เอสเธอร์

คำนำ

เอสเธอร์​เป็น​ชื่อ​ของ​หญิงสาว​คนหนึ่ง นาง​เป็น​หญิง​กำพร้า​ชาวยิว​ที่​อยู่​ภายใต้​การ​ดูแล​ของ​โมรเดคัย​ลูกพี่​ลูกน้อง​ของนาง เมื่อ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​แห่ง​เปอร์เซีย​ได้​หย่า​ขาด​จาก​พระราชินี​องค์​แรก เขา​ก็​ได้​เลือก​เอสเธอร์​มา​เป็น​ราชินี​องค์​ใหม่ แต่​โมรเดคัย​สั่ง​ห้าม​ไม่ให้​เอสเธอร์​บอก​ใคร​ว่า​นาง​เป็น​คนยิว

มี​ชาย​คนหนึ่ง​ชื่อ​ฮามาน เขา​มี​ตำแหน่ง​สูงสุด​รอง​จาก​กษัตริย์ เขา​เกลียด​คนยิว​มาก จึง​วางแผน​หลอก​ให้​กษัตริย์​ออก​กฎหมาย​ที่​อนุญาต​ให้​ฆ่า​ชาวยิว​ทุกคน เอสเธอร์​ก็​เลย​ต้อง​เสี่ยง​ชีวิต​ของนาง​และ​ช่วย​ชีวิต​คนยิว​ไว้​ได้​ใน​ที่สุด อ่าน​ราย​ละเอียด​เพิ่มเติม​ได้​จาก​หนังสือ​เล่มนี้

จาก​เรื่องนี้​เรา​จะ​เห็น​ว่า​พระเจ้า​สามารถ​ทำงาน​หลัง​ฉาก​เพื่อ​ปกป้อง​และ​ดูแล​คน​ของ​พระองค์ และ​เรา​ยัง​เห็น​อีก​ว่า หลาย​ครั้ง​กรรม​จะ​สนอง​กรรม เช่น ตัวอย่าง​ของ​ฮามาน เขา​วางแผน​และ​ได้รับ​อำนาจ​ที่​จะ​ฆ่า​ชาวยิว แต่​ชาวยิว​กลับ​ได้รับ​อำนาจ​ที่​จะ​ทำลาย​ศัตรู​ของ​พวกเขา (อสธ. 3:10-14 และ 8:2-13) ฮามาน​คิด​ที่​จะ​ยก​ตัวเอง​ให้​ได้รับ​เกียรติ แต่​กลับ​ต้อง​ยก​ผู้อื่น​ให้​ได้รับ​เกียรติ (อสธ. 6:6, 11) ฮามาน​เตรียม​ไม้​สำหรับ​เสียบ​ประจาน​โมรเดคัย แต่​กลับ​ถูก​เสียบ​เอง (5:14 และ 7:9-10)

ชาวยิว​จะ​อ่าน​หนังสือ​เล่มนี้​ทุกปี​ใน​เทศกาล​ปุริม ที่​เฉลิม​ฉลอง​เวลา​ที่​พระเจ้า​ช่วย​พวกเขา​ให้​รอดพ้น​จาก​แผนงาน​ของ​ศัตรู​ที่​พยายาม​จะ​ทำลาย​ล้าง​พวกเขา หนังสือ​เล่มนี้​ส่งเสริม​และ​ปลุกใจ​ให้​พวกเขา​รัก​ชาติ ตาม​แบบอย่าง​ของ​โมรเดคัย ที่​แสวงหา​ความ​เป็นอยู่​ที่ดี​ให้​ประชาชน​ของเขา และ​นำ​สันติสุข​มา​ให้​กับ​คนยิว​ทั้งหมด (อสธ. 10:4)

1

ราชินี​วัชที​ไม่​เชื่อฟัง​คำสั่ง​กษัตริย์

1 เรื่อง​เหล่านี้​เกิดขึ้น​ใน​สมัย​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส+ 1:1 อาหสุเอรัส หรือ ใน​ภาษา​กรีก เรียกว่า “เซอร์เซส” พระองค์​เป็น​กษัตริย์​ของ​อาณาจักร​เปอร์เซีย ปกครอง​ใน​ปี 486-465 ก่อน​พระเยซู​มาเกิด ต่อ​จาก​พ่อ​ของเขา​ที่​มี​ชื่อ​ว่า ดาริอัส ดาริอัส ได้​อนุญาต​ให้​คนยิว​กลับ​ไป​ยัง​ยูดาห์ และ​สร้าง​วิหาร​ขึ้นมา​ใหม่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม แต่​คนยิว​ส่วนใหญ่​ยังคง​กระจัด​กระจาย​กัน​อยู่​ตาม​เมือง​ต่างๆ​ของ​อาณาจักร​เปอร์เซีย เมื่อ​ลูก​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ขึ้น​ครองราชย์ พระองค์​ก็​ได้​สนับสนุน​ให้​เนหะมียาห์​กลับ​ไป​สร้าง​กำแพง​เมือง​เยรูซาเล็ม​ขึ้นมา​ใหม่ พระองค์​เป็น​คนเดียว​กับ​อาหสุเอรัส​ที่​ครอบ​ครอง​หนึ่งร้อย​ยี่สิบเจ็ด​มณฑล ตั้งแต่​ประเทศ​อินเดีย​ไป​จนถึง​คูช+ 1:1 ประเทศ​อินเดีย​ไป​จนถึง​คูช ประเทศ​อินเดีย​ใน​ที่นี้ ปัจจุบัน​นี้​คือ​ประเทศ​ปากีสถาน “คูช” ใน​ปัจจุบัน​คือ​ประเทศ​ซูดาน2 ใน​เวลา​นั้น​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา

3 ใน​ปี​ที่สาม​ที่​พระองค์​ครองราชย์​อยู่​นั้น พระองค์​ได้​จัด​งานเลี้ยง​ขึ้น​ให้​กับ​เจ้าหน้าที่​และ​พวก​ผู้นำ​ทุกคน​ของ​พระองค์ รวมทั้ง​พวก​แม่ทัพ​ทั้งหลาย​ของ​เปอร์เซีย​และ​มีเดีย ตลอดจน​บรรดา​ขุนนาง​และ​พวก​เจ้าหน้าที่​ประจำ​มณฑล​ต่างๆ 4 งานเลี้ยง​นี้​ได้​จัดขึ้น​หนึ่งร้อย​แปดสิบ​วัน พระองค์​ได้​โอ้อวด​ถึง​ความ​ร่ำรวย​อัน​มหาศาล​ของ​อาณาจักร​ของ​พระองค์ และ​สง่าราศี​และ​บารมี​อัน​มีค่า​อย่าง​ยิ่งยวด​ของ​พระองค์ 5 หลังจาก​เสร็จสิ้น​งานเลี้ยง​นี้​แล้ว พระองค์​ก็​ได้​จัด​งานเลี้ยง​อีก​งานหนึ่ง​ขึ้น​เป็น​เวลา​เจ็ดวัน งานนี้​จัดขึ้น​ใน​สวน​ภายใน​เขต​วัง​ของ​พระองค์ พระองค์​ได้​เชิญ​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา ตั้งแต่​คน​ที่​มีหน้า​มีตา​ที่สุด​ไป​จนถึง​คน​ที่​กระจอก​งอกง่อย​ที่สุด 6 ภายใน​สวน​นั้น​ตกแต่ง​ด้วย​เชือก​ที่​ทำ​จาก​ลินิน​อย่างดี​และ​ขนแกะ​สีม่วง คล้อง​กับ​ห่วง​เงิน​ที่​ติด​อยู่​บน​เสา​หินอ่อน มี​เก้าอี้​นอน​ที่​ทำ​จาก​ทองคำ​และ​เงิน เก้าอี้​เหล่านี้​ตั้ง​อยู่​บน​พื้นที่​ปู​ด้วย​กระเบื้อง​เคลือบ​สลับ​สี ที่​ประกอบ​ขึ้น​ด้วย​หิน​สีม่วง หินอ่อน​สีขาว เปลือก​หอยมุข และ​หินอ่อน​สีเข้ม 7 เครื่องดื่ม​ต่างๆ​ใส่​อยู่​ใน​ถ้วย​ทองคำ และ​ถ้วย​ทุกใบ​ก็​แตกต่าง​กัน มี​เหล้าองุ่น​มากมาย​จาก​กษัตริย์ เพราะ​พระองค์​ใจดี 8 ไม่มี​ข้อห้าม​สำหรับ​การดื่ม เพราะ​กษัตริย์​ได้​สั่ง​พวก​พนักงาน​ที่​อยู่​ใน​วัง​ทุกคน ให้​บริการ​เครื่องดื่ม​กับ​แต่ละคน​มาก​เท่าที่​เขา​ต้องการ

9 ใน​ขณะ​เดียวกัน ราชินี​วัชที​ก็​ได้​จัด​งานเลี้ยง​ให้​บรรดา​ผู้หญิง​ที่​อยู่​ใน​วัง​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​เหมือน​กัน

10 ใน​วัน​ที่​เจ็ด​ของ​งานเลี้ยง เมื่อ​กษัตริย์​เริ่ม​มึนๆ​จาก​เหล้าองุ่น​แล้ว พระองค์​สั่ง​ให้​เมหุมาน บิสธา ฮารโบนา บิกธา อาบักธา เศธาร์ และ​คารคาส ผู้​เป็น​ขันที​ทั้ง​เจ็ด​ของ​พระองค์​ว่า 11 ให้​ไป​นำ​ตัว​ราชินี​วัชที​มา​เข้าเฝ้า​พระองค์ ให้​นาง​สวม​มงกุฎ​มา​ด้วย เพื่อ​พระองค์​จะ​ได้​อวด​ความงาม​ของ​นาง​ต่อ​ประชาชน​ทั้งหลาย​และ​ต่อ​บรรดา​เจ้าหน้าที่ เพราะ​นาง​มี​ความ​งดงาม​ยิ่งนัก

12 แต่​ราชินี​วัชที​ไม่ยอม​มา​เข้าเฝ้า​ตาม​คำสั่ง​ของ​กษัตริย์​ที่​สั่ง​ผ่าน​มา​ทาง​พวก​ขันที​เหล่านั้น กษัตริย์​จึง​โกรธ​และ​เดือดดาล​มาก

