เฉลยธรรมบัญญัติ
คำนำ
หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ เป็นหนังสือกฎบัญญัติเล่มสุดท้ายและเป็นบทสรุปของหนังสือกฎบัญญัติทั้งห้าเล่ม ก่อนที่โมเสสจะตาย เขาได้ทบทวนสิ่งที่พระเจ้าทำสำหรับชาวอิสราเอลในช่วงสี่สิบปีหลังจากที่พวกเขาอพยพออกมาจากอียิปต์ ทบทวนกฎบัญญัติต่างๆที่พระเจ้าให้กับพวกเขา และยืนยันข้อตกลงที่พวกเขามีกับพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะเจริญรุ่งเรืองและมีอายุยืนยาวในแผ่นดินที่เขาจะได้เข้าไปเป็นเจ้าของนั้น โมเสสอยากให้พวกคนอิสราเอลรู้ถึงคุณค่าของสิ่งดีๆที่พระเจ้าได้อวยพรพวกเขา โมเสสไม่อยากให้พวกเขาเข้าใจผิดว่าที่พระเจ้าอวยพรพวกเขาเป็นเพราะพวกเขาใหญ่หรือดีกว่าชนชาติอื่นๆ แต่ความจริงแล้วมันเป็นผลมาจากคำสัญญาที่พระเจ้าเคยให้ไว้กับอับราฮัมบรรพบุรุษของพวกเขา และจากความเมตตากรุณาของพระเจ้าต่างหาก ทุกสิ่งที่ชนชาติอิสราเอลกำลังจะได้รับนั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน บ่อน้ำ สวนองุ่น สวนมะกอก หรือการชนะศัตรู ก็ล้วนแต่เป็นความเมตตากรุณาของพระเจ้าทั้งนั้น
แต่ตอนท้ายของหนังสือเล่มนี้ อ่านแล้วเป็นลางร้าย เต็มไปด้วยคำตักเตือนและการลงโทษอันร้ายแรงที่จะตกบนพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า และทิ้งข้อตกลงที่มีกับพระองค์เพื่อหันไปติดตามพระอื่นๆของชนชาติรอบข้าง คำเตือนเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชนชาติของอิสราเอลในเวลาต่อมา ซึ่งได้จดบันทึกไว้ในหนังสือโยชูวา ไปจนถึงหนังสือ 2 พงศ์กษัตริย์
เมื่อพระเจ้าให้กฎหรือข้อบังคับต่างๆกับชาวอิสราเอลผ่านมาทางโมเสส พระองค์ไม่ได้ให้กฎหมายอาญาเท่านั้น แต่พระองค์ให้ความสนใจกับชีวิตประจำวันและสภาพสังคมของพวกเขาในทุกด้านด้วย เช่น เรื่องค่าแรง ดอกเบี้ย การกู้ยืมที่เป็นธรรม เรื่องสุขภาพอนามัย เรื่องการช่วยเหลือคนจน การให้ความเป็นธรรมกับคนต่างด้าว การดูแลสัตว์ สภาพของดิน และอื่นๆอีกมากมาย
1โมเสสพูดกับชาวอิสราเอล
1 นี่คือคำพูดที่โมเสสพูดกับประชาชนชาวอิสราเอลทั้งหมด ตอนที่พวกเขาอยู่ที่หุบเขาจอร์แดน ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน+ 1:1 ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน บริเวณริมฝั่งแม่น้ำจอร์แดน ตรงข้ามกับเมืองสูฟ และอยู่ระหว่างที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งปารานกับเมืองพวกนี้คือโทเฟล ลาบัน ฮาเซโรทและดีซาหับ
2 การเดินทางจากภูเขาซีนาย+ 1:2 ภูเขาซีนาย ในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติส่วนใหญ่จะเรียกว่า ภูเขาโฮเรบ ไปถึงคาเดช-บารเนีย ผ่านทางภูเขาเสอีร์ ใช้เวลาเพียงแค่สิบเอ็ดวันเท่านั้น 3 ในวันที่หนึ่งของเดือนที่สิบเอ็ด ในปีที่สี่สิบ โมเสสได้บอกกับชาวอิสราเอลทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับพวกเขาตามที่พระยาห์เวห์สั่ง 4 เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่โมเสสได้รบชนะกษัตริย์สิโหนของชาวอาโมไรต์ซึ่งปกครองเมืองเฮชโบน และกษัตริย์โอกของเมืองบาชานซึ่งปกครองอัชทาโรทในเอเดรอี 5 โมเสสเริ่มอธิบายกฎ+ 1:5 กฎ ตามตัวอักษรคือ “คัมภีร์” ในภาษาฮีบรูคัมภีร์หมายถึง “คำแนะนำ คำสั่งสอน กฎ” อาจกล่าวถึงกฎข้อหนึ่ง กฎชุดหนึ่งหรือกฎทั้งเล่ม เหมือนในกรณีนี้ก็ได้ นี้ให้กับชาวอิสราเอล ตอนที่พวกเขาอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนในดินแดนของชาวโมอับ โมเสสพูดว่า
6 “ที่ภูเขาซีนาย พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราบอกพวกเราว่า ‘พวกเจ้าอยู่ที่ภูเขานี้มานานพอแล้ว 7 ให้เตรียมตัวและมุ่งหน้าเดินไปยังเนินเขาที่พวกอาโมไรต์+ 1:7 อาโมไรต์ คำนี้เป็นชื่อเรียกทั่วไปสำหรับชาวเมืองของดินแดนนั้นก่อนที่ชาวอิสราเอลจะมาถึง อยู่ และดินแดนแถบนั้นทั้งหมดที่เป็นเพื่อนบ้านของเขา ทั้งในหุบเขาจอร์แดน+ 1:7 หุบเขาจอร์แดน หรือ อาราบาห์ เป็นชื่อที่บรรยายถึงสภาพพื้นที่ของดินแดนอิสราเอล จากทางฝั่งตะวันออกไปทางตะวันตก จากแม่น้ำจอร์แดนไปถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาราบาห์เป็นพื้นที่ที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งรอบทะเลเกลือ แถบเนินเขาคือจุดศูนย์กลางของอิสราเอล เชเฟลาห์คือบริเวณตีนเขาซึ่งหันหน้าออกทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเนเกบก็คือบริเวณริมสุดของเขตแดนอิสราเอล แถบเนินเขา แถบที่ลุ่มเชิงเขาด้านตะวันตก+ 1:7 ที่ลุ่มเชิงเขาด้านตะวันตก หรือเชเฟลาห์ และในเนเกบ รวมทั้งชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เข้าไปยังดินแดนของชาวคานาอัน แคว้นเลบานอน+ 1:7 แคว้นเลบานอน ชื่อของสถานที่นี้กล่าวถึงเขตแดนทางเหนือของอิสราเอล ตลอดไปจนถึงแม่น้ำใหญ่คือแม่น้ำยูเฟรติส 8 ดูสิ เราได้ยกดินแดนนั้นให้กับพวกเจ้าแล้ว เข้าไปยึดเอาซะ เป็นดินแดนที่พระยาห์เวห์ได้สาบานไว้ว่าจะยกให้กับบรรพบุรุษของพวกเจ้า คืออับราฮัม อิสอัคและยาโคบ รวมทั้งลูกหลานของพวกเขาด้วย’
โมเสสแต่งตั้งผู้นำ
(อพย. 18:13-27)
9 แล้วโมเสสก็พูดว่า ในเวลานั้น เราได้บอกกับพวกท่านว่า ‘ลำพังตัวเราคนเดียวไม่สามารถดูแลพวกท่านได้ทั้งหมดหรอก 10 พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านได้เพิ่มจำนวนพวกท่านขึ้นอย่างมากมายมหาศาล ตอนนี้พวกท่านก็มีจำนวนมากพอๆกับดวงดาวบนท้องฟ้าแล้ว 11 ขอให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษพวกท่าน เพิ่มจำนวนพวกท่านขึ้นอีกพันเท่า และขอให้พระองค์อวยพรพวกท่านเหมือนกับที่พระองค์ได้สัญญาไว้ 12 ลำพังตัวเราคนเดียวจะไปแบกรับภาระต่างๆที่หนักอึ้ง และคดีความต่างๆของพวกท่านไหวได้ยังไง 13 ให้พวกท่านแต่ละเผ่าไปเลือกคนของท่านขึ้นมาเอง เลือกคนที่เฉลียวฉลาด เต็มไปด้วยความรู้ความเข้าใจ และประสบการณ์ แล้วเราจะแต่งตั้งพวกเขาให้เป็นหัวหน้าพวกท่าน’
14 และพวกท่านก็ได้บอกเราว่า ‘สิ่งที่ท่านบอกให้ทำนั้นดีมากเลย’
15 แล้วเราได้เอาพวกผู้นำจากเผ่าต่างๆของท่าน ที่เต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาด และมีประสบการณ์มา และแต่งตั้งพวกเขาให้เป็นผู้นำของพวกท่าน มีตั้งแต่ผู้นำ+ 1:15 ผู้นำ หรือ ผู้บัญชาการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ เป็นหน่วยที่ใช้เรียกการจัดกำลังคนเป็นกองในการสู้รบ แต่ไม่รู้จำนวนที่แน่นอนและยังไม่รู้ความแตกต่างระหว่าง “ผู้นำ” และ “เจ้าหน้าที่” คนพันคน ร้อยคน ห้าสิบคน และ สิบคน รวมทั้งแต่งตั้งพวกเจ้าหน้าที่ด้วยในแต่ละเผ่าของท่าน
16 และเราได้สั่งกำชับพวกผู้พิพากษาของท่านด้วยว่า ‘ให้ฟังความของทั้งสองฝ่ายก่อน แล้วให้ตัดสินอย่างยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นคนอิสราเอลด้วยกัน หรือคนอิสราเอลกับคนต่างชาติ 17 เวลาพวกท่านตัดสิน ห้ามลำเอียง ให้ฟังทั้งคนรวยและคนจนเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวใครเลย เพราะการตัดสินนั้นมาจากพระเจ้า และถ้าเรื่องไหนยากเกินไปสำหรับท่าน ให้เอามาบอกเรา เราจะตัดสินเอง’ 18 และในตอนนั้นเราก็ได้สั่งพวกท่านไปแล้วทุกเรื่องที่พวกท่านควรทำ
คนสอดแนมไปคานาอัน
(กดว. 13:1-33)
19 พวกเราได้ทำตามคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเรา พวกเราจึงออกเดินทางจากภูเขาซีนาย ผ่านที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัว อย่างที่พวกท่านก็เห็นมาแล้ว ในระหว่างทางมุ่งเดินไปตามแถบเนินเขาที่ชาวอาโมไรต์อยู่ แล้วเราก็มาถึงคาเดช-บารเนีย 20 เราได้บอกกับพวกท่านว่า ‘พวกท่านมาถึงแถบเนินเขาที่ชาวอาโมไรต์อยู่แล้ว เป็นแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเรายกให้กับพวกเรา 21 ดูสิ พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านได้ตั้งแผ่นดินนี้ไว้ตรงหน้าพวกท่านแล้ว พวกท่านขึ้นไปยึดเอาไว้เลย เหมือนกับที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษพวกท่านได้บอกไว้ ไม่ต้องกลัว อย่าท้อถอย’
22 แล้วพวกท่านทั้งหลายได้มาหาเรา พูดว่า ‘ให้พวกเราส่งคนกลุ่มหนึ่งไปก่อน ให้เข้าไปสำรวจแผ่นดินนั้น แล้วค่อยกลับออกมาบอกพวกเราว่า ควรจะไปทางไหน และเมืองที่พวกเราจะเข้าไปนั้นเป็นอย่างไรบ้าง’
23 เราเห็นด้วยกับความคิดนั้น เราจึงเลือกสิบสองคนมาจากพวกท่าน เผ่าละหนึ่งคน 24 พวกเขาได้ออกเดินทางไปที่เนินเขาแห่งนั้น และเข้าไปที่หุบเขาเอชโคล์แล้วทำการสำรวจ+ 1:24 สำรวจ หรือสอดแนม แอบสืบความลับหรือสำรวจดูกำลังฝ่ายตรงข้าม ดินแดนแห่งนั้น 25 พวกเขาได้นำผลไม้ติดมือลงมาให้พวกเรา และมารายงานให้ฟังว่า ‘แผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราจะให้กับพวกเรานั้นดีมาก’
26 แต่พวกท่านไม่ยอมขึ้นไปที่นั่น พวกท่านจึงขัดคำสั่งของยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 27 และเข้าไปบ่นกันในเต็นท์ของท่านว่า ‘เพราะพระยาห์เวห์เกลียดพวกเรา พระองค์ถึงได้นำพวกเราออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อให้ตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกอาโมไรต์ และถูกพวกมันทำลาย 28 แล้วทีนี้พวกเราจะหันหน้าไปทางไหน พวกพี่น้องที่เข้าไปสอดแนมทำให้พวกเราท้อถอยเสียแล้ว พวกเขาบอกว่า “พวกนั้นมีจำนวนมากกว่า และตัวสูงใหญ่กว่าพวกเรามาก เมืองเหล่านั้นก็ใหญ่โตและมีกำแพงสูงเสียดฟ้า พวกเรายังเห็นพวกยักษ์+ 1:28 พวกยักษ์ หรือพวกชาวอานาค ลูกหลานของอานาค คนพวกนี้ได้ชื่อว่าเป็นนักรบที่มีพลังเข้มแข็งและรูปร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ ดูในกันดารวิถี 13:33 ที่นั่นด้วย”’
29 เราได้บอกกับพวกท่านว่า ‘ไม่ต้องขวัญหนีดีฟ่อ ไม่ต้องกลัวพวกมันหรอก 30 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะนำหน้าท่าน และต่อสู้แทนท่าน เหมือนกับสิ่งต่างๆที่พระองค์ได้ทำต่อหน้าท่านในแผ่นดินอียิปต์ 31 ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งก็เหมือนกัน ท่านก็ได้เห็นแล้วว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ได้อุ้มท่านไว้เหมือนพ่ออุ้มลูก ตลอดทางที่ท่านเดินมาจนถึงที่นี่’
32 แต่ถึงอย่างนั้น พวกท่านก็ไม่ได้ไว้วางใจพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 33 พระองค์นำหน้าท่านในการเดินทาง เพื่อหาที่ตั้งเต็นท์ให้ท่าน และพระองค์ก็นำหน้าท่านในไฟในตอนกลางคืน และในเมฆในตอนกลางวัน เพื่อให้พวกท่านรู้ว่าจะไปทางไหน
คนอิสราเอลอดเข้าแผ่นดินคานาอัน
34 แล้วพระยาห์เวห์ก็ได้ยินเสียงบ่นของพวกท่าน พระองค์โกรธ และสาบานว่า 35 ‘จะไม่มีใครสักคนในรุ่นที่ชั่วร้ายนี้ ที่จะได้เห็นแผ่นดินดีนั้น ที่เราได้สัญญาไว้ว่าจะให้กับบรรพบุรุษของเจ้า 36 นอกจากคาเลบลูกชายของเยฟุนเนห์จะได้เห็น เราจะยกแผ่นดินที่เขาเดินอยู่นั้นให้กับเขาและลูกหลานของเขา เพราะเขาซื่อสัตย์ต่อพระยาห์เวห์อย่างแท้จริง’
37 แม้แต่เรา พระยาห์เวห์ยังโกรธเลย ก็เพราะพวกท่านนี่แหละ พระองค์พูดกับเราว่า ‘แม้แต่เจ้าก็จะไม่ได้เข้าไปที่แผ่นดินนั้น 38 โยชูวาลูกชายของนูน ผู้ช่วยของเจ้าจะได้เข้าไปที่นั่น ให้กำลังใจกับเขา เพราะเขาจะเป็นคนแบ่งแผ่นดินนั้นแจกจ่ายให้กับชาวอิสราเอล
39 ส่วนลูกๆของพวกเจ้า ที่พวกเจ้าพูดว่า จะถูกจับไปเป็นเชลยนั้น พวกนี้แหละจะได้เข้าไปในแผ่นดินนั้น เพราะในวันนี้พวกลูกๆของเจ้าที่ยังไร้เดียงสา+ 1:39 ยังไร้เดียงสา หรือ ยังไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หมายถึงยังเป็นเด็กอยู่ ยังตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได้และยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ และยังพึ่งตัวเองไม่ได้ เราจะให้แผ่นดินนั้นกับพวกเขาและพวกเขาก็จะได้เป็นเจ้าของมัน 40 ส่วนพวกเจ้าจะต้องหวนกลับไปในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง ตามเส้นทางที่มุ่งไปทะเลแดง’
41 และพวกท่านก็ตอบว่า ‘พวกเราได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์แล้ว พวกเราจะขึ้นไปสู้รบตามที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราสั่งพวกเราไว้’ แล้วพวกท่านก็เตรียมตัวไปรบ พวกท่านคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆที่จะขึ้นไปบนเนินเขานั้น
42 แล้วพระยาห์เวห์ได้พูดกับเราว่า ‘บอกพวกเขาว่า ห้ามขึ้นไปบนนั้นและห้ามไปรบ เพราะเราไม่ได้อยู่กับพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้าฟังคำเตือนของเรา พวกเจ้าจะไม่ถูกฆ่าต่อหน้าศัตรูของพวกเจ้า’
43 และเราก็ได้บอกพวกท่านแล้วว่าพระยาห์เวห์พูดอะไร แต่พวกท่านก็ไม่ยอมฟัง ขัดขืนคำเตือนของพระยาห์เวห์และบุ่มบ่ามขึ้นไปบนเนินเขานั้น 44 ชาวอาโมไรต์ที่อาศัยอยู่บนเขานั้น ก็ออกมาเผชิญหน้ากับพวกท่าน และขับไล่พวกท่านเหมือนฝูงผึ้งขับไล่ศัตรู พวกเขาได้ไล่บี้พวกท่านที่เสอีร์ ไปจนถึงโฮรมาห์ 45 แล้วพวกท่านก็ซมซานกลับมาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าพระยาห์เวห์ แต่พระองค์ก็ไม่สนใจที่จะฟังเสียงร้องของพวกท่าน 46 แล้วพวกท่านก็อยู่ที่เคเดชเป็นเวลานานหลายวัน
2ชาวอิสราเอลร่อนเร่ไปในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
1 พวกเราได้ทำตามที่พระยาห์เวห์ได้สั่งเราไว้ คือเราได้หวนกลับไปยังที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง โดยใช้เส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังทะเลแดง และพวกเราได้เดินเวียนไปตามแนวชายแดนของภูเขาเสอีร์เป็นเวลานานหลายวัน 2 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับเราว่า 3 ‘พวกเจ้าได้เดินเวียนอยู่รอบๆเทือกเขานี้นานพอแล้ว ให้เดินทางต่อไปทางทิศเหนือ 4 แล้วให้สั่งประชาชนว่า พวกเจ้ากำลังจะผ่านเขตแดนของญาติเจ้า พวกเขาเป็นลูกหลานของเอซาว ที่อยู่ในเสอีร์ พวกเขาจะกลัวเจ้า พวกเจ้าจะต้องระวังตัวไว้ให้ดี 5 อย่าไปต่อสู้กับพวกเขา เพราะเราจะไม่ยกดินแดนของพวกเขาให้กับเจ้าแม้แต่ฝ่าเท้าเดียว เพราะเราได้ยกดินแดนบนภูเขาเสอีร์ให้กับเอซาวเป็นเจ้าของไปแล้ว 6 อาหารที่เจ้าจะกินกัน ก็ต้องเอาเงินมาซื้อจากพวกเขา แม้แต่น้ำที่เจ้าจะดื่มก็ต้องเอาเงินมาซื้อด้วยเหมือนกัน 7 แน่นอน พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้อวยพรท่านในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านได้ทำมา พระองค์ดูแลท่านทุกย่างก้าวในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งอันกว้างใหญ่ ในช่วงสี่สิบปีที่ผ่านมานี้ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอยู่กับท่านตลอด ท่านไม่เคยขาดแคลนอะไรเลย’
8 พวกเราได้เดินทางต่อ ผ่านพวกญาติของเรา ที่เป็นลูกหลานของเอซาว ที่อาศัยอยู่ในเสอีร์ พวกเราไปจากถนนที่วิ่งตรงมาจากหุบเขาจอร์แดน ไปถึงเมืองเอลัทและเอซีโอน-เกเบอร์ พวกเราได้หันมาใช้ถนนที่มุ่งไปสู่ที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งโมอับ
อิสราเอลที่เมืองอาร์
9 พระยาห์เวห์ได้พูดกับเราว่า ‘อย่าไปรังควานพวกโมอับและอย่าทำสงครามกับพวกเขา เพราะเราจะไม่ยกแผ่นดินของพวกโมอับให้เจ้าครอบครอง เพราะเราได้ยกเมืองอาร์ให้ลูกหลานของโลท+ 2:9 ลูกหลานของโลท ลูกชายของโลทคือโมอับและอัมโมน ดูใน ปฐมกาล 19:30-38 ครอบครองไปแล้ว’”
10 (ชาวเอมิมเคยอยู่ที่เมืองอาร์มาก่อน พวกเขาเข้มแข็ง มีจำนวนมาก และรูปร่างสูงใหญ่เหมือนชาวอานาค+ 2:10 ชาวอานาค ลูกหลานของอานาค คนพวกนี้ได้ชื่อว่าเป็นนักรบที่มีพลังเข้มแข็งและรูปร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ ดูใน กันดารวิถี 13:3311 ชาวอานาคเป็นส่วนหนึ่งของชาวเรฟาอิม คนก็เลยคิดว่าชาวเอมิมเป็นส่วนหนึ่งของชาวเรฟาอิมด้วย แต่ชาวโมอับเรียกพวกเขาว่าชาวเอมิม 12 พวกชาวโฮรีก็เคยอยู่ที่เสอีร์มาก่อนเหมือนกัน แต่ลูกหลานของเอซาวได้ขับไล่พวกเขาออกไป พวกลูกหลานของเอซาวได้ทำลายพวกโฮรีที่เคยอยู่ที่นั่น และเข้าไปอยู่แทน เหมือนกับที่ชาวอิสราเอลได้ทำกับประชาชนที่เคยเป็นเจ้าของดินแดนที่พระยาห์เวห์ได้ให้กับชาวอิสราเอล)
13 “พระยาห์เวห์พูดว่า ‘ตอนนี้ ลุกขึ้น ข้ามไปอีกฝากหนึ่งของหุบเขาเศเรด’ พวกเราจึงข้ามหุบเขาเศเรดไป 14 นับตั้งแต่วันที่จากคาเดช-บารเนียมาจนข้ามหุบเขาเศเรดนี้ พวกเราใช้เวลาในการเดินทางสามสิบแปดปี ในช่วงเวลานั้น พวกนักรบรุ่นนั้นทั้งหมดในค่ายของเราที่ไม่ไว้วางใจพระเจ้าตอนอยู่ที่คาเดช-บารเนีย ต่างก็ล้มตายกันไปหมดเหมือนกับที่พระยาห์เวห์ได้สาบานไว้กับพวกเขา 15 ความจริงแล้ว เป็นฝีมือของพระยาห์เวห์เองที่ทำลายพวกนั้นจนหมดสิ้นไปจากค่าย
16 เมื่อพวกนักรบเหล่านั้นตายจากไปหมดแล้ว 17 พระยาห์เวห์พูดกับเราว่า 18 วันนี้เจ้าจะข้ามเขตแดนของโมอับที่เมืองอาร์ 19 เจ้าจะเข้าไปใกล้กับลูกหลานของอัมโมน ‘อย่าไปยุ่งกับพวกเขาและอย่าต่อสู้กับพวกเขา เพราะเราจะไม่ยกแผ่นดินของลูกหลานอัมโมนให้เจ้าครอบครอง เพราะเราได้ยกแผ่นดินนั้นให้ลูกหลานของโลทครอบครองแล้ว’”
20 (แผ่นดินนี้ถือว่าเป็นของชาวเรฟาอิมเหมือนกัน เพราะพวกเขาเคยอยู่ที่นี่มาก่อน และชาวอัมโมนก็เรียกพวกเขาว่าศัมซุมมิม 21 ชาวเรฟาอิมมีจำนวนมาก เป็นคนกลุ่มใหญ่และมีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนชาวอานาค แต่พระยาห์เวห์ได้ทำลายพวกเขาต่อหน้าชาวอัมโมน ชาวอัมโมนจึงได้ยึดเอาดินแดนของชาวเรฟาอิม และเข้าไปอยู่แทน 22 พระยาห์เวห์ก็ทำอย่างเดียวกันนี้ให้กับลูกหลานของเอซาวที่อยู่ในเสอีร์ ตอนที่พระองค์ทำลายชาวโฮรีต่อหน้าพวกเขา พวกชาวเอโดมจึงยึดเอาดินแดนของชาวโฮรีและเข้าไปอยู่ที่นั่นแทนจนถึงทุกวันนี้ 23 ส่วนชาวอัฟวิมที่อยู่ตามหมู่บ้านใกล้กาซา ชาวคัฟโทร์ที่มาจากคัฟโทร์ได้มาทำลายพวกเขาและชาวคัฟโทร์เหล่านั้นก็เข้าตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นั่นแทน)
การต่อสู้กับประชาชนชาวอาโมไรต์
24 “พระยาห์เวห์พูดว่า ‘ลุกขึ้น เตรียมตัว และข้ามหุบเขาอารโนนไป เห็นแล้วหรือยังว่าเราได้ให้สิโหนชาวอาโมไรต์ กษัตริย์ของเมืองเฮชโบน ไว้ในกำมือเจ้าแล้ว เข้าไปยึดดินแดนของมัน และทำสงครามกับมันเลย 25 วันนี้เราจะทำให้ทุกคนทั่วใต้ฟ้านี้เกรงกลัวเจ้า เมื่อพวกเขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับเจ้า พวกเขาจะกลัวจนตัวสั่นต่อหน้าเจ้า’
26 ในระหว่างที่พวกเราอยู่ที่ที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งเคเดโมท เราได้ส่งพวกผู้ถือสารไปหากษัตริย์สิโหนของเมืองเฮชโบน พร้อมกับคำพูดที่เป็นมิตรว่า 27 ‘ขออนุญาตให้เราใช้เส้นทางในดินแดนของท่านด้วยเถิด เราจะเดินอยู่แต่บนถนน จะไม่เลี้ยวขวาเลี้ยวซ้าย 28 เราจะจ่ายเงินซื้ออาหารและน้ำจากท่าน ขอแค่ให้เราใช้เส้นทางเดินผ่านไปเท่านั้น 29 เหมือนกับที่ลูกหลานของเอซาวที่อยู่ในเสอีร์และชาวโมอับที่อยู่ในอาร์ได้ทำกับเรามาแล้ว เราจะต้องข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยังดินแดนที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราได้ให้กับพวกเราไว้’
30 แต่กษัตริย์สิโหนของเฮชโบนไม่ยอมให้พวกเราผ่านทางนั้น เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทำให้เขาดื้อดึงและต่อต้าน เพื่อพระองค์จะได้ทำให้สิโหนตกอยู่ในกำมือของท่านอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้
31 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับผมว่า ‘เห็นแล้วหรือยังว่า เราได้ยกสิโหนและดินแดนของเขาให้กับเจ้าแล้ว เข้าไปยึดเอามาเป็นของเจ้าสิ’
32 สิโหนกับคนของเขาได้ออกมาทำสงครามกับพวกเราที่ยาฮาส 33 พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราให้เขาตกอยู่ในกำมือของเรา เราจึงฆ่าสิโหนและลูกๆของเขา รวมทั้งกองทัพของเขาทั้งหมด 34 และเราได้เข้ายึดเมืองของเขาไว้ทั้งหมดในตอนนั้น เราได้ทำลายทุกคนทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กๆในทุกๆเมืองโดยไม่เหลือใครเลย 35 พวกเราเอาแต่วัวควายและของมีค่ามาจากเมืองที่ยึดมาได้นั้น 36 เรายึดได้ทุกๆเมืองจากอาโรเออร์ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำของหุบเขาอารโนน รวมทั้งเมืองที่อยู่ในหุบเขาจนถึงแคว้นกิเลอาด ไม่มีกำแพงเมืองไหนที่สูงเกินเงื้อมมือเรา พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราให้ทุกๆเมืองกับเรา 37 เพียงแต่ท่านไม่ได้เข้าไปใกล้ดินแดนของชาวอัมโมน รวมทั้งบริเวณริมฝั่งแม่น้ำยับบอกและเมืองต่างๆตามเนินเขา เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราได้สั่งไว้ไม่ให้ทำอย่างนั้น
3การต่อสู้กับชนชาวบาชาน
(กดว. 21:31-35)
1 พวกเราจึงออกเดินทางไปตามถนนที่ตรงไปบาชาน กษัตริย์โอกของเมืองบาชานและกองทัพของเขาออกมาต่อสู้กับพวกเราที่เอเดรอี 2 พระยาห์เวห์พูดกับเราว่า ‘ไม่ต้องกลัวมัน เพราะเราได้มอบมันและกองทัพของมัน รวมทั้งแผ่นดินของมันไว้ในกำมือของเจ้าแล้ว เจ้าจะทำกับมันเหมือนกับที่เจ้าได้ทำกับกษัตริย์สิโหนชาวอาโมไรต์ที่เคยปกครองเฮชโบน’
3 แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราได้ทำให้กษัตริย์โอกแห่งบาชานและกองทัพทั้งหมดของเขาตกอยู่ในกำมือของพวกเรา พวกเราได้ฆ่าเขาและคนอื่นๆจนไม่เหลือใครเลย 4 พวกเรายึดเมืองต่างๆไว้จนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่เมืองเดียว เรายึดได้ทั้งหกสิบเมืองในแคว้นอารโกบทั้งหมดที่เป็นอาณาจักรของโอกในบาชาน 5 เมืองพวกนี้ล้วนมีกำแพงที่สูงใหญ่ล้อมรอบ มีทั้งประตูและกลอนเหล็ก นอกจากนี้ยังมีเมืองอื่นๆอีกมากมายที่ไม่มีกำแพงเมือง 6 พวกเราได้ทำลายพวกเขาเหมือนกับที่ได้ทำลายกษัตริย์สิโหนแห่งเฮชโบน พวกเราทำลายทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กในทุกๆเมืองจนหมดสิ้น 7 แต่พวกวัวควายและของมีค่าในเมืองต่างๆที่ริบมานั้น พวกเราได้ยึดเอาไว้เอง
8 ดังนั้น ในตอนนั้นพวกเราได้ยึดเอาดินแดนจากมือของกษัตริย์ชาวอาโมไรต์ทั้งสอง เป็นดินแดนที่อยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน จากหุบเขาอารโนนไปจนถึงภูเขาเฮอร์โมน 9 (ชาวไซดอนเรียกเฮอร์โมนว่า ‘สีรีออน’ แต่ชาวอาโมไรต์เรียกเฮอร์โมนว่า ‘เสนีร์’) 10 พวกเรายึดเมืองต่างๆบนที่ราบตอนบน กิเลอาดทั้งหมดและบาชานทั้งหมด ขึ้นไปจนถึงสาเลคาห์และเอเดรอี เมืองพวกนี้เป็นของอาณาจักรโอกแห่งบาชาน”
11 (มีชาวเรฟาอิมหลงเหลืออยู่น้อยมาก กษัตริย์โอกแห่งบาชานก็เป็นชาวเรฟาอิมคนหนึ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ เตียง+ 3:11 เตียง หรือ หีบศพของเขามีขนาดยาวเก้าศอก กว้างสี่ศอก ตอนนี้มันยังตั้งอยู่ที่เมืองรับบาห์ของชาวอัมโมนอยู่เลย)
ที่ดินของกาด รูเบนและมนัสเสห์ครึ่งเผ่า
(กดว. 32:1-42)
12 “ในตอนนั้นพวกเราได้ยึดเอาแผ่นดินนี้เป็นของพวกเรา เริ่มจากอาโรเออร์ซึ่งอยู่ในหุบเขาอารโนน เราได้มอบดินแดนครึ่งหนึ่งบนเขากิเลอาดและเมืองต่างๆของมัน ให้กับชาวรูเบนและชาวกาด 13 ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของกิเลอาดและบาชานทั้งหมดในอาณาจักรโอก เราได้มอบให้กับเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า”
(แคว้นอารโกบทั้งหมด ทั้งส่วนของเมืองบาชานรวมเรียกว่าแผ่นดินของชาวเรฟาอิม 14 ยาอีร์จากเผ่ามนัสเสห์ได้ยึดแคว้นอารโกบทั้งหมดไปจนถึงริมเขตแดนของชาวเกชูร์และชาวมาอาคาห์ แล้วยาอีร์ก็ได้ตั้งชื่อเมืองต่างๆเหล่านั้นตามชื่อของเขามาจนถึงทุกวันนี้)
15 “เราได้มอบกิเลอาดให้มาคีร์ 16 ส่วนชาวรูเบนและชาวกาด เราได้ให้ดินแดนตั้งแต่กิเลอาดลงไปถึงหุบเขาอารโนน ตรงกลางหุบเขาคือเส้นแบ่งแดน ขึ้นไปถึงแม่น้ำยับบอกซึ่งเป็นเส้นเขตแดนของชาวอัมโมน 17 หุบเขาจอร์แดนและแม่น้ำจอร์แดนเองเป็นเส้นแบ่งเขตแดนทางตะวันตก เริ่มจากทะเลสาบกาลิลี+ 3:17 ทะเลสาบกาลิลี ในภาษาฮีบรูใช้คำว่า ทะเลคินเนเรท ลงไปจนถึงฝั่งตะวันออกของทะเลตาย+ 3:17 ทะเลตาย ในภาษาฮีบรูตรงนี้มีสองชื่อคือ ทะเลอาราบาห์ และทะเลเกลือ ตรงก้นของหน้าผาปิสกาห์
18 ในตอนนั้นเราได้สั่งพวกท่านว่า ‘พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านได้ยกแผ่นดินฝั่งนี้ให้พวกท่านเป็นเจ้าของ แต่ตอนนี้ให้พวกท่านนักรบผู้กล้าที่ถืออาวุธพร้อมมือ นำหน้าญาติพี่น้องชาวอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปฝั่งโน้น 19 เว้นแต่พวกเมียๆและลูกๆ รวมทั้งฝูงสัตว์ของพวกท่าน (เรารู้ว่าพวกท่านมีฝูงสัตว์มากมาย) ให้ยังคงอยู่ในเมืองต่างๆที่เราได้ยกให้กับพวกท่าน 20 พวกท่านต้องช่วยญาติพี่น้องของพวกท่าน จนกว่าพวกเขาจะได้เป็นเจ้าของดินแดนที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน ได้ยกให้กับพวกเขา คือดินแดนที่อยู่ฝั่งโน้นของแม่น้ำจอร์แดน และให้ช่วยพวกเขาจนกว่าพระยาห์เวห์จะให้สันติสุขกับพวกเขา เหมือนกับที่พระองค์ให้กับพวกท่าน เมื่อถึงตอนนั้น พวกท่านจึงค่อยกลับมาดินแดนฝั่งนี้ที่เราได้ยกให้กับพวกท่าน’
21 ในตอนนั้นเราได้สั่งโยชูวาว่า ‘ท่านก็ได้เห็นกับตาแล้วว่า พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านได้ทำยังไงกับกษัตริย์สององค์นั้น พระองค์ก็จะทำอย่างนั้นกับอาณาจักรต่างๆที่ท่านกำลังจะบุกเข้าไปด้วย 22 ไม่ต้องกลัวพวกมัน เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านจะต่อสู้แทนท่าน’
โมเสสอดเข้าแผ่นดินคานาอัน
23 ในตอนนั้นเราได้อ้อนวอนต่อพระยาห์เวห์ว่า 24 ‘ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต พระองค์เริ่มแสดงให้ข้าพเจ้าผู้รับใช้ของพระองค์ เห็นถึงความยิ่งใหญ่ และมือที่เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นอีกแล้วไม่ว่าในสวรรค์หรือบนโลก ที่จะทำในสิ่งที่พระองค์ทำหรือแสดงฤทธิ์อำนาจได้เหมือนกับที่พระองค์แสดง 25 ขอให้ข้าพเจ้าได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนไป เพื่อจะได้เห็นดินแดนที่ดีซึ่งอยู่ฝั่งโน้น ขอให้ข้าพเจ้าได้เห็นเนินเขาที่สวยงามและแคว้นเลบานอนด้วยเถิด’
