โฮเชยา
คำนำ
โฮเชยา มีความหมายว่า “พระยาห์เวห์ช่วยกู้”
ในพระคัมภีร์ทั้งหมด หนังสือโฮเชยาเป็นหนังสือเพียงเล่มเดียวที่ประกอบด้วยคำเทศนาของผู้พูดแทนพระเจ้าที่มาจากอาณาจักรฝ่ายเหนือ (อิสราเอล)
บทที่ 1-3 เป็นเรื่องเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตของโฮเชยา เช่นพระยาห์เวห์บอกให้โฮเชยาไปเอาหญิงเล่นชู้มาเป็นเมีย ให้รักนาง ทั้งๆที่นางไม่สัตย์ซื่อกับเขา และให้โอกาสกับนางใหม่ เหมือนกับที่พระยาห์เวห์ให้โอกาสกับคนอิสราเอล
บทที่ 4-14 เป็นการรวบรวมคำพูดต่างๆที่มาจากพระยาห์เวห์ มีทั้งเรื่องการพิพากษาและความรอด เน้นเรื่องความเมตตาปรานี และความรักที่พระองค์มีต่อชาวอิสราเอล
โฮเชยาบอกคนอิสราเอลและคนยูดาห์ว่า พระยาห์เวห์โกรธพวกเขาที่ไม่สัตย์ซื่อต่อพระองค์ ที่พวกเขาไปนมัสการพระบาอัลพระแห่งพายุของชาวคานาอัน และที่พวกเขาไปพึ่งกำลังทหารของพันธมิตรต่างชาติ พวกเขาจะต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน แต่พระองค์ก็ยังรักพวกเขา และไม่อยากเห็นพวกเขาถูกทำลายจนย่อยยับไป โฮเชยาให้ความหวังกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์จะอภัยให้กับพวกเขา พร้อมกับอวยพรพวกเขาด้วย ถ้าพวกเขาหันกลับมาหาพระองค์
1ข่าวสารจากพระเจ้าผ่านทางโฮเชยา
1 พระคำของพระยาห์เวห์ ที่ให้ไว้กับโฮเชยา ลูกชายของเบเออรี ในช่วงต่างๆที่ อุสซียาห์ โยธาม อาหัส และเฮเซคียาห์ เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์+ 1:1 อุสซียาห์ โยธาม อาหัส … ยูดาห์ กษัตริย์เหล่านี้สืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์ดาวิด พวกเขาปกครองยูดาห์ ในช่วงประมาณปี 783 ถึง ปี 687 ก่อนพระเยซูมาเกิด และในสมัยที่เยโรโบอัม+ 1:1 เยโรโบอัม คือ เยโรโบอัมที่สองปกครองสิบเผ่าทางตอนเหนือ (อิสราเอล) เป็นเวลาเดียวกับที่ อุสซียาห์ ปกครองยูดาห์ อาณาจักรทางใต้ (ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือ 2 พงศ์กษัตริย์ 14-20) ลูกชายของโยอาช เป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอล
ครอบครัวของโฮเชยา
2 ในครั้งแรกที่พระยาห์เวห์พูดกับโฮเชยานั้น พระองค์พูดว่า “ไปสิ ไปเอาหญิงเล่นชู้มาเป็นเมีย และนางจะมีลูกให้กับเจ้าที่ชอบเล่นชู้เหมือนนาง เพราะแผ่นดินอิสราเอลนี้มีชู้ ไม่สัตย์ซื่อต่อพระยาห์เวห์”
3 ดังนั้นโฮเชยาจึงไปเอาโกเมอร์ ลูกสาวของดิบลาอิมมาเป็นเมีย และนางก็ตั้งท้องและให้กำเนิดลูกชายให้กับโฮเชยา 4 แล้วพระยาห์เวห์พูดกับโฮเชยาว่า “ให้เรียกเด็กนั้นว่า ยิสเรเอล+ 1:4 ยิสเรเอล ชื่อนี้ในภาษาฮีบรู แปลว่า “พระเจ้าหว่าน” หรือ “พระเจ้าทำให้กระจัดกระจายไป” เพราะในไม่ช้านี้ เราจะลงโทษเชื้อพระวงศ์ของกษัตริย์เยฮู+ 1:4 เชื้อพระวงศ์ของกษัตริย์เยฮู นี่เป็นเชื้อพระวงศ์ของอิสราเอล เริ่มจากเยฮู ต่อๆกันมาถึงเยโรโบอัมที่สอง ซึ่งเป็นกษัตริย์ในสมัยของโฮเชยานี้ (เรื่องของเยฮู อ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ 2 พงศ์กษัตริย์ 9-10) เพราะเขาทำให้เกิดการหลั่งเลือดขึ้นที่หุบเขายิสเรเอล และเราจะทำให้อาณาจักรของชนชาติอิสราเอลถึงจุดจบ 5 ในวันนั้น เราจะทำลายพลังกองทัพแห่งอิสราเอลที่หุบเขายิสเรเอล”
6 แล้วโกเมอร์ได้ตั้งท้องอีกและให้กำเนิดลูกสาว พระยาห์เวห์บอกกับโฮเชยาว่า “ให้เรียกเธอว่า โลรุหะมาห์+ 1:6 โลรุหะมาห์ ในภาษาฮีบรู หมายถึง “ไม่ได้รับความเมตตา” หรือ “ไม่ได้รับความรัก” เพราะเราจะไม่แสดงความรักกับชนชาติอิสราเอลอีกต่อไป และจะไม่ยกโทษให้กับพวกเขา 7 แต่เราจะแสดงความรักต่อชนชาติยูดาห์ เราจะช่วยกู้พวกเขาด้วยอำนาจของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา ไม่ใช่ด้วยธนู หรือหอก หรือม้าศึก หรือ ทหารม้า”
8 หลังจากโกเมอร์ให้โลรุหะมาห์หย่านม นางตั้งท้องและให้กำเนิดลูกชายอีกหนึ่งคน 9 แล้วพระยาห์เวห์บอกว่า “ให้เรียกเขาว่าโลอัมมี+ 1:9 โลอัมมี ในภาษาฮีบรู หมายถึง “ไม่ใช่ประชาชนของเรา” เพราะพวกเจ้าอิสราเอลไม่ใช่คนของเรา และเราก็ไม่ใช่พระเจ้าของพวกเจ้า”
พระเจ้าสัญญาว่าชาวอิสราเอลจะทวีคูณ
10 แต่ในอนาคต ลูกหลานของอิสราเอลจะมีจำนวนมากมายเหมือนเม็ดทรายที่ชายหาด ซึ่งไม่สามารถตวงหรือนับได้ และในสถานที่ที่พระเจ้าเคยพูดกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าไม่ใช่คนของเรา” พระองค์ก็จะพูดกับพวกเขาว่า “เจ้าเป็นลูกหลานของพระเจ้าผู้มีชีวิตอยู่”
11 แล้วชาวยูดาห์และชาวอิสราเอลจะกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง แล้วพวกเขาจะแต่งตั้งผู้นำขึ้นมาคนหนึ่ง และพวกเขาจะงอกขึ้นมาจากแผ่นดิน เพราะวันของยิสเรเอลนั้นจะยิ่งใหญ่
21 พระยาห์เวห์พูดว่า
“ให้เรียกพี่ชายน้องชายของเจ้าว่า ‘อัมมี’+ 2:1 อัมมี ในภาษาฮีบรู หมายถึง “ประชาชนของเรา”
ให้เรียกพวกพี่สาวน้องสาวของเจ้าว่า ‘รุหะมาห์’”+ 2:1 รุหะมาห์ ในภาษาฮีบรู หมายถึง “ได้รับความเมตตา” หรือ “ได้รับความรัก”
พระยาห์เวห์จะลงโทษชนชาติอิสราเอล
2 ตักเตือนแม่+ 2:2 แม่ ในที่นี้มีความหมายสองอย่างคือ โกเมอร์ และ ชนชาติอิสราเอล ของพวกเจ้า
ตักเตือนเลย เพราะนางไม่ใช่เมียของเรา และเราก็ไม่ใช่ผัวของนาง
นางจะต้องหยุดเล่นชู้
และนางจะต้องขับไล่พวกคู่รักที่อยู่ระหว่างเต้านมของนางไป
3 ถ้านางไม่เลิก เราจะแก้ผ้านางให้ล่อนจ้อน
และเอานางไปประจานเปลือยเปล่าเหมือนกับวันแรกที่นางเกิดมา
เราจะเอาคนของนางไป
เราจะทำให้นางเป็นเหมือนกับที่เปล่าเปลี่ยว และเราจะปล่อยให้นางหิวน้ำตาย
4 เราจะไม่รักลูกหลานของนาง
เพราะพวกเขาเป็นลูกชู้
5 แม่ของพวกเขานั้นมีชู้
นางที่ตั้งท้องพวกเขามาทำตัวน่าอัปยศอดสู
นางพูดว่า “ฉันจะตามพวกคนรัก+ 2:5 พวกคนรัก หมายถึงพระอื่นๆ โฮเชยากำลังเปรียบเทียบชาวอิสราเอลเป็นโสเภณี เพราะพวกเขาไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า และไปบูชาพระอื่นๆ ของฉันไป
