2 พงศ์กษัตริย์

คำนำ

คำนำ​ของ​หนังสือ​เล่มนี้ อ่าน​ได้​จาก​คำนำ​ของ​หนังสือ 1 พงศ์กษัตริย์

1

เอลียาห์​ประณาม​อาหัสยาห์

1 หลังจาก​ที่​กษัตริย์​อาหับ​ตาย​แล้ว ชาว​โมอับ​ลุก​ขึ้น​กบฏ​ต่อ​อิสราเอล

2 วันหนึ่ง​กษัตริย์​อาหัสยาห์​อยู่​บน​ดาดฟ้า​ห้องชั้นบน​ของ​เขา ใน​เมือง​สะมาเรีย เขา​พลัด​ตก​ทะลุ​ไม้​ระแนง​ลง​มา และ​ได้รับ​บาดเจ็บ เขา​เรียก​พวก​ผู้​ส่งข่าว​มา และ​บอก​ว่า “ไป​ถาม​พระ​บาอัลเซบูบ​ที่​เป็น​พระ​ของ​เมือง​เอโครน ให้​หน่อย​ว่า เรา​จะ​หาย​จาก​อาการ​บาดเจ็บนี้​หรือไม่”

3 แต่​ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เอลียาห์​ชาว​เมือง​ทิชบี​ว่า “ขึ้น​ไป​พบ​กับ​ผู้​ส่งข่าว​พวกนั้น​ของ​กษัตริย์​แห่ง​เมือง​สะมาเรีย และ​ถาม​พวก​เขา​ว่า ‘ใน​อิสราเอล​ไม่​มี​พระเจ้า​แล้ว​หรือยังไง พวกเจ้า​ถึง​ต้อง​ออก​ไป​ถาม​พระ​บาอัลเซบูบ​ที่​เป็น​พระ​ของ​เมือง​เอโครน’ 4 เพราะ​ทำ​อย่างนี้ พระยาห์เวห์​ถึง​พูด​ว่า ‘เจ้า​จะ​ไม่​ได้​ลุก​ขึ้น​จาก​เตียง​ที่​เจ้า​กำลัง​นอนอยู่ แต่​เจ้า​จะ​ต้อง​ตายแน่’” แล้ว​เอลียาห์​ก็​ไป

5 เมื่อ​พวก​ผู้ส่งข่าว​กลับ​ไป​หา​กษัตริย์ กษัตริย์​จึง​ถาม​พวกเขา​ว่า “ทำไม​พวก​เจ้า​กลับ​มา​เร็ว​นัก”

6 พวกเขา​ตอบ​ว่า “มี​ชาย​คน​หนึ่ง​มา​พบ​พวก​ข้าพเจ้า และ​เขา​พูด​กับ​พวก​ข้าพเจ้า​ว่า ‘กลับ​ไป​หา​กษัตริย์​ที่​ส่ง​พวกเจ้า​มา​และ​ให้​บอก​เขา​ว่า พระยาห์เวห์​พูด​ไว้​ว่า​อย่างนี้ “ใน​อิสราเอล ไม่​มี​พระเจ้า​แล้ว​หรือยังไง เจ้า​ถึง​ต้อง​ส่ง​คน​ไป​ถาม​พระ​บาอัลเซบูบ​ที่​เป็น​พระ​ของ​เมือง​เอโครน เพราะ​ทำ​อย่างนี้ เจ้า​จะ​ไม่ได้​ลุก​ขึ้น​จาก​เตียง​ที่​เจ้า​กำลัง​นอน​อยู่ แต่​เจ้า​จะ​ต้อง​ตายแน่”’”

7 กษัตริย์​จึง​ถาม​พวก​เขา​ว่า “คน​ที่​มา​พบ​พวกเจ้า​และ​บอก​เรื่องนี้​กับ​พวกเจ้า​มี​รูปร่าง​หน้าตา​ยังไง”

8 พวกเขา​ตอบ​ว่า “เป็น​ผู้ชาย สวม​เสื้อ​ที่​เป็น​ขนๆ+ 1:8 เสื้อ​ที่​เป็น​ขนๆ หรือ “เป็น​คน​ขน​ดก” มี​หนัง​คาด​เอว​อยู่” กษัตริย์​จึง​ว่า “เอลียาห์​ชาว​เมือง​ทิชบี​นั่นเอง”

9 แล้ว​กษัตริย์​ส่ง​นาย​ทหาร​คน​หนึ่ง​พร้อม​กับ​ทหาร​อีก​ห้าสิบ​คน​ไป​หา​เอลียาห์ นาย​ทหาร​คนนั้น​ขึ้น​ไป​หา​เอลียาห์ เขา​กำลัง​นั่ง​อยู่​บน​ยอดเขา​แห่ง​หนึ่ง นาย​ทหาร​คน​นั้น​พูด​กับ​เขา​ว่า “คน​ของ​พระเจ้า กษัตริย์​สั่ง​ให้​เจ้า​ลง​มา”

10 เอลียาห์​ตอบ​นาย​ทหาร​คนนั้น​ว่า “ถ้า​เรา​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า​จริง ก็​ขอ​ให้​มี​ไฟ​ลง​มา​จาก​สวรรค์​และ​เผาผลาญ​เจ้า​และ​คน​ห้าสิบ​คน​ของเจ้า”

แล้วก็​มี​ไฟ​ลง​มา​จาก​สวรรค์​และ​เผาผลาญ​นาย​ทหาร​คนนั้น​กับ​คน​ห้าสิบ​คน​ของเขา

11 กษัตริย์​จึง​ส่ง​นาย​ทหาร​อีก​คนหนึ่ง​พร้อม​กับ​คน​ห้าสิบ​คน​ของ​เขา​ออก​ไป​หา​เอลียาห์​อีก นาย​ทหาร​คนนั้น​ขึ้น​ไป​พูด​กับ​เอลียาห์​ว่า “คน​ของ​พระเจ้า กษัตริย์​สั่ง​ให้​เจ้า​ลง​มา​เดี๋ยวนี้”

12 เอลียาห์​ตอบ​ว่า “ถ้า​เรา​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า​จริง ก็​ขอให้​มี​ไฟ​ลง​มา​จาก​สวรรค์ และ​เผาผลาญ​เจ้า​และ​คน​ห้าสิบ​คน​ของเจ้า”

แล้ว​ก็​มี​ไฟ​ของ​พระเจ้า​ลง​มา​จาก​สวรรค์ เผาผลาญ​เขา​และ​คน​ห้าสิบ​คน​ของ​เขา​จนหมด

13 กษัตริย์​จึง​ส่ง​นาย​ทหาร​คน​ที่​สาม​กับ​คน​ห้าสิบ​คน​ของ​เขา​ไปอีก นาย​ทหาร​คน​ที่​สามนี้​ขึ้น​ไป​และ​คุกเข่า​ลง​ต่อหน้า​เอลียาห์ เขา​ขอร้อง​ว่า “คน​ของ​พระเจ้า ขอ​ให้​ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า และ​ชีวิต​ของ​ห้าสิบ​คนนี้ ที่​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน มี​ค่า​ใน​สายตา​ของ​ท่าน​ด้วยเถิด 14 ข้าพเจ้า​รู้​ว่า​ไฟ​ได้​ลง​มา​จาก​สวรรค์​และ​ได้​เผาผลาญ​นาย​ทหาร​สอง​คนนั้น​ที่​มา​ก่อน​ข้าพเจ้า รวมทั้ง​คน​ทั้งหมด​ของ​พวกเขา​ด้วย แต่​ตอนนี้​ขอให้​ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า​มีค่า​ใน​สายตา​ของ​ท่าน​ด้วยเถิด”

15 ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เอลียาห์​ว่า “ลง​ไป​กับ​เขาเถิด ไม่​ต้อง​กลัว​เขาหรอก”

เอลียาห์​จึง​ลุกขึ้น​และ​ลง​ไป​กับ​เขา​เพื่อ​ไป​หา​กษัตริย์

16 เอลียาห์​บอก​กับ​กษัตริย์​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ว่า ‘ใน​อิสราเอล ไม่​มี​พระเจ้า​ให้​ท่าน​ถาม​แล้ว​หรือ​ยังไง ท่าน​ถึง​ต้อง​ส่ง​ผู้ส่งข่าว​พวกนั้น​ไป​ถาม​พระ​บาอัลเซบูบ​ซึ่ง​เป็น​พระ​ของ​เมือง​เอโครน’ เพราะ​ท่าน​ทำ​อย่างนี้ ท่าน​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​ลุก​ออก​จาก​เตียง​ที่​ท่าน​กำลัง​นอน​อยู่ แต่​ท่าน​จะ​ต้อง​ตายแน่”

โยรัม​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​แทน​อาหัสยาห์

17 แล้ว​อาหัสยาห์​ก็​ตาย ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​เอลียาห์​ได้​พูด​เอาไว้ เนื่องจาก​อาหัสยาห์​ไม่​มี​ลูกชาย โยรัม+ 1:17 โยรัม เป็น​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ของ “ฮาโดรัม”​จึง​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบต่อ​จาก​เขา ตรง​กับ​ปี​ที่สอง​ที่​กษัตริย์​เยโฮรัม​ปกครอง​ยูดาห์ เยโฮรัม​เป็น​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท

18 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​อาหัสยาห์​และ​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป ได้​จดบันทึกไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล

2

พระยาห์เวห์​รับ​ตัว​เอลียาห์​ไป​สวรรค์

1 เมื่อ​เกือบ​ถึง​เวลา​ที่​พระยาห์เวห์​จะ​รับ​ตัว​เอลียาห์​ขึ้น​สู่​สวรรค์​ด้วย​ลม​พายุ​หมุน เอลียาห์​และ​เอลีชา​กำลัง​เดินทาง​ออก​จาก​เมือง​กิลกาล

2 เอลียาห์​พูด​กับ​เอลีชา​ว่า “อยู่​ที่นี่​นะ พระยาห์เวห์​เรียก​ให้​ข้า​ไป​ที่​เมือง​เบธเอล”

แต่​เอลีชา​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​และ​ท่าน​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้นเลย​ว่า​ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​ยอมทิ้ง​ท่าน​ไป​เป็น​อันขาด” เขา​ทั้งสอง​จึง​ลง​ไป​ที่​เมือง​เบธเอล​ด้วยกัน

3 พวก​กลุ่ม​ผู้พูดแทนพระเจ้า+ 2:3 พวก​กลุ่ม​ผู้พูดแทนพระเจ้า ตาม​ตัว​อักษร​คือ “บรรดา​ลูกชาย​ของ​เหล่านักทำนาย” คนเหล่านี้​ก็​คือ​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​และ​คน​ที่​กำลัง​เรียน​เพื่อ​ที่​จะ​เป็น​ผู้พูดแทน​พระเจ้า ที่​เมือง​เบธเอล​ได้​ออก​มา​พบ​เอลีชา​และ​ได้​ถาม​เขา​ว่า “ท่าน​รู้​หรือ​เปล่า​ว่า พระยาห์เวห์​กำลัง​จะ​เอา​ตัว​นาย​ของ​ท่าน​ไป​จาก​ท่าน​ใน​วันนี้”

เอลีชา​ตอบ​ไป​ว่า “ข้า​รู้​แล้ว แต่​อย่า​ได้​พูด​ถึง​มันเลย”

4 แล้ว​เอลียาห์​ก็​พูด​ว่า “เอลีชา เจ้า​อยู่​ที่นี่​ก่อน​นะ พระยาห์เวห์​เรียก​ให้​ข้า​ไป​ที่​เมือง​เยริโค”

เขา​ก็​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​และ​ท่าน​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้น​เลย​ว่า​ข้าพเจ้า​จะ​ไม่ทิ้ง​ท่าน​ไป​เป็น​อันขาด” เขา​ทั้ง​สอง​จึง​ไป​เมือง​เยริโค​ด้วยกัน

5 พวก​กลุ่ม​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ที่​เมือง​เยริโค​ขึ้น​มา​หา​เอลีชา​และ​ถาม​เขา​ว่า “ท่าน​รู้​หรือเปล่า​ว่า พระยาห์เวห์​กำลัง​จะ​เอา​ตัว​นาย​ของ​ท่าน​ไป​ใน​วันนี้”

เขา​ตอบ​ว่า “ข้า​รู้แล้ว แต่​อย่า​ได้​พูดถึง​มันเลย”

6 แล้ว​เอลียาห์​พูด​ว่า “เอลีชา เจ้า​อยู่​ที่นี่นะ เพราะ​พระยาห์เวห์​เรียก​ให้​ข้า​ไป​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน”

และ​เขา​ก็​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​และ​ท่าน​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้น​เลย​ว่า ข้า​จะ​ไม่​ยอมทิ้ง​ท่าน​ไป​เป็น​อันขาด” เขา​ทั้ง​สอง​จึง​เดินทาง​ต่อไป

7 มี​ห้าสิบ​คน​จาก​กลุ่ม​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เหล่านั้น ได้​เดิน​ตาม​พวกเขาไป เอลียาห์​และ​เอลีชา​ไป​หยุด​อยู่​ที่​ริม​แม่น้ำ​จอร์แดน พวก​ห้าสิบ​คนนั้น​ยืน​อยู่​ห่าง​ออกไป 8 เอลียาห์​เอา​เสื้อคลุม​ของ​เขา​ม้วน​เข้า​และ​ฟาด​ลง​ไป​ใน​น้ำ ทันใดนั้น น้ำ​ก็​แยก​ออก​สอง​ข้าง​ซ้าย​ขวา และ​ทั้ง​สอง​คน​ก็​เดินข้าม​ไป​บน​พื้นดิน​ที่​แห้ง​แล้ว​ตรงนั้น

9 เมื่อ​พวกเขา​ข้าม​ไป​แล้ว เอลียาห์​พูด​กับ​เอลีชา​ว่า “บอก​มาสิ​ว่า​จะ​ให้​ข้า​ทำ​อะไร​ให้​กับ​เจ้า​ก่อน​ที่​ข้า​จะ​ถูก​พา​ไป​จากเจ้า” เอลีชา​ตอบ​ว่า “ขอ​ให้​ข้าพเจ้า​ได้รับ​ฤทธิ์เดช​ของ​ท่าน​มาก​กว่า​คน​อื่น​สอง​เท่า​เหมือน​สิทธิ​ของ​ลูกชาย​หัวปี เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​เป็น​ผู้นำ​พวกเขา​สืบ​จาก​ท่าน”

10 เอลียาห์​พูด​ว่า “เจ้า​ขอ​สิ่ง​ที่​ยาก​เหลือเกิน แต่​ถ้า​เจ้า​เห็น​เรา​ตอน​ที่​เรา​ถูก​รับตัว​ไป​จาก​เจ้า เจ้า​ก็​จะ​ได้​สิ่ง​ที่​เจ้าขอ แต่​ถ้า​เจ้า​ไม่​เห็น เจ้า​ก็​จะ​ไม่ได้”

11 ใน​ขณะ​ที่​พวกเขา​กำลัง​เดิน​คุย​กัน​ไป​นั้น ทันใดนั้น​ก็​มี​รถรบ​เพลิง​คันหนึ่ง​พร้อม​กับ​พวกม้า​เพลิง​ได้​ปรากฏขึ้น และ​แยก​พวกเขา​ทั้ง​สอง​ออก​จากกัน แล้ว​เอลียาห์​ก็​ถูก​พัด​ขึ้น​สู่​สวรรค์​ใน​ลม​พายุ​หมุน

12 เอลีชา​เห็น​เหตุการณ์นี้ และ​เขา​ร้อง​ออก​มา​ว่า “ท่านพ่อ ท่านพ่อ ท่าน​เป็น​พวก​รถรบ​และ​เหล่า​ทหาร​ม้า​ของ​อิสราเอล”+ 2:12 ท่าน​เป็น … ของ​อิสราเอล หรือ​แปล​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “ดูสิ พวก​รถรบ​และ​เหล่า​ทหาร​ม้า​ของ​อิสราเอล” หรือ​อาจ​จะ​หมายถึง “พระเจ้า​และ​กองทัพ​สวรรค์​ของ​พระองค์”

เอลีชา​ก็​มอง​ไม่​เห็น​เอลียาห์​อีก​ต่อไป แล้ว​เอลีชา​ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ของ​เขา​จน​ขาด​จาก​กัน

เอลีชา​รับหน้าที่​แทน​เอลียาห์

13 เขา​หยิบ​เสื้อคลุม​ที่​เอลียาห์​ทำ​หล่น​ไว้ และ​กลับ​ไป​ยืน​อยู่​บน​ริม​ฝั่ง​แม่น้ำ​จอร์แดน

14 แล้ว​เอลีชา​ก็​เอา​เสื้อคลุม​ที่​เอลียาห์​ทำ​หล่น​ไว้นั้น ตี​ลง​ไป​ใน​น้ำ และ​ถาม​ว่า “ตอนนี้​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​เอลียาห์​อยู่​ที่ไหน” เมื่อ​เขา​ตี​น้ำ มัน​ก็​แยก​ออก​เป็น​สอง​ข้าง​ซ้าย​ขวา และ​เขา​ก็​เดิน​ข้าม​ไป

15 กลุ่ม​ผู้พูดแทนพระเจ้า​จาก​เยริโค​ที่​กำลัง​มองดู​อยู่​พูด​ว่า “ฤทธิ์เดช​ของ​เอลียาห์​ได้​อยู่​ใน​ตัว​เอลีชาแล้ว” และ​พวกเขา​ก็​ออก​ไป​พบ​กับ​เอลีชา​และ​ก้มกราบ​ลง​ถึง​พื้น​ต่อ​หน้าเขา 16 พวกเขา​พูด​ว่า “ดูเถิด พวกเรา​เหล่า​ผู้รับใช้​มี​กัน​อยู่​ห้าสิบ​คน​ซึ่ง​ล้วน​แต่​มี​ร่างกาย​แข็งแรง​ทั้งนั้น ให้​พวก​เรา​ไป​ค้นหา​นาย​ของ​ท่านเถิด บางที​พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​รับ​เขา​ขึ้น​ไป​และ​ปล่อย​เขา​ลง​บน​ภูเขา​หรือ​หุบเขา​แห่งใด​แห่ง​หนึ่ง​ก็ได้”

เอลีชา​ตอบ​ไป​ว่า “ไม่​ต้อง​หรอก อย่า​ส่ง​พวก​เขา​ไปเลย”

17 แต่​พวกเขา​ยืนกราน​อยู่​อย่างนั้น จน​เอลีชา​รู้สึก​ละอายใจ​ที่​จะ​ปฏิเสธ เขา​จึง​พูด​ว่า “ถ้า​อย่างนั้น ก็​ให้​พวกเขา​ไปเถิด”

และ​พวกเขา​ส่ง​คน​ห้าสิบ​คน​ไป​ค้นหา​เป็น​เวลา​สาม​วัน แต่​ไม่​พบ​ตัว​เอลียาห์เลย 18 เมื่อ​พวกเขา​กลับ​มา​หา​เอลีชา​ซึ่ง​ยัง​อยู่​ใน​เมือง​เยริโค เอลีชา​ก็​พูด​กับ​คน​เหล่านั้น​ว่า “ข้า​บอก​พวกท่าน​แล้ว​ว่า​ไม่​ต้องไป”

เอลีชา​ทำให้​น้ำ​สะอาด

19 มี​คน​หลาย​คน​จาก​ใน​เมือง​มา​พูด​กับ​เอลีชา​ว่า “ดูเถิด เจ้านาย​ของ​พวกเรา เมืองนี้​ตั้งอยู่​ใน​ทำเล​ที่​ดี​ซึ่ง​ท่าน​ก็​เห็น​อยู่ แต่​น้ำ​ของ​ที่นี่​ไม่​ดีเลย และ​แผ่นดิน​ก็​ไม่​เกิดผล”

20 เอลีชา​จึง​พูด​ว่า “นำ​ชาม​ใหม่​มา​ให้​เรา​ใบ​หนึ่ง และ​เอา​เกลือ​ใส่​มา​ใน​นั้นด้วย”

พวกเขา​จึง​นำ​ชาม​ใบ​ใหม่​ใส่​เกลือ​มา​ให้เขา 21 แล้ว​เขา​ก็​ออก​ไป​ที่​ตาน้ำ และ​โยน​เกลือ​ใน​ชาม​ลง​ไป​ใน​นั้น และ​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ว่า ‘เรา​ได้​รักษา​น้ำนี้​ให้​แล้ว มัน​จะ​ไม่​เป็น​ต้นเหตุ​ของ​ความตาย​หรือ​ทำให้​แผ่นดิน​ไม่​เกิดผล​อีก​ต่อไป’”

22 และ​น้ำ​นั้น​ก็​สะอาด​มา​จน​ถึง​ทุกวันนี้ ตาม​คำพูด​ที่​เอลีชา​ได้​พูดไว้

เด็ก​ผู้ชาย​บางคน​ล้อเลียน​เอลีชา

23 จาก​ที่​นั่น เอลีชา​ขึ้น​ไป​ถึง​ที่​เมือง​เบธเอล ใน​ขณะ​ที่​เขา​กำลัง​เดิน​ไป​ตาม​ถนน มี​เด็ก​อยู่​กลุ่ม​หนึ่ง​ออก​มา​จาก​ใน​เมือง​และ​มา​เยาะเย้ย​เขา​ว่า “ขึ้น​ไปเลย ไอ้ล้าน ขึ้น​ไปสิ ไอ้ล้าน”

24 เขา​หัน​ไป​รอบๆ​มอง​ดู​เด็ก​เหล่านั้น และ​ร้อง​สาปแช่ง​เด็ก​พวกนั้น​ใน​นาม​ของ​พระยาห์เวห์ ทันใดนั้น​ก็​มี​หมี​ตัวเมีย​สอง​ตัว​ออก​มา​จาก​ป่า และ​มา​ฉีก​เด็ก​ทั้ง​สี่สิบสอง​คน​ใน​กลุ่มนั้น​ออก​เป็น​ชิ้นๆ

25 เอลีชา​เดิน​ต่อไป​จน​ถึง​ภูเขา​คารเมล และ​จาก​ที่นั่น​เขา​ก็​กลับ​ไป​ที่​เมือง​สะมาเรีย

3

โยรัม​ได้​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล

1 โยรัม+ 3:1 โยรัม เป็น​อีก​ชื่อหนึ่ง​ของ “ฮาโดรัม” ลูกชาย​ของ​อาหับ​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ใน​เมือง​สะมาเรีย ตรง​กับ​ปี​ที่​สิบแปด​ที่​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ปกครอง​ยูดาห์ โยรัม​ได้​ครองราชย์​อยู่​สิบสอง​ปี 2 กษัตริย์​โยรัม​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ แต่​เขา​ไม่​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​พ่อ​แม่​ของ​เขา​ทำ คือ​เขา​ได้​ทำลาย​หิน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระ​บาอัล​ที่​พ่อ​ของ​เขา​ได้​สร้าง​เอาไว้ 3 แต่​ว่า เขา​ได้​ทำ​บาป​ตาม​อย่าง​ของ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท ผู้ที่​เป็น​ต้นเหตุ​ให้​ชนชาติ​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย โยรัม​ไม่​ยอม​หันเห​ไป​จาก​สิ่ง​ชั่วร้าย​เหล่านี้เลย

กษัตริย์​โมอับ​กบฏ​ต่อ​อิสราเอล

4 ใน​เวลานั้น​กษัตริย์​เมชา​ของ​โมอับ​ได้​เลี้ยง​แกะ​ไว้​มากมาย และ​เขา​ต้อง​จัดหา​ลูกแกะ​หนึ่งแสน​ตัว​และ​ขน​แกะ​ตัวผู้​หนึ่ง​แสนผืน​ให้​กับ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล 5 แต่​หลังจาก​กษัตริย์​อาหับ​ตาย กษัตริย์​ของ​โมอับ​ได้​กบฏ​ต่อ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล

6 กษัตริย์​โยรัม​จึง​ยกทัพ​ออก​จาก​เมือง​สะมาเรีย ได้​รวบรวม​พล​จาก​ทั่ว​ทั้ง​อิสราเอล​มา 7 กษัตริย์​โยรัม​ยัง​ได้​ส่งข่าวนี้​ไป​ถึง​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ของ​ยูดาห์​ด้วย​ว่า “กษัตริย์​โมอับ​ได้​กบฏ​ต่อ​เราแล้ว ท่าน​จะ​ไป​ช่วย​เรา​สู้รบ​กับ​พวก​โมอับไหม”

เยโฮชาฟัท​ตอบ​มา​ว่า “ท่าน​กับ​เรา​ก็​เป็น​หนึ่งเดียวกัน​ทหาร​ของ​เรา​ก็​เป็น​ทหาร​ของ​ท่าน พวก​ม้า​ของ​เรา​ก็​เป็น​พวก​ม้า​ของ​ท่าน”

กษัตริย์​สาม​องค์​มา​หา​เอลีชา

8 เยโฮชาฟัท​ถาม​ว่า “เรา​จะ​ใช้​เส้นทาง​ไหน​เข้า​โจมตีดี”

โยรัม​ตอบ​ว่า “ผ่าน​ทาง​ทะเลทราย​เอโดม”

9 กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​จึง​ออก​เดินทาง​ไป​กับ​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์​พร้อม​กับ​กษัตริย์​ของ​เอโดม หลังจาก​ที่​เดินทาง​ไป​ได้​เจ็ดวัน ใน​กองทัพ​ก็​ไม่​มี​น้ำ​เหลือ​อยู่เลย​ไม่ว่า​สำหรับ​คน​หรือ​สัตว์​ที่​มา​กับ​กองทัพ 10 กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​อุทาน​ออก​มา​ว่า “อะไรกันนี่ นี่​พระยาห์เวห์​เรียก​พวกเรา​ที่​เป็น​กษัตริย์​ทั้ง​สาม​คน​ให้​มา​อยู่​ด้วย​กัน​ก็​เพื่อ​ที่​จะ​มอบ​พวกเรา​ให้​กับ​พวก​โมอับ​อย่างนั้นหรือ”

11 แต่​เยโฮชาฟัท​ถาม​ว่า “ไม่​มี​ผู้พูดแทน​พระยาห์เวห์​อยู่​ที่นี่​สักคน​เลยหรือ พวกเรา​จะ​ได้​ถาม​พระยาห์เวห์​ผ่านทาง​เขาได้”

มี​ข้าราชการ​คน​หนึ่ง​ของ​กษัตริย์​อิสราเอล​ตอบ​ว่า “เอลีชา​ลูกชาย​ของ​ชาฟัท​อยู่​ที่นี่ เขา​เคย​รับใช้​เอลียาห์​มา​ก่อน”+ 3:11 เขา​เคย​รับใช้​เอลียาห์​มา​ก่อน หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “เขา​เคย​เท​น้ำ​ลง​บน​มือ​ของ​เอลียาห์​มา​ก่อน” ซึ่ง​แสดง​ว่า​เป็น​ผู้รับใช้​ส่วน​ตัว

12 เยโฮชาฟัท​พูด​ว่า “คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​อยู่​กับ​เขา”

กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​และ​เยโฮชาฟัท​รวมทั้ง​กษัตริย์​ของ​เอโดม​ได้​ลง​ไป​พบ​เอลีชา

13 เอลีชา​พูด​กับ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ว่า “ข้า​ไป​เกี่ยว​อะไร​กับ​ท่าน​ด้วย ไปหา​พวก​ผู้พูดแทน​พระ​ทั้งหลาย​ของ​พ่อแม่​ท่านสิ”

กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ตอบ​ว่า “ไม่​ไป​หรอก เรา​มา​หา​เจ้า​ก็​เพราะ​เป็น​พระยาห์เวห์​นั่นแหละ ที่​ได้​เรียก​พวก​เรา​ทั้งสาม​คน​ที่​เป็น​กษัตริย์​ออก​มา เพื่อ​จะ​มอบ​พวกเรา​ให้​กับ​พวก​โมอับ”

14 เอลีชา​จึง​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้ที่​ข้าพเจ้า​รับใช้ มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้น​เลย​ว่า หาก​ไม่​มี​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​แห่ง​ยูดาห์​อยู่​ด้วย ข้าพเจ้า​ก็​จะ​ไม่​มอง​หรือ​ให้​ความสนใจ​เจ้า​แม้แต่​นิดเดียว 15 แต่​ตอนนี้​พา​นักเล่นพิณ​มา​ให้​ข้าพเจ้า​สัก​หนึ่งคน”

ใน​ขณะ​ที่​นักเล่นพิณ​กำลัง​ดีดพิณ​อยู่ ฤทธิ์+ 3:15 ฤทธิ์ หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “มือ” ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ได้​ลง​มา​อยู่​ที่​เอลีชา 16 และ​เขา​ก็​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​อย่างนี้​ว่า ‘ขุด​หลุม​ไป​ให้​ทั่ว​ทั้ง​หุบเขา​แห่งนี้’ 17 เพราะ​นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พูด ‘เจ้า​จะ​ไม่​เห็น​ลม​หรือ​ฝน แต่​ใน​หุบเขา​แห่งนี้​จะ​เต็ม​ไป​ด้วย​น้ำ แล้ว​ตัว​เจ้า ฝูง​วัว​และ​สัตว์​อื่นๆ​ของ​เจ้า​จะ​ได้​ดื่ม​มัน’ 18 ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เรื่อง​นี้​เรื่อง​เล็ก พระองค์​จะ​มอบ​โมอับ​ไว้​ใน​มือ​ของ​เจ้าด้วย 19 เจ้า​จะ​ได้​ทำลาย​เมือง​ที่​เป็น​ป้อม​ปราการ​และ​เมือง​หลักๆ​ทุกเมือง​ของ​พวกมัน เจ้า​จะ​ได้​โค่น​ต้นไม้​ดีๆ​ทุกต้น​ของ​พวกมัน เจ้า​จะ​ได้​ถม​ตาน้ำ​ทั้งหมด​และ​ทำลาย​ทุ่งนา​ดีๆ​ทุก​แห่ง​ด้วย​ก้อนหิน”

20 เช้า​วัน​ใหม่ ตรง​กับ​เวลา​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​ของ​ช่วงเช้า ที่นั่น​เอง​ได้​มี​น้ำ​ไหล​มา​จาก​ทาง​ทิศ​ที่​เมือง​เอโดม​ตั้งอยู่ และ​แผ่นดิน​แห่งนั้น​ก็​เต็ม​ไป​ด้วยน้ำ

21 เมื่อ​ชาว​โมอับ​ทั้งหมด​ได้ยิน​ว่า​กษัตริย์​ทั้ง​สาม​องค์​ได้​ขึ้น​มา​สู้รบ​กับ​พวกเขา พวก​ผู้ชาย​ทุกคน​ตั้งแต่​หนุ่ม​ไป​จน​แก่​ที่​สามารถ​ถือ​อาวุธได้ ต่าง​ถูก​เกณฑ์​มา​ประจำการ​อยู่​ตาม​แนว​ชายแดน 22 เมื่อ​พวก​โมอับ​ตื่น​ขึ้น​ใน​ตอน​เช้าตรู่ ดวง​อาทิตย์​ส่อง​แสง​ลง​บน​ผิวน้ำ พวก​โมอับ​มอง​เห็น​น้ำ​นั้น​เหมือน​กับ​เลือด 23 พวก​เขา​พูด​กัน​ว่า “นั่น​มัน​เลือดนี่นา กษัตริย์​เหล่านั้น​คงจะ​ต่อสู้กันเอง​และ​ฆ่ากัน​ตาย​ไป​แล้ว​แน่นอน พวกเรา​ไป​ปล้น​เอา​ของ​พวก​มัน​กันเถอะ”

24 แต่​เมื่อ​ชาว​โมอับ​มา​ถึง​ใน​ค่าย​ของ​อิสราเอล ชาว​อิสราเอล​ได้​ลุก​ขึ้น​มา​ต่อสู้​กับ​พวกเขา จน​พวก​โมอับ​ต้อง​หนีไป และ​ชาว​อิสราเอล​ได้​บุก​เข้า​ใน​แผ่นดินนั้น และ​ฆ่า​พวก​โมอับ 25 พวก​อิสราเอล​ได้​ทำลาย​เมือง​ต่างๆ​ลง​และ​แต่ละคน​ก็​รื้อ​หิน ขว้าง+ 3:25 รื้อ​หิน ขว้าง น่า​จะ​เป็น​ก้อน​หิน​ที่​พวก​ทหาร​ขว้าง​เข้า​ไป​ด้วย​สลิง​ที่​ใช้​ใน​การ​ทำ​สงคราม​เข้า​ใส่​ทุ่งนา​ดีๆ​จน​ทุ่งนา​ทุกแห่ง​เต็ม​ไป​ด้วย​หิน พวกเขา​ได้​ถม​ตาน้ำ​ทั้งหมด​และ​โค่น​ต้นไม้​ดีๆ​ลง​จน​หมด มี​แต่​เมือง​คีร์หะเรเชท ที่​ยัง​มี​พวก​รั้ว​หิน​วาง​อยู่​ใน​ที่​ของมัน แต่​เมื่อ​พวก​ทหาร​ที่​ใช้​เชือก​สลิง​ล้อม​เมือง​นั้นไว้ พวก​เขา​ก็​เอา​ชนะ​มัน​ได้​เหมือนกัน

26 เมื่อ​กษัตริย์​ของ​โมอับ​เห็น​ว่า​เขา​พ่ายแพ้​ใน​การ​รบ​ครั้งนี้ เขา​จึง​นำ​ทหาร​ที่​ถือ​ดาบ​ไป​ด้วย​เจ็ดร้อย​คน พยายาม​ตีฝ่า​เข้า​ไป​ให้​ถึง​ตัว​กษัตริย์​เอโดม แต่​พวกเขา​ก็​ทำ​ไม่สำเร็จ 27 แล้ว​กษัตริย์​โมอับ​ก็​เอา​ตัว​ลูกชาย​คนโต​ของ​เขา​ที่​จะ​ได้​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จาก​เขานั้น มา​เผา​เป็น​เครื่อง​เผา​บูชา​บน​กำแพง​เมือง เกิด​ความ​โกรธแค้น​อย่าง​ใหญ่หลวง​ขึ้น​ต่อ​ชาว​อิสราเอล พวกอิสราเอล​จึง​ถอยทัพ​กลับ​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ของ​พวกเขา

4

แม่หม้าย​ขอ​ให้​เอลีชา​ช่วย

1 เมีย​ของ​คน​หนึ่ง​ใน​พวกผู้พูดแทน​พระเจ้า+ 4:1 พวกผู้พูดแทน​พระเจ้า ตาม​ตัว​อักษร​คือ “บรรดา​ลูกชาย​ของ​เหล่า​นัก​ทำนาย” คน​เหล่านี้​ก็​คือ​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​และ​คน​ที่​กำลัง​เรียน​เพื่อ​ที่​จะ​เป็น​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​ร้อง​เรียก​เอลีชา​ว่า “สามี​ของ​ฉัน ที่​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​ได้​ตาย​ไปแล้ว และ​ท่าน​ก็​รู้​ว่า​เขา​เป็น​คน​ที่​ยำเกรง​พระยาห์เวห์ แต่​ตอนนี้ เจ้าหนี้​ของ​เขา​กำลัง​จะ​มา​เอา​ลูกชาย​สองคน​ของ​ฉัน​ไป​เป็น​ทาส”

2 เอลีชา​ตอบ​นาง​ว่า “จะ​ให้​เรา​ช่วย​อะไร​หรือ บอก​เราสิ​ว่า ตอนนี้​ใน​บ้าน​เจ้า​มี​อะไร​เหลือ​อยู่​บ้าง” นาง​ตอบ​ว่า “ผู้รับใช้​ท่าน​ไม่​มี​อะไร​เหลือ​อีกแล้ว นอกจาก​มี​น้ำมัน​มะกอก​อยู่​ไห​หนึ่ง”

3 เอลีชา​จึง​พูด​ว่า “ไป​ขอ​ภาชนะ​เปล่า​จาก​เพื่อน​บ้าน​ทั้งหมด​ของ​เจ้า อย่า​ขอ​แค่​นิดเดียวนะ 4 แล้ว​เอา​ภาชนะ​พวกนั้น​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​และ​ปิด​ประตู​อยู่​ใน​นั้น​กับ​ลูกชาย​สองคน​ของ​เจ้า แล้ว​ให้​เท​น้ำมัน​ใส่​ภาชนะ​พวกนั้น​ให้​เต็ม​ทุกใบ แล้ว​แยก​ไว้​ต่างหาก”

5 นาง​จึง​จาก​มา​และ​หลังจาก​ที่​นาง​ปิด​ประตู​อยู่​ใน​บ้าน​กับ​ลูกชาย​สองคน​ของ​นางแล้ว พวก​เขา​ก็​ได้​นำ​ภาชนะ​เปล่า​หลาย​ใบ​มา​ให้​นาง นาง​ก็​เท​น้ำมัน​ลง​ใน​ภาชนะ​เหล่านั้น​ไป​เรื่อยๆ 6 ตอน​ที่​ภาชนะ​เต็ม​หมด​ทุกใบแล้ว นาง​ก็​ยัง​บอก​ลูกชาย​ว่า “เอา​ภาชนะ​มา​ให้​แม่​อีก​ใบซิ”

แต่​ลูก​คน​หนึ่ง​ตอบ​ว่า “ภาชนะ​หมด​แล้วครับ” แล้ว​น้ำมัน​ก็​หยุด​ไหล​ทันที

7 นาง​จึง​ไป​บอก​เรื่องนี้​กับ​คน​ของ​พระเจ้า และ​เขา​ตอบ​นาง​ว่า “นำ​น้ำมัน​เหล่านั้น​ไป​ขาย​และ​ชดใช้​หนี้สิน​ของ​เจ้าเสีย แล้ว​เจ้า​และ​ลูกชาย​ทั้งสอง​คน​ของ​เจ้า​จะ​เลี้ยงชีพ​ด้วย​เงิน​ส่วน​ที่​เหลือนั้น”

เอลีชา​กับ​ผู้หญิง​ใน​เมือง​ชูเนม

8 อยู่​มา​วัน​หนึ่ง เอลีชา​ไป​ถึง​เมือง​ชูเนม มี​ผู้หญิง​ที่​มี​ฐานะ​ดี​คนหนึ่ง​อาศัย​อยู่​ที่นั่น นาง​ชักชวน​ให้​เขา​อยู่​กิน​อาหาร​กับ​นาง ดังนั้น ทุกครั้ง​ที่​เขา​ผ่าน​มา เขา​ก็​จะ​แวะ​ไป​กิน​อาหาร​ที่นั่น

9 นาง​พูด​กับ​สามี​ของ​นาง​ว่า “ฉัน​รู้​ว่า​ชาย​คน​นี้​ที่​แวะ​ผ่าน​มา​ทาง​บ้าน​เรา​บ่อยๆ​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​แยก​ออก​มา​เป็น​พิเศษ​เพื่อ​พูดแทนพระองค์ 10 เรา​น่าจะ​สร้าง​ห้อง​เล็กๆ​ห้องหนึ่ง​บน​ดาดฟ้า และ​เอา​เตียง โต๊ะ เก้าอี้ และ​ตะเกียง​ไป​วางไว้​ให้เขา เพื่อ​ว่า​เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​เขา​มาหา​พวกเรา เขา​ก็​จะ​ได้​พัก​อยู่​ที่นั่น”

11 วัน​หนึ่ง​เมื่อ​เอลีชามา​ถึง เขา​ขึ้น​ไป​ห้องนั้น และ​นอนพัก​ที่นั่น 12 เขา​ได้​พูด​กับ​เกหะซี​คนใช้​ของ​เขา​ว่า “ไป​เรียก​หญิง​ชาว​ชูเนม​คนนั้น​มาหน่อย”

คนใช้​จึง​ไป​เรียก​นาง​ขึ้นมา และ​นาง​ก็​มา​ยืน​อยู่​ที่​หน้า​ห้อง​ของเขา 13 เอลีชา​พูด​กับ​คน​รับใช้​เขา​ว่า “บอก​กับ​นาง​ว่า ‘ท่าน​ต้อง​ยุ่งยาก​กับ​สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้​เพราะ​พวก​เรา​แท้ๆ ตอนนี้​จะ​ให้​เรา​ทำ​อะไร​ตอบแทน​ท่าน​ได้บ้าง จะ​ให้​เรา​พูด​กับ​กษัตริย์​หรือ​กับ​แม่ทัพ​ของ​กองทัพ​ให้​กับ​ท่านไหม’”

นาง​ตอบ​ว่า “ฉัน​ก็​อยู่​อย่าง​สบาย​อยู่แล้ว​ท่ามกลาง​คน​ของฉัน”

14 เอลีชา​พูด​กับ​เกหะซี​ว่า “แล้ว​เรา​จะ​ทำ​อะไร​ให้​นาง​ได้​บ้างล่ะ”

เกหะซี​ได้​ตอบ​ว่า “คือ​ว่า​นาง​ไม่มี​ลูกชาย​และ​สามี​ของ​นาง​ก็​แก่แล้ว”

15 เอลีชา​จึง​พูด​ว่า “เรียก​นาง​เข้า​มาเถิด”

คน​รับใช้​จึง​ไป​เรียก​ตัว​นาง​เข้า​มา และ​นาง​ก็​มา​ยืน​อยู่​ที่​ประตู 16 เอลีชา​พูด​ว่า “ปีหน้า​เวลานี้ ท่าน​จะ​ได้​อุ้ม​ลูกชาย​คนหนึ่ง​ใน​อ้อมแขน​ของท่าน”

