ปฐมกาล

คำนำ

“ปฐมกาล” เป็น​คำแรก​ของ​หนังสือ​เล่มนี้ คน​จึง​เอา​มา​ตั้ง​เป็น​ชื่อ​ของ​หนังสือ

ชื่อ “ปฐมกาล” เหมาะ​สำหรับ​หนังสือ​เล่มนี้​มาก เพราะ​พูด​ถึง​จุดเริ่มต้น​ของ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​พระเจ้า​ได้​สร้างขึ้น เช่น โลก สิ่งมีชีวิต และ​มนุษย์ และ​ยัง​ได้​พูด​ถึง​จุดเริ่มต้น​ของ​ความบาป การ​มี​ภาษา​และ​ประเพณี​ต่างๆ ชื่อต่างๆ และ​ชนชาติ​ต่างๆ โดยเฉพาะ​อย่างยิ่ง​ต้นกำเนิด​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล

หนังสือ​ปฐมกาล​เป็น​หนังสือ​กฎบัญญัติ​เล่ม​แรก​จาก​หนังสือ​กฎบัญญัติ​ทั้งหมด​ห้าเล่ม ใน​หนังสือ​เล่มนี้ เรา​จะ​เห็น​ว่า​ทั้งๆ​ที่​มนุษย์​ไม่เชื่อฟัง​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​ยัง​ให้​โอกาส​กับ​มนุษย์​เสมอ พระเจ้า​ได้ให้​คำมั่น​สัญญา​กับ​โนอาห์ และ​ต่อมา​ก็​ให้​คำมั่น​สัญญา​กับ​อับราม (อับราฮัม) ว่า​พระองค์​จะ​เป็น​พระเจ้า​ของเขา จะ​อวยพร​ให้เขา​มี​ที่ดิน มี​ลูกหลาน​มากมาย และ​จะ​อวยพร​คน​ทั้งโลก​ผ่าน​ทาง​ลูกหลาน​ของเขา และ​เรา​จะ​เห็น​ว่า​พระเจ้า​ได้​รักษา​คำมั่น​สัญญา​นี้​ของ​พระองค์

1

จุดเริ่มต้น​ของ​โลก​มนุษย์

1 ใน​ปฐมกาล​นั้น เมื่อ​พระเจ้า​สร้าง​แผ่นดิน​และ​ท้องฟ้า 2 แผ่นดิน​ยัง​ไร้​ระเบียบ และ​ว่างเปล่า​อยู่ มี​น้ำลึก​ปกคลุม​แผ่นดิน และ​ความมืด​ปกคลุม​น้ำ

พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า+ 1:2 พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ลม​จาก​พระเจ้า” หรือ “ลมพายุ”​เคลื่อนไหว​เหมือน​พายุ​อยู่​เหนือ​น้ำ​นั้น

วันที่​หนึ่ง สร้าง​แสงสว่าง

3 เมื่อ​พระเจ้า​พูด​ว่า “จง​มี​แสงสว่าง​ขึ้น” แสงสว่าง​ก็​เกิดขึ้น 4 พระเจ้า​เห็น​ว่า แสงสว่าง​นั้นดี พระเจ้า​ได้​แยก​ความสว่าง​ออก​จาก​ความมืด 5 พระเจ้า​เรียก​ความสว่าง​นั้น​ว่า “วัน” เรียก​ความมืด​นั้น​ว่า “คืน” มี​ตอนเย็น​และ​มี​ตอนเช้า นี่​คือ​วันแรก

วันที่​สอง สร้าง​ท้องฟ้า

6 พระเจ้า​พูด​ว่า “ขอให้​มี​โดม+ 1:6 โดม คำนี้​ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “แผ่นโค้ง” มี​ลักษณะ​เหมือน​กับ​ชาม​ที่​คว่ำอยู่ เกิดขึ้น​ระหว่าง​น้ำ แยก​น้ำ​นั้น​ออก​จากกัน​เป็น​สองส่วน” 7 พระเจ้า​จึง​สร้าง​โดม​ขึ้น พระองค์​แยก​น้ำ​ที่​อยู่​ใต้​โดม​นั้น​ออก​จาก​น้ำ​ที่​อยู่​เหนือ​โดม​นั้น แล้ว​มัน​ก็​เกิดขึ้น​ตามนั้น 8 พระเจ้า​เรียก​โดม​นั้น​ว่า “ท้องฟ้า” มี​ตอนเย็น​และ​มี​ตอนเช้า นี่​คือ​วันที่​สอง

วันที่​สาม สร้าง​แผ่นดิน​และ​พืช

9 พระเจ้า​พูด​ว่า “ให้​น้ำ​ที่​อยู่​ใต้​ท้องฟ้า​นั้น​มา​รวม​อยู่​ที่​เดียวกัน เพื่อ​จะ​ได้​มี​ที่แห้ง​โผล่​ขึ้น” มัน​ก็​เกิดขึ้น​ตามนั้น 10 พระเจ้า​เรียก​ที่แห้ง​นั้น​ว่า “แผ่นดิน” พระเจ้า​เรียก​น้ำ​ที่​อยู่​รวมกัน​นั้น​ว่า “ทะเล” พระเจ้า​เห็น​ว่า​มัน​ดี

11 พระเจ้า​พูด​ว่า “ขอให้​มี​หญ้า​งอก​ขึ้น​บน​แผ่นดิน ให้​เกิด​พืชพันธุ์​ต่างๆ​ที่​ให้​เมล็ด มี​ต้นไม้​ต่างๆ​ที่​ออก​ลูก​และ​มี​เมล็ด​ตาม​ชนิด​ของมัน​บน​แผ่นดิน​นี้” แล้ว​มัน​ก็​เกิดขึ้น​ตามนั้น 12 แผ่นดิน​ก็​มี​หญ้า​งอก​ขึ้น เกิด​พืชพันธุ์​ต่างๆ​ที่​ให้​เมล็ด​ตาม​ชนิด​ของมัน และ​มี​ต้นไม้​ที่​ออก​ลูก​และ​มี​เมล็ด​ตาม​ชนิด​ของมัน พระเจ้า​เห็น​ว่า​มัน​ดี

13 มี​ตอนเย็น​และ​มี​ตอนเช้า นี่​คือ​วันที่​สาม

วันที่​สี่ สร้าง​ดวง​อาทิตย์ ดวงจันทร์และ​ดวงดาว​ทั้งหลาย

14 พระเจ้า​พูด​ว่า “ขอให้​มี​ดวงสว่าง​มากมาย​ใน​ช่องว่าง​บน​ท้องฟ้า เพื่อ​แยก​กลางวัน​ออก​จาก​กลางคืน และ​พวกมัน​จะ​เป็น​เครื่อง​บ่งบอก​ถึง​ฤดูกาล​ทั้งหลาย​ของ​งาน​เทศกาล รวมทั้ง​วัน​และ​ปี+ 1:14 และ​พวกมัน … วัน​และ​ปี ลักษณะ​ของ​ดวงจันทร์​จะ​เป็น​สิ่ง​บ่งบอก​การเริ่มต้น​ของ​วันหยุด​และ​งาน​เทศกาล​ทั้งหลาย​ของ​ชาว​อิสราเอล15 ขอให้​พวกมัน​เป็น​ดวงสว่าง​ต่างๆ​ใน​โดม​ของ​ท้องฟ้า เพื่อ​ให้​แสงสว่าง​กับ​โลกนี้” แล้ว​มัน​ก็​เกิดขึ้น​ตามนั้น

16 พระเจ้า​จึง​ได้​สร้าง​ดวงสว่าง​ที่​มี​ขนาด​ใหญ่​ขึ้นมา​สองดวง พระเจ้า​ให้​ดวงสว่าง​ดวงใหญ่ ปกครอง​กลางวัน และ​ให้​ดวงสว่าง​ดวงเล็ก ปกครอง​กลางคืน พระเจ้า​ได้​สร้าง​ดวงดาว​ต่างๆ​ขึ้น​มาด้วย 17 แล้ว​พระเจ้า​ก็​ได้​วาง​ดวงสว่าง​พวกนี้​ไว้​ใน​ท้องฟ้า เพื่อ​ส่องสว่าง​ให้​กับ​โลก 18 เพื่อ​ให้​ปกครอง​กลางวัน และ​กลางคืน และ​เพื่อ​แยก​ความสว่าง​ออก​จาก​ความมืด พระเจ้า​เห็น​ว่า​มัน​ดี

19 มี​ตอนเย็น​และ​มี​ตอนเช้า นี่​คือ​วันที่​สี่

วันที่​ห้า สร้าง​สัตว์น้ำ​และ​นก

20 พระเจ้า​พูด​ว่า “ขอให้​น้ำ​เต็ม​ไปด้วย​สิ่งมีชีวิต​มากมาย และ​ขอให้​มี​นก​เกิดขึ้น​มากมาย​บิน​ไปมา​บน​ท้องฟ้า​เหนือ​แผ่นดิน​โลก” 21 แล้ว​พระเจ้า​ก็​ได้​สร้าง​สัตว์ทะเล+ 1:21 สัตว์ทะเล หรือ “สัตว์ประหลาด​ใน​ทะเล”​ขนาดใหญ่​ขึ้น​มากมาย​ให้​อยู่​ใน​ทะเล​นั้น และ​สร้าง​สิ่งมีชีวิต​ทุกชนิด​ที่​เคลื่อนไหว​ได้​ใน​น้ำ พระเจ้า​สร้าง​นก​ทุกชนิด​ขึ้น​มา​บิน​อยู่​บน​ท้องฟ้า พระเจ้า​เห็น​ว่า​มันดี

22 พระเจ้า​อวยพร​พวกมัน​ว่า “ขอให้​เกิด​ลูก​มากมาย​เต็ม​ท้อง​ทะเล พวกนก​ก็​เหมือนกัน ขอให้​เกิด​ลูก​มากมาย​บน​โลกนี้”

23 มี​ตอนเย็น​และ​มี​ตอนเช้า นี่​คือ​วันที่​ห้า

วันที่​หก สร้าง​สัตว์บก​และ​คน

24 พระเจ้า​พูด​ว่า “ขอให้​แผ่นดิน​เกิด​สิ่งมีชีวิต​ขึ้น​ทุกชนิด ทั้ง​สัตว์เลี้ยง​ขนาดใหญ่ สัตว์เลื้อย​คลาน​ขนาด​เล็ก รวมทั้ง​สัตว์ป่า​ตาม​ชนิดต่างๆ​ของมัน” แล้ว​มัน​ก็​เกิดขึ้น​ตามนั้น

25 พระเจ้า​สร้าง​สัตว์บก​ทุกชนิด​ขึ้นมา สร้าง​สัตว์เลี้ยง​ขนาดใหญ่​ทุก​ประเภท และ​สร้าง​สัตว์เลื้อย​คลาน​ขนาดเล็ก​ทุก​ประเภท​บน​โลก แล้ว​พระเจ้า​ก็​เห็น​ว่า​มันดี

26 พระเจ้า​พูด​อีก​ว่า “ขอให้​เรา​สร้าง​มนุษย์+ 1:26 มนุษย์ คำนี้​ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “ผู้คน” หรือ​ชื่อ “อาดัม” เหมือนกับ​คำ​ที่​หมายถึง “ดิน” หรือ “โคลน​แดง” ขึ้นมา​ตาม​รูปแบบ​ของเรา ให้​เหมือนกับ​เรา และ​ให้​เขา​ปกครอง​ฝูงปลา​ใน​ทะเล ฝูงนก​ใน​อากาศ สัตว์เลี้ยง​ขนาดใหญ่ และ​โลก​ทั้งโลก+ 1:26 โลก​ทั้งโลก หรือ​ใน​ฉบับ​ซีเรีย​โบราณ​อ่าน​ได้​ว่า “สัตว์ป่า​ทุกตัว” รวมทั้ง​สัตว์เลื้อย​คลาน​ขนาดเล็ก​ทั้งหมด​บน​โลก”

27 แล้ว​พระเจ้า​ได้​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น​ตาม​รูปแบบ​ของ​พระองค์+ 1:27 พระเจ้า … ของ​พระองค์ เปรียบเทียบ​กับ​ใน ปฐมกาล 5:1 และ 5:3 พระองค์​สร้าง​เขา​ขึ้น​ตาม​รูปแบบ​ของ​พระเจ้า พระองค์​สร้าง​พวกเขา​เป็น​ชาย​และ​หญิง 28 พระเจ้า​อวยพร​พวกเขา และ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ขอให้​มี​ลูกดก​ทวี​มากมาย​จน​เต็ม​แผ่นดิน​โลก ให้​ควบคุม​โลกนี้ และ​ปกครอง​ฝูงปลา​ใน​ทะเล ฝูงนก​ใน​อากาศ และ​สิ่งมีชีวิต​ทุกอย่าง​ที่​เคลื่อนไหว​อยู่​บน​โลกนี้”

29 พระเจ้า​พูดว่า “ดูเถิด เรา​ได้​มอบ​เมล็ดพันธุ์​ทุกชนิด​ที่​จะ​เติบโต​ขึ้น​เป็น​พืช และ​ต้นไม้​ทุกชนิด​ที่​จะ​เกิด​ลูก​พร้อมกับ​เมล็ด​ของมัน ให้​กับเจ้า​เป็น​อาหาร 30 ส่วน​สัตว์​ทุกชนิด​บน​พื้นดิน นก​ทุกชนิด​ใน​อากาศ สัตว์เลื้อย​คลาน​ขนาดเล็ก​ทุก​ประเภท​บน​พื้นดิน ที่​มี​ลม​หายใจ เรา​ได้​ให้​พืช​สีเขียว​กับ​พวกมัน​เป็น​อาหาร” แล้ว​ทุกอย่าง​ก็​เกิดขึ้น​ตามนั้น

31 พระเจ้า​ได้​มอง​ดู​ทุกสิ่ง​ที่​พระองค์​สร้างขึ้น และ​พระองค์​เห็น​ว่า​มัน​ดีมาก

มี​ตอนเย็น​และ​มี​ตอนเช้า นี่​คือ​วันที่​หก

2

วันที่​เจ็ด วัน​พักผ่อน

1 ดังนั้น ท้องฟ้า แผ่นดิน และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ใน​นั้น ถูก​สร้าง​ขึ้นมา​จน​เสร็จสมบูรณ์ 2 ใน​วันที่​เจ็ด พระเจ้า​ได้​ทำงาน​ที่​พระองค์​ทำอยู่​เสร็จสิ้น​ทุกอย่าง​แล้ว ดังนั้น​ใน​วันที่​เจ็ด​พระเจ้า​จึง​หยุดพัก​จาก​การงาน​ทุกอย่าง​ที่​พระองค์​ทำ 3 พระเจ้า​ได้​อวยพร​วันที่​เจ็ด และ​ทำ​ให้​มัน​เป็น​วันศักดิ์สิทธิ์ เพราะ​ใน​วันที่​เจ็ด​นี้ พระเจ้า​ได้​หยุด​จาก​งาน​สร้าง​ที่​พระองค์​ทำอยู่

การเริ่มต้น​ของ​เผ่าพันธุ์​มนุษย์

4 นี่​เป็น​ที่มา​ของ​ท้องฟ้า​และ​แผ่นดิน​โลก ตอน​ที่​พวกมัน​ถูก​สร้าง​ขึ้นนั้น ตอน​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​สร้าง​โลก​และ​ท้องฟ้า​ขึ้นนั้น 5 ยัง​ไม่มี​พุ่มไม้​ใน​ท้องทุ่ง​เกิดขึ้น​บน​โลกนี้ และ​ยัง​ไม่มี​พืช​ใน​ท้องทุ่ง​แตกหน่อ​ออกมา เพราะ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า ยัง​ไม่ได้​ทำให้​มี​ฝนตก​บน​โลกนี้ และ​ยัง​ไม่มี​มนุษย์​ที่​จะ​มา​ไถพรวน​ดินนั้น 6 แต่​มี​ตาน้ำ​ไหล​ออก​มา​จาก​พื้นดิน และ​มัน​ก็​ทำให้​หน้าดิน​ชุ่มชื้น

7 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ได้​ปั้น​มนุษย์​ผู้ชาย+ 2:7 ผู้ชาย คำนี้​ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “มนุษย์” หรือ ชื่อ “อาดัม” เหมือนกับ​คำ​ที่​หมายถึง “ดิน” หรือ “โคลน​แดง” ขึ้น​จาก​ผงดิน​บน​พื้น พระองค์​ปล่อย​ลม​หายใจ​เข้าไป​ใน​จมูก​ของ​ชาย​คนนั้น เป็น​ลม​หายใจ​แห่ง​ชีวิต และ​ชาย​คนนั้น​ก็​มี​ชีวิต​ขึ้นมา 8 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​สร้าง​สวน​แห่งหนึ่ง​ขึ้น​ใน​เอเดน​ทาง​ทิศตะวันออก+ 2:8 ทิศตะวันออก น่าจะ​หมายถึง​บริเวณ​ที่​อยู่​ระหว่าง​แม่น้ำ​ไทกริส​กับ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส​ไป​จนถึง​ทาง​ตะวันออก​ของ​อ่าว​เปอร์เชีย พระองค์​ให้​ชาย​คนที่​พระองค์​สร้าง​ขึ้นมา​อยู่​ที่นั่น 9 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ทำ​ให้​ต้นไม้​ทุกชนิด​งอก​ขึ้น​มา​จาก​พื้นดิน ทั้ง​ต้นไม้​ที่​ให้​ความ​สวยงาม กับ​ต้นไม้​ที่​กิน​ได้ ตรง​กลาง​สวน​นั้น​มี​ต้นไม้​แห่ง​ชีวิต และ​ต้นไม้​แห่ง​การ​รู้จัก​ผิดชอบ​ชั่วดี

10 มี​แม่น้ำ​สาย​หนึ่ง​ไหล​ผ่าน​สวน​เอเดน เพื่อ​จะ​ได้​มี​น้ำ​ให้​กับ​สวน​นั้น จาก​จุด​นั้น แม่น้ำ​สายนี้​ได้​แยก​ออก​มา​เป็น​แม่น้ำ​สาย​เล็กๆ​สี่สาย 11 แม่น้ำ​สาย​ที่หนึ่ง​มี​ชื่อ​ว่า ปิโชน เป็น​แม่น้ำ​ที่​ไหล​ผ่าน​เมือง​ฮาวิลาห์+ 2:11 ฮาวิลาห์ แผ่นดิน​ที่​อยู่​แถบ​ชายฝั่ง​ตะวันตก​ของ​คาบสมุทร​อารเบีย​และ​อาจจะ​รวมถึง​ส่วน​ทาง​ด้านใต้​ของ​เอธิโอเปีย​ที่​อยู่​ใน​แอฟริกา​ด้วย เมืองนี้​มี​ทองคำ 12 เป็น​ทองคำ​เนื้อดี เมืองนี้​ยัง​มี​ยางไม้ครั่ง+ 2:12 ยางไม้ครั่ง ยางไม้​ที่​มี​กลิ่น​หอม​มี​ราคา​แพง และ​โมรา+ 2:12 โมรา หิน​มีค่า​ชนิดหนึ่ง​มี​สีฟ้า​และ​สีเทา​เรียง​เป็น​ชั้น​หลายชั้น ด้วย 13 แม่น้ำ​สาย​ที่สอง​มี​ชื่อ​ว่า​กิโฮน เป็น​แม่น้ำ​ที่​ไหล​ผ่าน​เมืองคูช+ 2:13 คูช ปกติ​หมายถึง​เอธิโอเปีย แต่​ใน​ที่นี้​คง​หมายถึง​บริเวณ​แถว​ทาง​ตอนเหนือ​และ​ทาง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​ไทกริส14 แม่น้ำ​สาย​ที่สาม​มี​ชื่อ​ว่า​ไทกริส+ 2:14 ไทกริส ไทกริส​และ​ยูเฟรติส​เป็น​แม่น้ำ​ขนาดใหญ่​สองสาย​ที่​ไหล​ผ่าน​ประเทศ​ต่างๆ​ใน​อาณาจักร​บาบิโลน​และ​อัสซีเรีย เป็น​แม่น้ำ​ที่​ไหล​ไป​ทาง​ทิศตะวันออก​ของ​เมือง​อัสซีเรีย แม่น้ำ​สาย​ที่สี่​มี​ชื่อ​ว่า​ยูเฟรติส

15 พระเจ้า​เอา​ผู้ชาย​คนนั้น​ไป​อยู่​ใน​สวน​เอเดน ให้​เขา​ดูแล​เอาใจใส่​สวนนั้น 16 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​สั่ง​ชาย​คนนั้น​ว่า “เจ้า​จะ​กิน​จาก​ต้นไม้​ไหนๆ​ก็ได้​ใน​สวนนี้ 17 แต่​เจ้า​ต้อง​ไม่กิน​จาก​ต้นไม้​แห่ง​การรู้จัก​ผิดชอบ​ชั่วดี เพราะ​ใน​วันที่​เจ้า​กิน​จาก​ต้นไม้นั้น เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​อย่าง​แน่นอน”

ผู้หญิง​คนแรก

18 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​พูดว่า “มัน​ไม่ดี​ที่​จะ​ให้​ผู้ชาย​คนนี้​อยู่​คนเดียว เรา​จะ​สร้าง​ผู้ช่วย​คนหนึ่ง​ที่​เหมือน​กับเขา​ให้​กับเขา”

19 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ได้​ใช้​ดิน​สร้าง​เป็น​สัตว์​ทุกชนิด​ใน​ท้องทุ่ง​และ​นก​ทุกชนิด​ใน​อากาศ แล้ว​พระองค์​ได้​นำ​สัตว์​พวกนี้​แต่ละ​ตัว​ไป​มอบ​ให้​กับ​ชาย​คนนี้ เพื่อ​ดู​ว่า​เขา​จะ​เรียก​มัน​ว่า​อะไร ชาย​คนนี้​เรียก​สิ่งมีชีวิต​พวกนั้น​ว่า​อะไร มัน​ก็​มี​ชื่อ​ตามนั้น 20 ชาย​คนนี้​ตั้งชื่อ​ให้​กับ​สัตว์เลี้ยง​ขนาดใหญ่ พวกนก​ที่​อยู่​ใน​อากาศ และ​สัตว์ป่า​ทุกชนิด แต่​ก็​ไม่เจอ​ผู้ช่วย​ที่​เหมือนกับ​เขาเลย 21 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ทำให้​ชาย​คนนี้​หลับสนิท ตอน​ที่​เขา​หลับ​อยู่นั้น พระองค์​เอา​ซี่โครง​ซี่หนึ่ง​ของเขา​ออก​มา แล้ว​ปิด​แผล​บน​ผิวหนัง​ของเขา 22 จากนั้น พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ก็​เอา​ซี่โครง​ที่​มา​จาก​ชายนั้น มา​สร้าง​เป็น​ผู้หญิง​คนหนึ่ง แล้ว​พระองค์​ก็​เอา​นาง​ไป​ให้​กับ​ชายคนนั้น 23 ชายนั้น​จึง​พูด​ว่า

“ในที่สุด

นี่แหละ​คือ​กระดูก​จาก​กระดูก​ของเรา

และ​เนื้อ​จาก​เนื้อ​ของเรา

เธอ​จะ​ถูก​เรียกว่า ผู้หญิง+ 2:23 ผู้หญิง คำว่า​ผู้หญิง​และ​คำว่า​ผู้ชาย ใน​ภาษา​ฮีบรู​สองคำ​นี้​ออกเสียง​คล้ายกัน​มาก

เพราะ​เธอ​ถูก​ดึง​ออก​มา​จาก​ผู้ชาย”

24 เพราะ​เหตุนี้ ผู้ชาย​จึง​ได้​จาก​พ่อแม่​ของเขา ไป​ผูกพัน​อยู่​กับ​เมีย​ของเขา และ​ทั้งสอง​คน​ก็​กลาย​เป็น​หนึ่ง​เดียวกัน

25 ใน​เวลานั้น ทั้ง​ผู้ชาย​และ​เมีย​ของเขา ก็​เปลือยกาย​อยู่ แต่​พวกเขา​ก็​ไม่รู้สึก​อับอาย

3

การเริ่มต้น​ของ​บาป

1 ใน​ขณะนั้น งู​เป็น​สัตว์​ที่​ฉลาด​เจ้าเล่ห์​กว่า​สัตว์ป่า​ทั้งหมด​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ได้​สร้าง​ขึ้น งู​ตัวนั้น​พูด​กับ​ผู้หญิง​ว่า “จริง​หรือ​ที่​พระเจ้า​พูด​ว่า ‘พวกเจ้า​ต้อง​ไม่กิน​จาก​ต้นไหนๆ​ใน​สวนนี้’”

2 หญิงนั้น​ตอบ​งู​ว่า “พวกเรา​กิน​ผลไม้​จาก​ต้นไหนๆ​ก็ได้​ใน​สวนนี้ 3 แต่​พระเจ้า​พูด​ว่า ‘พวกเจ้า​ต้อง​ไม่กิน​ผลไม้​จาก​ต้น​ที่​อยู่​กลาง​สวนนั้น อย่า​แม้แต่​จะ​แตะต้อง​มัน ไม่​อย่างนั้น​เจ้า​จะตาย’”

4 งูนั้น​พูด​กับ​หญิงนั้น​ว่า “เจ้า​จะ​ไม่ตาย​หรอก 5 พระเจ้า​เอง​ก็​ยังรู้​เลย​ว่า เมื่อ​เจ้า​กิน​จาก​ต้นนั้น ตา​ของเจ้า​จะ​สว่างขึ้น แล้ว​เจ้า​จะ​เป็น​เหมือน​กับ​พระเจ้า รู้จัก​ผิดชอบ​ชั่วดี”

6 หญิงนั้น​มองดู และ​เห็นว่า​ต้นไม้นั้น​มี​ผล​น่ากิน​มาก มัน​ช่าง​สวยงาม และ​ยั่วยวนใจ​เหลือเกิน เพราะ​มัน​สามารถ​ทำให้​คน​เฉลียว​ฉลาด​ได้ หญิงนั้น​จึง​เด็ด​เอา​ผล​ของมัน​มากิน แล้ว​เธอ​ก็​ส่ง​ให้​สามี​ของเธอ​กินด้วย และ​เขา​ก็​กิน​มัน

7 แล้ว​ตา​ของ​พวกเขา​ก็​สว่างขึ้น พวกเขา​รู้ตัว​ว่า​กำลัง​เปลือยกาย​อยู่ พวกเขา​จึง​เอา​ใบไม้​มา​เย็บ​เข้า​ด้วยกัน แล้ว​เอา​มา​ใส่​ปกปิด​ร่างกาย

8 ใน​เวลา​เย็น​ของ​วันนั้น พวกเขา​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​เดิน​มา​ใน​สวน ทั้ง​ชายนั้น​และ​เมีย​ของเขา ต่าง​พา​กัน​ไป​หลบซ่อน​จาก​หน้า​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า พวกเขา​แอบ​อยู่​ตาม​ต้นไม้​ใน​สวน 9 พระยาห์เวห์​พระเจ้า ได้​ส่งเสียง​เรียก​ชายคนนั้น และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​อยู่​ที่ไหน”

10 ชาย​คนนั้น​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระองค์​ใน​สวนนี้ ข้าพเจ้า​เกรง​กลัว เพราะ​ข้าพเจ้า​เปลือยกาย​อยู่ ข้าพเจ้า​จึง​มา​แอบ​ซ่อนตัว​อยู่”

11 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​จึง​ตอบ​ว่า “ใคร​บอก​เจ้า​ว่า​เจ้า​เปลือยกาย​อยู่ นี่​เจ้า​กิน​จาก​ต้น​ที่​เรา​สั่งห้าม​ไม่ให้​เจ้า​กิน​แล้ว​ใช่ไหม”

12 ชาย​คนนั้น​ตอบ​ว่า “หญิง​ที่​พระองค์​ได้​มอบ​ให้​กับ​ข้าพเจ้า เป็น​คน​เอา​ผลไม้​จาก​ต้นนั้น​มา​ให้​ข้าพเจ้า​แล้ว​ข้าพเจ้า​ก็​กิน​มัน”

13 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​พูด​กับ​หญิง​คนนั้น​ว่า “เจ้า​ได้​ทำ​อะไร​ลงไป” หญิงนั้น​ตอบ​ว่า “งู​ตัวหนึ่ง​มา​ล่อลวง​ข้าพเจ้า แล้ว​ข้าพเจ้า​ก็​กิน​ผลไม้นั้น”

14 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​พูด​กับ​งู​ว่า

“เพราะ​เจ้า​ได้​ทำ​อย่างนี้

เจ้า​จะ​ถูก​สาปแช่ง​มาก​ยิ่งกว่า​สัตว์​ทุกชนิด ทั้ง​สัตว์เลี้ยง​และ​สัตว์ป่า

เจ้า​จะต้อง​เลื้อยไป​ด้วยท้อง

เจ้า​จะ​ต้อง​กินฝุ่น​ไป​ตลอดชีวิต

15 เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​กับ​หญิงนั้น​เป็น​ศัตรูกัน

ลูกหลาน​ของเจ้า​กับ​ลูกหลาน​ของหญิงนั้น​จะเป็น​ศัตรูกัน

ลูกหลาน​ของหญิงนั้น​จะ​ทำให้​หัว​ของเจ้า​ฟกช้ำ

แล้ว​เจ้า​จะ​ทำให้​ส้นเท้า​ของเขา​ฟกช้ำ”

16 แล้ว​พระองค์​พูด​กับ​หญิงนั้น​ว่า

“เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​ต้อง​ทำงาน​อย่างหนัก

เจ้า​จะ​ต้อง​ตั้งท้อง​บ่อยๆ

นอกจาก​จะ​ต้อง​ทำงาน​หนักแล้ว

เจ้า​จะต้อง​คลอดลูก​อีกด้วย+ 3:16 เรา​จะ … เจ้า​จะต้อง​คลอดลูก​อีกด้วย หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​ลำบาก​ตอน​มีท้อง และ​เจ้า​จะ​คลอดลูก​ด้วย​ความเจ็บปวด”

เจ้า​จะ​อยาก​ควบคุม+ 3:16 อยาก​ควบคุม หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “อยาก​ได้”​สามี

แต่​สามี​จะ​ครอบงำ​เจ้า”

17 แล้ว​พระองค์​พูด​กับ​ชายนั้น​ว่า

“เพราะ​เจ้า​ไป​ฟัง​เสียง​ของ​เมียเจ้า

และ​เจ้า​กิน​จาก​ต้นไม้​ที่​เรา​สั่งห้าม​ไม่ให้​เจ้ากิน

เพราะ​เจ้า​ทำ​อย่างนั้น เรา​จะ​สาปแช่ง​ผืนดิน

เจ้า​จะ​ได้กิน​จาก​ผืนดินนั้น​ก็​ต่อเมื่อ​เจ้า​ทำงาน​อย่างหนัก​ทุกวัน​ตลอด​ชั่วชีวิต​ของเจ้า

18 แผ่นดิน​จะ​เกิด​หนาม​และ​วัชพืช​ให้กับเจ้า

และ​เจ้า​จะ​ต้อง​กิน​พืช​ที่​อยู่​ใน​ท้องทุ่ง+ 3:18 กิน​พืช​ที่​อยู่​ใน​ท้องทุ่ง ดู​ใน ปฐมกาล 1:28-29

19 เจ้า​จะ​ต้อง​ทำงาน​หนัก​อาบเหงื่อ​ต่างน้ำ​เพื่อ​จะ​มี​อาหาร​กิน

จนกว่า​เจ้า​จะ​ตาย​กลับ​ไป​สู่​ดิน​เพราะ​เจ้า​มา​จาก​ดิน

เพราะ​เจ้า​ถูก​สร้าง​มา​จาก​ผงดิน

ดังนั้น​เจ้า​จะ​ต้อง​คืน​กลับไป​เป็น​ผงดิน​เหมือนเดิม”

20 ชาย​คนนั้น​ตั้งชื่อ​เมีย​ของเขา​ว่า “เอวา”+ 3:20 เอวา ชื่อนี้​เหมือน​กับ​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู ที่​หมายถึง “ชีวิต” เพราะ​นาง​จะ​เป็น​แม่​คนแรก​ของ​ทุกคน​ที่จะ​เกิดมา

21 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ทำ​เครื่องนุ่งห่ม​จาก​หนังสัตว์ ให้​อาดัม​กับ​เมีย​ของเขา​ใส่​เพื่อ​ปกปิด​ร่างกาย 22 แล้ว​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​พูด​ว่า “ดูสิ พวกมนุษย์​ได้​กลาย​มาเป็น​เหมือน​เรา​แล้ว คือ​รู้จัก​ผิดชอบชั่วดี และ​ตอนนี้​เขา​อาจจะ​ยื่นมือ​ออกไป​หยิบ​ผลไม้​จาก​ต้นไม้​แห่งชีวิต​มากิน และ​มี​ชีวิต​อยู่​ตลอดไป”

23 พระยาห์เวห์​พระเจ้า​จึง​ขับไล่​เขา​ออก​จาก​สวน​เอเดน ให้​ไป​ทำงาน​บนดิน​ที่​พระเจ้า​ใช้​สร้างเขา​ขึ้นมานั้น 24 พระองค์​ได้​ขับไล่​ชาย​คนนั้น​ไป แล้ว​ตรง​ทิศ​ตะวันออก​ของ​สวนเอเดน พระองค์​ได้​ตั้ง​พวกทูตสวรรค์​เครูบ ที่​มี​ดาบ​เป็น​ประกายไฟ​ลุกโพลง มา​เฝ้า​ทางเข้า​ที่​จะ​นำ​ไปสู่​ต้นไม้​แห่งชีวิตนั้น

4

ครอบครัว​แรก

1 ฝ่าย​อาดัม​ได้​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​เอวา​เมีย​ของตน แล้ว​นาง​ก็​ตั้งท้อง คลอด​ลูกชาย​คนหนึ่ง​ชื่อ คาอิน เธอ​พูดว่า “ฉันได้+ 4:1 ฉันได้ ใน​ภาษา​ฮีบรู คำ​นี้​ออกเสียง​เหมือนกับ​ชื่อ “คาอิน”​ลูกชาย​แล้ว​จาก​ความช่วยเหลือ​ของ​พระยาห์เวห์”

2 ต่อมา​นาง​ก็​ได้​คลอด​น้องชาย​ของ​คาอิน ชื่อ​อาเบล เมื่อ​อาเบล​โตขึ้น​ก็​เป็น​คน​เลี้ยง​แกะ ส่วน​คาอิน​ก็​เป็น​ชาวนา

การฆ่ากัน​ครั้งแรก

3 อยู่​มา​วันหนึ่ง คาอิน​ได้​นำ​เอา​พืชผล​ที่​เกิด​จาก​ผืนดิน​มา​ถวาย​ให้กับ​พระยาห์เวห์ 4 ส่วน​อาเบล​ก็​เอา​พวกแกะ​หัวปี​จาก​ฝูง​ของเขา โดยเฉพาะ​ส่วน​ไขมัน+ 4:4 ส่วน​ไขมัน ส่วน​ที่​เป็น​ไขมัน​ของ​แกะหัวปี​ถือว่า​เป็น​ส่วน​ที่​ดีที่สุด มา​ถวาย​ให้​กับ​พระยาห์เวห์

พระยาห์เวห์​ยอมรับ​อาเบล​และ​เครื่อง​บูชา​ของเขา 5 แต่​พระองค์​ไม่ยอมรับ​คาอิน​กับ​เครื่อง​บูชา​ของเขา ทำให้​คาอิน​โกรธมาก ไม่พอใจ หน้าบึ้งอยู่ 6 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​คาอิน​ว่า “เจ้า​โกรธ​ทำไม เจ้า​หน้าบึ้ง​ทำไม 7 ถ้า​เจ้า​ทำ​ใน​สิ่งที่ถูก เรา​ก็​จะ​ยอมรับเจ้า แต่​ถ้า​เจ้า​ทำ​สิ่งที่ผิด ความบาป​ก็​ดักซุ่ม​โจมตี​เจ้า​อยู่​ที่​ประตู มัน​อยาก​ควบคุมเจ้า+ 4:7 มัน​อยาก​ควบคุมเจ้า หรือ “อยาก​ได้​ตัวเจ้า” แต่​เจ้า​จะ​ต้อง​เป็น​ฝ่าย​ที่​ครอบงำ​มัน”

8 คาอิน​บอก​กับ​อาเบล​น้องชาย​ว่า ให้​เรา​ไป​ในทุ่ง​กันเถอะ+ 4:8 ไป​ในทุ่ง​กันเถอะ ข้อความ​นี้​พบ​ใน​ฉบับ​แปล​โบราณ แต่​ไม่พบ​ใน​หนังสือ​ภาษา​ฮีบรู​ฉบับ​มาตรฐาน ตอนที่​พวกเขา​อยู่​ใน​ทุ่งนั้น คาอิน​ก็​โถม​เข้าใส่​อาเบล​น้องชาย​และ​ฆ่าเขา

9 พระยาห์เวห์​ถาม​คาอิน​ว่า “น้องชาย​ของเจ้า​อยู่ไหน”

คาอิน​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​ไม่รู้ ข้าพเจ้า​เป็น​คน​ดูแล​น้องชาย​หรือยังไง”

10 พระยาห์เวห์​จึง​พูด​ว่า “เจ้า​ได้​ทำ​อะไร​ลงไป เลือด​ของ​น้องชาย​เจ้า​ที่​ผืนดิน​นั้น​ได้​ร้อง​ออกมา​ถึงเรา 11 ตอนนี้​เจ้า​ถูก​สาปแช่ง​จาก​แผ่นดิน​ที่​อ้าปาก​ของมัน​ดื่มกิน​เลือด​ของ​น้องชาย​เจ้า​จาก​มือ​ของเจ้า 12 เมื่อ​เจ้า​ทำงาน​บน​ผืนดิน มัน​จะ​ไม่ให้​พืชผล​กับเจ้า​อีกแล้ว เจ้า​จะ​กลายเป็น​คนเร่ร่อน​ไม่มี​หลักแหล่ง​ใน​โลกนี้”

13 คาอิน​พูด​กับ​พระยาห์เวห์​ว่า “โทษ​ของ​ข้าพเจ้า​หนัก​เกินกว่า​ที่​ข้าพเจ้า​จะ​ทนได้ 14 ดูเถิด​ใน​วันนี้​พระองค์​ได้​ขับไล่​ข้าพเจ้า​ออกไป​จาก​แผ่นดิน แล้ว​ข้าพเจ้า​จะ​ถูกซ่อน​ไป​จาก​พระองค์ ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​กลายเป็น​คนเร่ร่อน​ไม่มี​หลักแหล่ง​ใน​โลกนี้ และ​ใคร​ก็ตาม​ที่​พบ​ข้าพเจ้า​จะ​ฆ่า​ข้าพเจ้า”

15 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เขา​ว่า “เพราะ​เครื่อง​หมาย​นี้ ใคร​ก็​ตาม​ที่​ฆ่า​เจ้า จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ​เจ็ดเท่า” แล้ว​พระเจ้า​ก็​ใส่​เครื่อง​หมาย​บนตัว​คาอิน เพื่อ​ว่า​คน​ที่​เจอ​เขา​จะได้​ไม่ฆ่าเขา

ครอบครัว​ของ​คาอิน

16 จากนั้น คาอิน​จาก​พระยาห์เวห์​ไป เขา​ไป​อยู่​ที่​เมืองโนด+ 4:16 โนด ชื่อ​นี้​หมายถึง “การเร่ร่อน” ทาง​ทิศ​ตะวันออก​ของ​เอเดน

17 คาอิน​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​เมีย​ของเขา นาง​ตั้งท้อง​และ​คลอดลูก​ชื่อ​เอโนค คาอิน​สร้าง​เมือง​ขึ้น​เมืองหนึ่ง​และ​เขา​ตั้งชื่อ​เมืองนั้น​ว่า เอโนค ตาม​ชื่อ​ลูกชาย​ของเขา

18 เอโนค​มี​ลูกชาย​ชื่อ​อิราด อิราด​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เมหุยาเอล เมหุยาเอล​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เมธูชาเอล เมธูชาเอล​มี​ลูกชาย​ชื่อ​ลาเมค

19 ลาเมค​มี​เมีย​สองคน​ชื่อ​อาดาห์ กับ​ศิลลาห์ 20 อาดาห์​มี​ลูก​ชื่อ​ยาบาล เขา​เป็น​บรรพบุรุษ+ 4:20 บรรพบุรุษ น่าจะ​หมายความ​ว่า คนที่​ได้​ประดิษฐ์​สิ่งเหล่านี้​ขึ้น​มา​ใช้​เป็น​คนแรก หรือ ที่​เรา​มัก​จะ​เรียก​กัน​ว่า​เป็น​บิดา​แห่ง​เรื่องนั้นๆ ของ​พวก​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เต็นท์​และ​เลี้ยง​สัตว์ใช้งาน 21 น้องชาย​ของ​ยาบาล​ชื่อ​ยูบาล เขา​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​คน​ที่​เล่นพิณ​และ​เป่าขลุ่ย​เก่ง 22 ศิลลาห์​มี​ลูก​ชื่อ ทูบัลคาอิน เขา​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​พวกช่าง​ทำ​เครื่องมือ​ทอง​สัมฤทธิ์​และ​เหล็ก​ต่างๆ+ 4:22 เขา​เป็น … เหล็ก​ต่างๆ การ​แปล​ประโยค​นี้​ใช้​หนังสือ​ภาษา​ฮีบรู​ฉบับ​ปรับปรุง​แก้ไข​เป็น​เกณฑ์ ใน​หนังสือ​เล่มนี้​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “ได้​เป็น​คนงาน​ผู้หนึ่ง​ที่​ได้​ทำ​ให้​ทอง​สัมฤทธิ์​และ​เหล็ก​เกิด​เป็น​รูปร่าง​ขึ้นมา” น้องสาว​ของ​ทูบัลคาอิน​ชื่อ​นาอามาห์

23 ลาเมค​พูด​กับ​เมีย​ทั้งสอง​ของเขา​ว่า

“อาดาห์​กับ​ศิลลาห์​ฟังเรา​ให้ดี

เจ้า​ที่​เป็น​เมีย​ของ​ลาเมค​ฟัง​สิ่งที่​เรา​จะพูด​ให้ดี

เรา​ได้​ฆ่า​ชายคนหนึ่ง​ที่​ทำให้​เรา​บาดเจ็บ

เรา​ได้​ฆ่า​เด็กหนุ่ม​คนหนึ่ง​ที่​ได้​มา​ทำร้ายเรา

24 ถ้าหาก​การฆ่า​คาอิน​จะต้อง​รับโทษ​เจ็ดเท่า

การฆ่า​เรา​ลาเมค ก็​จะต้อง​ได้รับโทษ​ถึง​เจ็ดสิบเจ็ดเท่า”

อาดัม​กับ​เอวา​มี​ลูกชาย​อีกคน

25 อาดัม​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​เมีย​ของตน​อีก นาง​คลอด​ลูกชาย​คนหนึ่ง นาง​ตั้งชื่อ​เขา​ว่า เสท+ 4:25 เสท คำนี้​เหมือน​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ที่​หมายถึง “การให้” เพราะ​นาง​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​ให้​ลูกชาย​อีก​คนหนึ่ง​กับฉัน​แทน​อาเบล เพราะ​คาอิน​ฆ่า​เขาแล้ว” 26 แล้ว​เสท​ก็​มี​ลูกชาย​คนหนึ่ง เขา​ตั้งชื่อ​ลูก​ว่า เอโนช ใน​เวลานั้น ผู้คน​เริ่ม​พา​กัน​มา​นมัสการ​พระยาห์เวห์+ 4:26 ผู้คน … พระยาห์เวห์ แปล​ตรงๆ​ได้ว่า “ผู้คน​เริ่ม​ร้องเรียก​ชื่อ​ของ​พระยาห์เวห์”

5

ประวัติ​ของ​ครอบครัว​อาดัม

(1 พศด. 1:1-4)

1 นี่​คือ​หนังสือ​ประวัติ​ครอบครัว​ของ​อาดัม+ 5:1 อาดัม คำนี้​หมายถึง “ผู้ชาย” หรือ “ผู้คน” เหมือนกับ​คำ​ที่​หมายถึง “ดิน” หรือ “โคลน​แดง” ใน​วันที่​พระเจ้า​สร้าง​มนุษย์นั้น พระเจ้า​สร้าง​พวกเขา​ให้​เหมือนกับ​พระองค์+ 5:1 พระเจ้า​สร้าง … พระองค์ แปล​ตรงๆ​คือ “พระองค์​ได้​สร้าง​เขา​ตาม​แบบ​ของ​พระเจ้า” ดู​ใน ปฐมกาล 1:272 พระเจ้า​ได้​สร้าง​ชาย​และ​หญิง​ขึ้น ใน​วันที่​พระองค์​สร้าง​พวกเขานั้น​พระองค์​ได้​อวยพร​พวกเขา และ​เรียก​พวกเขา​ว่า​มนุษย์

3 เมื่อ​อาดัม​มี​อายุ​ได้​หนึ่งร้อย​สามสิบปี เขา​ก็​มี​ลูกชาย​อีก​คนหนึ่ง ซึ่ง​รูปร่าง​หน้าตา​คล้าย​เขา​มาก เขา​ตั้งชื่อ​ลูก​ว่า​เสท 4 หลังจาก​เสท​เกิด​แล้ว อาดัม​ก็​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​แปดร้อยปี และ​เขา​ยัง​มี​ลูกชาย​ลูกสาว​อีก​หลายคน 5 อาดัม​มี​อายุ​ถึง​เก้าร้อย​สามสิบปี​จึงตาย

6 ส่วน​เสทนั้น เมื่อ​มี​อายุ​ได้​หนึ่งร้อยห้าปี ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เอโนช 7 หลัง​จาก​เอโนช​เกิด​มา​แล้ว เสท​ก็​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​แปดร้อยเจ็ดปี เขา​ยัง​มี​ลูกชาย​ลูกสาว​อีก​หลายคน 8 เสท​มี​อายุ​ถึง​เก้าร้อย​สิบสองปี​จึง​ตาย

9 เมื่อ​เอโนช​มี​อายุ​ได้​เก้าสิบปี เขา​ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เคนัน 10 หลังจาก​ที่​เคนัน​เกิด​มา​แล้ว เอโนช​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​แปดร้อย​สิบห้าปี เขา​ยัง​มี​ลูกชาย​ลูกสาว​อีก​หลายคน 11 เอโนช​มี​อายุ​ถึง​เก้าร้อยห้าปี​จึง​ตาย

12 เมื่อ​เคนัน​อายุ​เจ็ดสิบปี ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ มาหะลาเลล 13 หลัง​จาก​มาหะลาเลล​เกิด​มา​แล้ว เคนัน​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​แปดร้อย​สี่สิบปี เขา​ยัง​มี​ลูกชาย​ลูกสาว​อีก​หลายคน 14 เคนัน​มี​อายุ​ถึง​เก้าร้อย​สิบปี​จึง​ตาย

15 เมื่อ​มาหะลาเลล​มี​อายุ​หกสิบห้าปี ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​ยาเรด 16 หลัง​จาก​ที่​ยาเรด​เกิด​มา​แล้ว มาหะลาเลล​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​แปดร้อย​สามสิบปี เขา​ยังมี​ลูกชาย​ลูกสาว​อีกหลายคน 17 มาหะลาเลล​มี​อายุ​ถึง​แปดร้อย​เก้าสิบห้าปี​จึงตาย

18 เมื่อ​ยาเรด​มี​อายุ​หนึ่งร้อย​หกสิบสองปี ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อเอโนค 19 หลังจาก​ที่​เอโนค​เกิดมาแล้ว ยาเรด​มีชีวิต​ต่อไป​อีก​แปดร้อยปี เขา​ยัง​มี​ลูกชาย​ลูกสาว​อีก​หลายคน 20 ยาเรด​มี​อายุ​ถึง​เก้าร้อย​หกสิบสองปี​จึง​ตาย

21 เมื่อ​เอโนค​อายุ​ได้​หกสิบห้า​ปี ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เมธูเสลาห์ 22 หลังจาก​ที่​เมธูเสลาห์​เกิด​มา​แล้ว เอโนค​มี​ชีวิต​ที่​อยู่​ใกล้ชิด​กับ​พระเจ้า+ 5:22 มี​ชีวิต​ที่​อยู่​ใกล้ชิด​กับ​พระเจ้า แปล​ตรงๆ​ว่า “เดิน​กับ​พระเจ้า” เหมือน​มนุษย์​ใน​สวน​เอเดน 3:8 ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ​แปล​คำ​เหล่านี้​ว่า “ทำให้​พระเจ้า​พอใจ” (ดู​ใน 5:24 และ 6:9 ด้วย)​ต่อไป​อีก​สามร้อย​ปี ระหว่างนั้น​เขา​มี​ลูกชาย​ลูกสาว​อีก​หลายคน 23 เอโนค​มี​ชีวิต​อยู่​จน​มี​อายุ​สามร้อย​หกสิบห้าปี 24 เอโนค​เดิน​ไป​กับ​พระเจ้า แล้ว​เขา​ก็​หายตัวไป​เพราะ​พระเจ้า​เอา​ตัวเขาไป

25 เมื่อ​เมธูเสลาห์​มี​อายุ​หนึ่งร้อย​แปดสิบเจ็ดปี ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​ลาเมค 26 หลังจาก​ที่​ลาเมค​เกิด​มา​แล้ว เมธูเสลาห์​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​เจ็ดร้อย​แปดสิบสองปี เขา​มี​ลูกชาย​ลูกสาว​อีก​หลายคน 27 เมธูเสลาห์ มี​อายุ​ถึง​เก้าร้อย​หกสิบเก้าปี​จึง​ตาย

28 เมื่อ​ลาเมค​มี​อายุ​หนึ่งร้อย​แปดสิบสองปี ก็​มี​ลูกชาย​คนหนึ่ง 29 เขา​ตั้งชื่อ​ลูก​ว่า​โนอาห์+ 5:29 โนอาห์ ชื่อ​นี้​เหมือนคำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ที่หมายถึง “การพักผ่อน” หรือ “การปลอบใจ” เขา​พูด​ว่า “ลูกคนนี้​จะ​ทำให้​พวกเรา​ได้​หยุดพัก​จาก​การงาน​ที่​เหน็ดเหนื่อย​ของเรา เพราะ​พระเจ้า​ได้​สาปแช่ง​แผ่นดิน​แห่งนี้ไว้”

30 หลังจาก​ที่​โนอาห์​เกิดมา​แล้ว ลาเมค​ก็​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​ห้าร้อย​เก้าสิบห้าปี และ​เขา​ก็​มี​ลูกชาย​ลูกสาว​อีก​หลายคน 31 ลาเมค​มี​อายุ​ถึง​เจ็ดร้อย​เจ็ดสิบเจ็ดปี​จึง​ตาย

32 เมื่อ​โนอาห์​อายุ​ได้​ห้าร้อยปี ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เชม ฮาม และ​ยาเฟท

6

ประชาชน​เริ่ม​ชั่วร้าย

1 เมื่อ​ประชาชน​บน​แผ่นดิน​มี​จำนวน​เพิ่ม​มากขึ้น​เรื่อยๆ​และ​ได้​เกิด​ลูกสาว​มากมาย 2 พวกลูกชาย​ของ​พระเจ้า+ 6:2 พวกลูกชาย​ของ​พระเจ้า ข้อความ​นี้​น่าจะ​พูดถึง​พวกทูตสวรรค์​หรือ​พวกวิญญาณ​ชั้นสูง แต่​มี​อาจารย์​พระคัมภีร์​บางท่าน​เสนอ​ว่า​เป็น​กษัตริย์ หรือ​พวกเคร่งศาสนา​หรือ​อาจจะ​เป็น​คน​ใน​ครอบครัว​ของ​เสท เห็น​ว่า​ลูกสาว​ของ​มนุษย์นั้น​สวยงาม​เหลือเกิน พวกเขา​จึง​ได้​แต่งงาน​กับ​บรรดา​ลูกสาว​ของมนุษย์​ที่​พวกเขา​ได้​เลือกมา

3 พระเจ้า​จึง​พูด​ว่า “วิญญาณ​ของเรา​จะ​ไม่อยู่​กับ​พวกมนุษย์​ตลอดไป เพราะ​พวกเขา​ตายได้ ดังนั้น​พวกเขา​ก็​จะ​มี​อายุ​เพียง​หนึ่งร้อย​ยี่สิบปี”+ 6:3 วิญญาณ … หนึ่งร้อย​ยี่สิบปี หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ประชาชน​เป็น​เพียง​มนุษย์ เรา​จะ​ไม่ปล่อย​ให้​พวกเขา​มา​รบกวน​พระวิญญาณ​ของเรา​ตลอดไป เรา​จะ​ให้​พวกเขา​มี​ชีวิต​อยู่​หนึ่งร้อย​ยี่สิบปี”

4 ใน​เวลานั้น มี​ชาวเนฟิล+ 6:4 ชาวเนฟิล ชื่อ​นี้​เหมือน​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ที่​หมายถึง “ประชาชน​ที่​ตกต่ำ” ต่อมา​ชาว​เนฟิล​เป็น​ครอบครัว​ที่​มี​ชื่อเสียง​ใน​เรื่อง​ความ​เป็น​นักรบ​ที่​ตัวใหญ่ คำนี้​อาจจะ​หมายถึง “พวกยักษ์” ก็​ได้ ดู​ใน หนังสือ​กันดารวิถี 13:32-33 อาศัย​อยู่​บน​แผ่นดิน​ด้วย เมื่อ​พวกลูกชาย​ของ​พระเจ้า​ได้​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​พวกลูกสาว​ของมนุษย์ ผู้หญิง​เหล่านี้​ได้​คลอดลูก​ออกมา​หลายคน ซึ่ง​พวกเขา​ได้​เติบโตขึ้น​เป็น​นักรบ​ที่​กล้าหาญ มี​ชื่อเสียง​มาก​ใน​ยุคโบราณนั้น+ 6:4 ใน​เวลานั้น … ใน​ยุคโบราณนั้น หรือ “ชาวเนฟิล​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ใน​เวลานั้น​และ​ใน​เวลา​ต่อมา เมื่อ​พวกลูกชาย​ของ​พระเจ้า​แต่งงาน​กับ​บรรดา​ลูกสาว​ของ​คนเหล่านี้ พวกผู้หญิง​นี้​ได้​คลอดลูก และ​ลูก​ของ​พวกเขา​ก็​เป็น​วีรบุรุษ​ที่​มี​ชื่อเสียง​ใน​ยุคโบราณ”

5 พระยาห์เวห์​เห็น​ว่า​มนุษย์​บน​โลก​ชั่วมาก สิ่ง​ที่​พวกเขา​คิดในใจ​ก็​ล้วน​ชั่วร้าย​ตลอดเวลา 6 พระยาห์เวห์​รู้สึก​เสียใจ​ที่​พระองค์​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น​ใน​โลก ใจ​ของ​พระองค์​เศร้าสลด 7 พระยาห์เวห์​พูด​ว่า “เรา​จะ​ทำลาย​ล้าง​มนุษย์​ที่​เรา​สร้างขึ้น​จากดิน กับ​พวกสัตว์ใช้งาน สัตว์เลื้อย​คลาน​ทุกอย่าง​บนดิน รวมทั้ง​นก​ทุกชนิด เพราะ​เรา​เศร้าใจ​ที่​ได้​สร้าง​พวกเขา​ขึ้นมา”

8 มี​แต่​โนอาห์+ 6:8 โนอาห์ ชื่อ​นี้​เหมือน​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ที่หมายถึง “รู้สึก​เสียใจ​ใน​ภายหลัง” เท่านั้น​ที่​พระเจ้า​ชอบใจ

โนอาห์​กับ​น้ำท่วม​ครั้ง​ใหญ่

9 ต่อไปนี้​เป็น​เรื่องราว​ของ​โนอาห์​และ​ครอบครัว​ของเขา โนอาห์​เป็น​คนดีมาก ไม่มี​ที่ติเลย​ใน​ท่ามกลาง​คน​ใน​ยุคสมัย​ของเขา โนอาห์​ได้​เดิน​ไป​กับ​พระเจ้า+ 6:9 โนอาห์​ได้​เดิน​ไป​กับ​พระเจ้า หมายถึง​โนอาห์​มี​ความสัมพันธ์​ใกล้ชิด​กับ​พระเจ้า ดู​ใน​ปฐมกาล 5:21-2410 เขา​มี​ลูกชาย​สาม​คน​ชื่อ เชม ฮาม และ​ยาเฟท

11 ใน​สายตา​ของ​พระเจ้า​นั้น โลก​ดู​เสื่อมทราม​มาก เต็มไปด้วย​ประชาชน​ที่​ชอบ​ความรุนแรง 12 พระเจ้า​มอง​ดู​โลกนี้ และ​เห็น​ว่า​โลกนี้​เสื่อมทราม​จริงๆ เพราะ​วิถีทาง​ทั้งหลาย​ของ​มนุษย์​ทุกคน​บน​โลกนี้​เสื่อมทราม

13 พระเจ้า​พูด​กับ​โนอาห์​ว่า เรา​ได้​ตัดสินใจ​ที่​จะ​ทำลาย​สิ่งมีชีวิต​ทั้งหมด เพราะ​โลกนี้​เต็มไปด้วย​ความรุนแรง ดังนั้น​เรา​จะ​ทำลาย​พวกมัน​ไป​พร้อมๆ​กับโลก 14 ให้​เจ้า​ต่อเรือ​สำหรับ​เจ้าเอง​ลำหนึ่ง โดย​ใช้​ไม้สน​โกเฟอร์+ 6:14 ไม้สน​โกเฟอร์ แปล​ตรงๆ​คือ​ไม้​ไซเพรส ชนิด​ของ​ไม้​ยัง​ไม่​แน่นอน สร้าง​ห้อง​ขึ้น​หลายห้อง​ใน​เรือ​ลำนั้น+ 6:14 สร้าง​ห้อง … เรือ​ลำนั้น หรือ “อุด​ช่องว่าง​ของ​เรือ” น่า​จะ​หมายถึง​พืชเล็กๆ​ที่​ถูก​ยัด​เข้าไป​ตาม​รอยแยก​ของเรือ​และ​ทาทับ​ด้วย​น้ำมันดิน เอา​น้ำมันดิน+ 6:14 น้ำมันดิน เป็น​น้ำมัน​ชนิดข้น​ที่​ต้อง​ถูกความร้อน​ถึงจะ​ละลาย มา​ทา​อุดร่องไม้​ทั้ง​ด้านใน​และ​ด้านนอก

15 ให้​ต่อเรือขึ้น​มี​ความยาว​หนึ่งร้อย​สี่สิบเมตร กว้าง​ยี่สิบสามเมตร​และ​สูง​สิบสาม​เมตรครึ่ง 16 ให้​ทำ​หลังคา​บนเรือด้วย เมื่อ​ทำ​หลังคา​เสร็จแล้ว ควร​ให้​มัน​มี​ทาง​เอียงลาด+ 6:16 ให้​ทำ … เอียงลาด หรือ “ให้​สร้าง​หน้าต่าง​บานหนึ่ง​ให้​อยู่​ต่ำ​จาก​หลังคา​ลงมา 18 นิ้ว” ขนาด​ครึ่งเมตร+ 6:16 ครึ่งเมตร ถ้า​วัด​ด้วย​ศอกสั้น​จะ​เท่ากับ 45 เซนติเมตร แต่​ถ้า​เป็น​ศอกยาว​จะ​เท่ากับ 52.5 เซนติเมตร ให้​ทำ​ประตู​ไว้​ทาง​ด้านข้าง​บานหนึ่งด้วย ให้​สร้าง​ดาดฟ้า พื้น​ชั้นล่าง ชั้น​ที่สอง และ​ชั้น​ที่สาม​ด้วย

17 เรา​จะ​ให้​น้ำท่วมโลก เพื่อ​ทำลาย​ทุกๆชีวิต​ภายใต้​ท้องฟ้านี้ ทุกอย่าง​บน​โลกนี้​จะ​ตายหมด 18 แต่​เรา​จะให้​สัญญา​พิเศษ​กับเจ้า เจ้า​จะ​เข้า​ไป​อยู่​ในเรือ พร้อมกับ​พวกลูกชาย เมีย​และ​ลูกสะใภ้​ของเจ้า 19 เจ้า​ควร​จะนำ​สิ่งมีชีวิต​ทุกชนิด​อย่างละคู่ เข้า​ไป​อยู่​ในเรือ​เพื่อ​ให้​มี​ชีวิตรอด​รวม​อยู่​กับเจ้าด้วย สัตว์​แต่ละอย่าง​ให้มี​ทั้ง​ตัวเมีย​และ​ตัวผู้ 20 นก​ทุกชนิด​อย่างละ​หนึ่งคู่ สัตว์​ทุกชนิด และ​สัตว์เลื้อย​คลาน​บน​แผ่นดิน​ทุกชนิด​จะ​มา​กับเจ้า เพื่อ​ให้​เจ้า​รักษา​ชีวิต​ของ​พวกมัน​ให้รอด 21 เจ้า​ต้อง​รวบรวม​เสบียง​อาหาร และ​นำ​มา​เก็บ​สะสม​ไว้​เพื่อ​ตัวเจ้า และ​สัตว์​เหล่านั้น

22 โนอาห์​ก็​ทำตาม​ที่​พระเจ้า​สั่ง​ให้​ทำ​ทุกอย่าง

7

น้ำ​เริ่ม​ท่วม

1 จากนั้น​พระเจ้า​พูด​กับ​โนอาห์​ว่า “ให้​เข้า​ไป​อยู่​ในเรือ ทั้ง​ตัวเจ้า​และ​ครอบครัว เพราะ​เห็น​ว่า​มีเพียง​เจ้า​เท่านั้น​ที่​เป็น​คนดี​ในหมู่​คนรุ่นนี้ 2 ให้​นำ​สัตว์ต่างๆ​ที่​สะอาด​อย่างละ​เจ็ดคู่ ทั้ง​ตัวผู้​และ​ตัวเมีย ส่วน​สัตว์​ที่​ไม่สะอาด+ 7:2 ที่​สะอาด … ไม่สะอาด สัตว์​สะอาด​คือ​พวกสัตว์​ที่​พระเจ้า​ยอมรับ​เป็น​เครื่อง​บูชา ส่วน​พวกสัตว์​ที่​ไม่สะอาด​จะ​ใช้​เป็น​เครื่อง​บูชา​ไม่ได้ ให้​เอา​ไป​อย่างละ​คู่ ทั้ง​ตัวผู้​และ​ตัวเมีย 3 นก​ใน​อากาศ​อย่างละ​เจ็ดคู่​ทั้ง​ตัวผู้​และ​ตัวเมีย เพื่อ​ให้​สัตว์​ทั้งหลาย​มี​ชีวิตรอด​ต่อไป​ใน​โลกนี้ 4 เพราะ​ภายใน​เจ็ด​วันนี้ เรา​จะ​ทำให้​ฝนตก​เป็น​เวลา​สี่สิบวัน​สี่สิบคืน เรา​จะ​ทำลาย​สิ่งที่มีชีวิต​ทุกอย่าง​ที่​เรา​ได้​สร้างขึ้น​บน​พื้นผิว​ของโลก” 5 ฝ่าย​โนอาห์​ก็​ทำตาม​ที่​พระยาห์เวห์​สั่งไว้​ทุกอย่าง

6 ตอนที่​เกิด​น้ำท่วม​ขึ้น​บน​แผ่นดิน โนอาห์​มี​อายุ​หกร้อยปี 7 โนอาห์​เข้า​ไป​อยู่​ในเรือ พร้อม​กับ​ลูกชาย เมีย และ​ลูกสะใภ้ เพื่อ​หนี​ให้พ้น​จาก​น้ำท่วม 8 พวกสัตว์​ที่​สะอาด สัตว์​ที่​ไม่สะอาด นกต่างๆ​และ​สัตว์เลื้อย​คลาน​บน​พื้นดิน 9 ก็​ได้​เข้า​ไป​อยู่​ใน​เรือ​ของ​โนอาห์ เป็น​คู่ๆ​ทั้ง​ตัวผู้​และ​ตัวเมีย ตาม​ที่​พระเจ้า​ได้​สั่ง​โนอาห์​ไว้ 10 หลังจากนั้น​เจ็ดวัน น้ำ​ก็​เริ่มท่วม

11 เมื่อ​โนอาห์​มี​อายุ​ได้​หกร้อยปี ใน​วันที่​สิบเจ็ด​ของ​เดือน​ที่สอง น้ำ​จาก​ใต้ดิน​ได้​ไหล​พลุ่ง​ขึ้นมา ช่องฟ้า​ก็​เปิด 12 ฝน​ได้​เท​ลงมา​อย่างหนัก เป็น​เวลา​นาน​ถึง​สี่สิบวัน​สี่สิบคืน 13 ใน​วัน​เดียวกัน​นั้นเอง โนอาห์​ก็​ได้​เข้า​ไป​อยู่​ใน​เรือ​กับ​ลูกชาย​ทั้งสาม คือ เชม ฮาม และ​ยาเฟท พร้อม​กับ​เมีย​และ​ลูกสะใภ้​ทั้ง​สามคน 14 พวกเขา​และ​สัตว์ป่า​ทุกชนิด สัตว์ใช้งาน สัตว์เลื้อย​คลาน นก​ทุกชนิด 15 สัตว์​ทุกชนิด​ได้​มาหา​โนอาห์​ที่​เรือ​เป็นคู่ๆ 16 บรรดา​สัตว์​ที่​มาอยู่​ในเรือ มี​ทั้ง​ตัวผู้​และ​ตัวเมีย​ตาม​ที่​พระเจ้า​ได้​สั่ง​โนอาห์​ไว้​ทุกอย่าง จากนั้น​พระยาห์เวห์​ก็​ปิด​ประตูเรือ

17 น้ำ​ได้ท่วม​บน​แผ่นดิน​ต่อไป​อีก​เป็น​เวลา​ถึง​สี่สิบวัน จำนวน​น้ำ​เพิ่มขึ้น​เรื่อยๆ​และ​ยกเรือ​ให้​ลอย​สูงขึ้น เรือนั้น​ลอย​สูงขึ้น​เหนือ​แผ่นดิน 18 ส่วน​น้ำ​ก็​ยังคง​ไหล​ต่อเนื่อง​กันไป และ​เพิ่ม​ปริมาณ​น้ำ​ขึ้น​เรื่อยๆ​บน​แผ่นดิน เรือนั้น​ลอย​ไป​บน​พื้นน้ำ 19 น้ำ​ก็​สูง​ขึ้นเรื่อยๆ​บน​แผ่นดิน จนกระทั่ง​ภูเขาสูง​ทุกลูก​จม​อยู่​ใต้น้ำ 20 น้ำ​นั้น​ยังคง​ไหล​ต่อเนื่อง​ไปอีก จน​ยอดเขา​จม​ลึกลงไป​ใต้น้ำ​ประมาณ​หกเมตร+ 7:20 หกเมตร หรือ หกเมตร​กับ​อีก​เก้า​เซนติเมตร

21 สิ่งมีชีวิต​ทั้งหลาย​บน​แผ่นดิน​ตายหมด คือ​บรรดานก สัตว์ใช้งาน สัตว์ป่า สิ่งมีชีวิต​ทั้งหลาย​บน​แผ่นดิน รวมทั้ง​มนุษย์ด้วย 22 สิ่งมีชีวิต​ทั้งหลาย​ที่​อยู่​บนบก​ก็​ตายหมด 23 พระเจ้า​ทำลาย​สิ่งมีชีวิต​ทุกอย่าง​บน​แผ่นดิน​ทั้งหมด บรรดา​มนุษย์ สัตว์ต่างๆ สัตว์เลื้อย​คลาน และ​พวกนก​ใน​ท้องฟ้า ก็​ล้วน​ถูก​ทำลายไป​จากโลก มีเพียง​โนอาห์​เท่านั้น​ที่​ยัง​มีชีวิตอยู่ กับ​บรรดา​คน​และ​สัตว์​ที่​อยู่​กับเขา​ในเรือ 24 น้ำ​นั้น​ยังคง​ท่วมโลก​อยู่ต่อไป​นาน​ถึง​หนึ่งร้อย​ห้าสิบวัน

8

น้ำท่วม​สิ้นสุดลง

1 แต่​พระเจ้า​ก็​ยังคง​ระลึกถึง​โนอาห์ และ​บรรดา​สัตว์ป่า​กับ​สัตว์ใช้งาน​ทั้งหลาย​ที่​อยู่​กับ​โนอาห์​ใน​เรือนั้น แล้ว​พระเจ้า​ก็​ให้​ลมพัด​บน​แผ่นดินโลก น้ำนั้น​ก็​ค่อยๆ​ลดลง

2 น้ำ​ได้​หยุด​ไหล​จาก​ใต้พื้นดิน ท้องฟ้านั้น​ปิดลง ฝน​จาก​ฟ้า​ก็​หยุดตก 3 น้ำ​จึง​ค่อยๆ​ลดลง​จาก​แผ่นดิน ใน​วันที่​หนึ่งร้อย​ห้าสิบ น้ำ​ก็​ลดลง​เพียงพอ 4 ที่​จะให้​เรือ​จอด​อยู่​บน​เทือกเขา​อารารัต+ 8:4 อารารัต เป็น​เทือกเขา​ที่​อยู่​ทาง​ตะวันออก​ของ​ประเทศ​ตุรกี เหตุการณ์นี้​เกิดขึ้น​ใน​วันที่​สิบเจ็ด​ของ​เดือน​ที่เจ็ด 5 แล้ว​น้ำ​ก็​ค่อยๆ​ลดลง จน​ถึง​เดือน​ที่สิบ ใน​วันที่​หนึ่ง​ของ​เดือน​ที่สิบ ยอดเขา​ก็​ค่อยๆ​โผล่ขึ้นมา

