ดาเนียล
คำนำ
หนังสือดาเนียลเขียนขึ้นมาเพื่อให้คนของพระเจ้ามีความหวังและเกิดกำลังใจ
ดาเนียลและเพื่อนๆของเขาเป็นวีรบุรุษและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนยิว พวกเขาเฉลียวฉลาดและสัตย์ซื่อต่อพระยาห์เวห์ ในขณะที่ทำหน้าที่รับใช้กษัตริย์ของต่างชาติและถูกข่มเหงรังแกสารพัด
เรื่องที่เล่าในหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ดาเนียลเป็นหนุ่มจนกระทั่งแก่ (ในปี 606-536 ก่อน ค.ศ.)
บทที่ 1-6 เป็นเรื่องเล่าหกเรื่องเกี่ยวกับดาเนียลและพวกเพื่อนๆของเขา พวกเขาเป็นเด็กหนุ่มชาวยิวที่ถูกกวาดต้อนมาจากยูดาห์ มาเป็นเชลยที่บาบิโลน และต่อมาพวกเขาก็ได้ขึ้นเป็นข้าราชการชั้นสูงของบาบิโลน พวกเขาถูกทดสอบความเชื่อหลายครั้ง แต่พวกเขาก็ยังคงสัตย์ซื่อต่อพระยาห์เวห์ และพระองค์ก็ได้ช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง
บทที่ 7-12 เป็นเรื่องนิมิตสี่อย่างที่ดาเนียลเห็น และทูตสวรรค์อธิบายนิมิตต่างๆให้ดาเนียลเข้าใจ
หนังสือดาเนียลบทที่ 2:4-7:28 เขียนเป็นภาษาอารเมค ส่วนที่เหลือเขียนเป็นภาษาฮีบรู
1ดาเนียลถูกพาไปที่บาบิโลน
1 ในปีที่สาม ที่เยโฮยาคิมขึ้นเป็นกษัตริย์ของยูดาห์+ 1:1 ในปีที่สาม … ยูดาห์ ประมาณปี 605 ก่อนพระเยซูมาเกิด กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน+ 1:1 บาบิโลน ปัจจุบันนี้ บาบิโลนอยู่บริเวณทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอิรัก ได้ยกทัพมาล้อมเมืองเยรูซาเล็มไว้ 2 พระยาห์เวห์ได้มอบเยโฮยาคิม กษัตริย์ของยูดาห์ไว้ในกำมือของกษัตริย์บาบิโลน พร้อมกับสิ่งของเครื่องใช้ส่วนหนึ่งจากวิหารของพระเจ้า กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์นำของเหล่านั้นกลับไปไว้ที่วิหารของเทพเจ้าของพระองค์ที่บาบิโลน พระองค์วางสิ่งของเครื่องใช้เหล่านั้นไว้ในคลังของเทพเจ้านั้น
3 จากนั้นกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ก็สั่งให้อัชเปนัส ที่เป็นหัวหน้าข้าราชการ ให้ไปคัดเลือกเด็กหนุ่มๆที่เป็นเชลยชาวอิสราเอล จากเชื้อพระวงศ์ จากพวกคนชั้นสูง 4 เด็กพวกนี้จะต้องมีร่างกายที่สมประกอบทุกอย่าง ต้องมีหน้าตาหล่อเหลา สามารถเรียนรู้ทุกวิชา มีความรู้รอบตัว และหัวไว สามารถยืนรับใช้กษัตริย์ในวังได้ อัชเปนัสจะต้องสอนให้พวกเขารู้ภาษาและวรรณคดีของชาวบาบิโลน
5 กษัตริย์ตัดสินใจว่าจะให้เด็กหนุ่มพวกนี้ได้รับส่วนแบ่งอาหารอย่างดีและเหล้าองุ่นทุกวัน เหมือนกับอาหารและเหล้าองุ่นที่กษัตริย์กินและดื่ม อัชเปนัสจะต้องอบรมดูแลเด็กๆพวกนี้เป็นเวลาสามปี เมื่อครบกำหนดแล้วก็ให้นำพวกเขามารับราชการอยู่ต่อหน้ากษัตริย์ 6 ในท่ามกลางเด็กหนุ่มๆเหล่านี้ มีดาเนียล ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์ สี่คนนี้มาจากเผ่ายูดาห์
7 อัชเปนัสตั้งชื่อใหม่ให้กับเด็กหนุ่มๆพวกนี้ เป็นภาษาบาบิโลน ดาเนียลมีชื่อใหม่ว่า เบลเทชัสซาร์ ฮานันยาห์ มีชื่อใหม่ว่าชัดรัค มิชาเอลมีชื่อใหม่ว่าเมชาค และอาซาริยาห์ มีชื่อใหม่ว่า เอเบดเนโก
8 ดาเนียลตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วว่า เขาจะไม่กินอาหารอย่างดีและเหล้าองุ่นอย่างเดียวกับที่กษัตริย์กินและดื่ม เพื่อดาเนียลจะได้ไม่แปดเปื้อนเป็นมลทินไป ดังนั้นเขาจึงขออนุญาตอัชเปนัส หัวหน้าข้าราชการ ที่จะทำอย่างนั้น เพื่อรักษาตัวเองไม่ให้แปดเปื้อนเป็นมลทินไป
9 พระเจ้าทำให้หัวหน้าข้าราชการมีความเมตตาปรานีต่อดาเนียล 10 หัวหน้าข้าราชการพูดกับดาเนียลว่า “ข้ากลัวกษัตริย์ ที่เป็นเจ้านายของข้า พระองค์จัดสรรปันส่วนอาหารและเครื่องดื่มมาให้เจ้า พระองค์อาจจะถามว่า ทำไมเจ้าถึงดูซูบผอมนัก เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กหนุ่มๆรุ่นเดียวกัน แล้วทีนี้เจ้าก็จะทำให้ข้าถูกกษัตริย์ลงโทษ”
11 หัวหน้าข้าราชการได้แต่งตั้งคนหนึ่งมาควบคุมดูแล ดาเนียล ฮานันยาห์ มิชาเอล และ อาซาริยาห์ ดาเนียลจึงไปพูดกับผู้ควบคุมคนนี้ว่า 12 “ขอให้ทดลองพวกเรา ผู้รับใช้ของท่านดูก่อนสักสิบวัน ในช่วงนี้ ให้พวกเรากินแต่ผักกับน้ำ 13 แล้วท่านถึงค่อยเอาพวกเราไปเปรียบเทียบกับเด็กพวกนั้นที่กินอาหารอย่างดีจากกษัตริย์ หลังจากนั้นท่านจะทำอะไรกับพวกเราผู้รับใช้ของท่าน แล้วแต่ท่านจะเห็นสมควร”
14 ผู้ควบคุมดูแลก็ยอมรับข้อเสนอของดาเนียล จึงได้ทดลองพวกเขาดูสิบวัน 15 เมื่อครบสิบวันแล้ว ปรากฏว่าดาเนียลและเพื่อนๆกลับดูดีกว่า และสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงกว่าเด็กพวกนั้นที่กินอาหารอย่างดีของกษัตริย์เสียอีก 16 ดังนั้นผู้ควบคุมดูแล จึงเอาอาหารอย่างดีและเหล้าองุ่นที่ดาเนียลและเพื่อนๆควรจะกินไปเสีย และให้ผักกับพวกเขาแทน
17 พระเจ้าประทานความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวรรณคดีทุกประเภทและการศึกษาทุกวิชาให้กับเด็กสี่คนนี้ ดาเนียลยังสามารถตีความหมายของนิมิตต่างๆและทำนายฝันได้ด้วย
18 เมื่อถึงเวลาที่กษัตริย์กำหนดให้พาตัวพวกเด็กหนุ่มๆทุกคนเข้าเฝ้า หัวหน้าข้าราชการก็นำพวกเขามาอยู่ต่อหน้ากษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ 19 กษัตริย์พูดคุยกับเด็กๆทุกคน และเห็นว่าไม่มีเด็กคนไหนสามารถเทียบกับ ดาเนียล ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์ได้เลย กษัตริย์จึงแต่งตั้งให้พวกเขามารับราชการอยู่ต่อหน้ากษัตริย์ 20 เมื่อไหร่ก็ตามที่กษัตริย์ขอคำแนะนำ ที่เกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นพิเศษ พระองค์ก็พบว่าคำแนะนำของเด็กหนุ่มทั้งสี่นี้ก็ดีกว่าคำแนะนำของพวกหมอดู และพวกทำสะเดาะเคราะห์ในราชอาณาจักรของพระองค์ถึงสิบเท่า 21 ดาเนียลรับราชการอยู่ในวังนั้นเรื่อยมาจนถึงปีแรกที่ไซรัสขึ้นเป็นกษัตริย์+ 1:21 ปีแรกที่ไซรัสขึ้นเป็นกษัตริย์ ประมาณปี 539 ก่อนพระเยซูมาเกิด
2ความฝันของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์
1 ในปีที่สองที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ขึ้นครองราชย์ พระองค์ฝันและความฝันนั้นทำให้พระองค์ไม่สบายใจจนนอนไม่หลับ 2 ดังนั้นกษัตริย์จึงสั่งให้คนไปตามพวกหมอดู พวกทำสะเดาะเคราะห์ พวกที่ทำเวทมนตร์คาถา และพวกคาสดิม+ 2:2 พวกคาสดิม เป็นเผ่าหนึ่งที่มีความสำคัญในบาบิโลน ชื่อนี้หมายถึง “คนที่มาจากบาบิโลน” กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ก็มาจากเผ่านี้ พวกคาสดิมเป็นพวกที่มีการศึกษาดี และพวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถทำเวทมนตร์ได้ และสามารถอ่านดวงดาวและทำนายอนาคตได้ ให้มาบอกว่าพระองค์ฝันเรื่องอะไร พวกเขาจึงมายืนกันอยู่ต่อหน้ากษัตริย์
3 แล้วกษัตริย์ก็บอกกับพวกเขาว่า “เราได้ฝันไป และเราก็ไม่สบายใจเพราะเราอยากเข้าใจในสิ่งที่เราฝันนั้น”
4 พวกคาสดิมก็พูดกับกษัตริย์เป็นภาษาอารเมคว่า “ข้าแต่กษัตริย์ ขอให้พระองค์มีอายุยืนยาว ขอพระองค์ได้โปรดเล่าความฝันของพระองค์ให้พวกเราฟังด้วยเถิด พวกเราจะได้ทำนายฝันให้กับพระองค์”
5 กษัตริย์จึงตอบพวกคาสดิมไปว่า “เราจะไม่บอกเจ้าหรอก เพราะเราได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า เจ้านั่นแหละจะต้องเป็นคนบอกเราว่าเราฝันอะไรและทำนายฝันนั้นให้กับเราด้วย ไม่อย่างนั้น เราจะสับเจ้าออกเป็นชิ้นๆและยกบ้านของเจ้าให้เป็นส้วมสาธารณะ 6 แต่ถ้าเจ้าบอกได้ว่าเราฝันอะไร และมันหมายถึงอะไร เราก็จะตบรางวัลให้อย่างงาม พร้อมกับชื่อเสียงเกียรติยศให้กับเจ้า ว่ายังไง บอกมาสิว่าเราฝันว่าอะไร และมันหมายถึงอะไร”
7 พวกคาสดิมตอบกษัตริย์ไปว่า “พระองค์เจ้าข้า ช่วยบอกเราทาสรับใช้ของพระองค์ด้วยเถิดว่า พระองค์ฝันอะไร พวกเราจะได้ทำนายความฝันนั้นให้กับพระองค์”
8 กษัตริย์ตอบว่า “เรารู้นะว่าที่แท้เจ้าก็พยายามหาเรื่องถ่วงเวลา เพราะเจ้าก็รู้อยู่แล้วว่าเราได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว 9 ถ้าเจ้าไม่บอกความฝันนี้กับเรา พวกเจ้าก็จะต้องถูกลงโทษเหมือนกันหมดทุกคน เจ้าคบคิดกันพูดปดกับเรา หวังจะหาเรื่องถ่วงเวลา เวลาก็ยิ่งผ่านไป เพราะฉะนั้น บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเราฝันอะไร เราจะได้แน่ใจว่าพวกเจ้าจะทำนายฝันเราได้อย่างถูกต้อง”
10 พวกคาสดิมก็ตอบกษัตริย์ไปว่า “สิ่งที่พระองค์บอกให้ทำนี้ ไม่มีใครหน้าไหนในโลกนี้ทำได้หรอก และไม่มีกษัตริย์องค์ไหน ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่หรือมีฤทธิ์อำนาจแค่ไหน เคยถามคำถามแบบนี้กับพวกหมอดู พวกทำสะเดาะเคราะห์ แล้วก็พวกคาสดิมมาก่อน 11 สิ่งที่พระองค์ถามนั้นมันยากเกินไป ไม่มีใครตอบพระองค์ได้หรอก นอกจากพวกเทพเจ้า ซึ่งแน่นอนพวกเทพเจ้าเหล่านั้นก็ไม่ได้อาศัยอยู่กับมนุษย์ด้วยสิ”
12 กษัตริย์ก็โกรธจัดและเดือดดาลที่ได้ยินอย่างนั้น จึงออกคำสั่งให้ฆ่าพวกผู้รู้ทั้งหมดในบาบิโลน 13 คำสั่งนี้ก็ถูกส่งออกไป เหล่าผู้รู้ของบาบิโลนก็กำลังจะถูกฆ่าไปทีละคน แม้แต่ดาเนียลและเพื่อนๆของเขา พวกทหารก็ตามหาเพื่อจะฆ่าทิ้ง
14 อารีโอคเป็นหัวหน้าเพชฌฆาตที่กษัตริย์ได้แต่งตั้งให้มาฆ่าเหล่าผู้รู้ของบาบิโลน
ดาเนียลพูดกับอารีโอคผู้รับใช้ของกษัตริย์อย่างชาญฉลาดและระมัดระวังว่า
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น กษัตริย์ถึงได้ออกคำสั่งที่เร่งด่วนอย่างนี้ออกมา”
อารีโอคจึงอธิบายให้ดาเนียลฟัง 16 ดาเนียลจึงไปขอให้กษัตริย์เลื่อนเวลาไปอีกหน่อย เพื่อดาเนียลจะได้ทำนายฝันนั้นให้กับกษัตริย์
17 จากนั้นดาเนียลก็กลับมาบ้านและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์ เพื่อนของเขาฟัง 18 แล้วพวกเขาก็อธิษฐานขอความเมตตาจากพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ ให้เปิดเผยความลับนี้กับพวกเขา เพื่อดาเนียลและเพื่อนๆจะได้ไม่ถูกฆ่า พร้อมกับผู้รู้คนอื่นๆในบาบิโลน
19 ในคืนนั้นเอง พระเจ้าก็เข้าฝันดาเนียล เปิดเผยความลับนั้นให้กับดาเนียลรู้ ดังนั้นดาเนียลจึงสรรเสริญพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ 20 ดาเนียลพูดว่า
“ขอให้ชื่อของพระเจ้าเป็นที่สรรเสริญตลอดไป
เพราะพระองค์เป็นเจ้าของสติปัญญาและฤทธิ์อำนาจ
21 พระองค์เปลี่ยนแปลงเวลาและฤดูกาล
พระองค์ปลดกษัตริย์ทั้งหลายแล้วแต่งตั้งกษัตริย์ทั้งหลาย
พระองค์ให้สติปัญญากับคนฉลาด
และให้ความเฉลียวฉลาดกับคนที่เฉลียวฉลาด
22 พระองค์เปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ในที่ที่ลึกที่สุด
พระองค์รู้จักสิ่งที่อยู่ในความมืด
ความสว่างอาศัยอยู่กับพระองค์
23 พระเจ้าของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าขอบคุณและสรรเสริญพระองค์
ก็เพราะพระองค์ได้ให้ความเฉลียวฉลาดและฤทธิ์อำนาจกับข้าพเจ้า
และเพราะพระองค์เปิดเผยเรื่องที่พวกเราถาม
พระองค์ได้บอกเรื่องของกษัตริย์กับข้าพเจ้า”
ดาเนียลทำนายฝัน