นาง​ค้าน​ขึ้น​มา​ว่า “คน​ของ​พระเจ้า อย่า​ได้​พูด​โกหก​กับ​ดิฉัน​ผู้รับใช้​ของ​ท่านเลย”

17 แต่​หญิง​คนนั้น​ก็​ตั้งท้องขึ้น และ​ใน​ปี​ต่อมา​ใน​ช่วง​เวลา​เดียวกันนี้ นาง​ก็​คลอด​ลูกชาย​คนหนึ่ง​เหมือน​กับ​ที่​เอลีชา​ได้​บอก​กับ​นางไว้

18 เด็ก​คนนั้น​เติบโตขึ้น และ​วันหนึ่ง​เขา​ออก​ไป​หา​พ่อ​ของ​เขา​ซึ่ง​กำลัง​อยู่​กับ​พวกคน​เกี่ยวข้าว 19 เขา​พูด​กับ​พ่อ​ว่า “โอย หัวหนู หัวหนู”

พ่อ​ของ​เขา​บอก​กับ​คนใช้​คนหนึ่ง​ว่า “อุ้ม​เขา​ไป​หา​แม่​ของ​เขาเถิด”

20 หลังจากนั้น คนใช้​คนนั้น​ก็​อุ้ม​เขา​ไป​หา​แม่​ของ​เขา เด็ก​คนนั้น​นั่ง​อยู่​บน​ตัก​ของ​นาง​จน​กระทั่ง​ถึง​ตอนเที่ยง​แล้ว​เขา​ก็ตาย

21 นาง​ขึ้น​ไป​และ​วาง​ลูกชาย​ของ​นาง​ลง​บน​เตียง​ของ​คน​ของ​พระเจ้า แล้ว​ปิด​ประตู​เดิน​ออกไป 22 นาง​เรียก​สามี​ของ​นาง​มา​และ​พูด​ว่า “ช่วย​ให้​คน​ใช้​กับ​ฉัน​คนหนึ่ง และ​ลา​ตัวหนึ่งด้วย ฉัน​จะ​ได้​รีบ​ไป​หา​คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น​และ​กลับมา”

23 เขา​ถาม​นาง​ว่า “ทำไม​ต้อง​ไป​หา​เขา​วันนี้​ด้วยเล่า นี่ยัง​ไม่​ถึง​วัน​ข้าง​ขึ้น+ 4:23 วัน​ข้าง​ขึ้น เป็น​วัน​ที่​หนึ่ง​ของ​เดือน​ของ​ชาว​ฮีบรู จะ​มี​การชุมนุม​พิเศษ​ใน​วัน​เหล่านี้​เพื่อ​สักการะ​บูชา​พระเจ้า หรือ​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา​เลย”

นาง​ตอบ​ไป​ว่า “ไม่เป็นไรหรอก”

24 นาง​ผูก​อาน​บน​ลา​และ​พูด​กับ​คนใช้​ของ​นาง​ว่า “นำทาง​ไป ไม่​ต้อง​ลด​ความ​เร็ว​ลง​ถ้า​เรา​ไม่ได้​สั่ง​เจ้า”

25 นาง​จึง​ออก​เดินทาง​ไป​และ​ได้​ไป​เจอ​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​ภูเขา​คารเมล

เมื่อ​เขา​เห็น​นาง​แต่​ไกล คน​ของ​พระเจ้า​พูด​กับ​เกหะซี คนใช้​ของ​เขา​ว่า “ดูสิ นั่น​มัน​หญิง​ชาว​ชูเนม​คนนั้นนี่ 26 วิ่ง​ไป​หา​นางสิ และ​ถาม​นาง​ว่า ‘ท่าน​สบายดีหรือเปล่า สามี​ของ​ท่าน​และ​ลูก​ของ​ท่าน​สบายดีไหม’”

นาง​ตอบ​ว่า “ทุก​คน​สบายดี”

27 เมื่อ​นาง​มา​ถึง​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​บน​ภูเขา นาง​เข้า​ไป​กอด​เท้า​ของเขา เกหะซี​จะ​เข้า​มา​ดึง​ตัว​นาง​ออกไป แต่​คน​ของ​พระเจ้า​พูด​ว่า “ปล่อย​นาง​ไว้เถิด นาง​กำลัง​เศร้าโศก​เสียใจมาก แต่พระยาห์เวห์​ได้​ปิดบัง​เรื่องนี้​และ​ไม่ได้​บอก​ให้​เรารู้”

28 นาง​พูด​ว่า “เจ้านาย​ของฉัน ฉัน​ขอ​ลูกชาย​จาก​ท่าน​หรือยังไง ฉัน​พูด​กับ​ท่าน​ว่า ‘อย่า​หลอก​ฉันเลย’ ไม่ใช่หรือ”

29 เอลีชา​พูด​กับ​เกหะซี​ว่า “เสียบ​เสื้อคลุม​ของ​เจ้า​ไว้​ใน​เข็มขัด ถือ​ไม้เท้า​ของ​เราไว้​และ​วิ่ง​ไป ไม่ว่า​เจ้า​จะ​พบ​ใครก็ตาม ไม่​ต้อง​หยุด​ทักทาย และ​ถ้า​มี​ใคร​ร้อง​ทักทาย​เจ้า ก็​อย่า​ตอบ ให้​เอา​ไม้เท้า​ของ​เรา​ไป​วาง​บน​หน้า​ของ​เด็ก​คนนั้น”

30 แต่​แม่​ของ​เด็ก​คนนั้น​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​และ​ท่าน​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​รู้​แน่​ขนาดนั้น​เลย​ว่า ไม่​มี​ทาง​ที่​ฉัน​จะ​ออก​ไป​จาก​ที่นี่​โดย​ไม่​มี​ท่าน​ไป​ด้วย”

เอลีชา​จึง​ลุก​ขึ้น​และ​ไป​กับ​นาง

31 เกหะซี​ล่วงหน้า​ไป​ก่อน​และ​ไป​วาง​ไม้เท้าไว้​บน​หน้า​ของ​เด็ก​คนนั้น แต่​ไม่​มี​เสียง​หรือ​อะไร​ที่​แสดง​ว่า​มี​ชีวิต เกหะซี​จึง​มา​หา​เอลีชา​และ​บอก​กับ​เขา​ว่า “เด็ก​ยัง​ไม่​ยอม​ตื่น​ขึ้น​มาเลย”

32 เมื่อ​เอลีชา​ไป​ถึง​บ้าน​หลังนั้น เขา​เห็น​ศพ​ของ​เด็ก​คนนั้น​นอน​อยู่​บน​เตียง​ของเขา 33 เขา​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​และ​ปิด​ประตู​อยู่​ใน​ห้อง​กัน​สองคน​และ​อธิษฐาน​ต่อ​พระยาห์เวห์ 34 แล้ว​เขา​ก็​ขึ้น​ไป​บน​เตียง​และ​ไป​นอน​ทับ​ตัวเด็ก เอา​ปาก​ทับ​ปาก ตา​ทับ​ตา มือ​ทับ​มือ เมื่อ​เขา​เหยียด​ตัว​ของ​ท่าน​บน​เด็ก​คนนั้น ร่างกาย​ของ​เด็ก​คนนั้น​ก็​เริ่ม​อุ่น​ขึ้น

35 เอลีชา​ลุก​ขึ้น​และ​เดิน​กลับ​ไป​กลับ​มา​อยู่​ใน​ห้องนั้น แล้ว​ก็​ขึ้น​ไป​บน​เตียง​และ​เหยียด​ตัว​ออก​ทับ​บน​ตัว​เด็ก​คนนั้น​อีก​ครั้งหนึ่ง เด็ก​คนนั้น​ก็​จาม​ออก​มา​เจ็ดครั้ง​และ​ลืมตา

36 เอลีชา​เรียก​เกหะซี​เข้า​มา​และ​พูด​ว่า “เรียก​หญิง​ชาว​ชูเนม​คนนั้น​เข้า​มา”

เกหะซี​ก็​ไป​เรียก​ตัว​นาง​มา เมื่อ​นาง​เข้า​มา เขา​ก็​พูด​ว่า “อุ้ม​ลูกชาย​ของ​ท่าน​ไป​ได้แล้ว”

37 นาง​เข้า​ไป​ข้าง​ใน ก้มกราบ​ลง​ที่เท้า​ของ​เอลีชา แล้ว​นาง​ก็​อุ้ม​ลูกชาย​ของ​นาง​ออกไป

เอลีชา​กับ​น้ำแกง​ที่​เป็น​พิษ

38 เมื่อ​เอลีชา​กลับ​มา​ที่​กิลกาล และ​เกิด​ภาวะ​อดอยาก​แห้งแล้ง​ไป​ทั่ว​แผ่นดินนั้น ในขณะ​ที่​กลุ่ม​ของ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​กำลัง​ชุมนุม​อยู่​กับ​เอลีชา เอลีชา​บอก​กับ​คนใช้​ของ​เขา​ว่า “ตั้ง​หม้อ​ใบ​ใหญ่​และ​ทำ​น้ำแกง​ให้​กับ​คน​เหล่านี้​กินเถิด”

39 คน​หนึ่ง​ใน​กลุ่ม​พวกเขา​ได้​ออก​ไป​ใน​ท้องทุ่ง เพื่อ​ไป​เก็บ​สมุนไพร​และ​ได้​พบ​กับ​น้ำเต้า​ป่า​เถา​หนึ่ง​ใน​ป่า เขา​ได้​เก็บ​ผล​น้ำเต้า​ห่อไว้​ใน​เสื้อคลุม​จน​เต็ม เมื่อ​เขา​กลับ​มา​ถึง เขา​ได้​หั่น​มัน​ใส่​ลง​ไป​ใน​หม้อน้ำ​แกง โดย​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​ผล​อะไร

40 เขา​ตัก​น้ำแกง​แจก​จ่าย​ให้​คน​เหล่านั้น แต่​เมื่อ​พวกเขา​เริ่ม​กิน​มัน พวกเขา​ก็​ร้อง​ออก​มา​ว่า “คน​ของ​พระเจ้า​เอ๋ย ความตาย​อยู่​ใน​หม้อ​ใบนี้” และ​พวกเขา​ก็​ไม่​ยอม​กิน​มัน

41 เอลีชา​พูด​ว่า “เอา​แป้ง​มา​ให้​หน่อย” เขา​ใส่​แป้ง​ลง​ไป​ใน​หม้อ​นั้น​และ​พูด​ว่า “ตัก​มัน​ให้​กับ​คน​เหล่านี้​กิน​เถิด”

และ​น้ำแกง​หม้อนั้น​ก็​ไม่​เป็น​อันตรายใดๆ

เอลีชา​เลี้ยง​กลุ่ม​ผู้พูดแทน​พระเจ้า

42 ชาย​คนหนึ่ง​ที่​มา​จาก​บาอัล-ชาลิชาห์​นำ​อาหาร​ที่​ทำ​จาก​การ​เก็บเกี่ยว​จาก​ผลผลิต​แรก​ของ​ปี มา​ให้​กับ​คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น คือ​มี​ขนมปัง​บาร์เลย์​ยี่สิบ​ก้อน พร้อม​กับ​ปลาย​เมล็ด​ข้าว​ใหม่​ใน​กระสอบ​ของ​เขา เอลีชา​พูด​ว่า “นำ​มัน​ไป​แจกจ่าย​ให้​กับ​ประชาชน​กินเถิด”

43 แต่​คนใช้​ของ​เอลีชา​ถาม​ว่า “อาหาร​แค่นี้​จะ​พอ​แจก​ให้​กับ​คน​เป็น​ร้อย​ได้ยังไงกัน”

แต่​เอลีชา​ตอบ​ว่า “นำ​ไป​แจก​ให้​ประชาชน​กินเถิด เพราะ​พระยาห์เวห์​พูด​อย่างนี้​ว่า ‘พวกเขา​จะ​ได้​กิน​มัน​และ​ยัง​มี​เหลือ’”

44 แล้ว​เขา​ก็​แจก​จ่าย​อาหาร​ให้​กับ​คนเหล่านั้น และ​พวกเขา​ก็​กินกัน​และ​ยัง​มี​อาหาร​เหลือ​อยู่อีก เป็น​ไป​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์

5

นาอามาน​หาย​จาก​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง

1 ใน​เวลานั้น นาอามาน​เป็น​แม่ทัพ​ของ​กษัตริย์​แห่งอารัม เขา​คือ​ผู้ยิ่งใหญ่​ใน​สายตา​ของ​เจ้านาย+ 5:1 เจ้านาย คือ​กษัตริย์ ของเขา​และ​เขา​ได้รับ​ความ​นับถือ​อย่างสูง เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​ให้​ชัยชนะ​แก่​อารัม​ผ่านทาง​เขา เขา​เป็น​ทหาร​กล้า แต่​เขา​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง

2 ขณะ​นั้นเอง​มี​กอง​โจร​จาก​อารัม​ออก​ไป​ที่​อิสราเอล และ​จับ​หญิงสาว​คนหนึ่ง​มา​จาก​ที่นั่น และ​นาง​ได้​มา​รับใช้​เมีย​ของ​นาอามาน 3 นาง​พูด​กับ​นายหญิง​ของ​นาง​ว่า “ถ้า​นาย​ผู้ชาย​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​พบ​กับ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ที่​อยู่​ใน​สะมาเรีย เขา​ก็​จะ​ช่วย​ให้​นาย​ผู้ชาย​หาย​จาก​โรค​นั้น​ได้”

4 นาอามาน​ไป​พบ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​เขา และ​บอก​กับ​กษัตริย์​ใน​สิ่ง​ที่​หญิงสาว​จาก​อิสราเอล​คนนั้น​พูด​ไว้ 5 กษัตริย์​ของ​อารัม​ตอบ​ว่า “ไป​เถิด เรา​จะ​ส่ง​จดหมาย​ไปถึง​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ให้”

นาอามาน​จึง​ออก​เดินทาง​ไป​และ​นำ​เงิน​ไป​ด้วย​สิบ​ตะลันต์+ 5:5 สิบ​ตะลันต์ หรือ 340 กิโลกรัม ทองคำ​หนัก​หกพัน​เชเขล+ 5:5 หกพัน​เชเขล หรือ 70 กิโลกรัม และ​เสื้อผ้า​อีก​สิบ​ชุด 6 จดหมาย​ที่​เขา​นำ​ไป​ให้​กับ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอลนั้น เขียน​ว่า “เมื่อ​ท่าน​ได้รับ​จดหมาย​ฉบับนี้ ขอ​ให้​ท่าน​รู้​ไว้​ว่า เรา​ได้​ส่ง​นาอามาน​ผู้รับใช้​ของเรา​มา​พบ​ท่าน เพื่อ​ว่า​ท่าน​จะ​ได้​รักษา​เขา​ให้​หาย​จาก​โรคผิวหนัง​ร้ายแรง​ของเขา”

7 ทันที​ที่​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​อ่าน​จดหมาย​ฉบับนั้น เขา​ก็​ฉีก​เสื้อคลุม​ของ​เขา​และ​พูด​ว่า “เรา​เป็น​พระเจ้า​หรือ​ยังไง คิด​ว่า​เรา​มี​ฤทธิ์​เหนือ​ความตาย​และ​ชีวิตหรือ ทำไม​ชาย​คนนี้​ถึง​ได้​ส่ง​คน​ผู้นี้​ที่​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​มา​ให้​เรา​รักษา ดูสิ เขา​กำลัง​หาเรื่อง​กับ​เรา​ชัดๆ”

8 เมื่อ​เอลีชา​คน​ของ​พระเจ้า​ได้ยิน​ว่า​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ได้​ฉีก​เสื้อคลุม​ของ​เขา เขา​จึง​ส่ง​ข้อความนี้​มา​ให้​ว่า “ทำไม​ท่าน​ถึง​ต้อง​ฉีกเสื้อผ้า​ของ​ท่าน​ด้วย​เล่า ให้​ชาย​คนนั้น​มา​หา​ข้าพเจ้าเถิด และ​เขา​จะได้​รู้​ว่า ใน​อิสราเอล ยัง​มี​ผู้พูดแทนพระเจ้า​หลงเหลือ​อยู่​อีก​คนหนึ่ง”

9 นาอามาน​จึง​เดินทาง​ไป​พร้อม​กับ​บรรดา​ทหาร​ม้า​และ​รถรบ​ของ​เขา และ​ไป​หยุด​อยู่​ที่​ประตู​บ้าน​ของ​เอลีชา 10 เอลีชา​ส่ง​ผู้ส่งข่าว​คนหนึ่ง​ออก​มา​บอก​กับ​เขา​ว่า “ไป​ล้างตัว​ของท่าน​เจ็ด​ครั้ง​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​ผิวหนัง​ของ​ท่าน​ก็​จะ​กลับ​คืน​สู่​สภาพ​เดิม​และ​ท่าน​ก็​จะ​หาย​จากโรค”

11 แต่​นาอามาน​จาก​ไป​ด้วย​ความโกรธ​และ​พูด​ว่า “ข้า​คิด​ว่า​อย่าง​น้อย​เขา​จะ​ออก​มา​พบ​กับ​ข้า และ​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ข้า พร้อม​กับ​เรียก​ชื่อ​ของ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​เขา แล้ว​ก็​โบก​มือ​ของ​เขา​เหนือ​จุด​ที่​เป็น​โรค แล้ว​รักษา​โรค​ของ​ข้า 12 ถ้า​รู้​ว่า​จะ​เป็น​อย่าง​นี้ แม่น้ำ​อาบานา และ​แม่น้ำ​ฟารปาร์​ของ​เมือง​ดามัสกัส ไม่​ดี​กว่า​แม่น้ำ​ทั้งหลาย​ของ​อิสราเอล​หรอก​หรือ ทำไม​ข้า​จะ​ไป​ล้าง​ตัว​ใน​แม่น้ำ​เหล่านั้น​แล้ว​หาย​จาก​โรค​ไม่ได้​หรือ​ยังไง” เขา​จึง​หัน​กลับ​ออก​ไป​ด้วย​ความโกรธ

13 แต่​พวก​คน​รับใช้​ของ​นาอามาน​เข้า​ไป​หา​เขา​และ​พูด​ว่า “พ่อ​ของ​เรา+ 5:13 พ่อ​ของ​เรา พวก​ทาส​มัก​เรียก​เจ้านาย​ของ​ตัวเอง​ว่า “พ่อ” และ​เจ้านาย​ของ​พวก​เขา​ก็​จะ​เรียก​บรรดา​ทาส​ของ​เขา​ว่า “ลูกๆ” ถ้า​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​สั่ง​ให้​ท่าน​ไป​ทำ​สิ่ง​ที่​ยากๆ​ท่าน​ก็​ยัง​จะ​ไป​ทำ​ไม่ใช่หรือ ถ้า​อย่างนั้น เมื่อ​เขา​แค่​สั่ง​ท่าน​ว่า ‘ไป​ล้าง​ตัว​ท่าน​และ​หาย​จาก​โรค’ ท่าน​ก็​ยิ่ง​น่า​จะ​ทำ​ตามนะ”

14 เขา​จึง​ลง​ไป​จุ่มตัว​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน​ถึง​เจ็ด​ครั้ง ตาม​ที่​คน​ของ​พระเจ้า​ได้​บอก​กับ​เขา​ไว้ และ​ผิวหนัง​ของ​เขา​ก็​กลับ​คืน​เป็น​เหมือน​กับ​เด็ก และ​เขา​ก็​หาย​จากโรค

15 แล้ว​นาอามาน​และ​คน​ทั้งหมด​ของ​เขา​ก็​ได้​กลับ​ไป​หา​คน​ของ​พระเจ้า เขา​ไป​ยืน​ต่อหน้า​เอลีชา และ​พูด​ว่า “ตอนนี้​ข้า​รู้​แล้ว​ว่า​ไม่​มี​พระเจ้า​องค์​อื่น​อีก​ใน​โลกนี้​นอกจาก​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ได้​โปรด​ยอมรับ​ของขวัญ​จาก​ข้า​ผู้รับใช้​ท่าน​ด้วยเถิด”

16 แต่​เอลีชา​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์ ผู้ที่​เรา​รับใช้ มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้น​เลย​ว่า เรา​จะ​ไม่​ยอมรับ​อะไร​สักอย่าง​จากท่าน”

และ​ถึง​แม้​ว่า​นาอามาน​จะ​รบเร้า​ตื้อ​ให้​เขา​รับ​ของขวัญ เขา​ก็​ไม่​ยอมรับ​อยู่ดี 17 นาอามาน​จึง​พูด​ว่า “ถ้า​ท่าน​ไม่​ยอมรับ​ของขวัญ​จาก​เรา ก็​ขอ​ได้​โปรด​ให้​เรา​ผู้รับใช้​ท่าน​เอา​ดิน​ที่นี่​กลับ​ไป ขอ​เอาไป​มาก​ที่สุด​เท่าที่​ล่อ​ทั้ง​สอง​ตัว​นี้​ของ​เรา​จะ​แบก​ไปได้+ 5:17 เอา​ดิน … ไปได้ นาอามานน่า​จะ​เชื่อ​ว่า​ดิน​ใน​อิสราเอลนั้น​ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น เขา​จึง​ต้องการ​เอา​ดิน​บาง​ส่วน​กลับ​ไปกับ​เขา​เพื่อ​ที่​จะ​ช่วย​ให้​เขา​สักการะ​บูชา​พระยาห์เวห์​ใน​ประเทศ​ของ​เขา​เองได้ เพราะ​เรา​ผู้รับใช้​ท่าน​จะ​ไม่​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​สัตวบูชา​ให้​กับ​พระ​อื่น​อีก​แล้ว นอก​จาก​พระยาห์เวห์​เท่านั้น 18 แต่​ขอ​ให้​พระยาห์เวห์​ยกโทษ​ให้​กับ​ข้า​ผู้รับใช้​ท่าน​เรื่อง​หนึ่ง เมื่อ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้า​เข้า​ไป​ใน​วิหาร​ของ​พระ​ริมโมน​เพื่อ​นมัสการ​พระ​นั้น เขา​จะ​ต้อง​พิง​แขน​ของ​ข้า​ทำ​ให้​ข้า​ต้อง​ก้มลง​ด้วย เมื่อ​ข้า​ก้มลง​ใน​วิหาร​ของ​พระ​ริมโมน ขอให้​พระยาห์เวห์​ยกโทษ​ให้​กับ​ข้า​ผู้รับใช้​ท่าน ที่​ทำ​สิ่งนี้​ด้วยเถิด”

19 เอลีชา​ตอบ​เขา​ว่า “ไป​เป็น​สุข​เถิด”

ความ​โลภ​ของ​เกหะซี

แต่​เมื่อ​นาอามาน​เดิน​ทาง​ไป​ได้​สัก​ระยะ​หนึ่ง 20 เกหะซี​คน​รับใช้​ของ​เอลีชา​ที่​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า คิด​ใน​ใจ​ว่า “เจ้านาย​ของ​เรา ปล่อย​ให้​นาอามาน​ชาว​อารัม​คนนั้น​ไป​ง่ายๆ​อย่างนี้​หรือ โดย​ไม่​ยอมรับ​สิ่ง​ที่​เขา​เสนอ​ให้ พระยาห์เวห์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้น​เลย​ว่า เรา​จะ​ต้อง​วิ่ง​ไป​ขอ​อะไร​จาก​เขา​สัก​อย่าง” 21 เกหะซี​จึง​ตามหลัง​นาอามาน​ไป

เมื่อ​นาอามาน​เห็น​คน​วิ่ง​ตามหลัง​เขา​มา เขา​จึง​กระโดด​ลง​มา​จาก​รถรบ​เพื่อ​มา​พบ​กับ​เขา และ​ถาม​ว่า “ทุก​อย่าง​เรียบร้อย​ดี​หรือ​เปล่า”

22 เกหะซี​ตอบ​ว่า “ทุก​อย่าง​เรียบร้อย​ดี เพียง​แต่​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​ส่ง​ข้าพเจ้า​มา​เพื่อ​บอก​ว่า ‘มี​ชาย​หนุ่ม​สอง​คน​จาก​กลุ่ม​ของ​ผู้พูดแทนพระเจ้า+ 5:22 ผู้พูดแทนพระเจ้า ตาม​ตัว​อักษร​คือ “บรรดา​ลูกชาย​ของ​เหล่า​นัก​ทำนาย” คน​เหล่า​นี้​ก็​คือ​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​และ​คน​ที่​กำลัง​เรียน​เพื่อ​ที่​จะ​เป็น​ผู้พูดแทน​พระเจ้า เพิ่ง​มาหา​เรา​จาก​เทือก​เขา​เอฟราอิม ขอ​ได้​โปรด​ให้​เงิน​แก่​พวก​เขา​สัก​หนึ่ง​ตะลันต์+ 5:22 หนึ่ง​ตะลันต์ หรือ 34.5 กิโลกรัม และ​เสื้อผ้า​สัก​สอง​ชุด​ด้วย​เถิด’”

23 นาอามาน​จึง​พูด​ว่า “ถ้า​อย่างนั้น เอา​ไป​สอง​ตะลันต์+ 5:23 สอง​ตะลันต์ หรือ 68 กิโลกรัม เลย” เขา​รบเร้า​ให้​เกหะซี​ยอมรับ​เงิน​เหล่านั้น และ​เอา​เงิน​สอง​ตะลันต์​ใส่​ไว้​ใน​ถุง​สอง​ใบ​พร้อมกับ​เสื้อผ้า​สองชุด เขา​ได้​ให้​มัน​กับ​คน​รับใช้​สอง​คน​ของ​เขา​และ​พวกเขา​ก็​แบก​เดิน​นำ​หน้า​เกหะซี​ไป 24 เมื่อ​เกหะซี​มา​ถึง​เนินเขา​ของ​เมือง​ที่​มี​ป้อม เขา​รับ​เอา​ของ​เหล่านั้น​มา​จาก​คน​รับใช้​ทั้ง​สอง​คนนั้น และ​เขา​ก็​ได้​ให้​ชาย​สอง​คน​นั้น​กลับไป แล้ว​เขา​ก็​เอา​ของ​เหล่านั้น​ไป​เก็บ​ที่บ้าน

25 แล้ว​เกหะซี​ก็​เข้าไป​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​เอลีชา​เจ้านาย​ของ​เขา เอลีชา​ได้​ถาม​เขา​ว่า “เกหะซี เจ้า​ไป​ไหนมา”

เกหะซี​ตอบ​ว่า “ผู้รับใช้​ท่าน​ไม่​ได้​ไป​ไหนเลย”

26 แต่​เอลีชา​พูด​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​ไม่​รู้​หรือ​ว่า วิญญาณ​ของ​เรา​อยู่​กับ​เจ้า ตอน​ที่​ชาย​คนนั้น​ลง​มา​จาก​รถรบ​ของ​เขา​เพื่อ​มา​พบ​กับ​เจ้า นี่​ไม่ใช่​เวลา​ที่​จะ​ไป​รับ​เงิน​หรือ​เสื้อผ้า หรือ​สวน​มะกอก หรือ​สวนองุ่น หรือ​ฝูงแกะ ฝูงวัว​หรือ​ทาส​ชาย-หญิง 27 โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​ของ​นาอามาน​จะ​ติด​อยู่​กับ​เจ้า​และ​ลูกหลาน​ของเจ้า​ตลอด​ไป”

แล้ว​เกหะซี​ก็​ออก​ไป​จาก​หน้า​เอลีชา และ​เขา​ก็​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​ขาว​อย่าง​หิมะ

6

เอลีชา​กับ​หัวขวาน

1 กลุ่ม​ผู้พูดแทนพระเจ้า​มา​พูด​กับ​เอลีชา​ว่า “ดู​เถิด สถานที่​ที่​พวก​เรา​ใช้​นัดพบ​กับ​ท่าน​มัน​เล็ก​เกินไป​แล้ว​สำหรับ​พวกเรา 2 พวก​เรา​ไป​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน​กันเถิด พวก​เรา​ทุก​คน​สามารถ​หา​เสา​มา​คนละ​ต้น​และ​มา​สร้าง​เป็น​ที่​อยู่​อาศัย​กัน เพื่อ​เรา​จะ​ได้​อยู่​กัน​ที่นั่น”

และ​เอลีชา​พูด​ว่า “ไป​เถิด”

3 แล้ว​คนหนึ่ง​ใน​หมู่​พวก​เขา​พูด​ขึ้น​มา​ว่า “ท่าน​จะ​ไม่​ไป​กับ​พวกเรา​ผู้รับใช้​ท่าน​ด้วย​หรือ” เอลีชา​ตอบ​ว่า “ไปสิ”

4 แล้ว​เขา​ก็​ไป​กับ​คนเหล่านั้น พวกเขา​ไป​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน​และ​เริ่ม​ตัด​ต้นไม้​ลง​หลาย​ต้น 5 มี​คน​หนึ่ง​กำลัง​โค่น​ต้นไม้​ลง หัว​ขวาน​ของ​เขา​กระเด็น​ตกลง​ไป​ใน​น้ำ เขา​ร้อง​ออก​มา​ว่า “แย่แล้ว นายท่าน นั่น​เป็น​ขวาน​ที่​ขอ​ยืม​คนอื่นมา”

6 คน​ของ​พระเจ้า+ 6:6 คน​ของ​พระเจ้า อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ของ​ผู้พูดแทนพระเจ้า ซึ่ง​หมายถึง​เอลีชา​นั่นเอง คนนั้น​ถาม​เขา​ว่า “มัน​ตกลง​ไป​ตรง​ไหน”

เมื่อ​เขา​ชี้​ให้​ดู​จุด​ที่​มัน​ตกลง​ไป เอลีชา​ก็​ตัด​ไม้​มา​กิ่ง​หนึ่ง​และ​โยน​ลง​ไป​ที่​นั่น ทำให้​หัว​ขวาน​เหล็ก​ลอย​ขึ้น​มา 7 เขา​พูด​ว่า “หยิบ​หัว​ขวาน​ขึ้น​มาสิ” แล้ว​ชาย​คนนั้น​ก็​เอื้อม​มือ​ไป​หยิบ​มัน​ขึ้นมา

กษัตริย์​อารัม​กับ​เอลีชา

8 ใน​เวลานั้น​กษัตริย์​ของ​ชาว​อารัม​กำลัง​ทำ​สงคราม​อยู่​กับ​อิสราเอล หลังจาก​ที่​กษัตริย์​ของ​ชาว​อารัม​ได้​ปรึกษา​กับ​พวกผู้นำ​ทหาร​ของ​เขาแล้ว เขา​พูด​ว่า “เรา​จะ​จัดตั้ง​ค่าย​ของ​เรา​ขึ้น​ที่​ตรงนั้น”

9 คน​ของ​พระเจ้า​ได้​ส่งข่าว​มา​ถึง​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ว่า “ระวัง อย่า​ผ่าน​ไป​ทางนั้น เพราะ​พวกอารัม​กำลัง​ลง​ไป​ที่นั่น”

10 กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​จึง​ส่งข่าว​ไป​เตือน​คน​ของ​พระองค์​ที่​อยู่​ตรง​แถวนั้น ตามที่​คน​ของ​พระเจ้า​ได้​เตือน​พระองค์มา เรื่องนี้​เกิด​ขึ้น​หลายครั้ง พวกเขา​จึง​ระมัด​ระวัง​ตัว​มากขึ้น​ใน​ที่​เหล่านั้น

11 สิ่ง​นี้​ทำ​ให้​กษัตริย์​ของ​อารัม​โกรธ​มาก เขา​เรียก​ตัว​พวก​ผู้นำ​ทหาร​ของ​เขา​เข้า​มา​และ​ถาม​พวกเขา​ว่า “บอก​เราสิ​ว่า มี​ใคร​ใน​พวก​เรา​ที่​ไป​เข้าข้าง​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล”

12 ผู้นำ​ทหาร​คนหนึ่ง​ตอบ​ว่า “กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ไม่​มี​ใคร​ไป​ทำ​อย่างนั้นหรอก แต่​เอลีชา​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ที่​อยู่​ใน​อิสราเอล เป็น​ผู้​บอก​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล ถึง​ทุกสิ่ง​ที่​ท่าน​พูด​ไป​ใน​ห้อง​นอน​ของ​ท่าน”

13 กษัตริย์​จึง​สั่ง​ไป​ว่า “ไป​ค้นหา​มา​ว่า​คน​ผู้นี้​อยู่​ที่ไหน เรา​จะ​ได้​ส่ง​คน​ไป​จับตัว​เขา​มา”

แล้วก็​มี​รายงาน​กลับ​มา​ว่า “เขา​อยู่​ใน​เมือง​โดธาน”

14 กษัตริย์​จึง​ส่ง​กอง​ทหาร​ม้า​และ​พวก​รถรบ​พร้อม​กับ​กองทัพ​ที่​แข็งแกร่ง​ไป​ที่นั่น พวกเขา​ไป​ใน​เวลา​กลางคืน​และ​ไป​ล้อม​เมือง​เอาไว้ 15 เมื่อ​คน​รับใช้​ของ​เอลีชา​คน​ของ​พระเจ้า​ตื่น​ขึ้น​มา และ​ออก​ไป​ข้างนอก​แต่​เช้าตรู่ มี​กองทัพ​ทหาร​ม้า​กอง​หนึ่ง​และ​พวกรถรบ​กำลัง​ล้อม​เมืองอยู่

คนใช้คนนั้น​จึง​ถาม​ว่า “แย่​แล้ว นายท่าน พวกเรา​จะ​ทำ​ยังไงดี”

16 ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ตอบ​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว พวก​ที่​อยู่​ฝ่ายเรา​มี​มากกว่า​พวก​ที่​อยู่​ฝ่ายนั้น​เสียอีก”

17 เอลีชา​อธิษฐาน​ว่า “ข้า​แต่ พระยาห์เวห์ ได้​โปรด​เปิดตา​ของ​เขา​เพื่อ​เขา​จะ​ได้เห็น”

แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​ได้​เปิดตา​ของ​คน​รับใช้​คนนั้น และ​เขา​เห็น​ว่า​เนินเขา​เหล่านั้น​เต็มไปด้วย​ทหาร​ม้า​และ​รถรบ​ที่​ลุก​เป็น​ไฟ​อยู่​รอบๆ​ตัว​เอลีชา

18 เมื่อ​ศัตรู​ตรง​มา​ที่​ตัว​เอลีชา เขา​ก็​อธิษฐาน​กับ​พระยาห์เวห์​ว่า “ช่วย​โจมตี​คน​พวกนี้​ให้​ตาบอด​ด้วยเถิด”

พระองค์​จึง​โจมตี​คน​พวกนั้น​ให้​ตาบอด​ตาม​ที่​เอลีชา​ขอ 19 เอลีชา​บอก​กับ​พวกเขา​ว่า “ไม่ใช่​ทางนี้ ไม่ใช่​เมืองนี้ ตาม​เรา​มา เรา​จะ​นำ​พวกเจ้า​ไป​หา​คนนั้น​ที่​พวกเจ้า​กำลัง​ตาม​หา​อยู่” และ​เขา​ก็​นำ​คน​เหล่านั้น​ไป​ที่​เมือง​สะมาเรีย+ 6:19 เมือง​สะมาเรีย เป็น​เมือง​หลวง​ของ​อิสราเอล​ซึ่ง​เป็น​ศัตรู​กับ​ชาว​อารัม

20 หลังจาก​ที่​พวกเขา​เข้าไป​ใน​เมือง​แล้ว เอลีชา​พูด​ว่า “ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ช่วย​เปิดตา​ของ​คนเหล่านี้​ด้วยเถิด เพื่อ​พวกเขา​จะ​ได้​มองเห็น”

แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​เปิดตา​ของ​พวกเขา และ​พวกเขา​ก็​มองเห็น​และ​พบ​ว่า​พวกเขา​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย 21 เมื่อ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​เห็น​พวกเขา ก็​ถาม​เอลีชา​ว่า “ท่านพ่อ​ของ​เรา จะ​ให้​เรา​ฆ่า​พวกมัน​หรือเปล่า ฆ่า​พวกมันเลย​ดีไหม”

22 เอลีชา​ตอบ​ว่า “อย่า​เลย คน​พวกนี้​ที่​ท่าน​กะ​จะ​ฆ่า​นั้น ท่าน​จับ​มา​ได้​ด้วย​ดาบ​หรือ​ธนู​ของ​ท่านเอง​หรือยังไง จัดหา​อาหาร​และ​น้ำ​มา​ให้​พวกเขา​กิน​และ​ดื่ม​เถิด แล้ว​ปล่อย​ให้​พวกเขา​กลับ​ไปหา​เจ้านาย​ของ​พวกเขา”

23 กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​จึง​ได้​จัด​เตรียม​อาหาร​มื้อใหญ่ ให้​กับ​คนเหล่านั้น และ​หลังจาก​ที่​พวกเขา​กิน​และ​ดื่ม​เสร็จ​แล้ว กษัตริย์​ก็​ส่ง​คน​เหล่านั้น​กลับ​ไป และ​พวกเขา​ก็​กลับ​ไป​หา​เจ้านาย​ของ​พวกเขา แล้ว​กองโจร​จาก​อารัม​ก็​ไม่​มา​ปล้น​แผ่นดิน​ของ​อิสราเอล​อีก

สะมาเรีย​ถูก​โอบล้อม

24 ต่อมา​ภายหลัง กษัตริย์​เบนฮาดัด​ของ​ชาว​อารัม​ได้​รวบรวม​กองทัพ​ทั้งหมด​ของ​เขา​และ​เคลื่อนพล​เข้า​มา​ล้อม​เมือง​สะมาเรียไว้ 25 เกิด​ภาวะ​ขาด​แคลน​อาหาร​ขึ้น​ใน​เมือง พวก​เขา​ล้อม​เมือง​อยู่​นาน​มาก​จน​กระทั่ง​แม้แต่​หัว​ลา​หัวหนึ่ง​ยัง​ขาย​กัน​เป็น​เงิน​หนึ่ง​กิโลกรัม+ 6:25 หนึ่ง​กิโลกรัม หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า แปด​สิบ​เชเขล และ​ขี้​ของ​นกพิราบ​ศูนย์​จุด​สาม​ลิตร+ 6:25 ศูนย์​จุด​สาม​ลิตร หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า หนึ่ง​ส่วน​สี​คาบ ขาย​เป็น​เงิน​ประมาณ​หกสิบ​กรัม+ 6:25 หกสิบ​กรัม หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า ห้า​เชเขล

26 เมื่อ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​เดิน​ผ่าน​ไป​บน​กำแพง หญิง​คนหนึ่ง​มา​ร่ำร้อง​กับ​เขา​ว่า “โปรด​ช่วย​ข้าพเจ้า​ด้วยเถิด กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า”

27 กษัตริย์​ตอบ​ว่า “ถ้า​พระยาห์เวห์​ไม่​ช่วย​เจ้าแล้ว เราเอง​จะ​ช่วย​ได้​ยังไง ลานนวด​ข้าว​และ​บ่อย่ำ​องุ่น​ยัง​มี​อะไร​เหลือ​อยู่​อีกหรือ” 28 แล้ว​เขา​ถาม​นาง​ว่า “เจ้า​มี​เรื่อง​เดือด​ร้อน​อะไรหรือ”

นาง​ตอบ​ว่า “หญิง​คนนี้​บอก​ดิฉัน​ว่า ‘ฆ่า​ลูกชาย​ของ​เจ้าเถิด พวก​เรา​จะ​ได้​กิน​เขา​ใน​วันนี้ แล้ว​พรุ่งนี้​พวก​เรา​ก็​จะ​กิน​ลูกชาย​ของฉัน’ 29 พวกเรา​ก็​เลย​ต้ม​ลูกชาย​ของ​ดิฉัน​กิน​กัน วัน​ต่อมา​ดิฉัน​พูด​กับ​นาง​ว่า ‘เอา​ลูกชาย​ของ​เจ้า​มาสิ เรา​จะ​ได้​กิน​ตัว​เขา’ แต่​นาง​ได้​ซ่อน​ลูก​นางไว้”

30 เมื่อ​กษัตริย์​ได้ยิน​คำพูด​ของ​หญิง​คนนี้ เขา​ก็​ฉีก​เสื้อคลุม​ของ​เขา เมื่อ​เขา​เดิน​ต่อ​ไป​ตาม​กำแพง ประชาชน​ต่าง​มองดู​เขา​และ​เห็น​ว่า​กษัตริย์​สวม​เสื้อ​กระสอบ​ไว้​ข้างใน

31 กษัตริย์​พูด​ว่า “ถ้า​หัว​ของ​เอลีชา​ลูกชาย​ของ​ชาฟัท​ยัง​อยู่​บน​บ่า​ของ​เขา​ใน​วันนี้ ขอ​ให้​พระเจ้า​ลงโทษ​เรา​อย่าง​แสนสาหัส”

32 กษัตริย์​ก็​เลย​ส่ง​คน​ตาม​หา​เอลีชา ตอนนั้น​เอลีชา​กำลัง​นั่ง​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ตัวเอง และ​พวก​ผู้ใหญ่​ก็​นั่ง​อยู่​กับ​เขาด้วย แต่​ก่อน​ที่​คนๆ​นั้น​จะ​มา​ถึง เอลีชา​พูด​กับ​พวก​ผู้ใหญ่​เหล่านั้น​ว่า “พวก​ท่าน​รู้​หรือ​เปล่า​ว่า เจ้า​ฆาตกร​คนนี้​ได้​ส่ง​คน​มา​ตัด​หัว​ของ​เรา ดู​เอา​ไว้ เมื่อ​คน​ที่​เขา​ส่ง​มา​นั้น​มาถึง ให้​ปิด​ประตู​และ​ขวาง​เขาไว้ เรา​ได้ยิน​เสียง​ฝีเท้า​ของ​เจ้านาย​เขา​ตามหลัง​เขา​มา”

