กิจการ

คำนำ

ผู้​เขียน​หนังสือ​กิจการ คือ​คุณ​หมอ​ลูกา เป็น​คนเดียว​กัน​กับ​ที่​เขียน​หนังสือ​ลูกา

หนังสือ​กิจการ​เล่มนี้ เป็น​เรื่อง​ที่​เขียน​ต่อ​จาก​ตอน​จบ​ของ​หนังสือ​ลูกา คือ​ตอน​ที่​พระเยซู​สั่ง​พวก​ศิษย์เอก​ของ​พระองค์​ให้​ไป​ประกาศ​ข่าวดี​ให้​คน​ทั้ง​โลก​ได้​รู้ พระเยซู​ต้องการ​ให้​พวก​เขา​ได้​ไป​บอก​ทุก​คน ให้​รู้​ถึง​แผนการ​ของ​พระองค์​ที่​จะ​ช่วย​ให้​มนุษย์​ใน​โลกนี้​ไม่​ต้อง​ได้รับ​โทษ​จาก​บาป​ของ​ตนเอง ลูกา​ได้​บันทึก​ถึง​การประกาศ​ข่าว​ดี​ของ​ศิษย์​เอก​สอง​คน คือ​เปโตร​และ​เปาโล​ซึ่ง​ประสบ​ผลสำเร็จ​มาก ลูกา​ได้​ราย​งาน​ให้​รู้​ว่า​อาณาจักร​ของ​พระคริสต์​ได้​เติบโต​อย่าง​รวดเร็ว​ขนาด​ไหน จาก​จุด​เล็กๆ​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม ขยาย​ไป​ถึง​แคว้น​ยูเดีย​และ​แคว้น​สะมาเรีย และ​ใน​ที่​สุด​ก็​แพร่​ไป​ทั่ว​อาณาจักร​โรมัน

1

ลูกา​เขียน​หนังสือ​อีก​เล่ม

1 ท่าน​เธโอฟีลัส​ที่รัก ใน​หนังสือ​เล่ม​แรก​ที่​ผม​เขียน​ให้​นั้น เป็น​เรื่องราว​เกี่ยวกับ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​พระเยซู​ทำ​และ​สั่ง​สอน​ตั้ง​แต่​เริ่ม​ต้น 2 จน​ถึง​วัน​ที่​พระองค์​ถูกรับ​ขึ้น​สวรรค์ แต่​ก่อน​ที่​พระองค์​จะ​ถูกรับ​ขึ้น​สวรรค์​นั้น พระองค์​สั่ง​พวก​ศิษย์​เอก​ที่​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้ พระองค์​ได้​สั่ง​พวกเขา​ผ่าน​ทาง​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ ว่า​จะ​ต้อง​ทำ​อะไร​บ้าง 3 หลังจาก​ที่​พระเยซู​ตาย​แล้ว ใน​ช่วง​เวลา​สี่สิบ​วัน​พระองค์​มา​ปรากฏ​ตัว​ให้​พวก​เขา​เห็น​หลาย​ครั้ง​หลายหน พระองค์​ทำ​หลายสิ่ง​หลาย​อย่าง​เพื่อ​พิสูจน์​ให้​พวกนี้​เห็น​ว่า พระองค์​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​แล้ว​จริงๆ​และ​พูด​กับ​พวกเขา​ถึง​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า 4 เมื่อ​พระองค์​กำลัง​กิน​อาหาร​กับ​พวก​ศิษย์เอก พระองค์​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “ห้าม​ไป​ไหน ให้​คอย​อยู่​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ก่อน จนกว่า​จะ​ได้รับ​สิ่ง​ที่​พระบิดา​สัญญา​ไว้ ตาม​ที่​เรา​เคย​บอก​พวกคุณ​แล้ว 5 ยอห์น​ทำ​พิธีจุ่ม​ให้​คน​ด้วย​น้ำ แต่​อีก​ไม่​กี่​วัน​พวกคุณ​ก็​จะ​ได้รับ​การจุ่ม​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์”

พระเยซู​กลับ​สู่​สวรรค์

6 เมื่อ​พระเยซู​กับ​พวกศิษย์เอก​มา​อยู่​กัน​พร้อม​หน้า พวกศิษย์เอก​ถาม​พระองค์​ว่า “พระองค์​เจ้า​ข้า ตอนนี้​พระองค์​กำลัง​จะ​คืน​แผ่นดิน​ให้​กับ​อิสราเอล​แล้ว​ใช่​ไหม​ครับ” 7 พระองค์​ตอบ​ว่า “มัน​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​คุณ พระบิดา​เอง​ได้​ตัดสิน​วัน​เวลา​นั้น​ไว้​ก่อน​แล้ว 8 เมื่อ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​มา​อยู่​กับ​พวกคุณ พวก​คุณ​ก็​จะ​ได้รับ​ฤทธิ์เดช และ​จะ​เป็น​พยาน​เล่า​เรื่อง​ของ​เรา​ให้​คน​ฟัง ทั่ว​เมือง​เยรูซาเล็ม ใน​แคว้น​ยูเดีย ใน​แคว้น​สะมาเรีย และ​ทุก​หน​แห่ง​ใน​โลกนี้”

9 เมื่อ​พระเยซู​พูด​เสร็จ พระเจ้า​ก็​ได้รับ​พระองค์​ขึ้น​ไป​สวรรค์​ต่อหน้า​ต่อตา​พวกเขา แล้ว​ก้อน​เมฆ​ก็​บัง​พระองค์​จาก​สายตา​ของ​พวก​เขา 10 ใน​ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​เพ่ง​ดู​พระองค์​จาก​ไป​ใน​ท้องฟ้า​นั้น จู่ๆ​ก็​มี​ชาย​ชุด​ขาว​สอง​คน​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ​พวก​เขา 11 แล้ว​พูด​ว่า “ชาว​กาลิลี พวก​คุณ​ยัง​ยืน​เพ่ง​ดู​ท้องฟ้า​อยู่​ทำไม พระเจ้า​รับ​พระเยซู​ขึ้น​ไป​บน​สวรรค์​แล้ว และ​พระองค์​จะ​เสด็จ​กลับ​มา​อีก​ครั้ง​เหมือน​อย่าง​ที่​คุณ​เห็น​พระองค์​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป​นี่​แหละ”

เลือก​ศิษย์​คน​ใหม่​แทน​ยูดาส

12 จาก​นั้น​พวก​เขา​ก็​ลง​จาก​ภูเขา​มะกอกเทศ กลับ​ไป​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม ซึ่ง​อยู่​ห่าง​ออก​ไป​ประมาณ​หนึ่ง​กิโลเมตร+ 1:12 หนึ่ง​กิโลเมตร เป็น​ระยะ​ทาง​ที่​ชาว​ยิว​ได้รับ​อนุญาต​ให้​สามารถ​เดิน​ได้​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา ซึ่ง​ถือ​เป็น​วัน​หยุด​พักผ่อน​ของ​พวก​เขา13 เมื่อ​มา​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม พวก​ศิษย์​ซึ่ง​มี​เปโตร ยอห์น ยากอบ​กับ​อันดรูว์ ฟีลิป​กับ​โธมัส บารโธโลมิว​กับ​มัทธิว ยากอบ​บุตร​ชาย​ของ​อัลเฟอัส ซีโมน​ผู้​มี​ใจ​จดจ่อ​กับ​พระเจ้า กับ​ยูดาส​ลูกชาย​ยากอบ ก็​ได้​ขึ้น​ไป​ห้อง​ชั้น​บน​ที่​พวก​เขา​เคย​อยู่ 14 พวก​เขา​ทั้ง​สิบเอ็ด​คน รวม​ทั้ง​ผู้หญิง​บางคน​และ​มารีย์​แม่​ของ​พระเยซู ตลอด​จน​น้องๆ​ของ​พระองค์ ก็​มา​พบ​กัน​เพื่อ​อธิษฐาน​อยู่​เสมอ

15 มี​อยู่​วัน​หนึ่ง เปโตร​ยืน​ขึ้น​ใน​กลุ่ม​ศิษย์​ที่​มา​พบ​กัน ซึ่ง​มี​อยู่​ประมาณ​หนึ่งร้อย​ยี่สิบ​คน แล้ว​เขา​พูด​ว่า 16 “พี่น้อง​ทั้งหลาย ข้อความ​ใน​พระคัมภีร์​จะ​ต้อง​เป็น​จริง​ตาม​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ได้​พูด​ผ่าน​ทาง​ปาก​ของ​กษัตริย์​ดาวิด เมื่อ​นาน​มา​แล้ว​เกี่ยวกับ​ยูดาส​ที่​นำ​คน​พวก​นั้น​ไป​จับ​พระเยซู 17 ยูดาส​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​กลุ่ม​ของ​พวก​เรา​และ​มี​ส่วนร่วม​ใน​การ​งานนี้​ด้วย” 18 (ยูดาส เอา​เงิน​ที่​ได้​จาก​การทำ​ชั่ว​ครั้งนี้​ไป​ซื้อ​ที่ดิน​ไว้ แต่​เขา​หกล้ม​หัว​ฟาด​พื้น พุง​แตก​ไส้​ทะลัก​ตาย​บน​ที่ดิน​นั้น 19 เรื่องนี้​รู้​กัน​ทั่ว​เมือง​เยรูซาเล็ม พวก​เขา​จึง​เรียก​ที่ดิน​ตรง​นั้น​ตาม​ภาษา​ท้องถิ่น​ว่า อาเคลดามา ซึ่ง​หมายถึง “ที่ดิน​เลือด”) 20 เปโตร​พูด​ต่อว่า “เรื่องนี้​มี​เขียน​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​สดุดี​ว่า

‘ขอ​ให้​ที่​อยู่​ของ​เขา​รกร้าง​ว่างเปล่า

อย่า​มี​ใคร​เข้า​ไป​อยู่​เลย’+ 1:20 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 69:25 และ

‘ให้​มี​คน​อื่น​มา​รับ​ตำแหน่ง​ผู้นำ​แทน​เขา​ด้วย’+ 1:20 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 109:8

21 ดังนั้น​เรา​จำเป็น​จะ​ต้อง​เลือก​ชาย​คน​หนึ่ง​ขึ้น​มา​แทน​ยูดาส และ​เขา​จะ​ต้อง​เป็น​คน​ที่​อยู่​กับ​เรา​ตลอด​เวลา​ใน​ช่วง​ที่​พวก​เรา​ติดสอย​ห้อยตาม​พระเยซู​ด้วย 22 เริ่ม​ตั้งแต่​ยอห์น​ทำ​พิธี​จุ่มน้ำ จน​ถึง​วัน​ที่​พระเจ้า​รับ​พระเยซู​ขึ้น​ไป​สวรรค์ คน​คนนี้​จะ​ต้อง​เป็น​พยาน​ร่วม​กับ​พวก​เรา​ที่​จะ​บอก​ให้​คน​อื่นๆ​รู้​ว่า พระเยซู​ฟื้น​จาก​ความ​ตาย​แล้ว” 23 พวก​เขา​จึง​ได้​เสนอ​ชื่อ​ชาย​สอง​คน​คือ โยเซฟ บารซับบาส (หรือ​ที่​รู้จัก​กัน​ว่า​ยุสทัส) และ​อีก​คน​คือ​มัทธีอัส 24 แล้ว​พวก​เขา​ก็​อธิษฐาน​ว่า “พระองค์​เจ้า​ข้า พระองค์​รู้จัก​จิตใจ​ของ​มนุษย์​ทุก​คน​ดี ช่วย​แสดง​ให้​พวก​เรา​เห็น​ว่า ใน​สอง​คนนี้​พระองค์​ได้​เลือก​ใคร 25 ให้​มา​ทำ​หน้าที่​รับใช้​เป็น​ศิษย์​เอก​แทน​ยูดาส​คน​ที่​ละทิ้ง​หน้าที่ และ​ได้​ไป​อยู่​ใน​ที่​ที่​เขา​สมควร​ไป​อยู่​แล้ว” 26 แล้ว​พวก​เขา​ก็​จับ​สลาก​กัน และ​ได้​ชื่อ​มัทธีอัส เขา​จึง​ถูก​นับ​รวม​เข้า​กับ​ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบเอ็ด​คน​นั้น​ด้วย

2

พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​มา​ด้วย​ฤทธิ์เดช

1 เมื่อ​ถึง​วัน​เพ็นเทคอสต์ พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ก็​มา​รวม​ตัว​กัน​ใน​ที่​แห่ง​หนึ่ง 2 จู่ๆ​ก็​มี​เสียง​จาก​ท้องฟ้า​คล้าย​กับ​เสียง​พายุ​พัด​อย่าง​แรง ดัง​สนั่น​หวั่นไหว​ไป​ทั่ว​บ้าน​ที่​พวก​เขา​กำลัง​นั่ง​กัน​อยู่ 3 จาก​นั้น​พวก​เขา​ก็​เห็น​บาง​อย่าง​คล้าย​เปลว​ไฟ​ที่​มี​รูปร่าง​เหมือน​ลิ้น​ได้​กระจาย​ออก​ไป​อยู่​เหนือ​พวก​เขา​แต่​ละ​คน 4 แล้ว​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ก็​ได้​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ตัว​พวก​เขา​อย่าง​บริบูรณ์ แล้ว​พวก​เขา​ทุก​คน​ก็​เริ่ม​พูด​ภาษา​ต่างๆ​ตาม​แต่​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​จะ​ให้​เขา​พูด​ได้

5 ชาว​ยิว​ที่​นับถือ​พระเจ้า​จาก​ชาติ​ต่างๆ​ทั่ว​โลก มา​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เวลา​นั้น 6 เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​อื้ออึง ก็​มา​มุง​ดู​กัน และ​ต่าง​ก็​รู้สึก​งุนงง​สงสัย​ที่​พวก​เขา​ต่าง​ก็​ได้ยิน​ศิษย์​ของ​พระเยซู​พวกนี้​พูด​ภาษา​ของ​พวก​เขา 7 พวก​เขา​ทึ่ง​มาก​ถึง​กับ​พูด​ว่า “คน​พวกนี้​เป็น​ชาว​กาลิลี​ทั้ง​นั้น​เลย​ไม่​ใช่​หรือ 8 แล้ว​ทำไม​พวก​เรา​ถึง​ได้ยิน​เขา​พูด​ภาษา​บ้านเกิด​เมืองนอน​ของ​พวก​เรา​ล่ะ 9 ซึ่ง​มี​ทั้ง​มา​จาก ปารเธีย มีเดีย เอลาม เมโสโปเตเมีย ยูเดีย คัปปาโดเซีย ปอนทัส เอเชีย 10 ฟรีเจีย​และ​ปัมฟีเลีย อียิปต์​และ​บาง​ส่วน​ของ​ลิเบีย​ใกล้​กับ​เมือง​ไซรีน แขก​ที่​มา​เยือน​จาก​กรุง​โรม 11 (มี​ทั้ง​ยิว​โดย​กำเนิด กับ​คน​ที่​เปลี่ยน​มา​ถือ​แบบ​ยิว) เกาะ​ครีต และ​อาระเบีย แล้ว​เรา​ทั้งหมด​ต่าง​ก็​ได้ยิน​คน​พวกนี้​พูด​ถึง​สิ่ง​ยอดเยี่ยม​ต่างๆ​ที่​พระเจ้า​ได้​ทำ​เป็น​ภาษา​บ้านเกิด​เมืองนอน​ของ​พวก​เรา​เอง” 12 ผู้คน​ทั้งหมด​รู้สึก​สับสน​อลหม่าน ถาม​ไถ่​กัน​ว่า “นี่​มัน​อะไร​กัน” 13 บางคน​หัวเราะ​เยาะ​ศิษย์​ของ​พระเยซู โดย​พูด​ว่า “พวกนี้​เมา​เหล้า​องุ่น”

เปโตร​อธิบาย​ให้​คน​ฟัง

14 แล้ว​เปโตร​ก็​ยืน​ขึ้น​พร้อม​กับ​ศิษย์​เอก​อีก​สิบเอ็ด​คน เขา​ตะเบ็ง​เสียง​ดัง​ต่อหน้า​คน​พวก​นั้น​ว่า “เพื่อนๆ​ชาว​ยิว​และ​ทุก​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม ตั้งใจ​ฟัง​ให้​ดี​ใน​เรื่อง​ที่​ผม​จะ​เล่านี้ 15 คน​พวกนี้​ไม่​ได้​เมา​อย่าง​ที่​พวก​คุณ​คิด​หรอก​นะ ตอนนี้​เพิ่ง​จะ​เก้า​โมง​เช้า​เอง 16 แต่​สิ่ง​ที่​คุณ​เห็น​นี้ เป็น​สิ่ง​ที่​โยเอล​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า ได้​พูด​ไว้​ว่า

17 ‘พระเจ้า​พูด​ว่า ใน​ช่วง​สุดท้าย​นั้น

เรา​จะ​เท​พระวิญญาณ​ของ​เรา​ลง​บน​มนุษย์​ทุก​คน

ทั้ง​บุตร​ชาย​และ​บุตร​สาว​ของ​พวก​เจ้า​จะ​พูด​แทน​เรา

คน​หนุ่ม​จะ​เห็น​ภาพ​นิมิต

คน​แก่​จะ​มี​ความฝัน​พิเศษ

18 ใน​ช่วง​นั้น เรา​จะ​เท​พระวิญญาณ​ของ​เรา​ลง​บน​ทาส​ของ​เรา​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง

และ​เขา​เหล่า​นั้น​จะ​พูด​แทน​เรา

19 เรา​จะ​แสดง​สิ่ง​มหัศจรรย์​ใน​ท้องฟ้า​เบื้อง​บน​และ​สิ่ง​อัศจรรย์​ใน​โลก​เบื้อง​ล่าง

ได้​แก่​เลือด ไฟ​และ​หมอก​ควัน​หนา​ทึบ

20 ดวง​อาทิตย์​จะ​มืดมิด ส่วน​ดวง​จันทร์​จะ​เป็น​สี​เลือด

ก่อน​จะ​ถึง​วัน​อัน​ยิ่งใหญ่​และ​รุ่งโรจน์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต

21 แล้ว​ทุก​คน​ที่​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​องค์​เจ้า​ชีวิต ก็​จะ​ได้รับ​ความ​รอด’”+ 2:17-21 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ โยเอล 2:28-32

22 “ฟัง​ให้​ดี​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย พระเจ้า​ได้​แสดง​ให้​พวก​คุณ​เห็น​ชัด​ว่า พระเยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​เป็น​คน​พิเศษ เพราะ​พระเจ้า​ได้​ให้​อำนาจ​กับ​พระองค์​ที่​จะ​ทำ​อิทธิฤทธิ์​ปาฏิหาริย์ และ​การ​อัศจรรย์​มากมาย​ท่ามกลาง​พวก​คุณ อย่าง​ที่​พวก​คุณ​รู้​กัน​อยู่​แล้ว 23 พระเจ้า​ได้​วางแผน​ไว้​ก่อน​ล่วงหน้า​แล้ว ที่​จะ​มอบ​พระเยซู​ให้​กับ​พวกคุณ พวกคุณ​ได้​ฆ่า​พระองค์​ด้วย​ความ​ช่วยเหลือ​ของ​พวก​คน​ชั่ว​นอก​กฎหมาย คือ​ได้​ตรึง​พระองค์​ไว้​ที่​กางเขน 24 แต่​พระเจ้า​ได้​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่ และ​ทำ​ให้​พระองค์​เป็น​อิสระ​จาก​ความ​ตาย เพราะ​ความ​ตาย​ไม่​สามารถ​ที่​จะ​ยึด​พระเยซู​ไว้​ได้

25 กษัตริย์​ดาวิด​ได้​พูด​ถึง​พระองค์​ว่า

‘เรา​เห็น​องค์​เจ้า​ชีวิต​อยู่​ต่อหน้า​เรา​เสมอ

เรา​จะ​ไม่​หวั่น​กลัว​เพราะ​พระองค์​อยู่​ที่​ขวา​มือ​ของ​เรา

26 เพราะ​อย่างนี้​นี่​เอง หัวใจ​ของ​เรา​ถึง​เบิกบาน

และ​คำ​พูด​ของ​เรา​ก็​ชื่นชม​ยินดี

แม้แต่​ร่างกาย​ของ​เรา​ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​หวัง

27 เพราะ​พระองค์​จะ​ไม่​ทิ้ง​เรา​ไว้​ใน​แดน​คน​ตาย

พระองค์​จะ​ไม่​ยอม​ให้​องค์​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์​นั้น​เน่าเปื่อย

28 พระองค์​ทำ​ให้​เรา​รู้จัก​ทาง​ที่​นำ​ไป​สู่​ชีวิต

และ​จะ​ทำ​ให้​เรา​มี​ความ​สุข​อย่าง​เต็มที่​เมื่อ​อยู่​ต่อหน้า​พระองค์’+ 2:25-28 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 16:8-11

29 พี่​น้อง​ทั้งหลาย ผม​มั่นใจ​ว่า​ดาวิด​ผู้​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​เรา ไม่​ได้​พูด​ถึง​ตัวเอง​เพราะ​เขา​ได้​ตาย​ไป​แล้ว และ​หลุม​ฝังศพ​ของ​เขา​ก็​อยู่​ใน​เมืองนี้​จน​ถึง​ทุก​วันนี้ 30 แต่​ดาวิด​เป็น​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า และ​เขา​ก็​รู้​ว่า​พระเจ้า​ได้​ให้​คำมั่น​สัญญา​ว่า​ลูก​หลาน​ของ​ดาวิด​คน​หนึ่ง​จะ​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เหมือน​เขา 31 ดาวิด​ก็​รู้​เหตุการณ์นี้​ล่วงหน้า เขา​พูด​ถึง​การ​ฟื้น​คืน​ชีพ​ของ​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่​องค์​นั้น​ว่า

‘เขา​ไม่​ได้​ถูก​ทิ้ง​อยู่​ใน​แดน​คน​ตาย

และ​ร่างกาย​ของ​เขา​ก็​ไม่​เน่าเปื่อย’+ 2:31 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 16:10

32 พระเจ้า​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย พวก​เรา​ทั้งหมด​ต่าง​ก็​เห็น​เป็น​พยาน​ใน​เรื่องนี้ 33 พระเยซู​ถูก​รับขึ้น​ไป​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา​มือ​ของ​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​มอบ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ให้​กับ​พระเยซู​ตาม​ที่​สัญญา​ไว้ และ​พระเยซู​ก็​เท​พระวิญญาณ​นี้​ลง​บน​พวก​เรา อย่าง​ที่​พวก​คุณ​ได้​เห็น​และ​ได้ยิน​อยู่​ตอน​นี้ 34 ดังนั้น​ดาวิด​เอง​ไม่​ได้​ถูก​รับขึ้น​ไป​บน​สวรรค์ แต่​ตัว​ดาวิด​เอง​ได้​พูด​ว่า

‘พระเจ้า องค์​เจ้า​ชีวิต ได้​พูด​กับ​พระคริสต์ องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​เรา​ว่า

นั่ง​ลง​ทาง​ขวา​มือ​ของ​เรา

35 จนกว่า​เรา​จะ​ปราบ​ศัตรู​ของ​ท่าน​ให้​สยบ​ลง​เป็น​ที่​วาง​เท้า​ของ​ท่าน’+ 2:35 จนกว่า​เรา … ที่​วาง​เท้า​ของ​ท่าน มี​ความ​หมาย​อีก​อย่าง​ว่า “จน​กว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​ศัตรู​ของ​ท่าน​อยู่​ใต้​อำนาจ​ท่าน”+ 2:34-35 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 110:1

36 ดังนั้น​ขอ​ให้​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย​รู้​แน่นอน​ว่า พระเจ้า​ได้​ตั้ง​พระเยซู​คน​ที่​พวก​คุณ​ตรึง​ไว้​ที่​กางเขน ให้​เป็น​ทั้ง​องค์​เจ้า​ชีวิต​และ​พระคริสต์”

37 เมื่อ​คน​พวก​นั้น​ได้ยิน​อย่างนี้ ก็​รู้สึก​เหมือน​ถูก​แทง​ทะลุ​ใจ พวก​เขา​จึง​พูด​กับ​เปโตร​และ​ศิษย์​เอก​คน​อื่นๆ​ว่า “พี่ๆ​น้องๆ พวก​เรา​จะ​ทำ​อย่างไร​ดี”

38 เปโตร​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​เสียใหม่ และ​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​ใน​นาม​ของ​พระเยซู​ผู้​เป็น​พระคริสต์ เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ได้​ยกโทษ​ความ​ผิด​บาป​ของ​คุณ แล้ว​คุณ​ก็​จะ​ได้รับ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​เป็น​ของขวัญ 39 เพราะ​นี่​เป็น​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​สัญญา​ไว้​กับ​พวก​คุณ ลูก​หลาน​ของ​คุณ และ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ห่าง​ไกล คำ​สัญญานี้​มี​ไว้​สำหรับ​ทุก​คน​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเจ้า​ของ​เรา​จะ​เรียก​มา” 40 แล้ว​เปโตร​ได้​เตือน​พวก​เขา​อีก​หลาย​เรื่อง​ด้วย​กัน และ​ได้​ขอ​ร้อง​เขา​ว่า “ให้​เอา​ตัว​รอด​จาก​โทษ​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​สังคม​ที่​ชั่วร้าย​ของ​ยุคนี้” 41 คน​ทั้งหลาย​ที่​ยอมรับ​สิ่ง​ที่​เปโตร​พูด​ได้​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ และ​ใน​วัน​นั้น​จำนวน​ศิษย์​ของ​พระเยซู จึง​ได้​เพิ่ม​ขึ้น​อีก​ราว​สามพัน​คน 42 พวกเขา​ได้​ทุ่มเท​เวลา​ใน​การ​ฟัง​คำ​สั่งสอน​ของ​พวก​ศิษย์​เอก ใน​การ​มา​ร่วม​ประชุม​กัน ใน​การ​หัก​ขนมปังกัน+ 2:42 หัก​ขนมปังกัน อาจ​หมายถึง​อาหาร​มื้อ​หนึ่ง​หรือ​อาหาร​มื้อ​ค่ำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต ซึ่ง​เป็น​อาหาร​มื้อ​พิเศษ ที่​พระเยซู​บอก​ให้​ศิษย์​ของ​พระองค์​กิน​เพื่อ​ระลึก​ถึง​พระองค์ (ลูกา 22:14-20) และ​ใน​การ​อธิษฐานกัน

การ​แบ่งปัน​ใน​หมู่​ผู้​ศรัทธา

43 ทุก​คน​เกิด​ความ​เกรง​กลัว เพราะ​พวก​ศิษย์​เอก​ทำ​สิ่ง​มหัศจรรย์​และ​การ​อัศจรรย์​หลาย​อย่าง 44 พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ได้​พบ​กัน​อย่าง​สม่ำเสมอ และ​เอา​ข้าวของ​ทั้งหมด​ที่​ตน​เอง​มี​อยู่​ออก​มา​แบ่งปัน​กัน 45 พวก​เขา​เอา​ที่ดิน​และ​ข้าวของ​ต่างๆ​ไป​ขาย แล้ว​นำ​เงิน​มา​แบ่ง​ให้​กับ​คน​ที่​มี​ความ​จำเป็น​ต้อง​ใช้ 46 พวก​ศิษย์​เหล่านี้​จะ​ไป​ประชุม​ร่วม​กัน​ใน​วิหาร​ทุกๆ​วัน พวก​เขา​จะ​หัก​ขนมปัง​กัน​ตาม​บ้าน​ของ​ตน และ​แบ่ง​ปัน​อาหาร​กัน​กิน​ด้วย​ความ​ยินดี​และ​เต็มใจ 47 พวก​เขา​สรรเสริญ​พระเจ้า และ​ทุก​คน​ก็​ชื่นชอบ​พวก​เขา แล้ว​องค์​เจ้า​ชีวิต​ก็​เพิ่ม​จำนวน​คน​ที่​พระองค์​ได้​ช่วย​ให้​รอด​เข้า​มา​ใน​กลุ่ม​ของ​ศิษย์​พวกนี้​ทุกๆ​วัน

3

เปโตร​รักษา​คนง่อย

1 วัน​หนึ่ง​ตอน​บ่าย​สาม​โมง ซึ่ง​เป็น​เวลา​สำหรับ​การ​อธิษฐาน เปโตร​และ​ยอห์น​เดิน​ไป​ที่​วิหาร 2 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​เป็น​ง่อย​มา​ตั้งแต่​เกิด ทุก​วัน​จะ​มี​คน​อุ้ม​มา​วาง​ไว้​ที่​ประตู​วิหาร ซึ่ง​ประตู​นั้น​เรียกว่า​ประตู​งาม เพื่อ​ขอทาน​กับ​คน​ที่​เดิน​เข้า​มา​ใน​วิหารนี้ 3 พอ​ชาย​คนนี้​เห็น​เปโตร และ​ยอห์น​กำลัง​เดิน​มา เขา​ก็​ร้องขอ​เงิน 4 เปโตร​กับ​ยอห์น​จ้อง​ไป​ที่​ชาย​คนนี้​แล้ว​พูด​ว่า “มอง​ดู​พวก​เรา​สิ” 5 ชาย​ขอทาน​ก็​มอง​ไป​ที่​คน​ทั้ง​สอง เพราะ​คิด​ว่า​จะ​ได้​เงิน​จาก​พวก​เขา 6 แต่​เปโตร​พูด​ว่า “ผม​ไม่​มี​เงิน​ทอง​หรอก แต่​ผม​มี​อย่าง​อื่น​จะ​ให้ ด้วย​อำนาจ​ของ​พระเยซูคริสต์​ชาว​นาซาเร็ธ ลุก​ขึ้น​เดิน​เดี๋ยวนี้” 7 แล้ว​เปโตร​ก็​จับ​มือ​ขวา​ของ​ชาย​คน​นั้น​พยุง​ให้​ลุก​ขึ้น​มา เท้า​และ​ข้อเท้า​ของ​เขา​ก็​มี​เรี่ยวแรง​ขึ้น​มา​ทันที 8 เขา​เดิน​กระโดด​โลดเต้น​ร้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า และ​เขา​เข้า​ไป​ใน​วิหาร​พร้อม​กับ​เปโตร​และ​ยอห์น 9 คน​ทั้งหมด​มอง​เห็น​เขา​เดิน​ร้อง​สรรเสริญ​พระเจ้า 10 ทุก​คน​จำ​ได้​ว่า​เขา​คือ​ชาย​ที่​นั่ง​ขอทาน​อยู่​ที่​ประตู​งาม​นั้น พวก​เขา​จึง​แปลกใจ​มาก​และ​พา​กัน​สงสัย​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ชาย​คนนี้

เปโตร​พูด​กับ​ผู้คน

11 ชาย​คนนี้​ไม่​ยอม​ห่าง​เปโตร​และ​ยอห์น​ไป​ไหน​เลย คน​ทั้งหมด​ต่าง​ก็​แปลกใจ และ​วิ่ง​ตาม​กัน​มา​ดู​พวก​เขา​ที่​ระเบียง​ของ​ซาโลมอน 12 เมื่อ​เปโตร​เห็น​อย่าง​นั้น ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ชาว​อิสราเอล พวก​คุณ​แปลกใจ​กับ​เรื่องนี้​ทำไม แล้ว​จ้อง​มอง​เรา​ทำไม ทำ​อย่าง​กับ​ว่า​เรา​ทำ​ให้​ชาย​คนนี้​เดิน​ได้​ด้วย​อำนาจ​หรือ​ความ​เคร่ง​ศาสนา​ของ​เรา​เอง​อย่าง​นั้น​แหละ 13 พระเจ้า​ของ​อับราฮัม อิสอัค​และ​ยาโคบ ซึ่ง​เป็น​พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา ได้​ทำ​ให้​คน​เห็น​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระเยซู​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ พระเยซู​ก็​คือ​คน​ที่​พวก​คุณ​ได้​ส่ง​ไป​ให้​เขา​ฆ่า และ​พวก​คุณ​ไม่​ยอมรับ​พระองค์​ต่อหน้า​ปีลาต ทั้งๆ​ที่​ปีลาต​ตัดสินใจ​ปล่อย​พระองค์​ให้​เป็น​อิสระ 14 คุณ​ไม่​ยอมรับ​องค์​พระ​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์​ที่​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า แต่​กลับ​ขอ​ให้​ปีลาต​ปล่อย​ตัว​ฆาตกร​แทน 15 พวก​คุณ​ได้​ฆ่า​ผู้ที่​ให้​ชีวิต แต่​พระเจ้า​ได้​ทำ​ให้​พระองค์​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใหม่ เรา​เป็น​พยาน​ได้​ใน​เรื่องนี้ 16 ชาย​ง่อย​คนนี้​หาย​ได้ เพราะ​ความ​เชื่อ​ใน​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเยซู คุณ​ก็​เห็น​และ​รู้จัก​เขา​ดี​นี่ แต่​ความ​เชื่อ​ของ​เรา​ใน​ฤทธิ์เดช​ของ​พระเยซู​ทำ​ให้​เขา​หาย​เป็น​ปกติ​อย่าง​ที่​พวก​คุณ​เห็น​อยู่ 17 พี่น้อง​ครับ ผม​รู้​นะ​ว่า​ที่​พวก​คุณ​และ​พวก​ผู้นำ​ของ​คุณ​ได้​ทำ​อย่าง​นั้น​กับ​พระเยซู พวก​คุณ​เอง​ก็​ไม่​รู้​หรอก​ว่า​ได้​ทำ​อะไร​ลง​ไป 18 แต่​พระเจ้า​ได้​พูด​ถึง​เรื่องนี้​ไว้​ก่อน​ล่วงหน้า​แล้ว ผ่าน​ทาง​ปาก​ของ​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ว่า กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน แล้ว​ตอนนี้​พระเจ้า​ก็​ทำ​ให้​มัน​เกิด​ขึ้น​จริง 19 ดังนั้น​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​เสียใหม่ หัน​กลับ​มาหา​พระเจ้า แล้ว​พระเจ้า​จะ​ลบล้าง​ความบาป​ให้​กับ​คุณ 20 แล้ว​องค์​เจ้า​ชีวิต​ก็​จะ​ให้​ความ​สดชื่น​กับ​คุณ​อีก​ครั้ง และ​พระองค์​จะ​ส่ง​พระเยซู ผู้ที่​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้​ให้​เป็น​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่ มา​ให้​กับ​คุณ​อีก​ด้วย 21 แต่​พระเยซู​จะ​ต้อง​อยู่​ใน​สวรรค์​ก่อน จนกว่า​พระเจ้า​จะ​ทำ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ให้​ใหม่​เสีย​ก่อน เหมือน​กับ​ที่​พระเจ้า​ได้​สัญญา​ไว้​ใน​สมัย​ก่อน ผ่าน​ทาง​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ถูก​อุทิศ​ไว้​ให้​เป็น​ให้​พูด​แทน​พระองค์ 22 โมเสส​พูด​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต พระเจ้า​ของ​คุณ​จะ​แต่งตั้ง​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คน​หนึ่ง​ที่​เหมือน​กับ​ผม​นี้​ให้​กับ​คุณ โดย​ที่​เขา​จะ​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​คุณ คุณ​จะ​ต้อง​ฟัง​ทุก​อย่าง​ที่​เขา​บอก 23 ใคร​ไม่​เชื่อฟัง​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คนนี้​ก็​จะ​ต้อง​ตาย และ​ถูก​ตัด​ออก​จาก​การ​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า’+ 3:22-23 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 18:15, 1924 ซามูเอล​และ​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คน​อื่นๆ​ที่​มา​ทีหลัง​ต่าง​ก็​พูด​ถึง​เวลานี้​กัน​ทั้ง​นั้น 25 คุณ​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​เหล่า​นั้น และ​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​คำ​สัญญา​ที่​พระเจ้า​ได้​ทำ​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​คุณ​ด้วย พระองค์​พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า ‘ทุก​ชนชาติ​ใน​โลก​จะ​ได้รับ​พระพร​ผ่าน​ทาง​ลูกหลาน​ของ​เจ้า’+ 3:25 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 22:18; 26:2426 เมื่อ​พระเจ้า​ได้​เลือก​พระเยซู​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ พระองค์​ก็​ได้​ส่ง​พระเยซู​มา​ให้​กับ​พวก​คุณ​ชาว​อิสราเอล​ก่อน เพื่อ​อวยพร​พวก​คุณ ให้​แต่​ละ​คน​หันหลัง​ให้​กับ​ความ​ชั่วร้าย​ของ​ตัวเอง”

4

เปโตร​และ​ยอห์น​อยู่​ต่อหน้า​สภา​ยิว

1 ขณะ​ที่​เปโตร​และ​ยอห์น​กำลัง​พูด​กับ​คน​ทั้งหลาย​อยู่​นั้น พวก​นักบวช หัวหน้า​ผู้​ดูแล​ความ​ปลอดภัย​ของ​วิหาร และ​พวก​สะดูสี ก็​เดิน​เข้า​มาหา 2 พวก​เขา​โกรธ​มาก​ที่​เปโตร​และ​ยอห์น​กำลัง​ประกาศ​สั่งสอน​ว่า ผู้คน​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย​เหมือน​กับ​พระเยซู 3 พวก​เขา​จึง​จับ​ทั้ง​สอง​คน​ไป​ขัง​คุก​ไว้​จน​ถึง​วัน​รุ่งขึ้น เพราะ​ตอน​นั้น​เป็น​เวลา​เย็น​แล้ว 4 แต่​มี​คน​เป็น​จำนวน​มาก​ที่​ได้ยิน​พระคำ​ของ​พระเจ้า​แล้ว​เชื่อ ถึง​ตอนนี้ รวม​ศิษย์​ที่​เป็น​ผู้ชาย​ได้​ประมาณ​ห้าพัน​คน​แล้ว 5 วันรุ่งขึ้น​พวก​ผู้นำ​ชาว​ยิว พวก​ผู้​อาวุโส และ​พวก​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ ได้​มา​ประชุม​กัน​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม 6 นอกจาก​นี้​ยัง​มี อันนาส+ 4:6 อันนาส เป็น​นักบวช​สูงสุด​ใน​ปี ค.ศ. 6-15 (พ.ศ. 549-558) ซึ่ง​เป็น​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด คายาฟาส+ 4:6 คายาฟาส เป็น​นักบวช​สูงสุด​ใน​ปี ค.ศ. 18-36 (พ.ศ. 561-579) เขา​เป็น​ลูกเขย​ของ​อันนาส ยอห์น อเล็กซานเดอร์ และ​คน​อื่นๆ​ที่​เป็น​ญาติ​ของ​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​ด้วย 7 พวก​เขา​จับ​เปโตร​และ​ยอห์น​มา​ยืน​อยู่​ตรง​หน้า แล้ว​ถาม​ว่า “พวก​แก​ทำ​สิ่งนี้​ด้วย​ฤทธิ์เดช​อะไร พวก​แก​ใช้​อำนาจ​ของ​ใคร” 8 แล้ว​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ดลใจ​เปโตร​ให้​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ท่าน​ผู้นำ​ประชาชน​และ​ท่าน​ผู้​อาวุโส 9 ถ้า​ท่าน​จะ​มา​ไต่สวน​เรา​วันนี้​ใน​เรื่อง​ความ​ดี​ที่​ได้​ทำ​กับ​คนง่อย​คนนี้​ว่า​เขา​หาย​ได้​อย่างไร 10 ก็​ให้​พวก​ท่าน​ทั้งหมด​และ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ทุก​คน​รู้​เอา​ไว้​เถอะ​ว่า สิ่ง​นั้น​เกิด​จาก​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระเยซูคริสต์​ชาว​นาซาเร็ธ คน​ที่​พวก​ท่าน​ได้​ตรึง​ที่​กางเขน คน​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย พระเยซู​คนนี้​แหละ​ที่​ทำ​ให้​ชาย​คนนี้​ที่​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พวก​ท่าน หาย​เป็น​ปกติ 11 พระเยซู​เป็น

‘หิน+ 4:11 หิน หมายถึง​พระเยซู ที่​พวก​คุณ​คน​ก่อสร้าง​เห็น​ว่า​ไร้​ค่า

แต่​กลับ​กลาย​มา​เป็น​หิน​ก้อน​ที่​สำคัญ​ที่สุด’+ 4:11 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 118:22

12 นอกจาก​พระเยซู​แล้ว ไม่​มี​ใคร​ที่​จะ​ให้​ความ​รอด​กับ​เรา​ได้ ไม่​มี​ชื่อ​อื่น​ภายใต้​ฟ้านี้ ที่​จะ​ทำ​ให้​มนุษย์​รอด​ได้”

13 เมื่อ​พวก​ผู้นำ​ชาว​ยิว​เห็น​ถึง​ความ​กล้าหาญ​ของ​เปโตร​กับ​ยอห์น และ​เห็น​ว่า​ทั้ง​สอง​เป็น​แค่​คน​ธรรมดาๆ​ที่​ไม่​ได้รับ​การ​ศึกษา​หรือ​ฝึกฝน​อะไร​มา​เป็น​พิเศษ พวก​เขา​ก็​ยิ่ง​แปลกใจ พวก​เขา​ต่าง​ก็​นึก​ขึ้น​มา​ได้​ว่า เปโตร​และ​ยอห์น​เคย​อยู่​กับ​พระเยซู​มา​ก่อน 14 ยิ่ง​พวก​เขา​ได้​เห็น​ชาย​ง่อย​ซึ่ง​ได้รับ​การ​รักษา​จน​หาย​ดี​แล้ว​ยืน​อยู่​ข้างๆ​เปโตร​และ​ยอห์น พวก​เขา​ก็​ยิ่ง​พูด​อะไร​ไม่​ออก 15 ผู้นำ​ชาว​ยิว​ก็​สั่ง​ให้​เปโตร​และ​ยอห์น​ออก​ไป​จาก​ที่ประชุม แล้ว​ก็​ปรึกษา​กัน​ว่า 16 “พวก​เรา​จะ​เอา​อย่าง​ไร​ดี​กับ​สอง​คนนี้ เพราะ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ก็​รู้​ว่า สอง​คนนี้​ได้​ทำ​เรื่อง​ปาฏิหาริย์​ที่​ยิ่งใหญ่ เป็น​สิ่ง​ที่​เห็น​ชัดแจ้ง​และ​พวก​เรา​ก็​ปฏิเสธ​ไม่​ได้ 17 แต่​เพื่อ​ไม่​ให้​เรื่องนี้​แพร่​กระจาย​ต่อ​ไป​ใน​หมู่​คน​ทั้งหลาย เรา​ต้อง​ขู่​พวก​เขา​ไม่​ให้​พูด​ถึง​ชื่อ​เยซู​กับ​ใคร​อีก”

18 จาก​นั้น​เขา​ก็​เรียก​เปโตร และ​ยอห์น​เข้า​มา​เพื่อ​สั่ง​ห้าม​คน​ทั้ง​สอง ไม่​ให้​พูด​หรือ​สั่งสอน​อะไร​เกี่ยว​กับ​พระเยซู หรือ​แม้แต่​จะ​อ้าง​ชื่อ​ของ​พระองค์​อีก 19 แต่​เปโตร​และ​ยอห์น​ตอบ​ว่า “ท่าน​คิด​ดู​เอา​เอง​ว่า มัน​ถูก​หรือ​เปล่า ที่​จะ​ให้​เรา​เชื่อฟัง​ท่าน แทน​ที่​จะ​เชื่อฟัง​พระเจ้า 20 เป็น​ไป​ไม่​ได้​ที่​จะ​ให้​เรา​เลิก​พูด​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​เห็น​และ​ได้ยิน” 21 หลังจาก​ที่​ได้​ขู่​เปโตร​และ​ยอห์น​แล้ว พวก​เขา​ก็​ปล่อย​ตัว​ทั้ง​สอง​คน​ไป เพราะ​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ลงโทษ​อย่างไร เพราะ​ทุก​คน​ต่าง​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​ใน​เรื่อง​อัศจรรย์​ที่​เกิด​ขึ้น 22 อีก​ทั้ง​ชาย​ที่​ได้รับ​การ​รักษา ด้วย​การ​อัศจรรย์​จน​หาย​เป็น​ปกตินี้ มี​อายุ​มาก​กว่า​สี่สิบ​ปี​แล้ว

เปโตร​และ​ยอห์น​กลับ​ไปหา​เหล่า​ผู้เชื่อ

23 เมื่อ​เขา​ปล่อย​เปโตร​และ​ยอห์น​แล้ว ทั้ง​สอง​ก็​กลับ​ไปหา​พรรคพวก และ​เล่า​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​และ​พวก​ผู้​อาวุโส​พูด​กับ​พวก​เขา​ไว้ 24 เมื่อ​เหล่า​ผู้เชื่อ​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ทุก​คน​ก็​เปล่ง​เสียง​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​พร้อม​กัน​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต พระองค์​เป็น​ผู้สร้าง​ท้องฟ้า สร้าง​โลก สร้าง​ทะเล​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​มี​ใน​ที่​เหล่า​นั้น 25 พระองค์​พูด​ไว้​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ ผ่าน​ปาก​ผู้รับใช้​พระองค์ คือ​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ว่า

‘ทำไม​ชนชาติ​ต่างๆ​ถึง​ได้​โกรธแค้น

ทำไม​ผู้คน​ถึง​ได้​วางแผน​ที่​ไร้​ประโยชน์

26 พวก​กษัตริย์​ใน​โลก ต่าง​เตรียม​พร้อม​ที่​จะ​สู้รบ

และ​พวก​ผู้ปกครอง​รวม​ตัว​กัน​ต่อต้าน​องค์​เจ้า​ชีวิต

และ​ต่อต้าน​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า’+ 4:25-26 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 2:1-2

27 แล้ว​เหตุการณ์​ตาม​ที่​ได้​เขียน​อยู่​ใน​พระคัมภีร์​ก็​เกิด​ขึ้น เมื่อ​เฮโรด+ 4:27 เฮโรด คือ​เฮโรด แอนติปาส ปกครอง​กาลิลี​และ​เปเรีย​ใน​ช่วง 4 ปี​ก่อน​พระเยซู​เกิด​จน​ค.ศ 39 เป็น​ลูก​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​มหาราช และ​ปอนทัส ปีลาต+ 4:27 ปอนทัส ปีลาต เป็น​ผู้ว่า​แคว้น​ยูเดีย ใน​ปี ค.ศ. 26-36 (พ.ศ. 569-579) รวมทั้ง​พวก​ต่างชาติ และ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล ได้​รวมตัว​กัน​ใน​เมือง​เพื่อ​ต่อต้าน​พระเยซู​ผู้รับใช้​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์ ผู้ที่​พระองค์​ได้​เจิม​ให้​เป็น​พระคริสต์ 28 แต่​ความจริง​แล้ว พวกนี้​ก็​ได้​ทำ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง ตาม​แผน​ที่​พระองค์​ได้​วาง​ไว้​ก่อน​ล่วงหน้า​แล้ว​ที่​จะ​ให้​เกิด​ขึ้น ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​ฤทธิ์​อำนาจ และ​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระองค์ 29 ตอนนี้​องค์​เจ้า​ชีวิต ขอ​โปรด​ฟัง​คำ​ขู่​ของ​พวก​เขา และ​ช่วย​พวก​เรา​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ให้​กล้า​ที่​จะ​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระองค์​ด้วย​เถิด 30 ขอ​โปรด​ยื่น​มือ​ของ​พระองค์​ออก​มา​รักษา​โรค และ​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​และ​ปาฏิหาริย์ ผ่าน​ทาง​ชื่อ​ของ​พระเยซู ผู้รับใช้​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์”