24 แล้วดาเนียลจึงขึ้นไปหาอารีโอคในวัง อารีโอคคือคนที่กษัตริย์ได้สั่งให้ไปฆ่าเหล่าผู้รู้ในบาบิโลน ดาเนียลบอกกับเขาว่า “อย่าได้ฆ่าผู้รู้ของบาบิโลน พาผมไปหากษัตริย์ แล้วผมจะทำนายฝันนั้นให้พระองค์ฟัง”
25 ดังนั้นอารีโอคจึงรีบนำดาเนียลไปหากษัตริย์ แล้วอารีโอคก็บอกกับกษัตริย์ว่า “ข้าพเจ้าได้พบชายคนหนึ่งในหมู่เชลยของชาวยูดาห์ที่สามารถทำนายฝันของพระองค์ได้”
26 กษัตริย์ถามดาเนียล (ที่มีชื่อในภาษาของชาวบาบิโลนว่าเบลเทชัสซาร์) ว่า
“เจ้าสามารถบอกสิ่งที่ข้าฝัน และทำนายมันได้จริงๆหรือ”
27 ดาเนียลตอบพระองค์ว่า “พวกผู้รู้ พวกทำสะเดาะเคราะห์ พวกหมดดู และพวกโหร ไม่สามารถเปิดเผยความลับนี้ให้กับพระองค์ได้หรอก 28 มีแต่พระเจ้าบนฟ้าสวรรค์ที่สามารถเปิดเผยเรื่องลับๆได้ และพระเจ้าก็ได้เปิดเผยให้กับพระองค์ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า
และนี่คือความฝันของพระองค์ เป็นนิมิตที่อยู่ในสมองของพระองค์ตอนที่พระองค์หลับอยู่บนเตียง 29 สำหรับพระองค์ที่เป็นกษัตริย์ ความคิดที่แล่นเข้ามาหาพระองค์ ในขณะที่พระองค์หลับอยู่บนเตียง กำลังชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พระเจ้าผู้เปิดเผยความลับพวกนี้ กำลังแจ้งให้พระองค์รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น 30 ส่วนตัวข้าพเจ้านั้น ที่พระเจ้าเปิดเผยความลับนี้ให้กับข้าพเจ้ารู้ ไม่ใช่เพราะข้าพเจ้าฉลาดกว่าสิ่งมีชีวิตทั้งปวง แต่เพื่อให้พระองค์ได้รู้ความหมายของมัน และจะได้เข้าใจถึงสิ่งที่พระองค์กำลังคิดอยู่
31 ข้าแต่กษัตริย์ ในขณะที่พระองค์กำลังฝันอยู่ ในทันใดนั้น พระองค์ก็เห็นรูปปั้นขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น มันเป็นรูปปั้นที่ใหญ่โตมโหฬาร ยืนอยู่ที่นั่นต่อหน้าพระองค์ ส่องแสงสว่างจ้าเป็นพิเศษ และมีรูปร่างน่ากลัว 32 ส่วนหัวของรูปปั้นนี้เป็นทองคำบริสุทธิ์ ส่วนไหล่และแขนของมันเป็นเงิน ส่วนท้องและต้นขาของมันเป็นทองแดง 33 ส่วนน่องของมันเป็นเหล็ก ส่วนเท้าของมันเป็นเหล็กส่วนหนึ่งและดินเหนียวส่วนหนึ่ง 34 ขณะที่พระองค์กำลังจ้องมองอยู่นั้นเอง มีผู้หนึ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ตัดหินใหญ่ก้อนหนึ่งแล้วมันตกลงมากระแทกถูกเท้าที่ทำด้วยเหล็กส่วนหนึ่งกับดินเหนียวส่วนหนึ่ง แล้วทำให้เท้านั้นแตกกระจาย 35 ทั้งดินเหนียวเหล็ก ทองแดง เงิน และทองคำ ป่นปี้เป็นผุยผง แล้วลมก็พัดผงนั้นกระจุยกระจายไปจนหมด เหมือนกับแกลบตามลานในช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูร้อน จนไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า รูปปั้นนั้นเคยอยู่ที่ตรงไหนมาก่อน แล้วหินที่กระแทกรูปปั้นนั้นก็ได้กลายเป็นภูเขาขนาดใหญ่จนมิดโลกนี้ 36 นั่นคือความฝันของพระองค์ คราวนี้พวกเราจะทำนายฝันให้กับพระองค์ 37 ข้าแต่กษัตริย์ พระองค์เป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ได้ให้ความเป็นกษัตริย์ อำนาจ ฤทธิ์เดช ศักดิ์ศรี ให้กับพระองค์ 38 พระเจ้าได้มอบสิ่งเหล่านี้ให้อยู่ในมือของพระองค์คือ มนุษย์ในที่ทุกหนแห่ง สัตว์ในป่า และนกบนท้องฟ้า พระเจ้าให้พระองค์ครอบครองอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้ พระองค์ก็คือหัวทองคำของรูปปั้นนั้น
39 แต่หลังจากสมัยของพระองค์ จะมีอาณาจักรหนึ่งเกิดขึ้นมา ซึ่งไม่ยิ่งใหญ่เท่าอาณาจักรของพระองค์ ก็คือเงิน ที่เทียบกับทองคำไม่ได้
แล้วหลังจากนั้นก็จะมีอาณาจักรที่สาม ซึ่งก็คือทองแดง ที่จะขึ้นมาปกครองโลกทั้งโลก 40 อาณาจักรที่สี่จะแข็งแกร่งเหมือนเหล็ก อาณาจักรที่สี่นี้จะบดขยี้อาณาจักรอื่นๆเหล่านั้นเหมือนกับที่เหล็กบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างจนละเอียดเป็นชิ้นๆ
41 แต่ก็อย่างที่พระองค์เห็นนั่นแหละ ว่าเท้าและนิ้วเท้าของรูปปั้นนั้นมีส่วนหนึ่งเป็นดินเหนียว และอีกส่วนหนึ่งเป็นเหล็ก ดังนั้นอาณาจักรที่สี่นี้ก็จะถูกแบ่งออก มันจะมีความแข็งแกร่งเหมือนเหล็กอยู่บ้าง เหมือนกับที่พระองค์เห็นว่ามันมีทั้งเหล็กผสมกับดินเหนียวนั่นแหละ 42 ดังนั้นอาณาจักรนี้ก็จะมีส่วนหนึ่งที่แข็งแกร่งและส่วนหนึ่งที่อ่อนแอ เหมือนกับที่เท้าและนิ้วเท้าส่วนหนึ่งเป็นเหล็ก และอีกส่วนหนึ่งเป็นดินเหนียว 43 อย่างที่พระองค์เห็นแล้วว่ามันมีเหล็กผสมกับดินเหนียว ดังนั้น ถึงแม้พวกเขาจะมีการแต่งงานกันไปมาระหว่างราชวงศ์ต่างๆแต่ก็จะไม่สามารถรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ เหมือนกับที่เหล็กไม่สามารถผสมเป็นเนื้อเดียวกับดินเหนียวได้
44 และในยุคของกษัตริย์เหล่านั้น พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ก็จะสร้างอาณาจักรนิรันดร์ที่ไม่มีวันถูกทำลายขึ้นมา อาณาจักรนั้นจะไม่ตกไปเป็นของชนชาติอื่น แต่อาณาจักรนั้นจะบดขยี้และทำลายล้างอาณาจักรอื่นจนสิ้นซากไป แล้วอาณาจักรนั้นก็จะยั่งยืนตลอดไปเป็นนิตย์
45 นี่คือความหมายของหินใหญ่ที่พระองค์เห็น ที่มีผู้หนึ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ได้ตัดมันจากภูเขา และมันได้มากระแทกและบดขยี้ รูปปั้นนั้น ที่ทำจากเหล็ก ทองแดง ดินเหนียว เงิน และทองคำ จนแหลกละเอียดไป พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ กำลังแจ้งให้กษัตริย์รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต นี่ก็คือสิ่งที่พระองค์ฝันเห็น และคำทำนายนี้ก็เชื่อถือได้”
46 จากนั้นกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ก็ก้มหน้ากราบลงถึงพื้น เพื่อแสดงความเคารพนับถือดาเนียล แล้วกษัตริย์ก็สั่งให้นำเครื่องบูชาและเครื่องหอมมาให้กับดาเนียล+ 2:46 การที่กษัตริย์ก้มกราบดาเนียลก็แสดงว่าพระองค์ถือว่าดาเนียลเป็นผู้ที่พระเจ้าส่งให้มาพูดกับพระองค์ ดังนั้นจึงเท่ากับว่ากษัตริย์แสดงความยินยอมที่จะเชื่อฟังดาเนียลและพระเจ้าของดาเนียลในเรื่องนี้47 พระองค์พูดกับดาเนียลว่า “แน่นอนที่สุด พระเจ้าของเจ้าเป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าใดๆ เป็นเจ้านายของกษัตริย์ทุกองค์ และเป็นผู้เปิดเผยความหมายของสิ่งลี้ลับต่างๆ พระองค์ทำให้เจ้าสามารถเปิดเผยความลับนี้ได้”
48 แล้วกษัตริย์ก็ให้ตำแหน่งสูงกับดาเนียล พร้อมกับมอบของขวัญที่ดีเลิศมากมายให้ดาเนียล และกษัตริย์ก็แต่งตั้งให้ดาเนียลครอบครองมณฑลบาบิโลนทั้งหมด และตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาของกษัตริย์ในบาบิโลน 49 ดาเนียลได้ขอให้กษัตริย์แต่งตั้งชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก ให้เป็นผู้บริหารมณฑลบาบิโลน ส่วนดาเนียลก็รับใช้ใกล้ชิดกับกษัตริย์ในราชสำนัก
3รูปปั้นทองคำและเตาไฟ
1 ต่อมากษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ให้คนสร้างรูปปั้นทองคำขึ้นมา สูงหกสิบศอกและยาวหกศอก พระองค์ตั้งมันไว้ในที่ราบดูราในมณฑลบาบิโลน 2 กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์มีคำสั่งออกไปว่าให้พวกผู้นำภาค พวกผู้นำจังหวัด พวกผู้นำอำเภอ พวกที่ปรึกษา พวกผู้ดูแลด้านการเงิน พวกผู้พิพากษา พวกตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่อื่นๆทั้งหมดที่อยู่ตามมณฑลต่างๆจะต้องมาชุมนุมกันในงานเฉลิมฉลองรูปปั้น ที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ตั้งขึ้น
3 ดังนั้น พวกผู้นำภาค พวกผู้นำจังหวัด พวกผู้นำอำเภอ พวกที่ปรึกษา พวกผู้ดูแลด้านการเงิน พวกผู้พิพากษา พวกตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่อื่นๆทั้งหมดที่อยู่ตามมณฑลต่างๆ ก็ได้มาชุมนุมในงานเฉลิมฉลองรูปปั้นที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ตั้งขึ้น พวกเขามายืนชุมนุมกันอยู่ต่อหน้ารูปปั้นที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ตั้งขึ้นนั้น 4 แล้วโฆษกก็ตะโกนเสียงดังว่า
“คนทุกเชื้อชาติทุกภาษา 5 เมื่อไรก็ตามที่ท่านได้ยินเสียงของแตรเขาสัตว์ ปี่ พิณเขาคู่ พิณสี่สาย พิณใหญ่ ปี่ถุง หรือเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆดังขึ้นมา ท่านจะต้องก้มกราบนมัสการรูปปั้นทองคำที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ตั้งขึ้นมา 6 ใครที่ไม่ยอมก้มกราบก็จะถูกจับโยนลงในเตาไฟที่ร้อนแรงทันที”
7 ดังนั้น เมื่อคนได้ยินเสียงแตรเขาสัตว์ ปี่ พิณเขาคู่ พิณสี่สาย พิณใหญ่ ปี่ถุง หรือเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆดังขึ้นมา ทุกคนไม่ว่าจะมาจากชนชาติไหนหรือพูดภาษาใด ต่างก็พากันก้มกราบนมัสการต่อรูปเคารพทองคำที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ตั้งขึ้น
8 ทันทีที่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น พวกคาสดิมก็ไปเข้าเฝ้ากษัตริย์ และไปฟ้องเรื่องของคนยูดาห์บางคน 9 พวกนั้นฟ้องกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ว่า “ข้าแต่กษัตริย์ ขอให้พระองค์มีชีวิตยืนยาว 10 ข้าแต่กษัตริย์ พระองค์ได้ออกกฎว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ยินเสียงของแตรเขาสัตว์ ปี่ พิณเขาคู่ พิณสี่สาย พิณใหญ่ ปี่ถุง หรือเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆดังขึ้นมา ทุกคนจะต้องก้มกราบนมัสการต่อหน้ารูปปั้นทองคำ 11 และใครก็ตามที่ไม่ยอมทำตามนั้น ก็จะถูกโยนลงไปในเตาไฟที่ร้อนแรง 12 เรื่องมีอยู่ว่า มีคนพวกหนึ่ง ก็คือพวกยิวที่พระองค์ได้แต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารมณฑลบาบิโลน ชื่อชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก สามคนนี้ไม่สนใจคำสั่งของพระองค์ พวกมันไม่ยอมนมัสการเทพเจ้าของพระองค์ พวกมันไม่ยอมก้มกราบรูปปั้นทองคำที่พระองค์ตั้งขึ้น”
13 เมื่อกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้ยินอย่างนั้น ก็โกรธจัด สั่งให้คนไปเอาตัวชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโกมาหาพระองค์ พวกนั้นจึงไปพาทั้งสามคนมาเข้าเฝ้าต่อหน้ากษัตริย์ 14 กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ถามว่า “ชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก จริงหรือเปล่าที่เจ้าไม่ยอมนมัสการเทพเจ้าของเรา และไม่ยอมก้มกราบรูปปั้นทองคำที่เราตั้งขึ้นมา 15 ฟังให้ดีนะ เจ้าจะต้องพร้อมที่จะก้มกราบนมัสการต่อรูปปั้นที่เราสร้างขึ้น เมื่อเจ้าได้ยินเสียงแตรเขาสัตว์ ปี่ พิณเขาคู่ พิณสี่สาย พิณใหญ่ ปี่ถุง หรือเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆดังขึ้นมา เพราะถ้าเจ้าไม่ยอมทำละก็ เจ้าจะถูกโยนลงไปในเตาไฟที่ร้อนแรงทันที แล้วเทพเจ้าองค์ไหนจะมาช่วยเจ้าให้รอดจากอำนาจของเราได้”