33 ใน​ขณะ​ที่​เขา​กำลัง​คุย​อยู่​กับ​ผู้ใหญ่​เหล่านั้น คน​ที่​กษัตริย์​ส่ง​มานั้น+ 6:33 คน​ที่​กษัตริย์​ส่ง​มานั้น หรือ​อาจ​จะ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “กษัตริย์” ก็​มา​ถึง และ​กษัตริย์​ก็​พูด​ว่า “เหตุร้าย​ใน​ครั้งนี้​มา​จาก​พระยาห์เวห์ แล้ว​เรา​จะ​ยัง​ฝาก​ความหวัง​ไว้​กับ​พระยาห์เวห์​อีก​ทำไม”

7

1 เอลีชา​ตอบ​เขา​ไป​ว่า “ฟัง​คำ​พูด​ของ​พระยาห์เวห์​ให้ดี พระองค์​พูด​ว่า ‘พรุ่งนี้​เวลานี้ ที่​ประตู​เมือง​สะมาเรีย แป้ง​หนึ่ง​ถัง+ 7:1 ถัง ตาม​ตัว​อักษร​คือ​หนึ่ง​ซีอาห์ จะ​ขาย​กัน​ใน​ราคา​หนึ่ง​เชเขล+ 7:1 หนึ่ง​เชเขล คือ​เงิน​ประมาณ 11.5 กรัม และ​ข้าว​บาร์เลย์​สอง​ถัง​จะ​ขาย​กัน​ใน​ราคา​หนึ่ง​เชเขล’”

2 เจ้าหน้าที่​คน​สนิท​ของ​กษัตริย์+ 7:2 คน​สนิท​ของ​กษัตริย์ หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “คน​ที่​กษัตริย์​ยืน​พิง​แขน​เขา​อยู่”​พูด​กับ​คน​ของ​พระเจ้า​ว่า “ต่อ​ให้​พระยาห์เวห์​เปิด​ช่อง​ฟ้า​สวรรค์ สิ่งนี้​ก็​ไม่​เกิดขึ้น​แน่”

เอลีชา​ตอบ​ว่า “ท่าน​จะ​ได้​เห็น​เรื่องนี้​ด้วย​ตา​ของ​ท่าน​เอง แต่​ท่าน​จะ​ไม่ได้​กิน​มันหรอก”

พวก​ชาวอารัม​หนี​ไป

3 ใน​ขณะนั้น​มี​ชาย​ที่​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​สี่คน​อยู่​ที่​ประตู​ทางเข้า​เมือง พวกเขา​คุยกัน​ว่า “พวก​เรา​จะ​นั่ง​รอ​ความตาย​อยู่​ที่นี่​ทำไมกัน 4 ถ้า​เข้า​ไป​ใน​เมือง​สะมาเรีย พวกเขา​กำลัง​อดตาย​กัน​อยู่ พวกเรา​ก็​จะ​ตาย​ที่นั่น แต่​ถ้า​เรา​นั่ง​รอ​อยู่​ที่​นี่ เรา​ก็​จะ​ตาย​เหมือนกัน พวก​เรา​ไป​ที่​ค่าย​ของ​พวกอารัมกัน​เถอะ ถ้า​พวกเขา​ไว้​ชีวิต​พวกเรา เรา​ก็​จะ​รอด แต่​ถ้า​พวกเขา​ฆ่า​เรา ก็​ให้​ตาย​ไปเลย​ก็แล้วกัน”

5 ใน​ตอน​เย็น​พวกเขา​จึง​ลุกขึ้น​และ​ไป​ที่​ค่าย​ของ​ชาว​อารัม เมื่อ​พวกเขา​ไป​ถึง​ที่​ริม​ค่าย ไม่​เห็น​คน​อยู่​ที่นั่น​สัก​คนเดียว 6 เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​ทำให้​พวก​อารัม​ได้ยิน​เสียง​ของ​กองรถรบ​กองทหารม้า​และ​กองทัพ​ที่​ยิ่งใหญ่ พวกเขา​จึง​พูด​กัน​ว่า “ดูสิ กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ได้​จ้าง​พวก​กษัตริย์​ของ​ชาว​ฮิตไทต์​และ​ชาว​อียิปต์ มา​โจมตี​พวกเรา​แล้ว”

7 พวกเขา​จึง​ลุก​หลบหนี​ไป​ใน​เย็น​วันนั้น และ​ทิ้ง​เต็นท์ รวมทั้ง​ม้า​และ​ลา​ของ​พวกเขา​ไว้ พวกเขา​ทิ้ง​ค่ายไว้​อย่างนั้น​และ​วิ่งหนี​เอาตัว​รอดไป

8 เมื่อ​คน​ที่​เป็น​โรค​​ผิวหนัง​ร้ายแรง​สี่​คนนั้น​มา​ถึง​ริม​ค่าย​และ​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​หลังหนึ่ง พวกเขา​ได้​กิน​และ​ดื่ม และ​เอา​เงิน​และ​ทองคำ รวมทั้ง​เสื้อผ้า​หลาย​ชุด​ออก​มา และ​เอา​ของ​เหล่านั้น​ไป​ซ่อน และ​กลับ​เข้า​ไป​ใหม่​และ​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​อีก​หลังหนึ่ง ไป​เอา​สิ่งของ​มากมาย​ออก​มา​และ​เอา​ไป​ซ่อน​ไว้​เหมือนเดิม 9 แล้ว​พวกเขา​พูดกัน​ว่า “พวก​เรา​ทำ​ไม่ถูกนะ วันนี้​เป็น​วัน​แห่ง​ข่าวดี แต่​พวก​เรา​กลับ​เงียบเฉย ถ้า​พวก​เรา​คอย​จน​สว่าง พวก​เรา​ก็​จะ​ถูก​ทำ​โทษ พวก​เรา​รีบ​ไป​รายงาน​เรื่องนี้​ให้​ใน​วัง​รู้​กันเถอะ”

10 พวกเขา​จึง​ไป​ร้อง​เรียก​หา​คน​เฝ้า​ประตู​เมือง​และ​บอก​ว่า “พวกเรา​ได้​เข้า​ไป​ใน​ค่าย​ของ​พวก​อารัม และ​ไม่​พบ​ใคร​เลย​สักคน​ที่นั่น ไม่​มี​แม้แต่​เสียง​ของ​คน มี​เพียง​เสียง​ฝีเท้า​ของ​ม้า​และ​ลา และ​เต็นท์​ก็​ถูก​ทิ้ง​อยู่​อย่างนั้น”

11 คน​เฝ้า​ประตู​ตะโกน​บอก​ข่าวดี​และ​ข่าวนั้น​ก็​เข้า​ไป​ถึง​ใน​วัง 12 กษัตริย์​จึง​ลุก​ขึ้น​กลางดึก​และ​พูด​กับ​ข้าราชการ​ของ​เขา​ว่า “เรา​จะ​บอก​ให้​พวก​เจ้า​รู้​ว่า พวก​อารัม​จะ​ทำ​อะไร​กับ​พวก​เรา พวก​มัน​รู้​ว่า​พวก​เรา​กำลัง​จะ​อดตาย พวก​มัน​จึง​แกล้ง​ทำ​เป็น​ทิ้ง​ค่าย​ไป แล้ว​ไป​แอบสุ่ม​อยู่​ใน​ทุ่งนา พวก​มัน​คิด​ว่า ‘พวกนั้น​จะ​ต้อง​ออก​มาแน่ แล้ว​พวก​เรา​จะ​ได้​จับ​พวกนั้น​เป็นๆ​และ​บุก​เข้าไป​ใน​เมือง’”

13 ข้าราชการ​คนหนึ่ง​ของ​เขา​ตอบ​ว่า “ให้​บางคน​เอา​ม้า​ห้าตัว​ที่​ยัง​เหลือ​อยู่​ใน​เมืองไป เพราะ​ยังไง​อีก​ไม่​นาน​ม้า​พวกนี้​ก็​ต้อง​ตาย​อยู่ดี เช่น​เดียว​กัน​กับ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ที่​ยัง​คง​เหลือ​อยู่​ที่นี่ ให้​ส่ง​คน​พวกนี้​ไป​ดูสิ​ว่า​เกิด​อะไรขึ้น”

14 พวกเขา​จึง​เลือก​รถรบ​มา​สอง​คัน​พร้อม​กับ​ม้า และ​กษัตริย์​ก็​ส่ง​พวกเขา​ไป​ติดตาม​ดู​กองทัพ​ของ​พวก​อารัม เขา​ได้​สั่ง​คน​ขับ​ว่า “ไป​ดูสิ​ว่า​เกิด​อะไรขึ้น”

15 พวกเขา​ได้​ติดตาม​กองทัพ​ของ​พวก​อารัม​ไป​ไกล​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​พวกเขา​พบ​ว่า​ตาม​ถนนนั้น​เกลื่อน​กลาด​ไป​ด้วย​เสื้อผ้า​และ​อุปกรณ์​ของ​พวก​อารัม​ที่​โยนทิ้ง​ไว้​จาก​การหลบ​หนี​อย่าง​เร่งรีบ พวก​ที่​ถูก​ส่ง​ไป​กลุ่มนั้น จึง​กลับ​มา​รายงาน​กับ​กษัตริย์

16 แล้ว​ประชาชน​ต่าง​ก็​กรูกัน​ออก​ไป​และ​ไป​ริบ​เอา​ข้าวของ​จาก​ค่าย​ของ​พวก​อารัม ดังนั้น แป้ง​หนึ่ง​ถัง​จึง​ขาย​กัน​ใน​ราคา​เพียง​หนึ่ง​เชเขล​และ​ข้าว​บาร์เลย์​สอง​ถัง​ก็​ขาย​เพียง​หนึ่ง​เชเขล​เหมือน​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​พูดไว้

17 ขณะนั้น​กษัตริย์​ได้​ตั้ง​เจ้าหน้าที่​คน​สนิท​ของ​กษัตริย์​คนนั้น ให้​ไป​เฝ้า​ดูแล​ความ​เรียบร้อย​ที่​ประตู​เมือง แต่​เขา​ถูก​ฝูงชน​เหยียบย่ำ​จน​ตาย​อยู่​ที่​ประตู​เมือง ตาม​ที่​เอลีชา​คน​ของ​พระเจ้า​ได้​บอก​กับ​เขาไว้ ตอน​ที่​กษัตริย์​ลง​มา​หา​เอลีชา​ที่บ้าน 18 และ​สิ่ง​ที่​เอลีชา​คน​ของ​พระเจ้า​ได้​บอก​กับ​กษัตริย์ไว้ ก็​เกิด​ขึ้น​จริง​ตามนั้น​ที่​ว่า “พรุ่งนี้ เวลา​นี้ ที่​ประตู​เมือง​สะมาเรีย แป้ง​หนึ่ง​ถัง​จะ​ขาย​กัน​ใน​ราคา​หนึ่ง​เชเขล และ​ข้าว​บาร์เลย์​สอง​ถัง​จะ​ขาย​กัน​ใน​ราคา​หนึ่ง​เชเขล” 19 เจ้าหน้าที่​คนนั้น​เคย​พูด​กับ​เอลีชา คน​ของ​พระเจ้า​ว่า “ต่อ​ให้ พระยาห์เวห์​เปิด​ช่อง​สวรรค์ สิ่งนี้​ก็​ไม่​เกิดขึ้น​แน่” เอลีชา​ตอบ​เขา​ไป​ว่า “ท่าน​จะ​ได้​เห็น​มัน​ด้วย​ตา​ของ​ท่านเอง แต่​ท่าน​จะ​ไม่ได้​กินมัน” 20 และ​มัน​ก็​เกิดขึ้น​กับ​เขาจริง เพราะ​เขา​ถูก​ฝูงชน​เหยียบย่ำ​จน​ตาย​อยู่​ที่​ประตู​เมือง​นั่นเอง

8

กษัตริย์​กับ​ผู้หญิง​ชาวชูเนม

1 ใน​เวลานั้น​เอลีชา​พูด​กับ​หญิง​ชาวชูเนม​ที่​เขา​ได้​ทำให้​ลูกชาย​ของ​นาง​ฟื้น​คืน​ชีพ​ขึ้นมา+ 8:1 ฟื้น​คืน​ชีพ​ขึ้นมา เรื่อง​นี้​ดู​ได้​จาก บท​ที่ 4:8-37 ว่า “ให้​ท่าน​กับ​ครอบครัว​ของท่าน​ย้าย​ไป​อยู่​ที่​อื่น​ที่​ท่าน​จะ​สามารถ​เลี้ยงชีพ​อยู่ได้ เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ให้​เกิด​ความ​อดอยาก​ขึ้น​ใน​แผ่นดิน​นี้ มัน​จะ​ยาวนาน​ถึง​เจ็ดปี”

2 หญิง​คนนั้น​ทำตาม​ที่​คน​ของ​พระเจ้า​บอก นาง​และ​ครอบครัว​ของ​นาง​ได้​ย้าย​ออก​จาก​เมือง​และ​ไป​อยู่​ใน​ดินแดน​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​เป็น​เวลา​เจ็ดปี 3 และ​เมื่อ​ครบ​เจ็ดปี นาง​ก็​กลับ​มา​จาก​ดินแดน​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย

และ​นาง​ได้​ไป​พบ​กับ​กษัตริย์​เพื่อ​ขอ​บ้าน​และ​ที่ดิน​ของ​นางคืน

4 กษัตริย์​กำลัง​คุย​อยู่​กับ​เกหะซี​คน​รับใช้​ของ​คน​ของ​พระเจ้า​ว่า “ช่วย​เล่า​ให้​เรา​ฟังหน่อย ถึง​เรื่อง​ยิ่งใหญ่​ต่างๆ​ที่​เอลีชา​เคย​ทำไป”

5 ใน​ขณะ​ที่​เกหะซี​กำลัง​เล่าให้​กษัตริย์​ฟัง​ว่า เอลีชา​ทำ​ให้​คน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ฟื้น​คืน​ชีพ​ขึ้น​มา​ได้​อย่างไร หญิง​คน​ที่​เอลีชา​ได้​ทำ​ให้​ลูกชาย​ของ​นาง​ฟื้น​ขึ้น ก็ได้​เข้า​มา​หา​กษัตริย์ นาง​มา​ขอ​บ้าน​และ​ที่ดิน​ของ​นาง​คืน​จาก​กษัตริย์ เกหะซี​พูด​ว่า “กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า หญิง​คนนี้แหละ ที่​เอลีชา​ได้​ทำ​ให้​ลูกชาย​ของ​นาง​ฟื้น​ขึ้นมา”

6 กษัตริย์​ถาม​หญิง​คนนั้น​ว่า​นาง​ต้องการ​อะไร และ​นาง​ได้​บอก​กับ​เขาไป

กษัตริย์​จึง​มอบหมาย​เรื่อง​ของ​นาง​ให้​เจ้าหน้าที่​คนหนึ่ง​จัดการ กษัตริย์​สั่ง​เขา​ว่า “คืน​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เคย​เป็น​ของ​นาง​ให้​กับ​นาง รวมทั้ง​รายได้​จาก​ที่ดิน​ของ​นาง​นับ​ตั้งแต่​วัน​ที่​นาง​ออก​จาก​ประเทศนี้​ไป​จน​ถึง​วันนี้”

เบนฮาดัด​ถูก​ฆ่า​ตาย

7 เอลีชา​ไป​ที่​เมือง​ดามัสกัส ตอน​ที่​กษัตริย์​เบนฮาดัด​ของ​ชาว​อารัม​กำลัง​ไม่​สบาย เมื่อ​มี​คน​มา​บอก​กษัตริย์​ว่า “คน​ของ​พระเจ้า​มา​ถึง​ที่​นี่แล้ว”

8 กษัตริย์​จึง​พูด​กับ​ฮาซาเอล​ว่า “ให้​ท่าน​นำ​ของขวัญ​ไป​พบ​กับ​คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น และ​ให้​เขา​ถาม​พระยาห์เวห์​ว่า เรา​จะ​หาย​ป่วย​ใน​ครั้งนี้​หรือไม่”

9 ฮาซาเอล​ไป​พบ​เอลีชา และ​เอา​ของขวัญ​ที่​ดี​ที่สุด​หลายอย่าง​ใน​ดามัสกัส บรรทุก​เต็ม​หลังอูฐ​สี่สิบ​ตัว เขา​ได้​เข้า​ไป​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​เอลีชา​และ​พูด​ว่า “กษัตริย์​เบนฮาดัด​ของ​อารัม​ลูกชาย​ของ​ท่าน​ส่ง​เรา​มา​ถาม​ท่าน​ว่า ‘เรา​จะ​หาย​ป่วย​หรือไม่’”

10 เอลีชา​ตอบ​ว่า “ให้​ไป​บอก​เขา​ว่า ‘ท่าน​จะ​หาย​ป่วยแน่’ แต่​พระยาห์เวห์​ได้​เปิดเผย​ให้​เรา​รู้​ว่า​จริงๆ​แล้ว​เขา​จะ​ตาย”

11 เอลีชา​จ้อง​มอง​ฮาซาเอล​ด้วย​สายตา​เขม็ง​ไม่​ขยับ​เขยื้อน​อยู่​นาน​จน​กระทั่ง​ฮาซาเอล​เริ่ม​รู้สึก​อึดอัด แล้ว​คน​ของ​พระเจ้า​ก็​เริ่ม​ร้องไห้​ออก​มา 12 ฮาซาเอล​ถาม​เขา​ว่า “เจ้านาย​ของ​เรา​ร้องไห้​ทำไม” เขา​ตอบ​ว่า “ก็​เพราะ​เรา​รู้​ว่า​ท่าน​จะ​เป็น​อันตราย​กับ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย​อย่างไร​บ้างนะสิ ท่าน​จะ​เผา​ป้อม​ปราการ​ทุกแห่ง ท่าน​จะ​ฆ่า​คน​หนุ่ม​ของ​พวกเขา​ด้วย​ดาบ ท่าน​จะ​ฟาด​เด็กเล็ก​ลง​บน​พื้น​เป็น​ชิ้นๆ​และ​จะ​แหวก​ท้อง​หญิง​ที่​มีครรภ์”

13 ฮาซาเอล​พูด​ว่า “ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​ที่​เป็น​เพียง​หมา​ตัว​หนึ่ง​จะ​ทำร้าย​พวกท่าน​ถึง​ขนาด​นั้น​ได้​อย่างไรกัน”

เอลีชา​ตอบ​ไป​ว่า “พระยาห์เวห์​ได้​แสดง​ให้​เรา​เห็น​ว่า​ท่าน​จะ​ได้​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาว​อารัม”

14 แล้ว​ฮาซาเอล​ก็​จาก​เอลีชา​และ​กลับ​ไป​หา​เจ้านาย​ของ​เขา เมื่อ​เบนฮาดัด​ถาม​เขา​ว่า “เอลีชา​ได้​พูด​อะไร​กับ​เจ้า​บ้าง”

ฮาซาเอล​ตอบ​เขา​ไป​ว่า “เขา​บอก​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า​ท่าน​จะ​หาย​ป่วย​อย่าง​แน่นอน”

15 แต่​ใน​วัน​ต่อมา ฮาซาเอล​เอา​ผ้า​หนาๆ​ชุบ​น้ำ​จน​เปียก​ชุ่ม​และ​เอา​มัน​โปะ​ไว้​บน​หน้า​ของ​กษัตริย์​จน​กระทั่ง​เขา​ขาดใจ​ตาย แล้ว​ฮาซาเอล​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ต่อ​จาก​เบนฮาดัด

เยโฮรัม​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 21:1-20)

16 เยโฮรัม​ลูกชาย​ของ​เยโฮชาฟัท​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ตรง​กับ​ปี​ที่​ห้า​ที่​โยรัม​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล โยรัม​เป็น​ลูกชาย​ของ​อาหับ+ 8:16 ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ​เขียน​ไว้​แค่​นี้ ฉบับ​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้​กัน​เพิ่ม​คำ​ว่า ใน​ขณะ​ที่​เยโฮซาฟัท​ยัง​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ (อย่าง​นี้​หมายถึง​ทั้ง​พ่อ​กับ​ลูก​ชาย​ครอบ​ครอง​ยูดาห์​ใน​เวลา​เดียว​กัน)17 ตอน​ที่​เยโฮรัม​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์นั้น เขา​มี​อายุ​สามสิบสอง​ปี และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​แปด​ปี​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม 18 เยโฮรัม​เดิน​ตาม​รอย​ของ​กษัตริย์​อิสราเอล​องค์​ก่อนๆ เขา​ใช้ชีวิต​เหมือน​กับ​ที่​ครอบครัว​ของ​อาหับ​เคย​ทำไว้ เพราะ​เขา​แต่งงาน​กับ​ลูกสาว​ของ​อาหับ เขา​ได้​ทำ​ชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ 19 อย่างไร​ก็ตาม เพราะ​พระยาห์เวห์​เห็นแก่​ดาวิด​ผู้รับใช้​พระองค์ พระองค์​จึง​ไม่​ทำลาย​ยูดาห์ พระองค์​เคย​สัญญา​ว่า​จะ​รักษา​ตะเกียง​ไว้​ดวง​หนึ่ง​สำหรับ​ดาวิด​และ​ลูกหลาน​ของเขา​ตลอดไป

20 ใน​ยุค​ของ​เยโฮรัม ชาว​เอโดม​ได้​กบฏ​ต่อ​ยูดาห์​และ​ตั้ง​กษัตริย์​ของ​ตัวเองขึ้น

21 เยโฮรัม+ 8:21 เยโฮรัม หรือ “โยรัม” ใน​ภาษา​ฮีบรู กับ​กองทัพ​รถรบ​ของ​เขา​จึง​ยก​ไป​ที่​ศาอีร์ ชาว​เอโดม​เข้า​ล้อม​เขา​และ​ล้อม​พวกผู้บังคับ​บัญชา​รถรบ​ทั้งหลาย​ของเขาไว้ แต่​เขา​ลุกขึ้น​และ​ตี​ฝ่า​ออก​มา​ได้​ใน​ตอน​กลางคืน แต่​กองทัพ​ของ​เขา​หนี​กลับบ้านไป 22 พวก​เอโดม​จึง​ได้​กบฏ และ​แยก​ตัว​ออก​จาก​ยูดาห์​จน​ถึง​ทุกวันนี้

และ​ใน​ช่วง​เดียว​กันนั้น พวก​ลิบนาห์​ก็​ได้​กบฏ แยก​ตัว​ออก​จาก​ยูดาห์ด้วย

23 เหตุการณ์​ต่างๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​เยโฮรัม และ​ทุกๆ​อย่าง​ที่​เขา​ได้​ทำไป ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่งยูดาห์

24 เยโฮรัม​ล่วงลับ​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา​และ​ถูกฝัง​อยู่​กับ​พวกเขา​ใน​เมือง​ของ​ดาวิด และ​อาหัสยาห์​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบต่อ​จากเขา

อาหัสยาห์​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 22:1-6)

25 อาหัสยาห์ ลูกชาย​ของ​เยโฮรัม​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ตรง​กับ​ปี​ที่​สิบสอง​ที่​โยรัม​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล โยรัม​เป็น​ลูกชาย​ของ​อาหับ 26 ตอน​ที่​อาหัสยาห์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์นั้น เขา​มี​อายุ​ยี่สิบสอง​ปี และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​หนึ่ง​ปี​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม แม่​ของ​เขา​ชื่อ​ว่า​นาง​อาธาลิยาห์ เป็น​หลานสาว​ของ​กษัตริย์​อมรี​แห่ง​อิสราเอล 27 อาหัสยาห์​เดิน​ตาม​รอย​ของ​ครอบครัว​อาหับ และ​ได้​ทำ​ชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เหมือน​กับ​ที่​ครอบครัว​ของ​อาหับ​เคย​ทำไว้ เพราะ​เขา​ได้​แต่งงาน​กับ​ครอบครัว​ของ​อาหับ

28 อาหัสยาห์​ร่วม​กับ​โยรัม ลูกชาย​ของ​อาหับ ออก​ไป​สู้รบ​กับ​กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​ชาว​อารัม ที่​ราโมท-กิเลอาด ชาว​อารัม​ทำให้​โยรัม​ได้รับ​บาดเจ็บ 29 กษัตริย์​โยรัม​จึง​กลับ​ไป​ที่​ยิสเรเอล เพื่อ​รักษา​บาดแผล​ที่​ชาว​อารัม​ได้​ทำร้าย​เขา​ไว้​ที่​ราโมท-กิเลอาด​ตอน​ที่​เขา​สู้รบ​กับ​กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​ชาว​อารัม อาหัสยาห์​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ลูกชาย​ของ​เยโฮรัม​ได้​ไป​ที่​ยิสเรเอล​เพื่อ​เยี่ยมเยียน​กษัตริย์​โยรัม​ลูกชาย​ของ​อาหับ​ที่​บาดเจ็บอยู่

9

การ​แต่งตั้ง​เยฮู​เป็น​กษัตริย์

1 เอลีชา​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้เรียก​ชาย​คนหนึ่ง​มา​จาก​กลุ่ม​ของ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “เอา​เสื้อคลุม​ของ​ท่าน​เสียบ​เข้า​ใน​เข็มขัด เอา​น้ำมัน​ขวดนี้​ไป​กับ​ท่าน​และ​ไป​ที่​ราโมท-กิเลอาด 2 เมื่อ​ท่าน​ไป​ถึง​ที่นั่น ให้​มองหา​เยฮู ลูกชาย​ของ​เยโฮชาฟัท​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​นิมชี ให้​ไป​พบ​เขา แยก​ตัว​เขา​ออก​มา​จาก​เพื่อน​ฝูง และ​พา​เขา​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​ด้านใน 3 เอา​ขวด​น้ำมันนี้​ออก​มา เท​น้ำมัน​ลง​บน​หัว​ของ​เขา​และ​ประกาศ​ว่า ‘พระยาห์เวห์​พูด​ว่า “เรา​ขอ​แต่งตั้ง​ให้​เจ้า​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล” แล้ว​รีบ​เปิด​ประตู วิ่งหนี​ไป อย่า​ได้​เถลไถล’”

4 ชาย​หนุ่ม​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น จึง​ไป​ที่​ราโมท-กิเลอาด 5 เมื่อ​เขา​มา​ถึง เขา​ได้​พบ​กับ​พวกผู้นำ​กองทัพ​กำลัง​นั่ง​อยู่​ด้วย​กัน​ที่นั่น เขา​พูด​ว่า “ท่าน​แม่ทัพ เรา​มี​ข่าว​มา​ให้​กับ​ท่าน”

เยฮู​ถาม​ว่า “แม่ทัพ​คน​ไหนล่ะ”

เขา​ตอบ​ว่า “ท่าน​แม่ทัพ ท่านเอง​นั่นแหละครับ”

6 เยฮู​จึง​ลุก​ขึ้น​และ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน แล้ว​คน​หนุ่มนั้น​ก็​เท​น้ำมัน​ลง​บน​หัว​ของ​เยฮู​และ​ประกาศ​ว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​พูด​ว่า ‘เรา​ขอ​แต่งตั้ง ให้​เจ้า​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล​ประชากร​ของ​พระยาห์เวห์ 7 เจ้า​ต้อง​ทำลาย​ครอบครัว​ของ​อาหับ​เจ้านาย​ของ​เจ้า​เสีย เรา​จะ​ได้​แก้แค้น​แทน​เลือด​ของ​พวกผู้พูดแทน​พระเจ้า​ที่​เป็น​ผู้รับใช้​เรา และ​เลือด​ของ​พวก​ผู้รับใช้​พระยาห์เวห์​ทุกคน​ที่​ไหลนอง​ด้วย​น้ำมือ​ของ​นาง​เยเซเบล 8 ครอบครัว​ทั้งหมด​ของ​อาหับ​จะ​ถูก​ทำลาย​ล้าง เรา​จะ​ตัด​พวกผู้ชาย​ของ​อาหับ​ทุกคน​ออก​ไป​จาก​อิสราเอล​ไม่ว่า​จะ​เป็น​ทาส​หรือ​ไม่ใช่​ทาส​ก็​ตาม 9 เรา​จะ​ทำ​ให้​ครอบครัว​ของ​อาหับ​เป็น​เหมือน​ครอบครัว​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท และ​เป็น​เหมือน​ครอบครัว​ของ​บาอาชา​ลูกชาย​ของ​อาหิยาห์ 10 ส่วน​เยเซเบล พวกหมา​จะ​มา​รุม​กิน​ศพ​ของ​นาง​บน​พื้นดิน​ที่​เมือง​ยิสเรเอล​และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ฝังศพ​ให้นาง’”

พูด​จบ​แล้ว​เขา​ก็​เปิด​ประตู วิ่งหนี​ไป

11 เมื่อ​เยฮู​ออก​มา​หา​ผู้นำ​กองทัพ​ของ​กษัตริย์ พวกนั้น​ถาม​เขา​ว่า “มี​เรื่อง​อะไร​หรือ​เปล่า ทำไม​คนบ้า​คน​นั้น​จึง​ได้​มา​ขอ​พบ​ท่าน” เยฮู​ตอบ​ว่า “ท่าน​ก็​รู้ๆ​อยู่​แล้ว​ว่า​เขา​เป็น​คน​ยังไง ชอบ​พูด​เรื่อง​ไร้สาระ”

12 พวก​เขา​พูด​ว่า “ไม่​จริง​หรอก บอก​พวก​เรา​มา​เถิด” เยฮู​จึง​พูด​ว่า “เขา​พูด​กับ​เรา​ว่า ‘พระยาห์เวห์​พูด​ว่า เรา​ขอ​แต่งตั้ง​ให้​เจ้า​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล’”

13 พวกเขา​รีบ​เอา​เสื้อคลุม​ของ​พวกเขา​มา​ปู​ลง​ต่อหน้า​เยฮู​บน​ขั้น​บันได​ที่​ว่างเปล่าอยู่ แล้ว​พวกเขา​ก็​เป่า​แตร​ขึ้น​และ​ตะโกน​ว่า “เยฮู​คือ​กษัตริย์”

เยฮู​ไป​ยิสเรเอล

14 เยฮู​ลูกชาย​ของ​เยโฮชาฟัท​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​นิมชี จึง​ได้​รวบรวม​ผู้คน​ขึ้น​กบฏ​ต่อ​โยรัม (ขณะนั้น โยรัม​และ​อิสราเอล​ทั้งหมด​กำลัง​ต่อสู้​ป้องกัน​ราโมท-กิเลอาด จาก​กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​อารัม 15 แต่​กษัตริย์​โยรัม​ได้​กลับ​มา​ถึง​ยิสเรเอล​เพื่อ​รักษา​ตัว​จาก​บาดแผล​ที่​พวก​อารัม​ได้​ทำร้าย​เขาไว้​จาก​การรบ​กับ​กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​อารัม)

เยฮู​พูด​ว่า “ถ้า​พวก​ท่าน​เห็น​ด้วย​กับ​สิ่ง​ที่​เรา​ทำ อย่า​ให้​ใคร​หลบ​ออก​ไป​จาก​เมือง​เพื่อ​ไป​บอก​ข่าว​ใน​ยิสเรเอลได้”

16 แล้ว​เยฮู​ก็​ขึ้น​รถรบ​ของ​เขา​และ​ขับ​มัน​ไป​ที่​ยิสเรเอล เพราะ​โยรัม​กำลัง​พักฟื้น​อยู่​ที่นั่น​พอดี ใน​เวลา​นั้น​กษัตริย์​อาหัสยาห์​ของ​ยูดาห์​ได้​ลง​ไป​เยี่ยมเยียน​กษัตริย์​โยรัม

17 เมื่อ​คน​เฝ้า​ยาม​ที่​ยืน​อยู่​บน​หอคอย​ใน​ยิสเรเอล​เห็น​กองทัพ​ของ​เยฮู​กำลัง​ใกล้​เข้า​มา เขา​ร้อง​ออก​มา​ว่า “เรา​เห็น​กองทัพ​จำนวน​หนึ่ง​กำลัง​ใกล้​เข้า​มา”

กษัตริย์​โยรัม​จึง​ออก​คำสั่ง​ไป​ว่า “เตรียม​ทหาร​ม้า​ไว้​คน​หนึ่ง ส่ง​เขา​ไป​พบ​คน​เหล่านั้น​และ​ถาม​ว่า ‘พวก​ท่าน​มา​อย่าง​สันติ​หรือ​ไม่’”

18 ทหาร​ม้า​คนนั้น​ขี่​ม้า​ออก​ไป​พบ​กับ​เยฮู​และ​พูด​ว่า “กษัตริย์​สั่ง​ให้​มา​ถาม​ว่า ‘พวกท่าน​มา​อย่าง​สันติ​หรือไม่’”

เยฮู​ตอบ​ไป​ว่า “ท่าน​ต้องการ​สันติ​ไป​ทำ​อะไร มา​ติดตาม​เรา​เถิด”

คน​สังเกตการณ์​มา​รายงาน​ว่า “คน​ส่งข่าว​ไป​ถึง​พวก​เขา​แล้ว แต่​ไม่ได้​กลับ​ออก​มา”

19 กษัตริย์​จึง​ส่ง​ทหาร​ม้า​คน​ที่​สอง​ออก​ไป​อีก เมื่อ​เขา​เข้า​ไป​หา​คน​เหล่านั้น เขา​ก็​พูด​ว่า “กษัตริย์​สั่ง​ให้​มา​ถาม​ว่า ‘ท่าน​มา​อย่าง​สันติ+ 9:19 สันติ เป็น​วิธีการ​ทักทาย​เหมือน “สวัสดี” หรือ​ไม่’”

เยฮู​ตอบ​ไป​ว่า “ท่าน​ต้องการ​สันติ​ไป​ทำ​อะไร มา​ติดตาม​เรา​เถิด”

20 คน​สังเกตการณ์​กลับ​มา​รายงาน​ว่า “คน​ส่งข่าว​ไป​ถึง​คน​พวกนั้นแล้ว แต่​เขา​ก็​ไม่ได้​กลับ​ออก​มา​เหมือนกัน คนขับ​รถรบนั้น​เหมือน​กับ​เยฮู ลูกชาย​ของ​นิมชี เขา​ขับ​เหมือน​กับ​คนบ้า”

21 โยรัม​ออก​คำสั่ง​ไป​ว่า “เตรียม​รถรบ​ให้​เรา”

และ​เมื่อ​รถรบ​มา​ถึง กษัตริย์​โยรัม​ของ​อิสราเอล​และ​กษัตริย์​อาหัสยาห์​ของ​ยูดาห์​ก็​ได้​ขับ​มัน​ออกไป ทั้งสอง​คน​ต่าง​ก็​ขับ​รถรบ​ของ​ตัวเองไป เพื่อ​ไป​พบ​กับ​เยฮู พวก​เขา​มา​พบ​เยฮู​บน​ที่ดิน​ผืนหนึ่ง​ที่​เป็น​ของ​นาโบท​ชาว​ยิสเรเอล

22 เมื่อ​โยรัม​เห็น​เยฮู​ก็​ถาม​ขึ้น​ว่า “เยฮู ท่าน​มา​อย่าง​สันติ​หรือ​เปล่า”

เยฮู​ตอบ​ว่า “จะ​มี​สันติ​ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​บรรดา​รูป​เคารพ​และ​เวทมนตร์​คาถา+ 9:22 เวทมนตร์​คาถา การ​ใช้​เวทมนตร์​หรือ​พลัง​อำนาจ​ของ​ซาตาน​เพื่อ​จะ​ทำ​ใน​สิ่ง​ชั่วร้าย เหล่านั้น​ของ​แม่​ท่าน ยัง​มี​อยู่​อย่าง​เกลื่อนกลาด”

23 โยรัม​หัน​รถ​กลับ​และ​หนี​ไป เขา​ร้อง​บอก​กับ​อาหัสยาห์​ว่า “อาหัสยาห์ มัน​ทรยศ​พวกเรา”

24 แล้ว​เยฮู​ก็​โก่ง​คัน​ธนู​สุดแรงเกิด​ของ​เขา ยิง​ไป​ถูก​โยรัม​ตรง​ระหว่าง​ไหล่+ 9:24 ระหว่าง​ไหล่ หรือ​ที่​หลัง​ของ​เขา ลูกธนู​ปัก​ทะลุ​หัวใจ​ของ​โยรัม และ​เขา​ก็​ล้ม​ลง​อยู่​ใน​รถรบ​ของเขา

25 เยฮู​ได้​พูด​กับ​บิดคาร์​ที่​เป็น​เจ้าหน้าที่​ประจำ​รถรบ​ของ​โยรัม​ว่า “เอา​ตัว​เขา​ขึ้น​มา​และ​โยน​เขา​ไว้​ใน​ที่​นา​ของ​นาโบท​ชาว​ยิสเรเอล จำ​ได้​ไหม​ว่า เรา​กับ​ท่าน​เคย​ขับ​รถรบ​ร่วมกัน​ตามหลัง​อาหับ​พ่อ​ของ​โยรัม​เมื่อ​ครั้ง​ที่​พระยาห์เวห์​ทำนาย​เกี่ยวกับ​เขา​ไว้​ว่า 26 ‘พระยาห์เวห์​ประกาศ​ว่า เมื่อวานนี้ เรา​ได้​เห็น​เลือด​ของ​นาโบท​และ​เลือด​ของ​บรรดา​ลูกชาย​ของ​เขา และ​พระยาห์เวห์ ประกาศ​อีก​ว่า เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​ต้อง​ชดใช้​มัน​บน​ที่ดิน​ที่​เป็น​ของ​เขา’ ฉะนั้น​ใน​ตอนนี้ เอา​ตัว​เขา​ขึ้น​มา​และ​โยน​เขา​ไป​บน​ที่ดิน​ผืนนั้น ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์”

27 เมื่อ​กษัตริย์​อาหัสยาห์​ของ​ยูดาห์​ได้​เห็น​สิ่ง​ที่​เกิดขึ้น​แล้ว ก็​หลบหนี​ไป​บน​ถนน​ที่​ไป​สู่​เบธฮักกาน เยฮู​ไล่​ตาม​เขา​ไป​และ​ตะโกน​ว่า “ฆ่า​มัน​ด้วย”

พวกเขา​ทำ​ให้​กษัตริย์​อาหัสยาห์​ได้รับ​บาดเจ็บ​อยู่​บน​รถรบ​ของ​เขา​ใน​ระหว่าง​ทาง​ที่​จะ​ขึ้น​ไป​เมือง​กูร์​ซึ่ง​อยู่​ใกล้​กับ​เมือง​อิบเลอัม แต่​เขา​ได้​หนี​ไป​ถึง​เมกิดโด​และ​ตาย​ที่นั่น 28 บรรดา​คนรับใช้​ของ​เขา​ได้​ใช้​รถรบ​บรรทุก​ศพ​ของ​เขา​ไป​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​ฝัง​เขา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​ที่​หลุม​ฝังศพ​ของ​เขา​ใน​เมือง​ของดาวิด

29 (อาหัสยาห์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ตรง​กับ​ปี​ที่​สิบเอ็ด​ที่​โยรัม​ลูกชาย​ของ​อาหับ เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล)

ความ​ตาย​ที่​น่ากลัว​ของ​เยเซเบล

30 แล้ว​เยฮู​ก็​ไป​ที่​เมือง​ยิสเรเอล เมื่อ​เยเซเบล​ได้ยิน​เรื่องนี้​เข้า นาง​ใช้​เครื่องสำอาง​แต่ง​ที่​ตา​ของ​นาง และ​ทำ​ผม​ใหม่​และ​มอง​ออก​ไป​ที่​หน้าต่าง​บาน​หนึ่ง 31 เมื่อ​เยฮู​เข้า​มา​ที่​ประตู นาง​ถาม​ว่า “ศิมรี+ 9:31 ศิมรี ศิมรี​คือ​ผู้ชาย​คน​ที่​ได้​ฆ่า​เอลาห์​และ​ครอบครัว​ของ​บาอาชา​ใน​อิสราเอล​เมื่อ​หลาย​ปี​ก่อน ดู​ใน 1 พงศ์กษัตริย์ 16:8-12 เจ้า​มา​อย่าง​สันติ​หรือ เจ้าฆาตกร​ผู้ฆ่า​เจ้านาย​ของ​ตัวเอง”

32 เยฮู​มอง​ขึ้น​ไป​ที่​หน้าต่าง​บานนั้น และ​ร้อง​ออก​มา​ว่า “ใคร​อยู่​ฝ่าย​เรา ใคร​บ้าง”

มี​ขันที​อยู่​สองสามคน​มอง​ลง​มา​ที่เขา 33 เยฮู​จึง​พูด​ว่า “โยน​ตัว​นาง​ลง​มาสิ”

พวกเขา​จึง​โยน​นาง​ลง​มา เลือด​ของ​นาง​บาง​ส่วน​กระเด็น​ไป​ติด​กำแพง​และ​ติด​ตัว​ม้า​บาง​ตัว​ที่​เหยียบย่ำ​ลง​บน​ตัว​นาง 34 เยฮู​เข้า​ไป​ใน​บ้าน ไป​กิน​และ​ดื่ม เขา​พูด​ว่า “ดูแล​หญิง​ที่​ถูก​สาปแช่ง​คนนั้น และ​ฝัง​นางไว้ เพราะ​อย่างไร​เสีย​นาง​ก็​เป็น​ลูกสาว​ของ​กษัตริย์”