26 แต่พระยาห์เวห์โกรธเรามาก ก็เพราะพวกท่านนี่แหละ และพระองค์ก็ไม่ฟังคำขอร้องของเรา พระองค์พูดกับเราว่า ‘พอแล้ว อย่าพูดเรื่องนี้ให้ได้ยินอีก 27 ขึ้นไปบนยอดเขาปิสกาห์และมองไปรอบๆทั้งทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออก แต่เจ้าจะไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้ไป 28 ให้คำแนะนำกับโยชูวา ทำให้เขากล้าหาญและเข้มแข็ง เพราะเขาจะเป็นคนนำประชาชนพวกนี้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนไป และเขาจะพาพวกนั้นไปยึดเอาแผ่นดินที่เจ้าเห็นนั้น’ 29 ดังนั้นพวกเราจึงอยู่ในหุบเขาตรงข้ามกับเบธเปโอร์
4โมเสสเตือนอิสราเอลให้เชื่อฟังกฎ
1 บัดนี้ ชาวอิสราเอลเอ๋ย ฟังให้ดีถึงกฎและข้อบังคับต่างๆที่เรากำลังจะสอนให้พวกท่านทำ เพื่อท่านจะได้มีชีวิตอยู่ และได้เข้าไปยึดครองแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของท่านได้ยกให้กับท่าน 2 พวกท่านจะต้องไม่เพิ่มอะไรเข้าไปในสิ่งที่เราได้สั่งท่านไว้แล้ว และต้องไม่ตัดอะไรออกไปด้วย เพื่อท่านจะได้รักษาคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ที่เราได้สั่งท่านไว้
3 พวกท่านก็ได้เห็นกับตาแล้ว ถึงสิ่งที่พระยาห์เวห์ได้ทำลงไปที่บาอัล เปโอร์ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ทำลายคนของท่านที่ไปบูชาพระบาอัลเทียมเท็จที่เปโอร์ 4 แต่พวกท่านทุกคนที่ยังผูกพันอยู่กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ก็ยังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้
5 ดูเถิด เราได้สอนกฎและข้อบังคับต่างๆกับพวกท่าน ตามที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราได้สั่งเราไว้ เพื่อท่านจะได้ทำสิ่งเหล่านี้ในดินแดนที่ท่านกำลังจะเข้าไปเป็นเจ้าของ 6 พวกท่านต้องรักษาและทำตามกฎพวกนี้อย่างระมัดระวัง เพราะมันจะพิสูจน์ให้ชนชาติอื่นๆเห็นว่า ท่านนั้นฉลาดและมีความเข้าใจแค่ไหน เมื่อพวกเขาได้ยินเกี่ยวกับกฎเหล่านี้ พวกเขาก็จะพูดกันว่า ‘ชนชาติที่ยิ่งใหญ่นี้ช่างฉลาดและมีความเข้าใจจริงๆ’
7 จะมีชนชาติที่ยิ่งใหญ่ไหนบ้าง ที่มีพระอยู่ใกล้ชิด เหมือนกับพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเรา ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเราร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์ พระองค์ก็อยู่ที่นั่น ไม่มีแน่ ไม่มีชนชาติไหนหรอกที่มีพระอย่างนี้อีกแล้ว 8 จะมีชนชาติที่ยิ่งใหญ่ไหนบ้าง ที่จะมีกฎและข้อบังคับที่ยุติธรรมเหมือนกับคำสอนทั้งหมดนี้ที่เราให้กับพวกท่านในวันนี้ ไม่มีแน่นอน 9 แต่ให้ระวังตัวเองไว้ให้ดี เพื่อท่านจะได้ไม่ลืมสิ่งที่ตาของท่านได้เห็นมา เพื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะได้ไม่จางหายไปจากใจของท่านจนตลอดชีวิต ท่านต้องสั่งสอนลูกและหลานของท่านต่อด้วย 10 ท่านต้องไม่ลืมสิ่งที่ท่านได้เห็นมา วันที่ท่านยืนอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านที่ภูเขาซีนาย เมื่อพระยาห์เวห์พูดกับเราว่า ‘ให้รวบรวมประชาชนมาหาเรา เพื่อเราจะได้ให้พวกเขาฟังสิ่งที่เราจะบอก เพื่อพวกเขาจะได้เกรงกลัวเราตลอดเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ และพวกเขาจะได้สอนสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกๆของพวกเขาต่อไป’ 11 พวกท่านเข้ามาใกล้และยืนอยู่ที่ตีนเขา ภูเขานั้นลุกไหม้เป็นไฟสูงเสียดฟ้า และเกิดความมืด เมฆและหมอกหนาทึบเข้ามาปกคลุม 12 แล้วพระยาห์เวห์ได้พูดกับพวกท่านจากท่ามกลางไฟนั้น พวกท่านได้ยินแต่เสียงพูด แต่มองไม่เห็นรูปร่างอะไรเลย มีแต่เสียงเท่านั้น 13 พระองค์ได้ประกาศคำสอนของพระองค์ และพระองค์ได้สั่งให้พวกท่านทำตามคำสอนเหล่านั้น ซึ่งก็คือบัญญัติสิบประการ และพระองค์ได้เขียนมันไว้บนแผ่นหินสองแผ่น 14 เวลานั้นพระยาห์เวห์ได้สั่งให้เราสอนพวกท่าน ถึงกฎและข้อบังคับต่างๆเพื่อพวกท่านจะได้ทำตามคำสอนเหล่านั้นในดินแดนอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดนที่พวกท่านกำลังจะข้ามไปยึดเป็นเจ้าของ
15 ในวันนั้นที่พระยาห์เวห์พูดกับพวกท่านบนภูเขาซีนาย ตอนที่พระองค์พูดออกมาจากท่ามกลางไฟนั้น เพราะพวกท่านไม่ได้เห็นรูปร่างอะไรเลย ก็ให้ระวังตัวไว้ให้ดี 16 เพื่อพวกท่านจะได้ไม่ทำลายตัวเอง ด้วยการไปสร้างรูปเคารพให้กับตัวเอง เป็นรูปร่างต่างๆไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นของชายหรือหญิง 17 หรือรูปปั้นของสัตว์ต่างๆที่อยู่บนบก หรือรูปปั้นของนกต่างๆที่บินอยู่ในท้องฟ้า 18 หรือรูปปั้นของพวกสัตว์เลื้อยคลานบนดิน หรือรูปปั้นของพวกปลาที่อยู่ในน้ำ 19 ให้ระวังตัวให้ดี เวลาที่ท่านมองดูท้องฟ้า เห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว รวมทั้งสิ่งต่างๆที่อยู่ในท้องฟ้าแล้ว อย่าให้สิ่งต่างๆเหล่านั้นมาทำให้ท่านหลงผิด แล้วไปกราบไหว้และรับใช้พวกมัน พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้จัดสรรสิ่งต่างๆเหล่านั้นให้กับทุกๆชนชาติทั่วใต้ฟ้านี้ 20 แต่พระยาห์เวห์ได้รับพวกท่านและนำพวกท่านออกมาจากเตาหลอมเหล็ก คือออกมาจากอียิปต์ เพื่อมาเป็นคนของพระองค์โดยเฉพาะ เหมือนกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้
21 เป็นเพราะพวกท่าน พระยาห์เวห์ถึงได้โกรธเรามาก พระองค์จึงได้สาบานไว้ว่า เราจะไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดน และจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินที่ดีแห่งนั้นที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ยกให้ท่านเป็นเจ้าของ 22 เพราะเราจะต้องตายอยู่ที่นี่ จะไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดน แต่พวกท่านจะได้ข้ามแม่น้ำสายนั้น และจะได้เป็นเจ้าของแผ่นดินที่ดีแห่งนั้น 23 ระวังตัวให้ดี เพื่อพวกท่านจะได้ไม่ลืมข้อตกลงที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านได้ทำไว้กับท่าน และเพื่อพวกท่านจะได้ไม่สร้างรูปเคารพเป็นรูปร่างต่างๆสำหรับตัวเอง ตามที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้สั่งห้ามไว้ 24 เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านคือไฟที่เผาผลาญและเป็นพระเจ้าที่หึงหวง+ 4:24 พระเจ้าที่หึงหวง คือพระเจ้าต้องการความซื่อสัตย์อย่างจริงใจจากประชาชนของพระองค์และไม่ยอมถ้าพวกเขาไปบูชาพระอื่น
25 เมื่อพวกท่านมีลูกมีหลานและอยู่บนแผ่นดินนั้นเป็นเวลานาน ถ้าพวกท่านทำตัวไม่ดีและสร้างรูปเคารพที่เป็นรูปอะไรก็แล้วแต่ และทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเห็นว่าชั่วร้าย เป็นการยั่วยุให้พระองค์โกรธ 26 เราขอเรียกฟ้าและดินมาเป็นพยานต่อต้านท่านในวันนี้ว่า พวกท่านจะต้องถูกทำลายอย่างรวดเร็วไปจากแผ่นดินที่ท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปเป็นเจ้าของนั้น พวกท่านจะไม่ได้อยู่ในแผ่นดินนั้นนานหรอก เพราะพวกท่านจะถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น 27 พระยาห์เวห์จะทำให้พวกท่านกระจัดกระจายไปอยู่ท่ามกลางชนชาติอื่นๆและพวกท่านก็จะเหลืออยู่แค่ไม่กี่คนในท่ามกลางชนชาตินั้นๆที่พระยาห์เวห์ได้ขับไล่ให้พวกท่านเข้าไปอยู่ 28 ที่นั่นพวกท่านจะรับใช้พระต่างๆที่มือของคนทำขึ้นมา มีทั้งพระที่ทำจากไม้และหิน ที่มองก็ไม่เห็น ฟังก็ไม่ได้ยิน กินหรือดมกลิ่นก็ไม่ได้ 29 จากชนชาตินั้นๆพวกท่านจะแสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และท่านจะได้พบพระองค์ ถ้าท่านค้นหาพระองค์ด้วยสุดใจสุดจิตของท่าน 30 เมื่อท่านตกอยู่ในความทุกข์ยาก และเจอกับเรื่องต่างๆพวกนี้ ท่านก็จะหันกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านและเชื่อฟังพระองค์ 31 เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านนั้นเป็นพระเจ้าที่มีเมตตา พระองค์จะไม่ทอดทิ้งท่านและพระองค์ก็จะไม่ทำลายท่าน พระองค์จะไม่ลืมข้อตกลงที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของท่าน
คิดถึงสิ่งยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าได้ทำไว้
32 ไปถามดูสิ เกี่ยวกับวันเวลาที่ผ่านมา ที่มีมาก่อนท่านนานแสนนาน นับตั้งแต่วันที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาในโลกนี้ ไปถามดูได้เลยจากสุดปลายฟ้าข้างนี้ไปถึงข้างโน้นว่า เคยมีเรื่องที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้เกิดขึ้นมาก่อนหรือเปล่า หรือเคยได้ยินเรื่องอะไรอย่างนี้มาก่อนหรือเปล่า 33 เคยมีชนชาติไหนบ้างที่ได้ยินเสียงพระเจ้าพูดออกมาจากเปลวไฟเหมือนที่ท่านได้ยิน แล้วยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ 34 หรือเคยมีพระองค์ไหนบ้าง ที่พยายามเอาชนชาติหนึ่งออกมาจากอีกชนชาติหนึ่ง เพื่อมาเป็นของพระองค์เอง พระองค์ใช้การทดลองต่างๆ เหตุการณ์พิเศษต่างๆ การอัศจรรย์ต่างๆ รวมทั้งสงคราม มือที่เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจ และแขนอันแข็งแกร่งที่ยื่นออก และการกระทำที่น่ากลัวต่างๆ พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านได้ทำสิ่งต่างๆเหล่านี้เพื่อท่าน และทำต่อหน้าต่อตาพวกท่านในประเทศอียิปต์ 35 พระองค์ทำอย่างนี้ให้ท่านเห็น เพื่อท่านจะได้รู้ว่าพระองค์คือพระเจ้าที่แท้จริง และไม่มีพระเจ้าอื่นอีกแล้วนอกจากพระองค์ 36 พระองค์ทำให้ท่านได้ยินเสียงของพระองค์จากสวรรค์เพื่อจะสั่งสอนท่าน และในโลกนี้ พระองค์ก็ทำให้ท่านเห็นไฟที่ยิ่งใหญ่ และท่านก็ได้ยินเสียงของพระองค์ออกมาจากท่ามกลางไฟนั้น
37 เพราะพระองค์รักบรรพบุรุษของท่าน พระองค์ถึงได้เลือกพวกท่านลูกหลานของพวกเขา และพระองค์เองที่นำท่านออกจากอียิปต์ด้วยความแข็งแกร่งอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ 38 เพื่อพระองค์จะได้ขับไล่ชนชาติอื่นที่ใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่าท่านออกไปจากแผ่นดินของพวกเขา แล้วจะได้นำเอาท่านเข้าไปอยู่และยกแผ่นดินของคนเหล่านั้นให้ท่านเป็นเจ้าของ เหมือนกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้
39 ดังนั้นในวันนี้ให้รับรู้และจำใส่ใจไว้เลยว่า พระยาห์เวห์คือพระเจ้าที่แท้จริงที่อยู่บนสวรรค์และบนโลกนี้ ไม่มีพระเจ้าอื่นอีก 40 ท่านต้องเชื่อฟังกฎและคำสั่งของพระองค์ที่เราได้สั่งกับท่านในวันนี้ เพื่อว่าท่านและลูกหลานของท่านจะได้เจริญรุ่งเรือง และเพื่อท่านจะได้มีชีวิตอยู่ยืนยาวบนแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านให้กับท่านตลอดไป”
โมเสสเลือกเมืองสำหรับลี้ภัย
41 แล้วโมเสสได้เลือกเมืองสามเมืองทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน 42 เอาไว้เป็นที่ลี้ภัยของคนที่ไปฆ่าคนอื่นมาโดยไม่ได้เจตนา และไม่เคยเกลียดคนที่ถูกฆ่ามาก่อน คนๆนั้นสามารถที่จะหนีไปอยู่ในเมืองเหล่านั้นได้ และมีชีวิตต่อไป 43 สามเมืองที่โมเสสเลือกคือ เมืองเบเซอร์ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งกลางที่ราบสูงสำหรับชาวรูเบน เมืองราโมทในกิเลอาดสำหรับชาวกาด และเมืองโกลานในบาชานสำหรับชาวมนัสเสห์
กฎของโมเสส
44 นี่คือคำสั่งสอนที่โมเสสได้ให้กับประชาชนชาวอิสราเอล 45 สิ่งเหล่านี้คือคำสั่งสอน กฎและข้อบังคับที่โมเสสได้บอกกับชาวอิสราเอลเมื่อพวกเขาออกจากประเทศอียิปต์ 46 โมเสสได้ให้กฎต่างๆเหล่านี้กับพวกเขา ตอนที่พวกเขาอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนในหุบเขาที่อยู่ตรงข้ามเบธเปโอร์ บนดินแดนของกษัตริย์สิโหนชาวอาโมไรต์ที่ปกครองเฮชโบน และถูกโมเสสกับชาวอิสราเอลโจมตีจนพ่ายแพ้เมื่อครั้งที่พวกเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ 47 ชาวอิสราเอลได้ยึดเอาแผ่นดินของกษัตริย์สิโหน และกษัตริย์โอกแห่งบาชาน ทั้งสององค์นี้เป็นกษัตริย์ของชาวอาโมไรต์ ที่ปกครองอยู่ในดินแดนทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน 48 ดินแดนแห่งนี้เริ่มจากอาโรเออร์ซึ่งอยู่ติดหุบเขาอารโนนไปจนถึงภูเขาสีรีออน (คือภูเขาเฮอร์โมน) 49 รวมทั้งหุบเขาจอร์แดนทางตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ลงไปทางใต้จนถึงทะเลตาย+ 4:49 ทะเลตาย ตรงนี้ในภาษาฮีบรู ใช้ชื่อว่า ทะเลอาราบาห์ และไปทางตะวันออกถึงตีนเขาปิสกาห์
5บัญญัติสิบประการ
(อพย. 20:1-17)
1 โมเสสเรียกชาวอิสราเอลทั้งหมดเข้ามาและพูดกับพวกเขาว่า “ชาวอิสราเอลเอ๋ย ฟังให้ดี ฟังกฎและข้อบังคับที่เรากำลังจะพูดกรอกหูของพวกท่านในวันนี้ ให้ศึกษามันและทำตามอย่างระมัดระวัง 2 พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราได้ทำข้อตกลงกับพวกเราที่ภูเขาซีนาย 3 พระองค์ไม่ได้ทำข้อตกลงนี้กับบรรพบุรุษของพวกเรา แต่ทำกับพวกเรา ที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำกับพวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่ในวันนี้ 4 พระยาห์เวห์ได้พูดต่อหน้าพวกท่านออกมาจากไฟบนภูเขานั้น 5 เราได้ยืนอยู่ระหว่างพระยาห์เวห์กับพวกท่านในตอนนั้น เพื่อจะบอกท่านว่าพระยาห์เวห์พูดอะไร เพราะพวกท่านกลัวไฟนั้น และไม่ได้ขึ้นไปบนภูเขา พระยาห์เวห์พูดว่า
6 ‘เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เราได้นำเจ้าออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ ออกมาจากการเป็นทาสนั้น
7 เจ้าต้องไม่มีพระอื่นนอกจากเรา+ 5:7 นอกจากเรา หรือแปลตรงๆว่า ต่อหน้าเรา
8 เจ้าต้องไม่ทำรูปเคารพให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรูปอะไรก็ตามที่อยู่ในท้องฟ้า หรืออยู่บนพื้นดิน หรืออยู่ใต้น้ำ
9 เจ้าต้องไม่กราบไหว้หรือรับใช้สิ่งต่างๆเหล่านั้น เพราะเรา คือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หึงหวง+ 5:9 พระเจ้าที่หึงหวง หรือ “เราคือ เอล คานาห์ พระเจ้าที่หึงหวง” บาปที่รุ่นพ่อทำไว้ เราจะไปลงโทษที่ลูกของเขา และแม้แต่หลาน เหลน ของคนพวกนั้นที่เกลียดเรา 10 แต่คนที่รักเราและเชื่อฟังคำสั่งสอนของเรา เราก็จะเมตตาปรานีครอบครัวของเขาเป็นพันๆรุ่น
11 เจ้าต้องไม่อ้างชื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าเล่นๆ เพราะพระยาห์เวห์จะถือว่าคนนั้นมีความผิดที่อ้างชื่อของพระองค์มาสาบานกันเล่นๆ
12 ให้รักษาวันหยุดทางศาสนาไว้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ ตามที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าได้สั่งไว้ 13 ในช่วงหกวันแรกของแต่ละอาทิตย์ เจ้าก็ทำงานได้ตามปกติ
14 แต่วันที่เจ็ดเป็นวันหยุดพักผ่อน ซึ่งอุทิศให้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เจ้าต้องไม่ทำงานใดๆในวันนั้น ทั้งตัวเจ้า ลูกชายลูกสาวของเจ้า หรือทาสชายหญิง หรือวัวหรือลาของเจ้า หรือสัตว์อื่นๆของเจ้าหรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองของเจ้า เพื่อว่าทาสชายหญิงของเจ้าจะได้หยุดพักผ่อนเหมือนเจ้า 15 อย่าลืมว่าเจ้าก็เคยเป็นทาสอยู่ในแผ่นดินอียิปต์มาก่อน และพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าได้นำเจ้าออกมาจากที่นั่นด้วยมือที่เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจและแขนที่แข็งแกร่งของพระองค์ เพราะอย่างนี้ พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าถึงได้สั่งให้เจ้ารักษาวันหยุดทางศาสนา
16 ให้เคารพพ่อแม่ของเจ้าตามที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าได้สั่งเจ้าไว้ เพื่อเจ้าจะได้มีอายุยืนยาวและเจริญรุ่งเรืองในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้ากำลังให้กับเจ้านี้
17 เจ้าต้องไม่ฆ่าคน
18 เจ้าต้องไม่เป็นชู้
19 เจ้าต้องไม่ขโมย
20 เจ้าต้องไม่เป็นพยานเท็จ+ 5:20 เป็นพยานเท็จ พูดโกหก ปรักปรำเพื่อนบ้านของเจ้า
21 เจ้าต้องไม่อยากได้เมียของเพื่อนบ้าน เจ้าต้องไม่โลภอยากได้ของของเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่นา ทาสชายหญิง วัว หรือลา หรืออะไรก็ตามที่เป็นของของเพื่อนบ้านเจ้า’”
ประชาชนกลัวพระเจ้า
(อพย. 20:18-21)
22 โมเสสพูดอีกว่า “คำสั่งพวกนี้ พระยาห์เวห์ได้พูดด้วยเสียงอันดังกับพวกท่านทั้งหมดที่มาประชุมกันอยู่ที่ภูเขา พระองค์พูดจากท่ามกลางไฟ เมฆและหมอกหนาทึบ หลังจากนั้น พระองค์ก็ไม่พูดอะไรอีกเลย พระองค์ได้เขียนคำสั่งนี้ไว้บนแผ่นหินสองแผ่นและเอามาให้กับเรา
23 เมื่อพวกท่านได้ยินเสียงจากความมืด ขณะที่ภูเขาลุกไหม้เป็นไฟ พวกท่านทั้งหลาย ที่เป็นหัวหน้าเผ่าและผู้อาวุโส+ 5:23 ผู้อาวุโส ผู้ชายที่มีอายุที่เป็นผู้นำในเมือง พวกเขาช่วยตัดสินใจให้ประชาชน ก็ได้เข้ามาหาเรา 24 และพวกท่านพูดว่า ‘ดูสิ พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเรา ได้แสดงสง่าราศีและความยิ่งใหญ่ของพระองค์ให้พวกเราเห็น และพวกเราก็ได้ยินเสียงของพระองค์ออกมาจากกลางไฟด้วย วันนี้พวกเราได้เห็นแล้วว่า พระเจ้าพูดกับคนได้โดยที่คนยังมีชีวิตอยู่ 25 แล้วทำไมเราจะต้องมาเสี่ยงกับความตายตอนนี้ด้วย ไฟนี้จะต้องทำลายพวกเราอย่างแน่นอน ถ้าพวกเราได้ยินเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราอีก เราจะต้องตาย 26 เพราะมีมนุษย์คนไหนบ้างที่เคยได้ยินเสียงของพระเจ้าเที่ยงแท้ จากท่ามกลางไฟเหมือนพวกเรา แล้วยังมีชีวิตอยู่อีก ไม่มีแน่ 27 โมเสส ท่านเข้าไปใกล้ๆพระองค์และให้ฟังทุกสิ่งทุกอย่างที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราจะพูด แล้วให้มาบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราบอกท่าน แล้วเราจะฟังและทำตามนั้น’
พระยาห์เวห์พูดกับโมเสส
28 พระยาห์เวห์ได้ยินสิ่งที่พวกท่านพูดกับเรา พระองค์พูดกับเราว่า ‘เราได้ยินคำพูดที่ประชาชนพวกนี้พูดกับเจ้า สิ่งที่พวกเขาพูดนั้นดี 29 เราอยากให้พวกเขาทั้งหลายเกรงกลัวเรา และเชื่อฟังคำสั่งทั้งหมดของเราเสมอ เพื่อทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี ทั้งกับตัวพวกเขาเองและกับลูกหลานของพวกเขาตลอดไป
30 ไปบอกพวกเขาว่า “กลับไปเต็นท์ของพวกเจ้าได้แล้ว” 31 แต่เจ้าอยู่ที่นี่กับเราก่อนและเราจะบอกถึงคำสั่ง กฎและข้อบังคับทั้งหมดกับเจ้า และเจ้าจะต้องเอาไปสอนพวกเขา เพื่อพวกเขาจะได้เอาไปทำในแผ่นดินที่เราจะให้พวกเขาเป็นเจ้าของ’
32 ดังนั้น พวกท่านต้องระวังที่จะทำตามสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านสั่งท่านไว้ พวกท่านต้องไม่หลงไปทางซ้ายหรือทางขวา 33 พวกท่านต้องเดินตามทางที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านสั่งท่านไว้ เพื่อพวกท่านจะได้มีชีวิตอยู่และเจริญรุ่งเรือง และมีอายุยืนยาวในแผ่นดินที่พวกท่านจะได้เป็นเจ้าของนั้น
6รักและเชื่อฟังพระเจ้าอยู่เสมอ
1 นี่คือคำสั่ง กฎและข้อบังคับต่างๆที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านได้สั่งให้เราเอามาสอนพวกท่าน ให้พวกท่านทำตามกฎต่างๆเหล่านี้ ในดินแดนที่พวกท่านกำลังจะข้ามไปยึดเอานั้น 2 เพื่อท่าน และลูกๆหลานๆของท่านจะได้เกรงกลัวพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านตลอดชีวิต และรักษากฎและคำสั่งทั้งหมดที่เราได้สั่งท่านไว้ แล้วท่านจะได้มีอายุยืนยาว 3 ชาวอิสราเอลเอ๋ย ฟังไว้ให้ดี และให้ทำตามกฎเหล่านี้ด้วยความระมัดระวังด้วย เพื่อท่านจะได้เจริญรุ่งเรืองและมีลูกหลานมากมาย กลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ บนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ เหมือนกับที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกท่านได้สัญญาไว้กับท่าน
4 ประชาชนชาวอิสราเอลเอ๋ย ฟังไว้ให้ดี มีแต่พระยาห์เวห์เท่านั้นที่เป็นพระเจ้าของเรา+ 6:4 มีแต่พระยาห์เวห์ … ของเรา หรือแปลได้อีกว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราเป็นหนึ่ง” หรือ “มีพระเจ้าเพียงองค์เดียวคือพระยาห์เวห์ของเรา”5 ท่านต้องรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ด้วยการทุ่มสุดใจ+ 6:5 สุดใจ มักใช้ในลักษณะของ “จิตใจ” คือความคิดและความตั้งใจของคนๆหนึ่ง สุดชีวิต+ 6:5 สุดชีวิต มักหมายถึง “จิตวิญญาณ” และสุดตัว+ 6:5 สุดตัว หมายถึง กำลัง ความสามารถและทรัพย์สิน ของท่านให้กับพระองค์ 6 คำสั่งเหล่านี้ที่เราได้สั่งท่านในวันนี้ ให้จดจำไว้ในใจเสมอ 7 ท่องให้กับลูกๆฟัง และพูดถึงคำสั่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะนั่งอยู่ในบ้านหรือเดินอยู่บนท้องถนน หรือนอนหรือลุกขึ้น 8 เขียนผูกไว้ที่แขนเพื่อย้ำเตือน และผูกไว้ที่หน้าผากเหมือนผ้าโพกหัว 9 เขียนไว้ที่เสาประตูบ้านและที่ประตูเมืองของท่าน
10 เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน นำท่านเข้าสู่แผ่นดินที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ บรรพบุรุษของท่าน ว่าจะให้กับท่าน เป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยเมืองที่ร่ำรวยยิ่งใหญ่ ที่ท่านไม่ได้สร้าง 11 และบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยของดีๆมากมาย ที่ท่านไม่ต้องหามาใส่ไว้ และบ่อน้ำที่ท่านไม่ต้องขุด ไร่องุ่นและไร่มะกอกที่ท่านไม่ต้องปลูก เมื่อท่านได้กินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว 12 ระวังตัวให้ดี เพื่อท่านจะไม่ลืมพระยาห์เวห์ ผู้ที่นำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์พ้นจากการเป็นทาสนั้น 13 ท่านต้องเกรงกลัวพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และรับใช้พระองค์ และสาบานโดยอ้างชื่อของพระองค์ว่า 14 พวกท่านจะไม่ไปติดตามพระอื่น ไม่ว่าจะเป็นพระองค์ไหนก็ตามที่เป็นของชนชาติที่อยู่รอบข้างเจ้า 15 เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านที่อยู่ท่ามกลางท่านเป็นพระเจ้าที่หึงหวง ดังนั้นให้ระวังตัวให้ดี เพื่อว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะไม่โกรธท่านและทำลายท่านไปจากโลกนี้
16 พวกท่านต้องไม่ลองดีกับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เหมือนกับที่พวกท่านเคยลองดีกับพระองค์มาแล้วที่มัสสาห์ 17 พวกท่านต้องเชื่อฟังคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน รวมทั้งคำสั่งและกฎของพระองค์ที่พระองค์ได้สั่งท่านไว้ 18 ท่านต้องทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์เห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดี เพื่อท่านจะได้เจริญรุ่งเรือง และได้เข้าไปเป็นเจ้าของแผ่นดินที่ดีที่พระยาห์เวห์ได้สัญญาไว้ว่าจะยกให้กับบรรพบุรุษของท่าน 19 โดยที่พระองค์จะขับไล่ศัตรูของท่านออกไปต่อหน้าท่าน ตามที่พระยาห์เวห์ได้สัญญาไว้
สอนสิ่งที่พระเจ้าได้ทำ
20 ในอนาคตเมื่อลูกของท่านถามท่านว่า ‘คำสั่ง กฎและข้อบังคับต่างๆที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราสั่งพวกท่านไว้มีความหมายว่าอะไร’ 21 แล้วท่านจะได้ตอบกับลูกของท่านว่า ‘พวกเราเคยเป็นทาสของกษัตริย์ฟาโรห์ในประเทศอียิปต์มาก่อน แต่พระยาห์เวห์ได้นำพวกเราออกมาจากอียิปต์ด้วยมือที่เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ 22 เราได้เห็นพระยาห์เวห์ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวต่างๆ รวมทั้งสิ่งมหัศจรรย์กับประเทศอียิปต์ กับกษัตริย์ฟาโรห์และกับทุกคนที่อยู่ในบ้านของเขา 23 และพระยาห์เวห์ได้นำพวกเราออกจากที่นั่น เพื่อจะนำพวกเรามาถึงแผ่นดินที่พระองค์เคยสัญญาไว้กับบรรพบุรุษของพวกเรา และยกแผ่นดินนั้นให้กับเราด้วย 24 พระยาห์เวห์สั่งให้พวกเราเชื่อฟังกฎเหล่านี้ทั้งหมดและให้เกรงกลัวพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเรา เพราะมันจะดีสำหรับพวกเราเสมอ และจะทำให้เรามีชีวิตอยู่เหมือนกับที่เราเป็นอยู่เดี๋ยวนี้ 25 ถ้าพวกเราทำตามคำสั่งของพระองค์ที่ได้สั่งเราไว้อย่างระมัดระวัง พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราก็จะพอใจเรา’
7ชาวอิสราเอลคนพิเศษของพระเจ้า
1 เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านนำท่านเข้าสู่แผ่นดินที่ท่านกำลังจะเข้าไปยึดเป็นเจ้าของ พระองค์จะขับไล่ชนชาติพวกนี้ออกไปต่อหน้าท่าน คือ ชาวฮิตไทต์ ชาวเกอร์กาชี ชาวอาโมไรต์ ชาวคานาอัน ชาวเปริสซี ชาวฮีไวต์และชาวเยบุส รวมเจ็ดชาติ ที่ใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่าท่าน 2 เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านมอบคนพวกนั้นให้อยู่ใต้อำนาจของท่านและท่านได้เอาชนะพวกเขาแล้ว ท่านจะต้องทำลายพวกเขาให้หมดสิ้น ท่านจะต้องไม่ทำสัญญาสงบศึกใดๆกับพวกเขา และท่านจะต้องไม่แสดงความเมตตาใดๆกับพวกเขาด้วย 3 อย่าแต่งงานกับพวกเขา อย่ายกลูกสาวให้เป็นเมียของลูกชายพวกเขา และอย่าเอาลูกสาวของพวกเขามาเป็นเมียลูกชายท่านด้วย 4 เพราะพวกเขาจะทำให้ลูกๆของท่านหันเหไปจากเราและลูกๆของท่านก็จะไปรับใช้พวกพระอื่นๆ และพระยาห์เวห์ก็จะโกรธพวกท่านและทำลายท่านอย่างรวดเร็ว
ทำลายพวกพระเทียมเท็จ
