1 พงศาวดาร
คำนำ
หนังสือ 1 และ 2 พงศาวดาร เริ่มแรกเป็นหนังสือเล่มเดียวกัน เล่าถึงประวัติของชนชาติอิสราเอล หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจกับชาวยูดาห์หลังจากที่กลับมาจากการเป็นเชลยในบาบิโลนและมาอาศัยอยู่ในแผ่นดินของตนเองอีกครั้งหนึ่ง ข้อความในหนังสือเล่มนี้มีหลายตอนที่เหมือนกับหนังสือ 1 และ 2 ซามูเอล และ 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์ แต่หนังสือเล่มนี้เน้นถึงความสำคัญของวิหารและระบบนักบวช ส่วนใหญ่พูดถึงข้อดีของกษัตริย์ดาวิดมากกว่าข้อเสีย ตอนหลังเน้นแต่อาณาจักรฝ่ายใต้และแทบจะไม่พูดถึงอาณาจักรฝ่ายเหนือเลย
1 พงศาวดาร
บทที่ 1-9 พูดถึงเชื้อสายของอิสราเอล ไล่ลงมาตั้งแต่อาดัม มนุษย์คนแรกของโลก จนถึงสมัยที่พวกเขากลับมาจากการเป็นเชลยในบาบิโลน
บทที่ 10-29 พูดถึงการตายของกษัตริย์เซาโลกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล และพูดถึงกษัตริย์ดาวิด กษัตริย์องค์ที่สองของอิสราเอล กษัตริย์ดาวิดได้เตรียมสิ่งของต่างๆมากมายสำหรับสร้างวิหารให้กับพระยาห์เวห์ แต่ตัวดาวิดเองไม่ได้สร้าง กลับเป็นซาโลมอนลูกของเขาเป็นคนสร้าง
2 พงศาวดาร
บทที่ 1-9 พูดถึงสติปัญญาและความร่ำรวยของกษัตริย์ซาโลมอน พูดถึงการสร้างวิหารและการอุทิศวิหารให้กับพระยาห์เวห์
บทที่ 10-28 พูดถึงการกบฏของพวกสิบเผ่าของอิสราเอลที่อยู่ทางตอนเหนือ และพูดถึงพวกกษัตริย์ของยูดาห์
บทที่ 29-36:21 พูดถึงการปกครองยูดาห์ของกษัตริย์เฮเซคียาห์ พูดถึงกษัตริย์อัสซีเรียบุกยูดาห์ แต่พระยาห์เวห์ช่วยกู้ยูดาห์จากอัสซีเรีย ต่อมาพูดถึงพวกกษัตริย์ของยูดาห์ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สัตย์ซื่อต่อพระยาห์เวห์ จนในที่สุดพระยาห์เวห์ให้กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนมาบุกทำลายเมืองเยรูซาเล็ม และกวาดต้อนชาวยูดาห์ไปเป็นเชลยที่บาบิโลน
บทที่ 36:22-23 เล่มนี้จบด้วยความหวัง ตอนที่กษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียยอมปล่อยให้คนยูดาห์กลับไปเมืองเยรูซาเล็มเพื่อสร้างวิหารของพระยาห์เวห์ขึ้นมาใหม่
1เชื้อสายของอาดัม
(ปฐม. 5:1-32; 10:1-32; 11:10-32)
1 อาดัม เสท เอโนช
2 เคนัน มาหะลาเลล ยาเรด
3 เอโนค เมธูเสลาห์ ลาเมค โนอาห์
4 ลูกชายของโนอาห์ คือ เชม ฮาม ยาเฟท
เชื้อสายของยาเฟท
(ปฐม. 10:2-4)
5 ลูกชายของยาเฟท คือ โกเมอร์ มาโกก มาดัย ยาวาน ทูบัล เมเชคและทิราส
6 ลูกชายของโกเมอร์ คือ อัชเคนัส ดีฟัท+ 1:6 ดีฟัท หรือ รีฟัท และโทการมาห์
7 ลูกชายของยาวาน คือ เอลีชาห์ ทารชิช คิทธิมและโรดานิม
เชื้อสายของฮาม
(ปฐม. 10:6-8, 13-18)
8 ลูกชายของฮามคือ คูช มิสราอิม+ 1:8 มิสราอิม หรือ อียิปต์ พูตและคานาอัน
9 ลูกชายของคูช คือ เสบา ฮาวิลาห์ สับทา ราอามาและสับเทคา ลูกชายของราอามา คือ เชบาและเดดาน
10 คูชเป็นพ่อของนิมโรด นิมโรดเป็นนักรบที่เกรียงไกรคนแรกในโลก
11 มิสราอิมเป็นต้นตระกูลของชาวลูด ชาวอานามิม ชาวเลหับ ชาวนัฟทูฮิม 12 ชาวปัทรุ ชาวคัสลูห์ (พวกฟีลิสเตียเกิดมาจากคนเผ่านี้) และชาวคัฟโทร์
13 คานาอันเป็นพ่อของไซดอน ลูกชายหัวปี ตามมาด้วยเฮท+ 1:13 เฮท หรือ ฮิทไทต์14 และชาวเยบุส ชาวอาโมไรต์ ชาวเกอร์กาชี 15 ชาวฮีไวต์ ชาวอารคีและชาวสินี 16 ชาวอารวัด ชาวเศเมอร์และชาวฮามัท
เชื้อสายของเชม
(ปฐม. 10:22-29; 11:10-26)
17 ลูกชายของเชมคือ เอลาม อัสชูร อารปัคชาด ลูด พวกลูกชายของอารัมคือ+ 1:17 พวกลูกชายของอารัมคือ คำนี้อยู่ในฉบับฮีบรูหนึ่งฉบับ ฉบับกรีกโบราณบางฉบับ และในปฐมกาล 10:23 ของฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กัน แต่ในข้อนี้ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กันเขียนว่า ลูกชายของเชมคือ เอลาม อัสชูร อารปัคชาด ลูด อารัม อูส ฮูล เกเธอร์และเมเชค อูส ฮูล เกเธอร์และเมเชค
18 อารปัคชาดเป็นพ่อของเชลาห์ และเชลาห์ก็เป็นพ่อของเอเบอร์
19 เอเบอร์มีลูกชายสองคน คนหนึ่งชื่อ เปเลก+ 1:19 เปเลก ชื่อนี้มีความหมายว่า “การแบ่งแยก” (เพราะว่าในช่วงชีวิตของเขา ได้มีการแบ่งดินแดนออกตามภาษาที่แตกต่างกัน) และน้องชายของเขาชื่อว่าโยกทาน 20 โยกทานเป็นพ่อของอัลโมดัด เชเลฟ ฮาซารมาเวท เยราห์ 21 ฮาโดรัม อุซาล ดิคลาห์ 22 เอบาล+ 1:22 เอบาล หรือ “โอบาล” ดูใน ปฐมกาล 10:28 อาบีมาเอล เชบา 23 โอฟีร์ ฮาวิลาห์และโยบับ พวกเขาล้วนเป็นลูกชายของโยกทาน
เชื้อสายของเชม
(ปฐม. 11:10-26)
24 เชม อารปัคชาด เชลาห์ 25 เอเบอร์ เปเลก เรอู 26 เสรุก นาโฮร์ เทราห์ 27 และอับราม (ก็คืออับราฮัม)
เชื้อสายอับราฮัม
(ปฐม. 25:1-4, 12-16)
28 ลูกชายของอับราฮัมคือ อิสอัคและอิชมาเอล
29 และต่อไปนี้ก็คือพวกลูกหลานของพวกเขา
ลูกหลานของนางฮักกากับอับราฮัม
(ปฐม. 25:13-15)
ลูกชายหัวปีของอิชมาเอล คือเนบาโยธ ต่อด้วยเคดาร์ อัดบีเอล มิบสัม 30 มิชมา ดูมาห์ มัสสา ฮาดัด เทมา 31 เยทูร์ นาฟิชและเคเดมาห์ พวกเขาล้วนเป็นลูกชายของอิชมาเอล
ลูกหลานของนางเคทูราห์กับอับราฮัม
(ปฐม. 25:1-4)
32 เคทูราห์เป็นเมียน้อยของอับราฮัม นางได้คลอดลูกชายออกมา มีชื่อดังต่อไปนี้คือ ศิมราน โยกชาน เมดาน มีเดียน อิชบากและชูอาห์
ลูกชายของโยชานคือ เชบาและเดดาน
33 ลูกชายของมีเดียนคือ เอฟาห์ เอเฟอร์ ฮาโนค อาบีดา และเอลดาอาห์
พวกเขาล้วนเป็นลูกหลานของนางเคทูราห์
ลูกหลานของนางซาราห์กับอับราฮัม
34 อับราฮัมเป็นพ่อของอิสอัค ลูกชายของอิสอัคคือ เอซาวและอิสราเอล
ลูกหลานของเอซาว
(ปฐม. 36:10-18)
35 ลูกชายของเอซาว คือ เอลีฟัส เรอูเอล เยอูช ยาลาม และโคราห์
36 ลูกชายของเอลีฟัสคือ เทมาน โอมาห์ เศโฟ+ 1:36 เศโฟ หรือ “เศฟี” กาทาม เคนัส ทิมนาและอามาเลค
37 ลูกชายของเรอูเอล คือ นาหัท เศราห์ ชัมมาห์และมิสซาห์
ลูกหลานของเสอีร์
(ปฐม. 36:20-28)
38 ลูกชายของเสอีร์ คือ โลทาน โชบาล ศิเบโอน อานาห์ ดีโชน เอเซอร์ และดีชาน
39 ลูกชายของโลทาน คือ โฮรีและโฮมัม+ 1:39 โฮมัม หรือ “เฮมาน” ดูใน ปฐมกาล 36:22 และน้องสาวของโลทานคือทิมนา
40 ลูกชายของโชบาลคือ เอลียัน มานาฮาท เอบาล เชฟีและโอนัม
ลูกชายของศิเบโอน คืออัยยาห์และอานาห์
41 ลูกชายของอานาห์ คือ ดีโชน
ลูกชายของดีโชน คือ ฮัมราน เอชบาน อิธรานและเคราน
42 ลูกชายของเอเซอร์ คือ บิลฮาน ศาวานและยาอาคาน
ลูกชายของดีชานคือ อูส และอารัน
พวกกษัตริย์ของเอโดม
(ปฐม. 36:31-43)
43 ต่อไปนี้คือบรรดากษัตริย์ที่ได้ปกครองอยู่ในแผ่นดินของเอโดม ก่อนที่จะมีกษัตริย์ปกครองชาวอิสราเอล
คือ เบลาที่เป็นลูกชายของเบโอร์ เมืองของเขามีชื่อว่าดินฮาบาห์
44 เมื่อเบลาตาย โยบับลูกชายของเศราห์ที่มาจากโบสราห์ก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
45 เมื่อโยบับตาย หุชามที่มาจากแผ่นดินของชาวเทมานก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
46 เมื่อหุชามตาย ฮาดัดลูกชายของเบดัดก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน ฮาดัดเป็นผู้ที่รบชนะชาวมีเดียนในประเทศของพวกโมอับ เมืองของเขามีชื่อว่าอาวีท
47 หลังจากที่ฮาดัดตาย สัมลาห์ที่มาจากมัสเรคาห์ก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
48 เมื่อสัมลาห์ตาย ชาอูลที่มาจากเรโหโบทซึ่งตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำยูเฟรติสก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
49 เมื่อชาอูลตาย บาอัลฮานันลูกชายของอัคโบร์ก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
50 เมื่อบาอัลฮานันตาย ฮาดัดก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน เมืองของเขามีชื่อว่าปาอี+ 1:50 ปาอี หรือ “ปาอู” เมียของเขาชื่อว่าเมเหทาเบล นางเป็นลูกสาวของนางมัทเรด ซึ่งเป็นลูกสาวของเมซาหับ 51 แล้วฮาดัดก็ตาย
พวกหัวหน้าเผ่าของเอโดมคือ ทิมนา อาลียาห์ เยเธท 52 โอโฮลีบามาห์ เอลาห์ ปิโนน 53 เคนัส เทมาน มิบซาร์ 54 มักดีเอล อิราม พวกเขาล้วนเป็นหัวหน้าเผ่าของเอโดม
2ลูกชายของอิสราเอล
1 ต่อไปนี้คือพวกลูกชายของอิสราเอลคือ รูเบน สิเมโอน เลวี ยูดาห์ อิสสาคาร์ เศบูลุน 2 ดาน โยเซฟ เบนยามิน นัฟทาลี กาดและอาเชอร์
เชื้อสายของยูดาห์
3 ลูกชายของยูดาห์ คือ เอร์ โอนันและเชลาห์ ทั้งสามคนนี้มีแม่ชื่อนางบัทชูวา+ 2:3 บัทชูวา ชื่อนี้หมายถึง “ลูกสาวของชูวา” ดูใน ปฐมกาล 38:2 ซึ่งเป็นชาวคานาอัน เอร์ซึ่งเป็นลูกชายหัวปีของยูดาห์นั้นได้ทำความชั่วในสายตาของพระยาห์เวห์ พระองค์จึงฆ่าเขา 4 ส่วนทามาร์ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของยูดาห์ได้คลอดลูกชายชื่อเปเรศและเศราห์ให้กับยูดาห์+ 2:4 ทามาร์ … ยูดาห์ ยูดาห์ได้มีเพศสัมพันธ์กับทามาร์ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของเขาและทำให้นางตั้งท้อง ดูใน ปฐมกาล 38:12-30 ยูดาห์มีลูกชายทั้งหมดห้าคน
5 ลูกชายของเปเรศ คือ เฮสโรนและฮามูล
6 ลูกชายของเศราห์ คือ ศิมรี เอธาน เฮมาน คาลโคล์ และดารา รวมทั้งหมดห้าคน
7 ลูกชายของศิมรี คือ คารมี ลูกชายของคารมีคืออาคาน+ 2:7 อาคาน หรือ “อาคาร์” ดูใน โยชูวา 7:11 อาคานเป็นผู้ที่นำความยากลำบากมาให้กับอิสราเอล เมื่อเขาไม่ซื่อสัตย์ เขาแอบยักยอกของที่ต้องเผาอุทิศให้กับพระยาห์เวห์ เอาไว้เอง
8 ลูกชายของเอธานคืออาซาริยาห์
9 ลูกชายของเฮสโรนที่เกิดจากเขา คือ เยราเมเอล ราม และเคลุบัย+ 2:9 เคลุบัย หรือ “คาเลบ”
เชื้อสายของราม
10 รามเป็นพ่อของอัมมีนาดับ อัมมีนาดับเป็นพ่อของนาโชนซึ่งเป็นผู้นำของประชาชนชาวยูดาห์ 11 นาโชนเป็นพ่อของสัลมา สัลมาเป็นพ่อของโบอาส 12 โบอาสเป็นพ่อของโอเบด โอเบดเป็นพ่อของเจสซี 13 เจสซีเป็นพ่อของเอลีอับ ลูกชายหัวปีของเขา ลูกชายคนที่สองคืออาบีนาดับ และคนที่สามคือชิเมอา 14 ลูกชายคนที่สี่คือเนธันเอล คนที่ห้าคือรัดดัย 15 คนที่หกคือโอเซม คนที่เจ็ดคือดาวิด 16 และพี่สาวของพวกเขาคือนางเศรุยาห์ และอาบีกัล ลูกชายของนางเศรุยาห์ คือ อาบีชัย โยอาบและอาสาเฮล รวมทั้งหมดสามคน 17 นางอาบีกัลมีลูกคืออามาสาและพ่อของอามาสาคือเยเธอร์ เป็นชาวอิชมาเอล
เชื้อสายของคาเลบ
18 คาเลบลูกชายของเฮสโรน มีลูกสาวกับนางอาซูบาห์เมียของเขา คือนางเยรีโอท+ 2:18 ข้อนี้มาจากสำเนาแปลโบราณในภาษาซีเรียโบราณ และในภาษาลาติน แต่อาจจะแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า คาเล็บมีลูกกับอาซุบาห์เมียของเขาและกับนางเยรีโอท พวกลูกชายของนางเยรีโอท คือ เยเชอร์ โชบับและอารโดน 19 เมื่อนางอาซูบาห์ตาย คาเลบได้แต่งงานกับนางเอฟราธาห์และนางก็ได้คลอดลูกชายชื่อเฮอร์ 20 เฮอร์เป็นพ่อของอุรีและอุรีก็เป็นพ่อของเบซาเลล
21 ต่อมา เฮสโรนได้ไปมีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวของมาคีร์ มาคีร์เป็นพ่อของกิเลอาด+ 2:21 พ่อของกิเลอาด ในบางครั้ง พวกเขาจะเรียกผู้ก่อตั้งเมืองหรือประเทศว่า “พ่อ” (เฮสโรนได้แต่งงานกับนางเมื่อเขามีอายุได้หกสิบปี) นางได้คลอดลูกชายชื่อว่าเสกุบให้กับเขา 22 เสกุบเป็นพ่อของยาอีร์ ยาอีร์ได้ครอบครองเมืองถึงยี่สิบสามเมืองอยู่ในแผ่นดินกิเลอาด 23 แต่เกชูร์และอารัมได้เข้ามายึดหมู่บ้านต่างๆของยาอีร์ และเมืองเคนาทกับหมู่บ้านต่างๆของมัน รวมทั้งหมดถึงหกสิบหมู่บ้าน เมืองต่างๆเหล่านี้เป็นของพวกลูกชายของมาคีร์พ่อของกิเลอาด
24 ภายหลังจากที่เฮสโรนตาย คาเลบได้ไปมีเพศสัมพันธ์กับนางเอฟราธาห์ (เมียของเฮสโรนคือนางอาบียาห์) และนางเอฟราธาร์ได้คลอดลูกชายชื่ออัชฮูร์ให้กับเขา อัชฮูร์คือผู้ก่อตั้งเทโคอา
เชื้อสายของเยราเมเอล
25 เฮสโรนมีลูกชายหัวปีคือเยราเมเอล เยราเมเอลมีลูกชายหัวปีคือ ราม ต่อจากรามคือ บุนาห์ โอเรน โอเซม และอาหิยาห์ 26 เยราเมเอลมีเมียอีกคนหนึ่งชื่ออาทาราห์ นางเป็นแม่ของโอนัม
27 ราม ลูกชายหัวปีของเยราเมเอล มีลูกชายคือมาอัส ยามีนและเอเคอร์
28 ลูกชายของโอนัมคือ ชัมมัยและยาดา ลูกชายของชัมมัยคือนาดับและอาบีชูร์
29 เมียของอาบีชูร์มีชื่อว่าอาบีฮาอิล นางคลอดลูกชายให้เขาสองคนคือ อัคบานและโมลิด
30 ลูกชายของนาดับคือ เสเลดและอัปปาอิม เสเลดตายไปโดยไม่มีลูก
31 ลูกชายของอัปปาอิมคือ อิชอี ลูกชายของอิชอีคือเชชัน และลูกชายของเชชันคืออัคลัย
32 ลูกชายของยาดา ที่เป็นน้องชายของชัมมัย คือ เยเธอร์และโยนาธาน เยเธอร์ตายไปโดยไม่มีลูก
33 ลูกชายของโยนาธานคือ เปเลทและศาซา คนเหล่านี้คือลูกหลานของเยราเมเอล
34 เชชันไม่มีลูกชาย เขามีแต่ลูกสาว เขามีทาสชาวอียิปต์คนหนึ่งชื่อยารฮา 35 เชชันจึงได้ยกลูกสาวของเขาให้เป็นเมียของยารฮาซึ่งเป็นทาสของเขา และนางก็คลอดลูกชายชื่อว่าอัททัย
36 อัททัยเป็นพ่อของนาธัน และนาธันก็เป็นพ่อของศาบาด 37 ศาบาดเป็นพ่อของเอฟลาล และเอฟลาลเป็นพ่อของโอเบด 38 โอเบดเป็นพ่อของเยฮู และเยฮูเป็นพ่อของอาซาริยาห์ 39 อาซาริยาห์เป็นพ่อของเฮเลส และเฮเลสเป็นพ่อของเอเลอาสาห์ 40 เอเลอาสาห์เป็นพ่อของสิสะมัย และสิสะมัยเป็นพ่อของชัลลูม 41 ชัลลูมเป็นพ่อของเยคามิยาห์ และเยคามิยาห์เป็นพ่อของเอลีชามา
เชื้อสายของคาเลบ
42 พวกลูกชายของคาเลบน้องชายของเยราเมเอล คือเมชาห์บุตรหัวปี ผู้ที่ได้ก่อตั้งเมืองศีฟ และมาเรชาห์ลูกชายคนที่สองที่ได้ก่อตั้งเมืองเฮโบรน
43 ลูกชายของเฮโบรน คือ โคราห์ ทัปปูวาห์ เรเคมและเชมา 44 เชมาเป็นพ่อของราฮัม ราฮัม เป็นผู้ก่อตั้งโยรเคอัม เรเคมเป็นพ่อของชัมมัย 45 มาโอนเป็นลูกชายของชัมมัย และมาโอนเป็นผู้ก่อตั้งเบธซูร์
46 นางเอฟาห์ซึ่งเป็นเมียน้อยของคาเลบ ได้คลอดลูกชายชื่อ ฮาราน โมซาและกาเซส ฮารานเป็นพ่อของกาเซส
47 ลูกชายของยาห์ดัย คือ เรเกม โยธาม เกชาน เปเลท เอฟาห์และชาอัฟ
48 นางมาอาคาห์ซึ่งเป็นเมียน้อยของคาเลบ ได้คลอดลูกชายชื่อว่าเชเบอร์และทีรหะนาห์ 49 นางมาอาคาห์ยังเป็นแม่ของชาอัฟซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมัดมันนาห์ และนางยังเป็นแม่ของเชวาซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมัคเบนาห์และกิเบอาด้วย ลูกสาวของคาเลบมีชื่อว่าอัคสาห์
50 คนเหล่านี้เป็นลูกหลานของคาเลบ พวกลูกชายของเฮอร์ที่เป็นลูกชายหัวปีของนางเอฟราธาห์ คือโชบาลผู้ก่อตั้งคิริยาทเยอาริม 51 สัลมาผู้ก่อตั้งเบธเลเฮม และฮาเรฟผู้ก่อตั้งเบธกาเดอร์
52 ลูกหลานของโชบาลผู้ก่อตั้งคิริยาท-เยอาริม คือ ฮาโรเอห์ และประชาชนครึ่งหนึ่งของชาวมานาฮาท 53 พวกตระกูลของคิริยาทเยอาริม ประกอบไปด้วย ชาวอิทไรต์ ชาวปุไท ชาวชุมัท ชาวมิชรา คนเหล่านี้ได้มีลูกหลานสืบทอดเป็นชาวโศราห์และชาวเอชทาโอล
54 พวกลูกหลานของสัลมาคือ ชาวเมืองเบธเลเฮม พวกเนโทฟาห์ ชาวเมืองอัทโรทเบธโยอาบ และครึ่งหนึ่งของพวกมานาฮาไทต์ และพวกโศราห์ 55 คนในตระกูลผู้จดบันทึก+ 2:55 ผู้จดบันทึก คนที่ทำหน้าที่จดบันทึกหรือคัดลอกบรรดาหนังสือหรือจดหมาย คนเหล่านี้ได้ใช้เวลาในการเขียนสิ่งต่างๆมากจนกระทั่งกลายเป็นผู้ชำนาญที่รู้ความหมายของตัวหนังสือเป็นอย่างดี ซึ่งอาศัยอยู่ในยาเบสประกอบด้วย ตระกูลทิรา ตระกูลชิเมอีและตระกูลสุคา พวกเขาเป็นชาวเคไนต์ที่สืบทอดมาจากฮัมมัทซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง+ 2:55 ผู้ก่อตั้ง หรือแปลตรงๆคือ “พ่อ” หมายถึงผู้ที่สร้างเมืองขึ้นมา เบธเรคาบ
3ลูกๆของดาวิด
(2 ซมอ. 3:2-5; 5:13-16; 1 พศด. 14:3-7)
1 ต่อไปนี้คือลูกชายของดาวิดที่เกิดในเมืองเฮโบรน
คนแรกคือ อัมโนน มีแม่ชื่อ อาหิโนอัมเป็นชาวยิสเรเอล
คนที่สองคือ ดาเนียล มีแม่ชื่อ อาบีกายิล เป็นชาวคารเมล
2 คนที่สามคืออับซาโลม มีแม่ชื่อ มาอาคาห์ เป็นลูกสาวของกษัตริย์ทัลมัยแห่งเกชูร์
คนที่สี่คืออาโดนียาห์ มีแม่ชื่อฮักกีท
3 คนที่ห้าคือเชฟาทิยาห์ มีแม่ชื่อ อาบีตัล
คนที่หกคือ อิทเรอัม จากเมียของดาวิดที่ชื่อเอกลาห์
4 ลูกชายทั้งหกคนนี้ของดาวิดล้วนเกิดในเมืองเฮโบรน ซึ่งเป็นเมืองที่เขาเป็นกษัตริย์อยู่เป็นเวลาเจ็ดปีกับอีกหกเดือน
ดาวิดครองราชย์อยู่ในเมืองเยรูซาเล็มเป็นเวลาสามสิบสามปี 5 ต่อไปนี้คือลูกชายของดาวิดที่เกิดในเมืองเยรูซาเล็ม
ชิเมอา โชบับ นาธันและซาโลมอน พวกเขาทั้งสี่คนมีแม่ชื่อบัทชูวา+ 3:5 บัทชูวา หรือ “บัทเชบา” นางเป็นลูกสาวของของอัมมีเอล 6 และยังมีอิบฮาร์ เอลีชามา เอลีเฟเลท 7 โนกาห์ เนเฟก ยาเฟีย 8 เอลีชามา เอลียาดาและเอลีเฟเลท รวมทั้งหมดเก้าคน
9 ทั้งเก้าคนนี้คือลูกชายของดาวิด และพวกเขามีพี่สาวชื่อทามาร์+ 3:9 พี่สาวชื่อทามาร์ หรือเป็นลูกสาวของดาวิด ดาวิดยังมีลูกชายคนอื่นๆอีกจากเมียน้อยทั้งหลายของเขา
พวกกษัตริย์ยูดาห์ต่อจากดาวิด
10 ลูกชายของซาโลมอนคือ เรโหโบอัม ลูกชายของเรโหโบอัมคืออาบียาห์ ลูกชายของอาบียาห์คืออาสา ลูกชายของอาสาคือเยโฮชาฟัท 11 ลูกชายของเยโฮชาฟัทคือโยรัม+ 3:11 โยรัม เป็นอีกชื่อหนึ่งของ “ฮาโดรัม” ลูกชายของโยรัมคืออาหัสยาห์ ลูกชายของอาหัสยาห์คือโยอาช 12 ลูกชายของโยอาชคืออามาซิยาห์ ลูกชายของอามาซิยาห์คืออาซาริยาห์ ลูกชายของอาซาริยาห์คือโยธาม 13 ลูกชายของโยธามคืออาหัส ลูกชายของอาหัสคือเฮเซคียาห์ ลูกชายของเฮเซคียาห์คือมนัสเสห์ 14 ลูกชายของมนัสเสห์คืออาโมน ลูกชายของอาโมนคือโยสิยาห์
15 พวกลูกชายของโยสิยาห์ประกอบไปด้วย โยฮานันซึ่งเป็นลูกหัวปี คนที่สองชื่อเยโฮยาคิม คนที่สามชื่อเศเดคียาห์ คนที่สี่ชื่อชัลลูม
16 ลูกชายของเยโฮยาคิมคือ เยโฮยาคีน+ 3:16 เยโฮยาคีน ภาษาฮีบรูในที่นี้เรียกเขาว่า “เยโคนิยาห์” และลูกชายของเยโฮยาคีน คือ เศเดคียาห์+ 3:16 ลูกชายของเยโฮยาคิม … เศเดคียาห์ หรือข้อนี้อาจแปลได้ว่า “เศเดคียาห์ผู้นี้เป็นลูกชายของเยโฮยาคิมและเป็นน้องชายของเยโฮยาคีน” หรือ “เศเดคียาห์ผู้นี้เป็นลูกชายของเยโฮยาคีนและเป็นหลานชายของเยโฮยาคิม”
เชื้อสายของดาวิดในบาบิโลน
17 ต่อไปนี้คือลูกชายของเยโคนิยาห์+ 3:17 เยโคนิยาห์ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า เยโฮยาคีน หลังจากที่เขาถูกจับไปเป็นเชลยในบาบิโลน คือ เชอัลทิเอล 18 มัลคีราม เปดายาห์ เชนาสซาร์ เยคามิยาห์ โฮชามา และเนดาบียาห์
19 ลูกชายของเปดายาห์คือ เศรุบบาเบล และชิเมอี ลูกชายของเศรุบบาเบลคือ เมชุลลาม ฮานันยาห์และน้องสาวของพวกเขาชื่อเชโลมิท 20 เศรุบบาเบลยังมีลูกชายอีกห้าคน คือ ฮาชูบาห์ โอเฮล เบเรคิยาห์ ฮาสาดิยาห์ และยูชับเฮเสด
21 ลูกชายของฮานันยาห์คือ เปลาทิยาห์ที่มีลูกชายชื่อ เยชายาห์+ 3:21 เยชายาห์ หรือ “อิสยาห์” ที่มีลูกชายชื่อเรไฟยาห์ ที่มีลูกชายชื่ออารนัน ที่มีลูกชายชื่อโอบาดียาห์ ที่มีลูกชายชื่อเชคานิยาห์+ 3:21 ลูกชายของฮานันยาห์ … เชคานิยาห์ ในภาษาฮีบรู ประโยคนี้เข้าใจยากมาก
22 ลูกชาย ของเชคานิยาห์คือ เชไมอาห์ ฮัทธัช อิกาล บารียาห์ เนอารียาห์และชาฟัท รวมทั้งหมดหกคน+ 3:22 ข้อนี้อาจจะแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ลูกหลานของเชคานิยาห์คือ เชไมอาห์ลูกชายของเขา กับพวกลูกชายของเชไมอาห์คือฮัทธัช … ชาฟัท รวมทั้งหมดหกคน”
23 ลูกชายของเนอารียาห์ คือ เอลีโอเอนัย ฮีสคียาห์และอัสรีคัม รวมทั้งหมดสามคน
24 ลูกชายของเอลีโอเอนัยคือ โฮดาวิยาห์ เอลียาชีบ เปไลยาห์ อักขูบ โยฮานัน เดไลยาห์และอานานี รวมทั้งหมดเจ็ดคนด้วยกัน
4เชื้อสายของชาวยูดาห์
1 ลูกหลานของยูดาห์คือ
เปเรศลูกของเขา และ ลูกของเปเรศคือเฮสโรน ที่มีลูกชายคือคารมี ที่มีลูกชายคือเฮอร์ที่มีลูกชายคือโชบาล
2 เรอายาห์ที่เป็นลูกชายของโชบาลเป็นพ่อของยาหาท และยาหาทเป็นพ่อของอาหุมัยและลาฮาด ชาวโศราห์สืบเชื้อสายมาจากอาหุมัยและลาฮาด
3 ต่อไปนี้คือพวกลูกชายของเอตาม คือยิสเรเอล อิชมาและอิดบาช พวกเขามีน้องสาวชื่อฮัสเซเลลโพนี
4 เปนูเอลเป็นพ่อของเกโดร์ และเอเซอร์เป็นพ่อของหุชาห์
พวกเขาเป็นลูกชายของเฮอร์ซึ่งเป็นลูกชายหัวปีของนางเอฟราธาห์ผู้ก่อตั้ง+ 4:4 ผู้ก่อตั้ง หรือแปลตรงๆคือ “พ่อ” หมายถึงผู้ที่สร้างเมืองขึ้นมา เมืองเบธเลเฮม
5 อัชฮูร์ พ่อของเทโคอา มีเมียสองคนชื่อเฮลาห์และนาอาราห์ 6 นางนาอาราห์มีลูกชายกับเขาชื่อ อาหุสซาม เฮเฟอร์ เทเมนีและฮาอาหัชทารี พวกเขาเป็นลูกชายของนางนาอาราห์ 7 ลูกชายของนางเฮลาห์คือ เศเรท อิสฮาร์ เอทนาน และโขส 8 โขสเป็นพ่อของอานูบและโศเบบาห์ โขสยังเป็นต้นตระกูลของอาหารเฮล อาหารเฮลเป็นลูกชายของฮารูม