13 ดังนั้น​พระองค์​จึง​ปรึกษา​พวก​ผู้รู้​ของ​พระองค์ ตาม​ปกติ​แล้ว​กษัตริย์​จะ​ปรึกษา​พวก​ผู้รู้​เหล่านี้ ใน​เรื่อง​กฎหมาย​และ​ขั้นตอน​ทาง​กฎหมาย 14 ผู้รู้​พวกนี้​ใกล้ชิด​กับ​กษัตริย์​มาก พวกเขา​มี​ชื่อ​ว่า​คารเชนา เชธาร์ อัดมาธา ทารชิช เมเรส มารเสนา และ​เมมูคาน ผู้รู้​ทั้ง​เจ็ด​นี้​เป็น​เจ้าหน้าที่​ที่​สำคัญ​มาก​ของ​เปอร์เซีย​และ​มีเดีย พวกเขา​เข้าเฝ้า​กษัตริย์​อยู่​เป็น​ประจำ พวกเขา​มี​อำนาจ​มาก​ใน​อาณาจักร 15 กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ถาม​พวกเขา​ว่า “ตาม​กฎหมาย​แล้ว เรา​ควร​จะ​ทำ​ยังไงดี​กับ​ราชินี​วัชที ที่​นาง​ขัดขืน​คำสั่ง​ของ​กษัตริย์​ที่​ได้​สั่ง​ผ่าน​ไป​ทาง​พวก​ขันที”

16 แล้ว​เมมูคาน​ได้​ตอบ​ต่อ​กษัตริย์ ต่อหน้า​เจ้าหน้าที่​ทั้ง​หลาย​ว่า “ราชินี​วัชที​ไม่​เพียง​แต่​ทำ​ผิด​ต่อ​กษัตริย์​เท่านั้น พระนาง​ยัง​ทำ​ผิด​ต่อ​เจ้าหน้าที่​ทุกคน​และ​ประชาชน​ทั้งหลาย ที่​อาศัย​อยู่​ใน​ทุก​มณฑล​ของ​พระองค์​ด้วย 17 เพราะ​พวก​ผู้หญิง​ทุกคน​จะ​ได้ยิน​ถึง​สิ่ง​ที่​พระนาง​ได้​ทำไป แล้ว​พวกเขา​เหล่านั้น​จะ​พา​กัน​ดูถูก​สามี​ของ​ตน พวกเขา​จะ​อ้าง​ว่า ‘ตอน​ที่​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​สั่ง​ให้​ราชินี​วัชที​เข้าเฝ้า พระนาง​ยัง​ไม่ยอม​ไป​เข้าเฝ้า​กษัตริย์​เลย’

18 ใน​วันนี้ พวก​ภรรยา​ของ​เจ้าหน้าที่​ใน​เปอร์เซีย​และ​มีเดีย ที่​ได้ยิน​ถึง​สิ่ง​ที่​ราชินี​ได้​ทำไป ก็​จะ​พูด​อย่างนั้น​เหมือน​กัน​กับ​สามี​ของ​พวกเขา​ที่​เป็น​เจ้าหน้าที่​ของ​กษัตริย์ และ​การ​ดูถูก​และ​ความ​โกรธ​เกรี้ยว​ก็​จะ​เกิดขึ้น​อย่าง​ไม่​รู้จัก​จบสิ้น

19 ดังนั้น​ถ้า​พระองค์​เห็นด้วย ข้าพเจ้า​ขอ​แนะนำ​ว่า ให้​พระองค์​ออก​คำสั่ง​และ​ให้​จด​บันทึก​ไว้​ใน​กฎหมาย​ของ​เปอร์เซีย​และ​มีเดีย ที่​ไม่​สามารถ​เปลี่ยน​แปลง​ได้ คือ ราชินี​วัชที​ไม่อาจ​เข้าเฝ้า​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ได้​อีกต่อไป และ​พระองค์​จะ​มอบ​ตำแหน่ง​ราชินี​ของ​พระนาง ให้​กับ​หญิง​อื่น​ที่​ดีกว่า 20 แล้ว​คำสั่ง​นี้​ของ​พระองค์ จะ​ถูก​ประกาศ​ไป​ทั่ว​ราช​อาณาจักร​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ แล้ว​พวก​ผู้หญิง​ทั้งหลาย​จะ​ได้​ให้​เกียรติ​สามี​ของ​ตน ไม่​ว่า​สามี​ของเขา​จะ​เป็น​คน​มีหน้า​มีตา​หรือ​คน​ต่ำต้อย​ก็ตาม”

21 ทั้ง​กษัตริย์​และ​พวก​เจ้าหน้าที่​ทั้งหลาย​ของ​พระองค์ ต่าง​พอใจ​มาก​กับ​คำแนะนำ​นี้ ดังนั้น​กษัตริย์​จึง​ทำ​ตาม​คำแนะนำ​ของ​เมมูคาน 22 จดหมาย​ได้​ถูก​ส่ง​ไป​ทั่ว​ทุก​มณฑล​ของ​พระองค์ โดย​เขียน​เป็น​ตัวอักษร​ของ​แต่ละ​มณฑล และ​เขียน​ถึง​แต่ละ​ชนชาติ​ตาม​ภาษา​ของ​พวกเขา​เอง จดหมาย​เหล่านี้​ได้​เขียน​ประกาศ​ว่า “ให้​ผู้ชาย​แต่ละคน​ปกครอง​ดูแล​ครอบครัว​ของ​ตน และ​ให้​พูด​ภาษา​ของ​ชนชาติ​ตัวเอง”

2

เอสเธอร์​ได้​ขึ้น​เป็น​ราชินี

1 หลัง​จากนั้น เมื่อ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​หาย​โกรธ​แล้ว พระองค์​ก็​คิดถึง​พระนาง​วัชที และ​สิ่ง​ที่​พระนาง​ได้​ทำไป รวมทั้ง​คำสั่ง​ที่​พระองค์​ได้​ออก​มา​เกี่ยวกับ​พระนาง 2 พวก​คนรับใช้​พระองค์​ได้​เสนอ​กับ​กษัตริย์​ว่า “น่า​จะ​ให้​มี​การ​ค้นหา​สาว​แรกรุ่น​ที่​บริสุทธิ์​ทั้งหลาย​มา​ให้​กับ​กษัตริย์ 3 ขอให้​พระองค์​แต่งตั้ง​เจ้าหน้าที่​ทุก​มณฑล​ใน​อาณาจักร​ของ​พระองค์ ให้​ออก​ไป​รวบรวม​สาว​แรกรุ่น​ที่​บริสุทธิ์​ทั้งหลาย แล้ว​นำ​มา​ที่​เขต​วัง​ใน​เมือง​สุสา ให้​ส่ง​พวก​นาง​ไป​อยู่​กับ​พวก​ผู้หญิง​ของ​กษัตริย์ และ​ให้​เฮกัย​ขันที​ของ​กษัตริย์ ทำหน้าที่​ดูแล​สาวงาม​เหล่านี้ ให้​เขา​บำรุง​ผิว​ให้​กับ​สาวงาม​เหล่านี้ 4 สาวงาม​คนใด​ที่​พระองค์​ถูกใจ ก็​จะได้​เป็น​ราชินี​แทน​พระนาง​วัชที” กษัตริย์​ชอบ​ข้อเสนอ​นี้ พระองค์​จึง​ทำ​ตามนั้น

5 มี​ชาวยิว​คนหนึ่ง​อาศัย​อยู่​ใน​เขต​วัง​ใน​เมือง​สุสา เขา​มี​ชื่อ​ว่า​โมรเดคัย​เป็น​ลูกชาย​ของ​ยาอีร์ ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​ชิเมอี ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​คีช ชาว​เบนยามิน 6 กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์​ของ​บาบิโลน​ได้​กวาด​ต้อน​คีช บรรพบุรุษ​ของ​โมรเดคัย​ไป​เป็น​เชลย​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม พวกนั้น​อยู่​ใน​กลุ่ม​ที่​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​พร้อม​กับ​เยโฮยาคีน​กษัตริย์​แห่ง​ยูดาห์+ 2:6 เหตุการณ์​นี้​เกิดขึ้น​ใน​ปี 597 ก่อน​พระเยซู​มาเกิด7 โมรเดคัย​ได้​ดูแล​ฮาดาชาห์ หรือ​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า เอสเธอร์ ซึ่ง​เป็น​ลูกสาว​ของ​ลุงเขา โมรเดคัย​รับ​เอสเธอร์​มา​เป็น​ลูก เมื่อ​พ่อแม่​ของ​เธอ​ตาย เอสเธอร์​มี​รูปร่าง​หน้าตา​ที่​สวยงาม​มาก

8 เมื่อ​คำสั่ง​ของ​กษัตริย์​ถูก​ประกาศ​ออกไป ก็​มี​หญิง​แรกรุ่น​เป็น​จำนวน​มาก​ถูก​รวบรวม​มา​ที่​เขต​วัง​ใน​เมือง​สุสา มา​อยู่​ภายใต้​การ​ดูแล​ของ​เฮกัย เอสเธอร์​ก็​ถูก​พา​มา​ที่​วัง​ของ​กษัตริย์​ด้วย และ​อยู่​ใน​ความ​ดูแล​ของ​เฮกัย ผู้​ดูแล​พวก​ผู้หญิง​ทั้งหลาย​ของ​กษัตริย์ 9 เฮกัย​ชอบ​เอสเธอร์ และ​เธอ​ก็​กลาย​เป็น​คนโปรด​ของเขา ดังนั้น​เฮกัย​จึง​รีบ​บำรุง​ผิวพรรณ​ให้​กับ​เอสเธอร์ และ​ให้​อาหาร​ที่​พิเศษ​กับ​นาง เขา​ยัง​ได้​คัดเลือก​หญิง​รับใช้​เจ็ดคน​จาก​วัง​ของ​กษัตริย์ เพื่อ​ให้​มา​รับใช้​เอสเธอร์ หลัง​จากนั้น​เขา​ได้​ย้าย​เอสเธอร์​และ​สาวใช้​ทั้ง​เจ็ดคน​ไป​อยู่​ในที่​ที่​ดี​ที่สุด​ของ​บริเวณ​ที่​พวก​ผู้หญิง​ของ​กษัตริย์​อยู่กัน 10 เอสเธอร์​ไม่ได้​เปิดเผย​ความ​เป็นมา​ของ​เธอ หรือ​บรรพบุรุษ​ของ​เธอ​ว่า​เป็น​ใคร เพราะ​โมรเดคัย​ได้​สั่ง​ห้าม​เธอ​ไว้ 11 โมรเดคัย​จะ​เดินเล่น​อยู่​หน้าลาน​ที่พัก​ของ​พวก​ผู้หญิง​เหล่านั้น​ทุกวัน เพื่อ​จะได้​รู้​ความ​เป็นอยู่​ของ​เอสเธอร์ และ​ดู​ว่า​เกิด​อะไรขึ้น​กับ​เธอ​บ้าง