16 ชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโกตอบว่า “พวกเราไม่จำเป็นจะต้องแก้ตัวต่อพระองค์ในเรื่องนี้ 17 ข้าแต่กษัตริย์ เพราะพระเจ้าของเราที่พวกเรารับใช้อยู่นี้มีจริง พระเจ้าสามารถช่วยพวกเราให้รอดพ้นจากเตาไฟที่ร้อนแรงนั้น และพระเจ้าจะช่วยให้พวกเรารอดพ้นจากเงื้อมมือของพระองค์ด้วย 18 แต่ถ้าหากว่าพระเจ้าจะไม่ช่วยพวกเรา ก็ขอให้พระองค์รู้ไว้เถิดว่า เราก็จะไม่นมัสการเทพเจ้าของพระองค์ และเราก็จะไม่ก้มลงกราบรูปปั้นทองคำที่พระองค์ตั้งขึ้น”
19 ถึงตอนนี้ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ก็ยิ่งโกรธจัด หน้าตาของพระองค์ก็บูดเบี้ยวไปต่อชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก และพระองค์ก็สั่งให้เพิ่มไฟในเตาให้ร้อนแรงขึ้นกว่าของเดิมเป็นเจ็ดเท่า 20 และพระองค์สั่งทหารบางคนที่แข็งแรงมากในกองทัพของพระองค์ มัดตัวชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก และให้โยนพวกเขาลงไปในเตาไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่
21 ทั้งสามคนก็เลยถูกมัด ในขณะที่ยังมีเสื้อคลุม กางเกง หมวก รวมทั้งเสื้อผ้าอื่นๆสวมใส่อยู่ แล้วพวกทหารก็โยนทั้งสามคนลงไปในเตาไฟที่ร้อนแรง 22 เป็นเพราะกษัตริย์สั่งอย่างเฉียบขาด ให้คนทำเตาไฟให้ร้อนกว่าเดิมมาก พวกทหารที่โยนชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก ลงไปในเตา ก็ถูกเปลวไฟเผาตาย 23 ชายทั้งสามคน คือชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก หล่นลงไปในเตาไฟ ในขณะที่ถูกมัดอยู่
24 แล้วกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ก็สะดุ้งสุดตัว ลุกพรวดพราดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และร้องถามพวกที่ปรึกษาที่อยู่ข้างๆว่า “เรามัดแค่สามคนโยนลงไปในเตาไฟไม่ใช่หรือ”
พวกเขาตอบว่า “ข้าแต่กษัตริย์ พระองค์พูดถูกแล้ว”
25 พระองค์จึงถามว่า “แล้วทำไมเราถึงเห็นสี่คนเดินไปเดินมาอยู่ในกองไฟนั้นละ แล้วยังไม่ถูกมัดอีกต่างหาก และไม่เป็นอันตรายอะไรเลย แถมคนที่สี่ก็ดูเหมือนเป็นเทพเจ้าอีกด้วย”
26 แล้วกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ก็เข้าไปใกล้ๆประตูของเตาไฟและพูดว่า
“ชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก ผู้รับใช้ของพระเจ้าสูงสุด ออกมาเถิด”
จากนั้นชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก ก็ออกมาจากเตาไฟ
27 แล้วพวกผู้นำภาค พวกผู้นำจังหวัด พวกผู้นำอำเภอ และพวกที่ปรึกษาของกษัตริย์ ต่างก็เข้ามามุงดู แล้วก็เห็นว่าไฟไม่ได้ทำอันตรายกับร่างกายของพวกเขาเลย ผมบนหัวก็ไม่ไหม้ เสื้อผ้าก็ไม่ไหม้ ไม่มีแม้แต่กลิ่นไหม้ติดตัวพวกเขาเสียด้วยซ้ำ
28 แล้วกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ก็พูดว่า “ขอสรรเสริญพระเจ้าของชัดรัค เมชาค และ เอเบดเนโก พระองค์ได้ส่งทูตสวรรค์ลงมาช่วยผู้รับใช้ของพระองค์ ที่ไว้วางใจในพระองค์ พวกเขากล้าขัดคำสั่งของกษัตริย์ ถึงขนาดยอมเสี่ยงชีวิตของพวกเขาเอง แทนที่จะรับใช้หรือนมัสการเทพเจ้าองค์ใดนอกเหนือจากพระเจ้าของพวกเขา 29 บัดนี้ เราขอสั่งว่าใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติใดหรือภาษาไหน ที่ว่าร้ายพระเจ้าของชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก จะต้องถูกหั่นเป็นชิ้นๆและบ้านของมันผู้นั้นจะต้องกลายเป็นส้วมสาธารณะ เพราะไม่มีเทพเจ้าองค์ไหนที่สามารถช่วยชีวิตคนของพระองค์ได้อย่างนี้หรอก” 30 จากนั้นกษัตริย์ก็เลื่อนขั้นให้กับชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก ในมณฑลบาบิโลน
4กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ฝันเรื่องต้นไม้
1 กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ส่งข่าวสารถึงประชาชนทุกคน ทุกเชื้อชาติ และทุกภาษา ที่อาศัยอยู่ทั่วโลก
ขอให้ท่านมีความสุขความเจริญ
2 เรามีความยินดีที่จะบอกกับท่านถึงอิทธิฤทธิ์และความมหัศจรรย์ที่พระเจ้าสูงสุดได้ทำให้กับเรา
3 อิทธิฤทธิ์ของเทพองค์นี้ยิ่งใหญ่นัก
ความมหัศจรรย์ของพระองค์นั้นทรงพลัง
อาณาจักรของพระองค์นั้นเป็นอาณาจักรที่อยู่ชั่วนิรันดร์
พระองค์จะปกครองตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน
4 เมื่อตอนที่เรา กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลในบ้านพักของเรา และมีความสุขกับชีวิตในวังของเรานั้น 5 เราฝันร้าย และมันทำให้เราตกใจกลัวมาก 6 เราจึงมีคำสั่งให้นำพวกที่ปรึกษาของเราทั้งหมดที่มีอยู่ในบาบิโลน มาพบเพื่อทำนายฝันนั้น 7 เมื่อพวกหมอดู พวกผู้สะเดาะเคราะห์ พวกคาสดิม และพวกโหร มาถึง เราก็เล่าความฝันให้พวกเขาฟัง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำนายฝันให้กับเราได้ 8 และในที่สุด ดาเนียลก็มาพบเรา ดาเนียลมีชื่อในภาษาของคนบาบิโลนว่าเบลเทชัสซาร์ ตามชื่อของเทพเจ้าของเรา และวิญญาณของพวกเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ได้สถิตอยู่ในตัวเขา ดังนั้นเราจึงเล่าความฝันให้เขาฟัง 9 เราพูดว่า “เบลเทชัสซาร์ หัวหน้าหมอดู เรารู้ว่าวิญญาณของพวกเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ในตัวเจ้า และไม่มีความลับอะไรที่ยากเกินไปสำหรับเจ้า ช่วยทำนายฝันที่เราเห็นนั้นให้กับเราหน่อย 10 ตอนที่เรากำลังนอนอยู่บนเตียงนั้น เราเริ่มเห็นนิมิตต่างๆในหัวของเรา ทันใดนั้นก็มีต้นไม้สูงมากต้นหนึ่งอยู่ตรงกลางโลกนี้ 11 ต้นไม้นี้ได้โตขึ้นและแข็งแรงขึ้น ยอดของมันสูงเสียดฟ้า ขนาดอยู่ไกลถึงสุดขอบโลกก็ยังมองเห็นต้นนี้ 12 ใบของมันสวยงามมาก มีผลดกเต็มต้น เพียงพอที่จะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทั้งหมด สัตว์ป่าหาร่มเงาอยู่ใต้ต้นไม้นี้ มีนกทำรังอยู่ตามกิ่งก้านของมัน และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดหาอาหารกินบนต้นไม้นี้
13 ขณะที่ข้ายังนอนอยู่บนเตียง กำลังฝันเห็นสิ่งต่างๆเหล่านี้อยู่นั้น ก็มีผู้เฝ้าระวังที่ศักดิ์สิทธิ์+ 4:13 ผู้เฝ้าระวังที่ศักดิ์สิทธิ์ หมายถึง ทูตสวรรค์ หรือ ทูตสวรรค์ประเภทหนึ่ง เป็นทูตสวรรค์ที่สังเกตการณ์ แล้วไปรายงานต่อพระเจ้า ทูตนี้คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง องค์หนึ่งลงมาจากฟ้า 14 เขาร้องตะโกนว่า ‘โค่นต้นไม้นั้นซะ ฟันกิ่งก้านทิ้งให้หมด ดึงใบของมันทิ้งด้วย พร้อมกับโยนผลของมันทิ้งไปให้หมด ทำให้สัตว์ป่าที่อยู่ใต้ต้นและพวกนกที่อยู่บนกิ่งของมัน จะต้องหนีและบินกันไป 15 แต่ให้เหลือตอและรากของมันไว้ในดิน แล้วเอาแผ่นเหล็กและแผ่นทองแดงมาคาดมันไว้ ทิ้งมันไว้ที่นั่นในท้องทุ่งกับหญ้า มันจะต้องตากน้ำค้างที่ตกจากฟ้าจนเปียก ท่ามกลางสิงสาราสัตว์ทั้งหลายในท้องทุ่งที่มีหญ้าขึ้นอุดมสมบูรณ์ 16 เขาจะกลายเป็นบ้า แล้วเริ่มคิดเหมือนสัตว์ แล้วฤดูกาลก็จะผ่านพ้นเขาไปเจ็ดฤดูกาล
17 คำประกาศนี้ก็คือคำสั่งของพวกทูตที่เฝ้าระวังที่ศักดิ์สิทธิ์ คำตัดสินนี้เป็นไปตามคำสั่งของเหล่าเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแสดงให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดรู้ว่า พระเจ้าสูงสุดคือผู้ครอบครองอาณาจักรของมนุษย์ทั้งหมด และพระองค์จะให้อาณาจักรกับใครก็ได้ที่พระองค์ต้องการ และพระองค์สามารถยกคนที่ต่ำต้อยที่สุด แล้วตั้งเขาให้ปกครองได้’
18 นั่นแหละคือสิ่งที่เรา กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ฝันเห็น เอาล่ะ เบลเทชัสซาร์ เจ้าต้องอธิบายความฝันนั้นให้ข้าฟัง เพราะไม่มีผู้รู้คนไหนในอาณาจักรสามารถอธิบายมันได้ แต่เจ้าต้องทำได้แน่ เพราะเจ้ามีวิญญาณของเหล่าเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัว”
19 แล้วดาเนียล (หรือเบลเทชัสซาร์) ก็เงียบไปพักหนึ่ง เพราะความเข้าใจที่เขามีต่อความฝันนั้น ทำให้เขาไม่สบายใจมาก
กษัตริย์ก็พูดว่า “เบลเทชัสซาร์ อย่าได้วิตกกังวลกับความฝันและคำทำนายนั้นเลย”
เบลเทชัสซาร์จึงตอบว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพเจ้าได้แต่หวังว่าความฝันนี้และคำอธิบายของมัน จะพูดถึงพวกศัตรูของพระองค์
20 ต้นไม้ที่พระองค์เห็นนั้น ต้นที่ใหญ่โตและแข็งแกร่ง ที่มียอดสูงเสียดฟ้า จนสามารถมองเห็นจากสุดขอบโลก 21 ต้นนั้นที่มีใบงดงาม มีลูกดกเป็นอาหารสำหรับทุกชีวิต ต้นที่สัตว์ป่ามาอาศัยร่มเงาอยู่ที่โคนต้น และนกมาทำรังที่กิ่งก้านของมัน 22 ข้าแต่กษัตริย์ พระองค์คือต้นไม้ต้นนั้น พระองค์ได้เติบโตและยิ่งใหญ่เกรียงไกร ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้เจริญขึ้นไปถึงฟ้าสวรรค์ และสิทธิอำนาจของพระองค์ได้แผ่ขยายไปถึงสุดขอบโลก
23 คราวนี้ พูดถึงทูตเฝ้าระวังที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่พระองค์เห็นลงมาจากสวรรค์นั้น ที่พูดว่า ‘โค่นต้นไม้นั่นซะ แล้วทำลายมันให้หมด ยกเว้นตอกับราก ที่เจ้าจะต้องเหลือไว้ในดิน เอาแผ่นเหล็กและทองแดงมาคาดมันไว้กลางทุ่ง ที่นั่นมันจะเปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้างที่ตกจากฟ้า เขาจะอยู่ท่ามกลางสัตว์ป่า จนกว่าจะผ่านไปเจ็ดฤดูกาล’
24 ข้าแต่กษัตริย์ ความหมายของมันคือ พระเจ้าสูงสุดได้ตัดสินให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นกับพระองค์ ผู้เป็นกษัตริย์ 25 พวกเขาจะขับไล่พระองค์ไปจากคนอื่นๆ พระองค์จึงต้องอยู่ท่ามกลางสัตว์ป่า และต้องกินหญ้าเหมือนวัว และเปียกโชกไปด้วยน้ำค้างจากฟ้า ฤดูกาลจะผ่านไปเจ็ดฤดู แล้วพระองค์ถึงจะได้เรียนรู้ว่า พระเจ้าสูงสุด คือผู้ที่ปกครองอยู่เหนืออาณาจักรของมนุษย์ทั้งหมด และพระเจ้าจะเป็นผู้แต่งตั้งใครก็ได้มาปกครองอาณาจักรพวกนั้นตามที่พระองค์ต้องการ
26 เมื่อผู้เฝ้าระวังที่ศักดิ์สิทธิ์พูดว่า ‘ให้เหลือตอกับรากเอาไว้’ นั่นก็แสดงว่าอาณาจักรยังเป็นของพระองค์อยู่ แต่ต้องเป็นหลังจากที่พระองค์ได้เรียนรู้แล้วว่า พระเจ้าในสวรรค์เป็นผู้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง 27 ดังนั้น ข้าแต่กษัตริย์ ขอยอมรับคำแนะนำของข้าพเจ้าด้วยเถิด คือ ขอให้หักดิบไม่ทำความบาปแล้วทำความดีแทน ขอให้มีเมตตากับคนจนแทนที่จะทำความชั่วร้าย แล้วพระองค์ก็จะมีชีวิตที่ผาสุขไปอีกยาวนาน”
28 แล้วเรื่องทั้งหมดนั้นก็ได้เกิดขึ้นกับกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์จริงๆ
29 สิบสองเดือนต่อมา ในขณะที่พระองค์กำลังเดินอยู่บนดาดฟ้าวัง 30 พระองค์ก็พูดว่า “ดูนี่สิ บาบิโลน เมืองอันยิ่งใหญ่ ที่ข้าได้สร้างขึ้นมาด้วยฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่ของข้าเอง ข้าได้สร้างให้เป็นเมืองหลวงสำหรับอาณาจักรของข้า เพื่อนำเกียรติยศมาให้กับตัวข้า”
31 พระองค์พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีเสียงหนึ่งพูดลงมาจากสวรรค์ว่า “นี่คือสิ่งที่เราได้ตัดสินใจเกี่ยวกับเจ้า กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ตอนนี้อาณาจักรของเจ้าได้ถูกยึดไปจากเจ้าแล้ว 32 เจ้าจะต้องถูกขับไล่ออกจากผู้คนไปใช้ชีวิตอยู่กับพวกสัตว์ป่า เจ้าจะต้องกินหญ้าเหมือนวัว ฤดูจะผ่านไปเจ็ดฤดู แล้วเจ้าถึงจะได้เรียนรู้ว่าพระเจ้าสูงสุดเป็นผู้ครอบครองอาณาจักรของมนุษย์ และพระองค์เป็นผู้แต่งตั้งใครก็ตามที่พระองค์ได้เลือกไว้ให้ไปปกครองอาณาจักรเหล่านั้น”