เพราะอาหารของฉัน น้ำของฉัน ขนแกะของฉัน ผ้าลินินของฉัน
น้ำมันมะกอกของฉัน และเครื่องดื่มของฉัน ล้วนแต่มาจากพวกเขาทั้งสิ้น”
6 ดังนั้น เรา ยาห์เวห์ จะเอาหนามมาขวางกั้นทางของเจ้าอิสราเอล
เราจะสร้างกำแพงล้อมรอบนางไว้
เพื่อว่านางจะได้หาทางไม่เจอ
7 ถึงแม้นางจะไล่ตามพวกคนรักของนาง
นางก็จะไม่มีวันตามพวกเขาทัน
ถึงแม้นางจะตามหาพวกเขา
นางก็จะไม่มีวันหาพวกเขาเจอ
แล้วนางจะพูดว่า “ฉันจะกลับไปหาชายคนแรกของฉัน+ 2:7 ชายคนแรกของฉัน ในที่นี้หมายถึง พระยาห์เวห์
เพราะชีวิตฉันในตอนนั้นสบายกว่าตอนนี้เสียอีก”
8 แต่นางไม่รู้หรอกว่าเป็นเราเอง ยาห์เวห์ ที่ให้ข้าวสาร เหล้าองุ่นใหม่ รวมทั้งน้ำมันมะกอกกับนาง
และเราได้เพิ่มพูนเงินทองให้กับนางมากมาย แล้วนางก็เอามันไปสร้างพระบาอัล
9 ดังนั้น เรา ยาห์เวห์ จะเอาข้าวสารที่เราเคยให้กับนางในฤดูเก็บเกี่ยวไปจากนาง
และเอาเหล้าองุ่นใหม่ที่เราเคยให้กับนางในฤดูเก็บเกี่ยวผลองุ่นไปจากนาง
และเราจะยึดขนแกะและผ้าลินินที่เราผลิตขึ้นมา
เพื่อห่อหุ้มนางไม่ให้เปลือยเปล่าไปจากนาง
10 ตอนนี้ เราจะเปิดเผยให้พวกคนรักของนางเห็นความเปลือยเปล่าอันน่าอับอายของนาง
และจะไม่มีใครสามารถช่วยนางไปจากเงื้อมมือของเราได้
11 เราจะทำให้งานเฉลิมฉลองทั้งหมด+ 2:11 งานเฉลิมฉลองทั้งหมด งานทั้งหมดนี้เป็นวันหยุดทางศาสนา ที่พระเจ้าได้สั่งไว้ แต่คนพวกนี้กลับเอาวันเหล่านี้มานมัสการและขอบคุณพวกพระต่างๆของเขา แทนพระเจ้าเที่ยงแท้ ของนางจบสิ้นลง
ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลประจำปี หรือการฉลองวันพระจันทร์ใหม่ หรือวันหยุดทางศาสนา
ใช่แล้ว เราจะยกเลิกเทศกาลทุกอย่างของนางที่ได้กำหนดไว้
12 เราจะทำลายเถาองุ่นและต้นมะเดื่อของนาง ที่นางชอบพูดว่า “นี่เป็นค่าตอบแทนของฉัน ที่พวกคนรักของฉันให้กับฉัน”
ดังนั้นเราจะปล่อยเถาองุ่นและต้นมะเดื่อให้กลายเป็นป่ารก และให้สัตว์ป่ามากินพวกมัน
13 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะลงโทษนาง สำหรับงานเทศกาลทั้งหลายของนาง
ตอนที่นางเผาเครื่องบูชาให้กับพระบาอัล
นางแต่งตัว สวมใส่แหวนและเครื่องประดับ
และไปตามหาพวกคนรักของนาง
และนางก็ลืมเราเสียสนิท
14 แต่เราจะเกลี้ยกล่อมนาง พานางเข้าไปในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งกับเราอีกรอบ
และเราจะพูดคำอ่อนหวานกับนาง
15 แล้วเราก็จะคืนสวนองุ่นให้กับนางที่นั่น
หุบเขาแห่งอาโคร์+ 2:15 อาโคร์ คำนี้ในภาษาฮีบรู หมายถึง “ความเดือดร้อน” จะกลายเป็นประตูแห่งความหวัง
และนางก็จะทุ่มหัวใจให้กับเราอย่างสุดๆที่นั่น
เหมือนกับเมื่อนางยังเป็นสาวอยู่ เหมือนกับตอนที่นางออกมาจากแผ่นดินอียิปต์”
16 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในวันนั้นเจ้าจะเรียกเราว่า ‘สามีของฉัน’ และเจ้าจะไม่เรียกเราว่า ‘บาอัลของฉัน’ อีกต่อไป 17 เราจะเอาชื่อของพระบาอัลทั้งหลาย+ 2:17 พระบาอัลทั้งหลาย พระบาอัลมีมากกว่าหนึ่ง ผู้คนจะใช้ชื่อและวิธีการที่แตกต่างกันไปในการนมัสการพระบาอัลของแต่ละที่ ไปจากปากของนาง และชื่อของพระบาอัลพวกนี้จะไม่มีใครพูดถึงอีกต่อไป 18 ในวันนั้น เราจะทำข้อตกลงเพื่อช่วยเจ้ากับพวกสัตว์ป่าในทุ่ง พวกนกในท้องฟ้า และพวกสัตว์เลื้อยคลานตามพื้นดิน ไม่ให้ทำร้ายเจ้า และเราจะหักธนู ดาบ และหยุดการสู้รบเพื่อแผ่นดินจะได้เกิดความสงบสุข เราจะให้พวกเจ้านอนลงอย่างปลอดภัย 19 เราจะแต่งงานกับเจ้าตลอดไป เราจะแต่งงานกับเจ้า และให้ความเป็นธรรม ความยุติธรรม ความรักอันมั่นคง และความเห็นอกเห็นใจกับเจ้า 20 เราจะแต่งงานกับเจ้า และให้ความสัตย์ซื่อกับเจ้า แล้วเจ้าจะได้รู้จักพระยาห์เวห์จริงๆ”
21 พระยาห์เวห์พูดว่า “ในวันนั้น เราจะตอบคำขอของฟ้าสวรรค์
ฟ้าสวรรค์จะได้ตอบคำขอของพื้นดิน
22 พื้นดินจะได้ตอบคำขอของเมล็ดข้าว ของเหล้าองุ่นใหม่ และของน้ำมันมะกอก
และพวกมันทั้งหมดจะได้ตอบคำขอของยิสเรเอล+ 2:22 ยิสเรเอล ชื่อนี้ในภาษาฮีบรู แปลว่า “พระเจ้าหว่าน” หรือ “พระเจ้าทำให้กระจัดกระจายไป”
23 เราจะปลูกนางไว้สำหรับเราในแผ่นดิน
เราจะแสดงความรักกับโลรุหะมาห์+ 2:23 โลรุหะมาห์ ในภาษาฮีบรู แปลว่า “ไม่ได้รับความเมตตา” หรือ “ไม่ได้รับความรัก”
เราจะพูดกับ โลอัมมี+ 2:23 โลอัมมี ในภาษาฮีบรู หมายถึง “ไม่ใช่ประชาชนของเรา” ว่า ‘เจ้าเป็นคนของเรา’
และโลอัมมีจะพูดกับเราว่า ‘พระองค์เป็นพระเจ้าของฉัน’”
3โฮเชยาไถ่โกเมอร์จากการเป็นทาส
1 แล้วพระยาห์เวห์พูดกับผมอีกครั้งหนึ่งว่า “ไปสิ ไปแสดงความรักต่อหญิงคนนั้นที่เป็นชู้รักของชายอื่น และเป็นหญิงที่เล่นชู้ ให้รักเธอเหมือนกับที่พระยาห์เวห์รักชาวอิสราเอลทั้งๆที่พวกเขาหันไปบูชาพระอื่นๆ และชอบกินพวกขนมที่ทำจากลูกเกด+ 3:1 ขนมที่ทำจากลูกเกด เป็นขนมที่เอามาเซ่นไหว้พระต่างๆของพวกเขา และคนที่เอามาเซ่นไหว้ คงแบ่งไปกินกันส่วนหนึ่ง”
2 ดังนั้นผมจึงไถ่นางโกเมอร์คืนมาด้วยเงินสิบห้าเชเขล+ 3:2 สิบห้าเชเขล หรือประมาณ หนึ่งร้อยเจ็ดสิบกรัม และข้าวบาร์เลย์หนึ่งโฮเมอร์ครึ่ง+ 3:2 หนึ่งโฮเมอร์ครึ่ง คงประมาณ สามร้อยสามสิบลิตร3 ผมพูดกับเธอว่า “เธอจะต้องอยู่กับฉันไปอีกนาน เธอต้องไม่ไปเล่นชู้และไปหาชายอื่นอีก และตัวฉันจะไม่มีเพศสัมพันธ์กับเธอ”
4 ชาวอิสราเอลก็เหมือนกันจะต้องอยู่โดยไม่มีกษัตริย์หรือผู้นำเป็นเวลานาน พวกเขาจะอยู่โดยไม่มีการถวายเครื่องบูชาและไม่มีพวกหินศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีถุงผ้าทับอกและไม่มีพระประจำบ้าน 5 หลังจากนั้น ชาวอิสราเอลจะหันกลับมาแสวงหาทั้งพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขาและดาวิดกษัตริย์ของพวกเขา และในวันข้างหน้า พวกเขาจะยำเกรงพระยาห์เวห์ และพึ่งพิงความดีของพระองค์+ 3:5 พึ่งพิงความดีของพระองค์ ในที่นี้ “ความดี” หมายถึงความดีที่พระองค์ทำให้พืชผลออกตามฤดูกาล ไม่ใช่พระบาอัลทำอย่างที่พวกเขาคิดกัน