5 พวกท่านจะต้องทำอย่างนี้กับพวกชนชาติเหล่านั้น คือ พวกท่านต้องรื้อแท่นบูชาของพวกเขาทิ้งและทุบเสาหิน+ 7:5 เสาหิน หินที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนจดจำพระเจ้าปลอมที่พวกเขาสักการะบูชา ของพวกเขาเสีย และตัดเสาเจ้าแม่อาเชราห์ของพวกเขาทิ้ง และเผาพวกรูปเคารพของพวกเขา 6 เพราะท่านคือประชาชนที่ถูกแยกออกมาเพื่อเป็นของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้เลือกท่านจากบรรดาชนชาติทั้งหมดบนโลกนี้ ให้เป็นของรักของหวงที่มีค่าของพระองค์ 7 พระยาห์เวห์ไม่ได้รักพวกท่านและเลือกพวกท่านเพราะพวกท่านมีจำนวนมากที่สุดในบรรดาชนชาติอื่นๆทั้งหมด เพราะความจริงแล้วพวกท่านมีจำนวนน้อยที่สุด 8 แต่เป็นเพราะพระยาห์เวห์รักพวกท่าน และเพราะพระองค์รักษาคำสัญญาที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของพวกท่านว่าพระยาห์เวห์จะนำพวกท่านออกจากประเทศอียิปต์ ด้วยมือที่เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ และพระองค์ได้ปล่อยให้ท่านเป็นอิสระจากการเป็นทาส จากเงื้อมมือของฟาโรห์กษัตริย์ของอียิปต์
9 ดังนั้นให้รู้ไว้ว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเป็นพระเจ้าแต่เพียงองค์เดียว เป็นพระเจ้าที่ซื่อสัตย์ที่รักษาคำสัญญา พระองค์รักคนเหล่านั้นที่รักพระองค์ และเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระองค์ พระองค์จะรักพวกเขาไปอีกเป็นพันๆรุ่น 10 แต่พระยาห์เวห์จะลงโทษคนที่เกลียดชังพระองค์ พระองค์จะไม่ลังเลที่จะทำลายเขา พระองค์จะลงโทษคนที่เกลียดพระองค์ 11 ดังนั้นท่านต้องเชื่อฟังคำสั่งสอน กฎ และข้อบังคับที่เราได้สั่งท่านในวันนี้
12 ถ้าพวกท่านเชื่อฟังข้อบังคับเหล่านี้ และทำตามอย่างระมัดระวัง พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะรักษาข้อตกลงแห่งความรักกับท่านที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของท่าน 13 พระองค์จะรักท่านและอวยพรท่านและเพิ่มจำนวนคนของท่าน พระองค์จะอวยพรให้ท่านมีลูกหลานมากมาย และพระองค์จะอวยพรให้ที่นาเกิดผลดี พระองค์จะอวยพรท่านด้วยเมล็ดพืช เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน พระองค์จะอวยพรให้ฝูงวัวและฝูงแพะแกะเกิดลูกมากมาย พระองค์จะอวยพรทั้งหมดนี้ให้กับท่าน ในแผ่นดินที่พระองค์สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของท่านว่าจะยกให้ท่าน
14 ท่านจะได้รับการอวยพรมากกว่าชนชาติอื่น ทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและฝูงสัตว์ของท่านจะไม่เป็นหมัน 15 พระยาห์เวห์จะไม่ให้ท่านเจ็บป่วย พระองค์จะไม่ให้ท่านติดโรคที่ร้ายแรงทั้งหลายที่ท่านเคยเห็นในแผ่นดินอียิปต์ แต่พระองค์จะเอาสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดไปให้กับคนที่เกลียดชังท่าน 16 ท่านต้องทำลายประชาชนทั้งหมดที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้มอบไว้ให้อยู่ใต้อำนาจของท่าน อย่าไปสงสารพวกเขา และอย่าไปบูชาพวกพระของพวกเขา เพราะมันจะเป็นกับดักสำหรับท่าน
พระยาห์เวห์ช่วยคนของพระองค์
17 ถ้าท่านพูดอยู่ในใจว่า ‘ชนชาติพวกนี้มีมากกว่าเรามาก เราจะขับไล่พวกเขาออกไปได้อย่างไร’ 18 อย่ากลัวพวกเขา ให้จำไว้ว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ทำอะไรกับกษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ และกับประชาชนชาวอียิปต์ทั้งหมด 19 ให้จำความทุกข์ยากอันยิ่งใหญ่ที่ท่านเห็น และให้จำเหตุการณ์พิเศษต่างๆและการอัศจรรย์ต่างๆที่พระองค์ได้ทำ และให้จำมือที่เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจ และแขนที่ยื่นออกมาช่วย ที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านใช้ในการนำท่านออกจากประเทศอียิปต์ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทำอย่างเดียวกันนี้กับทุกๆชนชาติที่ท่านกลัวอยู่นี้
20 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะส่งฝูงแตน+ 7:20 แตน แมลงชนิดหนึ่งเหมือนตัวต่อหรือผึ้ง อาจจะหมายถึงตัวแตนจริงๆหรืออาจจะหมายถึงทูตสวรรค์หรือพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระยาห์เวห์ มาต่อยพวกเขา จนกว่าคนที่ยังเหลืออยู่และหลบซ่อนจากท่านจะถูกทำลายหมด 21 อย่ากลัวพวกเขา เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอยู่กับท่าน และพระองค์คือพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่และคนก็กลัวพระองค์ 22 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะขับไล่ชนชาติต่างๆที่อยู่ก่อนหน้าท่านออกไปทีละเล็กทีละน้อย ท่านอย่าเพิ่งทำลายพวกเขาทีเดียวหมด ไม่อย่างนั้นจะมีสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้นสำหรับท่าน 23 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะมอบชนชาติเหล่านั้นให้อยู่ใต้อำนาจของท่าน และพระองค์จะทำให้คนเหล่านั้นสับสนวุ่นวาย จนพวกเขาถูกทำลายจนหมดสิ้น 24 พระยาห์เวห์จะมอบกษัตริย์ของพวกเขาให้อยู่ในกำมือของท่าน และท่านจะฆ่าพวกเขาและทำให้พวกเขาสิ้นชื่อไปจากใต้ฟ้านี้ ไม่มีใครจะยืนขวางท่านได้ จนกว่าท่านจะทำลายพวกเขาจนหมดสิ้น
25 พวกท่านต้องเอารูปเคารพของพวกเขาไปเผาไฟ ท่านต้องไม่โลภเงินทองที่ติดอยู่กับรูปเคารพเหล่านั้น ท่านต้องไม่เอาเงินและทองนั้นมาเป็นของตัวเอง ถ้าท่านทำอย่างนั้นท่านจะติดกับดักของมัน เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเกลียดชังรูปเคารพพวกนั้น 26 ท่านต้องไม่เอารูปเคารพพวกนี้ไปไว้ในบ้าน ไม่อย่างนั้นท่านจะถูกทำลายจนหมดสิ้นเหมือนรูปเคารพนั้น ท่านต้องเกลียดชังและดูถูกรูปเคารพนั้น เพราะมันต้องถูกทำลายจนหมดสิ้น
8ให้จดจำถึงสิ่งที่พระยาห์เวห์ทำให้
1 พวกท่านต้องเชื่อฟังและทำตามคำสั่งทุกข้อ ที่เราให้กับท่านในวันนี้อย่างระมัดระวัง เพื่อพวกท่านจะได้มีชีวิตและเพิ่มจำนวนมากขึ้นและได้เข้าไปเป็นเจ้าของแผ่นดินที่พระยาห์เวห์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของท่าน 2 ท่านต้องจดจำถึงการเดินทางในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งตลอดสี่สิบปีที่ผ่านมา ที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้นำท่าน เพื่อท่านจะได้ถ่อมตัวลง พระองค์ได้ทดสอบท่าน เพื่อจะได้รู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่ในใจ จะได้รู้ว่าท่านจะเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์หรือไม่ 3 พระยาห์เวห์ทำให้ท่านต้องทนทุกข์จากความหิวแล้วพระองค์ก็เลี้ยงพวกท่านด้วยมานา ที่ทั้งท่านและบรรพบุรุษของท่านไม่เคยรู้จักมาก่อน เพื่อที่พระองค์จะได้สอนท่านว่า คนเราไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วยอาหารเพียงอย่างเดียว แต่คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยทุกๆคำพูดที่ออกมาจากปากของพระยาห์เวห์ 4 เสื้อผ้าของท่านก็ไม่ขาด เท้าของท่านก็ไม่บวมตลอดสี่สิบปีนี้ 5 จำไว้ว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้อบรมสั่งสอนเหมือนพ่อที่อบรมสั่งสอนลูกของเขา
6 ดังนั้นให้เชื่อฟังบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ด้วยการเดินในทางของพระองค์และเกรงกลัวพระองค์ 7 เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังนำท่านเข้าไปในดินแดนที่ดี แผ่นดินที่มีลำธาร ตาน้ำและน้ำใต้ดินที่ไหลทะลักออกมาในหุบเขาและเนินเขา 8 เป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ ไร่องุ่น ต้นมะเดื่อและพวกผลทับทิม เป็นแผ่นดินที่ให้น้ำมันมะกอกและน้ำเชื่อมผลไม้ 9 เป็นแผ่นดินที่ท่านจะไม่ต้องมีชีวิตอยู่อย่างอดๆอยากๆและที่ที่ท่านจะไม่ขาดอะไรเลย แผ่นดินที่ก้อนหินเป็นเหล็กและที่ที่ท่านสามารถทำเหมืองทองแดงจากเนินเขาของมัน 10 เมื่อท่านได้กินทุกอย่างจนพอใจแล้ว ให้สรรเสริญพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านสำหรับแผ่นดินที่ดีที่พระองค์ได้ยกให้กับท่าน
อย่าลืมสิ่งที่พระยาห์เวห์ได้ให้ไว้
11 ระวังให้ดี อย่าลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน โดยไม่ทำตามคำสั่ง กฎและข้อบังคับของพระองค์ที่เราได้สั่งท่านไว้ในวันนี้ 12 เมื่อท่านกินทุกอย่างจนพอใจแล้ว ท่านได้สร้างบ้านที่สวยงามและเข้าไปอยู่อาศัย 13 ฝูงวัว ฝูงแพะแกะและฝูงสัตว์ของท่านเพิ่มจำนวนมากขึ้น ท่านมีเงินทองมากขึ้น และทุกอย่างที่ท่านมีได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น 14 ระวังให้ดี อย่าได้หยิ่งผยอง และลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ผู้ที่ได้นำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ ออกจากการเป็นทาสนั้น 15 พระองค์คือผู้ที่นำท่านไปสู่ที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งที่กว้างใหญ่และน่ากลัว ที่เต็มไปด้วยงูพิษและแมงป่อง ดินแดนที่แห้งแล้งไม่มีน้ำ พระองค์คือผู้ที่ทำให้น้ำไหลออกมาจากก้อนหินแข็งเพื่อท่าน 16 พระองค์คือผู้ที่เลี้ยงดูท่านด้วยมานาในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง มานาที่บรรพบุรุษท่านเองก็ไม่เคยรู้จัก เพื่อจะทำให้ท่านถ่อมตัวลง เพื่อทดสอบท่าน แล้วในที่สุดจะทำให้ท่านเจริญรุ่งเรือง 17 ระวังให้ดี อย่าคิดในใจว่า ‘เป็นเพราะพลังและอำนาจของฉันเอง ที่ทำให้ฉันร่ำรวยขนาดนี้’ 18 แต่อย่าลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เพราะพระองค์คือผู้ที่ให้อำนาจนั้น ที่ทำให้ท่านร่ำรวยขึ้นมา เพื่อพระองค์จะได้รักษาข้อตกลงที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของท่าน อย่างที่พระองค์กำลังทำอยู่ตอนนี้
19 ถ้าท่านลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และไปติดตามพระอื่น แล้วยังไปรับใช้ กราบไหว้บูชาพระพวกนั้น เราขอเตือนพวกท่านในวันนี้ว่า พวกท่านจะต้องถูกทำลายแน่ๆ 20 เหมือนชนชาติที่พระยาห์เวห์กำลังทำลายอยู่ต่อหน้าพวกท่านเมื่อท่านเข้าในแผ่นดินนั้น พวกท่านก็จะถูกทำลายแบบนั้นเหมือนกัน เพราะท่านไม่ยอมฟังเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
9พระยาห์เวห์จะอยู่กับชาวอิสราเอล
1 ชาวอิสราเอลเอ๋ย ฟังให้ดี วันนี้ท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนเพื่อเข้าไปขับไล่ชนชาติที่ยิ่งใหญ่กว่าและเข้มแข็งกว่าท่าน และเมืองต่างๆที่ยิ่งใหญ่พร้อมกำแพงสูงเสียดฟ้า 2 ชาวอานาค+ 9:2 อานาค ลูกหลานของชาวอานาค ครอบครัวที่มีชื่อในเรื่องความเป็นนักสู้ที่มีพลังและตัวสูงใหญ่เหมือนยักษ์ ดูใน กันดารวิถี 13:33 ที่แข็งแรงและสูงใหญ่ ท่านรู้จักพวกเขาและเคยได้ยินเกี่ยวกับพวกเขามาว่า ‘มีใครบ้างที่จะหยุดพวกอานาคได้ ไม่มีเลย’ 3 ท่านแน่ใจได้เลยในวันนี้ว่า เป็นพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเอง ที่ข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปก่อนท่าน เป็นเหมือนไฟที่ทำลายล้าง พระองค์จะกวาดล้างพวกชนชาติเหล่านั้น และพระองค์จะเอาชนะพวกเขาเมื่อท่านเดินทางเข้าไป ท่านจะไล่พวกเขาออกไปและทำลายพวกเขาอย่างรวดเร็วเหมือนที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้สัญญาไว้กับท่าน
4 เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ขับไล่พวกนั้นออกไปต่อหน้าท่าน พวกท่านไม่ต้องคิดในใจว่า ‘เพราะฉันเป็นคนดี พระยาห์เวห์ถึงได้นำฉันเข้ามาเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้’ แต่ที่พระยาห์เวห์ขับไล่ชนชาติเหล่านั้นออกไปต่อหน้าท่านก็เพราะพวกเขาเป็นคนชั่วต่างหาก 5 ที่ท่านกำลังจะเข้าไปเป็นเจ้าของแผ่นดินของคนพวกนั้น ไม่ใช่เพราะท่านเป็นคนดีและซื่อสัตย์หรอกนะ แต่ที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านขับไล่ชนชาติเหล่านั้นออกไปต่อหน้าท่าน ก็เพราะพวกเขาเป็นคนชั่ว และพระยาห์เวห์ต้องการรักษาสัญญาที่พระองค์ได้ทำไว้กับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ บรรพบุรุษของท่าน 6 ให้รู้ไว้เลยว่า พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านไม่ได้ให้แผ่นดินที่ดีนี้กับท่าน เพราะท่านเป็นคนดี แต่ความจริงแล้วท่านเป็นคนที่ดื้อรั้น
จดจำความดื้อรั้นที่มีต่อพระยาห์เวห์
7 จำไว้ให้ดี อย่าลืมว่าท่านเคยทำให้พระยาห์เวห์โกรธ ตอนที่อยู่ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง พวกท่านไม่เชื่อฟังพระยาห์เวห์ตั้งแต่วันที่พวกท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์จนกระทั่งมาถึงที่นี่ 8 พวกท่านทำให้พระยาห์เวห์โกรธตอนที่อยู่บนภูเขาซีนาย พระยาห์เวห์โกรธถึงขนาดที่จะทำลายพวกท่าน 9 เมื่อเราขึ้นไปบนภูเขาเพื่อรับแผ่นหินซึ่งเป็นแผ่นหินของข้อตกลงที่พระยาห์เวห์ทำไว้กับพวกท่าน เราอยู่บนภูเขาเป็นเวลาถึงสี่สิบวันสี่สิบคืน ไม่ได้กินอาหารหรือดื่มน้ำ 10 พระยาห์เวห์ได้ให้แผ่นหินสองแผ่นกับเรา เป็นแผ่นหินที่พระเจ้าใช้นิ้วมือของพระองค์เขียนขึ้นมา บนแผ่นหินนั้นคือคำสั่งสอนทั้งหมดที่พระยาห์เวห์ได้พูดไว้กับพวกท่าน พระองค์พูดออกมาจากไฟบนภูเขาในวันที่พวกท่านรวมตัวกันอยู่ที่นั่น
11 เมื่อครบสี่สิบวันสี่สิบคืนแล้ว พระยาห์เวห์ได้ให้แผ่นหินสองแผ่นนั้นกับเรา เป็นแผ่นหินของข้อตกลง 12 พระยาห์เวห์พูดกับเราว่า ‘ลุกขึ้นและรีบลงไปจากที่นี่ เพราะประชาชนของเจ้าที่เจ้านำออกมาจากประเทศอียิปต์นั้น ได้ทำตัวเสื่อมทราม พวกเขาได้หันเหไปอย่างรวดเร็วจากสิ่งที่เราได้สั่งให้พวกเขาทำ พวกเขาได้ทำรูปเคารพจากโลหะสำหรับตัวเอง’
13 พระยาห์เวห์ได้พูดกับผมว่า ‘เราได้มองดูคนพวกนี้ เขาเป็นคนที่ดื้อรั้นจริงๆ 14 โมเสส เจ้าไม่ต้องมายุ่งกับเรา เราจะทำลายพวกเขา และจะลบชื่อพวกเขาออกจากใต้ฟ้านี้ และเราจะทำให้เจ้าเป็นชาติที่เข้มแข็งและมีจำนวนมากกว่าพวกเขา’
ลูกวัวทองคำ
15 แล้วเราก็กลับลงมาจากภูเขา ภูเขากำลังลุกไหม้เป็นไฟ หินของข้อตกลงทั้งสองแผ่นนั้นอยู่ในมือเรา 16 แล้วเรามองดู เห็นว่าพวกท่านได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์ พวกท่านได้ทำรูปเคารพจากโลหะเป็นรูปลูกวัวให้กับตัวพวกท่านเอง พวกท่านหันเหไปอย่างรวดเร็วจากสิ่งที่พระยาห์เวห์เคยสั่งท่านไว้ 17 เราจึงขว้างหินทั้งสองแผ่นนั้นด้วยมือทั้งสองของเราเอง และทำให้มันแตกต่อหน้าต่อตาพวกท่าน 18 และก็เหมือนกับครั้งก่อน เราได้ก้มหน้ากราบลงกับพื้นดินต่อหน้าพระยาห์เวห์เป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืน ไม่ได้กินอาหารหรือดื่มน้ำ เราทำสิ่งต่างๆนี้ก็เพราะบาปทั้งหมดที่พวกท่านได้ทำไป คือพวกท่านได้ทำในสิ่งที่ชั่วร้ายในสายตาของพระยาห์เวห์ เพราะอย่างนี้จึงทำให้พระองค์โกรธ 19 เรากลัวความโกรธและความเดือดดาลของพระองค์ เพราะพระยาห์เวห์โกรธถึงขนาดที่จะทำลายพวกท่าน แต่ตอนนั้นพระยาห์เวห์ได้ฟังเรา 20 พระยาห์เวห์โกรธอาโรนถึงขนาดที่จะทำลายเขา แต่เราได้อธิษฐานเผื่ออาโรนเหมือนกันในตอนนั้น 21 เราได้เอาสิ่งที่เป็นบาปที่พวกท่านได้สร้างขึ้นมา คือลูกวัวไปเผาไฟ และเราก็ทำให้มันแตกเป็นชิ้นๆ บดมันจนละเอียดเป็นผุยผง แล้วเราก็โปรยผงนั้นลงในลำธารที่ไหลลงมาจากภูเขา
โมเสสร้องขอพระยาห์เวห์อย่าทำลายคนอิสราเอล
22 ที่ทาเบราห์ ที่มัสสาห์ และที่ขิบโรท-หัทธาอาวาห์ก็เหมือนกัน พวกท่านทำให้พระยาห์เวห์โกรธ 23 เมื่อพระยาห์เวห์ส่งพวกท่านจากคาเดช-บารเนีย และพูดว่า ‘ขึ้นไปยึดเป็นเจ้าของแผ่นดินที่เราได้ให้ไว้กับพวกเจ้า’ พวกท่านขัดขืนคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน พวกท่านไม่ไว้วางใจพระองค์และไม่เชื่อฟังพระองค์ 24 พวกท่านได้ขัดขืนพระยาห์เวห์มาตลอด ตั้งแต่วันที่เรารู้จักพวกท่านเป็นครั้งแรก
25 เมื่อเราก้มหน้าลงกราบพระยาห์เวห์เป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืน เพราะพระยาห์เวห์บอกว่า พระองค์จะทำลายพวกท่าน 26 เราได้อธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ว่า ‘ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตของข้าพเจ้า อย่าได้ทำลายคนของพระองค์ที่เป็นของรักของหวงที่มีค่าของพระองค์เลย พระองค์ไถ่ให้พวกเขาเป็นอิสระด้วยฤทธิ์อำนาจที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์นำพวกเขาออกมาจากอียิปต์ด้วยมืออันทรงพลังของพระองค์ 27 โปรดระลึกถึงอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ ผู้รับใช้ของพระองค์ อย่าไปสนใจกับความดื้อดึง ความชั่วร้ายและความบาปของคนพวกนี้เลย 28 ไม่อย่างนั้นชาวอียิปต์จะพูดว่า “เพราะพระยาห์เวห์ไม่สามารถนำพวกเขาเข้าสู่แผ่นดินที่พระองค์สัญญาไว้กับพวกเขา และเพราะพระองค์เกลียดพวกเขา พระองค์จึงนำพวกเขาออกไปและฆ่าพวกเขาในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง” 29 พวกเขาคือคนของพระองค์ เป็นสมบัติของพระองค์เอง พระองค์ได้นำพวกเขาออกมาด้วยความแข็งแกร่งและอำนาจของพระองค์’
10แผ่นหินใหม่
(อพย. 34:1-10)
1 ในเวลานั้น พระยาห์เวห์พูดกับเราว่า ‘ตัดหินมาใหม่อีกสองแผ่นให้เหมือนกับสองแผ่นแรก แล้วขึ้นมาหาเราบนภูเขานี้ และให้ทำหีบไม้มาด้วย 2 เราจะเขียนบัญญัติบนแผ่นหินนี้ เป็นบัญญัติเดียวกับที่ได้เขียนไปแล้วบนแผ่นหินชุดแรกที่เจ้าทำแตกไปนั้น แล้วเจ้าจะได้วางพวกมันลงในหีบไม้’
3 เราจึงทำหีบไม้ขึ้นหนึ่งใบจากไม้กระถินเทศ และตัดหินใหม่สองแผ่นที่เหมือนกับหินสองแผ่นแรก แล้วเราก็ขึ้นไปบนภูเขาพร้อมกับหินสองแผ่นนั้นในมือ 4 พระยาห์เวห์ได้เขียนคำพูดเดิมที่เคยเขียนไปแล้วครั้งก่อนลงบนหินสองแผ่นนี้ คือบัญญัติสิบประการที่พระยาห์เวห์ได้พูดกับพวกท่านบนภูเขา ที่พระองค์พูดออกมาจากไฟในวันที่พวกท่านไปอยู่รวมกันที่นั่น แล้วพระองค์ก็ให้แผ่นหินนั้นกับเรา 5 เราก็กลับลงมาจากบนเขา เราได้วางแผ่นหินนั้นไว้ในหีบไม้ที่เราได้ทำขึ้น และแผ่นหินพวกนั้นก็ยังคงอยู่ที่นั่น เหมือนกับที่พระยาห์เวห์ได้สั่งเราไว้
6 (ประชาชนชาวอิสราเอลได้เดินทางจากบ่อน้ำเบเอโรท-เบเน-ยาอะคัน ไปที่โมเสราห์ อาโรนตายและถูกฝังไว้ที่นั่น เอเลอาซาร์ลูกชายของเขาได้เป็นนักบวชแทนเขา 7 ประชาชนชาวอิสราเอลได้เดินทางจากที่นั่นไปที่กุดโกดาห์ จากกุดโกดาห์ พวกเขาเดินทางไปถึงโยทบาธาห์ เป็นสถานที่ที่มีลำธารมากมาย 8 ในเวลานั้นพระยาห์เวห์ได้แต่งตั้งเผ่าเลวีให้เป็นผู้แบกหีบข้อตกลงของพระยาห์เวห์ ให้ยืนรับใช้อยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์ และให้อวยพรประชาชนในนามของพระองค์ เหมือนที่พวกเขาได้ทำอยู่จนถึงทุกวันนี้ 9 เพราะเหตุนี้คนเผ่าเลวีถึงไม่ได้รับส่วนแบ่งที่ดินเป็นของตัวเองเหมือนเผ่าอื่นๆ พระยาห์เวห์คือส่วนแบ่งของชาวเลวี ตามที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้สัญญาไว้กับคนเผ่าเลวี)
10 เราได้อยู่บนภูเขาเป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืนเหมือนครั้งแรกและพระยาห์เวห์ได้ฟังเราอีกครั้งหนึ่งในเวลานั้น พระองค์ไม่ต้องการทำลายท่าน 11 พระยาห์เวห์พูดกับเราว่า ‘ลุกขึ้น ไปเดินนำหน้าประชาชน เพื่อพวกเขาจะได้เข้าไปเป็นเจ้าของแผ่นดินที่เราได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขาว่าจะยกให้กับพวกเขา’
สิ่งที่พระยาห์เวห์ต้องการอย่างแท้จริง
12 ชาวอิสราเอลเอ๋ย พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านขออะไรจากท่านหรือ พระองค์ขอเพียงแต่ให้เกรงกลัวพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ให้เดินในทางของพระองค์ ให้รักพระองค์ ให้รับใช้พระองค์ด้วยสุดใจสุดจิตของท่าน 13 และให้เชื่อฟังบัญญัติและกฎของพระองค์ ที่เราได้สั่งท่านในวันนี้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง
14 ดูสิ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเป็นเจ้าของสวรรค์ทั้งสิ้น แม้แต่สวรรค์ชั้นสูงสุด รวมทั้งโลกและทุกสิ่งทุกอย่างในโลก 15 แต่พระยาห์เวห์ยังเอาใจใส่บรรพบุรุษของท่านและรักพวกเขา พระองค์ได้เลือกพวกท่านซึ่งเป็นลูกหลานของพวกเขาออกมาจากชนชาติทั้งหลาย และพวกท่านก็ยังคงเป็นคนพิเศษสำหรับพระองค์ถึงทุกวันนี้
16 ให้มอบตัวท่านทั้งหมดกับพระยาห์เวห์ และอย่าดื้อดึงอีกต่อไป+ 10:16 ให้มอบตัว … อีกต่อไป หรือแปลตรงๆจากภาษาฮีบรูได้ว่า “ให้ทำพิธีขลิบที่หัวใจของท่าน และอย่าทำคอแข็งอีกต่อไป” พิธีขลิบเป็นการแสดงว่าเป็นคนของพระเจ้า สัตว์ที่ทำคอแข็งก็คือสัตว์ที่ขัดขืนไม่ยอมทำตาม17 เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านคือพระเจ้าเหนือพระทั้งปวง และเป็นองค์เจ้าชีวิตเหนือองค์เจ้าชีวิตอื่นๆทั้งหมด พระองค์เป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ ทรงพลังและน่ากลัว พระองค์ไม่เลือกหน้าและไม่รับสินบน 18 พระองค์ทำให้แม่หม้ายและเด็กกำพร้าได้รับการตัดสินอย่างยุติธรรม พระองค์รักชาวต่างชาติที่อยู่ท่ามกลางเราและให้อาหารและเสื้อผ้ากับเขา 19 พวกท่านต้องรักชาวต่างชาติด้วย เพราะพวกท่านก็เคยเป็นชาวต่างชาติในแผ่นดินอียิปต์มาก่อน
20 ท่านต้องเกรงกลัวพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ท่านต้องรับใช้พระองค์เท่านั้น ท่านต้องผูกพันอยู่กับพระองค์และท่านต้องสาบานโดยอ้างชื่อของพระองค์ 21 พระองค์คือผู้ที่ท่านควรจะยกย่องสรรเสริญ พระองค์คือพระเจ้าของท่าน พระองค์ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวต่างๆนี้เพื่อท่าน ที่ท่านได้เห็นมาแล้วกับตาตัวเอง 22 ตอนที่บรรพบุรุษของท่านเข้าไปอยู่ที่ประเทศอียิปต์นั้น มีแค่เจ็ดสิบคนเท่านั้น แต่ตอนนี้ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ทำให้ท่านมีจำนวนมากมายเหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้า
11ให้รักและเชื่อฟังพระยาห์เวห์
1 ท่านต้องรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และท่านต้องเชื่อฟังคำสั่ง กฎ ข้อบังคับและบัญญัติต่างๆของพระองค์เสมอ 2 ในวันนี้ พวกท่านต้องจดจำไว้ว่า เป็นพวกท่านเอง ไม่ใช่ลูกๆของพวกท่าน ที่รู้จักและเห็นบทเรียนจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน เป็นท่านเองที่เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ อำนาจที่ยิ่งใหญ่และความแข็งแกร่งของพระองค์ 3 เป็นท่านเอง ไม่ใช่ลูกๆของท่าน ที่เห็นเหตุการณ์พิเศษต่างๆและการกระทำที่พระองค์ได้ทำไว้กับฟาโรห์กษัตริย์อียิปต์ และกับประชาชนชาวอียิปต์ทั้งหมดในแผ่นดินอียิปต์ 4 เป็นท่านเอง ไม่ใช่ลูกๆของท่าน ที่ได้เห็นสิ่งที่พระองค์ได้ทำกับกองทัพของอียิปต์ กับม้าและรถรบทั้งหลายของอียิปต์ และการที่พระองค์ทำให้น้ำในทะเลแดงไหลท่วมพวกเขาในขณะที่เขากำลังไล่ตามพวกท่าน เพื่อพระยาห์เวห์จะได้ทำลายพวกเขาจนหมด 5 เป็นท่านเอง ไม่ใช่ลูกๆของท่าน ที่ได้เห็นสิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อพวกท่านในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งจนกระทั่งพวกท่านมาถึงที่นี่ 6 เป็นท่านเอง ไม่ใช่ลูกๆของท่าน ที่ได้เห็นสิ่งที่พระองค์ทำกับดาธานและอาบีรัมลูกชายของเอลีอับชาวรูเบน เมื่อแผ่นดินอ้าปากของมัน และกลืนพวกเขาและครอบครัวพวกเขา พร้อมกับเต็นท์ คนรับใช้ และสัตว์เลี้ยงของพวกเขา ไปจากท่ามกลางชาวอิสราเอลทั้งหมด 7 เป็นท่านเอง ไม่ใช่ลูกๆของท่าน ที่ได้เห็นการกระทำอันยิ่งใหญ่ทุกสิ่งที่พระองค์ได้ทำไว้
8 ดังนั้นพวกท่านต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนทุกอย่างที่เราได้สั่งท่านในวันนี้ เพื่อพวกท่านจะได้เข้มแข็งและเข้าไปเป็นเจ้าของแผ่นดินที่ท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปเป็นเจ้าของนี้ 9 และเพื่อพวกท่านจะได้มีชีวิตที่ยืนยาวบนแผ่นดินที่พระยาห์เวห์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของพวกท่านว่าจะยกให้กับพวกเขาและลูกหลานของเขา คือแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ 10 เพราะแผ่นดินที่ท่านกำลังจะเข้าไปเป็นเจ้าของนั้น ไม่เหมือนแผ่นดินอียิปต์ที่ท่านจากมา ที่แผ่นดินอียิปต์นั้น ท่านปลูกพืชของท่าน และเอาเท้าขูดเป็นร่องน้ำได้+ 11:10 เอาเท้าขูดเป็นร่องน้ำได้ หรือแปลตรงๆได้ว่า “รดน้ำด้วยเท้า” หรือ “อาจจะหมุนกังหันน้ำด้วยเท้า” หรือ “เท้า” อาจจะเป็นคำสุภาพหมายถึง “อวัยวะเพศชาย” อาจจะหมายถึงฉี่รดได้เพราะมีที่ดินน้อยมาก เหมือนกับรดสวนผัก 11 แต่แผ่นดินที่ท่านกำลังจะข้ามไปเป็นเจ้าของนั้น เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาและหุบเขามากมาย และพื้นดินก็จะชุ่มชื้นไปด้วยน้ำฝนที่ตกมาจากฟ้า 12 มันเป็นแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี
13 พระยาห์เวห์พูดว่า ถ้าพวกเจ้าเชื่อฟังบัญญัติของเราที่เรากำลังสั่งกับพวกเจ้าในวันนี้อย่างระมัดระวัง คือให้รักพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้าและรับใช้พระองค์ด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า 14 เรา ยาห์เวห์ จะให้ฝนตกในแผ่นดินของพวกเจ้าตามฤดูกาล คือฝนต้นฤดูและฝนปลายฤดู และเจ้าจะได้เกี่ยวพืชผล น้ำองุ่นใหม่ และน้ำมันของเจ้า 15 เราจะให้หญ้าขึ้นในท้องทุ่งของเจ้าสำหรับฝูงสัตว์ของเจ้า และเจ้าจะมีกินอย่างเหลือเฟือ
16 ระวังให้ดี ไม่อย่างนั้นใจของพวกท่านจะถูกล่อลวงให้หันเหไปรับใช้พระอื่นๆและไปกราบไหว้พระเหล่านั้น 17 แล้วพระยาห์เวห์ก็จะโกรธพวกท่าน พระองค์จะปิดท้องฟ้าไม่ให้ฝนตก แผ่นดินจะไม่มีพืชผลงอกออกมา และพวกท่านก็จะมีอายุสั้นในแผ่นดินที่ดีที่พระยาห์เวห์จะยกให้กับพวกท่าน
18 ให้เอาคำสั่งสอนพวกนี้ของเราฝังไว้ในจิตใจของท่านอยู่เสมอ และผูกมันไว้กับมือของพวกท่านเพื่อเตือนความจำ และผูกไว้ที่หน้าผากของท่านเหมือนกับผ้าโพกหัว 19 สอนสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกๆของพวกท่าน ท่องพวกมันเมื่อนั่งอยู่ในบ้าน เดินอยู่ตามท้องถนน เมื่อนอนลงและลุกขึ้น 20 ให้เขียนพวกมันไว้บนเสาประตูบ้าน และบนประตูเมืองของท่าน 21 ให้ทำตามสิ่งเหล่านี้ เพื่อพวกท่านและลูกๆของพวกท่าน จะได้อยู่อีกยาวนานบนแผ่นดินที่พระยาห์เวห์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของท่านว่าจะยกให้กับพวกเขาตราบเท่าที่ฟ้ายังอยู่เหนือดิน