33 ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ก็ถูกขับออกไปจากท่ามกลางผู้คน และเริ่มกินหญ้าเหมือนวัว และเนื้อตัวของพระองค์ก็เปียกโชกไปด้วยน้ำค้างจากฟ้า ผมของพระองค์ยาวออกมาเหมือนขนนกอินทรี เล็บของพระองค์งอกยาวเหมือนอุ้งเล็บของนก
34 แล้วกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ก็พูดต่อไปว่า “เมื่อจบช่วงเวลาที่กำหนดไว้นั้น ข้า กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ก็มองขึ้นไปบนฟ้าสวรรค์ และเริ่มได้สติกลับคืนมา แล้วข้าก็สรรเสริญพระเจ้าสูงสุด และข้าก็ถวายเกียรติแก่พระองค์ผู้ดำรงอยู่ตลอดกาล
พระเจ้าปกครองตลอดไป
และอาณาจักรของพระองค์จะคงอยู่ต่อไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน
35 มนุษย์ทั้งหมดในโลกช่างไม่มีอำนาจอะไรเลย เมื่อเปรียบเทียบกับอำนาจของพระเจ้า
ไม่ว่าพระองค์อยากจะทำอะไรกับกองทัพบนสวรรค์ พระองค์ก็ทำอย่างนั้น และพระองค์ก็จะทำอย่างเดียวกันกับมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลก
ไม่มีใครสามารถหยุดพระองค์ได้ หรือตั้งคำถามกับพระองค์ได้ว่า ‘ทำไมพระองค์ถึงทำอย่างนี้’
36 ดังนั้น ในเวลานั้น พระเจ้าคืนสติที่ดีให้กับข้าอีกครั้ง และพระองค์ได้คืนความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรข้า เกียรติของข้า พวกที่ปรึกษาของข้าและสมาชิกในวัง ก็เริ่มกลับมาขอคำปรึกษาจากข้าอีก ข้าได้กลับสู่ตำแหน่งกษัตริย์ในอาณาจักรของข้าอีกครั้งหนึ่ง และมีเกียรติมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก 37 ด้วยเหตุนี้ ข้า เนบูคัดเนสซาร์ จึงสรรเสริญและยกย่องและให้เกียรติ กับกษัตริย์แห่งสวรรค์ ผู้ที่ทำถูกต้องทุกอย่าง และเป็นผู้ที่ยุติธรรมเสมอ และเป็นผู้ที่ทำให้คนที่เย่อหยิ่งจองหองตกต่ำลง”
5มือที่เขียนบนผนัง
1 ในช่วงที่กษัตริย์เบลชัสซาร์ขึ้นครองราชย์นั้น พระองค์ได้จัดงานเลี้ยงใหญ่สำหรับข้าราชสำนักหนึ่งพันคน แล้วพระองค์ก็ดื่มเหล้าองุ่นอยู่ต่อหน้าพวกเขา 2 ด้วยความมึนเมา พระองค์จึงสั่งให้คนไปเอาถ้วยทอง ถ้วยเงินต่างๆที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ พ่อของพระองค์ได้ยึดเอามาจากวิหารในเมืองเยรูซาเล็ม เพื่อพระองค์เองจะได้เอามาใช้ดื่ม ร่วมกันกับพวกขุนนาง พวกภรรยาของพระองค์และพวกนางสนม 3 เมื่อพวกเขาเอาถ้วยพวกนั้นมา เป็นเหยือกที่ได้เอามาจากวิหารของพระเจ้าในเมืองเยรูซาเล็ม กษัตริย์ก็ได้ใช้ถ้วยพวกนั้นดื่มร่วมกันกับเหล่าขุนนาง พวกภรรยาของพระองค์และพวกนางสนม 4 ในขณะที่ดื่มเหล้าองุ่นกันอยู่นั้น พวกเขาก็สรรเสริญพวกเทพเจ้าของพวกเขาไปด้วย มีทั้งเทพเจ้าของทอง เงิน ทองแดง เหล็ก ไม้ และหิน
5 จู่ๆก็มีนิ้วมือของมนุษย์ปรากฏขึ้น และได้ขีดเขียนข้อความลงบนผนังปูนของวังที่อยู่ตรงข้ามตะเกียงที่มีขาตั้ง เพื่อว่ากษัตริย์จะได้มองเห็นมือที่กำลังขีดเขียนอยู่นั้น 6 กษัตริย์กลัวจนหน้าซีดเผือด พระองค์กลัวมาก ถึงกับตัวอ่อนปวกเปียก เข่าก็สั่นกระทบกัน
7 กษัตริย์ตะโกนสั่งให้พาพวกทำสะเดาะเคราะห์ พวกคาสดิม และพวกโหรมาหา แล้วบอกกับผู้รู้ของบาบิโลนพวกนั้นว่า ถ้าใครสามารถอ่านและแปลความหมายของข้อความนั้นได้ คนนั้นจะได้รับเสื้อสีม่วง สร้อยคอทองคำ และมีอำนาจใหญ่เป็นอันดับสามของอาณาจักรนี้
8 แล้วผู้รู้ทั้งหลายก็มาหากษัตริย์ แต่ก็ไม่มีใครสามารถอ่านหรืออธิบายข้อความนั้นให้พระองค์ฟังได้เลย 9 กษัตริย์เบลชัสซาร์ก็ยิ่งตกใจกลัวและใบหน้าของพระองค์ก็ยิ่งซีดลง และพวกขุนนางของพระองค์ก็เริ่มหวาดวิตก
10 แม่ของกษัตริย์ได้ยินเสียงของพระองค์และพวกขุนนางก็เลยเข้ามาที่ห้องงานเลี้ยง และบอกกษัตริย์ว่า “ขอให้ลูกแม่อายุมั่นขวัญยืน อย่าได้ตกใจจนหน้าซีดอย่างนี้ 11 ในอาณาจักรของลูกมีชายคนหนึ่งที่มีพระวิญญาณของเหล่าเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ ในสมัยที่พ่อของลูกปกครองบ้านเมือง คนคนนี้เป็นคนที่รู้แจ้งเห็นจริง เฉลียวฉลาด และรอบรู้มาก มีสติปัญญาเหมือนกับพวกเทพเจ้าเลย กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์พ่อของลูก เคยตั้งเขาให้เป็นหัวหน้าของพวกหมอดู พวกผู้สะเดาะเคราะห์ พวกคาสดิม และพวกโหรมาแล้ว 12 ในเมื่อดาเนียล (คนที่พ่อของเจ้าเรียกว่า เบลเทชัสซาร์) เป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมมาก มีความรอบรู้ และความเข้าใจ มากมายถึงขนาดทำนายฝัน แก้ไขปริศนา และแก้ปัญหาต่างๆได้ ส่งคนไปตามเขามาสิ เพื่ออธิบายลายนิ้วมือนั้นให้ลูกฟัง”
13 เขาจึงพาดาเนียลมาเฝ้ากษัตริย์ กษัตริย์พูดกับดาเนียลว่า “เจ้าก็คงเป็นดาเนียล คนหนึ่งในพวกเชลยชาวยูดาห์ ที่พ่อของข้า กษัตริย์องค์ก่อน พาตัวมาจากยูดาห์สินะ 14 ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นคนที่มีพระวิญญาณของเหล่าเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัว เป็นคนที่รอบรู้ มีไหวพริบ และเฉลียวฉลาดมาก 15 ข้าให้คนไปพาพวกผู้รู้ อย่างพวกทำสะเดาะเคราะห์มาหาข้า เพื่อพวกเขาจะได้มาอ่านลายนิ้วมือบนผนังนี้ และอธิบายให้ข้าฟัง แต่พวกเขาก็อ่านไม่ออกสักตัว 16 ข้าได้ยินมาว่า เจ้าสามารถอธิบายความหมายของเรื่องแบบนี้และแก้ไขปริศนาได้ ฟังนะ ถ้าเจ้าอ่านข้อความนี้ออกและอธิบายให้ข้าฟังได้ ข้าก็จะให้เสื้อสีม่วงและสร้อยคอทองคำกับเจ้า และเจ้าก็จะมีอำนาจใหญ่เป็นอันดับสามของอาณาจักรนี้”
17 แล้วดาเนียลก็ตอบว่า “ขอให้พระองค์เก็บของขวัญพวกนั้นไว้สำหรับพระองค์เองเถิด หรือไม่ก็ให้รางวัลเหล่านั้นกับคนอื่นๆเถิด แต่ข้าพเจ้าจะอ่านข้อความนั้นและตีความมันให้พระองค์ฟัง
18 ข้าแต่กษัตริย์ พระเจ้าสูงสุดได้ให้อาณาจักรนี้ อำนาจ ความยิ่งใหญ่ และเกียรติยศกับกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์พ่อของท่าน 19 เพราะพระเจ้าให้พลังอำนาจกับพ่อของท่าน บรรดาเชื้อชาติต่างๆ รวมทั้งทุกชนชาติทุกภาษา ถึงได้เกรงกลัวจนตัวสั่นงันงก เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อของท่าน เพราะพระองค์ได้ฆ่าคนที่อยากฆ่า ไว้ชีวิตคนที่อยากไว้ชีวิต ยกย่องคนที่อยากยกย่อง และทำลายคนที่อยากทำลาย
20 แต่เมื่อพ่อของท่านกลายเป็นคนหยิ่งยโสและดื้อรั้น พระองค์ก็ถูกขับออกจากบัลลังก์และหมดศักดิ์ศรีเกียรติยศไป 21 พระองค์ถูกขับไล่ออกไปจากสังคมมนุษย์ จิตใจของพระองค์ได้กลายเป็นเหมือนใจสัตว์ และเขาได้อาศัยอยู่กับลาป่าในทะเลทราย กินหญ้าเหมือนวัวและเนื้อตัวก็เปียกโชกไปด้วยน้ำค้างที่ตกจากฟ้า จนกว่าพระองค์รู้สำนึกว่าพระเจ้าสูงสุดเป็นผู้ปกครองอาณาจักรทั้งหลายของมนุษย์และจะตั้งใครก็ได้ที่พระองค์เลือกให้มาครอบครองเหนืออาณาจักร
22 ข้าแต่กษัตริย์เบลชัสซาร์ พระองค์เป็นลูก และรู้เรื่องสิ่งเหล่านี้ดี แต่พระองค์กลับทำเหมือนกับพ่อของพระองค์ พระองค์ไม่ยอมถ่อมใจ 23 พระองค์ยกตัวเองขึ้น ต่อต้านองค์เจ้าชีวิตแห่งสวรรค์ และสั่งให้คนไปเอาสิ่งของเครื่องใช้จากวิหารของพระเจ้ามาไว้ต่อหน้าพระองค์ หลังจากนั้นพระองค์ พร้อมทั้งขุนนาง พวกภรรยา และพวกนางสนมของพระองค์ ก็ดื่มเหล้าองุ่นจากเหยือกพวกนั้น แล้วสรรเสริญเทพเจ้าของเงิน ทอง ทองแดง เหล็ก ไม้และหิน ซึ่งรูปปั้นพวกนี้มองไม่เห็น ฟังไม่ได้ยิน และไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่พระองค์กลับไม่ยอมสรรเสริญพระเจ้าที่แท้จริง ผู้ซึ่งมีอำนาจเหนือลมหายใจและทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์
24 นั่นเป็นเหตุที่พระเจ้าถึงได้ส่งมือมาเขียนข้อความนี้บนฝาผนัง 25 ข้อความนั้นเขียนว่าอย่างนี้คือ
เมเน เมเน เทเคล และ ปารสิน
26 ความหมายของคำเหล่านี้คือ
เมเน+ 5:26 เมเน เป็น หน่วยของน้ำหนัก เหมือนกับคำในภาษาฮีบรูที่มีความหมายว่านับ หมายถึง พระเจ้าได้นับวันเวลาครองราชย์ของท่านไว้แล้ว และพระองค์กำลังจะทำให้จบลงแล้ว+ 5:26 พระเจ้าได้นับ … จบลงแล้ว คำพูดนี้เป็นการเล่นคำ ซึ่งอาจมีความหมายอีกอย่างว่า “พระเจ้าได้นับเงินสำหรับอาณาจักรของพระองค์ แล้วก็ซื้ออาณาจักรนั้น”
27 เทเคล+ 5:27 เทเคล เป็น หน่วยของน้ำหนักเหมือนคำว่า เชเคลในภาษาฮีบรู ที่มีความหมายว่าช่างน้ำหนัก หมายถึง พระเจ้าได้ชั่งน้ำหนักของท่าน และพบว่าน้ำหนักของท่านขาดไป ไม่สมควรจะได้ครองราชย์
28 ปารสิน+ 5:28 ปารสิน เป็นการเล่นคำ เหมือนกับคำที่มีความหมายว่าการแบ่ง และคำว่าปารสินออกเสียงเหมือนคำว่า เปอร์เซีย คือกลุ่มที่จะมายึดอาณาจักรของกษัตริย์เบลชัสซาร์ หมายถึง อาณาจักรของท่านจะถูกแบ่งให้กับคนมีเดียและคนเปอร์เซีย”
29 แล้วกษัตริย์เบลชัสซาร์ก็สั่งให้เอาเสื้อสีม่วงมาสวมให้กับดาเนียล และเอาสร้อยทองคำมาสวมคอให้เขา พร้อมกับประกาศว่าดาเนียลมีอำนาจใหญ่เป็นอันดับสามของอาณาจักรนี้
30 และในคืนนั้นเองเบลชัสซาร์ กษัตริย์ชาวคาสดิมก็ถูกฆ่า
31 แล้วดาริอัสชาวมีเดีย ก็ได้ยึดเอาอาณาจักรนี้มา ตอนที่เขามีอายุหกสิบสองปี
6ดาเนียลในถ้ำสิงโต
1 กษัตริย์ดาริอัสตัดสินใจที่จะแต่งตั้งผู้นำภาคขึ้นมาหนึ่งร้อยยี่สิบคน เพื่อมาปกครองดูแลอาณาจักร 2 แล้วพระองค์ก็เลือกอีกสามคนมาเป็นรัฐมนตรีอยู่เหนือผู้นำภาคพวกนี้ ผู้นำภาคพวกนี้จะต้องมารายงานกับสามคนนี้ เพื่อกษัตริย์จะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับเรื่องปลีกย่อยในการบริหาร และดาเนียลก็เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีสามคนนี้ 3 เนื่องจากดาเนียลคนนี้เป็นคนฉลาดหลักแหลมมาก เขามีความสามารถมากกว่ารัฐมนตรีอีกสองคนนั้น และเก่งกว่าผู้นำภาคทั้งหมดด้วย กษัตริย์จึงคิดที่จะแต่งตั้งดาเนียลให้มีอำนาจเหนืออาณาจักรทั้งหมด
4 ดังนั้นรัฐมนตรีสองคนนั้นและผู้นำภาคพวกนั้น ก็เริ่มหาเหตุใส่ร้ายดาเนียล ในงานบริหารอาณาจักรที่ดาเนียลรับผิดชอบอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถจะหาเหตุอะไรมาฟ้อง หรือจับทุจริตในตัวดาเนียลได้เลย เพราะดาเนียลเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก และไม่ได้ทำอะไรผิด หรือผิดพลาดในงานที่เขารับผิดชอบเลย
5 แล้วคนพวกนี้ก็พูดกันว่า “เราจะไม่มีทางหาเหตุฟ้องดาเนียลคนนี้ได้เลย นอกจากเราจะหาเรื่องจับผิดเกี่ยวกับศาสนาของเขา” 6 ดังนั้นรัฐมนตรีสองคนนั้นกับผู้นำภาคทั้งหลายก็พากันมาเข้าเฝ้ากษัตริย์ และนำข้อเสนอมาด้วย พวกเขาพูดว่า “ขอให้กษัตริย์ดาริอัสมีอายุยืนยาว 7 ข้าแต่กษัตริย์ พวกรัฐมนตรี พวกผู้นำภาค ผู้นำจังหวัด ผู้นำอำเภอ พวกที่ปรึกษา ได้ตกลงกันว่ากษัตริย์ควรจะประกาศกฎหมายใหม่ และให้บังคับใช้อย่างเข้มงวดว่า ในสามสิบวันนี้ห้ามทุกคนอธิษฐานหรือขอพรจากเทพเจ้าหรือจากมนุษย์คนใด นอกจากขอจากพระองค์ผู้เป็นกษัตริย์แต่เพียงผู้เดียว ใครฝ่าฝืนจะต้องถูกโยนเข้าไปในถ้ำสิงโต