6 เมื่อ​เวลา​ผ่านไป​สี่สิบวัน โนอาห์​เปิด​หน้าต่าง​ของเรือ​ลำที่​เขา​สร้างขึ้นนั้น 7 โนอาห์​ส่ง​อีกา​ตัวหนึ่ง​ออกไป มัน​บิน​วนเวียน​ไป​และ​กลับมา​ที่เรือ น้ำ​ค่อยๆ​แห้งลง 8 แล้ว​โนอาห์​ส่ง​นกพิราบ​ออกไป​ตัวหนึ่ง เพื่อ​ดูว่า​น้ำ​ลดไป​จาก​แผ่นดิน​หรือยัง

9 แต่​นกนั้น​ยัง​หา​ที่เกาะ​ไม่ได้ นก​จึง​บิน​กลับ​มาหา​โนอาห์​ที่เรืออีก เพราะ​น้ำ​ยัง​ท่วม​แผ่นดินอยู่ โนอาห์​ยื่นมือ​ออกไป​จับ​นกนั้น เอา​มัน​กลับ​เข้ามา​ในเรือ

10 โนอาห์​รอต่อไป​อีก​เจ็ดวัน จึง​ส่ง​นกพิราบ​ออกไป​จากเรืออีก 11 นก​ตัวนั้น​บิน​กลับ​มาหาเขา​ใน​เย็น​วันนั้น ปาก​ของมัน​คาบ​เอา​ใบมะกอกสด​ที่​เด็ด​มา​ใบหนึ่ง โนอาห์​จึง​รู้ว่า​น้ำ​บน​แผ่นดิน​ลดลงแล้ว 12 โนอาห์​รอ​ต่อไป​อีก​เจ็ดวัน จึง​ค่อย​ส่ง​นกพิราบ​ออกไป​อีก​ตัวหนึ่ง นก​ตัวนั้น​ก็​ไม่ได้​บิน​กลับ​มาหา​เขาอีก

13 เมื่อ​โนอาห์​มี​อายุ​หกร้อยหนึ่ง​ปี ใน​วันที่​หนึ่ง​ของ​เดือน​ที่หนึ่ง น้ำ​ก็​แห้ง​ไป​จาก​แผ่นดิน โนอาห์​ได้​เปิด​ประตู+ 8:13 เปิด​ประตู แปล​ตรงๆ​คือ “เปิด​ฝา​ออก” เรือ​ออก​ไป​ดู​ข้างนอก และ​เห็น​ว่า​ผืนดิน​แห้งแล้ว 14 เมื่อ​ถึง​วันที่​ยี่สิบเจ็ด​ของ​เดือน​ที่สอง แผ่นดิน​ก็​แห้งสนิท

15 พระเจ้า​จึง​พูด​กับ​โนอาห์​ว่า 16 “ออก​ไป​จาก​เรือ​ได้แล้ว ทั้ง​ตัวเจ้า เมีย​ของเจ้า ลูกชาย และ​ลูกสะใภ้​ของเจ้า 17 นำ​ทุกสิ่ง​ที่​มีชีวิต​บน​เรือ​ออกไป​กับเจ้าด้วย สัตว์​ทุกชนิด นกต่างๆ สัตว์ใช้งาน และ​สัตว์เลื้อย​คลาน​บน​แผ่นดิน​ทุกชนิด เพื่อ​พวกมัน​จะได้​อยู่​กัน​จนเต็ม​แผ่นดิน พวกมัน​จะ​มีลูกหลาน​และ​จะ​เพิ่มจำนวน​ขึ้น​บน​โลกนี้”

18 โนอาห์​กับ​ลูกชาย เมีย และ​ลูกสะใภ้​จึง​พา​กัน​ออก​จากเรือ 19 สัตว์​แต่ละ​ครอบครัว​ได้​พา​กัน​เดิน​ออก​มา​จาก​เรือ ทั้ง​สัตว์เลื้อย​คลาน​ทุกตัว​บน​พื้นดิน​และ​นก​ทุกชนิด

20 จากนั้น​โนอาห์​จึง​สร้าง​แท่นบูชา​ให้กับ​พระยาห์เวห์ เขา​ได้​นำ​นก​ที่​สะอาด​ทุกชนิด​และ​สัตว์​ที่​สะอาด+ 8:20 นก​ที่​สะอาด … ที่​สะอาด พวกนก​และ​สัตว์​ทั้งหลาย​ที่​พระเจ้า​บอก​ว่า​สามารถ​ใช้​เป็น​เครื่อง​บูชา​ได้ ทุกชนิด​มา และ​เอา​พวกมัน​มา​เผา​ถวาย​บน​แท่นบูชานั้น

21 ซึ่ง​เป็น​กลิ่น​ที่​พระยาห์เวห์​พอใจมาก พระองค์​จึง​พูด​กับ​ตัวเอง​ว่า “เรา​จะ​ไม่​สาปแช่ง​แผ่นดินโลก​นี้​อีกต่อไป เพราะ​เห็นแก่​มนุษย์ มนุษย์​นั้น​มี​ความคิด​ชั่วร้าย​ตั้งแต่​เด็กแล้ว ดังนั้น​เรา​จะ​ไม่มีวัน​ทำลาย​สิ่งที่​มีชีวิต​ทั้งหมด​อย่างที่​เรา​ได้​ทำไปแล้ว​นั้นอีก 22 ตราบใด​ที่​โลกนี้​ยังอยู่ การเพาะ​ปลูก​และ​การเก็บเกี่ยว ความเย็น​และ​ความร้อน ฤดูร้อน​และ​ฤดูหนาว กลางวัน​และ​กลางคืน จะ​ไม่มีวัน​หมดไป”

9

สัญญา​ที่​พระเจ้า​ทำ​กับ​โนอาห์

1 พระเจ้า​ได้​อวยพร​โนอาห์​กับ​พวกลูกชาย​ของเขา​และ​พูด​ว่า “ให้​มีลูก​มีหลาน​มากมาย​เต็ม​แผ่นดิน 2 บรรดา​สัตว์​ทุกอย่าง​ใน​โลกนี้ ทั้ง​พวกนก พวกสัตว์เลื้อย​คลาน​อยู่​บน​พื้นดิน และ​ปลา​ใน​ทะเล จะ​กลัว​พวกเจ้า พวกมัน​ทั้งหมด​จะ​อยู่​ภายใต้​การควบคุม​ของเจ้า 3 ทุกสิ่ง​ที่​มีชีวิต​ที่​เคลื่อนไหว​ได้ เรา​จะ​ยก​ให้​เป็น​อาหาร​ของ​พวกเจ้า เหมือน​อย่าง​ที่​เรา​ได้​ยก​พวก​พืชผัก​ให้​พวกเจ้า​กิน​อยู่แล้ว ตอนนี้​เรา​ให้​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​กับเจ้า 4 แต่​พวกเจ้า​จะ​ต้อง​ไม่กิน​เนื้อสัตว์​ที่​ยัง​มี​เลือด​ติดอยู่ เพราะ​มีชีวิต​อยู่​ในเลือด 5 ไม่อย่างนั้น​เรา​จะ​ทวง​เลือดนั้น​คืน​จาก​ชีวิต​ของ​พวกเจ้า สัตว์​ตัวไหน​ที่​ฆ่ามนุษย์ เรา​จะ​ทวง​ชีวิตนั้น​คืน​จาก​มัน​ด้วย สำหรับ​มนุษย์นั้น ถ้า​ใคร​ฆ่าใคร​ก็ตาม เรา​จะ​ทวง​ชีวิต​ของ​คนๆนั้น​คืนมา

6 ใคร​ที่​ฆ่าคน

คนนั้น​จะ​ต้อง​ถูก​อีกคนหนึ่ง​ฆ่าด้วย

เพราะ​พระเจ้า​สร้าง​มนุษย์​ขึ้นมา​ตาม​รูปแบบ​ของพระองค์

7 ให้​พวกเจ้า​มี​ลูกหลาน​มากมาย​และ​อยู่กัน​จน​เต็ม​แผ่นดิน”

8 พระเจ้า​พูด​กับ​โนอาห์​และ​พวกลูกชาย​ของเขา​อีกว่า 9 “เรา​จะ​ทำ​ข้อตกลง​กับเจ้า​และ​ลูกหลาน​ทั้งหมด​ของเจ้า 10 เรา​จะ​ทำ​ข้อตกลง​กับ​สิ่งมีชีวิต​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับเจ้า ทั้ง​พวกนก พวกสัตว์ใช้งาน และ​สัตว์​อื่น​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับเจ้า 11 เรา​ให้​สัญญา​กับ​พวกเจ้า​ว่า จะ​ไม่มี​น้ำ​มาท่วม​ทำลาย​ทุกสิ่ง​ที่​มีชีวิต​หรือ​โลกนี้​อีก”

12 แล้ว​พระเจ้า​ก็​พูดต่อ​อีกว่า “นี่คือ​เครื่อง​หมาย​แห่ง​สัญญา​ที่​เรา​ได้​ทำ​กับเจ้า กับ​ลูกหลาน​ของเจ้า และ​กับ​สิ่งมีชีวิต​ทุกอย่าง​ที่​อยู่​กับเจ้า เป็น​เครื่อง​หมาย​ที่​จะ​มี​อยู่​ตลอดไป 13 คือ​เรา​จะ​ทำ​ให้​มี​รุ้ง​ที่​ก้อนเมฆ เพื่อ​แสดง​ถึง​สัญญา​ระหว่าง​เรา​กับโลก 14 เวลา​ใด​ที่​มี​รุ้งกินน้ำ​ที่​ก้อนเมฆ​เหนือ​พื้นดินนั้น 15 เรา​จะ​ระลึกถึง​สัญญา​ที่​เรา​ได้​ให้​ไว้​กับเจ้า และ​บรรดา​สิ่งมีชีวิต​ทั้งหลาย​ที่​อยู่​กับเจ้า คือ​เรา​จะ​ไม่ให้​น้ำ​มา​ท่วม​ทำลาย​สิ่งมีชีวิต​ทั้งหลาย​อีก 16 เมื่อ​มี​รุ้งกินน้ำ​ที่​ก้อนเมฆ​เมื่อใด เรา​จะ​มอง​ดู​รุ้งนั้น และ​จะ​นึกถึง​สัญญา​ที่​มั่นคง​ถาวร ระหว่าง​เรา​กับ​ทุกสิ่ง​ที่​มีชีวิต​บน​โลกนี้”

17 แล้ว​พระเจ้า​พูด​กับ​โนอาห์​อีกว่า “นี่แหละ​คือ​เครื่อง​หมาย​แห่ง​สัญญา​ระหว่าง​เรา​กับ​ทุกสิ่ง​ที่​มีชีวิต​บน​โลกนี้”

โนอาห์​กับ​ลูกๆ​ของเขา

18 ลูกชาย​ของ​โนอาห์​คือ เชม ฮาม และ​ยาเฟท ออก​มา​จาก​เรือ​ด้วยกัน (ฮาม​ได้​เป็น​พ่อ​ของ​คานาอัน) 19 ประชาชน​ทั้งหมด​บน​โลกนี้​ล้วน​มา​จาก​ลูกชาย​ทั้ง​สามคนนี้​ของเขา

20 ฝ่าย​โนอาห์นั้น​เป็น​ชาวไร่ เขา​เป็น​คนแรก​ที่​ทำไร่องุ่น 21 เขา​ได้​ดื่ม​เหล้าองุ่น​และ​เมา​หลับไป​ใน​เต็นท์ ทั้ง​ที่​เปลือยกายอยู่ 22 ฝ่าย​ฮาม​ที่​เป็น​พ่อ​ของ​คานาอัน​นั้น มา​เห็น​โนอาห์​พ่อ​ของเขา​นอนหลับ​เปลือยกายอยู่ เขา​จึง​ออกไป​บอก​กับ​พี่ชาย​ทั้ง​สองคน​ของเขา 23 เชม​กับ​ยาเฟท​จึง​ช่วยกัน​เอา​ผ้า​มา​พาดบ่า​ของ​พวกเขา​ทั้ง​สองคน และ​เดิน​หันหลัง​เข้าไปหา​พ่อ​ที่​นอน​เปลือยกาย​อยู่ เอา​ผ้า​คลุมร่าง​พ่อไว้​โดยที่​ไม่ได้​มอง​ร่างเปลือย​ของพ่อเลย

24 เมื่อ​โนอาห์​ตื่นขึ้น​สร่างเมา​แล้ว และ​รู้เรื่อง​ว่า​ลูกชาย​คนเล็ก​ได้​ทำอะไร​กับเขา 25 โนอาห์​จึง​พูดว่า

“คานาอัน+ 9:25 คานาอัน ลูกชาย​ของ​ฮาม ประชาชน​ของ​คานาอัน​ได้​อาศัย​อยู่​ตาม​ชายฝั่ง​ปาเลสไตน์ เลบานอน​และ​ซีเรีย ต่อมา​พระเจ้า​ได้​ให้​แผ่นดินนี้​กับ​ประชาชน​ชาวอิสราเอล เจ้า​จะ​ต้อง​ถูกแช่ง

ให้​เป็นทาส​ชั้น​ต่ำที่สุด​ของ​พี่น้อง”

26 แล้ว​โนอาห์​พูดต่อ​อีกว่า

“ขอ​พระเจ้า​อวยพร​ให้​เชม

และ​ให้​คานาอัน​เป็น​ทาส​ของเขาเถิด

27 ขอ​พระเจ้า​ขยาย+ 9:27 ขยาย คำ​ฮีบรู​นี้​ออกเสียง​เหมือน​กับ​ชื่อ​ของ​ยาเฟท ดินแดน​ของ​ยาเฟท

ขอให้​ยาเฟท​อยู่​ใน​เต็นท์​ของเชม+ 9:27 ขอให้​ยาเฟท​อยู่​ใน​เต็นท์​ของเชม หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ขอให้​พระเจ้า​อยู่​ใน​เต็นท์​ของ​เชม” หรือ “ขอให้​ยาเฟท​กับ​เชม​อยู่กัน​อย่างสันติ”

ขอให้​คานาอัน​เป็นทาส​ของ​ยาเฟท​ด้วย”

28 โนอาห์​มี​ชีวิต​หลัง​น้ำท่วม​ต่อไปอีก​สามร้อย​ห้าสิบปี 29 โนอาห์​มี​อายุ​ถึง​เก้าร้อย​ห้าสิบปี​จึงตาย

10

เชื้อสาย​ของลูกชาย​ของโนอาห์

(1 พศด. 1:5-23)

1 ต่อไปนี้​เป็น​เชื้อสาย​ของ​ลูกชาย​ทั้ง​สามคน​ของ​โนอาห์ คือ เชม ฮาม และ​ยาเฟท พวกเขา​มีลูก​หลัง​จาก​น้ำท่วม

ลูกหลาน​ของ​ยาเฟท

2 พวกลูกชาย​ของ​ยาเฟท คือ โกเมอร์ มาโกก มาดัย ยาวาน ทูบัล เมเชค และ​ทิราส

3 พวกลูกชาย​ของ​โกเมอร์ คือ อัชเคนัส รีฟาท และ​โทการมาห์

4 พวกลูกชาย​ของ​ยาวาน คือ เอลีชาห์ ทารชิช คิทธิม และ​โดดานิม+ 10:4 โดดานิม หรือ​บาง​ฉบับ​เขียน​ว่า “โรดานิม” หรือ “ประชาชน​ของ​เกาะโรด”

5 บรรดา​ประชาชน​ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​บริเวณ​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน ล้วน​สืบเชื้อสาย​มา​จาก​ลูกๆ​ของ​ยาเฟท ครอบครัว​ทั้งหลายนี้​แต่ละ​ครอบครัว​ได้​กลายเป็น​ชนชาติ​ต่างๆ​ที่​มี​แผ่นดิน​และ​ภาษา​เป็นของ​พวกเขาเอง

ลูกหลาน​ของ​ฮาม

6 ฮาม​มี​ลูกชาย​คือ คูช อียิปต์+ 10:6 อียิปต์ เรียก​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “มิสราอิม” พูต​และ​คานาอัน

7 คูช​มี​ลูกชาย​หลายคน คือ เชบา ฮาวิลาห์ สับทาห์ ราอามาห์ และ​สับเทคา ส่วน​ลูก​ของ​ราอามาห์ คือ เสบา​และ​เดดาน

8 ลูก​ของ​คูช​ที่​ชื่อ​ว่า​นิมโรด​นั้น เป็น​นักรบ​ที่​กล้าหาญ+ 10:8 นักรบ​ที่​กล้าหาญ หรือ “เป็น​วีรบุรุษ​ที่​ยิ่งใหญ่​คนแรก” คนหนึ่ง​ใน​แผ่นดิน 9 เขา​เป็น​นายพราน​ที่​กล้าหาญมาก​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ นี่​เป็นเหตุ​ที่​ประชาชน​มัก​พูดว่า “คน​ผู้นี้​เป็น​เหมือน​นิมโรด​นายพราน​ผู้กล้าหาญ​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์”

10 อาณาจักร​ของ​นิมโรดนั้น เริ่ม​ขยาย​จาก​เมือง​บาบิโลน เมือง​เอเรก และ​เมือง​อัคคัด ซึ่ง​เมือง​ทั้งสามนี้​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ชินาร์+ 10:10 เมือง​บาบิโลน … ชินาร์ หรือ “บาบิโลน เอเรก อัคคัด และ​คัลนาห์ เมืองเหล่านั้น​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ของชินาร์”11 จาก​ที่นั่น นิมโรด​ได้​ไป​ยัง​แผ่นดิน​อัสซีเรีย แล้ว​สร้าง​เมือง​นีนะเวห์ เมือง​เรโหโบทอีร์ เมือง​คาลาห์ 12 และ​เมือง​เรเสน ซึ่ง​ตั้งอยู่​ระหว่าง​เมือง​นีนะเวห์​กับ​เมือง​คาลาห์​นั้น เดี๋ยวนี้​เรเสน​ได้​กลายเป็น​เมือง​ใหญ่​เมือง​หนึ่ง

13 อียิปต์​มี​ลูกชาย​หลายคน คือ ลูด อานามิม เลหะบิม นัฟทูฮิม 14 ปัทรุสิม คัสลูห์ (ผู้เป็น​ต้นตระกูล​คน​ฟีลิสเตีย) และ​คนคัฟโทร์

15 คานาอัน​มี​ลูกคนโต คือ ไซดอน คานาอัน​ยัง​เป็น​พ่อ​ของเฮท 16 คนเยบุส คนอาโมไรต์ คนเกอร์กาชี 17 คน​ฮีไวต์ คน​อารคี คนสินี 18 คน​อารวัด คน​เศเมอร์ และ​คน​ฮามัท​ด้วย ต่อมา​ภายหลัง​ครอบครัว​คานาอัน​ได้​กระจาย​ออกไป​ตาม​ที่ต่างๆ

19 เขต​ของ​คนคานาอัน แผ่ขยาย​จาก​เมือง​ไซดอน​ไป​ทาง​เมือง​เกราร์​จนถึง​เมือง​กาซา และ​ไป​ทาง​เมือง​โสโดม โกโมราห์ อัดมาห์ และ​เศโบยิม​จนถึง​เมือง​ลาชา

20 คนเหล่านี้​เป็น​เชื้อสาย​ของฮาม พวกเขา​มี​ภาษา​ของตนเอง มี​เขตแดน​ที่อยู่​ของ​ตนเอง และ​แบ่งแยก​เป็น​ชนชาติต่างๆ

ลูกหลาน​ของเชม

21 ส่วน​เชม​ที่​เป็น​พี่ชาย​คนโต​ของ​ยาเฟท​นั้น ก็​มี​ลูก​อีก​หลายคน เขา​เป็น​ต้นตระกูล​ของ​พวกชาวเอเบอร์ด้วย

22 พวกลูกชาย​ของ​เชม คือ​เอลาม อัสชูร อารปัคชาด ลูด และ​อารัม

23 พวกลูกชาย​ของ​อารัม คือ​อูส ฮูล เกเธอร์ และ​มัช

24 ส่วน​อารปัคชาด​มี​ลูกชาย คือ​เชลาห์ ส่วน​เชลาห์​มี​ลูก​คือ​เอเบอร์ 25 ลูกชาย​สองคน​ของ​เอเบอร์ คือ​เพเลก+ 10:25 เพเลก ชื่อนี้​หมายถึง​การ​แบ่งแยก และ​โยกทาน ที่​เขา​ตั้งชื่อ​ว่า​เพเลก​ก็​เพราะ​ใน​สมัยนั้น​มี​การแบ่ง​แผ่นดินกัน

26 โยกทาน​มี​ลูก​หลายคน คือ​อัลโมดัด เชเลฟ ฮาซารมาเวท เยราห์ 27 ฮาโดรัม อุซาล ดิคลาห์ 28 โอบาล อาบีมาเอล เสบา 29 โอฟีร์ ฮาวิลาห์ และ​โยบับ คนเหล่านี้​ล้วน​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยกทาน 30 คนเหล่านี้​ได้​อาศัย​อยู่​ใน​แถบ​เนินเขา​ด้าน​ตะวันออก+ 10:30 ตะวันออก ปกติ​แล้ว​คำนี้​จะ​หมายถึง​บริเวณ​ที่​อยู่​ระหว่าง​แม่น้ำ​ไทกริส​และ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส​ไป​จนถึง​อ่าว​เปอร์เชีย จาก​เมือง​เมชา​ไป​ทาง​เสฟาร์

31 คนเหล่านี้​เป็น​เชื้อสาย​ของเชม พวกเขา​มี​ภาษา​ของ​ตนเอง มี​ดินแดน​ที่​อยู่​ของ​ตนเอง มี​เชื้อชาติ​ของ​ตัวเอง

32 นี่คือ​รายชื่อ​ครอบครัว​ต่างๆ​ที่​เกิด​มา​จาก​พวกลูกชาย​ของ​โนอาห์ พวกเขา​เรียง​ลำดับ​ตาม​ชนชาติ​ของ​พวกเขา และ​จาก​ครอบครัว​เหล่านี้เอง ประชากร​มนุษย์​ก็​แผ่ขยาย​ไป​ทั่วโลก​ภายหลัง​น้ำท่วม

11

โลก​ถูก​แบ่งแยก

1 ใน​ขณะนั้น​ทั่วโลก​ยัง​พูด​ภาษา​เดียวกัน คำ​ที่ใช้​ก็​มีความหมาย​เหมือนกัน 2 เมื่อ​ผู้คน​พากัน​อพยพ​ไป​จาก​ทิศตะวันออก พวกเขา​ก็​พบ​ที่ราบ​ใน​แผ่นดิน​ของ​ชินาร์ จึง​ตกลงใจ​อาศัย​อยู่ที่นั่น

3 พวกเขา​พูด​ชักชวน​กันว่า “มาเถิด ให้​พวกเรา​ทำ​อิฐ​กัน เอา​อิฐ​ไปเผา​จนแข็ง” พวกเขา​จึง​มีอิฐ​ใช้​แทน​หิน และ​มี​ยางมะตอย+ 11:3 ยางมะตอย หรือ “น้ำมันดิน” คือ​น้ำมัน​แผ่นหนา​ที่​ต้อง​โดน​ความร้อน​จึง​จะ​กลายเป็น​ของเหลว ใช้​แทน​ปูนสอ+ 11:3 ปูนสอ ปูน​ที่​ใช้​ใน​การสร้างตึก​ด้วยอิฐ

4 จากนั้น​พวกเขา​ก็​พูดว่า “มาเถิด มา​สร้าง​เมือง​สำหรับ​พวกเรา​กันเถอะ แล้ว​สร้าง​หอคอย​ให้​สูง​เทียมฟ้า พอ​ทำ​อย่างนั้น​แล้ว พวกเรา​ก็​จะ​มี​ชื่อเสียง​โด่งดัง ใครๆ​ก็​จะ​รู้จักเรา ถ้า​เรา​ไม่ทำ พวกเรา​ก็​จะ​กระจัด​กระจาย​ไป​ทั่วโลก”

5 พระยาห์เวห์​ได้​ลงมา​ดูเมือง​และ​หอคอย​ที่​พวกมนุษย์​ช่วยกัน​สร้างขึ้นนั้น 6 แล้ว​พระยาห์เวห์​พูด​ว่า “ดูเถิด ประชาชน​เหล่านี้​เป็น​ชนชาติ​เดียวกัน พูด​ภาษา​เดียวกัน นี่​เป็นแค่​จุดเริ่มต้น​ของ​สิ่ง​ที่​พวกเขา​จะทำ​ใน​อนาคต และ​เมื่อ​พวกเขา​ตั้งใจ​จะ​ทำอะไรแล้ว ก็​จะ​ทำได้​แน่นอน 7 มาเถิด ให้​พวกเรา​ลงไป​ทำให้​ภาษา​ของ​พวกเขา​สับสนกัน”

8 พระยาห์เวห์​จึง​ทำให้​พวกเขา​กระจัด​กระจาย​ไป​ทั่ว​แผ่นดินโลก คนเหล่านั้น​จึง​ต้อง​เลิก​สร้าง​เมืองนั้น 9 แล้ว​คน​ก็​เรียก​เมืองนั้น​ว่า​บาเบล+ 11:9 บาเบล ใน​ภาษา​ฮีบรู ชื่อ “บาเบล” ออกเสียง​เหมือน​คำว่า “วุ่นวาย” เพราะ​พระยาห์เวห์​ทำให้​ภาษา​ของ​ทั้งโลก​สับสน​ไปหมด แล้ว​พระยาห์เวห์​ยัง​ทำให้​พวกเขา​กระจัด​กระจาย​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน

เรื่องราว​ของ​ลูกหลาน​เชม

(1 พศด. 1:24-27)

10 ต่อไปนี้​เป็น​เชื้อสาย​ลูกหลาน​ของ​เชม หลัง​จาก​เกิด​น้ำท่วม​ไปแล้ว​สองปี เชม​ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​อารปัคชาด เชม​มี​อายุ​หนึ่งร้อยปี​พอดี 11 หลังจาก​ที่​เขา​มี​อารปัคชาด​แล้ว เชม​ก็​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​ห้าร้อยปี และ​มี​ลูกชายหญิง​อีก​หลายคน

12 เมื่อ​อารปัคชาด​มี​อายุ​ได้​สามสิบห้าปี เขา​ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เชลาห์ 13 พอ​มี​เชลาห์​แล้ว อารปัคชาด​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​สี่ร้อยสามปี เขา​ยัง​มี​ลูกชายหญิง​อีก​หลายคน

14 เมื่อ​เชลาห์​อายุ​ได้​สามสิบปี เขา​ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เอเบอร์ 15 พอ​มี​เอเบอร์​แล้ว เชลาห์​ก็​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​สี่ร้อยสามปี เขา​ยัง​มี​ลูกชายหญิง​อีก​หลายคน

16 เมื่อ​เอเบอร์​มี​อายุ​สามสิบสี่ปี เขา​ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เปเลก 17 พอ​มี​เปเลก​แล้ว เอเบอร์​ก็​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​สี่ร้อย​สามสิบปี เขา​ยัง​มี​ลูกชายหญิง​อีก​หลายคน

18 เมื่อ​เปเลก​มี​อายุ​สามสิบปี ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เรอู 19 พอ​มี​เรอู​แล้ว เปเลก​ก็​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​สองร้อยเก้าปี เขา​ยัง​มี​ลูกชายหญิง​อีก​หลายคน

20 เมื่อ​เรอู​มี​อายุ​สามสิบสองปี​ก็​มี​ลูก​ชื่อ​เสรุก 21 พอ​มี​เสรุก​แล้ว เรอู​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​สองร้อยเจ็ดปี เขา​ยัง​มี​ลูกชายหญิง​อีก​หลายคน

22 เมื่อ​เสรุก​มี​อายุ​สามสิบปี​ก็​มี​ลูก​ชื่อ​นาโฮร์ 23 พอ​มี​นาโฮร์​แล้ว เสรุก​ก็​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​สองร้อยปี เขา​ยัง​มี​ลูกชายหญิง​อีก​หลายคน

24 เมื่อ​นาโฮร์​อายุ​ยี่สิบเก้าปี​ก็​มี​ลูก​ชื่อ​เทราห์ 25 พอ​มี​เทราห์​แล้ว นาโฮร์​ก็​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​หนึ่งร้อย​สิบเก้าปี เขา​ยัง​มี​ลูกชายหญิง​อีก​หลายคน

26 เมื่อ​เทราห์​อายุ​เจ็ดสิบปี​ก็​มี​ลูกชาย​ชื่อ อับราม นาโฮร์ และ​ฮาราน

เรื่องราว​ของ​ครอบครัว​เทราห์

27 ต่อไปนี้​เป็น​เชื้อสาย​ลูกหลาน​ของ​เทราห์ เขา​เป็น​พ่อ​ของ​อับราม นาโฮร์ และ​ฮาราน ฮาราน​มี​ลูกชาย​ชื่อ​โลท 28 ฮารานนั้น​ตาย​ก่อน​เทราห์​พ่อ​ของเขา ใน​แผ่นดิน​ที่​เขา​เกิด​ใน​เมืองเออร์​ของ​ชาว​บาบิโลน+ 11:28 เมืองเออร์​ของ​ชาว​บาบิโลน แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “เมือง​เออร์​ของ​ชาว​เคลเดีย” เป็น​เมือง​เมืองหนึ่ง​ที่​อยู่​ทางใต้​ของ​กรุง​บาบิโลน29 อับราม​กับ​นาโฮร์​ต่าง​ก็​มี​เมีย เมีย​ของ​อับราม​ชื่อ​ซาราย เมีย​ของ​นาโฮร์​ชื่อ​มิลคาห์ ซึ่ง​เป็น​ลูกสาว​ของ​ฮาราน (ฮาราน​เป็น​พ่อ​ของ​มิลคาห์​และ​อิสคาห์) 30 ฝ่าย​ซารายนั้น​เป็นหมัน จึง​ไม่มีลูก

31 เทราห์​พา​อับราม​ลูก​ของตัวเอง​กับ​โลท​ที่​เป็น​หลานชาย ซึ่ง​เป็น​ลูก​ของฮาราน และ​ซาราย​ลูกสะใภ้​ที่​เป็น​เมีย​ของ​อับราม ออก​จาก​เมือง​เออร์​ของ​ชาว​บาบิโลน เพื่อ​จะ​เข้า​ไป​อยู่​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน แต่​เมื่อ​พวกเขา​เดินทาง​มา​ถึง​เมือง​ฮาราน ก็​ได้​อาศัย​อยู่​ที่นั่น 32 เมื่อ​เทราห์​อายุ​ได้​สองร้อยห้าปี เขา​ก็​ตาย​ที่​เมือง​ฮาราน

12

พระยาห์เวห์​เรียก​อับราม

1 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​อับราม​ว่า

“ให้​ออก​จาก​ประเทศ​ของเจ้า

ละทิ้ง​ประชาชน

และ​ครอบครัว​ของ​พ่อเจ้า​เสีย

และ​ให้​มุ่ง​ไป​ยัง​ดินแดน​ที่​เรา​จะ​แสดง​แก่เจ้า

2 เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​เป็น​ชนชาติ​ที่​ยิ่งใหญ่

เรา​จะ​อวยพร​เจ้า

และ​ทำ​ให้​ชื่อเจ้า​เป็น​ที่​รู้จัก​กว้างขวาง

และ​เจ้า​จะ​เป็น​พระพร​สำหรับ​คนอื่น+ 12:2 และ​เจ้า … คนอื่น หรือ​อาจจะ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “คนอื่น​จะ​ใช้​ชื่อ​ของเจ้า​ใน​การอวยพร​คนอื่น คือ​พูด​ว่า ขอให้​ท่าน​ได้รับ​พร​เหมือนกับ​อับราม”

3 เรา​จะ​อวยพร​คนที่​อวยพร​เจ้า

และ​จะ​สาปแช่ง​คนที่​สาปแช่ง​เจ้า

คนทั้งหลาย​บน​โลกนี้​จะ​ได้รับ​พร​จาก​เจ้า​ด้วย+ 12:3 คนทั้งหลาย … จาก​เจ้า​ด้วย หรือ​อาจจะ​แปล​ได้​ว่า “คน​ทั่วโลก​จะ​ใช้​ชื่อ​ของเจ้า​ใน​การอวยพร​คนอื่น”

อับราม​ไป​คานาอัน

4 อับราม​จึง​ออก​จาก​เมือง​ฮาราน​พร้อม​กับ​โลท และ​ทำตาม​ที่​พระยาห์เวห์​บอก ใน​ขณะนั้น​เขา​มี​อายุ​เจ็ดสิบห้า​ปี 5 อับราม​พา​เมีย​เขา​ที่​ชื่อ​ซาราย และ​หลานชาย​ชื่อ​โลท​ไปด้วย รวมทั้ง​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​และ​ทาส​ทั้งหมด​ที่​เขา​ได้​มา​จาก​เมือง​ฮาราน พวกเขา​ทั้งหมด​ได้​ออก​เดินทาง​มา​จน​ถึง​แผ่นดิน​คานาอัน 6 อับราม​เดินทาง​ผ่าน​ดินแดน​ของ​ชาว​คานาอัน​และ​สถานที่​ศักดิ์สิทธิ์​ใน​เมือง​เชเคม สู่​ต้นก่อ​ของ​โมเรห์ (ซึ่ง​ชาว​คานาอัน​อาศัย​อยู่​ใน​เวลานั้น)

7 พระยาห์เวห์​ปรากฏ​ตัว​ให้​อับราม​เห็น​และ​พูด​กับเขา​ว่า “เรา​จะ​ให้​ดินแดน​แห่งนี้​แก่​ลูกหลาน​ของเจ้า”

อับราม​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​แท่นหนึ่ง​ให้กับ​พระยาห์เวห์​ที่​ได้​ปรากฏตัว​ให้​เขาเห็น 8 แล้ว​เขา​ก็​ย้าย​จาก​ที่นั่น​ไป​ยัง​แถบ​เนินเขา​ทาง​ตะวันออก​ของ​เมือง​เบธเอล เขา​ตั้ง​เต็นท์​ขึ้น​ที่นั่น ด้าน​ตะวันตก​คือ​เมือง​เบธเอล ทาง​ตะวันออก​คือ​เมืองอัย เขา​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​อีกแท่น​ที่นั่น และ​เขา​ได้​นมัสการ​พระยาห์เวห์ 9 หลังจากนั้น​เขา​ก็​เดินทาง​ต่อไป​ยัง​เนเกบ

อับราม​ใน​อียิปต์

10 ในขณะนั้น​เกิด​ภาวะ​ฝนแล้ง​และ​กันดาร​อาหาร​อย่าง​รุนแรง อับราม​จึง​เดินทาง​ไป​อาศัย​ใน​อียิปต์ 11 ก่อน​ที่​เขา​จะ​เข้า​สู่​เขตแดน​ของ​อียิปต์ เขา​บอก​นาง​ซาราย​เมีย​ของเขา​ว่า “ฟังนะ พี่​รู้ว่า​น้อง​เป็น​ผู้หญิง​ที่​สวย​มาก 12 ถ้า​ผู้ชาย​ชาว​อียิปต์​พบ​น้อง​เข้า พวกเขา​จะ​พูด​ว่า ‘ผู้หญิง​คนนี้​เป็น​เมีย​ของ​ผู้ชาย​ที่​มา​ด้วย​แน่’ พวกนั้น​ก็​จะ​ฆ่า​พี่​แต่​ไม่ฆ่า​น้อง​หรอก 13 ฉะนั้น​ให้​บอก​ไป​ว่า​น้อง​เป็น​น้องสาว​ของพี่ เพื่อ​คนพวกนั้น​จะ​ได้ดี​กับพี่​และ​พี่​ก็​จะ​รอดชีวิต​เพราะ​น้อง”

14 เมื่อ​อับราม​ไป​ถึง​อียิปต์ ชาว​อียิปต์​เห็น​ว่า​ซาราย​เป็น​ผู้หญิง​ที่​สวย​มาก 15 และ​เมื่อ​พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​ฟาโรห์​กษัตริย์​อียิปต์​มา​พบ​นาง จึง​ไป​บอก​กับ​ฟาโรห์​ว่า​นาง​สวย​ขนาดไหน หลังจากนั้น นาง​ซาราย​จึง​ถูก​นำตัว​มา​ที่​วัง 16 กษัตริย์​ฟาโรห์​จึง​ปฏิบัติ​กับ​อับราม​อย่างดี เพราะ​เขา​เป็น​พี่ชาย​ของ​นาง​ซาราย เขา​ได้รับ​แกะ วัว ลา​ตัวผู้ ลา​ตัวเมีย ทาส​ชายหญิง และ​พวกอูฐ

17 แต่​พระยาห์เวห์​ทำให้​เกิด​โรคระบาด​ขึ้น​อย่าง​รุนแรง​กับ​ฟาโรห์​และ​คน​ในวัง เพื่อ​ลงโทษ​ฟาโรห์​ที่​ไป​เอา​เมีย​ของ​อับราม​มา 18 กษัตริย์​แห่ง​อียิปต์​จึง​เรียก​ตัว​อับราม​มา​พบ​และ​ถาม​ว่า “นี่​เจ้า​ทำ​อะไร​กับเรา ทำไม​ถึง​ไม่บอก​เรา​ว่า​นาง​เป็น​เมียเจ้า 19 ทำไม​ถึง​บอก​ว่า ‘นาง​เป็น​น้องสาว’ ทำให้​เรา​รับ​นาง​มา​เป็น​เมีย ตอนนี้​เอา​เมีย​ของเจ้า​คืนไป​และ​ออกไป​ให้พ้น” 20 ฟาโรห์​ได้​ออก​คำสั่ง​กับ​คน​ของ​พระองค์​ให้​ส่ง​อับราม​กับ​เมียเขา รวมทั้ง​สิ่งของ​ที่​เป็น​ของเขา ออก​จาก​อียิปต์

13

อับราม​กลับ​คานาอัน

1 อับราม​กับ​เมีย​และ​โลท​จึง​เอา​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​เดินทาง​จาก​อียิปต์​ต่อไป​ยัง​เนเกบ 2 ขณะนี้​อับราม​ร่ำรวย​มาก มี​ฝูงสัตว์ เครื่องเงิน​และ​ทอง​มากมาย

3 อับราม​เดินทาง​จาก​เนเกบ​กลับไป​เบธเอล เมื่อ​เขา​มาถึง​บริเวณ​ที่​อยู่​ระหว่าง​เมือง​เบธเอล​และ​เมืองอัย ตรง​บริเวณ​ที่​เขา​เคย​ตั้งเต็นท์​ตอนที่​ผ่านมา​ครั้งก่อน 4 เป็น​สถานที่​ที่​เขา​สร้าง​แท่นบูชาไว้ อับราม​ได้​นมัสการ​พระยาห์เวห์​ที่นั่น

อับราม​และ​โลท​แยกทางกัน

5 โลท​ซึ่ง​เดินทาง​มา​กับ​อับราม ก็​มี​ฝูงแพะแกะ ฝูงวัว และ​เต็นท์​อีก​มากมาย 6 พื้นที่​ที่​เคย​อาศัย​อยู่​จึง​ไม่​เพียงพอ​ที่​จะ​ให้​พวกเขา​อยู่​ด้วยกัน​อีกต่อไป เพราะ​ทรัพย์​สมบัติ​และ​สิ่งของ​ของ​พวกเขา​มี​จำนวน​มากมาย​มหาศาล​จน​ไม่สามารถ​อยู่​รวมกันได้ 7 คน​เลี้ยงแกะ​ของ​อับราม​ทะเลาะ​กับ​คน​เลี้ยงแกะ​ของ​โลท​หลายครั้ง (ใน​เวลานั้น​ชาว​คานาอัน​และ​ชาว​เปริสซี​ได้​อาศัย​อยู่​ใน​บริเวณ​นั้น​ด้วย)

8 อับราม​จึง​พูด​กับ​โลท​ว่า “พวกเรา​ไม่ควร​มา​ทะเลาะ​กันเอง ไม่ว่า​จะเป็น​เรื่อง​ระหว่าง​ลุง​กับ​หลาน หรือ​เรื่อง​ระหว่าง​คน​เลี้ยงแกะ​ของเรา เพราะ​เรา​เป็น​ญาติกัน 9 แผ่นดิน​ทั้งหมดนี้​คอย​อยู่​ต่อหน้า​หลาน พวกเรา​ควร​แยกทาง​กัน ถ้า​หลาน​ไป​ทาง​ซ้าย ลุง​ก็​จะ​ไป​ทาง​ขวา ถ้า​หลาน​ไป​ทาง​ขวา ลุง​ก็​จะ​ไป​ทาง​ซ้าย”

10 โลท​มอง​ไป​รอบๆ เห็น​ที่​ลุ่ม​ใน​หุบเขา​จอร์แดน​ตลอด​ระยะทาง​จนถึง​เมือง​โศอาร์ แผ่นดิน​แห่งนี้​มี​น้ำท่า​อุดม​สมบูรณ์ (ตอนนั้น​พระยาห์เวห์​ยัง​ไม่ได้​ทำลาย​เมือง​โสโดม​และ​โกโมราห์) แผ่นดิน​แห่งนี้​เหมือนกับ​สวน​ของ​พระยาห์เวห์ เหมือนกับ​ดินแดน​ใน​ประเทศ​อียิปต์ 11 โลท​เลือก​ที่ลุ่ม​ใน​หุบเขา​จอร์แดน เขา​จึง​เดินทาง​ไป​ทาง​ตะวันออก ทั้ง​สองคน​จึง​แยกทางกัน 12 อับราม​อาศัย​อยู่​ใน​ดินแดน​ของ​คานาอัน โลท​อาศัย​อยู่​ท่ามกลาง​เมืองต่างๆ​ใน​หุบเขา โลท​ได้​ย้าย​เต็นท์​ของเขา​ไป​ใกล้​กับ​เมืองโสโดม 13 ชาว​เมือง​โสโดม​เป็น​คนชั่ว​และ​ทำบาป​ต่อ​พระยาห์เวห์​อย่างมาก

14 หลังจาก​ที่​โลท​แยก​ไป​แล้ว พระยาห์เวห์​พูด​กับ​อับราม​ว่า “ให้​มอง​ไป​รอบๆ​จาก​จุด​ที่​เจ้าอยู่ มอง​ไป​ทาง​เหนือ ทาง​ใต้ ทาง​ตะวันออก​และ​ทาง​ตะวันตก 15 เพราะ​เรา​จะ​มอบ​ทุกที่​ที่​เจ้าเห็น​ให้เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของเจ้า​ตลอดไป 16 เรา​จะ​ให้​ลูกหลาน​ของเจ้า​มี​จำนวน​มากมาย​เหมือน​ฝุ่น​บน​โลก ถ้าหาก​มีใคร​สามารถ​นับฝุ่น​บนโลกได้ ก็​จะ​สามารถ​นับ​จำนวน​ลูกหลาน​ของเจ้า​ได้ 17 ไปเถิด เดินทาง​ไป​ให้​ทั่ว​ดินแดนนี้ เพราะ​เรา​จะ​ให้มัน​กับเจ้า”

18 อับราม​จึง​ย้าย​เต็นท์​ของเขา​ไป​ตั้ง​หลักแหล่ง​ใน​ที่ใหม่ บริเวณ​สวนต้นก่อ​ของ​มัมเร​ใน​ตำบล​เฮโบรน และ​เขา​สร้าง​แท่นบูชา​แท่นหนึ่ง​ที่นั่น​ให้กับ​พระยาห์เวห์

14

โลท​ถูก​จับตัวไป

1 ใน​เวลานั้น​กษัตริย์​อัมราเฟล​แห่ง​เมือง​ชินาร์ กษัตริย์​อารีโอค​แห่ง​เมือง​เอลลาสาร์ กษัตริย์​เคโดร์ลาโอเมอร์​แห่ง​เมือง​เอลาม และ​กษัตริย์​ทิดาล​แห่ง​เมือง​โกยิม 2 พวกกษัตริย์​ทั้งหมด​นี้​กำลัง​ทำ​สงคราม​อยู่​กับ​กษัตริย์​เบลา​แห่ง​เมือง​โสโดม กษัตริย์​บิรชา​แห่ง​เมือง​โกโมราห์ กษัตริย์​ชินาบ​แห่ง​เมือง​อัดมาห์ และ​กษัตริย์​เชเมเบอร์​แห่ง​เมือง​เศโบยิม และ​กษัตริย์​ของ​เมือง​เบลา (เบลา มี​อีก​ชื่อหนึ่ง​ว่า​โศอาร์)

3 พวกกษัตริย์​ฝ่ายหลัง​ร่วมกัน​ยกทัพ​ไป​ที่​หุบเขา​สิดดิม (ปัจจุบัน​คือ​ทะเล​เกลือ) 4 กษัตริย์​พวกนี้​เคย​รับใช้​กษัตริย์​เคโดร์ลาโอเมอร์​อยู่​ถึง​สิบสองปี แต่​ใน​ปี​ที่​สิบสาม พวกเขา​ก่อ​การกบฏ​ขึ้น 5 ใน​ปี​ที่​สิบสี่ กษัตริย์​เคโดร์ลาโอเมอร์​และ​กษัตริย์​ที่​ยัง​จงรัก​ภักดี​กับเขา ได้​บุก​มา และ​รบชนะ​ชาวเมือง​พวกนี้​คือ ชาว​เรฟาอิม​ที่​เมือง​อัชทาโรทคารนาอิม ชาว​ศูซิม​ที่​เมือง​ฮาม และ​ชาว​เอมิม​ที่​เมือง​ชาเวห์-คีริยาธาอิม 6 พวกเขา​ยัง​รบชนะ​ชาว​โฮรี​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เนินเขา​รอบๆ​เสอีร์​ไป​จนถึง​เอลปาราน+ 14:6 เอลปาราน น่าจะ​เป็น​เมือง​เอแล็ท​ซึ่ง​อยู่​ใต้สุด​ของ​อิสราเอล ใกล้​ทะเล​แดง ที่​อยู่​ติด​กับ​ทะเลทราย 7 แล้ว​พวกกษัตริย์​เคโดร์ลาโอเมอร์​ก็​หัน​ทัพ​กลับ​ไป​ตี​เมือง​เอนมิสปัท (ซึ่ง​ก็​คือ​เมือง​เคเดช) พวกเขา​ได้​รบ​ชนะ​ไป​ทั่ว​ทั้ง​เขตแดน​ของ​ชาว​อามาเลค​และ​ชาว​อาโมไรต์​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​ฮาซาโซนทามาร์

8 ฝ่าย​กษัตริย์​เมือง​โสโดม โกโมราห์ อัดมาห์ เศโบยิม​และ​เบรา (หรือ​โศอาร์) ได้​ออก​มา​จัดทัพ​เพื่อ​เตรียม​สู้รบ​กับ​พวกกษัตริย์​อีก​ฝ่ายหนึ่ง​ใน​หุบเขา​สิดดิม 9 คือ​กษัตริย์​เคโดร์ลาโอเมอร์​แห่ง​เอลาม กษัตริย์​ทิดาล​แห่ง​โกยิม กษัตริย์​อัมราเฟล​แห่ง​ชินาร์ และ​กษัตริย์​อารีโอค​แห่ง​เมือง​เอลลาสาร์ กษัตริย์​สี่องค์​ต่อสู้​กับ​กษัตริย์​ห้าองค์

10 ขณะนั้น​หุบเขา​สิดดิม​เต็ม​ไปด้วย​หลุม​น้ำมันดิน+ 14:10 น้ำมันดิน เป็น​น้ำมัน​ชนิดข้น​ที่​ต้อง​ถูก​ความร้อน​ถึงจะ​ละลาย เมื่อ​กองทัพ​ของ​กษัตริย์​โสโดม​และ​โกโมราห์​วิ่งหนี บางคน​ก็​ตก​ลงไป​ใน​หลุม​เหล่านั้น และ​ส่วนที่​เหลือ​ก็​วิ่ง​ไป​หลบ​ที่​ภูเขา

11 กษัตริย์​เคโดร์ลาโอเมอร์​กับ​พวกของเขา​ก็​ได้ยึด​เอา​ทรัพย์​สมบัติ​ต่างๆ​ของ​โสโดม​และ​โกโมราห์ รวมทั้ง​อาหาร​ทั้งหมด แล้ว​ก็​จาก​ไป 12 พวกเขา​ยัง​ได้​จับตัว​โลท (หลานชาย​ของ​อับราม) และ​ยึด​ทรัพย์​สมบัติ​ของเขา​ไปด้วย เพราะ​โลท​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​โสโดม แล้ว​พวกเขา​ก็​จากไป 13 คนรับใช้​คนหนึ่ง​ของ​โลท​ที่​หนีรอด​มาได้ ได้​มา​บอก​กับ​อับราม​ชาว​ฮีบรู ขณะนั้น อับราม​อาศัย​อยู่​ใกล้ๆ​กับ​สวนต้นก่อ​ของ​มัมเร ซึ่ง​เป็น​ของ​ชาว​อาโมไรต์ ที่​เป็น​พี่น้อง​ของ​เอชโคล์​และ​อาเนอร์ พวกเขา​ทั้งหมด​เป็น​เพื่อน​กับ​อับราม และ​เคย​ตกลง​กัน​แล้ว​ที่​จะ​ช่วยเหลือ​ซึ่งกันและกัน

อับราม​ช่วย​โลท

14 เมื่อ​อับราม​ได้ยิน​ว่า​หลานชาย​ถูก​จับ​ตัว​ไป เขา​จึง​รวบรวม​คน​ของ​เขา​ที่​ได้รับ​การฝึกฝน​การรบ​มา​และ​เป็น​ทาส​ที่​เกิด​อยู่​ใน​ครอบครัว​ของ​เขา จำนวน​สามร้อย​สิบแปด​คน แล้ว​เขา​ก็​ไล่ตาม​ศัตรู​ไป​จน​ถึง​เมือง​ดาน 15 ใน​คืนนั้น​อับราม​และ​พวกทาส​ของ​เขา​ได้​แยกกัน​เข้า​โจมตี​ศัตรู พวกเขา​รบ​ชนะ​พวกนั้น และ​ไล่​ตาม​ไป​จนถึง​เมือง​โฮบาห์ ซึ่ง​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​เมือง​ดามัสกัส 16 อับราม​ยึด​ทรัพย์​สมบัติ​คืนมา​ทั้งหมด และ​นำ​ตัวโลท​และ​ทรัพย์​สมบัติ​ของโลท​คืนมา รวมทั้ง​พวกผู้หญิง​และ​คนอื่นๆ​ที่​ถูก​กวาด​ต้อนไป​คืน​มา​ด้วย

17 หลังจาก​อับราม​กับ​ฝ่าย​ของเขา​กลับ​จาก​การสู้รบ​ชนะ​กษัตริย์​เคโดร์ลาโอเมอร์ กษัตริย์​โสโดม​ได้​ออก​มา​พบ​อับราม​ตรง​ที่ราบ​หุบเขา​ชาเวห์ (คือ​ที่ราบ​หุบเขา​แห่ง​กษัตริย์)

เมลคีเซเดค

18 เมลคีเซเดค​ผู้เป็น​กษัตริย์​เมือง​ซาเล็ม​และ​เป็น​นักบวช​ของ​พระเจ้า​ผู้สูงสุด ได้​มา​พบ​อับราม​และ​นำ​ขนมปัง​กับ​เหล้าองุ่น​มาด้วย 19 เมลคีเซเดค​ได้​อวยพร​อับราม​ว่า

“ขอ​อับราม​ได้รับ​พระพร​จาก​พระเจ้า​ผู้สูงสุด

ผู้สร้าง​ท้องฟ้า​และ​แผ่นดิน

20 และ​ขอ​พระเจ้า​ผู้สูงสุด​ได้รับ​คำสรรเสริญ

พระองค์​ได้​มอบ​ศัตรู​ให้​อยู่​ใน​กำมือ​ของท่าน”

อับราม​ได้​ให้​เมลคีเซเดค หนึ่งในสิบ​ของ​ทุกอย่าง​ที่​ยึด​มาได้ 21 แล้ว​กษัตริย์​โสโดม​พูดกับ​อับราม​ว่า “ช่วย​คืน​คนของเรา​ที่​ถูก​จับไป​ให้​กับเรา​ด้วย ส่วน​ทรัพย์​สมบัติ​นั้น​ท่าน​เก็บ​เอาไว้​เองเถิด”

22 อับราม​จึง​บอก​กษัตริย์​โสโดม​ว่า “เรา​ได้​ยก​มือ​ขึ้น​สาบาน​กับ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ผู้สูงสุด ผู้สร้าง​ท้องฟ้า​และ​แผ่นดิน​ว่า 23 เรา​จะ​ไม่เอา​อะไร​ที่​เป็น​ของท่าน​เลย แม้แต่​ด้าย​หรือ​เชือก​ผูก​รองเท้า​สักเส้น เพื่อ​ท่าน​จะ​ไม่สามารถ​อ้าง​ได้​ว่า ‘เรา​นี่แหละ ที่​ทำให้​อับราม​ร่ำรวย’ 24 เรา​จะ​ไม่เอา​อะไร​เลย นอกจาก​อาหาร​ที่​คนของเรา​ได้​กิน​ไปแล้ว​เท่านั้น และ​ส่วนแบ่ง​สำหรับ อาเนอร์ เอชโคล์ และ​มัมเร ที่​ได้​ช่วย​เรา​ออกรบ ให้​พวกเขา​รับ​ส่วนแบ่ง​ของ​พวกเขา​ไปเถิด”

15

พระเจ้า​ให้​คำ​สัญญา​กับ​อับราม

1 หลังจาก​เหตุการณ์​นั้น พระยาห์เวห์​พูด​กับ​อับราม​ใน​นิมิต​ว่า “อับราม ไม่ต้อง​กลัว เรา​เป็น​โล่กำบัง​เจ้า เจ้า​จะ​ได้รับ​รางวัล​ที่​ยิ่งใหญ่​มาก”

2 แต่​อับราม​พูด​ว่า “ข้าแต่​พระยาห์เวห์​องค์​เจ้า​ชีวิต พระองค์​จะ​ให้​อะไร​กับ​ข้าพเจ้า​หรือ เพราะ​ข้าพเจ้า​ยัง​ไม่มี​ลูก+ 15:2 เพราะ​ข้าพเจ้า​ยัง​ไม่มี​ลูก หรือ​อาจจะ​แปล​ได้​ว่า “ข้าพเจ้า​กำลัง​จะ​ตาย​โดย​ไม่มี​ลูก” เลย และ​ผู้รับ​มรดก​ของ​ข้าพเจ้า​คือ​เอลีเยเซอร์​ชาวเมือง​ดามัสกัส​ทาส​ของ​ข้าพเจ้า+ 15:2 ชาวเมือง … ของ​ข้าพเจ้า ความหมาย​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ยัง​ไม่ชัดเจน3 อับราม​พูด​ว่า “ดูเถอะ พระองค์​ไม่ได้​ให้​ลูกชาย​กับ​ข้าพเจ้า ทาสชาย​ที่​เกิด​ใน​บ้าน​ข้าพเจ้า​ก็​จะ​เป็น​คน​รับ​มรดก​จาก​ข้าพเจ้า”

4 พระยาห์เวห์​จึง​พูด​กับ​อับราม​ว่า “คนๆนี้​จะ​ไม่ใช่​ผู้รับ​มรดก​ของเจ้า​หรอก แต่​ลูกชาย​ของเจ้า​เอง​จะ​เป็น​ผู้รับ​มรดก​ของเจ้า”

5 แล้ว​พระองค์​ก็​พา​อับราม​ออก​ไป​ด้านนอก และ​พูด​ว่า “มอง​ดู​ท้องฟ้า​สิ และ​ลอง​นับ​ดวงดาว​ดูสิ​ว่า​เจ้า​สามารถ​นับ​พวกมัน​ได้​หรือ​เปล่า” แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “ลูกหลาน​ของเจ้า​จะ​มี​จำนวน​มากมาย​อย่างนั้น”

6 แล้ว​อับราม​ก็​ไว้วางใจ​ใน​พระยาห์เวห์ และ​เพราะ​ความไว้วางใจ​ของ​อับราม​นั่นเอง พระองค์​ถึง​ได้​ยอมรับ​เขา+ 15:6 แล้ว​อับราม … ยอมรับ​เขา ข้อ​นี้​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “อับราม​ไว้วางใจ​ใน​พระยาห์เวห์ พระองค์​ก็​เลย​นับว่า​ท่าน​เป็น​คน​ที่​พระองค์​ยอมรับ”

7 พระองค์​จึง​บอก​อับราม​ว่า “เรา​คือ​ยาห์เวห์ ผู้​ที่​นำ​เจ้า​ออก​จาก​เมือง​เออร์+ 15:7 เมือง​เออร์ ตั้ง​อยู่​ทาง​ใต้​ของ​บาบิโลน ของ​ชาว​เคลเดีย เพื่อ​มอบ​ดินแดนนี้​ให้​กับเจ้า​เป็นเจ้าของ”

8 อับราม​ก็​พูด​ว่า “ข้าแต่​พระยาห์เวห์ องค์​เจ้า​ชีวิต ข้าพเจ้า​จะ​รู้​ได้​อย่างไร​ว่า​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​เป็น​เจ้าของมัน”

9 พระองค์​ก็​บอก​กับ​เขา​ว่า “ให้​เอา​ลูกวัว​ตัวเมีย​อายุ​สามปี​มา​ตัวหนึ่ง แพะ​ตัวเมีย​อายุ​สามปี​ตัวหนึ่ง แกะ​ตัวผู้​อายุ​สามปี​อีก​ตัวหนึ่ง นกเขา​และ​นกพิราบ​อย่าง​ละ​ตัว​มา​ให้​กับ​เรา”

10 อับราม​ก็​ได้​เอา​สัตว์​ทั้งหมด​นี้​มา และ​ผ่า​กลาง​ลำตัว​ออก​เป็น​สองซีก แล้ว​วางไว้​ข้างละซีก​ตรงกัน แต่​เขา​ไม่ได้​ผ่า​พวกนก 11 ต่อมา​มี​นก​ตัวใหญ่​หลายตัว​บิน​ลงมา​จะ​กิน​ซากสัตว์​พวกนั้น อับราม​จึง​ไล่​ฝูงนก​พวกนั้นไป

12 ขณะนั้น​ตะวัน​เริ่ม​ตกดิน อับราม​หลับสนิท ความมืด​อัน​น่ากลัว​ก็​แผ่​ปกคลุม​บน​ตัวเขา 13 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​อับราม​ว่า “เจ้า​ต้อง​รู้​ว่า​ลูกหลาน​ของเจ้า​จะ​เป็น​คนแปลกหน้า​ใน​ประเทศ​ที่​ไม่ใช่​ของ​พวกเขา และ​จะ​เป็น​ทาส​ของ​คนพวกนั้น และ​คนพวกนั้น​ก็​จะ​กดขี่​ข่มเหง​พวกเขา​เป็น​เวลา​สี่ร้อยปี 14 แต่​เรา​จะ​ตัดสิน​ลงโทษ​ชนชาตินั้น ที่​พวกลูกหลาน​ของเจ้า​ไป​รับใช้ แล้ว​หลังจากนั้น พวกลูกหลาน​ของเจ้า​ก็​จะ​ออกมา​พร้อมกับ​ทรัพย์​สมบัติ​มากมาย

15 แต่​เจ้า​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​ยืนยาว​และ​ตาย​อย่าง​สงบสุข​และ​ถูก​ฝังไว้ 16 หลัง​ผ่านพ้น​ไป​สี่ชั่วอายุคน ลูกหลาน​ของเจ้า​ก็​จะ​กลับ​มา​ที่​ดินแดน​แห่งนี้ เพราะ​ก่อน​หน้า​นั้น​ความบาป​ของ​ชาว​อาโมไรต์​ยัง​ไม่​ครบถ้วน”

17 เมื่อ​ตะวันตกดิน มัน​มืด​มาก แล้ว​มี​หม้อ​ที่​มี​ควันไฟ​และ​คบเพลิง​ที่​มี​เปลวไฟ​ลุก​อยู่​พุ่ง​ผ่าน​กลาง​สอง​ซีก​ของ​ซากสัตว์​พวกนั้น+ 15:17 ผ่าน​กลาง … สัตว์​พวกนั้น ใน​สมัยก่อน​เวลา​ทำ​ข้อตกลง​กัน พวกเขา​จะ​ผ่า​สัตว์​ออก​เป็น​สองซีก แล้ว​เดิน​ผ่าน​ไป​ระหว่าง​สองซีก​นั้น แล้ว​พูด​ว่า “ถ้า​ข้า​ไม่​รักษา​ข้อตกลง​นี้ ก็​ขอให้​เป็น​เหมือน​สัตว์​ตัวนี้”

18 ใน​วันนั้น​พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​สัญญา​กับ​อับราม พระองค์​พูด​ว่า “เรา​ได้​มอบ​แผ่นดินนี้​ให้​กับ​ลูกหลาน​เจ้า จาก​แม่น้ำ​อียิปต์+ 15:18 แม่น้ำ​อียิปต์ ลำธาร​สาย​นี้​เรียกว่า “วาดี เอล-อาริช” ไป​จนถึง​แม่น้ำ​ยูเฟรติส​อัน​ยิ่งใหญ่ 19 รวมทั้ง​แผ่นดิน​ของ​ชาว​เคไนต์ ชาว​เคนัส ชาว​ขัดโมไนต์ 20 ชาว​ฮิตไทต์ ชาว​เปริสซี ชาว​เรฟาอิม 21 ชาว​อาโมไรต์ ชาว​คานาอัน ชาว​เกอร์กาชี​และ​ชาว​เยบุส”

16

นาง​ฮาการ์ ทาสหญิง

1 ถึง​เดี๋ยวนี้​ซาราย​เมีย​ของ​อับราม​ก็​ยัง​ไม่มี​ลูก​ให้​กับ​อับราม​เลย แต่​นาง​มี​ทาสหญิง​ชาว​อียิปต์​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ฮาการ์ 2 ซาราย​จึง​พูด​กับ​อับราม​ว่า “ดูสิ พระยาห์เวห์​ไม่​ยินยอม​ให้​น้อง​มี​ลูก ไป​ร่วม​หลับนอน​กับ​ทาสหญิง​ของ​น้อง​เถิด บางที​นาง​อาจ​มี​ลูกชาย​ให้​กับ​น้อง​ก็​ได้” อับราม​ก็​ทำ​ตาม​ที่​นาง​ซาราย​แนะนำ

3 หลังจาก​ที่​อับราม​อยู่​ที่​แผ่นดิน​คานาอัน​สิบปี ซาราย​เมีย​ของ​อับราม ได้​ยก​ทาสหญิง​ของ​นาง ที่​ชื่อ​ฮาการ์​ให้​เป็น​เมีย​ของ​อับราม 4 อับราม​ก็​เข้า​ไป​ร่วม​หลับนอน​กับ​ฮาการ์ และ​นาง​ก็​ตั้งท้อง เมื่อ​นาง​ตั้งท้อง นาง​ก็​เริ่ม​ลืมตัว​แล้ว​ดูถูก​ซาราย​ผู้​เป็น​นายหญิง​ของนาง 5 ซาราย​จึง​บอก​กับ​อับราม​ว่า “พี่​ต้อง​รับผิดชอบ​ต่อ​สิ่ง​ที่​เกิดขึ้น น้อง​ได้​ยก​หญิงรับใช้​ของ​น้อง​ให้​อยู่​ใน​อ้อมอก​พี่ พอ​นาง​เห็น​ว่า​นาง​ตั้งท้อง น้อง​ก็​ไม่อยู่​ใน​สายตา​นาง​อีกต่อไป ขอให้​พระยาห์เวห์​ตัดสิน​ว่า​ระหว่าง​น้อง​กับ​พี่​ใคร​ถูก​กันแน่”

6 แต่​อับราม​พูด​กับ​ซาราย​ว่า “ทาส​ของน้อง​ก็​อยู่​ใน​กำมือ​ของน้อง​อยู่แล้ว น้อง​จะ​ทำ​อะไร​กับ​นาง​ก็​ได้​ตาม​ที่​น้อง​พอใจ” ซาราย​จึง​ดุด่า​ฮาการ์ จน​นาง​หนีไป

อิชมาเอล ลูกชาย​นาง​ฮาการ์

7 ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​พบ​นาง​ฮาการ์ อยู่​ข้าง​แอ่งน้ำพุ​แห่งหนึ่ง​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง แอ่งน้ำ​นั้น​อยู่​ติด​ถนน​ที่​มุ่ง​ไป​สู่​เมือง​ชูร์ 8 ทูตสวรรค์​พูด​ว่า “ฮาการ์​ทาส​ของ​ซาราย เจ้า​มา​จาก​ไหน​และ​กำลัง​จะ​ไป​ไหน”

นาง​จึง​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​หนี​ซาราย​นายหญิง​ของ​ข้าพเจ้า​มา”

9 แล้ว​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​พูด​กับ​นาง​ว่า “กลับ​ไปหา​นายหญิง​ของเจ้า​และ​ให้​ยอม​อยู่​ใต้​อำนาจ​ของนาง” 10 และ​ทูตสวรรค์​องค์นั้น​พูด​ว่า “เรา​จะ​ทำให้​ลูกหลาน​ของเจ้า​ทวี​เป็น​จำนวน​มากมาย​มหาศาล​จน​นับไม่ถ้วน”

11 ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​บอก​กับ​นาง​ว่า

“ดูสิ ตอนนี้​เจ้า​กำลัง​ตั้งท้อง

เจ้า​จะ​คลอด​ลูกชาย

และ​เจ้า​จะ​เรียก​เขา​ว่า​อิชมาเอล+ 16:11 อิชมาเอล มี​ความหมาย​ว่า “พระเจ้า​ได้ยิน”

เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้ยิน​ถึง​ความทุกข์​ของเจ้า

12 ลูกชาย​คนนี้​จะ​เหมือน​ลาป่า

มือ​ของเขา​จะ​ต่อต้าน​ทุกคน

มือ​ของ​ทุกๆคน​ก็​จะ​ต่อต้าน​เขา

เขา​จะ​อาศัย​อยู่​ใกล้ๆ​กับ​พี่น้อง​ของเขา+ 16:12 เขา​จะ​อาศัย … ของเขา หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “เขา​จะ​เข้า​กับ​พี่น้อง​ของ​เขา​ไม่ได้”

13 ฮาการ์​เรียก​ชื่อ​พระยาห์เวห์​ที่​พูด​กับ​นาง​ว่า “พระองค์​คือ​พระเจ้า​ผู้มองเห็น​ฉัน+ 16:13 พระเจ้า​ผู้มองเห็น​ฉัน ใน​ภาษา​ฮีบรู​เรียกว่า “เอลรอย”” ที่​นาง​เรียก​อย่างนั้น ก็​เพราะ​นาง​คิด​ว่า “ที่​นี่​ฉัน​ได้​เห็น​พระองค์​ที่​มองเห็น​ฉัน​จริงๆ​หรือ+ 16:13 ที่​นี่​ฉัน … จริงๆ​หรือ ความหมาย​ใน​ภาษา​ฮีบรู ไม่ชัดเจน14 บ่อน้ำพุ​จึง​ได้​ชื่อ​ว่า เบเออลาไฮรอย+ 16:14 เบเออลาไฮรอย มี​ความหมาย​ว่า “บ่อน้ำ​ของ​ผู้นั้น​ที่​มีชีวิตอยู่ (พระเจ้า) ที่​มองเห็น​ฉัน” บ่อนี้​ยังคง​อยู่​ระหว่าง​เมือง​เคเดช​และ​เมือง​เบเรด

15 นาง​ฮาการ์​ได้​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับ​อับราม แล้ว​อับราม​ก็​ตั้งชื่อ​ลูก​ของเขา​ว่า​อิชมาเอล 16 ตอน​ที่​ฮาการ์​คลอด​อิชมาเอลนี้ อับราม​มี​อายุ​แปดสิบหก​ปี

17

การขลิบ

1 เมื่อ​อับราม​มี​อายุ​เก้าสิบเก้า​ปี พระยาห์เวห์​ได้​มา​ปรากฏ​ต่อ​อับราม​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “เรา​คือ​พระเจ้า​ผู้​ทรง​ฤทธิ์+ 17:1 พระเจ้า​ผู้​ทรง​ฤทธิ์ ใน​ภาษา​ฮีบรู​เรียก เอลชัดดัย แต่​ความหมาย​ยัง​ไม่แน่นอน ให้​เชื่อฟัง​เรา​และ​ทำ​ตัว​ไร้ที่ติ 2 ถ้า​เจ้า​ทำ​อย่างนี้ เรา​จะ​ทำ​สัญญา​ระหว่าง​เรา​กับ​เจ้า และ​เรา​จะ​ทำ​ให้​ลูกหลาน​ของเจ้า​เพิ่ม​ทวี​ขึ้น​อย่าง​มหาศาล”

3 อับราม​ก็​ก้ม​กราบ​ลง​และ​พระองค์​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า 4 “นี่​เป็น​ส่วน​ของเรา ที่​เรา​ได้​ทำ​สัญญา​กับ​เจ้า คือ​เจ้า​จะ​ได้​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​หลาย​ชนชาติ 5 ชื่อ​ของเจ้า​จะ​ไม่ใช่​อับราม+ 17:5 อับราม หมายถึง “พ่อ​ที่​มี​เกียรติ” อีกต่อไป แต่​เจ้า​จะ​มี​ชื่อใหม่​ว่า อับราฮัม+ 17:5 อับราฮัม หมายถึง “พ่อ​ผู้ยิ่งใหญ่” หรือ “พ่อ​ของ​คน​มากมาย” เพราะ​เรา​ได้​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​พ่อ​ของ​หลาย​ชนชาติ 6 เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​มี​ลูกหลาน​มากมาย และ​เรา​จะ​ทำ​ให้​มี​หลายๆ​ชนชาติ​เกิด​มา​จาก​เจ้า กษัตริย์​ต่างๆ​จะ​มา​จาก​เจ้า 7 เรา​จะ​ทำ​สัญญา​ระหว่าง​เรา​กับ​เจ้า​และ​กับ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของ​พวกเขา​ตลอดไป นี่​จะ​เป็น​สัญญา​ตลอดกาล เรา​สัญญา​ว่า​เรา​จะ​เป็น​พระเจ้า​ของเจ้า​และ​ลูกหลาน​ของเจ้า 8 แผ่นดิน​ทั้งหมดนี้​ที่​เป็น​ของ​ชาว​คานาอัน ที่​เจ้า​กำลัง​อยู่​ใน​ฐานะ​คนต่าง​ด้าว​นี้ เรา​จะ​ยก​ให้​กับ​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของเจ้า​ตลอดไป และ​เรา​จะ​เป็น​พระเจ้า​ของ​ลูกหลาน​เจ้า​ด้วย”

