1 พงศ์กษัตริย์

คำนำ

หนังสือ 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์ เริ่มแรกนั้น หนังสือ​สอง​เล่มนี้​เป็น​หนังสือ​เล่ม​เดียวกัน เป็น​การ​บันทึก​เรื่องราว​ของ​ชนชาติ​อิสราเอล​ต่อจาก​หนังสือ 1 และ 2 ซามูเอล

หนังสือ 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์นี้ มี​การพูด​สลับ​กัน​ไป​มา​ถึง​กษัตริย์​ฝ่ายเหนือ (อิสราเอล) และ​กษัตริย์​ฝ่ายใต้ (ยูดาห์) และ​จะ​เน้น​ว่า​กษัตริย์​องค์​ไหน​ไป​นมัสการ​พระ​ต่างชาติ​หรือ​ไป​ทำผิด​โดย​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ใน​ที่​อื่นๆ​นอกเหนือ​จาก​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม หรือ​มี​กษัตริย์​องค์​ไหน​สัตย์ซื่อ​กับ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​กษัตริย์​ดาวิดบ้าง พระเจ้า​จะ​อวยพร​คน​อิสราเอล​หรือ​คน​ยูดาห์​ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​ว่า​กษัตริย์​ของ​พวก​เขา​สัตย์ซื่อ​กับ​พระองค์​หรือไม่ การเมือง​ใน​ช่วง​นี้​วุ่นวาย​มาก แต่​พระองค์​จะ​ทำ​งาน​ผ่าน​ทาง​เหตุการณ์​เหล่านี้ รวมทั้ง​สงคราม​กับ​ชนชาติ​อื่นๆ เพื่อ​ตีสอน​หรือ​อวยพร​คน​ของ​พระองค์ และ​พระองค์​ไม่​ลืม​คำ​สัญญา​ที่​ให้​กับ​กษัตริย์​ดาวิด​ว่า​จะ​มี​เชื้อสาย​ของ​กษัตริย์​ดาวิด​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์

1 พงศ์กษัตริย์

บท​ที่ 1-11 พูด​ถึง​เรื่อง​ของ​กษัตริย์​ซาโลมอน​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​ดาวิด พูด​ถึง​การสร้าง​วิหาร​และ​การอุทิศ​วิหาร​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ พูด​ถึง​สติปัญญา​และ​ความ​ร่ำรวย​ของ​กษัตริย์​ซาโลมอน และ​พูด​ถึง​ความ​ล้มเหลว​ของ​เขา

บท​ที่ 12-22 พูด​ถึง​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​หลังจาก​ที่​กษัตริย์​ซาโลมอน​ตาย อาณาจักร​อิสราเอล​ก็​ถูก​แบ่ง​ออก​เป็น​สอง​ส่วน คือ​อาณาจักร​ฝ่ายเหนือ (อิสราเอล) และ​อาณาจักร​ฝ่ายใต้ (ยูดาห์)

มี​การ​พูด​ถึง​เอลียาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​กษัตริย์​อาหับ​กับ​เยเซเบล​ราชินี​ที่​ชั่วร้าย​ของ​เขาด้วย

2 พงศ์กษัตริย์

บท​ที่ 1-8 พูด​ถึง​เอลีชา​ที่​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ต่อ​จาก​เอลียาห์

บท​ที่ 9-17 พูด​ถึง​อาณาจักร​ฝ่ายเหนือ (อิสราเอล) กับ​อาณาจักร​ฝ่ายใต้ (ยูดาห์) จนถึง​ช่วง​ที่​อาณาจักร​อัสซีเรีย​มา​บุก​อาณาจักร​ฝ่ายเหนือ และ​ทำลาย​เมือง​สะมาเรีย​เมืองหลวง​ของ​อิสราเอล​ใน​ปี 722 ก่อน ค.ศ. และ​กวาด​ต้อน​ผู้คน​ไป​เป็น​เชลย และ​ทิ้ง​อาณาจักร​ฝ่ายใต้ (ยูดาห์) ไว้​ตามลำพัง

บท​ที่ 18-25 พูด​ถึง​อาณาจักร​ฝ่ายใต้ (ยูดาห์) จนถึง​ช่วง​ที่​กษัตริย์​เนบูคัดเนสซาร์​แห่ง​บาบิโลน มา​บุก​ทำลาย​เมือง​เยรูซาเล็ม​เมืองหลวง​ของ​ยูดาห์ และ​ทำลาย​วิหาร​ของ​ซาโลมอน​จน​สิ้นซาก​ใน​ปี 586 ก่อน ค.ศ. แล้ว​กวาด​ต้อน​ผู้คน​ไป​เป็น​เชลย​ที่​บาบิโลน

1

อาโดนียาห์​พยายาม​ตั้งตัว​เป็น​กษัตริย์

1 เมื่อ​กษัตริย์​ดาวิด​แก่​ตัว​มาก​แล้ว แม้​จะ​ห่ม​ผ้า​ให้​หลาย​ผืน​ก็​ยัง​ไม่​หาย​หนาว 2 พวก​คน​รับใช้​ของ​ท่าน​จึง​พูด​กับ​ท่าน​ว่า “ให้​พวก​ข้าพเจ้า​ไปหา​หญิงสาว​บริสุทธิ์​สัก​คน​มา​อยู่​ดูแล​ท่าน​ผู้​เป็น​กษัตริย์เถิด นาง​จะ​ได้​นอน​อยู่​ข้างๆ​ท่าน​เพื่อ​คอย​ทำ​ให้​ท่าน กษัตริย์​ผู้​เป็น​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​อบอุ่น” 3 แล้ว​พวก​เขา​ก็​ไป​เสาะหา​หญิง​งาม​จาก​ทั่วทั้ง​อิสราเอล และ​ได้​พบ​นาง​อาบีชาก ชาว​ชูเนม พวก​เขา​พา​นาง​มา​เฝ้า​กษัตริย์ 4 หญิงสาว​คนนั้น​สวยงาม​มาก นาง​ดูแล​กษัตริย์​และ​อยู่​กับ​เขา​ตลอด​เวลา แต่​กษัตริย์​ไม่​เคย​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับนาง

5 ใน​เวลา​นั้น​อาโดนียาห์​ลูก​ของ​นาง​ฮักกีท​ยก​ตัวเอง​ขึ้น​และ​พูด​ว่า “เรา​จะ​เป็น​กษัตริย์” เขา​ก็เลย​เตรียม​รถรบ​ไว้​หลาย​คัน​และ​ม้า+ 1:5 ม้า หรือ​คน​ขับ​รถ​ม้า อีก​หลาย​ตัว พร้อม​กับ​ชาย​ห้าสิบ​คน เอา​ไว้​วิ่ง​นำ​หน้า​เขา 6 (ดาวิด​พ่อ​ของ​เขา​ไม่​เคย​ต่อว่า​เขา หรือ​แม้แต่​จะ​ถาม​ว่า “ทำไม​ลูก​ถึง​ทำ​เรื่อง​อย่างนี้” อาโดนียาห์​เป็น​ผู้ชาย​ที่​รูป​หล่อ​มาก​และ​เกิด​ถัด​จาก​อับซาโลม)

7 อาโดนียาห์​ได้​ปรึกษา​หารือ​กับ​โยอาบ​ลูกชาย​นาง​เศรุยาห์​และ​นักบวช​อาบียาธาร์ และ​พวกนั้น​ก็​ให้​การ​สนับสนุน​เขา 8 แต่​นักบวช​ศาโดก รวมทั้ง​เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า ชิเมอี เรอี และ​พวก​องครักษ์​ของ​ดาวิด+ 1:8 ชิเมอี … ดาวิด หรือ​อาจ​จะ​แปล​ได้​ว่า “ชิเมอี​และ​พวก​เพื่อน​ของ​เขา​ที่​เป็น​วีรบุรุษ” ไม่​ยอม​เข้าร่วม​กับ​อาโดนียาห์

9 วันหนึ่ง อาโดนียาห์​ถวาย แกะ วัว​และ​ลูกวัว​อ้วน​หลาย​ตัว​ที่​ศิลา​โศเฮเลท​ใกล้​เอนโรเกล+ 1:9 เอนโรเกล ตาน้ำ​ที่​อยู่​ใน​หุบเขา​ทาง​ด้านใต้​ของ​เยรูซาเล็ม อยู่​ห่างจาก​ตาน้ำ​กิโฮน​ประมาณ 1 กิโลเมตร เขา​เชิญ​พวก​น้องชาย​ของ​เขา คือ​พวก​ลูกชาย​คน​อื่นๆ​ของ​กษัตริย์​ดาวิด และ​เชิญ​ข้าราชการ​ชั้นสูง​ทุก​คน​จาก​เผ่า​ยูดาห์​มา​ด้วย 10 แต่​เขา​ไม่​ได้​เชิญ​นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า หรือ​เบไนยาห์​หรือ​ทหาร​องครักษ์​หรือ​ซาโลมอน​น้องชาย​ของ​เขา

11 นาธัน​ถาม​นาง​บัทเชบา แม่​ของ​ซาโลมอน​ว่า “ท่าน​ได้​ข่าว​แล้ว​หรือ​ยัง​ว่า อาโดนียาห์​ลูกชาย​นาง​ฮักกีท ตั้งตัว​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​แล้ว โดย​ที่​ดาวิด​เจ้านาย​ของ​พวก​เรา​ไม่​รู้​เรื่อง​ด้วยเลย 12 ตอนนี้ เพื่อ​รักษา​ชีวิต​ของ​ท่าน​และ​ซาโลมอน​ลูกชาย​ท่าน ข้าพเจ้า​ขอ​แนะนำ​ให้​ท่าน​ทำ​อย่างนี้ คือ 13 ให้​ท่าน​ไป​หา​กษัตริย์​เดี๋ยวนี้​เลย และ​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า ‘กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ท่าน​เคย​สาบาน​กับ​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​ไว้​ไม่ใช่หรือ ที่​ว่า “ซาโลมอน​ลูกชาย​ของ​เจ้า จะ​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ต่อจาก​เรา​อย่าง​แน่นอน และ​เขา​จะ​ได้​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​เรา” แล้ว​ทำไม​อาโดนียาห์​จึง​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เล่า’ 14 ใน​ระหว่าง​ที่​ท่าน​กำลัง​คุย​อยู่​กับ​กษัตริย์นั้น ข้าพเจ้า​จะ​เข้า​ไปหา​และ​ยืนยัน​ถึง​สิ่ง​ที่​ท่าน​ได้​พูดไป”

15 แล้ว​นาง​บัทเชบา​จึง​ไป​เข้าเฝ้า​กษัตริย์​ดาวิด ที่​แก่​มาก​แล้ว ใน​ห้องนอน​ของ​พระองค์ ที่​มี​นาง​อาบีชาก​ชาว​ชูเนม​คอย​ดูแล​รับใช้​อยู่ 16 นาง​บัทเชบา​ก้มกราบ​ลง​ต่อหน้า​กษัตริย์ กษัตริย์​จึง​ถาม​ว่า “ท่าน​ต้อง​การ​อะไร​หรือ”

17 นาง​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ตัว​ท่านเอง​เคย​สาบานไว้​กับ​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ท่าน​ว่า

‘ซาโลมอน​ลูกชาย​ของ​เจ้า​จะ​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบต่อ​จาก​เรา​และ​เขา​จะ​ได้​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​เรา’ 18 แต่​อยู่ๆ​อาโดนียาห์​ก็​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​ตัว​ท่าน​เอง กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ก็​ไม่​รู้​เรื่อง 19 อาโดนียาห์​ได้​ถวาย พวก​วัว ลูกวัว​ตัว​อ้วนพี​และ​แกะ​เป็น​จำนวน​มาก และ​ยัง​ได้​เชิญ​ลูกชาย​ทั้งหมด​ของ​ท่าน รวมทั้ง​นักบวช​อาบียาธาร์​และ​แม่ทัพ​โยอาบ​ไป​ด้วย แต่​เขา​ไม่​ได้​เชิญ​ซาโลมอน​ผู้รับใช้​ท่าน​ไป 20 กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า สายตา​ทั้งหลาย​ของ​อิสราเอล​กำลัง​จับจ้อง​อยู่​ที่​ท่าน เพื่อ​จะ​ดู​ว่า​ท่าน​จะ​ให้​ใคร​ขึ้น​นั่ง​บน​บัลลังก์​ต่อ​จาก​ท่าน​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า 21 ถ้า​ท่าน​ไม่​ทำ​อะไร​ลง​ไป ทันที​ที่​ท่าน กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ตาย​อย่าง​สงบ และ​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​ท่าน​แล้ว อาโดนียาห์​คง​จะ​ทำ​กับ​ข้าพเจ้า​และ​ซาโลมอน​ลูกชาย​ของ​ข้าพเจ้า​อย่าง​กับ​ว่า​พวก​เรา​เป็น​คน​ร้าย”

22 ขณะ​ที่​นาง​กำลัง​พูด​กับ​กษัตริย์​อยู่​นั้น นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ก็​เข้า​มา 23 พวก​ผู้รับใช้​ได้​บอก​กับ​กษัตริย์​ว่า “นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า​อยู่​ที่​นี่” นาธัน​จึง​ไป​อยู่​ต่อหน้า​กษัตริย์​และ​ก้มหน้า​กราบลง​ถึงพื้น 24 นาธัน​พูด​ว่า “กษัตริย์​นาย​ของ​ข้าพเจ้า ท่าน​ได้​ประกาศ​หรือ​ว่า ‘อาโดนียาห์​จะ​ได้​เป็น​กษัตริย์​ต่อ​จาก​เรา และ​จะ​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​เรา’ 25 วันนี้ เขา​ได้​ลง​ไป​ถวาย​พวก​วัว ลูกวัว​อ้วนพี​และ​แกะ​เป็น​จำนวน​มาก​เป็น​เครื่อง​บูชา​เฉลิมฉลอง เขา​ได้​เชิญ​พวก​ลูกชาย​ทั้งหมด​ของ​ท่าน พวก​แม่ทัพ​และ​นักบวช​อาบียาธาร์​ไป​ด้วย ขณะนี้ พวก​เขา​กำลัง​เลี้ยง​ฉลอง​อยู่​กับ​อาโดนียาห์ และ​พูด​ว่า ‘กษัตริย์​อาโดนียาห์​จงเจริญ’ 26 แต่​เขา​ไม่​ได้​เชิญ​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​และ​นักบวช​ศาโดก​และ​เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา รวมทั้ง​ซาโลมอน​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​ไป​ด้วย 27 กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า นี่คือ​สิ่ง​ที่​ท่าน​ได้​ทำ​ลง​ไป โดย​ไม่​ยอม​บอก​ให้​พวก​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​ได้​รับรู้​หรือ ช่วย​บอก​ด้วย​ว่า​ใคร​จะ​ได้​นั่ง​บน​บัลลังก์​ต่อจาก​ท่าน กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า”

28 กษัตริย์​ดาวิด​ตอบ​ว่า “เรียก​ตัว​นาง​บัทเชบา​เข้า​มา” นาง​บัทเชบา​จึง​เข้า​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​กษัตริย์

29 แล้ว​กษัตริย์​ได้​สาบาน​ว่า “พระยาห์เวห์ ผู้ที่​ได้​ช่วย​เหลือ​เรา​ให้​พ้น​จาก​ความ​ยาก​ลำบาก​ทุกอย่าง มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน 30 ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า ใน​วันนี้ เรา​จะ​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​สาบาน​ไว้​กับ​เจ้า​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ที่​ว่า ‘ซาโลมอน​ลูกชาย​เจ้า​จะ​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบต่อ​จาก​เรา และ​เขา​จะ​ได้​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​เรา​แทน​ที่​เรา’”

31 นาง​บัทเชบา​จึง​ก้มกราบ​ลง​ถึง​พื้น​ต่อหน้า​กษัตริย์ และ​พูด​ว่า “ขอ​ให้​กษัตริย์​ดาวิด​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​มี​ชีวิต​ยืนยาว​ตลอดไป”

ดาวิด​ตั้ง​ซาโลมอน​เป็น​กษัตริย์

32 กษัตริย์​ดาวิด​พูด​ว่า “ให้​เรียก​นักบวช​ศาโดก นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า และ​เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา​เข้ามา​ที่นี่” เมื่อ​พวก​เขา​มา​อยู่​ต่อหน้า​กษัตริย์​แล้ว 33 กษัตริย์​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เอา​พวก​คน​รับใช้​ของ​เรา​ผู้​เป็น​เจ้านาย​พวก​เจ้า ไป​กับ​พวก​เจ้า และ​นำ​ตัว​ซาโลมอน​ลูกชาย​ของ​เรา​ขึ้น​ขี่​ล่อ​ของ​เรา​และ​พา​เขา​ลง​ไป​ที่​ตาน้ำ​กิโฮน+ 1:33 ตาน้ำ​กิโฮน คือ​ตาน้ำ​แห่ง​หนึ่ง​ที่​อยู่​นอก​กำแพง​เมือง​ใน​หุบเขา​ทาง​ด้าน​ตะวันออก​ของ​เมือง​เยรูซาเล็ม เป็น​แหล่ง​น้ำ​ที่​สำคัญ​ของ​เมือง​เยรูซาเล็ม34 ให้​นักบวช​ศาโดก​และ​นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า​แต่งตั้ง​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล​ที่​นั่น ให้​พวก​เจ้า​เป่า​แตร​เขาสัตว์ และ​โห่ร้อง​ว่า ‘กษัตริย์​ซาโลมอน​จงเจริญ’ 35 แล้ว​ให้​พวก​เจ้า​ตาม​เขา​ขึ้น​มา และ​เขา​จะ​ขึ้น​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​เรา​และ​ปกครอง​แทน​เรา เรา​ได้​แต่งตั้ง​เขา​ให้​เป็น​ผู้ครอบ​ครอง​เหนือ​อิสราเอล​และ​ยูดาห์​แล้ว”

36 เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา​ตอบ​กษัตริย์​ว่า “อาเมน ขอให้​พระยาห์เวห์ ผู้​เป็น​พระเจ้า​ของ​กษัตริย์​เจ้านาย​ข้าพเจ้า สั่ง​ให้​เป็น​อย่างนั้น​เถิด 37 กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า พระยาห์เวห์​เคย​อยู่​กับ​ท่าน​มา​แล้ว​ยังไง ก็​ขอให้​พระองค์​อยู่​กับ​ซาโลมอน​อย่างนั้นด้วย และ​ทำให้​บัลลังก์​ของ​เขา​ยิ่งใหญ่​กว่า​บัลลังก์​ของ​ท่าน​กษัตริย์​ดาวิด​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วยเถิด”

38 ดังนั้น นักบวช​ศาโดก นาธัน​ผู้พูดแทน​พระเจ้า เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา รวมทั้ง​ชาว​เคเรธี​และ​ชาว​เปเลท ต่าง​ก็​ลง​ไป​พา​ซาโลมอน​ขึ้น​ขี่​ล่อ​ของ​กษัตริย์​ดาวิด​และ​ออก​เดินทาง​ไป​พร้อมๆ​กับ​พวก​เขา​ไป​ที่​ตาน้ำ​กิโฮน 39 นักบวช​ศาโดก​นำ​เขาสัตว์​ที่​ใส่​น้ำมัน ออก​มา​จาก​เต็นท์​ศักดิ์สิทธิ์ และ​เจิม​ให้​กับ​ซาโลมอน​เป็น​กษัตริย์ แล้ว​พวกเขา​ก็​เป่า​แตร​ขึ้น​และ​ประชาชน​ทั้งหมด​ต่าง​ก็​ร้อง​ตะโกน​ว่า “กษัตริย์​ซาโลมอน​จงเจริญ” 40 และ​ประชาชน​ทั้งหมด​ก็​ได้​ติดตาม​เขา​ขึ้น​ไป พวก​เขา​ต่าง​เป่า​ขลุ่ย เฉลิม​ฉลอง​กัน​ด้วย​ความ​ชื่นชม​ยินดี​เป็น​อย่าง​มาก จน​พื้นดิน​สั่น​สะเทือน​ไป​ด้วย​เสียงนั้น

41 อาโดนียาห์​และ​แขก​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา​ก็​ได้ยิน​เสียงนั้น​ด้วย ใน​ขณะ​ที่​งานเลี้ยง​ของ​พวก​เขา​กำลัง​จะ​เลิก เมื่อ​โยอาบ​ได้ยิน​เสียง​แตร​เขาสัตว์​จึง​ถาม​ว่า “เสียง​อึกทึก​ครึกโครม​ใน​เมือง​นั้น มัน​อะไรกัน”

42 ใน​ขณะ​ที่​เขา​กำลัง​พูด​อยู่ โยนาธาน​ลูกชาย​นักบวช​อาบียาธาร์​ก็​มา​ถึง อาโดนียาห์​พูด​ว่า “เข้า​มา​เถิด คน​สำคัญ​อย่าง​ท่าน​จะ​ต้อง​นำ​ข่าว​ดี​มา​บอกแน่”

43 โยนาธาน​ตอบ​ว่า “ผิดแล้ว ดาวิด​กษัตริย์​นาย​ของ​เรา​ได้​แต่งตั้ง​ซาโลมอน​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์แล้ว 44 กษัตริย์​ดาวิด​ได้​ส่ง​นักบวช​ศาโดก นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา พร้อม​กับ​ชาว​เคเรธี​และ​ชาว​เปเลท​ไป​กับ​เขา​ด้วย และ​พวก​เขา​ได้​พา​ซาโลมอน​ขึ้น​ขี่​ล่อ​ของ​กษัตริย์ 45 และ​นักบวช​ศาโดก​และ​นาธัน​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ก็​ได้​เจิม​เขา​เป็น​กษัตริย์ ที่​ตาน้ำ​กิโฮน จาก​ที่นั่น พวกเขา​ได้​เดิน​ขึ้น​ไป​พร้อม​กับ​ส่งเสียง​โห่ร้อง​กัน​อย่าง​สนุก​สนาน และ​เมือง​ทั้งเมือง​ก็​ดัง​กึกก้อง​ไป​ด้วย​เสียงนี้ นั่น​คือ​เสียง​อึกทึก​ที่​พวก​ท่าน​ได้ยิน 46 และ​เดี๋ยวนี้ ซาโลมอน​กำลัง​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ของ​กษัตริย์ 47 และ​พวก​ข้าราชการ​ของ​กษัตริย์​ได้​มา​แสดง​ความ​ยินดี​กับ​กษัตริย์​ดาวิด​เจ้านาย​ของ​เรา​ว่า ‘ขอให้​พระเจ้า​ของ​ท่าน​ทำให้​ชื่อเสียง​ของ​ซาโลมอน​โด่งดัง​ยิ่งกว่า​ชื่อเสียง​ของ​ท่าน​และ​ทำให้​บัลลังก์​ของ​เขา​ยิ่งใหญ่​กว่า​ของ​ท่าน​ด้วยเถิด’

และ​กษัตริย์​ดาวิด​ก็​ก้มกราบ​นมัสการ​อยู่​บน​เตียง​ของ​เขา 48 และ​พูด​ว่า ‘ขอ​สรรเสริญ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ผู้ที่​ยิน​ยอม​ให้​ตา​ของ​ข้าพเจ้า​ได้เห็น​ผู้สืบทอด​บัลลังก์​ของ​ข้าพเจ้า​ใน​วันนี้’”

49 แล้ว​แขก​ทั้งหมด​ของ​อาโดนียาห์​ต่าง​ลุก​ขึ้น​ด้วย​ความ​ตกใจ​กลัว​และ​แตก​ฮือ​กัน​ไป 50 ส่วน​อาโดนียาห์​นั้น เพราะ​กลัว​ซาโลมอน เขา​จึง​ออก​ไป​และ​ไป​จับ​ที่​เชิงงอน​ของ​แท่น​บูชา+ 1:50 จับ​ที่​เชิงงอน​ของ​แท่น​บูชา แสดง​ว่า​เขา​กำลัง​ขอ​ความ​เมตตา ใน​กฎ​บอก​ไว้​ว่า ถ้า​คน​ผู้​หนึ่ง​วิ่ง​เข้า​ไป​ใน​สถานที่​ศักดิ์สิทธิ์​และ​ไป​จับ​ที่​เชิงงอน​ของ​แท่น​บูชา​แล้ว เขา​จะ​ไม่​ต้อง​ถูก​ทำ​โทษ ไว้ 51 แล้ว​มี​คน​มา​บอก​ซาโลมอน​ว่า “อาโดนียาห์​กลัว​กษัตริย์​ซาโลมอน​และ​กำลัง​จับ​เชิงงอน​ของ​แท่น​บูชา​อยู่ เขา​พูด​ว่า ‘ให้​กษัตริย์​ซาโลมอน​สาบาน​กับ​ข้าพเจ้า​ใน​วันนี้​ก่อน​ว่า​เขา​จะ​ไม่​ให้​ผู้รับใช้​ของ​เขา​ต้อง​ถูก​ฆ่า​ตาย​ด้วย​ดาบ’”

52 ซาโลมอน​ตอบ​ว่า “ถ้า​เขา​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​ตัว​เขา​เป็น​คน​ดี​จริง แม้​แต่​ผม​สัก​เส้น​ของ​เขา​ก็​จะ​ไม่​ตก​ลง​ถึง​พื้น แต่​ถ้า​พบ​ว่า​เขา​เป็น​คน​ชั่ว เขา​ก็​จะ​ต้อง​ตาย” 53 แล้ว​กษัตริย์​ซาโลมอน​ก็​ส่ง​คน​ไป​ที่​นั่น พวก​เขา​ได้​นำ​ตัว​อาโดนียาห์​ลง​มา​จาก​แท่น​บูชา อาโดนียาห์​ก็​มา​ถึง​และ​ก้มกราบ​กษัตริย์​ซาโลมอน ซาโลมอน​ก็​พูด​ว่า “กลับ​ไป​บ้าน​ท่าน​เถิด”

2

ดาวิด​สั่งเสีย​กับ​ซาโลมอน

1 เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​ดาวิด​ใกล้​จะ​ตาย เขา​ได้​สั่งเสีย​กับ​ซาโลมอน​ลูกชาย​เขา​ว่า 2 “พ่อ​กำลัง​จะ​ไป​ตาม​ทาง​ที่​คน​ทั้งโลก​ต้อง​ไป​กัน ดังนั้น ให้​เข้มแข็ง​และ​กล้าหาญ​ไว้เถิด 3 และ​ให้​ทำตาม​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​เจ้า​สั่งไว้ ให้​เดินตาม​วิถีทาง​ทั้งหลาย​ของ​พระองค์ ให้​รักษา​ข้อบังคับ​ทั้งหลาย​ของ​พระองค์ และ​พวก​คำสั่ง​ของ​พระองค์ รวมทั้ง​กฎ​ต่างๆ​ของ​พระองค์ และ​ข้อตกลง​ทั้งหลาย​ของ​พระองค์ ตาม​ที่​เขียนไว้​ใน​กฎ​ของ​โมเสส เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​เจริญ​รุ่งเรือง​ใน​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เจ้า​ทำ​และ​ใน​ทุกๆ​แห่ง​ที่​เจ้าไป 4 แล้ว​พระยาห์เวห์​จะ​ได้​รักษา​คำ​สัญญา​ของ​พระองค์​ที่​ให้​กับ​พ่อ​ว่า ‘ถ้า​พวก​ลูกหลาน​ของ​เจ้า​ให้​ความสนใจ​กับ​เส้นทาง​ชีวิต​ของ​เขา และ​ใช้ชีวิต​ต่อหน้า​เรา​ด้วย​ความ​สัตย์ซื่อ​อย่าง​สุดจิตสุดใจ กษัตริย์​ที่​จะ​มา​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ของ​อิสราเอล ก็​จะ​มา​จาก​ครอบครัว​ของ​เจ้า’”

5 ดาวิด​พูด​อีก​ว่า “ที่นี้ เจ้า​ก็​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​โยอาบ​ลูกชาย​นาง​เศรุยาห์​ได้​ทำ​ยังไง​กับ​พ่อ เขา​ได้​ฆ่า​แม่ทัพ​สอง​คน​ของ​กองทัพ​อิสราเอล คือ​อับเนอร์​ลูกชาย​ของ​เนอร์​และ​อามาสา​ลูกชาย​เยเธอร์ เขา​ทำ​ให้​เลือด​ของ​สอง​คนนี้​ไหลนอง​ใน​ช่วง​เวลา​ที่​สงบสุข​ราวกับ​ว่า​เป็น​ช่วง​สงคราม และ​เลือดนั้น​ได้​เปื้อน​เข็มขัด​ที่​พัน​รอบ​เอว​ของ​เขา​และ​รองเท้า​ที่​เท้า​ทั้งสอง​ข้าง​ของ​เขา​ด้วย 6 ให้​เจ้า​ใช้​สมอง​ของ​เจ้า​คิดดู​ว่า​จะ​จัดการ​กับ​เขา​ยังไง แต่​อย่า​ให้​หัว​หงอก​ของ​เขา​ลง​ไป​สู่​แดน​คน​ตาย​อย่าง​สงบสุข

7 แต่​ให้​แสดง​ความ​เมตตา​กรุณา​กับ​พวก​ลูกชาย​ของ​บารซิลลัย แห่ง​กิเลอาด และ​อนุญาต​ให้​พวก​เขา​อยู่​ใน​หมู่​คน​ที่​ได้​นั่ง​กิน​อาหาร​ร่วม​โต๊ะ​กับ​เจ้า เพราะ​พวก​เขา​จงรัก​ภักดี​ต่อ​พ่อ​ตอน​ที่​พ่อ​หลบ​หนี​จาก​อับซาโลม​พี่ชาย​ของ​เจ้า

8 และ​ให้​จำ​ไว้​ว่า ชิเมอี​ลูกชาย​ของ​เกรา ชาว​เบนยามิน​จาก​เมือง​บาฮูริม​ยัง​อยู่​กับ​เจ้า เขา​เคย​ตะโกน​สาปแช่ง​พ่อ​อย่าง​หยาบคาย​ใน​วัน​ที่​พ่อ​หนี​ไป​เมือง​มาหะนาอิม เมื่อ​เขา​ลง​มา​เพื่อ​พบ​พ่อ​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน พ่อ​เคย​สาบาน​ไว้​กับ​เขา​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า ‘เรา​จะ​ไม่​ฆ่า​เจ้า​ตาย​ด้วย​ดาบ’ 9 แต่​ตอน​นี้ อย่า​ถือ​ว่า​เขา​เป็น​ผู้บริสุทธิ์​อีก​ต่อ​ไป เจ้า​เป็น​คน​ฉลาด เจ้า​คง​รู้​ว่า​ต้อง​ทำ​ยังไง​กับ​เขา เจ้า​จะ​ต้อง​นำ​หัวหงอก​ของ​เขา​ลง​ไป​สู่​แดน​คน​ตาย​พร้อม​กับ​เลือด”

ดาวิด​ตาย

(1 พศด. 29:26-28)

10 แล้ว​ดาวิด​ก็​ล่วงลับ​ไป​อยู่​กับ​พวก​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​และ​ศพ​ของ​เขา​ได้​ถูก​ฝังไว้​ใน​เมือง​ของ​ดาวิด 11 เขา​ได้​ปกครอง​อิสราเอล​อยู่​เป็น​เวลา​สี่สิบ​ปี คือ​ได้​ครอบครอง​ใน​เฮโบรน​อยู่​เจ็ด​ปี และ​ครอบ​ครอง​ใน​เยรูซาเล็ม​อยู่​สามสิบสาม​ปี

ซาโลมอน​กุม​อำนาจ​ทั้งหมด

12 แล้ว​ซาโลมอน​ได้​ขึ้น​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​ดาวิด ผู้​เป็น​พ่อ​ของ​เขา และ​ได้​กุม​อำนาจ​ทั้งสิ้น​ใน​อาณาจักร​ของ​เขา

13 ใน​เวลานั้น​อาโดนียาห์​ลูกชาย​ของ​นาง​ฮักกีท​ได้​ไปหา​นาง​บัทเชบา​แม่​ของ​ซาโลมอน นาง​บัทเชบา​ถาม​เขา​ว่า “นี่​เจ้า​มา​อย่าง​สันติ​หรือ​เปล่า”

เขา​ตอบ​ว่า “ใช่แล้ว ข้าพเจ้า​มา​อย่าง​สันติ” 14 แล้ว​เขา​ก็​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​มี​เรื่อง​บาง​อย่าง​จะ​พูด​กับ​ท่าน”

นาง​ตอบ​ว่า “พูด​ไป​สิ”

15 เขา​พูด​ว่า “อย่าง​ที่​ท่าน​รู้​แล้ว​ว่า อาณาจักรนี้​เคย​เป็น​ของ​ข้าพเจ้า​มา​ก่อน ตอนนั้น​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​อยาก​ให้​ข้าพเจ้า​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวกเขา แต่​แล้ว​สถานการณ์​ได้​เปลี่ยน​ไป และ​อาณาจักรนี้​ก็​ตก​ไป​อยู่​ใน​มือ​น้อง​ชาย​ของ​ข้าพเจ้า เพราะ​พระยาห์เวห์​ได้​ยก​มัน​ให้​กับ​เขา 16 ตอนนี้ ข้าพเจ้า​อยาก​ขอ​ร้อง​ท่าน​อย่าง​หนึ่ง ขอ​อย่า​ได้​ปฏิเสธ​ข้าพเจ้า​เลย”

นาง​พูด​ว่า “พูด​ไปสิ”

17 เขา​จึง​พูด​ว่า “โปรด​ช่วย​ขอ​กับ​กษัตริย์​ซาโลมอน​ว่า​ให้​ยก​นาง​อาบีชาก​ชาว​ชูเนม​ให้​เป็น​เมีย​ข้าพเจ้า​ด้วย เขา​จะ​ไม่​ปฏิเสธ​ท่าน​หรอก”

18 นาง​บัทเชบา​ตอบ​ว่า “ได้สิ เรา​จะ​พูด​กับ​กษัตริย์​ให้​เจ้า”

19 เมื่อ​นาง​บัทเชบา​ไป​พบ​กษัตริย์​ซาโลมอน เพื่อ​จะ​ไป​พูด​เรื่อง​ของ​อาโดนียาห์ กษัตริย์​ได้​ลุก​ขึ้น​เพื่อ​มา​พบ​นาง​และ​ก้ม​ทำ​ความ​เคารพ​นาง และ​นั่ง​ลง​บน​บัลลังก์​ของ​เขา เขา​มี​บัลลังก์​อยู่​ที่​หนึ่ง​สำหรับ​ให้​แม่​กษัตริย์​นั่ง และ​นาง​ได้​นั่ง​ลง​ที่​ข้าง​ขวา​ของ​เขา

20 นาง​พูด​ว่า “แม่​มี​เรื่อง​เล็กๆ​อยาก​ขอร้อง​เจ้า​เรื่อง​หนึ่ง ขอ​อย่า​ได้​ปฏิเสธ​แม่​เลย”

กษัตริย์​ตอบ​ว่า “ว่า​มา​เถิด แม่ ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​ปฏิเสธ​ท่าน​หรอก”

21 นาง​จึง​พูด​ว่า “ยก​นาง​อาบีชาก​ชาว​ชูเนม​ให้​แต่งงาน​กับ​อาโดนียาห์​พี่ชาย​ของ​เจ้าเถิด”

22 กษัตริย์​ซาโลมอน​ตอบ​แม่​ของ​เขา​ว่า “ทำไม​แม่​ถึง​ได้​ขอ​นาง​อาบีชาก​ชาว​ชูเนม​ให้​กับ​อาโดนียาห์เล่า อย่างนี้​ก็​เท่ากับ​ขอ​ให้​ลูก​ยก​อาณาจักร​ให้​กับ​เขา​ไป​ด้วย อย่า​ลืม​ว่า​เขา​เป็น​พี่ชาย​คน​โต​และ​นักบวช​อาบียาธาร์​และ​โยอาบ​ลูกชาย​นาง​เศรุยาห์​ก็​อยู่​ฝ่าย​เขา​ด้วย”

23 แล้ว​กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​สาบาน​โดย​อ้าง​พระยาห์เวห์​ว่า “ถ้า​อาโดนียาห์​ไม่​ได้​ชดใช้​การ​ขอร้อง​ครั้งนี้​ด้วย​ชีวิต​ของ​เขา ก็​ขอให้​พระเจ้า​ลงโทษ​ข้าพเจ้า​อย่าง​รุนแรง 24 พระยาห์เวห์​ผู้​ที่​ได้​แต่งตั้ง​ข้าพเจ้า​ให้​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ของ​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า และ​ผู้ที่​ได้​สร้าง​ราชวงศ์​ของ​ข้าพเจ้า​ขึ้น​มา​ตาม​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้ พระองค์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน วันนี้​อาโดนียาห์​จะ​ต้อง​ตาย​อย่าง​แน่นอน​ขนาดนั้น”

25 กษัตริย์​ซาโลมอน​จึง​ออก​คำสั่ง​กับ​เบไนยาห์​ลูกชาย​ของ​เยโฮยาดา และ​เขา​ก็​ไป​ฆ่า​อาโดนียาห์

26 กษัตริย์​พูด​กับ​นักบวช​อาบียาธาร์​ว่า “กลับ​ไป​ยัง​ที่​นา​ของ​เจ้า​ใน​อานาโธท เจ้า​มัน​สมควร​ตาย แต่​เรา​จะ​ไม่​ฆ่า​เจ้า​ใน​ตอนนี้​เพราะ​ว่า​เจ้า​เคย​เป็น​ผู้​ถือ​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์ องค์​เจ้า​ชีวิต+ 2:26 หีบ​ของ​พระยาห์เวห์ องค์​เจ้า​ชีวิต หรือ “หีบ​ศักดิ์สิทธิ์” หรือ “หีบ​ข้อตกลง” เป็น​หีบ​ที่​บรรจุ​บรรดา​แผ่น​หิน​ที่​มี​บัญญัติ 10 ประการ​เขียน​ไว้ รวมทั้ง​สิ่งของ​ต่างๆ​ที่​จะ​พิสูจน์​ว่า​พระเจ้า​ได้​อยู่​กับ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ตลอด​เวลา​ที่​พวก​เขา​อยู่​ใน​ทะเลทราย​ซีนาย ต่อหน้า​ดาวิด​ผู้​เป็น​พ่อ​ของ​เรา​และ​เคย​ลำบาก​ร่วม​กับ​พ่อ​ของ​เรา​มา​ก่อน” 27 ซาโลมอน​จึง​ปลด​อาบียาธาร์​ออก​จาก​ตำแหน่ง​นักบวช​ของ​พระยาห์เวห์ ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​เคย​พูดไว้​เกี่ยวกับ​ครอบครัว​เอลี​ที่​ชิโลห์

28 เมื่อ​ข่าว​รู้​มา​ถึง​หู​โยอาบ​ซึ่ง​เป็น​ผู้​สมรู้​ร่วมคิด​กับ​อาโดนียาห์ แม้ว่า​เขา​จะ​ไม่​ได้​ร่วม​มือ​กับ​อับซาโลม เขา​ก็​ได้​หลบหนี​เข้า​ไป​ที่​เต็นท์​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ไป​จับ​ที่​เชิงงอน​ของ​แท่นบูชาไว้+ 2:28 จับ​ที่​เชิงงอน​ของ​แท่นบูชาไว้ แสดง​ว่า​เขา​กำลัง​ขอ​ความ​เมตตา ใน​กฎ​บอก​ไว้​ว่า​ถ้า​คน​ผู้​หนึ่ง​วิ่ง​เข้า​ไป​ใน​สถานที่​ศักดิ์สิทธิ์​และ​ไป​จับ​ที่​เชิงงอน​ของ​แท่นบูชา​แล้ว เขา​จะ​ไม่​ถูก​ทำ​โทษ29 เมื่อ​มี​คน​ไป​บอก​กษัตริย์​ซาโลมอน​ว่า โยอาบ​หลบหนี​ไป​ที่​เต็นท์​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ไป​อยู่​ที่​ด้าน​ข้าง​ของ​แท่นบูชา ซาโลมอน​จึง​สั่ง​เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา​ว่า “ไป​ฆ่า​เขาซะ”

30 เบไนยาห์​จึง​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ของ​พระยาห์เวห์ และ​พูด​กับ​โยอาบ​ว่า “กษัตริย์​สั่ง​ว่า ‘ออก​มา​เดี๋ยวนี้’”

แต่​เขา​ตอบ​ว่า “ไม่ เรา​จะ​ตาย​อยู่​ที่นี่”

เบไนยาห์​จึง​ไป​รายงาน​กับ​กษัตริย์​ถึง​สิ่ง​ที่​โยอาบ​ตอบ 31 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ได้​สั่ง​เบไนยาห์​ว่า “ไป​ทำ​ตาม​ที่​เขา​พูด​ได้เลย ให้​ฆ่า​เขา​และ​ฝัง​เขาเสีย เพื่อ​ว่า​ครอบครัว​ของ​เรา​และ​ตัว​เรา​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​รับผิด​ด้วย​กัน​กับ​โยอาบ​ที่​ไป​ฆ่า​คน​บริสุทธิ์ 32 พระยาห์เวห์​จะ​ทำ​ให้​การ​นองเลือด​ที่​เขา​ได้​ทำนั้น​กลับ​มา​ตกลง​บน​หัว​ของ​เขาเอง เพราะ​เขา​ได้​ทำร้าย​คน​สอง​คน​ที่​ชอบธรรม​และ​ดี​กว่า​เขา​ด้วย​ดาบ โดย​ที่​ดาวิด​ผู้​เป็น​พ่อ​ของ​เรา​ไม่รู้ คือ​อับเนอร์​ลูกชาย​ของ​เนอร์​ซึ่ง​เป็น​แม่ทัพ​ของ​อิสราเอล และ​อามาสา​ลูกชาย​ของ​เยเธอร์​ผู้​เป็น​แม่ทัพ​ของ​ยูดาห์ 33 ขอให้​ความผิด​แห่ง​เลือด​ของ​พวก​เขา​นี้ ตก​อยู่​บน​หัว​ของ​โยอาบ​และ​ลูกหลาน​ของ​โยอาบ​ตลอดไป แต่​ขอให้​ดาวิด​และ​ลูกหลาน​ของ​เขา ครอบครัว​และ​บัลลังก์​ของ​เขา ได้รับ​สันติสุข​จาก​พระยาห์เวห์​ตลอดไป”

34 เบไนยาห์​ลูกชาย​ของ​เยโฮยาดา​จึง​ขึ้น​ไป​ฆ่า​โยอาบ​และ​ฝังศพ​เขา​ไว้​ใน​ที่ดิน​ของ​โยอาบ​เอง​ใน​ถิ่นแห้งแล้ง 35 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​แต่งตั้ง​ให้​เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา​ขึ้น​เป็น​แม่ทัพ​แทน​โยอาบ​และ​แต่งตั้ง​นักบวช​ศาโดก​ขึ้น​แทน​อาบียาธาร์ 36 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ได้​ส่ง​คน​ไป​หา​ชิเมอี​และ​บอก​กับ​เขา​ว่า “ให้​สร้าง​บ้าน​ของ​ตัว​เจ้า​เอง​ขึ้น​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​และ​อาศัย​อยู่​ที่นั่น ห้าม​ออก​ไป​ที่​อื่นอีก 37 วัน​ใด​ที่​เจ้า​ออก​มา​และ​ข้าม​ลำธาร​แห้ง​ขิดโรนไป เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​อย่าง​แน่นอน เจ้า​จะ​ต้อง​รับผิดชอบ​ต่อ​การ​ตาย​ของ​เจ้าเอง+ 2:37 เจ้า​จะ​ต้อง … ของ​เจ้าเอง หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “เลือด​ของ​เจ้า​จะ​ตก​ลง​บน​หัว​ของ​เจ้า”

38 ชิเมอี​ตอบ​กษัตริย์​ไป​ว่า “สิ่ง​ที่​ท่าน​พูด​มา​นั้น​ก็​ยุติธรรม ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​จะ​ทำ​ตาม​ที่​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​พูด​ไว้” และ​ชิเมอี​ก็​ได้​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​นาน 39 แต่​อีก​สาม​ปี​ต่อมา ทาส​สอง​คน​ของ​ชิเมอี​หลบหนี​ไป​หา​กษัตริย์​อาคีช​แห่ง​เมือง​กัท​ลูกชาย​ของ​มาอาคาห์ และ​มี​คน​มา​บอก​ชิเมอี​ว่า “ตอนนี้ ทาส​ทั้ง​สอง​คน​ของ​ท่าน​อยู่​ใน​เมือง​กัท” 40 อย่างนั้น ชิเมอี​จึง​ผูก​อาน​บน​ลา​ของ​เขา​และ​ไป​หา​กษัตริย์​อาคีช​ที่​เมือง​กัท เพื่อ​ตาม​หา​ทาส​สอง​คน​ของ​เขา ชิเมอี​ก็​ได้​ออก​ไป​และ​นำ​ตัว​ทาส​ทั้ง​สอง​คน​ของ​เขา​กลับ​มา​จาก​เมือง​กัท