8 ดังนั้น ข้าแต่กษัตริย์ ขอทรงออกกฎข้อห้ามนี้ พร้อมกับเซ็นชื่อของพระองค์ลงในกฎหมายนั้น เพื่อจะได้เป็นกฎหมายที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกได้ตามกฎหมายของคนมีเดียและคนเปอร์เซียด้วยเถิด”
9 กษัตริย์ดาริอัสจึงออกกฎข้อห้ามนี้ พร้อมกับลงชื่อของพระองค์ลงไป
10 เมื่อดาเนียลได้ยินว่ากษัตริย์ได้เซ็นชื่อลงในกฎหมายนี้แล้ว เขาก็กลับบ้าน และขึ้นไปห้องชั้นบนที่มีหน้าต่างหันหน้าไปทางเมืองเยรูซาเล็ม แล้วดาเนียลก็คุกเข่าลงที่นั่น อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าของเขา วันละสามครั้ง เหมือนปกติที่เขาทำมา 11 ต่อมากลุ่มนั้นได้มาพบว่า ดาเนียลอธิษฐานและร้องขอความเมตตาจากพระเจ้าของเขา
12 พวกเขาก็ไปเข้าเฝ้ากษัตริย์และบอกกับพระองค์ถึงกฎข้อห้ามของพระองค์นั้นว่า
“ข้าแต่กษัตริย์ พระองค์ได้ลงชื่อไปแล้วไม่ใช่หรือ ที่ห้ามไม่ให้มีใครอธิษฐานหรือขอพรจากเทพองค์ใดหรือมนุษย์คนไหนนอกจากพระองค์เท่านั้น เป็นเวลาสามสิบวัน และถ้าใครฝ่าฝืนก็จะต้องถูกโยนลงไปในถ้ำสิงโต” กษัตริย์ก็ตอบว่า “ใช่ ถูกแล้ว มันเป็นไปตามกฎหมายของมีเดียและเปอร์เซียที่ไม่สามารถยกเลิกได้”
13 พวกเขาจึงฟ้องกษัตริย์ว่า “ดาเนียลที่เป็นคนหนึ่งในพวกเชลยชาวยูดาห์ ไม่ได้สนใจพระองค์หรือกฎข้อห้ามนี้ ที่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ได้ลงชื่อไว้ อันที่จริง เขาอธิษฐานต่อพระเจ้าของเขาตั้งสามครั้งในแต่ละวัน”
14 เมื่อกษัตริย์ได้ยินอย่างนั้นก็กลุ้มใจมาก พระองค์รีบหาทางช่วยชีวิตดาเนียลทันที พระองค์พยายามอยู่จนตะวันตกดิน
15 หลังจากนั้น คนกลุ่มเดิมก็เข้ามาเฝ้ากษัตริย์และพูดว่า “ข้าแต่กษัตริย์ พระองค์ก็รู้อยู่แล้วถึงกฎของคนมีเดียและคนเปอร์เซียว่า กฎและข้อห้ามทุกอย่าง ที่ออกโดยกษัตริย์ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้”
16 ดังนั้นกษัตริย์จึงสั่งให้พวกเขาไปจับตัวดาเนียลโยนลงไปในถ้ำสิงโต
กษัตริย์พูดกับดาเนียลว่า “ขอให้พระเจ้าที่เจ้ารับใช้อยู่ตลอดเวลานั้น ช่วยชีวิตของเจ้าด้วยเถอะ”
17 แล้วพวกนั้นก็เลื่อนหินมาปิดปากถ้ำ และเอาแหวนของกษัตริย์มาประทับตราไว้ รวมทั้งแหวนของผู้ควบคุมมาประทับด้วย ที่พวกเขาประทับตราของกษัตริย์ไว้ ก็เพื่อจะได้ไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงคำตัดสินลงโทษดาเนียลได้
18 จากนั้นกษัตริย์ก็กลับไปที่วัง และไม่ยอมกินอะไรเลยทั้งคืน ไม่ยอมให้มีสิ่งบันเทิงทั้งนั้น พระองค์นอนไม่หลับ 19 พอถึงรุ่งเช้า พระองค์ก็รีบไปที่ถ้ำสิงโต 20 เมื่อพระองค์กำลังมาใกล้ถึงถ้ำ พระองค์ก็ร้องตะโกนเรียกดาเนียลว่า “ดาเนียล คนรับใช้ของพระเจ้า พระเจ้าที่มีชีวิตอยู่ พระเจ้าที่เจ้ารับใช้ตลอดมา พระองค์ช่วยชีวิตเจ้าจากพวกสิงโตได้หรือเปล่า”
21 ดาเนียลตอบกลับมาว่า “ข้าแต่กษัตริย์ ขอให้พระองค์มีชีวิตยืนยาวตลอดไป 22 พระเจ้าของข้าพเจ้าได้ส่งทูตสวรรค์มาปิดปากสิงโตพวกนี้ไว้ พวกมันเลยทำอันตรายข้าพเจ้าไม่ได้ นี่ก็เพราะพระเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าบริสุทธิ์ ข้าแต่กษัตริย์ ข้าพเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดต่อพระองค์เลย”
23 กษัตริย์จึงดีใจมาก และสั่งให้คนเอาตัวดาเนียลออกมาจากถ้ำสิงโต ดาเนียลถูกนำตัวออกมาจากถ้ำ ไม่ได้รับอันตรายอะไรเลย เพราะเขาไว้วางใจในพระเจ้าของเขานั่นเอง
24 แล้วกษัตริย์ก็มีคำสั่งให้นำตัวคนพวกนั้นที่ต่อต้านดาเนียลมา และโยนพวกเขา รวมทั้งลูกเมียของพวกเขา ลงไปในถ้ำสิงโต พวกเขายังไม่ทันจะตกถึงพื้นเลย สิงโตก็ขย้ำพวกเขากินและบดขยี้กระดูกพวกเขาจนแหลกละเอียด
25 แล้วกษัตริย์ดาริอัสก็เขียนคำประกาศนี้ถึงคนทุกชาติทุกภาษาที่อาศัยอยู่ทั่วโลก
“ขอให้เจ้ามีสันติสุขอย่างล้นเหลือ”
26 ข้าขอออกกฎนี้ว่า “ทุกคนในทุกๆจังหวัดทั่วราชอาณาจักรของข้าจะต้องเกรงกลัวและนับถือพระเจ้าของดาเนียล
เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าที่มีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์
และอาณาจักรของพระองค์จะไม่มีวันถูกทำลาย
และพระองค์จะปกครองตลอดไปไม่มีวันสิ้นสุด
27 พระองค์ปกป้องและช่วยชีวิต
พระองค์ทำหมายสำคัญและสิ่งอัศจรรย์ต่างๆทั้งในสวรรค์และโลก
และพระองค์เป็นผู้ที่ช่วยชีวิตดาเนียลไว้จากพวกสิงโต”
28 ดาเนียลคนนี้รุ่งเรืองในสมัยของกษัตริย์ดาริอัสคนมีเดียและในสมัยของกษัตริย์ไซรัสคนเปอร์เซีย
7ดาเนียลฝันถึงสัตว์สี่ชนิด
1 ในปีแรกที่เบลชัสซาร์ขึ้นเป็นกษัตริย์ของบาบิโลน ในขณะที่ดาเนียลนอนหลับอยู่บนเตียง เขาก็ได้เห็นนิมิตในความฝัน หลังจากนั้นเขาก็จดสิ่งที่เขาเห็นในความฝันนั้น 2 ดาเนียลเขียนว่า
“คืนหนึ่งในขณะที่ผมกำลังเห็นนิมิต ในทันใดนั้นผมก็เห็นลมที่มาจากทั้งสี่ทิศกำลังพัดอยู่ และสายลมเหล่านั้นกำลังปลุกปั่นน้ำในทะเลอันยิ่งใหญ่ 3 แล้วสัตว์ขนาดใหญ่สี่ตัวก็โผล่ขึ้นมาจากทะเล แต่ละตัวมีลักษณะแตกต่างกันไป 4 สัตว์ตัวแรกดูเหมือนสิงโต ที่มีปีกเหมือนนกอินทรี พอผมจ้องมองมัน ปีกของมันก็ถูกกระชากหลุดไป แล้วสิงโตตัวนี้ก็ถูกยกขึ้นจากพื้น ขึ้นมายืนสองขาเหมือนกับมนุษย์ แล้วมันก็ได้รับจิตใจของมนุษย์
5 จากนั้นผมก็เห็นสัตว์อีกตัวหนึ่ง สัตว์ตัวที่สองนี้ดูเหมือนหมี มันขยับตัวข้างหนึ่งขึ้น ในปากของมันคาบกระดูกซี่โครงสามซี่ มันได้รับคำสั่งว่า ‘ลุกขึ้นซะ แล้วกินเนื้อให้มากๆ’
6 หลังจากนั้นผมก็มองเห็นสัตว์อีกตัวหนึ่ง สัตว์ตัวนี้เหมือนเสือดาว ที่มีปีกเหมือนนกอยู่สี่ปีกบนหลังของมัน และมีหัวสี่หัว มันได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองอาณาจักรแห่งหนึ่ง
7 หลังจากนั้น ขณะที่ผมกำลังจ้องมองนิมิตในฝันในคืนนั้น ผมก็เห็นสัตว์ตัวที่สี่ มันดูน่าสยดสยอง มีพลังมหาศาล และมีฟันเหล็กที่ใหญ่โต มันกินและบดเคี้ยวสัตว์ต่างๆมากมาย และเหยียบย่ำเศษที่เหลือนั้นใต้เท้า มันดูแตกต่างจากสัตว์ตัวก่อนๆและมันมีเขาสิบเขา
8 ขณะที่ผมกำลังจ้องมองเขาของมัน จู่ๆก็มีเขาเล็กๆอีกเขาหนึ่งงอกออกมาท่ามกลางเขาอื่นๆและดันเขาสามเขาที่มีอยู่ก่อนแล้วหลุดไป เขาอันเล็กนี้ มีดวงตาเหมือนดวงตามนุษย์ และมีปากที่คุยโม้โอ้อวด
การลงโทษสัตว์ตัวที่สี่
9 ขณะที่ผมกำลังจ้องมองอยู่ ก็มีการจัดวางบัลลังก์ต่างๆเข้าที่ของมัน
และพระองค์ผู้นั้นที่อยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ได้มานั่งบนบัลลังก์อันหนึ่ง
เสื้อผ้าของพระองค์สีขาวเหมือนหิมะ
ผมของพระองค์ก็ขาวเหมือนขนแกะที่สะอาด
บัลลังก์ของพระองค์เป็นเปลวไฟ
ล้อของบัลลังก์ก็เป็นไฟที่ลุกโชติช่วง
10 มีไฟไหลออกมาเป็นลำธารจากตรงหน้าพระองค์
มีทูตสวรรค์เป็นร้อยล้านองค์ มายืนคอยรับใช้พระองค์
มีคนหลายร้อยล้านคนมายืนคอยรับใช้พระองค์
ศาลก็เริ่มเปิดพิจารณาคดี
และหนังสือทั้งหลายก็ถูกเปิดออก
11 ผมได้มองดูสิ่งเหล่านั้น ตั้งแต่เวลาที่ผมได้ยินเขาอันเล็กนั้นคุยโม้โอ้อวด จนถึงเวลาที่สัตว์ตัวที่สี่นั้นถูกฆ่าและเหวี่ยงทิ้งลงไปในไฟ 12 ส่วนสัตว์ที่เหลืออีกสามตัว ก็ถูกยึดเอาอำนาจที่ใช้ปกครองอาณาจักรไป แต่ได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง
13 เมื่อผมเพ่งมองสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดในนิมิตตอนกลางคืน จู่ๆก็มีท่านผู้หนึ่งที่ดูเหมือนมนุษย์+ 7:13 เหมือนมนุษย์ คำนี้ ในภาษาอารเมค อาจจะแปลได้อีกว่า บุตรมนุษย์ หรือ ลูกมนุษย์ มาพร้อมกับกลุ่มเมฆบนท้องฟ้า ท่านผู้นี้ได้เข้ามาถึงพระองค์ผู้นั้นที่อยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ท่านผู้นี้ก็ถูกนำตัวให้เข้ามาใกล้พระองค์ผู้นั้น 14 แล้วท่านผู้นี้ก็ได้รับสิทธิอำนาจ สง่าราศี และตำแหน่งกษัตริย์ ชนทุกชาติทุกภาษาจะคอยรับใช้ท่านผู้นี้ สิทธิอำนาจของท่านผู้นี้จะดำรงอยู่ตลอดไปไม่มีวันสิ้นสุด ตำแหน่งกษัตริย์ของท่านผู้นี้จะไม่มีวันถูกทำลาย
ความหมายของนิมิตของดาเนียล
15 แล้วผม ดาเนียล ก็เริ่มกลุ้มใจ เพราะนิมิตพวกนี้ที่อยู่ในหัวของผมทำให้ผมตกใจกลัว
16 ผมเดินเข้าไปหาผู้รับใช้คนหนึ่งในหมู่ผู้รับใช้ที่ยืนอยู่ที่นั่นและถามเขาว่า
‘เรื่องทั้งหมดนี้จริงๆแล้วหมายความว่าอะไรครับ’
เขาพูดกับผมและอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผมฟัง
17 ‘สัตว์ใหญ่สี่ตัวนี้ หมายถึงอาณาจักรสี่อาณาจักรที่จะขึ้นมามีอำนาจบนโลกนี้ 18 และหลังจากนั้นพวกผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ผู้สูงสุด ก็จะได้รับตำแหน่งกษัตริย์และจะครอบครองตลอดไป’
19 แล้วตอนนั้นผมก็อยากรู้ความหมายที่แท้จริงของสัตว์ตัวที่สี่ที่ดูแตกต่างไปจากตัวอื่นๆแถมยังดูน่าสยดสยอง มีพลังมหาศาล มีฟันเหล็ก และกงเล็บทองแดง มันบดเคี้ยวสัตว์ทั้งหลาย และเหยียบย่ำเศษที่เหลือไว้ใต้เท้าของมัน
20 แล้วผมก็อยากรู้ด้วยว่าเขาทั้งสิบบนหัวของมัน หมายถึงอะไร และเขาอันสุดท้ายที่ดันเขาสามเขาที่ขึ้นอยู่ก่อน คือเขาอันที่มีดวงตาและปากที่คุยโม้โอ้อวดตัวเอง และมันดูโดดเด่นกว่าตัวอื่นๆ
21 ในขณะที่ผมกำลังจ้องดูอยู่นั้นเอง เขาอันนั้นก็เริ่มทำสงครามกับเหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์และยังชนะพวกเขาอีกด้วย 22 จนกระทั่งพระองค์ผู้นั้นที่อยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว มาถึง และให้ความเป็นธรรมกับเหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ผู้สูงสุด และเวลานั้นก็มาถึงเมื่อเหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้รับตำแหน่งกษัตริย์
23 และผู้รับใช้คนนั้นก็อธิบายให้ผมฟังว่า
‘สัตว์ตัวที่สี่ก็หมายถึงว่าจะมีอาณาจักรที่สี่ที่แตกต่างจากอาณาจักรที่มีมาก่อน อาณาจักรนี้จะเขมือบทั้งโลกและเหยียบย่ำบดขยี้โลกนั้น
24 ส่วนเขาทั้งสิบของมันก็คือกษัตริย์สิบองค์ของอาณาจักร หลังจากกษัตริย์สิบองค์นี้แล้ว ก็จะมีกษัตริย์อีกองค์หนึ่งมา ที่ต่างจากกษัตริย์องค์ก่อนๆและกษัตริย์องค์นี้ก็จะมาโค่นล้มกษัตริย์สามองค์แรก
25 กษัตริย์องค์นี้จะพูดไม่ดีเกี่ยวกับพระเจ้าสูงสุดและจะข่มเหงเหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์ไปเป็นเวลาช้านาน
กษัตริย์องค์นี้จะพยายามเปลี่ยนแปลงเวลาของเทศกาลต่างๆและกฎเกณฑ์ต่างๆและเหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์จะต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของกษัตริย์องค์นี้ หนึ่งปี สองปี และครึ่งปี
26 แล้วศาลก็เริ่มเปิดพิจารณาคดี และกษัตริย์องค์นี้จะถูกโค่นอำนาจและถูกทำลายอย่างราบคาบ
27 หลังจากนั้น ตำแหน่งกษัตริย์ สิทธิอำนาจ รวมทั้งความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรทุกอาณาจักรในโลกจะถูกมอบให้กับกลุ่มคนพวกนั้นที่เป็นของเหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ผู้สูงสุด กลุ่มคนพวกนั้นจะครอบครองตำแหน่งกษัตริย์ไปชั่วนิจนิรันดร์ และผู้มีอำนาจทุกคนจะต้องรับใช้และเชื่อฟังพวกเขา’