9 ยาเบสเป็นคนที่น่านับถือมากกว่าพี่น้องของเขา ที่แม่ของเขาตั้งชื่อเขาว่ายาเบสนั้น นางบอกว่า “เพราะเราคลอดเขาออกมาด้วยความเจ็บปวด+ 4:9 เจ็บปวด ในภาษาฮีบรูคำที่มีความหมายว่า “เจ็บปวด” จะออกเสียงคล้ายกับชื่อ “ยาเบส”” 10 ยาเบสได้อธิษฐานกับพระเจ้าของอิสราเอลว่า “ขอพระองค์อวยพรข้าพเจ้าด้วยเถิด ขอช่วยขยายเขตแดนของข้าพเจ้าด้วยเถิด ขอพระองค์สถิตกับข้าพเจ้าด้วยเถิด ขอพระองค์ประทานทุ่งหญ้าเพิ่มให้กับข้าพเจ้า โดยไม่ต้องทำให้ใครเดือดร้อนด้วยเถิด”+ 4:10 ขอพระองค์ … เดือดร้อนด้วยเถิด หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ขอพระองค์ปกป้องข้าพเจ้าจากการถูกทำร้าย เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ด้วยเถิด” และพระเจ้าก็ได้ให้สิ่งที่เขาขอ
11 เคลูบเป็นพี่ชายของชูฮาห์และเป็นพ่อของเมหิร์ เมหิร์เป็นพ่อของเอชโทน 12 เอชโทนเป็นพ่อของเบธราฟา ปาเสอาห์และเทหินนาห์ เทหินนาห์เป็นพ่อของอิรนาหาช+ 4:12 เทหินนาห์เป็นพ่อของอิรนาหาช หรือ “เทหินนาห์เป็นผู้ก่อตั้งเมืองนาหาช” คำว่า “อิร” หมายถึง “เมือง” พวกเขาล้วนเป็นคนเมืองเรคาห์
13 ลูกชายของเคนัสคือ โอทนีเอลและเสไรอาห์ ลูกชายของโอทนีเอลคือ ฮาธาทและเมโอโนธัย 14 เมโอโนธัยเป็นพ่อของโอฟราห์
เสไรอาห์เป็นพ่อของโยอาบ โยอาบเป็นผู้ก่อตั้งเกหะราชิม+ 4:14 เกหะราชิม ชื่อนี้หมายถึง “หุบเขาแห่งช่างฝีมือ” ที่เรียกอย่างนี้ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นช่างฝีมือนั่นเอง
15 คาเลบเป็นลูกชายของเยฟุนเนห์ ลูกชายของคาเลบคือ อิรู เอลาห์และนาอัม ลูกชายของเอลาห์คือเคนัส
16 ลูกชายของเยฮาลเลเลลคือ ศีฟ ศิฟาห์ ทิรียาและอาสาเรล
17 ลูกชายของเอสราห์ คือ เยเธอร์ เมเรด เอเฟอร์และยาโลน เยเธอร์เป็นพ่อของ+ 4:17 เยเธอร์เป็นพ่อของ มาจากฉบับสำเนาแปลกรีกโบราณ ส่วนในฉบับฮีบรู เขียนว่า “และนางตั้งท้อง” มิเรียม ชัมมัย และอิชบาห์ อิชบาห์เป็นพ่อของเอชเทโมอา 18 เมเรดมีเมียมาจากอียิปต์ชื่อบิทิยาห์ ที่เป็นลูกสาวของกษัตริย์ฟาโรห์ บิทิยาห์ คลอดลูกชายออกมาชื่อ เยเรด เฮเบอร์ และเยคูธีเอล เยเรดเป็นพ่อของเกโดร์ เฮเบอร์เป็นพ่อของโสโค และเยคูธีเอลเป็นพ่อของศาโนอาห์
19 เมเรดมีเมียอีกคนหนึ่งจากยูดาห์+ 4:19 เมเรดมีเมียอีกคนหนึ่งจากยูดาห์ มาจากฉบับสำเนาแปลกรีกโบราณ ส่วนในสำเนาฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กัน เขียนว่า “เมียของโฮดียาห์” ซึ่งเป็นน้องสาวของนาฮัม พวกลูกชายของหญิงยูดาห์คนนั้น เป็นพ่อของเคอีลาห์ชาวเกเรม และเป็นพ่อของเอชเทโมอาชาวมาอาคาห์ 20 ลูกชายของชิโมนคือ อัมโนน รินนาห์ เบนฮานันและทิโลน ลูกชายของอิชอีคือ โศเหทและเบนโศเหท
21 ลูกหลานของเชลาห์ที่เป็นลูกชายของยูดาห์ คือ เอร์พ่อของเลคาห์ ลาอาดาห์พ่อของมาเรชาห์ รวมทั้งพวกตระกูลของคนที่ทำผ้าลินินที่เบธชัชเบอา 22 โยคิมและคนของเมืองโคเซบา เมืองโยอาช รวมทั้งเมืองสาราฟที่เป็นเจ้าหน้าที่ของโมอับ+ 4:22 เป็นเจ้าหน้าที่ของโมอับ หรือ “ทำงานให้กับพวกโมอับ” หรือ “แต่งงานกับหญิงชาวโมอับ” หรือ “เป็นเจ้าของที่ดินในโมอับ”และได้ย้ายกลับมาที่เบธเลเฮม (เรื่องนี้มาจากบันทึกฉบับที่เก่าแก่มาก) 23 พวกลูกหลานของเชลาห์นี้เป็นช่างปั้นหม้อและอาศัยอยู่ในเมืองเนทาอิมและเกเดราห์ พวกเขาอยู่ที่นั่นเพื่อทำงานให้กับกษัตริย์
เชื้อสายของสิเมโอน
24 ลูกชายของสิเมโอนคือ เนมูเอล ยามีน ยารีบ เศราห์ และชาอูล 25 ลูกชายของชาอูลคือชัลลูม ลูกชายของชัลลูมคือมิบสัม ลูกชายของมิบสัมคือมิชมา
26 ลูกชายของมิชมาคือ ฮัมมูเอล และลูกชายของฮัมมูเอลคือศักเกอร์ ลูกชายของศักเกอร์คือชิเมอี 27 ชิเมอีมีลูกชายสิบหกคนและมีลูกสาวหกคน แต่พี่น้องของเขาไม่มีลูกมากมายเหมือนเขา ดังนั้น ตระกูลของพวกเขาจึงไม่ได้เป็นตระกูลที่มีคนมากนักในยูดาห์
28 ลูกหลานของชิเมอีได้อาศัยอยู่ในเบเออร์เชบา โมลาดาห์ ฮาซารชูอาล 29 บิลฮาห์ เอเซม โทลัด 30 เบธูเอล โฮรมาห์ ศิกลาก 31 เบธมารคาโบท ฮาซารสูสิม เบธบิรี และที่ชาอาราอิม เมืองเหล่านี้เป็นของพวกเขา จนกระทั่งดาวิดได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ 32 หมู่บ้านต่างๆในแถบนั้น ประกอบไปด้วย เอตาม อายิน ริมโมน โทเคนและอาชัน รวมทั้งหมดห้าเมือง 33 ยังมีหมู่บ้านอื่นๆอีกไกลไปจนถึงเมืองบาอัล นี่คือสถานที่ที่พวกเขาได้ไปตั้งรกราก แล้วพวกเขาได้เก็บรักษารายชื่อของบรรพบุรุษไว้
34 นี่คือรายชื่อของผู้นำเผ่าต่างๆคือ เมโชบับ ยัมเลค โยชาห์ คือลูกชายของอามาซิยาห์ 35 โยเอล และเยฮูที่เป็นลูกชายของโยชิบียาห์ที่เป็นลูกชายของเสไรอาห์ที่เป็นลูกชายของอาสิเอล 36 เอลีโอเอนัย ยาอาโคบาห์ เยโชฮายาห์ อาสายาห์ อาดีเอล เยสิมีเอล เบไนยาห์ 37 และศีศาเป็นลูกชายของชิฟีที่เป็นลูกชายของอาโลนที่เป็นลูกชายของเยดายาห์ที่เป็นลูกชายของชิมรีที่เป็นลูกชายของเชไมอาห์ 38 รายชื่อเหล่านั้นเป็นรายชื่อของพวกผู้นำตระกูลต่างๆ
และตระกูลของพวกเขาได้ขยายเพิ่มขึ้นอย่างมาก 39 แล้วพวกเขาได้เดินทางไปยังบริเวณที่อยู่นอกเมืองเกโดร์ไปทางทิศตะวันออกของหุบเขา เพื่อค้นหาทุ่งหญ้าให้กับฝูงสัตว์เลี้ยงของพวกเขา 40 และที่นั่นพวกเขาได้พบทุ่งหญ้าที่ดีและอุดมสมบูรณ์ เป็นแผ่นดินที่กว้างขวาง เงียบสงบสุข ซึ่งพวกเชื้อสายของฮามเคยอยู่มาก่อน 41 ในสมัยของกษัตริย์เฮเซคียาห์ของยูดาห์ พวกที่มีชื่ออยู่ดังกล่าวข้างต้นนั้นได้เข้ามา และได้มาโจมตีพวกฮามและทำลายเต็นท์ของพวกฮามทิ้ง และพวกนี้ก็ยังได้ต่อสู้กับพวกเมอูนิมด้วย และได้ทำลายพวกเมอูนิมจนสิ้นซากอย่างที่เห็นมาจนถึงทุกวันนี้ และพวกนี้ก็ได้ตั้งรกรากอยู่ที่นั่นแทน เพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่มีทุ่งหญ้าให้กับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา
42 มีพวกสิเมโอนประมาณห้าร้อยคนได้ไปที่ภูเขาเสอีร์ โดยมีเปลาทิยาห์ เนอารียาห์ เรไฟยาห์และอุสซีเอล ลูกชายทั้งหลายของอิชอีเป็นผู้นำ 43 พวกเขาได้ทำลายพวกอามาเลคที่ยังหลงเหลืออยู่และหลบหนีอยู่ที่นั่น และชาวสิเมโอนเหล่านั้นก็ได้อาศัยอยู่ที่ภูเขาเสอีร์นั้นมาจนถึงทุกวันนี้
5ลูกหลานของรูเบน
1 บรรดาลูกชายของรูเบน ที่เป็นลูกชายหัวปีของอิสราเอล (รูเบนเป็นลูกชายคนแรก แต่เขาต้องเสียสิทธิ์ลูกชายหัวปีไปให้กับพวกลูกชายของโยเซฟ เพราะเขาไปมีเพศสัมพันธ์กับเมียคนหนึ่งของพ่อเขา โยเซฟเป็นลูกอีกคนหนึ่งของอิสราเอล ชื่อของรูเบนจึงไม่ได้บันทึกอยู่ในบัญชีรายชื่อของลูกชายหัวปี 2 และถึงแม้ว่ายูดาห์จะเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในหมู่พี่น้องทั้งหลาย และผู้นำก็สืบทอดมาจากเขา แต่สิทธิพิเศษของลูกชายหัวปีก็ยังตกเป็นของโยเซฟอยู่ดี) 3 บรรดาลูกชายของรูเบนผู้เป็นลูกชายหัวปีของอิสราเอล คือ
ฮาโนค ปัลลู เฮสโรนและคารมี
4 บรรดาลูกหลานของโยเอลคือ เชไมอาห์ ลูกชายของเชไมอาห์คือโกก ลูกชายของโกกคือชิเมอี 5 ลูกชายของชิเมอีคือมีคาห์ ลูกชายของมีคาห์คือเรอายาห์ ลูกชายของเรอายาห์คือบาอัล 6 ลูกชายของบาอัลคือเบเอราห์ กษัตริย์ทิกลัท-ปิเลเสอร์แห่งอัสซีเรียได้จับเบเอราห์ไปเป็นเชลย เบเอราห์เป็นหัวหน้าเผ่าของชาวรูเบน
7 พวกญาติๆของโยเอลตามตระกูล ได้ถูกจดไว้ในบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขา คือเยอีเอลลูกชายหัวปี ต่อมาก็เศคาริยาห์ 8 และเบลาที่เป็นลูกชายของอาซาสที่เป็นลูกชายของเชมาที่เป็นลูกชายของโยเอล เผ่ารูเบนได้อาศัยอยู่ในอาโรเออร์ ไกลไปถึงเมืองเนโบและบาอัล-เมโอน 9 และทางด้านตะวันออก พวกเขาได้อาศัยอยู่ไกลออกไปถึงบริเวณที่เริ่มทะเลทรายที่อยู่ฝั่งนี้ของแม่น้ำยูเฟรติส เพราะสัตว์เลี้ยงของพวกเขาได้ทวีขึ้นอย่างมากมายในแผ่นดินกิเลอาด 10 และในสมัยของซาอูล พวกเขาได้ทำสงครามกับชาวฮาการ์และได้เอาชนะคนเหล่านั้นได้ แล้วชาวรูเบนก็ได้อาศัยอยู่ในเต็นท์ของพวกฮาการ์ ทั่วแคว้นทางด้านตะวันออกของกิเลอาด
บรรดาลูกหลานของกาด
11 บรรดาลูกหลานของกาดอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ติดกับเผ่ารูเบน ในแผ่นดินของบาชาน ไกลไปจนถึงเมืองสาเลคาห์ 12 ในบาชาน โยเอลเป็นหัวหน้า ชาฟามเป็นรองหัวหน้า และยานัยเป็นผู้พิพากษา 13 และบรรดาญาติๆของพวกเขาซึ่งนับตามตระกูล คือ มีคาเอล เมชุลลาม เชบา โยรัย ยาคาน ศิอาและเอเบอร์ รวมทั้งหมดเจ็ดคน 14 พวกเขาเป็นลูกหลานของอาบีฮาอิล ซึ่งเป็นลูกชายของหุรี ที่เป็นลูกชายของยาโรอาห์ ที่เป็นลูกชายของกิเลอาด ที่เป็นลูกชายของมีคาเอล ที่เป็นลูกชายของเยชิชัย ที่เป็นลูกชายของยาโด ที่เป็นลูกชายของบูส 15 อาหิเป็นลูกชายของอับดีเอล ที่เป็นลูกชายของกูนี อาหิเป็นหัวหน้าของครอบครัวพวกเขา
16 บรรดาลูกหลานของกาดได้อาศัยอยู่ในกิเลอาด ในบาชานและตามหมู่บ้านชานเมืองบาชาน และอยู่ในดินแดนที่เป็นทุ่งหญ้าของชาโรนเรื่อยไปจนสุดเขตแดนของมัน
17 รายชื่อของคนเหล่านี้ทั้งหมดได้ถูกจดไว้ในบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขา ในช่วงยุคสมัยของกษัตริย์โยธามแห่งยูดาห์และช่วงยุคสมัยของกษัตริย์เยโรโบอัมของอิสราเอล
ทหารส่วนหนึ่งที่ชำนาญศึก
18 ชาวรูเบน ชาวกาดและครึ่งหนึ่งของคนเผ่ามนัสเสห์ที่เป็นนักรบที่กล้าหาญ ผู้ถือโล่และดาบ ผู้ที่สามารถใช้ธนู และชำนาญศึก มีจำนวนทั้งสิ้น สี่หมื่นสี่พันเจ็ดร้อยหกสิบคน พร้อมที่จะเข้ารับใช้ในกองทัพ 19 พวกเขาได้ทำสงครามขับเคี่ยวกับชาวฮาการ์ เยทูร์ นาฟิชและโนดับ 20 พวกเขาได้ร้องขอความช่วยเหลือกับพระเจ้าในสนามรบ พระองค์ก็ได้ตอบคำอธิษฐานของพวกเขา เพราะพวกเขาไว้วางใจในพระองค์ พระองค์ยอมให้พวกเขาชนะชาวฮาการ์และพวกที่อยู่กับคนเหล่านั้นด้วย 21 พวกเขาได้เข้ายึดเอาฝูงสัตว์ของคนเหล่านั้นไว้ (มี อูฐห้าหมื่นตัว แกะสองแสนห้าหมื่นตัว ลาสองพันตัว) และจับหนึ่งหมื่นคนไปเป็นเชลย 22 ชาวฮาการ์มากมายถูกฆ่าตายในการสู้รบเพราะว่าชัยชนะในสงครามนี้มาจากพระเจ้า และคนทั้งสองเผ่าครึ่งนั้นก็ได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินของชาวฮาการ์จนถึงสมัยที่ชาวอิสราเอลถูกจับไปเป็นเชลย
23 คนของเผ่ามนัสเสห์ครึ่งหนึ่งก็ได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินแห่งนั้นด้วย ตั้งแต่บาชานเรื่อยไปจนถึงบาอัลเฮอร์โมน เสนีร์ และภูเขาเฮอร์โมน พวกเขามีจำนวนมากมาย
24 ต่อไปนี้คือหัวหน้าของตระกูลต่างๆของพวกเขา คือ เอเฟอร์ อิชอี เอลีเอล อัสรีเอล เยเรมียาห์ โฮดาวิยาห์และยาดีเอล หัวหน้าตระกูลพวกนี้ แข็งแรง กล้าหาญและมีชื่อเสียง 25 แต่พวกเขาได้ทำบาปต่อพระเจ้าของบรรพบุรุษพวกเขา พวกเขาไปนมัสการพระต่างๆของคนในแผ่นดินนั้น ซึ่งเป็นคนที่พระเจ้าได้ทำลายไปแล้วต่อหน้าพวกเขา
26 พระเจ้าของอิสราเอลจึงได้ปลุกเร้าความโกรธของกษัตริย์ปูลแห่งอัสซีเรีย ซึ่งก็คือกษัตริย์ทิกลัท-ปิเลเสอร์แห่งอัสซีเรียนั่นเอง และเขาก็ได้มาสู้รบและได้ขับไล่ชาวรูเบน ชาวกาดและครึ่งหนึ่งของเผ่ามนัสเสห์ออกไปจากแผ่นดิน เขาได้กวาดต้อนคนเหล่านี้ไปที่ฮาลาห์ ฮาโบร์ ฮาราและที่แม่น้ำโกซาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชนเผ่าเหล่านี้ยังคงอาศัยอยู่จนถึงทุกวันนี้
6เหล่าลูกหลานของเลวี
1 บรรดาลูกชายของเลวีคือ เกอร์โชน โคฮาทและเมรารี
2 บรรดาลูกชายของโคฮาทคือ อัมราม อิสฮาร์ เฮโบรนและอุสซีเอล
3 ลูกๆของอัมรามคือ อาโรน โมเสสและมิเรียม
พวกลูกชายของอาโรนคือ นาดับ อาบีฮู เอเลอาซาร์และอิธามาร์ 4 เอเลอาซาร์เป็นพ่อของฟีเนหัส ฟีเนหัสเป็นพ่อของอาบีชูวา 5 อาบีชูวาเป็นพ่อของบุคคี และบุคคีเป็นพ่อของอุสซี 6 อุสซีเป็นพ่อของเศราหิยาห์ เศราหิยาห์เป็นพ่อของเมราโยท 7 เมราโยทเป็นพ่อของอามาริยาห์ อามาริยาห์เป็นพ่อของอาหิทูบ 8 อาหิทูบเป็นพ่อของศาโดก และศาโดกก็เป็นพ่อของอาหิมาอัส 9 อาหิมาอัสเป็นพ่อของอาซาริยาห์ อาซาริยาห์เป็นพ่อของโยฮานัน 10 โยฮานันเป็นพ่อของอาซาริยาห์ (คนผู้นี้ได้เป็นนักบวชรับใช้อยู่ในวิหารที่ซาโลมอนได้สร้างขึ้นในเมืองเยรูซาเล็ม) 11 อาซาริยาห์เป็นพ่อของอามาริยาห์ อามาริยาห์เป็นพ่อของอาหิทูบ 12 อาหิทูบเป็นพ่อของศาโดก และศาโดกก็เป็นพ่อของชัลลูม 13 ชัลลูมเป็นพ่อของฮิลคียาห์ และฮิลคียาห์เป็นพ่อของอาซาริยาห์ 14 อาซาริยาห์เป็นพ่อของเสไรอาห์ ส่วนเสไรอาห์ก็เป็นพ่อของเยโฮซาดัก
15 เยโฮซาดักถูกจับไปเป็นเชลยเมื่อครั้งที่พระยาห์เวห์ได้ขับไล่ยูดาห์และเมืองเยรูซาเล็ม ด้วยน้ำมือของเนบู-คัดเนสซาร์
ลูกหลานของเลวี
16 บรรดาลูกหลานของเลวี คือ เกอร์โชม โคฮาทและเมรารี
17 ต่อไปนี้คือชื่อของลูกๆเกอร์โชน คือ ลิบนีและชิเมอี
18 บรรดาลูกชายของโคฮาทคือ อัมราม อิสฮาร์ เฮโบรนและอุสซีเอล
19 บรรดาลูกชายของเมรารีคือ มาห์ลีและมูชี
ต่อไปนี้จะเป็นเหล่าตระกูลของชาวเลวีซึ่งเรียงตามลำดับรายชื่อของบรรพบุรุษของพวกเขา
20 ลูกชายของเกอร์โชม คือลิบนี ลูกชายของลิบนีคือยาหาท ลูกชายของยาหาทคือศิมมาห์ 21 ลูกชายของศิมมาห์คือโยอาห์ ลูกชายของโยอาห์คืออิดโด ลูกชายของอิดโดคือ เศราห์ ลูกชายของเศราห์คือเยอาเธรัย
22 ต่อไปนี้คือลูกหลานของโคฮาท ลูกชายของโคฮาทคือ อัมมีนาดับ ลูกชายของอัมมีนาดับคือโคราห์ ลูกชายของโคราห์ คือ อัสสีร์ 23 (ลูกชายของโคราห์ คือเอลคานาห์ เอบียาสาฟและอัสสีร์) 24 ลูกชายของอัสสีร์คือทาหัท ลูกชายของทาหัทคืออุรีเอล ลูกชายของอุรีเอลคืออุสซียาห์ ลูกชายของอุสซียาห์คือชาอูล
25 ลูกชายของเอลคานาห์คือ อามาสัยและอาหิโมท 26 ลูกชายของอาหิโมทคือเอลคานาห์ ลูกชายของเอลคานาห์คือโศฟัย ลูกชายของโศฟัยคือนาหัท 27 ลูกชายของนาหัท คือเอลีอับ ลูกชายของเอลีอับคือเยโรฮัม ลูกชายของเยโรฮัมคือเอลคานาห์ ลูกชายของเอลคานาห์คือซามูเอล 28 ลูกชายของซามูเอลคือ โยเอลซึ่งเป็นลูกชายคนแรก คนที่สองคืออาบียาห์
29 ลูกชายของเมรารีคือ มาห์ลี ลูกชายของมาห์ลีคือลิบนี ลูกชายของลิบนีคือชิเมอี ลูกชายของชิเมอีคืออุสซาห์ 30 ลูกชายของอุสซาห์คือชิเมอา ลูกชายของชิเมอา คือฮักกียาห์ ลูกชายของฮักกียาห์คืออาสายาห์
ดาวิดแต่งตั้งนักร้องของวิหาร
31 ต่อไปนี้คือคนที่ดาวิดได้แต่งตั้งให้ดูแลเรื่องการร้องเพลงในวิหารของพระยาห์เวห์ หลังจากที่หีบศักดิ์สิทธิ์ ได้มาอยู่ในเมืองเยรูซาเล็มแล้ว 32 และพวกเขาได้รับใช้ด้วยการร้องเพลงอยู่ต่อหน้าเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ หรือที่เรียกว่าเต็นท์นัดพบ พวกเขารับใช้อยู่จนกระทั่งซาโลมอนได้สร้างวิหารของพระยาห์เวห์ขึ้นในเมืองเยรูซาเล็ม และพวกเขาได้ทำงานรับใช้ตามที่ได้รับมอบหมายมา และตามกฏระเบียบทางพิธีกรรม
33 ต่อไปนี้คือผู้ที่ได้รับใช้ในการนมัสการพร้อมกับลูกหลานของพวกเขา
จากตระกูลโคฮาท คือ เฮมานที่เป็นนักร้อง ที่เป็นลูกชายของโยเอลที่เป็นลูกชายของซามูเอล 34 ที่เป็นลูกชายของเอลคานาห์ ที่เป็นลูกชายของเยโรฮัม ที่เป็นลูกชายของเอลีเอล ที่เป็นลูกชายของโทอาห์ 35 ที่เป็นลูกชายของศูฟ ที่เป็นลูกชายของเอลคานาห์ ที่เป็นลูกชายของมาฮาท ที่เป็นลูกชายของอามาสัย 36 ที่เป็นลูกชายของเอลคานาห์ที่เป็นลูกชายของโยเอล ที่เป็นลูกชายของอาซาริยาห์ ที่เป็นลูกชายของเศฟันยาห์ 37 ที่เป็นลูกชายของทาหัท ที่เป็นลูกชายของอัสสีร์ ที่เป็นลูกชายของเอบียาสาฟ ที่เป็นลูกชายของโคราห์ 38 ที่เป็นลูกชายของอิสฮาร์ ที่เป็นลูกชายของโคฮาท ที่เป็นลูกชายของเลวี ที่เป็นลูกชายของอิสราเอล
39 และเพื่อนร่วมงานของเฮมาน ที่ยืนอยู่ทางขวาของเขาคือ อาสาฟ ลูกชายของเบเรคิยาห์ ที่เป็นลูกชายของชิเมอา 40 ที่เป็นลูกชายของมีคาเอล ที่เป็นลูกชายของบาอาเสยาห์ ที่เป็นลูกชายของมัลคิยาห์ 41 ที่เป็นลูกชายของเอทนี ที่เป็นลูกชายของเศราห์ ที่เป็นลูกชายของอาดายาห์ 42 ที่เป็นลูกชายของเอธาน ที่เป็นลูกชายของศิมมาห์ ที่เป็นลูกชายของชิเมอี 43 ที่เป็นลูกชายของยาหาท ที่เป็นลูกชายของเกอร์โชน+ 6:43 เกอร์โชน หรือ เกอร์โชม ก็เป็นคนเดียวกัน ที่เป็นลูกชายของเลวี
44 และลูกหลานของเมรารี เพื่อนร่วมงานของพวกเขา ที่ยืนอยู่ซ้ายมือ คือลูกหลานของเมรารี ประกอบด้วยเอธานลูกชายของคีชี ที่เป็นลูกชายของอับดี ที่เป็นลูกชายของมัลลูค 45 ที่เป็นลูกชายของฮาชาบิยาห์ ที่เป็นลูกชายของอามาซิยาห์ ที่เป็นลูกชายของฮิลคียาห์ 46 ที่เป็นลูกชายของอัมซี ที่เป็นลูกชายของบานี ที่เป็นลูกชายของเชเมอร์ 47 ที่เป็นลูกชายของมาห์ลี ที่เป็นลูกชายของมูชี ที่เป็นลูกชายของเมรารี ที่เป็นลูกชายของเลวี
48 บรรดาญาติๆของชาวเลวี ได้อุทิศตัวให้กับงานบริการทุกอย่างในเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นบ้านของพระเจ้า 49 แต่อาโรนและบรรดาลูกหลานของเขา ได้ทำหน้าที่เผาสัตว์ทั้งตัวถวายบนแท่นบูชาที่ใช้สำหรับเรื่องนี้ และเผาเครื่องหอมบนแท่นเครื่องหอม รวมทั้งทำงานทุกอย่างภายในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดด้วย และพวกเขาได้กำจัดบาปและความไม่บริสุทธิ์ให้กับชาวอิสราเอล ตามที่โมเสสผู้รับใช้พระเจ้าได้สั่งเอาไว้
พวกลูกหลานของอาโรน
50 ต่อไปนี้คือพวกลูกหลานของอาโรน อาโรนมีลูกชายชื่อเอเลอาซาร์ ที่มีลูกชายชื่อฟีเนหัส ที่มีลูกชายชื่ออาบีชูวา 51 ที่มีลูกชายชื่อบุคคี ที่มีลูกชายชื่ออุสซี ที่มีลูกชายชื่อเศราหิยาห์ 52 ที่มีลูกชายชื่อเมราโยท ที่มีลูกชายชื่ออามาริยาห์ ที่มีลูกชายชื่ออาหิทูบ 53 ที่มีลูกชายชื่อศาโดก ที่มีลูกชายชื่ออาหิมาอัส
ที่พักอาศัยของครอบครัวชาวเลวี
(ยชว. 21:1-42)
54 ต่อไปนี้คือที่พักอาศัยของลูกหลานของอาโรนตามชุมชนของพวกเขา ในเขตแดนของพวกเขา
ตระกูลโคฮาทได้รับส่วนแบ่งส่วนแรกของที่ดินที่ได้มอบให้กับชาวเลวี 55 พวกเขาได้เมืองเฮโบรนที่อยู่ในแผ่นดินของยูดาห์และทุ่งหญ้าโดยรอบ 56 แต่บริเวณท้องทุ่งที่อยู่ไกลออกไปจากเมืองนั้นและพวกหมู่บ้านโดยรอบเป็นของคาเลบลูกชายของเยฟุนเนห์ 57 บรรดาลูกหลานของอาโรนได้รับเมืองสำหรับลี้ภัย+ 6:57 เมืองสำหรับลี้ภัย เป็นเมืองพิเศษที่ชาวอิสราเอลสามารถวิ่งหนีเข้าไปและหลบซ่อนจากความโกรธของบรรดาญาติๆได้ถ้าหากเขาได้ไปฆ่าคนตายโดยไม่ตั้งใจ ดูใน โยชูวา 20:1-9 หลายเมือง เช่น เมืองเฮโบรน ลิบนาห์และทุ่งหญ้ารอบๆ เมืองยาททีร์ เมืองเอชเทโมอาและทุ่งหญ้ารอบๆ 58 เมืองฮีเลนและทุ่งหญ้ารอบๆ เมืองเดบีร์และทุ่งหญ้ารอบๆ 59 เมืองอาชันและทุ่งหญ้ารอบๆ เมืองยุททาห์และทุ่งหญ้ารอบๆ เมืองเบธเชเมชและทุ่งหญ้ารอบๆ 60 แล้วในเขตแดนของเผ่าเบนยามิน พวกชาวเลวีได้รับเมืองกิเบโอนและทุ่งหญ้ารอบๆ เมืองเกบาและทุ่งหญ้ารอบๆ เมืองอาเลเมทและทุ่งหญ้ารอบๆ เมืองอานาโธทและทุ่งหญ้ารอบๆ
ตระกูลโคฮาทได้เมืองไปทั้งหมดสิบสามเมือง
61 และจากการจับสลาก ลูกหลานที่เหลือของโคฮาทก็ได้รับเมืองอีกสิบเมือง มาจากตระกูลทั้งหลายในเผ่าของเอฟราอิม เผ่าดาน และเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า
62 ส่วนตระกูลต่างๆของเกอร์โชมได้รับเมืองสิบสามเมืองจากชนเผ่าอิสสาคาร์ อาเชอร์ นัฟทาลีและคนเผ่ามนัสเสห์ครึ่งหนึ่งที่อยู่ในบาชาน
63 ส่วนตระกูลต่างๆของเมรารี พวกเขาจับสลากได้รับเมืองสิบสองเมือง จากชนเผ่ารูเบน กาดและเศบูลุน
64 ดังนั้น ชาวอิสราเอลทั้งหลายจึงได้มอบเมืองต่างๆเหล่านั้นพร้อมกับทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์มากมายให้แก่ชาวเลวี 65 พวกชาวเลวี ได้รับเมืองทั้งหมดเหล่านั้นมาจากชนเผ่ายูดาห์ สิเมโอนและเบนยามิน จากการจับสลากแบ่งกัน
66 มีตระกูลบางตระกูลในกลุ่มลูกหลานของโคฮาทที่ได้รับเมืองต่างๆมาเป็นเขตแดนของพวกเขา จากชนเผ่าเอฟราอิม 67 พวกเอฟราอิมได้ให้เมืองสำหรับลี้ภัยหลายเมืองแก่พวกเขา เช่น เมืองเชเคมและทุ่งหญ้าโดยรอบในแถบเนินเขาเอฟราอิม เมืองเกเซอร์และทุ่งหญ้ารอบๆ 68 โยกเมอัมและทุ่งหญ้ารอบๆเมืองเบธโฮโรนและทุ่งหญ้ารอบๆ 69 และจากเผ่าดาน เอลเทเค และทุ่งหญ้ารอบๆและกิบเบโทนและทุ่งหญ้ารอบๆ+ 6:69 และจากเผ่าดาน … และทุ่งหญ้ารอบๆ ข้อควานี้คนคัดลอกคงจะทำตกไป ดูเปรียบเทียบได้กับหนังสือโยชูวา 21:23 เมืองอัยยาโลนและทุ่งหญ้ารอบๆเมืองกัทริมโมนและทุ่งหญ้ารอบๆ 70 พวกชาวอิสราเอลยังได้ให้เมืองอาเนอร์และทุ่งหญ้ารอบๆเมืองบิเลอัมและทุ่งหญ้ารอบๆที่เป็นของคนเผ่ามนัสเสห์ครึ่งหนึ่งนั้น ให้กับตระกูลต่างๆที่เป็นลูกหลานของโคฮาทด้วย
ที่พักอาศัยของครอบครัวชาวเลวีอื่นๆ
71 ส่วนลูกหลานของเกอร์โชม ได้รับโกลานที่อยู่ในเมืองบาชานและทุ่งหญ้ารอบๆรวมทั้งอัชทาโรทและทุ่งหญ้ารอบๆมาจากครึ่งหนึ่งของคนเผ่ามนัสเสห์