4พระยาห์เวห์โกรธอิสราเอล
1 ชาวอิสราเอลเอ๋ย ฟังคำพูดของพระยาห์เวห์ให้ดี
พระยาห์เวห์มีคดีฟ้องร้องกับพวกเจ้าที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้
เพราะแผ่นดินนี้ไม่มีความซื่อสัตย์
ไม่มีความรักความเมตตา และไม่รู้จักพระเจ้า
2 แผ่นดินนี้มีแต่การสาปแช่งกัน หลอกลวงกัน ฆ่ากัน
ขโมยกันและเล่นชู้กัน ผู้คนก็โหดร้ายรุนแรง
มีแต่การนองเลือดกันซ้ำแล้วซ้ำอีก
3 ดังนั้นแผ่นดินนี้จะเหือดแห้งไป
ทุกคนที่อาศัยอยู่ในมันจะป่วยตาย
รวมทั้งสัตว์ป่าและพวกนก
แม้แต่ปลาก็จะหายไปหมด
พระยาห์เวห์เตือนพวกนักบวช
4 พวกเจ้านักบวช อย่าได้ฟ้องร้องใครเลย
อย่าไปกล่าวโทษผู้อื่นเลย เพราะเรากำลังฟ้องร้องเจ้า+ 4:4 เรากำลังฟ้องร้องเจ้า หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “คนของเจ้า (โฮเชยา) ก็เหมือนคนที่ไปฟ้องร้องนักบวช”
5 พวกเจ้านักบวชจะสะดุดล้มลงในเวลากลางวัน
พวกผู้พูดแทนพระเจ้าก็จะสะดุดล้มลงกับพวกเจ้าในเวลากลางคืน
และเราจะทำลายแม่+ 4:5 แม่ ในที่นี้หมายถึง ชนชาติอิสราเอล ของเจ้าด้วย
6 คนของเราถูกทำลายเพราะขาดความรู้เกี่ยวกับเรา+ 4:6 ขาดความรู้เกี่ยวกับเรา “เรา” ในที่นี้คือพระเจ้า พวกคนอิสราเอลไม่ได้รู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง
เพราะเจ้าไม่ยอมเรียนรู้เกี่ยวกับเรา
เราก็จะไม่ยอมรับเจ้าเป็นนักบวชของเราเหมือนกัน
เจ้าลืมกฎคำสั่งสอนของพระเจ้าของเจ้า
ดังนั้นเราจะลืมลูกหลานของเจ้าเหมือนกัน
7 พวกเขายิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่าใด
ก็ยิ่งทำบาปต่อเรามากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นเราจะเปลี่ยนเกียรติของพวกเขาให้กลายเป็นความอับอาย
8 พวกนักบวชเลี้ยงปากท้องด้วยบาปของคนของเรา
พวกเขาละโมบการกระทำผิดของคนของเรา
9 คนทั่วไปโดนยังไง นักบวชก็จะโดนอย่างนั้นเหมือนกัน
เราจะลงโทษทั้งคนทั่วไปและนักบวช
ตามหนทางและการกระทำของเขา
10 พวกเขาจะกินแต่ไม่อิ่ม
พวกเขาจะทำผิดทางเพศแต่ไม่มีลูก
เพราะพวกเขาทอดทิ้งพระยาห์เวห์เพื่ออุทิศตัวให้กับพวกพระอื่นๆ
11 ความผิดบาปทางเพศ
เหล้าองุ่นและเหล้าองุ่นใหม่
ของทั้งหมดนี้ ชิงเอาความเข้าใจของเขาไป
12 คนของเราจึงไปปรึกษากับต้นไม้
และไม้ชิ้นหนึ่งก็ให้คำแนะนำกับเขา
เพราะวิญญาณแห่งการเล่นชู้นำพวกเขาให้หลงทางไป
พวกเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าของพวกเขา
13 บนยอดเขาทั้งหลาย พวกเขาถวายเครื่องบูชา
และตามเนินเขาพวกเขาเผาเครื่องเผาบูชา
อยู่ใต้ต้นก่อ ต้นไค้ และต้นก่อหลวง
เพราะต้นไม้พวกนี้ให้ร่มเงาเย็นสบาย
ดังนั้นพวกลูกสาวของเจ้าจึงทำผิดบาปทางเพศ
และพวกเจ้าสาวของพวกเจ้าก็มีชู้
14 แต่เราจะไม่ลงโทษพวกลูกสาวของพวกเจ้าที่ไปขายตัว
และพวกเจ้าสาวของพวกเจ้าที่ไปเล่นชู้
เพราะพวกผู้ชายต่างก็ออกไปหาโสเภณีเหมือนกัน
และพวกเขาถวายเครื่องบูชาและร่วมหลับนอนกับหญิงโสเภณีที่วัด
ดังนั้นคนเหล่านี้ที่ขาดความเข้าใจจะถูกทำลายไป
ความบาปที่น่าละอายของอิสราเอล
15 อิสราเอลเอ๋ย ถึงเจ้าจะขายตัว
ก็อย่าให้ยูดาห์ต้องมีส่วนร่วมในความผิดบาปนั้นด้วยเลย
อย่าได้เข้าไปในกิลกาล
อย่าได้ขึ้นไปที่เบธาเวน+ 4:15 เบธาเวน เมืองนี้อันที่จริงมีชื่อเรียกว่า “เบธเอล” ซึ่งแปลว่า “บ้านของพระเจ้า” แต่โฮเชยา เรียกมันว่า “เบธาเวน” ซึ่งแปลว่า “บ้านแห่งความชั่วร้าย” (เหมือน 5:8)
และอย่าได้สาบานโดยอ้างชื่อของพระยาห์เวห์
16 เพราะอิสราเอลนั้นดื้อดึง
เหมือนวัวสาวที่ดื้อดึง
แล้วจะให้พระยาห์เวห์ไปเลี้ยงพวกเขาเหมือนกับเลี้ยงลูกแกะที่เชื่องในทุ่งกว้างได้อย่างไร
17 เอฟราอิมได้ไปเข้าร่วมกับพวกรูปเคารพ
ดังนั้นอย่าไปยุ่งกับมัน
18 เมื่อพวกเขาดื่มเหล้ากันจนเมามายแล้ว
พวกเขาก็ไปนอนกับหญิงโสเภณี
พวกผู้นำของเขาหลงใหลกับเรื่องที่ทำให้อับอายขายหน้า
19 ลมจะโอบอิสราเอลไว้ใต้ปีกและหอบเอาพวกเขาไป
พวกเขาจะอับอายขายหน้าที่ได้ถวายเครื่องบูชาเหล่านั้น
5พวกผู้นำ นำอิสราเอลและยูดาห์ไปทำบาป
1 พวกนักบวช ฟังให้ดี
ครอบครัวของอิสราเอลตั้งใจฟังให้ดี
ราชวงศ์กษัตริย์ฟังไว้
เพราะพวกเจ้าถูกตัดสินแล้ว
พวกเจ้าเคยเป็นกับดักตอนที่อยู่มิสปาห์นั้น
และเป็นตาข่ายที่กางอยู่บนเขาทาโบร์+ 5:1 กับดัก … บนเขาทาโบร์ คงเป็นสถานที่ที่ใช้ในการนมัสการพระอื่นๆและเป็นไปได้ที่จะเป็นสถานที่สำหรับตัดสินคดีต่างๆ ดังนั้น การนมัสการพระอื่นๆที่นั่น ย่อมทำให้พระยาห์เวห์ไม่พอใจ
2 พวกเจ้าได้ขุดหลุมกับดักลึกที่ชิทธิม
ดังนั้นเราจะลงโทษพวกเจ้าทั้งหมด
3 เรารู้จักเอฟราอิม
และสิ่งที่อิสราเอลทำก็ไม่สามารถปิดซ่อนไว้จากเรา
เอฟราอิม เรารู้ว่าตอนนี้เจ้ามีชู้
และอิสราเอลก็สกปรกเพราะบาป
4 สิ่งที่พวกเขาทำ ดึงพวกเขาไม่ให้กลับไปหาพระเจ้า
เพราะใจของพวกเขามีแต่การเล่นชู้ และพวกเขาไม่รู้จักพระยาห์เวห์
5 ความเย่อหยิ่งจองหองของอิสราเอลเป็นพยานต่อต้านพวกเขาเอง
ทั้งอิสราเอลและเอฟราอิมสะดุดล้มเพราะความผิดชั่วร้ายของพวกเขาเอง
และยูดาห์สะดุดล้มกับพวกเขาด้วย
6 เมื่อคนอิสราเอลนำฝูงแพะแกะและฝูงวัว+ 5:6 นำฝูงแพะแกะและฝูงวัว คงหมายถึงว่าพวกเขาจะถวายเครื่องบูชาหลายอย่าง ไปตามหาพระยาห์เวห์
พวกเขาจะไม่พบพระองค์เพราะพระองค์ทอดทิ้งพวกเขาไปแล้ว
7 พวกเขาไม่ซื่อสัตย์กับพระยาห์เวห์
พวกเขาคลอดลูกที่ไม่ใช่ลูกของพระองค์
แต่ในไม่ช้านี้ พระยาห์เวห์จะพลิกสถานการณ์
และทำลายพวกเขาพร้อมกับไร่นาทั้งหลายของพวกเขา
การทำนายถึงความล่มจมของอิสราเอล
8 ให้เป่าแตรเขาสัตว์+ 5:8 เป่าแตรเขาสัตว์ เป็นการเตือนถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา ในกิเบอาห์
ให้เป่าแตรในรามาห์
ให้ตะโกนเตือนภัยในเบธาเวน
เบนยามิน ระวังข้างหลังให้ดี
9 ในวันแห่งการลงโทษ เอฟราอิม จะกลายเป็นกองซากปรักหักพัง