41 เมื่อ​ซาโลมอน​รู้​เรื่อง​ว่า​ชิเมอี​ได้​ออก​ไป​จาก​เยรูซาเล็ม​ไป​เมือง​กัท​และ​ได้​กลับ​มา​แล้ว 42 กษัตริย์​จึง​เรียก​ตัว​ชิเมอีมา​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “เรา​เคย​ให้​เจ้า​สาบาน​ไว้​กับ​พระยาห์เวห์ และ​เตือน​เจ้า​มา​ก่อน​แล้ว​ไม่ใช่หรือ​ว่า ‘ใน​วัน​ที่​เจ้า​จาก​ไป​และ​ไป​ที่​ไหน​ก็ตาม ให้​แน่ใจ​ได้​เลย​ว่า​มัน​จะ​เป็น​วัน​ตาย​ของ​เจ้า’ และ​ใน​เวลา​นั้น เจ้า​ก็​พูด​กับ​เรา​ว่า ‘สิ่ง​ที่​ท่าน​พูด​นั้น​ยุติธรรม ข้าพเจ้า​จะ​เชื่อฟัง​ท่าน’ 43 แล้ว​ทำไม​เจ้า​จึง​ไม่​รักษา​คำ​สาบาน​ที่​ให้​ไว้​กับ​พระยาห์เวห์ และ​ไม่​เชื่อฟัง​คำสั่ง​ที่​เรา​ได้​ให้​เจ้า​ไว้​เล่า” 44 กษัตริย์​พูด​กับ​ชิเมอี​ด้วย​ว่า “เจ้า​ก็​รู้​อยู่​เต็มอก ใน​เรื่อง​ความผิด​ที่​เจ้า​เคย​ทำ​ไว้​กับ​ดาวิด​ผู้เป็นพ่อ​ของ​เรา ตอนนี้​พระยาห์เวห์​จะ​ตอบแทน​เจ้า​สำหรับ​ความผิด​ที่​เจ้า​ได้​ทำ​ลง​ไป 45 แต่​กษัตริย์​ซาโลมอน​จะ​ได้รับ​การ​อวยพร และ​บัลลังก์​ของ​ดาวิด​ก็​จะ​ยัง​ปลอดภัย​อยู่​ต่อ​หน้า​พระยาห์เวห์​ตลอดไป”

46 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ออก​คำสั่ง​ให้​เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา​นำ​ตัว​ชิเมอี​ออก​ไป​ฆ่า อย่างนี้ อาณาจักรนี้​ก็​ได้​ตั้ง​มั่นคง​อยู่​ภายใต้​การ​ปกครอง​ของ​ซาโลมอน

3

ซาโลมอน​ขอ​สติปัญญา

(2 พศด. 1:2-13)

1 ซาโลมอน​ได้​ไป​ผูกมิตร​กับ​กษัตริย์​ฟาโรห์​แห่ง​อียิปต์ ด้วย​การ​แต่งงาน​กับ​ลูกสาว​ของ​ฟาโรห์ ซาโลมอน​ได้​พา​นาง​ไป​อยู่​ที่​เมือง​ของ​ดาวิด จน​กว่า​เขา​จะ​สร้าง​วัง​ของ​ตัวเอง พร้อมกับ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​และ​กำแพง​รอบๆ​เมือง​เยรูซาเล็มเสร็จ 2 ประชาชน​ก็​ยังคง​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ตาม​สถานที่​สูง​ต่างๆ+ 3:2 สถานที่​สูง​ต่างๆ เป็น​สถานที่​สำหรับ​สักการะ​บูชา​พระเจ้า​หรือ​บรรดา​พระ​ปลอม สถานที่​เหล่านี้​มัก​อยู่​ตาม​เนินเขา​หรือ​ตาม​ภูเขา​ต่างๆ เพราะ​วิหาร​ที่​สร้าง​ใน​นาม​ของ​พระยาห์เวห์​ยัง​ไม่เสร็จ 3 ซาโลมอน​แสดง​ความรัก​ที่​เขา​มี​ต่อ​พระยาห์เวห์ ด้วย​การ​ใช้ชีวิต​ตาม​กฎ​ต่างๆ​ของ​ดาวิด​ผู้เป็นพ่อ​ของ​เขา เว้น​แต่​เขา​ได้​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​และ​เผา​เครื่อง​หอม ตาม​สถาน​นมัสการ

4 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้ไป​ที่​กิเบโอน​เพื่อ​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา เพราะ​ที่นั่น​เป็น​สถานที่​สูง​ที่​สำคัญ​ที่สุด และ​ซาโลมอน​ได้ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​หนึ่งพัน​ตัว​บน​แท่น​บูชา​ที่​นั่น 5 ที่​กิเบโอน​นั่นเอง พระยาห์เวห์​ได้​ปรากฏ​ใน​ความฝัน​ของ​ซาโลมอน​ตอน​กลางคืน พระเจ้า​พูด​ว่า “เจ้า​อยาก​ได้​อะไร​จาก​เรา ก็​ขอ​มา​ได้​เลย”

6 ซาโลมอน​ตอบ​ว่า “พระองค์​มี​ความรัก​มั่นคง​อัน​ยิ่งใหญ่​ต่อ​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​คือ​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า ท่าน​เป็น​คนดี​และ​มี​จิตใจ​ซื่อตรง พระองค์​ได้​แสดง​ความรัก​มั่นคง​อัน​ยิ่งใหญ่นี้​ต่อ​ท่าน ด้วย​การ​ให้​ลูกชาย​คน​หนึ่ง​ของ​ท่าน​ได้​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ของ​ท่าน​ใน​วันนี้ 7 ข้าแต่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า พระองค์​ได้​ทำให้​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​พระองค์ ได้​มา​เป็น​กษัตริย์​แทนที่​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า ทั้งๆที่​ข้าพเจ้า​เป็น​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ​และ​ยัง​ไม่​รู้​อิโหน่​อิเหน่ 8 แล้ว​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ได้​มา​อยู่​ท่ามกลาง​ชนชาติ​ของ​พระองค์ ที่​พระองค์​ได้​เลือกไว้ เป็น​ชนชาติ​ใหญ่ ที่​มี​ประชากร​มากมาย​มหาศาล​นับไม่ถ้วน 9 อย่างนั้น ขอ​โปรด​มอบ​สติปัญญา​ให้​กับ​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ เพื่อ​จะ​ได้​ใช้​ปกครอง​ชนชาติ​ของ​พระองค์ และ​เพื่อ​จะ​ได้​แยกแยะ​ว่า​อะไรดี​อะไรชั่ว เพราะ​จะ​มี​ใครเล่า​ที่​สามารถ​ปกครอง​ประชากร​อัน​มหาศาลนี้​ของ​พระองค์ได้”

10 องค์​เจ้า​ชีวิต​รู้สึก​พอใจ​ที่​ซาโลมอน​ขอ​สิ่งนี้ 11 พระเจ้า​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “เป็น​เพราะ​เจ้า​ขอ​สิ่งนี้ และ​ไม่​ได้​ขอ​ให้​มี​อายุ​ยืนยาว หรือ​ขอ​ความร่ำรวย หรือ​ขอ​ให้​ฆ่า​พวก​ศัตรู​ของ​เจ้า แต่​เจ้า​กลับ​ขอ​สติปัญญา​สำหรับ​ตัว​เจ้าเอง เพื่อ​จะ​ได้​รู้จัก​ปกครอง​อย่าง​ยุติธรรม 12 อย่าง​นั้น เรา​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​เจ้าขอ เรา​จะ​ทำให้​เจ้า​เฉลียว​ฉลาด​และ​มอง​ทุกอย่าง​ได้​อย่าง​ทะลุปรุโปร่ง จน​ไม่​มี​ใคร​ฉลาด​เหมือน​เจ้า​ทั้ง​ใน​อดีต​และ​ใน​อนาคตด้วย 13 แล้ว​เรา​จะ​แถม​สิ่ง​ที่​เจ้า​ไม่​ได้​ขอ​ให้ด้วย นั่น​คือ​ความร่ำรวย​และ​เกียรติยศ​ตลอด​ชีวิต​ของเจ้า แล้ว​จะ​ไม่​มี​กษัตริย์​องค์ไหน​มา​เปรียบเทียบ​กับ​เจ้า​ได้เลย 14 ถ้า​เจ้า​เดิน​ตาม​ทาง​ทั้งหลาย​ของ​เรา เชื่อฟัง​กฎ​และ​คำสั่ง​ต่างๆ​ของ​เรา​เหมือน​ที่​ดาวิด​พ่อ​ของ​เจ้า​เคย​ทำ​มา เรา​ก็​จะ​ให้​เจ้า​มี​ชีวิต​ที่​ยืนยาวด้วย”

15 แล้ว​ซาโลมอน​ก็​ตื่นขึ้น และ​เขา​ก็​รู้​ว่า​เขา​ได้​ฝัน​ไป เขา​กลับ​มา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม ไป​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​หีบ​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์+ 3:15 หีบ​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์ คือ “หีบ​ศักดิ์สิทธิ์” หรือ “หีบ​แห่ง​คำ​สัญญา” เป็น​หีบ​ที่​บรรจุ​บรรดา​แผ่นหิน​ที่​มี​บัญญัติ 10 ประการ​เขียน​ไว้ รวมทั้ง​สิ่งของ​ต่างๆ​ที่​จะ​พิสูจน์​ว่า​พระเจ้า​ได้​อยู่​กับ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ตลอด​เวลา​ที่​พวก​เขา​อยู่​ใน​ทะเลทราย​ซีนาย และ​ได้​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​สังสรรค์​บูชา แล้ว​เขา​ก็​จัด​งาน​เลี้ยง​ให้​กับ​ข้าราชการ​ทั้ง​หมด​ของ​เขา

ซาโลมอน​ตัดสิน​คดี​อย่าง​เฉลียว​ฉลาด

16 ต่อมา มี​โสเภณี​สอง​คน​มา​หา​กษัตริย์​และ​ได้​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​เขา 17 หญิง​คน​หนึ่ง​พูด​ว่า “เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า หญิง​คนนี้​อาศัย​อยู่​ใน​บ้าน​หลังเดียว​กับ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ได้​คลอด​ลูก​ออก​มา​คนหนึ่ง ตอนนั้น​นาง​ก็​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย 18 หลังจาก​ที่​ลูก​ของ​ข้าพเจ้า​คลอด​ออก​มา​ได้​สาม​วัน หญิง​คนนี้​ก็​คลอด​ลูก​ออก​มา​คนหนึ่ง​ด้วย ใน​บ้าน​หลังนั้น มี​เรา​อยู่​กัน​แค่​สองคน ไม่​มี​คน​อื่นอีก 19 ใน​ตอน​กลางคืน ลูกชาย​ของ​หญิง​คนนี้​ตาย​ไป เพราะ​นาง​นอนทับเขา 20 แล้ว​นาง​ก็​ตื่น​ขึ้น​มา​ตอน​ดึก และ​มา​เอา​ลูกชาย​ของ​ข้าพเจ้า​ไป​จาก​ด้านข้าง​ของ​ข้าพเจ้า ใน​ขณะ​ที่​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​ยัง​หลับ​อยู่ นาง​เอา​เด็ก​ไป​วาง​ไว้​ที่​อก​ของ​นาง​และ​เอา​ตัว​ลูกชาย​ของ​นาง​ที่​ตาย​แล้ว​มา​ไว้​ที่​อก​ของ​ข้าพเจ้า 21 เช้า​วันรุ่งขึ้น ข้าพเจ้า​ตื่น​ขึ้น​มา​เพื่อ​จะ​ให้​นม​ลูก แต่​เขา​กลับ​ตาย​เสีย​แล้ว แต่​เมื่อ​ข้าพเจ้า​มองดู​เขา​ใกล้ๆ​ใน​ตอน​ฟ้า​สาง ข้าพเจ้า​ก็​เห็น​ว่า​เด็ก​คนนี้​ไม่​ใช่​ลูก​ที่​ข้าพเจ้า​คลอด​ออก​มา”

22 แต่​หญิง​อีก​คน​ได้​พูด​ว่า “ไม่จริง เด็ก​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​เป็น​ลูกชาย​ของ​ฉันเอง คน​ที่​ตาย​ไป​เป็น​ลูก​ของ​เธอ​ต่างหาก”

แต่​หญิง​คน​แรก​ก็​ยืนยัน​ว่า “ไม่ใช่ คน​ที่​ตาย​เป็น​ลูก​ของเธอ คน​ที่​ยัง​อยู่​เป็น​ลูก​ของฉัน” และ​พวก​เขา​ก็​โต้เถียงกัน​อยู่​ต่อหน้า​กษัตริย์

23 กษัตริย์​จึง​พูด​ว่า “คนนี้​ก็​บอก​ว่า ‘ลูกชาย​ของฉัน​ยัง​มี​ชีวิตอยู่ ลูกชาย​ของ​เธอ​ตาย​แล้ว’ ส่วน​อีก​คน​ก็​พูด​ว่า ‘ไม่จริง ลูกชาย​ของ​เธอ​ตายแล้ว ลูก​ของ​ฉัน​ต่างหาก​ที่​ยัง​มี​ชีวิตอยู่’”

24 แล้ว​กษัตริย์​ก็​พูด​ว่า “เอา​ดาบ​มา​ให้​เรา​เล่ม​หนึ่งสิ” พวก​เขา​จึง​นำ​ดาบ​เล่ม​หนึ่ง​มา​ให้​กษัตริย์ 25 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ออก​คำ​สั่ง​ว่า “ตัด​เด็ก​ที่​มี​ชีวิตนี้​ออก​เป็น​สอง​ท่อนซะ และ​แบ่ง​ให้​พวก​นาง​ไป​คนละครึ่ง”

26 หญิง​คน​ที่​ลูกชาย​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ ก็​สงสาร​ลูก​ของ​นาง​อย่าง​จับใจ จึง​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “ได้​โปรด​เถิด นาย​ของ​ข้าพเจ้า ให้​เด็ก​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​กับ​นาง​ไปเถิด อย่า​ฆ่า​เขาเลย”

แต่​หญิง​อีก​คน​หนึ่ง​พูดว่า “แบ่ง​เลย ทั้ง​เธอ​และ​ฉัน​จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​ได้ไป”

27 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ตัดสิน​ว่า “คืน​เด็ก​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​ให้​กับ​หญิง​คน​แรกไป อย่า​ฆ่า​เขาเลย เพราะ​นาง​คือ​แม่​ที่​แท้จริง”

28 เมื่อ​ชนชาติ​อิสราเอล​ทั้งหมด​ได้ยิน​เรื่อง​การ​ตัดสิน​ครั้งนี้ พวก​เขา​ต่าง​เคารพ​ยำเกรง​กษัตริย์ เพราะ​พวกเขา​เห็น​แล้ว​ว่า​กษัตริย์​ได้รับ​ความ​เฉลียว​ฉลาด​มา​จาก​พระเจ้า+ 3:28 ความ​เฉลียว​ฉลาด​มา​จาก​พระเจ้า หรือ “ความ​เฉลียว​ฉลาด​ที่​ยิ่งใหญ่​มาก” เพื่อ​ปกครอง​บ้านเมือง​อย่าง​ยุติธรรม

4

อาณาจักร​ของ​ซาโลมอน

1 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​ปกครอง​ชนชาติ​อิสราเอล​ทั้งหมด 2 และ​ต่อ​ไปนี้​คือ​ข้าราชการ​ระดับ​สูง​ทั้งหมด​ของ​เขา

อาซาริยาห์​ลูกชาย​ของ​ศาโดก​เป็น​นักบวช

3 เอลีโฮเรฟ​และ​อาหิยาห์​ลูกชาย​ของ​ชิชา เป็น​เลขานุการ

เยโฮชาฟัท​ลูกชาย​ของ​อาหิลูด​เป็น​ผู้จดบันทึก

4 เบไนยาห์​ลูกชาย​เยโฮยาดา เป็น​แม่ทัพ

ศาโดก​และ​อาบียาธาร์​เป็น​นักบวช

5 อาซาริยาห์​ลูกชาย​ของ​นาธัน เป็น​หัวหน้า​ดูแล​พวก​ผู้ว่าการ​เขต​ต่างๆ

ศบุด​ลูกชาย​ของ​นาธัน​เป็น​นักบวช​และ​เป็น​ที่ปรึกษา​ของ​กษัตริย์

6 อาหิชาร์​ทำ​หน้าที่​ดูแล​ภาย​ใน​วัง

อาโดนีรัม​ลูกชาย​ของ​อับดา​ทำ​หน้าที่​ควบคุม​คนงาน​ที่​ถูก​เกณฑ์มา

7 ซาโลมอน​ยัง​มี​ผู้ว่าการ​เขต​ต่างๆ​อีก​สิบ​สอง​คน ทำ​หน้าที่​ดูแล​ชนชาติ​อิสราเอล​ทั้งหมด ซึ่ง​พวกเขา​จะ​ช่วยเหลือ​ใน​การจัดหา​เสบียง​อาหาร​ให้​กับ​กษัตริย์​และ​ครอบครัว​กษัตริย์​ทั้งหมด ผู้ว่าการ​แต่​ละ​คน​จะ​ต้อง​จัด​ส่ง​เสบียง​อาหาร​มา​ให้​หนึ่ง​เดือน​ใน​หนึ่งปี 8 และ​ต่อ​ไปนี้​คือ​ชื่อ​ของ​พวก​เขา

เบนเฮอร์ เป็น​ผู้ว่า​อยู่​ใน​แถบ​เนิน​เขา​เอฟราอิม

9 เบนเดเคอร์ เป็น​ผู้ว่า​สำหรับ มาคาส ชาอัลบิม เบธเชเมช​และ​เอโลน-เบธฮานัน

10 เบนเฮเสด เป็น​ผู้ว่า​ใน อารุบโบท (โสโคห์​และ​แผ่นดิน​เฮเฟอร์​ทั้งหมด​อยู่​ใต้​อำนาจเขา)

11 เบนอาบีนาดับ เป็น​ผู้ว่า​ใน นาฟาทโดร์ (เขา​แต่งงาน​กับ​ทาฟัท​ลูกสาว​ของ​ซาโลมอน)

12 บาอานา​ลูกชาย​ของ​อาหิลูด เป็น​ผู้ว่า​ใน​ทาอานาค​เมกิดโด​และ​เบธชาน​ทั้งหมด​ซึ่ง​อยู่​ถัด​จาก​ศาเรธาน​และ​อยู่​ทาง​ด้านใต้​ของ​ยิสเรเอล และ​ตั้งแต่​เบธชาน​ถึง​อาเบลเมโฮลาห์​เลย​ไป​ถึง​อีก​ฝากหนึ่ง​ของ​โยกเมอัม

13 เบนเกเบอร์ เป็น​ผู้ว่า​ใน ราโมทกิเลอาด (ยาอีร์​ลูกชาย​ของ​มนัสเสห์​ที่​ได้​ตั้ง​รกราก​อยู่​ใน​กิเลอาด​อยู่​ภายใต้​การ​ควบคุม​ของเขา รวมทั้ง​เขต​อารโกบ​ใน​บาชาน​และ​เมือง​อีก​หกสิบ​เมือง​ใน​นั้น​ที่​มี​กำแพง​สูงใหญ่​และ​มี​ดาน​ประตู​ที่​ทำ​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์​ด้วย)

14 อาหินาดับ​ลูกชาย​ของ​อิดโด เป็น​ผู้ว่า​ใน​มาหะนาอิม

15 อาหิมาอัส เป็น​ผู้ว่า​ใน​นัฟทาลี (เขา​ได้​แต่งงาน​กับ​บาเสมัท​ลูกสาว​ของ​ซาโลมอน)

16 บาอานา​ลูกชาย​ของ​หุชัย เป็น​ผู้ว่า​ใน​อาเชอร์​และ​เบอาโลท

17 เยโฮชาฟัท​ลูกชาย​ของ​ปารูอาห์ เป็น​ผู้ว่า​ใน​อิสสาคาร์

18 ชิเมอี​ลูกชาย​ของ​เอลา เป็น​ผู้ว่า​ใน​เบนยามิน

19 เกเบอร์​ลูกชาย​ของ​อุรี เป็น​ผู้ว่า​ใน​แผ่นดิน​กิเลอาด (ซึ่ง​เคย​เป็น​ของ​กษัตริย์​สิโหน​ของ​ชาว​อาโมไรต์​และ​กษัตริย์​โอก​ของ​บาชาน) เขา​เป็น​ผู้ว่าการ​เพียง​คนเดียว​ที่​ปกครอง​เขตนั้น

20 ชาว​ยูดาห์​และ​ชาว​อิสราเอล​มี​จำนวน​มากมาย​มหาศาล​เหมือน​เม็ดทราย​บน​หาดทราย พวกเขา​อยู่​กัน​อย่าง​มี​ความสุข และ​มีกิน​มีดื่ม​กัน​อย่าง​เหลือเฟือ

21 ซาโลมอน​ได้​ปกครอง​เหนือ​พวก​อาณาจักร​ทั้งสิ้น ตั้งแต่​แม่น้ำ​ยูเฟรติส​ไป​จนถึง​แผ่นดิน​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​และ​ไป​จน​สุด​เขตแดน​ของ​ประเทศ​อียิปต์ ประเทศ​เหล่านี้​ได้​ส่ง​ส่วย+ 4:21 ส่วย เงิน​ที่​ประชาชน​ให้​กับ​กษัตริย์​ที่​เอาชนะ​พวก​เขา​ได้ และ​อยู่​ภายใต้​อำนาจ​ของ​ซาโลมอน​ตลอด​ชีวิต​ของ​ซาโลมอน+ 4:21 ประเทศ​เหล่านี้ … ชีวิต​ของ​ซาโลมอน แสดง​ให้​เห็น​ว่า​ประเทศ​เหล่านี้​ได้​ทำ​ข้อตกลง​สันติภาพ​กับ​ซาโลมอน​เป็น​เพราะ​อำนาจ​อันยิ่งใหญ่​ของเขา

22 เสบียง​อาหาร​ที่​ซาโลมอน​กับ​ทุกคน​ใน​วัง​จะ​ต้อง​ใช้​กินกัน​ใน​แต่​ละวัน คือ

แป้ง​อย่าง​ดี​สามสิบ​โคเร+ 4:22 สามสิบ​โคเร เท่ากับ 6,600 ลิตร

แป้ง​หยาบ​หกสิบ​โคเร+ 4:22 หกสิบ​โคเร เท่ากับ 13,200 ลิตร

23 วัว​ที่​เลี้ยง​ใน​คอก​สัตว์​จน​อ้วน​พี​สิบ​ตัว

วัว​ที่​เลี้ยง​ใน​ทุ่ง​หญ้า​ยี่สิบ​ตัว

แกะ​หนึ่ง​ร้อย​ตัว

รวมทั้ง​กวาง เนื้อทราย​และ​ละมั่ง​ตัวผู้+ 4:23 กวาง เนื้อทราย​และ​ละมั่ง​ตัวผู้ คือ​กวาง​ป่า​ชนิด​ต่างๆ อีก​หลาย​ตัว และ​สัตว์​ปีก​ที่​ขุน​ไว้​แล้ว

24 ซาโลมอน​ปกครอง​อยู่​เหนือ​แผ่นดิน​ทั้งหมด​และ​เหนือ​กษัตริย์​ทั้งหลาย​ที่​อยู่​ฝั่ง​ตะวันตก​ของ​แม่น้ำ​ยูเฟรติส จาก​ทิฟสาห์​ไป​จน​ถึง​กาซา และ​มี​สันติภาพ​อยู่​รอบด้าน 25 ตลอด​ช่วง​ชีวิต​ของ​ซาโลมอน ชาว​ยูดาห์​และ​ชาว​อิสราเอล​ตั้งแต่​ดาน​จนถึง​เบเออร์เชบา ทุกคน​ต่าง​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​ปลอดภัย นั่ง​อยู่​ใต้​เถาองุ่น​และ​ต้น​มะเดื่อ​ของตน

26 ซาโลมอน​มี​คอก​ขัง​ม้า​แต่​ละ​ตัว​อยู่​สี่​พัน+ 4:26 สี่​พัน ประโยค​นี้​มา​จาก​สำเนา​กรีก​โบราณ ตรง​กับ 2 พงศาวดาร 9:25 แต่​สำเนา​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้​กัน​เขียน​ว่า “สี่​หมื่น” คอก เป็น​ม้า​สำหรับ​ลาก​รถรบ และ​มี​ทหาร​บน​รถ​ม้า​อยู่​หนึ่ง​หมื่น​สอง​พันคน 27 ผู้ว่า​ของ​แต่​ละ​เขต เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​จะ​ต้อง​จัด​ส่ง​เสบียง​อาหาร​ให้​กษัตริย์​และ​คน​ทั้งหมด​ที่​นั่ง​กิน​ร่วม​โต๊ะ​กับ​กษัตริย์ พวก​เขา​ต่าง​ก็​ส่ง​เสบียง​มา​ตาม​เดือน​ของ​ตน และ​ไม่​ให้​มี​สิ่ง​ใด​ขาด​ตก​บกพร่อง​เลย 28 พวก​เขา​ยัง​ได้​นำ​ข้าว​บาร์เลย์​และ​ฟาง​สำหรับ​พวกม้า​ลาก​รถรบ​และ​พวกม้า​อื่นๆ​ไป​เก็บไว้​ตาม​สถานที่​ของมัน

ความเฉลียว​ฉลาด​ของ​ซาโลมอน

29 พระเจ้า​ได้​ให้​ซาโลมอน​มี​ความ​เฉลียว​ฉลาด​และ​การมอง​ที่​ทะลุ​ปรุโปร่ง​และ​มี​ความ​เข้าใจ​มากมาย​เหมือน​กับ​เม็ด​ทราย​บน​ชายหาด 30 ความ​เฉลียว​ฉลาด​ของ​ซาโลมอนนั้น​เหนือกว่า​ความ​ฉลาด​ของ​ทุก​คน​ใน​ฝั่ง​ตะวันออก และ​เหนือ​กว่า​ความเฉลียว​ฉลาด​ทั้งสิ้น​ของ​คน​ใน​ประเทศ​อียิปต์ 31 เขา​ฉลาด​กว่า​ใครๆ​ทั้งหมด แม้แต่​เอธาน​ชาว​เอสราห์ หรือ​พวก​ลูกชาย​ของ​มาโฮล คือ​เฮมาน คาลโคล์ และ​ดารดา ชื่อ​เสียง​ของ​ซาโลมอน​ได้​เลื่องลือ​ไป​ทั่ว​ทุกชาติ​ที่​อยู่​ล้อมรอบ 32 เขา​ได้​พูด คำ​สุภาษิต ไว้​ถึง​สาม​พัน​ข้อ และ​บทเพลง​ต่างๆ​ของ​เขา​ก็​มี​จำนวน​ถึง​หนึ่ง​พัน​กับ​ห้าเพลง

33 ซาโลมอน​ได้​บรรยาย​ถึง​ชีวิต​ของ​พืช ตั้งแต่​ต้นสน​ซีดาร์​ของ​เลบานอน​ไป​จน​ถึง​ต้น​หุสบ​ที่​งอก​ออก​มา​จาก​กำแพง​ต่างๆ เขา​ยัง​สอน​เกี่ยวกับ​พวก​สัตว์​และ​นก สัตว์​เลื้อย​คลาน+ 4:33 สัตว์​เลื้อย​คลาน สิ่ง​ที่​เลื้อย​คลาน​ได้ อาจ​รวม​ถึง​สัตว์​ชนิด​อื่นๆ​ตั้งแต่​แมลง​ต่างๆ​ไป​จนถึง​สัตว์​จำพวก​กิ้งก่า งู​ชนิด​ต่างๆ​และ​ปลา และ​ปลา 34 คน​จาก​ทุกชาติ​ต่าง​ก็​มา​ฟัง​ความ​เฉลียว​ฉลาด​ของ​ซาโลมอน ซึ่ง​คน​เหล่านี้​ถูก​ส่ง​มา​จาก​กษัตริย์​ทั่วโลก​ที่​ได้​ข่าว​เกี่ยวกับ​ความ​เฉลียว​ฉลาด​ของเขา

5

ซาโลมอน​เตรียม​วัตถุ​สร้าง​วิหาร

(2 พศด. 2:1-18)

1 เมื่อ​ฮีราม​กษัตริย์​ของ​เมือง​ไทระ​ได้ยิน​ว่า​ซาโลมอน​ได้รับ​การเจิม​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จาก​ดาวิด​พ่อ​ของเขา กษัตริย์​ฮีราม​จึง​ได้​ส่ง​ทูต​ของ​เขา​ไป​หา​ซาโลมอน เพราะ​เขา​เป็น​เพื่อน​ที่​ดี​ของ​ดาวิด​ตลอดมา 2 ซาโลมอน​จึง​ได้​ส่ง​ข้อ​ความนี้​มา​ถึง​ฮีราม​ว่า

3 “ท่าน​ก็​รู้​ว่า​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า​ไม่​สามารถ​ที่​จะ​สร้าง​วิหาร​เพื่อ​เป็น​เกียรติ​ให้​กับ​ชื่อ​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เขาได้ เพราะ​ต้อง​คอย​สู้รบ​กับ​พวก​ศัตรู​ที่​อยู่​ล้อมรอบ​เขา จนกระทั่ง​พระยาห์เวห์​ได้​ปราบ​พวก​ศัตรู​ให้​อยู่​ใต้​เท้า​ของเขา 4 แต่​ตอนนี้​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​ให้​ข้าพเจ้า​หยุดพัก​จาก​สงคราม​แล้ว​ใน​ทุกๆ​ด้าน และ​ไม่​มี​การต่อสู้​หรือ​ความ​หายนะ​ใดๆ​อีก

5 ข้าพเจ้า​จึง​ตั้งใจ​ว่า​จะ​สร้าง​วิหาร​ขึ้น​หลัง​หนึ่ง เพื่อ​เป็น​เกียรติ​ให้​กับ​ชื่อ​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​เคย​บอก​ไว้​กับ​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า เมื่อ​พระองค์​พูด​ว่า ‘ลูกชาย​ของ​เจ้า​คน​ที่​เรา​จะ​ให้​ขึ้น​นั่ง​บน​บัลลังก์​แทน​เจ้านั้น จะ​เป็น​ผู้สร้าง​วิหาร​เพื่อ​เป็น​เกียรติ​ให้​กับ​ชื่อ​ของ​เรา’ 6 อย่างนั้น ช่วย​สั่ง​คน​ให้​ตัด​ต้นสน​ซีดาร์​ของ​เลบานอนไว้​ให้​กับ​ข้าพเจ้า​ด้วย คน​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​ทำ​งาน​ร่วม​กับ​คน​ของท่าน และ​ข้าพเจ้า​จะ​จ่าย​เงิน​ให้​กับ​ท่าน​สำหรับ​คน​ของ​ท่าน ตาม​จำนวน​ค่า​จ้าง​ที่​ท่าน​กำหนดมา ท่าน​ก็​รู้​ว่า​ข้าพเจ้า​ไม่​มี​คน​ที่​มี​ความ​ชำนาญ​ใน​การ​ตัดไม้+ 5:6 คน​ที่​มี​ความ​ชำนาญ​ใน​การ​ตัดไม้ หรือ​ช่างไม้ คือ​คน​ที่ทำ​งาน​กับ​ไม้ ใน​สมัย​โบราณ​หมาย​ถึง​คน​ตัด​ไม้​ด้วย เหมือน​กับ​ชาว​ซีโดน”

7 เมื่อ​ฮีราม​ได้ยิน​ข้อ​ความ​ของ​ซาโลมอน ก็​รู้สึก​พอใจ​อย่าง​มาก​และ​พูด​ว่า “วันนี้ เรา​ขอ​สรรเสริญ​องค์​พระยาห์เวห์ เพราะ​พระองค์​ได้​ให้​ลูกชาย​ที่​เฉลียว​ฉลาด​คน​หนึ่ง​กับ​ดาวิด​เพื่อ​ที่​จะ​ปกครอง​ชนชาติ​ที่​ยิ่งใหญ่นี้” 8 ฮีราม​ได้​ส่ง​ข้อความ​ไป​ถึง​ซาโลมอน​ว่า

“เรา​ได้รับ​ข้อความ​ที่​ท่าน​ส่ง​ถึง​เรา​แล้ว และ​จะ​ทำ​ตาม​ทุก​อย่าง​ที่​ท่าน​ต้องการ เรา​จะ​จัด​หา​ไม้สน​ซีดาร์​และ​ไม้สน​สาม​ใบ​ให้​กับ​ท่าน 9 บรรดา​คน​ของ​เรา​จะ​ชัก​ลาก​ไม้​เหล่านี้​ลง​มา​จาก​เลบานอน​ไป​ที่​ทะเล และ​เรา​จะ​เอา​ไม้​เหล่า​นี้​ผูก​รวม​กัน​ล่อง​เป็น​แพ​ไป​ตาม​ทะเล​จน​ถึง​สถานที่​ที่​ท่าน​กำหนดไว้ และ​ที่​นั่น​เรา​จะ​แยก​พวก​มัน​ออก และ​ท่าน​ก็​สามารถ​เอา​มัน​ไปได้ ท่าน​สามารถ​ตอบ​แทน​เรา​ได้ ด้วย​การ​ส่ง​เสบียง​อาหาร​ให้​กับ​คน​ใน​วัง​ของ​เรา​กินกัน”

10 ฮีราม​จึง​ได้​จัด​ส่ง​ไม้สน​ซีดาร์​และ​ไม้สน​สาม​ใบ​ให้​กับ​ซาโลมอน​ตาม​ที่​เขา​ต้องการ​ทุก​อย่าง 11 ซาโลมอน​ก็​ได้​ให้​แป้ง​สาลี​สี่ล้าน​สี่แสน​ลิตร+ 5:11 สี่ล้าน​สี่แสน​ลิตร หรือ สอง​หมื่น​โคเร เป็น​อาหาร​ให้​กับ​คน​ใน​วัง​ของ​ฮีราม และ​น้ำมัน​มะกอก​บริสุทธิ์​สี่แสน​สี่หมื่น​ลิตร+ 5:11 สี่แสน​สี่หมื่น​ลิตร หรือ สองหมื่น​บัท ซาโลมอน​ทำ​อย่างนี้​ให้​กับ​ฮีราม​ปีแล้ว​ปีเล่า

12 พระยาห์เวห์​ให้​ความ​เฉลียว​ฉลาด​กับ​ซาโลมอน ตาม​ที่​พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​เขา ฮีราม​และ​ซาโลมอน​ก็​ได้​ทำ​สัญญา​เป็น​พันธมิตร​ต่อกัน​และ​อยู่​กัน​อย่างสันติ

13 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​เกณฑ์​พวก​แรงงาน​มา​จาก​ทั่ว​ทั้ง​อิสราเอล​รวม​สาม​หมื่น​คน 14 เขา​ได้​ส่ง​คน​เหล่านั้น​ออก​ไป​ที่​เลบานอน​โดย​แบ่ง​เวร​กัน​ไป เวร​ละ​หนึ่ง​หมื่น​คน​ต่อ​เดือน เพื่อ​พวกเขา​จะ​ได้​อยู่​ใน​เลบานอน​หนึ่ง​เดือน​และ​ได้​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​พวก​เขา​สอง​เดือน อาโดนีรัม​ทำ​หน้าที่​เป็น​ผู้ควบคุม​คนงาน 15 ซาโลมอน​มี​คน​แบก​หาม​อยู่​เจ็ดหมื่น​คน​และ​มี​คน​ตัด​หิน​แปด​หมื่น​คน​ที่​ทำ​งาน​อยู่​ใน​แถบ​เนินเขา 16 มี​หัวหน้า​คน​งาน​อีก​สามพัน​สามร้อย​คน​ที่​ทำ​หน้าที่​ดูแล​งาน​ใน​โครงการ​และ​คอย​สั่งงาน​คนงาน 17 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​สั่ง​ให้​พวกเขา​ตัด​หิน​ก้อน​ใหญ่ๆ​ที่​มี​ราคา​แพง​ออก​มา​จาก​เหมือง​หิน เพื่อ​ใช้​หิน​ที่​ตกแต่ง​แล้ว​นี้​วาง​เป็น​ฐานราก​ของ​วิหาร 18 ช่าง​แกะสลัก​ของ​ซาโลมอน​และ​ฮีราม​และ​คน​จาก​เกบาล+ 5:18 เกบาล หรือ​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า “บุบลอส” ต่าง​ตัดแต่ง​ไม้​และ​หิน​เพื่อ​นำ​มา​สร้าง​เป็น​วิหาร

6

ซาโลมอน​สร้าง​วิหาร

(2 พศด. 3:1-14; 4:1-10, 19-22; 5:1)

1 เป็น​เวลา​สี่ร้อย​แปดสิบ​ปี+ 6:1 สี่ร้อย​แปดสิบ​ปี ประมาณ 960 ปี​ก่อน​พระเยซู​มา​เกิด หลังจาก​ที่​ชาว​อิสราเอล​ได้​อพยพ​ออก​มา​จาก​ประเทศ​อียิปต์ ใน​เดือน​ศิฟ ซึ่ง​เป็น​เดือน​ที่​สอง​ของ​ปี ตรง​กับ​ปีที่สี่​ที่​ซาโลมอน​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล ซาโลมอน​ได้​เริ่ม​สร้าง​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ขึ้น 2 วิหาร​ที่​กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​สร้างขึ้น​ให้​พระยาห์เวห์นั้น​มี​ขนาด​ยาว​หกสิบ​ศอก+ 6:2 หกสิบ​ศอก หรือ 31.5 เมตร กว้าง​ยี่สิบ​ศอก+ 6:2 ยี่สิบ​ศอก หรือ 10.5 เมตร และ​สูง​สามสิบ​ศอก+ 6:2 สามสิบ​ศอก หรือ 15.75 เมตร สำเนา​ภาษา​กรีก​โบราณ​เขียน​ไว้​ว่า 25 ศอก3 ด้าน​หน้า​ของ​ห้องโถง​ใหญ่​ของ​วิหาร มี​ระเบียง​ที่​ยื่น​ออก​มา​สิบศอก และ​มี​ความกว้าง​ยี่สิบ​ศอก​ซึ่ง​เท่ากับ​ความกว้าง​ของ​วิหาร​พอดี 4 พระองค์​ได้​สร้าง​ช่อง​หน้าต่าง​แคบๆ​หลาย​บาน​ไว้​ด้านบน​ของ​ผนัง​วิหาร+ 6:4 หน้าต่าง … วิหาร อาจ​จะ​หมายถึง​หน้าต่าง​ที่​มี​ลวดลาย​ฉลุ ช่อง​หน้าต่างนี้​ด้าน​ใน​เล็ก​กว่า​ด้าน​นอก 5 ซาโลมอน​ได้​สร้าง​ห้อง​โดย​รอบ ติด​กับ​ผนัง​รอบ​ห้องโถง​ใหญ่​และ​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด ห้อง​พวกนี้​มี​สาม​ชั้น 6 ฝา​ผนัง​ด้านนอก​ของ​ห้องโถง​ใหญ่นั้น ด้านล่าง​หนา​กว่า​ด้านบน​เป็น​หยัก​บ่า​เข้า​ไป เพื่อ​จะ​ได้​วาง​ไม้​คาน ไม้​คาน​จะ​ได้​ไม่​ทะลุ​ฝา​ผนัง​เข้า​ไป จึง​ทำให้​พวก​ห้อง​ด้านบน​กว้าง​กว่า​พวก​ห้อง​ด้านล่าง พวก​ห้อง​ชั้นล่าง​สุด​กว้าง​ห้า​ศอก+ 6:6 ห้า​ศอก หรือ 2.6 เมตร ชั้น​ที่สอง​กว้าง​หก​ศอก+ 6:6 หก​ศอก หรือ 3.2 เมตร และ​ชั้น​ที่สาม​กว้าง​เจ็ด​ศอก+ 6:6 เจ็ด​ศอก หรือ 3.7 เมตร7 ใน​การ​ก่อ​สร้าง​วิหารนี้ จะ​ใช้​แต่​หิน​ที่​ได้รับ​การ​ตัดแต่ง​เรียบร้อย​แล้ว​จาก​เหมือง​หิน​เท่านั้น ก็​เลย​ไม่​มี​เสียง​ค้อน หรือ​อีเต้อ หรือ​เครื่อง​มือ​อื่นๆ​ที่​ทำ​จาก​เหล็ก

8 ทาง​เข้า​ห้อง​พวกนี้ อยู่​ที่​ชั้น​หนึ่ง ตรง​ด้าน​ทิศใต้​ของ​วิหาร ข้างใน​มี​บันได​ขึ้น​จาก​ชั้นหนึ่ง​ไป​ชั้นสอง และ​จาก​ชั้นสอง​ไป​ชั้นสาม

9 ซาโลมอน​ก็​ได้​สร้าง​วิหารนั้น​จน​เสร็จ​สมบูรณ์ พระองค์​ได้​สร้าง​หลังคา​วิหาร โดย​มี​ขื่อ​และ​แผ่น​กระดาน​ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​ซีดาร์ 10 แล้ว​พระองค์​ได้​สร้าง​พวก​ห้อง​ที่​ล้อมรอบ​วิหาร​จน​เสร็จ แต่​ละ​ห้อง​สูง​ห้า​ศอก และ​มี​พวก​ไม้​คาน​ที่​ทำ​จาก​สน​ซีดาร์​วาง​พาด​อยู่​บน​หยัก​บ่า​ของ​ฝา​ผนัง​วิหาร

11 คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​มา​ถึง​ซาโลมอน​ว่า 12 “ถ้า​หากเจ้า​ทำตาม​กฎ​ต่างๆ​ของ​เรา ทำ​ตาม​ข้อบังคับ​ทุกข้อ​และ​รักษา​คำสั่ง​ทุกอย่าง​ของ​เรา และ​ใช้​ชีวิต​ตามนั้น เรา​ก็​จะ​ทำตาม​คำ​สัญญา​ที่​เรา​ได้​ให้ไว้​กับ​ดาวิด​พ่อ​ของ​เจ้า เรา​จะ​อาศัย​อยู่​ใน​ท่ามกลาง​ชาว​อิสราเอล​ใน​วิหาร​นี้​ที่​เจ้า​กำลัง​สร้างขึ้น และ​เรา​จะ​ไม่​ละทิ้ง​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ของเรา”

14 ซาโลมอน​จึง​ได้​สร้าง​วิหาร​หลังนั้น​จน​เสร็จ​สมบูรณ์

15 พระองค์​ใช้​แผ่น​กระดาน​ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​ซีดาร์ กรุ​ผนัง​ด้านใน​ที่​ทำ​จาก​หิน​โดย​รอบ ตั้งแต่​พื้น​ไป​จน​ถึง​เพดาน และ​ปู​ทับ​พื้น​หิน​ทั้งหมด​ใน​วิหาร​ด้วย​แผ่น​กระดาน​ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​สามใบ 16 ที่​ด้านใน​สุด​ของ​วิหาร พระองค์​ใช้​แผ่น​กระดาน​ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​ซีดาร์​กั้น​ห้อง​ขึ้น​มา​ตั้งแต่​พื้น​จน​ถึง​เพดาน มี​ขนาด​ยาว​ยี่สิบ​ศอก เพื่อ​ให้​เป็น​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด 17 ห้องโถง​ใหญ่​ด้านหน้า​มี​ขนาด​ยาว​สี่สิบ​ศอก+ 6:17 สี่สิบ​ศอก หรือ 21 เมตร18 ภายใน​วิหาร​ใช้​ไม้สน​ซีดาร์​ที่​แกะ​สลัก​ลาย​น้ำเต้า+ 6:18 น้ำเต้า พืช​ชนิด​หนึ่ง​มี​เถา​ยาว ผล​ของ​มัน​มี​ลักษณะ​เหมือน​เหยือก​น้ำ​และ​เมื่อ​ทิ้ง​ไว้​นาน​จะ​แข็ง​ขึ้น​จน​เหมือน​ไม้ และ​ลาย​ดอกไม้​บาน​กรุไว้​จนหมด ไม่​เห็น​ส่วน​ที่​เป็น​หิน​เลย

