า
“ไปกันเถอะพวกเรา ขึ้นไปบนภูเขาของพระยาห์เวห์กัน ไปยังวิหารของพระเจ้าของยาโคบกันเถอะ
แล้วพระเจ้าจะได้สอนพวกเราถึงแนวทางต่างๆของพระองค์ และเราจะได้เดินในเส้นทางเหล่านั้นของพระองค์”
เพราะคำสอนของพระยาห์เวห์นั้นจะแพร่ออกไปจากศิโยนและถ้อยคำของพระยาห์เวห์ก็จะแพร่ออกไปจากเยรูซาเล็ม
4 พระองค์จะเป็นผู้ตัดสินระหว่างชนชาติทั้งหลาย
และพระองค์จะตัดสินข้อโต้แย้งให้กับคนหลายเชื้อชาติ
และชนชาติต่างๆจะตีดาบของพวกเขาให้เป็นใบมีดของคันไถและตีหอกของพวกเขาเป็นขอลิดกิ่งไม้
ชนชาติต่างๆจะไม่ยกดาบขึ้นต่อสู้กันอีก และพวกเขาจะไม่มีการฝึกทำสงครามกันอีกต่อไป
5 ครอบครัวของยาโคบ มาเถอะ
มาเดินในความสว่างของพระยาห์เวห์กัน
6 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ได้ทอดทิ้งครอบครัวของยาโคบซึ่งเป็นคนของพระองค์
เพราะพวกเขามีทั้งพวกหมอดูจากตะวันออก
และพวกผู้ทำนายอนาคตเต็มไปหมดเหมือนกับคนฟีลิสเตีย
และพวกเขาก็ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับคนต่างชาติ
7 ดินแดนของพวกเขามีเงินและทองเต็มไปหมดและมีทรัพย์สมบัติมากมายจนนับไม่ถ้วน
แผ่นดินของเขามีม้าเต็มไปหมดและมีรถรบม้ามากมายจนนับไม่ถ้วน
8 แผ่นดินของเขามีรูปเคารพเต็มไปหมด
พวกเขาก้มกราบสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมากับมือ เป็นสิ่งที่นิ้วพวกเขาเองได้สร้างขึ้นมา
9 อย่างนี้ คนพวกนี้ได้เสื่อมลงและถูกทำให้ตกต่ำ
ข้าแต่พระยาห์เวห์ อย่าได้ให้อภัยกับพวกมันเลย
10 รีบหลบเข้าไปอยู่ตามซอกหินและซ่อนอยู่ในรูในดินเพื่อให้พ้นจากความน่าสยองขวัญของพระยาห์เวห์
และรัศมีที่เปล่งออกมาจากฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์
11 สายตาที่เย่อหยิ่งจองหองของมนุษย์จะถูกทำให้ตกต่ำลงและคนที่หยิ่งยโสจะถูกทำให้ถ่อมตัวลง
ในวันนั้น จะมีแต่พระยาห์เวห์เท่านั้นที่จะได้รับการยกย่องสรรเสริญ
12 เพราะพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้กำหนดวันนั้นไว้แล้ว
ที่พระองค์จะต่อสู้กับทุกคนที่เย่อหยิ่งจองหอง หัวสูง และทุกคนที่ยกตัวขึ้น
(พระองค์จะทำให้คนพวกนี้ตกต่ำลง)
13 พระองค์จะต่อสู้กับทุกคนที่ยกตัวขึ้นราวกับเป็นต้นสนซีดาร์แห่งเลบานอนที่สูงส่งและถูกยกขึ้น
จะต่อสู้กับทุกคนที่ทำตัวราวกับเป็นต้นโอ๊กแห่งบาชาน+ 2:13 บาชาน เป็นบริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอิสราเอล
14 จะต่อสู้กับทุกคนที่ทำตัว
ราวกับเป็นภูเขาและเนินเขาสูง
15 จะต่อสู้กับทุกคนที่ทำตัว
ราวกับเป็นหอคอยสูงและกำแพงป้อมปราการ
16 จะต่อสู้กับทุกคนที่ทำตัว
ราวกับเป็นพวกเรือจากทารชิช+ 2:16 เรือจากทารชิช เป็นเรือสินค้าพิเศษ และเรือที่สวยงามทั้งหลาย
17 มนุษย์ที่เย่อหยิ่งจองหองจะถูกทำให้ถ่อมลง ความหยิ่งยโสของทุกคนจะถูกทำให้ตกต่ำลง
ในวันนั้น จะมีแต่พระยาห์เวห์เท่านั้นที่จะได้รับการยกย่องสรรเสริญ
18 แต่พวกรูปเคารพทั้งหลาย
จะหมดสิ้นไป
19 ผู้คนจะต้องเข้าไปหลบอยู่ตามถ้ำของซอกหินและซ่อนอยู่ในรูใต้ดินเพื่อให้พ้นจากความน่าสยองขวัญของพระยาห์เวห์
และรัศมีที่เปล่งออกมาจากฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์เมื่อพระองค์ยืนขึ้นเพื่อทำให้คนทั้งโลกกลัวจนตัวสั่น
20 ในวันนั้น ผู้คนจะโยนรูปเคารพที่พวกเขาทำขึ้นมากราบไหว้บูชากัน เป็นรูปเคารพที่ทำจากเงินและทอง
พวกเขาจะโยนมันทิ้งลงไปในรูของตัวตุ่นและในถ้ำของค้างคาว
21 แล้วพวกเขาก็จะไปหลบอยู่ตามถ้ำของซอกหิน
และตามรอยแตกของหินผา ไปให้พ้นจากความน่าสยองขวัญของพระยาห์เวห์
และรัศมีที่เปล่งออกมาจากฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์เมื่อพระองค์ยืนขึ้น เพื่อทำให้คนทั้งโลกกลัวจนตัวสั่น
22 อย่าได้หวังพึ่งในมนุษย์เลย
พวกเขาหายใจแค่ชั่วครู่ พวกเขาจะช่วยอะไรใครได้
3พระยาห์เวห์จะเอาทุกอย่างไปจากเยรูซาเล็มและยูดาห์
1 ดูนั่นสิ องค์เจ้าชีวิต คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
กำลังจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเยรูซาเล็มและยูดาห์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาพึ่งพาอาศัย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร และน้ำดื่ม
2 ไม่ว่าจะเป็นนักรบหรือทหาร ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา
หรือผู้พูดแทนพระเจ้า หรือ หมอดู หรือผู้นำอาวุโส
3 ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทหารห้าสิบคน หรือผู้มีหน้ามีตา หรือที่ปรึกษา
หรือพ่อมดผู้เก่งกาจ หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านเวทมนตร์คาถา
4 พระยาห์เวห์พูดว่า
“เราจะเอาพวกเด็กผู้ชายมาเป็นผู้นำของพวกเขาและจะเอาพวกเด็กโง่ๆมาปกครองเหนือพวกเขา
5 ผู้คนจะข่มเหงรังแกกันและกัน
ทุกคนก็จะข่มเหงรังแกเพื่อนบ้านของเขา
คนหนุ่มก็จะไม่ให้ความเคารพยำเกรงคนที่แก่กว่า
คนที่ไร้ค่าก็จะไม่ให้ความเคารพยำเกรงต่อคนที่มีเกียรติ”
6 บางคนถึงกับไปคว้าเอาญาติของพ่อมา และพูดว่า
“ไหนๆเจ้าก็ยังมีเสื้อคลุมตัวหนึ่ง มาเป็นผู้นำของเราเถอะ แล้วเจ้าจะได้ครอบครองซากปรักหักพังพวกนี้”
7 แต่ในวันนั้น เขาจะตอบว่า
“ผมไม่สามารถช่วยเหลือเยียวยาอะไรพวกท่านได้หรอก บ้านผมไม่มีแม้แต่อาหารและเสื้อคลุม อย่าตั้งให้ผมเป็นผู้นำประชาชนเลย”
8 เยรูซาเล็มได้สะดุดและยูดาห์ได้ล้มคว่ำ เพราะสิ่งต่างๆที่พวกเขาได้พูดและทำไปนั้น มันต่อต้านพระยาห์เวห์
พวกเขาได้กบฏต่อศักดิ์ศรีของพระเจ้า
9 พวกเขาแสดงสีหน้าอวดดี พวกเขาได้ประกาศความบาปของพวกเขาออกมาอย่างโจ่งแจ้งเหมือนเมืองโสโดม
พวกเขาไม่ได้ปกปิดมันเลย น่าละอายจริงๆ พวกเขาหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ
10 ให้บอกกับคนพวกนั้นที่ทำดีว่าพวกเขาจะได้ดี
เพราะพวกเขาจะได้กินผลกรรมดีที่พวกเขาทำนั้น
11 แต่คนชั่วนั้น น่าละอายจริงๆเขาจะได้รับสิ่งเลวร้าย
เพราะสิ่งที่มือพวกเขาได้ทำกับคนอื่นไว้ มันจะย้อนกลับมาหาพวกเขา
12 เด็กๆจะกดขี่ข่มเหงคนของเรา
พวกผู้หญิงจะปกครองเหนือคนของเรา
คนของเราเอ๋ย พวกผู้นำของเจ้าได้นำเจ้าออกนอกลู่นอกทาง
และทำให้ทางที่พวกเจ้าควรจะเดินนั้นสับสนไป
พระยาห์เวห์ตัดสินคนของพระองค์
13 พระยาห์เวห์ลุกขึ้นมาเพื่อ
ดำเนินคดีและตัดสินคนของพระองค์
14 พระยาห์เวห์เริ่มตัดสินพวกผู้นำอาวุโสและพวกเจ้านายของคนของพระองค์ พระองค์พูดว่า
“พวกเจ้านี่แหละ ที่ได้โกงกินสวนองุ่น และสิ่งของที่เจ้าปล้นมาจากคนจนก็ยังอยู่ในบ้านของพวกเจ้า
15 พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรไปบดขยี้คนของเรา และบดบี้หน้าคนจนเหล่านั้น”
พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิตผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดไว้ว่าอย่างนั้น
พระยาห์เวห์เตือนพวกผู้หญิงที่เย่อหยิ่งของศิโยน
16 พระยาห์เวห์พูดว่า “พวกผู้หญิงของศิโยนได้กลายเป็นคนเย่อหยิ่งจองหอง
พวกเขาเดินเชิดคอไปมา ชายตายั่วยวน เดินกระตุ้งกระติ้ง และส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งจากสร้อยข้อเท้า”
17 พระยาห์เวห์ก็เลยจะทำให้หัวของพวกผู้หญิงของศิโยนกลายเป็นชันนะตุ
และทำให้หน้าผากของพวกเขาโล้น+ 3:17 ทำให้หน้าผากของพวกเขาโล้น อาจจะเกิดจากศัตรูโกนหัวเขาให้อับอายขายหน้า
18 ในวันนั้นพระยาห์เวห์จะเอาของสวยๆงามๆทั้งหลายที่พวกเขาภูมิใจนักหนาไป อย่างเช่น พวกสร้อยข้อเท้า พวกสร้อยคอที่มีรูปร่างเหมือนดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ 19 พวกต่างหู พวกสร้อยข้อมือ ผ้าคลุมหน้า 20 ผ้าคาดผม สร้อยที่ดึงเท้าให้ชิดกัน ผ้าพันเอว และพวกน้ำหอม และพวกเครื่องรางของขลัง 21 พวกแหวนตราประทับ ห่วงใส่จมูก 22 พวกเสื้อใส่ในงานเทศกาล พวกเสื้อคลุม พวกผ้าคลุมไหล่ พวกกระเป๋าถือ 23 พวกกระจก เสื้อผ้าลินิน ผ้าโพกหัว และผ้าคลุมตัว
24 ในวันนั้นแทนที่จะมีน้ำหอมก็จะมีกลิ่นเหม็น
แทนที่จะมีผ้าคาดเอวสวยๆก็จะมีแค่เชือก
แทนที่จะมีทรงผมสวยงามก็จะหัวล้าน
แทนที่จะมีเสื้อคลุมหรูหราก็จะมีผ้ากระสอบ
และแทนที่จะสวยงาม ก็จะอับอาย
25 ในเวลานั้น พวกผู้ชายของเจ้าก็จะถูกดาบฆ่าฟัน
พวกนักรบผู้แข็งแกร่งของเจ้าก็จะถูกฆ่าตายในสงคราม
26 ตามประตูเมืองต่างๆของศิโยนจะมีแต่เสียงร้องไห้เศร้าโศกเสียใจ
เยรูซาเล็มจะเป็นเหมือนผู้หญิงที่นั่งอยู่กับพื้นสิ้นเนื้อประดาตัว
เพราะถูกปล้นไปหมดแล้ว
41 ในวันนั้นผู้หญิงเจ็ดคนจะยึดผู้ชายคนหนึ่งไว้ และพวกนางจะพูดว่า
“เราจะหาอาหารกินเองและเย็บเสื้อผ้าใส่เอง
ขอเพียงแต่ให้ท่านแต่งงานกับเรา
และให้พวกเราได้ใช้ชื่อของท่าน
เพื่อเราจะได้ไม่อับอายเพราะยังเป็นโสดอยู่”
พระยาห์เวห์ให้ความหวังกับคนของพระองค์
2 ในวันนั้น สิ่งที่พระยาห์เวห์ทำให้งอกขึ้นนั้นจะสวยงามตระการตาและผลผลิตที่เกิดขึ้นจากพื้นดินนั้นก็จะเป็นความภาคภูมิใจและเป็นศักดิ์ศรีของพวกที่ยังเหลือรอดอยู่ในอิสราเอล 3 ในเวลานั้นคนเหล่านั้นที่ยังเหลือรอดอยู่ในศิโยนคือเมืองเยรูซาเล็มนั้น ก็จะถูกเรียกว่า ผู้บริสุทธิ์ คือทุกคนที่พระเจ้าได้กำหนดไว้แล้วให้มีชีวิตอยู่ต่อไปในเยรูซาเล็ม 4 เมื่อพระยาห์เวห์ได้ล้างความสกปรกโสมมของพวกผู้หญิงในศิโยนและได้ชำระล้างเลือดออกจากเยรูซาเล็มด้วยพระวิญญาณแห่งการตัดสินอย่างยุติธรรมและพระวิญญาณแห่งการเผาไหม้ให้บริสุทธิ์ 5 แล้วเมื่อนั้น พระยาห์เวห์จะสร้างเมฆก้อนหนึ่งขึ้นมาในตอนกลางวันและควันและเปลวเพลิงในตอนกลางคืน+ 4:5 เมฆก้อนหนึ่ง … ในตอนกลางคืน ข้อนี้คล้ายกับเหตุการณ์ตอนที่พระเจ้านำและปกป้องคนของพระองค์ในทะเลทรายหลังออกมาจากอียิปต์ ดูเพิ่มเติมได้จาก หนังสืออพยพ 14:38 อยู่เหนือภูเขาศิโยนและอยู่เหนือที่ประชุมทั้งหลายของเมืองนั้นจะมีกระโจมอยู่เหนือสง่าราศีทั้งหมดนั้น 6 กระโจมนั้นจะใช้เป็นที่กำบังแสงแดดในตอนกลางวันและเป็นที่หลบภัยและเป็นที่กำบังตอนที่มีพายุฝน
5เพลงเกี่ยวกับอิสราเอลที่เป็นสวนองุ่นของพระเจ้า
1 ตอนนี้ผมขอร้องเพลงหนึ่งให้กับเพื่อนของผม+ 5:1 เพื่อนของผม คือ พระเจ้า เป็นเพลงเกี่ยวกับเขาและสวนองุ่นของเขา+ 5:1 สวนองุ่นของเขา คือ คนของพระองค์
เพื่อนของผมมีสวนองุ่นบนเนินเขาที่อุดมสมบูรณ์มาก
2 เขาเตรียมดินและโยนก้อนหินออกไปจนหมด
แล้วเขาก็ปลูกต้นองุ่นคุณภาพดีเลิศลงไปที่นั่น
เขาได้สร้างหอคอยเฝ้ามองกลางสวนนั้น
และเขาขุดบ่อย่ำองุ่นไว้ด้วย
เขาคาดหวังว่าสวนนี้จะออกลูกองุ่นรสดี
แต่มันกลับออกผลองุ่นเปรี้ยวมา
3 ดังนั้นเพื่อนคนนี้จึงพูดว่า “ตอนนี้ พวกเจ้าที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็มและพวกเจ้าคนยูดาห์
ให้ตัดสินเอาระหว่างเรากับสวนองุ่นของเรา
4 มีอะไรอีกหรือที่เราควรจะทำกับสวนองุ่นของเราแต่ยังไม่ได้ทำ
เราคาดหวังว่ามันจะออกลูกองุ่นรสดีแต่ทำไมมันกลับออกลูกเปรี้ยว
5 ตอนนี้เราจะบอกพวกเจ้าว่าเราจะจัดการยังไงกับสวนองุ่นนี้ของเรา
เราจะรื้อรั้วพุ่มหนามออก
สวนนี้จะถูกทำลายไป
เราจะรื้อกำแพงหินลง
สวนนี้ก็จะได้ถูกเหยียบย่ำ
6 เราจะให้มันเป็นที่ดินรกร้าง
จะไม่มีใครตัดแต่งกิ่งหรือพรวนดิน
จะมีทั้งหญ้าคาและหนามขึ้นเต็มไปหมด
และเราจะสั่งก้อนเมฆว่าอย่าปล่อยให้มีน้ำฝนตกลงมาบนมัน”
7 สวนองุ่นของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นนี้ ก็คือครอบครัวอิสราเอลนั่นเอง
ส่วนต้นองุ่น ที่พระองค์รักนี้ก็คือคนยูดาห์
พระองค์เฝ้ามองหาความยุติธรรมกลับเห็นแต่การนองเลือด
พระองค์เฝ้ามองหาการใช้ชีวิตที่ถูกต้องกลับได้ยินแต่เสียงร้องให้ช่วย
8 เฮ้ย ไอ้พวกเจ้าที่มีบ้านเพิ่มขึ้นหลังแล้วหลังเล่า
และมีที่ดินเพิ่มแล้วเพิ่มอีก
จนไม่เหลือที่ให้กับคนอื่นเขาอยู่กัน
มีแต่พวกเจ้าเท่านั้นที่อยู่กันในแผ่นดินนั้น
9 ผมได้ยิน พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้นได้สาบานไว้ว่า
“บ้านมากมายเหล่านี้จะถูกทำลายลงอย่างแน่นอนบ้านที่ใหญ่โตสวยงามเหล่านี้จะเป็นบ้านร้าง
10 สวนองุ่นตั้งยี่สิบห้าไร่แต่ผลิตเหล้าองุ่นได้นิดเดียว
หว่านเมล็ดข้าวสาลีไปตั้งหลายกระสอบแต่ผลิตเมล็ดข้าวได้นิดเดียว”+ 5:10 สวนองุ่น … ได้นิดเดียว ในข้อนี้แปลตรงๆได้ว่า “สวนองุ่นตั้งหนึ่งแอก (แอก คือ พื้นที่เท่ากับที่วัวสองตัวสามารถไถได้หมดภายในหนึ่งวัน) ผลิตเหล้าองุ่นได้แค่หนึ่งบัท (หนึ่งบัทเท่ากับยี่สิบสองลิตร) และเมล็ดข้าวสาลีหนึ่งโฮเมอร์ ให้ผลผลิตแค่หนึ่งเอฟาห์” (หนึ่งโฮเมอร์เท่ากับ สองร้อยยี่สิบลิตร ส่วนหนึ่งเอฟาห์เท่ากับยี่สิบสองลิตร)
11 เฮ้ย ไอ้พวกที่ตื่นเช้าเพื่อวิ่งตามหาเบียร์
และอยู่จนดึกดื่นจนกว่าจะเมาด้วยเหล้าองุ่น+ 5:11 เมาด้วยเหล้าองุ่น หรือ แปลจากต้นฉบับได้ว่า “จนกว่าเหล้าองุ่นจะเผาผลาญพวกเขา”
12 งานสังสรรค์ของพวกเจ้า มีพวกพิณเขาคู่ พิณใหญ่
กลองรำมะนา ขลุ่ย และเหล้าองุ่น
แต่พวกเจ้าไม่ได้ใส่ใจเลยถึงสิ่งที่พระยาห์เวห์ได้ทำ
และไม่ได้สังเกตเลยว่าพระองค์ได้ลงมือทำอะไรไปบ้าง
13 เพราะอย่างนี้ คนของเราก็จะถูกจับตัวไปเป็นเชลย
เพราะพวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เรากำลังทำอยู่
พวกบุคคลสำคัญ ก็จะหิวตาย
และพวกชาวบ้านธรรมดาๆก็จะหิวน้ำคอแห้งผาก
14 นั่นเป็นเหตุที่แดนคนตายถึงได้เปิดลำคอกว้าง มันอ้าปากซะกว้างจนวัดไม่ได้
ทั้งบุคคลสำคัญและชาวบ้านธรรมดาๆของเยรูซาเล็มก็จะต้องลงไป รวมทั้งพวกขี้เมาที่เอะอะโวยวายในงานเลี้ยง
15 ผู้คนจะก้มกราบลง ทุกคนจะถูกปราบลง
และคนที่มีแววตาเย่อหยิ่งจองหองก็จะถูกทำให้อับอายขายหน้า
16 แต่พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นจะได้รับการยกย่องสรรเสริญ
เพราะพระองค์ได้ตัดสินอย่างยุติธรรม
พระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์จะทำให้เห็นว่าพระองค์นั้นศักดิ์สิทธิ์
เพราะพระองค์ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
17 แล้วในเวลานั้น ลูกแกะก็จะเล็มหญ้าที่นั่นเหมือนกับเป็นทุ่งหญ้าของมันเอง
และลูกแพะก็จะกินหญ้าอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของพวกคนรวยนั้น
18 เฮ้ย ไอ้พวกที่ลากความผิดบาปของพวกเขาด้วยเชือกแห่งการโกหก
และลากความบาปด้วยเชือกลากเกวียน
19 พวกเจ้าพูดว่า “ให้พระเจ้ารีบๆหน่อย
ขอให้พระองค์ทำงานของพระองค์เร็วๆเพื่อพวกเราจะได้เห็นมัน
ขอให้แผนงานของพระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลสำเร็จในเร็วๆนี้
เพื่อเราจะได้รู้ว่าแผนนั้นเป็นยังไง”
20 เฮ้ย ไอ้พวกที่เรียกสิ่งชั่วร้ายว่าดีและสิ่งที่ดีว่าชั่วร้าย
ไอ้พวกที่พูดว่าความมืดเป็นความสว่างและความสว่างเป็นความมืด
ไอ้พวกที่ถือว่าความขมเป็นความหวานและความหวานเป็นความขม
21 เฮ้ย ไอ้พวกที่คิดว่าตัวเองฉลาด
ไอ้พวกที่มองว่าตัวเองแสนรู้
22 เฮ้ย ไอ้พวกแชมป์ในการดื่มเหล้าองุ่น
ไอ้พวกคนเก่งกล้าในการปรุงรสเบียร์ดื่ม
23 ไอ้พวกที่รับสินบนแล้วปล่อยคนผิดไป
และไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้บริสุทธิ์
24 เพราะอย่างนี้นี่เองลูกหลานของพวกเจ้าจะถูกทำลายเหมือนกับฟางที่ถูกไฟไหม้
เหมือนกับหญ้าแห้งที่ยุบลงในเปลวไฟ
ดังนั้นรากของพวกเจ้าก็จะเปื่อยเน่าไป
และดอกของพวกเจ้าก็จะตายและปลิวไปเหมือนฝุ่น
เพราะพวกเจ้าไม่ยอมเชื่อฟังคำสอนของพระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
และพวกเจ้าก็ดูถูกดูหมิ่นข่าวสารที่มาจากพระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอล
25 เพราะเหตุนั้น พระยาห์เวห์ถึงได้โกรธคนของพระองค์
และยกมือขึ้นฟาดพวกเขา
ภูเขาทั้งหลายต่างพากันสะเทือนสะท้าน
และมีศพเกลื่อนกลาดกลางถนนเหมือนขยะ
แต่ถึงจะเกิดเรื่องเหล่านี้ก็ตามพระยาห์เวห์ก็ยังไม่หายโกรธอยู่ดี
และมือของพระองค์ก็ยังคงเงื้อขึ้นมาฟาด
พระเจ้าจะนำกองทัพมาลงโทษอิสราเอล
26 พระองค์ได้ส่งสัญญาณให้กับชนชาติหนึ่งที่อยู่ห่างไกล
และพระองค์ได้ผิวปากให้พวกเขามาจากสุดปลายแผ่นดินโลก
ดูสิ พวกเขามาอย่างรวดเร็ว ว่องไว
27 ในพวกนั้น ไม่มีใครที่เหน็ดเหนื่อยหรือล้มลง
ไม่มีใครที่ง่วงนอนหรืองีบหลับไป
ไม่มีแม้แต่เข็มขัดสักเส้นที่หลวมหลุด
ไม่มีแม้แต่สายรัดรองเท้าสานสักเส้นที่ขาดไป
28 ลูกธนูของพวกเขาก็แหลมคม
คันธนูทั้งหมดก็โก่งพร้อมยิง
กีบม้าของพวกเขาก็เหมือนกับหินเหล็กไฟ
และล้อรถรบก็เร็วเหมือนพายุหมุน
29 เสียงคำรามของพวกเขาก็เหมือนสิงโต
พวกเขาคำรามเหมือนพวกสิงห์หนุ่ม
พวกเขาคำรามและตะครุบเหยื่อของพวกเขา
และขนเหยื่อพวกนั้นไป ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเหยื่อเหล่านั้น
30 ในวันนั้น พวกศัตรูจะคำรามเหนืออิสราเอล
เหมือนกับเสียงร้องกึกก้องของคลื่นในทะเล
และเมื่อคนหนึ่งมองเข้าไปในแผ่นดิน
ก็จะเห็นแต่ความมืดและความเจ็บปวดรวดร้าว
และหมู่เมฆนั้นก็ได้บดบังแสงสว่างไปจนมืดมิด
6พระยาห์เวห์เรียกอิสยาห์มาเป็นผู้พูดแทนพระองค์
1 ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์+ 6:1 อุสซียาห์ เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ ปกครองอยู่ในปี 767 ถึงประมาณปี 740 ก่อนพระเยซูมาเกิดตาย ผมได้เห็นองค์เจ้าชีวิตนั่งอยู่บนบัลลังก์อันสูงส่ง และส่วนปลายของเสื้อคลุมยาวของพระองค์นั้นปกคลุมพื้นวิหารไปหมด 2 มีพวกทูตสวรรค์เสราฟ+ 6:2 พวกทูตสวรรค์เสราฟ เป็นทูตสวรรค์พิเศษ ชื่อนี้อาจจะหมายถึงว่า พวกเขาสว่างจ้าเหมือนไฟ ยืนเฝ้าอยู่รอบๆพระองค์ ทูตเสราฟแต่ละองค์มีปีกหกปีก สองปีกปิดหน้าเอาไว้ และอีกสองปีกปิดเท้า+ 6:2 เท้า หรือ อาจจะเป็นอวัยวะเพศ ของพวกเขา และสองปีกที่เหลือเอาไว้บิน 3 พวกทูตสวรรค์ ต่างก็กำลังร้องต่อกันและกันว่า
“ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
ทั่วโลกเต็มไปด้วยรัศมีของพระองค์”
4 รากฐานและธรณีประตูต่างๆสั่นสะเทือนเพราะเสียงร้องของพวกทูตสวรรค์นั้น และวิหารก็เต็มไปด้วยควัน+ 6:4 ควัน แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าสถิตอยู่ในวิหาร ดูหนังสืออพยพ 40:34-35
5 และผมก็พูดว่า “น่าละอายจริงๆผมจะต้องถูกทำลายแน่ๆ+ 6:5 ผมจะต้องถูกทำลายแน่ๆ หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ผมจะต้องเงียบๆไว้” เพราะผมเป็นคนที่มีริมฝีปากที่ไม่สะอาดในสายตาพระเจ้า และผมก็อาศัยอยู่ท่ามกลางคนที่มีริมฝีปากที่ไม่สะอาดเหมือนกัน แต่ดวงตาผมกลับได้เห็นกษัตริย์ คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น”
6 แล้วทูตเสราฟองค์หนึ่งก็บินมาหาผม และมีถ่านหินร้อนๆที่ท่านได้เอาคีมคีบมาจากแท่นบูชา 7 แล้วท่านก็เอามันมาแตะที่ริมฝีปากผม และพูดว่า “ดูสิ ถ่านหินร้อนๆนี้ได้แตะที่ริมฝีปากของเจ้าแล้ว และความผิดของเจ้าก็ได้ถูกขจัดไปแล้ว ความบาปของเจ้าก็ถูกลบไปแล้ว”
8 และผมก็ได้ยินเสียงขององค์เจ้าชีวิตพูดว่า “เราจะส่งใครไปดี ใครจะไปแทนพวกเรา”
แล้วผมก็ตอบว่า “ข้าพเจ้าอยู่นี่ครับ ส่งข้าพเจ้าไปเถิด”
9 แล้วพระองค์ก็พูดว่า “ไปบอกกับคนพวกนี้ว่า
‘ฟังไปเรื่อยๆแต่อย่าเข้าใจ
ดูต่อไปเรื่อยๆแต่อย่ารู้เรื่อง’
10 ไปทำให้จิตใจของคนพวกนี้ทึบไป
และทำให้หูของพวกเขาตึง
และทำให้ตาของพวกเขาปิดสนิท
ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะเห็นด้วยตาของพวกเขา
และได้ยินกับหูของพวกเขา
และเข้าใจด้วยจิตใจของพวกเขา
และหันกลับมาหาเรา และได้รับการรักษา”
11 แล้วผมก็ถามว่า “องค์เจ้าชีวิต จะให้ข้าพเจ้าทำอย่างนี้ไปนานแค่ไหนครับ”
พระองค์ตอบว่า
“ทำอย่างนี้ไปจนกว่าเมืองต่างๆจะถูกทำลาย
จนไม่หลงเหลือใครอยู่ในเมืองพวกนั้นอีก
จนไม่มีใครเหลืออยู่ตามบ้านเรือนต่างๆ
และจนกว่าแผ่นดินจะถูกทำลายจนร้างไป
12 และจนกว่าพระยาห์เวห์จะส่งประชาชนออกไปแดนไกล
และแผ่นดินก็ถูกทอดทิ้งไปเกือบหมด
13 ถึงแม้จะเหลือคนอยู่ที่นั่นแค่สิบเปอร์เซ็นต์
แผ่นดินก็ยังจะถูกเผาอีก
แต่เหมือนกับต้นโอ๊กหรือต้นสนที่เมื่อถูกโค่นจนเหลือแต่ตอ
แผ่นดินนี้จะมีตอซึ่งก็คือเมล็ดศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถแตกออกมาได้อีก”
7อารามก่อปัญหาให้กับยูดาห์
1 ในช่วงที่อาหัส+ 7:1 อาหัส เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ ในช่วงปี 735-727 ก่อนพระเยซูมาเกิด ลูกของโยธาม ที่เป็นลูกของอุสซียาห์+ 7:1 อุสซียาห์ เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ ในช่วงปี 767-740 ก่อนพระเยซูมาเกิด ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ของยูดาห์ กษัตริย์เรซีนของอาราม+ 7:1 กษัตริย์เรซีนของอาราม ปกครองประมาณปี 740-731 ก่อนพระเยซูมาเกิด และเปคาห์ลูกของเรมาลิยาห์เป็นกษัตริย์ของอิสราเอล ทั้งเรซีนและเปคาห์ได้บุกขึ้นไปโจมตีเมืองเยรูซาเล็ม แต่ไม่สามารถเอาชนะเมืองนั้นได้ 2 กษัตริย์อาหัสของยูดาห์+ 7:2 กษัตริย์อาหัสของยูดาห์ หรือ แปลตามต้นฉบับได้ว่า “ครอบครัวของดาวิด” หรือครอบครัวแห่งยูดาห์ พระเจ้าสัญญาว่า จะมีคนจากครอบครัวของดาวิดได้เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ ได้รับรายงานเรื่องนี้ว่า อารามได้ตั้งค่ายอยู่ในเขตแดนของเอฟราอิม กษัตริย์อาหัสและคนของพระองค์ก็กลัวจนตัวสั่น เหมือนต้นไม้ในป่าที่ถูกลมพัดสั่นไหวไปมา
3 พระยาห์เวห์พูดกับอิสยาห์ว่า “ให้เจ้าและเชอารยาชูบ+ 7:3 เชอารยาชูบ ชื่อนี้หมายถึง “จะมีไม่กี่คนกลับมา” ลูกของเจ้า ออกไปหาอาหัส ตรงบริเวณปลายรางน้ำของสระด้านบน ตรงถนนที่มุ่งไปยังทุ่งของคนซักผ้าใหม่ 4 ให้บอกกับอาหัสว่า ‘ระวังตัวให้ดี และใจเย็นๆไม่ต้องกลัว และไม่ต้องใจฝ่อไป เรื่องสองคนนั้นที่ตอนนี้เป็นเหมือนเศษดุ้นฟืนสองดุ้นที่ใกล้จะมอดแล้ว ไม่ต้องไปกลัวที่เรซีน อาราม และเปคาห์ลูกของเรมาลิยาห์โกรธแค้นเจ้า 5 หรือที่อาราม พร้อมกับเอฟราอิม และเปคาห์ลูกของเรมาลิยาห์ ได้วางแผนต่อต้านเจ้า และพูดกันว่า 6 “พวกเราไปบุกยูดาห์กันเถอะ ไปทำให้มันขวัญหนีดีฝ่อ และเอาชนะมัน แล้วตั้งลูกของทาเบเอลขึ้นเป็นกษัตริย์ที่นั่น”’”
7 พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูดว่า
“แผนของพวกมันจะไม่สำเร็จ
และมันจะไม่เกิดขึ้นตามนั้น
8 เพราะหัวของอารามก็เป็นแค่เมืองดามัสกัสนั่น
และหัวของดามัสกัสก็เป็นแค่ไอ้เรซีนนั่น
(ภายในหกสิบห้าปี เอฟราอิมจะถูกทำลายแตกเป็นชิ้นๆจนไม่เป็นชนชาติอีกต่อไป)
9 ส่วนหัวของเอฟราอิมก็เป็นแค่เมืองสะมาเรีย
และหัวของเมืองสะมาเรียก็เป็นแค่ไอ้ลูกของเรมาลิยาห์คนนั้น
ถ้าเจ้าไม่ยืนหยัดในพระเจ้า
เจ้าก็จะไม่มีทางยืนอยู่ได้เลย”
อิมมานูเอล พระเจ้าอยู่กับเรา
10 พระยาห์เวห์พูดกับอาหัสอีกครั้งว่า 11 “ขอเราพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าให้ทำอะไรก็ได้ที่พิสูจน์ว่าที่เราพูดนั้นเป็นจริง ขอมาเลย อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะมาจากที่ลึกของแดนผู้ตาย หรือมาจากที่สูงถึงฟ้าสวรรค์”
12 แต่อาหัสตอบว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ขอหรอกครับ ข้าพเจ้าจะไม่ทดสอบพระยาห์เวห์”
13 แล้วอิสยาห์ก็พูดว่า “อย่างนั้น ฟังให้ดี ครอบครัวของดาวิด ที่เจ้าทำให้มนุษย์หมดความอดทนนั้นยังไม่พออีกหรือ ยังจะต้องมาทำให้พระเจ้าของผมหมดความอดทนไปด้วยหรือ 14 เพราะอย่างนี้แหละ องค์เจ้าชีวิตเองจะให้สิ่งที่พิสูจน์กับเจ้า
ดูนะ หญิงสาวคนนั้น+ 7:14 หญิงสาวคนนั้น ในสำเนากรีกโบราณ แปลว่า “หญิงพรหมจารี”
ตั้งท้องอยู่
และกำลังจะคลอดลูกชาย
เธอจะตั้งชื่อลูกว่า อิมมานูเอล+ 7:14 อิมมานูเอล แปลว่า “พระเจ้าสถิตอยู่ด้วย”
15 เด็กคนนั้นจะกินเนยและน้ำผึ้ง+ 7:15 กินเนยและน้ำผึ้ง หมายถึงอาหารอ่อน ส่วนใหญ่ให้เด็กทารกหรือเด็กที่เพิ่งหย่านมกินกัน
จนถึงเวลาที่เขาเริ่มปฏิเสธอาหารที่ไม่ชอบ
และเลือกอาหารที่ชอบ+ 7:15 ปฏิเสธ … ที่ชอบ หรือแปลตรงๆได้ว่า “ปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ดีและเลือกในสิ่งที่ดี”
16 เพราะก่อนที่เด็กจะเริ่มปฏิเสธอาหารที่ไม่ชอบ
และเลือกอาหารที่ชอบเป็น
แผ่นดินของกษัตริย์สององค์นั้นที่ท่านกลัว
ก็จะถูกทิ้งให้รกร้างไปแล้ว
17 แต่พระยาห์เวห์จะนำวันเวลาแห่งความเดือดร้อนมาให้กับเจ้ากับคนของเจ้าและกับครอบครัวของเจ้าอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่เอฟราอิมแยกออกมาจากยูดาห์ พระยาห์เวห์จะนำกษัตริย์อัสซีเรีย+ 7:17 อัสซีเรีย เป็นชนชาติที่มีอำนาจ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอิสราเอล มาต่อสู้กับเจ้า”
18 ในวันนั้น พระยาห์เวห์จะผิวปากเรียกแมลงวันตัวนั้น ที่อยู่ตามต้นน้ำทั้งหลายของลำธารต่างๆของอียิปต์ และจะผิวปากเรียกผึ้งตัวนั้นที่อยู่ในแผ่นดินของอัสซีเรีย 19 แมลงวันและผึ้งพวกนั้น ก็จะมาตั้งค่ายอยู่ในหุบเขาลึก ตามถ้ำตามหน้าผาต่างๆตามพงหนามและตามหลุมน้ำต่างๆ 20 ในวันนั้น องค์เจ้าชีวิตจะโกนหัวเจ้าและขนที่เท้า+ 7:20 เท้า อาจจะพูดให้ไพเราะ แทน “อวัยวะเพศ”+ 7:20 โกนหัวเจ้าและขนที่เท้า เป็นการทำให้คนนั้นอับอายขายหน้า ดูตัวอย่างได้จาก 2 ซามูเอล 10:4-5; อิสรายาห์ 3:17 ด้วยมีดโกนที่เช่ามาจากอีกฝั่งของแม่น้ำยูเฟรติสคือกษัตริย์อัสซีเรียนั่นเอง
21 ในวันนั้น คนหนึ่งจะเหลือได้แค่วัวสาวตัวหนึ่งและแพะสองตัว 22 และเพราะพวกมันให้นมจำนวนมาก คนนั้นก็เอามาทำเนยกิน คนที่ยังคงเหลืออยู่ในแผ่นดินนั้นก็จะกินเนยและน้ำเชื่อมผลไม้ 23 ในวันนั้น สวนองุ่นที่เคยมีเถาองุ่นหนึ่งพันเถาที่มีค่าหนึ่งพันเหรียญเงิน จะมีหญ้าคาและหนามขึ้นรกไปหมด 24 คนก็จะเอาธนูและลูกธนูเข้าไปล่าสัตว์ที่นั่น เพราะทั้งแผ่นดินก็มีแต่พงหญ้าและหนามขึ้นเต็มไปหมด 25 คนจะไม่ขึ้นไปตามเนินเขาพวกนั้นที่เคยมีการถางด้วยจอบอีกต่อไป เพราะจะกลัวความรกของพงหญ้าและหนาม มันจะกลายเป็นที่สำหรับปล่อยฝูงสัตว์ไปหากินและให้ฝูงแพะแกะไปเหยียบย่ำ
8อัสซีเรียจะมาบุกในเร็วๆนี้
1 พระยาห์เวห์พูดกับผมว่า “ให้เอาแผ่นดินเหนียว+ 8:1 แผ่นดินเหนียว หรือ “แผ่นหนัง” แผ่นใหญ่มาแผ่นหนึ่งแล้วเอาปากกาปลายแหลมที่คนใช้กันทั่วไป+ 8:1 ปากกาปลายแหลมที่คนใช้กันทั่วไป หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เขียนคำสอนนี้ลงไปแบบง่ายๆชัดเจน” เขียนลงไปว่า ‘มาเฮอร์ชาลาลหัชบัส’”+ 8:1 มาเฮอร์ชาลาลหัชบัส ชื่อนี้หมายถึง “จะมีการปล้นสะดมและชิงทรัพย์เกิดขึ้นเร็วๆนี้”
2 แล้วผมก็ได้เอาอุรียาห์ที่เป็นนักบวช และเศคาริยาห์ลูกของเยเบเรคียาห์ มาเป็นพยานที่เชื่อถือได้ว่าผมเขียนอย่างนั้น 3 จากนั้นผมก็เข้าไปร่วมหลับนอนกับเมียผมหญิงที่เป็นผู้พูดแทนพระเจ้านั้น และนางก็ตั้งท้องและคลอดลูกชาย แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า “ตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่า มาเฮอร์ชาลาลหัชบัส” 4 ก่อนที่เด็กจะร้องเรียกพ่อจ๋า แม่จ๋าได้นั้น ทหารอัสซีเรียก็จะมาขนเอาทรัพย์สมบัติของเมืองดามัสกัสและริบเอาความร่ำรวยของเมืองสะมาเรีย+ 8:4 สะมาเรีย เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลฝ่ายเหนือ ไปให้กับกษัตริย์อัสซีเรีย
5 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมอีกว่า 6 “คนพวกนี้ไม่ยอมรับน้ำที่ไหลเรื่อยๆจากทางส่งน้ำแห่งชิโลอาห์+ 8:6 ชิโลอาห์ ท่อส่งน้ำที่ไหลไปทางทิศใต้ น้ำไหลมาจากน้ำพุกิโหน ทางทิศตะวันออกของเยรูซาเล็ม แต่กลับไปชื่นชมเรซีน และเปคาห์ลูกของเรมาลิยาห์ 7 เพราะอย่างนั้น ดูไว้ให้ดี เราผู้เป็นองค์เจ้าชีวิต กำลังจะนำกษัตริย์ของอัสซีเรียมาพร้อมกับกำลังอันเกรียงไกรของเขา มาต่อสู้กับพวกเจ้า มันจะเป็นเหมือนกับน้ำที่ไหลทะลักมาจากแม่น้ำยูเฟรติส ที่ท่วมท้นลำคลองต่างๆและริมฝั่งทั้งหมดของพวกมัน 8 มันจะไหลเข้าไปในยูดาห์ และท่วมทุกสิ่งทุกอย่าง และไหลต่อไปเรื่อยๆจนสูงถึงคอ” แต่พระองค์จะกางปีก+ 8:8 พระองค์จะกางปีก อาจจะแปลได้ว่า “กำลังของอัสซีเรีย” ออกปกคลุมแผ่นดินทั้งหมดของเจ้า อิมมานูเอล+ 8:8 อิมมานูเอล แปลว่า “พระเจ้าสถิตอยู่ด้วย”
9 ชนชาติทั้งหลาย รวมตัวกันไว้
และให้หวาดกลัว
ฟังไว้ให้ดี พวกเจ้าทั้งหมดที่อยู่ในดินแดนที่ห่างไกลออกไป
เตรียมตัวออกรบและให้หวาดกลัวไว้
เตรียมตัวออกรบและให้หวาดกลัวไว้
10 วางแผนกันไปเลยแต่จะไม่สำเร็จหรอก ออกคำสั่งไปเลยแต่จะไร้ผล
เพราะพระเจ้าอยู่กับเรา
พระเจ้าเตือนอิสยาห์
11 พระยาห์เวห์พูดกับผม ในขณะที่มือของพระองค์จับผมไว้ และยับยั้งผมไว้ไม่ให้ไปตามทางของคนพวกนี้ พระองค์พูดว่า 12 “สิ่งที่คนพวกนี้เรียกว่าเป็นการวางแผนกบฏ ก็อย่าไปเรียกอย่างนั้นตามพวกมัน และเจ้าก็ไม่ต้องไปกลัวในสิ่งที่พวกมันกลัวหรอก หรือไปยำเกรงอย่างนั้น 13 มีแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นเท่านั้น ที่เจ้าควรจะถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ให้พระองค์เป็นผู้ที่พวกเจ้าเกรงกลัว และให้พระองค์เป็นผู้ที่พวกเจ้ายำเกรง 14 แล้วพระองค์จะเป็นที่ลี้ภัยสำหรับเจ้า แต่สำหรับครอบครัวของอิสราเอลและครอบครัวของยูดาห์แล้ว พระองค์จะเป็นเหมือนก้อนหินที่ทำให้พวกเขาสะดุด เป็นศิลาที่ทำให้พวกเขาล้มลง และพระองค์จะเป็นกับดักและตาข่ายต่อคนที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม 15 พวกเขาจำนวนมากจะสะดุดแล้วก็ล้มแตกหัก และพวกเขาจะติดกับดักและถูกจับไป”
16 อิสยาห์พูดว่า “ให้มัดคำพยานนี้ไว้ให้ดี และให้ปิดผนึกคำสั่งสอนนี้ แล้วเก็บไว้กับพวกลูกศิษย์ของผม” 17 ผมจะรอคอยพระยาห์เวห์ พระองค์ได้แอบใบหน้าของพระองค์เองไปจากครอบครัวของยาโคบ แต่ผมจะมีความหวังในพระองค์
18 ดูสิ ผมอยู่นี่พร้อมกับลูกๆที่พระยาห์เวห์ได้ให้กับผม พวกเราเป็นเครื่องเตือนใจและรางบอกเหตุต่างๆในอิสราเอล พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้ที่อาศัยอยู่บนภูเขาศิโยนได้ส่งพวกเรามา
19 เมื่อมีคนมาบอกกับพวกเจ้าว่า “ไปปรึกษากับพวกคนทรงเจ้าและพวกหมอดู ที่กระซิบเบาๆและพึมพำอยู่ในลำคอ แต่ละชนชาติน่าจะไปปรึกษากับพวกพระของเขาไม่ใช่หรือ น่าจะไปปรึกษากับคนตายให้กับคนเป็นไม่ใช่หรือ”
20 เจ้าควรนึกถึงคำสั่งสอนและคำพยานนั้นต่างหาก ถ้าพวกคนทรงเจ้าและพวกหมอดูนี้พูดไม่ตรงกับที่ผมพูด พวกเขาก็จะไม่มีวันเจอกับความสว่าง
21 พวกเขาจะเดินไปมาในแผ่นดิน ด้วยความทุกข์และความหิวโหย+ 8:21 เขา … หิวโหย หรือแปลได้อีกอย่างว่า “เปคาห์ผ่านเข้าไปในแผ่นดิน ด้วยความโหดร้ายและหิวโหย” เมื่อเขาหิวโหยและโกรธ เขาก็จะเงยหน้าขึ้นมาสาปแช่ง+ 8:21 สาปแช่ง หรือ ก่อกบฏ กษัตริย์ของเขาและพวกพระของเขาด้วย 22 แล้วเมื่อพวกเขามองไปที่แผ่นดิน พวกเขาจะเห็นแต่ความทุกข์ยากและความมืด และมีแต่ความกลัดกลุ้มอย่างแสนสาหัส และพวกเขาก็จะถูกผลักไสให้เข้าไปสู่ความมืดมิด
9วันใหม่กำลังมา
1 แต่จะไม่มีความเหน็ดเหนื่อยอีกต่อไป สำหรับคนเหล่านั้นที่ตั้งมั่นคงอยู่ในคำสอนนั้น ในอดีตนั้น พระองค์ทำให้ดินแดนของเศบูลุนและนัฟทาลีถูกดูหมิ่น แต่ในอนาคต พระองค์จะทำให้ดินแดนเหล่านั้นยิ่งใหญ่ คือดินแดนที่อยู่ใกล้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ดินแดนทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน และแคว้นกาลิลี อันเป็นที่อาศัยของคนต่างชาติ
2 คนที่เคยเดินอยู่ในความมืดได้เห็นความสว่างอันยิ่งใหญ่แล้ว
คนเหล่านั้นที่เคยอยู่ในแผ่นดินที่มืดมน แสงสว่างก็ได้ส่องลงมายังพวกเขาแล้ว
3 พระองค์เจ้าข้า พระองค์ได้ทำให้ชนชาติทวีคูณ
พระองค์ได้เพิ่มความสุขให้กับพวกเขา
พวกเขาชื่นชมยินดีต่อหน้าพระองค์
อย่างกับความสุขที่คนมีกันในยามเก็บเกี่ยว
อย่างกับความสุขที่คนมีกันตอนแบ่งของที่ยึดมาได้จากสงคราม
4 เพราะพระองค์ได้หักแอกที่เป็นภาระของพวกเขาทิ้ง
และเอาคานที่พวกเขาแบกอยู่บนบ่าออกไป
และเอาไม้ตะบองที่ศัตรูใช้ลงโทษพวกเขาไป อย่างกับตอนที่พระองค์รบชนะชาวมีเดียน+ 9:4 พระองค์รบชนะชาวมีเดียน ดูเพิ่มเติมได้จาก หนังสือกันดารวิถี 22:1 เป็นต้นไปหรือ หนังสือผู้วินิจฉัยบทที่ 6 และ 7
5 เพราะรองเท้าทหารทุกคู่ที่มุ่งหน้าสู่สนามรบอย่างกึกก้อง
และเสื้อทหารทุกตัวที่เกลือกกลิ้งเลือดมา จะต้องถูกเผาทิ้ง เป็นเชื้อเพลิงสำหรับไฟ
6 เพราะมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา
พระองค์ให้ลูกชายคนหนึ่งกับเรา
และสิทธิอำนาจก็จะตกอยู่ที่บ่าของเด็กคนนี้
และเขามีชื่อว่า “ที่ปรึกษาอันมหัศจรรย์ นักรบที่ทรงพลังเหมือนพระเจ้า พระบิดาตลอดกาล เจ้าชายแห่งสันติสุข”
7 สิทธิอำนาจของพระองค์ จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และจะมีสันติสุขสำหรับบัลลังก์ของดาวิดและอาณาจักรของพระองค์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด
พระองค์จะก่อตั้งอาณาจักรของพระองค์ขึ้นและพยุงมันไว้ด้วยความยุติธรรมและความชอบธรรมตั้งแต่เดี๋ยวนี้ไปจนตลอดกาล
ความรักอันหวงแหนของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นจะทำให้สิ่งนี้สำเร็จ
พระเจ้าจะลงโทษอิสราเอล
8 พระยาห์เวห์ส่งข้อความที่ต่อว่ายาโคบ
และมันตกอยู่บนอิสราเอล
9 ทุกคนรู้เรื่องนี้
ทั้งเอฟราอิมและคนที่อาศัยอยู่ในสะมาเรีย
แต่คนพวกนั้นมีจิตใจที่เย่อหยิ่งจองหอง พวกเขาพูดว่า
10 “ถึงพวกอิฐนี้จะพังลงแล้ว
แต่เราก็จะสร้างอาคารเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ด้วยหินสกัด
ถึงพวกคานไม้มะเดื่อจะถูกตัดเป็นชิ้นๆแล้ว
แต่เราก็จะเอาไม้สนซีดาร์เข้าไปแทนที่พวกมัน”
11 พระยาห์เวห์ได้หนุนพวกข้าศึกขึ้นมาต่อสู้อิสราเอล+ 9:11 หนุนพวกข้าศึกขึ้นมาต่อสู้อิสราเอล นี่คงจะเป็นข้อความในสำเนาต้นฉบับเดิม แต่สำเนาฉบับฮีบรูที่เรามีอยู่เดี๋ยวนี้ เขียนว่า “พวกปฏิปักษ์ของเรซีน”
พระองค์ได้ยุแหย่พวกศัตรูของเขา
12 มีคนอารามจากทางตะวันออกและคนฟีลิสเตียจากทางตะวันตก
และพวกเขาก็ได้อ้าปากกว้างกลืนกินอิสราเอลเข้าไป
ถึงจะเกิดเรื่องทั้งหมดนี้แล้วก็ตาม พระองค์ก็ยังไม่หายโกรธอยู่ดี
มือของพระองค์ก็ยังคงเงื้อขึ้นมาฟาดพวกเขา
13 ผู้คนก็ยังไม่ยอมหันกลับมาหาพระองค์ผู้ที่ตีสอนพวกเขา
พวกเขาก็ยังไม่ยอมแสวงหาพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
14 ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงตัดหัวตัดหางของอิสราเอล
ตัดทั้งกิ่งปาล์มและต้นกกในวันเดียวกัน
15 หัวในที่นี้ หมายถึงพวกผู้นำอาวุโสและพวกที่มีเกียรติ
ส่วนหางในที่นี้หมายถึงพวกผู้พูดแทนพระเจ้าที่พูดโกหก
16 เพราะคนเหล่านั้นที่นำประชาชนพวกนี้ได้นำพวกเขาให้หลงทางไป
คนที่ถูกนำไปนั้นก็ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย
17 เพราะอย่างนี้พระยาห์เวห์จึงไม่สงสารทหารหนุ่มของพวกเขา
และไม่เมตตาพวกเด็กกำพร้าและพวกแม่ม่ายของพวกเขา
เพราะประชาชนพวกนี้ทั้งหมดเป็นคนที่ไม่เคารพพระเจ้าและเป็นคนชั่วช้า
และปากแต่ละคนก็พูดแต่เรื่องโง่ๆ
ถึงจะเกิดเรื่องทั้งหมดนี้แล้วก็ตาม พระองค์ก็ยังไม่หายโกรธอยู่ดี
มือของพระองค์ก็ยังคงเงื้อขึ้นมาฟาดพวกเขา
18 เพราะความเลวทรามของพวกเขาเผาอยู่อย่างไฟ
ตอนแรกมันก็เผาหญ้าและหนาม
ต่อมาก็ลุกลามเผาพงไม้ใหญ่ในป่า
และพวกมันทุกคนถูกเผากลายเป็นควันม้วนขึ้นไปในอากาศ
19 เพราะความโกรธของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นทำให้แผ่นดินนั้นถูกเผาผลาญ
และประชาชนก็กลายเป็นเชื้อเพลิงสำหรับไฟนั้นไม่มีใครพยายามช่วยชีวิตใครเลย
20 ประชาชนหันไปทางขวาและกินอย่างตะกละตะกลามแต่ก็ยังหิวอยู่