ในท่ามกลางเผ่าต่างๆของอิสราเอล เรากำลังประกาศสิ่งนี้ที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ
10 พวกผู้นำของยูดาห์ เป็นเหมือนกับคนชั่วพวกนั้นที่ย้ายหลักเขต
เราจะเทความโกรธของเราลงบนคนพวกนั้นเหมือนน้ำ
11 เอฟราอิมจะถูกลงโทษ พวกเขาจะถูกบีบจนบี้แบน
เพราะเขาตั้งใจไล่ตามสิ่งที่ไร้ประโยชน์
12 เราจะทำลายเอฟราอิม เหมือนมอดกัดกินเสื้อผ้า
และทำลายครอบครัวยูดาห์ เหมือนความผุที่ทำลายไม้
13 เมื่อเอฟราอิมเห็นว่าตัวเองป่วย
และยูดาห์เห็นบาดแผลของตน
เอฟราอิมไปขอความช่วยเหลือจากอัสซีเรีย
และยูดาห์ส่งคนไปหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่นั้น
แต่อัสซีเรียไม่สามารถรักษาเจ้าหรือเยียวยาบาดแผลของเจ้าได้
14 เพราะว่าเราจะโจมตีเอฟราอิมเหมือนสิงโต
เราจะโจมตีชนชาติยูดาห์เหมือนสิงโตหนุ่ม
เรา ยาห์เวห์ จะฉีกพวกมันออกเป็นชิ้นๆ
เราจะคาบพวกมันไปกินในถ้ำของเราและจะไม่มีใครมาช่วยพวกมันได้
15 เราจะกลับไปยังที่ของเรา จนกว่าพวกเขาจะยอมรับผิดและหันกลับมาหาเราเมื่อพวกเขาเจอความทุกข์
พวกเขาจะได้ค้นหาเราอย่างจริงจัง
6คำพูดแห่งการกลับใจ
1 ผู้คนต่างพูดกันว่า “พวกเรากลับไปหาพระยาห์เวห์กันเถอะ
ถึงแม้พระองค์ได้ฉีกเราเป็นชิ้นๆ แต่พระองค์จะรักษาเรา
ถึงแม้พระองค์ได้ตีเรา แต่พระองค์ก็จะพันแผลให้เรา
2 หลังจากสองวันผ่านไปแล้ว พระองค์จะให้ชีวิตใหม่
ในวันที่สามนั้น พระองค์จะทำให้เรายืนขึ้น
แล้วเราจะมีชีวิตอยู่ต่อหน้าพระองค์
3 ให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับพระยาห์เวห์ ให้เราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรู้จักพระองค์
พระยาห์เวห์จะมาแน่นอนเหมือนกับดวงอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า
พระยาห์เวห์จะมาหาเราเหมือนฝนที่ตกลงมาในหน้าหนาว
เหมือนน้ำฝนที่โปรยปรายลงมาบนแผ่นดินในฤดูใบไม้ผลิ”
พระยาห์เวห์เรียกร้องให้กลับใจจริง
4 พระยาห์เวห์พูดว่า
เอฟราอิม เราจะทำยังไงดีกับเจ้า
ยูดาห์ เราจะทำยังไงดีกับเจ้า
ความจงรักภักดีของเจ้าที่มีต่อเรานั้นเหมือนกับหมอกในตอนเช้า
เหมือนกับน้ำค้างที่จางหายไปอย่างรวดเร็ว
5 ดังนั้น เราจึงใช้ผู้พูดแทนพระเจ้ามาโค่นพวกเขาลง
เราฆ่าพวกเขาด้วยกฎต่างๆที่ออกมาจากปากของเรา
คำตัดสินต่างๆของเราส่องออกมาเหมือนฟ้าแลบ
6 เพราะ เรา ยาห์เวห์ ต้องการความจงรักภักดี ไม่ใช่เครื่องบูชา
เราต้องการให้คนรู้จักพระเจ้า ไม่ใช่ถวายเครื่องเผาบูชา
7 แต่เอฟราอิมและยูดาห์ทำผิดข้อตกลงเหมือนกับที่พวกเขาเคยทำที่เมืองอาดัม+ 6:7 เหมือนกับที่ … เมืองอาดัม มีเมืองชื่ออาดัมข้างแม่น้ำจอร์แดน หรือ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เหมือนกับที่อาดัมเคยทำ”
พวกเขาทรยศต่อเราที่นั่น
8 กิเลอาดเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยคนทำชั่ว
เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยรอยเท้าเปื้อนเลือด
9 พวกเขาเป็นเหมือนพวกโจรที่คอยซุ่มโจมตีคนที่เดินผ่านไปมา
พวกนักบวชก็เหมือนกันคอยซุ่มอยู่บนถนน
และฆ่าคนบนทางไปเชเคม
พวกเขาได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายน่าอับอาย
10 เราเห็นสิ่งที่เหลืออดเหลือทนเกิดขึ้นท่ามกลางครอบครัวของอิสราเอล
เอฟราอิมเล่นชู้
อิสราเอลแปดเปื้อนไปแล้ว
11 ยูดาห์ เวลาที่เจ้าจะถูกเก็บเกี่ยว
ถูกกำหนดไว้แล้วด้วยเหมือนกัน
พอเราคิดที่จะทำให้คนของเรากลับมามีสภาพดีเหมือนเดิม
71 พอเราคิดที่จะรักษาอิสราเอล
เมื่อนั้นความผิดของเอฟราอิมก็โผล่ขึ้นมา
การกระทำที่ชั่วร้ายของสะมาเรีย+ 7:1 สะมาเรีย เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลฝ่ายเหนือ ก็แดงขึ้น
พวกเขามีแต่การหลอกลวงกัน
พวกขโมยบุกขึ้นบ้านต่างๆ
พวกอันธพาลก็ปล้นคนบนท้องถนน
2 พวกเขาไม่ได้นึกถึงเลยว่าเราได้จดจำการกระทำชั่วร้ายทั้งหมดของพวกเขา
การกระทำเหล่านั้นล้อมรอบพวกเขาอยู่
และพวกมันอยู่ต่อหน้าเรา
3 กษัตริย์ชอบใจความชั่วร้ายของพวกเขา
พวกผู้นำชอบใจการโกหกของพวกเขา
4 พวกเขาทั้งหมดเป็นคนทรยศ
พวกเขาร้อนรุ่มยังกับเตาอบที่คนอบขนมได้ก่อไฟไว้
แล้วคนอบไม่ต้องใส่เชื้อไฟอีก
ตั้งแต่ช่วงที่นวดแป้งจนแป้งฟู
5 ในวันของกษัตริย์ พวกข้าราชการร้อนผ่าวไปด้วยฤทธิ์เหล้าองุ่นจนจับไข้
กษัตริย์เองก็ไปร่วมมือกับคนที่เยาะเย้ยพระเจ้า
6 จิตใจของพวกเขาสุมไปด้วยไฟเหมือนเตาอบ
จิตใจของพวกเขาคุกรุ่นไปด้วยแผนชั่วทั้งคืน
พอรุ่งเช้า มันก็ลุกเป็นไฟ
7 พวกเขาทุกคนร้อนเหมือนกับเตาอบ
และเขมือบกินบรรดากษัตริย์ของเขา+ 7:7 เขมือบกินบรรดากษัตริย์ของเขา ในช่วงชีวิตของโฮเชยา มีกษัตริย์เจ็ดองค์ของอาณาจักรเหนือนี้ที่ถูกฆ่าโดยประชาชนของตนเอง ดูเพิ่มเติมได้จาก 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 15
กษัตริย์ทั้งหลายของพวกเขาก็ล้มลง
ไม่มีใครสักคนร้องขอความช่วยเหลือจากเรา
8 เอฟราอิมนั้นผสมปนเปกับชนชาติต่างๆ
เอฟราอิมเป็นเหมือนขนมปังที่ไหม้ข้างหนึ่งดิบข้างหนึ่ง
9 พวกคนต่างชาติกินแรงของเขา
แต่เขาไม่รู้ตัว
ผมของเขาก็หงอก
แต่เขาก็ไม่รู้ตัว
10 ความเย่อหยิ่งของอิสราเอลเป็นพยานปรักปรำเขา
พวกเขาไม่ยอมหันกลับมาหาพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเขา
ทั้งๆที่มีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับพวกเขา
พวกเขาก็ยังไม่แสวงหาพระองค์อยู่ดี
11 เอฟราอิมเป็นเหมือนนกพิราบที่หลอกง่ายและไร้ความคิด
พวกเขาร้องขอความช่วยเหลือจากอียิปต์
พวกเขาไปขอความช่วยเหลือจากอัสซีเรีย
12 พระยาห์เวห์พูดว่า ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหนก็ตาม
เราจะโยนตาข่ายของเราขึ้นไปครอบเขาไว้
เราจะดึงพวกเขาลงมาเหมือนนกในท้องฟ้า
เราจะตีสอนพวกเขาตามจำนวนครั้งที่พวกเขาทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับชนชาติอื่นๆ
13 พวกเขาทำตัวน่าอับอายจริงๆที่หลงไปจากเรา
พวกเขาจะถูกทำลายเพราะพวกเขาทำผิดต่อเรา