31 เมื่อ​พวก​ผู้เชื่อ​อธิษฐาน​เสร็จ ที่​ที่​พวก​เขา​มา​รวม​ตัว​กัน​ก็​สั่น​สะเทือน จาก​นั้น​พวก​เขา​ทุก​คน​ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ และ​เริ่ม​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​อย่าง​กล้าหาญ

ผู้เชื่อ​แบ่งปัน​สิ่ง​ที่​เขา​มี​กัน

32 กลุ่ม​ของ​ผู้เชื่อ​ทั้งหมด​ต่าง​ก็​เป็น​น้ำหนึ่ง​ใจเดียว​กัน และ​สิ่งของ​ที่​เขา​มี​อยู่​นั้น ไม่​มี​ใคร​อ้าง​ว่า​เป็น​ของ​ตัวเอง​เลย แต่​พวก​เขา​เอา​ทุก​อย่าง​ที่​มี​มา​แบ่งปัน​กัน 33 พวก​ศิษย์​เอก​เป็น​พยาน​ให้​กับ​ผู้คน​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​ที่​ยิ่งใหญ่ ถึง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​ของ​พระเยซูเจ้า และ​พระเจ้า​ก็​ได้​อวยพร​คน​ที่​เชื่อ​ทุกคน​อย่าง​มาก​มาย 34 ใน​กลุ่ม​คน​ที่​เชื่อ ไม่​มี​ใคร​ขาดแคลน​เลย คน​ที่​มี​ที่ดิน​หรือ​บ้าน ก็​เอา​ของ​เหล่า​นั้น​ไป​ขาย และ​นำ​เอา​เงิน​นั้น 35 มา​ให้​กับ​พวก​ศิษย์​เอก เพื่อ​เอา​ไป​แจกจ่าย​ให้​แต่​ละ​คน​ตาม​ความ​จำเป็น

36 โยเซฟ คน​ที่​พวก​ศิษย์เอก​เรียกว่า บารนาบัส (หมายถึง “คน​ที่​ให้กำลัง​ใจ”) เป็น​ชาว​เลวี​เกิด​ที่​เกาะ​ไซปรัส 37 โยเซฟ​ได้​ขาย​ที่​นา​ของ​เขา และ​นำ​เงิน​ที่​ได้​นั้น​มา​ให้​กับ​พวก​ศิษย์เอก

5

อานาเนีย​กับ​สัปฟีรา

1 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อานาเนีย​กับ​ภรรยา​ชื่อ​สัปฟีรา ได้​ขาย​ที่ดิน​ของ​ตน​ผืน​หนึ่ง 2 แต่​เขา​แอบ​เก็บ​เงิน​เอา​ไว้​บาง​ส่วน และ​ภรรยา​ของ​เขา​ก็​เห็น​ด้วย จาก​นั้น​เขา​จึง​นำ​เงิน​ส่วน​ที่​เหลือ​มา​ให้​กับ​พวก​ศิษย์เอก 3 เปโตร​ต่อว่า​อานาเนีย​ว่า “ทำไม​คุณ​ถึง​ยอม​ให้​ซาตาน​ครอบงำ​จิตใจ​คุณ​จน​โกหก​ต่อ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ และ​เก็บ​เงิน​ส่วน​หนึ่ง​ที่​ได้​จาก​การ​ขาย​ที่ดิน​เอา​ไว้​เอง 4 ที่ดิน​ผืน​นั้น​ก็​เป็น​ของ​คุณ​อยู่​แล้ว​ก่อน​ที่​คุณ​จะ​ขาย​ไม่​ใช่​หรือ และ​หลังจาก​ที่​ขาย​แล้ว เงิน​นั้น​ก็​ยัง​อยู่​ใน​อำนาจ​ของ​คุณ​ไม่​ใช่​หรือ แล้ว​ทำไม​คุณ​ถึง​คิด​ทำ​อย่างนี้ คุณ​กำลัง​โกหก​พระเจ้า ไม่​ได้​โกหก​พวก​เรา​หรอก” 5 เมื่อ​อานาเนีย​ได้ยิน​อย่างนี้​ก็​ล้ม​ลง​ขาดใจ​ตาย คน​ที่​ได้ยิน​เรื่องนี้​ต่าง​ก็​ตกใจ​กลัว​ยิ่ง​นัก 6 ชาย​หนุ่ม​หลาย​คน​มา​ห่อ​ศพ​ของ​อานาเนีย​แล้ว​หาม​ออก​ไป​ฝัง 7 หลังจาก​นั้น​อีก​ประมาณ​สาม​ชั่วโมง ภรรยา​ของ​อานาเนีย​ซึ่ง​ยัง​ไม่​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​ก็​เดิน​เข้า​มา 8 เปโตร​ถาม​เธอ​ว่า “บอก​หน่อย​ว่า คุณ​ขาย​ที่ดิน​ได้​เงิน​เท่านี้​หรือ” สัปฟีรา​ตอบ​ว่า “ใช่​แล้ว​ค่ะ”

9 แล้ว​เปโตร​ก็​ต่อว่า​เธอ​ว่า “ทำไม​คุณ​สอง​คน​ถึง​ได้​สมคบ​กัน​ลองดี​กับ​พระวิญญาณ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต ดู​นั่น​สิ คน​พวก​นั้น​ที่​ไป​ฝัง​ศพ​สามี​คุณ ได้​มา​อยู่​ที่​หน้า​ประตู​แล้ว และ​พวก​เขา​จะ​หาม​ศพ​ของ​คุณ​ออก​ไป​ด้วย​เหมือน​กัน” 10 สัปฟีรา​ก็​ล้ม​ลง​ตรง​เท้า​ของ​เปโตร แล้ว​ขาดใจ​ตาย​ทันที เมื่อ​ชาย​หนุ่ม​พวก​นั้น​เดิน​เข้า​มา ก็​เห็น​ว่า​เธอ​ตาย​แล้ว พวก​เขา​จึง​หาม​ศพ​ของ​เธอ​ออก​ไป​ฝัง​ไว้​ข้างๆ​สามี​ของ​เธอ 11 ทั้ง​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า และ​ทุก​คน​ที่​ได้ยิน​เรื่องนี้ ต่าง​ก็​เกิด​ความ​เกรง​กลัว​ยิ่ง​นัก

ศิษย์เอก​ทำ​การอัศจรรย์

12 พวก​ศิษย์​เอก​ได้​ทำ​การ​อัศจรรย์ และ​ปาฏิหาริย์​หลาย​อย่าง​ใน​หมู่​ประชาชน และ​พวก​คน​ที่​เชื่อ​ก็​มา​ประชุม​กัน​ที่​ระเบียง​ซาโลมอน​อยู่​เรื่อยๆ 13 คน​อื่นๆ​ไม่​กล้า​ที่​จะ​ไป​รวม​กลุ่ม​กับ​พวก​เขา แต่​ก็​เคารพ​นับถือ​พวก​เขา​มาก 14 พระเจ้า​ได้​เพิ่ม​จำนวน​คน​ที่​เชื่อ​มาก​ขึ้น​เรื่อยๆ​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง ให้​มา​เป็น​คน​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต 15 ดังนั้น​ประชาชน​ต่าง​ก็​นำ​คน​เจ็บป่วย​มา​วาง​บน​แคร่​หรือ​เสื่อ​แล้ว​นำ​ไป​ไว้​ข้าง​ถนน เพื่อ​ว่า​เวลา​ที่​เปโตร​เดิน​ผ่าน​ไป อย่าง​น้อย​เงา​ของ​ท่าน​อาจ​จะ​ได้​ทอด​ลง​มา​บน​ตัว​ของ​พวก​เขา​บ้าง 16 มี​ฝูงชน​ที่​มา​จาก​ชาน​เมือง​รอบๆ​เมือง​เยรูซาเล็ม​ด้วย พวก​เขา​ต่าง​ก็​พา​คน​ป่วย​และ​คน​ที่​ได้รับ​ความ​ทุกข์ทรมาน​จาก​ผีร้าย​เข้า​สิง​มา ซึ่ง​พวกนี้​ก็​ได้รับ​การ​รักษา​ให้​หาย​ทุก​คน

ผู้นำ​ชาว​ยิว​ขัดขวาง​พวก​ศิษย์เอก

17 หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​และ​พรรคพวก​ของ​เขา​ทุก​คน ซึ่ง​เป็น​กลุ่ม​สะดูสี ก็​โกรธ​แค้น และ​อิจฉา 18 พวก​เขา​จึง​จับกุม​พวก​ศิษย์​เอก​ไป​ขัง​ไว้​ใน​คุก 19 แต่​ใน​คืน​นั้น​เอง ทูตสวรรค์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​มา​เปิด​ประตู​คุก แล้ว​พา​พวก​ศิษย์เอก​ออก​ไป ทูตสวรรค์​สั่ง​ว่า 20 “ให้​ไป​ยืน​อยู่​ใน​วิหาร พูด​กับ​ประชาชน​ถึง​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกี่ยวกับ​ชีวิต​ใหม่นี้” 21 เมื่อ​พวก​ศิษย์เอก​ได้ยิน​อย่าง​นั้น พอ​รุ่งเช้า​พวก​เขา​ก็​เข้า​ไป​ใน​วิหาร และ​เริ่ม​สั่งสอน​ประชาชน เมื่อ​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​และ​พรรคพวก​ของ​เขา​มา​ถึง​วิหาร ก็​เรียก​ประชุม​สมาชิก​สภา รวม​ทั้ง​สมาชิก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​ทั้งหมด และ​ใช้​เจ้าหน้าที่​ไป​คุม​ตัว​พวก​ศิษย์​เอก​ออก​มา​จาก​คุก 22 แต่​เมื่อ​เจ้าหน้าที่​ไป​ถึง​คุก กลับ​ไม่​พบ​พวก​ศิษย์​เอก​อยู่​ใน​นั้น พวก​เขา​กลับ​มา​รายงาน​ว่า 23 “พวก​เรา​เห็น​คุก​ปิด​ใส่​กุญแจ​แน่น​หนา และ​ยาม​ก็​ยัง​เฝ้า​อยู่​ที่​ประตู แต่​เมื่อ​เปิด​ประตู​เข้า​ไป​ก็​ไม่​เห็น​มี​ใคร​อยู่​ใน​นั้น​เลย” 24 เมื่อ​หัวหน้า​ยาม​ที่​เฝ้า​วิหาร และ​พวก​หัวหน้า​นักบวช​ได้ยิน ก็​งุนงง​และ​สงสัย​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น 25 จาก​นั้น​มี​คน​เข้า​มา​รายงาน​ว่า “พวก​คน​ที่​ท่าน​จับ​ไป​ขัง​ไว้​ใน​คุก​นั้น ตอนนี้​กำลัง​ยืน​สั่งสอน​ประชาชน​อยู่​ใน​วิหาร” 26 จาก​นั้น​หัวหน้า​ยาม​กับ​เจ้าหน้าที่​ก็​ออก​ไป​นำ​ตัว​พวก​ศิษย์เอก​กลับ​มา แต่​ไม่​ได้​ใช้​กำลัง​บังคับ เพราะ​กลัว​ประชาชน​จะ​เอา​หิน​ขว้าง​พวก​เขา

27 พวก​เขา​นำ​ตัว​พวก​ศิษย์เอก​เข้า​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​สภา แล้ว​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​ก็​ถาม​พวก​เขา​ว่า 28 “พวก​เรา​สั่ง​ห้าม​อย่าง​เด็ดขาด​แล้ว​ไม่​ให้​พูด​ถึง​เยซู​เวลา​ที่​สั่งสอน แต่​พวก​แก​ก็​ยัง​เผยแพร่​คำ​สอนนี้​ไป​ทั่ว​เมือง​เยรูซาเล็ม แล้ว​ยัง​โทษ​พวก​เรา​ว่า​ทำให้​มัน​ต้อง​ตาย​อีก​ด้วย”

29 เปโตร​และ​พวก​ศิษย์เอก​คน​อื่นๆ​ก็​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​ต้อง​เชื่อฟัง​พระเจ้า​มาก​กว่า​เชื่อฟัง​มนุษย์ 30 พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​เรา​ทำ​ให้​พระเยซู คน​ที่​ท่าน​ได้​ตรึง​ที่​ไม้​กางเขน​นั้น​ฟื้น​ขึ้น​มา​อีก 31 พระเจ้า​ได้​ยก​พระเยซู​ไว้​ให้​อยู่​ที่​ด้าน​ขวา​ของ​พระองค์ ใน​ฐานะ​เจ้าฟ้าชาย​และ​ผู้ช่วย​ให้​รอด เพื่อ​ที่​ชนชาติ​อิสราเอล​จะ​ได้​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​เสียใหม่ และ​ได้รับ​การ​ยกโทษ​จาก​ความ​ผิด​บาป​ของ​เขา​ผ่าน​ทาง​พระเยซู 32 พวก​เรา​เป็น​พยาน​ใน​เรื่องนี้ และ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ ที่​พระเจ้า​มอบ​ให้​กับ​ทุก​คน​ที่​เชื่อฟัง​พระองค์​ก็​เป็น​พยาน​ด้วย​เหมือน​กัน”

33 เมื่อ​พวก​สมาชิก​ใน​สภา​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​โกรธ​แค้น​มาก และ​ต้อง​การ​ฆ่า​ศิษย์เอก​พวกนี้ 34 แต่​มี​สมาชิก​สภา​คน​หนึ่ง เป็น​ฟาริสี ชื่อ​กามาลิเอล และ​เป็น​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ เป็น​คน​ที่​ประชาชน​ทุกคน​ให้​ความ​เคารพ​นับถือ ได้​ลุก​ขึ้น​ยืน​และ​สั่ง​ให้​พา​พวก​ศิษย์เอก​ออก​ไป​ข้าง​นอก​สักครู่​หนึ่ง 35 แล้ว​เขา​ก็​พูด​ว่า “ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย ระวัง​ให้​ดี​ใน​สิ่ง​ที่​คุณ​จะ​ทำ​กับ​ชาย​พวกนี้ 36 จำ​ได้​ไหม ตอน​ที่​มี​คน​ชื่อ​ธุดาส​โผล่​มา แล้ว​อ้าง​ว่า​ตนเอง​เป็น​ผู้​ยิ่งใหญ่ มี​คน​ติดตาม​เขา​ประมาณ​สี่ร้อย​คน เมื่อ​เขา​ถูก​ฆ่า พวก​ศิษย์​ของ​เขา​ก็​กระจัด​กระจาย​ไป​โดย​ไม่​มี​อะไร​เกิด​ขึ้น 37 หลังจาก​ธุดาส​แล้ว​ก็​มี​ยูดาส​ชาว​กาลิลี​โผล่​มา​อีก ใน​ช่วง​เวลา​ที่​ทำ​สำมะโน​ครัว+ 5:37 สำมะโน​ครัว การ​นับ​จำนวน​ประชากร​และ​สิ่งของ​ทั้งหมด ที่​พวก​เขา​เป็น​เจ้าของ เขา​ได้​ชักจูง​ผู้คน​ให้​ติดตาม​เขา​ไป แต่​เขา​ก็​ถูก​ฆ่า​ตาย​ด้วย แล้ว​พวก​ศิษย์​ของ​เขา​ก็​กระจัด​กระจาย​กัน​ไป 38 ใน​ครั้งนี้​ก็​เหมือน​กัน ผม​ขอ​บอก​ให้​พวก​คุณ​อยู่​ห่าง​จาก​คน​พวกนี้ อย่า​ไป​ยุ่ง​กับ​พวก​เขา​เลย เพราะ​ถ้า​แผนการ​หรือ​งานนี้​ของ​พวก​เขา​มา​จาก​มนุษย์ มัน​ก็​จะ​ล้มเหลว​ไป​เอง 39 แต่​ถ้า​แผนการนี้​มา​จาก​พระเจ้า​แล้ว​ละ​ก็ คุณ​ไม่​มี​ทาง​หยุดยั้ง​ได้​หรอก และ​คุณ​ก็​จะ​พบ​ว่า​ตัวเอง​กำลัง​ต่อสู้​อยู่​กับ​พระเจ้า” พวก​เขา​ก็​ยอม​ฟัง​คำ​แนะนำ​ของ​กามาลิเอล

40 พวก​เขา​จึง​เรียก​พวก​ศิษย์เอก​เข้า​มา​แล้ว​เฆี่ยน​ตี สั่ง​ไม่​ให้​พูด​เรื่อง​ของ​พระเยซู​อีก แล้ว​จึง​ปล่อย​ตัว​ไป 41 พวก​ศิษย์เอก​ออก​จาก​สภา​มา​ด้วย​ความ​ชื่นชม​ยินดี เพราะ​ถือ​ว่า​การ​ที่​พวก​เขา​ได้รับ​ความ​อับอาย​จาก​การ​พูด​เรื่อง​ของ​พระเยซู​นั้น เป็น​เรื่อง​ที่​พระเจ้า​ให้​เกียรติ 42 และ​พวก​ศิษย์เอก​ก็​ไม่​เคย​หยุด​สั่งสอน​และ​ประกาศ​ข่าว​ดี​ว่า​พระเยซู​คือ​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่ ใน​วิหาร​และ​ตาม​บ้าน​เรือน​ของ​ผู้คน​ทุกๆ​วัน

6

การ​เลือก​ชาย​เจ็ด​คน​สำหรับ​งาน​พิเศษ

1 ใน​ช่วง​เวลา​นั้น​เมื่อ​ศิษย์​ของ​พระเยซู​เพิ่ม​มาก​ขึ้น​ก็​มี​เสียง​บ่น​จาก​คน​ยิว​ที่​พูด​ภาษา​กรีก ที่​ต่อว่า​คน​ยิว​ที่​พูด​ภาษา​อารเมค เพราะ​พวก​แม่ม่าย​ที่​พูด​ภาษา​กรีก​ถูก​มอง​ข้าม​ไป​ใน​เรื่อง​การ​แจก​อาหาร​ที่​มี​อยู่​ทุกๆ​วัน 2 ศิษย์​เอก​ทั้ง​สิบสอง​คน​จึง​เรียก​ศิษย์​ทั้งหมด​มา​รวม​กัน​และ​พูด​ว่า “ไม่​ถูกต้อง​แน่ ถ้า​พวก​เรา​จะ​มัว​แต่​ไป​แจก​อาหาร​กัน​อยู่ จน​ละเลย​งาน​การ​สั่งสอน​พระคำ​ของ​พระเจ้า​ไป 3 ดังนั้น​พี่น้อง​ทั้งหลาย ช่วย​เลือก​คน​ใน​กลุ่ม​พวก​คุณ​มา​สัก​เจ็ด​คน ที่​มี​ชื่อ​เสียง​ดี เต็ม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ และ​เฉลียว​ฉลาด แล้ว​เรา​จะ​ได้​ตั้ง​ให้​พวก​เขา​ดูแล​งาน​ด้านนี้ 4 ส่วน​เรา​ก็​จะ​ได้​ทุ่มเท​ตัวเอง​ให้​กับ​การ​อธิษฐาน และ​การ​สั่งสอน​พระคำ​ของ​พระเจ้า”

5 ทุก​คน​พอใจ​กับ​ข้อ​เสนอนี้ จึง​เลือก​สเทเฟน (ชาย​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ความเชื่อ และ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์) กับ​ฟีลิป+ 6:5 ฟีลิป ใน​ที่นี้​เป็น​คนละ​คน​กับ​ฟีลิป​ที่​เป็น​ศิษย์เอก​ของ​พระเยซู โปรโครัส นิคาโนร์ ทิโมน ปารเมนัส​และ​นิโคเลาส์​ชาว​เมือง​อันทิโอก ซึ่ง​ก่อน​หน้า​นี้​เปลี่ยน​มา​นับถือ​ศาสนายิว 6 พวก​เขา​เสนอ​คน​ทั้ง​เจ็ด​ต่อ​พวก​ศิษย์เอก แล้ว​พวก​ศิษย์​เอก​ก็​ได้​อธิษฐาน​และ​วางมือ​บน​คน​ทั้ง​เจ็ด 7 พระคำ​ของ​พระเจ้า​ก็​แพร่​กระจาย​ไป และ​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​มี​ศิษย์​ของ​พระเยซู​เพิ่ม​ขึ้น​เป็น​จำนวน​มาก นอก​จากนี้​ก็​ยัง​มี​นักบวช​หลาย​คน​ที่​มา​ไว้วางใจ​และ​เชื่อฟัง​คำ​สอนนี้​ด้วย

ชาวยิว​บางคน​ต่อต้าน​สเทเฟน

8 สเทเฟน คน​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​เมตตา​และ​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระเจ้า ทำ​สิ่ง​มหัศจรรย์​และ​ปาฏิหาริย์​มากมาย​ต่อหน้า​ประชาชน 9 แต่​มี​บางคน​ที่​มา​จาก​ที่​ประชุม​ชาวยิว​ที่​เป็น​อิสระ​จาก​การ​เป็น​ทาส​แล้ว (เป็น​ชื่อ​ที่​เขา​เรียก​กัน) พวก​เขา​เป็น​พวก​ยิว​ที่​มา​จาก​เมือง​ไซรีน เมือง​อเล็กซานเดรีย แคว้น​ซิลีเซีย และ​เอเชีย​ได้​มา​โต้เถียง​กับ​สเทเฟน 10 แต่​พวก​เขา​เถียง​สู้​สเทเฟน​ไม่​ได้ เพราะ​สเทเฟน​พูด​ด้วย​สติปัญญา​ที่​มา​จาก​พระวิญญาณ 11 ดังนั้น​พวกเขา​จึง​ติด​สินบน​ชาย​บางคน​ให้​พูด​ว่า “เรา​ได้ยิน​ชาย​คนนี้​พูด​ดูหมิ่น​โมเสส​และ​พระเจ้า” 12 พวกนี้​ยุยง​ให้​ประชาชน ผู้นำ​อาวุโส​และ​ครู​สอน​กฎปฏิบัติ จับ​สเทเฟน​และ​เอา​ตัว​ไป​ที่​สภา 13 พวก​เขา​นำ​พยาน​เท็จ​มา​ปรักปรำ​ว่า “ชาย​คนนี้​พูด​ต่อต้าน​สถานที่​ศักดิ์สิทธิ์​แห่งนี้ และ​ต่อต้าน​กฎ​ปฏิบัติ​ตลอด​เวลา​ไม่​เคย​หยุด​เลย 14 เพราะ​พวก​เรา​ได้ยิน​เขา​พูด​ว่า เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​จะ​ทำลาย​สถานที่​แห่งนี้​และ​จะ​เปลี่ยน​แปลง​ธรรมเนียม​ปฏิบัติ​ที่​โมเสส​ให้​กับ​เรา​ไว้” 15 ทุก​คน​ที่​นั่ง​อยู่​ใน​สภา​ต่าง​จ้อง​ไป​ที่​สเทเฟน และ​เห็น​ว่า​ใบหน้า​ของ​เขา​ดู​เหมือน​ใบหน้า​ของ​ทูตสวรรค์

7

สเทเฟน​พูด​ต่อหน้า​สภา

1 หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​ถาม​สเทเฟน​ว่า “เป็น​จริง​อย่าง​ที่​เขา​พูด​หรือ​เปล่า” 2 เขา​ก็​ตอบ​ว่า “ท่าน​ผู้​อาวุโส​ทั้งหลาย และ​พวก​พี่น้อง ฟัง​ผม​ก่อน พระเจ้า​ผู้ยิ่งใหญ่​ได้​ปรากฏ​ตัว​ต่อ​อับราฮัม​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ตอน​ที่​ท่าน​ยัง​อยู่​ที่​เมโสโปเตเมีย ก่อน​ที่​จะ​ย้าย​ไป​อยู่​ที่​ฮาราน 3 พระองค์​ได้​พูด​กับ​อับราฮัม​ว่า ‘ออก​จาก​ประเทศ​และ​พาญาติ​พี่​น้อง​ของ​เจ้า​ไป​ยัง​ดินแดน​ที่​เรา​จะ​แสดง​ให้​เจ้า​ได้​เห็น’+ 7:3 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 12:14 ดังนั้น​อับราฮัม​จึง​ออก​จาก​ดินแดน​ของ​ชาว​เคลเดีย​และ​มา​ตั้ง​ถิ่นฐาน​อยู่​ใน​เมือง​ฮาราน หลัง​จาก​ที่​พ่อ​ของ​อับราฮัม​ตาย พระเจ้า​ก็​ให้​เขา​ออก​จาก​ที่​นั่น มา​ยัง​ดินแดน​ที่​พวก​ท่าน​อาศัย​อยู่​เดี๋ยวนี้ 5 ใน​ตอน​นั้น​พระเจ้า​ไม่​ได้​ให้​อับราฮัม​ครอบ​ครอง​ที่ดิน​ตรงนี้​แม้แต่​ฝ่าเท้า​เดียว แต่​พระองค์​สัญญา​ที่​จะ​ให้​แผ่นดิน​ทั้งหมดนี้​กับ​เขา​และ​ลูก​หลาน​ของ​เขา ทั้งๆ​ที่​ตอน​นั้น​อับราฮัม​ยัง​ไม่​มี​ลูก​เลย 6 พระเจ้า​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘ลูก​หลาน​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​คน​แปลก​หน้า​ใน​ดินแดน​ต่างด้าว ผู้คน​ที่​นั่น​จะ​บังคับ​พวก​เขา​ให้​เป็น​ทาส และ​จะ​ทำ​ต่อ​ลูก​หลาน​ของ​เจ้า​อย่าง​เลว​ร้าย​เป็น​เวลา​สี่ร้อย​ปี 7 แต่​เรา​จะ​ลงโทษ​ชนชาติ​นั้น ที่​ทำ​ให้​ลูก​หลาน​ของ​เจ้า​ต้อง​ตก​เป็น​ทาส’+ 7:6-7 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 15:13-14 พระเจ้า​ยัง​บอก​อีก​ว่า ‘หลังจาก​นั้น​พวก​เขา​จะ​ออก​จาก​ดินแดน​แห่ง​นั้น และ​มา​กราบ​ไหว้​บูชา​เรา​ใน​สถานที่​แห่งนี้’+ 7:7 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ปฐมกาล 15:14 และ​อพยพ 3:128 พระเจ้า​ได้​ทำ​ข้อตกลง​กับ​อับราฮัม การ​ขลิบ​เป็น​เครื่อง​หมาย​ของ​ข้อ​ตกลงนี้ แล้ว​อับราฮัม​มี​ลูก​ชื่อ​อิสอัค พอ​อิสอัค​เกิด​ได้​แปด​วัน อับราฮัม​ก็​ขลิบ​ให้​กับ​เขา ต่อมา​อิสอัค มี​ลูก​คือ​ยาโคบ และ​ยาโคบ​ก็​มี​ลูก​สิบสอง​คน ที่​เป็น​ต้น​ตระกูล​ต่างๆ​ของ​เรา​นั่น​เอง 9 ต้น​ตระกูล​พวกนี้ ต่าง​ก็​อิจฉา​โยเซฟ​น้อง​ชาย​ของ​ตน จึง​ขาย​โยเซฟ​ให้​ไป​เป็น​ทาส​ใน​อียิปต์ แต่​พระเจ้า​อยู่​กับ​โยเซฟ 10 พระองค์​ช่วย​ให้​โยเซฟ​พ้น​จาก​ความ​ทุกข์ยาก​ทุก​อย่าง พระเจ้า​ทำ​ให้​โยเซฟ​เฉลียว​ฉลาด และ​ทำ​ให้​ฟาโรห์​กษัตริย์​ของ​อียิปต์​ชอบ​โยเซฟ ถึง​กับ​แต่งตั้ง​ให้​เขา​เป็น​ผู้ปกครอง​ดูแล​ทั่ว​ทั้ง​อียิปต์ รวม​ทั้ง​ทุก​อย่าง​ใน​วัง​ของ​พระองค์​ด้วย 11 ต่อมา​ทั่ว​อียิปต์​และ​คานาอัน​เกิด​ความ​อด​อยาก ทำ​ให้​เดือด​ร้อน​อย่าง​หนัก บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ไม่​มี​อาหาร​กิน 12 เมื่อ​ยาโคบ​ได้ยิน​ว่า​มี​ข้าว​ใน​อียิปต์ ก็​ส่ง​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ไป​ที่​นั่น นี่​เป็น​เที่ยว​แรก 13 ใน​เที่ยว​ที่​สอง โยเซฟ​เปิดเผย​ตัวเอง​ให้​พี่น้อง​ของ​เขา​รู้ และ​ฟาโรห์​ก็​ได้​รู้จัก​ครอบครัว​ของ​โยเซฟ​ด้วย 14 โยเซฟ​ส่ง​คน​ไป​เชิญ​ยาโคบ​พ่อ​ของ​เขา และ​ญาติ​พี่น้อง​ของ​เขา​รวม​ทั้งหมด​เจ็ดสิบห้า​คน​มา​ด้วย 15 จาก​นั้น​ยาโคบ​ก็​ย้าย​ไป​อยู่​ที่​อียิปต์ และ​ที่​นั่น​เอง ยาโคบ​และ​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ตาย​ลง 16 ศพ​ของ​พวก​เขา​ถูก​นำ​กลับ​ไป​ที่​เมือง​เชเคม และ​ถูก​ฝัง​ไว้​ใน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ที่​อับราฮัม​ใช้​เงิน​ก้อน​หนึ่ง​ซื้อ​มา​จาก​พวก​ลูกชาย​ของ​ฮาโมร์​ใน​เชเคม 17 เมื่อ​ใกล้​ถึง​เวลา​ที่​สัญญา​ที่​พระเจ้า​ให้​ไว้​กับ​อับราฮัม​จะ​เป็น​จริง จำนวน​คน​ของ​เรา​ก็​ได้​เพิ่ม​ขึ้น​อย่าง​มหาศาล​ใน​อียิปต์ 18 ใน​ตอน​นั้น​มี​กษัตริย์​องค์​อื่น​ที่​ไม่​เคย​รู้​เรื่อง​เกี่ยวกับ​โยเซฟ​ขึ้น​ปกครอง​แผ่นดิน​อียิปต์ 19 เขา​เจ้าเล่ห์​หลอกลวง​คน​ของ​เรา และ​ทารุณ​โหดร้าย​ต่อ​บรรพบุรุษ​ของ​เรา ด้วย​การ​บังคับ​ให้​เอา​ทารก​น้อย​ของ​พวกเขา​ไป​ทิ้ง​ข้าง​นอก​ให้​ตาย 20 โมเสส​เกิด​มา​ใน​ช่วง​นั้น เขา​เป็น​เด็ก​ที่​พิเศษ​มาก เขา​ได้รับ​การ​เลี้ยงดู​อยู่​ใน​บ้าน​พ่อ​ของ​เขา​จน​อายุ​ครบ​สาม​เดือน 21 แล้ว​ก็​ถูก​นำ​ไป​ทิ้ง​ข้าง​นอก ลูกสาว​ของ​ฟาโรห์​เก็บ​เขา​ได้ และ​เอา​ไป​เลี้ยง​เป็น​ลูก 22 โมเสส​จึง​ได้รับ​การ​สั่งสอน​วิชา​ความรู้​ทั้งหมด​ของ​ชาว​อียิปต์ และ​เขา​ก็​เป็น​คน​ที่​เก่งกาจ​มาก​ทั้ง​ใน​ด้าน​คำ​พูด​และ​การ​กระทำ​ต่างๆ

23 เมื่อ​โมเสส​มี​อายุ​ได้​สี่สิบ​ปี เขา​ตัดสิน​ใจ​ไป​เยี่ยม​เยียน​พี่น้อง​ชาว​อิสราเอล​ของ​เขา 24 เมื่อ​เขา​เห็น​ชาว​อิสราเอล​คน​หนึ่ง​ถูก​ชาว​อียิปต์​คน​หนึ่ง​รังแก เขา​ก็​เข้า​ไป​ช่วย​และ​ได้​ฆ่า​ชาย​ชาว​อียิปต์​คน​นั้น​เป็น​การ​แก้แค้น 25 โมเสส​คิด​ว่า​พี่น้อง​ชาว​อิสราเอล​คง​รู้​แล้ว​ว่า​พระเจ้า​จะ​ใช้​เขา​มา​ปลดปล่อย​ให้​พวก​เขา​เป็น​อิสระ แต่​กลาย​เป็น​ว่า​ชาว​อิสราเอล​ไม่​รู้​เรื่อง​เลย 26 พอ​วันรุ่งขึ้น​โมเสส​ผ่าน​มา​เห็น​ชาว​อิสราเอล​สอง​คน​กำลัง​ทะเลาะ​กัน เขา​พยายาม​เข้า​ไป​ไกล่เกลี่ย​ให้​คืน​ดี​กัน โดย​พูด​ว่า ‘นี่ คุณ​เป็น​พี่น้อง​กัน ทำไม​ถึง​ทำร้าย​กัน​ล่ะ’ 27 แต่​ชาย​คน​ที่​ทำร้าย​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน​ได้​ผลัก​โมเสส​ออก​ไป แล้ว​พูด​ว่า ‘ใคร​ตั้ง​ให้​แก​เป็น​ผู้ปกครอง​และ​ผู้ตัดสิน​เรา 28 แก​จะ​ฆ่า​เรา​เหมือน​ที่​ฆ่า​คน​อียิปต์​เมื่อวานนี้​หรือ’+ 7:27-28 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 2:1429 เมื่อ​โมเสส​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​หนี​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​ดินแดน​มีเดียน​ใน​ฐานะ​คน​ต่าง​ชาติ และ​เขา​ก็​มี​ลูกชาย​สอง​คน​ที่​นั่น

30 สี่สิบ​ปี​ผ่าน​ไป ทูตสวรรค์​มา​ปรากฏ​ให้​โมเสส​เห็น​ใน​เปลว​ไฟ​ที่​ลุก​อยู่​ใน​พุ่มไม้​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง ใกล้​ภูเขา​ซีนาย 31 เมื่อ​โมเสส​เห็น​ก็​แทบ​ไม่​เชื่อ​สายตา​ตัวเอง เมื่อ​เขา​เดิน​เข้า​ไป​ใกล้ๆ​เพื่อ​จะ​ได้​เห็น​ชัดๆ​ก็​ได้ยิน​เสียง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด​ว่า 32 ‘เรา​คือ​พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​เจ้า พระเจ้า​ของ​อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ’+ 7:32 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 3:6 โมเสส​กลัว​จน​ตัว​สั่น​ไม่​กล้า​มอง​ที่​พุ่มไม้ 33 แล้ว​องค์​เจ้า​ชีวิต พูด​กับ​โมเสส​อีก​ว่า ‘ถอด​รองเท้า เพราะ​ที่​ที่​เจ้า​ยืน​อยู่นี้​เป็น​พื้นที่​ศักดิ์สิทธิ์ 34 เรา​ได้​เห็น​ชาว​อียิปต์​ข่มเหง​ประชาชน​ของ​เรา และ​ได้ยิน​เสียง​ร้อง​คร่ำครวญ​ของ​พวก​เขา เรา​จึง​ลง​มา​เพื่อ​ปลดปล่อย​ให้​พวก​เขา​เป็น​อิสระ มา​สิ เรา​จะ​ส่ง​เจ้า​ไป​อียิปต์’+ 7:33-34 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 3:5-10

35 โมเสส​คนนี้​แหละ​ที่​ถูก​ชาว​อิสราเอล​พูด​ตอก​หน้า​มา​ว่า ‘ใคร​ตั้ง​แก​ให้​เป็น​ผู้ปกครอง​และ​ผู้ตัดสิน​เรา’+ 7:35 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 2:14 เขา​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​ส่ง​มา​ให้​เป็น​ผู้ปกครอง​และ​ผู้ช่วย​ชีวิต​ชาว​อิสราเอล โดย​พระเจ้า​ได้​พูด​ผ่าน​ทาง​ทูตสวรรค์​ที่​ได้​มา​ปรากฏ​ให้​เขา​เห็น​ใน​พุ่มไม้​ไฟ 36 โมเสส​คือ​คน​ที่​นำ​ชาว​อิสราเอล​ออก​มา เขา​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​และ​ปาฏิหาริย์​ต่างๆ​ใน​ดิน​แดน​อียิปต์​ที่​ทะเล​แดง และ​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​เป็น​เวลา​ถึง​สี่สิบ​ปี 37 เขา​คือ​โมเสส​คน​นั้น​ที่​พูด​กับ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ว่า ‘พระเจ้า​จะ​ส่ง​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​เหมือน​อย่าง​ผม​ให้​กับ​ท่าน​ทั้งหลาย ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คนนี้​จะ​มา​จาก​ท่าม​กลาง​พี่​น้อง​ของ​ท่าน’+ 7:37 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ เฉลยธรรมบัญญัติ 18:1538 เขา​คือ​โมเสส​คน​นั้น​ที่​อยู่​กับ​หมู่​ชน​ชาว​อิสราเอล​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง เขา​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​และ​อยู่​กับ​ทูตสวรรค์​ที่​พูด​กับ​เขา​บน​ภูเขา​ซีนาย เขา​เป็น​คน​รับ​ถ้อยคำ​แห่ง​ชีวิต​ของ​พระเจ้า​มา​ให้​เรา 39 แต่​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​เขา และ​ไม่​ยอมรับ​เขา ใน​จิตใจ​บรรพบุรุษ​เรา​คิด​แต่​จะ​กลับ​ไป​อียิปต์ 40 พวก​เขา​พูด​กับ​อาโรน​ว่า ‘ช่วย​สร้าง​พวก​เทพเจ้า​ให้​มา​นำทาง​เรา​ด้วย เพราะ​ไม่​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​โมเสส​คน​ที่​นำ​เรา​ออก​มา​จาก​อียิปต์’+ 7:40 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อพยพ 32:141 ใน​เวลา​นั้น​พวก​เขา​ปั้น​รูป​ลูก​วัว​ขึ้น​มา และ​เซ่น​ไหว้​รูปปั้น​นั้น พวก​เขา​เฉลิม​ฉลอง​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ปั้น​ขึ้น​มา​กับ​มือ 42 แต่​พระเจ้า​หัน​หน้า​หนี​พวก​เขา และ​พระองค์​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​กราบ​ไหว้​หมู่​ดาว​ใน​ท้องฟ้า​ตาม​ที่​มี​เขียน​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ของ​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ว่า

‘ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย

สัตว์​ที่​พวก​เจ้า​ฆ่า​แล้ว​เอา​มา​บูชายัญ​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​เป็น​เวลา​ถึง​สี่สิบ​ปี​นั้น

พวก​เจ้า​ไม่​ได้​บูชา​ให้​กับ​เรา​หรอก

43 พวก​เจ้า​แบก​เต็นท์​ของ​พระโมเลค

และ​เอา​ดวง​ดาว​ของ​เทพเจ้า​เรฟาน​ของ​พวก​เจ้า​มา​ด้วย

ของ​พวกนี้​เป็น​รูป​บูชา​ที่​พวก​เจ้า​ทำ​ขึ้น​มา​กราบ​ไหว้

ดังนั้น​เรา​จะ​ส่ง​พวก​เจ้า​ให้​ไป​เป็น​เชลย​ไกล​พ้น​เมือง​บาบิโลน​ไป​อีก’+ 7:42-43 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อาโมส 5:25-27

44 บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​มี​เต็นท์​ศักดิ์สิทธิ์​อยู่​ด้วย ซึ่ง​เป็น​เต็นท์​ที่​พระเจ้า​บอก​ให้​โมเสส​ทำ​ขึ้น​ตาม​แบบ​ที่​พระองค์​แสดง​ให้​เขา​เห็น 45 เมื่อ​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ได้​เต็นท์​มา ก็​นำเข้า​ไป​ไว้​ใน​ดินแดน​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ได้​ยึดครอง​มา​จาก​ชนชาติ​ต่างๆ​ที่​พระเจ้า​ได้​ขับไล่​ออก​ไป​ต่อหน้า​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​โดย​การ​นำ​ของ​โยชูวา และ​เต็นท์นี้​ก็​ได้​อยู่​ที่​นั่น​เรื่อย​มา​จน​ถึง​สมัย​ของ​กษัตริย์​ดาวิด 46 พระเจ้า​ชอบ​ใจ​ดาวิด​มาก ดาวิด​ขอ​สร้าง​บ้าน​ให้​กับ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ 47 แต่​กลับ​กลาย​เป็น​ซาโลมอน​ที่​สร้าง​บ้าน​ให้​พระองค์ 48 อย่างไร​ก็​ตาม องค์​ผู้สูงสุด​ไม่​ได้​อยู่​ใน​บ้าน​ที่​สร้าง​ด้วย​มือ​ของ​มนุษย์​หรอก เหมือน​กับ​ที่​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า+ 7:48 ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า อิสยาห์​เป็น​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า อยู่​ใน​ราว​ปี 740-700 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด พูด​ไว้​ว่า

49 ‘สวรรค์​เป็น​บัลลังก์​ของ​เรา

และ​โลก​คือ​แท่น​รองเท้า​ของ​เรา

องค์​เจ้า​ชีวิต​ถาม​ว่า แล้ว​พวก​เจ้า​จะ​สร้าง​บ้าน​แบบ​ไหน​ให้​กับ​เรา​ล่ะ

หรือ​จะ​ให้​เรา​พักผ่อน​ที่​ไหน​ล่ะ

50 ไม่​ใช่​มือ​เรา​หรอก​หรือ​ที่​สร้าง​สรรพ​สิ่ง​เหล่านี้​ขึ้น​มา’+ 7:49-50 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 66:1-2

51 พวก​คุณ​หัวแข็ง ใจแข็ง​กระด้าง​และ​ดื้อดึง พวก​คุณ​ได้​แต่​ต่อต้าน​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​เหมือน​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​คุณ 52 มี​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คน​ไหน​บ้าง ที่​บรรพบุรุษ​ของ​คุณ​ไม่​ได้​ข่มเหง พวก​เขา​ฆ่า​แม้​กระทั่ง​คน​พวก​นั้น​ที่​นาน​มา​แล้ว​ได้​ประกาศ​ถึง​การ​มา​ของ​องค์​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์ และ​ตอนนี้​พวก​คุณ​ก็​ได้​ทรยศ​และ​ฆ่า​พระองค์​แล้ว 53 พวก​คุณ​นั่น​แหละ เป็น​พวก​ที่​ได้รับ​กฎปฏิบัติ​ที่​พวก​ทูตสวรรค์​นำ​มา แต่​พวก​คุณ​ก็​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​กฎ​นั้น”

สเทเฟน​ถูก​ฆ่า

54 เมื่อ​ผู้นำ​ชาว​ยิว​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ต่าง​ก็​โกรธ​เป็น​ฟืน​เป็น​ไฟ พวก​เขา​แยก​เขี้ยว​ยิง​ฟัน​เข้า​ใส่​สเทเฟน 55 แต่​สเทเฟน​เต็ม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ เขา​มอง​ขึ้น​บน​ท้องฟ้า และ​ได้​เห็น​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระเจ้า และ​เห็น​พระเยซู​ยืน​อยู่​ด้าน​ขวา​ของ​พระองค์ 56 เขา​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “ดู​นั่น​สิ ผม​เห็น​สวรรค์​เปิด และ​บุตร​มนุษย์​ยืน​อยู่​ด้าน​ขวา​ของ​พระเจ้า” 57 ขณะ​เดียว​กัน พวก​นั้น​ก็​แหก​ปาก​ร้อง​ตะโกน เอา​มือ​อุด​หู และ​ต่าง​วิ่ง​กรู​กัน​เข้า​ใส่​สเทเฟน 58 พวก​เขา​ลาก​สเทเฟน​ออก​นอก​เมือง​และ​เอา​หิน​ขว้าง​เขา พวก​ที่​พูด​ปรักปรำ​ใส่ร้าย​เขา​ต่าง​ก็​ทิ้ง​เสื้อคลุม​ของ​ตน​ไว้​ที่​เท้า​ของ​ชาย​หนุ่ม​ที่​ชื่อ​เซาโล 59 จาก​นั้น​พวก​เขา​ได้​เอา​ก้อน​หิน​ขว้าง​สเทเฟน ที่​กำลัง​อธิษฐาน​ว่า “พระเยซูเจ้า รับ​จิต​วิญญาณ​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วย” 60 แล้ว​เขา​ก็​คุกเข่า ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต อย่า​ถือ​โทษ​ที่​พวก​เขา​ทำ​บาป​ครั้งนี้​เลย” พอ​อธิษฐาน​จบ สเทเฟน​ก็​ตาย

8

1 เซาโล​ก็​เห็น​ด้วย​กับ​การ​ฆ่า​สเทเฟน

ความ​ยุ่งยาก​ใน​หมู่​ผู้เชื่อ

ใน​ช่วง​เวลา​นั้น​การ​ข่มเหง​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ครั้ง​ยิ่งใหญ่​เริ่มต้น​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม เหล่า​ผู้เชื่อ​ทั้งหมด ยกเว้น​พวก​ศิษย์​เอก ต่าง​กระจัด​กระจาย​ไป​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย และ​แคว้น​สะมาเรีย 2 มี​ชาย​บางคน​ที่​ยำเกรง​พระเจ้า​จัดการ​ฝังศพ​ของ​สเทเฟน และ​ร้องไห้​คร่ำครวญ​ถึง​เขา​อย่าง​น่า​เวทนา 3 ส่วน​เซาโล​ก็​เริ่ม​ทำลาย​ล้าง​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า ด้วย​การ​ฉุด​กระชาก​ลาก​ถู​ทั้ง​หญิง​และ​ชาย​จาก​บ้าน​นั้น​บ้านนี้​เอา​ไป​ขัง​ไว้​ใน​คุก