72 พวกเขาได้รับเคเดชกับทุ่งหญ้ารอบๆดาเบรัทกับทุ่งหญ้ารอบๆ 73 ราโมทกับทุ่งหญ้ารอบๆและอาเนมรวมทั้งทุ่งหญ้ารอบๆจากเผ่าอิสสาคาร์
74 พวกเขาได้มาชาลกับทุ่งหญ้ารอบๆอับโดนกับทุ่งหญ้ารอบๆ หุกอกกับทุ่งหญ้ารอบๆและเรโหบกับทุ่งหญ้ารอบๆจากเผ่าอาเชอร์
76 พวกเขาได้รับเคเดชในกาลิลีกับทุ่งหญ้ารอบๆฮัมโมนกับทุ่งหญ้ารอบๆคิริยาธาอิมกับทุ่งหญ้ารอบๆจากเผ่านัฟทาลี
77 ส่วนพวกลูกหลานของเมรารีที่เหลือ ต่างก็ได้เมืองมาจากชนเผ่าเศบูลุนหลายเมือง คือ ริมโมโนกับทุ่งหญ้ารอบๆทาโบร์กับทุ่งหญ้ารอบๆ
78 แล้วในที่ดินที่อยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ที่อยู่ตรงข้ามกับเมืองเยริโค พวกเขาได้รับเมืองเบเซอร์ในที่แห้งแล้งและทุ่งหญ้ารอบๆยาซาห์กับทุ่งหญ้ารอบๆ เคเดโมทกับทุ่งหญ้ารอบๆรวมทั้งเมฟาอัทกับทุ่งหญ้ารอบๆจากเผ่ารูเบน
80 พวกเขาได้รับเมืองราโมทที่อยู่ในกิเลอาด และทุ่งหญ้ารอบๆมาหะนาอิมกับทุ่งหญ้ารอบๆ เฮชโบนกับทุ่งหญ้ารอบๆและยาเซอร์กับทุ่งหญ้ารอบๆจากชนเผ่ากาด
7พวกลูกหลานของอิสสาคาร์
1 พวกลูกหลานของอิสสาคาร์คือ โทลา ปูอาห์ ยาชูบ และชิมโรน รวมทั้งหมดสี่คน
2 บรรดาลูกชายของโทลาคือ อุสซี เรไฟยาห์ เยรีเอล ยามัย ยิบสัมและเชมูเอล หัวหน้าแต่ละครอบครัวในตระกูลโทลาล้วนเป็นนักรบที่กล้าหาญมาหลายชั่วอายุคน พอมาถึงสมัยของดาวิด พวกเขามีจำนวนคนถึงสองหมื่นสองพันหกร้อยคน
3 บรรดาลูกหลานของอุสซีคืออิสราหิยาห์ ลูกชายของอิสราหิยาห์คือมีคาเอล โอบาดียาห์ โยเอลและอิสชีอาห์ รวมห้าคน พวกเขาทุกคนล้วนแต่เป็นผู้นำ 4 และนอกเหนือจากพวกเขาแล้ว ตามบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขา มีสามหมื่นหกพันคนที่พร้อมจะออกรบได้ ที่พวกเขามีคนมากอย่างนี้ก็เพราะพวกเขามีเมียหลายคนและมีลูกมาก
5 และญาติพี่น้องของพวกเขาจากตระกูลทั้งหลายของเผ่าอิสสาคาร์ ตามบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขา
มีนักรบกล้าหาญทั้งหมดแปดหมื่นเจ็ดพันคน
พวกลูกหลานของเบนยามิน
6 เบนยามินมีลูกชายสามคนคือ เบลา เบเคอร์ และเยดียาเอล
7 เบลามีลูกชายห้าคนคือ เอสโบน อุสซี อุสซีเอล เยรีโมทและอิรี พวกเขาเป็นหัวหน้าครอบครัว ตามบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขา มีนักรบกล้าหาญทั้งหมดสองหมื่นสองพันสามสิบสี่คน 8 พวกลูกชายของเบเคอร์ คือ เศมิราห์ โยอาช เอลีเยเซอร์ เอลีโอเอนัย อมรี เยเรโมท อาบียาห์ อานาโธทและอาเลเมท พวกเขาล้วนเป็นลูกชายของเบเคอร์ 9 ตามบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขา ซึ่งจดบันทึกประชาชนของพวกเขาแต่ละรุ่น แบ่งออกตามชื่อหัวหน้าแต่ละครอบครัว พวกเขามีทหารกล้าทั้งหมดสองหมื่นสองร้อยคน
10 ลูกชายของเยดียาเอลคือ บิลฮาน ลูกชายของบิลฮานคือเยอูช เบนยามิน เอฮูด เคนาอะนาห์ เศธาน ทารชิชและอาหิชาฮาร์ 11 พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นลูกชายของเยดียาเอลและเป็นหัวหน้าครอบครัว พวกเขามีทหารกล้าจำนวนทั้งหมดหนึ่งหมื่นเจ็ดพันสองร้อยคนที่พร้อมออกรบ
12 และชุปปิมกับหุปปิมเป็นลูกชายของเอียร์ หุชิมเป็นลูกชายของอาเฮอร์
พวกลูกหลานของนัฟทาลี
13 บรรดาลูกชายของนัฟทาลีคือ ยาเซเอล กูนี เยเซอร์และชัลลูม
พวกเขาล้วนเป็นลูกชายของนางบิลฮาห์+ 7:13 บิลฮาห์ เป็นเมียน้อยของยาโคบและเป็นแม่ของดานและนัฟทาลี ดูใน ปฐมกาล 30:4-8
พวกลูกหลานของมนัสเสห์
14 พวกลูกชายของมนัสเสห์คือ อัสรีเอล ซึ่งเกิดจากเมียน้อยชาวอารัมของเขา นางได้คลอดมาคีร์ที่เป็นพ่อของกิเลอาด+ 7:14 พ่อของกิเลอาด ในบางครั้ง พวกเขาจะเรียกผู้ก่อตั้งเมืองหรือประเทศว่า “พ่อ”15 และมาคีร์ก็หาเมียให้กับหุปปิมและชุปปิม พี่สาวของมาคีร์ชื่อมาอาคาห์
ลูกชายคนที่สองของเขามีชื่อว่าเศโลเฟหัด เศโลเฟหัดมีแต่ลูกสาว+ 7:15 ข้อ 14-15 ดูเหมือนว่าจะมีคำบางคำตกหายไปในฉบับภาษาฮีบรู16 นางมาอาคาห์ที่เป็นเมียของมาคีร์ได้คลอดลูกชายออกมาและนางได้ตั้งชื่อเขาว่าเปเรช ส่วนน้องชายของเขาชื่อว่าเชเรช และลูกชายของเปเรชก็คืออุลามและราเคม 17 ลูกชายของอุลามคือเบดาน
พวกเขาล้วนเป็นลูกหลานของกิเลอาดที่เป็นลูกชายของมาคีร์ที่เป็นลูกชายของมนัสเสห์ 18 ส่วนฮัมโมเลเคท+ 7:18 ฮัมโมเลเคท หรือ “ผู้หญิงที่ได้ปกครอง” หรือ “ราชินี” น้องสาวของเขาก็มีลูกชื่อ อิชโฮด อาบีเยเซอร์และมาลาห์
19 และลูกชายของเชมิดาคืออาหิยัน เชเคม ลิคฮีและอานียัม
พวกลูกหลานของเอฟราอิม
20 พวกลูกหลานของเอฟราอิมคือ ชูเธลาห์ และลูกชายของชูเธลาห์คือเบเรด ลูกชายของเบเรดคือทาหัท ลูกชายของทาหัทคือเอเลอาดาห์ ลูกชายของเอเลอาดาห์คือทาหัท 21 ลูกชายของทาหัทคือศาบาด ลูกชายของศาบาดคือชูเธลาห์ และลูกชายคนอื่นของเอฟราอิมก็คือเอเซอร์และเอเลอัด
พวกชาวกัทที่เกิดในดินแดนแห่งนั้นได้ฆ่าเอเซอร์และเอเลอัด เพราะสองคนนั้นไปขโมยวัวของพวกเขา 22 เอฟราอิมที่เป็นพ่อของพวกเขาเศร้าโศกอยู่หลายวัน และพี่น้องทั้งหลายของเขาได้มาปลอบโยนเขา 23 แล้วเขาก็ไปมีเพศสัมพันธ์กับเมียของเขาและนางก็ตั้งท้องจนคลอดลูกชายออกมาคนหนึ่ง เขาตั้งชื่อเด็กว่าเบรียาห์+ 7:23 เบรียาห์ คำนี้เหมือนภาษาฮีบรูที่มีความหมายว่า “เลวร้าย” หรือ “เดือดร้อน” เพราะเรื่องเลวร้ายได้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขา 24 ลูกสาวของเอฟราอิมคือเชเอราห์ และนางได้สร้างเบธโฮโรนล่าง เบธโฮโรนบน และเมืองอุสเซนเชเอราห์
25 เรฟาห์เป็นลูกชายของเอฟราอิม เรฟาห์มีลูกชายชื่อเรเชฟ ที่มีลูกชายชื่อเทลาห์ ที่มีลูกชายชื่อทาหาน 26 ที่มีลูกชายชื่อลาดาน ที่มีลูกชายชื่ออัมมีฮูด ที่มีลูกชายชื่อเอลีชามา 27 ที่มีลูกชายชื่อนูน ที่มีลูกชายชื่อโยชูวา
28 ต่อไปนี้คือเมืองต่างๆและที่ดินที่ลูกหลานของเอฟราอิมอาศัยอยู่ คือเบธเอลและตามหมู่บ้านต่างๆของมัน ทางตะวันออกไปสุดที่นาอารัน และทางตะวันตกไปสุดที่เกเซอร์ เชเคมและอัยยาห์ รวมทั้งหมู่บ้านต่างๆของพวกมัน 29 เรื่อยไปตามเมืองต่างๆที่ติดกับเขตแดนของมนัสเสห์ คือเมืองเบธชาน ทาอานาค เมกิดโด และโดร์ พร้อมกับหมู่บ้านต่างๆของเมืองเหล่านั้นในบริเวณนั้น พวกลูกหลานของโยเซฟลูกชายของอิสราเอลได้อาศัยอยู่ตามสถานที่เหล่านี้
พวกลูกหลานของอาเชอร์
30 พวกลูกชายของอาเชอร์คือ อิมนาห์ อิชวาห์ อิชวี เบรียาห์และเสราห์น้องสาวของพวกเขา
31 ลูกชายของเบรียาห์คือ เฮเบอร์และมัลคีเอลที่เป็นพ่อของบิรซาอิธ
32 เฮเบอร์เป็นพ่อของยาเฟล็ท โชเมอร์ โฮธามและชูวาน้องสาวของพวกเขา
33 ลูกชายของยาเฟล็ทคือปาสัค บิมฮาลและอัชวาท พวกเขาล้วนเป็นลูกชายของยาเฟล็ท
34 ลูกชายของเชเมอร์ คือ อาหิ โรกาห์ เยฮุบบาห์+ 7:34 เยฮุบบาห์ หรือ “ฮุบบาห์” และอารัม
35 ลูกชายของเฮเลมที่เป็นน้องชายของโชเมอร์ คือโศฟาห์ อิมนา เชเลชและอามัล
36 ลูกชายของโศฟาห์คือ สุอาห์ ฮารเนเฟอร์ ชูอัล เบรี อิมราห์ 37 เบเซอร์ โฮด ชัมมา ชิลชาห์ อิธรานและเบเอรา
38 ลูกชายของเยเธอร์ คือ เยฟุนเนห์ ปิสปาและอารา
39 ลูกชายของอุลลา คือ อาราห์ ฮันนีเอล และรีเซีย
40 คนเหล่านี้ทั้งหมดล้วนเป็นลูกหลานของอาเชอร์ พวกเขาเป็นผู้นำครอบครัว พวกเขาเป็นสุดยอดคน เป็นนักรบที่กล้าหาญ เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ตามบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขา มีสองหมื่นหกพันคนที่พร้อมจะออกรบ
8เชื้อสายของครอบครัวกษัตริย์ซาอูล
1 เบนยามินเป็นพ่อของเบลา ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกของเขา คนที่สองคืออัชเบล คนที่สามคืออาหะราห์ 2 คนที่สี่คือโนฮาห์ และคนที่ห้าคือราฟา
3 เบลามีลูกชาย คืออัดดาร์ เกรา อาบีฮูด 4 อาบีชูวา นาอามาน อาโหอาห์ 5 เกรา เชฟูฟาน และหุราม
6 ต่อไปนี้คือพวกลูกชายของเอฮูด (พวกเขาล้วนเป็นหัวหน้าครอบครัวของพวกเขาในเมืองเกบา และพวกเขาถูกกวาดต้อนไปที่มานาฮาท) 7 พวกเขามีชื่อว่า นาอามาน อาหิยาห์และเกรา เกราได้กวาดต้อนพวกเขาไป เกราเป็นพ่อของอุสซาห์และอาหิฮูด
8 ภายหลังจากที่ชาหะราอิมได้หย่าขาดจากนางหุชิมและนางบาอาราเมียของเขาแล้ว ชาหะราอิมก็ได้มีลูกชายอีกหลายคนในประเทศของพวกโมอับ 9 เขาได้มีลูกชายกับนางโฮเดชเมียของเขา ลูกๆของเขามีชื่อว่า โยบับ ศิเบีย เมชา มัลคาม 10 เยอูส สาเคีย และมิรมาห์ พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นลูกชายของชาหะราอิมและเป็นผู้นำของครอบครัวด้วย 11 ชาหะราอิมยังได้มีลูกกับนางหุชิม ชื่ออาบิทูบ และ เอลปาอัลด้วย
12 พวกลูกชายของเอลปาอัล คือ เอเบอร์ มิชอัม และเชเมด เชเมดเป็นผู้ที่สร้างเมืองโอโน และเมืองโลดพร้อมกับพวกหมู่บ้านของมัน 13 เบรียาห์และเชมาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเมืองอัยยาโลน พวกเขาได้ขับไล่พวกชาวกัทออกไปจากเมือง
14 พวกพี่น้องของพวกเขายังมี อาหิโย ชาชัก และเยเรโมท 15 เศบาดิยาห์ อาราด เอเดอร์ มีคาเอล อิชปาห์ และโยฮา ล้วนเป็นลูกชายของเบรียาห์ 17 เศบาดิยาห์ เมชุลลาม ฮิสคี เฮเบอร์ อิชเมรัย อิสลิยาห์ และโยบับ ล้วนเป็นลูกชายของเอลปาอัล
19 ยาคิม ศิครี ศับดี เอลีเยนัย ศิลเลธัย เอลีเอล อาดายาห์ เบไรอาห์ และชิมราท ล้วนเป็นลูกชายของชิเมอี
22 อิชปาน เอเบอร์ เอลีเอล 23 อับโดน ศิครี ฮานัน 24 ฮานันยาห์ เอลาม อันโธธียาห์ 25 อิฟเดยาห์และเปนูเอล ล้วนเป็นพวกลูกชายของชาชัก
26 ชัมเชรัย เชหะรียาห์ อาธาลิยาห์ ยาอาเรชียาห์ เอลียาห์และศิครี ล้วนเป็นลูกชายของเยโรฮัม
28 คนเหล่านี้เป็นหัวหน้าครอบครัวของเขา พวกนี้ถูกบันทึกไว้ในฐานะผู้นำในบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขา พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม
29 เยอีเอลซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเมืองกิเบโอนได้อาศัยอยู่ในเมืองนั้น (เมียของเขามีชื่อว่ามาอาคาห์) 30 ลูกชายคนแรกของเขาชื่ออับโดน และตามมาด้วยศูร์ คีช บาอัล เนอร์+ 8:30 เนอร์ มาจากสำเนาฉบับแปลกรีก นาดับ 31 เกโดร์ อาหิโย เศเคอร์ และมิกโลท 32 มิกโลทเป็นพ่อของชิเมอาห์ และพวกเขากับญาติๆก็ได้อาศัยอยู่ใกล้ๆกับพวกพี่น้องของเขาในเมืองเยรูซาเล็ม
33 เนอร์เป็นพ่อของคีช คีชเป็นพ่อของซาอูล และซาอูลก็เป็นพ่อของโยนาธาน มัลคีชูวา อาบีนาดับและเอชบาอัล
34 ลูกชายของโยนาธานคือ เมริบบาอัลซึ่งต่อมาก็เป็นพ่อของมีคาห์
35 พวกลูกชายของมีคาห์คือปิโธน เมเลค ทาเรียและอาหัส
36 อาหัสเป็นพ่อของเยโฮอัดดาห์ เยโฮอัดดาห์เป็นพ่อของอาเลเมท อัสมาเวทและศิมรี ศิมรีเป็นพ่อของโมซา 37 โมซาเป็นพ่อของบิเนอา บิเนอามีลูกชายชื่อราฟาห์ ที่มีลูกชายชื่อเอเลอาสาห์ ที่มีลูกชายชื่ออาเซล
38 อาเซลมีลูกชายหกคนคือ อัสรีคัม โบเครู อิชมาเอล เชอาริยาห์ โอบาดียาห์และฮานัน พวกเขาล้วนเป็นลูกชายของอาเซล
39 ส่วนพวกลูกชายของเอเชกน้องชายของอาเซล คือ อุลามลูกชายคนแรก เยอูชลูกชายคนที่สองและเอลีเฟเลทลูกชายคนที่สาม 40 พวกลูกชายของอุลาม เป็นพวกนักรบที่กล้าหาญที่ใช้ธนูและลูกศรเป็นอาวุธ พวกเขามีลูกชายและหลานชายมากมายถึงหนึ่งร้อยห้าสิบคน
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนเผ่าเบนยามิน
91 ชื่อของชาวอิสราเอลทั้งหมดก็ได้จดไว้ในบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขา ที่ได้บันทึกอยู่ในหนังสือประวัติของบรรดากษัตริย์แห่งอิสราเอล
ประชาชนในเมืองเยรูซาเล็ม
ประชาชนของยูดาห์ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยในบาบิโลน เพราะพวกเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า 2 คนกลุ่มแรกที่ได้กลับมาอาศัยอยู่ในแผ่นดินและเมืองต่างๆของบรรพบุรุษของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง คือชาวอิสราเอลบางคน พวกนักบวช พวกชาวเลวี และพวกผู้รับใช้ในวิหาร
3 ในเมืองเยรูซาเล็ม ก็มีประชาชนบางส่วนที่เป็นชาวยูดาห์ ชาวเบนยามิน ชาวเอฟราอิม และชาวมนัสเสห์อาศัยอยู่ คือ
4 อุธัยลูกชายของอัมมีฮูด ที่เป็นลูกชายของอมรี ที่เป็นลูกชายของอิมรี ที่เป็นลูกชายของบานี บานีเป็นลูกหลานของเปเรศ ที่เป็นลูกชายของยูดาห์
5 พวกคนชิโลห์ คือ อาสายาห์ลูกชายหัวปี และพวกลูกชายของเขา
6 คนที่เป็นลูกหลานของเศราห์ คือ เยอูเอลและญาติๆของเขารวม หกร้อยเก้าสิบคน
7 พวกคนเบนยามิน ที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม คือ สัลลูลูกชายของเมชุลลาม ที่เป็นลูกชายของโฮดาวิยาห์ ที่เป็นลูกชายของหัสเสนูอาห์ 8 อิบเนยาห์ลูกชายของเยโรฮัม เอลาห์ลูกชายของอุสซี ที่เป็นลูกชายของมิครี และเมชุลลามลูกชายของเชฟาทิยาห์ ที่เป็นลูกชายของเรอูเอล ที่เป็นลูกชายของอิบนียาห์ 9 และบรรดาพี่น้องของเขาซึ่งนับได้ตามบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขามีทั้งหมดเก้าร้อยห้าสิบหกคน พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นหัวหน้าของครอบครัวของพวกเขา
10 พวกนักบวช ที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม คือ เยดายาห์ เยโฮยาริบ ยาคีน 11 และอาซาริยาห์ลูกชายของฮิลคียาห์ ที่เป็นลูกชายของเมชุลลาม ที่เป็นลูกชายของศาโดก ที่เป็นลูกชายของเมราโยท ที่เป็นลูกชายของอาหิทูบ อาหิทูบเป็นหัวหน้าดูแลงานอยู่ในวิหารของพระเจ้า 12 ยังมีอาดายาห์ลูกชายของเยโรฮัม ที่เป็นลูกชายของปาชเฮอร์ ที่เป็นลูกชายของมัลคิยาห์ และมาอาสัยลูกชายของอาดีเอล ที่เป็นลูกชายของยาเซราห์ ที่เป็นลูกชายของเมชุลลาม ที่เป็นลูกชายของเมชิลเลมิท ที่เป็นลูกชายของอิมเมอร์
13 รวมทั้งบรรดาญาติๆของพวกเขา บรรดาหัวหน้าครอบครัวของพวกเขาด้วย มีจำนวนทั้งสิ้นหนึ่งพันเจ็ดร้อยหกสิบคน ที่สามารถทำงานรับใช้อยู่ภายในวิหารของพระเจ้า
14 พวกที่มาจากชาวเลวี ที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม คือ เชไมอาห์ลูกชายของหัสชูบ ที่เป็นลูกชายของอัสรีคัม ที่เป็นลูกชายของฮาชาบิยาห์ พวกเขาเป็นลูกหลานของเมรารี 15 ยังมี บัคบัคคาร์ เฮเรซ กาลาลและมัทธานิยาห์ลูกชายของมีคา ที่เป็นลูกชายของศิครี ที่เป็นลูกชายของอาสาฟ 16 และยังมีโอบาดียาห์ลูกชายของเชไมอาห์ ที่เป็นลูกชายของกาลาลที่เป็นลูกชายของเยดูธูน และเบเรคยาห์ลูกชายของอาสา ที่เป็นลูกชายของเอลคานาห์ เบเรคยาห์อาศัยอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านต่างๆของชาวเนโทฟาห์
17 พวกคนเฝ้าประตู ที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม คือ ชัลลูม อักขูบ ทัลโมน อาหิมาน ญาติของพวกเขาที่ชื่อ ชัลลูมเป็นหัวหน้า 18 พวกเขาได้เฝ้าอยู่ที่ประตูของกษัตริย์ที่หันไปทางทิศตะวันออก และต่อไปนี้คือชื่อของคนที่เฝ้าประตูในพวกค่ายของชาวเลวี 19 ชัลลูมลูกชายของโคเร ที่เป็นลูกชายของเอบียาสาฟ ที่เป็นลูกชายของโคราห์กับบรรดาญาติๆของครอบครัวเขา พวกโคราห์รับผิดชอบงานรับใช้ และการเฝ้าทางเข้าเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ เหมือนกับที่บรรพบุรุษของพวกเขาเคยทำมาก่อน คือทำหน้าที่เฝ้าดูแลทางเข้าค่ายของพระยาห์เวห์ 20 ในอดีต ฟีเนหัสลูกชายของเอเลอาซาร์ เป็นหัวหน้าคนเฝ้าประตู พระยาห์เวห์สถิตอยู่กับเขา 21 เศคาริยาห์ลูกชายของเมเชเลมิยาห์เป็นคนเฝ้าประตูทางเข้าเต็นท์นัดพบ
22 คนที่ได้รับเลือกให้เป็นคนเฝ้าประตูทางเข้ามีจำนวนทั้งหมดสองร้อยสิบสองคน ชื่อของพวกเขาได้จดไว้ในบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขาที่อยู่ตามหมู่บ้านต่างๆของพวกเขา ดาวิดและซามูเอลผู้ที่เห็นนิมิต ได้เลือกพวกเขาออกมาเพื่อให้ประจำการอยู่ในตำแหน่งเหล่านี้ ก็เพราะพวกเขาเป็นคนที่ไว้วางใจได้ 23 พวกเขาและบรรดาลูกหลานทั้งหลายของพวกเขาจึงได้ทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าอยู่ที่ประตูทางเข้าวิหารของพระยาห์เวห์ ซึ่งก็คือเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ นั่นเอง 24 บรรดาคนเฝ้าประตูอยู่ประจำทั้งสี่ด้านคือ ด้านตะวันออก ด้านตะวันตก ด้านเหนือและด้านใต้ 25 และบรรดาญาติๆของพวกเขาที่อยู่ตามหมู่บ้านต่างๆก็ต้องมาช่วยพวกเขาเป็นระยะๆครั้งละเจ็ดวัน
26 แต่สำหรับหัวหน้าคนเฝ้าประตูทั้งสี่คนนี้จะต้องอยู่ประจำ พวกเขาเป็นชาวเลวีและพวกเขาก็ได้ทำหน้าที่ดูแลห้องต่างๆและห้องสมบัติทั้งหลายของวิหารของพระเจ้า 27 พวกเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการเดินตรวจตรารอบๆวิหารเพราะมันเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องเฝ้าวิหารไว้ในเวลากลางคืนและคอยเปิดมันในทุกๆเช้า
28 พวกเขาบางคนทำหน้าที่คอยดูแลพวกภาชนะต่างๆที่ใช้ในวิหาร พวกเขาจะคอยนับของเหล่านี้เมื่อมีคนนำมาคืน และเมื่อมีคนเอาออกไปใช้ 29 บางคนก็ทำหน้าที่ดูแลเครื่องใช้และภาชนะที่สงวนไว้สำหรับพระเจ้า และดูแลแป้งอย่างดี เหล้าองุ่น น้ำมันมะกอก เครื่องหอมและเครื่องเทศ+ 9:29 เครื่องเทศ หรือ “น้ำหอม” หรือ “น้ำมันพิเศษ” น่าจะเป็นน้ำมันที่ใช้เจิมให้กับนักบวช ผู้พูดแทนพระเจ้าและกษัตริย์ ดูใน อพยพ 30:22-28 ทั้งหลาย 30 แต่ลูกหลานของเหล่านักบวชพวกนี้จะเป็นผู้ผสมนำมันสำหรับเครื่องเทศเหล่านั้น
31 ชาวเลวีคนหนึ่งชื่อ มัททีธิยาห์ เขามีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการทำขนมปังแผ่น เขาเป็นลูกชายหัวปีของชัลลูม ที่เป็นชาวโคราห์ 32 เพื่อนชาวโคฮาทของเขาบางคนมีหน้าที่ในการเตรียมขนมปังศักดิ์สิทธิ์วางไว้ถวายในทุกวันหยุดทางศาสนา
33 ต่อไปนี้คือพวกนักร้องซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวต่างๆของชาวเลวี ที่อยู่ประจำในห้องต่างๆของวิหารโดยไม่ต้องทำหน้าที่อื่นๆเพราะพวกเขาต้องรับผิดชอบงานภายในวิหารตลอดทั้งวันทั้งคืน
34 คนพวกนี้คือหัวหน้าครอบครัวต่างๆของคนเลวี ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อเชื้อสายของพวกเขาในฐานะหัวหน้า พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม
ประวัติครอบครัวของซาอูล
(1 พศด. 8:29-38)
35 เยอีเอลซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเมืองกิเบโอน ได้อาศัยอยู่ที่นั่น (เมียของเขามีชื่อว่ามาอาคาห์) 36 ลูกชายคนแรกของเขาชื่อว่าอับโดน ตามมาด้วยศูร์ คีช บาอัล เนอร์ นาดับ 37 เกโดร์ อาหิโย เศคาริยาห์ และมิกโลท 38 มิกโลทเป็นพ่อของชิเมอัม พวกเขาและญาติๆของเขาก็ได้อาศัยอยู่ใกล้ๆกับบรรดาญาติพี่น้องของพวกเขาในเมืองเยรูซาเล็ม
39 เนอร์เป็นพ่อของคีช คีชเป็นพ่อของซาอูล ซาอูลเป็นพ่อของโยนาธาน มัลคีชูวา อาบีนาดับและเอชบาอัล
40 ลูกชายของโยนาธานคือเมริบบาอัล และเมริบบาอัลก็เป็นพ่อของมีคาห์
41 พวกลูกชายของมีคาห์คือ ปิโธน เมเลค ทาเรียและอาหัส 42 อาหัสเป็นพ่อของยาดาห์+ 9:42 อาหัสเป็นพ่อของยาดาห์ ในฉบับภาษาฮีบรูเขียนไว้เพียงเท่านี้ ยาดาห์+ 9:42 ยาดาห์ หรือ “ยาราห์” เป็นพ่อของอาเลเมท อัสมาเวทและศิมรี ส่วนศิมรีเป็นพ่อของโมซา 43 โมซาเป็นพ่อของบิเนอา ที่มีลูกชายคือเรไฟยาห์ ที่มีลูกชายคือเอเลอาสาห์ ที่มีลูกชายคืออาเซล
44 อาเซลมีลูกชายหกคน คือ อัสรีคัม โบเครู อิชมาเอล เชอาริยาห์ โอบาดียาห์และฮานัน พวกเขาคือลูกชายของอาเซล
10กษัตริย์ซาอูลตาย
(1 ซมอ. 31:1-13)
1 ชาวฟีลิสเตียได้สู้รบกับชาวอิสราเอล และคนอิสราเอลก็ได้วิ่งหนีชาวฟีลิสเตีย และถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมากบนภูเขากิลโบอา 2 ชาวฟีลิสเตียไล่ติดตามซาอูลกับบรรดาลูกชายของเขาไป และได้ฆ่าโยนาธาน อาบีนาดับและมัลคีชูวาที่เป็นลูกชายของซาอูล 3 ซาอูลไม่สามารถต้านทานการสู้รบได้อีกต่อไป และพลธนูก็ยิงลูกธนูมาถูกเขา และตัวเขาก็เริ่มสั่นเทิ้มด้วยความกลัว+ 10:3 สั่นเทิ้มด้วยความกลัว หรือเจ็บปวด บาดเจ็บ พลธนูเหล่านั้น
4 ซาอูลจึงพูดกับคนถืออาวุธ+ 10:4 คนถืออาวุธ ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่ถืออาวุธให้ทหารคนหนึ่ง ของเขาว่า “ดึงดาบของเจ้าออกมาแทงเราซะ เพื่อว่าคนที่ไม่ได้ขลิบ+ 10:4 คนที่ไม่ได้ขลิบ หรือ “ชาวต่างชาติ” คนที่มาจากประเทศอื่นที่ไม่ได้ผ่านการขลิบอวัยวะเพศก่อน คนนี้แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านั้นไม่ได้มีส่วนร่วมในข้อตกลงพิเศษกับพระเจ้า พวกนั้นจะได้ไม่มาทรมานล้อเลียนเรา”