เราก็อยากจะไถ่พวกเขา
แต่พวกเขาพูดโกหกเกี่ยวกับเรา
14 พวกเขาร้องคร่ำครวญอยู่บนเตียง
แต่พวกเขาไม่ได้ร้องเรียกเราจากใจ
พวกเขาเชือดเฉือนตัวเอง+ 7:14 เชือดเฉือนตัวเอง เป็นการบูชาพระบาอัล เพื่อขอให้เกิดพืชผลอุดมสมบูรณ์ เพื่อแลกข้าวกับเหล้าองุ่นใหม่
พวกเขาหันไปจากเรา
15 ถึงแม้เราเองได้ฝึกฝนพวกเขามา ถึงแม้เราทำให้แขนของเขาแข็งแรง
แต่พวกเขาวางแผนชั่วร้ายต่อเรา
16 พวกเขาเปลี่ยนความคิดอยู่เรื่อย แต่ไม่เคยคิดที่จะหาสิ่งที่สูงส่งกว่า
พวกเขาเป็นเหมือนกับคันธนูที่บิดเบี้ยวไป
พวกผู้นำของเขาจะล้มตายด้วยดาบ
เพราะลิ้นที่โอหังของพวกเขา
คนที่อยู่ในอียิปต์จะหัวเราะเยาะพวกเขา
8การกราบไหว้รูปเคารพทำให้ล่มจม
1 เอาแตรวางไว้ที่ริมฝีปากของเจ้าแล้วเป่าเตือน
นกอีแร้งตัวหนึ่งบินวนเวียนอยู่เหนือแผ่นดินของพระยาห์เวห์
เพราะว่าคนอิสราเอลหักข้อตกลงของเรา
และฝ่าฝืนกฎของเรา
2 พวกเขาร้องต่อเราว่า
“พระเจ้าเจ้าข้า พวกเราที่อิสราเอลนี้รู้จักพระองค์”
3 แต่อิสราเอลทอดทิ้งสิ่งที่ดีไป
ดังนั้นศัตรูจะไล่ล่าพวกเขา
4 พวกเขาได้แต่งตั้งพวกกษัตริย์ขึ้นมาโดยไม่ได้ปรึกษาเรา
พวกเขาตั้งพวกผู้นำขึ้นมาแต่เราไม่รู้เรื่อง
พวกเขาสร้างรูปเคารพขึ้นมาจากทองและเงินของพวกเขา
ดังนั้นอิสราเอลจะถูกตัดออกไป
5 สะมาเรีย ลูกวัวของเจ้าถูกทอดทิ้งไปแล้ว+ 8:5 ลูกวัวของเจ้าถูกทอดทิ้งไปแล้ว พระเจ้าเกลียดชังพวกลูกวัวทองคำที่ชาวอิสราเอลตั้งไว้ที่เมืองเบธเอลและเมืองดาน ความโกรธของเราได้เผาผลาญใส่เจ้า
อีกนานแค่ไหน ที่พวกเจ้าจะไม่สามารถทำตัวให้บริสุทธิ์
6 ช่างฝีมือจากอิสราเอลสร้างลูกวัวตัวนั้นขึ้นมา
มันไม่ใช่พระเจ้า
ลูกวัวของสะมาเรียตัวนั้นจะถูกทุบให้แตกเป็นชิ้นๆ
7 พวกเขาจะหว่านพืชตอนลมพัด
และเก็บเกี่ยวตอนมีพายุแรง
สิ่งที่ปลูกจะงอกขึ้นมา
แต่จะไม่แตกหน่อและไม่ออกรวง
แต่ถ้าออกรวงบ้าง
คนต่างชาติก็จะมาเก็บกินหมด
8 อิสราเอลถูกกลืนไปแล้ว
ตอนนี้พวกเขาถูกทอดทิ้งท่ามกลางชนชาติอื่นๆ
เหมือนกับหม้อที่ไม่มีใครอยากได้
9 เพราะอิสราเอลยืนกรานที่จะขึ้นไปอัสซีเรีย
พวกเขาเป็นเหมือนลาป่าที่เดินหาคู่อยู่ลำพัง
คนเอฟราอิมต้องจ้างคู่รักมา
10 ถึงพวกเขาจะจ้างชนชาติอื่นๆให้มาช่วยพวกเขา
เราจะรวบรวมพวกเขาไว้เดี๋ยวนี้
ในไม่ช้า พวกเขาจะอ่อนแอเพราะเครื่องบรรณาการที่พวกเขาต้องให้กับกษัตริย์อัสซีเรียที่ยิ่งใหญ่
อิสราเอลลืมพระเจ้าและนมัสการพวกรูปเคารพ
11 ถึงแม้เอฟราอิมได้สร้างแท่นบูชาเพิ่มขึ้นเพื่อลบล้างบาปต่างๆของพวกเขา
แต่แท่นบูชาพวกนั้นกลับกลายเป็นแท่นบูชาสำหรับการทำบาป
12 ถึงแม้เราได้เขียนคำสั่งสอนมากมายให้กับเอฟราอิม
แต่พวกเขากลับมองว่าเป็นเรื่องของคนอื่น
13 คนอิสราเอลชอบถวายเครื่องบูชา
พวกเขาเอาเนื้อมาถวายและกินมัน
แต่พระยาห์เวห์ไม่ชอบเครื่องบูชาพวกนั้นเลย
พระองค์ระลึกถึงความชั่วช้าของพวกเขาเดี๋ยวนี้
และพระองค์จะลงโทษพวกเขาเพราะความบาปพวกนั้น
พระองค์จะส่งพวกเขากลับไปที่อียิปต์+ 8:13 กลับไปที่อียิปต์ อันที่จริงพวกเขากำลังจะตกไปเป็นเชลยที่อัสซีเรียไม่ใช่อียิปต์ แต่ที่โฮเชยาใช้คำว่าอียิปต์ ก็เพราะชนชาติอิสราเอลเคยตกเป็นทาสที่อียิปต์มาก่อน
14 พวกคนอิสราเอลลืมผู้ที่สร้างพวกเขาขึ้นมา
แต่กลับสร้างวังขึ้นมากมายสำหรับกษัตริย์ของเขา
ยูดาห์สร้างป้อมปราการขึ้นมามากมาย
แต่เราจะส่งไฟลงมายังเมืองทั้งหลายของพวกเขา
และไฟจะเผาผลาญป้อมปราการต่างๆเหล่านั้น
9ความเศร้าที่ถูกจับไปเป็นเชลย
1 อิสราเอลเอ๋ย อย่าได้เฉลิมฉลองกัน
อย่าได้ชื่นชมยินดีเหมือนกับชนชาติอื่นๆเลย
เพราะเจ้าเล่นชู้
และถอยห่างไปจากพระเจ้า
เจ้ารักค่าตัวจากการเป็นโสเภณีตามลานนวดข้าวทุกแห่ง+ 9:1 ลานนวดข้าวทุกแห่ง เป็นสถานที่นวดข้าว และยังเป็นที่ที่พวกเขามานมัสการพระต่างๆของเขาอีกด้วย เพื่อขอบคุณที่ทำให้เกิดผลผลิตดีทุกปี
2 ดังนั้นทั้งลานนวดข้าวและบ่อย่ำองุ่นจะไม่ให้ผลผลิตเพียงพอกับพวกเขา
และเหล้าองุ่นใหม่จะไม่มีเพียงพอ
3 คนอิสราเอลจะไม่ได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินของพระยาห์เวห์
เอฟราอิมจะต้องกลับไปอียิปต์
และพวกเขาจะต้องกินอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ในอัสซีเรีย
4 พวกเขาจะไม่เทเหล้าองุ่นถวายให้กับพระยาห์เวห์
และจะไม่นำเครื่องถวายของพวกเขามาให้กับพระองค์
เครื่องบูชาเหล่านั้นจะเป็นเหมือนขนมปังของคนไว้ทุกข์+ 9:4 ขนมปังของคนไว้ทุกข์ คนไว้ทุกข์ที่ไปแตะต้องศพ จะสกปรกในสายตาพระเจ้า รวมทั้งอาหารที่เขาไปแตะต้องด้วย และไม่สามารถเข้าร่วมพิธีทางศาสนา ดูเพิ่มเติมได้จาก เฉลยธรรมบัญญัติ 26:14; กันดารวิถี 19:22
ทุกคนที่กินมันเข้าไปก็จะสกปรกในสายตาพระเจ้า
ความจริงแล้ว อาหารพวกนั้นมีไว้สำหรับดับความหิวของพวกเขาเท่านั้น
ไม่สามารถนำเข้ามาในวิหารของพระเจ้าได้
5 ถ้าอย่างนั้น พวกเจ้าจะมีอะไรทำหรือ ในวันเทศกาลที่กำหนดไว้
และในวันที่มีงานเลี้ยงของพระยาห์เวห์
6 ถึงคนอิสราเอลจะหนีจากการถูกบดขยี้
อียิปต์จะมารวบรวมพวกเขาไว้
เมมฟิส+ 9:6 เมมฟิส เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในอียิปต์ จะเป็นที่ฝังศพของพวกเขา
ต้นหนามจะคลุมเงินที่เป็นของรักของหวงของพวกเขา
และหนามจะขึ้นในเต็นท์ของพวกเขา
อิสราเอลไม่ยอมรับพวกผู้พูดแทนพระเจ้าตัวจริง
7 ผู้พูดแทนพระเจ้าพูดว่า “ให้อิสราเอลรู้ไว้เถิดว่า
ถึงเวลาลงโทษแล้ว ถึงเวลารับกรรมแล้ว”
แต่คนอิสราเอลพูดว่า “โฮเชยา ผู้พูดแทนพระเจ้านั้นโง่
คนที่เต็มไปด้วยพระวิญญาณคนนี้บ้าแล้ว”
ผู้พูดแทนพระเจ้าพูดว่า “เจ้าเคียดแค้นมาก เพราะเจ้ามีบาปมากมาย”
8 ผู้พูดแทนพระเจ้าเป็นยามของพระเจ้าที่คอยดูแลเอฟราอิม
แต่พวกเขากลับวางตาข่ายดักผู้พูดแทนพระเจ้าไปทั่วทุกหนแห่ง
แม้แต่ในวิหารของพระเจ้าของเขา
ผู้พูดแทนพระเจ้าก็ยังเจอกับความเคียดแค้น
9 พวกอิสราเอล ถลำลึกลงไปในความบาป