ฟีลิป​ประกาศ​ข่าวดี​ใน​สะมาเรีย

4 ส่วน​ผู้เชื่อ​ที่​กระจัด​กระจาย​ไป ก็​ได้​ไป​ประกาศ​พระคำ​ที่​เป็น​ข่าว​ดี​ใน​ที่​ทุกหน​ทุกแห่ง 5 ฟีลิป+ 8:5 ฟีลิป ใน​ที่นี้​เป็น​คนละ​คน​กับ​ฟีลิป​ที่​เป็น​ศิษย์​เอก ไป​ที่​เมือง​หนึ่ง​ใน​แคว้น​สะมาเรีย และ​ประกาศ​เรื่อง​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่​ให้​ผู้คน​ที่​นั่นฟัง 6 เมื่อ​ฝูงชน​ได้ยิน​เขา​พูด​และ​เห็น​ปาฏิหาริย์​ที่​เขา​ทำ ก็​ตั้งใจ​ฟัง​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​พูด 7 พวก​ผี​ร้าย​ที่​สิง​คน​ต่าง​กรีด​ร้อง​เสียง​ดัง และ​ออก​จาก​ร่าง​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ไป พวก​คน​เป็น​อัมพาต​และ​คน​ง่อย​ได้รับ​การ​รักษา​จน​หาย 8 แล้ว​เมือง​นั้น​ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ชื่นชม​ยินดี

9 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ซีโมน เขา​อยู่​เมือง​นั้น​มา​นาน​แล้ว และ​ใช้​เวทมนตร์​คาถา​จน​ทำ​ให้​ชาว​สะมาเรีย​ทึ่ง​ใน​ตัว​เขา​มาก เขา​อ้าง​ตัวเอง​ว่า​เป็น​ผู้​ยิ่งใหญ่ 10 ประชาชน​ทุก​คน​ตั้งแต่​คน​ชั้น​ต่ำ​จน​ถึง​คน​ชั้น​สูง ต่าง​ก็​ให้​ความ​สนใจ​ใน​ตัว​เขา​มาก และ​พูด​กัน​ว่า “ชาย​คนนี้​มี​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระเจ้า​ที่​เรียกว่า ‘อำนาจ​มหาศาล’” 11 ผู้คน​สนใจ​ซีโมน เพราะ​เขา​ทำ​ให้​คน​ทึ่ง​ใน​เวทมนตร์​คาถา​ของ​เขา​มา​นาน​แล้ว 12 แต่​เมื่อ​คน​พวกนี้​มา​เชื่อ​ฟีลิป​ใน​เรื่อง​ข่าว​ดี​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า และ​ชื่อ​ของ​พระเยซู​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่ พวก​เขา​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​ก็​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ 13 แม้แต่​ซีโมน​ก็​เชื่อ​ด้วย และ​หลังจาก​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​แล้ว เขา​ก็​ตาม​ฟีลิป​ไป​ทุกแห่ง เขา​ก็​ทึ่ง​เมื่อ​เห็น​ปาฏิหาริย์​และ​การ​อัศจรรย์​ที่​ฟีลิป​ทำ

14 เมื่อ​พวก​ศิษย์เอก​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ได้ยิน​ข่าว​ว่า ชาว​สะมาเรีย​ยอมรับ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​แล้ว พวก​เขา​ก็​ส่ง​เปโตร​และ​ยอห์น​มา 15 เมื่อ​เปโตร​และ​ยอห์น​มา​ถึง​ก็​อธิษฐาน​ให้​กับ​ผู้เชื่อ​ชาว​สะมาเรีย เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้รับ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ 16 เพราะ​ว่า​ยัง​ไม่​มี​ใคร​ได้รับ​พระวิญญาณ ได้​แต่​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​ใน​นาม​ของ​พระเยซูเจ้า​เท่า​นั้น 17 เมื่อ​เปโตร​และ​ยอห์น​วางมือ​ลง​บน+ 8:17 วางมือ​ลง​บน เป็น​ท่าทาง​ที่​ใช้​ประกอบ​เวลา​ที่​อธิษฐาน​ขอ​พร​พิเศษ​จาก​พระเจ้า ชาว​สะมาเรีย แล้ว​คน​ทั้งหมด​ก็​ได้รับ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์

18 เมื่อ​ซีโมน​เห็น​พวก​ศิษย์​เอก​วางมือ​ลง​บน​คน​พวก​นั้น​แล้ว พวก​เขา​ก็​ได้รับ​พระวิญญาณ ซีโมน​ก็​เอา​เงิน​มา​เสนอ​ให้​กับ​พวก​ศิษย์เอก 19 บอก​ว่า “ขอ​ให้​ผม​มี​อำนาจ​อย่างนี้​ด้วย เพื่อ​ว่า​ทุก​คน​ที่​ผม​วางมือ​จะ​ได้รับ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์”

20 เปโตร​ตวาด​ซีโมน​ว่า “ขอ​ให้​คุณ​และ​เงิน​ของ​คุณ​พินาศ​ตลอด​ไป เพราะ​คุณ​คิด​ว่า​เงิน​สามารถ​ซื้อ​ของ​ประทาน​ของ​พระเจ้า​ได้ 21 คุณ​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​มี​ส่วนร่วม​ใน​เรื่องนี้​อย่าง​เด็ดขาด เพราะ​ใจ​ของ​คุณ​ไม่​ซื่อ​กับ​พระเจ้า 22 กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​จาก​ความ​ชั่วร้าย​แบบนี้​ซะ แล้ว​อธิษฐาน​ถึง​องค์​เจ้า​ชีวิต หวัง​ว่า​พระองค์​อาจ​จะ​อภัย​ให้​กับ​ความคิด​ที่​อยู่​ใน​ใจ​คุณ 23 เพราะ​ผม​เห็น​ว่า​คุณ​เต็ม​ไป​ด้วย​พิษ​ของ​ความบาป และ​มัน​ครอบงำ​คุณ​ไป​ทั้ง​ตัว” 24 แล้ว​ซีโมน​ก็​ตอบ​ว่า “พวก​ท่าน​ช่วย​อธิษฐาน​ต่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ให้​ผม​ด้วย เพื่อ​ผม​จะ​ได้​ไม่​เป็น​ไป​อย่าง​ที่​ท่าน​พูด”

25 เมื่อ​เปโตร​และ​ยอห์น​ได้​เป็น​พยาน​และ​ประกาศ​พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​แล้ว พวก​เขา​ก็​กลับ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม ใน​ระหว่าง​ทาง​นั้น พวก​เขา​บอก​ข่าวดี ใน​หมู่บ้าน​ของ​ชาว​สะมาเรีย​หลาย​แห่ง

ฟีลิป​สอน​ชาว​เอธิโอเปีย

26 ทูตสวรรค์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​องค์​หนึ่ง​พูด​กับ​ฟีลิป​ว่า “เตรียม​ตัว​เดิน​ทาง​ไป​ทาง​ทิศ​ใต้​ตาม​เส้นทาง​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​ถึง​เมือง​กาซา” (เป็น​เส้นทาง​รกร้าง) 27 ฟีลิป​จึง​เตรียม​พร้อม​และ​ออก​เดินทาง ที่​นั่น​มี​ชาย​ชาว​เอธิโอเปีย​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​ขันที เขา​เป็น​เจ้าหน้าที่​ของ​พระนาง​คานดาสี ราชินี​ของ​เอธิโอเปีย เขา​มี​หน้าที่​ดูแล​รับผิดชอบ​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ของ​นาง เขา​ไป​กราบ​ไหว้​บูชา​พระเจ้า​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​มา 28 ระหว่าง​ที่​นั่ง​รถ​ม้า​กลับ​นั้น เขา​กำลัง​อ่าน​หนังสือ​อิสยาห์​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​อยู่ 29 แล้ว​พระวิญญาณ​พูด​กับ​ฟีลิป​ว่า “เข้า​ไป​ใกล้ๆ​รถ​ม้า​คัน​นั้น” 30 เมื่อ​ฟีลิป​วิ่ง​เข้า​ไป​ที่​รถ​ม้า ก็​ได้ยิน​เขา​กำลัง​อ่าน​หนังสือ​อิสยาห์​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า ฟีลิป​จึง​ถาม​ว่า “ท่าน​เข้าใจ​ใน​สิ่ง​ที่​ท่าน​อ่าน​หรือ​เปล่า” 31 เขา​ตอบ​ว่า “จะ​เข้าใจ​ได้​อย่าง​ไร ไม่​มี​ใคร​อธิบาย​ให้​ฟัง” แล้ว​เขา​ก็​เชิญ​ฟีลิป​ขึ้น​ไป​นั่ง​บน​รถ​ม้า​กับ​เขา 32 นี่​คือ​ข้อความ​ใน​พระคัมภีร์​ที่​เขา​กำลัง​อ่าน​อยู่

“เขา​ถูก​นำ​ไป​เหมือน​กับ​แกะ​ที่​ถูก​เอา​ไป​ฆ่า

และ​เหมือน​กับ​ลูกแกะ​ที่​สงบ​นิ่ง​อยู่​ต่อหน้า​คน​ตัด​ขน

เขา​ไม่​ได้​เปิด​ปาก​พูด​สัก​คำ​เดียว

33 เขา​ถูก​ทำ​ให้​อับอาย​ขายหน้า และ​ไม่​ได้รับ​ความ​ยุติธรรม

ใคร​จะ​เล่า​เรื่อง​เกี่ยวกับ​เชื้อสาย​ของ​เขา​ได้

เพราะ​ชีวิต​ของ​เขา​ถูก​พราก​ไป​จาก​โลกนี้​แล้ว”+ 8:32-33 ชีวิต … จาก​โลกนี้​แล้ว หรือ​อาจ​จะ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ชีวิต​ของ​เขา​ถูก​ยกขึ้น”+ 8:33 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 53:7-8

34 ขันที​พูด​กับ​ฟีลิป​ว่า “ช่วย​บอก​หน่อย​ว่า ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​กำลัง​พูด​ถึง​ตัวเอง หรือ​พูด​ถึง​คน​อื่น” 35 แล้ว​ฟีลิป​ก็​เริ่ม​พูด โดย​เริ่ม​จาก​พระคัมภีร์​ข้อนี้ และ​อธิบาย​เรื่อง​ข่าวดี​ของ​พระเยซู​ให้​ขันที​ฟัง 36 ใน​ระหว่าง​ที่​นั่ง​รถ​ม้า​ไป​ตาม​ทาง​นั้น ก็​ผ่าน​ที่​ที่​มี​น้ำ​แห่ง​หนึ่ง ขันที​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “นั่น​ไง​น้ำ มี​อะไร​ขัดข้อง​ไหม ถ้า​ผม​จะ​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ” 37+ 8:37 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​ล่าสุด​บาง​ฉบับ​ได้​เพิ่ม​ข้อ 37 ว่า “ฟีลิป​ตอบ​ว่า ‘ถ้า​ท่าน​เชื่อ​สุด​หัวใจ​ของ​ท่าน ท่าน​ก็​สามารถ​ทำ​ได้’ เจ้าหน้าที่​กล่าว​ว่า ‘ผม​เชื่อ​ว่า​พระเยซู​เป็น​พระคริสต์ พระบุตร​ของ​พระเจ้า’”38 แล้ว​เขา​ก็​สั่ง​ให้​หยุด​รถ​ม้า จาก​นั้น​คน​ทั้ง​สอง​คือ​ขันที​กับ​ฟีลิป​ก็​เดิน​ลง​ไป​ใน​น้ำ แล้ว​ฟีลิป​ก็​ทำ​พิธี​จุ่มน้ำ​ให้​ขันที 39 เมื่อ​พวก​เขา​ขึ้น​มา​จาก​น้ำ พระวิญญาณ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ก็​พา​ฟีลิป​ไป แล้ว​ขันที​ก็​ไม่​ได้​เห็น​หน้า​ฟีลิป​อีก​เลย จาก​นั้น​ขันที​ก็​เดินทาง​ต่อ​ไป​ด้วย​ความ​ดีใจ 40 ส่วน​ฟีลิป​ก็​มา​ถึง​ที่​เมือง​อาโซทัส และ​เขา​ก็​ได้​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทุก​เมือง ประกาศ​ข่าวดี​จน​กระทั่ง​มา​ถึง​เมือง​ซีซารียา

9

เซาโล​มา​เป็น​ลูกศิษย์​พระเยซู

1 ใน​ระหว่าง​นั้น​เซาโล​ยัง​คง​ขู่​ฆ่า​พวก​ศิษย์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต เขา​ไปหา​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด 2 เพื่อ​ขอ​จดหมาย​แนะนำ​ตัว​ต่อ​ผู้นำ​ใน​ที่ประชุม​ต่างๆ​ของ​ชาว​ยิว​ใน​เมือง​ดามัสกัส เพื่อ​ว่า​ถ้า​เขา​พบ​คน​ที่​ติดตาม​แนว​ทาง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต ไม่ว่า​จะ​เป็น​ชาย​หรือ​หญิง เขา​ก็​จะ​ได้​จับกุม​ตัว​กลับ​มา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม 3 ทันที​ที่​เซาโล​เดิน​ทาง​ใกล้​ถึง​เมือง​ดามัสกัส ก็​มี​แสงสว่าง​จ้า​จาก​ท้องฟ้า​ส่อง​ลง​มา​รอบ​ตัว​เขา 4 เขา​ล้มลง​กับ​พื้น และ​ได้ยิน​เสียง​พูด​ว่า “เซาโล เซาโล เจ้า​ข่มเหง​เรา​ทำไม”

5 เซาโล​พูด​ว่า “ท่าน​เป็น​ใคร​กัน” พระองค์​ตอบ​ว่า “เรา​คือ​เยซู คน​ที่​เจ้า​ข่มเหง​ไง 6 ลุกขึ้น​แล้ว​เข้า​ไป​ใน​เมือง จะ​มี​คน​มา​บอก​เจ้า​เอง​ว่า​จะ​ต้อง​ทำ​อะไร​ต่อไป”

7 พวก​คน​ที่​เดิน​ทาง​มา​กับ​เซาโล​ยืน​งง​พูด​อะไร​ไม่​ออก​เพราะ​ได้ยิน​เสียง แต่​ไม่​เห็น​ตัว​คน​พูด 8 เซาโล​ลุกขึ้น แต่​เมื่อ​ลืมตา​เขา​กลับ​มอง​อะไร​ไม่​เห็น​เลย พวก​นั้น​จึง​จูง​มือ​เซาโล​พา​ไป​ที่​เมือง​ดามัสกัส 9 เซาโล​มอง​อะไร​ไม่​เห็น​และ​ไม่​ได้​กิน​หรือ​ดื่ม​อะไร​เป็น​เวลา​สาม​วัน

10 ใน​เมือง​ดามัสกัส มี​ศิษย์​คน​หนึ่ง​ของ​พระเยซู ชื่อ​อานาเนีย องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​พูด​กับ​เขา​ทาง​นิมิต​ว่า “อานาเนีย” แล้ว​เขา​ก็​ตอบ​ว่า “ผม​อยู่​นี่​ครับ องค์​เจ้า​ชีวิต”

11 พระองค์​สั่ง​ว่า “ลุก​ขึ้น ไป​ที่​บ้าน​ของ​ยูดาส+ 9:11 ยูดาส เป็น​คนละ​คน​กับ​ศิษย์​เอก​ที่​ชื่อ​ยูดาส ที่​อยู่​บน​ถนน​ตรง ถาม​หา​ชาย​ที่​ชื่อ​เซาโล​ที่​มา​จาก​ทาร์ซัส ซึ่ง​ตอนนี้​เขา​กำลัง​อธิษฐาน​อยู่ 12 เซาโล​ก็​เห็น​นิมิต​เหมือน​กัน เขา​เห็น​ชาย​ชื่อ​อานาเนีย กำลัง​เข้า​มา​ใน​บ้าน​และ​วางมือ​บน​ตัว​เขา เพื่อ​เขา​จะ​กลับ​มา​มอง​เห็น​ได้​อีก”

13 อานาเนีย​ตอบ​ว่า “องค์​เจ้า​ชีวิต ผม​ได้ยิน​เกี่ยวกับ​เรื่อง​ชั่วๆ​ที่​ชาย​คนนี้​ทำ​กับ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระองค์​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​จาก​ปาก​ของ​หลาย​คน​แล้ว 14 เขา​ได้รับ​อำนาจ​จาก​พวก​ผู้นำ​นักบวช​ให้​มา​จับกุม​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระองค์+ 9:14 คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระองค์ หรือ​แปล​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “คน​ที่​เรียก​ชื่อ​ของ​พระองค์” คือ​การ​แสดง​ความเชื่อ​ใน​พระเยซู โดย​การ​กราบ​ไหว้​บูชา​หรือ​อธิษฐาน​ต่อ​พระองค์ ที่​นี่”

15 แต่​องค์​เจ้า​ชีวิต​บอก​กับ​อานาเนีย​ว่า “ไป​เถอะ เพราะ​เรา​ได้​เลือก​ชาย​คนนี้​มา​เป็น​เครื่องมือ​ที่​จะ​ไป​ส่งข่าว​เรื่อง​ของ​เรา​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว พวก​กษัตริย์ และ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล 16 เรา​เอง​จะ​ทำ​ให้​เซาโล​รู้​ว่า​เขา​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน​เพราะ​เรา​ขนาด​ไหน”

17 แล้ว​อานาเนีย​ก็​ไป เขา​ได้​เข้า​ไป​ใน​บ้าน วางมือ​ลง​บน​เซาโล​แล้ว​พูด​ว่า “น้อง​เซาโล พระเยซูเจ้า​ผู้ที่​ได้​ปรากฏ​ตัว​ให้​น้อง​เห็น​ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​มา​นั้น ได้​ส่ง​ผม​มา​เพื่อ​ทำ​ให้​น้อง​กลับ​มอง​เห็น​ได้​อีก และ​ทำ​ให้​น้อง​เต็ม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์” 18 มี​บาง​สิ่ง​ดู​เหมือน​กับ​เกล็ด​ตก​ลง​มา​จาก​ตา​ของ​เซาโล​ทันที และ​เขา​ก็​มอง​เห็น​ได้​อีก​ครั้ง จาก​นั้น​เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ 19 หลังจาก​กิน​อาหาร​แล้ว เขา​ก็​รู้สึก​ดี​ขึ้น

เซาโล​สั่งสอน​ใน​เมือง​ดามัสกัส

เซาโล​พัก​อยู่​กับ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ใน​เมือง​ดามัสกัส​หลาย​วัน 20 แล้ว​เขา​ก็​ตรง​รี่​ไป​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว เริ่ม​ประกาศ​เรื่อง​ของ​พระเยซู เขา​บอก​ว่า “พระเยซู​เป็น​พระบุตร​ของ​พระเจ้า”

21 ทุก​คน​ที่​ได้ยิน​เซาโล​พูด​อย่าง​นั้น ก็​แปลกใจ​และ​พูด​กัน​ว่า “ไอ้​หมอ​นี่​ไม่​ใช่​หรือ ที่​พยายาม​จะ​ทำลาย​คน​ที่​เชื่อ​เยซู​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม แล้ว​ที่​เขา​มา​ที่​นี่ ก็​เพราะ​ตั้งใจ​จะ​มา​จับ​คน​พวก​นั้น​กลับ​ไป​ให้​กับ​พวก​ผู้นำ​นักบวช​ไม่​ใช่​หรือ”

22 เซาโล​เทศนา​อย่าง​มี​พลัง​มาก​ยิ่ง​ขึ้น​ว่า​พระเยซู​คือ​กษัตริย์​ผู้ยิ่งใหญ่ จน​ทำ​ให้​คน​ยิว​ใน​เมือง​ดามัสกัส​ถึง​กับ​เถียง​ไม่​ออก

23 ต่อมา​หลาย​วัน พวก​ยิว​วางแผน​ที่​จะ​ฆ่า​เซาโล 24 แต่​เซาโล​รู้​แผน​นั้น​เสีย​ก่อน พวก​นั้น​คอย​เฝ้า​อยู่​ที่​ประตู​เมือง​ทั้ง​กลาง​วัน​กลาง​คืน​เพื่อ​จะ​ฆ่า​เซาโล 25 แต่​พวก​ศิษย์​บาง​คน​ที่​เซาโล​เคย​สอน​ได้​พา​เขา​หนี​ไป​ตอน​กลาง​คืน โดย​ให้​เขา​นั่ง​ใน​เข่ง แล้ว​ค่อยๆ​หย่อน​เข่ง​นั้น​ผ่าน​ช่อง​กำแพง​เมือง​ลง​ไป​ข้าง​ล่าง

เซาโล​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม

26 เมื่อ​เซาโล​กลับ​มา​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม เขา​พยายาม​จะ​เข้า​ร่วม​กับ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู แต่​พวก​นั้น​ต่าง​หวาดกลัว เพราะ​ไม่​เชื่อ​ว่า​เซาโล​เป็น​ศิษย์​ของ​พระเยซู​จริง 27 แต่​บารนาบัส​พา​เขา​ไป​พบ​พวก​ศิษย์​เอก และ​อธิบาย​ให้​ฟัง​ว่า ใน​ระหว่าง​ทาง​เซาโล​เจอ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​อย่าง​ไร แล้ว​พระองค์​พูด​อะไร​กับ​เซาโล​บ้าง บารนาบัส​ยัง​เล่า​อีก​ว่า ตอน​อยู่​ที่​เมือง​ดามัสกัส​นั้น เซาโล​สอน​เรื่อง​ของ​พระเยซู​ด้วย​ความ​กล้า​ขนาด​ไหน 28 พวก​ศิษย์​ก็​เลย​ยอมรับ​เซาโล​มา​อยู่​ด้วย เขา​ไป​ไหน​มา​ไหน​อย่าง​อิสระ​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​สอน​เรื่อง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​อย่าง​กล้าหาญ 29 เขา​พูด​โต้แย้ง​กับ​พวก​ยิว​ที่​พูด​ภาษา​กรีก แต่​พวก​นั้น​กลับ​พยายาม​ที่​จะ​ฆ่า​เขา 30 เมื่อ​พวก​พี่น้อง​รู้​เรื่องนี้​เข้า​ก็​พา​เซาโล​ลง​ไป​ที่​เมือง​ซีซารียา และ​ส่ง​เขา​ต่อ​ไป​ที่​เมือง​ทาร์ซัส

31 จาก​นั้น​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ทั่ว​ทั้ง​แคว้น​ยูเดีย กาลิลี​และ​สะมาเรีย ก็​อยู่​ใน​ช่วง​เวลา​ที่​สงบสุข และ​มี​กำลัง​เข้มแข็ง​ขึ้น เพราะ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​มี​ความ​เคารพ​ยำเกรง​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​ได้รับ​กำลัง​ใจ​จาก​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ จึง​ทำ​ให้​มี​คน​ที่​เชื่อ​ใน​พระเยซู​เพิ่ม​มาก​ขึ้น

เปโตร​เยี่ยม​เมือง​ลิดดา​และ​ยัฟฟา

32 เมื่อ​เปโตร​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทุก​หน​ทุก​แห่ง​แล้ว เขา​ได้​ไป​เยี่ยม​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​ที่​อยู่​ใน​เมือง​ลิดดา 33 ที่นั่น​เขา​พบ​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ไอเนอัส ซึ่ง​เป็น​อัมพาต​นอน​อยู่​บน​ที่นอน​มา​แปด​ปี​แล้ว 34 เปโตร​พูด​กับ​เขา​ว่า “ไอเนอัส พระเยซู​ผู้​เป็น​พระคริสต์​ได้​รักษา​คุณ​แล้ว ลุก​ขึ้น​มา​เก็บ​ที่​นอน​เถอะ” แล้ว​ไอเนอัส​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​ทันที 35 เมื่อ​ทุก​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ลิดดา​และ​เมือง​ชาโรน​เห็น​ไอเนอัส พวก​เขา​ก็​หัน​มา​ติดตาม​องค์​เจ้า​ชีวิต

36 ที่​เมือง​ยัฟฟา มี​ศิษย์​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ทาบิธา ตาม​ภาษา​กรีก​เรียกว่า “โดรคัส”+ 9:36 โดรคัส เป็น​ภาษา​กรีกและ​ทาบิธา​เป็น​ภาษา​อารเมค ทั้ง​สอง​คำนี้​แปล​ว่า กวาง เธอ​หมั่น​ทำ​ความ​ดี​อยู่​เสมอ​และ​ให้​ทาน​กับ​คน​ยากจน 37 ใน​ช่วง​นั้น เธอ​ไม่​สบาย​และ​ตาย​ไป พวก​เขา​จึง​อาบน้ำ​ศพ และ​วาง​ร่าง​เธอ​ไว้​ใน​ห้องชั้น​บน​เพื่อ​รอ​จะ​เอา​ไป​ฝัง 38 เมือง​ลิดดา​อยู่​ใกล้​กับ​เมือง​ยัฟฟา เมื่อ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ได้ยิน​ว่า​เปโตร​อยู่​ใน​เมือง​ลิดดา พวก​เขา​ก็​ส่ง​ชาย​สอง​คน​ไป​อ้อนวอน​เขา​ว่า “ช่วย​มา​กับ​เรา​เร็วๆ​ด้วย​เถิด” 39 เปโตร​จึง​จัด​ของ​และ​เดินทาง​ไป​กับ​พวก​เขา เมื่อ​ไป​ถึง พวก​เขา​ก็​พา​เปโตร​ขึ้น​ไป​ที่​ห้อง​ชั้นบน มี​พวก​แม่ม่าย​ยืน​ร้องไห้​รอบๆ​เปโตร​อยู่ และ​ชี้​ให้​เปโตร​ดู​เสื้อคลุม​และ​เสื้อผ้า​ต่างๆ​ที่​โดรคัส​ทำ​ไว้​ตอน​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ 40 เปโตร​จึง​ให้​ทุก​คน​ออก​ไป​นอก​ห้อง แล้ว​เขา​ก็​คุก​เข่า​ลง​อธิษฐาน โดย​หัน​หน้า​ไป​ที่​ศพ​แล้ว​พูด​ว่า “ทาบิธา ลุก​ขึ้น” เธอ​ก็​ลืม​ตา​ขึ้น​มา​ทันที และ​เมื่อ​เห็น​เปโตร​เธอ​ก็​ลุก​ขึ้น​นั่ง 41 เปโตร​จึง​ยื่น​มือ​ช่วย​พยุง​เธอ​ลุก​ขึ้น​ยืน จาก​นั้น​ก็​เรียก​พวก​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​และ​พวก​แม่ม่าย​เข้า​มา และ​ให้​พวก​เขา​เห็น​ว่า​โดรคัส​ฟื้น​จาก​ความตาย​แล้ว 42 เรื่องนี้​รู้​กัน​ไป​ทั่ว​เมือง​ยัฟฟา​ทำ​ให้​มี​คน​มา​ไว้วางใจ​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต​เป็น​จำนวน​มาก 43 เปโตร​อยู่​บ้าน​ของ​ซีโมน​ช่าง​ฟอก​หนัง​ใน​เมือง​ยัฟฟา​ต่อ​ไป​อีก​หลาย​วัน

10

เปโตร​และ​โครเนลิอัส

1 ที่​เมือง​ซีซารียา​มี​นาย​ร้อย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​โครเนลิอัส เป็น​ผู้​คุม​กอง​ร้อย​ที่​มี​ชื่อ​เรียกว่า “กอง​ทหาร​ชาว​อิตาลี” 2 เขา​เป็น​คน​ที่​เคร่ง​ศาสนา​มาก ทั้ง​เขา​และ​ครอบครัว​ต่าง​ก็​เคารพ​ยำเกรง​พระเจ้า เขา​บริจาค​ช่วยเหลือ​คน​จน และ​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​อยู่​เสมอ 3 ตอนนั้น​เวลา​บ่าย​สาม​โมง โครเนลิอัส​ได้​เห็น​นิมิต​อย่าง​ชัดเจน คือ​เขา​เห็น​ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​พระเจ้า​เข้า​มา​พูด​กับ​เขา​ว่า “โครเนลิอัส”

4 โครเนลิอัส​มอง​ทูตสวรรค์​ด้วย​ความ​เกรง​กลัว และ​ถาม​ว่า “อะไร​หรือ​ครับ​ท่าน” ทูตสวรรค์​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “พระเจ้า​ได้ยิน​คำ​อธิษฐาน​ของ​คุณ​แล้ว และ​ชอบ​ใจ​ที่​คุณ​ได้​บริจาค​ช่วยเหลือ​คน​จน 5 ตอนนี้​ให้​ส่ง​คน​ไป​ที่​เมือง​ยัฟฟา ไป​พา​ชาย​ชื่อ​ซีโมน​ที่​คน​เรียกว่า​เปโตร​มาหา​คุณ 6 เขา​พัก​อยู่​กับ​ช่าง​ฟอก​หนัง​ชื่อ​ซีโมน บ้าน​อยู่​ริม​ทะเล” 7 เมื่อ​ทูตสวรรค์​พูด​กับ​โครเนลิอัส​แล้ว​ก็​จาก​ไป โครเนลิอัส​จึง​เรียก​คน​ใช้​ใน​บ้าน​มา​สอง​คน พร้อม​กับ​ทหาร​คน​สนิท​ที่​เคร่ง​ศาสนา​มา​คน​หนึ่ง 8 และ​เขา​ก็​ได้​เล่า​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ทั้งหมด​ให้​พวก​เขา​ฟัง จาก​นั้น​ก็​ส่ง​พวก​เขา​ไป​เมือง​ยัฟฟา

9 วัน​ต่อมา​ขณะ​ที่​คน​พวกนี้​กำลัง​เดิน​ทาง​ใกล้​ถึง​เมือง​ยัฟฟา เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​เปโตร​ได้​ขึ้น​ไป​อธิษฐาน​บน​ดาดฟ้า ตอน​ใกล้​เที่ยง​วัน 10 เขา​เริ่ม​หิว​และ​อยาก​กิน​อาหาร ขณะ​ที่​คน​ใน​บ้าน​กำลัง​เตรียม​อาหาร​อยู่​นั้น เปโตร​ก็​เคลิ้ม​หลับ​ไป 11 เขา​เห็น​ท้องฟ้า​เปิด และ​เห็น​สิ่ง​ที่​ดู​เหมือน​กับ​ผ้า​ผืน​ใหญ่​ลอย​ลง​มา ผ้า​ผืน​นั้น​ถูก​ยึด​ไว้​ทั้ง​สี่​มุม​และ​หย่อน​ลง​มา​ที่​พื้น​โลก 12 ใน​นั้น​มี​สัตว์​ทุก​ชนิด ทั้ง​สัตว์​เลื้อย​คลาน​และ​นก 13 และ​มี​เสียง​พูด​ว่า “เปโตร ลุก​ขึ้น​มา​ฆ่า​สัตว์​พวกนี้​กิน​สิ” 14 เปโตร​ตอบ​ว่า “ไม่​ได้​หรอก​ครับ​องค์​เจ้า​ชีวิต เพราะ​ผม​ไม่​เคย​กิน​สิ่ง​พวกนี้​ที่​เป็น​ของ​ต้อง​ห้าม​หรือ​แปดเปื้อน​ตาม​กฎ​ของ​โมเสส”

15 เสียง​นั้น​ก็​พูด​อีก​ครั้ง​ว่า “ของ​อะไร​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​สะอาด​แล้ว เจ้า​ไม่​ควร​ถือ​ว่า​มัน​ไม่​สะอาด” 16 เหตุการณ์นี้​เกิด​ขึ้น​ถึง​สาม​ครั้ง แล้ว​ของ​ทั้งหมด​ก็​ถูก​นำ​กลับ​ขึ้น​ไป​บน​ท้องฟ้า​ทันที

17 เปโตร​กำลัง​งงงวย​ว่า​นิมิต​ที่​เห็น​นี้​หมายถึง​อะไร พอดี​คน​ที่​โครเนลิอัส​ส่ง​มา​ก็​กำลัง​ยืน​อยู่​ที่​หน้า​ประตู และ​ถาม​หา​บ้าน​ของ​ซีโมน 18 ชาย​กลุ่ม​นั้น​ร้อง​ถาม​ว่า “ซีโมน​ที่​คน​เรียกว่า​เปโตร​พัก​อยู่​ที่​นี่​หรือ​เปล่า​ครับ”

19 พระวิญญาณ​พูด​กับ​เปโตร​ที่​ยัง​คิดถึง​เรื่อง​นิมิต​อยู่​ว่า “ฟัง​สิ มี​ชาย​สาม​คน​มา​ถาม​หา​เจ้า​อยู่ 20 ลุก​ขึ้น ลง​ไป​ข้าง​ล่าง​เถอะ และ​ให้​ไป​กับ​พวก​เขา​โดย​ไม่​ต้อง​ลังเล​อะ​ไร​เลย เพราะ​เรา​เป็น​คน​เรียก​ให้​พวก​เขา​มา​เอง” 21 แล้ว​เปโตร​ก็​ลง​ไป​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผม​เอง​ที่​พวก​คุณ​ตาม​หา มี​ธุระ​อะไร​หรือ”

22 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “นาย​ร้อย​โครเนลิอัส เป็น​คน​ส่ง​พวก​เรา​มา เขา​เป็น​คนดี แล้ว​เขา​เคารพ​ยำเกรง​พระเจ้า ชาว​ยิว​ยกย่อง​นับถือ​เขา​ทุก​คน ทูตสวรรค์​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​บอก​ให้​เขา​มา​เชิญ​ท่าน​ไป​ที่​บ้าน เพื่อ​จะ​ได้​ฟัง​เรื่อง​ที่​ท่าน​จะ​เล่า” 23 เปโตร​ก็​เลย​ชวน​ชาย​ทั้ง​สาม​พัก​ที่​บ้าน วัน​รุ่งขึ้น เปโตร​ได้​จัด​ของ​และ​ไป​กับ​พวก​เขา มี​พี่น้อง​บางคน​จาก​เมือง​ยัฟฟา​ตาม​ไป​ด้วย 24 ถัด​มา​อีก​วัน​หนึ่ง​พวกเขา​ก็​มา​ถึง​เมือง​ซีซารียา ขณะ​นั้น​โครเนลิอัส​กำลัง​คอย​พวก​เขา​อยู่ เขา​เชิญ​ญาติ​พี่น้อง​และ​เพื่อน​สนิท​มา​ด้วย 25 เมื่อ​โครเนลิอัส​เห็น​เปโตร​เดิน​เข้า​มา​ใน​บ้าน เขา​ก็​ก้ม​ลง​กราบ​ที่​เท้า​ของ​เปโตร 26 แต่​เปโตร​พยุง​เขา​ขึ้น​และ​พูด​ว่า “ลุกขึ้น​เถิด ผม​ก็​เป็น​แค่​คน​ธรรมดา​คน​หนึ่ง​เท่านั้น” 27 ตอน​ที่​เปโตร​พูด​กับ​โครเนลิอัส เขา​ก็​เดิน​เข้า​ไป​ข้าง​ใน และ​พบ​กับ​กลุ่ม​คน​ที่​มา​รวม​กัน​อยู่​ที่​นั่น​มาก​มาย 28 เปโตร​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “คุณ​ก็​รู้​ว่า มัน​ผิด​กฎ​นะ ที่​คน​ยิว​จะ​ไป​คบค้า​สมาคม​หรือ​มา​เยี่ยม​เยียน​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว แต่​พระเจ้า​ได้​แสดง​ให้​ผม​เห็น​ว่า ไม่​ควร​จะ​เรียก​ใคร​ว่า​คน​ต้อง​ห้าม หรือ​ไม่​สะอาด 29 ดังนั้น​พอ​มี​คน​ไป​เชิญ​ผม​มา ผม​ก็​ไม่​ได้​คัดค้าน​อะไร แต่​ผม​ขอ​ถาม​หน่อย​ว่า คุณ​เชิญ​ผม​มา​ทำไม”

30 โครเนลิอัส​จึง​ตอบ​ว่า “เมื่อ​สี่​วัน​ก่อน เวลานี้​ตอน​บ่าย​สาม​โมง ผม​กำลัง​อธิษฐาน​อยู่​ใน​บ้าน จู่ๆ​ก็​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​สวม​เสื้อผ้า​แพรวพราว​มา​ยืน​อยู่​ตรง​หน้า 31 เขา​พูด​ว่า ‘โครเนลิอัส พระเจ้า​ได้ยิน​คำ​อธิษฐาน​ของ​เจ้า​แล้ว และ​สิ่งของ​ที่​เจ้า​บริจาค​ช่วยเหลือ​คน​จน​นั้น ก็​ทำ​ให้​พระเจ้า​นึกถึง​เจ้า 32 ให้​เจ้า​ส่ง​คน​ไป​เมือง​ยัฟฟา เพื่อ​เชิญ​ซีโมน​ที่​คน​เรียกว่า​เปโตร​มา​ที่​นี่ เขา​พัก​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​ซีโมน​ช่าง​ฟอก​หนัง ที่​ติด​ทะเล​นั้น’ 33 ผม​จึง​ส่ง​คน​ไป​เชิญ​ท่าน​มา​ทันที และ​ท่าน​ก็​กรุณา​มาก​ที่​มา ตอนนี้​พวก​เรา​ก็​ได้​อยู่​กัน​พร้อม​แล้ว​ที่​นี่​ต่อหน้า​พระเจ้า เพื่อ​ฟัง​ทุก​สิ่ง​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​สั่ง​ให้​ท่าน​พูด”

เปโตร​ประกาศ​ข่าวดีที่​บ้าน​ของ​โครเนลิอัส

34 เปโตร​จึง​เริ่ม​พูด​ว่า “ตอนนี้​ผม​เข้าใจ​อย่าง​ลึกซึ้ง​แล้ว​ว่า​พระเจ้า​ไม่​ได้​ลำเอียง 35 พระองค์​ยอมรับ​คน​ทุก​ชาติ​ที่​เคารพ​ยำเกรง​พระองค์ และ​ทำ​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระองค์ 36 คุณ​รู้​ถึง​พระคำ​ที่​พระเจ้า​ได้​มอบ​ให้​กับ​ชาว​อิสราเอล ที่​พูด​ถึง​ข่าวดี​แห่ง​สันติภาพ​ที่​ผ่าน​มา​ทาง​พระเยซู​ผู้​เป็น​พระคริสต์ผู้​เป็น​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​มนุษย์​ทุก​คน 37 คุณ​รู้​ถึง​เหตุการณ์​ยิ่งใหญ่​ที่​เกิด​ขึ้น​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย เริ่ม​ตั้งแต่​แคว้น​กาลิลี​หลังจาก​ที่​ยอห์น​ได้​ประกาศ​เรื่อง​การ​ทำ​พิธี​จุ่มน้ำ 38 คุณ​รู้​เรื่อง​เกี่ยวกับ​พระเยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​ว่า​พระเจ้า​เจิม​พระองค์​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​และ​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​อย่างไร และ​พระเยซู​ได้​ทำ​สิ่ง​ดีๆ​ไป​ทั่ว และ​รักษา​ทุก​คน​ที่​ตก​อยู่​ภาย​ใต้​อำนาจ​ของ​มารร้าย ที่​พระองค์​ทำ​ได้​ก็​เพราะ​พระองค์​มี​พระเจ้า​อยู่​ด้วย 39 เรา​ก็​ได้​เห็น​และ​เป็น​พยาน​ถึง​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​พระองค์​ทำ​ใน​ดินแดน​ของ​ชาว​ยิว​และ​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม พวก​เขา​ฆ่า​พระองค์​โดย​จับ​ไป​ตรึง​บน​ไม้​กางเขน 40 แต่​พระเจ้า​ทำ​ให้​พระองค์​ฟื้น​จาก​ความตาย​ใน​วัน​ที่​สาม และ​ให้​พระองค์​มา​ปรากฏ​ตัว​ให้​เห็น 41 แต่​ไม่​ใช่​กับ​คน​ยิว​ทุก​คน พระองค์​ปรากฏ​ตัว​เฉพาะ​กับ​คน​ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก​ไว้​ก่อน​หน้านี้​ที่​จะ​ให้​มา​เป็น​พยาน​เท่านั้น พยาน​พวกนี้​ก็​คือ​พวก​เรา​ที่​ได้​กิน​และ​ดื่ม​กับ​พระองค์​หลังจาก​ที่​พระองค์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย​แล้ว 42 พระเยซู​สั่ง​ให้​พวก​เรา​ออก​ไป​ประกาศ​กับ​คน​ทั่ว​ไป และ​เป็น​พยาน​ว่า พระองค์​เป็น​คน​นั้น​ที่​พระเจ้า​ได้​แต่งตั้ง​ไว้​ให้​เป็น​ผู้​ตัดสิน​ทั้ง​คน​เป็น​และ​คน​ตาย 43 พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ทุก​คน​ต่าง​เป็น​พยาน​ให้​พระองค์​ว่า พระเยซู​จะ​ยกโทษ​บาป​ให้​กับ​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระองค์”

คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ได้รับ​พระวิญญาณ

44 ขณะ​ที่​เปโตร​กำลัง​พูด​อยู่​นั้น พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ก็​ลง​มา​อยู่​กับ​ทุก​คน​ที่​ได้​ฟัง​พระคำ​ของ​พระเจ้า 45 พวก​ยิว​ที่​เชื่อ​ใน​พระเยซู​ที่​มา​กับ​เปโตร​ต่าง​พา​กัน​ประหลาดใจ เพราะ​พระเจ้า​ได้​เท​ของขวัญ​แห่ง​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย 46 เพราะ​พวก​เขา​ได้ยิน​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​พวกนี้​พูด​ภาษา​ที่​ไม่​รู้จัก+ 10:46 ภาษา​ที่​ไม่​รู้จัก คือ​ภาษา​ที่​คน​พูด​ขึ้น​มา​ได้​เอง ทั้งๆที่​ไม่​เคย​เรียนรู้​หรือ​พูด​มา​ก่อน​ใน​ชีวิต และ​ยกย่อง​สรรเสริญ​พระเจ้า เปโตร​พูด​ขึ้น​ว่า 47 “ใคร​จะ​ห้าม​คน​พวกนี้ ไม่​ให้​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​ได้​ล่ะ ใน​เมื่อ​พวก​เขา​ก็​ได้รับ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​เหมือน​กับ​พวก​เรา” 48 เปโตร​จึง​สั่ง​ให้​พวก​เขา​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​ใน​นาม​ของ​พระเยซู​ผู้​เป็น​พระคริสต์ จาก​นั้น​พวก​เขา​ก็​ได้​ชวน​ให้​เปโตร​พัก​อยู่​กับ​พวก​เขา​อีก​สอง​สาม​วัน

11

เปโตร​กลับ​เมือง​เยรูซาเล็ม

1 พวก​ศิษย์​เอก​และ​พวก​พี่น้อง​ที่​อยู่​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​ได้ยิน​ว่า คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ยอมรับ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​ด้วย​เหมือน​กัน 2 ดังนั้น​เมื่อ​เปโตร​กลับ​มา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม ชาว​ยิว​ก็​พา​กัน​ต่อว่า​เขา 3 ว่า “คุณ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​พวก​ที่​ไม่​ได้​เข้า​พิธี​ขลิบ และ​ยัง​กิน​อาหาร​ร่วม​กับ​พวก​เขา​ด้วย”

4 เปโตร​จึง​เริ่ม​อธิบาย​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เกิด​ขึ้น​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ว่า 5 “ตอน​ที่​ผม​กำลัง​อธิษฐาน​อยู่​ที่​เมือง​ยัฟฟา​นั้น ผม​เคลิ้ม​ไป​และ​ได้​เห็น​นิมิต มี​สิ่ง​ที่​ดู​เหมือน​กับ​ผ้า​ผืน​ใหญ่​ลอย​ลง​มา ผ้า​ผืน​นั้น​ถูก​ยึด​ไว้​ทั้ง​สี่​มุม​หย่อน​ลง​มาหา​ผม​จาก​ฟ้า 6 ผม​จ้อง​เข้า​ไป​ใน​ผ้า​ผืน​นั้น​อย่าง​จดจ่อ ก็​เห็น​สัตว์บก​สี่​เท้า สัตว์​ป่า สัตว์​เลื้อย​คลาน​และ​พวก​นก​ต่างๆ 7 แล้ว​ผม​ก็​ได้ยิน​เสียง​พูด​ว่า ‘ลุก​ขึ้น​เปโตร ฆ่า​สัตว์​พวกนี้​กิน​สิ’ 8 แต่​ผม​ตอบ​ว่า ‘ไม่​ได้​หรอก​องค์​เจ้า​ชีวิต ผม​ไม่​เคย​กิน​ของ​ต้อง​ห้าม​หรือ​แปดเปื้อน​ตาม​กฎ​ของ​โมเสส อย่าง​สัตว์​พวกนี้​เลย’ 9 มี​เสียง​พูด​จาก​ท้องฟ้า​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง​ว่า ‘สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​สะอาด​แล้ว เจ้า​ไม่​ควร​ถือ​ว่า​ไม่​สะอาด’ 10 เหตุการณ์นี้​เกิด​ขึ้น​แบบ​เดียว​กัน​ถึง​สาม​ครั้ง แล้ว​ทุก​อย่าง​ก็​ถูก​ดึง​กลับ​ขึ้น​ไป​บน​ท้องฟ้า 11 ทันใด​นั้น​ก็​มี​คน​สาม​คน​มา​ถึง​บ้าน​ที่​ผม​อยู่ พวก​เขา​ถูก​ส่ง​มา​จาก​เมือง​ซีซารียา​เพื่อ​มาหา​ผม 12 พระวิญญาณ​บอก​ให้​ผม​ไป​กับ​พวก​เขา​โดย​ไม่​ต้อง​ลังเล พี่​น้อง​ทั้ง​หก​คนนี้​จึง​ไป​กับ​ผม​ด้วย และ​พวก​เรา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​โครเนลิอัส 13 โครเนลิอัส​บอก​พวก​เรา​ว่า เขา​ได้​เห็น​ทูตสวรรค์​ยืน​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​เขา​และ​พูด​ว่า ‘ให้​ส่ง​คน​ไป​ที่​เมือง​ยัฟฟา ไป​พา​ซีโมน​ที่​คน​เรียกว่า​เปโตร​มา 14 เขา​จะ​บอก​ข่าวสาร​ที่​จะ​ทำ​ให้​ท่าน​และ​สมาชิก​ใน​ครอบครัว​ของ​ท่าน​ได้รับ​ความ​รอด’ 15 เมื่อ​ผม​เริ่ม​พูด พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ก็​ลง​มา​บน​พวก​เขา เหมือน​กับ​ที่​มา​หา​พวก​เรา​ใน​ตอน​เริ่มต้น+ 11:15 ตอน​เริ่มต้น หมายถึง ตอน​เริ่มต้น​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​เป็น​ครั้งแรก​ใน​วัน​เพ็นเทคอสต์ (อ่าน​กิจการ​บท​ที่ 2)16 ทำ​ให้​ผม​คิด​ได้​ถึง​สิ่ง​ที่​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด​ไว้​ว่า ‘ยอห์น​ได้​ทำ​พิธี​จุ่ม​ด้วย​น้ำ แต่​พวก​เจ้า​จะ​ได้​เข้า​พิธี​จุ่ม​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์’ 17 ดังนั้น​ถ้า​พระเจ้า​ให้​ของขวัญ​กับ​พวก​เขา​แบบ​เดียว​กับ​ที่​พระองค์​ให้​กับ​พวก​เรา​ตอน​ที่​พวก​เรา​ไว้วางใจ​ใน​พระเยซู​ผู้​เป็น​พระคริสต์​และองค์​เจ้า​ชีวิต​แล้ว​ละ​ก็ ผม​เป็น​ใคร​ล่ะ ที่​จะ​ไป​ขัดขวาง​พระเจ้า”