9 แล้ว​พระเจ้า​ก็​พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า “ส่วนเจ้า เจ้า​จะ​ต้อง​รักษา​สัญญา​นี้ ทั้ง​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของเจ้า ตลอดจน​ลูกหลาน​ของเขา 10 นี่​คือ​สัญญา​ของ​เรา​ที่​พวกเจ้า​จะ​ต้อง​รักษา เป็น​สัญญา​ระหว่าง​เรา​กับ​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า ผู้ชาย​ทุกคน​ใน​พวกเจ้า​จะ​ต้อง​ขลิบ 11 พวกเจ้า​จะ​ต้อง​ขลิบ​หนัง​หุ้ม​ปลาย​อวัยวะเพศ นี่​จะ​เป็น​สัญลักษณ์​ว่า​เจ้า​ยอมรับ​คำ​สัญญา​ระหว่าง​เรา​กับ​พวกเจ้า 12 ตลอด​ชั่วลูกชั่วหลาน​ของ​เจ้า เด็กผู้ชาย​ทุกคน​ที่​เกิด​มา​ได้​แปดวัน​จะ​ต้อง​ถูก​ขลิบ เด็กผู้ชาย​ที่​เกิด​มา​ใน​ครัวเรือน​ของเจ้า รวมทั้ง​ทาสชาย​ที่​เจ้า​ซื้อ​มา​จาก​ชาวต่างชาติ ก็​ต้อง​ขลิบ​กัน​หมด​ทุกคน ถึงแม้ว่า​เขา​จะ​ไม่ใช่​ลูกหลาน​ของ​เจ้า​ก็​ตาม 13 ทั้ง​ทาส​ที่​เกิด​ใน​ครัวเรือน​ของเจ้า​และ​ทาส​ที่​เจ้า​เอา​เงิน​ไป​ซื้อ​มา ก็​ต้อง​ถูก​ขลิบ​กัน​ทุกคน ด้วย​วิธีนี้ สัญญา​ของเรา​ก็​จะ​ติด​อยู่​กับ​เนื้อหนัง​ของเจ้า​ไป​ตลอดกาล 14 ผู้ชาย​ที่​ไม่ได้​ขลิบ​จะ​ถูก​ตัด​ออก​จาก​กลุ่ม เพราะ​ไม่​รักษา​สัญญา​ของเรา”

อิสอัค ลูกชาย​ที่​พระเจ้า​สัญญา​ว่า​จะ​ให้

15 พระเจ้า​พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า “ซาราย+ 17:15 ซาราย เป็น​ไปได้​ว่า​ใน​ภาษา​อารเมค​หมายถึง​เจ้าหญิง เมีย​ของเจ้า​จะ​ไม่​ชื่อ​ซาราย​อีกต่อไป เพราะ​นาง​จะ​เปลี่ยน​ชื่อ​เป็น​ซาราห์+ 17:15 ซาราห์ ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง​เจ้าหญิง16 เรา​จะ​อวยพร​นาง และ​เรา​จะ​ให้​ลูกชาย​กับ​เจ้า​ผ่าน​ทาง​นาง และ​เรา​จะ​อวยพร​นาง​ให้​เป็น​แม่​ของ​หลาย​ชนชาติ พวก​กษัตริย์​ของ​ชนชาติ​ต่างๆ​จะ​มา​จาก​นาง”

17 อับราฮัม​ก้ม​กราบ​ลง แต่​เขา​หัวเราะ​และ​พูด​กับ​ตัวเอง​ว่า “ผู้ชาย​อายุ​ร้อยปี​จะ​มีลูก​ได้​ยังไง หรือ​ซาราห์​ที่​มี​อายุ​เก้าสิบ​ปี​แล้ว​จะ​มี​ลูก​ได้​ยังไง”

18 อับราฮัม​จึง​พูด​กับ​พระเจ้า​ว่า “ข้าพเจ้า​หวัง​ว่า​อิชมาเอล​จะ​มี​ชีวิต​ที่​มี​ความสุข​อยู่​ต่อหน้า​พระองค์”

19 พระเจ้า​พูด​ว่า “จะ​เป็น​อย่างนั้น แต่​ซาราห์ เมีย​ของเจ้า​เอง​ต่างหาก​ที่​จะ​เป็น​คน​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับเจ้า และ​เจ้า​จะ​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​อิสอัค+ 17:19 อิสอัค หมายถึง​เขา​หัวเราะ เรา​จะ​รักษา​สัญญา​ของเรา​กับเขา​และ​ลูกหลาน​ของเขา​ไว้​ตลอดกาล

20 ส่วน​อิชมาเอล​นั้น เรา​ได้ยิน​คำขอร้อง​ของเจ้า​แล้ว เรา​จะ​อวยพร​เขา เรา​จะ​ให้​เขา​มี​ลูกหลาน​มากมาย​มหาศาล และ​เขา​จะ​ได้​เป็น​พ่อ​ของ​เจ้าชาย​สิบสอง​องค์ และ​เรา​จะ​ทำ​ให้​เขา​เป็น​ชนชาติ​ที่​ยิ่งใหญ่ 21 แต่​เรา​จะ​ทำ​สัญญา​ของเรา​กับ​อิสอัค ที่​ซาราห์​จะ​คลอด​ให้​กับเจ้า​ใน​ปีหน้า​เวลานี้”

22 เมื่อ​พระเจ้า​พูด​กับ​อับราฮัม​เสร็จ พระองค์​ก็​ลอย​ขึ้นไป​จาก​เขา 23 แล้ว​ใน​วันนั้น​เอง​อับราฮัม​ก็​พา​อิชมาเอล พวกทาส​ชาย​ทุกคน​ที่​เกิด​ใน​ครัวเรือน​ของเขา รวมทั้ง​ทาส​ที่​เขา​ซื้อ​มา และ​ผู้ชาย​ทั้งหมด​ใน​ครัวเรือน​ของเขา ไป​ขลิบ​หนัง​หุ้ม​ปลาย​อวัยวะเพศ​ทุกคน ตาม​ที่​พระเจ้า​ได้​บอก​เขา​ไว้

24 วัน​ที่​อับราฮัม​เข้า​พิธีขลิบ​นั้น เขา​มี​อายุ​เก้าสิบเก้า​ปี 25 ส่วน​อิชมาเอล​มี​อายุ​สิบสาม​ปี​ตอน​เข้า​พิธีขลิบ 26 ใน​วันนั้น​ทั้ง​อับราฮัม​และ​ลูกชาย​ก็​ได้​เข้า​พิธีขลิบ 27 และ​ผู้ชาย​ทุกคน​ใน​ครัวเรือน​ของ​อับราฮัม พวกทาส​ที่​เกิด​ใน​ครัวเรือน​ของเขา​และ​พวกทาส​ที่​ซื้อ​มา​จาก​คน​ต่าง​ชาติ ก็​เข้า​พิธีขลิบ​พร้อม​กับ​อับราฮัม​ด้วย

18

แขก​สาม​คน​มา​เยี่ยมเยียน

1 พระยาห์เวห์​ได้​มา​ปรากฏ​ตัว​ต่อ​อับราฮัม ที่​สวน​ต้นก่อ​ของ​มัมเร ใน​ขณะที่​อับราฮัม​กำลัง​นั่ง​อยู่​ที่​ทางเข้า​เต็นท์​ของเขา ภายใต้​แสงแดด​อัน​ร้อนแรง​ของ​วันนั้น 2 เมื่อ​เขา​เงย​หน้าขึ้น​มา ก็​เห็น​ชาย​สามคน​ยืน​อยู่​ข้างหน้า​เขา เมื่อ​เขา​เห็น​คนเหล่านั้น เขา​ก็​รีบ​วิ่ง​ไป​จาก​หน้า​เต็นท์ ไป​หา​คนพวกนั้น และ​เมื่อ​ไป​ถึง​ก็​ก้ม​กราบ​ถึง​พื้นดิน 3 และ​พูด​ว่า “เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ถ้า​ข้าพเจ้า​เป็น​ที่​ชอบใจ​ใน​สายตา​ของ​พวกท่าน ขอ​อย่า​ได้​เดิน​ผ่าน​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ของท่าน​ไปเลย 4 ขอให้​ข้าพเจ้า​ได้​เอา​น้ำ​มา​ล้าง​เท้า​ให้​ท่าน​สักนิด และ​เชิญ​มา​พักผ่อน​ใต้​ต้นไม้​สักพักหนึ่ง 5 ข้าพเจ้า​จะ​ได้​เอา​ขนมปัง​มา​ให้​ท่าน​กิน​สักหน่อยหนึ่ง เพื่อ​ท่าน​จะ​รู้สึก​สดชื่น​ขึ้น หลังจากนั้น​ท่าน​ถึง​ค่อย​เดินทาง​ต่อ ขอให้​ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​สิ่งเหล่านี้​เถิด ไหนๆ​ท่าน​ก็​ได้​มา​หา​ข้าพเจ้า ผู้รับใช้​ของท่าน​แล้ว”

แล้ว​พวกเขา​ก็​พูด​ว่า “ทำ​ตาม​ที่​เจ้า​พูด​เถิด”

6 อับราฮัม​จึง​รีบ​ไป​ที่​เต็นท์​ของเขา​หา​ซาราห์ และ​พูด​กับ​นาง​ว่า “เร็วๆ​เข้า ไป​ตวง​แป้ง​อย่างดี​มา​ยี่สิบสอง​ลิตร เอา​มา​นวด​แล้ว​อบ​เป็น​ขนมปัง” 7 แล้ว​อับราฮัม​ก็​วิ่ง​ไป​ที่​ฝูงสัตว์ และ​เลือก​ลูกวัว​ตัว​ที่​ดี​และ​อ่อนนุ่ม​ที่สุด แล้ว​เอา​ไป​ให้​คนรับใช้​ของเขา และ​คนรับใช้​ก็​รีบ​เอา​ไป​ทำ​อาหาร

8 อับราฮัม​ได้​นำ​เอา​นมข้นเปรี้ยว น้ำนม​และ​เนื้อ​ลูกวัว​ที่​ทำ​เสร็จ​แล้ว ไป​วาง​ต่อ​หน้า​แขก​ทั้งสามนั้น ใน​ขณะที่​พวกเขา​กำลัง​กิน​กัน​อยู่ อับราฮัม​ก็​ยืน​คอย​อยู่​ข้างๆ​พวกเขา​ใต้​ต้นไม้นั้น

9 แล้ว​พวกเขา​ก็​ถาม​อับราฮัม​ว่า “ซาราห์ เมีย​ของเจ้า​อยู่​ที่ไหน​หรือ”

อับราฮัม​ตอบ​ว่า “อยู่​ใน​เต็นท์​นั้น​ครับ​ท่าน”

10 แล้ว​ชาย​คนหนึ่ง​ใน​พวกเขา​ก็​พูด​ว่า “ใน​ปีหน้า​เวลานี้ เรา​จะ​กลับ​มา​หา​เจ้า​อีก​อย่างแน่นอน และ​ซาราห์​เมีย​ของเจ้า​จะ​มี​ลูกชาย​คนหนึ่ง”

ซาราห์​กำลัง​ฟัง​อยู่​ที่​ทางเข้า​เต็นท์​ข้างหลัง​เขา 11 ทั้ง​อับราฮัม​และ​ซาราห์​ก็​แก่​มาก​แล้ว และ​ซาราห์​ก็​หมด​ประจำเดือน​แล้ว​ด้วย 12 ซาราห์​จึง​หัวเราะ​อยู่​คนเดียว​และ​พูด​ว่า “ฉัน​แก่​มาก​จน​ใช้การ​ไม่ได้​แล้ว ผัว​ฉัน​ก็​แก่​มาก​แล้ว​เหมือนกัน ฉัน​ยัง​จะ​มี​ความต้องการ​ทางเพศ​อีกหรือ”

13 แล้ว​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า “ทำไม​นาง​ซาราห์​ถึง​ได้​หัวเราะ​และ​พูด​ว่า ‘เมื่อ​ฉัน​แก่​ขนาด​นี้​แล้ว​จะ​มี​ลูก​ได้​อีก​หรือ’ 14 มี​อะไร​ที่​เป็น​ไป​ไม่ได้​สำหรับ​พระยาห์เวห์​หรือ ใน​ปีหน้า​เวลานี้​เรา​จะ​กลับ​มา​หาเจ้า มัน​จะ​เป็น​ช่วง​ฤดูใบไม้ผลิ และ​ซาราห์​จะ​มี​ลูกชาย​คนหนึ่ง”

15 แต่​ซาราห์​ปฏิเสธ​ว่า “ข้าพเจ้า​ไม่ได้​หัวเราะ” เพราะ​นาง​กลัว

แต่​พระองค์​บอก​ว่า “ไม่จริง เจ้า​หัวเราะ​แน่ๆ”

16 แล้ว​ชาย​ทั้ง​สามคน​ก็​ไป​จาก​ที่นั่น พวกเขา​มอง​ไป​ที่​เมือง​โสโดม อับราฮัม​เดิน​ไป​กับ​พวกเขา เพื่อ​ไปส่ง

อับราฮัม​ต่อรอง​กับ​พระยาห์เวห์เพื่อ​เมือง​โสโดม

17 แล้ว​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​ตัวเอง​ว่า “เรา​ควร​จะ​ปิดบัง​อับราฮัม​เรื่อง​ที่​เรา​กำลัง​จะ​ทำ​นี้​หรือ 18 เขา​จะ​กลาย​เป็น​ชนชาติ​ที่​ยิ่งใหญ่​และ​เป็น​มหาอำนาจ และ​ชนชาติ​ทั้งหมด​ก็​จะ​ได้รับ​พระพร​ผ่าน​ทางเขา 19 เรา​จะ​ไม่​ปิดบัง​เรื่อง​นี้​จาก​เขา เพราะ​เรา​ได้​เลือก​เขา​มา เพื่อ​เขา​จะ​ได้​สั่ง​ลูกหลาน​ของเขา และ​คน​ใน​ครัวเรือน​ของเขา ให้​ใช้​ชีวิต​ตาม​แนวทาง​ที่​พระยาห์เวห์​ต้องการ​ให้​พวกเขา​เป็น คือ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​และ​ยุติธรรม เพื่อ​เรา​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​อับราฮัม”

20 แล้ว​พระยาห์เวห์​พูด​ว่า “มี​เสียง​บ่น​ต่อว่า​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโมราห์​เยอะ​มาก และ​บาป​ของ​พวกเขา​ก็​หนักหนาสาหัส 21 เรา​จะ​ลง​ไป​ดู​สิ​ว่า พวกเขา​ได้​ทำ​อย่าง​ที่​เรา​ได้ยิน​มา​หรือเปล่า และ​ถ้า​ไม่​เป็น​อย่างนั้น​เรา​จะ​ได้​รู้”

22 แล้ว​ชาย​พวกนั้น​ก็​บ่ายหน้า​ไป​จาก​ที่นั่น แล้ว​มุ่ง​ตรง​ไป​เมือง​โสโดม แต่​อับราฮัม​ยัง​คง​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระองค์ 23 อับราฮัม​เข้า​มา​ใกล้​พระองค์​และ​พูด​ว่า “พระองค์​จะ​ทำลาย​คนดี​ไป​พร้อมๆ​กับ​คนชั่ว​จริงๆ​หรือ 24 แล้ว​ถ้า​เกิด​มี​คนดี​สัก​ห้าสิบ​คน​ใน​เมือง​นั้นล่ะ พระองค์​จะ​ทำลาย​เมืองนั้น​อีก​หรือ พระองค์​จะ​ไม่​ยกโทษ​ให้​กับ​เมืองนั้น เพราะ​เห็น​แก่​คนดี​ห้าสิบ​คน​หรือ 25 พระองค์​คง​จะ​ไม่​ทำ​อย่างนั้นแน่ ที่​จะ​ฆ่า​คนดีๆ​ไป​พร้อม​กับ​คนชั่ว

ถ้า​เป็น​อย่างนั้น​คนดี​กับ​คนชั่ว​ก็​ไม่ต่างกัน​เลย พระองค์​คง​ไม่​ทำ​อย่างนั้น​แน่ ข้าพเจ้า​รู้​ว่า พระองค์​ผู้เป็น​ผู้พิพากษา​โลกนี้ จะ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​อย่าง​แน่นอน”

26 แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​พูด​ว่า “ถ้า​เรา​เจอ​คนดี​ใน​เมือง​โสโดม​ห้าสิบ​คน เรา​ก็​จะ​ไว้​ชีวิต​คน​ใน​เมือง​นั้น​เพราะ​เห็น​แก่​ห้าสิบ​คนนั้น”

27 แล้ว​อับราฮัม​ก็​พูด​ว่า “ดูเถอะ ข้าพเจ้า​นี่​ช่าง​บังอาจ​นัก​ที่​พูด​กับ​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​อย่างนี้ ทั้งๆที่​ข้าพเจ้า​เป็น​แค่​ฝุ่น​และ​ขี้เถ้า 28 แล้ว​ถ้า​เกิด​คนดี​ห้าสิบ​คนนั้น ขาด​ไป​สัก​ห้าคน​ล่ะ​ครับ พระองค์​ยัง​จะ​ทำลาย​เมือง​ทั้ง​เมือง เพราะ​ขาด​ไป​แค่​ห้า​คน​ไหม​ครับ​ท่าน”

แล้ว​พระองค์​พูด​ว่า “เรา​จะ​ไม่​ทำลาย​เมือง​นั้น ถ้า​เรา​เจอ​คนดี​สี่สิบห้า​คน​ที่นั่น”

29 แล้ว​อับราฮัม​ก็​พูด​กับ​พระองค์​อีก​ว่า “แล้ว​ถ้า​เจอ​แค่​สี่สิบ​คน​ที่นั่น​ล่ะ​ครับ​ท่าน”

พระองค์​ตอบ​ว่า “เรา​ก็​จะ​ไม่​ทำลาย​มัน​เพราะ​เห็น​แก่​สี่สิบ​คนนั้น”

30 แล้ว​อับราฮัม​พูด​ต่อไป​ว่า “ขอ​พระองค์​อย่า​ได้​โกรธ​ข้าพเจ้า​เลย ข้าพเจ้า​ขอ​ถาม​อีกคำ แล้ว​ถ้า​เจอ​แค่​สามสิบ​คน​ที่นั่น​ล่ะ​ครับท่าน”

พระองค์​ตอบ​ว่า “เรา​ก็​จะ​ไม่​ทำลาย​มัน ถ้า​เรา​เจอ​คนดี​สามสิบ​คน​ที่นั่น”

31 แล้ว​อับราฮัม​ก็​พูด​ว่า “ดูเถอะ ข้าพเจ้า​นี่​ช่าง​บังอาจ​จริง ที่​พูด​กับ​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​อย่างนี้ แล้ว​ถ้า​เกิด​เจอ​แค่​ยี่สิบ​คน​ที่นั่น​ล่ะ​ครับท่าน”

พระองค์​ตอบ​ว่า “เรา​ก็​จะ​ไม่​ทำลาย​มัน เพราะ​เห็น​แก่​ยี่สิบ​คนนั้น”

32 แล้ว​อับราฮัม​พูด​ว่า “ขอ​พระองค์​อย่า​ได้​โกรธ​ข้าพเจ้า​เลย ขอ​ถาม​อีก​แค่​ครั้งเดียว แล้ว​ถ้า​เกิด​เจอ​แค่​สิบคน​ที่นั่น​ล่ะ​ครับท่าน”

พระองค์​ตอบ​ว่า “เรา​ก็​จะ​ไม่​ทำลาย​มัน เพราะ​เห็น​แก่​สิบ​คนนั้น”

33 เมื่อ​พระองค์​พูด​กับ​อับราฮัม​เสร็จ​แล้ว พระองค์​ก็​จากไป แล้ว​อับราฮัม​ก็​กลับ​ไป​ที่อยู่​ของเขา

19

ทูตสวรรค์​มา​เยี่ยม​โลท

1 ทูตสวรรค์​สององค์​ได้​เข้า​มา​ใน​เมือง​โสโดม​ตอนเย็น โลท​กำลัง​นั่ง​อยู่​ที่​ประตูเมือง เขา​เห็น​ทูตสวรรค์​สององค์นั้น โลท​จึง​ลุกขึ้น​เข้า​ไป​หา​พวกเขา​และ​ก้มกราบ​ถึง​พื้น 2 โลท​พูด​ว่า “เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ขอได้โปรด​ไป​แวะ​ที่​บ้าน​ของ​ผู้รับใช้​ของท่าน​และ​ค้างคืน​ที่นั่น จะ​ได้​ล้าง​เท้า แล้ว​ตื่น​แต่เช้า​เดินทาง​ต่อ”

ทูตสวรรค์​ตอบ​ว่า “ไม่ล่ะ เรา​จะ​ค้างคืน​ที่​ลานเมือง+ 19:2 ลานเมือง บริเวณ​พื้นที่​โล่ง​ภายใน​เมือง โดย​ปกติ​แล้ว​จะ​ตั้ง​อยู่​ใกล้​กับ​ประตูเมือง นี้”

3 แต่​โลท​ยัง​ตื้อ​พวกเขา​ไม่เลิก จน​พวกเขา​ยอม​แวะ​ไป​พัก​ค้างคืน​ที่​บ้าน​ของ​โลท โลท​ก็​ได้​ทำ​อาหาร​เลี้ยง​พวกเขา อบ​ขนมปัง​ไม่ใส่​เชื้อฟู​ให้ และ​พวกเขา​ก็​กินกัน

4 ก่อน​ที่​พวกเขา​จะ​เข้านอน ผู้ชาย​ชาว​เมือง​โสโดม มี​ทั้ง​หนุ่ม​และ​แก่ ทั้งเมือง​ได้​มา​ยืน​ล้อมรอบ​บ้าน​โลท 5 พวกเขา​เรียก​โลท​ออก​มา​ถาม​ว่า “ชาย​ที่​มา​หา​เจ้า​คืนนี้​อยู่​ที่ไหน พา​พวกเขา​ออก​มา​ให้​พวกเรา​สมสู่​หน่อย”

6 โลท​ออก​ไป​นอก​ประตู​และ​ปิด​ประตู​ไว้ 7 แล้ว​โลท​ก็​พูด​ว่า “พี่น้อง​ทั้งหลาย ขอร้อง​เถอะ อย่า​ได้​ทำ​สิ่งชั่วร้าย​อย่างนี้​เลย 8 เอา​อย่างนี้​ก็​แล้ว​กัน ผม​มี​ลูกสาว​สองคน​ที่​ยัง​ไม่เคย​ร่วมเพศ​กับ​ใคร​เลย ผม​จะ​เอา​พวกนาง​ออก​มา​ให้​กับ​พวกท่าน พวกท่าน​อยาก​จะ​ทำ​อะไร​กับ​พวกนาง ก็​แล้ว​แต่​พวกท่าน แต่​อย่า​ได้​ทำ​อะไร​กับ​ชาย​สองคนนี้​เลย เพราะ​พวกเขา​ได้​มา​อยู่​ร่ม​ชายคา​บ้าน​ผม ผม​จะ​ต้อง​ปกป้อง​พวกเขา”+ 19:8 ผม​จะ​ต้อง​ปกป้อง​พวกเขา ถ้า​ใคร​ชักชวน​ให้​คนเดินทาง​มา​อยู่​กับเขา เท่ากับ​ว่า​เขา​ได้​สัญญา​ที่​จะ​ปกป้อง​คุ้มครอง​คนเดินทางนั้น

9 แต่​ชาย​ชาว​เมือง​โสโดม​กลับ​พูด​ว่า “ถอยไป” และ​พวกเขา​พูด​กัน​ว่า “โลท​คนนี้​มา​ที่​นี่​ใน​ฐานะ​แขก แล้ว​ตอนนี้​มัน​จะ​มา​ตัดสิน​พวกเรา​หรือ” พวกเขา​หัน​ไป​พูด​กับ​โลท​ว่า “ตอนนี้​พวกเรา​จะ​ทำ​กับ​แก​เลวร้าย​ยิ่งกว่า​ทำ​กับ​พวกนั้นอีก” พวกเขา​ก็​รุมกัน​เข้า​มา​หา​โลท​และ​ใกล้​เข้ามา​พัง​ประตู​แล้ว

10 ชาย​สองคน​ที่​อยู่​ใน​บ้าน​ก็​ยื่น​มือ​ของ​พวกเขา​ออก​มา​ลาก​โลท​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​แล้ว​ปิด​ประตู 11 แล้ว​ทูตสวรรค์​ทั้งสอง​ก็​ทำ​ให้​พวกชาย​ที่​อยู่​นอก​ประตู​บ้าน​นั้น​ตาบอด ทั้ง​หนุ่ม​และ​แก่ ชาย​พวกนั้น​พยายาม​จะ​บุก​เข้า​ไป​ใน​บ้าน จึง​คลำ​หา​ประตู​บ้าน​กัน​จน​หมดแรง

การหลบหนี​จาก​เมือง​โสโดม

12 ชาย​สองคน​นั้น​ถาม​โลท​ว่า “มี​ใคร​ใน​ครอบครัว​เจ้า​อีก​หรือเปล่า​ที่​อยู่​ที่นี่ ให้​พา​พวกเขา​ออก​ไป​จาก​เมือง​นี้​ให้​หมด ทั้ง​พวกลูกเขย พวกลูกชาย​ลูกสาว​ของเจ้า และ​คน​อื่นๆ​อีก​ที่​เจ้า​มี​ใน​เมือง​นี้ 13 เพราะ​เรา​กำลัง​จะ​ทำลาย​เมืองนี้ เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้ยิน​ว่า​เมืองนี้​ชั่วร้ายนัก พระองค์​จึง​ได้​ส่ง​พวกเรา​ให้​มา​ทำลาย​เมืองนี้”

14 แล้ว​โลท​ได้​ออก​ไป​บอก​กับ​พวกคู่หมั้น คือ​พวกผู้ชาย​ที่​หมั้น​กับ​พวกลูกสาว​ของเขา​ว่า “ลุกขึ้น ไป​จาก​ที่นี่​เร็ว เพราะ​พระยาห์เวห์​กำลัง​จะ​ทำลาย​เมือง​นี้” แต่​พวกลูกเขย​คิด​ว่า​โลท​กำลัง​ล้อเล่น

15 เมื่อ​ถึง​ตอนเช้า ทูตสวรรค์​ก็​เร่ง​โลท บอก​ว่า “ลุกขึ้น​เร็ว รีบ​เอา​เมีย​และ​ลูกสาว​สองคน​ของเจ้า ที่​อยู่​ที่นี่​ออก​ไป​จาก​เมืองนี้ ไม่​อย่างนั้น ตอน​ที่​เมืองนี้​ถูก​ลงโทษ เจ้า​จะ​ถูก​ทำลาย​ไปด้วย”

16 แต่​โลท​ยัง​ชักช้า​อยู่ ชาย​สองคนนั้น​จึง​คว้า​มือ​ของเขา ทั้ง​เมีย​และ​ลูกสาว​ของ​โลท เพราะ​พระยาห์เวห์​มี​เมตตา​ต่อ​โลท และ​ทูตสวรรค์​ได้​พา​พวกเขา​ออก​ไป​ทิ้ง​ไว้​นอก​เมือง 17 เมื่อ​ทูตสวรรค์​ได้​พา​พวกเขา​ออก​ไป​นอก​เมือง​แล้ว ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ได้​พูด​ว่า “ให้​วิ่ง​สุดชีวิต​เลย ห้าม​เหลียว​หลัง​มา​มอง และ​อย่า​หยุด​ที่​หุบเขา​ไหนๆ​เลย ให้​วิ่ง​ไป​ที่​เทือกเขา​พวกนั้น ไม่​อย่างนั้น​เจ้า​จะ​ถูก​ทำลาย”

18 แล้ว​โลท​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ขอ​อย่า​ได้​ทำ​อย่างนั้น​เลย​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า 19 ดูสิ ท่าน​ได้​กรุณา​กับ​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ของท่าน และ​ท่าน​ได้​แสดง​ความ​เมตตา​กับ​ข้าพเจ้า​อย่าง​ใหญ่หลวง ที่​ช่วย​ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า​ไว้ ข้าพเจ้า​วิ่งหนี​ไป​ที่​เทือกเขา​พวกนั้น​ไม่ทัน​แน่ ความหายนะ​คง​ถึง​ตัว​ข้าพเจ้า​ก่อน และ​ข้าพเจ้า​ก็​จะ​ตาย 20 ดูสิ​ครับ เมืองนั้น​อยู่​ใกล้​กับ​เมืองนี้ พอที่​ข้าพเจ้า​จะ​วิ่ง​ไป​ทัน และ​เป็น​เมือง​เล็ก ขอให้​ข้าพเจ้า​หนี​ไป​ที่นั่น​เถิด มัน​เป็น​เมือง​เล็กๆ​แล้ว​ท่าน​จะ​ได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า”

21 แล้ว​ทูตสวรรค์​ก็​พูด​กับ​โลท​ว่า “ตกลง เรา​จะ​ให้​เจ้า​วิ่ง​ไป​ที่นั่น เรา​จะ​ไม่​ทำลาย​เมืองนั้น​ที่​ท่าน​พูดถึง 22 เร็วเข้า รีบ​หนี​ไป​ที่นั่น เรา​จะ​ยัง​ทำ​อะไร​ไม่ได้ จนกว่า​เจ้า​จะ​วิ่ง​ไป​ถึง​ที่นั่น” (เมืองนั้น​จึง​มี​ชื่อ​ว่า​โศอาร์+ 19:22 โศอาร์ ชื่อ​นี้​แปลว่า “เล็ก”)

โสโดม​และ​โกโมราห์​ถูก​ทำลาย

23 เมื่อ​ตะวัน​โผล่​ขึ้นมา โลท​ได้​มา​ถึง​เมือง​โศอาร์ 24 พระยาห์เวห์​ได้​ส่ง​ไฟ​กำมะถัน​และ​ลูกไฟ​ตกลง​มา​ใส่​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโมราห์ เหมือน​ห่าฝน​จาก​ท้องฟ้า 25 และ​พระองค์​ได้​ทำลาย​เมือง​เหล่านั้น ตลอดจน​หุบเขา​ทั้งหมด และ​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​พวกนั้น​ทุกคน และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​งอก​ขึ้น​มา​จาก​พื้นดิน

26 เมีย​ของ​โลท​ได้​เหลียว​หลัง​ไป​ดู ร่าง​ของนาง​ได้​กลาย​เป็น​เสาเกลือ​ไป

27 อับราฮัม​ตื่นแต่​เช้ามืด​และ​ไป​ยัง​สถานที่​ที่​เขา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ 28 อับราฮัม​มอง​ลงไป​ยัง​เมือง​โสโดม​และ​โกโมราห์​และ​หุบเขา​ทั้งหมด เขา​เห็น​ควัน​ลอย​ขึ้น​จาก​แผ่นดินนั้น เหมือน​ควัน​จาก​เตา​หลอม​โลหะ

29 เมื่อ​พระยาห์เวห์​ทำลาย​เมือง​ต่างๆ​ใน​หุบเขา พระองค์​ได้​ระลึกถึง​อับราฮัม พระองค์​จึง​นำ​โลท​ออก​มา​จาก​ความหายนะนั้น ตอน​ที่​พระองค์​ทำลาย​เมือง​ต่างๆ​พวกนั้น​ที่​โลท​เคย​อยู่

โลท​กับ​พวกลูกสาว​ของเขา

30 จาก​เมือง​โศอาร์ โลท​ได้​ขึ้น​ไป​อาศัย​อยู่​ตาม​เทือกเขา​ต่างๆ​พร้อม​กับ​ลูกสาว​สอง​คน​ของเขา เพราะ​โลท​กลัว​ที่​จะ​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​โศอาร์ เขา​และ​ลูกสาว​ทั้งสอง​อาศัย​อยู่​ใน​ถ้ำ 31 พี่สาว​คนโต​พูด​กับ​น้องสาว​ว่า “พ่อ​ของเรา​แก่​แล้ว และ​ไม่มี​ผู้ชาย​คนใด​ใน​ดินแดนนี้​ที่​จะ​มา​แต่งงาน​กับ​เรา+ 19:31 แต่งงาน​กับ​เรา หรือ “จะ​ร่วม​หลับนอน​กับ​พวกเรา” หรือ “มี​เพศสัมพันธ์​กับ​พวกเรา” เหมือนกับ​ที่​คนอื่นๆ​บน​โลกนี้​เขา​ทำ​กัน 32 ไปเถอะ ไป​ให้​พ่อ​เรา​ดื่ม​เหล้าองุ่น​กัน แล้ว​พี่​จะ​เข้า​ไป​ร่วม​หลับนอน​กับ​พ่อ เรา​จะ​ได้​มี​ผู้สืบเชื้อสาย​ต่อไป ผ่าน​ทาง​พ่อ​ของเรา”

33 แล้ว​ใน​คืนนั้น ลูกสาว​ทั้ง​สองคน​ของ​โลท​ให้​พ่อ​ของ​นาง​ดื่ม​เหล้าองุ่น​จน​เมามาย แล้ว​ลูกสาว​คนโต​ได้​เข้า​ไป​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​โลท แต่​โลท​ไม่​รู้ตัว​เลย​ว่า​นาง​เข้า​มา​นอน​กับ​เขา​ตั้งแต่​เมื่อไหร่​และ​ลุกขึ้น​ไป​ตั้งแต่​เมื่อไหร่

34 วัน​ต่อมา​พี่สาว​คนโต​พูด​กับ​น้องสาว​ว่า “ดูสิ เมื่อคืนนี้ พี่​ได้​เข้า​ไป​ร่วม​หลับนอน​กับ​พ่อ​แล้ว ให้​เรา​ไป​มอม​เหล้าองุ่น​พ่อ​อีก​คืนนี้ น้อง​จะ​ได้​เข้า​ไป​ร่วม​หลับนอน​กับ​พ่อ เพื่อ​ว่า​เรา​จะ​ได้​มี​ผู้สืบเชื้อสาย​ผ่าน​ทาง​พ่อเรา” 35 แล้ว​ใน​คืนนั้น ลูกสาว​ทั้ง​สองคน ได้​มอม​เหล้าองุ่น​พ่อ​จน​เมามาย แล้ว​ลูก​คนเล็ก​ก็​เข้า​ไป​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​โลท แต่​โลท​ไม่​รู้ตัว​เลย​ว่า​นาง​มา​นอน​กับ​เขา​ตั้งแต่​เมื่อไหร่ และ​นาง​ลุก​ขึ้นไป​ตั้งแต่​เมื่อไหร่

36 ลูกสาว​ทั้ง​สองคน​ของ​โลท​ได้​ตั้งท้อง​กับ​พ่อ​ของนาง 37 ลูกสาว​คนโต​คลอด​ลูกชาย นาง​ตั้งชื่อ​เขา​ว่า โมอับ เขา​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​ชาว​โมอับ​จน​ทุกวันนี้ 38 ลูกสาว​คนเล็ก​คลอด​ลูกชาย​เหมือนกัน เธอ​ตั้งชื่อ​เขา​ว่า​เบน-อัมมี+ 19:38 เบน-อัมมี ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “ลูกชาย​ของ​ประชาชน​ของฉัน” เขา​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​ชาว​อัมโมน​จน​ทุกวันนี้

20

อับราฮัม​ไป​ถึง​เมือง​เกราร์

1 อับราฮัม​เดินทาง​จาก​ที่นั่น​ตรง​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ของ​เนเกบ เขา​ตั้ง​ถิ่นฐาน​อยู่​ระหว่าง​เมือง​เคเดช​และ​เมือง​ชูร์ ตอน​ที่​เขา​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เกราร์​ใน​ฐานะ​คน​ต่าง​ชาติ​นั้น 2 อับราฮัม​บอก​ประชาชน​เรื่อง​ซาราห์​เมีย​ของเขา​ว่า “ซาราห์​เป็น​น้องสาว​ของ​ผม” กษัตริย์​อาบีเมเลค​ของ​เมือง​เกราร์​จึง​ส่ง​คน​ไป​หา และ​กษัตริย์​ได้​นาง​ซาราห์​มา 3 พระเจ้า​ได้​มา​เข้าฝัน​อาบีเมเลค​ใน​ตอนกลางคืน พระองค์​พูด​กับ​เขา​ว่า “ดูสิ เจ้า​กำลัง​จะ​ตาย เพราะ​ผู้หญิง​ที่​เจ้า​เอา​มา​นั้น นาง​มี​สามี​แล้ว”

4 ตอนนั้น​อาบีเมเลค​ยัง​ไม่มี​เพศสัมพันธ์​กับ​นาง กษัตริย์​จึง​พูด​ว่า “ข้าแต่​องค์​เจ้า​ชีวิต พระองค์​จะ​ฆ่า​คนบริสุทธิ์​หรือ 5 อับราฮัม​เอง​บอก​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘นาง​เป็น​น้องสาว​ของ​ข้าพเจ้า’ และ​นาง​ซาราห์​เอง​บอก​ว่า ‘อับราฮัม​เป็น​พี่ชาย​ของ​ฉัน’ ข้าพเจ้า​ทำ​ไป​ด้วย​ความบริสุทธิ์ใจ​และ​มือ​ที่​ใสสะอาด”

6 แล้ว​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​อาบีเมเลค​ใน​ความฝัน​ว่า “เรา​รู้​ว่า​เจ้า​ทำ​ไป​ด้วย​ความบริสุทธิ์ใจ เรา​ถึง​ได้​กัน​เจ้า​ไว้​ไม่ให้​ทำบาป​ต่อ​เรา เรา​จึง​ไม่ให้​เจ้า​แตะต้อง​นาง 7 ตอนนี้​คืน​เมีย​ของ​ชาย​คนนั้น​กลับไปซะ เพราะ​อับราฮัม​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า เขา​จะ​อธิษฐาน​ให้​กับเจ้า​และ​เจ้า​จะ​มี​ชีวิต​อยู่ แต่​ถ้า​เจ้า​ไม่ยอม​คืน ก็​ให้​เจ้า​รู้​ไว้​ว่า​ตัวเจ้า​และ​ครอบครัว​ของ​เจ้า​ทั้งหมด​จะ​ตาย​แน่”

8 อาบีเมเลค​ตื่น​แต่​เช้าตรู่ เขา​เรียก​ผู้รับใช้​ทั้งหมด​ของเขา และ​เล่า​ความฝัน​ทั้งหมด​ให้​พวกเขา​ฟัง พวก​คนรับใช้​กลัว​มาก 9 แล้ว​อาบีเมเลค​เรียก​อับราฮัม​มา​พบ และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​ทำ​อย่าง​นี้​กับ​พวกเรา​ทำไม เรา​ได้​ทำ​ผิด​อะไร​กับ​เจ้า​หรือ เจ้า​ถึง​ได้​ทำบาป​อัน​ยิ่งใหญ่​ให้​กับ​เรา​และ​อาณาจักร​ของ​เรา เจ้า​ได้​ทำ​กับ​เรา​ใน​สิ่ง​ที่​ไม่​สมควร​ทำ” 10 แล้ว​อาบีเมเลค​ได้​ถาม​อับราฮัม​ว่า “เจ้า​คิด​เรื่อง​อย่างนี้​ได้​ยังไง ถึง​ได้​ทำ​อย่างนี้”

11 อับราฮัม​ตอบ​ว่า “อันที่จริง​ข้าพเจ้า​คิด​ว่า ‘ไม่มี​ใคร​ใน​ที่นี้​เคารพ​ยำเกรง​พระเจ้า​แน่ และ​พวกเขา​จะ​ฆ่า​ข้าพเจ้า​เพราะ​เมีย​ของ​ข้าพเจ้า’ 12 แล้ว​อีก​อย่าง​หนึ่ง นาง​ก็​เป็น​น้องสาว​ของ​ข้าพเจ้า​จริงๆ พ่อ​เดียวกัน​แต่​คนละ​แม่ และ​นาง​ได้​กลาย​มา​เป็น​เมีย​ของ​ข้าพเจ้า 13 เมื่อ​พระเจ้า​ทำ​ให้​ข้าพเจ้า​ต้อง​เดินทาง​จาก​บ้าน​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ได้​บอก​กับ​นาง​ว่า ‘ขอให้​น้อง​ช่วย​ทำ​อย่างนี้​ให้​กับ​พี่​หน่อย คือ ทุกๆที่​ที่​พวกเรา​ไป ให้​พูด​ถึง​พี่​ว่า เขา​เป็น​พี่ชาย​ของฉัน’”

14 แล้ว​อาบีเมเลค​ก็​เอา​แกะ วัว และ​ทาสชายหญิง มอบ​ให้​กับ​อับราฮัม และ​คืน​นาง​ซาราห์​ให้​กับ​อับราฮัม​ด้วย 15 อาบีเมเลค​บอก​ว่า “ดูสิ แผ่นดิน​ของเรา​อยู่​ตรงหน้า​เจ้า​แล้ว ตรงไหน​ที่​เจ้า​ชอบ​ก็​เข้า​ไป​อยู่​ได้​เลย”

16 แล้ว​อาบีเมเลค​พูด​กับ​ซาราห์​ว่า “ดูสิ เรา​ได้​ให้​เครื่องเงิน​หนึ่งพัน​ชิ้น​กับ​พี่ชาย​ของเจ้า เครื่องเงิน​เหล่านี้​จะ​เป็น​ของเจ้า เพื่อ​พิสูจน์​ให้​กับ​ทุกๆคน​ที่​อยู่​กับ​เจ้า​ได้​เห็น​ว่า เจ้านั้น​บริสุทธิ์​ไม่ได้​ทำ​อะไร​ผิด”

17 จากนั้น​อับราฮัม​ได้​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า และ​พระเจ้า​ได้​เยียวยา​รักษา​อาบีเมเลค เมีย​ของเขา และ​สาวใช้​ของเขา​ให้​มี​ลูก​ได้​อีก 18 ก่อนหน้านั้น​พระยาห์เวห์​ได้​ปิด​ครรภ์​ของ​หญิง​ทุกคน​ใน​ครัวเรือน​ของ​อาบีเมเลค​ไม่ให้​มี​ลูก เพราะ​ซาราห์ เมีย​ของ​อับราฮัม

21

ลูกชาย​ของ​ซาราห์

1 แล้ว​พระยาห์เวห์​ได้​แสดง​ความกรุณา​ต่อ​ซาราห์​ตาม​ที่​พระองค์​ได้​พูด​ไว้ พระองค์​ทำ​กับ​ซาราห์​ตาม​ที่​พระองค์​สัญญา​ไว้ 2 ซาราห์​ได้​ตั้งท้อง​และ​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับ​อับราฮัม​ตอน​ที่​เขา​แก่​มาก​แล้ว ตรง​ตาม​เวลา​ที่​พระเจ้า​ได้​บอก​นาง​ไว้ 3 อับราฮัม​ตั้งชื่อ​ลูกชาย​ของเขา​ว่า​อิสอัค เป็น​ลูก​ที่​ซาราห์​ได้​คลอด​ให้​กับ​เขา 4 อับราฮัม​ได้​ขลิบ​ให้​อิสอัค​ลูกชาย​เขา เมื่อ​อิสอัค​มี​อายุ​ได้​แปด​วัน ตาม​ที่​พระเจ้า​ได้​สั่ง​เขา​ไว้

5 เมื่อ​อิสอัค​ลูกชาย​ของเขา​เกิด​มา อับราฮัม​มี​อายุ​หนึ่งร้อย​ปี 6 ซาราห์​พูด​ว่า “พระเจ้า​ทำ​ให้​ฉัน​หัวเราะ​ดีใจ ทุกๆคน​ที่​ได้ยิน​เรื่อง​นี้​จะ​หัวเราะ​ดีใจ​กับ​ฉัน” 7 แล้ว​ซาราห์​พูด​ว่า “ไม่มี​ใคร​เคย​คิด​ว่า​จะได้​พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า ‘ซาราห์​จะ​ให้​นม​ลูก’ แต่​ฉัน​ได้​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับ​เขา ตอนที่​เขา​แก่​แล้ว”

ปัญหา​ที่​บ้าน

8 อิสอัค​โตขึ้น​จน​หย่านม​ได้แล้ว อับราฮัม​จัด​งานเลี้ยงฉลอง​ใหญ่โต​ใน​วันที่​เขา​หย่านมนั้น 9 ซาราห์​เห็น​อิชมาเอล​ลูกชาย​ของ​ฮาการ์​ชาว​อียิปต์ ที่​นาง​ได้​คลอด​ให้​กับ​อับราฮัม อิชมาเอล​กำลัง​เล่น​อยู่​กับ​อิสอัค​ลูกชาย​ของนาง+ 21:9 กำลัง​เล่น​อยู่​กับ​อิสอัค​ลูกชาย​ของนาง ข้อความ​นี้​มา​จาก​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ ใน​ภาษา​ฮีบรู​ฉบับ​มาตรฐาน​เขียน​แค่​ว่า “กำลัง​เล่น​อยู่”10 นาง​ซาราห์​จึง​พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า “ไล่​ทาส​คนนี้​ไป​พร้อมกับ​ลูกชาย​ของ​นาง เพื่อ​ลูกทาส​นี้​จะ​ไม่ต้อง​มา​แบ่ง​มรดก​กับ​อิสอัค​ลูกชาย​ของฉัน”

11 เรื่องนี้​ทำให้​อับราฮัม​เครียด​มาก เพราะ​เป็น​ห่วง​อิชมาเอล​ลูกชาย​ของเขา 12 แต่​พระเจ้า​บอก​อับราฮัม​ว่า “เจ้า​ไม่ต้อง​เครียด​กับ​เรื่อง​ลูก​ของเจ้า​กับ​นางทาส​นั้น ให้​ทำ​ทุกอย่าง​ตาม​ที่​ซาราห์​บอก​กับ​เจ้า​เถอะ เพราะ​คนที่​จะ​สืบเชื้อสาย​ให้​กับ​เจ้านั้น​มา​จาก​ลูกหลาน​ของ​อิสอัค 13 ส่วน​ลูกชาย​ที่​เกิด​จาก​ทาส​คนนี้ เรา​จะ​ทำ​ให้​เขา​เป็น​ชนชาติ​หนึ่ง​ด้วย เพราะ​เขา​ก็​เป็น​ลูก​ของเจ้า​เหมือนกัน”

14 แล้ว​อับราฮัม​ก็​ตื่น​แต่​เช้าตรู่ เขา​เอา​อาหาร​และ​ถุงน้ำ​มา​ให้​ฮาการ์ เขา​เอา​ของ​พวกนั้น​วางไว้​บน​บ่า​ของนาง​พร้อมกับ​เด็กนั้น แล้ว​เขา​ก็​ส่ง​นาง​ไป นาง​ก็​จาก​ไป และ​เดิน​เร่ร่อน​ไป​ใน​ทะเลทราย​เบเออร์เชบา

15 เมื่อ​น้ำ​ใน​ถุง​หมด ฮาการ์​จึง​วาง​ลูก​ลง​ใต้​พุ่มไม้ 16 และ​นาง​เดิน​ไป​นั่ง​อยู่​ห่างๆ​เท่ากับ​ระยะทาง​ลูกศร​ยิง​ถึง นาง​พูด​ว่า “อย่า​ให้​ฉัน​ต้อง​เฝ้าดู​ลูก​ของฉัน​ตาย​เลย” แล้ว​นาง​นั่ง​อยู่​ห่างๆ​และ​เริ่ม​ร้องไห้

17 แต่​พระเจ้า​ได้ยิน​เสียงร้อง​ของเด็ก และ​ทูต​ของ​พระเจ้า​ได้​เรียก​ฮาการ์​จาก​สวรรค์ ทูตสวรรค์​พูด​กับ​นาง​ว่า “ฮาการ์ เป็น​อะไร​ไป ไม่ต้อง​กลัว เพราะ​พระเจ้า​ได้ยิน​เสียงร้อง​ของเด็ก​ที่นั่น 18 ลุกขึ้น ยก​เด็ก​ขึ้น​มา​กอด​ไว้​ให้​แน่น เพราะ​เรา​จะ​ทำให้​เขา​เป็น​ชนชาติ​ที่​ยิ่งใหญ่”

19 จากนั้น​พระเจ้า​ทำ​ให้​นาง​เห็น​บ่อน้ำ นาง​จึง​ไป​ที่​บ่อน้ำ​และ​เติม​น้ำ​จน​เต็ม​ถุง แล้ว​เอา​น้ำ​ให้​เด็ก​ดื่ม

20 พระเจ้า​อยู่​กับ​เด็กชาย​คนนั้น และ​เขา​ได้​เติบโต​ขึ้น เขา​อาศัย​อยู่​ใน​ทะเลทราย และ​โต​ขึ้น​เป็น​นักยิงธนู 21 อิชมาเอล​อาศัย​อยู่​ใน​ทะเลทราย​ปาราน แม่​ของเขา​หา​เมีย​ชาวอียิปต์​ให้​กับเขา

การต่อรอง​ของ​อับราฮัม​กับ​อาบีเมเลค

22 ใน​เวลานั้น​อาบีเมเลค​และ​ฟีโคล์ ผู้บัญชาการ​ทหาร​ของ​กองทัพ​อาบีเมเลค พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า “พระเจ้า​อยู่​กับ​ท่าน​ใน​ทุกสิ่ง​ที่​ท่าน​ทำ 23 ตอนนี้​ให้​สาบาน​กับ​เรา​ที่​นี่​ต่อหน้า​พระเจ้า​ว่า ท่าน​จะ​ไม่​หลอกลวง​เรา​หรือ​ลูกหลาน​ของ​เรา ท่าน​จะ​ต้อง​จงรัก​ภักดี​กับ​เรา​เหมือน​กับ​ที่​เรา​จงรัก​ภักดี​กับ​ท่าน ท่าน​ต้อง​สาบาน​ว่า​จะ​จงรัก​ภักดี​กับ​เรา​และ​แผ่นดิน​นี้​ที่​ท่าน​อาศัย​อยู่​ใน​ฐานะ​คน​ต่าง​ชาติ”

24 แล้ว​อับราฮัม​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​สาบาน” 25 จากนั้น​อับราฮัม​บ่น​กับ​อาบีเมเลค​เกี่ยว​กับ​บ่อน้ำ​ที่​พวก​คนรับใช้​ของ​อาบีเมเลค​ยึดครอง​ไว้

26 อาบีเมเลค​พูด​ว่า “เรา​ไม่รู้​ว่า​ใคร​ทำ​เรื่อง​แบบนี้ ท่าน​ไม่ได้​บอก​เรา และ​เรา​ก็​ไม่เคย​ได้ยิน​เรื่อง​นี้​มา​ก่อน​เลย​จน​ถึง​วันนี้”

27 อับราฮัม​ได้​เอา​แกะ​และ​วัว​มา​ให้​กับ​อาบีเมเลค และ​เขา​ทั้ง​สอง​คน​ได้​ทำ​ข้อตกลง​กัน 28 อับราฮัม​ได้​แยก​ลูกแกะ​ตัวเมีย​เจ็ดตัว+ 21:28 ลูกแกะ​ตัวเมีย​เจ็ดตัว เลข​เจ็ด​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ออกเสียง​เหมือน​กับ​คำว่า “สาบาน” หรือ “สัญญา” และ​มัน​เหมือน​ส่วนท้าย​ของ​ชื่อ เบเออร์เชบา สัตว์​เจ็ด​ตัวนี้​เป็น​หลักฐาน​ของ​คำ​สัญญา​ใน​ครั้งนี้ ออก​มา​จาก​ฝูง​ของ​มัน

29 จากนั้น​อาบีเมเลค​ได้​พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า “ลูกแกะ​เจ็ดตัว​ที่​ท่าน​แยก​ออก​มา​ไว้​ต่างหาก​นี้ หมายถึง​อะไร”

30 อับราฮัม​ตอบ​ว่า “ท่าน​จะ​ต้อง​รับ​ลูกแกะ​ตัวเมีย​ทั้ง​เจ็ดตัว​นี้​จาก​มือ​ของ​ข้าพเจ้า มัน​จะ​เป็น​พยาน​ให้​ข้าพเจ้า​ว่า ข้าพเจ้า​เป็น​คน​ขุด​บ่อน้ำ​นี้​ขึ้น​มา”

31 หลังจากนั้น บ่อน้ำ​นั้น​มี​ชื่อ​ว่า​เบเออร์เชบา+ 21:31 เบเออร์เชบา เป็น​ชื่อ​เมืองหนึ่ง​ใน​ยูดาห์ ชื่อ​นี้​มี​ความหมาย​ว่า “บ่อน้ำ​แห่ง​คำ​สาบาน” เพราะ​พวกเขา​สอง​คน​ได้​สาบาน​กัน​ที่นั่น

32 แล้ว​อับราฮัม​และ​อาบีเมเลค​ได้​ทำ​ข้อตกลง​กัน​ที่​เบเออร์เชบา จากนั้น​ทั้ง​อาบีเมเลค​และ​ฟีโคล์​ผู้บัญชาการ​ทหาร​ของ​เขา ได้​ลุกขึ้น​และ​กลับ​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ของ​ฟีลิสเตีย

33 อับราฮัม​ได้​ปลูก​ต้น​แทมมารีสก์+ 21:33 ต้น​แทมมารีสก์ ต้นไม้​ขนาดเล็ก มี​ดอก​สีขาว โตเร็ว ไม้​ที่​ทนทาน เกิด​ใน​ทะเลทราย เมล็ด​ของมัน​เป็น​ขน ขึ้น​ต้นหนึ่ง​ที่​เบเออร์เชบา และ​ที่นั่นเอง เขา​ได้​อธิษฐาน​ถึง​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ที่​มีชีวิตอยู่​ชั่วนิรันดร์ 34 และ​อับราฮัม​ได้​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​ใน​ฐานะ​คน​ต่างชาติ​เป็น​เวลา​นาน

22

พระยาห์เวห์​ลองใจ​อับราฮัม

1 หลังจาก​เหตุการณ์​พวกนี้ พระเจ้า​ได้​ลองใจ​อับราฮัม​ดู พระองค์​พูด​กับ​เขา​ว่า “อับราฮัม”

อับราฮัม​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​อยู่นี่”

2 พระองค์​พูด​อีก​ว่า “ให้​เอา​อิสอัค​ลูกชาย​หัวแก้ว​หัวแหวน​คนเดียว​ของ​เจ้า พา​เขา​ไป​ที่​แผ่นดิน​ของ​แคว้น​โมริยาห์ เอา​เขา​ไป​ถวาย​เป็น​เครื่อง​เผา​บูชา บน​ภูเขา​ลูกหนึ่ง​ที่​เรา​จะ​บอก​กับ​เจ้า”

3 อับราฮัม​จึง​ตื่น​แต่​เช้าตรู่ เขา​ผูก​อาน​บน​หลัง​ลา​ของเขา และ​พา​คนรับใช้​หนุ่ม​สองคน​ไป​ด้วย พร้อม​กับ​อิสอัค อับราฮัม​ตัด​ฟืน​สำหรับ​เครื่อง​เผา​บูชา และ​เขา​ออก​เดินทาง​ไป​ยัง​สถานที่​ที่​พระเจ้า​บอกเขา 4 ใน​วันที่​สาม อับราฮัม​มอง​ขึ้น​ไป เห็น​สถานที่​นั้น​แต่​ไกล 5 แล้ว​อับราฮัม​บอก​กับ​คนรับใช้​ของเขา​ว่า “พวกเจ้า​คอย​อยู่​ที่นี่​กับ​ลา​นะ เด็ก​กับ​ข้า​จะ​ขึ้นไป​ที่นั่น พวกเรา​จะ​ไป​นมัสการ​พระเจ้า แล้ว​พวกเรา​จะ​กลับ​มา​หาเจ้า”

6 อับราฮัม​จึง​เอา​ฟืน​สำหรับ​เครื่อง​เผา​บูชา แล้ว​วาง​บน​ไหล่​ของ​อิสอัค ส่วน​เขา​ถือ​ไฟ​และ​มีด แล้ว​ทั้งสอง​ก็​เดิน​ขึ้น​ไป​ด้วยกัน 7 อิสอัค​พูด​กับ​อับราฮัม​พ่อ​ของเขา​ว่า “พ่อ​ครับ”

อับราฮัม​ตอบ​ว่า “ว่าไง​ลูก”

อิสอัค​พูด​ว่า “ทั้ง​ไฟ​และ​ฟืน​ก็​มี​อยู่​ที่นี่แล้ว แต่​แกะ​ที่​จะ​เอา​ไป​เผา​เป็น​เครื่อง​บูชา​อยู่​ที่ไหน​ล่ะครับ”

8 อับราฮัม​ตอบ​ว่า “ลูกเอ๋ย พระเจ้า​เอง​จะ​จัดหา​แกะ​ที่​จะ​ใช้​เผา​เป็น​เครื่อง​บูชา” และ​ทั้ง​สองคน​ได้​เดินทาง​ต่อไป​ด้วยกัน

เรื่อง​ที่​เกิดขึ้น​บน​ภูเขา

9 แล้ว​พวกเขา​ได้​มา​ถึง​สถานที่​ที่​พระเจ้า​บอก​กับ​เขา อับราฮัม​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​ที่นั่น และ​เขา​จัด​ฟืน​บน​แท่นบูชา จากนั้น​เขา​ได้​มัด​อิสอัค​ลูกชาย​ของเขา​และ​จับ​เขา​นอน​บน​แท่นบูชา​บน​กองฟืน​นั้น 10 จากนั้น​อับราฮัม​ได้​ยื่น​มือ​ไป​หยิบ​มีด เพื่อ​จะ​ฆ่า​ลูกชาย​ของ​เขา

11 แต่​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​เรียก​อับราฮัม​จาก​สวรรค์ และ​พูด​ว่า “อับราฮัม อับราฮัม” อับราฮัม​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​อยู่​ที่นี่​แล้ว”

12 ทูตสวรรค์​พูด​ว่า “หยุดเถิด อย่า​ได้​ลงมือ​ของเจ้า​บน​เด็กนั้น อย่า​ได้​ทำ​อะไร​เขา​เลย เพราะ​ตอนนี้​เรา​รู้แล้ว​ว่า​เจ้า​เคารพ​ยำเกรง​พระเจ้า เจ้า​ไม่ได้​หวงแหน​ลูกชาย​เพียง​คนเดียว​ของ​เจ้า​จาก​เรา+ 22:12 เจ้า​ไม่ได้ … จาก​เรา หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “เจ้า​ได้​พิสูจน์​แล้ว​ว่า เจ้า​ยอม​ที่​จะ​ถวาย​ลูกชาย​ของ​เจ้า​เป็น​เครื่อง​บูชา​ให้​กับ​เรา”

13 และ​เมื่อ​อับราฮัม​เงย​หน้า​ขึ้น เขา​เห็น​แกะ​ตัวผู้​ตัวหนึ่ง เขา​ของมัน​ติด​อยู่​กับ​พุ่มไม้ อับราฮัม​จึง​เดิน​ไป​จับ​แกะ​ตัวนั้น​มา​ฆ่า​ถวาย​เป็น​เครื่อง​เผา​บูชา​แทน​ลูกชาย​ของเขา 14 จากนั้น​อับราฮัม​ตั้งชื่อ​สถานที่​นั้น​ว่า “พระยาห์เวห์​จัดหา​ให้”+ 22:14 พระยาห์เวห์​จัดหา​ให้ หรือ “พระยาห์เวห์​มอง​เห็น” ใน​ภาษา​ฮีบรู​คือ “ยาห์เวห์ ยีเรห์” เหมือนกับ​ที่​คน​พูด​กัน​จนถึง​ทุก​วันนี้​ว่า “บน​ภูเขา​ของ​พระยาห์เวห์ พระองค์​จัดหา​ให้”

15 แล้ว​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์ ได้​เรียก​อับราฮัม​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง​จาก​สวรรค์ 16 พระองค์​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​สัญญา​กับ​ตัว​พระองค์​เอง​ว่า เพราะ​เจ้า​ทำ​อย่างนี้ และ​ไม่ได้​หวงแหน​ลูกชาย​เพียง​คนเดียว​ของเจ้า 17 เรา​สัญญา​ว่า​เรา​จะ​อวยพร​เจ้า​อย่าง​แน่นอน และ​เรา​จะ​ให้​เจ้า​มี​ลูกหลาน​มากมาย เหมือน​ดวงดาว​บน​ท้องฟ้า และ​เหมือน​เม็ดทราย​ที่​ชายฝั่ง​ทะเล และ​ลูกหลาน​ของเจ้า​จะ​ชนะ​ศัตรู และ​ยึดเมือง​ต่างๆ​ของ​พวกเขา​ไว้ 18 และ​เรา​สัญญา​ว่า ทุก​ชนชาติ​บน​โลกนี้​จะ​ได้รับ​พร​เพราะ​ลูกหลาน​ของเจ้า เพราะ​เจ้า​เชื่อฟัง​เรา”

19 จากนั้น​อับราฮัม​ก็​กลับ​ไป​หา​พวกคนใช้​หนุ่ม​ของ​เขา และ​พวกเขา​ทั้งหมด​ลุกขึ้น พา​กัน​กลับ​ไป​ยัง​เบเออร์เชบา และ​อับราฮัม​ได้​อาศัย​อยู่​ใน​เบเออร์เชบา​ต่อไป

20 หลังจาก​เหตุการณ์​ทั้งหมดนี้ มี​คน​มา​บอก​กับ​อับราฮัม​ว่า “มิลคาห์​ได้​คลอด​ลูกชาย​หลายคน​ให้​กับ​นาโฮร์​น้องชาย​ของ​ท่าน​เหมือนกัน 21 ลูกชาย​คนโต​ชื่อ​อูส คน​ที่สอง​ชื่อ​บูส คน​ที่สาม​ชื่อ​เคมูเอล (เคมูเอล​เป็น​พ่อ​ของ​ชาว​อารัม) 22 และ​ยัง​มี​เคเสด ฮาโซ ปิลดาช ยิดลาฟ และ​เบธูเอล” 23 เบธูเอล​เป็น​พ่อ​ของ​นาง​เรเบคาห์ มิลคาห์​ได้​คลอด​ลูกชาย​แปดคน​ให้​กับ​นาโฮร์​น้องชาย​ของ​อับราฮัม 24 เมียน้อย​ของ​นาโฮร์​ชื่อ​เรอูมาห์ ก็​มี​ลูกชาย​ให้​กับ​เขา​หลายคน​เหมือนกัน ชื่อ​ว่า ทีบาร์ กาฮัม ทาหาช และ​มาอาคาห์

23

ซาราห์​ตาย

1 ซาราห์​มี​ชีวิต​อยู่​หนึ่งร้อย​ยี่สิบเจ็ด​ปี 2 นาง​ตาย​ที่​เมือง​คิริยาทอารบา (คือ​เมือง​เฮโบรน) ใน​แคว้น​คานาอัน อับราฮัม​เศร้าโศก​เสียใจ​มาก เขา​ร้องไห้​ให้​กับ​ซาราห์ 3 อับราฮัม​ลุกขึ้น​ยืน​อยู่​ด้านข้าง​ของ​ร่าง​เมียเขา​และ​พูด​กับ​ชาว​ฮิตไทต์​ว่า 4 “ผม​เป็น​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​เข้า​มา​อาศัย​อยู่​กับ​พวกท่าน ขอให้​พวกท่าน​แบ่ง​ที่ดิน​ให้​กับ​ผม​บ้าง เพื่อ​ผม​จะ​ได้​ใช้​ฝัง​ร่าง​ของ​เมีย​ผม”

5 ชาว​ฮิตไทต์​จึง​ตอบ​อับราฮัม​ว่า 6 “ฟัง​เรา​นะ​ท่าน ท่าน​เป็น​เจ้าชาย​ผู้ยิ่งใหญ่​ท่ามกลาง​พวกเรา เลือก​ที่ฝังศพ​ที่​ดีที่สุด​ของ​พวกเรา ใช้​ฝัง​เมียท่าน​ได้เลย ไม่มี​ใคร​หวงแหน​ที่ฝังศพ​ของ​เขา​หรือ​ขัดขวาง​ท่าน​จาก​การฝังศพ​นาง”

7 อับราฮัม​จึง​ลุกขึ้น​โค้งคำนับ​ชาว​ฮิตไทต์ 8 และ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ถ้า​ท่าน​ยินดี​ที่​จะ​ให้​ผม​ฝังศพ​เมีย​ผม​แล้ว​ละก็ ช่วย​ไป​พูด​กับ​เอโฟรน​ลูกชาย​ของ​โศหาร์​ให้​กับ​ผม​หน่อย 9 ช่วย​บอก​ให้​เขา​ขาย​ถ้ำ​มัคเปลาห์​ที่​เขา​เป็น​เจ้าของ ที่​อยู่​ตรง​ท้าย​ทุ่ง​ของ​เขา​ให้​กับ​ผม​หน่อย ขอให้​เขา​ขาย​ผม​เต็ม​ราคา​ต่อหน้า​พวกท่าน เพื่อ​ผม​จะ​ได้​เป็น​เจ้าของ​เอา​ไว้​สำหรับ​ฝังศพ”

10 เอโฟรน​ก็​นั่ง​อยู่​ที่นั่น​ท่ามกลาง​ชาว​ฮิตไทต์ เอโฟรน​ชาว​ฮิตไทต์​ได้​ตอบ​อับราฮัม​ไป และ​ชาว​ฮิตไทต์​ที่​เข้า​มา​อยู่​ที่​ประตูเมือง​ก็​ได้ยิน​กัน​หมด​ทุกคน เอโฟรน​พูด​ว่า 11 “ไม่ได้​หรอก​ท่าน ฟัง​ผม​นะ ผม​จะ​ยก​ท้องทุ่งนั้น​พร้อม​กับ​ถ้ำ​ให้​กับ​ท่าน ต่อหน้า​ประชาชน​ของ​ผม ผม​ยก​มัน​ให้​กับ​ท่าน เอาไป​ฝังศพ​เมีย​ของ​ท่าน​ได้เลย”

12 แล้ว​อับราฮัม​โค้งคำนับ​ต่อ​ชาว​ฮิตไทต์ 13 อับราฮัม​พูด​กับ​เอโฟรน​ต่อหน้า​ประชาชน​ของ​แผ่นดิน​นั้น​ว่า “ฟัง​ผม​หน่อย ผม​จะ​จ่ายค่า​ท้องทุ่ง​นั้น รับ​มัน​ไว้​เถิด และ​ผม​จะ​ได้​ฝังศพ​ไว้​ที่นั่น”

14 เอโฟรน​ตอบ​อับราฮัม​ว่า 15 “ท่าน​ครับ ฟัง​ผม​นะ ที่ดิน​ผืนนั้น​มี​ราคา​เท่ากับ​เงิน​สี่กิโลครึ่ง+ 23:15 เงิน​สี่กิโลครึ่ง แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “เงิน 400 เชเขล” เท่านั้นเอง มัน​ไม่มี​ความหมาย​อะไร​เลย​สำหรับ​ท่าน​และ​ผม เอา​ศพ​ไป​ฝัง​เถิด”

16 อับราฮัม​ฟัง​เอโฟรน แล้ว​อับราฮัม​ชั่งเงิน​ให้​กับ​เอโฟรน ตาม​ที่​เอโฟรน​ได้​พูด​ไว้​ต่อหน้า​ชาว​ฮิตไทต์ เป็น​เงิน​สี่กิโลครึ่ง ตาม​น้ำหนัก​ทั่วไป​ที่​พ่อค้า​ใช้​กัน​ใน​สมัยนั้น

17 ที่ดิน​ของ​เอโฟรน​ใน​มัคเปลาห์ ทาง​ตะวันออก​ของ​มัมเร ที่ดิน​และ​ถ้ำ​ในนั้น ต้นไม้​ทั้งหมด​บน​ที่ดินนั้น และ​พื้นที่​รอบๆ​ก็​ได้​กลายเป็น​ของ​อับราฮัม ถูกต้อง​ตาม​กฎหมาย 18 ต่อหน้า​ชาว​ฮิตไทต์ ที่​เข้า​มา​อยู่​ที่​ประตูเมือง​ทุกคน 19 หลังจากนั้น​อับราฮัม​จึง​ฝังศพ​ซาราห์​เมีย​ของ​เขา​ใน​ถ้ำ​ที่​อยู่​บน​ท้องทุ่ง​ของ​มัคเปลาห์ ทาง​ตะวันออก​ของ​มัมเร (คือ​เฮโบรน) บน​แผ่นดิน​คานาอัน 20 ที่ดิน​และ​ถ้ำนั้น​จึง​กลาย​เป็น​สมบัติ​ของ​อับราฮัม​ตาม​กฏหมาย อับราฮัม​ซื้อ​มัน​มา​จาก​ชาว​ฮิตไทต์ เอา​ไว้​เป็น​ที่ฝังศพ