พวกเขาก็เลยหันไปทางซ้ายและเขมือบเข้าไปแต่ก็ยังไม่พอ
แต่ละคนก็เลยหันไปกินเนื้อลูกหลานของตัวเอง
21 มนัสเสห์กัดกินเอฟราอิม เอฟราอิมก็กัดกินมนัสเสห์
และทั้งสองก็ไปต่อสู้กับยูดาห์
ถึงจะเกิดเรื่องทั้งหมดนี้แล้วก็ตาม พระองค์ก็ยังไม่หายโกรธอยู่ดี
มือของพระองค์ก็ยังคงเงื้อขึ้นมาฟาดพวกเขา
101 เฮ้ย ไอ้พวกที่ออกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม
ไอ้พวกที่เขียนกฎต่างๆที่กดขี่คนอื่น
2 เพื่อไม่ให้คนยากจนได้รับความยุติธรรม เพื่อปล้นเอาสิทธิของคนจนที่เป็นคนของเรา
เพื่อจะได้ไปปล้นพวกแม่ม่าย และเพื่อพวกเด็กกำพร้าจะได้เป็นเหยื่อของพวกแก
3 พวกแกจะทำยังไงในวันลงโทษ
ในวันที่ความหายนะมาจากที่ห่างไกล
พวกแกจะวิ่งหนีไปให้ใครช่วย
และจะเก็บทรัพย์สมบัติของพวกแกไว้ที่ไหน
4 พวกแกจะทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากหมอบลงในหมู่นักโทษ
หรือล้มลงในหมู่คนที่ถูกฆ่าฟัน
ถึงจะเกิดเรื่องทั้งหมดนี้แล้วก็ตาม พระองค์ก็ยังไม่หายโกรธอยู่ดี
มือของพระองค์ก็ยังคงเงื้อขึ้นมาฟาดพวกเขา
พระเจ้าจะลงโทษอัสซีเรียด้วย
5 พระยาห์เวห์พูดว่า “เฮ้ย ไอ้พวกอัสซีเรีย ซึ่งเป็นไม้ที่เราใช้ตีเมื่อเราโกรธ
ที่ถือไม้กระบองแห่งความโกรธแค้นของเราอยู่ในมือ
6 เราได้ส่งอัสซีเรียไปต่อสู้กับชนชาติที่ไม่เคารพพระเจ้า
และเราสั่งให้พวกเขาต่อสู้กับคนเหล่านั้นที่ทำให้เราโกรธ
เพื่อจะริบเอาทรัพย์สมบัติของพวกนั้น
และจะเหยียบย่ำพวกนั้นเหมือนโคลนตมบนถนนต่างๆ
7 แต่อัสซีเรียไม่รู้หรอกว่าเรากำลังใช้พวกเขาอยู่
ในใจของพวกเขาไม่ได้คิดอย่างนั้น
ในใจพวกเขาคิดแต่จะทำลายล้าง
และกำจัดชนชาติจำนวนมากให้สิ้นซากไป
8 เพราะอัสซีเรียพูดว่า
‘ผู้นำกองทัพของเราแต่ละคนก็มีอำนาจอย่างกับกษัตริย์ ไม่ใช่หรือ
9 เมืองคาลโนกลายเป็นเหมือนเมืองคารเคมิชไปแล้วไม่ใช่หรือ
เมืองฮามัทกลายเป็นเหมือนเมืองอารปัดไปแล้วไม่ใช่หรือ
เมืองสะมาเรียกลายเป็นเหมือนเมืองดามัสกัส+ 10:9 อัสซีเรียกำลังอวดถึงหกเมืองที่พวกเขาได้เอาชนะมาแล้วไปแล้วไม่ใช่หรือ
10 มือของเราได้ยึดอาณาจักรทั้งหลายที่มีรูปเคารพครอบครองอยู่
และรูปเคารพเหล่านั้นยังมีฤทธิ์อำนาจมากกว่าพวกรูปเคารพของเยรูซาเล็มและสะมาเรียเสียอีก
11 เราจะไม่จัดการกับเยรูซาเล็มและพวกรูปเคารพต่างๆของมัน
เหมือนกับที่เราได้จัดการกับสะมาเรียและรูปเคารพต่างๆของมันหรือ’”
12 เมื่อองค์เจ้าชีวิตได้จัดการกับภูเขาศิโยนและเยรูซาเล็มเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์ก็จะลงโทษกษัตริย์ของอัสซีเรีย ที่คุยโวโอ้อวดและมีสายตาที่หยิ่งผยอง 13 เพราะกษัตริย์ของอัสซีเรียพูดว่า
“ข้าทำสิ่งนี้ได้ด้วยพละกำลังและสติปัญญาของข้าเอง
เพราะข้ามีความเข้าใจ
ข้าได้รื้อเขตแดนของชนชาติต่างๆออกไปและได้ปล้นเอาทรัพย์สมบัติของพวกเขามา
ข้าเป็นเหมือนวัวตัวผู้ที่ได้ชนคนพวกนั้นที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ให้ล้มลง
14 ข้าใช้มือของข้าเองหยิบฉวยเอาทรัพย์สมบัติของชนชาติอื่นๆมา
เหมือนคนที่หยิบไข่จากรังนก
และข้าก็รวบรวมประเทศทั้งหลายทั่วโลกมา
เหมือนรวบรวมไข่ที่ถูกทิ้งแล้ว ไม่มีแม่นกมากระพือปีกหรืออ้าปากร้อง”
15 แต่พระเจ้าตอบเขาไปว่า
อ้าว ขวานจะอ้างว่าตัวมันเองยิ่งใหญ่กว่าคนที่ใช้มันฟันได้หรือ
หรือเลื่อยจะอ้างว่ามันสำคัญกว่าคนที่ใช้มันเลื่อยได้หรือ
หรือไม้พลองจะสามารถยกเจ้าของมันขึ้นมาได้หรือ
หรือไม้ตะบองสามารถยกผู้นั้นที่ไม่ใช่ไม้ขึ้นมาได้หรือ
16 ดังนั้น พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นผู้เป็นองค์เจ้าชีวิตจะส่งเชื้อโรคมาทำให้พวกทหารที่บึกบึนของอัสซีเรียซูบผอมไป
พระองค์ก็จะก่อไฟเผาผลาญสิ่งทั้งหมดที่ทำให้อัสซีเรียยิ่งใหญ่
17 แสงสว่างของอิสราเอลจะกลายเป็นไฟ พระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลจะเป็นเปลวเพลิง
พระองค์จะเผาผลาญและทำลายต้นหนามและหญ้าคาทั้งหลายหมดในวันเดียว
18 พระยาห์เวห์จะทำลายความสวยงามของผืนป่าและสวนของอัสซีเรียจนสิ้นซากไป
และมันจะเป็นเหมือนกับคนป่วยที่ซูบผอมไป
19 จะมีต้นไม้เหลืออยู่น้อยมาก
แม้แต่เด็กก็นับมันได้
20 ในวันนั้น คนที่ยังคงเหลืออยู่ในอิสราเอล คือผู้ที่รอดชีวิตจากครอบครัวของยาโคบจะไม่พึ่งกษัตริย์อัสซีเรียที่เคยทุบตีพวกเขา แต่พวกเขาจะพึ่งพระยาห์เวห์อย่างแท้จริง องค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล 21 จะมีไม่กี่คนกลับมา+ 10:21 จะมีไม่กี่คนกลับมา ในภาษาฮีบรู คือคำว่า “เชอารยาชูบ” ซึ่งเป็นชื่อลูกชายคนหนึ่งของอิสยาห์ คือไม่กี่คนจากครอบครัวของยาโคบที่หันกลับมาหาพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
22 คนอิสราเอลเอ๋ย ถึงแม้ว่าคนของเจ้าจะมีมากมายเหมือนกับทรายที่ชายหาด แต่จะมีเพียงไม่กี่คนในพวกนั้นที่กลับมา พระเจ้าได้ออกคำสั่งให้ทำลายชนชาตินี้ไปแล้ว การลงโทษอันยุติธรรมจะมาท่วมท้นเจ้า 23 เพราะพระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิต ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้ออกคำสั่งให้ความพินาศเกิดขึ้นกับแผ่นดินนี้ทั้งหมด และพระองค์จะทำตามนั้น
24 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้พูดไว้ “คนของเราที่อาศัยอยู่ในศิโยนเอ๋ย ไม่ต้องไปกลัวอัสซีเรีย พวกมันอาจจะตีเจ้าด้วยไม้พลองและยกไม้ตะบองขึ้นตีเจ้าเหมือนกับที่คนอียิปต์เคยทำ 25 แต่ในไม่ช้า ความโกรธของเราที่มีต่อเจ้าจะหมดลงและเราจะทำลายพวกมันด้วยความโกรธแค้นของเรา
26 และพระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นก็จะเอาแส้ไปหวดพวกมัน เหมือนกับตอนที่พระองค์ทุบตีชาวมีเดียนที่หินของโอเรบ+ 10:26 หินของโอเรบ ดูได้จากหนังสือผู้วินิจฉัย 7:25 ไม้เท้าของพระยาห์เวห์จะยื่นออกไปต่อต้านพวกมัน พระองค์จะยกมันขึ้นมาเหมือนกับที่พระองค์เคยทำในอียิปต์+ 10:26 ไม้เท้า … ในอียิปต์ พระยาห์เวห์ให้โมเสส ยื่นไม้เท้าเหนือทะเลแดง แล้วทะเลแดงก็แยกออก ให้คนอิสราเอลหนีพ้นจากอำนาจของอียิปต์ ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสืออพยพ 14:1-15:21
27 ในวันนั้นภาระของอัสซีเรียจะถูกยกออกไปจากบ่าเจ้า และแอกของมันที่อยู่บนคอเจ้าก็จะถูกทำลายไป”
กองทัพของอัสซีเรียมาบุกอิสราเอล
28 กองทัพของผู้รุกรานได้บุกขึ้นมาถึงซากปรักหักพังที่อัยยาทแล้ว
พวกเขาผ่านลานนวดข้าวที่มิโกรนมาแล้ว
พวกเขาสะสมเสบียงไว้ที่มิคมาช
29 พวกเขาได้ข้ามแม่น้ำตรงทางข้ามมาบาราห์แล้ว
พวกเขาพูดว่า “พวกเราจะตั้งค่ายค้างคืนที่เกบา”
เมืองรามาห์ก็กลัวจนตัวสั่น
ผู้คนที่กิเบอาห์ของซาอูลก็วิ่งหนีไปหมดแล้ว
30 นางสาวกัลลิม+ 10:30 กัลลิม กัลลิม เป็นเมืองอยู่ทางทิศใต้ของเยรูซาเล็ม ชื่อนี้หมายถึง “ลูกสาวของคลื่น” และอาจจะหมายถึง “นกนางนวล” นกนี้มีเสียงดังมาก เอ๋ย ให้ร้องตะโกนออกมา
ไลชาห์เอ๋ย ตั้งใจฟังให้ดี
อานาโธทเอ๋ย ตอบเรามาสิ
31 ชาวเมืองมัดเมนาห์กำลังวิ่งหนีกัน
ชาวเมืองเกบิมวิ่งหาที่หลบภัย
32 ในวันนี้เอง กองทัพผู้บุกรุกจะหยุดอยู่ที่โนบ
พวกเขาจะชูกำปั้นขึ้นเตรียมรบกับภูเขาแห่งนางสาวศิโยน
เตรียมเข้าประจัญบานกับเนินเขาของเยรูซาเล็ม
33 ดูสิ พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิต ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
กำลังจะตัดกิ่งไม้ใหญ่ด้วยกำลังอันน่าสะพรึงกลัวของพระองค์
พวกต้นที่อยู่สูงลิบลิ่วนั้น+ 10:33 พวกต้นที่อยู่สูงลิบลิ่วนั้น หมายถึง คนที่เย่อหยิ่งจองหอง หรือ อาจหมายถึงศัตรูที่มารุกราน ก็จะถูกโค่นลง
และพวกผู้สูงส่งจะถูกทลายลง
34 พระยาห์เวห์จะเอาขวานฟันป่าทึบลง
และต้นไม้อันยิ่งใหญ่อลังการของเลบานอนก็จะถูกโค่นลง
11เจ้าชายแห่งสันติสุขกำลังมา
1 จะมีหน่อหนึ่ง+ 11:1 หน่อหนึ่ง หมายถึงกษัตริย์องค์หนึ่งที่จะมาจากครอบครัวของกษัตริย์ดาวิดที่เป็นลูกของเจสซี แตกออกมาจากตอแห่งเจสซี
จะมีกิ่งหนึ่งงอกออกมาจากรากทั้งหลายของเจสซี
2 พระวิญญาณของพระยาห์เวห์จะสถิตอยู่บนเขา
เป็นวิญญาณแห่งสติปัญญาและความเข้าใจ
เป็นวิญญาณแห่งการวางแผนและฤทธิ์อำนาจ
เป็นวิญญาณแห่งความรู้และการยำเกรงพระยาห์เวห์
3 และเขาก็จะมีความสุขที่จะยำเกรงพระยาห์เวห์
เขาจะไม่พิพากษาอย่างชุ่ยๆตามที่ตาเขามองเห็น
และเขาก็จะไม่ตัดสินตามข่าวลือที่เขาได้ยิน
4 แต่เขาจะพิพากษาคนจนอย่างยุติธรรม
และเขาจะตัดสินคนที่ต่ำต้อยที่สุดในแผ่นดินอย่างเป็นธรรม
เมื่อเขาออกคำสั่ง ชาวโลกก็จะถูกลงโทษ+ 11:4 เมื่อเขาออกคำสั่ง … ถูกลงโทษ หรือแปลตรงๆได้ว่า “เขาจะตีโลกด้วยไม้ตะบองแห่งปากของเขา”
ด้วยคำพูดของเขา คนชั่วร้ายก็จะต้องถูกฆ่าตาย+ 11:4 ด้วยคำพูดของเขา … ถูกฆ่าตาย หรือแปลตรงๆได้ว่า “ด้วยลมแห่งริมฝีปากของเขา เขาก็จะฆ่าคนชั่วร้าย”
5 ความดีจะเป็นเข็มขัดคาดรอบเอวของเขา
ความยุติธรรมจะเป็นเข็มขัดคาดบั้นเอวของเขา
6 หมาป่าก็จะอยู่ด้วยกันกับลูกแกะ
เสือดาวก็จะนอนอยู่ข้างๆลูกแพะ
ลูกวัว สิงโต และวัวหนุ่มก็จะอยู่ด้วยกัน
และจะมีเด็กเล็กๆคนหนึ่งคอยดูแลพวกมัน
7 วัวและหมีจะหากินอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข
และลูกๆของพวกมันก็จะนอนอยู่ด้วยกัน
และสิงโตก็จะกินฟางเหมือนวัว
8 เด็กทารกก็เล่นอยู่ที่ปากหลุมของงูเห่าได้
เด็กที่หย่านมแล้วก็เอามือแหย่เข้าไปในรังของงูพิษได้
9 พวกเขาจะไม่ทำร้ายหรือทำลายซึ่งกันและกันตลอดทั่วภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา
เพราะทั้งโลกก็จะเต็มไปด้วยความรู้เรื่องของพระยาห์เวห์ เหมือนกับน้ำที่ปกคลุมอยู่ทั่วท้องทะเลนั้น
10 ในเวลานั้น รากของเจสซี+ 11:10 รากของเจสซี หมายถึง กษัตริย์องค์หนึ่งที่มาจากครอบครัวของเจสซี ก็จะยืนขึ้นมาเหมือนธงให้กับชนชาติทั้งหลาย และชนชาติทั้งหลายก็จะมาปรึกษาเขา และที่อยู่ของเขาก็จะเต็มไปด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี
11 ในเวลานั้น องค์เจ้าชีวิตก็จะยกมือของพระองค์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะเอาคนของพระองค์ที่ยังเหลืออยู่คืนมาจากอัสซีเรีย จากอียิปต์ทางเหนือ จากอียิปต์ทางใต้+ 11:11 อียิปต์ทางใต้ หรือแปลตรงๆได้ว่า “ปัทโรส” จากเอธิโอเปีย จากเอลาม จากบาบิโลน+ 11:11 บาบิโลน หรือแปลตรงๆได้ว่า “ชินาร์” จากฮามัท และจากเกาะและชายฝั่งทะเล
12 พระองค์จะยกธงขึ้นให้กับชนชาติต่างๆ
และพระองค์ก็จะรวบรวมคนที่ถูกขับไล่ออกไปจากอิสราเอลกลับมา
และพระองค์ก็จะรวบรวมคนยูดาห์ที่เคยกระจัดกระจายไปนั้นจากทั่วทั้งสี่มุมโลก
13 เอฟราอิมก็จะเลิกอิจฉา
และยูดาห์ก็จะเลิกทำตัวเป็นศัตรู
เอฟราอิมก็จะไม่อิจฉายูดาห์
และยูดาห์ก็จะไม่เป็นศัตรูกับเอฟราอิม
14 แต่ทั้งอิสราเอลและยูดาห์
ก็จะโฉบเข้าโจมตีด้านหลังของคนฟีลิสเตีย+ 11:14 ฟีลิสเตีย คนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งของปาเลสไตน์ พวกนี้เป็นศัตรูของอิสราเอลไปทางด้านตะวันตก
และพวกเขาก็จะร่วมกันปล้นทรัพย์สมบัติของผู้คนทางตะวันออกด้วย
รวมทั้งเมืองเอโดม และโมอับ+ 11:14 เอโดม และโมอับ เอโดม โมอับ และอัมโมน เป็นสามประเทศที่อยู่ทางตะวันออกของอิสราเอล เป็นศัตรูของอิสราเอลมาช้านานแล้ว ที่จะตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเขา
และคนอัมโมนก็จะเชื่อฟังพวกเขา
15 และพระยาห์เวห์ก็จะทำลายอ่าวของทะเลแห่งอียิปต์ให้สิ้นซากไป
และพระองค์จะซัดมือของพระองค์เหนือแม่น้ำยูเฟรติส ด้วยลมแรง
และพระองค์จะแบ่งแม่น้ำนั้นออกเป็นลำน้ำเล็กๆเจ็ดสาย
แม้แต่คนที่สวมรองเท้าสานก็เดินข้ามไปได้
16 จะมีถนนทางหลวงจากอัสซีเรียให้คนที่เหลือของพระองค์ใช้กลับมา
อย่างที่อิสราเอลมีตอนที่พวกเขาขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์
12เพลงสรรเสริญพระเจ้า
1 ในเวลานั้นเจ้าจะพูดว่า
“ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าจะขอบคุณพระองค์
ใช่แล้ว พระองค์โกรธข้าพเจ้าอยู่
ขอให้ความโกรธของพระองค์หันไปจากข้าพเจ้าด้วยเถิด
ขอให้พระองค์ปลอบโยนข้าพเจ้าด้วยเถิด+ 12:1 ขอให้ … ข้าพเจ้าด้วยเถิด หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “แต่ความโกรธของพระองค์ได้หันไปจากข้าพเจ้า และพระองค์ได้ปลอบโยนข้าพเจ้า”
2 ดูสิ พระเจ้าคือผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะไว้วางใจในพระองค์และข้าพเจ้าจะไม่กลัว
เพราะพระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์นั่นแหละเป็นกำลังและที่ปกป้องของข้าพเจ้า
และพระองค์ได้มาเป็นผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า”
3 พวกเจ้าจะตักน้ำอย่างมีความสุข
จากพวกบ่อน้ำแห่งความรอด
4 และในตอนนั้น พวกเจ้าจะพูดว่า
“ให้ขอบคุณพระยาห์เวห์กันเถิด ให้ร้องเรียกชื่อของพระองค์เถิด
ให้ประกาศให้ชนชาติทั้งหลายรู้ถึงสิ่งต่างๆที่พระองค์ทำนั้น
ให้ประกาศว่าพระองค์นั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน
5 ร้องเพลงสรรเสริญให้กับพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ได้ทำสิ่งต่างๆที่ยิ่งใหญ่
ให้สิ่งนี้เป็นที่รู้กันไปทั่วโลก
6 ชาวศิโยนเอ๋ย โห่ร้องและร้องเพลงด้วยความสุขเถิด
เพราะองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลนั้นยิ่งใหญ่ท่ามกลางพวกเจ้า”
13ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับบาบิโลน
1 อิสยาห์ลูกของอามอส ได้รับข้อความนี้เกี่ยวกับบาบิโลนผ่านทางนิมิต 2 พระยาห์เวห์พูดว่า
“ยกธงขึ้นบนภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ขึ้นนั้น
ให้ร้องตะโกนเรียกทหารทั้งหลาย
กวักมือเรียกพวกเขาให้เข้าไป
ทางประตูเหล่านั้นของพวกสูงศักดิ์
3 เราได้ออกคำสั่งกับคนพวกนั้นที่เราได้แยกออกมาโดยเฉพาะสำหรับเรา
เราได้เรียกพวกนักรบของเราที่มีความภาคภูมิใจและมีความมั่นใจให้ไปลงโทษคนพวกนั้นที่เราโกรธ”
4 “ฟังดูสิ มีเสียงดังอึกทึกบนภูเขาพวกนั้น มันฟังดูเหมือนเสียงของคนเป็นจำนวนมาก
ฟังดูสิ มีเสียงอึกทึกครึกโครมท่ามกลางอาณาจักรต่างๆ
ชนชาติทั้งหลายต่างก็มารวมตัวกัน
พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นกำลังรวบรวมพลเพื่อทำสงคราม
5 พวกเขามาจากดินแดนอันแสนไกลมาจากสุดขอบฟ้า
พระยาห์เวห์และอาวุธแห่งความโกรธของพระองค์กำลังมา เพื่อทำลายแผ่นดินนี้ทั้งหมด”
6 ร้องโหยไห้สิ เพราะวันของพระยาห์เวห์ใกล้มาถึงแล้ว
วันนั้นจะมากับความหายนะที่มาจากพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
7 ดังนั้น มือทุกมือก็จะหมดแรง
ความกล้าของทุกคนก็จะหลอมละลายไป
8 และพวกเขาจะขวัญหนีดีฝ่อและพบกับความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมาน
พวกเขาจะเจ็บปวดเหมือนกับผู้หญิงที่กำลังคลอดลูก
พวกเขาจะมองหน้ากันอย่างตกตะลึง
ใบหน้าของพวกเขาจะแดงเหมือนเปลวเพลิง
9 ดูสิ วันของพระยาห์เวห์กำลังมา
เป็นวันอันโหดร้าย เพราะความโกรธแค้น ความโกรธที่ลุกเป็นไฟ
เพื่อทำให้แผ่นดินนี้รกร้างว่างเปล่า
เพื่อกำจัดพวกคนบาปให้หมดไปจากมัน
10 ดวงดาวต่างๆในท้องฟ้าและหมู่ดาวนั้นจะไม่ส่องแสงของพวกมัน
ดวงอาทิตย์ก็จะมืดเมื่อมันขึ้นมาและดวงจันทร์จะไม่ฉายแสงของมัน
11 พระยาห์เวห์พูดว่า
“เราจะลงโทษโลกนี้สำหรับความชั่วช้าของมัน
เราจะลงโทษคนเลวทรามสำหรับความผิดบาปของมัน
เราจะทำให้ความเย่อหยิ่งของคนจองหองจบสิ้นไป
และเราจะทำลายความหยิ่งยโสของคนโหดร้าย
12 เราจะทำให้มนุษย์นี้หายากยิ่งกว่าทองคำเนื้อดี
และทำให้ผู้คนหายากยิ่งกว่าทองคำแห่งโอฟีร์
13 ดังนั้นเราจะทำให้ท้องฟ้าสะเทือนสะท้าน
และแผ่นดินโลกก็จะถูกสั่นสะเทือนหลุดออกจากที่ของมัน”
ด้วยความโกรธแค้นของพระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ความโกรธของพระองค์ลุกเป็นไฟขึ้นมา
14 แล้วคนต่างชาติที่อยู่ในบาบิโลนก็จะกลับไปหาคนของตัวเองและวิ่งหนีกลับไปยังดินแดนของตัวเอง
เหมือนกวางที่ถูกล่า และเหมือนแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง
15 เมื่อศัตรูเจอคนที่หลบซ่อนอยู่ คนนั้นก็จะถูกแทงตาย
ใครที่ถูกจับได้ก็จะถูกฆ่าด้วยดาบ
16 ลูกเล็กเด็กแดงของพวกเขาก็จะถูกฟาดเป็นชิ้นๆต่อหน้าต่อตาพวกเขา
บ้านของพวกเขาก็จะถูกปล้นและภรรยาของพวกเขาก็จะถูกข่มขืน
17 พระยาห์เวห์พูดว่า
“ดูไว้ เรากำลังยุแหย่ชาวมีเดียให้โจมตีบาบิโลน
พวกชาวมีเดียนี้ไม่สนเรื่องเงินทอง
18 คันธนูของพวกเขาจะฆ่าคนหนุ่มๆ
พวกเขาจะไม่เมตตาต่อเด็กๆและพวกเขาไม่มองเด็กด้วยความสงสาร
19 บาลิโลน อาณาจักรที่สวยงามที่สุดในท่ามกลางอาณาจักรทั้งหลาย เมืองที่คนบาบิโลน+ 13:19 คนบาบิโลน ในที่นี้คือ คนเคลเดีย เคลเดียเป็นเผ่าหนึ่งที่อยู่ในบาบิโลนส่วนใต้ ที่ขึ้นมาครอบครองบาบิโลนทั้งหมดในปี 626 ก่อน ค.ศ.ภาคภูมิใจมาก+ 13:19 คนบาบิโลนภาคภูมิใจมาก หรือ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เมืองที่เป็นสง่าราศีและความภาคภูมิใจของคนเคลเดีย”
บาบิโลนก็จะเป็นเหมือนเมืองโสโดมและโกโมราห์ ตอนที่พระเจ้าโค่นล้มสองเมืองนั้น
20 จะไม่มีใครอยู่ที่นั่นได้อีกต่อไปและจะไม่มีใครตั้งรกรากที่นั่นได้อีกตลอดชั่วลูกชั่วหลาน
คนอาหรับก็จะไม่ตั้งเต็นท์ที่นั่นและพวกคนเลี้ยงแกะก็จะไม่เอาแกะมานอนลงที่นั่น
21 แต่สัตว์ป่าจะมานอนลงที่นั่น
และพวกบ้านในเมืองบาบิโลนจะเต็มไปด้วยพวกหมาป่า
พวกนกกระจอกเทศจะมาอาศัยอยู่ที่นั่น
และพวกปีศาจในรูปแพะจะมาวิ่งเล่นอยู่แถวนั้น
22 พวกหมาไนก็จะมาเห่าหอนอยู่บนหอคอยของบาบิโลน
และพวกหมาป่าก็จะมาเห่าหอนในวังอันสวยงามของบาบิโลน
จุดจบของบาบิโลนใกล้มาถึงแล้ว
และพระองค์จะไม่ต่อเวลาให้กับพวกเขาอีกแล้ว”
14อิสราเอลจะกลับบ้าน
1 แต่พระยาห์เวห์จะเมตตาต่อยาโคบ พระองค์จะเลือกคนอิสราเอลอีกครั้ง พระองค์จะให้พวกเขาอยู่อย่างปลอดภัยในแผ่นดินของพวกเขาเอง และคนต่างชาติก็จะมาสมทบกับพวกเขาและมาเป็นสมาชิกในครอบครัวของยาโคบ 2 ชนชาติต่างๆเหล่านั้นจะนำพวกอิสราเอลกลับไปยังบ้านเมืองของคนอิสราเอลเอง และครอบครัวของอิสราเอลก็จะเอาคนต่างชาติเหล่านั้นทั้งชายและหญิง มาเป็นทาสในแผ่นดินของพระยาห์เวห์ คนอิสราเอลจะจับคนที่เคยจับพวกเขาไปเป็นทาส มาเป็นทาสเสียเอง และคนอิสราเอลก็จะปกครองเหนือคนพวกนั้นที่เคยข่มเหงอิสราเอลมาก่อน
เพลงแกล้งคร่ำครวญในงานศพของกษัตริย์บาบิโลน
3 เมื่อพระยาห์เวห์ให้เจ้าได้หลุดพ้นจากความเจ็บปวด ความเดือดร้อน และการถูกบังคับให้ทำงานอย่างทาส 4 เมื่อถึงตอนนั้น เจ้าจะได้ร้องเพลงเยาะเย้ยกษัตริย์ของบาบิโลนว่า
“น่าสมเพชจริงๆที่กษัตริย์ที่โหดร้ายนั้น พบกับจุดจบอย่างนี้
น่าสมเพชจริงๆที่การปกครองด้วยความเย่อหยิ่งจองหองนั้นพบกับจุดจบอย่างนี้
5 พระยาห์เวห์ได้หักไม้ตะบองของพวกเลวทราม
พระองค์ได้หักไม้คทาของพวกผู้ครอบครองทิ้งไป
6 กษัตริย์บาบิโลนตีชนชาติทั้งหลายด้วยความโกรธ ตีพวกเขาอย่างไม่หยุดยั้ง
ครอบครองชนชาติทั้งหลายด้วยความโกรธ ข่มเหงคนอย่างไม่เคยผ่อนปรน
7 แต่ตอนนี้ ทั้งแผ่นดินโลกก็พักผ่อนและสงบเงียบ
ผู้คนก็เริ่มร้องเพลงกัน
8 แม้แต่พวกต้นสนและสนซีดาร์ของเลบานอนก็ยังดีใจเพราะเจ้าพ่ายแพ้
พวกต้นไม้นั้นพูดว่า ‘ตั้งแต่เจ้าถูกโค่นล้มลงก็ไม่มีใครมาตัดพวกเราอีกเลย’
9 แดนคนตายเบื้องล่างยังตื่นเต้นดีใจที่จะได้เจอกับเจ้าเมื่อเจ้าไปถึง
มันปลุกวิญญาณต่างๆของคนตายเพื่อมาต้อนรับเจ้า
มันปลุกวิญญาณของทุกคนที่เคยเป็นผู้นำในโลกนี้
มันบังคับให้ทุกคนที่เคยเป็นกษัตริย์ของชนชาติทั้งหลายให้ลุกขึ้นจากบัลลังก์ของพวกเขา
10 พวกนั้นทุกคนจะพูดกับเจ้าว่า ‘เจ้าได้กลายเป็นผู้อ่อนแอเหมือนพวกเราแล้ว
เจ้าเป็นเหมือนกับพวกเราแล้ว’
11 สง่าราศีเจ้าถูกนำลงมาถึงแดนคนตาย
พร้อมๆกับเสียงพิณต่างๆของเจ้า
ตัวหนอนแมลงวันก็แผ่อยู่ใต้เจ้าเหมือนเตียง
และพวกตัวหนอนก็คลุมเจ้าเหมือนผ้าห่ม
12 น่าสมเพชจริงๆที่เจ้าตกลงมาจากสวรรค์ซะสูงขนาดนั้น
เจ้าผู้เป็นดาวรุ่ง และลูกของรุ่งอรุณ
ดูเจ้าสิ ถูกโค่นลงมาบนดินแล้ว
ถึงเจ้าจะเคยเป็นผู้พิชิตชนชาติทั้งหลายก็ตาม
13 เจ้าคิดในใจว่า ‘เราจะขึ้นไปบนสวรรค์
เราจะยกบัลลังก์ของเราขึ้นสูงเหนือหมู่ดาวของพระเจ้า
เราจะนั่งอยู่บนภูเขาที่พวกเทพมาชุมนุมกันบนเนินลาดของภูเขาซับฟอน+ 14:13 ภูเขาซับฟอน คำฮีบรูนี้หมายถึง “ทางเหนือ หรือที่หลบซ่อน” หรือเป็นภูเขาบนสวรรค์ที่พวกพระเจ้าของคนคะนาอันประชุมกัน
14 เราจะขึ้นไปเหนือเมฆ
เราจะเป็นเหมือนกับพระเจ้าผู้สูงสุด’
15 แต่เจ้ากลับถูกนำลงมาที่แดนคนตายนี้
มาอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของหลุมนี้
16 คนเหล่านั้นที่เห็นเจ้า ก็จะจ้องเจ้า
พวกเขาจะคิดอย่างนี้เกี่ยวกับเจ้า
‘นี่นะหรือเป็นคนเดียวกันกับที่ทำให้แผ่นดินโลกไหว
คนที่ทำให้อาณาจักรต่างๆสะเทือนสะท้าน
17 นี่นะหรือคนที่ทำให้แผ่นดินโลกกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่าและพังทลายเมืองต่างๆของมัน
นี่นะหรือคนที่ไม่ยอมปล่อยให้เชลยของเขากลับบ้าน’
18 กษัตริย์ทั้งหมดของชนชาติทั้งหลาย ต่างก็ถูกฝังอย่างสมเกียรติ
ต่างคนต่างอยู่ในอุโมงค์ฝังศพของตน
19 แต่เจ้ากลับถูกโยนออกมาจากหลุมฝังศพของเจ้า
เหมือนกับซากศพที่น่าขยะแขยง
เจ้าถูกทับด้วยศพของคนเหล่านั้นที่ถูกฆ่าในสนามรบ ที่ถูกดาบแทง
ที่ลงไปในหลุมแห่งความตายที่เป็นหิน
เจ้าเป็นเหมือนซากศพที่ถูกคนเหยียบย่ำไปมา
20 เจ้าจะไม่ได้ถูกฝังร่วมกับกษัตริย์อื่นๆเหล่านั้น
เพราะเจ้าได้ทำลายประเทศของเจ้าเอง
เจ้าได้ฆ่าคนของเจ้าเอง
อย่าให้มีใครพูดถึงลูกหลานของพวกที่ทำสิ่งที่ชั่วร้ายนั้นอีกเลย
21 เตรียมที่สำหรับฆ่าพวกลูกชายของเขาเพราะความบาปของพ่อของพวกเขา
ขออย่าให้พวกเขาได้ลุกขึ้นมายึดครองโลกนี้หรือให้โลกนี้เต็มไปด้วยเมืองต่างๆของพวกเขา”
22 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดว่า “เราจะลุกขึ้นมาต่อสู้กับพวกเขา เราจะทำลายบาบิโลน เราจะทำให้ชื่อเสียงของมันหมดไป เราจะไม่ปล่อยให้มีใครรอดชีวิต รวมถึงลูกและหลานของเจ้าด้วย” 23 พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พูดว่า “เราจะทำให้บาบิโลนกลายเป็นที่อยู่ของพวกเม่นและเป็นหนองน้ำ เราจะกวาดมันทิ้งไปเหมือนใช้ไม้กวาด”
พระเจ้าจะลงโทษอัสซีเรีย
24 พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้สาบานไว้อย่างนี้ว่า
“เราตั้งใจจะให้มันเป็นยังไง
มันก็จะเกิดขึ้นอย่างนั้น
เราได้วางแผนไว้ว่ายังไง
มันก็จะเป็นไปตามนั้น
25 เราจะหักอัสซีเรีย+ 14:25 อัสซีเรีย เป็นชนชาติที่มีอำนาจ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอิสราเอล ทิ้งในแผ่นดินของเรา
เราจะเหยียบย่ำพวกมันบนภูเขาทั้งหลายของเรา
เราจะเอาทั้งแอกที่อัสซีเรียวางไว้บนคอของยูดาห์
และภาระหนักของอัสซีเรียที่ยูดาห์แบกไว้ออกไป”
26 นี่คือแผนที่ได้วางไว้สำหรับโลกทั้งโลก
และนี่คือมือของพระองค์ที่ยื่นออกไปจัดการกับชนชาติทั้งหลาย
27 เพราะเมื่อพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้วางแผน
ใครจะล้มเลิกมันได้
เมื่อพระองค์ยื่นมือของพระองค์ออกไปจัดการ
ใครจะหันมันกลับได้
ข่าวสารของพระเจ้าถึงคนฟีลิสเตีย
28 ในปีที่กษัตริย์อาหัสตาย+ 14:28 ปีที่กษัตริย์อาหัสตาย คือประมาณปี 727 ก่อนพระเยซูมาเกิด ข่าวสารนี้ได้มาถึงว่า
29 “พวกเจ้าคนฟีลิสเตียทุกคน
อย่าได้ดีใจเลยที่ไม้ตะบองที่ตีพวกเจ้านั้นได้หักไปแล้ว
เพราะจากครอบครัวของงูตัวนั้นก็จะเกิดงูพิษที่อันตรายกว่าตัวมันขึ้นมา
และลูกของมันนั้นก็จะเป็นงูไฟที่บินได้
30 คนยากจนที่สุดจะมีกินอย่างเหลือเฟือเหมือนแกะเล็มหญ้า
และคนขัดสนก็จะนอนลงอย่างปลอดภัย
แต่เราจะทำให้ครอบครัวของเจ้าอดอาหารตาย
และคนที่เหลืออยู่ของเจ้า เราจะฆ่าเสีย
31 ประตูเมืองเอ๋ย ร้องคร่ำครวญเถิด เมืองเอ๋ย ร้องไห้ออกมา
คนฟีลิสเตียทุกคนเอ๋ย ให้พวกเจ้ากลัวจนหลอมละลายไป
ดูทางเหนือนั้นซิ มีควันตลบฟุ้งขึ้นมาแล้ว
และกองทัพที่กำลังลงมานั้น ไม่มีใครในพวกเขาที่ตามไม่ทัน”
32 จะตอบกับพวกผู้ส่งข่าวที่มาจากฟีลิสเตียนั้นว่ายังไงดี ให้ตอบพวกมันไปว่า
“พระยาห์เวห์ตั้งศิโยนให้แข็งแรง และแม้แต่คนยากจนของพระองค์ก็ยังเข้าไปหลบภัยในเมืองศิโยนได้”
15ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับคนโมอับ
1 นี่คือข่าวสาร เกี่ยวกับโมอับ
ภายในคืนเดียว กองทัพศัตรูได้มายึดเอาทรัพย์สมบัติของเมืองอาร์ในโมอับ
และทำลายเมืองนั้นไป
ภายในคืนเดียว กองทัพศัตรูได้เข้ามายึดเอาทรัพย์สมบัติของเมืองคีร์ในโมอับ
และทำลายเมืองนั้น
2 ชาวดีโบนได้ขึ้นไปยังวิหารของพวกเขา
ขึ้นไปยังสถานที่นมัสการของพวกเขาเพื่อร้องไห้คร่ำครวญกัน
คนโมอับร้องคร่ำครวญให้กับเมืองเนโบ+ 15:2 เนโบ ชื่อของเมืองหนึ่งในโมอับ และเป็นชื่อของเทพเจ้าองค์หนึ่งของพวกเขา และเมืองเมเดบา+ 15:2 เมเดบา เป็นชื่อเมืองหนึ่งในโมอับ ชื่อนี้เหมือนคำในภาษาฮีบรูที่แปลว่า “เศร้าใจมาก”
ทุกคนโกนหัว โกนเคราไว้ทุกข์กัน
3 ตามท้องถนนของพวกเขาผู้คนก็สวมเสื้อผ้ากระสอบไว้ทุกข์กัน
บนดาดฟ้าและลานนัดพบ ทุกคนร้องห่มร้องไห้ ล้มตัวลงในกองน้ำตา
4 คนในเมืองเฮชโบน และเอเลอาเลห์
ส่งเสียงร้อง ดังไปไกลถึงเมืองยาฮาส
เพราะอย่างนี้จึงทำให้พวกผู้ชายที่ถืออาวุธของโมอับ
พลอยร้องเสียงดังไปด้วยความอกสั่นขวัญแขวน
5 จิตใจของผมร้องด้วยความเศร้าให้กับโมอับ
คนของโมอับวิ่งหนีไปไกลถึงโศอาร์ ไปถึงเอกลัทเชลีชิยาห์
ผู้คนหนีขึ้นไปตามทางบนภูเขาไปถึงลูฮีท
พวกเขาก็ร้องไห้ในระหว่างทางที่ไปโฮโรนาอิม พวกเขาร้องไห้เสียงดังมาก
6 ลำธารนิมริมได้เหือดแห้งไป
หญ้าก็เหี่ยวแห้งตาย
พืชพันธุ์ก็ตายหมด
ไม่เหลือความเขียวขจีให้เห็นอีกเลย
7 เพราะเหตุนี้ พวกเขาจึงได้ขนย้ายทรัพย์สมบัติที่พวกเขาหามาได้และสิ่งที่พวกเขาได้เก็บสะสมไว้
ข้ามพรมแดนตรงลำห้วยต้นป๊อปหล้า+ 15:7 ลำห้วยต้นป๊อปหล้า เป็นลำห้วยเล็กๆในประเทศโมอับ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ลำห้วยอาราบา”
8 เสียงร้องดังระงมไปทั่วเขตแดนของโมอับ
เสียงร้องของพวกเขาดังไปไกลถึงเมืองเอกลาอิมและดังไปถึงเมืองเบเออร์เอลิม
9 และน้ำในเมืองดีโมน+ 15:9 ดีโมน ชื่อนี้คล้ายกับคำในภาษาฮีบรูหมายถึง “เลือด” เต็มไปด้วยเลือด
ใช่แล้ว เรายาห์เวห์จะนำความทุกข์ยากมากกว่านี้มาให้กับดีโมนอีก
ส่วนคนโมอับที่หลบหนีและหลงเหลืออยู่ในแผ่นดิน
เราจะส่งสิงโตมากัดกินพวกเขา
161 ให้ส่งส่วยพวกลูกแกะไปให้กับผู้ปกครองแผ่นดิน
ให้ส่งลูกแกะจากเสลา ผ่านทะเลทรายไปยังภูเขาแห่งนางสาวศิโยน
2 สาวๆของโมอับ อยู่ตรงท่าลุยข้ามของแม่น้ำอารโนน
พวกเขาเป็นเหมือนกับนกน้อยกระดุกกระดิกปีกไปมา
เหมือนลูกนกที่ตกจากรังกระจัดกระจายอยู่
3 พวกเขาพูดว่า “ขอคำแนะนำหน่อย ช่วยบอกหน่อยว่าจะทำยังไงดี
ตอนเที่ยงวัน ช่วยให้ร่มเงาเหมือนกลางคืนหน่อย+ 16:3 ช่วยให้ร่มเงาเหมือนกลางคืนหน่อย ประโยคนี้หมายถึง “ช่วยปกป้องเราจากศัตรูด้วย”
ช่วยแอบซ่อนพวกเราที่ถูกขับไล่ออกมาจากแผ่นดินของตนเอง
อย่ามอบพวกเราที่หนีมาหลบภัยให้กับศัตรูเลย
4 ปล่อยให้พวกเราที่ถูกขับไล่ออกมาจากโมอับตั้งรกรากอยู่กับท่านด้วยเถิด
ขอให้เป็นที่หลบภัยสำหรับพวกเราจากผู้ทำลาย”
เมื่อพวกที่มาปล้นสะดมโมอับหยุดแล้ว
และการทำลายได้จบลงแล้ว
และพวกนั้นที่เหยียบย่ำแผ่นดินได้หายตัวไปแล้ว
5 เมื่อนั้น จะมีบัลลังก์ถูกตั้งขึ้นในเต็นท์ของดาวิด+ 16:5 ในเต็นท์ของดาวิด หรือ “ในราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิด” ด้วยความรักมั่นคง
และผู้ที่นั่งบนบัลลังก์นั้นก็จะสัตย์ซื่อ คนผู้นี้จะตัดสินอย่างยุติธรรมและจะไวในการทำสิ่งที่ถูกต้อง
6 พวกเราได้ยินว่า คนโมอับนั้นเย่อหยิ่งจองหองมาก
เราได้ยินเกี่ยวกับความหยิ่งยโส ความทะนงตน และความเดือดดาลของเขา
เรื่องที่พวกเขาโอ้อวดนั้น
ไม่เป็นความจริง
7 ดังนั้นชาวโมอับเอ๋ย ให้พวกเจ้าทุกคนร้องคร่ำครวญสำหรับชนชาติของตนเถิด
ให้โอดครวญอย่างสะเทือนใจถึงขนมเค้กที่เอร็ดอร่อยที่ทำจากลูกเกดของเมืองคีร์หะเรเชท+ 16:7 คีร์หะเรเชท เป็นเมืองหนึ่งในประเทศโมอับ
8 สวนองุ่นของเฮชโบน และเถาองุ่นของสิบมาห์ไม่สามารถออกรวงได้
เพราะพวกเจ้านายของชนชาติต่างๆได้พังถลายเถาองุ่นพวกนั้นไป
เถาองุ่นพวกนี้เคยแผ่ไปไกลถึงเมืองยาเซอร์
พวกมันเคยเลื้อยไปถึงทะเลทราย กิ่งก้านของมันเคยแผ่กระจาย และข้ามทะเลไป
9 เพราะอย่างนี้ ผมถึงได้ร้องไห้ร่วมกับคนยาเซอร์สำหรับสวนองุ่นของสิบมาห์
เฮชโบนและเอเลอาเลห์เอ๋ย ผมจะราดคุณด้วยน้ำตาของผม
เพราะเสียงโห่ร้องยินดีกับการเก็บเกี่ยวผลไม้และเมล็ดข้าวได้หยุดไปแล้ว+ 16:9 เพราะเสียงโห่ร้อง … หยุดไปแล้ว หรือแปลได้อีกว่า “เสียงโห่ร้องของศัตรูได้ตกลงมาบนผลไม้ที่สุกงอมและการเก็บเกี่ยวของเจ้าแล้ว”
10 ความสุขสนุกสนานได้ถูกยึดไปจากสวนที่เกิดผลนั้นแล้ว
และในสวนองุ่นทั้งหลายก็ไม่มีเสียงเพลงหรือเสียงโห่ร้องยินดีอีกต่อไป
ไม่มีใครเหยียบย่ำองุ่นในบ่อย่ำอีก
เสียงโห่ร้องยินดีของพวกคนเก็บเกี่ยวได้หยุดไป
11 เพราะอย่างนี้ จิตใจของผมได้ร้องคร่ำครวญให้กับโมอับเหมือนกับเสียงพิณในงานศพ
และส่วนลึกของผมก็ร้องไห้ให้กับคีร์เฮเรส+ 16:11 คีร์เฮเรส นี่คือ เมืองคีร์เฮเรสเซ็ท เป็นเมืองหนึ่งในประเทศโมอับ มีความหมายว่า “เมืองที่ถูกเลือกมาเพื่อทำลาย” หรือแปลตรงๆตามภาษาฮีบรูได้ว่า “เศษหม้อแตก”
12 เมื่อคนโมอับขึ้นไปที่นมัสการของเขา เมื่อพวกเขาเข้าไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเขา
พวกเขาก็อธิษฐานจนหมดแรง
แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร
13 นั่นคือข่าวสารที่พระยาห์เวห์พูดในอดีตเกี่ยวกับคนโมอับ 14 แต่เดี๋ยวนี้ พระยาห์เวห์ บอกว่า “ในอีกสามปี ตรงเผงอย่างกับที่ลูกจ้างนับวันเวลาที่เขาตกลงทำงาน ศักดิ์ศรีของโมอับก็จะถูกลบหลู่ ถึงแม้จะมีคนมากมายก็ตาม แต่ในที่สุดก็จะมีไม่กี่คนเหลือรอด+ 16:14 ไม่กี่คนเหลือรอด หรือ “ไม่มีอำนาจ” และพวกมันก็จะอ่อนแอด้วย”
17ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับดามัสกัส
1 นี่คือข่าวสาร+ 17:1 ข่าวสาร หรือ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ภาระ”เกี่ยวกับดามัสกัส+ 17:1 ดามัสกัส เป็นเมืองหนึ่งในประเทศอารัม หรือซีเรีย
“ดูสิ ในไม่ช้าดามัสกัสจะไม่เป็นเมืองอีกแล้ว
มันจะกลายเป็นกองซากปรักหักพัง
2 หมู่บ้านต่างๆของเมืองอาร์โรเออร์+ 17:2 อาร์โรเออร์ เป็นสถานที่แห่งหนึ่งในประเทศอารัม (ซีเรีย) จะถูกทอดทิ้งตลอดไป
มันจะเป็นที่สำหรับฝูงแพะแกะ
ฝูงแพะแกะจะนอนกันอยู่ที่นั่นและจะไม่มีใครมายุ่งกับพวกมัน
3 ป้อมปราการของเมืองเอฟราอิมจะหายไป
และจะไม่มีกษัตริย์ปกครองในดามัสกัสอีกแล้ว
พวกอารัม+ 17:3 อารัม เมืองทางตอนเหนือของอิสราเอล ที่ยังหลงเหลืออยู่จะถูกหยามเกียรติเหมือนกับที่คนอิสราเอลกำลังเป็นอยู่”
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดไว้ว่าอย่างนั้น
4 “ในเวลานั้นศักดิ์ศรีของยาโคบจะตกต่ำ
และความอ้วนของเขาก็จะกลายเป็นผอมขี้ก้าง
5 อิสราเอลจะถูกตัดลงเหมือนกับคนเกี่ยวข้าวเกี่ยวต้นที่ยังยืนต้นอยู่และมือของพวกเขาเกี่ยวรวงข้าว
อิสราเอลจะว่างเปล่าเหมือนกับท้องทุ่งในหุบเขาเรฟาอิม+ 17:5 หุบเขาเรฟาอิม เป็นหุบเขาที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเยรูซาเล็ม หลังจากที่คนมาเก็บเอาเศษรวงข้าวไปหมดแล้ว
6 จะมีคนเหลืออยู่ในอิสราเอลน้อยมาก เหมือนกับตอนที่ต้นมะเดื่อถูกตี
แล้วเหลือแค่สองสามลูกอยู่บนกิ่งบนสุดหรือเหลือสี่ห้าลูกบนกิ่งที่ออกลูกดกนั้น”
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดไว้ว่าอย่างนี้
7 ในวันนั้นผู้คนก็จะวางใจในพระเจ้าผู้สร้างพวกเขา พวกเขาจะพึ่งพาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอล 8 พวกเขาจะไม่วางใจในแท่นบูชาต่างๆที่พวกเขาสร้างขึ้นมากับมือ และพวกเขาก็จะไม่พึงพาพวกเสาเจ้าแม่อาเชราห์ และแท่นบูชาสำหรับเผาเครื่องหอมที่พวกเขาสร้างขึ้นมากับนิ้วของพวกเขาเอง
9 ในเวลานั้น เมืองป้อมปราการต่างๆของพวกเขาก็จะรกร้าง เหมือนตอนที่คนฮีไวต์และคนอาโมไรต์ได้ทิ้งแผ่นดินของพวกเขาไปเมื่อคนอิสราเอลมาถึงและมันจะกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า
10 เจ้าได้ลืมพระเจ้าที่ช่วยกู้เจ้าไว้
เจ้าจำไม่ได้ว่าพระเจ้าได้ปกป้องเจ้าเป็นเหมือนหินหลบภัยของเจ้า
เพราะอย่างนี้ ถึงเจ้าจะปลูกต้นไม้ที่สวยงาม ถึงเจ้าจะปลูกเถาองุ่นที่แปลกๆมาจากแดนไกล
11 ถึงเจ้าจะพยายามทำให้มันโตขึ้นในวันที่เจ้าปลูกมัน
ถึงเจ้าพยายามจะทำให้มันงอกขึ้นมาในวันที่เจ้าหว่าน
แต่ผลของมันจะหายไปในวันที่โรคร้ายมาทำลาย
และในวันที่ความเจ็บปวดที่ไม่สามารถรักษาเยียวยามาถึง
12 ฟังสิ เสียงกึกก้องของคนเป็นจำนวนมาก
พวกเขาทำเสียงดังกึกก้องเหมือนกับเสียงกึกก้องของทะเล
ฟังนั่นสิ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวของชนชาติทั้งหลาย
พวกเขาดังสนั่นเหมือนเสียงดังสนั่นของน้ำที่มีกำลังมหาศาล
13 ชนชาติต่างๆดังสนั่นเหมือนกับเสียงดังสนั่นของน้ำเป็นจำนวนมาก
แต่พระเจ้าจะร้องเข้าใส่พวกเขาและพวกเขาจะวิ่งหนีไปไกลๆ
พวกเขาจะเป็นเหมือนแกลบบนพวกภูเขาที่ถูกลมพัดปลิวไป
หรือเป็นเหมือนพุ่มไม้แห้งที่ถูกพายุพัดกลิ้งไป
14 ในตอนเย็น พวกเขาน่าสยดสยอง
แต่ก่อนรุ่งเช้า พวกเขาก็หายไปหมดแล้ว
นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคนพวกนั้นที่พยายามจะยึดเอาของๆเราไป
นี่คือกรรมของคนพวกนั้นที่พยายามจะปล้นเอาทรัพย์สมบัติของพวกเราไป
18ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับชาวเอธิโอเปีย
1 เฮ้ย แผ่นดินที่เต็มไปด้วยเสียงหึ่งๆของปีกแมลง+ 18:1 เต็มไปด้วย … แมลง หรือ แปลได้อีกว่า “เต็มไปด้วยเรือใบ”
เป็นดินแดนที่อยู่เหนือพวกแม่น้ำของเอธิโอเปีย+ 18:1 เอธิโอเปีย หรือเรียกอีกอย่างว่า “คูช” เป็นเมืองหนึ่งในแอฟริกา ใกล้กับทะเลแดง
2 แผ่นดินนั้นส่งพวกทูตมาทางแม่น้ำไนล์ด้วยเรือที่ทำจากต้นกกที่แล่นมาบนน้ำนั้น
ไป พวกผู้ส่งข่าวที่ว่องไวทั้งหลาย
ไปหาชนชาตินั้นที่ร่างสูงและมีผิวเรียบ ไปหาคนพวกนี้ที่คนทั้งไกลและใกล้ต่างก็พากันเกรงกลัว
เป็นชนชาติเข้มแข็งที่ชอบเหยียบย่ำชนชาติอื่นๆ
เป็นแผ่นดินที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน
3 พวกเจ้าทุกคนที่อาศัยอยู่บนโลกนี้
พวกเจ้าที่อยู่บนแผ่นดินโลก
เมื่อมีธงสัญญาณยกขึ้นบนพวกภูเขา ดูให้ดี
และเมื่อได้ยินเสียงแตรเป่า ฟังให้ดี
4 เพราะพระยาห์เวห์ได้พูดกับผมว่าอย่างนี้
“จากที่อาศัยของเรา เราจะคอยสังเกตอย่างเงียบๆ
เงียบเหมือนกับความร้อนที่เพิ่มขึ้นในตอนกลางวันของฤดูร้อน
หรือเงียบเหมือนกับน้ำค้างที่ก่อตัวขึ้นในตอนเช้าของฤดูเก็บเกี่ยว
5 เพราะก่อนที่จะถึงฤดูเก็บเกี่ยว
เมื่อดอกบานหมดแล้วและดอกได้กลายเป็นผลองุ่นสุก
พระองค์ก็จะลิดพวกแขนงด้วยขอลิด
และพระองค์จะตัดกิ่งใหญ่ทิ้งไป
6 พวกเถาองุ่นนี้จะถูกทิ้งไว้ให้พวกนกจากภูเขา
และพวกสัตว์บนแผ่นดินมากินกัน
พวกนกนี้ก็จะพากันมากินในช่วงฤดูร้อน
และพวกสัตว์ทั้งหมดบนแผ่นดินก็จะพากันมากินในช่วงฤดูหนาว”