12 ก่อน​ที่​หญิงสาว​เหล่านี้​จะได้​เข้าเฝ้า​กษัตริย์ พวกเธอ​จะต้อง​ผ่าน​ขั้นตอน​การ​บำรุง​ผิวพรรณ​เป็น​เวลา​สิบสอง​เดือน​เสียก่อน คือ​ต้อง​อาบ​น้ำมัน​กำยาน​เป็น​เวลา​หก​เดือน และ​อาบ​น้ำหอม​อีก​หก​เดือน พร้อม​กับ​ตกแต่ง​ด้วย​เครื่องสำอาง​ต่างๆ 13 ถึง​ตอนนั้น หญิงสาว​ที่​จะ​ไป​เข้าเฝ้า​กษัตริย์​ก็​มีสิทธิ์​ที่​จะ​ขอ​อะไร​ก็ได้​จาก​ที่พัก​ของ​พวกนาง ติดตัว​ไป​ยัง​วัง​ของ​กษัตริย์ 14 สาวงาม​แต่ละคน​จะ​ถูก​ส่ง​เข้าไป​เฝ้า​กษัตริย์​ใน​ตอน​เย็น และ​กลับ​ออกมา​ใน​ตอนเช้า นาง​จะได้​ไป​อยู่​ใน​ที่พัก​แห่ง​ใหม่ ภายใต้​การ​ดูแล​ของ​ชาอัชกาส ผู้​เป็น​ขันที​ของ​กษัตริย์ เขา​ดูแล​พวก​นางสนม​ของ​กษัตริย์ นาง​จะ​ไม่ได้​เข้าเฝ้า​กษัตริย์​อีก นอกจาก​กษัตริย์​จะ​ถูกใจ​นาง และ​เรียกหา​ชื่อ​นาง​อีก​ครั้งหนึ่ง

15 เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​เอสเธอร์​จะ​ต้อง​ไป​เข้าเฝ้า เธอ​ไม่ได้​ขอ​อะไร​ติดตัว​ไปเลย นอกจาก​ที่​เฮกัย​บอก​ให้​เธอ​ขอ เฮกัย​เป็น​ขันที​ของ​กษัตริย์​ที่​ดูแล​พวก​ผู้หญิง​เหล่านี้ เอสเธอร์​ชนะใจ​ทุกคน​ที่​พบเห็น​เธอ เอสเธอร์​ผู้นี้​คือ​ลูกสาว​ของ​อาบีฮาอิล​ที่​เป็น​ลุง​ของ​โมรเดคัย โมรเดคัย​ได้รับ​เธอ​ไว้​เป็น​ลูกสาว 16 เอสเธอร์​ถูก​นำตัว​ไป​เข้าเฝ้า​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ใน​วัง​ของ​พระองค์ ใน​เดือน​ที่สิบ​ซึ่ง​เป็น​เดือน​เทเบท ตรงกับ​ปี​ที่เจ็ด​ของ​รัชกาล​ของ​พระองค์

17 กษัตริย์​รัก​เอสเธอร์​มากกว่า​หญิง​อื่นใด เธอ​เป็น​ที่​โปรดปราน​ของ​พระองค์ และ​พระองค์​ก็​ได้​เอ็นดู​นาง​มากกว่า​หญิง​บริสุทธิ์​ทุกคน ดังนั้น​พระองค์​จึง​สวม​มงกุฎ​บน​ศีรษะ​นาง และ​แต่งตั้ง​ให้​นาง​เป็น​ราชินี​แทน​พระนาง​วัชที 18 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ได้​จัด​งานเลี้ยง​อย่าง​ใหญ่โต​ให้​กับ​เอสเธอร์ เลี้ยง​เจ้าหน้าที่​และ​ผู้นำ​ทุกคน​ของ​พระองค์ พระองค์​ประกาศ​ให้​วันนั้น​เป็น​วันหยุด​สำหรับ​มณฑล​ทุกแห่ง และ​มอบ​ของขวัญ​ให้​กับ​ประชาชน เพราะ​พระองค์​เป็น​กษัตริย์​ที่​ใจดี

โมรเดคัย​ล่วงรู้​แผน​ชั่วร้าย

19 ใน​ขณะที่​พวก​คนรับใช้​ของ​กษัตริย์​กำลัง​รวบรวม​สาว​แรกรุ่น​ที่​บริสุทธิ์​อีก​รอบ​หนึ่ง โมรเดคัย​ก็​เป็น​เจ้าหน้าที่​รับใช้​อยู่​ใน​วัง​ของ​กษัตริย์ 20 เอสเธอร์​ยัง​ไม่ได้​เปิดเผย​สัญชาติ​หรือ​ประวัติ​ของ​ครอบครัว​เธอ​ให้​ใคร​รู้ ตาม​ที่​โมรเดคัย​ได้​สั่ง​เธอ​ไว้ เธอ​ยังคง​เชื่อฟัง​โมรเดคัย​เหมือน​กับ​ตอนที่​เธอ​อยู่​ใน​ความ​ดูแล​ของเขา

21 ใน​ระหว่าง​ที่​โมรเดคัย​ทำหน้าที่​อยู่​ใน​วัง​นั้น บิกธาน และ​เทเรช ผู้​เป็น​ขันที​สอง​คน​ของ​กษัตริย์ ที่​เป็น​ยาม​เฝ้า​ทางเข้า​ห้อง​ต่างๆ​ของ​กษัตริย์ เกิด​โกรธแค้น​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ขึ้นมา จึง​วางแผน​ฆ่า​พระองค์ 22 โมรเดคัย​ล่วงรู้​แผนนั้น เขา​จึง​บอก​กับ​ราชินี​เอสเธอร์ และ​พระนาง​ก็​บอก​กับ​กษัตริย์ นาง​บอก​กษัตริย์​ด้วย​ว่า โมรเดคัย​เป็น​คน​บอก​เรื่องนี้​ให้​เธอ​รู้ 23 เมื่อ​มี​การ​สอบสวน​เรื่องนี้​และ​พบว่า​เป็น​ความจริง ขันที​ทั้งสอง​จึง​ถูก​เสียบ​ประจาน เรื่อง​เหล่านี้​ทั้งหมด​ได้​ถูก​จด​บันทึก​ไว้​ต่อหน้า​กษัตริย์​ใน​หนังสือ​เหตุการณ์​รายวัน​ของ​พระองค์

3

แผน​ของ​ฮามาน​ที่​จะ​ทำลาย​ชาวยิว

1 หลังจาก​ที่​เกิด​เหตุการณ์​เหล่านี้​ขึ้น กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ได้​เลื่อน​ยศ​ให้​กับ​ฮามาน ลูกชาย​ของ​ฮัมเมดาธา ชาว​อากัก พระองค์​เลื่อน​ตำแหน่ง​ให้กับ​เขา​สูง​กว่า​เจ้าหน้าที่​ทุกคน​ที่​อยู่​กับ​พระองค์ 2 เจ้าหน้าที่​ทุกคน​ของ​พระองค์​ที่​ทำหน้าที่​รับใช้​อยู่​ใน​วัง ต่าง​พา​กัน​คุกเข่า​ลง​ก้ม​กราบ​ต่อ​ฮามาน ตาม​คำสั่ง​ของ​กษัตริย์ แต่​โมรเดคัย​ไม่ยอม​คุกเข่า​ลง​ก้ม​กราบ​เขา+ 3:2 สาเหตุ​ที่​โมรเดคัย​ไม่ยอม​ก้ม​กราบ​ฮามาน คง​เป็น​เพราะ​ฮามาน​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​อากัก​ผู้​เป็น​กษัตริย์​ของ​เผ่า​อามาเลค ซึ่ง​เผ่านี้​เป็น​ศัตรู​ของ​อิสราเอล​ที่​พระเจ้า​สาปแช่ง​มา​ตั้งแต่​สมัย​ครั้ง​อิสราเอล​อพยพ​ออก​มา​จาก​อียิปต์ ดู​เพิ่มเติม​ได้​จาก หนังสือ​อพยพ 17:8-16 และ​หนังสือ​เฉลยธรรมบัญญัติ 25:17-193 พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​กษัตริย์​ที่​รับใช้​อยู่​ใน​วัง​จึง​ถาม​โมรเดคัย​ว่า “ทำไม​เจ้า​ถึง​ไม่​คุกเข่า​ลง​ก้ม​กราบ​ฮามาน​ตาม​คำสั่ง​ของ​กษัตริย์”

4 พวกเขา​ได้​พูด​เรื่องนี้​กับ​โมรเดคัย​หลาย​ครั้ง​หลาย​หน แต่​โมรเดคัย​ก็​ยัง​ไม่ฟัง​พวกเขา พวกเขา​จึง​ไป​ฟ้อง​ฮามาน พวกเขา​อยาก​รู้​ว่า​ข้อแก้ตัว​ที่​โมรเดคัย​ให้​นั้น​ฟัง​ขึ้น​หรือ​เปล่า เพราะ​โมรเดคัย​บอก​กับ​พวกเขา​ว่า​โมรเดคัย​เป็น​ชาวยิว 5 เมื่อ​ฮามาน​เห็น​ว่า​โมรเดคัย​ไม่ยอม​คุกเข่า​ลง​ก้ม​กราบ​เขา เขา​ก็​โกรธ​มาก 6 เพราะ​เขา​รู้​ว่า​โมรเดคัย​เป็น​คนยิว เขา​จึง​คิด​ว่า​ฆ่า​แค่​โมรเดคัย​คนเดียว​ไม่พอ ต้อง​กำจัด​คน​ของ​โมรเดคัย​ด้วย คือ​ชาวยิว​ทุกคน​ที่​อาศัย​อยู่​ทั่ว​ราช​อาณาจักร​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส

7 ใน​ปี​ที่​สิบสอง​ที่​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ครองราชย์ ใน​เดือน​แรก คือ​เดือน​นิสาน ฮามาน​ได้​ทำการ​เสี่ยงทาย​เพื่อ​หา​วัน​และ​เดือน​ที่​จะ​กำจัด​ชาวยิว และ​มัน​ก็​ตก​เป็น​วัน​ที่​สิบสาม​ของ​เดือน​สิบสอง​คือ​เดือน​อาดาร์ (ใน​สมัย​นั้น​สิ่ง​ที่​ใช้​ใน​การ​เสี่ยงทาย​นี้ มี​ชื่อ​เรียกว่า “เปอร์”) 8 ฮามาน​พูด​กับ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ว่า “มี​คน​อยู่​กลุ่ม​หนึ่ง​ที่​กระจัด​กระจาย​อาศัย​อยู่​ทั่ว​ทุก​มณฑล​ใน​ราช​อาณาจักร​ของ​พระองค์ แต่​พวกเขา​แยกตัว​ออก​จาก​คนอื่น กฎหมาย​ของ​พวกเขา​แตกต่าง​จาก​กฎหมาย​ของ​คนอื่นๆ​ทั้งหมด พวกนี้​ไม่ยอม​เชื่อฟัง​กฎหมาย​ของ​พระองค์ ดังนั้น​มัน​ไม่มี​ประโยชน์​อะไร​สำหรับ​พระองค์​ที่​จะ​เก็บ​คน​พวกนั้น​ไว้