24

การ​หา​เมีย​ให้​อิสอัค

1 อับราฮัม​ก็​แก่​มาก​แล้ว และ​พระยาห์เวห์​ได้​อวยพร​อับราฮัม​ใน​ทุกเรื่อง 2 อับราฮัม​พูด​กับ​คนรับใช้​ที่​ทำงาน​กับ​เขา​มา​นาน​ที่สุด เขา​คอย​ดูแล​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เป็น​ของ​อับราฮัม อับราฮัม​บอก​กับ​เขา​ว่า “เอา​มือ​เจ้า​มา​วาง​ไว้​ใต้​ขา​เรา+ 24:2 เอา​มือ​เจ้า​มา​วาง​ไว้​ใต้​ขา​เรา เมื่อ​คน​สาบาน​กัน​เขา​จะ​อ้าง​สิ่งศักดิ์สิทธิ์​หรือ​กับ​ของสำคัญ การ​วางมือ​ใต้ขา​นี้ คง​หมายถึง​จับ​ลูกอัณฑะ เป็น​การสาบาน​โดย​อ้าง​พงศ์พันธุ์​ทั้งหมด​ของ​อับราฮัม3 เรา​จะ​ให้​เจ้า​สาบาน​กับ​เรา​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​แห่ง​ฟ้าสวรรค์​และ​แผ่นดินโลก ว่า​เจ้า​จะ​ไม่​หา​เมีย​ให้​ลูกชาย​ของ​เรา จาก​หญิง​ชาว​คานาอัน ที่​เรา​กำลัง​อาศัย​อยู่นี้ 4 เจ้า​ต้อง​สาบาน​ว่า เจ้า​จะ​กลับไป​ยัง​ประเทศ​ของ​เรา ไป​หา​ญาติพี่น้อง​ของ​เรา และ​หา​เมีย​ให้​อิสอัค​ลูกชาย​ของ​เรา​จาก​ที่นั่น”

5 แล้ว​คนรับใช้​นั้น​พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า “ถ้า​เกิด​ผู้หญิง​คนนั้น​ไม่ยอม​ตาม​ข้าพเจ้า​มา​ใน​ดินแดน​แห่งนี้​ล่ะ​ครับ​ท่าน ข้าพเจ้า​ควร​จะ​พา​ลูกชาย​ของ​ท่าน​กลับ​ไป​ยัง​ประเทศ​ที่​ท่าน​จาก​มา​หรือเปล่า”

6 อับราฮัม​บอก​กับ​เขา​ว่า “อย่า​พา​ลูกชาย​ของ​เรา​กลับ​ไป​ที่นั่น 7 พระยาห์เวห์ พระเจ้า​แห่ง​ฟ้าสวรรค์ เป็น​ผู้​ที่​ได้​พา​เรา​ออก​มา​จาก​บ้าน​ของ​พ่อเรา และ​จาก​แผ่นดิน​ของ​ญาติๆ​เรา และ​เป็น​ผู้​ที่​พูด​กับ​เรา และ​ให้​สัญญา​กับ​เรา​ว่า ‘เรา​จะ​ยก​ดินแดนนี้​ให้​กับ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า’ พระองค์​จะ​ส่ง​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​นำ​หน้า​เจ้า และ​เจ้า​จะ​ได้​หา​เมีย​ให้​กับ​ลูกชาย​ของ​เรา​จาก​ที่นั่น 8 แต่​ถ้า​หญิง​คนนั้น​ไม่ยอม​ตาม​เจ้า​มา เจ้า​ก็​จะ​เป็น​อิสระ​จาก​คำ​สาบาน​ที่​เจ้า​ให้​กับ​เรา แต่​เจ้า​จะ​ต้อง​ไม่​พา​ลูกชาย​ของ​เรา​กลับ​ไป​ที่นั่น​อย่าง​เด็ดขาด”

9 แล้ว​คนรับใช้​นั้น​ได้​วางมือ​ของเขา​ไว้​ใต้​ขา​ของ​อับราฮัม และ​เขา​ได้​สาบาน​กับ​อับราฮัม​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้

10 แล้ว​คนรับใช้​นั้น​ได้​เอา​อูฐ​สิบตัว​จาก​ฝูงสัตว์​ของ​เจ้านาย​ไป​ด้วย พร้อมกับ​ของขวัญ​หลาย​อย่าง​จาก​เจ้านาย​ไป​กับ​เขา​ด้วย เขา​ออก​เดินทาง​มุ่งหน้า​ไป​ยัง​เมือง​นาโฮร์ ที่​อยู่​ใน​ดินแดน​เมโสโปเตเมีย 11 เขา​ให้​อูฐ​คุกเข่า​พัก​อยู่​ที่​ข้าง​บ่อน้ำ​นอก​เมือง ตอนนั้น​เป็น​เวลาเย็น พวกสาวๆ​ทั้งหลาย​ใน​เมือง​จะ​ออก​มา​ตัก​น้ำ​กัน

12 แล้ว​เขา​พูด​ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อับราฮัม​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ขอให้​ข้าพเจ้า​ประสบ​ความสำเร็จ​ใน​วันนี้​ด้วยเถิด ขอ​โปรด​แสดง​ความเมตตา​กับ​อับราฮัม​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วยเถิด 13 ดูเถิด ข้าพเจ้า​กำลัง​ยืน​อยู่​ข้าง​บ่อน้ำนี้ และ​พวกสาวๆ​ทั้งหลาย​ใน​เมือง​กำลัง​ออก​มา​ตัก​น้ำ​กัน 14 ขอให้​มัน​เป็น​ไป​ตามนี้​ด้วยเถิด คือ​เมื่อ​ข้าพเจ้า​พูด​กับ​หญิง​คนหนึ่ง​ว่า ‘ขอ​ดื่ม​น้ำ​จาก​เหยือก​ของ​เจ้า​หน่อย’ ขอให้​นาง​ตอบ​ว่า ‘ดื่ม​สิคะ ฉัน​จะ​ตัก​น้ำ​ให้​อูฐ​ของ​ท่าน​ดื่ม​ด้วย’ ก็​ขอให้​นาง​เป็น​คนนั้น​ที่​พระองค์​ได้​แต่งตั้ง​ให้​กับ​อิสอัค ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ ด้วย​วิธีนี้ ข้าพเจ้า​จะ​ได้​รู้​ว่า​พระองค์​ได้​แสดง​ความเมตตา​กับ​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า”

15 และ​ก่อน​ที่​คนรับใช้​จะ​พูด​จบ เรเบคาห์​ได้​ปรากฏ​ตัว​ออกมา นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​เบธูเอล เบธูเอล​เป็น​ลูกชาย​ของ​มิลคาห์​เมีย​ของ​นาโฮร์ นาโฮร์​เป็น​น้องชาย​ของ​อับราฮัม เรเบคาห์​แบก​เหยือกน้ำ​อยู่​บน​บ่า​ของ​เธอ 16 เธอ​เป็น​หญิงสาว​ที่​สวยมาก และ​เป็น​หญิง​พรหมจารี ยัง​ไม่เคย​ร่วม​หลับนอน​กับ​ผู้ชาย​คน​ไหน​เลย นาง​เดิน​ลง​ไป​ที่​บ่อน้ำ​และ​เติม​น้ำ​จน​เต็ม​เหยือก จากนั้น​เดิน​กลับ​มา 17 คนรับใช้​วิ่ง​ไป​หา​นาง​และ​พูด​ว่า “ขอ​เรา​ดื่ม​น้ำ​จาก​เหยือก​ของ​เจ้า​หน่อย”

18 นาง​ตอบ​ว่า “เชิญ​ดื่ม​เลย​ค่ะ​ท่าน” แล้ว​นาง​รีบ​เอา​เหยือกน้ำ​ลง​จาก​บ่า​มา​ถือ​ไว้​ใน​มือ​และ​ให้​เขา​ดื่ม 19 เมื่อ​นาง​ให้​เขา​ดื่ม​น้ำ​เสร็จ​แล้ว นาง​พูด​ว่า “ฉัน​จะ​ตัก​น้ำ​ให้​อูฐ​ท่าน​ดื่ม​ด้วย จนกว่า​พวกมัน​จะ​ดื่ม​เสร็จ” 20 แล้ว​นาง​รีบ​เท​น้ำ​ใน​เหยือก​ลง​ใน​ราง​จน​หมด แล้ว​วิ่ง​กลับ​ไป​ตัก​น้ำ​ที่​บ่อ​มา​อีก และ​นาง​ได้​ตัก​น้ำ​ให้​อูฐ​ทุกตัว​ของ​เขา​ดื่ม

21 คนรับใช้​เฝ้ามองดู​นาง​อยู่​เงียบๆ​เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า พระยาห์เวห์​จะ​ทำ​ให้​การเดินทาง​ของ​เขา​ประสบ​ความสำเร็จ​หรือไม่ 22 เมื่อ​อูฐ​ทุกตัว​ดื่ม​น้ำ​จน​เสร็จ​แล้ว คนรับใช้​ได้​เอา​ห่วง​ทองคำ​สำหรับ​ใส่​จมูก หนัก​ห้ากรัมครึ่ง และ​กำไลข้อมือ​ทองคำ​หนึ่งคู่ หนัก​ข้าง​ละ​ห้าสิบห้า​กรัม รวม​เป็น​หนึ่งร้อยสิบ​กรัม​ให้​กับ​นาง 23 และ​พูด​ว่า “ช่วย​บอก​เรา​หน่อย​ว่า​เจ้า​เป็น​ลูกสาว​ของ​ใคร แล้ว​ที่​บ้าน​พ่อ​เจ้า​พอ​จะ​มี​ห้องว่าง​ให้​พวกเรา​พัก​ค้างคืน​ได้​หรือ​เปล่า”

24 เรเบคาห์​ตอบ​เขา​ว่า “ฉัน​เป็น​ลูกสาว​ของ​เบธูเอล ลูกชาย​ของ​มิลคาห์​กับ​นาโฮร์” 25 เรเบคาห์​พูด​ต่อไป​ว่า “เรา​มี​ทั้ง​ฟาง​และ​หญ้าแห้ง​อย่าง​เหลือเฟือ และ​มี​ที่ว่าง​ให้​ท่าน​พัก​ค้างคืน​ด้วย”

26 แล้ว​คนรับใช้​ได้​ก้มกราบ​นมัสการ​พระยาห์เวห์ 27 เขา​พูด​ว่า “สรรเสริญ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อับราฮัม​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า พระยาห์เวห์​ผู้ที่​เมตตา​และ​ซื่อสัตย์​ต่อ​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ส่วน​ข้าพเจ้า พระยาห์เวห์​ได้​นำทาง​ข้าพเจ้า​มา​จน​ถึง​บ้าน​ญาติๆ​ของ​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า”

28 แล้ว​หญิงสาว​ได้​วิ่ง​ไป​บอก​คน​ใน​ครัวเรือน​ของ​แม่​นาง​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้​ทั้งหมด 29 เรเบคาห์​มี​พี่ชาย​หนึ่งคน​ชื่อ​ลาบัน เรเบคาห์​ได้​เล่า​เรื่อง​ต่างๆ​ที่​ชาย​คนนั้น​ได้​บอก​กับ​นาง เมื่อ​ลาบัน​ได้​ฟัง​และ​เห็น​ห่วง​ที่​ใส่​จมูก​และ​กำไล​บน​ข้อมือ​ของ​น้องสาว เขา​ก็​วิ่ง​ไป​หา​ชาย​คนนั้น​ที่​บ่อน้ำ และ​พบ​ชาย​คนนั้น​ยืน​อยู่​กับ​อูฐ​ของ​เขา​ข้างๆ​บ่อน้ำ 31 ลาบัน​จึง​พูด​ว่า “เชิญ​เข้า​มา​สิ​ครับ ท่าน​ผู้​ที่​พระยาห์เวห์​อวยพร ท่าน​ยืน​อยู่​ข้างนอก​นี้​ทำไม ผม​ได้​เตรียม​บ้าน​และ​สถานที่​สำหรับ​อูฐ​ของ​ท่าน​ไว้​แล้ว”

32 แล้ว​ชาย​คนนั้น​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน แล้ว​ลาบัน​ให้​คน​ขน​ของ​ลง​จาก​หลัง​อูฐ​เหล่านั้น แล้ว​เอา​ฟาง​มา​เลี้ยง​อูฐ จากนั้น​เอา​น้ำ​มา​ให้​ชาย​คนนั้น​และ​พวกชาย​ที่​มา​กับ​เขา​ล้าง​เท้า​กัน 33 แล้ว​พวกเขา​ได้​เอา​อาหาร​มา​วาง​ไว้​ตรงหน้า​ให้​เขา​กิน แต่​คนใช้​ของ​อับราฮัม​พูด​ว่า “ผม​จะ​ไม่กิน​จนกว่า​จะ​ได้​พูด​ใน​สิ่ง​ที่​ผม​ต้อง​พูด” ลาบัน​พูด​ว่า “พูด​มา​สิ”

34 ชาย​คนนั้น​จึง​พูด​ว่า “ผม​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​อับราฮัม 35 พระยาห์เวห์​ได้​อวยพร​เจ้านาย​ของ​ผม​มาก จน​ท่าน​กลายเป็น​ผู้ยิ่งใหญ่ พระองค์​ให้​พวกฝูงแกะ ฝูงวัว เงิน ทอง ทาสชายหญิง ฝูงอูฐ และ​ฝูงลา กับ​ท่าน 36 แล้ว​ซาราห์​เมีย​ของ​นาย​ผม​ได้​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับ​เจ้านาย​ผม ตอน​ที่​นาง​แก่​มาก​แล้ว และ​อับราฮัม​ได้​ยก​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​มี​ให้​กับ​ลูกชาย​ของ​เขา 37 เจ้านาย​ผม​ให้​ผม​สาบาน​กับ​ท่าน และ​ท่าน​บอก​ว่า ‘อย่า​ได้​หา​เมีย​ให้​กับ​ลูกชาย​ของ​เรา​จาก​ลูกสาว​ของ​ชาว​คานาอัน ที่​เรา​กำลัง​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ของ​พวกเขา​นี้ 38 แต่​เจ้า​ต้อง​ไป​ที่​บ้าน​ของ​พ่อ​เรา และ​ไป​หา​ญาติๆ​ของ​เรา และ​หา​เมีย​ให้​ลูก​ของ​เรา​จาก​ที่​นั่น’ 39 แล้ว​ผม​พูด​กับ​นาย​ว่า ‘บาง​ที​ผู้หญิง​อาจจะ​ไม่ยอม​ตาม​ผม​มา​ก็ได้’ 40 แล้ว​เจ้านาย​บอก​ผม​ว่า ‘พระยาห์เวห์ ที่​เรา​เชื่อฟัง​อยู่​เสมอ จะ​ส่ง​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​ไป​กับ​เจ้า พระองค์​จะ​ทำ​ให้​การเดินทาง​ของ​เจ้า​ประสบ​ความสำเร็จ และ​เจ้า​จะ​หา​เมีย​ให้​กับ​ลูกชาย​เรา​จาก​ญาติพี่น้อง​ของ​เรา และ​จาก​ครอบครัว​ของ​พ่อ​เรา 41 แค่​เจ้า​ไป​หา​ญาติพี่น้อง​ของ​เรา เจ้า​ก็​จะ​เป็น​อิสระ​จาก​คำ​สาบาน​นี้​แล้ว ถึง​แม้​ว่า​เขา​จะ​ไม่ยอม​ยก​ลูกสาว​ให้​มา​กับ​เจ้า​ก็​ตาม เจ้า​ก็​เป็น​อิสระ​จาก​คำ​สาบาน​ของ​เรา’

42 ใน​วันนี้ เมื่อ​ผม​มา​ถึง​บ่อน้ำ ผม​พูด​ว่า ‘ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อับราฮัม​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ถ้า​พระองค์​จะ​ทำ​ให้​การเดินทาง​ของ​ข้าพเจ้า​ประสบ​ความสำเร็จ​ล่ะ​ก็ 43 ข้าพเจ้า​กำลัง​ยืน​อยู่​ที่​ข้างๆ​บ่อน้ำ ข้าพเจ้า​จะ​พูด​กับ​หญิงสาว​ที่​ออก​มา​ตัก​น้ำ​ว่า “ขอ​ดื่ม​น้ำ​จาก​เหยือก​ของ​เจ้า​หน่อย” 44 และ​คน​ที่​ตอบ​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า “เชิญ​สิคะ และ​ฉัน​จะ​ตัก​น้ำ​ให้​อูฐ​ของ​ท่าน​ดื่ม​ด้วย” ก็​ขอ​ให้​นาง​เป็น​ผู้หญิง​คนนั้น​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​เลือก​ไว้​สำหรับ​ลูกชาย​ของ​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วย​เถิด’

45 ใน​ขณะที่​ผม​อธิษฐาน​อยู่​ในใจ​ยัง​ไม่ทัน​เสร็จ เรเบคาห์​ก็​ออก​มา มี​เหยือกน้ำ​อยู่​บน​บ่า นาง​ได้​เดิน​ลง​ไป​ที่​บ่อน้ำ​และ​ตักน้ำ แล้ว​ผม​ได้​พูด​กับ​นาง​ว่า ‘ขอ​น้ำ​ให้​ผม​ดื่ม​หน่อย’ 46 นาง​ก็​รีบ​เอา​เหยือกน้ำ​ลง​จาก​บ่า​และ​พูด​ว่า ‘เชิญ​ดื่ม​เถิด และ​ฉัน​จะ​เอา​น้ำ​ให้​กับ​พวกอูฐ​ของ​ท่าน​ด้วย’ แล้ว​ผม​ก็​ดื่ม และ​นาง​ก็​เอา​น้ำ​ให้​พวกอูฐ​ดื่ม​ด้วย 47 แล้ว​ผม​ได้​ถาม​นาง​ว่า ‘เจ้า​เป็น​ลูกสาว​ของ​ใคร’ นาง​ตอบ​ว่า ‘ฉัน​เป็น​ลูกสาว​ของ​เบธูเอล เบธูเอล​เป็น​ลูกชาย​ของ​นาโฮร์ และ​มิลคาห์’ ผม​จึง​เอา​ห่วง​ใส่​ที่​จมูก​ของ​นาง​และ​เอา​กำไล​ใส่​ที่​แขน​ทั้งสอง​ของ​นาง 48 แล้ว​ผม​ได้​ก้มกราบ​นมัสการ​พระยาห์เวห์​และ​สรรเสริญ​พระองค์ พระเจ้า​ของ​อับราฮัม​เจ้านาย​ของ​ผม พระองค์​นำ​ผม​มา​ถูก​ทาง เพื่อ​จะ​ได้​ลูกสาว​ของ​ญาติพี่น้อง​ของ​เจ้านาย​ของ​ผม ไป​ให้​กับ​ลูกชาย​ของ​ท่าน 49 ตอนนี้​ช่วย​บอก​ผม​ด้วย​เถอะ​ว่า ท่าน​จะ​เอา​ยังไง จะ​ตกลง​กับ​เจ้านาย​ผม​อย่าง​ตรงไปตรงมา​และ​สัตย์ซื่อ หรือ​ว่า​ไม่​ตกลง ช่วย​บอก​ผม​ด้วย ผม​จะ​ได้​รู้​ว่า​จะ​ทำ​ยังไง​ต่อไป”

50 ลาบัน​และ​เบธูเอล​ตอบ​ว่า “มัน​ไม่ใช่​เรา​หรอก​ที่​จะ​บอก​ว่า​ตกลง​หรือ​ไม่​ตกลง เพราะ​สิ่งนี้​มา​จาก​พระยาห์เวห์ 51 นี่ไง เรเบคาห์​อยู่​ต่อหน้า​ท่าน​แล้ว เอา​นาง​ไป​เถิด ให้​นาง​ไป​เป็น​เมีย​ของ​ลูกชาย​ของ​นายท่าน ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​ไว้”

52 เมื่อ​ผู้รับใช้​ของ​อับราฮัม​ได้ยิน​พวกเขา​พูด​อย่างนั้น เขา​ก็​กราบ​ลง​กับ​พื้นดิน​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ 53 แล้ว​เขา​ก็​เอา​เงิน ทองคำ เสื้อผ้า​ทั้งหมด​มอบให้​กับ​เรเบคาห์ และ​ยัง​ให้​ของขวัญ​มี​ราคาแพง​ให้​กับ​พี่ชาย​และ​แม่​ของนาง​ด้วย 54 แล้ว​ตัวเขา​และ​พวกผู้ชาย​ที่​ติดตาม​เขา​มา​ก็​กิน​และ​ดื่ม​กัน และ​พัก​ค้างคืน​ที่นั่น เมื่อ​พวกเขา​ลุกขึ้น​ใน​ตอนเช้า เขา​พูด​ว่า “ให้​ผม​กลับ​ไป​หา​เจ้านาย​ของ​ผม​ด้วยเถิด”

55 แต่​พี่ชาย​และ​แม่​ของ​เรเบคาห์​พูด​ว่า “ขอ​ให้​นาง​อยู่​กับ​พวกเรา​อีก​สัก​สิบ​วัน​เถิด หลังจากนั้น​ค่อย​ให้​นาง​ไป”

56 แต่​ชาย​คนนั้น​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “อย่า​ให้​ผม​ต้อง​คอย​เลย พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ให้​การเดินทาง​ของ​ผม​ประสบ​ความสำเร็จ​แล้ว ให้​ผม​กลับ​ไป​เถอะ ผม​จะ​ได้​ไป​หา​เจ้านาย​ผม”

57 พี่ชาย​และ​แม่​ของ​เรเบคาห์​จึง​พูด​ว่า “พวกเรา​จะ​เรียก​นาง​มา​ถาม​ดู​ว่า​นาง​จะ​เอา​อย่างไร” 58 แล้ว​พวกเขา​ก็​เรียก​เรเบคาห์​และ​พูด​กับ​นาง​ว่า “เธอ​จะ​ไป​กับ​ชาย​คนนี้​หรือ​เปล่า”

นาง​ตอบ​ว่า “ฉัน​จะ​ไป”

59 พวกเขา​จึง​ส่ง​เรเบคาห์​น้องสาว​ของ​พวกเขา และ​พี่เลี้ยง​ของนาง​ไป​กับ​ผู้รับใช้​ของ​อับราฮัม​และ​คน​ของเขา 60 และ​ครอบครัว​ของ​เรเบคาห์​อวยพร​นาง​ว่า

“น้องสาว​ของ​พวกเรา ขอให้​เธอ​เป็น​แม่​ของ​ประชาชน​ล้านๆ​คน

ขอให้​ลูกหลาน​ของเธอ​ได้​ยึดครอง​เมือง​ต่างๆ​ของ​พวกศัตรู​เขา”

61 แล้ว​เรเบคาห์​และ​พวก​หญิงรับใช้​ของ​นาง​ก็​ลุกขึ้น และ​ขึ้น​ขี่อูฐ​ตาม​ชาย​คนนั้น​ไป คนรับใช้​อับราฮัม​ได้​พา​เรเบคาห์​จากไป

62 ขณะนั้น​อิสอัค​ได้​เดินทาง​มา​จาก​เบเออลาไฮรอย และ​มา​อยู่​อาศัย​ที่​เนเกบ 63 อิสอัค​ออก​ไป​เดิน​เล่น+ 24:63 เดิน​เล่น หรือ​อาจ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “เพื่อ​คิด” ใน​ท้องทุ่ง​ตอนเย็น เขา​เงย​หน้า​ขึ้น​มา เห็น​อูฐ​กำลัง​เดิน​มา

64 เรเบคาห์​เงย​หน้า​ขึ้น​เห็น​อิสอัค นาง​จึง​ลง​จาก​อูฐ 65 นาง​พูด​กับ​คนใช้​ว่า “ชาย​ที่​กำลัง​เดินมา​จาก​ท้องทุ่ง​ตรง​มา​หา​พวกเรา​เป็น​ใครกัน”

คนใช้​ตอบ​ว่า “เขา​คือ​เจ้านาย​ของ​ผม​เอง” นาง​จึง​เอา​ผ้าคลุมหน้า​ไว้

66 คนใช้​ได้​เล่า​ให้​อิสอัค​ฟัง​ถึง​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกิดขึ้น 67 อิสอัค​จึง​พา​นาง​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ที่​ซาราห์​แม่​ของเขา​เคย​อยู่​ก่อน​ตาย แล้ว​เขา​ได้รับ​เอา​เรเบคาห์​มา​เป็น​เมีย เรเบคาห์​ก็​กลายเป็น​เมีย​ของเขา อิสอัค​รัก​นาง​มาก อิสอัค​ก็​ได้รับ​การ​ปลอบโยน​หลังจาก​ที่​แม่​ของเขา​ตาย

25

คนอื่น​ที่​เป็น​เชื้อสาย​ของ​อับราฮัม

(1 พศด. 1:32-33)

1 อับราฮัม​แต่งงาน​อีก เมีย​คนใหม่​ชื่อ​เคทูราห์ 2 นาง​ได้​คลอด​ศิมราน โยกชาน เมดาน มีเดียน อิชบาก​และ​ชูอาห์ 3 โยกชาน​เป็น​พ่อ​ของ​เชบา​และ​เดดาน ลูกหลาน​ของ​เดดาน​คือ​ชาว​อัสชูร+ 25:3 ชาว​อัสชูร หรือ​อาจจะ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ชาว​อัสซีเรีย” ชาว​เลทู และ​ชาว​เลอุม 4 ลูกชาย​ของ​มีเดียน​คือ​เอฟาห์ เอเฟอร์ ฮาโนค อาบีดา​และ​เอลดาอาห์ ทั้งหมด​นี้​คือ​ลูกหลาน​ของ​นาง​เคทูราห์ 5 อับราฮัม​ยก​ทุกอย่าง​ที่​เขา​มี​ให้​กับ​อิสอัค 6 แต่​อับราฮัม​ก็​ให้​ของขวัญ​กับ​ลูกชาย​คนอื่นๆ​ที่​เกิด​จาก​พวก​เมียน้อย​ของเขา และ​ใน​ขณะที่​อับราฮัม​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ เขา​ได้​ส่ง​พวกนี้​ไป​อยู่​ใน​ดินแดน​ทาง​ทิศตะวันออก+ 25:6 ดินแดน​ทาง​ทิศตะวันออก ข้อความ​นี้​ปกติ​แล้ว​จะ​กล่าว​ถึง​แผ่นดิน​ที่​อยู่​ระหว่าง​แม่น้ำ​ไทกริส​และ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส​ขึ้น​ไป​จนถึง​อ่าว​เปอร์เชีย ส่ง​ไป​ให้​ไกล​จาก​อิสอัค​ลูกชาย​ของเขา

อับราฮัม​ตาย

7 อับราฮัม​มี​ชีวิต​อยู่​หนึ่งร้อย​เจ็ดสิบห้า​ปี 8 อับราฮัม​หมด​ลม​หายใจ​เฮือกสุดท้าย​และ​ตายไป เมื่อ​เขา​แก่​มาก​แล้ว หลังจาก​มี​ชีวิต​อัน​ยืนยาว​อย่าง​มีความสุข เขา​ได้​ไป​อยู่​ร่วมกับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา 9 อิสอัค​และ​อิชมาเอล ลูกชาย​ของ​อับราฮัม ได้​ฝัง​เขา​ไว้​ใน​ถ้ำ​มัคเปลาห์ ใน​ท้องทุ่ง​ของ​เอโฟรน​ลูกชาย​ของ​โศหาร์​ชาว​ฮิตไทต์ ท้องทุ่ง​นี้​อยู่​ทาง​ทิศตะวันออก​ของ​มัมเร 10 อับราฮัม​ได้​ซื้อ​ท้องทุ่ง​นี้​จาก​ชาว​ฮิตไทต์ ทั้ง​อับราฮัม​และ​ซาราห์​ถูก​ฝัง​อยู่​ด้วยกัน​ที่นั่น 11 หลังจาก​อับราฮัม​ตาย พระเจ้า​ได้​อวยพร​อิสอัค​ลูกชาย​ของ​อับราฮัม และ​อิสอัค​ได้​ตั้ง​รกราก​อยู่​ที่​เบเออลาไฮรอย

ครอบครัว​ของ​อิชมาเอล

(1 พศด. 1:28-31)

12 ต่อไปนี้​คือ​ลูกหลาน​ของ​อิชมาเอล ลูกชาย​อับราฮัม​กับ​ฮาการ์ ทาสหญิง​ชาว​อียิปต์​ของ​ซาราห์ 13 ต่อไปนี้​คือ​รายชื่อ​ของ​ลูกชาย​อิชมาเอล​เรียง​ตาม​การเกิด คือ เนบาโยธ​ลูกชาย​คนโต ต่อมา​คือ เคดาร์ อัดบีเอล มิบสัม 14 มิชมา ดูมาห์ มัสสา 15 ฮาดัด เทมา เยทูร์ นาฟิช​และ​เคเดมาห์ 16 ทั้งหมด​นี้​คือ​ลูกชาย​ของ​อิชมาเอล และ​ชื่อ​ของ​ทั้ง​สิบสอง​คน​ได้​กลายเป็น​ชื่อ​ของ​หมู่บ้าน​และ​ค่าย​ที่​พวกเขา​แยกย้าย​ไป​ตั้ง​หลักแหล่ง พวกเขา​กลายเป็น​ผู้นำ​ของ​เผ่า​แต่​ละ​เผ่า ทั้งหมด​สิบสอง​เผ่า 17 อิชมาเอล​มี​ชีวิต​อยู่​หนึ่งร้อย​สามสิบเจ็ด​ปี เขา​หมด​ลม​หายใจ​เฮือกสุดท้าย​และ​ตาย​ไป​อยู่​รวม​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา 18 ลูกหลาน​ของ​อิชมาเอล​ได้​ตั้ง​ถิ่นฐาน​ใน​ทะเลทราย จาก​เมือง​ฮาวิลาห์​จนถึง​เมือง​ชูร์ (เมือง​ชูร์​ตั้ง​อยู่​ทาง​ตะวันออก​ของ​ประเทศ​อียิปต์ บน​เส้นทาง​ที่​จะ​มุ่ง​ไป​อัสซีเรีย) และ​ลูกหลาน​ของ​อิชมาเอล​มักจะ​โจมตี​พวกญาติๆ​ของ​เขา+ 25:18 มักจะ​โจมตี​พวกญาติๆ​ของ​เขา หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “พวกเขา​ได้​ตั้ง​รกราก​อยู่​ติด​กับ​ญาติๆ​ของ​พวกเขา”

ครอบครัว​ของ​อิสอัค

19 ต่อไปนี้​คือ​ลูกหลาน​ของ​อิสอัค​ลูกชาย​ของ​อับราฮัม อับราฮัม​เป็น​พ่อ​ของ​อิสอัค 20 ตอน​ที่​อิสอัค​รับ​เอา​เรเบคาห์​มา​เป็น​เมีย​นั้น เขา​มี​อายุ​สี่สิบ​ปี เรเบคาห์​เป็น​ลูกสาว​ของ​เบธูเอล​คน​อารัม ชาว​ปัดดาน อารัม+ 25:20 ปัดดาน อารัม ตั้ง​อยู่​ทาง​ตะวันตก​เฉียงเหนือ​ของ​เมโสโปเตเมีย นาง​เป็น​น้องสาว​ของ​ลาบัน​คน​อารัม 21 อิสอัค​อธิษฐาน​ต่อ​พระยาห์เวห์​ให้​กับ​เมีย​ของเขา​เพราะ​นาง​เป็น​หมัน แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​ให้​ตาม​คำ​อธิษฐาน​ของ​เขา เรเบคาห์​เมีย​ของเขา​ได้​ตั้งท้อง​ขึ้น

เรเบคาห์​ไปหา​คำตอบ​จาก​พระเจ้า

22 เด็ก​ดิ้น​เบียด​กัน​อยู่​ใน​ท้อง​ของ​นาง นาง​จึง​พูด​ว่า “ถ้า​ฉัน​จะ​ต้อง​เป็น​อย่างนี้ ฉัน​จะ​อยู่​ไป​ทำไม​กัน” นาง​จึง​ไป​หา​คำตอบ​จาก​พระยาห์เวห์ 23 พระยาห์เวห์​ตอบ​นาง​ว่า

“จะ​มี​สอง​ชาติ​แยก​ออก​มา​จาก​ท้อง​ของเจ้า

คนหนึ่ง​จะ​เข้มแข็ง​กว่า​อีก​คนหนึ่ง

และ​คนพี่​จะ​รับใช้​คนน้อง”

24 และ​เมื่อ​ถึง​วัน​คลอด ก็​มี​เด็กแฝด​ใน​ท้อง​ของ​นาง​จริงๆ 25 คนแรก​ผิว​สีแดง​เต็ม​ไป​ด้วย​ขน เขา​จึง​มี​ชื่อ​ว่า​เอซาว+ 25:25 เอซาว ชื่อ​นี้​เหมือน​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​แปลว่า “ขนดก”26 หลัง​จาก​นั้น​น้อง​ของเขา​ได้​คลอด​ออก​มา และ​มือ​ของ​เขา​จับ​อยู่​ที่​ส้นเท้า​ของ​เอซาว เขา​จึง​มี​ชื่อ​ว่า​ยาโคบ+ 25:26 ยาโคบ ชื่อ​นี้​เหมือน​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​แปลว่า “ส้นเท้า” แต่​ยัง​หมายถึง “ผู้ที่​ติดตาม​มา” หรือ “หลอกลวง” ด้วย ตอนที่​สอง​คน​นี้​เกิดนั้น อิสอัค​มี​อายุ​หกสิบ​ปี

27 เด็ก​ทั้งสอง​เติบโต​ขึ้น เอซาว​ก็​เป็น​นักล่าสัตว์​ที่​เก่งกล้า​และ​ชอบ​ใช้​ชีวิต​ตาม​ท้องทุ่ง แต่​ยาโคบ​เป็น​ผู้ชาย​เงียบๆ​และ​ชอบ​อยู่​กับ​เต็นท์ 28 อิสอัค​รัก​เอซาว เพราะ​เขา​ชอบ​กิน​เนื้อสัตว์​ที่​เอซาว​ล่า​มา​ได้ แต่​เรเบคาห์​รัก​ยาโคบ

29 ครั้งหนึ่ง เมื่อ​ยาโคบ​ต้ม​ซุป​อยู่ เอซาว​กลับ​จาก​ท้องทุ่ง​และ​อ่อนเพลีย​เพราะ​ความหิว 30 เอซาว​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “ขอ​พี่​กิน​ไอ้​แดงๆ​นั่น​หน่อย ไอ้​แดงๆ​ที่​อยู่​ที่นั่น​น่ะ พี่​หิว​จะ​ตาย​อยู่​แล้ว” เพราะ​อย่างนี้ เอซาว​ถึง​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​เอโดม+ 25:30 เอโดม หมายถึง “แดง”

31 แต่​ยาโคบ​พูด​ว่า “ขาย​สิทธิ​พี่ชาย​คนโต​ให้​น้อง​ก่อน”+ 25:31 ขาย​สิทธิ​พี่ชาย​คนโต​ให้​น้อง​ก่อน โดย​ปกติ​แล้ว​ลูกชาย​คนแรก​จะ​กลายเป็น​ผู้นำ​ครอบครัว​และ​ได้รับ​มรดก​มาก​เป็น​สองเท่า​หลังจาก​พ่อ​ตาย

32 เอซาว​ตอบ​ว่า “พี่​จะ​ตาย​อยู่แล้ว สิทธิ​พี่​คนโต​จะ​มี​ประโยชน์​อะไร​อีกเล่า”

33 แต่​ยาโคบ​พูด​ว่า “พี่​ต้อง​สาบาน​กับ​น้อง​ก่อน” เอซาว​จึง​สาบาน​กับ​เขา และ​ขาย​สิทธิ​พี่ชาย​คนโต​ให้​กับ​ยาโคบ​ไป 34 ยาโคบ​จึง​เอา​ขนมปัง​กับ​ซุปถั่วแดง​มา​ให้​เอซาว​กิน เขา​กิน​และ​ดื่ม แล้ว​ก็​ลุก​จาก​ไป ด้วย​วิธีนี้ เอซาว​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​เขา​แทบ​จะ​ไม่​สนใจ​สิทธิ​พี่ชาย​คนโต​ของ​เขา​เลย

26

อิสอัค​โกหก​อาบีเมเลค

1 ใน​ขณะนั้น​เกิด​ภาวะ​ฝนแล้ง​อดอยาก​กัน​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน เหมือนกับ​ที่​เกิดขึ้น​ใน​สมัย​ของ​อับราฮัม อิสอัค​จึง​ได้​เดินทาง​ไป​เมือง​เกราร์ ไป​หา​กษัตริย์​อาบีเมเลค​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย 2 พระยาห์เวห์​ได้​ปรากฏ​ตัว​ต่อ​อิสอัค​และ​พูด​ว่า “อย่า​ได้​ลง​ไป​ที่​อียิปต์ ให้​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ที่​เรา​จะ​บอก​ให้​เจ้า​ไป​อยู่ 3 ให้​อยู่​ใน​แผ่นดินนั้น​ใน​ฐานะ​คน​ต่าง​ชาติ และ​เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า​และ​จะ​อวยพร​เจ้า เพราะ​เรา​จะ​ยก​แผ่นดิน​ทั้งหมดนี้​ให้​กับ​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า และ​เรา​จะ​ทำ​ตาม​สัญญา​ที่​เรา​ได้​ให้​ไว้​กับ​อับราฮัม​พ่อ​ของ​เจ้า 4 เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​มี​ลูกหลาน​มากมาย​เหมือน​ดวงดาว​บน​ท้องฟ้า และ​จะ​ให้​แผ่นดิน​ทั้งหมด​นี้​กับ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า และ​ชนชาติ​ทั้งหมด​บน​โลกนี้​จะ​ได้รับ​พร​ผ่านทาง​ลูกหลาน+ 26:4 ลูกหลาน ตาม​ตัวอักษร คือ “พันธุ์” ดู​ใน กาลาเทีย 3:16 ของ​เจ้า 5 เพราะ​อับราฮัม​เชื่อฟัง​เรา และ​ทำตาม​ที่​เรา​สั่ง เขา​เชื่อฟัง​คำสั่ง กฎระเบียบ​และ​คำสอน​ต่างๆ​ของเรา”

6 อิสอัค​จึง​ได้​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เกราร์ 7 พวกผู้ชาย​ใน​เมืองนั้น​ถาม​เขา​เกี่ยวกับ​เมีย​ของเขา เขา​บอก​ว่า “นาง​เป็น​น้องสาว​ของ​ผม” เพราะ​อิสอัค​กลัว​ที่​จะ​บอก​ว่า “นาง​เป็น​เมีย​ของ​ผม” อิสอัค​คิด​ว่า “ไม่อย่างนั้น ผู้ชาย​ใน​เมืองนี้​จะ​ฆ่า​ผม เพื่อ​ชิง​เรเบคาห์ เพราะ​นาง​เป็น​ผู้หญิง​ที่​สวย​มาก”

8 หลังจาก​ใช้ชีวิต​อยู่​ใน​เมืองนั้น​เป็น​เวลา​นาน กษัตริย์​อาบีเมเลค​แห่ง​ฟีลิสเตีย​มอง​ลง​มา​จาก​หน้าต่าง และ​เห็น​อิสอัค​กำลัง​เล้าโลม​เรเบคาห์​เมีย​ของ​เขา 9 อาบีเมเลค​จึง​เรียก​อิสอัค​มา​และ​พูด​ว่า “ที่แท้​หญิง​คนนั้น​ก็​เป็น​เมีย​ของ​เจ้า แล้ว​ทำไม​เจ้า​ถึง​บอก​ว่า ‘นาง​เป็น​น้องสาว’”

อิสอัค​บอก​ว่า “เพราะ​ข้าพเจ้า​คิด​ว่า ข้าพเจ้า​อาจจะ​ตาย​เพราะ​นาง”

10 แล้ว​อาบีเมเลค​ก็​พูด​ว่า “เจ้า​รู้​ไหม​ว่า​กำลัง​ทำ​อะไร​ลงไป ถ้า​มี​คน​ของเรา​ไป​นอน​กับ​เมีย​เจ้า​ขึ้น​มา แล้ว​เจ้า​ก็​จะ​เป็น​เหตุ​ทำ​ให้​พวกเรา​ทำ​ผิดบาป​อัน​ยิ่งใหญ่”

11 แล้ว​อาบีเมเลค​จึง​ออก​คำสั่ง​กับ​ทุกคน​ว่า “ใคร​ก็​ตาม​ที่​ทำร้าย​ชาย​คนนี้​หรือ​เมีย​ของ​เขา จะ​ถูก​ลงโทษ​ถึง​ตาย”

อิสอัค​ร่ำรวย​ขึ้น

12 อิสอัค​ได้​หว่าน​เมล็ดพืช​ใน​แผ่นดิน​นั้น และ​ใน​ปี​นั้นเอง​เขา​ก็​ได้​เก็บเกี่ยว​ผลผลิต​ถึง​หนึ่งร้อย​เท่า และ​พระยาห์เวห์​ได้​อวยพร​เขา 13 แล้ว​อิสอัค​ก็​กลาย​เป็น​คนร่ำรวย แล้ว​เขา​ก็​รวยขึ้น รวยขึ้น จน​ร่ำรวย​มหาศาล 14 เขา​มี​ทั้ง​ฝูงวัว ฝูงแกะ​และ​ข้าทาสบริวาร​มากมาย จน​ทำให้​ชาว​ฟีลิสเตีย​อิจฉา 15 (พวก​ชาว​ฟีลิสเตีย​ได้​เอา​ของ​สกปรก​ไป​ถม​ใน​บ่อน้ำ​ต่างๆ​จน​เต็ม ใช้​ไม่ได้​อีก พวกทาส​ของ​อับราฮัม พ่อ​ของ​อิสอัค​ได้​ขุด​บ่อน้ำ​พวกนี้​ไว้​ใน​สมัย​ของ​พ่อเขา) 16 กษัตริย์​อาบีเมเลค​พูด​กับ​อิสอัค​ว่า “ไป​จาก​พวกเรา​เสียเถิด เพราะ​เจ้า​กลายเป็น​ผู้​ที่​เข้มแข็ง​กว่า​พวกเรา​มาก”

17 อิสอัค​จึง​ไป​จาก​ที่นั่น แล้ว​มา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​หุบเขา​เกราร์ และ​เขา​ได้​ตั้ง​รกราก​อยู่​ที่นั่น 18 อิสอัค​ได้​กลับ​ไป​ขุด​พวก​บ่อน้ำ​เก่าๆ​ที่​เคย​ขุด​ไว้​แล้ว​ใน​สมัย​ของ​อับราฮัม​พ่อ​ของเขา แต่​ถูก​ชาว​ฟีลิสเตีย​กลบทิ้ง​หลังจาก​ที่​อับราฮัม​เสียชีวิต อิสอัค​ได้​ใช้​ชื่อ​เดิมๆ​ของ​บ่อน้ำ​เหล่านั้น ซึ่ง​เป็น​ชื่อ​ที่​พ่อ​ของเขา​ได้​ตั้ง​ไว้ 19 พวกทาส​ของ​อิสอัค​ได้​ขุด​บ่อน้ำ​แห่งหนึ่ง​ขึ้น​ใน​ที่​หุบเขา พวกเขา​ได้​พบ​บ่อน้ำพุ​ที่​มี​น้ำบริสุทธิ์ 20 แต่​คน​เลี้ยงแกะ​ของ​เกราร์​ได้​ทะเลาะ​กัน​กับ​คน​เลี้ยงแกะ​ของ​อิสอัค​และ​อ้าง​ว่า “น้ำ​นี่​เป็น​ของ​พวกเรา” อิสอัค​จึง​ตั้งชื่อ​บ่อน้ำ​นั้น​ว่า “เอเสก”+ 26:20 เอเสก หมายถึง “การโต้เถียง” หรือ “การต่อสู้” เพราะ​พวกนั้น​ได้​โต้เถียง​กับ​เขา

21 แล้ว​คนรับใช้​ของ​อิสอัค​ก็​ไป​ขุด​อีก​บ่อ​หนึ่ง แต่​ชาว​เกราร์​ก็​ยัง​คง​มา​โต้เถียง​และ​อ้าง​เป็น​เจ้าของ​อีก อิสอัค​จึง​ตั้งชื่อ​บ่อ​นี้​ว่า “สิตนาห์”+ 26:21 สิตนาห์ หมายถึง “ความเกลียดชัง” หรือ “ศัตรู”

22 อิสอัค​จึง​ย้าย​ไป​จาก​ที่นั่น และ​ไป​ขุด​อีก​บ่อ​หนึ่ง และ​คนพวกนั้น​ไม่ได้​ตามมา​โต้เถียง​แย่ง​มัน​อีก อิสอัค​จึง​ตั้งชื่อ​บ่อน้ำ​แห่งนี้​ว่า “เรโหโบท”+ 26:22 เรโหโบท หมายถึง “สถานที่​เปิดกว้าง” หรือ “ที่กว้าง” และ​พูด​ว่า “ตอนนี้​พระยาห์เวห์​ได้​ให้​ที่ว่าง​กับ​พวกเรา​แล้ว และ​เรา​จะ​เจริญเติบโต​ขึ้น​ใน​แผ่นดินนี้”

23 อิสอัค​ออกจาก​สถานที่นั้น​ขึ้น​ไป​ถึง​เบเออร์เชบา 24 พระยาห์เวห์​ได้​ปรากฏ​ตัว​ให้​เขา​เห็น​ใน​คืนนั้น​และ​พูด​ว่า “เรา​คือ​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม​พ่อ​ของ​เจ้า ไม่ต้อง​กลัว เพราะ​เรา​อยู่​กับ​เจ้า เรา​จะ​อวยพร​เจ้า และ​เรา​จะ​เพิ่ม​จำนวน​ลูกหลาน​ของ​เจ้า เพราะ​เห็น​แก่​อับราฮัม​ผู้รับใช้​ของ​เรา” 25 อิสอัค​จึง​ได้​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​ที่นั่น และ​เขา​ได้​นมัสการ​พระยาห์เวห์ เขา​ได้​ตั้ง​เต็นท์​ขึ้น​ใน​บริเวณ​นั้น และ​ให้​พวกทาส​ของ​เขา​ขุด​บ่อน้ำ​ขึ้น​บ่อ​หนึ่ง

26 กษัตริย์​อาบีเมเลค​เดินทาง​มา​หา​อิสอัค​จาก​เมือง​เกราร์ เขา​มา​พร้อม​กับ​อาหุสซัท​ที่​ปรึกษา และ​ฟีโคล์​ผู้บัญชาการ​กองทัพ​ของ​เขา

27 อิสอัค​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​มา​หา​ข้าพเจ้า​อีก​ทำไม ใน​เมื่อ​ท่าน​เกลียด​ข้าพเจ้า​และ​ได้​ขับไล่​ข้าพเจ้า​ออก​มา​จาก​พวกท่าน”

28 แล้ว​พวกเขา​ตอบ​ว่า “ตอนนี้​เรา​รู้​แล้ว​ว่า​พระยาห์เวห์​อยู่​กับ​เจ้า ดังนั้น​พวกเรา​จึง​คิด​จะ​มา​ขอ​ร่วม​สาบาน​ระหว่าง​เจ้า​กับ​เรา และ​ให้​เรา​ทำ​ข้อตกลง​กับ​เจ้า 29 ว่า​เจ้า​จะ​ไม่​ทำ​อันตราย​พวกเรา เหมือนกับ​ที่​พวกเรา​ไม่เคย​ทำร้าย​เจ้า พวกเรา​ดี​ต่อ​เจ้า​เสมอ​มา และ​ได้​ส่ง​เจ้า​จาก​ไป​อย่าง​สันติ และ​ตอนนี้​เจ้า​ก็​ได้รับ​พระพร​จาก​พระยาห์เวห์”

30 ดังนั้น​อิสอัค​จึง​จัด​งานเลี้ยง​ให้​กับ​พวกเขา พวกเขา​กิน​และ​ดื่ม​ร่วมกัน 31 ใน​ตอนเช้า​พวกเขา​ลุกขึ้น​แต่​เช้าตรู่ และ​ได้​สาบาน+ 26:31 สาบาน การทำสัญญา​พิเศษ​ต่อ​พระยาห์เวห์ กัน หลังจากนั้น​อิสอัค​ก็​ได้​ส่ง​พวกเขา​กลับไป และ​พวกเขา​ก็​กลับไป​อย่าง​สันติ

32 และ​ใน​วันนั้น​เอง ทาส​ของ​อิสอัค​ได้​มา​บอก​อิสอัค​เกี่ยวกับ​บ่อน้ำ​ที่​พวกเขา​กำลัง​ขุด​อยู่​ว่า “พวกเรา​พบ​น้ำ​แล้ว” 33 อิสอัค​จึง​เรียก​บ่อน้ำ​แห่งนั้น​ว่า “ชิบาห์”+ 26:33 ชิบาห์ ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “เจ็ด” หรือ “สาบาน” เพราะ​อย่างนี้ เมืองนั้น​จึง​มี​ชื่อ​ว่า​เมือง​เบเออร์เชบา+ 26:33 เบเออร์เชบา เป็น​ชื่อ​เมือง​หนึ่ง​ใน​ยูดาห์ ชื่อ​นี้​มี​ความหมาย​ว่า “บ่อน้ำ​แห่ง​คำ​สาบาน” มา​จนถึง​ทุกวันนี้

พวกเมีย​ของ​เอซาว

34 เมื่อ​เอซาว​อายุ​ได้​สี่สิบ​ปี เขา​ได้​แต่งงาน​กับ​ผู้หญิง​สอง​คน คือ​ยูดิธ​ลูกสาว​ของ​เบเออรี​ชาว​ฮิตไทต์ กับ​บาเสมัท​ลูกสาว​ของ​เอโลน​ชาว​ฮิตไทต์​เหมือนกัน 35 เมีย​ทั้ง​สองคนนี้​ทำให้​อิสอัค​และ​เรเบคาห์​ขมขื่น​เป็น​อย่าง​มาก

27

ปัญหา​เรื่อง​มรดก

1 เมื่อ​อิสอัค​แก่​ลง สายตา​เริ่ม​พล่ามัว​มอง​ไม่เห็น เขา​เรียก​เอซาว​ลูก​คนโต​มา​และ​พูด​ว่า “ลูกพ่อ”

เอซาว​ตอบ​ว่า “ผม​อยู่นี่​ครับ”

2 อิสอัค​พูด​ต่อไป​ว่า “ตอนนี้​พ่อ​ก็​แก่​แล้ว ไม่รู้​จะ​ตาย​เมื่อไร 3 ตอนนี้​ให้​ลูก​ไป​หยิบ​อาวุธ​ของ​ลูก เอา​ลูกธนู​และ​คันธนู แล้ว​ออก​ไป​ล่าสัตว์​ใน​ท้องทุ่ง​มา​ให้​พ่อ​กิน 4 เอา​ไป​ปรุง​ให้​อร่อยๆ​แบบ​ที่​พ่อ​ชอบ แล้ว​เอา​มา​ให้​พ่อ​กิน เพื่อ​พ่อ​จะ​ได้​อวยพร​ให้​เจ้า ก่อน​พ่อ​จะ​ตาย” 5 ตอน​ที่​อิสอัค​พูด​อยู่​กับ​ลูกชาย​นี้ เรเบคาห์​แอบฟัง​อยู่

ยาโคบ​หลอก​อิสอัค

เมื่อ​เอซาว​ออก​ไป​ล่าสัตว์​ใน​ทุ่ง เพื่อ​เอา​กลับ​มา​ให้​พ่อ 6 เรเบคาห์​พูด​กับ​ยาโคบ​ลูกชาย​นาง​ว่า “ฟังนะ แม่​ได้ยิน​พ่อ​เจ้า​พูด​กับ​เอซาว​พี่ชาย​เจ้า​ว่า 7 ‘ออก​ไป​ล่าสัตว์​มา​ให้​พ่อ และ​เอา​ไป​ปรุง​ให้​อร่อยๆ​มา​ให้​พ่อ​กิน​ด้วย แล้ว​พ่อ​จะ​อวยพร​เจ้า​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ ก่อน​ที่​พ่อ​จะ​ตาย’ 8 ตอนนี้ ลูกแม่ ฟัง​แม่​ให้​ดี​และ​ทำตาม​ที่​แม่​สั่ง 9 ไป​ที่​ฝูงสัตว์​และ​เลือก​ลูกแพะ​ที่​ดี​ที่สุด​มา​สอง​ตัว แม่​จะ​เอา​มา​ปรุง​เป็น​อาหาร​ที่​อร่อยๆ​แบบ​ที่​พ่อ​ของ​เจ้า​ชอบ 10 เจ้า​จะ​ได้​เอา​ไป​ให้​พ่อ​เจ้า​กิน เพื่อ​เขา​จะ​ได้​อวยพร​เจ้า​ก่อน​ที่​เขา​จะ​ตาย”

11 ยาโคบ​พูด​กับ​เรเบคาห์​แม่​ของ​เขา​ว่า “แต่​พี่ชาย​ของ​ลูก​เป็น​คน​ขนดก ส่วน​ลูก​เป็น​คน​ผิวเรียบ 12 บางที​พ่อ​อาจจะ​จับ​ตัว​ลูก พ่อ​ก็​จะ​จับ​ได้​ว่า​ลูก​พยายาม​จะ​หลอกลวง​ท่าน และ​พ่อ​ก็​จะ​สาปแช่ง​ลูก​แทนที่​จะ​อวยพร”

13 แล้ว​แม่​ของ​เขา​บอก​ยาโคบ​ว่า “ลูกเอ๋ย ขอ​ให้​คำสาปแช่ง​ทั้งหมด​ตก​อยู่​กับ​แม่ ให้​ทำตาม​ที่​แม่​บอก​ก็​แล้ว​กัน ไป​เอา​พวกแพะ​มา​ให้​แม่​ได้​แล้ว”

14 ยาโคบ​จึง​ไป​เอา​แพะ​สอง​ตัว​มา​ให้​แม่​ของ​เขา และ​แม่​ของ​เขา​ได้​ปรุง​อาหาร​อร่อยๆ​แบบ​ที่​พ่อ​เขา​ชอบ 15 แล้ว​เรเบคาห์​ก็​เอา​เสื้อผ้า​ชุด​ที่​ดี​ที่สุด​ของ​เอซาว​ลูกชาย​คนโต​มา​ใส่​ให้​ยาโคบ​ลูกคนเล็ก นาง​มี​เสื้อผ้า​ของ​เอซาว​อยู่​ใน​บ้าน​แล้ว 16 นาง​ได้​เอา​หนังแพะ​มา​หุ้ม​ที่​แขน​และ​ที่​ลำคอ​ที่​ราบเรียบ​ของ​ยาโคบ 17 และ​นาง​เอา​อาหาร​ที่​อร่อยๆ​พร้อมกับ​ขนมปัง​ที่​นาง​เตรียม​ไว้​แล้ว ให้​กับ​ยาโคบ

18 ยาโคบ​ไป​หา​พ่อ​ของ​เขา​และ​พูด​ว่า “พ่อ​ครับ” และ​อิสอัค​ตอบ​ว่า “พ่อ​อยู่​นี่ เจ้า​เป็น​ลูก​คนไหน​ของ​พ่อ​หรือ”

19 ยาโคบ​บอก​พ่อ​ว่า “ผม​คือ​เอซาว ลูกคนโต​ของ​พ่อ​ไง​ครับ ผม​ได้​ทำตาม​ที่​บอก​แล้ว ลุกขึ้น​นั่ง​กิน​เนื้อ​ที่​ผม​ล่า​มา​สิ​ครับ แล้ว​พ่อ​จะ​ได้​อวยพร​ผม”

20 แล้ว​อิสอัค​พูด​กับ​ลูก​ว่า “ลูกพ่อ ทำไม​เจ้า​ถึง​ล่า​มัน​มา​ได้​เร็ว​อย่างนี้”

ยาโคบ​ตอบ​ว่า “เพราะ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​พ่อ ช่วย​ลูก​ให้​หา​มัน​เจอ”

21 อิสอัค​จึง​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “ลูกพ่อ เข้า​มา​ใกล้ๆ​ให้​พ่อ​จับ​ตัว​ลูก​หน่อย พ่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า​เจ้า​คือ​เอซาว​ลูกชาย​ของ​พ่อ​จริงๆ”

22 ยาโคบ​จึง​เข้า​ไป​ใกล้ๆ​อิสอัค​พ่อ​ของเขา อิสอัค​จับ​ตัว​ยาโคบ​และ​พูด​ว่า “เสียง​ก็​เหมือน​ยาโคบ แต่​แขน​เป็น​แขน​ของ​เอซาว” 23 อิสอัค​จำ​ยาโคบ​ไม่ได้ เพราะ​แขน​ของเขา​มี​ขน​เต็ม​ไป​หมด เหมือน​แขน​ของ​เอซาว​พี่ชาย​เขา อิสอัค​จึง​อวยพร​ยาโคบ

24 อิสอัค​พูด​ว่า “เจ้า​คือ​เอซาว​จริงๆ​หรือ”

ยาโคบ​ตอบ​ว่า “ครับ​พ่อ”

คำ​อวยพร​สำหรับ​ยาโคบ

25 อิสอัค​จึง​บอก​ว่า “ลูกพ่อ เอา​เนื้อ​ที่​เจ้า​ล่า​มา​สิ พ่อ​จะ​ได้​กิน​มัน และ​จะ​ได้​อวยพร​ให้​กับ​เจ้า” ยาโคบ​จึง​เอา​เนื้อ​นั้น​มา​ให้​กับ​พ่อ และ​เขา​ก็​กิน แล้ว​ยาโคบ​เอา​เหล้าองุ่น​มา​ให้​พ่อ และ​เขา​ก็​ดื่ม​มัน

26 แล้ว​อิสอัค​พ่อ​ของ​เขา​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “ลูกพ่อ เข้า​มา​ใกล้ๆ​และ​จูบ​พ่อ​สิ” 27 ยาโคบ​จึง​เข้า​มา​ใกล้ๆ​และ​จูบ​อิสอัค อิสอัค​ได้​กลิ่น​เสื้อผ้า​ของ​เอซาว และ​เขา​อวยพร​ให้​กับ​ยาโคบ อิสอัค​อวยพร​ว่า

“นี่แหละ กลิ่น​ของ​ลูกชาย​ข้า

เหมือน​กลิ่น​ของ​ท้องทุ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​อวยพร​ไว้

28 ขอ​พระเจ้า​ประทาน​ให้​กับ​เจ้า

น้ำค้าง​จาก​ท้องฟ้า

ท้องทุ่ง​ที่​อุดม​สมบูรณ์

มี​เมล็ดข้าว​กับ​เหล้าองุ่น​อย่าง​เหลือเฟือ

29 ขอให้​คน​ทั้งหลาย​มา​รับใช้​เจ้า

และ​ขอให้​ชนชาติ​ต่างๆ​ก้มกราบ​ลง​ต่อหน้า​เจ้า

ขอให้​เจ้า​เป็น​เจ้านาย​เหนือ​พวก​พี่น้อง​ของ​เจ้า

ขอให้​ลูก​คน​อื่นๆ​ของ​แม่เจ้า​ก้มกราบ​เจ้า

ขอให้​คน​ที่​สาปแช่ง​เจ้า​ถูก​สาปแช่ง

และ​ขอให้​คน​ที่​อวยพร​เจ้า​ได้รับ​พร”

พร​สำหรับ​เอซาว

30 เมื่อ​อิสอัค​อวยพร​ยาโคบ​เสร็จ​แล้ว และ​ทันที​ที่​ยาโคบ​ออก​ไป เอซาว​พี่ชาย​ของ​ยาโคบ​ก็​กลับ​มา​จาก​การ​ล่าสัตว์ 31 เขา​ทำ​อาหาร​อร่อยๆ​มา​ด้วย และ​เอา​มา​ให้​กับ​พ่อ​ของ​เขา เอซาว​บอก​กับ​พ่อ​ว่า “พ่อครับ ลุกขึ้น​มา​กิน​เนื้อ​ที่​ผม​ล่า​มา​เถิด​ครับ พ่อ​จะ​ได้​อวยพร​ผม”

32 แล้ว​อิสอัค​พ่อ​ของ​เขา​ถาม​เขา​ว่า “เจ้า​เป็น​ใคร”

เอซาว​ตอบ​ว่า “ผม ลูก​ของ​พ่อ ลูกชาย​คนโต​ของ​พ่อ เอซาว​ไง​ครับ”

33 อิสอัค​ตัวสั่น​สุดขีด​และ​พูด​ว่า “อ้าว แล้ว​คนเมื่อกี้​เป็น​ใคร​กัน ที่​ล่าเนื้อ​มา​ให้​พ่อ แล้ว​พ่อ​ก็​กิน​จนหมด แล้ว​ก็​อวยพร​ให้​กับ​เขา​ไป​แล้ว ก่อน​ที่​เจ้า​จะ​เข้า​มา และ​พร​นั้น​ก็​จะ​ตก​เป็น​ของ​เขา​ตลอด​ไป”

34 เมื่อ​เอซาว​ได้ยิน​พ่อ​พูด​อย่างนั้น เขา​ร้อง​ออก​มา​ดัง​มาก​และ​ขมขื่น และ​พูด​กับ​พ่อ​ของ​เขา​ว่า “อวยพร​ผม​ด้วย​สิ​ครับ​พ่อ”

35 อิสอัค​พูด​ว่า “น้องชาย​เจ้า​เข้า​มา​หลอกลวง​พ่อ​และ​เอา​พร​ของ​เจ้า​ไป​แล้ว”

36 เอซาว​จึง​พูด​ว่า “มิน่าล่ะ คน​ถึง​ได้​เรียก​เขา​ว่า​ยาโคบ+ 27:36 ยาโคบ ออกเสียง​คล้าย​กับ​กริยา​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ว่า “หลอกลวง” นี่​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง​แล้ว​ที่​เขา​โกง​ผม เขา​เอา​สิทธิ​พี่ชาย​คนโต​ของ​ผม​ไป แล้ว​ดูสิ ตอนนี้​เขา​ยัง​เอา​พร​ของ​ผม​ไป​อีก” แล้ว​เอซาว​ก็​พูด​ว่า “พ่อ​ไม่​เก็บ​คำอวยพร​ให้​กับ​ผม​เลย​หรือ”

37 อิสอัค​ตอบ​เอซาว​ว่า “พ่อ​ได้​ทำ​ให้​เขา​เป็น​เจ้านาย​เหนือ​ลูก และ​ยก​พี่น้อง​ของ​เขา​ทุกคน​ให้​เป็น​ทาส​ของ​เขา และ​พ่อ​ได้​ให้​เมล็ดพืช​และ​เหล้าองุ่น​กับ​เขา แล้ว​ยัง​จะ​มี​อะไร​เหลือ​ให้​กับ​เจ้า​อีก​ล่ะ ลูก​พ่อ”

38 เอซาว​จึง​พูด​กับ​พ่อ​ของเขา​ว่า “พ่อ​ครับ พ่อ​มี​พร​แค่​อันเดียว​เท่านั้น​หรือ อวยพร​ให้​กับ​ผม​ด้วย​สิ​ครับ​พ่อ” แล้ว​เอซาว​ก็​เริ่ม​ร้องไห้​เสียงดัง

39 แล้ว​อิสอัค​พ่อ​ของเขา​จึง​บอก​กับ​เขา​ว่า

“ดูเอาเถอะ เจ้า​จะ​อยู่​ห่างไกล​จาก​ดินแดน​ที่​อุดม​สมบูรณ์

และ​ไม่มี​น้ำค้าง​ตก​จาก​ฟ้า

40 เจ้า​จะ​ยืนหยัด​อยู่​ได้​ด้วย​ดาบ​ของ​เจ้า

เจ้า​จะ​ต้อง​รับใช้​น้อง​ของ​เจ้า

แต่​เมื่อใด​ที่​เจ้า​ดิ้นรน​ต่อสู้​เพื่อ​ให้​เป็น​อิสระ+ 27:40 แต่​เมื่อใด … เป็น​อิสระ หรือ “เมื่อ​เจ้า​ไม่ยอม​หยุด​อยู่​เฉยๆ” ความหมาย​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ยัง​ไม่​ชัดเจน

เจ้า​จะ​หลุดพ้น​จาก​การควบคุม​ของเขา​ได้”

41 ตั้งแต่​นั้น​เอซาว​จึง​เกลียด​ยาโคบ เพราะ​พร​ที่​พ่อ​ให้​กับ​เขา เอซาว​คิด​ในใจ​ว่า “ใกล้​ถึง​เวลา​ไว้ทุกข์​ให้​กับ​พ่อ​แล้ว หลังจากนั้น​เรา​จะ​ฆ่า​ยาโคบ​น้องชาย​ของ​เรา​เสีย”

42 เรเบคาห์​ล่วงรู้​ถึง​แผน​ของ​เอซาว​ลูกคนโต​ของ​นาง นาง​จึง​เรียก​ยาโคบ​ลูกคนเล็ก​มา​หา​และ​พูด​ว่า “เอซาว​พี่ชาย​เจ้า​กำลัง​วางแผน​ที่​จะ​ฆ่า​เจ้า​เพื่อ​แก้แค้น 43 ตอนนี้ ลูกแม่ ให้​ทำตาม​ที่​แม่​บอก รีบ​หนี​ไป​เดี๋ยวนี้ ไป​อยู่​กับ​ลาบัน​พี่ชาย​ของ​แม่ ใน​เมือง​ฮาราน 44 ให้​ไป​อยู่​กับ​เขา​สักพักหนึ่ง​ก่อน จนกว่า​พี่ชาย​ของ​เจ้า​จะ​หาย​โกรธ 45 จนกว่า​เขา​จะ​หาย​โกรธ​และ​ลืม​เรื่อง​ที่​เจ้า​ได้​ทำ​กับ​เขา​ไว้ แล้ว​แม่​จะ​ส่ง​คน​ไป​รับ​เจ้า​กลับ​มา เพราะ​แม่​ไม่​อยาก​เสีย​ลูก​ทั้ง​สองคน​ใน​วันเดียวกัน+ 27:45 เสีย​ลูก​ทั้ง​สองคน​ใน​วันเดียวกัน ถ้า​เอซาว​ฆ่า​ยาโคบ เขา​จะ​ต้อง​ถูก​ไล่ล่า เพื่อ​ประหาร​ชีวิต​ใน​ฐานะ​ที่​เขา​เป็น​ฆาตกร

46 แล้ว​เรเบคาห์​พูด​กับ​อิสอัค​ว่า “ฉัน​เบื่อ​ผู้หญิง​ฮิตไทต์​พวกนี้​เต็มทน​แล้ว ถ้า​ยาโคบ​ไป​แต่งงาน​กับ​ผู้หญิง​ฮิตไทต์​สักคน​ใน​แผ่นดิน​นี้ ฉัน​คง​ต้อง​ตาย​แน่ๆ+ 27:46 ฉัน​คง​ต้อง​ตาย​แน่ๆ หรือ “ชีวิต​ของ​ฉัน​ก็​คง​ย่ำแย่​แน่ๆ” หรือ “ก็​ไม่รู้​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ไป​ทำไม​แล้ว”

28

ยาโคบ​หา​เมีย

1 แล้ว​อิสอัค​เรียก​ยาโคบ​มา และ​อวยพร​ให้​กับ​เขา​และ​สั่ง​เขา​ว่า “ห้าม​เอา​ลูกสาว​ของ​ชาว​คานาอัน​มา​เป็น​เมีย 2 ให้​ไป​ที่​แคว้น ปัดดาน อารัม ทันที ให้​ไป​บ้าน​เบธูเอล​พ่อ​ของ​แม่​เจ้า และ​ให้​หา​เมีย​ที่​นั่น ให้​เอา​ลูกสาว​คนหนึ่ง​ของ​ลาบัน พี่ชาย​ของ​แม่​เจ้า​มา​เป็น​เมีย 3 ขอให้​พระเจ้า​ผู้​เต็ม​ไปด้วย​ฤทธิ์เดช​ทั้งสิ้น+ 28:3 พระเจ้า … ฤทธิ์เดช​ทั้งสิ้น ใน​ภาษา​ฮีบรู​คือ “เอล ชัดดัย” อวยพร​เจ้า ให้​เจ้า​มี​ลูกหลาน​มากมาย​เพื่อว่า​เจ้า​จะ​ได้​กลายเป็น​พ่อ​ของ​หลาย​ชนชาติ 4 และ​ขอให้​พระองค์​อวยพร​เจ้า​เหมือน​กับ​ที่​อวยพร​ให้​อับราฮัม อวยพร​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของเจ้า​ด้วย เพื่อ​ว่า​เจ้า​จะ​ได้​เป็น​เจ้าของ​แผ่นดิน​ที่​เจ้า​อาศัย​อยู่​เดี๋ยวนี้​ใน​ฐานะ​คน​ต่าง​ชาติ ซึ่ง​พระเจ้า​ได้​ยก​ให้​กับ​อับราฮัม”

5 แล้ว​อิสอัค​ส่ง​ยาโคบ​ไป และ​ยาโคบ​ก็​ไป​ที่​ปัดดาน อารัม ไป​หา​ลาบัน​ลูกชาย​ของ​เบธูเอล​ชาว​อารัม ลาบัน​เป็น​พี่ชาย​ของ​เรเบคาห์ แม่​ของ​ยาโคบ​และ​เอซาว

6 ตอนนี้​เอซาว​เห็น​ว่า​อิสอัค​อวยพร​ให้​ยาโคบ และ​ได้​ส่ง​เขา​ไป​ปัดดาน อารัม เพื่อ​เอา​เมีย​จาก​ที่นั่น เอซาว​ก็​รู้​ว่า เมื่อ​พ่อ​อวยพร​ให้​น้อง พ่อ​สั่ง​น้อง​ว่า “อย่า​แต่งงาน​กับ​ผู้หญิง​ชาว​คานาอัน” 7 เอซาว​ก็​รู้​ว่า ยาโคบ​เชื่อฟัง​พ่อ​และ​แม่​ของเขา และ​ไป​แคว้น​ปัดดาน อารัม 8 เอซาว​เห็น​ว่า อิสอัค​พ่อ​ของ​เขา​ไม่​พอใจ​ผู้หญิง​คานาอัน​เหล่า​นั้น 9 เขา​จึง​ไป​หา​อิชมาเอล​และ​เอา​มาหะลัท​ลูกสาว​ของ​อิชมาเอล​มา​เป็น​เมีย อิชมาเอล​เป็น​ลูก​ของ​อับราฮัม และ​มาหะลัท​เป็น​น้องสาว​ของ​เนบาโยธ เอซาว​มี​เมีย​อยู่​ก่อน​หน้า​นั้น​หลายคน​แล้ว