แต่คนถืออาวุธนั้นไม่ยอมทำตามเพราะกลัวมาก ซาอูลจึงชักดาบของตนออกมา และล้มทับดาบนั้นจนตาย 5 เมื่อคนถืออาวุธนั้นเห็นว่าซาอูลตายแล้ว เขาก็ล้มทับดาบของเขาตายตามไปด้วย 6 ซาอูลและลูกชายทั้งสามคนของเขารวมทั้งครอบครัวของเขาจึงตายกันหมด
7 เมื่อคนทั้งหมดของอิสราเอลที่อยู่ในหุบเขาเห็นว่าซาอูลกับลูกชายของเขาได้หนีไปและตายแล้ว พวกเขาจึงได้ละทิ้งเมืองต่างๆของพวกเขาและวิ่งหนีเอาตัวรอด แล้วพวกฟีลิสเตียก็เข้ามาอยู่อาศัยในเมืองของพวกเขาแทน
8 วันต่อมา พวกฟีลิสเตียได้มาเก็บเอาสิ่งของมีค่าจากศพและพวกเขาก็ได้พบศพของซาอูลกับลูกชายของเขานอนตายอยู่บนภูเขากิลโบอา 9 พวกเขาจึงถอดเสื้อผ้าของซาอูลออกและตัดหัวของเขา พวกเขาเอาหัวของซาอูลและเสื้อเกราะไป และให้คนส่งข่าวออกไปทั่วแผ่นดินของฟีลิสเตีย เพื่อประกาศข่าวดีนี้กับพวกรูปเคารพของพวกเขา และกับประชาชนทั้งหลาย 10 และพวกเขาก็ได้เอาเสื้อเกราะไปไว้ในวิหารของพระของพวกเขา และเอาหัวของซาอูลตอกไว้ในวิหารของพระดาโกน+ 10:10 พระดาโกน ประชาชนชาวคานาอันสักการะพระเทียมเท็จนี้เพราะหวังว่าจะช่วยให้พวกเขาเก็บเกี่ยวพืชผลได้ดี พระดาโกนนี้น่าจะเป็นพระที่สำคัญที่สุดของชาวฟีลิสเตีย
11 เมื่อประชาชนทั้งหมดในยาเบชกิเลอาดได้ยินเรื่องที่พวกฟีลิสเตียได้ทำกับซาอูล 12 เหล่าผู้กล้าทั้งหมดจึงได้ไปแย่งศพของซาอูลกับศพของบรรดาลูกชายของเขา และนำกลับมาที่ยาเบช-กิเลอาด แล้วพวกเขาก็ได้ฝังกระดูกของซาอูลกับลูกๆไว้ใต้ต้นโอ๊คในยาเบช-กิเลอาด และอดอาหารให้เป็นเวลาเจ็ดวัน
13 ซาอูลตายก็เพราะความไม่ซื่อสัตย์ของเขาต่อพระยาห์เวห์ เขาไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของพระยาห์เวห์ และเขายังได้ไปขอคำปรึกษาจากพวกคนทรงเจ้า+ 10:13 คนทรงเจ้า คนที่พยายามจะติดต่อกับวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว โดยทั่วไปจะถามถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดูใน ซามูเอล 28:7-1914 แทนที่จะขอให้พระยาห์เวห์นำ พระองค์จึงได้ฆ่าเขาตายและเอาแผ่นดินของเขามอบให้กับดาวิดลูกชายของเจสซี
11ดาวิดเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลทั้งหมด
(2 ซมอ. 5:1-3)
1 แล้วชาวอิสราเอลทั้งหมดก็ได้รวมตัวกันมาหาดาวิดที่เมืองเฮโบรนและพูดกับดาวิดว่า “ดูเถิด พวกเราก็เป็นญาติของท่าน 2 แม้ว่าเมื่อก่อนซาอูลจะเป็นกษัตริย์ แต่ตัวท่านก็คือผู้นำที่แท้จริงของอิสราเอลในสนามรบ และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านก็ได้พูดกับท่านว่า ‘เจ้าจะเป็นอย่างผู้เลี้ยงอิสราเอลประชาชนของเรา และเจ้าจะเป็นผู้ปกครองเหนือประชาชนชาวอิสราเอลของเรา’”
3 พวกผู้ใหญ่ของอิสราเอลทั้งหมดได้มาหากษัตริย์ดาวิดที่เมืองเฮโบรนและดาวิดก็ได้ทำข้อตกลงกับพวกเขาในเมืองนั้นต่อหน้าพระยาห์เวห์ และพวกเขาก็ได้เจิมให้ดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล เหมือนกับที่พระยาห์เวห์ได้พูดไว้ผ่านทางซามูเอล
ดาวิดเข้ายึดเมืองเยรูซาเล็ม
(2 ซมอ. 5:6-10)
4 ดาวิดและอิสราเอลทั้งหมดได้ยกทัพไปเมืองเยรูซาเล็ม ตอนนั้นเยรูซาเล็มมีชื่อเรียกว่าเยบุส เพราะคนเยบุสอาศัยอยู่ที่นั่น พวกคนเยบุสเป็นคนดั้งเดิมของแผ่นดินนั้น 5 ชาวเมืองเยบุสพูดกับดาวิดว่า “เจ้าบุกเข้ามาไม่ได้หรอก” แต่ดาวิดก็สามารถยึดป้อมศิโยน ไว้ได้ (ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองของดาวิด)
6 ดาวิดจึงพูดว่า “ใครที่โจมตีเยบุสได้ จะได้เป็นหัวหน้าและแม่ทัพ” โยอาบลูกชายของนางเศรุยาห์ก็ปีนขึ้นไปได้เป็นคนแรก เขาจึงได้กลายเป็นหัวหน้า
7 แล้วดาวิดก็ได้สร้างวังของเขาอยู่ในป้อมนั้น จึงได้เรียกสถานที่แห่งนั้นว่าเมืองของดาวิด 8 ดาวิดได้สร้างเมืองขึ้นมาใหม่ล้อมรอบทุกด้าน ตั้งแต่มิลโล+ 11:8 มิลโล น่าจะเป็นพื้นดินที่ยกสูงขึ้นซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งต่อมาได้ใช้สร้างวิหารขึ้นในกรุงเยรูซาเล็ม ไปจนตลอดโดยรอบ และโยอาบก็ได้ซ่อมแซมเมืองส่วนที่เหลือทั้งหมด 9 ดาวิดยิ่งมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆและพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นก็สถิตอยู่กับเขา
พวกนักรบของดาวิด
(2 ซมอ. 23:8-39)
10 คนเหล่านี้คือหัวหน้านักรบของดาวิด ที่สนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ในแผ่นดินของดาวิดร่วมกับชาวอิสราเอลทั้งหมด เพื่อให้เขาเป็นกษัตริย์ตามคำพูดของพระยาห์เวห์ที่ได้พูดไว้เกี่ยวกับอิสราเอล
11 ต่อไปนี้คือรายชื่อของเหล่านักรบของดาวิด
ยาโชเบอัมชาวฮัคโมนีเป็นหัวหน้าของกองทหารของกษัตริย์ที่แบ่งเป็นกลุ่มละสามคน+ 11:11 กองทหาร … สามคน ทหารกลุ่มเล็กๆเหล่านี้ใช้ในงานพิเศษของกษัตริย์ ในบทนี้ มีหลายแห่งที่พวกฉบับฮีบรูและฉบับแปลโบราณจะสับสนระหว่างคำว่า สาม สามสิบ และทหารกลุ่มละสาม ในข้อนี้ฉบับฮีบรูบางฉบับ ฉบับแปลภาษาซีเรีย และ ละติน และบางฉบับของแปลกรีกโบราณ เขียนว่า “พวกสามสิบ” แต่ฉบับแปลกรีกโบราณฉบับอื่นๆเขียนว่า “พวกสาม” เขาได้ใช้หอกของเขาต่อสู้กับคนสามร้อยคนและได้ฆ่าพวกนั้นตายหมดในคราวเดียวกัน
12 ต่อจากเขาคือ เอเลอาซาร์ลูกชายของโดโด+ 11:12 เอเลอาซาร์ลูกชายของโดโด หรือ “เอเลอาซาร์ที่เป็นญาติของเขา” จากตระกูลอาโหอาห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสุดยอดนักรบสามคนนั้น 13 เขาเคยอยู่กับดาวิดที่ปัสดัมมิมเมื่อครั้งที่ชาวฟีลิสเตียได้รวมตัวกันขึ้นที่นั่นเพื่อทำสงคราม สถานที่นั้นเต็มไปด้วยข้าวบาร์เลย์ คนอิสราเอลต่างหลบหนีเอาตัวรอดจากพวกฟีลิสเตีย 14 แต่เอเลอาซาร์กับคนของเขา กลับยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งนาแห่งนั้นและต่อสู้กับพวกฟีลิสเตีย จนได้รับชัยชนะ พระยาห์เวห์ได้นำชัยชนะอันยิ่งใหญ่มาให้กับพวกอิสราเอล
15 ครั้งหนึ่ง สามคนจากกองทหารของกษัตริย์ที่แบ่งเป็นกลุ่มละสามคนได้ปีนหน้าผาลงไปพบกับดาวิดที่ถ้ำอดุลลัม ในขณะที่ชาวฟีลิสเตียกำลังตั้งค่ายอยู่ที่หุบเขาเรฟาอิม
16 ในเวลานั้น ดาวิดอยู่ในป้อมกำบังและพวกกองทหารของชาวฟีลิสเตียก็อยู่ที่เบธเลเฮม 17 ดาวิดรู้สึกคิดถึงบ้าน และเปรยออกมาว่า “ถ้ามีใครเอาน้ำจากบ่อน้ำของเบธเลเฮมที่อยู่ข้างประตูมาให้เราดื่มซะหน่อยก็คงจะดีนะ”
18 แล้วทหารทั้งสามคนนั้นก็ได้ตีฝ่าค่ายของพวกฟีลิสเตียออกไป และได้ตักน้ำจากบ่อน้ำของเบธเลเฮมที่อยู่ข้างประตูเมืองและนำมันกลับมาให้กับดาวิด แต่ดาวิดไม่ยอมดื่มน้ำนั้น แต่เขากลับเทมันออกถวายให้กับพระยาห์เวห์ 19 เขาพูดว่า “ขอให้พระเจ้าของเราลงโทษเรา ถ้าเราทำอย่างนี้ จะให้เราดื่มเลือดของคนพวกนี้ที่ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อนำน้ำนี้มาให้กับเราได้ยังไง” ดาวิดจึงไม่ยอมดื่มน้ำนั้น และนี่ก็คือสิ่งที่นักรบทั้งสามคนได้ทำไป
ทหารกล้าคนอื่นๆ
(2 ซมอ. 23:18-39)
20 อาบีชัยที่เป็นน้องชายของโยอาบ เขาเป็นหัวหน้าของกองทหารของกษัตริย์ที่แบ่งเป็นกลุ่มละสามคน+ 11:20 กองทหาร … สามคน ในข้อนี้ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กัน เขียนว่า “พวกสามคน” พวกฉบับแปลภาษาซีเรียโบราณเขียนว่า “พวกสามสิบ” เขาได้ใช้หอกของเขาฆ่าคนสามร้อยคนตายจนหมด แต่เขาไม่ได้รวมอยู่ในทหารกล้าสามคนนั้น+ 11:20 เขาไม่ได้ … สามคนนั้น สำเนาฮีบรูบางฉบับเขียนว่า “เขามีชื่อรวมอยู่ในทหารกล้าสามคนนั้น” ซึ่งคงหมายความว่า “เขามีชื่อเสียงพอๆกับทหารกล้าสามคนนั้น” ข้อ 24 ก็หมายความอย่างเดียวกัน21 อาบีชัยได้รับเกียรติมากกว่าทหารคนอื่นๆในกองทหารของกษัตริย์ที่แบ่งเป็นกลุ่มละสามคนนั้น+ 11:21 สามคนนั้น ในข้อนี้ฉบับฮีบรูที่นิยมใช้กันเขียนว่า “พวกสาม” ฉบับภาษาซีเรียโบราณเขียนว่า “พวกสามสิบ” และเขาก็ได้กลายเป็นหัวหน้าของคนเหล่านั้น แต่ไม่ได้รวมอยู่ในทหารกล้าสามคนนั้น
22 เบไนยาห์ลูกชายของเยโฮยาดาที่มาจากขับเซเอล เป็นคนกล้าหาญที่ได้ทำสิ่งที่น่าจดจำไว้เหมือนกัน เขาเป็นคนฆ่านักรบชาวโมอับที่เก่งที่สุดสองคนและยังได้ลงไปฆ่าสิงโตในบ่อน้ำในวันที่หิมะตกอีกด้วย 23 เขายังได้ฆ่าชาวอียิปต์คนหนึ่งที่มีรูปร่างใหญ่โต สูงถึงห้าศอก+ 11:23 ห้าศอก หรือ 2.6 เมตร ชายคนนั้นถือหอกที่ใหญ่และหนักมาก แต่เบไนยาห์ได้ไปต่อสู้กับเขาด้วยไม้เท้าเพียงอันเดียว เขาแย่งหอกจากมือของคนอียิปต์ และฆ่าอียิปต์คนนั้นตายด้วยหอกของเขาเอง 24 นี่คือสิ่งที่เบไนยาห์ลูกชายของเยโฮยาดาได้ทำไป เขาไม่ได้รวมอยู่ในทหารกล้าสามคนนั้น 25 เขาได้รับเกียรติมากกว่าทหารคนอื่นๆในกองทหารของกษัตริย์ที่แบ่งเป็นกลุ่มละสามคน แต่เขาไม่ได้รวมอยู่ในทหารกล้าสามคนนั้น ดาวิดได้แต่งตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าทหารรักษาพระองค์
26 พวกนักรบที่กล้าหาญประกอบไปด้วย
อาสาเฮลที่เป็นน้องชายของโยอาบ เอลฮานันลูกชายของโดโดจากเมืองเบธเลเฮม
27 ชัมโมทชาวฮาโรด เฮเลสชาวเปโลน
28 อิราลูกชายของอิกเขชจากเมืองเทโคอา อาบีเยเซอร์จากเมืองอานาโธท
29 สิบเบคัยชาวหุชาห์ อิลัยชาวอาโหอาห์
30 มาหะรัยจากเมืองเนโทฟาห์ เฮเลดลูกชายของบาอานาห์จากเมืองเนโทฟาห์
31 อิททัยลูกชายของรีบัยจากเมืองกิเบอาห์ของชาวเบนยามิน เบไนยาห์ชาวปิราโธน
32 หุรัยที่มาจากลุ่มแม่น้ำกาอัช อาบีเอลชาวอารบา
33 อัสมาเวทชาวบาฮูริม เอลียาบาชาวชาอัลโบน
34 ฮาเชมชาวกิโซน โยนาธานลูกชายของชากีชาวฮาราร์
35 อาหิอัมลูกชายของสาคาร์ชาวฮาราร์ เอลีฟัลลูกชายของอูระ
36 เฮเฟอร์ชาวเมเคราไธด์ อาหิยาห์ชาวเปโลน
37 เฮสโรชาวคารเมล นาอารัยลูกชายของเอสบัย
38 โยเอลน้องชายของนาธัน มิบฮาร์ลูกชายของฮากรี
39 เศเลกชาวอัมโมน นาหะรัยจากเมืองเบเอโรท (เป็นคนถืออาวุธของโยอาบลูกชายของนางเศรุยาห์)
40 อิราชาวอิทไรต์ กาเรบชาวอิทไรต์
41 อุรียาห์ชาวฮิตไทต์ ศาบาดลูกชายของอัคลัย
42 อาดีนาลูกชายของชิซาชาวรูเบน (อาดีนาเป็นหัวหน้าคนหนึ่งของชาวรูเบนและคนอีกสามสิบคนที่อยู่กับเขา)
43 ฮานันลูกชายของมาอาคาห์ โยชาฟัทชาวมิทเน
44 อุสชียาชาวอัชทาโรท ชามาและเยอีเอลลูกชายของโฮธามชาวอาโรเออร์
45 เยดียาเอลลูกชายชิมรีและน้องชายของเขาที่ชื่อโยฮาเป็นชาวทิไซต์
46 เอลีเอลชาวมาหะไวต์ ทั้งเยรีบัยและโยชาวิยาห์ ที่เป็นลูกชายของเอลนาอัม อิทมาห์ชาวโมอับ
47 เอลีเอล โอเบดและยาอาซีเอลชาวเมโซบัย
12ผู้กล้าหาญที่เข้าร่วมกับดาวิด
1 ต่อไปนี้คือคนที่มาหาดาวิดที่ศิกลากในขณะที่ดาวิดยังหลบซ่อนตัวจากซาอูลลูกชายของคีช พวกเขาอยู่ในหมู่นักรบทั้งหลายที่ช่วยเหลือดาวิดในสนามรบ 2 พวกเขาเป็นนักธนูและสามารถยิงธนูหรือเหวี่ยงก้อนหินจากเชือกสลิงได้ทั้งมือซ้ายและมือขวา พวกเขามาจากเผ่าเบนยามิน ซึ่งเป็นญาติกับซาอูล
3 อาหิเยเซอร์ผู้นำของพวกเขา โยอาชลูกชายของเชมาอาห์ชาวเมืองกิเบอาห์ เยซีเอลและเปเลทลูกชายของอัสมาเวท เบราคาห์ และเยฮูชาวอานาโธท 4 อิชมัยอาห์จากเมืองกิเบโอน (เขาเป็นนักรบคนหนึ่งในหมู่นักรบสามสิบคนและเป็นแม่ทัพของกองทหารสามสิบคนนั้นด้วย) เยเรมียาห์ ยาฮาซีเอล โยฮานัน โยซาบาดชาวเมืองเกเดราห์ 5 เอลูซัย เยรีโมท เบอัลยาห์ เชมาริยาห์ เชฟาทิยาห์จากตระกูลฮารูฟห์ 6 และจากตระกูลโคราห์ มี เอลคานาห์ อิสชีอาห์ อาซาเรล โยเอเซอร์ และยาโชเบอัม 7 แล้วมีลูกชายของเยโรฮัมจากเมืองเกโดร์ คือโยเอลาห์และเศบาดิยาห์
ชาวกาด
8 จากชาวกาดที่ได้หลบหนีไปหาดาวิดที่ป้อม+ 12:8 ป้อม ตึกหรือเมืองที่มีกำแพงป้องกันที่สูงใหญ่และแข็งแรง ในทะเลทราย มีทั้งพวกนักรบ คนที่พร้อมที่จะออกรบ ผู้ที่ชำนาญในการใช้โล่และหอก พวกเขาล้วนดุร้ายเหมือนกับสิงโตและรวดเร็วเหมือนเนื้อทราย+ 12:8 เนื้อทราย สัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่งลักษณะเหมือนกวาง บนภูเขา คือ
9 เอเซอร์หัวหน้าของพวกเขา โอบาดียาห์เป็นรองที่สอง เอลีอับเป็นที่สาม 10 มิชมันนาห์เป็นคนที่สี่ เยเรมียาห์เป็นคนที่ห้า 11 อัททัยเป็นคนที่หก เอลีเอลเป็นคนที่เจ็ด 12 โยฮานันเป็นคนที่แปด เอลซาบาดเป็นคนที่เก้า 13 เยเรมียาห์เป็นคนที่สิบ และมัคบันนัยเป็นคนที่สิบเอ็ด 14 ชาวกาดเหล่านี้ล้วนเป็นผู้นำของกองทัพ ซึ่งถ้าขนาดเล็กที่สุดก็คือผู้นำกองร้อย ใหญ่ที่สุดก็คือผู้นำกองพัน 15 คนเหล่านี้คือคนที่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนตอนเดือนที่หนึ่ง ที่มีน้ำไหลบ่าล้นตลิ่ง และพวกเขาได้ขับไล่ผู้คนที่อยู่ตามพวกหุบเขาทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำกระเจิดกระเจิงไป
ทหารคนอื่นที่เข้าร่วมกับฝ่ายดาวิด
16 มีชาวเบนยามินบางกลุ่มและชาวยูดาห์ที่มาเข้าร่วมกับฝ่ายของดาวิดที่ป้อมด้วย 17 ดาวิดได้ออกไปพบกับพวกเขาและพูดว่า “ถ้าพวกท่านมาหาเราอย่างมิตร เพื่อที่จะมาช่วยเรา เราก็ยินดีที่จะให้พวกท่านเข้าร่วมกับเรา แต่ถ้าพวกท่านจะมาเพื่อที่จะทรยศเรา ทั้งๆที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด ขอพระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเรา มองเห็นและลงโทษพวกท่าน”
18 แล้วพระวิญญาณก็ลงมาที่ตัวอามาสัยซึ่งเป็นหัวหน้าของกองทัพที่แบ่งทหารพิเศษออกเป็นหน่วยๆหน่วยละสามคน+ 12:18 สามคน หรือ “สาสิบคน” ดูใน 2 ซามูเอล 23:8 และเขาก็พูดออกมาว่า
“พวกเราอยู่ฝ่ายของท่าน ดาวิด
พวกเราล้วนอยู่กับท่าน ลูกชายของเจสซี
ความสงบสุข ความสงบสุขจงอยู่กับท่านเถิด
และความสงบสุขจงอยู่กับผู้ที่ช่วยเหลือท่านเถิด
เพราะพระเจ้าของท่านได้ช่วยเหลือท่านแล้ว”
ดาวิดจึงต้อนรับพวกเขาและแต่งตั้งให้พวกเขาเป็นผู้นำของกองทหารของดาวิด
19 คนจากเผ่ามนัสเสห์บางคนได้หลบหนีไปเข้ากับพวกของดาวิดด้วย ตอนที่ดาวิดได้ยกทัพมากับพวกฟีลิสเตียเพื่อต่อสู้กับซาอูล (แต่ดาวิดยังไม่ทันได้ช่วยพวกฟีลิสเตียรบ เพราะพวกหัวหน้าของชาวฟีลิสเตียได้ปรึกษากันแล้วเห็นว่าควรส่งตัวดาวิดกลับไป พวกเขาคุยกันแล้วว่า “ดาวิดจะหนีทัพไปหาซาอูลนายของเขาและมันจะทำให้หัวของพวกเราหลุดออกจากบ่าได้”) 20 เมื่อดาวิดไปถึงศิกลาก ก็มีคนจากเผ่ามนัสเสห์หลบหนีทัพมาเข้าร่วมกับเขา คือ อัดนาห์ โยซาบาด เยดียาเอล มีคาเอล โยซาบาด เอลีฮูและศิลเลธัยซึ่งเป็นบรรดาหัวหน้ากองพันของเผ่ามนัสเสห์ 21 และพวกเขาก็ได้ช่วยเหลือดาวิดในการต่อสู้กับกองทัพผู้บุกรุกเพราะพวกเขาล้วนเป็นนักรบที่กล้าหาญและพวกเขาก็ได้เป็นแม่ทัพอยู่ในกองทัพของดาวิด
22 มีคนเข้ามาร่วมอยู่ฝ่ายเดียวกับดาวิดเพิ่มขึ้นวันแล้ววันเล่า เพื่อที่จะช่วยเหลือเขา จนกระทั่งเขามีกองทัพที่ยิ่งใหญ่เหมือนกองทัพของพระเจ้า
พันธมิตรของดาวิดในเฮโบรน
23 ต่อไปนี้คือคนที่พร้อมออกรบ ที่มาอยู่ฝ่ายเดียวกับดาวิดในเมืองเฮโบรน เพื่อจะมอบอาณาจักรของซาอูลให้กับดาวิดตามที่พระยาห์เวห์ได้พูดไว้
24 จากเผ่าของยูดาห์ มีหกพันแปดร้อยคน
ที่ถือโล่และหอกเข้ามารับใช้ในกองทัพ
25 จากเผ่าสิเมโอน มีทหารกล้าเจ็ดพันหนึ่งร้อยคน
26 จากเผ่าเลวี มีสี่พันหกร้อยคน
27 และเยโฮยาดาซึ่งเป็นผู้นำของครอบครัวอาโรนก็นำคนมาด้วยสามพันเจ็ดร้อยคน
28 และนักรบหนุ่มศาโดกก็มาพร้อมกับแม่ทัพในครอบครัวของเขาอีกยี่สิบสองคน
29 จากเผ่าเบนยามิน ซึ่งเป็นพี่น้องของซาอูล มีจำนวนสามพันคน ซึ่งเกือบทั้งหมดยังคงจงรักภักดีกับครอบครัวของซาอูลจนกระทั่งเวลานั้น
30 จากเผ่าเอฟราอิม มีนักรบที่กล้าหาญจำนวนสองหมื่นแปดร้อยคน พวกเขาล้วนเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในตระกูลของพวกเขา
31 จากครึ่งหนึ่งของคนเผ่ามนัสเสห์ มีจำนวนหนึ่งหมื่นแปดพันคน พวกเขาถูกขานชื่อออกมา เพื่อไปเชิญดาวิดให้มาเป็นกษัตริย์
32 จากเผ่าอิสสาคาร์ มีหัวหน้าสองร้อยคน ผู้ที่เข้าใจสถานะการณ์ในเวลานั้น และรู้ว่าอิสราเอลควรจะทำอะไรรวมทั้งญาติๆทั้งหมดที่อยู่ภายใต้คำสั่งของพวกเขา
33 จากเผ่าเศบูลุน มีจำนวนห้าหมื่นคน ที่ต่างก็มาด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน พวกเขาพร้อมรบ ถูกฝึกให้ใช้อาวุธทุกชนิด
34 จากเผ่านัฟทาลี มีแม่ทัพหนึ่งพันคนและคนในกองทัพที่มากับพวกเขาอีกสามหมื่นเจ็ดพันคน ซึ่งมีโล่และหอกเป็นอาวุธ
35 จากเผ่าดาน มีจำนวนสองหมื่นแปดพันหกร้อยคนพร้อมอาวุธ
36 จากเผ่าอาเชอร์ มีจำนวนสี่หมื่นคน เตรียมพร้อมสำหรับงานรับใช้ในกองทัพ และพร้อมรบ
37 จากอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดน จากคนเผ่ารูเบน เผ่ากาด และครึ่งหนึ่งของคนเผ่ามนัสเสห์ มีจำนวนหนึ่งแสนสองหมื่นคน มีอาวุธทุกชนิด
38 พวกนักรบทั้งหมดนี้ได้มารวมตัวกันเพื่อออกศึก พวกเขาได้ยกทัพไปถึงเมืองเฮโบรน และได้เห็นพ้องต้องกันที่จะยกดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล และอิสราเอลที่เหลือทั้งหมดต่างก็เห็นดีด้วยที่จะยกดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ 39 พวกเขาได้ร่วมกินดื่มอยู่ที่นั่นกับดาวิดเป็นเวลาสามวันเพราะญาติๆของพวกเขาได้จัดเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว 40 ส่วนเพื่อนบ้านทั้งหลายที่มาจากแดนไกล อย่างเผ่าอิสสาคาร์ เผ่าเศบูลุนและเผ่านัฟทาลี ต่างก็ได้บรรทุกเอาอาหารมาให้กับพวกเขา ด้วยขบวนลา อูฐ ล่อและวัว พวกเขาขนเอาแป้ง ขนมมะเดื่อ ลูกเกด เหล้าองุ่นและน้ำมันมะกอก วัวตัวผู้และแกะจำนวนมากมายมหาศาลมาให้ เพราะในเวลานั้นชาวอิสราเอลต่างก็เฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุข
13การนำหีบข้อตกลงกลับมา
(2 ซมอ. 6:1-11)
1 ดาวิดได้ปรึกษาหารือกับบรรดาผู้นำกองพันและผู้นำกองร้อย รวมทั้งเหล่าผู้นำของอิสราเอลทั้งหลาย 2 เขาได้พูดในที่ประชุมของอิสราเอลทั้งหมดว่า “ถ้าพวกท่านเห็นดีด้วยและเป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราต้องการ เราจะส่งคนส่งข่าวไปถึงญาติๆของพวกเราทั่วทั้งแผ่นดินของอิสราเอล รวมทั้งเหล่านักบวชและชาวเลวีตามเมืองแห่งทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ทั้งหลายนั้น เพื่อพวกเขาจะได้มาร่วมกับพวกเรา 3 แล้วพวกเราจะได้นำหีบของพระเจ้าของเรามาไว้ท่ามกลางพวกเรา เพราะตั้งแต่ในสมัยของซาอูลแล้ว พวกเราไม่เคยไปหาพระเจ้าเพื่อขอคำปรึกษาจากพระองค์เลย” 4 ที่ประชุมทั้งหมดต่างเห็นดีด้วย เพราะพวกเขาทุกคนชอบความคิดนี้
5 ดาวิดจึงเรียกประชุมอิสราเอลทั้งหมดตั้งแต่แม่น้ำชิโหร์ในประเทศอียิปต์ไปจนถึงเมืองเลโบฮามัท เพื่อที่จะร่วมกันนำหีบของพระเจ้ามาจากคิริยาท-เยอาริม 6 และดาวิดกับอิสราเอลทั้งหมดก็ได้ขึ้นไปที่เมืองบาอาลาห์ซึ่งก็คือเมืองคิริยาท-เยอาริมที่เป็นของชาวยูดาห์ เพื่อจะนำหีบของพระเจ้ามาจากที่นั่น ซึ่งก็คือหีบของพระยาห์เวห์ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เหนือทูตสวรรค์มีปีกสององค์ เป็นหีบที่ได้รับการเรียกขานตามชื่อของพระองค์
7 พวกเขาได้ขนย้ายหีบใบนั้นมาจากบ้านของอาบีนาดับด้วยเกวียนเล่มใหม่ และอุสซาห์กับอาหิโยเป็นคนขับเกวียนเล่มนั้น
8 ดาวิดกับชาวอิสราเอลทั้งหมดต่างก็เฉลิมฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงต่อหน้าพระเจ้า ด้วยการร้องเพลง เล่นพิณใหญ่ พิณเล็ก กลองรำมะนา ฉาบ และแตร
9 พวกเขามาถึงที่ลานนวดข้าวของคิโดน วัวเกิดเดินสะดุด อุสซาห์ก็ได้ยื่นมือของเขาออกไปจับหีบนั้นไว้ 10 ความโกรธของพระยาห์เวห์ได้จุดพลุ่งขึ้นต่ออุสซาห์ พระองค์จึงฟาดเขาที่นั่น เพราะอุสซาห์ได้ยื่นมือไปจับหีบศักดิ์สิทธิ์ อุสซาห์จึงตายอยู่ที่นั่นต่อหน้าพระเจ้า 11 ดาวิดรู้สึกโกรธ เพราะพระยาห์เวห์ได้ระเบิดความโกรธใส่อุสซาห์ สถานที่นั้นจึงมีชื่อเรียกว่าเปเรศ-อุสซาห์+ 13:11 เปเรศ-อุสซาห์ ชื่อนี้มีความหมายว่า “ระเบิดความโกรธใส่อุสซาห์” มาจนทุกวันนี้
12 ในวันนั้นดาวิดรู้สึกเกรงกลัวพระเจ้า เขาพูดว่า “อย่างนี้จะให้เรานำหีบของพระเจ้ากลับไปบ้านกับเราได้ยังไงกัน” 13 แล้วดาวิดก็ไม่ยอมนำหีบใบนั้นไปที่เมืองของดาวิดกับเขาด้วย แต่กลับทิ้งมันไว้ที่บ้านของโอเบดเอโดมซึ่งเป็นชาวกัท 14 หีบของพระเจ้ายังคงอยู่กับครอบครัวของโอเบดเอโดมในบ้านของเขาเป็นเวลาสามเดือน และพระยาห์เวห์ก็ได้อวยพรให้กับครอบครัวของโอเบดเอโดมและทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเขา
14กษัตริย์ฮีรามส่งคนมาช่วยสร้างวัง
(2 ซมอ. 5:11-12)