9 ถ้า​พระองค์​เห็นดี​ด้วย ขอ​พระองค์​เขียน​เป็น​กฎ​ออกมา​ให้​ทำลาย​คน​พวกนี้​เสีย และ​ข้าพเจ้า​จะ​ถวาย​เงิน​ประมาณ​สามร้อย​สี่สิบห้า​ตัน ให้​กับ​เจ้าหน้าที่​ของ​กษัตริย์​เพื่อ​เอา​ไป​เก็บ​ไว้​ใน​คลัง​หลวง”

10 กษัตริย์​จึง​ถอด​แหวน​จาก​นิ้วมือ​ของ​พระองค์ มอบ​ให้​กับ​ฮามาน ลูกชาย​ของ​ฮัมเมดาธา ชาว​อากัก ฮามาน​เป็น​ศัตรู​ของ​ชาวยิว 11 กษัตริย์​พูด​กับ​ฮามาน​ว่า “เรา​จะ​มอบ​เงิน​และ​คน​เหล่านั้น​ให้​กับ​เจ้า เจ้า​อยาก​จะ​ทำ​อะไร​กับ​พวกเขา ก็​ไป​ทำ​ได้เลย”

12 แล้ว​ใน​วันที่​สิบสาม​ของ​เดือน​แรก ฮามาน​ได้​เรียก​พวก​เสมียน​ของ​กษัตริย์​มา และ​ให้​พวก​เสมียน​เขียน​ทุกอย่าง​ตาม​ที่​เขาสั่ง พวกเขา​เขียน​เป็น​ภาษา​ของ​คน​ต่างๆ​เหล่านั้น และ​ส่ง​ไป​ยัง​พวก​ผู้​ควบคุม​ภาค พวก​ผู้ว่า​ราชการ​ของ​แต่ละ​มณฑล รวมทั้ง​เจ้าหน้าที่​ของ​ประชาชน​ทุกคน​ใน​ทุก​มณฑล คำสั่ง​นี้​ได้​เขียน​ขึ้น​ภายใต้​ชื่อ​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส และ​ประทับ​ตรา​ด้วย​แหวน​ของ​พระองค์

13 แล้ว​พวก​ผู้​ส่งสาร​ก็​นำ​จดหมาย​เหล่านี้​ไป​แจกจ่าย​ตาม​มณฑล​ต่างๆ​ทั่ว​ทุกแห่ง​ที่​อยู่​ภายใต้​การ​ปกครอง​ของ​กษัตริย์ ใน​จดหมาย​เขียน​ว่า “ให้​ทำลาย​ล้าง​และ​ฆ่า​ชาวยิว​ทุกคน​ให้​พินาศ​สิ้นไป ทั้ง​คนหนุ่ม​และ​คนแก่ ทั้ง​ผู้หญิง​และ​เด็ก​เล็กๆ ให้​ลงมือ​ใน​วันที่​สิบสาม​ของ​เดือน​สิบสอง ซึ่ง​เป็น​เดือน​อาดาร์ และ​ให้​ยึด​ข้าวของ​ทั้งหมด​ของ​พวกเขา​ไว้

14 พวก​สำเนา​ของ​จดหมาย​คำสั่ง​นี้ ให้​ประกาศ​เป็น​กฎหมาย​ออกไป​ทั่ว​ทุก​มณฑล และ​ประกาศ​ออกไป​ให้​กับ​ทุก​ชนชาติ​ได้​รับรู้ เพื่อ​ทุกคน​จะได้​เตรียม​พร้อม​สำหรับ​วันนั้น”

15 คน​ส่งสาร​เหล่านั้น จึง​รีบ​ออกไป​ทำ​ตาม​คำสั่ง​ของ​กษัตริย์ ใน​ขณะ​ที่​กฎหมาย​นี้​ก็​ได้​ประกาศ​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา​เหมือน​กัน พระองค์​นั่ง​ดื่ม​อยู่​กับ​ฮามาน ใน​ขณะที่​เมือง​สุสา​ตก​อยู่​ใน​ภาวะ​ตื่นกลัว

4

โมรเดคัย​เรียกร้อง​ให้เอสเธอร์​ช่วยเหลือ​ชาวยิว

1 เมื่อ​โมรเดคัย​รู้​เรื่อง​ทุกอย่าง​ที่​เกิดขึ้น เขา​ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ตัวเอง ใส่​ชุด​ผ้า​กระสอบ เอา​ขี้เถ้า​มา​โรยหัว แล้ว​ออก​ไป​กลาง​เมือง ร้องไห้​คร่ำครวญ​เสียงดัง​ด้วย​ความ​ขมขื่น 2 โมรเดคัย​เดิน​ไป​ได้​แค่​หน้า​ประตู​วัง​เท่านั้น เพราะ​คน​ที่​สวม​ชุด​ผ้า​กระสอบ​ไม่​สามารถ​ผ่าน​เข้า​ประตู​วัง​ไปได้ 3 ใน​ทุก​มณฑล​ที่​ได้รับ​คำสั่ง​ของ​กษัตริย์ มี​แต่​ความ​ทุกข์ระทม​อัน​ใหญ่หลวง​ใน​หมู่​ชาวยิว พวกเขา​อด​อาหาร ร้องไห้​คร่ำครวญ​เสียงดัง พวก​ชาวยิว​ส่วนใหญ่​ปู​ผ้า​กระสอบ​และ​โรย​ขี้เถ้า​บนมัน แล้ว​นอน​บน​ผ้า​นั้น

4 พวก​สาวใช้​และ​ขันที​ของ​เอสเธอร์​มา​เข้าเฝ้า​พระนาง และ​รายงาน​เรื่อง​โมรเดคัย​ให้​พระนาง​ฟัง ทำให้​พระนาง​เป็นทุกข์​และ​กลุ้มใจ​มาก ดังนั้น​พระนาง​จึง​ส่ง​เสื้อผ้า​ไป​ให้​โมรเดคัย แทน​ชุด​ผ้า​กระสอบ​ของเขา แต่​โมรเดคัย​ไม่​ยอมรับ​เสื้อผ้า​ที่​ส่ง​มา 5 เอสเธอร์​จึง​เรียก​ฮาธาค​มา​พบ ฮาธาค​เป็น​ขันที​ที่​กษัตริย์​ส่ง​ให้​มา​รับใช้​พระนาง และ​พระนาง​สั่ง​ให้​เขา​ไป​ดู​ว่า​ที่​โมรเดคัย​ทำ​อยู่​นั้น​หมายถึง​อะไร และ​ทำไม​ถึง​ทำ​อย่างนั้น 6 ฮาธาค​จึง​ไป​พบ​โมรเดคัย​ที่​ลานเมือง​หน้า​ประตู​วัง 7 โมรเดคัย​เล่า​ทุกอย่าง​ที่​เกิดขึ้น​ให้​เขา​ฟัง และ​บอก​ถึง​จำนวน​เงิน​ที่​ฮามาน​สัญญา​ว่า​จะ​ถวาย​เข้า​คลัง​หลวง​เพื่อ​ทำลาย​ชาวยิว 8 โมรเดคัย​ยัง​มอบ​สำเนา​จดหมาย​คำสั่ง​ที่​เขียน​ออกมา​จาก​เขตวัง​ของ​เมือง​สุสา​เรื่อง​ทำลาย​ชาวยิว ให้​กับ​ฮาธาค​ด้วย เพื่อ​ฮาธาค​จะได้​นำ​ไป​ให้​เอสเธอร์​ดู และ​จะได้​อธิบาย​เรื่อง​ทั้งหมด​ให้​พระนาง​เข้าใจ โมรเดคัย​ได้​กำชับ​ให้​ฮาธาค​บอก​ให้​เอสเธอร์​ไป​เข้าเฝ้า​กษัตริย์ เพื่อ​วิงวอน​ขอ​ความ​เมตตา​จาก​กษัตริย์​ให้​กับ​โมรเดคัย​และ​คน​ของ​พระนาง​ด้วย

9 ฮาธาค​จึง​กลับ​ไป​เล่า​ให้​เอสเธอร์​ฟัง​ถึง​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​โมรเดคัย​บอก​เขา

10 เอสเธอร์​จึง​บอก​กับ​ฮาธาค​ให้​ไป​บอก​กับ​โมรเดคัย​ว่า

11 “เจ้าหน้าที่​ของ​กษัตริย์​ทุกคน และ​ประชาชน​ทั้งหลาย​ใน​มณฑล​ของ​กษัตริย์ ต่าง​ก็​รู้ดี​ว่า ถ้า​ชาย​หรือ​หญิง​คนใด​ไป​เข้าเฝ้า​กษัตริย์​ที่​ลาน​ชั้นใน โดย​ไม่มี​รับสั่ง​เรียก จะ​มี​โทษ​ถึง​ตาย ยกเว้น​แต่​ว่า​พระองค์​จะ​ยื่น​คทา​ทองคำ​ให้ คนนั้น​ถึง​จะ​รอด​ตาย แต่​พระองค์​ไม่ได้​เรียก​หา​ลูก​เป็น​เวลา​สามสิบ​วัน​แล้ว”

12 เมื่อ​โมรเดคัย​ได้​ฟัง​ถึง​สิ่ง​ที่​เอสเธอร์​ส่ง​มา​บอก 13 โมรเดคัย​ก็​ตอบ​กลับ​ไป​ว่า “เอสเธอร์​เอ๋ย ใน​พวกยิว​ทั้งหมด เธอ​คิดว่า​จะ​มี​แต่​เธอ​เท่านั้น​หรือ​ที่​รอด​เพราะ​อยู่​ใน​วัง 14 ถ้า​ใน​ครั้งนี้ เธอ​ทำ​เป็น​นิ่งเฉย ความ​ช่วยเหลือ​และ​การ​ปลด​ปล่อย​ของ​พวก​ชาวยิว​ก็​จะ​มา​จาก​ที่อื่น แต่​เธอ​และ​ครอบครัว​ก็​จะ​พินาศ ใคร​จะ​ไปรู้ ที่​เธอ​ได้รับ​เลือก​เป็น​ราชินี ก็​อาจ​จะ​เพื่อ​เวลานี้​ก็ได้”

15 จากนั้น​เอสเธอร์​ก็​ส่ง​คำตอบ​นี้​ไป​ยัง​โมรเดคัย​ว่า “ท่าน​โมรเดคัย ให้​ไป​รวบรวม​ชาวยิว​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​สุสา ให้​ทุกคน​อด​อาหาร​เพื่อ​ลูก อย่า​ได้​กิน​อาหาร​และ​ดื่มน้ำ​เป็น​เวลา​สามวัน​สามคืน ตัว​ลูกเอง​และ​พวก​สาวใช้ ก็​จะ​อด​อาหาร​เหมือน​กัน และ​หลัง​จากนั้น ลูก​ก็​จะ​ไป​เข้าเฝ้า​กษัตริย์ แม้​จะ​ไม่ได้​ถูก​เรียก​และ​เป็น​การ​ฝ่าฝืน​กฎหมาย​ก็ตาม ตาย​เป็น​ตาย”