19 ซาโลมอน​ได้​สร้าง​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่​อยู่​ด้าน​ใน​สุด​ของ​วิหาร​จน​เสร็จ เพื่อ​ใช้​เป็น​ที่​วาง​หีบ​แห่ง​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์ 20 ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด​นี้​มี​ขนาด​ยาว​ยี่สิบ​ศอก+ 6:20 ยี่สิบ​ศอก หรือ 10.5 เมตร กว้าง​ยี่สิบ​ศอก​และ​สูง​ยี่สิบ​ศอก เขา​ใช้​ทองคำ​บริสุทธิ์​บุ​ทับ​ไว้​ที่​ด้านใน​ของ​ห้อง และ​เขา​ได้​สร้าง​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม​ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​ซีดาร์​ตั้งไว้​ตรงหน้า​ห้องนี้ และ​เอา​ทอง​บุ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอมนี้ 21 ซาโลมอน​บุ​ทองคำ​บริสุทธิ์​ไว้​ที่​ด้านใน​ของ​วิหาร และ​ใช้​โซ่​ทองคำ​กั้น​ไว้​ที่​หน้า​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด​ที่​ได้​บุ​ทองคำ​ไว้แล้ว 22 แล้ว​ด้าน​ใน​ของ​วิหาร​ก็​บุ​ทองคำ​ไว้​ทั้งหมด แท่น​เผา​เครื่อง​หอม​ที่​ตั้ง​อยู่​หน้า​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด ก็​บุ​ทองคำด้วย

23 ภายใน​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด เขา​ได้​ใช้​ไม้มะกอก​สร้าง​เป็น​ทูตสวรรค์​มี​ปีก ไว้​สอง​องค์ แต่ละ​องค์​มี​ความ​สูง​สิบศอก 24 ปีก​ข้างหนึ่ง​ของ​ทูต​องค์​แรก มี​ความ​ยาว​ห้าศอก ปีก​อีก​ข้างหนึ่ง​ยาว​ห้าศอก วัด​จาก​ปลาย​ปีก​ข้างหนึ่ง​ไป​ถึง​ปลาย​ปีก​อีก​ข้างหนึ่ง​ยาว​สิบศอก 25 ทูตสวรรค์​มี​ปีก​องค์​ที่สอง​ก็​วัด​ได้​สิบ​ศอกด้วย ทั้งสอง​องค์​มี​ขนาด​และ​รูปร่าง​เหมือนกัน 26 ทูตสวรรค์​มี​ปีก​ทั้ง​สอง​องค์นั้น​สูง​สิบ​ศอก​เท่ากัน 27 ซาโลมอน​ได้​วาง​ทูตสวรรค์​มี​ปีก​ทั้ง​สอง​องค์​ไว้​ภาย​ใน​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด ปีก​ข้าง​หนึ่ง​ของ​ทูตสวรรค์​ทั้ง​สองนั้น​แตะ​กัน​อยู่​ตรง​กลาง​ห้อง ส่วน​ปีก​อีก​ข้าง​ของ​ทูต​ทั้ง​สองนั้น​ก็​ไป​ติด​กับ​ฝา​ผนัง​แต่ละ​ด้าน 28 และ​ทูตสวรรค์​มี​ปีก​ทั้ง​สอง​องค์นั้น​ก็​มี​ทองคำ​บุอยู่

29 บน​ฝา​ผนัง​ด้านใน​ของ​ห้องโถง​ใหญ่​และ​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุดนั้น มี​ทั้ง​รูป​ทูตสวรรค์​มี​ปีก รูป​ต้น​อินทผลัม และ​ดอกไม้​บาน สลัก​อยู่​มากมาย 30 พื้น​ของ​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด และ​ห้องโถง​ใหญ่​ของ​วิหาร บุ​ด้วย​ทองคำ 31 ตรง​ทางเข้า​ของ​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด คน​งาน​ได้​เอา​ไม้​มะกอก​มา​สร้าง​เป็น​ประตู​ขึ้น​สอง​บาน และ​ทำ​กรอบ​ประตู​เป็น​รูป​ห้า​เหลี่ยม+ 6:31 กรอบ​ประตู​เป็น​รูป​ห้า​เหลี่ยม คง​หมายถึง​บน​ประตู​ทำ​จาก​ไม้​สาม​ชิ้น ทรง​ป้าน​ไม่ใช่​เป็น​ปลาย​แหลม32 ซาโลมอน​ให้​พวก​ช่าง​ทำ​บาน​ประตู​ทั้ง​สองนั้น​จาก​ไม้​มะกอก และ​แกะ​สลัก​รูป​ทูตสวรรค์​มีปีก ต้นปาล์ม​และ​ดอกไม้​บาน​ไว้​มากมาย และ​บุ​ด้วย​ทองคำ

33 ตรง​ทางเข้า​ห้องโถง​ใหญ่ พวกเขา​ได้​ใช้​ไม้​มะกอก​มา​ทำ​กรอบ​ประตู​เป็น​รูป​สี่เหลี่ยม 34 พวกเขา​ได้​เอา​ไม้สน​สาม​ใบ​มา​สร้าง​เป็น​สอง​ประตู แต่​ละ​ประตู​ก็​มี​บาน​ประตู​สอง​บาน​ที่​พับได้ 35 พวก​ช่าง​ได้​แกะสลัก​ลาย​ทูตสวรรค์​มี​ปีก ต้น​ปาล์ม​และ​ดอก​ไม้​ไว้​บนบาน​ประตู​เหล่านั้น และ​บุ​ด้วย​ทองคำ

36 แล้ว​พวก​ช่าง​ก็​ได้​เอา​หิน​ที่​ตัดแต่ง​แล้ว​มา​สร้าง​เป็น​กำแพง​ล้อมรอบ​ลาน​ด้านในไว้ กำแพง​แต่ละ​ด้าน​สร้าง​ขึ้น​ด้วย​หิน​ที่​ตัดแต่ง​แล้ว​สามชั้น กับ​ไม้สน​ซีดาร์​อีก​หนึ่ง​ชั้น

37 พวก​เขา​เริ่ม​ก่อสร้าง​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​ขึ้น​ใน​เดือน​ศิฟ (เป็น​เดือน​ที่​สอง​ของปี) ซึ่ง​ตรงกับ​ปี​ที่​สี่​ที่​กษัตริย์​ซาโลมอน​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล 38 วิหาร​สร้าง​เสร็จ​ใน​ปี​ที่​สิบเอ็ด​ที่​ซาโลมอน​เป็น​กษัตริย์ ใน​เดือน​บูล (ซึ่ง​เป็น​เดือน​ที่​แปด​ของปี) วิหาร​ก็​สร้าง​เสร็จ​ตาม​ราย​ละเอียด​ที่​ได้​กำหนด​ไว้​ทุกอย่าง ซาโลมอน​ได้​ใช้​เวลา​ใน​การ​สร้าง​วิหาร​ทั้งหมด​เจ็ดปี

7

วัง​ของ​ซาโลมอน

1 ซาโลมอน​ได้​ใช้​เวลา​ถึง​สิบสาม​ปี​ใน​การ​สร้าง​วัง​ของ​เขา 2 เขา​ยัง​ได้​สร้าง​ตึก​ที่​มี​ชื่อ​เรียกว่า “ป่า​ของ​เลบานอน” ขึ้น​มา ตึก​แห่งนี้​มี​ความ​ยาว​หนึ่งร้อย​ศอก+ 7:2 หนึ่งร้อย​ศอก หรือ 52.5 เมตร กว้าง​ห้าสิบ​ศอก+ 7:2 ห้าสิบ​ศอก หรือ 26.25 เมตร และ​สูง​สามสิบ​ศอก+ 7:2 สามสิบ​ศอก หรือ 15.8 เมตร ภาษา​กรีก​โบราณ​แปล​ไว้​ว่า 25 ศอก โดย​มี​เสา+ 7:2 เสา เป็น​เสา​หิน​หรือ​ไม้​ที่​มี​การ​ตกแต่ง​ประดับ​ประดา​อย่าง​สวยงาม​บน​หัว​เสา ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​ซีดาร์​สี่​แถว ที่​ปลาย​เสา​แต่ละ​ต้น จะ​มี​ยอด​เสา​ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​ซีดาร์​รองรับ​เพดาน​อยู่ 3 มี​คาน​ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​ซีดาร์​พาด​ขวาง​อยู่ เสา​แต่ละ​แถว​มี​คาน​พาด​อยู่​สิบห้า​ต้น รวม​ทั้งหมด​สี่​สิบห้า​ต้น บน​คาน​พวกนี้ มี​กระดาน​ไม้สน​ซีดาร์​มุง​เป็น​หลังคา​อยู่ 4 ที่​ผนัง​ด้านข้าง​ของ​ทั้ง​สอง​ด้าน มี​หน้า​ต่าง​เรียง​กัน​อยู่​สาม​แถว ตั้ง​อยู่​ตรงข้าม​กัน​พอดี 5 ทั้ง​ด้านหน้า​และ​ด้านหลัง ต่าง​ก็​มี​สาม​ประตู และ​มี​กรอบ​ประตู​เป็น​รูป​สี่เหลี่ยม​ด้านเท่า

6 ซาโลมอน​ได้​สร้าง​ระเบียง​ที่​เรียกว่า “ระเบียง​เสา” มี​ความยาว​ห้าสิบ​ศอก กว้าง​สามสิบ​ศอก ที่​ด้านหน้า​ของ​ระเบียง​มี​หลังคา​ปิด ซึ่ง​มี​พวก​เสา​รองรับ​อยู่

7 พระองค์​ได้​สร้าง​ห้อง​บัลลังก์​ที่​พระองค์​จะ​ใช้​ใน​การ​ตัดสิน​คดี ห้องนั้น​เรียกว่า “หอ​พิพากษา” ห้องนั้น​บุ​ไป​ด้วย​ไม้สน​ซีดาร์​ตั้งแต่​พื้น​จน​ถึง​เพดาน

8 หลัง​หอ​พิพากษานี้​ก็​มี​ลาน วัง​ที่​ซาโลมอน​พัก​อยู่​สร้าง​ล้อมรอบ​ลานนั้น ลักษณะ​ของ​วังนั้น​จะ​เหมือน​กับ​หอ​พิพากษา เขา​ยัง​สร้าง​วัง​อย่าง​เดียวกันนี้​ให้​กับ​ภรรยา​ของ​เขา​ที่​เป็น​ลูกสาว​ของ​กษัตริย์​ฟาโรห์​แห่ง​อียิปต์ด้วย

9 ตึก​ทั้งหมด​เหล่านี้​สร้าง​ด้วย​หิน​ราคา​แพง หิน​เหล่านี้​ถูก​ตัด​ตาม​ขนาด​ที่​ต้องการ​ด้วย​เลื่อย​และ​ทำ​ให้​เรียบ​ทั้ง​ด้านหน้า​และ​ด้านหลัง หิน​ราคา​แพง​เหล่านี้​ใช้​ทำ​ตั้งแต่​ฐานราก​ขึ้น​ไป​จนถึง​ยอด​ของ​กำแพง สิ่ง​ก่อสร้าง​ทั้งหมด​เหล่านี้ จาก​ข้างนอก​เข้า​ไป​จนถึง​ลาน​ใหญ่​และ​จาก​ฐาน​ขึ้น​ไป​จนถึง​หลังคา แม้แต่​กำแพง​รอบๆ​ลาน​ก็​สร้าง​ขึ้น​ด้วย​หิน​ราคา​แพง​เหล่านี้ 10 พวก​ฐานราก​ทั้งหลาย​ถูก​สร้าง​ขึ้น​ด้วย​ก้อน​หิน​ขนาด​ใหญ่​ราคา​แพง บาง​ก้อน​มี​ขนาด​ยาว​ถึง​สิบ​ศอก+ 7:10 สิบ​ศอก หรือ​เท่า​กับ 5.25 เมตร และ​บาง​ก้อน​ก็​มี​ขนาด​ยาว​ถึง​แปด​ศอก+ 7:10 แปด​ศอก หรือ 4.2 เมตร11 แล้ว​บน​หิน​เหล่านั้น​ก็​ยัง​มี​หิน​อื่นๆ​ที่​มี​ราคา​แพง​และ​ไม้​คาน​ที่​ทำ​จาก​ไม้สน​ซีดาร์​ด้วย 12 มี​พวก​กำแพง​ล้อมรอบ​ลาน​ของ​วัง ของ​วิหาร​และ​ระเบียง​ของ​วิหาร กำแพง​เหล่านี้ สร้าง​ด้วย​หิน​สอง​ชั้น และ​ท่อน​ไม้สน​ซีดาร์​อีก​หนึ่ง​ชั้น

13 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​ส่ง​คน​ไป​ที่​เมือง​ไทระ เพื่อ​ไป​นำ​ตัว​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​ชื่อ​ว่า​ฮูราม+ 7:13 ฮูราม หรือ​ฮีราม มา​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม 14 แม่​ของ​ฮูราม เป็น​ชาว​อิสราเอล​จาก​เผ่า​นัฟทาลี พ่อ​ของ​เขา​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​มา​จาก​เมือง​ไทระ ฮูราม​เป็น​ช่าง​ทอง​สัมฤทธิ์ ฮูราม​มี​ความ​เชี่ยวชาญ​มาก​และ​มี​ประสบการณ์​ใน​งาน​ที่​เกี่ยวกับ​ทอง​สัมฤทธิ์​ทุกประเภท เขา​ได้​มา​หา​กษัตริย์​ซาโลมอน​และ​ได้​ทำ​งาน​ทั้งหมด​ตาม​ที่​ได้รับ​มอบหมาย​มา

15 เขา​หล่อ​เสา​ทอง​สัมฤทธิ์​ขึ้น​สอง​ต้น​สำหรับ​ระเบียง แต่ละ​ต้น​สูง​สิบแปด​ศอก+ 7:15 สิบแปด​ศอก หรือ 9.5 เมตร และ​มี​ขนาด​โดย​รอบ​สิบสอง​ศอก+ 7:15 สิบสอง​ศอก หรือ 6.3 เมตร เสานี้​กลวง และ​มี​เนื้อ​เหล็ก​หนา​หนึ่ง​ฝ่ามือ+ 7:15 เสานี้​กลวง … หนา​หนึ่ง​ฝ่ามือ ประโยค​นี้​มา​จาก สำเนา​แปล​กรีก​โบราณ16 เขา​ยัง​ได้​ทำ​หัว​เสา​ทอง​สัมฤทธิ์​สอง​อัน เพื่อ​ไป​วาง​ไว้​บน​ยอด​เสา​สอง​ต้นนั้น หัว​เสา​แต่ละ​อัน​สูง​ห้า​ศอก+ 7:16 ห้า​ศอก หรือ 2.6 เมตร17 มี​ตาข่าย​ที่​ทำ​ขึ้น​จาก​โซ่​ผูก​ห้อย​บน​หัว​เสา​ทั้ง​สอง​ต้น 18 เขา​ได้​หล่อ​ลูก​ทับทิม​ขึ้น​เป็น​แถว​สอง​แถว​ล้อมรอบ​หัว​เสานั้น เขา​เอา​ลูก​ทับทิม​ทอง​สัมฤทธิ์​เหล่า​นั้น​ทับ​ตาข่าย​แต่ละอัน เพื่อ​ปิด​หัว​เสา​ที่​อยู่​บน​ยอด​เสา​แต่ละ​ต้น 19 หัว​เสา​ที่​อยู่​บน​ยอด​เสา​ทำ​ขึ้น​เป็น​รูป​ดอกไม้ 20 หัว​เสา​ที่​อยู่​บน​ยอด​เสา​เหนือ​ตาข่าย​ที่​ห้อย​ลง​มา​เป็น​รูป​ชาม ลูก​ทับทิม​สอง​ร้อย​ลูก​ห้อย​อยู่​เป็น​แถว​ล้อมรอบ​หัว​เสา 21 ฮูราม​ตั้ง​เสา​ทอง​สัมฤทธิ์​คู่นั้น​ไว้​ที่​หน้า​ระเบียง​ของ​วิหาร เขา​ตั้งชื่อ​เสา​ที่​ตั้ง​อยู่​ทาง​ด้าน​ซ้าย+ 7:21 ซ้าย ด้าน​ทิศใต้ ว่า​ยาคีน​และ​ตั้งชื่อ​เสา​ที่​ตั้ง​อยู่​ทาง​ด้าน​ขวา+ 7:21 ขวา ด้าน​ทิศเหนือ ว่า​โบอาส 22 หัว​เสา​ที่​อยู่​บน​ยอด​ของ​เสา​เหล่านั้น​มี​รูปร่าง​เหมือน​ดอกไม้ แล้ว​งาน​ก่อ​สร้าง​เสา​เหล่านั้น​ก็​ได้​เสร็จ​สิ้นลง

23 ฮูราม​ได้​หล่อ​ขัน​ทะเล+ 7:23 ขัน​ทะเล ขัน​เก็บ​น้ำ​ขนาด​ใหญ่​ที่​ทำ​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์​ตั้ง​อยู่​ใน​วิหาร ดู​ใน 2 พงศาวดาร 4:2-6 ขึ้น​จาก​เหล็ก​หล่อ มี​รูปร่าง​เป็น​วงกลม​วัด​ความ​กว้าง​จาก​ขอบ​ด้านหนึ่ง​ไป​ถึง​อีก​ด้านหนึ่ง​ได้​สิบ​ศอก และ​สูง​ห้า​ศอก มี​ความ​ยาว​โดย​รอบ​สามสิบ​ศอก 24 ที่​ใต้​ขอบ​ของ​ขัน​ทะเลนั้น ฮูราม​ได้​หล่อ​น้ำเต้า​ขึ้น​สอง​แถว​ล้อมรอบ​ขัน​ทะเล​นั้น หล่อ​เป็น​เนื้อเดียว​กัน​กับ​ขัน​ทะเลนั้น 25 ขัน​ทะเลนั้น​ตั้ง​อยู่​บน​วัว​ตัวผู้​สิบสอง​ตัว มี​สาม​ตัว​หันหน้า​ไป​ทาง​ทิศเหนือ สาม​ตัว​หันหน้า​ไป​ทาง​ทิศตะวันตก อีก​สาม​ตัว​หัน​ไป​ทาง​ทิศใต้​และ​สาม​ตัว​ที่​เหลือ​หัน​ไป​ทาง​ทิศตะวันออก ขัน​ทะเลนั้น​วาง​อยู่​บน​ตัว​พวกมัน ส่วน​หาง​ของ​พวกมัน​หัน​เข้า​หา​กัน​อยู่​ด้านใน 26 ขัน​ทะเลนี้​มี​ความหนา​หนึ่ง​ฝ่ามือ+ 7:26 หนึ่ง​ฝ่ามือ ประมาณ 7.6 เซนติเมตร และ​ที่​ขอบ​ของ​มัน​มี​ลักษณะ​เหมือน​ขอบ​ของ​ถ้วย​น้ำ​คือ​เป็น​เหมือน​ดอก​ลิลลี่​ที่​บานออก ขันนี้​สามารถ​เก็บ​น้ำ​ได้​สี่หมื่น​สี่พัน​ลิตร+ 7:26 สี่หมื่น​สี่พัน​ลิตร หรือ 20,000 บัท

27 เขา​ยัง​ได้​สร้าง​รถเข็น​สิบ​คัน​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์ แต่ละ​คัน​ยาว​สี่​ศอก กว้าง​สี่​ศอก​และ​สูง​สาม​ศอก+ 7:27 สาม​ศอก หรือ 1.6 เมตร28 ต่อ​ไปนี้​คือ​วิธี​สร้าง​รถเข็น​เหล่านั้น พวก​มัน​มี​แผง​สี่เหลี่ยม​ด้านเท่า​ฝัง​อยู่​ใน​โครง 29 บน​แผง​และ​โครง​เหล่า​นั้น​มี​พวก​รูป​สิงห์ พวก​รูป​วัว​ตัวผู้ และ​รูป​ทูตสวรรค์​มี​ปีก แกะ​สลัก​อยู่ ทั้ง​ด้าน​บน​และ​ด้าน​ล่าง​ของ​บรรดา​รูป​สิงห์​และ​รูป​วัว​ตัวผู้​เหล่า​นั้น​มี​ลาย​มาลัย​ดอก​ไม้​ที่​ใช้​ค้อน​ทำ​ขึ้น 30 รถ​เข็น​แต่​ละ​คัน​มี​ล้อ​สี่​ล้อ ทั้ง​ล้อ​และ​เพลา​ทำ​ขึ้น​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์ และ​บน​รถ​เข็น​จะ​มี​อ่าง​น้ำหนึ่ง​ใบ​วาง​อยู่​บน​ที่​รองรับ​ตรง​มุม​ทั้งสี่ ที่​รองรับ​แต่​ละ​อัน​ทำ​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์ และ​มี​ลวดลาย​มาลัย​ดอกไม้​ตอก​อยู่ 31 มี​โครง​ด้าน​บน ซึ่ง​มี​ช่อง​สำหรับ​ชาม​ใหญ่ โครงนั้น​สูง​หนึ่ง​ศอก+ 7:31 หนึ่ง​ศอก เท่ากับ 52.5 เซนติเมตร ช่อง​เปิดนี้​มี​ลักษณะ​กลม วัด​ขนาด​ที่​ฐาน​ได้​กว้าง​หนึ่ง​ศอก​ครึ่ง+ 7:31 หนึ่ง​ศอก​ครึ่ง หรือ 79 เซนติเมตร และ​มี​การ​แกะสลัก​ลวดลาย​ไว้​โดย​รอบ​ช่อง​เปิดนั้น โครงนั้น​สี่เหลี่ยม​ไม่​กลม 32 มี​ล้อ​สี่​ล้อ​อยู่​ใต้​โครงนั้น และ​เพลา​ของ​ล้อ​เหล่านั้น​เชื่อม​ติด​เข้ากับ​แท่น ล้อ​แต่ละ​ล้อ​มี​เส้น​ผ่าศูนย์กลาง​หนึ่ง​ศอก​ครึ่ง 33 ลักษณะ​ของ​ล้อ​เหมือน​กับ​ล้อ​ของ​รถรบ ทั้งเพลา วง​ล้อ ซี่​ล้อ​และ​ดุม​ล้อ ล้วน​หล่อ​ขึ้น​จาก​เหล็ก​สัมฤทธิ์

34 รถเข็น​แต่ละ​คัน​มี​ที่​รองรับ​อยู่​ตรง​มุม​ทั้งสี่ ที่​รองรับนี้​เป็น​เนื้อเดียว​กัน​กับ​รถเข็นนั้น 35 ด้านบน​ของ​รถเข็น​มี​ขอบ​ทอง​สัมฤทธิ์​สูง​ครึ่ง​ศอก​ล้อมรอบ​เป็น​เนื้อ​เดียวกัน​กับ​รถเข็น 36 ฮูราม​ได้​แกะสลัก​ลาย​พวก​ทูตสวรรค์​มี​ปีก พวก​สิงห์​และ​พวก​ต้นปาล์ม​มากมาย​ลง​บน​พื้นผิว​ของ​ที่​รองรับ​และ​บน​แผง​เหล่านั้น ที่​ไหน​มี​ช่อง​ว่าง​เขา​ก็​จะ​แกะ​ลาย​พวงมาลัย​ไว้​จนทั่ว 37 นี่​คือ​วิธี​ที่​เขา​สร้าง​รถเข็น​ทั้ง​สิบ​คัน รถ​เข็น​เหล่านี้​หล่อ​ขึ้น​จาก​แม่พิมพ์​อัน​เดียวกัน​จึง​มี​รูปร่าง​และ​ขนาด​เหมือน​กันหมด

38 แล้ว​ฮูราม​ก็​ได้​ทำ​อ่าง​น้ำ​ทอง​สัมฤทธิ์​ขึ้น​สิบ​อ่าง แต่ละ​อ่าง​จุ​น้ำ​ได้​แปดร้อย​แปดสิบ​ลิตร+ 7:38 แปดร้อย​แปดสิบ​ลิตร หรือ สี่สิบ​บัท แต่ละ​อ่าง​กว้าง​สี่​ศอก วาง​อยู่​บน​รถเข็น รถเข็น​ละ​หนึ่งใบ 39 เขา​วาง​รถเข็น​ห้า​คัน​ไว้​ทาง​ด้านใต้​ของ​วิหาร​และ​อีก​ห้า​คัน​ไว้​ทาง​ด้านเหนือ เขา​วาง​ขัน​ทะเล​ไว้​ทาง​ด้านใต้​ที่​มุม​ทาง​ทิศตะวันออก​เฉียงใต้​ของ​วิหาร 40 เขา​ยัง​ได้​ทำ​หม้อ​อีก​หลาย​ใบ รวมทั้ง​ทัพพี​และ​ชาม​ประพรม แล้ว​ฮูราม​ก็​ได้​ทำ​งาน​ทุก​อย่าง​ภาย​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​กษัตริย์​ได้​สั่ง​เขา​ไว้​จน​เสร็จสิ้น​ลง นั่น​ก็คือ

41 เสา​สอง​ต้น

หัว​เสา​สอง​อัน​ที่​มี​รูปร่าง​เหมือน​อ่าง​เพื่อ​วาง​ไว้​บน​ยอดเสา

ตาข่าย​สอง​ชุด​ที่​ใช้​สำหรับ​ประดับ​บน​หัว​เสา​รูป​อ่าง​ที่​อยู่​บน​ยอด​เสา​สอง​ต้นนั้น

42 ทับทิม​สี่​ร้อย​ลูก​สำหรับ​ตาข่าย​สองชุด (ตาข่าย​แต่​ละ​ชุด​มี​ทับทิม​อยู่​สอง​ร้อย​ลูก​ไว้​สำหรับ​ประดับ​หัว​เสา​รูป​ชาม​ที่​อยู่​บน​เสา​ทั้ง​สองต้น)

43 รถเข็น​สิบ​คัน​พร้อม​กับ​อ่าง​น้ำ​สิบอ่าง

44 ขัน​ทะเล​และ​วัว​ตัวผู้​สิบ​สอง​ตัว​ที่​ฐาน​รอง​ของมัน

45 หม้อ ทัพพี ชาม​ประพรม และ​พวก​จาน​ทั้งหมด สำหรับ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์

ของ​ต่างๆ​ที่​ฮูราม​ได้​ทำ​ขึ้น​ให้​กับ​กษัตริย์​ซาโลมอน​สำหรับ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​ล้วน​ทำ​ขึ้น​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์​ขัดมัน 46 กษัตริย์​สั่ง​ให้​หล่อ​ของ​เหล่านี้​ด้วย​แม่พิมพ์​ดิน​เหนียว​ที่​นำ​มา​จาก​แม่น้ำ​จอร์แดน​ที่​อยู่​ระหว่าง​สุคคท​และ​ศาเรธาน 47 ซาโลมอน​ไม่​เคย​ชั่ง​น้ำหนัก​ของ​เหล่านี้​เพราะ​มี​มาก​เกิน​ไป จึง​ไม่​สามารถ​บอก​น้ำหนัก​ของ​ทอง​สัมฤทธิ์​ทั้งหมด​ที่​ใช้ไป

48 ซาโลมอน​ยัง​ทำ​ข้าวของ​เครื่องใช้​ต่างๆ​ที่​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​อีกด้วย ประกอบ​ไปด้วย

แท่น​บูชา​ทองคำ

โต๊ะ​ทองคำ​สำหรับ​ใช้​วาง​ขนมปัง​ไว้​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์

49 โคมไฟ​ยืน​ที่​ทำ​จาก​ทองคำ​บริสุทธิ์ (ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​ที่​ด้านหน้า​ของ​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด ทั้ง​ทางขวา​และ​ทางซ้าย​มี​อยู่​ข้างละ​ห้า​โคม)

บรรดา​ดอกไม้​ประดิษฐ์​ทองคำ​และ​ตะเกียง​รวมทั้ง​คีม​คีบ

50 พวก​ถ้วย กรรไกร​ตัด​ไส้ตะเกียง ชาม​ประพรม พวกจาน​สำหรับ​ใส่​เครื่อง​หอม และ​กระถาง​ไฟ ที่​ทำ​จาก​ทองคำ

บานพับ​ทองคำ​สำหรับ​ประตู​ของ​ห้อง​ชั้นใน​สุด​คือ​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด และ​สำหรับ​ประตู​ทุก​ประตู​ที่​ห้องโถง​ใหญ่​ของ​วิหาร

51 เมื่อ​งาน​ทุกอย่าง​ที่​กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​ทำ​ให้​กับ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​เสร็จสิ้นลง เขา​ได้​นำ​ของ​ต่างๆ​ที่​ดาวิด​พ่อ​ของ​เขา​ได้​อุทิศ​ไว้ ทั้ง​เงิน​และ​ทอง​และ​เครื่องใช้​ทุกอย่าง นำ​มา​วาง​ไว้​ใน​คลัง​สมบัติ​ของ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์

8

การ​อุทิศ​วิหาร​ให้​กับ​พระยาห์เวห์

(2 พศด. 5:2-6:40)

1 แล้ว​กษัตริย์​ซาโลมอน​ก็​ได้​เรียก​พวก​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล พวก​หัวหน้า​เผ่า​และ​พวก​หัวหน้า​ครอบครัว​ของ​ชาว​อิสราเอล​ทุกคน ให้​มา​พบ​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม เพื่อ​ให้​มา​เป็น​พยาน​ใน​การ​ย้าย​หีบ​แห่ง​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์​จาก​เมือง​ของ​ดาวิด คือ​เมือง​ศิโยน ขึ้น​ไป​ยัง​วิหาร 2 แล้ว​คน​เหล่านั้น​ทั้งหมด​ของ​อิสราเอล​ก็​ได้​มา​อยู่​ร่วม​กับ​กษัตริย์​ซาโลมอน ใน​ช่วง​งาน​เทศกาล ใน​เดือน​เอธานิม ซึ่ง​เป็น​เดือน​ที่​เจ็ด

3 เมื่อ​พวก​ผู้​อาวุโส​ทั้งหมด​ของ​อิสราเอล​มา​ถึง นักบวช​ทั้งหลาย​ก็​ได้​ยก​หีบ​แห่ง​ข้อตกลงขึ้น 4 และ​พวก​เขา​ได้​นำ​หีบ​ของ​พระยาห์เวห์​ออก​มา รวม​ทั้ง​เต็นท์​นัดพบ และ​เครื่องใช้​ศักดิ์สิทธิ์​ทั้งหมด​ภายใน​เต็นท์ พวก​นักบวช​และ​บรรดา​ชาว​เลวี แบก​ของ​เหล่า​นั้นไว้ 5 และ​กษัตริย์​ซาโลมอน​กับ​ผู้​ร่วม​ชุมนุม​ทั้งหมด​ของ​อิสราเอล​ที่​ได้​มา​รวม​ตัว​อยู่​กับ​เขา​ก็​ไป​อยู่​ต่อหน้า​หีบนั้น และ​ได้​ถวาย​แกะ​และ​วัว​จำนวน​มหาศาล​จน​นับ​ไม่​ถ้วน​เป็น​เครื่อง​บูชา 6 แล้ว​พวก​นักบวช​ก็​นำ​หีบ​แห่ง​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์ เข้าไป​ใน​ที่​ของ​มัน​ใน​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุด ที่​อยู่​ด้านใน​สุด​ของ​วิหาร และ​วาง​หีบ​นั้น​ไว้​ที่​ใต้​ปีก​ของ​ทูตสวรรค์​มี​ปีก​สอง​องค์นั้น 7 ทูตสวรรค์​มี​ปีก​ทั้ง​สอง​องค์​กาง​ปีก​ออก​เหนือ​ที่​วาง​หีบนั้น และ​เงา​ของ​ทูตสวรรค์นั้น​ก็​ทอด​ยาว​ลง​บน​หีบ​และ​ที่​คาน​หาม​ทั้งหมด 8 คาน​หาม​เหล่านั้น​ยาว​มาก จน​ปลาย​ของ​คานนั้น​สามารถ​มองเห็น​ได้​จาก​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​หน้า​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์​ที่สุดนั้น แต่คน​ที่​อยู่​นอก​ห้อง​ศักดิ์สิทธิ์ ก็​จะ​มอง​ไม่​เห็น และ​คาน​เหล่านี้​ยัง​คง​อยู่​ที่​นั่น​จน​ถึง​ทุก​วันนี้ 9 ใน​หีบนั้น ไม่​มี​สิ่ง​อื่น​ใด นอกจาก​แผ่น​หิน​สอง​แผ่น​ที่​โมเสส​ได้​ใส่​ลง​ไป​ตั้งแต่​เมื่อ​ครั้ง​ที่​เขา​อยู่​ที่​ภูเขา​โฮเรบ ซึ่ง​เป็น​สถานที่​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ทำ​ข้อตกลง​กับ​ชาว​อิสราเอล หลังจาก​ที่​พวก​เขา​ได้​ออก​มา​จาก​ประเทศ​อียิปต์​แล้ว

10 หลังจาก​ที่​พวก​นักบวช​ออก​ไป​จาก​ห้องโถง​ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็​เกิด​กลุ่ม​เมฆ+ 8:10 เมฆ เป็น​เหตุการณ์​สำคัญ​พิเศษ​ที่​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พระเจ้า​อยู่​กับ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล ขึ้น​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ 11 กลุ่ม​เมฆนั้น ทำ​ให้​พวก​นักบวช​ไม่​สามารถ​ทำ​พิธี​ใดๆ​ใน​นั้น​ได้เลย เพราะ​รัศมี​ของ​พระยาห์เวห์ ได้​เข้า​ครอบคลุม​วิหาร​ของ​พระองค์แล้ว 12 แล้ว​ซาโลมอน​ก็​พูดว่า

“พระยาห์เวห์​ได้​พูด​ไว้ว่า

พระองค์​จะ​อาศัย​อยู่​ใน​เมฆ​ดำ​ทะมึนนั้น+ 8:12 พระยาห์เวห์ … เมฆ​ดำ​ทะมึนนั้น นำ​มา​จาก​ฉบับ​ภาษา​ฮีบรู ถ้า​เป็น​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ​จะ​เขียน​ว่า “พระยาห์เวห์​ได้​สร้าง​ดวง​อาทิตย์​ให้​ส่อง​แสง​อยู่​บน​ท้องฟ้า แต่​พระองค์​ได้​เลือก​ที่​จะ​อาศัย​อยู่​ใน​เมฆ​ดำ​ทะมึน”

13 เรา​ได้​สร้าง​วิหาร​ที่​งาม​สง่า​อย่าง​ยิ่ง​สำหรับ​พระองค์

เป็น​สถานที่​ที่​พระองค์​จะ​ได้​มา​อาศัย​อยู่​ตลอดไป”

14 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ได้​หัน​ไปหา​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ที่​ยืน​ชุมนุมกัน​อยู่​ที่​นั่น และ​ขอให้​พระเจ้า​อวยพร​พวกเขา

15 แล้ว​ซาโลมอน​ก็​พูด​ว่า

“ขอ​สรรเสริญ​องค์พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล มือ​ของ​พระองค์นั้น​ได้​ทำ​ให้​เกิด​ความสำเร็จลุล่วง ตาม​ที่​พระองค์​ได้​สัญญาไว้​ด้วย​ปาก​ของ​พระองค์เอง​กับ​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า​ว่า 16 ‘ตั้งแต่​วัน​ที่​เรา​ได้​พา​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​เรา​ออก​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์ เรา​ยัง​ไม่​เคย​เลือก​เมืองหนึ่ง​เมืองใด​จาก​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล เพื่อ​ที่​จะ​ใช้​สร้าง​วิหาร​เป็น​เกียรติ​ให้​กับ​ชื่อ​ของ​เรา​เลย+ 8:16 เรา​ยัง​ไม่ … ชื่อ​ของ​เรา​เลย ข้อ​ความ​นี้​มา​จาก​สำเนา​กรีก​โบราณ และ​ตรง​กับ 2 พงศาวดาร 6:5-6 แต่​ไม่​พบ​ใน​สำเนา​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้​กัน แต่​ตอน​นี้​เรา​ได้​เลือก​ดาวิด​มา เพื่อ​ให้​เขา​มา​ปกครอง​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​เรานั้น’

17 ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า​เคย​คิด​อยู่​ใน​ใจ​ว่า เขา​จะ​สร้าง​วิหาร​ขึ้น​หลังหนึ่ง​ให้​เป็น​เกียรติ​กับ​ชื่อ​ของ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล 18 แต่​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​กับ​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘ที่​เจ้า​คิด​อยู่​ใน​ใจ​ว่า​จะ​สร้าง​วิหาร​ขึ้น​หลัง​หนึ่ง​สำหรับ​ชื่อ​ของ​เรานั้น นับเป็น​สิ่ง​ที่ดี 19 แต่​อย่างไร​ก็ตาม เจ้า​จะ​ไม่ใช่​คน​ที่​จะ​ได้​สร้าง​วิหารนั้น ลูกชาย​ของ​เจ้า​ต่างหาก​จะ​เป็น​คน​สร้าง​วิหารนั้น​ให้​กับ​ชื่อ​ของ​เรา ลูกชาย​ที่​เป็น​เลือดเนื้อเชื้อไข​ของ​เจ้าเอง’

20 พระยาห์เวห์​ได้​รักษา​สัญญา​ที่​พระองค์​ได้​ให้​ไว้ เรา​ได้​สืบทอด​บัลลังก์​ต่อ​จาก​ดาวิด​พ่อ​ของ​เรา และ​ตอนนี้ เรา​ก็​ได้​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ของ​อิสราเอล​เหมือน​กับ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สัญญาไว้ และ​เรา​ก็​ได้​สร้าง​วิหาร​หลังนั้น​สำหรับ​ชื่อ​ของ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอลแล้ว 21 เรา​ได้​จัด​สถานที่​ขึ้น​แห่ง​หนึ่ง​ภายใน​วิหารนั้น​เพื่อ​ใช้​วางหีบ ซึ่ง​ใน​หีบ​นั้น​มี​ข้อตกลง​ของ​พระยาห์เวห์​ใส่อยู่ เป็น​ข้อตกลง​ที่​พระองค์​ได้​ทำ​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเรา ตอน​ที่​พระองค์​ได้​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์”

22 แล้ว​ซาโลมอน​ก็​ไป​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​แท่นบูชา​ของ​พระยาห์เวห์ ที่​อยู่​ตรงหน้า​ที่​ชุมนุม​อิสราเอล​ทั้งหมด เขา​กาง​แขน​ออก​และ​ชู​ขึ้น​บน​ฟ้าสวรรค์ 23 และ​เขา​ก็​พูด​ว่า

“ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ไม่​มี​พระเจ้า​อื่น​ใด​ที่​จะ​เหมือน​กับ​พระองค์ ไม่​ว่า​บน​สวรรค์​หรือ​ใน​แผ่นดิน​โลก พระองค์​เป็น​ผู้ที่​รักษา​ข้อตกลง​แห่ง​ความรัก​อันมั่นคง​กับ​พวก​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ที่​เชื่อฟัง​พระองค์​อย่าง​สุดจิตสุดใจ​ของเขา 24 พระองค์​ได้​รักษา​ข้อตกลง​กับ​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า​ที่​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ พระองค์​ได้​สัญญา​ไว้​ด้วย​ปาก​ของ​พระองค์​และ​ใน​วันนี้​พระองค์​ก็​ได้​ทำให้​คำ​สัญญานั้น​สำเร็จลุล่วง​ไป​ด้วย​ดี​ด้วย​มือ​ของ​พระองค์ 25 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ขอ​รักษา​สัญญา​อื่นๆ​ที่​พระองค์​ได้​ทำ​ไว้​กับ​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​พระองค์​ด้วยเถิด พระองค์​พูด​ว่า ‘ดาวิด ถ้า​ลูกหลาน​ของ​เจ้า​ระมัดระวัง​ใน​ทุกๆ​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ทำ เพื่อ​ที่​จะ​เดิน​อยู่​ต่อหน้า​เรา​เหมือน​กับ​ที่​เจ้า​ได้​ทำ​ไว้ เจ้า​จะ​ไม่​มี​วัน​ขาด​คน​ที่​จะ​มา​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​อิสราเอล​ต่อหน้า​เราเลย’ 26 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ใน​ตอนนี้​ขอให้​พระองค์​ทำให้​คำพูด​ของ​พระองค์​ที่​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​ดาวิด​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ เป็น​ความจริง​ด้วย​เถิด

27 แต่ พระเจ้า พระองค์​จะ​อาศัย​อยู่​กับ​พวก​เรา​บน​โลกนี้​จริงๆ​หรือ แม้แต่​ฟ้าสวรรค์​และ​สวรรค์​ชั้น​สูงสุดนั้น​ยัง​ไม่​สามารถ​รองรับ​พระองค์ได้ แล้ว​นับประสา​อะไรกับ​วิหาร​ที่​เรา​ได้​สร้าง​ขึ้น​หลังนี้เล่า 28 แต่​โปรด​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​และ​คำอ้อนวอน​ของ​ผู้รับใช้​คนนี้​ของ​พระองค์​ด้วย​เถิด ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า โปรด​ฟังเสียง​ร่ำร้อง​และ​คำ​อธิษฐาน​ที่​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ กำลัง​อธิษฐาน​อยู่​ต่อหน้า​พระองค์​ใน​วันนี้ 29 ใน​อดีต พระองค์​พูด​ว่า ‘ชื่อ​ของ​เรา​จะ​สถิต​อยู่​ที่​นั่น’ ขอให้​ดวงตา​ของ​พระองค์​เฝ้ามอง​วิหาร​หลังนี้​ทั้งกลางวัน​และ​กลางคืน ขอ​พระองค์​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​ที่​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ได้​อธิษฐาน​ตอน​หัน​หน้า​เข้า​หา​สถานที่นี้​ด้วยเถิด 30 ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ ขอให้​พระองค์​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​ของ​ข้าพเจ้า ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ และ​ของ​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​พระองค์ เมื่อ​พวก​เขา​อธิษฐาน​หันหน้า​มา​ยัง​สถานที่​นี้​ด้วยเถิด ขอ​พระองค์​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​จาก​บน​ฟ้าสวรรค์ ซึ่ง​เป็น​ที่อาศัย​ของ​พระองค์ และ​เมื่อ​พระองค์​ได้ยิน​แล้ว ขอ​โปรด​ยกโทษ​ให้​กับ​พวก​เรา​ด้วยเถิด

31 เมื่อ​คน​หนึ่ง​คน​ใด​ทำ​ผิด​ต่อ​เพื่อน​บ้าน​ของ​เขา และ​ต้อง​สาบาน เมื่อ​เขา​มา​สาบาน​ต่อหน้า​แท่นบูชา​ของ​พระองค์​ใน​วิหาร​แห่งนี้ 32 ขอ​โปรด​รับฟัง​จาก​บน​ฟ้าสวรรค์​และ​ตัดสิน​พวก​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ด้วยเถิด ขอ​พระองค์​ตัดสิน​โทษ​คน​ที่​ทำผิด โดย​ให้​ความผิด​ของ​เขา​ตกลง​บน​หัว​ของ​เขาเอง และ​ประกาศ​ความ​บริสุทธิ์​ของ​คน​ที่บริสุทธิ์ โดย​ให้​รางวัล​กับ​เขา​ตาม​ความ​บริสุทธิ์​ของเขา

33 เมื่อ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ของ​พระองค์​พ่ายแพ้​ต่อ​ศัตรู เพราะ​ทำ​ความผิดบาป​ต่อ​พระองค์ และ​เมื่อ​พวก​เขา​หันกลับ​มาหา​พระองค์ และ​สรรเสริญ​ชื่อ​ของ​พระองค์ และ​มา​อธิษฐาน​ร้องขอ​ต่อ​พระองค์​ใน​วิหาร​แห่งนี้ 34 โปรด​ฟัง​พวก​เขา​จาก​ฟ้าสวรรค์ และ​อภัย​ให้​กับ​ความบาป​ของ​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​พระองค์ และ​นำ​พวก​เขา​กลับ​สู่​แผ่นดิน​ที่​พระองค์​ได้​ให้​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา​ด้วยเถิด

35 หรือ​เมื่อ​พระองค์​ปิด​สวรรค์​ไม่ให้​ฝน​ตกลง​มา เพราะ​ประชาชน​ของ​พระองค์​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระองค์ ถ้า​พวก​เขา​หัน​หน้า​มา​ทาง​วิหาร​อธิษฐาน และ​สรรเสริญ​ชื่อ​ของ​พระองค์ และ​หัน​จาก​บาป​ของ​พวก​เขา เพราะ​พระองค์​ได้​ลงโทษ​พวกเขา 36 ก็​ขอ​โปรด​ฟัง​จาก​สวรรค์​และ​ให้อภัย​บาป​ของ​พวก​ผู้รับใช้​พระองค์​คือ​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​พระองค์ โปรด​สอน​พวก​เขา​ให้​ใช้​ชีวิต​ใน​ทาง​ที่​ถูกต้อง และ​ขอ​พระองค์​ช่วย​ส่ง​ฝน​ให้​ตกลง​มา​บน​แผ่นดิน​ที่​พระองค์​ได้​ให้​ไว้​เป็น​มรดก​กับ​ประชาชน​ของ​พระองค์​ด้วยเถิด