1 กษัตริย์ฮีรามแห่งเมืองไทระได้ส่งคนส่งข่าวมาหาดาวิด พร้อมกับส่งไม้ซุงสนซีดาร์มาหลายท่อน พวกช่างตัดแต่งหิน และพวกช่างไม้เพื่อมาสร้างวังให้กับเขา 2 ดาวิดรู้ว่าพระยาห์เวห์ได้ทำให้เขาเป็นกษัตริย์เหนือชนชาติอิสราเอล เพราะอาณาจักรของเขาเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างมาก พระเจ้าทำอย่างนี้เพราะเห็นแก่ประชาชนชาวอิสราเอลของพระองค์
ลูกๆดาวิดที่เกิดในเยรูซาเล็ม
(2 ซมอ. 5:13-16)
3 ดาวิดมีเมียมากขึ้นในเมืองเยรูซาเล็ม และมีลูกชาย ลูกสาวมากขึ้น 4 ต่อไปนี้คือชื่อของลูกๆเขาที่เกิดในเยรูซาเล็ม คือชัมมุอา โชบับ นาธัน ซาโลมอน 5 อิบฮาร์ เอลีชูอา เอลเปเลท 6 โนกาห์ เนเฟก ยาเฟีย 7 เอลีชามา เบเอลยาดา และเอลีเฟเลท
ดาวิดชนะชาวฟีลิสเตีย
(2 ซมอ. 5:17-25)
8 ชาวฟีลิสเตียได้ยินว่าดาวิดได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลทั้งหมด พวกฟีลิสเตียทั้งหมดจึงได้บุกขึ้นมาหาเขา เมื่อดาวิดได้ยินเข้าจึงได้ออกมาเผชิญหน้ากับพวกเขา 9 พวกชาวฟีลิสเตียได้บุกขึ้นมาถึงหุบเขาเรฟาอิม 10 ดาวิดได้ถามพระเจ้าว่า “ข้าพเจ้าควรจะขึ้นไปต่อสู้กับพวกฟีลิสเตียหรือไม่ และพระองค์จะมอบพวกเขาไว้ในกำมือของข้าพเจ้าหรือเปล่า”
พระยาห์เวห์ตอบดาวิดว่า “ไปต่อสู้กับพวกเขาเถิด และเราจะมอบพวกนั้นไว้ในกำมือของเจ้า”
11 แล้วดาวิดกับคนของเขาก็ขึ้นไปสู้รบกับพวกฟีลิสเตียที่บาอัลเปราซิมและสามารถเอาชนะคนเหล่านั้นได้ ดาวิดพูดว่า “พระเจ้าได้ทะลุทะลวงศัตรูของเราไปผ่านทางมือเราเหมือนกับน้ำที่ทะลุทะลวงเขื่อนออกมา” ดังนั้นสถานที่นั้นจึงมีชื่อเรียกว่า บาอัล-เปราซิม+ 14:11 บาอัล-เปราซิม ชื่อนี้หมายถึง “พระผู้เป็นเจ้านายได้ทะลุทะลวง”12 พวกฟีลิสเตียได้ละทิ้งพระทั้งหลายของพวกเขาไว้ที่นั่น และดาวิดก็ได้สั่งให้เผาพวกมันทิ้งจนหมด
13 พวกฟีลิสเตียได้บุกมาที่หุบเขาอีกครั้งหนึ่ง 14 และดาวิดได้ปรึกษากับพระเจ้าอีก และพระเจ้าบอกกับเขาว่า “อย่าโจมตีพวกเขาตรงหน้า แต่ให้อ้อมไปโจมตีพวกเขาจากทางด้านพุ่มบาคา+ 14:14 พุ่มบาคา ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นต้นไม้ชนิดไหน บางคนเข้าใจว่าเป็นต้นไม้ประเภทที่มียางหอมหรือต้นสนชนิดหนึ่ง บางคนก็เข้าใจว่าชื่อในภาษาฮีบรูคำนี้เป็นชื่อของสถานที่แห่งหนึ่งที่เรียกว่า “บาคาอิม” มากกว่าที่จะเป็นชื่อของต้นไม้ประเภทหนึ่ง15 เมื่อเจ้าได้ยินเสียงฝีเท้าบนยอดของพุ่มบาคา ให้ออกไปสู้รบได้ทันที เพราะนั่นเป็นเสียงของพระเจ้าที่กำลังออกนำหน้าเจ้าไปมีชัยเหนือกองทัพของฟีลิสเตีย” 16 ดาวิดทำตามที่พระเจ้าสั่งเขาไว้ และดาวิดกับกองทัพของเขาก็สามารถเอาชนะกองทัพชาวฟีลิสเตียได้ทั้งหมดตลอดเส้นทางจากเมืองกิเบโอนไปจนถึงเมืองเกเซอร์ 17 ดังนั้นชื่อเสียงของดาวิดก็แพร่กระจายออกไปยังประเทศทั้งหลายและพระยาห์เวห์ทำให้ทุกๆชนชาติเกรงกลัวเขา
15การนำหีบข้อตกลงเข้าเมืองเยรูซาเล็ม
(2 ซมอ. 6:12-19)
1 ดาวิดได้สร้างวังของเขาเองขึ้นในเมืองของดาวิด และเขาได้เตรียมสร้างสถานที่สำหรับหีบของพระเจ้าด้วย เขาได้ตั้งเต็นท์ขึ้นหลังหนึ่งสำหรับหีบใบนั้น 2 แล้วดาวิดพูดว่า “คนที่ไม่ใช่ชาวเลวีห้ามมาถือหีบของพระเจ้า เพราะพระยาห์เวห์ได้เลือกพวกเลวีให้มาเป็นผู้ถือหีบของพระยาห์เวห์ และให้มารับใช้พระองค์ตลอดไป”
3 ดาวิดเรียกประชุมชาวอิสราเอลทั้งหมดที่เมืองเยรูซาเล็ม เพื่อที่จะนำหีบของพระยาห์เวห์ไปไว้ยังสถานที่ที่เขาได้จัดเตรียมไว้ 4 และดาวิดก็ได้รวบรวมบรรดาลูกหลานของอาโรนและชาวเลวี
5 บรรดาลูกหลานของโคฮาท มีอุรีเอลเป็นหัวหน้า พร้อมกับญาติๆของเขาอีกหนึ่งร้อยยี่สิบคน
6 จากบรรดาลูกหลานของเมรารี มีอาสายาห์เป็นหัวหน้า พร้อมกับญาติๆของเขาอีกสองร้อยยี่สิบคน
7 จากบรรดาลูกหลานของเกอร์โชม มีโยเอลเป็นหัวหน้าพร้อมกับญาติๆของเขาอีกหนึ่งร้อยสามสิบคน
8 จากบรรดาลูกหลานของเอลีซาฟาน มีเชไมอาห์เป็นหัวหน้าพร้อมกับญาติๆของเขาอีกสองร้อยคน
9 จากบรรดาลูกหลานของเฮโบรน มีเอลีเอลเป็นหัวหน้าพร้อมกับญาติๆของเขาอีกแปดสิบคน
10 จากบรรดาลูกหลานของอุสซีเอล มีอัมมีนาดับเป็นหัวหน้าพร้อมกับญาติๆของเขาอีกหนึ่งร้อยสิบสองคน
11 แล้วดาวิดก็เรียกตัวนักบวชศาโดกและนักบวชอาบียาธาร์รวมทั้งชาวเลวีซึ่งประกอบด้วย อุรีเอล อาสายาห์ โยเอล เชไมอาห์ เอลีเอลและอัมมีนาดับเข้าพบ 12 และเขาก็ได้พูดกับคนเหล่านั้นว่า “พวกท่านคือหัวหน้าครอบครัวของชาวเลวี พวกท่านและญาติๆของพวกท่านจะต้องชำระตัวเองให้บริสุทธิ์+ 15:12 ชำระตัวเองให้บริสุทธิ์ หมายถึง “การเตรียมตัวเพื่อรับใช้พระยาห์เวห์” เพื่อจะได้เป็นผู้นำหีบของพระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลไปไว้ยังสถานที่ที่เราได้จัดเตรียมไว้ให้ 13 เพราะพวกท่านไม่ได้ไปกับพวกเราในครั้งแรกเพื่อไปหามหีบนั้น จึงทำให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราได้ระเบิดความโกรธใส่พวกเรา เพราะพวกเราไม่ได้ปรึกษากับพระองค์ว่าจะทำเรื่องนี้อย่างไรดีถึงจะเหมาะสม”
14 ดังนั้นเหล่านักบวชและชาวเลวีจึงได้ชำระตัวเองให้บริสุทธิ์เพื่อที่จะไปนำหีบของพระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลขึ้นมา 15 และชาวเลวีก็ได้เป็นผู้หามหีบของพระเจ้าไว้บนบ่าด้วยคานหาม เหมือนกับที่โมเสสได้สั่งไว้ตามคำพูดของพระยาห์เวห์
16 ดาวิดยังได้บอกกับพวกหัวหน้าของชาวเลวี ให้แต่งตั้งญาติๆของพวกเขาขึ้นเป็นนักร้อง เพื่อคอยเปล่งเสียงร้องเพลงอย่างชื่นชมยินดีไปพร้อมกับเสียงเครื่องดนตรีต่างๆ(มีทั้งเสียงพิณใหญ่ พิณเล็ก และฉาบ)
17 ดังนั้น ชาวเลวีจึงได้แต่งตั้งเฮมานลูกชายโยเอล และอาสาฟลูกชายของเบเรคิยาห์ ออกมาจากบรรดาญาติๆของเขา และยังได้แต่งตั้งเอธานลูกชายของคูชายาห์ออกจากบรรดาพี่น้องชาวเมรารีของพวกเขา 18 พวกเขาได้แต่งตั้งญาติๆของพวกเขาขึ้นเป็นผู้ช่วยคนเหล่านี้ คือ เศคาริยาห์ ยาอาซีเอล เชมิราโมท เยฮีเอล อุนนี เอลีอับ เบไนยาห์ มาอาเสอาห์ มัททีธิยาห์ เอลีเฟเลหุและมิกเนยาห์ และให้โอเบดเอโดมกับเยอีเอลเป็นคนเฝ้าประตู
19 เหล่านักร้องซึ่งประกอบไปด้วยเฮมาน อาสาฟและเอธานต้องเล่นฉาบทองสัมฤทธิ์ 20 เศคาริยาห์ อาซีเอล เชมิราโมท เยฮีเอล อุนนี เอลีอับ มาอาเสอาห์และเบไนยาห์เล่นพิณใหญ่ในแบบของอาลาโมท+ 15:20 อาลาโมท ความหมายของคำนี้ในภาษาฮีบรูยังไม่แน่ชัด มันเป็นการกล่าวอ้างถึงท่วงทำนองบางอย่างหรือลักษณะของการเล่นดนตรีแบบหนึ่ง แต่ตามธรรมดาจะแปลว่าพิณเสียงสูงหรือเสียงร้องหรือส่วนที่สูงแหลม ส่วน “เชมินิท” เข้าใจกันว่าเป็นเสียงพิณที่ต่ำหรือเสียงร้องหรือเสียงเบสที่ต่ำทุ้ม แต่ในที่นี้ไม่น่าจะมีความหมายอย่างนั้น เพราะว่าพิณใหญ่น่าจะให้เสียงทุ้มมากกว่าเสียงสูง ส่วนของพิณเล็กน่าจะให้เสียงที่สูงกว่า21 ส่วนมัททีธิยาห์ เอลีเฟเลหุ มิกเนยาห์ โอเบดเอโดม เยอีเอลและอาซาซิยาห์เล่นพิณเล็กในแบบของเชมินิท+ 15:21 เชมินิท ความหมายของคำนี้ในภาษาฮีบรูยังไม่แน่นอน ดูที่ “อาลาโมท”22 เคนานิยาห์ที่เป็นผู้นำในการร้องเพลงของชาวเลวีเป็นคนร้องนำเพราะเขามีความชำนาญในด้านนี้
23 เบเรคิยาห์และเอลคานาห์เป็นนายประตูเฝ้าหีบใบนั้น 24 เหล่านักบวช คือ เชบานิยาห์ โยชาฟัท เนธันเอล อามาสัย เศคาริยาห์ เบไนยาห์และเอลีเยเซอร์เป็นคนเป่าแตรต่อหน้าหีบของพระเจ้า โอเบดเอโดมและเยฮียาห์เป็นนายประตูเฝ้าหีบใบนั้นด้วยเหมือนกัน
25 ดาวิด เหล่าผู้นำของอิสราเอลและบรรดาผู้นำกองพันก็ได้ไปนำหีบข้อตกลงของพระยาห์เวห์มาจากบ้านของโอเบดเอโดมด้วยความชื่นชมยินดี 26 และพระเจ้าก็ได้ช่วยเหลือพวกชาวเลวีที่กำลังแบกหีบข้อตกลงของพระยาห์เวห์นั้น พวกเขาได้ถวายเครื่องบูชาเป็นวัวตัวผู้เจ็ดตัวและแกะตัวผู้เจ็ดตัว 27 ดาวิด ชาวเลวีทั้งหมดที่แบกหีบกับพวกนักร้องและเคนานิยาห์ผู้นำวงนักร้อง ต่างก็สวมเสื้อชุดยาวที่ทำจากผ้าลินินอย่างดี และดาวิดก็สวมเอโฟดที่ทำจากลินินด้วยเหมือนกัน
28 ดังนั้นอิสราเอลทั้งหมดจึงได้ร่วมขบวนไปกับหีบข้อตกลงของพระยาห์เวห์ พร้อมกับร้องตะโกนไปอย่างสนุกสนาน พวกเขาได้เป่าแตรเขาสัตว์ แตรธรรมดา เล่นฉาบ พิณใหญ่และพิณเล็กไปด้วย
29 เมื่อหีบข้อตกลงของพระยาห์เวห์กำลังจะเข้าในเมืองของดาวิด นางมีคาลลูกสาวของซาอูลได้มองออกไปที่หน้าต่างและเห็นดาวิดกำลังเต้นรำและเล่นสนุกสนานอยู่ นางจึงคิดดูถูกเขาในใจ
161 พวกเขาได้นำเอาหีบของพระเจ้าเข้ามาวางไว้ภายในเต็นท์ที่ดาวิดได้จัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ และพวกเขาก็ได้เผาสัตว์ทั้งตัวถวายเป็นเครื่องบูชา และถวายเครื่องสังสรรค์บูชาต่อหน้าพระเจ้า 2 เมื่อดาวิดได้ถวายเครื่องบูชาเหล่านั้นเสร็จแล้ว เขาก็ได้อวยพรให้กับประชาชนในนามของพระยาห์เวห์ 3 และเขาก็ได้แจกจ่ายขนมปังหนึ่งก้อน เค้กอินทผลัมกับขนมลูกเกดอัดให้กับชาวอิสราเอลทุกคนทั้งชายแลหญิง
4 ดาวิดได้แต่งตั้งชาวเลวีบางคนให้ไปรับใช้อยู่ต่อหน้าหีบของพระยาห์เวห์ เพื่อให้เฉลิมฉลองพระเกียรติ ขอบคุณและสรรเสริญพระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล 5 อาสาฟได้เป็นหัวหน้าและมีเศคาริยาห์เป็นผู้ช่วย ยังมี เยอีเอล เชมิราโมท เยฮีเอล มัททีธิยาห์ เอลีอับ เบไนยาห์ โอเบดเอโดม และเยอีเอล เป็นผู้เล่นพิณใหญ่และพิณเล็ก ส่วนอาสาฟเป็นคนตีฉาบ 6 นักบวชเบไนยาห์กับนักบวชยาฮาซีเอลเป็นคนเป่าแตรอยู่ต่อหน้าหีบแห่งคำสัญญาของพระเจ้าเป็นประจำ 7 แล้วในวันนั้นเอง ดาวิดก็ได้ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการขอบคุณพระยาห์เวห์ โดยอาศัยอาสาฟและญาติๆของอาสาฟคอยช่วยเหลือ
เพลงขอบคุณของดาวิด
(สดด. 105:1-15; 96:1-13; 106:47-48)
8 ให้ขอบคุณพระยาห์เวห์ ให้กระจายชื่อเสียงของพระองค์ออกไป
ให้บอกชนชาติทั้งหลายถึงสิ่งที่พระองค์ทำ
9 ให้ร้องเพลงให้กับพระองค์ ให้ร้องเพลงสรรเสริญพระองค์
ใคร่ครวญถึงสิ่งน่าทึ่งทั้งหมดที่พระองค์ได้ทำ
10 โอ้อวดถึงชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
ขอให้คนเหล่านั้นที่แสวงหาพระยาห์เวห์มีความสุขเถิด
11 ให้แสวงหาพระยาห์เวห์และพละกำลังที่มาจากพระองค์เถิด
ให้แสวงหาหน้าของพระองค์อยู่เสมอ
12 ให้ระลึกถึงเรื่องน่าทึ่งทั้งหลายที่พระองค์ทำ
ให้ระลึกถึงการอัศจรรย์ต่างๆที่พระองค์ทำและคำตัดสินทั้งหลายที่ออกมาจากปากของพระองค์
13 ลูกหลานของอิสราเอลผู้รับใช้ของพระองค์เอ๋ย
ลูกหลานของยาโคบพวกที่พระองค์ได้เลือกไว้เอ๋ย
14 พระองค์คือพระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเรา
คำตัดสินทั้งหลายของพระองค์จะเป็นจริงอย่างนั้นในทุกหนแห่งทั่วโลก
15 อย่างนั้น ให้จดจำข้อตกลงของพระองค์ตลอดไป
คือคำสัญญาที่พระองค์ทำไว้กับคนของพระองค์เป็นพันรุ่น
16 พระองค์จะรักษาคำสัญญาที่ทำไว้กับอับราฮัม
และคำสาบานของพระองค์ที่ให้ไว้กับอิสอัค
17 พระองค์ทำให้มันเป็นกฎสำหรับยาโคบ
และเป็นข้อตกลงให้กับอิสราเอลตลอดไป
18 พระองค์พูดว่า “เราจะมอบดินแดนคานาอัน
ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าตลอดไป”
19 พระองค์ได้ทำสิ่งนี้ตอนที่พวกเขายังมีกันอยู่ไม่กี่คน
และยังเป็นคนต่างด้าวแค่กระจุกเดียวในดินแดนนั้นอยู่เลย
20 พวกเขาเร่ร่อนพเนจรจากชนชาติหนึ่งไปอีกชนชาติหนึ่ง
จากอาณาจักรหนึ่งไปยังอีกอาณาจักรหนึ่ง
21 แต่พระเจ้าไม่ยอมให้ใครข่มเหงพวกเขา
พระองค์ได้เตือนพวกกษัตริย์ทั้งหลายว่า
22 “อย่าแตะต้องคนเหล่านั้นที่เราได้เลือกไว้แล้ว
อย่าได้ทำร้ายพวกผู้พูดแทนเรา”
23 ทุกคนบนโลกนี้ ร้องเพลงให้กับพระยาห์เวห์เถิด
ให้ประกาศวันแล้ววันเล่าถึงความรอดที่มาจากพระองค์
24 ประกาศให้ชนชาติต่างๆรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์
ประกาศให้ทุกคนรู้ถึงสิ่งน่าทึ่งต่างๆที่พระองค์ทำ
25 เพราะพระยาห์เวห์นั้นยิ่งใหญ่และสมควรได้รับการสรรเสริญอย่างยิ่ง
พระองค์น่ายำเกรงกว่าพระเจ้าทั้งปวง
26 เพราะพระเจ้าทั้งสิ้นของชนชาติเหล่านั้นเป็นแค่รูปเคารพ
แต่พระยาห์เวห์เป็นผู้ที่สร้างฟ้าสวรรค์
27 รัศมีและบารมีของพระองค์แผ่กระจายออกมาจากพระองค์
อำนาจและความชื่นบานอยู่ในบ้านของพระองค์
28 ตระกูลของชนชาติต่างๆทั่วโลกเอ๋ย ให้สรรเสริญพระยาห์เวห์
สำหรับสง่าราศีและพละกำลังของพระยาห์เวห์เถิด
29 ให้สรรเสริญพระยาห์เวห์สำหรับชื่ออันมีสง่าราศีของพระองค์
ให้นำเครื่องบูชาเข้ามาอยู่ต่อหน้าพระองค์
ให้ก้มกราบลงต่อหน้าพระยาห์เวห์ในวิหารอันสง่างามของพระองค์
30 มนุษย์บนแผ่นดินโลกทุกคนเอ๋ย ให้ตัวสั่นเทิ้มเมื่ออยู่เบื้องหน้าพระองค์เถิด
โลกทั้งใบก็อยู่อย่างมั่นคงจะไม่มีวันสั่นคลอน
31 ขอให้ฟ้าสวรรค์เฉลิมฉลองกัน ขอให้แผ่นดินโลกชื่นชมยินดี
ให้คนพูดกันท่ามกลางชนชาติทั้งหลายๆว่า “พระยาห์เวห์ทรงครอบครอง”
32 ขอให้ทะเลและทุกสิ่งทุกอย่างในทะเลนั้นโห่ร้องยินดี
ให้ท้องทุ่งและทุกสิ่งทุกอย่างในมันร่าเริงยินดี
33 ขอให้ต้นไม้ในป่าชื่นชมยินดีต่อหน้าพระยาห์เวห์
เมื่อพระองค์กำลังเสด็จมา พระองค์กำลังมาตัดสินแผ่นดินโลกนี้
34 ให้ขอบคุณพระยาห์เวห์เพราะพระองค์นั้นดีแท้
ความรักมั่นคงของพระองค์คงอยู่ตลอดไป
35 ให้ท่านพูดว่า
“ข้าแต่พระเจ้า ผู้ช่วยให้รอดของพวกเรา ได้โปรดช่วยกู้พวกเราด้วยเถิด
โปรดรวบรวมและช่วยพวกเราให้รอดพ้นจากชนชาติต่างๆ
เพื่อพวกเราจะได้ขอบคุณชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
แล้วจะได้โอ้อวดถึงสิ่งน่าสรรเสริญทั้งหลายที่พระองค์ได้ทำ
36 ขอสรรเสริญพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล
ผู้เป็นอยู่ตลอดมาและจะคงอยู่ตลอดไป
แล้วประชาชนทั้งหลายก็พูดว่า ‘อาเมน’ และพวกเขาได้สรรเสริญพระยาห์เวห์”
37 ดาวิดได้ทิ้งให้อาสาฟกับญาติๆของเขาไว้ ให้อยู่ต่อหน้าหีบแห่งข้อตกลงของพระยาห์เวห์ เพื่อรับใช้ประจำต่อหน้าหีบตามงานที่ต้องทำในแต่ละวันนั้น 38 ดาวิดก็ได้ให้โอเบดเอโดมและเยฮียาห์กับญาติๆของพวกเขาอีกหกสิบแปดคน อยู่ที่นั่นด้วย โอเบดเอโดมลูกชายของเยดูธูนกับโฮสาห์เป็นคนเฝ้าประตู
39 และที่หน้าเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ ของพระยาห์เวห์ ที่ตั้งอยู่ในสถานที่สูง ในกิเบโอน มีนักบวชศาโดกและเหล่านักบวชเพื่อนๆของเขา 40 ทำหน้าที่เผาสัตว์ทั้งตัวบนแท่นบูชาถวายเป็นเครื่องบูชาให้กับพระยาห์เวห์เป็นประจำทุกเช้าเย็นตามทุกสิ่งที่ได้เขียนไว้ในกฏของพระยาห์เวห์ ที่พระองค์ได้สั่งไว้กับชนชาติอิสราเอล 41 ยังมีเฮมาน เยดูธูนและคนอื่นๆที่ได้รับเลือกและถูกระบุชื่อไว้ให้อยู่ที่นั่นเพื่อร้องเพลงขอบคุณพระยาห์เวห์ อย่างเช่น “เพราะความรักมั่นคงของพระองค์คงอยู่ตลอดไป”+ 16:41 เพราะความรักมั่นคงของพระองค์คงอยู่ตลอดไป ดูใน 2 พงศาวดาร 7:6 และใน สดุดี 118 และ 13642 มีพวกแตรและฉาบอยู่ที่นั่นกับเฮมานและเยดูธูนด้วย เพื่อให้คนเหล่านั้นใช้มันเล่นบรรเลงประกอบเพลงถวายให้กับพระเจ้า และบรรดาลูกชายของเยดูธูนเป็นคนเฝ้าประตู
43 แล้วประชาชนทั้งหมดก็กลับบ้าน และดาวิดก็กลับวังของเขาเพื่อที่จะไปอวยพรให้กับครอบครัวของเขา
17พระเจ้าให้สัญญากับดาวิด
(2 ซมอ. 7:1-17)
1 เมื่อดาวิดได้เข้ามาอยู่ในบ้านของเขาแล้ว เขาก็ได้พูดกับนาธันผู้พูดแทนพระเจ้าว่า “ดูสิ เราได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่สร้างจากไม้สนซีดาร์ แต่หีบแห่งข้อตกลงของพระยาห์เวห์ยังอยู่ในเต็นท์เลย”
2 นาธันจึงตอบดาวิดไปว่า “อยากทำอะไรก็ทำไปเถิด เพราะพระเจ้าสถิตอยู่กับท่าน”
3 แต่ในคืนนั้นเอง คำพูดของพระเจ้าก็มาถึงนาธันว่า
4 “ให้ไปบอกกับดาวิดผู้รับใช้ของเราว่า นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด ‘ไม่ใช่เจ้าหรอกที่จะเป็นคนสร้างบ้านให้เราอยู่ 5 นับตั้งแต่วันที่เราได้นำชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์มาจนถึงทุกวันนี้ เรายังไม่เคยอาศัยอยู่ในบ้านมาก่อน แต่เราได้ย้ายจากเต็นท์นี้ไปเต็นท์โน้น ย้ายจากที่พักนี้ไปที่พักโน้น 6 ไม่ว่าเราได้ย้ายไปไหนก็ตามทั่วทั้งอิสราเอล เราเคยพูดกับพวกผู้นำของอิสราเอลที่เราได้สั่งให้คอยดูแลประชาชนของเราหรือเปล่าว่า ทำไมพวกเจ้าถึงไม่ได้สร้างบ้านที่ทำจากไม้สนซีดาร์ให้กับเรา’”
7 “เจ้าจะต้องไปพูดกับดาวิดผู้รับใช้ของเราว่า ‘นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้นพูด “เราได้นำเจ้ามาจากทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ จากการไล่ต้อนฝูงแพะแกะ มาเป็นผู้ปกครองเหนือประชาชนอิสราเอลของเรา 8 และเราได้อยู่กับเจ้าในทุกๆที่ที่เจ้าไป เราได้กำจัดศัตรูทั้งหมดของเจ้าออกไปต่อหน้าเจ้า เราจะทำให้เจ้าเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งบนโลกนี้ 9 และเราจะหาสถานที่ให้กับประชาชนชาวอิสราเอลของเรา เราจะปลูกฝังพวกเขาไว้ที่นั่น เพื่อพวกเขาจะได้อาศัยอยู่ที่นั่นและไม่ถูกรบกวนอีกต่อไป พวกคนชั่วที่เคยกดขี่พวกเขาก็จะไม่สามารถทำกับพวกเขาอย่างที่เคยทำมาก่อนได้อีก 10 สิ่งเลวร้ายเหล่านั้นเกิดขึ้น แต่เราได้แต่งตั้งพวกผู้นำขึ้นเหนือประชาชนชาวอิสราเอลของเรา และเราจะปราบปรามพวกศัตรูทั้งหมดของเจ้า แล้วเราขอบอกเจ้าว่า เป็นเราเองยาห์เวห์ที่จะสร้างบ้านให้กับเจ้า+ 17:10 สร้างบ้านให้กับเจ้า บ้านในที่นี้ หมายถึง จะตั้งราชวงศ์ของดาวิดขึ้นมา11 เมื่อวันเวลาของเจ้าครบแล้ว และเจ้าได้ไปอยู่กับบรรพบุรุษของเจ้า แล้วเราจะทำให้เลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้า คือลูกชายคนหนึ่งของเจ้าได้ครองบัลลังก์สืบต่อจากเจ้า และเราก็จะตั้งให้อาณาจักรของเขามั่นคง 12 เขาจะเป็นคนที่สร้างบ้านให้กับเรา และเราก็จะตั้งให้บัลลังก์ของเขามั่นคงตลอดไป 13 เราจะเป็นพ่อของเขาและเขาก็จะเป็นลูกชายของเรา เราจะไม่เอาความรักมั่นคงของเราไปจากตัวเขาอย่างที่เราเคยเอาไปจากซาอูลผู้ที่เคยอยู่ก่อนหน้าเจ้า 14 แต่เราจะแต่งตั้งเขาในบ้านและอาณาจักรของเราตลอดไป แล้วบัลลังก์ของเขาก็จะมั่นคงตลอดไป”’”
15 นาธันบอกดาวิดเรื่องนิมิตและทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าพูด
คำอธิษฐานของดาวิด
(2 ซมอ. 7:18-29)
16 แล้วกษัตริย์ดาวิดก็ได้เข้าไปนั่งอยู่ในเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าพระยาห์เวห์ และพูดว่า
“ข้าแต่พระยาห์เวห์ผู้เป็นพระเจ้า ข้าพเจ้าเป็นใครและครอบครัวของข้าพเจ้าเป็นใครกันหรือ พระองค์ถึงได้ทำสิ่งต่างๆให้กับข้าพเจ้ามากมายขนาดนี้ 17 แต่ดูเหมือนว่ามันยังน้อยไปในสายตาของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ยังได้สัญญาเกี่ยวกับครอบครัวของผู้รับใช้ของพระองค์ที่ยังมาไม่ถึง และพระองค์ยังทำกับข้าพเจ้าราวกับเป็นคนสำคัญมาก 18 มีอะไรอีกไหมที่ข้าพเจ้าจะทำให้กับพระองค์ได้ ให้สมกับที่พระองค์ให้เกียรติกับข้าพเจ้าผู้รับใช้พระองค์ พระองค์เองก็รู้จักผู้รับใช้พระองค์ดี 19 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมดนี้ไป พระองค์ทำเพื่อเห็นแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ พระองค์ทำตามที่พระองค์อยากทำ สิ่งที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้พระองค์ทำให้คนรู้กันไปทั่ว 20 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ไม่มีใครเหมือนกับพระองค์อีกแล้ว และไม่มีพระเจ้าองค์ไหนอีกนอกจากพระองค์เท่านั้น ทุกอย่างที่เราได้ยินมาทำให้เราเชื่อว่าเรื่องนี้จริง 21 และจะมีใครเป็นเหมือนอิสราเอลชนชาติของพระองค์เล่า เป็นชาติเดียวในโลกที่พระเจ้าได้ไถ่ออกมาจากการเป็นทาส เพื่อจะได้มาเป็นประชาชนของพระองค์เอง พระองค์ได้สร้างชื่อเสียงให้กับพระองค์เองด้วยการกระทำอันยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามเหล่านี้ โดยการขับไล่ชนชาติต่างๆออกไป เพื่อเปิดทางให้กับประชาชนของพระองค์ ผู้ที่พระองค์ได้ไถ่ออกมาจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ 22 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ได้ทำให้ประชาชนชาวอิสราเอลของพระองค์ เป็นชนชาติของพระองค์ตลอดไป และตัวพระองค์เองก็ได้มาเป็นพระเจ้าของพวกเขา
23 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอให้คำสัญญาที่พระองค์ได้พูดไว้เกี่ยวกับผู้รับใช้ของพระองค์ และครอบครัวของเขานั้นอยู่อย่างมั่นคงตลอดไปเถิด และขอให้พระองค์ทำตามที่พระองค์ได้สัญญาไว้ 24 เพื่อมันจะได้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ และชื่อเสียงของพระองค์จะยิ่งใหญ่ตลอดไป เมื่อคนพูดกันว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ทั้งสิ้น พระเจ้าของชาวอิสราเอลนั้น เป็นพระเจ้าของชนชาติอิสราเอลจริงๆ’ และเพื่อครอบครัวของข้าพเจ้าจะได้ตั้งมั่นคงอยู่ต่อหน้าพระองค์