7 ในเวลานั้น ชนชาตินั้นที่มีรูปร่างสูงและผิวเรียบที่คนทั้งไกลและใกล้หวาดกลัว ก็จะนำพวกของขวัญมาถวายให้กับพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น คนพวกนี้ที่เป็นชนชาติที่เข้มแข็งที่ชอบเหยียบย่ำชนชาติอื่นๆที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านจะเอาพวกของขวัญมาถวายในสถานที่ซึ่งประชาชนร้องออกชื่อของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นคือภูเขาศิโยน
19ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับคนอียิปต์
1 นี่คือข่าวสารเกี่ยวกับอียิปต์
ดูนั่นสิ พระยาห์เวห์กำลังขี่อยู่บนเมฆที่ลอยมาอย่างรวดเร็วมาที่อียิปต์
พวกเทพเจ้าของอียิปต์จะกลัวจนตัวสั่นต่อหน้าพระองค์
และความกล้าของคนอียิปต์ก็จะหลอมละลายไป
2 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะยุแหย่ให้คนอียิปต์ต่อสู้กันเอง
พี่น้องรบกันเอง เพื่อนบ้านรบกันเอง
เมืองนี้จะรบกับเมืองนั้น
อาณาจักรนี้จะรบกับอาณาจักรนั้น
3 คนอียิปต์จะท้อแท้
เราจะทำให้แผนต่างๆของพวกเขาสับสน
พวกเขาจะขอคำปรึกษาจากพวกรูปเคารพ
จากพวกวิญญาณของคนตาย จากพวกคนทรงเจ้า จากพวกหมอดู
4 เราจะมอบอียิปต์ให้ไปตกอยู่ในเงื้อมมือของเจ้านายที่โหดร้าย
และกษัตริย์ที่มีอำนาจมากก็จะมาปกครองเหนือพวกเขา”
พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิตผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดไว้ว่าอย่างนั้น
5 น้ำในแม่น้ำไนล์ก็จะเหือดแห้งไป
แม่น้ำจะแห้งสนิทไป
6 พวกคลองต่างๆก็จะเน่าเหม็น
พวกลำธารของอียิปต์ก็จะค่อยๆเหือดแห้งไป
พวกต้นกกและต้นอ้อก็จะเน่าไป
7 พวกพืชริมแม่น้ำไนล์จะหายไป
ทุกอย่างที่หว่านไปตลอดแนวของแม่น้ำไนล์ก็จะเหี่ยวแห้ง ถูกลมพัดไปและสูญหายไป
8 ชาวประมงจะเศร้าโศกเสียใจ
ทุกคนที่ตกเบ็ดในแม่น้ำไนล์จะร้องไห้ครวญคราง
และทุกคนที่ทอดแหในน้ำจะท้อแท้ไป
9 คนงานที่หวีป่านจะสิ้นหวัง
รวมทั้งคนที่ทอผ้าลินินด้วย
10 พวกช่างทอผ้าของพวกเขาจะหดหู่ใจ
คนพวกนั้นที่ทำงานรับจ้างก็จะเศร้าใจ
11 พวกผู้นำของเมืองโศอันนี่ โคตรโง่เลย
พวกที่ปรึกษาอันชาญฉลาดของฟาโรห์ก็ให้คำแนะนำที่โง่ๆ
พวกแกพูดกับฟาโรห์ได้ยังไงว่า
“ผมเป็นคนหนึ่งในพวกชาญฉลาดเป็นเชื้อสายของพวกกษัตริย์โบราณ”
12 อียิปต์เอ๋ย คนฉลาดของเจ้าหายไปไหนหมดแล้ว
ให้พวกเขามาบอกกับเจ้า และเปิดเผยให้เจ้ารู้สิว่าพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นมีแผนการต่อต้านอียิปต์ไว้อย่างไรบ้าง
13 พวกผู้นำของโศอันถูกหลอก
และพวกผู้นำของเมมฟิสโดนหลอกลวงไปแล้ว
พวกที่เป็นหินมุมเอกของเผ่าต่างๆของอียิปต์ได้นำอียิปต์หลงทางไป
14 พระยาห์เวห์ได้เทวิญญาณแห่งความสับสนเข้าไปในพวกเขา
แล้วพวกเขาทำให้อียิปต์เดินโซเซไปในทุกเรื่องที่ทำ เหมือนคนเมาเดินโซเซและลื่นลงไปในอ้วกของมัน
15 ไม่มีใครสามารถทำอะไรเพื่อช่วยอียิปต์ได้ ไม่ว่าเขาจะเป็นหัวหรือหาง
จะเป็นคนสำคัญหรือไม่สำคัญ+ 19:15 คนสำคัญหรือไม่สำคัญ หรือแปลตรงๆได้ว่า “จะเป็นกิ่งปาล์มหรือกก” ก็ช่วยไม่ได้ทั้งนั้น
16 ในเวลานั้น คนอียิปต์จะเป็นเหมือนกับผู้หญิงตัวสั่นเทิ้มและกลัว เมื่อพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นเงื้อมือขึ้นจะฟาดพวกเขา 17 แผ่นดินของยูดาห์จะกลายเป็นที่น่าหวาดกลัวสำหรับอียิปต์ พูดถึงคนยูดาห์เมื่อไหร่ คนอียิปต์ก็เกิดความกลัวเมื่อนั้น เพราะพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้วางแผนต่อต้านอียิปต์
18 ในเวลานั้นจะมีอยู่ห้าเมืองในแผ่นดินอียิปต์ที่พูดภาษาของคนคานาอัน+ 19:18 ภาษาของคนคานาอัน ก็คือภาษาฮีบรู ที่คนยิวใช้พูดกัน และพวกเขาจะสาบานที่จะจงรักภักดีต่อพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น และเมืองหนึ่งในห้าเมืองนั้นจะถูกเรียกว่า “เมืองแห่งดวงอาทิตย์”+ 19:18 เมืองแห่งดวงอาทิตย์ เมืองนี้คงเป็นเมืองโอน (เฮลิโอโปลิส) มีเสียงคล้ายกับ “เมืองแห่งความพินาศ”
19 ในเวลานั้นจะมีแท่นบูชาแท่นหนึ่งสำหรับพระยาห์เวห์ในท่ามกลางแผ่นดินอียิปต์ และมีอนุสาวรีย์เพื่อเป็นเกียรติให้กับพระยาห์เวห์ตรงพรมแดนของอียิปต์ 20 มันจะเป็นเครื่องเตือนใจและพยานในแผ่นดินอียิปต์ถึงพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น เมื่อผู้คนร้องขอความช่วยเหลือจากพระยาห์เวห์เพราะถูกกดขี่ข่มเหงจากศัตรูของพวกเขา พระองค์ก็จะส่งผู้ช่วยให้รอดมาให้พวกเขาและผู้ช่วยนั้นจะมาสู้เพื่อพวกเขาและช่วยให้พวกเขารอด 21 พระยาห์เวห์จะสอนคนอียิปต์เกี่ยวกับพระองค์ และคนอียิปต์ก็จะได้รู้จักพระองค์ในเวลานั้น และพวกเขาก็จะได้มานมัสการพระองค์ ถวายเครื่องบูชาและของขวัญต่างๆและพวกเขาก็บนบานและแก้บนต่อพระยาห์เวห์ 22 พระยาห์เวห์จะตีสอนอียิปต์ ทั้งตีสอนและรักษา พวกเขาจะหันมาหาพระยาห์เวห์และพระองค์ก็จะฟังคำอธิษฐานของพวกเขาและรักษาพวกเขา
23 ในเวลานั้นก็จะมีทางหลวงจากอียิปต์ ไปอัสซีเรีย+ 19:23 อัสซีเรีย เป็นชนชาติที่มีอำนาจ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอิสราเอล คนอัสซีเรียจะเข้ามาที่อียิปต์และคนอียิปต์ก็จะเข้าไปที่อัสซีเรีย แล้วพวกเขาก็จะนมัสการพระเจ้าด้วยกัน
24 ในเวลานั้น อิสราเอลจะมาร่วมกับอียิปต์และอัสซีเรีย เป็นสามชนชาติด้วยกัน พวกเขาจะเป็นพระพรในโลกนี้ 25 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นจะอวยพรพวกเขาว่า “อียิปต์ เราจะอวยพรเจ้า เจ้าเป็นคนของเรา อัสซีเรีย เราจะอวยพรเจ้า เจ้าเป็นผลงานจากมือของเรา อิสราเอล เราจะอวยพรเจ้า เจ้าเป็นทรัพย์สมบัติของเรา”
20อัสซีเรียจะชนะอียิปต์และเอธิโอเปีย
1 ในปีที่กษัตริย์ซาร์กอน+ 20:1 ซาร์กอน เป็นกษัตริย์ของอัสซีเรียในช่วงปี 721-705 ก่อนพระเยซูมาเกิด แห่งอัสซีเรียได้ส่งแม่ทัพใหญ่ของเขามาที่อัชโดด และเขาได้ต่อสู้กับเมืองอัชโดดและยึดเมืองนั้นไว้ได้ 2 ในช่วงเวลานั้น พระยาห์เวห์ส่งข่าวสารโดยผ่านทางตัวอย่างของอิสยาห์ลูกชายของอามอส พระองค์พูดกับอิสยาห์ว่า “ไปถอดผ้ากระสอบนั้นออกจากตัวเจ้า และถอดรองเท้าสานด้วย” แล้วอิสยาห์ก็ทำตามนั้น เขาจึงเดินเท้าเปล่าไปมาสวมแต่กางเกงชั้นใน
3 พระยาห์เวห์พูดว่า “อิสยาห์ผู้รับใช้ของเราเดินเท้าเปล่าสวมแต่กางเกงชั้นในเป็นเวลาสามปี นี่เป็นสิ่งเตือนใจและรางบอกเหตุให้กับอียิปต์และเอธิโอเปีย+ 20:3 เอธิโอเปีย หรือเรียกอีกอย่างว่า “คูช” เป็นเมืองหนึ่งในแอฟริกา ใกล้กับทะเลแดง4 เพราะกษัตริย์ของอัสซีเรีย จะจับคนอียิปต์ไปเป็นเชลยและกวาดต้อนชาวเอธิโอเปียไป ทั้งคนหนุ่มสาวและคนแก่ เปลือยกายและเท้าเปล่า เปิดก้นให้เห็น ทำให้อียิปต์อับอายยิ่งนัก 5 คนเหล่านั้นที่ฝากความหวังไว้กับเอธิโอเปีย และมีความมั่นใจในอียิปต์ จะต้องตกใจกลัวและผิดหวัง”
6 ในเวลานั้น คนที่อาศัยอยู่แถบทะเลจะพูดว่า “ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนพวกนั้นที่เป็นความหวังของเรา เราอุตส่าห์วิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากพวกเขา เพื่อจะได้ช่วยกู้พวกเราให้พ้นจากกษัตริย์อัสซีเรีย แล้วทีนี้พวกเราจะหนีรอดไปได้ยังไง”
21ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับบาบิโลน
1 นี่คือข่าวสารเกี่ยวกับบาบิโลน+ 21:1 บาบิโลน หรือแปลตรงๆได้ว่า “ทะเลทรายใกล้ๆทะเล”
มีสิ่งหนึ่งมาจากทะเลทราย
เหมือนกับพายุใหญ่พัดมาจากเนเกบ
มันมาจากดินแดนอันน่าสะพรึงกลัว
2 ผมได้เห็นนิมิตที่เลวร้าย ในนิมิตนั้น
ผมเห็นพวกคนทรยศกำลังหักหลังเจ้า
ผมเห็นพวกผู้ทำลายกำลังยึดทรัพย์สมบัติเจ้า
พระยาห์เวห์ว่า “เอลาม ขึ้นไปโจมตีเลย
มีเดีย โอบล้อมโจมตีบาบิโลนเลย
เราจะหยุดเสียงร้องครวญครางของชนชาติทั้งหลายที่บาบิโลนก่อขึ้น”
3 เมื่อผมเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ผมเจ็บปวดไปทั่วท้อง
อย่างกับผู้หญิงเจ็บตอนคลอดลูก
สิ่งที่ผมได้ยินมาทำให้ผมวุ่นวายใจ
สิ่งที่ผมเห็นมาทำให้ผมหวาดกลัว
4 จิตใจของผมหมุนติ้วไปหมด ผมตัวสั่นงันงกไปด้วยความกลัว
ค่ำคืนอันแสนหวานของผมกลับทำให้ผมกลัวจนตัวสั่น
5 พวกเขาตั้งโต๊ะ
ปูพรม
กินและดื่มกัน
แล้วมีคนร้องว่า ลุกขึ้น พวกแม่ทัพนายกองทั้งหลาย
เตรียมโล่สำหรับรบ
6 พระยาห์เวห์บอกกับผมว่า “ไปตั้งทหารยามคนหนึ่ง
เมื่อเขาเห็นอะไร ก็ให้มารายงาน
7 เมื่อเขาเห็นพวกรถรบลากด้วยม้าเป็นคู่ๆ
คนขี่ลา คนขี่อูฐ
ให้เขาตื่นตัวเต็มที่
ให้ระวังอย่างเต็มที่”
8 แล้วทหารยาม+ 21:8 ทหารยาม คำนี้อยู่ในฉบับฮีบรูฉบับหนึ่งที่พบในถ้ำคุมรัน แต่ฉบับฮีบรูทีนิยมใช้กันเขียนว่า สิงโตก็ร้องว่า “ข้าแต่องค์เจ้าชีวิตข้าพเจ้ายืนเฝ้ายามอยู่บนหอคอยทุกวัน
และข้าพเจ้ายืนอยู่ประจำที่ทุกคืน
9 ดูสิ มีรถรบคันหนึ่งที่ลากด้วยม้าคู่หนึ่ง
แล้วคนบนรถรบนั้นร้องตะโกนว่า
‘บาลิโลนล่มสลายแล้ว+ 21:9 บาลิโลนล่มสลายแล้ว อัสซีเรียมีชัยชนะเหนือบาบิโลนในปี 689 ก่อนพระเยซูมาเกิด มันล่มสลายแล้ว
และพวกรูปปั้นเทพเจ้าของมันทั้งหมดก็ถูกทำลายแตกเป็นชิ้นๆอยู่บนดิน’”
10 คนของเราเอ๋ย พวกเจ้าที่ถูกนวด พวกเจ้าที่ถูกฝัดร่อน
ผมได้ยินอะไรมาจากพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพระเจ้าแห่งอิสราเอล
ผมก็ประกาศไปอย่างนั้น
ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับดูมาห์
11 นี่เป็นข่าวสารเกี่ยวกับดูมาห์+ 21:11 ดูมาห์ เป็นคำในภาษาฮีบรู หมายถึง “เงียบ” หรืออาจจะเป็นชื่อของแหล่งน้ำแห่งหนึ่งในทะเลทรายในประเทศอาระเบียทางเหนือ ที่โดนอัสซีเรียยึดไป ในปี 689 ก่อนพระเยซูมาเกิด
มีคนหนึ่งเรียกผมจากเมืองเสอีร์
“ยาม คืนนี้มีข่าวอะไรจากดูมาห์ไหม
ยาม คืนนี้มีข่าวอะไรไหม”
12 ทหารยามตอบว่า
“ผ่านไปวันหนึ่งกับคืนหนึ่งแล้วไม่มีข่าวอะไรเลย+ 21:12 ไม่มีข่าวอะไรเลย คงหมายถึงว่าเมืองดูมาห์ถูกยึดแล้วไม่มีใครหนีออกมาส่งข่าวได้ ข่าวก็เลยเงียบตามชื่อเมือง (ดูมาห์)
ถ้าอยากจะถาม
ค่อยกลับมาถามใหม่นะ”
ข่าวสารของพระเจ้าถึงอาระเบีย
13 นี่คือข่าวสารเกี่ยวกับอาระเบีย+ 21:13 อาระเบีย หรือ “ดินแดนที่ว่างเปล่า”
ขบวนพ่อค้าจากเดดานเอ๋ย
เจ้าจะค้างคืนอยู่ตามพุ่มไม้ในทะเลทรายอาระเบีย
14 ชาวแผ่นดินเทมาเอ๋ย
ให้เอาน้ำออกมาให้คนที่หิวกระหายด้วย
ให้เอาขนมปังออกมาเลี้ยงคนที่ลี้ภัยด้วย
15 เพราะพวกเขาได้หนีจากคมดาบมา
หนีจากดาบที่ชักจากฝักพร้อมฟันแล้ว
หนีจากคันธนูที่ง้างพร้อมยิงแล้ว
หนีจากการสู้รบอย่างหนัก
16 องค์เจ้าชีวิต พูดกับผมอย่างนี้ว่า “ในหนึ่งปี ตรงเผงอย่างกับที่ลูกจ้างนับเวลาที่เขาตกลงจะทำงาน ศักดิ์ศรีทั้งหมดของเคดาร์+ 21:16 เคดาร์ เมืองทางตะวันออกของอิสราเอล จะจบสิ้นไป 17 จำนวนนักรบแม่นธนูในกองทัพเคดาร์จะเหลือน้อยมาก” เพราะพระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอลได้ลั่นคำพูดไปแล้ว
22ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับเยรูซาเล็ม
1 นี่คือข่าวสารเกี่ยวกับหุบเขาแห่งนิมิต+ 22:1 หุบเขาแห่งนิมิต นี่คงเป็นหุบเขาหนึ่งใกล้เมืองเยรูซาเล็ม
เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าทุกคน
ถึงได้ขึ้นไปบนดาดฟ้ากัน
2 ทำไมพวกเจ้าถึงได้โห่ร้องกันใหญ่
ทำไมทั้งเมืองถึงส่งเสียงวุ่นวายอย่างนี้
ทำไมพวกเจ้าถึงยังมีหน้ามาเฉลิมฉลองกัน
ถึงคนของเจ้าไม่ได้ตายด้วยดาบในสนามรบ
แต่ก็ต้องมาตายด้วยความอดอยากและโรคระบาด
3 พวกผู้นำของเจ้าต่างก็พากันหนีไปด้วยกัน
แต่พวกเขาก็ถูกจับหมด ไม่มีแม้แต่คันธนูติดตัว
พวกเจ้าที่ไปแอบซ่อนก็ถูกจับมาพร้อมๆกัน
ถึงแม้พวกเจ้าจะหนีไปไกลแล้วก็ตาม
4 ดังนั้นผมถึงพูดว่า “อย่ามองผม
ให้ผมร้องไห้อย่างขมขื่น
ไม่ต้องพยายามมาปลอบโยนผมในเรื่องที่พวกคนที่ผมรักถูกทำลาย”
5 พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิตผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ได้เลือกวันหนึ่งไว้แล้ว
ในวันนั้นมีการจลาจลเหยียบย่ำกันและความสับสนวุ่นวายขึ้นในหุบเขาแห่งนิมิต
กำแพงเมืองถูกทำลายลง
และคนในหุบเขาได้ร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่บนภูเขา
6 คนเอลามได้หยิบเอาคันธนูของตน
ขึ้นรถรบและขึ้นม้า และทหารจากคีร์เตรียมโล่ไว้พร้อม
7 ตอนนั้น พวกหุบเขาที่ดีที่สุดของท่านเต็มไปด้วยรถรบ
และทหารม้าก็เข้าประจำที่อยู่ตรงประตูเมือง
8 แต่พระองค์ได้เอาการปกป้องคุ้มครองของยูดาห์ไป
ในเวลานั้น พวกเจ้าได้ไว้วางใจในอาวุธที่เก็บไว้ที่วังป่า+ 22:8 วังป่า หรือ ตึกเบธ ฮายาราห์ เป็นตึกหนึ่งที่กษัตริย์โซโลโมนสร้างขึ้น เพื่อเก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติ ดูเพิ่มเติมได้จาก 1 พงศ์กษัตริย์ 7:2-5; 10:17 สาเหตุที่เรียกว่า “วังป่า” เพราะทั้งตึกมีแต่เสาที่ทำจากต้นสนมากมาย
9 พวกเจ้าได้ตรวจดูช่องโหว่หลายแห่งตรงกำแพงเมืองของดาวิด พวกเจ้าได้เก็บสะสมน้ำที่เอามาจากสระน้ำด้านล่าง 10 พวกเจ้าได้นับจำนวนบ้านของเยรูซาเล็มและได้รื้อบ้านไปหลายหลังเพื่อเอาอิฐมาซ่อมแซมกำแพง 11 พวกเจ้าได้สร้างที่กักเก็บน้ำในซอกระหว่างกำแพงด้านนอกกับด้านใน เพื่อรับน้ำที่ไหลลงมาจากสระเก่า แต่พวกเจ้ากลับไม่ได้ไว้วางใจในผู้นั้นที่สร้างเมืองนี้ขึ้นมา พวกเจ้าไม่ได้นับถือผู้นั้นที่ได้ออกแบบมันนานมาแล้ว
12 ในวันนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นเรียกให้คนร้องไห้และโศกเศร้า
เรียกให้คนโกนหัวและใส่เสื้อผ้ากระสอบไว้ทุกข์
13 แต่ดูสิ ผู้คนกลับจัดงานเลี้ยงฉลองกัน
ฆ่าวัวฆ่าแกะ
กินเนื้อและดื่มเหล้าองุ่นกันอย่างสนุกสนาน
และพูดกันว่า “พวกเรามากินและดื่มกันเถอะ
เพราะพรุ่งนี้เราก็จะตายกันแล้ว”
14 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น เปิดเผยสิ่งนี้ให้ผมได้ยินกับหูว่า
“บาปที่พวกเจ้าทำนี้จะไม่ได้รับการอภัยแน่ตราบเท่าวันตาย”
พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นได้ลั่นคำพูดไว้อย่างนั้น
ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับเชบนา
15 พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิต ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พูดว่า “ให้ไปหานายคนนี้ คือเชบนาผู้ดูแลวัง 16 ให้บอกกับเขาว่า ‘เจ้ามาทำอะไรที่นี่ เจ้ามีญาติที่ถูกฝังอยู่ที่นี่หรือ เจ้าถึงได้สกัดหลุมฝังศพให้กับตัวเองที่นี่ สกัดหลุมฝังศพซะสูงเลยนะ เจ้าสกัดที่พักอันสงบในหินผานั้นอย่างนั้นหรือ’
17 เจ้า ดูสิ พระยาห์เวห์กำลังจะขว้างเจ้าออกไปอย่างแรง พระองค์กำลังจะจับเจ้าไว้แน่นๆ 18 และพระองค์ก็จะม้วนเจ้าให้แน่นๆและขว้างเจ้าออกไปเหมือนกับลูกบอล เข้าไปในแผ่นดินที่กว้างขวาง เจ้าจะตายที่นั่น และพวกรถรบที่เจ้าภูมิใจหนักหนาก็จะถูกทิ้งไว้ที่นั่นด้วย เจ้าได้นำความอับอายขายหน้ามาให้กับครัวเรือนของนายเจ้า 19 พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เราจะผลักเจ้าออกจากตำแหน่งที่สำคัญของเจ้า และเจ้าก็จะถูกกระชากลงจากตำแหน่งของเจ้า 20 ในวันนั้น เราจะเรียกผู้รับใช้ของเรามาคือ เอลียาคิมลูกของฮิลคียาห์ 21 เราจะเอาเสื้อคลุมของเจ้าสวมให้กับเขา เราจะเอาผ้ารัดเอวของเจ้ามารัดให้กับเขา และมอบอำนาจของเจ้าให้อยู่ในมือเขา และเขาจะเป็นเหมือนพ่อของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็มและครอบครัวของยูดาห์ทั้งหมด
22 เราจะให้กุญแจวังของดาวิดกับเขาและความรับผิดชอบนั้นจะตกอยู่บนบ่าของเขา สิ่งที่เขาเปิด จะไม่มีใครปิดได้ และสิ่งที่เขาปิดก็จะไม่มีใครเปิดได้ 23 เขาจะเป็นเหมือนบัลลังก์ที่มีเกียรติสำหรับครอบครัวของพ่อเขา เราจะทำให้เขามั่นคงเหมือนกับหมุดที่ตอกไว้ในที่มั่นคงแน่นหนา 24 แต่น้ำหนักทั้งหมดของครอบครัวเขาก็จะแขวนอยู่บนเขา ทั้งลูกหลานและเครือญาติทั้งหมด ที่เปรียบเหมือนถ้วยเล็กๆทั้งหมดไปจนถึงเหยือกใหญ่ๆทั้งสิ้น ก็จะแขวนอยู่บนเขา’”
25 ในเวลานั้น พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ได้บอกว่า “หมุดที่ได้ตอกไว้ในที่ที่มั่นคงแน่นหนานั้นจะหลุดออกมา มันจะถูกตัดและตกลงมา และภาระทุกอย่างที่แขวนอยู่บนมันก็จะถูกทำลายไปหมด เพราะพระยาห์เวห์ได้พูดไว้ว่าอย่างนั้น”
23ข่าวสารของพระเจ้าเกี่ยวกับเมืองไทระและดินแดนฟีนีเซีย
1 นี่คือข่าวสารเกี่ยวกับเมืองไทระ
เรือบรรทุกทั้งหลายของทารชิช เอ๋ย
ร้องไห้คร่ำครวญซะ
เพราะท่าจอดเรือของเจ้าถูกทำลายหมดแล้ว
พวกเขาได้ข่าวเรื่องนี้ในระหว่างที่มาจากแผ่นดินไซปรัส
2 พวกเจ้าที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง คร่ำครวญซะ
พ่อค้าของเมืองไซดอนเคยข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำให้เจ้าร่ำรวย
3 ข้าวสาลีแห่งเมืองชิโหร์ในแถบลุ่มแม่น้ำไนล์ส่งมาทางเรือผ่านทะเลอันกว้างใหญ่
รายได้ของเมืองไทระมาจากการเก็บเกี่ยวจากแถบลุ่มแม่น้ำไนล์
และไทระก็ได้กลายเป็นตลาดการค้าของชนชาติต่างๆ
4 ไซดอนเอ๋ย เจ้าควรจะอับอาย
ป้อมปราการของทะเลเอ๋ย
ทะเลได้พูดกับเจ้าว่า
“ข้าไม่เคยเจ็บปวดคลอดลูก ข้าไม่เคยคลอดลูก
ข้าไม่เคยเลี้ยงลูกจนเป็นหนุ่ม ข้าไม่เคยเลี้ยงลูกจนเป็นสาว”
5 เมื่อข่าวพวกนั้นมาถึงอียิปต์
พวกเขาจะเป็นทุกข์เพราะข่าวที่เกี่ยวกับเมืองไทระนั้น
6 พวกเจ้าที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล
ให้ร้องไห้คร่ำครวญและให้ขึ้นเรือหนีไปเมืองทารชิชเถิด
7 นี่หรือเมืองไทระที่เคยเป็นเมืองที่พวกเจ้าภูมิใจนักหนาซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมาช้านานแล้ว
เป็นเมืองที่เคยส่งคนไปสร้างอาณานิคมทั้งหลายในแดนไกล
8 ไทระเคยมีอำนาจแต่งตั้งพวกกษัตริย์ได้
พวกนักธุรกิจของไทระเคยได้รับการยกย่องอย่างกับเป็นเจ้าชาย
พวกพ่อค้าของไทระเคยเป็นพวกที่ได้รับเกียรติมากที่สุดในโลก
ใครได้บังอาจวางแผนต่อต้านเมืองไทระอย่างนี้
9 พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นเป็นผู้วางแผนนี้เอง
เพื่อทำลายความหยิ่งในศักดิ์ศรีทั้งหมดของมัน
เพื่อทำให้ผู้มีเกียรติทุกคนในโลกขายหน้าไป
10 พวกเรือทั้งหลายของทารชิชเอ๋ย
ข้ามกลับไปยังแผ่นดินของเจ้าได้แล้ว
เจ้าจะมาใช้ที่นี่เป็นท่าเรือไม่ได้อีกแล้ว+ 23:10 ข้อนี้ในภาษาฮีบรูเข้าใจยาก ที่แปลอย่างนี้ส่วนหนึ่งมาจากแปลกรีกโบราณ
11 พระองค์ได้ยื่นมือของพระองค์ออกเหนือทะเล
พระองค์เขย่าอาณาจักรต่างๆ
พระยาห์เวห์ออกคำสั่งให้ทำลายพวกป้อมปราการของคานาอัน+ 23:11 คานาอัน แผ่นดินของคนคานาอัน รวมถึงอิสราเอล เลบานอนและซีเรีย
12 พระองค์พูดว่า
“ไซดอนสาวพรหมจรรย์เอ๋ย เจ้าจะถูกข่มขืน
เจ้าจะไม่ชื่นชมยินดีอีกต่อไป
ลุกขึ้น ไปที่ไซปรัสสิ
แต่ที่นั่นก็จะไม่มีที่ให้เจ้าหยุดพักเหมือนกัน”
13 ดูแผ่นดินของคนบาบิโลนสิ เป็นชนชาตินี้แหละ ไม่ใช่คนอัสซีเรีย
ที่ทำให้ไทระเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า
พวกเขาก่อเนินดินขึ้นมาบุกโจมตีป้อมปราการ
พวกเขารื้อวังต่างๆทิ้งไป พวกเขาทำให้มันกลายเป็นซากปรักหักพัง
14 เรือบรรทุกทั้งหลายของทารชิชเอ๋ย ร้องไห้คร่ำครวญซะ
เพราะท่าจอดเรือของเจ้าถูกทำลายหมดแล้ว
15 ในเวลานั้น ไทระจะถูกลืมไปเป็นเวลาเจ็ดสิบปี
นานเท่ากับชั่วชีวิตของกษัตริย์หนึ่งองค์ พอจบเจ็ดสิบปีนั้นแล้ว ไทระก็จะเป็นเหมือนโสเภณีในเพลงที่ร้องว่า
16 “หญิงโสเภณีที่ถูกลืมเอ๋ย
เอาพิณขึ้นมาและเดินไปให้ทั่วเมือง
เล่นพิณนั้นให้เพราะๆร้องเพลงหลายๆเพลง
เพื่อผู้ชายจะได้จดจำเจ้าได้”
17 เมื่อเจ็ดสิบปีนั้นจบไปแล้ว พระยาห์เวห์ก็จะมาฟื้นฟูเมืองไทระ แล้วไทระก็จะกลับมาค้าขายอีก และเธอก็จะขายตัวให้กับอาณาจักรทุกแห่งบนแผ่นดินโลกนี้ 18 แต่ว่าสินค้าและรายได้ของหล่อน หล่อนจะถวายให้กับพระยาห์เวห์ หล่อนจะไม่ได้เก็บสะสมกำไรของหล่อนเอาไว้ใช้เอง แต่สินค้าของหล่อนจะกลายเป็นอาหารอย่างเหลือเฟือ และเสื้อผ้าอย่างดีสำหรับพวกนักบวชที่อยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์
24พระเจ้าจะลงโทษอิสราเอล
1 ดูสิ พระยาห์เวห์กำลังจะทำลายโลกนี้แล้วและปล่อยให้มันรกร้างว่างเปล่า
พระองค์จะทำให้พื้นผิวโลกบิดเบี้ยวไปและทำให้พลเมืองของมันกระจัดกระจายไป
2 เรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับทุกคนเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไปหรือนักบวช
ไม่ว่าจะเป็นทาสหรือเจ้านาย
ไม่ว่าจะเป็นสาวใช้หรือนายผู้หญิง
ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย
ไม่ว่าจะเป็นคนยืมหรือคนให้ยืม
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้
3 โลกจะถูกทำลายลงอย่างราบคาบทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปล้นไปจนเกลี้ยง
เพราะพระยาห์เวห์ได้พูดไว้ว่าอย่างนี้
4 โลกก็จะแห้งแล้งและเหี่ยวเฉาไป
โลกก็จะอ่อนกำลังลงและเหี่ยวเฉาไป
ฟ้าสวรรค์ก็จะอ่อนแอไปพร้อมกับโลก
5 ผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกได้ทำให้แผ่นดินแปดเปื้อนไปในสายตาพระเจ้า
พวกเขาได้ฝ่าฝืนกฎต่างๆและละเมิดคำสั่งทั้งหลาย
และหักทิ้งคำมั่นสัญญานิรันดร์ที่เขากับพระเจ้ามีต่อกัน
6 เพราะอย่างนั้น โลกก็ถูกคำสาปกลืนกิน
และคนที่อาศัยอยู่ในโลกก็ถูกลงโทษเพราะความผิดของพวกเขา
ดังนั้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกจึงได้ร่อยหลอไป เหลือไม่กี่คน
7 เหล้าองุ่นใหม่ก็เศร้าโศกเสียใจ
เถาองุ่นก็อ่อนแอไป
ทุกคนที่เคยร่าเริงก็ครวญคราง
8 การเฉลิมฉลองกันด้วยกลองได้หยุดไป
เสียงของคนที่ดีอกดีใจก็ไม่มีอีกแล้ว
การเฉลิมฉลองด้วยพิณก็ได้หยุดไป
9 พวกเขาไม่ดื่มเหล้าองุ่นพร้อมกับร้องเพลงอีกแล้ว
รสชาติเบียร์ก็ขมเกินไปสำหรับคนที่ดื่มมัน
10 เมืองแตกกระจายและสับสนอลหม่านไป
บ้านทุกหลังก็ปิดไม่ให้คนเข้า
11 ตามท้องถนนก็มีเสียงร้องเพราะขาดเหล้าองุ่นดื่ม
ความสนุกสนานได้จางหายไป
ความยินดีของโลก+ 24:11 ความยินดีของโลก บางครั้งใช้เรียก “เยรูซาเล็ม” ดูเพิ่มเติมได้จาก หนังสือบทเพลงคร่ำครวญ 2:15 และสุดดี 48:3ถูกกวาดต้อนไป
12 ในเมืองไม่เหลืออะไรเลยนอกจากความรกร้างว่างเปล่า
ประตูเมืองก็โดนกระหน่ำซะเละไปหมด
13 มันจะเป็นอย่างนี้ในศูนย์กลางของโลก+ 24:13 ศูนย์กลางของโลก บางครั้งประโยคนี้หมายถึง “เยรูซาเล็ม” ดูได้จากหนังสืออิสยาห์ 2:2 เอเสเคียล 5:5
ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย
จะเป็นเหมือนตอนที่กิ่งต้นมะกอกถูกตีไปแล้วในช่วงเก็บเกี่ยว
หรือตอนที่เหลือองุ่นไม่กี่ลูกตอนที่ฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นผ่านไปแล้ว
14 คนที่เหลือเหล่านั้นตะโกนเสียงดัง
พวกเขาร้องสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระยาห์เวห์อย่างมีความสุข พวกเขาร้องว่า
15 “ตะโกนจากตะวันตก เฉลิมฉลองในทางตะวันออกถวายเกียรติให้กับพระยาห์เวห์
ที่แถบชายฝั่งทะเลถวายเกียรติให้กับชื่อของพระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอล”
16 พวกเราได้ยินเสียงเพลงจากที่สุดปลายโลกว่า
“ถวายเกียรติให้กับพระองค์ผู้สัตย์ซื่อนั้น”
แต่ผมพูดว่า “ผมกำลังจะตาย ผมกำลังจะตาย
ผมรู้สึกอับอายขายหน้า
เพราะพวกที่ทรยศไม่สัตย์ซื่อ
พวกทรยศ ไม่สัตย์ซื่อเลย”
17 คนที่อาศัยอยู่ในโลกเอ๋ย
ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตื่นตระหนกตกใจ ตกหลุมพรางและติดตาข่ายแล้ว
18 คนที่วิ่งหนีเสียงที่น่าตกใจกลัวก็จะตกลงไปในหลุมพราง
และคนที่ปีนขึ้นมาจากหลุมพรางก็จะติดตาข่ายอีก
เพราะพวกช่องสวรรค์ทั้งหลายถูกเปิดเทน้ำลงมา
และรากฐานต่างๆของโลกก็สั่นสะเทือน
19 โลกแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
โลกฉีกเป็นชิ้นๆ
โลกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
20 โลกส่ายโซเซเหมือนคนเมา
และมันเอนเอียงไปมาเหมือนเพิงใต้พายุ
มันแบกความผิดของมันไว้จนหนักอึ้ง
และมันก็ล้มลงและจะไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีก
ชัยชนะของพระยาห์เวห์
21 ในเวลานั้น พระยาห์เวห์จะลงโทษพวกพระแห่งดวงดาวบนสวรรค์เบื้องบน
และพวกกษัตริย์ในโลกเบื้องล่าง
22 และพวกเขาจะถูกรวบรวมเหมือนกับนักโทษในหลุม
พวกเขาจะถูกขังไว้ในคุก
และหลังจากนั้นอีกหลายวันพวกเขาก็จะถูกลงโทษ
23 พระจันทร์จะได้รับความอับอาย
พระอาทิตย์จะถูกทำให้ขายหน้า
เพราะพระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นจะปกครองเป็นกษัตริย์บนภูเขาศิโยนในเมืองเยรูซาเล็ม
และสง่าราศีของพระองค์จะปรากฏต่อหน้าพวกผู้อาวุโสของเมืองนั้น
25เพลงสรรเสริญพระเจ้า
1 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์เป็นพระเจ้าของผม
ผมจะยกย่องพระองค์และสรรเสริญพระนามของพระองค์
เพราะสิ่งน่าทึ่งทั้งหลายที่พระองค์ได้ทำ
พระองค์ได้วางแผนพวกมันมานานแล้วและพวกมันก็เกิดขึ้นจริงตามนั้น
2 พระองค์ทำให้เมืองกลายเป็นกองซากปรักหักพัง
พระองค์ทำลายเมืองที่มีป้อมปราการลง
ป้อมปราการของคนต่างชาติก็ไม่เป็นเมืองอีกต่อไป
และมันจะไม่มีวันถูกสร้างขึ้นมาอีกแล้ว
3 ดังนั้น พวกชนชาติเข้มแข็งจึงถวายเกียรติให้กับพระองค์
พวกเมืองต่างๆของชนชาติที่โหดเหี้ยมทั้งหลายจะยำเกรงพระองค์
4 เพราะพระองค์ได้เป็นที่หลบภัยสำหรับคนจน
เป็นที่หลบภัยสำหรับคนที่ขัดสนเมื่อเขาเดือดร้อน
เป็นที่กำบังจากพายุ และเป็นร่มเงากันความร้อน
เมื่อคนโหดเหี้ยมโหมพัดเข้าใส่เหมือนกับพายุในหน้าหนาว
5 หรือเหมือนกับความร้อนในที่แห้งแล้ง
พระองค์หยุดเสียงเอะอะของพวกคนต่างชาติพวกนี้ลง
พระองค์ดับเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะของคนเหี้ยมโหดลง
เหมือนกับที่เมฆดับความร้อนลง
พระยาห์เวห์จะจัดงานเลี้ยงให้กับพวกผู้รับใช้ของพระองค์
6 บนภูเขานี้ พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นจะจัดงานเลี้ยงให้กับทุกชนชาติ
เป็นงานเลี้ยงที่มีอาหารเลิศรสและเหล้าองุ่นที่บ่มมาอย่างดี
มีเนื้อที่นุ่มนวลและเหล้าองุ่นที่กรองตะกอนแล้ว
7 และบนภูเขานี้พระองค์จะทำลายผ้าที่คลุมหน้าคนทั้งหลาย
ผ้าทอที่ครอบคลุมอยู่เหนือทุกชนชาติ
8 พระองค์จะกลืนกินความตายตลอดไปและพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตจะเช็ดน้ำตาจากทุกๆใบหน้า
และพระองค์จะขจัดความอับอายที่คนของพระองค์ได้รับให้หายไปจากทั้งโลก
เพราะพระยาห์เวห์ได้พูดไว้ว่าอย่างนั้น
9 ในเวลานั้นผู้คนจะพูดว่า
“ดูสิ นี่คือพระเจ้าของเรา
เรารอคอยพระองค์
และพระองค์ก็ได้มาช่วยกู้พวกเราแล้ว
นี่แหละพระยาห์เวห์ผู้ที่พวกเราได้ตั้งตารอคอย
ขอให้พวกเราชื่นชมยินดีและมีความสุขเมื่อพระองค์มาช่วยกู้พวกเรา”
10 เพราะมือของพระองค์จะวางปกป้องอยู่บนภูเขาของพระองค์
แต่พวกชาวโมอับจะถูกเหยียบย่ำลงในที่ของพวกเขานั้น เหมือนกับฟางที่ถูกเหยียบย่ำลงในกองขี้
11 และพวกชาวโมอับก็จะกางแขนของพวกเขาในกองขี้นั้นเหมือนกับนักว่ายน้ำกางแขนออกว่ายน้ำ
พระยาห์เวห์จะกดความหยิ่งจองหองของพวกเขาลง ถึงแม้จะมีฝีมือเก่งกาจแค่ไหนก็ตาม
12 ชาวโมอับ พระองค์จะรื้อป้อมปราการที่สูงใหญ่ของพวกเจ้า
ทำให้มันพังลง โยนลงกับพื้น คลุกฝุ่นไปเลย
26เพลงที่ร้องสรรเสริญพระเจ้า
1 ในเวลานั้นจะมีการร้องเพลงนี้ในแผ่นดินของยูดาห์
“พระเจ้าผู้ช่วยให้รอดของเรา เป็นเมืองที่เข้มแข็งของเรา
พระองค์ประทานกำแพงและป้อมปราการต่างๆให้+ 26:1 ข้อนี้ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เรามีเมืองที่แข็งแรง พระเจ้าได้ประทานความปลอดภัยให้ กำแพงและการป้องกันต่างๆ”
2 ให้เปิดประตูเมืองเถิด
เพื่อชนชาติที่ดีที่จงรักภักดีต่อพระองค์จะได้เข้ามา
3 พระยาห์เวห์เจ้าข้า พระองค์ประทานสันติสุขแท้จริงให้กับใจที่พึ่งพิงในพระองค์นั้น
เพราะพวกเขาไว้วางใจในพระองค์
4 ให้ไว้วางใจในพระยาห์เวห์เสมอ
เพราะในพระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์นั้นแหละ เจ้ามีหินหลบภัยอันถาวร
5 พระองค์กดให้คนพวกนั้นที่อยู่สูงเลิศเลอตกต่ำลง
พระองค์ทำให้เมืองสูงส่งล้มลง
พระองค์ทำให้มันล้มลงกับพื้นดิน
และพระองค์ก็โยนมันลงไปคลุกฝุ่น
6 มีเท้าเหยียบย่ำไปบนมัน
คือเท้าของคนที่ถูกกดขี่ข่มเหง
คือย่างเท้าของคนที่ขัดสน”
คนของพระเจ้าร้องขอความช่วยเหลือ
7 ทางของคนดีถูกปรับให้ราบเรียบ
ข้าแต่องค์ผู้ยุติธรรม พระองค์ทำให้ถนนของคนดีนั้นราบรื่น
8 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พวกเราตั้งตารอคอยพระองค์
ในขณะที่เราเดินบนเส้นทางแห่งคำสั่งทั้งหลายของพระองค์
จิตวิญญาณของพวกเราอยากที่จะให้ชื่อเสียงและเกียรติของพระองค์เพิ่มขึ้น
9 จิตวิญญาณของข้าพเจ้าใฝ่ฝันถึงพระองค์ในตอนกลางคืน
จิตวิญญาณภายในตัวข้าพเจ้าแสวงหาพระองค์ตอนรุ่งอรุณ
เพราะเมื่อการตัดสินต่างๆของพระองค์เกิดขึ้นในโลกนี้
ชาวโลกเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง
10 ถ้าแสดงความเมตตาต่อคนชั่วช้า
พวกเขาก็ไม่เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างถูกต้องหรอก
ถึงแม้จะอยู่ในดินแดนที่คนใช้ชีวิตอย่างถูกต้องกัน พวกคนชั่วช้าก็ยังทำตัวเลวร้ายอยู่ดี
และพวกเขาก็ไม่เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระยาห์เวห์ด้วย
11 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์เงื้อมือขึ้นมาเตรียมฟาด
แต่พวกเขามองไม่เห็น
ขอให้พวกเขาเห็นถึงความรักอันแรงกล้าที่พระองค์มีต่อคนของพระองค์ ขอให้พวกเขาอับอายต่อสิ่งที่เขาได้ทำกับพวกเรา
ขอให้เผาพลาญพวกเขาด้วยไฟที่พระองค์เตรียมไว้สำหรับศัตรูของพระองค์
12 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอพระองค์ให้พวกเราอยู่เย็นเป็นสุขด้วยเถิด
ทุกเรื่องที่เราได้ทำสำเร็จนั้น พระองค์เป็นผู้ทำให้มันสำเร็จเพื่อเรา
13 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเรา
พวกเจ้านายคนอื่นๆที่ไม่ใช่พระองค์ได้ครอบครองเหนือพวกเรา
แต่พวกเราให้เกียรติกับชื่อของพระองค์เท่านั้น
14 คนตายจะไม่มีชีวิตอยู่อีก
และผีก็จะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก
อย่างนั้นขอให้พระองค์ลงโทษและฆ่าทำลายพวกศัตรูของพวกเรา
ขอให้พระองค์ลบชื่อของพวกมันให้หมดไป
15 แต่ขอให้พระองค์เพิ่มพูนชนชาติของพวกเรา
ขอให้พระองค์เพิ่มพูนชนชาติของพวกเราให้มากขึ้น
ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอให้พระองค์ได้รับเกียรติ
ขอให้พระองค์ขยายเขตแดนของแผ่นดินทั้งหมด
16 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ตอนที่พวกเราเดือดร้อน พวกเราแสวงหาพระองค์
ตอนที่พระองค์ตีสอนพวกเรา พวกเราก็ร้องด้วยความเจ็บปวด
17 เหมือนกับผู้หญิงท้องที่ดิ้นไปมาและร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อใกล้คลอด
ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทำให้พวกเราเป็นอย่างนั้น
18 พวกเราตั้งท้อง พวกเราดิ้นไปมา
พวกเราคลอดลูก คลอดแต่ลมออกมา
เราไม่ได้นำความรอดมาให้กับแผ่นดิน
และเราไม่ได้คลอดพลเมืองใหม่ออกมาให้กับโลก
19 พระยาห์เวห์พูดว่า “พวกคนที่ตายไปแล้วของเจ้าจะมีชีวิตอยู่ พวกศพของคนของเราจะฟื้นขึ้น
พวกเจ้าที่อาศัยอยู่ในฝุ่นเอ๋ย ตื่นขึ้นมา ร้องเพลงอย่างมีความสุขเถิด
เพราะพวกเจ้าจะงอกขึ้นมาเหมือนพืชที่ปกคลุมไปด้วยน้ำค้างในตอนเช้า
และผืนดินนี้จะคลอดคนเหล่านั้นที่ตายไปแล้วออกมา”
ให้อดทนคอยความยุติธรรม
20 มาเถิด คนของเราเข้าไปในห้องส่วนตัวและปิดประตูซะ
ซ่อนตัวสักพักจนกว่าความโกรธของพระยาห์เวห์จะผ่านพ้นไป
21 เพราะพระยาห์เวห์กำลังออกมาจากสถานที่ของพระองค์
เพื่อมาลงโทษชาวโลกสำหรับความผิดบาปของพวกเขา
โลกนี้ก็จะเปิดโปงให้เห็นถึงเลือดที่เคยหลั่งบนมัน
และมันก็จะไม่ปกปิดคนที่ถูกฆ่าอีกต่อไป
271 ในเวลานั้น พระยาห์เวห์จะลงโทษเลวีอาธาน+ 27:1 เลวีอาธาน เป็นพญานาค หรืองูใหญ่ ที่อยู่ในเรื่องเล่าในสมัยก่อน เชื่อกันว่าพญานาคเป็นศัตรูกับพระเจ้า
พญานาคตัวนั้นที่กำลังหนีไป
ด้วยดาบที่ยิ่งใหญ่ทรงพลังและทำลายล้างของพระองค์
เลวีอาธานเป็นพญานาคที่คดเคี้ยวไปมา
พระองค์จะฆ่าพญานาคตัวนั้นที่อยู่ในทะเล+ 27:1 พญานาคตัวนั้นที่อยู่ในทะเล หรือสัตว์ประหลาดในทะเล นี่คงเป็นราหับ เรื่องเล่าในสมัยก่อนว่าราหับได้ต่อสู้กับพระเจ้า
พระเจ้าจะช่วยกู้อิสราเอล
2 ในเวลานั้นจะมีสวนองุ่นที่น่าชื่นชมอยู่สวนหนึ่ง
ให้ร้องเพลงเกี่ยวกับสวนองุ่นนั้นกันเถอะ
3 “เรา ยาห์เวห์ เป็นคนเฝ้าดูแลมันเอง
เรารดน้ำมันสม่ำเสมอ
เราเฝ้ามันทั้งวันทั้งคืน
เพื่อจะได้ไม่มีใครมาทำร้ายมัน
4 เราไม่ได้เคียดแค้นมัน
แต่ถ้ามันเกิดหนามและหญ้าคาขึ้นมาให้กับเรา
เราก็จะบุกเข้าไปสู้รบกับพวกมัน
และจะเผาพวกหนามและหญ้าคาพวกนั้นทิ้งให้หมด
5 อย่างนั้น ให้มันมาหาเราเพื่อให้เราปกป้อง
ให้มันทำสัญญาสงบศึกกับเรา
ให้มันทำสัญญาสงบศึกกับเราดีกว่า”
6 ในวันเหล่านั้นที่จะมาถึง คนของยาโคบจะหยั่งราก
คนของอิสราเอลจะผลิดอกและแตกหน่อ
และทั้งโลกจะเต็มไปด้วยผลของพวกเขา
7 พระองค์ตีอิสราเอลเหมือนกับที่พระองค์ตีคนที่ตีอิสราเอลหรือ
คนอิสราเอลถูกฆ่าเท่ากับคนที่ฆ่าพวกเขาถูกฆ่าหรือ
8 พระองค์ได้ดำเนินคดีของพระองค์กับอิสราเอล
พระองค์ขับไล่ไสส่งอิสราเอลออกไปด้วยลมพายุของพระองค์อย่างกับวันที่ลมตะวันออกพัดมา
9 ด้วยวิธีนี้ ความผิดบาปของอิสราเอลจะได้รับการอภัย
แล้วนี่จะเป็นผลของการขจัดบาปของพวกเขานั้นด้วย
คือแท่นบูชาหินที่พวกเขาสร้างให้กับเทพเจ้าทั้งหลาย จะถูกบดให้เป็นผุยผง
และจะไม่มีพวกเสาเจ้าแม่อาเชราห์ หรือแท่นเผาเครื่องหอมตั้งอยู่
10 เมืองที่มีป้อมปราการนั้นก็ว่างเปล่า
มันกลายเป็นหมู่บ้านที่ถูกทอดทิ้งเหมือนกับทะเลทราย
และที่นั่น พวกลูกวัวก็จะมาเล็มหญ้ามานอนกัน
และกินใบของกิ่งไม้จนหมดเกลี้ยง
11 เมื่อกิ่งก้านพวกนั้นแห้งและหักไป
พวกผู้หญิงก็เอามาทำเป็นฟืนก่อไฟ
เพราะชนชาติพวกนี้ไม่มีหัวคิด
พระผู้สร้างพวกเขาก็เลยไม่สงสารพวกเขา
พระองค์ผู้ที่ปั้นพวกเขาขึ้นมาก็เลยไม่มีความเมตตาต่อพวกเขา
12 เวลานั้นกำลังมาถึง เมื่อพระยาห์เวห์จะแยกแกลบออกจากเมล็ดข้าว+ 27:12 แยกแกลบออกจากเมล็ดข้าว เป็นการแยกคนของพระองค์ออกมาจากคนของโลก ข้อ 12 นี้ ถ้าแปลตรงๆจากต้นฉบับ ก็จะแปลได้ว่า “พระองค์จะเริ่มนวดข้าวในสายน้ำของแม่น้ำ” ตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำยูเฟรติส ไปจนถึงลำธารอียิปต์+ 27:12 แม่น้ำยูเฟรติส ไปจนถึงลำธารอียิปต์ นี่เป็นเขตแดนของดินแดนที่พระเจ้าสัญญาว่าจะให้กับอิสราเอล อิสราเอลเอ๋ย พระองค์จะรวบรวมเจ้าเข้ามาทีละคน 13 ในเวลานั้น เมื่อแตรเขาสัตว์อันใหญ่ถูกเป่าขึ้น คนเหล่านั้นที่หลงหายอยู่ในแผ่นดินอัสซีเรีย+ 27:13 อัสซีเรีย เป็นชนชาติที่มีอำนาจ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอิสราเอล และคนเหล่านั้นที่เป็นผู้อพยพอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ก็จะกลับมา และพวกเขาก็จะมานมัสการพระยาห์เวห์บนภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ในเมืองเยรูซาเล็ม
28คำเตือนมายังอิสราเอลเหนือ
1 เฮ้ย ดูเมืองสะมาเรียซิ
เป็นมงกุฎดอกไม้ที่พวกขี้เมาของเอฟราอิม ภูมิใจนักหนา
เป็นดอกไม้ที่สวยงามที่กำลังจะเหี่ยวแห้งไป
ที่อยู่บนเนินเขาเหนือหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์
ที่อยู่บนหัวของคนที่โดนเหล้าองุ่นมอมล้มไป
2 ดูสิ องค์เจ้าชีวิตมีคนหนึ่งที่มีพลังและเข้มแข็ง+ 28:2 คนหนึ่ง … เข้มแข็ง คงจะพูดถึงกษัตริย์ของอัสซีเรีย
เขาจะมาอย่างกับพายุลูกเห็บหรือพายุที่ทำลาย
เขาจะมาอย่างกับพายุที่นำน้ำมาท่วมท้นอย่างบ้าคลั่ง