37 เมื่อ​เกิด​ภาวะ​อดอยาก หรือ​มี​โรคระบาด​บน​แผ่นดิน หรือ​เกิด​โรคซีด​ใน​พืช หรือ​เกิด​เชื้อรา​ทำลาย​พืช หรือ​มี​ตั๊กแตน​วัยบิน​หรือ​วัยคลาน​มา​ทำลาย​พืชผล หรือ​มี​ศัตรู​มา​ล้อม​พวกเขา​ไว้​ใน​เมือง​ของ​พวกเขา ไม่ว่า​จะ​เป็น​ความ​หายนะ​หรือ​โรค​ร้าย​อะไร ที่​เกิด​ขึ้น​ก็ตาม 38 แล้ว​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​พระองค์ หรือ​คน​หนึ่ง​คน​ใด ได้​สำนึกผิด เพราะ​ได้รับ​ความ​ทุกข์ทรมานนั้น และ​ได้​ยื่น​มือ​ไป​ยัง​วิหาร​แห่งนี้ และ​อธิษฐาน​หรือ​อ้อนวอน​ต่อ​พระองค์ 39 ขอ​พระองค์​ได้​โปรด​ฟัง​จาก​สวรรค์​ซึ่ง​เป็น​ที่อาศัย​ของ​พระองค์ และ​โปรด​ยกโทษ​และ​ช่วย​พวก​เขา​ด้วย มี​แต่​พระองค์​เท่านั้น​ที่​รู้​จิตใจ​ของ​มนุษย์​ทุกคน อย่าง​นั้น​ได้​โปรด​ตอบแทน​พวกเขา​ตาม​การกระทำ​ของ​พวก​เขา​ด้วยเถิด 40 เพื่อ​ว่า​พวก​เขา​จะ​ได้​ยำเกรง​พระองค์​ตลอด​วัน​เวลา​ที่​พวก​เขา​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ที่​พระองค์​ได้​ยก​ให้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเรา

41 ส่วน​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​ไม่​ใช่​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​พระองค์ เมื่อ​พวก​เขา​ได้​เดินทาง​มา​จาก​แดนไกล เพราะ​ชื่อ​เสียง​ของ​พระองค์ 42 เพราะ​พวก​เขา​ได้ยิน​ชื่อเสียง​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระองค์ และ​มือ​อัน​ทรง​พลัง และ​แขน​ที่​ยื่น​ออก​มา​พร้อม​ที่​จะ​ช่วย เมื่อ​คน​ต่าง​ชาตินั้น​หันหน้า​มา​ทาง​วิหารนี้​และ​อธิษฐาน 43 ขอ​พระองค์​ได้​โปรด​ฟัง​จาก​สวรรค์​ซึ่ง​เป็น​ที่​อาศัย​ของ​พระองค์ และ​โปรด​ทำ​ทุกอย่าง​ตาม​ที่​คน​ต่าง​ชาติ​คนนั้น​ขอ​จาก​พระองค์​ด้วย​เถิด เพื่อ​ชน​ทุกชาติ​บน​โลกนี้​จะ​ได้​รู้จัก​ชื่อเสียง​ของ​พระองค์ และ​ยำเกรง​พระองค์ เหมือน​กับ​ที่​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​พระองค์​ทำ และ​เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​รู้​ว่า​วิหาร​หลังนี้​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​สร้าง​ขึ้น​มา​เป็น​ของพระองค์

44 เมื่อ​ประชาชน​ของ​พระองค์​ไป​รบ​กับ​ศัตรู​ของ​พวก​เขา ไม่ว่า​จะ​เป็น​สถานที่​ใด​ก็​ตาม​ที่​พระองค์​ส่ง​พวกเขา​ไป และ​เมื่อ​พวก​เขา​อธิษฐาน​ต่อ​พระยาห์เวห์ โดย​หันหน้า​ไป​ทาง​เมือง​ที่​พระองค์​ได้​เลือกไว้​และ​หัน​ไป​ทาง​วิหาร​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​สร้าง​ไว้เพื่อ​เป็น​เกียรติ​แก่​ชื่อ​ของ​พระองค์ 45 ก็​ขอให้​พระองค์​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​และ​คำอ้อนวอน​ของ​พวก​เขา​จาก​บน​สวรรค์ และ​ช่วย​เหลือ​พวก​เขา​ด้วยเถิด

46 เมื่อ​พวก​เขา​ทำ​บาป​ต่อ​พระองค์ เพราะ​ไม่​มี​ใคร​หรอก​ที่​ไม่​ทำ​บาปเลย และ​พระองค์​โกรธ​พวก​เขา​และ​ส่ง​พวก​เขา​ให้​ตก​ไป​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​ศัตรู​ที่​เข้า​มา​จับ​พวก​เขา​ไป​เป็น​เชลย และ​พา​ไป​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ของ​ศัตรู​ไม่ว่า​จะ​อยู่​ใกล้​หรือ​ไกล​ก็ตาม 47 ถ้า​พวก​เขา​สำนึก​ผิด​ตอน​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ที่​พวก​เขา​ถูก​จับ​ไปนั้น และ​พวก​เขา​ได้​กลับตัว​กลับใจ แล้ว​ได้​อ้อนวอน​ต่อ​พระองค์​ใน​แผ่นดิน​ของ​ผู้ที่​จับ​พวก​เขา​ไปนั้น และ​พวก​เขา​พูด​ว่า ‘พวก​เรา​ได้​ทำ​บาป และ​ทำ​ผิด​ไปแล้ว พวก​เรา​ได้​ทำ​ตัว​เลวมาก’ 48 และ​ถ้า​พวก​เขา​หันกลับ​มาหา​พระองค์​อย่าง​สุดจิตสุดใจ​ของ​พวกเขา​ใน​แผ่นดิน​ของ​ศัตรู​ที่​ได้​จับ​ตัว​พวก​เขาไป และ​ได้​อธิษฐาน​ต่อ​พระองค์​โดย​หันหน้า​มา​ทาง​แผ่นดิน​ของ​ตัวเอง ที่​พระองค์​ได้​ยก​ให้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา และ​ได้​หัน​ไป​ทาง​เมือง​ที่​พระองค์​ได้​เลือกไว้ และ​หัน​ไป​ทาง​วิหาร​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​สร้าง​ไว้เพื่อ​เป็น​เกียรติ​แก่​ชื่อ​ของ​พระองค์ 49 ก็​ขอให้​พระองค์​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​และ​คำอ้อนวอน​ของ​พวก​เขา​จาก​บน​สวรรค์ ซึ่ง​เป็น​ที่​อาศัย​ของ​พระองค์นั้น และ​ช่วยเหลือ​พวก​เขา​ด้วยเถิด 50 และ​โปรด​ยกโทษ​ให้​กับ​ชนชาติ​ของ​พระองค์ ที่​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระองค์​ไป แล้ว​โปรด​ให้อภัย​ต่อ​การทรยศ​ทั้งสิ้น​ที่​พวก​เขา​ทำ​ต่อ​พระองค์ และ​โปรด​ทำ​ให้​ผู้ที่​จับ​พวก​เขา​ไป สงสาร​พวก​เขา​ด้วย​เถิด 51 เพราะ​พวก​เขา​เป็น​ชนชาติ​ของ​พระองค์​และ​เป็น​สมบัติ​ของ​พระองค์ เป็น​คน​ที่​พระองค์​ได้​พา​ออก​มา​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์ ออก​มา​จาก​เตาหลอม​เหล็กนั้น

52 ขอให้​ดวงตา​ของ​พระองค์ มองดู​การอ้อนวอน​ของ​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​คนนี้ และ​ของ​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​พระองค์ และ​เมื่อใด​ก็​ตาม​ที่​พวก​เขา​ร้องเรียก​หา​พระองค์ ขอให้​พระองค์​ฟัง​พวก​เขา 53 เพราะ​พระองค์​ได้​แยก​พวก​เขา​ออก​มา​จาก​ชนชาติ​ทั้งหลาย​ใน​โลกนี้ เพื่อ​ที่​จะ​ให้​พวก​เขา​มา​เป็น​สมบัติ​ของ​พระองค์เอง เหมือน​กับ​ที่​พระองค์​เคย​สัญญา​ไว้​ผ่าน​โมเสส​ผู้รับใช้​พระองค์ เมื่อ​ครั้ง​ที่​พระองค์ พระยาห์เวห์​องค์เจ้าชีวิต ได้​นำ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​ข้าพเจ้า​ออก​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์”

ซาโลมอน​อวยพร​ที่ประชุม

54 เมื่อ​ซาโลมอน​อธิษฐาน​และ​อ้อนวอน​ต่อ​พระยาห์เวห์​เสร็จ​แล้ว เขา​ก็​ลุก​ไป​จาก​หน้า​แท่นบูชา​ของ​พระยาห์เวห์​ตรงที่​เขา​ได้​คุกเข่าลง​และ​ยก​มือ​ขึ้น​สู่​ฟ้า 55 เขา​ได้​ยืน​ขึ้น​และ​อวยพร​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ที่​มา​ชุมนุมกัน​อยู่​ที่​นั่น ด้วย​เสียง​อันดัง​ว่า

56 “ขอ​สรรเสริญ​องค์พระยาห์เวห์ ผู้ที่​ได้​ให้​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​พระองค์​ได้​หยุดพัก ตาม​ที่​พระองค์​เคย​ให้​สัญญาไว้ ไม่​มี​คำ​สัญญา​ดีๆ​สัก​เรื่อง​ของ​พระองค์​ที่​ได้​ให้​ไว้​ผ่าน​ทาง​โมเสส​ผู้รับใช้​พระองค์ ได้​ล้มเหลวไป 57 ขอให้​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​พวก​เรา​อยู่​กับ​พวก​เรา​เหมือน​ที่​พระองค์​เคย​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเรา ขอให้​พระองค์​อย่า​ได้​ละทิ้ง​พวก​เรา​ไปเลย 58 ขอให้​พระองค์​หันเห​จิตใจ​ของ​พวก​เรา​ให้​มา​อยู่​กับ​พระองค์ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​ใช้​ชีวิต​ตาม​วิถีทาง​ทั้งสิ้น​ของ​พระองค์ และ​เพื่อ​เรา​จะ​ได้​รักษา​พวก​คำสั่ง กฎ​และ​ข้อบังคับ​ทั้งหลาย​ของ​พระองค์ ที่​พระองค์​ได้​สั่ง​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเรา 59 และ​ขอให้​คำพูด​เหล่านี้​ของ​ข้าพเจ้า ซึ่ง​ข้าพเจ้า​ได้​อ้อนวอน​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ อยู่​ใกล้​กับ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเรา​ทั้งกลางวัน​และ​กลางคืน และ​ขอให้​พระองค์​ช่วยเหลือ​ผู้รับใช้​คนนี้​ของ​พระองค์ และ​ช่วยเหลือ​อิสราเอล​ชนชาติ​ของ​พระองค์ ตาม​ความ​จำเป็น​ใน​แต่​ละวัน 60 เพื่อ​ว่า​ทุก​ชนชาติ​บน​โลกนี้ จะ​ได้​รู้​ว่า​พระยาห์เวห์​คือ​พระเจ้า ไม่​มี​พระเจ้า​องค์​อื่นอีก 61 อย่างนั้น ขอให้​ทุ่มเท​ตัวเอง​อย่าง​เต็มที่​ให้​กับ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเรา และ​ใช้ชีวิต​ตาม​กฎ​ทั้งหลาย​ของ​พระองค์ และ​รักษา​คำสั่ง​ทั้งหลาย​ของ​พระองค์ อย่าง​ที่​ทำ​ใน​วันนี้”

ซาโลมอน​ถวาย​เครื่อง​บูชา

(2 พศด. 7:4-11)

62 แล้ว​กษัตริย์​และ​ประชาชน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา​ก็​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ 63 ซาโลมอน​ได้​ถวาย​สัตว์​เหล่านี้​เพื่อ​เป็น​เครื่อง​สังสรรค์​บูชา​ให้​แก่​พระยาห์เวห์ คือ​วัว​สองหมื่น​สองพัน​ตัว แกะ​หนึ่งแสน​สองหมื่น​ตัว แล้ว​กษัตริย์​กับ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ได้​อุทิศ​วิหาร​ให้​กับ​พระยาห์เวห์

64 ใน​วัน​เดียวกันนั้น กษัตริย์​ได้​ทำการ​อุทิศ​ส่วน​กลาง​ของ​ลาน​ที่​อยู่​ด้านหน้า​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์นั้น​ให้​เป็น​ที่​ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อ​ว่า​เขา​จะ​ได้​ใช้​ที่นั่น​เป็น​ที่​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา เครื่อง​บูชา​จาก​เมล็ด​พืช และ​ส่วน​ไขมัน​สัตว์​ของ​เครื่อง​สังสรรค์​บูชา เพราะ​แท่นบูชา​ที่​ทำ​จาก​ทอง​สัมฤทธิ์​ที่​ตั้ง​ไว้​ตรง​หน้า​พระยาห์เวห์นั้น​เล็ก​เกินไป​สำหรับ​เครื่อง​บูชา​ทั้งหมดนี้

65 แล้ว​ซาโลมอน​ก็​ได้​จัด​งาน​เลี้ยงฉลอง+ 8:65 งาน​เลี้ยงฉลอง น่า​จะ​เป็น​งาน​เทศกาล​ปลดปล่อย ขึ้น​ใน​เวลานั้น และ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​มา​ร่วม​งาน​กับ​เขา​ด้วย เป็น​การ​ชุมนุม​ที่​ยิ่งใหญ่​มาก มี​ประชาชน​มา​กัน​ตั้งแต่​ทาง​เข้า​เมือง​ฮามัท​ไป​ไกล​จนถึง​ลำธาร​อียิปต์ พวก​เขา​ได้​เฉลิม​ฉลอง​กัน​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​พวก​เรา เป็น​เวลา​เจ็ดวัน+ 8:65 ข้อ​นี้​เป็น​ไป​ตาม​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ แต่​ฉบับ​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้​กัน​เพิ่ม​คำ​ว่า พวก​เขา​ฉลอง​ไป​อีก​เจ็ด​วัน เป็น​เวลา​ทั้ง​หมด​สิบ​สี่​วัน66 แล้ว​ใน​วัน​ที่​แปด ซาโลมอน​ก็​ไป​ส่ง​ประชาชน​กลับ​บ้าน พวก​เขา​ได้​อวยพร​ให้​กับ​กษัตริย์ และ​ก็​กลับ​บ้าน​ไป​ด้วย​จิตใจ​ร่าเริงยินดี เนื่อง​จาก​สิ่ง​ดีๆ​ทั้งหมด​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ทำให้​กับ​ดาวิด​ผู้รับใช้​พระองค์​และ​ให้​กับ​อิสราเอล​ชนชาติ​ของพระองค์

9

พระเจ้า​มา​ปรากฏ​กับ​ซาโลมอนอีก

(2 พศด. 7:11-22)

1 เมื่อ​ซาโลมอน​ได้​สร้าง​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​และ​วัง​ของ​กษัตริย์​เสร็จสิ้นลง และ​ได้​ทำ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ต้องการ​จะ​ทำ​สำเร็จ​แล้ว 2 พระยาห์เวห์​ได้​มา​ปรากฏ​ตัว​กับ​เขา​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่สอง เหมือนกับ​ที่​พระองค์​เคย​ปรากฏ​ตัว​กับ​เขา​มา​แล้ว​ใน​เมือง​กิเบโอน 3 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เขา​ว่า

“เรา​ได้ยิน​คำ​อธิษฐาน​และ​คำอ้อนวอน​ที่​เจ้า​ได้​พูดไว้​ต่อหน้า​เรา เรา​ได้​ทำให้​วิหาร​แห่งนี้ ที่​เจ้า​ได้​สร้าง​ขึ้น​มา​ศักดิ์สิทธิ์แล้ว และ​ชื่อ​ของ​เรา​จะ​ได้รับ​เกียรติ​จาก​ที่นั่น​ตลอดไป เรา​จะ​เฝ้าดู​และ​ระลึกถึง​ที่นั่นเสมอ 4 ส่วน​ตัว​เจ้าเอง ถ้า​เจ้า​ใช้ชีวิต​อยู่​ต่อหน้า​เรา​ด้วย​ใจ​ที่​ซื่อตรง​และ​ถูกต้อง​เหมือน​กับ​ที่​ดาวิด​พ่อ​ของ​เจ้า​ทำ และ​ทำ​ตาม​ที่​เรา​สั่ง​ทุก​อย่าง และ​รักษา​กฎ​และ​ข้อ​บังคับ​ทุกข้อ​ของเรา

5 เรา​จะ​รักษา​บัลลังก์​ของ​ตระกูลเจ้า​ให้​มั่นคง​อยู่​เหนือ​อิสราเอล​ตลอดไป เหมือน​กับ​ที่​เรา​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​ดาวิด พ่อ​ของ​เจ้า ตอน​ที่​เรา​พูด​ว่า ‘เจ้า​จะ​ไม่​ขาด​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​ที่​จะ​ขึ้น​มา​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​อิสราเอล’

6 แต่​ถ้า​เจ้า​หรือ​ลูกหลาน​ของ​เจ้า​หันเห​ไป​จาก​การ​ติดตาม​เรา และ​ไม่​รักษา​คำสั่ง​และ​กฎ​ต่างๆ​ที่​เรา​ได้​ให้​พวกเจ้าไว้ และ​ไป​รับใช้​พวก​พระ​อื่น และ​ไป​กราบไหว้​พวกมัน 7 เรา​ก็​จะ​ตัด​อิสราเอล​ออก​จาก​แผ่นดิน​ที่​เรา​ได้​ให้​พวกเขาไว้ และ​จะ​โยน​วิหาร​แห่งนี้​ที่​เรา​ได้​ทำ​ให้​ศักดิ์สิทธิ์​สำหรับ​ชื่อ​เสียง​ของ​เรา​ให้​พ้น​สายตา​เราไป แล้ว​อิสราเอล​ก็​จะ​เป็น​ที่​หัวเราะ​เยาะ​และ​เย้ยหยัน​ของ​ชนชาติ​ทั้งหลาย 8 วิหารนี้​จะ​กลาย​เป็น​ซาก​ปรัก​หักพัง+ 9:8 กลาย​เป็น​ซาก​ปรัก​หักพัง คำนี้​มา​จาก​ฉบับ​แปล​ภาษา​ซีเรีย​โบราณ​และ​ฉบับ​แปล​ภาษา​ละติน ฉบับ​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้กัน​เขียน​ว่า กลาย​เป็น​ที่​สูง คน​ที่​เดิน​ผ่าน​ไป​มา​จะ​ตะลึงงัน และ​ผิวปาก​เย้ย และ​ถาม​กัน​ว่า ‘ทำไม​พระยาห์เวห์​ถึง​ได้​ทำ​อย่างนี้​กับ​แผ่นดินนี้​และ​วิหาร​หลังนี้​เล่า’ 9 ประชาชน​ก็​จะ​ตอบ​ว่า ‘เพราะ​พวก​เขา​ละทิ้ง​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวกเขา ผู้ที่​ได้​นำ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​ออก​มา​จาก​แผ่นดิน​อียิปต์ และ​พวก​เขา​ได้​อ้าแขน​โอบกอด​พระ​อื่นๆ​และ​ก้ม​กราบ​รับใช้​พระ​เหล่า​นั้น พระยาห์เวห์​จึง​ได้​นำ​ความ​หายนะ​อย่างนี้​มา​สู่​พวกเขา’”

10 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​ใช้​เวลา​ถึง​ยี่สิบ​ปี​ใน​การ​สร้าง​ตึก​ทั้งสอง​หลังนี้ ซึ่ง​ก็​คือ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​และ​วัง​ของ​ครอบครัว​กษัตริย์ และ​ใน​ช่วง​ปลาย​ปี​ที่​ยี่สิบ​นี่เอง 11 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​มอบ​เมือง​ยี่สิบ​เมือง​ใน​แคว้น​กาลิลี​ให้​กับ​กษัตริย์​ฮีราม​แห่ง​เมือง​ไทระ เพราะ​ว่า​ฮีราม​ได้​จัดหา​ไม้สน​ซีดาร์​และ​ไม้สน​สามใบ​และ​ทองคำ​ให้​กับ​เขา​เท่าที่​เขา​อยาก​ได้ 12 แต่​เมื่อ​ฮีราม​ออก​จาก​เมือง​ไทระ​เพื่อ​ไป​ตรวจดู​เมือง​เหล่านั้น​ที่​ซาโลมอน​ได้​มอบ​ให้​กับ​เขา เขา​กลับ​ไม่​พอใจ​พวกมัน 13 เขา​ถาม​ไป​ว่า “น้องชาย นี่​ท่าน​ได้​มอบ​เมือง​ประเภทไหน​ให้​เรา​กันนะ” และ​เขา​ก็​ได้​เรียก​เมือง​เหล่านั้น​ว่า แผ่นดิน​คาบูล+ 9:13 คาบูล ชื่อ​นี้​เหมือน​กับ​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ที่​มี​ความ​หมาย​ว่า “ไร้ค่า” ซึ่ง​เป็น​ชื่อ​ที่​เรียก​กัน​อยู่​จนถึง​ทุก​วันนี้ 14 ฮีราม​ได้​ส่ง​ทองคำ​ไป​ให้​กับ​กษัตริย์​ซาโลมอน​ใช้​สร้าง​วิหาร ประมาณ​สี่​ตัน+ 9:14 สี่​ตัน หรือ​แปล​ตรงๆ​คือ หนึ่ง​ร้อย​ยี่สิบ​ตะลันต์

งาน​อื่นๆ​ที่​ซาโลมอน​ได้ทำ

(2 พศด. 8:3-18)

15 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​เกณฑ์​คน​งาน​มา​สร้าง​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ รวม​ทั้ง​วัง​ของ​เขาเอง ตลอด​จน​เฉลียง+ 9:15 เฉลียง หรือ “ป้อม​มิลโล” น่า​จะ​เป็น​ส่วน​ที่​ยก​สูงขึ้น​จาก​พื้นดิน ซึ่ง​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​เฉียงใต้​ของ​พื้นที่​ภาย​ใน​วิหาร​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม ต่างๆ​และ​กำแพง​ของ​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​สร้าง​เมือง​ฮาโซร์ เมือง​เมกิดโด​และ​เมือง​เกเซอร์​ขึ้น​มาใหม่

16 (ใน​อดีต​กษัตริย์​ฟาโรห์​แห่ง​อียิปต์​เคย​เข้า​โจมตี​และ​ยึด​เอา​เมือง​เกเซอร์ไว้ เขา​ได้​เผา​เมืองนี้​และ​ได้​ฆ่า​ชาว​คานาอัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมืองนั้น เมื่อ​ซาโลมอน​แต่งงาน​กับ​ลูกสาว​ของ​ฟาโรห์ ฟาโรห์​ก็​ได้​ยก​เมืองนี้​ให้​เป็น​สินสมรส​กับ​ลูกสาว​ของ​เขา คือ​เมีย​ของ​ซาโลมอน​นั่นเอง 17 แล้ว​ซาโลมอน​ก็​ได้​สร้าง​เมือง​เกเซอร์นี้​ขึ้น​มา​ใหม่) ซาโลมอน​ได้​สร้าง​เมือง​เบธโฮโรน​ล่าง​ขึ้นมา 18 และ​เขา​ก็​ยัง​สร้าง​เมือง​บาอาลัท​และ​เมือง​ทามาร์​ขึ้นมา​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง​ใน​แผ่นดิน​ของ​เขาด้วย 19 รวมทั้ง​สร้าง​เมือง​ต่างๆ​ที่​ใช้​สำหรับ​เก็บ​ข้าวของ​และ​เมือง​สำหรับ​ไว้​รถรบ และ​ม้าศึก​ทั้งหลาย​ของเขา และ​สร้าง​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​อยาก​จะ​สร้าง ทั้ง​ใน​เยรูซาเล็ม ใน​เลบานอน​และ​ตลอด​ทั่วทั้ง​เขตแดน​ที่​เขา​ปกครอง​อยู่

20 มี​ชนชาติ​อื่น​ที่​หลงเหลือ​ใน​แผ่นดินนี้​ที่​ไม่ใช่​ชาว​อิสราเอล คือ​ชาว​อาโมไรต์ ชาว​ฮิตไทต์ ชาว​เปริสซี ชาว​ฮีไวต์​และ​ชาว​เยบุส 21 คน​เหล่านี้ เป็น​เชื้อสาย​ของ​คน​เหล่านั้น​ที่​ชาว​อิสราเอล​ไม่​สามารถ​ฆ่า​ได้หมด ซาโลมอน​ได้​บังคับ​คน​เหล่านี้​ให้​มา​เป็น​ทาส​ใช้​แรงงาน อย่าง​ที่​พวก​เขา​เป็น​อยู่​จน​ถึง​ทุก​วันนี้ 22 แต่​ส่วน​ชาว​อิสราเอล​แล้ว ซาโลมอน​ไม่​ได้​บังคับ​ให้​มา​เป็น​ทาส พวก​เขา​ได้​มา​รับใช้​เป็น​ทหาร เป็น​ข้าราชการ เป็น​เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​ปกครอง เป็น​ผู้​บังคับบัญชา​รถรบ และ​เป็น​ทหาร​ขี่​รถม้า​ของเขา

23 มี​เจ้าหน้าที่​ชั้น​ผู้ใหญ่​ห้าร้อย​ห้าสิบ​คน​ที่​คอย​ดูแล​โครงการ​ต่างๆ​ของ​กษัตริย์​ซาโลมอน พวกเขา​มี​หน้าที่​คอยดูแล​คนงาน

24 ลูกสาว​ของ​กษัตริย์​ฟาโรห์​ได้​ย้าย​ออก​จาก​เมือง​ของ​ดาวิด​ไป​สู่​วัง​ที่​ซาโลมอน​ได้สร้าง​ไว้​ให้​กับ​นาง เขา​ยัง​สร้าง​เฉลียง​ไว้​ให้ด้วย

25 ซาโลมอน​ได้​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​สังสรรค์​บูชา​บน​แท่น​บูชา​ที่​เขา​ได้​สร้าง​ไว้​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ ปีละ​สาม​ครั้ง และ​เขา​ได้​เผา​เครื่อง​หอม​บูชา​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ และ​เขา​ก็​ได้​จัดการ​ทุก​อย่าง​ที่​จำเป็น​สำหรับ​วิหาร​จน​เสร็จสิ้น

26 กษัตริย์​ซาโลมอน​ยัง​ได้​สร้าง​กอง​เรือ​กำปั่น​ไว้​ที่​เมือง​เอซีโอน-เกเบอร์ ซึ่ง​อยู่​ใกล้​กับ​เอโลท​บน​ฝั่ง​ทะเล​แดง​ใน​แผ่นดิน​ของ​เอโดม 27 และ​ฮีราม​ได้​ส่ง​พวก​กะลาสี​เรือ​ที่​ชำนาญ​ทะเล ซึ่ง​เป็น​คน​ของ​เขา​ให้​ไป​รับใช้​อยู่​ใน​กอง​เรือ​กำปั่น​กับ​คน​ของ​ซาโลมอน 28 พวก​เขา​ได้​เดิน​เรือ​ไป​ถึง​โอฟีร์​และ​ได้​นำ​ทองคำ​หนัก​ประมาณ​สิบสี่​ตัน​ครึ่ง+ 9:28 สิบสี่​ตัน​ครึ่ง หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า สี่ร้อย​ยี่สิบ​ตะลันต์ กลับ​มา​ให้​กษัตริย์​ซาโลมอน

10

ราชินี​แห่ง​เชบามา​เยี่ยม​ซาโลมอน

(2 พศด. 9:1-28)

1 เมื่อ​ราชินี​แห่ง​เชบา​ได้ยิน​ถึง​ชื่อเสียง​ของ​ซาโลมอน ที่​นำ​เกียรติยศ​มา​ให้​กับ​ชื่อ​ของ​พระยาห์เวห์ นาง​ก็​ได้​มา​ทดสอบ​เขา​ด้วย​คำถาม​ยากๆ​มากมาย 2 นาง​มาถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม​พร้อม​กับ​ข้าราชการ​มากมาย​ของ​นาง มี​ฝูง​อูฐ​บรรทุก​เครื่องเทศ​ชนิด​ต่างๆ ทองคำ​เป็น​อันมาก รวมทั้ง​พลอย​มี​ค่า นาง​ได้​มา​หา​ซาโลมอน​และ​ได้​พูด​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​ใจ​นาง​กับ​เขา 3 ซาโลมอน​ตอบ​คำถาม​ของ​นาง​ได้​หมด ไม่​มี​สัก​ข้อ​ที่​ยากเกิน​ไป​จน​เขา​ไม่​สามารถ​อธิบาย​ให้​กับ​นางได้ 4 เมื่อ​ราชินี​แห่ง​เชบา​ได้​เห็น​ความฉลาด​หลักแหลม​ของ​ซาโลมอน รวม​ทั้ง​วัง​ที่​เขา​ได้​สร้าง​ขึ้นมา 5 ตลอดจน​อาหาร​ต่างๆ​บน​โต๊ะ​ของ​เขา ที่นั่ง​ของ​พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​เขา พวก​ผู้รับใช้​ของ​เขา​ที่​สวม​เสื้อคลุม​ยาว​ที่​ยืน​คอย​รับใช้อยู่ พวก​ผู้​ถือ​ถ้วย​ของ​เขา​และ​เครื่อง​เผา​บูชา​ทั้งหลาย​ที่​เขา​ถวาย​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ นาง​ก็​รู้สึกตก​ตะลึง​จน​ลืม​หายใจ

6 นาง​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “ข่าว​ที่​เรา​ได้ยิน​ตอน​อยู่​ประเทศ​ของ​เรา​เกี่ยวกับ​ความสำเร็จ​ต่างๆ​และ​ความเฉลียว​ฉลาด​ของ​ท่าน​ล้วน​เป็น​ความจริง​ทั้งสิ้น 7 แต่​เรา​ไม่​เคย​เชื่อ​สิ่ง​เหล่านี้​มา​ก่อน จนกระทั่ง​เรา​ได้​มา​เห็น​กับ​ตา​ของ​เราเอง อันที่​จริง​แล้ว สิ่ง​ที่​เรา​ได้ยิน​มา ยัง​ไม่​ถึง​ครึ่งหนึ่ง​เสีย​ด้วย​ซ้ำ ไม่ว่า​จะ​เป็น​เรื่อง​ความเฉลียว​ฉลาด​หรือ​ความร่ำรวย​ของ​ท่าน ท่าน​ก็ยัง​มี​มาก​กว่า​ข่าว​ที่​เรา​ได้ยินมา 8 พวก​ภรรยา​ของ​ท่าน+ 10:8 พวก​ภรรยา​ของ​ท่าน คำนี้​อยู่​ใน​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ ฉบับ​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้​กับ​เขียน​ว่า คน​ของ​ท่านนี่​ช่าง​ได้​เกียรติ​จริงๆ พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​ท่านนี่​ช่าง​ได้​เกียรติ​จริงๆ ผู้ที่​ได้​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​ท่าน​ตลอด​เวลา และ​ได้​ฟัง​สติปัญญา​ของท่าน 9 ขอ​สรรเสริญ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน ผู้ที่​ได้​ชื่นชม​ใน​ตัวท่าน​และ​ได้​วาง​ท่าน​ไว้​บน​บัลลังก์​ของ​อิสราเอล เป็น​เพราะ​ความรัก​ที่​ไม่​มี​วัน​สิ้นสุด​ของ​พระยาห์เวห์​ต่อ​อิสราเอล พระองค์​จึง​ทำให้​ท่าน​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เพื่อ​รักษา​ความยุติธรรม​และ​ความ​ถูกต้องไว้”

10 และ​นาง​ก็​ได้​ให้​ทองคำ​หนัก​สี่พัน​หนึ่งร้อย​สี่สิบ​กิโลกรัม+ 10:10 สี่พัน​หนึ่งร้อย​สี่สิบ​กิโลกรัม หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า หนึ่งร้อย​ยี่สิบ​ตะลันต์ เครื่องเทศ​จำนวน​มาก และ​พลอย​ต่างๆ​ให้​กับ​กษัตริย์ และ​ไม่​เคย​มี​การ​นำ​เครื่องเทศ​เข้า​มา​มาก​มาย​เท่ากับ​ที่​ราชินี​แห่ง​เชบา​ได้​นำเข้า​มา​ให้​กษัตริย์​ซาโลมอน​ใน​ครั้ง​นี้​อีกเลย

11 (กอง​กำปั่น​เรือ​ของ​ฮีราม​ได้​นำ​ทองคำ​มา​จาก​โอฟีร์ และ​จาก​ที่นั่น เขา​ได้​นำ​ไม้​จันทน์​แดง+ 10:11 ไม้​จันทน์​แดง เป็น​ไม้​ชนิด​พิเศษ​อย่าง​หนึ่ง ไม่​มี​ใคร​รู้​แน่นอน​ว่า​เป็น​ไม้​ประเภทใด บรรทุก​กลับ​มา​ด้วย​หลาย​ลำ​เรือ​และ​เพชร​พลอย​อีก​มากมาย 12 กษัตริย์​ได้​ใช้​ไม้​แก่น​จันทน์​แดง​ทำ​เสา​สำหรับ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ และ​วัง​ของ​เขา แล้ว​ยัง​เอา​ไม้​แก่น​จันทน์​แดง​ไป​ทำ​เป็น​พิณ​เล็ก และ​พิณ​ใหญ่​ให้​กับ​พวก​นักร้อง ตั้งแต่​วันนั้น​จน​ถึง​วันนี้ ยัง​ไม่​เคย​มี​ใคร​นำ​ไม้​แก่น​จันทน์​แดง​เข้ามา หรือ​เห็น​มากมาย​อย่างนี้​อีกเลย)

13 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​ให้​ของ​ทุก​อย่าง​กับ​ราชินี​เชบา​ตาม​ที่​อยาก​ได้​หรือขอ นอกเหนือ​จาก​ของขวัญ​ที่​กษัตริย์​ให้​กับ​นาง​อยู่แล้ว แล้ว​นาง​ก็​จากไป​และ​กลับไป​ประเทศ​ของ​นาง​พร้อม​กับ​พวก​ข้าราชการ​ของนาง

14 ทองคำ​ที่​ซาโลมอน​ได้รับ​มา​แต่ละ​ปี​มี​น้ำหนัก​ประมาณ​ยี่สิบสาม​ตัน+ 10:14 ยี่สิบสาม​ตัน หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า หกร้อย​หกสิบหก​ตะลันต์15 ยัง​ไม่​รวม​รายได้+ 10:15 รายได้ คือ​ทองคำ​ที่​ได้​จาก​บรรดา​เรือ​บรรทุก​สินค้า​หรือ​เรือ​ของ​ทารชิช ที่​ได้​มา​จาก​พวก​พ่อค้า​และ​จาก​การ​ค้าขาย​ต่างๆ และ​จาก​พวก​กษัตริย์​ของ​อาระเบีย​และ​พวก​ผู้ว่าการ​ทั้งหลาย​ใน​แผ่นดินนั้น

16 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​สร้าง​โล่​ขนาด​ใหญ่​จำนวน​สองร้อย​อัน​ที่​ทำ​จาก​ทองคำ​ที่​ตีแล้ว โดย​ใช้​ทองคำ​หนัก​ประมาณ​เจ็ด​กิโลกรัม+ 10:16 เจ็ด​กิโลกรัม หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า หก​ร้อย​เชเขล (เหมือน​ข้อ 29) ต่อ​โล่​หนึ่งอัน 17 เขา​ยัง​ได้​สร้าง​โล่​ขนาด​เล็ก​สาม​ร้อย​อัน​ที่​ทำ​จาก​ทองคำ​ที่​ตีแล้ว โดย​ใช้​ทองคำ​ประมาณ​เกือบ​สอง​กิโลกรัม+ 10:17 เกือบ​สอง​กิโลกรัม หรือ​แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า สาม​มิเน (เหมือน​ข้อ 29) ต่อ​โล่​หนึ่งอัน กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​นำ​โล่​เหล่านี้​ไป​วางไว้​ใน​วัง​ที่​มี​ชื่อ​เรียกว่า “ป่า​ของ​เลบานอน”

18 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ได้​สร้าง​บัลลังก์​ที่​ยิ่งใหญ่​ฝัง​งา​ช้าง​และ​บุ​ด้วย​ทองคำ​อย่างดี 19 บัลลังก์​นี้​มี​บันได​หก​ขั้น​และ​ที่​พนัก​พิง​มี​ยอด​กลม มี​ที่​วาง​แขน​อยู่​ที่​ด้านข้าง​ทั้ง​สอง​ข้าง โดย​มี​สิงห์​ยืน​อยู่​ข้างละ​หนึ่งตัว 20 และ​ยัง​มี​สิงห์​อีก​สิบ​สอง​ตัว​ซึ่ง​แต่ละ​ตัวยืน​อยู่​ที่​ปลาย​สุด​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​บันได​แต่ละ​ขั้น บันได​มี​ทั้งหมด​หก​ขั้น ไม่​มี​อาณาจักร​ไหน​มี​ของ​อย่างนี้เลย 21 ถ้วย​เครื่องดื่ม​ของ​ซาโลมอน​ทุกใบ​ล้วน​ทำ​จาก​ทองคำ และ​เครื่อง​เรือน+ 10:21 เครื่อง​เรือน อาจ​หมายถึง​บรรดา​จาน เครื่อง​ใช้​ต่างๆ​หรือ​อาวุธ ทุกอย่าง​ใน​วัง​แห่ง​ป่า​ของ​เลบานอน​ก็​ทำ​จาก​ทองคำ​บริสุทธิ์​ทั้งสิ้น ไม่​มี​สิ่ง​ใดเลย​ที่​ทำ​ขึ้น​จากเงิน เพราะ​ใน​ยุค​ของ​ซาโลมอนนั้น​เงิน​แทบ​จะ​ไม่​มี​ค่า​อะไรเลย

22 กษัตริย์​มี​กอง​เรือ​กำปั่น​ซึ่ง​แล่น​อยู่​ใน​ทะเล​ร่วมกับ​กอง​เรือ​ของ​กษัตริย์​ฮีราม กอง​เรือนี้​จะ​กลับ​มา​สาม​ปี​ครั้ง​โดย​จะ​บรรทุก​ทองคำ เงิน​และ​งา​ช้าง​รวมทั้ง​ลิงใหญ่​และ​ลิงบาบูน​มา​ด้วย

23 กษัตริย์​ซาโลมอน​ล้ำหน้า​กษัตริย์​ทุก​องค์​ใน​โลกนี้ ใน​เรื่อง​ความ​ร่ำรวย​และ​ความ​เฉลียว​ฉลาด 24 โลก​ทั้งโลก​ต่าง​พา​กัน​มา​ขอ​เข้า​พบ​ซาโลมอน เพื่อ​ที่​จะ​ได้​ฟัง​ความ​เฉลียว​ฉลาด​ของ​เขา​ที่​พระเจ้า​ได้​ใส่​ไว้​ใน​ใจ​ของ​เขา 25 ปี​แล้ว​ปี​เล่า ทุกๆ​คน​ที่​มา​ต่าง​ก็​นำ​ของขวัญ​มา​ให้​เขา ไม่ว่า​จะ​เป็น​เงิน​หรือ​ทองคำ เสื้อผ้า อาวุธ เครื่องเทศ ม้า​หรือล่อ

26 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​สะสม​รถรบ​และ​ม้า​ไว้​มากมาย เขา​มี​รถรบ​อยู่​หนึ่ง​พัน​สี่​ร้อย​คัน​และ​มี​ม้า​อยู่​หนึ่ง​หมื่น​สอง​พันตัว เขา​ได้​เก็บรักษา​พวกมัน​ไว้​ตาม​เมือง​ต่างๆ​ที่​เขา​ได้​สร้าง​ขึ้น​มา และ​ได้​เก็บไว้​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​กับ​เขาด้วย 27 กษัตริย์​ได้​ทำ​ให้​เงิน​มี​มากมาย​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​เหมือน​ก้อนหิน และ​ทำ​ให้​ไม้สน​ซีดาร์​มี​อย่าง​เกลื่อน​กลาด​เหมือน​กับ​ไม้​มะเดื่อ​ตาม​เชิงเขา 28 พวก​ม้า​ของ​กษัตริย์​ซาโลมอน​ก็​เป็น​ม้า​นำเข้า​จาก​อียิปต์​และ​จาก​เมืองคูเอ โดย​พวก​พ่อค้า​ของ​กษัตริย์​เป็น​ผู้​ซื้อ​พวก​ม้า​เหล่านั้น​มา​จาก​เมืองคูเอ 29 รถรบ​สามารถ​นำเข้า​มา​ได้​จาก​อียิปต์ เป็น​เงิน​หนัก​เกือบ​เจ็ด​กิโลกรัม ต่อคัน และ​ม้า​เป็น​เงิน​หนัก​เกือบ​สอง​กิโลกรัม และ​พวกเขา​ก็​ได้​ส่ง​พวก​ม้า​และ​รถรบ​ออก​ไป​ขาย​ต่อ​ให้​กับ​พวก​กษัตริย์​ของ​ชาว​ฮิตไทต์​และ​กษัตริย์​ของ​ชาว​อารัม ผ่าน​ทาง​พ่อค้า​ของ​กษัตริย์​ซาโลมอน

11

ซาโลมอน​กับ​เมีย​ทั้งหลาย​ของเขา

1 กษัตริย์​ซาโลมอน​ได้​ไป​หลงรัก​กับ​หญิง​ชาว​ต่างชาติ​อีก​หลาย​คน​นอกเหนือ​ไป​จาก​ลูกสาว​ของ​กษัตริย์​ฟาโรห์ เช่น หญิง​ชาว​โมอับ ชาว​อัมโมน ชาว​เอโดม ชาว​ไซดอน​และ​ชาว​ฮิตไทต์ 2 ผู้หญิง​เหล่านี้​มา​จาก​ชาติ​ต่างๆ​ที่​พระยาห์เวห์​เคย​บอก​กับ​ชาว​อิสราเอล​ไว้​ก่อน​หน้านี้​ว่า “พวก​เจ้า​ต้อง​ไม่​แต่งงาน​กับ​คน​เหล่านี้ เพราะ​พวกเขา​จะ​เปลี่ยนใจ​ของ​พวกเจ้า​ให้​หัน​ไป​ติดตาม​พระ​ของ​พวก​เขา” แต่​อย่างไร​ก็ตาม ซาโลมอน​ได้​ไป​หลงรัก​พวกนาง 3 ซาโลมอน​มี​เมีย​เจ็ด​ร้อย​คน ที่​เกิด​มา​จาก​ครอบครัว​ของ​กษัตริย์​ต่างชาติ และ​มี​เมียน้อย​สาม​ร้อยคน และ​เมีย​ทั้งหลาย​ของ​เขา​ก็​ได้​ชักชวน​เขา​ให้​หลงผิดไป 4 เมื่อ​ซาโลมอน​แก่​ตัว​ลง พวก​เมีย​ของ​เขา​เหล่านั้น​ได้​เปลี่ยนใจ​ของ​ซาโลมอน​ให้​หันไปหา​พระ​อื่น และ​ใจ​ของ​เขา​ก็​ไม่ได้​สัตย์ซื่อ​ต่อ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเขา เหมือน​อย่าง​ที่​ใจ​ของ​ดาวิด​พ่อ​ของ​เขาสัตย์ซื่อ 5 เขา​ได้​ไป​ติดตาม​พระ​อัชโทเรท+ 11:5 พระ​อัชโทเรท ชาว​คานาอัน​คิด​ว่า​พระ​ผู้หญิงนี้​สามารถ​ทำ​ให้​ประชาชน​มี​ลูก​ดก นาง​เป็น​พระ​แห่ง​ความรัก​และ​สงคราม​ของ​พวก​เขา ซึ่ง​เป็น​พระ​ผู้หญิง​ของ​ชาว​ไซดอน และ​พระ​มิลโคม​พระ​ที่​น่ารังเกียจ​ของ​พวก​ชาว​อัมโมน 6 อย่างนี้ ซาโลมอน​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​ชั่วร้าย​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ไม่​ได้​ติดตาม​พระยาห์เวห์​อย่าง​เต็มที่ เหมือน​กับ​ที่​ดาวิด​พ่อ​ของ​เขา​เคย​ติดตาม