28 เรื่องที่ผมฝันก็จบลงอย่างนี้ สำหรับตัวผม ดาเนียล ความฝันนี้ทำให้ผมตกใจกลัวจนหน้าซีด แต่ผมก็เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ”
8ดาเนียลเห็นนิมิตที่มีแกะตัวผู้และแพะ
1 ในปีที่สามที่กษัตริย์เบลชัสซาร์ขึ้นครองราชย์ ผม ดาเนียลก็ได้เห็นนิมิตอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้เห็นนิมิตครั้งแรกไปแล้ว
2 ในนิมิตผมเห็นตัวผมเองอยู่ในเขตของวัง วังนี้อยู่ที่เมืองสุสา ในจังหวัดเอลาม ในนิมิตนั้นผมเห็นตัวผมเองกำลังอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำอุลัย
3 ผมเงยหน้าขึ้นมาเห็นแกะตัวผู้ตัวหนึ่งยืนอยู่ริมแม่น้ำ มันมีเขาสูงใหญ่คู่หนึ่ง เขาข้างหนึ่งยาวกว่าอีกข้างหนึ่ง เขาข้างที่ยาวกว่านั้นงอกขึ้นมาทีหลัง
4 ผมเห็นแกะตัวผู้ตัวนั้นวิ่งตะลุยไปทางตะวันตก ทางเหนือ และทางใต้ ไม่มีสัตว์ตัวไหนต้านทานมันได้ ไม่มีสัตว์ตัวไหนสามารถยืนขวางมันได้ และไม่มีใครสามารถที่จะช่วยเหยื่อของมันได้ มันทำทุกอย่างตามที่มันอยากทำ และแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
5 ขณะที่ผมจ้องมองอยู่นั้น ก็มีแพะตัวผู้ มาจากทางทิศตะวันตก เหาะข้ามไปเหนือพื้นผิวโลก เท้าของมันไม่ได้แตะพื้นเลย แพะตัวผู้นี้มีเขาที่โดดเด่นมากอยู่ระหว่างตาของมัน 6 แล้วมันก็วิ่งห้อเต็มกำลังไปที่แกะผู้ที่มีสองเขาที่ยืนอยู่ริมแม่น้ำ ที่ผมเห็นก่อนหน้านี้ 7 ผมเห็นมันวิ่งเข้าใส่แกะผู้ตัวนั้นอย่างแรง ตอนที่มันพุ่งชนนี้ ทำให้เขาทั้งสองของแกะตัวผู้นั้นหัก แกะตัวผู้นั้นก็ไม่สามารถต่อสู้กับมันได้ แพะตัวผู้นี้ก็เหวี่ยงแกะนั่นลงกับพื้น แล้วกระทืบซ้ำ ไม่มีใครช่วยแกะตัวผู้นั้นให้พ้นจากพละกำลังของมันได้เลย
8 จากนั้นแพะตัวผู้ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น แต่ในขณะที่มันมีกำลังถึงจุดสูงสุดนั้น เขาอันใหญ่ของมันได้หักไป แล้วมีเขาที่โดดเด่นสี่อันงอกขึ้นมาแทนที่+ 8:8 เขาที่ … มาแทนที่ เมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชตายในปี 323 ก่อนพระเยซูมาเกิด อาณาจักรของพระองค์ถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วนด้วยแม่ทัพสี่คนของเขา เขาทั้งสี่อันนี้ แต่ละอันชี้ไปคนละทิศ 9 มีเขาเล็กๆอันหนึ่งงอกออกมาจากเขาอันหนึ่งในสี่อันนี้ เขาเล็กๆนี้ได้งอกขึ้นมาใหญ่โตมุ่งไปทางทิศใต้ มุ่งไปทางทิศตะวันออก และมุ่งไปยังที่ที่สวยงาม+ 8:9 ที่ที่สวยงาม อาจหมายถึงอิสราเอล ในที่นี้น่าจะหมายถึงเมืองเยรูซาเล็ม หรือภูเขาซีนาย10 เขาอันนี้งอกขึ้นไปถึงสวรรค์ มันเหวี่ยงเอาดวงดาวและดาวเคราะห์ต่างๆล่วงลงมาบนโลก แล้วก็เหยียบย่ำพวกมัน 11 เขาอันนี้แข็งแกร่งขึ้น และได้ท้าทายพระเจ้า ผู้เป็นจอมทัพสวรรค์ และมันได้เอาเครื่องเผาบูชาประจำวันของพระองค์ไป และทำลายวิหารของพระองค์ด้วย 12 การมีอำนาจเหนือเครื่องเผาบูชาประจำวันของพระเจ้าถือว่าเป็นการกบฏ แต่พระเจ้าจะปล่อยให้กองทัพนั้นทำอย่างนั้น และกองทัพนั้นจะเหวี่ยงความจริงลงบนพื้นโลก และกองทัพนั้นก็จะสำเร็จในทุกเรื่องที่มันทำ
13 ผมได้ยินผู้ศักดิ์สิทธิ์ท่านหนึ่งพูดขึ้น แล้วผู้ศักดิ์สิทธิ์อีกท่านหนึ่งก็ถามผู้ศักดิ์สิทธิ์ท่านที่พูดขึ้นนั้นว่า
“สิ่งต่างๆเหล่านี้ในภาพนิมิต จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน แล้วเครื่องเผาบูชาประจำวันนี้จะถูกยกเลิกไปอีกนานแค่ไหน การกบฏที่มุ่งทำลายนี้จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน พระเจ้าจะปล่อยให้วิหารตกอยู่ในกำมือของศัตรูไปอีกนานแค่ไหน และกองทัพสวรรค์จะถูกเหยียบย่ำไปอีกนานแค่ไหน”
14 ท่านบอกกับผมว่า “มันจะเป็นอย่างนี้ไปอีก สองพันสามร้อยเย็นและเช้า+ 8:14 เย็นและเช้า หมายถึง พวกเขาจะถวายเครื่องเผาบูชาประจำวัน ในตอนเย็นและตอนเช้า แล้ววิหารนั้นก็จะได้รับการฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิม”+ 8:14 แล้ววิหาร … สู่สภาพเดิม หมายถึงพวกชาวยิวได้อุทิศวิหารนี้ให้กับพระยาห์เวห์อีกครั้งในปี 164 ก่อนพระเยซูมาเกิด จึงมีเทศกาลเฉลิมฉลองขึ้นทุกๆปีในเดือนธันวาคม ดูเพิ่มเติมได้จากหัวข้อ “เทศกาล” ในคำอธิบายท้ายเล่ม
ความหมายของนิมิตนั้น
15 ตอนที่ผมดาเนียล กำลังดูนิมิตอยู่นั้น และพยายามจะเข้าใจความหมายของมัน จู่ๆก็มีผู้หนึ่งดูเหมือนมนุษย์มายืนอยู่ข้างหน้าผม
16 แล้วผมก็ได้ยินเสียงมนุษย์ ออกมาจากเหนือบนแม่น้ำอุลัยว่า “กาเบรียล+ 8:16 กาเบรียล เป็นชื่อที่มีความหมายว่า “นักรบของพระเจ้า” หรือ “บุรุษของพระเจ้า” อธิบายนิมิตนี้ให้ชายคนนั้นฟังหน่อยสิ”
17 ผู้นั้นก็เลยเดินตรงมาที่ผมยืนอยู่ เมื่อเขาเข้ามาใกล้ ผมก็ตกใจกลัวจนล้มลงซบหน้าลงกับพื้น เขาบอกกับผมว่า “มนุษย์เอ๋ย ให้รู้ไว้เถอะว่า นิมิตนั้นเป็นเรื่องของเวลาของจุดสิ้นสุดนั้น”
18 ในขณะที่ท่านกำลังพูดกับผมนั้น ผมกำลังนอนซบหน้าอยู่กับพื้น แล้วผมก็เคลิ้มหลับไป แต่ท่านก็มาสะกิดผมและพยุงให้ผมลุกขึ้นยืน
19 แล้วพูดว่า “ฟังนะ เรากำลังจะบอกเจ้าว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อช่วงเวลาแห่งความโกรธแค้นของพระเจ้าใกล้จะถึงจุดจบนั้น เมื่อเวลาที่ได้กำหนดไว้นั้นมาถึง มันก็จะถึงจุดสิ้นสุด
20 แกะผู้ที่มีสองเขาที่เจ้าเห็นนั้นหมายถึงพวกกษัตริย์ของอาณาจักรมีโดเปอร์เซีย
21 ส่วนแพะตัวผู้นั้น หมายถึงอาณาจักรของกรีซ เขาอันใหญ่ที่อยู่ระหว่างดวงตาของมันก็คือกษัตริย์องค์แรก 22 เขาอันนั้นที่หักไปในขณะที่มีอีกสี่เขางอกขึ้นมาแทนนั้น ก็คืออาณาจักรสี่อาณาจักร ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่กษัตริย์องค์แรกนั้นตายไป แต่ทั้งสี่อาณาจักรนี้จะไม่แข็งแรงเท่ากับกษัตริย์องค์แรก
23 เมื่อเวลาครอบครองของพวกเขาใกล้สิ้นสุดลง และเมื่อพวกเขาได้ทำชั่วอย่างสุดๆแล้ว แล้วกษัตริย์ที่ดูโหดเหี้ยมและเก่งกาจในการหลอกลวง จะขึ้นมายึดอำนาจ 24 พระองค์จะมีพลังแข็งแกร่งมาก แต่ก็ไม่มากเท่ากษัตริย์องค์แรก พระองค์จะทำลายล้างอย่างน่าตกตะลึง พระองค์จะสำเร็จในทุกสิ่งที่พระองค์ทำ พระองค์จะทำลายหลายคนของพวกผู้ศักดิ์สิทธิ์
25 พระองค์จะหลอกลวงได้อย่างเก่งกาจ เพราะด้วยเล่ห์เหลี่ยมและอำนาจของพระองค์ พระองค์จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่างๆด้วยความกล้าหาญ พระองค์จะทำลายคนของพระเจ้าได้อย่างง่ายๆ ยิ่งกว่านั้นพระองค์ก็จะต่อต้านจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด แต่กษัตริย์องค์นี้ก็จะถูกทำลาย โดยไม่ใช่เป็นฝีมือของมนุษย์เลย
26 คำอธิบายของนิมิตเกี่ยวกับเวลาเย็นและเวลาเหล่านั้นเชื่อถือได้ ส่วนเจ้า ดาเนียล ให้เก็บเรื่องนิมิตนี้ไว้เป็นความลับก่อน เพราะมันเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นอีกนานหลังจากนี้”
27 ผม ดาเนียล ได้ล้มป่วยลงหลายวัน จากนั้นถึงได้ลุกขึ้นกลับไปทำงานให้กษัตริย์เหมือนเดิม นิมิตนี้ทำให้ผมกลุ้มใจมาก เพราะผมไม่เข้าใจมัน
9ดาเนียลอธิษฐาน
1 ในช่วงปีแรกของดาริอัส (ดาริอัสคนนี้เป็นลูกของเซอร์เซส+ 9:1 เซอร์เซส เซอร์เซสเป็นชื่อในภาษากรีก เป็นคนเดียวกับ “อาหสุเอรัสซึ่งเป็นชื่อในภาษาฮีบรู”ผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวมีเดียน ดาริอัสได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ของพวกคาสดิม) 2 ในช่วงปีแรกที่ดาริอัสปกครองนั้น ผม ดาเนียลได้สังเกตในเอกสารต่างๆเกี่ยวกับเรื่องที่พระยาห์เวห์บอกกับเยเรมียาห์ ผู้พูดแทนพระองค์ ที่ว่า “เมืองเยรูซาเล็มจะต้องเป็นซากปรักหักพังอยู่อย่างนั้นไปจนกว่าจะครบเจ็ดสิบปี+ 9:2 เจ็ดสิบปี อ่านเพิ่มเติมได้จาก หนังสือเยเรมียาห์ 25:8-14 ถึงจะมีการสร้างขึ้นมาใหม่”
3 ดังนั้นผมจึงตัดสินใจแสวงหาพระเจ้าองค์เจ้าชีวิตของผม ด้วยการอธิษฐาน ขอความเมตตาจากพระองค์ ในขณะที่ผมอดอาหาร สวมใส่ผ้ากระสอบไว้ทุกข์ และโรยขี้เถ้าบนหัว 4 ผมอธิษฐานกับพระยาห์เวห์ พระเจ้าของผม และสารภาพบาป ผมพูดว่า
“ได้โปรดเถิด องค์เจ้าชีวิตของข้าพเจ้า พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม ผู้ที่รักษาข้อตกลงของพระองค์ และแสดงความรักที่ซื่อสัตย์ของพระองค์ กับคนที่รักพระองค์ ซึ่งก็คือคนที่ทำตามคำสั่งของพระองค์
5 พวกเราทำบาป ทำผิด และทำสิ่งที่ชั่วร้าย เราได้กบฏและเบือนหน้าหนีจากคำสั่งและกฎเกณฑ์ของพระองค์ 6 เราไม่ยอมฟังพวกผู้รับใช้ของพระองค์ พวกผู้พูดแทนพระเจ้า ที่มาพูดตามคำสั่งของพระองค์ ที่พระองค์สั่งให้มาพูดกับกษัตริย์ของเรา พวกผู้นำ พวกพ่อของเรา และทุกคนในประเทศ
7 องค์เจ้าชีวิตเจ้าข้า พระองค์ทำถูกต้องแล้ว แต่เรานำความอับอายขายหน้ามาสู่พวกเราเองจนถึงทุกวันนี้ คือมาสู่คนยูดาห์ พลเมืองของเยรูซาเล็ม และชาวอิสราเอลทุกคน ทั้งใกล้และไกล มาสู่คนในทุกประเทศที่พระองค์ทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปนั้น หลังจากที่พวกเขาทรยศต่อพระองค์
8 ใช่แล้วพระยาห์เวห์ เราได้นำความอับอายมาสู่พวกเราเอง ทั้งพวกเรา พวกกษัตริย์ พวกผู้นำ และพวกพ่อของเรา เพราะพวกเราทุกคนได้ทำบาปต่อพระองค์
9 แต่องค์เจ้าชีวิตพระเจ้าของเรามีความเมตตาและให้อภัยพวกเราที่ได้กบฏต่อพระองค์ 10 เราไม่เชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา นั่นคือเราไม่ได้ใช้ชีวิตตามคำสอนของพระองค์ ที่พระองค์ให้กับเรา ผ่านมาทางพวกผู้รับใช้ของพระองค์ คือพวกผู้พูดแทนพระเจ้านั่นเอง 11 คนอิสราเอลทุกคนละเมิดคำสั่งสอนของพระองค์ และทำผิดที่ไม่ฟังพระองค์ ดังนั้นคำสาปแช่งและคำปฏิญาณ+ 9:11 คำสาปแช่งและคำปฏิญาณ หมายถึง คนอิสราเอลให้คำปฏิญาณว่าจะทำตามกฎของพระเจ้า และถ้าไม่ทำตามก็ยอมให้คำสาปแช่งเหล่านั้นตกอยู่กับพวกเขา ดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ 27:14-26; 28:15-68 ที่เขียนไว้ในกฎของโมเสส ผู้รับใช้ของพระเจ้า ได้ตกอยู่บนเรา เพราะเราได้ทำบาปต่อพระองค์
12 พระองค์ก็เลยทำตามที่พระองค์ขู่ไว้ว่า จะให้เกิดขึ้นกับพวกเรา และกับพวกผู้นำของเรา พระองค์นำความหายนะครั้งใหญ่มาใส่เรา ความหายนะที่เกิดขึ้นกับเยรูซาเล็มนั้นร้ายแรงมาก ไม่เหมือนกับความหายนะอันไหนเลยที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั่วใต้ฟ้านี้ 13 ความทุกข์ยากที่ได้เขียนไว้ในกฎของโมเสส ก็ได้เกิดขึ้นกับเรา เหมือนกับที่ได้เขียนไว้ในกฎทุกอย่าง แต่พวกเราก็ไม่ได้พยายามที่จะทำให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราพอใจ ด้วยการหันจากการทำชั่วของเรา และเรียนรู้จากความซื่อสัตย์ของพระองค์
14 พระยาห์เวห์ได้เตรียมความหายนะนี้สำหรับเวลาที่เหมาะสม แล้วพระองค์ก็ให้มันตกลงมาบนเรา ทุกอย่างที่พระยาห์เวห์พระเจ้าได้ทำไปนั้นยุติธรรมแล้ว แต่เราไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์