18 เมื่อ​พวก​ชาว​ยิว​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระเยซู​ได้ยิน​อย่าง​นั้น พวก​เขา​ก็​เลิก​ต่อว่า​เปโตร แล้ว​ต่าง​สรรเสริญ​พระเจ้า​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น พระเจ้า​ก็​ได้​ให้​โอกาส แม้แต่​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว ที่​จะ​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​เสียใหม่​เพื่อ​จะ​ได้​มี​ชีวิต​รอด​ด้วย”

ข่าวดี​มา​ถึง​เมือง​อันทิโอก

19 พวก​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระเยซู​ที่​ได้​กระจัด​กระจาย​ไป​ใน​ช่วง​ที่​มี​การ​ข่มเหง​เกิด​ขึ้น​หลังจาก​ที่​สเทเฟน​ตาย ต่าง​ก็​พา​กัน​ไป​ไกล​ถึง​ดินแดน​ฟีนีเซีย เกาะ​ไซปรัส​และ​เมือง​อันทิโอก พวกนี้​ได้​ไป​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​ให้​แต่​เฉพาะ​คน​ยิว​เท่านั้น 20 บางคน​ใน​พวก​ที่​เชื่อนี้ ก็​มา​จาก​เกาะ​ไซปรัส​และ​ไซรีน และ​เมื่อ​พวก​เขา​มา​ถึง​เมือง​อันทิโอก พวก​เขา​ก็​เริ่ม​ประกาศ​ข่าวดี​เกี่ยวกับ​พระเยซูเจ้า​ให้​กับ​คน​กรีก​ด้วย 21 พวก​เขา​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต ทำ​ให้​มี​คน​มา​เชื่อ​และ​หัน​กลับ​มาหา​องค์​เจ้า​ชีวิต​เป็น​จำนวน​มาก 22 เมื่อ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​รู้​ข่าว​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้ ก็​ได้​ส่ง​บารนาบัส​มา​ที่​เมือง​อันทิโอก 23 เมื่อ​บารนาบัส​มา​ถึง และ​เห็น​ว่า​พระเจ้า​ได้​อวยพร​คน​ที่​นั่น​ขนาด​ไหน เขา​ก็​ดีใจ​และ​ให้​กำลังใจ​กับ​คน​ที่​เชื่อ​ใน​พระเยซู​ทุกๆ​คน​ที่​เมือง​อันทิโอก และ​บอก​ให้​รักษา​ความเชื่อ​ที่​มี​ต่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต​อย่าง​สุด​หัวใจ 24 บารนาบัส​เป็น​คนดี เต็ม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​และ​มี​ความเชื่อ​ที่​เข้มแข็ง แล้ว​มี​คน​มาก​มาย​ได้​มา​เชื่อ​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต

25 จาก​นั้น​บารนาบัส​ไป​หา​เซาโล​ที่​เมือง​ทาร์ซัส 26 เมื่อ​พบ​เซาโล​แล้ว เขา​พา​เซาโล​ไป​ที่​เมือง​อันทิโอก และ​ทั้ง​สอง​คน​ร่วม​ประชุม​อยู่​กับ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ใน​เมือง​อันทิโอก​เป็น​เวลา​หนึ่ง​ปี​เต็ม พวก​เขา​สั่งสอน​คน​เป็น​จำนวน​มาก และ​ที่​เมือง​อันทิโอก​นี่​เอง​ที่​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​คริสเตียน​ครั้งแรก

27 ใน​ช่วงนี้ มี​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​บางคน​เดิน​ทาง​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​มา​ที่​เมือง​อันทิโอก 28 คน​หนึ่ง​ใน​นั้น​ชื่อ​ว่า​อากาบัส ได้​ยืน​ทำนาย​ผ่าน​ทาง​พระวิญญาณ​ว่า จะ​เกิด​การ​กันดาร​อาหาร​อย่าง​รุนแรง​ทั่วโลก (ซึ่ง​เหตุการณ์นี้​ได้​เกิดขึ้น​ใน​สมัย​ของ​จักรพรรดิ​คลาวดิอัส+ 11:28 จักรพรรดิ​คลาวดิอัส ครอบ​ครอง​อาณาจักร​โรมัน​ใน​ปี ค.ศ. 41-54 (พ.ศ. 584-597) เกิด​กันดาร​อาหาร​หลาย​ครั้ง แต่​ครั้ง​ที่​ร้ายแรง​ที่สุด เกิด​ที่​แคว้น​ยูเดีย ราวๆ​ปี ค.ศ. 46 (พ.ศ. 589)) 29 ดังนั้น​ศิษย์​แต่​ละ​คน​จึง​ได้​ตกลง​กัน​ที่​จะ​ส่ง​ความ​ช่วยเหลือ​ไป​ให้​กับ​พี่น้อง​ที่​อาศัย​ใน​แคว้น​ยูเดีย​มาก​ที่สุด​เท่าที่​จะ​ทำ​ได้ 30 พวก​เขา​ได้​ทำ​ตาม​ที่​ตกลง​กัน และ​ฝาก​ของ​เหล่า​นั้น​ไป​กับ​บารนาบัส​และ​เซาโล เพื่อ​เอา​ไป​ให้​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ที่​นั่น

12

กษัตริย์​เฮโรด​ข่มเหง​ศิษย์​พระคริสต์

1 ใน​ช่วง​เวลา​นั้น​กษัตริย์​เฮโรด+ 12:1 กษัตริย์​เฮโรด คือ​เฮโรด อากริปปา ที่ 1 เป็น​หลาน​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​มหาราช เขา​ปกครอง​ปาเลสไตน์​ใน​ช่วง ค.ศ. 37 จน ค.ศ. 44​ได้​ข่มเหง​ทำร้าย​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า 2 พระองค์​สั่ง​ให้​ตัด​หัว​ยากอบ​พี่ชาย​ของ​ยอห์น 3 เมื่อ​เฮโรด​เห็น​ว่า​ชาว​ยิว​ชอบ​ใจ​การกระทำ​ครั้งนี้ พระองค์​จึง​ให้​จับ​เปโตร​ไป​ด้วย (ซึ่ง​ตรง​กับ​ช่วง​เทศกาล​ขนมปังไร้​เชื้อ) 4 หลังจาก​เฮโรด​จับ​เปโตร​แล้ว ก็​เอา​ไป​ขัง​ไว้​ใน​คุก เฮโรด​ให้​ทหาร​สี่​หมู่ หมู่​ละ​สี่​คน​เฝ้า​เปโตร​ไว้ เฮโรด​ตั้งใจ​ว่า​จะ​นำ​ตัว​เปโตร​ออก​ไป​ตัดสิน​ต่อหน้า​ประชาชน​หลังจาก​พิธี​ฉลอง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​เสร็จสิ้น​ลง 5 เปโตร​จึง​ถูก​ขัง​ไว้​ใน​คุก และ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ต่าง​พา​กัน​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​อย่าง​จริงจัง​เพื่อ​เปโตร

เปโตร​ออก​จาก​คุก

6 คืน​ก่อน​ที่​เฮโรด​จะ​นำ​เปโตร​ออก​มา​จาก​คุก​เพื่อ​ตัดสิน​ลงโทษ เปโตร​กำลัง​นอน​หลับ​อยู่​โดย​มี​ทหาร​สอง​คน​ขนาบ​ข้าง มี​โซ่​สอง​เส้น​ล่าม​เขา​ไว้ และ​มี​ทหาร​ยาม​เฝ้า​อยู่​หน้า​ประตู​คุก 7 ทันใด​นั้น​ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ก็​มา​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น และ​มี​แสงสว่าง​ส่อง​เข้า​มา​ใน​ห้อง​ขัง ทูตสวรรค์​กระทุ้ง​สีข้าง​ของ​เปโตร​ให้​ตื่น​และ​พูด​ว่า “ลุก​ขึ้น​เร็ว” ทันใด​นั้น​โซ่​ก็​หลุด​ออก​จาก​มือ​ของ​เปโตร 8 ทูตสวรรค์​พูด​กับ​เขา​ว่า “แต่งตัว​และ​สวม​รองเท้า​สิ” เปโตร​ทำ​ตาม จาก​นั้น​ทูตสวรรค์​พูด​อีก​ว่า “สวม​เสื้อคลุม แล้ว​ตาม​เรา​มา” 9 เปโตร​จึง​ตาม​ทูตสวรรค์​ออก​ไป โดย​ไม่​รู้​ว่า ที่​ทูตสวรรค์​กำลัง​ทำ​นั้น​เป็น​ความจริง เพราะ​เขา​คิด​ว่า​เห็น​นิมิต​อยู่ 10 ทั้ง​สอง​เดิน​ผ่าน​ยาม​ชั้น​ที่​หนึ่ง​และ​ยาม​ชั้น​ที่​สอง จน​มา​ถึง​ประตู​เหล็ก​ที่​นำเข้า​ไป​ใน​เมือง ประตู​นั้น​ก็​เปิด​ออก​เอง​ให้​ทั้ง​สอง​ออก​ไป ทั้ง​สอง​เดิน​ไป​ตาม​ถนน​สาย​หนึ่ง แล้ว​ทูตสวรรค์​ก็​หาย​ไป​ทันที

11 เปโตร​รู้สึก​ตัว​และ​พูด​ว่า “ตอนนี้​ผม​รู้​แล้ว​ว่า​มัน​เป็น​ความจริง องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​ส่ง​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​มา​ช่วย​ชีวิต​ผม​ให้​รอด​พ้น​จาก​อำนาจ​ของ​เฮโรด และ​จาก​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​ชาว​ยิว​กำลัง​คาด​หวัง​จะ​ให้​เกิด​ขึ้น​กับ​ผม”

12 เมื่อ​เปโตร​คิด​ได้​แล้ว เขา​ก็​ไป​ที่​บ้าน​ของ​มารีย์​แม่​ของ​ยอห์น หรือ​ที่​คน​เรียกว่า มาระโก ที่​นั่น​มี​คน​จำนวน​มาก​ชุมนุม​และ​อธิษฐาน​กัน​อยู่ 13 เปโตร​มา​เคาะ​ประตู มี​หญิง​คนใช้​ชื่อ​ว่า โรดา เดิน​มา​ถาม​ว่า​ใคร​มา 14 เมื่อ​เธอ​จำ​ได้​ว่า​เป็น​เสียง​ของ​เปโตร ก็​วิ่ง​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ด้วย​ความ​ดีใจ​โดย​ไม่​ได้​เปิด​ประตู​ให้​เขา​ก่อน เธอ​ไป​บอก​กับ​ทุกๆ​คน​ว่า​เปโตร​กำลัง​ยืน​อยู่​ที่​ประตู 15 คน​เหล่า​นั้น​ย้อน​เธอ​ว่า “จะ​บ้า​หรือ” แต่​เธอ​ยืนยัน​ว่า​เป็น​ความจริง พวก​เขา​จึง​ว่า “น่า​จะ​เป็น​ทูตสวรรค์​ของ​เปโตร”

16 ส่วน​เปโตร​ยัง​คง​เคาะ​ประตู​อยู่ เมื่อ​พวก​เขา​เปิด​ประตู​และ​เห็น​เปโตร​ก็​พา​กัน​ประหลาดใจ​มาก 17 เปโตร​โบก​มือ​ให้​เงียบ แล้ว​ก็​เล่า​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ว่า องค์​เจ้า​ชีวิต​ช่วย​เขา​ออก​มา​จาก​คุก​ได้​อย่าง​ไร แล้ว​เปโตร​พูด​อีก​ว่า “ไป​เล่า​เรื่องนี้​ให้​ยากอบ​กับ​พวก​พี่น้อง​รู้​ด้วย” จาก​นั้น​เปโตร​ก็​จาก​ไป​ที่​อื่น

18 พอ​รุ่งเช้า​พวก​ทหาร​ต่าง​สับสน​อลหม่าน ไม่​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​เปโตร 19 หลังจาก​เฮโรด​ค้นหา​เปโตร แต่​หา​ไม่​พบ พระองค์​จึง​ไต่สวน​พวก​ทหาร​ยาม​และ​สั่ง​ให้​นำ​ทหาร​ยาม​ไป​ฆ่า

กษัตริย์​เฮโรด​ตาย

หลังจาก​นั้น​เฮโรด​ได้​เดิน​ทาง​จาก​แคว้น​ยูเดีย​ไป​พัก​อยู่​ที่​เมือง​ซีซารียา​ชั่วคราว 20 กษัตริย์​เฮโรด​โกรธ​ประชาชน​ชาว​ไทระ​และ​ชาว​เมือง​ไซดอน​มาก พวก​ชาว​เมือง​จึง​ได้​ไป​เกลี้ย​กล่อม​บลัสตัส​คนใช้​ส่วนตัว​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​ให้​เข้าข้าง​พวก​เขา หลัง​จาก​นั้น​พวก​เขา​จึง​ส่ง​กลุ่ม​ตัวแทน​มา​ขอ​คืนดี​กับ​เฮโรด เพราะ​ว่า​ต้อง​พึ่ง​อาหาร​จาก​ดินแดน​ของ​เฮโรด

21 เมื่อ​ถึง​วัน​นัด​หมาย เฮโรด​แต่งตัว​ชุด​กษัตริย์​เต็มยศ นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์ และ​พูด​กับ​ประชาชน 22 ผู้คน​ต่าง​พา​กัน​ตะโกน​เสียง​ดัง​ว่า “นี่​คือ​เสียง​ของ​พระเจ้า ไม่​ใช่​เสียง​ของ​มนุษย์” 23 แต่​เฮโรด​ไม่​ได้​ให้​เกียรติ​กับ​พระเจ้า ทูตสวรรค์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ก็​เลย​ทำ​ให้​เฮโรด​ล้ม​ป่วย​ทันที แล้ว​สุดท้าย​ร่าง​ของ​เฮโรด​ก็​ถูก​พยาธิ​กัด​กิน​จน​ตาย

24 แต่​พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​แพร่​กระจาย​ไป​มาก​ขึ้นๆ

25 เมื่อ​บารนาบัส​และ​เซาโล​ทำงาน​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เสร็จ​แล้ว ก็​เดิน​ทาง​กลับ​ไป​เมือง​อันทิโอก แล้ว​พา​ยอห์น ซึ่ง​คน​เรียกว่า​มาระโก​ไป​ด้วย

13

บารนาบัส​และ​เซาโล​ได้รับ​มอบหมายให้​ทำงาน​พิเศษ

1 มี​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า และ​พวก​ครู​ใน​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ที่​เมือง​อันทิโอก คือ บารนาบัส สิเมโอน​หรือ​ที่​คน​เรียกว่า​ดำ+ 13:1 ดำ คำนี้​ใน​ภาษา​กรีก​คือ นิเกอร์ ลูสิอัส​ชาว​เมือง​ไซรีน มานาเอน (เพื่อน​สนิท​ของ​กษัตริย์​เฮโรด​ตั้งแต่​เป็น​เด็ก) และ​เซาโล 2 ขณะ​ที่​พวก​เขา​นมัสการ​องค์​เจ้า​ชีวิต​และ​ถือ​ศีล​อด​อาหาร​อยู่​นั้น พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ก็​พูด​ว่า “ให้​แยก​บารนาบัส​และ​เซาโล​ออก​มา​สำหรับ​งาน​ที่​เรา​จะ​เรียก​ให้​พวก​เขา​ทำ” 3 หลังจาก​ที่​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​และ​พวก​ครู​ถือ​ศีล​อด​อาหาร​และ​อธิษฐาน​เสร็จ​แล้ว พวก​เขา​วางมือ​บน​บารนาบัส​และ​เซาโล จาก​นั้น​ก็​ส่ง​พวก​เขา​ไป

บารนาบัส​และ​เซาโล​ไป​อยู่​ที่​เกาะ​ไซปรัส

4 เมื่อ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ได้​ส่ง​พวก​เขา​ออก​ไป​แล้ว บารนาบัส​และ​เซาโล​ก็​เดิน​ทาง​ลง​ไป​ที่​เมือง​เซลูเคีย และ​พวก​เขา​นั่ง​เรือ​จาก​ที่​นั่น​ต่อ​ไป​ที่​เกาะ​ไซปรัส 5 เมื่อ​มา​ถึง​เมือง​ซาลามิส พวก​เขา​ได้​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว ยอห์น​ไป​กับ​พวก​เขา​ด้วย​ใน​ฐานะ​ผู้ช่วย 6 พวก​เขา​เดิน​ทาง​รอบ​เกาะ​ไป​จน​ถึง​เมือง​ปาโฟส ที่​นี่​เขา​ได้​พบ​คน​ยิว​ชื่อ​ว่า​บารเยซู​ที่​ใช้​เวทมนตร์​คาถา​และ​อ้าง​ว่า​ตัวเอง​เป็น​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า 7 เขา​เป็น​ที่ปรึกษา​ของ​ท่านผู้ว่า​ชื่อ เสอร์จีอัสเปาโล ซึ่ง​เป็น​คน​ฉลาด​หลักแหลม เสอร์จีอัสเปาโล​เรียก​บารนาบัส​และ​เซาโล​มา เพราะ​อยาก​ฟัง​พระคำ​ของ​พระเจ้า 8 แต่​เอลีมาส​นัก​เวทมนตร์​ขัดขวาง​เซาโล​และ​บารนาบัส (เอลีมาส​เป็น​ชื่อ​กรีก​ที่​แปล​มา​จาก​บารเยซู) เขา​พยายาม​ที่​จะ​ยับยั้ง​ท่าน​ผู้ว่า​ไม่​ให้​เชื่อ​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต 9 จาก​นั้น​เซาโล​ที่​คน​เรียกว่า​เปาโล ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ เขา​ได้​จ้อง​ไป​ที่​เอลีมาส 10 แล้ว​พูด​ว่า “ตัว​แก​เต็ม​ไป​ด้วย​การ​หลอกลวง​และ​เล่ห์กล​ชั่วร้าย​ต่างๆ​นานา แก​เป็น​ลูก​ของ​มาร เป็น​ศัตรู​ของ​ความ​ถูก​ต้อง​ทุก​อย่าง แก​จะ​ไม่​เลิก​บิดเบือน​หนทาง​แห่ง​ความ​ถูกต้อง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ใช่​ไหม 11 ดูสิ มือ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​อยู่​บน​ตัว​แก​แล้ว แก​จะ​ตาบอด​มอง​ไม่​เห็น​แสง​อาทิตย์​ไป​สัก​พัก” ทันใด​นั้น​ความ​มืด​มิด​ก็​เกิด​ขึ้น​กับ​เอลีมาส​ทันที เขา​เดิน​คลำ​ไป​รอบๆ​พยายาม​หา​คน​มา​ช่วย​จูง​มือ​ให้ 12 เมื่อ​ท่าน​ผู้ว่า​เห็น​เหตุการณ์​ที่​เกิด​ขึ้น ท่าน​จึง​เกิด​ความ​เชื่อ เพราะ​รู้สึก​อัศจรรย์​ใจ​ใน​คำสอน​เกี่ยวกับ​องค์​เจ้า​ชีวิต

เปาโล​และ​บารนาบัส​ไป​เมือง​อันทิโอกใน​แคว้น​ปิสิเดีย

13 เปาโล​และ​เพื่อนๆ​ของ​เขา นั่ง​เรือ​จาก​เมือง​ปาโฟส​ไป​ที่​เมือง​เปอร์กา​ใน​แคว้น​ปัมฟีเลีย แต่​ยอห์น​ได้​จาก​พวก​เขา​กลับ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม 14 จาก​เมือง​เปอร์กา​พวก​เขา​ยัง​คง​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​จน​ถึง​เมือง​อันทิโอก​ใน​แคว้น​ปิสิเดีย และ​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​เปาโล​และ​บารนาบัส ได้​เข้า​ไป​นั่ง​อยู่​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว 15 หลังจาก​ที่​มี​การ​อ่าน​กฎ​ปฏิบัติ​ของ​โมเสส และ​ข้อ​เขียน​ของ​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​แล้ว พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว​ได้​ส่ง​บาง​คน​มา​บอก​กับ​พวก​เขา​ว่า “พี่น้อง​ครับ ถ้า​ท่าน​มี​คำพูด​ที่​ให้กำลัง​ใจ​ผู้คน ขอ​ให้​พูด​ออก​มา​ด้วย” 16 เปาโล​ยืน​ขึ้น​โบก​มือ+ 13:16 โบก​มือ เป็น​สัญญาณ​บอก​ให้​ทุกคน​เงียบ​หรือ​สงบลง และ​พูด​ว่า “ฟัง​ให้​ดี​ชาว​อิสราเอล​และ​ชาว​ต่างชาติ​ที่​เคารพ​ยำเกรง​พระเจ้า 17 พระเจ้า​ของ​เรา​ชาว​อิสราเอล​เลือก​บรรพบุรุษ​ของ​เรา และ​ทำ​ให้​คน​ของ​เรา​ยิ่งใหญ่​ตอน​ที่​พวก​เขา​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​อียิปต์ และ​พระองค์​ก็​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่นดิน​นั้น​ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ 18 พระองค์​อดทน​กับ​พวก​เขา​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​เป็น​เวลา​ประมาณ​สี่สิบ​ปี 19 พระองค์​ทำลาย​เจ็ด​ชนชาติ​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน และ​มอบ​แผ่นดิน​ของ​ชนชาติ​เหล่า​นั้น​ให้​กับ​ชาว​อิสราเอล​ไว้​ครอบ​ครอง​เป็น​เวลา​สี่ร้อย​ห้าสิบ​ปี 20 หลังจาก​นั้น พระองค์​ได้​ให้​พวก​ผู้วินิจฉัย​มา​ปกครอง​ดูแล​พวก​เขา จน​กระทั่ง​ถึง​ช่วง​สมัย​ของ​ซามูเอล​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า 21 พวก​อิสราเอล​ก็​ร้องขอ​ให้​มี​กษัตริย์ พระเจ้า​จึง​มอบ​ซาอูล​บุตร​ชาย​ของ​คีช​ที่​มา​จาก​เผ่า​เบนยามิน ให้​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​ดูแล​พวก​เขา​อยู่​ประมาณ​สี่สิบ​ปี 22 หลังจาก​ที่​พระเจ้า​ปลด​ซาอูล​ออก​จาก​ตำแหน่ง​แล้ว ก็​ได้​ตั้ง​ดาวิด​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาว​อิสราเอล พระองค์​พูด​เกี่ยว​กับ​ดาวิด​ว่า ‘เรา​พบ​ว่า​ดาวิด​บุตร​ของ​เจสซี​คนนี้​เป็น​คน​ที่​เรา​ชอบ​มาก เพราะ​เขา​จะ​ทำ​ทุก​อย่าง​ที่​เรา​ต้องการ​ให้​เขา​ทำ’ 23 จาก​เชื้อสาย​ของ​ดาวิด​นี่​แหละ พระเจ้า​ได้​สัญญา​ไว้​ว่า จะ​ให้​พระเยซู​พระผู้ช่วย​ให้​รอด​มา​เกิด​เพื่อ​คน​อิสราเอล 24 ก่อน​ที่​พระเยซู​จะ​มา ยอห์น​ได้​ประกาศ​กับ​คน​อิสราเอล​ทุก​คน​เรื่อง​การ​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​เพื่อ​แสดง​ถึง​การ​กลับตัว​กลับใจ 25 เมื่อ​ยอห์น​ทำงาน​ของ​เขา​เสร็จ​แล้ว เขา​พูด​ว่า ‘พวก​คุณ​คิด​ว่า​ผม​เป็น​ใคร​กัน ผม​ไม่​ใช่​คน​นั้น​ที่​พระเจ้า​สัญญา​ไว้ แต่​จะ​มี​อีก​คน​หนึ่ง​ที่​มา​ภายหลัง​ผม ซึ่ง​ตัว​ผม​เอง​ยัง​ไม่​มี​ค่า​พอ​ที่​จะ​ถอด​รองเท้า​ให้​เขา​เลย’ 26 พี่​น้อง​ทั้งหลาย​ผู้​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​อับราฮัม และ​พวก​ท่าน​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​เคารพ​ยำเกรง​พระเจ้า พระเจ้า​ได้​ส่ง​พระคำ​แห่ง​ความรอดนี้​มา​ให้​กับ​พวก​เรา​นี่​แหละ 27 ส่วน​พวก​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม ตลอด​จน​พวก​ผู้นำ​ของ​เขา​ก็​ไม่​รู้​ว่า​พระเยซู​เป็น​พระผู้ช่วย​ให้​รอด ที่​พวก​เขา​ได้​ประณาม​พระองค์​นั้น ก็​ได้​เป็น​จริง​ตาม​คำ​พูด​ของ​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระ​เจ้า​ที่​อ่าน​กัน​ทุก​ครั้ง​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา 28 ถึง​แม้​พวก​เขา​จะ​ไม่​มี​เหตุผล​อะไร​ที่​จะ​ประหารชีวิต​พระองค์ แต่​พวก​เขา​ก็​ยัง​ร้องขอ​ให้​ปีลาต​ฆ่า​พระองค์​อยู่​ดี 29 เมื่อ​พวก​เขา​ทำ​ทุก​อย่าง​สำเร็จ​ตาม​ที่​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​เกี่ยว​กับ​พระเยซู​แล้ว พวก​เขา​เอา​ร่าง​ของ​พระองค์​ลง​มา​จาก​ไม้​กางเขน และ​เอา​ไป​วาง​ไว้​ใน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ 30 แต่​พระเจ้า​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย 31 พระเยซู​ปรากฏ​ตัว​ให้​กับ​คน​ที่​ติดตาม​พระองค์​ที่​มา​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​จาก​แคว้น​กาลิลี ได้​เห็น​เป็น​เวลา​หลาย​วัน และ​ตอนนี้​พวก​เขา​ได้​เล่า​เรื่อง​ของ​พระองค์​ให้​คน​อิสราเอล​ได้​รู้ 32 พวก​เรา​ได้​บอก​พวก​คุณ​เกี่ยว​กับ​ข่าวดี​ที่​พระเจ้า​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เรา 33 พระเจ้า​ได้​ทำ​ให้​คำ​สัญญานี้​เป็น​จริง​กับ​พวก​เรา​ผู้​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​พวก​เขา​โดย​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย เหมือน​กับ​ที่​ได้​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​สดุดี​บท​ที่​สอง​ว่า

‘ท่าน​เป็น​ลูก​ของ​เรา

วันนี้​เรา​เป็น​ผู้​ให้​กำเนิด​ท่าน’+ 13:33 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 2:7

34 พระเจ้า​ได้​ทำ​ให้​พระเยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย และ​จะ​ไม่​มี​วัน​เน่าเปื่อย​อีก​เลย พระเจ้า​ประกาศ​อย่างนี้​ว่า

‘เรา​จะ​ให้​พร​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ทั้งหลาย​กับ​พวก​เจ้า​อย่าง​แน่นอน​ตาม​ที่​เรา​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​ดาวิด’+ 13:34 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 55:3

35 ยัง​มี​อีก​ที่​หนึ่ง​ใน​พระคัมภีร์​ที่​พูด​ถึง​สิ่งนี้​ด้วย​ว่า

‘พระองค์​จะ​ไม่​ยอม​ให้​ร่าง​ของ​ผู้รับใช้​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระองค์​ต้อง​เน่าเปื่อย’+ 13:35 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ สดุดี 16:10

36 ใน​ช่วง​ที่​ดาวิด​มี​ชีวิต​อยู่ เขา​ได้​ทำ​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​พระเจ้า ต่อมา​เมื่อ​เขา​ตาย และ​ถูก​ฝัง​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ ร่าง​ของ​เขา​ก็​เน่าเปื่อย​ไป 37 แต่​พระเยซู​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​นั้น​ไม่​เน่าเปื่อย 38 ดังนั้น​พี่น้อง​ครับ ผม​อยาก​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ก็​เพราะ​พระเยซู​นี่​แหละ บาป​ของ​พวก​คุณ​ถึง​ได้รับ​การ​ยก​โทษ กฎ​ของ​โมเสส​ไม่​สามารถ​ช่วย​ให้​ใคร​หลุดพ้น​จาก​บาป​ได้​หรอก 39 แต่​พระเยซู​ทำ​ให้​ทุก​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระองค์ ได้รับ​การ​ปลด​ปล่อย​ให้​เป็น​อิสระ​จาก​บาป​เหล่า​นั้น​ได้ 40 ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้​สิ่ง​ที่​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​พูด​ไว้​เกิด​ขึ้น​กับ​คุณ นั่น​คือ

41 ‘ดู​ก่อน พวก​ที่​ชอบ​เยาะเย้ย​ถากถาง

เจ้า​จะ​ต้อง​ประหลาดใจ​และ​จาก​นั้น​ก็​ตาย​ไป

เพราะ​เรา​กำลัง​ทำ​สิ่ง​หนึ่ง​ใน​ช่วง​ชีวิต​ของ​เจ้า

เป็น​สิ่ง​ที่​เจ้า​จะ​ไม่​ยอม​เชื่อ ถึง​แม้​มี​คน​มา​บอก​ก็​ตาม’”+ 13:41 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ ฮาบากุก 1:5

42 เมื่อ​เปาโล​กับ​บารนาบัส​กำลัง​จะ​ไป​จาก​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว ผู้คน​ได้​มา​ขอ​ให้​พวก​เขา พูด​เรื่อง​พวกนี้​อีก​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​ครั้ง​หน้า 43 เมื่อ​การ​ประชุม​เลิก​แล้ว มี​ชาว​ยิว และ​พวก​ที่​เปลี่ยน​มา​นับถือ​ศาสนายิว​หลาย​คน​ติดตาม​เปาโล​และ​บารนาบัส​ไป ทั้ง​สอง​พูด​คุย​และ​กระตุ้น​ให้​พวก​เขา​ยึด​มั่น​อยู่​ใน​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเจ้า​ต่อไป 44 เมื่อ​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​มา​ถึง​อีก​ครั้ง​หนึ่ง คน​เกือบ​ทั้ง​เมือง​ได้​มา​ชุมนุม​กัน​เพื่อ​ฟัง​พระคำ​ของ​พระเจ้า 45 เมื่อ​ชาว​ยิว​เห็น​ฝูงชน​มา​กัน​แน่น​ขนัด ก็​เกิด​ความ​อิจฉา จึง​พูด​ดูถูก​ดูแคลน​และ​คัดค้าน​คำพูด​ของ​เปาโล 46 แต่​เปาโล​และ​บารนาบัส​ก็​พูด​อย่าง​กล้าหาญ​ว่า “เรา​จำเป็น​ที่​จะ​ต้อง​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​ให้​พวก​คุณ​ฟัง​ก่อน แต่​เมื่อ​คุณ​ไม่​ยอม​เชื่อ​และ​ตัดสิน​ว่า​ตนเอง​ไม่​สมควร​ที่​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​พระเจ้า​ตลอด​ไป ตอนนี้​เรา​ก็​จะ​หัน​ไปหา​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว 47 เพราะ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​สั่ง​พวก​เรา​ว่า

‘เรา​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​แสงสว่าง​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว

เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​นำ​ความ​รอด​ไป​ทุก​หน​ทุก​แห่ง​ใน​โลก’”+ 13:47 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 49:6

48 เมื่อ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ได้ยิน​อย่างนี้​ก็ดี​ใจ และ​ยกย่อง​พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต ส่วน​คน​ที่​พระเจ้า​ได้​เลือก​ไว้​ให้​มี​ชีวิต​กับ​พระองค์​ตลอด​ไป​นั้น พวก​เขา​ก็​ได้​มา​ไว้วางใจ

49 พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต ก็​ได้​แพร่​กระจาย​ไป​ทั่ว​แคว้น​นั้น 50 พวก​ยิว​ได้​ไป​ยุยง​พวก​ผู้หญิง​ที่​เคร่ง​ศาสนา​และ​มี​อิทธิพล​กับ​พวก​ผู้ชาย​ที่​เป็น​ผู้นำ​ใน​เมือง​นั้น ให้​มา​กดขี่​ข่มเหง​เปาโล​และ​บารนาบัส และ​ไล่​ทั้ง​สอง​คน​ออก​ไป​จาก​ดินแดน​ของ​เขา 51 เปาโล​และ​บารนาบัส​สะบัด​ฝุ่น​ออก​จาก​เท้า เป็น​การ​ประท้วง​ต่อ​คน​เหล่า​นั้น แล้ว​ทั้ง​สอง​ก็​ไป​เมือง​อีโคนียูม 52 แต่​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ใน​เมือง​อันทิโอก ต่าง​ก็​มี​ความสุข​อย่าง​ล้นพ้น และ​เต็ม​ไป​ด้วย​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์

14

เปาโล​และ​บารนาบัสอยู่​ใน​เมือง​อีโคนียูม

1 ใน​เมือง​อีโคนียูม​ก็​เหมือน​กัน เปาโล​และ​บารนาบัส​ได้​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว และ พูด​ป่าว​ประกาศ จน​คน​ยิว​และ​คน​กรีก​จำนวน​มาก​เกิด​ความ​เชื่อ 2 แต่​พวก​ยิว​ที่​ไม่​เชื่อ​ได้​ยุยง​คน​กรีก​ให้​โกรธ​เคือง​พวก​พี่น้อง​ของ​เรา​ที่​เชื่อ 3 เปาโล​และ​บารนาบัส​อยู่​ที่​นั่น​เป็น​เวลา​นาน และ​ประกาศ​เรื่อง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​อย่าง​กล้าหาญ และ​พระองค์​ก็​ให้​เปาโล​กับ​บารนาบัส​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​และ​ปาฏิหาริย์​ต่างๆ​ได้ เพื่อ​ยืนยัน​ให้​คน​รู้​ว่า​พระคำ​เรื่อง​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระองค์​ที่​ทั้ง​สอง​คน​พูด​นั้น​เป็น​เรื่อง​จริง 4 คน​ใน​เมือง​ก็​แตก​ออก​เป็น​สอง​ฝ่าย ฝ่าย​หนึ่ง​เข้าข้าง​พวก​ยิว อีก​ฝ่าย​หนึ่ง​เข้าข้าง​พวก​ศิษย์เอก​ของ​พระเยซู

5 คน​กรีก คน​ยิว และ​พวก​ผู้นำ​ของ​พวก​เขา คบ​คิด​กัน​ที่​จะ​เอา​หิน​ขว้าง​ทำร้าย​เปาโล​กับ​บารนาบัส 6 แต่​ทั้ง​สอง​คน​ล่วงรู้​แผนการนี้​เสีย​ก่อน จึง​หนี​ไป​ที่​เมือง​ลิสตรา​และ​เมือง​เดอร์บี​ใน​แคว้น​ลิคาโอเนีย​และ​ดินแดน​แถวๆ​นั้น 7 พวก​เขา​ก็​ยัง​คง​ประกาศ​ข่าวดี​ที่​นั่น​ต่อ​ไป

เปาโล​อยู่​ใน​เมือง​ลิสตรา​และ​เดอร์บี

8 ที่​เมือง​ลิสตรา มี​ชาย​ขา​พิการ​คน​หนึ่ง​นั่ง​อยู่ เขา​เป็น​ง่อย​เดิน​ไม่​ได้​มา​ตั้งแต่​เกิด 9 ชาย​คนนี้​ฟัง​เปาโล​พูด เปาโล​จ้อง​มา​ที่​ชาย​คนนี้ และ​เห็น​ว่า​เขา​มี​ความ​เชื่อ​ที่​จะ​ทำให้​เขา​ได้รับ​การรักษา​ให้​หาย​ได้ 10 เปาโล​จึง​พูด​เสียง​ดัง​ว่า “ลุก​ขึ้น​ยืน” แล้ว​ชาย​เป็น​ง่อย​ก็​กระโดด​ขึ้น​และ​เริ่ม​เดิน 11 เมื่อ​ฝูงชน​เห็น​สิ่ง​ที่​เปาโล​ทำ พวก​เขา​ก็​ส่งเสียง​ร้อง​เป็น​ภาษา​ลิคาโอเนีย​ว่า “พวก​พระ​ได้​แปลง​ร่าง​เป็น​มนุษย์​ลง​มา​หา​พวก​เรา” 12 พวก​เขา​เรียก​บารนาบัส​ว่า พระซุส และ​เรียก​เปาโล​ว่า พระเฮอร์เมส+ 14:12 พระซุส กับ​พระเฮอร์เมส พระซุส​เป็น​เทพเจ้า​องค์​สำคัญ​ที่สุด​ของ​ชาว​กรีก พระเฮอร์เมส​เป็น​เทพเจ้า​ที่เป็น​ผู้​ส่งข่าวสาร​ของ​เทพเจ้า​องค์​อื่นๆ เพราะ​เปาโล​เป็น​คน​พูด​ก่อน 13 นักบวช​ของ​วัด​พระซุส ที่​ตั้ง​อยู่​หน้าเมือง​ได้​นำ​พวก​วัว​ตัวผู้​ที่​สวม​พวงมาลัย​ไป​ที่​ประตู​เมือง นักบวช​และ​ฝูงชน​อยาก​ที่​จะ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ให้​กับ​เปาโล​และ​บารนาบัส 14 แต่​เมื่อ​บารนาบัส​และ​เปาโล​ศิษย์เอก​ของ​พระเยซู​ได้ยิน​เรื่องนี้ ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ของ​ตน แล้ว​วิ่ง​เข้า​ไป​ใน​ฝูงชน​พร้อม​กับ​ร้อง​ตะโกน​ว่า 15 “พวก​คุณ​ทำ​อย่างนี้​ทำไม เรา​ก็​เป็น​แค่​มนุษย์​ธรรมดาๆ​เหมือน​กับ​พวก​คุณ เรา​มา​ที่​นี่​เพื่อ​ประกาศ​ข่าวดี​กับ​พวก​คุณ เพื่อ​พวก​คุณ​จะ​ได้​หัน​จาก​สิ่ง​ที่​ไม่​มี​ค่า​พวกนี้​ไปหา​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่ พระองค์​เป็น​ผู้สร้าง​ท้องฟ้า พื้นดิน ทะเล​และ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​อยู่​ใน​นั้น 16 ใน​อดีต​พระองค์​ได้​ปล่อย​ให้​คน​แต่​ละ​ชาติ​ทำ​ตามใจ​ชอบ 17 ถึง​แม้​พระองค์​จะ​ปล่อย​พวก​คุณ​ไว้ แต่​พระองค์​ก็​ทำ​ให้​คุณ​รู้​ว่า​พระองค์​มี​อยู่​จริง โดย​ดู​ได้​จาก​สิ่ง​ดีๆ​ที่​พระองค์​ได้​ทำ​ให้​กับ​พวก​คุณ เช่น ให้​ฝน​ตก​จาก​ท้องฟ้า และ​ให้​มี​พืชผล​ตาม​ฤดูกาล พระองค์​ให้​พวก​คุณ​มี​อาหาร​กิน​และ​ทำ​ให้​ใจ​ของ​คุณ​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ชื่นบาน​ยินดี” 18 ถึง​แม้​จะ​พูด​ให้​ฟัง​อย่างนี้​แล้ว เปาโล​กับ​บารนาบัส ก็​ยัง​เกือบ​จะ​ห้าม​พวก​เขา​ไม่​อยู่ ที่​จะ​ไม่​ให้​พวก​เขา​เอา​เครื่อง​บูชา​มา​ถวาย​ให้​กับ​พวก​เขา​ทั้ง​สอง​คน 19 แต่​มี​ชาว​ยิว​บาง​คน​ที่​มา​จาก​เมือง​อันทิโอก​และ​เมือง​อีโคนียูม ได้​ชักชวน​ฝูงชน​ให้​มา​อยู่​ฝ่าย​พวก​เขา และ​ได้​เอา​หิน​ขว้าง​เปาโล แล้ว​ลาก​เปาโล​ออก​ไป​นอก​เมือง เพราะ​คิด​ว่า​ตาย​แล้ว 20 เมื่อ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​มา​ยืน​ล้อม​เปาโล เปาโล​ก็​ลุก​ขึ้น​มา​และ​เดิน​เข้า​ไป​ใน​เมือง พอ​วันรุ่งขึ้น​เปาโล​กับ​บารนาบัส​ก็​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​เดอร์บี

เดิน​ทาง​กลับ​เมือง​อันทิโอกใน​แคว้น​ซีเรีย

21 เปาโล​กับ​บารนาบัส​ได้​ไป​ประกาศ​ข่าว​ดี​ใน​เมือง​เดอร์บี และ​มี​คน​เป็น​จำนวน​มาก​ได้​มา​เป็น​ศิษย์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต จาก​นั้น​เขา​ทั้ง​สอง​ได้​เดิน​ทาง​กลับ​ไป​เมือง​ลิสตรา เมือง​อีโคนียูม และ​เมือง​อันทิโอก 22 ไป​ให้​กำลังใจ​กับ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู และ​กระตุ้น​ให้​ยืนหยัด​ใน​ความ​เชื่อ​ต่อ​ไป เขา​พูด​ว่า “เรา​จะ​ต้อง​ผ่าน​ความ​ทุกข์ยาก​มากมาย ก่อน​ที่​จะ​เข้า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า” 23 เปาโล​และ​บารนาบัส​แต่งตั้ง​ผู้นำ​อาวุโส​ขึ้น​ใน​แต่​ละ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า เขา​ทั้ง​สอง​อธิษฐาน​และ​ถือ​ศีล​อด​อาหาร และ​มอบ​ผู้นำ​พวกนี้​พร้อม​กับ​หมู่​ประชุม​ต่างๆ​ไว้​กับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ที่​พวก​เขา​ไว้วางใจ

24 แล้ว​เปาโล​และ​บารนาบัส​ได้​เดิน​ทาง​ผ่าน​แคว้น​ปิสิเดีย​ไป​ที่​แคว้น​ปัมฟีเลีย 25 หลังจาก​ที่​ได้​ประกาศ​พระคำ​ใน​เมือง​เปอร์กา​แล้ว ก็​เดิน​ทาง​ลง​ไป​ที่​เมือง​อัททาลิยา 26 จาก​ที่​นี่ พวก​เขา​ได้​นั่ง​เรือ​กลับ​ไป​ที่​เมือง​อันทิโอก ซึ่ง​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ที่​นั่น​เคย​ฝาก​พวก​เขา​ไว้​ให้​พระเจ้า​ดูแล​งาน​ที่​เพิ่ง​ทำ​เสร็จ​ไป​นี้

27 เมื่อ​เปาโล​และ​บารนาบัส​มา​ถึง ได้​เรียก​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​มา​ประชุม​กัน และ​เล่า​ทุก​อย่าง​ที่​พระเจ้า​ทำ​ร่วม​กับ​พวก​เขา​ให้​ฟัง และ​ที่​พระเจ้า​เปิด​โอกาส​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ได้รับ​ความเชื่อ​ด้วย 28 แล้ว​เขา​ทั้ง​สอง​คน​ก็​พัก​อยู่​ที่​นั่น​กับ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​เป็น​เวลา​นาน

15

การ​ประชุม​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม

1 มี​บางคน​เดิน​ทาง​มา​จาก​แคว้น​ยูเดีย และ​ได้​มา​สั่งสอน​พวก​พี่น้อง​ว่า “ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​ได้​เข้า​พิธี​ขลิบ​ตาม​กฎ​ของ​โมเสส พวก​คุณ​ก็​จะ​ไม่​รอด” 2 เปาโล​และ​บารนาบัส​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​พวก​เขา จึง​เกิด​การ​โต้เถียง​กัน​อย่าง​รุนแรง​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้ พี่น้อง​จึง​แต่งตั้ง​เปาโล บารนาบัส​กับ​บางคน​ใน​พวก​เขา​ให้​ไป​หารือ​กับ​พวก​ศิษย์​เอก​ของ​พระเยซู​และ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​เกี่ยว​กับ​ปัญหานี้