35 แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ออก​ไป​เพื่อ​ที่​จะ​ฝังศพนาง พวกเขา​ก็​ไม่​พบ​ชิ้นส่วน​ใด​ของ​นางเลย นอกจาก​หัว​กะโหลก เท้า​และ​มือ​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​นาง 36 พวกเขา​กลับ​มา​บอก​เยฮู เยฮู​จึง​บอก​ไป​ว่า “พระยาห์เวห์​ได้​พูด​ผ่าน​ทาง​เอลียาห์​ชาว​เมือง​ทิชบี​ผู้รับใช้​พระองค์​ว่า บน​ที่ดิน​ใน​เมือง​ยิสเรเอล หมา​หลาย​ตัว​จะ​มา​รุม​กิน​เนื้อ​ของ​เยเซเบล 37 ศพ​ของ​เยเซเบล​จะ​กระจัด​กระจาย​ไป​เหมือน​ขี้วัว​ทั่ว​ทุ่ง​ใน​เขตแดน​ยิสเรเอล เพื่อ​จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​บอก​ได้​ว่า ‘นี่​คือ​เยเซเบล’”

10

การฆ่าล้าง​เผ่าพันธ์​กษัตริย์​อาหับ

1 มี​ลูกชาย​ของ​อาหับ​อยู่​เจ็ดสิบ​คน​ใน​เมือง​สะมาเรีย เยฮู​จึง​เขียน​จดหมาย​หลาย​ฉบับ​ส่ง​ไป​เมือง​สะมาเรีย ไป​ถึง​พวก​ผู้นำ​ของ​เมือง​ยิสเรเอล ไป​ถึง​พวกผู้ใหญ่​และ​พวกผู้ดูแล​ลูกๆ​ของ​อาหับ เยฮู​พูด​ว่า 2 “เนื่องจาก​ว่า​พวกลูกชาย​ของ​เจ้านาย​ท่าน​ยัง​อยู่​กับ​ท่าน และ​ท่าน​ก็​ยัง​มี​พวก​รถรบ​และ​พวกม้า มี​เมือง​ที่​เป็น​ป้อม​ปราการ มี​พวก​อาวุธ ทันที​ที่​จดหมาย​ฉบับ​นี้​ถึง​มือ​ท่าน 3 ให้​เลือก​ลูกชาย​คน​ที่​ดี​ที่สุด​และ​ที่​เหมาะ​สม​ที่สุด​ใน​บรรดา​ลูกชาย​ทั้งหมด​ของ​เจ้านาย​ท่าน และ​ให้​เขา​ขึ้น​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​พ่อ​ของ​เขา และ​ให้​ต่อสู้​เพื่อ​ครอบครัว​ของ​เจ้านาย​ท่านสิ”

4 แต่​พวกเขา​กลัว​สุดขีด​และ​พูด​กัน​ว่า “ดูสิ ขนาด​กษัตริย์​สอง​องค์​ยัง​ไม่​สามารถ​ต่อต้าน​เขา​ได้เลย แล้ว​พวกเรา​จะ​ไป​หยุด​เขา​ได้​ยังไง”

5 ดังนั้น ผู้ดูแลวัง ผู้ว่าการเมือง บรรดา​ผู้ใหญ่​ทั้งหลาย​และ​ผู้ดูแล​ลูกๆ​ของ​อาหับ​จึง​ได้​ส่ง​คน​ไป​บอก​เยฮู​ว่า “พวก​ข้าพเจ้า​คือ​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​และ​พวก​ข้าพเจ้า​จะ​ทำ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ตาม​ที่​ท่าน​พูด พวก​ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​แต่งตั้ง​ใคร​เป็น​กษัตริย์​ทั้งสิ้น ท่าน​เห็น​ว่า​อะไร​ดี​ก็​ทำเถิด”

6 แล้ว​เยฮู​ก็​เขียน​จดหมาย​ฉบับ​ที่​สอง​ถึง​พวกเขา​ว่า “ถ้า​พวกท่าน​อยู่​ฝ่าย​เรา และ​เชื่อฟัง​เรา วัน​พรุ่งนี้ เวลานี้ ให้​เอา​หัว+ 10:6 หัว หรือ​อาจ​จะ​แปล​ได้​ว่า “พวก​หัวหน้า” แต่​คน​ใน​เมือง​เข้า​ใจ​ว่า​เป็น “หัว” จึง​ตัด​หัว​มา​ให้ ของ​พวกลูกชาย​เจ้านาย​ท่าน​มา​ให้​กับ​เรา​ใน​เมือง​ยิสเรเอล”

ใน​เวลานั้น พวกเจ้าชาย​ทั้งเจ็ดสิบ​องค์​ได้​อยู่​กับ​พวกผู้นำ​ของ​เมือง​ที่​มี​หน้าที่​ดูแล​พวกเขา​อยู่ 7 เมื่อ​จดหมาย​ฉบับนี้​มา​ถึง คน​เหล่านี้​ก็​จับ​ตัว​พวก​เจ้าชาย​เหล่านั้น​มา​ฆ่าทิ้ง​หมด​ทั้ง​เจ็ดสิบ​องค์ พวกเขา​เอา​หัว​ของ​เจ้าชาย​เหล่านั้น​ใส่​ไว้​ใน​ตะกร้า​และ​ส่ง​ไป​ให้​กับ​เยฮู​ใน​เมือง​ยิสเรเอล 8 เมื่อ​คน​ส่งข่าว​มา​ถึง เขา​ได้​บอก​กับ​เยฮู​ว่า “พวกเขา​ได้​นำ​หัว​ของ​เจ้าชาย​เหล่านั้น​มา​แล้ว”

เย​ฮู​จึง​สั่ง​ไป​ว่า “เอา​หัว​เหล่านั้น​กองไว้​เป็น​สอง​กอง​ที่​ทางเข้า​ประตู​เมือง​จน​กว่า​จะเช้า”

9 เช้า​วัน​ต่อมา เยฮู​ได้​ออก​ไป​ข้างนอก เขา​ไป​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ประชาชน​ทั้งหมด​และ​พูด​ว่า “พวกเจ้า​ไร้​ความผิด เป็น​เราเอง​ที่​ได้​กบฏ​ต่อ​เจ้านาย​ของ​เรา​และ​ฆ่า​เขา​เสีย แต่​ใคร​ล่ะ​ที่​ฆ่า​คน​เหล่านี้ 10 รู้​ไว้​เถิด​ว่า คำพูด​ทุกคำ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​ต่อต้าน​ครอบครัว​ของ​อาหับนั้น จะ​ต้อง​เป็น​จริง​ทุกคำ พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​พระองค์​ได้​พูดไว้​ผ่านทาง​เอลียาห์​ผู้รับใช้​พระองค์”

11 เยฮู​ก็เลย​ฆ่า​ทุกคน​ใน​ครอบครัว​ของ​อาหับ​ที่​ยัง​เหลืออยู่​ใน​เมือง​ยิสเรเอล​จน​หมด รวมทั้ง​พวกผู้นำ​ของ​เขา รวมทั้ง​เพื่อน​สนิท​และ​พวก​นักบวช​ของ​เขา ไม่​เหลือ​ใคร​สักคนเลย

12 แล้ว​เยฮู​ก็​ออก​เดินทาง​ไป​ที่​เมือง​สะมาเรีย ถึง​ที่​เบธเอเขด​ซึ่ง​เป็น​ค่าย​ของ​พวก​คน​เลี้ยงแกะ 13 เขา​พบ​กับ​ญาติๆ​ของ​กษัตริย์​อาหัสยาห์​แห่ง​ยูดาห์ และ​ได้​ถาม​พวกเขา​ว่า “พวกเจ้า​เป็น​ใครกัน”

พวกเขา​ตอบ​ว่า “พวกเรา​เป็น​ญาติ​ของ​อาหัสยาห์ และ​พวกเรา​ได้​ลง​มา​ที่นี่​เพื่อ​เยี่ยมเยียน​ครอบครัว​ของ​กษัตริย์​และ​ครอบครัว​ของ​แม่กษัตริย์”

14 เยฮู​สั่ง​ว่า “จับ​พวกมัน​ทั้ง​เป็น” พวกเขา​จึง​ได้​จับตัว​คน​เหล่านั้นไว้​และ​นำ​ตัว​ไป​ฆ่า​ที่​ข้าง​บ่อเก็บน้ำ​ของ​เบธเอเขด รวม​ทั้งหมด​สี่สิบสอง​คน เขา​ไม่​ไว้​ชีวิต​สัก​คนเลย

เยฮู​พบ​กับ​เยโฮนาดับ

15 หลังจาก​ที่​เยฮู​ออก​จาก​ที่นั่น เขา​ได้​พบ​กับ​เยโฮนาดับ​ลูกชาย​ของ​เรคาบ​ซึ่ง​กำลัง​มาหาเขา เยฮู​ทักทาย​เยโฮนาดับ และ​พูด​ว่า “เจ้า​เป็น​เพื่อน​ที่​ซื่อตรง​ต่อ​เรา เหมือน​กับ​ที่​เรา​ซื่อตรง​ต่อ​เจ้า​หรือ​เปล่า”+ 10:15 เจ้า​เป็น​เพื่อน … หรือ​เปล่า แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “จิตใจ​ของ​เจ้า​ซื่อตรง​กับ​เรา เหมือน​กับ​ที่​จิตใจ​ของ​เรา​มี​ต่อ​เจ้า​หรือ​เปล่า”

เยโฮนาดับ​ตอบ​ว่า “ซื่อตรงสิ”

เยฮู​พูด​อีก​ว่า “ถ้า​เป็น​อย่างนั้น ให้​เรา​จับ​มือ​สัญญากัน”

เยโฮนาดับ​จึง​ยื่น​มือให้ แล้ว​เยฮู​ก็​ให้​เขา​ขึ้น​มา​บน​รถรบ

16 เยฮู​พูด​ว่า “ไป​กับ​เรา​และ​ไป​ดู​ความ​ร้อนรน​ของ​เรา​ที่​มี​ต่อ​พระยาห์เวห์เถิด”

แล้ว​เขา​ก็​พา​เยโฮนาดับ​ไป​กับ​รถรบ​ของ​เขาด้วย 17 เมื่อ​เยฮู​มา​ถึง​เมือง​สะมาเรีย เขา​ได้​ฆ่า​ทุกคน​ใน​ครอบครัว​ของ​อาหับ​ที่​ยัง​เหลือ​อยู่ จน​หมดเกลี้ยง ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​ได้​พูด​ไว้​กับ​เอลียาห์

เยฮู​ฆ่า​คน​ที่​นมัสการ​พระ​บาอัล

18 แล้ว​เยฮู​เรียก​ประชาชน​ทั้งหมด​มา​รวมตัวกัน​และ​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “อาหับ​รับใช้​พระ​บาอัล​แต่​เพียง​เล็กน้อย แต่​เยฮู​จะ​รับใช้​พระ​บาอัล​ให้​มากกว่า​นั้นอีก 19 ตอนนี้ เรียก​ตัว​พวกผู้พูดแทน​พระ​บาอัล​ทั้งหมด รวมทั้ง​ผู้นมัสการ​และ​นักบวช​ของ​พระ​บาอัล​ทั้งหมด​มา ดู​ให้​ดี​อย่า​ให้​ขาด​ใคร​แม้แต่​คนเดียว เพราะ​เรา​กำลัง​จะ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ที่​ยิ่งใหญ่​ให้​กับ​พระ​บาอัล ใคร​ที่​ไม่​มา​ร่วม​งาน​จะ​ต้องตาย”

แต่​เยฮู​กำลัง​หลอก​พวกเขา​เพื่อ​ที่​จะ​ได้​ทำลาย​พวก​ที่​บูชา​พระ​บาอัล​ให้หมด 20 เยฮู​สั่ง​ว่า “ให้​จัด​ประชุม​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ให้​กับ​พระ​บาอัล” พวกเขา​จึง​ได้​ประกาศ​ออกไป 21 แล้ว​เยฮู​ก็ประกาศ​ไป​ทั่ว​อิสราเอล และ​พวก​ที่​บูชา​พระ​บาอัล​ทั้งหมด​ก็​มา ไม่​ขาด​ใคร​เลย​แม้แต่​คนเดียว พวกเขา​ได้​ชุมนุมกัน​อยู่​ใน​วิหาร ของ​พระ​บาอัล​จนกระทั่ง​วิหาร​มี​คน​เต็มไปหมด​ทุกด้าน

22 เยฮู​ก็​พูด​กับ​คน​ดูแล​เรื่อง​เสื้อผ้า​ว่า “หา​เสื้อ​มา​ให้​กับ​ผู้ที่​บูชา​พระ​บาอัล​ทั้งหมด” เขา​ก็​เอา​ชุดเหล่านั้น​ออก​มา​ให้​พวกนั้น

23 แล้ว​เยฮู​และ​เยโฮนาดับ​ลูกชาย​ของ​เรคาบ เข้า​ไป​ใน​วิหาร​ของ​พระ​บาอัล เยฮู​พูด​กับ​พวก​ที่​บูชา​พระ​บาอัล​ว่า “ดู​ให้ดี ให้​แน่ใจ​ว่า​ไม่​มี​พวก​ที่​นมัสการ​พระยาห์เวห์​อยู่​ท่ามกลาง​พวกเจ้า ให้​เหลือ​แต่​คน​ที่​บูชา​พระ​บาอัล​เท่านั้น” 24 พวกเขา​จึง​เข้า​ไป​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​และ​เครื่อง​เผา​บูชา

ขณะนั้น​เยฮู​ได้​จัด​คน​ไว้​แปดสิบ​คน​ให้​อยู่​ด้านนอก​พร้อม​กับ​สั่ง​พวกเขา​ไว้​ว่า “ถ้า​พวกเจ้า​คนหนึ่ง​คนใด​ปล่อย​ให้​ใคร​ใน​พวกนั้น​ที่​เรา​ได้​มอบไว้​ใน​มือ​ของ​พวกเจ้าแล้ว หลบหนี​ไปได้ พวกเจ้า​จะ​ต้อง​ชดใช้​ด้วย​ชีวิต​ของ​เจ้าเอง”

25 ทันที​ที่​เยฮู​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​เสร็จสิ้นลง เขา​ก็​ได้​สั่ง​พวก​ทหาร​รักษาพระองค์​และ​พวก​ผู้นำทหาร​ว่า “เข้า​ไป​ฆ่า​พวกมัน​ให้หมด อย่า​ให้​มี​ใคร​เล็ดรอด​ไปได้”

ดังนั้น​พวกเขา​จึง​เอา​ดาบ​ฆ่าฟัน​คน​เหล่านั้น เหล่า​ทหาร​รักษา​พระองค์​และ​พวก​ผู้นำ​ทหาร​ได้​โยนศพ​ออก​มา​ทิ้ง​ข้างนอก แล้วก็​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​ด้านใน+ 10:25 ห้อง​ด้านใน ตาม​ตัว​อักษร​คือ “เมือง​แห่ง​วิหาร​ของ​พระ​บาอัล” ของ​วิหาร​พระ​บาอัล​แห่งนั้น 26 พวกเขา​เอา​แท่ง​หิน​ศักดิ์สิทธิ์​ออก​มา​จาก​วิหาร​ของ​พระ​บาอัล​และ​เผา​มัน​ทิ้ง 27 นอกจาก​ได้​ทุบ​แท่ง​หิน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระ​บาอัล​จน​แตก​ละเอียดแล้ว พวกเขา​ก็​ยัง​ทำลาย​วิหาร​ของ​พระ​บาอัล​อีกด้วย และ​ใช้​สถานที่นั้น​เป็น​ส้วม​สาธารณะ​มา​จน​ถึง​ทุกวันนี้

28 แล้ว​เยฮู​ก็​ได้​ทำลาย​พวก​ที่​บูชา​พระ​บาอัล​ใน​อิสราเอล​จนหมด 29 ถึง​อย่างนั้น​ก็ตาม เขา​ก็​ไม่ได้​หันเห​ไป​จาก​บาป​ต่างๆ​ที่​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท​เคย​ทำไว้ ซึ่ง​ทำ​ให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย คือ​เยฮู​ไม่ได้​ทำลาย​รูปปั้น​ลูกวัว​ทองคำ​ที่​อยู่​ใน​เบธเอล​และดาน

พระยาห์เวห์​อวยพร​เยฮู

30 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เยฮู​ว่า “เจ้า​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​เรา​จน​สำเร็จ และ​ได้​ทำให้​ครอบครัว​ของ​อาหับ​เป็น​เหมือน​กับ​ที่​เรา​ได้​คิดไว้ เพราะ​อย่างนั้น ลูกหลาน​ของ​เจ้า​จะ​ได้​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ของ​อิสราเอล​จน​ถึง​สี่ชั่ว​คน”

31 แต่​เยฮู​ไม่​ระมัดระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​กฎ​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ไว้​ด้วย​สิ้นสุดใจ​ของ​เขา เขา​ไม่​ยอม​หันเห​ไป​จาก​บาป​ของ​เยโรโบอัม ซึ่ง​ทำ​ให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย

ฮาซาเอล​เอาชนะ​อิสราเอล​ได้

32 ใน​สมัยนั้น พระยาห์เวห์​เริ่ม​ตัด​ส่วน​ต่างๆ​ของ​อิสราเอลออก กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​อารัม​ได้​เอาชนะ​ชาว​อิสราเอล​ตาม​พรมแดน​ของ​พวกเขา 33 ตั้งแต่​ทาง​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน ดินแดน​ทั้งหมด​ของ​กิเลอาด รวมทั้ง​ดินแดน​ที่​เป็น​ของ​เผ่ากาด เผ่ารูเบน​และ​เผ่ามนัสเสห์ และ​เขา​มี​ชัย​ตั้งแต่​อาโรเออร์​ที่​อยู่​ติดกับ​ลำธาร​อารโนน​ไป​จนถึง​กิเลอาด​และบาชาน

ความ​ตาย​ของ​เยฮู

34 เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​เยฮู ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป​และ​ความ​สำเร็จ​ต่างๆ​ของเขา ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล 35 แล้ว​เยฮู​ก็​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา​และ​ถูก​ฝัง​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย และ​เยโฮอาหาส​ลูกชาย​ของเขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบต่อ​จาก​เขา 36 เยฮู​ปกครอง​อิสราเอล​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย​เป็น​เวลา​ยี่สิบแปดปี

11

นาง​อาธาลิยาห์​ฆ่า​พวกลูกๆ​ของ​กษัตริย์

(2 พศด. 22:10-12)

1 เมื่อ​นางอาธาลิยาห์​ซึ่ง​เป็น​แม่​ของ​อาหัสยาห์​เห็น​ว่า​ลูกชาย​ของนาง​ตายแล้ว นาง​ได้​ลงมือ​ฆ่า​ครอบครัว​ของ​กษัตริย์​อาหัสยาห์​ทั้งหมด

2 แต่​เยโฮเชบา​ที่​เป็น​ลูกสาว​ของ​กษัตริย์​เยโฮรัม+ 11:2 เยโฮรัม หรือ “โยรัม” ใน​ภาษา​ฮีบรู และ​เป็น​น้องสาว​ของ​อาหัสยาห์​ได้​แอบ​พา​โยอาช​ลูกชาย​ของ​อาหัสยาห์​ไป​จาก​พวกเจ้าชาย​ทั้งหลาย​ที่​กำลัง​จะ​ถูกฆ่า นาง​ได้​เอา​ตัว​โยอาช​และ​พี่เลี้ยง​ของ​เขา​ไป​ไว้​ใน​ห้อง​นอน​ห้องหนึ่ง​เพื่อ​หลบ​ซ่อนตัว​จาก​นาง​อาธาลิยาห์ โยอาช​ก็เลย​ไม่​ได้​ถูก​ฆ่า​ไป​ด้วย

3 โยอาช​ยัง​คง​หลบ​ซ่อนตัว​กับ​พี่เลี้ยง​ของ​เขา​อยู่​ในวิหาร ของ​พระยาห์เวห์​เป็น​เวลา​ถึง​หกปี​ใน​ช่วง​ที่​นาง​อาธาลิยาห์​ปกครอง​แผ่นดินนั้น

เยโฮยาดา​เจิม​โยอาช​เป็น​กษัตริย์

(2 พศด. 23:1-21)

4 ใน​ปี​ที่​เจ็ด นักบวช​เยโฮยาดา​เรียก​พวก​ผู้นำ​ทหาร​ของ​ชาว​คารี+ 11:4 ชาว​คารี หรือ “ชาว​เคเรธ” เป็น​ทหาร​พิเศษ​ที่​จ้าง​มา​เพื่อ​รับใช้​กษัตริย์ และ​ทหาร​รักษา​พระองค์​มา และ​สั่ง​ให้​พวกเขา​มา​หา​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ได้​ทำ​ข้อตกลง​กับ​คนเหล่านั้น และ​ให้​พวกเขา​สาบาน​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ แล้ว​เขา​ถึง​เอา​โยอาช​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​ออกมา

5 เยโฮยาดา​สั่ง​คนเหล่านั้น​ว่า “นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พวก​ท่าน​จะ​ต้อง​ทำ หนึ่ง​ใน​สาม​ของ​พวกท่าน ที่​ต้อง​มา​อยู่​เวร​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา จะ​ต้อง​ไป​เฝ้าดู​วัง​ของ​กษัตริย์ 6 อีก​หนึ่ง​ใน​สาม​ต้อง​เฝ้าดู​อยู่​ที่​ประตู​สูร และ​อีก​หนึ่ง​ใน​สาม​ที่​เหลือ​ไป​อยู่​ที่​ประตู​ที่​อยู่​ด้านหลัง​ทหาร​รักษา​พระองค์ อย่างนี้​พวกท่าน​ก็​จะ​เฝ้าดูแล​วัง​จาก​ทุกด้าน 7 ส่วน​พวกท่าน​สอง​กลุ่ม​ที่​ไม่​ต้อง​อยู่​เวร​ใน​วันหยุดทางศาสนา จะ​ต้อง​มา​คอยเฝ้า​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ปกป้อง​กษัตริย์ 8 พวก​ท่าน​จะ​ต้อง​ล้อมรอบ​กษัตริย์​ไว้ ให้​แต่​ละ​คน​ถือ​อาวุธ​พร้อมมือ ใครก็ตาม​ที่​เข้า​มา​ใกล้​กษัตริย์​ต้อง​ถูก​ฆ่า ให้​อยู่​กับ​กษัตริย์​ไม่​ว่า​เขา​จะ​ไป​ที่ไหน​ก็ตาม”

9 พวก​ผู้นำ​เหล่าทัพ​ได้​ทำ​ตาม​ที่​เยโฮยาดา​นักบวช​ได้​สั่ง​ไว้ แต่ละคน​ได้​นำ​ทหาร​ของ​เขา​มา ทั้ง​ที่​อยู่​เวร​ใน​วัน​หยุด​ทาง​ศาสนา และ​คน​ที่​ไม่​ได้​อยู่​เวร พวกเขา​ได้​พา​กัน​มา​หา​นักบวช​เยโฮยาดา 10 แล้ว​เขา​ก็​ได้​แจก​พวก​หอก​และ​โล่​ให้​กับ​พวก​ผู้นำ​เหล่าทัพนั้น มัน​เป็น​หอก​และ​โล่​ของ​กษัตริย์​ดาวิด​ที่​เก็บ​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​นั่นเอง 11 เหล่า​ทหาร​รักษา​พระองค์​ทุกคน​ถือ​อาวุธ​พร้อม​มือ ประจำที่​ของ​ตน​รอบๆ​วิหาร จาก​ด้านใต้​จด​ด้านเหนือ พวกเขา​ยืน​อยู่​รอบ​แท่นบูชา​และ​วิหาร รวมทั้ง​ยืน​อยู่​รอบ​ตัว​กษัตริย์ด้วย 12 เยโฮยาดา​ได้​พา​โยอาช​ที่​เป็น​ลูกชาย​กษัตริย์​ออกมา​และ​สวม​มงกุฎ​ให้​กับ​เขา และ​ได้​มอบ​สำเนา​ข้อตกลง+ 11:12 ข้อตกลง เป็น​ข้อตกลง​ระหว่าง​กษัตริย์​กับ​พระเจ้า น่า​จะ​หมายถึง​สัญญา​ที่​กษัตริย์​ได้​เคย​ทำ​ไว้​ว่า​จะ​รับใช้​พระเจ้า ดู​บท​ที่ 17 และ 1 ซามูเอล 10:25​ที่​พระเจ้า​ได้​ทำ​กับ​คน​ของ​พระองค์​ให้​กับ​เขา พวกเขา​ได้​เจิม​โยอาช​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​และ​พวกเขา​ก็​ตบ​มือ​โห่​ร้อง​ว่า “กษัตริย์​จงเจริญ”

13 เมื่อ​นาง​อาธาลิยาห์​ได้ยิน​เสียง​อึกทึก​ที่​เหล่า​ทหาร​รักษา​พระองค์​และ​ประชาชน​ตะโกน นาง​ออก​มา​หา​ประชาชน​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ 14 นาง​มอง​ไป​และ​เห็น​กษัตริย์​ยืน​อยู่​ข้าง​เสา​ตาม​ประเพณี มี​พวก​ผู้นำ​เหล่าทัพ​และ​คน​เป่า​แตร​อยู่​ที่​ด้านข้าง​ของ​กษัตริย์ และ​ประชาชน​ทั้งหมด​ใน​แผ่นดิน​ต่าง​ก็​ร่าเริง​ยินดี​และ​เป่า​เขาสัตว์กัน นาง​อาธาลิยาห์​ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ของนาง​และ​ร้อง​ตะโกน​ว่า “กบฏ กบฏ”

15 นักบวช​เยโฮยาดา​สั่ง​พวกผู้นำ​เหล่าทัพ​ที่​ได้​ตั้ง​ให้​ดูแล​กองทัพ​ว่า “นำ​นาง​ออก​มา​จาก​ท่ามกลาง​กองทหาร และ​ฆ่า​ทุกคน​ที่​ติดตาม​นาง” เพราะ​นักบวช​พูด​ว่า “อย่า​ฆ่า​นาง​ภาย​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​แห่งนี้”

16 พวกเขา​จับ​ตัว​นาง​ไว้ได้ ใน​ขณะ​ที่​นาง​กำลัง​จะ​เข้า​ไป​ใน​วัง​ทาง​ประตู​ม้า และ​นาง​ก็​ถูก​ฆ่า​ตาย​ที่นั่น

17 แล้ว​เยโฮยาดา​ก็​ได้​ทำ​ข้อตกลง​ระหว่าง​พระยาห์เวห์​กับ​กษัตริย์​และ​ประชาชน ว่า​พวกเขา​จะ​เป็น​ประชาชน​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ยัง​ได้​ทำ​ข้อตกลง​ระหว่าง​กษัตริย์​กับ​ประชาชน​อีกด้วย

18 ประชาชน​ทั้งหมด​ใน​แผ่นดินนั้น​ได้​ไป​ที่​วิหาร​ของ​พระ​บาอัล​และ​รื้อ​มัน​ทิ้งไป พวกเขา​ทุบ​พวก​แท่นบูชา​และ​รูปเคารพ​ทั้งหมด​จน​แตก​เป็น​ชิ้นๆ​และ​ฆ่า​มัทธาน​ที่​เป็น​นักบวช​ของ​พระ​บาอัล​ที่​หน้า​แท่นบูชา​เหล่านั้น

แล้ว​นักบวช​เยโฮยาดา​ก็​ให้​ทหารยาม​อยู่​เฝ้า​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ 19 เขา​กับ​พวก​ผู้นำ​เหล่าทัพ คน​คารี และ​ทหาร​รักษา​พระองค์ รวมทั้ง​ประชาชน​ทั้งหมด​ของ​แผ่นดิน ได้​พา​กษัตริย์​ลง​มา​จาก​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ และ​เข้าไป​ใน​วัง ผ่าน​ทาง​ประตู​สำหรับ​ทหาร​รักษา​พระองค์ แล้ว​กษัตริย์​ก็​ขึ้น​ไป​นั่ง​บนบัลลังก์ 20 และ​ประชาชน​ทั้งหมด​บน​แผ่นดินนั้น​ต่าง​ก็​เฉลิม​ฉลอง​รื่นเริงกัน และ​บ้านเมือง​ก็​สงบสุข เพราะ​นาง​อาธาลิยาห์​ถูก​ฆ่า​ด้วย​ดาบ​แล้ว​ภายในวัง

21 โยอาช​มี​อายุ​เจ็ด​ปี​เมื่อ​เขา​ขึ้น​ครองราชย์

12

โยอาช​เริ่ม​ปกครอง

(2 พศด. 24:1-16)

1 โยอาช​ขึ้น​ครองราชย์ ตรง​กับ​ปี​ที่​เจ็ด​ที่​เยฮู​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล โยอาช​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​สี่สิบ​ปี แม่​ของ​เขา​ชื่อ​ศิบียาห์ นาง​มา​จาก​เมือง​เบเออร์เชบา 2 โยอาช​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​ตลอด​ชีวิต​ของเขา เขา​ทำตาม​ที่​นักบวช​เยโฮยาดา​ได้​สั่งสอน​เขาไว้ 3 แต่​สถาน​นมัสการ​ต่างๆ​ก็​ยัง​ไม่ได้​ถูกรื้อทิ้ง ประชาชน​ยัง​คง​ไป​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​และ​เผา​เครื่อง​หอม​ที่นั่น​เหมือนเดิม

โยอาช​สั่ง​ให้​ซ่อมแซม​วิหาร

(2 พศด. 24:1-14)

4 โยอาช​พูด​กับ​พวกนักบวช​ว่า “เงิน​ทั้งหมด​ที่​คน​เอา​เข้า​มา​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ เพื่อ​ถวาย​เป็น​ของขวัญ​ศักดิ์สิทธิ์ เช่น เงิน​ที่​กำหนด​ให้​จ่าย​ตาม​ราย​บุคคล เงิน​ที่​ได้​มา​จาก​การ​แก้บน เงิน​ที่​คน​เอา​มา​ถวาย​ด้วย​ความ​สมัครใจ​ให้​กับ​วิหาร​แห่งนี้ 5 ให้​นักบวช​แต่​ละ​คน​รับ​เงิน​เหล่านั้น​มา​จาก​คน​ที่​พวกเขา​ให้​บริการนั้น และ​ให้​ใช้​เงิน​เหล่านั้น​ใน​การ​ซ่อมแซม​จุด​ต่างๆ​ใน​วิหาร​ที่​พวกเขา​เห็น​ว่า​เสียหาย”

6 แต่​จน​ถึง​ปี​ที่​ยี่สิบ​สาม​ของ​กษัตริย์​โยอาช พวกนักบวช​ก็​ยัง​ไม่​ได้​ซ่อมแซม​วิหารนั้น 7 กษัตริย์​โยอาช​จึง​ได้​เรียก​ตัว​นักบวช​เยโฮยาดา​และ​นักบวช​คน​อื่นๆ​เข้า​มา​และ​ถาม​พวกเขา​ว่า “ทำไม​พวกท่าน​ถึง​ยัง​ไม่ได้​ซ่อมแซม​วิหาร พวกท่าน​หยุด​รับ​เงิน​จาก​คน​ที่​พวกท่าน​ให้​บริการ​ได้แล้ว ให้​มอบ​เงินนั้น​ให้​กับ​คนอื่น​ซ่อมแซม​วิหาร​ได้แล้ว”

8 พวก​นักบวช​ต่าง​เห็น​ด้วย​ที่​จะ​ไม่​เก็บ​เงิน​จาก​ประชาชนอีก และ​ตัดสินใจ​ที่​จะ​ไม่​ซ่อมแซม​วิหาร​เองด้วย 9 นักบวช​เยโฮยาดา​เอา​หีบ​ใส่​เงิน​ใบ​หนึ่ง​เจาะ​รู​ไว้​บน​ฝา​ของมัน แล้วนำ​ไป​วางไว้​ที่​ด้านข้าง​ทางขวา​ของ​แท่นบูชา หีบนี้​อยู่​ใกล้​ประตู​ทางเข้า​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ นักบวช​บางคน​ที่​เฝ้า​อยู่​ที่​ประตู​ทางเข้า+ 12:9 ทางเข้า หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้ “ธรณี​ประตู” ได้​เอา​เงิน​ที่​คน​เอา​มา​ถวาย​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ ใส่​ไว้​ใน​หีบ​ใบนั้น

10 เมื่อไหร่​ก็ตาม​ที่​พวกเขา​เห็น​ว่า​มี​เงิน​อยู่​ใน​หีบ​ใบนั้น​มาก​แล้ว เลขา​ของ​กษัตริย์​และ​นักบวช​ชั้นสูงสุด ก็​จะ​มา​นับ​เงินนั้น​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ใส่​ไว้​ใน​ถุง​หลายใบ 11 เมื่อ​มี​จำนวน​เงิน​มากแล้ว พวกเขา​ก็​เอา​เงินนั้น​ไป​ให้​กับ​ผู้ควบคุม​งาน​ใน​วิหาร​แห่งนั้น พวกนี้​ก็​จะ​ได้​เอา​เงินนี้​ไป​จ่าย​ให้​กับ​คนงาน​ที่​ทำงาน​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ เช่น ช่างไม้ ช่างก่อสร้าง 12 ช่างอิฐ และ​คน​ตัดหิน พวกเขา​เอา​เงินนั้น​ไป​ซื้อ​ไม้​และ​หิน​ที่​ตัดแต่ง​แล้ว​มา​เพื่อ​ใช้​ใน​การ​ซ่อมแซม​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ รวมทั้ง​ค่า​ใช้จ่าย​อื่นๆ​ที่​จำเป็น​ใน​การ​ซ่อมแซม​วิหาร

13 เงิน​ที่​ได้​มานี้ นักบวช​ไม่​สามารถ​นำ​ไป​ใช้​ใน​การทำ​อ่าง​เงิน กรรไกร​ตัดไส้ตะเกียง ชาม​สำหรับ​ประพรม แตร​เขาสัตว์ หรือ​ข้าวของ​เครื่องใช้​ที่​ทำ​ขึ้น​จาก​ทองคำ​หรือ​เงิน​สำหรับ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ 14 แต่​เขา​จ่าย​เงินนั้น​สำหรับ​พวก​คนงาน​ที่​ต้อง​ใช้​เงิน​ใน​การ​ซ่อมแซม​วิหาร 15 พวก​ที่​ให้​เงินนี้ ไม่​ได้​ขอ​ให้​คน​งาน​ทำ​บัญชี​ค่าใช้จ่าย เพราะ​พวก​คนงาน​เหล่านี้​ล้วน​ไว้ใจได้

16 เงิน​ที่​ได้​จาก​เครื่อง​บูชา​ชำระ​ล้าง​และ​เครื่อง​บูชา​ตอบแทน ไม่​ได้​เอา​มา​เก็บ​ไว้​ใน​วิหาร​เพราะ​มัน​เป็น​ของ​พวกนักบวช

โยอาช​ยอม​สละ​ของมีค่า​ให้​ฮาซาเอล

17 ใน​เวลานั้น กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​อารัม​ได้​ขึ้น​มา​โจมตี​เมือง​กัท​และ​ยึด​เมือง​ไว้ได้ แล้ว​เขา​ก็​ตั้งใจ​ที่​จะ​ขึ้น​มา​โจมตี​เมือง​เยรูซาเล็ม

18 แต่​กษัตริย์​โยอาช+ 12:18 โยอาช หรือ “เยโฮอาช” ซึ่ง​เป็น​ชื่อ​เต็ม​ของ​โยอาช ของ​ยูดาห์​ได้​เอา​ของ​ทั้งหมด​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​คือ​เยโฮชาฟัท เยโฮรัม​และ​อาหัสยาห์ ที่​เคย​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ได้​อุทิศ​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ รวมทั้ง​ของ​ที่​ตัว​ท่าน​เอง​ได้​อุทิศ​ไว้​ด้วย ตลอดจน​ทองคำ​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ใน​คลัง​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ใน​วัง​ของ​กษัตริย์ด้วย เขา​เอา​ของมีค่า​ทั้งหมดนี้​ส่ง​ไป​ให้​กับ​กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​ชาว​อารัม แล้ว​ฮาซาเอล​ก็​ได้​ถอยทัพ​ไป​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม

โยอาช​ตาย

(2 พศด. 24:23-27)

19 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​สมัย​ของ​โยอาช​และ​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป​ทั้งหมด ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​ยูดาห์

20 พวก​ข้าราชการ​ของ​โยอาช ได้​รวมหัว​กัน​วางแผน​กบฏ​และ​ฆ่า​เขา​ที่​เบธมิลโล บน​ทาง​ที่​จะ​ลง​ไป​สิลลา 21 พวก​ข้าราชการ​ที่​ได้​ฆ่า​เขา​ก็​คือ​โยซาคาร์​ลูกชาย​ของ​ชิเมอัท​และ​เยโฮซาบาด​ลูกชาย​ของ​โชเมอร์

เขา​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา​ใน​เมือง​ของ​ดาวิด และ​อามาซิยาห์​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

13

เยโฮอาหาส​ปกครอง​อิสราเอล

1 เยโฮอาหาส​ลูกชาย​ของ​เยฮู​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ใน​เมือง​สะมาเรีย ตรงกับ​ปี​ที่​ยี่สิบ​สาม ที่​กษัตริย์​โยอาช​ปกครอง​ยูดาห์ โยอาช​เป็น​ลูกชาย​ของ​อาหัสยาห์ เยโฮอาหาส​ครองราชย์​อยู่​สิบเจ็ด​ปี

2 เยโฮอาหาส​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ทำ​บาป​ตาม​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท ซึ่ง​ทำ​ให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย เยโฮอาหาส​ไม่​ยอม​หัน​ไป​จาก​บาป​เหล่านั้น 3 ดังนั้น ความโกรธ​ของ​พระยาห์เวห์​จึง​ลุก​เป็น​ไฟ​ขึ้น​ต่ออิสราเอล และ​พระองค์​ทำให้​พวกเขา​ต้อง​ตก​อยู่​ใต้​อำนาจ​ของ​กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​ชาว​อารัม​และ​ของ​เบนฮาดัด​ลูกชาย​ของเขา​อยู่เรื่อยๆ

พระยาห์เวห์​เมตตา​ชาว​อิสราเอล

4 แล้ว​เยโฮอาหาส​ก็​อ้อนวอน​ให้​พระยาห์เวห์​ช่วย และ​พระยาห์เวห์​ฟัง​เขา เพราะ​พระองค์​เห็น​แล้ว​ว่า​กษัตริย์​ของ​ชาวอารัม​ได้​กดขี่​ข่มเหง​อิสราเอล​อย่าง​รุนแรง

5 พระยาห์เวห์​ได้​ส่ง​คนหนึ่ง​มา​ช่วย​เหลือ​อิสราเอล แล้ว​อิสราเอล​ก็​หลุดพ้น​จาก​อำนาจ​ของ​อารัม แล้ว​ชาว​อิสราเอล​ก็​ได้​อาศัย​อยู่​ใน​บ้าน​เมือง​ของ​พวกเขา​อย่างเดิม

6 แต่​อย่างไร​ก็ตาม ชาว​อิสราเอล​ก็​ยัง​ไม่​ได้​เลิก​ทำ​ตาม​พวกบาป​ต่างๆ​ของ​ครอบครัว​เยโรโบอัม ซึ่ง​ทำ​ให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย พวก​อิสราเอล​ยัง​ดำเนิน​ใน​บาปนั้น และ​พวกเขา​ก็​ยัง​เก็บ​เสา​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระนาง​อาเชราห์​ไว้​ใน​เมือง​สะมาเรีย​เหมือนเดิม

7 ใน​กองทัพ​ของ​เยโฮอาหาส​ไม่​มี​อะไร​หลงเหลือ​อยู่เลย นอกจาก​ทหาร​ม้า​ห้าสิบ​คน รถรบ​สิบ​คัน​และ​ทหาร​เดิน​เท้า​หนึ่งหมื่น​คน เพราะ​กษัตริย์​ของ​อารัม​ได้​ทำลาย​พวกเขา​ไป​อย่าง​กับ​แกลบ​ที่​ลอย​ไป​ตาม​ลม​ตอน​ฝัดร่อนข้าว

8 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​สมัย​ของ​เยโฮอาหาส สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป​ทั้งหมด​และ​ความ​สำเร็จ​ของเขา ได้​จดบันทึกไว้แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล 9 แล้ว​เยโฮอาหาส​ก็ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​และ​ถูก​ฝัง​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย และ​เยโฮอาช​ลูกชาย​ของเขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

เยโฮอาช​ปกครอง​อิสราเอล

10 เยโฮอาช​ลูกชาย​ของ​เยโฮอาหาส​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ใน​เมือง​สะมาเรีย ตรงกับ​ปี​ที่​สามสิบเจ็ด​ที่​กษัตริย์​โยอาช​ปกครอง​ยูดาห์ และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​สิบหกปี 11 เยโฮอาช​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ไม่​ยอม​หัน​ออก​จาก​บาป​ทั้งสิ้น​ที่​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัททำ ซึ่ง​ทำ​ให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย เยโฮอาช​ยัง​คง​ใช้​ชีวิต​อยู่​ใน​บาป​เหล่านั้น 12 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​เยโฮอาช ทุกอย่าง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป และ​ความสำเร็จ​ของเขา รวมทั้ง​สงคราม​ระหว่าง​เขา​กับ​กษัตริย์​อามาซิยาห์​ของ​ยูดาห์นั้น ได้​จดบันทึกไว้แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล 13 แล้วเยโฮอาช​ก็​ได้​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา​และ​เยโรโบอัม​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา ศพ​ของ​เยโฮอาช​ถูกฝัง​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย​กับ​พวก​กษัตริย์​แห่งอิสราเอล