บ้าน​ของ​พระเจ้า (เบธเอล)

10 ยาโคบ​จาก​เมือง​เบเออร์เชบา​เขา​มุ่งตรง​ไป​ยัง​เมือง​ฮาราน 11 เขา​ได้​มา​ถึง​ที่​แห่งหนึ่ง และ​พัก​ค้างคืน​ที่​นั่น เพราะ​ตะวัน​ตกดิน​แล้ว เขา​เอา​หิน​จาก​ที่นั่น​มา​ก้อน​หนึ่ง แล้ว​เอา​มา​หนุนหัว​นอน​ที่นั่น 12 เขา​ได้​ฝัน​ว่า มี​บันได​อันหนึ่ง​ตั้ง​อยู่​ที่​พื้น ปลาย​ของ​มัน​ยื่น​ถึง​สวรรค์ และ​มี​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า กำลัง​ขึ้นๆลงๆ​อยู่​บน​บันไดนั้น 13 และ​มี​พระยาห์เวห์​กำลัง​ยืน​อยู่​ข้างๆ​เขา+ 28:13 อยู่​ข้างๆ​เขา หรือ “อยู่​เหนือ​บันได” และ​พูด​ว่า “เรา​คือ​ยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อับราฮัม​และ​พระเจ้า​ของ​อิสอัค​บรรพบุรุษ​ของ​เจ้า เรา​จะ​ยก​แผ่นดิน​ที่​เจ้า​กำลัง​นอน​อยู่​นี้​ให้​กับ​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า 14 และ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า​ก็​จะ​มี​มากมาย​เหมือน​ฝุ่น​บน​โลกนี้ และ​พวกเขา​จะ​ขยาย​ไป​ทาง​ทิศตะวันตก ทิศตะวันออก ทิศเหนือ​และ​ทิศใต้ แล้ว​ทุก​ครอบครัว​ใน​โลกนี้​จะ​ได้รับ​พร​ผ่านทาง​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า

15 และ​ดูเถิด เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า เรา​จะ​ปกป้อง​เจ้า​ใน​ทุกที่​ที่​เจ้า​ไป เรา​จะ​นำ​เจ้า​กลับมา​ยัง​แผ่นดิน​นี้ เพราะ​เรา​จะ​ไม่​ทอดทิ้ง​เจ้า แต่​เรา​จะ​ทำ​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​เจ้า”

16 แล้ว​ยาโคบ​ก็​ตื่น​ขึ้น​มา พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​สถิต​อยู่​ใน​ที่​แห่งนี้​แน่ๆ​แต่​เรา​ไม่รู้​มา​ก่อน”

17 เขา​กลัว​และ​พูด​ว่า “สถานที่​แห่งนี้​น่าเกรง​ขาม​ยิ่งนัก จะ​ต้อง​เป็น​บ้าน​ของ​พระเจ้า และ​เป็น​ประตู​สวรรค์​แน่ๆ”

18 ยาโคบ​จึง​ลุกขึ้น​แต่​เช้าตรู่ และ​เขา​เอา​ก้อนหิน​ที่​เขา​เอา​หนุนหัว มา​ตั้งขึ้น​เป็น​แท่งหิน และ​เท​น้ำมัน​บน​ยอด​ของ​หินนั้น เพื่อ​อุทิศ​ให้​กับ​พระเจ้า 19 และ​เขา​เรียก​สถานที่​แห่งนี้​ว่า “เบธเอล”+ 28:19 เบธเอล เป็น​เมือง​หนึ่ง​ใน​อิสราเอล ชื่อ​นี้​มี​ความหมาย​ว่า “บ้าน​ของ​พระเจ้า” แต่​เมืองนั้น เดิม​มี​ชื่อ​ว่า “ลูส”

20 แล้ว​ยาโคบ​สาบาน​ว่า “ถ้า​พระเจ้า​จะ​อยู่​กับ​ข้าพเจ้า และ​ปกป้อง​ข้าพเจ้า​ใน​การเดินทาง​ครั้งนี้ และ​ให้​ข้าพเจ้า​มี​อาหาร​กิน​กับ​มี​เสื้อผ้า​ใส่ 21 และ​นำ​ข้าพเจ้า​กลับไป​ยัง​บ้าน​ของ​พ่อ​ข้าพเจ้า​อย่าง​ปลอดภัย​แล้ว​ละก็ พระยาห์เวห์​ก็​จะ​เป็น​พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า 22 และ​หิน​ก้อนนี้​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​ตั้งขึ้น​เป็น​เสาหิน ก็​จะ​เป็น​บ้าน​ของ​พระเจ้า+ 28:22 บ้าน​ของ​พระเจ้า คือ​สถานที่​ที่​คน​พา​กัน​มา​นมัสการ​พระเจ้า ข้าพเจ้า​ก็​จะ​ถวาย​พระองค์​หนึ่ง​ใน​สิบ​จาก​ทุกอย่าง​ที่​พระองค์​ให้​กับ​ข้าพเจ้า”

29

ยาโคบ​พบ​นาง​ราเชล

1 แล้ว​ยาโคบ​ก็​เดินทาง​ต่อ จน​มา​ถึง​แผ่นดิน​ของ​คน​ทาง​ฝั่ง​ตะวันออก 2 เขา​มอง​ดู​ไป​รอบๆ​และ​เห็น​บ่อน้ำ​แห่งหนึ่ง​ใน​ท้องทุ่ง มี​แกะ​อยู่​สาม​ฝูง​ที่​กำลัง​นอน​อยู่​ข้าง​บ่อน้ำนั้น เพราะ​ฝูงแกะ​ดื่ม​น้ำ​จาก​บ่อน้ำ​นั้น มี​หิน​ก้อน​ใหญ่​ปิด​ปาก​บ่อน้ำ​อยู่ 3 เมื่อ​ฝูงแกะ​ทั้งหลาย​มา​อยู่​รวมกัน​ที่นั่น คน​เลี้ยงแกะ​ก็​จะ​กลิ้ง​หิน​นั้น​ออก​จาก​ปาก​บ่อน้ำ และ​ตัก​น้ำ​ให้​ฝูงแกะ​กิน​กัน แล้ว​พวกเขา​ก็​จะ​กลิ้ง​หิน​ปิด​ปาก​บ่อน้ำ​เหมือนเดิม

4 ยาโคบ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกพี่ มา​จาก​ที่​ไหน​กัน”

พวกเขา​ตอบ​ว่า “พวกเรา​มา​จาก​เมือง​ฮาราน”

5 ยาโคบ​ก็​ตอบ​พวกเขา​ว่า “แล้ว​รู้จัก​ลาบัน ลูกชาย​ของ​นาโฮร์​ไหม​ครับ”

พวกเขา​ตอบ​ว่า “รู้จัก​สิ”

6 ยาโคบ​จึง​ถาม​ต่อว่า “เขา​สบายดี​ไหม​ครับ”

พวกเขา​ตอบ​ว่า “เขา​สบายดี นั่น​ไง ราเชล​ลูกสาว​ของเขา​กำลัง​มา​พร้อม​กับ​ฝูงแกะ” 7 ยาโคบ​จึง​พูด​ว่า “นี่​ก็​ยัง​กลางวัน​อยู่​เลย ยัง​ไม่​ถึง​เวลา​ที่​จะ​รวบรวม​ฝูงสัตว์​ตอนเย็น​เลย ให้​น้ำ​กับ​แกะ​และ​เอา​มัน​กลับ​ไป​กิน​หญ้า​เถอะ”

8 พวก​คน​เลี้ยงแกะ​ตอบ​ว่า “พวกเรา​ทำ​อย่างนั้น​ไม่ได้​หรอก จนกว่า​แกะ​ทุก​ฝูง​จะ​มา​รวมกัน​อยู่​ที่นี่ แล้ว​พวกเรา​ถึง​จะ​กลิ้ง​หิน​ออกจาก​ปาก​บ่อ แล้ว​เอา​น้ำ​ให้​แกะ​ดื่ม​ได้”

9 ใน​ขณะที่​ยาโคบ​ยัง​คุย​อยู่​กับ​พวกเขา​นั้น ราเชล​ก็​มา​ถึง​พร้อม​กับ​แกะ​ของ​พ่อนาง เพราะ​นาง​เป็น​คน​เลี้ยงแกะ 10 เมื่อ​ยาโคบ​เห็น​ราเชล ลูกสาว​ของ​ลาบัน​พี่ชาย​ของ​แม่​เขา​และ​ฝูงแกะ​ของ​ลาบัน ยาโคบ​จึง​เข้า​ไป​ใกล้​และ​กลิ้ง​หิน​จาก​ปาก​บ่อ และ​เอา​น้ำ​ให้​ฝูงแกะ​ของ​ลาบัน​พี่ชาย​ของ​แม่​เขา​ดื่ม 11 แล้ว​ยาโคบ​ก็​จูบ​ราเชล​และ​เริ่ม​ร้องไห้​ด้วย​เสียง​อันดัง 12 แล้ว​ยาโคบ​ก็​บอก​ราเชล​ว่า พ่อ​ของ​นาง​เป็น​ญาติ​กับ​เขา และ​เขา​เอง​เป็น​ลูก​ของ​นาง​เรเบคาห์ นาง​ก็​วิ่ง​ไป​บอก​พ่อ​ของ​นาง

13 เมื่อ​ลาบัน​ได้ยิน​เรื่อง​ยาโคบ​ลูก​ของ​น้องสาว​เขา เขา​วิ่ง​ออก​ไป​หา​ยาโคบ แล้ว​กอดจูบ​ยาโคบ และ​พา​ยาโคบ​ไป​ที่​บ้าน​ของ​เขา​แล้ว​ยาโคบ​ก็​เล่า​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกิดขึ้น​ให้​ลาบัน​ฟัง

14 ลาบัน​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “อันที่จริง​แล้ว หลาน​ก็​เป็น​กระดูก​และ​เนื้อ​ของ​ลุง” แล้ว​ยาโคบ​ก็​อยู่​กับ​เขา​ทั้ง​เดือน

ลาบัน​หลอกลวง​ยาโคบ

15 แล้ว​ลาบัน​ก็​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “หลาน​ต้อง​ทำงาน​กับ​ลุง​ฟรีๆ​เพราะ​เป็น​ญาติ​หรือ​ยังไง บอก​ลุง​มา​สิ​ว่า​จะ​เอา​อะไร​เป็น​ค่าจ้าง​ดี”

16 ลาบัน​มี​ลูกสาว​สอง​คน คนโต​ชื่อ​เลอาห์ คนเล็ก​ชื่อ​ราเชล

17 ดวงตา​ของ​นาง​เลอาห์​น่ารัก+ 29:17 ดวงตา​ของ​นาง​เลอาห์​น่ารัก น่ารัก หรือ​อ่อนโยน หรือ​อาจจะ​เป็น​ได้​อีก​อย่างหนึ่ง​ว่า “ดวงตา​ของ​นาง​เลอาห์​อ่อนแอ​ไม่ค่อยดี” แต่​ราเชล​นั้น​มี​รูปร่าง​หน้าตา​ที่​สวยงาม​ไป​หมด 18 ยาโคบ​รัก​ราเชล เขา​จึง​พูด​ว่า “ผม​จะ​ทำงาน​ให้​กับ​ลุง​เจ็ด​ปี เพื่อ​แลก​กับ​ราเชล​ลูกสาว​คนเล็ก​ของ​ลุง”

19 ลาบัน​ตอบ​ว่า “ลุง​จะ​ยก​นาง​ให้​กับ​หลาน ก็​ยัง​ดีกว่า​ยก​ให้​กับ​ชาย​อื่น อยู่​กับ​ลุง​ที่นี่​แหละ”

20 ดังนั้น​ยาโคบ​จึง​ทำงาน​เจ็ด​ปี​เพื่อ​ราเชล แต่​สำหรับ​ยาโคบ เจ็ดปีนั้น​ก็​ดู​เหมือน​ไม่กี่วัน เพราะ​ความรัก​ที่​เขา​มี​กับ​นาง

21 แล้ว​ยาโคบ​ก็​พูด​กับ​ลาบัน​ว่า “ผม​ทำงาน​ครบ​แล้ว ขอ​ยก​เมีย​ให้​กับ​ผม​ด้วย เพื่อ​ผม​จะ​ได้​หลับนอน​กับ​นาง”

22 ลาบัน​ก็​รวบรวม​คน​แถวนั้น​มา​ทั้งหมด และ​จัด​งานเลี้ยง​ให้​พวกเขา 23 แต่​ใน​คืนนั้น เขา​ได้​เอา​เลอาห์​ลูกสาว​ของ​เขา​ไป​ให้​กับ​ยาโคบ ยาโคบ​ก็​ได้​หลับนอน​กับ​เลอาห์ 24 (ลาบัน​ก็​ยก​สาวใช้​ของตน​ชื่อ​ศิลปาห์​ให้​เป็น​สาวใช้​ของ​เลอาห์) 25 ใน​ตอนเช้า ยาโคบ​เห็น​ว่า​เป็น​เลอาห์ ดังนั้น​เขา​จึง​ถาม​ลาบัน​ว่า “ทำไม​ลุง​ถึง​ทำ​กับ​ผม​อย่างนี้ ที่​ผม​ทำงาน​เจ็ดปี ก็​เพื่อ​ราเชล​ไม่ใช่​หรือ ลุง​หลอกลวง​ผม​ทำไม”

26 ลาบัน​ตอบ​ว่า “คน​ที่นี่​เขา​ไม่​ทำ​กัน​อย่างนั้น​หรอก ที่​จะ​ให้​น้องสาว​แต่งงาน​ก่อน​พี่สาว 27 ขอให้​ครบ​เจ็ด​วัน​ของ​งานแต่งงาน+ 29:27 เจ็ด​วัน​ของ​งานแต่งงาน งานแต่งงาน​จะ​ฉลอง​กัน​เป็น​เวลา​หนึ่ง​สัปดาห์​กับ​คนพี่​ก่อน​นะ แล้ว​ลุง​จะ​ยก​คนน้อง​ให้​กับ​หลาน แล้ว​หลาน​จะ​ทำงาน​ตอบแทน​ให้​กับ​ลุง​อีก​เจ็ด​ปี”

28 ยาโคบ​ก็​ทำตาม และ​รอ​ให้​ครบ​เจ็ด​วัน​สำหรับ​เลอาห์ แล้ว​ลาบัน​ก็​ยก​ราเชล​ลูกสาว​ของ​เขา​ให้​เป็น​เมีย​ยาโคบ 29 (ลาบัน​ได้​ยก​บิลฮาห์​สาวใช้​ของเขา​ให้​เป็น​สาวใช้​ของ​ราเชล) 30 แล้ว​ยาโคบ​ก็​ร่วม​หลับนอน​กับ​ราเชล​ด้วย ยาโคบ​รัก​ราเชล​มากกว่า​เลอาห์ แล้ว​ยาโคบ​ก็​ทำงาน​ให้​กับ​ลาบัน​อีก​เจ็ด​ปี

ครอบครัว​ของ​ยาโคบ​เติบโต​ขึ้น

31 พระยาห์เวห์​เห็น​ว่า ยาโคบ​เกลียด​เลอาห์ พระองค์​จึง​เปิด​ครรภ์​ของ​เลอาห์ แต่​ราเชล​เป็น​หมัน

32 นาง​เลอาห์​ก็​ตั้งท้อง​และ​คลอด​ลูกชาย นาง​ตั้งชื่อ​เขา​ว่า​รูเบน+ 29:32 รูเบน ชื่อ​นี้​ออกเสียง​คล้ายกับ​คำ​ที่​มี​ความหมาย​ว่า “ดูสิ ลูกชาย​หนึ่ง​คน” เพราะ​นาง​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​มองเห็น​ความ​อัปยศ​อดสู​ของฉัน​จริงๆ ตอนนี้​สามี​ของฉัน​ต้อง​รัก​ฉัน​แน่ๆ”

33 เลอาห์​ก็​ตั้งท้อง​อีก และ​คลอด​ลูกชาย​อีก​คนหนึ่ง นาง​พูด​ว่า “เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้ยิน​ว่า​ฉัน​เป็น​ที่​เกลียดชัง พระองค์​จึง​ให้​ลูกชาย​คนนี้​กับ​ฉัน” แล้ว​นาง​จึง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​สิเมโอน+ 29:33 สิเมโอน คำ​นี้​เหมือนกับ​คำ​ที่​มี​ความหมาย​ว่า “พระองค์​ได้ยิน”

34 เลอาห์​ได้​ตั้งท้อง​อีก และ​คลอด​ลูกชาย​อีก​คน นาง​พูด​ว่า “คราวนี้​สามี​ฉัน​ต้อง​ใกล้ชิด​กับ​ฉัน เพราะ​ฉัน​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับ​เขา​ถึง​สาม​คน” นาง​จึง​ตั้งชื่อ​ลูกชาย​คนนี้​ว่า​เลวี+ 29:34 เลวี คำ​นี้​เหมือนกับ​คำ​ที่​มี​ความหมาย​ว่า “ร่วมด้วย” “ไป​ด้วยกัน” หรือ “สนิทสนม”

35 แล้ว​เลอาห์​ก็​ตั้งท้อง​อีก และ​คลอด​ลูกชาย​อีก​คนหนึ่ง นาง​พูด​ว่า “ครั้งนี้​ฉัน​จะ​สรรเสริญ​พระยาห์เวห์” นาง​จึง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​ยูดาห์ แล้ว​นาง​ก็​ไม่มี​ลูก​อีก

30

1 เมื่อ​ราเชล​เห็น​ว่า​นาง​ไม่​สามารถ​มี​ลูก​ให้​กับ​ยาโคบ​ได้ ราเชล​ก็​เริ่ม​อิจฉา​พี่สาว นาง​จึง​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “ให้​ฉัน​มี​ลูก​บ้างสิ ไม่​อย่างนั้น​ฉัน​ขอ​ตาย​ดีกว่า”

2 ยาโคบ​จึง​โกรธ​ราเชล แล้ว​พูด​ว่า “พี่​ไม่ใช่​พระเจ้า พระองค์​ต่างหาก​ที่​ทำให้​น้อง​ไม่มี​ลูก”

3 แล้ว​นาง​พูด​ว่า “นี่​สาวใช้​ของ​ฉัน บิลฮาห์ พี่​เข้า​ไป​นอน​กับ​นาง​ก็​แล้วกัน เพื่อ​ว่า​นาง​จะ​ได้​มี​ลูก​ให้​กับ​ฉัน และ​ฉัน​จะ​ได้​สร้าง​ครอบครัว​ของ​ฉัน​ผ่าน​ทาง​นาง”

4 แล้ว​นาง​ราเชล​จึง​ยก​บิลฮาห์​สาวใช้​ของ​นาง​ให้​เป็น​เมีย​ของ​ยาโคบ แล้ว​ยาโคบ​เข้า​ไป​ร่วม​หลับนอน​กับ​นาง 5 บิลฮาห์​ก็​ตั้งท้อง​และ​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับ​ยาโคบ

6 ราเชล​พูด​ว่า “พระเจ้า​ตัดสิน​เข้าข้าง​ฉัน และ​พระองค์​ก็​ได้ยินเสียง​ฉัน​ด้วย พระองค์​ได้​ให้​ลูกชาย​กับ​ฉัน​หนึ่ง​คน” นาง​จึง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​ดาน+ 30:6 ดาน ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “ตัดสิน” หรือ “พิจารณา”

7 แล้ว​บิลฮาห์​สาวใช้​ของ​ราเชล​ก็​ตั้งท้อง​อีก และ​คลอด​ลูกชาย​คน​ที่​สอง​ให้​กับ​ยาโคบ 8 ราเชล​พูด​ว่า “ฉัน​ได้​ต่อสู้​อย่างหนัก​กับ​พี่สาว​ของ​ฉัน และ​ฉัน​ก็​ชนะ” นาง​จึง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​นัฟทาลี+ 30:8 นัฟทาลี ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “ฉัน​ต่อสู้​ดิ้นรน”

9 เมื่อ​เลอาห์​เห็น​ว่า​นาง​ไม่มี​ลูก​แล้ว นาง​จึง​ยก​สาวใช้​ของ​นาง ชื่อ​ศิลปาห์​ให้​เป็น​เมีย​ยาโคบ 10 แล้ว​ศิลปาห์​สาวใช้​ของ​เลอาห์ ได้​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับ​ยาโคบ 11 เลอาห์​พูด​ว่า “โชคดี​จริงๆ” นาง​จึง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​กาด+ 30:11 กาด ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “โชคดี”12 แล้ว​ศิลปาห์​สาวใช้​ของ​เลอาห์​ก็​คลอด​ลูกชาย​คน​ที่​สอง​ให้​กับ​ยาโคบ 13 เลอาห์​พูด​ว่า “ฉัน​ได้รับ​เกียรติ​จริงๆ” เพราะ​พวกผู้หญิง​จะ​ต้อง​พูด​ว่า “ฉัน​มี​เกียรติ” แล้ว​นาง​จึง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​อาเชอร์+ 30:13 อาเชอร์ มี​เสียง​คล้ายกับ​คำ​ใน​ภาษาฮีบรู​ว่า “มี​เกียรติ”

14 ใน​ช่วง​ฤดูเก็บเกี่ยว​ข้าวสาลี รูเบน​ได้​ออก​ไป​ใน​ทุ่งนา​และ​เจอ​ต้น​แมนเดร็ก+ 30:14 ต้น​แมนเดร็ก เป็น​ไม้ดอก​ชนิดหนึ่ง​ที่​ประชาชน​เชื่อ​กัน​ว่า​จะ​ช่วย​ให้​ผู้หญิง​ตั้งท้อง​ได้ คำว่า “แมนเดร็ก” อาจ​หมายถึง “ดอกไม้​แห่ง​ความรัก” ก็ได้ เขา​จึง​เอา​พวกมัน​กลับมา​ให้​เลอาห์​แม่​ของเขา แล้ว​ราเชล​ก็​พูด​กับ​เลอาห์​ว่า “ขอ​แบ่ง​ต้น​แมนเดร็ก​ของ​ลูกชาย​พี่​ให้​กับ​ฉัน​บ้างสิ”

15 แต่​เลอาห์​ตอบ​ราเชล​ว่า “เธอ​แย่ง​สามี​ฉัน​ไป นี่​ยัง​จะ​มา​เอา​ต้น​แมนเดร็ก​ของ​ลูกชาย​ฉัน​ไป​อีก​หรือ”

แล้ว​ราเชล​พูด​ว่า “ถ้า​อย่างนั้น ฉัน​จะ​ให้​เขา​มา​นอน​กับ​พี่​คืนนี้ เพื่อ​แลก​กับ​ต้น​แมนเดร็ก​ของ​ลูก​พี่”

16 เมื่อ​ยาโคบ​กลับ​มา​จาก​ท้องทุ่ง​ใน​ตอนเย็น เลอาห์​ออก​ไป​พบ​เขา​แล้ว​พูด​ว่า “คืนนี้​พี่​ต้อง​มา​นอน​กับ​ฉัน เพราะ​ฉัน​ได้​จ่าย​ค่าจ้าง​ให้​กับ​พี่​แล้ว​ด้วย​ต้น​แมนเดร็ก​ของ​ลูกชาย​ฉัน” ยาโคบ​จึง​ไป​ร่วม​หลับนอน​กับ​นาง​ใน​คืนนั้น

17 พระยาห์เวห์​ได้​ตอบ​คำ​อธิษฐาน​ของ​เลอาห์ นาง​จึง​ตั้งท้อง​อีก และ​คลอด​ลูกชาย​คน​ที่​ห้า 18 นาง​พูด​ว่า “พระเจ้า​ได้​ให้​บำเหน็จ​กับ​ฉัน เพราะ​ฉัน​ได้​ยก​สาวใช้​ของ​ฉัน​ให้​กับ​สามี​ฉัน” แล้ว​นาง​จึง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​อิสสาคาร์+ 30:18 อิสสาคาร์ ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “รางวัล” หรือ “เงินเดือน”

19 แล้ว​เลอาห์​ก็​ตั้งท้อง​อีก และ​คลอด​ลูกชาย​คน​ที่​หก​ให้​ยาโคบ 20 นาง​พูด​ว่า “พระองค์​ได้​ให้​ของขวัญ​ที่ดี​กับฉัน คราวนี้​สามี​ฉัน​จะ​ต้อง​ให้เกียรติ​กับฉัน เพราะ​ฉัน​ได้​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับ​เขา​ถึง​หก​คน” แล้ว​นาง​จึง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​เศบูลุน+ 30:20 เศบูลุน ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “การสรรเสริญ” หรือ “การ​ให้เกียรติ”

21 ต่อมา​เลอาห์​ก็​คลอด​ลูกสาว และ​ตั้งชื่อ​เธอ​ว่า​ดีนาห์

22 แล้ว​พระเจ้า​ก็​ได้​ระลึก​ถึง​ราเชล และ​ตอบ​คำ​อธิษฐาน​ของ​นาง และ​พระองค์​ทำ​ให้​นาง​สามารถ​มี​ลูก​ได้+ 30:22 ทำ​ให้​นาง​สามารถ​มี​ลูก​ได้ แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “ได้​เปิด​มดลูก​ของ​นาง”23 แล้ว​ราเชล​ก็​ตั้งท้อง​และ​คลอด​ลูกชาย นาง​พูด​ว่า “พระเจ้า​ได้​เอา​ความ​อับอาย​ขายหน้า​ของ​ฉัน​ไป​แล้ว” 24 นาง​จึง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​โยเซฟ+ 30:24 โยเซฟ ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “การเพิ่ม” หรือ “การสะสม” หรือ “การรวบรวม” นาง​พูด​ว่า “ขอ​พระยาห์เวห์​เพิ่ม​ลูกชาย​ให้​กับ​ฉัน​อีก​หนึ่งคน”

ยาโคบ​ร่ำรวย​ขึ้น

25 เมื่อ​ราเชล​คลอด​โยเซฟ​แล้ว ยาโคบ​พูด​กับ​ลาบัน​ว่า “ขอ​อนุญาต​ให้​ผม​กลับ​ไป​บ้านเกิด​ของ​ผม​ด้วย 26 ขอ​พวกเมียๆ​และ​ลูกๆ​ของ​ผม​ด้วย ผม​ได้​ทำงาน​ชดใช้​ให้​กับ​ลุง​แล้ว​สำหรับ​พวกเขา ขอ​ยก​พวกเขา​ให้​กับ​ผม​เถอะ แล้ว​ผม​จะ​ได้​ไป ลุง​ก็​รู้​อยู่แล้ว​ว่า​ผม​ได้​ทำงาน​หนัก​แค่ไหน​ให้​กับ​ลุง”

27 แล้ว​ลาบัน​จึง​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “ขอ​ให้​ลุง​พูด​อะไร​หน่อย​ได้​ไหม ที่​พระยาห์เวห์​อวยพร​ให้​ลุง​ร่ำรวย​ขึ้น​มานี้+ 30:27 ที่​พระยาห์เวห์ … ขึ้น​มานี้ หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่างหนึ่ง​ว่า “จาก​การ​ดู​โชคชะตา ลุง​ถึง​รู้​ว่า​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​อวยพร​ให้​ลุง” เป็น​เพราะ​หลาน​อยู่​กับ​ลุง” 28 แล้ว​ลาบัน​พูด​ว่า “บอก​ลุง​มาเถอะ เจ้า​จะ​ให้​จ่าย​ค่าแรง​ยังไง แล้ว​ลุง​จะ​จ่าย​ให้”

29 ยาโคบ​ตอบ​ว่า “ลุง​ก็​รู้​ว่า ผม​ทำงาน​หนัก​แค่ไหน​ให้​กับ​ลุง และ​ลุง​ก็​รู้​ว่า​ผม​เอาใจใส่​ดูแล​ฝูงสัตว์​ของ​ลุง​ดี​ขนาดไหน 30 ก่อน​ผม​มา ลุง​มี​แค่​ฝูงสัตว์​เล็กๆ แต่​ตอนนี้​มัน​เพิ่มขึ้น​อย่าง​มหาศาล ไม่ว่า​ผม​จะ​หัน​ไป​ทางไหน​ก็​ตาม​พระยาห์เวห์​ก็​ได้​อวยพร​ให้​กับ​ลุง แต่​ตอนนี้​ถึง​เวลา​แล้ว​ที่​ผม​จะ​ต้อง​ทำงาน​สร้าง​ครอบครัว​ของ​ผมเอง”

31 ลาบัน​พูด​ว่า “แล้ว​ลุง​ควร​จะ​ให้​อะไร​กับ​เจ้า​ดี”

ยาโคบ​ตอบ​ว่า “ลุง​ไม่ต้อง​ให้​อะไร​กับ​ผม​เลย ถ้า​ลุง​ยอม​ทำ​อย่างนี้​ให้​กับ​ผม ผม​ก็​จะ​กลับ​ไป​ดูแล​ฝูงสัตว์​ให้​กับ​ลุง​เหมือนเดิม 32 ใน​วันนี้​ผม​จะ​เข้า​ไป​สำรวจ​ฝูงสัตว์​ของ​ลุง แกะ​ทุกตัว​ที่​เป็นจุด​เป็นด่าง มี​ลาย​ตามตัว และ​แกะดำ​ทุกตัว รวมทั้ง​แพะ​ตัวเมีย​ที่​เป็นจุด​เป็นด่าง มี​ลาย​ตามตัว ผม​ก็​จะ​แยก​ออก​มา​จาก​ฝูง พวกมัน​จะ​เป็น​ค่าแรง​ของ​ผม 33 ใน​อนาคต ลุง​จะ​ได้​เห็น​ง่ายๆ​ว่า​ผม​ซื่อสัตย์​หรือเปล่า ลุง​ก็​แค่​มา​ตรวจ​ดู​ค่าแรง​ของ​ผม ถ้า​เห็น​แพะ​ตัว​ไหน​ไม่​เป็นจุด​เป็นด่าง หรือ​มี​ลาย​ตามตัว หรือ​พบ​แกะ​ตัว​ไหน​ที่​ไม่ใช่​แกะดำ อยู่​กับ​ผม ก็​ถือ​ว่า​ขโมย​มา”

34 แล้ว​ลาบัน​ก็​พูด​ว่า “ตกลง​ตามที่​หลาน​พูด” 35 แต่​ใน​วันนั้น​ลาบัน​ได้​แอบ​คัด​เอา​แพะ​ตัวผู้​และ​ตัวเมีย​ที่​เป็นจุด​เป็นด่าง และ​มี​ลาย​ตามตัว ทุกตัว​ที่มี​จุดขาว และ​ลูกแกะดำ​ทุกตัว เขา​แอบ​แยก​พวกมัน​ออก​มา แล้ว​เอา​ไป​ให้​พวกลูกชาย​ของ​เขา​เลี้ยง 36 แล้ว​ลาบัน​ก็​เอา​สัตว์​พวกนี้​ไป​เลี้ยง​อีก​ที่​หนึ่ง ที่​ต้อง​เดินทาง​ไป​สาม​วัน เพื่อ​ให้​ห่าง​จาก​ยาโคบ แต่​ยาโคบ​ก็​เฝ้า​ดูแล​ฝูงสัตว์​ของ​ลาบัน​ที่​เหลืออยู่

37 แล้ว​ยาโคบ​ตัด​กิ่งไม้สด​ของ​ต้นไค้+ 30:37 ต้นไค้ ไม้​ชนิดหนึ่ง ตั้งตรง ใบหนา ต้น​อัลมอนต์+ 30:37 ต้น​อัลมอนต์ ต้นไม้​ชนิดหนึ่ง เมล็ด​คล้าย​ถั่วลิสง และ​พวก​ต้นเปลน+ 30:37 ต้นเปลน ต้นไม้​ชนิดหนึ่ง​มี​ผล​กลมๆ​ติดกัน​เป็น​พวง ปกติ​แล้ว​เปลือก​ด้านนอก​จะ​ลอก​ออก แล้ว​เขา​ก็​ลอก​เอา​เปลือกไม้​ออก เพื่อ​ให้​เห็น​เนื้อไม้​สีขาว​ด้านใน 38 และ​เขา​ก็​เอา​กิ่งไม้​พวกนั้น​ที่​ลอก​เปลือก​ออก​แล้ว ไป​วาง​ไว้​ใน​รางน้ำ​ต่างๆ​ตรง​หน้า​ฝูงสัตว์ ตรง​บริเวณ​ที่มี​น้ำ​ที่​ฝูงสัตว์​จะ​มา​ดื่มน้ำ​กัน และ​ฝูงสัตว์​ก็​ผสมพันธุ์​กัน ตอนที่​พวกมัน​มา​ดื่มน้ำ 39 เมื่อ​ฝูงแพะ​ผสมพันธุ์​กัน​ตรง​หน้า​กิ่งไม้​นั้น มัน​ก็​ออก​ลูก​มา​เป็นลาย เป็นจุด​เป็นด่าง​กัน

40 ยาโคบ​ก็​แยก​แกะ​ออก​มา​ไว้​ต่างหาก เขา​ทำให้​ฝูงแกะ​หันไป​ทาง​กิ่ง​ที่มี​ลายดำๆ ทำ​ให้​แกะ​เกิด​ออก​มา​สีดำ​ทุกตัว​ใน​ฝูง​ของ​ลาบัน ยาโคบ​ก็​เลย​แยก​ฝูงสัตว์​ออก​มา​เป็น​ของเขา​เอง ไม่ได้​รวม​อยู่​กับ​ของ​ลาบัน 41 เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​สัตว์​ตัว​ที่​แข็งแรง​ผสมพันธุ์​กัน ยาโคบ​ก็​จะ​วาง​กิ่งไม้​พวกนั้น​ใน​รางน้ำ ตรง​หน้า​พวกมัน เพื่อว่า​พวกสัตว์​จะ​ได้​ผสมพันธุ์​กัน​ตรง​หน้า​กิ่งไม้​พวกนั้น 42 แต่​เวลา​สัตว์​ที่​อ่อนแอ​ผสมพันธุ์​กัน ยาโคบ​ก็​ไม่ได้​เอา​กิ่งไม้​มา​วาง ดังนั้น​สัตว์​ตัว​ที่​อ่อนแอ​ที่​เกิด​มา​ก็​เป็น​ของ​ลาบัน ส่วน​ตัว​ที่​แข็งแรง​ก็​เป็น​ของ​ยาโคบ 43 แล้ว​ยาโคบ​ก็​กลาย​เป็น​คน​ที่​ร่ำรวย​มหาศาล เขา​มี​ฝูงสัตว์​ที่​ใหญ่​มาก มี​พวกทาส​ชายหญิง มี​ทั้ง​ฝูงอูฐ และ​ฝูงลา

31

ยาโคบ​หลบหนี​จาก​ลาบัน

1 ยาโคบ​ได้ยิน​พวกลูกชาย​ของ​ลาบัน​คุย​กัน​ว่า “ยาโคบ​เอา​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เป็น​ของ​พ่อ​พวกเรา​ไป​หมดแล้ว และ​ที่​เขา​ร่ำรวย​อยู่​นี้ ก็​มา​จาก​ของ​พ่อ​พวกเรา​ทั้งนั้น” 2 แล้ว​ยาโคบ​สังเกต​เห็น​สีหน้า​และ​แววตา​ของ​ลาบัน​ที่มี​ต่อ​เขา​นั้น​เปลี่ยน​ไป​ไม่​เหมือนเดิม 3 แล้ว​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “กลับ​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ของ​บรรพบุรุษ​เจ้า​และ​ครอบครัว​ของ​เจ้า​ได้​แล้ว เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า”

4 ยาโคบ​จึง​เรียก​คน​ไป​ตาม​ราเชล​และ​เลอาห์​ให้​มา​เจอกัน​ที่​ฝูงสัตว์​ใน​ท้องทุ่ง 5 ยาโคบ​บอก​กับ​พวกเขา​ว่า “พี่​สังเกต​เห็น​สีหน้า​ของ​พ่อ​พวกน้อง​ที่มี​ต่อ​พี่​นั้น​เปลี่ยน​ไป​ไม่​เหมือนเดิม แต่​พระเจ้า​ของ​พ่อพี่​อยู่​กับ​พี่ 6 น้อง​ก็​รู้​ว่า​พี่​ได้​ทำงาน​ให้​กับ​พ่อ​ของ​น้อง​อย่าง​เต็มที่ 7 แต่​พ่อ​ของ​น้อง​โกงพี่ และ​เปลี่ยน​แปลง​ค่าแรง​ของ​พี่​เป็น​สิบครั้ง​แล้ว แต่​พระเจ้า​ไม่​ปล่อย​ให้​เขา​ทำร้าย​พี่​หรอก

8 ถ้า​ลาบัน​พูด​ว่า ‘สัตว์​ทุกตัว​ที่​เป็นจุด​จะ​เป็น​ค่าจ้าง​ของ​เจ้า’ สัตว์​ทุกตัว​ก็​ออก​ลูก​มา​เป็นจุด ถ้า​เขา​พูด​ว่า ‘สัตว์​ทุกตัว​ที่​เป็นลาย​จะ​เป็น​ค่าจ้าง​ของ​เจ้า’ สัตว์​ทุกตัว​ก็​ออก​ลูก​มา​เป็นลาย 9 พระเจ้า​ได้​เอา​ฝูงสัตว์​ของ​พ่อ​น้อง​ไป และ​เอา​มา​ให้​กับ​พี่

10 ใน​ช่วง​ฤดู​ที่​สัตว์​ผสมพันธุ์​กัน​นั้น พี่​ได้​ฝัน​เห็น​ฝูงแพะ​ตัวผู้​ที่​กำลัง​ผสมพันธุ์​กัน​นั้น​เป็นจุด เป็นด่าง และ​มี​ลาย​ตามตัว 11 และ​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​พูด​กับ​พี่​ใน​ความฝัน​ว่า ‘ยาโคบ’ แล้ว​พี่​ก็​ตอบ​ว่า ‘ผม​อยู่​นี่​ครับ’

12 ทูตสวรรค์​พูด​ว่า ‘มอง​ดู​สิ แพะ​ตัวผู้​ทุกตัว​ที่​กำลัง​ผสมพันธุ์​กัน​นั้น​มี​ลาย เป็นจุด​และ​เป็นด่าง เพราะ​เรา​ได้​เห็น​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​ลาบัน​ได้​ทำ​กับ​เจ้า 13 เรา​เป็น​พระเจ้า​แห่ง​เบธเอล​ที่​ที่​เจ้า​ได้​เจิม​เสาหิน และ​ที่​ที่​เจ้า​ได้​สาบาน​กับ​เรา บัดนี้ ลุกขึ้น และ​ไป​จาก​ที่นี่​ซะ และ​กลับไป​ยัง​แผ่นดิน​ของ​ครอบครัว​เจ้า’”

14 แล้ว​ราเชล​และ​เลอาห์​ตอบ​ยาโคบ​ว่า “พ่อ​ของ​เรา​ไม่มี​อะไร​เหลือ​ให้​กับ​เรา​ทั้ง​สอง​คน​แล้ว​เมื่อ​เขา​ตาย 15 เขา​ทำ​กับ​เรา​เหมือน​คน​ต่าง​ชาติ เพราะ​เขา​ได้​ขาย​เรา​ให้​กับ​พี่ แล้ว​ใช้เงิน​ที่​ควรจะ​เป็น​ของเรา​ไป​จน​หมด​แล้ว 16 ความ​มั่งคั่ง​ทั้งหมด​ที่​พระเจ้า​ได้​เอา​ไป​จาก​พ่อ​ของ​เรา อันที่จริง​แล้ว​มัน​เป็น​ของเรา​และ​ลูกๆ​ของเรา ตอนนี้​ให้​พี่​ทำ​ทุกอย่าง​ตามที่​พระเจ้า​บอก​พี่​เถิด”

17 แล้ว​ยาโคบ​ก็​ลุกขึ้น และ​ให้​พวกลูกเมีย​ของเขา​ขึ้น​ขี่​อูฐ 18 แล้ว​ยาโคบ​ได้​ต้อน​พวก​สัตว์​เลี้ยง​ทั้งหมด รวมทั้ง​เอา​ทรัพย์สิน​ทั้งหมด​ที่​เขา​หา​ได้​ตอนที่​อยู่​ปัดดาน อารัม เดินทาง​ไป​หา​อิสอัค​พ่อ​ของเขา​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน

19 ใน​เวลานั้น​ลาบัน​ได้​ออก​ไป​ตัด​ขนแกะ​จาก​ฝูงแกะ​ของเขา และ​ราเชล​ได้​ขโมย​พวกพระ​ประจำ​ครอบครัว​ของพ่อ​นาง​ไป​ด้วย

20 ยาโคบ​หลอก​ลาบัน​ชาว​อารัม คือ​ไม่ยอม​บอก​ลาบัน​ว่า​เขา​กำลัง​จะ​จาก​ไป 21 ยาโคบ​รีบ​หนี​ไป​พร้อมกับ​ทุกอย่าง​ที่​เขา​มี เขา​เริ่ม​ออก​เดินทาง​และ​ข้าม​แม่น้ำ​ยูเฟรติส มุ่งหน้า​ไป​ยัง​แถบ​เนินเขา​กิเลอาด

22 ใน​วันที่​สาม มี​คน​มา​บอก​ลาบัน​ว่า​ยาโคบ​ได้​หลบหนี​ไป​แล้ว

23 ลาบัน​จึง​พา​ญาติพี่น้อง​ออก​ไล่ตาม​ยาโคบ​ไป​ถึง​เจ็ด​วัน และ​ก็​ตาม​ยาโคบ​ทัน​ที่​แถบ​เนินเขา​กิเลอาด 24 ใน​คืนนั้น​พระเจ้า​ได้​มา​หา​ลาบัน​ชาว​อารัม​ใน​ความฝัน พระองค์​พูด​กับ​ลาบัน​ว่า “ระวัง​ให้ดี อย่า​ได้​ขู่​ทำร้าย​ยาโคบ+ 31:24 อย่า​ได้​ขู่​ทำร้าย​ยาโคบ หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ไม่ต้อง​พูด​อะไร​ทั้งนั้น ไม่ว่า​จะ​ดี​หรือ​ไม่ดี​ก็​ตาม”

การค้นหา​พวกพระ​ที่​ถูก​ขโมย​มา

25 ลาบัน​ได้​ไล่​ตาม​ยาโคบ​มา​ทัน ยาโคบ​ตั้ง​เต็นท์​อยู่​ใน​แถบ​เนินเขา และ​ลาบัน​ได้​ตั้ง​เต็นท์​ของเขา​อยู่​ใน​แถบ​เนินเขา​กิเลอาด

26 ลาบัน​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “นี่​เจ้า​ทำ​อะไร​ลงไป เจ้า​หลอกลวง​ลุง​ทำไม และ​เจ้า​ได้​พา​ลูกสาว​ของ​ลุง​หนี​มา​เหมือน​เชลยศึก 27 ทำไม​เจ้า​ต้อง​หลบหนี​มา และ​หลอกลวง​ไม่ยอม​บอก​ลุง ถ้า​เจ้า​บอก​ลุง ลุง​จะ​ได้​จัด​งานเลี้ยงส่ง​เจ้า​อย่าง​สนุก​สนาน​ครื้นเครง​ด้วย​เสียงเพลง​จาก​กลองรำมะนา​และ​พิณ+ 31:27 ด้วย​เสียงเพลง​จาก​กลองรำมะนา​และ​พิณ เหมือน​พิธีต้อนรับ​ของ​ชาวไทย​ที่​มัก​มี​ขบวน​รำกลองยาว​และ​คอย​ต้อนรับ28 เจ้า​ยัง​ไม่ให้​ลุง​จูบลา​พวกหลานๆ​และ​ลูกสาว​ของ​ลุง​ด้วย เจ้า​ทำ​ตัว​โง่​จริงๆ 29 ลุง​มี​อำนาจ​ที่​จะ​ทำร้าย​พวกเจ้า แต่​เมื่อคืนนี้​พระเจ้า​ของ​พ่อ​เจ้า​ได้​มา​บอก​กับ​ลุง​ว่า ‘ระวัง​ให้ดี อย่า​ได้​ขู่​ทำร้าย​ยาโคบ’ 30 แต่​ตอนนี้ เจ้า​ก็​ได้​จาก​มา​แล้ว เพราะ​คิดถึง​บ้าน​ของ​พ่อ​เจ้า​มาก แต่​ทำไม​เจ้า​ถึง​ต้อง​ขโมย​พวกพระ​ประจำบ้าน​ของ​ลุง​มา​ด้วย”

31 ยาโคบ​ตอบ​ลาบัน​ว่า “ที่​ผม​ต้อง​หนี​มา​ก็​เพราะ​ผม​กลัว เพราะ​ผม​คิดว่า​ลุง​จะ​ต้อง​ยึด​เอา​ลูกสาว​ทั้ง​สอง​คน​ของ​ลุง​คืน​ไป​จาก​ผม​แน่ 32 แต่​ถ้า​ลุง​เจอ​พระ​ของ​ลุง​อยู่​กับ​ใคร คนๆนั้น​จะ​ต้อง​ตาย ให้​พวกญาติๆ​ของ​ลุง​เป็น​พยาน ชี้​เลย​ถ้า​ลุง​เห็น​อะไร​ที่​เป็น​ของ​ลุง​แล้ว​มา​อยู่​ที่นี่​กับ​ผม ลุง​เอา​กลับ​ไป​ได้​เลย” แต่​ยาโคบ​ไม่รู้ว่า​ราเชล​ได้​ขโมย​พระ​พวกนั้น​มา

33 ลาบัน​จึง​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ของ​ยาโคบ ของ​เลอาห์ และ​ของ​สาวใช้​ทั้ง​สอง​คน​ด้วย แต่​หา​ไม่เจอ แล้ว​ลาบัน​ออก​จาก​เต็นท์​ของ​เลอาห์ แล้ว​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ของ​ราเชล 34 ตอนนั้น​ราเชล​ได้​เอา​พระ​พวกนั้น​ไป​ซ่อน​ไว้​ใน​อานอูฐ และ​นั่ง​ทับ​พวกมัน​ไว้ ลาบัน​คลำ​หา​ไป​ทั่ว​เต็นท์​แต่​ไม่พบ

35 ราเชล​พูด​กับ​พ่อ​ว่า “อย่า​โกรธ​ฉัน​เลย​นะ​พ่อ ที่​ฉัน​ไม่ได้​ยืน​ขึ้น​มา​ต้อนรับ​พ่อ เพราะ​ฉัน​กำลัง​มี​ประจำเดือน​อยู่” ลาบัน​ได้​ค้นหา​จนทั่ว แต่​ไม่พบ​พระ​ประจำบ้าน​พวกนั้น 36 ยาโคบ​จึง​โกรธ และ​ได้​ต่อว่า​ลาบัน ยาโคบ​ถาม​ลาบัน​ว่า “ผม​ได้​ทำ​ผิด​อะไร​ร้ายแรง​หรือ ผม​ได้​ทำ​บาป​อะไร​ลง​ไป ลุง​ถึง​ได้​ไล่ตาม​ผม​มา​อย่าง​นี้ 37 ถึงแม้​ว่า​ลุง​ได้​คลำ​หา​ของๆ​ผม​จนทั่ว​แล้ว ลุง​ก็​หา​อะไร​ที่​เป็น​ของ​ลุง​ไม่พบ​เลย​สักชิ้น ถ้า​พบ​ก็​เอา​มัน​ออก​มา​วาง​ต่อหน้า​ญาติ​ของ​ผม​และ​ญาติ​ของ​ลุง​เลย แล้ว​ให้​พวกเขา​ตัดสิน​ระหว่าง​เรา​สอง​คน 38 ตลอด​ยี่สิบปี​ที่​ผม​อยู่​กับ​ลุง แกะ​และ​แพะ​ตัวเมีย​สัก​ตัว​ก็​ไม่เคย​แท้ง​ลูก และ​ผม​ก็​ไม่เคย​กิน​แกะ​ตัวผู้​จาก​ฝูง​ของ​ลุง​เลย 39 ทุกครั้ง​ที่​สัตว์​ของ​ลุง​ถูก​สัตว์ป่า​กัดกิน ผม​ก็​ยอม​ชดใช้​ค่าเสียหาย​เอง ไม่เคย​เอา​ซาก​มา​ให้​ลุง​ดู แล้ว​บอก​ว่า​ผม​ไม่ผิด ลุง​ให้​ผม​ต้อง​รับผิดชอบ​อยู่ดี ไม่ว่า​มัน​จะ​ถูก​ขโมย​ไป​จาก​ผม​ตอน​กลางวัน​หรือ​กลางคืน 40 ใน​ตอน​กลางวัน​ผม​ถูก​แสงแดด​แผดเผา​จน​หมดแรง ใน​ตอน​กลางคืน​ผม​ก็​หนาวเหน็บ​จน​นอน​ไม่หลับ 41 ตลอด​ยี่สิบปีนี้​ที่​ผม​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ลุง ผม​ได้​ทำงาน​อย่าง​หนัก สิบสี่ปี​แรก​เพื่อ​แลก​กับ​ลูกสาว​สอง​คน​ของ​ลุง และ​อีก​หกปีหลัง​เพื่อ​ฝูงสัตว์​ของ​ลุง และ​ลุง​ก็​เปลี่ยน​ค่าจ้าง​ของ​ผม​เป็น​สิบครั้ง 42 ถ้า​พระเจ้า​ของ​พ่อ​ผม พระเจ้า​ของ​อับราฮัม พระองค์​ผู้​ที่​อิสอัค​เกรง​กลัว+ 31:42 พระองค์​ผู้​ที่​อิสอัค​เกรง​กลัว หรือ​อาจจะ​แปล​ได้​อีก​ว่า “พระเจ้า​อัน​น่าเกรง​ขาม​ของ​อิสอัค” ไม่ได้​อยู่​ฝ่าย​ผม​แล้ว​ละก็ ตอนนี้​ลุง​คง​ส่ง​ผม​กลับไป​มือเปล่า​แน่ๆ พระเจ้า​ได้เห็น​ถึง​ความ​ยาก​ลำบาก​และ​งานหนัก​ที่​ผม​ลงมือ​ทำ พระองค์​ถึง​ได้​เตือน​ลุง​เมื่อคืนนี้”

ยาโคบ​กับ​ลาบัน​ทำ​ข้อตกลง​กัน

43 แล้ว​ลาบัน​ตอบ​ยาโคบ​ว่า “พวกลูกสาวนี้​ก็​เป็น​ลูกสาว​ของ​ลุง พวกเด็กนี้​ก็​เป็น​เด็ก​ของลุง ฝูงสัตว์​พวกนั้น​ก็​เป็น​ฝูงสัตว์​ของ​ลุง ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เจ้า​เห็น​ก็​เป็น​ของ​ลุง​ทั้งนั้น แต่​วันนี้​ลุง​จะ​ทำ​อะไร​ได้​กับ​ลูกสาว​พวกนี้​ของ​ลุง หรือ​เด็กๆ​ที่​พวกเขา​เกิด​มา 44 มาเถิด ให้​เรา​มา​ทำ​ข้อตกลง​กัน​ระหว่าง​เจ้า​กับ​ลุง+ 31:44 ทำ​ข้อตกลง​กัน​ระหว่าง​เจ้า​กับ​ลุง หรือ “และ​ให้​ข้อตกลง​นี้​เป็น​พยาน​ระหว่าง​พวกเรา” และ​ขอ​ให้​มี​พยาน​ระหว่าง​เจ้า​กับ​ลุง” 45 ยาโคบ​ได้​เอา​หิน​มา​ก้อน​หนึ่ง​ตั้งขึ้น​เป็น​แท่งหิน 46 แล้ว​ยาโคบ​ก็​พูด​กับ​ญาติๆ​ของเขา​ว่า “ไป​เก็บ​ก้อนหิน​มา​รวมกัน​ที่นี่” แล้ว​พวกเขา​ได้​ไป​เก็บ​ก้อนหิน​มา​รวมกัน​จน​เป็น​กอง แล้ว​พวกเขา​ได้​กิน​อาหาร​กัน​ข้าง​กองหิน​นั้น 47 ลาบัน​จึง​เรียก​สถานที่​นั้น​ว่า “เยการ์สหดูธา”+ 31:47 เยการ์สหดูธา ใน​ภาษา​อารเมค หมายถึง “กองหิน​แห่ง​ข้อตกลง” ส่วน​ยาโคบ​เรียก​มัน​ว่า “กาเลเอด”+ 31:47 กาเลเอด ใน​ภาษา​ฮีบรู หมายถึง “กองหิน​เตือนใจ”48 แล้ว​ลาบัน​พูด​ว่า “ใน​วันนี้ กองหิน​นี้​ได้​เป็น​พยาน​ระหว่าง​เจ้า​กับ​ลุง” ดังนั้น​มัน​จึง​มี​ชื่อ​เรียกว่า “กาเลเอด” 49 และ “มิสปาห์”+ 31:49 มิสปาห์ คำ​นี้​หมายถึง “หอคอย​สำหรับ​เฝ้าดู” เพราะ​ลาบัน​พูด​ว่า “ขอ​ให้​พระยาห์เวห์​เฝ้าดู​ระหว่าง​เจ้า​กับ​ลุง ตอนที่​เรา​แยก​จาก​กัน 50 ถ้า​เจ้า​ทำร้าย​ลูกสาว​ทั้ง​สอง​คน​ของ​ลุง หรือ​ถ้า​เจ้า​เอา​เมีย​อื่น​อีก​นอกเหนือ​จาก​ลูกสาว​ของ​ลุง ถึงแม้​จะ​ไม่มี​ใคร​อยู่​กับ​พวกเรา​ก็​ตาม ให้​จำไว้​ว่า​พระเจ้า​ได้​เป็น​พยาน​ระหว่าง​เจ้า​กับ​ลุง” 51 ลาบัน​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “ดู​กองหิน​และ​เสาหิน​ที่​เรา​ได้​ตั้ง​ขึ้นมา​ไว้​ระหว่าง​เรา​สิ 52 กองหิน​นี้​ก็​เป็น​พยาน เสาหิน​นี้​ก็​เป็น​พยาน ว่า​ลุง​จะ​ไม่ข้าม​กองหิน​นี้​ไป​ฝั่ง​เจ้า และ​เจ้า​ก็​จะ​ไม่ข้าม​กองหิน​และ​เสาหิน​นี้​มา​ฝั่ง​ลุง เพื่อ​ทำร้าย​กัน 53 ขอให้​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม​และ​พระเจ้า​ของ​นาโฮร์ (พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา) ตัดสิน​ระหว่าง​เรา”

ยาโคบ​ได้​สาบาน​ใน​นาม​ของ​ผู้ที่​อิสอัค​พ่อ​ของเขา​เกรง​กลัว 54 แล้ว​ยาโคบ​ได้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​บน​ภูเขานั้น และ​เชิญ​ญาติๆ​ของเขา​มา​ร่วม​กิน​อาหาร​กัน พวกเขา​ก็ได้​มา​กิน​อาหาร​กัน และ​ค้างคืน​อยู่​บน​ภูเขานั้น 55 ลาบัน​ตื่นแต่​เช้าตรู่ และ​จูบลา​หลานๆ​และ​ลูกสาว​ทั้ง​สองคน และ​เขา​ก็​อวยพร​ให้​กับ​พวกเขา แล้ว​ลาบัน​ได้​เดินทาง​กลับ​ไป​ยัง​บ้าน​ของตน

32

ยาโคบ​เตรียม​ตัว​เจอ​เอซาว

1 ยาโคบ​ไป​ตาม​ทาง​ของเขา พวกทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​ได้​มา​พบ​เขา 2 เมื่อ​ยาโคบ​เห็น​พวกทูตสวรรค์​นั้น เขา​พูด​ว่า “นี่​คือ​ค่าย​ของ​พระเจ้า”+ 32:2 นี่​คือ​ค่าย​ของ​พระเจ้า หรือ “นี่​คือ​กองทัพ​ของ​พระเจ้า” เขา​จึง​เรียก​สถานที่​นั้น​ว่า “มาหะนาอิม”+ 32:2 มาหะนาอิม หมายถึง “ค่าย​สอง​ค่าย” ค่าย​หนึ่ง​เป็น​ของ​ยาโคบ อีก​ค่าย​หนึ่ง​เป็น​ของ​ทูตสวรรค์ เหมือน​กับ​ว่า​ทูตสวรรค์​มา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ใกล้ๆ​ค่าย​ของ​ยาโคบ

3 แล้ว​ยาโคบ​ได้​ส่ง​พวก​ผู้ส่งข่าว​ไป​ล่วงหน้า​เขา เพื่อ​ไป​หา​เอซาว​พี่ชาย​ของเขา ที่​แคว้น​เสอีร์​ใน​เมือง​เอโดม+ 32:3 เมือง​เอโดม ประเทศ​ทาง​ตะวันออก​ของ​ยูดาห์4 ยาโคบ​สั่ง​พวกเขา​ว่า “ให้​พูด​อย่างนี้​กับ​เอซาว​เจ้านาย​ของ​ฉัน​ว่า ‘นี่​คือ​สิ่ง​ที่​ยาโคบ ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​กล่าว​คือ “น้อง​ได้​อาศัย​อยู่​กับ​ลาบัน ใน​ฐานะ​คน​ต่าง​ชาติ​มา​จนถึง​เดี๋ยวนี้ 5 น้อง​มี​ทั้ง​ฝูงวัว ฝูงลา ฝูงแกะ และ​ทาส​ชายหญิง​มากมาย และ​น้อง​ส่งข่าว​นี้​มา​บอก​กับ​พี่ เจ้านาย​ของ​น้อง เพื่อ​ให้​พี่​ยอมรับ”’”

6 พวก​ผู้ส่งข่าว​กลับ​มาหา​ยาโคบ​และ​บอก​ว่า “พวกเรา​ไป​หา​เอซาว​พี่ชาย​ของ​ท่าน​แล้ว เขา​กำลัง​มาหา​ท่าน พร้อมกับ​คน​สี่ร้อย​คน”

7 ยาโคบ​กลัว​มาก​และ​เครียด​ด้วย เขา​จึง​ได้​แบ่ง​คน​ที่​มา​กับ​เขา รวมทั้ง​ฝูงสัตว์ ฝูงวัว และ​พวกอูฐ ออก​เป็น​สอง​กลุ่ม 8 เขา​คิดว่า “ถ้า​เอซาว​มา​พบ​กลุ่มแรก​และ​ทำลาย​มัน อีก​กลุ่ม​ที่​เหลือ​จะ​ได้​หนี​ทัน”

9 แล้ว​ยาโคบ​จึง​พูด​ว่า “พระเจ้า​ของ​อับราฮัม พระเจ้า​ของ​อิสอัค​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า พระยาห์เวห์ พระองค์​บอก​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘กลับ​ไป​ยัง​ประเทศ​และ​ครอบครัว​ของเจ้า แล้ว​เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​เจริญ​รุ่งเรือง’ 10 ข้าพเจ้า​ไม่สมควร​ที่​จะ​ได้รับ​ความรัก ความ​ซื่อสัตย์ ที่​พระองค์​มอบให้​กับ​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​เลย เพราะ​ตอนที่​ข้าพเจ้า​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​นี้​ไป​นั้น ข้าพเจ้า​มี​แค่​ไม้เท้า​อัน​เดียว แต่​เดี๋ยวนี้​ข้าพเจ้า​เจริญ​ขึ้น​จน​เป็น​สอง​กลุ่ม 11 ได้โปรด​ช่วย​ข้าพเจ้า​ให้​รอดพ้น​จาก​เงื้อมมือ​ของ​เอซาว​พี่ชาย​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วย​เถิด เพราะ​ข้าพเจ้า​กลัว​ว่า​เขา​จะ​มา​ฆ่า​ข้าพเจ้า รวมทั้ง​แม่​ทั้งหลาย​กับ​เด็กๆ​ด้วย 12 แต่​พระองค์​บอก​ว่า ‘เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​เจริญ​รุ่งเรือง​อย่าง​แน่นอน และ​เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​มี​ลูกหลาน​มากมาย เหมือน​เม็ดทราย​ใน​ทะเล​ที่​ไม่มี​วัน​นับ​ได้​หมด’”

13 แล้ว​ยาโคบ​ก็​ค้างคืน​อยู่​ที่นั่น เขา​ได้​เลือก​ของขวัญ​ให้​กับ​เอซาว​พี่ชาย​ของเขา เขา​คัด​พวกมัน​ออกมา​จาก​สิ่ง​ที่​มี​อยู่​ใน​มือ​เขา 14 คือ​แพะ​ตัวเมีย​สองร้อย​ตัว​และ​แพะ​ตัวผู้​ยี่สิบ​ตัว แกะ​ตัวเมีย​สองร้อย​ตัว​และ​แกะ​ตัวผู้​ยี่สิบ​ตัว 15 อูฐ​ตัวเมีย​สามสิบ​ตัว​พร้อมกับ​ลูก​ของ​มัน วัว​ตัวเมีย​สี่สิบ​ตัว​และ​วัว​ตัวผู้​สิบ​ตัว ลา​ตัวเมีย​ยี่สิบ​ตัว​และ​ลา​ตัวผู้​สิบ​ตัว 16 ยาโคบ​จึง​จัด​ฝูงสัตว์​แต่ละ​ฝูง​แยก​ต่างหาก​จาก​กัน และ​มอบให้​คนรับใช้​ของเขา​ดูแล แล้ว​ยาโคบ​พูด​กับ​คนรับใช้​ว่า “ล่วงหน้า​เรา​ไป​ก่อน และ​ให้​ฝูงสัตว์​แต่ละฝูง​อยู่​ห่างๆกัน” 17 ยาโคบ​สั่ง​กับ​คนใช้​ของ​กลุ่ม​แรก​ว่า “เมื่อ​เอซาว​พี่ชาย​เรา​เห็น​เจ้า​และ​ถาม​ว่า ‘เจ้า​เป็น​คน​ของ​ใคร จะ​ไป​ไหน และ​สัตว์​พวกนี้​ที่​อยู่​ตรงหน้า​เจ้า​เป็น​ของ​ใคร’ 18 ก็​ให้​เจ้า​ตอบ​ว่า ‘พวกมัน​เป็น​ของ​ยาโคบ​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน ยาโคบ​ส่ง​ของขวัญ​นี้​มา​ให้​ท่าน เอซาว​เจ้านาย​ของเรา และ​โน่น ยาโคบ​กำลัง​ตามหลัง​พวกเรา​มา’”

19 ยาโคบ​ได้​สั่ง​คนใช้​ใน​กลุ่ม​ที่​สอง กลุ่ม​ที่​สาม และ​คนใช้​ทั้งหมด​ที่​เดิน​ตาม​ฝูงสัตว์​พวกนั้น ให้​พูด​เหมือนๆ​กัน คือ “พวกเจ้า​ต้อง​พูด​อย่างนี้​กับ​เอซาว​เมื่อ​เจ้า​พบ​เขา 20 และ​เจ้า​ต้อง​พูด​ด้วย​ว่า ‘โน่นไง ยาโคบ​ผู้รับใช้​ท่าน​กำลัง​ตามหลัง​พวกเรา​มา’”

เพราะ​ยาโคบ​คิดว่า “ฉัน​จะ​ระงับ​ความ​โกรธ​ของเขา​ด้วย​ของขวัญ​ที่​ล่วงหน้า​ไปก่อน​ฉัน หลัง​จาก​นั้น​ฉัน​จะ​พบ​เขา​ต่อหน้า บางที​เขา​อาจจะ​ยกโทษ​ให้​ฉัน” 21 ดังนั้น​ของขวัญ​จึง​ล่วงหน้า​ยาโคบ​ไป​ก่อน ส่วน​ตัวเขา​เอง​ยัง​คง​ค้างคืน​อยู่​ใน​ค่าย​ใน​คืนนั้น

22 ใน​คืนนั้น ยาโคบ​ได้​ลุกขึ้น​มา พา​เมีย​ทั้ง​สอง​คน​ของเขา รวมทั้ง​สาวใช้​ทั้ง​สอง​คน และ​ลูก​ทั้ง​สิบเอ็ด​คน ลุย​ตรง​ทาง​ข้าม​ของ​แม่น้ำ​ยับบอก​ไป 23 ยาโคบ​พา​พวกเขา​ออก​มา​และ​ส่ง​พวกเขา​ข้าม​แม่น้ำ​ไป และ​ส่ง​ทรัพย์สิน​ทุกอย่าง​ที่​เขา​มีอยู่​ข้าม​แม่น้ำ​ไป​ด้วย

การต่อสู้​กับ​พระเจ้า

24 เหลือ​ยาโคบ​เป็น​คนสุดท้าย​ที่​ยัง​ไม่ได้​ข้าม​ไป มี​ชาย​คนหนึ่ง​มา​ปล้ำสู้​กับ​เขา​จน​ถึง​รุ่งสาง 25 เมื่อ​ชาย​คนนั้น​เห็น​ว่า​เขา​ไม่​สามารถ​ที่​จะ​เอา​ชนะ​ยาโคบ​ได้ ใน​ระหว่าง​ที่​ยัง​ปล้ำสู้​กันอยู่นั้น เขา​ได้​ต่อย​ไป​ที่​ข้อต่อ​ตรง​สะโพก​ข้างหนึ่ง​ของ​ยาโคบ ทำให้​ข้อต่อ​นั้น​เคลื่อนไป

26 ชาย​คนนั้น​พูด​ว่า “ปล่อย​เรา​ไป​เถิด เพราะ​ตะวัน​กำลัง​ขึ้น​แล้ว”

ยาโคบ​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​จะ​ไม่ปล่อย​ท่าน​ไป​หรอก จนกว่า​ท่าน​จะ​อวยพร​ให้​ข้าพเจ้า​ก่อน”

27 ชาย​คนนั้น​ถาม​ยาโคบ​ว่า “เจ้า​ชื่อ​อะไร”

ยาโคบ​ตอบ​ว่า “ยาโคบ”

28 ชาย​คนนั้น​พูด​ว่า “ชื่อ​ของ​เจ้า​จะ​ไม่ใช่​ยาโคบ​อีก​ต่อไป แต่​จะ​เป็น​อิสราเอล+ 32:28 อิสราเอล ชื่อ​นี้​อาจ​หมายถึง “เขา​ต่อสู้​กับ​พระเจ้า” หรือ “พระเจ้า​ต่อสู้” เพราะ​เจ้า​ได้​ต่อสู้​กับ​พระเจ้า​และ​มนุษย์ และ​เจ้า​ก็​ชนะ​ด้วย”

29 ยาโคบ​ถาม​ว่า “ช่วย​บอก​ชื่อ​ท่าน​หน่อย”

แต่​ชาย​คนนั้น​ตอบ​ว่า “เจ้า​ถาม​ชื่อ​เรา​ทำไม” และ​ชาย​คนนั้น​ได้​อวยพร​ยาโคบ​ที่นั่น

30 ยาโคบ​จึง​เรียก​สถานที่​นั้น​ว่า “เปนีเอล”+ 32:30 เปนีเอล ชื่อ​นี้​หมายถึง “ใบหน้า​ของ​พระเจ้า” เขา​พูด​ว่า “เพราะ​เรา​ได้​เห็น​พระเจ้า​ซึ่งๆหน้า แต่​เรา​ก็​ยัง​มีชีวิตอยู่” 31 ตะวัน​ขึ้น​ใน​ขณะที่​เขา​เดิน​ผ่าน​เปนูเอล​ไป แต่​เขา​เดิน​โขยกเขยก​เพราะ​สะโพก​ของเขา 32 เพราะ​อย่างนี้ คน​อิสราเอล​ถึง​ไม่กิน​เอ็น​ที่​สะโพก ตรง​ข้อต่อ​สะโพก จนถึง​ทุกวันนี้ เพราะ​ยาโคบ​ถูก​ต่อย​ตรง​ข้อต่อ​ที่​สะโพก ตรง​เส้นเอ็น​ที่​สะโพก

33

ยาโคบ​เจอ​กับ​เอซาว​อีกครั้งหนึ่ง

1 ยาโคบ​มองเห็น​เอซาว​กำลัง​มา​พร้อมกับ​พวก​อีก​สี่ร้อย​คน ยาโคบ​จึง​แบ่ง​เด็กๆ​ให้​เลอาห์ ราเชล และ​สาวใช้​ทั้ง​สอง​คน 2 เขา​ให้​สาวใช้​ทั้ง​สอง​กับ​ลูก​อยู่​ข้างหน้า ถัด​มา​เป็น​เลอาห์​กับ​ลูก และ​สุดท้าย​เป็น​ราเชล​และ​โยเซฟ

3 ส่วน​ตัวเขา​เอง​อยู่​ข้างหน้า​พวกเขา และ​เขา​ก้มกราบ​ลง​กับ​พื้น​ถึง​เจ็ด​ครั้ง จน​เข้า​ใกล้​พี่ชาย​ของเขา

4 แต่​เอซาว​วิ่ง​เข้า​มาหา​เขา สวมกอด​และ​จูบ​เขา แล้ว​ต่าง​ก็​ร้องไห้ 5 แล้ว​เอซาว​มองเห็น​พวกผู้หญิง​กับ​ลูกๆ เอซาว​จึง​พูด​ว่า “คน​พวกนี้​ที่​อยู่​กับ​น้อง​เป็น​ใคร​กัน”

ยาโคบ​ตอบ​ว่า “ลูกๆ​ที่​พระเจ้า​ได้ให้​กับ​น้อง​ผู้รับใช้​ของ​พี่”