3 หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ได้​ส่ง​พวกนี้​ออก​เดิน​ทาง​ไป เมื่อ​ผ่าน​แคว้น​ฟีนีเซีย​และ​แคว้น​สะมาเรีย พวก​เขา​ก็​ได้​เล่า​เรื่อง​ที่​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​หัน​ไปหา​พระเจ้า ทำ​ให้​พี่น้อง​ทุก​คน​ดีใจ​มาก 4 เมื่อ​พวก​เขา​เดิน​ทาง​มา​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม ก็​ได้รับ​การ​ต้อนรับ​จาก​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า จาก​พวก​ศิษย์​เอก​ของ​พระเยซู และ​จาก​พวก​ผู้นำ​อาวุโส พวก​เขา​เล่า​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ได้​ทำ​ร่วม​กับ​พวก​เขา 5 ศิษย์​ของ​พระเยซู​บางคน ที่​เป็น​พวก​ฟารีสี​ยืน​ขึ้น​พูด​ว่า “พวก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​จะ​ต้อง​เข้า​พิธี​ขลิบ และ​ต้อง​ทำ​ตาม​กฎ​ของ​โมเสส​ด้วย” 6 พวก​ศิษย์​เอก​ของ​พระเยซู​และ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส จึง​ได้​ประชุม​หารือ​กัน​เกี่ยวกับ​ปัญหานี้ 7 หลังจาก​โต้เถียง​กัน​อยู่​นาน เปโตร​ก็​ยืน​ขึ้น​พูด​ว่า “พี่น้อง​ครับ คุณ​ก็​รู้​อยู่​ว่า​ก่อน​หน้า​นี้​พระเจ้า​ได้​เลือก​ผม​จาก​ท่ามกลาง​พวก​คุณ​ให้​ไป​ประกาศ​พระคำ​แห่ง​ข่าวดี​ให้​กับ​พวก​คน​ที่​ไม่ใช่​ยิว​ฟัง เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​เชื่อ 8 พระเจ้า​ผู้​รู้​จิตใจ​ของ​มนุษย์​ดี ได้​แสดง​ให้​เห็น​ว่า พระองค์​ยอมรับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว พระองค์​ให้​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​กับ​พวก​เขา​เหมือน​ที่​ให้​กับ​พวก​เรา 9 สำหรับ​พระเจ้า​แล้ว เรา​กับ​พวก​นั้น ไม่​ได้​แตกต่าง​กัน​เลย พระองค์​ชำระ​จิตใจ​ของ​พวก​เขา​ด้วย​ความเชื่อ​เหมือน​กัน 10 ถ้า​อย่าง​นั้น พวก​คุณ​ลองดี​กับ​พระเจ้า​ทำไม คือ​เอา​แอก+ 15:10 แอก หมายถึง​กฎ​ของ​ยิว ชาว​ยิว​บาง​คน​พยายาม​จะ​ทำ​ให้​ผู้เชื่อ​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ต้อง​ปฏิบัติ​ตาม​กฎนี้ ที่​พวก​เรา​หรือ​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​เอง ก็​ยัง​แบก​ไม่​ไหว​ไป​สวม​คอ​ของ​พวก​ศิษย์​ที่​ไม่​ใช่​ยิว 11 แต่​เรา​เชื่อ​ว่า เรา​รอด​โดย​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเยซู​ผู้​เป็น​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​เรา​ก็​เชื่อ​ว่า​พวก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ก็​รอด​โดย​วิธีนี้​เหมือน​กัน” 12 คน​ทั้งหมด​จึง​เริ่ม​เงียบ และ​ตั้งใจ​ฟัง​บารนาบัส​และ​เปาโล​เล่า​เกี่ยวกับ​ปาฏิหาริย์​และ​สิ่ง​อัศจรรย์​ทุก​อย่าง​ที่​พระเจ้า​ได้​ทำ​ผ่าน​พวก​เขา​ใน​หมู่​คน​ที่​ไม่ใช่​ยิว 13 เมื่อ​พวก​เขา​พูด​จบ ยากอบ​ก็​พูด​ขึ้น​ว่า “พี่น้อง​ทั้งหลาย ฟัง​ผม​หน่อย 14 ซีโมน+ 15:14 ซีโมน เป็น​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ของ​เปโตร ได้​เล่า​ให้​พวก​เรา​ฟัง​ว่า พระเจ้า​ได้​แสดง​ความ​ห่วงใย​ต่อ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​อย่างไร​ใน​ครั้ง​แรก ก็​ด้วย​การ​เลือก​เอา​คน​ไม่​ใช่​ยิว​บาง​คน​มา​เป็น​ชนชาติ​ของ​พระองค์ 15 ซึ่ง​ตรง​กับ​ที่​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ได้​เขียน​ไว้

16 ‘หลังจากนี้​เรา​จะ​กลับ​มา

และ​เรา​จะ​สร้าง​บ้าน​ของ​ดาวิด​ที่​พังทลาย​ลง​ขึ้น​มา​ใหม่

เรา​จะ​ซ่อมแซม​ส่วน​ที่​ปรัก​หักพัง

เรา​จะ​ตั้ง​มัน​ขึ้น​มา​ใหม่

17 ดังนั้น​มนุษย์​ที่​เหลือ​ทุก​คน

รวม​ถึง​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ทุก​คน​ที่​เรา​ได้​เรียก​ให้​มา​เป็น​ของ​เรา

ก็​จะ​แสวงหา​เรา องค์​เจ้า​ชีวิต

นี่​เป็น​คำพูด​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ผู้​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้+ 15:16-17 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อาโมส 9:11-12

18 ซึ่ง​เป็น​ที่​รู้​กัน​มา​ตั้ง​นาน​แล้ว’+ 15:18 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 45:21

19 ดังนั้น​ผม​ขอ​ตัดสิน​ว่า เรา​ควร​เลิก​สร้าง​ปัญหา​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​เหล่า​นั้น ที่​กำลัง​หัน​มาหา​พระเจ้า 20 แต่​เรา​ควร​จะ​เขียน​จดหมาย​ไป​บอก​พวก​เขา​ว่า

อย่า​กิน​อาหาร​ที่​สกปรก​ใน​สายตา​พระเจ้า เพราะ​เคย​เอา​ไป​เซ่นไหว้​รูป​เคารพ

อย่า​ทำ​ผิด​บาป​ทาง​เพศ+ 15:20 อย่า​ทำ​ผิด​บาป​ทาง​เพศ ประโยคนี้​อาจจะ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ให้​งดเว้น​การ​แต่งงาน​ที่​ไม่​ถูกต้อง​ตาม​กฎ​โมเสส” คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​บาง​ครั้ง​อนุญาต​ให้​ญาติ​พี่น้อง​ที่​สนิท​แต่งงาน​กัน​ประเภท​ที่​ผิด​กฎ​โมเสส ดู​เพิ่ม​เติม​ได้​จาก​หนังสือ เลวีนิติ 18:6-18

อย่า​กิน​เนื้อ​สัตว์​ที่​ถูก​รัด​คอ

และ​อย่า​กิน​เลือด

21 เพราะ​กฎ​พวกนี้​ของ​โมเสส ก็​ได้​สั่งสอน​กัน​อยู่​แล้ว​ใน​ทุกๆ​เมือง ตั้งแต่​สมัย​โบราณ​และ​ยัง​คง​อ่าน​กัน​อยู่​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว​ทุกๆ​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา”

จดหมาย​ถึง​ผู้เชื่อ​ที่​ไม่ใช่​ยิว

22 แล้ว​พวก​ศิษย์​เอก​ของ​พระเยซู พวก​ผู้นำ​อาวุโส และ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ทั้งหมด ตัดสิน​ใจ​เลือก​ผู้ชาย​บางคน​ใน​กลุ่ม​พวก​เขา​ให้​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​อันทิโอก​กับ​เปาโล​และ​บารนาบัส พวก​เขา​เลือก​ยูดาส​ที่​คน​เรียกว่า​บารซับบาส​และ​สิลาส ผู้นำ​สอง​คน​ใน​หมู่​พี่น้อง 23 พวก​เขา​ฝาก​จดหมาย​ไป​กับ​สอง​คนนี้​ด้วย ใน​จดหมาย​เขียน​ว่า

จาก​พวก​ศิษย์​เอก​ของ​พระเยซู และ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส ผู้​เป็น​พี่น้อง​ของ​คุณ

สวัสดี​พี่น้อง​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ใน​เมือง​อันทิโอก ซีเรีย​และ​ซิลีเซีย

24 เนื่อง​จาก​เรา​ได้ยิน​ว่า มี​บางคน​จาก​ที่​นี่​ได้​มาหา​พวก​คุณ และ​พูด​บาง​อย่าง​ที่​สร้าง​ปัญหา​ให้​กับ​คุณ ทำ​ให้​คุณ​วุ่นวาย​ใจ แต่​เรา​ไม่​ได้​ส่ง​พวก​เขา​มา 25 พวก​เรา​ทั้งหมด​จึง​ได้​ตกลง​ใจ​ที่​จะ​เลือก​ผู้ชาย​บางคน เพื่อ​ส่ง​มาหา​คุณ พร้อม​กับ​บารนาบัส​และ​เปาโล​คน​ที่​เรา​รัก 26 ที่​เสี่ยงชีวิต​เพื่อ​พระเยซู​ผู้​เป็น​พระคริสต์​และ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ของ​เรา 27 ดังนั้น​เรา​จึง​ส่ง​ยูดาส​และ​สิลาส​มา พวก​เขา​จะ​มา​เล่า​เอง​ยืนยัน​ถึง​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​เรา​ได้​เขียน​มา 28 ทั้ง​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​และ​พวก​เรา​เห็นดี​ด้วย​กัน​ว่า​จะ​ไม่​วาง​ภาระ​อะไร​ให้​กับ​พวก​คุณ​เลย นอก​จาก​สิ่ง​ที่​จำเป็น​พวกนี้ คือ

29 คุณ​ควร​หลีก​เลี่ยง​จาก​การ​กิน​เครื่อง​เซ่นไหว้​รูป​เคารพ

อย่า​กิน​เลือด อย่า​กิน​เนื้อ​สัตว์​ที่​ถูก​รัด​คอ​ตาย

อย่า​ทำ​บาป​ทาง​เพศ

ถ้า​พวก​คุณ​อยู่​ห่าง​เสีย​จาก​สิ่ง​พวกนี้ พวก​คุณ​ก็​ทำ​ดี​แล้ว ขอ​ให้​อยู่​เย็น​เป็น​สุข

30 แล้ว​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ก็​ส่ง​บารนาบัส เปาโล ยูดาส และ​สิลาส ไป​เมือง​อันทิโอก พวก​เขา​ได้​เรียก​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​มา​ประชุม​กัน และ​ให้​จดหมาย​นั้น​กับ​พวก​เขา 31 เมื่อ​ได้​อ่าน​จดหมาย​แล้ว ทุก​คน​ต่าง​รู้สึก​พอใจ​และ​มี​กำลังใจ 32 ยูดาส​และ​สิลาส ที่​เป็น​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ด้วย ก็​พูด​กับ​พวก​พี่น้อง​เป็น​เวลา​นาน ให้​กำลังใจ​และ​ช่วย​ให้​พวก​เขา​มี​ความเชื่อ​มาก​ขึ้น 33 หลังจาก​ที่​ยูดาส​และ​สิลาส​อยู่​ที่​นั่น​สัก​พัก​หนึ่ง ก็​ถึง​เวลา​ที่​จะ​กลับ​ไปหา​พี่น้อง​ที่​ส่ง​พวก​เขา​มา พี่​น้อง​ที่​เมือง​อันทิโอก​ก็​ได้​อวยพร​ให้​เขา​เดิน​ทาง​กลับ​ไป​ด้วย​ความ​ปลอดภัย 34+ 15:34 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ ก็​เพิ่ม​ข้อ 34 ลง​ไป ว่า “แต่​สิลาส​ตัดสิน​ใจ​อยู่​ที่​นั่น”

35 แต่​เปาโล​และ​บารนาบัส​ยัง​อยู่​ใน​เมือง​อันทิโอก ได้​สั่งสอน​และ​ประกาศ​พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​เป็น​ข่าวดี​ร่วม​กับ​คน​อื่นๆ​อีก​หลาย​คน

เปาโล​และ​บารนาบัส​แยก​กัน​ทำ​งาน

36 เวลา​ผ่าน​ไป​ช่วง​หนึ่ง เปาโล​พูด​กับ​บารนาบัส​ว่า “ให้​เรา​กลับ​ไป​เยี่ยม​พี่น้อง​ใน​เมือง​ต่างๆ​ที่​เรา​เคย​ไป​ประกาศ​พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ไว้​กัน​เถอะ ไป​ดูสิ​ว่า​พวก​เขา​เป็น​อย่างไร​กัน​บ้าง” 37 บารนาบัส​อยาก​จะ​พา​ยอห์น​ที่​คน​เรียกว่า​มาระโก​ไป​ด้วย 38 แต่​เปาโล​คิด​ว่า​ทาง​ที่​ดี​ไม่​ควร​พา​ยอห์น​ไป เพราะ​ยอห์น​เคย​ทิ้ง​พวก​เขา​ไป​ตอน​ที่​อยู่​เมือง​ปัมฟีเลีย และ​ไม่​ยอม​ช่วย​งาน​ต่อ 39 ทำ​ให้​เปาโล​กับ​บารนาบัส ขัดแย้ง​กัน​อย่าง​รุนแรง​จน​ถึง​ขั้น​ต้อง​แยก​ทาง​กัน บารนาบัส​จึง​พา​มาระโก นั่ง​เรือ​ไป​เกาะ​ไซปรัส 40 ส่วน​เปาโล​เลือก​สิลาส แล้ว​ก็​ไป​จาก​เมืองนี้​หลังจาก​ที่​พี่น้อง​ฝาก​เปาโล​ไว้​ให้​องค์​เจ้า​ชีวิต​ดูแล​แล้ว 41 เปาโล​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​แคว้น​ซีเรีย​และ​แคว้น​ซิลีเซีย เพื่อ​ช่วย​หมู่​ประชุม​ต่างๆ​ของ​พระเจ้า​ให้​เข้มแข็ง​ขึ้น​ใน​ความเชื่อ

16

ทิโมธี​ทำงาน​ร่วม​กับ​เปาโล​และ​สิลาส

1 เปาโล​ไป​เมือง​เดอร์บี​และ​เมือง​ลิสตรา​ด้วย ที่​นั่น​มี​ศิษย์​คน​หนึ่ง​ของ​พระเยซู ชื่อ​ทิโมธี เป็น​ลูกชาย​ของ​หญิง​ชาว​ยิว​ที่​เชื่อ​ถือ​ใน​พระเยซู แต่​พ่อ​ของ​เขา​เป็น​ชาว​กรีก 2 ทิโมธี​เป็น​ที่​ยกย่อง​ของ​พี่น้อง​ใน​เมือง​ลิสตรา​และ​เมือง​อีโคนียูม 3 เปาโล​อยาก​ได้​ทิโมธี​เดิน​ทาง​ไป​ด้วย จึง​ได้​พา​ทิโมธี​ไป​ทำ​พิธี​ขลิบ เพราะ​เห็นแก่​คน​ยิว​ที่​อยู่​ที่​นั่น เพราะ​พวก​เขา​ทุก​คน​รู้​ว่า​พ่อ​ของ​ทิโมธี​เป็น​คน​กรีก 4 เมื่อ​พวก​เขา​ผ่าน​ไป​ตาม​เมือง​ต่างๆ​ก็​ได้​บอก​ให้​พวก​ที่​นับถือ​พระเยซู รู้​ถึง​กฎ​ต่างๆ​ที่​พวก​ศิษย์​เอก​ของ​พระเยซู​และ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ได้​ตกลง​กัน​ไว้ 5 จึง​ทำ​ให้​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ทั้งหลาย​มี​ความเชื่อ​มาก​ยิ่ง​ขึ้น และ​มี​คน​มา​เชื่อ​พระเยซู​เพิ่ม​ขึ้น​ทุกๆ​วัน

พระเจ้า​เรียก​เปาโล​ไป​มาซิโดเนีย

6 เปาโล​และ​คน​อื่นๆ​ที่​ไป​ด้วย เดิน​ทาง​ผ่าน​แคว้น​ฟรีเจีย​และ​กาลาเทีย พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ ห้าม​พวก​เขา​ไม่​ให้​เข้า​ไป​ประกาศ​พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ใน​แคว้น​เอเชีย 7 เมื่อ​พวก​เขา​มา​ถึง​ชายแดน​ของ​แคว้น​มิเซีย​แล้ว พวก​เขา​พยายาม​จะ​เข้า​ไป​ใน​แคว้น​บิธีเนีย แต่​พระวิญญาณ​ของ​พระเยซู​ก็​ห้าม​ไว้​อีก 8 ดังนั้น​พวก​เขา​จึง​เดิน​ทาง​ผ่าน​แคว้น​มิเซีย ไป​ที่​เมือง​โตรอัส 9 ใน​ตอน​กลาง​คืน​เปาโล​เห็น​นิมิต​ว่า มี​ชาย​คน​หนึ่ง​จาก​มาซิโดเนีย​ได้​มา​ยืน​อ้อนวอน​เปาโล​ว่า “มา​ช่วย​พวก​เรา​ที่​แคว้น​มาซิโดเนีย​ด้วย​เถิด” 10 หลังจาก​ที่​เปาโล​เห็น​นิมิต​แล้ว พวก​เรา+ 16:10 พวก​เรา ที่​ลูกา​ผู้​เขียน​หนังสือ​เล่มนี้ เปลี่ยน​มา​ใช้​คำ​ว่า​พวก​เรา แสดง​ว่า​ท่าน​ได้​ร่วม​เดิน​ทาง​ไป​กับ​เปาโล สิลาส และ​ทิโมธี​ด้วย ลูกา​จะ​ร่วม​เดิน​ทาง​กับ​พวก​เขา​อีก​ที​ใน 20:5-21 และ 27:1-28 ก็​ตัดสิน​ใจ​ไป​ที่​แคว้น​มาซิโดเนีย​ทันที โดย​สรุป​ว่า พระเจ้า​เรียก​พวก​เรา​ให้​ไป​ประกาศ​ข่าวดี​กับ​ชาว​มาซิโดเนีย

ลิเดีย​มา​เป็น​ลูกศิษย์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต

11 จาก​เมือง​โตรอัส พวก​เรา​นั่ง​เรือ​ตรง​ไป​ที่​เกาะ​สาโมธรัส พอ​วัน​ถัด​มา​พวกเรา​ก็​นั่ง​เรือ​ต่อ​ไป​ที่​เมือง​เนอาโปลิส 12 จาก​ที่​นั่น​พวกเรา​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​ฟีลิปปี ซึ่ง​เป็น​เมือง​สำคัญ​อันดับ​หนึ่ง​ใน​แถบ​นั้น​ของ​แคว้น​มาซิโดเนีย และ​เป็น​เมือง​ขึ้น​ของ​โรม พวก​เรา​ใช้​เวลา​อยู่​ใน​เมืองนี้​หลาย​วัน

13 เมื่อ​ถึง​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา พวก​เรา​ออก​นอก​ประตู​เมือง​ไป​ที่​แม่น้ำ เรา​คิด​ว่า​ที่​นั่น​คง​มี​ที่​สำหรับ​อธิษฐาน พวก​เรา​นั่ง​ลง​พูด​คุย​กับ​พวก​ผู้หญิง​ที่​มา​ชุมนุม​กัน​อยู่​ที่​นั่น 14 มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​นั่น ชื่อ​ลิเดีย เป็น​คน​ขาย​ผ้า​สีม่วง เธอ​มา​จาก​เมือง​ธิยาทิรา เธอ​เป็น​คน​ที่​นับถือ​พระเจ้า เมื่อ​เธอ​กำลัง​ฟัง​พวก​เรา​อยู่​นั้น องค์​เจ้า​ชีวิต​ก็​ได้​เปิด​ใจ​ของ​เธอ​ให้​ตั้งใจ​ฟัง​ใน​สิ่ง​ที่​เปาโล​กำลัง​พูด 15 หลังจาก​ที่​เธอ​และ​คน​ใน​บ้าน​ทั้งหมด​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​แล้ว เธอ​ขอ​ร้อง​พวก​เรา​ว่า “ถ้า​พวก​ท่าน​ถือ​ว่า ดิฉัน​มี​ความ​เชื่อ​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต​จริง ก็​ขอ​ให้​มา​พัก​ที่​บ้าน​ของ​ดิฉัน​ด้วย​เถิด” แล้ว​เธอ​คะยั้น​คะยอ​ให้​พวก​เรา​ไป

เปาโล​และ​สิลาส​อยู่​ใน​คุก

16 วัน​หนึ่ง​เมื่อ​พวก​เรา​กำลัง​จะ​ไป​สถานที่​อธิษฐาน ทาส​สาว​คน​หนึ่ง​พบ​กับ​พวกเรา เธอ​มี​ผี​หมอดู​สิง​อยู่ ทำ​ให้​เธอ​สามารถ​ทำนาย​อนาคต​ได้ เธอ​หา​เงิน​ให้​กับ​พวก​เจ้านาย​ของ​เธอ​เป็น​จำนวน​มาก​ด้วย​การ​ทำนาย​โชค​ชะตา 17 เธอ​เดิน​ตาม​เปาโล​กับ​พวก​เรา และ​ร้อง​ตะโกน​ว่า “คน​พวกนี้​เป็น​ทาส​ของ​พระเจ้า​สูงสุด พวก​เขา​มา​ประกาศ​หนทาง​ที่​จะ​หลุดพ้น​จาก​บาป​ให้​กับ​พวก​คุณ​รู้” 18 เธอ​ทำ​อย่างนี้​อยู่​หลาย​วัน จน​เปาโล​ทน​ไม่​ไหว จึง​หัน​ไป​พูด​กับ​วิญญาณ​ที่​สิง​เธอ​อยู่​ว่า “ใน​นาม​ของ​พระเยซู​ผู้​เป็น​พระคริสต์ เรา​ขอ​สั่ง​ให้​เจ้า​ออก​มา​จาก​ร่าง​ของ​เธอ​เดี๋ยวนี้” แล้ว​วิญญาณ​ตน​นั้น​ก็​ออก​จาก​ร่าง​ของ​เธอ​ทันที

19 เมื่อ​พวก​เจ้านาย​ของ​เธอ​เห็น​ว่า​โอกาส​ที่​จะ​หา​เงิน​นั้น​หลุด​ลอย​ไป​แล้ว พวก​เขา​จึง​คว้า​ตัว​เปาโล​และ​สิลาส แล้ว​ลาก​ตัว​ไปหา​เจ้าหน้าที่​ที่​ตลาด 20 เมื่อ​พวก​เขา​นำ​เปาโล​และ​สิลาส​ไป​หา​คณะ​ผู้​พิพากษา​แล้ว พวก​เขา​ก็​พูด​ว่า “ไอ้​พวกนี้​เป็น​ชาว​ยิว​ที่​เข้า​มา​ก่อกวน​ใน​บ้านเมือง​ของ​เรา 21 พวก​มัน​มา​โฆษณา​ชวน​เชื่อ​ถึง​ประเพณี​ต่างๆ​ที่​ผิด​กฎหมาย​บ้าน​เมือง ที่​พวก​เรา​ชาว​โรมัน​ไม่​สามารถ​จะ​รับ​หรือ​ทำ​ตาม​ได้”

22 แล้ว​ฝูงชน​ก็​เข้า​มา​รุม​ทำร้าย​เปาโล​กับ​สิลาส คณะ​ผู้​พิพากษา​เข้า​มา​ฉีก​เสื้อผ้า​ของ​เปาโล​และ​สิลาส​ออก แล้ว​สั่ง​ให้​เฆี่ยน​ตี 23 หลังจาก​เฆี่ยน​ตี​ไป​หลาย​ครั้ง​แล้ว ได้​เอา​ตัว​ไป​ขัง​ไว้​ใน​คุก แล้ว​สั่ง​ให้​นาย​คุก​เฝ้า​ควบคุม​ไว้​อย่าง​แน่นหนา 24 เมื่อ​นาย​คุก​ได้รับ​คำ​สั่ง​แล้ว เขา​ก็​ได้​คุม​ตัว​คน​ทั้ง​สอง​ไป​ขัง​ไว้​ที่​ห้อง​ขัง​ชั้น​ใน และ​ใส่​ขื่อ​ที่​เท้า​ของ​พวก​เขา​อย่าง​แน่น​หนา

25 ประมาณ​เที่ยงคืน ใน​ขณะ​ที่​เปาโล​และ​สิลาส​กำลัง​อธิษฐาน​และ​ร้องเพลง​สรรเสริญ​พระเจ้า โดย​มี​นักโทษ​คน​อื่นๆ​กำลัง​ฟัง​อยู่​นั้น 26 ได้​เกิด​แผ่นดิน​ไหว​อย่าง​รุนแรง จน​รากฐาน​ของ​คุก​สั่น​สะเทือน แล้ว​ประตู​คุก​ทุก​บาน​ก็​เปิด​ออก​ทันที โซ่​ที่​ล่าม​นักโทษ​ทุก​คน​หลุด 27 นาย​คุก​ก็​ตื่น และ​เมื่อ​เขา​เห็น​ประตู​คุก​เปิด​ก็​คิด​ว่า​นักโทษ​หนี​ออก​ไป​หมด​แล้ว เขา​จึง​ชัก​ดาบ​ออก​มา​เพื่อ​จะ​ฆ่า​ตัว​ตาย 28 แต่​เปาโล​ตะโกน​เสียง​ดัง​ว่า “อย่า​ทำร้าย​ตัวเอง​เลย พวก​เรา​ยัง​อยู่​ที่​นี่​ครบ​ทุก​คน”

29 ผู้​คุม​จึง​ร้องขอ​คบไฟ แล้ว​เขา​ก็​วิ่ง​เข้า​ไป​ข้าง​ใน​ตัว​สั่น​เทิ้ม​ด้วย​ความ​กลัว เขา​หมอบ​ลง​ต่อหน้า​เปาโล​และ​สิลาส 30 แล้ว​นำ​คน​ทั้ง​สอง​ออก​มา​จาก​คุก​และ​ถาม​ว่า “ท่าน​ครับ ผม​ต้อง​ทำ​อย่างไร ถึง​จะ​รอด​ได้”

31 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ให้​ไว้วางใจ​ใน​พระเยซู​ผู้​เป็น​องค์​เจ้า​ชีวิต แล้ว​ท่าน​จะ​ได้​หลุดพ้น​จาก​บาป รวมทั้ง​คน​ใน​ครัวเรือน​ของ​ท่าน​ด้วย” 32 แล้ว​พวก​เขา​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระเจ้า ให้​นายคุก​รวม​ทั้ง​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​ครัวเรือน​ของ​เขา​ฟัง 33 ใน​คืน​นั้น​เอง นายคุก​พา​เปาโล​และ​สิลาส​ไป​ล้าง​แผล แล้ว​เขา​และ​ทุกคน​ใน​ครัวเรือน​ของ​เขา​ก็​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​ใน​ทันที 34 หลังจาก​นั้น​นายคุก​ก็​พา​คน​ทั้ง​สอง​ไป​ที่​บ้าน และ​หา​อาหาร​มา​ให้​กิน เขา​และ​ทุกคน​ใน​ครัวเรือน​ต่าง​ก็​พา​กัน​ดีใจ เพราะ​ได้​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า​แล้ว

35 พอ​ถึง​วันรุ่งขึ้น คณะ​ผู้​พิพากษา​ส่ง​เจ้าหน้าที่​มา​บอก​ว่า “ปล่อย​ตัว​สอง​คน​นั้น​ไป​ได้​แล้ว”

36 นาย​คุก​จึง​ไป​บอก​กับ​เปาโล​ว่า “ผู้​พิพากษา​ส่ง​คน​มา​บอก​ให้​ปล่อย​ตัว​พวก​ท่าน​แล้ว ออก​มา​เถอะ ขอ​ให้​ไป​เป็น​สุข​นะ”

37 แต่​เปาโล​พูด​กับ​พวก​เจ้าหน้าที่​ว่า “พวก​เขา​เฆี่ยน​ตี​เรา​ใน​ที่​สาธารณะ ทั้งๆ​ที่​ไม่​มี​ความ​ผิด มิหนำ​ซ้ำ​เรา​ก็​เป็น​คน​สัญชาติ​โรมัน​ด้วย แล้ว​ยัง​โยน​เรา​เข้า​คุก​อีก​ด้วย และ​ตอนนี้​จะ​มา​แอบ​ปล่อย​เรา​ไป​อย่าง​ลับๆ​ได้​อย่างไร ยอม​ไม่​ได้​เด็ด​ขาด พวก​เขา​เอง​ควร​จะ​มา​พา​พวก​เรา​ออก​ไป”

38 พวก​เจ้าหน้าที่ จึง​ได้​ไป​รายงาน​เรื่องนี้​ต่อ​คณะ​ผู้​พิพากษา เมื่อ​คณะ​ผู้​พิพากษา​ได้ยิน​ว่า​เปาโล​และ​สิลาส​เป็น​คน​สัญชาติ​โรมัน พวก​เขา​ต่าง​ก็​พา​กัน​ตกใจ 39 จึง​มา​ขอโทษ​คน​ทั้ง​สอง แล้ว​พา​พวก​เขา​ออก​มา​จาก​คุก และ​ขอร้อง​ให้​พวก​เขา​ออก​ไป​จาก​เมือง 40 เมื่อ​เปาโล​และ​สิลาส​ออก​จาก​คุก​แล้ว ก็​ตรง​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ลิเดีย​เพื่อ​พบ​กับ​พวก​พี่น้อง​ที่​นั่น เปาโล​และ​สิลาส​ให้​กำลังใจ​พวก​เขา​แล้ว​ก็​จาก​ไป

17

เปาโล​และ​สิลาส​ใน​เธสะโลนิกา

1 หลังจาก​เดิน​ทาง​ผ่าน​เมือง​อัมฟีบุรี และ​เมือง​อปอลโลเนีย​แล้ว พวก​เขา​ก็​มา​ถึง​เมือง​เธสะโลนิกา ซึ่ง​มี​ที่ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​อยู่​ด้วย 2 เปาโล​ไป​ประชุม​อย่าง​เคย และ​ยัง​ได้​พูด​โต้ตอบ​เรื่อง​พระคัมภีร์​กับ​พวกเขา​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​ทุก​อาทิตย์​ติด​ต่อ​กัน​ถึง​สาม​วัน​หยุด 3 เปาโล​อธิบาย และ​ใช้​พระคัมภีร์​พิสูจน์​ให้​พวก​เขา​เห็น​ว่า กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่​จำเป็น​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน​และ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย เปาโล​พูด​ต่อว่า “พระเยซู ที่​ผม​ได้​ประกาศ​ให้​กับ​พวก​คุณ​องค์นี้​แหละ คือ​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่” 4 บางคน​ใน​กลุ่ม​นั้น​ก็​เชื่อ​เปาโล จึง​เข้า​ร่วม​กับ​เปาโล​และ​สิลาส นอก​จากนี้​ยัง​มี​ชาว​กรีก​ที่​นับถือ​พระเจ้า​เป็น​จำนวน​มาก​เข้า​ร่วม​กับ​พวก​เขา และ​ยัง​มี​ผู้หญิง​คน​สำคัญ​อีก​จำนวน​ไม่​น้อย​ด้วย

5 แต่​พวก​ยิว​กลับ​อิจฉา เขา​ได้​รวบรวม​พวก​อันธพาล​ตาม​ท้องถนน ก่อ​การ​จลาจล​ทั่ว​เมือง พวก​เขา​บุก​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​ยาโสน และ​พยายาม​ที่​จะ​หา​ตัว​เปาโล​และ​สิลาส เพื่อ​จะ​ลาก​พวก​เขา​ออก​ไป​ที่​ฝูงชน 6 แต่​พอ​หา​ไม่​เจอ พวก​เขา​ก็​ลาก​ยาโสน​กับ​พี่น้อง​บางคน​ออก​ไป​หา​เจ้าหน้าที่​บ้าน​เมือง พร้อม​กับ​ตะโกน​ว่า “ไอ้​พวก​นั้น​ที่​ก่อ​ความ​วุ่นวาย​ไป​ทั่ว​โลก ตอนนี้​ได้​มา​อยู่​ที่​นี่​แล้ว 7 ยาโสน​ก็​ได้​ต้อนรับ​ไอ้​พวก​นั้น​ไว้​ใน​บ้าน และ​พวก​มัน​ทุก​คน​ได้​ทำ​ผิด​กฎ​ของ​ซีซาร์​เพราะ​พวก​มัน​บอก​ว่า​มี​กษัตริย์​อีก​องค์​ชื่อ​เยซู”

8 เมื่อ​ฝูงชน​และ​เจ้าหน้าที่​บ้าน​เมือง​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​ไม่​พอใจ 9 จึง​สั่ง​ให้​ยาโสน​และ​พวก​ที่​เหลือ​จ่าย​ค่า​ประกัน​ตัว แล้ว​จึง​ปล่อย​ตัว​ไป

เปาโล​และ​สิลาส​ไป​ที่​เมือง​เบโรอา

10 ใน​คืน​นั้น​เอง พวก​พี่น้อง​รีบ​ส่ง​เปาโล​และ​สิลาส​ไป​เมือง​เบโรอา เมื่อ​สอง​คน​ไป​ถึง​ที่​นั่น​ก็​เข้า​ไป​ใน​ที่ประชุม 11 คน​ยิว​ที่​นี่​มี​ใจกว้าง​กว่า​คน​ยิว​ใน​เมือง​เธสะโลนิกา พวก​เขา​รับ​พระคำ​อย่าง​เต็มใจ และ​ศึกษา​พระคัมภีร์​อย่าง​ละเอียด​ทุกวัน เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า​สิ่ง​ที่​เปาโล​สอน​นั้น​จริง​หรือ​ไม่ 12 ด้วย​เหตุนี้ จึง​มี​ชาว​ยิว​หลาย​คน​มา​เชื่อ รวม​ถึง​ผู้หญิง​คน​สำคัญ​ที่​เป็น​ชาว​กรีก และ​ผู้ชาย​กรีก​อีก​หลาย​คน 13 เมื่อ​ชาว​ยิว​ใน​เมือง​เธสะโลนิกา​รู้​ว่า​เปาโล​ได้​มา​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​ที่​เมือง​เบโรอา​ด้วย พวก​เขา​ก็​พา​กัน​มา​ที่​นั่น แล้ว​เริ่ม​ก่อกวน​และ​ยุยง​ฝูงชน 14 พวก​พี่น้อง​จึง​รีบ​ส่ง​เปาโล​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ที่​ชายฝั่ง​ทะเล แต่​สิลาส​และ​ทิโมธี​ยัง​คง​อยู่​ที่​เมือง​เบโรอา 15 คน​ที่​ไป​เป็น​เพื่อน​เปาโล ก็​นั่ง​เรือ​ไป​ส่ง​เปาโล​ถึง​เมือง​เอเธนส์ เปาโล​ฝาก​ให้​พวก​นั้น​มา​บอก​สิลาส​และ​ทิโมธี​ด้วย​ว่า​ให้​รีบ​มา​หา​เขา​เร็วๆ​พวก​นั้น​ก็​กลับ​ไป​เมือง​เบโรอา

เปาโล​อยู่​ใน​เมือง​เอเธนส์

16 ขณะ​ที่​เปาโล​กำลัง​รอ​คอย​สิลาส​และ​ทิโมธี​อยู่​ที่​เมือง​เอเธนส์​นั้น เปาโล​กลุ้มอก​กลุ้มใจ​มาก เพราะ​เขา​เห็น​รูป​เคารพ​เต็ม​บ้าน​เต็ม​เมือง

17 เขา​จึง​พูด​โต้ตอบ​กับ​ชาว​ยิว​และ​ชาว​กรีก​ที่​นับถือ​พระเจ้า​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว และ​กับ​คน​ที่​เขา​พบ​ตาม​ตลาด​ทุกๆ​วัน 18 พวก​นักปราชญ์​เอปิคูเรียน+ 17:18 พวก​นักปราชญ์​เอปิคูเรียน เชื่อ​ว่า​เป้าหมาย​ของ​ชีวิต​คือ​ความสุข​สนุก​สนาน​โดย​เฉพาะ​ทาง​ใจ และ​พวก​สโตอิก+ 17:18 พวก​สโตอิก เชื่อ​ว่า​ชีวิต​ไม่​ควร​มี​อารมณ์​สนุก​สนาน​หรือ​อารมณ์​เศร้า บางคน​โต้เถียง​กับ​เขา บางคน​พูด​ว่า “เขา​พล่าม​เรื่อง​อะไร​หรือ” บางคน​พูด​ว่า “ดู​เหมือน​เขา​จะ​พูด​ถึง​พระ​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​นะ” ที่​พวก​เขา​พูด​อย่างนี้​ก็​เพราะ​เปาโล​กำลัง​สอน​เรื่อง​พระเยซู และ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย 19 พวก​เขา​จึง​นำ​ตัว​เปาโล​ไป​ที่​สภา​อาเรโอปากัส​แล้ว​พูด​ว่า “ช่วย​อธิบาย​คำสอน​ใหม่​ของ​ท่าน​ให้​เรา​รู้​หน่อย 20 เพราะ​ท่าน​ได้​เอา​สิ่ง​ที่​แปลก​หู​มา​เล่า​ให้​ฟัง เรา​จึง​อยาก​รู้​ว่า​มัน​หมายถึง​อะไร” 21 (ชาว​เอเธนส์​และ​ชาว​ต่างชาติ​ที่​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น วันๆ​ไม่​ทำ​อะไร​เลย นอก​จาก​พูด​คุย​และ​ฟัง​แต่​เรื่อง​ใหม่ๆ)

22 เปาโล​จึง​ยืน​ขึ้น​ต่อหน้า​สภา​อาเรโอปากัส​แล้ว​พูด​ว่า “ชาว​เอเธนส์​ทั้งหลาย ผม​สังเกต​ว่า​พวก​ท่าน​เป็น​คน​เคร่ง​ศาสนา​มาก 23 เพราะ​ผม​ได้​เดิน​ไป​รอบๆ​และ​สังเกต​เห็น​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​ท่าน​บูชา ผม​เห็น​แท่น​บูชา​แท่น​หนึ่ง​เขียน​ว่า ‘แด่​พระเจ้า​ที่​ไม่​รู้จัก’ ผม​กำลัง​ประกาศ​ถึง​พระเจ้า​ที่​ท่าน​บูชา​โดย​ไม่​รู้จัก​องค์นี้​แหละ 24 พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ผู้สร้าง​โลก​และ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ใน​โลกนี้ พระองค์​เป็น​เจ้า​ของ​ท้องฟ้า​และ​แผ่นดิน​โลกนี้ พระองค์​จึง​ไม่​ได้​อยู่​ใน​วัด​ที่​มือ​มนุษย์​สร้าง​ขึ้น 25 พระเจ้า​ไม่​ต้อง​ให้​มนุษย์​มา​รับใช้ หรือ​ทำ​เหมือน​กับ​ว่า​พระองค์​ขาด​อะไร​อยู่ แต่​เป็น​พระองค์​ต่าง​หาก​ที่​ให้​ชีวิต ลม​หายใจ และ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​กับ​มนุษย์ 26 พระองค์​ได้​ทำ​ให้​ชนชาติ​ต่างๆ​เกิด​ขึ้น​มา​จาก​คน​คน​เดียว เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​ตั้ง​รกราก​อยู่​ทั่ว​โลก และ​พระองค์​ได้​กำหนด​เวลา​และ​เขต​แดน​ให้​กับ​พวก​เขา​อยู่ 27 พระองค์​ประสงค์​ให้​พวก​เขา​แสวงหา​พระองค์ เผื่อ​บางที​เขา​อาจ​จะ​ไขว่​คว้า​หา​พระองค์​แล้ว​จะ​ได้​พบ​พระองค์ ความจริง​แล้ว​พระองค์​ไม่​ได้​อยู่​ห่างไกล​จาก​พวก​เรา​แต่​ละ​คน 28 เพราะ​ใน​พระองค์ เรา​ถึง​มี​ชีวิต​เคลื่อน​ไหว​ได้​และ​เป็น​อยู่นี้ เหมือน​กับ​ที่​กวี​ของ​ท่าน​ผู้​หนึ่ง​ได้​กล่าว​ไว้​ว่า

‘ด้วย​ว่า​พวก​เรา​คือ​ลูก​หลาน​ของ​พระองค์’

29 ใน​เมื่อ​พวก​เรา​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​พระเจ้า​แล้ว พวก​เรา​ก็​ไม่​ควร​จะ​คิด​ว่า พระองค์​เป็น​เหมือน​รูปปั้น​ที่​คน​ได้​คิด​ออก​แบบ​ทำ​ขึ้น​จาก​ทองคำ เงิน หรือ​หิน 30 ใน​อดีต​พระเจ้า​ได้​มอง​ข้าม​เรื่องนี้​ไป เพราะ​คน​ไม่​เข้าใจ​พระองค์​อย่าง​ถ่องแท้ แต่​ตอนนี้​พระองค์​ได้​สั่ง​มนุษย์​ทุก​คน​ใน​ทุก​ที่​ให้​กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่ 31 เพราะ​พระองค์​ได้​กำหนด​วัน​ที่​พระองค์​จะ​พิพากษา​โลกนี้​อย่าง​ยุติธรรม โดย​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​พระองค์​ได้​แต่งตั้ง และ​พระองค์​ก็​พิสูจน์​เรื่องนี้​ให้​ทุก​คน​เห็น โดย​ทำ​ให้​ชาย​คนนี้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย”

32 เมื่อ​ได้ยิน​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย บางคน​ก็​หัวเราะ​เยาะ แต่​บางคน​ก็​พูด​ว่า “เรา​อยาก​ฟัง​ท่าน​พูด​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้​อีก” 33 แล้ว​เปาโล​ก็​ไป​จาก​สภา​นั้น 34 มี​บางคน​ได้​มา​เข้า​ร่วม​กับ​เปาโล​และ​เชื่อ ใน​คน​เหล่า​นั้น​มี​ดิโอนิสิอัส​สมาชิก​ของ​สภา​อาเรโอปากัส ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​ชื่อ​ดามาริส​และ​คน​อื่นๆ​ด้วย

18

เปาโล​ใน​เมือง​โครินธ์

1 หลังจาก​นั้น​เปาโล​ก็​ออก​จาก​เมือง​เอเธนส์​ไป​ที่​เมือง​โครินธ์ 2 เขา​ได้​พบ​กับ​คน​ยิว​ชื่อ อาควิลลา​ที่​เกิด​ใน​แคว้น​ปอนทัส อาควิลลา​กับ​ภรรยา​ที่​ชื่อ ปริสสิลลา เพิ่ง​มา​จาก​อิตาลี เพราะ​จักรพรรดิ​คลาวดิอัส+ 18:2 คลาวดิอัส จักรพรรดิ​ของ​โรมัน ปกครอง​บ้าน​เมือง​อยู่​ใน​ช่วง ค.ศ. 41-54 (พ.ศ. 584-597) เขา​ไล่​พวก​ยิว​ออก​จาก​กรุง​โรม​ใน​ปี ค.ศ. 49 (พ.ศ. 592) สั่ง​ให้​ชาว​ยิว​ทุก​คน​ออก​จาก​กรุง​โรม เปาโล​ไป​หา​พวก​เขา 3 เพราะ​เปาโล​และ​อาควิลลา​เป็น​ช่าง​เย็บ​หนัง​เหมือน​กัน เปาโล​ก็​เลย​ทำ​งาน​อยู่​กับ​พวก​เขา 4 ทุก​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา เปาโล​ก็​จะ​ไป​พูด​โต้ตอบ​กัน​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว เพื่อ​พยายาม​ชักชวน​ชาว​ยิว​และ​ชาว​กรีก​ให้​มา​เชื่อ​ใน​พระเยซู

5 เมื่อ​สิลาส​และ​ทิโมธีมา​จาก​แคว้น​มาซิโดเนีย เปาโล​ทุ่มเท​เวลา​ทั้งหมด​ของ​เขา​ประกาศ​พระคำ​และ​พยายาม​จะ​ให้​ชาวยิว​รู้​ว่า พระเยซู​คือ​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่ 6 เมื่อ​พวก​นั้น​ต่อต้าน​และ​พูดจา​หยาบคาย​กับ​เปาโล เปาโล​ก็​สะบัด​เสื้อผ้า+ 18:6 สะบัด​เสื้อผ้า เป็น​การ​เตือน​ที่​แสดง​ว่า​เปาโล​จะ​ไม่​พูด​ใน​ที่​ประชุม​ชาวยิว​ที่​นั่น​อีก​แล้ว ของ​เขา และ​พูด​ว่า “ชีวิต​ใคร​ก็​รับผิดชอบ​กัน​เอา​เอง​ก็​แล้ว​กัน ผม​ทำ​ดี​ที่สุด​แล้ว ต่อ​ไปนี้​ผม​จะ​ไปหา​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว” 7 เปาโล​ก็​ออก​จาก​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว​ตรง​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ชาย​ชื่อ ทิทิอัส​ยุสทัส ซึ่ง​ไม่​ใช่​คน​ยิว แต่​นับถือ​พระเจ้า บ้าน​ของ​เขา​อยู่​ถัด​จาก​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว 8 คริสปัส ซึ่ง​เป็น​หัวหน้า​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว พร้อม​กับ​สมาชิก​ใน​ครอบครัว​ทุก​คน ก็​หัน​มา​ไว้วางใจ​ใน​องค์​เจ้า​ชีวิต ชาว​โครินธ์​อีก​จำนวน​มาก​ที่​ได้​ฟัง​เปาโล​พูด​ก็​ได้​ไว้วางใจ​ด้วย และ​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ

9 คืน​หนึ่ง​องค์​เจ้า​ชีวิต​พูด​กับ​เปาโล​ใน​นิมิต​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว ประกาศ​ต่อ​ไป อย่า​เงียบ​เฉย 10 เพราะ​เรา​อยู่​กับ​เจ้า จะ​ไม่​มี​ใคร​เข้า​มา​จู่โจม​ทำร้าย​เจ้า​ได้ เพราะ​เรา​มี​คน​อยู่​มากมาย​ใน​เมืองนี้” 11 เปาโล​สั่งสอน​พระคำ​ของ​พระเจ้า​อยู่​ที่​เมือง​นั้น​ต่อไป​อีก​หนึ่ง​ปี​ครึ่ง

เปาโล​ถูก​นำ​ตัว​ไป​พบ​กัลลิโอ

12 ตอน​ที่​กัลลิโอ+ 18:12 กัลลิโอ เป็น​ผู้ว่า​ของ​แคว้น​อาคายา ใน​ปี ค.ศ. 51 (พ.ศ. 594) เป็น​ผู้ว่า​แคว้น​อาคายา ชาวยิว​รวม​ตัว​กัน​เข้า​ทำร้าย​เปาโล และ​พา​เขา​ไป​ที่​ศาล 13 พวก​เขา​บอก​ว่า “ชาย​คนนี้​ชัก​ชวน​ให้​คน​ไป​กราบ​ไหว้​พระเจ้า​ใน​ทาง​ที่​ขัด​กับ​กฎ​ของ​เรา” 14 พอ​เปาโล​จะ​อ้า​ปาก​พูด กัลลิโอ​ก็​พูด​กับ​ชาว​ยิว​ว่า “ถ้า​เรื่องนี้​มัน​เกี่ยวกับ​ความ​ผิด​หรือ​คดี​ร้ายแรง เรา​ก็​จะ​ฟัง​พวก​ท่าน 15 แต่​นี่​มัน​เป็น​เรื่อง​โต้แย้ง​เกี่ยว​กับ​คำสอน​ต่างๆ ชื่อ​ต่างๆ​และ​กฎ​ปฏิบัติ​ของ​พวก​ท่าน ไป​จัดการ​กัน​เอา​เอง​ก็​แล้ว​กัน เรา​ไม่​ขอ​ยุ่ง​เกี่ยวกับ​เรื่อง​อย่างนี้” 16 แล้ว​กัลลิโอ​ก็​ไล่​คน​ทั้งหมด​ออก​ไป​จาก​ศาล

17 พวก​ฝูงชน​จึง​ไป​คว้า​ตัว​โสสเธเนส ซึ่ง​เป็น​หัวหน้า​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว​มา​ทุบ​ตี​ต่อหน้า​ศาล แต่​กัลลิโอ​ก็​ไม่​สนใจ​ใยดี​อะไร​ทั้งสิ้น