25 เพราะพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของข้าพเจ้าได้เปิดเผยกับผู้รับใช้ของพระองค์แล้วว่า พระองค์จะสร้างบ้านให้เขา ผู้รับใช้ของพระองค์จึงกล้าที่จะมาอธิษฐานต่อหน้าของพระองค์ 26 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์คือพระเจ้า และตอนนี้ พระองค์ได้สัญญาสิ่งดีสิ่งนี้กับผู้รับใช้ของพระองค์ 27 ตอนนี้ พระองค์เห็นดีด้วยที่จะอวยพรให้กับครอบครัวของผู้รับใช้พระองค์ ซึ่งมันจะคงอยู่ตลอดไปต่อหน้าพระองค์ ข้าแต่พระยาห์เวห์ เพราะพระองค์อวยพรใคร คนนั้นก็จะได้รับพระพรตลอดไป”
18ดาวิดได้ชัยชนะเหนือชาติต่างๆ
(2 ซมอ. 8:1-14)
1 ต่อมาภายหลัง ดาวิดได้โจมตีชาวฟีลิสเตียและเอาชนะพวกเขาได้และทำให้พวกนั้นอยู่ใต้บังคับ เขาได้ยึดเมืองกัทและหมู่บ้านโดยรอบไว้ได้จากพวกฟีลิสเตีย
2 ดาวิดยังได้เอาชนะพวกโมอับ และประชาชนชาวโมอับก็กลายเป็นทาสของดาวิดที่ต้องคอยส่งส่วยให้กับเขา
3 ดาวิดต่อสู้กับกษัตริย์ฮาดัดเอเซอร์แห่งเมืองโศบาห์ไปจนถึงฮามัท ตอนที่ดาวิดไปตั้งอนุสาวรีย์ให้กับตัวเองที่ลุ่มแม่น้ำยูเฟรตีส 4 ดาวิดยึดเอารถรบไว้ได้หนึ่งพันคัน ทหารม้าเจ็ดพันคน และทหารเดินเท้าสองหมื่นคนมาจากกษัตริย์ฮาดัดเอเซอร์ และยังได้ตัดเส้นเอ็นที่ขาหลังของม้าทุกตัว เหลือไว้เพียงหนึ่งร้อยตัวสำหรับลากรถรบ
5 เมื่อชาวอารัมแห่งเมืองดามัสกัสมาช่วยกษัตริย์ฮาดัดเอเซอร์ของเมืองโศบาห์ ดาวิดได้ฆ่าทหารชาวอารัมตายไปสองหมื่นสองพันคน 6 แล้วดาวิดก็ได้จัดกำลังทหารไว้จำนวนหนึ่งให้อยู่ในเขตของชาวอารัมที่มีดามัสกัสเป็นเมืองหลวง และประชาชนชาวอารัมก็กลายเป็นทาสของดาวิดที่ต้องส่งส่วยให้กับเขา พระยาห์เวห์ได้ให้ชัยชนะกับดาวิดในทุกๆที่ที่เขาไป
7 ดาวิดได้ยึดเอาโล่ทองคำที่พวกนายทหารของกษัตริย์ฮาดัดเอเซอร์ถือ แล้วเอาพวกมันไปไว้ที่เมืองเยรูซาเล็ม 8 และยังได้ยึดเอาทองสัมฤทธิ์จำนวนมากมายมหาศาลมาจากเมืองเทบาห์และเมืองคูน ซึ่งเป็นเมืองของกษัตริย์ฮาดัดเอเซอร์ไว้ด้วย ซึ่งต่อมาภายหลังซาโลมอนได้ใช้ทองสัมฤทธิ์นี้ทำขันทะเล+ 18:8 ขันทะเล ขันเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ตั้งอยู่ในวิหาร ดูใน 2 พงศาวดาร 4:2-6 และเสาหลายต้น รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้อีกหลายอย่างสำหรับวิหาร
9 เมื่อกษัตริย์โทอูแห่งเมืองฮามัทได้ยินข่าวว่า ดาวิดเอาชนะกองทัพทั้งหมดของกษัตริย์ฮาดัดเอเซอร์แห่งเมืองโศบาห์ได้ 10 เขาจึงส่งฮาโดรัมลูกชายของเขามาพบกษัตริย์ดาวิดเพื่อถามทุกข์สุขและแสดงความยินดีกับดาวิด เพราะกษัตริย์ฮาดัดเอเซอร์เคยมาทำสงครามและเอาชนะกษัตริย์โทอูมาก่อน ฮาดัดเอเซอร์ทำสงครามกับโทอูบ่อยๆ กษัตริย์โทอูยังให้ฮาโดรัมขนของทุกชนิดที่ทำจากทอง เงินและทองสัมฤทธิ์ นำมาให้กับกษัตริย์ดาวิดด้วย 11 กษัตริย์ดาวิดได้เอาทองและเงินที่เขายึดมาได้จากชาติต่างๆคือ เอโดม โมอับ ชาวอัมโมน ชาวฟีลิสเตียและชาวอามาเลค มาอุทิศให้กับพระยาห์เวห์
12 อาบีชัยลูกชายของนางเศรุยาห์ได้ฆ่าชาวเอโดมหนึ่งหมื่นแปดพันคนตายในหุบเขาเกลือ 13 เขาได้จัดกำลังทหารจำนวนหนึ่งให้อยู่ในเอโดมและประชาชนชาวเอโดมทั้งหมดก็กลายเป็นทาสของดาวิด และพระยาห์เวห์ให้ชัยชนะกับดาวิดในทุกที่ที่ดาวิดไป
ข้าราชการคนสำคัญของดาวิด
(2 ซมอ. 8:15-18; 20:23-26)
14 ดาวิดได้เป็นกษัตริย์เหนือชนชาติอิสราเอลทั้งหมด และเขาได้ให้ความยุติธรรมและความถูกต้องกับประชาชนทั้งหมดของเขา 15 โยอาบลูกชายของนางเศรุยาห์ได้เป็นแม่ทัพ เยโฮชาฟัทลูกชายของอาหิลูดเป็นเลขานุการ 16 ศาโดกลูกชายของอาหิทูบและอาหิเมเลคลูกชายของอาบียาธาร์เป็นนักบวช ชาวชาเป็นผู้จดบันทึก+ 18:16 ผู้จดบันทึก คนที่ทำหน้าที่จดบันทึกหรือคัดลอกบรรดาหนังสือหรือจดหมาย คนเหล่านี้ได้ใช้เวลาในการเขียนสิ่งต่างๆมากจนกระทั่งกลายเป็นผู้ชำนาญที่รู้ความหมายของตัวหนังสือเป็นอย่างดี17 เบไนยาห์ลูกชายของเยโฮยาดาเป็นแม่ทัพของชาวเคเรธีและชาวเปเลท+ 18:17 ชาวเคเรธีและชาวเปเลท พวกเขาคือทหารที่คอยปกป้องกษัตริย์ และบรรดาลูกชายของดาวิดได้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่คอยอยู่เคียงข้างกษัตริย์
19ดาวิดรบชนะอัมโมนกับอารัม
(2 ซมอ. 10:1-19)
1 ต่อมา กษัตริย์นาหาชของชาวอัมโมนตาย และลูกชายของเขาขึ้นเป็นกษัตริย์แทน 2 ดาวิดพูดว่า “เราจะดีกับฮานูนที่เป็นลูกชายของนาหาช เพราะพ่อของเขาดีกับเรามาก่อน” ดังนั้น ดาวิดจึงส่งคนส่งข่าวหลายคนมาแสดงความเสียใจกับฮานูนที่พ่อของเขาตาย เมื่อบรรดาตัวแทนของดาวิดมาถึงเมืองของพวกอัมโมนและมาพบกับฮานูนเพื่อที่จะแสดงความเสียใจกับเขา
3 พวกเจ้าหน้าที่ชาวอัมโมนพูดกับฮานูนว่า “ท่านคิดว่าดาวิดกำลังให้เกียรติกับพ่อของท่าน เพราะเขาได้ส่งคนเหล่านี้มาปลอบโยนท่านอย่างนั้นหรือ ตัวแทนของเขามาพบกับท่านเพื่อจะมาสำรวจ และสอดแนมแผ่นดินของท่านเพื่อจะได้ทำลายมันต่างหากเล่า” 4 ฮานูนจึงจับบรรดาตัวแทนของดาวิดมาและโกนเครา+ 19:4 โกนเครา กฏของโมเสสห้ามไม่ให้ผู้ชายโกนเคราออก พวกเขาและฮานูนก็ได้ตัดเสื้อผ้าของพวกเขาออกข้างหนึ่งตั้งแต่สะโพกลงไป และได้ขับไล่พวกเขาออกไป
5 มีคนมาบอกข่าวเกี่ยวกับคนเหล่านี้ให้ดาวิดฟัง และดาวิดก็ได้ส่งผู้ส่งข่าวหลายคนมาพบพวกเขา เพราะพวกเขารู้สึกอับอายมาก กษัตริย์ดาวิดได้พูดว่า “ให้อยู่ในเยริโคต่อไปจนกว่าเคราของพวกท่านจะงอกออกมาใหม่ แล้วค่อยกลับมา”
6 เมื่อพวกอัมโมนรู้ว่าพวกเขาได้ทำให้ดาวิดเกลียด ฮานูนกับพวกอัมโมนจึงได้เอาเงินประมาณสามสิบสี่ตันไปจ้างรถรบกับทหารม้าจากเมโสโปเตเมีย จากอารัม-มาอาคาห์ และจากโศบาห์ 7 พวกเขายังได้จ้างรถรบสามหมื่นสองพันคันและกษัตริย์ของมาอาคาห์ รวมทั้งกองทัพของเขามาด้วย และพวกเขาทั้งหมดก็ได้มาตั้งค่ายอยู่ใกล้กับเมืองเมเดบา พวกอัมโมนได้เรียกชุมนุมคนของพวกเขาทั้งหมดจากเมืองต่างๆเพื่อมาสู้รบด้วย
8 เมื่อดาวิดได้ยินข่าวนี้ เขาก็ได้ส่งโยอาบและกองทัพทั้งหมดไปที่นั่น 9 พวกอัมโมนได้ออกมาตั้งแถวเตรียมสู้รบอยู่ที่ประตูเมือง ส่วนบรรดากษัตริย์ที่เข้าร่วมรบด้วยต่างก็ตั้งทัพอยู่ที่ท้องทุ่ง
10 โยอาบเห็นว่ามีกองทัพตั้งขนาบเขาอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เขาจึงได้เลือกทหารที่ฝีมือดีที่สุดของอิสราเอลมาจำนวนหนึ่ง และให้พวกเขามาอยู่ในตำแหน่งที่ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพของพวกอารัม 11 เขาให้กองทัพที่เหลืออยู่ภายใต้การควบคุมของอาบีชัยน้องชายของเขา และพวกเขาทั้งหมดต่างก็ตั้งทัพเผชิญหน้ากับพวกอัมโมน 12 โยอาบพูดว่า “ถ้าอารัมแข็งแกร่งเกินไปสำหรับเรา ท่านต้องมาช่วยเหลือเรา และถ้าพวกอัมโมนแข็งแกร่งเกินไปสำหรับท่าน เราก็จะไปช่วยท่าน 13 กล้าหาญไว้ ให้เราสู้ให้สมกับชายชาติทหารเพื่อคนของเราและเพื่อเมืองทั้งหลายของพระเจ้าของเรา และขอให้พระยาห์เวห์ทำในสิ่งที่พระองค์เห็นว่าดีเถิด”
14 โยอาบกับกองทัพของเขาบุกเข้าสู้รบกับพวกอารัม และพวกอารัมต่างถอยหนีพวกเขา 15 เมื่อพวกอัมโมนเห็นว่าพวกอารัมวิ่งหนี พวกเขาจึงวิ่งหนีจากอาบีชัยที่เป็นน้องชายของโยอาบด้วย และหนีเข้าเมืองของพวกเขาไป แล้วโยอาบก็กลับเมืองเยรูซาเล็ม
16 เมื่ออารัมเห็นว่าพวกเขาพ่ายแพ้แก่ชาวอิสราเอลแล้ว พวกเขาจึงได้ส่งพวกผู้ส่งข่าวเพื่อไปนำชาวอารัมมาจากอีกฝั่งของแม่น้ำยูเฟรติส โดยมีโชฟัคที่เป็นแม่ทัพของกองทัพฮาดัดเอเซอร์มาเป็นผู้นำทัพ
17 มีคนมารายงานเรื่องนี้ให้กับดาวิด เขาจึงได้รวบรวมชาวอิสราเอลทั้งหมดเดินทางข้ามแม่น้ำจอร์แดนไป และได้มาพบกับกองทัพของชาวอารัมนั้น เขาได้จัดเตรียมกองทัพเผชิญหน้ากับพวกอารัม และได้สู้รบกับพวกเขา 18 พวกอารัมต่างวิ่งหนีชาวอิสราเอล และดาวิดกับกองทัพของเขาได้ฆ่าทหารรถรบตายถึงเจ็ดพันคน ทหารเดินเท้าอีกสี่หมื่นคน และยังได้ฆ่าแม่ทัพโชฟัคตายด้วย
19 เมื่อพวกคนรับใช้ของฮาดัดเอเซอร์เห็นว่าพวกเขาพ่ายแพ้แก่ชาวอิสราเอล จึงได้ขอสงบศึกกับดาวิดและยอมเป็นทาสของเขา ดังนั้นพวกอารัมจึงไม่ยอมช่วยเหลือพวกอัมโมนอีก
20โยอาบทำลายพวกอัมโมน
(2 ซมอ. 12:26-31)
1 เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิของปีต่อไป ซึ่งเป็นช่วงที่บรรดากษัตริย์ต่างออกไปทำสงครามกัน โยอาบได้นำกองทัพออกไปทำลายแผ่นดินของพวกอัมโมนและได้ล้อมเมืองรับบาห์ไว้ ส่วนดาวิดยังอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม โยอาบได้เข้าโจมตีเมืองรับบาห์และสามารถทำลายมันได้
2 ดาวิดได้ปลดเอามงกุฎออกจากหัวของกษัตริย์ของพวกเขา+ 20:2 กษัตริย์ของพวกเขา หรือ “มิลคอม” เป็นพระของพวกชาวอัมโมน ดาวิดพบว่ามงกุฎทองคำนี้หนักเกือบสามสิบห้ากิโลกรัม+ 20:2 เกือบสามสิบห้ากิโลกรัม หรือ หนึ่งตะลันต์ และมีพลอยมีค่ามากมายประดับอยู่ พวกเขาได้เอามงกุฎนี้มาสวมไว้บนหัวของดาวิด และดาวิดได้ขนเอาของมีค่าจำนวนมากมายมหาศาลไปจากเมืองนั้น 3 ดาวิดได้นำผู้คนที่อยู่ในเมืองรับบาห์ออกไปจากเมือง และบังคับให้ไปทำงานด้วยเลื่อย เหล็กขุด และขวาน ดาวิดทำอย่างเดียวกันนี้กับทุกเมืองของพวกอัมโมน แล้วดาวิดจึงยกทัพกลับเมืองเยรูซาเล็ม
พวกยักษ์ชาวฟีลิสเตียถูกฆ่าตาย
(2 ซมอ. 21:18-22)
4 ต่อมาภายหลัง เกิดสงครามกับชาวฟีลิสเตียในเมืองเกเซอร์ ในเวลานั้นสิบเบคัยชาวหุชาห์ได้ฆ่าสิปปัยซึ่งเป็นลูกหลานของชาวเรฟาอิมร่างยักษ์ตาย และพวกฟีลิสเตียยอมแพ้
5 หลังจากนั้น ก็เกิดสงครามกับชาวฟีลิสเตียขึ้นอีกครั้ง และเอลฮานันลูกชายยาอีร์ได้ฆ่าลามีน้องชายของโกลิอัทที่เป็นชาวกัทตาย ลามีผู้นี้ใช้หอกที่มีด้ามหนักเหมือนกับไม้ฟั่นทอผ้า+ 20:5 ไม้ฟั่นทอผ้า คานขนาดใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องทอผ้า
6 ในเวลาต่อมา ก็มีสงครามกับชาวกัทเกิดขึ้นอีก และได้มีชายร่างยักษ์คนหนึ่งที่มีนิ้วมือและนิ้วเท้าข้างละหกนิ้วรวมยี่สิบสี่นิ้ว เขาเป็นลูกหลานของเรฟาอิมร่างยักษ์ด้วย 7 เขาได้มาพูดเหน็บแนมชาวอิสราเอล โยนาธานที่เป็นลูกชายของชิเมอาพี่ชายของดาวิดได้ฆ่าเขาตาย
8 คนเหล่านี้ล้วนเป็นลูกหลานของเรฟาอิมร่างยักษ์ในเมืองกัทและพวกเขาก็ถูกฆ่าตายด้วยฝีมือของดาวิดและคนของเขา
21ดาวิดบาปเพราะนับชาวอิสราเอล
(2 ซมอ. 24:1-25)
1 ซาตานได้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับอิสราเอล และยุให้ดาวิดนับประชาชนชาวอิสราเอล 2 ดาวิดได้พูดกับโยอาบและพวกแม่ทัพว่า “ให้ไปนับประชาชนชาวอิสราเอลตั้งแต่เบเออร์เชบาไปจนถึงดาน แล้วกลับมารายงานเรา เราจะได้รู้จำนวนของพวกเขา”
3 แต่โยอาบพูดว่า “ขอให้พระยาห์เวห์เพิ่มจำนวนของประชาชนของพระองค์ขึ้นอีกร้อยเท่าจากที่พวกเขาเป็นอยู่ขณะนี้เถิด ท่านกษัตริย์ คนอิสราเอลทั้งหมดล้วนเป็นคนรับใช้ของท่านมิใช่หรือ ทำไมท่านถึงต้องการทำอย่างนี้ด้วย ทำไมถึงให้สิ่งนี้ต้องกลายเป็นความบาปของชนชาติอิสราเอลด้วยเล่า”
4 แต่กษัตริย์ยังคงยืนกรานคำสั่งที่ให้กับโยอาบไป ดังนั้นโยอาบจึงได้ออกเดินทางไปทั่วทั้งแผ่นดินอิสราเอล แล้วจึงกลับมาเมืองเยรูซาเล็ม 5 โยอาบได้เสนอรายงานการนับประชาชนให้กับดาวิด ชาวอิสราเอลทั้งหมดมีผู้ชายหนึ่งล้านหนึ่งแสนคนที่สามารถใช้ดาบได้ และผู้ชายชาวยูดาห์ที่ใช้ดาบได้มีจำนวนสี่แสนเจ็ดหมื่นคน 6 โยอาบไม่ได้นับชาวเลวีและชาวเบนยามินรวมไปด้วย เพราะเขาไม่ชอบคำสั่งนี้ของกษัตริย์ 7 พระเจ้าก็ไม่พอใจคำสั่งนี้ด้วย ดังนั้นพระองค์จึงลงโทษชาวอิสราเอล
8 ดาวิดพูดกับพระเจ้าว่า “ข้าพเจ้าได้ทำบาปอย่างใหญ่หลวงที่ได้ทำสิ่งนี้ลงไป แต่ตอนนี้ขอโปรดเอาความผิดของข้าพเจ้าผู้รับใช้พระองค์ไปด้วยเถิด เพราะข้าพเจ้าได้ทำตัวโง่เขลาไป”
9 พระยาห์เวห์ได้พูดกับกาด ผู้ที่เห็นนิมิตของดาวิดว่า 10 “ให้ไปบอกกับดาวิดว่า ‘พระยาห์เวห์พูดว่า เรามีสามทางให้เจ้าเลือก เลือกมาทางหนึ่ง แล้วเราจะทำกับเจ้าตามนั้น’”
11 ดังนั้น กาดจึงไปพบดาวิดและได้พูดกับเขาว่า “นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์พูด เลือกมาอย่างหนึ่ง 12 คือ อดอยากสามปี หรือ วิ่งหนีศัตรูที่เอาดาบไล่ล่าเจ้าสามเดือน หรือสามวันของดาบของพระยาห์เวห์ ซึ่งก็คือโรคระบาดร้ายแรงในแผ่นดินนี้ พร้อมกับทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ที่จะลงมาทำลายล้างประชาชนที่อยู่ทั่วทั้งเขตแดนของชนชาติอิสราเอล ตอนนี้ ให้ท่านคิดดูว่าจะให้ข้าพเจ้านำคำตอบอันไหนไปให้กับผู้ที่ส่งข้าพเจ้ามา”
13 ดาวิดจึงตอบกาดไปว่า “เรากลุ้มใจมาก เราขอตกอยู่ในกำมือของพระยาห์เวห์ เพราะความเมตตาของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่นัก แต่ขออย่าให้เราตกไปอยู่ในกำมือของพวกมนุษย์เลย”
14 ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงได้ส่งโรคระบาดร้ายแรงมาสู่ชนชาติอิสราเอลทำให้มีคนตายเจ็ดหมื่นคน 15 และพระเจ้าก็ได้ส่งทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาที่เยรูซาเล็มเพื่อทำลายมัน แต่เมื่อทูตสวรรค์ได้เริ่มต้นการทำลาย พระยาห์เวห์มองดูแล้วก็เปลี่ยนใจไม่ทำลายล้างเยรูซาเล็ม พระองค์พูดกับทูตสวรรค์ที่กำลังทำลายเยรูซาเล็มอยู่นั้นว่า “พอเถิด รามือของท่านเถิด” ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์กำลังยืนอยู่ที่ลานนวดข้าวของโอรนันชาวเยบุส+ 21:15 ชาวเยบุส ชนชาติหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรูซาเล็มก่อนที่ชาวอิสราเอลจะเข้ายึดเมือง คำว่า “เยบุส” เป็นชื่อเก่าของเมืองเยรูซาเล็ม
16 ดาวิดมองขึ้นไปและได้เห็นทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ยืนอยู่ระหว่างสวรรค์กับพื้นโลก มือของท่านชักดาบออกมาและชี้ไปที่เมืองเยรูซาเล็ม แล้วดาวิดกับพวกผู้ใหญ่ที่แต่งกายด้วยผ้ากระสอบ+ 21:16 ผ้ากระสอบ คือ ผ้าเนื้อหยาบ ทำจากขนสัตว์ ใช้สวมใส่เพื่อแสดงความโศกเศร้า ก็ก้มหน้าลงถึงพื้นดิน 17 ดาวิดพูดกับพระเจ้าว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนสั่งให้นับประชาชนพวกนี้เอง ข้าพเจ้าเป็นคนที่ได้ทำบาป และได้ทำความผิดลงไป แต่พวกลูกแกะพวกนี้ได้ทำอะไรผิดเล่า ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพเจ้า โปรดลงโทษข้าพเจ้ากับครอบครัวของข้าพเจ้าเถิด อย่าไปลงโทษประชาชนของพระองค์ด้วยโรคระบาดร้ายแรงอย่างนี้เลย”
18 (ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ได้บอกกับกาดให้ไปบอกกับดาวิดให้ไปตั้งแท่นบูชาให้แก่พระยาห์เวห์บนลานนวดข้าวของโอรนันชาวเยบุส 19 ดังนั้น ดาวิดจึงได้ขึ้นไปทำตามคำพูดของกาดซึ่งเขาได้พูดไว้ในนามของพระยาห์เวห์)
20 โอรนันกำลังนวดข้าวสาลีอยู่ เขาได้หันมาเห็นทูตสวรรค์องค์นั้น พวกลูกชายทั้งสี่คนของเขาซึ่งอยู่กับเขาต่างก็วิ่งไปแอบ 21 เมื่อดาวิดมาหาเขา โอรนันเห็นดาวิด เขาก็เดินออกมาจากลานนวดข้าว ก้มลงกราบดาวิดจนหน้าจดพื้น
22 ดาวิดพูดกับโอรนันว่า “ขายลานนวดข้าวแห่งนี้ให้กับเราเถิด ขายให้กับเราเต็มราคาเลย เราจะได้สร้างแท่นบูชาให้แก่พระยาห์เวห์ขึ้นที่นี่ เพื่อที่ว่าโรคระบาดร้ายแรงจะได้หายไปจากประชาชน”
23 แล้วโอรนันก็ตอบดาวิดไปว่า “รับมันไปเถิด ขอให้กษัตริย์ผู้เป็นนายของข้าพเจ้าทำในสิ่งที่ท่านเห็นว่าดีเถิด ข้าพเจ้ายังจะให้วัวผู้อีกหลายตัวเป็นเครื่องเผาบูชา ให้เลื่อนนวดข้าวเป็นฟืน และให้ข้าวสาลีเพื่อเป็นเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช ข้าพเจ้าขอมอบทั้งหมดนี้ให้”
24 แต่กษัตริย์ดาวิดได้พูดกับโอรนันว่า “อย่าเลย เราจะขอซื้อของเหล่านี้เต็มราคา เพราะเราจะไม่เอาของๆท่านมาถวายบูชาพระยาห์เวห์ และเราจะไม่ยอมบูชาเครื่องเผาบูชาที่เราได้มาฟรีๆ”
25 ดังนั้น ดาวิดจึงจ่ายโอรนันไปด้วยทองคำหนักเจ็ดกิโลกรัม+ 21:25 เจ็ดกิโลกรัม หรือแปลตรงๆได้ว่า หกร้อยเชเขล เป็นค่าสถานที่ 26 แล้วดาวิดก็ได้สร้างแท่นบูชาขึ้นแท่นหนึ่งที่นั่นให้กับพระยาห์เวห์ และได้บูชาเครื่องเผาบูชากับเครื่องบูชาอื่นๆเพื่อคืนดีกับพระเจ้า ดาวิดได้เรียกพระยาห์เวห์ และพระองค์ก็ได้ตอบเขาด้วยไฟจากสวรรค์ที่ลงมาบนแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชานั้น 27 แล้วพระยาห์เวห์ได้สั่งทูตสวรรค์องค์นั้นให้เก็บดาบของท่านเข้าฝัก
28 ในเวลานั้น ดาวิดเห็นว่าพระยาห์เวห์ตอบรับเขาแล้วที่ลานนวดข้าวของโอรนันชาวเยบุส หลังจากที่เขาได้ถวายเครื่องบูชาให้กับพระองค์ที่นั่น 29 (ขณะนั้น เต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ของพระยาห์เวห์ที่โมเสสได้สร้างขึ้นในทะเลทราย และแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชาอยู่ในสถานที่สูงที่กิเบโอน 30 แต่ดาวิดไม่สามารถไปอยู่ต่อหน้าแท่นนั้นเพื่อขอคำปรึกษาจากพระเจ้าได้ เพราะเขาเกรงกลัวดาบของทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์)
221 ดาวิดพูดว่า “สถานที่นี้จะได้เป็นบ้าน+ 22:1 บ้าน วิหารของพระยาห์เวห์ คือตึกที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษในเมืองเยรูซาเล็มเพื่อใช้ในการนมัสการพระเจ้า ของพระยาห์เวห์ผู้เป็นพระเจ้าและนี่จะเป็นแท่นสำหรับเครื่องเผาบูชาของชาวอิสราเอล”
ดาวิดวางแผนสำหรับการสร้างวิหาร
2 ดาวิดได้สั่งให้รวบรวมชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอิสราเอล และได้แต่งตั้งพวกเขาให้เป็นช่างตัดหิน+ 22:2 ช่างตัดหิน คนที่ตัดหินและสร้างสิ่งต่างๆขึ้นจากหิน เพื่อไปตัดหินมาใช้สร้างวิหารที่จะเป็นบ้านของพระเจ้า 3 ดาวิดยังได้จัดเตรียมเหล็กจำนวนมากเพื่อใช้เป็นตะปู และบานพับสำหรับบานประตู เหล็กหนีบและใช้ทองสัมฤทธิ์จำนวนมากมายมหาศาลเกินกว่าที่จะชั่งน้ำหนักได้ 4 และใช้ไม้ซุงจากสนซีดาร์จำนวนมากจนไม่สามารถนับได้ เพราะชาวไซดอนและชาวไทระได้ส่งไม้ซุงจากสนซีดาร์จำนวนมากมายมาให้ดาวิด
5 ดาวิดคิดว่า “ซาโลมอนลูกชายของเรายังเด็กและยังไม่ประสีประสา และบ้านที่จะสร้างให้กับพระยาห์เวห์ต้องยิ่งใหญ่ รุ่งโรจน์และมีชื่อเสียงไปทั่วทุกประเทศ ดังนั้นเราจะต้องเตรียมการไว้ให้” แล้วดาวิดก็ได้จัดเตรียมสิ่งที่จะต้องใช้ในการก่อสร้างไว้มากมายก่อนที่เขาจะตาย
6 เขาได้เรียกตัวซาโลมอนลูกชายของเขาเข้ามา และสั่งเขาให้สร้างบ้านให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอล 7 ดาวิดพูดกับซาโลมอนว่า “ลูกเอ๋ย พ่อเองตั้งใจที่จะสร้างบ้านให้กับชื่อของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพ่อ 8 แต่พระยาห์เวห์ได้ส่งข่าวมาถึงพ่อว่า ‘เจ้าได้ฆ่าคนไปมากมายและตัวเจ้าเองก็ได้ต่อสู้ในสงครามหลายครั้ง ดังนั้นเจ้าจะไม่ได้เป็นผู้ที่สร้างบ้านให้กับชื่อของเรา เพราะเจ้าได้ทำให้เลือดมากมายต้องไหลนองบนแผ่นดินต่อหน้าเรา 9 ดูเถิด ลูกชายคนหนึ่งของเจ้าจะเกิดมาจากเจ้า เขาจะได้เป็นคนแห่งสันติภาพ และเราจะให้เขาได้หยุดพักจากการสู้รบกับศัตรูรอบด้าน เพราะเขาจะมีชื่อว่าซาโลมอน+ 22:9 ซาโลมอน ชื่อนี้คล้ายกับคำในภาษาฮีบรูที่มีความหมายว่า “สันติ” และเราจะให้เกิดสันติภาพและความสงบสุขกับชนชาติอิสราเอลในช่วงเวลาของเขา 10 เขาจะได้สร้างบ้านให้กับชื่อของเรา และจะได้เป็นลูกชายของเรา และเราก็จะเป็นพ่อของเขา เราจะทำให้บัลลังก์ของอาณาจักรของเขามั่นคงอยู่เหนือชนชาติอิสราเอลตลอดไป’
11 ตอนนี้ ลูกพ่อ ขอให้พระยาห์เวห์อยู่กับลูก เพื่อที่ลูกจะได้ประสบความสำเร็จและได้สร้างบ้านของพระยาห์เวห์พระเจ้าของลูก เหมือนกับที่พระองค์ได้พูดไว้เกี่ยวกับตัวลูก 12 ขอเพียงพระยาห์เวห์มอบสติปัญญาและความเข้าใจให้กับลูก เมื่อพระองค์วางลูกไว้อยู่เหนือชนชาติอิสราเอลเพื่อว่าลูกจะได้เชื่อฟังกฎของพระยาห์เวห์พระเจ้าของลูก 13 แล้วลูกจะประสบความสำเร็จถ้าลูกระมัดระวังที่จะทำตามคำสั่งสอนและกฏที่พระยาห์เวห์ได้สั่งไว้กับโมเสสเพื่อชนชาติอิสราเอล ให้ลูกเข้มแข็งและกล้าหาญไว้ อย่าได้กลัวหรือท้อถอย