6 สาวใช้​ทั้ง​สอง​คน​พร้อมกับ​ลูกๆ​ของ​พวกนาง ก็​เข้า​มา​ถึง​เอซาว​และ​ก้มกราบ​ลง 7 เลอาห์​และ​ลูกๆ​ของ​นาง​ได้​เข้า​มา​ถึง​และ​ก้มกราบ​ลง แล้ว​โยเซฟ​และ​ราเชล​ก็​เข้า​มา​ถึง​และ​ก้มกราบ​ลง

8 เอซาว​พูด​ว่า “แล้ว​ที่​พี่​เจอ​ระหว่าง​ทาง​มา​ที่นี่​นั้น น้อง​กำลัง​จะ​ทำ​อะไร​หรือ”

ยาโคบ​ตอบ​ว่า “เพื่อ​ให้​พี่​ผู้​เป็น​เจ้านาย​ของ​น้อง​ยอมรับ​น้อง​ไง”

9 เอซาว​ตอบ​ว่า “น้องพี่ พี่​มี​มากมาย​เหลือเฟือ​แล้ว เก็บ​ของ​น้อง​ไว้เถิด”

10 แต่​ยาโคบ​พูด​ว่า “ไม่ได้​ครับ​พี่ ถ้า​พี่​ยอมรับ​น้อง ช่วย​รับ​ของขวัญ​พวกนั้น​จาก​มือ​น้อง​ด้วย เพราะ​สำหรับ​น้อง​แล้ว ได้​มา​อยู่​ต่อหน้า​พี่ ก็​เหมือน​ได้​มา​อยู่​ต่อหน้า​พระเจ้า เพราะ​พี่​ยอมรับ​น้อง​แล้ว 11 ช่วย​รับ​ของขวัญ​ที่​น้อง​เอา​มา​ให้​กับ​พี่​ด้วย​เถิด เพราะ​พระเจ้า​ได้​เมตตา​น้อง ทำ​ให้​น้อง​มี​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​ต้องการ” ยาโคบ​ได้​อ้อนวอน​ให้​เอซาว​รับ สุดท้าย​เอซาว​ก็​ยอมรับ​ของขวัญ​นั้นไว้

12 เอซาว​พูด​ว่า “ให้​พวกเรา​เดินทาง​ต่อไป​ด้วยกัน​เถิด พี่​จะ​เดินทาง​ไป​กับ​น้อง​ด้วย”

13 แต่​ยาโคบ​บอก​เขา​ว่า “พี่ท่าน พี่​ก็​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​พวกเด็กๆ​นั้น​อ่อนแอ และ​พวกฝูงแพะ แกะ และ​ฝูงวัว​กำลัง​เลี้ยง​ลูกอ่อน​อยู่ น้อง​เป็นห่วง​พวกมัน ถ้า​น้อง​บังคับ​ให้​พวกมัน​เดิน​มาก​เกินไป​ใน​หนึ่ง​วัน สัตว์​ทั้งหมด​ก็​จะ​ตาย 14 ขอให้​พี่ท่าน​เดินทาง​ล่วงหน้า​ไป​ก่อน​ผู้รับใช้​เถิด แล้ว​น้อง​จะ​เดิน​ตาม​ไป​ช้าๆ​ตาม​กำลัง​ของ​สัตว์​ที่​อยู่​ข้างหน้า และ​ตาม​กำลัง​ของ​เด็กๆ​จนกว่า​จะ​ไป​พบ​พี่​เจ้านาย​ของ​น้อง​ที่​เสอีร์”

15 เอซาว​พูด​ว่า “พี่​จะ​ทิ้ง​คน​ของ​พี่​ไว้​กับ​น้อง​บ้าง”

ยาโคบ​พูด​ว่า “ไม่ต้อง​หรอกพี่ ขอให้​พี่​ยอมรับ​น้อง​ก็​พอแล้ว”

16 ใน​วันนั้น​เอซาว​จึง​มุ่งหน้า​กลับ​ไป​ที่​เสอีร์ 17 แต่​ยาโคบ​ไป​ยัง​สุคคท และ​เขา​ได้​สร้าง​บ้าน​ให้​กับ​ตนเอง​ที่นั่น และ​สร้าง​ที่พัก​ให้​กับ​ฝูงวัว​ของเขา เพราะ​อย่างนี้​เขา​จึง​ตั้งชื่อ​สถานที่​นั้น​ว่า “สุคคท”+ 33:17 สุคคท เป็น​เมือง​ทาง​ตะวันออก​ของ​ลุ่ม​แม่น้ำ​จอร์แดน ชื่อ​นี้​หมายถึง “ที่พัก​ชั่วคราว”

18 ยาโคบ​จึง​ได้​เดินทาง​จาก​ปัดดาน อารัม มา​ถึง​เมือง​เชเคม​แผ่นดิน​คานาอัน​อย่าง​ปลอดภัย เขา​ได้​ตั้ง​เต็นท์​อยู่​ทาง​ตะวันออก​ของ​เมือง​นั้น 19 ยาโคบ​ได้​ซื้อ​ส่วนหนึ่ง​ของ​ทุ่งหญ้า​ที่​เขา​ได้​ใช้​ตั้ง​เต็นท์​นั้น จาก​ลูกๆ​ของ​ฮาโมร์​พ่อ​ของ​เชเคม เป็น​เงิน​หนึ่งร้อย​เหรียญ 20 ยาโคบ​ได้​สร้าง​แท่นบูชา​ไว้​ที่นั่น​และ​ได้​เรียก​มัน​ว่า “เอล+ 33:20 เอล หมายถึง “พระเจ้า” ใน​ภาษา​ฮีบรู พระเจ้า​ของ​อิสราเอล”

34

ดีนาห์​ถูก​ข่มขืน

1 ดีนาห์ ลูกสาว​ของ​เลอาห์​และ​ยาโคบ ได้​ออก​ไป​เยี่ยมเยียน​ผู้หญิง​ใน​แคว้นนั้น 2 เชเคม​ลูกชาย​ของ​ฮาโมร์​คน​ฮีไวต์​ซึ่ง​เป็น​เจ้าชาย​ของ​แคว้นนั้น เห็น​ดีนาห์ ก็​จับ​นาง​ไป​ข่มขืน 3 แต่​เชเคม​รู้สึก​ผูกพัน​อย่าง​ลึกซึ้ง​กับ​ดีนาห์ ลูก​ของ​ยาโคบ และ​เขา​หลงรัก​นาง เขา​พยายาม​พูด​อ่อนหวาน​กับ​นาง เพื่อ​จะ​ชนะ​ใจ​นาง 4 เชเคม​พูด​กับ​ฮาโมร์​พ่อ​ของเขา​ว่า “ขอ​หญิง​คนนี้​ให้​มา​เป็น​เมีย​ลูก​ด้วย​เถิด”

5 เมื่อ​ยาโคบ​รู้​เรื่อง​ที่​เชเคม​ทำร้าย​ข่มขืน​ดีนาห์​ลูกสาว​ของเขา ตอนนั้น​พวกลูกๆ​ของเขา​ยัง​ดูแล​ฝูงวัว​อยู่​ใน​ทุ่ง ยาโคบ​จึง​รอ​จน​พวกเขา​กลับ​มา 6 ฮาโมร์​พ่อ​ของ​เชเคม​มา​พบ​ยาโคบ​เพื่อ​ขอ​เจรจา 7 เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​พวกลูกชาย​ของ​ยาโคบ​กลับ​มา​จาก​ทุ่ง เมื่อ​พวกเขา​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น พวกเขา​ก็​โมโห​เดือดดาล​มาก เพราะ​เชเคม​ได้​ทำ​สิ่ง​ชั่วช้า​ใน​อิสราเอล โดย​นอน​กับ​ลูกสาว​ของ​ยาโคบ ซึ่ง​ไม่ควร​จะ​เกิดขึ้น

8 ฮาโมร์​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “เชเคม​ลูกชาย​ของ​เรา​หลงรัก​ลูกสาว​ของท่าน โปรด​ยก​ลูกสาว​ท่าน​ให้​เป็น​เมีย​เขา​ด้วย​เถิด 9 การแต่งงานนี้​จะ​เป็น​เครื่อง​ผูกมิตร​กัน พวกท่าน​ยก​ลูกสาว​ให้​กับ​พวกเรา และ​รับ​ลูกสาว​ของ​พวกเรา​ไป​ให้​กับ​พวกท่าน 10 พวกท่าน​มา​ตั้ง​หลักแหล่ง​ร่วมกับ​เรา​ที่​นี่​ก็ได้ ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​นี้​ยินดี​ต้อนรับ​ท่าน เข้า​มา​ตั้ง​ถิ่นฐาน​และ​ทำมา​หากิน และ​ครอบ​ครอง​ที่ดิน​ที่​นี่”

11 เชเคม​พูด​กับ​พ่อ​ของ​ดีนาห์​และ​พี่น้อง​ของนาง​ว่า “ขอ​ให้​ยอมรับ​ผม​ด้วย และ​ผม​จะ​ให้​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​ท่าน​ขอ 12 เรียก​สินสอด​และ​ของขวัญ​แต่งงาน​แพงๆ​ก็ได้ ผม​จะ​จ่าย​ให้​ตาม​ที่​ท่าน​บอก ขอ​เพียง​ยก​นาง​ให้​เป็น​เมีย​ผม”

13 พวกลูกชาย​ของ​ยาโคบ​ออก​อุบาย​เพื่อ​แก้แค้น​เชเคม​กับ​ฮาโมร์​พ่อ​ของ​เชเคม เพราะ​เชเคม​ไป​ข่มขืน​ดีนาห์​น้องสาว​ของ​พวกเขา 14 พวกเขา​บอก​ว่า “พวกเรา​ไม่​สามารถ​ยก​น้องสาว​ของ​เรา​ให้​กับ​ชาย​ที่​ยัง​ไม่​ผ่าน​การขลิบ เพราะ​มัน​เป็น​เรื่อง​เสื่อม​เสีย​สำหรับ​พวกเรา 15 ตาม​เงื่อนไข​นี้​เท่านั้น เรา​ถึง​จะ​ยอม​ตกลง​กับ​ท่าน คือ​ถ้า​ท่าน​จะ​เป็น​เหมือน​พวกเรา ต้อง​ขลิบ​ผู้ชาย​ทุกคน 16 แล้ว​เรา​จะ​ยอม​ยก​ลูกสาว​ของ​พวกเรา​ให้​ท่าน และ​จะ​ยอมรับ​ลูกสาว​ของ​ท่าน​มา​อยู่​กับ​พวกเรา และ​เรา​จะ​ตั้ง​ถิ่นฐาน​ที่นี่​กับ​ท่าน เป็น​พวกเดียว​กับ​ท่าน 17 แต่​ถ้า​พวกท่าน​ไม่ยอม​ฟัง​เรา​และ​ไม่ยอม​ขลิบ เรา​จะ​เอา​ตัวดีนาห์​และ​ไป​จาก​ที่นี่”

18 สิ่ง​ที่​พวกเขา​บอกนั้น สร้าง​ความ​พอใจ​ให้​ฮาโมร์​และ​ลูกชาย​เป็น​อย่าง​มาก 19 เชเคม​จึง​ไม่ได้​ลังเล​ที่​จะ​ทำตาม​ที่​พวกเขา​บอก เพราะ​เขา​หลงรัก​ลูกสาว​ยาโคบ​มาก

การแก้แค้น

ขณะนั้น เชเคม​เป็น​ผู้ที่​คน​ให้​ความ​เคารพ​นับถือ​มากที่สุด​ใน​บ้าน​ของ​พ่อ​เขา 20 ฮาโมร์​และ​เชเคม​ลูกชาย​ไป​ที่​ประตู​เมือง พวกเขา​พูด​กับ​ผู้ชาย​ใน​เมือง​ของเขา​ว่า 21 “คน​เหล่านี้​เป็น​มิตร​กับ​เรา ให้​พวกเขา​ตั้ง​ถิ่นฐาน​อยู่​ใน​ดินแดนนี้ และ​ทำมา​หากิน​กัน ดูสิ แผ่นดินนี้​กว้างใหญ่​พอ​สำหรับ​พวกเขา เรา​จะ​ได้​ลูกสาว​ของ​พวกเขา​มา​เป็น​เมีย​พวกเรา และ​เรา​จะ​ยก​ลูกสาว​พวกเรา​ให้​กับ​พวกเขา 22 แต่​มี​เงื่อนไข​หนึ่ง ที่​พวกเรา​จะ​ต้อง​ทำ คน​พวกนี้​ถึง​จะ​ตกลง​อยู่​กับ​เรา​และ​เป็น​พวกเดียว​กับ​เรา คือ​ผู้ชาย​ทุกคน​ใน​เมืองนี้​จะ​ต้อง​ขลิบ​เหมือนกับ​ที่​พวกเขา​ขลิบ 23 แล้ว​ฝูงวัว ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด และ​สัตว์เลี้ยง​ทั้งหมด​ของ​พวกเขา ก็​จะ​ตก​เป็น​ของ​พวกเรา​อย่าง​แน่นอน เพียงแต่​ให้​พวกเรา​ตกลง​ทำตาม​เงื่อนไข​พวกเขา​เท่านั้น แล้ว​พวกเขา​ถึง​จะ​ยอม​อยู่​ที่นี่​กับ​เรา” 24 ทุกคน​ที่​อยู่​ที่​ประตู​เมือง​นั้น​ยอมฟัง​ฮาโมร์​และ​เชเคม​ลูกชาย​ของเขา ดังนั้น​ผู้ชาย​ทุกคน​ใน​เมืองนั้น​จึง​ขลิบ​หนัง​หุ้ม​ปลาย​อวัยวะเพศ​กัน

25 ใน​วันที่​สาม ขณะที่​พวก​ผู้ชาย​ใน​เมือง​ยัง​เจ็บ​แผล​อยู่ ลูกชาย​สอง​คน​ของ​ยาโคบ คือ​สิเมโอน​และ​เลวี พี่ชาย​ของ​ดีนาห์ ต่าง​ถือ​ดาบ​เข้า​ไป​บุก​ใน​เมือง​และ​ลงมือ​ฆ่าฟัน​ผู้ชาย​ทุกคน 26 พวกเขา​ฆ่า​ฮาโมร์​กับ​เชเคม​ด้วย และ​พา​ตัว​ดีนาห์​ออก​มา​จาก​บ้าน​ของ​เชเคม​และ​จากไป 27 แล้ว​พวกลูกชาย​คนอื่นๆ​ของ​ยาโคบ​ก็​เข้าไป​ใน​เมือง​และ​ขโมย​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ในนั้น เพราะ​เชเคม​ได้​ข่มขืน​น้องสาว​ของเขา 28 พวกเขา​เอา​ฝูงแพะแกะ ฝูงวัว ฝูงลา​ของ​คนพวกนั้น ทุกอย่าง​ที่​อยู่​ใน​เมือง​และ​ใน​ท้องทุ่ง 29 ทั้ง​ทรัพย์​สมบัติ ผู้หญิง​และ​เด็กๆ รวมทั้ง​ทุกอย่าง​ที่​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​พวกเขา เอา​ไป​จน​หมดสิ้น 30 แล้ว​ยาโคบ​ก็​พูด​กับ​สิเมโอน​และ​เลวี​ว่า “พวกเจ้า​สร้าง​ปัญหา​ให้​กับ​พ่อ​เสียแล้ว พวกเจ้า​จะ​ทำให้​พ่อ​ถูก​คน​ที่นี่​เหม็นขี้หน้า ทั้ง​พวก​คานาอัน​และ​เปริสซี พ่อ​มี​คน​อยู่​น้อย​มาก และ​คน​ที่นี่​อาจ​รวมตัว​กัน​ต่อต้าน​และ​โจมตี​พ่อ​ได้ เมื่อ​ถึง​เวลานั้น​พ่อ​และ​ครอบครัว​ของ​พ่อ​ก็​จะ​ถูก​ทำลาย”

31 แต่​ลูก​ของ​ยาโคบ​ตอบ​ว่า “สมควร​แล้ว​หรือ​ที่​เชเคม​จะ​ทำ​กับ​น้องสาว​ของ​พวกเรา​เหมือน​กับ​เป็น​หญิง​โสเภณี”

35

ยาโคบ​ที่​เบธเอล

1 พระเจ้า​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “ลุกขึ้น​เถอะ ไป​ที่​เบธเอล+ 35:1 เบธเอล เป็น​เมือง​หนึ่ง​ใน​อิสราเอล ชื่อ​นี้​มี​ความหมาย​ว่า “บ้าน​ของ​พระเจ้า” และ​ตั้ง​ถิ่นฐาน​อยู่​ที่นั่น ให้​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​ที่นั่น​ให้​กับ​พระเจ้า​องค์​ที่​เคย​ปรากฏ​กับ​เจ้า+ 35:1 พระเจ้า​องค์​ที่​เคย​ปรากฏ​กับ​เจ้า ดู​ใน ปฐมกาล 28:10-22 ตอนที่​เจ้า​หลบหนี​จาก​เอซาว​พี่ชาย​ของ​เจ้า”

2 ยาโคบ​จึง​บอก​กับ​ครอบครัว​ของเขา​และ​ทุกคน​ที่​อยู่​กับ​เขา​ว่า “ให้​ทิ้ง​พวกพระ​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​พวกเจ้า​มี​อยู่ และ​ชำระ​ตัวเอง​ให้​บริสุทธิ์ และ​เปลี่ยน​เสื้อผ้า​เสีย 3 ให้​พวกเรา​ไป​จาก​ที่นี่ แล้ว​ขึ้น​ไป​ที่​เบธเอล ที่นั่น ข้า​จะ​สร้าง​แท่นบูชา​ให้​กับ​พระเจ้า องค์​ที่​ตอบ​ข้า​ใน​เวลา​ที่​ข้า​กำลัง​ลำบาก และ​อยู่​ด้วย​กับ​ข้า​ตลอด​ทาง​ที่​ข้า​ไป”

4 พวกเขา​จึง​เอา​พวกพระ​ต่างชาติ​ที่​พวกเขา​มี รวมทั้ง​ต่างหู​ของ​พวกพระ​นั้น​และ​ต่างหู​ของ​พวกเขาเอง มา​ให้​กับ​ยาโคบ แล้ว​ยาโคบ​ได้​เอา​ไป​ฝัง​ไว้​ใต้​ต้นโอ้ค​ใกล้​เมือง​เชเคม

5 พวกเขา​ได้​ออก​เดินทาง พระเจ้า​ทำให้​ผู้คน​ที่​อยู่​ตาม​เมือง​ต่างๆ​แถบ​นั้น กลัว​ครอบครัว​ของ​ยาโคบ จึง​ไม่มี​ใคร​กล้า​ไล่ตาม​มา​แก้แค้น​ลูกชาย​ของ​ยาโคบ 6 ยาโคบ​และ​คน​ที่​อยู่​กับ​เขา​ได้​ไป​ถึง​ที่​ลูส ซึ่ง​ปัจจุบัน​เรียก​ว่า​เบธเอล​ใน​แคว้น​คานาอัน 7 ยาโคบ​ได้​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​ที่นั่น และ​เรียก​ตำบล​นั้น​ว่า “เอลเบเธล”+ 35:7 เอลเบเธล หมายถึง “พระเจ้า​ของ​เบเธล” หรือ “พระเจ้า​แห่ง​บ้าน​ของ​พระเจ้า” เพราะ​พระเจ้า​ได้​ปรากฏ​ให้​เขา​เห็น​ที่นั่น​เมื่อ​ครั้ง​ที่​เขา​หลบหนี​จาก​พี่ชาย

8 เดโบราห์​พี่เลี้ยง​ของ​เรเบคาห์​ตาย​ที่นั่น นาง​ถูก​ฝัง​อยู่​ใต้​ต้นโอ๊ค​ใกล้​เบธเอล ยาโคบ​เรียก​สถานที่​นั้น​ว่า “อัลโลนบาคูท”+ 35:8 อัลโลนบาคูท หมายถึง​ต้นโอ้ค​แห่ง​การ​คร่ำครวญ

ชื่อใหม่​ของ​ยาโคบ

9 พระเจ้า​ได้​ปรากฏ​ตัว​กับ​ยาโคบ​อีก เมื่อ​เขา​กลับ​มา​จาก​ปัดดาน อารัม และ​พระองค์​ได้​อวยพร​ให้​กับ​ยาโคบ 10 พระองค์​พูด​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​ชื่อ​ยาโคบ แต่​ชื่อ​ของเจ้า​จะ​ไม่ใช่​ยาโคบ​อีก​ต่อไป เจ้า​จะ​มี​ชื่อใหม่​ว่า​อิสราเอล+ 35:10 อิสราเอล ชื่อ​นี้​อาจ​หมายถึง “เขา​ต่อสู้​กับ​พระเจ้า” หรือ “พระเจ้า​ต่อสู้”” พระเจ้า​จึง​ตั้งชื่อ​ให้​กับ​เขา​ว่า​อิสราเอล

11 พระเจ้า​พูด​กับ​เขา​ว่า “เรา​คือ​พระเจ้า​ผู้​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ+ 35:11 พระเจ้า​ผู้​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ ใน​ภาษา​ฮีบรู “เอล ชัดดัย” ให้​เจ้า​เกิด​ลูกหลาน​มากมาย และ​มี​จำนวน​มาก​ขึ้น ชนชาติ​หนึ่ง​หรือ​แม้แต่​อีก​หลายๆ​ชนชาติ จะ​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​เจ้า กษัตริย์​ทั้งหลาย​จะ​มา​จาก​เจ้า 12 แผ่นดิน​ที่​เรา​ได้​ยก​ให้​อับราฮัม​และ​อิสอัค เรา​ก็​จะ​ยก​ให้​กับ​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า​ที่​เกิด​มา​ภายหลัง” 13 แล้ว​พระเจ้า​ก็​ลอย​ขึ้นไป​จาก​เขา ตรง​ที่​พระองค์​พูด​กับ​เขานั้น 14 ยาโคบ​จึง​ตั้ง​แท่งหิน​ขึ้น ตรง​บริเวณนั้น​ที่​พระเจ้า​ได้​พูด​กับ​เขา และ​ยาโคบ​ได้​เท​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​และ​เท​น้ำมัน​มะกอก​ลง​บน​เสาหินนั้น เพื่อ​อุทิศ​มัน​ให้​กับ​พระเจ้า 15 ยาโคบ​ตั้งชื่อ​สถานที่​นั้น​ว่า “เบธเอล” เป็น​สถานที่​ที่​พระเจ้า​พูด​กับ​เขา

ราเชล​ตาย​เมื่อ​คลอดลูก

16 หลังจากนั้น​ยาโคบ​และ​ครอบครัว​ได้​เดินทาง​ออก​จาก​เบธเอล ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​ยัง​อีก​ไกล​กว่า​จะ​ถึง​เอฟราธาห์ ราเชล​เจ็บ​ท้อง​คลอด นาง​คลอด​ลูก​ยาก​มาก เจ็บปวด​ทรมาน​มาก 17 ใน​ระหว่าง​ที่​นาง​กำลัง​คลอด​ด้วย​ความ​ยาก​ลำบาก​นั้น หมอตำแย​ได้​บอก​นาง​ว่า “ไม่ต้อง​กลัว นี่​จะ​เป็น​ลูกชาย​อีก​คน​หนึ่ง​ให้​กับ​ท่าน”

18 ขณะที่​นาง​กำลัง​จะ​ตาย นาง​ตั้งชื่อ​ลูก​ว่า เบนโอนี+ 35:18 เบนโอนี หมายถึง “ลูกชาย​จาก​ความ​เจ็บปวด​ของ​ฉัน” แต่​ยาโคบ​ผู้​เป็น​พ่อ​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า เบนยามิน+ 35:18 เบนยามิน หมายถึง “ลูกชาย​แห่ง​มือขวา” หรือ “ลูก​คนโปรด”

19 เมื่อ​ราเชล​ตาย ร่าง​ของ​นาง​ถูก​ฝัง​อยู่​ระหว่าง​ทาง​ที่​จะ​ไป​เอฟราธาห์ (ซึ่ง​ก็​คือ​เบธเลเฮม) 20 ยาโคบ​จึง​ตั้ง​เสาหิน​ขึ้น​บน​หลุม​ฝังศพ​ของ​นาง และ​เป็น​ที่​รู้จัก​กัน​ใน​ชื่อ​ว่า เสาหิน​ของ​หลุมศพ​ราเชล มา​จนถึง​ทุก​วันนี้ 21 แล้ว​อิสราเอล​ได้​เดินทาง​ต่อ และ​เขา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ทาง​ตอนใต้​ของ​หอคอย​เอเดอร์+ 35:21 หอคอย​เอเดอร์ หรือ “มิคคัล เอเดอร์”

22 ใน​ช่วงที่​อิสราเอล​อาศัย​อยู่​ใน​แคว้นนั้น รูเบน​ได้​ไป​ร่วม​หลับนอน​กับ​บิลฮาห์+ 35:22 บิลฮาห์ เป็น​สาวใช้​ของ​ราเชล เป็น​แม่​ของ​ดาน​กับ​นัฟทาลี เมียน้อย​ของ​พ่อเขา และ​เรื่องนี้​รู้​ไป​ถึง​หู​ของ​อิสราเอล

ครอบครัว​อิสราเอล

(1 พศด. 2:1-2)

ขณะนั้น​ยาโคบ​มี​ลูกชาย​สิบสอง​คน

23 ลูก​ที่​เกิด​จาก​เลอาห์​คือ รูเบน (ลูก​คนโต​ของ​ยาโคบ) สิเมโอน เลวี ยูดาห์ อิสสาคาร์ และ​เศบูลุน

24 ลูกชาย​ที่​เกิด​จาก​ราเชล​คือ โยเซฟ และ​เบนยามิน

25 ลูกชาย​ของ​บิลฮาห์​สาวใช้​ของ​ราเชล​คือ ดาน​และ​นัฟทาลี

26 ลูกชาย​ของ​ศิลปาห์​สาวใช้​ของ​เลอาห์​คือ กาด​และ​อาเชอร์ คน​เหล่านี้​คือ​ลูกชาย​ของ​ยาโคบ​ที่​เกิด​ใน​ปัดดาน อารัม

27 ยาโคบ​ได้​มา​หา​อิสอัค​พ่อ​ของ​เขา​ที่​มัมเร (เรียก​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​คิริยาทอารบา หรือ​เฮโบรน) เป็น​ที่​ที่​อับราฮัม​และ​อิสอัค​อาศัย​อยู่ 28 อิสอัค​มี​ชีวิต​อยู่​หนึ่งร้อย​แปดสิบ​ปี 29 เขา​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ร่วมกับ​บรรพบุรุษ เขา​เป็น​คนแก่​ที่​มี​อายุ​ยืนยาว​มาก เอซาว​และ​ยาโคบ​ลูก​ทั้งสอง​ของเขา​ได้​ร่วมกัน​ฝังศพ​เขา

36

ครอบครัว​เอซาว

(1 พศด. 1:34-37)

1 ต่อไปนี้​คือ​ลูกหลาน​ของ​เอซาว (ซึ่ง​ก็​คือ​เอโดม) 2 เอซาว​ได้​เอา​พวกผู้หญิง​ชาว​คานาอัน​มา​เป็น​เมีย คือ นาง​อาดาห์​ลูกสาว​ของ​เอโลน​ชาว​ฮิตไทต์ นาง​โอโฮลีบามาห์​ลูกสาว​ของ​อานาห์ อานาห์​เป็น​ลูกชาย​ของ​ศิเบโอน​ชาว​ฮีไวต์ 3 และ​นาง​บาเสมัท+ 36:3 บาเสมัท มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​คือ มาหะลัท ดูใน​ปฐมกาล 28:9​ที่​เป็น​ลูกสาว​ของ​อิชมาเอล นาง​เป็น​น้องสาว​ของ​เนบาโยธ 4 ฝ่าย​นาง​อาดาห์​และ​เอซาว​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เอลีฟัส ส่วน​นาง​บาเสมัท​มี​ลูกชาย​ชื่อ​เรอูเอล 5 และ​นาง​โอโฮลีบามาห์​มี​ลูกชาย​ชื่อ เยอูช ยาลาม และ​โคราห์ คน​เหล่า​นี้​คือ​ลูกชาย​ของ​เอซาว​ที่​เกิด​ใน​แคว้น​คานาอัน

6 เอซาว​พา​บรรดา​เมีย ลูกชาย ลูกสาว และ​ผู้คน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา รวมทั้ง​สัตว์​เลี้ยง สัตว์อื่นๆ​และ​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ที่​เขา​มี​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน แล้ว​ย้าย​ไป​อยู่​ใน​ดินแดน​ที่​ห่างไกล​จาก​ยาโคบ​น้องชาย​ของเขา 7 เพราะ​พวกเขา​มี​ทรัพย์​สมบัติ​มากมาย​เกินกว่า​ที่​จะ​อยู่​ด้วยกัน​ได้ แผ่นดิน​ที่​พวกเขา​อยู่​ใน​ขณะนี้ ไม่มี​ที่​พอ​ที่​จะ​รับ​ฝูงสัตว์​ของ​พวกเขา เพราะ​ฝูงสัตว์​ของ​พวกเขา​ใหญ่โต​เกิน​ไป 8 เอซาว​จึง​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​แถบ​เนินเขา​เสอีร์ (เอซาว​ก็​คือ​เอโดม)

9 และ​นี่​คือ​ลูกหลาน​ของ​เอซาว เอซาว​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​คน​เอโดม​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แถบ​เนินเขา​เสอีร์

10 ต่อไปนี้​เป็น​รายชื่อ​ของ​ลูกๆ​เอซาว คือ เอลีฟัส เกิด​จาก​นาง​อาดาห์ เมีย​ของ​เอซาว และ​เรอูเอล เกิด​จาก​นาง​บาเสมัท​เมีย​ของ​เอซาว

11 เอลีฟัส​มี​ลูกชาย​ห้าคน คือ​เทมาน โอมาห์ เศโฟ กาทาม​และ​เคนัส

12 (เอลีฟัส​ยัง​มี​เมียน้อย​ชื่อ​ทิมนา และ​นาง​ทิมนา​คลอด​ลูกชาย​ให้​กับ​เอลีฟัส ชื่อ​อามาเลค) พวกนี้​คือ​รายชื่อ​หลานๆ​ของ​เอซาว ที่​เกิด​จาก​ลูกชาย​ของ​อาดาห์​เมีย​ของ​เอซาว

13 ส่วน​เรอูเอล​มี​ลูก​สี่คน คือ​นาหัท เศราห์ ชัมมาห์​และ​มิสซาห์

พวกนี้​คือ​รายชื่อ​หลานๆ​ของ​เอซาว ที่​เกิด​จาก​ลูกชาย​ของ​บาเสมัท​เมีย​ของ​เอซาว

14 ส่วน​เมีย​คน​ที่สาม​ของ​เอซาว​คือ​โอโฮลีบามาห์ นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​อานาห์ อานาห์​เป็น​ลูกชาย​ศิเบโอน นาง​โอโฮลีบามาห์​ได้​คลอด​ลูกชาย​สามคน​ให้​กับ​เอซาว คือ​เยอูช ยาลาม และ​โคราห์

15 ต่อไปนี้​คือ​หัวหน้า​ตระกูล​ต่างๆ​ที่​สืบเชื้อสาย​มา​จาก​เอซาว

ลูกชาย​คนแรก​ของ​เอซาว​คือ​เอลีฟัส ลูกๆ​ของ​เอลีฟัส ก็​มี​เทมาน โอมาห์ เศโฟ เคนัส

16 โคราห์ กาทาม​และ​อามาเลค

คน​พวกนี้​ได้​กลาย​เป็น​หัวหน้า​ตระกูล​ต่างๆ​ที่​สืบเชื้อสาย​มา​จาก​เอลีฟัส​ใน​ดินแดน​เอโดม พวกเขา​เป็น​ลูกหลาน​ของ​นาง​อาดาห์​เมีย​เอซาว

17 เรอูเอล​ลูกชาย​ของ​เอซาว​ก็​มี​ลูกๆ​คือ นาหัท เศราห์ ชัมมาห์​และ​มิสซาห์

คน​พวกนี้​ได้​กลายเป็น​หัวหน้า​ตระกูล​ต่างๆ​ที่​สืบเชื้อสาย​มา​จาก​เรอูเอล​ใน​ดินแดน​เอโดม พวกเขา​เป็น​ลูกหลาน​ของ​นาง​บาเสมัท​เมีย​เอซาว

18 นาง​โอโฮลีบามาห์​เมีย​เอซาว ได้​คลอด​ลูกชาย​คือ​เยอูช ยาลาม และ​โคราห์ ทั้ง​สาม​คน​ได้​กลายเป็น​หัวหน้า​ตระกูล​เยอูช ยาลาม​และ​โคราห์ ที่​สืบเชื้อสาย​มา​จาก​นาง​โอโฮลีบามาห์​เมีย​เอซาว ลูกสาว​ของ​อานาห์

19 คนพวกนั้น​ทั้งหมด​เป็น​หัวหน้า​ตระกูลต่างๆ​ที่​สืบเชื้อสาย​มา​จาก​เอซาว (ซึ่ง​ก็​คือ​เอโดม)

ครอบครัว​เสอีร์

(1 พศด. 1:38-42)

20 ต่อไปนี้​คือ​พวกลูกชาย​ของ​เสอีร์​ชาว​โฮรี ที่​อาศัย​ใน​แผ่นดิน​นั้น พวกเขา​ชื่อ​ว่า

โลทาน โชบาล ศิเบโอน อานาห์ 21 ดีโชน เอเซอร์ และ​ดีชาน พวกเขา​เป็น​หัวหน้า​ตระกูล​ของ​คน​โฮรี ผู้สืบเชื้อสาย​มา​จาก​เสอีร์ ใน​แผ่นดิน​เอโดม

22 โลทาน​มี​ลูกชาย คือ โฮรี เฮมาน+ 36:22 เฮมาน หรือ​โฮมาน โลทาน​มี​น้องสาว​คือ​ทิมนา

23 โชบาล​มี​ลูกชาย คือ อัลวาน มานาฮาท เอบาล เชโฟ​และ​โอนัม

24 ศิเบโอน​มี​ลูกชาย​คือ อัยยาห์​และ​อานาห์ (อานาห์​คือ​ผู้​พบ​ตาน้ำ+ 36:24 ตาน้ำ ความหมาย​ของ​ภาษา​ฮีบรู​ยัง​ไม่​แน่นอน ใน​เขต​เทือกเขา ขณะที่​เขา​กำลัง​ดูแล​ฝูงลา​ของ​พ่อ​เขา​อยู่)

25 อานาห์​มี​ลูกชาย​คือ ดีโชน และ​มี​ลูกสาว​คือ​โอโฮลีบามาห์

26 ดีโชน​มี​ลูกชาย คือ เฮมดาน เอชบาน อิธราน​และ​เคราน

27 เอเซอร์​มี​ลูกชาย คือ บิลฮาน ศาวาน และ​อาขาน

28 ดีชาน​มี​ลูกชาย คือ อูส​และ​อารัน

29 ต่อไปนี้​คือ​หัวหน้า​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​ชาว​โฮรี คือ โลทาน โชบาล ศิเบโอน อานาห์ 30 ดีโชน เอเซอร์ และ​ดีชาน พวกเขา​เป็น​หัวหน้า​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​ชาว​โฮรี​ใน​แคว้น​เสอีร์

กษัตริย์​ของ​เอโดม

(1 พศด. 1:43-54)

31 ต่อไปนี้​เป็น​รายชื่อ​ของ​กษัตริย์​ที่​ปกครอง​แผ่นดิน​เอโดม ก่อน​ที่​อิสราเอล​จะ​มี​กษัตริย์​ปกครอง+ 36:31 ก่อน​ที่ … กษัตริย์​ปกครอง หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ก่อน​ที่​กษัตริย์​ชาว​อิสราเอล​จะ​ได้​ปกครอง​แคว้น​เอโดม”

32 เบลา​ลูกชาย​ของ​เบโอร์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​แคว้น​เอโดม​เมือง​ของเขา+ 36:32 เมือง​ของเขา หรือ อาจจะ​เป็น “เมืองหลวง​ของเขา” หรือ​อาจจะ​เป็น “บ้านเกิด​ของ​เขา” แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “เมือง​ของ​เขา” ชื่อ​ว่า​ดินฮาบาห์

33 เมื่อ​เบลา​ตาย โยบับ​ลูกชาย​เศราห์​จาก​เมือง​โบสราห์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ต่อ

34 เมื่อ​โยบับ​ตาย หุชาม​จาก​ดินแดน​เทมาน​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ต่อ

35 เมื่อ​หุชาม​ตาย ฮาดัด+ 36:35 ฮาดัด หรือ​ฮาดาร์ ลูกชาย​เบดัด​เป็น​กษัตริย์​ต่อ (ฮาดัด​คือ​ผู้ที่​รบชนะ​ชาว​มีเดียน​ใน​ประเทศ​โมอับ) เมือง​ของเขา​ชื่อ​อาวีท

36 เมื่อ​ฮาดัด​ตาย สัมลาห์​จาก​เมือง​มัสเรคาห์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ต่อ

37 เมื่อ​สัมลาห์​ตาย ชาอูล​จาก​เมือง​เรโหโบท​ริมแม่น้ำ​ยูเฟรติส​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์

38 เมื่อ​ชาอูล​ตาย บาอัลฮานัน​ลูกชาย​อัคโบร์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ต่อ

39 เมื่อ​บาอัลฮานัน​ลูกชาย​อัคโบร์​ตาย ฮาดาร์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ต่อ เมือง​ของเขา​ชื่อ​ปาอู เขา​มี​เมีย​ชื่อ​เมเหทาเบล ซึ่ง​เป็น​ลูกสาว​ของ​มัทเรด มัทเรด​เป็น​ลูกสาว​ของ​เมซาหับ

40 ต่อไปนี้​เป็น​รายชื่อ​ของ​หัวหน้า​ตระกูล​ต่างๆ​ที่​เกิด​จาก​เอซาว เรียง​ตาม​ตระกูล​และ​แคว้น​ต่างๆ​ที่​ใช้​ชื่อ​เดียว​กับ​ตระกูล​นั้น พวกเขา​คือ

ทิมนา อัลวาห์ เยเธท 41 โอโฮลีบามาห์ เอลาห์ ปิโนน 42 เคนัส เทมาน มิบซาร์ 43 มักดีเอล และ​อิราม พวกเขา​คือ​หัวหน้า​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เอโดม ตาม​ถิ่นฐาน​และ​แผ่นดิน​ที่​พวกเขา​เป็น​เจ้าของ เอซาว​จึง​เป็น​ต้นตระกูล​ของ​ชาว​เอโดม

37

โยเซฟ​นักฝัน

1 ยาโคบ​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ที่​พ่อ​เขา​เคย​อาศัย​มา​ก่อน คือ​แผ่นดิน​คานาอัน 2 นี่​คือ​ประวัติ​ของ​ครอบครัว​ยาโคบ

ตอน​ที่​โยเซฟ​มี​อายุ​สิบเจ็ด​ปี เขา​เป็น​คน​ดูแล​ฝูงแกะ​ร่วมกับ​พี่น้อง​ของ​เขา เขา​เป็น​ผู้ช่วย​ของ​พวก​ลูกชาย​บิลฮาห์​และ​ศิลปาห์​เมีย​ของ​พ่อ​เขา โยเซฟ​จะ​กลับ​มา​ฟ้อง​เรื่อง​ไม่ดี​ของ​พวกเขา​ให้​พ่อ​ฟัง​อยู่​เรื่อย 3 อิสราเอล​รัก​โยเซฟ​มากกว่า​ลูกชาย​คนอื่น เพราะ​โยเซฟ​เพิ่ง​เกิด​ตอนที่​อิสราเอล​แก่​แล้ว อิสราเอล​ทำ​เสื้อคลุม​ตัวยาว​สวยสด​งดงาม​ที่​มี​แขน​ให้​กับ​โยเซฟ 4 พวกพี่ๆ​เห็น​ว่า​พ่อ​รัก​โยเซฟ​มากกว่า​พวกเขา พวกเขา​จึง​พากัน​เกลียด​โยเซฟ และ​ไม่ยอม​แม้แต่​จะ​ทักทาย

5 ครั้งหนึ่ง​โยเซฟ​ฝัน และ​เขา​เล่า​ความฝัน​นั้น​ให้​พวก​พี่ชาย​ฟัง ทำ​ให้​พวกเขา​ยิ่ง​เกลียด​โยเซฟ​มากขึ้น

6 โยเซฟ​เล่า​ว่า “ฟัง​ความฝัน​ของ​ผม​ดูสิ 7 พวกเรา​กำลัง​มัด​ฟ่อนข้าว​อยู่​กลาง​ทุ่งนา ทันใดนั้น ฟ่อนข้าว​ของ​ผม​ก็​ตั้งตรง​ขึ้น และ​ฟ่อนข้าว​ของ​พวกพี่ๆ​ได้​มา​ล้อมรอบ​และ​โค้ง​คำนับ​ฟ่อนข้าว​ของ​ผม”

8 พวกพี่ชาย​ของ​เขา​พูด​กับ​เขา​ว่า “นี่​เจ้า​คิด​ว่า​เจ้า​จะ​ได้​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​เหนือ​พวกเรา​จริงๆ​ล่ะซินะ” หลังจากนั้น​พี่ชาย​ของ​เขา​ก็​ยิ่ง​เกลียด​เขา​มากขึ้น เพราะ​ความฝัน​และ​สิ่ง​ที่​โยเซฟ​เล่า​เกี่ยวกับ​ความฝัน​นั้น

9 ต่อมา​โยเซฟ​ได้​ฝัน​อีก และ​เขา​ก็​เล่า​ให้​พวกพี่ชาย​ฟัง​อีก​ว่า “ดูสิ ผม​ฝัน​อีกแล้ว คราวนี้​ฝัน​ว่า มี​ดวง​อาทิตย์ ดวงจันทร์​และ​ดาว​สิบเอ็ด​ดวง ต่าง​มา​โค้งคำนับ​ผม”

10 เมื่อ​เขา​เล่า​ให้​พ่อ​และ​พวกพี่ชาย​ฟัง พ่อ​ก็​ต่อว่า​เขา และ​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “เจ้า​ฝัน​อะไร​ของ​เจ้า นี่​พ่อ แม่ และ​พี่ชาย​ของ​เจ้า​จะ​ต้อง​กราบ​ลง​ถึง​พื้น​ต่อหน้า​เจ้า​อย่างนั้น​หรือ” 11 พวกพี่ชาย​ต่าง​อิจฉา​เขา แต่​พ่อ​ของ​เขา​เก็บ​เรื่อง​พวกนี้​ไป​คิด

12 วันหนึ่ง พวก​พี่ชาย​ของ​โยเซฟ​ได้​พา​ฝูงสัตว์​ของพ่อ​ไป​กิน​หญ้า​แถว​เชเคม 13 อิสราเอล​จึง​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “พวก​พี่ชาย​เจ้า​กำลัง​ดูแล​ฝูงสัตว์​อยู่​ที่​เชเคม มานี่​เถิด พ่อ​จะ​ส่ง​เจ้า​ไป​หา​พวกเขา”

โยเซฟ​ตอบ​ว่า “ครับ​พ่อ”

14 อิสราเอล​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “ไป​เดี๋ยวนี้​เลย ไป​ดูสิ​ว่า​พี่ชาย​ของเจ้า​กับ​ฝูงสัตว์​สบายดี​หรือ​เปล่า แล้ว​กลับ​มา​บอก​พ่อ​นะ” แล้ว​อิสราเอล​ก็​ส่ง​โยเซฟ​จาก​หุบเขา​เฮโบรน​ไป​ยัง​เชเคม แล้ว​โยเซฟ​ก็​มา​ถึง​เชเคม

15 ชาย​คนหนึ่ง​พบ​โยเซฟ​กำลัง​เดิน​ไปมา​อยู่​ใน​ท้องทุ่ง เขา​จึง​ถาม​โยเซฟ​ว่า “เจ้า​กำลัง​หา​อะไร​หรือ”

16 โยเซฟ​ตอบ​ว่า “ผม​กำลัง​ตามหา​พวก​พี่ชาย ช่วย​บอก​หน่อย​ว่า​พวกเขา​เอา​สัตว์​ไป​กิน​หญ้า​แถว​ไหน”

17 ชาย​คนนั้น​ตอบ​ว่า “พวกเขา​ไป​จาก​ที่นี่​แล้ว ข้า​ได้ยิน​พวกเขา​พูด​กัน​ว่า ‘พวกเรา​ไป​เมือง​โดธาน​กันเถอะ’” โยเซฟ​จึง​ตาม​พวก​พี่ชาย​ไป และ​พบ​พวกเขา​ใน​เมือง​โดธาน

โยเซฟ​ถูก​ขาย​เป็น​ทาส

18 เมื่อ​พวก​พี่ชาย​เห็น​โยเซฟ​มา​แต่ไกล พวกเขา​ได้​วางแผน​ฆ่า​โยเซฟ​ก่อน​ที่​โยเซฟ​จะ​เดิน​มาถึง 19 พวกเขา​พูดกัน​ว่า “ดูนั่น เจ้า​นักฝัน​กำลัง​เดิน​มา​แล้ว 20 มาเถอะ ช่วยกัน​ฆ่า​มัน แล้ว​โยน​มัน​ทิ้ง​ใน​บ่อน้ำ​แห้งๆ​พวกนี้ แล้ว​ให้​เรา​บอก​ว่า​มัน​ถูก​สัตว์ป่า​ขย้ำกิน แล้ว​มา​ดูสิ​ว่า​ฝัน​พวกนั้น​ของ​มัน​จะ​เป็น​ยังไง”

21 เมื่อ​รูเบน​ได้ยิน เขา​พยายาม​จะ​ช่วย​โยเซฟ​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​พวกนั้น เขา​พูด​ว่า “อย่า​ฆ่า​เขา​เลย” 22 รูเบน​พูด​ว่า “อย่า​ให้​ถึง​กับ​นองเลือด​เลย แค่​โยน​เขา​ลง​ไป​ใน​บ่อแห้ง​กลาง​ทะเลทราย​ก็​พอ อย่า​ทำร้าย​เขา​เลย” รูเบน​พูด​อย่างนี้ เพราะ​กะ​ว่า​จะ​ช่วย​โยเซฟ​ให้​พ้น​จาก​เงื้อมมือ​ของ​พวกนี้ และ​ส่ง​เขา​กลับ​ไป​หา​พ่อ 23 เมื่อ​โยเซฟ​มา​ถึง พวก​พี่ชาย​ก็​ช่วยกัน​ดึง​เสื้อคลุม​ที่​มี​แขน​ออก​จาก​ตัว​โยเซฟ 24 แล้ว​เอา​เขา​โยน​ลง​ไป​ใน​บ่อน้ำ​ที่​ว่างเปล่า​และ​ไม่มี​น้ำ

25 พวกเขา​ได้​นั่งลง​กิน​อาหาร เมื่อ​พวกเขา​มอง​ไป ก็​เห็น​ขบวน​พ่อค้า​คน​อิชมาเอล​มา​จาก​เมือง​กิเลอาด มี​ฝูงอูฐ​บรรทุก​เครื่องเทศ พิมเสน​และ​ยาง​ไม้หอม พวกเขา​กำลัง​มุ่งหน้า​ลง​ไป​อียิปต์ 26 ยูดาห์​พูด​กับ​พวก​พี่น้อง​ของ​เขา​ว่า “มัน​จะ​มี​ประโยชน์​อะไร ถ้า​เรา​ฆ่า​น้องชาย​ของ​เรา แล้ว​ซ่อนศพ​ไว้​เฉยๆ 27 มาเถิด เอา​ตัวเขา​ขาย​ให้​กับ​ชาว​อิชมาเอล อย่า​ทำร้าย​เขา​เลย ยังไง​เขา​ก็​เป็น​น้อง​ของ​เรา เป็น​เลือดเนื้อ​เชื้อไข​ของ​เรา​เอง” แล้ว​พวกพี่น้อง​ของ​เขา​ก็​เห็น​ด้วย 28 เมื่อ​พ่อค้า​ชาว​มีเดียน​ผ่านมา พวกเขา​ช่วยกัน​ดึง​ตัว​โยเซฟ​ขึ้น​จาก​บ่อ และ​พวกเขา​ได้​ขาย​โยเซฟ​ให้​กับ​ชาว​อิชมาเอล​เป็น​เงิน​ยี่สิบ​เชเขล+ 37:28 เชเขล คือ หน่วย​เงิน​ใน​สมัยนั้น และ​พวก​อิชมาเอล​ก็​พา​โยเซฟ​ไป​อียิปต์

29 เมื่อ​รูเบน​กลับมา​ที่​บ่อน้ำ​นั้น​อีกครั้ง เขา​ไม่พบ​โยเซฟ​ใน​นั้น เขา​ฉีกทึ้ง​เสื้อผ้า​ของ​เขา​แสดง​ความ​เศร้าโศก​เสียใจ 30 รูเบน​กลับ​มาหา​น้องๆ​ของ​เขา และ​พูด​ว่า “เจ้า​เด็กนั่น​ไม่ได้​อยู่​ที่นั่น​แล้ว แล้ว​ทีนี้​พี่​จะ​ทำ​ยังไง​ดี” 31 พวกเขา​จึง​เอา​เสื้อคลุม​ของ​โยเซฟ​มา และ​ฆ่า​แพะ​ตัวผู้​ตัวหนึ่ง แล้ว​เอา​เสื้อคลุม​ของ​โยเซฟ​จุ่ม​ลงไป​ใน​เลือดนั้น 32 แล้ว​พวกเขา​ก็​เอา​เสื้อ​เปื้อนเลือด​ตัวนั้น​ส่ง​ให้​พ่อ​ดู​และ​บอก​ว่า “เรา​พบ​เสื้อ​ตัวนี้ ช่วย​ดูหน่อย​ว่า​ใช่​เสื้อคลุม​ของ​ลูกชาย​พ่อ​หรือ​เปล่า​ครับ”

33 ยาโคบ​จำ​เสื้อ​ตัวนั้น​ได้​และ​พูด​ว่า “มัน​เป็น​เสื้อคลุม​ของ​ลูกพ่อ สัตว์ป่า​ได้​กัดกิน​เขา​เสียแล้ว โยเซฟ​คง​ถูก​ฉีก​เป็น​ชิ้นๆ​แน่​แล้ว” 34 แล้ว​ยาโคบ​ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ของ​ตน และ​เอา​ผ้า​กระสอบ​มา​คาดเอว เพื่อ​แสดง​ความ​เศร้าโศก เขา​ยังคง​เศร้าโศก​เสียใจ​ให้​กับ​ลูกชาย​ของ​เขา​เป็น​เวลา​นาน 35 ทั้ง​ลูกชาย​และ​ลูกสาว​คนอื่น​ต่าง​มา​ปลอบโยน​เขา แต่​เขา​ก็​ทำใจ​ไม่ได้ เขา​พูด​ว่า “พ่อ​จะ​ไว้​ทุกข์​ให้​กับ​ลูก​คนนี้​จนกว่า​พ่อ​จะ​ลงไป​หา​เขา​ใน​แดน​คนตาย” แล้ว​ยาโคบ​ก็​ร้องไห้​ให้​โยเซฟ

36 ขณะนั้น​ชาว​มีเดียน​ได้​ขาย​โยเซฟ​ต่อไป​ให้​กับ​โปทิฟาร์​ใน​อียิปต์ โปติฟาร์​เป็น​ข้าราชการ​ของ​ฟาโรห์​กษัตริย์​อียิปต์ และ​เป็น​ผู้บัญชาการ​ทหาร​รักษา​พระองค์

38

ยูดาห์​และ​ทามาร์

1 ใน​เวลานั้น​ยูดาห์​ได้​จาก​พี่น้อง​ของ​เขา และ​เดินทาง​ไป​ตั้ง​เต็นท์ อาศัย​อยู่​กับ​คน​อดุลลัม​คนหนึ่ง​ชื่อ​ฮีราห์ 2 ที่นั่น​ยูดาห์​ได้​พบ​หญิง​ชาว​คานาอัน​คนหนึ่ง พ่อ​ของ​นาง​ชื่อ​ชูวา ยูดาห์​เอา​นาง​มา และ​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​นาง 3 นาง​ตั้งท้อง​และ​คลอด​ลูกชาย นาง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​เอร์ 4 แล้ว​นาง​ก็​ตั้งท้อง​อีกคน​และ​คลอดลูก​เป็นชาย นาง​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​โอนัน 5 แล้ว​นาง​ก็​คลอด​ลูกชาย​อีก​คน แล้ว​นาง​ก็​ตั้งชื่อ​เด็ก​ว่า​เชลาห์ ยูดาห์​อาศัย​อยู่​ที่​เคซิบ​เมื่อ​นาง​คลอด​เชลาห์

6 ยูดาห์​หา​เมีย​คนหนึ่ง​ให้​เอร์​ลูกชาย​คนโต นาง​ชื่อ​ทามาร์ 7 แต่​เอร์​เป็น​คนชั่วร้าย​ใน​สายตา​พระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์​จึง​ทำให้​เขาตาย 8 ยูดาห์​จึง​พูด​กับ​โอนัน​ว่า “เข้า​ไป​นอน​กับ​เมีย​ของ​พี่ชาย​เจ้าสิ เขา​ตาย​ไป​แล้ว และ​ให้​เจ้า​ไป​ทำ​หน้าที่​น้องเขย+ 38:8 ทำ​หน้าที่​น้องเขย ใน​อิสราเอล​ถ้า​ผู้ชาย​เสียชีวิต​ไป​โดย​ยัง​ไม่มี​ลูก พี่ชาย​หรือ​น้องชาย​คนใด​คนหนึ่ง​ของ​เขา​ต้อง​เข้าไป​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​เมีย​ของ​ชาย​ที่​ตาย เมื่อ​นาง​ตั้งท้อง​และ​มี​ลูก​จะ​ถือว่า​เด็ก​คนนั้น​เป็น​ลูก​ของ​คน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว และ​ลูก​คนนั้น​จะ​ได้รับ​มรดก​จาก​คุณปู่ ให้​กับ​นาง และ​เกิด​ลูก​ให้​กับ​พี่ชาย​ของ​เจ้า​ด้วย”

9 โอนัน​รู้ว่า​เด็ก​ที่​เกิด​มานั้น​จะ​ไม่เป็น​ของเขา ดังนั้น​เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​เขา​มี​เพศสัมพันธ์​กับ​เมีย​พี่ชาย เขา​จะ​หลั่ง​น้ำกาม​บน​พื้น เพื่อ​เขา​จะ​ได้​ไม่ต้อง​มี​ลูก​ให้​กับ​พี่ชาย​ของ​เขา 10 สิ่ง​ที่​โอนัน​ทำนี้ เป็น​สิ่งที่​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ พระองค์​จึง​ทำ​ให้​โอนัน​ตาย​ไป​อีกคน 11 ยูดาห์​จึง​พูด​กับ​ทามาร์​ลูกสะใภ้​ว่า “กลับ​ไป​อยู่​กับ​พ่อ​ของ​เจ้า​ก่อนนะ และ​อย่า​แต่งงาน​ล่ะ รอ​จนกว่า​เชลาห์​ลูกชาย​ของ​พ่อ​จะ​โต” เพราะ​ยูดาห์​กลัว​ว่า​เชลาห์​อาจจะ​ตาย​เหมือนกับ​พี่ๆ​ของ​เขา ทามาร์​จึง​กลับ​ไป​อยู่​บ้าน​พ่อ​ของ​นาง

12 หลังจาก​เวลา​ผ่าน​ไป​นาน เมีย​ของ​ยูดาห์ ลูกสาว​ของ​ชูวา​ตาย เมื่อ​ยูดาห์​หาย​เศร้าโศก​แล้ว เขา​กับ​ฮีราห์​เพื่อน​คน​อดุลลัม​ก็​ขึ้นไป​ที่​หมู่บ้าน​ทิมนาห์ ไป​หา​คน​ที่​ตัด​ขนแกะ​ของ​เขา 13 มี​คน​มา​บอก​ทามาร์​ว่า “พ่อผัว​ของ​เธอ​กำลัง​มา​ที่​หมู่บ้าน​ทิมนาห์​เพื่อ​มา​ตัด​ขนแกะ​ของ​เขา” 14 ทามาร์​จึง​ถอด​ชุด​ที่​แสดง​ถึง​การ​เป็น​หม้าย​ออก​และ​เอา​ผ้าคลุมหน้า แต่งตัว​แล้ว​ไป​นั่ง​อยู่​ที่​ทางเข้า​หมู่บ้าน​เอนาอิม ซึ่ง​อยู่​ระหว่าง​ทาง​ไป​หมู่บ้าน​ทิมนาห์ เพราะ​นาง​รู้ว่า​เชลาห์​โตแล้ว และ​นาง​ก็​ยัง​ไม่ได้​ถูก​ยก​ให้​เป็น​เมีย​ของ​เขา

15 เมื่อ​ยูดาห์​เห็น​นาง​ก็​คิดว่า​เป็น​โสเภณี เพราะ​นาง​มี​ผ้าคลุมหน้า 16 ยูดาห์​จึง​เข้า​ไป​หา​นาง​ที่​ข้าง​ทาง​และ​พูด​ว่า “มาสิ มา​ร่วม​หลับนอน​กับ​พี่​หน่อย” เพราะ​เขา​ไม่รู้​ว่า​นาง​คือ​ลูกสะใภ้​ของ​เขา

ทามาร์​จึง​พูด​ว่า “พี่​จะให้​อะไร​น้อง​หรือ ถ้า​น้อง​ยอม​หลับนอน​กับพี่”

17 ยูดาห์​ตอบ​ว่า “พี่​จะ​ส่ง​ลูกแพะ​จาก​ฝูงสัตว์​มา​ให้​กับ​น้อง​ตัวหนึ่ง”

นาง​พูด​ว่า “ได้ค่ะ แต่​พี่​จะ​ต้อง​ให้​อะไร​เป็น​เครื่อง​มัดจำ​กับ​น้อง​ก่อน จนกว่า​พี่​จะ​ส่ง​แพะ​มา”

18 ยูดาห์​พูด​ว่า “พี่​จะ​ให้​อะไร​เป็น​เครื่อง​มัดจำ​ดีล่ะ”

นาง​ตอบ​ว่า “ขอ​ตรา​ประทับ​กับ​เชือกห้อย+ 38:18 ตรา​ประทับ​กับ​เชือกห้อย เป็น​เครื่อง​หมาย​ประจำตัว​อย่าง​หนึ่ง ใช้​ใน​การ​ทำ​เอกสาร​ทาง​กฎหมาย​หรือ​เอกสาร​ทาง​ราชการ ของ​พี่​ก็​แล้วกัน รวมทั้ง​ไม้เท้า​ที่​พี่​ถือ​อยู่​ด้วย” เขา​จึง​ให้​พวกมัน​กับ​นาง และ​เข้าไป​นอน​กับ​นาง อย่างนั้น​นาง​จึง​ตั้งท้อง​กับ​เขา 19 แล้ว​นาง​ลุกขึ้น​กลับบ้าน​ไป แล้ว​นาง​ได้​ถอด​ผ้าคลุมหน้า​ออก​และ​สวม​ชุด​แม่หม้าย​ตาม​เดิม

20 ยูดาห์​ส่ง​ลูกแพะ​มา​กับ​ฮีราห์​คน​อดุลลัม​เพื่อน​ของ​เขา เพื่อ​เอา​มา​แลก​กับ​ตรา​ประทับ เชือกห้อย​และ​ไม้เท้า​จาก​หญิง​คนนั้น แต่​ฮีราห์​หา​หญิง​คนนั้น​ไม่พบ 21 เขา​ถาม​คน​แถวๆนั้น​ว่า “หญิง​โสเภณี​ของ​วัด ที่​อยู่​ข้าง​ทางเข้า​หมู่บ้าน​เอนาอิม​อยู่​ที่ไหน​หรือ”

แต่​พวกเขา​ตอบ​ว่า “แถวนี้​ไม่เคย​มี​หญิง​โสเภณี​ของ​วัด​มา​ก่อน”

22 ฮีราห์​จึง​กลับ​มาหา​ยูดาห์​และ​บอก​ว่า “เรา​หา​นาง​ไม่พบ และ​คน​แถวนั้น​บอก​ว่า ‘แถวนี้​ไม่เคย​มี​หญิง​โสเภณี​ของ​วัด​มา​ก่อน’”

23 ยูดาห์​จึง​พูด​ว่า “ก็​ปล่อย​ให้​นาง​เก็บ​ของ​พวกนั้น​ไว้​แล้วกัน ไม่​อย่างนั้น​เรา​จะ​ถูก​หัวเราะ​เยาะ​ได้ เรา​ได้​ส่ง​ลูกแพะ​ไปให้​แล้ว แต่​ท่าน​หา​นาง​ไม่พบ”

นาง​ทามาร์​ตั้งท้อง

24 สาม​เดือน​ต่อมา มี​คน​มา​บอก​ยูดาห์​ว่า “ทามาร์​ลูกสะใภ้​ของ​ท่าน​ทำ​ตัว​เป็น​โสเภณี ดูสิ ตอนนี้​นาง​ตั้งท้อง​แล้ว​เพราะ​การ​เป็น​โสเภณี​ของ​นาง”

ยูดาห์​พูด​ว่า “นำ​ตัวนาง​ออก​มา​และ​เผา​นาง​ทั้งเป็น”

25 เมื่อ​ทามาร์​ถูก​นำ​ตัว​มา นาง​ได้​ส่ง​คนส่งข่าว​ไป​หา​พ่อผัว​ของ​นาง​ว่า “ชาย​คน​ที่​เป็น​เจ้าของ​สิ่งเหล่านี้​เป็น​คน​ทำ​ให้​ฉัน​ท้อง” นาง​พูด​ว่า “ดู​ของ​พวกนี้​สิ ทั้ง​ตรา​ประทับ เชือกห้อย​และ​ไม้เท้า มัน​เป็น​ของ​ใคร​กัน”

26 ยูดาห์​จำ​ของ​พวกนี้​ได้​ทันที เขา​พูด​ว่า “นาง​ทำ​ถูก​แล้ว เรา​ผิดเอง เพราะ​เรา​ไม่ได้​ยก​นาง​ให้​เชลาห์​ลูกชาย​ของ​เรา​ตาม​สัญญา” ยูดาห์​ไม่เคย​ร่วม​หลับนอน​กับ​นาง​อีกเลย​ตั้งแต่นั้น

27 เมื่อ​ครบ​กำหนด​คลอด มี​เด็กแฝด​อยู่​ใน​ท้อง​นาง 28 และ​เมื่อ​นาง​คลอด​ลูกนั้น ลูก​คนหนึ่ง​ยื่น​มือ​ออก​มา​ก่อน หมอตำแย​ก็​เลย​เอา​ด้ายแดง​ผูก​ข้อมือ​เด็ก​คนนั้น​ไว้ นาง​พูด​ว่า “คนนี้​คลอด​ก่อน” 29 แต่​ทันที​ที่​เด็ก​ดึงมือ​กลับไป น้องชาย​ของ​เขา​ก็​คลอด​ออก​มา หมอตำแย​จึง​พูด​ว่า “อะไร​กัน นี่​เจ้า​แย่ง​ออก​มา​ก่อน​เลยหรือ” ดังนั้น​เขา​จึง​มี​ชื่อ​ว่า​เปเรศ+ 38:29 เปเรศ แปลว่า “แหวก​ออก​มา”30 และ​ต่อมา​เด็ก​คน​ที่​มี​ด้ายแดง​ผูก​ข้อมือ​จึง​คลอด​ตาม​ออก​มา เขา​จึง​มี​ชื่อ​ว่า​เศราห์+ 38:30 เศราห์ แปลว่า “ความ​สดใส”

39

โยเซฟ​ถูก​ขาย​ให้​โปทิฟาร์​ใน​อียิปต์

1 ตอนนี้​โยเซฟ​ได้​ถูก​นำตัว​ไป​ถึง​อียิปต์ และ​โปทิฟาร์​ชาว​อียิปต์​ซึ่ง​เป็น​ข้าราชสำนัก​ของ​ฟาโรห์​และ​เป็น​ผู้บัญชาการ​ทหาร​รักษา​พระองค์ ได้​ซื้อ​เขา​ต่อ​จาก​ชาว​อิชมาเอล​คน​ที่​พา​โยเซฟ​มา​ที่นั่น 2 พระยาห์เวห์​สถิต​อยู่​กับ​โยเซฟ และ​ทำให้​เขา​ประสบ​ความสำเร็จ เขา​อาศัย​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​เจ้านาย​ชาว​อียิปต์​คนนั้น

3 นาย​ของ​เขา​เห็น​ว่า​พระยาห์เวห์​สถิต​อยู่​กับ​เขา และ​พระองค์​ทำ​ให้​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ทำ​ประสบ​ผลสำเร็จ 4 เจ้านาย​ของ​โยเซฟ​ชอบ​โยเซฟ​มาก โยเซฟ​จึง​กลาย​เป็น​คนรับใช้​ส่วนตัว​ของ​เขา นาย​ของเขา​ตั้ง​ให้​โยเซฟ​ดูแล​รับผิดชอบ​บ้าน​ของเขา และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​มี 5 นับ​ตั้งแต่​เวลา​ที่​เขา​ได้​ตั้ง​ให้​โยเซฟ​ดูแล​บ้าน​ของเขา​และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขามี พระยาห์เวห์​ได้​อวยพร​ให้​กับ​บ้าน​ของ​ชาว​อียิปต์​คนนี้ เพราะ​โยเซฟ​อยู่​กับ​เขา พระองค์​ได้​อวยพร​ให้​กับ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​โปทิฟาร์​มี ทั้ง​ใน​บ้าน​และ​ใน​ท้องทุ่ง

6 โปทิฟาร์​จึง​ตั้ง​ให้​โยเซฟ​ดูแล​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ของเขา เมื่อ​โยเซฟ​ดูแล​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ให้​กับ​เขา โปทิฟาร์​ก็​ไม่ต้อง​คิดถึง​เรื่อง​อะไร​เลย นอกจาก​ว่า​มื้อ​ต่อไป​จะ​กิน​อะไร​ดี+ 39:6 นอกจาก​ว่า​มื้อ​ต่อไป​จะ​กิน​อะไร​ดี หรือ อาจจะ​หมายถึง​ว่า เรื่อง​การ​เตรียม​อาหาร ชาว​อียิปต์​ไม่ให้​คน​ต่าง​ชาติ​ทำ เพราะ​จะ​ทำ​ให้​อาหาร​เป็น​มลทิน ดู​ได้​จาก ปฐมกาล 43:32

โยเซฟ​ปฏิเสธ​เมีย​ของ​โปทิฟาร์

ตอนนี้​โยเซฟ​โต​เป็น​ชายหนุ่ม​ที่​มี​รูปร่าง​หน้าตา​ดี 7 ต่อมา​ภายหลัง เมีย​ของ​เจ้านาย​เริ่ม​ให้​ความ​สนใจ​ใน​ตัว​โยเซฟ นาง​พูด​ว่า “มา​ร่วม​หลับนอน​กับ​ฉัน​เถิด”

8 แต่​โยเซฟ​ปฏิเสธ เขา​พูด​กับ​เมีย​ของ​เจ้านาย​ว่า “ดูเถิด กับ​ผม​แล้ว เจ้านาย​ไม่เคย​ต้อง​เป็น​ห่วง​กังวล​เกี่ยวกับ​เรื่อง​อะไร​เลย เขา​ได้​ตั้ง​ให้​ผม​ดูแล​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง 9 ใน​บ้าน​หลัง​นี้​ไม่มี​ใคร​ใหญ่​กว่า​ผม​อีกแล้ว และ​เขา​ไม่เคย​ห้าม​อะไร​ผม​เลย ยกเว้น​ท่าน เพราะ​ท่าน​เป็น​เมีย​เขา จะ​ให้​ผม​ทำ​สิ่งชั่วร้าย​อย่าง​นี้ และ​ทำบาป​ต่อ​พระเจ้า​ได้​อย่างไร”

10 นาง​ก็​พูด​ชักชวน​โยเซฟ​วัน​แล้ว​วันเล่า แต่​โยเซฟ​ไม่ยอม​ที่​จะ​ร่วม​หลับนอน​กับ​นาง 11 อยู่​มา​วันหนึ่ง โยเซฟ​เข้า​มา​ทำงาน​ของเขา​ใน​บ้าน ตอนนั้น​ไม่มี​ใคร​อยู่​ใน​บ้าน​เลย​สัก​คน​เดียว 12 ทันใดนั้น​เมีย​ของ​โปทิฟาร์​ก็​คว้า​เสื้อคลุม​ของเขา​ไว้​และ​พูด​ว่า “มา​ร่วม​หลับนอน​กับ​ฉัน​เถิด”

โยเซฟ​จึง​สลัด​เสื้อ​ตัวนั้น​ทิ้ง​ติด​มือ​ของ​นาง และ​วิ่งหนี​ออก​ไป​ข้างนอก

13 เมื่อ​นาง​เห็น​ว่า​โยเซฟ​ทิ้ง​เสื้อ​ไว้​ใน​มือ​นาง​และ​วิ่งหนี​ออก​ไป​ข้างนอก 14 นาง​จึง​ร้องเรียก​คนใช้​ของ​นาง​และ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ดูสิ ผัว​ฉัน​เอา​ตัว​เจ้าคน​ฮีบรู​นั้น​มา​เพื่อ​ทำให้​พวกเรา​อับอาย​ชัดๆ เขา​เข้า​มาหา​ฉัน​และ​พยายาม​จะ​ปลุกปล้ำ​ฉัน แต่​ฉัน​ร้อง​ตะโกน​เสียงดัง 15 เมื่อ​เขา​ได้ยิน​ฉัน​ร้อง​ตะโกน​เสียงดัง เขา​จึง​ทิ้ง​เสื้อเขา​ไว้​ข้างฉัน​และ​วิ่งหนี​ไป​ข้างนอก” 16 แล้ว​นาง​ก็​เก็บ​เสื้อ​ของเขา​ไว้​กับ​ตัว จน​ผัวนาง​กลับ​มา​บ้าน 17 นาง​ก็​เล่า​เรื่อง​เดิม​ให้​เขา​ฟัง​อีก “เจ้า​คนใช้​ชาว​ฮีบรู​คนนั้น คน​ที่​ท่าน​นำ​ตัว​มา เขา​เข้า​มา​จะ​ลวนลาม​ฉัน 18 แต่​เมื่อ​ฉัน​ตะโกน​ร้อง​ให้​ช่วย​เสียงดัง เขา​จึง​ทิ้ง​เสื้อ​เขา​ไว้​กับ​ฉัน​และ​วิ่งหนี​ไป​ข้างนอก”