7 บน​เนินเขา​ที่​อยู่​ฝั่ง​ตะวันออก​ของ​เมือง​เยรูซาเล็ม ซาโลมอน​ได้​สร้าง​สถาน​ที่​นมัสการ​ให้​กับ​พระ​เคโมช​พระ​ที่​น่า​รังเกียจ​ของ​ชาว​โมอับ​และ​ให้​กับ​พระ​โมเลค พระ​ที่​น่า​รังเกียจ​ของ​ชาว​อัมโมน 8 เขา​ได้​สร้าง​สถานที่​นมัสการ​ให้​กับ​พระ​ของ​เมีย​ชาว​ต่างชาติ​ทั้งหลาย​ของเขา พวกนาง​ก็​ได้​เผา​เครื่อง​หอม และ​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​ให้​กับ​พระ​ของ​พวก​นาง​ที่นั่น

9 พระยาห์เวห์​โกรธ​ซาโลมอน เพราะ​ใจ​เขา​ได้​หันเห​ไป​จาก​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ผู้ที่​เคย​ปรากฏตัว​แก่​เขา​ถึง​สองครั้ง 10 ถึง​แม้ว่า​พระองค์​ได้​เคย​ห้าม​ซาโลมอน​ไม่ให้​ติดตาม​พระ​อื่น​มาแล้ว แต่​ซาโลมอน​ก็​ไม่​รักษา​คำสั่ง​ของ​พระยาห์เวห์ 11 พระยาห์เวห์​จึง​พูด​กับ​ซาโลมอน​ว่า “เพราะ​เจ้า​มี​ความคิด​อย่างนี้ และ​เป็น​เพราะ​เจ้า​ไม่​รักษา​ข้อตกลง​และ​คำ​สั่งสอน​ของเรา ซึ่ง​เรา​ได้​สั่ง​เจ้า​เอาไว้ เรา​จะ​ฉีก​อาณาจักร​เสีย​จาก​เจ้า​แน่ และ​ยก​มัน​ให้​กับ​ลูกน้อง​ของเจ้า 12 อย่างไร​ก็ตาม เพื่อ​เห็นแก่​ดาวิด​พ่อ​ของ​เจ้า เรา​จะ​ไม่​ทำ​อย่าง​นี้​ใน​ช่วง​ที่​เจ้า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ เรา​จะ​ฉีก​มัน​ออก​จาก​มือ​ของ​ลูกชาย​เจ้า 13 แต่​เรา​จะ​ไม่​ฉีก​มัน​ออก​จนหมด​ทั้งอาณาจักร เรา​จะ​เหลือ​ให้​เขา​เผ่า​หนึ่ง​เพื่อ​เห็นแก่​ดาวิด​ผู้รับใช้​ของเรา​และ​เพื่อ​เห็นแก่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ที่​เรา​ได้​เลือกไว้”

พวก​ศัตรู​ของ​ซาโลมอน

14 แล้ว​พระยาห์เวห์​ได้​ยก​ฮาดัด​ขึ้น​มา​เป็น​ศัตรู​กับ​ซาโลมอน ฮาดัด​เป็น​ชาว​เอโดม​ที่​สืบ​เชื้อสาย​มา​จาก​กษัตริย์​แห่งเอโดม 15 ใน​อดีตนั้น ดาวิด​เคย​ต่อสู้​กับ​เมืองเอโดม แม่ทัพ​โยอาบ​ซึ่ง​เป็น​แม่ทัพ​ของเขา ได้​ขึ้น​ไป​ที่นั่น​เพื่อ​ฝังศพ​ทหาร​ที่​ถูก​ฆ่า แล้ว​เขา​ก็​ได้​ฆ่า​ผู้ชาย​ทั้งหมด​ใน​เมือง​เอโดม 16 โยอาบ​และ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ได้​อยู่​ที่​เอโดม​เป็น​เวลา​หก​เดือน จนกว่า​จะ​ได้​ฆ่า​พวก​ผู้ชาย​ทั้งหมด​ใน​เอโดม 17 ใน​ขณะนั้น​ฮาดัด​ยัง​เป็น​เด็ก​อยู่ เขา​ได้​หลบหนี​ไป​ประเทศ​อียิปต์​พร้อม​กับ​พวก​ข้าราชการ​ชาวเอโดม​ส่วนหนึ่ง ซึ่ง​เคย​รับใช้​พ่อ​ของ​เขา​มาก่อน 18 พวก​เขา​ได้​ออก​เดินทาง​จาก​มีเดียน​ไป​สู่​ปาราน​แล้ว​ได้​พา​คน​จาก​ปาราน​ไป​กับ​พวก​เขา​ด้วย พวก​เขา​เดินทาง​ไป​อียิปต์​ไป​หา​กษัตริย์​ฟาโรห์​แห่ง​อียิปต์ กษัตริย์​ฟาโรห์​ได้​ให้​บ้าน​และ​ที่ดิน​ส่วน​หนึ่ง​รวมทั้ง​เสบียง​อาหาร​กับ​ฮาดัด

19 กษัตริย์​ฟาโรห์​ชอบ​ฮาดัด​มาก​และ​ได้​ยก​น้อง​สาว​ของ​ราชินี​ทาเปเนส​เมีย​เขา​ให้​แต่งงาน​กับ​ฮาดัด 20 น้องสาว​ของ​ทาเปเนส​ได้​คลอด​ลูกชาย​คน​หนึ่ง​ให้​ฮาดัด ชื่อ​ว่า​เกนูบัท ราชินี​ทาเปเนส​ได้​นำ​ตัว​เด็ก​คนนี้​เข้า​ไป​เลี้ยง​ใน​วัง​ของ​กษัตริย์ เกนูบัท​จึง​ได้​อาศัย​อยู่​ที่นั่น​กับ​ลูกๆ​ของ​กษัตริย์​ฟาโรห์

21 ใน​ขณะ​ที่​ฮาดัด​อยู่​ใน​อียิปต์ เขา​ได้ยิน​ว่า​ดาวิด​ได้​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขาแล้ว และ​แม่ทัพ​โยอาบ​ก็​ตาย​ไป​แล้ว​ด้วย​เหมือนกัน ฮาดัด​จึง​พูด​กับ​กษัตริย์​ฟาโรห์​ว่า “ให้​ข้าพเจ้า​ไปเถิด ข้าพเจ้า​จะ​ได้​กลับ​ไป​ประเทศ​ของ​ข้าพเจ้า”

22 กษัตริย์​ฟาโรห์​จึง​ถาม​เขา​ว่า “อยู่​กับ​เรา​ที่นี่ แล้ว​เจ้า​ยัง​ขาด​อะไร​อีกหรือ ถึง​ได้​ขอ​ที่​จะ​กลับ​ไป​ประเทศ​ของเจ้า”

ฮาดัด​ตอบ​ว่า “ไม่​ขาด​อะไร​เลย​ครับท่าน แต่​ได้​โปรด​ให้​ข้าพเจ้า​ไปเถิด”

23 พระเจ้า​ยัง​ได้​ยก​เรโซน​ลูกชาย​ของ​เอลียาดา​ขึ้น​มา​เป็น​ศัตรู​กับ​ซาโลมอน​อีก​คนหนึ่ง เรโซน​คนนี้​เคย​หลบหนี​ไป​จาก​กษัตริย์​ฮาดัดเอเซอร์​แห่ง​โศบาห์ ซึ่ง​เป็น​เจ้านาย​ของ​เขา 24 หลังจาก​ที่​ดาวิด​ได้​ทำลาย​กองทัพ​ของ​โศบาห์ เรโซน​ได้​รวบรวม​คน​จาก​รอบๆ​ตัว​เขา​ขึ้น​มา​ตั้งตัว​ขึ้น​เป็น​ผู้นำ​กองโจร กองโจร​กลุ่มนี้​ได้​ไป​ที่​เมือง​ดามัสกัส และ​ได้​ตั้ง​หลักแหล่ง​และ​เข้า​ครอบ​ครอง​เมืองนั้น 25 เรโซน​ได้​กลาย​เป็น​กษัตริย์​ของ​อารัม เขา​ได้​กลาย​เป็น​ศัตรู​ของ​อิสราเอล​นาน​ตลอด​ชั่วอายุ​ของ​ซาโลมอน และ​ได้​ร่วม​สร้าง​ปัญหา​พร้อม​กับ​ฮาดัดด้วย

26 เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท ได้​กบฏ​ต่อ​ซาโลมอนด้วย เขา​เป็น​ข้าราชการ​คนหนึ่ง​ของ​ซาโลมอน เขา​เป็น​คน​เอฟราอิม​ที่​มา​จาก​เมือง​เศเรดาห์ แม่​ของ​เขา​เป็น​แม่หม้าย​ชื่อ​ว่า​เศรุวาห์

27 นี่คือ​สาเหตุ​ที่​เขา​กบฏ​ต่อ​กษัตริย์ ซาโลมอน​กำลัง​สร้าง​เฉลียง+ 11:27 เฉลียง หรือ “ป้อม​มิลโล” น่า​จะ​เป็น​ส่วน​ที่​ยก​สูง​ขึ้น​จาก​พื้นดิน ซึ่ง​อยู่​ทาง​ทิศตะวันออก​เฉียงใต้​ของ​พื้นที่​ภายใน​วิหาร​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​ซ่อม​ช่องโหว่​ของ​กำแพง​เมือง​ของ​ดาวิด พ่อ​ของ​เขา 28 ใน​เวลานั้น เยโรโบอัม​เป็น​ผู้ชาย​คนหนึ่ง​ที่​ทำ​งาน​อยู่​ที่นั่นด้วย ซาโลมอน​ก็​เห็น​ว่า​ชาย​หนุ่ม​คนนี้​ทำงาน​ได้ดี จึง​ได้​แต่งตั้ง​ให้​เขา​ทำ​หน้าที่​ควบคุม​คนงาน​ที่​มา​จาก​ครอบครัว​โยเซฟ+ 11:28 ครอบครัว​โยเซฟ ประชาชน​ที่​มา​จาก​กลุ่ม​ครอบครัว​ของ​เอฟราอิม​และ​มนัสเสห์​ซึ่ง​เป็น​ลูกชาย​ของ​โยเซฟ29 ใน​ช่วงนั้น เยโรโบอัม​ได้​เดิน​ทาง​ไป​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​อาหิยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​จาก​ชิโลห์​ได้พบ​เขา​บน​ถนนนั้น ตอนนั้น อาหิยาห์​สวม​เสื้อคลุม​ตัว​ใหม่อยู่ ทั้ง​สอง​คน​เดินทาง​ออก​ไป​แถบ​ชานเมือง​ตาม​ลำพัง​สองคน 30 และ​อาหิยาห์​ได้​ถอด​เสื้อคลุม​ตัว​ใหม่​ที่​เขา​สวม​อยู่​ออก​และ​ฉีก​มัน​ออก​เป็น​สิบ​สองชิ้น

31 แล้ว​อาหิยาห์​ได้​พูด​กับ​เยโรโบอัม​ว่า “ท่าน​เอา​ไป​สิบชิ้น เพราะ​นี่คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​พูด ‘ดูไว้ เรา​กำลัง​จะ​ฉีก​อาณาจักรนี้​ออก​มา​จาก​มือ​ของ​ซาโลมอน​และ​จะ​ให้​เจ้า​สิบเผ่า 32 แต่​เพื่อ​เห็นแก่​ดาวิด​ผู้รับใช้​เรา​และ​เมือง​เยรูซาเล็ม​ซึ่ง​เรา​ได้​เลือก​ออก​มา​จาก​เผ่า​ทั้งหลาย​ของ​อิสราเอล เรา​จะ​ให้​หนึ่ง​เผ่า​กับ​ครอบครัว​ของดาวิด 33 เรา​จะ​ทำ​สิ่ง​นี้​เพราะ​ซาโลมอน​ละทิ้ง​เรา+ 11:33 ซาโลมอน​ละทิ้ง​เรา นี่​มา​จาก​สำเนา​แปล​กรีก​โบราณ ภาษา​ซีเรีย และ​ภาษา​ลาติน แต่​สำเนา​ฉบับ​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้​กัน เขียน​ว่า “พวก​เขา​ละทิ้ง​เรา”​และ​ไป​บูชา​พระ​อัชโทเรท​พระ​ผู้หญิง​ของ​ชาว​ไซดอน พระ​เคโมช​ของ​ชาว​โมอับ​และ​พระ​มิลโคม​ของ​ชาว​อัมโมน และ​ไม่​ยอม​ใช้ชีวิต​ตาม​วิถีทาง​ทั้งหลาย​ของเรา และ​ยัง​ไม่​ยอม​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​เห็น​ว่า​ถูกต้อง ไม่​ยอม​รักษา​กฎ​และ​ข้อบังคับ​ต่างๆ​ของ​เรา เหมือน​กับ​ที่​ดาวิด​พ่อ​ของ​เขา​เคยรักษา 34 แต่​เรา​จะ​ไม่​เอา​อาณาจักร​ทั้งหมด​ไป​จาก​ซาโลมอน​หรอก เรา​ได้​ให้​เขา​เป็น​ผู้ปกครอง​ตลอด​ชั่ว​ชีวิต​ของเขา เพื่อ​เห็นแก่​ดาวิด​ผู้รับใช้​เรา​ซึ่ง​เรา​ได้​เลือก​ขึ้น​มา​และ​เป็น​ผู้ที่​ได้​รักษา​คำสั่ง​ต่างๆ​และ​กฎ​ทุกข้อ​ของเรา 35 เรา​จะ​เอา​อาณาจักรนี้​ไป​จาก​ลูกชาย​ของ​ซาโลมอน และ​ให้​มัน​ไว้​กับ​เจ้า​สิบเผ่า 36 เรา​จะ​ให้​เผ่า​หนึ่ง​กับ​ลูกชาย​ของ​เขา เพื่อ​ดาวิด​ผู้รับใช้​เรา​จะ​ได้​มี​ตะเกียง​หนึ่งดวง​อยู่​ต่อหน้า​เรา​ใน​เยรูซาเล็ม​ตลอดไป เพราะ​เมือง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เมือง​ที่​เรา​ได้​เลือก​ไว้เพื่อ​เป็น​เกียรติ​กับ​ชื่อ​ของเรา 37 ส่วนเจ้า​เยโรโบอัม เรา​จะ​รับ​เจ้า​ไว้​และ​เจ้า​จะ​ได้​ปกครอง​ทุกแห่ง​ที่​เจ้า​ต้องการ เจ้า​จะ​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล 38 ถ้า​เจ้า​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​สั่งเจ้า และ​ใช้ชีวิต​ตาม​วิถีทาง​ทั้งหลาย​ของเรา และ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​เห็น​ว่า​ถูกต้อง ด้วย​การ​รักษา​กฎ​และ​คำสั่ง​ต่างๆ​ของ​เรา เหมือน​กับ​ที่​ดาวิด​ผู้รับใช้​เรา​ได้​ทำมา เรา​จะ​อยู่​กับเจ้า เรา​จะ​สร้าง​เจ้า​ให้​เป็น​ราชวงศ์​ที่​ยั่งยืน อย่าง​กับ​ที่​เรา​เคย​สร้าง​ให้​กับดาวิด และ​เรา​จะ​ยก​อิสราเอล​ให้​กับเจ้า 39 เรา​จะ​ลงโทษ​ลูกหลาน​ของ​ดาวิด เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​ลง​ไป​นี้ แต่​จะ​ไม่​ลงโทษ​เขา​ตลอดไป’”

40 เพราะ​อย่างนี้ ซาโลมอน​จึง​พยายาม​ฆ่า​เยโรโบอัม แต่​เยโรโบอัม​ได้​หลบหนี​ไป​อียิปต์​ใน​ทันที ไป​หา​กษัตริย์​ชิชัก​แห่งอียิปต์ และ​อยู่​ที่​นั่น​จนกระทั่ง​ซาโลมอนตาย

ซาโลมอน​ตาย

(2 พศด. 9:29-31)

41 เหตุการณ์​อื่น​ใน​ยุค​ของ​ซาโลมอน ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ได้ทำ รวมทั้ง​ความ​เฉลียว​ฉลาด​ที่​เขา​ได้​แสดง​ออกมา ได้​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​ซาโลมอน 42 ซาโลมอน​ได้​ครอง​บัลลังก์​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม และ​ปกครอง​อิสราเอล​ทั้งหมด​เป็น​เวลา​สี่สิบปี 43 แล้ว​เขา​ก็​ได้​ล่วงลับ​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​และ​ถูกฝัง+ 11:43 ล่วงลับ​ไป … และ​ถูกฝัง แปล​ตรงๆ​ได้​ว่า “ได้​นอน​หลับ​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา” อยู่​ใน​เมือง​ของ​ดาวิด​ผู้​เป็น​พ่อ​ของเขา และ​เรโหโบอัม​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

12

สงคราม​กลางเมือง

(2 พศด. 10:1-19)

1 เรโหโบอัม​ได้​ไป​ที่​เชเคม​เพราะ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ได้​ไปที่นั่น​เพื่อ​ที่​จะ​แต่งตั้ง​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ 2 เมื่อ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท​ได้ยิน​เรื่องนี้​เข้า (ตอน​นั้น​เขา​ยัง​อยู่​ใน​ประเทศ​อียิปต์​ซึ่ง​เป็น​ที่​ที่​เขา​ได้​หลบหนี​ไป​จาก​กษัตริย์​ซาโลมอน) เขา​จึง​ออก​มา​จาก​อียิปต์ กลับ​มา​บ้าน​ของ​เขา

3 คน​อิสราเอล​จึง​พูด​กับ​เรโหโบอัม​ว่า+ 12:3 ข้อ​นี้​เป็น​ไป​ตาม​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ ฉบับ​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้​กัน​เขียน​ว่า คน​อิสราเอล​จึง​ไป​หา​เยโรโบอัม และ​เยโรโบอัม​พร้อม​ด้วย​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ได้​ไป​หา​เรโหโบอัม​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า4 “พ่อ​ของ​ท่าน​ได้​บังคับ​ให้​พวก​เรา​ทำ​งาน​หนัก​เหลือเกิน ตอนนี้ ขอ​ให้​ท่าน​ช่วย​ทำให้​งาน​หนัก​และ​แอก​อัน​หนักอึ้ง​ที่​เขา​เคย​วาง​ไว้​บน​ตัว​พวก​เรา​นี้​ให้​เบา​ลง​ด้วย แล้ว​พวก​เรา​ก็​จะ​รับใช้​ท่าน”

5 เรโหโบอัม​ตอบ​ว่า “กลับ​ไป​ก่อน แล้ว​อีก​สาม​วัน​ค่อย​กลับ​มา​พบ​เรา​ใหม่” ประชาชน​จึง​กลับ​ออก​ไป

6 แล้ว​กษัตริย์​เรโหโบอัม​ก็​ได้​ปรึกษา​กับ​พวก​ผู้​อาวุโส​ที่​เคย​รับใช้​ซาโลมอน​พ่อ​ของ​เขา​ใน​ช่วง​ที่​ซาโลมอน​ยัง​มี​ชีวิตอยู่ เขา​ถาม​ว่า “พวก​ท่าน​จะ​แนะนำ​ให้​เรา​ตอบ​ประชาชน​พวกนั้น​ยังไงดี”

7 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ถ้า​ใน​วันนี้​ท่าน​ทำตัว​เป็น​ผู้รับใช้​ประชาชน​เหล่านี้ และ​อยู่​รับใช้​พวกเขา และ​ให้​คำ​ตอบ​ที่​พวก​เขา​พอใจ​แล้ว​ละก็ พวก​เขา​ก็​จะ​อยู่​เป็น​ผู้รับใช้​ท่าน​ตลอดไป”

8 แต่​เรโหโบอัม​ไม่​ยอม​ฟัง​คำแนะนำ​ที่​พวก​ผู้​อาวุโส​เหล่านั้น​ให้เขา เขา​กลับ​ไป​ปรึกษา​กับ​พวก​คน​หนุ่มๆ​ที่​เติบโต​ขึ้น​มา​พร้อม​กับเขา และ​ทำงาน​ให้​กับ​เขาอยู่ 9 เขา​ถาม​คน​หนุ่ม​พวกนั้น​ว่า “ประชาชน​พวกนั้น​มา​พูด​กับ​เรา​ว่า ‘ช่วย​ทำให้​แอก​ที่​พ่อ​ของ​ท่าน​วาง​ไว้​บน​พวกเรา เบาขึ้น​ด้วยเถิด’ พวก​เจ้า​มี​คำแนะนำ​ว่า​ยังไง พวก​เรา​จะ​ตอบ​ประชาชน​พวกนั้น​ว่า​ยังไงดี”

10 คน​หนุ่มๆ​เหล่านั้น​ผู้ที่​ได้​เติบโต​ขึ้นมา​พร้อมๆ​กับ​เขา​ตอบ​ว่า “บอก​พวก​ประชาชน​ที่​มา​พูด​กับ​ท่าน​ว่า ‘พ่อ​ของ​ท่าน​ได้​ทำ​ให้​แอก​ของ​พวก​เรา​หนัก​เหลือเกิน ขอให้​ท่าน​ช่วย​ทำให้​มัน​เบาขึ้น​ด้วยเถิด’ บอก​พวกเขา​ไป​ว่า ‘นิ้ว​ก้อย​ของ​เรา​ยัง​หนา​กว่า​เอว​ของ​พ่อ​เรา​เสียอีก 11 พ่อ​ของ​เรา​ได้​ทำให้​แอก​ของ​พวกเจ้า​หนัก เรา​จะ​ทำ​ให้​มัน​หนัก​ยิ่งขึ้น​ไปอีก พ่อ​ของ​เรา​เฆี่ยน​พวก​เจ้า​ด้วยแส้ เรา​จะ​เฆี่ยน​พวกเจ้า​ด้วย​แส้​หาง​แมงป่อง+ 12:11 แส้​หาง​แมงป่อง แส้​ที่​ที่​มี​ชิ้นส่วน​เล็กๆ​ที่​ทำ​จาก​เหล็ก​ฝัง​อยู่​ด้วย’”

12 อีก​สาม​วัน​ต่อมา เยโรโบอัม​และ​ประชาชน​ทั้ง​หมด​ก็​กลับ​มา​หา​เรโหโบอัม​ตามที่​กษัตริย์​ได้​บอก​กับ​พวก​เขาไว้ ที่​ว่า “กลับ​มาหา​เรา​ใหม่​ใน​อีก​สาม​วัน​ข้างหน้า” 13 กษัตริย์​ได้​ตอบ​คน​เหล่า​นั้น​ไป​อย่าง​หยาบคาย เขา​ได้​ปฏิเสธ​คำแนะนำ​ที่​พวก​ผู้​อาวุโส​ได้​ให้​กับ​เขาไว้ 14 เขา​ไป​ทำ​ตาม​คำแนะนำ​ของ​พวก​คน​หนุ่มๆ​และ​พูด​ไป​ว่า “พ่อ​ของ​เรา​ทำ​ให้​แอก​ของ​พวกเจ้าหนัก เรา​จะ​ทำ​ให้​มัน​หนัก​ยิ่งขึ้น​ไปอีก พ่อ​ของ​เรา​เคย​เฆี่ยน​พวกเจ้า​ด้วย​แส้ เรา​จะ​เฆี่ยน​พวก​เจ้า​ด้วย​แส้​หาง​แมงป่อง” 15 ดังนั้น​กษัตริย์​จึง​ไม่​ยอม​ฟัง​เสียง​ของ​ประชาชน เพราะ​พระยาห์เวห์​เป็น​ผู้​ทำให้​สิ่ง​เหล่านี้​เกิดขึ้น พระองค์​ต้องการ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​คำพูด​ที่​พระองค์​ได้​พูด​ไว้​กับ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท ผ่าน​ทาง​อาหิยาห์​คน​ชิโลห์นั้น

16 เมื่อ​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​เห็น​ว่า​กษัตริย์​ไม่​ยอมฟัง​พวกเขา พวก​เขา​จึง​ได้​ตอบ​กษัตริย์​ไป​ว่า

“พวกเรา​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ครอบครัว​ดาวิด​อย่างนั้นหรือ

พวกเรา​ได้​ส่วน​แบ่ง​จาก​ที่ดิน​ของ​เจสซีหรือ

เปล่าเลย อิสราเอล​เอ๋ย กลับ​บ้าน​ของ​พวกเรา​กันเถอะ

ปล่อย​ให้ ลูก​ของ​ดาวิด ดูแล​คน​ของ​พวกเขาเอง”

ดังนั้น พวก​ชาว​อิสราเอล​จึง​กลับ​บ้านไป 17 แต่​สำหรับ​ชาว​อิสราเอล​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ทั้งหลาย​ของ​ยูดาห์ เรโหโบอัม​ยัง​คง​เป็น​คน​ปกครอง​พวก​เขาอยู่

18 กษัตริย์​เรโหโบอัม​ได้​ส่ง​อาโดรัม ซึ่ง​ทำ​หน้าที่​ผู้​ควบคุม​คนงาน​ไป​พูด​กับ​คน​อิสราเอล แต่​กลับ​ถูก​คน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ขว้าง​ก้อนหิน​ใส่​จน​ตาย แต่​กษัตริย์​เรโหโบอัม​รีบ​ขึ้น​รถรบ​ของ​เขา​หนีกลับ​เข้าเมือง​เยรูซาเล็ม 19 จากนั้น​อิสราเอล​ต่าง​ก็​ต่อต้าน​ครอบครัว​ของ​ดาวิด​จนถึง​ทุก​วันนี้

เยโรโบอัม​ปกครอง​อิสราเอล

(2 พศด. 11:1-4)

20 เมื่อ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ได้ยิน​ว่า​เยโรโบอัม​กลับ​มา​แล้ว พวกเขา​ได้​ส่ง​คน​ไป​เรียก​ตัวเขา​ให้​เข้า​ร่วม​ชุมนุม​และ​แต่งตั้ง​ให้​เขา​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล ยกเว้น​เผ่า​ยูดาห์​เพียง​เผ่าเดียว​ที่​ยัง​คง​ติดตาม​ครอบครัว​ของ​ดาวิด

21 เมื่อ​เรโหโบอัม​มา​ถึง​เมือง​เยรูซาเล็ม เขา​ได้​รวบรวม​ครอบครัว​ชาว​ยูดาห์​ทั้งหมด รวมทั้ง​เผ่า​เบนยามินด้วย ได้​นักรบ​มา​หนึ่งแสน​แปดหมื่น​คน เพื่อ​จะ​ไป​ทำ​สงคราม​กับ​ครอบครัว​อิสราเอล เพื่อ​ช่วง​ชิง​อาณาจักร​คืนมา​ให้​กับ​ตัวเขาเอง

22 แต่​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​ถึง​เชไมอาห์​คน​ของ​พระเจ้า​ว่า 23 “ให้​บอก​กับ​เรโหโบอัม​กษัตริย์​แห่ง​ยูดาห์ ลูกชาย​ของ​ซาโลมอน รวมทั้ง​ครอบครัว​ของ​ยูดาห์​และ​เบนยามิน​ทั้งหมด ตลอดจน​ประชาชน​ที่เหลือ​อยู่​ว่า 24 ‘พระยาห์เวห์​ได้​พูด​ไว้​ว่า​อย่างนี้ อย่า​ขึ้น​ไป​ต่อสู้​กับ​พี่น้อง​อิสราเอล​ของ​พวกเจ้าเลย ขอให้​พวกเจ้า​ทุกคน​กลับ​ไป​บ้านเถิด เพราะ​เรา​เอง​เป็น​ผู้ที่​ทำ​ให้​เกิด​เรื่องนี้’” พวก​เขา​จึง​เชื่อฟัง​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​และ​กลับบ้าน​ไป​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​สั่งไว้

25 แล้ว​เยโรโบอัม​ก็​สร้าง​เมือง​เชเคม​ขึ้น​ใหม่​ใน​แถบ​เนินเขา​เอฟราอิม และ​ได้​อาศัย​อยู่​ที่นั่น และ​ต่อมา​เขา​ได้​ออก​จาก​ที่นั่น​ไป​สร้าง​เมือง​เปนูเอล+ 12:25 เปนูเอล หรือ “เปนีเอล” ขึ้น

26 เยโรโบอัม​เคย​คิด​กับ​ตัวเอง​ว่า “อาณาจักร​แห่งนี้​คงจะ​ต้อง​ตก​ไป​อยู่​ใน​มือ​ของ​ครอบครัว​ดาวิด​อีก​เป็นแน่ 27 ถ้า​ประชาชน​เหล่านี้​ยัง​คง​ขึ้น​ไป​ถวาย​สัตว์บูชา​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์​ใน​เมือง​เยรูซาเล็มอีก จิตใจ​ของ​ประชาชน​พวกนี้​จะ​หันกลับ​ไป​หา​กษัตริย์​เรโหโบอัม​แห่ง​ยูดาห์​เจ้านาย​ของ​พวกเขา แล้ว​พวกเขา​ก็​จะ​มา​ฆ่า​เรา​และ​กลับ​ไป​หา​กษัตริย์​เรโหโบอัม​แห่ง​ยูดาห์” 28 หลังจาก​ที่​ปรึกษา​กับ​พวก​ที่ปรึกษา​ของ​เขา​แล้ว กษัตริย์​เยโรโบอัม​ก็​ได้​สร้าง​ลูกวัว​ทองคำ​ขึ้น​สอง​ตัว เขา​พูด​กับ​ประชาชน​ว่า “พวกท่าน​ขึ้น​ไป​นมัสการ​ที่​เยรูซาเล็ม​นาน​พอแล้ว อิสราเอล​เอ๋ย นี่ไง พวก​พระ​ของ​พวกท่าน ที่​ได้​นำ​พวกท่าน​ออก​จาก​ประเทศ​อียิปต์”+ 12:28 เอ๋ย นี่ไง … ประเทศ​อียิปต์ คำ​พูด​นี้​เหมือน​กับ​ที่​อาโรน​ได้​เคย​พูด​ไว้​ตอน​ที่​เขา​ได้​สร้าง​ลูก​วัว​ทองคำ​ขึ้น​ใน​ทะเลทราย ดู​ใน อพยพ 32:429 เขา​ได้​นำ​ลูกวัว​ทองคำ​ตัว​หนึ่ง​ไป​ตั้ง​ไว้​ที่​เมือง​เบธเอล+ 12:29 เบธเอล เบธเอล​เป็น​เมือง​หลวง​เมือง​หนึ่ง​ที่​อยู่​ทางใต้​ของ​อิสราเอล ใกล้​กับ​ยูดาห์ และ​อีก​ตัว​หนึ่ง​ไป​ตั้ง​ไว้​ที่​เมือง​ดาน+ 12:29 เมือง​ดาน อยู่​ทาง​ด้าน​ทิศเหนือ​ของ​อิสราเอล30 เรื่องนี้​มัน​บาป​สิ้นดี เพราะ​ชาว​อิสราเอล​เริ่ม​ไป​ที่​เมือง​เบธเอล+ 12:30 เบธเอล คำนี้​อยู่​ใน​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ​แต่​ไม่​ได้​อยู่​ใน​ฉบับ​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้​กัน และ​เมือง​ดาน เพื่อ​นมัสการ​พวก​ลูกวัวนั้น

31 นอกจาก​เรื่องนี้​แล้ว เยโรโบอัม​ยัง​ได้​สร้าง​ศาลเจ้า​ขึ้น​ตาม​สถานที่สูง และ​ได้​แต่งตั้ง​นักบวช​หลายคน​จาก​คน​หลาย​ประเภท แม้​บางคน​จะ​ไม่ใช่​ชาว​เลวี​ก็ตาม 32 เขา​ได้​จัด​ให้​มี​งาน​เทศกาล​ใน​วัน​ที่​สิบห้า​ของ​เดือน​ที่​แปด​เหมือน​กับ​เทศกาล​ที่​จัด​ขึ้น​ใน​ยูดาห์ และ​ได้​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​บน​แท่น​บูชา นี่คือ​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป​ใน​เบธเอล เขา​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​ให้​กับ​รูปปั้น​ลูกวัว​ทั้ง​สอง​ตัว​ที่​เขา​ได้​สร้างขึ้น และ​ที่​เบธเอล เขา​ก็​ได้​แต่งตั้ง​นักบวช​หลายคน​ให้​อยู่​ตาม​สถานที่​นมัสการ​ที่​เขา​ได้​ทำขึ้น 33 ใน​วัน​ที่​สิบห้า​ของ​เดือน​ที่​แปด ซึ่ง​เป็น​เดือน​ที่​เขาเอง​เป็น​คน​เลือก เขา​ได้​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​บน​แท่นบูชา​ที่​เขา​ได้​สร้าง​ขึ้น​ใน​เบธเอล และ​ใน​ช่วงนั้น​เขา​ได้​จัด​ให้​ให้​มี​งาน​เทศกาล​ขึ้น​สำหรับ​ชาว​อิสราเอล และ​ตัว​เขาเอง​ก็​ได้​ขึ้น​ไป​ถวาย​เครื่อง​หอม​บน​แท่นบูชา

13

พระเจ้า​พูด​ต่อต้าน​เบธเอล

1 พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​คน​ของ​พระเจ้า​คนหนึ่ง​ซึ่ง​มา​จาก​ยูดาห์​ให้​ไป​ที่​เมือง​เบธเอล เขา​ไป​ถึง​ใน​ขณะ​ที่​เยโรโบอัม​กำลัง​ยืน​ถวาย​เครื่อง​หอม​อยู่​ข้าง​แท่นบูชา 2 พระยาห์เวห์​สั่ง​ให้​ชาย​คน​นั้น​พูด​ต่อต้าน​แท่นบูชานั้น​ว่า

“แท่นบูชา แท่นบูชา พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เจ้า​ว่า ‘ลูกชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​โยสิยาห์​จะ​เกิด​จาก​ครอบครัว​ของ​ดาวิด ตอนนี้​พวก​นักบวช​กำลัง​ถวาย​เครื่อง​หอม​บนเจ้า แต่โยสิยาห์​จะ​จับ​พวก​นักบวช​ของ​สถานที่​นมัสการ​ต่างๆนี้ มา​เผา​เป็น​เครื่องสังเวย​บนเจ้า และ​เขา​จะ​เผากระดูก​คน​บนเจ้า+ 13:2 เผากระดูก​คน​บนเจ้า จะ​ทำ​ให้​แท่นนั้น​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์ไป’”

3 และ​ใน​วันเดียวกันนั้น คน​ของ​พระเจ้า​ก็​ได้​ให้​ลาง​บอกเหตุ​ว่า​เรื่องนี้​จะ​เกิด​ขึ้นจริง เขา​พูด​ว่า “เรื่องนี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​พิสูจน์​ว่า​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​ผ่าน​ทาง​เรา คือ​แท่นบูชา​จะ​ปริแตกออก​และ​ขี้เถ้า​บน​นั้น​จะ​หก​กระจาย”

4 เมื่อ​กษัตริย์​เยโรโบอัม​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​คน​ของ​พระเจ้า​ร้อง​ออก​มา​ต่อต้าน​แท่นบูชา​ที่​เบธเอล เขา​ก็​ยื่น​มือ​จาก​แท่นบูชา​ชี้​ไป​ที่​ชาย​คน​นั้น และ​พูด​ว่า “จับ​ตัว​มันไว้” แต่​มือ​ที่​เขา​ยื่น​ออก​ไป​ชี้​ชาย​คนนั้น​กลับ​เป็น​อัมพาตไป จน​ไม่​สามารถ​ดึง​กลับ​มา​ได้ 5 และ​แท่นบูชา​ก็​ได้​ปริแตกออก​และ​ขี้เถ้า​บนนั้น​ก็​ได้​หก​กระจาย ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​ลาง​บอกเหตุ​ที่​คน​ของ​พระเจ้า​ได้​ให้ไว้​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์ 6 แล้ว​กษัตริย์​ก็​ได้​พูด​กับ​คน​ของ​พระเจ้านั้น​ว่า “ช่วย​ร้องขอ​ต่อ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ท่าน และ​อธิษฐาน​ให้​กับ​เรา เพื่อ​ให้​มือ​เรา​กลับ​มา​เหมือน​เดิม​ด้วยเถิด”

คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น​จึง​ได้​ร้องขอ​ต่อ​พระยาห์เวห์ และ​มือ​ของ​กษัตริย์​ก็​กลับ​มา​ใช้​ได้​เหมือนเดิม 7 กษัตริย์​ได้​พูด​กับ​คน​ของ​พระเจ้า​ว่า “กลับ​ไป​บ้าน​กับ​เรา​เถิด ไป​กิน​อาหาร​กับ​เรา แล้ว​เรา​จะ​ให้​ของขวัญ​กับท่าน”

8 แต่​คน​ของ​พระเจ้า​คน​นั้น​ตอบ​กษัตริย์​ไป​ว่า “ถึง​แม้​ท่าน​จะ​ให้​สมบัติ​ของ​ท่าน​ครึ่งหนึ่ง​กับ​เรา เรา​ก็​จะ​ไม่​ไป​กับ​ท่าน เรา​จะ​ไม่​กิน​หรือ​ดื่ม​ใน​ที่นี่ 9 เพราะ​เรา​ได้รับ​คำสั่ง​จาก​พระยาห์เวห์​มา​ว่า ‘เจ้า​ต้อง​ไม่​กิน​หรือ​ดื่ม​หรือ​กลับ​เส้นทาง​เดิม​ที่​เจ้ามา’”

10 เขา​จึง​ใช้​ถนน​อีก​สาย​และ​ไม่​ได้​ใช้​เส้นทาง​เดิม​ตอน​มา​เบธเอล

11 ใน​ตอน​นั้น​มี​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​แก่ๆ​คนหนึ่ง​อาศัย​อยู่​ใน​เบธเอล และ​พวก​ลูกชาย+ 13:11 พวก​ลูกชาย แปล​มา​จาก​สำเนา​ฮีบรู​สอง​ฉบับ และ​สำเนา​กรีก​โบราณ และ​สำเนา​ภาษา​ซีเรีย​และ​ลาติน แต่​สำเนา​ฉบับ​ฮีบรู​ส่วน​ใหญ่​เขียน​ว่า “ลูกชาย”​ของ​เขา ได้​กลับ​มา​บอก​เขา ถึง​สิ่ง​ที่​คน​ของ​พระเจ้า​คน​นั้น​ได้​ทำ​ไป​ใน​วัน​นั้น​ที่​เบธเอล พวก​เขา​ยัง​ได้​บอก​พ่อ​ของ​เขา​ใน​สิ่ง​ที่​ชาย​คน​นั้น​ได้​พูด​กับ​กษัตริย์​ด้วย 12 พ่อ​ของ​เขา​ถาม​พวก​ลูกชาย​ว่า “เขา​ไป​ทาง​ไหน​แล้ว” พวก​ลูกชาย​ก็​ชี้​ไป​ทาง​ที่​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​มา​จาก​ยูดาห์ ใช้​เดินไป 13 แล้ว​ชาย​แก่​คน​นั้น​ก็​ได้​พูด​กับ​พวก​ลูกๆ​ของ​เขา​ว่า “ผูก​อาน​ลา​ให้​กับ​พ่อ​หน่อย” เมื่อ​พวก​ลูกชาย​ผูก​อาน​ลา​ให้​กับ​เขา​แล้ว เขา​ก็​ขึ้น​ขี่​มัน

14 เขา​ได้​ขี่​ลา​ตัวนั้น​ตาม​หลัง​คน​ของ​พระเจ้า​ไป และ​พบ​ชาย​คนนั้น​นั่ง​อยู่​ใต้​ต้น​โอ๊ค เขา​ก็​เข้าไป​ถาม​ว่า “ท่าน​คือ​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​มา​จาก​ยูดาห์​หรือ”

เขา​ตอบ​ว่า “ใช่แล้ว เราเอง”

15 ผู้พูดแทนพระเจ้า​แก่ๆ​นั้น จึง​ได้​พูด​กับ​ชาย​นั้น​ว่า “ไป​บ้าน​เรา​เถิด ไป​กิน​อาหาร​ด้วยกัน”

16 คน​ของ​พระเจ้า​คน​นั้น​พูด​ว่า “เรา​ไม่​สามารถ​หัน​กลับ​ไป​กับ​ท่านได้ และ​ไม่​สามารถ​กิน​หรือ​ดื่ม​กับ​ท่าน​ใน​สถานที่​แห่งนี้ด้วย 17 พระยาห์เวห์​ได้​บอก​กับ​เรา​ไว้​ว่า ‘เจ้า​ต้อง​ไม่​กิน​หรือ​ดื่ม​ที่​นั่น​หรือ​กลับ​ทาง​เส้น​เดิม​ที่​ใช้​มานั้น’”

18 ผู้พูดแทนพระเจ้า​แก่ๆ​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “เรา​ก็​เป็น​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​คน​หนึ่ง​เหมือน​กับ​ท่าน และ​ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ได้​พูด​กับ​เรา​ด้วย​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ว่า ‘นำ​เขา​กลับ​บ้าน​ไป​กับ​ท่าน เพื่อ​ให้​เขา​ได้​กิน​และดื่ม’” (แต่​จริงๆ​แล้ว​ผู้พูดแทนพระเจ้า​แก่ๆ​คน​นี้​โกหกเขา)

19 คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น​จึง​ได้​กลับ​ไปกับ​เขา ไป​ร่วม​กิน​และ​ดื่ม​ใน​บ้านเขา 20 ใน​ขณะ​ที่​พวก​เขา​กำลัง​นั่ง​อยู่​ที่​โต๊ะ คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​มา​ถึง​ผู้พูดแทนพระเจ้า​แก่ๆ​ที่​ได้​พา​เขา​กลับมา 21 เขา​ร้อง​ออก​มา​ต่อหน้า​คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น​ที่​มา​จาก​ยูดาห์​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ว่า ‘เจ้า​ขัดขืน​คำ​พูด​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ไม่​ทำตาม​คำสั่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เจ้า​ได้​สั่ง​เจ้าไว้ 22 เจ้า​กลับ​มา กิน​และ​ดื่ม​ใน​สถานที่​ที่​พระองค์​บอก​เจ้า​ว่า​ไม่​ให้​มา​กิน​หรือ​ดื่ม ดังนั้น ร่างกาย​ของ​เจ้า​จะ​ไม่​ได้​ถูก​ฝัง​อยู่​ใน​หลุม​ฝังศพ​ของ​บรรพบุรุษ​ของเจ้า’”

23 เมื่อ​คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น​กิน​และ​ดื่ม​เสร็จ​แล้ว พวกเขา​ได้​ผูก​อาน​ไว้​บน​หลัง​ลา​ให้​กับเขา เป็น​ลา​ของ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​แก่ๆ​นั้น​ที่​นำ​เขา​กลับ​มา 24 แล้ว​เขา​ก็​จาก​ไป ใน​ระหว่าง​ทางนั้น สิงโต​ตัว​หนึ่ง​มา​เจอกับ​เขา​บน​ถนนนั้น​และ​ได้​ฆ่าเขา ศพ​ของ​เขา​ก็​ถูก​ทิ้ง​อยู่​บน​ถนนนั้น​โดย​มี​ลา​และ​สิงโต​ตัว​นั้น​ยืน​อยู่​ข้างๆ 25 มี​คน​ผ่าน​ทาง​มา​เห็น​ศพ​ของ​เขา​ถูก​โยนทิ้ง​อยู่​ที่นั่น โดย​มี​สิงโต​ยืน​อยู่​ข้างๆ พวก​เขา​ก็​ได้​เข้า​ไป​บอก​คน​ใน​เมือง​ที่​ผู้พูดแทนพระเจ้า​แก่ๆ​คน​นั้น​อาศัยอยู่

26 เมื่อ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​แก่ๆ​คนนี้ ที่​ไป​รับ​ชาย​คนนั้น​กลับ​มา​จาก​การเดินทาง​ของ​เขา​ได้ยิน​เรื่องนี้เข้า เขา​พูดว่า “นั่น​คือ​คน​ของ​พระเจ้า​ที่​ขัด​คำสั่ง​ของ​พระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์​ได้​มอบ​เขา​ให้​กับ​สิงห์​ตัวนั้น​ซึ่ง​มัน​ก็​ได้​ขย้ำ​เขา​และ​ฆ่าเขา เหมือน​กับ​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​ได้​เตือน​เขาไว้” 27 ผู้พูดแทนพระเจ้า​แก่ๆ​คน​นี้ พูด​กับ​พวก​ลูกชาย​ของ​เขา​ว่า “ผูก​อาน​ลา​ให้​กับ​พ่อ​หน่อย” พวก​เขา​ก็​ทำตาม 28 แล้ว​เขา​ก็​ออก​ไป​ดู​ศพ​ของ​ชาย​คนนั้น​ที่​ถูก​โยนทิ้ง​อยู่​บน​ถนน โดย​มี​ลา​และ​สิงห์​ตัวนั้น​ยืน​อยู่​ข้างๆ สิงห์​ตัวนั้น​ไม่ได้​กิน​ศพนั้น​และ​ไม่​ได้​ขย้ำ​ลา​ตัว​นั้นด้วย