เอลีชา​ตาย

14 เมื่อ​เอลีชา​ล้มป่วย​ไม่สบาย จน​ทำให้​เขา​ตาย​ใน​ที่​สุด กษัตริย์​เยโฮอาช​ของ​อิสราเอล​ได้​ลง​ไป​เยี่ยมเยียน​เขา​และ​กษัตริย์​ก็​ร้องไห้​ต่อหน้าเขา กษัตริย์​ได้​ร่ำร้อง​ไป​ว่า “ท่านพ่อ ท่านพ่อ ท่าน​เป็น​พวก​รถรบ​และ​พวก​ทหาร​ม้า​ของ​อิสราเอล”+ 13:14 ท่าน​เป็น … อิสราเอล หรือ​อาจ​จะ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “พวก​รถรบ​และ​พวก​ทหาร​ม้า​ของ​อิสราเอล​จะ​มา​รับ​ท่าน​แล้ว”

15 เอลีชา​พูด​ว่า “ขอ​คัน​ธนู​หนึ่ง​คัน​กับ​ลูกธนู​จำนวน​หนึ่งสิ”

และ​เขา​ก็​ทำตาม 16 เอลีชา​พูด​กับ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ว่า “จับ​คันธนู​ไว้​ใน​มือ​ของ​ท่าน” เมื่อ​กษัตริย์​ได้​จับ​มัน​ไว้​แล้ว เอลีชา​ก็​เอา​มือ​ของเขา​จับ​มือ​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​กษัตริย์ไว้ 17 เอลีชา​พูด​อีก​ว่า “เปิด​หน้าต่าง​ทาง​ทิศ​ตะวันออก” เขา​ก็​ทำ​ตามนั้น แล้ว​เอลีชา​ก็​พูด​ว่า “ยิง”

และ​เขา​ก็​ยิง​ลูกธนู​ออก​ไป เอลีชา​ก็​ได้​ประกาศ​ออก​มา​ว่า “นี่​จะ​เป็น​ลูกธนู​แห่ง​ชัยชนะ​ของ​พระยาห์เวห์ ลูกธนู​แห่ง​ชัยชนะ​เหนือ​พวกอารัม ท่าน​จะ​ทำลาย​ชาว​อารัม​ได้​อย่าง​ราบคาบ​ที่​อาเฟก”

18 แล้ว​เอลีชา​ก็​พูด​ว่า “หยิบ​ลูกธนู​พวก​นั้น​มา” แล้ว​กษัตริย์​ได้​หยิบ​ลูกธนู​เหล่านั้น​มา เอลีชา​บอก​กับ​เขา​ว่า “ตี​ลง​ไป​ที่​พื้นสิ”

เขา​ตี​ลง​ไป​ที่​พื้น​สาม​ครั้ง​แล้ว​หยุด 19 เอลีชา​คน​ของ​พระเจ้า​โกรธ​กษัตริย์ และ​พูด​ว่า “ท่าน​ควร​จะ​ตี​ห้า​หรือ​หกครั้ง แล้ว​ท่าน​จะ​ได้​ชัยชนะ​เหนือ​พวก​อารัม​และ​ได้​ทำลาย​พวกนั้น​จนหมด แต่​ตอนนี้ ท่าน​จะ​ชนะ​พวกเขา​ได้​แค่​สาม​ครั้ง​เท่านั้น”

กระดูก​เอลีชา​ทำให้​คน​ฟื้น

20 เอลีชา​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ไว้ ปกติ​แล้ว​กองโจร​ชาว​โมอับ​ชอบ​มา​ปล้น​ชาว​อิสราเอล​ใน​ช่วง​ฤดู​ใบไม้ผลิ 21 มี​อยู่​ครั้งหนึ่ง ใน​ขณะ​ที่​ชาว​อิสราเอล​กำลัง​ฝังศพ​ชาย​คนหนึ่ง​อยู่ ทันใดนั้น พวกเขา​ก็​ได้​เห็น​กองโจรมา พวกเขา​จึง​โยนศพ​ของ​ชาย​คนนั้น​ลง​ไป​ใน​หลุมศพ​ของ​เอลีชา เมื่อ​ศพนั้น​ไป​โดน​กระดูก​ของ​เอลีชา​เข้า ชาย​คนนั้น​ก็​กลับ​มี​ชีวิตขึ้น และ​ยืน​ขึ้น​มา

เยโฮอาส​ยึด​เมือง​คืน​จาก​เบนฮาดัด

22 ใน​สมัย​ของ​กษัตริย์​เยโฮอาหาส กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​ชาว​อารัม​ได้​กดขี่​ข่มเหง​อิสราเอล​ตลอดเวลา 23 แต่​พระยาห์เวห์​มี​เมตตากรุณา​ต่อ​อิสราเอล​และ​สงสาร​พวกเขา ที่​พระองค์​ห่วงใย​พวก​เขา​ก็​เป็น​เพราะ​ข้อตกลง​ที่​พระองค์​ได้​ทำไว้​กับ​อับราฮัม อิสอัค​และ​ยาโคบ จนกระทั่ง​วันนี้ พระองค์​ก็​ยัง​ไม่​ทำลาย​พวกเขา​หรือ​ล้มล้าง​พวกเขา​ให้​หมด​ไป​จาก​หน้า​ของพระองค์

24 กษัตริย์​ฮาซาเอล​ของ​ชาว​อารัม​ตายไป และ​เบนฮาดัด​ลูกชาย​ของเขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา 25 เมือง​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล​ที่​ฮาซาเอล​พ่อ​ของ​เบนฮาดัด​ยึด​ไป​ตอน​สมัย​ของ​เยโฮอาหาส ตอน​นี้​เยโฮอาส​ลูกชาย​เยโฮอาหาส​ได้​ยึด​คืนมา​จาก​เบนฮาดัด​ลูกชาย​ของ​ฮาซาเอล เยโฮอาส​ชนะ​เบนฮาดัด​สามครั้ง และ​ได้​ยึด​เอา​เมือง​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล​คืน​มาได้

14

อามาซิยาห์​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 25:1-26:2)

1 อามาซิยาห์​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​โยอาช​ของ​ยูดาห์ ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​ยูดาห์ ตรงกับ​ปี​ที่​สอง​ของ​เยโฮอาช เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​อิสราเอล เยโฮอาช​เป็น​ลูกชาย​ของ​เยโฮอาหาส 2 อามาซิยาห์​มี​อายุ​ยี่สิบห้า​ปี ตอน​ที่​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​และ​เขา​ได้​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​ยี่สิบเก้าปี แม่​ของเขา​มี​ชื่อ​ว่า เยโฮอัดดีน นาง​มา​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม 3 อามาซิยาห์​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ แต่​ไม่​เหมือน​กับ​ที่​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​เคย​ทำไว้ เขา​ทำ​ตาม​ตัว​อย่าง​ของ​โยอาช​ผู้​เป็น​พ่อ​ของ​เขา​ทุกอย่าง 4 แต่​สถาน​นมัสการ​ต่างๆ​ก็​ยัง​ไม่ได้​ถูก​รื้อทิ้ง ประชาชน​ก็​ยังคง​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​และ​เผา​เครื่อง​หอม​ที่นั่น​เหมือนเดิม

5 หลังจาก​ที่​อามาซิยาห์​ได้​ทำ​ให้​แผ่นดิน​มั่นคง​เป็น​ปึกแผ่นแล้ว เขา​ได้​สั่ง​ฆ่า​พวก​ข้าราชการ​ที่​เคย​ฆ่า​กษัตริย์​ผู้เป็นพ่อของเขา 6 แต่​เขา​ไม่​ได้​ฆ่า​พวก​ลูกชาย​ของ​คนเหล่านั้น ตาม​สิ่ง​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​บัญญัติ​ของ​โมเสส ที่​พระยาห์เวห์​สั่ง​ไว้​ว่า “อย่า​ประหาร​พ่อแม่​เพราะ​สิ่ง​ที่​ลูกๆ​เขา​ทำ และ​อย่า​ประหาร​ลูกๆ​เพราะ​สิ่ง​ที่​พ่อแม่​เขาทำ แต่​ให้​ประหาร​คน​เพราะ​บาป​ที่​คนๆ​นั้น​ทำเอง”+ 14:6 อย่า​ประหาร … นั้น​ทำเอง ดู​ใน เฉลยธรรมบัญญัติ 24:16

7 อามาซิยาห์​ได้​ฆ่า​ชาว​เอโดม​ถึง​หนึ่งหมื่น​คน​ใน​หุบเขา​เกลือ และ​ยึด​เมือง​เส-ลา​ไว้​ได้​จาก​การรบ เขา​เรียก​เมืองนั้น​ว่า โยกเธเอล ซึ่ง​เป็น​ชื่อ​ของ​มัน​มา​จนถึง​ทุกวันนี้

8 แล้ว​อามาซิยาห์​ได้​ส่ง​พวกคน​ส่งข่าว​ไป​หา​เยโฮอาช

กษัตริย์​ของ​อิสราเอล ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​เยโฮอาหาส​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​เยฮู ข้อ​ความนั้น​ท้าทาย​เยโฮอาช​ว่า “มาสิ มา​สู้กัน​ซึ่งๆ​หน้า”

9 แต่​กษัตริย์​เยโฮอาช​ของ​อิสราเอล ตอบ​กษัตริย์​อามาซิยาห์​ของ​ยูดาห์​ว่า “ต้น​หนาม​ต้นหนึ่ง​ใน​เลบานอน​ได้​ส่งข่าว​มา​ถึง​ต้นสน​ซีดาร์​ต้นหนึ่ง​ใน​เลบานอน​ว่า ‘ให้​ยก​ลูกสาว​ของ​เจ้า​ให้​แต่งงาน​กับ​ลูกชาย​ของ​เรา’ แต่​สัตว์​ป่า​ตัว​หนึ่ง​ใน​เลบานอน​ผ่าน​มา และ​ได้​เหยียบย่ำ​ต้นหนาม​ต้นนั้นไป 10 จริง​อยู่​เจ้า​ได้​ชนะ​พวกเอโดม และ​ตอนนี้​ใจ​ของ​เจ้า​ก็​พองโต ให้​พอใจ​ใน​ชัยชนะ​ของ​เจ้า​อยู่กับบ้าน​ดีกว่า จะ​หา​เรื่อง​ใส่​ตัว​ไป​ทำไม เดี๋ยว​จะ​ล้มลง​เปล่าๆ​ทั้ง​ตัวเจ้า​และ​เผ่า​ยูดาห์ด้วย”

11 แต่​อามาซิยาห์​ไม่​ยอมฟัง​คำเตือน ดังนั้น กษัตริย์​เยโฮอาช​ของ​อิสราเอล​จึง​ได้​เข้า​โจมตี​กษัตริย์​อามาซิยาห์​แห่ง​ยูดาห์​ที่​เบธเชเมช​ในยูดาห์ 12 และ​ยูดาห์​ก็​พ่ายแพ้​ต่อ​อิสราเอล และ​คน​ยูดาห์​ต่าง​ก็​หนี​กลับ​บ้าน​ของตน 13 กษัตริย์​เยโฮอาช​แห่ง​อิสราเอล​จับ​ตัว​กษัตริย์​อามาซิยาห์​แห่ง​ยูดาห์​ได้​ที่​เบธเชเมช กษัตริย์​อามาซิยาห์​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยอาช ซึ่ง​เป็น​ลูกชาย​ของ​อาหัสยาห์ แล้ว​กษัตริย์​เยโฮอาช​ก็​ได้​บุกเข้า​ไป​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​ทำลาย​กำแพง​เมือง​เยรูซาเล็ม​ทิ้งไป ตั้งแต่​ประตู​เอฟราอิม​ไป​จนถึง​ประตู​ตรง​หัว​มุม รวม​ความยาว​ได้​สี่ร้อย​ศอก 14 กษัตริย์​เยโฮอาช​เข้าไป​เอา​ทองคำ​และ​เงิน​และ​เครื่องใช้​ต่างๆ​ที่​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ที่​อยู่​ใน​คลังสมบัติ​ของ​วัง​กษัตริย์ ไป​จน​หมดสิ้น กษัตริย์​เยโฮอาช​ยัง​ได้​ต้อน​เชลย​กลับ​ไป​เมือง​สะมาเรียด้วย

15 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​เยโฮอาช สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป​และ​ความ​สำเร็จ​ของเขา รวมทั้ง​สงคราม​ระหว่าง​เขา​กับ​กษัตริย์​อามาซิยาห์​แห่ง​ยูดาห์ ได้​จดบันทึกไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล 16 แล้ว​เยโฮอาช​ก็​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา และ​ศพ​ของ​เขา​ถูก​ฝัง​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย​รวม​กับ​กษัตริย์​องค์​อื่นๆ​ของ​อิสราเอล และ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จาก​เขา

17 หลังจาก​ที่​เยโฮอาช​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​เยโฮอาหาส​แห่ง​อิสราเอล​ตาย​ไปแล้ว อามาซิยาห์​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​โยอาช​แห่ง​ยูดาห์​ก็​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​ไป​อีก​สิบห้า​ปี 18 เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​อามาซิยาห์ ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่งยูดาห์ 19 พวก​ประชาชน​ได้​กบฏ​ต่อ​กษัตริย์​อามาซิยาห์​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​กษัตริย์​ได้​หลบหนี​ไป​ถึง​เมือง​ลาคีช แต่​คนเหล่านั้น​ส่ง​คน​ไป​ตามล่า​เขา​ถึง​เมือง​ลาคีช​และ​ฆ่า​เขา​ตาย​ที่นั่น 20 ศพ​ของ​อามาซิยาห์​ถูก​นำ​กลับ​มา​ด้วย​ม้า​และ​นำ​มา​ฝัง​ไว้​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​รวมกับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​ใน​เมือง​ของดาวิด

อุสซียาห์​ปกครอง​ยูดาห์

21 แล้ว​ประชาชน​ของ​ยูดาห์​ทั้งหมด​ก็​ตั้ง​อุสซียาห์​เป็น​กษัตริย์​องค์​ใหม่​แทน​อามาซิยาห์​พ่อ​ของเขา ตอนนั้น​อุสซียาห์​มี​อายุ​สิบหกปี 22 กษัตริย์​อามาซิยาห์​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา แล้ว​กษัตริย์​อุสซียาห์​ได้​ตี​เอา​เมือง​เอลัท​กลับ​คืน​มา​ให้​กับ​ยูดาห์ และ​สร้าง​เมือง​เอลัท​ขึ้นมาใหม่

เยโรโบอัม​ที่​สอง​ปกครอง​อิสราเอล

23 เยโรโบอัม ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​เยโฮอาช​ของ​อิสราเอล​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​สะมาเรีย ตรงกับ​ปี​ที่​สิบห้า​ของ​กษัตริย์​อามาซิยาห์​แห่ง​ยูดาห์​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยอาช เยโรโบอัม​ครอง​ราชย์​อยู่​สี่สิบเอ็ดปี 24 เขา​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ไม่​ยอม​หัน​ไป​จาก​บาป​ทั้งสิ้น​ของ​เยโรโบอัม ลูกชาย​ของ​เนบัท ที่​ได้​ทำให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย 25 เยโรโบอัม​เป็น​คน​ที่​ยึด​เอา​ดินแดน​ของ​อิสราเอล​คืน​มา ตั้งแต่​เลโบฮามัท​ไป​จน​ถึง​ทะเล​อาราบาห์+ 14:25 ทะเล​อาราบาห์ ทะเล​ตาย ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ที่​ได้​พูด​ไว้​ผ่าน​ทาง​โยนาห์​ลูกชาย​ของ​อามิททัย โยนาห์​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ที่​มาจาก​กัทเฮเฟอร์ 26 พระยาห์เวห์​เห็น​ความ​เดือด​ร้อน​ที่​แสน​ขมขื่น​ของ​คน​อิสราเอล​ทุกคน ไม่ว่า​จะ​เป็น​ทาส​หรือ​คน​ที่​ไม่ใช่​ทาส แล้ว​ก็​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​พวกเขาด้วย 27 พระองค์​จึง​ช่วย​เหลือ​พวกเขา​ผ่าน​ทาง​มือ​ของ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เยโฮอาช เพราะ​พระยาห์เวห์​ไม่​เคย​พูด​ว่า พระองค์​จะ​ลบชื่อ​ของ​อิสราเอล​ออก​จาก​ใต้​ฟ้าสวรรค์

28 เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุคสมัย​ของ​เยโรโบอัม สิ่ง​ที่​เขา​ได้ทำ​ไป​ทั้งหมด และ​ความ​สำเร็จ​ด้าน​การ​ทหาร​ของเขา รวมทั้ง​การ​ที่​เขา​ได้​ตี​เอา​เมือง​ดามัสกัส​และ​เมือง​ฮามัท​ที่​เคย​เป็น​ของ​ยูดาห์​คืน​มา​ได้นั้น ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล 29 เยโรโบอัม​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​คือ​พวก​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล และ​เศคาริยาห์​ลูกชาย​ของเขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

15

อุสซียาห์​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 26:3-23)

1 อุสซียาห์+ 15:1 อุสซียาห์ ตรงนี้​ใช้​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า “อาซาริยาห์” ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​อามาซิยาห์​แห่ง​ยูดาห์​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ ตรง​กับ​ปี​ที่​ยี่สิบเจ็ด ที่​เยโรโบอัม​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล 2 อุสซียาห์​มี​อายุ​สิบหก​ปี​เมื่อ​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​เขา​ได้​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ห้าสิบสองปี แม่​ของ​เขา​มี​ชื่อ​ว่า​เยโคลียาห์ นาง​มา​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม 3 เขา​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เหมือน​กับ​ที่​อามาซิยาห์​พ่อ​ของ​เขาทำ 4 แต่​สถาน​นมัสการ​ต่างๆ​ก็​ยัง​ไม่​ได้​ถูก​รื้อทิ้ง ประชาชน​ยังคง​ไป​ถวาย​เครื่อง​สัตว​บูชา​และ​เผา​เครื่อง​หอม ที่นั่น​อยู่​เหมือนเดิม

5 พระยาห์เวห์​ทำให้​กษัตริย์​อุสซียาห์​ต้อง​ทนทุกข์​ทรมาน​จาก​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​จนถึง​วันตาย และ​อุสซียาห์​ใช้ชีวิต​อยู่​ใน​บ้าน​ที่​แยก​ออก​มา​ต่างหาก โยธาม​ลูกชาย​ของเขา ได้​ทำ​หน้าที่​ดูแล​วัง​และ​ปกครอง​ประชาชน​ใน​แผ่นดินนั้น

6 เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุคสมัย​ของ​อุสซียาห์​และ​ทุกสิ่ง​ที่​เขา​ได้ทำไป ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​ยูดาห์ 7 อุสซียาห์​ได้​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา และ​ศพ​ของเขา​ถูก​ฝัง​รวมกับ​บรรพบุรุษ​ของเขา​ใน​เมือง​ของดาวิด และ​โยธาม​ลูกชาย​ของเขา​ก็​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

เศคาริยาห์​ปกครอง​อิสราเอล

8 เศคาริยาห์​ลูกชาย​ของ​เยโรโบอัม​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ใน​เมือง​สะมาเรีย​ของ​อิสราเอล ตรงกับ​ปี​ที่​สามสิบแปด ที่​อุสซียาห์​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​ยูดาห์ เศคาริยาห์​ได้​ครองราชย์​อยู่​หก​เดือน 9 เศคาริยาห์​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​เหมือน​กับ​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​เขาทำ เขา​ไม่​ยอม​หัน​ไป​จาก​พวก​บาป​ของ​เยโรโบอัม ลูกชาย​ของ​เนบัท ที่​ทำให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย

10 ชัลลูม​ลูกชาย​ของ​ยาเบช​ได้​กบฏ​ต่อ​เศคาริยาห์ เขา​ได้​ล้ม​เศคาริยาห์​ลง​ต่อหน้า​ประชาชน และ​ฆ่าเขา แล้ว​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์แทน 11 เหตุการณ์​อื่น​ใน​ยุคสมัย​ของ​เศคาริยาห์​ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล 12 เรื่องนี้​เป็น​ไป​ตาม​คำ​สัญญา​ที่​พระยาห์เวห์​เคย​ให้​ไว้​กับ​กษัตริย์​เยฮู ที่​ว่า “ลูกหลาน​ของ​เจ้า​จะ​ได้​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​อิสราเอล​ถึง​สี่ชั่วคน”

ชัลลูม​ปกครอง​อิสราเอล

13 ชัลลูม​ลูกชาย​ของ​ยาเบช​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ ตรงกับ​ปี​ที่​สามสิบเก้า​ของ​กษัตริย์​อุสซียาห์​แห่งยูดาห์ และ​เขา​ได้​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย​เพียง​หนึ่งเดือน

14 เมนาเฮม​ลูกชาย​ของ​กาดี​ได้​มา​จาก​เมือง​ทีรซาห์​ขึ้น​ไป​ที่​เมือง​สะมาเรีย เขา​ได้​ล้ม​ชัลลูม​ลูกชาย​ของ​ยาเบช​ลง​และ​ฆ่า​เขา​ใน​สะมาเรีย และ​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์แทน

15 เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​สมัย​ของ​ชัลลูม​และ​การ​สมคบกัน​กบฏ​ที่​มี​เขา​เป็น​ผู้นำนั้น ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล

เมนาเฮม​ปกครอง​อิสราเอล

16 ใน​เวลานั้น เมนาเฮม​ที่​ออก​เดินทาง​มา​จาก​เมือง​ทีรซาห์ ได้​เข้า​โจมตี​เมือง​ทิฟสาห์​และ​ผู้คน​ที่​อยู่​ใน​เมืองนั้น รวมทั้ง​เมือง​ที่​อยู่​รอบๆ​เพราะ​คน​เหล่านั้น​ไม่​ยอม​เปิด​ประตู​เมืองให้ เขา​ปล้น​เมือง​เหล่านั้น​และ​แหวกท้อง​ของ​หญิงมีครรภ์​ทุกคน

17 เมนาเฮม​ลูกชาย​ของ​กาดี​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล ตรง​กับ​ปี​ที่​สามสิบเก้า​ที่​กษัตริย์​อุสซียาห์​ปกครอง​ยูดาห์ เขา​ได้​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย​เป็น​เวลา​สิบปี 18 เขา​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ ตลอด​เวลา​ที่​เขา​ครองราชย์อยู่ เขา​ไม่​เคย​หัน​ไป​จาก​พวก​บาป​ของ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท ที่​ทำ​ให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย

19 แล้ว​กษัตริย์​ปูล+ 15:19 ปูล หรือ​เรียก​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า “ทิกลัท-ปิเลเสอร์” แห่ง​อัสซีเรีย​ได้​มา​บุก​อิสราเอล กษัตริย์​เมนาเฮม​ได้​ให้​เงิน​สามหมื่น​สี่พัน​กิโลกรัม+ 15:19 สามหมื่น​สี่พัน​กิโลกรัม หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า หนึ่ง​พัน​ตะลันต์ แก่​กษัตริย์​ปูล เพื่อ​ให้​กษัตริย์​ปูล​สนับสนุน​เขา และ​ช่วย​ให้​เขา​กุมอำนาจ​ใน​การ​เป็น​กษัตริย์​ต่อไป 20 เมนาเฮม​ได้​เรี่ยไร​เงิน​จาก​คน​อิสราเอล​ที่​เป็น​คนรวย เขา​ให้​คนรวย​จ่าย​ภาษี​คนละ​ห้าสิบ​เชเขล+ 15:20 ห้าสิบ​เชเขล หรือ 575 กรัม แล้ว​เอา​เงินนั้น​มา​ให้​กับ​กษัตริย์​ปูล​ของ​อัสซีเรีย ดังนั้น กษัตริย์​ปูล​ของ​อัสซีเรีย​จึง​ยอม​ถอยทัพกลับ ไม่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​อิสราเอล​อีก​ต่อไป

21 เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​สมัย​ของ​เมนาเฮม และ​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ทั้งหมด ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล 22 เมนาเฮม​ได้​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา และ​เปคาหิยาห์​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

เปคาหิยาห์​ปกครอง​อิสราเอล

23 เปคาหิยาห์​ลูกชาย​ของ​เมนาเฮม​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย ตรงกับ​ปี​ที่​ห้าสิบ​ที่​กษัตริย์​อุสซียาห์​ปกครอง​ยูดาห์ เปคาหิยาห์​ได้​ครองราชย์​อยู่​สองปี 24 เปคาหิยาห์​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ไม่​ได้​หัน​ไป​จาก​พวกบาป​ทั้งหลาย​ของ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท ที่​ทำให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย

25 แม่ทัพ​คนหนึ่ง​ของ​เปคาหิยาห์ ชื่อ​เปคาห์​ลูกชาย​ของ​เรมาลิยาห์​ได้​คิด​วางแผน​กบฏ​ต่อเขา เปคาห์​ได้​รวบรวม​คน​ห้าสิบ​คน​มาจาก​กิเลอาด และ​ได้​ฆ่า​เปคาหิยาห์​พร้อม​กับ​อารโกบ​และ​อาริเอห์​ตาย​ที่​ป้อม​ของ​วัง​กษัตริย์​ที่​เมือง​สะมาเรีย ดังนั้น เปคาห์​ได้​ฆ่า​เปคาหิยาห์​และ​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์แทน

26 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุคสมัย​ของ​เปคาหิยาห์​และ​ทุกสิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำไป ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล

เปคาห์​ปกครอง​อิสราเอล

27 เปคาห์​ลูกชาย​ของ​เรมาลิยาห์​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ใน​เมือง​สะมาเรีย ตรง​กับ​ปี​ที่​ห้าสิบสอง ที่​กษัตริย์​อุสซียาห์​ปกครอง​ยูดาห์ เปคาห์​ได้​ครองราชย์​อยู่​ยี่สิบ​ปี 28 เขา​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ไม่​ได้​หัน​ไป​จาก​บาป​ทั้งหลาย​ของ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท ซึ่ง​ทำ​ให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย

29 ใน​ช่วง​ที่​กษัตริย์​เปคาห์​ปกครอง​อิสราเอล​อยู่นั้น กษัตริย์​ทิกลัท-ปิเลเสอร์+ 15:29 กษัตริย์​ทิกลัท-ปิเลเสอร์ เป็น​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย จาก​ปี 745-727 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด แห่ง​อัสซีเรีย​ได้​ลง​มา​ยึด​เมือง​อิโยน อาเบล-เบธมาอาคาห์ ยาโนอาห์ เคเดช ฮาโซร์ กิเลอาด กาลิลี รวมทั้ง​แผ่นดิน​นัฟทาลี​ทั้งหมด​และ​ได้​กวาด​ต้อน​ผู้คน​ไป​ที่​อัสซีเรีย

30 แล้ว​โฮเชยา ลูกชาย​ของ​เอลาห์​ก็​ได้​วางแผน​กบฏ​ต่อ​เปคาห์​ลูกชาย​ของ​เรมาลิยาห์ โฮเชยา​ฆ่า​เปคาห์​ตาย และ​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​แทนเขา ตรง​กับ​ปี​ที่​ยี่สิบ​ที่​โยธาม​ลูกชาย​ของ​อุสซียาห์​เป็น​กษัตริย์​ของยูดาห์

31 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุคสมัย​ของ​เปคาห์​และ​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป​ทั้งหมด ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล

โยธาม​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 27:1-9)

32 โยธาม​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​อุสซียาห์​แห่ง​ยูดาห์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ ตรงกับ​ปี​ที่​สอง​ที่​กษัตริย์​เปคาห์​ลูกชาย​ของ​เรมาลิยาห์​ปกครอง​อิสราเอล 33 โยธาม​มี​อายุ​ยี่สิบห้า​ปี ตอนที่​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​สิบหกปี แม่​ของ​เขา​มี​ชื่อ​ว่า​เยรูชา นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​ศาโดก 34 โยธาม​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เหมือน​กับ​ที่​อุสซียาห์​พ่อ​ของ​เขาทำ 35 แต่​สถาน​นมัสการ​ต่างๆ​ก็​ยัง​ไม่ได้​ถูกรื้อทิ้ง ประชาชน​ยังคง​ไป​ถวาย​เครื่องสัตวบูชา​และ​เผา​เครื่อง​หอม​ที่​นั่น​อยู่​เหมือนเดิม โยธาม​ได้สร้าง​ประตู​ชั้นบน​ของ​วิหาร ของ​พระยาห์เวห์​ขึ้น​ใหม่​อีกครั้ง 36 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุคสมัย​ของ​โยธาม และ​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำไป ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​ของยูดาห์

37 ใน​เวลานั้น พระยาห์เวห์​ได้​ส่ง​กษัตริย์​เรซีน​ของ​ชาวอารัม​และ​เปคาห์​ลูกชาย​ของ​เรมาลิยาห์​มา​สู้รบ​กับยูดาห์

38 โยธาม​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​และ​ศพ​ของ​เขา​ถูกฝัง​รวม​อยู่​กับ​พวก​บรรพบุรุษ​ของเขา​ใน​เมือง​ของดาวิด และ​อาหัส​ลูกชาย​ของเขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

16

อาหัส​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 28:1-27)

1 อาหัส​ลูกชาย​ของ​โยธาม​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ตรงกับ​ปี​ที่​สิบเจ็ด ที่​เปคาห์​ลูกชาย​ของ​เรมาลิยาห์ เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​อิสราเอล 2 ตอน​ที่​อาหัส​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์นั้น เขา​มี​อายุ​ยี่สิบ​ปี อาหัส​ครองราชย์​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม​สิบหกปี เขา​ไม่​เหมือน​กับ​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของเขา เพราะ​เขา​ไม่​ยอม​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเขา 3 อาหัส​เดินตาม​รอย​กษัตริย์​องค์​อื่นๆ​ของ​อิสราเอล ถึงขนาด​ที่​เอา​ลูกชาย​ของ​ตัวเอง​ไป​เผาไฟ​เป็น​เครื่อง​บูชา+ 16:3 เอา​ลูกชาย … เป็น​เครื่อง​บูชา แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “ให้​ลูกชาย​ของ​เขา​เข้า​ไป​ใน​กองไฟ” เลียนแบบ​การ​กระทำ​อัน​น่า​ขยะแขยง​ของ​พวก​ชนชาติ​ทั้งหลาย​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ขับไล่​ออก​ไป​จาก​แผ่นดิน​ตอน​ที่​อิสราเอล​ย้าย​เข้า​มา​อยู่ 4 อาหัส​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​และ​เผา​เครื่อง​หอม ใน​สถาน​นมัสการ​ต่างๆ​และ​ตาม​ยอดเขา​และ​ใต้​ต้นไม้​ใบ​ร่ม​ทั้งหลาย

5 แล้ว​เรซีน​กษัตริย์​ของ​ชาว​อารัม​และ​กษัตริย์​เปคาห์​แห่ง​อิสราเอล​ลูกชาย​ของ​เรมาลิยาห์ ได้​ยกทัพ​ขึ้น​มา​สู้รบ​กับ​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​ไป​ล้อม​อาหัสไว้ แต่​พวกเขา​ไม่​สามารถ​เอาชนะ​อาหัสได้ 6 ใน​เวลานั้น กษัตริย์​เรซีน​ของ​ชาว​อารัม​ได้​ยึด​เมือง​เอลัท​คืน​มา​ให้​กับ​ชาว​อารัม และ​ขับไล่​คน​ยูดาห์​ออก​ไป​จนหมด แล้ว​ชาว​เอโดม​ก็​ได้​ย้าย​เข้า​มา​ใน​เมืองเอลัท และ​ได้​อาศัย​อยู่​ที่นั่น​จนถึง​ทุกวันนี้

7 อาหัส​ส่ง​พวก​คน​ส่งข่าว​ไปหา​กษัตริย์​ทิกลัท-ปิเลเสอร์​ของ​อัสซีเรีย บอก​ว่า “เรา​เป็น​ผู้รับใช้ และ​เป็น​เหมือน​ลูก​ของท่าน ขึ้น​มา​ช่วยเหลือ​เรา​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​กษัตริย์​ของ​อารัม​และ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล ที่​มา​โจมตี​เรา​ด้วย​เถิด” 8 อาหัส​เอา​เงิน​และ​ทองคำ​ที่​มี​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ใน​คลัง​สมบัติ​ในวัง ส่ง​ไป​ให้​เป็น​ของขวัญ​แก่​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย 9 กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย​ก็​ฟัง​เขา แล้ว​ก็​ยกทัพ​ไป​โจมตี​เมือง​ดามัสกัส​และ​ยึด​เมือง​ไว้ได้ เขา​ได้​กวาด​ต้อน​เอา​คน​ที่​นั่น​ไป​ไว้​ที่​เมือง​คีร์​และ​ได้​ฆ่า​กษัตริย์เรซีน

10 แล้ว​กษัตริย์​อาหัส​ก็​ลง​ไป​ที่​เมือง​ดามัสกัส​เพื่อ​พบ​กับ​กษัตริย์​ทิกลัท-ปิเลเสอร์​ของ​อัสซีเรีย เขา​เห็น​แท่น​บูชา​แท่นหนึ่ง​ใน​เมือง​ดามัสกัส​และ​ได้​ส่ง​แบบ​จำลอง​และ​ราย​ละเอียด​ของ​แท่นบูชานั้น​ไป​ให้​กับ​นักบวช​อุรียาห์ 11 แล้ว​นักบวช​อุรียาห์​ก็​ได้​สร้าง​แท่น​บูชา​ขึ้น​แท่นหนึ่ง​เหมือน​กับ​แบบ​ที่​กษัตริย์​อาหัส​ส่ง​มา​ให้​เขา​จาก​เมือง​ดามัสกัส​ทุกอย่าง และ​สร้าง​มัน​เสร็จ​ก่อน​ที่​กษัตริย์​อาหัส​จะ​กลับมา

12 เมื่อ​กษัตริย์​อาหัส​กลับ​มา​จาก​เมือง​ดามัสกัส​และ​เห็น​แท่น​บูชานั้น เขา​เข้า​ไป​ใกล้ๆ​และ​ขึ้น​ไป​บน​แท่นบูชานั้น 13 เขา​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​บูชา​จาก​เมล็ดพืช เขา​เท​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ของ​เขา​ออก​มา​และ​สาด​เลือด​จาก​เครื่อง​สังสรรค์​บูชา​เข้าใส่​แท่นบูชานั้น

14 อาหัส​ได้​ย้าย​แท่นบูชา​ที่​ทำ​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์​ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​ตรง​หน้า​พระยาห์เวห์ ออก​ไป​จาก​ด้านหน้า​ของ​วิหาร แท่นบูชานี้​ตั้ง​อยู่​ระหว่าง​แท่น​บูชา​ใหม่​ของ​อาหัส​กับ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ อาหัส​ย้าย​แท่น​บูชา​ทอง​สัมฤทธิ์นี้​ไป​ตั้งไว้​ทางทิศเหนือ​ของ​แท่นบูชาใหม่ 15 แล้ว​กษัตริย์​อาหัส​สั่ง​นักบวช​อุรียาห์​ว่า “บน​แท่นบูชา​ขนาดใหญ่​แท่นใหม่นี้ ให้​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​ใน​ตอนเช้า​และ​เครื่อง​บูชา​จาก​เมล็ดพืช​ใน​ตอนเย็น และ​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​บูชา​จาก​เมล็ดพืช​ของ​กษัตริย์ รวมทั้ง​เครื่อง​เผา​บูชา​ของ​ประชาชน​และ​เครื่อง​บูชา​จาก​เมล็ดพืช​ของ​พวกเขา ตลอดจน​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ของ​พวกเขา​ทั้งหลาย และ​ให้​เอา​เลือด​ทั้งหมด​ของ​เครื่อง​เผา​บูชา​ทั้งหลาย​และ​เครื่อง​สัตวบูชา​ต่างๆ​สาดใส่​แท่น​บูชาใหม่นี้ ส่วน​แท่น​บูชา​ที่​ทำ​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์นั้น เรา​จะ​ใช้​ตอน​ที่​ขอ​คำแนะนำ​จาก​พระเจ้า” 16 และ​นักบวช​อุรียาห์​ก็​ทำ​ตาม​ที่​กษัตริย์​อาหัส​ได้​สั่ง​เขาไว้

17 กษัตริย์​อาหัส​ได้​ตัด​แผงกั้น​ด้านข้าง​ของ​รถเข็น​ที่​เลื่อน​ได้​เหล่านั้น​ออก​และ​ยก​พวก​อ่าง​ออก​จาก​รถเข็น​พวกนั้น เขา​ได้​เอา​ขัน​ทะเล​ออก​จาก​รูปปั้น​วัว​ทอง​สัมฤทธิ์​ที่​รอง​อยู่​ใต้​มัน และ​เอา​มัน​ไป​ตั้ง​ไว้​บน​ฐานหิน 18 เขา​ได้​รื้อ​ศาลา​วันหยุด​ทางศาสนา​ที่​เคย​สร้าง​เอา​ไว้​ใน​บริเวณ​วิหารออก และ​รื้อ​ทางเข้า​สำหรับ​กษัตริย์​ที่​อยู่​ด้านนอก​ของ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ออก เขา​ทำ​ทั้งหมดนี้​เพื่อ​ส่ง​ของ​ที่​มี​ค่า​ทั้งหมดนี้​ไป​เป็น​ส่วย​ให้​กับ​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย

19 ส่วน​เหตุการณ์​อื่น​ใน​ยุคสมัย​ของ​อาหัส​และ​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำไป ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ 20 อาหัส​ได้​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา เขา​ถูก​ฝัง​ไว้​กับ​พวก​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​ใน​เมือง​ของดาวิด และ​เฮเซคียาห์​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

17

โฮเชยา​ปกครอง​อิสราเอล

1 โฮเชยา​ลูกชาย​ของ​เอลาห์​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ใน​เมือง​สะมาเรีย ตรงกับ​ปี​ที่​สิบสอง​ที่​กษัตริย์​อาหัส​ปกครอง​ยูดาห์ โฮเชยา​ครองราชย์​อยู่​เก้าปี 2 เขา​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ แต่​ไม่​เลวร้าย​เท่ากับ​กษัตริย์​องค์​อื่นๆ​ของ​อิสราเอล​ที่​เคยทำ​ก่อนหน้าเขา

3 กษัตริย์​แชลมาเนเสอร์+ 17:3 กษัตริย์​แชลมาเนเสอร์ เป็น​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย จาก​ประมาณ​ปี 727-722 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด​ของ​อัสซีเรีย​ได้​ขึ้น​มา​สู้รบ​กับ​กษัตริย์​โฮเชยา​และ​เอาชนะ​เขาได้ กษัตริย์​โฮเชยา​จึง​ยอม​ตก​เป็น​เมืองขึ้น​และ​ยอม​ส่งส่วย​ให้​กับ​กษัตริย์​อัสซีเรีย 4 แต่​ต่อ​มา​กษัตริย์​อัสซีเรีย พบ​ว่า​โฮเชยา​หักหลัง​เขา เพราะ​โฮเชยา​ได้​ส่ง​ทูต​ไป​หา​กษัตริย์​โส​ของ​ประเทศ​อียิปต์ และ​ไม่​ยอม​ส่ง​ส่วย​ให้​กับ​กษัตริย์​อัสซีเรีย​เหมือน​ที่​เคย​ทำ​มา​ทุกๆ​ปี แชลมาเนเสอร์​ก็เลย​จับ​ตัว​โฮเชยา​ขังไว้​ในคุก

อัสซีเรีย​ต้อน​อิสราเอล​ไป​เป็น​เชลย

5 กษัตริย์​อัสซีเรีย​ได้​บุกเข้า​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน​อิสราเอล เข้า​ไป​ถึง​เมือง​สะมาเรีย​และ​ล้อม​เมืองไว้​นาน​ถึง​สามปี 6 แล้ว​กษัตริย์​อัสซีเรีย​ก็​ยึด​เมือง​สะมาเรียไว้ได้ ใน​ปี​ที่​เก้า​ที่​โฮเชยา​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล กษัตริย์​อัสซีเรีย​กวาด​ต้อน​เอา​ชาว​อิสราเอล​ไป​ไว้​ที่​อัสซีเรีย เขา​ให้​คน​อิสราเอล​ตั้ง​รกราก​อยู่​ใน​ฮาลาห์ ใน​เมือง​โกซาน​ที่​อยู่​ติด​กับ​แม่น้ำ​ฮาโบร์​และ​ใน​เมือง​ต่างๆ​ของ​ชาวเมดัย