เขาจะโยนมงกุฎนั้นซึ่งคือสะมาเรียลงกับพื้นด้วยมือของเขาเอง+ 28:2 ด้วยมือของเขาเอง หรือ “อย่างรุนแรง”
3 มงกุฎดอกไม้ที่พวกขี้เมาของเอฟราอิมภูมิใจนักหนานั้น
จะถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้า
4 ดอกไม้อันสวยงามที่กำลังจะเหี่ยวแห้งนั้น
ที่อยู่บนเนินเขาเหนือหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์
จะเป็นเหมือนลูกมะเดื่อที่สุกชุดแรกก่อนหน้าร้อนจะมาถึง
ที่ใครเห็นเข้า ก็จะรีบเด็ดมากินทันที
5 ในเวลานั้น พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นจะเป็นเหมือนกับมงกุฎดอกไม้ที่มีสง่าราศี
จะเป็นเหมือนมงกุฎดอกไม้ที่สวยงามสำหรับคนของพระองค์ที่ยังเหลืออยู่
6 และพระองค์จะมอบวิญญาณแห่งความยุติธรรมให้กับคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์พิพากษา
และพระองค์จะมอบพละกำลังให้กับคนเหล่านั้นที่หันการสู้รบให้พ้นไปจากประตูเมือง
พวกผู้นำยูดาห์ที่ไม่ได้เรื่องจะถูกลงโทษ
7 และคนพวกนี้ก็จะโซซัดโซเซไปเพราะเหล้าองุ่นและส่ายไปส่ายมาด้วยเบียร์
พวกนักบวช และพวกผู้พูดแทนพระเจ้าก็โซซัดโซเซไปเพราะเบียร์
พวกเขาก็มึนตื้อไปหมดเพราะเหล้าองุ่น
พวกเขาเดินส่ายไปส่ายมาเพราะเบียร์
พวกเขาเมาเหล้าตอนที่เห็นนิมิตต่างๆ
พวกผู้พิพากษาก็เมาหัวคะมำตอนตัดสินคดีต่างๆ
8 ทุกๆโต๊ะเลอะไปด้วยอ้วกเหม็นๆ
ไม่มีที่ไหนสะอาดเลย
9 คนหนึ่งในพวกเขาพูดว่า “ไอ้หมอนี่มันคิดว่ามันกำลังสอนใครอยู่หรือ มันคิดว่ามันกำลังอธิบายเรื่องนั้นให้ใครฟังหรือ มันคิดว่ากำลังสอนเด็กที่เพิ่งหย่านมหรือ มันคิดว่ากำลังสอนทารกที่เพิ่งแยกจากอกแม่หรือ 10 มันพูดอ้อแอ้ซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนพูดกับเด็กว่า
ซอ ราซอ ซอ ราซอ
คอ ราคอ คอ ราคอ
ซีเออร์แชม ซีเออร์แชม”+ 28:10 ซีเออร์แชม ซีเออร์แชม นี่คงเป็นเพลงในภาษาฮีบรู ใช้สำหรับสอนเด็กเล็กๆในการฝึกเขียน หรืออาจจะเป็นเสียงเหมือนเด็กๆที่เพิ่งหัดพูด หรือ ภาษาต่างชาติ แต่ก็แปลได้ว่า “เป็นคำสั่งตรงนี้ เป็นคำสั่งตรงนั้น เป็นกฎตรงนี้ เป็นกฎตรงนั้น เป็นบทเรียนตรงนี้ เป็นบทเรียนตรงนั้น”
11 อย่างนั้นแหละ พระยาห์เวห์จะพูดกับชนชาตินี้ด้วยเสียงพูดแปลกๆและภาษาของคนต่างชาติ
12 ในอดีต พระเจ้าพูดกับคนพวกนั้นว่า “ที่นี่เป็นที่ปลอดภัย ขอให้คนที่เหน็ดเหนื่อยมาพักที่นี่ ที่นี่เป็นที่ปลอดภัย” แต่พวกเขาไม่ยอมฟังพระองค์ 13 ดังนั้น เมื่อคนต่างชาติบุกเข้ามา เมื่อนั้นแหละข่าวสารจากพระยาห์เวห์ก็จะเป็นเหมือนเสียงพูดอ้อแอ้กับพวกเขา ที่ว่า
“ซอ ราซอ ซอ ราซอ
คอ ราคอ คอ ราคอ
ซีเออร์แชม ซีเออร์แชม”
แล้วพวกเขาจะไป และล้มหงายหลัง ได้รับบาดเจ็บ ติดกับ และถูกจับไปเป็นเชลย
ถึงเป็นพันธมิตรกับต่างชาติก็หนีไม่พ้นโทษจากพระยาห์เวห์
14 ดังนั้น พวกเจ้าที่เย่อหยิ่งจองหองที่ปกครองคนพวกนี้ในเยรูซาเล็ม
ให้ฟังถ้อยคำของพระยาห์เวห์ให้ดี
15 เพราะพวกเจ้าพูดว่า “พวกเรากับความตายได้ทำสัญญากัน
พวกเราได้ทำข้อตกลงไว้กับแดนคนตาย
เพื่อว่าเมื่อการลงโทษอย่างรุนแรงผ่านมา มันจะไม่ถึงตัวเรา
เพราะเราได้เอาคำโกหกต่างๆเป็นที่หลบภัยและเราได้หลบซ่อนอยู่หลังความเท็จ”
16 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูดอย่างนี้ว่า
“ดูไว้ เราจะวางหินไว้เป็นรากฐานในศิโยน
เป็นหินที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว เป็นหินหัวมุมที่มีค่า เป็นรากฐานที่มั่นคง
‘คนที่ไว้วางใจ จะไม่อกสั่นขวัญแขวน’+ 28:16 คนที่ … อกสั่นขวัญแขวน ข้อความนี้คงจะเขียนอยู่บนหินที่เป็นรากฐานนั้น
17 เราจะใช้ความยุติธรรมเป็นสายวัด
ใช้ความถูกต้องเป็นลูกดิ่ง
ลูกเห็บจะกวาดที่หลบภัยแห่งการโกหกนั้น
และน้ำก็จะท่วมที่หลบซ่อนนั้นเสีย
18 และคำสัญญาที่พวกเจ้าและความตายทำร่วมกันก็จะถูกยกเลิกไป
และข้อตกลงที่เจ้าทำไว้กับแดนคนตายจะล้มเลิกไป
และเมื่อการลงโทษอย่างรุนแรงผ่านมา
เจ้าก็จะถูกมันเหยียบย่ำ
19 ไม่ว่าการลงโทษนั้นผ่านมากี่ครั้งก็ตาม มันก็จะจัดการกับพวกเจ้าทุกที
มันจะผ่านมาเช้าแล้วเช้าเล่า
มันจะผ่านมาทั้งกลางวันทั้งกลางคืน
เมื่อเจ้าเข้าใจข่าวนี้ เจ้าจะต้องขวัญหนีดีฝ่อ
20 ตามสุภาษิตที่ว่า ‘เตียงสั้นเกินไปที่จะยืดตัวได้
และผ้าห่มก็แคบเกินไปที่จะห่อตัวได้’”
21 เพราะพระยาห์เวห์จะลุกขึ้นมาต่อสู้เหมือนกับที่พระองค์ทำที่ภูเขาเปริซิม+ 28:21 ภูเขาเปริซิม ภูเขาเปริซิมและหุบเขากิเบโอน ดูได้จากหนังสือ 1 พงศ์กษัตริย์ 14:8-17
พระองค์จะเดือดดาลเหมือนกับที่พระองค์เดือดดาลที่หุบเขากิเบโอน
แล้วพระองค์จะจัดการกับเจ้าแบบที่เจ้าไม่เคยเห็นมาก่อน
แล้วพระองค์จะทำงานที่จำเป็นจะต้องทำนั้นถึงแม้ว่ามันจะดูแปลกในสายตาเจ้า
22 และตอนนี้ พวกเจ้าอย่าได้หัวเราะเยาะเรื่องพวกนี้
ไม่อย่างนั้นเชือกที่ผูกมัดรอบตัวเจ้าจะยิ่งแน่นขึ้น
เพราะผมได้ยินว่า พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิตผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ได้ออกคำสั่งให้ทำลายแผ่นดินนี้ทั้งหมด
พระยาห์เวห์วางแผนอย่างฉลาดและลงโทษอย่างยุติธรรม
23 ฟังให้ดี ฟังเสียงผม
ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ ตั้งใจฟังสิ่งที่ผมจะพูดให้ดี
24 คนที่ไถนาเพื่อหว่านนั้น เขาไถไปเรื่อยๆโดยไม่หว่านสักทีเลยหรือ
พวกเขาเบิกหน้าดินและลงคราดไปเรื่อยๆโดยไม่ปลูกสักทีเลยหรือ
25 เมื่อเขาปรับหน้าดินแล้ว
เขาจะไม่โปรยเมล็ดผักชีฝรั่งและหว่านยี่หร่าลงไปหรือ
เขาจะไม่ปลูกข้าวสาลีเป็นแถวๆและข้าวบาร์เลย์ในที่ของมันหรือ
เขาจะไม่ปลูกข้าวสแปลต์ล้อมรอบทุ่งนาหรือ
26 พระเจ้าของพวกเขาก็ได้สอนพวกเขา
พวกเขาก็เลยรู้วิธีทำงานของเขา
27 ชาวนาไม่ใช้เลื่อนนวดข้าวมานวดเมล็ดผักชีเล็กๆหรอก
หรือใช้ล้อเกวียนมากลิ้งทับเมล็ดยี่หร่าเล็กๆหรอก
แต่เขาจะเอาไม้เล็กๆมาตีเมล็ดผักชีให้มันแตก
และใช้ไม้ตะบองเล็กๆตีเมล็ดยี่หร่าให้แตกออก
28 เมล็ดข้าวเขาเอามาบดทำขนมปังกัน
จะไม่มีใครโง่นวดมันตลอดไปเรื่อยๆหรอก
ถ้าคนเอาเกวียนเทียมม้ามานวดเมล็ดข้าว
เขาก็ไม่นวดไปเรื่อยๆจนมันบี้เป็นผงหรอก+ 28:28 อิสยาห์เล่าเรื่องในข้อ 24-28 นี้ เพื่อให้กำลังใจกับประชาชนว่า พระเจ้าจะไม่ลงโทษพวกเขาเกินเหตุและตลอดไปเรื่อยๆ แต่จะมีเวลาที่พระองค์จะกลับมาอวยพรพวกเขาอีกที
29 ความรู้นี้ก็มาจากพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นด้วยเหมือนกัน
พระองค์ให้คำแนะนำที่ยอดเยี่ยมและพระองค์ก็ให้ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
29พระเจ้าโจมตีเยรูซาเล็มและช่วยกู้เยรูซาเล็ม
1 เฮ้ย อารีเอล+ 29:1 อารีเอล เป็นอีกชื่อหนึ่งของ เยรูซาเล็ม มาจากชื่อของแท่นบูชาในพระวิหารในเมืองเยรูซาเล็ม ชื่อนี้แปลว่า “เตาผิง” อารีเอล
เมืองที่ดาวิดตั้งค่ายอยู่
ขอให้ผ่านไปอีกปีสองปี
ขอให้เทศกาลประจำปีมาถึงอีกรอบ
2 หลังจากนั้นเราจะส่งความหายนะมาสู่อารีเอล
แล้วต่อจากนั้นก็จะมีความเศร้าโศกเสียใจและร้องไห้
และเมืองนั้นจะเป็นเหมือนแท่นบูชาสำหรับเรา
3 เราจะให้ศัตรูมาตั้งค่ายรายล้อมเจ้า
เราจะล้อมเจ้าด้วยหอคอยโจมตีเคลื่อนที่และเราจะสร้างเนินดินไว้บุกขึ้นโจมตีเจ้า
4 เจ้าจะถูกกดให้ต่ำลงและเจ้าจะพูดขึ้นมาจากโลกใต้ดิน
เจ้าจะส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอจากผงดิน
เสียงของเจ้าจะมาจากพื้นดินเหมือนเสียงผี
และเจ้าก็จะกระซิบออกมาจากผงดิน
5 แต่ศัตรูที่มากมายของเจ้าจะกลายเป็นเหมือนผงฝุ่นที่ละเอียด
พวกที่กดขี่ข่มเหงมากมายจะเป็นเหมือนแกลบที่ปลิวไป
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในทันทีทันใดในชั่วพริบตาเดียว
6 พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นจะมาพร้อมกับเสียงฟ้าร้อง แผ่นดินไหวและเสียงดังสนั่นหวั่นไหวด้วยพายุ
ลมแรงและเปลวไฟที่เผาผลาญ
7 แม้ว่ามีชนชาติมากมายที่มาต่อสู้กับอารีเอล คือมาต่อสู้กับเขา
และป้อมปราการของเขาและสร้างปัญหาให้กับเขา
พวกนั้นก็จะหายไปเหมือนฝัน เหมือนนิมิตในตอนกลางคืน
8 คนหิว ฝันว่าได้กิน แต่พอตื่นขึ้นก็ยังหิวอยู่
คนที่กระหายน้ำ ฝันว่าได้ดื่มน้ำแล้ว แต่พอตื่นขึ้นมาก็ยังอ่อนเพลียและคอแห้งผากอยู่
มันจะเป็นอย่างนั้นกับชนชาติมากมายที่มาต่อสู้กับภูเขาศิโยน
ที่ฝันว่ายึดเยรูซาเล็มได้แล้ว แต่มันจะไม่เป็นไปตามฝันนั้น
ยูดาห์ตาบอด
9 เชิญเลย เชิญงงและตะลึงงันไปได้เลย
ทำตัวเองให้บอด และบอดต่อไปซะ+ 29:9 เชิญเลย เชิญ … บอดต่อไปซะ อิสยาห์กำลังแสดงความหงุดหงิดออกมาที่พวกผู้นำเห็นว่าเรื่องที่เขาเอามาบอกนี้โง่เขลาสิ้นดี
ให้เมาแต่ไม่ใช่จากเหล้าองุ่นนะ
เดินโซซัดโซเซ แต่ไม่ใช่เพราะดื่มเบียร์
10 พระยาห์เวห์ได้ทำให้เจ้านอนหลับสนิท
พระองค์ได้ปิดตาของเจ้าคือพวกผู้พูดแทนพระเจ้า
พระองค์ได้ครอบหัวของเจ้าคือพวกผู้ที่เห็นนิมิต
11 และสำหรับพวกเจ้านิมิตเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเหมือนคำเขียนต่างๆในหนังสือม้วนที่ปิดผนึกไว้ ถ้าเอาไปให้กับคนที่อ่านหนังสือเป็น และสั่งเขาว่า “อ่านเรื่องนี้ซิ” เขาจะตอบว่า “ข้าอ่านไม่ได้เพราะมันปิดผนึกไว้” 12 ถ้าเอาไปให้คนที่อ่านหนังสือไม่เป็น และบอกเขาว่า “อ่านเรื่องนี้ซิ” เขาจะตอบว่า “ข้าอ่านหนังสือไม่ออก”
13 องค์เจ้าชีวิตพูดว่า
“คนพวกนี้เข้ามาใกล้เราด้วยปากของเขาเท่านั้น พวกเขาให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากเท่านั้น
แต่หัวใจของพวกเขาห่างไกลจากเรา
และที่พวกเขามานมัสการเรานั้นก็เป็นแค่ทำตามกฎของมนุษย์ที่ท่องจำกันมาเท่านั้น
14 ดังนั้น ดูไว้นะ เราจะทำสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆกับคนพวกนี้
สิ่งที่น่าตกใจและมหัศจรรย์
สติปัญญาของคนฉลาดก็จะสูญสิ้นไป
และความเข้าใจของคนที่เข้าใจก็จะถูกบังซ่อนไป”
15 เฮ้ย ไอ้พวกที่พยายามเก็บซ่อนแผนของเจ้าไว้ลึกเพื่อไม่ให้พระยาห์เวห์เห็น
ไอ้พวกที่แอบทำสิ่งต่างๆในความมืด
และพูดว่า “ไม่มีใครเห็นเราหรอก ไม่มีใครรู้หรอก”
16 เจ้าเข้าใจผิดกลับหัวกลับหางกันไปหมด
เจ้ามองว่าช่างปั้นหม้อเป็นดินเหนียวหรือ
สิ่งที่ถูกสร้างจะพูดถึงผู้ที่สร้างมันว่า
“เขาไม่ได้สร้างฉันซะหน่อย” ได้หรือ
สิ่งที่ถูกปั้นจะพูดถึงผู้ที่ปั้นมันว่า
“เขาไม่มีความเข้าใจอะไรเลย” ได้หรือ
อนาคตที่สดใสกำลังจะมา
17 เจ้าไม่รู้หรือว่า อีกไม่นานเลบานอนจะกลายเป็นสวนผลไม้
และสวนผลไม้ก็จะมีมากมายเหมือนผืนป่า
18 ในเวลานั้นคนหูหนวกจะได้ยินคำพูดต่างๆจากหนังสือได้
และคนตาบอดจะหลุดพ้นจากความมืดสลัวของพวกเขาและมองเห็นได้
19 คนยากจนก็จะชื่นชมยินดีอีกครั้งในพระยาห์เวห์
และคนที่ขัดสนที่สุดก็จะร่าเริงในองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอล
20 เพราะจะไม่มีผู้นำที่โหดร้ายอีกต่อไป
คนที่เย่อหยิ่งจองหองก็จะหมดไป
และคนพวกนั้นที่จ้องหาโอกาสทำชั่วก็จะถูกกำจัดไป
21 คือคนพวกนั้นที่ชอบกล่าวหาคนอื่นอย่างผิดๆ
และวางหลุมพรางให้กับผู้พิพากษาที่ประตูเมือง
และใช้ลมปากไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้บริสุทธิ์
22 ดังนั้น พระยาห์เวห์ ผู้ที่ช่วยกู้อับราฮัม ได้พูดสิ่งนี้กับครอบครัวของยาโคบว่า
“ยาโคบจะไม่ต้องอับอายขายหน้าอีกต่อไป
และหน้าของเขาก็จะไม่ต้องซีดอีกต่อไป
23 เมื่อพวกเขาเห็นลูกหลานของพวกเขาท่ามกลางพวกเขาซึ่งเป็นผลงานจากมือของเรา
พวกเขาจะถือว่าชื่อของเรานั้นศักดิ์สิทธิ์
พวกเขาจะเห็นด้วยกันว่าองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของยาโคบนั้นศักดิ์สิทธิ์จริง
และพวกเขาก็จะเคารพยำเกรงพระเจ้าของอิสราเอล
24 คนที่ชอบทำผิด ก็จะกลับมามีความเข้าใจ
และพวกคนขี้บ่น ก็จะกลับมายอมรับคำสั่งสอน”
30ยูดาห์ควรไว้วางใจในพระเจ้าไม่ใช่ไว้วางใจในอียิปต์
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “เฮ้ย ไอ้พวกลูกหลานที่ดื้อดึง
ไอ้พวกที่ทำตามแผน แต่ไม่ใช่แผนของเรา
ไอ้พวกที่ไปทำสนธิสัญญา ทั้งๆที่เราไม่ได้บอกให้เจ้าทำ
ไอ้พวกที่ทำบาปซ้ำแล้วซ้ำอีก
2 ไอ้พวกที่เดินทางไปอียิปต์โดยไม่ได้ขอคำแนะนำจากเรา
แล้วไปขอให้ฟาโรห์ปกป้อง
และไปหาที่พักพิงภายใต้ร่มเงาของอียิปต์นั้น
3 การคุ้มครองของฟาโรห์นั้นจะกลายเป็นความอับอายของพวกเจ้า
และที่พักพิงภายใต้ร่มเงาของอียิปต์นั้นจะกลายเป็นความอัปยศของเจ้า
4 ถึงแม้พวกข้าราชการของเจ้าจะอยู่ที่โศอัน+ 30:4 โศอัน โศอันและฮาเนสเป็นชื่อเมืองในอียิปต์
และพวกตัวแทนของเจ้าได้ไปถึงเมืองฮาเนสแล้ว
5 แต่ทุกคนจะได้รับความอับอายเพราะชนชาตินั้นจะช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย
อียิปต์จะไม่เป็นประโยชน์หรือช่วยอะไรเจ้าได้เลย มีแต่จะนำความอับอายขายหน้าและความอัปยศอดสูมาให้เท่านั้น”
ส่งส่วยไปให้อียิปต์ไม่ช่วยอะไรได้เลย
6 นี่เป็นข่าวสารที่เกี่ยวกับพวกสัตว์ในแถบเนเกบ
ในแผ่นดินที่มีแต่ปัญหาและอันตราย
คือแผ่นดินที่เต็มไปด้วยสิงโตตัวเมียและตัวผู้
เต็มไปด้วยงูพิษ และงูที่โฉบบิน
พวกเขาบรรทุกทรัพย์สมบัติของพวกเขาบนหลังลา
และบรรทุกทรัพย์สินของพวกเขาบนโหนกพวกอูฐ
เดินทางไปหาชนชาติที่ไม่สามารถช่วยพวกเขาได้
7 อียิปต์นั้นไม่มีประโยชน์และการช่วยเหลือของเธอนั้นไร้ค่า
เราถึงเรียกหล่อนว่า “พญานาคที่เอาแต่นั่ง”+ 30:7 พญานาคที่เอาแต่นั่ง แปลตรงๆได้ว่า “ราหับที่นั่งเฉยๆ” ราหับเป็นชื่อของสัตว์ประหลาดที่อยู่ในทะเล ที่มีรูปร่างอย่างพญานาค ในเรื่องเล่าโบราณ ราหับต่อสู้กับพระเจ้า
คำจารึกเพื่อให้คนในอนาคตเห็นว่าพระเจ้าได้เตือนแล้ว
8 ไปตอนนี้เลย ไปจารึกเรื่องนี้ลงบนแผ่นหินต่อหน้าพวกเขา
ให้เขียนเรื่องนี้ไว้บนหนังสือม้วน
เพื่อในอนาคตมันจะได้เป็นพยานต่อว่าพวกเขาไปตลอด
9 เพราะพวกเขาเป็นชนชาติที่ชอบกบฏ
พวกเขาเป็นลูกจอมโกหก
เป็นเด็กที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระยาห์เวห์
10 พวกเขาพูดกับพวกผู้ที่เห็นนิมิตว่า “หยุดมองได้แล้ว”
และพูดกับพวกผู้พูดแทนพระเจ้าว่า “ไม่ต้องเอานิมิตพวกนั้นมาสอนพวกเราหรอกว่าอะไรถูกต้อง
ให้พูดกับเราในสิ่งที่รื่นหูดีกว่าและเล่านิมิตปลอมๆให้กับพวกเราฟัง
11 เปลี่ยนเรื่องได้แล้ว หันไปจากทางเก่าๆนั้นได้แล้ว
พวกเราไม่อยากจะฟังแล้วเรื่องผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอลนั้น”
12 เพราะอย่างนั้น องค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล
จึงพูดอย่างนี้ว่า
“เพราะพวกเจ้าไม่ยอมรับข่าวสารนี้แต่กลับไปไว้วางใจในความโหดร้ายและการหลอกลวงและไปพึ่งในสิ่งเหล่านั้น
13 ดังนั้น ความผิดนี้ของเจ้าจะเป็นเหมือนรอยแตกในกำแพงสูงที่ปริออกมาใกล้จะพังแล้ว
และมันจะพังลงมาทันทีในชั่วพริบตา
14 มันจะแตกเหมือนกับหม้อดินที่แตกออกเป็นชิ้นๆ
จนไม่เหลือสักชิ้นที่ใหญ่พอจะเอาไปใส่ถ่านไฟร้อนๆจากเตา
หรือใช้ตักน้ำจากบ่อเก็บน้ำ”
15 เพราะนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอลได้พูดไว้
“ถ้าพวกเจ้ากลับมาหาเราและพักพิงในเรา พวกเจ้าก็จะรอด
ถ้าพวกเจ้าจะใจเย็นๆและไว้วางใจในเรา พวกเจ้าก็จะมีพลัง
แต่พวกเจ้ากลับไม่ยอมทำอย่างนั้น”
16 พวกเจ้าบอกว่า “ไม่เอา พวกเราจะควบม้าหนีไป”
เพราะอย่างนั้น พวกเจ้าก็จะต้องหนีจริงๆซะแล้ว
และเจ้ายังพูดอีกว่า “พวกเราจะขี่ม้าที่วิ่งเร็วหนีไป”
เพราะอย่างนั้น เราจะให้คนไล่กวดเจ้าเร็วกว่าเจ้าอีก
17 พวกเจ้าพันคนจะหนีเพราะคำขู่ของคนๆเดียว
คำขู่ของห้าคนจะทำให้พวกเจ้าหนีไปหมด
จนกว่าพวกเจ้าจะถูกทิ้งให้เหลือตัวคนเดียว
เหมือนกับเสาธงที่ปักอยู่บนยอดเขา
เหมือนกับธงให้สัญญาณบนเนินเขา
พระเจ้าจะมาช่วยคนของพระองค์
18 อย่างนั้น พระยาห์เวห์กำลังเฝ้าคอยให้พวกเจ้ากลับมาหาพระองค์เพื่อพระองค์จะได้อวยพรเจ้า
พระองค์จะลุกขึ้นมาแสดงความเมตตากับพวกเจ้า
เพราะพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าที่สัตย์ซื่อยุติธรรม
พวกที่อดทนรอคอยพระองค์ถือว่าเป็นเกียรติจริงๆ
19 ชาวเมืองศิโยนเอ๋ย คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็มเอ๋ย ใช่แล้ว พวกเจ้าจะไม่ต้องร้องไห้อีกต่อไป พระองค์จะมาปลอบโยนเจ้าอย่างแน่นอน เมื่อพระองค์ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเจ้า พระองค์ก็จะมาช่วยเจ้าทันที 20 ถึงองค์เจ้าชีวิตจะให้เจ้ากินความทุกข์ยากลำบากอย่างกับอาหาร และดื่มความทุกข์ทรมานอย่างกับน้ำ แต่พระองค์ผู้เป็นครูของเจ้าก็จะไม่หลบซ่อนตัวเองอีกต่อไป และเจ้าจะได้เห็นครูของเจ้ากับตาตัวเอง 21 เมื่อพวกเจ้าหันไปทางขวาหรือหันทางซ้าย หูของเจ้าก็จะได้ยินเสียงข้างหลังเจ้าว่า “ทางอยู่นี่ เดินทางนี้สิ” 22 แล้วพวกเจ้าจะทำให้พวกรูปเคารพที่เคลือบเงินเคลือบทองของพวกเจ้าเสื่อมไป และพวกเจ้าจะเอาพวกมันไปทิ้งเหมือนทิ้งผ้าอนามัยเปื้อนเลือด และพูดกับมันว่า “ไปให้พ้น”
23 ในเวลานั้น พระยาห์เวห์จะให้ฝนตกลงมาบนเมล็ดพืชที่เจ้าได้หว่านไปในดิน พระองค์จะให้อาหารซึ่งเป็นผลผลิตจากพื้นดิน และมันก็จะมีมากมายเหลือเฟือ และในเวลานั้นฝูงสัตว์เลี้ยงของเจ้าก็จะได้เล็มหญ้าในทุ่งกว้าง 24 พวกวัวตัวผู้และลาที่ทำไร่ไถนาอยู่นั้น ก็จะได้กินฟางอย่างดีที่ใช้พลั่วและสามง่ามทำให้มันกระจัดกระจายไป 25 บนภูเขาสูงทุกลูก และบนเนินเขาทุกแห่ง ก็จะมีลำธารน้ำไหล สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ศัตรูถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก และพวกป้อมปราการของศัตรูพังทลายลงมา
26 ในเวลานั้น แสงของดวงจันทร์ก็จะเป็นเหมือนแสงอาทิตย์ และแสงของดวงอาทิตย์ก็จะสว่างขึ้นอีกเจ็ดเท่า เหมือนกับแสงของเจ็ดวัน สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในวันที่พระยาห์เวห์ได้ดามกระดูกที่หักของคนของพระองค์ และได้รักษาบาดแผลที่พระองค์ทำให้เกิดขึ้น
อัสซีเรียจะพ่ายแพ้
27 ดูสิ พระยาห์เวห์เองกำลังมาแต่ไกล
ด้วยความโกรธที่เผาผลาญของพระองค์และด้วยควันหนาทึบ+ 30:27 ควันหนาทึบ หรืออาจจะแปลได้อีกอย่างว่า “ภาระอันหนักอึ้ง”
ริมฝีปากของพระองค์เต็มไปด้วยความโกรธ
และลิ้นของพระองค์ก็เหมือนกับไฟที่เผาผลาญอยู่
28 ลมปากของพระองค์เป็นเหมือนแม่น้ำที่ไหลท่วมท้นสูงถึงคอ
พระองค์จะเอาตะแกรงแห่งการทำลายมาร่อนชนชาติต่างๆ
และพระองค์จะเอาบังเหียนมาใส่เข้าที่ปากของชนชาติทั้งหลายเพื่อนำพวกเขาให้พินาศไป
29 แล้วพวกเจ้าจะร้องเพลงหนึ่งเหมือนกับร้องในคืนที่มีเทศกาลทางศาสนาและพวกเจ้าก็จะมีความสุขในใจเหมือนคนที่กำลังเดินตามเสียงขลุ่ยขึ้นไปที่ภูเขาของพระยาห์เวห์ ผู้เป็นศิลาลี้ภัยแห่งอิสราเอล 30 และพระยาห์เวห์จะทำให้ทุกคนได้ยินเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหวของพระองค์ และเห็นแขนอันทรงพลังของพระองค์ฟาดลงมาด้วยความโกรธแค้น และด้วยเปลวไฟแห่งการเผาผลาญ พระองค์จะมาอย่างกับเสียงพายุฟ้าคะนอง มีทั้งฝนและลูกเห็บ 31 อัสซีเรียจะเกิดขวัญผวาเมื่อได้ยินเสียงจากพระยาห์เวห์ เมื่อพระองค์ตีด้วยไม้กระบองของพระองค์ 32 แต่ละจังหวะที่พระองค์หวดไม้กระบองลงโทษอัสซีเรียนั้น จะเข้ากับจังหวะของเสียงกลองและพิณ พระองค์จะกวัดแกว่งอาวุธของ พระองค์เพื่อต่อสู้กับพวกเขา 33 พระองค์ได้เตรียมที่เผาศพพวกเขาไว้แล้ว ใช่แล้ว พระองค์ได้เตรียมไว้สำหรับกษัตริย์ของพวกเขา หลุมนั้นลึกและกว้าง มีไฟกับฟืนอย่างเหลือเฟือ แล้วพระองค์จะจุดมันด้วยลมปากของพระยาห์เวห์ที่เป็นเหมือนลำธารไฟกำมะถัน
31ให้พึ่งพระเจ้าไม่ใช่พึ่งอียิปต์
1 เฮ้ย ไอ้พวกที่ลงไปอียิปต์เพื่อขอความช่วยเหลือ
ไอ้พวกที่หวังพึ่งในม้าศึก
ไอ้พวกที่ไว้วางใจในรถรบอียิปต์เพราะมันมีมากมาย
ไอ้พวกที่ไว้วางใจในทหารม้าเพราะมันมีมากมหาศาล
แต่ไม่ได้คิดจะพึ่งพาพระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอลและปรึกษาพระยาห์เวห์
2 แต่พระยาห์เวห์ก็ฉลาดเหมือนกันนะ และพระองค์สามารถนำความหายนะมาให้
แล้วพระองค์ไม่เคยกลับคำ
พระองค์จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับพวกที่ทำชั่ว
และต่อสู้กับคนที่ช่วยเหลือพวกที่ทำบาปนั้น
3 ชาวอียิปต์เป็นแค่มนุษย์ไม่ใช่พระเจ้า
และม้าศึกของพวกเขาก็เป็นแค่เนื้อหนังไม่ได้เป็นวิญญาณซักหน่อย
เมื่อพระยาห์เวห์เงื้อมือขึ้นเตรียมฟาด อียิปต์ที่เป็นผู้ช่วยนั้นก็จะล้มลุกคลุกคลาน
และคนที่รับความช่วยเหลือนั้นก็จะล้มลง
และทั้งสองก็จะถูกทำลายไปพร้อมๆกัน
4 เพราะนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์บอกกับผม
“เมื่อสิงโตร้องคำราม หรือสิงห์หนุ่มยืนขู่คำรามอยู่เหนือเหยื่อของมัน
แล้วมีพวกผู้เลี้ยงแกะออกมาสู้กับมัน
สิงโตไม่กลัวต่อเสียงร้องตะโกนของพวกเขาและเสียงของพวกเขาไม่ได้ทำให้สิงโตนั้นสะทกสะท้านเลย
เช่นเดียวกัน พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นก็ไม่กลัวอะไรเลย พระองค์จะลงมาต่อสู้บนภูเขาศิโยน
5 พวกนกบินโฉบไปโฉบมาเพื่อเฝ้าระวังรังของพวกมัน
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นก็จะปกป้องเยรูซาเล็มอย่างนั้นเหมือนกัน
พระองค์จะปกป้องและช่วยกู้พวกเขา
พระองค์จะไว้ชีวิตพวกเขาและช่วยให้พวกเขารอด
6 ชาวอิสราเอลเอ๋ย ให้หันกลับไปหาพระองค์ที่เจ้าได้ทรยศอย่างร้ายแรงนั้น 7 ในเวลานั้น พวกเจ้าแต่ละคนก็จะละทิ้งรูปเคารพเงินและทองของเจ้าที่พวกเจ้าได้ทำบาปสร้างขึ้นมากับมือเจ้า
8 แล้วอัสซีเรียจะล้มลงด้วยดาบแต่ไม่ใช่ดาบของคน
อัสซีเรียจะถูกทำลายแต่ไม่ใช่ด้วยดาบของมนุษย์
อัสซีเรียจะวิ่งหนีจากดาบ
แต่หนุ่มๆของเขาจะถูกจับไปเป็นทาส
9 และหินกำบัง+ 31:9 หินกำบัง คงหมายถึงกองทัพหรือกษัตริย์ของอัสซีเรีย ของอัสซีเรีย ก็จะสาบสูญไป พวกเขาจะตื่นตระหนก
และพวกเจ้านายของเขาก็จะทิ้งธงออกศึกวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว”
พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนั้น ไฟของพระองค์อยู่ในเมืองศิโยน
และเตาหลอมของพระองค์อยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม
32จะมีกษัตริย์และสังคมที่ยุติธรรม
1 ดูเถอะ จะมีกษัตริย์องค์หนึ่งปกครองด้วยความซื่อสัตย์
และพวกผู้นำจะปกครองด้วยความยุติธรรม
2 แล้วพวกเขาแต่ละคนก็จะเป็นเหมือนที่กำบังลม
และเป็นเหมือนที่ปลอดภัยท่ามกลางพายุ
พวกเขาจะเป็นเหมือนลำธารน้ำในที่แห้งแล้ง
และเป็นเหมือนร่มเงาของหินใหญ่ในแผ่นดินที่ไม่มีอะไรงอกขึ้นมาได้
3 แล้วตาของคนที่มองเห็นจะได้ไม่ปิดไป
หูของคนที่ได้ยินจะได้ตั้งใจฟัง
4 และจิตใจของคนใจร้อนก็จะได้คิดอย่างรอบคอบ
และลิ้นของคนที่พูดติดอ่างก็จะพูดได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว
5 จะไม่มีใครเรียกพวกคนโง่ว่าผู้สูงศักดิ์
และจะไม่มีใครเรียกคนชั่วว่าเป็นคนน่านับถือ
6 เพราะคนโง่ก็พูดแต่เรื่องโง่ๆ
และจิตใจของพวกเขาก็วางแผนแต่เรื่องชั่วๆ
ทำในสิ่งที่ขัดกับทางของพระเจ้า
และพูดเท็จเรื่องของพระยาห์เวห์
พวกเขาปล่อยให้คนที่หิวโหย หิวต่อไป
และไม่ให้น้ำกับคนที่กระหายน้ำดื่ม
7 อุปกรณ์ของอันธพาลก็อัปลักษณ์
เขาวางแผนแต่เรื่องชั่วๆที่จะทำลายคนยากจนด้วยคำโกหก
แม้ว่าคนขัดสนเหล่านั้นกำลังขอความเป็นธรรมก็ตาม
8 แต่คนที่สูงศักดิ์วางแผนทำในสิ่งที่สูงส่ง
แล้วสิ่งสูงส่งเหล่านั้นทำให้พวกเขายืนอย่างมั่นคง
เวลาของความทุกข์ยากลำบากกำลังมา
9 พวกคุณนายที่ใช้ชีวิตแสนสบายไปวันๆ
ลุกขึ้นมาซะ ฟังเสียงของผมให้ดี
พวกสาวๆที่คิดว่าตัวเองมั่นคงแล้ว
ให้ฟังสิ่งที่ผมพูดให้ดี
10 ตอนนี้พวกเจ้าอาจจะคิดว่าตัวเองมั่นคงดีแล้ว
แต่อีกประมาณปีกว่าๆเจ้าก็จะต้องกลัวจนตัวสั่น
เพราะไร่องุ่นจะไม่ออกผลและจะไม่มีผลไม้ให้เก็บเกี่ยว
11 พวกคุณนายที่ใช้ชีวิตแสนสบายให้กลัวจนตัวสั่น
พวกสาวๆที่คิดว่าตัวเองมั่นคงแล้วให้ตัวสั่นงันงก
ถอดเสื้อผ้าของเจ้าออกซะและให้สวมผ้ากระสอบแทน
12 ให้ทุบอกของเจ้าด้วยความเศร้า
เพราะท้องทุ่งที่เจ้าชื่นชมและเถาองุ่นที่แสนดกได้หายไปหมดแล้ว
13 ให้เศร้า เพราะผืนดินของคนของเรามีแต่หนามและหญ้าคาขึ้นรกไปหมด
เออ ให้เศร้า ที่บ้านต่างๆที่มีความสุขสนุกสนาน
และเมืองที่เฉลิมฉลองกัน หายไปหมดแล้ว
14 เพราะพระราชวังจะถูกทอดทิ้ง
เมืองที่คึกครื้นเสียงดังก็จะถูกทิ้งร้างไป
เนินเขาและหอคอยก็จะกลายเป็นที่ร้างตลอดไป
เป็นที่สนุกสนานกันของลาป่า
ฝูงแพะแกะก็จะมาหากินที่นั่น
15 มันจะเป็นอย่างนี้ไปจนกว่าพระองค์จะเทชีวิตใหม่+ 32:15 ชีวิตใหม่ หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “พระวิญญาณ” ลงมาบนพวกเราจากสวรรค์
และทะเลทรายก็จะกลายเป็นสวนผลไม้
และสวนผลไม้ก็จะมีมากมายเหมือนผืนป่า
16 แล้วความยุติธรรมจะอาศัยอยู่ในทะเลทรายนั้น
และความถูกต้องจะพักอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่อุดมนั้น+ 32:16 แล้วความยุติธรรม … ในแผ่นดินที่อุดมนั้น แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ความเที่ยงธรรมและความยุติธรรมก็จะมีในทุกหนแห่งในแผ่นดินนี้”
17 ผลของความถูกต้องจะเป็นสันติสุข
และผลของความถูกต้องจะเป็นความสงบสุขและความปลอดภัยตลอดไป
18 ชนชาติของเราจะอาศัยอยู่ในชุมชนที่สงบสุข
ในที่อยู่อันมั่นคง ในที่พักอันเงียบสงบ
19 ลูกเห็บจะทำลายป่าของศัตรู
เมืองของพวกเขาก็จะตกต่ำลง
20 แต่พวกเจ้าจะมีเกียรติขึ้นและจะได้หว่านเมล็ดพืชไว้ข้างๆลำธารทุกสาย
และปล่อยวัวปล่อยลาให้เดินหากินไปมาอย่างอิสระ
33พระเจ้าจะลงโทษอัสซีเรียและช่วยกู้เยรูซาเล็ม
1 เฮ้ย ไอ้เจ้านักทำลายผู้ที่ยังไม่เคยถูกทำลาย
ไอ้เจ้าคนทรยศผู้ที่ยังไม่เคยถูกใครหักหลัง
เมื่อเจ้าทำลายคนอื่นเสร็จแล้ว ตัวเจ้าเองก็จะถูกทำลาย
เมื่อเจ้าหักหลังคนอื่นเสร็จแล้ว เจ้าก็จะถูกหักหลัง
2 ประชาชนพูดว่า ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดเมตตาเราด้วย เราคอยพระองค์อยู่
ขอประทานเรี่ยวแรงให้กับเราทุกเช้า
ขอช่วยกู้เราในยามที่เดือดร้อน
3 เพราะเสียงคำรามของพระองค์ทำให้ผู้คนวิ่งหนีไป
เมื่อพระองค์ยืนขึ้นมา ชนชาติต่างๆก็หนีกระเจิงไป
4 ของที่พวกเจ้าปล้นมาได้นั้นจะโดนยึดไปเหมือนฝูงตั๊กแตนมายึด
คนอื่นจะโดดตะครุบใส่ของพวกนั้นเหมือนฝูงตั๊กแตนตะครุบใส่
5 พระยาห์เวห์ได้รับการยกย่องเชิดชู พระองค์อยู่ในที่สูง
พระองค์ทำให้เมืองศิโยนเต็มไปด้วยความยุติธรรมและความถูกต้อง
6 พระองค์จะเป็นความมั่นคงของเจ้าตลอดเวลา
พระองค์จะให้ความรอด ให้สติปัญญา และให้ความรู้กับเจ้าอย่างเหลือเฟือ
การยำเกรงพระยาห์เวห์เป็นสมบัติล้ำค่าที่พระองค์ให้
7 ฟังสิ พวกทูตร้องไห้เสียงดังอยู่ตามถนน
พวกตัวแทนที่พยายามทำสัญญาสงบศึกร้องไห้อย่างขมขื่น
8 พวกถนนทางหลวงก็ถูกทิ้งร้างแล้ว
ไม่มีใครกล้าเดินทางบนท้องถนน
เพราะคำสัญญาสงบศึกนั้นพังทลายไปแล้ว
คำสัญญาที่ตกลงก็ได้รับการดูถูกเหยียดหยาม
ชีวิตมนุษย์นั้นไม่มีค่าแล้ว
9 แผ่นดินก็เศร้าหมองและหมดเรี่ยวแรง
เลบานอน ก็ได้รับความอับอายและเหี่ยวแห้งไป
หุบเขาชาโรน+ 33:9 หุบเขาชาโรน แผ่นดินต่ำเรียบชายฝั่งทะเลของปาเลสไตน์ ก็เป็นเหมือนกับทะเลทราย
ต้นไม้ของบาชาน+ 33:9 บาชาน เป็นบริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอิสราเอล และภูเขาคารเมล+ 33:9 คารเมล เป็นเทือกเขาทางทิศเหนือของอิสราเอล เป็นที่ที่ดีมากสำหรับปลูกต้นไม้ ชื่อนี้หมายถึง “สวนองุ่นของพระเจ้า” ใบร่วงใกล้ตาย
10 พระยาห์เวห์พูดว่า “ตอนนี้ เราจะลุกขึ้น
ตอนนี้ เรายกย่องตัวเอง
ตอนนี้ เราจะให้คนเห็นว่าเรายิ่งใหญ่
11 พวกเจ้าตั้งท้องเป็นแกลบและคลอดฟางออกมา
แล้วลมหายใจของพวกเจ้า+ 33:11 ลมหายใจของพวกเจ้า หรือ “จิตวิญญาณของเจ้า” จะเป็นไฟที่เผาผลาญตัวพวกเจ้าไป
12 ชนชาติทั้งหลายจะถูกเผาเป็นผุยผง
พวกเขาจะถูกเผาไฟเหมือนต้นหนามที่โดนตัดเผาไป”
13 พระยาห์เวห์พูดว่า “พวกเจ้าที่อยู่ไกล ให้ฟังเรื่องที่เราได้ทำ
พวกเจ้าที่อยู่ใกล้ ให้ยอมรับฤทธิ์อำนาจของเรา”
14 พวกคนบาปในศิโยนกำลังกลัวอยู่
และคนที่ไม่นับถือพระเจ้าก็สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาพูดว่า “มีใครบ้างในพวกเราที่จะทนไฟที่เผาผลาญนี้ได้
มีใครบ้างในพวกเราที่จะทนได้กับเปลวเพลิงที่เผาอยู่ตลอดเวลา”
15 คำตอบคือ “คนเหล่านั้นที่ใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง คนที่พูดอย่างสัตย์ซื่อ
คนที่ไม่ยอมรับกำไรจากการกดขี่ข่มเหงคนอื่น
คนที่ปัดสินบนไป แทนที่จะรับมัน
คนที่ปิดหูไม่ยอมฟังแผนการฆ่านองเลือด และคนที่ปิดตาไม่ยอมมองสิ่งที่ชั่วร้าย
16 คนพวกนี้จะอยู่อย่างปลอดภัย
ที่ลี้ภัยของพวกเขาจะเป็นป้อมปราการบนภูเขา
เขาจะมีเสบียงอาหารตลอดเวลาและน้ำก็จะมีไม่ขาด”
17 ดวงตาของเจ้าจะเห็นกษัตริย์ที่สง่างาม
ดวงตาของเจ้าจะเห็นอาณาจักรของพระองค์ขยายออกไปไกล
18 จิตใจของเจ้าจะคิดถึงเรื่องที่เจ้าเคยหวาดกลัวในอดีตว่า
“คนที่มาเก็บส่วย ทั้งคนนับและคนชั่งอยู่ที่ไหนแล้ว
คนสอดแนมที่มานับป้อมปราการอยู่ที่ไหนแล้ว”
19 เจ้าจะไม่ได้เห็นคนต่างชาติที่เย่อหยิ่งจองหองพวกนี้อีก
ที่พูดแล้วฟังไม่รู้เรื่อง
ลิ้นที่พูดตะกุกตะกักที่เจ้าไม่เข้าใจ
20 ดูเมืองศิโยนสิ เมืองที่มีเทศกาลประจำปีของพวกเรา
ดวงตาของเจ้าจะมองเห็นเยรูซาเล็มเป็นที่อยู่ที่ปลอดภัย
เป็นเหมือนเต็นท์ที่จะไม่มีวันเคลื่อนย้ายไปไหน หมุดปักเต็นท์นั้นจะไม่มีวันถูกถอนขึ้นมา
และพวกเชือกของเต็นท์นั้นจะไม่มีวันขาดไป
21 แต่ที่นั่นพระยาห์เวห์จะอยู่กับเราอย่างมีสง่าราศี
เหมือนแผ่นดินที่มีแม่น้ำหลายสายและลำธารกว้าง
แต่จะไม่มีเรือพายอันยิ่งใหญ่ของศัตรูแล่นเข้ามา
และจะไม่มีเรืออันทรงพลังข้ามแม่น้ำเหล่านั้นมาได้
22 เพราะพระยาห์เวห์เป็นผู้พิพากษาของเรา
พระยาห์เวห์เป็นผู้ให้กฎหมายกับเรา
พระยาห์เวห์เป็นกษัตริย์ของเรา
พระองค์จะช่วยกู้พวกเรา
23 เจ้าศัตรู สายระโยงใบเรือของเจ้านั้นหย่อนแล้ว
เชือกที่ยึดให้เสากระโดงเรือแน่นนั้นก็หย่อน
พวกมันกางใบไม่ขึ้น
ดังนั้นของที่เจ้าปล้นมาได้จะต้องถูกแบ่งกัน
แม้แต่คนง่อยในพวกเราก็สามารถมาช่วยกันปล้นเจ้าได้
24 จะไม่มีใครที่อาศัยอยู่ในเมืองเราพูดว่า “ฉันไม่สบาย”
คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นจะได้รับการอภัยโทษสำหรับบาปของพวกเขา
34พระเจ้าจะลงโทษศัตรูของพระองค์
1 ชนชาติทั้งหลาย เข้ามาฟังใกล้ๆ
ผู้คนทั้งหลาย ตั้งใจฟังให้ดี
ให้โลกนี้และทุกอย่างในโลกนี้ได้ยิน
ให้แผ่นดินโลกและทุกอย่างที่เกิดบนมันได้ยินเถิด
2 เพราะพระยาห์เวห์โกรธชนชาติทั้งหมด
พระองค์เดือดดาลต่อกองทัพทั้งหมดของพวกเขา
พระองค์กำหนดให้พวกมันถูกทำลายจนหมดสิ้น
พระองค์ได้มอบพวกมันให้ไปโดนฆ่า
3 คนของพวกนั้นที่ถูกฆ่าก็จะถูกโยนทิ้ง
ซากศพนั้นก็จะส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งไปหมด
เลือดของพวกเขาจะไหลนองทั่วภูเขา
4 พวกดวงดาวทั้งสิ้นจะสลายหายไป
ท้องฟ้าก็จะม้วนไปเหมือนหนังสือม้วน
พวกดวงดาวนั้นก็จะร่วงหล่นไปเหมือนกับใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นจากเถาองุ่น
หรือเหมือนลูกมะเดื่อเหี่ยวที่ร่วงหล่นจากต้นมะเดื่อ
5 เมื่อดาบของเราได้สำเร็จภารกิจในฟ้าสวรรค์แล้ว
มันก็จะฟาดลงมาที่เอโดม+ 34:5 เอโดม ประเทศที่อยู่ทางทิศตะวันออกของยูดาห์
ลงมาบนผู้คนที่เราได้กำหนดให้ถูกทำลายและถูกลงโทษ
6 พระยาห์เวห์มีดาบเล่มหนึ่ง
มันอาบไปด้วยเลือดและไขมัน
มันเป็นเลือดของพวกลูกแกะและแพะ
และไขมันจากไตของพวกแกะตัวผู้
เพราะพระยาห์เวห์กำลังฆ่าเครื่องบูชานี้ที่โบสราห์+ 34:6 โบสราห์ เมืองหนึ่งในเอโดม
มีการฆ่าครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในแผ่นดินเอโดม
7 วัวป่า+ 34:7 วัวป่า พวกสัตว์ในข้อ 6 กับข้อ 7 คงจะเปรียบเทียบกับประชาชนของเอโดมและพวกผู้นำของเขา จะล้มไปด้วย
และลูกวัวผู้จะล้มไปกับวัวผู้อันแข็งแรง
แผ่นดินของพวกเขาจะโชกไปด้วยเลือด
และพื้นดินของเขาก็จะอาบไปด้วยไขมันสัตว์
8 เพราะพระยาห์เวห์ได้เลือกวันแห่งการลงโทษ
และปีสำหรับการแก้แค้นให้กับคดีของศิโยน
9 ลำธารต่างๆของเอโดมจะกลายเป็นยางมะตอย
และดินของมันก็จะกลายเป็นกำมะถัน
แผ่นดินของมันจะกลายเป็นเหมือนยางมะตอยที่ลุกไหม้อยู่
10 ไฟของมันจะเผาทั้งวันทั้งคืนไม่มีวันดับ
ควันก็จะลอยขึ้นมาอยู่ตลอดไป
เอโดมจะกลายเป็นที่ร้างว่างเปล่าตลอดชั่วลูกชั่วหลาน
และจะไม่มีใครเดินทางผ่านมันอีกตลอดไป
11 แต่พวกเหยี่ยวและพวกเม่นจะมาเป็นเจ้าของ
พวกนกฮูกและพวกอีกาก็จะมาอยู่กันที่นั่น
พระเจ้าก็จะสำรวจรังวัดแผ่นดินเอโดม
และทำให้มันว่างเปล่าและมีสภาพยุ่งเหยิงเหมือนกับตอนที่ยังไม่ได้สร้างโลกนี้
12 จะไม่มีอะไรหลงเหลือให้เรียกว่าเป็นอาณาจักรอีกเลย
พวกเจ้านายของมันก็จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่า
13 พวกพงหนามก็จะขึ้นตามป้อมปราการของมัน
พวกต้นตำแยและพวกต้นไมยราบก็จะขึ้นในเมืองที่มีกำแพง
มันจะกลายเป็นบริเวณที่หมาป่าอยู่กัน
เป็นที่อยู่ของนกฮูก
14 พวกแมวป่าก็จะมาเจอกับพวกหมาป่า
พวกแพะป่าก็ส่งเสียงเรียกกัน
พวกสัตว์กลางคืน+ 34:14 พวกสัตว์กลางคืน หรือ “ลิลูท ปีศาจแห่งยามค่ำคืน” คำนี้เหมือนกับคำว่า “กลางคืน” ในภาษาฮีบรู ก็จะมาอยู่กันที่นั่นด้วย
เพื่อหาที่พักผ่อน
15 พวกนกฮูก+ 34:15 นกฮูก หรือ “งูธนู” ก็จะมาทำรังและวางไข่และกกไข่ไว้และรวบรวมลูกๆไว้ใต้ปีกของพวกมัน
อีแร้งก็จะมารวมกันที่นั่น อยู่คู่ใครคู่มัน
16 ให้ค้นหาในหนังสือม้วนของพระยาห์เวห์และอ่านดู
จะไม่มีสัตว์สักตัวที่ขาดไป
จะไม่มีสักตัวเลยที่ขาดคู่ของมัน
เพราะพระยาห์เวห์ได้พูดไว้ว่าอย่างนั้น
และพระวิญญาณของพระองค์ได้รวบรวมพวกมันไว้
17 พระองค์ได้จัดสรรที่ดินให้กับพวกมัน
และมือของพระองค์ได้ใช้สายวัดแบ่งแผ่นดินให้กับพวกมัน
พวกมันจะเป็นเจ้าของแผ่นดินนั้นตลอดไป
พวกมันจะอยู่ที่นั่นรุ่นแล้วรุ่นเล่า
35พระเจ้าจะปลอบโยนคนของพระองค์
1 ทะเลทรายและแผ่นดินที่แห้งแล้งจะมีความสุข
ทะเลทรายจะดีใจและผลิดอก
มันจะออกดอกมากมายเหมือนดอกหญ้า
มันจะชื่นชมยินดีด้วยความสุขและการร้องเพลง
มันจะมีสง่าราศีเหมือนป่าแห่งเลบานอน
มันจะสง่างามเหมือนภูเขาคารเมลและที่ราบชาโรน
คนจะเห็นถึงสง่าราศีของพระยาห์เวห์
จะเห็นความสง่างามของพระเจ้าของเรา
3 ให้เสริมกำลังให้กับคนที่มีมือเหนื่อยล้า
และช่วยคนที่หัวเข่าอ่อนแอให้มั่นคง
4 ให้พูดกับคนที่มีจิตใจที่ขลาดกลัวว่า
“ให้เข้มแข็งไว้ ไม่ต้องกลัว
นี่ไงพระเจ้าของพวกท่าน
พวกศัตรูของท่านจะถูกลงโทษ
เป็นการแก้แค้นของพระเจ้า
พระองค์จะมาและช่วยกู้พวกท่าน”
5 แล้วตาของคนตาบอดก็จะเปิด
และหูของคนหูหนวกก็จะไม่ตันอีกแล้ว
6 แล้วคนง่อยก็จะกระโดดเหมือนกับกวาง
และลิ้นของคนใบ้ก็จะร้องเพลงอย่างมีความสุข
เพราะน้ำจะทะลักออกมาในทะเลทราย
และเกิดลำธารขึ้นในทะเลทราย
7 ทะเลทรายที่ร้อนระอุ+ 35:7 ทรายที่ร้อนระอุ ในทะเลทราย บางครั้งความร้อนที่แผดเผา ทำให้เรามองเห็นภาพลวงตาเป็นน้ำ จะกลายเป็นทะเลสาบ
ดินที่กระหายน้ำจะมีตาน้ำเต็มไปหมด
ในบริเวณที่หมาป่าอยู่และนอนพักกัน
หญ้าจะกลายเป็นต้นอ้อกับต้นกก
8 จะมีทางหลวงเกิดขึ้นที่นั่น
และมันจะมีชื่อว่า “ถนนอันศักดิ์สิทธิ์”
คนที่ไม่บริสุทธิ์จะไม่เดินทางบนถนนนั้น
มันมีไว้สำหรับคนของพระเจ้าเดินเท่านั้น
พวกคนโง่+ 35:8 คนโง่ คือคนที่ไม่ได้ทำตามพระเจ้าและคำสอนของพระองค์ จะไม่ได้เดินผ่านไปมาบนมัน
9 จะไม่มีสิงโตที่นั่น
และจะไม่มีสัตว์ร้ายมาย่างกรายที่นั่น
จะไม่พบพวกมันที่นั่น
แต่คนที่พระเจ้าได้ไถ่ตัวไว้แล้วจะเดินบนถนนเส้นนั้น