22 ถ้าพวกท่านเชื่อฟังคำสั่งสอนทั้งหมดนี้ที่เราได้สั่งให้ท่านทำอย่างระมัดระวัง คือให้รักพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน เดินในทางของพระองค์ และผูกพันอยู่กับพระองค์ 23 แล้วพระยาห์เวห์จะขับไล่ชนชาติเหล่านี้ออกไปต่อหน้าพวกท่าน และพวกท่านจะขับไล่ชนชาติที่ใหญ่กว่าและเข้มแข็งกว่าพวกท่านได้ 24 ในทุกๆที่ที่เท้าของพวกท่านเหยียบย่ำเข้าไปก็จะตกเป็นของพวกท่าน เขตแดนของพวกท่านจะเริ่มตั้งแต่ที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งทางตอนใต้ไปถึงเลบานอนทางตอนเหนือ จากแม่น้ำยูเฟรติสทางตะวันออกไปถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตะวันตก 25 จะไม่มีใครสามารถหยุดพวกท่านได้ ไม่ว่าพวกท่านจะไปที่ไหนก็ตาม พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านจะทำให้ประชาชนกลัวพวกท่าน เหมือนกับที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับพวกท่านแล้ว
อวยพรหรือสาปแช่ง
26 วันนี้เราให้ทางเลือกกับพวกท่าน ให้ท่านเลือกเอาระหว่างคำอวยพรหรือคำสาปแช่ง 27 ท่านจะได้รับคำอวยพร ถ้าท่านเชื่อฟังคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ที่เรากำลังสั่งท่านในวันนี้ 28 และท่านจะได้รับคำสาปแช่งถ้าท่านไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และหันเหไปจากทางที่เรากำลังสั่งท่านในวันนี้ และหันไปบูชาพระอื่นที่พวกท่านไม่รู้จักมาก่อน
29 เมื่อพระยาห์เวห์นำท่านเข้าไปในดินแดนที่ท่านกำลังจะเข้าไปเป็นเจ้าของแล้ว ท่านต้องขึ้นไปบนยอดเขาเกริซิมแล้วอ่านคำอวยพรให้ประชาชนฟัง และขึ้นไปบนยอดเขาเอบาลแล้วอ่านคำสาปแช่งให้ประชาชนฟังจากยอดเขานั้นด้วย 30 ท่านก็รู้อยู่แล้วว่า ภูเขาพวกนี้อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดน ไปทางทิศตะวันตก ภูเขาพวกนี้อยู่ในดินแดนของชาวคานาอัน ที่อาศัยอยู่ในหุบเขาจอร์แดน อยู่ไม่ไกลจากป่าโอ๊คของโมเรห์ ใกล้ๆกับเมืองกิลกาล 31 เพราะพวกท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดน เข้าไปเป็นเจ้าของแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านยกให้กับท่าน เมื่อพวกท่านเป็นเจ้าของมันและตั้งบ้านเรือนอยู่กันแล้ว 32 พวกท่านจะต้องทำตามกฎและข้อบังคับต่างๆที่เราให้กับพวกท่านในวันนี้อย่างระมัดระวัง
12สถานที่สำหรับนมัสการพระเจ้า
1 นี่คือกฎและข้อบังคับที่พวกท่านต้องทำตามอย่างระมัดระวังในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษท่านได้ยกให้กับท่าน ท่านต้องทำตามกฎเหล่านั้นตราบเท่าที่พวกท่านยังอาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น 2 เมื่อพวกท่านยึดเอาแผ่นดินของชนชาติเหล่านี้มาได้แล้ว พวกท่านต้องทำลายสถานที่ทุกแห่งที่พวกเขาใช้นมัสการพระต่างๆของพวกเขาให้หมดเกลี้ยง ตามภูเขาสูง ตามเนินเขาและตามใต้ต้นไม้ทุกต้น 3 พวกท่านต้องรื้อแท่นบูชาต่างๆของพวกเขาทิ้งให้หมด พวกท่านต้องทุบเสา+ 12:3 เสา เป็นเสาหินหรือไม้ที่มีการตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามบนหัวเสาหินศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาให้แตกเป็นชิ้นๆ พวกท่านต้องเผาเสาเจ้าแม่อาเชราห์ของพวกเขา และต้องตัดพวกรูปปั้นพระต่างๆของพวกเขาให้เป็นชิ้นๆ เพื่อจะได้ลบชื่อของพระเทียมเท็จเหล่านั้นให้หมดไปจากสถานที่นั้น
4 พวกท่านต้องไม่นมัสการพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านแบบเดียวกับที่คนพวกนั้นเขาทำกัน 5 แต่พวกท่านต้องไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่พระยาห์เวห์จะเลือกออกมาจากท่ามกลางเผ่าทั้งหลายของพวกท่าน พระองค์จะสถิตอยู่ที่นั่นเหมือนบ้านของพระองค์ และท่านต้องไปนมัสการพระองค์ที่นั่น 6 ท่านต้องเอาเครื่องเผาบูชา เครื่องสัตวบูชา พืชผลและสัตว์ต่างๆหนึ่งในสิบส่วนจากของที่ท่านหามาได้ รวมทั้งให้เอาของขวัญพิเศษ+ 12:6 ของขวัญพิเศษ เครื่องบูชาที่ยกขึ้นยื่นถวายต่อพระเจ้า ของแก้บนที่ท่านเคยบนไว้กับพระยาห์เวห์ เครื่องบูชาตามความสมัครใจ และลูกตัวแรกจากฝูงวัวและฝูงแพะแกะของพวกท่าน ไปในสถานที่นั้นด้วย 7 ท่านและครอบครัวของท่านจะกินกันที่นั่นต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน พวกท่านจะยินดีกับสิ่งดีๆทั้งหมดที่พวกท่านได้ลงมือลงแรงทำไป เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้อวยพรท่าน
8 เมื่อถึงเวลานั้น พวกท่านต้องไม่นมัสการแบบเดียวกับที่พวกเรากำลังทำอยู่ในวันนี้ คือแต่ละคนก็ทำตามใจของตัวเอง 9 ที่เป็นอย่างนี้เพราะพวกท่านยังไม่ได้เข้าไปในสถานที่แห่งการพักผ่อนและแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่าน 10 แต่อีกไม่ช้าพวกท่านก็จะข้ามแม่น้ำจอร์แดนแล้ว พวกท่านจะได้อยู่ในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่าน พระองค์จะให้พวกท่านได้หยุดพักจากการสู้รบกับศัตรูทั้งหมดที่อยู่ล้อมรอบท่าน และพวกท่านจะอยู่อย่างปลอดภัย 11 แล้วพวกท่านต้องเอาทุกอย่างที่เราได้สั่งพวกท่านไว้ ไปยังสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์จะเลือกขึ้นมาสำหรับนมัสการพระองค์ คือท่านต้องเอาเครื่องเผาบูชา เครื่องสัตวบูชา พืชผลและสัตว์ต่างๆหนึ่งในสิบส่วนจากของที่ท่านหามาได้ รวมทั้งให้เอาของขวัญพิเศษ ของแก้บนที่ท่านเคยบนไว้กับพระยาห์เวห์ 12 ให้พวกท่านชื่นชมยินดีกันต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ทั้งพวกท่าน ลูกชายลูกสาวของพวกท่าน ทาสชายหญิงของพวกท่าน และชาวเลวี ในเมืองของพวกท่านด้วย เพราะพวกนี้ไม่มีส่วนแบ่งในที่ดินเหมือนกับพวกท่าน 13 ท่านต้องระวังให้ดี ที่จะไม่ถวายเครื่องเผาบูชาที่ไหนก็ได้ที่ท่านเห็น 14 แต่ให้เอาเครื่องเผาบูชาของท่านไปถวายในสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์จะเลือกออกมาจากท่ามกลางเผ่าใดเผ่าหนึ่งของท่าน และทุกอย่างที่เราได้สั่งท่านไว้ให้เอาไปทำที่นั่น
15 แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านอยากจะฆ่าสัตว์ และเอาเนื้อมากินในเมืองหนึ่งเมืองใดของท่าน ท่านก็ทำได้ ตามขนาดที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอวยพรท่าน คนที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ทางพิธีกรรม ก็กินได้ทั้งนั้น เหมือนกินเนื้อทราย+ 12:15 เนื้อทราย สัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ลักษณะเหมือนกวาง หรือเนื้อกวาง 16 แต่ท่านต้องไม่กินเลือดของมัน ต้องเอาเลือดไปเททิ้งบนพื้นเหมือนเทน้ำ
17 ท่านต้องไม่กินของพวกนี้ในเมือง คือ พืชผลของท่านที่แบ่งออกมาหนึ่งในสิบ+ 12:17 หนึ่งในสิบ หมายถึงถ้ามีพืชสิบส่วน ก็แบ่งออกมาหนี่งส่วนเป็นของที่เก็บไว้สำหรับพระเจ้าส่วน หรือเหล้าองุ่นใหม่หรือน้ำมัน ลูกสัตว์ตัวแรกทุกตัวที่เกิดจากฝูงวัวและฝูงแพะแกะของท่าน และของทุกอย่างที่ท่านได้บนไว้ว่าจะให้กับพระยาห์เวห์ เครื่องบูชาตามความสมัครใจของท่าน และของขวัญพิเศษของท่าน 18 ท่านจะต้องกินเครื่องบูชาเหล่านี้ต่อหน้าพระยาห์เวห์ในสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเลือกไว้เท่านั้น ท่านต้องไปกินกันที่นั่นกับลูกชายลูกสาวของท่าน ทาสชายหญิงของท่าน และชาวเลวีที่อาศัยอยู่ในเมืองของท่าน ให้ชื่นชมยินดีอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ให้ชื่นชมยินดีกับสิ่งดีๆที่ท่านได้ลงมือทำลงไป 19 ระวังให้ดี อย่าลืมที่จะแบ่งอาหารนี้ให้กับชาวเลวี ตราบเท่าที่ท่านยังมีชีวิตอยู่บนแผ่นดินของท่านนั้น
20 เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ขยายเขตแดนของท่านตามที่พระองค์ได้สัญญาไว้ ท่านอาจจะอยู่ไกลเกินไปจากสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์จะเลือกไว้สำหรับนมัสการพระองค์ แล้วท่านเกิดอยากจะกินเนื้อขึ้นมา ท่านก็กินเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ท่านต้องการ ท่านสามารถฆ่าสัตว์จากฝูงวัวและฝูงแพะแกะที่พระยาห์เวห์ได้ให้ท่านไว้ ให้ทำตามวิธีที่เราได้สั่งท่านไว้แล้ว และท่านก็กินเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ท่านต้องการในเมืองต่างๆของท่าน 22 ท่านสามารถที่จะกินมันได้เหมือนกับที่ท่านกินเนื้อทรายหรือเนื้อกวาง ทั้งคนที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ทางพิธีกรรม ก็กินได้เหมือนกันหมด 23 แต่ต้องให้แน่ใจว่าท่านจะไม่กินเลือด เพราะเลือดคือชีวิต ดังนั้นอย่าได้กินชีวิตพร้อมกับเนื้อสัตว์ 24 ท่านต้องไม่กินเลือดของมัน ท่านต้องเทเลือดของมันลงบนพื้นเหมือนเทน้ำ 25 ท่านต้องไม่กินเลือดของมันเพื่อท่านและลูกหลานของท่านจะได้เจริญรุ่งเรือง เพราะท่านจะต้องทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์เห็นว่าถูกต้อง
26 แต่อย่างไรก็ตาม ท่านต้องเอาของขวัญศักดิ์สิทธิ์และของขวัญแก้บนของท่านไปยังสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์จะเลือกขึ้นมา 27 ท่านต้องถวายเครื่องเผาบูชาของท่าน รวมทั้งเนื้อสัตว์และเลือดบนแท่นบูชาของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เลือดของเครื่องสัตวบูชาอื่นต้องถูกเทลงบนแท่นบูชาของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน แต่ท่านกินเนื้อของมันได้ 28 ท่านต้องระมัดระวังที่จะรักษาและเชื่อฟังคำสั่งทั้งหมดนี้ที่เราให้กับท่านในวันนี้ เพื่อท่านและลูกหลานของท่านจะได้เจริญรุ่งเรืองตลอดไป เพราะท่านกำลังจะทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเห็นว่าดีและถูกต้อง
29 เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทำลายชนชาติที่อยู่ต่อหน้าท่าน เป็นชนชาติที่ท่านกำลังจะเข้าไปขับไล่ และเมื่อท่านขับไล่พวกเขาออกไปแล้ว และท่านได้ตั้งรกรากอยู่ในแผ่นดินของพวกเขาแล้ว 30 ระวังให้ดี อย่าไปติดกับโดยไปลอกเลียนแบบพวกเขา หลังจากที่พวกเขาถูกทำลายไปต่อหน้าท่านแล้ว ระวังให้ดี อย่าไปถามเกี่ยวกับพระต่างๆของพวกเขา อย่าไปถามว่า ‘ชนชาตินี้เขาบูชาพวกพระของพวกเขายังไง เราจะได้ทำตาม’ 31 ท่านต้องไม่นมัสการพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านตามแบบพวกเขา เพราะพวกเขาได้ทำสิ่งชั่วร้ายทุกอย่างถวายให้กับพวกพระของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์เกลียดชัง พวกเขาถึงขนาดเผาลูกชายและลูกสาวเป็นเครื่องบูชายัญให้กับพวกพระของพวกเขา
32 พวกท่านต้องระวัง ให้ทำตามทุกสิ่งที่เรากำลังสั่งพวกท่าน ท่านต้องไม่เพิ่มอะไรเข้าไปหรือตัดอะไรออกไปจากนี้
13อย่านมัสการพระอื่น
1 ถ้าผู้พูดแทนพระเจ้าหรือผู้ทำนายฝัน มาหาท่านและเสนอว่าจะทำเหตุการณ์พิเศษต่างๆและสิ่งมหัศจรรย์ให้กับท่าน 2 และเหตุการณ์พิเศษต่างๆและสิ่งมหัศจรรย์ที่เขาสัญญากับท่านนั้นเกิดขึ้นจริง และเขาพูดว่า ‘ให้พวกเราไปติดตามพวกพระอื่นๆที่พวกท่านไม่รู้จักและไปบูชาพระพวกนั้นกันเถอะ’ 3 ท่านต้องไม่เชื่อคำพูดของผู้พูดแทนพระเจ้านั้น หรือคนที่ทำนายฝันนั้น เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านกำลังทดสอบท่านอยู่ เพื่อจะได้รู้ว่าพวกท่านรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดใจสุดจิตของพวกท่านหรือเปล่า 4 พวกท่านต้องติดตามพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านและเกรงกลัวพระองค์ พวกท่านต้องรักษาบัญญัติต่างๆของพระองค์ไว้และเชื่อฟังพระองค์ รับใช้พระองค์และผูกพันอยู่กับพระองค์ 5 ผู้พูดแทนพระเจ้าหรือผู้ทำนายฝันนั้นต้องถูกฆ่า เพราะเขาได้บอกให้พวกท่านขัดขืนพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน ที่ได้นำพวกท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์และได้ไถ่ให้ท่านเป็นอิสระจากการเป็นทาส คนๆนั้นพยายามจะทำให้ท่านหันเหไปจากทางที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านสั่งให้ท่านเดิน ท่านต้องกำจัดเอาความชั่วร้ายออกไปจากท่ามกลางพวกท่านด้วยการฆ่าคนๆนั้นซะ
6 ถ้าพี่น้องของท่าน จะเป็นลูกที่ติดพ่อมาหรือลูกที่ติดแม่มาก็ตาม หรือลูกชายลูกสาวของท่าน หรือเมียรักของท่าน หรือเพื่อนสนิทที่สุดของท่าน ได้แอบมาชักนำท่าน โดยพูดว่า ‘ให้พวกเราไปบูชาพวกพระอื่นๆกันเถอะ’ พระที่ท่านและบรรพบุรุษของท่านไม่เคยรู้จักมาก่อน 7 เป็นพระของคนที่อยู่รอบข้างพวกท่าน ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ใกล้หรืออยู่ไกล จากสุดปลายด้านนี้ไปถึงอีกด้านหนึ่ง 8 ท่านต้องไม่เห็นด้วยกับคนๆนั้น อย่าไปฟังเขา อย่าไปสงสารเขา อย่าปล่อยเขาไป และอย่าไปปกป้องเขา 9 เพราะท่านต้องฆ่าคนๆนั้น ท่านต้องเป็นคนแรกที่ลงมือฆ่าเขา และหลังจากนั้นทุกคนต้องมาช่วยกันฆ่าคนๆนั้น 10 ท่านต้องเอาหินขว้างเขาให้ตาย เพราะเขาพยายามทำให้ท่านหันเหไปจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ผู้ที่นำท่านออกจากการเป็นทาสในแผ่นดินอียิปต์ 11 แล้วคนอิสราเอลจะได้ยินและจะได้กลัว พวกเขาจะได้ไม่ทำสิ่งชั่วร้ายอย่างนั้นในท่ามกลางท่านอีก
12 เมื่อท่านได้ยินคนพูดเกี่ยวกับเมืองใดเมืองหนึ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะให้ท่านเข้าไปอยู่นั้นว่า 13 มีพวกคนชั่วออกไปจากพวกท่านและไปชักนำชาวเมืองของเมืองนั้นให้หันเหไปจากพระเจ้า พวกนี้พูดว่า ‘พวกเราไปนมัสการพระอื่น ที่พวกท่านไม่รู้จักกันเถอะ’ 14 ท่านต้องตรวจสอบถามไถ่เรื่องราวนั้นอย่างละเอียด และถ้ามันเป็นเรื่องจริงว่า มีสิ่งที่พระเจ้าเกลียดชังอย่างนี้เกิดขึ้นท่ามกลางท่าน 15 ท่านต้องฆ่าคนที่อยู่ในเมืองนั้นด้วยดาบ ทำลายเมืองนั้นและทุกสิ่งทุกอย่างในนั้นให้สิ้นซาก และให้ฆ่าสัตว์ทุกตัวทิ้งด้วยดาบ 16 เก็บรวบรวมทรัพย์สินที่มีค่าทั้งหมดของเมืองนั้นมากองไว้กลางเมือง และเอาไฟเผาเมืองนั้นและทรัพย์สินอันมีค่าทั้งหมดของเมืองนั้นทิ้ง ให้เป็นเครื่องเผาบูชาแก่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เมืองนั้นจะกลายเป็นซากของกองหินตลอดไป และอย่าสร้างเมืองนั้นขึ้นมาใหม่อีก 17 อย่าได้เก็บอะไรไว้เลย จากสิ่งที่จะเอาไปทำลายเป็นของถวายให้กับพระเจ้า เพื่อพระยาห์เวห์จะได้ไม่โกรธอีกต่อไป และพระองค์จะได้เมตตากรุณาท่าน และทำให้ชนชาติของท่านขยายใหญ่ขึ้น เหมือนที่พระเจ้าได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของท่าน 18 พระยาห์เวห์จะทำอย่างนี้ ถ้าท่านเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และรักษาบัญญัติทุกข้อของพระองค์ที่เรากำลังให้กับท่านในวันนี้ และทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเห็นว่าถูกต้อง
14อิสราเอล ประชาชนพิเศษของพระเจ้า
1 พวกท่านเป็นลูกๆของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เมื่อมีใครตาย พวกท่านต้องไม่เชือดเนื้อตัวเองหรือโกนผมบนหน้าผากเพื่อแสดงความเศร้าโศก 2 เพราะท่านคือประชาชนที่ถูกแยกออกมาเพื่อเป็นของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และพระยาห์เวห์ได้เลือกท่านออกมาจากประชาชนทั้งหมดในโลกเพื่อมาเป็นของรักของหวงที่มีค่าของพระองค์
อาหารที่ชาวอิสราเอลกินได้
3 ท่านต้องไม่กินของที่พระยาห์เวห์ขยะแขยง 4 ท่านกินสัตว์พวกนี้ได้ คือ พวกวัว แกะ แพะ 5 กวาง เนื้อทราย กวางลายจุดตัวเมีย แพะป่า แกะป่า ละมั่ง และแกะภูเขา 6 พวกท่านกินสัตว์อะไรก็ได้ที่มีเท้าเป็นกีบแยกเป็นสองส่วนและเคี้ยวเอื้อง+ 14:6 เคี้ยวเอื้อง การกินอาหารของสัตว์บางประเภท เช่น วัว ที่สามารถคายอาหารจากกระเพาะขึ้นมาเคี้ยวใหม่ได้7 แต่สัตว์ที่มีแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง คือเคี้ยวเอื้องหรือมีกีบแยก ท่านห้ามกิน เช่นพวกอูฐ กระต่ายป่า ตัวชับฟาน+ 14:7 ตัวชับฟาน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลักษณะคล้ายกระต่ายตัวโตๆอาศัยอยู่ตามซอกหิน พวกมันเคี้ยวเอื้องก็จริง แต่กีบที่เท้าไม่แยกจากกัน พวกมันไม่บริสุทธิ์+ 14:7 ไม่บริสุทธิ์ หมายถึงพระเจ้าไม่ให้ชาวอิสราเอลกิน สำหรับพวกท่าน 8 พวกท่านต้องไม่กินหมู หมูมีเท้าเป็นกีบแยกออกก็จริง แต่มันไม่เคี้ยวเอื้อง พวกมันไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกท่าน พวกท่านต้องไม่กินเนื้อหรือแตะต้องซากของมัน
9 สัตว์น้ำทุกชนิดที่มีครีบและเกร็ด พวกท่านสามารถกินได้ 10 แต่อย่ากินสัตว์น้ำที่ไม่มีครีบและเกล็ด มันไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกท่าน
11 พวกท่านกินนกอะไรก็ได้ที่บริสุทธิ์ 12 แต่พวกท่านห้ามกินนกต่อไปนี้คือ นกอินทรี แร้งดำ แร้งหนวด 13 เหยี่ยวขนาดเล็กและเหยี่ยวทุกชนิด 14 กาทุกชนิด 15 นกฮูก นกฮูกหูสั้น นกฮูกหูยาวและเหยี่ยวนกเขาทุกชนิด 16 นกฮูกเล็ก นกแสก นกฮูกขาว 17 นกฮูกทะเลทราย แร้งอียิปต์ นกกาน้ำ 18 นกกระสาและนกกระสาทุกชนิด นกหัวขวานและค้างคาว
19 พวกท่านต้องไม่กินแมลงที่มีปีกทุกชนิด เพราะมันไม่บริสุทธิ์สำหรับพวกท่าน 20 นกที่บริสุทธิ์ทุกชนิด พวกท่านกินได้
21 พวกท่านต้องไม่กินสัตว์ที่ตายตามธรรมชาติ แต่ท่านเอาไปให้กับชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองของท่านกินได้ หรืออาจจะขายให้กับชาวต่างชาติที่มาเยี่ยมเยียนท่านได้ แต่ท่านห้ามกินเพราะท่านเป็นคนที่ถูกแยกออกมาเพื่อเป็นของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ท่านต้องไม่ต้มลูกแพะในน้ำนมของแม่มันเอง
ให้หนึ่งในสิบส่วน
22 ในทุกๆปี ท่านต้องแบ่งพืชผลที่ปลูกได้จากในทุ่งนาของท่านออกมาหนึ่งในสิบส่วน 23 ท่านต้องกินพืชผลหนึ่งในสิบที่แบ่งออกมานั้น กับเหล้าองุ่นใหม่ น้ำมันของท่านและสัตว์ที่เกิดเป็นตัวแรกในฝูงวัวและฝูงแพะแกะของท่าน ต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านในสถานที่นั้นที่พระองค์จะเลือกไว้สำหรับนมัสการพระองค์ อย่างนี้ท่านจะได้เรียนรู้ที่จะเกรงกลัวพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอยู่เสมอ 24 แต่ถ้ามันไกลจนทำให้ท่านไม่สามารถขนพืชผลหนึ่งในสิบส่วนของพืชผลทั้งหมดที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอวยพรให้นั้น เพราะสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์จะเลือกไว้สำหรับนมัสการพระองค์ไกลจากท่านเกินไป 25 ท่านก็เอามันไปแลกเป็นเงินได้ แล้วเอาเงินนั้นติดตัวท่านไปยังสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเลือกไว้ 26 แล้วเอาเงินนั้นไปซื้ออะไรก็ได้ เช่น วัว แกะ เหล้าองุ่น เบียร์หรืออะไรก็ได้ที่ท่านอยากได้ แล้วท่านและครอบครัวของท่านก็จะได้กินและสนุกสนานกันที่นั่นต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 27 อย่าลืมชาวเลวีที่อยู่ในเมืองของท่าน เพราะพวกเขาไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองเหมือนกับท่าน
28 เมื่อครบทุกๆสามปี ท่านต้องเอาหนึ่งในสิบส่วนของผลผลิตทั้งหมดที่ท่านเก็บเกี่ยวได้จากไร่นาของท่านในปีนั้น แล้วเอามาเก็บไว้ในเมือง 29 ชาวเลวีไม่มีที่ดินของตัวเองเหมือนกับท่าน ทั้งชาวเลวี ชาวต่างชาติ เด็กกำพร้าและแม่หม้ายที่อยู่ในเมืองของท่าน จะได้มากินกันจนพอใจ เพื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะได้อวยพรท่านในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ
15ปีแห่งการยกหนี้
1 เมื่อครบทุกๆเจ็ดปี ท่านต้องยกหนี้ต่างๆให้กับลูกหนี้ของท่าน 2 ท่านต้องทำตามวิธีนี้คือ เจ้าหนี้ทุกคนต้องยกหนี้ให้กับเพื่อนบ้านที่เขาให้กู้ยืมไป เขาจะต้องไม่ทวงหนี้คืนจากเพื่อนบ้านหรือญาติของเขา เพราะพระยาห์เวห์บอกให้ยกเลิกหนี้ในปีนั้น 3 ท่านสามารถทวงหนี้คืนจากชาวต่างชาติได้ แต่ท่านต้องยกหนี้ทั้งหมดให้กับพี่น้องของท่าน 4 ไม่ควรจะมีคนจนในหมู่พวกท่านเลย เพราะพระยาห์เวห์จะอวยพรท่านอย่างแน่นอนในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้ท่าน 5 เพียงแต่ท่านจะต้องเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน โดยทำตามคำสั่งทุกๆข้อที่เรากำลังสั่งท่านในวันนี้ อย่างระมัดระวัง 6 เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอวยพรท่านตามที่พระองค์ได้สัญญาไว้ ท่านก็จะมีเงินเหลือเฟือให้หลายๆชนชาติกู้ยืม โดยที่ท่านไม่ต้องไปกู้ยืมจากใคร และท่านจะได้ปกครองเหนือหลายๆชนชาติ แต่จะไม่มีใครมาปกครองเหนือท่าน
7 เมื่อท่านเข้าไปอยู่ในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่านแล้ว ถ้าเกิดมีพี่น้องคนหนึ่งคนใดในเมืองหนึ่งของท่านยากจนขึ้นมา ท่านต้องไม่เห็นแก่ตัว ต้องไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือพี่น้องที่ยากจนคนนั้น 8 ท่านต้องใจกว้างกับเขาและให้เขายืมตามที่เขาจำเป็นต้องใช้
9 ระวังให้ดีอย่าให้ความคิดชั่วร้ายเข้ามาในจิตใจของท่านที่ว่า ‘มันใกล้จะถึงปีที่เจ็ด ซึ่งเป็นปีแห่งการยกหนี้แล้ว’ ท่านก็เลยมองพี่น้องที่ยากจนคนนั้นอย่างไม่เป็นมิตร เพื่อท่านจะได้ไม่ต้องช่วยอะไรเขาเลย และเขาจะไปบ่นว่าท่านต่อพระยาห์เวห์ และพระยาห์เวห์จะตัดสินว่าท่านผิด
10 ท่านต้องช่วยเขาเท่าที่จะช่วยได้ และเวลาที่ช่วย ท่านต้องไม่มีจิตใจที่ชั่วร้ายด้วย เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะอวยพรการงานทั้งหมดของท่านและทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ 11 เพราะจะมีคนจนอยู่เสมอในดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นเราขอสั่งท่านว่า ท่านต้องใจกว้างกับพี่น้องของท่าน และกับคนยากจนและคนที่ขัดสนในแผ่นดินของท่าน
ปล่อยทาสให้เป็นอิสระ
(อพย. 21:2-11)
12 ถ้าพี่น้องชาวฮีบรูคนใด ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ได้ขายตัวเองให้กับท่าน คนๆนั้นจะต้องรับใช้ท่านหกปี และในปีที่เจ็ดท่านต้องปล่อยคนๆนั้นให้เป็นอิสระ 13 ตอนที่ท่านปล่อยเขาให้เป็นอิสระนั้น ท่านต้องไม่ปล่อยให้เขาไปมือเปล่าๆ 14 ท่านต้องใจกว้าง ให้ แกะ ข้าว และเหล้าองุ่นของท่านกับเขาไปด้วย ท่านต้องให้เขาตามขนาดที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอวยพรให้ท่าน 15 จำเอาไว้ว่า ท่านก็เคยเป็นทาสอยู่ในแผ่นดินอียิปต์มาก่อนเหมือนกัน และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ปลดปล่อยให้ท่านเป็นอิสระ นี่เป็นเหตุที่เราถึงได้ให้คำสั่งนี้กับท่านในวันนี้
16 ถ้าทาสพูดกับท่านว่า ‘ผมจะไม่ไปจากท่าน’ เพราะเขารักท่านและครอบครัวของท่าน เพราะเขารู้สึกดีที่ได้อยู่กับท่าน 17 ท่านต้องเอาเหล็กหมาด+ 15:17 เหล็กหมาด เครื่องมือชนิดหนึ่งทำจากเหล็กใช้เจาะสิ่งของให้เป็นรูด้วยการปั่น มาอันหนึ่ง และเอาหูเขาแนบกับประตูแล้วเจาะติ่งหูของทาสนั้น แล้วเขาจะเป็นทาสของท่านตลอดไป สำหรับทาสหญิงก็ให้ทำอย่างเดียวกัน
18 ไม่ต้องเสียดายที่จะปล่อยทาสของท่านให้เป็นอิสระ เพราะหกปีที่เขารับใช้ท่านก็คุ้มค่าแล้ว พอๆกับที่ท่านไปจ้างคนงานหนึ่งคน และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะอวยพรท่านในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ
กฎเกี่ยวกับสัตว์ที่เกิดเป็นตัวแรก
(ลนต. 27:26, 27; กดว. 18:15-18)
19 ลูกสัตว์หัวปีเพศผู้ทุกตัวที่เกิดมาในฝูงวัว ฝูงแพะและแกะของท่าน ต้องแยกออกมาไว้ให้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ท่านต้องไม่ใช้งานวัวผู้ที่เป็นลูกหัวปี และท่านต้องไม่ตัดขนของแกะหัวปี 20 ทุกๆปี ท่านต้องเอาสัตว์หัวปีพวกนี้ ไปในสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเลือกไว้สำหรับนมัสการพระองค์ แล้วท่านและครอบครัวของท่านจะกินมันที่นั่นต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
21 แต่ถ้ามันเป็นสัตว์ที่มีตำหนิ ถ้าเป็นง่อยหรือตาบอดหรือติดโรคร้าย ท่านต้องไม่ถวายมันให้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 22 ท่านเอาไปกินกันในเมืองของท่าน ใครๆก็กินได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนที่บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ทางพิธีกรรม เหมือนกับกินเนื้อทรายหรือกวาง 23 แต่ท่านต้องไม่กินเลือดของมัน ท่านต้องเทเลือดของมันลงบนพื้นเหมือนเทน้ำ
16เทศกาลวันปลดปล่อย
(อพย. 12:1-20; ลนต. 23:4-8)
1 ให้จดจำเดือนอาบีบ+ 16:1 อาบีบ ชื่อนี้หมายถึง “ปลายข้าวอ่อน” เป็นเดือนแรกของปฏิทินชาวยิว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “นีสาน” ตรงกับช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน และให้เฉลิมฉลองเทศกาลวันปลดปล่อย+ 16:1 วันปลดปล่อย เป็นวันสำคัญของชาวยิว พวกเขาจะกินอาหารพิเศษในวันนี้ ทุกฤดูใบไม้ผลิเพื่อระลึกถึงพระเจ้าที่ได้ปลดปล่อยพวกเขาจากความเป็นทาสในอียิปต์ เพื่อเป็นเกียรติกับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เพราะในเดือนอาบีบ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้นำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ในตอนกลางคืน 2 ให้ฆ่าสัตว์ถวายพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน สำหรับเทศกาลวันปลดปล่อย โดยเอาสัตว์จากฝูงแพะแกะหรือฝูงวัว ไปถวายในสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์จะเลือกไว้สำหรับนมัสการพระองค์ 3 ท่านจะต้องไม่กินอะไรที่ใส่เชื้อฟู ตอนกินเนื้อสัตว์ที่เอามาบูชาพวกนั้น ท่านต้องกินขนมปังที่ไม่ใส่เชื้อฟูเป็นเวลาเจ็ดวัน (คนเรียกขนมปังนี้ว่า ‘ขนมปังแห่งความทุกข์ยากลำบาก’) เพราะท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์อย่างเร่งรีบ ท่านจะกินขนมปังนี้เพื่อตลอดชีวิตของท่านจะได้จดจำวันที่ออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ 4 จะต้องไม่มีเชื้อฟูที่ไหนเลยในแผ่นดินของท่านเป็นเวลาเจ็ดวัน และจะต้องไม่มีเนื้อสัตว์ที่ท่านฆ่าในตอนเย็นของวันแรกเหลือค้างคืนถึงวันรุ่งขึ้น