เปาโล​กลับ​ถึง​เมือง​อันทิโอก

18 เปาโล​อยู่​ที่​นั่น​ต่อไป​อีก​หลาย​วัน แล้ว​จึง​ลาพวก​พี่น้อง​ลง​เรือ​ไป​ที่​แคว้น​ซีเรีย ปริสสิลลา​และ​อาควิลลา​ก็​ไปกับ​เขา​ด้วย แต่​ก่อน​ที่​เปาโล​จะ​จาก​ไป เขา​โกน​หัว+ 18:18 โกน​หัว ชาว​ยิว​ทำ​สิ่งนี้​เพื่อ​เป็น​การ​แสดง​ว่า​ช่วง​เวลา​ของ​คำ​สาบาน​ต่อ​พระเจ้า​สิ้นสุด​ลง เพราะ​ได้​สาบาน​ตน​เอา​ไว้​กับ​พระเจ้า​ที่​เมือง​เคนเครีย 19 เมื่อ​พวก​เขา​มา​ถึง​เมือง​เอเฟซัส เปาโล​ก็​ปล่อย​ปริสสิลลา​และ​อาควิลลา​ไว้​ที่​นั่น ใน​ระหว่าง​ที่​เปาโล​อยู่​ที่​นั่น เขา​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว และ​พูด​โต้ตอบ​กับ​พวก​ชาว​ยิว​ใน​นั้น 20 เมื่อ​พวก​นั้น​ขอร้อง​ให้​เปาโล​พัก​อยู่​ที่​นั่น​ต่อ​ไป​อีก เปาโล​ไม่​ยอม 21 แต่​ก่อน​ที่​เขา​จะ​จาก​ไป​เขา​ได้​พูด​ว่า “ถ้า​เป็น​ความ​ต้องการ​ของ​พระเจ้า ผม​จะ​กลับ​มาหา​พวก​คุณ​อีก” แล้ว​เปาโล​ก็​นั่ง​เรือ​ไป​จาก​เมือง​เอเฟซัส

22 เมื่อ​มา​ถึง​เมือง​ซีซารียา เปาโล​ไป​ทักทาย​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​แล้ว​จึง​ลง​ไป​ที่​เมือง​อันทิโอก 23 หลัง​จาก​อยู่​ที่​นั่น​ระยะ​หนึ่ง เปาโล​ก็​เดิน​ทาง​ไป​เยี่ยม​ตาม​ที่​ต่างๆ​ทั่ว​แคว้น​กาลาเทีย และ​แคว้น​ฟรีเจีย เพื่อ​ช่วย​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ให้​มี​ความเชื่อ​เข้มแข็ง​ขึ้น

อปอลโล​ใน​เมือง​เอเฟซัสและ​แคว้น​อาคายา

24 มี​ชาว​ยิว​คน​หนึ่ง​ชื่อ อปอลโล เกิด​ที่​เมือง​อเล็กซานเดรีย เป็น​ชาย​ที่​มี​การ​ศึกษา​ดี​และ​อ้าง​ข้อ​พระคัมภีร์​ได้​อย่าง​คล่องแคล่ว 25 เขา​ได้รับ​การ​สั่งสอน​ให้​รู้​ถึง​แนว​ทาง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต และ​เขา​ได้​พูด​และ​สั่งสอน​เรื่อง​ของ​พระเยซู ด้วย​ความ​กระตือรือร้น​และ​ถูกต้อง​แม่นยำ ถึง​แม้ว่า​เขา​จะ​รู้​แค่​เรื่อง​การ​ทำ​พิธี​จุ่มน้ำ​ของ​ยอห์น​เท่า​นั้น 26 อปอลโล เริ่ม​พูด​เรื่อง​ของ​พระเยซู​อย่าง​กล้าหาญ​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว เมื่อ​ปริสสิลลา​และ​อาควิลลา​มา​ได้ยิน​เข้า ก็​พา​อปอลโล​หลบ​มา​ข้างๆ​และ​อธิบาย​เรื่อง​แนว​ทาง​ของ​พระเจ้า​ให้​เขา​รู้​อย่าง​ถูกต้อง​ยิ่ง​ขึ้น 27 เมื่อ​อปอลโล​อยาก​จะ​ไป​ที่​แคว้น​อาคายา พวก​พี่น้อง​ก็​ให้​กำลังใจ​เขา และ​เขียน​จดหมาย​ไป​ถึง​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ที่​อยู่​ที่​นั่น​ให้​ต้อนรับ​เขา​ด้วย เมื่อ​อปอลโล​ไป​ถึง​แคว้น​อาคายา เขา​ได้​ช่วยเหลือ​คน​พวก​นั้น​ที่​ได้​มา​ไว้วางใจ​ใน​พระเยซู​เพราะ​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเจ้า 28 จาก​การ​โต้แย้ง​กัน​ใน​ที่​สาธารณะ อปอลโล​ได้​ทำ​ให้​พวก​ยิว​พ่ายแพ้​หมด​ท่า เขา​ยก​ข้อ​พระคัมภีร์​มา​แสดง​ให้​เห็น​ว่า พระเยซู​คือ​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่

19

เปาโล​อยู่​ใน​เมือง​เอเฟซัส

1 ใน​ระหว่าง​ที่​อปอลโล​อยู่​ที่​เมือง​โครินธ์ เปาโล​ได้​ใช้​เส้นทาง​ภายใน​ผ่าน​หุบเขา​ต่างๆ​มา​จน​ถึง​เมือง​เอเฟซัส และ​พบ​กับ​ศิษย์​บางคน​ของ​พระเยซู​ที่​นั่น 2 เขา​ถาม​พวก​นั้น​ว่า “ตอน​ที่​พวก​ท่าน​เชื่อ​ใน​พระเยซู​นั้น ได้รับ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​หรือ​เปล่า” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​ยัง​ไม่​เคย​ได้ยิน​เลย​ว่า​มี​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ด้วย” 3 เปาโล​ถาม​ต่อว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น ได้รับ​พิธี​จุ่มน้ำ​แบบ​ไหน” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “พิธี​จุ่มน้ำ​ของ​ยอห์น”

4 เปาโล​จึง​บอก​ว่า “พิธี​จุ่มน้ำ​ของ​ยอห์น​นั้น ทำ​เพื่อ​แสดง​ว่า​คุณ​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​แล้ว เขา​เคย​บอก​คน​ให้​เชื่อ​คนๆ​หนึ่ง​ที่​จะ​มา​ภาย​หลัง​เขา ซึ่ง​คน​นั้น​คือ​พระเยซู”

5 เมื่อ​พวก​เขา​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​ใน​นาม​ของ​พระเยซูเจ้า 6 หลัง​จาก​เปาโล​วางมือ​ลง​บน​พวก​เขา+ 19:6 วางมือ​ลง​บน​พวก​เขา เป็น​ท่าทาง​ที่​มา​กับ​การ​อธิษฐาน เป็น​การ​ขอ​ให้​พระเจ้า​อวยพร​แก่​บุคคล​ที่​เกี่ยว​ข้อง​เป็น​พิเศษ พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ก็​มา​อยู่​กับ​พวก​เขา แล้ว​พวก​เขา​ก็​เริ่ม​พูด​ภาษา​ที่​ไม่​รู้จัก+ 19:6 ภาษา​ที่​ไม่​รู้จัก คือ​ภาษา​ที่​ไม่​เคย​เรียนรู้​หรือ​พูด​ได้​มา​ก่อน​เลย และ​ได้​พูด​แทน​พระเจ้า​ด้วย 7 พวก​เขา​มี​อยู่​ทั้งหมด​ประมาณ​สิบสอง​คน

8 เป็น​เวลา​สาม​เดือน​ที่​เปาโล​ได้​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว ประกาศ​ถ้อย​คำ​ของ​พระเจ้า​ด้วย​ใจ​กล้า พูด​โต้ตอบ​กัน​และ​ชักชวน​ชาว​ยิว​ให้​มา​เชื่อ​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า 9 แต่​บางคน​หัวดื้อ​ไม่​ยอม​เชื่อ และ​พูดจา​ว่า​ร้าย​แนว​ทาง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต ดังนั้น​เปาโล​จึง​แยก​จาก​พวก​เขา และ​พา​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ไป​กับ​เขา​ด้วย และ​ทุก​วัน​เขา​ก็​จะ​ไป​พูด​โต้ตอบ​กัน​ที่​ห้อง​บรรยาย​ของ​ทีรันนัส 10 เขา​ทำ​อย่างนี้​อยู่​สอง​ปี จึง​ทำ​ให้​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แคว้น​เอเชีย​ทั้ง​ชาว​ยิว​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ได้ยิน​พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​กัน​หมด​ทุก​คน

ลูกชาย​ของ​เสวา

11 ใน​ตอน​นั้น​พระเจ้า​กำลัง​ทำ​เรื่อง​อัศจรรย์​อัน​เหลือเชื่อ​ผ่าน​มือ​ของ​เปาโล 12 แม้แต่​ผ้า​เช็ดหน้า​กับ​ผ้า​กัน​เปื้อน​ที่​เปาโล​จับ เมื่อ​เอา​ไป​วาง​ไว้​ที่​ตัว​คนป่วย โรคภัย​ไข้เจ็บ​ก็​หาย​ไป และ​พวก​ผีชั่ว​ก็​ออก​จาก​ร่าง​ไป​ด้วย

13 มี​ชาว​ยิว​บางคน​เป็น​หมอผี เที่ยว​เดิน​ไป​มา​ตาม​ที่​ต่างๆ​เพื่อ​ขับไล่​ผี​ชั่ว โดย​พยายาม​อ้าง​ชื่อ​ของ​พระเยซู​กับ​คน​ที่​ถูก​ผีชั่ว​สิง​ว่า “เรา​ขอ​สั่ง​พวก​เจ้า​ให้​ออก​มา​โดย​พระเยซู ผู้​ที่​เปาโล​ประกาศ​นั้น” 14 เสวา​เป็น​หัวหน้า​นักบวช​ที่​โดดเด่น​คน​หนึ่ง ลูกชาย​ทั้ง​เจ็ด​คน​ของ​เขา​ก็​กำลัง​ทำ​อย่างนี้ 15 แต่​ผีชั่ว​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “พระเยซู​เรา​ก็​รู้จัก เปาโล​เรา​ก็​รู้จัก แต่​พวก​เอ็ง​เป็น​ใคร​กัน”

16 แล้ว​ชาย​คน​ที่​ถูก​ผี​ชั่ว​สิง​อยู่​ก็​กระโจน​ใส่​พวก​นั้น และ​ทำร้าย​พวก​เขา พวก​เขา​ต่าง​ก็​วิ่ง​หนี​ออก​มา​จาก​บ้าน​ตัว​ล่อนจ้อน​บาดเจ็บ​สะบัก​สะบอม 17 ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​เอเฟซัส ทั้ง​คน​ยิว​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว รู้​เรื่องนี้​กัน​หมด ทำ​ให้​ทุก​คน​กลัว และ​ชื่อ​ของ​พระเยซูเจ้า​ก็​ได้รับ​การ​ยกย่อง​มาก​ยิ่ง​ขึ้น 18 มี​หลาย​คน​ที่​เชื่อ​ใน​พระเยซู​ได้​มา​สารภาพ​ใน​เรื่อง​ไม่​ดี​งาม​ที่​พวก​เขา​ได้​ทำ 19 มี​หลาย​คน​ที่​ใช้​เวทมนตร์​คาถา รวบรวม​หนังสือ​ที่​ทำ​เวทมนตร์​คาถา​ออก​มา​เผา​ไฟ​ต่อหน้า​ทุก​คน พวก​เขา​คำนวณ​ราคา​ของ​หนังสือ​ทั้งหมด​นั้น พบ​ว่า​เป็น​เงิน​ถึง​ห้าหมื่น​เหรียญ​เงิน+ 19:19 เหรียญ​เงิน อาจ​เป็น​เงิน​เหรียญ​ของ​กรีก หนึ่ง​เหรียญ​สามารถ​เป็น​ค่า​แรงงาน​คน​งาน​ต่อ​หนึ่ง​วัน20 เหตุการณ์​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ฤทธิ์เดช​อย่างนี้ ทำ​ให้​พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต แพร่​ขยาย​ต่อ​ไป​และ​เกิด​ผล​มาก

เปาโล​วางแผน​เดิน​ทาง

21 หลัง​จาก​เรื่องนี้​เกิด​ขึ้น เปาโล​ตัดสินใจ​ที่​จะ​เดิน​ทาง​ผ่าน​แคว้น​มาซิโดเนีย​และ​แคว้น​อาคายา​เพื่อ​ไป​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม เขา​พูด​ว่า “หลัง​จาก​ที่​ผม​ไปที่​นั่น​แล้ว ผม​ต้อง​ไป​กรุง​โรม​ด้วย” 22 เขา​จึง​ส่ง​ทิโมธี​และ​เอรัสทัส ผู้ช่วย​ทั้ง​สอง​คน​ของ​เขา​ไป​ที่​แคว้น​มาซิโดเนีย ส่วน​ตัวเขา​เอง​อยู่​ใน​แคว้น​เอเชีย​ต่อ​ไป​อีก​ระยะ​หนึ่ง

ความ​ยุ่งยาก​ใน​เมือง​เอเฟซัส

23 ใน​ช่วง​นั้น​ที่​เมือง​เอเฟซัส​เกิด​ความ​วุ่นวาย​อย่าง​รุนแรง​ขึ้น เนื่อง​จาก​คำ​สอน​เรื่อง​แนว​ทาง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต 24 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เดเมตริอัส เขา​เป็น​ช่าง​เงิน เขา​เอา​เงิน​มา​ทำ​เป็น​รูป​จำลอง​วัด​ของ​เทพธิดา​อารเทมิส ซึ่ง​ทำ​รายได้​ให้​กับ​พวก​ช่าง​ฝีมือ​เป็น​อันมาก 25 เดเมตริอัส จึง​เรียก​พวก​ช่าง​ฝีมือ​พวก​นั้น​ที่​มี​อาชีพ​เดียว​กัน​มา​ประชุม และ​พูด​ว่า “ท่าน​ทั้งหลาย​ก็​รู้​ว่า​พวก​เรา​มี​รายได้​ดี​จาก​งานนี้ 26 ท่าน​ก็​เห็น​และ​ได้ยิน​แล้ว​ว่า ไอ้​เปาโล​คนนี้​ได้​ชักชวน​และ​เปลี่ยน​ความ​คิด​ของ​คน​เป็น​จำนวน​มาก ไม่​ใช่​แต่​ที่​เมือง​เอเฟซัสนี้​เท่านั้น แต่​เกือบ​จะ​ทั่ว​แคว้น​เอเชีย มัน​บอก​ว่า​พระเจ้า​ที่​สร้าง​ขึ้น​จาก​มือ​มนุษย์​ไม่​ใช่​พระเจ้า​เที่ยงแท้ 27 คำ​สอนนี้​อันตราย​มาก นอก​จาก​จะ​ทำ​ให้​อาชีพ​ของ​พวก​เรา​ต้อง​เสียชื่อ​เสียง​ไป​แล้ว ยัง​ทำ​ให้​วัด​ของ​เทพธิดา​อารเทมิส​หมด​ความ​หมาย​ไป​ด้วย และ​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​นาง​ที่​คน​ทั่ว​แคว้น​เอเชีย​และ​ทั่ว​โลก​เคารพ​บูชา ก็​จะ​สูญ​สิ้น​ไป​ด้วย”

28 เมื่อ​พวก​เขา​ได้ยิน​อย่างนี้ ก็​โกรธ​และ​โห่ร้อง​ว่า “อารเทมิส เทพธิดา​ของ​ชาว​เอเฟซัส​เป็น​ผู้​ยิ่งใหญ่” 29 ทั่ว​ทั้ง​เมือง​ก็​วุ่นวาย​สับสน​กัน​ไป​หมด พวก​เขา​วิ่ง​กรู​กัน​เข้า​ไป​ใน​โรง​ละคร พร้อม​กับ​ลาก​ชาว​มาซิโดเนีย​สอง​คน คือ​กายอัส​และ​อาริสทารคัส​เพื่อน​ร่วม​ทาง​ของ​เปาโล เข้า​ไป​กับ​พวก​เขา​ด้วย 30 ฝ่าย​เปาโล​อยาก​จะ​เข้า​ไป​อยู่​ต่อหน้า​ฝูงชน แต่​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ไม่​ยอม​ให้​ไป 31 เจ้าหน้าที่​ปก​ครอง​แคว้น​บางคน ที่​เป็น​เพื่อน​ของ​เปาโล ได้​ฝาก​คำ​พูด​มา​ถึง​เขา อ้อน​วอน​ไม่​ให้​เขา​เสี่ยง​เข้า​ไป​ใน​โรง​ละคร 32 ผู้คน​ต่าง​คน​ต่าง​ร้อง​ตะโกน​กัน จน​ที่ประชุม​วุ่นวาย​ไป​หมด แต่​คน​ส่วน​ใหญ่​ก็​ไม่​รู้​หรอก​ว่า​เขา​มา​ชุมนุม​กัน​ทำไม 33 บางคน​ใน​ฝูงชน​บอก​ให้​อเล็กซานเดอร์​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น เพราะ​ตอนนี้​เขา​ถูก​ชาว​ยิว​ผลัก​ออก​ไป​ยืน​อยู่​ข้าง​หน้า เขา​จึง​ยก​มือ​ขึ้น​ให้​ฝูงชน​เงียบ และ​พยายาม​ที่​จะ​พูด​แก้​ต่าง​ต่อหน้า​คน​ที่​มา​ชุมนุม​นั้น

34 เมื่อ​พวก​เขา​รู้​ว่า​อเล็กซานเดอร์​เป็น​คน​ยิว พวก​เขา​ก็​ร้อง​ตะโกน​เป็น​เสียง​เดียว​กัน​ว่า “อารเทมิส เทพธิดา​ของ​ชาว​เอเฟซัส​เป็น​ผู้​ยิ่งใหญ่” ร้อง​อยู่​อย่าง​นั้น​ประมาณ​สอง​ชั่วโมง

35 ฝ่าย​ผู้​ปกครอง​เมือง​บอก​ให้​ฝูงชน​อยู่​ใน​ความสงบ และ​พูด​ว่า “พี่น้อง​ชาว​เอเฟซัส มี​ใคร​บ้าง​ใน​โลกนี้​ที่​ยัง​ไม่​รู้​ว่า​เมือง​เอเฟซัส​เป็น​ผู้​ดูแล​วัด​ของ​อารเทมิส​ผู้​ยิ่งใหญ่ และ​เป็น​ผู้รักษา​หิน​ศักดิ์สิทธิ์+ 19:35 หิน​ศักดิ์สิทธิ์ ประชาชน​มัก​จะ​จัดตั้ง​หิน​ขึ้น​มากมาย​เพื่อ​ให้​เป็น​สถานที่​พิเศษ​ใช้​สำหรับ​บูชา​พระ​เทียม​เท็จ ที่​หล่น​มา​จาก​ท้องฟ้า 36 ไม่​มี​ใช่​ไหม​ล่ะ เพราะ​ฉะนั้น​พวก​ท่าน​ต้อง​ใจเย็นๆ​ไม่​ทำ​อะไร​ที่​โง่​เขลา 37 พวก​ท่าน​ได้​เอา​ชาย​สอง​คนนี้+ 19:37 ชาย​สอง​คนนี้ หมายถึง​กายอัส และ​อาริสทารคัส​ทั้ง​คู่​ร่วม​เดิน​ทาง​ไป​กับ​เปาโล มา​ที่​นี่ ทั้ง​ที่​พวก​เขา​ไม่​ได้​ปล้น​วัด​หรือ​ดู​หมิ่น​เทพธิดา​ของ​พวก​เรา 38 ถ้า​เดเมตริอัส​และ​พวก​ช่าง​ฝีมือ​ที่​ทำงาน​กับ​เขา​กล่าว​หา​ใคร ศาล​ก็​เปิด​อยู่ คณะ​ผู้​พิพากษา​ก็​พร้อม ให้​พวก​เขา​ไป​ฟ้องร้อง​กัน​เอง​ที่​นั่นสิ 39 แต่​ถ้า​พวก​ท่าน​ยัง​มี​เรื่อง​อื่น​อีก ก็​ให้​ไป​ตกลง​กัน​ใน​ที่ประชุม​ปกติ​เถอะ 40 แค่นี้​พวก​เรา​ก็​เสี่ยง​มาก​แล้ว​ที่​จะ​ถูก​กล่าว​หา​ว่า​ก่อ​การ​จลาจล​ขึ้น​ใน​วันนี้ เพราะ​พวก​เรา​ไม่​มี​ข้ออ้าง​อะไร​เลย ที่​มา​ชุมนุม​กัน​ใน​ครั้งนี้” 41 เมื่อ​เขา​พูด​จบ ก็​สั่ง​ให้​เลิก​ชุมนุม​กัน

20

เปาโล​เดิน​ทาง​ไป​แคว้น​มาซิโดเนียและ​กรีก

1 เมื่อ​ความ​วุ่นวาย​สงบ​ลง เปาโล​เรียก​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​มา​พบ​กัน หลัง​จาก​พูด​ให้กำลัง​ใจพวก​เขา​แล้ว เปาโล​ก็​บอก​ลา​และ​ไป​ที่​แคว้น​มาซิโดเนีย 2 เปาโล​ได้​ให้​กำลัง​ใจ​กับ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ตาม​ที่​ต่างๆ​ที่​เขา​ผ่าน​ไป​นั้น จน​มา​ถึง​แคว้น​กรีก 3 เขา​พัก​อยู่​ที่​นั่น​สาม​เดือน และ​เมื่อ​เขา​เตรียม​ที่​จะ​ลง​เรือ​ไป​ซีเรีย เขา​รู้​ว่า​มี​พวก​ยิว​วางแผน​จะ​ฆ่า​เขา เปาโล​จึง​ตัดสิน​ใจ​วก​กลับ​ไป​ทาง​แคว้น​มาซิโดเนีย​แทน 4 เขา​มี​เพื่อน​ร่วม​เดิน​ทาง​ไป​ด้วย​คือ โสปาเทอร์​ลูกชาย​ของ​ปีรัส​ชาว​เมือง​เบโรอา อาริสทารคัส กับ​เสคุนดัส​ชาว​เมือง​เธสะโลนิกา กายอัส​จาก​เดอร์บี และ​ทิโมธี ทีคิกัส​กับ​โตรฟีมัส​ที่​มา​จาก​แคว้น​เอเชีย 5 คน​ทั้งหมดนี้​เดิน​ทาง​ล่วงหน้า​ไป​คอย​พวก​เรา​ที่​เมือง​โตรอัส 6 หลังจาก​วัน​เทศกาล​ขนมปัง​ไร้​เชื้อ พวก​เรา​ก็​ลง​เรือ​ออก​จาก​เมือง​ฟีลิปปี ห้า​วัน​ต่อมา พวก​เรา​ไป​สมทบ​กับ​พวก​เขา​ที่​เมือง​โตรอัส และ​พัก​อยู่​ที่​นั่นเจ็ด​วัน

เปาโล​ไป​เยี่ยม​เมือง​โตรอัส​เป็น​ครั้ง​สุดท้าย

7 ใน​วัน​อาทิตย์+ 20:7 วัน​อาทิตย์ หรือ “วัน​แรก​ของ​สัปดาห์” ชาว​ยิว​ถือ​ว่า​วันนี้​เริ่ม​ขึ้น​เมื่อ​พระอาทิตย์​ตก​ดิน​ใน​เย็น​วัน​เสาร์ แต่​ถ้า​ลูกา​นับ​ตาม​เวลา​ของ​กรีก การ​ประชุมนี้​ก็​จะ​ตรง​กับ​คืน​วัน​อาทิตย์ ขณะ​ที่​เรา​ประชุม​กัน​เพื่อ​หัก​ขนมปัง เปาโล​คุย​กับ​พวก​เขา​จน​ถึง​เที่ยงคืน เพราะ​เปาโล​ตั้งใจ​จะ​ออก​จาก​เมือง​ใน​วันรุ่งขึ้น 8 ใน​ห้อง​ชั้น​บน​ที่​เรา​ประชุม​กัน​นั้น มี​ตะเกียง​อยู่​หลาย​ดวง 9 ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ยุทิกัส นั่ง​อยู่​บน​ขอบ​หน้าต่าง เขา​ง่วง​นอน​มาก จึง​หลับ​ไป​ขณะ​ที่​เปาโล​ยัง​พูด​อยู่ และ​ตกลง​มา​จาก​หน้าต่าง​ชั้น​ที่​สาม เมื่อ​ยก​ตัว​เขา​ขึ้น​มา​ก็​พบ​ว่า​เขา​ตาย​เสีย​แล้ว 10 เปาโล​จึง​ลง​ไป​และ​ก้ม​ตัว​ลง​ไป​กอด​ร่าง​ของ​ยุทิกัส​แล้ว​พูด​ว่า “ไม่​ต้อง​เป็น​ห่วง เพราะ​เขา​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่” 11 จาก​นั้น​เปาโล​ก็​ขึ้น​ไป​ชั้น​บน หัก​ขนมปัง​และ​กิน​อาหาร​กัน และ​พูด​กับ​พวก​นั้น​ต่อ​ไป​จน​ถึง​เช้ามืด​แล้ว​จึง​จาก​ไป 12 พวก​เขา​ก็​พา​ชาย​หนุ่ม​คน​ที่​ฟื้น​จาก​ความ​ตาย​กลับ​บ้าน และ​ทุก​คน​ก็​รู้สึก​ปลาบปลื้ม​ใจ​มาก

การ​เดินทาง​จาก​เมือง​โตรอัสไป​เมือง​มิเลทัส

13 เปาโล​ตั้งใจ​จะ​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​อัสโสส​ทาง​บก จึง​จัดการ​ให้​พวก​เรา​ขึ้น​เรือ​ล่วงหน้า​ไป​ก่อน แล้ว​ค่อย​แวะ​รับ​เขา​ขึ้น​เรือ​ที่​นั่น 14 เมื่อ​เปาโล​พบ​พวก​เรา​ที่​เมือง​อัสโสส เรา​รับ​เขา​ขึ้น​เรือ​มุ่ง​หน้า​ไป​เมือง​มิทิเลนี 15 ใน​วันรุ่งขึ้น เรา​แล่น​เรือ​ออก​จาก​มิทิเลนี ไป​ถึง​บริเวณ​ฝั่ง​ตรงข้าม​กับ​เกาะ​คิโอส พอ​วัน​ต่อมา​เรา​ก็​แล่น​เรือ​มา​ถึง​เกาะ​สามอส และ​อีก​วัน​ต่อมา​เรา​ได้​มา​ถึง​เมือง​มิเลทัส 16 เปาโล​ตัดสิน​ใจ​ว่า​จะ​แล่น​ผ่าน​เมือง​เอเฟซัส​ไป​เลย จะ​ได้​ไม่​ต้อง​เสีย​เวลา​ที่​แคว้น​เอเชีย เพราะ​ถ้า​เป็น​ไป​ได้ เขา​จะ​รีบ​ไป​ให้​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม​ก่อน​วัน​เพ็นเทคอสต์

เปาโล​พบ​กับ​คณะ​ผู้นำ​อาวุโสของ​หมู่​ประชุม​เอเฟซัส

17 ตอน​เปาโล​อยู่​ที่​เมือง​มิเลทัส เปาโล​ฝาก​ข้อ​ความ​ไป​ให้​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ที่​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ใน​เมือง​เอเฟซัส​ให้​มา​เจอ​กัน​ที่​นั่น 18 เมื่อ​พวก​นั้น​มา​ถึง เปาโล​พูด​ว่า “คุณ​ก็​รู้​ว่า ตลอด​เวลา​ที่​ผม​อยู่​กับ​พวก​คุณ​ผม​ใช้​ชีวิต​อย่าง​ไร นับ​ตั้งแต่​วัน​แรก​ที่​ผม​มา​ถึง​แคว้น​เอเชียนี้ 19 ผม​รับใช้​องค์​เจ้า​ชีวิต​อย่าง​อ่อนน้อม​ถ่อมตน​และ​น้ำตาไหล ผม​ผ่าน​ความ​ทุกข์ยาก​ลำบาก​มากมาย​จาก​แผน​ร้าย​ต่างๆ​ของ​พวก​ยิว 20 คุณ​ก็​รู้​ว่า​สิ่ง​ที่​เป็น​ประโยชน์​กับ​พวก​คุณ ผม​ไม่​เคย​ลังเล​ที่​จะ​บอก​ให้​รู้​เลย ซ้ำ​ยัง​สอน​ให้​ทั้ง​ใน​ที่​สาธารณะ และ​ที่​บ้าน​อีก​ด้วย 21 ผม​เตือน​หมด​ทุก​คน ไม่ว่า​จะ​เป็น​คน​ยิว หรือ​คน​กรีก​ให้​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ กลับ​มาหา​พระเจ้า และ​ให้​ไว้วางใจ​ใน​พระเยซูเจ้า​ของ​พวก​เรา 22 ตอนนี้​ผม​จะ​ต้อง​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม ตาม​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ สั่ง ไม่​รู้​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ผม​ที่​นั่น​บ้าง 23 รู้​แต่​ว่า​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ได้​เตือน​ผม​ใน​ทุก​เมือง​ที่​ไป​ว่า ทั้ง​คุก ทั้ง​ความ​ทุกข์ยาก​ลำบาก กำลัง​รอ​ผม​อยู่​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม 24 แต่​ผม​ไม่​สนใจ​หรอก​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ชีวิต​ของ​ผม ขอ​เพียง​แต่​ให้​ผม​วิ่ง​ถึง​เส้นชัย และ​ทำงาน​ที่​พระเยซูเจ้า​มอบ​หมาย​ไว้​ให้​สำเร็จ​ก็​พอ​แล้ว งาน​นั้น​ก็​คือ​การ​ประกาศ​ข่าวดี​เรื่อง​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระเจ้า

25 ผม​รู้​ว่า​ต่อไปนี้​จะ​ไม่​มี​ใคร​เลย​ใน​พวก​คุณ ที่​ผม​ได้​ตระเวน​ไป​ประกาศ​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ให้​ฟัง​นั้น จะ​ได้​เห็น​หน้า​ผม​อีก 26 ดังนั้น​ผม​ขอ​บอก​ให้​รู้​ตอนนี้​เลย​ว่า ถ้า​หาก​มี​ใคร​ใน​พวก​คุณ​หลง​หาย อย่า​มา​โทษ​ผม​ก็​แล้ว​กัน 27 เพราะ​ผม​ได้​บอก​เรื่อง​ที่​พระเจ้า​อยาก​ให้​พวก​คุณ​รู้​อย่าง​ครบ​ถ้วน​แล้ว 28 ระวัง​ตัวเอง​กับ​ฝูงชน​ทั้งหลาย​ที่​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ ได้​ตั้ง​ให้​คุณ​เป็น​ผู้​ดูแล​เลี้ยงดู ซึ่ง​ก็​คือ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า+ 20:28 หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า ฉบับ​ภาษา​เดิม​บาง​ฉบับ​เขียน​ว่า หมู่​ประชุม​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ที่​พระองค์​ได้​ซื้อ​มา​ด้วย​เลือด​ของ​พระบุตร​ของ​พระองค์​เอง+ 20:28 เลือด​ของ​พระบุตร​ของ​พระองค์​เอง หรือ​ฉบับ​ภาษา​เดิม​บาง​ฉบับ​เขียน​ว่า “เลือด​ของ​พระองค์​เอง”29 ผม​รู้​ว่า​เมื่อ​ผม​จาก​ไป จะ​มี​คน​อื่น​ที่​เป็น​เหมือน​ฝูง​หมาป่า​ดุร้าย​เข้า​มา​ทำร้าย​ฝูงชน​ของ​พระเจ้า 30 แม้แต่​พวก​คุณ​เอง​บางคน ก็​จะ​พูด​บิดเบือน​ความจริง เพื่อ​ล่อ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ให้​ไป​ติดตาม​พวก​เขา​แทน 31 ฉะนั้น ระวัง​ตัว​ไว้​ให้​ดี จำ​ไว้​ว่า​ตลอด​เวลา​สาม​ปี​มานี้ ผม​ได้​ตักเตือน​พวก​คุณ​แต่​ละ​คน​ด้วย​น้ำตา​มา​ตลอด ไม่​เคย​หยุด​เลย​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน

32 และ​เดี๋ยวนี้ ผม​ขอ​มอบ​พวก​คุณ​ไว้​กับ​พระเจ้า และ​กับ​พระคำ​เรื่อง​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระองค์ ที่​จะ​ทำ​ให้​คุณ​เข้มแข็ง​ขึ้น และ​จะ​ทำ​ให้​คุณ​เป็น​ผู้​รับ​มรดก​ร่วม​กับ​คน​พวก​นั้น​ทั้งหมด​ที่​พระเจ้า​ได้​แยก​ออก​มา​ไว้​เป็น​ของ​พระองค์ 33 ผม​ไม่​เคย​คิด​อยาก​จะ​ได้​เงิน​ทอง หรือ​เสื้อผ้า​ของ​ใคร​เลย 34 พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า ผม​ได้​ทำงาน​เลี้ยงดู​ตัวเอง​และ​คน​ที่​อยู่​กับ​ผม ด้วย​มือ​ทั้ง​สอง​ของ​ผมนี้ 35 ที่​ผม​ทำ​อย่างนี้ ก็​เพื่อ​พวก​คุณ​จะ​ได้​เห็น​ว่า​เรา​จะ​ต้อง​ทำงาน​หนัก​เพื่อ​จะ​ได้​ช่วยเหลือ​คน​ที่​ขัดสน จำ​คำพูด​ของ​พระเยซูเจ้า​ไว้​ให้​ดี​ที่​ว่า ‘การ​ให้​เป็น​เกียรติ​มาก​ยิ่งกว่า​การ​รับ’” 36 หลัง​จาก​เปาโล​พูด​เสร็จ​แล้ว เขา​ก็​คุกเข่า​ลง​พร้อม​กับ​ทุก​คน และ​เขา​ได้​อธิษฐาน 37 ทุก​คน​ร้องไห้​สะอึก​สะอื้น​พา​กัน​กอด​คอ​และ​จูบ​เปาโล 38 พวก​เขา​เสียใจ​มาก​ที่​เปาโล​บอก​ว่า จะ​ไม่​ได้​เห็น​หน้า​เขา​อีก​แล้ว จาก​นั้น​ก็​พา​กัน​ไป​ส่ง​เปาโล​ที่​เรือ

21

เปาโล​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม

1 หลัง​จาก​แยก​กัน​แล้ว พวก​เรา​แล่น​เรือ​ตรง​ไป​ที่​เกาะ​โคส และ​มา​ถึง​เกาะ​โรดส์​ใน​วันรุ่งขึ้น จาก​ที่​นั่น​เรา​แล่น​เรือ​ต่อ​ไป​ถึง​เมือง​ปาทารา 2 และ​พบ​เรือ​ลำ​หนึ่ง​ที่​จะ​ไป​เมือง​ฟีนีเซีย พวก​เรา​จึง​ขึ้น​เรือ​ลำ​นั้น​แล่น​ต่อ​ไป 3 เรา​มอง​เห็น​เกาะ​ไซปรัส และ​แล่น​ผ่าน​ทาง​ขวา​ของ​เกาะ​ไป​แคว้น​ซีเรีย เรือ​ไป​จอด​ที่​เมือง​ไทระ​เพื่อ​ถ่าย​สินค้า​ขึ้น​ท่า 4 พวก​เรา​พบ​พวก​ศิษย์​ของ​พระเยซู​ที่​นั่น​ด้วย จึง​พัก​อยู่​กับ​พวก​เขา​เจ็ด​วัน พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ดลใจ​พวก​เขา​ให้​บอก​กับ​เปาโล​ว่า​อย่า​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม 5 เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​พวก​เรา​จะ​ต้อง​เดิน​ทาง​ต่อ​แล้ว พวก​เขา​ทั้งหมด​พร้อม​ทั้ง​ลูก​เมีย ออก​มา​ส่ง​พวก​เรา​ที่​นอก​เมือง เมื่อ​มา​ถึง​ชายหาด​พวก​เรา​คุกเข่า​ลง​อธิษฐาน 6 แล้ว​ร่ำลา​กัน จาก​นั้น​พวก​เรา​ก็​ลง​เรือ ส่วน​พวก​เขา​กลับ​บ้าน​ไป

7 พวก​เรา​แล่น​จาก​เมือง​ไทระ​มา​จอด​ที่​เมือง​ทอเลเมอิส เรา​ได้​ไป​เยี่ยม​เยียน​พี่น้อง​ที่​นั่น และ​พัก​อยู่​กับ​พวก​เขา​หนึ่ง​วัน 8 วัน​ต่อมา​เรา​เดิน​ทาง​ต่อ​จน​มา​ถึง​เมือง​ซีซารียา และ​แวะ​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ฟีลิป​และ​พัก​อยู่​กับ​เขา เขา​เป็น​คน​ประกาศ​ข่าวดี​ของ​พระเจ้า​และ​เป็น​หนึ่ง​ใน​เจ็ด​คน (ที่​ถูก​เลือก​ให้​มา​ช่วย​แจก​อาหาร​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม)+ 21:8 ที่​ถูก​เลือก … ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม ดู​กิจการ 6:59 ฟีลิป​มี​ลูกสาว​สี่​คน​ที่​ยัง​เป็น​โสด​อยู่ และ​เป็น​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ด้วย 10 หลัง​จาก​ที่​พัก​อยู่​ที่​นั่น​หลาย​วัน​ก็​มี​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า ชื่อ​อากาบัส มา​จาก​แคว้น​ยูเดีย 11 เขา​เข้า​มา​หา​พวก​เรา และ​เอา​เข็มขัด​ของ​เปาโล​มา​มัด​มือ​มัด​เท้า​ของ​เขา​เอง แล้ว​พูด​ว่า “พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​บอก​ว่า ‘ชาว​ยิว​ใน​เยรูซาเล็ม​จะ​มัด​คน​ที่​เป็น​เจ้า​ของ​เข็มขัดนี้​แบบนี้​แหละ แล้ว​จะ​ส่ง​ชาย​คนนี้​ให้​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว’” 12 เมื่อ​ได้ยิน​อย่าง​นั้น พวก​เรา​กับ​คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​ต่าง​อ้อนวอน​เปาโล​ไม่​ให้​ขึ้น​ไป​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม 13 แต่​เปาโล​ตอบ​ว่า “ร้องไห้​ทำไม มัน​ทำ​ให้​ผม​เศร้าใจ​รู้​หรือ​เปล่า ผม​พร้อม​ที่​จะ​ถูก​มัด และ​ยัง​พร้อม​ที่​จะ​ตาย​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​พระเยซูเจ้า​ด้วย”

14 เมื่อ​อ้อนวอน​เปาโล​ไม่​สำเร็จ พวก​เรา​จึง​หยุด​และ​พูด​ว่า “ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ก็​แล้ว​กัน” 15 หลัง​จาก​นั้น​พวก​เรา​ก็​เตรียม​ตัว แล้ว​เดิน​ทาง​ขึ้น​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม 16 ศิษย์​ของ​พระเยซู​บางคน​จาก​เมือง​ซีซารียา​ไป​กับ​พวก​เรา​ด้วย พวก​เขา​พา​เรา​ไป​ที่​บ้าน​ของ​มนาสัน คน​ที่​เรา​จะ​ไป​พัก​อยู่​ด้วย เขา​เป็น​ชาว​เกาะ​ไซปรัส และ​เป็น​ศิษย์​รุ่น​แรกๆ​ด้วย

เปาโล​ไป​เยี่ยม​ยากอบ

17 เมื่อ​มา​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม พี่น้อง​ต้อนรับ​พวก​เรา​อย่าง​อบอุ่น 18 วันรุ่งขึ้น เปาโล​กับ​พวก​เรา​ได้​ไป​เยี่ยม​ยากอบ และ​เจอ​กับ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ของ​หมู่​ประชุม​ของ​พระเจ้า​ที่​นั่น​ด้วย 19 เปาโล​ทักทาย​พวก​เขา และ​รายงาน​ถึง​เรื่อง​ต่างๆ​ที่​พระเจ้า​ได้​ใช้​ให้​เขา​ไป​ทำ​กับ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว 20 เมื่อ​พวก​เขา​ได้ยิน​อย่าง​นั้น ก็​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​และ​พูด​กับ​เปาโล​ว่า “พี่ชาย ท่าน​ก็​เห็น​ว่า​มี​ชาว​ยิว​หลาย​หมื่น​คน​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระเยซู และ​ยัง​คง​รักษา​กฎ​ของ​โมเสส​อย่าง​เคร่งครัด 21 มี​คน​บอก​เรื่อง​ท่าน​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ว่า ท่าน​สอน​พวก​คน​ยิว​ที่​อยู่​กับ​พวก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว ให้​ทิ้ง​คำ​สั่งสอน​ของ​โมเสส โดย​ไม่​ต้อง​ทำ​พิธี​ขลิบ​ให้​กับ​ลูกชาย​ของ​พวกเขา หรือ​ทำ​ตาม​ประเพณี​ของ​พวก​เรา 22 แล้ว​ทีนี้​จะ​ทำ​อย่างไร​กัน​ดี พวก​เขา​จะ​ต้อง​รู้​ว่า​ท่าน​มา​ที่​นี่​แน่ๆ 23 เอา​อย่างนี้​นะ มี​สี่​คน​ที่​อยู่​กับ​เรา​ที่​นี่ ที่​ได้​สาบาน​ตัว​ไว้​กับ​พระเจ้า+ 21:23 สาบาน​ตัว​ไว้​กับ​พระเจ้า เป็น​ไป​ได้​ว่า​เป็น​การ​บนบาน​อย่าง​หนึ่ง​ที่​เรียกว่า​นาซาไรท์ หมายถึง ชาว​ยิว​ที่​บนบาน​ต่อ​พระเจ้า​ว่า​จะ​อุทิศ​ตัวเอง​ให้​กับ​พระเจ้า​ใน​ช่วง​เวลา​หนึ่ง เพื่อ​จะ​ทำ​สิ่ง​ที่​พิเศษ​ให้​กับ​พระองค์ (ดู​จาก กันดารวิถี 6:1-21)24 พา​คน​พวกนี้​ไป แล้ว​ท่าน​ก็​เข้า​ร่วม​พิธี​ชำระ​ล้าง+ 21:24 พิธี​ชำระ​ล้าง พีธี​ที่​ชาว​ยิว​กระทำ​หลังจาก​สิ้นสุด​การ​สาบาน​ตน​แบบ​นาซาไรท์ ด้วย​กัน​กับ​พวก​เขา แล้ว​จ่าย​ค่า​โกน​หัว+ 21:24 โกน​หัว ชาว​ยิว​ทำ​สิ่งนี้​เพื่อ​เป็น​การ​แสดง​ว่า​ช่วง​เวลา​ของ​คำ​สาบาน​ต่อ​พระเจ้า​สิ้นสุด​ลง ให้​กับ​พวกนี้​ด้วย ทุก​คน​จะ​ได้​รู้​ว่า ข่าวลือ​ที่​พวก​เขา​ได้ยิน​มา​เกี่ยวกับ​ท่าน​นั้น ไม่​เป็น​ความจริง เพราะ​ตัว​ท่าน​เอง​ได้​ทำ​ตาม​กฎ​ของ​โมเสส

25 ส่วน​พวก​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ที่​ไว้วางใจ​ใน​พระเจ้า​นั้น เรา​ได้​ส่ง​จดหมาย​เสนอ​ไป​แล้ว​ว่า

อย่า​กิน​อาหาร​ที่​เอา​ไป​เซ่นไหว้​รูป​เคารพ

อย่า​กิน​เลือด​หรือ​สัตว์​ที่​ถูก​รัด​คอ​ตาย

และ​อย่า​ทำ​ความ​ผิด​บาป​ทาง​เพศ+ 21:25 อย่า​ทำ​ความ​ผิด​บาป​ทาง​เพศ ประโยค​นี้​อาจ​จะ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ให้​งด​เว้น​การ​แต่งงาน​ที่​ผิด​กฎ​โมเสส” บาง​ครั้ง​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​อนุญาต​ให้​ญาติ​พี่น้อง​ที่​สนิท​กัน​แต่งงาน​กัน​ประเภท​ที่​ผิด​กฎ​โมเสส ดู​เพิ่ม​เติม​ได้​จาก หนังสือ​เลวีนิติ 18:6-18

26 แล้ว​เปาโล​ก็​พา​ชาย​ทั้ง​สี่​คน​นี้​ไปกับ​เขา ใน​วันรุ่งขึ้น​เขา​ก็​เข้า​พิธี​ชำระ​ล้าง​ร่วม​กับ​คน​ทั้ง​สี่​นี้ จาก​นั้น​เขา​เข้า​ไป​ใน​วิหาร เพื่อ​แจ้ง​ให้​กับ​นักบวช​รู้​ว่า พิธี​ชำระ​ล้าง​จะ​สิ้นสุด​ใน​วัน​ไหน และ​จะ​นำ​เครื่อง​บูชา​ของ​พวก​เขา​แต่​ละ​คน​มา​ถวาย​ใน​วัน​ไหน 27 เมื่อ​ทำ​พิธี​ได้​เกือบ​ครบ​เจ็ด​วัน​แล้ว มี​ชาว​ยิว​บางคน​จาก​แคว้น​เอเชีย​เห็น​เปาโล​ใน​บริเวณ​วิหาร ก็​ปลุก​ปั่น​ฝูงชน​ให้​เข้า​มา​รุม​จับ​เปาโล 28 พวก​เขา​ร้อง​ตะโกน​ว่า “เพื่อนๆ​อิสราเอล มา​ช่วย​กัน​หน่อย​เร็ว ไอ้​หมอ​นี่​ไง​ที่​เที่ยว​ไป​สอน​ใคร​ต่อ​ใคร​จน​ทั่ว​ให้​ต่อต้าน​คน​ของ​เรา กฎ​ปฏิบัติ​ของ​เรา​และ​วิหาร​ของ​เรา และ​ตอน​นี้​มัน​ยัง​พา​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​เข้า​มา​ใน​บริเวณ​วิหาร​อีก​ด้วย ทำ​ให้​สถานที่​ศักดิ์สิทธิ์​แห่ง​นี้​ไม่​บริสุทธิ์” 29 ที่​พวก​เขา​พูด​อย่าง​นี้​ก็​เพราะ​เห็น​โตรฟีมัส​ชาว​เมือง​เอเฟซัส​อยู่​กับ​เปาโล​ใน​เมือง จึง​คาด​เดา​ว่า​เปาโล​คง​พา​โตรฟีมัส​เข้า​มา​ใน​วิหาร​ด้วย