10 คนเหล่านั้นที่พระยาห์เวห์ได้ไถ่ให้เป็นอิสระแล้ว
จะกลับมาที่ศิโยนด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ
ความสุขจะสวมอยู่บนหัวของพวกเขาตลอดไป
ความชื่นชมยินดีก็จะท่วมท้นพวกเขา
ความเศร้าโศกและการครวญครางจะวิ่งหนีไปจากพวกเขา
36อัสซีเรียบุกยูดาห์
(2 พกษ. 18:13-37; 2 พศด. 32:1-19)
1 ในช่วงปีที่สิบสี่+ 36:1 ปีที่สิบสี่ คือปี 701 ก่อนพระเยซูมาเกิด ที่กษัตริย์เฮเซคียาห์+ 36:1 เฮเซคียาห์ เป็นกษัตริย์ของยูดาห์ ในช่วงปี 715-687 ก่อนพระเยซูมาเกิด ปกครองยูดาห์ กษัตริย์เซนนาเคอริบ+ 36:1 เซนนาเคอริบ เป็นกษัตริย์ของอัสซีเรีย ในช่วงปี 706-681 ก่อนพระเยซูมาเกิด เขาได้ลงมาตียูดาห์ ในปี 701 และได้ชัยชนะหลายเมือง และกวาดต้อนพวกเขาไปเป็นเชลย ของอัสซีเรียได้ยกทัพขึ้นมาโจมตีเมืองต่างๆที่มีป้อมปราการของยูดาห์ และยึดเมืองเหล่านั้นไว้ได้ 2 กษัตริย์อัสซีเรียได้ส่งแม่ทัพของเขาพร้อมกับกองทัพใหญ่จากเมืองลาคีช ไปหากษัตริย์เฮเซคียาห์ที่เมืองเยรูซาเล็ม แม่ทัพนั้นได้มาหยุดอยู่ข้างๆรางน้ำของสระด้านบน ตรงถนนที่มุ่งไปยังทุ่งของคนซักผ้า 3 มีสามคนออกไปหาแม่ทัพคนนั้นที่นั่น คือเอลียาคิมผู้ดูแลวัง ที่เป็นลูกชายของฮิลคียาห์ เชบนาเลขานุการของกษัตริย์ และโยอาห์ผู้จดบันทึกที่เป็นลูกชายของอาสาฟ
4 แม่ทัพได้พูดกับพวกเขาว่า “ไปบอกเฮเซคียาห์ว่า กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ คือกษัตริย์อัสซีเรีย พูดอย่างนี้ว่า
‘ทำไมเจ้าถึงได้มีความเชื่อมั่นขนาดนี้ 5 ข้อตกลงกับพันธมิตรที่เจ้าหวังพึ่งนั้นมันก็แค่เพียงคำพูด เจ้าคิดว่ามันจะใช้แทนกลยุทธ์และกำลังทหารในสงครามได้หรือ เดี๋ยวนี้เจ้าไปพึ่งใครหรือ ถึงกล้ามากบฏกับเรา 6 ดูดีๆว่าเจ้ากำลังพึ่งอียิปต์ ซึ่งเป็นเหมือนไม้เท้าต้นอ้อที่เดาะแล้ว ถ้าใครไปค้ำยันมัน มันก็จะแตกและเสียบมือของคนนั้น ฟาโรห์กษัตริย์ของอียิปต์ ก็จะเป็นอย่างนั้นกับคนที่มาพึ่งพิงเขา
7 แต่ถ้าเจ้าจะบอกเราว่า “เราเชื่อพึ่งในพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา” อ้าว เฮเซคียาห์ได้รื้อพวกสถานที่นมัสการและแท่นบูชาของพระนั้นทิ้งไปแล้วไม่ใช่หรือ และสั่งคนยูดาห์และคนในเยรูซาเล็มว่า “พวกเจ้าต้องนมัสการที่แท่นบูชานี้ที่อยู่ในเมืองเยรูซาเล็มเท่านั้น”
8 ตอนนี้ มาทำข้อตกลงกับกษัตริย์ของอัสซีเรีย เจ้านายของข้าดีกว่า ข้าจะให้ม้ากับเจ้าสองพันตัว ถ้าเจ้ามีปัญญาหาคนมาขี่พวกมันได้ 9 ในเมื่อเจ้าและอียิปต์อ่อนแอซะขนาดนี้ เจ้ายังจะปฏิเสธอำนาจของข้าราชการตัวเล็กๆของเจ้านายข้า แล้วไปหวังพึ่งรถรบและทหารม้าของอียิปต์อีกหรือ
10 และตอนนี้ เจ้าคิดว่าที่ข้าขึ้นมาโจมตีแผ่นดินนี้เพื่อทำลายมัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพระยาห์เวห์อย่างนั้นหรือ เป็นพระยาห์เวห์เองที่พูดกับข้าว่า “ขึ้นไปโจมตีแผ่นดินนี้และทำลายมันซะ”’”
11 แล้วเอลียาคิม เชบนา และโยอาห์ ตอบกับแม่ทัพไปว่า “ช่วยพูดกับพวกเราผู้รับใช้ของท่านเป็นภาษาอารเมคด้วยเถิด เพราะพวกเราเข้าใจภาษานั้น อย่าพูดกับพวกเราเป็นภาษาฮีบรูเลย เพราะไม่อยากให้พวกนั้นที่อยู่บนกำแพงได้ยิน”
12 แต่แม่ทัพนั้นตอบว่า “เจ้าคิดว่า เจ้านายข้าส่งข้ามาเพื่อพูดเรื่องพวกนี้กับเจ้านายเจ้า และกับเจ้าเท่านั้นหรือยังไง เขาส่งให้ข้ามาพูดกับไอ้คนพวกนั้นที่นั่งอยู่บนกำแพงด้วย ไอ้พวกนั้นก็จะต้องกินขี้และเยี่ยวของตัวเอง+ 36:12 กินขี้และเยี่ยวของตัวเอง ข้อนี้หมายถึง พวกกองทัพของอัสซีเรียวางแผนจะล้อมเมืองเยรูซาเล็มไว้ ตัดน้ำ ตัดขาดจากภายนอก จนผู้คนในเมืองอดอยากหิวโหยมากจนต้องกินขี้และเยี่ยวตัวเองเหมือนกับพวกเจ้านั่นแหละ”
13 แล้วแม่ทัพก็ยืนขึ้นและร้องตะโกนเสียงดังเป็นภาษาฮีบรูว่า
“นี่เป็นคำพูดของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ คือกษัตริย์อัสซีเรีย 14 พระองค์พูดว่าอย่างนี้ ‘อย่าให้เฮเซคียาห์หลอกลวงเจ้า เพราะเขาไม่สามารถช่วยกู้พวกเจ้าได้หรอก 15 และอย่าให้เฮเซคียาห์ทำให้พวกเจ้าคิดจะพึ่งพระยาห์เวห์ เมื่อเขาพูดว่า “พระยาห์เวห์จะช่วยกู้พวกเราอย่างแน่นอน พระยาห์เวห์จะไม่ยอมให้เมืองนี้ตกไปอยู่ในกำมือของกษัตริย์อัสซีเรียเป็นอันขาด”
16 อย่าไปฟังเฮเซคียาห์ เพราะกษัตริย์อัสซีเรียพูดไว้ว่าอย่างนี้ “มาทำสัญญาสงบศึกกับข้าและออกมาจำนนต่อข้า แล้วพวกเจ้าแต่ละคนก็จะได้กินจากต้นองุ่นและต้นมะเดื่อของตัวเอง และดื่มจากบ่อเก็บน้ำของตน 17 จนกว่าเราจะมาและพาพวกเจ้าไปยังแผ่นดินที่เหมือนกับแผ่นดินของเจ้านี้ เป็นแผ่นดินที่มีข้าวและเหล้าองุ่นใหม่ มีขนมปังและสวนองุ่น”
18 ระวังให้ดี อย่าให้เฮเซคียาห์ทำให้เจ้าหลงผิดไป เมื่อเขาพูดว่า “พระยาห์เวห์จะช่วยกู้พวกเรา” เราขอถามเจ้าว่า “มีพระของชาติไหนบ้างที่เคยช่วยแผ่นดินของพวกเขาให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของกษัตริย์อัสซีเรีย” 19 พวกพระของเมืองฮามัท+ 36:19 เมืองฮามัท เมืองฮามัท เมืองอารปัด และเมืองเสฟารวาอิมเป็นสามเมืองที่อยู่ในประเทศซีเรีย หรือในสมัยนั้นเรียกว่าประเทศอารัมกับเมืองอารปัดไปไหนแล้ว พระของเมืองเสฟารวาอิมไปไหนแล้ว พวกพระของสะมาเรียสามารถช่วยกู้สะมาเรียจากเงื้อมมือของข้าได้หรือ 20 ในพวกพระทั้งหมดของประเทศเหล่านี้ มีพระองค์ไหนบ้างได้ช่วยประเทศของพวกเขาให้พ้นจากเงื้อมมือของข้า แล้วเจ้ายังคิดว่าพระยาห์เวห์จะสามารถช่วยเยรูซาเล็มให้พ้นจากเงื้อมมือข้าได้หรือ’”
21 แต่พวกเขาก็เงียบ ไม่ได้ตอบเขาสักคำ เพราะกษัตริย์เฮเซคียาห์ได้สั่งไว้ว่า “อย่าไปตอบมัน”
22 แล้วเอลียาคิมผู้ดูแลวัง ที่เป็นลูกชายของฮิลคียาห์ เชบนา เลขานุการของกษัตริย์ และโยอาห์ผู้จดบันทึกที่เป็นลูกชายของอาสาฟ ได้ไปหาเฮเซคียาห์ใส่เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งที่พวกเขาฉีกด้วยความโศกเศร้า และพวกเขาก็รายงานกษัตริย์ถึงสิ่งที่แม่ทัพนั้นพูด
37เฮเซคียาห์ขอคำปรึกษาจากอิสยาห์
(2 พกษ. 19:1-13)
1 เมื่อกษัตริย์เฮเซคียาห์ได้ยินอย่างนั้น พระองค์ก็ฉีกเสื้อผ้าด้วยความโศกเศร้า แล้วเอาผ้ากระสอบมาสวมแทน และพระองค์ก็เข้าไปในวิหารของพระยาห์เวห์ 2 พระองค์ได้ให้เอลียาคิมผู้ดูแลวัง เชบนาเลขานุการของพระองค์ และพวกนักบวชอาวุโส สวมผ้ากระสอบไปหาผู้พูดแทนพระเจ้าชื่ออิสยาห์ ลูกชายของอามอส
3 พวกเขาพูดกับอิสยาห์ว่า “กษัตริย์เฮเซคียาห์พูดไว้อย่างนี้ว่า ‘นี่เป็นเวลาแห่งความเดือดร้อน การลงโทษ และความอับอาย พวกเราเป็นเหมือนผู้หญิงพร้อมคลอดแล้ว แต่ไม่มีแรงเบ่งลูกออกมา 4 ไม่แน่นะ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ยินคำพูดของแม่ทัพนั้นแล้ว กษัตริย์อัสซีเรียเจ้านายของเขาได้ส่งเขามาเพื่อเยาะเย้ยพระเจ้าผู้มีชีวิตอยู่ และไม่แน่นะ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอาจจะลงโทษเขาเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ได้ อย่างนั้นช่วยอธิษฐานสำหรับคนของเราที่ยังเหลือรอดอยู่’”
5 เมื่อพวกข้าราชการของกษัตริย์เฮเซคียาห์มาหาอิสยาห์ 6 อิสยาห์บอกกับพวกเขาว่า “ให้บอกกับเจ้านายของพวกท่านว่า พระยาห์เวห์ได้พูดไว้ว่า ‘ไม่ต้องกลัวคำพูดต่างๆที่เจ้าได้ยินมา คือคำพูดที่พวกคนรับใช้ของกษัตริย์อัสซีเรียได้ลบหลู่เรานั้น 7 ตัวเราเองจะทำให้กษัตริย์อัสซีเรียกังวลใจ เพื่อว่าเมื่อเขาได้ยินข่าวลือ เขาจะได้รีบกลับไปยังแผ่นดินของเขา แล้วเราจะทำให้เขาล้มตายลงด้วยดาบในแผ่นดินของเขาเอง’”
กองทัพอัสซีเรียถอยทัพจากเยรูซาเล็ม
8 กษัตริย์ของอัสซีเรียได้ออกจากเมืองลาคีชไปยังเมืองลิบนาห์ เมื่อแม่ทัพได้ยินอย่างนั้น เขาก็ไปยังเมืองลิบนาห์ และพบว่ากษัตริย์อัสซีเรียกำลังสู้รบอยู่กับเมืองนั้น 9 ในเวลานั้น กษัตริย์อัสซีเรียได้ยินเกี่ยวกับกษัตริย์ทีระหะคาร์+ 37:9 กษัตริย์ทีระหะคาร์ นี่คงเป็นคนเดียวกับ ทาฮะระคาร์ ฟาโรห์ของอียิปต์ ในช่วงปี 690-664 ก่อนพระเยซูมาเกิด แห่งเอธิโอเปียว่า “กษัตริย์ทีระหะคาร์ได้ยกทัพมาทำสงครามกับท่าน” เมื่อกษัตริย์อัสซีเรียได้ยินอย่างนั้น พระองค์ก็ส่งพวกผู้ถือสารไปหากษัตริย์เฮเซคียาห์ และสั่งพวกเขาว่า
10 “ให้ไปบอกกับกษัตริย์เฮเซคียาห์ของยูดาห์ด้วยว่า อย่าให้พระเจ้าที่เจ้าไว้วางใจนั้น หลอกลวงพวกเจ้า เมื่อพระองค์พูดว่า ‘เยรูซาเล็มจะไม่มีวันตกไปอยู่ในเงื้อมมือของกษัตริย์อัสซีเรียหรอก’+ 37:10 เยรูซาเล็ม … กษัตริย์อัสซีเรียหรอก หรือ แปลได้อีกอย่างว่า “พระเจ้าจะไม่ยอมปล่อยให้กษัตริย์อัสซีเรียมีชัยเหนือเยรูซาเล็มหรอก”11 ดูสิ เจ้าก็ได้ยินถึงสิ่งที่พวกกษัตริย์ของอัสซีเรียได้ทำกับแผ่นดินทั้งหมดนั้นแล้ว พวกเขาได้ทำลายพวกมันจนราบคาบ แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีรอดพ้นหรือ 12 มีพวกพระของชนชาติไหนบ้าง ที่ช่วยพวกเขาให้รอด ตอนที่ถูกบรรพบุรุษของข้าทำลาย พวกเขาได้ทำลายเมืองโกซาน ฮาราน เรเซฟ และประชาชนของเอเดน+ 37:12 เอเดน หรือ เบธ เอเดน เป็นบริเวณหนึ่งในประเทศอารัม หรือซีเรีย ที่อาศัยอยู่ในเทลอัสสาร์ 13 แล้วกษัตริย์ของฮามัท กษัตริย์ของอารปัด กษัตริย์ของเมืองเสฟารวาอิม กษัตริย์ของเฮนา หรือกษัตริย์ของอิฟวาห์ หายไปไหนกันหมดแล้ว”
เฮเซคียาห์อธิษฐานถึงพระเจ้า
(2 พกษ. 19:14-19)
14 เฮเซคียาห์รับจดหมายจากพวกผู้ถือสารและอ่านมัน แล้วพระองค์ก็ขึ้นไปที่วิหารของพระยาห์เวห์ แล้วเขาก็คลี่จดหมายฉบับนั้นออกต่อหน้าพระยาห์เวห์ 15 แล้วเขาก็อธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ว่า
16 “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของอิสราเอล ผู้นั่งประทับบนบัลลังก์เหนือพวกเครูบ มีแต่พระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นพระเจ้าของอาณาจักรทั้งหมดในโลก พระองค์เป็นผู้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก 17 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ช่วยเงี่ยหูของพระองค์ฟังด้วยเถิด ข้าแต่พระยาห์เวห์ ช่วยเปิดตาของพระองค์ดูด้วยเถิด ช่วยฟังคำพูดทั้งหมดของเซนนาเคอริบที่เขาได้ส่งมา เพื่อเยาะเย้ยพระเจ้าผู้มีชีวิตอยู่ด้วยเถิด
18 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ก็จริงอยู่ที่พวกกษัตริย์อัสซีเรียได้ทำลายชนชาติทั้งหลายรวมทั้งแผ่นดินของพวกเขาด้วย 19 และได้โยนพวกพระของพวกนั้นลงในไฟ แต่พระพวกนั้นไม่ได้เป็นพระเจ้าจริง แต่เป็นฝีมือมนุษย์ที่ทำขึ้นมาจากไม้และหิน พวกมันก็เลยถูกทำลายไป 20 ดังนั้น ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเรา ตอนนี้ช่วยกู้พวกเราให้พ้นจากมือของกษัตริย์อัสซีเรียด้วยเถิด เพื่ออาณาจักรทั้งหมดในโลกนี้จะได้รู้ว่า พระองค์ พระยาห์เวห์คือพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”
พระเจ้าตอบเฮเซคียาห์
(2 พกษ. 19:20-34)
21 จากนั้นอิสยาห์ลูกชายของอามอส ได้ส่งคนไปบอกเฮเซคียาห์ว่า “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลพูด คือ ‘เจ้าได้อธิษฐานถึงเราเกี่ยวกับเซนนาเคอริบกษัตริย์ของอัสซีเรีย’
22 ดังนั้น ให้รู้ว่านี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับเขาว่า
‘เซนนาเคอริบเอ๋ย
ศิโยนสาวพรหมจรรย์ได้ดูถูกเจ้า
เธอหัวเราะเยาะเจ้า
นางสาวเยรูซาเล็มส่ายหัวเยาะเย้ยเจ้าในขณะที่เจ้าวิ่งหนี
23 เจ้าดูถูกใครหรือพูดหมิ่นประมาทใครรู้รึเปล่า
เจ้าขึ้นเสียงใส่ใครรู้รึเปล่า
เจ้าเหยียดตาใส่ใครรู้รึเปล่า
เจ้าได้ทำใส่เราผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอล
24 เจ้าได้เย้ยองค์เจ้าชีวิตผ่านทางพวกผู้รับใช้ที่เจ้าส่งมา
เจ้าพูดว่า “ข้าได้ปีนขึ้นไปถึงยอดเขา ยอดที่สูงที่สุดในเลบานอนด้วยรถรบมากมายของข้า
ข้าได้โค่นพวกต้นซีดาร์ที่สูงที่สุดของมันและต้นสนที่ดีที่สุดของมัน
ข้าได้ไปถึงยอดเขาที่ไกลลิบลิ่วของมัน ข้าไปถึงป่าที่ดีที่สุดของมัน
25 ข้าได้ขุดบ่อน้ำไปทั่วในต่างแดน+ 37:25 ในต่างแดน คำนี้อยู่ในฉบับฮีบรูฉบับหนึ่งที่พบในถ้ำคุมรัน และใน 2 พงศ์กษัตริย์ 19:24 ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กันขาดคำนี้และดื่มจากบ่อน้ำพวกนั้น
ข้าได้เหยียบย่ำน้ำในลำธารทั้งหลายของอียิปต์จนมันเหือดแห้งไป”
26 กษัตริย์ของอัสซีเรีย เจ้าไม่เคยได้ยินหรือเรื่องที่เราได้กำหนดไว้นานมาแล้ว
เรื่องที่เราได้วางแผนตั้งแต่สมัยโบราณ
แล้วตอนนี้เรากำลังทำให้มันเกิดขึ้น
คือเราได้ให้เจ้าทำลายป้อมปราการของเมืองต่างๆให้กลายเป็นกองซากปรักหักพัง
27 ในขณะที่พลเมืองที่ขาดกำลังของเมืองเหล่านั้นกำลังตกใจกลัวและอับอาย
พวกเขาเป็นเหมือนพืชที่ท้องทุ่ง เป็นเหมือนหญ้าอ่อน
เป็นเหมือนหญ้าที่ขึ้นบนดาดฟ้า
และถูกเผาแห้งไปด้วยลมตะวันออก+ 37:27 ถูกเผาแห้งไปด้วยลมตะวันออก คำนี้อยู่ในฉบับฮีบรูที่พบในถ้ำคุมรัน ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กันเขียนว่า ก่อนมันเติบโต ซื่งอาจหมายถึง ตายก่อนที่มันจะเติบโต
28 เรารู้แม้กระทั่งเวลาที่เจ้ายืนขึ้นหรือนั่งลง
เวลาที่เจ้าออกไปหรือเข้ามา
และเราก็รู้ตอนที่เจ้าเกรี้ยวกราดใส่เรา
29 เพราะเจ้าเกรี้ยวกราดใส่เรา เราได้ยินคำพูดที่หยิ่งยโสของเจ้า
อย่างนั้น เราจะเอาขอเกี่ยวจมูกของเจ้า เอาบังเหียนของเราใส่ปากเจ้า
และเราจะนำเจ้ากลับไปตามทางที่เจ้ามา’”
30 เฮเซคียาห์ นี่จะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ว่าสิ่งที่เราพูดนี้จะเกิดขึ้นจริง คือในปีแรกนี้จะปลูกอะไรไม่ได้เลย ก็ให้กินข้าวที่งอกขึ้นมาเองก่อน ในปีที่สอง ก็ให้กินสิ่งที่เกิดขึ้นเองอีก ในปีที่สาม ก็ให้เจ้าหว่านข้าว และเก็บเกี่ยวมันและให้ปลูกสวนองุ่นและกินผลของมัน 31 คนในครอบครัวยูดาห์ที่ยังหลงเหลืออยู่ จะเป็นเหมือนต้นไม้หยั่งรากลงข้างล่างและออกผลขึ้นข้างบน 32 แล้วคนที่ยังเหลืออยู่ก็จะแผ่ขยายออกไปจากเยรูซาเล็ม คนที่ยังรอดชีวิตบางคนก็จะออกมาจากภูเขาศิโยน ความรักอันแรงกล้าของพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นก็จะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ
33 แล้วนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดเกี่ยวกับกษัตริย์อัสซีเรีย
“เขาจะไม่ได้เข้ามาในเมืองเยรูซาเล็ม
เขาจะไม่ได้ยิงธนูใส่เมืองนี้หรอก
เขาจะไม่ได้ถือโล่มาเผชิญหน้ากับเมืองนี้
เขาจะไม่ได้สร้างเนินดินบุกขึ้นกำแพง
34 เขาจะต้องกลับไปทางเดิมที่เขามา
เขาจะไม่ได้เข้าเมืองหรอกพระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้
35 เพราะเราจะป้องกันเมืองนี้ เพื่อให้มันรอด
เราจะทำสิ่งนี้เพื่อเห็นแก่เราเอง และเพื่อเห็นแก่ดาวิดคนรับใช้ของเรา”
กองทัพของอัสซีเรียถูกทำลาย
(2 พกษ. 19:35-37)
36 แล้วทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ก็ออกไป และฆ่าทหารในค่ายของอัสซีเรียไปหนึ่งแสนแปดหมื่นห้าพันคน เมื่อคนตื่นขึ้นในตอนเช้า ก็เห็นศพเกลื่อนกลาดไปหมด 37 ดังนั้นเซนนาเคอริบ กษัตริย์ของอัสซีเรียก็กลับบ้าน และไปอาศัยอยู่ที่นีนะเวห์
38 วันหนึ่ง ในขณะที่ท่านกำลังนมัสการอยู่ในวัดของนิสรคพระของท่านอยู่นั้น พวกลูกชายของท่านคืออัดรัมเมเลค และชาเรเซอร์ ก็ได้ฆ่าท่านด้วยดาบ และพวกเขาก็หนีไปที่แผ่นดินอารารัต แล้วลูกของท่านคือ เอสารฮัดโดน ก็ขึ้นเป็นกษัตริย์ของอัสซีเรียแทนท่าน
38เฮเซคียาห์ป่วย
(2 พกษ. 20:1-11; 2 พศด. 32:24-26)
1 ในช่วงนั้นเฮเซคียาห์ป่วยใกล้ตายแล้ว อิสยาห์ผู้พูดแทนพระเจ้าลูกชายของอามอสก็ได้มาหาท่านและพูดว่า “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด ‘ให้สั่งเสียคนในครัวเรือนของเจ้าให้เรียบร้อย เพราะเจ้ากำลังจะตาย เจ้าจะไม่หายหรอก’”
2 แล้วเฮเซคียาห์ก็หันหน้าเข้าข้างฝา และอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ 3 ท่านพูดว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอได้โปรดอย่าลืมว่าข้าพเจ้านั้นได้รับใช้พระองค์อย่างสัตย์ซื่อด้วยสุดหัวใจของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าได้ทำในสิ่งที่พระองค์เห็นว่าดี” แล้วเฮเซคียาห์ก็ร้องห่มร้องไห้เสียงดัง
4 แล้วอิสยาห์ก็ได้รับข้อความจากพระยาห์เวห์ว่า 5 “ไปหาเฮเซคียาห์และบอกกับเขาว่า พระยาห์เวห์ พระเจ้าของดาวิดบรรพบุรุษของท่าน พูดว่าอย่างนี้ ‘เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้า และได้เห็นน้ำตาของเจ้า เราจะต่อชีวิตให้กับเจ้าอีกสิบห้าปี 6 เราจะช่วยกู้เจ้าและเมืองนี้ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของกษัตริย์อัสซีเรีย และเราก็จะป้องกันเมืองนี้ไว้’”
7 แล้วนี่จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้ท่านเห็นว่า พระยาห์เวห์จะทำในสิ่งที่พระองค์ได้บอก 8 พระยาห์เวห์พูดว่า “คอยดูนะ เราจะทำให้เงาที่ทอดยาวไปบนขั้นบันไดของอาหัส+ 38:8 ขั้นบันไดของอาหัส ข้อความนี้อาจจะหมายถึงขั้นบันไดที่อยู่ด้านนอกของตึกพิเศษหลังหนึ่งที่เฮเซคียาห์ใช้เป็นนาฬิกา เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงลงบนขั้นบันไดเหล่านั้น เงาของพวกมันจะบอกเวลาของวันนั้น ย้อนถอยหลังกลับไปสิบขั้น” แล้วเงาของดวงอาทิตย์ที่ได้ทอดยาวไปแล้วนั้น ก็ได้ถอยหลังกลับไปสิบขั้น
เฮเซคียาห์ขอบคุณพระยาห์เวห์
9 ต่อไปนี้คือสิ่งที่เฮเซคียาห์กษัตริย์ของยูดาห์เขียนขึ้นมา หลังจากที่ท่านป่วยและหายดีแล้ว
10 ตอนนั้นข้าพูดว่า “ในช่วงกลางคน ข้าจะต้องไปซะแล้ว
แล้วใช้วันปีที่เหลือข้างในประตูแห่งแดนผู้ตาย”
11 ตอนนั้นข้าพูดว่า “ข้าจะไม่ได้เห็นพระยาห์เวห์ในแดนของคนเป็นอีกแล้ว
ข้าจะไม่ได้เห็นคนหรืออยู่กับคนที่อาศัยอยู่ในโลกนี้อีกต่อไปแล้ว
12 ชั่วชีวิตของข้าก็ถูกรื้อลงและเอาไปจากข้าเหมือนเต็นท์ของผู้เลี้ยงแกะ
ชีวิตของข้าถูกม้วนเก็บเหมือนกับคนทอผ้าม้วนผ้า
พระองค์ตัดข้าออกจากหูกทอผ้า
พระองค์จบชีวิตของข้าในวันเดียว
13 ข้าร้องขอความช่วยเหลือจนถึงเช้า
พระองค์หักกระดูกทั้งหมดของข้าเหมือนสิงโต
พระองค์จบชีวิตของข้าในวันเดียว
14 ข้าร้องเหมือนกับนกนางแอ่นและนกกระเรียน
ข้าร้องคร่ำครวญเหมือนนกเขา
ตาของข้าเมื่อยล้าจากการมองขึ้นไปบนสวรรค์
ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าถูกกดขี่ข่มเหง ช่วยประกันตัวข้าออกไปด้วยเถิด
15 เมื่อพระเจ้าบอกว่าจะทำอะไร ข้าจะทำอะไรได้
และพระองค์เป็นผู้ทำมันเอง
ข้านอนไม่หลับ+ 38:15 ข้านอนไม่หลับ คำนี้อยู่ในสำเนาแปลโบราณของภาษาซีเรีย และสำเนาฮีบรูฉบับหนึ่งที่ค้นพบในถ้ำคุมรัน แต่สำเนาฮีบรูอื่นๆส่วนใหญ่เขียนว่า “เราจะเดินอย่างช้าๆตลอดปีทั้งหลายของเรา” เพราะความทุกข์ในใจ
16 ข้าแต่พระยาห์เวห์ มนุษย์เราอยู่ได้เพราะสิ่งที่พระองค์พูดและทำ
สิ่งทั้งหมดนั้นทำให้ข้าพเจ้ามีชีวิต
ขอคืนสุขภาพที่แข็งแรงให้กับข้าพเจ้า
และให้ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยเถิด”
17 ดูเถอะ ที่ข้ามีความทุกข์มากนั้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อข้า
พระองค์ได้ไว้ชีวิตของข้าไม่ให้ตกลงไปในหลุมแห่งความพินาศ
พระองค์ได้เอาความบาปทั้งหมดของข้าเหวี่ยงทิ้งไปด้านหลังพระองค์
18 คนในแดนคนตายไม่สามารถขอบคุณพระองค์ได้
คนตายก็ไม่สามารถสรรเสริญพระองค์ได้
คนเหล่านั้นที่ลงไปยังหลุมก็ไม่สามารถหวังพึ่งในความสัตย์ซื่อของพระองค์ได้
19 มีแต่คนเป็น คนเป็นเท่านั้นที่ขอบคุณพระองค์ได้เหมือนกับที่ข้าพเจ้าทำในวันนี้
พวกพ่อจะสอนลูกๆของเขาเกี่ยวกับความสัตย์ซื่อของพระองค์
20 พระยาห์เวห์พร้อมที่จะช่วยกู้ข้าพเจ้าเสมอ
ดังนั้น พวกเราจะเล่นเครื่องสายตลอดชีวิตของพวกเราที่วิหารของพระยาห์เวห์
21 อิสยาห์ได้บอกพวกคนรับใช้ของกษัตริย์เฮเซคียาห์ว่า “ให้เอามะเดื่อมาอัดกันเป็นก้อนแล้วโปะเข้าไปที่แผลเปื่อยของเขา แล้วเขาก็จะหาย” 22 เฮเซคียาห์ถามอิสยาห์ว่า “จะมีอะไรพิสูจน์ว่าข้าพเจ้าจะได้ขึ้นไปที่วิหารของพระยาห์เวห์อีก”+ 38:21-22 เป็นไปได้ที่สองข้อนี้จะต่อท้ายข้อหก เปรียบเทียบได้จากหนังสือพงศ์กษัตริย์ 20:7-8
39พวกทูตจากบาบิโลน
(2 พกษ. 20:12-19)
1 หลังจากนั้นไม่นาน กษัตริย์เมโรดัคบาลาดัน+ 39:1 กษัตริย์เมโรดัคบาลาดัน เป็นกษัตริย์ของบาลิโลนที่ไม่ได้อยู่ใต้การปกครองของอัสซีเรียในปี 721-710 ก่อนพระเยซูมาเกิด และเป็นกษัตริย์อีกครั้งในปี 703 ก่อนพระเยซูมาเกิด ลูกชายของบาลาดันแห่งบาบิโลนได้ส่งพวกทูตถือพวกจดหมายและของขวัญมาให้กับเฮเซคียาห์ เพราะเมโรดัคบาลาดันได้ยินข่าวว่าเฮเซคียาห์ป่วยและตอนนี้หายดีแล้ว 2 เฮเซคียาห์ได้ต้อนรับพวกทูตเหล่านั้น และพาพวกเขาไปดูคลังสมบัติของเขา ทั้งเงินทองและเครื่องเทศต่างๆรวมทั้งน้ำมันที่มีค่า คลังอาวุธทั้งหมด และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในพวกคลังเก็บของ เฮเซคียาห์พาพวกเขาไปดูทุกซอกทุกมุมของวังและทั่วราชอาณาจักรของเขา
3 แล้วอิสยาห์ผู้พูดแทนพระเจ้า ก็ได้มาหากษัตริย์เฮเซคียาห์ และพูดกับเขาว่า “คนพวกนี้มาพูดอะไร และพวกเขามาหาท่านจากที่ไหนกัน”
เฮเซคียาห์ตอบว่า “พวกเขามาหาข้าจากแดนไกลโน้น มาจากบาบิโลน”
4 อิสยาห์ถามอีกว่า “พวกเขาเห็นอะไรบ้างในวังของท่าน”
เฮเซคียาห์ตอบว่า “พวกเขาเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในวังของข้า ไม่มีอะไรเลยในพวกคลังเก็บของของข้า ที่ข้าไม่ได้ให้พวกเขาดู”
5 แล้วอิสยาห์ก็บอกกับเฮเซคียาห์ว่า “ฟังให้ดี นี่คือข่าวสารจากพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น 6 เวลานั้นกำลังจะมาถึง ที่ทุกสิ่งทุกอย่างในวังของท่าน รวมทั้งทุกสิ่งที่บรรพบุรุษของท่านได้เก็บสะสมมาให้จนถึงทุกวันนี้ จะถูกขนย้ายไปที่บาบิโลน จะไม่มีอะไรเหลือเลย พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนั้น 7 พวกเขาจะเอาลูกๆของท่านบางคนไป พวกลูกชายของท่านเอง พวกเขาจะกลายเป็นพวกขันทีในวังของกษัตริย์บาบิโลน”
8 แล้วเฮเซคียาห์ก็พูดกับอิสยาห์ว่า “ข่าวสารของพระยาห์เวห์ที่ท่านพูดมานั้นดี” เพราะเขาคิดว่า “ในช่วงสมัยของข้า จะมีสันติสุขและความมั่นคงปลอดภัย”
40การลงโทษของอิสราเอลจะสิ้นสุดลง
1 พระเจ้าของพวกเจ้าพูดว่า
“ให้ปลอบโยน ให้ปลอบโยนชนชาติของเรา
2 ให้พูดกับคนเยรูซาเล็มอย่างอ่อนโยน
และให้บอกกับเธอว่าการเป็นทาสรับใช้ของเธอนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว
เธอได้ใช้หนี้บาปของเธอแล้ว
พระยาห์เวห์ได้ลงโทษเธอเป็นสองเท่าแล้วสำหรับบาปทั้งหมดของเธอ”
3 มีเสียงหนึ่งร้องว่า
“ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง ให้เตรียมทางสำหรับพระยาห์เวห์
ให้สร้างทางหลวงให้ตรงไปให้กับพระเจ้าของเราในทะเลทราย
4 ทุกๆหุบเขาจะถูกถมให้สูงขึ้น
ทุกๆภูเขาและเนินเขาจะถูกปราบให้แบนราบลง
พื้นที่ลุ่มๆดอนๆจะเสมอกันไปหมด
พื้นที่ที่ขรุขระจะราบเรียบ
5 แล้วสง่าราศีของพระยาห์เวห์ก็จะถูกเปิดเผยออกมา
และมนุษย์ทุกคนก็จะได้เห็นมันพร้อมๆกัน
เพราะปากของพระยาห์เวห์ได้ลั่นวาจาออกมาอย่างนี้”
6 มีเสียงหนึ่งบอกว่า “ตะโกนสิ”
แต่ข้าบอกว่า “จะให้ข้าตะโกนอะไรหรือ
มนุษย์ทุกคนก็เป็นเหมือนหญ้า
และความจงรักภักดีของเขาเป็นเหมือนดอกไม้ในทุ่ง
7 หญ้าเหี่ยวแห้งไป ดอกไม้ก็ร่วงโรยไป
เมื่อลมจากพระยาห์เวห์เป่าไปถูกมัน”
เสียงนั้นตอบว่า “ใช่แล้ว มนุษย์เป็นเหมือนหญ้า
8 หญ้าก็เหี่ยวแห้งไป ดอกไม้ก็ร่วงโรยไป
แต่พระคำของพระเจ้าของเราจะยั่งยืนตลอดกาล”
9 ศิโยนเอ๋ย ผู้นำข่าวดี
ขึ้นไปบนภูเขาสูงสิ แล้วตะโกนให้สุดเสียงของเจ้า
เยรูซาเล็มเอ๋ย ผู้นำข่าวดี
ร้องตะโกนให้ดังๆไม่ต้องกลัว บอกเมืองต่างๆของยูดาห์ว่า
“นี่ไง พระเจ้าของพวกเจ้า”
10 ดูสิ พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิตกำลังมาด้วยพลังอันเกรียงไกร
พระองค์จะปกครองด้วยแขนอันทรงพลังของพระองค์
พระองค์เอารางวัลมาให้
และพระองค์จะจ่ายค่าตอบแทนให้แต่ละคน
11 พระองค์จะนำหน้าฝูงแกะของพระองค์อย่างผู้เลี้ยงแกะ
พระองค์จะรวบรวมลูกแกะไว้ในอ้อมแขนของพระองค์
และอุ้มพวกมันไว้ในอ้อมอกและนำแม่แกะไปหาน้ำ
ใครเล่าเป็นเหมือนพระยาห์เวห์
12 ใครหนอ ที่ตวงน้ำทั้งทะเลได้ด้วยอุ้งมือเดียวหรือวัดท้องฟ้าได้ในหนึ่งคืบ
และใครกันที่สามารถถือฝุ่นทั้งโลกในถ้วยตวงเดียว
หรือชั่งพวกภูเขาบนตาชั่งและพวกเนินเขาบนตราชู
13 มีใครหรือที่ชี้ทางให้กับพระวิญญาณของพระยาห์เวห์
และสั่งสอนพระองค์เหมือนเป็นที่ปรึกษาของพระองค์
14 พระองค์ต้องปรึกษาใครหรือ เพื่อจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้
พระองค์ต้องให้ใครมาสอนพระองค์เรื่องความยุติธรรมหรือ
ใครสอนให้พระองค์มีความรู้
ใครเล่าเรื่องทางแห่งสติปัญญาให้พระองค์เข้าใจหรือ
15 ดูสิ ชนชาติทั้งหลายเปรียบเหมือนน้ำหยดเดียวในถัง
หรือถือเป็นแค่ขี้ฝุ่นบนตราชั่ง
ดูสิ พระองค์ยกเกาะทั้งหลายเหมือนผงฝุ่น
16 จะเอาไม้ทั้งป่าเลบานอนมาเป็นฟืนเผาเครื่องบูชาให้กับพระองค์
และสัตว์ทั้งหมดของเลบานอนมาเผาเป็นเครื่องบูชาก็ยังไม่สมกับเกียรติของพระองค์
17 ต่อหน้าพระองค์ ชนชาติทั้งหมดอย่างกับเป็นศูนย์เลย
พระองค์ถือว่าชนชาติทั้งหมดนั้นน้อยกว่าศูนย์และไร้ค่า
18 เจ้าจะเปรียบพระเจ้าเหมือนใครหรือ
จะเอารูปอะไรมาเปรียบกับพระองค์หรือ
19 จะเปรียบพระองค์เหมือนรูปเคารพหรือ
ที่ช่างหล่อขึ้นมาแล้วช่างทองก็เอาทองมาหุ้มไว้
และทำสร้อยเงินให้กับมัน
20 ส่วนคนที่ยากจนก็จะเลือกไม้ที่จะไม่ผุมา
แล้วหาช่างไม้ที่เก่งๆมาแกะสลักรูปเคารพที่จะไม่ล้มคว่ำลงมา
21 พวกเจ้าไม่เคยรู้หรือ
พวกเจ้าไม่เคยได้ยินหรือ
ไม่เคยมีใครบอกพวกเจ้าตั้งแต่แรกหรือ
พวกเจ้าไม่เคยเข้าใจเรื่องที่เป็นจริงตั้งแต่วางรากสร้างโลกมาหรือ
22 คือพระองค์เป็นผู้นั้นที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของพระองค์
เหนือวงกลมของโลกนี้
และเมื่อพระองค์มองลงมา
พวกที่อาศัยอยู่บนมันก็เป็นเหมือนกับตั๊กแตน
พระองค์เป็นผู้ที่ขึงฟ้าสวรรค์ออกเหมือนขึงผ้าเต็นท์
และกางมันออกเหมือนกางเต็นท์ให้อยู่
23 พระองค์เป็นผู้ที่ทำให้พวกผู้ครอบครองหมดสภาพไป
และทำให้พวกผู้พิพากษาของโลกนี้กลายเป็นศูนย์
24 พวกนั้นเป็นเหมือนกับพวกพืชที่เพิ่งจะหว่านยังไม่ทันลงรากเลย
พระองค์ก็เป่าพวกมันซะแล้ว
แล้วพวกเขาก็เหี่ยวแห้งไป
แล้วพายุก็มาพัดพวกเขาไปเหมือนฟาง
25 องค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์พูดว่า “พวกเจ้าจะเปรียบเรากับใครหรือ
ใครจะมาเทียบกับเราได้หรือ”
26 เงยหน้าขึ้นและมองซะ
ใครเป็นผู้ที่สร้างสิ่งเหล่านี้
พระองค์ได้นำกองทัพหมู่ดาวเหล่านั้นออกมาทีละดวง
และเรียกชื่อมันแต่ละดวง ไม่มีสักดวงที่ขัดขืนไม่ออกมา
เพราะพระองค์มีพลังอันมหาศาล
และฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่
27 ยาโคบเอ๋ย ทำไมเจ้าถึงบ่นอย่างนี้
อิสราเอลเอ๋ย ทำไมเจ้าถึงพูดว่า
“พระยาห์เวห์มองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า
และพระเจ้าของข้าก็ไม่เห็นสนใจที่จะให้ความยุติธรรมกับข้าเลย”
28 เจ้าไม่รู้หรือ เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ ที่ว่า
พระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าตลอดมาและตลอดไป เป็นผู้สร้างทั้งโลก
พระองค์ไม่เคยเหนื่อยหรือหมดเรี่ยวแรง
ไม่มีใครหยั่งรู้ถึงสติปัญญาของพระองค์ได้
29 พระองค์ให้เรี่ยวแรงกับคนที่เหน็ดเหนื่อย
และเพิ่มกำลังให้กับคนที่หมดเรี่ยวแรง
30 แม้คนหนุ่มๆจะเหนื่อยและหมดเรี่ยวแรง
และชายหนุ่มจะสะดุดล้มลง
31 แต่คนเหล่านั้นที่ฝากความหวังไว้กับพระยาห์เวห์จะมีกำลังขึ้นมาใหม่
และจะบินสูงขึ้นไปเหมือนติดปีกนกอินทรี+ 40:31 เหมือนติดปีกนกอินทรี หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “จะมีปีกงอกออกมาเหมือนนกอินทรี”
พวกเขาจะวิ่งและจะไม่หมดเรี่ยวแรง
พวกเขาจะเดินและจะไม่เหนื่อย
41พระยาห์เวห์อยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์
1 พระยาห์เวห์พูดว่า
“พวกเจ้าที่อยู่ตามชายฝั่งทะเลและเกาะทั้งหลาย ให้ฟังเราอย่างเงียบๆ
ชนชาติทั้งหลาย ให้เข้มแข็งไว้
ให้พวกเขาเข้ามาใกล้ๆและให้พวกเขาพูด
ให้พวกเรามาเจอกันเพื่อขึ้นศาลตัดสินคดีกัน
2 ใครยุแหย่ชายคนนั้นที่มาจากทางทิศตะวันออก+ 41:2 ชายคนนั้น … ทิศตะวันออก หมายถึง กษัตริย์ไซรัสของอาณาจักรเปอร์เซีย ที่เคลื่อนทัพจากทิศตะวันออกไปสู่ทิศตะวันตกเพื่อไปโจมตีบาบิโลน และมีชัยเหนือบาบิโลนในปี 539 ก่อนพระเยซูมาเกิด
เขามีแต่ชัยชนะในทุกย่างก้าวของเขา
พระยาห์เวห์ได้ส่งมอบชนชาติต่างๆให้กับเขา
เขาจึงเหยียบย่ำพวกกษัตริย์ไว้ใต้เท้าเขา
เขาใช้ดาบทำให้พวกนั้นกลายเป็นเหมือนฝุ่น
เขาใช้คันธนู ทำให้พวกนั้นกระจายไปเหมือนฟางถูกลมพัด
3 เขาไล่ตามพวกนั้นไปและไม่ได้รับบาดเจ็บด้วย
เขาเร็วจนเท้าแทบไม่ติดพื้น
4 ใครกันที่ทำสิ่งนี้ และใครกันที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นมา
ใครกันที่ควบคุมประวัติศาสตร์ตั้งแต่แรก
เป็นเราเอง ยาห์เวห์
เราอยู่ตอนเริ่มแรก
และเราก็จะอยู่ตอนจบ
5 พวกคนที่อยู่ตามแถบชายฝั่งและหมู่เกาะต่างๆได้เห็นผู้พิชิตที่เรายกขึ้นมาและเกิดความเกรงกลัว
สุดปลายโลกก็กลัวจนสั่นเทิ้ม
พวกเขาได้เข้ามาใกล้และได้มาถึงแล้ว
6 พวกเขาช่วยเหลือกันและกัน
และคนหนึ่งพูดกับอีกคนหนึ่งว่า ‘ให้เข้มแข็งไว้’
7 ช่างแกะสลักไม้ให้กำลังใจช่างทอง
ช่างที่ใช้ค้อนเคาะเหล็กให้เรียบก็ให้กำลังใจช่างตีเหล็กขึ้นรูป
ช่างตีเหล็กขึ้นรูปก็พูดเกี่ยวกับงานเชื่อมว่า ‘มันดีแล้ว’
และเขาก็ตอกตะปูยึดรูปเคารพนั้นไว้เพื่อไม่ให้มันล้มลงมา”
8 พระยาห์เวห์พูดว่า “แต่เจ้า อิสราเอล ผู้รับใช้ของเราเอ๋ย
ยาโคบ คนที่เราได้เลือกมาเอ๋ย
และลูกหลานของอับราฮัมเพื่อนเราเอ๋ย
9 เจ้าผู้ที่เราได้นำมาจากสุดปลายแผ่นดินโลก
เจ้าผู้ที่เราได้เรียกมาจากไกลสุดขอบโลก
เจ้าที่เราได้พูดว่า ‘เจ้าเป็นผู้รับใช้ของเรา
เราได้เลือกเจ้าและไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า’
10 ไม่ต้องกลัว เพราะเราอยู่กับเจ้า
อย่ากลัวเลย เพราะเราเป็นพระเจ้าของเจ้า
เราจะทำให้เจ้ามีกำลัง ใช่แล้ว เราจะช่วยเจ้า
เราจะพยุงเจ้าด้วยมือขวาแห่งชัยชนะของเรา
พระยาห์เวห์จะดูแลคนอิสราเอล
11 ดูสิ คนทั้งหลายที่โกรธเคืองเจ้าจะได้รับความอับอายขายหน้า
พวกนั้นที่ต่อต้านเจ้าจะเป็นอย่างกับศูนย์และพินาศไป
12 เจ้าจะมองหาคนพวกนั้นที่ต่อสู้กับเจ้าแต่จะหาไม่เจอ
คนพวกนั้นที่ทำสงครามกับเจ้าจะเป็นอย่างกับศูนย์ไปเลย
13 เพราะเรา ยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้ากำลังจับมือขวาของเจ้าไว้
เป็นเราเอง ที่กำลังพูดกับเจ้าว่า ‘ไม่ต้องกลัว เราจะช่วยเจ้า’”
14 พระยาห์เวห์พูดว่า “อย่ากลัวเลย ยาโคบ เจ้าหนอนตัวน้อย
อย่ากลัวเลย อิสราเอล เจ้าหนอนผีเสื้อตัวน้อย
ตัวเราเองจะช่วยเจ้า
ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอลคือผู้ที่ปกป้องเจ้า
15 ดูสิ เราจะทำให้เจ้าเป็นเลื่อนนวดข้าว
ที่แหลมคม ใหม่ และมีซี่ฟันมากมาย
เจ้าจะนวดและบดภูเขาต่างๆ
เจ้าจะทำให้เนินเขาต่างๆเป็นเหมือนแกลบ
16 เจ้าจะฟัดร่อนพวกมัน แล้วลมก็จะพัดพวกมันไป
พายุก็จะพัดให้พวกมันกระจายไป
แล้วเจ้าก็จะชื่นชมยินดีในพระยาห์เวห์
เจ้าก็จะภาคภูมิใจในผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล
17 เมื่อคนจนและคนขัดสนแสวงหาน้ำแต่ไม่มีน้ำ
แล้วลิ้นของพวกเขาก็แห้งผากด้วยความกระหาย
เรา ยาห์เวห์ ก็จะตอบพวกเขา
เรา พระเจ้าของอิสราเอล จะไม่ทอดทิ้งพวกเขา
18 เราจะทำให้เกิดแม่น้ำหลายสายไหลอยู่บนที่สูงที่ว่างเปล่านั้น
แล้วทำให้เกิดพวกตาน้ำท่ามกลางหุบเขาเหล่านั้น
และจะทำให้ทะเลทรายกลายเป็นทะเลสาบ
และทำให้ที่ดินแห้งกลายเป็นตาน้ำ
19 เราจะปลูกต้นซีดาร์ในทะเลทรายนั้น รวมทั้งต้นกระถิน ไม้พุ่มหอม และต้นมะกอก
เราจะปลูกต้นสนไซเพรส ต้นสนเฟอร์ และต้นสนไพน์ไว้ด้วยกัน
20 เราจะทำอย่างนี้ เพื่อทุกคนจะได้เห็นและรู้
และพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้และเข้าใจว่า
เป็นมือของพระยาห์เวห์ที่ได้ทำสิ่งนี้
ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา
พระยาห์เวห์ได้ท้าทายพวกพระปลอม
21 พระยาห์เวห์พูดว่า ‘พวกพระจอมปลอมทั้งหลาย นำคดีของเจ้ามาดูสิ’
กษัตริย์ของยาโคบพูดว่า ‘เอาหลักฐานต่างๆของเจ้ามาดูสิ’
22 ให้พวกพระปลอมพวกนั้นเข้ามาและบอกเราหน่อยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต
ให้บอกเราถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีต บอกความหมายของเหตุการณ์เหล่านั้น
เพื่อเราจะพิจารณาสิ่งเหล่านั้น
และจะได้รู้ว่าผลออกมาเป็นยังไง
หรือไม่ก็บอกเราว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต
23 บอกเราหน่อยสิว่าต่อไปนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น
เพื่อเราจะได้รู้แน่ๆว่าพวกเจ้าเป็นพระแท้จริง
หรืออย่างน้อยก็ทำอะไรสักอย่าง
เรื่องดีหรือร้ายก็ได้ เราจะได้พากันขยาดกลัว
24 ดูสิ เจ้านี่มันน้อยกว่าศูนย์เสียอีก ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย
และใครก็ตามที่เลือกที่จะนมัสการเจ้า มันช่างน่าขยะแขยงเสียจริงๆ”
25 “เราได้ยั่วยุชายคนหนึ่งจากทิศเหนือ
และเขาก็ได้มาแล้ว
เราได้เรียกเขาตามชื่อของเขาให้มาจากทางทิศตะวันออก+ 41:25 เราได้เรียกเขา … ตะวันออก มาจากฉบับที่เจอในถ้ำคุมรันและจาก สำเนากรีกโบราณ แต่ฉบับสำเนาฮีบรูที่นิยมใช้กันเขียนว่า “เขาจะเรียกชื่อของเราจากทิศตะวันออก”
เขาได้เหยียบย่ำพวกผู้นำเหมือนโคลน
เหมือนกับช่างปั้นหม้อเหยียบย่ำดินเหนียว
26 ใครได้ทำนายเรื่องนี้ตั้งแต่แรก เพื่อเราจะได้รู้
ใครได้ประกาศล่วงหน้า เพื่อเราจะได้พูดว่า ‘เขาแม่นจริงๆ’”
จริงๆแล้ว ไม่มีใครได้ทำนายเรื่องนี้ จริงๆแล้ว ไม่มีใครประกาศเรื่องนี้
ไม่มีใครได้ยินพวกเจ้าพูดสักคำ
27 เราได้ประกาศเรื่องนี้ให้ศิโยนรู้ล่วงหน้าว่า “ดูสิ กองทัพของเขากำลังมา”
เราได้ส่งผู้ส่งข่าวไปบอกเรื่องนี้ในเยรูซาเล็ม
28 แต่เมื่อเรามองดูพระปลอมพวกนั้น
ไม่เห็นมีใครให้คำปรึกษาได้เลย
เมื่อเราถามพวกมันก็ไม่มีใครตอบอะไรได้
29 ดูสิ พระปลอมพวกนั้นเป็นแค่ภาพลวงตา
พวกมันทำอะไรไม่ได้เลย
รูปปั้นของพวกมันว่างเปล่าเหมือนลม
42ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์
1 “นี่คือผู้รับใช้ของเรา คนที่เราเสริมกำลังให้
นี่คือผู้ที่เราเลือกมา ผู้ที่เราชื่นชม
เราได้ใส่พระวิญญาณของเราในเขา
เขาจะนำความยุติธรรมมาให้กับชนชาติทั้งหลาย
2 เขาจะไม่ตะโกนหรือขึ้นเสียง
คนจะไม่ได้ยินเสียงร้องของเขาตามท้องถนน
3 เขาจะไม่หักต้นอ้อที่ช้ำแล้ว
เขาจะไม่ดับไส้ตะเกียงที่ริบหรี่แล้ว
เขาจะนำความยุติธรรมมาจริงๆ
4 เขาเองจะไม่ริบหรี่หรือชอกช้ำจนกว่าเขาจะนำความยุติธรรมมาสู่โลกนี้
ผู้คนแถบชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะทั้งหลายต่างรอคอยคำสอนของเขา”
5 นี่คือคำพูดของพระเจ้า พระยาห์เวห์ ผู้ที่สร้างท้องฟ้าและขึงพวกมันออก ผู้ที่ทุบโลกนี้ให้แผ่ออกมาและสร้างทุกสิ่งที่อยู่บนโลกนี้ ผู้ที่ให้ลมหายใจกับมนุษย์ที่อยู่บนโลก และให้ชีวิตกับทุกคนที่เดินอยู่บนมัน พระองค์พูดว่า
6 “เรา ยาห์เวห์ ได้เรียกเจ้ามาเพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง
เราได้จูงมือเจ้าอยู่ เราได้ปกป้องเจ้า