29 ผู้พูดแทน​พระเจ้า​แก่ๆ​คน​นั้น จึง​เอา​ศพ​ของ​ชาย​คนนั้น​ที่​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า ขึ้น​วาง​บน​หลัง​ลา และ​นำ​เขา​กลับ​มา​ที่​เมือง เพื่อ​ไว้ทุกข์​ให้​เขา​และ​ฝังเขา 30 แล้ว​คน​แก่​คนนี้ ก็​วาง​ศพนั้น​ไว้​ใน​หลุม​ฝังศพ​ของ​เขา​เอง พวกเขา​ก็​ไว้ทุกข์​ให้​ชาย​คนนั้น​และ​พูด​ว่า “โถ่ น้อง​ชาย​ของเรา” 31 หลังจาก​ที่​ได้​ฝังศพ​ชาย​คนนั้น​แล้ว ผู้พูดแทนพระเจ้า​แก่ๆ​คน​นี้​พูด​กับ​พวก​ลูกชาย​ของ​เขา​ว่า “เมื่อ​พ่อ​ตาย ให้​ฝังศพ​ของ​พ่อ​ไว้​ใน​หลุม​เดียว​กับ​ที่​ได้​ฝัง​คน​ของ​พระเจ้า​คนนั้น วาง​กระดูก​ของ​พ่อ​ไว้​ข้างๆ​กระดูก​ของเขา 32 เพราะ​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ประกาศ โดย​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์ ที่​ต่อต้าน​แท่นบูชา​ใน​เบธเอล​และ​ต่อต้าน​ศาลเจ้า​ตาม​สถาน​นมัสการ​ตาม​เมือง​ต่างๆ​ของ​เมือง​สะมาเรียนั้น จะ​เกิดขึ้น​อย่าง​แน่นอน”

33 แต่​ถึง​จะ​มี​เหตุการณ์​อย่างนี้​เกิด​ขึ้น​ก็ตาม เยโรโบอัม​ก็​ยัง​ไม่​ยอม​หันกลับ​จาก​ทาง​ชั่ว​ของเขา เขา​กลับ​แต่งตั้ง​พวก​นักบวช​ที่​มา​จาก​คน​หลายๆ​ประเภท+ 13:33 แต่งตั้ง … หลายๆ​ประเภท ตาม​กฎ​สอน​เอา​ไว้​ว่า​คน​ที่​มา​จาก​กลุ่ม​ครอบครัว​ของ​เลวี​เท่านั้น​ที่​จะ​เป็น​นักบวช​ได้ เหมือน​เคย จะ​เป็น​ใคร​ก็​ได้​ที่​เขา​อยาก​ให้​เป็น​นักบวช เขา​ก็​จะ​อุทิศ​คนนั้น​ให้​กับ​สถานที่​สูง​เหล่านั้น 34 เรื่องนี้​เป็น​บาป​สำหรับ​ครอบครัว​เยโรโบอัม ที่​ทำ​ให้​ครอบครัวนี้​ถูกตัด​และ​ถูกทำลาย​ไป​จาก​ผืน​แผ่นดินโลก

14

ลูกชาย​ของ​เยโรโบอัม​ตาย

1 ใน​เวลานั้น​อาบียาห์​ลูกชาย​ของ​เยโรโบอัม​ไม่สบาย 2 เยโรโบอัม​ได้​พูด​กับ​เมีย​ของ​เขา​ว่า “ไป​ปลอมตัวสิ​เพื่อ​คน​จะ​ได้​ไม่​รู้​ว่า​น้อง​คือ​เมีย​ของพี่ แล้ว​ให้​น้อง​ไป​หา​อาหิยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ที่​ชิโลห์ เขา​คือ​คน​ที่​เคย​บอก​พี่​ว่า พี่​จะ​ได้​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​ประชาชน​พวกนี้ 3 ให้​เอา​ขนมปัง​ไป​สิบ​ก้อน ขนม​เค้ก น้ำเชื่อม​ผลไม้​หนึ่งไห แล้ว​ให้​ไป​หา​เขา เขา​จะ​บอก​ได้​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ลูก​ของเรา”

4 เมีย​ของ​เยโรโบอัม​จึง​ทำตาม​ที่​เขา​บอก และ​ไป​บ้าน​ของ​อาหิยาห์​ใน​ชิโลห์ ตอนนั้น อาหิยาห์​มอง​ไม่​เห็นแล้ว สายตา​ของ​เขา​ใช้การ​ไม่​ได้​เพราะ​เขา​แก่มาก 5 แต่​พระยาห์เวห์​บอก​กับ​อาหิยาห์​ว่า “เมีย​ของ​เยโรโบอัม​กำลัง​จะ​มา​หา​เจ้า เพื่อ​ถาม​เจ้า​เกี่ยวกับ​ลูกชาย​ของนาง เพราะ​เด็ก​คนนั้น​ไม่สบาย เมื่อ​นาง​มา​ถึง ให้​เจ้า​ตอบ​นาง​ไป​ว่า​อย่างนี้ๆ นาง​จะ​ปลอม​ตัวมา”

6 เมื่อ​อาหิยาห์​ได้ยิน​เสียง​ฝีเท้า​ของ​นาง​ที่​ประตู เขา​จึง​พูด​ว่า “เข้า​มา​เถิด เมีย​ของ​เยโรโบอัม ทำไม​ต้อง​ปลอม​ตัว​มาด้วย พระเจ้า​ให้​เรา​บอก​ข่าว​ร้าย​กับท่าน 7 ให้​ไป​บอก​เยโรโบอัม​ว่า ‘พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​พูด​ไว้​ว่า​อย่างนี้ เรา​ได้​ยก​เจ้า​ขึ้น​มาจาก​ท่ามกลาง​ประชาชน และ​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​ผู้นำ​เหนือ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ของเรา 8 เรา​ได้​ฉีก​อาณาจักร​จาก​ครอบครัว​ของ​ดาวิด​และ​ยก​มัน​ให้​กับ​เจ้า แต่​เจ้า​ไม่​เหมือน​กับ​ดาวิด​ผู้รับใช้เรา ผู้ซึ่ง​รักษา​คำสั่ง​ของ​เรา​และ​ทำตาม​เรา​อย่าง​สุดใจ​ของเขา เขา​ได้​ทำแต่​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของเรา 9 แต่​เจ้า​กลับ​ทำ​ความชั่ว​ไว้​มากมาย​กว่า​คน​อื่นๆ​ที่​เคย​มี​ชีวิต​อยู่​ก่อน​หน้าเจ้า เจ้า​ได้​สร้าง​พวก​พระ​อื่น​สำหรับ​ตัว​เจ้าเอง คือ​รูปเคารพ​ที่​หล่อ​จากเหล็ก เจ้า​ยั่ว​เรา​ให้​โกรธ​และ​เหวี่ยง​เรา​ทิ้ง​ไป​ข้างหลังเจ้า 10 เพราะ​อย่างนี้ เยโรโบอัม เรา​จะ​นำ​ความหายนะ​มา​สู่​ครอบครัว​ของเจ้า เรา​จะ​ตัด​ผู้ชาย​ทุกคน​ใน​อิสราเอล​ออก​จากเจ้า ทั้งทาส​และ​คน​ที่​ไม่ใช่​ทาส เรา​จะ​เผา​บ้าน​ของเจ้า​เหมือน​กับ​เผา​มูล​สัตว์​จน​กว่า​มัน​จะ​มอด​ไหม้​ไปหมด 11 พวก​หมา​จะ​มา​กิน​ซาก​คน​ของ​เจ้า​ที่​ตาย​อยู่​ในเมือง และ​พวก​นก​บน​ท้องฟ้า​จะ​มา​กิน​คน​ที่​ตาย​อยู่​ใน​ชนบท พระยาห์เวห์​พูด​ว่า​อย่างนี้’”

12 แล้ว​อาหิยาห์​ก็​พูด​ว่า “ส่วน​ตัวเจ้า กลับ​บ้าน​ไปเถอะ ทันที​ที่​เจ้า​ก้าวเท้า​เข้า​ไป​ใน​เมือง ลูกชาย​ของ​เจ้า​จะตาย 13 อิสราเอล​ทั้งหมด​จะ​ไว้ทุกข์​ให้​กับ​เขา​และ​ฝังศพเขา เขา​จะ​เป็น​ลูกชาย​เพียง​คนเดียว​ของ​เยโรโบอัม​ที่​จะ​ได้รับ​การฝัง เพราะ​เขา​เป็น​ผู้​เดียว​ใน​ครอบครัว​ของ​เยโรโบอัม​ที่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ยัง​เห็น​ว่า​มี​ความ​ดี​อยู่บ้าง 14 พระยาห์เวห์​จะ​ยก​คน​หนึ่ง​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล​สำหรับ​พระองค์เอง เขา​เป็น​ผู้ที่​จะ​ตัด​ครอบครัว​ของ​เยโรโบอัม​ทิ้ง​ไป​ใน​วันนี้ ใช่แล้ว ใน​เวลา​นี้เลย 15 พระยาห์เวห์​จะ​ทำลาย​อิสราเอล เหมือน​กับ​ต้นอ้อ​ที่​โอนเอียง​ไป​ในน้ำ พระองค์​จะ​ถอนราก​ถอนโคน​อิสราเอล​ออก​จาก​แผ่นดิน​ที่ดี​แห่งนี้​ที่​พระองค์​ได้​ยก​ให้​กับ​พวก​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา​ก่อน​หน้านี้ และ​พระองค์​จะ​ทำให้​พวกเขา​กระจัด​กระจาย​ไป​ไกล​เลย​แม่น้ำ​ยูเฟรติสไป เพราะ​พวกเขา​ได้​ยั่ว​ให้​พระยาห์เวห์​โกรธ โดย​การสร้าง​พวก​เสา​เจ้าแม่​อาเชราห์ขึ้น 16 พระองค์​จะ​ให้​อิสราเอล​พ่ายแพ้ เพราะ​บาป​ต่างๆ​ที่​เยโรโบอัม​ได้​ทำไป รวมทั้ง​บาป​ที่​เขา​ได้​ให้​ชาว​อิสราเอล​ทำด้วย”

17 แล้ว​เมีย​ของ​เยโรโบอัม​ก็​ลุกขึ้น​จากไป นาง​กลับ​มา​ถึง​เมืองทีรซาห์ ทันที​ที่​นาง​ก้าวเท้า​ข้าม​ธรณี​ประตู​ของ​บ้าน​เข้า​มา เด็กชาย​คนนั้น​ก็ตาย 18 พวกเขา​ฝัง​เด็ก​ไว้​และ​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​ไว้ทุกข์​ให้​เขา​เหมือน​กับ​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​พูดไว้​ผ่าน​ทาง​อาหิยาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ซึ่ง​เป็น​ผู้รับใช้​พระองค์

19 เหตุการณ์​อื่นๆ​ที่​เกิดขึ้น​ใน​ยุค​สมัย​ของ​เยโรโบอัม ทั้ง​สงคราม​และ​วิธีการ​ปกครอง​ของ​เขา​ได้​จด​บันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​สมุด​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล 20 เยโรโบอัม​ได้​ครองราชย์​อยู่​ยี่สิบ​สอง​ปี​และ​ได้​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของเขา และ​นาดับ​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

เรโหโบอัม กษัตริย์​ของ​ยูดาห์

(2 พศด. 11:5-12:16)

21 ส่วน​เรโหโบอัม​ลูกชาย​ของ​ซาโลมอน​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​อยู่​ใน​ยูดาห์ เขา​มี​อายุ​สี่สิบเอ็ด​ปี ตอน​ที่​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​เป็น​เวลา​สิบเจ็ด​ปี​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม ซึ่ง​เป็น​เมือง​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​เลือก​ออก​มาจาก​บรรดา​เผ่า​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล เพื่อ​ที่​จะ​เป็น​ที่​ที่​ชื่อ​ของ​พระองค์​จะ​ได้รับ​เกียรติ แม่​ของ​เรโหโบอัม​ชื่อ​นาอามาห์​เป็น​ชาว​อัมโมน

22 ชาว​ยูดาห์​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ บาป​ที่​พวก​เขา​ทำ ยั่ว​ให้​พระยาห์เวห์​เกิด​ความ​หวงแหน พวกเขา​ทำ​ให้​พระยาห์เวห์​โกรธ พวกเขา​ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​เลวร้าย​กว่า​ที่​พวก​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา​เคย​ทำ​ไว้​เสียอีก 23 พวกเขา​ได้​จัดตั้ง​สถานที่​นมัสการ​ขึ้น​หลาย​แห่ง​สำหรับ​ตัว​พวก​เขาเอง พวกเขา​ได้​ตั้ง​ก้อน​หิน​ศักดิ์สิทธิ์​และ​พวก​เสา​เจ้าแม่​อาเชราห์​ไว้​ตาม​เนินเขา​สูง​ทุกแห่ง และ​ใต้​ต้นไม้​ทุกต้น​ที่​มี​กิ่ง​ก้าน​แผ่​ออกมา 24 ยัง​มี​พวก​ผู้ชาย​ขายตัว​ตาม​พวก​ศาลเจ้า​ใน​แผ่นดินนั้นด้วย ประชาชน​ต่าง​ทำตาม​เรื่อง​น่าสะอิด​สะเอียน​ทั้งหลาย​ของ​ชนชาติ​เหล่านั้น ที่​พระยาห์เวห์​เคย​ขับไล่​ออก​ไป​ต่อหน้า​ชาวอิสราเอล

25 ใน​ปี​ที่​ห้า​ของ​กษัตริย์​เรโหโบอัม กษัตริย์​ชิชัก​แห่ง​อียิปต์​ได้​ขึ้น​มา​โจมตี​เมือง​เยรูซาเล็ม 26 เขา​ได้​ขน​เอา​ทรัพย์​สมบัติ​ต่างๆ​ไป​จาก​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ และ​จาก​วัง​ของ​กษัตริย์ เขา​ได้​เอา​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ไป​รวมทั้ง​พวกโล่​ทองคำ​ที่​ซาโลมอน​ได้​ทำ​ขึ้น​ด้วย 27 ดังนั้น กษัตริย์​เรโหโบอัม​จึง​ได้​สร้าง​โล่​ทอง​สัมฤทธิ์​ขึ้น​มา​แทนที่​ของ​เหล่านั้น และ​มอบ​พวก​มัน​ไว้​กับ​พวก​ทหาร​ยาม​ที่​เข้า​เวร​อยู่​หน้า​ประตูวัง 28 และ​ทุกครั้ง​ที่​กษัตริย์​จะ​เข้า​ไป​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ พวกทหาร​ยาม​ก็​จะ​ถือ​โล่​เหล่านี้​ไปด้วย และ​หลังจาก​นั้น​ก็​จะ​เอา​กลับ​ไป​เก็บไว้​ใน​ห้อง​ของยาม

29 เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​เรโหโบอัม​และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ได้​ทำไป ได้​จด​บันทึกไว้​หมดแล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​ของยูดาห์ 30 มัน​เป็น​ยุคที่​มี​สงคราม​เกิดขึ้น​ตลอด​เวลา​ระหว่าง​เรโหโบอัม​กับ​เยโรโบอัม

31 เรโหโบอัม​ก็​ได้​ล่วงลับ​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ ของ​เขา​และ​ถูก​ฝัง​รวม​กับ​พวกเขา​อยู่​ใน​เมือง​ของ​ดาวิด แม่​ของ​เขา​ชื่อนาอามาห์ นาง​เป็น​ชาว​อัมโมน และ​อาบียัม​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

15

อาบียัม​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์

(2 พศด. 13:1-14:1)

1 อาบียัม+ 15:1 อาบียัม หรือ​อาบียาห์ ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​องค์ใหม่​ของยูดาห์ ซึ่ง​ตรงกับ​ปี​ที่​สิบแปด​ที่​เยโรโบอัม​ปกครอง​อิสราเอล เยโรโบอัม​เป็น​ลูกชาย​ของ​เนบัท 2 อาบียัม​ได้​ปกครอง​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​สามปี แม่​ของ​เขา​ชื่อ​มาอาคาห์ นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​อาบีชาโลม+ 15:2 อาบีชาโลม เป็น​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ของ​อับซาโลม (เหมือน ข้อ 10)

3 อาบียัม​ได้​ทำ​บาป​ทุกอย่าง​เหมือน​กับ​ที่​พ่อ​ของ​เขา​ทำ​ไว้​ก่อน​หน้าเขา ใจ​ของเขา​ไม่​สัตย์ซื่อ​ต่อ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเขา ไม่​เหมือน​กับ​ใจ​ของดาวิด​บรรพบุรุษ​ของเขา​ที่​สัตย์ซื่อนั้น 4 อย่างไร​ก็ตาม เพื่อ​เห็นแก่​ดาวิด พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของดาวิด​ได้​ให้​ตะเกียง​แก่​เขา​หนึ่งดวง​ใน​เยรูซาเล็ม คือ​ได้​ตั้ง​ลูกชาย​คนหนึ่ง​ของ​ดาวิด​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา และ​ทำให้​เมือง​เยรูซาเล็ม​แข็งแกร่ง 5 เพราะ​ดาวิด​ได้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ แล้ว​ไม่​ได้​หันเห​ไป​จาก​สิ่งหนึ่ง​สิ่งใด​ที่​พระองค์​ได้​สั่ง​เขา​ไว้​ตลอด​ชั่วชีวิต​ของ​เขา ยกเว้น​ใน​เรื่อง​ของ​อุรียาห์+ 15:5 อุรียาห์ ดาวิด​ไปมี​ชู้​กับ​เมีย​ของ​อุรียาห์ และ​ใน​ที่สุด​ก็​วางแผน​ฆ่า​อุรียาห์​จนสำเร็จ อ่าน​เพิ่มเติม​ได้​จาก หนังสือ 2 ซามูเอล 11​ชาว​ฮิตไทต์​เท่านั้น

6+ 15:6 ข้อ​นี้​มี​ข้อความ​ว่า “เรโหโบอัม​และ​เยโรโบอัม​ได้​ทำ​สงคราม​กัน​ตลอด​ชีวิต​ของ​อาบียัม” ข้อ​นี้​ไม่​ได้​อยู่​ใน​ฉบับ​แปล​กรีก​โบราณ แต่​มา​จาก​สำเนา​ฉบับ​ฮีบรู​ที่​นิยม​ใช้​กัน7 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุค​ของ​อาบียัม และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป ได้​จดบันทึก​ไว้​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ มี​การ​ทำ​สงคราม​กัน​ระหว่าง​อาบียัม​และ​เยโรโบอัม 8 อาบียัม​ล่วงลับ​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​และ​ถูกฝัง​อยู่​ใน​เมือง​ของ​ดาวิด และ​อาสา​ลูกชาย​ของเขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

กษัตริย์​อาสา​ของ​ยูดาห์

(2 พศด. 14:1-2; 15:16-19)

9 ใน​ปี​ที่​ยี่สิบ​ที่​เยโรโบอัม​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล อาสา​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ 10 เขา​ครอง​บัลลังก์​อยู่​ใน​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​สี่สิบเอ็ด​ปี ย่า​ของ​เขา​มี​ชื่อ​ว่า​มาอาคาห์ นาง​เป็น​ลูกสาว​ของ​อาบีชาโลม

11 อาสา​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เหมือน​กับ​ที่​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​ทำ 12 เขา​ขับ​ไล่​พวก​ผู้ชาย​ขายตัว ตาม​ศาลเจ้า​ออก​ไป​จาก​แผ่นดินนี้ และ​กำจัด​พวก​รูปเคารพ​ทั้งหมด​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​ได้​สร้าง​ทิ้งไว้ 13 เขา​ยัง​ปลด​มาอาคาห์ แม่​ของ​เขา​ออก​จาก​ตำแหน่ง​แม่​ของ​กษัตริย์ เพราะ​นาง​ได้​สร้าง​เสา​เจ้าแม่​อาเชราห์​ที่​น่า​ขยะแขยง​ขึ้น​มา​ต้น​หนึ่ง อาสา​โค่น​เสา​ต้นนั้น​ทิ้ง​และ​เผา​ทิ้ง​ใน​หุบเขา​ขิดโรน 14 ถึง​แม้​ว่า​เขา​ไม่​ได้​รื้อ​พวก​สถานที่​นมัสการ​ทั้งหลายทิ้ง แต่​ใจ​ของ​อาสา​ยัง​สัตย์ซื่อ​กับ​พระยาห์เวห์​ตลอด​ชีวิต​ของเขา 15 เขา​นำ​พวก​เงิน ทอง​และ​ข้าวของ​เครื่อง​ใช้​ต่างๆ​ที่​เขา​และ​พ่อ​ของ​เขา​ได้​บนบาน​ไว้​ต่อ​พระยาห์เวห์ มา​ไว้​ที่​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์

อาสา​ผูกมิตร​กษัตริย์​ของอารัม

(2 พศด. 16:6, 11-13)

16 ใน​ยุคนั้น อาสา​กับ​กษัตริย์​บาอาชา​แห่ง​อิสราเอล​ได้​ทำ​สงคราม​กัน​อยู่​ตลอด​เวลา 17 กษัตริย์​บาอาชา​ของ​อิสราเอล​ขึ้นไป​ต่อสู้​กับ​ยูดาห์​และ​ได้​สร้าง​ป้อม​รามาห์​ขึ้น เพื่อ​กัน​ไม่ให้​ใคร​เข้า​ออก​จาก​แผ่นดิน​ของ​กษัตริย์​อาสา​แห่งยูดาห์ 18 กษัตริย์​อาสา​จึง​เอา​เงิน​และ​ทอง​ที่​หลงเหลือ​อยู่​ใน​คลัง​ของ​วิหาร​ของ​พระยาห์เวห์ และ​ใน​วัง​ของ​เขาเอง แล้ว​นำ​ไป​มอบ​ให้​กับ​พวก​เจ้าหน้าที่ ให้​เอา​ไป​ให้​กับ​กษัตริย์​เบนฮาดัด​ของ​อารัม ที่​ปกครอง​อยู่​ใน​เมือง​ดามัสกัส เบนฮาดัด​เป็น​ลูกชาย​ของ​ทับริมโมน ทับริมโมน​เป็น​ลูกชาย​ของ​เฮซีโอน 19 อาสา​ให้​คน​ของ​เขา​พูด​กับ​เบนฮาดัด​ว่า “เรา​มา​เป็น​พันธมิตร​กันเถิด ให้​เหมือน​กับ​ที่​พ่อ​ของ​เรา​กับ​พ่อ​ของ​ท่าน​เคย​ทำ​กันไว้ ดูสิ เรา​ได้​ส่ง​ของขวัญ​เป็น​เงิน​และ​ทอง​มา​ให้ท่าน ขอ​ท่าน​ช่วย​เลิก​เป็น​พันธมิตร​กับ​กษัตริย์​บาอาชา​ของ​อิสราเอล​ด้วยเถิด เพื่อ​เขา​จะ​ได้​ยกทัพ​กลับ​ไป​จากเรา”

20 เบนฮาดัด​ก็​ตกลง​เป็น​พันธมิตร​กับ​กษัตริย์​อาสา และ​ส่ง​พวก​แม่ทัพ​ของ​กองทัพ​เขา​ไป​โจมตี​เมือง​ต่างๆ​ของ​อิสราเอล เขา​เอา​ชนะ​เมือง​อิโยน เมือง​ดาน เมือง​อาเบล-เบธมาอาคาห์ และ​หมู่บ้าน​ทั้งหมด​ตาม​แถบ​ทะเลสาบ​กาลิลี รวมถึง​ดินแดน​นัฟทาลี​ทั้งหมดด้วย 21 เมื่อ​บาอาชา​รู้​เรื่องเข้า เขา​ก็​หยุด​สร้าง​ป้อม​รามาห์​และ​ถอนทัพ​กลับ​ไป​ที่​ทีรซาห์ 22 แล้ว​กษัตริย์​อาสา​ก็​ได้​มี​คำ​สั่ง​ไป​ถึง​ชาว​ยูดาห์​ทั้งหมด ไม่​เว้น​แม้​แต่​คนเดียว ให้​พวก​เขา​ไป​รื้อ​เอา​หิน​และ​ไม้​ที่​ป้อม​รามาห์​ที่​บาอาชา​สร้าง​ค้างไว้ แล้ว​กษัตริย์​อาสา​ก็​เอา​ของ​เหล่านั้น​มา​สร้าง​เมือง​เกบา​ขึ้น​ใน​เขตแดน​ของ​เบนยามิน​และ​สร้าง​เมือง​มิสปาห์ด้วย

23 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ที่​เกิดขึ้น​ใน​ยุค​สมัย​ของ​กษัตริย์​อาสา ความ​สำเร็จทุก​อย่าง​ของเขา ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ทำ​และ​เมือง​ต่างๆ​ที่​เขา​สร้าง​ขึ้น ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​ยูดาห์ แต่​ตอน​ที่​เขา​แก่​ตัวลง เท้า​ทั้งสอง​ข้าง​ของ​เขา​เป็นโรค 24 แล้ว​อาสา​ก็​ล่วงลับ​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​และ​ถูกฝัง​อยู่​กับ​พวกเขา​ใน​เมือง​ของ​ดาวิด บรรพบุรุษ​ของเขา และ​เยโฮชาฟัท​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

กษัตริย์​นาดับ​แห่ง​อิสราเอล

25 นาดับ​ลูกชาย​ของ​เยโรโบอัม​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล ตรงกับ​ปี​ที่​สอง​ที่​อาสา​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ นาดับ​ปกครอง​อยู่​เหนือ​อิสราเอล​เป็น​เวลา​สอง​ปี 26 เขา​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​เดินตาม​รอย​พ่อ​เขา​และ​ทำ​บาป​เหมือน​กับ​พ่อ​ซึ่ง​ทำ​ให้​ชาว​อิสราเอล​หลง​ไป​ทำ​บาปด้วย

27 บาอาชา ลูกชาย​ของ​อาหิยาห์ จาก​ครอบครัว​อิสสาคาร์​วางแผน​ฆ่า​นาดับ และ​ได้​ฆ่า​นาดับตาย​ที่​เมือง​กิบเบโธน​ของ​ชาวฟีลิสเตีย ตอน​ที่​นาดับ​และ​อิสราเอล​ทั้งหมด​กำลัง​ล้อม​เมือง​นั้นอยู่ 28 บาอาชา​ฆ่า​นาดับ​ใน​ปี​ที่สาม​ที่​อาสา​เป็น​กษัตริย์​แห่งยูดาห์ แล้วบาอาชา​ก็ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบต่อ​จากนาดับ

กษัตริย์​บาอาชา​ของ​อิสราเอล

29 ทันที​ที่​บาอาชา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ เขา​ได้​ฆ่า​คน​ใน​ครอบครัว​ของ​เยโรโบอัม​ทิ้ง​จนหมด เขา​ไม่​ยอม​ไว้​ชีวิต​คน​ใน​ครอบครัวนี้เลย​แม้แต่​คนเดียว แต่​กลับ​ทำลาย​พวก​เขา​จนหมด ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​เคย​พูด​ไว้​ผ่าน​ทาง​อาหิยาห์​ชาว​ชิโลห์ ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ 30 เป็น​เพราะ​บาป​ทั้งหลาย​ของ​เยโรโบอัม​ที่​ได้​ทำไว้ ซึ่ง​เป็น​ต้นเหตุ​ที่​ทำ​ให้​ชาว​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย และ​เพราะ​เขา​ได้​ไป​ยั่ว​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ให้โกรธ

31 เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​นาดับ​และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ได้ทำ ได้​จดบันทึกไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​พวก​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล 32 กษัตริย์​อาสา​และ​กษัตริย์​บาอาชา​ทำ​สงครามกัน​ตลอด​เวลา​ใน​ยุค​ของ​พวกเขา

33 ใน​ปี​ที่สาม​ที่​อาสา​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ บาอาชา ลูกชาย​ของ​อาหิยาห์​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​อยู่​ที่​ทีรซาห์ เขา​ได้​ครอบ​ครอง​อิสราเอล​ทั้งหมด และ​เขา​ครองราชย์​อยู่​เป็น​เวลา​ยี่สิบสี่ปี 34 เขา​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​เดิน​ตาม​รอย​เยโรโบอัม และ​ทำ​บาป​เหมือน​กับ​เยโรโบอัม ซึ่ง​ทำ​ให้​ชาว​อิสราเอล​หลง​ไป​ทำ​บาปด้วย

16

1 แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​ได้​พูด​ต่อต้าน​บาอาชา ผ่าน​มา​ทาง​เยฮู ผู้พูดแทนพระองค์ เยฮู​เป็น​ลูกชาย​ของ​ฮานานี พระองค์​พูด​ว่า 2 “เรา​ยก​เจ้า​ขึ้น​มา​จาก​ผงดิน​และ​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​ผู้นำ​ของ​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ของเรา แต่​เจ้า​กลับ​ไป​เดินตาม​รอย​ของ​เยโรโบอัม​และ​เป็น​ต้นเหตุ​ให้​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ของ​เรา​หลง​ไป​ทำบาป และ​พวกเขา​ก็​ยั่ว​ให้​เรา​โกรธ​ด้วย​บาป​ทั้งหลาย​ของ​พวกเขา 3 ดังนั้น บาอาชา เรา​จะ​ทำลาย​เจ้า​และ​ครอบครัว​ของ​เจ้า และ​เรา​จะ​ทำให้​ครอบครัว​ของเจ้า​เป็น​เหมือน​กับ​ครอบครัว​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของเนบัท 4 พวก​หมา​จะ​มา​รุม​กิน​ศพ​คน​ของ​เจ้า​ที่​ตาย​อยู่​ในเมือง และ​พวก​นก​บน​ฟ้า​ก็​จะ​มา​กิน​ศพ​คน​ที่​ตาย​อยู่​ในชนบท”

5 เหตุการณ์​ต่างๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​บาอาชา สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำไป​และ​ความสำเร็จ​ของเขา ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่งอิสราเอล 6 บาอาชา​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​และ​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​ทีรซาห์ และ​เอลาห์​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบต่อ​จากเขา

7 ใน​หนังสือนั้น​ก็​มี​เรื่อง​ที่​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​ถึง​บาอาชา​และ​ครอบครัว​ของเขา ผ่าน​มา​ทาง​เยฮู ผู้พูดแทนพระองค์ ที่​เป็น​ลูกชาย​ของ​ฮานานี เพราะ​ความชั่ว​ทั้งหมด​ที่​บาอาชา​ทำ​ไป​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ทำตัว​เหมือน​กับ​ครอบครัว​ของ​เยโรโบอัม แล้ว​เขา​ทำลาย​ครอบครัวนั้น​ด้วย ทั้งหมดนี้​ได้​ไป​ยั่ว​ให้​พระองค์​โกรธ

กษัตริย์​เอลาห์​ของ​อิสราเอล

8 ใน​ปี​ที่​ยี่สิบ​หก​ของ​กษัตริย์​อาสา​แห่ง​ยูดาห์ เอลาห์​ลูกชาย​ของ​บาอาชา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล และ​เขา​ครอง​บัลลังก์​อยู่​ใน​ทีรซาห์​เป็น​เวลา​สอง​ปี

9 ศิมรี ผู้บังคับ​บัญชา​รถรบ​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​เขา​วางแผน​ฆ่า​เอลาห์ ใน​เวลานั้น​เอลาห์​อยู่​ที่​เมือง​ทีรซาห์ เขา​กำลังเมา​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​อารซา อารซา​เป็น​ผู้​ควบคุม​ดูแล​วัง​ที่​เมือง​ทีรซาห์ 10 ศิมรี​เข้า​มา​และ​ฆ่า​เอลาห์ ตรง​กับ​ปี​ที่​ยี่สิบเจ็ด​ที่​กษัตริย์​อาสา​ปกครอง​ยูดาห์ แล้ว​ศิมรี​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ต่อ​จาก​เอลาห์

กษัตริย์​ศิมรี​ของ​อิสราเอล

11 ทันที​ที่​ศิมรี​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ เขา​ฆ่า​ครอบครัว​ของ​บาอาชา​ตาย​จนหมด เขา​ไม่​ไว้​ชีวิต​ผู้ชายเลย​แม้แต่​คนเดียว​ไม่ว่า​จะ​เป็น​ญาติ​หรือ​เพื่อน​ของ​บาอาชา 12 ดังนั้น​ศิมรี​จึง​ได้​ทำลาย​ครอบครัว​ของ​บาอาชา​ทั้งหมด เรื่องนี้​เกิดขึ้น​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​ได้​พูด​ไว้​เกี่ยวกับ​บาอาชา ผ่าน​ทาง​เยฮู​ผู้พูดแทนพระเจ้า 13 เพราะ​บาป​ทั้งหลาย​ที่​บาอาชา​และ​เอลาห์​ลูกชาย​ของ​เขา​ทำ​ไว้ และ​เป็น​ต้นเหตุ​ให้​อิสราเอล​ต้อง​ทำ​บาป​ไปด้วย พวกเขา​ไป​กราบไหว้​รูปเคารพ​ที่​ไร้ค่า​เหล่านั้น ซึ่ง​เป็น​การยั่วยุ​ให้​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล​โกรธ

14 เหตุการณ์​ต่างๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​เอลาห์​และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เขา​ทำ ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล

15 ใน​ปี​ที่​ยี่สิบเจ็ด​ของ​กษัตริย์​อาสา​แห่ง​ยูดาห์ ศิมรี​ได้​ขึ้น​ครองราชย์​อยู่​ใน​ทีรซาห์​เจ็ด​วัน กองทัพ​เขา​ได้​หยุด​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ใกล้​กิบเบโธน​ซึ่ง​เป็น​เมือง​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย 16 เมื่อ​บรรดา​ชาว​อิสราเอล​ใน​ค่าย​ได้ยิน​ว่า​ศิมรี​ได้​วางแผน​ต่อต้าน​กษัตริย์​และ​ฆ่า​เขา​ตายแล้ว พวกเขา​จึง​ป่าว​ประกาศ​ให้​อมรี​ซึ่ง​เป็น​แม่ทัพ ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล​ใน​วัน​นั้น​ที่​ใน​ค่าย 17 แล้ว​อมรี​และ​ชาว​อิสราเอล​ทั้งหมด​ก็​พา​กัน​ถอน​ทัพ​ออก​จาก​กิบเบโธน​และ​ไป​ล้อม​เมือง​ทีรซาห์​ไว้ 18 เมื่อ​ศิมรี​เห็น​ว่า​เมือง​ถูก​ล้อม เขา​จึง​เข้า​ไป​ใน​ป้อม​ของ​วัง​กษัตริย์ แล้ว​เผา​วัง​พร้อม​กับ​ตัวเอง แล้ว​เขา​ก็​ตาย​ไป​ใน​กองไฟนั้น 19 ที่​เป็น​อย่างนี้​ก็​เพราะ​บาป​ที่​เขา​ทำ เขา​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ และ​เดินตาม​รอย​ของ​เยโรโบอัม​ที่​ทำ​บาป​และ​เป็น​เหตุ​ทำ​ให้​อิสราเอล​ทำ​บาปด้วย

20 เหตุการณ์​ต่างๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​ศิมรี​และ​การ​ทรยศ​ของเขา ได้​จด​บันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล

กษัตริย์​อมรี​ของ​อิสราเอล

21 แล้ว​ประชาชน​ชาว​อิสราเอล​ก็​แตก​ออก​เป็น​สอง​ฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง​สนับสนุน​ให้​ทิบนี​ลูกชาย​ของ​กีนัท​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​อีก​ฝ่าย​หนึ่ง​สนับสนุน​อมรี 22 แต่​คน​ที่​ติดตาม​อมรีนั้น​แข็งแกร่ง​กว่า​ฝ่าย​ของ​ทิบนี​ลูกชาย​ของ​กีนัท ดังนั้น​ทิบนี​จึง​ตาย​และ​อมรี​ก็​ได้​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์

23 ใน​ปี​ที่​สามสิบเอ็ด​ของ​กษัตริย์​อาสา​แห่ง​ยูดาห์ อมรี​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล เขา​เป็น​กษัตริย์​อยู่​สิบสอง​ปี โดย​ช่วง​หกปี​แรก​อยู่​ใน​เมือง​ทีรซาห์ 24 เขา​ซื้อ​เนินเขา​สะมาเรีย​มา​จาก​เชเมอร์​ด้วย​เงิน​สอง​ตะลันต์+ 16:24 สอง​ตะลันต์ หรือ 68 กิโลกรัม และ​สร้าง​เมือง​ขึ้น​เมืองหนึ่ง​บน​เขานั้น และ​ให้​ชื่อ​ว่า​เมือง​สะมาเรีย ตาม​ชื่อ​ของ​เจ้า​ของ​เนินเขา​คนก่อน

25 แต่​อมรี​ได้​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ทำ​บาป​มาก​ยิ่งกว่า​กษัตริย์​องค์​ก่อนๆ​เสียอีก 26 เขา​เดินตาม​รอย​ของ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท​และ​ทำ​บาป​ตาม​เขา ซึ่ง​เป็น​เหตุ​ทำ​ให้​อิสราเอล​ทั้งหมด​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย พวกเขา​ไป​กราบไหว้​รูปเคารพ​ที่​ไร้ค่า​เหล่านั้น เป็น​การ​ยั่วยุ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ให้​โกรธ

27 เหตุการณ์​ต่างๆ​ใน​ยุค​สมัย​ของ​อมรี รวมทั้ง​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​เขา​ทำ​ไป​และ​ความสำเร็จ​ของ​เขา ได้​จดบันทึก​ไว้แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล 28 อมรี​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​และ​ศพ​ของ​เขา​ถูก​ฝัง​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย และ​อาหับ​ผู้​เป็น​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบ​ต่อ​จากเขา

กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล

29 ใน​ปี​ที่​สามสิบแปด​ของ​กษัตริย์​อาสา​แห่ง​ยูดาห์ อาหับ​ลูกชาย​ของ​อมรี​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล เขา​ครองราชย์​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย ปกครอง​อยู่​เหนือ​อิสราเอล​เป็น​เวลา​ยี่สิบสองปี 30 อาหับ​ลูกชาย​ของ​อมรี​ทำ​สิ่ง​ที่​ชั่วช้า​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์​มาก​ยิ่งกว่า​กษัตริย์​องค์​ไหนๆ​ที่​อยู่​ก่อน​หน้าเขา​เคย​ทำ​เสียอีก 31 แค่​ทำ​ตาม​บาป​ต่างๆ​ของ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัทนั้น​ยัง​น้อยไป เขา​ยัง​ไป​แต่งงาน​กับ​เยเซเบล​ลูกสาว​ของ​กษัตริย์​เอ็ทบาอัล​ของ​ชาว​ไซดอน และ​เริ่ม​ไป​รับใช้​พระ​บาอัล และ​นมัสการ​พระนั้น​อีกด้วย 32 เขา​สร้าง​แท่นบูชา​สำหรับ​พระ​บาอัล​ขึ้น​ใน​วิหาร​ของ​พระ​บาอัล​ที่​เขา​สร้าง​ขึ้น​ใน​เมือง​สะมาเรีย 33 อาหับ​ยัง​สร้าง​เสา​เจ้าแม่​อาเชราห์​และ​ยิ่ง​ยั่ว​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ให้​โกรธ​มาก​ยิ่ง​ขึ้น​กว่า​ที่​พวก​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล​เคย​ทำ​มา​ก่อนหน้าเขา

34 ใน​สมัย​ของ​อาหับ ฮีเอล​ชาว​เบธเอล​ได้​สร้าง​เมือง​เยริโค​ขึ้น​ใหม่​อีก​ครั้ง เมื่อ​เขา​สร้าง​ฐาน​ของ​เมืองนั้น อาบีรัม​ลูกชาย​คนแรก​ของ​เขา​ก็ตาย และ​เมื่อ​เขา​สร้าง​ประตู​ต่างๆ​ขึ้น เสกุบ​ลูกชาย​คน​สุดท้อง​ของ​เขา​ก็​ต้อง​มา​ตาย​ลงอีก ซึ่ง​ตรง​กับ​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์ ที่​ได้​พูด​ไว้​ผ่าน​ทาง​โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน+ 16:34 ตรง​กับ​คำพูด … ลูกชาย​ของ​นูน ดู​ใน โยชูวา 6:26

17

เอลียาห์​กับ​ช่วง​เวลา​ที่​ฝนแล้ง

1 ขณะนั้น​เอลียาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​จาก​เมือง​ทิชบี​ที่​อยู่​ใน​กิเลอาด ได้​พูด​กับ​กษัตริย์​อาหับ​ว่า “ข้าพเจ้า​รับใช้​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล พระองค์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้นเลย​ว่า​จะ​ไม่​มี​ฝน​หรือ​น้ำค้าง​ตกลง​มา​เลย​ภาย​ใน​สอง​สาม​ปีนี้ นอกจาก​ข้าพเจ้า​จะ​สั่ง​ให้​มัน​ตกลง​มา​เท่านั้น”

2 แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​พูด​กับ​เอลียาห์​ว่า 3 “ไป​จาก​ที่นี่​เสีย มุ่ง​หน้า​ไป​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​และ​หลบซ่อน​อยู่​ข้าง​ลำธาร​เครีท ซึ่ง​อยู่​ทาง​ทิศตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน 4 เจ้า​จะ​ได้​ดื่ม​น้ำ​จาก​ลำธารนั้น และ​เรา​ได้​สั่ง​พวก​นกกา​ให้​หา​อาหาร​มา​เลี้ยง​เจ้า​ที่นั่น” 5 เขา​จึง​ทำตาม​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​บอกไว้ เขา​ไป​ที่​ลำธาร​เครีท​ที่​อยู่​ทาง​ทิศตะวันออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​อยู่​ที่นั่น 6 พวก​กา​ทั้งหลาย​ได้​นำ​ขนมปัง​และ​เนื้อสัตว์​มา​ให้​เอลียาห์​ทั้งเช้า​และ​เย็น และ​เขา​ก็​ดื่ม​น้ำ​จาก​ลำธารนั้น

7 แต่​ต่อมา​ภายหลัง​ลำธารนั้น​ได้​แห้งขอด​ลง เพราะ​ฝน​ไม่​ตก​ลง​บน​แผ่นดินนั้น 8 แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​พูด​กับ​เอลียาห์​ว่า 9 “ให้​ไป​ที่​เมือง​ศาเรฟัท​ใน​ไซดอน​ทันที และ​อยู่​ที่​นั่น เรา​ได้​สั่ง​ให้​แม่หม้าย​คนหนึ่ง​ใน​สถานที่นั้น จัดหา​อาหาร​ให้​กับ​เจ้า”

10 เขา​ก็เลย​เดินทาง​ไป​ที่​เมือง​ศาเรฟัท เมื่อ​เขา​มา​ถึง​ที่​ประตู​เมือง มี​แม่หม้าย​คน​หนึ่ง​กำลัง​เก็บฟืน​อยู่ เขา​เรียก​นาง​และ​บอก​ว่า “ขอ​น้ำ​ใส่​ไห​ของ​ท่าน​มา​ให้​เรา​ดื่มหน่อย” 11 เมื่อ​นาง​กำลัง​จะ​เอา​มัน​มา​ให้​เขา เขา​ก็​เรียก​นาง บอก​ว่า “ขอ​ขนมปัง​สัก​ก้อน​ให้​เราด้วย”

12 นาง​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ท่าน​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ได้​เลย​ว่า​ฉัน​ไม่​มี​ขนมปัง มี​เพียง​แป้ง​หนึ่ง​กำ​มือ​อยู่​ก้นไห กับ​น้ำมัน​อีก​เพียง​เล็กน้อย​ใน​เหยือก นี่​ฉัน​กำลัง​เก็บ​ฟืน เพื่อ​นำ​กลับ​ไป​ทำ​อาหาร​ที่​บ้าน​ให้​ตัวเอง​และ​ลูกชาย​ของฉัน เพื่อ​เรา​จะ​ได้​กิน​มัน​แล้วก็​อด​ตาย”