เหมือนกับที่พวกเขาเคยทำในสมัยก่อนที่กิเบอาห์
พระยาห์เวห์จะระลึกถึงความชั่วช้าของพวกเขาในครั้งนี้
และพระองค์จะลงโทษบาปทั้งหลายของพวกเขา
อิสราเอลพินาศย่อยยับเพราะไปนมัสการรูปเคารพ
10 ตอนแรกที่เรา ยาห์เวห์ เจออิสราเอลนั้น
พวกเขาเป็นเหมือนกับองุ่นที่แสนหวานในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
ตอนแรกที่เราเห็นบรรพบุรุษของพวกเจ้า
พวกเขาเหมือนกับผลมะเดื่อดีเลิศในปีแรก
แต่เมื่อพวกเขาไปที่บาอัลเปโอร์+ 9:10 บาอัลเปโอร์ อยู่ทางเหนือของแม่น้ำจอร์แดน เป็นสถานที่ที่คนอิสราเอลหันไปกราบไหว้พระอื่นๆ(ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือ กันดารวิถีบทที่ 25) และอุทิศตัวให้กับความอับอาย+ 9:10 ความอับอาย คำนี้บางครั้งใช้แทนคำว่า “พระบาอัล” พระเทียมเท็จที่คนกราบไหว้อยู่ที่เมืองบาอัลเปโอร์
พวกเขากลายเป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียนเหมือนกับรูปเคารพพวกนั้นที่พวกเขารัก
อิสราเอลจะไม่มีลูกหลาน
11 ศักดิ์ศรีของเอฟราอิมจะบินหนีไปเหมือนกับนก
พวกเขาจะไม่คลอดลูก อุ้มท้องหรือตั้งท้องอีกต่อไป
12 ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเลี้ยงลูกขึ้นมา
เราก็จะพรากลูกๆของพวกเขาไป จนในที่สุด จะไม่เหลือพลเมืองสักคนเดียว
เมื่อเราหันไปจากพวกเขา พวกเขาจะอับอายขายหน้า
13 ในสายตาของเรา เอฟราอิมเคยเป็นเหมือนกับไทระที่ถูกปลูกไว้ในท้องทุ่ง+ 9:13 เอฟราอิม … ในท้องทุ่ง ประโยคนี้ในภาษาฮีบรูเข้าใจยากมาก
เดี๋ยวนี้เอฟราอิมจะนำลูกหลานของเขาออกไปให้ถูกฆ่า+ 9:13 ข้อนี้ ในฉบับแปลกรีกโบราณเขียนว่า “เอฟราอิม ตามที่เราเคยเห็น ได้ทำให้พวกลูกชายไปถูกล่า เดี๋ยวนี้เอฟราอิมจะนำลูกหลานของเขาออกไปให้ถูกฆ่า”
14 พระยาห์เวห์เจ้าข้า โปรดให้สิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับ
ให้ครรภ์ที่แท้งลูกและเต้าที่ไม่มีน้ำนมกับพวกเขาด้วยเถิด
15 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราเริ่มเกลียดพวกเขาที่กิลกาล
เพราะความชั่วร้ายทั้งหลายที่พวกเขาทำที่นั่น
เราจะขับไล่พวกเขาออกไปจากแผ่นดินของเรา
เพราะการกระทำที่ชั่วร้ายต่างๆของเขา
เราจะไม่รักพวกเขาอีกต่อไป
พวกผู้นำของเขาชอบกบฏ
16 เอฟราอิมถูกโจมตีด้วยภัยพิบัติ
รากของพวกเขาแห้งตายไป
พวกเขาจะไม่เกิดผล
ถ้าพวกเขาจะเกิดลูกหลานมา
เราก็ยังจะฆ่าเด็กทารกที่แสนน่ารักของพวกเขา”
17 พระเจ้าของผมจะทิ้งพวกเขาเพราะพวกเขาไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์
ดังนั้นพวกเขาจะกลายเป็นคนที่เร่ร่อนไปมาท่ามกลางชนชาติอื่นๆ
10อิสราเอลจะถูกลงโทษเพราะทรยศต่อพระยาห์เวห์
1 อิสราเอลเป็นเหมือนเถาองุ่นที่มีลูกดก เขาเกิดผลให้กับพระยาห์เวห์
ผลยิ่งดก ก็ยิ่งสร้างแท่นบูชามากขึ้น
ผืนดินยิ่งให้ผลผลิตมากขึ้นเท่าใด
พวกเขาก็ยิ่งสร้างพวกเสาหินศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นเท่านั้น
2 พวกเขาลื่นไหลไปเรื่อย
ดังนั้นตอนนี้พวกเขาต้องรับผิดที่ก่อขึ้นนั้น
พระยาห์เวห์จะหักแท่นบูชาต่างๆของพวกเขา
พระองค์จะทำลายเสาหินศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขานั้น
3 ในไม่ช้าพวกเขาจะพูดว่า
“เราไม่มีกษัตริย์
เพราะเราไม่ได้ยำเกรงพระยาห์เวห์
แต่ถึงจะมีกษัตริย์ กษัตริย์จะมาช่วยอะไรพวกเราได้”
4 พวกเขาให้คำมั่นสัญญา
แต่ไม่รักษาคำพูด ผิดคำสาบาน
คดีฟ้องร้องผุดขึ้นเหมือนวัชพืชที่มีพิษผุดตามร่องรอยไถในทุ่งนา
5 ชาวเมืองสะมาเรียกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับรูปปั้นลูกวัวที่เบธาเวน+ 10:5 เบธาเวน เมืองนี้อันที่จริงมีชื่อเรียกว่า “เบธเอล” ซึ่งแปลว่า “บ้านของพระเจ้า” แต่โฮเชยา เรียกมันว่า “เบธาเวน” ซึ่งแปลว่า “บ้านแห่งความชั่วร้าย”+ 10:5 รูปปั้นลูกวัวที่เบธาเวน เป็นรูปเคารพที่เยโรโบอัมสร้างขึ้นที่เบธเอล (ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือ 1 พงศ์กษัตริย์ 12:29)
พวกเขาจะไว้ทุกข์ให้กับมัน
พวกนักบวชของรูปปั้นนั้นก็จะไว้ทุกข์ให้กับมันด้วย
พวกเขาจะเกลือกกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด เพราะศักดิ์ศรีของรูปปั้นนั้นถูกหามไปพร้อมกับเชลยแล้ว
6 มันจะถูกหามไปเป็นของขวัญให้กับกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอัสซีเรีย
เอฟราอิมจะอับอาย
และอิสราเอลจะขายหน้าเพราะรูปปั้นของมัน
7 กษัตริย์ของสะมาเรียจะหายไป
เหมือนกับขี้เลื่อยบนผิวน้ำ
8 พวกศาลเจ้าของอาเวน+ 10:8 พวกศาลเจ้าของอาเวน “อาเวน” หมายถึง “ชั่วร้าย” นี่คงหมายถึงสถานที่นมัสการรูปเคารพในเบธเอล ที่อิสราเอลไปทำบาปกัน
จะถูกทำลาย
จะมีพวกต้นหนามและพืชที่มีหนามขึ้นปกคลุมแท่นบูชาต่างๆของพวกเขา
แล้วพวกเขาจะบอกกับภูเขาทั้งหลายว่า “ปกคลุมเราไว้เถิด”
และบอกกับเนินเขาต่างๆว่า “ช่วยล้มทับพวกเราด้วย”
9 พระยาห์เวห์พูดว่า “อิสราเอล เจ้าได้ทำบาปตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมืองที่กิเบอาห์+ 10:9 สงครามกลางเมืองที่กิเบอาห์ ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือ โฮเชยา 9:9
และที่นั่น พวกเจ้าก็ติดเป็นนิสัยมา
สงครามจะต้องเกิดขึ้นกับคนชั่วอย่างพวกเจ้าแน่
10 เราจะมาตีสอนพวกเขา ชนชาติต่างๆจะรวมตัวกันต่อสู้กับพวกเขา
ในเวลาที่เราตีสอนพวกเขาเพราะทำผิดซ้ำสอง
11 เอฟราอิมเคยเป็นวัวสาวที่ได้รับการฝึกฝนมา มันชอบนวดข้าว
และเราเป็นผู้ที่สังเกตเห็นคออันงดงามของมัน
เราจะให้เอฟราอิมแบกแอกไว้
ยูดาห์จะต้องไถ
ยาโคบจะต้องพรวนดินด้วยตัวเอง”
12 ให้หว่านความถูกต้องยุติธรรมเพื่อตน
แล้วเจ้าจะได้เก็บเกี่ยวความเมตตาปรานี ให้ไถดินที่ว่างเปล่าอยู่
เพราะถึงเวลาแล้วที่จะแสวงหาพระยาห์เวห์จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา
และโปรยฝนแห่งความดีลงมาบนเจ้า
13 แต่พวกเจ้าไถความชั่วร้าย
เจ้าเก็บเกี่ยวความอธรรม