30 คน​ทั้ง​เมือง​ก็​ลุกฮือ​กัน​ขึ้น​มา เข้า​ไป​จับ​ตัว​เปาโล​ลาก​ออก​ไป​นอก​วิหาร แล้ว​ปิด​ประตู​วิหาร​ทันที 31 ใน​เวลา​เดียว​กับ​ที่​พวก​เขา​พยายาม​จะ​ฆ่า​เปาโล​นั้น มี​คน​ไป​รายงาน​เรื่องนี้​กับ​ผู้พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​ว่า เยรูซาเล็ม​ทั้ง​เมือง​กำลัง​วุ่นวาย​ไป​หมด​แล้ว 32 ผู้พัน​นำ​ทหาร​และ​นาย​ร้อย​ส่วน​หนึ่ง ไป​ยัง​ที่​ที่​ฝูงชน​กำลัง​ทำร้าย​เปาโล​อยู่ เมื่อ​ฝูงชน​เห็น​ผู้พัน​และ​พวก​ทหาร​มา​จึง​หยุด​ทุบ​ตี​เปาโล 33 แล้ว​ผู้พัน​ก็​เข้า​ไป​หา​เปาโล​และ​จับกุม​เขา สั่ง​ให้​เอา​โซ่​สอง​เส้น​มา​ล่าม​เขา​ไว้ จาก​นั้น​ผู้​พัน​สอบถาม​ฝูงชน​ว่า​เปาโล​เป็น​ใคร​และ​ทำ​อะไร​ลง​ไป 34 ฝูงชน​ต่าง​ส่งเสียง​ตะโกน​บอก​อย่าง​โน้น​ที​อย่างนี้​ที จน​ผู้​พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​ไม่​สามารถ​รู้​ความจริง​เพราะ​สถานการณ์​วุ่นวาย​มาก เขา​จึง​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​เปาโล​เข้า​ไป​ใน​ค่าย​ทหาร 35 เมื่อ​เปาโล​เดิน​มา​ถึง​ตรง​ขั้น​บันได พวก​ทหาร​ต้อง​เข้า​มา​ช่วย​หาม​เขา​ขึ้น​ไป​เพราะ​ฝูงชน​กำลัง​บ้า​คลั่ง 36 ฝูงชน​ตาม​หลัง​มา​ร้อง​ตะโกน​ว่า “ฆ่า​มัน”

37 เมื่อ​เปาโล​กำลัง​จะ​ถูก​นำ​ตัว​เข้า​ไป​ใน​ค่าย​ทหาร เขา​พูด​กับ​ผู้​พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​ว่า “ผม​ขอ​พูด​อะไร​กับ​ท่าน​หน่อย​ได้​ไหม​ครับ” ผู้พัน​ถาม​ว่า “เจ้า​พูด​กรีก​ได้​ด้วย​หรือ 38 ถ้า​อย่าง​นั้น​เจ้า​ก็​ไม่​ใช่​ชาว​อียิปต์​คน​นั้น ที่​เมื่อ​ก่อน​ได้​ก่อ​การ​กบฏ​และ​นำ​ผู้ก่อ​การร้าย​สี่พัน​คน​หนี​ไป​ที่​ทะเลทราย​นะ​สิ” 39 เปาโล​ตอบ​ว่า “ผม​เป็น​คน​ยิว มา​จาก​เมือง​ทาร์ซัส​ใน​แคว้น​ซีลี​เซีย ผม​เป็น​พลเมือง​ของ​เมือง​ที่​สำคัญ​นั้น ขอ​ให้​ผม​พูด​กับ​ฝูงชน​นั่น​หน่อย​เถิด​ครับ” 40 เมื่อ​ผู้​พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​อนุญาต​แล้ว เปาโล​ยืน​ขึ้น​ตรง​บันได​และ​โบก​มือ​ให้​ทุก​คน​เงียบ เมื่อ​ทุก​คน​เงียบ​แล้ว เปาโล​ได้​พูด​กับ​พวก​เขา​เป็น​ภาษา​อารเมค+ 21:40 อารเมค หรือ ฮีบรู แต่​ส่วน​มาก​ที่​อ้าง​ถึง​ใน​ที่นี้​เป็น​ภาษา​อารเมค ซึ่ง​เป็น​ภาษา​ท้องถิ่น​ที่​มี​ความ​เกี่ยวพัน​กับ​ภาษา​ฮีบรู เป็น​ภาษา​ที่​ชาว​ยิว​ใน​ปาเลสไตน์​ส่วนมาก​ใช้​พูด​กัน​ใน​ตอน​ต้น​ค.ศ.​ที่ 1 ว่า

22

เปาโล​พูด​กับ​ประชาชน

1 “ท่าน​ผู้​อาวุโส​และ​พี่​น้อง​ทั้งหลาย โปรด​ฟัง​คำ​อธิบาย​ของ​ผม​สัก​นิด​เถอะ” 2 เมื่อ​พวก​เขา​ได้ยิน​เปาโล​พูด​เป็น​ภาษา​อารเมค พวก​เขา​ยิ่ง​เงียบ​ลง จาก​นั้น​เปาโล​พูด​ว่า 3 “ผม​เป็น​คน​ยิว เกิด​ที่​เมือง​ทาร์ซัส​แคว้น​ซีลีเซีย แต่​ได้รับ​การ​อบรม​เลี้ยงดู​ใน​เมือง​เยรูซาเล็มนี้ ผม​เป็น​ศิษย์​ของ​กามาลิเอล+ 22:3 กามาลิเอล เป็น​อาจารย์​ที่​มี​ชื่อเสียง​มาก​ของ​พวก​ฟารีสี ซึ่ง​เป็น​กลุ่ม​ชาว​ยิว​เคร่ง​ศาสนา และ​เขา​ได้​อบรม​สั่งสอน​ผม​ให้​ทำ​ตาม​กฎ​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​อย่าง​เคร่งครัด ผม​เป็น​คน​ที่​เคร่ง​ต่อ​พระเจ้า​มาก เหมือน​กับ​พวก​ท่าน​ใน​ตอนนี้ 4 ผม​เคย​ข่มเหง​คน​ที่​เดิน​ตาม​แนว​ทาง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​จน​ถึง​ตาย และ​จับ​พวก​เขา​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​ไป​ขัง​คุก 5 ทั้ง​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด และ​ผู้นำ​อาวุโส​ทั้งหมด​เป็น​พยาน​ให้​กับ​ผม​ได้ พวก​เขา​ได้​ออก​จดหมาย​แนะนำ​ตัว​ผม​ให้​กับ​พี่น้อง​ชาว​ยิว​ใน​เมือง​ดามัสกัส ผม​จะ​ได้​ไปที่​นั่น​เพื่อ​จับ​คน​พวก​นั้น​ที่​เดิน​ตาม​ทาง​ของ​พระเยซู แล้ว​ส่ง​กลับ​มา​เข้า​คุก​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม

ทำไม​เปาโล​ถึง​มา​ติดตาม​พระเยซู

6 เมื่อ​ผม​เดิน​ทาง​ใกล้​จะ​ถึง​เมือง​ดามัสกัส เป็น​เวลา​ประมาณ​เที่ยง​วัน จู่ๆ​ก็​มี​แสงสว่าง​จ้า​จาก​ท้องฟ้า​ส่อง​ลง​มา​รอบ​ตัว​ผม 7 ผม​ก็​ล้ม​ลง​บน​พื้น​และ​ได้ยิน​เสียง​พูด​ว่า ‘เซาโล เซาโล เจ้า​ข่มเหง​เรา​ทำไม’ 8 ผม​ถาม​ไป​ว่า ‘พระองค์​เป็น​ใคร​กัน’ พระองค์​ตอบ​ว่า ‘เรา​คือ​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ คน​ที่​เจ้า​ข่มเหง​ไง’ 9 คน​ทั้งหลาย​ที่​อยู่​กับ​ผม​ก็​เห็น​แสงสว่าง​นั้น​ด้วย แต่​พวก​เขา​ไม่​เข้าใจ​เสียง​ที่​พูด​กับ​ผม​นั้น 10 ผม​ถาม​ว่า ‘แล้ว​ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​ทำ​อะไร องค์​เจ้า​ชีวิต’ องค์​เจ้า​ชีวิต​ก็​บอก​ว่า ‘ลุก​ขึ้น​และ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ดามัสกัส ที่​นั่น​จะ​มี​คน​บอก​เอง​ว่า​เจ้า​จะ​ต้อง​ทำ​อะไร​บ้าง’ 11 เพราะ​ความจ้า​ของ​แสง​นั้น​ทำ​ให้​ผม​มอง​อะไร​ไม่​เห็น​เลย เพื่อน​ร่วม​ทาง​ของ​ผม​ต้อง​มา​จูง​ผม​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ดามัสกัส

12 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อานาเนีย+ 22:12 อานาเนีย ใน​หนังสือ​กิจการ มี​ชาย 3 คน ที่​ใช้​ชื่อนี้​เหมือน​กัน ดู​ใน​กิจการ 5:1 และ 23:2 สำหรับ​อีก​สอง​คน เป็น​คน​ที่​ทำ​ตาม​กฎ​ของ​โมเสส​อย่าง​เคร่งครัด และ​เป็น​คน​ที่​มี​ชื่อ​เสียง​ดี​ใน​หมู่​คน​ยิว​ใน​เมือง​นั้น 13 เขา​มาหา​ผม และ​ยืน​อยู่​ข้างๆ​พูด​ว่า ‘น้อง​เซาโล ขอ​ให้​กลับ​เห็น​ได้​อีก’ แล้ว​ผม​ก็​มอง​เห็น​เขา​ทันที 14 เขา​พูด​ว่า ‘พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​เรา ได้​เลือก​น้อง​ให้​รู้​ถึง​ความ​ต้องการ​ของ​พระองค์ และ​ให้​น้อง​เห็น​พระเยซู​ผู้ที่​เชื่อฟัง​พระเจ้า และ​ให้​น้อง​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระองค์​ด้วย 15 เพื่อ​น้อง​จะ​ได้​บอก​ให้​กับ​ทุกคน​รู้​ถึง​สิ่ง​ที่​น้อง​ได้​เห็น​และ​ได้ยิน​มา​เกี่ยวกับ​พระองค์ 16 ตอนนี้​น้อง​ยัง​มัว​คอย​อะไร​อยู่​อีก ลุก​ขึ้น​และ​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​เพื่อ​ล้าง​บาป​ของ​น้อง​ให้​หมด​ไป คือ​ร้อง​เรียก​ให้​องค์​เจ้า​ชีวิต​ช่วย’

17 เมื่อ​ผม​กลับ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​กำลัง​อธิษฐาน​อยู่​ใน​วิหาร ผม​ก็​เคลิ้ม​ไม่​รู้สึก​ตัว​ไป 18 แล้ว​ผม​ก็​เห็น​พระเยซู​พูด​กับ​ผม​ว่า ‘รีบ​ออก​ไป​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​เร็ว เพราะ​คน​ที่​นี่​จะ​ไม่​เชื่อ​ใน​เรื่อง​ของ​เรา​ที่​เจ้า​จะ​บอก​พวก​เขา’ 19 แล้ว​ผม​ก็​พูด​ว่า ‘องค์​เจ้า​ชีวิต คน​พวกนี้​รู้​ว่า​ข้าพเจ้า​เคย​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว แห่ง​แล้ว​แห่ง​เล่า เพื่อ​จับ​คน​พวก​นั้น​ที่​เชื่อถือ​พระองค์​ไป​ขัง​คุก​และ​เฆี่ยน​ตี 20 เมื่อ​สเทเฟน คน​ที่​เป็น​พยาน​ของ​พระองค์​ถูก​ฆ่า ข้าพเจ้า​ก็​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น​และ​เห็นดี​ด้วย​กับ​การ​ทำ​อย่าง​นั้น ข้าพเจ้า​เป็น​คน​เฝ้า​เสื้อผ้า​ของ​คน​พวก​นั้น​ที่​ฆ่า​สเทเฟน’ 21 แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​กับ​ผม​ว่า ‘ไป​เถิด เรา​จะ​ส่ง​เจ้า​ไป​ไกลๆ​ไปหา​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว’”

22 ฝูงชน​ฟัง​เปาโล​พูด​มา​ตลอด แต่​พอได้ยิน​เปาโล​พูด​อย่างนี้ ก็​พา​กัน​ร้อง​ตะโกน​ขึ้น​มา​ว่า “กำจัด​มัน​ไป​จาก​โลกนี้ มัน​สมควร​ตาย” 23 พวก​เขา​ร้อง​ตะโกน​ไป เหวี่ยง​เสื้อผ้า​ทิ้ง​ไป+ 22:23 เหวี่ยง​เสื้อผ้า​ทิ้ง​ไป เป็น​การ​แสดง​ความ​โกรธ​ของ​พวก​เขา และ​ขว้าง​ปา​ฝุ่น​ละออง​ขึ้น​ไป​ใน​อากาศ+ 22:23 ขว้าง​ปา​ฝุ่น​ละออง​ขึ้น​ไป​ใน​อากาศ เป็น​การ​แสดง​ความ​โกรธ​อีก​วิธี​หนึ่ง24 ผู้​พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​จึง​สั่ง​ให้​นำ​เปาโล​เข้า​ไป​ใน​ค่าย​ทหาร เขา​สั่ง​ให้​ไต่สวน​เปาโล​ด้วย​การ​เฆี่ยน​ตี เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า ทำไม​ผู้คน​ถึง​ได้​ร้อง​ตะโกน​ต่อ​ต้าน​เขา​อย่าง​นั้น 25 แต่​พอ​พวก​ทหาร​กำลัง​ขึง​เปาโล​เพื่อ​จะ​เฆี่ยน​ตี เปาโล​พูด​กับ​นาย​ร้อย​ที่​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น​ว่า “ถูก​กฎหมาย​แล้ว​หรือ​ที่​จะ​เฆี่ยน​ตี​พลเมือง​โรมัน​โดย​ที่​ยัง​ไม่​รู้​เลย​ว่า​ทำ​ผิด​อะไร”

26 เมื่อ​นาย​ร้อย​ได้ยิน​อย่าง​นั้น เขา​จึง​เดิน​ไป​พูด​กับ​ผู้​พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​ว่า “ท่าน​ครับ รู้​หรือ​เปล่า​ว่า​ท่าน​กำลัง​จะ​ทำ​อะไร​ลง​ไป ชาย​คนนี้​เป็น​พลเมือง​โรมัน​นะ​ครับ” 27 ผู้​พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​เดิน​เข้า​ไป​ถาม​เปาโล​ว่า “บอก​หน่อย​สิ​ว่า แก​เป็น​พลเมือง​โรมัน​หรือ” เปาโล​ตอบ​ว่า “เป็น​ครับ” 28 ผู้​พัน​จึง​ตอบ​ว่า “เรา​ต้อง​เสีย​เงิน​ก้อน​ใหญ่​ที​เดียว​ถึง​จะ​ได้​เป็น​พลเมือง​โรมัน” เปาโล​พูด​ว่า “แต่​ผม​เป็น​ตั้งแต่​เกิด​แล้ว”

29 คน​พวก​นั้น​ที่​กำลัง​จะ​ไต่สวน​เปาโล ก็​ผงะ​ถอย​ไป​ทันที แม้แต่​ผู้พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​ก็​เกิด​ความกลัว​ขึ้น​มา เมื่อ​รู้​ว่า​คน​ที่​เขา​สั่ง​ให้​ล่าม​โซ่​นั้น​เป็น​พลเมือง​โรมัน

เปาโล​พูด​กับ​สภา​แซนฮีดริน

30 วัน​ต่อมา​ผู้​พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน ก็​ปล่อย​ตัว​เปาโล แต่​เพราะ​เขา​อยาก​จะ​รู้​ว่า​ทำไม​เปาโล​ถึง​ถูก​ชาว​ยิว​กล่าว​หา เขา​จึง​สั่ง​ให้​พวก​ผู้นำ​นักบวช​และ​สมาชิก​สภา​แซนฮีดริน​ทั้งหมด​มา​ประชุม​กัน และ​เขา​พา​เปาโล​ออก​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พวก​เขา

23

1 เปาโล​จ้อง​มอง​ไป​ที่​พวก​สมาชิก​สภา แล้ว​พูด​ว่า “พี่น้อง​ทั้งหลาย ผม​ได้​ใช้​ชีวิต​ต่อหน้า​พระเจ้า โดย​มี​จิตใจ​ที่​บริสุทธิ์​ทุก​เรื่อง​มา​ตลอด​จน​ถึง​ทุก​วันนี้” 2 อานาเนีย+ 23:2 อานาเนีย เป็น​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด ใน​ปี ค.ศ. 47-59 (พ.ศ. 590-602) ซึ่ง​เป็น​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด สั่ง​ให้​คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้​กับ​เปาโล​ตบ​ปาก​เปาโล 3 แล้ว​เปาโล​ก็​พูด​กับ​อานาเนีย​ว่า “พระเจ้า​จะ​ตบ​แก​เหมือน​กัน แก​เป็น​เหมือน​กำแพง​ผุ​พัง​ที่​ทาสี​ขาว แก​นั่ง​อยู่​ตรง​นั้น​ตัดสิน​ผม​ตาม​กฎ​ของ​โมเสส แต่​แก​กลับ​ทำ​ผิด​กฎ​เสีย​เอง ด้วย​การ​สั่ง​ตบ​ผม​อย่าง​นั้น​หรือ”

4 คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ๆ​เปาโล​พูด​ว่า “แก​กล้า​ดูถูก​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด​ของ​พระเจ้า​เชียว​รึ” 5 เปาโล​พูด​ว่า “พี่น้อง​ครับ ผม​ไม่​รู้​ว่า​ชาย​คนนี้​เป็น​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด ถ้า​รู้​ก็​คง​ไม่​พูด​อย่างนี้ เพราะ​พระคัมภีร์​เขียน​ไว้​ว่า ‘เจ้า​จะ​ต้อง​ไม่​แช่ง​ด่า​ผู้นำ​ประชาชน​ของ​เจ้า’”+ 23:5 อ้าง​จาก หนังสือ​อพยพ 22:286 พอ​เปาโล​รู้​ว่า​ที่ประชุม​สภานี้ มี​ทั้ง​พวก​สะดูสี และ​พวก​ฟารีสี เขา​ก็​ประกาศ​ก้อง​ใน​ที่ประชุม​สภา​ว่า “พี่น้อง​ทั้งหลาย ผม​เป็น​ฟารีสี และ​เป็น​ลูกหลาน​ของ​ฟารีสี​ด้วย ที่​ผม​ถูก​สอบสวน​นี้​ก็​เพราะ​ผม​เชื่อ​ว่า​คน​ตาย​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​อีก”

7 เมื่อ​เปาโล​พูด​อย่างนี้ พวก​ฟารีสี​กับ​พวก​สะดูสี​ก็​เริ่ม​เถียง​กัน ที่ประชุม​จึง​แบ่ง​ออก​เป็น​สอง​พวก 8 (พวก​สะดูสี​ไม่​เชื่อ​เรื่อง​ทูตสวรรค์ วิญญาณ หรือ​การ​ฟื้น​ขึ้น​มา​จาก​ความตาย ส่วน​พวก​ฟารีสี​นั้น​เชื่อ​ใน​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด) 9 เกิด​ความ​โกลาหล​วุ่นวาย มี​ครู​สอน​กฎ​ปฏิบัติ​บางคน​ที่​เป็น​ฟารีสี​ได้​ยืน​ขึ้น​เถียง​คอ​เป็น​เอ็น​ว่า “พวก​เรา​ไม่​เห็น​ว่า​ชาย​คนนี้​ทำ​ผิด​อะไร​เลย ไม่​แน่​อาจ​จะ​เป็น​วิญญาณ​หรือ​ทูตสวรรค์​พูด​กับ​เขา​จริงๆ​ก็​ได้”

10 การ​โต้เถียง​ดุเดือด​รุนแรง​มาก​ขึ้น จน​ผู้​พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​กลัว​ว่า​เปาโล​จะ​ถูก​พวก​เขา​ฉีก​ออก​เป็น​ชิ้นๆ​เขา​จึง​สั่ง​ให้​ทหาร​ลง​ไป​ดึง​ตัว​เปาโล​ให้​ห่าง​ออก​มา​จาก​คน​พวก​นั้น แล้ว​พา​กลับ​ไป​ที่​ค่าย​ทหาร

11 ใน​คืน​ต่อมา องค์​เจ้า​ชีวิต​ได้​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ​เปาโล​และ​พูด​ว่า “กล้าหาญ​ไว้ เจ้า​บอก​เรื่อง​ของ​เรา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ยังไง เจ้า​ก็​จะ​ต้อง​ทำ​อย่าง​นั้น​ที่​กรุง​โรม​เหมือน​กัน”

ยิว​บางคน​วางแผน​ที่​จะ​ฆ่า​เปาโล

12 วันรุ่งขึ้น พวก​ยิว​มา​วางแผน​กัน โดย​สาบาน​กัน​ว่า​จะ​ไม่​กิน​หรือ​ดื่ม​อะไร​เลย จนกว่า​จะ​ฆ่า​เปาโล​เสีย​ก่อน 13 มี​มาก​กว่า​สี่สิบ​คน​ที่​สมรู้​ร่วม​คิด​กัน​วางแผนนี้ 14 แล้ว​พวก​เขา​ก็​ไป​บอก​กับ​พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ว่า “พวก​เรา​สาบาน​กัน​ว่า​จะ​ไม่​กิน​อะไร​จน​กว่า​จะ​ได้​ฆ่า​เปาโล​เสีย​ก่อน 15 ตอนนี้ ขอ​ให้​พวก​ท่าน​และ​สมาชิก​สภา​ไป​ร้องเรียน​ต่อ​ผู้พัน​กองทัพ​ทหาร​โรมัน​ให้​นำ​เปาโล​มา​ให้​กับ​พวก​ท่าน โดย​แกล้ง​ทำ​เป็น​ว่า พวก​ท่าน​อยาก​จะ​สืบสวน​เรื่อง​ของ​มัน​ให้​แน่ชัด​ยิ่ง​ขึ้น แล้ว​พวก​เรา​จะ​ฆ่า​มัน​ก่อน​ที่​จะ​มา​ถึง​ที่​นี่”

16 แต่​ลูกชาย​ของ​น้อง​สาว​เปาโล​ได้ยิน​เรื่อง​แผนการนี้ เขา​จึง​เข้า​ไป​ใน​ค่าย​ทหาร​และ​เล่า​เรื่องนี้​ให้​เปาโล​ฟัง 17 เปาโล​จึง​เรียก​นาย​ร้อย​คน​หนึ่ง​มา​บอก​ว่า “พา​เด็ก​หนุ่ม​คนนี้​ไปหา​ผู้พัน เพราะ​เขา​มี​บาง​อย่าง​จะ​บอก​ให้​ผู้พัน​ทราบ” 18 นายร้อย​จึง​นำ​เด็ก​หนุ่ม​คนนี้​ไปหา​ผู้พัน​และ​รายงาน​ว่า “นักโทษ​เปาโล​เรียก​ผม​ให้​พา​เด็ก​หนุ่ม​คนนี้​มาหา​ท่าน เพราะ​เขา​มี​บาง​อย่าง​จะ​บอก​ให้​ท่าน​ทราบ” 19 ผู้พัน​จึง​จูง​เด็ก​หนุ่ม​ไป​ยัง​ที่​ส่วนตัว​แล้ว​ถาม​ว่า “เจ้า​มี​อะไร​จะ​บอก​เรา​หรือ”

20 เด็ก​หนุ่ม​ตอบ​ว่า “พวก​ยิว​ได้​ตกลง​กัน​ที่​จะ​ขอ​ให้​ท่าน​นำ​เปาโล​ไป​ที่​สภา​ใน​วัน​พรุ่งนี้ โดย​แกล้ง​ทำ​เป็น​ว่า​พวก​เขา​อยาก​จะ​ไต่สวน​เปาโล​ให้​ละเอียด​มาก​ยิ่ง​ขึ้น 21 อย่า​ยอม​ทำ​ตาม​นั้น​นะ​ครับ เพราะ​มี​พวก​เขา​มาก​กว่า​สี่สิบ​คน​กำลัง​คอย​ซุ่ม​ทำร้าย​เปาโล​อยู่ พวกเขา​สาบาน​กัน​ว่า​จะ​ไม่​กิน​หรือ​ดื่ม​จนกว่า​จะ​ได้​ฆ่า​เปาโล และ​ตอนนี้​พวก​เขา​ก็​พร้อม​แล้ว เพียง​แต่​รอ​ให้​ท่าน​ตกลง​เท่านั้น” 22 แล้ว​ผู้พัน​ก็​ให้​เด็ก​หนุ่ม​กลับ​ไป พร้อม​กับ​สั่ง​กำชับ​ว่า “อย่า​ไป​บอก​ให้​ใคร​รู้​นะ​ว่า​เจ้า​ได้​บอก​เรื่องนี้​กับ​เรา”

เปาโล​ถูก​ส่ง​ตัว​ไป​ที่​เมือง​ซีซารียา

23 จาก​นั้น​ผู้พัน​เรียก​นายร้อย​ของ​เขา​สอง​คน​มา​สั่ง​ว่า “ให้​ไป​เตรียม​ทหาร​สองร้อย​นาย​กับ​ทหาร​ม้า​เจ็ดสิบ​นาย และ​พล​หอก​เดิน​เท้า​อีก​สองร้อย​นาย​ให้​พร้อม​สำหรับ​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​ซีซารียา ใน​ตอน​สาม​ทุ่ม​คืนนี้ 24 เตรียม​ม้า​ให้​เปาโล​ขี่​ด้วย และ​คุ้ม​กัน​เขา​ให้​ไป​ถึง​เจ้าเมือง​เฟลิกส์​อย่าง​ปลอดภัย” 25 แล้ว​ผู้พัน​เขียน​จดหมาย​มี​ข้อความ​ว่า

26 ถึง ท่าน​ผู้ว่า​เฟลิกส์+ 23:26 เฟลิกส์ เป็น​ผู้ว่า​แคว้น​ยูเดีย ราวๆ​ปี ค.ศ. 52-58 หรือ 59 (พ.ศ. 595-601 หรือ 602)

จาก คลาวดิอัส ลีเซียส

27 ชาย​คนนี้​ถูก​ชาว​ยิว​จับกุม​มา เกือบ​จะ​ถูก​พวก​นั้น​ฆ่า​ด้วย แต่​พอ​ผม​รู้​ว่า​เขา​เป็น​พลเมือง​โรมัน ก็​รีบ​นำ​ทหาร​ออก​ไป​ช่วย​เขา 28 เนื่อง​จาก​ผม​อยาก​จะ​รู้​ว่า​พวก​ยิว​กล่าว​หา​เขา​ด้วย​เรื่อง​อะไร จึง​ได้​นำ​ตัว​เขา​ไป​ที่​สภา​ของ​พวก​ยิว 29 และ​ผม​พบ​ว่า​มัน​เป็น​เรื่อง​เกี่ยวกับ​ข้อ​โต้แย้ง​ทาง​ด้าน​กฎ​ปฏิบัติ​ของ​พวก​เขา ไม่​เห็น​ว่า​จะ​มี​อะไร​ร้ายแรง​ถึง​กับ​ต้อง​ตาย​หรือ​ติด​คุก​เลย 30 พอ​ผม​รู้​ว่า​มี​พวก​ยิว​บางคน​วางแผน​จะ​ฆ่า​เขา ผม​จึง​รีบ​ส่ง​เขา​มา​ให้​ท่าน​ทันที แล้ว​ผม​ก็​สั่ง​ให้​พวก​นั้น​ที่​กล่าว​หา​เขา​มา​ฟ้องร้อง​เขา​กับ​ท่าน

31 พวก​ทหาร​ทำ​ตาม​ที่​นายพัน​สั่ง ใน​คืน​นั้น​เอง​พวก​ทหาร​พา​เปาโล​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​อันทิปาตรีส์ 32 ใน​วัน​ต่อมา พวก​ทหาร​เดิน​เท้า​ให้​ทหาร​ม้า​พา​เปาโล​เดิน​ทาง​ต่อ ส่วน​พวก​เขา​กลับ​ค่าย​ไป 33 เมื่อ​พวก​ทหาร​ม้า​มา​ถึง​เมือง​ซีซารียา ก็​ได้​นำ​จดหมาย​ไป​ให้​เจ้าเมือง พร้อม​กับ​มอบ​ตัว​เปาโล​ให้​กับ​เขา 34 เจ้าเมือง​อ่าน​จดหมาย และ​ถาม​เปาโล​ว่า​มา​จาก​แคว้น​ไหน เมื่อ​รู้​ว่า​มา​จาก​แคว้น​ซีลีเซีย 35 เจ้าเมือง​จึง​พูด​ว่า “เมื่อ​ผู้​กล่าว​หา​เจ้า​มา​ถึง เรา​จะ​ฟัง​คำ​ให้​การ​ของ​เจ้า” และ​เขา​สั่ง​ให้​ควบคุม​ตัว​เปาโล​ไว้​ใน​วัง​ที่​เฮโรด+ 23:35 เฮโรด เฮโรด​ที่ 1 (มหาราช) ผู้ปก​ครอง​แคว้น​ยูเดีย อยู่​ใน​ช่วง 40-4 ปี​ก่อน​พระเยซู​เกิด สร้าง​ขึ้น

24

ชาว​ยิว​กล่าว​หา​เปาโล

1 ห้า​วัน​ต่อมา​อานาเนีย​หัวหน้า​นักบวช​สูงสุด พวก​ผู้นำ​อาวุโส​บางคน และ​ทนาย​แก้​ต่าง ชื่อ​เทอร์ทูลลัส เดิน​ทาง​มา​ถึง​เมือง​ซีซารียา​และ​ฟ้องร้อง​เปาโล​ต่อหน้า​เจ้าเมือง 2 เมื่อ​เปาโล​ถูก​เรียก​เข้า​มา เทอร์ทูลลัส​ก็​กล่าว​หา​เปาโล​ต่อหน้า​ท่าน​ผู้ว่า​เฟลิกส์​ว่า “ท่าน​เฟลิกส์ พวก​เรา​อยู่​กัน​อย่าง​ร่มเย็น​เป็น​สุข​ภายใต้​การ​ดูแล​ของ​ท่าน​มา​เป็น​เวลา​ช้า​นาน และ​ประเทศ​ชาติ​ของ​เรา​ก็​ได้รับ​การ​ปรับปรุง​เปลี่ยน​แปลง​ให้​ดี​ขึ้น เพราะ​ท่าน​มอง​การณ์ไกล 3 พวก​เรา​รู้สึก​ยินดี​และ​ขอบ​พระคุณ​ยิ่ง​นัก สำหรับ​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​ท่าน​ได้​ทำ​ให้​กับ​เรา​ใน​ทุกๆ​ที่ 4 เพื่อ​ไม่​ให้​เป็น​การ​รบกวน​เวลา​ของ​ท่าน​มาก​นัก ผม​ขอ​ความ​กรุณา​ท่าน​ช่วย​ฟัง​พวก​เรา​เล่า​อย่าง​ย่อๆ 5 เนื่อง​จาก​พวก​เรา​พบ​ว่า ชาย​คนนี้​เป็น​พวก​ชอบ​ก่อ​ความ​วุ่นวาย ปลุกปั่น​ให้​เกิด​การ​จลาจล​ใน​หมู่​คน​ยิว​ไป​ทั่ว​โลก และ​เขา​ก็​เป็น​หัวหน้า​ลัทธิ​นาซาเร็ธ 6+ 24:6-8 สำเนา​กรีก​บาง​ฉบับ เขียน​เพิ่ม​เติม​ใน​ข้อ 6-8 ไว้​ว่า “พวก​เรา​ต้อง​การ​พิพากษา​เขา​ด้วย​กฎหมาย​ของ​พวก​เรา แต่​ผู้พัน​ลิเซียส​มา​ถึง​และ​ใช้​กำลัง​มหาศาล​เอา​ตัว​เขา​ไป​จาก​พวก​เรา และ​ผู้พัน​ลิเซียส​สั่ง​คน​ที่​กล่าว​หา​เปาโล​ให้​มาหา​ท่าน” เขา​ยัง​พยายาม​ทำ​ให้​วิหาร​เกิด​ความ​ด่าง​พร้อย พวก​เรา​เลย​จับ​เขา ลอง​ไต่สวน​เขา​ดู​เถอะ​แล้ว​ท่าน​จะ​รู้​จาก​ปาก​ของ​เขา​เอง​ว่า ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​กล่าว​หา​เขา​นั้น​เป็น​ความจริง” 9 คน​ยิว​อื่นๆ​ก็​รีบ​เข้า​มา​ผสมโรง ยืนยัน​ว่า​ที่​เทอร์ทูลลัส​พูด​มา​ทั้งหมด​นั้น​เป็น​ความจริง

เปาโล​แก้​ต่างให้​ตนเอง​ต่อหน้า​เฟลิกส์

10 เมื่อ​เจ้าเมือง​ให้​สัญญาณ​เปาโล​พูด เขา​ตอบ​ว่า “ผม​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​ผู้​พิพากษา​เหนือ​ชนชาตินี้​มา​หลาย​ปี​แล้ว ผม​จึง​ดีใจ​ที่​จะ​ได้​แก้​ต่างให้​ตนเอง​ต่อหน้า​ท่าน 11 ท่าน​สามารถ​สอบถาม​ได้​เลย​ว่า ผม​มา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​กราบไหว้​พระเจ้า​ยัง​ไม่​ถึง​สิบสอง​วัน​เลย 12 พวก​เขา​ก็​ไม่​ได้​พบ​ว่า ผม​โต้เถียง​กับ​ใคร​ใน​วิหาร หรือ​ปลุกปั่น​ยุยง​ใคร​ใน​ที่ประชุม​ของ​ชาว​ยิว หรือ​ที่​ไหนๆ​ใน​เมือง 13 พวก​เขา​ก็​ไม่​มี​ทาง​พิสูจน์​ให้​ท่าน​เห็น​ถึง​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​กล่าว​หา​ว่า​ผม​ทำ 14 ผม​ยอมรับ​ต่อ​ท่าน​ว่า ผม​ได้รับ​ใช้​พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา ด้วย​การ​ติดตาม​แนว​ทาง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ที่​พวก​เขา​เรียกว่า​เป็น​ลัทธิ​นอกรีต​นั้น ผม​เชื่อ​ทุก​อย่าง​ที่​กฎ​ของ​โมเสส​และ​ที่​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​เขียน​ขึ้น 15 และ​ผม​ก็​มี​ความ​หวัง​อย่าง​เดียว​กับ​ที่​พวก​เขา​มี​ใน​พระเจ้า คือ​ความ​หวัง​ที่​ว่า​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​ทุก​คน​ทั้ง​คน​ดี​และ​คน​ชั่ว​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย 16 ผม​จึง​พยายาม​ทำ​ดี​ที่สุด เพื่อ​จะ​ได้​มี​จิต​สำนึก​ที่​ถูกต้อง​ต่อหน้า​พระเจ้า​และ​มนุษย์​ทุก​คน

17 หลัง​จาก​ที่​ผม​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​ไป​หลาย​ปี ผม​ได้​กลับ​มา​เพื่อ​เอา​เงิน​มา​ช่วยเหลือ​คน​ของ​ผม​ที่​ยากจน และ​มา​ถวาย​เครื่อง​บูชา​กับ​พระเจ้า 18 แต่​ใน​ระหว่าง​ที่​ผม​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​ใน​วิหาร พวก​เขา​พบ​ผม​ตอน​เพิ่ง​ทำ​พิธี​ชำระ​ล้าง+ 24:18 พิธี​ชำระ​ล้าง สิ่ง​พิเศษ​ที่​ชาว​ยิว​กระทำ​หลัง​จาก​สิ้นสุด​การ​สาบาน​ตน​แบบ​นาซาไรท์ เสร็จ ไม่​มี​ฝูงชน​หรือ​ความ​วุ่นวาย​อะไร​เลย 19 มี​คน​ยิว​บางคน​ที่​มา​จาก​แคว้น​เอเชีย​อยู่​ที่​นั่น ถ้า​พวก​เขา​มี​ปัญหา​อะไร​กับ​ผม พวก​เขา​ก็​น่า​จะ​มา​ฟ้องร้อง​ผม​ต่อหน้า​ท่าน​ที่​นี่​แล้ว 20 หรือ​ไม่​ท่าน​ก็​ให้​คน​พวกนี้​ที่​มา​อยู่​ที่​นี่​แล้ว บอก​ว่า​ผม​ทำ​ผิด​อะไร​บ้าง​ตอน​ที่​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้าที่​ประชุม​สภา​แซนฮีดริน 21 นอก​จาก​เรื่องนี้​เรื่อง​เดียว​คือ​เรื่อง​ที่​ผม​ได้​ร้อง​ตะโกน ตอน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ว่า ‘ผม​ถูก​สอบสวน​วันนี้ เพราะ​ผม​เชื่อ​เรื่อง​การ​ตาย​แล้ว​ฟื้น’”

22 แล้ว​เฟลิกส์ ซึ่ง​ได้รับ​ทราบ​เรื่อง​แนว​ทาง​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​เป็น​อย่าง​ดี ก็​ได้​เลื่อน​การ​พิจารณา​คดี​ออก​ไป โดย​พูด​ว่า “รอ​ให้​ผู้พัน​ลีเซียส​มา​ถึง​ก่อน เรา​ถึง​จะ​ตัดสิน​คดี​ของ​เจ้า” 23 เขา​สั่ง​นาย​ร้อย​ให้​เฝ้า​ดูแล​เปาโล​ไว้ แต่​ปล่อย​ให้​เปาโล​มี​อิสระ​พอ​สมควร และ​ให้​เพื่อนๆ​จัดหา​สิ่ง​ที่​จำเป็น​มา​ให้​ได้

เปาโล​พูด​กับ​เฟลิกส์​และ​ภรรยา

24 หลายวัน​ต่อมา เฟลิกส์​มา​กับ​ดรูสิลลา​ภรรยา​ของ​เขา​ซึ่ง​เป็น​ชาว​ยิว เขา​ได้​เรียก​เปาโล​ไป​พบ และ​ฟัง​เปาโล​พูด​เกี่ยวกับ​ความเชื่อ​ใน​พระเยซูคริสต์ 25 แต่​เมื่อ​เปาโล​พูด​ถึง​การ​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า การ​ควบคุม​ตนเอง และ​การ​พิพากษา​ที่​กำลัง​จะ​มา​ถึง เฟลิกส์​ก็​เกิด​ความกลัว​ขึ้น​มา จึง​ตัดบท​ว่า “วันนี้​พอ​แค่นี้​ก่อน ไป​ได้​แล้ว ไว้​เรา​มี​เวลา​แล้ว​จะ​เรียก​มา​ใหม่” 26 ใน​ขณะ​เดียว​กัน เฟลิกส์​ก็​หวัง​ว่า​เปาโล​จะ​ให้​เงิน​ติด​สินบน​เขา จึง​เรียก​เปาโล​มา​พูด​คุย​ด้วย​บ่อยๆ 27 สอง​ปี​ผ่าน​ไป ปอรสิอัส เฟสทัส+ 24:27 ปอรสิอัส เฟสทัส เป็น​ผู้ว่า​แคว้น​ยูเดีย ใน​ปี ค.ศ. 58 หรือ 59-62 (พ.ศ. 601 หรือ 602-605) ก็​มา​รับ​ตำแหน่ง​ผู้ว่า​แทน​เฟลิกส์ แต่​เนื่อง​จาก​เฟลิกส์​อยาก​จะ​เอา​ใจ​คน​ยิว จึง​ยัง​คง​ปล่อย​ให้​เปาโล​ติด​อยู่​ใน​คุก

25

เปาโล​ขอ​พบ​ซีซาร์

1 สาม​วัน​หลัง​จาก​เฟสทัส​ได้​เป็น​เจ้าเมือง เขา​เดิน​ทาง​จาก​เมือง​ซีซารียา​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม 2 พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ผู้นำ​ชาว​ยิว​ยื่น​ข้อ​กล่าวหา​เปาโล​ต่อ​เฟสทัส และ​อ้อนวอน​เฟสทัส 3 ให้​ช่วย​ส่ง​เปาโล​มา​ให้​กับ​พวก​เขา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ด้วย (พวก​เขา​วางแผน​ที่​จะ​ซุ่ม​ฆ่า​เปาโล​ใน​ระหว่าง​ทาง) 4 เฟสทัส​ตอบ​ว่า “เปาโล​ถูก​ควบคุม​ตัว​อยู่​ที่​เมือง​ซีซารียา และ​อีก​ไม่​กี่​วัน​เรา​ก็​จะ​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​นั้น​แล้ว 5 ให้​ผู้นำ​ของ​ท่าน​บางคน​เดิน​ทาง​ลง​ไป​กับ​เรา​สิ แล้ว​ไป​ฟ้องร้อง​เขา​ที่​นั่น​ถ้า​เขา​ทำ​อะไร​ผิด”

6 หลัง​จาก​ที่​พัก​อยู่​กับ​พวก​เขา​ได้​แปด​หรือ​สิบ​วัน เฟสทัส​ก็​เดิน​ทาง​ลง​ไป​ที่​ซีซารียา วันรุ่งขึ้น​เขา​นั่ง​บน​บัลลังก์​พิพากษา​และ​สั่ง​ให้​นำ​เปาโล​เข้า​มา 7 ทันที​ที่​เปาโล​มา​ถึง พวก​คน​ยิว​ที่​เดิน​ทาง​มา​จาก​เยรูซาเล็ม​ก็​มา​ยืน​ล้อม​เขา​ไว้​และ​กล่าว​หา​ว่า​เปาโล​ทำ​ผิด​ร้ายแรง​หลาย​อย่าง ทั้งๆ​ที่​พวก​เขา​พิสูจน์​ไม่​ได้​สัก​อย่าง 8 เปาโล​ต่อสู้​คดี​ด้วย​ตัวเอง​ว่า “ผม​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ผิด​ต่อ​กฎ​ปฏิบัติ​ของ​ชาว​ยิว ต่อ​วิหาร หรือ​ต่อ​ซีซาร์​เลย” 9 แต่​เพราะ​เฟสทัส​อยาก​จะ​เอาใจ​ชาว​ยิว เขา​จึง​ถาม​เปาโล​ว่า “เจ้า​เต็มใจ​จะ​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม เพื่อ​ชำระ​คดีนี้​ต่อหน้า​เรา​ที่​นั่น​ไหม”

10 เปาโล​ตอบ​ว่า “ตอนนี้ ผม​กำลัง​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ศาล​ของ​ซีซาร์ ซึ่ง​ควร​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น​อยู่​แล้ว ท่าน​ก็​รู้​แล้ว​ว่า ผม​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ผิด​ต่อ​ชาว​ยิว 11 ถ้า​ผม​ทำ​ผิด​จริง​หรือ​ทำ​อะไร​ที่​สมควร​ตาย ผม​ก็​ยอม​ตาย​ไม่​ขัดขืน​หรอก แต่​ถ้า​ข้อ​กล่าวหา​ที่​พวกนี้​เอา​มา​ฟ้องร้อง​ผม​ไม่​เป็น​ความจริง ใคร​ก็​ไม่​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​ส่ง​ผม​ไป​ให้​กับ​พวกนี้​ทั้งนั้น ผม​ขอ​ให้​ซีซาร์​สอบสวน​เอง”

12 หลังจาก​ที่​เฟสทัส​ได้​หารือ​กับ​ที่​ปรึกษา​ของ​เขา​แล้ว ก็​ตอบ​ว่า “เจ้า​ขอ​ให้​ซีซาร์​สอบสวน เจ้า​ก็​จะ​ต้อง​ไปหา​ซีซาร์”

เฟสทัส​ถาม​เฮโรด​อากริปปาเกี่ยว​กับ​เปาโล

13 หลาย​วัน​ต่อมา กษัตริย์​อากริปปา+ 25:13 กษัตริย์​อากริปปา เฮโรด​อากริปปา​องค์​ที่ 2 เป็น​เหลน​ของ​เฮโรด​มหาราช ปกครอง​แคว้น​อาบิลีน แคว้น​กาลิลี แคว้น​อีทูเรีย และ​แคว้น​ทราโคนิติส ใน​ปี ค.ศ. 53-100 (พ.ศ. 596-643) และ​เบอร์นิส+ 25:13 เบอร์นิส น้อง​สาว​ของ​อากริปปา​องค์​ที่ 2 เป็น​ลูกสาว​คน​โต​ของ​เฮโรด อากริปปา​องค์​ที่ 1 มา​ถึง​เมือง​ซีซารียา เพื่อ​มา​เยี่ยม​คารวะ​เฟสทัส 14 หลัง​จาก​ที่​ทั้ง​สอง​อยู่​ที่​นั่น​หลาย​วัน เฟสทัส​เล่า​คดี​ของ​เปาโล​ให้​กษัตริย์​ฟัง​ว่า “มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​นี่​เป็น​นักโทษ​ที่​เฟลิกส์​ทิ้ง​ไว้​ใน​คุก 15 ตอน​ที่​เรา​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม พวก​หัวหน้า​นักบวช​และ​พวก​ผู้นำ​อาวุโส​ชาว​ยิว เอา​คดี​ของ​ชาย​คนนี้​มา​ยื่น​ฟ้อง​กับ​เรา และ​ขอ​ให้​เรา​ตัดสิน​ลงโทษ​ให้​ด้วย 16 เรา​บอก​กับ​พวก​เขา​ว่า ธรรมเนียม​ของ​ชาว​โรมัน​จะ​ไม่​ส่ง​มอบ​ตัว​ใคร จน​กว่า​คน​ฟ้อง​กับ​คน​ที่​ถูก​ฟ้อง​มา​อยู่​พร้อม​หน้า​กัน เพื่อ​ให้​คน​ที่​ถูก​ฟ้อง​ได้​มี​โอกาส​แก้​ข้อ​กล่าวหา​เสีย​ก่อน 17 เมื่อ​พวก​เขา​ตาม​เรา​มา​ที่​นี่ เรา​ก็​ไม่​รอ​ช้า วันรุ่งขึ้น​เรา​ขึ้น​นั่ง​บน​บัลลังก์​พิพากษา และ​สั่ง​ให้​นำ​ตัว​ชาย​คน​นั้น​เข้า​มา 18 เมื่อ​พวก​ที่​ฟ้องร้อง​เขา​ยืน​ขึ้น​กล่าว​หา​เขา เรา​ก็​เห็น​ว่า​ข้อ​กล่าว​หา​นั้น​ไม่​ใช่​เป็น​เรื่อง​อะไร​ที่​ร้ายแรง​อย่าง​ที่​เรา​คิด 19 แต่​กลับ​เป็น​การ​โต้เถียง​กัน​ทาง​ด้าน​ศาสนา​ของ​พวก​เขา​เอง เป็น​เรื่อง​เกี่ยวกับ​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เยซู​ที่​ตาย​ไป​แล้ว แต่​เปาโล​ยืนยัน​ว่า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ 20 เรา​ไม่​รู้​ว่า​จะ​สอบสวน​เรื่อง​พวกนี้​อย่าง​ไร​ดี เรา​จึง​ถาม​เปาโล​ว่า เขา​เต็มใจ​จะ​ไป​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​ชำระ​คดีนี้​ที่​นั่น​หรือ​ไม่ 21 แต่​เขา​ร้องขอ​ให้​ซีซาร์​เป็น​ผู้​ตัดสิน​เขา เรา​จึง​สั่ง​ให้​คุม​ขัง​เขา​ไว้​ก่อน​จน​กว่า​เรา​จะ​ส่ง​ตัว​เขา​ไป​ให้​ซีซาร์”