โยเซฟ​ถูก​จำคุก

19 เมื่อ​เจ้านาย​ของเขา​ได้ยิน​เรื่อง​ที่​เมีย​ของเขา​เล่า​ให้​ฟัง​ที่ว่า นี่คือ​สิ่ง​ที่​คนใช้​ของ​ท่าน​ทำกับ​ฉัน เขา​โกรธ​มาก 20 เจ้านาย​ของ​โยเซฟ​ก็​จับ​โยเซฟ​ไป​ขัง​ไว้​ใน​คุก​ที่​ใช้​ขัง​พวก​นักโทษ​ของ​กษัตริย์ โยเซฟ​จึง​ถูก​ขัง​อยู่​ที่นั่น

21 แต่​พระยาห์เวห์​สถิต​กับ​โยเซฟ พระองค์​แสดง​ความ​เอ็นดู​เขา​โดย​ทำ​ให้​หัวหน้า​ผู้ดูแล​คุก​นั้น​ชอบ​โยเซฟ 22 เขา​ก็​ตั้ง​โยเซฟ​ให้​เป็น​ผู้ดูแล​นักโทษ​ทั้งหมด​ใน​คุก​แห่งนั้น และ​โยเซฟ​ได้​เป็น​คน​สั่งงาน​ทุกอย่าง​ภายใน​คุก​แห่งนั้น 23 งาน​อะไร​ก็​แล้วแต่​ที่​โยเซฟ​ดูแล​อยู่ หัวหน้า​คุก​ก็​ปล่อย​ได้เลย ไม่ต้อง​สนใจ เพราะ​พระยาห์เวห์​สถิต​กับ​โยเซฟ และ​พระองค์​ทำ​ให้​ทุกอย่าง​ที่​โยเซฟ​ทำ​ประสบ​ผลสำเร็จ

40

โยเซฟ​ทำนายฝัน​ของ​นักโทษ

1 ต่อมา​คน​รับใช้​ที่​มี​หน้าที่​คอย​ยกแก้ว​เหล้าองุ่น​ให้​กับ​กษัตริย์​ของ​อียิปต์ และ​คน​อบ​ขนมปัง​ของ​พระองค์ ทำ​ให้​พระองค์​ไม่​พอใจ 2 ฟาโรห์​โกรธ​ทั้ง​สองคนนี้​มาก คือ​ทั้ง​คน​ยกแก้ว​เหล้าองุ่น​และ​คน​อบ​ขนมปัง 3 ฟาโรห์​จึง​ให้​จับ​สอง​คนนี้​ไป​ขัง​ใน​คุก​ที่​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ผู้บัญชาการ​ทหาร​รักษา​พระองค์ ซึ่ง​เป็น​คุก​เดียว​กับ​ที่​โยเซฟ​ถูก​ขัง​อยู่ 4 ผู้บัญชาการ​ทหาร​รักษา​พระองค์​มอบหมาย​ให้​โยเซฟ​คอย​ดูแล​พวกเขา พวกเขา​อยู่​ใน​คุก​ไป​ได้​ระยะ​หนึ่ง 5 ทั้ง​คน​ยก​เหล้าองุ่น​และ​คน​อบ​ขนมปัง​ของ​ฟาโรห์​ที่​ถูก​ขัง​อยู่​ใน​คุก ต่าง​ก็​ฝัน​ใน​คืน​เดียวกัน และ​ความฝัน​นั้น​ก็​มี​ความหมาย​แตกต่าง​กัน​ไป 6 ใน​ตอนเช้า​โยเซฟ​มาหา​พวกเขา เห็น​พวกเขา​สอง​คน​ดู​ท่าทาง​เป็นทุกข์​มาก 7 โยเซฟ​จึง​ถาม​คนรับใช้​ทั้ง​สอง​คน​ของ​ฟาโรห์​ที่​อยู่​กับ​เขา​ใน​คุก​ใน​บ้าน​ของ​เจ้านาย​เขา​ว่า “ทำไม​วันนี้​หน้าตา​พวกท่าน​ดู​เคร่งเครียด​จัง”

8 พวกเขา​ตอบ​ว่า “เมื่อคืน​พวกเรา​ฝัน แต่​ไม่มี​ใคร​แก้ฝัน​ให้​เรา​ได้​เลย”

โยเซฟ​จึง​ตอบ​ว่า “พระเจ้า​เท่านั้น​ที่​แก้ฝัน​ได้ ไหน​เล่า​ให้​ผม​ฟังสิ”

ความฝัน​ของ​คน​ยก​เหล้าองุ่น

9 หัวหน้า​คน​ยก​ถ้วย​เหล้าองุ่น​จึง​เล่า​ความฝัน​ให้​โยเซฟ​ฟัง​ว่า “ใน​ความฝัน​ผม​ได้​เห็น​เถาองุ่น​อยู่​ตรง​หน้า 10 บน​เถา​นั้น​มี​กิ่ง​อยู่​สาม​กิ่ง ทันใดนั้น​มัน​ก็​ผลิ​ดอก​และ​ดอก​ของ​มัน​ก็​บาน และ​ช่อ​ของ​มัน​ก็​กลาย​เป็น​ผลองุ่น​สุก 11 และ​ถ้วย​ของ​ฟาโรห์​ก็​อยู่​ใน​มือ​ผม ผม​ได้​หยิบ​ผลองุ่น​มา​คั้น​เป็น​น้ำ​ใส่​ถ้วย​ของ​ฟาโรห์ และ​เอา​ถ้วย​นั้น​ใส่​มือ​ของ​ฟาโรห์”

12 โยเซฟ​พูด​กับ​คน​ยก​ถ้วย​เหล้าองุ่น​ว่า “นี่​คือ​ความหมาย​ของ​ฝัน​นั้น กิ่ง​สาม​กิ่ง​นั้น​หมายถึง​สาม​วัน 13 ภายใน​สาม​วัน​ฟาโรห์​จะ​ยกโทษ​ให้​ท่าน+ 40:13 จะ​ยกโทษ​ให้​ท่าน แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “จะ​ยก​หัว​ของ​ท่าน” เป็น​สำนวน​ที่​ต่อมา โยเซฟ​ใช้​บรรยาย​ใน​สิ่ง​ที่​จะ​เกิดขึ้น​กับ​คน​อบ​ขนมปัง แต่​ใน​กรณี​นั้น​คำว่า “ยก​หัว​ของ​ท่าน” จะ​ตรง​ตาม​ตัวอักษร​มากกว่า และ​จะ​คืน​ตำแหน่ง​ให้​กับ​ท่าน ท่าน​จะ​ได้​กลับ​ไป​ยก​แก้ว​เหล้าองุ่น​ให้​ฟาโรห์​เหมือน​ที่​ท่าน​เคย​ทำ​มา 14 อย่า​ลืม​ผม​นะ เมื่อ​ทุกอย่าง​เป็น​ไป​ด้วยดี​สำหรับ​ท่าน ช่วย​ทำ​สิ่ง​นี้​ให้​กับ​ผม​หน่อย ช่วย​บอก​กับ​ฟาโรห์​ให้​ปล่อย​ผม​ออก​ไป​จาก​คุกนี้​ด้วย 15 เพราะ​ผม​ถูก​ลักพาตัว​มา​จาก​ดินแดน​ของ​ชาว​ฮีบรู และ​ผม​ก็​ไม่ได้​ทำ​ผิด​อะไร​ที่​จะ​ต้อง​ถูก​จับ​มา​อยู่​ใน​คุกนี้”

ความฝัน​ของ​คน​ทำ​ขนมปัง

16 เมื่อ​หัวหน้า​คน​ทำ​ขนมปัง​เห็น​ว่า​การ​ทำนาย​ฝันนั้น​ออก​มา​ดี เขา​จึง​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “เมื่อคืนนี้ ผม​ก็​ฝัน​เหมือนกัน ผม​ฝัน​ว่า​มี​ตะกร้า​สาม​ใบ​ใส่​ขนมปังขาว​วาง​อยู่​บน​หัว​ผม 17 และ​ใน​ตะกร้า​บน​สุด​นั้น มี​ขนมอบ​ชนิด​ต่างๆ​สำหรับ​ฟาโรห์ แต่​มี​ฝูงนก​ลง​มา​จิกกิน​ขนม​เหล่านั้น​บน​หัว​ผม”

18 โยเซฟ​ตอบ​ว่า “นี่คือ​ความหมาย​ของ​ฝัน​นั้น ตะกร้า​สาม​ใบ​หมายถึง​สาม​วัน 19 ภายใน​เวลา​สาม​วัน​ฟาโรห์​จะ​สั่ง​ตัดหัว​ท่าน+ 40:19 ตัดหัว​ท่าน แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “จะ​ยก​หัว​ของ​ท่าน​ออก​จาก​ตัว​ท่าน” และ​พระองค์​จะ​สั่ง​ให้​เอา​ร่าง​ท่าน​ไป​เสียบ​ไว้​บน​เสาไม้ และ​ฝูงนก​จะ​มา​จิกกิน​เนื้อ​ท่าน”

โยเซฟ​ถูก​ลืม

20 สาม​วัน​ต่อมา ใน​วันเกิด​ของ​ฟาโรห์ พระองค์​จัด​งานเลี้ยง​ให้​กับ​ข้าราชสำนัก คนรับใช้​ทั้งหมด และ​พระองค์​ได้​สั่ง​ให้​นำ​ตัว​หัวหน้า​คน​ยก​ถ้วย​เหล้าองุ่น​และ​หัวหน้า​คน​ทำ​ขนมปัง​มา​อยู่​ต่อหน้า​คน​ทั้งปวง 21 พระองค์​คืน​ตำแหน่ง​ให้​คน​ยก​ถ้วย​เหล้าองุ่น เขา​ได้​กลับ​มา​ยก​ถ้วย​เหล้า​ให้​ฟาโรห์​อีกครั้ง 22 แต่​หัวหน้า​คน​ทำ​ขนมปัง​ถูก​เสียบ​ไว้​บน​เสาไม้​เหมือน​ที่​โยเซฟ​ได้​พูด​ไว้​ทุกอย่าง 23 แต่​หัวหน้า​คน​ยก​ถ้วย​เหล้าองุ่น​ไม่ได้​คิดถึง​โยเซฟ​และ​ลืม​เขา​ไป

41

ความฝัน​ของ​ฟาโรห์

1 สองปี​ต่อมา กษัตริย์​ฟาโรห์​ฝัน​ว่า เขา​กำลัง​ยืน​อยู่​ที่​แม่น้ำ​ไนล์ 2 แล้ว​จู่ๆ​ก็​มี​วัว​เจ็ดตัว​โผล่​ขึ้นมา​จาก​แม่น้ำ​ไนล์ วัว​ทั้ง​เจ็ดตัวนี้​มี​รูปร่าง​สมบูรณ์​แข็งแรง อ้วนพี พวกมัน​ยืน​กิน​หญ้า​อยู่​แถวๆนั้น 3 หลัง​จาก​นั้น​ไม่นาน ก็​มี​วัว​อีก​เจ็ดตัว​โผล่​ขึ้น​มา​จาก​แม่น้ำ​ไนล์ วัว​เจ็ดตัว​หลังนี้​มี​รูปร่าง​น่าเกลียด​น่ากลัว ผอมแห้ง พวกมัน​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ​วัว​เจ็ดตัว​แรก​บน​ฝั่ง​แม่น้ำ​ไนล์ 4 วัวผอม​ที่​น่าเกลียด​พวกนี้​ได้​กิน​วัว​อ้วนพี​ที่​แข็งแรง​ทั้ง​เจ็ดตัว​นั้น ฟาโรห์​ก็​ตื่น​ขึ้น 5 พระองค์​นอน​ต่อ​และ​ฝัน​อีก​เป็น​ครั้งที่​สอง​ว่า มี​รวงข้าว​อยู่​เจ็ดรวง แต่ละ​รวง​มี​เมล็ดข้าว​ออก​เต็ม​ไปหมด ทั้งหมด​ออก​มา​จาก​ต้นข้าว​ต้นเดียว 6 มี​รวงข้าว​อีก​เจ็ดรวง​งอก​ออก​มา​ทีหลัง แต่​เป็น​รวงข้าว​ผอมลีบ​และ​เหี่ยวแห้ง เพราะ​ลมร้อน​จาก​ตะวันออก 7 รวงข้าว​ผอมลีบ​ทั้ง​เจ็ด​นี้​ได้​กลืน​รวงข้าว​เม็ด​งามดี​นั้น​เสีย แล้ว​ฟาโรห์​ได้​ตื่นขึ้น ก็​รู้ว่า​เป็น​ความฝัน 8 ใน​ตอนเช้า พระองค์​ไม่​สบายใจ จึง​ได้​เรียก​พวกโหร​และ​พวกผู้รู้​ทั้งหมด​ของ​อียิปต์​มา พระองค์​ได้​เล่า​ความฝัน​ให้​พวกเขา​ฟัง แต่​ไม่มีใคร​สามารถ​แก้ฝัน​ให้​กับ​พระองค์​ได้

คนใช้​บอก​ฟาโรห์​เกี่ยวกับ​โยเซฟ

9 แล้ว​หัวหน้า​คนยก​ถ้วย​เหล้าองุ่น​ได้​บอก​กับ​กษัตริย์​ฟาโรห์​ว่า “วันนี้​ข้าพเจ้า​เพิ่ง​นึกได้​ถึง​ความผิด​ของ​ข้าพเจ้า 10 ตอนที่​พระองค์​โกรธ​พวกคนใช้​ของ​พระองค์ และ​เอา​ข้าพเจ้า​ไป​ขัง​ไว้​ใน​คุก ที่​บ้าน​ของ​ผู้บัญชาการ​ทหาร​รักษา​พระองค์ พร้อม​กับ​หัวหน้า​คนทำ​ขนมปัง​นั้น 11 เรา​ทั้งสอง​คน​ได้​ฝัน​ไป​ใน​คืน​เดียวกัน ทั้ง​เขา​และ​ข้าพเจ้า เรา​ต่าง​ก็​ฝัน​ถึง​สิ่ง​ที่​มี​ความหมาย​แตกต่าง​กัน 12 มี​ชายหนุ่ม​ชาว​ฮีบรู​คนหนึ่ง​อยู่​ที่นั่น​กับ​พวก​ข้าพเจ้า เขา​เป็น​คนใช้​ของ​ผู้บัญชาการ​ทหาร​รักษา​พระองค์ พวก​ข้าพเจ้า​เล่า​ความฝัน​ให้​เขา​ฟัง เขา​ได้​แก้ฝัน​ให้​กับ​พวกเรา เขา​ทำนาย​ฝัน​ให้​กับ​เรา​แต่ละ​คน 13 และ​มัน​ก็​เกิดขึ้น​จริง​ตามที่​เขา​แก้ฝัน​ให้นั้น ข้าพเจ้า​ได้รับ​ตำแหน่ง​กลับคืนมา แต่​อีก​คนหนึ่ง​ถูก​เสียบ​ไว้​บน​เสาไม้”

ฟาโรห์​ขอให้​โยเซฟ​ทำนายฝัน

14 ฟาโรห์​จึง​ส่ง​คน​ไป​ตาม​โยเซฟ​มา พวกเขา​รีบ​นำ​ตัว​โยเซฟ​มา​จาก​คุก ให้​โยเซฟ​โกนหัว​และ​หนวดเครา เปลี่ยน​เสื้อผ้า​ให้​เรียบร้อย และ​นำ​ตัวเขา​มา​หา​ฟาโรห์ 15 ฟาโรห์​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “เรา​ได้​ฝัน​ไป แต่​ไม่มีใคร​สามารถ​แก้ฝัน​ของ​เรา​ได้ แต่​เรา​ได้ยิน​เขา​พูด​ถึง​เจ้า​ว่า เมื่อ​เจ้า​ได้​ฟัง​ความฝัน เจ้า​จะ​แก้ฝัน​ได้”

16 โยเซฟ​ตอบ​ฟาโรห์​ว่า “ไม่ใช่​ข้าพเจ้า​หรอก แต่​เป็น​พระเจ้า​ที่​จะให้​คำตอบ​ดีๆ​กับ​ท่าน​ฟาโรห์”

17 ฟาโรห์​จึง​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “ใน​ความฝัน​ของ​เรา เรา​กำลัง​ยืน​อยู่​ที่​ริมฝั่ง​แม่น้ำ​ไนล์ 18 แล้ว​จู่ๆ​ก็​มี​วัว​อ้วนพี​เจ็ดตัว รูปร่าง​สมบูรณ์​แข็งแรง โผล่​ขึ้น​มา​จาก​แม่น้ำ​ไนล์ มา​กิน​หญ้า​ที่​ขึ้น​อยู่​แถวๆนั้น 19 หลังจากนั้น​ก็​มี​วัว​อีก​เจ็ดตัว​ที่​หิวโซ ผอมลีบ น่าเกลียด​น่ากลัว โผล่​ขึ้น​มา เรา​ยัง​ไม่เคย​เห็น​วัว​ที่​น่าเกลียด​อย่างนี้​มาก่อน​เลย​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ 20 แล้ว​วัว​ผอมลีบ​ที่​น่าเกลียด​ทั้ง​เจ็ดตัว​นี้ ได้​กิน​วัว​อ้วนพี​ทั้ง​เจ็ดตัวนั้น 21 แต่​เมื่อ​พวกมัน​กิน​วัว​อ้วนพี​ทั้ง​เจ็ดตัว​เข้าไป​แล้ว ดู​ไม่รู้​เลย​ว่า​พวกมัน​ได้​กิน​วัว​อ้วนพี​เข้า​ไป​ใน​ท้อง​ของ​พวกมัน​แล้ว เพราะ​มัน​ยัง​น่าเกลียด​น่ากลัว​เหมือน​ใน​ตอนแรก

22 แล้ว​เรา​ได้​ตื่น​ขึ้น จากนั้น​เรา​ได้​ฝัน​อีก คราวนี้​เรา​ฝัน​เห็น​รวงข้าว​เจ็ดรวง แต่ละ​รวง​มี​เมล็ดข้าว​ออก​เต็ม​ไปหมด ทั้งหมด​งอก​ออกมา​จาก​ต้นข้าว​ต้นเดียว 23 ต่อมา​ได้​มี​รวงข้าว​อีก​เจ็ดรวง​งอก​ออก​มา แต่​มี​เมล็ดข้าว​ที่​ผอมลีบ​และ​เหี่ยวแห้ง เพราะ​ลมร้อน​จาก​ตะวันออก 24 รวงข้าว​ที่​ผอมลีบ​นี้​ได้​กลืนกิน​รวงข้าว​ที่​งามดี​ทั้ง​เจ็ดรวงนั้น

เรา​ได้​เล่า​เรื่องนี้​ให้​กับ​พวกโหร​ของเรา แต่​ไม่มี​ใคร​แก้ฝันนี้​ให้​กับ​เรา​ได้เลย”

โยเซฟ​ทำนายฝัน​ให้​ฟาโรห์

25 โยเซฟ​พูด​กับ​ฟาโรห์​ว่า “ความฝัน​ทั้งสอง​อัน​นี้​ของท่าน​เป็น​ความฝัน​เรื่องเดียว​กัน​และ​เหมือนกัน พระเจ้า​บอก​ฟาโรห์​ถึง​สิ่ง​ที่​พระองค์​จะ​ทำ​ใน​ไม่ช้านี้ 26 วัวดีๆ​เจ็ดตัว​นั้น​คือ​เจ็ดปี และ​รวงข้าว​งามๆ​ทั้ง​เจ็ดรวงนั้น​ก็​คือ​เจ็ดปี ความฝัน​ทั้งสอง​อันนี้​มี​ความหมาย​อย่างเดียว​กัน 27 วัว​ผอมลีบ​ที่​น่าเกลียด​ทั้ง​เจ็ดตัว​ที่​โผล่​ตาม​มา​นั้น​ก็​คือ​เจ็ดปี และ​รวงข้าว​ทั้ง​เจ็ดรวง​ที่​ผอม​และ​เหี่ยวแห้ง​เพราะ​ลมร้อน​จาก​ตะวันออก​นั้น ก็​เป็น​เจ็ดปี​ของ​ความ​อดอยาก​หิวโหย+ 41:27 อดอยาก​หิวโหย หรือ​กันดาร​อาหาร เวลา​ที่​ไม่มี​ฝน​และ​พืชพันธุ์​ไม่สามารถ​เติบโต​ได้ บ่อยครั้ง​ที่​ประชาชน​และ​สัตว์ตาย​เพราะ​ขาดแคลน​น้ำ​และ​อาหาร28 นี่คือ​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​บอก​กับ​ฟาโรห์ พระเจ้า​ได้​แสดง​ให้​ฟาโรห์​เห็น​ถึง​สิ่ง​ที่​พระองค์​จะ​ทำ​ใน​ไม่ช้านี้ 29 ดูเถิด ใน​เวลา​เจ็ดปี จะ​มี​อาหาร​อย่าง​เหลือเฟือ​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ 30 หลังจากนั้น​อีก​เจ็ดปี ความ​อดอยาก​หิวโหย​จะ​ตาม​มา ผู้คน​จะ​ลืม​ช่วง​ที่​มี​อาหาร​อย่าง​เหลือเฟือ​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ และ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​นี้​จะ​ทำลาย​แผ่นดินนี้ 31 ความ​อดอยาก​หิวโหย​ที่​ตาม​มานี้ จะ​ทำให้​ผู้คน​ลืม​ช่วงเวลา​ที่มี​อาหาร​กิน​อย่าง​เหลือเฟือ เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​นั้น​จะ​หนักหนา​สาหัส​มาก 32 และ​ที่​ฟาโรห์​ได้​ฝัน​ถึง​สอง​ครั้ง ก็​เพราะ​พระเจ้า​ได้​ตัดสินใจ​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้​แล้ว และ​พระองค์​จะ​ทำให้​มัน​เกิดขึ้น​ใน​ไม่ช้านี้ 33 ดังนั้น ตอนนี้​ขอให้​ฟาโรห์​รีบ​หา​คน​ที่​เฉลียว​ฉลาด​และ​หัวดี และ​ตั้งเขา​ให้​จัดการ​ดูแล​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​อียิปต์ 34 ขอให้​ฟาโรห์​แต่งตั้ง​เจ้าหน้าที่​ทั่ว​แผ่นดิน​และ​ให้​แบ่ง​ยี่สิบ​เปอร์เซ็นต์​ของ​ผลผลิต​ทั้งหมด​ที่​เกิดขึ้น​ใน​เจ็ดปี​แรก ออก​มา​เก็บไว้ 35 ให้​พวกเขา​เก็บ​สะสม​อาหาร​ที่มี​ใน​ปี​ที่ดี​ที่​กำลัง​จะ​มานี้ ให้​พวกเขา​เก็บ​รวบรวม​เมล็ดข้าว​ไว้​ใน​คลัง​ของ​กษัตริย์​ฟาโรห์​ใน​เมือง​ต่างๆ​และ​ให้​เฝ้า​มัน​ไว้ 36 อาหาร​พวกนี้​จะ​เก็บตุน​ไว้​สำหรับ​เจ็ดปี​แห่ง​ความ​อดอยาก​หิวโหย​ที่​จะ​เกิดขึ้น​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ เพื่อ​แผ่นดินนี้​จะได้​ไม่ถูก​ทำลาย​เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหยนั้น”

37 ทั้ง​ฟาโรห์​และ​เจ้าหน้าที่​ของเขา​เห็นด้วย​กับ​แผนนี้ 38 ฟาโรห์​จึง​พูด​กับ​เจ้าหน้าที่​ของเขา​ว่า “พวกเรา​จะ​ไป​หา​คน​อย่างนี้​ได้​ที่ไหน คน​ที่มี​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​สถิต​อยู่​ด้วย”

39 ฟาโรห์​จึง​บอก​โยเซฟ​ว่า “เพราะ​พระเจ้า​ได้​ทำ​ให้​เจ้า​รู้​เรื่อง​พวกนี้​ทั้งหมด ไม่มี​ใคร​ที่​จะ​เฉลียว​ฉลาด​และ​หัวดี​เท่า​กับ​เจ้า​อีกแล้ว 40 เรา​จะให้​เจ้า​ดูแล​บ้าน​เรือน​ของเรา และ​ประชาชน​ของเรา​ทุกคน​ก็​จะ​เชื่อฟัง​คำสั่ง​ของ​เจ้า เจ้า​จะ​ใหญ่​เป็น​อันดับสอง​รอง​จากเรา”

41 ฟาโรห์​จึง​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “เห็นไหม เรา​ได้​แต่งตั้ง​เจ้า​ให้​ดูแล​แผ่นดิน​อียิปต์​ทั้งหมด” 42 แล้ว​ฟาโรห์​ก็​ถอด​แหวน​ตรา​ประทับ​จาก​มือ สวม​เข้า​ที่​มือ​ของ​โยเซฟ ฟาโรห์​ได้​เอา​ผ้าลินิน​อย่างดี​มา​สวมใส่​ให้​โยเซฟ เอา​สร้อยคอ​ทองคำ​มา​สวม​ที่​คอ​ของเขา 43 ฟาโรห์​ได้​ให้​โยเซฟ​นั่ง​รถม้า​คัน​ที่สอง​ของ​พระองค์ มี​คน​ร้อง​ตะโกน​อยู่​ข้างหน้า​เขา​ว่า “กราบลง”

และ​ฟาโรห์​ได้​แต่งตั้ง​ให้​โยเซฟ​ดูแล​แผ่นดิน​อียิปต์​ทั้งหมด 44 ฟาโรห์​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “เรา​คือ​ฟาโรห์ ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​จะ​ไม่มีใคร​สามารถ​กระดิก​แขนขา​ได้ นอกจาก​เจ้า​จะ​อนุญาต”

45 แล้ว​ฟาโรห์​ได้​ตั้งชื่อ​ใหม่​ให้​กับ​โยเซฟ​ว่า ศาเฟนาทปาเนอาห์+ 41:45 ศาเฟนาทปาเนอาห์ ชื่อ​ใน​ภาษา​อียิปต์ หมายถึง “ผู้​ค้ำจุน​ชีวิต” แต่​ความหมาย​ใน​ภาษา​ฮีบรู “ผู้ซึ่ง​อธิบาย​สิ่งลึกลับ” และ​ยก​อาเสนัท​ให้​เป็น​เมีย​โยเซฟ​ด้วย อาเสนัท​เป็น​ลูกสาว​ของ​โปทิเฟรา นักบวช​เมือง​โอน แล้ว​โยเซฟ​ก็​ได้​ออก​ไป​จาก​ฟาโรห์ และ​ออก​เดินทาง​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน​อียิปต์

46 โยเซฟ​มี​อายุ​สามสิบ​ปี เมื่อ​เขา​เริ่ม​รับใช้​ฟาโรห์​กษัตริย์​ของ​อียิปต์ โยเซฟ​จาก​ฟาโรห์​มา และ​ได้​เดินทาง​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน​อียิปต์ 47 ในช่วง​เจ็ดปี​แห่ง​ความ​อุดม​สมบูรณ์ แผ่นดิน​ได้​ให้​ผลผลิต​อย่าง​ล้นเหลือ 48 ในช่วง​เจ็ดปี​นั้น​ที่มี​อาหาร​อย่าง​ล้นเหลือ​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ โยเซฟ​ได้​เก็บ​กักตุน​มัน​ไว้​ใน​เมือง​ต่างๆ อาหาร​ที่​เก็บ​ได้​จาก​ท้องทุ่ง​รอบๆ​เมือง​ไหน​ก็​จะ​ตุน​ไว้​ใน​เมืองนั้นๆ 49 ดังนั้น​โยเซฟ​จึง​เก็บ​เมล็ดข้าว​มา​ตุน​ไว้​มากมาย​เหมือนกับ​เม็ดทราย​ที่​ทะเล มัน​มาก​ซะจน​ชั่ง​ไม่หวั่น​ไม่ไหว​จน​ต้อง​หยุด​ชั่ง​ไป

50 ก่อน​ที่​จะ​ถึง​ปี​แห่ง​ความ​อดอยาก​หิวโหย โยเซฟ​มี​ลูกชาย​สอง​คน อาเสนัท​ได้​คลอดลูก​สอง​คนนี้​ให้​กับ​โยเซฟ อาเสนัท​เป็น​ลูกสาว​ของ​โปทิเฟรา​นักบวช​เมือง​โอน 51 โยเซฟ​ตั้งชื่อ​ลูกชาย​คนแรก​ว่า มนัสเสห์+ 41:51 มนัสเสห์ ชื่อนี้​คล้าย​กับ​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ที่มี​ความหมาย​ว่า “ทำให้​ลืม” โยเซฟ​พูด​ว่า “พระเจ้า​ทำ​ให้​ผม​ลืม​ความ​ทุกข์ยาก​ลำบาก​ของ​ผม​ทั้งสิ้น รวมทั้ง​ทุกคน​ใน​ครอบครัว​ของ​พ่อ​ผม” 52 โยเซฟ​ได้​ตั้งชื่อ​ลูก​คน​ที่​สอง​ว่า​เอฟราอิม+ 41:52 เอฟราอิม ชื่อนี้​คล้าย​กับ​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ที่มี​ความหมาย​ว่า “เกิดผล หรือ ทวี” โยเซฟ​พูด​ว่า “เพราะ​พระเจ้า​ได้​ทำให้​ผม​มี​ลูกหลาน+ 41:52 เพราะ​พระเจ้า​ได้​ทำให้​ผม​มี​ลูกหลาน แปล​ตรงๆ​คือ “ทำให้​ผม​เกิดผล” หรือ “ทำให้​ผม​ประสบ​ความ​สำเร็จ” หรือ “ทำให้​ผม​มี​ลูกดก” ใน​แผ่นดิน​ที่​ผม​ได้รับ​ความ​ทุกข์ยาก​ลำบากนี้”

เวลา​แห่ง​ความ​อดอยาก​หิวโหย​เริ่มขึ้น

53 เจ็ดปี​แห่ง​ความ​อุดม​สมบูรณ์​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​ได้​สิ้นสุดลง 54 และ​เจ็ดปี​แห่ง​ความ​อดอยาก​หิวโหย​ได้​เริ่มต้น​ขึ้น​ตามที่​โยเซฟ​ได้​พูด​ไว้ ความ​อดอยาก​หิวโหย​ได้​เกิดขึ้น​กับ​ทุก​ประเทศ ยกเว้น​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​ที่มี​อาหาร​กินกัน 55 เมื่อ​แผ่นดิน​อียิปต์​เริ่ม​ขาดแคลน​อาหาร ประชาชน​ได้​มา​ร้องขอ​อาหาร​ต่อ​ฟาโรห์ ฟาโรห์​บอก​ชาว​อียิปต์​ทุกคน​ว่า “ให้​ไป​หา​โยเซฟ​และ​ให้​ทำ​ตามที่​เขา​บอก​พวกเจ้า”

56 เมื่อ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​ได้​แพร่​กระจาย​ไป​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน โยเซฟ​จึง​เปิด​คลัง​ข้าวสาร และ​ขาย​ข้าว​ให้​กับ​ชาว​อียิปต์ เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​นั้น​รุนแรง​มาก​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ 57 และ​คน​ทั่วโลก​ต่าง​เดินทาง​มา​อียิปต์ เพื่อ​มา​ขอ​ซื้อ​ข้าว​จาก​โยเซฟ เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​รุนแรง​ไป​ทั่วโลก

42

ความฝัน​กลาย​เป็นจริง

1 เมื่อ​ยาโคบ​เห็นว่า​มี​ข้าว​อยู่​ใน​อียิปต์ เขา​จึง​พูด​กับ​พวกลูกๆ​ของเขา​ว่า “พวกเจ้า​จะ​มา​นั่ง​มองหน้า​กัน​อยู่​ทำไม ทำ​อะไร​สักอย่างสิ” 2 แล้ว​ยาโคบ​ก็​พูด​ว่า “ฟังนะ พ่อ​ได้ยิน​มา​ว่า​มี​ข้าว​ใน​อียิปต์ ให้​พวกเจ้า​ลง​ไป​ที่นั่น​และ​ไป​ซื้อ​ข้าว​มา​ให้​กับ​พวกเรา พวกเรา​จะได้​มี​ชีวิตอยู่​ต่อไป ไม่ต้อง​อดตาย”

3 พี่ชาย​ทั้ง​สิบคน​ของ​โยเซฟ​ก็​ลง​ไป​ซื้อ​ข้าว​ที่​อียิปต์ 4 แต่​ยาโคบ​ไม่ยอม​ให้​เบนยามิน​ไป​กับ​พวกพี่ชาย​ด้วย เพราะ​เขา​กลัว​ว่า​จะ​เกิด​อันตราย​กับ​เบนยามิน เบนยามิน​เป็น​น้องชาย​ของ​โยเซฟ+ 42:4 น้องชาย​ของ​โยเซฟ โยเซฟ​และ​เบนยามิน​มี​แม่​คนเดียว​กัน

5 พวกลูกชาย​ของ​อิสราเอล​ได้​ไป​ซื้อ​ข้าว​พร้อม​กับ​คนอื่นๆ เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​ได้​แผ่ขยาย​มา​ถึง​แผ่นดิน​คานาอัน​แล้ว

6 ใน​เวลานั้น โยเซฟ​เป็น​ผู้ปกครอง​เหนือ​แผ่นดิน​อียิปต์​ทั้งหมด คน​ที่​มา​ซื้อ​ข้าว​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ จะ​ต้อง​มา​ซื้อ​กับ​โยเซฟ เมื่อ​พวกพี่ชาย​ของ​โยเซฟ​มา​ถึง ก็​ก้ม​กราบ​ลง​กับ​พื้น​ต่อหน้า​เขา 7 เมื่อ​โยเซฟ​เห็น​พวกพี่ชาย เขา​ก็​จำได้ แต่​แกล้ง​ทำ​เป็น​ไม่รู้จัก และ​พูดจา​ดุดัน​กับ​พวกเขา โยเซฟ​พูด​ว่า “พวกเจ้า​มา​จาก​ที่ไหน​กัน”

พวกเขา​ตอบ​ว่า “มา​จาก​แผ่นดิน​คานาอัน​เพื่อ​มา​ซื้อ​อาหาร”

8 โยเซฟ​จำ​พวกพี่ชาย​ได้ แต่​พวกพี่ชาย​จำ​โยเซฟ​ไม่ได้ 9 โยเซฟ​ยัง​จำ​ความฝัน​ที่​เขา​ฝัน​เกี่ยวกับ​พวกพี่ชาย​ของเขา​ได้ โยเซฟ​กล่าวหา​พวกพี่ชาย​ว่า “พวกเจ้า​เป็น​พวกสอดแนม มา​ดู​ว่า​แผ่นดิน​นี้​มี​จุดอ่อน​ตรงไหน​บ้าง”

10 แต่​พวกเขา​ตอบ​โยเซฟ​ว่า “ไม่ใช่​ครับท่าน พวกเรา​ผู้รับใช้​ของท่าน​มา​ที่​นี่​เพื่อ​ซื้อ​อาหาร​ครับ 11 เรา​ทั้งหมด​มี​พ่อ​เดียวกัน พวกเรา​เป็น​คน​ซื่อสัตย์ พวกเรา​ผู้รับใช้​ของท่าน​ไม่ได้​เป็น​คนสอดแนม”

12 แต่​โยเซฟ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ไม่จริง พวกเจ้า​มา​แอบดู​จุดอ่อน​ของ​แผ่นดินนี้”

13 พวกเขา​ตอบ​ว่า “พวกเรา ผู้รับใช้​ของ​ท่าน มี​พี่น้อง​อยู่​สิบสองคน เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​เดียวกัน​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน ตอนนี้​น้อง​คนสุดท้อง​อยู่​กับ​พ่อ​ของ​พวกเรา และ​น้อง​อีก​คนหนึ่ง​ตาย​ไป​นาน​แล้ว”

14 โยเซฟ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกเจ้า​เป็น​คนสอดแนม เหมือนกับ​ที่​เรา​พูด​แน่ๆ 15 เรา​จะ​ให้​พวกเจ้า​พิสูจน์​ตัวเอง ใน​นาม​ของ​ฟาโรห์ เรา​สาบาน​ว่า​จะ​ไม่ปล่อย​พวกเจ้า​ไป​จาก​ที่นี่ จนกว่า​น้องชาย​คนเล็ก​ของ​พวกเจ้า​จะ​มา 16 ส่ง​คนหนึ่ง​ใน​พวกเจ้า​กลับไป และ​ให้​ไป​เอา​น้องชาย​มา ส่วน​ที่​เหลือ​ก็​รอ​อยู่​ใน​คุก​ที่นี่ จะได้​พิสูจน์​คำพูด​ของ​พวกเจ้า ว่า​พูด​ความจริง​หรือเปล่า ถ้า​ไม่อย่างนั้น ฟาโรห์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน พวกเจ้า​ต้อง​เป็น​คนสอดแนม​แน่ๆ” 17 แล้ว​โยเซฟ​ได้​ขัง​พวกเขา​ไว้​ใน​คุก​สาม​วัน

สิเมโอน​เป็น​ตัวประกัน

18 ใน​วันที่​สาม โยเซฟ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ให้​ทำ​อย่างนี้​ก็​แล้ว​กัน พวกเจ้า​จะ​ได้​รอด เพราะ​เรา​เกรง​กลัว​พระเจ้า 19 ถ้า​พวกเจ้า​เป็น​คน​ซื่อสัตย์ ให้​ทิ้ง​พี่น้อง​คนหนึ่ง​ของเจ้า​ไว้​ใน​คุกนี้ และ​พวกเจ้า​ก็​เอา​ข้าวสาร​ไป​ให้​กับ​ครอบครัว​ที่​หิวโหย​ของเจ้า 20 แล้ว​ค่อย​เอา​น้องชาย​คนสุดท้อง​ของเจ้า​มา​หา​เรา จะได้​พิสูจน์​ว่า​ที่​พวกเจ้า​พูด​นั้น​เป็น​ความจริง​หรือไม่ พวกเจ้า​จะได้​ไม่ต้อง​ตาย”

พวกเขา​ก็​ตกลง​ทำ​ตามนั้น 21 พวกเขา​พูด​กันเอง​ว่า “ที่​พวกเรา​ถูก​ลงโทษ​นี้ ต้อง​เป็น​เพราะ​สิ่งที่​เรา​ทำ​กับ​น้องชาย​ของเรา​แน่ๆ เรา​เห็น​ถึง​ความทุกข์​ของเขา ตอนที่​เขา​ร้องขอ​ความ​เมตตา​จากเรา แต่​พวกเรา​ไม่สนใจ​ฟัง เพราะ​เหตุนั้น​เรา​ถึง​ต้อง​ทนทุกข์​อย่างนี้”

22 รูเบน​ได้​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ผม​บอก​กับ​พวกท่าน​แล้ว​ว่า​อย่า​ทำร้าย​เด็กนั้น แต่​พวกท่าน​ก็​ไม่ยอมฟัง และ​ตอนนี้​เรา​ก็​ต้อง​ชดใช้​ให้​กับ​เลือด​ของเขา​แล้ว”

23 พวกเขา​ไม่รู้​ว่า​โยเซฟ​กำลัง​ฟังอยู่ เพราะ​ปกติ​แล้ว​จะ​มี​ล่าม​คอย​แปล​ให้​ระหว่าง​พวกเขา​กับ​โยเซฟ 24 โยเซฟ​จึง​ออก​ไป​ร้องไห้ แล้ว​กลับ​เข้า​มา​หา​พวกเขา​และ​พูด​กับ​พวกเขา โยเซฟ​เอา​สิเมโอน​มา​จาก​พวกเขา และ​มัด​เขา​ต่อหน้า​พี่น้อง​ของเขา 25 โยเซฟ​สั่ง​คนรับใช้​ให้​เอา​ข้าวสาร​มา​ใส่​ให้​เต็ม​กระสอบ​ของ​พวกพี่ชาย​ของเขา และ​ให้​เอา​เงิน​ของ​พี่ชาย​ของเขา​แต่ละ​คน​คืน​ใส่​เข้าไป​ใน​กระสอบ​ของ​พวกเขา​เอง และ​ให้​สิ่งที่​จำเป็น​สำหรับ​การเดินทาง​กับ​พวกเขา

26 ทุกอย่าง​ก็​เรียบร้อย พวกเขา​จึง​เอา​ข้าวสาร​ทั้งหมด​บรรทุก​บน​หลังลา​ของ​พวกเขา ออก​เดินทาง​ไป 27 ที่​จุดพักแรม​ใน​คืนนั้น เมื่อ​คนหนึ่ง​เปิด​กระสอบ​ของเขา​ออก​มา เพื่อ​เอา​ข้าวสาร​ให้​ลา​กิน เขา​ก็​เห็น​เงิน​ของเขา​อยู่​ที่​ปาก​กระสอบนั้น 28 เขา​พูด​กับ​พี่น้อง​ของเขา​ว่า “ผม​ได้​เงิน​ของ​ผม​คืน​มา นี่ไง มัน​อยู่​ใน​กระสอบ​ของผม” พวกเขา​ก็​งง​มาก ตกใจกลัว​มาก และ​หัน​ไป​พูด​กัน​และ​กัน​ว่า “นี่​พระเจ้า​กำลัง​เล่น​ตลก​อะไร​กับ​เรา”

พวกพี่ชาย​เล่า​เรื่อง​ให้​ยาโคบ​ฟัง

29 เมื่อ​พวกเขา​กลับ​มา​หา​ยาโคบ​พ่อ​ของ​พวกเขา ที่​แผ่นดิน​คานาอัน พวกเขา​ได้​เล่า​ให้​พ่อ​ฟัง​ถึง​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกิดขึ้น​ว่า 30 “ชาย​คนหนึ่ง​ที่​เป็น​เจ้านาย​เหนือ​แผ่นดิน​นั้น ได้​พูด​กับ​พวกเรา​อย่าง​ดุดัน และ​เขา​ได้​จับ​พวกเรา​ขัง​คุก เหมือนกับ​ว่า​พวกเรา​เข้าไป​สอดแนม​แผ่นดิน​นั้น 31 แล้ว​พวกเรา​ได้​บอก​กับ​เขา​ว่า ‘พวกเรา​เป็น​คน​ซื่อสัตย์ พวกเรา​ไม่ใช่​คน​สอดแนม 32 พวกเรา​มี​พี่น้อง​กัน​อยู่​สิบสอง​คน เป็น​ลูก​ของ​พ่อ​คนเดียวกัน น้อง​คนหนึ่ง​ได้​ตาย​ไป​แล้ว และ​ตอนนี้​น้อง​คนสุดท้อง​อยู่​กับ​พ่อ​ของ​พวกเรา​ที่​แคว้น​คานาอัน’

33 ชาย​คนที่​เป็น​เจ้านาย​เหนือ​แผ่นดิน​นั้น​จึง​พูด​กับ​พวกเรา​ว่า ‘ให้​ทำ​อย่างนี้ แล้ว​เรา​จะ​ได้รู้​ว่า​พวกเจ้า​เป็น​คนซื่อสัตย์ ทิ้ง​พี่น้อง​คนหนึ่ง​ของ​พวกเจ้า​ไว้​กับ​เรา ส่วน​ที่เหลือ ก็​ให้​เอา​อาหาร​ไป​ให้​กับ​ครอบครัว​ที่​หิวโหย​ทาง​บ้าน 34 แล้ว​ให้​เอา​น้อง​คนสุดท้อง​ของ​พวกเจ้า​มา​หา​เรา เรา​จะ​ได้รู้​ว่า​พวกเจ้า​ไม่ใช่​คน​สอดแนม แต่​เป็น​คนซื่อสัตย์ แล้ว​เรา​จะ​คืน​พี่ชาย​ให้​กับ​เจ้า และ​พวกเจ้า​จะ​ไปไหน​มาไหน​ได้​อย่าง​อิสระ​ใน​แผ่นดินนี้’”

35 เมื่อ​พวกเขา​เท​ข้าวสาร​ออก​มา​จาก​กระสอบ พวกเขา​ก็​เจอ​ถุงเงิน​ของ​แต่ละ​คน​ใน​กระสอบ เมื่อ​พวกเขา​และ​พ่อ​เห็น​ถุงเงิน​ของ​พวกเขา พวกเขา​ก็​กลัว

36 ยาโคบ​พ่อ​ของ​พวกเขา​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกเจ้า​จะ​ทำให้​พ่อ​สูญเสีย​ลูก​ไป​อีกแล้ว โยเซฟ​ก็​ตาย​ไป​แล้ว สิเมโอน​ก็​ตาย​ไป​แล้ว และ​เจ้า​จะ​ยัง​เอา​ตัว​เบนยามิน​ไป​อีกคน ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ดู​สิ้นหวัง​เสีย​เหลือเกิน”

37 รูเบน​พูด​กับ​พ่อ​ของเขา​ว่า “ถ้า​ผม​ไม่เอา​เบนยามิน​กลับ​มา​ให้​พ่อ พ่อ​ก็​ฆ่า​ลูกชาย​สอง​คน​ของ​ผม​ได้​เลย มอบ​เบนยามิน​ให้​อยู่​ใน​มือ​ผม​เถอะ แล้ว​ผม​จะ​เอา​เขา​กลับ​มา​ให้​พ่อ”

38 แต่​ยาโคบ​พูด​ว่า “เบนยามิน​ลูกชาย​ของ​พ่อ​จะ​ต้อง​ไม่ลง​ไป​กับ​เจ้า เพราะ​พี่ชาย​ของเขา​ได้​ตาย​ไป​แล้ว และ​เหลือ​เบนยามิน​เพียง​คนเดียว​เท่านั้น​ที่​เกิด​จาก​ราเชล แล้ว​ถ้า​เกิด​อันตราย​ขึ้น​กับ​เขา​ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​เจ้า​ไป เจ้า​ก็​จะ​ส่ง​คนแก่​หัวหงอก​อย่าง​พ่อ​ลง​ไป​ใน​แดน​คนตาย​เพราะ​ความ​เศร้าโศก​เสียใจ”

43

ยาโคบ​ยอมให้​เบนยามิน​ไป​อียิปต์

1 การขาดแคลน​อาหาร​ยิ่ง​รุนแรง​มากขึ้น​ใน​แผ่นดิน 2 เมื่อ​พวกเขา​กิน​ข้าวสาร​ที่​เอา​มา​จาก​อียิปต์​หมด​แล้ว ยาโคบ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “กลับไป​ซื้อ​อาหาร​มา​ให้​พวกเรา​อีก”

3 แต่​ยูดาห์​ตอบ​พ่อ​ว่า “ชาย​คนนั้น​เตือน​พวกเรา​ไว้​อย่าง​เด็ดขาด​แล้ว​ว่า ‘พวกเจ้า​จะ​ไม่ได้​เห็น​หน้าเรา​อีก นอกจาก​น้องชาย​ของเจ้า​จะ​มา​ด้วย’ 4 ถ้า​พ่อ​ยอมให้​น้องชาย​ไป​กับ​พวกเรา พวกเรา​ก็จะ​ลงไป​ซื้อ​อาหาร​มา​ให้​พ่อ 5 แต่​ถ้า​พ่อ​ไม่ยอม พวกเรา​ก็จะ​ไม่ลงไป เพราะ​ชาย​คนนั้น​ได้​บอก​กับ​พวกเรา​แล้ว​ว่า ‘พวกเจ้า​จะ​ไม่ได้​เห็น​หน้าเรา​อีก นอกจาก​น้องชาย​ของเจ้า​จะ​อยู่​ด้วย’”

6 อิสราเอล​จึง​พูด​ว่า “ทำไม​พวกเจ้า​ถึงได้​ทำร้าย​พ่อ​อย่าง​นี้ พวกเจ้า​ไป​บอก​ชาย​คนนั้น​ทำไม​ว่า ยัง​มี​น้องชาย​อีกคน”

7 พวกเขา​ตอบ​ว่า “ชาย​คนนั้น​ถาม​พวกเรา​ละเอียด​มาก เกี่ยวกับ​พวกเรา​และ​ครอบครัว​ของ​พวกเรา เขา​ถาม​ว่า ‘พ่อ​ของ​เจ้า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​หรือเปล่า พวกเจ้า​ยัง​มี​พี่น้อง​อีก​คนหนึ่ง​หรือเปล่า’ พวกเรา​ตอบ​ไป​ตามที่​เขา​ถาม พวกเรา​จะ​ไปรู้​ได้​ยังไง​ว่า เขา​จะ​พูด​ว่า ‘ให้​ไป​เอา​น้องชาย​ของเจ้า​มา’”

8 ยูดาห์​ได้​พูด​กับ​อิสราเอล​พ่อ​ของเขา​ว่า “ให้​น้อง​ไป​กับ​ผม​เถอะ แล้ว​พวกเรา​จะ​ไป​ทันที เพื่อว่า​พวกเรา ตัวพ่อ​เอง และ​ลูกๆ​ของ​พวกเรา​จะ​ได้​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อไป ไม่ต้อง​ตาย 9 ผม​จะ​รับรอง​ความ​ปลอดภัย​ของเขา​เอง ผม​จะ​เป็น​คน​รับผิดชอบ​เขา​เอง ถ้า​ผม​ไม่เอา​เขา​กลับ​มา พ่อ​ก็​ไม่ต้อง​ยกโทษ​ให้​กับ​ผม​เลย​ตลอดชีวิต 10 ถ้า​พวกเรา​ไม่ชักช้า​อยู่​อย่างนี้ ป่านนี้​พวกเรา​ก็​คง​ไป​และ​กลับ​มา​เป็น​ครั้ง​ที่สอง​แล้ว”

11 อิสราเอล​พ่อ​ของ​พวกเขา​จึง​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ถ้า​มัน​จะต้อง​เป็น​อย่างนี้ ก็​ให้​ทำ​ตามนี้ ให้​เอา​ผลิตผล​ที่ดี​ที่สุด​ใน​แผ่นดินนี้​ใส่​กระสอบ​ไป เอา​ไป​เป็น​ของขวัญ​ให้​กับ​ชาย​คนนั้น คือ​พวกพิมเสน น้ำเชื่อม​ผลไม้ ยาง​ไม้หอม มะม่วง​หิมพานต์ และ​ถั่ว​อัลมอนด์ 12 ให้​เอา​เงิน​ไป​มาก​เป็น​สองเท่า และ​ให้​เอา​เงิน​ที่​ติด​กลับ​มา​ใน​กระสอบ​ของ​พวกเจ้า​ไป​คืน​เขา​ด้วย บางที​มัน​อาจจะ​เป็น​ความ​ผิดพลาด 13 ให้​พา​น้องเจ้า​ไป​และ​กลับ​ไป​หา​ชาย​คนนั้น​ทันที 14 ขอให้​พระเจ้า​ผู้​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ+ 43:14 พระเจ้า​ผู้​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ ใน​ภาษา​ฮีบรู “เอล ชัดดัย” ทำให้​ชาย​คนนั้น​มี​เมตตา​กับ​พวกเจ้า​ด้วยเถิด และ​ขอให้​ชาย​คนนั้น​ยอม​ปล่อย​สิเมโอน​และ เบนยามิน​กลับ​มา​กับ​พวกเจ้า​ด้วยเถิด ส่วน​พ่อ​เอง ถ้า​พ่อ​จะ​ต้อง​สูญเสีย​ลูกๆ​ของพ่อ​ไป พ่อ​ก็​คง​ต้อง​ทำใจ​แล้ว​ล่ะ”

15 พวกเขา​ก็​เอา​ของขวัญนี้ พร้อม​เงิน​อีก​สองเท่า​และ​เบนยามิน แล้ว​พวกเขา​ก็​ออก​เดินทาง​ลง​ไป​อียิปต์ และ​เข้า​ไป​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​โยเซฟ

โยเซฟ​เชิญ​พวกพี่น้อง​ไป​ที่บ้าน

16 เมื่อ​โยเซฟ​เห็น​เบนยามิน​มา​กับ​พวกเขา โยเซฟ​บอก​กับ​ชาย​ที่​ดูแล​บ้าน​ของเขา​ว่า “เอา​คนพวกนี้​ไป​ที่บ้าน และ​ฆ่าสัตว์​เตรียม​อาหาร เพราะ​คนพวกนี้​จะ​กิน​อาหาร​กลางวัน​กับเรา” 17 ชายคนนั้น​ได้​ทำ​ตามที่​โยเซฟ​สั่ง เขา​พา​คนพวกนี้​ไป​ที่​บ้าน​ของ​โยเซฟ

18 พวกพี่ๆ​ของ​โยเซฟ​กลัว​มาก ตอนที่​พวกเขา​ถูก​พา​ตัว​ไป​ที่​บ้าน​ของ​โยเซฟ พวกเขา​พูด​ว่า “พวกเรา​ถูก​พา​มา​ที่นี่ เพราะ​เงิน​ที่​ติด​กลับ​ไป​กับ​กระสอบ​ของ​พวกเรา​ใน​ครั้งแรก​นั้น เขา​จะ​ต้อง​จู่โจม​และ​จับกุม​พวกเรา และ​เอา​พวกเรา​ไป​เป็น​ทาส​และ​ยึด​ลา​ของ​พวกเรา​ไป”

19 พวกเขา​จึง​เข้า​ไป​หา​ชาย​คน​ที่​ดูแล​บ้าน​ของ​โยเซฟ 20 และ​พูด​กับ​เขา​ที่​ประตู​ทางเข้า​บ้าน​ว่า “ท่านครับ ตอนที่​พวกเรา​ลง​มา​ซื้อ​อาหาร​ครั้งแรก​นั้น 21 เมื่อ​พวกเรา​ไป​หยุด​อยู่​ที่​แห่งหนึ่ง​เพื่อ​พักแรม พวกเรา​ได้​เปิด​กระสอบ​ของ​พวกเรา และ​เจอ​ถุงเงิน​อยู่​บน​ปาก​กระสอบ​ของ​พวกเรา​แต่ละ​คน เที่ยวนี้​พวกเรา​เอา​มัน​กลับ​มา​ด้วย 22 พร้อมกับ​เงิน​อีก​ส่วนหนึ่ง​ที่​พวกเรา​จะ​เอา​มา​ซื้อ​อาหาร พวกเรา​ไม่รู้ว่า​ใคร​เอา​เงิน​นั้น​มา​ใส่​ไว้​ใน​กระสอบ​ของ​พวกเรา”

23 คนใช้​นั้น​พูด​ว่า “ใจเย็นๆ​ไม่ต้อง​กลัว​หรอก พระเจ้า​ของ​พวกท่าน พระเจ้า​ของพ่อท่าน คง​เป็น​ผู้ที่​เอา​ทรัพย์​สมบัติ​นั้น​ใส่​ไว้​ใน​กระสอบ​ของ​พวกท่าน​อย่าง​แน่นอน เพราะ​ผม​ได้รับ​เงิน​ของ​พวกท่าน​มา​เรียบร้อย​แล้ว”

ชาย​คนนั้น​ได้​นำตัว​สิเมโอน​ออก​มา​หา​พวกเขา 24 แล้ว​ได้​พา​พวกเขา​เข้าไป​ใน​บ้าน​ของ​โยเซฟ เอา​น้ำ​ให้​พวกเขา​ล้างเท้า และ​เอา​อาหาร​มา​เลี้ยง​ลา​ของ​พวกเขา

25 พวกเขา​ได้​เตรียม​ของขวัญ​ให้​กับ​โยเซฟ ที่​จะ​มา​ใน​ตอนเที่ยง เพราะ​พวกเขา​ได้ยิน​ว่า​จะ​กิน​อาหาร​ร่วมกับ​โยเซฟ​ที่นั่น

26 เมื่อ​โยเซฟ​กลับมา​ถึงบ้าน พวกเขา​ได้​เอา​ของขวัญ​ที่​พวกเขา​ถือ​ติดตัว​เข้ามา​ใน​บ้าน ให้​กับ​โยเซฟ แล้ว​พวกเขา​ก็​ก้มลง​กราบ​ถึง​ดิน​ต่อหน้า​โยเซฟ

27 โยเซฟ​ได้​ถาม​ถึง​ทุกข์สุข​ของ​พวกเขา​และ​พูด​ว่า “พ่อ​ที่​แก่ชรา​ของ​พวกเจ้า​เป็น​อย่างไร​บ้าง เขา​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​หรือ”

28 พวกเขา​ตอบว่า “พ่อ​ของ​พวกเรา ผู้รับใช้​ของท่าน สบายดี เขา​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่” แล้ว​พวกเขา​ก้ม​กราบ​โยเซฟ​เพื่อ​เป็น​การ​ให้เกียรติ​เขา

29 เมื่อ​โยเซฟ​เงยหน้า​ขึ้น​เห็น​เบนยามิน​น้องชาย​ของเขา​ที่​เกิด​จาก​แม่​เดียวกัน โยเซฟ​พูดว่า “คนนี้​คือ​น้องชาย​คนเล็ก​ที่​พวกเจ้า​พูดถึง​ใช่ไหม” โยเซฟ​พูด​ว่า “ลูกเอ๋ย ขอ​พระเจ้า​เอ็นดู​เจ้า”

30 โยเซฟ​รีบ​ออก​ไป​จาก​ห้อง เพราะ​ความรัก​อย่าง​เหลือล้น​ที่มี​ต่อ​น้องชาย​ของเขา ทำให้​เขา​อยาก​จะ​ร้องไห้ เขา​จึง​ต้อง​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​ส่วนตัว​ของเขา​เพื่อ​ร้องไห้​ที่นั่น 31 จากนั้น​เขา​ก็​ล้างหน้า​และ​ออกมา เขา​พยายาม​กลั้น​น้ำตา ควบคุม​ไว้ และ​สั่ง​ว่า “ยก​อาหาร​ออกมา​ได้แล้ว”

32 พวก​คนรับใช้​จึง​ยก​อาหาร​ออก​มา​ให้​กับ​โยเซฟ ที่​แยก​นั่ง​อยู่​คนเดียว พวกเขา​ได้​ยก​อาหาร​มา​ให้​กับ​พวกพี่น้อง​ของ​โยเซฟ​ที่​นั่ง​อยู่​อีก​โต๊ะหนึ่ง ส่วน​ชาว​อียิปต์​ที่​มา​ร่วม​กิน​ด้วย​ก็​นั่ง​อยู่​อีก​โต๊ะหนึ่ง เพราะ​ชาว​อียิปต์​ไม่​กิน​ร่วมโต๊ะ​กับ​ชาวฮีบรู เพราะ​เขา​ถือว่า​เป็น​สิ่งน่ารังเกียจ 33 พวกพี่น้อง​ของ​โยเซฟ​นั่ง​อยู่​ตรงหน้า​โยเซฟ พวกเขา​นั่ง​เรียง​ตาม​อายุ ตั้งแต่​พี่คนโต​ไป​จนถึง​น้อง​คนสุดท้อง พวกเขา​มองหน้า​กัน​อย่าง​ประหลาดใจ​มาก 34 โยเซฟ​ได้​สั่ง​ให้​คนรับใช้​มา​เอา​อาหาร​ส่วนหนึ่ง​ที่​อยู่​ตรงหน้า​เขา ไป​แบ่ง​ให้​กับ​พวกพี่ชาย แต่​ส่วนแบ่ง​ของ​เบนยามิน​นั้น​มี​มากกว่า​ส่วนแบ่ง​ของ​พวกพี่ชาย​เขา​ถึง​ห้าเท่า พวกเขา​กิน​ดื่ม​กับ​โยเซฟ​อย่าง​เต็มที่​จน​เมามาย

44

โยเซฟ​วาง​กับดัก

1 โยเซฟ​ได้​สั่ง​คนใช้​ที่​ดูแล​บ้าน​ของเขา​ว่า “ให้​เอา​อาหาร​ใส่​กระสอบ​ของ​พวกเขา​แต่ละ​คน​ให้​มากที่สุด​เท่าที่​พวกเขา​จะ​ขน​ไป​ได้ แล้ว​เอา​เงิน​ของ​พวกเขา​ใส่​เข้าไป​บน​ปาก​กระสอบ​ของ​แต่ละ​คน​ด้วย 2 ให้​เอา​ชามเงิน​ของเรา​ใส่​เข้า​ไป​บน​ปาก​กระสอบ​ของ​น้อง​คนสุดท้อง พร้อมกับ​เงิน​ค่า​ข้าวสาร​ของเขา​ด้วย” คนรับใช้​ก็​ทำตาม​ที่​โยเซฟ​บอก

3 เช้า​วัน​ต่อมา พวกพี่น้อง​ของ​โยเซฟ​และ​ลา​ก็ได้​ถูก​ส่ง​กลับบ้าน​ไป 4 พวกเขา​ออกจาก​เมือง​ไป​ไม่ไกล​นัก โยเซฟ​บอก​กับ​คนรับใช้​ที่​ดูแล​บ้าน​ของเขา​ว่า “ให้​ติดตาม​พวกเขา​ไป​ทันที เมื่อ​เจ้า​ตามทัน ให้​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า ‘ทำไม​พวกท่าน​ถึง​ได้​ทำชั่ว​ตอบแทน​ความดี ทำไม​ท่าน​ถึง​ได้​ขโมย​ชามเงิน​ของเรา​ไป+ 44:4 ทำไม​พวกท่าน​ถึง​ได้ … ขโมย​ชามเงิน​ของเรา​ไป ประโยค​นี้​มา​จาก​ฉบับ​กรีก​โบราณ5 มัน​เป็น​ชามเงิน​ที่​เจ้านาย​ข้า​ใช้​ดื่ม และ​ใช้​มัน​ใน​การ​ทำนาย+ 44:5 ทำนาย คือ​ค้นหา​ลาง​หรือ​เครื่อง​หมาย​เกี่ยวกับ​อนาคต​โดย​การ​ริน​ของเหลว​ใส่​ถ้วย​หรือ​ชาม​ด้วย พวกท่าน​แย่​มาก​ที่​ทำ​อย่างนี้’”

6 เมื่อ​คนใช้​ของ​เขา​ติดตาม​พวกนั้น​ทัน เขา​ก็​พูด​ตาม​ที่​โยเซฟ​บอก

7 พวกพี่น้อง​ของ​โยเซฟ​ได้​พูด​กับ​คนใช้​ว่า “ทำไม​นาย​ของเรา​ถึง​พูด​อย่างนี้ พวกเรา​คนใช้​ของท่าน จะ​ไม่มีวัน​ทำ​อย่างนั้น​เด็ดขาด 8 ดูเถิด ขนาด​เงิน​ที่​พวกเรา​เจอ​ที่​ปาก​กระสอบ​ของ​พวกเรา พวกเรา​ยัง​เอา​มา​จาก​แผ่นดิน​คานาอัน มา​คืน​ให้​กับ​ท่าน​เลย แล้ว​เรา​จะ​ไป​ขโมย​เงิน​หรือ​ทอง​จาก​บ้าน​ของ​เจ้านาย​ท่าน​ทำไม​กัน 9 ถ้า​ท่าน​พบ​มัน​อยู่​กับ​ใคร​ใน​พวกเรา​ที่​เป็น​ทาส​ของ​ท่านนี้ คนๆนั้น​จะ​ต้อง​ตาย และ​พวกเรา​ที่​เหลือ​ก็​จะ​กลาย​เป็น​ทาส​ของ​ท่าน​ด้วย”

10 คนใช้​จึง​พูด​ว่า “ดีแล้ว ตกลง​ตาม​ที่​ท่าน​พูด ถ้า​เรา​เจอ​มัน​ที่​ใคร คนนั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ทาส​ของเรา และ​พวกท่าน​ที่​เหลือ​ก็​จะ​เป็น​อิสระ”

เบนยามิน​ติดกับ

11 ทุกคน​รีบ​เอา​กระสอบ​วางลง​กับ​พื้น และ​เปิด​กระสอบ​ออก 12 คนใช้​ก็​ค้นหา เริ่มจาก​พี่ชาย​คนโต​ก่อน จน​ถึง​คนสุดท้อง แล้ว​เขา​ก็​พบ​ชามเงิน​นั้น​อยู่​ใน​กระสอบ​ของ​เบนยามิน 13 พวกพี่ๆ​ฉีก​เสื้อผ้า​ของ​พวกเขา​แสดง​ถึง​ความ​เสียใจ จากนั้น​ทุกคน​ได้​เอา​กระสอบ​ขึ้น​บรรทุก​หลังลา กลับ​เข้ามา​ใน​เมือง​อีกครั้ง

14 เมื่อ​ยูดาห์​และ​พี่น้อง​คนอื่นๆ​ของเขา​มา​ถึง​บ้าน​ของ​โยเซฟ โยเซฟ​ยัง​อยู่​ที่นั่น พวกเขา​กราบ​ลง​ถึง​พื้น​ต่อหน้า​โยเซฟ 15 โยเซฟ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกเจ้า​ทำ​อะไร​ลงไป พวกเจ้า​ไม่รู้​หรือ​ว่า​คน​อย่างเรา​ทำนาย​ได้”

16 ยูดาห์​จึง​พูด​ว่า “พวกเรา​จะ​พูด​ยังไงดี​กับ​เจ้านาย​ของ​พวกเรา จะ​ให้​พวกเรา​พูด​ยังไงดี พวกเรา​จะ​แสดง​ให้​ท่าน​เห็น​ได้​ยังไง​ว่า​พวกเรา​บริสุทธิ์ พระเจ้า​เอา​ผิด​กับ​พวกเรา​ผู้รับใช้​ของท่าน พวกเรา​พร้อมกับ​คน​ที่​เขา​เจอ​ว่า​มี​ชามเงิน​อยู่​ใน​มือ เป็น​ทาส​ของท่าน”

17 โยเซฟ​พูด​ว่า “เรา​จะ​ไม่มีวัน​ทำ​อย่างนั้น​หรอก เฉพาะ​คน​ที่​พบ​ชามเงิน​ของเรา​อยู่​ใน​มือเขา​เท่านั้น ที่​จะต้อง​มา​เป็น​ทาส​ของเรา ส่วน​พวกเจ้า​ที่​เหลือ​กลับ​ไป​หา​พ่อ​ของ​พวกเจ้า​ได้​อย่าง​ปลอดภัย”

ยูดาห์​อ้อนวอน​แทน​เบนยามิน

18 ยูดาห์​เข้า​ไป​ใกล้​โยเซฟ​และ​พูด​ว่า “นายท่าน ขอโปรด​ให้​ข้าพเจ้า​ทาส​ของท่าน ได้​พูด​บางอย่าง​กับ​ท่าน ผู้​เป็น​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วยเถิด และ​ขอ​ท่าน​อย่าได้​โกรธ​ข้าพเจ้า ทาส​ของ​ท่าน​เลย เพราะ​ท่าน​เป็น​เหมือน​ฟาโรห์ 19 ท่าน เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ได้​ถาม​พวกเรา​ทาส​ของ​ท่าน​ว่า ‘พวกเจ้า​มี​พ่อ​หรือ​น้องชาย​หรือเปล่า’ 20 พวกเรา​ก็​บอก​ท่าน เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘พวกเรา​ยัง​มี​พ่อ​ที่​แก่​แล้ว และ​น้องชาย​คนเล็ก ที่​เกิด​มา​ตอน​พ่อ​แก่​แล้ว และ​พี่ชาย​ของเขา​ที่​เกิด​จาก​แม่​เดียวกัน​ก็​ได้​ตาย​ไปแล้ว เหลือเพียง​น้องชาย​คนนี้​คนเดียว​เท่านั้น ดังนั้น​พ่อ​ของเรา​จึง​รัก​เขา​มาก’ 21 แล้ว​ท่าน​บอก​กับ​พวกเรา ทาส​ของท่าน​ว่า ‘ไป​เอา​เขา​ลง​มาหา​เรา เรา​จะ​ได้​เห็น​เขา​กับ​ตา​ตัวเอง’ 22 แต่​พวกเรา​ได้​บอก​กับ​ท่าน เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘เด็ก​คนนั้น​จะ​ทิ้ง​พ่อ​ของเขา​มา​ไม่ได้ ถ้า​เขา​ทิ้ง​พ่อ​ของเขา​มา พ่อ​ของเขา​จะ​ตาย’ 23 แล้ว​ท่าน​บอก​กับ​พวกเรา​ทาส​ของท่าน​ว่า ‘พวกเจ้า​จะ​ไม่ได้​เห็น​หน้าเรา​อีก นอกจาก​จะ​พา​น้อง​คนสุดท้อง​มา​ด้วย​เท่านั้น’ 24 เมื่อ​พวกเรา​กลับ​ไป​หา​พ่อ​ของ​พวกเรา ทาส​ของท่าน พวกเรา​กลับ​ไป​เล่า​ให้​พ่อ​ฟัง​ถึง​สิ่งที่​ท่าน​พูด