เจ้ากินผลไม้แห่งการหลอกลวง
เจ้าไว้วางใจในความสามารถของตนเอง
เจ้าไว้วางใจในจำนวนนักรบของเจ้า
14 ดังนั้นเสียงอึกทึกของสงครามจะดังขึ้นมาต่อสู้กับคนของเจ้า
และพวกป้อมปราการของเจ้าจะถูกทำลายลง
เหมือนตอนที่กษัตริย์ชัลมัน+ 10:14 กษัตริย์ชัลมัน อาจจะเป็นชัลมันเนเซอร์ กษัตริย์ของอัสซีเรีย หรือซาลามันกษัตริย์ของโมอับ แต่ไม่มีใครรู้แน่นอนว่ากษัตริย์องค์นี้เป็นใคร ทำลายเมืองเบธอาร์เบลในช่วงสงคราม
พวกแม่ๆจะถูกฟาดลงจนไม่มีชิ้นดีไปพร้อมกับลูกๆของเขา
15 เรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นกับพวกเจ้าที่เบธเอล
เพราะความชั่วอันยิ่งใหญ่ของพวกเจ้า
กษัตริย์ของอิสราเอลจะถูกทำลายลงอย่างราบคาบตั้งแต่เช้าของวันนั้น
11อิสราเอลอกตัญญู
1 พระยาห์เวห์พูดว่า “ตอนที่อิสราเอลยังเป็นเด็กนั้น เรารักเขา
และเราเรียกลูกชายของเราออกมาจากอียิปต์
2 แต่ยิ่งเรียกพวกเขา+ 11:2 แต่ยิ่งเรียกพวกเขา คำนี้อยู่ในฉบับแปลกรีกโบราณ ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กันเขียนว่า แต่พวกเขายิ่งเรียกเรา
พวกเขาก็ยิ่งออกห่างไปจากเรา
พวกเขาไปเซ่นไหว้พวกพระบาอัล
พวกเขาเผาเครื่องบูชาให้กับพวกรูปเคารพ
3 เราเองเป็นผู้ที่สอนให้เอฟราอิมเดิน
เราพยุงแขนของเขา
แต่เวลาที่พวกเขาเจ็บพวกเขาไม่รู้หรอกว่าเป็นเราเองที่รักษาพวกเขาให้หาย
4 เราจูงเขาด้วยเชือกแห่งความเมตตาปรานี
ด้วยเชือกแห่งความรัก
เรายกแอกออกจากคอพวกเขา
เราก้มลงเลี้ยงอาหารพวกเขา
พระยาห์เวห์จะลงโทษอิสราเอล
5 พวกเขาจะต้องกลับไปอียิปต์อีกแน่
และกษัตริย์อัสซีเรียจะเป็นกษัตริย์ของพวกเขา
เพราะพวกเขาไม่ยอมหันกลับมาหาพระยาห์เวห์
6 จะมีดาบกวัดแกว่งในเมืองต่างๆของอิสราเอล มันจะกำจัดพวกอิสราเอลที่ขี้โม้นั้น
และจะกลืนกินพวกเขาเพราะแผนร้ายของพวกเขา
7 คนของเราตั้งใจที่จะหันเหไปจากเรา
แต่ถึงแม้พวกเขาจะร้องเรียกพระเจ้าเป็นเสียงเดียวกัน
พระองค์ก็จะไม่ช่วยพวกเขา”
พระยาห์เวห์ไม่อยากทำลายอิสราเอล
8 พระยาห์เวห์พูดว่า “เอฟราอิมเอ๋ย
เราจะมอบเจ้าไปให้กับคนอื่นได้ยังไง
อิสราเอลเอ๋ย เราจะยอมให้เจ้าตกไปเป็นของศัตรูได้ยังไง
เราจะปล่อยให้เจ้าเป็นเหมือนเมืองอัดมาห์+ 11:8 เมืองอัดมาห์ อัดมาห์ กับ เศโบยิม เป็นสองเมืองที่ถูกทำลายไปพร้อมกับเมืองโสโดมและโกโมราห์ (ดูได้จากหนังสือปฐมกาลบทที่ 19 และ เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 29:23) ได้ยังไง
เราจะทำให้เจ้าเป็นเหมือนเมืองเศโบยิมได้ยังไง
เราเปลี่ยนใจแล้ว ความรู้สึกสงสารทำให้เราใจอ่อน
9 เราจะไม่ทำตามความเกรี้ยวโกรธของเรา
เราจะไม่ทำลายล้างเอฟราอิมอีก
เพราะเราเป็นพระเจ้าไม่ใช่มนุษย์
เราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์นั้นที่สถิตอยู่ท่ามกลางเจ้า
และเราจะไม่มาด้วยความโกรธ+ 11:9 เราจะไม่มาด้วยความโกรธ หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เราจะไม่มาต่อสู้กับเมืองใดๆ”
10 พวกเขาจะเดินตามพระยาห์เวห์
พระองค์จะคำรามเหมือนสิงโต
พระองค์จะคำราม
ลูกๆของพระองค์ก็จะมาจากตะวันตกด้วยความเกรงกลัวจนตัวสั่น
11 พวกเขาจะมาจากอียิปต์ตัวสั่นเหมือนลูกนก
พวกเขาจะมาเหมือนนกพิราบจากแผ่นดินอัสซีเรีย
เราจะยอมให้พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านของพวกเขา”
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้
พระยาห์เวห์มีคดีฟ้องร้องอิสราเอล
12 คนเอฟราอิมห้อมล้อมเราด้วยพวกรูปเคารพที่หลอกลวง
คนอิสราเอลห้อมล้อมเราด้วยการทรยศ
แต่ยูดาห์ยังวนเวียนอยู่กับพระเจ้า
เขายังซื่อสัตย์ต่อองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์นั้น
121 เอฟราอิมเฝ้าเลี้ยงลม
และวิ่งไล่ตามลมตะวันออกทั้งวัน
พวกเขาโกหกมากขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้น
พวกเขาทำข้อตกลงกับอัสซีเรีย
และส่งน้ำมันมะกอกไปอียิปต์+ 12:1 พวกเขา … อียิปต์ อิสราเอลได้ทำสัญญาการค้ากับอัสซีเรียและอียิปต์ พระเจ้าต่อต้านสิ่งนี้เพราะมันจะทำให้คนอิสราเอลหันไปกราบไหว้บูชาพวกรูปเคารพของประเทศเหล่านั้น
2 พระยาห์เวห์มีคดีกับยูดาห์
พระองค์จะลงโทษยาโคบตามที่พวกเขาสมควรจะได้รับ
และพระองค์จะตอบแทนให้สาสมกับการกระทำเหล่านั้นของพวกเขา
3 ยาโคบโกงพี่ชายตอนที่อยู่ในท้องแม่+ 12:3 ยาโคบ … ในท้องแม่ คำว่า “โกง” ในที่นี้แปลตรงตัวว่า “ยึดส้นเท้า” ชื่อ “ยาโคบ” หมายความว่า “ขี้โกง” หรือ “เจ้าเล่ห์” เรื่องนี้ดูเพิ่มเติมได้จากปฐมกาลบทที่ 25
เมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาได้ปล้ำสู้กับพระเจ้า+ 12:3 ปล้ำสู้กับพระเจ้า คำว่า “อิสราเอล” ชื่อนี้มีความหมายว่า “ปล้ำสู้กับพระเจ้า” ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือปฐมกาลบทที่ 32
4 เขาปล้ำสู้กับทูตสวรรค์ และเขาชนะ
ยาโคบร้องไห้และขอพรจากพระเจ้า
เขาพบพระเจ้าที่เบธเอล
และพระเจ้าพูดกับยาโคบที่นั่น
5 ผู้นี้คือพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น
ยาห์เวห์ คือชื่อของพระองค์
6 เจ้าควรจะกลับมาหาพระเจ้าของเจ้า
ให้จงรักภักดีและรักษาความยุติธรรม
และฝากความหวังไว้กับพระเจ้าของเจ้าต่อไป
7 คนพวกนี้เป็นเหมือนกับพวกพ่อค้าคานาอัน ในมือของเขาถือตราชั่งขี้ฉ้อ
เขาชอบโกงคนอื่นเสมอ
8 เอฟราอิมพูดว่า “ดูสิ เราร่ำรวยขนาดไหน
เรารวยขึ้นมาเองนะนี่
ทุกสิ่งที่เราได้ทำที่ทำให้เราร่ำรวยนี้
ไม่มีสักเรื่องเลยที่คนสามารถชี้ได้ว่าเป็นความบาป”
9 เราเป็นพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าตั้งแต่เจ้ายังอยู่ในอียิปต์
เราจะทำให้เจ้าต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์อีกครั้ง
เหมือนกับนานมาแล้ว ตอนที่เจ้าอยู่ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งนั้น
10 เราพูดผ่านมาทางพวกผู้พูดแทนพระเจ้า และเราได้ทำให้นิมิตเกิดขึ้นมากมาย