17 โมรเดคัย​จึง​ข้าม​คลอง+ 4:17 คลอง คลอง​นี้​จะ​แยก​เขต​วัง​ออก​จาก​ตัวเมือง​สุสา กลับ​ไป และ​ทำ​ตาม​ที่​เอสเธอร์​สั่ง​ทุกอย่าง

5

เอสเธอร์​พูด​กับ​กษัตริย์

1 ใน​วันที่​สาม เอสเธอร์​แต่ง​ชุด​ราชินี​เต็มยศ และ​ยืน​อยู่​ที่​ลาน​ชั้นใน​ของ​วัง ตรงหน้า​ห้องโถง​ของ​กษัตริย์ ใน​ขณะนั้น​กษัตริย์​กำลัง​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​หัน​หน้า​ออกมา​ยัง​ทางเข้า​ห้องโถง​นั้น 2 เมื่อ​กษัตริย์​มอง​เห็น​ราชินี​เอสเธอร์​ยืน​อยู่​ที่​ลาน​ด้านนอก ก็​ดีใจ​มาก พระองค์​จึง​ยื่น​คทา​ทองคำ​ในมือ​ให้​เอสเธอร์ นาง​ก็​เข้า​มาหา​กษัตริย์​ใน​ห้องโถง​นั้น และ​นาง​ก็​จับ​ที่​ปลาย​คทา​ทองคำ​ของ​กษัตริย์​นั้น

3 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ถาม​พระนาง​ว่า “ราชินี​เอสเธอร์ มี​อะไร​ในใจ​หรือ เธอ​ต้องการ​ขอ​อะไร​จาก​เรา ขอ​มา​ได้เลย แม้แต่​ครึ่งหนึ่ง​ของ​อาณาจักร​เรา เรา​ก็​ยัง​จะ​ยก​ให้​เลย”

4 เอสเธอร์​ตอบ​ว่า “ถ้า​พระองค์​พอใจ ขอให้​พระองค์​พร้อม​ทั้ง​ฮามาน มา​งานเลี้ยง​ที่​หม่อมฉัน​ได้​จัด​เตรียม​ไว้แล้ว​สำหรับ​พระองค์​ใน​วันนี้​ด้วยเถิด”

5 กษัตริย์​จึง​พูด​ว่า “ไป​ตาม​ฮามาน​มา​เร็ว เรา​จะได้​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​เอสเธอร์​ขอ”

แล้ว​กษัตริย์​และ​ฮามาน​ก็​ไป​งานเลี้ยง​ที่​เอสเธอร์​จัด​ให้​กับ​พวกเขา 6 ใน​ระหว่าง​ที่​พวกเขา​กำลัง​ดื่ม​เหล้าองุ่น​อยู่​นั้น กษัตริย์​ถาม​เอสเธอร์​ว่า “ว่ายังไง เอสเธอร์ บอก​มาสิ​ว่า​เธอ​ต้องการ​ขอ​อะไร​จากเรา ขอ​มา​ได้เลย แม้แต่​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​อาณาจักร​เรา เรา​ก็​ยัง​จะ​ยก​ให้​เลย”

7 เอสเธอร์​ตอบ​ว่า “สิ่ง​ที่​หม่อมฉัน​จะ​ขอ คือ 8 ถ้า​พระองค์​พอใจ​ใน​ตัว​หม่อมฉัน และ​เห็นดี​ด้วย​ที่​จะ​มอบ​สิ่ง​ที่​หม่อมฉัน​จะ​ขอ​นั้น ขอให้​พระองค์​และ​ฮามาน​กลับ​มา​อีก​ครั้งหนึ่ง​ใน​วันพรุ่งนี้ หม่อมฉัน​จะ​จัด​งานเลี้ยง​ให้​อีก และ​หม่อมฉัน​จะ​บอก​ว่า​หม่อมฉัน​จะ​ขอ​อะไร”

ฮามาน​โกรธ​โมรเดคัย

9 เมื่อ​ฮามาน​ออก​จาก​วัง​มา​ใน​วันนั้น เขา​มี​ความสุข​และ​สบายใจ​มาก แต่​เมื่อ​เขา​เห็น​โมรเดคัย​ที่​รับใช้​อยู่​ใน​วัง และ​โมรเดคัย​ไม่ยอม​ยืนขึ้น​ซึ่ง​เป็น​การ​เคารพ​เขา และ​ไม่ได้​เกรง​กลัว​เขา​จน​ตัวสั่น​ด้วย เขา​ก็​โกรธ​โมรเดคัย 10 แต่​เขา​ได้​ควบคุม​อารมณ์​ไว้​และ​กลับบ้าน​ไป แล้ว​ฮามาน​ให้​คน​ไป​ตาม​พวก​เพื่อนๆ​ของเขา​มา รวมทั้ง​เศเรช​ภรรยา​ของเขา​ด้วย 11 แล้ว​ฮามาน​ก็​เริ่ม​คุยโม้​โอ้อวด​ถึง​ความ​ร่ำรวย​ของเขา อวด​ถึง​จำนวน​ลูกชาย​ที่​เขา​มี รวมทั้ง​เกียรติยศ​ต่างๆ​ที่​กษัตริย์​มอบ​ให้ และ​โอ้อวด​ว่า​กษัตริย์​ได้​เลื่อน​ตำแหน่ง​ให้​เขา​อยู่​เหนือ​เจ้าหน้าที่​ทุกคน​ของ​พระองค์ 12 ฮามาน​ยัง​โม้​อีก​ว่า “นอกจาก​กษัตริย์​แล้ว ก็​มีแต่​ข้า​เพียง​คนเดียว​เท่านั้น​ที่​ราชินี​เอสเธอร์​ได้​เชิญ​ให้​ไป​ร่วม​งานเลี้ยง​ที่​พระนาง​จัดขึ้น​ถวาย​กับ​กษัตริย์ และ​ข้า​ก็​ยัง​ได้​รับเชิญ​ให้​ไป​กับ​กษัตริย์​อีกครั้ง​ใน​วันพรุ่งนี้ 13 แต่​ทั้งหมด​นี้​ก็​ไม่​ทำให้​ข้า​มี​ความสุข​หรอก ตราบใด​ที่​ข้า​ยัง​เห็น​โมรเดคัย​ชาวยิว ทำหน้าที่​รับใช้​อยู่​ใน​วัง​ของ​กษัตริย์”

14 แล้ว​เศเรช​ภรรยา​ของ​ฮามาน รวมทั้ง​เพื่อนๆ​ของเขา จึง​แนะนำ​เขา​ว่า “ให้​คน​เตรียม​เสาไม้​สูง​ห้าสิบ​ศอก​ขึ้นมา​ไว้​เสียบ​มันสิ และ​พรุ่งนี้​เช้า ให้​ท่าน​ขอให้​กษัตริย์​เสียบ​โมรเดคัย​ไว้​บน​ไม้นั้น จากนั้น​ค่อย​ไป​งานเลี้ยง​กับ​พระองค์​อย่าง​มี​ความสุข”

ฮามาน​เห็นด้วย​กับ​ความคิด​นี้ เขา​จึง​เตรียม​เสาไม้​ไว้

6

โมรเดคัย​ได้รับ​เกียรติ

1 คืนนั้น กษัตริย์​อาหสุเอรัส​นอน​ไม่หลับ พระองค์​จึง​สั่ง​ให้​คนใช้​นำ​หนังสือ​บันทึก​เหตุการณ์​ต่างๆ​ที่​เกิดขึ้น​กับ​กษัตริย์​มา​อ่าน​ให้ฟัง 2 เจ้าหน้าที่​ได้​อ่าน​ให้​กับ​กษัตริย์​ฟัง​ถึง​เรื่อง​ที่​โมรเดคัย​ได้​มา​บอก​ให้​รู้​ถึง​แผนการ​ร้าย​ที่ บิกธานา และ​เทเรช ขันที​สองคน​ที่​เฝ้า​ทางเข้า​ห้อง​ส่วนตัว​ทั้งหลาย​ของ​กษัตริย์ ร่วมกัน​วางแผน​เพื่อ​ทำร้าย​กษัตริย์​อาหสุเอรัส 3 กษัตริย์​จึง​ถาม​ว่า “โมรเดคัย​ได้รับ​เกียรติ​และ​รางวัล​อะไร​บ้าง​จาก​การ​กระทำ​ครั้งนั้น”

เขา​ตอบ​ว่า “ไม่​ได้รับ​อะไร​เลย​ครับ​พระองค์”

4 ฮามาน​เพิ่ง​เข้ามา​ถึง​ลาน​ด้านนอก​ของ​วัง เพื่อ​จะ​มา​บอก​ให้​กษัตริย์ เสียบ​โมรเดคัย​กับ​เสาไม้​ที่​เขา​ได้​เตรียมไว้ กษัตริย์​ถาม​คนใช้​ว่า “นั่นใคร​หรือ​ที่​เพิ่ง​เข้ามา​ใน​ลานวัง” 5 พวกเขา​ตอบ​กษัตริย์​ว่า “เป็น​ฮามาน​ครับ​พระองค์”

กษัตริย์​จึง​พูด​ว่า “ไป​นำ​ตัวเขา​เข้ามา​ซิ”

6 ฮามาน​จึง​เข้า​มา กษัตริย์​จึง​ถาม​เขา​ว่า “เรา​ควร​จะ​ทำ​อย่างไร​ดี กับ​คน​ที่​เรา​ต้องการ​จะ​ให้​เกียรติ”

ฮามาน​คิด​ในใจ​ว่า “จะ​มี​ใคร​เสียอีก​ที่​กษัตริย์​ต้องการ​จะ​ให้​เกียรติ​มาก​ไป​กว่า​เรา”

7 ฮามาน​จึง​ตอบ​กษัตริย์​ไป​ว่า “คน​ที่​พระองค์​ต้องการ​จะ​ให้​เกียรติ​หรือ 8 ก็​ให้​พวก​ผู้รับใช้​นำ​เสื้อคลุม​ที่​พระองค์​เคย​สวมใส่ และ​เอา​ม้า​ตัวหนึ่ง​ที่​พระองค์​เคย​ขี่ และ​เอา​มงกุฎ​มา​ใส่​บน​หัว​ม้า 9 และ​ให้​ขุนนาง​ชั้น​ผู้ใหญ่​คน​หนึ่ง​ของ​พระองค์ นำ​สิ่งของ​เหล่านี้​ไป​ให้​กับ​คน​ที่​พระองค์​ต้องการ​ให้​เกียรติ​นั้น ให้​ขุนนาง​สวม​เสื้อคลุม​ของ​กษัตริย์​ให้​กับ​คนๆนั้น และ​ให้​เขา​ขึ้น​ขี่​บน​หลัง​ม้า จากนั้น​ก็​ให้​ขุนนาง​คนนั้น​จูง​ม้า​ที่​เขาขี่​เดิน​ไป​ที่​ลาน​เมือง พร้อม​กับ​ให้​ขุนนาง​คนนั้น​ร้อง​ประกาศ​ว่า ‘นี่​คือ​สิ่ง​ที่​กษัตริย์​ทำ สำหรับ​คน​ที่​พระองค์​อยาก​จะ​ให้​เกียรติ’”