15 และบัดนี้ ข้าแต่องค์เจ้าชีวิต พระเจ้าของเรา พระองค์เป็นผู้ที่นำคนของพระองค์ออกจากอียิปต์
ด้วยมืออันทรงพลังของพระองค์ ด้วยพลังอำนาจที่พระองค์ได้แสดงให้เห็นนั้น ทำให้พระองค์มีชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วจนถึงทุกวันนี้ เราได้ทำบาปและทำสิ่งที่ชั่วร้าย 16 องค์เจ้าชีวิตของข้าพระองค์ เพื่อเห็นแก่ความเมตตาปรานี ขอได้โปรดเลิกโกรธเยรูซาเล็มเมืองของพระองค์ ภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ด้วยเถิด เพราะความเลวทรามของบรรพบุรุษของเราและความบาปของพวกเรานี่เองที่ทำให้ชนชาติอื่นๆทั้งหมดที่อยู่รอบข้างเกลียดชังเยรูซาเล็มและคนของพระองค์
17 บัดนี้ พระเจ้าของพวกเราได้โปรดฟังคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และคำอ้อนวอนขอความเมตตาของเขาด้วยเถิด ขอให้ใบหน้าของพระองค์ส่องสว่างลงมาบนวิหารที่ปรักหักพังนี้ด้วย เพื่อเห็นแก่พระองค์เอง 18 พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดเงี่ยหูฟัง โปรดเปิดตาดู ซากปรักหักพังของเมืองที่ผู้คนรู้ว่าเป็นของพระองค์ ที่เราขอความเมตตาต่อพระองค์นี้ ไม่ใช่เพราะเราดีและสมควรจะได้รับ แต่เพราะพระองค์มีความเมตตาสงสารต่างหาก 19 องค์เจ้าชีวิตของผม ได้โปรดฟังด้วย องค์เจ้าชีวิตของข้าพเจ้า ได้โปรดยกโทษให้ด้วย องค์เจ้าชีวิตของข้าพเจ้า ได้โปรดสนใจด้วย พระเจ้าของข้าพเจ้า โปรดทำตามที่ขอด้วย เพื่อเห็นแก่พระองค์เอง และโปรดอย่ารอช้าเลย ได้โปรดทำสิ่งนี้ เพราะผู้คนรู้ว่าทั้งคนพวกนี้และเมืองนี้เป็นของพระองค์”
นิมิตเรื่องเจ็ดสิบอาทิตย์
20 ในขณะที่ผมกำลังพูด อธิษฐาน และสารภาพความผิดบาปของผมเองและของชาวอิสราเอลคนของผมนั้น ขณะที่กำลังวิงวอนขอความเมตตาต่อหน้าพระยาห์เวห์ พระเจ้าของผม ให้กับภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์นั้น 21 ในขณะที่ผมกำลังร้องอธิษฐานนั้นเอง กาเบรียล ผู้ชายคนที่ผมเห็นในนิมิตของผมก่อนหน้านี้ ก็ลอยมาหาผม ในช่วงการถวายเครื่องบูชาตอนเย็น 22 เขามาพูดกับผม เพื่อช่วยให้ผมเข้าใจ เขาพูดว่า “ดาเนียล เราได้มาที่นี่เดี๋ยวนี้ เพื่อช่วยให้เจ้าเข้าใจ 23 ในตอนที่เจ้าเริ่มอธิษฐานขอความเมตตานั้น พระเจ้าให้คำตอบ และเราก็ได้มาบอกมัน เพราะพระเจ้ารักเจ้ามาก ดังนั้นตั้งใจฟังคำตอบให้ดี และให้เข้าใจนิมิตนั้น
24 พระเจ้าให้เวลากับคนของเจ้าและเมืองศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าเจ็ดสิบอาทิตย์+ 9:24 อาทิตย์ หมายถึง “เจ็ดวัน” หรือ “เจ็ดปี” เหมือนในหนังสือเลวีนิติ 25:8 ดังนั้น “เจ็ดสิบอาทิตย์” คงหมายถึง 490 ปี เจ็ดสิบอาทิตย์นี้มีไว้เพื่อให้พวกเจ้าหยุดการกบฏ ทำให้บาปนั้นสิ้นสุดลง ชำระความผิดบาปของพวกเจ้า และนำความยุติธรรมอันถาวรกลับมา ทำให้คนเห็นว่านิมิตที่ผู้พูดแทนพระเจ้ามาบอกนั้นเป็นจริง และเพื่อจะเจิมสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
25 ดาเนียล ให้รู้และเข้าใจไว้ด้วยว่า นับตั้งแต่เวลาที่ได้ออกคำสั่ง ให้ฟื้นฟูและสร้างเยรูซาเล็มขึ้นมาใหม่ ไปจนถึงเวลาที่ผู้นำที่ถูกเจิมไว้มานั้น มีเจ็ดอาทิตย์ แล้วเวลาที่ใช้สร้างเยรูซาเล็มขึ้นมาใหม่ รวมทั้งในลานกลางเมือง พร้อมกับคูป้องกันเมือง จะใช้เวลาหกสิบสองอาทิตย์ ในช่วงนี้จะเต็มไปด้วยปัญหามากมาย 26 และผู้นำที่ถูกเจิมไว้ก็จะถูกกำจัดไปและผู้นำคนนั้นจะไม่มีอำนาจเหนือเมืองและวิหารอีกต่อไป คนที่ติดตามผู้นำคนใหม่ในอนาคตก็จะทำตัวเลวร้าย จุดจบของผู้นำคนใหม่นั้นจะมาเหมือนกับน้ำท่วมทะลัก
พระเจ้าได้ออกคำสั่งให้เกิดการทำลายมากมายจนกว่าสงครามจะสิ้นสุดลง
27 ผู้นำคนใหม่นั้นจะทำสนธิสัญญาที่เข็มแข็งกับคนจำนวนมาก และในกลางอาทิตย์นั้น การถวายเครื่องบูชาและเซ่นไหว้จะถูกหยุดไป และจะมีสิ่งที่น่าขยะแขยงมาแทนที่ จนถึงจุดจบที่พระเจ้าสั่งให้มาท่วมท้นผู้ทำลายคนนั้น”
10ดาเนียลมีนิมิตที่แม่น้ำไทกริส
1 ในปีที่สาม+ 10:1 ปีที่สาม คือ ปี 536 ก่อนพระเยซูมาเกิดของกษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซีย พระเจ้าได้เปิดเผยเรื่องหนึ่งให้กับดาเนียลรู้ (ดาเนียลมีอีกชื่อหนึ่งว่าเบลเทชัสซาร์) เรื่องที่เปิดเผยนี้เชื่อถือได้ มันเข้าใจยาก แต่คำอธิบายได้มาถึงดาเนียลในนิมิต
2 ในเวลานั้น ผม ดาเนียล เป็นทุกข์เศร้าโศกอยู่ถึงสามอาทิตย์เต็มๆ 3 ผมไม่ได้กินอาหารที่อร่อยๆ ไม่มีเนื้อหรือเหล้าองุ่นตกเข้าปากผมเลย ผมไม่ได้เอาน้ำมันทาผิวหรือน้ำมันใส่ผมเป็นเวลาถึงสามอาทิตย์เต็มๆ
4 แล้วในวันที่ยี่สิบสี่ของเดือนที่หนึ่ง ในขณะที่ผมยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอันยิ่งใหญ่นั้น คือแม่น้ำไทกริส
5 ผมเงยหน้าขึ้นมาและมองเห็นชายคนหนึ่ง สวมผ้าคลุมลินิน เขาคาดเข็มขัดที่ทำจากทองของเมืองอุฟาส
6 ร่างกายของเขาดูเหมือนพลอยระยิบระยับ ใบหน้าของเขาส่องสว่างเหมือนฟ้าแลบ ดวงตาของเขาเหมือนกับคบไฟที่ลุกโชติช่วง แขนและขาของเขาดูเหมือนทองเหลืองที่ขัดมัน เมื่อเขาพูด เสียงของเขาก็ฟังเหมือนเสียงของฝูงชนกลุ่มใหญ่
7 ผม ดาเนียล เห็นนิมิตนี้แค่คนเดียว คนอื่นๆที่อยู่กับผมไม่ได้เห็นนิมิตนี้ แต่พวกเขาตกใจกลัวมากและวิ่งหนีไปแอบ 8 เหลือผมคนเดียว ในขณะที่ผมจ้องมองนิมิตอันยิ่งใหญ่นั้น ผมก็หมดเรี่ยวแรงไป หน้าผมก็ซีดเหมือนคนตาย เรี่ยวแรงก็เหือดหายไปหมด 9 แล้วผมก็ได้ยินเขาพูด เมื่อได้ยินเสียงเขา ผมก็ตกอยู่ในภวังค์ นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น
10 แล้วมีมือข้างหนึ่งยื่นมาจับและโยกผม และช่วยพยุงให้ผมยันตัวขึ้นมาด้วยมือและเข่า
11 แล้วเขาก็พูดกับผมว่า “ดาเนียล ชายที่พระเจ้ารัก ให้ตั้งใจฟังสิ่งที่เรากำลังจะบอกกับเจ้านี้ ลุกขึ้นมา เพราะเราถูกส่งมาหาเจ้า” เมื่อเขาพูดอย่างนั้นกับผม ผมก็ยืนขึ้นตัวสั่น 12 แล้วเขาก็บอกผมว่า “ดาเนียล ไม่ต้องกลัว เพราะตั้งแต่วันแรกที่เจ้าตั้งใจจะเข้าใจและตัดสินใจที่จะอดอาหารและถ่อมตัวลงต่อหน้าพระเจ้าของเจ้า พระเจ้าก็ได้ยินคำอธิษฐานของเจ้า และเราก็ได้มาเพราะคำอธิษฐานของเจ้านั้น 13 เทพเจ้าผู้เป็นเจ้าฟ้าแห่งอาณาจักรเปอร์เซียต่อต้านเราอยู่เป็นเวลายี่สิบเอ็ดวัน แต่ทันใดนั้น มีคาเอล หนึ่งในพวกเจ้าฟ้าชั้นผู้นำ ก็ได้มาช่วยเรา ตอนที่เราถูกทิ้งไว้คนเดียวกับพวกกษัตริย์ของเปอร์เซีย 14 เรามาเพื่อช่วยให้เจ้าเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประชาชนของเจ้าในอนาคต เพราะยังจะมีอีกนิมิตหนึ่งมา ที่พูดถึงวันเวลานั้นที่จะต้องอธิบายให้เข้าใจ”
15 ตอนที่เขาพูดสิ่งนี้ ผมได้แต่ก้มมองที่พื้นพูดอะไรไม่ออก
16 แล้วมีผู้หนึ่งที่ดูเหมือนมนุษย์ได้มาแตะริมฝีปากของผม ผมจึงสามารถอ้าปากพูดได้ แล้วผมก็บอกผู้นั้นที่ยืนอยู่ต่อหน้าผมว่า “ท่านครับ หลังจากที่ผมเห็นนิมิตนั้น ผมก็ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด และผมก็หมดเรี่ยวแรง 17 แล้วจะให้ผมผู้รับใช้ของท่านพูดอะไรกับท่านเจ้านายของผมได้ล่ะครับ ถึงเดี๋ยวนี้ก็เถอะ ผมก็ยังไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะหายใจ”
18 แต่แล้วผู้นั้นที่ดูเหมือนมนุษย์ก็จับตัวผมอีกครั้ง และทำให้ผมมีเรี่ยวแรงขึ้น
19 แล้วเขาก็พูดว่า “อย่ากลัวไปเลย พระเจ้ารักเจ้า ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีกับเจ้า อย่าได้ท้อใจไปเลย เข้มแข็งไว้” ขณะที่เขาพูดกับผม ผมก็เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นและพูดออกไปว่า “ท่านครับ พูดต่อไปเถอะครับ เพราะตอนนี้ผมได้เรี่ยวแรงกลับคืนมาแล้ว”
20 แล้วเขาก็พูดว่า “เจ้ารู้ไหมว่า ทำไมเราถึงมาหาเจ้า เรามาเพื่อบอกเจ้าว่ามีอะไรเขียนไว้ในหนังสือแห่งความจริง แต่ตอนนี้เราจะต้องกลับไปสู้รบกับพวกเจ้าฟ้าแห่งเปอร์เซีย เมื่อเราจากไป เจ้าฟ้าแห่งกรีซก็จะเข้ามา ไม่มีใครช่วยเราสู้รบกับพวกเจ้าฟ้านี้ นอกจากมีคาเอลผู้เป็นเจ้าฟ้าของคนของเจ้า
111 ในปีแรกที่ดาริอัสชาวมีเดียขึ้นเป็นกษัตริย์ เราเองได้ยืนอยู่กับมีคาเอลเพื่อสนับสนุนและช่วยเขา ในการต่อสู้กับเจ้าฟ้าแห่งเปอร์เซีย
2 ดาเนียล เราจะบอกความจริงกับเจ้าว่า ยังจะมีกษัตริย์อีกสามองค์ปกครองเปอร์เซีย หลังจากนั้นกษัตริย์องค์ที่สี่ก็จะมา กษัตริย์องค์ที่สี่นี้จะสะสมทรัพย์สมบัติอันมหาศาลนี้ จนทำให้เขาร่ำรวยกว่ากษัตริย์เปอร์เซียองค์อื่นๆ ความมั่งคั่งของเขาจะทำให้เขามีอำนาจมากขึ้น แล้วเขาก็จะระดมพลไปต่อสู้กับอาณาจักรกรีซ 3 แล้วจะมีกษัตริย์ผู้ทรงอำนาจอีกองค์หนึ่งขึ้นมา และจะมาสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ และกษัตริย์องค์นี้จะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเขาเองต้องการ
4 หลังจากที่เขามีอำนาจสูงสุดแล้ว อาณาจักรของเขาก็จะแตกและถูกแบ่งเป็นสี่ส่วน แยกออกไปสี่ทิศทาง แต่อาณาจักรของเขาจะไม่ตกเป็นของลูกหลานของเขาเอง มันจะไม่ใหญ่เหมือนตอนที่เขาปกครอง เพราะอาณาจักรของเขาจะถูกถอนรากถอนโคนและตกไปเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวของเขาเอง
5 กษัตริย์ฝ่ายใต้จะแข็งแกร่งขึ้น แต่แม่ทัพคนหนึ่งของเขาจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเขา และแม่ทัพคนนี้จะปกครองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่กว่า
6 หลังจากนั้นอีกหลายสิบปี ก็จะมีการทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกัน ลูกสาวของกษัตริย์ฝ่ายใต้จะแต่งงานกับกษัตริย์ฝ่ายเหนือ เพื่อเป็นการผูกมัดข้อตกลงนั้น แต่นางจะไม่สามารถรักษาอิทธิพลของนางไว้ได้ และอำนาจของกษัตริย์นั้นก็จะไม่ยั่งยืน นางและคนใช้ที่ติดตามนางมา รวมทั้งลูกและสามีของนาง ก็จะถูกฆ่าทั้งหมด
7 จากนั้นญาติคนหนึ่งของนางจะขึ้นมามีอำนาจและครอบครองอาณาจักรฝ่ายใต้ เขาจะโจมตีกองทัพของกษัตริย์ฝ่ายเหนือ และบุกเข้ายึดป้อมปราการเอาไว้ได้
8 กษัตริย์ฝ่ายใต้จะยึดเอาพวกเทพเจ้า พวกรูปเคารพ และเครื่องใช้ที่มีค่าที่ทำจากทองและเงินของพวกเขา แล้วก็ขนไปที่อียิปต์ และจะไม่สู้รบกับกษัตริย์ฝ่ายเหนือไปอีกหลายปี
9 หลังจากนั้นกษัตริย์ฝ่ายเหนือก็จะบุกเข้าไปในอาณาจักรของกษัตริย์ฝ่ายใต้ แต่เขาจะแพ้และจะกลับไปยังแผ่นดินของเขาเอง
10 แล้วพวกลูกชายของกษัตริย์ฝ่ายเหนือก็จะเข้าทำสงคราม พวกเขาจะระดมกำลังเป็นกองทัพยิ่งใหญ่มหาศาล และพวกเขาก็บุกทำลายล้างเหมือนกับน้ำท่วมหลาก พวกเขาบุกไปไกลถึงป้อมปราการของกษัตริย์ฝ่ายใต้
11 กษัตริย์ฝ่ายใต้จะโกรธ และเดินทัพออกมาต่อสู้กับกษัตริย์ฝ่ายเหนือและกองทัพอันยิ่งใหญ่มหาศาลนั้น กษัตริย์ฝ่ายใต้จะรบชนะกองทัพที่ยิ่งใหญ่นั้น
12 หลังจากที่กองทัพอันยิ่งใหญ่นั้นพ่ายแพ้ไปแล้ว กษัตริย์ฝ่ายใต้ก็ผยองพองตัว และพระองค์จะฆ่าทหารของกษัตริย์ฝ่ายเหนือหลายพันคน แต่พระองค์จะไม่ไล่ตามพวกทหารนั้นไป 13 หลังจากนั้นอีกหลายปี กษัตริย์ฝ่ายเหนือก็จะกลับมาพร้อมกับกองทัพที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม พระองค์จะมีกองทัพที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรมากขึ้นพร้อมกับเสบียงและอาวุธมากมาย