5 ท่านไม่สามารถถวายเครื่องบูชาสำหรับเทศกาลวันปลดปล่อยในเมืองต่างๆที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้ท่าน 6 ท่านต้องไปถวายในที่นั้นที่พระยาห์เวห์จะเลือกสำหรับนมัสการพระองค์เท่านั้น ท่านต้องถวายเครื่องบูชานี้ในตอนเย็น หลังดวงอาทิตย์ตกดินแล้ว มันเป็นเวลาเดียวกับวันที่ท่านออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ 7 ท่านต้องทำอาหารกินในสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเลือก แล้วในตอนเช้า ท่านถึงค่อยกลับไปเต็นท์ของท่านได้ 8 ท่านต้องกินขนมปังไม่ใส่เชื้อฟูเป็นเวลาหกวัน และในวันที่เจ็ดจะมีการชุมนุมพิเศษ เพื่อให้เกียรติกับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน วันนั้นท่านต้องไม่ทำงานใดๆ
เทศกาลสัปดาห์
(อพย. 34:22; ลนต. 23:15-21)
9 นับจากวันที่เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวเป็นครั้งแรกไปอีกเจ็ดอาทิตย์ 10 ให้ฉลองเทศกาลสัปดาห์+ 16:10 เทศกาลสัปดาห์ ภายหลังเรียกว่า “เทศกาลวันที่ห้าสิบ” หรือ “เทศกาลเพ็นเทคอสต์” สำหรับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน จำนวนของเครื่องบูชาที่ท่านสมัครใจจะให้ ก็เป็นไปตามขนาดที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้อวยพรท่าน 11 ท่าน ลูกชายลูกสาวของท่าน ทาสชายหญิงของท่าน ชาวเลวี ในเมืองของท่าน ชาวต่างชาติ เด็กกำพร้า และแม่หม้ายในหมู่ท่าน ให้ชื่นชมยินดีต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ในสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเลือกไว้สำหรับนมัสการพระองค์ 12 จำไว้ว่าท่านเคยเป็นทาสอยู่ในอียิปต์ และให้ทำตามกฎพวกนี้ทั้งหมดอย่างระมัดระวัง
เทศกาลอยู่เพิง
(ลนต. 23:33-43; กดว. 29:12-38)
13 ให้ฉลองเทศกาลอยู่เพิงเป็นเวลาเจ็ดวัน หลังจากที่ท่านได้เก็บรวบรวมผลผลิตจากลานนวดข้าวและที่บ่อย่ำองุ่น+ 16:13 ที่บ่อย่ำองุ่น ที่ที่ประชาชนย่ำองุ่นเพื่อทำเป็นเหล้าองุ่น มักทำจากหินที่ขุดเป็นหลุมตื้นๆ ของท่าน 14 ในระหว่างงานเลี้ยง ให้ท่าน ลูกชายลูกสาวของท่าน ทาสชายหญิงของท่าน ชาวเลวี ชาวต่างชาติ เด็กกำพร้าและแม่หม้ายในเมืองของท่าน ชื่นชมยินดี 15 และเฉลิมฉลองงานเทศกาลให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเป็นเวลาเจ็ดวันในสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์จะเลือกไว้ เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะอวยพรท่าน ในผลผลิตทั้งหมดที่ท่านเก็บเกี่ยวและในงานทุกอย่างที่ท่านทำ และท่านจะมีความสุขอย่างครบถ้วน
16 ผู้ชายทุกคนต้องมาอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านปีละสามครั้ง ในสถานที่นั้นที่พระองค์จะเลือกไว้ คือในเทศกาลขนมปังไม่ใส่เชื้อฟู เทศกาลสัปดาห์และเทศกาลอยู่เพิง ชายทุกคนที่มาอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์ต้องไม่มามือเปล่า 17 ชายแต่ละคนจะต้องให้ตามความสามารถที่เขาจะทำได้ ตามขนาดที่พระยาห์เวห์ได้ให้กับท่าน
ผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่
18 ท่านจะต้องแต่งตั้งผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่สำหรับเผ่าต่างๆของท่าน ในแต่ละเมืองที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้ท่าน พวกเขาต้องตัดสินประชาชนอย่างยุติธรรม 19 ท่านต้องไม่ตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม ท่านต้องไม่ลำเอียง ท่านต้องไม่รับสินบน เพราะสินบนทำให้คนฉลาดต้องตาบอด และเปลี่ยนคนดีให้พูดหลอกลวง 20 ความยุติธรรม ท่านต้องให้แต่ความยุติธรรม เพื่อท่านจะได้มีชีวิตอยู่และเป็นเจ้าของแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะยกให้กับท่าน
พระเจ้าเกลียดรูปเคารพ
21 เมื่อท่านสร้างแท่นบูชาให้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ท่านต้องไม่ตั้งเสาไม้เพื่อให้เกียรติกับพระอาเชริมที่ด้านข้างของแท่นบูชานั้น 22 ท่านต้องไม่ตั้งเสาหินอุทิศให้กับพระเทียมเท็จ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเกลียดของพวกนี้
17ใช้แต่สัตว์ดีๆเป็นเครื่องบูชา
1 ท่านต้องไม่เอาวัวตัวผู้หรือแกะที่มีตำหนิหรือมีสิ่งผิดปกติมาถวายเป็นเครื่องบูชาให้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเกลียด
การลงโทษคนที่บูชารูปเคารพ
2 ถ้าเจอว่าในเมืองหนึ่งเมืองใดของท่านที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้ท่าน มีชายหรือหญิงในหมู่พวกท่านทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของของท่านเห็นว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายและฝ่าฝืนข้อตกลงของพระองค์ 3 คือว่าพวกเขาไปรับใช้พวกพระอื่นๆและกราบไหว้พระพวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์หรือดาวดวงต่างๆซึ่งเราไม่ได้สั่งให้ทำอย่างนั้น 4 ถ้ามีคนมารายงานเรื่องนี้ให้ท่านฟัง ท่านต้องสืบดูให้แน่นอน เมื่อพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริง ที่มีคนทำเรื่องชั่วร้ายอย่างนี้ในอิสราเอล 5 ท่านต้องเอาตัวชายหรือหญิงคนนั้น ที่ทำเรื่องชั่วร้ายนี้มาที่ประตูเมือง ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ต้องเอาหินขว้างให้ตาย 6 แต่จะต้องมีพยานสองหรือสามคนขึ้นไปถึงจะฆ่าคนๆนั้นได้ แต่ถ้ามีพยานแค่คนเดียวก็ห้ามฆ่าเขา 7 พยานพวกนั้นจะเป็นพวกแรกที่เอาหินขว้างเพื่อฆ่าเขา และตามด้วยประชาชนทั้งหมด ด้วยวิธีนี้ ท่านจะกำจัดความชั่วร้ายไปจากท่ามกลางพวกท่าน
การตัดสินคดียากๆในศาล
8 ถ้ามีเรื่องที่ยากเกินกว่าที่ท่านจะตัดสินได้ เช่น การตายนั้นเกิดจากความตั้งใจหรือเป็นอุบัติเหตุ เป็นการฆาตกรรมหรือไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน หรือเป็นเรื่องฟ้องร้องว่าใครเป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือเรื่องการทำร้ายร่างกายกัน เรื่องทะเลาะกัน ที่เกิดขึ้นในเมืองต่างๆของท่าน ท่านต้องไปในสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเลือกไว้ 9 ท่านต้องไปหานักบวชที่เป็นชาวเลวีและไปหาผู้ตัดสินที่เข้าเวรอยู่ในตอนนั้น บอกปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วพวกเขาจะตัดสินปัญหานั้นให้ 10 ท่านต้องทำตามสิ่งที่เขาบอกท่าน จากสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์จะเลือกไว้ และท่านต้องทำตามคำสั่งของพวกเขาอย่างระมัดระวัง 11 ท่านต้องทำตามคำแนะนำที่พวกเขาให้กับท่านและยอมรับคำตัดสินที่พวกเขาบอกท่าน ท่านต้องไม่โยกโย้คำตัดสินที่พวกเขาได้ประกาศให้กับท่านไปทางซ้ายหรือทางขวา
12 คนที่เย่อหยิ่งจองหองไม่ยอมเชื่อฟังนักบวชที่ยืนอยู่ที่นั่น ที่คอยรับใช้พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน หรือไม่ยอมฟังผู้ตัดสิน คนๆนั้นจะต้องตาย ทำอย่างนี้ ท่านจะได้ขจัดความชั่วร้ายออกไปจากอิสราเอลได้ 13 และทุกคนจะได้ยินเรื่องนั้น แล้วจะได้ไม่กล้าเย่อหยิ่งจองหองอีกต่อไป
วิธีเลือกกษัตริย์
14 เมื่อท่านเข้าสู่แผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะให้ท่านและยึดมันเป็นเจ้าของแล้ว และได้ตั้งรกรากแล้ว และท่านได้พูดว่า ‘ให้เราตั้งกษัตริย์ปกครองเราเหมือนชนชาติอื่นๆที่อยู่รอบๆเรากันเถอะ’ 15 ท่านต้องแน่ใจว่ากษัตริย์ที่ท่านจะตั้งเหนือท่านนั้นเป็นคนที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเลือก กษัตริย์องค์นั้นจะต้องมาจากพี่น้องร่วมชาติของท่านเท่านั้น ห้ามไม่ให้ตั้งคนต่างชาติที่ไม่ใช่พี่น้องร่วมชาติของท่านขึ้นมาเหนือท่าน 16 แต่กษัตริย์องค์นั้นจะต้องไม่สะสมม้ามากมายสำหรับตัวเอง และเขาจะต้องไม่ส่งคนกลับไปซื้อม้า+ 17:16 ซื้อม้า หรือ “เพื่อแลกเปลี่ยนม้า”ที่อียิปต์มาเพิ่ม เพราะพระยาห์เวห์พูดกับพวกท่านไว้ว่า ‘พวกท่านจะต้องไม่หวนกลับไปทางนั้นอีก’ 17 เขาต้องไม่มีเมียหลายคน ไม่อย่างนั้นเขาจะหันเหไปจากพระยาห์เวห์ และเขาจะต้องไม่ทำให้ตนเองร่ำรวยด้วยเงินทอง
18 เมื่อเขาขึ้นนั่งบัลลังก์ เขาต้องลอกคำสอนนี้ไว้สำหรับตัวเอง เขียนลงบนม้วนกระดาษจากต้นฉบับคำสอนที่พวกนักบวชชาวเลวีเก็บรักษาไว้ 19 กษัตริย์ต้องเก็บหนังสือเล่มนั้นไว้กับตัวเขา และเขาต้องอ่านมันตลอดชีวิต เพื่อเขาจะได้เรียนรู้ที่จะเคารพยำเกรงพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา และจะได้ทำตามทุกๆคำพูดที่เขียนไว้ในกฎ และข้อบังคับพวกนี้อย่างระมัดระวัง 20 เพื่อเขาจะได้ไม่คิดว่าตัวเขาดีกว่าพี่น้องร่วมชาติของเขา และเพื่อที่เขาจะได้ไม่หันเหจากคำสั่งนั้นไปทางใดทางหนึ่ง เพื่อกษัตริย์องค์นั้นและลูกหลานของเขาจะได้ปกครองเหนืออาณาจักรอิสราเอลไปนานๆ
18สนับสนุนนักบวชและชาวเลวี
1 นักบวชชาวเลวี เผ่าเลวีทั้งหมดจะไม่มีส่วนแบ่งในที่ดินเหมือนกับชาวอิสราเอลคนอื่นๆ ชาวเลวีจะกินจากพวกของขวัญที่นำมาถวายให้กับพระยาห์เวห์ นั่นเป็นส่วนแบ่งของพวกเลวี+ 18:1 ของพวกเลวี หรือแปลได้อีกอย่างว่า “ของพระยาห์เวห์”2 แต่เผ่าเลวีจะไม่มีส่วนแบ่งในที่ดินในหมู่พี่น้องของเขา พระยาห์เวห์คือส่วนแบ่งของพวกเขาตามที่พระองค์ได้สัญญากับเขาไว้
3 เมื่อท่านฆ่าวัวหรือแกะเพื่อเอามาเป็นเครื่องถวาย ท่านจะต้องแบ่งส่วนต่างๆพวกนี้ให้กับนักบวช คือส่วนไหล่ ส่วนแก้ม และส่วนท้อง 4 ท่านต้องให้ข้าวที่เกี่ยวชุดแรก เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน รวมทั้งขนแกะที่ตัดครั้งแรกจากแกะของท่านกับนักบวช 5 เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้เลือกชาวเลวีและลูกหลานของเขาออกมาจากเผ่าทั้งหลายของท่าน เพื่อมายืนรับใช้พระยาห์เวห์ในฐานะนักบวชตลอดไป
6 ถ้าชาวเลวีคนหนึ่งจากเมืองหนึ่งของท่านมา ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก็ตามในอิสราเอล และมายังสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์ได้เลือกไว้ เขาอยากจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เขาต้องการ 7 เขาก็มาทำหน้าที่รับใช้ในนามของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาได้ เหมือนกับที่พี่น้องชาวเลวีของเขายืนอยู่ที่นั่นต่อหน้าพระยาห์เวห์ 8 พวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งอาหารเท่าๆกัน นอกเหนือจากสิ่งที่พวกเขาได้รับจากการขายทรัพย์สมบัติของครอบครัวเขา+ 18:8 นอกเหนือจาก … ครอบครัวเขา หรือแปลได้อีกอย่างว่า “นอกเหนือจากมรดกที่ได้รับจากครอบครัวของพ่อ”
ชาวอิสราเอลต้องแตกต่าง
9 เมื่อท่านเข้ามาอยู่ในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้ท่าน ท่านต้องไม่เลียนแบบชนชาติพวกนั้นที่ทำแต่สิ่งชั่วๆ 10 อย่าเอาลูกชายและลูกสาวของท่านไปบูชายัญ อย่าให้ใครทำนายโชคชะตา โหราพยากรณ์ หรือหมอดูอนาคต อย่าให้ใครทำตัวเป็นพ่อมดหมอผี 11 หรือพยายามใช้เวทมนตร์สะกดคนอื่น และอย่าให้ใครปรึกษากับผีหรือวิญญาณ หรือพยายามพูดกับคนที่ตายไปแล้ว 12 คนที่ทำแบบนี้เป็นคนที่พระยาห์เวห์รังเกียจ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะขับไล่ชนชาติเหล่านี้ออกไปจากดินแดนนั้นต่อหน้าพวกท่าน เพราะพวกเขาทำสิ่งที่น่ารังเกียจพวกนี้ 13 ท่านต้องซื่อสัตย์ต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอย่างครบถ้วน 14 เพราะชนชาติพวกนี้ที่ท่านกำลังจะขับไล่ออกไปนั้น ไปฟังพวกทำนายโชคชะตา และพวกโหราพยากรณ์ แต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านไม่ยอมให้ท่านทำอย่างนั้น
ผู้พูดแทนพระเจ้าคนใหม่แทนโมเสส
15 แต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะส่งผู้พูดแทนพระเจ้าเหมือนเรา มาจากท่ามกลางพวกท่าน จากท่ามกลางพี่น้องของท่าน พวกท่านต้องเชื่อฟังเขา 16 นี่คือสิ่งที่ท่านได้ขอจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านที่ภูเขาซีนายในวันที่ท่านได้ชุมนุมกัน ท่านพูดว่า ‘ขออย่าให้เราได้ยินเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราอีกเลย และขออย่าให้เราเห็นไฟที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้อีกเลย เพื่อว่าเราจะได้ไม่ตาย’
17 แล้วพระยาห์เวห์ได้พูดกับเราว่า ‘ข้อเสนอของพวกเขานั้นดี 18 เราจะส่งผู้พูดแทนพระเจ้าเหมือนกับเจ้า ที่มาจากพี่น้องของพวกเขาเองมาให้พวกเขา และเราจะบอกเขาว่าจะพูดอะไร และเขาจะบอกคนพวกนั้นทุกอย่างที่เราสั่งเขา 19 ใครที่ไม่เชื่อฟังคำของเราที่พูดผ่านมาทางเขานั้น เราจะเป็นคนลงโทษคนนั้นเอง’
ลักษณะผู้พูดแทนพระเจ้าปลอม
20 แต่ผู้พูดแทนพระเจ้าคนไหนที่บังอาจพูดในสิ่งที่เราไม่ได้สั่งให้เขาพูด แต่อ้างว่าเราพูด จะต้องตาย และผู้พูดแทนพระอื่นๆจะต้องตาย 21 ถ้าท่านนึกในใจว่า ‘แล้วพวกเราจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ได้มาจากพระยาห์เวห์’ 22 เมื่อผู้พูดแทนพระเจ้านั้นอ้างว่าเขาพูดแทนพระยาห์เวห์ แต่สิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นและมันไม่เป็นจริง ท่านก็รู้เลยว่าผู้พูดแทนพระเจ้านั้นพูดมั่วๆเอาเอง พระยาห์เวห์ไม่ได้บอกให้เขาพูด ท่านไม่ต้องไปกลัวเขา
19เมืองสำหรับลี้ภัย
(กดว. 35:9-28; ยชว. 20:1-9)
1 เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ทำลายชนชาติที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะยกให้กับท่าน และเมื่อท่านได้ขับไล่พวกเขาออกไป และเข้าไปตั้งรกรากในบ้านเมืองของพวกเขาแล้ว 2 ท่านต้องแยกสามเมืองออกมาจากดินแดนที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะยกให้กับท่าน 3 ท่านต้องคำนวณระยะทางที่จะไปสามเมืองนั้น+ 19:3 คำนวณ … เมืองนั้น หรือ “เตรียมทำถนนไปสู่เมืองนั้น” และแบ่งดินแดนที่พระยาห์เวห์ยกให้กับท่านออกเป็นสามส่วน เพื่อคนที่ฆ่าคนตายจะได้หนีไปอยู่ที่นั่น
4 มีกฎอยู่ว่า คนที่ฆ่าคนอื่นตายและหนีไปอยู่ที่นั่นเพื่อเอาชีวิตรอดนั้น จะต้องเป็นคนที่ฆ่าคนอื่นโดยไม่ได้เจตนา และเขาต้องไม่เคยเป็นศัตรูกับผู้ตายมาก่อน 5 ตัวอย่างเช่น มีคนๆหนึ่งเข้าไปตัดต้นไม้ในป่ากับเพื่อนอีกคน ตอนที่เขาเงื้อขวานขึ้นเพื่อตัดต้นไม้ เผอิญหัวขวานหลุดจากด้าม ลอยไปโดนอีกคน ทำให้เพื่อนเขาตาย เขาต้องหนีไปอยู่หนึ่งในสามเมืองนี้ เพื่อเอาชีวิตรอด 6 ไม่อย่างนั้น ญาติของคนตาย+ 19:6 ญาติของคนตาย หรือ “ผู้ล้างแค้น” เมื่อคนๆหนึ่งถูกฆ่าตาย ญาติของเขาต้องแน่ใจว่าคนฆ่านั้นต้องถูกลงโทษ จะไล่ตามคนฆ่า ถ้าระยะทางไปสามเมืองนั้นไกลเกินไป เขาก็จะจับคนฆ่านั้นได้ และด้วยความโกรธเขาก็จะฆ่าคนนั้น ทั้งๆที่คนฆ่านั้นไม่สมควรได้รับโทษถึงตาย เพราะคนฆ่านั้นไม่เคยเป็นศัตรูกับผู้ตายมาก่อน 7 นั่นเป็นเหตุที่เราสั่งให้ท่านแยกเมืองออกมาสามเมือง
8 แต่ถ้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ขยายเขตแดนของท่านออกไป เหมือนกับที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของท่าน และพระองค์ให้แผ่นดินทั้งหมดกับท่าน ตามที่พระองค์สัญญาว่าจะยกให้กับบรรพบุรุษของท่าน 9 พระองค์จะทำอย่างนี้ ถ้าท่านทำตามทุกอย่างที่เราได้สั่งท่านในวันนี้อย่างระมัดระวัง คือรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านและเดินในทางของพระองค์เสมอ เมื่อพระองค์ขยายเขตแดนของท่าน ท่านต้องหาเมืองลี้ภัยเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกสามเมือง 10 ด้วยวิธีนี้ จะได้ไม่มีผู้บริสุทธิ์ถูกฆ่าในแผ่นดินของท่าน ที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่านเป็นมรดก และท่านจะได้ไม่มีความผิดเพราะทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตาย
11 แต่ถ้ามีคนหนึ่งเป็นศัตรูกับอีกคนหนึ่ง แล้วคนนั้นมาดักซุ่มคอยทำร้าย หลังจากลอบตีอีกคนจนตายแล้ว ก็วิ่งหนีเข้าไปในเมืองลี้ภัยพวกนี้ 12 พวกผู้นำของเมืองที่เขาอยู่ จะต้องส่งคนไปเอาตัวเขาออกมาจากเมืองลี้ภัยนั้น และส่งเขาไปให้กับญาติของผู้ตายเพื่อเอาไปฆ่า 13 ท่านต้องไม่สงสารเขา ท่านต้องกำจัดความผิดบาปที่ฆ่าคนบริสุทธิ์ให้ออกไปจากอิสราเอล เพื่อทุกสิ่งจะได้เป็นไปด้วยดีสำหรับท่าน
เส้นแบ่งเขตที่ดิน
14 ท่านต้องไม่โยกย้ายหลักเขตหิน ที่แบ่งเขตแดนของเพื่อนบ้านท่าน ที่คนรุ่นก่อนๆได้ปักไว้ในที่ดินที่ท่านจะได้รับ ในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่าน
พยาน
15 พยานแค่คนเดียวไม่เพียงพอที่จะตัดสินโทษคนๆหนึ่งที่อาจจะไปทำความผิดบาปมา แต่จะต้องมีพยานสองหรือสามคนมายืนยันเรื่องนั้นถึงจะตัดสินได้
16 ถ้ามีพยานเท็จเกิดขึ้น กล่าวหาอีกคนหนึ่งอย่างผิดๆ 17 และทั้งสองคนที่ทะเลาะกันได้มาอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์ ต่อหน้านักบวชและผู้ตัดสินที่เข้าเวรในวันนั้น 18 ผู้ตัดสินจะสอบถามอย่างละเอียด และถ้าพยานใส่ร้ายพี่น้องของเขา 19 พวกท่านต้องลงโทษเขาอย่างที่เขาวางแผนจะให้พี่น้องคนนั้นถูกลงโทษ ท่านต้องกำจัดความชั่วร้ายออกไปจากท่ามกลางท่าน 20 คนที่เหลือจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วจะได้กลัว และพวกเขาจะได้ไม่กล้าทำสิ่งชั่วร้ายอย่างนั้นอีกในหมู่พวกท่าน 21 ท่านต้องไม่สงสารเขา ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต ตาต่อตา ฟันต่อฟัน มือต่อมือ เท้าต่อเท้า
20กฎของการทำสงคราม
1 เมื่อท่านออกไปทำสงครามกับศัตรู และท่านเห็นม้าและรถรบ และกองทัพที่ใหญ่กว่ากองทัพของท่าน ไม่ต้องกลัวพวกเขา เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านที่นำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์อยู่กับท่าน
2 เมื่อท่านเข้าใกล้สนามรบ นักบวชจะมาอยู่ข้างหน้าและพูดกับกองทัพว่า 3 ‘ชาวอิสราเอล ฟังให้ดี พวกท่านกำลังจะเข้าสู่สนามรบกับศัตรูของท่านในวันนี้ อย่าเสียกำลังใจ อย่ากลัว อย่าแตกตื่นและอย่าตกใจกลัวพวกนั้น 4 เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านจะไปกับพวกท่าน และพระองค์จะต่อสู้กับศัตรูแทนพวกท่านและจะให้ท่านมีชัยชนะ’
5 เจ้าหน้าที่จะต้องพูดกับกองทัพว่า ‘มีใครบ้างในที่นี้ที่ได้สร้างบ้านใหม่ แต่ยังไม่ได้เข้าไปอยู่เลย เขาควรจะกลับบ้านไป ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะตายในสนามรบและคนอื่นจะเข้าไปอยู่แทน 6 หรือมีใครบ้างที่ปลูกองุ่นไปแล้วแต่ยังไม่ได้กินผลของมัน เขาควรจะกลับบ้านไป ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะตายในสนามรบและคนอื่นจะมากินแทน 7 หรือมีใครที่หมั้นสาวไว้แต่ยังไม่ได้แต่ง เขาควรจะกลับบ้านไป ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะตายในสนามรบ และคนอื่นจะมาแต่งงานกับนางแทน’
8 แล้วเจ้าหน้าที่จะพูดกับกองทัพว่า ‘มีใครบ้างที่ขี้ขลาดและกลัว เขาควรจะกลับบ้านไป จะได้ไม่พลอยทำให้คนอื่นกลัวไปด้วย’ 9 เมื่อเจ้าหน้าที่พูดกับกองทัพเสร็จแล้ว พวกเขาควรแต่งตั้งผู้บัญชาการเพื่อมานำกองทัพ
10 เมื่อท่านใกล้ถึงเมืองที่ท่านจะสู้รบด้วย สิ่งแรกที่ท่านต้องทำก่อน คือเสนอเงื่อนไขให้จำนน 11 ถ้าพวกเขายอมจำนน และเปิดประตูเมืองให้ท่าน ท่านต้องบังคับทุกคนที่ท่านพบในเมืองนั้นให้มาทำงานรับใช้ท่าน 12 แต่ถ้าเมืองนั้นไม่ยอมจำนน ให้ท่านล้อมเมืองนั้นไว้ 13 แล้วเมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านมอบเมืองนั้นไว้ในมือท่าน ท่านต้องเอาดาบฆ่าผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ทุกคน 14 แต่ให้จับเอาผู้หญิง เด็กๆฝูงวัว และสิ่งอื่นๆที่อยู่ในเมืองนั้น รวมทั้งของที่มีค่าทั้งหมดมาเป็นของท่านได้ และท่านก็สามารถใช้สิ่งเหล่านี้ที่เป็นของศัตรูท่านที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ยกให้กับท่าน 15 ส่วนเมืองต่างๆที่ห่างไกลจากท่านมาก ที่ไม่ใช่เป็นของพวกชนชาติแถวนี้ ก็ให้ท่านทำแบบเดียวกัน
16 แต่ท่านต้องไม่ให้มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่เลยในเมืองต่างๆของคนพวกนี้ที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้ท่านเป็นมรดก 17 เพราะท่านต้องทำลายคนพวกนี้ให้สิ้นซาก คือ ชาวฮิตไทต์ ชาวอาโมไรต์ ชาวคานาอัน ชาวเปริสซี ชาวฮีไวต์และชาวเยบุส ตามที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้สั่งท่านไว้ 18 เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่สอนพวกท่านให้ทำสิ่งที่น่ารังเกียจที่พวกเขาได้ทำให้กับพระต่างๆของพวกเขา ซึ่งจะทำให้พวกท่านทำบาปอย่างนั้นต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
19 ถ้าท่านล้อมเมืองเมืองหนึ่งอยู่หลายวัน และต่อสู้กันเพื่อจะยึดเมืองนั้น อย่าเอาขวานโค่นพวกต้นไม้ เพราะท่านอาจจะได้กินผลของพวกมัน อย่าโค่นพวกต้นไม้ลง พวกต้นไม้ในทุ่งนาเป็นคนหรือยังไงถึงต้องไปต่อสู้กับมัน 20 แต่ถ้าท่านรู้ว่าต้นไหนไม่ใช่ต้นผลไม้ ท่านก็โค่นทิ้งได้ แล้วเอาไม้พวกมันมาสร้างกำแพงป้องกันภัยจากเมืองที่ทำสงครามกับท่านอยู่ จนกว่าจะยึดเมืองนั้นได้
21ถ้าพบคนถูกฆ่าตาย
1 ถ้าพบคนถูกฆ่าตายนอนอยู่ในทุ่งในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่าน และไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่า 2 พวกผู้นำและผู้ตัดสินต้องออกไปที่นั่น และวัดระยะทางจากเมืองต่างๆไปถึงศพนั้น 3 เมืองไหนที่อยู่ใกล้ศพมากที่สุด พวกผู้นำของเมืองนั้นต้องเอาวัวสาวตัวหนึ่งมาจากฝูง ต้องเป็นวัวที่ยังไม่เคยใช้งาน และไม่เคยเทียมแอกมาก่อน 4 พวกผู้นำของเมืองนั้นต้องเอาวัวสาวตัวนี้ไปที่หุบเขาที่มีน้ำไหลอยู่ตลอดเวลา หุบเขาที่ยังไม่เคยไถและไม่เคยปลูกอะไรมาก่อน พวกเขาต้องหักคอวัวสาวตัวนี้ที่หุบเขานั้น 5 แล้วนักบวชที่เป็นลูกหลานของเลวีต้องออกมาข้างหน้า เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้เลือกพวกเขามารับใช้พระองค์และมาให้พรในนามของพระยาห์เวห์ และพวกเขายังมีหน้าที่ตัดสินคดีทะเลาะวิวาทและคดีทำร้ายร่างกาย 6 พวกผู้นำทุกคนที่มาจากเมืองที่อยู่ใกล้กับศพนั้นมากที่สุด จะต้องล้างมือของพวกเขาบนวัวสาวตัวที่ถูกหักคอในหุบเขานั้น 7 พวกเขาต้องพูดว่า ‘พวกเราไม่ได้ฆ่าคนๆนั้นและไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น 8 ช่วยทำให้พวกเราชาวอิสราเอลของพระองค์ พวกที่พระองค์ได้ปลดปล่อย+ 21:8 ปลดปล่อย ในภาษาฮีบรูหมายถึง “ปิดบัง” หรือ “ปัดออก” หรือ “ลบบาปทิ้ง”ให้เป็นอิสระแล้ว เป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยเถิด อย่าให้เราชาวอิสราเอลคนของพระองค์ต้องมารับผิดชอบที่คนบริสุทธิ์คนหนึ่งถูกฆ่าเลย’ เมื่อพวกท่านทำอย่างนี้ พวกท่านจะพ้นผิดจากการที่คนหนึ่งถูกฆ่า 9 ท่านจะขจัดความผิดที่คนบริสุทธิ์คนหนึ่งถูกฆ่าออกไปจากกลุ่มของท่านได้ เพราะท่านก็ได้ทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์เห็นว่าถูกต้อง
ผู้หญิงที่ถูกจับในสงคราม
10 เมื่อท่านไปทำสงครามกับศัตรู และพระยาห์เวห์ได้มอบพวกเขาไว้ในมือของท่าน และท่านจับเชลยมา 11 และในหมู่เชลยนั้น ท่านเห็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง และท่านหลงใหลนางและต้องการเอานางมาเป็นเมีย 12 ท่านได้พานางมาที่บ้าน นางต้องโกนหัวและตัดเล็บ 13 ทิ้งเสื้อผ้าชุดเชลยที่นางใส่นั้นและอยู่ในบ้านของท่าน นางต้องร้องไห้ให้กับพ่อและแม่ของนางเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม หลังจากนั้นท่านถึงจะมีเพศสัมพันธ์กับนางได้ และท่านจะเป็นสามีของนางและนางจะเป็นภรรยาของท่าน 14 แต่ถ้าเกิดว่าท่านเบื่อนางแล้ว ท่านต้องหย่ากับนางและปล่อยให้นางไปที่ไหนก็ได้ที่นางอยากจะไป ท่านจะขายนางแลกกับเงินไม่ได้ ท่านจะทำกับนางเหมือนสินค้าไม่ได้ เพราะท่านได้ทำให้นางอับอายขายหน้า
ลูกชายคนแรก
15 ถ้าชายคนหนึ่งมีเมียสองคน และเขารักคนหนึ่งและไม่ชอบอีกคนหนึ่ง และเมียทั้งสอง คือทั้งคนที่เขารักและคนที่เขาไม่ชอบ คลอดลูกชายให้เขา และลูกชายคนแรกเป็นของเมียคนที่เขาเกลียด 16 ในวันที่เขาแบ่งสมบัติให้กับลูกชายของเขานั้น เขาจะลำเอียงทำกับลูกของเมียที่เขารัก เหมือนกับลูกของเมียที่เขาไม่ชอบ ซึ่งเป็นลูกหัวปีไม่ได้ 17 แต่เขาจะต้องยอมรับลูกชายหัวปี ลูกของเมียที่เขาไม่ชอบ และให้ส่วนแบ่งกับลูกหัวปีสองเท่าของสมบัติที่เขาให้กับลูกชายคนอื่นๆ เพราะเป็นลูกชายคนแรกของเขา ดังนั้นสิทธิของลูกชายหัวปีจึงตกเป็นของเขา
ลูกที่ไม่เชื่อฟัง
18 ถ้าบางคนมีลูกชายที่ดื้อรั้นและพยศ ไม่ยอมเชื่อฟังพ่อแม่ ถึงแม้จะถูกพ่อแม่ลงโทษแล้วก็ยังไม่ยอมเชื่อฟัง 19 พ่อแม่ต้องจับเขาไปพบผู้นำของเมืองนั้นที่ประตูเมือง 20 พ่อแม่ต้องบอกผู้นำของเมืองนั้นว่า ‘ลูกชายของเราคนนี้ดื้อรั้นและพยศ ไม่ยอมเชื่อฟังเรา เขากินเติบและขี้เมา’ 21 แล้วชายทุกคนในเมืองนั้นต้องเอาหินขว้างเขาให้ตาย เมื่อท่านทำอย่างนี้ ท่านก็ได้ขจัดคนชั่วช้าออกไปจากท่ามกลางท่าน คนอิสราเอลจะได้ยินเรื่องนี้กันหมด และเกิดความกลัว
อาชญากรถูกฆ่าและถูกแขวนบนต้นไม้
22 เมื่อคนหนึ่งทำผิดบาปถึงขั้นรับโทษถึงตาย หลังจากที่เขาถูกฆ่าแล้ว ท่านก็เอาเขาไปแขวนบนต้นไม้+ 21:22 แขวนบนต้นไม้ เป็นการประจานและเป็นการเตือนให้คนอื่นอย่าทำตาม23 ท่านต้องไม่ปล่อยให้ร่างนั้นค้างอยู่บนต้นไม้ข้ามคืน แต่ท่านต้องฝังเขาในวันนั้น เพราะคนที่ถูกแขวนอยู่บนต้นไม้นั้นถูกพระเจ้าสาปแช่ง ท่านต้องไม่ทำให้แผ่นดินของท่านไม่บริสุทธิ์ แผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่านเป็นมรดก
22กฎอื่นๆ