10 กษัตริย์​จึง​สั่ง​ฮามาน​ว่า “รีบ​ไป​เร็วเข้า ไป​นำ​เสื้อคลุม​กับ​ม้า และ​ให้​ไป​ทำ​ตาม​ทุกอย่าง​ที่​เจ้า​แนะนำ​ให้​กับ​โมรเดคัย​ชาวยิว​ที่​ทำหน้าที่​รับใช้​อยู่​ใน​วัง ไป​ทำ​ทุกอย่าง​ตาม​ที่​เจ้า​บอก อย่า​ให้​ขาด​ตก​บกพร่อง​เลย”

11 ดังนั้น​ฮามาน​จึง​นำ​เสื้อคลุม​และ​ม้า แล้ว​เขา​ก็​เอา​เสื้อคลุม​ไป​สวม​ให้​กับ​โมรเดคัย และ​จูง​ม้า​ที่​โมรเดคัย​ขี่​เดิน​แห่​ไป​ที่​ลาน​เมือง และ​เขา​ก็​ป่าว​ประกาศ​ไป​ด้วย​ว่า “นี่​คือ​สิ่ง​ที่​กษัตริย์​ทำ​ให้​กับ​คน​ที่​พระองค์​อยาก​จะ​ให้​เกียรติ”

12 จากนั้น​โมรเดคัย​ก็​กลับ​ไป​ทำหน้าที่​ใน​วัง แต่​ฮามาน​รีบ​กลับบ้าน​ด้วย​ความ​ทุกข์ใจ พร้อม​กับ​คลุมหัว​ด้วย​ความ​อับอาย 13 ฮามาน​เล่า​เหตุการณ์​ที่​เกิดขึ้น​ทั้งหมด​ให้​เศเรช ภรรยา​ของเขา​และ​พวก​เพื่อนๆ​ฟัง​ถึง​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกิดขึ้น​กับ​เขา

เพื่อนๆ​ที่​ชาญฉลาด​และ​เศเรช​ภรรยา​ของเขา พูด​ว่า “ท่าน​เริ่ม​ล้ม​ลง​ต่อหน้า​โมรเดคัย เนื่องจาก​เขา​เป็น​ชาวยิว ท่าน​จะ​ไม่มีวัน​เอา​ชนะ​เขา​ได้ แต่​ท่าน​จะ​ต้อง​ล้ม​ลง​ต่อหน้า​เขา​อย่าง​แน่นอน”

14 ใน​ระหว่าง​ที่​พวกเขา​ยัง​พูดคุย​อยู่​กับ​ฮามาน​นั้น พวก​ขันที​ของ​กษัตริย์​ก็​มาถึง และ​รีบ​พา​ตัว​ฮามาน​ไป​ยัง​งานเลี้ยง​ที่​เอสเธอร์​ได้​จัด​เตรียม​ไว้

7

ฮามาน​ถูก​เสียบ​ประจาน

1 ดังนั้น​กษัตริย์​และ​ฮามาน​จึง​ไป​กินเลี้ยง​กับ​ราชินี​เอสเธอร์ 2 และ​ใน​วันที่​สอง​ของ​งานเลี้ยง ขณะที่​พวกเขา​กำลัง​ดื่ม​เหล้าองุ่น​กัน​อยู่​นั้น กษัตริย์​ก็​ถาม​เอสเธอร์​อีกครั้ง​ว่า “ราชินี​เอสเธอร์ เธอ​อยาก​จะ​ขอ​อะไร ขอ​มา​ได้​เลย แม้​เป็น​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​อาณาจักร​เรา เรา​ก็​จะ​ยก​ให้”

3 ราชินี​เอสเธอร์​ตอบ​ว่า “ข้าแต่​กษัตริย์ ถ้า​หม่อมฉัน​เป็น​ที่​พอใจ​ของ​พระองค์ และ​ถ้า​พระองค์​เห็นด้วย หม่อม​ฉัน​ขอให้​พระองค์​ไว้ชีวิต​ของ​หม่อมฉัน และ​ชีวิต​ของ​คน​ของ​หม่อมฉัน​ด้วยเถิด นี่แหละ​คือ​สิ่ง​ที่​หม่อมฉัน​ขอ 4 เนื่องจาก​หม่อมฉัน​และ​คน​ของ​หม่อมฉัน​ได้​ถูก​ขาย​เพื่อ​เอา​ไป​ทำลาย ไป​ฆ่า และ​ไป​ทำ​ให้​พินาศ​สิ้น ถ้า​พวกเรา​ถูก​ขาย​ให้​ไป​เป็น​ทาสชาย​ทาสหญิง หม่อมฉัน​ก็​คงจะ​นิ่ง​เสีย เพราะ​ความ​ทุกข์ยาก​นั้น​มัน​เล็กน้อย​เกินกว่า​ที่​จะ​รบกวน​พระองค์”

5 กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ถาม​ราชินี​เอสเธอร์​ว่า “มัน​เป็น​ใครกัน ถึง​ได้​บังอาจ​ทำ​อย่างนั้น​กับ​คน​ของเธอ ตอนนี้​มัน​อยู่​ที่ไหน”

6 เอสเธอร์​ตอบ​ว่า “ชาย​ที่​เป็น​คู่อริ และ​ศัตรู​ของ​พวกเรา​นั้น คือ​ไอ้​คนชั่ว​ฮามาน​คนนี้”

ฮามาน​ก็​กลัว​สุดขีด​ต่อหน้า​กษัตริย์​และ​ราชินี 7 กษัตริย์​ก็​ลุกขึ้น​ด้วย​ความโกรธ ทิ้ง​งานเลี้ยง​ไป แล้ว​เดิน​ออกไป​ใน​สวน​ของ​วัง แต่​ฮามาน​อยู่​ข้างใน อ้อนวอน​ขอ​ชีวิต​ต่อ​ราชินี​เอสเธอร์ เพราะ​เขา​รู้​ว่า​กษัตริย์​ได้​ตัดสินใจ​แล้ว​ที่​จะ​ฆ่า​เขา 8 เมื่อ​กษัตริย์​กลับ​มา​จาก​สวน เข้า​มา​ที่​ห้อง​งานเลี้ยง ฮามาน​กำลัง​หมอบ​อยู่​บน​ม้านั่ง​ยาว​ที่​เอสเธอร์​เอน​กาย​อยู่ กษัตริย์​จึง​พูด​ว่า “นี่​ขนาด​เรา​ยังอยู่​ใน​ตึกนี้ เจ้า​ยัง​กล้า​ลวนลาม​ราชินี​หรือ”

ทันที​ที่​กษัตริย์​พูดจบ คน​ของ​พระองค์​ก็​เข้ามา​ปิด​หน้า​ฮามาน​ไว้ 9 ฮารโบนา​ขันที​คนหนึ่ง​ของ​กษัตริย์​พูดว่า “ฮามาน​ได้​เตรียม​เสาไม้​สูง​ห้าสิบ​ศอก​ไว้​ที่​หน้า​บ้าน​ของเขา เพื่อ​เตรียม​ไว้​เสียบ​โมรเดคัย ผู้ที่​ได้​เปิดโปง​ถึง​แผนการ​ร้าย​และ​ได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​พระองค์​ไว้”

กษัตริย์​จึง​พูด​ว่า “เอา​ฮามาน​ไป​เสียบ​ไว้​ที่​เสานั้น”

10 ดังนั้น พวกเขา​จึง​เสียบ​ฮามาน​ไว้​บน​เสาไม้​ที่​ฮามาน​ได้​เตรียม​ไว้​สำหรับ​เสียบ​โมรเดคัย หลัง​จากนั้น​กษัตริย์​จึง​หายโกรธ

8

กษัตริย์​มี​คำสั่ง​ให้​ช่วย​ชาวยิว

1 ใน​วัน​เดียวกัน​นั้น กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ยก​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ของ​ฮามาน​ที่​เป็น​ศัตรู​ของ​ชาวยิว​ให้​กับ​ราชินี​เอสเธอร์ และ​เอสเธอร์​ก็​ได้​บอก​ให้​กษัตริย์​รู้​ว่า​นาง​กับ​โมรเดคัย​เป็น​ญาติ​กัน โมรเดคัย​ก็​เลย​ได้​มา​เข้าเฝ้า​กษัตริย์ 2 จากนั้น กษัตริย์​จึง​ถอด​แหวน​ตรา​ประทับ​ให้​กับ​โมรเดคัย เป็น​แหวน​ที่​พระองค์​เอา​คืนมา​จาก​ฮามาน แล้ว​เอสเธอร์​ได้​มอบ​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ของ​ฮามาน​ให้​กับ​โมรเดคัย​ดูแล

3 เอสเธอร์​ได้​พูด​กับ​กษัตริย์​อีก​ครั้งหนึ่ง นาง​ล้มตัว​ลง​แทบเท้า​ของ​พระองค์​และ​ร้องไห้ นาง​ได้​อ้อนวอน​ขอ​ความ​เมตตา​จาก​กษัตริย์​ให้​ยกเลิก​แผนการ​ชั่วร้าย​ของ​ฮามาน​ชาว​อากัก ที่​จะ​ทำลาย​ชาวยิว

4 กษัตริย์​ได้​ยื่น​คทา​ทองคำ​ให้​กับ​เอสเธอร์ แล้ว​นาง​ก็​ลุกขึ้น​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระองค์ 5 นาง​พูด​ว่า “ข้าแต่​กษัตริย์ ถ้า​พระองค์​เห็นด้วย และ​พอใจ​ใน​ตัว​ของ​หม่อมฉัน และ​ถ้า​พระองค์​เห็น​ว่า​ความคิด​นี้​ดี และ​ถ้า​พระองค์​ชอบใจ​ใน​ตัว​หม่อมฉัน ขอ​พระองค์​ช่วย​เขียน​คำสั่ง​ออกไป เพื่อ​กลับ​คำสั่ง​เดิม​ของ​ฮามาน ลูกชาย​ของ​ฮัมเมดาธา ชาว​อากัก เพราะ​ฮามาน​ได้​ส่ง​จดหมาย​ออกไป สั่ง​ให้​ทำลาย​ล้าง​ชาวยิว​ให้​หมดสิ้น​ไป​ใน​ทุก​มณฑล​ที่​อยู่​ใน​อาณาจักร​ของ​พระองค์ 6 หม่อมฉัน​ทน​ไม่ได้​หรอก​ที่​จะ​เห็น​คน​ของ​หม่อมฉัน​ได้รับ​ความ​ทุกข์ทรมาน​อย่างนั้น หม่อมฉัน​ทน​ไม่ได้​หรอก​ที่​จะ​เห็น​ครอบครัว​ของ​หม่อมฉัน​ต้อง​พินาศ​ไป”