และเราพูดเรื่องเปรียบเทียบต่างๆผ่านทางพวกผู้พูดแทนพระเจ้า
11 มีการไหว้รูปเคารพที่เมืองกิเลอาดไหม
คนที่นั่นจะถูกทำลายอย่างแน่นอน
คนที่เมืองกิลกาลถวายเครื่องบูชากับรูปปั้นวัวตัวผู้ไหม
พวกแท่นบูชาของพวกเขาจะเป็นเหมือนกองหิน+ 12:11 กองหิน เป็นการเล่นคำ “กิลกาล” มีรากศัพท์มาจากคำว่า “กองหิน” ที่ถูกทิ้งอยู่ข้างทุ่งที่ไถแล้วอย่างแน่นอน
12 ยาโคบหนีไปยังแผ่นดินอารัม
อิสราเอลทำงานเพื่อแลกกับเมีย
และเขาเฝ้าดูแลแกะเพื่อแลกกับเมียอีกหนึ่งคน
13 พระยาห์เวห์ใช้ผู้พูดแทนพระเจ้านำอิสราเอลออกจากอียิปต์
และพระองค์ยังใช้ผู้พูดแทนพระเจ้าเฝ้าดูแลอิสราเอล
14 แต่เอฟราอิมทำให้พระยาห์เวห์โกรธมาก พระยาห์เวห์จึงให้พวกเขารับผิดชอบที่ไปฆ่าคนมากมาย
และองค์เจ้าชีวิตของพวกเขาจะตอบแทนพวกเขาที่ไปหลู่เกียรติพระองค์
13อิสราเอลลืมตัวและลืมบุญคุณของพระเจ้า
1 เมื่อเอฟราอิมพูด คนก็เกร็งจนตัวสั่น
เขาเป็นที่ยกย่องเชิดชูในอิสราเอล+ 13:1 เขาเป็นที่ยกย่องเชิดชูในอิสราเอล เผ่าเอฟราอิมเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในสิบเผ่าของอาณาจักรฝ่ายเหนือ (อิสราเอล)
แต่เขากลับทำผิดที่ไปนมัสการพระบาอัล
และเขาก็ตายไป
2 ถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังทำบาปอยู่เรื่อยๆ
พวกเขาสร้างพวกรูปเคารพให้กับตนเองจากเงิน
พวกช่างฝีมือหล่อรูปเคารพต่างๆขึ้นมา
พวกเขาอธิษฐานต่อรูปเคารพเหล่านั้นที่คนสร้างขึ้น
พวกเขาจูบรูปปั้นลูกวัวพวกนั้น+ 13:2 รูปปั้นลูกวัวพวกนั้น คงจะพูดถึงรูปปั้นลูกวัวทองคำที่เยโรโบอัมได้ตั้งไว้ที่เมืองดานกับเบธเอลให้คนกราบไหว้กัน
3 ดังนั้น พวกเขาจะหายไปเหมือนหมอกในตอนเช้า
เหมือนน้ำค้างที่เหือดหายไปในยามเช้า
เหมือนแกลบที่ปลิวไปจากลานนวดข้าว
และเป็นเหมือนควันที่ลอยออกมาจากช่องลม
4 เรายาห์เวห์ เป็นพระเจ้าของเจ้าตั้งแต่เจ้ายังอยู่ในแผ่นดินอียิปต์
เจ้าไม่ผูกพันกับพระเจ้าอื่นใดนอกจากเรา
และไม่มีผู้ช่วยให้รอดอื่นนอกจากเรา
5 เป็นเรานี่แหละ ที่รู้จักเจ้าในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งนั้น
ในแผ่นดินที่ร้อนแผดเผานั้น
6 ตอนที่เราเลี้ยงดูและนำทางพวกเขานั้น
พวกเขามีกินอย่างเหลือเฟือ
แต่พวกเขาก็เย่อหยิ่งจองหองขึ้นมา และลืมเรา
7 ดังนั้นเราจะเป็นเหมือนสิงโตต่อพวกเขา
เราจะซุ่มคอยพวกเขาเหมือนเสือดาวข้างทาง
8 เราจะเข้าจู่โจมพวกเขาเหมือนแม่หมีที่ลูกถูกแย่งไป
เราจะฉีกอกพวกเขาออก
เราจะกัดกินพวกเขาเหมือนสิงโตกัดกินเหยื่อ
เราจะฉีกพวกเขาออกเป็นชิ้นเหมือนที่สัตว์ป่าฉีกเหยื่อของมัน
9 อิสราเอล เราจะทำลายเจ้า
ใครจะช่วยเจ้าได้
10 ไหนล่ะ กษัตริย์ของเจ้า
เขาจะให้ชัยชนะกับเจ้าในเมืองทั้งหลายของเจ้าได้หรือ
แล้วไหนล่ะ พวกผู้นำของเจ้า ที่เจ้าพูดว่า
“ขอกษัตริย์กับพวกผู้นำให้กับเราด้วย”
11 ตอนเราโกรธ เราให้กษัตริย์กับเจ้า
และเมื่อเราโกรธอีก เราได้เอากษัตริย์ไปจากเจ้า
12 ความผิดของเอฟราอิมถูกมัดไว้แล้วในหนังสือม้วน
ความบาปทั้งหลายของเขาได้เก็บบันทึกไว้แล้ว
13 การเจ็บท้องคลอด บอกให้รู้ว่าถึงเวลาที่เขาจะเกิดแล้ว
แต่เขาไม่เป็นเด็กที่ฉลาด
เมื่อถึงเวลาที่เขาจะคลอดออกมา
เขาไม่ยอมโผล่มาที่ปากช่องคลอด
14 เราควรจะไถ่พวกเขาให้พ้นจากแดนคนตายไหม
เราควรจะไถ่พวกเขาจากความตายไหม
เจ้าความตาย นำพวกภัยพิบัติของเจ้ามาเลย
เจ้าแดนคนตาย นำความหายนะของเจ้ามาเลย
ยังไงเราก็ไม่เปลี่ยนใจ ที่จะลงโทษพวกเขาหรอก
15 ถึงแม้ว่าเอฟราอิมจะเจริญเติบโตเหมือนต้นอ้อ
ลมทางทิศตะวันออกกำลังมา
ลมหายใจของพระยาห์เวห์กำลังพัดมาจากทะเลทราย
บ่อน้ำของเอฟราอิมกำลังเหือดแห้งไป
และตาน้ำของเขาจะแห้งไป
ลมนั้นจะปล้นสมบัติของเขาไป
และเอาของมีค่าทุกอย่างไป
16 สะมาเรียจะต้องรับผิด
เพราะเธอกบฏต่อพระเจ้าของเธอ
พวกเขาจะถูกดาบฟาดฟันให้ล้มลง
ลูกเด็กเล็กแดงของเขาจะถูกฟาดลงกับพื้นดิน
และพวกผู้หญิงของพวกเขาที่มีครรภ์จะถูกผ่าท้อง
14ให้หันกลับมาหาพระยาห์เวห์
1 อิสราเอลเอ๋ย หันกลับไปหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าซะ
ความบาปของเจ้าทำให้เจ้าล้มลง
2 เตรียมคำพูดดีๆมา แล้วกลับไปหาพระยาห์เวห์
และพูดกับพระองค์ว่า
“ขอพระองค์โปรดอภัยให้กับความผิดบาปทั้งหมดที่พวกเราได้ทำไปด้วยเถิด
และโปรดยอมรับคำอธิษฐานของเรา
เราขอถวายคำสรรเสริญต่อพระองค์ด้วยริมฝีปากของเราเหมือนถวายพวกวัวตัวผู้
3 อัสซีเรียไม่สามารถช่วยกู้พวกเราได้
เราจะไม่ขี่ม้าไปขอความช่วยเหลือจากอัสซีเรีย
เราจะไม่พูดกับสิ่งที่เราสร้างขึ้นมากับมือว่า ‘ท่านเป็นพระเจ้าของเรา’
เพราะพระองค์เท่านั้นที่แสดงความเมตตาปรานีต่อคนไร้ที่พึ่งอย่างเด็กกำพร้า”
พระยาห์เวห์จะอภัยให้กับอิสราเอล
4 พระยาห์เวห์พูดว่า “เราจะรักษาพวกเขา จากใจที่ชอบหลงทางไปจากเรา
เราจะรักพวกเขาอย่างไม่มีขีดจำกัด
เพราะเราหันความโกรธของเราไปจากพวกเขาแล้ว
5 เราจะเป็นเหมือนน้ำค้างให้กับอิสราเอล
เขาจะบานออกเหมือนดอกลิลลี่
เขาจะหยั่งรากลงเหมือนพวกต้นสนซีดาร์ของเลบานอน
6 กิ่งก้านของมันจะแผ่ออกไป
เพื่อว่ามันจะสวยงามเหมือนต้นมะกอก
และจะมีกลิ่นหอมเหมือนป่าไม้ในเลบานอน
7 ผู้คนจะกลับมาอาศัยภายใต้ร่มเงาของมัน
พวกเขาจะปลูกข้าวสาลีกัน
พวกเขาจะบานออกมาเหมือนดอกของเถาองุ่น
อิสราเอลจะมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเหมือนกับเหล้าองุ่นของเลบานอน
พระเจ้าเตือนอิสราเอลเรื่องรูปเคารพ
8 เอฟราอิมเอ๋ย เรากับพวกรูปเคารพนั้นเหมือนกันตรงไหนหรือ
เรานี่แหละที่ตอบคำอธิษฐานของเจ้า เรานี่แหละที่คอยดูแลเจ้า
เราเป็นเหมือนต้นสนสามใบที่เขียวตลอดเวลา
ผลผลิตของเจ้าเกิดมาจากเรา”
คำแนะนำสุดท้าย
9 ใครเป็นคนฉลาด ก็ให้เขาเข้าใจสิ่งเหล่านี้
ใครมีความเข้าใจ ก็ให้เขารู้จักเรื่องพวกนี้
คือว่า ทางต่างๆของพระยาห์เวห์นั้นเที่ยงตรง
คนดีจะเดินในทางเหล่านั้น
แต่พวกกบฏจะหกล้มในทางเหล่านั้น