7 ที่​เป็น​อย่าง​นี้​ก็​เพราะ​ชาว​อิสราเอล​ทำ​บาป​ต่อ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเขา ผู้ที่​นำ​พวกเขา​ออก​มา​จาก​ประเทศ​อียิปต์ ออก​จาก​ภายใต้​อำนาจ​ของ​กษัตริย์​ฟาโรห์​แห่ง​อียิปต์ แต่​พวก​อิสราเอล​กลับ​ไป​นมัสการ​พระ​อื่นๆ 8 และ​ไป​ทำ​ตัว​ตาม​ธรรมเนียม​ประเพณี​ของ​พวก​ชนชาติ​ทั้งหลาย ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ขับไล่​ออก​ไป​ต่อหน้า​พวกเขา รวมทั้ง​ทำ​ตัว​ตาม​ธรรมเนียม​ประเพณี​ทั้งหลาย ที่​บรรดา​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ได้​นำ​เข้ามา 9 ชาว​อิสราเอล​แอบ​ทำ​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​ไม่​ถูกต้อง​และ​ขัดขืน​ต่อ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเขา พวกเขา​สร้าง​สถานที่​นมัสการ​หลาย​แห่ง​ขึ้น​สำหรับ​ตัวเอง ตาม​เมือง​ต่างๆ​ของ​พวกเขา​ตั้งแต่​เมือง​เล็กๆ​ที่​มี​แค่​หอเฝ้ายาม​ไป​จน​ถึง​เมือง​ใหญ่​ที่​มี​ป้อม​ปราการ

10 พวกเขา​จัดตั้ง​หิน​ศักดิ์สิทธิ์​และ​พวก​เสา​เจ้า​แม่​อาเชราห์​บน​เนินเขา​สูง​ทุกแห่ง​และ​ใต้​ต้นไม้​ใบ​ร่ม​ทุกต้น 11 พวกเขา​เผา​เครื่อง​หอม​บน​สถาน​นมัสการ​ทุกแห่ง​เหมือน​กับ​พวก​ชนชาติ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ขับไล่​ออก​ไป​ต่อหน้า​พวกเขา เคย​ทำ​กัน​มา​ก่อน พวก​อิสราเอล​ทำ​สิ่ง​ที่​เลวร้าย​ที่​ยั่วยุ​ให้​พระยาห์เวห์​โกรธ 12 พวกเขา​ไป​บูชา​พวก​รูป​เคารพ​ทั้งๆ​ที่​พระยาห์เวห์​เคย​พูด​เอา​ไว้​ว่า “พวกเจ้า​ต้อง​ไม่​ทำ​อย่างนั้น”

13 พระยาห์เวห์​เคย​เตือน​อิสราเอล​และ​ยูดาห์ ผ่าน​ทาง​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​และ​พวก​ผู้ที่เห็นมิมิต​ทุกคน​ว่า “ให้​หัน​ไป​จาก​ทาง​ที่​ชั่วร้าย​ทั้งหลาย​ของ​เจ้า และ​รักษา​คำสั่ง​ต่างๆ​และ​กฎทั้งหลาย​ของเรา ให้​ทำตาม​กฎ​ทั้งหมด​ที่​เรา​ได้​สั่ง​ให้​บรรพบุรุษ​ของเจ้า​เชื่อฟัง ที่​เรา​ได้​ส่ง​ให้​กับ​เจ้า​ผ่าน​มา​ทาง​พวก​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​ที่​เป็น​ผู้รับใช้​ของเรา”

14 แต่​พวกเขา​ไม่​ยอมฟัง​และ​ยัง​ดื้อดึง​เหมือน​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา​ที่​ไม่​ยอม​ไว้วางใจ​ใน​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเขา 15 พวกเขา​ดูหมิ่น​กฎ​ต่างๆ​ของ​พระองค์​และ​ข้อตกลง​ที่​พระองค์​เคย​ทำไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา รวมทั้ง​คำเตือน​ต่าง​ที่​พระองค์​เคย​ให้​กับเขา พวกเขา​ได้​ไป​ติดตาม​พวก​รูปเคารพ​ที่​ไร้ค่า​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​ทำให้​ตัว​พวกเขา​เอง​ไร้ค่า​ไปด้วย พวกเขา​ไป​เลียนแบบ​ชนชาติ​ต่างๆ​ที่​อยู่​รอบๆ ถึงแม้​พระยาห์เวห์​จะ​เคย​สั่งไว้​แล้ว​ว่า “อย่า​ทำ​ตัว​เหมือน​กับ​ที่​พวกนั้น​ทำกัน”

16 พวกเขา​ละทิ้ง​คำสั่ง​ทั้งหลาย​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเขา และ​ได้​หล่อ​รูปเคารพ​สำหรับ​ตัว​พวกเขาเอง​เป็น​ลูกวัว​สองตัว และ​ยัง​มี​เสา​เจ้าแม่​อาเชราห์​ด้วย พวกเขา​ไป​ก้มกราบ​พวก​ดวงดาว​ทั้งหลาย​และ​ไป​บูชา​พระบาอัล 17 พวกเขา​เอา​ลูกชาย​ลูกสาว​ของ​ตัวเอง​มา​เผาไฟ​เป็น​เครื่อง​บูชายัญ+ 17:17 พวกเขา​เอา … เป็น​เครื่อง​บูชายัญ หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “ให้​ลูกชาย​ลูกสาว​ของ​ตัวเอง​ลุย​เข้า​ไป​ใน​กองไฟ” พวก​เขา​ได้​ดูหมอ ใช้​เวทมนตร์ และ​ยอม​ขายตัวเอง​เพื่อ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ ซึ่ง​ยุ​ให้​พระองค์โกรธ 18 ดังนั้น​พระยาห์เวห์​จึง​โกรธ​อิสราเอล​มาก และ​ไล่​พวกเขา​ให้พ้น​ไป​จาก​สายตา​ของ​พระองค์ เหลือ​แต่​คน​เผ่า​ยูดาห์​เท่านั้น

19 และ​แม้แต่​ยูดาห์​เอง​ก็​ไม่​ยอม​รักษา​คำสั่ง​ต่างๆ​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเขา พวกเขา​ได้​ไป​ทำตาม​ธรรมเนียม​ประเพณี​ที่​อิสราเอล​นำเข้ามา

20 พระยาห์เวห์​ได้​ละทิ้ง​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด พระองค์​ลงโทษ​พวกเขา และ​มอบ​พวกเขา​ไว้​ใน​กำมือ​ของ​คน​ที่​มา​ปล้น​พวกเขา ใน​ที่สุด​พระองค์​ได้​ผลักไส​โยน​พวกเขา​ออก​ไป​จาก​หน้า​พระองค์​จนหมด 21 ตอนที่​พระองค์​ได้​ฉีก​อิสราเอล​ไป​จาก​ครอบครัว​ของดาวิด พวกเขา​ก็​ได้​ตั้ง​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวกเขา เยโรโบอัม​ได้​ชักนำ​อิสราเอล​ให้​หันเห​ไป​จาก​พระยาห์เวห์ และ​ทำให้​พวก​อิสราเอล​ทำ​บาป​อย่าง​ใหญ่หลวง 22 ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย​ยืนกราน​ที่​จะ​ทำ​บาป​ทั้งสิ้น​ของ​เยโรโบอัม และ​ไม่​ยอม​หัน​ออก​จาก​บาป​เหล่านั้น 23 จนกระทั่ง​พระยาห์เวห์​ได้​ไล่​อิสราเอล​ให้​พ้น​ไป​จาก​สายตาพระองค์ ตาม​ที่​พระองค์​เคย​พูดไว้​ล่วงหน้า​แล้ว​ผ่าน​ทาง​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​ทั้งหลาย ที่​เป็น​ผู้รับใช้​ของพระองค์ ประชาชน​อิสราเอล​จึง​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​จาก​แผ่นดิน​ของ​พวกตน​ไป​เป็น​เชลย​ใน​ประเทศ​อัสซีเรีย และ​พวก​เขา​ก็​ยังคง​อยู่​ที่นั่น​จนถึง​ทุกวันนี้

อัสซีเรีย​ส่ง​คน​ต่าง​ชาติ​ยึด​สะมาเรีย

24 กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย​ได้​กวาด​ต้อน​คน​อิสราเอล​ออก​ไป​จาก​สะมาเรีย และ​นำ​เอา​ประชาชน​เหล่านี้​เข้า​มา​อยู่แทน คือ​ประชาชน​จาก​บาบิโลน คูธาห์ อัฟวา ฮามัท เสฟารวาอิม พวกนี้​เข้ายึด​เมือง​สะมาเรียไว้​และ​ได้​อาศัย​อยู่​ตาม​เมือง​ต่างๆ​เหล่านั้น 25 เมื่อ​คน​พวกนี้​เข้า​มา​อาศัย​อยู่​ใน​ช่วง​แรกๆ พวกเขา​ไม่​ยอม​นมัสการ​พระยาห์เวห์ พระองค์​จึง​ได้​ส่ง​พวกสิงโต​เข้า​มา​ท่ามกลาง​พวกเขา และ​พวกสิงโต​ได้​ฆ่า​พวกเขา​ไปบ้าง 26 จึง​มี​คน​ไป​บอก​กับ​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย​ว่า “ชนชาติ​ต่างๆ​ที่​ท่าน​ได้​จับตัวไป และ​เอา​ไป​ใส่​ไว้​ใน​เมือง​ต่างๆ​ของ​สะมาเรีย ไม่​รู้​ว่า​พระ​ของ​แผ่นดิน​นั้น​ต้องการ​อะไร พระองค์นั้น​ก็เลย​ส่ง​พวกสิงโต​เข้า​ไป​ใน​ท่ามกลาง​พวกเขา สิงโต​เหล่านั้น​กำลัง​ฆ่า​พวก​เขาอยู่ เพราะ​พวกเขา​ไม่​รู้​ว่า​พระ​ของ​แผ่นดินนั้น​ต้องการ​อะไร”

27 กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย​จึง​ออก​คำสั่ง​ไป​ว่า “ไป​เอา​นักบวช​คนหนึ่ง​จาก​ท่ามกลาง​นักบวช​ที่​เจ้า​จับตัว​มา​จาก​สะมาเรีย และ​ส่ง​เขา​กลับ​ไป​อยู่​ที่​สะมาเรีย ให้​เขา​คอย​สั่งสอน​ประชาชน​ว่า​พระ​ของ​แผ่นดินนั้น​ต้องการ​อะไร”

28 นักบวช​คนหนึ่ง​ที่​เคย​ถูก​กวาด​ต้อน​ไป​จาก​เมือง​สะมาเรีย​จึง​ได้​กลับ​มา​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เบธเอล และ​ได้​สอน​ให้​พวกนั้น​รู้​ว่า​จะ​นมัสการ​พระยาห์เวห์​อย่างไร

29 แต่​อย่างไร​ก็ตาม แต่ละชนชาติ​ก็ยังคง​สร้าง​พระ​ของ​พวกเขาเอง​ไว้​ตาม​เมือง​ต่างๆ​ที่​พวกเขา​ไป​ตั้ง​บ้าน​เรือนอยู่ และ​ได้​นำ​พระ​เหล่านั้น​ไป​ตั้ง​ไว้​ใน​ศาลเจ้า​ที่​ชาวเมือง​สะมาเรีย​ได้​สร้างไว้​ตาม​สถานที่สูง​ทั้งหลาย 30 คน​จาก​บาบิโลน​ได้​สร้าง​พระ​สุคคท-เบโนท ชาว​คูท​ได้​สร้าง​พระ​เนอร์กัล และ​ชาว​ฮามัท​ได้​สร้าง​พระ​อาชิมา 31 ชาว​อัฟวา​ได้​สร้าง​พระ​นิบหัส​และ​พระ​ทารทัก ส่วน​ชาว​เสฟารวาอิม​ได้​เผา​ลูกๆ​ของ​พวกเขา​เป็น​เครื่อง​บูชายัญ​ให้​กับ​พระ​อัดรัมเมเลค​และ​พระ​อานัมเมเลค​ที่​เป็น​พระ​ของ​ชาว​เสฟารวาอิม

32 และ​พวกเขา​ก็​นมัสการ​พระยาห์เวห์​ไป​ด้วย พวกเขา​แต่งตั้ง​พวก​นักบวช​ขึ้น​จาก​คน​ทุก​ประเภท​ที่​อยู่​ท่ามกลาง​พวกเขา เพื่อ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​แทน​พวกเขา​ใน​ศาลเจ้า​ตาม​ที่​สูง​เหล่านั้น 33 อย่างนี้ พวกเขา​ก็​ได้​นมัสการ​พระยาห์เวห์ แต่​ก็ยัง​ไป​บูชา​พวกพระ​ของ​พวกเขาเอง​ตาม​ธรรมเนียม​ของ​ชนชาติ​ของ​พวกเขา​ก่อน​ที่​จะ​ถูกจับมา

34 แล้ว​พวกเขา​ก็​ยัง​ทำตาม​ประเพณี​ดั้งเดิม​เหล่านั้น​ของ​พวกเขา​มา​จนถึง​ทุกวันนี้ พวกเขา​ไม่ได้​ยำเกรง​พระยาห์เวห์​อย่าง​ที่​ควร​จะ​เป็น และ​ไม่​ทำตาม​คำ​สั่งสอน และ​ข้อบังคับ​ต่างๆ​รวมทั้ง​กฎ​และ​คำสั่ง​ทุกๆ​ข้อ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ให้​ไว้​กับ​พวก​ลูกหลาน​ของ​ยาโคบ ที่​พระองค์​ให้​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​อิสราเอล 35 พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ข้อตกลง​ไว้​กับ​ชาว​อิสราเอล พระองค์​สั่ง​พวกเขา​ไว้​ว่า “อย่า​ไป​นมัสการ​พระ​อื่นๆ​หรือ​ไป​ก้มกราบ​พระ​เหล่านั้น อย่า​ไป​รับใช้​หรือ​บูชา​พวกมัน 36 แต่​ให้​นมัสการ​พระยาห์เวห์ ผู้ที่​นำ​พวกเจ้า​ออก​มา​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์ ด้วย​ฤทธิ์​อำนาจ​และ​แขน​ที่​ยื่น​ออก​มาช่วย พวกเจ้า​ต้อง​ก้มกราบ​พระองค์​และ​ถวาย​สัตวบูชา​แก่พระองค์ 37 พวกเจ้า​ต้อง​ระมัดระวัง​อยู่​เสมอ​ที่​จะ​รักษา​คำ​สั่งสอน​และ​ข้อบังคับ​ต่างๆ รวมทั้ง​กฎ​และ​คำสั่ง​ที่​พระองค์​ได้​เขียน​ไว้​เพื่อ​พวกเจ้า อย่า​ไป​นมัสการ​พระ​อื่นๆ 38 อย่า​ลืม​ข้อตกลง​ที่​เรา​ได้​ทำไว้​กับ​พวกเจ้า และ​อย่า​ไป​นมัสการ​พระ​อื่นๆ 39 พวกเจ้า​ต้อง​นมัสการ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเจ้า​เท่านั้น แล้ว​พระองค์​จะ​ช่วย​พวกเจ้า​ให้​รอดพ้น​จาก​กำมือ​ของ​ศัตรู​ทั้งหมด​ของ​พวกเจ้า”

40 แต่​พวกเขา​ไม่​ยอมฟัง พวกเขา​ยังคง​ทำตาม​แบบ​เดิมๆ​ที่​พวกเขา​ทำมา 41 ชนชาติ​เหล่านั้น​นมัสการ​พระยาห์เวห์ แต่​พวกเขา​ก็​ยัง​รับใช้​รูป​แกะสลัก​ของ​พวกเขา​ไปด้วย จนถึง​ทุกวันนี้ ลูกหลาน​ของ​พวกเขา​ก็ยัง​ทำตาม​สิ่ง​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา​เคยทำกัน

18

เฮเซคียาห์​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 29:1-2; 31:1)

1 เฮเซคียาห์​ลูกชาย​ของ​อาหัส​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ตรงกับ​ปี​ที่​สาม ที่​โฮเชยา ลูกชาย​ของ​เอลาห์ เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล 2 ตอน​ที่​เฮเซคียาห์ ขึ้น​เป็น​กษัตริย์นั้น เขา​มี​อายุ​ยี่สิบห้า​ปี และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​ยี่สิบเก้าปี แม่​ของ​เขา​มี​ชื่อ​ว่า​อาบี+ 18:2 อาบี หรือ​อาบียาห์ นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​เศคาริยาห์

3 เฮเซคียาห์​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เหมือน​กับ​ที่​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​เคย​ทำไว้

4 เขา​รื้อ​พวก​สถานที่​นมัสการ​ต่างๆ​ลง ทุบ​หิน​ศักดิ์สิทธิ์​จน​แตก​ละเอียด​และ​โค่น​เสา​เจ้าแม่​อาเชราห์​ลง เขา​ทำลาย​งู​ทอง​สัมฤทธิ์​ที่​โมเสส​เคย​สร้างไว้ เพราะ​ใน​เวลานั้น​ชาว​อิสราเอล​เริ่ม​เผา​เครื่อง​หอม ให้​กับ​มันแล้ว (มัน​มี​ชื่อ​ว่า​เนหุชทาน+ 18:4 เนหุชทาน ชื่อ​ภาษา​ฮีบรู​ชื่อนี้​มี​ความหมาย​เหมือน​กับ “ทอง​สัมฤทธิ์” และ “งู”)

5 เฮเซคียาห์​ไว้วางใจ​ใน​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ไม่​มี​กษัตริย์​องค์ไหน​อีกแล้ว​ใน​พวก​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์​ที่​เป็น​เหมือนเขา ไม่ว่า​จะ​ก่อน​หน้านี้​หรือ​หลังจาก​นี้ไป 6 เขา​ได้​ยึด​พระยาห์เวห์​ไว้แน่น​และ​ไม่​ยอม​หยุด​ที่​จะ​ติดตาม​พระองค์ เขา​ได้​รักษา​คำสั่ง​ทุกข้อ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่งไว้​กับ​โมเสส 7 และ​พระยาห์เวห์​ก็​สถิต​อยู่​กับเขา เขา​ประสบ​ความสำเร็จ​ใน​ทุกสิ่ง​ที่​เขาทำ

เฮเซคียาห์​ได้​กบฏ​ต่อ​กษัตริย์​อัสซีเรีย​และ​ไม่​ยอม​รับใช้​เขา​อีก​ต่อไป 8 เฮเซคียาห์​เอาชนะ​ชาว​ฟีลิสเตีย ตลอดทาง​ไป​จนถึง​กาซา​และ​เขตแดน​รอบๆ​มัน เขา​ชนะ​เมือง​ทั้งหมด​ของ​ฟีลิสเตีย ตั้งแต่​เมือง​เล็กๆ​ที่​มี​แค่​หอเฝ้ายาม​ไป​จนถึง​เมือง​ใหญ่​ที่​มี​ป้อม​ปราการ

ชาว​อัสซีเรีย​ยึด​เมือง​สะมาเรีย

9 ใน​ปี​ที่​สี่ที่​เฮเซคียาห์​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ตรงกับ​ปี​ที่​เจ็ด ที่​โฮเชยา​ลูกชาย​ของ​เอลาห์ เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล กษัตริย์​แชลมาเนเสอร์+ 18:9 กษัตริย์​แชลมาเนเสอร์ เป็น​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย ตั้งแต่​ประมาณ​ปี 727-722 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด เขา​ได้​ล้อม​เมือง​สะมาเรีย​ไว้​ใน​ปี 722 แต่​เขา​ก็ตาย​ไป แล้ว​ซากอน ที่สอง​ขึ้น​มา​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา แล้ว​ตี​สะมาเรีย​แตก​ใน​ปี 721 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด​ของ​อัสซีเรีย​ได้​ยกทัพ​มา​สู้รบ​กับ​เมือง​สะมาเรีย​และ​ได้​ปิดล้อม​เมืองนี้​เอาไว้ 10 เมื่อ​ล้อม​เมือง​อยู่​สามปี ชาว​อัสซีเรีย​ก็​ยึด​เมืองนี้ได้ เมือง​สะมาเรีย​จึง​ถูกยึด​ไป​ใน​ช่วง​ปี​ที่​หก​ที่​เฮเซคียาห์ เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ตรงกับ​ปี​ที่​เก้า​ที่​โฮเชยา​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล 11 กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย​ได้​กวาด​ต้อน​เอา​คนอิสราเอล​ไป​ไว้​ที่​อัสซีเรีย​และ​ได้​ให้​พวกเขา​ตั้งรกราก​อยู่​ใน​เมือง​ฮาลาห์ ใน​เมือง​โกซาน​ที่​ติด​กับ​แม่น้ำ​ฮาโบร์​และ​ใน​เมือง​ต่างๆ​ของ​ชาวเมดัย 12 เรื่องนี้​เกิดขึ้น​เพราะ​พวก​อิสราเอล​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเขา พวกเขา​ฝ่าฝืน​ข้อตกลง​ของ​พระองค์​ทุกข้อ​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​พระยาห์เวห์​ได้​สั่งไว้ พวกเขา​ไม่​ยอมฟัง​คำสั่ง​เหล่านั้น​และ​ไม่​ยอม​ทำตาม​ด้วย

อัสซีเรีย​บุก​ยูดาห์

(2 พศด. 32:1-19; อสย. 36:1-22)

13 ใน​ปี​ที่​สิบสี่ ที่​เฮเซคียาห์​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ กษัตริย์​เซนนาเคอริบ+ 18:13 เซนนาเคอริบ เป็น​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย ใน​ช่วง​ปี 706-681 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด เขา​ได้​ลง​มา​ตี​ยูดาห์ ใน​ปี 701 และ​ได้​ชัยชนะ​หลายเมือง และ​กวาด​ต้อน​พวกเขา​ไป​เป็น​เชลย ของ​อัสซีเรีย​ได้​เข้า​โจมตี​เมือง​ทั้งหมด​ที่​มี​ป้อม​ปราการ​ของ​ยูดาห์​และ​สามารถ​ยึด​เมือง​เหล่านั้น​ไว้ได้ 14 กษัตริย์​เฮเซคียาห์​ของ​ยูดาห์​จึง​ได้​ส่ง​ข้อความ​มา​ถึง​กษัตริย์​อัสซีเรีย​ที่​ลาคีช​ว่า “เรา​ผิด​ไป​แล้ว ช่วย​ถอยทัพ​ออกไป และ​เรา​จะ​ชดใช้​ทุกอย่าง​ตาม​ที่​ท่าน​ต้องการ”

กษัตริย์​อัสซีเรีย​ได้​เรียกร้อง​เอา​เงิน​ประมาณ​สิบ​ตัน+ 18:14 ประมาณ​สิบ​ตัน หรือ สามร้อย​ตะลันต์ และ​ทองคำ​ประมาณ​หนึ่ง​ตัน+ 18:14 ประมาณ​หนึ่ง​ตัน หรือ​สามสิบ​ตะลันต์ จาก​กษัตริย์​เฮเซคียาห์​ของ​ยูดาห์ 15 เฮเซคียาห์​จึง​เอา​เงิน​ที่​มี​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ใน​คลัง​สมบัติ​ของ​วัง​กษัตริย์​ไป​มอบ​ให้​เขา 16 ใน​ครั้งนี้ กษัตริย์​เฮเซคียาห์​ของ​ยูดาห์​ต้อง​ลอก​เอา​แถบ​ทองคำ​ที่​เขา​เคย​ให้​ติด​ไว้​ตาม​ประตู​และ​เสา​ประตู​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​ออกมา​มอบ​ให้​กับ​กษัตริย์​อัสซีเรีย​ไปด้วย

17 กษัตริย์​อัสซีเรีย​ส่ง​แม่ทัพ​สูงสุด​ของ​เขา เจ้าหน้าที่​ระดับ​หัวหน้า​และ​แม่ทัพ​พร้อม​กับ​กองทัพ​ขนาดใหญ่​หนึ่งกอง​เดินทาง​จาก​ลาคีช​ไป​หา​กษัตริย์​เฮเซคียาห์​ที่​เยรูซาเล็ม พวกเขา​มา​ถึง​เยรูซาเล็ม​และ​ได้​มา​หยุด​อยู่​ที่​ราง​ส่ง​น้ำ​ของ​สระ​ด้านบน ตรง​ถนน​ที่​มุ่ง​ไป​ยัง​ทุ่ง​ของ​คนซักผ้า 18 พวกเขา​ได้​เรียก​หา​กษัตริย์ แต่​เอลียาคิม​ผู้ดูแลวัง ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​ฮิลคียาห์ เชบนา​ที่​เป็น​เลขา​และ​โยอาห์​ผู้​จดบันทึก​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​อาสาฟ ได้​ออก​มา​พบ​พวกเขา

19 แม่ทัพ​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “ไป​บอก​เฮเซคียาห์​ว่า พระมหากษัตริย์ คือ​กษัตริย์​อัสซีเรีย พูด​อย่างนี้​ว่า

‘ทำไม​ท่าน​ถึง​ได้​มี​ความ​เชื่อมั่น​ขนาดนี้ 20 ข้อตกลง​กับ​พันธมิตร​ที่​ท่าน​หวังพึ่งนั้น​มัน​ก็​แค่​เพียง​คำพูด ท่าน​คิด​ว่า​มัน​จะ​ใช้​แทน​กลยุทธ์​และ​กำลังทหาร​ใน​สงคราม​ได้หรือ เดี๋ยวนี้​ท่าน​ไป​พึ่ง​ใครหรือ ท่าน​ถึง​กล้า​มา​กบฏ​กับเรา 21 ดูดีๆ​นะ​ว่า​ตอนนี้​ท่าน​กำลัง​พึ่ง​อียิปต์ ซึ่ง​เป็น​เหมือน​ไม้เท้าอ้อ​ที่​เดาะแล้ว ถ้า​ใคร​ไป​ค้ำยันมัน มัน​ก็​จะ​แตก​และ​เสียบ​มือ​ของ​คนนั้น ฟาโรห์​กษัตริย์​ของ​อียิปต์ ก็​จะ​เป็น​อย่างนั้น​กับ​คน​ที่​มา​พึ่งพิงเขา 22 แต่​ถ้า​ท่าน​จะ​บอก​เรา​ว่า “เรา​เชื่อพึ่ง​ใน​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเรา” อ้าว เฮเซคียาห์​ได้รื้อ​พวก​สถานที่​นมัสการ​และ​แท่นบูชา​ของ​พระนั้น​ทิ้งไป​แล้ว​ไม่ใช่หรือ และ​สั่ง​คน​ยูดาห์​และ​คน​ใน​เยรูซาเล็ม​ว่า “พวกเจ้า​ต้อง​นมัสการ​ที่​แท่นบูชานี้​ที่​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เท่านั้น”

23 ตอนนี้ มา​ทำ​ข้อตกลง​กับ​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย เจ้านาย​ของ​ข้า​ดีกว่า ข้า​จะ​ให้​ม้า​กับ​เจ้า​สองพัน​ตัว ถ้า​เจ้า​มี​ปัญญา​หา​คน​มา​ขี่​พวกมันได้ 24 ใน​เมื่อ​เจ้า​และ​อียิปต์​อ่อนแอซะ​ขนาดนี้ ท่าน​ยัง​จะ​ปฏิเสธ​อำนาจ​ของ​ข้าราชการ​ตัว​เล็กๆ​ของ​เจ้านายข้า แล้ว​ไป​หวัง​พึ่ง​รถรบ​และ​ทหาร​ม้า​ของ​อียิปต์​อีกหรือ

25 และ​ตอนนี้ เจ้า​คิด​ว่า​ที่​ข้า​ขึ้น​มา​โจมตี​สถานที่นี้​เพื่อ​ทำลายมัน โดย​ไม่​ได้รับ​อนุญาต​จาก​พระยาห์เวห์​อย่างนั้นหรือ เป็น​พระยาห์เวห์เอง​ที่​พูด​กับ​ข้า​ว่า “ขึ้น​ไป​โจมตี​แผ่นดินนี้​และ​ทำลาย​มันซะ”’”

26 แล้ว​เอลียาคิม​ลูกชาย​ของ​ฮิลคียาห์ เชบนา และ​โยอาห์ ตอบ​กับ​แม่ทัพ​ไป​ว่า “ช่วย​พูด​กับ​พวกเรา​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​เป็น​ภาษา​อารเมค​ด้วยเถิด เพราะ​พวกเรา​เข้าใจ​ภาษานั้น อย่า​พูด​กับ​พวกเรา​เป็น​ภาษา​ฮีบรูเลย เพราะ​ไม่​อยาก​ให้​พวกนั้น​ที่​อยู่​บน​กำแพง​ได้ยิน”

27 แต่​แม่ทัพนั้น​ตอบ​พวกเขา​ว่า “เจ้า​คิด​ว่า เจ้านาย​ข้า​ส่ง​ข้า​มา​เพื่อ​พูด​เรื่อง​พวกนี้​กับ​เจ้านายเจ้า​กับ​เจ้า​เท่านั้น​หรือยังไง เขา​ส่ง​ให้​ข้า​มา​พูด​กับ​ไอ้คนพวกนั้น​ที่​นั่ง​อยู่​บน​กำแพงด้วย ไอ้พวกนั้น​ก็​จะ​ต้อง​กิน​ขี้​และ​เยี่ยว​ของ​ตัวเอง+ 18:27 กิน​ขี้​และ​เยี่ยว​ของ​ตัวเอง ข้อ​นี้​หมายถึง พวก​กองทัพ​ของ​อัสซีเรีย​วางแผน​จะ​ล้อม​เมือง​เยรูซาเล็มไว้ ตัดขาด​น้ำ​จาก​ภายนอก จน​ผู้คน​ใน​เมือง​อดอยาก​หิวโหย​มาก​จน​ต้อง​กิน​ขี้​และ​เยี่ยว​ตัวเอง​เหมือน​กับ​พวกเจ้า​นั่นแหละ”

28 แล้ว​แม่ทัพ​ก็​ยืนขึ้น​และ​ร้อง​ตะโกน​เสียงดัง​เป็น​ภาษา​ฮีบรู​ว่า

“นี่​เป็น​คำพูด​ของ​พระมหากษัตริย์ คือ​กษัตริย์​อัสซีเรีย 29 พระองค์​พูด​ว่า​อย่างนี้ ‘อย่า​ให้​เฮเซคียาห์​หลอกลวง​เจ้า เพราะ​เขา​ไม่​สามารถ​ช่วยกู้​พวกเจ้า​ให้​พ้น​ไป​จาก​มือ​ของ​เรา​ได้หรอก 30 และ​อย่าให้​เฮเซคียาห์​ทำให้​พวกเจ้า​คิด​จะ​พึ่ง​พระยาห์เวห์’ เมื่อ​เขา​พูด​ว่า ‘พระยาห์เวห์​จะ​ช่วยกู้​พวกเรา​อย่าง​แน่นอน พระยาห์เวห์​จะ​ไม่​ยอม​ให้​เมืองนี้​ตก​ไป​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​กษัตริย์​อัสซีเรีย​เป็น​อันขาด’

31 อย่า​ไป​ฟัง​เฮเซคียาห์ เพราะ​กษัตริย์​อัสซีเรีย​พูด​ไว้​ว่า​อย่างนี้ ‘มา​ทำ​สัญญา​สงบศึก​กับ​ข้า​และ​ออก​มา​จำนน​ต่อข้า แล้ว​พวกเจ้า​แต่​ละ​คน​ก็​จะ​ได้​กิน​จาก​ต้นองุ่น​และ​ต้นมะเดื่อ​ของ​ตัวเอง และ​ดื่ม​จาก​บ่อเก็บน้ำ​ของตน 32 จน​กว่า​เรา​จะ​มา​และ​พา​พวกเจ้า​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ที่​เหมือน​กับ​แผ่นดิน​ของเจ้านี้ เป็น​แผ่นดิน​ที่​มี​ข้าว​และ​เหล้าองุ่นใหม่ มี​ขนมปัง​และ​สวนองุ่น เป็น​แผ่นดิน​ที่​มี​ต้นมะกอก​และ​น้ำเชื่อม​ผลไม้ แล้ว​พวกเจ้า​จะ​อาศัย​อยู่​ที่นั่น​และ​ไม่​ต้องตาย และ​อย่า​ไป​ฟัง​เฮเซคียาห์ เมื่อ​เขา​พยายาม​ทำให้​พวกเจ้า​หลงผิดไป โดย​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​จะ​ช่วยกู้​พวกเรา” 33 เรา​ขอ​ถาม​เจ้า​ว่า “มี​พระ​ของ​ชาติ​ไหน​บ้าง​ที่​เคย​ช่วย​แผ่นดิน​ของ​พวกเขา​ให้​รอดพ้น​จาก​เงื้อมมือ​ของ​กษัตริย์​อัสซีเรีย”’”

34 พวก​พระ​ของ​เมือง​ฮามัท+ 18:34 เมือง​ฮามัท เมือง​ฮามัท เมือง​อารปัด เมือง​เสฟาร์วาอิม​เป็น​สาม​เมือง​ที่​อยู่​ใน​ประเทศ​ซีเรีย​หรือ​อารัม​กับ​เมือง​อารปัด ไป​ไหน​แล้ว พระ​ของ​เมือง​เสฟารวาอิม เฮนา และ​อิฟวาห์​ไป​ไหนแล้ว พวกพระ​ของ​สะมาเรีย​สามารถ​ช่วยกู้​สะมาเรีย​จาก​เงื้อมมือ​ของ​ข้า​ได้หรือ 35 ใน​พวก​พระ​ทั้งหมด​ของ​ประเทศ​เหล่านี้ มี​พระ​องค์ไหน​บ้าง​ได้​ช่วย​ประเทศ​ของ​พวกเขา​ให้​พ้น​จาก​เงื้อมมือ​ของข้า แล้ว​เจ้า​ยัง​คิด​ว่า​พระยาห์เวห์​จะ​สามารถ​ช่วย​เยรูซาเล็ม​ให้พ้น​จาก​เงื้อมมือ​ข้าได้หรือ

36 แต่​ประชาชน​ยังคง​เงียบ​และ​ไม่​ได้​ตอบ​เขา​สักคำ เพราะ​กษัตริย์​สั่ง​พวกเขา​ไว้​ว่า “อย่า​ไป​ตอบมัน”

37 แล้ว​เอลียาคิม​ผู้ดูแลวัง​ลูกชาย​ของ​ฮิลคียาห์ เชบนา​ที่​เป็น​เลขา รวมทั้ง​โยอาห์​ผู้จดบันทึก​ลูกชาย​ของ​อาสาฟ ก็​ไป​พบ​เฮเซคียาห์​พร้อม​กับ​เสื้อผ้า​ที่​ขาด​รุ่งริ่ง​ที่​พวกเขา​ฉีก​ด้วย​ความ​โศกเศร้า และ​ได้​รายงาน​กษัตริย์​ถึง​สิ่ง​ที่​แม่ทัพ​นั้นพูด

19

พระยาห์เวห์​กู้​ยูดาห์จาก​เซนนาเคอริบ

(2 พศด. 32:20-23; อสย. 37:1-7)

1 เมื่อ​กษัตริย์​เฮเซคียาห์+ 19:1 เฮเซคียาห์ เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ใน​ช่วง​ปี 706-681 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด ได้ยิน​อย่างนั้น พระองค์​ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ด้วย​ความ​โศกเศร้า แล้ว​เอา​ผ้า​กระสอบ​มา​สวม​แทน และ​พระองค์​ก็​เข้าไป​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ 2 พระองค์​ได้​ให้​เอลียาคิม​ผู้ดูแล​วัง เชบนา​เลขานุการ​ของ​พระองค์ และ​พวกนักบวช​อาวุโส สวม​ผ้า​กระสอบ​ไปหา​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ชื่อ​อิสยาห์ ลูกชาย​ของ​อามอส

3 พวกเขา​พูด​กับ​อิสยาห์​ว่า “กษัตริย์​เฮเซคียาห์ พูด​อย่าง​นี้​ว่า ‘นี่​เป็น​เวลา​แห่ง​ความ​เดือด​ร้อน การลงโทษ และ​ความอับอาย พวกเรา​เป็น​เหมือน​ผู้หญิง​พร้อม​คลอด​แล้ว แต่​ไม่​มี​แรง​เบ่งลูก​ออกมา 4 ไม่แน่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​ได้ยิน​คำพูด​ทั้งหมด​ของ​แม่ทัพนั้นแล้ว กษัตริย์​อัสซีเรีย​เจ้านาย​ของ​เขา​ได้​ส่ง​เขา​มา​เพื่อ​เยาะเย้ย​พระเจ้า​ผู้มีชีวิตอยู่ ไม่แน่นะ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของท่าน​อาจ​จะ​ลงโทษ​เขา​เมื่อ​ได้ยิน​อย่างนั้น​ก็ได้ อย่างนั้น​ช่วย​อธิษฐาน​สำหรับ​คน​ของเรา​ที่​ยัง​เหลือ​รอดอยู่’”

5 เมื่อ​พวก​ข้าราชการ​ของ​กษัตริย์​เฮเซคียาห์​มาหา​อิสยาห์ 6 อิสยาห์​บอก​กับ​พวกเขา​ว่า “ให้​บอก​กับ​เจ้านาย​ของ​พวก​ท่าน​ว่า ‘พระยาห์เวห์​ได้​พูดไว้ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว​คำพูด​ต่างๆ​ที่​เจ้า​ได้ยิน​มา คือ​คำพูด​ที่​พวก​คนรับใช้​ของ​กษัตริย์​อัสซีเรีย​ได้​ลบหลู่​เรานั้น 7 ตัวเราเอง​จะ​ใส่​วิญญาณ​แห่ง​ความกังวล​เข้า​ใน​กษัตริย์​อัสซีเรีย เพื่อ​ว่า​เมื่อ​เขา​ได้ยิน​ข่าวลือ เขา​จะ​ได้​รีบ​กลับ​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ของเขา แล้ว​เรา​จะ​ทำให้​เขา​ล้มตาย​ลง​ด้วย​ดาบ​ใน​แผ่นดิน​ของ​เขาเอง”’”

กอง​ทัพ​อัสซีเรีย​ถอย​ทัพจาก​เยรูซาเล็ม

(อสย. 37:8-13)

8 กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย​ได้​ออก​จาก​เมือง​ลาคีช​ไป​ยัง​เมือง​ลิบนาห์ เมื่อ​แม่ทัพ​ของ​เขา​ได้ยิน​อย่างนั้น เขา​ก็​ตาม​ไป​เมือง​ลิบนาห์ และ​พบ​ว่า​กษัตริย์​อัสซีเรีย​กำลัง​สู้รบ​อยู่​กับ​เมืองนั้น 9 และ​เมื่อ​กษัตริย์​อัสซีเรีย​ได้ยิน​เรื่อง​ของ​กษัตริย์​ทีระหะคาร์​แห่ง​เอธิโอเปีย+ 19:9 กษัตริย์​ทีระหะคาร์​แห่ง​เอธิโอเปีย คง​เป็น​คน​เดียว​กัน​กับ กษัตริย์​ทาฮะระคาร์ ฟาโรห์​ของ​อียิปต์ ใน​ช่วง​ปี 690-664 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด ว่า “ดูสิ กษัตริย์​ทีระหะคาร์​ได้​ยกทัพ​มา​ทำ​สงคราม​กับท่าน”

พระองค์​ก็​ส่ง​พวกผู้ถือสาร​ไป​หา​กษัตริย์​เฮเซคียาห์​อีกครั้ง​หนึ่ง และ​สั่ง​พวกเขา​ว่า 10 “ให้​ไป​บอก​กับ​กษัตริย์​เฮเซคียาห์​ของ​ยูดาห์​ด้วย​ว่า อย่า​ให้​พระเจ้า​ที่​เจ้า​ไว้วางใจนั้น หลอกลวง​พวกเจ้า เมื่อ​พระองค์​พูด​ว่า

‘เยรูซาเล็ม​จะ​ไม่​มี​วัน​ตก​ไป​อยู่​ใน​เงื้อมมือ​ของ​กษัตริย์​อัสซีเรีย’+ 19:10 เยรูซาเล็ม … กษัตริย์​อัสซีเรีย หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ว่า “พระเจ้า​จะ​ไม่​ยอม​ปล่อย​ให้​กษัตริย์​อัสซีเรีย​มี​ชัย​เหนือ​เยรูซาเล็ม​หรอก”11 ดูสิ เจ้า​ก็​ได้ยิน​ถึง​สิ่ง​ที่​พวกกษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย​ได้​ทำ​กับ​แผ่นดิน​ทั้งหมด​เหล่านั้น​แล้ว พวกเขา​ได้​ทำลาย​พวกมัน​จน​ราบคาบ แล้ว​เจ้า​คิด​ว่า​เจ้า​จะ​หนี​รอดพ้น​หรือ 12 มี​พวกพระ​ของ​ชนชาติ​ไหน​บ้าง ที่​ช่วย​พวกเขา​ให้​รอด ตอน​ที่​ถูก​บรรพบุรุษ​ของ​ข้า​ทำลาย พวกเขา​ได้​ทำลาย​เมือง​โกซาน ฮาราน เรเซฟ และ​ประชาชน​ของ​เอเดน+ 19:12 เอเดน หรือ เบธ เอเดน เป็น​บริเวณ​หนึ่ง​ใน​ประเทศ​อารัม หรือ​ซีเรีย ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เทลอัสสาร์ 13 แล้ว​กษัตริย์​ของ​ฮามัท กษัตริย์​ของ​อารปัด กษัตริย์​ของ​เมือง​เสฟารวาอิม กษัตริย์​ของ​เฮนา หรือ​กษัตริย์​ของ​อิฟวาห์ หายหัว​ไป​ไหน​กัน​หมด​แล้ว”

14 เฮเซคียาห์​รับ​จดหมาย​จาก​พวกผู้ถือสาร​และ​อ่าน​มัน แล้ว​เขา​ก็​ขึ้น​ไป​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ แล้ว​เขา​ก็​คลี่​จดหมาย​ฉบับนั้น​ออก​ต่อ​หน้า​พระยาห์เวห์ 15 แล้ว​เขา​ก็​อธิษฐาน​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ แล้ว​พูด​ว่า