14 ในเวลานั้นเอง คนมากมายจะต่อต้านกษัตริย์ฝ่ายใต้ แม้แต่คนที่ชอบความรุนแรงที่อยู่ในหมู่คนของเจ้า ดาเนียล ก็ยังกล้ากบฏเลย เพื่อทำให้เป็นจริงตามนิมิตนั้น แต่พวกเขาจะพ่ายแพ้
15 กษัตริย์ฝ่ายเหนือจะบุกมา และสร้างเนินดินขึ้นประชิดกำแพงเมือง และยึดเอาเมืองที่มีป้อมปราการแน่นหนาได้เมืองหนึ่ง กองกำลังของฝ่ายใต้จะไม่สามารถต่อต้านพวกนั้นไว้ได้ แม้แต่ทหารที่เก่งกล้าที่สุดก็ยังไม่สามารถต้านทานพวกมันไว้ได้
16 กษัตริย์ฝ่ายเหนือก็จะเข้าโจมตีตามชอบใจ เพราะไม่มีใครสามารถต้านทานเขาไว้ได้ เขาจะยึดเอาแผ่นดินที่สวยงาม+ 11:16 แผ่นดินที่สวยงาม หมายถึงแผ่นดินอิสราเอลไว้ และเขาก็จะมีอำนาจที่จะทำลายมันได้ 17 กษัตริย์ฝ่ายเหนือตั้งใจว่าจะยกกองทัพทั้งราชอาณาจักรของเขามา แต่เขาจะเซ็นสัญญาสงบศึก และส่วนหนึ่งของสัญญานั้นคือ เขาจะยกสาวคนหนึ่งให้กับกษัตริย์ฝ่ายใต้เป็นเมีย ซึ่งเป็นแผนของเขาที่จะทำลายกษัตริย์ฝ่ายใต้ แต่แผนนี้จะไม่สำเร็จ และจะไม่ช่วยอะไรพระองค์เลย
18 ดังนั้นกษัตริย์ฝ่ายเหนือจะหันเหความสนใจไปที่หมู่เกาะและชายฝั่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแทน แล้วก็จะยึดได้หลายเมือง แต่แม่ทัพคนหนึ่งจะหยุดความหยิ่งผยองของกษัตริย์ฝ่ายเหนือ เขาจะตอบแทนความหยิ่งผยองของกษัตริย์
19 เมื่อเป็นอย่างนี้ กษัตริย์ฝ่ายเหนือก็จะต้องมุ่งหน้ากลับไปที่พวกป้อมปราการในดินแดนของตน แต่พระองค์จะสะดุดล้มลง แล้วจะไม่มีใครพบเห็นพระองค์อีกเลย
20 ต่อมาก็จะมีกษัตริย์อีกองค์หนึ่งขึ้นมาแทนเขา กษัตริย์องค์นี้จะส่งคนไปเก็บภาษี เพื่อทำให้อาณาจักรของพระองค์ร่ำรวยยิ่งขึ้น แต่กษัตริย์องค์นี้ก็จะถูกโค่นไปในไม่ช้า แต่ไม่ใช่ในท่ามกลางการสู้รบที่ดุเดือด
21 คนต่อมาที่มาแทนพระองค์ เป็นคนที่น่ารังเกียจ ไม่มีเชื้อสายของกษัตริย์เลย เขาจะมาตอนที่ไม่มีใครคาดคิด แล้วใช้เล่ห์เหลี่ยมของเขาชิงเอาบัลลังก์ไป 22 เขาจะมีชัยเหนือกองทัพทั้งหลาย รวมทั้งเจ้าฟ้าแห่งข้อตกลง+ 11:22 เจ้าฟ้าแห่งข้อตกลง หมายถึงนักบวชสูงสุดของยูดาห์
23 หลังจากที่เขาทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับหลายชนชาติ เขาก็จะหักหลังชนชาติเหล่านั้น เขาจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะมีคนน้อยที่อยู่ฝ่ายเขา
24 เขาจะมาอย่างเงียบๆพร้อมกับคนรวยจากจังหวัดหนึ่ง และเขาจะทำในสิ่งที่บรรพบุรุษของเขาไม่เคยทำมาก่อน เขาจะยกทรัพย์สมบัติที่ปล้นมาได้ให้กับคนร่ำรวยเหล่านั้น และเขาก็ยังวางแผนที่จะมีชัยเหนือป้อมปราการต่างๆ แต่ก็เป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
25 แล้วเขาจะกระตุ้นความกล้าของตัวเอง และเขาก็จะรวบรวมกองทัพใหญ่ไปต่อสู้กับกษัตริย์ฝ่ายใต้ กษัตริย์ฝ่ายใต้ก็จะโต้กลับด้วยกำลังพลที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งมหาศาลของเขา แต่กษัตริย์ฝ่ายใต้จะต้องพ่ายแพ้เพราะมีการปองร้ายเขา
26 พรรคพวกของกษัตริย์ฝ่ายใต้ ที่เคยกินอาหารโต๊ะเดียวกับพระองค์ จะพยายามทำลายพระองค์ ส่วนกองทัพของพระองค์ก็จะถูกทำลายย่อยยับ และทหารที่เก่งกล้าจำนวนมากต้องล้มตายเป็นซากศพ
27 กษัตริย์ทั้งสององค์นี้ที่มีแผนชั่วร้ายอยู่ในใจ จะนั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน และต่างคนต่างก็จะพูดโกหกใส่กัน แต่มันจะไม่สำเร็จหรอก เพราะเวลาที่กำหนดไว้นั้นยังไม่มาถึง
28 กษัตริย์ฝ่ายเหนือก็จะกลับไปบ้านเมืองของตน พร้อมกับทรัพย์สมบัติมหาศาล ในระหว่างทางนั้น เขาตั้งใจจะต่อต้านคนของข้อตกลงอันศักดิ์สิทธิ์ และเขาจะทำตามที่ได้ตั้งใจไว้นั้น แล้วถึงค่อยกลับไปแผ่นดินของเขา
29 เมื่อถึงเวลาที่ถูกกำหนดไว้ เขาก็จะไปรุกรานฝ่ายใต้อีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งหลังนี้จะไม่เหมือนครั้งแรก 30 จะมีเรือต่างๆจากชาวโรมัน+ 11:30 เรือต่างๆจากชาวโรมัน หรือ เรือจากตะวันตกหรือจากคิททิม เข้ามาต่อสู้กับเขาและหยุดเขาไว้ ในตอนขากลับ เขาก็จะระบายความโกรธแค้นใส่คนของข้อตกลงอันศักดิ์สิทธิ์นั้น เขาจะทำตามที่ตั้งใจไว้ แล้วถึงค่อยกลับไปแผ่นดินของเขา และให้รางวัลกับคนพวกนั้นที่ทอดทิ้งข้อตกลงอันศักดิ์สิทธิ์
31 ทหารบางหน่วยของเขาจะยึดวิหารคือป้อมปราการและทำให้วิหารนั้นเสื่อมไป และพวกเขาจะสั่งยกเลิกการถวายเครื่องบูชาประจำวัน และตั้งสิ่งที่น่าขยะแขยงที่ก่อให้เกิดความน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาแทน
32 เขาจะประจบสอพลอพวกทำชั่วที่ต่อต้านข้อตกลง เพื่อพวกนี้จะได้สนับสนุนเขา แต่คนที่ยังติดตามพระเจ้าของพวกเขาด้วยความจงรักภักดี จะมีความกล้าและตอบโต้กลับ
33 พวกผู้นำที่ฉลาด ก็จะช่วยให้คนเป็นจำนวนมากเข้าใจ ถึงแม้ว่าจะมีสักระยะหนึ่งที่ครูพวกนั้นอาจจะถูกฆ่าฟันด้วยดาบหรือถูกเผาไฟ หรือถูกจับไปเป็นเชลยและถูกแย่งชิงทรัพย์สินไป
34 เมื่อพวกผู้นำที่ฉลาดเหล่านั้นตกเป็นเหยื่อ พวกเขาจะได้ความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย แต่หลายคนที่มาร่วมกับพวกเขาจะไม่จริงใจ
35 พวกผู้นำที่เฉลียวฉลาดบางคนก็จะสะดุดล้มไป ซึ่งจะทำให้คนในกลุ่มที่เหลือได้รับการชำระล้างให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ จนกว่าจะถึงเวลาของจุดจบนั้น เพราะมันจะมีระยะเวลาหนึ่งก่อนจะถึงเวลาที่ได้กำหนดไว้
36 แล้วกษัตริย์ฝ่ายเหนือก็จะทำตามใจตนเอง เขาจะยกย่องเชิดชูตนเองให้สูงกว่าเทพเจ้าทุกองค์ จนถึงขั้นพูดสิ่งที่น่าขยะแขยงต่างๆต่อพระเจ้าสูงสุด เขาจะประสบความสำเร็จ จนกว่าพระเจ้าจะหายโกรธเกรี้ยวคนของพระองค์ เพราะพระเจ้าจะทำตามสิ่งที่พระองค์ได้ตัดสินใจไว้
37 กษัตริย์ฝ่ายเหนือจะไม่สนใจพวกเทพที่บรรพบุรุษของเขานับถือ เขาไม่สนใจเทพเจ้าที่พวกผู้หญิงหลงใหล เขาจะไม่สนใจไม่ว่าจะเป็นเทพองค์ไหนทั้งนั้น เพราะว่าเขาจะเชิดชูตัวเองไว้สูงกว่าเทพทั้งหมด
38 แทนที่จะเป็นเทพเจ้าพวกนี้ เขาจะยกย่องเทพองค์หนึ่ง ที่บรรพบุรุษของเขาไม่รู้จัก นั่นก็คือเทพเจ้าแห่งป้อมปราการ เขาจะยกย่องเทพองค์นี้ด้วยทองคำ เงิน พลอยที่มีค่า และสิ่งของต่างๆที่มีราคาแพง
39 เขาจะโจมตีพวกป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด ด้วยความช่วยเหลือจากเทพเจ้าต่างชาติของเขา+ 11:39 หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “เขาจะทำการแทนพวกนั้นที่เสริมสร้างป้อมปราการต่างๆคือคนของพระต่างชาติ” และเขาจะให้ความร่ำรวยกับคนที่เขาชอบใจ เขาจะตั้งให้คนเหล่านั้นดูแลคนเป็นจำนวนมาก และแบ่งที่ดินให้เป็นรางวัล
40 พอถึงเวลาของจุดจบนั้น กษัตริย์ฝ่ายใต้ก็จะสู้รบกับกษัตริย์ฝ่ายเหนือ แต่กษัตริย์ฝ่ายเหนือจะจู่โจมอาณาจักรของกษัตริย์ฝ่ายใต้ ด้วยรถรบ ทหารม้า และเรือจำนวนมาก กษัตริย์ฝ่ายเหนือจะบุกเข้าไปในแผ่นดินต่างๆเหมือนน้ำหลากที่กวาดแผ่นดิน
41 หลังจากนั้นกษัตริย์ฝ่ายเหนือก็จะรุกรานแผ่นดินที่สวยงาม และคนจำนวนมากจะล้มตาย คนพวกนี้คือคนเหล่านั้นที่จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของเขา คือพวกเอโดม โมอับ และพวกหัวหน้าของชาวอัมโมน
42 จากนั้นกษัตริย์ฝ่ายเหนือก็จะบุกไปยังประเทศอื่นๆแม้แต่ประเทศอียิปต์ก็ไม่สามารถจะรอดพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้ 43 เขาจะครอบครองทรัพย์สมบัติทั้งทอง เงิน และสิ่งของที่มีค่าอื่นๆในอียิปต์ ต่อจากนั้น ชาวลิเบียและชาวเอธิโอเปียก็ได้มายอมเชื่อฟังเขา
44 แต่แล้วก็มีข่าวจากทิศตะวันออกและทางทิศเหนือเข้ามารบกวนจิตใจเขา และด้วยความโกรธอย่างยิ่ง เขาก็จะเดินทัพออกไปบดขยี้และฆ่าฟันคนเป็นจำนวนมาก
45 เขาจะตั้งเต็นท์สำหรับกษัตริย์ไว้ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์อันงดงาม แล้วเขาก็จะพบจุดจบของเขาที่นั่น และจะไม่มีใครมาช่วยเขา
121 ในเวลานั้นเอง เจ้าชายมีคาเอลผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่เฝ้ารักษาประชาชนของเจ้าก็จะยืนขึ้น แล้วก็จะถึงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบาก ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่คนพวกนี้เป็นชนชาติขึ้นมาจนถึงเวลานั้น แต่ ดาเนียล ในเวลานั้นคนของเจ้าทุกคน ที่มีชื่อเขียนอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตก็จะรอดชีวิต
2 และคนเป็นจำนวนมากที่ถูกฝังอยู่ในดินก็จะฟื้นขึ้นมา บางคนฟื้นขึ้นมาสู่ชีวิตนิรันดร์ และบางคนฟื้นขึ้นมาสู่ความอับอายและถูกปฏิเสธตลอดนิรันดร์
3 พวกผู้นำที่เฉลียวฉลาด จะส่องสว่างจ้าเหมือนกับท้องฟ้าที่สว่างไสว คนพวกนี้ที่ได้นำคนจำนวนมากมาใช้ชีวิตอย่างที่พระเจ้าพอใจ ก็จะส่องสว่างเหมือนหมู่ดาวตลอดชั่วนิรันดร์
4 ส่วนเจ้า ดาเนียล ให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ และปิดผนึกหนังสือเอาไว้จนกว่าจะถึงเวลาของจุดจบนั้น คนเป็นจำนวนมากจะเดินทางไปโน่นไปนี่ และความรู้ก็จะเพิ่มขึ้น”
5 หลังจากนั้น ขณะที่ผม ดาเนียล กำลังจ้องมองอยู่นั้น จู่ๆก็มีคนอีกสองคนยืนอยู่ตรงนั้น คนหนึ่งอยู่บนฝั่งแม่น้ำด้านนี้ ส่วนอีกคนอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม
6 คนหนึ่งในสองคนนั้น ถามคนที่สวมชุดผ้าลินิน (คือคนที่ยืนอยู่เหนือน้ำ) ว่า “อีกนานไหมกว่าเรื่องเลวร้ายพวกนี้จะเกิดขึ้น”
7 ผมได้ยินเสียงผู้ชายคนที่สวมชุดผ้าลินิน (คือคนที่ยืนอยู่เหนือน้ำ) เขาชูมือทั้งสองข้างขึ้นไปบนสวรรค์ และสาบานโดยอ้างชื่อของพระองค์ผู้ดำรงอยู่เป็นนิจว่า
“อีกหนึ่งปี สองปี และครึ่งปี เมื่ออำนาจของเหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์แตกสลายจบสิ้นแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้น”
8 ผมได้ยินแต่ไม่เข้าใจ ผมก็เลยถามว่า “ท่านครับ แล้วเหตุการณ์เหล่านี้จะจบลงยังไงครับ”
9 เขาพูดว่า “ไม่ต้องกังวล ดาเนียล ให้เจ้าดำเนินชีวิตของเจ้าต่อไป เพราะว่าเรื่องพวกนี้เป็นความลับ เรื่องนี้จะถูกปิดผนึกไว้จนกว่าจะถึงเวลาของจุดจบนั้น
10 คนจำนวนมากจะได้รับการชำระล้างให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ คนชั่วจะทำชั่ว จะไม่มีคนชั่วสักคนที่เข้าใจ แต่พวกผู้นำที่เฉลียวฉลาดจะเข้าใจ
11 นับตั้งแต่วันที่การถวายเครื่องบูชาประจำวันถูกยกเลิกไป จนถึงวันที่สิ่งน่าขยะแขยงที่ก่อให้เกิดความน่าสะพรึงกลัวถูกตั้งขึ้นมา รวมเวลาทั้งสิ้นหนึ่งพันสองร้อยเก้าสิบวัน
12 คนที่รอและยังรอดชีวิตอยู่จนถึงหนึ่งพันสามร้อยสามสิบห้าวันก็จะเป็นคนที่จะได้รับเกียรติ
13 เอาละ ดาเนียล สำหรับเจ้า ให้ดำเนินชีวิตของเจ้าต่อไปอย่างซื่อสัตย์จนถึงจุดจบ เจ้าจะได้พักผ่อน แล้วตอนสุดท้ายนั้นเจ้าก็จะฟื้นขึ้นมารับรางวัลของเจ้า”