22 จาก​นั้น​กษัตริย์​อากริปปา ก็​พูด​กับ​เฟสทัส​ว่า “เรา​เอง​ก็​อยาก​จะ​ฟัง​ชาย​คนนี้​เหมือน​กัน” เฟสทัส​บอก​ว่า “พรุ่งนี้​ท่าน​จะ​ได้​ฟัง​จาก​เขา”

23 ใน​วันรุ่งขึ้น กษัตริย์​อากริปปา​และ​เบอร์นิส เดิน​ทาง​มา​อย่าง​ยิ่งใหญ่​อลังการ​และ​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​ตัดสิน​คดี​พร้อม​กับ​พวก​ผู้​บังคับ​บัญชา​กรม​ทหาร​และ​ผู้นำ​คน​สำคัญๆ​ของ​เมือง เฟสทัส​สั่ง​ให้​นำ​เปาโล​เข้า​มา 24 จาก​นั้น​เฟสทัส​ก็​พูด​ว่า “กษัตริย์​อากริปปา​และ​ทุก​ท่าน​ที่​อยู่​กับ​พวก​เรา​ที่​นี่ ท่าน​เห็น​ชาย​คนนี้​ไหม เขา​เป็น​คน​ที่​กลุ่ม​คน​ยิว​ทั้ง​หมด​ทั้ง​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​ที่​นี่ ได้​อ้อน​วอน​เรา​และ​ได้​ร้อง​ตะโกน​ว่า เขา​ไม่​สมควร​ที่​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อีก​ต่อ​ไป 25 แต่​เรา​ไม่​เห็น​ว่า​เขา​จะ​ทำ​ผิด​อะไร​ถึง​ขั้น​ต้อง​ตาย และ​เมื่อ​เขา​ขอ​ให้​จักรพรรดิ​สอบสวน​เอง เรา​จึง​ตัดสิน​ใจ​ส่ง​เขา​ไป 26 แต่​เรา​ไม่​รู้​ว่า​จะ​เขียน​บอก​จักรพรรดิ​เกี่ยว​กับ​ชาย​คนนี้​อย่าง​ไร เรา​จึง​พา​เขา​มา​อยู่​ต่อหน้า​พวก​ท่าน โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ต่อ​หน้า​ท่าน​กษัตริย์​อากริปปา เพื่อ​ที่​ว่า​หลัง​จาก​การ​สอบสวน​ครั้งนี้​ผ่าน​ไป​แล้ว เรา​อาจ​จะ​มี​อะไร​ที่​จะ​เขียน​ได้​บ้าง 27 เรา​เห็น​ว่า​มัน​จะ​ไม่​เข้า​ท่า​เลย​ที่​จะ​ส่ง​นักโทษ​ไป​โดย​ไม่​มี​ข้อ​กล่าว​หา”

26

เปาโล​อยู่​ต่อหน้า​กษัตริย์​อากริปปา

1 กษัตริย์​อากริปปา​พูด​กับ​เปาโล​ว่า “ตอนนี้ เจ้า​พูด​แก้​ต่าง​ให้​กับ​ตัวเอง​ได้​แล้ว” เปาโล​จึง​ยก​มือ​ขึ้น+ 26:1 ยก​มือ​ขึ้น เป็น​สัญญาณ​ที่​ทำ​ขึ้น​เพื่อ​บอก​ให้​คน​ตั้งใจ​ฟัง และ​เริ่ม​แก้​ข้อ​กล่าว​หา​ว่า 2 “กษัตริย์ อากริปปา ข้าพเจ้า​ถือ​ว่า​เป็น​เกียรติ​จริงๆ​ที่​ได้​มา​แก้​ต่าง​ให้​กับ​ตัวเอง​ต่อหน้า​ท่าน​ใน​วันนี้ ต่อ​ข้อ​กล่าวหา​ทั้งหมด​ของ​ชาว​ยิว 3 ท่าน​รู้จัก​ประเพณี และ​ปัญหา​ข้อ​โต้แย้ง​ต่างๆ​ของ​ชาว​ยิว​เป็น​อย่าง​ดี ขอ​ให้​ท่าน​ช่วย​อดทน​ฟัง​ข้าพเจ้า​หน่อย

4 ชาว​ยิว​ทุก​คน​รู้​ว่า​ข้าพเจ้า​ใช้​ชีวิต​ยังไง​ตั้ง​แต่​เด็ก​มา​แล้ว ข้าพเจ้า​โต​มา​ท่าม​กลาง​ชนชาติ​ของ​ข้าพเจ้า​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม 5 พวก​เขา​รู้จัก​ข้าพเจ้า​ดี และ​ถ้า​พวก​เขา​อยาก​ทำ พวก​เขา​สามารถ​ยืนยัน​กับ​ท่าน​ได้​ว่า ข้าพเจ้า​เป็น​ฟารีสี เป็น​พวก​ที่​เคร่ง​ศาสนา​ที่สุด​ใน​หมู่​คน​ยิว 6 และ​ที่​ข้าพเจ้า​ยืน​ถูก​สอบสวน​อยู่​ที่​นี่ ก็​เพราะ​ความ​หวัง​ที่​ข้าพเจ้า​มี​ใน​คำ​สัญญา​ที่​พระเจ้า​ให้​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา 7 เป็น​คำ​สัญญา​ที่​พวก​เรา​สิบ​สอง​เผ่า​หวัง​ที่​จะ​ได้รับ จึง​ได้รับ​ใช้​พระเจ้า​อย่าง​ขยัน​ขัน​แข็ง​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน ข้า​แต่​กษัตริย์ ก็​เพราะ​ความหวัง​อันนี้​แหละ ที่​ทำ​ให้​ข้าพเจ้า​ต้อง​ถูก​ชาว​ยิว​กล่าว​หา 8 ทำไม​พวก​ท่าน​ถึง​คิด​ว่า​มัน​เป็น​เรื่อง​เหลือเชื่อ​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​คน​ตาย​ฟื้น​ขึ้น​มา

9 ข้าพเจ้า​เคย​คิด​เหมือน​กัน​ว่า จะ​ต้อง​ทำ​ทุก​อย่าง​เท่า​ที่​จะ​ทำ​ได้ เพื่อ​ต่อ​ต้าน​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ 10 ข้าพเจ้า​ก็​ได้​ทำ​อย่าง​นั้น​ใน​เยรูซาเล็ม และ​เพราะ​ข้าพเจ้า​ได้รับ​อำนาจ​จาก​พวก​หัวหน้า​นักบวช ข้าพเจ้า​จึง​จับ​คน​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​ไป​ขัง​คุก เมื่อ​พวก​เขา​ถูก​ฆ่า ข้าพเจ้า​ก็​เห็นดี​เห็น​ชอบ​ด้วย 11 ข้าพเจ้า​เข้า​ไป​จับ​พวก​เขา​ตาม​ที่ประชุม​ต่างๆ​ออก​มา​ลงโทษ​บ่อยๆ​และ​บังคับ​ให้​พวก​เขา​พูด​สาปแช่ง+ 26:11 สาปแช่ง มี​ความ​หมาย​โดย​นัย หมายถึง “สบประมาท” หรือ “ดูถูก”​พระเยซู ข้าพเจ้า​โกรธ​แค้น​พวกนี้​มาก ถึง​กับ​เดิน​ทาง​ไป​ข่มเหง​พวกนี้​ถึง​ต่าง​แดน

เปาโล​เล่า​เรื่อง​ที่​ได้​เห็น​พระเยซู

12 ครั้ง​หนึ่ง ตอน​ที่​ข้าพเจ้า​กำลัง​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​ดามัสกัส โดย​ได้รับ​สิทธิ​อำนาจ​จาก​พวก​หัวหน้า​นักบวช 13 ตอนนั้น​เป็น​เวลา​ประมาณ​เที่ยง ขณะ​ที่​ข้าพเจ้า​กำลัง​เดิน​ทาง​อยู่​นั้น ข้า​แต่​กษัตริย์ ข้าพเจ้า​ก็​เห็น​แสง​จาก​ท้องฟ้า สว่าง​จ้า​กว่า​แสง​อาทิตย์​เสีย​อีก แสง​นั้น​ส่อง​มา​รอบ​ตัว​ข้าพเจ้า​และ​คน​ที่​มา​ด้วย​กัน 14 พวก​เรา​ทั้งหมด​ล้ม​ลง​กับ​พื้น และ​ข้าพเจ้า​ก็​ได้ยิน​เสียง​พูด​กับ​ข้าพเจ้า​เอง​เป็น​ภาษา​อารเมค+ 26:14 อารเมค เป็น​ภาษา​ที่​ชาว​ยิว​ใน​ปาเลสไตน์​ส่วนมาก​ใช้​พูด​กัน​ใน​ตอน​ต้น​ค.ศ. ที่ 1 ว่า ‘เซาโล เซาโล เจ้า​ข่มเหง​เรา​ทำไม เวลา​ที่​เจ้า​ต่อสู้​กับ​เรา+ 26:14 ต่อสู้​กับ​เรา ใน​ภาษา​เดิม ใช้​คำว่า เตะ​ปฏัก ตัว​เจ้า​เอง​นั่นแหละ​ที่​เจ็บ’ 15 ข้าพเจ้า​ถาม​ว่า ‘ท่าน​เป็น​ใคร’

แล้ว​พระองค์​ก็​พูด​ว่า ‘เรา​คือ​เยซู​ผู้ที่​เจ้า​ข่มเหง​นั้น 16 แต่​ลุก​ขึ้น​ยืน​เถอะ เรา​มา​ปรากฏ​ตัว​กับ​เจ้า​เพื่อ​แต่งตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​ผู้รับใช้ เพื่อ​ไป​บอก​คน​อื่น​ถึง​เรื่อง​ที่​เจ้า​ได้​เห็น​เรา และ​บอก​เรื่อง​ที่​เรา​จะ​แสดง​ให้​เจ้า​ดู 17 เรา​จะ​ช่วยเหลือ​เจ้า​ให้​รอด​พ้น​จาก​คน​ยิว​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ที่​เรา​กำลัง​จะ​ส่ง​เจ้า​ไปหา 18 เพื่อ​เปิด​ตา​ของ​พวก​เขา ให้​หัน​จาก​ความ​มืด​สู่​ความ​สว่าง และ​หัน​จาก​อำนาจ​ของ​ซาตาน​มา​สู่​พระเจ้า เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้รับ​การ​อภัย​ต่อ​บาป และ​เข้า​มี​ส่วน​ใน​คน​เหล่า​นั้น​ที่​เรา​ได้​ทำ​ให้​เป็น​ของ​เรา โดย​ความ​ไว้​วาง​ใจ​ที่​พวก​เขา​มี​ต่อ​เรา’”

เปาโล​พูด​ถึง​งาน​ของ​เขา

19 “ข้า​แต่​กษัตริย์​อากริปปา เมื่อ​เป็น​อย่างนี้ ข้าพเจ้า​จึง​เชื่อฟัง​นิมิต​ที่​มา​จาก​สวรรค์​นั้น 20 ข้าพเจ้า​เริ่ม​สอน​ผู้คน​ใน​เมือง​ดามัสกัส​ก่อน จาก​นั้น​ก็​สั่งสอน​ผู้คน​ใน​เยรูซาเล็ม และ​ตลอด​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​ด้วย โดย​บอก​ให้​พวก​เขา​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ หัน​มาหา​พระเจ้า​และ​ทำการ​งาน​ต่างๆ​ที่​เหมาะ​กับ​คน​ที่​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​แล้ว 21 นี่​เป็น​เหตุ​ที่​พวก​ยิว​ได้​เข้า​มา​จับกุม​ตัว​ข้าพเจ้า​ใน​ขณะ​ที่​อยู่​ใน​วิหาร และ​พยายาม​จะ​ฆ่า​ข้าพเจ้า​ด้วย 22 แต่​พระเจ้า​ก็​ได้​ช่วย​ข้าพเจ้า​มา​จน​ถึง​ทุก​วันนี้ จึง​ทำ​ให้​ข้าพเจ้า​สามารถ​มา​ยืน​เป็น​พยาน​ต่อ​ท่าน​ทั้งหลาย ทั้ง​ผู้น้อย​และ​ผู้ใหญ่​ใน​ที่​นี้​ได้ ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​พูด​อะไร​เลย นอก​จาก​สิ่ง​ที่​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า และ​โมเสส​บอก​ไว้​แล้ว​ว่า​จะ​เกิด​ขึ้น 23 นั่น​คือ​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์ทรมาน และ​พระองค์​จะ​เป็น​คน​แรก​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย และ​พระองค์​จะ​เป็น​ผู้นำ​แสงสว่าง​มา​สู่​คน​ยิว​และ​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว”

เปาโล​พยายาม​ชักจูง​อากริปปา

24 ขณะ​ที่​เปาโล​กำลัง​พูด​แก้ต่าง​ใน​เรื่อง​ต่างๆ​อยู่​นั้น เฟสทัส​ก็​ตะเบ็ง​เสียง​ขึ้น​มา​ว่า “เปาโล แก​เสีย​สติ​ไป​แล้ว แก​เรียน​จะ​จน​เป็น​บ้า​ไป​แล้ว” 25 เปาโล​ตอบ​ว่า “ท่าน​เฟสทัส ผม​ไม่​ได้​เป็น​บ้า สิ่ง​ที่​ผม​พูด​มา​นี้​เป็น​ความจริง​และ​มี​เหตุผล 26 กษัตริย์​อากริปปา​รู้​เรื่อง​พวกนี้​ดี และ​ผม​ก็​สามารถ​พูด​ได้​อย่าง​เปิดเผย​กับ​ท่าน ผม​แน่ใจ​ว่า​ไม่​มี​เรื่อง​ไหน​เล็ดลอด​สายตา​ของ​ท่าน​ไป​ได้ เพราะ​เรื่องนี้​ไม่​ได้​ทำ​กัน​อย่าง​ลับๆ​ล่อๆ 27 ข้า​แต่​กษัตริย์​อากริปปา ท่าน​เชื่อ​สิ่ง​ที่​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​เขียน​หรือ​เปล่า ข้าพเจ้า​รู้​ว่า​ท่าน​เชื่อ​แน่” 28 จาก​นั้น กษัตริย์​อากริปปา​ก็​พูด​แทรก​เปาโล​ว่า “เจ้า​คิด​ว่า​สามารถ​ชักจูง​ให้​เรา​เป็น​คริสเตียน​ใน​เวลา​อัน​สั้น​อย่างนี้​หรือ”

29 เปาโล​ตอบ​ว่า “ไม่ว่า​จะ​เป็น​เวลา​สั้น​หรือ​ยาว​แค่​ไหน ข้าพเจ้า​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​ขอ​ให้​ท่าน​และ​ทุก​คน​ที่​ฟัง​ข้าพเจ้า​ใน​วันนี้ เป็น​คริสเตียน​เหมือน​อย่าง​ข้าพเจ้า ยกเว้น​แต่​โซ่ตรวนนี้​เท่า​นั้น”

30 จาก​นั้น​กษัตริย์​อากริปปา​ก็​ลุก​ขึ้น รวมทั้ง​เจ้าเมือง​เบอร์นิส และ​คน​อื่นๆ​ทั้งหมด​ที่​นั่ง​อยู่​กับ​พวก​เขา​ด้วย 31 หลัง​จาก​ที่​พวก​เขา​ออก​ไป​จาก​ห้อง​แล้ว ก็​คุย​กัน​ว่า “ชาย​คนนี้​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ที่​สมควร​ตาย หรือ​สมควร​ถูก​ขัง​คุก​เลย” 32 กษัตริย์​อากริปปา​พูด​กับ​เฟสทัส​ว่า “อันที่​จริง ถ้า​ชาย​คนนี้​ไม่​ได้​ขอ​ให้​ซีซาร์ เป็น​ผู้​สอบสวน ก็​ปล่อย​ตัว​ไป​ได้​แล้ว”

27

เปาโล​แล่น​เรือ​ไป​กรุง​โรม

1 เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​พวก​เรา​จะ​เดิน​ทาง​ไป​ประเทศ​อิตาลี พวก​เขา​ก็​ให้​นาย​ร้อย​ยูเลียส​ใน​กอง​ทหาร​ของ​จักรพรรดิ ควบคุม​ตัว​เปาโล​และ​นักโทษ​คน​อื่นๆ​ไป 2 พวก​เรา​ไป​ลง​เรือ​ที่​เมือง​อัดรามิททิยุม เรือ​นั้น​กำลัง​จะ​แล่น​ไป​ตาม​ท่า​ต่างๆ​ที่​อยู่​ตาม​แนว​ชาย​ฝั่ง​ของ​แคว้น​เอเชีย แล้ว​พวก​เรา​ก็​ออก​ทะเล​ไป อาริสทารคัส​ไป​กับ​พวก​เรา​ด้วย เขา​เป็น​ชาว​เมือง​เธสะโลนิกา​ใน​แคว้น​มาซิโดเนีย 3 พอ​วันรุ่งขึ้น พวก​เรา​ก็​มา​ถึง​เมือง​ไซดอน ยูเลียส​ดี​กับ​เปาโล​มาก เขา​ยอม​ให้​เปาโล​ไป​เยี่ยม​เพื่อนฝูง​ได้ เพื่อ​ว่า​เพื่อนๆ​จะ​ได้​ช่วยเหลือ​เปาโล​ตาม​ความ​จำเป็น 4 จาก​ไซดอน พวก​เรา​แล่น​เรือ​ออก​สู่​ทะเล กระแส​ลม​ต้าน​เรา​มาก เรา​จึง​แล่น​โดย​ใช้​เกาะ​ไซปรัส​เป็น​ที่​กำบัง​ลม​ให้​กับ​เรา 5 พวก​เรา​แล่น​เรือ​ข้าม​ทะเล​ที่​เป็น​น่านน้ำ​ของ​แคว้น​ซีลีเซีย​และ​แคว้น​ปัมฟีเลีย​จน​มา​ถึง​เมือง​มิรา​ใน​แคว้น​ลิเซีย 6 ที่​นี่​นาย​ร้อย​พบ​เรือ​ลำ​หนึ่ง​ที่​มา​จาก​เมือง​อเล็กซาน​เดรีย​และ​กำลัง​จะ​ไป​ประเทศ​อิตาลี เขา​เลย​ให้​พวก​เรา​ลง​เรือ​ลำนี้ 7 เรือ​ของ​พวก​เรา​แล่น​ไป​ได้​ช้า​มาก​เป็น​เวลา​หลาย​วัน ใน​ที่​สุด​ก็​มา​ใกล้​เมือง​คนีดัส อย่าง​ทุลัก​ทุเล เรา​ไม่​สามารถ​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​ได้​เพราะ​กระแส​ลม​แรง​มาก จึง​ต้อง​เปลี่ยน​เส้นทาง​แล่น​ไป​แอบ​ลม​อยู่​หลัง​เกาะ​ครีต ที่​อยู่​ตรงข้าม​กับ​แหลม​สัลโมเน 8 เรือ​แล่น​เลียบ​ชาย​ฝั่ง​เกาะ​ครีต​ไป​ด้วย​ความ​ยาก​ลำบาก แล้ว​ก็​มา​ถึง​ที่​หนึ่ง​ชื่อ​ว่า ท่า​งาม​ดี ใกล้​เมือง​ลาเซีย

9 พวก​เรา​เสีย​เวลา​ไป​มาก และ​ตอนนี้​ก็​ไม่​ปลอดภัย​แล้ว​ที่​จะ​แล่น​เรือ เพราะ​วัน​อด​อาหาร+ 27:9 วัน​อด​อาหาร วัน​ของ​การ​ได้รับ​ชำระ​ล้าง​จาก​บาป วัน​สำคัญ​ทาง​ศาสนา​ของ​ชาว​ยิว​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ช่วง​ต้น​ฤดู​ใบไม้​ร่วง​ของ​แต่ละ​ปี ซึ่ง​ใน​ช่วง​เวลานี้​ของ​ปี​พายุ​ร้าย​ใน​ทะเล​จะ​เริ่ม​ก่อ​ตัว ของ​ยิว​ก็​ผ่าน​ไป​แล้ว เปาโล​จึง​เตือน​พวก​เขา​ว่า 10 “ท่าน​ทั้งหลาย ผม​เห็น​ว่า​การ​เดิน​ทาง​ครั้งนี้​จะ​ประสบ​กับ​ความ​หายนะ และ​จะ​ทำ​ให้​เกิด​ความ​เสียหาย​อย่าง​ใหญ่​หลวง ไม่​ใช่​แต่​เฉพาะ​สินค้า​และ​เรือ​เท่านั้น แต่​ยัง​รวม​ถึง​ชีวิต​ของ​พวก​เรา​ด้วย” 11 แต่​แทน​ที่​นาย​ร้อย​จะ​ฟัง​คำเตือน​ของ​เปาโล เขา​กลับ​ไป​เชื่อ​กัปตัน​และ​เจ้าของ​เรือ 12 เพราะ​ท่าเรือนี้​ไม่​เหมาะ​ที่​จะ​จอด​เรือ​ใน​ฤดู​หนาว คน​ส่วน​ใหญ่​จึง​ตกลง​ที่​จะ​แล่น​เรือ​ออก​จาก​ที่​นั่น ถ้า​เป็น​ไป​ได้​พวก​เขา​อยาก​จะ​ไป​ให้​ถึง​เมือง​ฟีนิกส์​จะ​ได้​จอด​เรือ​อยู่​ที่​นั่น​ใน​ช่วง​ฤดู​หนาว ฟีนิกส์​เป็น​เมือง​ท่า​บน​เกาะ​ครีต เป็น​ท่าเรือ​ที่​หัน​หน้า​ไป​ทาง​ทิศ​ตะวันตก​เฉียง​ใต้​และ​ทิศ​ตะวันตก​เฉียง​เหนือ

พายุ​ใน​ทะเล

13 เมื่อ​มี​ลม​พัด​มา​จาก​ทิศ​ใต้​เบาๆ​พวก​เขา​ก็​คิด​ว่า “นี่​แหละ​เป็น​ลม​ที่​เรา​อยาก​ได้” พวก​เขา​จึง​ถอน​สมอ​เรือ​ขึ้น แล้ว​แล่น​ไป​ตาม​ชายฝั่ง​เกาะ​ครีต 14 แต่​ไม่​ช้า​ก็​มี​ลม​พายุ​คล้าย​เฮอร์ริเคน ที่​เรียกว่า​ลม​ตะวันออก​เฉียง​เหนือ พัด​มา​จาก​เกาะ 15 เรือ​ติด​อยู่​ท่ามกลาง​พายุ และ​ไม่​สามารถ​ต้าน​กระแส​ลม​ได้ พวก​เรา​จึง​ปล่อย​ให้​เรือ​แล่น​ไป​ตาม​ลม 16 ใน​ที่​สุด​เรือ​ก็​แล่น​ไป​อยู่​หลัง​เกาะ​เล็กๆ​แห่ง​หนึ่ง​ชื่อ คาวดา ที่​ช่วย​กำบัง​ลม​ให้​เรา พวก​เรา​ได้​ดึง​เรือ​ชูชีพ​ขึ้น​มา​ผูก​ไว้​กับ​เรือ​ด้วย​ความ​ทุลัก​ทุเล​ยิ่ง​นัก 17 หลัง​จาก​ที่​ดึง​เรือ​ชูชีพ​ขึ้น​มา​แล้ว พวก​เขา​ก็​เอา​เชือก​ลอด​ใต้​ท้องเรือ​ใหญ่​แล้ว​มัด​เรือ​ใหญ่​ให้​แน่น​ขึ้น เพราะ​กลัว​ว่า​มัน​อาจ​จะ​แล่น​ไป​เกย​ตื้น​บน​สันดอน​ทราย​ของ​อ่าว​เสอร์ทิส พวก​เขา​จึง​ทิ้ง​ลูก​ทุ่น+ 27:17 ลูก​ทุ่น เป็น​แผ่น​ไม้​ที่​มี​ถัง​เปล่า​มัด​อยู่​ข้าง​บน และ​ของ​หนัก​ถ่วง​อยู่​ข้าง​ล่าง ลาก​ติด​อยู่​ท้าย​เรือ เพื่อ​ช่วย​พยุง​เรือ​ไม่​ให้​หน้าคว่ำ​และ​ช่วย​ทำ​ให้​เรือ​แล่น​ช้า​ลงลง​ทะเล ปล่อย​ให้​เรือ​ลอย​ไป​ตาม​กระแส​ลม 18 หลัง​จาก​ถูก​พายุ​โหม​กระหน่ำ​อย่าง​แรง วัน​ต่อมา พวก​เขา​ก็​เริ่ม​โยน​สินค้า​ลง​ทะเล​ไป 19 ถึง​วันที่​สาม พวก​เขา​ทิ้ง​อุปกรณ์​ต่างๆ​ใน​เรือ​ลง​ทะเล​ด้วย​มือ​ตนเอง 20 พวก​เรา​ไม่​เห็น​เดือน​เห็น​ตะวัน​มา​หลาย​วัน​แล้ว พายุ​ยัง​คง​โหม​กระหน่ำ​อย่าง​รุนแรง ใน​ที่​สุด​พวก​เรา​ก็​หมด​หวัง​ที่​จะ​มี​ชีวิต​รอด

21 ไม่​มี​ใคร​ยอม​กิน​อะไร​มา​หลาย​วัน​แล้ว เปาโล​จึง​ยืน​ขึ้น​ต่อหน้า​พวก​เขา​พูด​ว่า “พวก​คุณ​น่า​จะ​ฟัง​คำ​แนะนำ​ของ​ผม​ว่า​อย่า​แล่น​เรือ​ออก​จาก​เกาะ​ครีต จะ​ได้​ไม่​ต้อง​มา​พบ​กับ​ความ​เสียหาย​และ​สูญเสีย​อย่างนี้ 22 แต่​ตอนนี้​ผม​อยาก​ให้​พวก​คุณ​มี​กำลังใจ​กัน​ไว้ จะ​ไม่​มี​ใคร​ตาย​หรอก มี​แต่​เรือ​ลำนี้​เท่านั้น​ที่​จะ​พัง​ไป 23 เพราะ​เมื่อ​คืนนี้​มี​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​ผู้​เป็น​เจ้าของ​ผม และ​ผู้ที่​ผม​รับใช้​อยู่​ได้​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ​ผม 24 แล้ว​บอก​ว่า ‘ไม่​ต้อง​กลัว​เปาโล เจ้า​จะ​ต้อง​ได้​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ซีซาร์​แน่ และ​พระเจ้า​จะ​ช่วย​ชีวิต​ทุก​คน​บน​เรือ​ก็​เพราะ​เจ้า’ 25 เพราะ​ฉะนั้น​ให้​พวก​คุณ​มี​กำลังใจ​ไว้ เพราะ​ผม​ไว้ใจ​พระเจ้า​ว่า​เรื่องนี้​จะ​เกิด​ขึ้น​อย่าง​ที่​ทูตสวรรค์​ได้​บอก​ผม​ไว้​อย่าง​แน่นอน 26 แต่​พวก​เรา​จะ​ต้อง​วิ่ง​ไป​เกย​ตื้น​ที่​เกาะ​ไหน​สัก​แห่ง”

27 มา​ถึง​คืน​ที่​สิบสี่ เรือ​ของ​พวก​เรา​ลอยคอ​อยู่​ใน​ทะเล​อาเดรีย+ 27:27 ทะเล​อาเดรีย ทะเล​ที่​อยู่​ระหว่าง​ประเทศ​กรีก​และ​ประเทศ​อิตาลี รวม​ถึง​ตอน​กลาง​ของ​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน ประมาณ​เที่ยงคืน​พวก​ลูกเรือ​รู้สึก​ว่า​แผ่นดิน​อยู่​ใกล้ๆ 28 พวก​เขา​หยั่ง​ระดับ​น้ำ​ดู และ​วัด​ความ​ลึก​ได้​สามสิบเจ็ด​เมตร เวลา​ผ่าน​ไป​สัก​พัก​พวก​เขา​ก็​หยั่ง​ระดับ​น้ำ​อีก คราวนี้​วัด​ความ​ลึก​ได้​ยี่สิบเจ็ด​เมตร 29 พวก​เขา​กลัว​ว่า​เรือ​จะ​ไป​เกย​ตื้น​บน​ฝั่ง​ที่​มี​หิน​จึง​โยน​สมอ​สี่​ตัว​ลง​จาก​ด้าน​หลัง​ของ​เรือ และ​อธิษฐาน​ให้​ถึง​ตอน​เช้า​เร็วๆ 30 พวก​ลูกเรือ​พยายาม​หนี​ออก​จาก​เรือ พวก​เขา​จึง​หย่อน​เรือ​ชูชีพ​ลง​ใน​ทะเล แกล้ง​ทำ​เป็น​ว่า​จะ​ไป​โยน​สมอ​เรือ​จาก​ทาง​หัว​เรือ 31 แต่​เปาโล​บอก​กับ​นาย​ร้อย​และ​พวก​ทหาร​ว่า “ถ้า​คน​พวกนี้​ไม่​อยู่​บน​เรือ พวก​ท่าน​ทั้งหมด​ก็​จะ​ไม่​รอด” 32 พวก​ทหาร​จึง​ตัด​เชือก​ที่​ผูก​เรือ​ชูชีพ​ไว้ แล้ว​ปล่อย​ให้​มัน​ลอย​ไป

33 พอ​ใกล้​จะ​สว่าง​แล้ว เปาโล​ก็​ชักชวน​ให้​พวก​เขา​กิน​อาหาร เปาโล​บอก​ว่า “นี่​พวก​คุณ​ก็​ได้​เฝ้า​คอย​ด้วย​ใจ​ระทึก​มา​ตั้ง​สิบสี่​วัน​แล้ว โดย​ไม่​ได้​กิน​อะไร​เลย 34 กิน​อะไร​บ้าง​เถอะ เพื่อ​จะ​ได้​อยู่​ต่อ​ไป ไม่​ต้อง​ห่วง​หรอก จะ​ไม่​มี​ผม​สัก​เส้น​หลุด​ไป​จาก​หัว​ของ​พวก​คุณ​แม้แต่​คน​เดียว” 35 เมื่อ​เปาโล​พูด​เสร็จ เขา​ก็​เอา​ขนมปัง​มา​กล่าว​ขอบคุณ​พระเจ้า​ต่อหน้า​คน​ทั้งหมด​แล้ว​ก็​หัก​กิน 36 ทุก​คน​ก็​มี​กำลังใจ​ขึ้น​มา​และ​หยิบ​อาหาร​มา​กิน​กัน 37 บน​เรือ​มี​ทั้งหมด​สองร้อย​เจ็ดสิบหก​คน 38 หลัง​จาก​ที่​กิน​อาหาร​กัน​จน​อิ่ม​แล้ว พวก​เขา​ได้​โยน​ข้าวสาร​ทั้งหมด​ทิ้ง เพื่อ​ให้​เรือ​เบา​ขึ้น

เรือ​แตก

39 พอ​สว่าง​แล้ว พวก​เขา​ไม่​รู้​ว่า​แผ่นดิน​ที่​เห็น​นั้น​เป็น​ที่​ไหน แต่​พวก​เขา​สังเกต​เห็น​อ่าว​ที่​มี​ชาย​หาด​แห่ง​หนึ่ง พวก​เขา​จึง​ตัดสิน​ใจ​ว่า​ถ้า​เป็น​ไป​ได้​จะ​นำ​เรือ​แล่น​ไป​เกย​ตื้น​บน​หาด​แห่ง​นั้น 40 พวก​เขา​จึง​ตัด​สมอ​เรือ​ทิ้ง​ลง​ทะเล แล้ว​แก้​เชือก​ที่​มัด​หางเสือ​ออก จาก​นั้น​ดึง​ใบ​หัว​เรือ​ขึ้น​ให้​รับ​ลม และ​มุ่ง​หน้า​เข้า​หา​ชาย​หาด 41 แต่​พวก​เขา​กลับ​ชน​สันดอน​ทราย​และ​เกย​ตื้น หัว​เรือ​ติด​แน่น​ไม่​ขยับ​เขยื้อน ส่วน​ท้าย​เรือ​ก็​ถูก​คลื่น​ซัด​จน​เรือ​แตก​ออก​เป็น​เสี่ยงๆ

42 พวก​ทหาร​จึง​วางแผน​ที่​จะ​ฆ่า​นักโทษ เพราะ​กลัว​ว่า​จะ​มี​ใคร​ว่ายน้ำ​หนี​ไป 43 แต่​นาย​ร้อย​อยาก​จะ​ช่วย​ชีวิต​เปาโล จึง​สั่ง​ห้าม​ไม่​ให้​พวก​เขา​ทำ​ตาม​แผน​นั้น เขา​สั่ง​คน​ที่​ว่ายน้ำ​เป็น​ให้​กระโดด​ลง​น้ำ​แล้ว​ว่าย​ขึ้น​ฝั่ง​ไป​ก่อน 44 ส่วน​คน​ที่​เหลือ​ก็​ให้​เกาะ​ไม้​กระดาน​หรือ​ซาก​เรือ​ที่​แตก ใน​ที่​สุด​ทุก​คน​ก็​เข้า​ถึง​ฝั่ง​อย่าง​ปลอดภัย

28

เปาโล​บน​เกาะ​มอลตา

1 หลัง​จาก​ทุก​คน​มา​ถึง​ฝั่ง​อย่าง​ปลอดภัย​แล้ว พวก​เรา​ถึง​รู้​ว่า​เกาะ​แห่งนี้​ชื่อ​ว่า​มอลตา 2 คน​พื้นเมือง​ที่​นี่​ใจดี​กับ​พวก​เรา​เหลือเกิน พวก​เขา​ก่อ​ไฟ​ต้อนรับ​พวก​เรา​ทุก​คน เนื่อง​จาก​ฝน​เพิ่ง​ตก​และ​อากาศ​หนาว 3 เปาโล​ได้​เก็บ​กิ่งไม้​กอง​หนึ่ง​มา​สุม​ไฟ มี​งูพิษ​ตัว​หนึ่ง​เลื้อย​ออก​มา​เพราะ​ถูก​ความ​ร้อน มัน​กัด​ติด​อยู่​กับ​มือ​ของ​เปาโล 4 เมื่อ​พวก​คน​พื้นเมือง​เห็น​งู​ห้อย​อยู่​ที่​มือ​ของ​เปาโล พวก​เขา​ก็​พูด​กัน​ว่า “คน​ผู้นี้​ต้อง​เป็น​ฆาตกร​แน่ๆ​ถึง​แม้​เขา​จะ​รอด​ตาย​จาก​ทะเล แต่​เจ้าแม่​แห่ง​ความ​ยุติธรรม+ 28:4 เจ้าแม่​แห่ง​ความ​ยุติธรรม ผู้คน​คิด​ว่า​มี​เจ้าแม่​ชื่อ​ว่า​ความ​ยุติธรรม​มี​หน้า​ที่​ลงโทษ​คน​ไม่​ดี ไม่​ยอม​ให้​เขา​รอด​ตาย​ไป​ได้” 5 แต่​เปาโล​สะบัด​งู​ตกลง​ไป​ใน​กอง​ไฟ โดย​ที่​ตัว​เขา​ไม่​เป็น​อันตราย​แม้แต่​นิด​เดียว 6 พวก​เขา​คาด​ว่า​เปาโล​คงจะ​ต้อง​บวม หรือ​ไม่​ก็​ล้ม​ลง​ขาดใจ​ตาย​ทันที แต่​หลัง​จาก​ที่​ไม่​เห็น​มี​อะไร​ผิดปกติ​เกิดขึ้น​กับ​เปาโล พวก​เขา​ก็​เปลี่ยนใจ​และ​พูด​ว่า เปาโล​เป็น​เทพเจ้า

7 ใกล้ๆ​แถว​นั้น มี​ทุ่งหญ้า​ของ​หัวหน้า​เกาะ​ที่​ชื่อ​ว่า ปูบลิอัส เขา​เชิญ​พวก​เรา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน และ​เลี้ยงดู​ปู​เสื่อ​พวก​เรา​เป็น​อย่างดี​ถึง​สาม​วัน 8 พ่อ​ของ​ปูบลิอัส​นอน​ป่วย​เป็น​ไข้ และ​เป็น​โรค​บิด+ 28:8 โรค​บิด โรค​ที่​มี​อาการ​คล้าย​กับ​โรค​ท้องร่วง อยู่​บน​เตียง เปาโล​จึง​เดิน​เข้า​ไปหา หลังจาก​ที่​เปาโล​อธิษฐาน​แล้ว​ก็​วางมือ​บน​ตัว​เขา แล้ว​เขา​ก็​หาย 9 เมื่อ​เรื่องนี้​เกิด​ขึ้น คนป่วย​คน​อื่นๆ​ที่​อยู่​บน​เกาะนี้ ต่าง​ก็​พา​กัน​มา​ให้​เปาโล​รักษา​จน​หาย​หมด​ทุก​คน 10 คน​บน​เกาะ​นับถือ​พวก​เรา​มาก เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​จะ​แล่น​เรือ​ต่อ​ไป พวก​เขา​จัดแจง​หา​สิ่งของ​ต่างๆ​ที่​จำเป็น​สำหรับ​การ​เดิน​ทาง​มา​ให้

เปาโล​เดิน​ทาง​ไป​ที่​กรุง​โรม

11 สาม​เดือน​หลัง​จาก​เรือ​แตก พวก​เรา​ได้​ลง​เรือ​ที่​มา​แวะ​พัก​อยู่​ที่​เกาะนี้​ใน​ช่วง​ฤดู​หนาว เป็น​เรือ​ที่​มา​จาก​เมือง​อเล็กซานเดรีย มี​รูป​พระ​แฝด+ 28:11 พระ​แฝด รูปปั้น​ของ​คาสเตอร์​และ​โพลลักซ์ พระ​สอง​องค์​ของ​กรีกแกะ​สลัก​อยู่​ที่​หัว​เรือ 12 พวก​เรา​มา​ถึง​เมือง​ไซราคิวส์ และ​พัก​อยู่​ที่​นี่​สาม​วัน 13 จาก​ที่​นั่น พวก​เรา​แล่น​เรือ​ต่อ​ไป​ที่​เมือง​เรอียูม ใน​วันรุ่งขึ้น​ก็​มี​ลม​พัด​มา​จาก​ทาง​ทิศ​ใต้ วันที่​สอง​พวก​เรา​ก็​มา​ถึง​เมือง​โปทิโอลี 14 เรา​พบ​พี่น้อง​บางคน​ที่​นั่น และ​พวก​เขา​ชวน​ให้​พวก​เรา​พัก​อยู่​ด้วย​เป็น​เวลา​เจ็ด​วัน ต่อ​จาก​นั้น​พวก​เรา​ก็​เดิน​ทาง​ไป​โรม 15 เมื่อ​พวก​พี่น้อง​ใน​กรุง​โรม ได้รับ​ข่าว​เรื่อง​พวก​เรา พวก​เขา​อุตส่าห์​เดิน​ทาง​ออก​มา​พบ​พวก​เรา​ถึง​ตลาด​อัปปีอัส+ 28:15 ตลาด​อัปปีอัส เป็น​เมือง​ที่​อยู่​ห่าง​จาก​กรุง​โรม​ไป​ประมาณ 69 กิโลเมตรและ​โรงแรม​สาม​หลัง+ 28:15 โรงแรม​สาม​หลัง เป็น​เมือง​ที่​อยู่​ห่าง​จาก​กรุง​โรม​ไป​ประมาณ 48 กิโลเมตร เมื่อ​เปาโล​เห็น​พวก​เขา ก็​ขอบคุณ​พระเจ้า​และ​มี​กำลังใจ​มาก​ขึ้น

เปาโล​อยู่​ใน​กรุง​โรม

16 เมื่อ​พวก​เรา​มา​ถึง​กรุง​โรม เปาโล​ได้รับ​อนุญาต​ให้​อยู่​คนเดียว​ต่างหาก โดย​มี​ทหาร​คน​หนึ่ง​คอย​เฝ้า​เขา​ไว้ 17 หลัง​จาก​ผ่าน​ไป​สาม​วัน เปาโล​เรียก​ประชุม​ผู้นำ​ของ​ชาว​ยิว เมื่อ​ทุก​คน​มา​พร้อม​กัน​แล้ว เปาโล​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “พี่น้อง​ทั้งหลาย ผม​ได้​ถูก​จับ​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​แล้ว​ถูก​ส่ง​ไป​ให้​กับ​พวก​โรมัน​เหมือน​กับ​นักโทษ ทั้งๆ​ที่​ผม​ไม่​ได้​ต่อต้าน​คน​ของ​พวก​เรา หรือ​ต่อต้าน​ประเพณี​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​เลย 18 เมื่อ​พวก​โรมัน​ไต่สวน​ผม​แล้ว ก็​จะ​ปล่อย​ตัว​ผม​ไป เพราะ​ผม​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ผิด​ถึง​กับ​ต้อง​ตาย 19 แต่​ชาว​ยิว​ไม่​ยอม ผม​จึง​จำเป็น​ต้อง​ขอ​ให้​ซีซาร์​สอบสวน ไม่​ใช่​เพราะ​ผม​มี​เรื่อง​จะ​ฟ้องร้อง​คน​ร่วม​ชาติ​ของ​ผม​เอง 20 นี่​เป็น​เหตุ​ที่​ผม​ขอ​พบ​เพื่อ​พูด​คุย​กับ​พวก​ท่าน ความจริง​แล้ว​ที่​ผม​ต้อง​ถูก​ล่าม​โซ่​อยู่นี้ ก็​เพราะ​เห็นแก่​ความ​หวัง​ของ​ชาว​อิสราเอล+ 28:20 อิสราเอล คือ ชนชาติ​ยิว

21 พวก​ผู้นำ​ชาว​ยิว​จึง​พูด​กับ​เปาโล​ว่า “พวก​เรา​ยัง​ไม่​ได้​รับ​จดหมาย​อะไร​เกี่ยวกับ​ท่าน ที่​มา​จาก​แคว้น​ยูเดีย​เลย และ​ยัง​ไม่​มี​พี่น้อง​คน​ไหน​ที่​เดิน​ทาง​มา​จาก​ที่​นั่น เพื่อ​รายงาน​หรือ​ให้​ร้าย​เกี่ยวกับ​ตัว​ท่าน 22 แต่​พวก​เรา​อยาก​จะ​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​ท่าน​คิด เพราะ​พวก​เรา​รู้​ว่า​ทุก​หน​แห่ง​ต่อต้าน​ลัทธินี้”

23 พวก​เขา​จึง​นัด​วัน​พบ​กับ​เปาโล​อีก เมื่อ​ถึง​วัน​นัด​พบ ก็​มี​คน​มาก​กว่า​เดิม​มา​หา​เปาโล​ใน​ที่​พัก​ของ​เขา เปาโล​ได้​อธิบาย​และ​เป็น​พยาน​ถึง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า พยายาม​ชักจูง​พวก​นั้น​ให้​เชื่อ​ใน​พระเยซู โดย​อ้าง​จาก​กฎ​ของ​โมเสส​และ​จาก​สิ่ง​ที่​พวก​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า เขียน​ไว้ เปาโล​ได้​ทำ​อย่างนี้​ตั้งแต่​เช้า​จน​เย็น 24 บางคน​เชื่อ​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​พูด บางคน​ก็​ไม่​เชื่อ 25 เกิด​การ​ขัดแย้ง​กัน​เอง​ใน​หมู่​พวก​เขา บางคน​เริ่ม​เดิน​หนี​ไป​หลัง​จาก​ที่​เปาโล​พูด​ว่า “พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​พูด​ไว้​ถูกต้อง​เลย เมื่อ​พูด​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​ท่าน​ผ่าน​ทาง​อิสยาห์ ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​ว่า

26 ‘ให้​ไปหา​คน​พวกนี้ และ​พูด​กับ​เขา​ว่า

ท่าน​จะ​ฟัง​แล้ว​ฟัง​อีก

แต่​จะ​ไม่​เข้าใจ

ท่าน​จะ​มอง​แล้ว​มอง​อีก

แต่​จะ​ไม่​เห็น​จริงๆ

27 เพราะ​จิตใจ​ของ​คน​พวกนี้​ดื้อด้าน

หู​ของ​เขา​ไม่​เต็มใจ​ที่​จะ​ฟัง และ​พวก​เขา​ก็​ปิด​ตา​ของ​ตนเอง

ไม่​อย่าง​นั้น พวก​เขา​จะ​ได้​เห็น​กับ​ตา และ​ได้ยิน​กับ​หู

และ​เข้าใจ​ด้วย​จิตใจ และ​หัน​กลับ​มาหา​เรา

เพื่อ​ให้​เรา​รักษา​พวก​เขา’+ 28:26-27 อ้าง​มา​จาก​หนังสือ อิสยาห์ 6:9-10

28 ดังนั้น​พวก​ท่าน​ควร​รู้​ไว้​ว่า เรื่อง​ความ​รอด​จาก​พระเจ้านี้​ได้​ส่ง​ไป​ให้​คน​ที่​ไม่​ใช่​ยิว​แล้ว และ​พวก​เขา​จะ​ฟัง” 29+ 28:29 ข้อนี้ สำเนา​กรีก​ช่วง​หลัง พูด​ว่า “หลังจาก​เปาโล​กล่าว​สิ่งนี้​แล้ว ชาว​ยิว​ทั้งหลาย​ก็​จาก​ไป พวก​เขา​ต่าง​โต้เถียง​กัน​เอง​อย่าง​หนัก”

30 เปาโล​ได้​อยู่​ใน​ห้อง​ที่​เขา​ได้​เช่า​ไว้​เป็น​เวลา​ถึง​สอง​ปี​เต็ม และ​ต้อนรับ​ทุก​คน​ที่​มา​หา​เขา 31 เขา​ประกาศ​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า และ​สั่งสอน​เกี่ยวกับ​องค์​เจ้า​ชีวิต​พระเยซู​ผู้​เป็น​กษัตริย์​ยิ่งใหญ่+ 28:31 ผู้​เป็น​กษัตริย์​ยิ่งใหญ่ หรือ พระคริสต์ อย่าง​เปิดเผย โดย​ไม่​มี​ใคร​ขัดขวาง