และได้แต่งตั้งเจ้าให้เป็นคนกลางแห่งคำมั่นสัญญาต่อมนุษย์
และเป็นแสงสว่างให้กับชนชาติต่างๆ
7 จะให้เจ้าเปิดตาของคนตาบอด
และนำพวกนักโทษออกมาจากคุกใต้ดิน คือปลดปล่อยคนเหล่านั้นที่นั่งอยู่ในคุกมืดให้เป็นอิสระ
8 เราคือยาห์เวห์ นั่นคือชื่อของเรา
เราจะไม่แบ่งเกียรติที่เราควรจะได้รับกับผู้อื่น
จะไม่แบ่งคำสรรเสริญของเรากับพวกรูปเคารพ
9 เหตุการณ์ที่ผ่านไป ที่เราได้ทำนายไว้ล่วงหน้าก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
และตอนนี้เรากำลังทำนายเรื่องใหม่ๆ
เราจะบอกพวกเจ้าถึงเหตุการณ์เหล่านั้นก่อนที่มันจะงอกออกมา”
เพลงสรรเสริญพระเจ้า
10 ร้องเพลงใหม่ให้กับพระยาห์เวห์
ร้องเพลงสรรเสริญพระองค์จากสุดปลายโลก
ให้พวกท่านที่เป็นกะลาสีแห่งท้องทะเลและพวกสัตว์น้ำในท้องทะเลทั้งหมด
สรรเสริญพระองค์เถิด
ให้ชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะทั้งหลายรวมทั้งผู้คนที่อยู่บนมัน
สรรเสริญพระองค์เถิด
11 ให้ทะเลทราย และเมืองต่างๆในทะเลทรายนั้นส่งเสียงร้องและสรรเสริญพระองค์เถิด
รวมทั้งหมู่บ้านต่างๆที่เผ่าเคดาร์อาศัยอยู่
ให้ชาวเมืองเสลาร้องเพลงด้วยความยินดี
ให้พวกเขาร้องตะโกนลงมาจากยอดเขา
12 ให้พวกเขาถวายเกียรติแด่พระยาห์เวห์
ให้พวกเขาสรรเสริญพระองค์ตามชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะทั้งหลาย
13 พระยาห์เวห์ออกไปสู้รบอย่างคนที่แข็งแรง
พระองค์ปลุกเร้าความโกรธให้พุ่งพล่านขึ้นเหมือนกับนักรบ
พระยาห์เวห์ร้องออกมา พระองค์ร้องประจัญบาน
พระองค์เอาชนะต่อศัตรูของพระองค์
14 พระองค์จะพูดว่า “เราเงียบมาเป็นเวลานานแล้ว
เราได้อยู่เฉยๆและได้ยับยั้งตัวเองไว้
แต่เดี๋ยวนี้ เราจะร้องเหมือนกับผู้หญิงกำลังคลอดลูก
เราจะหายใจหอบและใจเต้นถี่รัว
15 เราจะทำลายภูเขาและเนินเขาต่างๆ
เราจะทำให้พืชผักทั้งหมดของพวกมันเหี่ยวแห้งไป
เราจะทำให้พวกแม่น้ำกลายเป็นดินแห้ง
เราจะทำให้พวกสระแห้งไป
16 เราจะจูงคนตาบอดไปตามถนนที่พวกเขาไม่รู้จัก
เราจะนำพวกเขาไปตามพวกทางที่พวกเขาไม่เคยเดินมาก่อน
เราจะทำให้ความมืดมิดที่อยู่ต่อหน้าพวกเขากลายเป็นความสว่าง
และทำที่ขรุขระให้เป็นที่ราบ
เราจะทำสิ่งเหล่านี้และเราจะไม่ทอดทิ้งพวกเขา
17 แต่คนพวกนั้นที่พึ่งในพวกรูปแกะสลัก
คนที่พูดกับรูปหล่อพวกนั้นว่า ‘พวกท่านเป็นพระของเรา’
คนพวกนี้จะหันกลับ พวกเขาจะต้องอับอายขายหน้าที่สุด
อิสราเอลไม่ฟังพระเจ้า
18 พระยาห์เวห์พูดว่า เจ้าหูหนวก ฟังให้ดี
เจ้าตาบอด ดูซิ จะได้เห็น
19 ใครตาบอดหรือ ก็ไม่ใช่ผู้รับใช้ของเราหรอกหรือ
ใครหูหนวกเท่ากับผู้ส่งข่าวของเราหรือ
ใครจะตาบอดเท่ากับผู้ที่อุทิศตัวให้กับเราหรือ
หรือตาบอดเท่ากับผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์หรือ
20 เจ้าเห็นหลายสิ่ง แต่ไม่ได้สังเกต
หูของเขาเปิดอยู่ แต่เขาไม่ได้ฟัง”
21 ตอนนั้นพระยาห์เวห์ต้องการที่จะทำให้คำสั่งสอนของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่และได้รับเกียรติ
เพื่อคนจะได้เห็นว่าพระองค์นั้นยุติธรรม
22 คนพวกนี้ถูกขโมยและถูกปล้น
พวกเขาทุกคนแอบอยู่ในหลุมติดอยู่ที่นั่นและซ่อนอยู่ในคุก
พวกเขาตกเป็นของที่ปล้นมาได้โดยไม่มีใครมาช่วยกู้เขา
พวกเขาถูกริบไป โดยไม่มีใครพูดว่า “เอาคืนมาซะ”
23 จะมีใครในพวกเจ้าได้รับบทเรียนจากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้
ใครจะสนใจและตั้งใจฟังในอนาคต
24 ใครมอบยาโคบไปให้กับผู้ริบ
หรือมอบอิสราเอลไปให้กับผู้ปล้น
ก็พระยาห์เวห์นี่แหละ
เพราะพวกเราทำบาปต่อพระองค์
คนของเราไม่ยอมเดินในทางของพระองค์
พวกเขาไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระองค์
25 พระองค์ก็เลยเทความโกรธแค้นอันร้อนแรงของพระองค์ พร้อมกับสงครามอันดุเดือดเลือดพล่านลงบนเขา
มันทำให้เกิดไฟล้อมรอบเขา แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
มันเผาไหม้เขา แต่เขาก็ไม่ได้บทเรียนอะไรเลย
43พระเจ้าอยู่กับคนของพระองค์เสมอ
1 ยาโคบ พระยาห์เวห์ที่สร้างเจ้าขึ้นมา
อิสราเอล พระยาห์เวห์ที่ปั้นเจ้าขึ้นมานั้น
ตอนนี้พระองค์พูดอย่างนี้ว่า
“ไม่ต้องกลัว เพราะเราได้ไถ่เจ้าให้เป็นอิสระแล้ว
เราได้เรียกชื่อของเจ้าโดยเฉพาะ
และเจ้าเป็นของเรา
2 เมื่อเจ้าต้องลุยน้ำลึกไป เราจะอยู่กับเจ้า
เมื่อเจ้าต้องข้ามแม่น้ำ เจ้าก็จะไม่จมลงไป
เมื่อเจ้าต้องเดินลุยไฟ เจ้าก็จะไม่ไหม้
และเปลวเพลิงก็จะไม่เผาผลาญเจ้า
3 เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
เราคือผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอลพระผู้ช่วยให้รอดของเจ้า
เราได้ให้อียิปต์เป็นค่าไถ่ตัวเจ้า
เราได้แลกเอธิโอเปียและเสบากับตัวเจ้า
4 เพราะเจ้ามีค่ามาก
และมีเกียรติในสายตาเราและเรารักเจ้า
เราได้ให้คนอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนกับเจ้า
และให้ชนชาติต่างๆเพื่อแลกกับชีวิตเจ้ามา”
5 “ไม่ต้องกลัว เพราะเราอยู่กับเจ้า
เราจะนำลูกหลานของเจ้ามาจากทางทิศตะวันออก
และเราจะรวบรวมเจ้าจากทางทิศตะวันตก
6 เราจะพูดกับทิศเหนือว่า ‘ปล่อยพวกเขาไป’
และพูดกับทิศใต้ว่า ‘อย่าได้ยึดพวกเขาไว้’
ให้นำพวกลูกชายของเรากลับมาจากแดนไกล
และนำพวกลูกสาวของเรากลับมาจากสุดปลายโลก
7 ให้นำทุกคนที่เป็นของเรามา
คือคนที่เราสร้างขึ้นเพื่อประดับบารมีของเรา
คนที่เราได้ปั้นและทำขึ้นมา”
อิสราเอลเป็นพยานให้กับพระเจ้า
8 ให้นำคนเหล่านั้นออกมา คือคนที่มีตา แต่กลับบอด
และคนที่มีหู แต่กลับหนวก
9 ให้ชนชาติทั้งหมดรวบรวมกันเข้ามา
ให้ประชาชาติทั้งหมดมาชุมนุมกัน
ใครในพวกพระของเขาได้ทำนายว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้น
หรือได้ประกาศล่วงหน้าถึงเหตุการณ์อื่นๆที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต
ก็ให้พวกเขานำพวกพยานของเขามาพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาถูก
เพื่อว่าคนอื่นจะได้ฟัง และพูดว่า “เป็นจริง”
10 พระยาห์เวห์พูดว่า “พวกเจ้าเป็นพยานของเรา
และเป็นผู้รับใช้ของเราที่เราได้เลือกมา
เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รู้จักและเชื่อเราและจะได้เข้าใจเสียทีว่าเราคือพระองค์ พระเจ้าแต่เพียงองค์เดียว
ก่อนหน้าเราไม่มีพระเจ้าอื่นที่ถูกปั้นขึ้นและหลังจากเราก็จะไม่มีเหมือนกัน
11 เรา เรานี่แหละคือยาห์เวห์
และนอกจากเรา ไม่มีใครเป็นพระผู้ช่วยให้รอด
12 เราได้ทำนายเรื่องเหล่านี้ให้กับเจ้าล่วงหน้าและได้มาช่วยกู้เจ้าและเราได้ประกาศสิ่งเหล่านี้ออกไปล่วงหน้า
ไม่ใช่พระต่างชาติในหมู่พวกเจ้าทำหรอกและเจ้าเป็นพยานให้กับเรา”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
13 เราคือพระเจ้า และเราก็จะเป็นพระเจ้าต่อไป
ไม่มีพระไหนสามารถช่วยกู้ใครก็ตามให้พ้นจากเงื้อมมือของเราได้
เมื่อเราทำอะไรไป ใครจะมาเปลี่ยนมันกลับไปได้
พระเจ้าจะช่วยคนของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง
14 พระยาห์เวห์ องค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอล
ผู้ที่ไถ่พวกเจ้าให้เป็นอิสระ พูดว่า
“เราจะส่งกองทัพไปบาบิโลนเพื่อช่วยเจ้า
และจะพังทลายสลักประตูทั้งหลายลง
และจะทำให้เสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะของคนบาบิโลนกลายเป็นเสียงร้องไห้คร่ำครวญ
15 เราคือยาห์เวห์ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า
พระผู้สร้างแห่งอิสราเอลผู้เป็นกษัตริย์ของเจ้า”
16 พระยาห์เวห์
ผู้สร้างทางข้ามในทะเล
เป็นทางในน้ำที่ซัดส่ายไปมา
17 ผู้ที่นำรถรบและม้ารวมทั้งกองทัพและนักรบ
ออกไปให้ถูกทำลายพร้อมๆกัน
พวกเขานอนลงที่นั่น และไม่ได้ลุกขึ้น
พวกเขาถูกดับไปเหมือนไส้ตะเกียง
18 พระองค์พูดว่า “ไม่ต้องจดจำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว
หรือไปคิดถึงอดีต
19 ดูสิ เรากำลังจะทำสิ่งใหม่
และตอนนี้มันกำลังเกิดขึ้นแล้ว
เจ้าไม่เห็นหรือ
เราจะทำทางในทะเลทราย
และให้พวกแม่น้ำในที่แห้งแล้ง
20 พวกสัตว์ป่ารวมถึงหมาป่าและนกฮูกจะให้เกียรติเรา
เพราะเราได้ทำให้น้ำเกิดขึ้นในทะเลทราย
พวกแม่น้ำเกิดขึ้นในที่แห้งแล้ง
เพื่อจะได้ให้น้ำดื่มกับชนชาติที่เราได้เลือกไว้
21 เป็นชนชาติที่เราได้ปั้นขึ้นเพื่อตัวเราเอง
เพื่อพวกเขาจะได้ประกาศถึง
สิ่งอันน่าสรรเสริญนี้ที่เราได้ทำ
22 แต่ยาโคบเอ๋ย เจ้าก็ไม่ได้ร้องเรียกหาเรา
อิสราเอลเอ๋ย เจ้าเบื่อหน่ายเราแล้ว
23 เจ้าไม่ได้เอาแพะแกะของเจ้ามาเผาทั้งตัวบูชาให้กับเรา
และเจ้าก็ไม่ได้ให้เกียรติเราด้วยพวกเครื่องบูชาของเจ้า
เราไม่ได้บังคับให้เจ้าต้องถวายเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช
หรือทำให้เจ้าเหน็ดเหนื่อยเพราะต้องถวายเครื่องหอม
24 เจ้าไม่ได้เอาเงินไปซื้อไม้หอมให้เรา
เจ้าไม่ได้ทำให้เราอิ่มหนำสำราญด้วยไขมันสัตว์จากพวกเครื่องบูชาของเจ้า
แต่พวกเจ้ากลับทำให้เราแบกภาระหนักคือบาปทั้งหลายของพวกเจ้านั่นแหละ
และความผิดทั้งหลายของเจ้าทำให้เรารู้สึกเหน็ดเหนื่อย
25 เรา เราคือพระองค์นั้นที่ลบล้างการกบฏทั้งหลายของเจ้าเพราะเห็นแก่หน้าเรา
และเราจะไม่จดจำความบาปทั้งหลายของเจ้า
26 กล่าวหาเราได้เลย ไปขึ้นศาลสู้คดีกัน
ให้การของเจ้ามา เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าถูก
27 บรรพบุรุษคนแรกของเจ้าทำบาป
และพวกตัวแทนของเจ้าก็ได้กบฏต่อเรา
28 เราจึงทำให้พวกผู้นำในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ไป
มอบยาโคบให้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
มอบอิสราเอลให้ถูกหัวเราะเยาะ
44พระยาห์เวห์จะอวยพรอิสราเอล
1 พระยาห์เวห์พูดว่า ‘ยาโคบ ผู้รับใช้ของเรา
อิสราเอล ผู้ที่เราเลือกมา ตอนนี้ฟังให้ดี’
2 พระยาห์เวห์ผู้ที่สร้างเจ้าขึ้นมานั้น
ผู้ที่ปั้นเจ้าตอนอยู่ในครรภ์ ผู้ที่จะช่วยเจ้า พูดอย่างนี้ว่า
‘ยาโคบ ผู้รับใช้ของเรา
เยชุรูน+ 44:2 เยชุรูน เป็นอีกชื่อหนึ่งของอิสราเอล หมายถึง “ดี” หรือ “ซื่อสัตย์” ผู้ที่เราเลือกมาไม่ต้องกลัว
3 เพราะเราจะเทน้ำลงบนแผ่นดินที่กระหาย
และให้ลำธารต่างๆไหลบนดินแห้ง
เราจะเทพระวิญญาณของเราลงบนลูกหลานของเจ้า
และเทพระพรของเราลงบนลูกๆของเจ้า
4 พวกเขาจะงอกขึ้นมาเหมือนกับต้นป๊อปลาร์สีเขียว
และเหมือนพวกต้นหลิวที่ขึ้นอยู่ตามลำธาร’
5 คนหนึ่งจะบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า ‘เราเป็นของพระยาห์เวห์’
และอีกคนหนึ่งก็จะบอกว่า ‘ข้าเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของยาโคบ’
และอีกคนหนึ่งจะเขียนลงบนมือของเขาว่า ‘ของพระยาห์เวห์’
และตั้งนามสกุลว่า ‘อิสราเอล’”
พระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้
6 พระยาห์เวห์ผู้เป็นกษัตริย์ของอิสราเอล
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้ปกป้องอิสราเอลพูดอย่างนี้ว่า
“เราเป็นผู้แรกและผู้สุดท้าย
นอกจากเราแล้วไม่มีพระเจ้าอื่นอีก
7 พระไหนเป็นเหมือนเรา ก็ให้พระนั้นพูดออกมาและประกาศออกมา
และให้แสดงหลักฐานต่อหน้าเรา
ใครได้ทำนายนานแสนนานมาแล้วถึงสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น
ก็ให้พระพวกนั้นออกมาบอกพวกเราถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
8 ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องขวัญผวา
เราได้บอกเจ้าตั้งแต่สมัยโบราณแล้วไม่ใช่หรือ เราได้ทำนายว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่หรือ
เจ้าก็เป็นพยานให้กับเราได้
นอกจากเราแล้วยังมีพระเจ้าอื่นอีกหรือ
เราไม่เห็นรู้จักเลย ไม่มีหิน+ 44:8 หิน เป็นชื่อสำหรับพระเจ้า แสดงให้เห็นว่าพระองค์เป็นที่ลี้ภัยที่แข็งแรงและปลอดภัย หลบภัยอื่นนอกจากเราอีกแล้ว”
พวกรูปเคารพไม่มีประโยชน์
9 คนพวกนั้นทั้งหมดที่ทำรูปเคารพต่างๆขึ้นมาก็ไม่มีค่าอะไรเลย และรูปเคารพที่พวกเขาชื่นชอบนักหนาก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย พวกที่นมัสการรูปเคารพนั้นก็เป็นพยานให้กับพวกรูปเคารพนั้น คนที่นมัสการรูปเคารพนั้นก็มองไม่เห็นและไม่เข้าใจ ดังนั้นพวกเขาจะได้รับความอับอาย 10 ใครจะไปปั้นพระหรือหล่อรูปเคารพที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ 11 ดูสิ พวกนั้นทั้งหมดที่นับถือรูปเคารพจะต้องอับอาย พวกช่างฝีมือที่สร้างมันก็เป็นแค่มนุษย์ ให้พวกเขาชุมนุมกันทุกคนและยืนขึ้นสู้คดี พวกเขาก็จะต้องขวัญผวาและอับอายขายหน้าไป
12 ช่างเหล็กก็ตัดเหล็กเอามาทำให้ร้อนบนไฟและเขาใช้ค้อนตีขึ้นรูปและทำงานกับเหล็กนั้นด้วยแขนอันแข็งแกร่งของเขา แต่เมื่อเขาหิว เขาก็จะหมดแรงไป ถ้าเขาไม่ดื่มน้ำเขาก็จะอ่อนเปลี้ยไป 13 ช่างไม้ก็ขึงเชือกวัดและใช้ปากกาเหล็ก และวงเวียนขีดเขียนเป็นรูปร่างขึ้นมา และเขาก็แกะสลักมันด้วยเครื่องมือแกะสลัก เขาสร้างมันขึ้นมาเหมือนรูปร่างคน และมีความสวยงามของมนุษย์ แล้วเอามันไปตั้งไว้ในศาลเจ้า 14 เขาไปตัดต้นสนซีดาร์ หรือไม่ก็ไปเลือกต้นโฮม์หรือต้นโอ๊ก เขาปล่อยให้ต้นไม้โตขึ้นตามลำพังท่ามกลางไม้อื่นๆในป่า เขาปลูกต้นสนซีดาร์และฝนก็ทำให้มันสูงขึ้น 15 และเมื่อถึงเวลาที่จะเอามันมาทำฟืนให้กับมนุษย์ เขาก็เอาไม้นั้นมาส่วนหนึ่ง มาเผาให้ความอบอุ่นกับตัวเอง เอามาก่อไฟและอบขนมปังและเขาก็เอาอีกส่วนหนึ่งมาสร้างเป็นพระและนมัสการมัน เขาแกะสลักรูปเคารพขึ้นมาและกราบไหว้อยู่ต่อหน้ามัน 16 เขาเอาไม้ครึ่งหนึ่งมาเผาไฟและย่างเนื้อบนมัน เอามากินจนอิ่มหนำสำราญและผิงไฟนั้นให้ร่างกายอบอุ่น และพูดว่า “ข้าอุ่นจัง ขณะที่ดูไฟนี้” 17 และไม้ที่เหลือก็เอามาสร้างเป็นพระ ให้เป็นรูปเคารพของเขา และเขาก็ก้มกราบและนมัสการมัน แถมเขาได้อธิษฐานกับมันว่า “ช่วยกู้ชีวิตข้าด้วย เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าของข้า”
18 พวกเขาไม่รู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำอยู่ ตาของพวกเขาปิดสนิท เขาจึงมองอะไรไม่เห็น และจิตใจของเขาก็เหมือนกันเขาก็เลยไม่เข้าใจ 19 ไม่มีใครหยุดพิจารณา และพวกเขาก็ไม่มีความรู้ หรือความคิดแยกแยะ ที่จะพูดว่า “ข้าเผาไม้ครึ่งหนึ่งในไฟ และอบขนมปังบนมัน ข้าย่างเนื้อและกินเนื้อนั้น แล้วต่อไปข้าควรจะเอาไม้ที่เหลือมาสร้างสิ่งที่น่าขยะแขยงนี้หรือเปล่า ข้าควรจะก้มลงกราบต่อหน้าท่อนไม้ท่อนหนึ่งหรือเปล่า” 20 มันเหมือนกับการเลี้ยงสัตว์ด้วยขี้เถ้า จิตใจที่หลอกลวงของเขาได้นำเขาให้หลงทางไป เขาไม่สามารถช่วยกู้ตัวเองได้ หรือพูดว่า “สิ่งนี้ที่อยู่ในมือขวาของข้าเป็นเรื่องหลอกลวงไม่ใช่หรือ”
พระยาห์เวห์ไถ่อิสราเอล
21 พระยาห์เวห์พูดว่า “ยาโคบเอ๋ย จำเรื่องพวกนี้ไว้ให้ดี
อิสราเอลเอ๋ย จำเรื่องพวกนี้ให้ดี เพราะเจ้าเป็นผู้รับใช้ของเรา
เราได้ปั้นเจ้าขึ้นมา เจ้าคือผู้รับใช้ของเรา
อิสราเอลเอ๋ย เราจะไม่มีวันลืมเจ้า
22 เราได้กวาดการกบฏของเจ้าทิ้งไปเหมือนลมพัดเมฆไป
และกวาดความบาปของเจ้าทิ้งไปเหมือนหมอกปลิวไป
กลับมาหาเราเถิด เพราะเราได้ไถ่เจ้าแล้ว”
23 ฟ้าสวรรค์เอ๋ย ร้องเพลงเถิด
เพราะพระยาห์เวห์ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ส่วนลึกที่สุดของโลกเอ๋ย โห่ร้องเถิด
ภูเขา ป่าไม้ และต้นไม้ทั้งหลายเอ๋ย ระเบิดเสียงเพลงออกมาเลย
เพราะพระยาห์เวห์ได้ไถ่ยาโคบแล้ว
และพระองค์ได้เสริมบารมีของพระองค์โดยช่วยอิสราเอล
24 พระยาห์เวห์ผู้ไถ่เจ้า ผู้ปั้นเจ้าในครรภ์
พูดไว้ว่าอย่างนี้
“เราคือยาห์เวห์ ผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง
เราได้ขึงท้องฟ้านี้ออกแต่เพียงผู้เดียว
เราได้กางแผ่นดินออกด้วยตัวเราเอง
25 เราคือผู้ที่ทำให้คำทำนายของพวกนักต้มตุ๋นผิดเพี้ยนไป
และทำให้พวกหมอดูกลายเป็นตัวตลกโง่ๆไป
และเราเป็นผู้ที่ทำให้คนฉลาดหัวหมุน
และทำให้ความรู้ของเขานั้นโง่เขลาไป
26 แต่เราทำให้คำพูดของผู้รับใช้เราเกิดขึ้นจริง
และทำให้คำทำนายของพวกทูตของเราสำเร็จผล
เราพูดถึงเยรูซาเล็มว่า ‘จะมีคนมาอาศัยอยู่ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง’
และเราก็พูดถึงเมืองต่างๆของยูดาห์ว่า
‘พวกมันจะถูกสร้างขึ้นใหม่’
และเราพูดถึงซากปรักหักพังของเยรูซาเล็มว่า
‘เราจะยกซากปรักหักพังเหล่านั้นขึ้นมาใหม่’
27 เราพูดกับมหาสมุทรว่า ‘เหือดแห้งไปซะ’
เราจะทำให้แม่น้ำทั้งหลายของเจ้าเหือดแห้งไป
28 เราพูดถึงไซรัส+ 44:28 ไซรัส คือกษัตริย์ของเปอร์เซีย เขาปกครองอยู่ในช่วง 550-530 ก่อนพระเยซูมาเกิด ว่า ‘เขาเป็นผู้เลี้ยงแกะของเรา
เขาจะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากให้เขาทำ’
ไซรัสจะพูดถึงเยรูซาเล็มว่า ‘ให้สร้างมันขึ้นมาใหม่’
และพูดถึงพระวิหารว่า ‘ให้วางฐานรากของมันขึ้นมาใหม่’”
45พระยาห์เวห์เลือกไซรัสมาปลดปล่อยอิสราเอล
1 ไซรัส ผู้ที่เราได้เจิมไว้เป็นกษัตริย์
ผู้ที่เราได้จูงมือขวาของเขาไว้
เพื่อเขาจะมีชัยชนะเหนือชนชาติต่างๆ
และปลดอำนาจไปจากกษัตริย์ทั้งหลาย
เราได้เปิดประตูทั้งหลายต่อหน้าเขา
พวกประตูเมืองจะไม่ปิดไปจากเขา
เรายาห์เวห์ ได้พูดกับเขาว่า
2 “เราจะนำหน้าเจ้าไป
และทำให้ภูเขาทั้งหลายราบเป็นหน้ากลอง
เราจะพังทลายประตูเมืองที่ทำจากทองสัมฤทธิ์
และจะตัดกลอนประตูเหล็กให้ขาด
3 เราจะยกทรัพย์สมบัติที่แอบซ่อนไว้ในความมืด
และขุมทรัพย์ที่แอบซ่อนไว้ในที่ลับให้กับเจ้า
เพื่อเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือยาห์เวห์
พระเจ้าของอิสราเอลผู้ที่เรียกเจ้าตามชื่อของเจ้า
4 เราทำเรื่องพวกนี้ เพื่อช่วยยาโคบผู้รับใช้ของเรา
ทำเพื่ออิสราเอล ผู้ที่เราเลือกมา
เราได้เรียกเจ้าตามชื่อของเจ้าและให้เจ้ามีตำแหน่งพ่วงท้าย
ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่รู้จักเราก็ตาม
5 เราคือยาห์เวห์ ไม่มีพระอื่นอีก
นอกจากเราแล้ว ก็ไม่มีพระเจ้าอื่นอีก
เราติดอาวุธให้เจ้า
ถึงแม้เจ้าจะไม่รู้จักเรา
6 เราทำอย่างนี้เพื่อว่าผู้คนจากทิศตะวันออกไปถึงทิศตะวันตก จะได้รู้ว่าไม่มีพระอื่นใดนอกจากเรา
เราคือยาห์เวห์ ไม่มีพระอื่นอีก
7 เราปั้นความสว่างและสร้างความมืด
เรานำความร่มเย็นเป็นสุขมาและสร้างความหายนะ
เรา ยาห์เวห์ ทำทุกสิ่งทุกอย่างนี้
8 ฟ้าสวรรค์เอ๋ย ให้ปล่อยฝนลงมาจากเบื้องบน
ให้พวกเมฆเทความยุติธรรมลงมา
ให้แผ่นดินเปิดออกเพื่อความรอดจะได้เติบโตขึ้นมา
เพื่อความยุติธรรมจะได้งอกขึ้นมา
เรา ยาห์เวห์ เป็นผู้สร้างเรื่องนี้ขึ้นมา
พระเจ้าควบคุมสิ่งที่พระองค์สร้างขึ้น
9 เฮ้ย ไอ้พวกที่โต้เถียงกับผู้ที่สร้างเจ้ามา
เจ้าเป็นแค่หม้อหนึ่งในพวกหม้อดินทั้งหลาย
ดินเหนียวมีสิทธิ์ที่จะถามคนปั้นมันได้หรือว่า ‘เจ้ากำลังทำอะไรอยู่นี่’
หรือ ต่อว่าคนปั้นว่า ‘เจ้าไร้ฝีมือ’
10 เฮ้ย ไอ้คนที่เสือกไปถามคนที่กำลังจะเป็นพ่อว่า ‘มีลูกทำไม’
หรือพูดกับคนเป็นแม่ว่า ‘กำลังคลอดลูกทำไม’”
11 พระยาห์เวห์ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลผู้สร้างเขามา พูดว่าอย่างนี้
“เจ้าจะมาเสือกถามเราเกี่ยวกับเรื่องลูกๆของเราหรือ
หรือจะมาสั่งเราเกี่ยวกับสิ่งที่เราได้สร้างขึ้น
12 เราได้สร้างโลกนี้
และได้สร้างมนุษย์ขึ้นมาบนโลก
เราได้กางท้องฟ้าออกด้วยมือของเราเอง
และเราได้ให้คำสั่งกับพวกดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวทั้งหลาย
13 เราได้ยั่วยุไซรัสให้ลงมือเพื่อให้สำเร็จตามจุดประสงค์ที่ดีของเรา
และเราจะทำทางต่างๆของเขาให้ราบเรียบ
เขาจะสร้างเมืองของเราขึ้นมาใหม่ เขาจะปลดปล่อยคนของเราที่ถูกจับไปเป็นเชลยโดยไม่ได้รับค่าจ้างหรือสินบน”
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูดไว้ว่าอย่างนั้น
14 พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
“ความร่ำรวยของอียิปต์และกำไรของเอธิโอเปีย
และคนเสบา คนร่างสูงนั้น
ก็จะถูกนำมาให้เจ้า และกลายเป็นของเจ้า
พวกเขาจะติดตามเจ้า
เป็นเชลยถูกล่ามโซ่มาก้มกราบอยู่ต่อหน้าเจ้า
พวกเขาจะอ้อนวอนและพูดกับเจ้าว่า
‘พระเจ้าสถิตอยู่กับท่านแน่
ไม่มีพระอื่นใดอีกนอกจากพระองค์’”
15 ข้าแต่พระเจ้าของอิสราเอล พระผู้ช่วยให้รอด
พระองค์เป็นพระเจ้าที่ทำงานอย่างลับๆจริงๆ
16 พวกเขาทุกคนจะต้องได้รับความอับอายและขายหน้าไป
พวกที่ทำรูปเคารพจะได้รับความอัปยศอดสูไปด้วยกัน
17 แต่พระยาห์เวห์ ได้ช่วยให้อิสราเอลรอดเป็นชัยชนะที่อยู่ถาวรตลอดไป
พวกเจ้าจะไม่มีวันได้รับความอับอายหรือขายหน้าตลอดไปเป็นนิตย์
18 พระยาห์เวห์คือพระเจ้าผู้สร้างฟ้าสวรรค์
พระองค์ปั้นโลกนี้ขึ้นมา
พระองค์สร้างมันและตั้งมันให้มั่นคง
พระองค์ไม่ได้สร้างให้มันว่างเปล่า
พระองค์ปั้นมันขึ้นมาให้คนอยู่
พระองค์คือพระยาห์เวห์ที่พูดว่า
“เราคือยาห์เวห์ ไม่มีพระเจ้าอื่นอีก
19 เราไม่ได้พูดในที่ลี้ลับ
หรือพูดอยู่ในที่มืดมิด
เราไม่ได้บอกกับลูกหลานของยาโคบว่า
‘ให้ค้นหาเราในแผ่นดินที่ว่างเปล่า’
เรา คือยาห์เวห์ เราพูดความจริง
และประกาศในสิ่งที่ถูกต้อง”
พระยาห์เวห์พิสูจน์ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าแต่เพียงองค์เดียว
20 เจ้าที่หนีรอดมาจากชนชาติต่างๆรวบรวมกันเข้า
และมานี่ เข้ามาใกล้ๆกัน
คนพวกนั้นที่เดินแบกรูปเคารพต่างๆที่ทำจากไม้และอธิษฐานถึงพระที่ไม่สามารถช่วยพวกเขาได้
คนพวกนี้ไม่มีความรู้
21 ให้พวกเขามาและยื่นคดีของเขา
ให้พวกเขาหารือกันในเรื่องพวกนี้
“ใครเป็นคนทำนายเรื่องนี้ให้เจ้ารู้เมื่อนานมาแล้ว
หรือใครเป็นคนบอกเรื่องนี้ให้เจ้ารู้ก่อนล่วงหน้า+ 45:21 ใครเป็นคน … ล่วงหน้า เรื่องนี้คงหมายถึงว่า “พระเจ้าจะใช้ไซรัสมาปลดปล่อยอิสราเอลคนของพระองค์ให้เป็นอิสระ”นานแสนนานมาแล้ว
ก็ไม่ใช่เรา ยาห์เวห์ หรอกหรือ
ไม่มีพระเจ้าอื่นอีกแล้วนอกจากเรา
เราเป็นพระเจ้าที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราเป็นพระผู้ช่วยให้รอด
ไม่มีพระเจ้าอื่นนอกจากเรา
22 ทุกคนที่อยู่สุดปลายโลก หันมาหาเราแล้วจะรอด
เพราะเราคือพระเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นอีก
23 เราได้สาบานอ้างชื่อเราเอง
คำสัญญาที่ได้ออกจากปากของเรานั้นยุติธรรม
และเราจะไม่กลับคำพูด
ทุกหัวเข่าจะต้องกราบลงต่อหน้าเรา
และลิ้นทุกลิ้นจะสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อเรา
24 พวกเขาจะพูดว่า ‘ชัยชนะและพละกำลังมาจากพระยาห์เวห์เท่านั้น’
ทุกคนที่โกรธแค้นพระองค์จะมาหาพระองค์และได้รับความอับอายขายหน้า
25 แต่ลูกหลานของอิสราเอลทุกคนจะได้รับชัยชนะจากพระยาห์เวห์
และพวกเขาก็จะสรรเสริญพระองค์”
46พวกพระจอมปลอมไม่มีประโยชน์
1 ต่อหน้าพระเจ้า พระเบลต้องก้มกราบลง พระเนโบ ต้องหมอบตัวลง
รูปเคารพของพระทั้งสองนี้จะต้องวางอยู่บนพวกสัตว์และวัว
พวกรูปเคารพที่เจ้าหามแห่แหนไปมานั้น
ตอนนี้กำลังถูกบรรทุกอยู่บนพวกสัตว์ที่เหน็ดเหนื่อยนั้น
2 พวกมันต้องหมอบตัวลงและต้องก้มกราบลงด้วยกัน
พวกพระนั้นไม่สามารถช่วยกู้รูปปั้นของตนเองได้
พระพวกนั้นเองก็ตกไปเป็นเชลยเหมือนกัน
3 พระยาห์เวห์พูดว่า “ครอบครัวยาโคบเอ๋ย
คือพวกที่ยังเหลือรอดในครอบครัวของอิสราเอล ฟังเราให้ดี
เราได้แบกพวกเจ้าตั้งแต่เจ้าเกิดมา
เราได้แบกพวกเจ้าตั้งแต่เจ้าคลอดจากครรภ์มา
4 จนกระทั่งเจ้าแก่เฒ่า เราก็คือพระองค์นั้น
ถึงแม้ผมของเจ้าจะขาวไป เราก็ยังจะแบกเจ้าอยู่
เราได้สร้างเจ้ามา เราจะดูแลเจ้า
เราจะแบกเจ้าและช่วยเจ้าให้รอด
5 เจ้าจะเอาเราไปเปรียบกับใคร ใครจะมาเทียบเทียมกับเราได้
เจ้าจะเปรียบเทียบเรากับใคร และทำยังกับว่าเหมือนกันอย่างนั้นหรือ
6 คนพวกนั้นที่เททองมากมายออกจากถุง
และเอาเงินมาชั่งบนตราชั่ง
ได้จ้างช่างทองมาคนหนึ่งมาสร้างมันขึ้นเป็นพระ
แล้วพวกเขาก็ก้มกราบนมัสการมัน
7 พวกเขายกมันใส่บ่าและแบกมันไป
แล้วไปวางไว้ในที่ของมัน
มันก็ตั้งอยู่ที่นั่นไม่กระดุกกระดิกไปไหน
ถ้ามีคนมาร้องขอความช่วยเหลือจากมัน
มันก็ไม่ตอบ
มันไม่สามารถช่วยใครให้พ้นจากความเดือดร้อนได้เลย
8 เจ้าพวกชอบกบฏทั้งหลาย จดจำเรื่องนี้ไว้ให้ดี และกล้าหาญไว้
ให้หวนคิดอยู่เสมอในใจ
9 คือให้จดจำเรื่องเหล่านั้นที่เราได้ทำตั้งแต่สมัยโบราณ
เพราะเราเป็นพระเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นอีก
เราเป็นพระเจ้า ไม่มีใครเหมือนเรา
10 เราได้ทำนายตอนจบไว้ตั้งแต่เริ่มต้นเลย
ตั้งแต่สมัยโบราณ เราได้บอกเจ้าถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
เราบอกว่า ‘เมื่อเราวางแผน มันก็จะเกิดขึ้นตามนั้น
เราจะทำทุกสิ่งที่เราอยากจะทำ’
11 เราได้เรียกนกอินทรีตัวหนึ่งมาจากทางตะวันออก
คือเรียกชายคนหนึ่งจากแดนไกลให้มาทำตามแผน
เราได้พูดเอาไว้ และเราจะทำให้มันเกิดตามนั้น
เราได้วางแผนไว้ และเราจะทำมัน
12 พวกเจ้าหัวดื้อ
พวกเจ้าที่คิดว่าความรอดอยู่ห่างไกล ฟังเราให้ดี
13 เราได้เอาความรอดของเรามาใกล้แล้ว มันอยู่ไม่ไกล
และความรอดของเราก็ไม่ล่าช้าด้วย
เราจะเอาความรอดมาไว้ที่ศิโยน
และเราจะให้สง่าราศีของเรากับอิสราเอล”
47ข่าวสารของพระเจ้าถึงชาวบาบิโลน
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “บาบิโลนสาวพรหมจรรย์เอ๋ย
ลงมานั่งบนฝุ่น
นางสาวเคลเดียเอ๋ย
มานั่งบนพื้นโดยไม่มีบัลลังก์
เพราะจะไม่มีใครเรียกเจ้าว่าเจ้าหญิงเนื้อนุ่ม และเจ้าหญิงเนื้อเนียน อีกต่อไป
2 ไปจับโม่หินและโม่แป้งซะ
เอาผ้าคลุมหน้าออก
ให้ถอดกระโปรงออกจนเห็นขาของเจ้า
แล้วเดินข้ามแม่น้ำไป
3 เจ้าจะเปลือยเปล่าไม่มีอะไรปกปิด
คนจะเห็นส่วนที่น่าอับอายของเจ้า+ 47:3 คนจะเห็นส่วนที่น่าอับอายของเจ้า อาจจะหมายถึงการถูกข่มขืน
เราจะแก้แค้นเจ้า
และเราจะไม่ไว้ชีวิตใครเลย”
4 ผู้ที่ไถ่พวกเราให้เป็นอิสระคือองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล
พระองค์มีชื่อว่าพระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
5 พระยาห์เวห์ พูดว่า “นางสาวเคลเดียเอ๋ยเข้าไปในที่มืดและนั่งเงียบๆ
เพราะจะไม่มีใครเรียกเจ้าว่า ‘ราชินีแห่งอาณาจักรทั้งหลาย’ อีกต่อไป
6 ตอนนั้นเราโกรธคนของเรา
เราทำให้ทรัพย์สมบัติของเราเสื่อมเสียเกียรติไป
เราได้มอบพวกเขาไว้ในมือเจ้า
แต่เจ้าไม่ได้มีความเมตตาต่อพวกเขาเลย
เจ้าทำให้แอกของเจ้าหนักมากแม้แต่บนบ่าของคนชรา
7 เจ้าได้พูดว่า ‘ข้าจะเป็นราชินีตลอดชั่วนิรันดร์’
เจ้าไม่ได้คิดถึงสิ่งที่เจ้าทำลงไป
เจ้าไม่ได้นึกถึงผลที่จะตามมา
8 ตอนนี้ ฟังไว้ให้ดี เจ้าที่รักความสนุกสนาน
เจ้าที่นั่งอยู่ในความปลอดภัย
เจ้าพูดในใจของตนว่า
‘ข้านี่แหละพระเจ้า และไม่มีผู้อื่นนอกจากข้า
ข้าจะไม่มีวันเป็นแม่หม้ายและข้าจะไม่มีวันสูญเสียลูกๆของข้าไป’
9 แต่ทั้งสองอย่างนี้จะเกิดขึ้นกับเจ้า ในทันทีทันใด ภายในวันเดียว
เจ้าจะสูญเสียทั้งลูกๆและสามีไป ทั้งๆที่เจ้ามีเวทมนตร์มากมาย
ทั้งๆที่เจ้ามีคาถาอาคมที่มีฤทธิ์อันยิ่งใหญ่
10 เจ้ารู้สึกปลอดภัยอยู่ในความเลวทรามของเจ้า
เจ้าคิดว่า ‘ไม่มีใครเห็นข้า’
ความฉลาดและความรู้ของเจ้านำเจ้าหลงทางไป
เจ้าคิดในใจว่า ‘ข้านี่แหละพระเจ้า ไม่มีผู้อื่นนอกจากข้า’
11 ดังนั้น เรื่องเลวร้ายจะตกมาบนเจ้า
เจ้าไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
ความพินาศจะตกมาบนเจ้า
เจ้าจะไม่มีทางกำจัดมันไปได้
ความหายนะจะเกิดขึ้นกับเจ้าในทันทีทันใด
เจ้าจะไม่มีวันรู้ว่ามันจะมาถึงเมื่อไหร่
12 ใช้คาถาอาคมของเจ้าต่อไปและใช้เวทมนตร์ทั้งหมดของเจ้า
ที่เจ้ายุ่งอยู่กับมันตั้งแต่เป็นเด็กมาแล้ว
ไม่แน่เจ้าอาจจะสำเร็จก็ได้
ไม่แน่เจ้าอาจจะทำให้บางคนกลัวก็ได้
13 เจ้าปรึกษาพวกหมอดูมากมายจนเหนื่อย
ให้พวกโหราจารย์ลุกขึ้นมาช่วยชีวิตเจ้าสิ
ให้พวกที่ดูดวง ดูดาว และดวงจันทร์ใหม่ทุกเดือน
ทำนายสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า
14 ดูสิ พวกเขาเป็นเหมือนฟาง
ไฟก็จะเผาผลาญพวกมันจนหมด
พวกเขาไม่สามารถเอาตัวรอดให้พ้นจากฤทธิ์แห่งเปลวไฟ
มันไม่ใช่ถ่านไฟสำหรับผิงอุ่นกาย
หรือเป็นแสงไฟให้กับใครมานั่งชม
15 นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเจ้า
คือคนพวกนั้นที่เจ้าร่วมงานด้วยจะทำให้เจ้าผิดหวังอย่างนั้น
คนที่เจ้าค้าขายด้วยตั้งแต่สาวๆ
ก็จะแยกย้ายไปตัวใครตัวมันจนไม่เหลือใครที่จะมาช่วยกู้เจ้าได้”
48พระเจ้าปกครองโลกของพระองค์
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “ฟังสิ่งนี้ให้ดีครอบครัวของยาโคบ ผู้ที่มีชื่อเรียกว่าอิสราเอล
ผู้สืบเชื้อสายมาจากยูดาห์
เจ้าอ้างชื่อของพระยาห์เวห์ในการสาบาน
เจ้าสรรเสริญพระเจ้าของอิสราเอล
แต่เจ้าไม่ได้ทำด้วยความซื่อสัตย์และความจริงใจ
2 พวกเจ้าเรียกตัวเองว่าประชากรของเมืองศักดิ์สิทธิ์
ที่เชื่อพึ่งในพระเจ้าของอิสราเอล
ที่มีชื่อเรียกว่าพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
3 พระยาห์เวห์พูดว่า เราได้ทำนายนานมาแล้วถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นนี้
สิ่งเหล่านั้นได้ออกมาจากปากของเรา
เราได้ทำให้พวกมันเป็นที่รู้กันไปทั่ว
แล้วจู่ๆ เราก็ลงมือทำ แล้วมันก็เกิดขึ้น
4 เพราะเรารู้ว่าเจ้านั้นดื้อดึง
คอเจ้าเหมือนเอ็นเหล็กจูงยาก
หัวแข็งเหมือนกับทองเหลือง
5 เราได้ประกาศให้เจ้ารู้นานมาแล้ว
ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะเกิด เราก็ได้บอกเจ้าแล้ว
เพื่อเจ้าจะไม่สามารถพูดได้ว่า ‘รูปเคารพของฉันทำสิ่งเหล่านั้น
รูปแกะสลักไม้และรูปหล่อของฉันได้สั่งให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น’”
6 เจ้าเคยได้ยินคำทำนายของเราแล้ว
ดูสิ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นสิ
แล้วพวกเจ้าจะยอมรับว่าสิ่งที่เราได้ทำนายนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ต่อจากนี้ไป เราจะบอกเจ้าเกี่ยวกับสิ่งใหม่ๆที่แอบซ่อนอยู่ ที่เจ้ายังไม่รู้
7 พวกมันเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาเดี๋ยวนี้เอง ไม่ใช่นานมาแล้ว
ก่อนหน้านี้เจ้ายังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้
ดังนั้น เจ้าไม่สามารถพูดได้ว่า
“เออ เรารู้แล้ว”
8 เจ้าไม่เคยได้ยินหรือรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้
หูของเจ้าไม่ได้เปิดตั้งนานมาแล้ว
เพราะเรารู้ว่าเจ้านั้นชอบหักหลัง
และเรารู้ว่าตั้งแต่เกิดแล้ว เจ้าได้ชื่อว่า “ไอ้กบฏ”
9 เพราะเราไม่อยากเสียชื่อของเรา เราจึงได้ยับยั้งความโกรธของเราไว้
เพื่อให้คนสรรเสริญเรา
เราจึงได้ระงับมันไว้เพื่อเจ้าและไม่ได้ทำลายเจ้า
10 เราได้หลอมเจ้าแล้ว แต่ไม่ได้หลอมด้วยไฟอย่างเงิน
แต่เราได้ทดสอบเจ้าด้วยเตาหลอมแห่งความทุกข์ยาก
11 เพื่อเกียรติของเรา เพื่อเกียรติของเราเอง เราจะจัดการแล้ว
เราจะปล่อยให้ชื่อเสียงของเราเสื่อมเสียได้ยังไง
เราจะไม่ยอมมอบเกียรติที่เราสมควรจะได้รับให้กับผู้อื่น
12 ฟังเราให้ดี ยาโคบ
อิสราเอล ผู้ที่เราได้เรียกมา
เราคือพระองค์ผู้นั้น เราเป็นผู้แรก
และผู้สุดท้าย
13 มือของเราได้วางรากฐานของโลก
มือขวาของเราได้แผ่ฟ้าสวรรค์ออก
เมื่อเราเรียกพวกมันมา
พวกมันก็จะมายืนพร้อมอยู่ต่อหน้าเรา
14 เจ้าทั้งหลาย รวมกันเข้ามา และฟังให้ดี
ในพวกพระนั้นมีใครบ้างที่เคยทำนายสิ่งเหล่านี้
พระยาห์เวห์ได้เลือกไซรัสมาเป็นพันธมิตร
เขาจะทำตามความต้องการของพระองค์
ต่อบาบิโลน ต่อเชื้อสายของเคลเดีย
15 เราเองเป็นผู้ที่ออกคำสั่ง เราได้เรียกเขามา
เราได้นำเขามาที่นี่ และงานของเขาจะประสบผลสำเร็จแน่
16 เข้ามาใกล้ๆเรา และฟังเรื่องนี้
“ตั้งแต่เริ่มต้น เราไม่เคยพูดในที่ลับ
และเมื่อมันเป็นจริงขึ้นมา เราก็อยู่ที่นั่น”
ตอนนี้ พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต ได้ส่งผมและพระวิญญาณของพระองค์มาแล้ว 17 พระยาห์เวห์ ผู้ที่ปกป้องพวกเจ้าไว้ ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล พูดว่า
“เราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า
เราสอนเจ้าเพื่อเป็นประโยชน์กับเจ้า
เรานำเจ้าไปในทางที่เจ้าควรไป
18 เสียดาย ที่พวกเจ้าไม่ได้ใส่ใจเรื่องคำสั่งสอนของเรา
ไม่อย่างนั้นเจ้าคงสุขสบายไปแล้วเหมือนแม่น้ำที่ไหลตลอดไม่หยุด
และคงประสบความสำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนคลื่นซัดมาครั้งแล้วครั้งเล่า
19 ลูกหลานของเจ้าก็คงมีมากมายเหมือนกับเม็ดทราย
เชื้อสายของเจ้าก็คงมีมากมายดั่งกับเม็ดทราย
แล้วชื่อของพวกเขาคงไม่โดนลบออกไป
และพวกเขาคงไม่ถูกทำลายไปต่อหน้าเรา”
20 ออกมาจากบาบิโลนซะ ให้วิ่งหนีจากชาวเคลเดีย
โห่ร้อง ประกาศมันด้วยความยินดี
ให้เล่าเรื่องนี้ ให้มันกระจายไปไกลถึงสุดขอบโลกให้พูดว่า
“พระยาห์เวห์ได้ไถ่ยาโคบผู้รับใช้ของพระองค์แล้ว”
21 เมื่อพระองค์ได้นำพวกเขาผ่านทะเลทราย พวกเขาก็ไม่ขาดน้ำดื่ม
พระองค์ให้น้ำไหลออกมาจากก้อนหินเพื่อพวกเขา
พระองค์ได้ผ่าหินและน้ำก็ทะลักออกมา
22 แต่พระยาห์เวห์พูดว่า
“ไม่มีสันติสุขสำหรับคนชั่วช้า”
49งานของผู้รับใช้ของพระองค์
1 พวกเจ้าที่อยู่แถบชายฝั่งและหมู่เกาะต่างๆฟังเราให้ดี
ชนชาติทั้งหลายที่มาจากแดนไกล ตั้งใจฟังให้ดี
พระยาห์เวห์ได้เรียกผมให้มารับใช้พระองค์ก่อนที่ผมจะเกิดเสียอีก
พระองค์ตั้งชื่อให้ผม ตั้งแต่ผมยังอยู่ในท้องแม่
2 พระองค์ทำให้ปากของผมเหมือนกับดาบที่คมกริบ
พระองค์ซ่อนและปกป้องผมไว้ใต้มือพระองค์
พระองค์ทำให้ผมเป็นเหมือนลูกธนูที่ขัดมัน
พระองค์ซ่อนผมไว้ในซองธนูของพระองค์
3 พระองค์พูดกับผมว่า “อิสราเอล เจ้าเป็นผู้รับใช้ของเรา
เราจะได้รับเกียรติเพราะเจ้า”
4 แต่ผมคิดว่า “ผมได้ทำงานเหนื่อยเปล่า”
ผมได้ทุ่มแรงไปจนหมด เสียแรงเปล่าๆไม่ได้อะไรซักอย่าง
แต่อย่างไรก็ตามพระยาห์เวห์จะให้สิ่งที่ผมสมควรจะได้รับอย่างแน่นอน
และรางวัลของผมอยู่กับพระเจ้าของผม
5 พระยาห์เวห์ได้ปั้นผมในครรภ์ให้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์
พระองค์ทำอย่างนี้เพื่อพระองค์จะได้นำครอบครัวของยาโคบกลับมาหาพระองค์ และเพื่อรวบรวมคนอิสราเอลกลับมาหาพระองค์
ผมจะได้รับเกียรติในสายตาของพระยาห์เวห์
และพระเจ้าของผมได้เป็นพละกำลังของผมแล้ว
6 ตอนนี้พระยาห์เวห์พูดว่า “เจ้าเป็นผู้รับใช้ของเราที่กำลังช่วยเราฟื้นฟูเผ่าต่างๆของยาโคบ
และนำผู้รอดชีวิตของชนชาติอิสราเอลกลับมา
แค่นั้นยังน้อยเกินไป เราจะทำให้เจ้าเป็นแสงสว่างให้กับชนชาติต่างๆด้วย
เพื่อความรอดของเราจะได้ไปถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”
7 พระยาห์เวห์พระผู้ไถ่และผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล
ได้พูดกับคนนั้นที่ถูกดูหมิ่นที่ชนชาติอื่นๆเกลียดชัง
และที่เป็นทาสของผู้ครอบครองทั้งหลายอย่างนี้ว่า
“เมื่อพวกกษัตริย์เห็นเจ้า พวกเขาก็จะยืนขึ้นให้เกียรติเจ้า เมื่อพวกเจ้านายเห็นเจ้าก็จะโค้งคำนับเจ้า”
เพราะพระยาห์เวห์องค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอลผู้ที่ได้เลือกเจ้ามานั้นรักษาคำสัญญาของพระองค์เสมอ
วันแห่งความรอด
8 พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้ “ในเวลาที่เราแสดงความเมตตา เราจะตอบคำอธิษฐานของเจ้า
ในวันแห่งความรอด เราจะช่วยเจ้าและปกป้องเจ้า
เราจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นตัวกลางแห่งคำสัญญาที่เรามีกับมนุษย์
เพื่อว่าเราจะได้ฟื้นฟูแผ่นดินขึ้นมาใหม่ และคืนแผ่นดินที่ถูกทำลายกลับไปให้เจ้าของเดิม
9 เราจะบอกกับพวกนักโทษว่า ‘ออกมาได้แล้ว’
เราจะบอกกับคนเหล่านั้นที่อยู่ในความมืดว่า