1 เมื่อท่านเห็นวัวหรือแกะของเพื่อนบ้านกำลังจะหลงหายไป อย่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ท่านต้องจับส่งคืนไปให้กับเพื่อนบ้านท่าน 2 แต่ถ้าเจ้าของสัตว์นั้นอยู่ห่างไกลจากท่านหรือท่านไม่รู้ว่าเป็นของใคร ก็ให้ท่านเก็บสัตว์นั้นไว้ก่อน จนกว่าเพื่อนบ้านคนนั้นจะออกมาตามหา ท่านถึงค่อยคืนสัตว์นั้นให้กับเขาไป 3 ให้ท่านทำแบบเดียวกันนี้กับลา กับเสื้อผ้าและกับของอื่นๆที่เพื่อนบ้านของท่านทำหายและท่านไปพบเข้า อย่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
4 เมื่อท่านเห็นลาหรือวัวของเพื่อนบ้านล้มอยู่ที่ถนน อย่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ท่านต้องเข้าไปช่วยยกมันขึ้นด้วยกันกับเจ้าของมัน
5 ผู้หญิงต้องไม่สวมใส่เสื้อผ้าของผู้ชาย และผู้ชายต้องไม่สวมใส่เสื้อผ้าผู้หญิง เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านขยะแขยงทุกคนที่ทำอย่างนั้น
6 ถ้าท่านกำลังเดินอยู่ และพบรังนกบนต้นไม้หรือตกอยู่บนพื้นดิน มีลูกนกหรือไข่นกอยู่ในนั้น และแม่นกกำลังกกลูกหรือไข่ของมันอยู่ ท่านต้องไม่จับทั้งแม่และลูกของมัน 7 ท่านอาจจะเก็บลูกของมันไว้ได้ แต่ต้องปล่อยแม่ของมันไป เพื่อทุกอย่างจะได้เป็นไปด้วยดีสำหรับท่าน และท่านจะมีอายุยืนยาว
8 เมื่อท่านสร้างบ้านใหม่ ต้องก่ออิฐกันตกรอบดาดฟ้า ท่านจะได้ไม่มีความผิดที่ทำให้คนตกลงมาตาย
ของที่ห้ามอยู่ด้วยกัน
9 เมื่อท่านทำไร่องุ่น ท่านต้องไม่ปลูกพืชอื่นแซม ไม่อย่างนั้นทั้งพืชที่ปลูกแซมและผลองุ่นจากไร่นั้นจะกลายเป็นสมบัติของพระเจ้า ถูกส่งไปยังสถานที่นมัสการพระองค์
10 เมื่อท่านไถดิน ท่านต้องไม่เอาวัวและลามาไถพร้อมๆกัน
11 ท่านต้องไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่ทอด้วยขนสัตว์และลินินเข้าด้วยกัน
12 ท่านต้องทำพู่+ 22:12 พู่ เป็นสิ่งที่ช่วยให้ประชาชนจำพระเจ้าและคำสั่งของพระองค์ได้ ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือ กันดารวิถี 15:37-41 ห้อยที่ชายเสื้อคลุมทั้งสี่ด้านของท่าน
กฎของการแต่งงาน
13 ถ้าชายคนหนึ่งแต่งงานกับหญิงคนหนึ่ง และมีเพศสัมพันธ์กับนาง แล้วเกิดเกลียดนางขึ้นมา 14 เขากล่าวหาว่านางทำตัวไม่เหมาะสมและพูดให้นางเสียหายว่า “ผมได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แต่เมื่อผมมีเพศสัมพันธ์กับนาง ผมพบว่านางไม่บริสุทธิ์” 15 พ่อแม่ของหญิงสาวคนนี้จะต้องหาข้อพิสูจน์ว่านางเป็นสาวบริสุทธิ์ มาให้กับพวกผู้นำของเมืองนั้นที่ประตูเมือง 16 พ่อของหญิงสาวคนนั้นต้องพูดกับพวกผู้นำว่า “ผมได้ยกลูกสาวให้กับชายคนนี้เป็นเมีย ตอนนี้เขาเกลียดนางแล้ว 17 และดูสิ เขายังกล่าวหาว่านางทำตัวไม่เหมาะสม โดยบอกว่า ‘ผมพบว่าลูกสาวของท่านไม่บริสุทธิ์ นี่คือข้อพิสูจน์ว่าลูกสาวของผมเป็นสาวบริสุทธิ์’” แล้วเขาต้องกางผ้า+ 22:17 ผ้า ผ้าปูที่นอนที่เจ้าสาวเก็บไว้จากคืนวันแต่งงาน เพื่อพิสูจน์ว่านางยังบริสุทธิ์อยู่เมื่อนางแต่งงาน จะมีรอยเปื้อนเลือดจากการมีเพศสัมพันธ์ ผืนนั้นออกต่อหน้าพวกผู้นำของเมืองนั้น 18 แล้วพวกผู้นำของเมืองนั้นต้องเอาตัวชายคนนั้นมาเฆี่ยนตี 19 พวกเขาต้องปรับชายคนนั้นเป็นเงินหนึ่งกิโลกรัม+ 22:19 เงินหนึ่งกิโลกรัม หรือ 1.15 กิโลกรัม หรือ 100 เชเขล น่าจะเป็นเงินจำนวนสองเท่าของสินสอด ดูเฉลยธรรมบัญญัติ 22:29 และนำเงินนั้นไปให้กับพ่อของหญิงสาวคนนั้น เพราะชายคนนั้นได้ทำลายชื่อเสียงของหญิงบริสุทธิ์ของอิสราเอล นางจะยังคงเป็นเมียเขาต่อไปและเขาจะหย่าขาดจากนางไม่ได้ตลอดชีวิต
20 แต่ถ้าเป็นจริงตามที่กล่าวหา และไม่มีอะไรมาพิสูจน์ว่านางเป็นสาวบริสุทธิ์ 21 พวกผู้นำต้องนำตัวนางไปที่ประตูบ้านของพ่อนาง และพวกผู้ชายในเมืองนั้นก็จะเอาหินขว้างนางจนตาย เพราะนางได้ทำสิ่งที่น่าอัปยศอดสูในอิสราเอล ด้วยการทำตัวเหมือนหญิงโสเภณีในบ้านพ่อของนาง เมื่อทำอย่างนี้ ท่านจะได้ขจัดความชั่วร้ายออกไปจากท่ามกลางคนของท่าน
บาปทางเพศ
22 ถ้าพบว่าชายคนหนึ่งนอนอยู่กับหญิงอีกคนหนึ่ง ที่เป็นเมียของคนอื่น ทั้งสองคนคือชายคนนั้นและหญิงที่เขานอนด้วยต้องตาย เมื่อทำอย่างนี้ ท่านจะได้ขจัดความชั่วร้ายออกไปจากอิสราเอล
23 ถ้าหญิงสาวบริสุทธิ์คนหนึ่งได้รับหมั้นกับผู้ชายคนหนึ่งแล้ว และมีคนหนึ่งเจอนางที่ในเมือง และมีเพศสัมพันธ์กับนาง 24 พวกท่านต้องเอาทั้งสองคนมาที่ประตูเมืองนั้น แล้วเอาหินขว้างพวกเขาให้ตาย ที่ต้องฆ่าหญิงนั้นเพราะนางไม่ได้ร้องให้คนช่วยในเมือง และที่ต้องฆ่าชายนั้นก็เพราะเขาทำให้เมียของคนอื่นเสียหาย เมื่อทำอย่างนี้ ท่านจะได้ขจัดความชั่วร้ายออกจากท่ามกลางท่าน
25 แต่ถ้าชายคนนั้นพบหญิงที่หมั้นแล้วคนนี้ในที่โล่งนอกเมือง และชายคนนั้นก็จับนางมาข่มขืน มีแต่ชายคนนี้เท่านั้นที่ต้องตาย 26 อย่าทำอะไรกับหญิงสาวนั้น นางไม่ได้ทำบาปอะไรที่สมควรตาย เพราะกรณีนี้เหมือนกับชายที่ทำร้ายเพื่อนบ้านและฆ่าเขา 27 เพราะเขาพบนางในที่โล่งนอกเมือง หญิงที่หมั้นนี้อาจจะร้องให้คนช่วยแล้ว แต่ไม่มีใครมาช่วย
28 ถ้าชายคนหนึ่งพบหญิงสาวบริสุทธิ์ที่ยังไม่ได้หมั้นและจับนางมาข่มขืน และพวกเขาถูกจับได้ 29 ชายคนที่นอนกับนางต้องให้เงินครึ่งกิโลกรัม+ 22:29 เงินครึ่งกิโลกรัม หรือ 0.6 กิโลกรัม หรือ 50 เชเขล เงินจำนวนนี้จะเป็นสินสมรส ผู้เป็นพ่อจะเก็บเงินจำนวนนี้ไว้เพื่อดูแลหญิงสาวหากสามีของนางเป็นอะไรไป กับพ่อของหญิงสาวคนนั้น และนางจะกลายเป็นเมียของเขา เพราะเขาทำให้นางเสียหาย เขาไม่สามารถหย่ากับนางได้ตลอดชีวิตของเขา
30 ผู้ชายจะแต่งงานกับเมียเก่าของพ่อเขาไม่ได้ เพราะจะทำให้พ่อเขาอับอายขายหน้า
23คนที่ไม่สามารถเข้าร่วมนมัสการ
1 ชายที่ลูกอัณฑะถูกทำลายหรือถูกตัดอวัยวะเพศ จะเข้าร่วมนมัสการพระยาห์เวห์กับชายอิสราเอลคนอื่นๆไม่ได้ 2 ถ้าชายคนไหนที่พ่อแม่แต่งงานกันทั้งๆที่มีกฎห้ามแต่ง ชายคนนั้นก็จะไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นคนของพระยาห์เวห์ และลูกหลานของเขาอีกสิบชั่วรุ่น ก็จะไม่มีสิทธิ์อย่างเต็มที่เหมือนกัน
3 ชาวอัมโมนหรือชาวโมอับจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของประชาชนอิสราเอล และลูกหลานของเขาอีกสิบชั่วรุ่นก็จะไม่เป็นส่วนหนึ่งด้วยเหมือนกัน และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป 4 เพราะพวกเขาไม่ยอมให้อาหารและน้ำดื่มกับท่าน ตอนที่ท่านเดินทางออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ และพวกเขายังว่าจ้างบาลาอัมมาสาปแช่งท่าน บาลาอัมเป็นลูกชายของเบโอร์จากเมืองเปโธร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมโสโปเตเมีย 5 แต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านไม่ยอมฟังบาลาอัม และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเปลี่ยนคำสาปแช่งให้เป็นคำอวยพรสำหรับท่าน เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านรักท่าน 6 ตลอดชีวิตของท่าน อย่าไปทำให้คนพวกนี้สะดวกสบายหรือมั่งคั่งเป็นอันขาด
คนที่ชาวอิสราเอลควรยอมรับ
7 อย่าเกลียดชาวเอโดม เพราะเขาคือพี่น้องของท่าน อย่าเกลียดชาวอียิปต์ เพราะท่านเคยเป็นชาวต่างชาติในประเทศของเขามาก่อน 8 ลูกของชาวเอโดมและชาวอียิปต์รุ่นที่สาม สามารถเข้าร่วมนมัสการพระยาห์เวห์กับชายอิสราเอลได้
สุขอนามัยในค่าย
9 เมื่อท่านออกไปตั้งค่ายเผชิญหน้ากับศัตรู ท่านต้องอยู่ห่างไกลจากทุกสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ 10 เมื่อมีบางคนในค่ายฝันเปียกตอนกลางคืน ทำให้เขาไม่บริสุทธิ์ เขาต้องออกไปนอกค่าย ห้ามเข้ามาในค่าย 11 พอตกเย็น เขาต้องอาบน้ำ เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน เขาถึงกลับเข้าค่ายได้
12 ท่านต้องมีสถานที่หนึ่งนอกค่ายสำหรับออกไปถ่ายทุกข์ 13 ท่านต้องเอาไม้กับอุปกรณ์ไปด้วย เมื่อท่านถ่ายทุกข์เสร็จแล้ว ก็ให้เอาไม้นั้นขุดหลุม และกลบอึของท่านด้วย 14 เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอยู่กับท่านในค่ายนั้นด้วย เพื่อช่วยชีวิตท่านและช่วยให้ท่านชนะศัตรู ดังนั้นค่ายของท่านต้องเตรียมไว้ให้บริสุทธิ์สำหรับพระองค์ พระองค์จะได้ไม่เห็นอะไรที่น่ารังเกียจท่ามกลางท่านและเลิกติดตามท่านไป
กฎอื่นๆ
15 ทาสที่หนีนายของเขามาอยู่กับท่าน ท่านต้องไม่ส่งทาสนั้นคืนไปให้นายเก่าของเขา 16 ทาสนั้นจะเลือกอยู่ที่ไหนก็ได้ในเมืองต่างๆของท่าน ตามใจเขา ห้ามบังคับเขา
17 ห้ามไม่ให้ลูกสาวและลูกชายของคนอิสราเอลเป็นโสเภณี 18 ท่านต้องไม่เอาค่าตัวของโสเภณีหญิงหรือโสเภณีชาย มาแก้บนในวิหารของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านขยะแขยงทั้งโสเภณีหญิงและชาย
19 เมื่อท่านให้พี่น้องอิสราเอลกู้ยืม ท่านต้องไม่คิดดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยอาหารหรือดอกเบี้ยอะไรก็แล้วแต่ที่ท่านให้กู้ยืมไป 20 ท่านอาจคิดดอกเบี้ยกับชาวต่างชาติได้ แต่ต้องไม่คิดจากพี่น้องชาวอิสราเอลคนอื่น เพื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะได้อวยพรท่านในทุกสิ่งที่ท่านทำในแผ่นดินที่ท่านกำลังจะเข้าไปยึดเป็นเจ้าของ
21 เมื่อท่านบนไว้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน อย่าชักช้าที่จะแก้บน เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทวงจากท่านแน่นอน และท่านจะมีความผิดเพราะบาปนั้น 22 แต่ถ้าท่านไม่ได้บนไว้กับพระยาห์เวห์ ท่านก็ไม่มีความผิดเพราะบาปนั้น 23 ท่านต้องทำตามคำพูดของตัวเองอย่างระมัดระวัง ตามที่ท่านสมัครใจบนไว้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ด้วยปากของท่านเอง
24 ถ้าท่านเข้าไปในไร่องุ่นของเพื่อนบ้าน ท่านกินองุ่นได้เต็มที่เลย จนกว่าจะอิ่ม แต่ห้ามเก็บองุ่นใส่กระเป๋า 25 ถ้าท่านเดินผ่านทุ่งนาของเพื่อนบ้าน ท่านเอามือเด็ดรวงข้าวกินได้เลย แต่ต้องไม่ใช้เคียวเกี่ยวข้าวของคนอื่น ติดตัวไปด้วย
241 ถ้าชายคนไหนรับผู้หญิงมาและแต่งงานกับนาง ต่อมาเขาเริ่มไม่พอใจนาง เพราะเขาค้นพบว่านางได้ไปทำสิ่งที่น่ารังเกียจ+ 24:1 สิ่งที่น่ารังเกียจ คำฮีบรูคำนี้ไม่มีความหมายเจาะจงเท่าไหร่ น่าจะพูดถึงการกระทำบางอย่างที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก มันคงไม่ได้หมายถึงการมีชู้หรือร่วมเพศอย่างผิดศีลธรรมก่อนแต่งงาน เพราะความผิดเช่นนั้นจะถูกทำโทษถึงตาย และถ้าเขาเขียนใบหย่าให้กับนางและส่งนางออกจากบ้านเขาไป 2 นางก็ออกจากบ้านเขาและไปเป็นเมียของชายคนอื่น 3 และถ้าสามีคนใหม่ก็ไม่ชอบนางเหมือนกัน และเขียนใบหย่าให้กับนางและส่งนางออกจากบ้านเขาไป หรือถ้าสามีคนใหม่ตาย 4 สามีคนแรกที่ส่งนางออกไปจากบ้านนั้น จะรับนางกลับไปเป็นเมียอีกไม่ได้แล้ว เพราะนางกลายเป็นคนที่ไม่บริสุทธิ์สำหรับเขาแล้ว เพราะพระยาห์เวห์เกลียดการกระทำนี้ และท่านต้องไม่นำบาปเข้ามาบนแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่านไว้เป็นเจ้าของ
5 เมื่อผู้ชายแต่งงานใหม่ๆ เขาต้องไม่ออกไปทำสงคราม และต้องไม่ให้งานอื่นๆกับเขาทำด้วย เขาจะอยู่บ้านไม่ต้องทำอะไรเป็นเวลาหนึ่งปี และทำให้เมียที่เขาเพิ่งแต่งงานด้วยมีความสุข
6 ถ้าท่านให้ใครกู้ยืม ห้ามเอาโม่หินหรือแม้แต่หินก้อนบนของโม่นั้นเป็นเครื่องค้ำประกัน เพราะเป็นการเอาของที่สำคัญต่อชีวิตมาเป็นของค้ำประกัน+ 24:6 ของค้ำประกัน ของสิ่งใดก็ตามที่คนผู้หนึ่งให้ไว้เพื่อแสดงว่าเขาจะจ่ายคืนสิ่งที่เขายืมมา ถ้าคนนั้นไม่จ่ายคืนสิ่งที่เขายืมมาแล้ว ผู้ให้ยืมสามารถยึดของสิ่งนั้นไว้ได้
7 ถ้าเจอว่าใครไปลักพาตัวพี่น้องชาวอิสราเอลของเขาเอง แล้วทำให้เขากลายเป็นทาสหรือขายเขาไป คนที่ลักพาตัวนั้นต้องถูกฆ่าตาย ท่านต้องขจัดสิ่งชั่วร้ายไปจากท่ามกลางพวกท่าน
8 ระวังให้ดี ในเรื่องเกี่ยวกับโรคผิวหนังร้ายแรง ให้ทำตามคำสั่งของนักบวชอย่างระมัดระวัง พวกท่านต้องทำตามสิ่งที่เราได้สั่งพวกเขาไว้อย่างระมัดระวัง 9 จำสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ทำกับมิเรียม+ 24:9 มิเรียม ดูใน กันดารวิถี 12:1-15 ในช่วงการเดินทางหลังจากที่พวกท่านออกมาจากอียิปต์
10 เมื่อท่านให้เพื่อนบ้านกู้ยืมอะไรก็แล้วแต่ ท่านต้องไม่เข้าไปหยิบของค้ำประกันในบ้านเขา 11 ท่านต้องยืนรออยู่ข้างนอก และชายคนที่กู้ยืมจากท่านจะเอาของค้ำประกันออกมาให้กับท่านนอกบ้าน 12 ถ้าคนกู้ยืมนั้นยากจน ท่านต้องไม่เก็บเสื้อคลุมของเขาข้ามคืน เสื้อคลุมที่เขาเอามาให้กับท่านเป็นของค้ำประกัน 13 ท่านต้องคืนเสื้อคลุมนั้นให้เขาเมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน เขาจะได้ใส่นอน แล้วเขาจะอวยพรท่าน พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านก็จะยอมรับในการกระทำของท่านว่าถูกต้อง
14 ท่านต้องไม่โกงคนงานรับจ้างที่ยากจนและเดือดร้อน ไม่ว่าเขาจะเป็นพี่น้องชาวอิสราเอลของท่านหรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองใดเมืองหนึ่งในดินแดนของท่าน 15 ท่านต้องจ่ายค่าจ้างให้เขาในแต่ละวันก่อนดวงอาทิตย์ตกดิน เพราะเขายากจนและเขาต้องการค่าจ้างนั้น ไม่อย่างนั้นเขาจะมาฟ้องร้องท่านกับพระยาห์เวห์ ท่านก็จะมีความผิดจากบาป
16 ต้องไม่ฆ่าพ่อแม่แทนลูกๆและต้องไม่ฆ่าลูกๆแทนพ่อแม่ บาปของใครของมัน คนไหนทำบาปคนนั้นก็ต้องถูกฆ่า 17 ท่านต้องไม่ตัดสินคนต่างชาติหรือเด็กกำพร้าที่อยู่ท่ามกลางพวกท่านอย่างไม่ยุติธรรม ท่านต้องไม่รับเสื้อผ้าของแม่หม้ายเป็นของค้ำประกัน 18 ท่านต้องจำไว้ว่าท่านก็เคยเป็นทาสในแผ่นดินอียิปต์มาก่อน และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ปลดปล่อยท่านจากที่นั่น นั่นเป็นเหตุที่เราถึงได้สั่งให้ท่านทำอย่างนี้
19 เมื่อท่านรวบรวมพืชผลในท้องทุ่งของท่าน และท่านลืมฟ่อนข้าวไว้ฟ่อนหนึ่งในทุ่ง ท่านต้องไม่กลับไปเอา ทิ้งมันไว้ตรงนั้นสำหรับชาวต่างชาติ เด็กกำพร้าหรือแม่หม้าย เพื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะได้อวยพรท่านในทุกสิ่งที่ท่านทำ 20 เมื่อท่านตีกิ่งมะกอกเพื่อเอาผลของมัน ท่านต้องไม่กลับไปตีกิ่งมันซ้ำอีก ผลมะกอกที่คาอยู่บนต้นจะเก็บไว้ให้ชาวต่างชาติ เด็กกำพร้าและแม่หม้าย 21 เมื่อท่านเก็บองุ่นจากไร่ อย่ากลับไปเก็บองุ่นที่คาอยู่บนต้น เหลือมันไว้ให้ชาวต่างชาติ เด็กกำพร้าและแม่หม้าย 22 จำไว้ว่าท่านก็เคยเป็นทาสในแผ่นดินอียิปต์ นั่นเป็นเหตุที่เราถึงได้สั่งให้ท่านทำอย่างนี้
251 เมื่อมีคนสองคนทะเลาะกัน พวกเขาควรไปที่ศาล ให้ผู้ตัดสินทำการตัดสินว่าใครถูกใครผิด 2 และถ้าคนทำผิดสมควรจะถูกเฆี่ยน ผู้ตัดสินต้องจับคนนั้นนอนคว่ำและเฆี่ยนเขาต่อหน้าผู้ตัดสิน จะเฆี่ยนกี่ครั้งก็ขึ้นอยู่กับความผิดที่เขาทำ 3 แต่ห้ามเฆี่ยนเขาเกินสี่สิบครั้ง ถ้าเกินกว่านี้ แสดงว่าท่านกำลังเหยียดหยามเพื่อนร่วมชาติคนนี้
4 ท่านต้องไม่เอาตะกร้อสวมปากวัว เพื่อกันไม่ให้มันกินเมล็ดข้าว ตอนที่มันกำลังย่ำเมล็ดข้าวอยู่
5 ถ้ามีพี่น้องสองคนอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งตายไปและยังไม่มีลูก เมียของคนที่ตายต้องไม่แต่งงานกับคนนอกครอบครัว น้องของสามีต้องแต่งงานกับนางและมีเพศสัมพันธ์กับนาง และทำหน้าที่สามีแทนพี่ชาย+ 25:5 ถ้ามีพี่น้อง … พี่ชาย กฎข้อนี้ใช้กับพี่ชายด้วย เช่น ถ้าเกิดน้องชายตายแล้วยังไม่มีลูก พี่ชายก็ต้องเอาเมียน้องชายมาเป็นเมียของเขาด้วย6 แล้วเมื่อนางคลอดลูกชายคนแรก ก็ให้ถือว่าเป็นลูกของพี่ชายที่ตายไปแล้ว เพื่อว่าชื่อของพี่ที่ตายไปแล้ว จะได้ไม่ถูกลบออกจากชาวอิสราเอล 7 แต่ถ้าชายคนนั้นไม่ยอมแต่งงานกับเมียของพี่ชายที่ตาย เมียของคนที่ตายต้องไปหาพวกผู้นำที่ประตูเมืองและพูดว่า ‘น้องของสามีฉันไม่ยอมช่วยให้ชื่อของพี่เขาคงอยู่กับชาวอิสราเอลต่อไป เขาไม่ยอมทำหน้าที่ของน้องสามีกับฉัน’ 8 แล้วพวกผู้นำของเมืองต้องเรียกตัวเขามาพูดด้วย ถ้าเขายังยืนกรานและพูดว่า ‘ผมไม่ต้องการแต่งงานกับนาง’ 9 เมียของคนที่ตายต้องเข้ามาใกล้เขา ต่อหน้าผู้นำพวกนั้น แล้วนางก็ถอดรองเท้าข้างหนึ่งออกจากเท้าของเขา และถุยน้ำลายลดหน้าเขา และพูดว่า ‘คนที่ไม่ยอมสืบสกุลให้กับพี่ชายของเขาจะถูกทำอย่างนี้แหละ’ 10 แล้วคนนั้นจะถูกตั้งฉายาในอิสราเอลว่า ‘ครอบครัวของคนที่ถูกดึงรองเท้าออก’
11 ถ้าชายสองคนต่อสู้กัน และเมียของคนหนึ่งเข้ามาช่วยสามีของนางที่กำลังจะแพ้ และนางยื่นมือไปจับของลับของชายคนนั้น 12 ท่านต้องตัดมือของนางทิ้ง ท่านต้องไม่สงสารนาง
13 ห้ามมีลูกตุ้มชั่งน้ำหนักสองชุดในกระเป๋า ชุดหนึ่งหนักกับอีกชุดหนึ่งเบา 14 ห้ามมีเครื่องตวงสองเครื่องในบ้าน เครื่องหนึ่งใหญ่และอีกเครื่องหนึ่งเล็ก 15 ท่านต้องใช้แต่เครื่องชั่งที่ถูกต้องเที่ยงตรงเท่านั้น และท่านต้องใช้แต่เครื่องตวงที่ถูกต้องเที่ยงตรงด้วย เพื่อท่านจะได้มีอายุยืนยาวในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่าน 16 เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ขยะแขยงทุกคนที่ทำสิ่งเหล่านี้ ทุกคนที่ขี้โกง ไม่ว่าจะโกงตราชั่ง หรือโกงเครื่องตวงก็ตาม
ชาวอามาเลคต้องถูกทำลาย
17 จำได้หรือเปล่าว่าชาวอามาเลคทำอะไรไว้กับท่านบ้าง ตอนที่ท่านเดินทางออกมาจากอียิปต์ 18 จำได้ไหมว่าพวกเขาจู่ๆก็โผล่มาในระหว่างทาง และเข้าโจมตีท่านจากด้านหลัง ตอนที่ท่านเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า และฆ่าพวกที่อยู่ล้าหลัง พวกเขาไม่เกรงกลัวพระเจ้า 19 เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านให้ท่านหยุดพักจากการต่อสู้กับศัตรูทั้งหมดทุกด้าน ในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่านเป็นเจ้าของ เพื่อเป็นมรดกของลูกหลานต่อไป อย่าลืมว่าท่านต้องกำจัดชาวอามาเลคให้หมดไปจากใต้ฟ้านี้
26การเก็บเกี่ยวพืชผลครั้งแรก
1 เมื่อท่านเข้าไปในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้ท่านเป็นเจ้าของ เมื่อท่านได้เป็นเจ้าของและตั้งรกรากในแผ่นดินนั้นแล้ว 2 ผลผลิตที่ท่านเก็บเกี่ยวได้เป็นครั้งแรกจากแผ่นดินนั้นของท่าน แผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้ท่าน ท่านต้องแบ่งผลผลิตนั้นมาส่วนหนึ่ง แล้วนำมาใส่ไว้ในตะกร้า แล้วเอาไปในสถานที่นั้นที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเลือกไว้สำหรับนมัสการพระองค์ 3 ให้ไปหานักบวชที่รับใช้อยู่ในวันนั้น และพูดกับเขาว่า ‘วันนี้ผมจะมาแจ้งให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านรู้ว่า ผมได้มาถึงดินแดนที่พระยาห์เวห์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของเราว่าจะยกให้กับเราแล้ว’
4 แล้วนักบวชจะรับตะกร้าจากมือของท่าน ไปตั้งไว้หน้าแท่นบูชาของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 5 แล้วท่านจะพูดต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านว่า ‘บรรพบุรุษของข้าพเจ้าเป็นชาวอารัม+ 26:5 ชาวอารัม คนจากซีเรีย ในที่นี้น่าจะพูดถึงยาโคบ (หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า “อิสราเอล”) ที่เร่ร่อน และเขาได้ลงไปถึงอียิปต์และอยู่ที่นั่นอย่างคนต่างชาติกับคนในครอบครัวอีกไม่กี่คน แต่ที่นั่นเขาได้กลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ มีอำนาจและมีจำนวนมหาศาล 6 ชาวอียิปต์โหดร้ายกับพวกเรา และทำให้พวกเราต้องทนทุกข์ทรมาน พวกเขาบังคับให้พวกเราทำงานอย่างหนัก 7 พวกเราจึงร้องขอความช่วยเหลือต่อพระยาห์เวห์ พระเจ้าของบรรพบุรุษพวกเรา และพระยาห์เวห์ก็ได้ยินเสียงของพวกเรา และพระองค์เห็นถึงความทุกข์ยากของพวกเรา เห็นถึงงานหนักที่พวกเราทำและการถูกกดขี่ข่มเหง 8 แล้วพระยาห์เวห์ก็นำพวกเราออกจากอียิปต์ด้วยมือที่เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจ และแขนที่ยื่นออกมาทำลายศัตรู และการกระทำที่น่ากลัว เหตุการณ์พิเศษต่างๆและการอัศจรรย์ 9 แล้วพระองค์ก็นำพวกเรามาถึงที่นี่และให้แผ่นดินนี้กับพวกเรา แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ 10 และตอนนี้ ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าได้เอาพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้เป็นครั้งแรกในแผ่นดินที่พระองค์ยกให้กับข้าพเจ้ามา’ แล้วให้ท่านวางตะกร้านั้นไว้ต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และก้มกราบพระองค์ 11 แล้วท่านต้องร่วมเฉลิมฉลองยินดีกับสิ่งดีๆเหล่านั้น ที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ให้กับท่านและครอบครัว ท่านต้องแบ่งสิ่งต่างๆพวกนั้นกับชาวเลวีและชาวต่างชาติที่อยู่ท่ามกลางท่านด้วย
12 ทุกๆสามปี เป็นปีของการแบ่งปันหนึ่งส่วนในสิบส่วน ในปีนั้นท่านต้องแบ่งหนึ่งในสิบของพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมดให้กับชาวเลวี ชาวต่างชาติ เด็กกำพร้าและแม่หม้าย เพื่อพวกเขาจะได้มีกินอย่างเหลือเฟือตามเมืองต่างๆของท่าน 13 แล้วท่านต้องพูดกับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านว่า ‘ข้าพเจ้าได้แยกส่วนที่เป็นของพระยาห์เวห์ ออกจากพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ แล้วนำมันออกมาจากบ้าน เอาไปให้กับชาวเลวี ชาวต่างชาติ เด็กกำพร้าและแม่หม้าย ตามที่พระองค์ได้สั่งให้ข้าพเจ้าทำ ข้าพเจ้าไม่ได้ขัดคำสั่ง หรือว่าลืมคำสั่งใดๆของพระองค์เลย 14 ข้าพเจ้าไม่ได้กินส่วนที่เป็นของพระยาห์เวห์นี้ ตอนที่ข้าพเจ้าเศร้าโศกเสียใจ+ 26:14 ข้าพเจ้าไม่ได้กิน … เสียใจ คนอิสราเอลกินอาหารนี้อย่างมีความสุข เพราะพระเจ้าให้สิ่งต่างๆมากมาย จึงห้ามกินในเวลาที่เศร้าโศกเสียใจอยู่ ข้าพเจ้าไม่ได้แยกส่วนใดส่วนหนึ่งของมันออกมา ตอนที่ข้าพเจ้าไม่บริสุทธิ์+ 26:14 ตอนที่ข้าพเจ้าไม่บริสุทธิ์ คงจะหมายถึงเข้าใกล้หรือแตะต้องคนตายมา ดูเพิ่มเติมได้จาก กันดารวิถี 19:11-16 ข้าพเจ้าไม่ได้เอาส่วนใดส่วนหนึ่งของมันมาไหว้คนตาย ข้าพเจ้าเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ทำทุกอย่างที่พระองค์สั่งข้าพเจ้าไว้ 15 ได้โปรดมองลงมาจากบ้านอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ จากบนสวรรค์ และอวยพรชาวอิสราเอลคนของพระองค์ และแผ่นดินที่พระองค์ยกให้กับพวกเรา ตามที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของเรา เป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์’
เชื่อฟังคำสั่งของพระยาห์เวห์
16 วันนี้ พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้สั่งให้ท่านเชื่อฟังกฎและข้อบังคับเหล่านี้ ท่านต้องเชื่อฟังสิ่งเหล่านี้อย่างระมัดระวังด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน 17 วันนี้ท่านกำลังทำข้อตกลงกับพระยาห์เวห์+ 26:17 ทำข้อตกลงกับพระยาห์เวห์ แปลตรงๆได้ว่า “ทำให้พระยาห์เวห์พูด” หรือบางคนอาจแปลว่า “ได้พูดสิ่งนี้เกี่ยวกับพระยาห์เวห์” ว่าพระองค์จะเป็นพระเจ้าของท่าน และท่านจะเดินในทางของพระองค์และรักษากฎ คำสั่งและข้อบังคับต่างๆและเชื่อฟังพระองค์ 18 และในวันนี้ พระยาห์เวห์กำลังทำข้อตกลงกับท่าน+ 26:18 ทำข้อตกลงกับท่าน แปลตรงๆได้ว่า “ทำให้ท่านพูด” หรือบางคนอาจจะแปลว่า “ได้พูดสิ่นี้เกี่ยวกับท่าน”ว่า ท่านจะเป็นของรักของหวงที่มีค่าของพระองค์ ตามที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับท่าน และท่านจะเชื่อฟังกฎบัญญัติของพระองค์ทุกข้อ 19 และพระองค์จะทำให้ท่านยิ่งใหญ่กว่าทุกๆชนชาติที่พระองค์สร้าง พระองค์จะทำให้ท่านได้รับการสรรเสริญ มีชื่อเสียงและเกียรติยศ+ 26:19 พระองค์ … เกียรติยศ หรือ “พระองค์จะนำการสรรเสริญ ชื่อเสียง และเกียรติยศมาให้กับพระองค์เอง” และท่านจะเป็นคนที่ถูกแยกออกมาเพื่อเป็นของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ตามที่พระองค์สัญญาไว้”
27อนุสาวรีย์หินสำหรับประชาชน
1 โมเสสและพวกผู้นำอาวุโสของอิสราเอลได้สั่งประชาชนว่า “ให้เชื่อฟังคำสั่งทั้งหมดที่เราได้สั่งพวกท่านในวันนี้ 2 ทันทีที่พวกท่านข้ามแม่น้ำจอร์แดนเข้าสู่แผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่าน ท่านต้องวางพวกหินก้อนใหญ่ขึ้นมาและโบกปูนขาวทับหินพวกนั้นไว้ 3 และท่านต้องเขียนกฎต่างๆเหล่านี้บนหินพวกนั้นในทันทีที่ท่านข้ามแม่น้ำจอร์แดนไป เพื่อท่านจะได้เข้าสู่แผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้ท่าน เป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ ตามที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษท่านได้สัญญาไว้กับท่าน
4 เมื่อพวกท่านข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปแล้ว พวกท่านต้องทำตามที่เราได้สั่งไว้ คือให้วางหินพวกนั้นที่บนภูเขาเอบาล โบกปูนขาวทับพวกมันไว้ 5 ท่านต้องเอาหินมาสร้างแท่นบูชาขึ้นที่นั่นให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน แต่ห้ามใช้เครื่องมือเหล็กตัดหินพวกนั้น 6 ท่านต้องเอาหินทั้งก้อนเหล่านั้นมาสร้างแท่นบูชาให้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ท่านต้องถวายเครื่องเผาบูชาบนแท่นนั้นให้กับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 7 ท่านต้องถวายเครื่องบูชาและกินเครื่องสังสรรค์บูชาที่นั่น และสนุกสนานกันต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 8 ท่านต้องเขียนกฎพวกนี้ทั้งหมดลงบนหินพวกนั้นที่ท่านตั้งขึ้นมา เขียนให้อ่านง่ายๆ”
คนอิสราเอลเห็นด้วยกับคำสาปแช่ง
9 โมเสสและนักบวชชาวเลวีพูดกับชาวอิสราเอลทั้งหมดว่า “ชาวอิสราเอลเอ๋ย เงียบๆหน่อยและฟังให้ดีๆ วันนี้ท่านได้กลายเป็นประชาชนของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านแล้ว 10 ท่านต้องเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านและทำตามคำสั่งและกฎเหล่านั้นของพระองค์ที่เราได้สั่งพวกท่านในวันนี้”