14 ดูเถิด พ่อได้ทำงานหนักเพื่อเตรียมของไว้สำหรับบ้านของพระยาห์เวห์ มีทองคำประมาณสามพันสี่ร้อยห้าสิบตัน+ 22:14 สามพันสี่ร้อยห้าสิบตัน หรือ หนึ่งแสนตะลันต์ เงินประมาณสามหมื่นสี่พันห้าร้อยตัน และทองสัมฤทธิ์กับเหล็กอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน ยังมีไม้และก้อนหินด้วย ลูกจะเพิ่มเติมลงไปอีกก็ได้ 15 ลูกก็มีคนงานมากมายอยู่แล้ว มีทั้งช่างตัดหิน ช่างก่อตึก ช่างไม้และช่างฝีมือประเภทอื่นอีกจำนวนมาก 16 พวกเขาล้วนแต่มีความชำนาญในด้านการใช้ทองคำ เงิน ทองสัมฤทธิ์และเหล็ก ลูกก็มีคนที่ชำนาญงานมากมายจนนับไม่ถ้วนอยู่แล้ว ให้ลงมือทำงานเถิด และขอให้พระยาห์เวห์สถิตอยู่กับลูก”
17 ดาวิดได้สั่งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของอิสราเอลให้คอยช่วยเหลือซาโลมอนลูกชายของเขา ดาวิดสั่งว่า 18 “พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านสถิตอยู่กับพวกท่านไม่ใช่หรือ และพระองค์ก็ได้ให้สันติภาพกับพวกท่านในทุกด้านแล้วไม่ใช่หรือ เพราะพระองค์ได้มอบคนในแผ่นดินนี้ให้อยู่ในมือเรา และเราก็ได้ชัยชนะเหนือแผ่นดินนี้ต่อหน้าพระยาห์เวห์และประชาชนของพระองค์ 19 ตอนนี้ ให้ตั้งจิตตั้งใจแสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน ให้ลุกขึ้นและสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้กับพระยาห์เวห์ผู้เป็นพระเจ้า+ 22:19 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้กับพระยาห์เวห์ผู้เป็นพระเจ้า คือวิหารของพระยาห์เวห์ เป็นตึกที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษในเมืองเยรูซาเล็มเพื่อให้ชาวยิวใช้สักการะบูชาพระเจ้า เพื่อว่าหีบแห่งข้อตกลงของพระยาห์เวห์ และของศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายของพระองค์จะได้มาอยู่ในบ้านที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติกับชื่อของพระองค์”
23ตารางรับใช้ของชาวเลวีในวิหาร
1 เมื่อดาวิดแก่ตัวลงและใกล้จะตาย เขาได้ให้ซาโลมอนลูกชายของเขาขึ้นเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล 2 ดาวิดได้รวบรวมพวกผู้นำของอิสราเอลทั้งหมดและบรรดานักบวชรวมทั้งชาวเลวี 3 ดาวิดได้นับจำนวนชาวเลวีที่มีอายุสามสิบปีขึ้นไปได้ทั้งหมดสามหมื่นแปดพันคน 4 ในจำนวนนี้มีสองหมื่นสี่พันคนที่จะต้องอยู่คอยกำกับดูแลงานภายในบ้านของพระยาห์เวห์ อีกหกพันคนเป็นพวกเจ้าหน้าที่ในศาลและพวกผู้พิพากษา 5 อีกสี่พันคนเป็นคนเฝ้าประตู และอีกสี่พันคนที่เหลือทำหน้าที่สรรเสริญพระยาห์เวห์ด้วยเครื่องดนตรีที่ดาวิดได้สร้างไว้สำหรับการสรรเสริญพระยาห์เวห์
6 และดาวิดได้สั่งงานให้แก่พวกเขาโดยแยกพวกเขาออกเป็นสามกลุ่ม ตามจำนวนลูกชายสามคนของเลวี คือ เกอร์โชม โคฮาทและเมรารี
กลุ่มครอบครัวของเกอร์โชม
7 คนที่มาจากชาวเกอร์โชมคือ ลาดานและชิเมอี 8 ลูกชายของลาดานมีสามคนคือ เยฮีเอลที่เป็นหัวหน้า เศธามและโยเอล
9 ลูกชายของชิเมอีมีสามคนคือ เชโลโมท ฮาซีเอลและฮาราน คนเหล่านี้ล้วนเป็นพวกหัวหน้าของตระกูลลาดาน
10 และเหล่าลูกชายของชิเมอีประกอบด้วย ยาหาท ศินา เยอูชและเบรียาห์ ทั้งสี่คนนี้คือลูกชายของชิเมอี 11 และยาหาทได้เป็นหัวหน้า รองลงมาคือศิซาห์ แต่เยอูชและเบรียาห์มีลูกชายไม่กี่คน ดังนั้นพวกเขาจึงถูกนับรวมเป็นตระกูลเดียวกันให้ทำงานอย่างเดียวกัน
กลุ่มครอบครัวของโคฮาท
12 เหล่าลูกชายของโคฮาทมีสี่คน คือ อัมราม อิสฮาร์ เฮโบรนและอุสซีเอล
13 บรรดาลูกชายของอัมรามคืออาโรนและโมเสส อาโรนถูกแยกออกมา เขาและลูกหลานของเขาถูกสงวนไว้ตลอดไป เพื่อทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เพื่อเผาเครื่องสัตวบูชาต่อหน้าพระยาห์เวห์ เพื่อรับใช้พระองค์และให้คำอวยพรในนามของพระองค์ตลอดไป
14 ส่วนโมเสสซึ่งเป็นคนของพระเจ้า พวกลูกชายของเขาถูกนับรวมเข้ากับเผ่าของเลวี 15 ลูกชายของโมเสสคือ เกอร์โชมและเอลีเยเซอร์ 16 ลูกชายของเกอร์โชมคือ เชบูเอลที่ได้เป็นหัวหน้า 17 ลูกชายของเอลีเอเซอร์คือเรหับยาห์ที่เป็นหัวหน้า เอลีเยเซอร์ไม่มีลูกชายคนอื่นๆอีกเลย แต่เรหับยาห์มีลูกชายหลายคน
18 ลูกชายของอิสฮาร์ คือ เชโลมิทที่เป็นหัวหน้า
19 ลูกชายของเฮโบรนคือ เยรียาห์ที่เป็นหัวหน้า รองลงมาคืออามาริยาห์ คนที่สามคือยาฮาซีเอลและคนที่สี่คือเยคาเมอัม
20 ลูกชายของอุสซีเอลคือ มีคาห์ที่เป็นหัวหน้าและรองลงมาคืออิสชีอาห์
กลุ่มครอบครัวของเมรารี
21 ลูกชายของเมรารีคือมาห์ลีและมูชี ลูกชายของมาห์ลีคือ เอเลอาซาร์และคีช
22 เอเลอาซาร์ตายไปโดยที่ยังไม่มีลูกชาย เขามีแต่ลูกสาวหลายคน พวกลูกชายของคีชที่เป็นญาติกับเขาจึงได้แต่งงานกับพวกนาง
23 ลูกชายของมูชี มีสามคนคือมาห์ลี เอเดอร์และเยเรโมท
งานของชาวเลวี
24 ต่อไปนี้คือรายชื่อลูกหลานของเลวีตามตระกูลของพวกเขา พวกหัวหน้าตระกูลได้ลงทะเบียนไว้ตามจำนวนสมาชิกที่มีชื่อของแต่ละคนที่สามารถทำงานรับใช้ในบ้านของพระยาห์เวห์ คือทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไป
25 เพราะดาวิดได้พูดไว้ว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลได้ให้ประชาชนของพระองค์พักผ่อน และพระองค์ได้มาอาศัยอยู่ในเยรูซาเล็มตลอดไป 26 ดังนั้นพวกชาวเลวีจึงไม่จำเป็นต้องแบกเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ หรือของใดๆก็ตามที่ใช้กับเต็นท์อีกต่อไป”
27 เพราะคำพูดสุดท้ายที่ดาวิดได้สั่งไว้คือ ให้นับจำนวนลูกหลานของชาวเลวีทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไป
28 แต่หน้าที่ของชาวเลวีเหล่านี้ คือการช่วยเหลือพวกลูกหลานของอาโรนในการรับใช้อยู่ในบ้านของพระยาห์เวห์ พวกเขาต้องทำหน้าที่ดูแลลานของวิหาร ห้องต่างๆด้านข้าง ต้องทำความสะอาดของศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่าง และทำงานทุกอย่างที่เป็นการรับใช้ภายในบ้านของพระเจ้า 29 รวมทั้งจัดการเกี่ยวกับเรื่องขนมปังศักดิ์สิทธิ์ที่วางอยู่บนโต๊ะที่อยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์ เรื่องแป้งสาลีสำหรับเครื่องบูชาจากเมล็ดพืช เรื่องขนมปังที่ไม่ใส่เชื้อฟู เรื่องขนมแผ่นปิ้ง เรื่องขนมปังเคล้าน้ำมัน และเรื่องเครื่องตวงเครื่องวัดทุกขนาด 30 พวกเขามีหน้าที่ยืนขอบคุณและสรรเสริญพระยาห์เวห์ทุกเช้าเย็น 31 และทุกครั้งที่ประชาชนมาถวายเครื่องเผาบูชาทั้งตัวให้กับพระยาห์เวห์ในวันหยุดทางศาสนาวันพระจันทร์ใหม่+ 23:31 วันพระจันทร์ใหม่ หรือวันขึ้นหนึ่งค่ำ เป็นวันแรกของเดือน จะมีการประชุมพิเศษเพื่อนมัสการพระเจ้าในวันนี้ และวันเทศกาลต่างๆพวกเขาจะต้องมาอยู่ต่อหน้าพระยาห์เวห์เป็นประจำตามจำนวนคนที่ได้กำหนดไว้ 32 และพวกเขาจะต้องรักษากฎเกณฑ์ของเต็นท์นัดพบ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และพวกคำสั่งต่างๆที่ได้รับมาจากพวกลูกหลานของอาโรนญาติของพวกเขา ในเรื่องการรับใช้ภายในบ้านของพระยาห์เวห์
24กลุ่มของพวกนักบวช
1 ต่อไปนี้เป็นพวกลูกชายของอาโรน คือ นาดับ อาบีฮู เอเลอาซาร์และอิธามาร์ 2 นาดับและอาบีฮูตายก่อนพ่อของพวกเขา โดยที่ยังไม่มีลูกชาย ดังนั้น เอเลอาซาร์และอิธามาร์จึงรับหน้าที่เป็นนักบวช 3 ด้วยความช่วยเหลือจากศาโดกที่เป็นลูกหลานของเอเลอาซาร์ และอาหิเมเลคที่เป็นลูกหลานของอิธามาร์ ดาวิดได้แบ่งพวกนักบวชออกตามหน้าที่รับใช้ 4 มีหัวหน้าจากครอบครัวของเอเลอาซาร์มากกว่าหัวหน้าจากครอบครัวของอิธามาร์ หัวหน้าจากครอบครัวของเอเลอาซาร์มีสิบหกคน และจากครอบครัวของอิธามาร์มีแปดคน 5 พวกเขาได้จับสลากแบ่งกัน ดูว่าใครจะได้ทำหน้าที่อะไร บางคนก็ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ บางคนก็มีหน้าที่เป็นนักบวช พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นลูกหลานของเอเลอาซาร์และอิธามาร์
6 เชไมอาห์ลูกชายของเนธันเอลซึ่งเป็นชาวเลวี ทำหน้าที่เลขานุการ+ 24:6 เลขานุการ คนที่ทำหน้าที่เขียนและคัดลอกหนังสือและจดหมาย คอยจดบันทึกรายชื่อของคนพวกนี้ต่อหน้ากษัตริย์ดาวิด ต่อหน้าพวกเจ้าหน้าที่ ต่อหน้านักบวชศาโดก ต่อหน้าอาหิเมเลคลูกชายของอาบียาธาร์และพวกผู้นำครอบครัวของพวกนักบวชและของพวกชาวเลวี พวกเขาจับสลากสลับกันไประหว่างครอบครัวของเอเลอาซาร์กับของอิธามาร์
7 สลากอันแรกเป็นของเยโฮยาริบ
อันที่สองเป็นของเยดายาห์
8 อันที่สามเป็นของฮาริม
อันที่สี่เป็นของเสโอริม
9 อันที่ห้าเป็นของมัลคิยาห์
อันที่หกเป็นของมิยามิน
10 อันที่เจ็ดเป็นของฮักโขส
อันที่แปดเป็นของอาบียาห์
11 อันที่เก้าเป็นของเยชูอา
อันที่สิบเป็นของเชคานิยาห์
12 อันที่สิบเอ็ดเป็นของเอลียาชีบ
อันที่สิบสองเป็นของยาคิม
13 อันที่สิบสามเป็นของหุปปาห์
อันที่สิบสี่เป็นของเยเชเบอับ
14 อันที่สิบห้าเป็นของบิลกาห์
อันที่สิบหกเป็นของอิมเมอร์
15 อันที่สิบเจ็ดเป็นของเฮซีร์
อันที่สิบแปดเป็นของฮัปปิเซส
16 อันที่สิบเก้าเป็นของเปธาหิยาห์
อันที่ยี่สิบเป็นของเยเฮเซเคล
17 อันที่ยี่สิบเอ็ดเป็นของยาคีน
อันที่ยี่สิบสองเป็นของกามูล
18 อันที่ยี่สิบสามเป็นของเดไลยาห์
อันที่ยี่สิบสี่เป็นของมาอาซิยาห์
19 คนพวกนี้ได้รับเลือกมาให้รับใช้อยู่ภายในบ้านของพระยาห์เวห์ ตามกฎที่อาโรนบรรพบุรุษของพวกเขาได้ตั้งไว้ให้กับพวกเขา พระยาห์เวห์พระเจ้าของชนชาติอิสราเอลได้มอบกฎนี้ไว้กับอาโรน
ชาวเลวีคนอื่นๆ
20 ส่วนชาวเลวีคนอื่นๆที่เหลือ ประกอบไปด้วย
จากลูกหลานของอัมราม คือ ชูบาเอล
จากลูกหลานของชูบาเอล คือ เยเดยาห์
21 ส่วนเรหับยาห์ จากลูกหลานของเขาคืออิสชีอาห์ที่เป็นหัวหน้า
22 จากคนอิสฮาร์ คือ เชโลโมท
จากลูกหลานของเชโลโมท คือ ยาหาท
23 ลูกชายของเฮโบรน คือ เยรียาห์ที่เป็นหัวหน้า
ลูกชายคนที่สองคืออามาริยาห์
ลูกชายคนที่สามคือยาฮาซีเอล
ลูกชายคนที่สี่คือเยคาเมอัม
24 จากลูกหลานของอุสซีเอลคือมีคาห์
จากลูกหลานของมีคาห์คือชามีร์
25 น้องชายของมีคาห์คืออิสชีอาห์
จากลูกหลานของอิสชีอาห์คือเศคาริยาห์
26 จากลูกหลานของเมรารี+ 24:26 เมรารี ภาษาฮีบรูในข้อที่ 26 และ 27 ยังเข้าใจได้ยาก คือ มาห์ลีและมูชี และบรรดาลูกหลานของยาอาซียาห์ลูกชายของเขา
27 จากลูกหลานของเมรารี ที่มาจากยาอาซียาห์ลูกชายของเขา คือ โชฮัม ศักเกอร์และอิบรี
28 จากมาห์ลี คือ เอเลอาซาร์ซึ่งไม่มีลูกชาย
29 จากคีช ลูกหลานของเขาคือเยราเมเอล
30 ลูกหลานของมูชีคือ มาห์ลี เอเดอร์และเยรีโมท
คนเหล่านี้คือพวกผู้นำของครอบครัวชาวเลวี 31 คนเหล่านี้ได้จับสลากแบ่งหน้าที่กัน เหมือนกับญาติๆของพวกเขาที่เป็นพวกนักบวชซึ่งเป็นลูกหลานของอาโรน พวกเขาจับสลากกันต่อหน้ากษัตริย์ดาวิด ศาโดก อาหิเมเลคและพวกผู้นำครอบครัวของพวกนักบวชและพวกชาวเลวี ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของลูกหัวปี หรือ ลูกคนสุดท้อง ก็จับสลากเหมือนกันหมด
25กลุ่มนักดนตรี
1 ดาวิดและพวกเจ้าหน้าที่ของกองทัพได้แบ่งงานด้านการร้องเพลงให้กับพวกลูกหลานของอาสาฟ ของเฮมานและของเยดูธูน ซึ่งพวกเขาจะได้พูดแทนพระเจ้าโดยร้องคลอไปกับพิณเล็ก พิณใหญ่และฉาบ ต่อไปนี้คือรายชื่อของคนที่ทำงานรับใช้ด้านนี้
2 จากลูกหลานของอาสาฟ คือ ศักเกอร์ โยเซฟ เนธานิยาห์และอาซาเรลาห์ ทั้งหมดนี้เป็นลูกหลานของอาสาฟ ภายใต้การนำของอาสาฟ พวกเขาจะพูดแทนพระเจ้าตามคำสั่งของกษัตริย์ดาวิด
3 จากเยดูธูน พวกลูกหลานของเขาคือ เกดาลิยาห์ เศรี เยชายาห์ ชิเมอิ ฮาชาบิยาห์และมัททีธิยาห์ รวมทั้งหมดหกคน พวกเขาอยู่ภายใต้การนำของเยดูธูน พ่อของพวกเขา ผู้ที่พูดแทนพระเจ้าไปพร้อมๆกับพิณเล็ก และพวกเขารับผิดชอบในเรื่องการขอบคุณและการสรรเสริญพระยาห์เวห์ด้วย
4 จากเฮมาน ลูกหลานของเขาคือ บุคคิยาห์ มัทธานิยาห์ อุสซีเอล เชบูเอล เยรีโมท ฮานานิยาห์ ฮานานี เอลียาธาห์ กิดดาลที โรมัมทีเอเซอร์ โยชเบคาชาห์ มัลโลธี โฮธีร์และมาหะซิโอท 5 คนเหล่านี้เป็นลูกหลานของเฮมานซึ่งเป็นผู้ทำนายของกษัตริย์ดาวิด พระเจ้าได้สัญญาที่จะทำให้เฮมานแข็งแรง พระเจ้าจึงให้เฮมานมีลูกชายถึงสิบสี่คนและมีลูกสาวสามคน
6 พวกเขาทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การนำของพ่อของพวกเขา ในเรื่องการร้องเพลงในวิหารของพระยาห์เวห์ โดยร้องคลอไปกับฉาบ พิณใหญ่และพิณเล็ก เป็นการรับใช้อยู่ในบ้านของพระเจ้า อาสาฟ เฮมานและเยดูธูนอยู่ภายใต้คำสั่งของกษัตริย์ดาวิด 7 คนพวกนี้และญาติๆของพวกเขาที่มาจากเผ่าเลวี ได้รับการฝึกฝนในเรื่องดนตรีมา พวกเขาทุกคนล้วนมีความชำนาญในการร้องเพลงสรรเสริญพระยาห์เวห์ พวกเขามีจำนวนทั้งหมดสองร้อยแปดสิบแปดคน 8 พวกเขาทุกคน ทั้งหนุ่มและแก่ ทั้งครูและนักเรียน ต่างก็ต้องจับสลากแบ่งหน้าที่กัน
9 สลากอันแรกตกเป็นของพวกอาสาฟคือโยเซฟ ญาติๆและลูกหลานของเขา รวมทั้งหมดสิบสองคน
อันที่สองตกเป็นของเกดาลิยาห์ ญาติๆและลูกหลานของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
10 อันที่สามตกเป็นของศักเกอร์ ลูกหลานของเขาและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
11 อันที่สี่ตกเป็นของอิสรี ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
12 อันที่ห้าตกเป็นของเนธานิยาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
13 อันที่หกตกเป็นของบุคคิยาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
14 อันที่เจ็ดตกเป็นของเยชาเรลาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
15 อันที่แปดตกเป็นของเยชายาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
16 อันที่เก้าตกเป็นของมัทธานิยาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
17 อันที่สิบตกเป็นของชิเมอี ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
18 อันที่สิบเอ็ดตกเป็นของอาซาเรล ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
19 อันที่สิบสองตกเป็นของฮาชาบิยาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
20 อันที่สิบสามตกเป็นของชูบาเอล ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
21 อันที่สิบสี่ตกเป็นของมัททีธิยาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
22 อันที่สิบห้าตกเป็นของเยเรโมท ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
23 อันที่สิบหกตกเป็นของฮานานิยาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
24 อันที่สิบเจ็ดตกเป็นของโยชเบคาชาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
25 อันที่สิบแปดตกเป็นของฮานานี ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
26 อันที่สิบเก้าตกเป็นของมัลโลธี ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
27 อันที่ยี่สิบตกเป็นของเอลียาธาห์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
28 อันที่ยี่สิบเอ็ดตกเป็นของโฮธีร์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
29 อันที่ยี่สิบสองตกเป็นของกิดดาลที ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
30 อันที่ยี่สิบสามตกเป็นของมาหะซิโอท ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
31 อันที่ยี่สิบสี่ตกเป็นของโรมัมทีเอเซอร์ ลูกหลานและญาติๆของเขารวมทั้งหมดสิบสองคน
26พวกคนเฝ้าประตู
1 ในกลุ่มของพวกคนเฝ้าประตู จากชาวโคราห์ มี
เมเชเลมิยาห์ลูกชายของโคเร โคเรเป็นลูกชายคนหนึ่งของอาสาฟ 2 เมเชเลมิยาห์มีลูกชาย คือ เศคาริยาห์เป็นลูกชายคนแรก เยดียาเอลเป็นคนที่สอง เศบาดิยาห์เป็นคนที่สาม ยาทนีเอลเป็นคนที่สี่ 3 เอลามเป็นคนที่ห้า เยโฮฮานันเป็นคนที่หก เอลีโฮนัยเป็นคนที่เจ็ด
4 โอเบดเอโดมมีลูกชาย คือ เชไมอาห์เป็นลูกคนแรก เยโฮซาบาดเป็นคนที่สอง โยอาห์เป็นคนที่สาม สาคาร์เป็นคนที่สี่ เนธันเอลเป็นคนที่ห้า 5 อัมมีเอลเป็นคนที่หก อิสสาคาร์เป็นคนที่เจ็ด เปอุลเลธัยเป็นคนที่แปด พระเจ้าได้อวยพรโอเบด-เอโดม+ 26:5 โอเบด-เอโดม พระเจ้าได้อวยพรให้แก่โอเบด-เอโดมเมื่อครั้งที่หีบแห่งคำสัญญาได้มาอยู่ในบ้านของเขา ดูใน 1 พงศาวดาร 21 อย่างแท้จริง
6 เชไมอาห์ลูกชายของเขาก็มีลูกชายหลายคนที่เป็นผู้นำอยู่ในครอบครัวของพวกเขา เพราะพวกเขาเป็นคนที่มีความสามารถ 7 บรรดาลูกชายของเชไมอาห์คือ โอทนี เรฟาเอล โอเบดและเอลซาบาด ยังมีบรรดาพี่น้องของเขาซึ่งเป็นคนที่มีความสามารถเหมือนกัน คือ เอลีฮู กับ เสมาคิยาห์
8 ทั้งหมดนี้เป็นลูกหลานของโอเบด-เอโดม ทั้งตัวพวกเขาและลูกชายทั้งหลายรวมทั้งญาติๆของพวกเขาล้วนเป็นคนที่มีความสามารถและมีเรี่ยวแรงในการทำงาน รวมครอบครัวของโอเบด-เอโดมได้ทั้งหมดหกสิบสองคน
9 เมเชเลมิยาห์ยังมีลูกชายและญาติๆที่มีความสามารถอีกสิบแปดคน
10 โฮสาห์คนเมรารีก็มีลูกหลานด้วย คือ ชิมรีที่เป็นหัวหน้า (เพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ลูกชายคนแรก แต่พ่อของเขาก็ได้ให้เขาเป็นหัวหน้า) 11 ฮิลคียาห์เป็นคนที่สอง เทบาลิยาห์เป็นคนที่สาม เศคาริยาห์เป็นคนที่สี่ รวมจำนวนของลูกชายและญาติๆของโฮสาห์ได้ทั้งหมดสิบสามคน
12 พวกผู้นำที่เป็นผู้ชายในแผนกคนเฝ้าประตูนี้ มีหน้าที่เหมือนญาติๆของพวกเขาที่เป็นนักร้อง คือรับใช้อยู่ภายในบ้านของพระยาห์เวห์ 13 พวกเขาได้จับสลากเลือกประตูที่ต้องเฝ้าเป็นครอบครัวๆไปจนครบทุกครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่
14 สลากของประตูทางทิศตะวันออกตกเป็นของเมเชเลมิยาห์ และพวกเขาก็ได้จับสลากให้กับเศคาริยาห์ลูกชายของเมเชเลมิยาห์ เศคาริยาห์เป็นที่ปรึกษาที่เฉลียวฉลาด เขาจับสลากได้ประตูทางทิศเหนือ 15 โอเบด-เอโดมได้ประตูทางทิศใต้และพวกลูกชายของเขามีหน้าที่เฝ้าประตูห้องเก็บของ 16 ส่วนชุปปิมและโฮสาห์เฝ้าประตูทิศตะวันตกกับประตูชัลเลเคทที่อยู่บนถนนที่ลาดชันขึ้นไป ยามจากแต่ละครอบครัวจะอยู่ตามตำแหน่งของตน 17 ในแต่ละวัน ที่ประตูทิศตะวันออกมีชาวเลวีอยู่หกคน ที่ประตูทางทิศเหนือมีสี่คน ประตูทางทิศใต้มีสี่คนและที่ประตูห้องเก็บของจะมีคนเฝ้าประจำอยู่ครั้งละสองคน 18 ส่วนที่ลาน+ 26:18 ลาน คำนี้ยังไม่สามารถระบุความหมายที่แน่นอน ทางทิศตะวันตกจะมีคนอยู่บนถนนสี่คนและมีอยู่ที่ลานสองคน 19 คนเหล่านี้อยู่ในกลุ่มของคนเฝ้าประตู ที่เป็นชาวโคราห์และชาวเมรารี
คลังสมบัติและเจ้าหน้าที่แผนกอื่น
20 จากเผ่าของเลวี อาหิยาห์ทำหน้าที่ดูแลคลังสมบัติของบ้านของพระเจ้า และสมบัติที่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
21 ลูกหลานของลาดานเป็นลูกหลานของชาวเกอร์โชน เยฮีเอลีเป็นผู้นำคนหนึ่งของตระกูลลาดาน 22 ลูกหลานของเยฮีเอลี คือ เศธามและโยเอลน้องชายของเศธาม พวกเขามีหน้าที่ดูแลคลังสมบัติในบ้านของพระยาห์เวห์
23 ผู้นำคนอื่นๆก็ได้รับเลือกมาจากคนอัมราม คนอิสฮาร์ คนเฮโบรนและคนอุสซีเอล 24 เชบูเอลลูกหลานของเกอร์โชมที่เป็นลูกชายของโมเสสเป็นหัวหน้าดูแลคลังสมบัติในวิหาร 25 ต่อไปนี้คือญาติๆของชูบาเอล ญาติที่สืบเชื้อสายมาจากเอลีเยเซอร์ คือ เรหับยาห์ลูกชายของเอลีเยเซอร์ เยชายาห์ลูกชายของเรหับยาห์ โยรัมลูกชายของเยชายาห์ ศิครีลูกชายของโยรัม และเชโลโมทลูกชายของศิครี 26 เชโลโมทคนนี้กับญาติๆของเขารับผิดชอบในการดูแลทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่กษัตริย์ดาวิด พวกผู้นำครอบครัวและพวกผู้บังคับบัญชากองพันและกองร้อย รวมทั้งพวกแม่ทัพของกองทัพ ได้อุทิศไว้ให้กับพระยาห์เวห์ 27 ของที่ถูกยึดมาได้จากการทำสงครามนั้น พวกเขาได้อุทิศเป็นของขวัญ เพื่อใช้ในการซ่อมแซมบ้านของพระยาห์เวห์ 28 เชโลโมทคนนี้และญาติๆของเขายังต้องรับผิดชอบดูแลของทั้งหมดที่ซามูเอลผู้ที่เห็นนิมิต+ 26:28 ผู้ที่เห็นนิมิต เป็นอีกคำหนึ่งที่หมายถึงผู้พูดแทนพระเจ้า ดูใน 1 ซามูเอล 9:9-11 ซาอูลลูกชายของคีช อับเนอร์ลูกชายของเนอร์ และโยอาบลูกชายของนางเศรุยาห์ได้อุทิศไว้
29 เคนานิยาห์กับพวกลูกชายของเขาได้รับมอบหมายจากคนอิสฮาร์ให้ทำงานอยู่ภายนอกวิหาร เป็นเจ้าหน้าที่ศาลและผู้ตัดสินเหนือชนชาติอิสราเอล 30 ฮาชาบิยาห์กับญาติๆของเขาที่มีความสามารถรวมหนึ่งพันเจ็ดร้อยคนได้รับมอบหมายจากคนเฮโบรนให้รับผิดชอบชนชาติอิสราเอลที่อาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนในงานทุกอย่างของพระยาห์เวห์และงานรับใช้ของกษัตริย์ 31 ส่วนคนเฮโบรน มี เยรียาห์เป็นหัวหน้าตามบัญชีรายชื่อเชื้อสายของครอบครัวพวกเขา (ในปีที่สี่สิบที่ดาวิดครองราชย์นั้นพวกเขาได้ตรวจบัญชีรายชื่อ และได้พบคนที่มีความสามารถในหมู่ของพวกเขาที่เมืองยาเซอร์ในกิเลอาด) 32 เยรียาห์มีญาติสองพันเจ็ดร้อยคนซึ่งล้วนเป็นคนที่มีความสามารถและเป็นผู้นำครอบครัวทั้งสิ้น กษัตริย์ดาวิดจึงได้แต่งตั้งพวกเขาขึ้นเหนือชาวรูเบน ชาวกาดและครึ่งหนึ่งของเผ่ามนัสเสห์ ให้ดูแลธุระทั้งหมดของพระเจ้าและของกษัตริย์