‘โผล่ออกมาได้แล้ว’
พวกเขาจะเป็นเหมือนแกะที่กินไปตามทางเดิน
และพวกเขาจะมีทุ่งหญ้าบนเนินเขาโล้นทั้งหลาย
10 พวกเขาจะไม่ขาดอาหารหรือน้ำ
แสงแดดและลมร้อนของทะเลทรายจะไม่โจมตีพวกเขา
เพราะพระองค์ผู้ปลอบโยนพวกเขาจะนำหน้าพวกเขา
และพระองค์จะนำทางพวกเขาไปถึงตาน้ำทั้งหลาย
11 เราจะทำให้ภูเขาทั้งหลายของเราแบนเป็นถนน
และถมที่ต่ำขึ้นมาเป็นทางหลวงของเรา
12 ดูสิ จะมีบางคนมาจากแดนไกล
จะมีบางคนมาจากทิศเหนือและทิศตะวันตก
และจะมีบางคนมาจากทางภาคใต้ของอียิปต์”
13 ฟ้าสวรรค์เอ๋ย ร้องเพลงเถิด แผ่นดินโลกเอ๋ย ชื่นชมยินดีเถิด
ภูเขาทั้งหลายเอ๋ย ระเบิดเป็นเสียงเพลงแห่งความชื่นชมยินดีเถิด
เพราะพระยาห์เวห์ได้ปลอบโยนคนของพระองค์
และพระองค์จะให้ความรักกับคนของพระองค์ที่ทุกข์ยากลำบาก
14 แต่ศิโยน ได้พูดว่า
“พระยาห์เวห์ทอดทิ้งฉัน องค์เจ้าชีวิตลืมฉัน”
15 พระยาห์เวห์พูดว่า “ผู้หญิงที่ให้นมลูก จะลืมลูกของเธอได้หรือ
หรือ ผู้หญิงที่คลอดลูกออกมาจะไม่ให้ความรักต่อลูกของเธอ ได้หรือ
ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะลืมได้
แต่เราจะไม่มีวันลืมเจ้า
16 ดูสิ เยรูซาเล็ม เราวาดเมืองของเจ้าลงบนฝ่ามือของเรา
กำแพงของเจ้าอยู่ต่อหน้าต่อตาเราเสมอ
17 ลูกๆของเจ้ากำลังรีบกลับมาหาเจ้า
และคนพวกนั้นที่พังทลายเจ้าและทำลายเจ้าก็จะจากเจ้าไป
18 ลืมตาขึ้นมามองไปรอบๆ
พวกลูกหลานของเจ้ากำลังรวมตัวกันกลับมาหาเจ้า”
พระยาห์เวห์พูดว่า “เจ้ารู้ว่าเรามีชีวิตอยู่แน่ ก็ให้แน่ใจขนาดนั้นเลยว่า
เจ้าจะได้สวมใส่ลูกหลานของเจ้าเหมือนเครื่องเพชร
หรือเหมือนกับเจ้าสาวที่สวมใส่เครื่องเพชร
19 เราได้ทำลายเจ้าและทำให้เจ้ากลายเป็นซากปรักหักพัง และรื้อเจ้าลงกับพื้น
แต่ต่อไปนี้แผ่นดินของเจ้าก็จะแคบเกินไปแล้วสำหรับประชาชนมากมายของเจ้า
และคนพวกนั้นที่เคยกลืนกินเจ้าก็อยู่ห่างไกล
20 และลูกๆของเจ้าที่เจ้าคิดว่าสูญเสียไปแล้ว
วันหนึ่งพวกเขาจะกลับมาพูดใส่หูเจ้าว่า
‘ที่นี่แคบเกินไปสำหรับเราแล้ว
หาที่ใหม่ให้พวกเราอยู่กันหน่อย’
21 แล้วเจ้าก็จะพูดกับตัวเองว่า
‘ใครกันนะที่คลอดเด็กพวกนี้มาให้กับข้า
ข้าได้สูญเสียลูกของข้าไป และข้าเป็นหมัน
ข้าถูกขับไล่ออกจากแผ่นดินของข้า
ข้าถูกสามีทิ้ง
อย่างนั้น ใครได้เลี้ยงเด็กๆพวกนี้ขึ้นมา
ข้าถูกทิ้งไว้ตัวคนเดียว
แล้วนี่ เด็กๆพวกนี้มาจากไหนกัน’”
22 นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิตพูด “เราจะยกมือของเราขึ้นเป็นสัญญาณให้กับชนชาติต่างๆ
เราจะยกธงของเราขึ้นให้คนเห็น
และพวกเขาก็จะอุ้มพวกลูกชายของเจ้ามาในอ้อมอกของเขา
และพวกเขาก็จะแบกพวกลูกสาวของเจ้าไว้บนบ่า
23 พวกกษัตริย์จะสอนพวกลูกๆของเจ้า
พวกราชินีของพวกเขาก็จะดูแลลูกๆของเจ้า
พวกเขาจะก้มหน้ากราบลงถึงพื้นต่อหน้าเจ้า
และพวกเขาก็จะเลียฝุ่นที่เท้าของเจ้า
แล้วเจ้าก็จะได้รู้ว่าเราคือยาห์เวห์
คนพวกนั้นที่ไว้วางใจในเราจะไม่มีวันผิดหวัง”
24 จะแย่งของที่ยึดมาได้จากทหารได้หรือ
หรือจะไปช่วยกู้เชลยจากผู้ก่อการร้ายได้หรือ
25 พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนี้ “ได้สิ ของที่ยึดมาได้จะถูกแย่งไปจากผู้ก่อการร้าย
และเชลยก็จะได้รับการช่วยกู้จากทหาร
เพราะเราจะต่อสู้กับคนเหล่านั้นที่ต่อสู้กับเจ้า
และเราจะช่วยกู้ลูกๆของเจ้า
26 เราจะทำให้พวกที่กดขี่เจ้าต้องกินเนื้อตัวเอง
และเมาเลือดของตัวเองเหมือนดื่มเหล้าองุ่น
และทุกคนจะได้รู้ว่า เราคือยาห์เวห์ พระผู้ช่วยให้รอดของเจ้า
พระผู้ไถ่ของเจ้า ผู้มีฤทธิ์อำนาจของยาโคบ”
50พระยาห์เวห์ช่วยกู้อิสราเอลได้
1 พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้ว่า
“อิสราเอล เจ้าคิดว่าเราหย่ากับเยรูซาเล็มแม่ของเจ้าแล้วหรือ
ไหนละใบหย่าของแม่เจ้าที่เราให้กับนางตอนส่งนางไป
หรือเราได้ขายพวกเจ้าไปจ่ายหนี้ใครหรือ
ไม่เลย แต่ที่พวกเจ้าถูกขายไปนั้น
ก็เพราะความบาปต่างๆของเจ้าเอง
และแม่ของเจ้าถูกส่งไปก็เพราะการกบฏต่างๆของเจ้า
2 ทำไมถึงไม่มีใครอยู่ที่นั่นตอนที่เรามา
ทำไมถึงไม่มีใครตอบตอนที่เราเรียก
เจ้าคิดว่าแขนของเราสั้นเกินไป
ที่จะเอื้อมออกมาช่วยเจ้าให้เป็นอิสระหรือ
หรือ เจ้าคิดว่าเราไม่มีแรงที่จะช่วยกู้เจ้าได้
ถ้าเราตะโกนใส่ทะเล มันก็จะเหือดแห้งไป
เราสามารถทำให้พวกแม่น้ำกลายเป็นทะเลทราย
ปลาของพวกมันก็จะเน่าเหม็นเพราะขาดน้ำและตายไปเพราะกระหาย
3 เราเอาความมืดมาสวมท้องฟ้า
และเราให้มันใส่ผ้ากระสอบ”
ผู้รับใช้พระยาห์เวห์พึ่งพระองค์จริงๆ
4 พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตได้สอนผมว่าควรจะพูดอะไร
เพื่อผมจะได้รู้ว่าจะพูดให้กำลังใจกับคนที่อ่อนแออย่างไร
ทุกๆเช้าพระองค์ปลุกผม
พระองค์ทำให้หูผมพร้อมที่จะฟัง เหมือนกับพวกเด็กนักเรียน
5 พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิต ได้เปิดหูผม
และผมก็ไม่ได้กบฏต่อพระองค์
ผมไม่ได้หันหลังไปจากพระองค์
6 ผมหันหลังให้คนตี
ผมยอมให้คนดึงเคราจากแก้ม
ผมไม่ได้ซ่อนหน้าไว้
เมื่อมีคนพูดดูถูกและถ่มน้ำลายใส่ผม
7 พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิต ช่วยผม
ผมจึงไม่รู้สึกขายหน้า
ผมจึงเชิดหน้าไว้
และผมรู้ว่าผมจะไม่เสียหน้า
8 ผู้ที่จะกู้หน้าผมอยู่ใกล้ๆ
ใครจะเอาเรื่องมาฟ้องร้องผมหรือ
ให้พวกเราไปยืนอยู่ต่อหน้าศาลด้วยกัน
ใครเป็นผู้กล่าวหาผมหรือให้เขามาฟ้องผมต่อหน้า
9 ดูสิ พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิต
ช่วยผมไว้ ใครจะมาตัดสินว่าผมผิด
พวกเขาทั้งหมดจะเปื่อยยุ่ยไป
เหมือนเสื้อผ้าที่ถูกตัวมอดกัดกิน
10 มีใครบ้างในพวกเจ้าที่เกรงกลัวพระยาห์เวห์
และเชื่อฟังผู้รับใช้ของพระองค์
ใครก็ตามที่เดินอยู่ในความมืดโดยไม่มีแสงสว่าง
ควรจะไว้วางใจในพระยาห์เวห์และพึ่งพิงพระเจ้าของเขา
11 แต่ดูสิ พวกเจ้าทุกคนทั้งก่อไฟและจุดดุ้นไฟเอง
ไปเลย เดินเข้าไปในเปลวไฟของพวกเจ้านั้น
และท่ามกลางดุ้นไฟที่พวกเจ้าจุดขึ้นมานั้น
นี่คือสิ่งที่เจ้าจะได้รับจากมือของเรา คือเจ้าจะต้องนอนลงด้วยความเจ็บปวด
51พระยาห์เวห์จะช่วยกู้คนของพระองค์อีกครั้ง
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “ฟังเราให้ดี พวกเจ้าที่พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง
พวกเจ้าที่แสวงหาพระยาห์เวห์
ให้ดูหินนั้น ที่เจ้าถูกสกัดออกมาสิ
ให้ดูบ่อหินนั้น ที่เจ้าถูกขุดออกมา
2 มองดู อับราฮัมบรรพบุรุษของพวกเจ้าและซาราห์คนที่คลอดเจ้ามาสิ
ตอนที่เราเรียกอับราฮัมนั้น เขายังอยู่ตัวคนเดียวเลย
แต่เราได้อวยพรเขา และทำให้เขามีลูกมากมาย”
3 พระยาห์เวห์จะปลอบโยนศิโยน
พระองค์จะมองพวกตึกที่พังทลายพวกนั้นของเธอ ด้วยความเห็นอกเห็นใจ
พระองค์จะทำให้ที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งของเธอกลายเป็นสวนเอเดน
พระองค์จะทำให้ทะเลทรายของเธอเป็นเหมือนสวนของพระยาห์เวห์
ที่นั่นจะเต็มไปด้วยความสุขและการเฉลิมฉลองกัน
พวกเขาจะขอบพระคุณและร้องเพลงสรรเสริญ
4 พระยาห์เวห์พูดว่า “คนของเราเอ๋ย ฟังเราให้ดี
ชนชาติของเราเอ๋ย ตั้งใจฟังเราให้ดี เพราะเราจะให้คำสั่งสอน
และความยุติธรรมของเราจะส่องสว่างออกไปให้กับชนชาติต่างๆ
5 ชัยชนะของเรากำลังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
ความรอดที่มาจากเรากำลังเดินทางมาแล้ว ฤทธิ์อำนาจของเราจะนำความยุติธรรมมาให้กับชนชาติต่างๆ
แผ่นดินแถบชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะต่างๆกำลังเฝ้าคอยเรา
พวกเขาฝากความหวังไว้กับฤทธิ์อำนาจของเรา
6 เงยหน้าเงยตาขึ้นไปมองบนท้องฟ้าสิ
มองลงไปยังโลกเบื้องล่าง
ให้รู้ว่าท้องฟ้าจะสูญหายไปเหมือนควัน
โลกจะเปื่อยยุ่ยไปเหมือนเสื้อผ้า
และคนที่อาศัยอยู่บนโลกก็จะตายเหมือนแมลงวัน
แต่ความรอดของเราจะอยู่ตลอดไป
และการช่วยกู้อันยุติธรรมของเราจะไม่มีวันแตกสลายไป
7 ฟังเราให้ดี พวกเจ้าที่รู้ว่าอะไรถูกต้อง
พวกเจ้าที่เก็บคำสั่งสอนของเราไว้ในใจ
ไม่ต้องไปกลัวคำพูดเหยียดหยามของคนอื่น
ไม่ต้องไปวุ่นวายใจกับคำดูถูกทั้งหลายของเขา
8 เพราะพวกตัวมอดจะกัดกินพวกเขาเหมือนเสื้อผ้า
และพวกตัวแมลงจะกัดกินพวกเขาเหมือนผ้าขนแกะ
แต่การช่วยกู้อันยุติธรรมของเราจะอยู่ตลอดไป
และความรอดของเราจะอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน”
พลังของพระยาห์เวห์เองจะช่วยกู้คนของพระองค์
9 ตื่นเถิด ตื่นเถิด พระยาห์เวห์เจ้าข้า สวมพลังไว้
ใช้พละกำลังของพระองค์เถิด+ 51:9 ตื่นเถิด … พระองค์เถิด ข้อนี้แปตรงๆได้ว่า “ตื่นเถิด ตื่นเถิด แขนของพระยาห์เวห์ ให้เอาพละกำลังมาสวมพระองค์ไว้”
ตื่นขึ้นเหมือนกับในสมัยก่อนนานมาแล้ว
เป็นพระองค์ไม่ใช่หรือ ที่ตัดราหับเป็นชิ้นๆ+ 51:9 เป็นพระองค์ … ราหับเป็นชิ้นๆ หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “พระองค์เป็นผู้ที่ตัดราหับออกเป็นชิ้นๆ”
เป็นพระองค์ไม่ใช่หรือ ที่แทงมังกรทะลุไป+ 51:9 มังกรทะลุไป นี่คือราหับ สัตว์ประหลาดตัวใหญ่โตที่อยู่ในทะเล มีเรื่องเล่าในสมัยโบราณเกี่ยวกับราหับต่อสู้กับพระเจ้า
10 เป็นพระองค์ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้ทะเลแห้งไป
คือทำให้น้ำในมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่แห้งไป
เป็นพระองค์ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้ส่วนลึกที่สุดของทะเล
กลายเป็นทางให้กับคนที่พระองค์ไถ่ให้เป็นอิสระเดินข้ามไป
11 คนที่พระยาห์เวห์ได้ไถ่ให้เป็นอิสระ
แล้วจะกลับมาที่ศิโยนด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ
ความสุขจะสวมอยู่บนหัวของพวกเขาตลอดไป
ความชื่นชมยินดีก็จะท่วมท้นพวกเขา
ความเศร้าโศกและการครวญครางจะวิ่งหนีไปจากพวกเขา
12 พระยาห์เวห์พูดว่า “เรา คือเราเองเป็นผู้ที่ปลอบโยนพวกเจ้า
เยรูซาเล็ม ทำไมเจ้าถึงได้กลัวมนุษย์ที่จะต้องตาย
คือคนที่ถูกสร้างเป็นเหมือนหญ้า
13 ทำไมเจ้าถึงได้ลืมพระยาห์เวห์ผู้ที่สร้างเจ้ามา
ผู้ที่กางแผ่นฟ้าออก
ผู้ที่วางรากฐานของโลก
ทำไมเจ้าถึงได้หวาดกลัวคนพวกนั้นอยู่เรื่อยทั้งวัน คือพวกที่โกรธแค้นและข่มเหงเจ้า
พวกที่ตั้งใจจะทำลายเจ้า
แล้วตอนนี้ พวกที่โกรธแค้นและที่เคยข่มเหงเจ้าหายไปไหนกันหมดแล้ว
14 คนพวกนั้นที่ถูกข่มเหงในคุกจะได้รับการปลดปล่อยในไม่ช้า
พวกเขาจะไม่ตายในคุกใต้ดินหรอก
และพวกเขาก็จะไม่ขาดอาหาร
15 เราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า
เราเป็นผู้ที่ทำให้ทะเลสงบลงตอนที่เกิดคลื่นคะนอง
ชื่อของเราคือยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น”
16 “อิสราเอลเอ๋ย เราได้ใส่คำพูดของเราไว้ในปากของเจ้า
เราได้ซ่อนและปกป้องเจ้าไว้ใต้มือของเรา
เราคือผู้ที่กางท้องฟ้าออกและวางรากฐานของโลก
เราพูดกับศิโยนว่า ‘เจ้าเป็นชนชาติของเรา’”
ถึงตาคนอื่นถูกลงโทษแล้ว
17 เยรูซาเล็มเอ๋ย ตื่นเถิด ตื่นเถิด ลุกขึ้นเถิด
ตอนนั้นพระยาห์เวห์โกรธเจ้ามาก พระองค์ถึงได้ลงโทษเจ้า
เจ้าได้ดื่มจากถ้วยในมือของพระยาห์เวห์ เป็นถ้วยแห่งความโกรธแค้นของพระองค์
เจ้าได้ดื่มเข้าไปจนหมดถ้วย ถ้วยที่ทำให้ผู้คนต้องเมาโซเซ
18 จากลูกมากมายที่เยรูซาเล็มคลอด
ไม่เหลือซักคนที่นั่นที่จะนำทางเธอ
จากลูกมากมายที่เธอเลี้ยงจนเติบโตขึ้นมา
ไม่เหลือซักคนที่นั่นที่จะจูงมือเธอ
19 มีสองสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับเจ้าคือแผ่นดินได้ถูกล้างผลาญและพินาศไป
แล้วคนก็ตายจากกันดารอาหารและสงคราม
ไม่เหลือใครที่จะไว้ทุกข์ให้กับเจ้า
ไม่เหลือใครที่จะปลอบโยนเจ้า
20 ลูกๆของเจ้าได้เป็นลมไป
พวกเขาก็นอนอยู่ตามทุกหัวถนนเหมือนกับกวางที่ติดตาข่าย
ความโกรธแค้นของพระยาห์เวห์ตกบนพวกเขาอย่างเต็มที่
พวกเขาได้ยินพระเจ้าของเจ้าตะคอกใส่พวกเขา
21 ดังนั้น ฟังสิ่งนี้ไว้ให้ดี เจ้าที่ทนทุกข์ทรมาน
เจ้าที่เมา แต่ไม่ได้เมาด้วยเหล้าองุ่น
22 พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิตของเจ้า
พระเจ้าของเจ้าที่ต่อสู้คดีให้กับคนของพระองค์
พูดว่าอย่างนี้ “เห็นไหม เราได้เอาถ้วยที่ทำให้ผู้คนเมาโซเซไปจากมือของเจ้าแล้ว
เจ้าจะไม่ต้องดื่มจากชามแห่งความโกรธแค้นของเราอีกแล้ว+ 51:22 เจ้าจะไม่ … อีกแล้ว มีความหมายว่า “เราจะไม่ลงโทษเจ้าอีก”
23 เราจะเอาถ้วยนั้นไปใส่ไว้ในมือของคนพวกนั้นที่เคยทรมานเจ้า
คนที่เคยสั่งเจ้าว่า ‘ก้มลงกับพื้น เราจะเหยียบเจ้าไป’
ในตอนนั้นเจ้าต้องยอมให้หลังของเจ้าเป็นเหมือนพื้น
และเป็นเหมือนถนน ให้พวกเขาเดินเหยียบย่ำไป”
52อิสราเอลจะรอด
1 ศิโยนเอ๋ย ตื่นเถิด ตื่นเถิด
สวมพลังของเจ้าเถิด
เยรูซาเล็ม เมืองอันศักดิ์สิทธิ์เอ๋ย
สวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามของเจ้าเถิด
เพราะพวกคนต่างชาติที่ไม่ได้ทำพิธีขลิบและคนที่ไม่บริสุทธิ์จะไม่ได้เข้ามาในเจ้าอีกแล้ว
2 เยรูซาเล็ม ผู้เป็นเชลยเอ๋ย
ปัดฝุ่นซะ ลุกขึ้นได้แล้ว
นางสาวศิโยน ผู้เป็นเชลยเอ๋ย
ถอดพวกโซ่ที่ล่ามคอเจ้าออกได้แล้ว
3 เพราะนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด
“เจ้าถูกขายไปแบบให้เปล่า
และเจ้าก็จะได้รับการไถ่โดยไม่ต้องเสียเงินด้วยเหมือนกัน”
4 เพราะพระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิต พูดไว้ว่าอย่างนี้ “ในตอนแรก คนของเราได้ลงไปที่อียิปต์ และไปอยู่เป็นคนต่างด้าวที่นั่น แล้วหลังจากนั้น ชาวอัสซีเรียก็ได้เอาพวกเขาไปเป็นทาสโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย” 5 พระยาห์เวห์พูดว่า “แล้วตอนนี้ ดูสิว่าเราต้องเจอกับอะไร พวกเขาเอาคนของเราไปเปล่าๆ แล้วยังโอ้อวดหมิ่นประมาทชื่อของเราไปเรื่อยทั้งวัน”
6 แล้วเมื่อเรามาช่วยกู้คนของเรา พวกเขาจะได้สัมผัสกับฤทธิ์อำนาจอันโด่งดังของเรา ในตอนนั้นพวกเขาจะรู้ว่าเป็นเราเองที่พูดว่า “เราอยู่นี่”
7 น่ายินดีขนาดไหน ที่จะได้เห็นเท้าของผู้ประกาศข่าวดีกำลังข้ามภูเขาทั้งหลายมา
ผู้ที่มาประกาศสันติภาพ
ผู้ที่นำข่าวดีมา
ผู้ที่มาประกาศชัยชนะ
ผู้ที่มาบอกกับศิโยนว่า “พระเจ้าของท่านกำลังครอบครองอยู่”
8 ฟังให้ดี ทหารยามของท่านกำลังส่งเสียงร้อง
พวกเขาโห่ร้องพร้อมกันด้วยความยินดี
เพราะพวกเขาได้เห็นกับตาตัวเองว่าพระยาห์เวห์กำลังกลับมาที่ศิโยน
9 พวกซากปรักหักพังของเยรูซาเล็มเอ๋ย
ระเบิดเสียงเพลงแห่งความยินดีออกมาพร้อมกันเลย
เพราะพระยาห์เวห์ได้ปลอบโยนคนของพระองค์
พระองค์ได้ไถ่เมืองเยรูซาเล็มแล้ว
10 พระยาห์เวห์ได้ถกเสื้อให้เห็นแขนอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังของพระองค์ต่อหน้าต่อตาชนชาติทั้งหมด
และทุกคนบนโลกนี้จะได้เห็นการช่วยกู้ที่มาจากพระเจ้าของเรา
11 ไปซะ ไปซะ ออกไปจากบาบิโลนซะ
อย่าได้จับอะไรที่ไม่บริสุทธิ์
ออกไปจากท่ามกลางเธอซะ
เจ้าที่ถือข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้ในวิหารของพระยาห์เวห์ ชำระตัวเองให้บริสุทธิ์
12 แต่เจ้าจะไม่ต้องจากไปอย่างเร่งรีบ
เจ้าจะไม่ต้องวิ่งหนีเหมือนกับพวกอพยพ
เพราะพระยาห์เวห์จะนำหน้าพวกเจ้าไป
พระเจ้าของอิสราเอลจะคุ้มครองด้านหลังให้กับเจ้า
ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์ที่ทนทุกข์ทรมาน
13 พระยาห์เวห์พูดว่า “ดูสิ ผู้รับใช้ของเราจะประสบความสำเร็จ
เขาจะได้รับการยกย่องเชิดชูอย่างสูง
14 ตอนนั้นเขาทำให้คนจำนวนมากตกตะลึง รูปร่างหน้าตาของเขาเสียโฉมมาก
แทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนเลย
รูปร่างของเขาแทบจะไม่เหมือนมนุษย์แล้ว
15 แล้วตอนนี้เขาก็จะทำให้หลายๆชนชาติสะดุ้ง
พวกกษัตริย์จะต้องปิดปากอึ้งไปเพราะเขา
เพราะพวกเขาจะเห็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครบอกพวกเขามาก่อน
และพวกเขาก็จะคิดใคร่ครวญถึงสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน”
531 ผู้คนพูดว่า ใครจะไปเชื่อว่าเรื่องที่เราได้ยินมาจะเกิดขึ้นได้
ตอนนั้นใครจะไปเห็นฤทธิ์อำนาจของพระยาห์เวห์ในเหตุการณ์นี้
2 เขาเติบโตขึ้นมาเหมือนกับต้นไม้เล็กๆต่อหน้าพระยาห์เวห์
เหมือนกับรากที่แตกหน่อในดินแห้งแล้ง
เขาไม่ได้หล่อเหลาหรือมีสง่าราศีถึงกับทำให้เราอยากมองเขา
เขาไม่ได้มีอะไรน่าดึงดูดถึงกับทำให้เราชอบเขา
3 ผู้คนต่างพากันดูถูกและไม่คบด้วย
เขาเป็นผู้ชายที่เจอกับความเจ็บปวดมากมายและคุ้นเคยกับความทุกข์ทรมาน
เป็นเหมือนคนหนึ่งที่คนทนดูไม่ได้
เขาเป็นที่ดูถูกและเราไม่ได้เห็นว่าเขาสำคัญอะไรเลย
4 เขาได้แบกรับความทุกข์ทรมานของพวกเราอย่างแน่นอน
เขาหอบหิ้วความเจ็บปวดของพวกเรา
แต่เรามองว่าพระเจ้าลงโทษเขา
โบยตีเขา และทำให้เขาเจ็บปวด
5 เขาถูกแทงก็เพราะความผิดต่างๆที่เราทำไป
เขาฟกช้ำก็เพราะความชั่วต่างๆที่พวกเราทำ
การตีสอนที่ทำให้เราหายดีก็ตกอยู่บนเขา
พวกเราได้รับการรักษาเพราะบาดแผลทั้งหลายของเขา
6 พวกเราทุกคนได้หลงหายไปเหมือนแกะ
พวกเราแต่ละคนต่างหลงไปคนละทิศละทาง
แต่พระยาห์เวห์ปล่อยให้ความผิดของพวกเราทุกคนโจมตีเขา
7 เขาถูกกดขี่ข่มเหง และถูกทำให้เจ็บปวด
แต่เขาก็ไม่ปริปากบ่นเลย
เหมือนกับลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า
เหมือนกับแกะที่นิ่งเงียบอยู่ต่อหน้าคนที่ตัดขนของมัน
เขาไม่ได้ปริปากของเขาเลย
8 เขาก็ถูกเอาตัวไปหลังจากที่ถูกจับและถูกตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม+ 53:8 เขาก็ถูก … เป็นธรรม หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เขาถูกจับไปแบบไม่มีการห้ามปรามและไร้ความยุติธรรม”
และไม่มีใครสนใจในชะตากรรมของเขา+ 53:8 ไม่มีใคร … ของเขา หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ไม่มีใครสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกหลานของเขา”
เพราะเขาถูกตัดออกจากโลกของคนเป็น
เขาถูกลงโทษเพราะความผิดที่คนของเขาทำ+ 53:8 คนของเขาทำ แปลจากฉบับที่เจอในถ้ำคุมรัน แต่สำเนาฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กัน เขียนว่า “คนของเราทำ”
9 พวกเขาได้ทำหลุมฝังศพของเขาไว้กับหลุมของคนชั่ว
และทำอุโมงค์ฝังศพของเขาไว้กับอุโมงค์ของคนรวย+ 53:9 คนรวย หรือ “คนทำผิด”
ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้ก่อความรุนแรง
และเขาไม่ได้พูดหลอกลวง
10 แต่พระยาห์เวห์ก็ตัดสินใจที่จะบดขยี้คนของพระองค์
และทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมาน
ถ้าผู้รับใช้ของพระองค์ยอมให้ชีวิตตัวเขาเองเป็นของถวายชดใช้ความผิด
เขาก็จะได้เห็นลูกหลานของเขาและจะมีอายุยืนยาว
ความตั้งใจของพระยาห์เวห์ก็จะสำเร็จผ่านทางมือของเขา
11 หลังจากความทุกข์ทรมานอันเลวร้ายของเขาแล้ว เขาก็จะเห็นความสว่าง+ 53:11 ความสว่าง คำนี้มาจาก สำเนาหนังสืออิสยาห์ที่พบในถ้ำคุมรัน
และสิ่งที่เขาประสบมานั้นจะทำให้เขาพึงพอใจ
พระยาห์เวห์พูดว่า “ผู้รับใช้ของเราผู้ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ
ทำให้หลายๆคนได้รับการตัดสินให้พ้นผิด
และเขาก็จะแบกรับโทษสำหรับความผิดที่คนพวกนั้นทำ
12 ดังนั้น เราจะให้รางวัลกับเขาร่วมกับพวกผู้ยิ่งใหญ่
และเขาก็จะได้รับส่วนแบ่งจากของที่ยึดมาได้ร่วมกับคนที่แข็งแรง
เพราะเขาได้เทตัวเองออกมาจนตาย
เขาถูกนับรวมเข้ากับพวกคนบาป
และเขาก็แบกรับบาปของคนจำนวนมาก
และได้ขอร้องอ้อนวอนแทนพวกคนบาป”
54พระยาห์เวห์นำคนของพระองค์กลับบ้าน
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “เยรูซาเล็ม หญิงที่เป็นหมันเอ๋ย
ร้องตะโกนออกมาด้วยความยินดี
เจ้าที่ไม่เคยเจ็บท้องคลอดมาก่อน ระเบิดเสียงออกมาเป็นเพลงเลย
ถึงแม้เจ้าจะถูกทอดทิ้งแต่ก็จะมีลูกมากกว่าหญิงที่อยู่กับสามีเสียอีก
2 ขยายที่สำหรับเต็นท์ของเจ้าให้กว้างขึ้น
กางม่านเต็นท์ของเจ้าให้ยาวออกไปให้เต็มที่ไปเลย
ต่อเชือกของเต็นท์เจ้าให้ยาวขึ้น
และทำให้หลักหมุดแข็งแรงขึ้น
3 เพราะเจ้าจะขยายไปทางซ้ายและขวา
ลูกหลานของเจ้าจะไปยึดครองดินแดนของชนชาติต่างๆ
และตั้งรกรากอยู่ในเมืองร้างต่างๆ
4 ไม่ต้องกลัว เพราะเจ้าจะไม่ต้องอับอาย
และไม่ต้องหมดกำลังใจเพราะเจ้าจะไม่ต้องขายหน้า
เจ้าจะลืมความอับอายในวัยสาวของเจ้า
และเจ้าก็จะไม่ต้องหวนคิดถึงความอับอายของเจ้าตอนเป็นหม้ายอีกต่อไป
5 ผู้สร้างเจ้าคือสามีของเจ้า
ชื่อของพระองค์คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
พระผู้ไถ่ของเจ้าคือผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล
และคนเรียกพระองค์ว่าพระเจ้าของโลกทั้งสิ้น
6 พระยาห์เวห์ได้เรียกเจ้ากลับมาหาพระองค์
เหมือนกับภรรยาที่เคยถูกสามีทิ้งและตรอมตรมใจ
เหมือนกับภรรยาที่ยังเป็นสาวแต่ถูกทิ้ง”
พระเจ้าของเจ้าพูดว่าอย่างนั้น
7 “เราได้ทิ้งเจ้าไปแค่ประเดี๋ยวเดียว
แต่ด้วยความเมตตาอย่างใหญ่หลวง เราจะนำเจ้ากลับมา
8 เราได้หลบหน้าไปจากเจ้าชั่วขณะหนึ่ง
เพราะเราโกรธแค้นอย่างล้นเหลือ
แต่เราจะแสดงความเมตตาต่อเจ้า เพราะความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด”
พระยาห์เวห์ผู้ที่ไถ่เจ้าไว้ พูดไว้ว่าอย่างนั้น
9 “เรามองว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนในสมัยของโนอาห์
ตอนที่เราสาบานว่าน้ำที่ท่วมในสมัยโนอาห์จะไม่มีวันท่วมโลกอีก
ตอนนี้เราสาบานว่าเราจะไม่โกรธเจ้าหรือลงโทษเจ้าอีก
10 ถึงแม้พวกภูเขาจะเคลื่อนไป
และเนินเขาต่างๆจะสั่นคลอน
แต่ความรักมั่นคงของเราจะไม่มีวันเคลื่อนไปจากเจ้า
และข้อตกลงที่เราสัญญาว่าจะให้สันติภาพนั้นก็จะไม่มีวันสั่นคลอน
พระยาห์เวห์ ที่เมตตาเจ้า พูดไว้ว่าอย่างนี้
11 เมืองที่เดือดร้อนเอ๋ย
ศัตรูมาโจมตีเจ้าเหมือนกับพายุและไม่มีใครปลอบโยนเจ้า
ดูสิ ตอนนี้เราจะก่อหินต่างๆของเจ้าขึ้นด้วยปูนที่สวยงาม
เราจะวางฐานรากของเจ้าและฝังด้วยพลอยสีน้ำเงิน
12 เราจะสร้างพวกหอคอยของเจ้าฝังด้วยทับทิม
และพวกประตูเมืองฝังด้วยเพชรพลอย
และกำแพงด้านนอกทั้งหมดจะฝังด้วยพลอยที่มีค่า
13 พระยาห์เวห์จะเป็นผู้ที่สอนลูกๆของเจ้าทั้งหมด
และลูกๆของเจ้าจะมีความเจริญรุ่งเรืองมหาศาล
14 เจ้าจะได้รับการก่อตั้งให้มั่นคง
ด้วยความยุติธรรมของเราที่ให้เจ้ารอดพ้น
เจ้าจะอยู่ห่างไกลจากการกดขี่ข่มเหง เจ้าจะได้ไม่ต้องกลัว
และไม่ต้องสยดสยองเพราะมันจะไม่เข้ามาใกล้เจ้า
15 ถ้าในภายหลังมีใครมาโจมตีเจ้า
เรื่องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราหรอก
ใครก็ตามที่จะมาโจมตีเจ้า มันก็จะพ่ายแพ้เจ้า
16 ดูสิ เราเป็นทั้งผู้สร้างช่างตีเหล็ก คนที่โหมถ่านให้ลุกในไฟเพื่อผลิตอาวุธต่างๆ
เราก็สร้างพวกทหารเพื่อทำลายด้วยเหมือนกัน
17 แต่อาวุธที่คนสร้างขึ้นมาเพื่อสู้กับเจ้าจะไม่สามารถทำร้ายเจ้าได้เลย
และทุกคนที่ฟ้องร้องเจ้าในศาล เจ้าก็จะสามารถโต้แย้งได้หมด
นี่แหละคือมรดกของพวกผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์
และนี่แหละคือชัยชนะที่เราให้กับพวกเขา”
พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนั้น
55คำเชิญจากพระยาห์เวห์
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “เฮ้ย พวกเจ้าที่หิวน้ำ มาที่น้ำสิ
เฮ้ย พวกเจ้าที่ไม่มีเงิน มาสิ มาซื้อและกินซะ
มาสิ มาซื้อเหล้าองุ่นและนม
ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องคิดราคา
2 ทำไมเจ้าถึงเอาเงินของเจ้าไปซื้อของกินที่ไม่ใช่อาหารที่มีประโยชน์
ทำไมเจ้าถึงเอาค่าแรงไปซื้อสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เจ้าอิ่มจริงๆ
ฟังเราให้ดี และเจ้าจะได้กินของดี
และเจ้าก็จะได้มีความสุขกับอาหารชั้นเลิศ
3 เอียงหูมา และเข้ามาหาเรา
ฟังให้ดี เพื่อเจ้าจะได้มีชีวิต
เราจะทำข้อตกลงอันถาวรกับเจ้า
เป็นสัญญาที่เชื่อถือได้ที่จะสัตย์ซื่อต่อดาวิดตลอดไป
4 ดูสิ เราทำให้เขาเป็นพยานให้กับชนชาติต่างๆ
เราทำให้เขาเป็นผู้ครอบครองและเป็นแม่ทัพของชนชาติต่างๆ
5 ดูสิ เจ้าจะเรียกชนชาติต่างๆที่เจ้าไม่เคยรู้จัก
และชนชาติต่างๆที่ไม่เคยรู้จักเจ้านั้นก็จะวิ่งมาหาเจ้า
เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล ได้ให้เกียรติกับเจ้า
6 ให้แสวงหาพระยาห์เวห์ในขณะที่ยังสามารถหาพระองค์เจอ
ให้เรียกพระองค์ ในขณะที่พระองค์ยังอยู่ใกล้
7 ให้คนชั่วทิ้งทางของพวกเขาได้แล้ว
ให้คนที่เลวทรามทิ้งความคิดชั่วๆของพวกเขาได้แล้ว
ให้พวกเขาหันมาหาพระยาห์เวห์ แล้วพระองค์จะเมตตาพวกเขา
ให้พวกเขาหันมาหาพระเจ้าของเราเพราะพระองค์จะอภัยให้กับพวกเขาอย่างไม่จำกัด”
8 พระยาห์เวห์พูดว่า “ความคิดต่างๆของเราไม่เหมือนกับความคิดต่างๆของเจ้า
และทางทั้งหลายของเจ้าก็ไม่เหมือนกับทางทั้งหลายของเรา
9 ท้องฟ้าอยู่สูงกว่าพื้นดินขนาดไหน
ทางทั้งหลายของเราก็อยู่สูงกว่าทางทั้งหลายของเจ้าขนาดนั้น
และความคิดต่างๆของเราก็อยู่สูงกว่าความคิดต่างๆของเจ้าขนาดนั้นด้วย
10 ฝนและหิมะที่ตกลงมาจากท้องฟ้าจะไม่หวนกลับไปบนท้องฟ้า
จนกว่าจะทำให้พื้นเปียก
จนกว่าจะทำให้พื้นดินผลิดอกออกผลและแตกหน่อ
จนกว่าจะให้เมล็ดข้าวกับผู้หว่านและให้อาหารกับคนกิน
11 เช่นนั้นแหละ คำพูดของเราเมื่อออกจากปากของเราแล้ว
จะไม่หวนกลับมาหาเราเปล่าๆ
คำพูดของเราจะทำให้สิ่งต่างๆที่เราต้องการเกิดขึ้น
คำพูดของเราจะทำสิ่งที่เราส่งให้มันไปทำจนสำเร็จ”
12 พวกเจ้าจะออกไปด้วยความยินดี จะถูกนำกลับไปบ้านด้วยสันติสุข
พวกภูเขาและเนินเขาจะระเบิดเสียงเพลงออกมาต่อหน้าเจ้า
และต้นไม้ทั้งหมดในท้องทุ่งก็จะปรบมือของพวกมัน
13 ต้นสนต่างๆจะงอกขึ้นมาแทนที่พงหนาม
ไม้พุ่มหอมจะงอกขึ้นมาแทนที่พวกหญ้าคา
และทั้งหมดนี้ก็จะเป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงพระยาห์เวห์+ 55:13 เป็นเครื่อง … ถึงพระยาห์เวห์ หรือ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ทำให้พระยาห์เวห์มีชื่อเสียง”
เป็นเครื่องพิสูจน์ที่จะไม่มีวันถูกทำลายถึงอำนาจของพระองค์
56ทุกๆชนชาติจะติดตามพระยาห์เวห์
1 พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
“รักษาความยุติธรรมไว้ ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
เพราะการช่วยกู้ของเราจะมาถึงเจ้าในเร็วๆนี้
และความยุติธรรมของเราที่ให้เจ้ารอดพ้น จะถูกเปิดเผยในไม่ช้านี้
2 คนที่ทำอย่างนั้น คนที่รักษามันไว้มีเกียรติจริงๆ
เขารักษากฎวันหยุดทางศาสนาและไม่ได้ละเมิดมัน
เขายั้งมือไว้จากการทำชั่วทุกชนิด”
3 คนต่างชาติที่มาติดตามพระยาห์เวห์ไม่ควรจะพูดว่า
“พระยาห์เวห์จะต้องแยกผมออกจากคนของพระองค์แน่ๆ”
และขันทีก็ไม่ควรจะพูดว่า “ดูสิ ผมเป็นเหมือนกับต้นไม้ที่เหี่ยวแห้งเพราะผมไม่สามารถมีลูกได้
พระยาห์เวห์คงไม่รับผมแน่ๆ”
4 เราจะตั้งอนุสาวรีย์ให้กับพวกขันทีภายในกำแพงวิหารของเรา
เป็นอนุสาวรีย์ที่ดีกว่าลูกชายและลูกสาว
เป็นอนุสาวรีย์ที่อยู่ถาวร ที่จะไม่มีวันถูกรื้อออกไป
เราจะทำสิ่งนี้ให้กับพวกขันทีที่รักษากฎเกี่ยวกับวันหยุดทางศาสนาของเรา และเลือกทำสิ่งทั้งหลายที่เราชอบใจและยึดมั่นในคำสัญญาของเรา
6 “เราจะนำพวกคนต่างชาติไปยังภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา คือคนต่างชาติเหล่านั้นที่ติดตามเรายาห์เวห์ เพื่อรับใช้เรา รักเรา และเป็นผู้รับใช้ของเรา คือทุกคนที่รักษาวันหยุดทางศาสนาของเราและไม่ได้ละเมิดมัน และยึดมั่นในคำสัญญาของเรา
เราจะให้พวกเขาชื่นชมยินดีในบ้านของเรา ซึ่งเป็นบ้านแห่งการอธิษฐาน แล้วเราจะยอมรับเครื่องเผาบูชาและเครื่องสัตวบูชาอื่นๆของพวกเขาบนแท่นบูชาของเรา เพราะคนจะเรียกบ้านของเราว่า บ้านแห่งการอธิษฐาน สำหรับคนทุกชนชาติ”
8 พระยาห์เวห์ องค์เจ้าชีวิต ผู้ที่รวบรวมคนอิสราเอล ที่กระจัดกระจายไปนั้น พูดว่า “เราจะรวบรวมคนอื่นๆเข้ามาร่วมกับพวกเขา นอกเหนือจากที่ได้รวบรวมมาไว้แล้วนั้น”
ผู้นำอิสราเอลกินเก่ง
9 พวกเจ้า สัตว์ดุร้ายที่อยู่ในท้องทุ่ง
พวกเจ้าสัตว์ที่อยู่ในป่า เข้ามากัดกินได้เลย
10 พวกคนยามของอิสราเอลนั้นตาบอด
พวกเขาทั้งหมดไม่รู้เรื่องอะไรเลย
พวกเขาเป็นหมาเฝ้าบ้านที่เงียบ
พวกเขาเห่าไม่เป็น
เอาแต่นอน และเพ้อฝัน เอาแต่หลับ
11 หมาพวกนี้กินเก่งเหลือเกิน
กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ
พวกเขาเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ต่างคนต่างทำตามใจตัวเอง
ต่างคนต่างหาประโยชน์ใส่ตัวเหมือนกันหมดทุกคน
12 พวกเขาพูดว่า “มาสิ มาดื่มเหล้าองุ่นกัน
ให้เราดื่มเบียร์กันอย่างเต็มที่
พรุ่งนี้ก็จะสนุกเหมือนวันนี้หรืออาจจะสนุกกว่านี้อีก”
57อิสราเอลไม่ได้ติดตามพระเจ้า
1 คนดีๆตาย แต่ก็ไม่มีใครสนใจ
คนที่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้าถูกเอาไป ก็ไม่มีใครเข้าใจ
สาเหตุที่คนที่ดีๆถูกรับเอาไป
เพื่อเขาจะได้ไม่ต้องเจอกับเรื่องเดือดร้อนกว่านั้น
2 และพวกเขาก็จะเข้าไปสู่ความสงบสุข
คนที่ใช้ชีวิตอย่างเที่ยงตรงก็จะได้พักผ่อนเมื่อนอนตายบนเตียงของเขา
3 แต่ส่วนพวกเจ้า มานี่เลย
พวกเจ้าที่เป็นลูกๆของแม่มด
พวกเจ้าที่เป็นลูกๆของคนเล่นชู้และโสเภณี
4 พวกเจ้าหัวเราะเยาะใครหรือ
พวกเจ้าทำหน้าและแลบลิ้นใส่ใครหรือ
พวกเจ้าเป็นลูกที่ชอบกบฏ
เป็นลูกหลานที่ชอบหลอกลวง ไม่ใช่หรือ
5 พวกเจ้าเผาผลาญไปด้วยตัณหาราคะท่ามกลางพวกต้นโอ๊กอันศักดิ์สิทธิ์
และใต้ต้นไม้ที่ให้ร่มเงาทุกต้น+ 57:5 ต้นโอ๊ก … ทุกต้น หมายถึง คนที่มานมัสการพระเทียมเท็จในสถานที่พวกนี้ และมีการร่วมเพศกันด้วย เป็นความเชื่อว่าจะทำให้พืชผลดี เจ้าได้ฆ่าลูกๆเพื่อเซ่นไหว้ในหุบเขาต่างๆตามซอกผาต่างๆ
6 หินเกลี้ยงในธารน้ำแห้งนั้นเป็นพวกพระของเจ้า พวกหินเหล่านั้นก็เลยเป็นส่วนแบ่งของเจ้า
พวกมันเป็นมรดกของเจ้าไม่ใช่เรา
เจ้าได้เทเครื่องดื่มบูชาให้กับหินเหล่านั้น
และพวกเจ้าได้นำเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชมาถวายให้กับพวกมัน
เมื่อเห็นเรื่องต่างๆเหล่านี้ เจ้าคิดว่าเราจะพอใจและไม่ลงโทษเจ้าหรือ
7 เจ้าวางเตียงของเจ้าไว้บนภูเขาสูง
แล้วเจ้าก็ขึ้นไปที่นั่นเพื่อถวายเครื่องบูชา
8 เจ้าตั้งรูปเคารพของเจ้าไว้ด้านหลังประตูและเสาประตู
ใช่แล้ว เจ้าห่างไกลจากเรา
เจ้าทำตัวเปลือยเปล่าและปีนขึ้นไปบนเตียงของเจ้า
และเปิดเตียงให้กว้าง
เจ้าก็ได้เสนอค่าตัวกับพวกมัน
เจ้ารักเตียงของพวกมัน
เจ้าจ้องมองอวัยวะเพศของพวกมัน
9 เจ้าเอาน้ำมันมะกอกเดินทางไปหาพระโมเลค+ 57:9 พระโมเลค พระจอมปลอม ชื่อนี้เหมือนคำในภาษาฮีบรูหมายถึง “กษัตริย์”
และเจ้าก็ใส่น้ำหอมของเจ้าซะมากมาย
เจ้าส่งพวกตัวแทนของเจ้าไปแดนไกล
เจ้าส่งพวกเขาไปไกลถึงแดนคนตาย
10 เจ้าเริ่มเหนื่อยล้าจากการเดินทางบ่อยๆ
แต่เจ้าไม่ยอมพูดว่า “แบบนี้คงจะไม่ได้อะไรแน่”
เจ้ามีกำลังขึ้นมาใหม่
เจ้าจึงไม่เป็นลมไป
11 ตอนนั้นเจ้ายำเกรงและหวาดกลัวใครกัน
เจ้าถึงได้โกหกและไม่ได้ระลึกถึงเราหรือคิดถึงเรา
เรายังเก็บตัวเงียบๆและซ่อนตัวอยู่
เจ้าถึงได้ไม่ยำเกรงเรา ใช่ไหม
12 เราจะพูดถึงความดีและการงานต่างๆของเจ้าก็ได้
แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้หรอก
13 เมื่อเจ้าร้องขอความช่วยเหลือ ก็ให้รูปปั้นที่เจ้าได้สะสมนั้นช่วยเจ้าก็แล้วกัน
ลมจะพัดพวกมันไปหมด
ลมจะเป่าพวกมันไปหมด
แต่คนที่ลี้ภัยในเราก็จะได้เป็นเจ้าของแผ่นดินนั้น และได้เป็นเจ้าของภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา
พระยาห์เวห์จะช่วยคนของพระองค์
14 พระองค์จะพูดว่า “สร้างมันขึ้นมา สร้างมันขึ้นมา เตรียมทางไว้
กำจัดสิ่งกีดขวางต่างๆออกไปจากทางของคนของเรา”
15 พระเจ้า ผู้อยู่ในที่สูงและได้รับการยกย่อง
ผู้ที่อยู่ตลอดกาล
และผู้ที่มีชื่ออันศักดิ์สิทธิ์
พูดว่า “เราอาศัยอยู่ในที่สูงและศักดิ์สิทธิ์
แต่เราก็อยู่กับคนเหล่านั้นที่สำนึกผิดและถ่อมตัวลง
เราจะฟื้นฟูจิตใจของคนที่ถ่อมตัวลงและฟื้นฟูจิตใจของคนที่สำนึกผิด
16 เพราะเราจะไม่กล่าวหาตลอดเวลา
และเราก็จะไม่โกรธไปตลอดกาล
เพราะถ้าอย่างนั้นจิตวิญญาณของมนุษย์ที่เราสร้างขึ้นมา
ก็จะตายต่อหน้าเรา
17 เราโกรธในเรื่องความโลภอันชั่วร้ายของพวกเขา
เราจึงลงโทษพวกเขา
เราได้ซ่อนตัวเราเองและโกรธ
แต่พวกเขาก็ยังหันเหไปตามทางทั้งหลายของพวกเขา
18 เราได้เห็นทางของพวกเขาแล้ว แต่เราจะรักษาพวกเขาไว้
เราจะนำทางพวกเขาและปลอบโยนพวกเขาคือคนเหล่านั้นที่ไว้ทุกข์ และเราจะให้ปากพวกเขากลับพูดคำสรรเสริญแทน”
19 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะให้สันติสุข สันติสุขแท้จริงกับทุกคน ทั้งคนที่อยู่ใกล้และคนที่อยู่ไกล
แล้วเราจะรักษาพวกเขาไว้
20 แต่คนชั่วเป็นเหมือนทะเลที่ปั่นป่วนไม่สามารถสงบนิ่งได้
คลื่นของมันกวนทั้งโคลนและดินขึ้นมา
21 คนชั่วจะไม่มีสันติสุข”
พระเจ้าของผมพูดไว้ว่าอย่างนั้น
58ศาสนกิจที่ถูกต้องและที่ผิด
1 พระยาห์เวห์พูดว่า ตะโกนออกมาดังๆเลย ไม่ต้องอั้นไว้ ยกเสียงขึ้นมาเหมือนกับเสียงแตร
ประกาศกับคนของเราถึงการกบฏของพวกเขา
ประกาศให้กับครอบครัวของยาโคบถึงความบาปของพวกเขา
2 พวกเขามาแสวงหาเราวันแล้ววันเล่า
อย่างกับว่าพวกเขาอยากจะรู้ทางต่างๆของเรา
อย่างกับว่าเป็นชนชาติที่ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
อย่างกับว่าไม่ได้ทอดทิ้งกฎอันยุติธรรมของพระเจ้าของพวกเขา
พวกเขาขอการตัดสินที่ยุติธรรมจากเรา
พวกเขาแกล้งทำเป็นอยากเข้าใกล้พระเจ้า
3 และพวกเขาพูดว่า “ทำไมพระองค์ถึงไม่เห็นตอนที่พวกเราอดอาหารกัน
ทำไมพระองค์ถึงไม่สังเกตว่าพวกเราถ่อมตัวลง”
แต่เราตอบว่า “ดูเอาสิ ในวันที่เจ้าอดอาหารนั้น
เจ้าก็ยังมัวหาผลประโยชน์ของตนและเอาเปรียบคนงานทุกคนของเจ้า
4 ดูสิ พวกเจ้าถือศีลอดอาหารก็จริง แต่มีการถกเถียง ทะเลาะและชกต่อยกันแถมไปด้วย
การอดอาหารอย่างที่พวกเจ้าทำในวันนี้จะไม่ทำให้คำอธิษฐานของเจ้าขึ้นไปถึงเบื้องบน
5 นี่หรือการถือศีลอดอาหารที่เราอยากได้
เป็นวันที่แค่ถ่อมตัวลงพอเป็นพิธีอย่างนี้หรือ
เป็นแค่ก้มหัวลงเหมือนกับต้นอ้อลู่ลมหรือ
เป็นแค่นอนลงบนผ้ากระสอบและขี้เถ้าหรือ
พวกเจ้าจะเรียกแบบนี้ว่าเป็นการถือศีลอดอาหารหรือ
วันแบบนี้จะเป็นที่ยอมรับของพระยาห์เวห์จริงๆหรือ
6 การอดอาหารที่เราอยากได้เป็นอย่างนี้ไม่ใช่หรือ
คือให้ปลดปล่อยโซ่ตรวนของความไม่ยุติธรรม
ให้แก้เชือกแอกของการกดขี่ข่มเหงออก
และปล่อยให้คนที่ถูกกดขี่ขมเหงเป็นอิสระ
ให้หักแอกทุกอัน
7 แล้วให้แบ่งปันอาหารของเจ้ากับคนที่หิวโหย ไม่ใช่หรือ
ให้เอาคนยากจนที่ไม่มีบ้านอยู่เข้ามาอยู่ในบ้านของเจ้า
เมื่อเจ้าเห็นคนที่เปลือยเปล่าก็ให้คลุมตัวพวกเขา
และไม่ซ่อนตัวจากญาติๆที่เดือดร้อนของเจ้า
8 ถ้าเจ้าทำอย่างนี้แสงของเจ้าก็จะส่องสว่างเหมือนรุ่งอรุณ
บาดแผลต่างๆของเจ้าจะหายอย่างรวดเร็ว
พระองค์ผู้ให้ชัยชนะกับพวกเจ้าจะนำหน้าพวกเจ้าไป
และสง่าราศีของพระยาห์เวห์ก็จะเป็นทหารเฝ้าระวังหลังให้กับเจ้า
9 แล้วเจ้าก็จะเรียกขอความช่วยเหลือและพระยาห์เวห์ก็จะตอบ
เจ้าจะร้องขอ และพระองค์จะพูดว่า ‘เราอยู่นี่’
ถ้าเจ้าขจัดแอกของการกดขี่ไปจากสังคมของเจ้า
หยุดชี้หน้ากัน และหยุดพูดใส่ร้ายป้ายสีกัน
10 ถ้าเจ้าให้อาหารของเจ้ากับคนหิวโหย และช่วยคนที่ถูกข่มเหงจนไม่ขาดอะไรเลย
เมื่อนั้นแสงสว่างของเจ้าก็จะส่องขึ้นมาในความมืด และความมืดสลัวของเจ้าก็จะกลายเป็นเที่ยงวัน
11 พระยาห์เวห์จะนำทางเจ้าอยู่เสมอ
และพระองค์จะดูแลความต้องการของเจ้าแม้ในแผ่นดินที่แห้งแล้ง
และพระองค์จะเสริมกำลังกระดูกของเจ้า
เจ้าก็จะเป็นเหมือนสวนที่ได้รับน้ำ
เหมือนกับตาน้ำที่น้ำไม่เคยแห้ง