25 พ่อ​ของ​พวกเรา​พูด​ว่า ‘กลับไป​ซื้อ​อาหาร​มา​ให้​กับ​พวกเรา’ 26 แต่​พวกเรา​บอก​ว่า ‘พวกเรา​กลับ​ไป​ที่นั่น​ไม่ได้​แล้ว แต่​ถ้า​น้องชาย​คนสุดท้อง​ไป​กับ​พวกเรา​ด้วย พวกเรา​ถึง​จะ​กลับ​ไปได้ เพราะ​พวกเรา​ไม่สามารถ​พบ​หน้า​ชาย​คนนั้น​ได้ นอกจาก​น้องชาย​คนสุดท้อง​จะ​ไป​กับ​พวกเรา’ 27 แล้ว​พ่อ​ของ​พวกเรา ทาส​ของท่าน บอก​กับ​พวกเรา​ว่า ‘พวกเจ้า​รู้ว่า​นาง​ราเชล​เมีย​ของพ่อ​ได้​คลอด​ลูกชาย​สอง​คน​ให้​กับ​พ่อ 28 คนหนึ่ง​ได้​จาก​พ่อ​ไปแล้ว และ​พ่อ​บอก​ว่า เขา​คง​ถูก​สัตว์ป่า​ฉีก​เนื้อ​ตาย​ไปแล้ว และ​พ่อ​ไม่เคย​เห็น​เขา​อีกเลย​จนถึง​ทุกวันนี้ 29 ถ้า​เจ้า​เอา​เด็ก​คนนี้​ไป​จาก​พ่อ​อีกคน ถ้า​มี​อันตราย​เกิดขึ้น​กับ​เขา พวกเจ้า​คงจะ​ต้อง​ส่ง​คนแก่​หัวหงอก​อย่าง​พ่อ​ให้​ลงไป​ใน​แดน​คนตาย เพราะ​ความ​เศร้าโศก​เสียใจ’ 30 ตอนนี้​ถ้า​ข้าพเจ้า​กลับ​ไป​หา​พ่อ ทาส​ของท่าน โดย​ที่​ไม่มี​เด็ก​คนนี้​ไปด้วย และ​เนื่องจาก​เด็ก​คนนี้​สำคัญ​มาก​ต่อ​เขา 31 เมื่อ​เขา​เห็น​ว่า​เด็ก​คนนี้​ไม่ได้​กลับ​มา​กับ​พวกเรา​ด้วย เขา​จะต้อง​ตาย​แน่ และ​พวกเรา ทาส​ของท่าน จะ​เป็น​เหตุ​ที่​ทำให้​พ่อ​ของ​พวกเรา​ทาส​ของท่าน ลง​ไป​ใน​แดน​คนตาย​เพราะ​ความ​เศร้าโศก​เสียใจ​อย่างยิ่ง

32 เนื่องจาก​ข้าพเจ้า ทาส​ของท่าน ได้​รับปาก​กับ​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า​สำหรับ​เด็กนั้น ข้าพเจ้า​บอก​พ่อ​ว่า ‘ถ้า​ข้าพเจ้า​ไม่ได้​เอา​เขา​กลับ​มา​ให้​พ่อ พ่อ​ก็​ไม่ต้อง​ยกโทษ​ให้​กับ​ผม​เลย​ตลอดชีวิต’ 33 ตอนนี้ ขอ​ได้โปรด​ให้​ข้าพเจ้า ทาส​ของท่าน อยู่​เป็น​ทาส​ของท่าน เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า แทน​เด็ก​คนนั้น​ด้วย​เถิด​ครับ และ​ขอให้​ปล่อย​เด็ก​คนนั้น​กลับไป​กับ​พวกพี่ชาย​ของเขา​ด้วยเถิด 34 เพราะ​ข้าพเจ้า​จะ​กลับ​ไป​หา​พ่อ​ได้​ยังไง ถ้า​ไม่มี​เด็ก​คนนี้​ไป​ด้วย ข้าพเจ้า​ไม่กล้า​ไป​เห็น​ความทุกข์​ที่จะ​เกิดขึ้น​กับ​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า​หรอกครับ”

45

โยเซฟ​เปิดเผย​ว่า​เขา​คือ​ใคร

1 โยเซฟ​ไม่สามารถ​ที่​จะ​ควบคุม​ตัวเอง ต่อหน้า​คน​ที่​ยืน​อยู่​ข้างๆ​เขา​ได้​อีกต่อไป​แล้ว เขา​จึง​ร้อง​ตะโกน​ว่า “ให้​ทุกคน​ออกไป” เมื่อ​ไม่มีใคร​อยู่​แล้ว โยเซฟ​บอก​กับ​พวกพี่น้อง​ว่า​เขา​เป็น​ใคร 2 โยเซฟ​ร้องไห้​เสียงดัง​มาก​จน​ชาว​อียิปต์​ได้ยิน คน​ใน​บ้าน​เรือน​ของ​ฟาโรห์​ก็​ได้ยิน​เรื่องนี้​ด้วย 3 โยเซฟ​พูด​กับ​พวกพี่น้อง​ของเขา​ว่า “ผม​คือ​โยเซฟ พ่อ​ของ​ผม​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​หรือเปล่า” พี่ชาย​ของเขา​ไม่สามารถ​ตอบ​เขา​ได้ เพราะ​โยเซฟ​ทำให้​พวกเขา​ตกใจกลัว

4 โยเซฟ​ได้​พูด​กับ​พวกพี่น้อง​ของเขา​ว่า “ช่วย​เข้ามา​ใกล้ๆ​ผมหน่อย” แล้ว​พวกเขา​ก็​เข้ามา​ใกล้ๆ​โยเซฟ โยเซฟ​จึง​พูดว่า “ผม​คือ​โยเซฟ​น้องชาย​ของ​พวกพี่ ที่​พี่​ได้​ขาย​ให้​เป็น​ทาส​ใน​อียิปต์ 5 ตอนนี้​อย่าได้​กังวล​และ​อย่า​โกรธ​ตัวเอง​เลย​ที่​ได้​ขาย​ผม​มา​ที่นี่ เพราะ​พระเจ้า​ได้​ส่ง​ผม​มา​ล่วงหน้า​พวกพี่ เพื่อ​จะได้​ช่วย​ชีวิต 6 เพราะ​เกิด​กันดาร​อาหาร​บน​แผ่นดินนี้​มา​สองปี​แล้ว ยัง​เหลืออีก​ห้าปี​ที่​จะ​ไม่สามารถ​ไถนา​หรือ​เก็บเกี่ยว​ได้ 7 แต่​พระเจ้า​ได้​ส่ง​ผม​มา​ล่วงหน้า​พี่ เพื่อ​ให้​แน่ใจ​ว่า​จะ​มี​พวกพี่​บางคน​เหลือ​อยู่​ใน​โลกนี้ และ​เพื่อที่​จะ​ช่วย​ชีวิต​ของ​พวกพี่​ด้วย​วิธี​ที่​มหัศจรรย์ 8 ดังนั้น​พวกพี่​ไม่ได้​ส่ง​ผม​มา​ที่นี่​หรอก แต่​เป็น​พระเจ้า​เอง​ที่​ส่ง​ผม​มา พระองค์​ทำให้​ผม​เป็น​เหมือน​พ่อ​ของ​ฟาโรห์ เป็น​เจ้านาย​เหนือ​บ้าน​เรือน​ของ​ฟาโรห์ และ​ปกครอง​เหนือ​แผ่นดิน​อียิปต์​ทั้งหมด”

ยาโคบ​ได้​รับเชิญ​ไป​ประเทศ​อียิปต์

9 รีบ​กลับไป​หา​พ่อ​ของ​ผม​เร็ว และ​บอก​พ่อ​ว่า “โยเซฟ​ลูกชาย​ของ​พ่อ​พูดว่า​อย่างนี้ ‘พระเจ้า​ได้​ทำให้​ผม​เป็น​ผู้ปกครอง​เหนือ​อียิปต์​ทั้งหมด ลง​มาหา​ผม​เร็วๆ​อย่า​ได้​ชักช้า 10 แล้ว​พ่อ​จะได้​อาศัย​อยู่​ที่​แผ่นดิน​โกเชน พ่อ​จะได้​อยู่​ใกล้ๆ​ผม ทั้ง​ตัวพ่อ ลูกๆ​ของพ่อ หลานๆ​ของพ่อ ฝูงสัตว์​ของพ่อ และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​พ่อมี 11 ผม​จะ​เลี้ยงดู​พ่อ​ที่นั่น เพื่อว่า​พ่อ​และ​ครอบครัว​ของ​พ่อ และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่เป็น​ของพ่อ​จะได้​ไม่ต้อง​เจอ​กับ​ความ​ยาก​ลำบาก​อีกต่อไป เพราะ​ความ​อดอยาก​ยัง​จะมี​ต่อไป​อีก​ห้าปี’

12 ตอนนี้​พวกพี่​และ​เบนยามิน​น้องชาย​ของพี่ ก็​ได้เห็น​กับตา​ตนเอง​แล้วว่า เป็น​ผมเอง​ที่​กำลัง​พูด​กับ​พี่ 13 ให้​พวกพี่​ไป​เล่า​ให้​พ่อ​ฟัง​ถึง​เกียรติ​ที่​ผม​ได้รับ​ใน​อียิปต์ และ​เล่า​ให้​พ่อ​ฟัง​ถึง​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​พี่​ได้เห็น แล้ว​รีบๆ​ไป​พา​พ่อ​ลงมา​ที่นี่” 14 แล้ว​โยเซฟ​ก็​กอด​เบนยามิน​น้องชาย​ของเขา​และ​ร้องไห้ เบนยามิน​ก็​ร้องไห้​ขณะที่​เขา​กอด​โยเซฟ​เหมือน​กัน 15 โยเซฟ​ได้​จูบ​พี่ชาย​ของเขา​ทุกคน และ​ร้องไห้​ขณะที่​เขา​กอด​พี่ชาย​ของเขา หลัง​จาก​นั้น พี่ชาย​ของเขา​เริ่ม​พูด​กับ​โยเซฟ

16 ข่าวนี้​ได้​ไป​ถึง​วัง​ของ​ฟาโรห์ ว่า​พี่น้อง​ของ​โยเซฟ​มา ฟาโรห์​และ​เหล่า​ข้าราชสำนัก​ของเขา​ต่าง​ก็​ดีใจ 17 ฟาโรห์​ได้​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “บอก​กับ​พี่ชาย​ของเจ้า ให้​ทำ​อย่างนี้ คือ ให้​บรรทุก​อาหาร​บน​หลังลา​ของ​พวกเจ้า แล้ว​เดินทาง​ไป​แผ่นดิน​คานาอัน 18 แล้ว​พา​พ่อ​และ​ครอบครัว​ของเจ้า​มาหา​เรา แล้ว​เรา​จะ​ให้​แผ่นดิน​ที่ดี​ที่สุด​ใน​อียิปต์​กับ​เจ้า และ​พวกเขา​จะ​ได้​กิน​อาหาร​ที่ดี​ที่สุด​ใน​แผ่นดินนี้ 19 ให้​สั่ง​พวกเขา​ให้​ทำ​อย่างนี้ คือ​ให้​เอา​พวกเกวียน​จาก​อียิปต์ ไปรับ​เด็กๆ​ของเจ้า และ​เมีย​ของ​พวกเจ้า​ที่นั่น และ​พา​พ่อ​ของเจ้า​กลับมา​ที่นี่ 20 ไม่ต้อง​เสียดาย​สิ่งของ​ต่างๆ​ที่​จะต้อง​ทิ้งไว้​ที่นั่น เพราะ​สิ่งที่ดี​ที่สุด​ใน​อียิปต์​จะ​เป็น​ของ​พวกเจ้า”

21 ลูกชาย​ของ​อิสราเอล​ก็​ทำ​ตามนี้ โยเซฟ​ได้​ให้​เกวียน​กับ​พวกเขา​ไป​ตาม​คำสั่ง​ของ​ฟาโรห์ และ​โยเซฟ​ได้​จัดหา​อาหาร​ให้​พวกเขา​สำหรับ​การเดินทาง 22 โยเซฟ​ได้ให้​เสื้อผ้า​ใหม่ๆ​หนึ่งชุด​กับ​พวกเขา​ทุกคน แต่​สำหรับ​เบนยามิน​น้องสุดท้อง​ของเขา เขา​ได้ให้​เงิน​สามร้อย​เหรียญ​กับ​เสื้อผ้า​ห้าชุด 23 โยเซฟ​ได้ส่ง​สิ่งของ​เหล่านี้​ไป​ให้​พ่อ​ของเขา มี​ลา​สิบตัว​ที่​บรรทุก​ของดีๆ​จาก​อียิปต์ และ​ลา​ตัวเมีย​สิบตัว​ที่​บรรทุก​ข้าวสาร ขนมปัง และ​อาหาร​สำหรับ​การเดินทาง​ของพ่อเขา 24 โยเซฟ​ได้ส่ง​พี่ชาย​ของเขา และ​พวกเขา​ก็​จากไป โยเซฟ​บอก​กับ​พวกเขา​ว่า “อย่าได้​ทะเลาะ​กัน​ใน​ระหว่าง​ทาง” 25 พวกเขา​ได้​ออก​เดินทาง​จาก​อียิปต์​ไปหา​ยาโคบ​พ่อ​ของ​พวกเขา​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน 26 พวกเขา​ได้​บอก​พ่อ​ว่า “โยเซฟ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ เขา​กำลัง​ปกครอง​แผ่นดิน​อียิปต์​ทั้งหมด”

ยาโคบ​ถึงกับ​ตกตะลึง เพราะ​เขา​ไม่เชื่อ​พวกลูกๆ​ของเขา 27 พวกลูกๆ​ก็​เล่าถึง​สิ่ง​ที่​โยเซฟ​ได้​บอก​กับ​พวกเขา​ทั้งหมด​ให้​พ่อ​ฟัง ยาโคบ​ได้​เห็น​รถ​ที่​โยเซฟ​ส่งมา​รับเขา​กลับ​ไป​ยัง​อียิปต์ 28 ยาโคบ​พ่อ​ของ​พวกเขา​จึง​ตื่นเต้น​และ​มี​ความสุข​มาก และ​พูด​ว่า “พอแล้ว พ่อ​เชื่อ​พวกเจ้า​แล้ว​ว่า​โยเซฟ​ลูกชาย​ของพ่อ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ พ่อ​จะ​ไป​พบ​เขา​ก่อน​ตาย”

46

อิสราเอล​เดินทาง​ไป​อียิปต์

1 อิสราเอล​เริ่ม​ออก​เดินทาง​ไป​อียิปต์ พร้อมกับ​ทุกอย่าง​ที่​เขามี เขา​ไป​ยัง​เบเออร์เชบา ที่นั่น​เขา​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ให้​กับ​พระเจ้า​ของ​อิสอัค​พ่อ​ของเขา 2 ใน​คืนนั้น​พระเจ้า​พูดกับ​อิสราเอล​ใน​ความฝัน พระองค์​พูดว่า

“ยาโคบ ยาโคบ”

ยาโคบ​ตอบว่า “ข้าพเจ้า​อยู่นี่​ครับ”

3 พระเจ้า​พูด​ว่า “เราเป็น​พระเจ้า พระเจ้า​ของพ่อ​ของเจ้า ไม่ต้องกลัว​ที่จะ​ลงไป​อียิปต์ เพราะ​เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​เป็น​ชนชาติ​ที่​ยิ่งใหญ่​ที่นั่น 4 เรา​จะไป​อียิปต์​กับ​เจ้า และ​เรา​จะ​นำ​เจ้า​กลับมา​ที่นี่​ด้วย และ​โยเซฟ​จะเป็น​คนที่​เอา​มือ​ปิดตา​เจ้า​เมื่อ​เจ้าตาย”

5 ยาโคบ​ได้​ออกจาก​เบเออร์เชบา ลูกชาย​ของ​อิสราเอล​ได้ให้​ยาโคบ​พ่อ​ของเขา​และ​ลูกเมีย​ของ​พวกเขา​ขึ้น​รถ​ที่​ฟาโรห์​ส่ง​มารับ​ยาโคบ 6 พวกเขา​ได้นำ​ฝูงสัตว์​และ​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ที่​พวกเขา​ได้จาก​แคว้น​คานาอัน​ไปด้วย ยาโคบ​และ​ลูกหลาน​ทั้งหมด​ของเขา​ได้​เดินทาง​ไป​อียิปต์ 7 ยาโคบ​ได้​พา​ลูกชาย​ลูกสาว หลานชาย​หลานสาว​ทั้งหมด​เดินทาง​ไป​ยัง​ประเทศ​อียิปต์

ครอบครัว​ของ​ยาโคบ

8 ต่อไปนี้​เป็น​ชื่อ​ของ​ลูกหลาน​ของ​อิสราเอล​ที่เข้า​ไป​ใน​อียิปต์​คือ

รูเบน​ลูกชาย​คนโต​ของ​ยาโคบ 9 ลูกชาย​ของ​รูเบน​คือ ฮาโนค ปัลลู เฮสโรน และ​คารมี

10 ลูกชาย​ของ​สิเมโอน​คือ เยมูเอล ยามีน โอหาด ยาคีน และ​โศหาร์ รวมทั้ง​ชาอูล​ลูกที่​เกิดจาก​หญิง​ชาว​คานาอัน​คนหนึ่ง

11 ลูกชาย​ของ​เลวี คือ เกอร์โชน โคฮาท และ​เมรารี

12 ลูกชาย​ของ​ยูดาห์ คือ เอร์ โอนัน เชลาห์ เปเรศ เศราห์ แต่​เอร์​และ​โอนัน​ได้ตาย​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน ลูกชาย​ของ​เปเรศ​คือ เฮสโรน​และ​ฮามูล

13 ลูกชาย​ของ​อิสสาคาร์ คือ โทลา ปูวาห์ โยบ และ​ชิมโรน

14 ลูกชาย​ของ​เศบูลุน​คือ เสเรด เอโลน​และ​ยาเลเอล

15 พวกเขา​เหล่านี้+ 46:15 พวกเขา​เหล่านี้ หมายถึง​รูเบน สิเมโอน เลวี ยูดาห์ อิสสาคาร์ และ​เศบูลุน เป็น​ลูกชาย​ของ​เลอาห์​ซึ่ง​นาง​ได้​คลอด​ให้​กับ​ยาโคบ​ใน​ปัดดาน อารัม และ​มี​ลูกสาว​ชื่อ​ดีนาห์ รวม​ลูก​และ​หลานชาย​ทั้งหมด​ใน​ครอบครัว​ของ​เลอาห์​มี​สามสิบสาม​คน

16 ลูกชาย​ของ​กาด​คือ ศิฟี​โยน ฮักกี ชูนี เอสโบน เอรี อาโรดี และ​อาเรลี

17 ลูกชาย​ของ​อาเชอร์ คือ อิมนาห์ อิชวาห์ อิชวี และ​เบรียาห์​กับ​เสราห์​น้องสาว และ​ลูกชาย​ของ​เบรียาห์​คือ เฮเบอร์​และ​มัลคีเอล

18 พวกเขา​เหล่านี้​เป็น​ลูก​ของ​ศิลปาห์ สาวใช้​ที่​ลาบัน​ยก​ให้​เลอาห์​ลูกสาว​ของเขา แล้ว​ศิลปาห์​ได้​คลอดลูก​ให้​กับ​ยาโคบ รวม​ลูกหลาน​ทั้งหมด​ใน​ครอบครัว​ของ​ศิลปาห์​มี​สิบหก​คน

19 ลูก​ของ​ราเชล​เมีย​ของ​ยาโคบ​คือ โยเซฟ​และ​เบนยามิน

20 ลูกชาย​ของ​โยเซฟ​ที่​เกิด​กับ​อาเสนัท คือ​มนัสเสห์​กับ​เอฟราอิม ลูก​สองคน​นี้​เกิด​ใน​ประเทศ​อียิปต์ อาเสนัท​เป็น​ลูกสาว​ของ​โปทิเฟรา นักบวช​เมือง​โอน

21 ลูกชาย​ของ​เบนยามิน​คือ เบลา เบเคอร์ อัชเบล เกรา นาอามาน เอไฮ โรช มัปปิม หุปปิม และ​อาร์ด

22 พวกเขา​เหล่านี้​เป็น​ลูกหลาน​ของ​ราเชล​กับ​ยาโคบ ครอบครัว​ของ​ราเชล​มี​ทั้งหมด​สิบสี่​คน

23 ลูกชาย​ของ​ดาน คือ หุชิม

24 ลูกชาย​ของ​นัฟทาลี​คือ ยาเซเอล กูนี เยเซอร์ และ​ชิลเลม

25 พวกเขา​เหล่านี้​เป็น​ลูกชาย​ของ​บิลฮาห์ สาวใช้​ที่​ลาบัน​ยกให้​กับ​ราเชล​ลูกสาว​ของเขา นาง​ได้​ให้กำเนิด​ลูก​ทั้งหมด​นี้​ให้​กับ​ยาโคบ รวม​ลูกหลาน​ทั้งหมด​ใน​ครอบครัว​ของ​บิลฮาห์​มี​เจ็ดคน

26 ผู้คน​ทั้งหมด​ที่​เดินทาง​ลงไป​อียิปต์​ด้วยกัน​กับ​ยาโคบ​นั้น มี​ทั้งหมด​หกสิบหก​คน​ที่​สืบ​เชื้อสาย​โดยตรง​มา​จาก​ยาโคบ (ใน​จำนวน​หกสิบหก​คน​นี้​ไม่ได้​รวมถึง​พวกเมียๆ​ของ​ลูกชาย​ยาโคบ) 27 โยเซฟ​มี​ลูกชาย​สอง​คน​ที่​เกิด​ใน​อียิปต์ ดังนั้น​ถ้า​นับรวม​ทุกคน​ใน​ครอบครัว​ของ​ยาโคบ​ที่​มา​อยู่​ใน​อียิปต์ มี​ทั้งหมด​เจ็ดสิบ​คน

อิสราเอล​มา​ถึง​อียิปต์

28 ยาโคบ​ได้​ส่ง​ยูดาห์​ล่วงหน้า​ไปหา​โยเซฟ​ก่อน เพื่อ​นำทาง​เขา​ไปยัง​แคว้น​โกเชน แล้ว​พวกเขา​ได้​มาถึง​แคว้น​โกเชน 29 โยเซฟ​จึง​เตรียม​รถม้า​ของเขา​ไปยัง​แคว้น​โกเชน เพื่อ​ไป​พบ​อิสราเอล​พ่อของเขา เมื่อ​โยเซฟ​พบ​อิสราเอล​พ่อของเขา โยเซฟ​จึง​กอดพ่อ​และ​ร้องไห้​ตรงบ่า​ของพ่อเขา​เป็น​เวลานาน

30 อิสราเอล​ได้​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “ตอนนี้​พ่อ​ตาย​ได้แล้ว เพราะ​พ่อ​ได้​เห็นหน้า​เจ้า​แล้ว และ​รู้ว่า​เจ้า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่”

31 โยเซฟ​พูด​กับ​พวกพี่ชาย​และ​ทุกคน​ใน​ครอบครัว​ของพ่อเขา​ว่า “ผม​จะ​ไป​หา​ฟาโรห์​และ​บอก​กับ​เขา​ว่า พวกพี่ชาย​และ​ครอบครัว​ของพ่อผม​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน​ได้​มา​หา​ผม 32 พวกเขา​เป็น​คน​เลี้ยงแกะ พวกเขา​มี​อาชีพ​ดูแล​เฝ้า​ฝูงสัตว์​มาตลอด พวกเขา​ได้​เอา​ฝูงแพะ แกะ ฝูงวัว และ​ทุกอย่าง​ที่​พวกเขา​เป็น​เจ้าของ​มาด้วย 33 เมื่อ​ฟาโรห์​เรียก​พวกพี่ๆ​ไป​หา​และ​ถาม​ว่า ‘พวกท่าน​ทำ​อาชีพ​อะไร’ 34 ให้​พวกพี่ๆ​ตอบ​ไป​ว่า ‘พวกข้าพเจ้า ผู้รับใช้​ของท่าน มี​อาชีพ​เลี้ยงสัตว์​มา​ตั้งแต่​เด็ก​จนถึง​เดี๋ยวนี้ ทั้ง​พวกข้าพเจ้า​และ​พ่อ​ของ​พวกข้าพเจ้า​ด้วย’ ให้​พูด​อย่างนี้ เพื่อ​พวกท่าน​จะได้​อยู่​ที่​ใน​แผ่นดิน​โกเชน เพราะ​ชาว​อียิปต์​รังเกียจ​คน​เลี้ยงแกะ​ทุกคน”

47

อิสราเอล​ตั้ง​ถิ่นฐาน​ใน​เมือง​โกเชน

1 โยเซฟ​ไป​บอก​กับ​ฟาโรห์​ว่า “พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า และ​พี่ชาย​ข้าพเจ้า ได้​เดินทาง​มา​จาก​แผ่นดิน​คานาอัน​แล้ว พวกเขา​เอา​ฝูงแกะ ฝูงวัว และ​ทุกอย่าง​ที่​เป็น​ของ​พวกเขา​มา​ด้วย และ​ตอนนี้​พวกเขา​อยู่​ที่​แผ่นดิน​โกเชน”

2 โยเซฟ​ได้​พา​พี่ชาย​มา​ด้วย​ห้าคน และ​พา​พวกเขา​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ฟาโรห์

3 แล้ว​ฟาโรห์​พูด​กับ​พวกพี่ชาย​ของ​โยเซฟ​ว่า “พวกเจ้า​ทำ​อาชีพ​อะไร”

พวกเขา​บอก​ฟาโรห์​ว่า “พวกข้าพเจ้า ผู้รับใช้​ของ​ท่าน เป็น​คน​เลี้ยงแกะ ทั้ง​พี่น้อง​คนอื่นๆ​และ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกข้าพเจ้า​ด้วย” 4 พวกเขา​พูด​กับ​ฟาโรห์​ว่า “พวกข้าพเจ้า​มา​ขอ​อยู่​ชั่วคราว​ใน​แผ่นดินนี้ เพราะ​ไม่มี​ทุ่งหญ้า​ให้กับ​สัตว์เลี้ยง​ของ​พวกข้าพเจ้า ผู้รับใช้​ของท่าน เพราะ​เกิด​กันดาร​อาหาร​อย่าง​รุนแรง​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน ขอ​ได้โปรด​ให้​พวกข้าพเจ้า ผู้รับใช้​ของท่าน อาศัย​อยู่​ใน​โกเชน​ด้วยเถิด”

5 ฟาโรห์​จึง​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “พ่อ​และ​พี่ชาย​ของท่าน​ได้​มาหา​ท่าน 6 แผ่นดิน​อียิปต์​เปิดกว้าง​สำหรับ​ท่าน ให้​พ่อ​และ​พี่ชาย​ของท่าน​ตั้ง​ถิ่นฐาน​อยู่​ใน​ส่วน​ที่ดี​ที่สุด​ของ​แผ่นดินนี้ ให้​พวกเขา​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​โกเชน และ​ถ้าหาก​ท่าน​รู้ว่า​คนไหน​มี​ความ​สามารถ​ใน​หมู่​พวกเขา​ก็​ให้​ตั้ง​พวกเขา​เป็น​หัวหน้า​คน​ดูแล​สัตว์ คอย​ดูแล​ฝูงสัตว์​ให้​กับ​เรา”

7 โยเซฟ​จึง​พา​ยาโคบ​พ่อ​เขา​เข้ามา และ​แนะนำ​เขา​ต่อหน้า​ฟาโรห์

ยาโคบ​อวยพร​ให้​ฟาโรห์ 8 แล้ว​ฟาโรห์​พูด​กับ​ยาโคบ​ว่า “ท่าน​มี​อายุ​เท่าไร​แล้ว”

9 ยาโคบ​พูด​กับ​ฟาโรห์ “ผม​มี​อายุ​หนึ่งร้อย​สามสิบ​ปี​แล้ว ชีวิต​ของผม​ยัง​นับว่า​สั้น​และ​ลำบาก เมื่อ​เทียบ​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​ผม​แล้ว ผม​ยังมี​อายุ​ไม่ยืนยาว​เท่ากับ​พวกเขา”

10 ยาโคบ​ได้​อวยพร​ฟาโรห์​และ​จาก​มา

11 โยเซฟ​จึง​หา​ที่อยู่​อาศัย​ให้​กับ​พ่อ​และ​พวกพี่ชาย และ​ยก​ที่ดิน​ใน​ส่วน​ที่ดี​ที่สุด​ของ​แผ่นดิน​อียิปต์​ให้​กับ​พวกเขา อยู่​ใกล้​เมือง​รามาเสส ตาม​คำสั่ง​ของ​ฟาโรห์ 12 โยเซฟ​ได้​จัดหา​อาหาร​มา​ให้​กับ​พ่อ​และ​พวกพี่ชาย รวมทั้ง​ครอบครัว​ของพ่อเขา และ​เด็กๆ​ทุกคน

โยเซฟ​ซื้อ​ที่ดิน​ให้​ฟาโรห์

13 ความ​อดอยาก​หิวโหย​รุนแรง​มากขึ้น จน​ไม่มี​อาหาร​เลย​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน ทำให้​ทั้ง​แผ่นดิน​อียิปต์​และ​แผ่นดิน​คานาอัน ยากจน​แร้นแค้น​เพราะ​ความ​อดอยาก​หิวโหย​นั้น 14 โยเซฟ​จึงได้​รวบรวม​เงิน​ที่​ได้​จาก​การขาย​ข้าว​ให้​ชาว​อียิปต์​และ​ชาว​คานาอัน ไป​เก็บ​ไว้​ใน​คลัง​ของ​ฟาโรห์ 15 เมื่อ​คน​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​และ​แผ่นดิน​คานาอัน​ไม่มี​เงิน​เหลือ​อีกแล้ว พวกชาว​อียิปต์​ได้​ไป​พบ​โยเซฟ​และ​พูดว่า “ขอ​อาหาร​ให้​กับ​พวกเรา​ด้วย ท่าน​จะ​ปล่อย​ให้​เรา​ตาย​ต่อหน้า​ท่าน​หรือ เพราะ​พวกเรา​ไม่มี​เงิน​อีกแล้ว”

16 โยเซฟ​จึง​พูด​ว่า “ถ้า​พวกเจ้า​ไม่มี​เงิน ก็​เอา​ฝูงสัตว์​ของ​พวกเจ้า​มา​แลก แล้ว​เรา​จะ​ให้​อาหาร​กับ​พวกเจ้า” 17 พวกเขา​จึง​เอา​สัตว์เลี้ยง​มา​ให้​โยเซฟ เพื่อ​แลก​กับ​อาหาร โยเซฟ​ได้​ให้​อาหาร​กับ​พวกเขา เป็น​การแลกเปลี่ยน​กับ​ฝูงม้า ฝูงแกะ ฝูงวัว และ​พวกลา ของ​พวกเขา ใน​ปีนั้น​โยเซฟ​ได้​แบ่งปัน​อาหาร​ให้กับ​พวกเขา เพื่อ​เป็น​การ​แลกเปลี่ยน​กับ​ฝูงสัตว์เลี้ยง​ของ​พวกเขา

18 เมื่อ​ปีนั้น​ผ่านไป พวกเขา​กลับ​มาหา​โยเซฟ​อีก​เป็น​ปี​ที่สอง และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “พวกเรา​ไม่มี​อะไร​จะ​ปิดบัง​ท่าน เงิน​ของ​พวกเรา​ก็​หมดแล้ว ฝูงสัตว์​ก็​ให้​ท่าน​ไป​หมดแล้ว ไม่มี​อะไร​เหลือ​อีกแล้ว​นอกจาก​ร่างกาย​และ​ที่ดิน​ของ​พวกเรา 19 จะ​ให้​เรา​ตาย​ต่อหน้า​ท่าน แล้ว​ปล่อย​ให้​ที่ดิน​รกร้าง​ว่างเปล่า​ไป​หรือ ซื้อ​พวกเรา​และ​ที่ดิน​ของ​พวกเรา​เพื่อ​แลกเปลี่ยน​กับ​อาหาร​ด้วยเถิด และ​พวกเรา​จะ​กลายเป็น​ทาส​ของ​ฟาโรห์ แล้ว​ที่ดิน​ของเรา​ก็​จะเป็น​ของ​ฟาโรห์​ด้วย โปรด​ให้​เมล็ด​พันธุ์พืช​กับ​เรา​เพื่อ​เอา​ไป​ปลูก​เถิด เรา​จะได้​มี​ชีวิต​ต่อไป ไม่ต้อง​ตาย และ​ที่ดิน​ก็​จะได้​ไม่​กลายเป็น​ทะเลทราย”

20 โยเซฟ​จึง​ซื้อ​ที่ดิน​ทั้งหมด​ใน​อียิปต์​ให้​กับ​ฟาโรห์ เพราะ​ชาว​อียิปต์​แต่ละ​คน​ต่าง​ก็​ยอม​ขาย​ที่ เพราะ​อดอยาก​หิวโหย​มาก ที่ดิน​จึง​ตก​เป็น​ของ​ฟาโรห์ 21 โยเซฟ​ทำให้​ประชาชน​กลาย​เป็น​ทาส จาก​สุดปลาย​แผ่นดิน​อียิปต์​ด้านหนึ่ง​ไป​จนถึง​อีก​ด้านหนึ่ง 22 มีแต่​ที่ดิน​ของ​พวกนักบวช​เท่านั้น​ที่​โยเซฟ​ไม่ได้​ซื้อ เพราะ​พวกนักบวช​มี​รายได้​ที่​แน่นอน​จาก​ฟาโรห์ และ​พวกเขา​ก็​มี​ชีวิต​อยู่​ด้วย​รายได้​ที่​ฟาโรห์​ให้นั้น พวกเขา​จึง​ไม่จำเป็น​ต้อง​ขาย​ที่ดิน

23 โยเซฟ​พูด​กับ​ประชาชน​ว่า “ดูเถิด วันนี้​เรา​ได้​ซื้อ​พวกเจ้า​และ​ที่ดิน​ของ​พวกเจ้า​ให้​กับ​ฟาโรห์​แล้ว นี่​คือ​เมล็ด​พันธุ์พืช​สำหรับ​พวกเจ้า ให้​หว่าน​มัน​ใน​ที่ดิน​เหล่านั้น 24 แต่​เมื่อ​ถึง​เวลา​เก็บเกี่ยว พวกเจ้า​ต้อง​แบ่ง​พืชผล​นั้น​ให้​กับ​ฟาโรห์​ยี่สิบ​เปอร์เซ็นต์ อีก​แปดสิบ​เปอร์เซ็นต์​ที่​เหลือ​จะ​เป็น​ของเจ้า เพื่อ​เป็น​เมล็ดพันธุ์​สำหรับ​ท้องทุ่ง และ​เป็น​อาหาร​สำหรับ​พวกเจ้า ครอบครัว และ​ลูกๆ​ของเจ้า”

25 พวกเขา​จึง​พูด​ว่า “ท่าน​ได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​พวกเรา ถ้า​ท่าน​พอใจ พวกเรา​จะ​ขอ​เป็น​ทาส​ของ​ฟาโรห์”

26 โยเซฟ​จึง​ได้​ร่าง​กฎหมาย​เกี่ยวกับ​ที่ดิน​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​ขึ้น ซึ่ง​ใช้​มา​จนถึง​ทุกวันนี้ คือ​พวกเขา​จะต้อง​แบ่ง​พืชผล​ของ​พวกเขา​ยี่สิบ​เปอร์เซ็นต์​ให้​กับ​ฟาโรห์ มีแต่​ที่ดิน​ของ​นักบวช​เท่านั้น​ที่​ไม่ได้​ตก​เป็น​ของ​ฟาโรห์

“อย่า​ฝังศพ​พ่อ​ไว้​ใน​ประเทศ​อียิปต์”

27 อิสราเอล​จึง​ได้​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ ใน​เมือง​โกเชน และ​พวกเขา​ได้​ยึดครอง​ที่ดิน​ที่นั่น และ​เกิด​ลูกหลาน​มากมาย จน​กลายเป็น​กลุ่ม​ที่​ยิ่งใหญ่​มาก

28 ยาโคบ​อาศัย​อยู่​ใน​อียิปต์​เป็น​เวลา​สิบเจ็ด​ปี เขา​มี​อายุ​ได้​หนึ่งร้อย​สี่สิบเจ็ด​ปี 29 เมื่อ​เขา​ใกล้​ตาย เขา​เรียกตัว​โยเซฟ​ลูกชาย​เข้า​มา​หา และ​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “ถ้า​เจ้า​รัก​พ่อ​จริงๆ​ให้​เอา​มือ​วาง​ไว้​ใต้ขา​ของพ่อ+ 47:29 เอา​มือ​วาง​ไว้​ใต้ขา​ของพ่อ เมื่อ​คน​สาบาน​กัน​เขา​จะ​อ้าง​สิ่งศักดิ์สิทธิ์​หรือ​ของสำคัญ การ​วางมือ​ใต้ขา​นี้ คง​หมายถึง​จับ​ลูกอัณฑะ เป็น​การสาบาน​โดย​อ้าง​พงศ์พันธุ์​ทั้งหมด​ของ​ยาโคบ และ​สัญญา​ว่า เจ้า​จะ​ซื่อสัตย์​และ​จงรัก​ภักดี​ต่อพ่อ​แล้ว​ทำ​ตามที่​พ่อขอ คือ​ขอ​อย่าได้​ฝัง​พ่อ​ไว้​ใน​อียิปต์ 30 เมื่อ​พ่อตาย ให้​เอา​ร่าง​ของพ่อ​ออก​จาก​อียิปต์ ไป​ฝัง​รวมกับ​บรรพบุรุษ​ของ​พ่อ”

โยเซฟ​ตอบ​ว่า “ลูก​จะ​ทำ​ตามที่​พ่อพูด”

31 แล้ว​อิสราเอล​พูด​ว่า “สาบาน​กับ​พ่อ​ก่อน” โยเซฟ​ก็​สาบาน​กับ​เขา อิสราเอล​ก็​เอนตัว​ลงไป​ที่​หัวเตียง+ 47:31 เอนตัว​ลงไป​ที่​หัวเตียง หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่างหนึ่ง​ว่า​อิสราเอล​ใช้​หัวไม้เท้า​ค้ำยัน​ตัวเอง​ขณะ​นมัสการ​อยู่

48

ยาโคบ อวยพร​มนัสเสห์​และ​เอฟราอิม

1 ใน​เวลา​ต่อมา มี​คน​บอก​โยเซฟ​ว่า “ตอนนี้​พ่อ​ของท่าน​ไม่สบาย​มาก” โยเซฟ​จึง​พา​ลูกชาย​สอง​คน คือ​มนัสเสห์​และ​เอฟราอิม​ไป​หา​ยาโคบ 2 มี​คน​ไป​บอก​ยาโคบ​ว่า “โยเซฟ​ลูกชาย​ของท่าน​มาหา” อิสราเอล​จึง​พยายาม​ลุกขึ้น​นั่ง​บนเตียง

3 ยาโคบ​ได้​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “พระเจ้า​ผู้​เต็ม​ไปด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​ได้​ปรากฏตัว​ให้​พ่อเห็น​ที่​ตำบล​ลูส ใน​แผ่นดิน​คานาอัน และ​พระองค์​ได้​อวยพร​ให้​พ่อ 4 พระองค์​พูด​กับ​พ่อ​ว่า ‘ดูเถอะ เรา​จะ​ให้​เจ้า​มี​ลูกดก เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​และ​ครอบครัว​ของเจ้า​มี​จำนวน​เพิ่มขึ้น เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของเจ้า​กลายเป็น​กลุ่มชน​ที่​ยิ่งใหญ่ และ​เรา​จะ​ยก​แผ่นดิน​นี้​ให้​กับ​ลูกหลาน​ของเจ้า เพื่อ​เป็น​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​พวกเขา​ตลอดไป’ 5 ตอนนี้​ลูกชาย​ทั้งสอง​ของลูก​ที่​เกิด​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์​ก่อน​ที่​พ่อ​จะ​มาหา​ลูก​ที่นี่ เขา​ทั้งสอง​จะเป็น​ของพ่อ เอฟราอิม​และ​มนัสเสห์​จะเป็น​ของ​พ่อ เหมือน​กับ​รูเบน​และ​สิเมโอน 6 แต่​ลูกๆ​คนอื่น ที่​เกิดมา​ทีหลัง​พวกเขา จะเป็น​ของลูก พวกเขา​จะ​ได้รับ​ส่วนแบ่ง​ใน​ที่ดิน​ที่จะ​ยกให้​กับ​เอฟราอิม​และ​มนัสเสห์​พี่ชาย​ของ​พวกเขา 7 ตอนที่​พ่อ​เดินทาง​จาก​ปาดาน​เพื่อ​ไป​เมือง​เอฟราธาห์ ใน​ระหว่าง​ทาง​นั้น ราเชล​ตาย​ไป ตอนนั้น​ยัง​อยู่​ใน​แคว้น​คานาอัน และ​ยัง​ห่างจาก​เมือง​เอฟราธาห์​มาก พ่อ​เสียใจ​มาก พ่อ​จึง​ฝัง​นาง​ไว้​ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​จะ​ไป​เอฟราธาห์ (ซึ่ง​ก็​คือ​เบธเลเฮม)”

8 เมื่อ​อิสราเอล​เห็น​ลูกชาย​โยเซฟ เขา​ถาม​ว่า “พวกเขา​เป็น​ใครกัน”

9 โยเซฟ​ตอบ​ว่า “พวกเขา​เป็น​ลูก​ของผม​ที่​พระเจ้า​ให้​กับ​ผม​ที่นี่”

อิสราเอล​พูด​ว่า “ช่วย​พา​พวกเขา​เข้า​มาหา​พ่อ​หน่อย แล้ว​พ่อ​จะ​อวยพร​ให้”

10 ตอนนั้น​ตา​ของ​อิสราเอล​เริ่ม​พร่ามัว​ตาม​อายุ เขา​จึง​มอง​ไม่ค่อยเห็น​แล้ว เมื่อ​โยเซฟ​พา​ลูกชาย​ทั้ง​สอง​คน​เข้ามา​ใกล้ๆ​เขา อิสราเอล​ก็​จูบ​และ​โอบกอด​พวกเขา 11 อิสราเอล​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “พ่อ​ไม่เคย​คิดว่า​จะได้เห็น​หน้าลูก​อีก แต่​ดูสิ พระเจ้า​ทำให้​พ่อ​ได้เห็น​หน้าหลาน​ด้วย”

12 โยเซฟ​ได้​เอา​พวกเขา​ออกมา​จาก​ตัก​ของ​อิสราเอล และ​โยเซฟ​ก็​ก้ม​กราบ​ลง​ถึง​พื้นดิน​ต่อหน้า​พ่อ 13 แล้ว​โยเซฟ​ก็​เอา​ลูก​ทั้งสอง​มา ให้​เอฟราอิม​อยู่​ด้าน​ขวามือ​ของเขา ซึ่ง​เป็น​ซ้ายมือ​ของ​อิสราเอล และ​ให้​มนัสเสห์​อยู่​ด้าน​ซ้ายมือ​ของเขา ซึ่ง​เป็น​ขวามือ​ของ​อิสราเอล และ​โยเซฟ​ก็​พา​พวกเขา​เข้า​ไปหา​อิสราเอล 14 อิสราเอล​ยื่น​แขนขวา​มา​วางลง​บนหัว​ของ​เอฟราอิม (เขา​เป็น​น้อง) และ​ยื่น​แขนซ้าย​มา​วาง​บนหัว​ของ​มนัสเสห์ ไขว้แขน​กัน เพราะ​มนัสเสห์​เป็น​พี่ 15 แล้ว​อิสราเอล​ได้​อวยพร​ให้​กับ​โยเซฟ​ว่า

“ขอให้​พระเจ้า​ผู้ที่​บรรพบุรุษ​ของพ่อ​คือ​อับราฮัม​และ​อิสอัค​สักการะ​บูชา

พระเจ้า​ผู้ที่​คอย​เลี้ยงดู​ชีวิต​ของพ่อ​มา​ตลอด​จนถึง​ทุกวันนี้

16 พระองค์​เป็น​ทูตสวรรค์​ที่​คอย​ช่วยเหลือ​พ่อ​จาก​ความ​ทุกข์ยาก​ลำบาก​ทั้งปวง

ได้โปรด​อวยพร​เด็ก​สองคนนี้​ด้วย

เพื่อว่า​ชื่อ​ของ​พ่อ​และ​บรรพบุรุษ​ของ​พ่อ คือ​อับราฮัม​และ​อิสอัค​จะ​ยังคง​อยู่​เพราะ​พวกเขา

และ​ขอให้​พวกเขา​แผ่ขยาย​ใหญ่โต​มากขึ้น​ใน​โลกนี้”

17 เมื่อ​โยเซฟ​เห็น​อิสราเอล​วาง​มือขวา​ลง​บนหัว​ของ​เอฟราอิม เขา​ก็​ไม่พอใจ เขา​พยายาม​จะ​เอา​มือขวา​ของพ่อ​ไป​ไว้​บนหัว​มนัสเสห์ 18 โยเซฟ​บอก​พ่อเขา​ว่า “ไม่ใช่​อย่างนั้น​พ่อ คนนี้​ต่างหาก​ที่​เป็น​พี่ วางมือ​ลงบน​หัว​คนนี้​สิ”

19 แต่​พ่อเขา​ปฏิเสธ​และ​พูดว่า “พ่อรู้​ลูก พ่อรู้ เขา​จะ​กลายเป็น​ชนชาติ​ด้วย และ​เขา​จะ​ยิ่งใหญ่​เหมือนกัน แต่​น้องชาย​ของเขา​จะ​ยิ่งใหญ่​กว่าเขา และ​ลูกหลาน​ของ​คนน้อง​จะ​กลายเป็น​หลายๆ​ชนชาติ”

20 อิสราเอล​จึง​อวยพร​พวกเขา​ใน​วันนั้น​ว่า

“คน​อิสราเอล​จะ​ใช้​ชื่อ​ของ​พวกเจ้า

เมื่อ​พวกเขา​จะให้​พร​กัน

พวกเขา​จะ​พูดว่า ‘ขอให้​พระเจ้า​ทำให้​ท่าน​เป็น​เหมือน

เอฟราอิม​และ​มนัสเสห์’”

อิสราเอล​จึง​ตั้ง​เอฟราอิม​ไว้​ก่อนหน้า​มนัสเสห์

21 อิสราเอล​พูด​กับ​โยเซฟ​ว่า “พ่อ​กำลัง​จะตาย แต่​พระเจ้า​จะอยู่​กับลูก และ​พระองค์​จะนำ​ลูก​กลับไป​ยัง​แผ่นดิน​ของ​บรรพบุรุษ​ลูก 22 และ​พ่อ​จะให้ ‘ไหล่เขา’+ 48:22 ไหล่เขา หรือ “แนว​สันเขา” เป็น​การ​เล่นคำ ใน​ภาษา​ฮีบรู ความหมาย​ของ​คำว่า “ไหล่เขา” หรือ “ทางลาด​ของ​ภูเขา” เป็น​คำเดียว​กับ​ชื่อเมือง​ใน​แคว้น​เชเคม เมืองนี้​ต่อมา​กลายเป็น​เมือง​ที่มี​ความสำคัญ ใน​เขตแดน​ของ​ลูกชาย​โยเซฟ ใน​ที่นี้​อิสราเอล​ได้มอบ​แผ่นดิน​ซึ่ง​เป็น​ดินแดน​ตาม​สัญญา​ไว้ เปรียบเหมือน​เจ้าภาพ​งานเลี้ยง​ที่​จะ​ตัด​ส่วน​ที่ดี​ที่สุด​ของ​เนื้อวัว ซึ่ง​ก็​คือ เนื้อใน​ส่วน​หัวไหล่​ให้​กับ​แขกพิเศษ แห่งหนึ่ง​กับ​ลูก ต่อหน้า​พี่ๆ​ของลูก พ่อ​ยึดมัน​มาได้​จาก​ชาว​อาโมไรต์ ด้วย​ดาบ​และ​ธนู​ของพ่อ”

49

คำพูด​ครั้งสุดท้าย​ของ​ยาโคบ​ต่อ​ลูกๆ

1 แล้ว​ยาโคบ​ก็​เรียก​ลูกชาย​คนอื่นๆ​มา เขา​พูด​ว่า “มา​ชุมนุม​กัน แล้ว​พ่อ​จะ​บอกว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​บ้าง​กับ​พวกลูก​ใน​อนาคต

2 รวมตัว​กัน​เข้ามา​ฟัง พวกลูกๆ​ของ​ยาโคบ

ให้​ฟัง​อิสราเอล พ่อ​ของ​พวกเจ้า

รูเบน

3 รูเบน เจ้า​เป็น​ลูกคนโต​ของพ่อ

เจ้า​เป็น​ความ​เข้มแข็ง​ของพ่อ

และ​เป็น​ข้อพิสูจน์​ความ​เป็นชาย​ของพ่อ

เจ้า​คือ​สุดยอด​แห่ง​ความ​ภาคภูมิใจ

และ​สุดยอด​ของ​ความ​แข็ง​แกร่ง

4 แต่​เจ้า​เป็นเหมือน​สายน้ำ​ที่​ควบคุม​ไม่ได้

ดังนั้น เจ้า​จะ​ไม่สุดยอด​อีกต่อไป

เพราะ​เจ้า​แอบ​ปีน​ขึ้นไป​บนเตียง​พ่อเจ้า

เจ้า​หลับนอน​กับ​เมีย​ของพ่อเจ้า

แล้ว​เจ้า​ได้นำ​ความ​อับอาย​มาสู่​เตียง​ของพ่อ

ที่​เจ้า​ได้​ปีน​ขึ้นไป​นั้น”

สิเมโอน​และ​เลวี

5 “สิเมโอน​และ​เลวี​เป็น​พี่น้อง​กัน

ดาบ​ของ​พวกเขา​คือ​อาวุธ​แห่ง​ความ​รุนแรง

6 พวกเขา​แอบ​วางแผน​ชั่วร้าย

พ่อ​ขอ​ไม่มี​ส่วนร่วม​ใน​การ​วางแผนลับ​แบบนั้น

พ่อ​ขอ​ไม่เจอ​กับ​พวกเขา​ใน​การ​วางแผน​ชั่วร้าย​เช่นนั้น

เพราะ​พวกเขา​ได้​ฆ่าคน​เพราะ​ความโกรธ

และ​ได้​ทำร้าย​สัตว์​เพียงเพื่อ​ความสนุก

7 ขอให้​ความโกรธ​ของ​พวกเขา​ถูก​สาปแช่ง​เพราะ​มัน​รุนแรง​เกินไป

และ​ขอให้​ความ​เดือดดาล​บ้าคลั่ง​ของ​พวกเขา​ถูก​สาปแช่ง​เพราะ​มัน​โหดร้าย​เกินไป

พ่อ​จะ​แยก​พวกเขา​ให้​กระจัด​กระจาย​ไป​ท่ามกลาง​เผ่าพันธุ์​ของ​ยาโคบ

พ่อ​จะ​ทำให้​พวกเขา​กระจัด​กระจาย​ไป​ใน​อิสราเอล+ 49:7 พ่อ​จะ … อิสราเอล กลุ่มคน​ของ​สิเมโอน​และ​เลวี​ไม่มี​ดินแดน​ของ​ตัวเอง​ใน​อิสราเอล และ​ในที่สุด​กลุ่ม​ของ​สิเมโอน​ถูก​รวมเข้า​กับ​กลุ่ม​ของยูดาห์ ส่วน​กลุ่ม​ของเลวี​ภายหลัง​กลายเป็น​กลุ่ม​ของ​นักบวช

ยูดาห์

8 ยูดาห์+ 49:8 ยูดาห์ ใน​ภาษา​ฮีบรู ชื่อ​ของ “ยูดาห์” คล้ายกับ​คำว่า “โยดู” ซึ่ง​แปลว่า “สรรเสริญ”​พี่น้อง​ของเจ้า​จะ​สรรเสริญ​เจ้า

เจ้า​จะ​เอา​ชนะ​ศัตรู

บรรดา​พี่น้อง​จะต้อง​มา​คำนับ​เจ้า

9 ยูดาห์ เจ้า​เหมือน​สิงโต​หนุ่ม

ที่​ยืนคร่อม​อยู่เหนือ​เหยื่อ​ที่​มัน​ฆ่า

เจ้า​เป็น​เหมือน​สิงโต​ที่​กำลัง​หมอบ​นอนลง​พัก

ไม่มีใคร​กล้า​มา​แหย่

10 อำนาจ​การ​ปกครอง​จะ​ไม่มีวัน​หมดไป​จาก​ยูดาห์

และ​ลูกหลาน​ของเขา

จนกว่า​กษัตริย์​ที่​แท้จริง​จะขึ้น​ครองบัลลังก์+ 49:10 จนกว่า​กษัตริย์ … ครองบัลลังก์ หรือ “จนกว่า​ชิโลห์​จะ​มาถึง” หรือ “จนกว่า​ชาย​ผู้ที่​เป็น​เจ้าของ​บัลลังก์​โดย​แท้จริง​จะ​มาถึง”

และ​ทุกชาติ​จะ​เชื่อฟัง​เขา

11 เขา​ผูกลา​ของเขา​ไว้​กับ​เถาองุ่น

เขา​ผูก​ลูกลา​ไว้​กับ​ต้นองุ่น​ที่ดี​ที่สุด

เขา​ล้าง​เสื้อผ้า​ใน​เหล้าองุ่น

และ​ซัก​เสื้อคลุม​ของเขา​ด้วย​น้ำองุ่น​สีเลือด

12 นัยน์ตา​ของเขา​แดงก่ำ​ยิ่งกว่า​สี​ของ​เหล้าองุ่น

และ​ฟัน​ของเขา​ขาว​ยิ่งกว่า​น้ำนม+ 49:12 นัยน์ตา … น้ำนม หรือ อาจจะ​แปล​ได้​ว่า “ตา​ของเขา​จะ​แดงก่ำ​จาก​การ​ดื่ม​ไวน์ และ​ฟัน​ของเขา​จะ​เป็น​สีขาว​จาก​การ​ดื่ม​นม”

เศบูลุน

13 เศบูลุน​จะ​ตั้ง​ถิ่นฐาน​อยู่​ติด​ทะเล

มัน​จะเป็น​สถานที่​ที่​ปลอดภัย​สำหรับ​เรือ

เขตแดน​ของเขา​จะ​ขยาย​ออกไป​จนถึง​เมือง​ไซดอน

อิสสาคาร์

14 อิสสาคาร์​เหมือน​ลา​ที่​แข็งแกร่ง

แต่​มัน​นอนลง​ระหว่าง​ตะกร้า​ที่​แบกอยู่

15 เมื่อ​เขา​พบ​ที่​เหมาะ​สำหรับ​หยุดพัก

และ​เป็น​แผ่นดิน​อัน​น่ารื่นรมย์

เมื่อนั้น​เขา​จะ​ยินดี​ที่จะ​ค่อมหลังลง​เพื่อ​แบก​สัมภาระ

และ​พร้อม​ที่จะ​เป็น​ทาสรับใช้

ดาน

16 ดาน+ 49:16 ดาน คำ​นี้​ความหมาย​ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมายถึง “การ​ตัดสิน” หรือ “พิพากษา” จะเป็น​ผู้ให้​ความ​ยุติธรรม​กับ​คน​ของเขา

เหมือนกับ​ที่​ชน​เผ่า​อื่น​ของ​อิสราเอล​ทำ​กัน

17 ดาน​จะเป็น​เหมือน​งู​ที่อยู่​ข้างถนน

เป็น​เหมือน​งูพิษ​ที่อยู่​ตามทาง

คอย​กัดเท้า​ของ​ม้า

และ​คนขี่​ก็จะ​ตก​จาก​หลังม้า

18 ข้าแต่​พระยาห์เวห์

ข้าพเจ้า​กำลัง​รอคอย​ความรอด​ของ​พระองค์

กาด

19 กาด+ 49:19 กาด คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ที่​ว่า การ​บุกรุก โจมตี หรือ ผู้บุกรุก ผู้โจมตี ออกเสียง​เหมือน​ชื่อ “กาด” จะ​ถูก​โจมตี​โดย​ผู้บุกรุก

แต่​กาด​จะ​ขับไล่​พวกมัน​ไปได้

อาเชอร์

20 อาหาร​การกิน​ของ​อาเชอร์​จะ​อุดมสมบูรณ์

เขา​จะเป็น​ผู้จัดหา​อาหาร​ให้​สำหรับ​กษัตริย์

นัฟทาลี

21 นัฟทาลี​เป็น​เหมือน​กวาง​ที่​วิ่ง​อย่าง​อิสระ

และ​คลอดลูก​กวาง​ที่​สวยงาม

โยเซฟ

22 โยเซฟ​คือ​ต้นองุ่น​ที่​ผลิดอก​ออกผล

เป็น​ต้นองุ่น​ที่​เจริญ​เติบโต​อยู่​ข้าง​น้ำพุ

กิ่งก้าน​ของเขา​จะ​เลื้อยไป​บน​กำแพง

23 นักธนู​มากมาย​ไม่ชอบ​เขา​และ​ยิง​เขา

คนพวกนี้​จะเป็น​ศัตรู​กับ​เขา

24 แต่​คันธนู​ของ​โยเซฟ​จะ​ยัง​มั่นคง

และ​แขน​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของเขา​ยังคง​คล่องแคล่ว​ชำนาญ

โดย​พระองค์​ผู้​ทรง​ฤทธิ์​ของ​ยาโคบ

โดย​พระผู้เลี้ยง​คือ​พระศิลา​แห่ง​อิสราเอล

25 โดย​พระเจ้า​ของ​พ่อเจ้า ขอให้​พระองค์​ช่วยเหลือ​เจ้า

พระเจ้า​ผู้​เต็มไปด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​สูงสุด ขอพระองค์​อวยพร​เจ้า

ด้วย​พร​จาก​สวรรค์​เบื้องบน

พร​จาก​น้ำ​ที่อยู่​ลึก​ลงไป​ใต้ดิน

พร​จาก​เต้านม​และ​ท้อง​ที่​คลอด

26 พร​ต่างๆ​ของ​พ่อเจ้านี้​ยิ่งใหญ่​กว่า

พร​จาก​ภูเขา​ที่​ตั้ง​ตระหง่าน​ชั่วนิรันดร์

และ​ดีกว่า​ของดี​ต่างๆ​ของ​เทือกเขา​ที่​อยู่​นิรันดร์

ขอให้​พร​ต่างๆนี้​มา​ตก​อยู่​ที่​หัว​ของ​โยเซฟ

มา​ตก​อยู่​ที่​หน้าผาก​ของเขา​คนที่​ถูก​แยก​ออกมา​เป็นพิเศษ​จาก​ท่ามกลาง​พี่น้อง​ของเขา

เบนยามิน

27 เบนยามิน​เหมือน​หมาป่า​ที่​หิวโซ

ใน​ตอนเช้า​เขา​กิน​เหยื่อ​ที่​จับ​มา​ได้

ใน​ตอนเย็น​เขา​จะ​แบ่งปัน​ของ​ที่​แย่งชิง​มาได้”

28 และ​นี่คือ​เผ่า​ทั้ง​สิบสอง​เผ่า​ของ​อิสราเอล และ​นี่คือ​สิ่งที่​พ่อ​ของ​พวกเขา​ได้บอก​กับ​พวกเขา​ไว้ เมื่อ​เขา​อวยพร​ลูกๆ​ด้วย​คำอวยพร​ที่​พิเศษ​สำหรับ​แต่ละ​คน​แล้ว 29 เขา​ได้สั่ง​ลูกๆ​เขา​ว่า “พ่อ​กำลัง​จะ​ตาย​แล้ว ให้​ฝัง​พ่อ​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พ่อ ใน​ถ้ำ​ที่อยู่​ใน​ท้องทุ่ง​ของ​เอโฟรน​คน​ฮิตไทต์ 30 ใน​ถ้ำ​ใน​ท้องทุ่ง​มัคเปลาห์ ที่อยู่​ใกล้ๆ​มัมเร ใน​แคว้น​คานาอัน อับราฮัม​ได้​ซื้อ​ท้องทุ่ง​นั้น​มาจาก​เอโฟรน​คน​ฮิตไทต์ เพื่อ​ใช้​เป็น​ที่ฝังศพ 31 อับราฮัม​และ​ซาราห์ เมีย​ของเขา​ถูกฝัง​อยู่​ที่นั่น อิสอัค​และ​เรเบคาห์​เมีย​ของเขา​ก็​ถูกฝัง​อยู่​ที่นั่น และ​พ่อ​ก็​ฝัง​เลอาห์​ไว้​ที่นั่น​ด้วย 32 ทั้ง​ท้องทุ่ง​และ​ถ้ำ​แห่งนั้น​ได้​ซื้อ​มาจาก​ชาว​ฮิตไทต์” 33 เมื่อ​ยาโคบ​สั่งเสีย​ลูกๆ​ของเขา​เสร็จแล้ว ก็​ยกขา​มา​ไว้​บนเตียง​เหมือนเดิม และ​หายใจ​เฮือก​สุดท้าย แล้วก็​จากไป​อยู่​ร่วมกับ​บรรพบุรุษ​ของเขา

50

งานศพ​ของ​ยาโคบ

1 โยเซฟ​กอดพ่อ​และ​ร้องไห้ และ​จูบพ่อ​ของเขา 2 โยเซฟ​ได้ส่ง​พวกหมอ​ที่​รับใช้​เขา ให้​จัดการ​เกี่ยวกับ​ศพ​เพื่อ​เอา​ไป​ฝัง พวกหมอ​จึง​อาบ​น้ำยา​รักษา​ศพ​ของ​อิสราเอล​ไว้​สำหรับ​ฝัง 3 เขา​ใช้​เวลา​สี่สิบ​วัน​ในการ​อาบ​น้ำยา​นี้ ตาม​ประเพณี​ที่เขา​ทำกัน ชาว​อียิปต์​ไว้ทุกข์​ให้​อิสราเอล​เป็นเวลา​เจ็ดสิบ​วัน

4 เมื่อ​สิ้นสุด​เวลา​ไว้ทุกข์ โยเซฟ​พูดกับ​ข้าราชสำนัก​ของ​ฟาโรห์ “ถ้า​พวกท่าน​จะ​กรุณา​ผม ช่วยพูด​กับ​ฟาโรห์​ว่า ‘พ่อของผม​ให้​ผม​สาบาน​กับเขา เขา​บอก​ว่า 5 “ดูเถิด พ่อ​กำลัง​จะตาย ให้​ฝังพ่อ​ไว้​ใน​หลุม​ฝังศพ​ที่​พ่อ​ขุด​เตรียมไว้​สำหรับ​ตัวเอง​ใน​แคว้น​คานาอัน” และ​ตอนนี้​ขอโปรด​อนุญาต​ให้​ผม​ไป​ฝังศพ​พ่อ​ด้วยเถิด แล้ว​ผม​จะ​กลับมา’”

6 ฟาโรห์​พูด​ว่า “ไปเถิด ไป​ฝังศพ​ของพ่อเจ้า ตามที่​เจ้า​ได้​สาบาน​ไว้”

7 โยเซฟ​จึง​ขึ้นไป​ฝังศพ​พ่อ พวกข้าราชการ​ทั้งหมด​ของ​ฟาโรห์ รวมทั้ง​ข้าราชการ​ระดับสูง​ใน​วัง​ของ​ฟาโรห์ และ​พวกข้าราชการ​ระดับสูง​ทั้งหมด​ทั่ว​แผ่นดิน​อียิปต์​ไป​กับ​โยเซฟ​ด้วย 8 ครอบครัว​ทั้งหมด​ของ​โยเซฟ​และ​พี่น้อง​ของเขา​ทั้ง​ครอบครัว ไป​กับ​โยเซฟ​ด้วย เหลือไว้​แต่​เด็กๆ ฝูงแกะ และ​ฝูงวัว ใน​เมือง​โกเชน 9 รถม้าศึก​และ​คนขับ​ก็​ไป​กับ​เขา​ด้วย เป็น​ขบวน​ที่​ใหญ่โต​มาก

10 เมื่อ​พวกเขา​มาถึง​ลานนวดข้าว​ของ​อาทาด+ 50:10 ลานนวดข้าว​ของ​อาทาด หรือ “โกเรน อาทาด” ซึ่ง​อยู่​ตรงข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน พวกเขา​ได้​ร้องไห้​คร่ำครวญ​อย่าง​ขมขื่น​ด้วย​เสียง​อันดัง โยเซฟ​ให้​มี​พิธีศพ​เป็น​เวลา​เจ็ดวัน 11 เมื่อ​ชาว​คานาอัน​ที่​อาศัย​บริเวณนั้น​เห็น​ความ​เศร้าโศก​ใน​พิธีศพ​ที่​ลานนวดข้าว พวกเขา​พูด​ว่า “ทำไม​ชาว​อียิปต์​ถึง​ได้​เศร้าโศก​เสียใจ​ขนาดนี้” พวกเขา​จึง​ตั้งชื่อ​สถานที่นั้น​ที่​อยู่​ตรงข้าม​กับ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ว่า “อาเบลมิสราอิม”+ 50:11 อาเบลมิสราอิม หมายถึง “ความ​เศร้าโศก​ของ​ชาว​อียิปต์”

12 ลูกชาย​ของ​ยาโคบ​ได้​ทำ​ตามที่​พ่อเขา​สั่งไว้ 13 คือ​พวกลูกชาย​ของเขา​ได้​แบก​ร่างเขา​มาถึง​แผ่นดิน​คานาอัน และ​ได้​ฝังเขา​ไว้​ในถ้ำ​ใน​ท้องทุ่ง​ของ​มัคเปลาห์ ซึ่ง​อับราฮัม​ซื้อมา​เพื่อ​เป็น​ที่​ฝังศพ​จาก​เอโฟรน​คน​ฮิตไทต์ ใกล้​มัมเร 14 แล้ว​โยเซฟ พวกพี่ชาย และ​คนทั้งหมด​ที่​มา​ร่วม​ฝังศพ​พ่อของเขา ต่าง​ก็​เดินทาง​กลับ​อียิปต์ หลังจาก​ฝังศพ​พ่อของเขา​เรียบร้อย​แล้ว

พวกพี่ชาย​ยัง​กลัว​โยเซฟ

15 พี่ชาย​ของ​โยเซฟ​กลัว​โยเซฟ​เพราะ​พ่อ​ของ​พวกเขา​ตาย​ไปแล้ว พวกเขา​พูดว่า “บางที​โยเซฟ​อาจจะ​ยัง​โกรธ​พวกเรา​อยู่ และ​อาจจะ​แก้แค้น​เรา​สำหรับ​ความ​ชั่วร้าย​ที่​พวกเรา​ได้ทำ​กับเขา” 16 พวกเขา​จึง​ส่ง​ข้อความ​ไปถึง​โยเซฟ​ว่า

“พ่อ​ของท่าน​ได้สั่ง​เอาไว้​ก่อน​ตาย​ว่า 17 ให้​บอก​กับ​โยเซฟ​ว่า ‘ขอให้​ยกโทษ​ให้​กับ​ความผิด​และ​ความบาป​ของ​พวกพี่ชาย​เจ้า ที่​ได้ทำ​ไว้​กับ​เจ้า’ พวกเรา​ได้​ทำผิด​ต่อ​ท่าน​จริงๆ ตอนนี้ ขอ​ได้โปรด​ยกโทษ​ให้​กับ​ความผิด​ของ​พวกเรา​ผู้รับใช้​พระเจ้า​ของพ่อท่าน​ด้วยเถิด”

โยเซฟ​ร้องไห้​เมื่อ​เห็น​ข้อความ​ที่​ส่ง​มาถึง​เขา 18 พวกพี่ชาย​ได้​มา​คุกเข่า​ลง​ต่อหน้า​เขา​และ​พูดว่า “ดูเถิด เรา​เป็น​ทาส​ของท่าน”

19 แต่​โยเซฟ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “อย่ากลัวเลย พวกพี่​คิดว่า​ผม​เป็น​พระเจ้า​หรือ​ยังไง 20 พวกพี่​ตั้งใจ​จะ​ทำร้าย​ผม​ก็จริง แต่​พระเจ้า​ตั้งใจ​ให้​มัน​ออกมา​ดี เพื่อ​จะได้​มี​วันนี้​เกิดขึ้น เพื่อ​ที่​จะ​รักษา​ชีวิต​ของ​คน​มากมาย 21 ดังนั้น​อย่าได้​กลัว​ไปเลย ผม​จะ​ยังคง​ช่วยเหลือ​พวกพี่​และ​ลูกๆ​ของพี่​ต่อไป” โยเซฟ​ได้​ปลอบโยน​พี่ชาย​ของเขา และ​พูด​กับ​พวกเขา​อย่าง​เมตตา​ปรานี

22 โยเซฟ​และ​ครอบครัว​ของพ่อเขา​จึง​ได้​อยู่​ใน​อียิปต์​ต่อไป โยเซฟ​มี​อายุ​หนึ่งร้อยสิบปี 23 โยเซฟ​มี​ชีวิต​อยู่​จน​ได้เห็น​ลูกหลาน​ไปถึง​สามชั่วรุ่น มนัสเสห์​ลูก​ของ​โยเซฟ​มี​ลูกชาย​คือ​มาร์คี โยเซฟ​ก็​อยู่​จน​ได้เห็น​ลูกๆ​ของ​มาคีร์​ด้วย

โยเซฟ​ตาย

24 โยเซฟ​พูด​กับ​ญาติๆ​ของเขา​ว่า “ผม​กำลัง​จะตาย แต่​พระเจ้า​จะ​ดูแล​พวกท่าน​ต่อไป​อย่าง​แน่นอน และ​จะนำ​พวกท่าน​ขึ้นไป​จาก​ที่นี่ ไป​ยัง​แผ่นดิน​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ”

25 โยเซฟ​ให้​คน​อิสราเอล​สาบาน​ว่า “เมื่อ​พระเจ้า​ทำตาม​สัญญา​นั้น​เมื่อไหร่ ให้​เอา​กระดูก​ของผม​ไป​จาก​ที่นี่​ด้วย”

26 โยเซฟ​ก็​ตาย ตอน​อายุ​หนึ่งร้อยสิบ​ปี พวกเขา​อาบ​น้ำยา​รักษา​ศพ​โยเซฟ​ไว้​เพื่อ​ฝัง ร่าง​ของเขา​ถูก​เก็บไว้​ใน​หีบศพ​ใน​ประเทศ​อียิปต์