7 กษัตริย์​อาหสุเอรัส​จึง​ตอบ​ราชินี​เอสเธอร์ และ​โมรเดคัย​ชาวยิว​ว่า “เรา​รู้​ว่า​ฮามาน​วางแผน​จะ​ฆ่า​ชาวยิว นั่น​เป็น​เหตุ​ที่​เรา​ยก​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ของ​ฮามาน​ให้​กับ​เอสเธอร์ และ​ให้​เสียบ​เขา​ไว้​บน​ไม้นั้น 8 ตอนนี้​ให้​เจ้า​ทั้งสอง​เขียน​จดหมาย​ขึ้น พวกเจ้า​เห็น​สมควร​จัดการ​เรื่อง​ของ​ชาวยิว​ยังไง ก็​ให้​เขียน​ไป​ตามนั้น แล้ว​เอา​แหวน​ของ​เรา​ประทับ​ลง​บน​จดหมาย​นั้น เพราะ​คำสั่ง​ที่​ถูก​เขียน​โดย​ชื่อ​กษัตริย์​และ​ประทับตรา​ด้วย​แหวน​นี้ จะ​ไม่​สามารถ​เปลี่ยน​แปลง​ได้”

9 พวก​เสมียน​ของ​วัง​ก็​ถูก​ตามตัว​มา​อย่าง​รวดเร็ว ใน​วันที่​ยี่สิบสาม​เดือน​สาม เป็น​เดือน​สิวัน และ​คำสั่ง​ใหม่​ก็​ถูก​เขียน​ขึ้น​ตาม​คำสั่ง​ของ​โมรเดคัย เพื่อ​ส่ง​ไป​ให้​กับ​ชาวยิว พวก​ผู้​ควบคุม​ภาค พวก​บรรดา​ผู้ว่า​ราชการ และ​เจ้าหน้าที่​มณฑล​ต่างๆ​ทั้ง​หนึ่งร้อย​ยี่สิบเจ็ด​มณฑล เริ่ม​ตั้งแต่​ประเทศ​อินเดีย​ไป​จนถึง​ประเทศ​คูช จดหมาย​นี้​เขียน​เป็น​อักษร​ของ​แต่ละ​มณฑล และ​เป็น​ภาษา​ของ​แต่ละ​ชนชาติ และ​ยัง​เขียน​เป็น​ตัวอักษร​ยิว​และ​เป็น​ภาษา​ยิว​ด้วย 10 โมรเดคัย เขียน​คำสั่ง​เหล่านี้​ภายใต้​ชื่อ​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส และ​ประทับตรา​ด้วย​แหวน​ของ​พระองค์ และ​ส่ง​ไป​กับ​ผู้​ถือ​สาร​ที่​ใช้​ม้าเร็ว เป็น​ม้า​ที่​เลี้ยง​ไว้​สำหรับ​กษัตริย์​เท่านั้น

11 คำสั่ง​นั้น​บอก​ว่า กษัตริย์​อนุญาต​ให้​ชาวยิว​ใน​ทุก​เมือง​สามารถ​รวมตัว​กัน​เพื่อ​ปกป้อง​ชีวิต​ของ​ตน​ได้ พวกเขา​ได้รับ​สิทธิ์​ที่​จะ​ทำลาย ฆ่า และ​กวาดล้าง​ให้​สิ้นซาก​ต่อ​พวก​ศัตรู​ไม่ว่า​จะ​มา​จาก​มณฑล​หรือ​ชาติ​ใดๆ​ก็ตาม และ​พวกเขา​ก็​ยัง​ได้รับ​อนุญาต​ให้​ฆ่า​ลูกหลาน และ​ผู้หญิง​ของ​ศัตรู​เหล่านั้น พวกยิว​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​ยึด​หรือ​ทำลาย​ทรัพย์สิน​ของ​พวก​ศัตรู​ได้

12 พวกยิว​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​ทำ​สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้​ได้​ใน​ทั่ว​ทุก​มณฑล​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส ใน​วันที่​สิบสาม เดือน​สิบสอง ซึ่ง​คือ​เดือน​อาดาร์ 13 พวก​สำเนา​ของ​จดหมาย​นี้​จะ​ออก​เป็น​กฎหมาย​ใน​ทุก​มณฑล และ​ประกาศ​ให้​กับ​ทุก​ชนชาติ​ได้รู้ เพื่อ​ให้​ชาวยิว​เตรียม​พร้อม​ที่​จะ​แก้แค้น​ศัตรู​ของ​พวกเขา​ใน​วันนั้น 14 พวก​ผู้​ถือ​สาร จึง​ขี่ม้า​ทั้งหลาย​ของ​กษัตริย์​ออกไป​อย่าง​รวดเร็ว​เท่าที่​จะ​ทำได้ ตาม​คำสั่ง​ของ​กษัตริย์ นอก​จากนั้น กฎหมาย​นี้​ยัง​ประกาศ​ใช้​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา​ด้วย

15 แล้ว​โมรเดคัย​ก็​ได้​ออกไป​จาก​การ​เข้าเฝ้า​กษัตริย์ และ​แต่งตัว​ด้วย​เสื้อผ้า​ของ​ราชวงศ์ ซึ่ง​เป็น​สีม่วง​และ​สีขาว และ​ใส่​มงกุฎ​ทองคำ​อัน​ใหญ่ และ​เสื้อคลุม​สีขาว​และ​สีม่วง ซึ่ง​ทำ​จาก​ผ้าลินิน​อย่างดี ใน​ขณะที่​ชาว​เมือง​สุสา​ต่าง​ร้อง​ตะโกน​ด้วย​ความ​ยินดี 16 ฝ่าย​พวก​ชาวยิว​ก็​ชื่นชม​ยินดี มี​ความสุข​และ​มี​เกียรติ

17 ใน​ทุก​มณฑล ทุกเมือง ทุกแห่ง​ที่​คำสั่ง​และ​กฎหมาย​ของ​กษัตริย์​ไปถึง ก็​จะ​มี​ความยินดี มี​ความสุข มี​การ​เลี้ยง​ฉลอง และ​เป็น​วันหยุด​ของ​พวก​ชาวยิว หลายคน​จาก​ชนชาติ​ต่างๆ​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นั้น​ได้​เปลี่ยน​เป็น​ชาวยิว เนื่องจาก​พวกเขา​เริ่ม​กลัว​ชาวยิว

9

ชัยชนะ​ของ​ชาวยิว

1 เมื่อ​ถึง​วันที่​สิบสาม​ของ​เดือน​สิบสอง ซึ่ง​เป็น​เดือน​อาดาร์ นี่​เป็น​วันที่​คำสั่ง​ของ​กษัตริย์​เริ่ม​มี​ผล​บังคับ​ใช้ เป็น​วันที่​พวก​ศัตรู​ของ​ชาวยิว​หวัง​จะ​เอา​ชนะ​ชาวยิว แต่​มัน​กลับ​กลาย​เป็น​ว่า ชาวยิว​ได้​ชนะ​พวก​ศัตรู​ของ​พวกเขา​แทน

2 บรรดา​ชาวยิว​ต่าง​มา​รวมตัว​กัน​ตาม​เมือง​ต่างๆ​ของ​ตน ใน​ทุก​มณฑล​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส เพื่อ​มา​ต่อต้าน​คน​เหล่านั้น​ที่​อยาก​จะ​ทำลาย​พวกเขา ไม่มี​ใคร​สามารถ​ต่อต้าน​การ​โจมตี​ของ​ชาวยิว​ได้ เพราะ​คน​เหล่านั้น​ล้วน​เกรง​กลัว​พวกยิว 3 เจ้าหน้าที่​ทั้งหลาย​ตาม​มณฑล​ต่างๆ พวก​ผู้​ควบคุม​ภาค รวมทั้ง​ผู้ว่า​ราชการ และ​เจ้าหน้าที่​ใน​วัง ต่าง​ก็​สนับสนุน​ชาวยิว เพราะ​พวกเขา​เกรง​กลัว​โมรเดคัย 4 เนื่อง​จาก​โมรเดคัย​เป็น​คนสำคัญ​ของ​วัง ซึ่ง​มี​ชื่อเสียง​เลื่องลือ​ไป​ทั่ว​ทุก​มณฑล เพราะ​เขา​มี​อำนาจ​มากขึ้น​เรื่อยๆ

5 แล้ว​ชาวยิว​ก็​โจมตี​ศัตรู​ทั้งหมด​ของ​พวกเขา​ด้วย​ดาบ พวกยิว​ฆ่า​และ​ทำลาย​พวกนั้น ชาวยิว​ทำ​กับ​คน​ที่​เกลียดชัง​พวกเขา​ตาม​ความ​พอใจ 6 พวกยิว​ได้​ฆ่า​และ​ทำลาย​ผู้ชาย​ห้าร้อย​คน​ที่​เป็น​ศัตรู​ของ​พวกเขา​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา 7 ใน​จำนวน​นี้​มี ปารชันดาธา ดาลโฟน อัสปาธา 8 โปราธา อาดัลยา อารีดาธา 9 ปารมัชทา อารีสัย อารีดัย และ​ไวซาธา 10 คน​พวกนี้​เป็น​ลูกชาย​ทั้ง​สิบคน​ของ​ฮามาน ลูก​ของ​ฮัมเมดาธา ศัตรู​ของ​พวกยิว แต่​พวกยิว​ไม่ได้​ปล้น​ข้าวของ​ของ​พวก​ศัตรู​นั้น

11 ใน​วัน​เดียวกัน​นั้น กษัตริย์​ก็​ได้รับ​รายงาน​ถึง​จำนวน​คน​ที่​ถูกฆ่า​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา 12 พระองค์​ได้​พูด​กับ​ราชินี​เอสเธอร์​ว่า “พวก​ชาวยิว​ได้​ฆ่า​และ​ทำลาย​ผู้ชาย​ไป​ห้าร้อย​คน​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา​นี้ รวมทั้ง​ลูกชาย​ทั้ง​สิบคน​ของ​ฮามาน​ด้วย พวกเขา​คง​จะ​ทำ​มาก​ยิ่งกว่า​นั้น​อีก​ใน​มณฑล​อื่นๆ​ของเรา มี​อะไร​อีกไหม​ที่​เจ้า​อยาก​จะ​ให้​จัดการ บอก​เรา​มา แล้ว​เรา​จะ​จัดการ​ให้”