“ข้าแต่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ผู้​นั่ง​ประทับ​บน​บัลลังก์​เหนือ​พวก​ทูตสวรรค์เครูบ มี​แต่​พระองค์​ผู้เดียว​เท่านั้น​ที่​เป็น​พระเจ้า​ของ​อาณาจักร​ทั้งหมด​ใน​โลก พระองค์​เป็น​ผู้สร้าง​ฟ้าสวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก 16 ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ช่วย​เงี่ยหู​ของ​พระองค์​ฟัง​ด้วยเถิด ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ช่วย​เปิด​ตา​ของ​พระองค์​ดู​ด้วยเถิด ช่วย​ฟัง​คำพูด​ของ​เซนนาเคอริบ​ที่​เขา​ได้​ส่ง​มา เพื่อ​เยาะเย้ย​พระเจ้า​ผู้มีชีวิตอยู่​ด้วยเถิด

17 ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ก็​จริงอยู่​ที่​พวก​กษัตริย์​อัสซีเรีย​ได้​ทำลาย​ชนชาติ​พวกนั้น รวมทั้ง​ดินแดน​ของ​พวกเขาด้วย 18 และ​ได้​โยน​พวก​พระ​ของ​พวกนั้น​ลง​ใน​ไฟ แต่​พระ​พวกนั้น​ไม่​ได้​เป็น​พระเจ้าจริง แต่​เป็น​ฝีมือ​มนุษย์​ที่​ทำ​ขึ้น​มา​จาก​ไม้​และ​หิน พวกมัน​ก็​เลย​ถูก​ทำลายไป 19 ดังนั้น ข้าแต่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเรา ข้าพเจ้า​อ้อนวอน​พระองค์​ว่า ตอนนี้​ช่วยกู้​พวกเรา​ให้​พ้น​จาก​เงื้อมมือ​ของ​กษัตริย์​อัสซีเรีย​ด้วยเถิด เพื่อ​อาณาจักร​ทั้งหมด​ใน​โลก​นี้​จะ​ได้​รู้​ว่า พระองค์​พระยาห์เวห์​คือ​พระเจ้า​แต่​เพียงผู้เดียว”

20 จากนั้น​อิสยาห์​ลูกชาย​ของ​อามอส ได้​ส่ง​คน​ไป​บอก​เฮเซคียาห์​ว่า “นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​พูด คือ เรา​ได้ยิน​เรื่อง​ที่​เจ้า​ได้​อธิษฐาน​ถึง​เรา​เกี่ยวกับ​เซนนาเคอริบ​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย

21 ดังนั้น ให้​รู้​ว่า​นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พูด​เกี่ยวกับ​เขา​ว่า

‘เซนนาเคอริบ​เอ๋ย

ศิโยน​สาว​พรหมจรรย์​ได้​ดูถูก​เจ้า เธอ​หัวเราะ​เยาะ​เจ้า

นางสาว​เยรูซาเล็ม

ส่ายหัว​เยาะ​เจ้า​ใน​ขณะ​ที่​เจ้า​วิ่งหนี

22 เจ้า​ดูถูก​ใคร หรือ​พูด​หมิ่นประมาท​ใคร​อยู่ รู้รึเปล่า

เจ้า​ขึ้น​เสียง​ใส่​ใคร​อยู่ รู้รึเปล่า

เจ้า​เหยียด​ตา​ใส่​ใคร​อยู่ รู้รึเปล่า

เจ้า​ได้​ทำ​ใส่​เรา​ผู้​ศักดิ์สิทธิ์​แห่ง​อิสราเอล

23 เจ้า​ได้​เย้ย​พระยาห์เวห์ ผ่าน​ทาง​พวกผู้ส่งข่าว​ที่​เจ้า​ส่ง​มา

เจ้า​พูด​ว่า “ข้า​ได้​ปีน​ขึ้น​ไป​ด้วย​รถรบ​มากมาย​ของข้า

ถึง​ยอด​เขา

ยอด​ที่​สูง​ที่สุด​ใน​เลบานอน

ข้า​ได้​โค่น​พวกต้นสน​ซีดาร์​ที่​สูง​ที่สุด​ของมัน

และ​ต้น​สนที่​ดี​ที่สุด​ของมัน

ข้า​ได้​เข้า​ไป​ถึง​ส่วน​ที่​ลึก​ที่สุด​ของ​ประเทศนั้น

ข้า​ไป​ถึง​ป่าไม้​ที่​ทึบ​ที่สุด​ของมัน

24 ข้า​ได้​ขุด​บ่อน้ำ​ไป​ทั่ว​ใน​ต่างแดน

และ​ดื่ม​จาก​บ่อน้ำ​พวกนั้น

ข้า​ได้​เหยียบย่ำ​น้ำ​ใน​ลำธาร​ทั้งหลาย​ของ​อียิปต์

จน​มัน​เหือด​แห้งไป”

25 กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย เจ้า​ไม่​เคย​ได้ยินหรือ

เรื่อง​ที่​เรา​ได้​กำหนด​ไว้​นาน​มา​แล้ว

เรื่อง​ที่​เรา​ได้​วางแผน​ตั้งแต่​สมัย​โบราณ

แล้ว​ตอนนี้​เรา​กำลัง​ทำ​ให้​มัน​เกิดขึ้น

คือ​เรา​ได้​ให้​เจ้า​ทำให้​ป้อม​ปราการ​ของ​เมือง​ต่างๆ

กลาย​เป็น​กอง​ซาก​ปรัก​หักพัง

26 ใน​ขณะ​ที่​พลเมือง​ที่​ขาด​กำลัง​ของ​เมือง​เหล่านั้น

กำลัง​ตกใจ​กลัว​และ​อับอาย

พวกเขา​เป็น​เหมือน​พืช​ที่​ท้องทุ่ง

เป็น​เหมือน​หญ้าอ่อน

เป็น​เหมือน​หญ้า​ที่​ขึ้น​บนดาดฟ้า

และ​ถูก​เผา​แห้ง​ไป​ด้วย​ลม​ตะวันออก+ 19:26 และ​ถูก​เผา​แห้ง​ไป​ด้วย​ลม​ตะวันออก คำนี้​อยู่​ใน​ฉบับ​ฮีบรู​ที่​พบ​ใน​ถ้ำ​คุมรัน และ​มัน​ตรง​กับ​อิสยาห์ 37:27 ฉบับ​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้กัน​เขียน​สั้นๆ​ว่า ก่อน​ที่​มัน​เติบโต ซึ่ง​คง​หมาย​ถึง มัน​ถูก​ทำลาย​ก่อน​ที่​มัน​เติบโต

27 แต่​เรา​ก็​รู้​แม้​กระทั่ง​เวลา​ที่​เจ้า​ยืนขึ้น​หรือ​นั่งลง

เวลา​ที่​เจ้า​ออกไป​หรือ​เข้ามา

และ​เรา​ก็​รู้​ตอน​ที่​เจ้า​เกรี้ยวกราด​ใส่เรา

28 เพราะ​เจ้า​เกรี้ยวกราด​ใส่เรา

เรา​ได้ยิน​คำพูด​ที่​หยิ่งยโส​ของเจ้า

อย่างนั้น เรา​จะ​เอา​ขอ​เกี่ยว​จมูก​ของเจ้า

เอา​บังเหียน​ของ​เรา​ใส่​ปากเจ้า

และ​เรา​จะ​นำ​เจ้า​กลับ​ไป​ตาม​ทาง​ที่​เจ้ามา’”

29 เฮเซคียาห์ นี่​จะ​เป็น​เรื่อง​ที่​พิสูจน์​ว่า​สิ่ง​ที่​เรา​พูดนี้​จะ​เกิดขึ้นจริง คือ​ใน​ปี​แรกนี้​เจ้า​จะ​ปลูก​อะไร​ไม่ได้เลย ให้​เจ้า​กิน​ข้าว​ที่​งอกขึ้น​มา​เองก่อน ใน​ปี​ที่​สอง ให้​เจ้า​กิน​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​เอง​อีก ใน​ปี​ที่​สาม ให้​เจ้า​หว่าน​ข้าว และ​เก็บเกี่ยวมัน และ​ให้​เจ้า​ปลูก​สวนองุ่น​และ​กิน​ผล​ของมัน 30 คน​ใน​ครอบครัว​ยูดาห์​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่ จะ​เป็น​เหมือน​ต้นไม้​หยั่งราก​ลง​ข้างล่าง​และ​ผลิผล​ขึ้น​ข้างบน 31 แล้ว​คน​ที่​ยัง​เหลือ​อยู่​ก็​จะ​แผ่ขยาย​ออก​ไป​จาก​เยรูซาเล็ม คน​ที่​ยัง​รอดชีวิต​บางคน ก็​จะ​ออก​มา​จาก​ภูเขา​ศิโยน ความรัก​อัน​แรงกล้า​ของ​พระยาห์เวห์​จะ​ทำ​อย่างนี้

32 แล้ว​นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พูด​เกี่ยวกับ​กษัตริย์​อัสซีเรีย

“เขา​จะ​ไม่​ได้​เข้า​มา​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม

เขา​จะ​ไม่​ได้​ยิง​ธนู​ใส่​เมืองนี้หรอก

เขา​จะ​ไม่​ได้​ถือ​โล่​มา​เผชิญหน้า​กับ​เมืองนี้

เขา​จะ​ไม่​ได้​สร้าง​เนินดิน​บุก​ขึ้น​กำแพง

33 เขา​จะ​ต้อง​กลับ​ไป​ทาง​เดิม​ที่​เขามา

เขา​จะ​ไม่​ได้​เข้า​เมืองหรอก

พระยาห์เวห์​พูด​ไว้​ว่า​อย่างนี้

34 เพราะ​เรา​จะ​ป้องกัน​เมืองนี้ เพื่อ​ให้​มันรอด

เรา​จะ​ทำ​สิ่งนี้​เพื่อ​เห็นแก่​หน้า​เรา

และ​เพื่อ​เห็นแก่​สัญญา​ที่​เรา​ได้​ให้​ไว้​กับ​ดาวิด​ผู้รับใช้​เรา”

35 แล้ว​ใน​คืนนั้น ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​ออกไป และ​ฆ่า​ทหาร​ใน​ค่าย​ของ​อัสซีเรีย​ไป​หนึ่งแสน​แปดหมื่น​ห้าพันคน เมื่อ​คน​ตื่น​ขึ้น​ใน​ตอนเช้า ก็​เห็น​ศพ​เกลื่อน​กลาด​ไปหมด 36 ดังนั้น​เซนนาเคอริบ กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย​ก็​กลับบ้าน และ​ไป​อาศัย​อยู่​ที่​เมือง​นีนะเวห์

37 วันหนึ่ง ใน​ขณะ​ที่​ท่าน​กำลัง​นมัสการ​อยู่​ใน​วัด​ของ​นิสรค​พระ​ของ​ท่าน​อยู่นั้น ลูกชาย​ของ​ท่าน​คือ​อัดรัมเมเลค และ​ชาเรเซอร์ ก็​ได้​ฆ่า​ท่าน​ด้วย​ดาบ และ​พวกเขา​ก็​หนี​ไป​ที่​แผ่นดิน​อารารัต แล้ว​ลูก​ของ​ท่าน​คือ เอสารฮัดโดน ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย​แทนท่าน

20

เฮเซคียาห์​ป่วย​ใกล้​ตาย

(2 พศด. 32:24-26; อสย. 38:1-8, 21-22)

1 ใน​ช่วงนั้น​เฮเซคียาห์​ป่วย​ใกล้​ตายแล้ว อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ลูกชาย​ของ​อามอส​ก็​ได้​มาหา​ท่าน​และ​พูด​ว่า “นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พูด ‘ให้​สั่งเสีย​คน​ใน​ครัวเรือน​ของ​เจ้า​ให้​เรียบร้อย เพราะ​เจ้า​กำลัง​จะ​ตาย เจ้า​จะ​ไม่​หายหรอก’”

2 แล้ว​เฮเซคียาห์​ก็​หันหน้า​เข้าข้าง​ฝา และ​อธิษฐาน​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า 3 “ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ขอ​ได้​โปรด​อย่า​ลืม​ว่า​ข้าพเจ้านั้น​ได้​รับใช้​พระองค์​อย่าง​สัตย์ซื่อ​ด้วย​สุดหัวใจ​ของข้าพเจ้า และ​ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​พระองค์​เห็น​ว่า​ดี” แล้ว​เฮเซคียาห์​ก็​ร้องห่ม​ร้องไห้​เสียงดัง

4 ก่อน​ที่​อิสยาห์​จะ​ออก​มา​จาก​ลาน​ส่วน​กลาง พระยาห์เวห์​ก็​ได้​พูด​กับ​เขาว่า 5 “กลับ​ไป​บอก​กับ​เฮเซคียาห์ ผู้นำ​ประชาชน​ของ​เรา​ว่า พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ดาวิด ที่​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​ท่าน​พูด​ว่า ‘เรา​ได้ยิน​คำ​อธิษฐาน​ของ​เจ้าแล้ว และ​ได้​เห็น​น้ำตา​ของเจ้า​ด้วย เรา​จะ​รักษาเจ้า นับ​จาก​วันนี้​ไป​สามวัน เจ้า​จะ​ลุก​ขึ้น​ไป​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ได้ 6 เรา​จะ​ต่อชีวิต​ให้​กับ​เจ้า​อีก​สิบห้าปี และ​เรา​จะ​ช่วยกู้​เจ้า​และ​เมืองนี้​ให้​รอดพ้น​จาก​เงื้อมมือ​ของ​กษัตริย์​อัสซีเรีย และ​เรา​ก็​จะ​ป้องกัน​เมืองนี้ไว้ เพื่อ​เห็นแก่​หน้า​เรา​และ​เพื่อ​เห็นแก่​สัญญา​ที่​เรา​ได้​ให้​ไว้​กับ​ดาวิด​ผู้รับใช้​เรา’”

7 แล้ว​อิสยาห์​ก็​พูด​ว่า “ให้​เอา​มะเดื่อ​มา​บี้​เข้า​ด้วย​กัน แล้ว​โปะ​เข้า​ไป​ที่​แผล​เปื่อย​ของเขา แล้ว​เขา​ก็​จะหาย”

8 แล้ว​เฮเซคียาห์​ได้​ถาม​อิสยาห์​ว่า “จะ​มี​เหตุการณ์​พิเศษ​อะไร​ที่​พิสูจน์​ว่า​พระยาห์เวห์​จะ​รักษาเรา แล้ว​เรา​จะ​ได้​ลุก​ขึ้น​ไป​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​ใน​อีก​สามวัน”

9 อิสยาห์​ตอบ​ว่า “ท่าน​ต้องการ​อย่างไหนละ จะ​ให้​เงา​ทอด​ไป​ข้างหน้า​สิบขั้น หรือ​อยาก​ให้​มัน​ย้อน​กลับ​ไป​ข้างหลัง​สิบขั้น เพราะ​นี่​คือ​เหตุการณ์​พิเศษ​ที่​พระยาห์เวห์​จะ​ทำให้​กับ​ท่านดู เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​แน่ใจ​ว่า​พระองค์​จะ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​พระองค์​ได้​สัญญาไว้”

10 เฮเซคียาห์​ตอบ​ว่า “จะ​ให้​เงา​ทอด​ไป​ข้างหน้า​สิบ​ขั้นนั้น​ง่ายกว่า​ที่​จะ​ให้​มัน​ย้อนกลับ​ไป​ข้างหลัง​สิบขั้น”

11 แล้ว​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​ร้องขอ​ต่อ​พระยาห์เวห์ และ​พระองค์​ก็​ทำให้​เงา​ย้อนกลับ​ไป​ด้านหลัง​สิบขั้น มัน​ย้อนกลับ​ไป​บน​ขั้น​บันได​ของ​อาหัส+ 20:11 ขั้น​บันได​ของ​อาหัส ข้อ​ความนี้​อาจ​จะ​หมายถึง​ขั้น​บันได​ที่​อยู่​ด้านนอก​ของ​ตึก​พิเศษ​หลังหนึ่ง​ที่​เฮเซคียาห์​ใช้​เป็น​นาฬิกา เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ส่องแสง​ลง​บน​ขั้น​บันได​เหล่านั้น เงา​ของ​พวกมัน​จะ​บอก​เวลา​ของ​วันนั้น

เฮเซคียาห์​อวด​ทรัพย์​สมบัติ

(อสย. 39:1-8)

12 หลังจาก​นั้น​ไม่​นาน กษัตริย์​เมโรดัค-บาลาดัน ลูกชาย​ของ​บาลาดัน​แห่ง​บาบิโลน​ได้​ส่ง​พวกทูต​ถือ​พวกจดหมาย​และ​ของขวัญ​มา​ให้​กับ​เฮเซคียาห์ เพราะ​เมโรดัค-บาลาดัน​ได้ยิน​ข่าว​ว่า​เฮเซคียาห์​ป่วย 13 เฮเซคียาห์​ได้​ต้อนรับ​พวกทูตเหล่านั้น และ​พา​พวก​เขา​ไป​ดู​คลัง​สมบัติ​ทั้งหมด​ของเขา ทั้งเงินทอง​และ​เครื่องเทศ​ต่างๆ​รวมทั้ง​น้ำมัน​ที่​มี​ค่า คลังอาวุธ และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​อยู่​ใน​พวกคลัง​เก็บของ เฮเซคียาห์​พา​พวกเขา​ไป​ดู​ทุกซอก​ทุกมุม​ของ​วัง​และ​ทั่ว​ราช​อาณาจักร​ของเขา

14 แล้ว​อิสยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า ก็​ได้​มา​หา​กษัตริย์​เฮเซคียาห์ และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “คนพวกนี้​มา​พูด​อะไร และ​พวกเขา​มา​หา​ท่าน​จาก​ที่ไหนกัน”

แล้ว​เฮเซคียาห์​ตอบ​ว่า “พวกเขา​มา​หา​ข้า​จาก​แดนไกลโน้น มา​จาก​บาบิโลน”

15 อิสยาห์​ถาม​อีก​ว่า “พวกเขา​เห็น​อะไรบ้าง​ใน​วัง​ของท่าน”

เฮเซคียาห์​ก็​ตอบ​ว่า “พวกเขา​เห็น​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ใน​วัง​ของ​ข้า ไม่​มี​อะไรเลย​ใน​พวก​คลังเก็บของ​ของ​ข้า ที่​ข้า​ไม่​ได้​ให้​พวกเขาดู”

16 แล้ว​อิสยาห์​ก็​บอก​กับ​เฮเซคียาห์​ว่า “ฟังให้ดี นี่​คือ​ข่าวสาร​จาก​พระยาห์เวห์ 17 เวลานั้น​กำลัง​จะ​มาถึง ที่​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ใน​วัง​ของ​ท่าน รวมทั้ง​ทุกสิ่ง​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​ท่าน​ได้​เก็บ​สะสม​มา​ให้​จน​ถึง​ทุกวันนี้ จะ​ถูก​ขนย้าย​ไป​ที่​บาบิโลน จะ​ไม่​มี​อะไร​เหลือเลย พระยาห์เวห์​พูด​ไว้​ว่า​อย่างนั้น 18 พวกเขา​จะ​เอา​ลูกๆ​ของ​ท่าน​บางคน​ไป พวกลูกชาย​ของ​ท่าน​เอง พวกลูกหลานชาย​ของท่าน จะ​กลาย​เป็น​พวกขันที​ใน​วัง​ของ​กษัตริย์​บาบิโลน”

19 แล้ว​เฮเซคียาห์​ก็​พูด​กับ​อิสยาห์​ว่า “ข่าวสาร​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​ท่าน​พูด​มา​นั้นดี” เพราะ​เขา​คิด​ว่า “ทำไม​จะ​ไม่​ดีละ ถ้า​มัน​จะ​มี​สันติสุข​และ​ความมั่นคง​ปลอดภัย​ใน​ยุคสมัย​ของข้า”

เฮเซคียาห์​ตาย

(2 พศด. 32:32-33)

20 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุคสมัย​ของ​เฮเซคียาห์ ความ​สำเร็จ​ทุกอย่าง​ของเขา​และ​วิธี​ที่​เขา​ได้​สร้าง​สระน้ำ​และ​อุโมงค์+ 20:20 อุโมงค์ คู​น้ำ​หรือ​ท่อ​ส่ง​น้ำ​ที่​เป็น​ทาง​ให้​น้ำ​ไหล​จาก​ที่​หนึ่ง​ไป​ยัง​อีก​ที่​หนึ่ง​ได้ ที่​ทำ​ให้​เขา​สามารถ​นำ​น้ำ​เข้า​มา​ใช้​ใน​เมือง ได้​จด​บันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่งยูดาห์ 21 เฮเซคียาห์​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา และ​มนัสเสห์​ลูกชาย​ของเขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

21

มนัสเสห์​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 33:1-20)

1 มนัสเสห์​มี​อายุ​สิบสอง​ปี​เมื่อ​เขา​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​เขา​ได้​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​ห้าสิบห้าปี แม่​ของ​เขา​มี​ชื่อ​ว่า​เฮฟซีบาห์

2 มนัสเสห์​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​น่าสะอิดสะเอียน​ต่างๆ​เหมือน​กับ​ที่​ชนชาติ​เหล่านั้น​ได้​ทำ คือ​พวก​ชนชาติ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ขับไล่​ออก​ไป​ตอน​ที่​อิสราเอล​ย้าย​เข้า​มา​ใน​แผ่นดิน 3 มนัสเสห์​ได้​สร้าง​สถาน​นมัสการ​ต่างๆ​ขึ้น​มาใหม่ ที่​เฮเซคียาห์​พ่อ​ของ​เขา​เคย​ทำลาย​ไปแล้ว เขา​ยัง​ได้​ตั้ง​แท่นบูชา​ทั้งหลาย​ให้​กับ​พระ​บาอัล​และ​สร้าง​เสา​เจ้าแม่​อาเชราห์​ขึ้น​เหมือน​กับ​ที่​กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​เคย​ทำไว้ เขา​กราบไหว้​ดวงดาว​ทั้งหลาย​บน​ท้องฟ้า และ​ไป​รับใช้​พวกมัน 4 เขา​ได้​สร้าง​พวก​แท่นบูชา​ให้​กับ​พวก​พระ​ต่างชาติ​ขึ้น​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ ซึ่ง​เป็น​สถาน​ที่​ที่​พระยาห์เวห์​เคย​พูดไว้ว่า “เรา​จะ​วาง​ชื่อ​ของ​เรา​ไว้​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม” 5 มนัสเสห์​ยัง​ได้​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​สองแท่น​ให้​กับ​ดวงดาว​ทั้งหลาย​ตรง​ลาน​ทั้งสอง​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ 6 เขา​ได้​เอา​ลูกชาย​ของ​เขา​มา​เผา​ไฟ+ 21:6 เอา​ลูกชาย … เผา​ไฟ แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “ให้​ลูกชาย​เข้า​ไป​ใน​ไฟ” เป็น​เครื่อง​บูชา เขา​ได้​ทำ​เวทมนตร์​คาถา และ​ดูหมอ และ​ไป​ปรึกษา​กับ​พวก​คนทรงเจ้า และ​พวก​หมอผี+ 21:6 หมอผี คน​ที่​พยายาม​ใช้​วิญญาณ​ชั่ว​ใน​การสร้าง​เวทมนตร์ เขา​ได้​ทำ​ความ​ชั่ว​มากมาย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ ซึ่ง​ยั่วยุ​ให้​พระองค์​โกรธ 7 เขา​ได้​ให้​คน​แกะสลัก​เสา​ของ​เจ้าแม่​อาเชราห์+ 21:7 อาเชราห์ พระ​ผู้หญิง​ที่​สำคัญ​ของ​ชาว​คานาอัน ใน​เวลานั้น ประชาชน​คิด​ว่า​นาง​คือ​เมีย​ของ​พระ​บาอัล ขึ้น​มา และ​นำ​มัน​ไป​วาง​ไว้​ใน​วิหาร​ที่​พระยาห์เวห์​เคย​พูด​ไว้​กับ​ดาวิด​และ​ซาโลมอน​ลูก​ของ​ดาวิด​ว่า “ใน​วิหาร​แห่งนี้​และ​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ที่​เรา​ได้​เลือก​ออก​มา​จาก​เผ่า​ทั้งหมด​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล เรา​จะ​วาง​ชื่อ​ของ​เรา​ไว้​ที่​นี่​ตลอดไป 8 แล้ว​ถ้า​พวกเขา​เพียงแต่​ระมัดระวัง​ที่​จะ​ทำตาม​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​สั่ง​พวกเขาไว้ และ​รักษา​กฎ​ทุกข้อ​ที่​โมเสส​ผู้รับใช้​ของเรา​ได้ให้​กับ​พวกเขา เรา​ก็​จะ​ไม่​ทำให้​พวก​อิสราเอล​ต้อง​เดิน​เร่ร่อน​พเนจร​อีก​ต่อไป​จาก​แผ่นดิน​ที่​เรา​ได้​ยก​ให้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา” 9 แต่​ประชาชน​ไม่​ยอม​ฟัง​พระเจ้า มนัสเสห์​ได้​นำ​พวกเขา​ให้​หลงผิด​ไป​ทำ​ชั่ว​ยิ่งกว่า​พวก​ชนชาติ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ทำลาย​ไป​ตอน​ที่​ชาว​อิสราเอล​ย้ายเข้า​มา​ใน​แผ่นดิน

10 พระยาห์เวห์​พูด​ผ่าน​พวกผู้พูดแทน​พระเจ้า ที่​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ว่า 11 “กษัตริย์​มนัสเสห์​แห่ง​ยูดาห์​ได้​ทำ​บาป​ที่​น่าสะอิดสะเอียน​หลายเรื่อง เขา​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​เลวร้าย​ยิ่งกว่า​ที่​พวก​อาโมไรต์​ที่​เคย​อยู่​ก่อน​หน้า​เขา​ได้​ทำไว้ เขา​ทำให้​ยูดาห์​ทำ​บาป​ไปด้วย กับ​พวก​รูป​เคารพ​ขี้ๆ​ทั้งหลาย​ของเขา 12 ดังนั้น พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​จึง​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​นำ​เรื่อง​เลวร้าย​มา​สู่​เยรูซาเล็ม​และ​ยูดาห์​ถึง​ขนาด​ที่​ว่า​ถ้า​ใคร​ได้ยินเข้า หู​เขา​จะ​ต้อง​เสียว​แปลบ

13 เรา​จะ​เอา​สายวัด​ที่​เคย​ใช้​กับ​เมือง​สะมาเรีย+ 21:13 สายวัด​ที่​เคย​ใช้​กับ​เมือง​สะมาเรีย พวก​คน​งาน​ได้​ใช้​เชือก​เส้น​หนึ่ง​กับ​ลูกตุ้ม​ถ่วง​น้ำหนัก​เพื่อ​ทำ​เครื่อง​หมาย​เป็น​เส้น​ตรง​ไว้​ที่​ส่วน​ปลาย​ของ​กำแพง​หิน ชิ้นส่วน​ของ​หิน​ที่​เกิน​ออก​มา​จาก​เส้น​นี้​จะ​ถูก​ตัด​ทิ้ง ข้อ​ความ​นี้​หมาย​ความ​ว่า​พระเจ้า​ได้​โยน​สะมาเรีย​และ​ครอบครัว​ของ​กษัตริย์​อาหับ​ทิ้ง ใน​ปี 722 ก่อน​พระ​เยซู​มา​เกิด และ​ลูกตุ้ม​น้ำหนัก+ 21:13 ลูกตุ้ม​น้ำหนัก ลูกตุ้ม​ที่​ผูก​อยู่​กับ​เชือก​และ​ใช้​ใน​การ​ทด​สอบ​ว่า​ของ​สิ่ง​นั้น​ตั้ง​ตรง​หรือไม่ เหมือน​ลูกดิ่ง ที่​เคย​ใช้​กับ​ครอบครัว​ของ​อาหับ​ออก​มา​ใช้​กับ​เยรูซาเล็ม เรา​จะ​เช็ดล้าง​เยรูซาเล็ม​ให้​เรียบ​เหมือน​กับ​เช็ดล้าง​ชาม​ใบ​หนึ่ง แล้ว​คว่ำ​มัน​ลง 14 เรา​จะ​โยน​ผู้รับมรดก​ของเรา​ที่​เหลือ​อยู่​เพียง​น้อยนิด​ทิ้งไป และ​มอบ​พวกเขา​ให้​ไป​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​พวก​ศัตรูเขา พวกเขา​จะ​ตก​เป็น​เหยื่อ​และ​เป็น​ของ​ที่​ถูก​ปล้น​มา​ได้​โดย​ศัตรู​ทั้งสิ้น​ของ​พวกเขา 15 เพราะ​พวกเขา​ได้​ทำ​สิ่ง​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของเรา​และ​มายั่ว​ให้​เรา​โกรธ ตั้งแต่​วัน​ที่​พวก​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา​ออก​มา​จาก​อียิปต์​จน​ถึง​ทุกวันนี้ 16 นอก​จาก​บาป​ที่​มนัสเสห์​เป็น​ต้นเหตุ​ให้​ยูดาห์​พลอย​ทำ​ไปด้วย ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ที่​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ มนัสเสห์​ก็ยัง​ทำ​ให้​เลือด​ของ​ผู้บริสุทธิ์​ไหลนอง​ไปทั่ว​เมือง​เยรูซาเล็ม​จาก​ด้านหนึ่ง​ไป​จด​อีก​ด้านหนึ่ง’”

17 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุคสมัย​ของ​มนัสเสห์ และ​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ได้​ทำ รวมทั้ง​ความบาป​ของเขา ได้​จด​บันทึกไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​พวก​กษัตริย์​แห่งยูดาห์ 18 มนัสเสห์​ได้​ตายไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา​และ​ศพ​ของเขา​ถูก​ฝัง​อยู่​ใน​สวน​อุสซาห์​ซึ่ง​เป็น​สวน​ที่​อยู่​ใน​วัง​ของเขา และ​อาโมน​ลูกชาย​ของเขา​ก็​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

อาโมน​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 33:21-25)

19 เมื่อ​อาโมน​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ เขา​มี​อายุ​ยี่สิบสองปี เขา​ได้​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​สองปี แม่​ของ​เขา​ชื่อ​ว่า​เมชุลเลเมท นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​ฮารูส​ที่​มาจาก​เมือง​โยทบาห์

20 อาโมน​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เหมือน​กับ​ที่​มนัสเสห์​พ่อ​ของ​เขาทำ 21 เขา​ได้​เลียนแบบ​พ่อ​ของเขา​ทุกอย่าง เขา​นมัสการ​พวก​รูปเคารพ​ที่​พ่อ​ของเขา​นมัสการ และ​ไป​กราบไหว้​รูปเคารพ​เหล่านั้น 22 เขา​ได้​ละทิ้ง​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของเขา และ​ไม่​ยอม​เดิน​ตาม​ทาง​ของ​พระยาห์เวห์

23 พวก​ข้าราชการ​ของ​อาโมน​ได้​วางแผน​กัน​กบฏ​ต่อ​เขา​และ​ได้​ลอบ​ฆ่า​เขา​ใน​วัง​ของเขา 24 แล้ว​ประชาชน​ใน​แผ่นดินนั้น​ก็​ได้​ฆ่า​พวก​ที่​รวม​หัว​กัน​ฆ่า​กษัตริย์​อาโมน และ​พวกเขา​ก็​ได้​ยก​โยสิยาห์​ลูกชาย​ของ​อาโมน​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​แทน​พ่อ​ของเขา

25 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุคสมัย​ของ​อาโมน​และ​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำไป ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​ยูดาห์ 26 เขา​ได้​ถูกฝัง​อยู่​ใน​หลุม​ฝังศพ​ใน​สวน​อุสซาห์ และ​โยสิยาห์​ลูกชาย​ของเขา​ก็​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

22

โยสิยาห์​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 34:1-2, 8-33)

1 โยสิยาห์​มี​อายุ​แปด​ขวบ​เมื่อ​เขา​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​สามสิบเอ็ดปี แม่​ของ​เขา​ชื่อ​ว่า​เยดีดาห์ นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​อาดายาห์ ชาว​เมือง​โบสคาท 2 โยสิยาห์​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ได้​เดิน​ตาม​ทาง​ทุกทาง​ของ​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของเขา ไม่​เคย​หันซ้าย​หรือ​หันขวา

โยสิยาห์​สั่ง​ให้​ซ่อมแซม​วิหาร

(2 พศด. 34:9-13)

3 ใน​ปี​ที่​สิบแปด ที่​โยสิยาห์​เป็น​กษัตริย์ เขา​ได้​ส่ง​เลขานุการ ชื่อ​ว่า​ชาฟาน​ไป​ยัง​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ ชาฟาน​เป็น​ลูกชาย​ของ​อาซาลิยาห์ ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​เมชุลลาม โยสิยาห์​สั่ง​ชาฟาน​ว่า 4 “ขึ้น​ไป​หา​ฮิลคียาห์​นักบวช​สูงสุด บอก​ให้​เขา​เตรียม​เงิน​ที่​ได้​เก็บ​ไว้​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ ที่​พวก​คน​เฝ้า​ประตู​เก็บ​รวบรวม​มา​จาก​ประชาชนนั้น 5 ให้​เขา​เอา​เงิน​พวกนั้น​ไป​ให้​กับ​พวก​หัวหน้า​คนงาน​ที่​ได้รับ​มอบหมาย​ให้​มา​ดูแล​คน​ที่​มา​ซ่อมแซม​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ให้​หัวหน้า​คนงาน​พวก​นี้ เอา​เงิน​ไป​จ่าย​ให้​พวก​คนงาน​ที่​มา​ซ่อมแซม​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ 6 ซึ่ง​มี​ทั้ง​ช่างไม้ ช่างก่อสร้าง ช่างอิฐ และ​ให้​พวกเขา​นำ​ไป​ซื้อ​ไม้​และ​หิน​ที่​ตัดแต่ง​แล้ว​เพื่อ​นำ​ไป​ใช้​ซ่อมแซม​วิหาร 7 บอก​พวกเขา​ว่า​ไม่​ต้อง​ทำ​บัญชี​เกี่ยวกับ​เงิน​ที่​ให้​พวกเขา​ไว้ เพราะ​พวกเขา​ล้วน​ทำ​งาน​ด้วย​ความ​ซื่อสัตย์”

พบ​หนังสือ​ธรรมบัญญัติ​ใน​วิหาร

(2 พศด. 34:14-21)

8 ฮิลคียาห์​นักบวช​สูงสุด​ได้​พูด​กับ​ชาฟาน​ที่​เป็น​เลขา​ว่า “เรา​ได้​พบ​หนังสือ​ธรรม​บัญญัติ+ 22:8 หนังสือ​ธรรม​บัญญัติ น่า​จะ​เป็น​หนังสือ​เฉลยธรรม​บัญญัติ อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์” เขา​ได้​มอบ​หนังสือ​เล่มนั้น​ให้​กับ​ชาฟาน และ​ชาฟาน​ก็​อ่านมัน

9 แล้ว​ชาฟาน​ที่​เป็น​เลขา​ก็​ไป​พบ​กษัตริย์​และ​บอก​กับ​กษัตริย์​ว่า “พวก​ข้าราชการ​ได้​เอา​เงิน​ที่​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ ไป​มอบ​ให้​กับ​พวก​คนงาน​และ​หัวหน้า​งาน​ที่​วิหารแล้ว” 10 แล้ว​เลขา​ชาฟาน​ก็​บอก​ข่าว​กับ​กษัตริย์​ว่า “นักบวช​ฮิลคียาห์​ได้​มอบ​หนังสือ​เล่มหนึ่ง​ให้​กับ​ข้าพเจ้า” และ​ชาฟาน​ก็​อ่าน​ให้​กษัตริย์​ฟัง

11 เมื่อ​กษัตริย์​ได้​ฟัง​คำพูด​ต่างๆ​ใน​หนังสือ​ธรรมบัญญัติ​เล่มนั้นแล้ว เขา​ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ออก​ด้วย​ความ​โศกเศร้า 12 เขา​ได้​สั่ง​นักบวช​ฮิลคียาห์ อาหิคัม​ลูกชาย​ของ​ชาฟาน อัคโบร์​ลูกชาย​ของ​มีคายาห์ และ​เลขา​ชาฟาน รวมทั้ง​อาสายาห์​ผู้รับใช้​ของ​กษัตริย์​ว่า 13 “ไป​ปรึกษา​พระยาห์เวห์​ดูสิ​ว่า​เรา​ควร​ทำ​ยังไงดี ไป​ปรึกษา​ให้​กับเรา ให้​กับ​ประชาชน​และ​ให้​กับ​ชาว​ยูดาห์​ทั้งหมดด้วย เกี่ยวกับ​สิ่ง​ที่​เขียน​อยู่​ใน​หนังสือ​ที่​ถูก​พบ​เล่มนี้ เพราะ​ที่​ความ​โกรธ​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​เผาผลาญ​พวกเรานี้ ก็​เพราะ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเรา​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​คำพูด​ใน​หนังสือ​เล่มนี้ พวกเขา​ไม่​ยอม​ทำตาม​ทุก​สิ่ง​ที่​ถูก​เขียน​อยู่​ใน​หนังสือ​เล่มนี้​ที่​พวกเรา​จะ​ต้องทำ”

เรื่อง​กษัตริย์​โยสิยาห์​กับ​นางฮุลดาห์

(2 พศด. 34:22-28)

14 นักบวช​ฮิลคียาห์ อาหิคัม อัคโบร์ ชาฟาน​และ​อาสายาห์​ได้​ไป​พูด​กับ​ฮุลดาห์​หญิงผู้พูดแทนพระเจ้า นาง​เป็น​เมีย​ของ​ชัลลูม​ลูกชาย​ของ​ทิกวาห์​ซึ่ง​เป็น​ลูกชาย​ของ​ฮารฮัส ชัลลูม​มี​หน้าที่​ดูแล​เรื่อง​เสื้อผ้า​ของ​นักบวช ฮุลดาห์​อาศัย​อยู่​ใน​เขต​ที่สอง​ของ​เมือง​เยรูซาเล็ม

15 นาง​พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​พูด​ว่า​อย่างนี้ ‘ให้​บอก​กับ​ชาย​ที่​ส่ง​พวกเจ้า​มา​หา​เราว่า 16 “พระยาห์เวห์​พูด​ว่า เรา​กำลัง​จะ​นำ​ความ​หายนะ​มา​สู่​สถานที่​แห่งนี้​และ​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ที่นี่​ตาม​ที่​ได้​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​ที่​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์​ได้​อ่าน​ไป​แล้วนั้น 17 ความ​โกรธ​ของ​เรา​จะ​เผาผลาญ​สถานที่​แห่งนี้​และ​จะ​ดับ​ไม่​ได้ เพราะ​พวกเขา​ละทิ้ง​เรา​และ​ไป​เผา​เครื่อง​หอม ให้​กับ​พระ​อื่นๆ​และ​มา​ยั่วยุ​ให้​เรา​โกรธ​ด้วย​พวกรูปเคารพ​ที่​พวกเขา​ได้​สร้าง​ขึ้น​กับมือ”

18 ให้​บอก​กับ​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ที่​ได้​ส่ง​พวก​เจ้า​มา​ปรึกษา​พระยาห์เวห์ ให้​บอก​กับ​เขา​ว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ได้​พูด​คำเหล่านั้น​ที่​เจ้า​ได้ยิน​ไปแล้ว 19 เมื่อ​เจ้า​ได้ยิน​ถึง​สิ่ง​ที่​เรา​พูด​ต่อต้าน​สถานที่​แห่งนี้​และ​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ที่นี่ ว่า​สถานที่นี้​จะ​รกร้าง และ​ประชาชน​เหล่านี้​จะ​ถูก​สาปแช่ง เมื่อ​เจ้า​ได้ยิน​อย่างนี้ จิตใจ​ของ​เจ้า​ก็สงสาร และ​ถ่อมตัว​ลง​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ เจ้า​ได้​ฉีก​เสื้อผ้า​ด้วย​ความ​โศกเศร้า และ​ได้​ร้องไห้​ต่อหน้า​เรา เรา​ก็เลย​ฟัง​เจ้า” พระยาห์เวห์​พูด​ว่า​อย่างนี้ 20 ดังนั้น​เรา​จะ​รวม​เจ้า​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เจ้า และ​ศพ​ของ​เจ้า​จะ​ถูก​ฝัง​อย่าง​สงบสุข ตา​ของ​เจ้า​จะ​ไม่​ต้อง​เห็น​ความหายนะ​ที่​เรา​กำลัง​จะ​นำ​มา​สู่​สถานที่​แห่งนี้’” แล้ว​พวกเขา​ได้​เอา​ข้อความนี้​ไป​บอก​กับ​กษัตริย์

23

ประชาชน​ฟัง​หนังสือ​ข้อตกลง

(2 พศด. 34:29-32)

1 แล้ว​กษัตริย์​โยสิยาห์​เรียก​พวกผู้ใหญ่​ของ​ยูดาห์​และ​ของ​เยรูซาเล็ม​ทั้งหมด​มา​รวมตัวกัน 2 เขา​ขึ้น​ไป​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​กับ​คนเหล่านั้น​ของ​ยูดาห์ และ​ทุกคน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม รวมทั้ง​พวก​นักบวช​และ​เหล่า​ผู้พูดแทนพระเจ้า คือ​ประชาชน​ทั้งหมด​ตั้งแต่​ชน​ชั้น​ระดับล่าง​ไป​จน​ถึง​คน​ระดับสำคัญๆ โยสิยาห์​ได้​อ่าน​ทุกคำ​ใน​หนังสือ​ข้อตกลง​ที่​พบ​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์นั้น​ให้​กับ​ทุกคนฟัง