11 วันนั้นโมเสสได้สั่งประชาชนด้วยว่า 12 “เมื่อพวกท่านข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปแล้ว เผ่าต่อไปนี้จะยืนอยู่บนภูเขาเกริซิม เพื่ออ่านคำอวยพรให้กับประชาชน คือเผ่าสิเมโอน เลวี ยูดาห์ อิสสาคาร์ โยเซฟและเบนยามิน 13 และเผ่าเหล่านี้จะยืนอยู่บนภูเขาเอบาลเพื่ออ่านคำสาปแช่งให้กับประชาชน คือเผ่ารูเบน กาด อาเชอร์ เศบูลุน ดานและนัฟทาลี
14 แล้วชาวเลวี ก็จะพูดกับชาวอิสราเอลทั้งหมดด้วยเสียงอันดังว่า
15 ‘คนที่แกะสลักรูปเคารพ หรือทำรูปเคารพจากเหล็ก แล้วเอาไปแอบไว้บูชาจะถูกสาปแช่ง เพราะพระยาห์เวห์ขยะแขยงสิ่งต่างๆเหล่านั้นที่ช่างแกะสลักทำขึ้นมากับมือ’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’+ 27:15 ขอให้เป็นอย่างนั้น แปลมาจากคำว่า “อาเมน” ในภาษาฮีบรู คำนี้หมายถึง “เป็นความจริง” หรือ “เราเห็นด้วย” หรือ “ขอให้เป็นอย่างนั้น”
16 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่ไม่เคารพพ่อหรือแม่ของเขาจะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
17 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่ย้ายหลักเขตที่ดินของเพื่อนบ้านเพื่อขโมยที่ดินจะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
18 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่แกล้งคนตาบอดให้หลงทาง จะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
19 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่ตัดสินอย่างไม่ยุติธรรมต่อชาวต่างชาติ เด็กกำพร้าหรือแม่หม้าย จะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
20 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่ร่วมเพศกับเมียพ่อ+ 27:20 เมียพ่อ ในที่นี้อาจจะเป็นแม่เลี้ยง จะถูกสาปแช่ง เพราะไม่ให้เกียรติพ่อของเขา+ 27:20 ไม่ให้เกียรติพ่อของเขา แปลตรงๆได้ว่า “เปิดเผยความเปลือยของพ่อเขา”’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
21 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่ร่วมเพศกับสัตว์ใดๆจะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
22 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่ร่วมเพศกับพี่สาวหรือน้องสาว หรือพี่สาวหรือน้องสาวต่างพ่อหรือต่างแม่ จะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
23 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่ร่วมเพศกับแม่ยายของเขาจะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
24 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่ลอบฆ่าเพื่อนบ้านของตนจะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
25 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่รับจ้างฆ่าคนที่บริสุทธิ์จะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
26 ชาวเลวีจะพูดว่า ‘คนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎเหล่านี้และไม่ยอมทำตามจะถูกสาปแช่ง’
แล้วทุกคนจะพูดว่า ‘ขอให้เป็นอย่างนั้น’
28คำอวยพรสำหรับคนที่รักษาข้อตกลง
1 ถ้าท่านเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านอย่างเต็มที่ คือทำตามบัญญัติทั้งหมดของพระองค์อย่างระมัดระวัง บัญญัติที่เรากำลังสั่งท่านในวันนี้ แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านก็จะทำให้ท่านเหนือกว่าชนชาติทั้งหมดบนโลก
2 ถ้าท่านเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน สิ่งดีๆพวกนี้ก็จะเกิดขึ้นกับท่าน คือ
3 พระยาห์เวห์จะอวยพรท่าน
ทั้งในเมืองและในชนบท
4 พระยาห์เวห์จะอวยพรท่าน
และให้ท่านมีลูกดก
พระยาห์เวห์จะอวยพรแผ่นดินของท่าน
และให้ผลผลิตที่ดีกับท่าน
พระยาห์เวห์จะอวยพรพวกสัตว์ของท่าน
และให้มันมีลูกดก
พระยาห์เวห์จะอวยพรฝูงวัวของท่าน
และให้พวกมันมีลูกดก
พระยาห์เวห์จะอวยพรฝูงแพะของท่าน
และให้พวกมันมีลูกดก
5 พระยาห์เวห์จะทำให้ตะกร้าและชามนวดแป้งของท่าน
เต็มไปด้วยอาหาร
6 พระยาห์เวห์จะอวยพรท่าน
ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ
7 พระยาห์เวห์จะช่วยให้ท่านชนะศัตรูที่มาโจมตีท่าน พวกมันจะบุกมาทางเดียว แต่จะวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปเจ็ดทิศทาง
8 พระยาห์เวห์จะอวยพรท่าน ทำให้มีข้าวเต็มยุ้งฉางท่าน และพระยาห์เวห์จะอวยพรทุกสิ่งที่ท่านทำ พระองค์จะอวยพรท่านในแผ่นดินที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะยกให้กับท่าน 9 ถ้าท่านจะเชื่อฟังบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และถ้าท่านจะเดินในทางของพระองค์ พระยาห์เวห์ก็จะแยกท่านออกมาเพื่อเป็นคนของพระองค์โดยเฉพาะ ตามที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับท่าน 10 แล้วทุกชนชาติบนโลกจะรู้ว่า ท่านเป็นของพระยาห์เวห์ แล้วพวกเขาจะเกรงกลัวท่าน
11 พระยาห์เวห์จะทำให้ท่านมั่งคั่งอย่างล้นเหลือ พระองค์จะให้ท่านมีลูกดก ให้ฝูงสัตว์ของท่านเกิดลูกมากมาย ให้เกิดผลผลิตมากมายบนแผ่นดินของท่าน แผ่นดินที่พระยาห์เวห์สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของท่านว่าจะยกให้กับท่าน 12 พระยาห์เวห์จะเปิดคลังแห่งพระพรของพระองค์ให้กับท่าน พระองค์จะเปิดท้องฟ้าให้ฝนตกลงมาบนแผ่นดินของท่านตามฤดูกาล และอวยพรทุกสิ่งที่ท่านทำ และท่านจะมีเงินเหลือเฟือให้ชาติอื่นยืม และท่านจะไม่ต้องยืมใคร 13 ถ้าท่านเชื่อฟังคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ที่เรากำลังสั่งท่านอยู่ในวันนี้ และเชื่อฟังและทำตามอย่างระมัดระวัง และถ้าท่านไม่หันซ้ายหันขวาไปจากคำสั่งที่เรากำลังสั่งท่านอยู่ในวันนี้แล้วไปติดตามและนมัสการพระอื่น พระยาห์เวห์ก็จะทำให้ท่านเป็นหัวไม่ใช่หาง และท่านจะอยู่บนสุดไม่ใช่อยู่ที่ปลาย
คำสาปแช่งต่อคนที่ไม่เชื่อฟัง
(ลนต. 26:14-46)
15 แต่ถ้าท่านไม่ยอมเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ไม่ระมัดระวังที่จะทำตามคำสั่งและกฎทั้งหมดของพระองค์ ที่เรากำลังสั่งท่านอยู่ในวันนี้ สิ่งที่เลวร้ายพวกนี้ก็จะเกิดขึ้นกับท่าน คือ
16 พระยาห์เวห์จะสาปแช่งท่าน
ในเมืองและในชนบท
17 พระยาห์เวห์จะสาปแช่งตะกร้าและชามนวดแป้งของท่าน
ให้ไม่มีอาหาร
18 พระยาห์เวห์จะสาปแช่งท่าน
ไม่ให้มีลูกดก
พระยาห์เวห์จะสาปแช่งผืนดินของท่าน
ไม่ให้เกิดพืชผลดี
พระยาห์เวห์จะสาปแช่งฝูงสัตว์ของท่าน
ไม่ให้เกิดลูกดก
พระยาห์เวห์จะสาปแช่งฝูงแกะของท่าน
ไม่ให้เกิดลูกดก
19 พระยาห์เวห์จะสาปแช่งท่าน
ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ
20 ไม่ว่าท่านจะพยายามทำอะไรก็ตาม พระยาห์เวห์จะสาปแช่งท่าน ทำให้ท่านสับสน และมีอุปสรรค จนกระทั่งท่านถูกทำลายและพินาศไปอย่างรวดเร็ว เพราะการกระทำที่ชั่วร้ายของท่าน ที่ท่านได้ละทิ้งพระยาห์เวห์ 21 พระยาห์เวห์จะทำให้ท่านเป็นโรคที่น่ากลัว จนกระทั่งพระองค์ทำลายท่านจากแผ่นดินที่ท่านกำลังจะเข้าไปยึดเป็นเจ้าของนั้น 22 พระยาห์เวห์จะลงโทษท่านด้วยเชื้อโรค ทำให้น้ำหนักท่านลดอย่างรุนแรง มีไข้และบวม พระองค์จะทำให้อากาศร้อนดังไฟและแห้งแล้ง พระองค์จะให้ลมร้อนและโรครามาทำลายพืชผลของท่าน และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับท่านจนกระทั่งท่านตาย 23 ท้องฟ้าบนหัวของท่านจะส่องสว่างจ้าเหมือนทองแดงเพราะไม่มีเมฆฝน และพื้นดินใต้ท่านจะแข็งเหมือนเหล็กเพราะขาดฝน 24 แทนที่จะส่งฝนมา พระยาห์เวห์จะส่งพายุฝุ่นและพายุทรายมาบนแผ่นดินของท่าน มันจะตกลงมาบนท่านจากท้องฟ้า จนกระทั่งท่านถูกทำลาย
25 พระยาห์เวห์จะปล่อยให้ศัตรูเอาชนะท่าน ท่านใช้แค่เส้นทางเดียวตอนออกไปสู้กับเขา แต่ท่านต้องหนีกระเจิดกระเจิงไปถึงเจ็ดทิศทาง ทุกอาณาจักรบนโลกจะต้องกลัวจนตัวสั่น เมื่อเห็นสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับท่าน 26 ศพของท่านจะกลายเป็นอาหารสำหรับนกทุกชนิดบนท้องฟ้าและสัตว์ทุกชนิดบนพื้นดิน และจะไม่มีใครมาไล่พวกมันไปด้วย
27 พระยาห์เวห์จะลงโทษท่านด้วยฝีแบบชาวอียิปต์ เนื้องอก โรคผิวหนังและโรคหิด ที่ท่านรักษาไม่หาย 28 พระยาห์เวห์จะลงโทษท่าน คือทำให้ท่านเป็นบ้า ตาบอดและใจสับสน 29 และท่านจะต้องคลำทางในเวลากลางวันเหมือนคนตาบอดคลำหาทางในที่มืด และท่านจะล้มเหลวในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ ท่านจะถูกทำร้ายและถูกปล้นตลอดเวลา และจะไม่มีใครช่วยเหลือท่าน
30 ท่านจะหมั้นกับหญิงคนหนึ่ง แต่ชายอีกคนจะข่มขืนนาง ท่านจะสร้างบ้าน แต่ท่านจะไม่ได้อยู่ ท่านจะปลูกองุ่น แต่จะไม่ได้กินผลของมัน 31 วัวของท่านจะถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาท่านแต่ท่านจะไม่ได้กินมันเลย ลาของท่านจะถูกขโมยไปต่อหน้าท่านและท่านจะไม่ได้คืน ศัตรูของท่านจะเอาแกะของท่านไปและจะไม่มีใครช่วยเหลือท่าน
32 คนอื่นจะมาเอาพวกลูกชายและลูกสาวของท่านไป และท่านจะตามหาพวกเขาวันแล้ววันเล่า จนตาของท่านเหนื่อยอ่อน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
33 คนชาติอื่นที่ท่านไม่รู้จักจะกินพืชผลที่ท่านทุ่มลงแรงปลูกอย่างหนัก คนอื่นจะทารุณท่านและกดขี่ท่านตลอดเวลา 34 สิ่งต่างๆที่ท่านเห็นจะทำให้ท่านเป็นบ้า 35 พระยาห์เวห์จะลงโทษท่าน ให้เป็นฝีที่เจ็บปวดทรมานและรักษาไม่หาย ให้ท่านเป็นฝีที่หัวเข่าและขาทั้งสองข้าง เป็นทั่วตัวตั้งแต่ฝ่าเท้าขึ้นมาจนถึงหัว 36 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทำให้ท่านและกษัตริย์ที่ท่านจะยกขึ้นเหนือท่าน ต้องไปอยู่ยังชนชาติที่ท่านและบรรพบุรุษของท่านไม่เคยรู้จักมาก่อน และที่นั่นท่านจะบูชาพระอื่นที่ทำจากไม้และหิน 37 คนจะตกใจกลัวถึงสิ่งเลวร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นกับท่าน คนจะหัวเราะเยาะท่านและทำให้ท่านเป็นตัวตลกในหมู่ชนชาติอื่นที่พระยาห์เวห์จะนำท่านไป
38 ท่านจะปลูกเมล็ดพืชมากมายในทุ่งนา แต่จะเก็บเกี่ยวได้น้อย เพราะตั๊กแตนจะมากิน 39 ท่านจะปลูกองุ่นและทำงานอย่างหนักในไร่นั้น แต่ท่านจะไม่ได้ดื่มเหล้าองุ่นจากพวกมัน และท่านจะไม่ได้เก็บผลองุ่นจากพวกมัน เพราะหนอนจะมากิน 40 ท่านจะมีต้นมะกอกมากมายในที่ดินของท่าน แต่ท่านจะไม่ได้เอาน้ำมันมะกอกมาชโลมตัวท่านเอง เพราะมันจะร่วงและเน่าไป 41 ท่านจะมีลูกชายและลูกสาว แต่พวกเขาจะไม่ได้อยู่กับท่าน เพราะพวกเขาจะถูกจับเอาตัวไป 42 ตั๊กแตนจะมากินต้นไม้และพืชผลทั้งหมดของท่าน 43 ชาวต่างชาติที่อยู่ท่ามกลางท่านก็จะยิ่งมีอำนาจมากขึ้นๆ ในขณะที่ท่านจะมีอำนาจน้อยลงๆ 44 ชาวต่างชาติจะให้ท่านกู้ยืม แต่ท่านจะไม่สามารถให้เขากู้ยืมได้ เขาจะกลายเป็นหัวและท่านจะกลายเป็นหาง
45 คำสาปแช่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นกับท่าน และพวกมันก็จะไล่ตามท่านและตะครุบท่านทัน จนกระทั่งท่านถูกทำลาย เพราะท่านไม่เชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และไม่ได้รักษาบัญญัติของพระองค์และกฎที่พระองค์ได้สั่งท่าน 46 คำสาปพวกนี้จะตกอยู่กับพวกท่านและลูกหลานของท่าน คำสาปนี้จะแสดงให้คนเห็นว่า พระเจ้าได้ตัดสินท่านและลูกหลานของท่าน ผู้คนจะตกตะลึงตลอดไปกับเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับท่านนี้
47 เพราะท่านไม่ได้นมัสการพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยความชื่นชมยินดีและดีใจที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเหลือเฟือ 48 ท่านจะรับใช้ศัตรูของท่าน ที่พระยาห์เวห์จะส่งมาต่อสู้กับท่าน ท่านจะหิว กระหาย เปลือยเปล่าและไม่มีอะไรเลย พระองค์จะเอาแอกเหล็กมาใส่คอของท่าน จนกระทั่งพระองค์ทำลายท่าน
49 พระยาห์เวห์จะนำชาติอื่นจากแดนไกล จากอีกฝั่งหนึ่งของโลกมาต่อสู้กับท่าน เหมือนนกอินทรีที่โฉบลงมาอย่างรวดเร็วจากท้องฟ้า จะเป็นชนชาติที่ท่านไม่รู้จักภาษาของพวกเขา 50 เป็นชนชาติที่โหดร้ายที่ไม่เคารพผู้ใหญ่และไม่มีความเมตตากับคนหนุ่มสาว 51 คนชาตินั้นจะกินลูกสัตว์จากฝูงสัตว์ของท่านและพืชผลจากที่ดินท่าน จนกระทั่งท่านถูกทำลาย พวกเขาจะไม่ทิ้งข้าว เหล้าองุ่น น้ำมัน ลูกวัวหรือลูกแกะไว้ให้ท่านจนกระทั่งท่านถูกทำลาย
52 คนชาตินั้นจะล้อมท่านและโจมตีท่านในทุกเมือง ทั่วแผ่นดินของท่าน จนกระทั่งกำแพงพวกนั้นที่ทั้งสูงและแข็งแรง ที่ท่านไว้วางใจต้องพังลงมา คนชาตินั้นจะล้อมและโจมตีท่านในทุกเมือง ทั่วแผ่นดินของท่าน ที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านยกให้กับท่าน 53 เมื่อศัตรูของท่านล้อมท่านไว้และทำให้ท่านทนทุกข์ทรมาน ท่านจะกินลูกของตัวเอง กินเนื้อของลูกชายและลูกสาวของท่านที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ให้ท่านไว้
54 แม้แต่สุภาพบุรุษ คนที่นุ่มนวลในหมู่พวกท่าน ที่ชอบเอาอกเอาใจคนอื่นที่สุด ยังกลายเป็นคนโหดร้ายกับพี่น้องของเขา กับเมียที่เขารักและกับลูกๆที่เขายังเหลืออยู่ 55 ดังนั้นเขาจะไม่ยอมแบ่งเนื้อของลูกเขา ที่เขากำลังกินอยู่ให้ใครเลย เพราะเขาอดอยากไม่มีอะไรจะกินแล้ว สิ่งเลวร้ายทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้น เมื่อศัตรูของท่านล้อมท่านและทำให้ท่านทนทุกข์ทรมานในทุกเมืองของท่าน
56 แม้แต่กุลสตรี คนที่นุ่มนวลในหมู่พวกท่าน ที่ชอบเอาอกเอาใจคนอื่นที่สุด แม้ยามเดินส้นเท้าก็ไม่เคยแตะพื้น เพราะนางเป็นคนที่นุ่มนวลและอ่อนช้อย นางจะกลายเป็นคนโหดร้ายกับสามีที่นางรัก กับลูกชายและลูกสาวของนาง 57 นางจะไม่ยอมแบ่งเนื้อและรกของลูกนางที่เพิ่งคลอดออกมาให้กับลูกๆคนอื่นของนาง เพราะนางจะแอบเอาไว้กินเองเมื่อนางอดอยากไม่มีอะไรจะกิน สิ่งเลวร้ายทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเมื่อศัตรูของท่านล้อมท่านและทำให้ท่านต้องทนทุกข์ทรมาน ในทุกเมืองของท่าน
58 ถ้าท่านไม่เชื่อฟังกฎทั้งหมดที่เขียนใส่หนังสือนี้อย่างระมัดระวัง และไม่ให้ความเคารพยำเกรงชื่อที่มีเกียรติและน่าเกรงขามของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 59 พระยาห์เวห์จะลงโทษท่านและลูกหลานของท่านอย่างน่ากลัว เป็นการลงโทษที่รุนแรงตลอดไป ให้เกิดการเจ็บป่วยที่แสนจะทนทุกข์ทรมานตลอดไป 60 พระองค์จะนำเชื้อโรคต่างๆที่ท่านหวาดกลัว ที่เกิดขึ้นในอียิปต์ หวนกลับมาหาท่าน และมันจะเกาะหนึบอยู่กับท่าน 61 เชื้อโรคและความทุกข์ทรมานทุกอย่างที่ไม่ได้เขียนไว้ในกฎนี้ พระองค์จะทำให้เกิดขึ้นกับท่าน จนกระทั่งพระองค์ทำลายท่าน 62 พวกท่านจะหลงเหลืออยู่ไม่กี่คน ถึงแม้ท่านจะเคยมีจำนวนมากมายมหาศาลเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าก็ตาม เพราะท่านไม่เชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
63 ก็เหมือนกับที่พระยาห์เวห์เคยตั้งใจจะทำให้พวกท่านมีความสุขและมีจำนวนมากขึ้นอย่างมหาศาลอย่างไร พระยาห์เวห์ก็จะตั้งใจที่จะทำให้ท่านล่มจมและทำลายพวกท่านอย่างนั้น พวกท่านจะถูกถอนรากถอนโคนจากแผ่นดินที่ท่านกำลังจะเข้าไปเป็นเจ้าของ 64 พระยาห์เวห์จะทำให้ท่านกระจัดกระจายไปในหมู่ของชนชาติอื่น จากสุดปลายด้านหนึ่งของโลกไปสู่อีกด้านหนึ่ง และที่นั่นท่านจะนมัสการพระอื่นที่ท่านและบรรพบุรุษของท่านไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นพระที่ทำจากไม้และหิน
65 ท่านจะไม่มีความสงบสุขเลยท่ามกลางชนชาติเหล่านั้น แม้แต่ที่พักเท้าก็ยังไม่มี และที่นั่น พระยาห์เวห์จะทำให้ท่านมีจิตใจที่สั่นผวา สายตาที่อ่อนล้า และลำคอที่แห้งผาก 66 ชีวิตของท่านจะตกอยู่ในอันตรายเสมอ หวาดกลัวทั้งกลางคืนและกลางวัน และไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตต่อไปหรือไม่ 67 ในตอนเช้าท่านจะพูดว่า ‘ขอให้อยู่ถึงตอนเย็น’ และในตอนเย็นท่านจะพูดว่า ‘ขอให้อยู่ถึงพรุ่งนี้’ เพราะความกลัวที่จะเกิดขึ้นในใจของท่านและสิ่งที่ตาท่านจะเห็น 68 พระยาห์เวห์จะส่งท่านกลับไปอียิปต์ทางเรือ ใช้เส้นทางที่เราเคยสัญญาว่าท่านจะไม่ได้เห็นมันอีก ที่อียิปต์นั้นพวกท่านจะพยายามเสนอขายตัวเองไปเป็นทาสชายหญิงให้กับพวกศัตรู แต่จะไม่มีใครซื้อ”
29ข้อตกลงในโมอับ
1 นอกจากข้อตกลงที่พระยาห์เวห์ได้ทำไว้กับชนชาติอิสราเอลที่ภูเขาซีนายแล้ว พระยาห์เวห์ได้สั่งให้โมเสสทำข้อตกลงขึ้นมาอีกฉบับหนึ่งกับชนชาติอิสราเอลในแผ่นดินโมอับ และนี่คือคำพูดต่างๆที่อยู่ในข้อตกลงนั้น
2 โมเสสเรียกชุมนุมชาวอิสราเอลทั้งหมดและพูดว่า “พวกท่านก็ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่พระยาห์เวห์ได้ทำในแผ่นดินอียิปต์แล้ว สิ่งที่พระองค์ทำกับกษัตริย์ฟาโรห์ คนของฟาโรห์และประเทศของเขา 3 ท่านก็เห็นกับตาแล้วถึงความทุกข์ยากลำบาก การอัศจรรย์ต่างๆ รวมถึงสิ่งที่เหลือเชื่อทั้งหลายที่พระองค์ทำ 4 แต่จนถึงวันนี้ พระยาห์เวห์ยังไม่ได้ให้ความเข้าใจกับพวกท่าน เพราะพวกท่านยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่เห็นกับตา ได้ยินกับหู 5 พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เราได้นำพวกเจ้าเดินผ่านที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งเป็นเวลาสี่สิบปี ระหว่างนั้น เสื้อผ้าของพวกเจ้าไม่เคยขาดหลุดออกจากตัว รองเท้าไม่เคยสึกกร่อน 6 พวกเจ้าไม่มีอาหารกิน ไม่มีเหล้าองุ่นหรือเบียร์ดื่ม แต่เราเลี้ยงดูพวกเจ้า อาหารและน้ำของพวกเจ้านั้นมันไม่ใช่ธรรมดา เพื่อพวกเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า’
7 เมื่อพวกท่านมาถึงที่นี่ กษัตริย์สิโหนของเฮชโบนและกษัตริย์โอกของบาชานออกมาสู้รบกับพวกเรา และพวกเราชนะพวกเขา 8 ยึดเอาแผ่นดินของพวกเขาไว้ และพวกเราก็ยกแผ่นดินนั้นให้กับเผ่ารูเบน กาด และครึ่งหนึ่งของเผ่ามนัสเสห์ ไว้เป็นเจ้าของ 9 พวกท่านต้องเชื่อฟังและทำตามคำพูดทุกคำในข้อตกลงนี้อย่างระมัดระวัง เพื่อท่านจะได้สำเร็จในทุกสิ่งที่ทำ
10 วันนี้พวกท่านทั้งหมดกำลังยืนอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน พวกหัวหน้าเผ่าต่างๆ พวกผู้นำอาวุโส พวกเจ้าหน้าที่ และพวกผู้ชายทุกคนของอิสราเอล ต่างก็ยืนอยู่ที่นี่ 11 รวมทั้งพวกลูกของพวกท่าน พวกเมียของพวกท่านและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหมู่พวกท่าน รวมทั้งคนตัดไม้และคนแบกน้ำ 12 พวกท่านมาอยู่ที่นี่เพื่อจะเข้าสู่ข้อตกลงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านและยอมรับคำสาปแช่งของมันสำหรับคนที่ฝ่าฝืน คือข้อตกลงที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังทำกับท่านในวันนี้ 13 เพื่อพระองค์จะได้ทำให้พวกท่านเป็นคนของพระองค์ในวันนี้ และพระองค์จะเป็นพระเจ้าของพวกท่าน เหมือนกับที่พระองค์ได้สัญญาไว้กับพวกท่านและบรรพบุรุษของพวกท่าน คืออับราฮัม อิสอัคและยาโคบ 14 พระยาห์เวห์ไม่ได้ทำข้อตกลงพร้อมกับคำสาปแช่งนี้กับพวกท่านเท่านั้น 15 พระองค์ได้ทำข้อตกลงนี้กับพวกท่านที่ยืนกับพวกเราที่นี่ในวันนี้ ต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเรา รวมทั้งลูกหลานของพวกเราที่ไม่ได้ยืนอยู่ที่นี่ในวันนี้ด้วย 16 เพราะพวกท่านจำได้ว่าเราเคยใช้ชีวิตยังไงในแผ่นดินอียิปต์ และพวกท่านจำได้ว่าเราผ่านชนชาติที่เราผ่านมาแล้วนั้นได้ยังไง 17 พวกท่านได้เห็นสิ่งต่างๆที่น่ารังเกียจของพวกเขา คือ รูปเคารพที่ทำจากไม้ หิน เงินและทองที่อยู่กับพวกเขา 18 ระวังให้ดี เผื่อจะมีผู้ชายหรือผู้หญิงหรือตระกูลหรือเผ่าใดของพวกท่าน ที่มีใจหันเหไปจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราในวันนี้ เพื่อที่จะไปรับใช้พวกพระของชนชาติอื่น ระวังให้ดี เผื่อจะมีใครในหมู่พวกท่านที่เป็นเหมือนรากที่งอกพืชที่ขมและมีพิษออกมา
19 เมื่อคนประเภทนั้นได้ยินคำสาปแช่งนี้ เขาก็จะพูดปลอบใจตัวเองว่า ‘ถึงแม้ฉันจะทำตามใจที่ดื้อรั้นของฉัน ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับฉันหรอก’ แล้วผลสุดท้ายจะเลวร้ายอย่างยิ่ง+ 29:19 ผลสุดท้ายจะเลวร้ายอย่างยิ่ง แปลตรงๆว่า “นำไปสู่การกวาดล้างทั้งความชุ่มชื้นและความแห้งแล้ง” ในภาษาฮีบรูยังไม่ทราบความหมายที่แน่นอน20 พระยาห์เวห์จะไม่ยอมยกโทษให้เขา เพราะความโกรธและความหึงหวงของพระองค์ที่ลุกโชติโชนต่อคนๆนั้น คำสาปแช่งที่อยู่ในข้อตกลงนี้ทั้งหมด ที่เขียนอยู่ในหนังสือเล่มนี้จะเกิดขึ้นกับคนๆนั้น พระยาห์เวห์จะลบชื่อของเขาออกไปจากใต้ฟ้านี้ พระยาห์เวห์จะคัดตัวคนนั้นออกมาจากเผ่าพันธุ์ของอิสราเอลเพื่อเอามาลงโทษ
22 รุ่นต่อไปจะถามกัน พวกลูกๆที่เกิดมาทีหลังและชาวต่างชาติที่จะมาจากแดนไกลจะถามกัน เมื่อพวกเขาเห็นความหายนะที่เกิดขึ้นกับดินแดนแห่งนี้ และโรคต่างๆที่พระยาห์เวห์ส่งมาที่นี่ 23 ทั่วทั้งแผ่นดินจะลุกไหม้ด้วยกำมะถันและเกลือ แผ่นดินนั้นจะปลูกอะไรไม่ได้เลย ไม่มีอะไรงอกขึ้นมาได้ ไม่มีแม้แต่พืช มันจะเป็นเหมือนการทำลายโสโดม โกโมราห์ อัดมาห์ และเศโบยิม เมืองที่พระยาห์เวห์ได้ทำลายเมื่อพระองค์โกรธมาก
24 แล้วพวกเขาและชนชาติอื่นๆจะพูดว่า ‘ทำไมพระยาห์เวห์ถึงได้ทำกับแผ่นดินนี้อย่างนี้ ทำไมถึงได้ดุร้ายและโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างนี้’ 25 และพวกเขาก็จะตอบว่า ‘เพราะพวกชนชาติอิสราเอลได้ละทิ้งข้อตกลงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษพวกเขา เป็นข้อตกลงที่พระองค์ได้ทำไว้กับพวกเขา ตอนที่พระองค์นำพวกเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ 26 และพวกเขาก็หันไปรับใช้พวกพระอื่นและไปบูชาพระพวกนั้น พระที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน และพระยาห์เวห์ก็ไม่เคยให้กับพวกเขา 27 นั่นเป็นเหตุที่พระยาห์เวห์ถึงได้โกรธคนในแผ่นดินนั้นมาก พระองค์จึงทำให้แผ่นดินนั้นถูกสาปแช่ง ตามทุกอย่างที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ 28 เพราะพระยาห์เวห์โกรธแค้น เดือดดาลพวกเขาเป็นอย่างมาก พระองค์จึงถอนรากถอนโคนพวกเขาออกจากแผ่นดินของพวกเขา แล้วโยนเข้าไปในแผ่นดินอื่นที่พวกเขาอยู่กันทุกวันนี้’
29 สิ่งต่างๆที่เป็นความลับเป็นของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา แต่สิ่งต่างๆที่พระองค์เปิดเผย เป็นของเราและลูกหลานของเราตลอดไป เพื่อว่าเราจะได้ทำตามคำสั่งทุกข้อที่อยู่ในกฎนั้น
30ผลของการเชื่อฟัง
1 เมื่อสิ่งต่างๆทั้งหมดที่เราพูดมานี้ เกิดขึ้นกับท่าน ทั้งคำอวยพรและคำสาปแช่ง และถ้าท่านหวนคิดถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ตอนที่ท่านอยู่ท่ามกลางชนชาติต่างๆที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านบังคับให้ท่านไปอยู่นั้น 2 ถ้าท่านหันกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และถ้าตัวท่านและลูกๆของท่านเชื่อฟังพระองค์อย่างสุดจิตสุดใจ ตามที่เรากำลังสั่งท่านอยู่ในวันนี้ 3 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านก็จะทำให้ท่านกลับมาเหมือนเดิม พระองค์จะสงสารท่าน และจะรวบรวมท่านอีกครั้งจากชนชาติต่างๆที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทำให้ท่านกระจัดกระจายไปอยู่นั้น 4 ถึงแม้ท่านจะถูกบังคับให้ไปอยู่ไกลสุดขอบฟ้า พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านก็จะรวบรวมท่านกลับมา 5 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะนำท่านกลับมาสู่แผ่นดินที่บรรพบุรุษของท่านเคยเป็นเจ้าของ และท่านจะได้เป็นเจ้าของมัน และพระองค์จะทำให้ท่านเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น และมีจำนวนมากกว่าบรรพบุรุษของท่าน 6 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเตรียมจิตใจของท่านและลูกหลานท่านให้รักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดใจสุดจิตของท่าน เพื่อท่านจะได้มีชีวิตอยู่
7 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเอาคำสาปแช่งทั้งหมดไปให้กับศัตรูของท่าน คนที่เกลียดท่านและคนที่กลั่นแกล้งท่าน 8 แล้วท่านจะกลับมาเชื่อฟังพระองค์อีกครั้ง และทำตามคำสั่งทุกข้อของพระองค์ตามที่เรากำลังสั่งท่านในวันนี้ 9 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทำให้ท่านเจริญรุ่งเรืองอย่างเต็มที่ในทุกสิ่งที่ท่านทำ ท่านจะมีลูกดก ฝูงสัตว์ของท่านจะออกลูกมากมาย และที่ดินของท่านจะผลิตพืชผลมากมาย เพราะพระยาห์เวห์ยินดีที่จะทำให้ท่านเจริญรุ่งเรืองอีก เหมือนที่พระองค์เคยยินดีที่ทำให้บรรพบุรุษของท่านเจริญรุ่งเรืองมาแล้ว 10 เมื่อท่านเชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านโดยรักษาบัญญัติ กฎของพระองค์ที่เขียนไว้ในหนังสือคำสอนนี้ เมื่อท่านกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดใจสุดจิตของท่าน
ชีวิตหรือความตาย
11 แน่นอน คำสั่งนี้ที่เรากำลังสั่งท่านในวันนี้ ไม่ยากเกินกว่าที่ท่านจะเข้าใจได้ มันไม่ไกลเกินกว่าที่จะคว้าได้ 12 คำสั่งนี้ไม่ได้อยู่ในสวรรค์ จนท่านต้องพูดว่า ‘ใครจะขึ้นไปบนสวรรค์ เอามันลงมาให้เรา เพื่อเราจะได้ฟังและทำตามมันล่ะ’ 13 และคำสั่งนี้ก็ไม่ได้อยู่อีกฝั่งของทะเลจนท่านต้องพูดว่า ‘ใครจะข้ามทะเลไปถึงอีกฝั่ง เอามันกลับมาให้เรา เพื่อเราจะได้ฟังและทำตามมันล่ะ’ 14 เพราะคำนี้อยู่ใกล้ท่านมาก มันอยู่ที่ริมฝีปากและอยู่ในใจท่าน ท่านถึงทำตามมันได้
15 เห็นไหมว่า วันนี้เราให้ทางเลือกกับท่าน ระหว่างชีวิตกับความตาย ความรุ่งเรืองกับความล่มจม 16 ถ้าท่านเชื่อฟังคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน+ 30:16 ถ้าท่าน … ท่าน คำเหล่านี้พบในฉบับแปลกรีกโบราณ แต่ไม่พบในฉบับภาษาฮีบรู ที่เรากำลังสั่งท่านในวันนี้ โดยรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และเดินในทางของพระองค์ และเชื่อฟังคำสั่ง กฎ และข้อบังคับของพระองค์ แล้วท่านจะมีชีวิตอยู่และเพิ่มจำนวนมากขึ้น และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน จะอวยพรท่านในแผ่นดินที่ท่านกำลังจะเข้าไปยึดเป็นเจ้าของ 17 แต่ถ้าใจของท่านหันเหไปจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และไม่เชื่อฟังพระองค์ และถูกชักนำไปในทางที่ผิด ไปบูชาและรับใช้พระอื่น 18 ถ้าอย่างนั้น เราขอเตือนพวกท่านในวันนี้ว่า พวกท่านจะต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน พวกท่านจะไม่มีชีวิตอยู่ยืนยาวในแผ่นดินที่ท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนเพื่อไปยึดเป็นเจ้าของนั้น