13 เอสเธอร์​ตอบ​ว่า “ถ้า​พระองค์​พอใจ ขอ​อนุญาต​ให้​พวก​ชาวยิว​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา ทำ​อย่าง​เดียวกัน​นี้​อีก​ใน​วันพรุ่งนี้ และ​ขอให้​เสียบ​ลูก​ทั้ง​สิบคน​ของ​ฮามาน​บน​เสาไม้”

14 กษัตริย์​จึง​สั่ง​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​เอสเธอร์​ขอ และ​ได้​ประกาศ​ให้​มัน​เป็น​กฎหมาย​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา และ​พวกเขา​ก็ได้​เสียบ​ลูกชาย​ทั้ง​สิบคน​ของ​ฮามาน 15 จากนั้น​พวกยิว​ที่​อยู่​ใน​เมือง​ป้อม​สุสา​ก็​ได้​รวมตัว​กัน​อีกครั้ง​ใน​วันที่​สิบสี่​ของ​เดือน​อาดาร์ และ​ได้​ฆ่า​คน​ใน​เมือง​ป้อม​สุสา​ไป​อีก​สามร้อย​คน แต่​ไม่ได้​ปล้น​ข้าวของ​ของ​พวกเขา

16 ส่วน​พวกยิว​ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​มณฑล​ต่างๆ​ของ​กษัตริย์ ก็​ได้​รวมตัว​กัน​เพื่อ​ปกป้อง​ตัวเอง​ให้​รอดพ้น​จาก​ศัตรู พวกเขา​ได้​ฆ่า​ศัตรู​ไป​เจ็ดหมื่น​ห้าพัน​คน แต่​ไม่ได้​ปล้น​ข้าวของ​ของ​พวกเขา 17 เหตุการณ์​เหล่านี้​เกิดขึ้น​ใน​มณฑล​ต่างๆ​ใน​วันที่​สิบสาม ของ​เดือน​อาดาร์ แล้ว​ใน​วันที่​สิบสี่ คนยิว​ก็​ได้​หยุดพัก​และ​เลี้ยง​เฉลิม​ฉลอง​กัน​ใน​วันนั้น

เทศกาล​ปูริม

18 แต่​พวก​ชาวยิว​ที่​อยู่​ใน​เขต​วัง​ของ​เมือง​สุสา​ได้​รวมตัว​กัน​เพื่อ​ปกป้อง​ตัวเอง​ใน​วันที่​สิบสาม​และ​สิบสี่​ของ​เดือน​อาดาร์ แล้ว​หยุดพัก​ใน​วันที่​สิบห้า และ​ชาวยิว​เหล่านั้น​ก็​ได้​เลี้ยง​เฉลิม​ฉลอง​กัน​ใน​วันนั้น 19 นั่น​เป็น​เหตุ​ที่​พวก​ชาวยิว​ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​ชนบท​ต่างๆ​ที่​ไม่มี​กำแพง​เมือง ถือ​เอา​วันที่​สิบสี่​ของ​เดือน​อาดาร์ เป็น​วันหยุด​เพื่อ​เลี้ยง​เฉลิม​ฉลอง​กัน และ​ต่าง​ก็​ส่ง​อาหาร​เป็น​ของขวัญ​ให้​แก่กัน​และกัน​ใน​วันนั้น

20 โมรเดคัย​ได้​บันทึก​เหตุการณ์​เหล่านี้​ไว้​ทั้งหมด และ​เขา​ได้​ส่ง​จดหมาย​ไป​ถึง​ชาวยิว​ทุกคน ที่​อาศัย​อยู่​ใน​มณฑล​ทุกแห่ง​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส ทั้ง​ใกล้​และ​ไกล 21 เขา​เขียน​ไป​ให้​กับ​ชาวยิว​ทุกคน ให้​ถือ​วันที่​สิบสี่​และ​วันที่​สิบห้า​ของ​เดือน​อาดาร์ เป็น​วันหยุด​ประจำปี 22 เพราะ​วัน​เหล่านั้น​เป็น​วันที่​บรรดา​ชาวยิว​ได้​กำจัด​พวก​ศัตรู​ของ​พวกเขา และ​เป็น​เดือน​ที่​ความ​ทุกข์โศก​ของ​พวกเขา​ได้​กลาย​เป็น​ความ​ชื่นชม​ยินดี การ​คร่ำครวญ​ของ​พวกเขา​กลาย​เป็น​การ​เลี้ยง​ฉลอง เขา​บอก​ให้​พวกเขา​ให้​เฉลิม​ฉลอง​เลี้ยง​กัน​ใน​วัน​เหล่านั้น และ​ส่ง​อาหาร​เป็น​ของขวัญ​ให้​แก่กัน​และกัน และ​ส่ง​อาหาร​เป็น​ของขวัญ​ให้​กับ​คน​ยากจน​ด้วย

23 ดังนั้น​ชาวยิว​จึง​ตกลง​ที่​จะ​รักษา​เทศกาล​นี้​ที่​พวกเขา​ได้​เริ่มต้น​ไว้​ตลอดไป ตาม​ที่​โมรเดคัย​ได้​เขียน​มา

24 ฮามาน ลูกชาย​ฮัมเมดาธา ชาว​อากัก ศัตรู​ของ​พวก​ชาวยิว ได้​วางแผน​ชั่ว​เพื่อ​ทำลาย​ชาวยิว เขา​ได้​ทำการ​เสี่ยงทาย ที่​เรียกว่า “เปอร์” เพื่อ​ทำลาย​พวก​ยิว​ให้​พินาศ​สิ้น 25 แต่​เมื่อ​กษัตริย์​ได้​ล่วงรู้​แผนการ​นั้น พระองค์​พูด​ว่า “ขอ​ให้​คำสั่ง​ชั่วร้าย​ที่​ฮามาน​เขียน​เพื่อ​ทำลาย​ชาวยิว​นี้ เกิดขึ้น​กับ​เขา​แทน” ดังนั้น​ฮามาน​และ​ลูกชาย​จึง​ถูก​เสียบ​ที่​เสาไม้

26 ดังนั้น ประชาชน จึง​เรียก​วัน​เหล่านั้น​ว่า “ปูริม” ซึ่ง​มา​จาก​คำว่า “เปอร์” โมรเดคัย​ได้​เขียน​จดหมาย​บอก​ให้​ชาวยิว​เฉลิม​ฉลอง​เทศกาล​นี้​ใน​สองวัน​ที่​กำหนด​นี้​ของ​ทุกปี เพื่อ​ให้​ระลึก​ถึง​สิ่ง​ที่​เกิดขึ้น​กับ​พวกเขา ดังนั้น​พวกยิว​จึง​ถือ​เป็น​ประเพณี​สำหรับ​พวกเขา​และ​ลูกหลาน​ของ​พวกเขา​ตาม​ที่​โมรเดคัย​บอก 28 เพื่อ​พวกเขา​จะ​ถือ​เทศกาล​นี้​ไว้ และ​รักษา​ไว้​สืบ​ต่อไป​ใน​ทุกยุค​ทุกสมัย ใน​ทุก​ครอบครัว ใน​ทุก​มณฑล และ​ใน​ทุก​เมือง คนยิว​จะ​ต้อง​เฉลิม​ฉลอง​เทศกาล​ปูริม​นี้​ทุกปี​ไม่​หยุดหย่อน และ​รักษา​เทศกาล​นี้​ตลอดไป และ​ไม่​ปล่อย​ให้​มัน​หมดสิ้น​ไป​จาก​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​ของ​ชาวยิว

29 จากนั้น ราชินี​เอสเธอร์ ลูกสาว​อาบีฮาอิล กับ​โมรเดคัย​ชาวยิว ก็​เขียน​จดหมาย​ออกมา​อย่าง​เป็น​ทางการ เพื่อ​รับรอง​เทศกาล​ปูริม นี่​เป็น​จดหมาย​ฉบับ​ที่​สอง 30 ซึ่ง​ถูก​ส่ง​ไป​ยัง​ชาวยิว​ทั้งหลาย ใน​หนึ่งร้อย​ยี่สิบเจ็ด​มณฑล ใน​อาณาจักร​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส ใน​จดหมาย​นั้น พวกเขา​บอก​ว่า “ขอให้​พวกท่าน​อยู่​เย็น​เป็นสุข และ​มี​ความ​มั่นคง 31 พวกท่าน​และ​ลูกหลาน​ของ​พวกท่าน​ต้อง​ไม่​ลืม​ที่​จะ​เฉลิม​ฉลอง​เทศกาล​ปูริม​ใน​เวลา​ที่​กำหนด​ไว้​และ​ตาม​อย่าง​ที่​เรา​สั่ง และ​พวกท่าน​ก็​ต้อง​ทำ​ตาม​คำแนะนำ​เกี่ยวกับ​การ​คร่ำครวญ​และ​อด​อาหาร​ที่​เรา​สั่ง​ด้วย” 32 กฎ​เกี่ยวกับ​เทศกาล​ปูริม​นี้​ได้​ถูก​เขียน​ขึ้นมา​ตาม​คำสั่ง​ของ​ราชินี​เอสเธอร์ และ​ได้​ถูก​จด​ไว้​ใน​หนังสือ​บันทึก​เหตุการณ์​ต่างๆ

10

โมรเดคัย​ได้รับ​เกียรติ

1 ต่อมา กษัตริย์​อาหสุเอรัส​ได้​เรียก​เก็บ​ภาษี​จาก​ทั่ว​แผ่นดิน​ของ​พระองค์ รวม​ไป​ถึง​ชายฝั่ง​ทะเล​ด้วย 2 เรื่องราว​ทั้งหมด​เกี่ยวกับ​อำนาจ และ​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ รวมทั้ง​สาเหตุ​ที่​พระองค์​ได้​เลื่อน​ยศ​ให้​โมรเดคัย​ได้​ถูก​บันทึก​ไว้​ใน​หนังสือ​ประจำวัน​ของ​กษัตริย์​แห่ง​มีเดีย และ​เปอร์เซีย 3 เนื่องจาก​โมรเดคัย​มี​ตำแหน่ง​รอง​จาก​กษัตริย์​อาหสุเอรัส เขา​เป็น​ที่​นับถือ​ของ​พวก​ชาวยิว และ​มี​ชื่อเสียง​โด่งดัง​ใน​หมู่​พี่น้อง​ชาวยิว​ทั้งหลาย เขา​แสวงหา​ความ​เป็นอยู่​ที่ดี​ให้​ประชาชน​ของเขา และ​นำ​สันติสุข​มา​ให้​กับ​คนยิว​ทั้งหมด