3 กษัตริย์​ยืน​อยู่​ข้าง​เสา​และ​ได้​ทำ​ข้อตกลงใหม่​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ ว่า​จะ​ติดตาม​พระยาห์เวห์​และ​จะ​รักษา​คำสั่ง​ทุกข้อ​ของ​พระองค์ กฎ​และ​ข้อบังคับ​ต่างๆ​อย่าง​สุดจิต​สุดใจ และ​จะ​ทำ​ตาม​คำพูด​ของ​ข้อตกลง​ที่​เขียน​อยู่​ใน​หนังสือ​เล่มนี้ แล้ว​ประชาชน​ทั้งหมด​ก็​ได้​ขาน​รับ​ข้อตกลงนั้น

กษัตริย์​โยสิยาห์​กำจัด​รูปเคารพ

(2 พศด. 34:3-7)

4 กษัตริย์​สั่ง​ฮิลคียาห์​ซึ่ง​เป็น​นักบวช​สูงสุด เหล่านักบวช​คน​อื่นๆ​ที่​มี​ตำแหน่ง​รองๆ​ลง​มา​และ​พวก​คนเฝ้าประตู ให้​ย้าย​เครื่อง​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​สร้าง​ขึ้น​ให้​แก่​พระ​บาอัล ให้​แก่​เจ้าแม่​อาเชราห์​และ​ให้​แก่​พวก​ดวงดาว​ทั้งหลาย ออก​จาก​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ โยสิยาห์​ได้​เผา​สิ่ง​เหล่านั้น​นอก​เมือง​เยรูซาเล็ม ใน​ทุ่ง​ของ​หุบเขา​ขิดโรน แล้ว​ขน​เอา​ขี้เถ้า​ของ​มัน​ไป​ที่​เมือง​เบธเอล

5 โยสิยาห์​ได้​กำจัด​พวก​นักบวช​ที่​รับใช้​พวก​รูปเคารพ​ที่​กษัตริย์​ทั้งหลาย​ของ​ยูดาห์​ได้​แต่งตั้ง​ให้​มา​ทำ​หน้าที่​เผา​เครื่อง​หอม อยู่​บน​สถาน​นมัสการ​ต่างๆ​ใน​เมือง​ทั้งหลาย​ของ​ยูดาห์ และ​เมือง​ที่​อยู่​รอบๆ​เมือง​เยรูซาเล็ม รวมถึง​พวก​นักบวช​ที่​เป็น​คน​เผา​เครื่อง​หอม​ให้​กับ​พระ​บาอัล ให้​กับ​พระอาทิตย์​และ​พระจันทร์ ให้​กับ​พวก​หมู่ดาว​และ​ดวงดาว​ทั้งหมด​บน​ท้องฟ้า

6 โยสิยาห์​เอา​เสา​เจ้า​แม่​อาเชราห์ ออก​จาก​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ และ​เอา​ไป​ไว้​ที่​หุบเขา​ขิดโรน​ที่​อยู่​นอก​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​เผา​มัน​ทิ้ง​ที่นั่น เขา​ทุบ​มัน​จน​แตก​ละเอียด​เป็น​ผุยผง​และ​เอา​ขี้เถ้า​ของ​มัน​โปรย​ลง​บน​หลุม​ฝังศพของคน+ 23:6 โปรย​ลง​บน​หลุม​ฝังศพของคน เป็น​วิธี​ที่​แข็งกร้าว​ที่​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​เสา​เจ้า​แม่​อาเชราห์​จะ​ไม่​ถูก​นำ​มา​ใช้​อีก

7 โยสิยาห์​ยัง​ทำลาย​ที่​พัก​ทั้งหลาย​ของ​พวก​โสเภณี​ผู้ชาย​ซึ่ง​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ ซึ่ง​เป็น​ที่​เดียว​กับ​ที่​พวก​ผู้หญิง​ใช้​ทอ​ผ้า​ให้​กับ​พระ​แม่​อาเชราห์

8 โยสิยาห์​นำ​ตัว​พวก​นักบวช​ทั้งหมด​มา​จาก​เมือง​ต่างๆ​ของ​ยูดาห์ แล้ว​มา​ไว้​ที่​เยรูซาเล็ม และ​ทำ​ให้​สถาน​นมัสการ​ทั้งหลาย​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ลง ตั้งแต่​ใน​เกบา​ไป​จน​ถึง​เบเออร์เชบา ซึ่ง​เป็น​สถานที่​ที่​พวก​นักบวช​นั้น​ใช้​เผา​เครื่อง​หอม โยสิยาห์​ทำลาย​พวก​สถานที่​ที่​นมัสการ​รูปปั้นแพะ ที่​ตั้ง​อยู่​ทาง​ด้านซ้าย​ของ​ประตู​เมือง ที่​อยู่​ตรง​ทางเข้า​ของ​ประตู​โยชูวา​เจ้าเมือง 9 ถึง​แม้ว่า​เหล่า​นักบวช​ของ​สถาน​นมัสการ​เหล่านั้น​ไม่​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​รับใช้​อยู่​ที่​แท่น​บูชา​ของ​พระยาห์เวห์​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม แต่​พวกเขา​ก็​ได้​กิน​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อฟู​กับ​เหล่า​นักบวช​ญาติๆ​ของเขา

10 โทเฟท​เป็น​สถานที่​หนึ่ง​ที่​ตั้ง​อยู่​ใน​หุบเขา​ของ​เบนฮินโนม โยสิยาห์​ทำให้​สถานที่​นี้​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์ลง จึง​ไม่​มี​ใคร​สามารถ​กลับ​มา​ใช้​สถานที่นี้ เพื่อ​เอา​ลูกชาย​หรือ​ลูกสาว​ของ​ตัวเอง​มา​เผา​ไฟ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ให้​กับ​พระ​โมเลค+ 23:10 ไม่​มี​ใคร … โมเลค แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “ประชาชน​ได้​ให้​ลูกชาย​และ​ลูกสาว​ของ​เขา​เข้า​ไป​ใน​กอง​ไฟ​เพื่อ​พระ​โมเลค” ได้​อีก​ต่อไป 11 ใน​อดีต กษัตริย์​ของ​ยูดาห์​ชอบ​เอา​พวก​รูปปั้น​ม้า​และ​รถรบ​มา​ตั้ง​อยู่​ที่​ทาง​เข้า​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ ที่​อยู่​ใกล้​กับ​ห้อง​ของ​เจ้าหน้าที่​ที่​สำคัญ​คนหนึ่ง​ชื่อ นาธันเมเลค ทั้งรูปปั้น​ม้า​และ​รถรบ​นี้​มี​ไว้​อุทิศ​ให้​กับ​ดวง​อาทิตย์+ 23:11 รูปปั้น​ม้า … กับ​ดวง​อาทิตย์ ประชาชน​คิด​ว่า​พระอาทิตย์​คือ​พระ​องค์​หนึ่ง​ที่​ขับ​รถรบ (ดวง​อาทิตย์) ข้าม​ท้องฟ้า​ไป​ใน​แต่​ละ​วัน โยสิยาห์​ย้าย​พวก​รูปปั้น​ม้า​ออก​ไป และ​เผา​รถรบ​พวก​นี้​จนหมด

12 ใน​อดีต กษัตริย์​ของ​ยูดาห์​ได้​สร้าง​พวก​แท่นบูชา​ไว้​บน​ดาดฟ้า​ของ​ตึก​อาหัส กษัตริย์​มนัสเสห์​ก็​ได้​สร้าง​แท่นบูชา​ไว้​ที่​ลาน​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ โยสิยาห์​รื้อ​แท่นบูชา​เหล่านั้น และ​ทุบ​พวกมัน​ทิ้ง​จน​แตก​เป็น​ชิ้นเล็ก​ชิ้นน้อย​และ​ก็​โยน​เศษ​หิน​ลง​ใน​หุบเขา​ขิดโรน

13 ใน​อดีต​กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​สร้าง​พวก​สถาน​นมัสการ​ไว้​ทาง​ใต้​เนินเขา​แห่ง​การทำลาย ซึ่ง​อยู่​ทาง​ตะวันออก​ของ​เมือง​เยรูซาเล็ม ที่​อยู่​ใกล้​กับ​เมือง​เยรูซาเล็ม กษัตริย์​ซาโลมอน​ของ​อิสราเอล​ได้​สร้าง​สถาน​นมัสการ​พวกนี้​ให้​กับ​พระ​อัชโทเรท​อัน​น่าสะอิดสะเอียน ที่​ชาว​ไซดอน​นับถือกัน และ​สร้าง​ให้​กับ​พระ​เคโมช อัน​น่าสะอิดสะเอียน ที่​พวก​โมอับ​นับถือกัน และ​สร้าง​ให้​กับ​พระ​โมเลค อัน​น่าสะอิดสะเอียน ที่​ชาว​อัมโมน​นับถือกัน 14 โยสิยาห์​ทุบ​พวก​หิน​ศักดิ์สิทธิ์​เป็น​ชิ้นเล็ก​ชิ้นน้อย​และ​โค่น​พวก​เสา​เจ้า​แม่​อาเชราห์​ลง​และ​เอา​กระดูก​คน​มา​ทิ้ง​ให้​กระจัด​กระจาย​ใน​ที่​นั้น

15 โยสิยาห์​ได้​รื้อ​ทิ้ง​แม้แต่​แท่นบูชา​ที่​เมือง​เบธเอล สถาน​นมัสการ​ที่​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท​ได้​สร้างขึ้น ซึ่ง​ทำ​ให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย+ 23:15 เยโรโบอัม … ไปด้วย ดู​ใน 1 พงศ์​กษัตริย์ 12:26-30 เขา​เผา​สถาน​นมัสการ และ​ทุบ​มัน​จน​แตก​ละเอียด​เป็น​ผุยผง และ​เผา​เสา​เจ้า​แม่​อาเชราห์​ทิ้งด้วย 16 แล้ว​โยสิยาห์​ก็​มอง​ไป​รอบๆ​และ​เมื่อ​เขา​เห็น​หลุม​ฝังศพ​มากมาย​ที่​อยู่​ด้าน​ข้าง​เนินเขา เขา​ก็​ให้​ย้าย​เอา​กระดูก​ออก​จาก​ที่​นั่น และ​เผา​มัน​บน​แท่นบูชา​เพื่อ​ทำ​ให้​แท่นบูชา​เสื่อม​ไป ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​เคย​ทำนาย​ไว้​ผ่าน​ทาง​คน​ของ​พระเจ้า+ 23:16 เคย​ทำนาย​ไว้​ผ่าน​ทาง​คน​ของ​พระเจ้า ดู​ใน 1 พงศ์กษัตริย์ 13:1-3 ตอน​ที่​กษัตริย์​เยโรโบอัม​ยืน​อยู่​ข้างๆ​แท่นบูชา​ใน​ช่วง​เทศกาล แล้ว​โยสิยาห์​ก็​หัน​ไป​ดู​อุโมงค์​ของ​คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น​ที่​ได้​ทำนาย​ถึง​สิ่ง​เหล่านี้

17 กษัตริย์​โยสิยาห์​ถาม​ว่า “หิน​ที่​ระลึก​ที่​เรา​เห็นนั้น​คือ​อะไร​หรือ”

พวกคน​ใน​เมือง​บอก​ไป​ว่า “มัน​เป็น​อุโมงค์​ฝังศพ​ของ​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​มา​จาก​ยูดาห์ และ​ได้​ทำนาย​ถึง​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​ท่าน​ได้​ทำ​ไป​แล้ว​กับ​แท่นบูชา​ของ​เมือง​เบธเอล”

18 กษัตริย์​จึง​พูด​ว่า “ปล่อย​ให้​เขา​พัก​อยู่​ตรงนั้นแหละ อย่า​ให้​ใคร​ไป​รบกวน​กระดูก​ของเขาเลย” พวกเขา​ก็เลย​ไม่​รบกวน​กระดูก​ของ​คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น และ​กระดูก​ของ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ที่​ออก​มา​จาก​เมือง​สะมาเรีย

19 โยสิยาห์​ก็​ทำลาย​พวก​ศาลเจ้า​ตาม​สถานที่​สูง​ใน​เมือง​ต่างๆ​ของ​สะมาเรีย ซึ่ง​พวก​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​เคย​สร้างขึ้น แล้ว​ยั่วยุ​ให้​พระยาห์เวห์​โกรธ เขา​จัดการ​กับ​ที่​เหล่านั้น​อย่าง​กับ​ที่​เขา​ทำ​กับ​สถานที่​นมัสการ​ของ​เบธเอล

20 โยสิยาห์​ฆ่า​นักบวช​ทุกคน​ของ​สถาน​นมัสการ​เหล่านั้น​บน​แท่นบูชา และ​เผา​กระดูก​คน​บน​แท่นบูชา​เหล่านั้น แล้ว​เขา​ก็​กลับ​เมือง​เยรูซาเล็ม

ชาว​ยูดาห์​ฉลอง​เทศกาล​ปลดปล่อย

(2 พศด. 35:1-19)

21 กษัตริย์​โยสิยาห์​มี​คำสั่ง​ถึง​ประชาชน​ทั้งหมด​ว่า “ให้​เฉลิม​ฉลอง​เทศกาล​ปลดปล่อย​เพื่อ​เป็น​เกียรติ​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​พวกเจ้า ตาม​ที่​ได้​กำหนด​ไว้​ใน​หนังสือ​ข้อตกลงนี้”

22 นับ​ตั้งแต่​สมัย​พวก​ผู้นำ​วินิจฉัย​นำ​อิสราเอล ตลอด​จน​สมัย​ของ​พวก​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล​และ​ของ​พวก​กษัตริย์​แห่ง​ยูดาห์ ยัง​ไม่​เคย​มี​การ​เฉลิม​ฉลอง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อยเลย 23 แต่​ใน​ปี​ที่​สิบแปด​ที่​โยสิยาห์​เป็น​กษัตริย์ ก็​ได้​มี​การ​เฉลิม​ฉลอง​เทศกาล​วัน​ปลด​ปล่อย​เพื่อ​เป็น​เกียรติ​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม

24 นอกจากนี้ โยสิยาห์​ยัง​กำจัด​พวก​คนทรงเจ้า​และ​หมอผี บรรดา​พระ​ใน​บ้าน​และ​พวก​รูปเคารพ​ทั้งหลาย​รวมทั้ง​สิ่ง​ที่​น่าสะอิดสะเอียน​ทั้งสิ้น​ที่​เห็น​ใน​ยูดาห์​และ​ใน​เยรูซาเล็ม​ออก​ไป​จนหมด เขา​ได้​ทำ​สิ่ง​ต่างๆ​เหล่านี้ เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​กฎ​ที่​ได้​เขียนไว้​ใน​หนังสือ​ที่​นักบวช​ฮิลคียาห์​ได้​ค้น​พบ​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์

25 ไม่​เคย​มี​กษัตริย์​องค์​ไหน​หัน​เข้า​มาหา​พระยาห์เวห์​ด้วย​สุดจิต​สุดใจ​และ​สุดกำลัง อย่าง​ที่​กฏ​ของ​โมเสส​สั่ง​ไว้ มาก​เท่ากับ​ที่​โยสิยาห์​ได้ทำ ไม่ว่า​จะ​ก่อน​หน้าเขา​หรือ​หลัง​จาก​เขา​ก็ตาม

26 แต่​อย่างไรก็ตาม พระยาห์เวห์​ไม่​ได้​หันเห​ไป​จาก​ความ​ดุดัน​แห่ง​ความ​โกรธ​เกรี้ยว​อัน​มหาศาล​ของ​พระองค์​ที่​เผาผลาญ​ต่อ​ยูดาห์ เนื่อง​จาก​การ​ยั่วยุ​ทั้งหมด​ที่​มนัสเสห์​ได้​ทำ​ต่อ​พระองค์ 27 พระยาห์เวห์​พูด​ว่า “เรา​จะ​กำจัด​ยูดาห์​ออก​ไป​จาก​สายตาเรา เหมือน​กับ​ที่​เรา​ได้​กำจัด​อิสราเอล​ไปแล้ว และ​เรา​จะ​ปฏิเสธ​เมือง​เยรูซาเล็ม​ซึ่ง​เป็น​เมือง​ที่​เรา​ได้​เลือกไว้ รวมทั้ง​วิหาร​แห่งนี้​ที่​เรา​เคย​พูด​ไว้ว่า ‘เรา​จะ​ให้​ชื่อ​ของ​เรา​อยู่​ที่นั่น’”

28 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​สมัย​ของ​โยสิยาห์ และ​ทุกสิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​ยูดาห์

ความ​ตาย​ของ​โยสิยาห์

(2 พศด. 35:20-36:1)

29 ใน​สมัย​ที่​โยสิยาห์​เป็น​กษัตริย์ ฟาโรห์เนโค กษัตริย์​ของ​อียิปต์​ได้​ขึ้น​มา​ที่​แม่น้ำ​ยูเฟรติส​เพื่อ​ช่วยเหลือ​กษัตริย์​ของ​อัสซีเรีย กษัตริย์​โยสิยาห์​ยกทัพ​ออก​ไป​สู้​กับ​ฟาโรห์​เนโค เมื่อ​ฟาโรห์​เนโค​เห็น​โยสิยาห์ ก็​ฆ่า​เขา​ตาย​ที่​เมือง​เมกิดโด 30 พวก​ผู้รับใช้​ของ​โยสิยาห์​นำ​ศพ​ของ​เขา​ขึ้น​รถรบ​คัน​หนึ่ง​และ​ขับ​จาก​เมกิดโด​ไป​จน​ถึง​เยรูซาเล็ม​และ​ฝังศพ​ของ​โยสิยาห์​ไว้​ใน​หลุมศพ​ของ​เขา​เอง

และ​ประชาชน​ของ​แผ่นดินนั้น ก็​ยก​เยโฮอาหาส​ลูกชาย​ของ​โยสิยาห์​ขึ้น​มา​และ​เจิม​แต่งตั้ง ให้​เขา​เป็น​กษัตริย์​ต่อ​จาก​พ่อ​ของเขา

เยโฮอาหาส​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 36:2-4)

31 เยโฮอาหาส​มี​อายุ​ยี่สิบสาม​ปี​เมื่อ​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​สามเดือน แม่​ของ​เขา​มี​ชื่อ​ว่า​ฮามุทาล นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​เยเรมียาห์​ที่​มา​จากลิบนาห์ 32 เยโฮอาหาส​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เหมือน​กับ​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​เคยทำ

33 ฟาโรห์​เนโค​ขัง​เยโฮอาหาสไว้​ที่​ริบลาห์​ซึ่ง​อยู่​ใน​ดินแดน​ของ​ฮามัท เพื่อ​ไม่ให้​เขา​ได้​ครองบัลลังก์​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม และ​ฟาโรห์​ยัง​ได้​บังคับ​เก็บ​ส่วย​จาก​ชาว​ยูดาห์​เป็น​เงิน​หนัก​ประมาณ​สามตัน​ครึ่ง และ​ทองคำ​หนัก​สามสิบสี่​กิโลกรัม+ 23:33 สามสิบสี่​กิโลกรัม หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า หนึ่ง​ตะลันต์

34 ฟาโรห์​เนโค​ให้​เอลียาคิม​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​โยสิยาห์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​แทน​ที่​โยสิยาห์​ผู้เป็นพ่อ​และ​เปลี่ยน​ชื่อ​ของ​เอลียาคิม​เป็น​เยโฮยาคิม แต่​ฟาโรห์​ได้​พา​เยโฮอาหาส​ไป​อยู่​ที่​อียิปต์ และ​เยโฮอาหาส​ก็​ตาย​ที่นั่น 35 เยโฮยาคิม​มอบ​เงิน​และ​ทองคำ​ให้​กับ​ฟาโรห์​เนโค แต่เขา​ได้​เรียก​เก็บภาษี​จาก​ประชาชน​ของ​แผ่นดิน เพื่อ​เอา​เงิน​ไป​มอบ​ให้​กับ​ฟาโรห์​ตาม​ที่​ฟาโรห์​สั่งไว้ เขา​บีบ​เอา​เงิน​และ​ทอง​จาก​ประชาชน​ทุกคน​ของ​แผ่นดิน​ตาม​สัดส่วน​ของ​ทรัพย์​สมบัติ​ที่​พวกเขามี เพื่อ​เอา​ไป​มอบ​ให้​กับ​ฟาโรห์​เนโค

เยโฮยาคิม​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 36:5-8)

36 เยโฮยาคิม​มี​อายุ​ยี่สิบห้า​ปี​เมื่อ​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​สิบเอ็ดปี แม่​ของ​เขา​มี​ชื่อ​ว่า​เศบิดาห์ นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​เปดายาห์​ที่​มา​จาก​รูมาห์ 37 เยโฮยาคิม​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​เหมือน​กับ​ที่​บรรพบุรุษ​ของเขาทำ

24

เนบูคัดเนสซาร์​มา​ที่​ยูดาห์

1 ใน​ช่วง​ยุคสมัย​ของ​เยโฮยาคิม กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์​ของ​บาบิโลน​บุกเข้า​มา​ใน​แผ่นดิน และ​เยโฮยาคิม​ก็​รับใช้​เขา​เป็น​เวลา​สามปี แต่​แล้ว​เยโฮยาคิม​เปลี่ยนใจ​และ​กบฏ​ต่อ​เนบูคัดเนสซาร์ 2 พระยาห์เวห์​ส่ง​ชาว​บาบิโลน ชาว​อารัม ชาว​โมอับ​และ​ชาว​อัมโมน​ให้​เข้า​มา​สู้รบ​กับ​เยโฮยาคิม พระองค์​ส่ง​พวกเขา​ให้​มา​ทำลาย​ยูดาห์​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์ ที่​เคย​ประกาศไว้ ผ่าน​ทาง​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า ที่​เป็น​ผู้รับใช้​ของพระองค์

3 สิ่งเหล่านี้​เกิดขึ้น​กับ​ยูดาห์​ตาม​คำสั่ง​ของ​พระยาห์เวห์แน่ ที่​พระองค์​สั่ง​ให้​กำจัด​พวกเขา​ให้​พ้น​ไป​จาก​สายตา​ของ​พระองค์ เนื่องจาก​บาป​ทั้งหลาย​ของ​มนัสเสห์​และ​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​เขา​ได้​ทำไป 4 รวมทั้ง​การทำ​ให้​เลือด​ของ​ผู้บริสุทธิ์​ต้อง​ไหลนอง​ด้วย เพราะ​มนัสเสห์​ได้​ทำ​ให้​เลือด​ของ​ผู้​บริสุทธิ์​ได้​ไหล​นอง​ไป​ทั่ว​เยรูซาเล็ม พระยาห์เวห์​ก็เลย​ไม่​ยอม​ยกโทษให้

5 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุคสมัย​ของ​เยโฮยาคิม​และ​ทุกสิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำไป ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​พวก​กษัตริย์​แห่ง​ยูดาห์ 6 เยโฮยาคิม​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา และ​เยโฮยาคีน​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

7 กษัตริย์​ของ​ประเทศ​อียิปต์​ไม่​ได้​ยกทัพ​ออก​มา​จาก​ประเทศ​ของ​เขา​อีก เพราะ​กษัตริย์​ของ​บาบิโลน​เข้า​ยึด​เอา​ดินแดน​ที่​เคย​เป็น​ของ​กษัตริย์​อียิปต์ ตั้งแต่​ลำธาร​ของ​อียิปต์​ไป​จนกระทั่ง​ถึง​แม่น้ำ​ยูเฟรติส

เนบูคัดเนสซาร์​ยึด​เยรูซาเล็ม

(2 พศด. 36:9-10)

8 เยโฮยาคีน​มี​อายุ​สิบแปด​ปี เมื่อ​เขา​เป็น​กษัตริย์ และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​สาม​เดือน แม่​ของ​เขา​มี​ชื่อ​ว่า​เนหุชทา นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​เอลนาธัน​ที่​มาจาก​เยรูซาเล็ม 9 เยโฮยาคีน​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​เหมือน​กับ​ที่​พ่อ​ของ​เขาทำ

10 ใน​เวลานั้น บรรดา​ข้าราชการ​ของ​กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์​ของ​บาบิโลน​เคลื่อนทัพ​เข้า​มา​ใกล้​เยรูซาเล็ม​และ​ได้​ปิด​ล้อม​เมืองไว้ 11 ตัว​เนบูคัดเนสซาร์​เอง​ก็​ขึ้น​มา​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม ใน​ขณะ​ที่​พวก​ข้าราชการ​ของ​เขา​กำลัง​ปิดล้อม​เมืองอยู่ 12 กษัตริย์​เยโฮยาคีน​ของ​ยูดาห์ แม่​ของ​เขา เหล่า​ผู้รับใช้​ของ​เขา เหล่า​ขุนนาง​และ​บรรดา​เจ้าหน้าที่​ใน​วัง​ของ​เขา ต่าง​ก็​มอบตัว​ต่อ​กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์ ใน​ปี​ที่​แปด+ 24:12 ใน​ปี​ที่​แปด หรือ ปี​ที่ 597 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด ที่​กษัตริย์​บาบิโลน​ครองราชย์ เขา​จับ​ตัว​เยโฮยาคีน​ไว้​เป็นเชลย

13 เนบูคัดเนสซาร์​ขน​เอา​สมบัติ​ทั้งหมด​ไป​จาก​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ และ​จาก​วัง​ของ​กษัตริย์ และ​เอา​เครื่องใช้​ทองคำ​ที่​กษัตริย์​ซาโลมอน​ของ​อิสราเอล​ได้​สร้างไว้​ให้​กับ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ ตัด​เป็น​ชิ้นๆ ทั้งหมดนี้​ได้​เกิดขึ้น​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​บอกไว้​ล่วงหน้า 14 เนบูคัดเนสซาร์​กวาด​คน​ใน​เยรูซาเล็ม​ไป​เป็น​เชลย​จน​หมด ไม่ว่า​จะ​เป็น​พวก​เจ้าหน้าที่ นักรบ และ​พวก​ช่าง​แกะสลัก​และ​พวก​ช่าง​ฝีมือ​ทั้งหลาย รวมทั้ง​หมด​หนึ่ง​หมื่น​คน เหลือไว้​แต่​พวกคน​ที่​ยากจน​ที่สุด​ของ​แผ่นดิน 15 เนบูคัดเนสซาร์​จับ​ตัว​เยโฮยาคีน​ไป​ไว้​ที่​บาบิโลน รวมทั้ง​แม่​ของ​เขา พวกเมีย​ทั้งหลาย​ของ​เขา ตลอด​จน พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​เขา และ​คน​ระดับ​ผู้นำ​ของ​แผ่นดิน เขา​จับ​คน​พวกนี้​จาก​เยรูซาเล็ม​ไป​ไว้​ที่​บาบิโลน 16 กษัตริย์​บาบิโลน​ยัง​กวาด​ต้อน​พวก​นักรบ​ที่​แข็งแกร่ง ที่​พร้อม​สำหรับ​การศึก ทั้งหมด​เจ็ดพันคน และ​พวก​ช่าง​แกะสลัก​และ​ช่าง​ฝีมือ​ทั้งหลาย​รวม​หนึ่ง​พัน​คน​ไป​ไว้​ที่​บาบิโลนด้วย 17 เนบูคัดเนสซาร์​ได้​ให้​มัทธานิยาห์​ที่​เป็น​น้า​ของ​เยโฮยาคีน​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​แทน และ​เปลี่ยน​ชื่อ​เขา​เป็น​เศเดคียาห์

เศเดคียาห์​ปกครอง​ยูดาห์

(2 พศด. 36:11-17; ยรม. 52:1-3)

18 เศเดคียาห์​มี​อายุ​ยี่สิบเอ็ด​ปี ตอน​ที่​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม​สิบเอ็ดปี แม่​ของ​เขา​ชื่อ​ว่า​ฮามุทาล​เป็น​ลูกสาว​ของ​เยเรมียาห์ นาง​มา​จาก​ลิบนาห์ 19 เศเดคียาห์​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เหมือน​กับ​ที่​เยโฮยาคิม​เคย​ทำ​มาก่อน 20 พระยาห์เวห์​โกรธ​เยรูซาเล็ม​และ​ยูดาห์​มาก​จน​ถึง​กับ​ขับไล่​พวกเขา​ออก​ไป​ให้​พ้น​หน้า​ของพระองค์

เยรูซาเล็ม​แตก

(2 พศด. 36:18-21; ยรม. 52:3-30)

ใน​เวลานั้น เศเดคียาห์​ได้​กบฏ​ต่อ​กษัตริย์​บาบิโลน

25

1 ต่อมา​ใน​วัน​ที่​สิบ เดือน​สิบ ปี​ที่​เก้า​ที่​เศเดคียาห์​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​ยูดาห์ กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์​และ​กองทัพ​ทั้งหมด​ของ​เขา​ได้​ยก​มา​ที่​เยรูซาเล็ม​และ​ล้อม​เมือง​เอาไว้ และ​ได้​สร้าง​เนินดิน​สำหรับ​บุก​ขึ้น​โจมตี​ไว้​รอบ​กำแพง​เมือง

2 พวกเขา​ล้อม​เมือง​เยรูซาเล็ม​อยู่​จน​ถึง​ปี​ที่​สิบเอ็ด​ที่​เศเดคียาห์​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​ยูดาห์ 3 ใน​วัน​ที่​เก้า เดือน​สี่ ความ​อดอยาก​ใน​เมืองนั้น​ก็​แสนสาหัส ถึง​ขั้น​ไม่​มี​อาหาร​ให้​กับ​ประชาชน​กินกัน 4 ใน​ที่​สุด​กองทัพ​ของ​กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์​ก็​บุก​ทะลวง​กำแพง​เข้า​มาได้ ใน​คืน​นั้น​กษัตริย์​เศเดคียาห์​และ​ทหาร​ทั้งหมด​ของ​เขา​ก็​หนี​ออก​ไป​ทาง​ประตู​ที่​อยู่​ระหว่าง​กำแพง​สองชั้น ใกล้ๆ​สวน​ของ​กษัตริย์ ถึงแม้​พวก​บาบิโลน​จะ​ปิด​ล้อม​เมืองอยู่ แต่​กษัตริย์​เศเดคียาห์​พร้อม​กับ​พวก​ทหาร​ของเขา​ก็​หนี​ไป​ตาม​ทาง​ที่​มุ่ง​ไป​สู่​ทะเลทราย​อารบา

5 ทหาร​บาบิโลน​ไล่ตาม​กษัตริย์​เศเดคียาห์ไป แล้ว​ก็​จับ​ตัว​เขา​ได้​ใน​ที่ราบ​ของ​เมือง​เยริโค แล้ว​ทหาร​ของ​เขา​ต่าง​พากัน​ทิ้ง​เขา​หนี​กระเจิด​กระเจิงไป

6 พวก​ทหาร​บาบิโลน​จึง​จับกุม​ตัว​กษัตริย์ไว้ และ​นำ​ตัว​ไป​ให้​กับ​กษัตริย์​บาบิโลน​ที่​ริบลาห์ แล้ว​กษัตริย์​บาบิโลน​ก็​ตัดสิน​โทษเขา 7 พวก​ทหาร​บาบิโลน​ได้​ฆ่า​พวก​ลูกชาย​ของ​เศเดคียาห์​ต่อหน้าเขา และ​ควัก​ดวงตา​ทั้งสอง​ข้าง​ของ​เศเดคียาห์ แล้ว​เอา​โซ่​ล่าม​เขาไว้ พา​ไป​ที่​บาบิโลน

8 ใน​วัน​ที่​เจ็ด​เดือน​ที่​ห้า+ 25:8 วัน​ที่​เจ็ด​เดือน​ที่​ห้า คงจะ​เป็น วัน​ที่ 16 สิงหาคม ปี 586 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด ซึ่ง​เป็น​ปี​ที่​สิบเก้าที่​เนบูคัดเนสซาร์​เป็น​กษัตริย์​แห่ง​บาบิโลน เนบูซาระดาน​หัวหน้า​ทหาร​องครักษ์ ที่​เป็น​เจ้า​หน้า​ที่​คนหนึ่ง​ของ​กษัตริย์ ได้​มา​ที่​เยรูซาเล็ม 9 เขา​ได้​เผา​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ วัง​ของ​กษัตริย์ และ​บ้าน​เรือน​ทั้งหมด​ใน​เยรูซาเล็ม เขา​เผา​บ้าน​ที่​ใหญ่โต​ทุก​หลัง​ลง​หมด

10 แล้ว​กองทัพ​ทั้งหมด​ของ​บาบิโลน​ที่​มา​กับ​หัวหน้า​องครักษ์ ก็​ทลาย​กำแพง​รอบ​เมือง​เยรูซาเล็มลง 11 แล้ว​เนบูซาระดาน​ก็​กวาด​ต้อน​คน​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่​ใน​เมือง และ​คน​ที่​เคย​ทิ้ง​เมือง​ไป​เข้า​กับ​กษัตริย์​บาบิโลน ไป​บาบิโลน​จนหมด 12 แต่​เขา​ได้​ทิ้ง​คน​จน​ที่สุด​ไว้​ใน​แผ่นดิน เพื่อ​ดูแล​ไร่องุ่น​และ​ทุ่งนา

13 เสา​ทอง​สัมฤทธิ์​ที่​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ รวมทั้ง​แท่นบูชา​เคลื่อนที่ และ​ขันทะเล​ทอง​สัมฤทธิ์​ที่​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ พวก​ทหาร​บาบิโลน​ก็​ทุบ​เป็น​ชิ้นๆ แล้ว​ขน​เอา​ทอง​สัมฤทธิ์​กลับ​ไป​ที่​บาบิโลน 14 แล้ว​พวก​บาบิโลน​ก็​ขน​เอา พวก​หม้อ พลั่ว กรรไกร​ตัด​ไส้​ตะเกียง ชาม​สำหรับ​เครื่อง​หอม และ​เครื่องใช้​ทอง​สัมฤทธิ์​ที่​ใช้​ใน​วิหาร​ไปด้วย

15 รวมทั้ง​พวก​กระถาง​ใส่​ขี้เถ้า และ​พวก​ชาม​ใส่​เลือด​ของ​เครื่อง​สัตวบูชา หัวหน้า​องครักษ์​เอา​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​ทำ​จาก​ทอง​และ​เงิน เพราะ​อยาก​ได้​ทอง​และ​เงิน​นั้น

16 ส่วน​ทอง​สัมฤทธิ์​ที่​ได้​จาก เสา​สอง​ต้น ขัน​ทะเล และ​พวก​แท่น​บูชา​เคลื่อน​ที่ ที่​กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​สร้าง​ไว้​สำหรับ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​นั้น หนัก​เกิน​กว่า​ที่​จะ​ชั่ง​ได้

17 เสา​ต้น​หนึ่ง​สูง​สิบแปด​ศอก บน​ยอด​เสา​ยัง​มี​หัว​เสา​ทอง​สัมฤทธิ์​สูง​สาม​ศอก​วางอยู่ ประดับ​ด้วย​ตาข่าย​และ​พวก​ลูก​ทับทิม​ที่​ทำ​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์​ล้อมรอบ เสา​อีก​ต้น​หนึ่ง​กับ​ตาข่าย​ของ​มัน​ก็​ทำ​แบบ​เดียวกัน

18 จาก​วิหาร เนบูซาระดาน​หัวหน้า​องครักษ์ ได้​จับ​ตัว​เสไรอาห์ หัวหน้า​นักบวช และ​เศฟันยาห์​รอง​หัวหน้า​นักบวช และ​ผู้​ดูแล​ประตู​วิหาร​สามคน 19 จาก​ใน​เมือง เขา​ได้​จับ​แม่ทัพ​คน​หนึ่ง​ที่​เคย​ดูแล​ทหาร พร้อม​กับ​ที่ปรึกษา​ห้า​คน​ของ​กษัตริย์​ที่​เขา​เจอ​ในเมือง และ​เลขา​ที่​เป็น​แม่ทัพ​ที่​เป็น​คน​เกณฑ์​ทหาร และ​ผู้ชาย​อีก​หกสิบ​คน​ที่​พบ​ใน​เมืองนั้น

20 แล้ว​เนบูซาระดาน​หัวหน้า​องครักษ์ ก็​ได้​ต้อน​คน​พวกนี้​ทั้งหมด​ไป​หา​กษัตริย์​แห่ง​บาบิโลน​ที่​ริบลาห์ 21 กษัตริย์​แห่ง​บาบิโลน​ได้​ฆ่า​พวกเขา​ใน​ริบลาห์​ใน​เขต​ฮามัท​นั้น​เอง อย่างนี้ พวก​ยูดาห์​ก็​ถูก​กวาด​ต้อน​ออก​ไป​จาก​แผ่นดิน​ของตน

เกดาลิยาห์​เจ้าเมือง​ยูดาห์

(ยรม. 40:5-41:3)

22 แล้ว​กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์​ก็​ได้​แต่งตั้ง​เกดาลิยาห์​ลูกชาย​ของ​อาหิคัม​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​ชาฟาน ขึ้น​เป็น​เจ้าเมือง​ปกครอง​คน​ที่​ยัง​เหลือ​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ยูดาห์ ที่​กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์​ได้​เหลือ​ทิ้งไว้

23 เมื่อ​พวก​แม่ทัพ​นายกอง​คือ อิชมาเอล​ลูกชาย​เนธานิยาห์ โยฮานัน​ลูกชาย​คาเรอาห์ เสไรอาห์​ลูกชาย​ทันหุเมท​ชาว​เนโทฟาห์ และ​ยาอาซันยาห์​ลูกชาย​คน​ตระกูล​มาอาคาห์ รวม​ทั้ง​คน​ของ​เขา​ได้​ข่าว​ว่า​กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์​ได้​แต่งตั้ง​ให้​เกดาลิยาห์​เป็น​เจ้าเมือง พวกเขา​และ​คน​ของ​พวกเขา​ต่าง​ก็​พากัน​มา​หา​เกดาลิยาห์​ที่​เมือง​มิสปาห์ 24 แล้ว​เกดาลิยาห์​ก็​ได้​สาบาน​กับ​พวกเขา​และ​คน​ของ​พวกเขา​ว่า “อย่า​กลัว​พวก​เจ้าหน้าที่​คน​บาบิโลนเลย มา​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดินนี้​และ​รับใช้​กษัตริย์​แห่ง​บาบิโลนเถิด แล้ว​พวกท่าน​ก็​จะ​อยู่เย็น​เป็นสุข”

25 แต่​ต่อมา​ใน​เดือน​ที่​เจ็ด อิชมาเอล​ลูกชาย​ของ​เนธานิยาห์​ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​เอลีชามา ที่​มี​เชื้อ​กษัตริย์ มา​พร้อม​กับ​คน​ของ​เขา​สิบคน ได้​เข้า​โจมตี​เกดาลิยาห์​และ​ฆ่า​เขา​และ​คน​ยูดาห์​พร้อมกับ​คน​บาบิโลน​ที่​อยู่​กับ​เกดาลิยาห์​ที่​เมือง​มิสปาห์ 26 แล้ว​พวก​แม่ทัพ​นายกอง​รวมทั้ง​คน​ทั้งหมด ตั้งแต่​คน​ต่ำต้อย​ไป​จนถึง​คน​สำคัญ ต่าง​ก็​พากัน​หนี​ไป​อยู่​ที่​อียิปต์ เพราะ​กลัว​คน​บาบิโลน

เยโฮยาคีน​ได้รับ​เกียรติ​ใน​บาบิโลน

(ยรม. 52:31-34)

27 ใน​วัน​ที่​ยี่สิบเจ็ด เดือน​สิบสอง ซึ่ง​เป็น​ปี​ที่​สามสิบเจ็ด+ 25:27 ปี​ที่​สามสิบเจ็ด หมายถึง ปี​ที่ 561 ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด ที่​กษัตริย์​เยโฮยาคีน​แห่ง​ยูดาห์​ถูก​จับ​ไป​เป็น​เชลยนั้น เอวิลเมโรดัก​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​แห่ง​บาบิโลน เขา​ได้​ปล่อย​กษัตริย์​เยโฮยาคีน​ออก​จากคุก

28 กษัตริย์​เอวิลเมโรดัก​พูด​กับ​กษัตริย์​เยโฮยาคีน​อย่าง​สุภาพ และ​ให้​เขา​นั่ง​ใน​ที่​สำคัญ​กว่า​กษัตริย์​องค์อื่นๆ​ที่​อยู่​กับ​กษัตริย์​เอวิลเมโรดัก​ใน​บาบิโลน

29 กษัตริย์​เยโฮยาคีน​ถอด​ชุด​นักโทษ​ของ​พระองค์ออก แล้ว​ได้​กิน​อาหาร​ร่วม​กับ​กษัตริย์​เอวิลเมโรดัก​ทุกวัน​ตลอด​ชีวิต​ของเขา

30 กษัตริย์​เอวิลเมโรดัก​ก็​ให้​เงิน​และ​อาหาร​กับ​กษัตริย์​เยโฮยาคีน​ใช้กิน​ใช้จ่าย​ใน​ทุกวัน ไป​จน​ตลอด​ชีวิต​ของเขา