19 เราเรียกฟ้าและดินมาเป็นพยาน วันนี้เราจะให้ทางเลือกกับท่านระหว่างชีวิตกับความตาย คำอวยพรกับคำสาปแช่ง ให้เลือกชีวิตเพื่อท่านและลูกหลานของท่านจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป 20 โดยรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เชื่อฟังพระองค์และติดสนิทกับพระองค์ เพราะการทำอย่างนั้นจะทำให้ท่านมีชีวิตอยู่ และท่านจะมีชีวิตยืนยาวบนแผ่นดินที่พระยาห์เวห์สัญญาว่าจะให้กับบรรพบุรุษของท่าน คืออับราฮัม อิสอัค และยาโคบ”
31โยชูวาจะเป็นผู้นำคนใหม่
1 เมื่อโมเสสพูดสิ่งต่างๆเหล่านี้กับชาวอิสราเอลเสร็จแล้ว 2 โมเสสก็พูดกับพวกเขาว่า “ตอนนี้เรามีอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปีแล้ว เราไม่สามารถจะไปไหนมาไหนกับพวกท่านได้อีกแล้ว และพระยาห์เวห์พูดกับเราว่า ‘เจ้าจะไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้ไป’ 3 พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะเป็นผู้นำท่านข้ามไป ไม่ใช่เรา พระองค์จะทำลายชนชาติพวกนี้ต่อหน้าท่าน และท่านจะได้ยึดแผ่นดินของพวกเขา โยชูวาจะเป็นคนที่นำท่านข้ามไป ตามที่พระยาห์เวห์สัญญาไว้
4 พระยาห์เวห์จะทำกับพวกเขา เหมือนกับที่พระองค์ได้ทำกับสิโหนและโอก กษัตริย์ชาวอาโมไรต์และกับแผ่นดินของพวกเขา ตอนที่พระองค์ทำลายพวกเขานั้น 5 พระยาห์เวห์จะช่วยให้ท่านเอาชนะชนชาติเหล่านั้น และพวกท่านต้องทำกับพวกเขาตามที่เราสั่งทุกอย่าง 6 ให้เข้มแข็งและกล้าหาญไว้ ไม่ต้องกลัวหรือตื่นตกใจเพราะพวกนั้น เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านคือผู้ที่จะไปกับท่าน พระองค์จะไม่ละท่านไปหรือทอดทิ้งท่านหรอก”
7 แล้วโมเสสก็เรียกโยชูวามาต่อหน้าประชาชนชาวอิสราเอล โมเสสพูดกับโยชูวาว่า “ให้เข้มแข็งและกล้าหาญ เพราะเจ้าจะต้องนำประชาชนเหล่านี้เข้าสู่แผ่นดินที่พระยาห์เวห์สัญญาว่าจะยกให้กับบรรพบุรุษของพวกเขา และเจ้าจะต้องจัดสรรปันส่วนที่ดินนั้นให้กับพวกเขา 8 พระยาห์เวห์จะเป็นผู้ที่นำเจ้า พระองค์จะอยู่กับเจ้า พระองค์จะไม่ละเจ้าไปหรือทอดทิ้งเจ้า ไม่ต้องกลัวหรือตื่นตกใจ”
โมเสสเขียนคำสอน
9 แล้วโมเสสได้เขียนคำสอนนี้ และให้ไว้กับพวกนักบวช ที่เป็นลูกหลานของเลวี และให้กับพวกผู้นำอาวุโสของอิสราเอล พวกลูกหลานเลวีมีหน้าที่แบกหีบที่ใส่ข้อตกลงของพระยาห์เวห์ 10 โมเสสสั่งพวกเขาว่า “ทุกๆเจ็ดปี ซึ่งเป็นปีแห่งการยกหนี้ ในช่วงเทศกาลอยู่เพิง 11 เมื่อประชาชนชาวอิสราเอลมาอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านในสถานที่นั้นที่พระองค์จะเลือกไว้ ท่านต้องอ่านคำสอนนี้ต่อหน้าประชาชนชาวอิสราเอลทั้งหมด เพื่อมันจะได้เข้าหูพวกเขา 12 ให้รวบรวมประชาชนมาให้หมด ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็กเล็กๆและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองของท่าน เพื่อพวกเขาจะได้ฟัง และจะได้เรียนรู้ เพื่อเขาจะได้เกรงกลัวพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน และจะได้เชื่อฟังคำสอนทั้งหมดนี้อย่างระมัดระวัง 13 เพื่อลูกหลานของพวกเขาที่ไม่เคยรู้จักคำสอนนี้จะได้ฟังและเรียนรู้ที่จะเกรงกลัวพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน นานตราบเท่าที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินที่ท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยึดเป็นเจ้าของนั้น”
พระยาห์เวห์เรียกโมเสสและโยชูวา
14 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า “เจ้าใกล้จะตายแล้ว เรียกโยชูวาให้มายืนที่หน้าเต็นท์นัดพบ เพื่อเราจะได้มอบหมายงานให้กับเขา” โมเสสและโยชูวาจึงมายืนอยู่ที่หน้าเต็นท์นัดพบ
15 พระยาห์เวห์ได้มาปรากฏที่เต็นท์ในลำเมฆ และลำเมฆก็หยุดอยู่ที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบ 16 แล้วพระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า “อีกไม่นานเจ้าก็จะตาย และอีกไม่ช้าคนพวกนี้จะไม่ซื่อสัตย์กับเรา และไปบูชาพระอื่นในแผ่นดินที่พวกเขากำลังจะเข้าไป พวกเขาจะทิ้งเรา พวกเขาจะผิดสัญญาที่เราได้ทำไว้กับพวกเขา 17 ในเวลานั้นเราจะโกรธพวกเขามาก เราจะทอดทิ้งพวกเขา เราจะหลบหน้าไปจากพวกเขา พวกเขาจะถูกกลืนกิน ความหายนะล่มจม และความทุกข์ยากลำบากต่างๆจะเกิดขึ้นกับพวกเขา ในวันนั้นพวกเขาจะพูดว่า ‘ความหายนะล่มจมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกับเรา ก็เพราะพระเจ้าไม่ได้อยู่กับเรา’ 18 ในวันนั้นเราจะหลบหน้าไปจากพวกเขาอย่างแน่นอน เพราะความชั่วช้าที่พวกเขาได้ทำ ที่หันหน้าไปหาพระอื่นๆ
19 ตอนนี้ให้เขียนบทเพลงนี้ลงไป และให้สอนมันกับชาวอิสราเอล ให้พวกเขาร้องจนขึ้นใจ เพื่อว่าเพลงนี้จะได้เป็นพยานให้กับเราต่อว่าคนอิสราเอล 20 เมื่อเรานำพวกเขาเข้าสู่แผ่นดินที่เราได้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา เป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ และเขาก็กินทุกอย่างที่อยากกินจนอ้วน แล้วพวกเขาก็จะหันไปหาพระอื่นและรับใช้พระพวกนั้น พวกเขาจะปฏิเสธเรา และผิดสัญญาที่เราได้ทำไว้กับพวกเขา 21 แล้วเมื่อความหายนะล่มจมและความยากลำบากเกิดขึ้นกับพวกเขา ในเวลานั้นลูกหลานของพวกเขาก็ยังไม่ลืมเพลงนี้ เพลงนี้จึงทำให้พวกเขาเห็นว่าพวกเขาเป็นคนผิด แม้แต่เดี๋ยวนี้ ก่อนที่เราจะพาพวกเขาเข้าสู่แผ่นดินที่เราสัญญาไว้กับพวกเขา เราก็รู้แล้วว่าเขามีแนวโน้มที่จะทิ้งเรา”
22 โมเสสจึงเขียนเพลงนั้นในวันนั้น และเขาสอนมันให้กับชาวอิสราเอล
23 พระยาห์เวห์ได้มอบหมายงานให้กับโยชูวาลูกชายของนูน พระองค์พูดว่า “ให้เข้มแข็งและกล้าหาญไว้ เพราะเจ้าจะนำชาวอิสราเอลเข้าสู่แผ่นดินที่เราได้สัญญาไว้กับพวกเขา และเราจะอยู่กับเจ้า”
โมเสสเตือนประชาชนชาวอิสราเอล
24 หลังจากโมเสสได้เขียนคำสอนนี้ลงในแผ่นหนังเสร็จแล้ว 25 เขาได้สั่งให้ชาวเลวีที่ทำหน้าที่แบกหีบที่เก็บข้อตกลงของพระยาห์เวห์ว่า 26 “เอาแผ่นหนังคำสอนนี้ไปวางไว้ข้างหีบที่เก็บข้อตกลงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน มันจะอยู่ที่นั่นเพื่อเป็นพยานว่าท่านยอมรับข้อตกลงนี้แล้ว 27 เพราะเรารู้ดีว่า พวกท่านชอบแข็งข้อและหัวแข็ง นี่ขนาดเรายังมีชีวิตอยู่กับพวกท่าน พวกท่านยังแข็งข้อพระยาห์เวห์เลย แล้วถ้าเราตายไป พวกท่านจะยิ่งกว่านี้อีกขนาดไหน 28 พาพวกผู้นำอาวุโสของเผ่าต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของพวกท่านมาหาเราหน่อย เพราะเราอยากจะให้แน่ใจว่าพวกเขาได้ยินเรื่องนี้ เราจะเรียกฟ้าและดินมาเป็นพยานต่อว่าพวกเขา 29 เพราะเรารู้ว่าหลังจากที่เราตายไปแล้ว พวกท่านจะทำชั่วอย่างเต็มที่ และจะหันไปจากทางที่เราได้สั่งไว้ ความหายนะล่มจมจะเกิดขึ้นกับพวกท่านในอนาคต เพราะพวกท่านจะทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์เห็นว่าชั่วช้า และทำให้พระองค์โกรธเพราะสิ่งที่พวกท่านสร้างขึ้นมากับมือ”
เพลงของโมเสส
30 แล้วโมเสสก็ร้องบทเพลงให้ชาวอิสราเอลทั้งหมดฟัง
321 “ฟ้าเอ๋ย ช่วยฟังสิ่งที่ข้าพเจ้าจะพูด
แผ่นดินเอ๋ย ช่วยฟังคำพูดจากปากข้าพเจ้า
2 คำสอนข้าพเจ้า จะตกลงมาเหมือนฝน
คำพูดข้าพเจ้า จะลงมาเหมือนหมอก
เหมือนสายฝนพรำๆบนหญ้าอ่อน
เหมือนหยาดฝนบนพืชเกิดใหม่
3 เพราะข้าพเจ้าจะประกาศชื่อของพระยาห์เวห์
สรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าของเรา
4 พระศิลา+ 32:4 พระศิลา ชื่อหนึ่งสำหรับพระเจ้า แสดงความหมายว่าพระองค์เป็นเหมือนกับป้อมปราการหรือสถานที่ปลอดภัยและแข็งแกร่ง งานของพระองค์สมบูรณ์แบบยิ่งนัก
ทางทุกทางของพระองค์ถูกต้อง
พระเจ้าซื่อสัตย์ พระองค์ไม่เคยทำผิด
พระเจ้าเที่ยงตรง พระองค์ไว้วางใจได้
5 พวกเจ้าไม่ได้เป็นลูกหลานของพระองค์
เพราะความผิดของพวกเจ้า
พวกเจ้าได้ทำผิดต่อพระองค์ พวกคนหลอกลวงและเจ้าเล่ห์
6 พวกเจ้าจะตอบแทนพระยาห์เวห์ด้วยวิธีนี้หรือ
พวกคนโง่และไร้สาระ
พระองค์ไม่ใช่พ่อของเจ้าผู้ที่สร้างเจ้ามาหรือ
พระองค์ไม่ใช่ผู้ที่สร้างเจ้าและทำให้เจ้าเกิดมาเป็นชนชาติหนึ่งหรือ
7 จำวันเก่าๆเหล่านั้นไว้
คิดถึงปีที่คนรุ่นก่อนๆได้ผ่านมา
ถามพ่อของเจ้าและเขาจะบอกเจ้า
ถามผู้นำอาวุโสของเจ้าและพวกเขาจะบอกเจ้าเกี่ยวกับอดีต
8 เมื่อพระเจ้าผู้สูงสุดแบ่งชนชาติออก
เมื่อพระองค์แบ่งแยกเชื้อชาติมนุษย์
พระองค์กำหนดเขตแดนของประชาชน
ให้เท่าเทียมกับจำนวนทูตสวรรค์ที่มีอยู่+ 32:8 ทูตสวรรค์ที่มีอยู่ ในฉบับแปลกรีกโบราณและฉบับสำเนาฮีบรูจาก ถ้ำคุมรัม แปลตรงๆได้ว่า “พวกลูกชายของพระเจ้า” แต่ฉบับฮีบรู ที่ใช้กันอยู่เกือบสองพันปี อ่านว่า “ลูกชายของอิสราเอล”
9 แต่ส่วนแบ่งของพระยาห์เวห์คือประชาชนของพระองค์
ยาโคบคือส่วนแบ่งของพระองค์
10 พระองค์พบเขาในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
ในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งที่ร้าง และลมแรง
พระองค์อยู่รอบๆตัวเขาและดูแลเขา
พระองค์ปกป้องเขาเหมือนแก้วตาของพระองค์
11 เหมือนนกอินทรีที่คอยขยับรัง+ 32:11 ขยับรัง นกอินทรีจะสอนลูกของมันให้บินโดยการผลักลูกๆของมันออกจากรัง แต่ตัวมันก็เตรียมพร้อมที่จะบินโฉบไปข้างใต้ลูกๆของมันเพื่อความปลอดภัย หรือคำฮีบรูน่าจะมีความหมายว่า “ดูแล ปกป้อง” ของมัน
และบินโฉบไปที่ลูกของมัน
ดังนั้น พระยาห์เวห์กางปีกของพระองค์ออกและจับพวกเขาไว้
และแบกพวกเขาไว้บนปีกของพระองค์
12 พระยาห์เวห์เท่านั้นที่นำพวกเขาผ่านที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
ไม่มีพระอื่นใดที่มาช่วยพระองค์
13 พระองค์ทำให้ยาโคบมีอำนาจเหนือพื้นที่ในแถบภูเขา
และเลี้ยงเขาด้วยพืชผลในไร่นา
พระองค์ได้ให้เขาดูดน้ำเชื่อมผลไม้จากก้อนหิน
และน้ำมันมะกอกจากหินแข็ง
14 พระยาห์เวห์ได้ให้เนยจากวัวและนมจากแพะ
กับไขมันจากลูกแกะและแกะตัวผู้
ฝูงวัวจากบาชานและแพะตัวผู้กับข้าวสาลีที่ดีที่สุด
และพวกเจ้าได้ดื่มเหล้าองุ่นหมักเลือดขององุ่น
15 แต่เยชุรุน+ 32:15 เยชุรุน อีกชื่อหนึ่งของอิสราเอล ชื่อนี้มีความหมายว่า “ดี” หรือ “ซื่อสัตย์” อ้วนขึ้นและเริ่มเตะเจ้าของ
เจ้าเริ่มอ้วน หนาและตะกละ
เยชุรูนทอดทิ้งพระเจ้าที่สร้างเขาขึ้นมา
และเขาไม่ให้เกียรติพระศิลาที่ช่วยชีวิตเขา
16 พวกเขาทำให้พระองค์หึงหวงด้วยพระแปลกหน้า
พวกเขาทำให้พระองค์โกรธด้วยรูปเคารพที่น่ารังเกียจ
17 พวกเขาบูชาวิญญาณที่ไม่ใช่พระเจ้า
พวกเขาบูชาพระที่พวกเขาไม่รู้จักมาก่อน
เป็นพระใหม่ มาถึงไม่นาน
บรรพบุรุษของเจ้าไม่เคยเคารพยำเกรงพระเหล่านั้นมาก่อน
18 เจ้าลืมพระศิลาที่ให้กำเนิดเจ้า
เจ้าลืมพระเจ้าที่คลอดเจ้ามาด้วยความเจ็บปวด
19 พระยาห์เวห์เห็นสิ่งนี้และทอดทิ้งพวกเขา
เพราะลูกชายและลูกสาวของพระองค์ทำให้พระองค์โกรธ
20 และพระองค์พูดว่า ‘เราจะหลบหน้าจากพวกเขา
เราเห็นจุดจบของพวกเขา
เพราะพวกเขาคือคนอกตัญญู
เป็นลูกหลานที่ไม่ซื่อสัตย์
21 พวกเขาทำให้เราหึงหวงด้วยพวกนั้นที่ไม่ใช่พระเจ้า
พวกเขาทำให้เราโกรธด้วยรูปเคารพที่ไร้ค่าของเขา
ดังนั้น เราจะทำให้พวกเขาหึงหวงด้วยพวกที่ไม่ใช่ชนชาติ
เราจะทำให้พวกเขาโกรธด้วยชนชาติที่โง่เขลา
22 เพราะไฟได้จุดขึ้นแล้วจากความโกรธของเรา
และมันจะเผาลงไปถึงหลุมฝังศพ+ 32:22 หลุมฝังศพ หรือ ชีโอ เป็นสถานที่ที่คนตายแล้วไปอยู่
และมันจะเผาไหม้แผ่นดินและพืชผลของมัน
และมันจะเผาไหม้ลึกลงไปถึงรากของภูเขา
23 เราจะสุมความทุกข์ยากทั้งหลายบนพวกเขา
เราจะใช้ลูกธนูทั้งหมดยิงใส่พวกเขา
24 พวกเขาจะอ่อนแอจากความหิวโหย
และถูกทำลายด้วยเชื้อโรคที่น่ากลัว
และโรคระบาดที่รุนแรง
และเราจะส่งสัตว์ป่ามาทำร้ายพวกเขาพร้อมกับงูพิษ
25 พวกทหารจะฆ่าพวกเขาบนถนน
และความกลัวจะฆ่าพวกเขาในห้องนอน
คนหนุ่มสาวจะตาย
รวมทั้งเด็กๆและคนแก่
26 เราเคยพูดว่า “เราจะทำลายพวกเขา
เราจะกวาดล้างพวกเขาจนหมดสิ้น
27 แต่เรากลัวว่าศัตรูของพวกเขาจะทำให้เราโกรธ
เพราะเข้าใจผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น
กลัวศัตรูพวกเขาจะพูดว่า ‘พวกเราชนะด้วยอำนาจของพวกเราเอง
พระยาห์เวห์ไม่ได้ทำอะไรเลย”’
28 เพราะพวกเขา+ 32:28 พวกเขา น่าจะกล่าวถึงศัตรูที่พูดถึงในข้อที่ 27 ถึงแม้จะเป็นไปได้ว่าจะหมายถึงอิสราเอล คือชาติที่ไม่มีที่ปรึกษา
และพวกเขาไม่มีความเข้าใจ
29 ถ้าพวกเขาฉลาด เขาจะเข้าใจในสิ่งนี้
พวกเขาจะคิดถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับเขา
30 คนๆหนึ่งจะไล่คนหนึ่งพันคนได้อย่างไร
และคนสองคนจะทำให้คนหนึ่งหมื่นคนวิ่งหนีไปได้อย่างไร
นอกจากพระศิลาของชาวอิสราเอลได้ขายพวกเขาไปแล้ว
นอกจากพระยาห์เวห์ได้มอบพวกเขาไป
31 เพราะศิลาของพวกเขาไม่เหมือนพระศิลาของเรา
และผู้ปกป้องของศัตรูเราก็ไม่เข้มแข็งเท่ากับพระศิลาของพวกเรา
32 ใช่แล้ว องุ่นของพวกเขามาจากองุ่นที่เก็บไว้ของโสโดม
และไร่องุ่นของโกโมราห์
องุ่นของพวกเขาเป็นองุ่นที่มีพิษ
เถาองุ่นของพวกเขาจะมีรสขม
33 เหล้าองุ่นของพวกเขาเป็นเหมือนพิษงู
เป็นพิษงูเห่าที่ร้ายแรงถึงตาย
34 พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เราได้เก็บเหล้าองุ่นนี้ไว้
มันถูกเก็บอยู่ในโรงเก็บของเรา’
35 เราจะใช้มันลงโทษพวกเขาเอง
และตอบแทนพวกเขาเมื่อเท้าของพวกเขาลื่นไถล
เพราะเวลาแห่งความหายนะล่มจมของพวกเขาใกล้เข้ามาแล้ว
การลงโทษพวกเขากำลังจะมาในเร็วๆนี้
36 เมื่อพระองค์เห็นว่าอำนาจของพวกเขาหมดลง
ไม่มีผู้ปกครองและไม่มีผู้ช่วยเหลือ
พระยาห์เวห์ก็จะให้ความยุติธรรมกับประชาชนของพระองค์
และพระองค์จะให้ความเมตตากับผู้รับใช้ของพระองค์
37 พระองค์จึงจะพูดว่า ‘พระของพวกเขาอยู่ที่ไหนแล้ว
หินที่พวกเขาไว้ใจว่าปกป้องพวกเขาได้ อยู่ที่ไหนแล้ว
38 พระที่กินไขมันของเครื่องบูชาของพวกเขา
และดื่มเหล้าองุ่นของเครื่องดื่มบูชาของพวกเขา
ให้พระพวกนั้นลุกขึ้นมาช่วยเจ้าสิ
ให้พวกมันมาปกป้องเจ้าสิ
39 ตอนนี้เห็นแล้วหรือยังว่า เราผู้เดียว เป็นพระเจ้า
ไม่มีพระอื่นนอกจากเรา
เราให้ความตาย เราให้ชีวิต
เราได้ทำให้บาดเจ็บ เราจะรักษา
และไม่มีใครที่จะช่วยให้พ้นจากมือของเราได้
40 ที่จริงแล้ว เราได้ยกมือขึ้นบนสวรรค์
และสัญญาว่า เรามีชีวิตนิรันดร์ฉันใด
สิ่งนี้ก็จะเกิดขึ้นกับพวกเขาแน่ๆฉันนั้น
41 เราก็จะลับดาบของเราให้คมแวววาว
เราจะใช้มันลงโทษศัตรูของเรา คนที่เกลียดเรา
เราจะลงโทษตามที่พวกเขาสมควรจะได้รับ
42 ลูกธนูของเราจะอาบไปด้วยเลือดของศัตรู
ดาบของเราจะกินเนื้อหนัง
และเลือดของคนที่ถูกจับมาฆ่า
ดาบของเราจะตัดหัวของผู้นำของศัตรูพวกนั้น’
43 ชนชาติทั้งหลายเอ๋ย ให้แสดงความยินดีกับประชาชนของพระองค์
เพราะพระองค์จะทำโทษคนที่ฆ่าพวกผู้รับใช้ของพระองค์
พระองค์จะลงโทษศัตรูของพระองค์
พระองค์จะชำระแผ่นดินของพระองค์ให้บริสุทธิ์+ 32:43 ชำระแผ่นดินของพระองค์ให้บริสุทธิ์ ในภาษาฮีบรูหมายถึง “ทาทับ” หรือ “เช็ดออก” หรือ “ลบบาปทิ้ง””+ 32:43 ชำระแผ่นดินของพระองค์ให้บริสุทธิ์ หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เช็ดน้ำตาให้กับคนของพระองค์”
โมเสสร้องเพลงให้ประชาชนฟัง
44 แล้วโมเสสก็มาร้องเพลงนี้ให้ประชาชนชาวอิสราเอลฟัง โยชูวาลูกชายของนูนก็อยู่กับโมเสส 45 เมื่อโมเสสพูดคำเหล่านี้ให้ชาวอิสราเอลทั้งหมดฟังเสร็จแล้ว 46 โมเสสจึงพูดกับพวกเขาว่า “ให้ใส่ใจกับคำพูดเหล่านี้ ที่เราได้สั่งท่านในวันนี้ ให้บอกกับลูกๆว่าคำพูดเหล่านี้เป็นคำสั่ง เพื่อพวกเขาจะได้ระมัดระวังที่จะเชื่อฟังคำสอนนี้ 47 นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันเป็นเรื่องชีวิตของพวกท่าน และผ่านทางคำสอนเหล่านี้ พวกท่านจะได้มีชีวิตยืนยาวในแผ่นดินที่ท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปเป็นเจ้าของ”
โมเสสบนภูเขาเนโบ
48 พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสในวันนั้นเองว่า 49 “ขึ้นไปบนเทือกเขาอาบาริม ไปที่เขาเนโบในแผ่นดินของโมอับตรงข้ามเมืองเยริโค และมองดูแผ่นดินคานาอันที่เราได้ให้กับชาวอิสราเอลไว้เป็นสมบัติของพวกเขา 50 เจ้าจะตายบนภูเขานั้นที่เจ้ากำลังจะปีนขึ้นไป และเจ้าจะได้ไปอยู่ร่วมกับบรรพบุรุษของเจ้า เหมือนกับอาโรนพี่ชายของเจ้าที่ตายบนภูเขาโฮร์และได้ไปอยู่ร่วมกับบรรพบุรุษของเขา 51 เพราะเจ้าทั้งสองไม่ซื่อสัตย์กับเราท่ามกลางชาวอิสราเอลที่แหล่งน้ำเมรีบาห์คาเดชในที่เปล่าเปลี่ยวแห้งแล้งศิน และเพราะพวกเจ้าไม่ให้เกียรติเราว่าเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ในหมู่ชาวอิสราเอล 52 ดังนั้นเจ้าจะได้เห็นแผ่นดินนั้นจากที่ไกลๆ แต่เจ้าจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินที่เรากำลังจะยกให้กับชาวอิสราเอล”
33โมเสสอวยพรประชาชน
1 นี่คือคำอวยพรที่โมเสสคนของพระเจ้าให้กับชาวอิสราเอลก่อนที่เขาจะตาย 2 โมเสสพูดว่า
“พระยาห์เวห์มาจากซีนาย
เหมือนแสงอาทิตย์ที่ส่องจากเสอีร์มายังเรา
เหมือนแสงอาทิตย์ที่ส่องจากภูเขาของปาราน
และมีทูตสวรรค์อีกหนึ่งหมื่นองค์มากับพระองค์
ทหารของพระองค์อยู่ข้างขวาของพระองค์
3 แน่นอน พระยาห์เวห์รักประชาชนชาวอิสราเอล
คนที่ถูกแยกออกมาทั้งหมดอยู่ในมือของพระองค์
พวกเขานั่นเองที่ก้มกราบอยู่ที่เท้าของพระองค์
และให้ความสนใจในคำสั่งสอนของพระองค์
4 โมเสสได้ให้คำสอนกับพวกเรา
เป็นสมบัติของที่ชุมนุมของยาโคบ
5 แล้วพระยาห์เวห์ก็กลายเป็นกษัตริย์ในเยชุรูน+ 33:5 เยชุรูน อีกชื่อหนึ่งของอิสราเอล ชื่อนี้มีความหมายว่า “ดี” หรือ “ซื่อสัตย์” (เหมือน ข้อ 26)
เมื่อบรรดาผู้นำของประชาชนมารวมกัน
เมื่อคนเผ่าต่างๆของอิสราเอลมารวมตัวกัน”
คำอวยพรสำหรับรูเบน
6 “ให้รูเบนมีชีวิตอยู่และไม่ตาย
แต่ให้เผ่าของเขามีคนน้อย”
คำอวยพรสำหรับยูดาห์
7 โมเสสพูดถึงเผ่าของยูดาห์ว่า
“พระยาห์เวห์ ขอช่วยฟังเสียงร้องของผู้นำเผ่ายูดาห์
ขอช่วยนำเขากลับมาหาคนของเขาอย่างปลอดภัย
เขาต่อสู้ป้องกันตัวเองด้วยมือของเขา+ 33:7 ด้วยมือของเขา หรืออาจจะแปลได้อีกอย่างว่า “ขอให้เขาเข้มแข็ง” (ตามตัวอักษรคือ “ทำให้มือเขายิ่งใหญ่สำหรับเขา”)
ขอให้พระองค์ช่วยให้เขาเอาชนะศัตรูของเขา”
คำอวยพรสำหรับชาวเลวี
8 โมเสสพูดถึงเผ่าเลวีว่า
“เลวีเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระองค์
เขาเก็บรักษาทูมมิมกับอูริม
ที่แถวมัสสาห์ พระองค์ได้ทดสอบเขา
ที่แหล่งน้ำเมรีบาห์+ 33:8 มัสสาห์ … เมรีบาห์ ดูเรื่องนี้ใน กันดารวิถี 20:1-13 พระองค์ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาเป็นของพระองค์
9 พวกเขาถือว่าการเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระองค์
และการรักษาข้อตกลงของพระองค์นั้นสำคัญยิ่งกว่าครอบครัว
พวกเขาพูดถึงพ่อแม่ว่า เขาไม่รู้จัก
พวกเขาไม่รู้จักพี่น้อง
พวกเขาไม่สนใจลูกๆ
10 พวกเขาจะสอนกฎของพระองค์ให้ยาโคบ
พวกเขาจะสอนคำสอนของพระองค์ให้อิสราเอล
พวกเขาจะเผาเครื่องหอมต่อหน้าพระองค์
พวกเขาจะถวายเครื่องเผาบูชาบนแท่นบูชาของพระองค์
11 พระยาห์เวห์ ขออวยพรให้เขาร่ำรวย
ขอให้ยอมรับงานที่เขาทำ
ขอพระองค์โจมตีศัตรูที่เกลียดเขา
เพื่อคนพวกนั้นจะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับเขาอีก”
คำอวยพรสำหรับเบนยามิน
12 โมเสสพูดถึงเผ่าของเบนยามินว่า
“พระยาห์เวห์รักเบนยามิน
เบนยามินจะมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยใกล้พระองค์+ 33:12 ใกล้พระองค์ หรือ บางคนอาจอ่านว่า “พระเจ้าผู้สูงส่ง” ในบรรทัดต่อมา
พระยาห์เวห์จะปกป้องเขาตลอดเวลา
และพระยาห์เวห์จะอาศัยอยู่ระหว่างเส้นเขตแดนของเขา+ 33:12 พระยาห์เวห์จะอาศัย … เขา ตามตัวอักษรคือ “และพระองค์จะอาศัยอยู่ระหว่างบ่าของเขา” หรืออาจหมายถึง “วิหารของพระยาห์เวห์จะอยู่ในเยรูซาเล็มที่เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเมืองของเบนยามินกับยูดาห์” หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เบนยามินอยู่ระหว่างบ่าของพระองค์” เหมือนลูกขี่คอพ่อ”
คำอวยพรสำหรับโยเซฟ
13 โมเสสพูดถึงประชาชนของโยเซฟว่า
“ขอพระยาห์เวห์อวยพรแผ่นดินของโยเซฟ
ด้วยของขวัญที่ดีที่สุดบนฟ้าข้างบน
และของน้ำใต้พื้นดิน
14 และของขวัญที่ดีที่สุดจากผลผลิตของดวงอาทิตย์
และของขวัญที่ดีที่สุดจากผลผลิตของดวงจันทร์
15 และที่ดีที่สุดของภูเขาที่เก่าแก่
และของขวัญที่ดีที่สุดของเทือกเขาที่ไม่มีวันจบสิ้น
16 และของขวัญที่ดีที่สุดของแผ่นดินและความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นของมัน
และความชื่นชอบของพระองค์ผู้ที่ปรากฏอยู่ในพุ่มไม้ที่ลุกเป็นไฟ
ขอให้คำอวยพรไปถึงหัวของโยเซฟ
บนหน้าผากของหัวหน้าในหมู่พี่น้องของเขา
17 โยเซฟเปรียบเหมือนวัวตัวผู้ที่แข็งแรง
ลูกทั้งสองของเขาเปรียบเหมือนเขาทั้งสองข้าง
ด้วยเขาทั้งสองข้างของมัน เขาโจมตีคนชาติอื่น
และดันพวกนั้นไปจนสุดขอบโลก
ใช่แล้ว มนัสเสห์ มีคนเป็นพันๆ
และเอฟราอิม มีคนเป็นหมื่นๆ”
คำอวยพรสำหรับเศบูลุนและอิสสาคาร์
18 โมเสสพูดถึงเผ่าของเศบูลุนว่า
“เศบูลุน มีความสุขเถิด ในการเดินทางของท่าน
และอิสสาคาร์ มีความสุขในเต็นท์ของท่านเถิด
19 พวกเขาจะเรียกประชาชนไปบนภูเขา
พวกเขาจะถวายเครื่องสัตวบูชาที่ถูกต้อง
เพราะพวกเขาจะดูดความมั่งคั่งจากทะเล
และสมบัติที่ซ่อนอยู่จากพื้นทราย”
คำอวยพรสำหรับกาด
20 โมเสสพูดถึงเผ่าของกาดว่า
สรรเสริญพระองค์ผู้ที่ขยายแผ่นดินของกาด
กาดหมอบลงเหมือนสิงโตและเฝ้าคอย
แล้วจู่โจม ฉีกแขนและถลกหนังหัว
21 เขาได้เลือกส่วนที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
เพราะส่วนของผู้บังคับการได้เก็บไว้เพื่อเขา
และเขามาในฐานะผู้นำของประชาชน
เขาได้ทำในสิ่งที่พระยาห์เวห์เห็นว่าถูกต้องแล้ว
และเชื่อฟังกฎของพระยาห์เวห์ที่มีไว้สำหรับชาวอิสราเอล
คำอวยพรสำหรับดาน
22 โมเสสได้พูดเกี่ยวกับเผ่าของดานว่า
“ดานเป็นเหมือนลูกสิงโต
ที่กระโดดออกจากบาชาน”+ 33:22 บาชาน หรือ “งู”
คำอวยพรสำหรับนัฟทาลี
23 โมเสสพูดถึงเผ่าของนัฟทาลีว่า
“นัฟทาลีเอ๋ย ท่านอุดมไปด้วยสิ่งดีๆอย่างล้นเหลือ
พระยาห์เวห์อวยพรท่านอย่างเต็มที่
ท่านได้แผ่นดินที่ติดกับทะเลสาบกาลิลี”
คำอวยพรสำหรับอาเชอร์
24 โมเสสพูดถึงเผ่าของอาเชอร์ว่า
“อาเชอร์เป็นลูกชายที่ได้รับการอวยพรมากที่สุด
ขอให้เขาเป็นที่ชื่นชอบที่สุดในบรรดาพี่น้องของเขา
และขอให้เขาจุ่มเท้าของเขาลงในน้ำมันมะกอก
25 ขอให้กลอนประตูท่านทำด้วยเหล็กและทองสัมฤทธิ์
และขอให้ท่านแข็งแรงตราบเท่าที่มีชีวิตอยู่”
โมเสสชื่นชมพระเจ้า
26 “เยชุรูนเอ๋ย ไม่มีใครเหมือนพระเจ้า
ผู้ที่ลอยผ่านฟ้ามาช่วยท่าน
และลอยผ่านเมฆมาด้วยความสง่างามของพระองค์
27 พระเจ้าผู้อยู่ชั่วนิรันดร์
เป็นที่ที่ปลอดภัย
แขนทั้งสองข้างของพระองค์ ผู้ที่อยู่ตลอดกาล
จะอุ้มท่านไว้
พระองค์ขับไล่ศัตรูที่อยู่ต่อหน้าท่าน
และพูดว่า ‘ทำลายมัน’
28 ดังนั้น อิสราเอลจะอยู่อย่างปลอดภัย
ยาโคบจะมีชีวิตอย่างสงบ
ในดินแดนแห่งข้าวและเหล้าองุ่น
เป็นดินแดนที่มีฝนโปรยปรายจากท้องฟ้า
29 อิสราเอล ท่านจะได้รับการอวยพร
ใครจะเป็นเหมือนท่าน
ประชาชนผู้ได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้า
พระยาห์เวห์คือโล่ที่ปกป้องท่าน
และดาบที่จะให้ชัยชนะแก่ท่าน
ศัตรูของท่านจะหมอบต่อหน้าท่านด้วยความกลัว
และท่านจะเหยียบบนหลังพวกเขา”
34โมเสสตาย
1 โมเสสปีนขึ้นไปบนเขาเนโบ จากที่ราบโมอับไปถึงยอดเขาปิสกาห์ซึ่งอยู่ตรงข้ามเยริโค พระยาห์เวห์แสดงแผ่นดินทั้งหมดให้โมเสสเห็น ตั้งแต่กิเลอาดไปจนถึงดาน 2 พระองค์แสดงให้เขาเห็นทั้งหมดของนัฟทาลีและแผ่นดินของเอฟราอิม มนัสเสห์และทั้งหมดของยูดาห์ไปจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 3 พระองค์ยังแสดงให้เขาเห็นเนเกบและที่ราบที่อยู่ในหุบเขาของเยริโค เมืองของต้นปาล์มไปถึงโศอาร์ 4 แล้วพระยาห์เวห์ก็พูดกับโมเสสว่า “นี่คือแผ่นดินที่เราสัญญาไว้กับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ เราบอกว่า ‘เราจะให้แผ่นดินนี้กับลูกหลานของเจ้า’ เราได้ให้เจ้าเห็นมันกับตาตัวเองแล้ว แต่เจ้าจะไม่ได้ข้ามไปที่นั่น”
5 แล้วโมเสส ผู้รับใช้พระยาห์เวห์ก็ตายอยู่ที่นั่นในแผ่นดินของโมอับตามที่พระยาห์เวห์ได้พูดไว้ 6 พระยาห์เวห์ฝังโมเสสไว้ในหุบเขาในแผ่นดินของโมอับใกล้เบธเปโอร์ แต่จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าหลุมฝังศพของโมเสสอยู่ที่ไหนกันแน่ 7 ตอนที่โมเสสตาย เขามีอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปี ตาของเขายังไม่อ่อนล้าและตัวเขาก็ยังไม่เหี่ยวย่น 8 ชาวอิสราเอลร้องไห้ให้โมเสสเป็นเวลาสามสิบวันในที่ราบโมอับ จนกระทั่งเวลาแห่งการไว้ทุกข์สิ้นสุดลง
โยชูวาเป็นผู้นำคนใหม่
9 แล้วโยชูวาลูกชายของนูนก็เต็มไปด้วยวิญญาณของความเฉลียวฉลาด เพราะโมเสสได้วางมือลงบนโยชูวาและแต่งตั้งเขาเป็นผู้นำคนใหม่แล้ว ดังนั้นชาวอิสราเอลจึงเชื่อฟังเขา และทำตามที่พระยาห์เวห์ได้สั่งโมเสสไว้
10 แต่ยังไม่เคยมีผู้พูดแทนพระเจ้าคนไหนในอิสราเอลที่เหมือนโมเสสเลย เพราะพระยาห์เวห์รู้จักโมเสสแบบตัวต่อตัว 11 ไม่มีใครเหมือนโมเสส เพราะพระยาห์เวห์ส่งเขาไปทำเหตุการณ์พิเศษต่างๆและสิ่งมหัศจรรย์ต่อฟาโรห์ในแผ่นดินอียิปต์ และต่อคนของฟาโรห์และประเทศนั้นทั้งประเทศ 12 และไม่มีใครเคยมีฤทธิ์อำนาจที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามพวกนี้ เหมือนกับที่โมเสสได้ทำให้กับทุกคนเห็น