13 เอลียาห์​พูด​กับ​นาง​ว่า “อย่า​กลัวเลย กลับ​ไป​บ้าน​และ​ทำ​อย่าง​ที่​ท่าน​ได้​พูดไว้ แต่​ท่าน​ต้อง​ทำ​ขนมปัง​ก้อน​เล็กๆ​ให้​เรา​ก่อน​จาก​ของ​ที่​ท่าน​มี​อยู่ และ​เอา​มัน​มา​ให้​กับ​เรา หลังจาก​นั้น​ก็​ทำ​ขนมปัง​ให้​กับ​ตัว​ท่าน​เอง​และ​ลูกชาย​ของ​ท่าน 14 เพราะ​นี่​คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​พูด ‘แป้ง​ใน​ไห​จะ​ไม่​มี​วัน​หมด​และ​น้ำมัน​ใน​เหยือก​จะ​ไม่​มี​วัน​ขาด​ไป จน​กว่า​จะ​ถึง​วัน​ที่​พระยาห์เวห์​ทำให้​ฝน​ตกลง​บน​แผ่นดินนี้’”

15 นาง​จาก​ไป​และ​ทำ​ตาม​ที่​เอลียาห์​บอก​นางไว้ และ​หลังจาก​นั้น ทั้งเอลียาห์ หญิง​คนนั้น​กับ​ครอบครัว​ของ​นาง​ก็​มี​อาหาร​กิน​ทุกวัน 16 เพราะ​แป้ง​ใน​ไห​ไม่​เคย​หมด และ​น้ำมัน​ใน​เหยือก​ก็​ไม่​เคย​ขาดไป ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​ได้​พูด​ไว้​ผ่านทาง​เอลียาห์

17 ต่อมา​ลูกชาย​ของ​หญิง​คนนั้น ที่​เป็น​เจ้า​ของ​บ้าน​หลังนั้น เกิด​ไม่​สบาย​ขึ้น​มา อาการ​ของ​เขา​ทรุด​หนัก​ลง​เรื่อยๆ​และ​ใน​ที่สุด​ก็​หยุด​หายใจ 18 นาง​ได้​พูด​กับ​เอลียาห์​ว่า “คน​ของ​พระเจ้า นี่​ท่าน​โกรธ​ฉัน​ด้วย​เรื่อง​อะไรหรือ ท่าน​มา​ที่​นี่​เพื่อ​ที่​จะ​มา​ย้ำ​เตือน​ถึง​บาป​ของฉัน​และ​มา​ทำ​ให้​ลูกชาย​ของ​ฉัน​ตาย​อย่างนั้นหรือ”

19 เอลียาห์​ตอบ​ว่า “มอบ​ลูกชาย​ของ​ท่าน​มา​ให้​เราเถิด” เขา​เอา​เด็ก​มา​จาก​อ้อมแขน​ของ​นาง เขา​อุ้ม​เด็ก​ขึ้น​ไป​บน​ห้อง​ที่​เขา​อยู่ และ​วางตัว​เด็ก​ไว้​บน​เตียง 20 แล้ว​เขา​ก็​ร้อง​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า พระองค์​นำ​ความ​เศร้าโศก​มา​ให้​กับ​หญิงหม้าย​คนนี้​ที่​ข้าพเจ้า​อาศัย​อยู่​ด้วย​อย่างนี้หรือ พระองค์​ทำ​ให้​ลูกชาย​ของ​นาง​ตาย​อย่างนี้หรือ” 21 แล้ว​เขา​ก็​เหยียด​ตัว​นอน​ทับ​เด็ก​ชาย​คน​นั้น​สามครั้ง และ​ร้อง​ต่อ​พระยาห์เวห์​ว่า “ข้า​แต่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า ขอ​ชีวิต​ของ​เด็ก​ชาย​คนนี้​กลับ​คืน​มา​ด้วยเถิด”

22 พระยาห์เวห์​ได้ยิน​เสียงร้อง​ของ​เอลียาห์ และ​ชีวิต​ของ​เด็กชาย​คนนั้น​ก็​กลับ​คืน​มา​สู่​ร่าง​ของ​เขา และ​เขา​ก็​มี​ชีวิต​ขึ้น​มา 23 เอลียาห์​อุ้ม​เด็ก​ลง​มา​จาก​ห้อง​ใน​บ้าน​หลัง​นั้น เขา​ได้​มอบ​เด็ก​คืน​ให้​กับ​แม่ และ​พูด​ว่า “ดูสิ ลูกชาย​ของ​ท่าน​มี​ชีวิต​ขึ้น​มา​แล้ว”

24 แล้ว​หญิง​คนนั้น พูด​กับ​เอลียาห์​ว่า “ตอนนี้ ฉัน​รู้​แล้ว​ว่า​ท่าน​คือ​คน​ของ​พระเจ้า และ​พระยาห์เวห์​ได้​พูด​ผ่าน​มา​ทาง​ปาก​ของ​ท่านจริงๆ”

18

เอลียาห์​กับ​พวก​ผู้พูดแทน​พระบาอัล

1 หลังจาก​นั้น ใน​ช่วง​ปี​ที่สาม​ที่​ฝน​ไม่​ตก พระยาห์เวห์​บอก​เอลียาห์​ว่า “ไป​ปรากฏ​ตัว​ให้​กษัตริย์​อาหับ​เห็นสิ แล้ว​เรา​จะ​ส่ง​ฝน​ให้​ตกลง​มา​บน​แผ่นดินนี้” 2 เอลียาห์​จึง​ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​อาหับ ตอนนั้น​ใน​เมือง​สะมาเรีย ภาวะ​ความ​อดอยาก​แห้งแล้ง​อยู่​ใน​ขั้น​รุนแรงแล้ว 3 กษัตริย์​อาหับ​ได้​เรียก​ตัว​โอบาดียาห์​หัวหน้า​ผู้ดูแลวัง​มา​พบ (โอบาดียาห์​เป็น​คน​ที่​เคารพ​ยำเกรง​พระยาห์เวห์​อย่างสูง 4 ตอน​ที่​เยเซเบล​ฆ่า​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า โอบาดียาห์​ได้​ช่วย​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ไว้​ถึง​หนึ่งร้อยคน และ​ซ่อน​ตัว​พวกเขา​ไว้​ใน​ถ้ำ​สอง​แห่ง แห่ง​ละ​ห้า​สิบ​คน และ​ได้​จัดหา​อาหาร​และ​น้ำ​ให้​กับ​พวกเขา​ด้วย) 5 กษัตริย์​อาหับ​ได้​พูด​กับ​โอบาดียาห์​ว่า “เดินทาง​ไป​ตาม​แหล่ง​ตาน้ำ​และ​หุบเขา​ทั้งหมด​ที่​อยู่​บน​แผ่นดินนี้ บางที​พวกเรา​อาจ​จะ​พบ​ต้นหญ้า​มา​ใช้​เลี้ยง​ม้า​และ​ล่อ​เหล่านี้​ให้​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อไป พวกเรา​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​ฆ่า​สัตว์​ตัวใด​ตัวหนึ่ง​ของ​พวกเรา” 6 พวกเขา​จึง​ได้​แบ่ง​พื้นที่​กัน​เพื่อ​จะ​ได้​ค้นหา​ได้​ทั่วถึง อาหับ​ไป​ทางหนึ่ง​และ​โอบาดียาห์​ไป​อีก​ทางหนึ่ง 7 ใน​ขณะ​ที่​โอบาดียาห์​กำลัง​เดินทาง​อยู่ เอลียาห์​ได้​มา​พบ​เขา โอบาดียาห์​จำ​เขา​ได้ เขา​ก้มกราบ​ลง​กับ​พื้น​และ​พูด​ว่า “นี่​ท่าน​จริงๆ​หรือ เอลียาห์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า”

8 เอลียาห์​ตอบ​ว่า “ใช่แล้ว ไป​บอก​กับ​เจ้านาย​ของ​เจ้า​ว่า ‘เอลียาห์​อยู่​ที่นี่​แล้ว’”

9 โอบาดียาห์​ถาม​กลับ​ว่า “นี่​ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​อะไร​ผิดหรือ ท่าน​ถึง​จะ​ส่ง​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน ไป​ให้​กับ​กษัตริย์​อาหับ​ฆ่า 10 พระยาห์เวห์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาดไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาด​นั้น​เลย​ว่า​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ได้​ส่ง​คน​ไป​ค้นหา​ท่าน​จนทั่ว​ทุกหนแห่ง ไม่​มี​ชนชาติใด​หรือ​อาณาจักรใด​เลย​ที่​กษัตริย์​ข้าพเจ้า​ไม่ได้​ส่ง​คน​ไป​ค้นหา​ท่าน และ​ถ้า​ชนชาติใด​หรือ​อาณาจักรใด​บอก​ว่า ‘คนนั้น​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นี่’ กษัตริย์​อาหับ​ก็​จะ​ให้​คน​เหล่านั้น​สาบาน​ว่า​พวกเขา​หา​ท่าน​ไม่​พบ​จริงๆ 11 แต่​ตอนนี้​ท่าน​กลับ​ให้​ข้าพเจ้า​ไป​บอก​กับ​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘เอลียาห์​อยู่​ที่นี่​แล้ว’ 12 พอ​ข้าพเจ้า​ไป​จาก​ท่าน​แล้ว ข้าพเจ้า​ไม่​รู้​ว่า​พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​จะ​พา​ท่าน​ไป​ที่ใด ถ้า​ข้าพเจ้า​ไป​บอก​กับ​กษัตริย์​อาหับ​และ​เขา​เกิด​หา​ท่าน​ไม่​พบ เขา​ก็​จะ​ฆ่า​ข้าพเจ้า​เสีย ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​ได้​เคารพ​ยำเกรง​พระยาห์เวห์​มา​ตั้งแต่​หนุ่ม​จน​ถึง​เดี๋ยวนี้ 13 เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า ท่าน​ไม่​เคย​ได้ยิน​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​ทำ​ลง​ไปหรือ ตอน​ที่​เยเซเบล​กำลัง​ฆ่า​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า ข้าพเจ้า​ได้​ซ่อนตัว​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า​ถึง​หนึ่งร้อย​คน​ไว้​ใน​ถ้ำ​สอง​แห่ง แห่ง​ละ​ห้าสิบ​คน และ​จัดหา​อาหาร​และ​น้ำ​ให้​กับ​พวกเขา​ด้วย 14 ตอนนี้​ท่าน​มา​บอก​ข้าพเจ้า​ให้​ไป​หา​กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​ข้าพเจ้า​และ​พูด​ว่า ‘เอลียาห์​อยู่​ที่นี่​แล้ว’ เขา​ต้อง​ฆ่า​ข้าพเจ้า​แน่”

15 เอลียาห์​พูด​ว่า “พระยาห์เวห์​ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น ผู้ที่​เรา​รับใช้อยู่ มี​ชีวิต​อยู่​แน่นอน​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้น​เลย​ว่า ใน​วันนี้แหละ​เรา​จะ​ไป​ปรากฏ​ตัว​ให้​อาหับ​เห็น”

16 โอบาดียาห์​จึง​ไป​หา​กษัตริย์​อาหับ​และ​บอก​เรื่องนี้​กับ​เขา และ​กษัตริย์​อาหับ​ก็​ไป​พบ​เอลียาห์ 17 เมื่อ​กษัตริย์​เห็น​เอลียาห์ เขา​พูด​กับ​เอลียาห์​ว่า “นั่น​เป็น​เจ้า​จริงๆ​หรือ ไอ้ตัว​สร้างปัญหา​ของ​อิสราเอล”

18 เอลียาห์​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​ไม่​เคย​สร้างปัญหา​ให้​อิสราเอล แต่​ท่าน​และ​ครอบครัว​ของ​บรรพบุรุษ​ท่าน​ต่างหาก​ที่​เป็น​คน​ทำ ท่าน​ได้​ละทิ้ง​คำสั่ง​ต่างๆ​ของ​พระยาห์เวห์​และ​ไป​ติดตาม​พระ​บาอัล 19 ตอนนี้ ให้​เรียก​ประชาชน​จาก​ทั่วทั้ง​อิสราเอล​มา​พบ​กับ​ข้าพเจ้า​บน​ภูเขา​คารเมลนี้ และ​ให้​นำ​ตัว​พวก​ผู้พูดแทนพระ​บาอัล​ทั้ง​สี่ร้อย​ห้าสิบ​คน รวมทั้ง​พวก​ผู้พูดแทนพระ​อาเชราห์ อีก​สี่ร้อย​คน​ที่​นั่ง​กิน​อาหาร​ร่วม​โต๊ะ​กับ​เยเซเบล​มาด้วย”

20 กษัตริย์​อาหับ​จึง​ส่งข่าว​ไป​ทั่ว​ทั้ง​อิสราเอล​และ​เรียก​ประชุม​พวก​ผู้พูดแทนพระ​ปลอม​เหล่านั้น​ที่​บน​ภูเขา​คารเมล 21 เอลียาห์​ได้​ไป​อยู่​ข้างหน้า​ของ​ประชาชน​ทั้งหมด​และ​พูด​ว่า “นี่​พวกเจ้า​ยัง​จะ​ลังเล​สองจิต​สองใจ​อย่างนี้​ไป​อีก​นาน​แค่ไหน ถ้า​พระยาห์เวห์​คือ​พระเจ้า ให้​ติดตาม​พระองค์​ไป แต่​ถ้า​พระ​บาอัล​เป็น​พระเจ้า ก็​ให้​ติดตาม​เขา​ไป”

แต่​ประชาชน​ไม่​ตอบ​เขา​สักคำ 22 แล้ว​เอลียาห์​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า​เพียง​คน​เดียว​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่ แต่​พระ​บาอัล​มี​ผู้พูดแทน​มัน​อยู่​ถึง​สี่ร้อย​ห้าสิบ​คน 23 ให้​เอา​วัว​ตัวผู้​สอง​ตัว​มา​ให้​พวกเรา ให้​พวกเขา​เป็น​คน​เลือก​ว่า​พวกเขา​จะ​เอา​ตัว​ไหน และ​ให้​พวกเขา​ตัด​มัน​เป็น​ท่อนๆ​ไป​วางไว้​บน​ฟืน​แต่​อย่า​จุด​ไฟ เรา​จะ​ไป​เตรียม​วัว​อีก​ตัว​หนึ่ง​และ​จะ​วาง​มัน​ไว้​บน​ฟืน​ที่​ไม่​จุด​ไฟ​เหมือนกัน 24 แล้ว​พวก​เจ้า​ก็​ร้องเรียก​ชื่อ​พระ​ของ​พวกเจ้า ส่วน​เรา​ก็​จะ​ร้องเรียก​ชื่อ​ของ​พระยาห์เวห์ แล้ว​พระ​ที่​ตอบรับ​ด้วย​ไฟนั้น ก็​คือ​พระเจ้า”

แล้ว​ประชาชน​ทั้งหมด​ก็​พูด​ว่า “สิ่ง​ที่​ท่าน​พูด​มา​นั้น​เข้าท่า​ดี”

25 เอลียาห์​พูด​กับ​พวก​ผู้พูดแทนพระ​บาอัล​ว่า “เลือก​วัว​ตัวผู้​มา​ตัวหนึ่ง​และ​จัด​เตรียม​มัน​ก่อน เพราะ​พวกเจ้า​มี​คน​มากมาย เรียก​ชื่อ​พระ​ของ​พวกเจ้า​แต่​อย่า​เพิ่ง​จุด​ไฟ”

26 พวกเขา​จึง​เลือก​วัว​ออก​มา​ตัว​หนึ่ง​และ​เตรียม​มัน​ไว้ แล้ว​พวกเขา​ก็​ร้องเรียก​ชื่อ​ของ​พระ​บาอัล​ตั้งแต่​เช้า​จน​ถึง​เที่ยง พวกเขา​ได้​ตะโกน​ว่า “ข้า​แต่​พระ​บาอัล โปรด​ตอบ​พวกเรา​ด้วย​เถิด” แต่​ไม่​มี​การ​ตอบรับ​ใดๆ ไม่​มี​เสียง​หรือ​การ​ตอบรับ​อะไรเลย พวกเขา​ก็​เต้นรำ​ไป​รอบๆ​แท่น​บูชา​ที่​พวกเขา​สร้าง​ขึ้น​มา

27 ใน​ตอนเที่ยง เอลียาห์​เริ่ม​พูด​เยาะเย้ย​คน​เหล่านั้น​ว่า “ตะโกน​ดังขึ้น​อีกสิ เขา​เป็น​พระเจ้า​อย่าง​แน่นอน บางที​เขา​อาจ​จะ​ใจลอย​อยู่ บางที​เขา​อาจ​กำลัง​เข้า​ส้วม​อยู่ หรือ​กำลัง​เดินทาง​อยู่ หรือ​อาจ​จะ​นอนหลับ​อยู่ จะ​ต้อง​ให้​พวกเจ้า​ปลุก​มั้ง” 28 พวกเขา​จึง​ตะโกน​ดังขึ้น และ​ใช้​ดาบ​กับ​หอก​กรีด​ตัวเอง​ซึ่ง​เป็น​ประเพณี​ของ​พวกเขา​อยู่​แล้ว จน​เลือด​ไหล​ออก​มา 29 เลย​เวลา​เที่ยง​วัน​ไปแล้ว พวกเขา​ยัง​คง​ทำ​สิ่ง​ที่​บ้า​คลั่ง​เช่นนั้น​ต่อ​ไป​จน​ถึง​เวลา​บูชา​ใน​ตอน​เย็น แต่​ก็​ยัง​ไม่​มี​เสียง ไม่​มี​คำตอบ และ​ไม่​มี​การตอบรับ

30 แล้ว​เอลียาห์​พูด​กับ​ประชาชน​ทั้งหมด​ว่า “เข้า​มา​ใกล้ๆ​เรา​หน่อย” พวกเขา​ทุก​คน​ก็​เลย​เข้า​ไป​ใกล้ และ​เอลียาห์​ซ่อมแซม​แท่นบูชา​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​ถูก​รื้อ​ไปนั้น 31 เอลียาห์​เอา​ก้อนหิน​สิบสอง​ก้อน​มา​ตาม​จำนวน​เผ่า​ของ​พวก​ลูกชาย​ของ​ยาโคบ (พระคำ​ของ​พระยาห์เวห์​เคย​มา​ถึง​ยาโคบ​ว่า “เจ้า​จะ​มี​ชื่อ​ว่า​อิสราเอล”) 32 เอลียาห์​สร้าง​แท่นบูชา​ขึ้น​ด้วย​หิน​ทั้ง​สิบสอง​ก้อนนั้น​ใน​นาม​ของ​พระยาห์เวห์ เขา​ขุด​ร่อง​รอบๆ​แท่นบูชานั้น ใหญ่​เพียง​พอ​ที่​จะ​ใส่​เมล็ด​พืช​ได้​สอง​ถัง+ 18:32 สอง​ถัง หรือ 14.6 ลิตร33 เขา​จัด​กอง​ไม้ฟืน และ​ตัด​วัว​ออก​เป็น​ท่อนๆ​แล้ว​วาง​มัน​ลง​บน​ไม้ฟืน แล้ว​ก็​พูด​กับ​คน​เหล่านั้น​ว่า “ตัก​น้ำ​ใส่​เหยือก​ทั้ง​สี่​เหยือก​ของ​พวกเจ้า​ให้​เต็ม และ​เท​มัน​ลง​บน​เครื่อง​บูชา​และ​บน​ไม้ฟืนนี้” 34 แล้ว​เขา​บอก​ให้​ทำ​อย่าง​นั้น​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง และ​คน​เหล่านั้น​ก็​ทำ​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง แล้ว​เขา​ก็​บอก​ให้​พวกนั้น​ทำ​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม แล้ว​พวกนั้น​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม 35 น้ำ​ไหลนอง​ลง​มา​รอบๆ​แท่นบูชา​และ​ไหล​จน​ท่วม​ร่องนั้น

36 ใน​ช่วง​เวลา​ของ​การ​บูชานั้น​เอง เอลียาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ได้​ก้าว​ออก​ไป​ที่​ด้านหน้า​และ​อธิษฐาน​ว่า “ข้าแต่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​อับราฮัม อิสอัค​และ​อิสราเอล ใน​วันนี้ ขอ​พระองค์​ทำให้​คน​รู้​เถิด​ว่า พระองค์​คือ​พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล และ​รู้​ว่า​ข้าพเจ้า​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​และ​ได้​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​ไป​ตาม​คำสั่ง​ของ​พระองค์ 37 ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ขอ​ตอบรับ​ข้าพเจ้าด้วย ตอบรับ​ข้าพเจ้า​ด้วยเถิด เพื่อ​ว่า​ประชาชน​เหล่านี้​จะ​ได้​รู้​ว่า​พระองค์ พระยาห์เวห์​คือ​พระเจ้า และ​รู้​ว่า​พระองค์​จะ​หันเห​หัวใจ​ของ​พวกเขา​ให้​กลับ​มา​หา​พระองค์​อีก​ครั้ง”

38 แล้ว​ไฟ​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​ตก​ลง​มา​และ​เผา​ไหม้​เครื่อง​สัตวบูชา กอง​ฟืน ก้อน​หิน​ทั้งหมด รวมทั้ง​ดิน และ​ยัง​ลาม​ลง​ไป​ใน​น้ำ​ที่​อยู่​ใน​ร่องด้วย 39 เมื่อ​ประชาชน​ทั้งหมด​ได้​เห็น​เหตุการณ์นี้ พวกเขา​ต่าง​ก็​หมอบ​ลง​และ​ร้อง​ว่า “พระยาห์เวห์ พระองค์​คือ​พระเจ้า พระยาห์เวห์ พระองค์​คือ​พระเจ้า”

40 แล้ว​เอลียาห์​ก็​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “จับ​พวก​ผู้พูดแทนพระ​บาอัล​ไว้ อย่า​ให้​ใคร​หนี​รอด​ไป​ได้” พวกเขา​จับ​ตัว​คน​เหล่านั้น​ไว้ และ​เอลียาห์​ก็​ให้​นำ​ตัว​พวกนั้น​ลง​ไป​ที่​หุบเขา​คีโชน​และ​ฆ่า​พวกนั้น​ทิ้ง​ที่​นั่น

ฝน​ตก​ลง​มา​อีกครั้ง

41 แล้ว​เอลียาห์​ก็​พูด​กับ​กษัตริย์​อาหับ​ว่า “ไป​กิน​และ​ดื่ม​เถิด เพราะ​มี​เสียง​ฝน​ตก​หนัก​ลง​มา​แล้ว” 42 กษัตริย์​อาหับ​จึง​ไป​กิน​และ​ดื่ม แต่​เอลียาห์​ได้​ปีน​ขึ้น​ไป​บน​ยอด​เขา​คารเมล ก้มกราบ​ลง​บน​พื้นดิน​และ​ซุกหน้า​ไว้​ระหว่าง​หัวเข่า​ของ​เขา 43 เขา​ได้​พูด​กับ​คน​รับใช้​ของ​เขา​ว่า “มอง​ไป​ทาง​ทะเลซิ”

คน​รับใช้ คนนั้น​ก็​ขึ้น​ไป​มอง​ออก​ไป เขา​ตอบ​ว่า “ไม่​เห็น​มี​อะไร​เลย​ครับท่าน” เอลียาห์​พูด​กับ​เขา​ถึง​เจ็ด​ครั้ง​ว่า “กลับ​ไป​ดู​ใหม่” 44 ใน​ครั้ง​ที่​เจ็ด​นั้นเอง คน​รับใช้​ของ​เขา​ก็​ได้​มา​รายงาน​ว่า “มี​เมฆ​ก้อน​หนึ่ง​ขนาด​เท่า​กำ​มือ​กำลัง​ขึ้น​มา​จาก​ทะเล”

เอลียาห์​จึง​พูด​ว่า “กลับ​ไป​บอก​กษัตริย์​อาหับ​ว่า ‘ให้​ผูก​รถรบ​ของ​ท่าน​และ​รีบ​ลง​ไป​ก่อน​ที่​ฝน​จะ​หยุด​ท่านไว้’”

45 ใน​ขณะนั้น​เอง ท้องฟ้า​ก็​เริ่ม​ดำทะมึน​ไป​ด้วย​กลุ่ม​เมฆ​มากมาย ลม​เริ่ม​พัด​แรง ฝน​เท​ลง​มา​อย่าง​หนัก​และ​กษัตริย์​อาหับ​ก็​ได้​ขี่​รถรบ​มุ่ง​ไป​ยัง​ยิสเรเอล 46 ฤทธิ์เดช​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​มา​อยู่​บน​ตัว​เอลียาห์ เขา​เอา​เสื้อคลุม​ยัด​เข้า​ไป​ใน​เข็มขัด และ​วิ่ง​แซง​หน้า​กษัตริย์​อาหับ​ไป​ถึง​ยิสเรเอล

19

เอลียาห์​บน​ภูเขา​โฮเรบ (ซีนาย)

1 ใน​ตอนนั้น​กษัตริย์​อาหับ​ได้บอก​กับ​เยเซเบล​ทุกอย่าง​ที่​เอลียาห์​ได้​ทำไป และ​เรื่อง​ที่​เอลียาห์​ฆ่า​พวก​ผู้พูดแทน​พระ​ปลอม​ทั้งหมด​ด้วยดาบ 2 เยเซเบล​จึง​ส่ง​คน​ส่งข่าว​ไป​ถึง​เอลียาห์ เพื่อ​บอก​ว่า “ขอ​ให้​พวก​พระ​ทั้งหลาย​ลงโทษ​เรา​อย่าง​แสนสาหัส หาก​ว่า​เรา​ไม่​ได้​ทำ​ให้​ชีวิต​แก​เป็น​เหมือน​คน​พวกนั้น​ก่อน​เวลานี้​ของ​วัน​พรุ่งนี้”

3 เอลียาห์​กลัว จึง​วิ่งหนี​เอาตัวรอด​ไป เมื่อ​เขา​มา​ถึง​เมือง​เบเออร์เชบา​ใน​ยูดาห์ เขา​ทิ้ง​คนใช้​เขา​ไว้​ที่นั่น 4 ใน​ขณะ​ที่​ตัว​เขา​เอง​เดินทาง​ต่อไป​อีก​หนึ่ง​วัน​เข้าไป​ใน​ที่​เปล่า​เปลี่ยว​แห้งแล้ง เขา​มา​ถึง​พุ่มไม้​แห่ง​หนึ่ง​จึง​นั่ง​ลง​ใต้​พุ่มไม้นั้น​และ​อธิษฐาน​ขอ​ให้​เขา​ตาย เขา​พูดว่า “ข้าแต่​พระยาห์เวห์​พอกันที​สำหรับ​ข้าพเจ้า เอา​ชีวิต​ของ​ข้าพเจ้า​ไป​เถิด ข้าพเจ้า​ไม่ได้​ดี​ไป​กว่า​บรรพบุรุษ​ของ​ข้าพเจ้าเลย”

5 แล้ว​เขา​ก็​นอน​ลง​ที่​ใต้​พุ่มไม้นั้น​และ​หลับไป ทันใดนั้น ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ก็​มา​แตะต้อง​ตัวเขา​และ​พูด​ว่า “ลุก​ขึ้น​มา​กินเถิด” 6 เขา​มอง​ไป​รอบๆ​และ​ที่​ข้าง​หัว​ของ​เขานั้น​มี​ขนมปัง​แผ่น​หนึ่ง​ที่​ปิ้ง​อยู่​บน​ก้อนหิน​ร้อน และ​มี​เหยือก​น้ำ​อยู่​เหยือก​หนึ่ง เขา​ได้​กิน​และ​ดื่ม แล้วก็​นอน​ต่อ

7 ทูตสวรรค์​ของ​พระยาห์เวห์​กลับ​มา​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง และ​มา​แตะ​ตัว​เขา​และ​พูด​ว่า “ลุก​ขึ้น​มา​กิน​เถิด เพราะ​ไม่อย่างนั้น​เจ้า​จะ​เดินทาง​ไม่ไหว” 8 เขา​จึง​ลุก​ขึ้น​มา​กิน​และ​ดื่ม เมื่อ​เขา​มี​เรี่ยวแรง​ขึ้น​จาก​อาหาร​เหล่านั้น​แล้ว เขา​ก็​เดินทาง​ต่อ​ไป​อีก​สี่สิบ​วัน​สี่สิบ​คืน จน​มา​ถึง​ภูเขา​โฮเรบ​ซึ่ง​เป็น​ภูเขา​ของ​พระเจ้า 9 เขา​เข้าไป​ใน​ถ้ำ​แห่ง​หนึ่ง​และ​ค้างคืน​อยู่​ที่นั่น

พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เขา​ว่า “เอลียาห์ เจ้า​มา​ทำ​อะไร​ที่นี่”

10 เอลียาห์​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​ได้​ทุ่มเท​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ผู้​มี​ฤทธิ์​ทั้งสิ้น​มาตลอด ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย​ปฏิเสธ​ข้อตกลง​ของ​พระองค์ และ​ทำลาย​พวก​แท่นบูชา​ของ​พระองค์ และ​ยัง​ฆ่า​พวก​ผู้พูดแทน​พระองค์​ด้วย​คมดาบ เหลือ​ข้าพเจ้า​เพียง​คนเดียว​เท่านั้น และ​ตอนนี้ พวกเขา​ก็​กำลัง​พยายาม​จะ​ฆ่า​ข้าพเจ้าด้วย”

11 พระยาห์เวห์​พูด​ว่า “ออก​ไป​ข้างนอก​และ​ไป​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์​บน​ภูเขา เพราะ​พระยาห์เวห์​กำลัง​จะ​ผ่าน​ไป”+ 19:11 ออก​ไป​ข้างนอก … ผ่าน​ไป เหตุการณ์นี้​เหมือน​กับ​ตอนที่​พระเจ้า​ปรากฏ​ตัว​แก่​โมเสส ดู​ใน อพยพ 33:12-23 แล้วก็​มี​ลม​พายุ​พัด​มา​อย่าง​แรง​จน​แยก​ภูเขา​ออก​เป็น​สอง​ส่วน​และ​ทำลาย​ก้อนหิน​ต่างๆ​จน​แตก​ละเอียด​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ แต่​พระยาห์เวห์​ไม่​ได้​อยู่​ใน​ลมนั้น หลังจาก​ที่​ลม​พัด​ผ่าน​ไป​แล้ว ก็​เกิด​แผ่นดิน​ไหว​ขึ้น แต่​พระยาห์เวห์​ก็​ไม่​ได้​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ที่​ไหวนั้น 12 หลังจาก​แผ่นดิน​ไหว​แล้ว​ก็​เกิด​ไฟ​ลุกไหม้ แต่​พระยาห์เวห์​ไม่​ได้​อยู่​ใน​ไฟ​เหมือนกัน และ​หลังจาก​ไฟ​ลุกไหม้​แล้ว​ก็​มี​เสียง​กระซิบ+ 19:12 เสียง​กระซิบ หรือ​เสียง​ดัง​แผ่วๆ ที่​นุ่มนวล​เสียง​หนึ่ง​เกิดขึ้น

13 เมื่อ​เอลียาห์​ได้ยิน​เสียงนั้น เขา​ก็​เอา​เสื้อคลุม​ขึ้น​มา​ปิด​หน้า​และ​รีบ​ออก​ไป​ยืน​อยู่​ที่​ปาก​ถ้ำ แล้ว​เสียงนั้น​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “เอลียาห์ เจ้า​มา​ทำ​อะไร​ที่นี่”

14 เขา​ตอบ​ไป​ว่า “ข้าพเจ้า​ได้​ทุ่มเท​ให้​กับ​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น​มาตลอด ชาว​อิสราเอล​ทั้งหลาย​ปฏิเสธ​ข้อตกลง​ของ​พระองค์ และ​ทำลาย​พวก​แท่นบูชา​ของ​พระองค์ และ​ยัง​ฆ่า​พวก​ผู้พูดแทน​พระองค์​ด้วย​คมดาบ เหลือ​ข้าพเจ้า​เพียง​คนเดียว​เท่านั้น และ​ตอนนี้ พวกเขา​ก็​กำลัง​พยายาม​จะ​ฆ่า​ข้าพเจ้า​ด้วย”

15 พระยาห์เวห์​พูด​กับ​เขา​ว่า “กลับ​ไป​ทางเดิม​ที่​เจ้า​มา และ​ไป​ที่​ทะเลทราย​ดามัสกัส เมื่อ​เจ้า​ไป​ถึง​ที่นั่น ให้​แต่งตั้ง​ฮาซาเอล​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เหนืออารัม 16 และ​แต่งตั้ง​เยฮู​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​นิมชี ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล และ​แต่งตั้ง​เอลีชา​ลูกชาย​ของ​ชาฟัท​ชาว​อาเบลเมโฮลาห์​ให้​เป็น​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​สืบต่อ​จาก​เจ้า 17 เยฮู​จะ​ฆ่า​คน​ที่​หลบหนี​จาก​คมดาบ​ของ​ฮาซาเอล และ​เอลีชา​จะ​ฆ่า​คน​ที่​หลบหนี​มา​จาก​คมดาบ​ของ​เยฮู 18 เรา​ยัง​มี​เจ็ดพัน​คน​ใน​อิสราเอล ซึ่ง​เป็น​คน​ที่​ไม่​ยอม​คุกเข่า​ลง​ให้​กับ​พระ​บาอัล และ​ปาก​ของ​พวกเขา​ก็​ไม่ได้​จูบ​มัน​ด้วย”

เอลีชา​มา​เป็น​ผู้พูดแทนพระเจ้า

19 เอลียาห์​จึง​ออก​จาก​ที่นั่น และ​ได้​พบ​เอลีชา​ลูกชาย​ของ​ชาฟัท​กำลัง​ไถนา​ด้วย​วัว​เทียม​แอก​สิบสอง​คู่​และ​ตัว​เขา​เอง​กำลัง​ไถ​อยู่​ที่​คู่​ที่​สิบสอง เอลียาห์​ก็​เข้า​ไปหา​เขา​และ​ทิ้ง​เสื้อคลุม​ของ​เขา​ไป​บน​ตัว​เอลีชา 20 เอลีชา​ก็​เลย​ทิ้ง​วัว​ของ​เขา​และ​วิ่ง​ตาม​เอลียาห์ไป เขา​พูด​ว่า “ให้​ผม​ไป​จูบ​ลา​พ่อแม่​ของ​ผมก่อน แล้ว​ผม​จะ​ไป​กับ​ท่าน”

เอลียาห์​ตอบ​ว่า “กลับ​ไปเถอะ แต่​อย่า​ลืม​เรื่อง​ที่​เรา​ได้​ทำ​กับ​เจ้านะ+ 19:20 กลับ​ไปเถอะ … ทำ​กับ​เจ้านะ หรือ​แปล​ได้​อีก​อย่าง​ว่า “ไป​เถอะ เรา​ไป​ห้าม​เจ้า​ตรง​ไหนหรือ”

21 เอลีชา​ก็​จาก​เขา​ไป แล้ว​กลับ​ไป​เอา​วัว​คู่​นั้น​ที่​ใช้​เทียมแอก​ไป​ฆ่า แล้ว​เอา​แอก​ไป​เป็น​ฟืน​ใช้​ย่างเนื้อ​และ​แจก​จ่าย​เนื้อ​ให้​กับ​ชาวบ้าน​และ​พวกเขา​ก็​กินกัน แล้ว​เอลีชา​ก็​ติดตาม​เอลียาห์ไป และ​เป็น​ผู้ช่วย​ของ​เอลียาห์

20

เบนฮาดัด​ทำ​สงคราม​กับ​อาหับ

1 ใน​ช่วง​นั้น​กษัตริย์​เบนฮาดัด​แห่ง​อารัม​ได้​รวบรวม​กองทัพ​ทั้งหมด​ของ​เขา มี​กษัตริย์​จาก​ที่​อื่นๆ​อีก​สามสิบสอง​องค์​ได้​นำ​กอง​ทหาร​ม้า​และ​รถรบ​ของ​พวกเขา​เข้า​มา​ร่วมด้วย เขา​ได้​ขึ้น​ไป​ล้อม​เมือง​สะมาเรีย​และ​โจมตี​มัน 2 เขา​ส่ง​พวก​ผู้ส่งข่าว​เข้าไป​ใน​เมือง​ไป​หา​กษัตริย์​อาหับ​เพื่อ​บอก​ว่า “นี่​คือ​สิ่ง​ที่​เบนฮาดัด​พูด 3 ‘เงิน​และ​ทอง​ของ​เจ้า​ตก​เป็น​ของ​เราแล้ว และ​พวกเมีย​ที่​สวย​ที่สุด​ของ​เจ้า​และ​ลูกๆ​ของ​เจ้า​ก็​ตก​เป็น​ของ​เราแล้ว’”

4 กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ตอบ​ไป​ว่า “กษัตริย์​เจ้านาย​ของ​เรา เป็น​ไป​ตาม​ที่​ท่าน​พูด ตัวเรา​และ​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​เรา​มี​อยู่​เป็น​ของ​ท่าน”

5 พวก​ผู้ส่งข่าว​กลับ​มา​อีกครั้ง​และ​พูด​ว่า “นี่​คือ​สิ่ง​ที่​เบนฮาดัด​พูด ‘เรา​ส่งข่าว​มา​เพื่อ​สั่ง​ให้​เจ้า​มอบ​เงิน​และ​ทอง รวม​ทั้ง​เมีย​ทั้งหลาย​ของ​เจ้า​และ​ลูกๆ​ของ​เจ้ามา 6 แต่​ใน​วัน​พรุ่งนี้​เวลา​เดียวกันนี้ เรา​จะ​ส่ง​เจ้าหน้าที่​ของ​เรา​มา​ค้น​วัง​ของ​เจ้า​และ​พวกบ้าน​ของ​พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​เจ้า พวกเขา​จะ​ยึด​เอา​ทุกสิ่ง​ทุกอย่าง​ที่​มี​ค่า​ของ​เจ้า​และ​ขน​เอา​มัน​ไป’”

7 กษัตริย์​อิสราเอล​เรียก​พวก​ผู้นำ​ทุกคน​ของ​แผ่นดิน​มา​ประชุม และ​พูด​ว่า “เห็น​หรือ​ไม่​ว่า​ชาย​คนนี้​กำลัง​เอา​ความ​ยุ่งยาก​มา​ให้แล้ว เมื่อ​เขา​ส่ง​คน​มา​ขอ​เมีย​ทั้งหลาย​กับ​ลูกๆ​ของข้า และ​เงินทอง​ของ​ข้า ข้า​ก็​ไม่ได้​ปฏิเสธ​เขาเลย”

8 พวก​ผู้นำ​และ​ประชาชน​ทั้งหมด​ต่าง​ตอบ​ว่า “อย่า​ไป​ฟัง​มัน​หรือ​ทำตาม​คำเรียกร้อง​ของ​มันเลย”

9 เขา​จึง​ตอบ​พวก​ผู้ส่งข่าว​ของ​เบนฮาดัด​ไป​ว่า “ไป​บอก​กับ​กษัตริย์​นาย​ของ​เรา​ว่า ‘คน​รับใช้​ของ​ท่าน​จะ​ทำ​ตาม​ที่​ท่าน​เรียกร้อง​ใน​ครั้งแรก แต่​การ​เรียกร้อง​ใน​ครั้งนี้​เรา​ยอม​ให้​ไม่ได้’”

พวก​เขา​จาก​ไป​และ​เอา​คำตอบนั้น​กลับ​ไป​บอก​กับ​เบนฮาดัด 10 แล้ว​เบนฮาดัด​ก็​ส่งข่าว​มา​อีก​ข่าว​หนึ่ง​ถึง​อาหับ​ว่า “ขอให้​พวก​พระ​ทั้งหลาย​ลงโทษ​เรา​อย่าง​แสนสาหัส หาก​ว่า​เรา​ทิ้ง​ให้​เหลือ​ฝุ่น​ใน​เมือง​สะมาเรีย​พอ​ให้​คน​ของ​เรา​กำ​ได้​คนละ​หนึ่ง​กำ​มือ”

11 กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ตอบ​ไป​ว่า “ไป​บอก​เขา​ว่า ‘คน​ที่​กำลัง​สวม​เสื้อ​เกราะ​ไม่​สมควร​ที่​จะ​คุย​โอ้อวด​อย่าง​กับ​คน​ที่​กำลัง​ถอด​มัน​ออก’”

12 เบนฮาดัด​ได้ยิน​ข้อ​ความนี้​ใน​ขณะ​ที่​เขา​และ​บรรดา​กษัตริย์​กำลัง​ดื่มกัน​อยู่​ใน​เต็นท์​ของ​พวกเขา และ​เขา​ก็​ได้​สั่ง​คน​ของ​เขา​ว่า “เตรียม​โจมตี” พวก​เขา​จึง​เตรียม​เข้า​โจมตี​เมือง

13 ใน​ขณะนั้น​มี​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​คนหนึ่ง​มาหา​กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​และ​ได้​ประกาศ​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ว่า​อย่างนี้ ‘เจ้า​เห็น​กองทัพ​ขนาด​ใหญ่นั้น​หรือเปล่า เรา​จะ​ให้​มัน​ตก​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​เจ้า​ใน​วันนี้​และ​เจ้า​จะ​ได้​รู้​ว่า​เรา​คือ​ยาห์เวห์’”

14 อาหับ​ถาม​ว่า “แต่​ใคร​จะ​เป็น​คน​ทำ​ละ”

ผู้พูดแทน​พระเจ้า​คนนั้น​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ว่า​อย่างนี้ ‘พวก​เจ้าหน้าที่​หนุ่มๆ​ของ​พวก​แม่ทัพ​ตาม​หัวเมือง​จะ​เป็น​คน​ทำ’”

เขา​ถาม​ต่อว่า “แล้ว​ใคร​จะ​เป็น​คน​เริ่ม​รบ​ก่อน”

ผู้พูดแทน​พระเจ้า​คนนั้น​ตอบ​ว่า “ก็ท่าน​ยังไงล่ะ”

15 อาหับ​จึง​เรียก​ตัว​พวก​เจ้าหน้าที่​หนุ่มๆ​ของ​พวก​แม่ทัพ​ตาม​หัวเมือง​มา มี​จำนวน​ทั้งหมด​สองร้อย​สามสิบสอง​คน แล้ว​เขา​ก็​เรียก​ชุมนุม​ชาว​อิสราเอล​ที่​เหลือ​ทั้งหมด​เจ็ดพัน​คน

16 พวกเขา​เริ่ม​เคลื่อน​ทัพ​ออก​ตอน​เที่ยง​ใน​ขณะ​ที่​เบนฮาดัด​และ​กษัตริย์​อีก​สามสิบสอง​คน​ที่​ร่วม​มือ​กับ​เขา​ต่าง​ก็​เมามายกัน​อยู่​ใน​เต็นท์ 17 พวก​เจ้าหน้าที่​หนุ่ม​กลุ่มนั้น​ของ​พวก​แม่ทัพ​ทั้งหลาย ได้​นำ​หน้า​ออก​ไป​ก่อน ขณะนั้น​ผู้ส่งข่าว​ด่วน​ของ​เบนฮาดัด​ได้​มา​รายงาน​เขา​ว่า “มี​คน​มากมาย​กำลัง​มุ่งหน้า​ออก​มาจาก​สะมาเรีย” 18 เบนฮาดัด​จึง​พูด​ว่า “ไม่ว่า​พวก​เขา​ออก​มา​อย่าง​สันติ หรือ​เพื่อ​รบ ก็​ให้​จับ​พวกเขา​มา​เป็นๆ”

19 พวก​เจ้าหน้าที่​หนุ่ม​ของ​พวก​แม่ทัพ​ทั้งหลาย​ต่าง​เดินทัพ​ออก​มา​จาก​เมือง มี​กองทัพ​ตามหลัง​พวกเขา​มา​ด้วย 20 แต่ละคน​ก็​สามารถ​ฆ่า​ศัตรู​ของ​พวกเขา​ลง​ได้ ชาว​อารัม​ต้อง​หลบหนี ชาว​อิสราเอล​เป็น​ฝ่าย​ไล่​ติดตาม แต่​กษัตริย์​เบนฮาดัด​ของ​อารัม​หนี​ขึ้น​บน​หลัง​ม้า​พร้อม​ด้วย​ทหาร​ม้า​ของ​เขา​อีก​จำนวนหนึ่ง 21 กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​บุก​ขึ้น​ไป​และ​เอา​ชนะ​พวก​ทหาร​ม้า​และ​บรรดา​รถรบ​เหล่านั้นได้ และ​ทำให้​เกิด​ความ​เสียหาย​อย่างหนัก​กับ​กองทัพ​ของ​พวกอารัม