12 เจ้าก็จะสร้างเมืองที่ถูกทำลายไปในสมัยโบราณขึ้นใหม่
เจ้าจะก่อเมืองขึ้นมาบนพวกรากฐานอันเก่าแก่ของคนรุ่นก่อนๆ
และจะมีคนเรียกเจ้าว่า ผู้ซ่อมช่องโหว่ของกำแพง
และผู้ซ่อมถนนให้คนได้มาอยู่อาศัยอีก
13 ถ้าเจ้าไม่เดินทางไกลในวันหยุดทางศาสนา
และไม่ทำงานในวันอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา
และถ้าเจ้าเรียกวันหยุดของเราว่าเป็นวันอันชื่นบานและเรียกวันอันศักดิ์สิทธิ์ของพระยาห์เวห์ว่าเป็นวันอันมีเกียรติ
และถ้าเจ้าให้เกียรติวันนั้น โดยไม่เดินทางไปทำการค้าขาย
โดยไม่วิ่งไล่ตามผลประโยชน์ของตนและโดยไม่เจรจาตกลงเรื่องธุรกิจกัน
14 เมื่อนั้นเจ้าจะชื่นชมยินดีในพระยาห์เวห์
และเราจะทำให้เจ้าขี่ข้ามภูเขาสูงทั้งปวงในโลกนี้
และเราจะเลี้ยงเจ้าจากแผ่นดินที่เราได้ยกให้กับยาโคบบรรพบุรุษของเจ้า”
ปากของพระยาห์เวห์ได้พูดว่าอย่างนั้น
59คนของพระเจ้าต้องเปลี่ยนจากทางชั่วร้ายต่างๆ
1 อย่าคิดว่ามือของพระยาห์เวห์สั้นจนช่วยเจ้าไม่ได้
หรือหูของพระองค์ตึงจนไม่ได้ยินเสียงของเจ้า
2 แต่เป็นความผิดบาปทั้งหลายของพวกเจ้าต่างหากที่เป็นอุปสรรคระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า
เป็นพวกบาปของเจ้าที่ทำให้พระองค์ซ่อนหน้าไปจากเจ้า
พระองค์จึงไม่ได้ยินเสียงของเจ้า
3 เพราะมือของเจ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
และนิ้วของเจ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยความผิด
ริมฝีปากของเจ้าพูดโกหก
ลิ้นของเจ้ากระซิบวางแผนทำชั่ว
4 ไม่มีใครเอาเรื่องจริงมาขึ้นศาล
และไม่มีใครเลยพูดความจริงในศาล
ทุกคนพึ่งคำพูดที่ไม่มีหลักฐานและพูดโกหก
พวกเขาตั้งท้องความชั่วร้ายและคลอดความผิดบาปออกมา
5 พวกเขาฟักแผนร้ายเหมือนฟักไข่งู
และทอแผนชั่วอย่างทอใยแมงมุม
ใครที่กินไข่เหล่านั้นของมันก็จะตาย
แล้วถ้าไข่แตกก็จะมีงูพิษออกมา
6 ใยแมงมุมของพวกเขาจะเอามาใช้เป็นเสื้อผ้าก็ไม่ได้
พวกเขาไม่สามารถเอาสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาคลุมตัวได้
งานต่างๆของพวกเขาเป็นงานชั่ว
มือของพวกเขาเต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณ
7 เท้าของพวกเขาวิ่งไปทำชั่ว
พวกเขารีบไปทำให้เลือดของคนบริสุทธิ์หลั่งไหล
ความคิดต่างๆของพวกเขาเป็นความคิดชั่วร้าย
พวกเขาไปถึงที่ไหน ความพินาศและการทำลายก็เกิดขึ้นที่นั่น
8 พวกเขาไม่รู้จักทางที่นำไปสู่สันติสุข
ไม่มีความยุติธรรมในทางของพวกเขา
พวกเขาได้ทำทางของพวกเขาให้คดเคี้ยวไป
ทุกคนที่เดินบนเส้นทางนั้นจะไม่ได้เจอกับสันติสุข
9 อย่างนี้ การตัดสินอย่างยุติธรรมของพระเจ้าจึงอยู่ห่างไกลจากพวกเรา
ความรอดของพระองค์มาไม่ถึงพวกเรา
พวกเรารอคอยแสงสว่าง แต่มีแต่ความมืด
พวกเรารอคอยแสงสว่างจ้า แต่พวกเราต้องเดินอยู่ในความมืดครึ้ม
10 พวกเราเดินคลำไปตามกำแพงเหมือนคนตาบอด
เราคลำหาเหมือนคนไม่มีลูกตา
เราสะดุดล้มในตอนเที่ยงอย่างกับเป็นตอนกลางคืน
ถึงคนอื่นแข็งแรง แต่พวกเราเป็นเหมือนศพ
11 เราทุกคนบ่นเหมือนหมีร้องคราง
และร้องคร่ำครวญเหมือนนกเขาร้อง
พวกเรารอคอยการตัดสินอันยุติธรรมของพระองค์ แต่มันไม่มาสักที
พวกเรารอคอยความรอด แต่มันห่างไกลจากพวกเรา
12 เพราะการกบฏต่างๆที่เราทำต่อพระองค์นั้นมีมากมาย
และความบาปต่างๆของพวกเราเป็นพยานฟ้องพวกเราเอง
เพราะพวกเรารู้อยู่แก่ใจถึงการกบฏต่างๆของพวกเรา
พวกเรารู้จักความผิดบาปของพวกเราเอง
13 พวกเราได้กบฏต่อพระยาห์เวห์และไม่สัตย์ซื่อต่อพระองค์
พวกเราได้หันเหไปจากพระเจ้าของพวกเรา
พวกเราได้พูดถึงการกดขี่และการกบฏ
ได้วางแผนด้วยคำพูดหลอกลวงและพูดสิ่งเหล่านั้นออกมาจากใจ
14 ความยุติธรรมก็เลยถูกไล่กลับไป
ความถูกต้องก็อยู่ห่างไกล
ความจริงสะดุดล้มในลานเมือง
ความสัตย์ซื่อเข้ามาในเมืองไม่ได้
15 ความจริงไม่อยู่แล้ว
แล้วถ้าใครไม่ยอมทำชั่วก็จะถูกโจมตี
พระยาห์เวห์เห็นสิ่งเหล่านี้แล้วไม่พอใจมาก
เพราะความยุติธรรมไม่มีเลย
16 พระองค์โกรธแค้นที่เห็นว่าไม่มีใครเลย
ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือคนที่ถูกกดขี่ข่มเหง
แล้วพระองค์จึงใช้แขนอันทรงพลังของพระองค์เพื่อมาช่วยกู้
และความยุติธรรมของพระองค์ทำให้พระองค์ประสบผลสำเร็จ
17 พระองค์สวมความยุติธรรมไว้เป็นเหล็กป้องกันอก
และใส่ฤทธิ์ที่จะช่วยให้รอดเป็นหมวกเหล็ก
พระองค์สวมการแก้แค้นเป็นเสื้อผ้า
ใส่ความเดือดดาลเป็นเสื้อคลุม
18 พระองค์จะตอบแทนศัตรูของพระองค์ตามที่เขาสมควรจะได้รับ
คือผู้ที่ต่อสู้กับพระองค์จะได้รับความโกรธแค้น
พวกศัตรูของพระองค์จะได้รับการลงโทษ
พระองค์จะตอบแทนแผ่นดินตามแถบชายฝั่งทะเลและพวกเกาะตามที่พวกเขาสมควรจะได้รับ
19 คนพวกนั้นที่อยู่ทางตะวันตกจึงจะยำเกรงชื่อของพระยาห์เวห์
และพวกที่อยู่ทางตะวันออกจะยำเกรงศักดิ์ศรีของพระองค์
พระองค์จะซัดมาเหมือนแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวผ่านช่องแคบและโดนลมของพระยาห์เวห์พัดส่ง
20 พระยาห์เวห์บอกว่าพระองค์จะมาปลดปล่อยศิโยนให้เป็นอิสระ
พระองค์จะมาช่วยกู้คนเหล่านั้นในครอบครัวของยาโคบที่กลับใจจากการกบฏ
21 พระยาห์เวห์พูดว่า “ตัวเราเองจะให้คำมั่นสัญญากับพวกเขาว่าอย่างนี้ ‘พระวิญญาณของเราที่อยู่ในเจ้า และคำพูดที่เราได้ใส่ไว้ในปากของเจ้า จะไม่พรากไปจากเจ้าหรือลูกๆของเจ้าหรือหลานๆของเจ้า ตั้งแต่นี้ไปจนตลอดกาล’” พระยาห์เวห์สัญญาว่าอย่างนั้น
60เพลงเรื่องสง่าราศีที่เมืองเยรูซาเล็มกำลังจะได้รับ
1 ลุกขึ้น ส่องสว่างซะ เพราะแสงสว่างของเจ้ามาถึงแล้ว
รัศมีของพระยาห์เวห์ขึ้นมาส่องลงบนเจ้า
2 ความมืดปกคลุมแผ่นดิน
ความมืดมิดปกคลุมชนชาติต่างๆอยู่
แต่พระยาห์เวห์ได้ส่องสว่างอยู่บนเจ้า
และรัศมีของพระองค์จะปรากฏอยู่เหนือเจ้า
3 ชนชาติต่างๆจะมาหาแสงสว่างของเจ้า
และกษัตริย์ต่างๆจะมาถึงแสงรุ่งอรุณอันเจิดจ้าของเจ้า
4 เงยหน้าเงยตาขึ้น มองไปรอบๆ
พวกเขาทุกคนกำลังรวบรวมกันเข้ามาหาเจ้า
พวกลูกชายของเจ้ากำลังมาจากแดนไกล
พวกพี่เลี้ยงกำลังหนีบพวกลูกสาวของเจ้ามาบนเอว
5 เจ้าจะเห็นสิ่งเหล่านี้และเจ้าจะส่องประกายแห่งความสุขออกมา
ใจของเจ้าจะตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสุข
เพราะความร่ำรวยของชนชาติต่างๆที่อยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลจะมาถึงเจ้า
ใช่แล้ว ทรัพย์สมบัติของชนชาติต่างๆจะถูกยกให้กับเจ้า
6 พวกฝูงอูฐทั้งหลายจะปกคลุมแผ่นดินของเจ้า
คืออูฐหนุ่มสาวจากมีเดียนและเอฟาห์
ทุกคนจากเชบาจะมาหาเจ้า
พวกเขาจะนำทองและกำยานมาให้
แล้วเล่าเรื่องการกระทำอันน่าสรรเสริญของพระยาห์เวห์
7 ฝูงแพะแกะทั้งหมดจากเคดาร์จะถูกรวบรวมมาหาเจ้า
รวมทั้งพวกแกะตัวผู้จากเนบาโยธด้วย
พวกมันจะเป็นเครื่องสัตวบูชาที่เราจะยอมรับบนแท่นของเจ้า
และเราจะทำให้พระวิหารของเราสง่างามยิ่งขึ้นไปอีก
8 พวกนี้เป็นใครกันนะ ที่บินมาหาเจ้าอย่างกับเมฆ
บินมาเหมือนฝูงนกเขา ที่กำลังบินกลับรังของมัน
9 เรือทั้งหลายจากชายฝั่งทะเลอันไกลโพ้นกำลังรวบรวมกัน
พวกเรือจากทารชิช จะมาเป็นกลุ่มแรก
เพื่อนำพวกลูกๆของพวกเจ้าจากแดนไกล
พร้อมกับเงินทองของพวกเขาด้วย
เพื่อเป็นเกียรติให้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
เพื่อให้กับองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอล
เพราะพระองค์ได้ให้เกียรติกับพวกเจ้า
10 พวกคนต่างชาติจะมาสร้างกำแพงต่างๆของเจ้าขึ้นมา
และพวกกษัตริย์ของพวกเขาจะมาเป็นทาสเจ้า
ตอนที่เราโกรธเจ้านั้น เราได้ลงโทษเจ้า
แต่ตอนนี้เราจะมีน้ำใจต่อเจ้าและเมตตาต่อเจ้า
11 พวกประตูเมืองของเจ้า จะเปิดต้อนรับเสมอ จะไม่ปิดทั้งวันทั้งคืน
เพื่อความร่ำรวยของชนชาติทั้งหลายจะถูกนำมามอบให้กับเจ้า
และพวกกษัตริย์ของพวกเขาจะถูกนำเข้าไปด้วย
12 ถ้าชนชาติไหนหรืออาณาจักรไหนไม่ยอมรับใช้เจ้า มันจะพินาศไป
ชนชาติเหล่านั้นจะถูกทำลายอย่างสิ้นซาก
13 ความร่ำรวยของเลบานอนจะมาถึงเจ้า
ทั้งไม้สน ไม้เฟอร์ และไม้ไซปรัสของมัน
เพื่อจะใช้ตกแต่งที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา
เราจะทำให้ที่วางเท้าของเราดูสง่างาม
14 ลูกหลานของพวกที่เคยกดขี่ข่มเหงเจ้าจะก้มลงเข้ามาหาเจ้า
ทุกคนที่เคยดูหมิ่นเจ้าจะกราบอยู่แทบเท้าเจ้า
เขาจะเรียกเจ้าว่า “เมืองของพระยาห์เวห์
เมืองศิโยน ขององค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอล”
15 แต่ก่อนเจ้าถูกทอดทิ้ง คนเกลียดชัง
และไม่มีใครเดินผ่านแผ่นดินเจ้า
แต่ตอนนี้เราจะทำให้เจ้ามีศักดิ์ศรีตลอดไป
และคนจะชื่นชมในตัวเจ้าตลอดชั่วลูกชั่วหลาน
16 ชนชาติทั้งหลายจะให้สิ่งที่เจ้าต้องการเหมือนแม่ให้นมลูก
พวกเจ้าจะดื่มความร่ำรวยจากบรรดากษัตริย์
แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าเรา ยาห์เวห์ เป็นผู้ช่วยให้รอดของเจ้า เป็นผู้ไถ่เจ้าให้เป็นอิสระ เป็นองค์ผู้ทรงฤทธิ์ของยาโคบ
17 เราจะให้เจ้ามีทองคำแทนทองสัมฤทธิ์
มีเงินแทนเหล็ก
มีทองสัมฤทธิ์แทนไม้
และมีเหล็กแทนหิน
เราจะตั้งสันติสุขเป็นเจ้านายเหนือเจ้า
และความยุติธรรมจะเป็นนายของพวกเจ้า
18 จะไม่มีความโหดร้ายทารุณในแผ่นดินของเจ้า
จะไม่มีซากปรักหักพังหรือการทำลายภายในเขตแดนของเจ้า
เจ้าจะตั้งชื่อพวกกำแพงของเจ้าว่า “ความรอด”
จะตั้งชื่อพวกประตูเมืองว่า “คำสรรเสริญ”
19 เจ้าจะไม่ต้องพึ่งแสงแดดในตอนกลางวันอีกแล้ว
หรือแสงจันทร์ในตอนกลางคืน
เพราะพระยาห์เวห์จะเป็นแสงสว่างให้กับเจ้าตลอดไป
พระเจ้าของเจ้าจะเป็นรัศมีของพวกเจ้า
20 ดวงอาทิตย์ของเจ้าจะไม่ตกอีกแล้ว
หรือดวงจันทร์ของเจ้าจะไม่หายไป
เพราะพระยาห์เวห์จะเป็นแสงสว่างให้กับเจ้าตลอดไป
วันเวลาแห่งความโศกเศร้าของเจ้านั้นจะจบสิ้นไป
21 คนของเจ้า หมดทุกคนจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง
แล้วพวกเขาจะได้แผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ตลอดไป
พวกเขาเป็นต้นไม้ที่เราปลูกไว้
เป็นฝีมือของเราที่แสดงว่าเรายิ่งใหญ่
22 ครอบครัวที่เล็กที่สุดจะกลายเป็นตระกูลที่มีพันคน
ตระกูลที่เล็กที่สุดจะกลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่
เราคือยาห์เวห์
พอถึงเวลา เราจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้
61ข่าวดีสำหรับคนที่ถูกข่มเหง
1 พระวิญญาณของพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต อยู่กับผม
เพราะพระยาห์เวห์ได้เลือก+ 61:1 เลือก หรือแปลตรงๆได้ว่า “เจิม” เป็นวิธีที่พระเจ้าจะแต่งตั้งคนสำหรับงานพิเศษ เช่น เจิมให้เป็นกษัตริย์ หรือ นักบวช ด้วยการเทน้ำมันบนคนๆนั้น บางครั้งก็เจิมสิ่งของด้วย คำนี้ในภาษาฮีบรู คือ “เมสสิยาห์” ในภาษากรีก คือ “คริสต์” ผม
พระองค์ได้ส่งผมไปประกาศข่าวดีให้กับคนยากจน
ไปรักษาจิตใจที่แตกสลาย
ไปประกาศเสรีภาพให้กับเชลย
และประกาศการปลดปล่อยให้กับพวกนักโทษ
2 พระองค์ส่งผมให้ไปประกาศปีแห่งความเมตตาของพระยาห์เวห์
และวันเวลาที่พระเจ้าของเราจะแก้แค้น ไปปลอบโยนทุกคนที่เศร้าโศกเสียใจ
3 พระองค์ส่งผมให้เอามาลัยไปให้กับคนที่โศกเศร้าในศิโยน
เพื่อใส่แทนขี้เถ้า+ 61:3 ขี้เถ้า จะโยนขี้เถ้าขึ้นไปให้หล่นลงมาบนหัว แสดงถึงความเศร้าโศกเสียใจ บนหัว
ใส่น้ำมันแห่งความชื่นชมยินดีแทนชุดไว้ทุกข์
และให้ชุดงานเลี้ยงแทนจิตใจที่ท้อแท้
พวกเขาจะได้ชื่อว่า ต้นโอ๊กแห่งความรอด
ต้นไม้ของพระยาห์เวห์ที่แสดงว่าพระองค์นั้นยิ่งใหญ่
4 พวกเขาจะสร้างเมืองต่างๆที่พังทลายไปในสมัยโบราณขึ้นมาใหม่
และฟื้นสถานที่ต่างๆที่ถูกทำลายไปนานแล้วขึ้นมาใหม่
พวกเขาจะก่อเมืองที่เป็นซากปรักหักพังที่ถูกทำลายมาหลายชั่วคนแล้วขึ้นมาใหม่
5 คนต่างชาติก็จะยืนเฝ้าเลี้ยงดูฝูงแพะแกะของเจ้า
และคนต่างชาติพวกนี้ก็จะทำงานในทุ่งนาและในสวนองุ่นของเจ้า
6 จะมีคนเรียกพวกเจ้าว่า พวกนักบวชของพระยาห์เวห์
พวกเจ้าจะได้ชื่อว่า พวกผู้รับใช้ของพระเจ้าของเรา
พวกเจ้าจะได้ประโยชน์จากทรัพย์สมบัติของชนชาติต่างๆ
และพวกเจ้าก็จะได้โอ้อวดในความร่ำรวยที่ได้มาจากพวกเขา
7 พวกเจ้าจะได้ส่วนแบ่งเป็นสองเท่าแทนที่จะต้องอับอาย
พวกเจ้าจะชื่นชมยินดีกับส่วนแบ่งของพวกเจ้าแทนที่จะต้องขายหน้า
ใช่แล้ว พวกเจ้าจะได้รับส่วนแบ่งเป็นสองเท่าในแผ่นดินของพวกเจ้า
และความยินดีของพวกเจ้าจะอยู่ตลอดไป
8 พระยาห์เวห์พูดว่า “เรายาห์เวห์รักความยุติธรรม เราเกลียดการปล้นและการทำผิดทั้งหลาย
เราจะให้ค่าตอบแทนกับคนของเราตามที่เขาสมควรจะได้รับ
และเราจะทำสัญญากับพวกเขาที่จะคงอยู่ตลอดไป
9 ลูกหลานของพวกเขาจะเป็นที่รู้จักท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย
เชื้อสายของเขา ก็จะเป็นที่รู้จักท่ามกลางเชื้อชาติต่างๆ
ทุกคนที่เห็นพวกเขาต่างก็จะยอมรับว่าพวกเขาเป็นชนชาติที่พระยาห์เวห์ได้อวยพร”
10 พระยาห์เวห์ทำให้ผมชื่นชมยินดีมาก
จิตใจของผมมีความสุขเพราะพระเจ้าของผม
เพราะพระองค์ได้เอาชุดแห่งความรอดมาสวมผมไว้
พระองค์ได้คลุมผมด้วยเสื้อคลุมแห่งการช่วยกู้
เป็นเหมือนกับเจ้าบ่าวที่ประดับหัวด้วยพวงมาลัย
เป็นเหมือนกับเจ้าสาวที่ประดับตัวด้วยเพชรพลอยของนาง
11 พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตจะทำให้ความรอดอันยุติธรรมของพระองค์และคำสรรเสริญจากมนุษย์งอกขึ้นมาต่อหน้าชนชาติทั้งหลาย
เหมือนกับพืชที่งอกขึ้นมาจากดิน เหมือนกับเมล็ดที่โผล่ขึ้นมาในสวน
62ชัยชนะของเมืองเยรูซาเล็ม
1 เพื่อจะช่วยศิโยน ผมจะไม่ยอมเก็บตัวเงียบ
เพื่อจะช่วยเยรูซาเล็ม ผมจะไม่ยอมอยู่เฉย
จนกว่าชัยชนะของนางจะส่องสว่างออกมาเหมือนกับแสงรุ่งอรุณ
และความรอดของนางส่องสว่างเหมือนกับคบเพลิง
2 แล้วชนชาติต่างๆจะได้เห็นชัยชนะของเจ้า
กษัตริย์ทั้งหลายจะได้เห็นสง่าราศีของเจ้า
เจ้าจะมีชื่อใหม่ที่พระยาห์เวห์เองจะเป็นผู้ตั้งให้
3 เจ้าจะเป็นมงกุฎที่สวยงามในมือของพระยาห์เวห์
เป็นมงกุฎของกษัตริย์ในมือของพระเจ้าของเจ้า
4 คนจะไม่เรียกเจ้าว่า ผู้ถูกผัวทิ้ง
และแผ่นดินของเจ้าก็จะไม่ถูกเรียกว่าร้างเปล่าอีกต่อไป
เพราะคนจะเรียกเจ้าว่า คนที่พระเจ้ารัก
และคนจะเรียกแผ่นดินของเจ้าว่า
เจ้าสาวของพระเจ้า
เพราะพระยาห์เวห์รักเจ้า
และแผ่นดินของเจ้าจะแต่งงานกับพระยาห์เวห์
5 ผู้ที่จะสร้างเจ้าขึ้นมาใหม่ก็จะแต่งงานกับเจ้า
เหมือนกับที่ชายหนุ่มแต่งงานกับหญิงสาว
พระเจ้าของเจ้าจะชื่นชมในตัวเจ้า
เหมือนกับเจ้าบ่าวชื่นชมในตัวเจ้าสาว
6 เยรูซาเล็มเอ๋ย เราได้ตั้งพวกยามไว้บนกำแพงทั้งหลายของเจ้า
เขาจะร้องอธิษฐานตลอดวันตลอดคืนไม่นิ่งเงียบ
พวกเจ้าที่ร้องขอให้พระยาห์เวห์ช่วยเหลือ อย่ายอมหยุดพักเลย
7 และอย่าให้พระองค์หยุดพักด้วย
จนกว่าพระองค์จะตั้งเยรูซาเล็มขึ้นมาใหม่
จนกว่าพระองค์จะทำให้เยรูซาเล็มเป็นเมืองที่คนทั่วโลกยกย่อง
8 พระยาห์เวห์ได้สาบานด้วยการยกมือขวาและแขนอันทรงพลังของพระองค์ว่า
“เราจะไม่ให้เมล็ดข้าวของเจ้าตกไปเป็นอาหารของพวกศัตรูของเจ้าอีกต่อไป
เราจะไม่ให้พวกคนต่างชาติได้ดื่มเหล้าองุ่นใหม่ของเจ้า ที่เจ้าได้มาจากการทำงานอย่างหนัก
9 แต่พวกที่เก็บเกี่ยวเมล็ดข้าวก็จะได้กินมัน และพวกเขาจะสรรเสริญพระยาห์เวห์
และคนพวกนั้นที่เก็บผลองุ่นจะได้ดื่มเหล้าองุ่นในลานวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา”
10 ออกไป ออกไปทางประตูเมือง
ไปเตรียมถนนให้กับประชาชน
สร้างมันขึ้นมา สร้างทางหลวงขึ้นมา
เก็บหินทิ้งข้างทางให้หมด
ยกธงขึ้นเป็นสัญญาณให้ชนชาติทั้งหลายเห็น
11 ดูสิ พระยาห์เวห์ได้ประกาศไปถึงสุดปลายโลกว่า “ให้บอกนางสาวศิโยนว่า
‘ดูสิ ความรอดของเธอกำลังมา
พระองค์เอารางวัลมาให้
พระองค์จะจ่ายค่าตอบแทนให้’
12 คนจะเรียกพวกเขาว่าคนของพระเจ้าโดยเฉพาะ
พวกที่พระยาห์เวห์ได้ปลดปล่อยให้เป็นอิสระ
และศิโยน เจ้าจะได้ชื่อว่าผู้ที่พระเจ้าอยากได้
เมืองที่พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้ง”
63พระยาห์เวห์ลงโทษชนชาติต่างๆ
1 คนยามร้องตะโกนว่า ใครกันนั่นที่กำลังมาจากเอโดม
ใครกันนั่นที่มาจากเมืองโบสราห์ เสื้อผ้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดง
ใครกันนั่น แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอย่างดี
มุ่งหน้ามาด้วยพลังอันแข็งแกร่ง
พระยาห์เวห์พูดว่า “เป็นเราเอง เราชนะแล้ว เรามีพลังอันเกรียงไกรที่จะช่วยให้เจ้ารอดได้”
2 ทำไมเสื้อผ้าของท่านถึงเปื้อนสีแดง
ทำไมเสื้อผ้าของท่านถึงเหมือนกับคนเหล่านั้นที่เดินย่ำอยู่ในบ่อองุ่น
3 พระองค์ตอบว่า “เราเหยียบย่ำองุ่นอยู่ในบ่อเพียงคนเดียว
ไม่มีชนชาติไหนช่วยเราเลย
เราเหยียบย่ำพวกชนชาติเหล่านั้นด้วยความโกรธ เราได้บดขยี้พวกมันด้วยความโกรธแค้น
เลือดของพวกมันกระเด็นใส่เสื้อผ้าเรา
เราได้ทำให้เสื้อผ้าของเราเปรอะเปื้อนไปหมด
4 ตอนนั้น เราได้กำหนดวันลงโทษชนชาติต่างๆ
ตอนนั้น ปีที่จะปลดปล่อยคนของเราให้เป็นอิสระได้มาถึงแล้ว
5 เรามองไป แต่ไม่มีใครมาช่วย
เราแปลกใจมากที่ไม่มีใครสนับสนุนเรา
เราก็เลยชนะด้วยแขนอันทรงพลังของเราเอง
ความโกรธของเราเองสนับสนุนเรา
6 เราได้เหยียบย่ำชนชาติต่างๆด้วยความโกรธ
เราได้บดขยี้พวกมัน+ 63:6 เราได้บดขยี้พวกมัน สำเนาฮีบรูหลายฉบับแปลอย่างนี้ แต่ก็มีพวกสำเนาฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กัน เขียนว่า “เราทำให้พวกมันเมา” ด้วยความโกรธแค้น
เราได้เทเลือดของพวกมันลงบนพื้น”
พระยาห์เวห์แสดงความเมตตาต่อคนของพระองค์
7 ผมจะเล่าถึงเรื่องต่างๆที่พระยาห์เวห์ได้แสดงความเมตตากับเรา
เป็นเรื่องที่น่ายกย่องสรรเสริญ
เราควรจะสรรเสริญพระองค์สำหรับเรื่องทุกอย่างที่พระองค์ทำเพื่อพวกเรา
สำหรับความดีงามที่ยิ่งใหญ่ที่พระองค์มีต่อครอบครัวของอิสราเอล
พระองค์ได้แสดงความเมตตาปรานีต่อพวกเรา
พระองค์ได้ช่วยพวกเราด้วยความรักมั่นคงครั้งแล้วครั้งเล่า
8 พระองค์พูดว่า “ใช่แล้ว พวกนี้เป็นคนของเราแน่ เป็นลูกๆที่จะไม่มีวันทรยศเรา”
พระองค์ถึงได้มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขา
9 ไม่ใช่ผู้ส่งข่าว ไม่ใช่ทูตสวรรค์
แต่เป็นพระองค์เองที่ช่วยพวกเขาจากความทุกข์ร้อนทั้งหมดของพวกเขา
พระองค์ได้ไถ่พวกเขาไว้เพราะพระองค์รักและสงสารพวกเขา
ในอดีตนั้นพระองค์ยกพวกเขาขึ้นมาอุ้มอยู่เสมอ
10 แต่พวกเขากลับกบฏและทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์เสียใจ
พระองค์จึงกลายเป็นศัตรูของพวกเขา
แล้วพระองค์เองได้ต่อสู้กับพวกเขา
11 ต่อมาพวกเขาก็ได้คิดถึงวันเก่าก่อน
คนของพระองค์ได้คิดถึงโมเสส
พวกเขาคิดในใจว่า พระผู้นั้นที่นำฝูงแกะของพระองค์พร้อมพวกผู้เลี้ยงผ่านทะเลขึ้นมา ไปอยู่ไหนแล้ว
พระผู้นั้นที่ใส่พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ไว้ในตัวโมเสส
12 และจูงท่านไปด้วยมือที่เต็มไปด้วยพลังและสง่าราศีของพระองค์ หายไปไหนแล้ว
พระผู้นั้นที่แหวกน้ำต่อหน้าพวกเขาเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับพระองค์เองตลอดไป หายไปไหนแล้ว
13 ผู้ที่นำพวกเขาเดินผ่านน้ำลึกไป หายไปไหนแล้ว
พวกเขาไม่ได้สะดุดล้ม พวกเขาเป็นเหมือนม้าที่เดินอยู่ในที่ราบเรียบ
14 พระวิญญาณของพระยาห์เวห์ให้พวกเขาพักผ่อน
เหมือนกับฝูงวัวที่ลงไปอยู่ในหุบเขาเขียวชอุ่ม
อย่างนี้พระองค์ได้นำคนของพระองค์
เพื่อพระองค์จะได้สร้างชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ให้กับพระองค์เอง
อธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ให้ช่วยคนของพระองค์
15 ตอนนี้ขอโปรดมองลงมาจากฟ้าสวรรค์และสังเกตพวกเราสิ
มองลงมาจากบ้านอันศักดิ์สิทธิ์และสง่างามของพระองค์เถิด
ความรักอันร้อนแรงของพระองค์และฤทธิ์อำนาจของพระองค์หายไปไหนหมดแล้ว
ความรักใคร่และความเมตตาปรานีของพระองค์หายไปไหนหมดแล้ว
ทั้งหมดนั้นถูกยั้งไว้จากพวกเรา
16 พระองค์คือพ่อของพวกเรา
ถึงอับราฮัมจะจำพวกเราไม่ได้และอิสราเอลจะบอกว่าไม่รู้จักเรา
แต่พระองค์ พระยาห์เวห์ก็ยังจะเป็นพ่อของพวกเราอยู่ดี
ชื่อของพระองค์ตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้วคือ “ผู้ปกป้องเรา”
17 พระยาห์เวห์เจ้าข้า ทำไมพระองค์ถึงปล่อยให้เราหลงไปจากทางทั้งหลายของพระองค์
และปล่อยให้จิตใจของเราแข็งกระด้างจนไม่ยำเกรงพระองค์
กลับมาเถิด เพื่อช่วยพวกผู้รับใช้ของพระองค์
เพื่อช่วยเผ่าต่างๆซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของพระองค์เอง
18 ชนชาติศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้เป็นเจ้าของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์แค่ช่วงสั้นๆ
แต่ตอนนี้ศัตรูของพวกเราได้เหยียบย่ำสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์แล้ว
19 นานมาแล้วที่พวกเราเป็นเหมือนคนพวกนั้นที่พระองค์ไม่ได้ครอบครอง
เหมือนคนเหล่านั้นที่ไม่ได้เป็นคนของพระองค์
641 อยากให้พระองค์แหวกสวรรค์ลงมาเหลือเกิน
พวกภูเขาต่างๆจะได้สั่นไหว+ 64:1 สั่นไหว หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “หลอมละลาย” ต่อหน้าพระองค์
2 ขอลงมาทำให้ศัตรูของพระองค์ได้เจอกับตัวจริงของพระองค์
ชนชาติทั้งหลายจะได้กลัวจนตัวสั่นต่อหน้าพระองค์
เหมือนกับกิ่งไม้เจอไฟหรือหม้อน้ำตั้งบนไฟ
3 พระองค์ได้ทำสิ่งอัศจรรย์ต่างๆที่เราคิดไม่ถึง
คือพระองค์ได้ลงมาและภูเขาทั้งหลายต่างสั่นไหวต่อหน้าพระองค์
4 ตั้งแต่เก่าก่อน ไม่มีใครเคยได้ฟัง
ไม่มีหูไหนเคยได้ยิน
ไม่มีลูกตาไหนเคยเห็นเทพเจ้าองค์ไหนที่ช่วยคนเหล่านั้นที่หวังพึ่งมัน
นอกจากพระองค์
5 พระองค์มาช่วยคนเหล่านั้นที่มีความสุขในการทำสิ่งที่ถูกต้อง
ที่ยอมรับพระองค์ด้วยการใช้ชีวิตในแนวทางทั้งหลายของพระองค์
เมื่อก่อนตอนที่พระองค์โกรธ พวกเราก็ทำบาปมากยิ่งขึ้นต่อพระองค์
แล้วพวกเราก็ยังทำบาปเหล่านั้นมาเรื่อยๆ แล้วตอนนี้เราจะรอดได้ยังไง
6 พวกเราทุกคนได้กลายเป็นเหมือนของแปดเปื้อนไปแล้ว
การทำดีทั้งหลายของเราเป็นเหมือนผ้าอนามัยใช้แล้ว
พวกเราทุกคนก็เหี่ยวแห้งไปเหมือนใบไม้
แล้วความบาปทั้งหลายของเราก็เป็นเหมือนลมที่เป่าเราให้ปลิวไป
7 ไม่มีใครร้องเรียกชื่อของพระองค์
หรือพยายามคว้าพระองค์ไว้
เพราะพระองค์ได้หันหน้าไปจากพวกเราแล้ว
และพระองค์ได้ใช้ความบาปของพวกเราหลอมละลายพวกเราไป
8 แต่พระยาห์เวห์เจ้าข้า พระองค์ยังเป็นพ่อของพวกเราอยู่นะ เราเป็นดินเหนียว และพระองค์เป็นช่างปั้นเรา
เราทุกคนเป็นฝีมือของพระองค์
9 พระยาห์เวห์เจ้าข้า อย่าได้โกรธมากเกินไปเลย
อย่าได้จดจำความผิดบาปของพวกเราตลอดไป
โปรดมองพวกเราหน่อย เราทุกคนเป็นชนชาติของพระองค์
10 เมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายของพระองค์ได้กลายเป็นทะเลทรายไปแล้ว
ศิโยนได้กลายเป็นทะเลทราย
เยรูซาเล็ม ได้กลายเป็นที่รกร้างไปแล้ว
11 วิหารอันศักดิ์สิทธิ์และสวยงามของพวกเรา
ซึ่งเป็นที่ที่บรรพบุรุษของพวกเราใช้สรรเสริญพระองค์นั้นถูกไฟเผาไปแล้ว
และของที่มีค่าทั้งหมดของพวกเราก็ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น
12 พระยาห์เวห์เจ้าข้า ขนาดเกิดเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว พระองค์ยังจะรั้งมือไม่ช่วยพวกเราอีกหรือ
พระองค์ยังจะเงียบๆอยู่หรือ และลงโทษพวกเรามากเกินไปหรือ
65การตัดสินอันยุติธรรมของพระยาห์เวห์ต่ออิสราเอล
1 พระยาห์เวห์ตอบว่า “ตอนนั้น เราพร้อมที่จะให้คนพวกนั้นที่ไม่ได้เรียกหาเรา ได้เข้ามาใกล้เรา
ตอนนั้นเราพร้อมที่จะให้คนพวกนั้นที่ไม่ได้ตามหาเรา ได้เจอกับเรา
เราได้พูดกับชนชาติที่ไม่ได้ร้องเรียกเราว่า ‘เราอยู่นี่ เราอยู่นี่’
2 เราอ้าแขนของเราทั้งวันให้กับชนชาติที่ดื้อรั้น
ที่ชอบเดินในเส้นทางที่ไม่ดีและชอบตามใจตัวเอง
3 พวกเขาเป็นชนชาติที่ท้าทายเราต่อหน้าอยู่เรื่อยโดยไปเซ่นไหว้พวกพระเทียมเท็จตามสวน
และถวายเครื่องหอมบูชาให้กับพระเทียมเท็จเหล่านั้นบนพวกแท่นบูชาที่ทำจากอิฐ
4 คนพวกนั้นไปนั่งติดต่อกับวิญญาณคนตายท่ามกลางอุโมงค์ฝังศพและไปค้างคืนตามถ้ำเก็บศพต่างๆ
พวกเขากินเนื้อหมูและมีน้ำแกงที่ทำจากสัตว์ต้องห้ามอยู่ในหม้อของพวกเขา
5 พวกเขาพูดว่า ‘อยู่ห่างๆ
อย่าเข้ามาใกล้ข้าเพราะข้าศักดิ์สิทธิ์เกินไปสำหรับเจ้า’
คนอย่างนี้เป็นเหมือนควันในจมูกของเรา
เป็นเหมือนไฟที่ไหม้อยู่ทั้งวัน
6 ดูสิ บาปของพวกเขาถูกบันทึกไว้ต่อหน้าเรา
เราจะไม่อยู่นิ่งเฉยแต่เราจะตอบแทนอย่างเต็มที่
เราจะเทค่าตอบแทนลงบนตักของพวกเขา
7 สำหรับทั้งความบาปของพวกเขาและความบาปของบรรพบุรุษของพวกเขา” พระยาห์เวห์ว่าอย่างนั้น
เราจะตวงค่าตอบแทนของพวกเขาแล้วเทมันลงไปบนตักของพวกเขา
เพราะพวกเขาได้เผาเครื่องหอมบนพวกภูเขา
และหมิ่นประมาทเราบนพวกเนินเขา
8 พระยาห์เวห์พูดว่า “เมื่อคนคั้นองุ่นยังเห็นว่ายังมีน้ำองุ่นเหลืออยู่ในพวงองุ่น
พวกเขาก็จะพูดว่า ‘อย่าเพิ่งทำลายมัน เพราะยังมีน้ำองุ่นเหลืออยู่’
เช่นเดียวกัน เราก็จะไม่ทำลายประชาชนพวกนี้จนราบคาบ
เพราะยังมีพวกผู้รับใช้ของเราเหลืออยู่ในนั้น
9 เราจะให้ลูกหลานกับยาโคบ ให้ทายาทกับยูดาห์
ผู้ที่จะรับภูเขาทั้งหลายของเราเป็นมรดก
พวกที่เราเลือกมาจะได้รับแผ่นดินนี้เป็นมรดก
พวกผู้รับใช้ของเราจะได้ตั้งรกรากอยู่ที่นั่น
10 เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนของเราที่แสวงหาเรา
เราจะทำให้ที่ราบชาโรนกลายเป็นทุ่งหญ้าสำหรับฝูงแพะแกะ
และหุบเขาอาโคร์ กลายเป็นที่ให้ฝูงโคนอน สำหรับคนของเราที่แสวงหาเรา
11 แต่ไอ้พวกเจ้าที่ทิ้งพระยาห์เวห์ไป
ที่ลืมภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา
แล้วไปตั้งโต๊ะบูชาให้กับ พระโชค
และเติมเหล้าองุ่นบูชาให้กับ พระเคราะห์
12 เราจะทำให้เจ้ามีเคราะห์ ต้องตายด้วยดาบ
พวกเจ้าทุกคนจะต้องก้มลงให้พวกศัตรูฆ่า
เพราะเราได้เรียกพวกเจ้า แต่พวกเจ้าไม่ตอบ
เราได้พูด แต่พวกเจ้าไม่ยอมฟัง
เจ้าทำในสิ่งที่เราเห็นว่าชั่วร้าย
เจ้าเลือกทำในสิ่งที่เราไม่พอใจ”
13 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตพูดไว้อย่างนี้ว่า
“พวกผู้รับใช้ของเราจะได้กิน แต่พวกเจ้าคนชั่วจะหิวโหย
พวกผู้รับใช้ของเราจะได้ดื่ม แต่พวกเจ้าคนชั่วจะหิวกระหาย
พวกผู้รับใช้ของเราจะมีความสุข แต่พวกเจ้าคนชั่วจะได้รับความอับอาย
14 พวกผู้รับใช้ของเราจะร้องเพลงเพราะสุขใจ
แต่พวกเจ้าคนชั่วจะร้องคร่ำครวญเพราะทุกข์ใจ
พวกเจ้าคนชั่วจะร้องครวญครางเพราะจิตใจแตกสลาย
15 พวกผู้รับใช้ที่เราได้เลือกไว้ ก็จะใช้ชื่อของเจ้าสาปแช่งคน
แล้วพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต ก็จะให้พวกเจ้าคนชั่วตายไป
แต่ส่วนพวกผู้รับใช้ของพระองค์นั้น พระองค์จะให้ชื่อใหม่กับพวกเขา
16 ทุกคนในแผ่นดินที่ขอพรก็จะขอจากพระเจ้าที่สัตย์ซื่อ
และทุกคนในแผ่นดินที่สาบานก็จะสาบานโดยอ้างถึงพระเจ้าที่สัตย์ซื่อ
เพราะเราจะลืมความทุกข์ยากต่างๆที่เราทำให้เกิดกับพวกเจ้าในอดีต
พวกความทุกข์ยากนั้นจะถูกหลบซ่อนไปจากสายตาของเรา
พระยาห์เวห์จะสร้างฟ้าสวรรค์ใหม่และโลกใหม่สำหรับคนของพระองค์
17 ดูสิ เรากำลังจะสร้างสวรรค์ใหม่ และโลกใหม่
จะไม่มีใครจดจำเรื่องเก่าๆอีกต่อไป
มันก็จะไม่แวบเข้ามาในความคิดอีกเลย
18 แต่ขอให้ดีใจและมีความสุขตลอดไปกับสิ่งที่เรากำลังสร้าง
ดูสิ เราจะสร้างเยรูซาเล็มให้เป็นบ่อเกิดของความสุข
และเราจะสร้างคนของนาง ให้เป็นบ่อเกิดของความยินดี
19 เยรูซาเล็มจะทำให้เราชื่นบาน คนของเราจะทำให้เรายินดี
จะไม่มีเสียงร้องไห้
หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือในเมืองนั้นอีกต่อไป
20 จะไม่มีเด็กทารกที่มีชีวิตอยู่ไม่กี่วัน
หรือคนแก่ที่ยังตายก่อนเวลาอันควร
คนที่ตายตอนอายุหนึ่งร้อยปีก็ยังถือว่ายังหนุ่มอยู่
คนที่ตายก่อนอายุร้อยปีก็ถือว่าถูกสาปแช่ง
21 คนของเราจะสร้างบ้านและจะได้เข้าไปอยู่
พวกเขาจะปลูกสวนองุ่นและจะได้กินผลของมัน
22 พวกเขาจะไม่สร้างบ้านแต่คนอื่นมาอยู่แทน
พวกเขาจะไม่ปลูกสวนองุ่นแต่คนอื่นมากินแทน
พวกเขาจะมีอายุยืนเหมือนต้นไม้
พวกคนที่เราได้เลือกไว้จะได้ใช้สิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมากับมือจนมันเสื่อมสภาพไป
23 พวกเขาจะไม่ทำงานหนักโดยเปล่าประโยชน์
และพวกเขาจะไม่คลอดลูกที่จะต้องมาเจอกับความตายอย่างฉับพลัน
เพราะพวกเขาจะเป็นเชื้อชาติที่พระยาห์เวห์อวยพร
รวมทั้งลูกหลานของพวกเขาด้วย
24 เราจะตอบพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะร้องเรียกเราเสียอีก
พวกเขายังพูดไม่ทันขาดคำ เราก็จะตอบแล้ว
25 หมาป่าและลูกแกะจะกินอยู่ด้วยกัน
สิงโตจะกินฟางเหมือนวัว
แต่งูจะต้องกินฝุ่นต่อไป
จะไม่มีการทำร้ายหรือทำลายกันทั่วภูเขาที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา”
พระยาห์เวห์พูดไว้ว่าอย่างนั้น
66พระองค์ประณามการนมัสการที่ผิด
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “ฟ้าสวรรค์เป็นบัลลังก์ของเราและโลกนี้เป็นที่วางเท้าของเรา
แล้วอย่างนี้ พวกเจ้าจะสร้างบ้านแบบไหนให้กับเรา
แล้วอย่างนี้ พวกเจ้าจะสร้างที่พักผ่อนแบบไหนให้กับเรา
2 มือของเราเองได้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
และสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดเป็นของเรา”
พระยาห์เวห์พูดอย่างนี้
“แต่นี่ต่างหากที่เราให้ความสนใจ
คือคนที่ถ่อมสุภาพ คนที่สำนึกผิดในใจ
คนที่สั่นกลัวเมื่อได้ยินคำพูดทั้งหลายของเรา
3 บางคนฆ่าวัวตัวผู้ถวายเราก็จริง แต่ก็ยังไปฆ่ามนุษย์ด้วย
บางคนถวายลูกแกะให้กับเรา แต่ก็หักคอหมาเอาไปถวายพระอื่นด้วย+ 66:3 หักคอหมา … พระอื่นด้วย หรืออาจหมายถึงหักคอหมาเพื่อปล้นแกะที่หมานั้นเฝ้าอยู่
บางคนถวายเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช แต่ก็ถวายเลือดของหมูให้กับรูปเคารพด้วย
บางคนเผาเครื่องหอมถวายเรา แต่ก็ไปสรรเสริญรูปเคารพด้วย
คนพวกนี้เลือกทำตามวิถีทางของเขาเอง
พวกเขาก็ชอบทำในสิ่งที่น่าขยะแขยงพวกนั้น
4 อย่างนั้น เราก็จะเลือกการลงโทษอย่างหนักให้กับพวกเขา
เราจะเอาสิ่งที่พวกเขากลัวมาให้กับพวกเขา
เพราะเมื่อเราเรียก ก็ไม่มีใครตอบ
เราพูด แต่ไม่มีใครฟัง
พวกเขาก็ทำในสิ่งที่เราเห็นว่าชั่วช้า
พวกเขาเลือกทำในสิ่งที่เราไม่พอใจ”
5 พวกเจ้าที่สั่นกลัวเมื่อได้ยินคำพูดของพระองค์นั้น
ฟังคำพูดของพระยาห์เวห์ให้ดี
“พี่น้องของเจ้าที่เกลียดเจ้าและไม่ยอมรับเจ้า
เพราะเจ้าจงรักภักดีต่อเรา ได้พูดว่า
‘ให้พระยาห์เวห์แสดงความยิ่งใหญ่ด้วยการช่วยพวกแกสิเพื่อเราจะได้เห็นพวกแกชื่นชมยินดี’”
แต่พวกมันจะต้องอับอายขายหน้า
พระยาห์เวห์จะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับเมืองเยรูซาเล็มในเร็วๆนี้
6 ฟังซิ เสียงดังมาจากในเมือง
เสียงดังมาจากวิหาร
มันเป็นเสียงของพระยาห์เวห์ที่กำลังตอบแทนพวกศัตรูของพระองค์ตามที่พวกมันสมควรจะได้รับ
7 ศิโยนยังไม่ทันจะปวดท้องคลอดเลย เธอก็ได้คลอดออกมาแล้ว
ก่อนที่เธอจะเจ็บปวดเสียอีก เธอก็ได้คลอดลูกชายออกมาแล้ว
8 ใครเคยได้ยินเรื่องอย่างนี้มาก่อนบ้าง
ใครเคยเห็นเรื่องอย่างนี้มาก่อนบ้าง
มีประเทศไหนบ้างที่เกิดขึ้นได้ภายในวันเดียว
มีชนชาติไหนบ้างที่คลอดออกมาได้ในชั่วพริบตาเดียว
พอศิโยนปวดท้องคลอดปุ๊บ เธอก็คลอดลูกๆออกมาปั๊บ
9 พระยาห์เวห์ถามว่า “เราที่เป็นคนเปิดช่องคลอด จะไม่ให้เด็กคลอดออกมาหรือ”
พระเจ้าของเจ้าถามว่า “เราที่เป็นคนทำคลอด จะไปยั้งไม่ให้ชนชาติของเราคลอดออกมาหรือ”
10 พวกเจ้าที่รักเยรูซาเล็ม ให้ชื่นชมยินดีกับเธอ และดีใจกับเธอ
พวกเจ้าทุกคนที่เคยไว้ทุกข์ให้กับเยรูซาเล็มให้ร่วมเฉลิมฉลองกับเธอ
11 เพื่อเจ้าจะได้ดูดและอิ่มหนำในอ้อมอกอันปลอบประโลมของเธอ
เพื่อเจ้าจะได้ดื่มและมีความสุขจากหัวนมที่มีน้ำนมอย่างเหลือเฟือของเธอ
12 เพราะนี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูดคือ
“ดูสิ เราจะให้ความเจริญรุ่งเรืองไหลมาสู่เยรูซาเล็มเหมือนกับแม่น้ำ
ให้ความร่ำรวยของชนชาติต่างๆไหลมาสู่เธอเหมือนลำธารที่ไหลล้น
พวกเจ้าจะได้ดูดนมของเธอและเธอจะแนบเจ้าไว้ที่เอว
เธอจะเขย่าเจ้าขึ้นลงเบาๆบนเข่าของเธอ
13 เราก็จะปลอบโยนพวกเจ้าเหมือนกับที่แม่ๆปลอบโยนลูกๆของนาง
เจ้าจะได้รับการปลอบโยนในเมืองเยรูซาเล็ม”
14 พวกเจ้าจะเห็นสิ่งเหล่านี้แล้วจิตใจจะร่าเริงยินดี
และร่างกายจะฟื้นสภาพเหมือนหญ้าที่เพิ่งงอก+ 66:14 จิตใจ … ที่เพิ่งงอก หรือแปลตรงๆได้ว่า “กระดูกจะกระชุ่มกระชวยขึ้นเหมือนหญ้าที่เพิ่งงอก”
พระยาห์เวห์จะทำให้พวกผู้รับใช้ของพระองค์สัมผัสกับพลังอำนาจของพระองค์
แต่พวกศัตรูของพระองค์จะได้สัมผัสกับความโกรธของพระองค์
15 เพราะพระยาห์เวห์กำลังมาด้วยไฟ รถรบของพระองค์เป็นเหมือนลมพายุ พระองค์มาเพื่อลงโทษคนพวกนั้นด้วยความโกรธที่เดือดดาลของพระองค์
และตะโกนบุกใส่พวกเขา และยิงลูกศรเพลิงใส่พวกเขา
16 เพราะพระยาห์เวห์จะตัดสินลงโทษด้วยไฟ
จะตัดสินลงโทษมนุษย์ด้วยดาบของพระองค์
จะมีคนมากมายที่ถูกพระยาห์เวห์ฆ่า
พระเจ้าจะตัดสินโทษศัตรูของพระองค์ที่เมืองเยรูซาเล็ม
17 “พวกคนที่อุทิศตัวและชำระตัวเองให้บริสุทธิ์ เพื่อจะได้ไปหารูปเคารพหญิงนั้น ที่อยู่กลางสวนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ+ 66:17 เพื่อจะได้ไปหา … กลางสวนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ติดตามผู้นำของพวกเขาไปนมัสการพวกพระในสวนศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น” พวกที่กินเนื้อหมู เนื้อหนู และสิ่งอื่นๆที่น่าขยะแขยง พวกเขาทุกคนจะจบสิ้นไปพร้อมๆกัน” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
18 “เรารู้จักการกระทำและความคิดทั้งหลายของคนพวกนี้ เรากำลังมาเพื่อรวบรวมคนทุกชนชาติทุกภาษา พวกเขาจะได้มาเห็นสง่าราศีของเรา 19 และเราจะทำสิ่งมหัศจรรย์ท่ามกลางพวกเขา เราจะส่งผู้รอดตายบางคนในพวกเขา ไปยังชนชาติต่างๆ ไปยังเมืองทารชิช ไปยังเมืองลิเบีย เมืองลูดผู้เก่งธนู เมืองทูบัล และเมืองยาวาน ไปยังแถบชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกล ที่ยังไม่เคยได้ยินเรื่องของเราและยังไม่เคยเห็นความยิ่งใหญ่ของเรา พวกที่เราส่งออกไปนี้ก็จะได้พูดถึงความยิ่งใหญ่ของเราท่ามกลางชนชาติเหล่านั้น 20 และพวกเขาก็จะนำพวกพี่น้องชาวอิสราเอลทั้งหมดของเจ้ากลับมาจากทั่วทุกชาติ เป็นของถวายให้กับพระยาห์เวห์ เหมือนตอนที่ชาวอิสราเอลนำเครื่องบูชาจากเมล็ดพืชในภาชนะที่สะอาดมายังวิหารของพระยาห์เวห์ พวกเขาจะกลับมาบนม้า บนรถรบ บนเกวียน บนล่อ และบนอูฐ มายังภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของเราคือ เยรูซาเล็ม” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น 21 “เราก็จะเอาพวกเขาบางคนมาเป็นพวกนักบวชและพวกเลวี” พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
22 “แน่นอนลูกหลานของเจ้าและชื่อของเจ้าจะยืนอยู่ต่อหน้าเราตลอดไป
เหมือนกับฟ้าสวรรค์ใหม่และโลกใหม่ที่เราจะสร้างขึ้นนั้น”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
23 “วันขึ้นพระจันทร์ใหม่ของทุกเดือน
และวันหยุดทางศาสนาของทุกอาทิตย์มนุษย์ทุกคนจะมานมัสการเรา”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนั้น
24 “และพวกเขาจะออกไปเห็นซากศพทั้งหลายของคนที่กบฏต่อเรา พวกหนอนที่กินพวกมันจะไม่มีวันตาย ไฟที่เผาผลาญพวกมันอยู่ก็จะไม่มีวันดับและทุกคนที่เห็นศพเหล่านั้นจะสะอิดสะเอียน”