27กองต่างๆของกองทัพ
1 ต่อไปนี้คือรายชื่อของชาวอิสราเอลที่เป็นผู้นำครอบครัว เป็นนายพันนายร้อย เป็นเจ้าหน้าที่ของพวกชาวอิสราเอล ที่รับใช้กษัตริย์ในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกองทหาร ที่ผลัดเปลี่ยนเวรในแต่ละเดือนตลอดปี แต่ละกองมีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
2 ยาโชเบอัมลูกชายของศับดีเอล เป็นผู้รับผิดชอบกองเวรกองแรกสำหรับเดือนแรก ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน 3 ยาโชเบอัมเป็นลูกหลานของเปเรศ เขาเป็นหัวหน้าของผู้บังคับบัญชาทั้งหมดในกองทัพ เขาเข้าเวรในเดือนที่หนึ่ง
4 โดดัยคนอาโหอาห์ เป็นผู้รับผิดชอบกองเวรสำหรับเดือนที่สอง มิกโลทเป็นรองหัวหน้าของกองนั้น ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
5 เบไนยาห์ลูกชายของหัวหน้านักบวชเยโฮยาดา เป็นผู้บังคับบัญชากองเวรที่สามสำหรับเดือนที่สาม ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน 6 ลูกชายของเขาคืออัมมีซาบาดเป็นรองหัวหน้าของกองเวรนี้ เบไนยาห์คนนี้เป็นทหารกล้าอยู่ในหมู่วีรบุรุษสามสิบคน และเป็นผู้นำของสามสิบคนนั้นด้วย
7 อาสาเฮลที่เป็นน้องชายของโยอาบเป็นผู้บังคับบัญชากองทัพที่สี่สำหรับเดือนที่สี่ และเศบาดิยาห์ลูกชายของเขาเป็นรองหัวหน้าของกองเวรนี้ ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
8 ชัมหุทคนอิสราห์ เป็นผู้บังคับบัญชากองเวรที่ห้าสำหรับเดือนที่ห้า ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
9 อิราลูกชายของอิกเขชคนเทโคอา เป็นผู้บังคับบัญชากองเวรที่หกสำหรับเดือนที่หก ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
10 เฮเลสคนเปโลนจากเผ่าเอฟราอิม เป็นผู้บังคับบัญชากองเวรที่เจ็ด สำหรับเดือนที่เจ็ด ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
11 สิบเบคัยคนหุชาห์ จากครอบครัวของเศราห์ เป็นผู้บังคับบัญชากองเวรที่แปด สำหรับเดือนที่แปด ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
12 อาบีเยเซอร์คนอานาโธท จากเผ่าเบนยามิน เป็นผู้บังคับบัญชากองเวรที่เก้า สำหรับเดือนที่เก้า ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
13 มาหะรัยชาวเนโทฟาห์ จากครอบครัวเศราห์ เป็นผู้บังคับบัญชากองเวรที่สิบ สำหรับเดือนที่สิบ ในกองเวรเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
14 เบไนยาห์คนปิราโธน จากเผ่าเอฟราอิม เป็นผู้บังคับบัญชากองเวรที่สิบเอ็ด สำหรับเดือนที่สิบเอ็ด ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
15 เฮลดัยชาวเนโทฟาห์ จากครอบครัวของโอทนีเอล เป็นผู้บังคับบัญชากองเวรที่สิบสอง สำหรับเดือนที่สิบสอง ในกองเวรของเขามีทหารอยู่สองหมื่นสี่พันคน
พวกผู้นำกลุ่มครอบครัว
16 ต่อไปนี้คือรายชื่อของพวกผู้นำเผ่าต่างๆของอิสราเอล
สำหรับชาวรูเบน คือ เอลีเยเซอร์ลูกชายของศิครี
สำหรับชาวสิเมโอน คือ เชฟาทิยาห์ลูกชายของมาอาคาห์
17 สำหรับชาวเลวี คือ ฮาชาบิยาห์ลูกชายของเคมูเอล
สำหรับชาวอาโรนคือศาโดก
18 สำหรับชาวยูดาห์คือ เอลีฮู พี่ชายคนหนึ่งของดาวิด
สำหรับชาวอิสสาคาร์ คือ อมรีลูกชายของมีคาเอล
19 สำหรับชาวเศบูลุน คือ อิชมัยอาห์ลูกชายของโอบาดียาห์
สำหรับชาวนัฟทาลี คือ เยเรโมทลูกชายอัสรีเอล
20 สำหรับชาวเอฟราอิม คือ โฮเชยาลูกชายของอาซาซิยาห์
สำหรับครึ่งหนึ่งของเผ่ามนัสเสห์ คือ โยเอลลูกชายของเปดายาห์
21 สำหรับอีกครึ่งหนึ่งของเผ่ามนัสเสห์ในกิเลอาด คือ อิดโดลูกชายของเศคาริยาห์
สำหรับชาวเบนยามิน คือ ยาอาซีเอลลูกชายของอับเนอร์
22 สำหรับชาวดาน คือ อาซาเรลลูกชายของเยโรฮัม
คนเหล่านี้เป็นผู้นำของเผ่าต่างๆในอิสราเอล
ดาวิดนับคนอิสราเอล
23 พระยาห์เวห์ได้ทำตามที่พระองค์ได้สัญญาไว้ คือทำให้ชนชาติอิสราเอลมีจำนวนมากมายมหาศาลเหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้า ดาวิดก็เลยไม่ได้นับคนที่มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีลงมา 24 โยอาบลูกชายของนางเศรุยาห์ได้เริ่มต้นนับชาวอิสราเอล แต่นับไม่เสร็จ+ 27:24 โยอาบ … เสร็จ พระเจ้าได้หยุดเขาไว้ ดูใน 1 พงศาวดาร 21:1-30 เพราะความโกรธของพระเจ้าในเรื่องนี้ได้ตกลงมาบนชาวอิสราเอลก่อน และจำนวนที่นับนี้ก็ไม่ได้ถูกจดบันทึกลงในหนังสือเหตุการณ์ประจำวันของกษัตริย์ดาวิด
พวกเจ้าหน้าที่ของกษัตริย์
25 ต่อไปนี้คือรายชื่อของผู้ที่ดูแลพวกคลังสมบัติของกษัตริย์ คือ
อัสมาเวทลูกชายของอาดีเอล มีหน้าที่ดูแลพวกคลังสมบัติของกษัตริย์
โยนาธานลูกชายของอุสซียาห์ มีหน้าที่ดูแลคลังสมบัติในชนบท ในเมืองต่างๆในหมู่บ้านทั้งหลายและในเมืองป้อมปราการ
26 เอสะรีลูกชายของเคลูบ มีหน้าที่ดูแลพวกชาวนาที่เป็นผู้ไถนา
27 ชิเมอีชาวรามาห์ มีหน้าที่ดูแลสวนองุ่น
ศับดีชาวเชฟาม มีหน้าที่ดูแลผลผลิตในสวนองุ่นสำหรับทำเหล้าองุ่น
28 บาอัลฮานันชาวเกเดอร์ มีหน้าที่ดูแลสวนมะกอกกับสวนมะเดื่อที่ภูเขาเชเฟลาห์ทางทิศตะวันตก
โยอาช มีหน้าที่เก็บรวบรวมน้ำมันมะกอก
29 ชิตรัยชาวชาโรน มีหน้าที่ดูแลฝูงวัวในทุ่งหญ้าชาโรน
ชาฟัทลูกชายของอัดลัย มีหน้าที่ดูแลฝูงวัวตามหุบเขาต่างๆ
30 โอบิลชาวอิชมาเอล มีหน้าที่ดูแลฝูงอูฐ
เยเดยาห์ชาวเมโรโนท มีหน้าที่ดูแลฝูงลา
31 ยาซีสชาวฮาการ์ มีหน้าที่ดูแลฝูงแกะ
คนเหล่านี้คือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลทรัพย์สมบัติของกษัตริย์ดาวิด
32 โยนาธานลุงของดาวิด เป็นที่ปรึกษาที่เฉลียวฉลาดและเป็นผู้จดบันทึก+ 27:32 ผู้จดบันทึก คนที่ทำหน้าที่จดบันทึกหรือคัดลอกบรรดาหนังสือหรือจดหมาย คนเหล่านี้ได้ใช้เวลาในการเขียนสิ่งต่างๆมากจนกระทั่งกลายเป็นผู้ชำนาญที่รู้ความหมายของตัวหนังสือเป็นอย่างดี เยฮีเอลลูกชายฮัคโมนีดูแลพวกลูกชายของกษัตริย์ 33 อาหิโธเฟลเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์ และหุชัยชาวอารคีเป็นเพื่อนของกษัตริย์ 34 ผู้ที่สืบทอดต่อจากอาหิโธเฟลคือเยโฮยาดาลูกชายของเบไนยาห์ กับอาบียาธาร์ ส่วนโยอาบได้เป็นแม่ทัพในกองทัพของกษัตริย์ดาวิด
28แผนงานของดาวิดเกี่ยวกับวิหาร
1 ดาวิดได้รวบรวมเอาพวกผู้นำทั้งหลายมาอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม คือ พวกผู้นำของอิสราเอล ผู้นำของแต่ละเผ่า ผู้นำของหน่วยงานต่างๆที่รับใช้กษัตริย์ พวกนายพันนายร้อย พวกเจ้าหน้าที่ที่ดูแลทรัพย์สมบัติและฝูงสัตว์ของกษัตริย์ และของพวกลูกชายกษัตริย์ รวมทั้งพวกเจ้าหน้าที่วัง พวกวีรบุรุษนักรบ และคนสำคัญทุกคน
2 กษัตริย์ดาวิดได้ยืนขึ้นและพูดว่า “พี่น้องและประชาชนทั้งหลายของเรา ฟังทางนี้ เราได้ตั้งใจไว้แล้วที่จะสร้างที่พักสำหรับหีบแห่งข้อตกลงของพระยาห์เวห์เพื่อให้เป็นที่วางเท้า+ 28:2 ที่วางเท้า ปกติแล้วจะเป็นแท่นขนาดเล็กที่อยู่ด้านหน้าของเก้าอี้ แต่ในที่นี้หมายถึงวิหาร เหมือนกับว่าพระเจ้าคือกษัตริย์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ของพระองค์และพักเท้าของพระองค์ไว้บนตึกที่ดาวิดต้องการจะสร้างขึ้น สำหรับพระเจ้าของพวกเรา และเราได้เตรียมการที่จะสร้างมันไว้แล้ว 3 แต่พระเจ้าได้พูดกับเราว่า ‘เจ้าจะไม่ได้เป็นผู้ที่สร้างบ้านสำหรับชื่อของเรา เพราะเจ้าได้ทำสงครามหลายครั้งและเจ้าได้ฆ่าคนไปเป็นจำนวนมาก’
4 แต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลได้เลือกเราออกมาจากครอบครัวของเรา ให้มาเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลตลอดไป เพราะพระองค์ได้เลือกยูดาห์ให้เป็นผู้นำ และในเผ่าของยูดาห์พระองค์ก็ได้เลือกครอบครัวของเรามา และในหมู่ลูกชายทั้งหลายของพ่อเรา พระองค์พอใจที่จะเลือกเราให้เป็นกษัตริย์เหนือชนชาติอิสราเอลทั้งหมด 5 และจากบรรดาลูกชายทั้งหมดของเรา ซึ่งพระยาห์เวห์ได้ให้ลูกชายไว้กับเราหลายคน พระองค์ได้เลือกซาโลมอนลูกชายของเราให้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ของอาณาจักรของพระยาห์เวห์เหนือชนชาติอิสราเอลทั้งหมด 6 พระองค์ได้พูดกับเราว่า ‘ซาโลมอนลูกชายของเจ้า จะเป็นผู้ที่สร้างวิหาร และพวกลานวิหารของเรา เพราะเราได้เลือกเขาให้เป็นลูกชายของเรา และเราจะเป็นพ่อของเขา+ 28:6 เราได้เลือก … ของเขา แสดงว่าพระเจ้าได้เลือกซาโลมอนให้เป็นกษัตริย์ ดูใน สดุดี 2:77 และเราจะทำให้อาณาจักรของเขามั่นคงตลอดไป ถ้าเขายังตั้งใจที่จะเชื่อฟังคำสั่งและกฎทุกข้อของเราเหมือนที่เขาทำอยู่ในวันนี้’
8 และตอนนี้ ท่ามกลางสายตาของชนชาติอิสราเอลทั้งหมด ในที่ประชุมของพระยาห์เวห์นี้ และต่อหูของพระองค์ เราขอกำชับให้พวกท่านทำตามคำสั่งทั้งหมดของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านอย่างระมัดระวัง เพื่อพวกท่านจะได้เป็นเจ้าของแผ่นดินที่ดีแห่งนี้ และมอบมันเป็นมรดกให้กับลูกกับหลานของท่านตลอดไป
9 ส่วนเจ้า ซาโลมอนลูกพ่อ ให้ยอมรับพระเจ้าของพ่อเจ้าไว้ และรับใช้พระองค์อย่างสุดใจ และด้วยความเต็มใจของเจ้า เพราะพระยาห์เวห์ตรวจสอบจิตใจทุกดวง และเข้าใจความคิดทุกความคิด ถ้าเจ้าค้นหาพระองค์ เจ้าก็จะพบพระองค์ แต่ถ้าเจ้าละทิ้งพระองค์ พระองค์ก็ทอดทิ้งเจ้าตลอดไป 10 ดูเถิด พระยาห์เวห์ได้เลือกเจ้าเพื่อจะให้สร้างวิหารไว้ให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ให้กล้าหาญไว้และลงมือทำเถิด”
11 แล้วดาวิดก็ได้มอบแผนผังให้กับซาโลมอนลูกชายของเขา เป็นแบบของห้องด้านหน้าของวิหาร กับพวกตึกของมัน พวกห้องเก็บสมบัติ พวกห้องด้านบน พวกห้องด้านใน และห้องสำหรับหีบศักดิ์สิทธิ์ที่ความไม่บริสุทธิ์จากบาปจะถูกชำระ 12 ยังมีแผนผังสำหรับอย่างอื่นที่เขาได้คิดเอาไว้ คือแผนผังสำหรับลานของวิหารของพระยาห์เวห์ และสำหรับห้องต่างๆที่อยู่รอบๆลานนั้น พวกห้องเก็บสมบัติของวิหารของพระเจ้า และพวกห้องเก็บของขวัญที่อุทิศให้กับพระยาห์เวห์ 13 ผังสำหรับกลุ่มเวรของพวกนักบวช และชาวเลวี สำหรับงานรับใช้ทั้งหมดในวิหารของพระยาห์เวห์ สำหรับข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างที่ใช้ในงานรับใช้ในวิหารของพระยาห์เวห์ 14 และยังมีรายละเอียดน้ำหนักของทองคำที่ใช้สำหรับข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างที่ทำจากทองคำ ในงานรับใช้แต่ละอย่าง และรายละเอียดของน้ำหนักเงินที่ใช้สำหรับเครื่องใช้ที่ทำจากเงิน ในงานรับใช้แต่ละอย่าง 15 และบอกถึงน้ำหนักทองคำของโคมไฟยืนทองคำ และตะเกียงที่อยู่ในนั้น บอกแม้แต่น้ำหนักของทองคำที่ใช้กับโคมไฟยืนแต่ละอัน และตะเกียงแต่ละดวงของมัน และบอกถึงน้ำหนักของเงินที่ใช้กับโคมไฟยืนที่ทำจากเงิน โดยบอกน้ำหนักของเงินที่จะใช้สำหรับโคมไฟยืนแต่ละอัน และตะเกียงแต่ละดวงของมัน น้ำหนักของเงินขึ้นอยู่กับการใช้งานของตะเกียงแต่ละดวง 16 มีรายละเอียดของน้ำหนักของทองคำสำหรับโต๊ะของขนมปังศักดิ์สิทธิ์แต่ละตัว และน้ำหนักของเงินสำหรับโต๊ะที่ทำจากเงิน 17 และทองคำบริสุทธิ์สำหรับทำส้อม ชามประพรม และเหยือก สำหรับชามที่ทำจากทองคำ ดาวิดได้บอกน้ำหนักของชามแต่ละใบ และสำหรับชามที่ทำจากเงินก็ได้บอกน้ำหนักของชามแต่ละใบเหมือนกัน 18 น้ำหนักของทองคำอย่างดีที่ใช้ทำแท่นบูชาเผาเครื่องหอม ยังมีแบบสำหรับสร้างรถรบทองคำ ซึ่งก็คือทูตสวรรค์ที่มีปีกสององค์ที่กางปีกของพวกท่านออกอยู่บนฝาของหีบแห่งข้อตกลงของพระยาห์เวห์ ทูตทั้งสององค์นี้ทำจากทองคำ
19 ดาวิดได้เขียนสิ่งเหล่านี้ให้กับซาโลมอนตามที่พระยาห์เวห์ได้มอบให้กับเขา เพื่อทำให้ซาโลมอนเข้าใจรายละเอียดทั้งหมดของแผนผัง
20 แล้วดาวิดพูดกับซาโลมอนลูกชายของเขาว่า “เข้มแข็งและกล้าหาญไว้ ลงมือทำเถิด อย่ากลัวหรือท้อถอยเพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของพ่อจะอยู่กับเจ้า พระองค์จะไม่ทิ้งลูกและไม่จากลูกไปไหน แต่พระองค์จะช่วยเหลือลูกจนกว่างานรับใช้ทุกอย่างของวิหารของพระยาห์เวห์จะเสร็จสิ้นลง 21 และนี่ก็คือกลุ่มเวรต่างๆของพวกนักบวชกับชาวเลวีสำหรับงานรับใช้ในวิหารของพระเจ้า และคนงานทุกคนที่มีความชำนาญในงานทุกประเภทจะมาอยู่กับเจ้า และพวกผู้นำกับประชาชนทั้งหมดจะอยู่ภายใต้คำสั่งทั้งสิ้นของเจ้า”
29ของถวายสำหรับการสร้างวิหาร
1 กษัตริย์ดาวิดได้พูดกับคนในที่ชุมนุมทั้งหมดว่า “ซาโลมอนลูกชายของเราผู้ที่พระเจ้าได้เลือกไว้แล้วแต่เพียงผู้เดียวนี้ยังเด็กและไม่มีประสบการณ์ และงานครั้งนี้ก็ยิ่งใหญ่นัก เพราะวิหารแห่งนี้ไม่ใช่สร้างให้กับมนุษย์แต่ให้กับพระยาห์เวห์ผู้เป็นพระเจ้า 2 เราได้จัดเตรียมสิ่งของสำหรับวิหารของพระเจ้าของเราอย่างสุดกำลังของเรา คือทองคำสำหรับสร้างสิ่งของที่ทำด้วยทองคำ เงินสำหรับสร้างสิ่งของที่ทำด้วยเงิน ทองสัมฤทธิ์สำหรับสร้างสิ่งของที่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ เหล็กสำหรับสร้างสิ่งของที่ทำด้วยเหล็กและไม้สำหรับสร้างสิ่งของที่ทำด้วยไม้ หินโมรา+ 29:2 หินโมรา หินกึ่งมีค่าที่มีสีฟ้าหรือเทาเป็นชั้นๆ และหินสำหรับฝัง+ 29:2 ฝัง กรอบสำหรับฝังหินมีค่า กระเบื้องหลากสี+ 29:2 กระเบื้องหลากสี แปลตรงๆได้ว่า “พวกหินที่ติดไว้ด้วยปูนขาว” หินมีค่าทุกชนิดและหินอ่อน เป็นจำนวนมากมายมหาศาล 3 นอกจากนี้เรายังมีทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่เป็นทองคำและเงิน เราได้อุทิศตัวเราเองให้กับวิหารของพระเจ้าของเราไปแล้ว เราก็เลยจะยกของพวกนี้ที่เราได้สะสมไว้ให้กับวิหารของพระเจ้าของเราด้วย นอกเหนือไปจากของทั้งหมดที่เราได้จัดเตรียมไว้แล้วสำหรับวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ 4 คือมีทองคำบริสุทธิ์ประมาณร้อยตันที่ได้มาจากเมืองโอฟีร์ และเงินบริสุทธิ์ประมาณสองร้อยสี่สิบตัน+ 29:4 สองร้อยสี่สิบตัน หรือ เจ็ดพันตะลันต์สำหรับหุ้มผนังห้อง 5 ทองคำสำหรับสร้างสิ่งของที่ทำด้วยทองคำ เงินสำหรับสร้างสิ่งของที่ทำด้วยเงิน และสำหรับงานทุกอย่างที่ช่างฝีมือจะทำขึ้น ในวันนี้มีใครเต็มใจถวายตัวให้กับพระยาห์เวห์บ้าง”
6 แล้วพวกผู้นำของครอบครัวทั้งหลาย พวกผู้นำของเผ่าต่างๆของชนชาติอิสราเอล พวกนายพันนายร้อย รวมทั้งพวกเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้กับกษัตริย์ต่างก็ถวายตัวด้วยความเต็มใจ 7 พวกเขาได้มอบทองคำหนึ่งร้อยเจ็ดสิบตัน เงินประมาณสามร้อยสี่สิบห้าตัน ทองสัมฤทธิ์หกร้อยสิบตันและเหล็กสามพันสี่ร้อยห้าสิบตันเพื่อใช้สำหรับวิหารของพระเจ้า 8 และใครก็ตามที่มีพลอย ต่างก็ได้มอบพลอยเหล่านั้นไว้ในห้องเก็บสมบัติในวิหารของพระยาห์เวห์ ให้อยู่ในความดูแลของเยฮีเอลชาวเกอร์โชน 9 ประชาชนต่างมีความสุขมาก เพราะพวกเขาถวายสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้กับพระยาห์เวห์ด้วยความสมัครใจ และด้วยความเต็มใจ กษัตริย์ดาวิดเองก็มีความสุขมากเหมือนกัน
ดาวิดสรรเสริญพระเจ้า
10 แล้วดาวิดก็ได้สรรเสริญพระยาห์เวห์ท่ามกลางสายตาของคนในที่ชุมนุมทั้งหมด ดาวิดพูดว่า
“ข้าแต่ พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอลบรรพบุรุษของพวกเรา
ขอให้พระองค์ได้รับคำสรรเสริญตลอดเวลาและตลอดไป
11 ข้าแต่ พระยาห์เวห์ ขอให้ความยิ่งใหญ่ พลังอำนาจ ความรุ่งโรจน์ ความสง่างามและบารมีเป็นของพระองค์
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างทั้งบนสวรรค์และในแผ่นดินโลกนี้ต่างก็เป็นของพระองค์ทั้งสิ้น
ข้าแต่พระยาห์เวห์ อาณาจักรนี้เป็นของพระองค์
ขอพระองค์ได้รับการยกย่องสูงสุดเหนือทุกสิ่ง
12 ความร่ำรวยและเกียรติยศมาจากพระองค์
พระองค์ปกครองเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแข็งแกร่งและมีพลังด้วยมือของพระองค์
และพระองค์ก็มีพลังที่จะสร้างใครก็ได้ให้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง
13 พระเจ้าของพวกเรา ตอนนี้ พวกเราขอขอบคุณพระองค์
และขอสรรเสริญชื่ออันรุ่งโรจน์ของพระองค์
14 สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ได้มาจากข้าพเจ้าและประชาชนของข้าพเจ้าหรอก ที่จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาจากพระองค์
และพวกเราขอมอบคืนให้กับพระองค์ในสิ่งที่พวกเราได้รับมา
15 ที่จริงแล้ว พวกเราเป็นชาวต่างชาติต่อหน้าพระองค์ และเป็นเพียงผู้ผ่านทางเหมือนกับบรรพบุรุษทั้งหมดของพวกเรา
วันเวลาของพวกเราบนโลกนี้เป็นเหมือนเงาและไม่มีความหวัง
16 ข้าแต่พระยาห์เวห์ผู้เป็นพระเจ้า ทรัพย์สมบัติทั้งหมดนี้ที่พวกเราได้รวบรวมมา
เพื่อที่จะมาสร้างวิหารให้กับพระองค์
เพื่อเป็นเกียรติให้กับชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
ล้วนแต่มาจากพระองค์และเป็นของพระองค์ทั้งสิ้น
17 พระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารู้ว่าพระองค์ตรวจสอบจิตใจและยินดีกับความจริงใจ
ข้าพเจ้าเต็มใจให้สิ่งของทั้งหมดเหล่านี้ด้วยความจริงใจ
และตอนนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกชื่นชมยินดีที่ได้เห็น
ประชาชนของพระองค์ที่นี่ได้มาถวายของให้กับพระองค์ด้วยความเต็มใจ
18 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์เป็นพระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเรา
คือ อับราฮัม อิสอัค และยาโคบ
ขอพระองค์รักษาเจตนาแบบนี้ในจิตใจของคนของพระองค์ตลอดไป
และนำหัวใจของพวกเขาให้หันมาสู่พระองค์
19 ส่วนซาโลมอนลูกชายของข้าพเจ้า
โปรดให้เขาเต็มใจที่จะรักษาพวกคำสั่ง ความต้องการและกฎต่างๆของพระองค์
เพื่อที่จะทำตามนั้นทั้งหมด
และเขาจะได้สร้างวิหารซึ่งข้าพเจ้าได้เตรียมของพร้อมที่จะทำอยู่แล้ว”
20 แล้วดาวิดก็ได้พูดกับที่ชุมนุมทั้งหมดว่า “ให้สรรเสริญพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน” และที่ชุมนุมทั้งหมดก็สรรเสริญพระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเขา และพวกเขาก็คำนับลงและหมอบกราบพระยาห์เวห์และกษัตริย์
ซาโลมอนได้เป็นกษัตริย์
(1 พกษ. 2:10-12)
21 ในวันต่อมา พวกเขาได้ถวายเครื่องสัตวบูชาให้แก่พระยาห์เวห์ พวกเขาก็ได้เผาสัตวทั้งตัวให้กับพระยาห์เวห์ เป็นวัวตัวผู้พันตัว แกะตัวผู้พันตัวและลูกแกะตัวผู้พันตัว และยังได้ถวายเครื่องดื่มบูชา และเครื่องสัตวบูชาอื่นๆอย่างล้นเหลือ สำหรับชนชาติอิสราเอลทั้งหมด 22 และพวกเขาต่างกินและดื่มกันต่อหน้าพระยาห์เวห์ในวันนั้น ด้วยความสนุกสนานอย่างยิ่ง
พวกเขาได้ยกซาโลมอนลูกชายของกษัตริย์ดาวิดให้ขึ้นเป็นกษัตริย์อีกเป็นครั้งที่สอง+ 29:22 ได้ยกซาโลมอน … ที่สอง ซาโลมอนได้รับเลือกให้เป็นกษัตริย์ครั้งแรกเมื่อครั้งที่อาโดนียาห์ที่เป็นพี่ชายห่างๆของเขาได้พยายามตั้งตนขึ้นเป็นกษัตริย์ ดูใน 1 พงศ์กษัตริย์ 1:5-39 พวกเขาได้แต่งตั้งซาโลมอนให้เป็นเจ้าชายของพระยาห์เวห์ และแต่งตั้งศาโดกให้เป็นนักบวช
23 แล้วซาโลมอนก็ได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ของพระยาห์เวห์ ได้เป็นกษัตริย์แทนที่ดาวิดพ่อของเขา และเขาก็ประสบความสำเร็จ ชาวอิสราเอลทั้งหมดต่างเชื่อฟังเขา 24 พวกผู้นำ นักรบทั้งหมดและบรรดาลูกชายของกษัตริย์ดาวิดได้สัญญาที่จะจงรักภักดีกับกษัตริย์ซาโลมอน 25 และพระยาห์เวห์ก็ได้ทำให้ซาโลมอนยิ่งใหญ่ในสายตาของชนชาติอิสราเอลทั้งหมด และให้ความโอ่อ่าตระการกับเขาอย่างที่ไม่มีกษัตริย์องค์ไหนในอิสราเอลเคยมีมาก่อน
ดาวิดตาย
26 ดาวิดลูกชายของเจสซีได้เป็นกษัตริย์เหนือชนชาติอิสราเอล 27 เขาครองบัลลังก์อยู่เหนือชนชาติอิสราเอลทั้งหมดสี่สิบปี เขาปกครองอยู่ในเมืองเฮโบรนเจ็ดปีและอยู่ในเยรูซาเล็มสามสิบสามปี 28 เขาตายลงในวัยอันสมควร ด้วยอายุที่มากแล้ว ท่ามกลางความร่ำรวยและเกียรติยศ แล้วซาโลมอนที่เป็นลูกชายของเขาก็ได้เป็นกษัตริย์สืบต่อจากเขา
29 เหตุการณ์ต่างๆในยุคของกษัตริย์ดาวิดตั้งแต่ต้นจนจบได้เขียนไว้ในหนังสือบันทึกของซามูเอลผู้ที่เห็นนิมิต ในหนังสือบันทึกของนาธันผู้พูดแทนพระเจ้าและในหนังสือบันทึกของกาดผู้ที่เห็นนิมิต 30 พร้อมกับรายละเอียดสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยของดาวิด อำนาจของเขา และเหตุการณ์ทั้งหมดที่มีผลกระทบกับเขา และชนชาติอิสราเอล รวมทั้งอาณาจักรอื่นๆทั้งหลายด้วย