22 ต่อมา​ภายหลัง ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ได้​มา​หา​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​และ​พูด​ว่า “ทำ​ให้​กองทัพ​ของ​ท่าน​แข็งแกร่ง​ขึ้น​และ​วางแผน​ให้​ดี เพราะ​ใน​ฤดู​ใบไม้ผลิ​คราวหน้า กษัตริย์​ของ​ชาว​อารัม​จะ​กลับ​มา​โจมตี​ท่าน​อีก​ครั้งหนึ่ง”

เบนฮาดัด​โจม​ตี​อีก​ครั้ง

23 ใน​ขณะนั้น​พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​กษัตริย์​เบนฮาดัด​แนะนำ​กษัตริย์​ว่า “พระ​ทั้งหลาย​ของ​คน​พวกนั้น​คือ​พระเจ้า​แห่ง​เนินเขา นั่น​เป็น​เหตุ​ที่​พวก​มัน​แข็งแกร่ง​เกิน​ไป​สำหรับ​พวกเรา แต่​ถ้า​พวกเรา​ต่อสู้​กับ​พวกมัน​บน​ที่ราบ พวกเรา​จะ​แข็งแกร่ง​กว่า​พวก​มัน​อย่าง​แน่นอน 24 ทำ​อย่างนี้สิ ย้าย​พวกกษัตริย์​ให้​ออกจาก​ตำแหน่ง​แม่ทัพ และ​เอา​เจ้าหน้าที่​คน​อื่น​มา​แทน​พวกเขา

25 ท่าน​ต้อง​เพิ่ม​จำนวน​กองทัพ​ให้​มาก​ขึ้น​ให้​เท่ากับ​ที่​ท่าน​ได้​สูญเสีย​ไป เพิ่ม​ม้า​ให้​กับ​กองทัพ​ม้า เพิ่ม​รถรบ​ให้​กับ​กองทัพ​รถรบ แล้ว​พวกเรา​ก็​จะ​สามารถ​ต่อสู้​กับ​อิสราเอล​บน​ที่ราบได้ แล้ว​เรา​ก็​จะ​ได้เปรียบ​พวกมัน​อย่าง​แน่นอน” เบนฮาดัด​เห็นด้วย​กับ​พวกเขา​และ​ทำ​ตามนั้น

26 ใน​ฤดู​ใบไม้ผลิ​ต่อมา เบนฮาดัด​รวบรวม​ชาว​อารัม​ขึ้น​ใหม่​และ​ขึ้น​ไป​ที่​เมือง​อาเฟก​เพื่อ​ที่​จะ​ต่อสู้​กับ​อิสราเอล

27 เมื่อ​บรรดา​ชาว​อิสราเอล​ได้​รวม​ตัว​กัน​อีก​และ​มี​การ​จัดเตรียม​เสบียง​อาหารไว้ พวกเขา​ก็​เดินทัพ​ออก​ไป​พบ​กับ​กองทัพ​เหล่านั้น ชาว​อิสราเอล​ได้​ตั้งค่าย​อยู่​ฝั่ง​ตรงข้าม​กับ​พวกนั้น​เหมือน​กับ​ฝูง​แพะ​เล็กๆ​สอง​ฝูง ใน​ขณะ​ที่​ชาว​อารัม​ได้​ครอบคลุม​พื้นที่​บริเวณนั้น​ทั้งหมด

28 คน​ของ​พระเจ้า​ขึ้น​มา​และ​บอก​กับ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ไว้​ว่า​อย่างนี้ ‘พวก​ชาว​อารัม​พูด​ดูถูก​ว่า พระยาห์เวห์​คือ​พระ​ของ​เนินเขา​และ​ไม่​ได้​เป็น​พระ​ของ​ที่ราบ อย่างนั้น เรา​จะ​มอบ​กองทัพ​ที่​ยิ่งใหญ่​กองนี้​ให้​ตก​อยู่​ใน​มือ​ของเจ้า​และ​เจ้า​จะได้​รู้​ว่า​เรา​คือ​ยาห์เวห์’”

29 พวกเขา​ตั้งค่าย​เผชิญหน้ากัน​อยู่​เป็น​เวลา​เจ็ด​วัน และ​ใน​วัน​ที่​เจ็ด การรบ​ก็​เริ่มต้น​ขึ้น ชาว​อิสราเอล​ทำลาย​ทหาร​เดินเท้า​ของ​ชาว​อารัม​ได้​ถึง​หนึ่งแสน​คน​ภาย​ใน​วัน​เดียว 30 ส่วน​คน​ที่​เหลือ​หลบหนี​ไป​ที่​เมือง​อาเฟก แต่​กำแพง​เมืองนั้น​ถล่ม​ลง​มา​ทับ​คน​เหล่านั้น​ถึง​สองหมื่น​เจ็ดพัน​คน และ​เบนฮาดัด​ก็​ได้​หลบหนี​ไป​ที่​เมืองนั้น​ด้วย​และ​ซ่อนตัว​อยู่​ใน​ห้อง​ชั้นในสุด 31 พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​เขา​พูด​กับ​เขา​ว่า “ดูสิ พวกเรา​เคย​ได้ยิน​มา​ว่า​พวก​กษัตริย์​ของ​ครอบครัว​อิสราเอลนั้น​มี​ความเมตตา พวกเรา​เอา​ผ้า​กระสอบ​คาด​เอว​และ​เอา​เชือก​พัน​หัว+ 20:31 เอา​ผ้า … พัน​หัว เป็น​การ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พวก​เขา​ยอม​ถ่อมตัว​และ​พวก​เขา​ต้องการ​ยอมจำนน ของ​พวกเรา​และ​เข้า​ไป​หา​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​กัน​เถิด เผื่อ​บางที​เขา​อาจ​จะ​ไว้​ชีวิต​ของ​ท่าน​ก็ได้”

32 พวกเขา​ก็​คาด​ผ้า​กระสอบ​ไว้​ที่​เอว​และ​เอา​เชือก​พัน​หัว​ของ​พวก​เขา​ไว้ และ​พวกเขา​ก็​เข้า​ไป​พบ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​และ​พูด​ว่า “เบนฮาดัด​ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​พูด​ว่า ‘โปรด​ไว้ชีวิต​ข้าพเจ้า​ด้วย​เถิด’”

กษัตริย์​ตอบ​มา​ว่า “เขา​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่หรือ เขา​เป็น​น้องชาย​ของ​เรา+ 20:32 น้องชาย​ของ​เรา คน​ที่​ต้องการ​จะ​ทำ​ข้อตกลง​สงบศึก​ซึ่งกันและกัน​มัก​เรียก​กัน​ว่า​พี่น้อง เหมือน​กับ​ว่า​พวกเขา​ได้​เป็น​คน​ใน​ครอบครัว​เดียวกัน​แล้ว

33 คน​เหล่านั้น​จึง​ถือ​สิ่ง​นี้​เป็น​ลางดี​และ​รีบ​ตอบรับ​คำ​ของ​เขา​โดย​พวกเขา​พูด​ว่า “ใช่แล้ว เบนฮาดัด​น้องชาย​ของ​ท่านเอง”

กษัตริย์​จึง​พูด​ว่า “ไป​นำ​ตัว​เขา​มา” เมื่อ​เบนฮาดัด​ออก​มา อาหับ​ได้​พา​เขา​ขึ้น​ไป​บน​รถรบ​ของ​เขา

34 เบนฮาดัด​ได้​เสนอ​ว่า “เรา​จะ​คืน​เมือง​ต่างๆ​ที่​พ่อ​เรา​ได้​ยึด​มาจาก​พ่อ​ของ​ท่าน ท่าน​อาจ​จะ​จัดตั้ง​เขต​ที่​เป็น​ตลาด​ของ​ท่าน​เอง​ใน​ดามัสกัส​เหมือนกับ​ที่​พ่อ​ของ​เรา​เคย​ทำไว้​ใน​เมือง​สะมาเรีย”

อาหับ​พูด​ว่า “ถ้า​เป็น​อย่างนี้ เรา​จะ​ยอมปล่อย​ท่าน​ให้​เป็น​อิสระ​ตาม​สัญญา​ข้อนี้” เขา​จึง​ทำ​สัญญา​กับ​เบนฮาดัด​และ​ปล่อย​เขา​ให้​เป็น​อิสระ

ผู้พูดแทนพระเจ้า​กล่าวโทษ​อาหับ

35 ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนหนึ่ง พูด​กับ​ผู้พูดแทนพระเจ้า​อีก​คน​หนึ่ง​ว่า “เอา​อาวุธ​ท่าน​ทำร้าย​เราเถิด” เพราะ​เขา​บอก​ว่า​นั่น​เป็น​คำสั่ง​ของ​พระยาห์เวห์ แต่​ชาย​คนนั้น​ไม่​ยอม​ทำ 36 ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​จึง​พูด​ว่า “ทันที​ที่​ท่าน​ไป​จาก​เรา สิงโต​ตัวหนึ่ง​จะ​ฆ่า​ท่าน เพราะ​ท่าน​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​พระยาห์เวห์” หลังจาก​ที่​ชาย​คนนั้น​ไป​แล้ว สิงโต​ตัวหนึ่ง​มา​พบ​เขา​และ​ฆ่า​เขาตาย

37 ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ได้​พบ​ชาย​อีก​คน​และ​พูด​ว่า “ช่วย​ทุบตี​เรา​ด้วย​เถิด” ชาย​คนนั้น​จึง​ทุบตี​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​และ​เขา​ได้รับ​บาดเจ็บ 38 แล้ว​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ก็​ไป​ยืน​อยู่​ที่​ข้าง​ถนน​เพื่อ​คอย​กษัตริย์ เขา​ปลอม​ตัว​ด้วย​การ​เอา​ผ้า​พัน​หัว​ลง​มา​จน​ถึง​ลูก​ตา​ของ​เขา 39 เมื่อ​กษัตริย์​เดินทาง​ผ่าน​มา ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​เรียก​กษัตริย์​ไว้​และ​พูด​ว่า “ผู้รับใช้​ของ​ท่าน​ได้​ไป​อยู่​ท่ามกลาง​สนามรบ​และ​มี​คน​หนึ่ง​จับ​เชลย​มา​ได้ และ​พูด​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘ให้​เฝ้า​คน​คนนี้​เอา​ไว้​ให้​ดี ถ้า​เขา​หาย​ไป เจ้า​ต้อง​ชดใช้​ด้วย​ชีวิต​ของ​เจ้า หรือ​ไม่​เจ้า​ก็​ต้อง​จ่าย​เงิน​หนึ่ง​ตะลันต์+ 20:39 หนึ่ง​ตะลันต์ หรือ 34.5 กิโลกรัม40 ใน​ขณะ​ที่​ข้าพเจ้า​ผู้รับใช้​ท่าน​กำลัง​วุ่นวาย​อยู่​นั่นเอง ชาย​คนนั้น​ก็​ได้​หายตัว​ไป”

กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ตอบ​ว่า “นั่นแหล่ะ​จะ​เป็น​โทษ​ของ​เจ้า เจ้าเอง​ก็​ได้​ประกาศ​คำตัดสิน​ออก​มา​แล้ว”

41 แล้ว​ผู้พูดแทนพระเจ้า​คนนั้น​ก็​แกะ​ผ้า​ปิด​หัว​ออก​จาก​ตา​ของ​เขา​อย่าง​รวดเร็ว และ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ก็​จำ​เขา​ได้​ว่า​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวกผู้พูดแทนพระเจ้า 42 เขา​พูด​กับ​กษัตริย์​ว่า “พระยาห์เวห์​พูด​ไว้​อย่างนี้ ‘เจ้า​ปล่อย​คนหนึ่ง​ที่​เรา​กำหนด​ให้​ตาย อย่างนั้น เจ้า​ต้อง​ชดใช้​ชีวิต​ของ​เจ้า​แทน​ชีวิต​ของ​เขา และ​ชดใช้​ชีวิต​ของ​ประชาชน​ของ​เจ้า​แทน​ชีวิต​ประชาชน​ของ​เขา’”

43 กษัตริย์​ก็​ขุ่นเคือง​และ​โกรธ และ​เดินทาง​กลับ​วัง​ใน​เมือง​สะมาเรีย

21

สวนองุ่น​ของ​นาโบท

1 ต่อมา เกิด​เหตุการณ์​หนึ่ง​ขึ้น เป็น​เรื่อง​เกี่ยวกับ​สวนองุ่น​ของ​นาโบท​ชาว​ยิสเรเอล ไร่องุ่น​ของ​เขา​อยู่​ใน​ยิสเรเอล​ใกล้กับ​วัง​ของ​กษัตริย์​อาหับ​แห่ง​สะมาเรีย 2 กษัตริย์​อาหับ​พูด​กับ​นาโบท​ว่า “มอบ​ไร่องุ่น​ของ​เจ้า​ให้​กับ​เรา​เถิด เรา​จะ​ได้​เอา​ไป​ปลูก​ผัก เพราะ​มัน​อยู่​ใกล้​กับ​วัง​ของ​เรา แล้ว​เรา​จะ​ให้​สวนองุ่น​ที่​ดี​กว่า​นี้​กับ​เจ้า​เป็น​การ​แลกเปลี่ยน หรือ​ถ้า​เจ้า​ต้องการ เรา​ก็​จะ​จ่าย​ให้​เจ้า​ตาม​มูลค่า​ของ​สวนนั้น”

3 แต่​นาโบท​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​ห้าม​ไม่ให้​ข้าพเจ้า​ยก​มรดก​ของ​บรรพบุรุษ​ให้​กับ​ท่าน”

4 อาหับ​จึง​กลับ​บ้าน​ไป​ด้วย​ความ​ขุ่นเคือง​และ​โกรธ​เพราะ​นาโบท​ชาว​ยิสเรเอล​ได้​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​ยก​มรดก​ของ​บรรพบุรุษ​ให้​กับ​ท่าน” เขา​นอน​อยู่​บน​เตียง ไม่​ยอม​พูดจา​หรือ​กิน​อาหารเลย

5 เยเซเบล​เมีย​ของ​เขา​เข้า​มา​และ​ถาม​เขา​ว่า “ทำไม​ท่าน​จึง​ว้าวุ่น​อย่างนี้ ทำไม​ท่าน​จึง​ไม่​ยอม​กิน​อาหาร”

6 เขา​ตอบ​นาง​ว่า “เพราะ​เรา​ได้​ไป​พูด​กับ​นาโบท​ชาว​ยิสเรเอล​ว่า ‘ขาย​สวนองุ่น​ของ​เจ้า​ให้​กับ​เราเถิด หรือ​ถ้า​เจ้า​ต้องการ เรา​จะ​ให้​สวนองุ่น​อื่น​กับ​เจ้า​แทน’ แต่​เขา​กลับ​ตอบ​มา​ว่า ‘ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​มอบ​สวนองุ่น​ของ​ข้าพเจ้า​ให้​กับ​ท่าน’”

7 เยเซเบล​เมีย​ของ​เขา​พูด​ว่า “ท่าน​ทำตัว​แบบนี้​หรือ นี่หรือ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล ลุกขึ้น​และ​ไป​กิน​อาหารเถิด ทำ​ตัวให้​ร่าเริง​เข้าไว้ ข้าพเจ้า​จะ​ไป​จัดการ​เอา​สวนองุ่น​นั้น​มา​ให้​ท่านเอง”

8 นาง​จึง​เขียน​จดหมาย​ขึ้น​หลาย​ฉบับ แล้ว​เอา​ตรา​ที่​มี​ชื่อ​ของ​กษัตริย์​อาหับ ประทับ​ลง​ไป​บน​จดหมาย​เหล่านั้น แล้ว​ส่ง​ไป​ให้​ผู้ใหญ่​และ​ผู้นำ​แต่ละคน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เดียว​กับ​นาโบท 9 ใน​จดหมาย​เหล่านั้น​เขียน​ว่า

“ประกาศ​ให้​มี​พิธี​ถือศีล​อดอาหาร​ขึ้น​หนึ่ง​วัน และ​จัด​ที่​นั่ง​ให้​นาโบท​อยู่​ใน​จุด​ที่​สำคัญ​ท่ามกลาง​ประชาชน​ทั้งหมด 10 แต่​จัด​อันธพาลไว้​สองคน​ให้​นั่ง​ฝั่ง​ตรง​ข้าม​เขา​และ​ให้​พวกเขา​กล่าวหา​ว่า​นาโบท​สาปแช่ง​พระเจ้า​และ​กษัตริย์ แล้ว​นำ​ตัว​เขา​ออก​ไป และ​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย”

11 พวก​ผู้ใหญ่​และ​ผู้นำ​ที่​อาศัย​อยู่​เมือง​เดียว​กับ​นาโบท จึง​ทำตาม​จดหมาย​ที่​นาง​เยเซเบล​ได้​เขียน​ส่ง​มา​ให้​กับ​พวกเขา 12 พวกเขา​ได้​ประกาศ​ให้​มี​พิธี​ถือศีล​อดอาหาร​ขึ้น​หนึ่ง​วัน และ​ได้​จัด​ที่นั่ง​ให้​นาโบท​อยู่​ใน​จุด​ที่​เด่น​ท่ามกลาง​ประชาชน 13 แล้ว​ก็​มี​อันธพาล​สองคน​มา​นั่ง​อยู่​ฝั่ง​ตรงข้าม​กับ​เขา​และ​นำ​ข้อ​กล่าวหา​นาโบท​มา​บอก​ต่อหน้า​ประชาชน พวกเขา​พูด​ว่า “นาโบท​ได้​สาปแช่ง​พระเจ้า​และ​กษัตริย์” พวกเขา​จึง​นำ​ตัว​นาโบท​ออก​ไป​นอก​เมือง​และ​ขว้าง​ก้อนหิน​ใส่​เขา​จน​ตาย 14 แล้ว​พวกเขา​ก็​ส่งข่าว​มา​ถึง​เยเซเบล​ว่า “นาโบท​ถูก​หิน​ขว้าง​จน​ตาย​แล้ว”

15 ทันที​ที่​เยเซเบล​ได้ยิน​ว่า​นาโบท​ถูก​หิน​ขว้าง​ตาย นาง​ก็​พูด​กับ​อาหับ​ว่า “ลุกขึ้น ไป​ยึดครอง​สวนองุ่น​ของ​นาโบท​ชาว​ยิสเรเอล​ที่​ตอนนั้น​ไม่​ยอม​ขาย​ให้​ท่าน เขา​ไม่​มี​ชีวิตแล้ว เขา​ตายแล้ว” 16 เมื่อ​อาหับ​ได้ยิน​ว่า​นาโบทตาย​แล้ว เขา​จึง​ลุกขึ้น​และ​ลง​ไป​ยึด​สวนองุ่น​ของ​นาโบท

17 แล้ว​พระยาห์เวห์​ก็​พูด​กับ​เอลียาห์​ชาว​เมือง​ทิชบี​ว่า 18 “ไป​พบ​กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​ที่​ปกครอง​อยู่​ใน​เมือง​สะมาเรีย ตอนนี้​เขา​อยู่​ใน​สวนองุ่น​ของ​นาโบท​ที่​เขา​เข้า​ไป​ยึด​เป็น​เจ้าของ 19 ไป​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘พระยาห์เวห์​พูด​ไว้​อย่างนี้​ว่า เจ้า​ฆ่า​นาโบท​และ​ยึด​เอา​สมบัติ​ของ​เขา​มา’ แล้ว​ให้​พูด​กับ​เขา​อีก​ว่า ‘พระยาห์เวห์​พูด​ไว้​อย่างนี้​ว่า ตรง​ที่​หมา​ได้​เลีย​เลือด​ของ​นาโบท หมา​จะ​เลีย​เลือด​ของ​เจ้าด้วย ใช่แล้ว เลือด​ของ​เจ้านั่นแหละ’”

20 กษัตริย์​อาหับ​พูด​กับ​เอลียาห์​ว่า “ไอ้ศัตรู ใน​ที่​สุด เจ้า​ก็​หา​เรา​จน​เจอนะ”

เอลียาห์​ตอบ​กลับ​ไป​ว่า “ข้าพเจ้า​เจอท่าน​แล้ว เพราะ​ท่าน​ได้​ขายตัว​ไป​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ 21 พระยาห์เวห์​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​นำ​ความหายนะ​มา​สู่เจ้า เรา​จะ​ฆ่าเจ้า และ​เรา​จะ​ตัด​พวก​ลูกหลาน​ผู้ชาย​ของ​เจ้า​ทิ้งไป​ไม่​ให้​เหลือ​สักคน​ใน​อิสราเอล ไม่ว่า​จะ​เป็น​ทาส​หรือ​ไม่​เป็นทาส 22 เรา​จะ​ทำ​ให้​ครอบครัว​ของ​เจ้า​เป็น​เหมือน​กับ​ครอบครัว​ของ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท และ​เหมือน​กับ​ครอบครัว​ของ​บาอาชา​ลูกชาย​ของ​อาหิยาห์ เพราะ​เจ้า​ได้​ยั่ว​เรา​ให้​โกรธ​และ​เป็น​ต้นเหตุ​ให้​อิสราเอล​พลอย​ทำ​บาป​ไปด้วย’ 23 ส่วน​นาง​เยเซเบล พระยาห์เวห์​ได้​พูด​ไว้​ว่า ‘พวก​หมา​จะ​มา​รุมทึ้ง​นาง​เยเซเบล​ที่​ข้าง​กำแพง​เมือง​ยิสเรเอล’ 24 พวกหมา​จะ​กิน​คน​ของ​อาหับ​ที่​ตาย​อยู่​ใน​เมือง และ​พวก​อีแร้ง​บน​ท้องฟ้า​จะ​กิน​คน​ที่​ตาย​อยู่​ใน​ชนบท”

25 (ยัง​ไม่​เคย​มี​ใคร​ที่​เป็น​เหมือน​อาหับ​ที่​ขายตัวเอง ไป​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ ตาม​ที่​นาง​เยเซเบล​เมีย​ของ​เขา​ยุ​ให้​เขาทำ 26 เขา​ทำ​สิ่ง​ที่​น่า​สะอิดสะเอียน​ที่สุด ด้วย​การ​ไป​กราบไหว้​พวก​รูป​เคารพ เหมือน​กับ​ที่​พวก​ชาว​อาโมไรต์​เคยทำ ที่​พระยาห์เวห์​ได้​ขับไล่​ออก​ไป​ต่อหน้า​ชาว​อิสราเอล)

27 เมื่อ​อาหับ​ได้ยิน​คำพูด​เหล่านี้ เขา​ก็​ฉีก​เสื้อผ้า​ของ​เขา ใส่​เสื้อ​กระสอบ​และ​อดอาหาร เขา​ใส่​เสื้อ​กระสอบนั้น​นอน​และ​เดิน​ไปมา​อย่าง​เศร้าซึม

28 แล้ว​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ก็​มา​ถึง​เอลียาห์​ชาว​เมือง​ทิชบี​ว่า 29 “เจ้า​เห็น​ไหม​ว่า​อาหับ​ได้​ถ่อมตัว​ลง​ต่อหน้า​เรา เรา​ก็​จะ​ไม่​นำ​ความหายนะ​มา​ให้​เขา​ใน​วันนี้​เพราะ​เขา​ได้​ถ่อมตัว​ลง แต่​เรา​จะ​ให้​มัน​เกิดขึ้น​กับ​ครอบครัว​ของ​เขา​ใน​ยุค​ของ​ลูกชาย​ของเขา”

22

มีคายาห์​ตักเตือน​กษัตริย์​อาหับ

(2 พศด. 18:2-27)

1 ชาว​อารัม​กับ​ชาว​อิสราเอล​ไม่​ได้​ทำ​สงคราม​กัน​เป็น​เวลา​สามปี 2 แต่​ใน​ปี​ที่​สาม กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ของ​ยูดาห์​ได้​ไป​พบ​กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล

3 กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​พูด​กับ​พวก​ข้าราชการ​ของ​เขา​ว่า “พวก​ท่าน​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​เมือง​ราโมท-กิเลอาด​เป็น​ของ​พวก​เรา แต่​พวก​เรา​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​เลย​ที่​จะ​ยึด​มัน​คืน​มา​จาก​กษัตริย์​ของ​ชาว​อารัม” 4 แล้ว​เขา​ก็​ถาม​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ว่า “ท่าน​จะ​ไป​ช่วย​เรา​สู้​รบ​กับ​ชาว​อารัม​ที่​เมือง​ราโมท-กิเลอาด​ไหม”

เยโฮชาฟัท​ตอบ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​ไป​ว่า “ท่าน​กับ​เรา​ก็​เป็น​เหมือน​คนๆ​เดียวกัน ทหาร​ของ​เรา​ก็​เป็น​เหมือน​ทหาร​ของ​ท่าน พวก​ม้า​ของ​เรา​ก็​เป็น​เหมือน​ม้า​ของ​ท่าน 5 แต่​ให้​เรา​ไป​ขอ​คำ​ปรึกษา​จาก​พระยาห์เวห์​ก่อน”

6 กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​จึง​เรียก​พวก​ผู้พูดแทนพระเจ้า​ประมาณ​สี่​ร้อยคน​มา และ​ถาม​พวก​เขา​ว่า “เรา​ควร​จะ​ไป​สู้รบ​กับ​ชาว​อารัม​ที่​เมือง​ราโมท-กิเลอาด​หรือไม่”

พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ไป​เถิด เพราะ​พระยาห์เวห์​จะ​ให้​มัน​ตก​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​ท่าน”

7 แต่​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ถาม​ว่า “ยัง​มี​คน​อื่น​ที่​เป็น​ผู้พูดแทน​พระยาห์เวห์​อยู่​ที่​นี่​หรือเปล่า ที่​เรา​จะ​สอบถาม​เขา​ได้”

8 กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​ตอบ​เยโฮชาฟัท​ว่า “ยัง​มี​อีก​คน​หนึ่ง​ที่​พวก​เรา​สามารถ​ไป​ขอ​คำ​ปรึกษา​จาก​พระยาห์เวห์​ผ่านทาง​เขา​ได้ แต่​เรา​เกลียด​เขา เพราะ​เขา​ไม่​เคย​ทำนาย​สิ่ง​ดีๆ​เกี่ยวกับ​เรา​เลย มี​แต่​สิ่ง​เลวร้าย​ทั้งนั้น เขา​คือ​มีคายาห์​ลูกชาย​ของ​อิมลาห์”

เยโฮชาฟัท​ตอบ​ว่า “กษัตริย์​ไม่​ควร​พูด​อย่างนั้น”

9 กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​จึง​เรียก​เจ้าหน้าที่​ของ​เขา​มา​คนหนึ่ง​และ​พูด​ว่า “เร็วเข้า ไป​พา​มีคายาห์​ลูกชาย​ของ​อิมลาห์​มา​ที่นี่”

10 กษัตริย์​อาหับ​แห่ง​อิสราเอล​และ​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​แห่ง​ยูดาห์ แต่งตัว​ด้วย​ชุด​กษัตริย์​เต็มยศ กำลัง​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​ของ​พวก​เขา​ที่​ลานนวดข้าว ตรง​ทางเข้า​ประตู​เมือง​สะมาเรีย พร้อมกับ​พวก​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​ทุกคน​ที่​อยู่​ต่อหน้า​พวกเขา ที่​กำลัง​อ้าง​ว่า​พูดแทน​พระเจ้า​อยู่ 11 ขณะนั้น ผู้พูดแทน​พระเจ้า​คนหนึ่ง ชื่อ​เศเดคียาห์​ลูกชาย​เคนาอะนาห์​ได้​เอา​เหล็ก​ทำ​เป็น​เขา​สัตว์+ 22:11 เขา​สัตว์ หมายถึง​พละ​กำลัง ความ​แข็ง​แกร่ง เขา​ประกาศ​ว่า “นี่คือ​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​พูด ‘พวกเจ้า​จะ​ใช้​เขา​สัตว์​เหล็กนี้​แทง​พวก​อารัม จน​กว่า​พวกนั้น​จะ​ถูก​ทำลาย​จน​หมด’” 12 ผู้พูดแทน​พระเจ้า​ทั้งหมด​ต่างก็​ทำนาย​ใน​สิ่ง​เดียวกัน พวก​เขา​พูด​ว่า “ขึ้น​ไป​ที่​ราโมท-กิเลอาด​และ​ได้รับ​ชัยชนะเถิด เพราะ​พระยาห์เวห์​จะ​ให้​มัน​ตก​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​กษัตริย์”

13 คน​ส่งข่าว​ที่​ส่ง​ไป​เรียก​ตัว​มีคายาห์​พูด​กับ​เขา​ว่า “ดูสิ ผู้พูดแทน​พระเจ้า​คน​อื่นๆ​กำลัง​ทำนาย​ความ​สำเร็จ​ของ​กษัตริย์​อยู่ ขอ​ให้​คำพูด​ของ​ท่าน​เหมือน​กับ​คำพูด​ของ​พวก​เขา​และ​พูด​แต่​สิ่ง​ดีๆ​ด้วย​เถิด”

14 แต่​มีคายาห์​ตอบ​ไป​ว่า “พระยาห์เวห์​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้น​เลย​ว่า เรา​จะ​พูด​แต่​สิ่ง​ที่​พระยาห์เวห์​บอก​เรา​เท่านั้น”

15 เมื่อ​มีคายาห์​มา​ถึง กษัตริย์​ถาม​เขา​ว่า “มีคายาห์ พวกเรา​ควร​จะ​ขึ้นไป​รบ​กับ​ชาวอารัม​ที่​ราโมท-กิเลอาด​หรือเปล่า”

เขา​ตอบ​ว่า “ไป​รบ​เถิด แล้ว​จะ​ได้รับ​ชัยชนะ​กลับ​มา เพราะ​พระยาห์เวห์​จะ​ให้​มัน​ตก​อยู่​ใน​กำมือ​ของ​กษัตริย์”

16 กษัตริย์​พูด​กับ​เขา​ว่า “เรา​ให้​เจ้า​สาบาน​ไม่​รู้​กี่​ครั้งแล้ว ว่า​ให้​เจ้า​พูด​แต่​ความจริง​กับ​เรา ใน​นาม​ของ​พระยาห์เวห์”

17 มีคายาห์​จึง​ตอบ​ว่า “เรา​เห็น​อิสราเอล​ทั้งหมด​กระจัด​กระจาย​อยู่​ตาม​เนินเขา​เหมือน​กับ​แกะ​ที่​ไม่​มี​คนเลี้ยง และ​พระยาห์เวห์​พูด​ว่า ‘ประชาชน​เหล่านี้​ไม่​มี​ผู้นำ​แล้ว ปล่อย​ให้​พวกเขา​กลับ​ไป​บ้าน​อย่าง​สันติเถิด’”

18 กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​บอก​กับ​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ว่า “เห็นไหม เรา​บอก​ท่าน​แล้ว ว่า​เขา​ไม่​เคย​ทำนาย​สิ่งดีๆ​เกี่ยวกับ​เราเลย มี​แต่​คำ​ทำนาย​ที่​ร้ายๆ​เสมอ”

19 มีคายาห์​พูด​ต่อ​ไป​ว่า “ฟัง​คำ​ของ​พระยาห์เวห์​ให้​ดี ข้าพเจ้า​เห็น​พระยาห์เวห์​นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​พร้อม​กับ​กองทัพ​สวรรค์​ทั้งหมด​ที่​ยืน​อยู่​รอบๆ​พระองค์​ทั้ง​ด้านขวา​และ​ด้านซ้าย​ของ​พระองค์ 20 และ​พระยาห์เวห์​พูด​ว่า ‘ใคร​จะ​ล่อลวง​อาหับ​ให้​ไป​โจม​ตี​ชาว​อารัม​ที่​ราโมท-กิเลอาด​และ​ไป​ตาย​ที่นั่น​ได้​บ้าง’ ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​แนะนำ​อย่างหนึ่ง และ​อีก​องค์​หนึ่ง​ก็​แนะนำ​อีก​อย่างหนึ่ง 21 ใน​ที่สุด​วิญญาณ​องค์​หนึ่ง​ก็​ก้าว​ออก​มา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​พระยาห์เวห์ และ​พูด​ว่า ‘ข้าพเจ้า​จะ​ไป​ล่อลวง​เขาเอง’ 22 พระยาห์เวห์​ถาม​เขา​ว่า ‘ด้วย​วิธี​ไหน​หรือ’ เขา​ตอบ​ว่า ‘เรา​จะ​ออก​ไป​และ​ไป​เป็น​วิญญาณ​ที่​หลอกลวง​อยู่​ที่​ปาก​ของ​พวกผู้พูดแทน​พระเจ้า​ทั้งหมด​ของ​เขา’ พระยาห์เวห์​ตอบ​ว่า ‘เจ้า​จะ​ล่อลวง​เขา​ได้​สำเร็จ​แน่ ไป​ลงมือเถิด’

23 ดังนั้น ใน​ตอนนี้​พระยาห์เวห์​ได้​มา​วาง​วิญญาณ​ที่​หลอกลวง​อยู่​ที่​ปาก​ของ​ผู้พูดแทน​พระเจ้า​ทั้งหมด​นี้แล้ว พระยาห์เวห์​ได้​สั่ง​ให้​เรื่อง​ร้ายๆ​เกิดขึ้น​กับ​ท่านแล้ว”

24 แล้ว​เศเดคียาห์​ผู้พูดแทนพระเจ้า ลูกชาย​ของ​เคนาอะนาห์ เข้ามา​ตบหน้า​มีคายาห์ เขา​ถาม​ว่า “จะ​เป็น​ไป​ได้​ยังไง ที่​พระวิญญาณ​ที่​มา​จาก​พระยาห์เวห์​จะ​จาก​ข้า​ไป เพื่อ​ไป​พูด​ผ่านแก”

25 มีคายาห์​ตอบ​ว่า “ท่าน​จะ​รู้เอง​ใน​วัน​ที่​ท่าน​ไป​หลบ​ซ่อนตัว​อยู่​ใน​ห้อง​ด้าน​ในสุด”

26 กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​ได้​สั่ง​ไป​ว่า “จับ​ตัว​มีคายาห์​ส่ง​กลับ​ไป​ให้​กับ​อาโมน​เจ้าเมือง​และ​โยอาช​ลูกชาย​ของเรา 27 และ​บอก​กับ​พวกเขา​ว่า ‘กษัตริย์​สั่ง​ว่า ให้​เอา​ตัว​เจ้า​หมอนี่​ไป​ขังไว้​ใน​คุก​และ​อย่า​ให้​อะไร​กับ​มัน นอกจาก​ขนมปัง​และ​น้ำ จน​กว่า​เรา​จะ​กลับ​มา​อย่าง​ปลอดภัย’”

28 มีคายาห์​ประกาศ​ไป​ว่า “ประชาชน​ทั้งหลาย ฟัง​ให้ดี ถ้า​อาหับ​กลับ​มา​อย่าง​ปลอดภัย ก็​แสดง​ว่า​พระยาห์เวห์​ไม่ได้​พูด​ผ่านเรา”

กษัตริย์​อาหับ​พ่ายแพ้​และ​ตาย

(2 พศด. 18:28-34)

29 กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​และ​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ของ​ยูดาห์​จึง​ยก​ขึ้น​ไป​สู้รบ​กับ​ชาว​อารัม​ที่​เมือง​ราโมท-กิเลอาด 30 กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​พูด​กับ​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ว่า “เรา​จะ​ปลอมตัว​เข้า​ไป​รบ แต่​ท่าน​สวม​เสื้อ​กษัตริย์​ของ​ท่าน” กษัตริย์​อาหับ​ของ​อิสราเอล​จึง​ปลอมตัว​เป็น​ทหาร​ธรรมดา​และ​เข้า​ไป​สู้รบ

31 ใน​ขณะนั้น​กษัตริย์​ของ​ชาว​อารัม​สั่ง​พวก​ผู้​บัญชาการ​กองทัพ​รถรบ​ทั้ง​สามสิบสอง​คัน​ของเขา​ว่า “อย่า​ไล่​ตาม​ใครไป ไม่​ว่า​จะ​เล็ก​หรือ​ใหญ่ ยกเว้น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​เท่านั้น” 32 เมื่อ​พวก​ผู้​บัญชาการ​กองทัพ​รถรบ​เห็น​เยโฮชาฟัท พวก​เขา​พูด​ว่า “เขา​ต้อง​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​แน่ๆ” พวก​เขา​จึง​ได้​หัน​ไป​สู้​กับ​เยโฮชาฟัท แต่​เมื่อ​เยโอชาฟัท​ร้อง​ออก​มา 33 พวก​ผู้​บัญชาการ​กองทัพ​รถรบ​จึง​รู้​ว่า​เขา​ไม่ใช่​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล จึง​หยุด​ไล่ตาม​เขา​ไป 34 แต่​มี​คน​หนึ่ง​โก่ง​คัน​ธนู​ของ​เขา​ยิง​ออก​ไป​แบบ​สุ่มๆ ลูกธนู​ไป​ถูก​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล​เข้า​ตรง​ช่อง​ว่าง​ของ​เสื้อ​เกราะ กษัตริย์​บอก​กับ​คน​ขับ​รถรบ​ของ​เขา​ว่า “กลับ​รถ​ไป​และ​พา​เรา​ออก​จาก​สนาม​รบ เรา​ได้รับ​บาดเจ็บ”

35 การ​ต่อสู้นั้น​ดุเดือด​และ​กิน​เวลา​ยาวนาน กษัตริย์​ยืน​พิง​อยู่​ใน​รถรบ​และ​เผชิญหน้า​กับ​ชาว​อารัม เลือด​ของ​เขา​ไหล​จาก​บาดแผล​ลง​ที่​พื้น​รถรบ และ​ใน​ตอน​เย็น​วันนั้นเอง​เขา​ก็ตาย 36 เมื่อ​อาทิตย์​กำลัง​จะ​ตก​ดิน ก็​มี​เสียง​ร้อง​ไป​ทั่ว​กองทัพ​ว่า “ให้​ทุก​คน​กลับ​เข้า​เมือง​ของ​ตัวเอง ทุกคน​กลับ​สู่​แผ่นดิน​ของ​ตัวเอง​ให้​หมด”

37 กษัตริย์​อาหับ​จึง​ตายไป​และ​ถูก​นำ​ศพ​มา​ที่​เมือง​สะมาเรีย และ​พวก​เขา​ก็​ฝังศพ​เขา​ไว้​ที่​นั่น 38 พวกเขา​ล้าง​รถรบ​ใน​สระ​น้ำ​ใน​เมือง​สะมาเรีย (เป็น​ที่​ที่​พวก​โสเภณี​ใช้​อาบน้ำ​กัน) และ​ก็​มี​หมา​หลาย​ตัว​มา​เลีย​เลือด​ของ​เขา​ซึ่ง​เป็น​ไป​ตาม​คำพูด​ของ​พระยาห์เวห์​ที่​เคย​ประกาศไว้

39 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​สมัย​ของ​กษัตริย์​อาหับ รวมทั้ง​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​เขา​ได้ทำไป วัง​ที่​เขา​ได้​สร้าง​และ​ฝัง​งา​ช้างไว้ และ​เมือง​ต่างๆ​ที่​เขา​สร้างขึ้น​เป็น​ป้อม ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่งอิสราเอล 40 กษัตริย์​อาหับ​ตาย​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา และ​อาหัสยาห์​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบต่อ​จากเขา

กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​แห่ง​ยูดาห์

(2 พศด. 20:31-21:1)

41 เยโฮชาฟัท​ลูกชาย​ของ​อาสา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ของ​ยูดาห์ ตรง​กับ​ปี​ที่สี่​ที่​กษัตริย์​อาหับ​ปกครอง​อิสราเอล 42 เยโฮชาฟัท​มี​อายุ​สามสิบห้า​ปี​เมื่อ​เขา​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์ และ​เขา​ครอง​บัลลังก์​อยู่​เหนือ​เยรูซาเล็ม​เป็น​เวลา​ยี่สิบห้า​ปี แม่​ของ​เขา​มี​ชื่อ​ว่า​อาซูบาห์​เป็น​ลูกสาว​ของ​ชิลหิ 43 เขา​เดิน​ตาม​รอย​ของ​อาสา​พ่อ​ของ​เขา และ​ไม่​ได้​หัน​ไป​จาก​ทางนั้น​เลย เขา​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ แต่​พวก​สถานที่​นมัสการ​ต่างๆ​ก็​ไม่​ได้​ถูก​รื้อทิ้ง และ​ประชาชน​ก็​ยัง​คง​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา และ​เผา​เครื่อง​หอม อยู่​ที่นั่น

44 กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ทำ​สัญญา​ไมตรี​กับ​กษัตริย์​ของ​อิสราเอลด้วย 45 ส่วน​เหตุการณ์​อื่นๆ​ใน​สมัย​ของ​เยโฮชาฟัท รวมถึง​อำนาจ​ของ​เขา และ​ความ​กล้าหาญ​ใน​การ​สู้รบ​ของ​เขา ได้​จดบันทึก​ไว้​แล้ว​ใน​หนังสือ​ประวัติ​ของ​บรรดา​กษัตริย์​แห่งยูดาห์ 46 เขา​กำจัด​พวก​ผู้ชาย​ขายตัว​ที่​อยู่​ตาม​ศาลเจ้า พวก​ที่​ยัง​หลงเหลือ​อยู่​จาก​สมัย​ของ​อาสา​พ่อ​ของเขา ให้​หมด​ไป​จาก​แผ่นดิน

47 ใน​สมัยนั้น​เอโดม​ไม่​มี​กษัตริย์​ปกครอง มี​แต่​ผู้ว่า​ราชการ​ที่​กษัตริย์​ยูดาห์​เลือก​มา​ให้​ปกครอง​เท่านั้น

กองทัพ​เรือ​ของ​เยโฮชาฟัท

48 ใน​เวลานั้น​เยโฮชาฟัท​สร้าง​เรือ​กำปั่น​สินค้า​ขึ้น เพื่อ​ไป​ขน​ทองคำ​มา​จาก​เมือง​โอฟีร์ แต่​พวก​มัน​ก็​ไป​ไม่​ถึง​เพราะ​ไป​แตก​ที่​เมือง​เอซีโอน-เกเบอร์​เสียก่อน 49 แล้ว​กษัตริย์​อาหัสยาห์​ลูกชาย​ของ​กษัตริย์​อาหับ​ได้​เสนอ​ความ​ช่วยเหลือ​กับ​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​ว่า “ให้​คน​ของ​เรา​แล่น​เรือ​ไป​กับ​คน​ของ​ท่านสิ”+ 22:49 ให้​คน​ของ​เรา​แล่น​เรือ​ไป​กับ​คน​ของ​ท่านสิ เยโฮชาฟัท​ควบคุม​ท่าเรือ​เอซีโอน-เกเบอร์​ซึ่ง​เป็น​ทาง​เข้า​เพียง​ทางเดียว​ของ​อิสราเอล​ที่​จะ​ไป​สู่​ทะเล​แดง​และ​ชายฝั่ง​ของ​อัฟริกา คาบสมุทรอาราเบีย​และ​แนว​ชาย​ฝั่ง​ที่​ไป​ถึง​อ่าว​เปอร์เชีย​และ​อินเดีย อาหัสยาห์​คิด​ว่า​เขา​น่า​จะ​สามารถ​ควบคุม​พื้นที่​แถบนั้น​ได้​โดย​การ​เข้า​ไป​ช่วย​เยโฮชาฟัท แต่​เยโฮชาฟัท​ปฏิเสธ

50 เยโฮชาฟัท​ล่วงลับ​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​และ​ถูก​ฝัง​อยู่​กับ​พวก​เขา​ใน​เมือง​ของ​ดาวิด ที่​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​เขา และ​เยโฮรัม​ลูกชาย​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​สืบต่อ​จากเขา

กษัตริย์​อาหัสยาห์​แห่ง​อิสราเอล

51 อาหัสยาห์​ลูกชาย​ของ​อาหับ​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล​ใน​เมือง​สะมาเรีย ตรง​กับ​ปี​ที่​สิบเจ็ด​ของ​กษัตริย์​เยโฮชาฟัท​แห่ง​ยูดาห์ และ​อาหัสยาห์​ปกครอง​อยู่​เหนือ​อิสราเอล​เป็น​เวลา​สองปี 52 เขา​ทำ​ความชั่ว​ใน​สายตา​ของ​พระยาห์เวห์ เพราะ​เขา​เดินตาม​รอย​พ่อ​แม่​ของ​เขา​และ​ตาม​รอย​ของ​เยโรโบอัม​ลูกชาย​ของ​เนบัท ผู้​เป็น​ต้นเหตุ​ทำ​ให้​อิสราเอล​พลอย​หลง​ไป​ทำบาป 53 อาหัสยาห์​ไป​รับใช้​และ​กราบไหว้​บูชา​พระ​บาอัล เป็น​การ​ยั่ว​ให้​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอลโกรธ เหมือน​กับ​ที่​พ่อ​ของ​เขา​เคย​ทำมา